___ หลงพระจันทร์ ☽ ___ | บทที่ 2 (28/11/64)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ___ หลงพระจันทร์ ☽ ___ | บทที่ 2 (28/11/64)  (อ่าน 322 ครั้ง)

ออฟไลน์ x กระต่ายสีเลือด

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0


***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************








「 หลงพระจันทร์ ☽ 」
คุณเจโรม x อารัญ





ผมไม่เคยเจอใครที่เหมือน 'คุณเจโรม' มาก่อน
นักเขียนนิยายที่น่าค้นหา รักสันโดษและมีเสน่ห์ ทั้งยังสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
ทว่าผมกลับรู้สึกถึงอะไรบางอย่างในรอยยิ้มและท่าทีของเขา
อะไรบางอย่างที่หมายถึง 'ความลับ'





- - -




ตัวละครและสถานที่ไม่มีอยู่จริง
เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น

นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศและพฤติกรรมไม่เหมาะสม
ผู้อ่านอายุต่ำกว่า 18+ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
เพื่อให้การเขียนนิยายเรื่องนี้เป็นไปอย่างราบรื่น
ผู้แต่งขอแจ้งไว้ให้ทราบล่วงหน้า

( x พริกกระต่าย )

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-11-2021 13:00:44 โดย x กระต่ายสีเลือด »

ออฟไลน์ x กระต่ายสีเลือด

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: หลงพระจันทร์ ☽ | บทที่ 1
«ตอบ #1 เมื่อ20-11-2021 16:33:51 »




[ หลงพระจันทร์ ]
Jerome x Arlan
- 1 -




















23:29 น.







ตายแล้วไปไหน

ชีวิตหลังความตาย







ผมในช่วงวัย 20 ปีกำลังคิดวนเวียนอยู่ในหัวอย่างไม่รู้จบ ไม่ใช่ว่าสิ้นหวังจนอยากหาทางไปโลกใบสุดท้ายเพียงแต่คิดว่าอีกไม่นานผมอาจจะอดตาย หลังจากที่เงินก้อนสุดท้ายในบัญชีถูกนำไปจ่ายเป็นค่าหอพักจนหมด

และอีกไม่นานผมก็ต้องจ่ายค่าเทอมเพื่อให้ได้เรียนต่อในปีสุดท้ายนี้ ค่าเทอมที่ผมยังคงคิดไม่ตกว่าจะไปหามาจากไหน ถ้ายังลอยเคว้งหางานทำไม่ได้สักที

ทุนเรียนฟรีพร้อมค่าใช้จ่ายคงใช้ไม่ได้กับเด็กที่มีผลการเรียนธรรมดาและปานกลางอย่างผม

ถ้าไม่เรียนก็ไม่ชีวิตที่ดี

ถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีเงินไว้ใช้จ่าย

นั่นแหละ ผมชักเริ่มไม่แน่ใจว่าจะมีชีวิตเพื่ออะไร สุดท้ายแล้วผมก็เหลือแค่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้อยู่ดี ไม่มีทั้งเงิน ทั้งครอบครัวและความฝัน

เสียงท้องร้องดังโครกครากสลับกับเสียงแป้นพิมพ์โน้ตบุ๊คตัวเก่า มือเลื่อนเม้าส์กดเข้าหน้าเว็บเสิร์ชหางานพาร์ทไทม์เป็นครั้งที่ร้อย หน้าเดิมๆ ถูกเปิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า







งานพาร์ทไทม์

งานเงินดีตอนกลางคืน

งานกลางคืน

กู้เงินนอกระบบ…







ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองพระจันทร์เต็มดวงข้างนอกหน้าต่างจากห้องพักเล็กๆ หยุดความคิดชั่ววูบและบอกตัวเอง อย่าคิดทำอะไรโง่ๆ พรุ่งนี้คงจะต้องออกไปเดินหางานทำต่อ แถวนี้คงมีงานลูกจ้างรายวันให้พอทำได้สักงาน

หากบนโลกนี้มีปาฏิหาริย์จริงก็ดี ผมเองอยากจะขอเงินไว้ต่อชีวิตอีกสักหน่อยเหมือนกัน

ติ้ง

เสียงแจ้งเตือนอีเมลในโน้ตบุ๊คดังขึ้น ข้อความข่าวสารจากเว็บหางานถูกส่งมาทุกครั้งที่มีประกาศรับสมัคร วันละห้าฉบับ สิบฉบับ แต่การตอบรับอีเมลของผมยังคงว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เสียงโทรศัพท์เพื่อเรียกไปทำงานอย่างที่หวัง

คงจะมีก็แค่ ‘แทนทัพ’ เพื่อนสมัยเด็กและเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่โทรมาหาบ่อยๆ

“ว่าไง”

[เป็นยังไง หางานได้หรือยัง]

“ยังเลย เปิดๆ ดูอยู่” ผมเอนหลังพิงเก้าอี้ หลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า การหางานพาร์ทไทม์เงินดีๆ ในช่วงปิดภาคเรียนบนเว็บไซต์ยากกว่าการเดินเท้าไปสมัครงานเป็นแรงงานถูกกดราคาขั้นต่ำเป็นไหนๆ คนตกงานก็เยอะ เรียนยังไม่จบ ไม่มีประสบการณ์ก็เป็นข้อจำกัดในการหางานทำ

[เสียงเหมือนคนไม่มีแรง ได้กินข้าวบ้างไหมวะ]

“กินสิ เพิ่งกินไปเอง” ผมตอบ อย่างน้อยก็ยังมีข้าวสารติดหม้อไว้ประทังชีวิตอยู่แหละนะ

[กินเยอะๆ ปิดเทอมแล้วก็อย่าเงียบหายไปนะเว้ย ถ้าเครียดเรื่องเงินก็ยืมเงินกูก่อน มีเมื่อไหร่ค่อยคืน]

“ก็ของเก่ายังไม่ได้คืนเลย จะยืมอีกได้ไง” ผมหัวเราะ มองแบงก์สีแดงยับๆ สามสี่ใบบนโต๊ะ เข้าใจความเป็นห่วงของเพื่อน “ตอนนี้ยังพอมีเหลืออยู่ ไม่ต้องห่วง”

[เหลือเท่าไหร่]

“…” ผมเงียบ ไม่ได้ตอบ คำนวณเงินในใจอย่างน้อยถ้าเจียดใช้จ่ายอย่างประหยัดก็น่าจะพอค่ากินอีกสักสองสามสัปดาห์ แต่สิ่งที่กังวลคือเงินค่าเทอมที่ต้องจ่ายต่างหาก

[กูเป็นห่วงจริงๆ นะ อย่าฝืนมาก ของเก่าไม่คืนก็ยืมอีกได้ มึงมีแล้วค่อยคืน]

“อือ ถ้าไม่ไหวจริงๆ จะบอก ขอบคุณมากนะ”

[บอกให้จริงเถอะ ไม่ต้องมาขอบคุณอะไรหรอก]

“ช่วยตั้งเยอะขนาดนี้ไม่ขอบคุณได้ไง” ผมหัวเราะ ทัพเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่ไม่ต่างอะไรจากคนในครอบครัว แม้พวกเราจะฐานะต่างกันแต่ทัพไม่เคยทำให้ผมรู้สึกด้อยกว่าเลยสักครั้ง มีแต่จะช่วยเหลือให้กำลังใจ

[แทบไม่ได้ช่วยอะไรเลย เออ จะบอกว่าพี่ปุ่นถามถึง จำพี่ปุ่นได้ไหม]

“จำได้สิ ช่วยให้ได้ทำงานเป็นสตาฟตั้งหลายวัน” ผมจำลูกพี่ลูกน้องของทัพที่นิสัยดีอย่างพี่ปุ่นได้ ผมได้ค่าจ้างงานที่พี่ปุ่นช่วยแนะนำตั้งหมื่นกว่าแต่ก็ใช่ว่างานมันจะมีตลอด

[พี่ปุ่นกำลังต้องการคนไปช่วยงาน ถ้ามึง-]

“งานอะไรเหรอ ฮัลโหลทัพ? ทัพได้ยินไหม”

เสียงทัพขาดหายไปก่อนจะพูดจบ

หลังจากนั้นก็มีเสียงติ๊ดดังขึ้นเหมือนกับถูกตัดสายทิ้ง ผมลดมือลงมองหน้าจอโทรศัพท์ มองสัญญาณที่ขึ้นเต็มปกติ อาจเป็นเพราะฝนใกล้จะตกกับห้องที่อยู่มุมอับ คลื่นสัญญาณจึงไม่ค่อยดีเท่าที่ควร

ติ้ง

ผมละความสนใจจากสายที่ถูกตัดไปของแทนทัพ เมื่อเสียงแจ้งเตือนอีเมลใหม่ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ คิดว่าคงเป็นข้อความแจ้งเตือนจากเว็บสมัครงานเหมือนทุกที แต่ไม่ใช่.. ผมคิดผิด

หัวใจผมกระตุกวูบ เพ่งมองหน้าให้แน่ใจอีกครั้ง







inbox : แจ้งนัดสัมภาษณ์งาน







ผมแทบไม่หายใจตอนอ่านหัวข้ออีเมล ไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าใจผมเต้นแรงจนแทบทะลุอกขนาดไหน แต่ถึงอย่างนั้นก็กลัวว่าจะเป็นสแปมอีเมลที่ตัวเองชอบทิ้งเมลไว้ตามเว็บหางานหรือบางทีก็อาจจะงานลูกโซ่ ตัวแทนขายอะไรแปลกๆ ทำให้ผมดีใจเก้อ

ขอให้เป็นงานที่ดีเถอะ

ผมภาวนา กดเข้าอ่านอีเมลอย่างระวังราวกับกลัวว่ากดผิดแล้วมันจะหายไป หน้าจอโน้ตบุ๊คกะพริบเปลี่ยนหน้า ข้อความในอีเมลมีเนื้อหาแจ้งนัดสัมภาษณ์งานในวันเสาร์นี้ ตอนสิบโมงตรงพร้อมทั้งแนบแผนที่ในการเดินทางมาให้เรียบร้อย

บ้านเลขที่ 9

ผมรู้ว่ามันไม่ดีที่ส่งอีเมลไปหลายๆ ที่จนจำไม่ได้ว่าตัวเองส่งไปที่ไหนบ้าง จำต้องเลื่อนกลับขึ้นไปอ่านในรีพลายอีเมลที่ตัวเองเขียนอีกครั้งถึงได้นึกออก และไม่แปลกใจว่าสถานที่ทำงานจะเป็นบ้านที่พักอาศัย

ผมจำได้อย่างเลือนรางว่าอาทิตย์ก่อนมีประกาศหางานจากโพสต์นึงในกลุ่มเฟสบุ๊ค รับสมัครผู้ช่วยนักเขียนชั่วคราว รายละเอียดงานก็เหมือนทั่วไป ไม่สิ ผมว่ามันเป็นงานที่คนคอมเม้นว่าสนใจเยอะสุดเลยก็ว่าได้

งานช่วยหาไอเดียความคิดเกี่ยวกับนิยาย หาข้อมูลงานอะไรแบบนั้น ทำงานวัน 8 ชั่วโมง หยุดเสาร์อาทิตย์ตามปกติ ผมจำได้ว่ามีค่าเดินทางพร้อมทั้งอาหารให้ต่างหาก ระยะเวลางานแค่สามเดือน บวกกับค่าตอบแทนที่ดูดี ใครๆ ก็อยากได้งานนี้ ผมเกือบจะเลื่อนผ่าน หากไม่เห็นว่าเขารับเฉพาะผู้ชายไม่จำกัดอายุ ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์

แต่ผมไม่คิดด้วยซ้ำว่าตัวเองจะได้รับอีเมลตอบกลับจากงานนี้

แม้จะไม่ใช่การตอบรับเข้าทำงาน เป็นเพียงแค่การนัดสัมภาษณ์เท่านั้นแต่นับว่าโอกาสดีๆ ได้เดินทางมาหาผมแล้วล่ะ


























เช้าวันเสาร์ฝนตกลงมาอย่างไม่เป็นใจ ความชื้น ถนนที่เปียกและอากาศที่เย็นลงทำผมรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว รวมถึงการเดินทางด้วยรถสาธารณะประจำทางเป็นไปอย่างลำบากกว่าเดิม

มันไม่ใช่การเริ่มต้นวันที่ดีเท่าไหร่ ผมได้แต่ภาวนาขอให้สายฝนช่วยชะล้างความโชคร้ายออกไปและให้ได้งานทำสักที

สายฝนที่เย็นฉ่ำตกกระทบร่มในมือก่อนจะหยดลงพื้นกระจายเป็นวงกว้าง รถติดกว่าที่คิด จากที่พักมาถึงปลายทางใช้เวลานานกว่าปกติเกือบยี่สิบนาที ไม่นับรวมกับที่ผมต้องมายืนติดแหง็กอยู่ตรงป้ายรถเมล์เก่าๆ เกือบสิบนาที โชคดีที่ยังพอจะมีเวลาเหลืออีกนิดหน่อย

ย่านผู้ดีเก่าในกรุงเทพ…

แม้จะรู้ล่วงหน้าจากแผนที่ว่าเป็นย่านคนมีเงินแต่พอเอาเข้าจริงผมยิ่งกังวลและประหม่า

ฝนเริ่มซาลง ผมไม่รอช้าที่จะออกเดินเท้าไปบ้านหลังตามนัด แอบมองสำรวจบ้านหลายหลังที่เดินผ่าน รถราคาแพงหลายคันที่ขับสวนทางเป็นระยะบนถนนคอนกรีตเรียบเสมอกันอย่างดี บรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวาย ไม่จอแจด้วยผู้คน แตกต่างจากที่ผมอยู่อย่างสิ้นเชิง

ผมก้มมองสำรวจตัวเองอีกครั้ง…รอบที่สิบ

เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสีดำ ชุดที่คิดว่าสะอาดและดูดีที่สุดในตู้เสื้อผ้า บางทีเขาเห็นผมแล้วอาจเปลี่ยนใจอยากได้คนที่ดูคล่องแคล่ว เป็นมืออาชีพมากกว่านักศึกษาธรรมดา ตัวผอมแห้งเหมือนไม่มีแรงอย่างผมก็ได้

ผมรู้ว่าควรจะมั่นใจในตัวเองแต่ชีวิตหลายปีที่ทำงานก็ใช่ว่าจะเจอแต่นายจ้างที่ดี สัจธรรมบนโลกใบนี้สอนให้เราเรียนรู้ คนบางคนไม่ได้ใจดีและหวังดีกับเรามากขนาดนั้น

แผนที่ในโทรศัพท์ถูกยกขึ้นมาดูอีกครั้ง ตำแหน่งที่ตั้งที่ถูกแนบมากับอีเมลค่อนข้างละเอียดชัดเจน บ้านประตูรั้วไม้ทึบอยู่สุดซอยทางตันแยก 13 ใช้เวลาเดินจากต้นซอยราวๆ 5 นาที

ไม่แย่เท่าไหร่ หมายถึงแถวนี้ก็ไม่ได้อยู่ในซอยเปลี่ยวหรือลึกจนลับตาคนอย่างที่นึกกลัว ความจริงผมเองก็กังวลเลยบอกกับทัพเอาไว้ว่าตัวเองไปสัมภาษณ์งานที่ไหน เผื่อมีอะไรขึ้นมาจะได้ตามหาผมเจอ

ถึงผมใกล้จะอดตายก็ไม่ได้หมายความว่าผมไม่กลัวตาย จริงไหม?

ทว่าผมคงต้องคิดใหม่

เมื่อหยุดยืนหน้าบ้านเลขที่ 9

ผมแหงนหน้ามองประตูรั้วไม้ทึบและกำแพงบ้านที่สูงเกือบสองเมตรอย่างระงับอาการสั่นไหวในใจ มันสูงเสียจนบดบังตัวบ้านจากสายตาของคนภายนอกอย่างมิดชิด บ้านสีขาวหลังใหญ่ข้างในถูกปกคลุมด้วยต้นไม้สูงใหญ่ราวกับถูกซ่อนเอาไว้

หากไม่สังเกตก็คงไม่เห็น

ฝนหยุดตกแล้ว ผมยังยืนละล้าละลังอยู่ที่หน้าประตูรั้วใหญ่ ทุกอย่างเงียบสงบจนชักไม่แน่ใจว่ามาถูกบ้าน ผมไม่มีแม้แต่เบอร์โทรติดต่อเพื่อโทรแจ้ง อีเมลมีรายละเอียดแค่วันและเวลา สถานที่นัดหมายก็เท่านั้น

แต่ยังไม่ทันที่จะได้หันไปมองรอบๆ เพื่อหาอะไรสักอย่างเช่นกริ่งประตู เสียงอินเตอร์คอมไร้สายตรงกำแพงไม่ไกลจากที่ยืนอยู่ก็ดังขึ้นพอดี







(…เข้ามาได้เลยครับ)







เป็นเสียงทุ้มๆ ของผู้ชายคนหนึ่ง…

พร้อมกับเสียงดังคลิกเบาๆ ที่ประตูรั้วเล็กเหมือนกับถูกปลดล็อกราวกับเป็นคำอนุญาตให้เข้าไปข้างในได้ สถานที่ไม่คุ้นชินทำท้องไส้ของผมปั่นป่วนพร้อมๆ กับความหวังที่จะได้งานจากบ้านหลังใหญ่โตค่อยๆ หดเล็กหายไป

ผมผลักประตูเล็กเข้าไปเหมือนกับอลิซในดินแดนมหัศจรรย์

ทุกอย่างหลังประตูและกำแพงสูงให้ความรู้สึกราวกับหลุดเข้ามาอยู่ในหนังสือแต่งบ้านและสวน สวนหย่อมสไตล์อังกฤษซ้ายมือ สนามหญ้าสีเขียวบริเวณหน้าบ้าน สวยงามและกว้างขวางจนคิดภาพการตั้งแคมป์นอนดูดาวนอกบ้านคงได้บรรยากาศที่ดีมากเลยทีเดียว

ไม่นับพื้นคอนกรีตพิมพ์ลายขัดมันอย่างดีที่ทอดยาวไปถึงโรงจอดรถกับชานหน้าบ้านหลังใหญ่ที่มีเก้าอี้ชิงช้าถูกแขวนเอาไว้นั่งเล่นพักผ่อน ทั้งร่มเงาและความเย็นจากต้นไม้ใหญ่ที่ปกคลุม ความเป็นส่วนตัวที่มีรั้วรอบขอบชิดสูงเรียกว่าเป็นบ้านส่วนตัวที่ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกโดยสมบูรณ์แบบ

ผมยืนมองด้วยความคิดหลายอย่างประดังประเดเข้ามาในหัว บางทีงานเขียนของเขาอาจเป็นแค่งานอดิเรก รองจากงานธุรกิจร้อยล้านอะไรสักอย่าง

ความเงียบรอบตัวที่ไม่มีใครสักคนโผล่มามองคนแปลกหน้าอย่างผม ทำให้ผมต้องกึ่งเดินกึ่งจ้ำเท้าเพราะกลัวจะโดนหาว่ามายืนด้อมๆ มองๆ เหมือนโจร

ประตูบ้านที่เป็นกระจกกรอบไม้บานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานถูกปิดไม่ให้มองเห็นด้านในด้วยม่านสีครีม มีแค่เพียงไอเย็นที่ขึ้นเกาะบนกระจกที่พอจะทำให้รู้ว่ามีคนเปิดแอร์อยู่เท่านั้น

ก๊อกๆ

“ขอ..อนุญาตนะครับ”

ผมสูดหายใจเรียกความกล้าทั้งหมดที่มี ผลักประตูเข้าไปข้างในบ้านอย่างสุภาพที่สุด บ้านเงียบเชียบ..ไม่มีใครนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ มีเพียงความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศปะทะผิวพร้อมกับกลิ่นเทียนหอมลอยมาแตะจมูก

ผมไม่อยากจะเสียมารยาทแต่บรรยากาศชักทำผมนึกถึงเรื่องผีหลายๆ เรื่องที่เคยฟัง

“นั่งรอก่อนนะคะ”

“ครับ?” ผมสะดุ้งเกือบสุดตัว หันมองคุณป้าที่เดินออกมาจากด้านหนึ่งของบ้านอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง คุณป้าวัยห้าสิบเศษๆ แต่งกายด้วยชุดแม่บ้านสีครีมดูสุภาพเรียบร้อยและนุ่มนวล หน้าตากับรอยยิ้มใจดีทำผมอุ่นใจขึ้นมานิดหน่อย

อย่างน้อยก็ไม่ยืนเคว้งคว้างไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงดี

“คุณเขาติดสายคุยงานอยู่ค่ะ อีกสักครู่น่าจะลงมา”

“ครับ ขอบคุณมากนะครับ” ผมยิ้มตอบ นั่งบนโซฟาสีเข้มราคาแพงอย่างระวัง ยกมือขอบคุณหลังจากที่คุณป้าวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะตรงหน้า เธอมองหน้าผมแล้วยิ้มอย่างใจดี

“ทำตัวตามสบายนะคะ”

“..ครับ” ผมอ้อมแอ้มตอบไม่เต็มเสียง มองแผ่นหลังของคุณป้าที่เดินกลับไปทางเก่า คุณป้าดูใจดีราวกับผมเป็นแขกมาติดต่องานมากกว่าคนมาของานทำ

แต่ผมไม่รู้จะทำตัวตามสบายในบ้านที่กว้างและเย็นเฉียบขนาดนี้ได้ยังไง ผมห่อตัวลงกับเสื้อเชิ้ตบางๆ ของตัวเองหวังให้มันช่วยสร้างความอบอุ่นก่อนจะหันมองไปรอบๆ บ้านอย่างถือวิสาสะ เพราะไม่รู้ว่าควรทำอะไรฆ่าเวลารอดีนอกจากการมอง

สวนข้างนอกได้รับการตกแต่งอย่างดีมากแค่ไหน ข้างในบ้านก็เป็นไปอย่างที่คิด ชั้นหนังสือบิวอินท์ติดผนังสูงจรดเพดานสะดุดตาตั้งแต่ตอนเดินเข้ามา

ร้อยเล่ม.. ห้าร้อยเล่ม.. เยอะมากพอที่จะบอกว่าเจ้าของบ้านเป็นพวกรักการอ่านไม่ก็นักสะสมหนังสือ หรืออาจจะไม่แปลกที่คนในบ้านหลังนี้เองก็เป็นนักเขียน

ทุกอย่างในบ้านราวกับเปิดกูเกิ้ลหาภาพแนวตกแต่งบ้าน ผมมองเพดานสูงโปร่ง หน้าต่างบานใหญ่ที่ถูกปิดด้วยผ้าม่าน ทั้งสวยงาม ทันสมัย กว้างขวางแต่ยังคงเรียบขรึมด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเข้ม

ผมก้มมองพื้นไม้ มองพรมนุ่มๆ ที่เท้า มองโซฟาสีน้ำเงินตัดกับโต๊ะไม้สีน้ำตาลและไฟสีส้มยิ่งทำให้บ้านดูอบอุ่นเป็นเท่าตัว ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างดี ไม่ใช่แค่เลือกซื้อตามใจแล้วนำมาวางรวมๆ กันเท่านั้น มันยังแสดงถึงรสนิยมของเจ้าของบ้านที่ไม่ใช่แค่หรูหราอึมขรึมอย่างเดียว

เกือบห้านาทีที่ผมยังคงนั่งรออยู่บนโซฟาตัวใหญ่แต่เพราะแอร์ที่เย็นจัดในบ้านทำผมต้องเสียมารยาทอีกครั้งด้วยการขยับตัวลุกขึ้นเดินก่อนที่จะหนาวสั่นทั้งตัว

ตู้โชว์หน้าทีวีจอใหญ่ถูกจัดเรียงด้วยหนังสือต่างประเทศกับตุ๊กตาเซรามิกที่น่าจะเป็นของสะสมจากการไปเที่ยว บางอย่างดูเป็นของสะสมเก่าราคาแพง บางอย่างก็ดูเป็นของตกแต่งตามยุคสมัย

จนกระทั่งสายตาของผมหันไปสะดุดเข้า

สวยจนอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมามองใกล้ๆ มันคล้ายกับก้อนหิน ไม่สิ คล้ายกับคริสตัลก้อนเล็กๆ แต่ผิวสัมผัสขรุขระ

ผมยกมันขึ้นสูงเพื่อกลิ้งเล่นกับแสงไฟจนสะท้อนเป็นประกาย

ส่องเห็นฟองน้ำเล็กๆ เคลื่อนที่อยู่ข้างใน…

มันเป็นอะไรที่ผมไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

“มันคือผลึกควอตซ์น่ะครับ ผมมีอีกหลายก้อนเลยถ้าคุณสนใจอยากดู”

“ขอโทษครับ” ผมสะดุ้งสุดตัวทันทีที่ได้ยินเสียงคนพูด รีบวางผลึกที่ว่าอะไรนั่นกลับลงที่เดิมแต่แล้วผมก็ต้องตกใจเป็นครั้งที่สอง เมื่อหันกลับไปพบว่าคนพูดยืนอยู่ข้างหลังห่างกันไม่ถึงหนึ่งคืบดี

ใกล้จนผมตกใจเซถอยหลังจนเกือบชนตู้โชว์

โชคดีที่มือใหญ่ยังคว้าต้นแขนผมเอาไว้ทัน

“ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะครับ ผมเห็นคุณดูท่าทางสนใจควอตซ์”

“มะ..ไม่เป็นไรครับ” ผมผงกหัวอย่างเงอะงะ หาเสียงตัวเองแทบไม่เจอ ไม่ใช่ความผิดเจ้าของบ้าน ผิดที่ผมถือวิสาสะลุกมาหยิบจับของในบ้านโดยไม่ขอมากกว่า

ผมไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนเดินมายืนอยู่ข้างหลัง

ไม่รู้ตัวจริงๆ …

“ผมคงเสียมารยาทมากที่ให้คุณต้องรอนาน”

“ไม่เป็นไรครับ ไม่ได้นานมากเลยครับ” ..ผมต่างหากที่เสียมารยาท ผมนึกต่อในใจ เสียงทุ้มๆ ทำผมทั้งคลายกังวลทั้งตื่นตนก อย่างน้อยก็ไม่ได้มีน้ำเสียงตำหนิทั้งที่คนเสียมารยาทเป็นคนแปลกหน้าอย่างผม

ผมโล่งใจที่ไม่โดนต่อว่าว่าเป็นขโมย

เขาปล่อยมือออกจากต้นแขนและขยับตัวถอยหลังให้มีพื้นที่หายใจมากขึ้น ผมถึงได้มีโอกาสเงยหน้ามองหน้าเขาชัดๆ ไม่ใช่มองเห็นแค่ปกคอเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงสแล็คเข้ารูปกับสะโพกและขายาวๆ เท่านั้น

“ผมเจโรมครับ เจ้าของงานที่เรียกคุณอารัญมาสัมภาษณ์ในวันนี้”
















- tbc -



#หลงพระจันทร์
ฝากน้องอารัญกับคุณเจโรมไว้ในอ้อมอกด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-11-2021 16:43:42 โดย x กระต่ายสีเลือด »

ออฟไลน์ cakecoco-boom

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 204
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
Re: หลงพระจันทร์ ☽ | บทที่ 1
«ตอบ #2 เมื่อ20-11-2021 20:01:02 »

รอตอนต่อไปนะคะ :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ x กระต่ายสีเลือด

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0




[ หลงพระจันทร์ ]
Jerome x Arlan
- 2 -


















“ผมเจโรมครับ เจ้าของงานที่เรียกคุณอารัญมาสัมภาษณ์ในวันนี้”

ผมมองคนตรงหน้าแล้วนิ่งไปอย่างตกตะลึง เขาไม่ใช่ผู้ชายวัยห้าสิบหรือผู้หญิงวัยสี่สิบที่มีบุคลิกความมั่นใจในตัวเองสูงอย่างภาพวาดในหัวผมแม้แต่น้อย เรียกว่าห่างไกลในความคิดมากเลยทีเดียว

ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมอายุราวๆ สักสามสิบเศษ รูปร่างสูงสง่าและไหล่กว้าง ดวงตาสีน้ำตาลเป็นประกายน่าค้นหา ผิวของเขาขาวจนเห็นเส้นเลือดฝาดจางๆ บนใบหน้า เขาดูดีในเสื้อเชิ้ตสีดำที่ตัดกับสีผิวและกางเกงเข้ารูปรับกับหุ่นที่สูงใหญ่อย่างลงตัว

หล่อ…หล่อมากจนชั่วขณะหนึ่งผมคิดว่าถ้าหากไม่นับรวมดาราที่เคยเห็นในทีวี คนตรงหน้าก็คงเป็นผู้ชายหน้าตาดีคนแรกที่ผมได้เห็นด้วยตาตัวเอง

คุณเจโรมไม่ได้หน้าตาเหมือนคนต่างชาติหรือคนยุโรปเลยซะทีเดียว ถึงชื่อเขาจะให้ความรู้สึกแบบนั้นก็ตาม เขาดูออกไปทางลูกครึ่งเอเชียที่มีเสี้ยวฝั่งยุโรปเสียมากกว่า

ไม่รู้เหมือนกันว่าในหัวสมองตัวเองนึกชมคนตรงหน้าไปกี่ร้อยครั้งแล้วแต่ต้องยอมรับอย่างไม่อายเลยว่าคุณเจโรมคงจะเป็นผู้ชายในอุดมคติของใครหลายคน ทั้งดูภูมิฐาน ทั้งท่าทีสุขุม รอยยิ้มที่ชวนมอง

มีเสน่ห์ในความสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ

ถึงอย่างนั้นผมกลับรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างในรอยยิ้มและท่าทีของเขา ไม่ใช่ว่าไม่น่าไว้วางใจ

แต่ผมอธิบายไม่ได้เหมือนกันว่ามันคืออะไร

“นั่งก่อนสิครับ”

ผมขยับเท้าตามหลังและนั่งบนโซฟาที่เก่า คุณเจโรมนั่งถัดออกไปอีกฝั่งด้วยท่าทีสบายและดูไม่ถือตัว

“สวัสดีครับ ผมอารัญครับ” ผมยกมือไหว้คนตรงหน้า พยายามข่มอาการเงอะงะ เมื่อรู้ตัวขึ้นมาว่ายังไม่ได้ทักทายเพราะมัวแต่ตกใจ

“ทำตัวตามสบายไม่ต้องเกร็งนะครับ ถือว่ามานั่งคุยเล่นกันก็ได้”

ผมคิดไม่ออกเลยจะทำตัวตามอย่างที่เขาว่าได้ยังไง

“เดินทางมาไกลหรือเปล่าครับ”

“ไม่ไกลครับ ปกติใช้เวลาประมาณสามสิบนาทีแต่วันนี้ฝนตกเลยรถติดนิดหน่อยน่ะครับ” ผมเม้มปากตอบอย่างประหม่า ใจเต้นรัว เงยหน้าสบตาคุณเจโรมที่มองตรงมาจึงรีบยื่นแฟ้มงานที่ตัวเองเตรียมไว้ทันที “เรซูเม่ของผมครับ”

“เดินทางไม่ลำบากใช่ไหมครับ”

“ไม่ครับ นั่งสายเดียวก็ถึงแล้วครับ”

“ดีครับ” คุณเจโรมยิ้ม ท่าทางสบายๆ ของเขากลับทำผมรู้สึกประหม่ามากกว่าเดิม ไม่รู้สิอาจจะเป็นเพราะบรรยากาศภายในบ้าน หรืออาจเป็นเพราะ..คุณเจโรม ทำผมเริ่มตระหนักว่าตัวเองกำลังอยู่ผิดที่ผิดทาง

“คุณอารัญรู้รายละเอียดงานแล้วใช่ไหมครับ”

“ครับ”

“ผมเห็นในประวัติว่าเคยช่วยงานในโรงพิมพ์ด้วย พาร์ทไทม์เหรอครับ?”

“เปล่าครับ ไม่ใช่งานพาร์ทไทม์” ผมเกือบจะทำเสียงตัวเองหาย บีบมือทั้งสองข้างตัวเองแน่น ไม่เป็นไรอารัญ ทุกอย่างมันโอเค “แต่ก่อนบ้านเคยมีกิจการโรงพิมพ์น่ะครับ ส่วนแม่เคยเป็นนักเขียนเก่า ผมเลยได้ช่วยงานบ่อยๆ แต่…นานมากแล้วครับ”

ผมตอบอย่างระวัง ไม่ชอบการพูดถึงอดีตมากนัก

นึกโล่งใจที่คุณเจโรมไม่ได้ถามอะไรต่อ เขาเพียงแค่พยักหน้ารับฟังแล้วก้มหน้าอ่านแฟ้มประวัติในมือ ผมเคยผ่านสัมภาษณ์งานมาก็มากแต่คนตรงหน้าคงเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ซอกแซกถามต่อ บางทีมันอาจไม่ได้น่าใส่ใจอะไรแต่บางคนก็ไม่ได้คิดแบบนั้น

“คุณอารัญยังเรียนอยู่หรือเปล่าครับ”

“กำลังจะขึ้นปีสุดท้ายแล้วครับ ตอนนี้อยู่ระหว่างปิดภาคเรียนน่ะครับ”

“ถ้างั้นก็มาทำตามกำหนดเวลางานได้ไม่มีปัญหา” คุณเจโรมเงยหน้าขึ้นมอง ท่าทางจริงจังและมันยากที่ผมจะมองสบตาเขาได้ตรงๆ โดยไม่หลบสายตา “คุณอารัญรู้ใช่ไหมครับว่าผมกำลังมองหาผู้ช่วยนักเขียน”

“ครับ”

“รู้เรื่องขอบเขตงานหรือยังครับว่าต้องทำอะไร”

“ช่วยคิดไอเดียงาน หาข้อมูล กับงานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย..ครับ”

“พูดกันตรงๆ นะครับ” คุณเจโรมวางแฟ้มในมือลงบนโต๊ะ “นอกเหนือจากงานแล้วผมอยากได้คนที่สามารถช่วยจัดการเรื่องความสะอาดได้ด้วย อย่างน้อยก็ในห้องทำงาน ห้องหนังสือ มีหลายเล่มที่ค่อนข้างต้องระวังเป็นพิเศษ มันคงดีกว่าถ้าได้คนที่เข้าใจหนังสือมาดูแล ส่วนเรื่องเงินผมจะแยกให้ต่างหาก”

“ผมทำได้ครับ” ผมเผลอตอบเสียงดังจนดูเสียมารยาท ถ้าคุณเจโรมหมายถึงการทำความสะอาดเพิ่มเติมด้วย ไม่ใช่ปัญหาเลย ปัญหาของผมตอนนี้คือการไม่มีงานทำ ไม่มีเงินต่างหาก

“ครับ ดีใจที่คุณอารัญชอบทำความสะอาดนะครับ” รอยยิ้มและน้ำเสียงขบขันของคุณเจโรมทำผมรู้สึกร้อนฉ่าไปทั้งหน้าจนอยากจะหายตัวไปสักนาที

“ขอโทษครับ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมชอบคนที่ดูกระตือรือร้นหน่อยแบบคุณอารัญ” คุณเจโรมยิ้ม เหยียดตัวตรงวางมือบนตักมองผมด้วยท่าทีจริงจัง ดูดีเสียจนเหมือนนักธุรกิจคุยงานใหญ่มากกว่าสัมภาษณ์งาน “แต่มีอีกเรื่องที่คุณอารัญต้องรู้ก่อนเกี่ยวกับงานของผม เรื่องสำคัญ”

“…”

“ดูเหมือนคนที่ช่วยโพสต์งานให้ไม่ได้ระบุรายละเอียดสำคัญที่ควรใส่ลงไป ผมเลยต้องแจ้งให้คุณอารัญทราบก่อนถึงจะเสียมารยาทที่มาพูดเอาวันสัมภาษณ์”

“เรื่อง..อะไรเหรอครับ”

“ผมเขียนนิยายอีโรติกครับ”

“…”

“ไม่แน่ใจว่าคุณอารัญจะสะดวกใจที่ต้องช่วยหาไอเดียให้งานแนวนี้ด้วยไหม”

“นิยาย..อีโรติก..?”

“ครับ”

ผมมองหน้าคุณเจโรมแล้วนิ่งไปอีกครั้ง โอเค ฟังไม่ผิดแน่นอน นิยายอีโรติก…ค่อนข้างอยู่เหนือความคาดหมายของผมไปมากเลยทีเดียว คนตรงหน้าดูเหมาะกับนิยายสืบสวนอะไรแนวนั้นมากกว่าแต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมควรตัดสินเขาในทันทีหรอก

“ผมไม่เคยทำแนวนี้มาก่อนครับ” ผมยอมรับตรงๆ หลังจากเงียบไปอึดใจหนึ่ง มันคงดีกว่าโกหกไปแล้วทำเขาเสียงาน “แต่ไม่ได้ลำบากใจถ้าได้ทำนะครับ”

“ไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนใจใช่ไหมครับ ทัศนคติเรื่องงานเพื่อให้งานเป็นไปตามทิศทางเดียวกันค่อนข้างสำคัญ ถ้าหากคุณไม่แน่ใจผมอยากให้คุณได้มีเวลากลับไปคิด เพราะทางเราเองก็ผิดที่ไม่ได้แจ้งผู้สมัครงานก่อน”

“ไม่ครับ”

คุณเจโรมหยุดพูด เขามองผมอย่างพิจารณาอีกครั้ง

ผมดูมั่นใจตัวเองหรือดูอยากได้งานมากไปจนไม่น่าเชื่อถือหรือเปล่านะ

“คือ…ผมชอบอ่านวรรณกรรมเลยเลือกเรียนคณะอักษร ถ้าได้ทำงานหลายๆ แนวน่าจะเป็นการเรียนรู้ที่ดี ส่วนเรื่องแนวงานเขียน ผมเคยช่วยงานเพื่อนที่เป็นนักเขียนเกี่ยวกับแนวพวกนี้บ่อย” ผมลังเลใจขึ้นมานิดหน่อยก่อนจะพูดต่อ “แต่เอ่อ..เป็นนิยายชายรักชายครับ”

“ถ้างั้นคุณอารัญก็ไม่มีปัญหาเรื่องแนวผู้ชายกับผู้ชาย?”

“ครับ”

คุณเจโรมมองผมด้วยรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า หากผมไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองมากไป เขาดูพอใจและผมเองก็ดีใจที่เห็นว่าเขาเองก็ไม่ได้แสดงสีหน้าหรือท่าทีอย่างที่ผมกลัวออกมา

ผมไม่ได้โกหกที่เคยช่วยงานเพื่อนเกี่ยวกับฉาก sex หรือแนวงานชายรักชาย ไม่ว่าจะแนวไหนมันก็คือผลงานศิลปะของการใช้ภาษาทั้งนั้น ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือจะอ่านเพื่อจรรโลงใจก็ตาม

แต่ทั้งหมดนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผมเป็นผู้เชี่ยวชาญอะไรหรอก ถ้าหากทางทฤษฎีผมได้คะแนนเก้าสิบ ภาคปฏิบัติผมคงติดลบร้อยเลยทีเดียว

“ถ้าอย่างนั้นนอกจากแนวงานที่ผมทำแล้วก็ยังมีอีกอย่างที่คุณอารัญจะต้องรู้เพิ่มด้วย”

“อะไรเหรอครับ”

“ผมอยากให้คุณอารัญช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของผมครับ ไม่พูดเรื่องงานหรือเรื่องผมกับใคร ผมค่อนข้างหวงความเป็นส่วนตัวนิดหน่อย หวังว่าคุณอารัญคงไม่มีปัญหาใช่ไหมครับ?”

“ครับ ไม่มีครับ”

ผมไม่มีคำถามต่อในใจ ทุกอย่างคือคำตอบเมื่อคุณเจโรมได้พูดออกมา คำพูดและน้ำเสียงที่เหมือนเป็นคำสั่งกลายๆ และผมก็เข้าใจในทันที ไม่ว่าจะบ้านที่กำแพงสูงเหมือนถูกตัดขาดจากภายนอกหรือเรื่องรับงานเฉพาะผู้ชายเท่านั้น

คุณเจโรมคงจะเป็นนักเขียนประเภทเก็บตัว รักสันโดษหรืออาจมีหน้าตาในสังคมที่ผมไม่มีวันเข้าถึง

ผมไม่ควรรู้อะไรมากนัก นอกจากงานที่ได้รับมอบหมาย

“ทดลองงานหนึ่งอาทิตย์นะครับ ถ้าหากไม่ผ่านผมจะให้ค่าเสียเวลาคุณด้วย”

“ครับ?”

“วันจันทร์นี้สะดวกเริ่มงานเลยไหมครับ ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง หากงานไม่เสร็จคุณอารัญสามารถค้างคืนได้ใช่ไหมครับ”

ผมมองหน้าคุณเจโรมอย่างงุนงง การสัมภาษณ์งานเหมือนยังไม่ทันได้คุยอะไรมากเลยด้วยซ้ำ ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่พลาดที่จะคว้าโอกาสเอาไว้ทันที

“สะดวกครับ ผมค้างคืนได้ครับ”

“ส่วนนี่เป็นหนังสือที่ผมเขียน คิดว่าคุณอารัญน่าจะเอาไปอ่านเพื่อรู้แนวการเขียนก่อนที่เราจะได้เริ่มทำงานด้วยกัน” คุณเจโรมหยิบหนังสือที่อยู่ใต้โต๊ะไม้ขึ้นมาสามเล่มแล้วเอื้อมมาวางลงตรงหน้า

“นิยายแปล?”

“ฉบับแปลไทยน่ะครับ น่าจะอ่านง่ายกว่า” คุณเจโรมอธิบาย ท่าทีสุภาพ “ผมเขียนนิยายภาษาอังกฤษส่งสำนักพิมพ์ต่างประเทศแต่คุณอารัญไม่ต้องช่วยเรื่องนั้นนะครับ ผมแค่อยากได้ไอเดียดีๆ เพิ่มเติมเวลาคิดงานไม่ออก ช่วงนี้สมองมันไม่ค่อยรักดีเท่าไหร่”

คุณเจโรมพูดจาติดตลก ผมกลับเม้มปากเป็นเส้นตรง หยิบหนังสือตรงหน้าขึ้นมามองพร้อมกับรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อบินวนอยู่ในท้อง ยังคงเป็นอีกเรื่องที่เหนือความหมายของผม คุณเจโรมเป็นผู้ชายที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเท่และมีเสน่ห์มากจริงๆ ไม่ใช่แค่เพียงหน้าตา ทั้งท่าทางที่ไม่ถือตัวและความสามารถของเขา ไม่แปลกที่จะอยู่บ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้

แต่อาจจะแปลกก็ตรงที่เขาประกาศรับสมัครงานแบบทั่วๆ ไปและยอมรับคนไม่มีประสบการณ์ในด้านนี้อย่างผมให้ทดลองทำงานด้วย ใช่ ผมไม่มีแม้แต่ทักษะด้านภาษาอังกฤษที่ดีด้วยซ้ำ

“ไม่ต้องเครียดนะครับ ขอแค่คุณอารัญกระตือรือร้นอยากจะทำก็พอ”

“…”

“ผมเองก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาเขียนนิยายอีโรติกเหมือนกัน ทุกอย่างคงถูกกำหนดไว้แล้วน่ะครับเหมือนที่คุณจะได้ทำงานนี้ด้วย”

คุณเจโรมพูดอย่างใจดี ผมบีบหนังสือในมือจนแน่นราวว่ากับได้ฝากทั้งชีวิตไว้กับมันแล้ว ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยอ่านแต่ไม่เคยได้อ่านเพื่อศึกษาเรียนรู้อย่างจริงจังมากมายนัก การอ่านกับการมาเป็นผู้ช่วยในงานเขียนมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

“ขอบคุณนะครับ วันจันทร์ผมต้องมากี่โมงเหรอครับ”

“เวลานี้ก็ได้ครับ หรือถ้าวันไหนคุณอารัญอยากจะสายสักหน่อยก็โทรมา อ้อ ยังไม่มีเบอร์ใช่ไหมครับ งั้นจดเบอร์โทรไว้เผื่อมีอะไรจะได้โทรแจ้ง”

“ได้ครับ” ผมล้วงหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าๆ จากกางเกงอย่างรู้สึกเขรอะเขินนิดหน่อยเพราะโทรศัพท์ที่ใช้ทั้งเก่า ตกรุ่นมาหลายปีแถมยังหน้าจอแตกจนเกือบมองไม่เห็น ไม่มีอะไรเข้ากับบ้านราคาแพงหลังนี้เลยสักนิดเดียว ผมรีบกดเซฟเบอร์คุณเจโรมเรียบร้อยแล้วยัดเก็บเข้ากระเป๋าตามเดิม

“วันทำงานเอาเสื้อกันหนาวมาก็ได้นะครับ ถ้าคุณหนาว”

“ขอบคุณครับ” ผมลุกขึ้นยืน ความเย็นของเครื่องปรับอากาศทำขาผมตึงจนรู้สึกเจ็บเมื่อต้องเหยียดยืนตรงอีกครั้ง แต่มันก็ยังไม่มากเท่ากับตอนที่คุณเจโรมขยับเท้าเดินเข้ามาใกล้ นัยน์ตาสีน้ำตาลที่เป็นประกายไม่ต่างกับผลึกควอตซ์ทำผมรู้สึกเหมือนโดนดึงดูดอีกครั้ง

“ดีใจที่ได้เจอคุณอารัญนะครับ”


































ช่วงเย็นของวันอาทิตย์ แทนทัพขับรถมาชวนผมออกไปกินข้าวที่ห้างใกล้ๆ หอพัก ถึงจะเกรงใจที่ทัพออกปากเลี้ยงข้าวเพราะผมยังไม่มีเงินมากพอจะจ่ายค่าข้าวมื้อละเป็นร้อยแต่ทัพก็ยังเป็นคนที่เก่งในเรื่องหว่านล้อมให้ผมไม่กล้าปฏิเสธคำชวนจนได้

ทัพเลือกร้านชาบูเล็กๆ ร้านประจำที่ชอบมากินกันบ่อยครั้งไม่ว่าจะเปิดเรียนหรือสอบเสร็จ ราคาไม่ได้แพงมากและนั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมยอมตกลงออกมาด้วย

“ฉลองให้กับคุณอารัญที่ได้งาน” ผมหัวเราะขำ มองหน้าแทนทัพที่อารมณ์ดีกว่าคนได้งานอย่างผมเสียอีก

“ไม่เห็นต้องฉลอง หาเรื่องอยากกินมากกว่า”

“นานๆ ทีกินทีก็ต้องมีเรื่องฉลองหน่อยสิจะได้พิเศษ เมื่อวานไปสัมภาษณ์งานเป็นไงบ้าง ดีเปล่า?”

“ก็..ปกติดี เหมือนงานทั่วๆ ไป” ผมตักหมูในหม้อต้มขึ้นมาใส่จานไม่ยอมมองสบตาเพื่อน ผมไม่ได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับงานมากนัก อย่างที่รู้คุณเจโรมต้องการรักษาความเป็นส่วนตัวและผมก็จะรักษาสัญญาเช่นกัน

“ไม่ได้ไปรับงานอะไรแปลกๆ นะ?”

“งานอะไรที่ว่าแปลก” ผมมองทัพทั้งรอยยิ้ม เข้าใจความหมายของทัพแต่ก็แสร้งทำเป็นถามกลับ “ไม่รับงานแบบนั้นหรอก ไม่ใช่ว่าไม่กลัวสักหน่อย”

ผมตอบ ตอบโดยที่แน่ใจว่าสำหรับแทนทัพหรือคนอื่นการช่วยงานเขียนนิยายอีโรติก นับเป็นงานแปลกไหมแต่สำหรับผมมันก็เป็นงานเขียนอย่างหนึ่ง

“ถ้าไม่ใช่งานแปลก กูก็สบายใจหน่อย หมู่บ้านแถวนั้นมีแต่คนรวย ถ้าเจอคนไม่ดีก็ต้องปฏิเสธนะไม่ใช่ฝืนทำต่อ”

“ได้ครับคุณแทนทัพ”

“คุณทัพเทิบอะไร เมื่อวันนั้นที่โทรไปอยู่ดีๆ สายก็ตัด กำลังจะบอกเลยว่าพี่ปุ่นเปิดร้านกาแฟแล้วอยากได้พนักงานเพิ่ม มึงน่าจะไปทำได้ พี่เขาเอ็นดูมึงจะตาย”

“เหรอ สงสัยที่ห้องไม่ค่อยมีสัญญาณ ตอนนั้นอีเมลสัมภาษณ์งานมาพอดีเลยแต่ว่ายังต้องทดลองงานหนึ่งอาทิตย์ ไม่รู้ว่าจะได้งานจริงๆ ไหม”

ผมเองก็ชักไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำได้ดี

หลังจากที่กลับมาจากบ้านคุณเจโรม ผมเอาหนังสือนิยายที่ได้รับมาเปิดอ่านในทันที ตั้งใจจะอ่านเพื่อดูเนื้อหาและแนวงานเขียน แม้จะเป็นฉบับแปลไทยมาอีกทีแต่ถึงอย่างนั้นเนื้อหาก็เป็นสิ่งที่คุณเจโรมเขียนไว้อยู่ดี

นิยายรักอีโรติก ไม่ใช่เพียงแค่เสนอฉากหวาบหวิวอย่างเดียว มีทั้งฉากบู๊ ฉากดราม่าที่นิยายเล่มนึงพระเอกเป็นตำรวจสืบสวนคดี อีกเล่มเป็นนักธุรกิจสุดฮอต เนื้อเรื่องชวนน่าติดตาม ผูกปมชวนให้สงสัยอยากรู้ตอนจบจนผมเปิดอ่านถึงตีสาม

แน่นอนว่าบทสำคัญคงไม่พ้นเกี่ยวกับเรื่อง sex บางฉากก็วาบหวาม บางฉากก็เร่าร้อน ฉากบนเตียงที่เรียกว่าเหมือนพาตัวเองเข้าไปมีอารมณ์ร่วมอยู่ในนั้นด้วย ทำผมรู้สึกร้อนฉ่าไปทั้งหน้า ถึงอย่างนั้นก็ตั้งใจอ่านเพราะมันเป็นส่วนสำคัญที่ผมต้องเรียนรู้และเข้าใจ

ทว่าก็ยังมีนิยายเล่มหนึ่ง…

ผมคิดว่ามันค่อนข้างต่างจากเล่มอื่นๆ เรียกว่าเป็นรสนิยมส่วนตัวชัดเจน เนื้อหาค่อนข้างดุดันและหยาบโล้น รวมถึง…อุปกรณ์ที่ใช้ตอนมีเซ็กส์

ผมจะไม่ตัดสินว่าคนเขียนจะต้องเป็นอย่างนั้นซะทีเดียว

ไม่มีนักเขียนแนวฆาตกรต้องเป็นฆาตกรจริงๆ สักหน่อย

“มึงทำได้อยู่แล้ว ถ้าไม่ไหวร้านกาแฟพี่ปุ่นก็ต้องอยากรับคนขยันอย่างมึงเข้าทำงานอยู่ดี อย่ากังวล ได้งานพี่ปุ่นทำแน่นอน”

“ขอบใจนะ” ผมยิ้ม แทนทัพพูดแบบนั้นผมก็เบาใจ ถ้าหากพลาดงานนี้ผมก็ดีใจที่จะได้ทำงานกับคนใจดีอย่างพี่ปุ่นแต่งานของคุณเจโรมก็เป็นสิ่งที่ท้าทายและไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้โอกาสดีๆ เข้ามา ผมเองก็อยากรู้ว่าตัวเองจะข้ามขีดจำกัดเรื่องงานไปได้ถึงขนาดไหนเหมือนกัน

“ว่าแต่งานที่ได้ เกี่ยวกับงานอะไรนะ เขียนนิยายใช่ไหม?”

“ก็ช่วยหาไอเดียการเขียนแหละ หาข้อมูลงาน คงจะมีให้ช่วยทำความสะอาดหนังสือบ้าง”

“อืมม ก็ดีนะ ถ้าได้งานนี้ตอนเรียนจบแล้วจะได้มีเรซูเม่ดีๆ” ผมพยักหน้า อีกแค่ปีเดียวก็จบแล้ว ถ้าได้งานตรงตามสายที่เรียนมาก็คงดี บางทีหลังจากจบงานนี้คุณเจโรมอาจมีคอนเนคชั่นให้ผมเพื่อไปทำงานอื่นต่อ หวังว่านะ

“แล้วเป็นอะไร ดูไม่ค่อยสดชื่น”

“ก็เปล่านะ อาจจะเหนื่อยมั้ง เมื่อคืนนอนฝันร้ายไปหน่อย”

“ฝันร้ายเรื่อง?” ผมเงยหน้ามองทัพ ลังเลใจที่จะเล่าขึ้นมาแวบนึง ไม่ใช่ว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่อยากเล่าอะไรหรอกแต่แค่..ไม่รู้สิ “ก็เล่าออกมาจะได้คลายเครียด ไม่เก็บไปคิดคนเดียวไง”

“ฝันไร้สาระน่ะ แค่..ฝันว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ในบ้านหลังนึง”

“บ้านร้างเหรอ”

“เปล่า ไม่ใช่บ้านร้างแต่ไม่รู้บ้านใคร” ผมโกหกดื้อๆ รู้ทั้งรู้ว่าบ้านหลังนั้นคือบ้านใคร ผมจำได้ไม่ผิดอย่างแน่นอน “ตัวเองกำลังเดินเล่นในสวน สักพักสายตาก็หันไปเห็นว่ามีคนกำลังยืนมองอยู่หน้าบ้าน”

“ผี?”

ผมส่ายหน้า เอาตะเกียบเขี่ยหมูในถ้วย

ไม่รู้คิดถูกหรือคิดผิดที่เล่าออกมาให้แทนทัพฟัง มันเป็นแค่เรื่องไร้สาระแต่ตัวเองก็แอบสงสัยว่าทำไมถึงฝันเหมือนกัน

“ไม่ใช่ผีแล้วน่ากลัวยังไง ฝันว่าไปบ้านหลังนึงแต่ไม่ใช่บ้านร้าง หันไปเห็นคนยืนมองอยู่แล้วก็ไม่ใช่ผีอีก”

“ก็พอหันไปเห็นตกใจก็เลยวิ่งหนีนั่นแหละ เคยวิ่งหนีในฝันไหม เหนื่อยเหมือนจริงเลย”

“เคยดิ ตอนฟังเรื่องผีแล้วเก็บไปฝันว่าวิ่งหนีผี ตื่นมาหอบอย่างกับวิ่งจริง” ผมหลุดขำ ความจริงทัพค่อนข้างกลัวผีแต่ก็ชอบฟังเรื่องอะไรพวกนี้มาก ซึ่งดูขัดกับบุคลิกคุณชายมาดเซอร์ของมันนิดหน่อย

“นั่นแหละ ไม่รู้ทำไมถึงวิ่งหนีเหมือนกันทั้งที่ในฝันก็รู้ว่าเป็นคน” ผมชะงักนิดหน่อยก่อนเล่าต่อ “แต่พอจะหนีออกประตู ประตูบ้านที่เหมือนว่าควรจะอยู่ตรงนั้นก็หายไป”

“…” ทัพแทบจะวางช้อนลง

“หันไปอีกที..ก็เจอคนที่ยืนมองตรงหน้าบ้านก็ย้ายมายืนอยู่ข้างหลังแทนแล้ว”

“ผี?”

“ก็บอกว่าไม่ใช่ผี” ผมหัวเราะ “ไม่รู้ว่าใคร..ก็ตื่นพอดีเลย แค่นั้นแหละ”

“ตอนแรกยืนอยู่หน้าประตูบ้านแล้วหันมาอีกทีเห็นว่ายืนอยู่ข้างหลัง ไม่ใช่ผียังไง ดูก็รู้ว่าผี”

ใช่ ผู้ชายในฝันคนนั้นไม่ใช่ผีหรอก

แต่เป็น ‘คุณเจโรม’ ต่างหาก

ผมจำเขาได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะตื่นหรือหลับ

ผมคิดว่าตัวเองคงจะตกใจกับเหตุการณ์ก่อนหน้าและคิดเรื่องงานก่อนนอนมากไปจนเก็บไปฝัน แต่สิ่งที่ติดใจคงมีเพียงเรื่องเดียว… ผมรู้สึกเหมือนว่าคุณเจโรมกำลังพูดอะไรบางอย่าง

บางอย่างที่ผมไม่ได้ยิน




















- tbc -
#หลงพระจันทร์

แม้เพิ่งจะถึงแค่ตอนที่ 2
แต่มีคนบอกรออ่านสักคนสองคนก็ดีใจมากแง้วค่า t-t
ขอบคุณมากนะคะ 

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 421
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
รอๆตอนต่อไป :hao7: :hao3:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด