(เรื่องสั้น) "Secret of Love" By Sake แจ้งข่าวค่ะ หน้า14
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: (เรื่องสั้น) "Secret of Love" By Sake แจ้งข่าวค่ะ หน้า14  (อ่าน 238110 ครั้ง)

ออฟไลน์ Whatever it is

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3960
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +380/-8
กรี๊ดๆ ชอบเรื่องนี้อ่าค่ะ จะรีบจบไมอ่า ไรท์เตอร์คะ แต่งต่อเถอะ pleasessssss  :monkeysad:

กว่าวาลย์จะเลิกกลัวผีคงอีกนาน หุๆ แต่งเป็นตอนๆแบบนี้ไปก็ได้ค่ะ พี่ขรรค์เท่สุด  :o8:

ออฟไลน์ หัวเเม่มือ

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 804
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-1

namtaan

  • บุคคลทั่วไป
สนุกมากค่ะ
ฉากแปลกดี เร้าใจ ฮ่าๆๆๆๆ
ตอนหน้าจบแล้ว น้องวาลย์คงได้รู้ว่าพี่ขรรค์มีน้ำยาแค่ไหน  :laugh:

บวก 1 แต้ม ขอบคุณคนแต่งและคนโพสต์มากๆค่ะ

ออฟไลน์ *4_m3*

  • ~เธอคือของขวัญจากฟ้าไกล คือคำตอบของหัวใจ~
  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-1
อ๊ายยยยยยย จะจบแล้วจริงหรอ :serius2: แต่งต่อเถอะค่ะเป็นเรื่องยาวไปเลย ติดตามๆ
รักยมคู่นี้น่ารักมากๆ พี่ขรรค์สุดยอดดดดดดดดด ตอนหน้าเล่นแบบเต็มเหนี่ยวเลยนะพี่
วาลย์จ๋าคู่กันแล้วไม่แคล้วกันหรอกนะจ๊ะ
หนามยอกยังต้องเอาหนามบ่ง กลัวผีก็ต้องรักกับหมอผีน่ะถูกต้องแล้ว :m19:

ปล.เห็นด้วยกับหลายคน พี่ตรีโดนน้อยไปไหม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-08-2010 22:33:37 โดย *4_m3* »

Killua

  • บุคคลทั่วไป
เก่งนะ เอาเรื่องน่ากลัวมาผูกกะเรื่องรัก จนกลายมาเป็นนิยายได้
+1 ให้ค่ะ

ออฟไลน์ -~iK@iZ_KunG~-

  • Tomorrow Never Die!!!
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2246
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +220/-2
น่ารักอ่ะ รอตอนจบครับ อิอิ

zeazaiz

  • บุคคลทั่วไป
กรี๊ดดด  อยากจะเป็นลมตามน้องวาลย์
ทั้งน่ากลัว แต่ก็ยังน่ารัก เอ๊ะ งง
 o13

kittyfun

  • บุคคลทั่วไป
กรี๊ด ตื่นมาพิสูจน์น้ำยาอะไรกัน

คนอ่านรอลุ้นอยู่ค่ะ

สุดยอดเลย

ออฟไลน์ iiดาวพระสุขლii

  • คิดการใหญ่ ใจต้องเหี้ย(ม),,
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1690
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +746/-3
รอน้องตื่นมา  :-[
จบแล้วเหรอ....    อยากอ่านต่อจัง..   :L2:

ออฟไลน์ Ryze

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1003
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-1
กรี๊ดดดดดดดดดดดดด หาแนวผีผียังงี้อ่านมานานแล้ว

เอาใจไปเลย สนุกมวากกกกกกกก

 o13

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ jeaby@_@

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-3

หมอผีที่รัก


กลิ่นหอมอ่อนรวยระรินอวลอบภายในห้องนอนมืดสลัว ทว่าภายนอกเริ่มใกล้เวลาฟ้าสาง ผมนอนหลับลึกบนเตียงนุ่มกว้าง ซุกหน้ากับหมอนใบใหญ่อย่างเกียจคร้าน ไม่รับรู้ว่าพี่ขรรค์ได้ผลักประตูเข้ามาภายใน หลังจากลุกไปทำกิจวัตรเช่นทุกวัน

“วาลย์...”

เสียงกระซิบแผ่วเบาริมใบหูชวนจั๊กจี้ ผมครางในลำคอ กดใบหน้าตัวเองกับหมอนยิ่งขึ้น

“วาลย์ จะเช้าแล้วนะ”

ผมพยักหน้ารับอย่างง่วงงุน หรี่ตามองคนเรียกทอดกายเคียงข้าง พลางเท้าคางจ้องอยู่แค่คืบ

ดวงตาใสแจ๋วแวววาวตรงหน้าทำให้ผมทะลึ่งตัวขึ้นเหมือนเพิ่งได้สติ หากก็ถูกอีกฝ่ายคว้าไว้แล้วกดลงนอนตามเดิม

“พะ...พี่ขรรค์!”

โคมไฟหัวเตียงถูกเปิดขึ้น

ผมหน้าตาตื่นหลังความจำอันน่ากลัวกลับฉายภาพเหตุการณ์เมื่อคืนขึ้นในหัวเป็นฉากๆ

ผีทั้งนั้น!

คนยิ้มเย็นตรงหน้านี่ก็น่ากลัวไม่ต่างกับผีเลยซักนิด เพราะถึงไม่ใช่ผีแต่ก็เลี้ยงผีเป็นงานอดิเรก ใครที่ไหนเขาทำกัน!

“วาลย์จะกลับบ้าน!”

