“อะไรของคุณ” ปากก็ว่าอีกฝ่ายผ่านโทรศัพท์มือถือไปแบบนั้น แต่อิ๊กก็ยิ้มกว้างออกมาเมื่อได้ยินนาวิน ที่อีกฝั่งเพิ่งพูดคำว่าคิดถึงให้ได้ยิน “ก็คิดถึงจริง ๆ นี่นา” อิ๊กได้ยินเสียงนาวินพูดมาตามสาย “ตั้งแต่กลับจากทะเล เรายังไม่ได้เจอกันเลยนะ” น้ำเสียงของนาวินแทรกความรู้สึกผิดอยู่ในนั้น “ว่าแต่คุณเถอะ” นาวินกำลังจะถามอะไรบางอย่างออกไป แต่ก็ยั้งตัวเองเอาไว้ได้ทัน
“แค่เรื่องที่คุณจ้างให้ทำ ผมก็ไม่มีเวลาออกไปหาเหยื่อแล้วล่ะ” อิ๊กได้ยินเสียงนาวินแอบหัวเราะ ที่อยู่ ๆ ก็ถูกอีกฝ่ายจับได้ เดาทางถูกเข้าให้ “ไม่ใช่สักหน่อย” นาวินเถียงกลับมา อิ๊กเอาโทรศัพท์มือถือออกจากหู ก่อนจะทำเบ้หน้าใส่ แล้วพูดกรอกเสียงกลับไปหาอีกนาวิน “ถ้าไม่ใช่แล้วอะไร” ก่อนจะรู้สึกว่า ใครบางคนกำลังเดินมาทางด้านหลัง อิ๊กหันไปมองในทันที
“ผมอากจะถามคุณว่า คิดถึงผมเหมือนกับที่ผมคิดถึงคุณมั้ย” นาวินยิ้มกริ่มเมื่อเห็นอิ๊กทำหน้าจะเอาเรื่อง “แล้วจะโทรมาทำไมให้มันเปลืองเนี่ย” อิ๊กว่าเข้าให้ “แล้วคุณก็บอกเองว่า สัปดาห์นี้คุณไม่ว่าง เรื่องที่คุณใช้ผมให้ไปทำให้ ผมก็เอาไปส่งที่ล็อบบี้คอนโดของคุณเรียบร้อยแล้ว แบบไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง” นาวินส่งเสียงจุ๊ปากใส่อิ๊ก “มันไม่ใช่เรื่องอะไรพวกนั้น” นาวินขมวดคิ้วให้กับอิ๊ก
“ผมอยากได้ยินเสียงอิ๊ก” นาวินบอกกับอีกฝ่ายให้รับรู้ “ก็โทรมาแล้วไง” อิ๊กตอบกลับนาวินไป “แล้วก็อยากเห็นหน้าด้วย” นาวินบอกถึงเหตุผลที่เขามีกับอิ๊กไป “วิดีโอคอลก็ได้นี่” อิ๊กบอกทางแก้ไขไป “แบบนั้น” นาวินพูด ก่อนจะขยับหน้าเข้าใกล้กับอิ๊ก เราก็ทำแบบคืนนั้นไม่ได้น่ะสิ” อิ๊กหลับตาลง เมื่อนาวินก้มลงบรรจงประกบริมฝีปากของตัวเองเข้ากับริมฝีปากของอิ๊ก ก่อนจะอ้อยอิ่งจูบและบดริมฝีปากแบบนั้นอยู่เนิ่นนาน ภาพในคืนนั้น ไล่เรียงตัวเองให้อิ๊กได้จดจำ
นาวินหยุดแนบส่วนกลางลำตัวของเขาให้แช่อยู่นิ่ง ๆ แบบนั้นเอาไว้ เมื่อทั้งหมดถูกดันแทรกเข้าไปด้านในตัวของอิ๊กจนสุดความยาว นาวินสังเกตดูอิ๊กที่หลับตา เม้มปากแน่นจนเกือบเป็นเส้นตรง เมื่อความเจ็บแน่นแล่นจากช่องทาง ให้ตัวอิ๊กเองต้องบีบมือทั้งสองข้างลงบนหัวไหล่ของนาวินจนแน่น เพื่อระบายความเสียวแปลบที่เกิดขึ้นนั้น นาวินก้มลงจูบที่ริมฝีปากของอิ๊ก ค่อย ๆ ใช้ริมฝีปากของตัวเอง แย้มให้อิ๊กเผยอปากออก ก่อนจะแทรกยื่นลิ้นเข้าไปในโพรงปากของอีกฝ่าย
รอยจูบที่นาวินทำกับอิ๊กนั้น รอนานพอให้อิ๊กคลายความเจ็บ และเมื่อนาวินเห็นว่า อิ๊กนั้นจูบตอบกลับเขามาแล้ว เขาจึงเริ่มขยับตัวเข้าออก จากช้า จนเร็วและแรงมากขึ้น เมื่อรับรู้ได้ว่า ช่องทางของอิ๊กนั้น เปิดรับขนาดและความยาวของเขา โดยที่กล้ามเนื้อตรงส่วนนั้น ไม่พยายามต่อต้านและดันตัวให้เขาเอาความยาวทั้งหมดนั้นออกไป แต่กลับตอบรับความแข็งแกร่งที่ถูกมอบให้นั้นเป็นอย่างดี
แล้วยิ่งนาวินเห็นว่า อิ๊กคลายมือที่บีบหัวไหล่ของเขาเอาไว้จนแน่นก่อนหน้า เอามาโอบรอบคอของเขาแทนแล้ว ด้วยอาการหายใจแรงด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความพึงใจ นาวินจึงไม่ต้องกลัวว่า จะทำให้อิ๊กเจ็บอีก นาวินจึงกระหน่ำแรงทั้งหมดที่มีเข้าออก ทั้งกระชั้นถี่ ๆ ก่อนที่นาวินจะสลับผ่อนดึงให้ช้าลง แต่เน้นส่งแรงหนักเข้าหา ซึ่งอิ๊กเองนั้น ก็ยกสะโพกดันตัวเข้าหา ยอมรับทั้งแรงหนักแรงเบาของนาวินนั้น อย่างเต็มใจ
“จะบ้าหรือไงคุณ หม่าม้าอยู่ในบ้าน” อิ๊กรีบปรามนาวิน ที่กำลังจะเริ่มจะทำอะไรเลยเถิด จากอารมณ์ที่เริ่มจะเตลิดเพิ่มมากขึ้น “ก็ไปที่คอนโดผมไง” นาวินพยักหน้าชวนอิ๊ก ที่ส่ายหน้าปฏิเสธแทนคำตอบ “หม่าม้าไข้ขึ้นทั้งวันเลย ผมไปไม่ได้หรอก” อิ๊กตอบกลับไป นึกเห็นใจแววตาและสีหน้าที่ผิดหวังของอีกฝ่าย “ให้ผมตามพยาบาลมาดูหม่าม้าอีกรอบมั้ย” อิ๊กรีบส่ายหน้าปฏิเสธอีกครั้ง
“ไม่ต้องแล้ว พยาบาลที่คุณให้มาดูหม่าม้า ให้เช็ดตัว ฉีดยาลดไข้แล้ว แค่นี้ก็ขอบคุณมากแล้วครับ” อิ๊กรู้สึกตื้นตันใจอยู่ไม่น้อย ที่พอนาวินรู้ว่า หม่าม้ามีอาการไม่สบายค่อนข้างจะหนัก ชายหนุ่มก็รีบส่งพยาบาลมาดูแลในทันที “อิ๊กรู้ใช่มั้ย ว่าอิ๊กคุยกับผม บอกผมได้ทุกเรื่อง” อิ๊กพยักหน้า และพูดบอกขอบคุณนาวินไป เมื่อได้ยินอีกฝ่ายบอกมาแบบนั้น “คีย์การ์ดห้องผม เผื่อว่าคืนนี้คนสวยจะเปลี่ยนใจ” นาวินบังคับจับคีย์การ์ดห้องคอนโดหรูของเขา ยัดใส่มือของอิ๊ก ก่อนจะจำใจ ยอมกลับบ้านไปแต่โดยดี
“อิ๊กมีอะไรที่ยังไม่ได้บอกหม่าม้ามั้ย” เสียงถามนั้น ทำให้อิ๊กต้องรีบหันไปทางต้นเสียง “หม่าม้า ยังเป็นไข้อยู่ ลุกมาทำไมเนี่ย ข้างนอกลมแรง เสื้อคลุมก็ไม่ใส่” อิ๊กรีบเข้าไปประคองให้หม่าม้าเดินกลับเข้าไปในบ้าน แต่เจ้าตัวโบกมือห้าม “ให้หม่าม้านั่งรับลมหน่อย อยู่แต่ข้างในบ้าน มันก็อุดอู้เหมือนกันนะ” นานเท่าไหร่แล้ว จากที่อิ๊กได้ยินแต่หม่าม้าบอกกับเขา ว่าปล่อยให้ตาย ๆ ไป จะมาได้ยินหม่าม้าพูดแบบนี้
“นังสุมันบอกว่า เพราะเขาดีกับหม่าม้า ใช่มั้ย” พอนั่งลงบนเก้าอี้โยกที่เคยเป็นเก้าอี้กตัวโปรดของหม่าม้า ตอนที่ยังแข็งแรงอยู่ อิ๊กก็ได้ยินคำถามนั้นในทันที “เจ้สุนะเจ้สุ อิ๊กก็บอกแล้ว ย้ำนักย้ำหนา ว่าอย่าบอกหม่าม้า” นานเท่าไหร่แล้ว อิ๊กถามตัวเอง ที่ไม่ได้เห็นหม่าม้าหัวเราะออกมาเบา ๆ แบบนี้ “สุมันก็ปากสว่างแบบนี้เสมอแหละ” อิ๊กเองดีใจที่หม่าม้ายอมรับสายเจ้สุโทรมาหาอีกครั้ง
“ล้วยังไง เขาดีกับหม่าม้า ก็ดีแล้ว แต่ไม่เห็นจะมีอะไรเกี่ยวกับอิ๊กสักหน่อย” อิ๊กทำเป็นพูดเลี่ยงไปแบบนั้น “กระเป๋าหรรษาที่สุมันยื่นให้นาวินไป มันเกลี้ยงไม่เหลืออะไรสักอย่างในนั้น ตอนที่เอามาคืน แกจะบอกว่า คืนนั้น ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ว่างั้น” อิ๊กได้แต่ไม่เชื่อหูตัวเองว่า เจ้สุจะบอกกับหม่าม้าจนหมดเปลือกขนาดนี้ “หม่าม้า ถึงยังไง กะหรี่ก็ไม่ควรหลงรักแขกนะ” อิ๊กทำเป็นพูดติดตลกไปแบบนั้น
“อิ๊ก” หม่าม้าเรียกชื่ออิ๊กด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่แกไม่ใช่กะหรี่ไง” หม่าม้าพูดกับอิ๊ก จับหน้าของอิ๊กให้หันมาสบตากันตรง ๆ “แกไม่เคยเป็น และแกไม่มีวันเป็น” หม่าม้าหลับตาลง ส่ายหน้า ถอนหายใจหนัก ๆ ออกมา “นี่หม่าม้าใส่ความผิดพลาดของตัวเอง ยัดเอาความผิดหวังของหม่าม้า ใส่เข้าไปในความคิด ทำให้มันฝังหัวอิ๊ก มานานมากจริง ๆ สินะ หม่าม้าขอโทษ” หม่าม้าใช้สองมือประคองใบหน้าของอิ๊กเอาไว้ด้วยความรัก
“หม่าม้า อิ๊กไม่อยากให้หม่าม้าพูดโทษตัวเองแบบนี้” อิ๊กไม่ชอบเลยที่หม่าม้าว่าตัวเองออกมา “ไม่รักก็ไม่เจ็บ มันก็จริงนี่” อิ๊กไม่คิดว่า สิ่งที่หม่าม่าพูดบอกกับอิ๊กในข้อนี้ มันเลวร้ายตรงไหน “เพราะหม่าม้าเคยยอม ปล่อยให้คนเลวเข้ามาในชีวิต หม่าม้าเลยทำลายโอกาส ที่อิ๊กจะได้เจอคนดี ๆ ซะอย่างนั้น” หม่าม้ารู้สึกแย่มากจริง ๆ ที่เคยสอนลูกให้มองทุกคน ทุกอย่างในแง่ร้ายไปเสียหมด
“อิ๊กฟังหม่าม้านะ” หม่าม้าพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอหน่วย “ลืมทุกอย่างที่หม่าม้าสอนไปซะ เพราะสิ่งที่หม่าม้าบอกกับอิ๊ก มันใช้ไม่ได้กับชีวิตของอิ๊กในตอนนี้ อิ๊กฟังหม่าม้า” หม่าม้าที่เห็นอิ๊กกำลังจะพูดเถียง รีบขัดลูกของเธอเอาไว้ “อิ๊กบอกว่าเขาดีกับหม่าม้า” อิ๊กมองหม่าม้าที่น้ำตาไหลลงมา “แต่หม่าม้าว่า นาวิน เขาดีกับอิ๊กมาก ๆ ด้วยเหมือนกันนะ” อิ๊กยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้หม่าม้า
“หม่าม้าเคยทำผิดพลาดมา ตอนที่มีคนเคยขอให้หม่าม้าไปอยู่กับเขา แต่หม่าม้าคิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ความรักกับกะเทยอย่างหม่าม้า” อิ๊กส่ายหน้า “อิ๊กลูกหม่าม้านะ” หม่าม้าดึงอิ๊กเข้ามากอดเอาไว้จนแน่น เธออยากถ่ายทอดความรู้สึก ความรัก ความหวังดีทั้งหมดที่เธอมีต่อลูก ที่มีมาตั้งแต่วันแรก ที่ได้อุ้มอิ๊กเอาไว้ในอ้อมแขน และสัญญากับตัวเอง ว่าจะเลี้ยงดูเด็กน้อยอิ๊กในวันนั้นให้ดีที่สุด
อิ๊กก้าวลงจากรถแท็กซี่ พ่นลมหายใจออกมาเพื่อให้ตัวเองคลายความตื่นเต้น คำพูดของหม่าม้าที่บอกให้เขานั้น ดูแลหัวใจและความรู้สึกของตัวเองได้แล้ว เมื่อเริ่มรักตัวเอง จะได้รักคนอื่นได้ดีเช่นกัน อิ๊กเดินผ่านประตูเข้าไปในคอนโดสุดหรูริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ที่เขาไม่เคยคิดที่จะย่างกรายมาด้วยตัวเอง ก่อนหน้านี้ที่มาที่นี่ ก็เพราะมาส่งของที่นาวินฝากให้อิ๊กไปเป็นธุระจัดหามาให้ ส่งของเสร็จ อิ๊กก็กลับทันที
“สวัสดีครับคุณอิ๊ก” อิ๊กที่กำลังจะเอ่ยถามว่า เลขห้องของนาวินนั้น เขาต้องขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นไหน “คุณนาวินได้สั่งผมเอาไว้แล้วครับ ถ้าคุณอิ๊กมา เชิญครับ ขออนุญาตครับ” เจ้าหน้าที่ของคอนโดกล่าวกับอิ๊กด้วยความสุภาพ รับเอาคีย์การ์ดจากมือของอิ๊ก ไปแตะที่เครื่องอ่านที่ด้านในลิฟต์ ก่อนจะส่งคืนมาให้ “มีธุระอะไร เรียกใช้ผมได้ทันทีนะครับ” ทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้น มันเหมือนกับความฝันมากกว่าความจริง อิ๊กถึงกับต้องใช้คีย์การ์ดตีที่มือของตัวเอง เมื่อประตูลิฟต์ปิดลง ว่าตัวเองนั้น ไม่ได้กำลังฝันไป
“โอเคครับคุณแม่” อิ๊กได้ยินเสียงของใครบางคน ผ่านบานประตูห้องหมายเลขที่อิ๊กมาหยุดยืนอยู่ข้างหน้า อิ๊กคิดว่าเป็นเสียงของนาวิน แต่ว่าชายหนุ่มกำลังคุยกับใคร ประตูห้องเปิดออกทันทีที่คีย์การ์ดถูกแตะลงไปที่ประตู เสียงของนาวินนั้น ฟังชัดเจนขึ้นในทันที แม้ว่าเจ้าตัวและคนที่นาวินสนทนาด้วยนั้น อยู่กันในห้องนอน ที่แยกออกไปเป็นสัดส่วนจากห้องรับแขกด้านนอก
อิ๊กก้าวออกจากประตูลิฟต์ เมื่อมันพาเขาลงมาที่ชั้นล็อบบี้ของคอนโด พนักงานคนเดิมที่ส่งเขาขึ้นไปที่ชั้นบน ถามขึ้นในทันที ว่าเขาหาห้องของนาวินไม่เจอหรือเปล่า ที่เห็นอิ๊กลงมา อิ๊กกลืนน้ำลายลงคอไปด้วยความยากลำบาก ก้อนแข็ง ๆ ที่มันกำลังทรมานหัวใจของเขาอยู่ มันเร่งเร้าให้น้ำตาของเขารื้นขึ้นมาที่ขอบตา ด้วยความรู้สึกร้อนผะผ่าว อิ๊กยื่นคีย์การ์ดใบนั้นที่ถืออยู่ในมือ ให้กับเจ้าหน้าที่คอนโด มองไปด้านนอก ที่ประตูคอนโดมันกำลังพร่าเลือน เพราะน้ำตาที่อิ๊กกำลังห้ามมันไม่ให้ไหลอย่างเต็มที่
อิ๊กรีบก้าวเท้าเดินอย่างสุดกำลัง ไม่อยากให้ใครเห็นว่าน้ำตาของเขากำลังจะร่วงหล่นจากขอบตาทั้งนั้น อิ๊กพาตัวเองออกมาพ้นจากประตูคอนโด ฟ้าด้านบนส่งเสียงร้องครืน น้ำตาฟ้าและน้ำตาคนที่กำลังจะผสมกัน มันช่างเป็นเวลาที่พอเหมาะพอเจาะอะไรอย่างนี้ อิ๊กบอกตัวเองให้เข็มแข็งเอาไว้ และเขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลยสักนิด กับสิ่งที่ได้ยินนาวินพูด
“ไม่เป็นไรครับพี่นารี คุณแม่ก็ด้วย ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมพร้อมและยินดีจะแต่งงานกับผู้หญิงที่คุณแม่เป็นคนเลือกให้”
***********************************************************
คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย โดย KADUMPA
Tell Him - Babra Streisand duet with Celine Dion
https://www.youtube.com/watch?v=xJNd1k7bluUI'm scared
ฉันกลัวเหลือเกิน
So afraid to show I care
หวั่นใจที่จะแสดงออกไปว่าฉันแคร์
Will he think me weak,
เขาจะคิดมั้ยว่าฉันอ่อนแอ
If I tremble when I speak?
หากว่าฉันได้แต่สั่นเทาตอนพูดออกไป
What if
แล้วถ้าหากว่า
There's another one he's thinking of
มีใครคนอื่นที่เขานั้นคิดถึง
Maybe he's in love
บางทีเขาอาจจะหลงรักใครสักคนอยู่แล้ว
I'd feel like a fool
ฉันคงรู้สึกเหมือนตัวตลก
Life can be so cruel
ชีวิตมันคงจะโหดร้ายสิ้นดี
I don't know what to do
ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี
I've been there
ฉันเคยเป็นแบบเธอมาก่อน
With my heart out in my hand
เคยเผยหัวใจเอาไว้ในที่แจ้ง
But what you must understand
แต่สิ่งที่เธอต้องทำความเข้าใจ
You can't let the chance
เธอไม่อาจจะให้โอกาสที่จะรักนั้น
To love him pass you by
โดยปล่อยเขาให้หลุดลอยไป
Tell him
จงบอกกับเขาไป
Tell him that the sun and moon
บอกกับเขาว่าดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
Rise in his eyes
ส่องสว่างภายในดวงตาของเขา
Reach out to him
เอื้อมมือไปคว้าเขาเอาไว้
And whisper
แล้วกระซิบที่ข้างหูเขา
Tender words so soft and sweet
ด้วยคำพูดละมุนที่ทั้งนุ่มนวลและหอมหวาน
I'll hold him close to feel his heart beat
ฉันจะดึงเขามากอดเอาไว้ให้รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นดังของเขา
Love will be the gift you give yourself
ความรักจะเป็นดั่งของขวัญที่เธอจะมอบให้กับตัวเอง
Touch him
สัมผัสตัวของเขา
With the gentleness you feel inside (I feel it)
ด้วยความอ่อนโยนที่เธอรู้สึกข้างใน (ฉันรู้สึกมันได้)
Your love can't be denied
ความรักของเธอจะไม่ถูกปิดกั้น
The truth will set you free
ความจริงจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ
You'll have what's meant to be
เธอมีทุกอย่างที่มันควรจะเป็น
All in time you'll see
เวลาทั้งหมดจะทำให้เธอเห็นเอง
I love him (Then show him)
ฉันรักเขา (เช่นนั้นก็ทำให้เขารู้)
Of that much I can be sure (Hold him close to you)
มากมายนักและฉันมั่นใจตัวเอง (ดึงเขาเข้ามากอดชิดใกล้)
I don't think I could endure
ฉันเองไม่คิดว่าจะสามารถทนได้
If I let him walk away
ถ้าหากว่าฉันปล่อยให้เขาเดินจากไป
When I have so much to say
ด้วยคำมากมายที่ฉันต้องการจะพูดออกไป
Tell him
จงบอกกับเขาไป
Tell him that the sun and moon
บอกกับเขาว่าดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
Rise in his eyes
ส่องสว่างภายในดวงตาของเขา
Reach out to him
เอื้อมมือไปคว้าเขาเอาไว้
And whisper
แล้วกระซิบที่ข้างหูเขา
Tender words so soft and sweet
ด้วยคำพูดละมุนที่ทั้งนุ่มนวลและหอมหวาน
Hold him close to feel his heart beat
ฉันจะดึงเขามากอดเอาไว้ให้รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นดังของเขา
Love will be the gift you give yourself
ความรักจะเป็นดั่งของขวัญที่เธอจะมอบให้กับตัวเอง
Love is light that surely glows
ความรักคือแสงสว่างที่ส่องกระจ่างชัดเจน
In the hearts of those who know
ในหัวใจของเหล่าบรรดาผู้ที่รู้แจ้ง
It's a steady flame that grows
มันคือเปลวไฟที่มั่นคงและโชติช่วง
Feed the fire with all the passion you can show
เติมเชื้อให้ไฟนั้นด้วยความปรารถนาที่เธอแสดงออกมา
Tonight love will assume its place
ค่ำคืนนี้ความรักจะเข้ายึดครองพื้นที่ของมัน
This memory time cannot erase
เวลาแห่งความทรงจำนี้จะไม่ลบเลือนหายไป
Your faith will lead love where it has to go
ความศรัทธาจะนำทางความรักไปสู่ที่ที่มันคู่ควร
Tell him
จงบอกกับเขาไป
Tell him that the sun and moon
บอกกับเขาว่าดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
Rise in his eyes
ส่องสว่างภายในดวงตาของเขา
Reach out to him
เอื้อมมือไปคว้าเขาเอาไว้
And whisper
แล้วกระซิบที่ข้างหูเขา
Whisper words so soft and sweet
กระซิบด้วยคำพูดละมุนที่ทั้งนุ่มนวลและหอมหวาน
Hold him close to feel his heart beat
ดึงเขามากอดเอาไว้ให้รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นดังของเขา
Love will be the gift you give yourself
ความรักจะเป็นดั่งของขวัญที่เธอจะมอบให้กับตัวเอง
Never let him go
ไม่มีวันให้เขาจากไป