พูดออกไปก็นึกอยากตบปากตัวเอง ด้วยสายตาคู่อ่อนเชื่อมกลับแข็งขึงขึ้นมาเล็กๆ

“อืม สายๆพี่จะไปส่งนะ”

พี่ขรรค์ตอบเสียงเรียบ หากมือไม้ค่อยเลื้อยขึ้นมาสะกิดเขี่ยผิวอ่อนบริเวณแผ่นอกช้าๆ ดวงตาหรี่ลงราวกับกำลังใช้ความคิด

“แต่วาลย์...กะ...กลัว...อยากกลับตอนนี้”

ผมตอบเสียงอ่อนระโหย สายตากวาดมองไปรอบๆห้อง ด้วยกลัวจะมีอะไรโผล่ออกมาอย่างไม่คาดฝัน

“กลัวพี่ หรือกลัวอย่างอื่น”

ทั้งสองอย่าง! ผมอยากตอบแบบนี้ใจจะขาด ติดแต่ดวงตาคู่คมกริบจับจ้องเขม็ง ทำให้ผมติดอ่างเป็นใบ้บื้อชั่วขณะ จากนั้นจึงตามมาด้วยน้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มด้วยความคับแค้นใจ ให้พี่ขรรค์ตกใจหน้าเสีย

ทำไงดี คิดไม่ออก กลัวก็กลัว แฟนยังดุอีก โอ๊ย!

ผมปาดน้ำตาสะอึกสะอื้น

“พี่ขรรค์โกหกวาลย์ พี่หลอกวาลย์”

“วาลย์...ไม่เอา อย่าร้องๆ”

พี่ขรรค์รีบดึงผมเข้าไปกอดแนบแน่น ขณะที่ผมตัวแข็งทื่อ บอกตามตรงว่าตอนนี้ผมกลัวพี่เขาจริงๆ

“พี่ไม่ได้โกหกวาลย์เลย ไม่ได้หลอกวาลย์ด้วย” พี่ขรรค์ยกนิ้วขึ้นเช็ดน้ำตาให้

“แต่พี่พูดไม่หมด บอกไม่หมด พี่ปิดบังนี่”

ผมตะเบ็งเสียงใส่อีกฝ่ายทั้งน้ำตานองหน้า คงน่าเกลียดไม่น้อยเชียวล่ะ

“วาลย์ ก็วาลย์กลัวผีซะขนาดนี้ แล้วจะให้อยู่ๆไปบอกว่าพี่เป็นหมอผีได้ยังไง ทำแบบนั้นวาลย์คงไม่แม้แต่จะมองหน้าพี่ด้วยซ้ำ พี่ตั้งใจจะค่อยเป็นค่อยไป ถ้าไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้นซะก่อน พี่ก็ว่าจะพาวาลย์ไปบ้านวันสงกรานต์นี้ล่ะ จะได้คุ้นเคยกับครอบครัวพี่” คนพูดสูดลมหายใจยาว “วาลย์ ฟังพี่นะ พี่ไม่เคยคิดทำร้ายหรือเหยียบย่ำน้ำใจของวาลย์เลยซักนิด อย่ากลัวพี่เลยนะ”

พี่ขรรค์ฟุบหน้าลงซอกคอผมแน่นิ่ง หากบีบมือผมไว้แน่น คล้ายกำลังขอความเห็นใจก็ไม่ปาน

ทำไมมาอ้อนกันซะงั้นล่ะพี่ แล้วจะให้ผมไปโวยวายกับใครล่ะ

ผมขืนตัวออกจากอ้อมแขนแข็งแรง แต่ก็ขยับได้ไม่มากนัก ด้วยคนซุกซบอยู่ที่ซอกคอไม่ยอมผ่อนปรน กลับเบียดตัวแนบสนิทยิ่งขึ้น

“พี่ขรรค์”

มือข้างที่ว่างจับบ่าอีกฝ่ายแน่น คล้ายต้องการผลักออก แต่ก็ไม่สามารถตัดใจทำลง ทว่าปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นก็ทำให้พี่ขรรค์สะท้านจนรู้สึกได้

“วาลย์รังเกียจพี่แล้ว”

น้ำเสียงแปร่งพร่าเจือเจ็บปวดกระตุกใจ ผมรีบส่ายหน้าปฏิเสธ รู้สึกกลัวสูญเสียคนตรงหน้ายิ่งกว่ากลัวผีทั้งโขยงเสียอีก

ผมรีบตวัดแขนโอบตอบ

ร่องรอยความเจ็บปวดของอีกฝ่ายเรียกสติผมให้กลับมาจดจ่อกับคนที่พยายามออกแรงกอดผมอย่างสุดแรง จนหายใจยังลำบาก

พวกเรานิ่งเงียบกันไปชั่วขณะ แม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังพยายามระบายออกแผ่วเบา คล้ายกลัวไปกระทบความนึกคิดอันเปราะบาง

ทว่ากลิ่นหอมสดชื่นของแชมพูจากเส้นผมอ่อนนุ่มอีกฝ่ายที่ระข้างแก้ม ทำให้ใจผมสงบลงไปมากโข จากนั้นค่อยๆมองเสี้ยวหน้าคมคาย

อยู่ๆความรู้สึกอิ่มเอิบในรักและผูกพันค่อยๆเอ่อขึ้นท่วมท้นหัวใจ ภาพเก่าในวันวานผุดพรายขึ้นในหัวไม่รู้จักจบ

ผมไม่เคยเสียใจเลยซักครั้งนับแต่วันที่ได้คบหา และเป็นผมต่างหากที่หาเรื่องกวนใจให้อีกฝ่ายตลอดเวลา

ยังจะมีใครรักผม คิดถึงผม ห่วงผม ได้มากเท่านี้รึเปล่า

ผมได้แต่ทอดถอนใจ จนอีกฝ่ายผงกศีรษะขึ้นมอง

“ วาลย์ไม่ได้รังเกียจพี่นะ แต่วาลย์กลัวผีจริงๆนะพี่ขรรค์”

ในที่สุดผมก็ได้เอ่ยในสิ่งที่คิดออกไป ก่อนกลอกตามองไปรอบๆห้องอีกครั้ง “มันจะโผล่มาอีกมั้ย”

พี่ขรรค์ไม่ตอบ หากฉวยกอดผมแน่นจนแทบหายใจไม่ออก จากนั้นค่อยคลายอ้อมแขนแล้วจูบขมับผมหลายครั้ง

“พี่รักวาลย์มากนะ ถ้าวาลย์รังเกียจที่พี่เป็นแบบนี้ พี่คงทรมานแทบตายเชียวล่ะ”

“ไม่ วาลย์ไม่ได้รังเกียจที่พี่ขรรค์เป็นหมอผี พี่ขรรค์เป็นอะไร วาลย์ก็รัก”

ใบหน้าพี่ขรรค์สว่างวาบขึ้นมาทันตาเห็น

“งั้นเราจะยังเป็นเหมือนเดิมใช่มั้ย”

ผมพยักหน้าพร้อมกับส่ายหน้า ให้อีกฝ่ายขมวดคิ้ว

“หมายความว่ายังไง”

“ต้องสัญญามาก่อน”

“ให้พี่สัญญาอะไร”

“ข้อเดียว”

ผมชูนิ้วชี้ตรงหน้าอีกฝ่าย

“พี่ห้ามเสกผีออกมาให้วาลย์เห็นนะ ห้ามเด็ดขาดเลย”

ผมพยายามทำเสียงขันแข็ง แต่มันก็ยังแตกพร่า ริมฝีปากสั่นกึกๆ

พี่ขรรค์ก้มมองใบหน้ามีน้ำตาคลอเบ้าของผม ก่อนจุดยิ้มมุมปากปลุกปลอบ

“พี่จะเสกออกมาให้วาลย์กลัวทำไมกัน สบายใจเถอะ”

ผมพยักหน้ารับหงึกๆ ซุกหน้ากับแผงอกกว้างอีกครั้ง ก่อนเอ่ย

“พี่ยังมีอะไรที่ไม่ได้บอกวาลย์อีกมั้ย”

“...”

ท่าทางชะงักไปของพี่ขรรค์ทำผมขมวดคิ้ว

“มะ...มีอะไร” ผมขวัญผวา

“ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอะไรหรอก แต่คงต้องคุยกันยาว ไว้ทานข้าวเช้าแล้วพี่ค่อยๆเล่าให้ฟังดีมั้ย”

พี่ขรรค์ยิ้ม ก่อนแยกเขี้ยวดุ

“ในเมื่อเข้าใจเรื่องพี่ก็ดีแล้วล่ะ ทีนี้มาเรื่องของเราบ้างดีกว่า”

สังหรณ์ไม่ดีทำให้ผมหวาดผวารอยยิ้มแต่ปาก หากนัยน์ตาแวววาวจับจ้อง

“พี่บอกว่าเลิกเรียนแล้วให้รีบกลับบ้านใช่มั้ย และพี่ก็จำได้ว่าวาลย์รับปากพี่ แต่วาลย์ก็ยังไปร้านเกมหลังมอ แถมยังเป็นร้านนั้นอีกด้วย” พี่ขรรค์เน้นเสียงหนักจนผมอดคอย่นไม่ได้

นี่พี่ไม่คิดจะลืมๆมันไปบ้างเหรอพี่!

แถมรู้ได้ไง?

ผมโอดครวญในใจดังลั่น เพราะอยากจะโกรธก็ทำไม่ได้ ก็เพิ่งใจอ่อนให้คนช่างเจรจาไปหยกๆ

“ก็...ก็ที่บ้านไม่มีใครอยู่นี่” ผมเถียงข้างๆคูๆ “อยู่คนเดียวมันกลัวอะ”

หูได้ยินเสียงคนตรงหน้าถอนหายใจยาว

“คราวหน้าโทรบอกพี่ โอเคมั้ย”

น้ำเสียงติดไม่พอใจเล็กๆของพี่ขรรค์ ทำให้ผมรีบพยักหน้ารับก่อนจะถูกไล่เบี้ยไปมากกว่าเดิม จากนั้นจึงค่อยมีโอกาสได้สังเกตสังกาบรรยากาศเงียบสงัดรอบตัว

ห้องปิดมิดชิด แสงไฟสลัวๆ กับคนบนเตียงสองคนกำลังนอนกอดกัน มันช่าง...

เหมือนจะทำหน้าไม่ถูก ผมจึงรีบหลุบตาหลบ รู้สึกสองแก้มอุ่นร้อน

“วาลย์ขอไปห้องน้ำหน่อยนะ ห้องน้ำอยู่ตรงไหน?”

ผมหันรีหันขวาง ในขณะที่พี่ขรรค์อมยิ้ม ก่อนจะฉุดผมลุกขึ้นแล้วพาไปยังประตูฝากหนึ่งของห้อง

“พี่เข้าไปเป็นเพื่อน”

“อ๊ะ!”

“หืม?”

“มะ ไม่ต้องก็ได้” ผมรีบกันพี่ขรรค์ให้รออยู่ด้านนอก ก่อนจะผลุบหายเข้าไปภายใน ทว่าไม่ยอมปิดประตู ปล่อยให้มันแง้มอยู่แบบนั้น “พี่ขรรค์รออยู่ตรงนั้นล่ะ แป๊บเดี๋ยว”

คล้ายได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากอีกฝ่าย หากผมไม่สนใจ รีบทำธุระส่วนตัวล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำอาบท่าเสร็จภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที

มีแฟนเป็นหมอผี ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผีโผล่มาหลอกนี่ครับ เผลอๆมาให้เห็นหัวกะไดไม่แห้งด้วยซ้ำ

“พี่ขรรค์ขอยืมเสื้อผ้าหน่อย”

ผมพันผ้าเช็ดตัวรอบเอว โผล่แต่หัวไปบอกคนยืนพิงผนังคอยสบายอารมณ์

ทว่าพี่ขรรค์ยิ้มนัยน์ตาแพรวพราว ดึงตัวผมเข้าไปกอดแล้วหอมแก้มเย็นเปียกน้ำฟอดใหญ่ จากนั้นจึงพาผมไปล้มบนเตียงดังเก่า

“พี่...!”

ลมหายใจร้อนเป่ารดใบหน้ายามนี้ทำให้ผมกระดากอายพิกล เผลอมองใบหน้าขาวคมคายตัดกับเรียวปากสีสดชุ่มฉ่ำ จนต้องลอบกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ในใจนึกประหวั่นกับเหตุการณ์ล่อแหลมตรงหน้า

“วาลย์พร้อมมั้ย”

พร้อม! พร้อมอะไรเหรอพี่!

ผมตาโต อึ้งไปชั่วขณะกับคำถามจู่โจมของแฟนหนุ่มซึ่งคบกันมาก็นานไม่น้อย แต่ด้วยความที่อึ้งนานไปหน่อย ทำให้พี่ขรรค์กลายเป็นฝ่ายอึดอัดเสียเอง

“ถ้าวาลย์ไม่ พี่ก็จะรอ”

พี่ขรรค์คว้ามือผมไปบีบเบาๆ หากแต่ความร้อนผ่าวจากมือนั้นทำให้ผมรับรู้อารมณ์พลุ่งพล่านไร้ทางออกพยายามขืนไว้อย่างสุดกำลัง

เจ้าเล่ห์

ขอกันตรงๆแบบนี้ใครจะปฏิเสธลงกันล่ะ

ผมไม่ตอบแต่โน้มลำคออีกฝ่ายลงมาจูบเสียงดัง พี่ขรรค์ยิ้มกริ่มพร้อมโต้ตอบคำตอบอันร้อนแรงของผมแบบไม่ต้องให้พูดซ้ำ

เสียงครางแผ่ว หากดังก้องเต็มสองหู ผมได้แต่หลับหูหลับตาทำตัวว่านอนสอนง่าย ลืมความตั้งใจเดิมไปหมดสิ้น ปล่อยให้ริมฝีปากร้อนสวยสดลากไล้ไปตามแนวโค้งของร่างกายสู่ส่วนอ่อนไหว ร่างทั้งร่างกระตุกเกร็งให้พี่ขรรค์ต้องปลุกปลอบจนตายใจ ก่อนจะแหกปากร้องลั่นเจ็บจุกไปทั่วท้องในเวลาต่อมา

“วาลย์ พี่รักวาลย์มากนะ ถึงจะกินเหล้า ติดเกม พี่ก็รัก”

เสียงกระซิบอ่อนหวานข้างหู

แต่อ๊ะ! คำบอกรักของพี่มันแปลกๆนะ เหมือนหลอกด่ายังไงไม่รู้

ท่ามกลางสติอันรางเลือน ไม่อยู่กับที่กับทาง ผมได้แต่คิดอย่างสับสน แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้วางใจ ด้วยในกระแสเสียงนั้นเจือความรักใคร่ห่วงใยเป็นล้นพ้น

ผมคงเป็นคนเห็นแก่ตัวหากคิดเป็นผู้รับแต่ฝ่ายเดียว

วินาทีนั้นผมจึงตั้งใจจะปรับปรุงตัว ไม่ใช่ให้พี่ขรรค์ดีใจ แต่ให้ผมได้รู้สึกภาคภูมิใจ

เพราะผมคงจะไม่สามารถรักใครเป็น ถ้าตัวผมเองยังไม่รักและศรัทธาในตัวเองก่อน

“โอ๊ย! พี่ขรรค์ จะ...เจ็บ ช้าๆหน่อย อื๊อ”

แต่ว่าการเป็นคนรักที่น่าภาคภูมิใจมันต้องเจ็บแบบนี้ทุกครั้งเลยเหรอพี่!


หลังสายลมเร่าร้อนสงบลง ผมก็แทบแห้งตายเพราะถูกพี่ขรรค์สูบเรียวแรงไปจนหมดสิ้น นอนสลบเหมือดคาเตียงให้อีกฝ่ายกกกอดสบายใจ

เพิ่งประจักษ์แจ้งก็วันนี้ล่ะว่า แม้อยากกดอีกฝ่ายแค่ไหนก็คงไม่มีปัญหาทำได้ เทคนิคสูงส่งแบบนี้ ผมคงต้องไปร่ำเรียนฝึกฝนอีกนาน หรือไม่ก็ตายแล้วไปเกิดใหม่ ถ้าคิดจะทำให้พี่เขาร้องครางเป็นแมวน้อยได้

ผมขมวดคิ้วใส่พี่ขรรค์ซึ่งอมยิ้มไม่ยอมหุบ แต่หมดแรงจะกระดิกทำอะไร เจ็บครับ จึงหลับตาลง ถอนหายใจยาวจมสู่ห้วงนิทรา ไม่รับรู้สัมผัสจุมพิตอ่อนโยนที่หน้าผาก

“ขอโทษ”

V
V
V

ออฟไลน์ jeaby@_@

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-3
ไม่รู้ว่าตัวเองหลับลึกไปนานเท่าไร แต่ตอนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็ได้ยินเสียงหนุงหนิงของเด็กผู้ชายเล็กๆคุยกันอยู่ข้างหู

เสียงคุ้นๆ

“พ่อใหญ่รังแกพ่อเล็ก รักโป้งพ่อใหญ่”

“เรื่องของผู้ใหญ่ เด็กไม่เกี่ยว ไปกินขนมไป๊” เสียงพี่ขรรค์ดุเบาๆ

“หน้าซีดแบบนี้ ไม่สบายรึเปล่าพ่อใหญ่”

ฟูกข้างตัวยุบลง รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังโน้มตัวมาใกล้ ผมจึงพลิกตัวหาทำให้พี่ขรรค์สะดุ้งเล็กน้อย

“ตื่นแล้วหรือ รู้สึกไม่สบายตรงไหนรึเปล่า” ดวงตาพี่ขรรค์เปล่งประกายวิบวับ พร้อมกับลูบศีรษะผมช้าๆ

“ปะ...เปล่า” ผมขยับลุกแล้วต้องเบ้หน้า ความเจ็บแปลบแล่นปราดเข้าทิ่มแทง หากฝืนพยุงตัวขึ้นพิงหัวเตียง “พี่ขรรค์คุยกับใครอยู่เหรอ?”

แววตาคู่คมไหววูบก่อนคืนสู่ปกติเกือบในทันที ผมจึงเอี้ยวตัวมองข้ามหัวไหล่พี่ขรรค์ไปก็พบเด็กผมจุกสองคนนั่งอยู่ปลายเตียง

ไม่ใช่แค่เสียงคุ้นแล้วล่ะ หน้ายังคุ้นๆอีกด้วย นั่น!...

ไอ้เด็กที่ลอยได้เมื่อคืนนี้!
ตาแทบถลนออกจากเบ้าหันมองหน้าพี่ขรรค์คล้ายขอคำอธิบาย

“อ๊า!ผี พี่ขรรค์”

ผ้าห่มถูกดึงขึ้นมาคลุมหัวทันทีทันใด เหลือแต่ลูกตาไว้ขอความช่วยเหลือ

พี่ขรรค์ดึงตัวผมเข้าไปกอดปลอบเสียงเบา

“เขาไม่ทำอะไรวาลย์หรอก เขาเป็นห่วงวาลย์จนแย่ด้วยซ้ำ”

“ไม่เอาๆ ออกไปเถอะๆ ไหนพี่สัญญาแล้วไง” ผมกระถดตัวหนี หากหางตาค่อยๆเหล่แอบมองไปทางปลายเตียง

กลัวแต่ก็อยากรู้อะ!

ใบหน้าดวงน้อยสองดวงขาวซีด หัวคิ้วเรียวเล็กขมวดยุ่ง ริมฝีปากจิ้มลิ้มเม้มเข้าหากันแน่นคล้ายคนกำลังอยากร้องไห้เต็มแก่ แล้วก็...

“แง๊ๆ!”

ตายๆ ให้ดิ้นตายเถอะ ผมกำลังเห็นผีน้อยร้องไห้ขี้มูกโป่ง ทำเอาผมงงเป็นไก่ตาแตก หันมองพี่ขรรค์

“เขาเสียใจ พวกเขารักวาลย์มากนะ เห็นมั้ย ร้องไห้ใหญ่เลย”

“แล้วจะให้วาลย์ทำยังไงพี่ วาลย์กลัวผี แล้วจะให้ปลอบผีร้องไห้เนี่ยนะ”

“ไม่ใช่หรอก แค่อย่าแสดงอาการรังเกียจพวกเขาก็พอ ถ้าวาลย์สงบใจลง วาลย์ก็จะเห็นว่าพวกเขาเป็นเพียงกลุ่มพลังงานรูปแบบหนึ่ง ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่นึกหรอกนะ”

ผมสั่นหน้าดิกให้อีกฝ่ายส่ายหน้าอ่อนใจทันที

พี่อย่าพยายามเอาวิทยาศาสตร์มาอธิบายสิ่งตรงหน้าได้มั้ยพี่

“เอาเถอะ ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ แต่เรื่องที่วาลย์ถามพี่เมื่อคืนว่ามีอะไรปิดบังอีกมั้ย ก็คือเรื่องนี้นี่ล่ะ พี่ให้รักกับยมเขาไปคอยดูแลวาลย์มาได้พักใหญ่ๆแล้ว”

“ห๋า!” เหมือนได้ยินเสียงเส้นเลือดในสมองปูด

ตาค้างเลยครับงานนี้ นี่ผมอยู่กะเจ้าผมจุกลอยได้มานานแล้ว ไม่อยากจะเชื่อ

อ๊า! พี่ขรรค์ส่งผีมาอยู่กับผม ถึงว่า ที่ผ่านมาเหมือนมีใครอยู่ด้วยตลอด ที่แท้ก็เจ้าพวกนี้เอง

ผมมองพี่ขรรค์อย่างไม่อยากเชื่อสายตา ทว่าพี่ขรรค์ก็พยักหน้ารับอย่างใจเย็น

“พวกเขาชอบวาลย์นะ”

โอย...อยากเป็นลม เรื่องจริงรึเนี่ย

“ที่ผ่านมาพวกเขาเคยหลอกหรือทำร้ายวาลย์มั้ย ลองทบทวนดูสิ”

ก็ไม่เคย แต่ถึงไม่เคยก็ใช่ว่าจะต้องอยู่ด้วยกันนี่พี่ ต่างคนต่างอยู่ได้มั้ย

ผมเงียบ ได้แต่ขบคิดในใจ พลางมองหน้าพี่ขรรค์ไป และเหล่เจ้าผมจุกทางปลายเตียงไปด้วย

น้ำตามันไม่รู้จักหมดรึไง ไหลเป็นท่อประปาแตกมาตั้งนานแล้ว

“พ่อเล็กๆ”

ดูๆยังมีหน้ามาเรียกเสียงอ่อนเสียงหวาน หลอนกันมาตั้งนาน

“แง๊ๆ ต่อไปจะไม่มาให้เห็นหน้าอีกแล้วก็ได้ พ่อเล็กอย่าโกรธพวกเราเลยนะ แค่ขออาศัยอยู่ด้วยจนกว่าจะได้ไปผุดไปเกิดนะจ๊ะ นะจ๊ะ”

ผมอึกๆอักๆไม่กล้าตอบ ได้แต่เหล่มองภูตน้อยสองตนกำลังเช็ดน้ำหูน้ำตาด้วยท่อนแขนเล็กๆ

“ถ้าไล่พวกเราไป ก็ไม่รู้จะไปอยู่ไหน ลอยไปลอยมาไปเจอหมอผีนอกคอกจับขัง พวกเราก็จะไม่ได้ไปเกิดอีกเลย สงสารพวกหนูเถอะนะพ่อเล็ก แล้วพวกหนูจะไม่ออกมาให้เห็นหน้า ไม่ให้พ่อเล็กกลัวเลย”

เอาเข้าไป ยังมีเหตุผลอะไรอีกมั้ย ที่พูดมานี่ก็กลายเป็นผู้ร้ายใจดำจะแย่แล้ว

ผมขดตัวเบียดพี่ขรรค์ ใจอ่อนเป็นขี้ผึ้งถูกไฟลน ก่อนจะงึมงำเบาๆกับแผงอกกว้าง

“ไม่ได้จะไล่ไปไหนซะหน่อย แค่อย่าผลุบๆโผล่ๆออกมาให้ตกใจเท่านั้นล่ะ”

“จริงนะ!”

“ว๊าก! อย่าเข้ามาใกล้”

ผมแหกปากร้องเมื่อเด็กผมจุกทั้งสองลอยมาหา หน้าบานยิ้มไม่หุบทั้งน้ำตา ก่อนจะรีบก้มหน้าหลบ ไม่กล้ามองตรงๆ

“รักรักพ่อเล็กจัง พ่อเล็กใจดี ให้กินช็อกโกแลตบ่อยๆ”

นั่นเพราะขี้เกียจทำกับข้าวถวายหรอกเล่า

“เลย์ก็อร่อย”

นั่นก็อีก

“ให้กินเปปทีนอีกด้วย”

นั่นเพราะนมหมดหรอก ผมนึกตอบอยู่ในใจ

“อยู่บ้านพ่อ พ่อให้กินแต่ทองหยิบทองหยอด เบื่อจะแย่”

เอ มันแปลกๆนะ

ที่อยากอยู่ที่นี่เพราะได้กินของที่ชอบ ไม่ใช่เพราะกลัวเรื่องไม่ได้ไปผุดไปเกิดเสียล่ะมั้ง

ผมเงยหน้าขวับชนกะภูตน้อยซึ่งลอยมาอยู่ตรงหน้าพอดิบพอดี

“อ๊าก!”

อากาศเย็นยะเยือกโบกไล้ใบหน้า ใจผมยังไม่แข็งแรง มาเจอกันจะๆคาตาแบบนี้ก็จบกันสิครับ

ผมหมดสติไปอีกครั้ง และตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่ตะวันตรงศีรษะพอดี

พี่ขรรค์เข้ามาลูบหน้าลูบตาด้วยผ้าเย็นหอมดอกมะลิโชยอ่อน

“พี่ขรรค์”

“หิวรึยัง เที่ยงแล้ว”

ผมส่ายหน้าตอบ อีกฝ่ายจึงส่งยิ้มอบอุ่นมาให้

“พี่เตือนรักกับยมแล้วว่าอย่าทำแบบนั้นอีก อย่าเคืองพวกเขาเลยนะ นี่เขาก็สำนึกผิดอยู่”

จะให้ทำอะไรได้ล่ะครับ นอกจากพยักหน้ารับ มันจำยอมตั้งแต่ยอมรับรักหมอผีคนนี้แล้ว คงต้องทำใจสถานเดียว

“เดี๋ยวพี่จะพาไปพบพ่อกับแม่พี่ วาลย์ไหวมั้ย”

“พ่อกับแม่พี่?”

“อืม รอเจอวาลย์ตั้งแต่เช้าแล้ว”

“หา! ทะ...ท่านจะว่าอะไรรึเปล่า”

“ไม่ต้องกังวล พวกท่านรู้ตั้งนานแล้ว ยิ่งพ่อพี่ ทำใจมาแล้วตั้งแต่พี่เกิด เป็นหมอดูนี่นะ ทำนายดวงลูกตัวเองไม่ถูกก็ไม่ต้องไปดูให้ใครแล้วล่ะ” พี่ขรรค์เล่าอย่างขบขัน

บ้านนี้เขาไม่มีความลับปกปิดกันเลยรึไง

ผมเข้าไปอาบน้ำอีกรอบอย่างเก้ๆกังๆ จากนั้นจึงตามพี่ขรรค์ออกไปพบท่านทั้งสองซึ่งนั่งเล่นอยู่ที่เรือนไทยหลังน้อย รับลมเย็นๆจากต้นไม้ใหญ่รอบๆกำลังดี

มารดาพี่ขรรค์เป็นแม่บ้านแม่เรือน แม้วัยจะล่วงเลย ทว่าเค้าความงามยังจับตา ส่งยิ้มฉายรอยปราณีให้ผมได้อุ่นใจมากโข ส่วนบิดาพี่ขรรค์ไม่ต้องแนะนำ มองปุ๊บรู้ปั๊บ พ่อลูกกันแน่ ถอดแบบมาทุกกระเบียดนิ้ว

หล่อใหญ่หล่อเล็กมาเลย

“นั่งสิไอ้หนุ่ม”

ผมนั่งลงตามคำเชิญ ดวงตาจับจ้องบิดาพี่ขรรค์ซึ่งนุ่งขาว รู้สึกเลื่อมใสยังไงบอกไม่ถูก

“หนียากหน่อยนะ ลองได้ตกล่องปล่องชิ้นกะไอ้ลูกชายหัวดื้อของฉัน”

ไหนพ่อพูดงี้ล่ะ

ผมหันมองพี่ขรรค์ทำหน้าปูเลี่ยนอยู่ข้างๆ ก่อนกลับมาสนใจคนตรงหน้า

“อย่ากลัว มาหาบ่อยๆแล้วจะสอนวิธีนั่งสมาธิ จะได้ตั้งมั่นในสติ ไม่วอกแวก ให้ขรรค์เทพสอนไม่ได้ จะพากันเตลิดทั้งคู่ รายนั้นความอดทนต่ำ”

เหมือนพ่อจะว่าพี่ขรรค์กลายๆ เพราะพี่ขรรค์หน้าแดงเรื่อ จากนั้นจึงฉวยคว้ามือผมไปบีบแรงๆ

เดี๋ยวเหอะ

“พ่อนี่ก็ เจอหน้ากันไม่ทันไรก็จะจับสอนนั่งสมาธิกันซะแล้ว ไม่เอาๆ น้องเขาตกใจมามากแล้ว พักไว้ก่อนเถอะ มาทานขนมกันก่อน เมื่อเช้าขรรค์เทพมาบอก แม่ก็ให้เขาทำน้ำมะตูมเย็นๆกับขนมอีกสองสามอย่างไว้ ทานด้วยกันนะจ๊ะ”

“ครับ”

ผมอดเขินไม่ได้ ต้อนรับกันเหมือนผมมาเป็นลูกสะใภ้ บ้านนี้เขาเข้าใจอะไรกันง่ายดี ซึ่งผมก็ชอบหรอก ถ้าไม่มีผีสางด้วยจะดีกว่านี้โข

ระหว่างรอขนม คุณแม่ผู้มีอัธยาศัยดีก็ถามเรื่องของผมไปเรื่อยๆ ผมก็ไม่รู้สึกกระดากที่จะตอบ แต่พอขนมมาถึงเท่านั้นล่ะ

ผมก็อ้าปากค้าง ลูกตาแทบหลุดมากลิ้งบนโต๊ะ

เพราะผมเห็นผู้หญิงผมยาวใส่ชุดไทยงามตา ไม่รู้มาจากทางไหน ยืนอยู่ไม่ห่างจากที่ผมนั่ง ร่างกายคล้ายโปร่งแสงทำให้ผมยิ่งมั่นใจว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่คน ยังไม่หมดครับ ยังมีผู้หญิงผมยาวอีกตนปรากฏกายยืนเคียงข้าง ทั้งสองส่งยิ้มให้ผม และกำลังเคลื่อนเข้ามาหาผมช้าๆ

“คุณผีบ้านผีเรือน เขากลัวนา วันหลังค่อยมาทักทายเถอะนะ”

ผมหันหน้ามองบิดาพี่ขรรค์ซึ่งกำลังพูดกับผู้หญิงทั้งสอง จากนั้นร่างโปร่งแสงก็ค่อยๆจางหายไป ผู้กล่าวจึงหันมาหาผม

“ยังไม่ได้บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง ขรรค์เทพพาน้องไปจุดธูปบอกก่อนไป๊”

อ๊าก!

เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นในใจ

ถ้าเป็นลมอีก ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่สามในรอบยี่สิบสี่ชั่วโมง ผมเหลือกตากลอกไปมา

แม่ครับ มารับผมกลับบ้านที!




.....จบ....




เจอพ่อเป็นหมอดู หมอผี เเฟนก็เป็นหมอผี
เจอน้องรัก ยม เจอคุณผีบ้านผีเรือนอีก
วาลย์เอ้ย โชคดีละกันนะจ๊ะ กร๊ากกกกกกกกก :sad4:

ขอบพระคุณทุกๆคอมเมนท์น่ารักๆ อ่านเมนท์เเล้วฮา หนุกมากมาย :L2:

สำหรับตอนพิเศษหรือตอนต่อจากนี้ไม่มีเเล้วอะ
เพราะพี่เค้าเเต่งเรื่องใหม่อยู่ ฉีกเเนวไปเลยมั้งจากทุกเรื่อง

ว่าจะเอาเรื่อง with all my heart มาลงเเต่ยังไม่ได้ขออนุญาตเลย

ไปเเล้วจ้า เจอกันเรื่องต่อไปนะคะ  :bye2:

+1ให้ทุกคน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-08-2010 10:57:16 โดย jeab_u »

ออฟไลน์ Paracetamol

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 660
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-2

ออฟไลน์ พี่วันเสาร์

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +282/-3
อ่านไปขำไป โอ้ยท้องแข็งเลย :jul3: :m20:
วาลย์ตลกมากสลบตลอด
กำลังคิดอยู่ว่าเค้าอ่านนิยายผี หรือนิยายตลกกันแน่
แต่ที่แน่ๆอ่านเรื่องนี้แล้วขากรรไกรเกือบค้าง :jul3:
+1 ให้กับพี่ขรรค์วาลย์ คู่รักที่ไม่น่าจะลงตัวกันได้ (อีกคนหมอกับอีกคนกลัวผี :laugh:)

ออฟไลน์ Wr@iTh

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 331
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +32/-0
อ่านไปขำไป โอ้ยท้องแข็งเลย :jul3: :m20:
วาลย์ตลกมากสลบตลอด
กำลังคิดอยู่ว่าเค้าอ่านนิยายผี หรือนิยายตลกกันแน่
แต่ที่แน่ๆอ่านเรื่องนี้แล้วขากรรไกรเกือบค้าง :jul3:
+1 ให้กับพี่ขรรค์วาลย์ คู่รักที่ไม่น่าจะลงตัวกันได้ (อีกคนหมอกับอีกคนกลัวผี :laugh:)
^
^
^
พูด เอ๊ย! เขียนได้เจ๋งมากเลยรีบน
เราก็เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็น
โธ๋...วาลย์เอ๋ย...กว่าจะชิน--คงอีกนาน  :m20:

ออฟไลน์ aisen

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +75/-1
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ อยู่ด้วยกันนานๆไป เด๋วนู๋วาลย์ คงปรับตัวได้หละ  :laugh: 

ไม่งั้นก็ให้พี่ขรรค์ ปลอบใจบ่อยๆ ก็ได้ อิอิ :haun4:

ออฟไลน์ LalaBam

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-2
แม่เจ้า
น้องวาลย์จะรอดมั้ยละนั่น
เหอะๆ
 :laugh:
แล้วถ้าเค้าจะปั๊บๆกัน
ไม่ต้องกลัวผีเห็นรึ

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2302
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6
จบแล้วหรอครับ

กำลังฮาเลยอะ

ออฟไลน์ iiดาวพระสุขლii

  • คิดการใหญ่ ใจต้องเหี้ย(ม),,
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1690
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +746/-3

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
5555555555++++     



น่ารักจริง ๆ เล๊ย       :impress3:    :impress3:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ lune

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 689
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-2
สนุกฮาๆ แบบน่ารัก น่ากลัว
 น่ารัก คือ ผีฝ่ายพระเอก
 น่ากลัว  คือ ผีผู้ร้าย
ตามมานาน แต่ได้มาอ่านตอนจบในเล้าซะงั้น
ติดตามผลงานตลอดมา และตลอดไป


ออฟไลน์ aeyja55

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 316
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
 :pig4: :pig4:ขอบคุณทั้งคนแต่ง คนโพสต์นะคะ เรื่องนี้ สนุก ไม่ซ้ำใครจริง ๆ

ออฟไลน์ Shock_n2n

  • Deep cute...
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 488
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +32/-0

ออฟไลน์ DeJavu~ ★

  • มาเฟียแสนซน กะชีคผู้เคร่งขรึม
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 809
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-9
จบแบบน่ารักดีอ่า

วาลย์อยู่ด้วยกันนานๆก้อ

ปรับตัวได้เองละน่า

Killua

  • บุคคลทั่วไป
นี่ถ้าน้องเค้าเป็นโรคหัวใจ คงไม่รอดจนมาถึงตอนจบแน่ๆเลย

ออฟไลน์ polartotty

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
ฮากับนู๋วาลย์ตั้งแต่ต้นเรื่องยันตอนจบ
ก็นะ ดันรักหมอผีรูปหล่อเข้าไปแล้วก็ต้องทำใจ
ว่าแต่วาลย์เนี่ยมีความคิดจะกดพี่ขรรค์ได่ยังงัยเนี่ย ไม่เจียมตัวเลย :pigha2:

bbyuqin

  • บุคคลทั่วไป
จะว่าขำก็ขำนะ....กลัวฝีแทบตาย ลงท้ายก็ต้องมาอยู่กับหมอผี่ที่รัก  :m20:
ถ้ายังมีตอนต่อไปเรื่อยๆๆ ไม่อยากจะคิดเลยว่า วาลย์จะนำเรื่องปวดหัวอะไรมาให้พี่ขรรค์ รวมถึงบรรดาผีๆจะทำให้วาลย์ลมจับวันละกี่รอบ อิอิ :laugh:

ขอบคุณนะค๊าาา...สนุกมากๆๆ o13

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9405
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
แอร๊ยยย น้องรัก น้องยมน่ารักจังเลยอ่าาาา...เห็นเพื่อนบอกว่าตอนนี้ก็กำลังฮิตด้วย เหอๆ
สงสัยวาลย์ต้องใช้เวลาปรับตัวอีกเยอะ 5555
แต่เดี๋ยวอยู่กันไปก็ชินเองแหละวาลย์ คริๆ พี่ขรรค์เท่ห์อะ อิจฉาวาลย์ :o8:
ขอบคุณค่า เรื่องนี้สนุกมากๆเลย :pig4:

ออฟไลน์ knightofbabylon

  • it's sorrow that feeds your lies!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2542
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +180/-51
ขำน้ำตาไหลพรากอ่ะ   :m20:
คู่รักยมน่ารักอ่ะ มีงอแงด้วย
ต่อให้กลัวผีแค่ไหนก็ต้องรใจอ่อน สงสาร เนาะ

แต่..เลี้ยงดีไปมั้ย
ช็อคโกแลท เลย์ เปบทีน
..

 :laugh:




 :pig4:  เป็นเรื่องสั้นที่สนุกมากๆเลย  :กอด1:

ออฟไลน์ •ผั๑`|nกุ้va’ด•

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-69
เรื่องนี้ เลยเข้า คอนเซปที่ว่า เกลียดอะไร ก็ได้อย่างนั้น....

จบแบบน่ารัก >,,,,< สู้ต่อไปนะ วาลย์  :o8:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด