StrayLove [ร] รักอีกสักครั้ง
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: StrayLove [ร] รักอีกสักครั้ง  (อ่าน 700 ครั้ง)

ออฟไลน์ StrayKid

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
StrayLove [ร] รักอีกสักครั้ง
« เมื่อ17-09-2021 01:09:20 »

เพราะความผิดพลาดในอดีต ทำให้ผมอยากที่จะเจอกับเขาอีกครั้ง...
อย่างน้อยๆ ขอให้ผมได้บอกความรู้สึกกับเขาอีกสักครั้งก็ยังดี...


-------------------------------------------

       
[ร] รักอีกสักครั้ง

         
STATUS : Feel Good / love in college.

เรื่องราวความรักของ ขุนเขา และ แทนคุณ

ในอดีต ขุนเขา ได้แอบชอบรุ่นน้องอย่าง แทนคุณ เลยตัดสินใจสารภาพความในใจออกไป
แต่กลายเป็นว่า จู่ๆแทนคุณก็หายตัวออกไปจากชีวิตของเขา

ด้วยความรู้สึกผิดของแทนคุณที่อยากจะแก้ไข ก็เลยเลือกที่จะหนี(ตาม)มาเรียนที่เดียวกับขุนเขาสะเลย!!!

ความรักครั้งอดีตจะถูกสานต่อขึ้นมาอีกครั้งได้หรือไม่

จุดเริ่มต้นชีวิตในรั้วมหาลัย มิตรภาพที่แสนวุ่นวายกับผองเพื่อน และความรักที่กำลังจะก่อตัวขึ้นอีกครั้ง

ขุนเขาจะยังรอน้องแทนคุณอยู่หรือไม่ แล้วน้องแทนคุณจะบอกรักขุนเขาได้สำเร็จรึปล่าว

ติดตามเรื่องราวความรักวุ่นๆของหนุ่มๆได้ใน "StrayLove [ร] รักอีกสักครั้ง"



"ผมไม่รู้ว่าเขายังรอฟังคำตอบของผมอยู่ไหม"
"ถึงแม้ว่าผมอาจจะกลายเป็นอดีตหรือคนแปลกหน้าสำหรับเขาไปแล้ว"
"แต่ผมก็ยังอยากจะบอกกับเขาว่า ผมก็ชอบเขาเหมือนกัน!!!"

------------------------------

หมายเหตุ : ภายในเรื่องจะมีการอ้างอิงถึงจังหวัดและมหาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือ โดยผู้อ่านสามารถทำการหาข้อมูลอ้างอิงสถานที่เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านได้ โดยส่วนตัวคนเขียนนั้นพื้นเพลเป็นคนที่เกิดและเติบโตที่นั่น เลยอยากที่จะหยิบยกเอาสิ่งที่ประทับใจ กิจกรรม และวัฒนธรรมเด่นๆมาแชร์ให้เพื่อนๆนักอ่านได้สัมผัสไปด้วยกัน หากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

:seng2ped: :seng2ped: :seng2ped:

สารบัญ






Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-10-2021 11:26:56 โดย StrayKid »

ออฟไลน์ StrayKid

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-09-2021 23:39:03 โดย StrayKid »

ออฟไลน์ StrayKid

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
[ร] ครั้งแรก

      คุณเคยอดทนรอคอยใครสักคนแบบผมบ้างไหม?
      รอเพื่อที่สักวันจะได้เอ่ยถ้อยคำ ๆ หนึ่งกับ ‘เขา’ คนนั้น
      รอเพื่อที่สักวันจะได้กลับมาเจอกัน ‘อีกครั้ง’

     
        ‘กูชอบมึง’

         ‘…..’

    ภาพของเด็กชายคนหนึ่งรูปร่างสูงโปร่งสันทัดในชุดนักเรียนสีขาวสะอาดกับกางเกงสีน้ำเงิน อายุราวๆสิบห้าสิบหกปี เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นและจริงจัง นัยตาคมคู่สวยจับจ้องมองไปยังคู่สนธนาตรงหน้าอย่างไม่ละสายตาด้วยความรู้สึกสั่นไหว

         ‘มันอาจจะฟังดูแปลก ที่อยู่ๆผู้ชายด้วยกันจะมาบอกชอบกันแบบนี้’

         ‘…..’

         ‘กูก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกที่กูมีให้มึงมันเปลี่ยนไปตั้งตอนไหน แต่กูมองมึงเป็นคนสนิทอีกไม่ได้แล้วว่ะ’

         ‘.....’

         ‘กูขอแค่มึงรับรู้ความรู้สึกของกูก็พอ ขอแค่กูได้อยู่กับมึงแบบนี้ต่อไปอีกสักหน่อย’

         ‘.....’

         ‘แต่ถ้าความรู้สึกของมึงเหมือนกับกู พรุ่งนี้ตอนเย็นมึงมาเจอกับกูที่เดิมได้ไหมวะ’

         ‘ที่เดิม?’ เด็กหนุ่มคู่สนธนา ขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย

         ‘ใช่ที่เดิม ที่ๆมีแค่มึงกับกูที่รู้ว่ามันคือที่ไหน ถ้ามึงมา กูจะถือว่าความรู้สึกของมึงกับกูเหมือนกัน แต่ถ้าไม่ ถือว่าวันนี้กูไม่เคยพูดเรื่องนี้กับมึงเลยก็แล้วกัน’

         ‘อืม ผมก็..’

          ครืด ครืด

         ‘แม่กูโทรมาแล้วว่ะ กูไปก่อนนะ เจอกันพรุ่งนี้’

         ‘อะ..อื้ม เจอกันพรุ่งนี้’
         
         เด็กชายยิ้มน้อยๆตอบกลับ แล้วจึงลุกหมุนตัวเดินออกไปจากสนามฟุตบอลของโรงเรียนขนาดใหญ่อันดับต้นๆของจังหวัด ซึ่งเป็นที่ประจำของทั้งคู่ในช่วงหลังเลิกเรียนที่จะนัดรวมตัวกันมาเตะบอลหรือสุมหัวทำอะไรแผลงๆกันกับแก๊งเพื่อน เด็กชายเดินออกไปยังซุ้มประตูทางออกซึ่งอยู่ติดขอบสนามอย่างช้าๆแต่ก็หยุดเดินไปเสียดื้อๆ พร้อมกับหมุนตัวกลับมาอีกครั้ง มองสบตาคู่สนทนาด้วยความรู้สึกหลากหลายและแปลกใหม่สำหรับทั้งคู่ ใบหน้าหล่อคมค่อยๆเผยยิ้มออกมาอีกครั้ง และโบกมือลาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งออกไป และนั้นก็เป็นภาพจำครั้งสุดท้ายที่ผมได้เจอกับเขา…

         พรึบ!!

         ดวงตากลมสวยค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นในห้องที่มืดสลัว ภายในห้องยังคงสงบเงียบเหมือนเดิม มีเพียงเสียงของเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำหน้าที่ของมันกับแสงไฟจากภายนอกที่ลอดผ่านผ้าม่านสีขาวโปร่งเข้ามาเท่านั้น เด็กหนุ่มค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆพรางสายตาที่เคยมืดบอดในความมืดค่อยๆปรับให้เห็นถึงความชัดเจนกับสิ่งใหม่รอบกายมากขึ้น สายตาสอดส่องไปยังรอบบริเวณหอพักที่เขาพึ่งเข้าย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ได้เพียงไม่นาน ความรู้สึกวาบโหวงภายในจิตใจที่คอยกัดกินกลับมาอีกครั้ง ซึ่งเขาไม่เคยชินกับความรู้สึกแบบนี้เลยสักนิด
         
         “เฮ้อ…อะไรกันนักกันหนานะ” ผมถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายและปลงตกเสียไม่ได้ของตัวเองกับเรื่องนี้มาไม่รู้เท่าไหร่

     สี่ปีแล้วสินะ…จริงๆเรื่องนี้ผมควรจะลืมๆมันไปได้ตั้งนานแล้ว มันก็เป็นแค่ความทรงจำในช่วงวัยเด็กที่มันผ่านมานานมาก แต่เพราะไอเพื่อนตัวดีมันดันรู้ความลับของผมเข้าโดยบังเอิญน่ะสิ แถมมันยังเป็นพวกชอบหวังดี(เผือก)กับเรื่องของชาวบ้านด้วยแล้ว ผมไม่น่าพลาดดื่มจนเมาแล้วหลุดปากเผยความลับที่ไม่เคยบอกกับพวกมันมานับแรมปีออกไป แถมพวกมันยังเห็นดีเห็นงามให้ผมตามหาเขา จนสุดท้ายก็ยังยุแยงตะแคงรั่วปั่นหัวให้ผมมาสมัครเรียนต่อที่มหาลัยเดียวกับเขาอีก แล้วผมก็บ้าจี้ทำตามที่พวกมันบอกด้วยไง ผมล่ะปวดหัวกับตัวเองจริงๆ

     ผมหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาตรวจเช็คอีกครั้ง แสงไฟบนหน้าจอสี่เหลี่ยมแสดงเวลาเกือบๆตีสี่เข้าไปแล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะต้องเตรียมตัวเข้ามหาลัยเพื่อไปขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาใหม่ประจำปีการศึกษาล่าสุดที่กำลังจะมาถึง
    ชีวิตมหาลัยของผมกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วสินะ นึกแล้วก็ตื่นเต้นดีเหมือนกันแฮะ แต่สิ่งที่ผมตื่นเต้นมากกว่าเห็นจะไม่ใช่เรื่องนี้น่ะสิ

     ผมเปิดเข้าไปยังแอพสื่อสารสีเขียวสว่างหรือก็คือแอพพลิเคชั่นไลน์ที่ทุกคนคุ้นเคยนั้นแหละครับ เมื่อเห็นแจ้งเตือนแท็กข้อความชื่อ จึงกดเข้าไปยังกลุ่ม ‘ศาลาปากหมา’ ที่มีสมาชิกอยู่ที่หมดสี่คนหรือก็คือกลุ่มแก๊งเพื่อนสนิทของผมนั่นเอง
     แก๊งของผมประกอบไปด้วยสมาชิกหลักๆทั้งหมดสามคน(รวมผมด้วยก็เป็นสี่) ก็คือ โดม ธันวา และ เฟลิกซ์ ซึ่งก็เป็นเพื่อนที่พึ่งจะรู้จักมักจี่กันได้ไม่ถึงสี่ห้าปีแต่กลับกลายเป็นว่าพวกมันเป็นเหมือนเซฟโซนของผมไปเสียดื้อๆ เป็นกลุ่มเพื่อนที่สามารถแบ่งปันหรือกล่นด่าอะไรก็ได้ให้พวกมันฟัง เพราะเราถือคติแก๊งเราว่า เพื่อนช่วยเพื่อนและจะไม่มีความลับต่อกัน (แต่ไม่ใช่เรื่องนี้โว้ย!!) จนล่าสุดก็ยังไม่ยอมแยกจากกันเลยยกขโยงกันมาเรียนมหาลัยทางภาคเหนือด้วยกันทั้งแก๊งอีก แต่แค่คนละคณะตามความชอบของแต่ละคนเพียงเท่านั้น ซึ่งพวกมันก็ต้องค่อยๆปรับตัวกับสภาพแวดล้อมแบบใหม่เพราะส่วนใหญ่เป็นคนที่เกิดและเติบโตจากเมืองกรุงเสียทั้งหมด ซึ่งต่างจากผมที่พื้นเพลเป็นคนเหนืออยู่แล้วเลยอยู่ได้สบายๆ

     ผมค่อยๆกวาดสายตาเพื่อสอดส่องความเคลื่อนไหวของ พวกปากหมา โดยข้อความหลักๆก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากพวกมันจะบ่นเกี่ยวกับปัญหาสารทุกสุขดิบกับความตื่นเต้นที่พรุ่งนี้จะได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาเต็มตัว แถมแชร์รูปสาวสวยในคณะของแต่ละคนมาอวดเบ่งกันอย่างน่ารำคาญ แต่ประเด็นสำคัญที่ทำให้ผมหัวใจสั่นคลอนมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นเท่าไหร่

     ข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน
         
         23.56 น.

         Domethana_T
         เชี่ย!! มึงดูสาวคณะนี้โครตแจ่ม
         แนบไฟล์รูป
         ส่งสติกเกอร์รูปหมีกำลังส่งจูบ

         Felix_fff
         มึงแมร่งมาแต่รูป ไหนวาร์ปว่ะ!!

         Tunwa.krs
         @Domethana_T ทำงานไม่ได้เรื่อง
         ส่งสติกเกอร์แมวทำหน้าเหนื่อยหน่าย
         
         Domethana_T
         เอ้า!! ไอสัสกูหามาให้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว!!  555+

         Tunwa.krs
         ดีมากเพื่อนรัก! แต่จะดีกว่านี้ถ้ามึงไปหาวาร์ปมาให้พวกกูส่องด้วย!!
         
         Felix_fff
         ส่งสติกเกอร์แมวทำหน้าอ้อนวอน

         Domethana_T
         ส่งสติกเกอร์หมีทำท่าวันธยาหัตถ์ในเชิงรับทราบ

         Tunwa.krs
         @Felik_fff @Domethana_T ทำดีครับเพื่อน

         Domethana_T
         แต่กูเจอเด็ดกว่านั้นว่ะ
         แนบลิงค์โพส
         @Taen.kun กูว่ามึงต้องชอบ อิอิ!!

         Tunwa.krs
         เชี่ยยยยยย ~

         Felix_fff
         ส่งสติกเกอร์แมวทำหน้าตาเขินอาย
       
Taen.kun
         ไอสัสโดม
         
ส่งสติกเกอร์รูปหมาทำหน้าโกรธ

     ไอโดมได้วางระเบิดไว้ในกลุ่มอีกแล้วครับท่าน!! แล้วคนซวยก็คือผมไงครับ ไหงกำลังคุยเรื่องสาวๆอยู่ดีๆวกกลับมาเรื่องของผมไปได้ นี้ล่ะครับที่เขาว่าคนไม่อยู่เท่ากับนินทาได้ แต่อย่าให้ถึงตาผมนะคอยดู จะขยี้ให้แหลกคึไปเลย!!

      ไอโดมเพื่อนรัก(เพื่อนร้าย) ทิ้งลิงค์ข้อความโพสเฟสบุ๊กที่เป็นหน้าเพจเพจหนึ่งชื่อเพจว่า ช้างเผือกในป่า ซึ่งเป็นเพจที่ค่อนข้างที่จะโด่งดังในหมู่นักศึกษามหาวิทยาลัย เนื่องด้วยเป็นเพจที่รวบรวมเอาเหล่าบรรดาหนุ่มหล่อ สาวสวย ที่จัดได้ว่าหน้าตาดุจเทพปั้นภายในมอมัดรวมกันอยู่ในเพจนี้ก็ว่าได้ โดยหัวข้อหลักๆจะพูดถึงความเคลื่อนไหวหรือกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในมอและมีเหล่าบรรดาช้างเผือกนี้ล่ะที่เรียกความสนใจได้เป็นอย่างดี (ช้างเผือก เป็นชื่อแทนลักษณะช้างป่าที่มีสีขาวและหาได้ยาก ซึ่งทางมหาวิทยาลัยของผมใช้สัญลักษณ์เป็นช้าง ทางเพจเลยใช้ช้างเผือกแทนสัญลักษณ์เสมือนหนุ่มหล่อสาวสวยในเพจที่โดดเด่นจากช้างตัวอื่นๆ)

         เพจ ช้างเผือกในป่า ( White elephant in the jungle )
             
             ( 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา )
          ที่สุดก็ต้องคนนี้แล้วค่ะแม่ !! ที่ทำให้เจ๊เบื่อทะเลแล้วอยากขึ้นไปปีนขุนเขาแทน แอร๊ ~
      มุมเผลอยังหล่อขนาดนี้ ถ้าจิกกล้องแตก เจ๊ไม่ละลายตายไปเลยหลอคะเนี่ย!!

      ขุนเขา วิศวกรรมศาสตร์ ปีสอง
      Ig : Khun.kkt
      cr : เจ๊แต๋วแห่งหอแต๋วแตก
      #ท่านขุน #ขุนเขา #ทีมเมียท่านขุน #ช้างเผือกในป่า

         แนบรูป

           คนถูกใจ Domethana และอื่นๆอีก 3.2K แสดงความคิดเห็น 756 แชร์ 2,564 ครั้ง

         ความคิดเห็นล่าสุด
     แยมๆไม่กินผัก : กรี๊ดดด อยากขึ้นเขาไปกับเจ๊เลยค่ะ ใครไหวไปก่อนแต่ฉันไม่ไหว อ๊อก~
     แซมมี่ ที่แปลว่า เต่า : สนใจรับคนดูแลสักคนไหมคะ ฮือ TT
     Siwa Maiken : kittiya มาดูผัวค่ะแม่
                         Kittiya : ที่สุดแล้ว หล่อ เรียนเก่ง ครบองค์ประกอบพ่อของลูกค่า
     Domethana : Taenkun woramath

         หัวใจของผมเริ่มกระตุกไหววูบอีกครั้ง เมื่อเห็นภาพของชายหนุ่ม ใบหน้าเรียวคมคายแบบฉบับชายไทย กับส่วนสูงที่คาดการณ์ได้ราวๆ หนึ่งร้อยแปดสิบถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ผิวขาวเนียนลับกับใบหน้าสุขใส จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากที่หยักได้รูป พร้อมกับสวมเสื้อช็อปสีกรมเข้มขับผิวกับกางเกงบลูยีนส์เข้ารูปยิ่งเสริมให้เขาดูเท่เข้าไปอีก กำลังนั่งเหม่อลอยบริเวณใต้ถุนตึกเรียนสักแห่งหนึ่งในมหาลัย ไม่แปลกเลยที่ สาวแท้สาวเทียมในมอจะให้ความสนใจเข้าได้ขนาดนี้

         ผมค่อยๆคลี่ยิ้มจางๆพรางนึกหวนกลับไปยังความทรงจำในสมัยเด็กอีกครั้ง
 ใครจะไปคิดว่าจากเด็กน้อยท่าทางกระโดกกระเดกคนนั้นจะโตขึ้นมาเป็นหนุ่มหล่อเหลาเอาการได้ขนาดนี้ 
         ความคิดถึงวันวานค่อยๆถาโถมซัดเข้ามาหาผมอีกครั้ง ความรู้สึกที่หวังไว้ลึกๆว่าอยากมีโอกาสได้เจออีกสักครั้ง แต่ถึงกระนั้นความรู้สึกเหล่านี้มันมาพร้อมกับภาพความทรงจำที่เป็นเหมือนฝันร้ายคอยตามหลอกหลอนผม ความรู้สึกที่ค้างคาภายในใจ เพียงได้แต่เฝ้ารอเวลาและขอโอกาสอีกสักครั้งที่ผมจะได้แก้ไขอดีต ถึงแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าถานะตอนนี้ของเราทั้งคู่อาจจะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันไปแล้วก็ตาม
      ผมก้มลงมองเวลาที่หน้าจอมือถือ เวลาตอนนี้ก็ปาไปเกือบจะตีสี่ครึ่งแล้ว ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าผมก็จะได้เปลี่ยนสถานะใหม่จากเด็กมัธยมปลายกลายเป็นน้องใหม่เฟรชชี่ จากรุ่นพี่มัธยมจะกลายเป็นน้องใหม่มหาลัย ความตื่นเต้นเข้ามาแทนที่ ทำเอาผมแทบนอนไม่หลับ ชักจะอดใจไม่ไหวที่จะได้พบกับช่วงชีวิตแบบใหม่สะแล้วสิ
      ผมกดล็อกหน้าจอและโยนมือถือกลับไปยังหัวเตียงอีกครั้งเมื่อคิดว่าสมควรแก่เวลาที่ต้องนอนพักเอาแรงเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้

         “ขอให้เป็นวันเริ่มต้นที่ดีด้วยเถอะ สาธุ!!” ผมยกมือพนมขึ้นมาพรางพึมพัมให้กำลังใจตัวเองสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ แล้วนำพาตัวเองกลับสู่ห้วงนิทราต่อไป
               
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-09-2021 02:20:20 โดย StrayKid »

ออฟไลน์ StrayKid

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
จากใจ StrayKid
«ตอบ #3 เมื่อ17-09-2021 01:45:12 »

สามารถติชมผลงานเพื่อเป็นกำลังใจที่จะให้ StrayKid นำไปปรัปปรุงเป็นการต่อไป  o13 :bye2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-09-2021 15:57:53 โดย StrayKid »

ออฟไลน์ StrayKid

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
[ร] ครั้งที่สอง

     กริ๊ง กริ๊ง ~

         “…”

         ผมลืมตาตื่นขึ้นด้วยความงัวเงียสุดขีด หลังจากที่ฝันเมื่อคืนก็แทบจะไม่ได้นอน จนเกือบๆเช้ามืดนั่นแหละถึงจะข่มตาหลับได้  แต่ตอนนี้ เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ยังคงดังแผดเสียงอย่างต่อเนื่องจนน่ารำคาญ จนผมต้องฝืนสังขารลากตัวเองให้ลุกจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมเข้ามหาลัย ตามจุดนัดหมายที่นัดกับพวกเพื่อนๆเอาไว้

        ผมมองดูเตียงนอนสีกรมสลับขาวลายตารางสลับอย่างอาลัยอาวรณ์อีกครั้ง แล้วจึงลากตัวเองเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ เกือบๆยี่สิบนาทีเศษ จวบจนเวลาบนฝาผนังชี้เลขแปดเข้าไปแล้ว ผมจึงต้องเร่งรีบจัดแต่งตัวเองเพราะเดี๋ยวไอโดมจะมารับและจะไม่ทันเวลานัดเอา

         “สวัสดีนักศึกษาใหม่” ผมยกยิ้มมองตัวเองในกระจกด้วยท่าทางภูมิใจ ตอนนี้ผมอยู่ในชุดนักศึกษาถูกระเบียบของมหาลัยด้วยเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็คสีดำ เข็มขัดที่มีตราสัญลักษณ์ของมอที่พึ่งแกะออกมาจากซอง และรองเท้าหนังสีดำด้าน เซทผมสักหน่อยเพื่อไม่ให้ดูรกหูรกตาจนเกินไป มองไปมองมาผมก็ดูดีไม่หยอกเหมือนกันนะเนี่ย อิอิ!!

         ครืด ครืด

          เสียงมือถือผมดังขึ้นเป็นจังหวะ หน้าจอแสดงข้อความจากไอโดมว่ามันมาถึงล่างหอของผมแล้ว สุดท้ายผมจึงตรวจสอบเอกสารทุกอย่างอีกครั้งก่อนที่เปิดประตูและล็อกห้อง รีบวิ่งสี่คูณร้อยลงมาหาไอโดมทันที

         “ช้านะมึงอ่ะ”ไอโดมเอ่ยด้วยเสียงเล็กเสียงน้อยในลำคอ

         “ที่เมียมึงช้ามึงยังไม่เห็นบ่น กับเพื่อนกับฝูงเนอะ ไอสัส”

         “อุ๊บ๊ะ นั่นเมียไม่ใช่เพื่อน ถ้ากูบ่นกูก็ได้ตายคาตีนพราวอ่ะดิ ฮ่าๆๆ ไปๆ เดียวพวกไอธัน ไอเฟ จะรอ”

         ว่าแล้วไอโดมก็เดิมนำไปยังรถมอเตอร์ไซค์พีซีเอ็กสีขาวสลับแดงคันเก่งที่มันขอจากที่บ้านเอามาใช้ที่เชียงใหม่เพราะเวลาไปไหนกับเพื่อนจะได้สะดวก โชคดีที่หอผมกับไอโดมอยู่ในซอยเดียวกัน ทำให้เวลาไปไหนมาไหนก็มีมันนี้แหละเป็นเพื่อร่วมทาง ทำให้ไม่เหงาไปโดยปริยาย แถมประหยัดน้ำมันอีกต่างหากคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!!!

         เพียงไม่ถึงสิบนาทีเราก็มาถึงจุดนัดพบภายในมอ ไอโดมกับผมเรียนคณะเดียวกันนั้นก็คือคณะบริหารธุรกิจแต่เพียงคนละสาขากันเท่านั้น ส่วนไอธันวาเรียนวิศวะตามที่ครอบครัวมันขอไว้เพื่อสืบทอดกิจการจากที่บ้านต่อ ไอเฟลิกซ์รายนั้นสายติสต์แตกจึงเลือกเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์

         “เดี๋ยวกูกับไอคุณจะไปรวมตัวกับที่คณะก่อน ส่วนมึงกับไอธันวา ถ้าเสร็จแล้วก็ไลน์มาหาพวกกูโอเคไหม” ไอโดมเอ่ยขึ้นหลังจากพวกผมนั่งสุมหัวรอเวลาเกือบๆเก้าโมงเช้า ซึ่งก็ใกล้เวลานัดรวมตัวนักศึกษาของแต่ละคณะแล้ว

         “โอเค กูน่าจะเสร็จไม่เกินเที่ยง ยังไงเดี่ยวไปแดกข้าวกัน” เฟลิกซ์ตอบรับแล้วจึงลุกแยกตัวออกไปเพราะคณะมันก็เรียกตัวแล้วเหมือนกัน

        “ของกูน่าจะเสร็จประมาณบ่าย ยังไงถ้าพวกมึงเสร็จก่อนก็มาหากูที่คณะแล้วกัน” ธันวาเอ่ยทิ้งท้ายแล้วจึงเดินแยกตัวออกไป โชคดีที่คณะของพวกผมสามคนอยู่ในโซนหลังมอเกือบทั้งหมด แต่จะมีแค่คณะไอธันวาเท่านั้นที่ไกลกว่าเพื่อนมากที่สุด

         “ปะมึง” ผมพูดกึ่งลากไอโดมให้เดินตามไปที่คณะ เพราะไอนี้แม่งมัวแต่เดินเอื่อยเฉื่อยม่อสาวตลอดทาง นี้ขนาดมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วนะ ยังไม่สามารถลดความเจ้าชู้ของมันได้เลยจริงๆ แต่โชคดีที่พราวแฟนของโดมไม่ได้อยู่มอเดียวกัน ไม่งั้นได้มีศึกตีมวยกันเกิดขึ้นแน่ๆ และถ้าถามว่าใครชนะก็ต้องเป็นพราว เพราะไอโดมน่ะกลัวเมีย ฮ่าๆๆ

         ใช้เวลาไม่นานพวกผมก็เดินกันมาที่จุดรวมพลของคณะ โดยมีรุ่นพี่คอยป่าวประกาศให้คำแนะนำผ่านโทรโข่งเสียงดังเจี๊ยวจ้าว บวกกับปริมาณนักศึกษาและผู้ปกครองที่เนืองแน่น ทำให้บรรยากาศวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ  สุดท้ายเมื่อใกล้เวลานัดหมายรุ่นพี่สต๊าฟจะแยกเหล่าเฟรชชี่ออกมาบริเวณใต้ถุนอาคารและจัดสรรให้น้องๆได้นั่งกันอย่างสะดวก สักพักใหญ่ๆจึงมีหญิงสาวร่างเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มพร้อมกับโทรโข่งสีขาวแดงขนาดใหญ่ในมือ เดินออกมาหนเาบริเวณแถว

         “สวัสดีค่าา น้องๆลูกช้างเชือกใหม่ของเรา พี่ชื่อพี่น้ำค้างนะคะ เป็นประธานสโมสรนักศึกษาปีนี้ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะจ๊ะ” หญิงสาวกล่าวท่าทางทะมัดทะแมงเอ่ยแนะนำตัวเสียงสดใสผ่านทางโทรโข่ง
         “เอาล่ะค่ะ พี่จะขอให้น้องๆทุกคนลุกขึ้นและเข้าแถว ตามรายชื่อเรียงตามลำดับนะคะ ส่วนพี่สต๊าฟช่วยน้องๆจัดแถวด้วยนะคะ เอ้าลุย!!”

      นักศึกษาทุกคนต่างลุกขึ้นและจัดเรียงตามคำแนะนำของพี่ๆสตาฟอย่างทุลักทุเล เนื่องด้วยปริมาณนักศึกษาที่ค่อนข้างมากและพื้นที่ที่ค่อนข้างมีอยู่อย่างจำกัด
         หลังจากการจัดแถวเรียบร้อยแล้ว กลายเป็นว่าผมเกือบอยู่ท้ายสุดของแถวส่วนไอโดมยืนเด่นเป็นสง่าอยู่หัวแถว เนื่องจากการจัดแถวจะเรียงตามตัวอักษรไทยเพื่อให้เป็นระบบระเบียบในการลงทะเบียนมากขึ้น กลายเป็นว่าผมก็ยืนเคว้งอยู่ตรงนี้ ผิดกับไอโดมที่ตอนนี้เริ่มมีแต่รุ่นพี่ให้ความสนใจเป็นพิเศษ แต่ก็ต้องยอมรับแหละว่าไอโดมมันหน้าตาดีที่สุดในกลุ่มจริงๆ แถมส่วนสูงมันก็เกือบๆร้อยเก้าสิบเซน ไอนี้แมร่งโตไวฉิบหายเมื่อก่อนยังตัวเท่ากันอยู่เลย กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ผมกลายเป็นหมากระเป๋าสำหรับมันไปสะได้ คิดแล้วก็เสียใจ ทำไมพระเจ้าถึงได้รักไอโดมมากกว่าผมกันนะ ฮึก กระซิกๆ

         สักพักหลังจากจัดระเบียบแถวเสร็จแล้ว จะมีรุ่นพี่สต๊าฟเข้ามาให้คำแนะนำเกี่ยวกับคณะและช่วยตรวจสอบเอกสารอีกครั้งเพื่อเป็นการทำให้แน่ใจว่า นักศึกษาทุกคนจะได้รับการลงทะเบียนอย่างถูกต้องและไม่มีใครตกหล่นไป

         “เพื่อเป็นการไม่ให้น้องๆนั่งเบื่อกัน เรามาเล่นกิจกรรมแนะนำตัวกันดีกว่าค่า!! ขอเสียงน้องๆปีหนึ่งของพี่หน่อยสิคะ ~  “พี่น้ำค้างโพล่งขึ้น หลังจากเห็นว่านักศึกษาทุกคนนั่งเข้าแถวเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว

         “เฮ้~ ?!” ทุกคนเอ่ยเสียงเบาแบบไม่มีความรู้สึกร่วมใดๆทั้งสิ้น รวมทั้งผมด้วย

         “แหม่ อย่าพึ่งเหงาหงอยกันสิจ๊ะ สันทนาการเตรียมพร้อม สาม สี่!!“

     ตึง ตึง ตึง ~!!

         “น้องชื่ออะไร เอ้า! น้องชื่ออะไร น้องชื่อ … น้องชื่อ … ชอบทำท่าอย่างงี้ๆ ชอบทำท่าอย่างงี้ๆ ทำแล้วสบายใจดี ทำแล้วสบายใจดีอย่างงี้ๆ สบายใจจัง ~ “

         พี่ๆสันทนาการเริ่มร้องเพลงเป็นจังหวะเพื่อสร้างความครึกครื้นให้กับน้องๆ และเป็นการละลายพฤติกรรมและสานสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ๆได้ง่ายขึ้นด้วย

         “น้องชื่ออะไร เอ้า! น้องชื่ออะไร น้องชื่อ…” จุดพีคมันอยู่ตรงนี้ครับ พี่น้ำค้างเต้นไปเต้นมาแล้วเหมือนจะสะดุดตาเข้ากับไอโดมเข้าให้เลยเอาโทรโข่งไปจ่อปากไอโดม แถมไอโดมยังทำหน้าตาเลิกลั่กแบบโครตขำ ฮ่าๆๆ

         “ชะ ชื่อ โดมครับ “

         “ เอ้า! น้องชื่อโดม เอ้า! น้องชื่อโดม ชอบทำท่าแบบไหนจ๊ะ?… “พี่น้ำค้างยังคงดึงดันฉุดกระชากลากถูให้ไอโดมลุกขึ้นมาเต้นและสาธิตวิธีการทำท่าประจำตัวแบบที่ชอบให้ไอโดมดู แถมกึ่งบังคับให้ไอโดมเต้นตามอีก

         “ชอบทำท่าแบบนี้ๆ ชอบทำท่าแบบนี้ๆ ทำแล้วสบายใจดีทำแล้วสะบายใจดี แบบนี้ๆสบายใจจัง ~!!”
         “กรี๊ด!!!” ผมนี้แทบจะเอามือปิดหูเมื่อสาวเล็กสาวใหญ่ต่างพากันแผดเสียงส่งให้ไอโดมหลังจาก มันทำท่าเต้นชูมือทัดหูชูสองนิ้วแล้วขยับไปมาสุดน่ารัก ซึ่งไม่เหมาะกับหน้าตาของมันสักนิด ผมนี้อยากจะเก็บภาพเอาไว้แบล็กเมล์ในกลุ่มปากหมาจริงๆ ฮ่าๆๆ

         “ทำใจสงบๆหน่อยนะคะ สาวๆ เห็นเป็นหนุ่มหล่อหน่อยไม่ได้เลยนะจ๊ะ เอาล่ะเรามาสัมภาษณ์น้องโดมกันหน่อยดีกว่า น้องโดมจ๊ะแนะนำตัวกับเพื่อนๆหน่อย” พี่น้ำค้างยื่นโทรโข่งให้กับโดมเพื่อให้ใช้แนะนำตัว

         “สะ สวัสดีครับ ผมโดม ธนา ศิลปการสกุล รหัสนักศึกษา XX0510023 ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” ไอโดมกล่าวด้วยเสียงตะกุกตะกักกึ่งๆเขินอายเล็กน้อยขณะแนะนำตัวและส่งยิ้มจางๆ

         “กรี๊ด!!!”

         “อุ๊ยตายแล้ว น้องโดมกินอะไรทำไมถึงหล่อขนาดนี้คะเนี่ย สงสัยใครได้เป็นพี่รหัสคงต้องฟินจิกหมอนเหมือนพี่แน่ๆเลยใช่ไหมคะ” พี่น้ำค้างส่งเสียงออดอ้อนท่าทางทะเล้นเพื่อเรียกเสียงฮาให้กับบรรดาเด็กใหม่

         “หุหุ ฟินกันพอแล้วนะคะ ต่อไปน้องโดมคะ พี่จะให้โอกาสเลือกเพื่อนหนึ่งคนโดยใช้สุ่มจากรหัสนักศึกษาขึ้นมาร่วมกิจกรรมกับพี่จ๊ะ “

         เอาละสิครับ ขนสันหลังผมนี้ลุกขึ้นชูชันขึ้นมาทันที เมื่อไอโดมเริ่มยกยิ้มมุมปากท่าทางชั่วร้ายและทำท่าทางเป็นนึกสุ่มเลขภายในสมองอันน้อยนิดของมัน และจ้องมองมายังผมด้วยสายตาแวววาว ทำไมน่ะหลอครับ ก็เพราะมันรู้รหัสนักศึกษาของผมไง!!

         “เอาเป็น รหัส 295 แล้วกันครับ” ไอโดมยิ้มด้วยท่าทางใสซื่อสุดๆ แต่มันไม่ใช่ไงครับ มันจงใจจะแกล้งผม!!

         “อุ๊ต๊ะ พี่ขอเชิญน้องรหัส 295 ลุกมาหาพี่หน่อยจ้า อยู่ไหนเอ่ย “พี่น้ำค้างประกาศผ่านโทรโข่งอีกครั้ง เมื่อได้หมายเลขสุ่ม(ก็บ้าแล้ว)จากไอโดมด้วยความพึงพอใจ พร้อมกันกับเสียงกลองจากสันทนาการดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องลุกเดินออกไปหาทั้งคู่บริเวณหน้าแถว

         “เอาละจ๊ะ แนะนำตัวให้พี่นิดนึงนะคะ”พร้อมกับยื่นโทรโข่งเข้ามาจ่อที่ปากของผม

         “เอ่อ สวัสครับ ผมชื่อ แทนคุณ วรเมธ กิติยากุล รหัสนักศึกษา XX0510295 ครับ”

         “หืม สายรหัสในตำนานนี้” เซียงซุบซิบจากพี่สต๊าฟดังลอดเข้ามา
         
         “อุ๊ยตายแล้ว!! รหัส 295 นี้มีตำนานนะคะน้องคุณ แต่พี่จะอุ๊บ! ไว้ก่อนเดี๋ยวจะไม่ตื่นเต้น ไหนๆก็มีเพื่อนสองคนมาร่วมกิจกรรมแล้ว ต่อไปพี่ขอเชิญพี่ๆสันทนาการมาเล่นกิจกรรมกับน้องๆหน่อย เอ้า สาม สี่ ~ “

         เสียงกลองบรรเลงเป็นจังหวะขึ้นอีกครั้งพร้อมกับพี่สันทนาการพาก่อนออกมาเต้นรอบๆพวกเราอีกครั้งและกระชากลากถูผมกับไอโดมไปเต้นร่วมด้วยท่าทางที่แปลกประหลาด ซึ่งไอโดมก็บ้าจี้เต้นตามด้วยไง เขาจ้างมาเต้นหนึ่งร้อย แต่ใส่แรงไปร้อยห้าสิบไม่ให้เกียรติใบหน้าอันหล่อเหล่าของมันเลยสักนิด ซึ่งเรียกเสียงตลกฮือฮาได้เป็นอย่างดี ซึ่งผมก็ตลกท่าเต้นพิลึกพิลั่นของมันไปด้วย
 
         “ว้าว!!! “

         “มึงๆๆ พี่จูเนียร์มาแก หล่อมว๊าก “

         “หล่อจริงแก ฉันนี้เคยเห็นแต่ในรูปว่าหล่อแล้วนะ ตัวจริงคือดี โชคดีที่เลือกเรียนคณะนี้นะเพื่อนก็หล่อ รุ่นพี่ก็ดี นอนตายตาหลับแล้วค่า”

         “พี่โบว์ก็คือสวยฟ้าประทานมาก ทำไมฉันไม่เกิดมาหน้าตาแบบพี่เขาบ้างนะ ฮือ อิจฉาอ่ะ!!”

         อยู่ๆก็มีเสียงร้องดังลอดผ่านออกมาจากปลายแถวเมื่อมีกลุ่มรุ่นพี่ชายหญิงกลุ่มหนึ่งเดินฝ่าพี่สันทนาการเข้ามาหยุดล้อมรอบบริเวณด้านหลังแถว พี่ๆมาในชุดเสื้อเชิทสีม่วงแก่และมีสัญลักษณ์ของคณะติดอยู่บนบริเวณอกด้านซ้าย กับกางเกงยีนส์ได้รูปสีกรมเข้ม ส่งเสริมให้พวกเขาดูดีเหมือนกับตัวละครที่หลุดออกมาจากในนิยายเลยก็ว่าได้

         “อ่ะ มาได้จังหวะพอดีเลย พี่ขออนุญาตแนะนำสมบัติของคณะเราให้น้องๆได้รู้จักนะจ๊ะ
คนนี้พี่จูเนียร์ เดือนคณะปีสอง และพี่โบว์ดาวคณะปีสองของเราเองจ้า ขอเสียงปรบมือต้อนรับหน่อยจ้า”

          “กรี๊ด ~ !!”

     พี่จูเนียร์และพี่โบว์ยิ้มรับบางๆและโค้งคำนับตอบรับการแนะนำตัวจากพี่น้ำค้าง แต่เพียงแค่นั้นก็สามารถเรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างดี ต้องยอมรับจริงๆว่าพี่จูเนียร์หล่อในแบบฉบับหนุ่มเกาหลีที่สาวๆชอบจริงๆ ผมสีน้ำตาอ่อนกับทรงผมทูบล็อคยิ่งส่งเสริมให้ใบหน้าของเขาดูหล่อเท่ขึ้นไปอีก ผิวขาวใสกับร้อยยิ้มกระชากสาวๆใจอีก ไม่แปลกเลยที่จะได้ตำแหน่งสมบัติของคณะแถมพ่วงตำแหน่งเดือนคณะอีก ส่วนพี่โบว์นี้ไม่ต้องบรรยายอะไรมาก นางฟ้าชัดๆ!!! ขนาดผมนี้มองแล้วยังเคลิ้มเลยให้ตายเถอะ

         ผมรู้สึกสะดุดตากับพี่จูเนียร์เป็นพิเศษ  ทำไมกันนะผมถึงรู้สึกคุ้นเคยกับพี่จูเนียร์แปลกๆเหมือนผมจะเคยเห็นพี่เขาหรือเคยรู้จักมาก่อนที่ไหนสักแห่งแต่ผมก็นึกไม่ออก ผมยืนจ้องพี่จูเนียร์อยู่นานจนเหมือนเจ้าตัวจะรู้สึกตัวว่าผมจ้องอยู่ จึงหันมาทางผมแล้วส่งยิ้มจางๆกลับมาให้

         “เงียบหน่อยจ้าๆ ไหนก็มาแล้ว รบกวนพี่จูเนียร์กับพี่โบว์พูดอะไรกับน้องๆหน่อยจ้า”
       
         “สวัสดีครับน้องๆ พี่ไม่มีอะไรจะให้คำแนะนำมากแต่ขอให้น้องๆใช้ชีวิตในรั้วมหาลัยตลอดสี่ปีนี้อย่างมีความสุขนะครับ” พี่จูเนียร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใจ ดูจากท่าทางแล้วน่าจะเป็นคนที่เฟรนลี่สุด แถมๆยังแจกยิ้มได้เรี่นราดสุดๆสะด้วยสิ

         “สู้ๆนะคะน้องๆ สอบเข้าว่ายากแล้ว เรียนจบว่ายากกว่านะคะ แฮร่ ตึงโป๊ะ”

         ทุกคนหลุดขำออกมาพร้อมๆกันเมื่อพี่โบว์เอ่ยให้กำลังน้องๆออกมา แต่ทำไมคำอวยพรของพี่โบว์ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆชอบกล ว่าจะได้เรียนจบตามหลักสูตรสี่ปีรึปล่าว แต่ก็เอาเถอะครับ โควต้ามีให้ตั้งแปดปี จะกลัวอะไรจริงไหม !!

         “ให้กำลังใจน้องจริงๆแน่นะโบว์ พี่จะบอกน้องๆเลยนะคะว่าอย่าไปหลงกลในความสวยของพี่โบว์นะคะ รายนั้นน่ะ ได้ฉายาว่าสวยตอนยืนเฉยๆ อย่าให้ได้พูดเชียว ขัดกับหน้าตาสุดๆ ฮ่าๆๆ”

         “ก็ไม่ขนาดนั้นไหมน้ำค้าง ขอบคุณมากนะที่ชม”

         “ไม่ได้ชมจ๊ะ หนูวววว สตินะลูก”

         “เอ้า หลอ หน้าแตกเลยงั้น ฮ่าๆๆๆๆ”

         “ฮ่าๆๆๆๆ “

         ทุกคนก็ยังตลกกับท่าทางของพี่น้ำค้างกับพี่โบว์ที่มีท่างทางหยอดมุขจิกกัดกันไปมาตามประสาเพื่อนสนิทรุ่นราวคราวเดียวกัน นี้ดาวคณะหรือตลกคาเฟ่เคลื่อนที่กันนะ เรียกเสียงฮาได้ไม่หยุดจริงๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่าการมาถึงของพี่ๆสมบัติคณะสามารถทำให้บรรยากาศที่ดูอึดอัดในช่วงแรกแลดูผ่อนคลายลงไปได้มากเลยทีเดียว

         “ว่าแต่จูเนียร์ วันนี้ทำไมมาได้ล่ะ ไม่ต้องไปซ้อมพิธีการปฐมนิเทศรีไง ฉันไม่อยากโดนตึกหน้าบ่นหลอกนะว่าเดือนคณะเราไม่เอาการเอางานน่ะ” พี่น้ำค้างเอ่ยถามพี่จูเนียร์ด้วยน้ำเสียงกึงแดกดันเล็กน้อย

         “ไปสิ อีกสักพักก็คงต้องไปแล้ว เลยรวดแวะมาดูน้องสักหน่อยก่อนไป แต่คิดไม่ถึงว่าจะเจอเรื่องสนุกๆนิดหน่อย”
     
     พี่จูเนียร์ยิ้มมุมปากและหันมาสบตากับผมพรางสงสายตาแปลกๆที่ผมยากที่จะแปลความหมายออกว่าพี่จูเนียร์ต้องการจะสื่ออะไรกับผมกันแน่

     อิหยังว่ะ? หรือผมเคยมีเรื่องกับพี่จูเนียร์กันแน่นะ??

         “ อ้อ ลืมไปเลยพี่พาเพื่อนอีกคนมาด้วย ยังไม่ได้แนะนำให้รู้จักเลย แปปนึงนะ”
ว่าแล้วพี่จูเนียร์ก็หันหลังฝ่าวงล้อมออกไปพาเพื่อนของพี่แกมาแนะนำตัว แต่ก็หายจ๋อมไปหลายนาที จนผมกับไอโดมที่ยังคงยืนเด่นเป็นหัวหลักหัวต่ออยู่ข้างๆพี่น้ำค้าง จนพี่น้ำค้างรู้สึกตัวและบอกให้ผมกับโดมกลับไปเข้าแถวตามเดิมได้ แต่แล้วแล้วก็มีเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกครั้งเลยเรียกสายตาของผมให้มองกลับไปยังต้นเสียงนั้น ทันใดนั้นขาของผมก็ต้องหยุดชะงักอย่างกระทันหัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตอนนี้ค่อยๆเกิดอาการบีบรัดและเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้ง

         “กลับมาแล้วๆ กว่าจะลากมันมาโชว์ตัวได้ ทุกวันนี้ก็แทบจะจับตัวได้ยากอยู่แล้วนะ”

         “อะไรของมึงเนี่ย” เสียงทุ้มต่ำ สถบออกมาด้วยท่าทีรำคาญ ร่างสูงค่อยๆเดินมาหยุดอยู่ข้างเพื่อนของเขา และหันมาเผชิญหน้ากับผมด้วยความบังเอิญ

     วินาทีนั้นเหมือนกับโลกทั้งใบหยุดหมุน เมื่อร่างสูงของพี่ขุนเดินมาหยุดอยู่ข้างๆพี่จูเนียร์ นัยตาคมคู่สวยกวาดสายตาไปโดยรอบก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่ผมด้วยท่าทางตกใจ นัยตาคู่นั้นแสดงความสั่นไหวเล็กน้อยแต่เพียงเสี้ยววิกลับแปลเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า… ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะมองเลยผ่านผมไป

         เขาจะยังจำผมได้บ้างไหมนะ??

         “เชี่ยยยย” ไอโดมร้องสถบเสียงเบาอยู่ทางขึ้นด้านหลังของผม เมื่อเห็นพี่ขุนตัวเป็นๆหลังจากที่พวกมันเคยเห็นผ่านๆจากรูปถ่ายที่หลายๆเพจเอามาลงแค่นั้น

         “อุ๊ต๊ะ สงสัยวันนี้บุญที่เคยสั่งสมมาจะแสดงผลแล้ว เดือนสองคณะโคจรมาบรรจบที่คณะของเรา พี่ขออนุญาตแนะนำนะคะ คนนี้ พี่ขุนเขา ปีสอง เดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์ พ่วงตำแหน่งรองเดือนมหาลัยจ้า ปรบมือสิจ๊ะรออะไร ”

 แปะ แปะ แปะ

วี๊ดดดด วิ้ววว

         เสียงโห่วแซวยังคงดังประโคมอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเสียงปรบมือ ผิดกับผมที่ยังคงยืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนี้จนไอโดมต้องสะกิดเพื่อเรียกสติและพยายามดันตัวผมให้เดินกลับไปเข้าแถวตามเดิม

         “น้ำขอให้ขุนกล่าวอะไรให้น้องๆเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้หน่อยได้ไหมคะ”

         “…”

         “น่าา นิดนึงนะ”

         “โชคดี”

         “…”

         “…”

         “ไอขุน มันก็เป็นแบบนี้แหละ อย่าไปถือสามันน่ะ ฮ่าๆๆ “ เป็นพี่จูเนียร์เอ่ยแก้ต่างให้กับเพื่อนหลังจากปล่อยระเบิดคำอวยพร(?)ให้น้องๆ จนทุกคนถึงกับสตั้นไปตามๆกัน
       
         “อะ โอเค แฮะๆ ขอบคุณ ขุนมากๆนะคะที่มาให้กำลังใจน้องๆ เอาเป็นว่าเราจบการสันทนาแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ ลำดับต่อไปเราจะมาเริ่มตรวจเช็คเอกสารรอบสุดท้ายแล้วเดี๋ยวเราไปลงทะเบียนกันดีกว่า” พี่น้ำค้างตัดจบบทสนธนา แต่เพียงเท่านั้นแล้วเริ่มบรรยายลำดับขั้นตอนในการขึ้นทะเบียนต่อไป

         ผมพยายามที่จะโฟกัสอยู่กับกิจกรรมต่อ แต่สมองกลับไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งตรงหน้าได้เลย ในหัวยังคงมีแต่ภาพของพี่ขุนลอยวนเวียนอยู่ จนผมอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองกลับไปทางด้านหลังอีกครั้งเพื่อที่อยากจะมองคนที่ผมคิดถึงมาโดยตลอด แต่เหมือนว่าพี่ขุนจะรู้ตัวเลยมองผมกลับมานิ่งๆ สายตาของเราประสานกันอีกครั้ง จนเป็นผมเองที่หลบตาและกลับมาจดจ่อกับกิจกรรมตรงหน้าอีกครั้ง ประจวบกับพี่ขุนเดินหมุนตัวออกไปอย่างเงียบๆพร้อมกับพี่จูเนียร์ที่ส่งยิ้มท่าทางพอใจมาให้ผมอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินตามพี่ขุนออกไป…

แล้วแบบนี้โอกาสของผมยังจะเหลืออยู่อีกไหมนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-10-2021 10:20:18 โดย StrayKid »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2076
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: StrayLove [ร] รักอีกสักครั้ง
«ตอบ #5 เมื่อ21-09-2021 17:00:42 »

 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
Re: StrayLove [ร] รักอีกสักครั้ง
«ตอบ #6 เมื่อ25-09-2021 22:50:12 »

พี่ขุนเขา น้องแทนคุณ :ling1:

ออฟไลน์ StrayKid

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
[ร] ครั้งที่สาม

         “ไอคุณ มึงโอเคใช่ไหม ” ไอโดมพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่ผมพึ่งเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันมาหมาดๆ

         “อืม กูโอเค”

         “กูเข้าใจมึงนะ พี่มันอาจจะจำมึงไม่ได้ก็ได้เลยแสดงออกแบบนั้น มึงก็ลองคิดดูดิ ไม่เจอกันตั้งสามสี่ปี แถมตอนนี้มึงก็เปลี่ยนไปมาก”
 
         “อืม กูก็ว่างั้นแหละ”

         “ให้เวลาพี่มันหน่อย เอาเป็นว่าถ้าครั้งหน้ามึงเจอพี่มันอีก ก็ลองเนียนๆทักพี่มันดู”

         “เออน่าา กูโอเคแล้ว ขอบคุณมึงมาก”

         “เออ ไปเหอะ กูเริ่มหิวแล้ว ต้องไปรีบหาไอธันวาอีก ”

        ผมถอนหายใจจนแล้วจนรอดจนไอโดมมันชักจะรำคาญ เลยลากผมให้ย้ายสาระร่างมานั่งบริเวณลานกว้างที่มีโต๊ะไม้หินอ่อนใกล้ๆกับคณะที่ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไหร่ เพื่อต้องการให้ผมสงบสติอารมรณ์และพักผ่อนรอเวลาที่เพื่อนอีกสองคนจะลงทะเบียนเสร็จ

     กริ๊ง กริ๊ง ~

         “มึงอยู่นี้ก่อนนะ พราวโทรมากูไปคุยโทรศัพท์แปป”

         “เคๆ ไปเหอะ”

         “เออ เดี๋ยวกูจะไปซื้อน้ำด้วยมึงจะเอาอะไร แบบเดิมไหม?”

         “เหมือนเดิม กูเอาชาเขียวคาราเมลใส่มุกแล้วกัน”

         “มึงนี้ก็แดกแต่อะไรเดิมๆ ไม่เบื่อบ้างรึไง จนทุกวันนี้กูนึกว่ามึงจะเป็นหนอนอยู่แล้วแดกแต่ชาเขียว ฮ่าๆๆ”

         “ไอสัส ก็กูชอบของกูแบบนี้ ไม่เห็นจำเป็นต้องเบื่อ”

         “อ้อ ~ เหมือนที่มึงยังชอบพี่ขุนไม่เบื่ออ่ะนะ ฮ่าๆๆ โอ๊ย !!” ไอโดมทำท่ากุมหัวเมื่อเจอฝ่ามืออรหันต์ของผมตบลงกลางกระบาล ไอห่านี้ใครบอกให้แซวไม่ดูเวล่ำเวลา ยิ่งตอนนี้จิตใจผมยิ่งบอบบางแบบจานข้าวหมาหลังจากโดนพี่ขุนเมินอยู่ด้วย กระซิกๆ

         “ไอสัสโดม จะไปไหนก็ไปป่ะ”

         “ฮ่าๆๆ เออๆ เดี๋ยวกูมา”

     ไอโดมลุกออกไปคุยโทรศัพท์กับพราวแฟนของมัน แถมเหมือนจะเถียงอะไรกันสักอย่างจนหน้าของไอโดมนี้ยู่ยี่เป็นหมาหง่อยเลยทีเดียว
     เป็นไงละครับอดีตเสืออย่างไอโดมที่อยากล่าเหยื่อไปวันๆ มาดูตอนนี้กลายเป็นลูกแมวว่านอนสอนง่าย เมียสั่งอะไรก็ ค๊าบ ค๊าบ ไปหมดนึกแล้วก็โครตตลก ไม่รู้ว่าสองคนนี้ไปตกร่องปล่องชิ้นกันได้ยังไง แต่ถึงยังไงผมก็สนับสนุนทั้งสองคนอยู่แล้วเพราะไอโดมก็ดูรักพราวมาก ส่วนพราวก็คุมไอโดมอยู่หมัดเหมาะสมกันสุดๆ พูดแล้วก็หันกลับมามองตัวเอง ชาตินี้ผมจะมีโอกาสได้สัมผัสความรู้สึกแบบนั้นบ้างไหมนะ สงสัยคงต้องไปขอให้พี่ขุนช่วยสะแล้วล่ะ อรั๊ยย่ะ!!

     หลังจากไอโดมออกไปคุยโทรศัพท์ได้สักพัก ผมที่ไม่รู้จะทำอะไรเลยหยิบมือถือขึ้นมาหาเกมส์เล่นฆ่าเวลาไปพลางๆ จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปไม่นานนัก ผมก็สัมผัสได้ว่าที่นั่งเบื่องหน้าถูกร่างสูงของใครบางคนเข้ามาจับจองแทนที่

     สงสัยไอโดมคงมาแล้วมั้งนะ

         “เสร็จแล้วหลอวะ ทำไมไว” ผมเอ่ยถามขึ้น ในขณะที่สายตายังคงจับจ้องกับเกมส์ที่ดำเนินอยู่ตรงหน้า เวรแล้วไงป้อมกำลังจะแตก!! ซัพพอร์ทฝั่งผมก็คือไม่ดูแลผมเลย แมร่งเดินหายต๋อมไปไหนก็ไม่รู้ ปล่อยให้แครี่อย่างผมยืนเลนอยู่คนเดียว

         “หืม รอใครอยู่หลอครับน้องคุณ” เสียงทุ้มใสของใครบางคนที่ผมไม่คุ้นเคยเอ่ย ผมจึงเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้า อีกฝ่ายเผยแค่เพียงรอยยิ้มตอบกลับมาให้

พี่จูเนียร์ ….มาทำอะไรตรงนี้ แล้วไหงรู้จักผมด้วยล่ะ??

        “พี่รู้จักผมด้วยหลอครับ?”

         “ทำไมถามแบบนั้นล่ะ ลืมพี่แล้วงั้นดิ”

         “ขอโทษนะครับพี่ ผมไม่แน่ใจอ่ะ แค่รู้สึกเหมือนจะรู้จักพี่มาก่อน แต่ผมก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่าเราเคยเจอกันที่ไหน”

         “โห่วววว พี่น้อยใจได้ไหมนะเนี่ย สงสัยจะจำได้แค่ไอขุนคนเดียวละมั้งเนี่ย ~ “

         “พะ..พี่หมายความว่ายังไงครับ??”

         “เอ้า หรือไม่จริงล่ะ ก็เมื่อก่อนพี่ก็เห็นเราเดินตามแต่ไอขุน ต้อยๆ แต่ไหงอยู่ๆก็ย้ายโรงเรียนหนีไอขุนไปสะงั้น”

         “แฮะๆ พอดีตอนนั้นทางบ้านมีปัญหานิดหน่อยน่ะครับ เลยไปแบบไม่ได้ลาใครเลย” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเจือความรู้สึกผิด ก็จริงอย่างที่พี่เขาพูดนั่นแหละ ผมไปโดยไม่ได้ลาหรือบอกใครเลยจริงๆ…

         “เอาเหอะ พี่ก็เข้าใจเหตุผลอยู่แต่เหมือนอีกคนจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่น่ะนะ” อีกฝ่ายพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลกแถมผมยังเห็นพี่เขาแอบขำอยู่นิดๆ

         “ครับ??”

          “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่มีอะไรๆ ถือว่าพี่มาทักทายในฐานะเพื่อนของไอขุน กับรุ่นพี่ร่วมคณะแล้วกัน มีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้นะ” อีกฝ่ายส่งยิ้มแสดงความเป็นมิตรมาให้ คนอะไรยิ้มเรี่ยราดจริงๆ

         “ได้เลยพี่จูเนียร์”

         “เรียกจูเฉยๆก็ได้ พี่ไม่ถือ”

     ผมพยักหน้าพร้อมกับยิ้มตอบกลับ อย่างน้อยๆตอนนี้ก็มีพี่จูเนียร์คนนึงแล้วที่พอจะพึ่งพาได้บ้าง แถมยังเป็นเพื่อนกับพี่ขุนอีกเผื่อจะขอให้พี่จูเนียร์ช่วยเป็นสะพานทอดไปหาพี่ขุนด้วย ได้ประโยชน์สองต่อ โครตคุ้ม!!

     อีกฝ่ายยิ้มตาหยี่ตอบด้วยท่าทางพึงพอใจ ก่อนที่อีกฝ่ายเหมือนจะคิดอะไรออกแล้วจ้องมาที่ผมอีกครั้ง

         “ไหนๆก็เจอกันแล้ว เรามาถ่ายรูปเก็บไว้หน่อยดีกว่า ไม่ได้เจอกันตั้งนาน น้องแทนคุณของเราโตขึ้นมาเป็นหนุ่มน้อยน่ารักแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ~ “ พูดเสร็จ พี่จูเนียร์ก็หยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วย้ายจากฝั่งตรงข้ามมานั่งข้างๆผม พร้อมกับเปิดแอพพลิเคชั่นกล้องถ่ายรูปแล้ว ชูโทรศัพท์ทำท่าพร้อมเซลฟี่ด้วยกันกับผม

         “เอาล่ะ ยิ้มหน่อยย ไอน้อยชายย ยิ้ม ~ “ ไม่พูดปล่าว พี่แกยังพยายามขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างให้กับกล้องแบบจัดเต็ม ชนิดที่ว่าตอนนี้พี่แกเบียดแนบชิดกับผมจนแทบจะสิงร่างอยู่แล้ว

         “ยิ้มก็ยิ้มพี่“ ผมคงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยิ้มรับกับกล้องที่ยังคงจ่อเข้ามาที่ใบหน้าของเราสองคน

     แชะ

         “หูยย น่ารักสุดๆไปเลย น้องมึงก็ถ่ายรูปขึ้นเหมือนกันน่ะเนี่ย“ ว่าแล้วพี่แกก็เอาแต่ดี๊ด๊ากับรูปของเราสองคนในโทรศัพท์ พร้อมกับ กดยิ๊กๆๆ พิมพ์อะไรสักอย่างสักพักนึงก่อนที่จะยื่นโทรศัพท์มาให้ผม

         “อะไรหลอครับ?”

         “พี่ขอเฟสน้องคุณหน่อย พี่จะแท็กรูปไปให้ แล้วก็เผื่อติดต่อกันไง” เจ้าตัวว่าแบบนั้นพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง ผมล่ะสงสัยจริงๆว่าพี่แกไม่เมื่อยปากบ้างรึไง เห็นวันๆนี้แจกยิ้ม เรี่ยราดไปหมด

       ผมลังเลใจอยู่สักพักก่อนจะพิมพ์ชื่อเฟสของผมลงไปก่อนจะยื่นโทรศัพท์กลับคืนให้กับเจ้าของ  “อ่ะ เสร็จแล้วครับ”

         “น่ารักที่สุดเลย ~ ไว้ว่างๆเราไปกินข้าวด้วยกันนะ”

‘ไม่ไปครับ’ ภายในหัวของผมคิดแบบนั้น แต่ปากนี้ไวกว่าไปนิดหน่อย “ได้เลยครับพี่จู”

         “โอเค งั้นพี่ไม่กวนแล้วเดี๋ยวต้องไปซ้อมพิธีการต่อ ยังไงเดี๋ยวพี่จะติดต่อน้องคุณไปใหม่นะ”

         “…?? “

         “พี่ไปละ แล้วเจอกันนะน้องคุณ จุ๊บๆ” ว่าจบพี่แกก็หมุนตัวลุกจากไปอย่างรวดเร็วปานเดอะแฟลช คนอะไรเอ็นเนอร์จี้ขนาดนั้น บทจะมาก็คือมาบทจะไปก็คือไป
         ผมมองร่างสูงของพี่จูเนียร์เดินจากไป พร้อมกับไอโดมที่เดินสวนกลับเข้ามา อีกฝ่ายมองผมกับพี่จูเนียร์สลับกันด้วยท่าทางสงสัย ก่อนที่จะหย่อนตัวลงนั่งตรงข้ามตามเดิม

         “พี่จูเนียร์นี่ มึงรู้จักพี่มันหลอ?”

         “ก็ไม่เชิง พี่ที่โรงเรียนเก่าน่ะ”

         “อ่อ โอเคๆ อ่ะนี้น้ำที่มึงฝาก ต่อแถวโครตนานกว่าจะได้” อีกฝากบ่นอุบก่อนจะยื่นเครื่องดื่มที่ผมฝากมาให้ตรงหน้า

         “เออ ขอบคุณมึงมาก” ผมพูดตัดบทพร้อมกับลงมือดูดน้ำเสียงจ๊วบจ๊าบอย่างเอร็ดอร่อย อากาศร้อนๆกับชาเขียวเย็นๆหวานๆนี้ช่างช่วยเยียวยาต่อชีวิตให้ผมได้จริงๆ

     ตริ๊ง ~

         เสียงแจ้งเตือนของเฟสบุ๊คของผมดังขึ้น ซึ่งเป็นแท็กแจ้งเตือนของใครบางคน ก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่จูเนียร์ที่พึ่งขอแท็กรูปของผมเข้ามา ผมเลื่อนนิ้วกดเข้าไปดูแจ้งเตือนแท็กข้อความรูปภาพที่มีหน้าของผมกับพี่จูเนียร์ที่ยิ้มจนปากจะฉีกเด่นหลาอยู่บนนั้น พร้อมกับแคปชั่นใต้ภาพสุดประหลาด

              Junior Teeradon อยู่กับ Taenkun woramath
                7นาทีที่แล้ว

                  รู้ไหมเจอใครด้วยแหละ ปุ๊กปิ๊กสุดๆ <3

            แนบรูป

         คนถูกใจ Junior Teeradon และคนอื่นๆอีก 187 แสดงความคิดเห็น 16 แชร์ 7ครั้ง

              ความคิดเห็นล่าสุด

         แซมมี่ ที่แปลว่าเต่า : ใครหลอคะพี่จูเนียร์ น่ารักจัง
         Junior Teeradon :@แซมมี่ รุ่นน้องคณะค้าบ คนอะไรตัวเล็กน่ารักปุ๊กปิ๊ก :-))

         โยโย อริงาโตะ : @ขนมจีนแม่หลวง มีหัวใจด้วยอ่ะแก ฮือออ ฉันไม่ไหวแล้ว
                                ขนมจีนแม่หลวง : หูยย!! มีหัวใจนี้คิดดีไม่ได้เลยนะคะ เรือฉันพร้อมแล่นมาก !! #จูเนียร์แทนคุณ #แทนคุณจูเนียร์
         เจ๊แต๋วหอแต๋วแตก : กรี๊ดด!! เจ๊จะเป็นลมขออนุญาตแชร์นะคะ

     ลงรูปคู่ยังไม่เท่าไหร่ แต่การเขียนแคปชั่นใต้ภาพเชิงเข้าใจผิดแบบนั้น ผมก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่ กับผมน่ะไม่เท่าไหร่หลอกครับ แต่กับเขาที่เป็นถึงเดือนคณะที่ถูกใครหลายๆคนจับจองมันคงไม่ส่งผลดีเท่าไหร่แน่ๆ แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ยังไงก็เป็นแค่รูปๆนึงที่ผมถ่ายกับรุ่นพี่ที่ไม่ได้เจอกันนานแค่นั้น

         “ไอคุณ พวกมันเสร็จแล้ว ไอธันวาบอกว่าไปเจอกันที่โรงอาหารคณะมันอ่ะ มึงว่าไง”

         “เออไปเหอะ กูหิวจนจะแดกควายได้ทั้งตัวแล้วเนี่ยย” ผมบ่นเสียงโอดควญ พร้อมกับยัดมือถือเข้ากระเป๋าเสร็จสรรพ เตรียมตัวพร้อมออกเดินทางเต็มที่

         “กูเชื่อ ตัวก็แค่เนี้ยแดกเก่งฉิบหาย”

         “กูมีชีวิตอยู่เพื่อกินอยู่แล้ว ฮ่าๆๆ”

         “ฮ่าๆๆ”

    ว่าแล้วผมกับไอโดมก็เลือกที่จะเดินไปยังโรงอาหารคณะวิศวะ ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากคณะของผมไม่ไกลมากนักข้ามซึ่งตลอดทางประดับประดาไปด้วยทิวไม้ใหญ่ร่มรื่นการเดินทางจึงไม่ได้ลำบากแต่อย่างใด

     โรงอาหารคณะวิศวะจัดว่าเป็นโรงอาหารยอดนิยมประจำของมอที่หนึ่งก็ว่าได้ เนื่องจากมีพื้นที่ที่ค่อนข้างกว้าง แถมอากาศถ่ายเทสะดวก มีร้านค้าที่หลากหลาย ทั้งอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง บลาๆๆ เรียกได้ว่ามาที่นี้คือครบจบในที่เดียว อยากกินอะไรเลือกได้เลย รสชาติอร่อยไม่พอแถมราคายังเป็นมิตรต่อเงินในกระเป๋าผมสุดๆ เศรษฐกิจแบบนี้ผมก็ต้องเป็นเด็กดีช่วยที่บ้านประหยัดตังค์นะเออ!!

      สอดส่องร้านอาหารอยู่สักพัก โดมก็สะกิดเรียกเมื่อเห็นว่าธันวานั่งจับจองโต๊ะให้อยู่ก่อนแล้ว ยังพอโชคดีที่ยังมีโต๊ะให้นั่ง เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันรายงานตัววันแรก พื้นที่เลยไม่สามารถรองรับประชากรที่มากเกินกว่าปกติได้

         “ไอธันวาจองที่นั่งไว้แล้ว มึงไปเดินหาอะไรกินก่อนก็ได้”

         “เคๆ แล้วมึงจะฝากซื้ออะไรไหม”

         “เดี๋ยวกูเอาของไปจองโต๊ะก่อนแล้วเดี๋ยวกูตามไป”

         “เออ ยังไงถ้าจะฝากซื้อก็ไลน์มา”

         “โอเค”

    ผมเดินแยกออกมาจากไอโดมด้วยความหิวที่แทบจะกินได้ทุกอย่าง ตรงดิ่งเข้าไปยังโซนร้านขายอาหารอย่างรวดเร็ว ผมเดินวนๆดูเมนูอาหารอยู่สักพัก ก่อนตัดสินใจเลือกร้านข้าวราดแกงร้านหนึ่งเพราะคิวค่อนข้างน้อยและน่าจะไม่ต้องรอนาน เพราะตอนนี้ผมหิวจนลมแทบจะจับอยู่แล้วไง แถมอาหารในตู้ก็น่ากินไม่ใช่หยอก รู้งี้ตอนเช้าผมควรจะกินให้พุงกางไปเลยคงดีจะกว่านี้ ถ้ารู้ว่ากิจกรรมจะกินเวลานานขนาดนี้น่ะนะ เห้อออ ~
     ระหว่างที่รอคิวผมก็ทำการเลือกเมนูไว้ในใจเรียบร้อยแล้วหลังจากที่สอดส่องเมนูของทางร้านและได้ข้อสรุปว่าวันนี้ผมจะกินอาหารโปรดที่ผมชอบมากที่สุดนั้นก็คือ ‘กระเพราไก่ไข่ดาว’ ไงละครับทุกคน ถึงมันจะเป็นอาหารพื้นๆที่หากินได้ทั่วไปในประเทศไทย แต่สำหรับผมแล้วมันคือของโปรดที่กินได้เท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ วะฮะฮ่า!!

         “ผมเอากระเพราไก่ไข่ดาวครับ/ผมเอากระเพราไก่ครับป้า” เสียงของผมดังขึ้นพร้อมกับใครอีกคนที่อยู่แถวข้างๆ

         “ตายแล้ว ป้าต้องขอโทษด้วยนะลูก เหลือจานสุดท้ายพอดีเลย” ป้าเจ้าของร้านพูดด้วยน้ำเสียงขอโทษขอโพยขึ้นหลังจากที่เมนูกะเพราของผมเหลือจานสุดท้าย แต่ดันมีคนอยากกินพร้อมกันกับผมเลยพอดี โถ่เอ๋ยวันนี้เป็นวันอะไรของแทนคุณกันนะ เจอเรื่องหนักอกหนักใจไม่พอยังต้องมาฟาดฟันแย่งกระเพราไก่ไข่ดาวอีก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังมีความเป็นสุภาพบุรุษมากพอที่จะยอมเสียสละของโปรดสุดที่ผมรักให้ก่อนก็ได้เอ้า!!

         “งั้นไม่เป็นไรครับป้า ผมยกให้เขาก่อนก็ดะ…”

         “…”

          เสียงของผมเหมือนหลุดหายเข้าไปในลำคอแบบฉับพลัน เมื่อสายตาของผมประสานเข้ากับร่างสูงคู่กรณีที่แย่งกระเพราไก่ไข่ดาวของผมไป แต่ก็ต้องตกตะลึงสุดขีด!!

     พี่ขุน!!!

     ฉิบหายวายวอดสิครับ ด้วยความหิวหรืออะไรบังตาผมก็ไม่อยากทราบได้ ถึงได้มองไม่เห็นว่าพี่ขุนยืนอยู่ข้างๆผมมาโดยตลอด ทั้งๆที่ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมที่จะเจอพี่ขุนแต่ตัวเองก็ยังดันทำตัวทะเล่อทะล่าเข้าไปหาเขาเองสะนี้
      ผมมองร่างสูงในระยะประชิดด้วยอาการลุกลี้ลุกรน เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายผิดสังเกตเพราะพี่ขุนอาจจะยังจำผมไม่ได้ ผมเลยใช้โอกาสนี้แอบส่องพี่ขุนไปเลย ใบหน้าที่คุ้นเคยเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนไม่มากนัก แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นคือความสูงครับ ในขณะที่ผมสูงตั้งหนึ่งร้อยเจ็ดสิบสี่แล้วนะ พอมายืนเทียบกันตอนนี้แล้ว ผมนี้หมากระเป๋าไปเลย อยู่ระดับอกของพี่แกเท่านั้น ทำไมพระเจ้าแม่ง ลำเอียงกับผมชัดๆ

         “งั้นพ่อหนุ่มจะรับอะไรดีจ๊ะ เดี๋ยวป้าแถมให้พิเศษเลย??” เหมือนผมจะตะลึงนานไปหน่อย จนป้าเจ้าของร้านเอ่ยทวนถามอีกครั้ง

         “อะ….เอาผัดพริกแกงไข่ดาวก็ได้ครับ”

         “ได้เลยย สามสิบห้าบาทจ้าา เดี๋ยวป้าแถมไข่ดาวให้ฟรีเลย”

         “ขอบคุณมากๆเลยครับ”

     ผมยืนเงินจำนวนหนึ่งให้กับคุณป้าเจ้าของร้านก่อนที่จะรับจานอาหารแล้วรอคุณป้าคิดเงินทอนสักครู่หนึ่ง ในจังหวะนั้นผมก็แอบชำเลืองมองคนข้างๆเพื่อสำรวจให้ระยะประชิดอีกสักหน่อย ถึงจะเขินมากก็ตาม แต่ไหนๆโอกาสก็มาแล้วแทนคุณก็ต้องคว้าไว้สิครับ ฮ่าๆๆ

     ฝ่ายตรงข้ามยังคงยืนมองจ้องผมเงียบๆ เหมือนจะพูดอะไรกับอะไรสักอย่างกับผม แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีคำเอ่ยใดหลุดออกมาจากเรียวปากได้รูปคู่นั้น ก่อนจะหันกลับไปตามเดิม จนบรรยากาศรอบกายเราตอนนี้มีแต่ชวนอึดอัด แต่แล้วยังไงล่ะ ไหนๆก็ได้เจอกันแล้ว ผมไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดไปง่ายๆหลอก

         “เอ่อ… พี่มีอะไรจะพูดกับผมรึปล่าวครับ??”

         “…” อีกฝ่ายยังคงเงียบอยู่แบบนั้น ใบหน้าคมคายยังคงจับจ้องไปยังเบื้องหน้าด้วยอาการนิ่งเฉย จนตอนนี้ทำให้หัวใจของผมนี้แทบจะหล่นลงไปยังส้นเท้าอยู่แล้ว คนเค้าอุสส่าชวนคุยด้วยนะยังจะมายืนเก๊กหล่ออยู่อีก ไอพี่บ้า!!

         “…??”

         “ปล่าว”

     เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าอึดอัด ก่อนที่อีกฝ่ายจะละสายตาจากสิ่งที่จดจ้องอยู่ตรงหน้าแล้วหันมาสบตากับผมแทนทำเอาใจผมนี้เต้นไม่เป็นจังหวะเลย แต่จนแล้วจนรอดพี่มันก็เอาแต่จ้องผมอยู่แบบนั้นไม่ยอมพูดอะไรสักที จนต้องเป็นผมเองนี้แหละที่ต้องทำลายบรรยากาศหน้าอึดอัดแบบนี้

         “พี่ชอบกินร้านนี้หลอครับ”

         “…”

         “…??”

         “ใช่ อร่อยดีนะ”

         “อ่อครับ วันนี้คนเยอะมากเลย กว่าทำอะไรเสร็จก็วุ่นวายไปหมด”

         “อืม.. วันนี้วันลงทะเบียนวันแรกคนก็เยอะแบบนี้แหละ”

         “นั่นสินะครับ ผมนี้รอจนหิวจนจะกินควายได้ทั้งตัวแล้วฮ่าๆๆ ....”

         “…”

เงียบ ... ยังคงเงียบ ผมนี้คงไม่เหมาะกับการเล่นมุกหยอดจริงๆนั้นแหละ ฮืออออ

         “เอ่อ ขอโทษครับ”

         “หึหึ”

     หัวใจของผมเริ่มกระตุกวูบไหวขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อริมฝีปากได้รูปของคนตรงหน้าค่อยๆเผยรอยยิ้มจางๆออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอ นัยตาคมคู่สวยยังคงจดจ้องสะกดผมอยู่ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ปนความประหลาด เป็นความรู้สึกที่ปนเปย์จนผมยากที่จะแปลความหมายออกมาได้

    หลังจากนั้นป้าเจ้าของร้านที่หายไปนานก็กลับมาแล้วยื่นเงินทอนจำนวนหนึ่งให้กับผมพร้อมกับส่งยิ้มอย่างเอ็นดูมาให้

         “ป้าขอโทษที่ต้องให้รอนะลูก อ่ะนี้เงินทอน แล้วอย่าลืมแวะมาร้านป้าอีกนะจ๊ะ”

         “ขอบคุณนะครับป้า” ผมยกมือขอบคุณบุคคลตรงหน้าแล้วยิ้มตอบกลับไป แล้วจึงหันไปพูดกับคนข้างๆอีกครั้ง

         “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมไปก่อนนะครับ”

         “เดี๋ยวก่อน”

         “ครับ??”

         อีกฝ่ายไม่พูดอะไร ก่อนที่จะยืนจานกระเพราของเขามาให้ผมแทน ในขณะที่ผมยังทำหน้าสงสัยอยู่ อีกฝ่ายเลยถือวิสาสะค่อยๆยืนมือหนาๆมาจับมือของผมให้รับจานกระเพราของเขาไปแล้วยึดของผมไปแทน ในจังหวะนั้นเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านเข้ามาในมือของผม สัมผัสอุ่นจากมือหนาๆตรงหน้าทำเอาผมตัวชาวาบขึ้นมาจนแทบจะทำจานตกพื้นแต่ยังดีที่พี่ขุนช่วยพยุงเอาไว้ก่อน

     พี่ขุนจับมือผม!!! โอ้มายก๊อด

         “ชอบไม่ใช่หลอ เอาไปเถอะ พี่ให้

         “อะ..อะไรนะครับ??” อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนผมได้ยินไม่ถนัดนัก

     อีกฝ่ายไม่พูดอะไรต่อ แต่เลือกที่จะปล่อยมือแล้วหมุนตัวเดินจากไปเงียบๆ ทิ้งให้ผมยืนอยู่เพียงลำพังเท่านั้น   

     ผมมองร่างสูงที่เดินจากไปก่อนที่จะค่อยๆหมุนตัวเดินออกมาด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ ตอนนี้ขาทั้งสองข้างของผมเหมือนแทบจะหมดแรงเดินต่อ สมองขาวโพลนไปหมด หัวใจยังคงเต้นโครมครามไม่หยุดไม่หย่อนเหมือนแมลงวันเต้นดิสโก้(มันเป็นยังไงว่ะเนี่ย!!) สัมผัสจากมือของพี่ขุนยังคงตราตึงอยู่ไม่จางหายไปไหน อุ่นไอความร้อนจากมือแกร่งหนา รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นกับแววตาคู่สวยยังคงทำให้หัวใจของผมสั่นไหว
     ตอนนี้ผมไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกของผมออกมาเป็นคำพูดได้หมดยังไงดี แต่บอกตรงนี้ได้เลยว่า เขินโว้ยย!! เขินสุดๆ นี้ถ้าไม่ติดว่าตรงนี้เป็นโรงอาหารที่มีคนพลุกพล่านนะ ผมคงร้องกรี๊ดเป็นคนบ้าออกไปแล้วแน่ๆให้ตายเถอะ!!

     ผมก็ไม่รู้ว่าต่อจากนี้เรื่องของเราทั้งคู่จะเป็นยังไง แต่ตอนนี้ผมเริ่มมีกำลังใจขึ้นมาอีกนิดแล้วล่ะ :-))
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-09-2021 14:43:39 โดย StrayKid »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 559
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Re: StrayLove [ร] รักอีกสักครั้ง
«ตอบ #8 เมื่อ27-09-2021 22:44:49 »

 :o8: :-[

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
Re: StrayLove [ร] รักอีกสักครั้ง
«ตอบ #9 เมื่อ28-09-2021 06:24:51 »

จะทำเป็นขรึมได้สักกี่น้ำ :laugh: :hao7:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: StrayLove [ร] รักอีกสักครั้ง
« ตอบ #9 เมื่อ: 28-09-2021 06:24:51 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ StrayKid

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
[ร]ครั้งที่สี่

         “กระเพราไก่ร้านนี้มันอร่อยขนาดนั้นหลอวะไอคุณ”

         “กูว่านะ กระเพรามันไม่ได้อร่อยหลอก แต่ไอคุณมันเป็นบ้า”

         “กูก็ว่างั้น ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ได้ ขนลุกฉิบหาย”

     เสียงเจื้อยแจ้วของเพื่อนสามตัวของผมยังคงดังอยู่ข้างๆหูอย่างต่อเนื่อง แต่ผมก็ไม่สนใจหลอกนะ เพราะตอนนี้คนมันอารมณ์ดีนี้น่า มองอะไรก็ดูสดใสไปหมด อิอิ!!

         “ก็มันอร่อยจริงๆนี้น่า ~ แต่กูไม่แบ่งให้พวกมึงหลอกนะ ” ว่าแล้วก็ตักข้าวจ้วงเข้าปากเคี้ยวงุมงำใส่หน้าพวกมันไปอีกสักหนึ่งที

         “แต่กูรู้นะว่าทำไมข้าวกระเพราของไอคุณมันถึงอร่อย” ไอโดมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสูงพร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม

         “ทำไมวะ/อะไรของมึงวะ” แล้วไอสองตัวที่เหลือก็ผสานเสียงพร้อมเผือกกันอย่างพร้อมเพรียง

        “กูให้พวกมึงดูน่าจะง่ายกว่าว่ะ”

     ว่าแล้วไอโดมก็หยิบมือถือขึ้นมาเขี่ยอะไรอยู่สักพักก่อนจะหันหน้าจอมาให้ไอธันวากับเฟลิกซ์ดู เป็นคลิปวิดิโอบางอย่างซึ่งผมเองก็มองไม่ค่อยถนัดนัก

         “เชี่ยย ไอคุณแม่งเอาว่ะ“

         “วันแรกก็ให้ผู้ชายถูกเนื้อถูกตัวสะแล้ว ลูกชายของเราทำไมถึงได้ใจง่ายขนาดนี้ละ"

         “อะไรของพวกมึงว่ะ"

         “มึงดูเอาเองแล้วกัน ฮ่าๆๆ”

     ในขณะที่ผมยังคงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ทั้งสามตัวก็พร้อมใจกันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาแล้วเบี่ยงหน้าจอโทรศัพท์มาทางผมก่อนจะกดเล่นวิดิโออีกครั้ง ผมจดจ่ออยู่กับวิดิโอตรงหน้าสักพักก่อนที่จะรู้ว่าต้นเสียงหัวเราะจากพวกมันมาจากอะไร

         บ้าเอ้ย!! ไอโดมมันแอบถ่ายคลิปผมตอนที่ผมอยู่กับพี่ขุน!!
     แถมไม่พอดันถ่ายตรงช็อตเด็ดตอนที่พี่ขุนจับมือกับผมพอดิบพอดี

         “ไอเชี่ยโดม มึงลบคลิปเลยนะโว้ย!!”

         “เรื่องอะไรล่ะ กูจะเก็บไว้แบล็กเมล์มึงไง ถ้ามึงบังอาจมาขัดใจกู ฮ่าๆๆๆ”

         “ไอโดม!!!”

     ผมนี้ถึงกับกระโดดควบโต๊ะ พยายามฉุดกระชากยื้อแย่งมือถือกับไอโดมอย่างล้มลุกคลุกคลาน โดยมีไอธันวากับเฟลิกซ์ที่ตีหน้ามึนไม่รู้เรื่องผสนเสียงหัวเราะเป็นแบล็กกราวเพียงเท่านั้น ไอพวกนนี้แม่งรู้เห็นเป็นใจกับการลุมแกล้งผมนี้ถนัดนักล่ะ

         “เผื่อมึงอยากเก็บไว้ดูเล่นไงไอคุณ ฮ่าๆๆ”

         “เก็บไว้กับตีนกูนี้ ไอสัส โล๊บบบ”

         “ฮ่าๆๆ กูไม่แกล้งมึงแล้วๆ”

     ว่าจบไอคุณโดมก็จัดการกดอะไรยิ๊กๆในโทรศัพท์อยู่สักพัก ก่อนที่แจ้งเตือนไลน์ของผมจะดังขึ้น

         “กูส่งคลิปให้มึงแล้ว เผื่อมึงอยากจะเก็บไว้ดู อย่างกูคงไม่เก็บคลิปที่มึงพรอดรักกับว่าที่ผัวในอนาคตไว้ในเครื่องกูหลอกนะ ฮ่าๆๆ”

         “ไอสัส มึงก็ขยันแต่จะหาเรื่องให้กู”

         “เอ้า ก็คนมันรักเพื่อน ก็ต้องช่วยเพื่อนหาผัวสิ”

         “แต่ไม่ใช่ตอนนี้โว้ย!! กูยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี”

         “อ่าว ก็ไหนมึงบอกว่าพี่ขุนชอบมึงไง?”

         “มันก็ใช่ แต่เรื่องมันก็นานมาแล้วป่ะวะ แถมตอนที่ยืนคุยกันเมื่อกี้แม่งพี่ขุนแทบไม่คุยกับกูเลย”

         “ห๊ะ เป็นไปได้หลอว่ะ คนเคยชอบเลยนะเว้ย”

         “มึงก็อย่าโวยวายไปโอโดม มึงก็ให้เวลาไอคุณมันหน่อยดิวะ”

         “ไอคุณมันอุสส่ายอมเปลี่ยนลุคตัวเองเพื่อพี่มันเลยนะเว้ย”

     เป็นไอธันวากับเฟลิกซ์ที่ตอบคลายปัญหาให้ไอโดมที่นั่งเถียงกับผมอย่างออกรส ก็จริงอย่างที่พวกมันว่านั้นแหละครับ ก่อนที่ผมจะตัดสินใจจะมาเรียนที่นี้ ก็โดนไอพวกสามตัวนี้แหละพาไปชุบตัวมา ไม่ใช่ว่าผมไปทำศัลยกรรมมาแต่อย่างใดหลอกนะครับ เมื่อก่อนตอนเด็กๆผมค่อนข้างที่จะแตกต่างจากตอนนี้อยู่พอสมควร ทั้งเรื่องน้ำหนักที่น้อยลงกว่าแต่ก่อน ใบหน้าที่เคยเป็นรอยสิวตอนนี้ก็รักษาจนเริ่มหาย ซื้อครีมโบกหมดไปเป็นหมื่นๆ แถมเปลี่ยนจากแว่นสายตามาใส่คอนแทคเลนส์แทนแล้วด้วย ตอนแรกผมก็คัดค้านหัวชนฝาอย่างเดียวเพราะผมไม่ค่อยจะใส่ใจกับเรื่องความสวยความงามเท่าไหร่นัก แต่ก็เป็นไอธันวาผู้เป็นเหมือนมันสมองของกลุ่มก็ให้เหตุผลที่ว่าถ้าผมดูดีขึ้น พี่ขุนอาจจะให้ความสนใจมากขึ้นก็ได้ ผมถึงได้ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองมาจนถึงตอนนี้

         “แล้วมึงจะเอายังไงต่อไอคุณ”

         “กูก็ไม่รู้ว่ะ อาจจะต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป ไปก่อน”

         “เอาแบบนี้ มึงก็เริ่มจากอะไรง่ายๆ เช่นส่องโซเชียลของพี่มันก่อนดีไหมวะ อย่างน้อยๆจะได้รู้ความเคลื่อนไหวบ้างไง” ไอเฟลิกซ์พูดเสริมขึ้นมา

         “กูมีๆ กูเห็นไอจีผ่านๆในเพจมออยู่แว๊บๆ”ไอโดมผู้เป็นหัวเรือใหญ่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเสริชหาก่อนที่จะยื่นมาให้ผม

         “อ่ะนี้ พี่มันเปิดเป็นสาธรณะไว้ แต่แมร่งไม่ค่อยลงรูปอะไรเลย มีแต่รูปท้องฟ้ากับอะไรก็ไม่รู้”

         “กูเห็นแล้ว แต่กูแค่ไม่ได้กดฟอลไปเฉยๆ” มีหรือที่คนอย่างผมจะไม่รู้จักเฟสหรือไอจีพี่ขุน ผมเห็นมาตั้งนานแล้วแหละ แต่แค่ส่องแบบไม่กดฟอลไว้เฉยๆ นิสัยไม่ดีเลยจริงๆ

         “กูจะรู้ไหมละ มึงก็ฟอลพี่มันไปดิ"

         "กูยังไม่พร้อม"

         "ไอเชี่ยคุณ แค่ฟอลไอจี พี่มันมีคนติดตามเป็นหมื่นๆ แค่มึงเพิ่มขึ้นมาคนเดียวพี่มันไม่สังเกตหลอก"

         "เออน่า วันหลังกูจะฟอลพี่มันไปเอง"

         “พูดถึงไอจี มึงก็ด้วยไอคุณ หัดลงรูปตัวเองสะบ้าง ลงก็แต่รูปหมารูปแมว”

         “เอ้า พวกมึงก็รู้ว่ากูไม่ถูกกับกล้องนี้หว่า”

         “มึงก็ต้องถ่ายบ้าง เผื่อวันข้างหน้าพี่มันผ่านมาเห็นไง จะได้รู้ว่าเป็นมึง” ธันวาพูดเสริมขึ้น

     ก็จริงอย่างที่พวกมันพูดนั้นแหละครับ ไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่นไหนๆ ผมมักจะไม่ได้เอารูปของตัวเองอัพลงเท่าไหร่ เนื่องด้วยนิสัยส่วนตัวที่ไม่ถูกกับการถูกเลนส์กล้องจับจ้อง เลยเลือกที่จะถ่ายรูปหมาแมวตามทางหรือสถานที่ที่เคยไปสะมากกว่า เพื่อไม่ให้แฟลตฟอร์มดูว่างร้างมากจนเกินไปเท่านั้น

          “ก็กูไม่ชอบจริงๆ ให้กูทำยังไงล่ะ”

         “มึงก็ค่อยๆลองปรับดูก็ได้เว้ย พวกกูไม่ได้คาดคั้นเอาตอนนี้ แต่หมายถึงในอนาคตไง”

         “อือ…”

         “อีกอย่างมึงก็มีไอเฟไง แมร่งถ่ายรูปสวยจัด ว่าที่ช่างกล้องฝีมือดีเลยนะครับเนี่ย” ไอโดมพูดขึ้น  ไอเฟมันเป็นคนถ่ายรูปที่จัดว่าค่อนข้างสวยแถมเซ้นส์ดีไม่หยอก แถมตอนนี้มันก็เลือกที่จะเดินตามความฝันเรียนเอกโฟโต้อีกด้วย วันหลังคงต้องให้มันช่วยจริงๆแล้วล่ะ

         “กูไม่ถ่ายให้ฟรีหลอกนะ เลี้ยงข้าวกูด้วย”

          “กับเพื่อนกับฝูงนะมึงเนี่ย ช่วยเพื่อนหาผัวแค่เนี่ยไม่ได้”

          “ไอโดม!!” ไอห่านี้นะ เหมือนจะพูดดีตอนต้น ตบท้ายด้วยการขยี้ผมตลอด

         “เออน่าา แซวนิดแซวหน่อยทำเป็นงอน ยังไงพวกกูก็ช่วยมึงอยู่แล้วน่า”

         “ผมนี้จองเป็นตากล้องงานแต่งเลยครับ” เฟลิกซ์พูดขึ้น

         “กูจะเป็นพ่อฝ่ายเจ้าสาวให้เอง” ธันวาเสริมทัพ

         “ส่วนกูหลอ แดกเค้กในงานแต่งอย่างเดียวพอ ฮ่าๆๆๆๆ”  ตบท้ายด้วยไอโดม ก่อนที่ทั้งสามคนจะหัวเราะประสานเสียงกันออกมา
      พวกมันนี้เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยสะจริงๆ แต่เอาเข้าจริงๆก็ต้องขอบคุณพวกพวกมันจริงๆนั้นแหละที่ทำให้ผมมีความกล้าขึ้นมา แล้วคอยซัพพอทผมอยู่ตลอด ไม่งั้นตอนนี้ผมก็คงเป็นไองั่งที่ไม่กล้าทำอะไรสักอย่างอยู่แบบนี้ต่อไป

         จากนั้นไม่นานก็ถึงเวลาแยกย้ายของพวกเราทั้งสี่คน ไอธันวาบอกว่าจะไปเตะบอลกับพวกรุ่นพี่ที่รู้จักในมอต่อ  เฟลิกซ์แยกตัวกลับไปที่คณะเพราะเหมือนที่คณะของมันจะมีกิจกรรมต่อถึงช่วงเย็น ส่วนผมกับไอโดมกลับหอมาพักผ่อน ในเวลาว่างส่วนใหญ่ของผมมักจะไม่ค่อยได้ไปไหนมากนัก เพราะผมเป็นพวกมนุษย์ติดห้อง ผมไม่ค่อยชอบพื้นที่ที่ผู้คนพลุกพล่านวุ่นวาย แต่กลับชอบห้องชุดสี่เหลี่ยมที่เป็นเหมือนเซฟโซนเสียมากกว่า
     ผมกระโดดลงเตียงสุดที่รักอย่างสบายอกสบายใจ เกลือกกลิ้งอยู่บนนั้นสักพัก ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาสอดส่องความเป็นไปของโลกภายนอก ว่าแล้วก็ส่องพี่ขุนสักหน่อยดีกว่า ส่วนตัวผมมักจะเลือกที่จะส่องความเคลื่อนไหวของพี่ขุนอยู่บ่อยๆเรียกได้ว่ากลายเป็นเหมือนสิ่งที่ต้องทำทุกวันไปเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าจะส่องกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆจากพี่ขุนเลยก็ตาม นอกเสียจากลงรูปสตอรี่บ้างเป็นบางวัน อย่างรูปร่าสุดนี้เป็นรูปท้องฟ้าอัพโหลดเมื่อประมาณ ปลายเดือนเมษายน แม่เจ้า!!!

     ตริ๊ง ~

     เสียงแจ้งเตือนข้อความของกลุ่มปากหมาดังขึ้น เลยเลือกกดเข้าไปดูข้อความสักหน่อยเผื่อผมจะโดนนินทา แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ


         17.14 น.

         Domethana_T
         มึงดังแล้วนะไอคุณ @Taen.kun
         แนบไฟล์โพส

         Tunva.krs
         มึงไปถ่ายกันตอนไหนวะ
         ไม่ทันไรพี่ขุนกูก็มีคู่แข่งสะแล้วว่ะ 555+
         ส่งสติกเกอร์แมวทำท่าหัวเราะ

         Domethana_T
         @Tunva.krs มึงควรสั่งสอนลูกชายของมึงใหม่นะ จะมาใจแตกแบบนี้ไม่ได้
         ใจอยู่กับอีกคน ตัวอยู่กับอีกคน 555+

Taen.kun
   ไอสัสกูก็ไม่รู้ไหมละ
       ก็พี่มันมาขอถ่ายรูปด้วยกูก็แค่ถ่ายๆไป
       ส่งสติกเกอร์รูปหมาทำท่าทางไม่พอใจ

        Domethana_T
         แต่กูก็ว่าดีนะ เผื่อพี่ขุนผ่านมาเห็น แล้วเกิดอาการหึงมึงไง 555+

                 
Taen.kun
                 ส้นตีนกูนี้ ไม่ได้เป็นอะไรกัน จะมาหึงกูทำไม

         Tunva.krs
         ตอนนี้ไม่ใช่ แต่อนาคตไม่แน่
         มึงไม่เคยได้ยินหลอ ถ่านไฟเก่ามันร้อน

         Domethana_T
         @Tunva.krs แต่ตอนนี้ถ่านไฟเก่าหรือจะสู้เตาแก๊สได้ว่ะ 555555555 +
Taen.kun
                                         ส่งสติกเกอร์หมาทำท่าโกรธ

         ตอนนี้สายตาผมยังคงจับจ้องไปยังโพสเจ้าเรื่องหัวข้อของบทสนทนานี้ ซึ่งเป็นโพสรูปของผมกับพี่จูเนียร์ที่ตอนนี้เด่นหลาอยู่หน้าเพจไปแล้ว

         เพจ ช้างเผือกในป่า ( White elephant in the jungle )
             
             ( 32 นาทีที่ผ่านมา )
          อุ๊ยตายแล้ว!! ใครกันคะเนี่ยที่อยู่ข้างๆน้องจูเนียร์ของเรา แถมแคปชั่นใต้ภาพยังพาให้เจ๊คิดไปไกลอีกสะด้วย ใครมีวาร์ปน้องรบกวนแปะใต้คอมเม้นให้เจ๊หน่อยนะคะ ~ <3

      จูเนียร์ บริหารธุรกิจ ปีสอง
      Ig : Jujuu.Teeradon
      cr : เจ๊แต๋วแห่งหอแต๋วแตก
      #จูเนียร์ #ผัวจู  #ทีมเมียจูเนียร์ #บริหารธุรกิจ #ช้างเผือกในป่า

         แนบรูป

           คนถูกใจ Domethana, Junior Teeradon และอื่นๆอีก 963คน แสดงความคิดเห็น 156 แชร์ 78 ครั้ง

         ความคิดเห็นล่าสุด
     ปักหมุด.ช้างเผือกในป่าใหญ่ : อ่ะมาแล้วนะจ๊ะ สายสืบของเรา น้องเขาชื่อแทนคุณ บริหาร พึ่งเข้ามารายงานตัววันนี้เลยจ้าแม่!!! #จูเนียร์แทนคุณ #แทนคุณจูเนียร์
         แยมๆ ไม่กินผัก : OMG เรือฉันแล่นแล้วแม่!!
         Kittiya : น้องเค้าอยู่คณะเดี๋ยวกับเรา เจอกันวันนี้น่ารักปุ๊กปิ๊กมาก ~ #จูเนียร์แทนคุณ#แทนคุณจูเนียร์
         Siwadon kunmm : @Sunsunnday มาดูหลัวหน่อยแม่ งานดีคู่ฉันเหมาหมด!!
                                 Sunsunnday : เรือกูแล่นเลยค่ะ ใครมีวาร์ปน้องบ้างคะ??

         Junior Teeradon: เจ้าปุ๊กปิ๊ก<3

                  ช้างเผือกในป่าใหญ่ : ยังไงคะเนี่ย เจ้าของรูปมาเองแล้วว
                  Tannie lley : มาเองเลยหลอคะ!! มันยังไงเนี้ย ~ ฮืออ ฟินน
                  Bowwly kornkan : @Teeradon ยังไงย่ะ ได้ข่าวว่าพึ่งเจอกันวันนี้เองน้า !!
                  Junior Teeradon : ความสัมพันธ์อธิบายยาก เอาเป็นว่ารู้จักกันมานานแล้ว :-PP
                  Tannie lley : ฮือออ ตายอย่างสงบ ศพสีชมพู

     ผมนั่งๆนอนๆอ่านข้อความอยู่คร่าวๆ ก่อนที่ต้องมานั่งกุมขมับกับการพี่จูเนียร์ตอบกลับคอมเม้นชวนคิดสองแง่สองง่ามแบบนั้น ลางสังหรณ์ของผมบอกเป็นนัยๆ แล้วว่าชีวิตของผมจากนี้ต้องมีแต่เรื่องวุ่นวายแน่ๆถ้าไปอยู่ใกล้กับพี่แก ผมควรจะต้องเว้นระยะบ้างแล้ว แต่สิ่งที่ผมกลัวจริงๆมันไม่ใช่เรื่องนั้นไง

         ผมแค่กลัวว่าถ้าพี่ขุนเห็น พี่ขุนจะเข้าใจผิด…

     ผมควรจะทำยังไงผมควรจะให้พี่จูเนียร์ลบโพสดีไหมนะ หรือทักเพจไปเลยแต่ถ้าทักไปก็เหมือนผมไปหาเรื่องอีก เอาเป็นว่าแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ลองขอให้พี่จูเนียร์ลบโพสออกไปก่อนดีกว่า
     ว่าแล้วผมก็ทำการรีบทำการเข้าแอพพลิเคชั่นเมสเซนเจอร์ แล้วทักอินบ็อกซ์เข้าไปหาพี่จูเนียร์ โชคยังดีที่ตอนนี้หน้าต่างข้อความขึ้นว่าคู่สนทนากำลังใช้งานอยู่พอดี

      Taenkun woramath
                                                                   พี่จูเนียร์ครับ
        บอกให้เพจลบรูปของเราออกจากเพจได้ไหมครับ

         Junior Teeradon
         ทำไมล่ะ น่ารักดีออก
         ส่งสติกเกอร์รูปสิงโตทำหน้าเศร้า
           
                                             
   Taenkun woramath
                                                    เหตุผลส่วนตัวน่ะครับ
             ผมแค่ไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิด

         Junior Teeradon
         ไม่เป็นไรหลอก พี่ไม่ถือ :-))
   
                                                  Taenkun woramath
         แต่ผมถือไงครับ ผมไม่ชอบให้คนอื่นมองแปลกๆ
                               ส่งสติกเกอร์รูปน้องหมาทำหน้าบึ้ง

         Junior Teeradon
         โห่วว ก็ได้ๆเดี๋ยวพี่บอกให้ทางเพจลบให้ก็ได้
         แต่ว่าพี่ไม่ได้ช่วยฟรีๆหลอกนะ ;-D

                                                 
Taenkun woramath
                                                                       ต้องการอะไรครับ?

         Junior Teeranon   
         ส่งสติกเกอร์สิงโตทำท่ายิ้มร่า

                                           
      Taenkun woramath
                                                     อะไรของพี่เนี่ย ผมเริ่มจะกลัวพี่จูแล้วนะ
         Junior Teeranon
         ล้อเล่นนิดเดี๋ยวเองง 555

                                                 
Taenkun woramath
                                                   ……
         Junior Teeranon
         เรากินข้าวรึยัง??

                                               
   Taenkun woramath
                                                   ยังไม่ได้กินอ่ะครับ
                                                   ถามทำไมครับ??

         Junior Teeranon
         งั้นเลี้ยงข้าวพี่มื้อนึงแล้วกัน                                               
         ส่งสติกเกอร์รูปสิงโตทำท่ายิ้ม

     อะไรของพี่มันกันนะแค่บอกให้เพจลบรูปออกไปแค่นี้ถึงกับต้องมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรขนาดนั้น แต่คิดไปคิดมาแค่เลี้ยงข้าวมื้อนึงก็คงไม่เสียหายอะไรเมื่อเทียบกับความสงบสุขในชีวิตของผม อีกอย่างผมก็ไม่มีทางเลือกมากสะด้วยสิ
     ผมค่อยๆถอนหายใจ ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไป

                                                   
Taenkun woramath
                                                    ก็ได้ครับ แล้วพี่จะไปกินที่ไหนครับ

         Junior Teeranon
         ไปกินร้าน XXX หลังมอแล้วกันง่ายดี
         ประมาณทุ่มนึงเดี๋ยวพี่ออกไป ขอเตะบอลแปป

                                                   
Taenkun woramath
                                                                  ได้ครับ ตามสบายครับ
 
          Junior Teeranon
         แล้วเจอกันนะน้องคุณ :-))

     บทสนทนาของผมกับพี่จูเนียร์จบลงแต่เพียงเท่านั้น ผมปาโทรศัพท์ไว้หัวเตียงก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยหน่าย
ค่อยๆแหงนมองนาฬิกาอีกครั้ง ตอนนี้ก็พึ่งจะห้าโมงครึ่ง ก่อนจะถึงเวลานั้นก็อีกเกือบๆ ชั่วโมงครึ่งได้ ผมคงยังพอมีเวลาที่จะงีบอยู่สักหน่อย เพราะรู้สึกเพลียจากอากาศที่ค่อนข้างร้อนอบอ้าวแถมวันนี้ยังใช้พลังงานไปเยอะมากๆเสียด้วย  อากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศค่อยๆทำให้ดวงตาของผมเริ่มหนักอึ้งอึ้งอย่างช้าๆ สุดท้ายดวงตาของผมปิดลงแล้วพลอยหลับไปในที่สุด ....
     

……

         “ถ้ามึงกลับไม่ได้ก็โทรมาหากู เดี๋ยวกูมารับ” ไอโดมพูดขึ้นหลังจากมันรับหน้าที่เป็นสารถีขับมาส่งผมที่จุดนัดพบของผม

         “อืม ขอบคุณมึงมาก ยังไงเดี๋ยวกูบอก”

         อีกฝ่ายพยักหน้ารับก่อนที่จะขับมอเตอร์ไซค์เคลื่อนตัวออกไป
 
      ผมหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา ตอนนี้ประมาณเกือบๆหนึ่งทุ่มได้ ผมเลือกที่จะมาก่อนเวลาเล็กน้อยเพราะอยากเดินสำรวจบริเวณรอบๆ       
     หลังมหาลัยของผมในช่วงเย็นค่อนข้างครึกครื้นมากๆเพราะจะเต็มไปด้วยบรรดาเพิงขายอาหารต่างๆที่ตั้งเรียงรายกันเป็นสิบๆร้านเรียบไปกับถนนยาวจนสุดรั้วของมหาลัย สลับกับฝั่งตรงข้ามที่เป็นตึกแถวและร้านค้าจัดจำหน่ายของใช้จำพวกเครื่องเขียน หรือร้านขายของจิปาถะทั่วไป ซึ่งจัดได้ว่าสามารถอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตของนักศึกษาสุดๆ ประกอบกับโซนหลังมอมักจะเป็นหอพักนักศึกษาสะส่วนใหญ่อีกด้วย ที่แห่งนี้เลยจัดเป็นแลนมาร์คยามดึกของบรรดาหมู่นักศึกษาในมอเลยก็ว่าได้

     ผมเดินสำรวจดูรอบๆอยู่สักพักก่อน เผื่อครั้งหน้ามาจะได้รู้ว่าควรจะไปทางไหนแล้วมีอะไรน่ากินบ้าง ก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่ร้านร้านหนึ่งซึ่งนัดไว้กับพี่จูเนียร์ เป็นร้านขายอาหารตามสั่งธรรมดาๆที่ตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่แน่นร้านเอามากๆ ก็อย่างว่าแหละครับ เวลาช่วงนี้ก็เป็นเวลาอาหารค่ำของใครหลายๆคน ไม่แปลกหลอกที่คนจะเยอะ

     ผมทักเฟสไปหาพี่จูเนียร์ว่าผมถึงร้านที่นัดไว้แล้ว ไม่ปล่อยให้รอนานมากนนัก อีกฝ่ายก็มาถึงที่หมายพอดิบพอดี

     ตอนนี้พี่จูเนียร์อยู่ในชุดกีฬาแขนตัดสีขาวฟ้าตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นเข้าชุด โชว์เรียวแขนขาวผ่องที่มีมัดกล้ามเล็กน้อย ทำเอาสาวๆที่เดินผ่านถึงกลับเหลียวมองตาไม่กระพริบกันเป็นแถบๆ

         “หูย แต่งตัวน่ารักนะเราเนี่ยเรา”
     
         “อะไรของพี่มึงเนี่ย”

         ผมค้อนเสียงแข็งใส่อีกฝ่าย ไม่มีผู้ชายคนไหนชอบหลอกนะครับถูกผู้ชายด้วยกันชมว่าน่ารักยิ่งเป็นพี่จูเนียร์ด้วยผมยิ่งขนลุกขนชันเข้าไปใหญ่ อีกอย่างผมไม่ได้แต่งตัวน่ารักอะไรเลย ใส่เสื้อยืดเปื่อยๆสีครีมกับกางเกงขาสั้น แถมยังคีบรองเท้าแตะตราช้างดาวมาอีกต่างหาก มันน่ารักตรงไหนฟะเนี่ย!!!

         “ฮ่าๆๆ ไปเหอะพี่หิวจะแย่แล้ว” อีกฝ่ายยิ้มร่าก่อนที่จะเดินนำเข้าไปในร้าน และกวักมือให้ผมเดินตามเข้าไป เพื่อที่จะต่อคิวสั่งอาหารอยู่หน้าร้านรอก่อน เพราะตอนนี้เหมือนว่าโต๊ะด้านในร้านจะเต็มหมดแล้ว

        “เราเปลี่ยนร้านไหมพี่ ไม่มีที่นั่งเลย”

         “งั้นแปปนึงนะ” อีกฝ่ายเดินเข้าไปสอดส่องด้านในอีกครั้งก่อนที่จะกลับมาหาผมด้วยหน้าตายิ้มแย้ม

         “ได้โต๊ะแล้ว แต่ว่าคงต้องไปอาศัยนั่งกับเพื่อนพี่ก่อนนะ”

         “อ่อ…ครับ”

         “นั่งกับเพื่อนพี่ได้ไหมล่ะ มันมาคนเดียวด้วย แถมไม่พูดมากไม่กวนน้องหลอก”

         “ผมยังไงก็ได้ครับ”

         “งั้นก็ไปกันเถอะ”

         อีกฝ่ายเดินนำเข้าไปในร้านอีกครั้งโดยมีผมเดินตามเข้าไปติดๆเหมือนลูกเป็ดที่กำลังเดินตามแม่ ก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่โต๊ะโต๊ะหนึ่งด้านในสุดซึ่งมีบุคคลร่างสูงในชุดกีฬาสีดำสลับแดงนั่งหันหลังอยู่

         “ไปนั่งก่อน พี่ไปสั่งข้าวให้อยากกินอะไร”

         “เอาอะไรก็ได้ครับ”

         “โอเค ไอขุนกูฝากดูน้องมันหน่อย

         “!!!!”

     เท่านั้นแหละครับผมนี้หันขวับไปยังคนที่นั่งหันหลังให้ผมอยู่ด้วยความตกใจ ก่อนที่อีกฝ่ายจะค่อยๆเอียวตัวหันกลับมาสบตากับผม

     ใบหน้าคุ้นตาจับจ้องมาที่ผมด้วยแววตาตกใจเล็กน้อย ก่อนที่คิ้วทั้งสองข้างของอีกฝ่ายจะถูกผูกเข้าหากัน พร้อมกับน้ำเสียงที่เคยทุ่มต่ำที่ตอนนี้แปลเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก

         “มากับมันได้ยังไง

         “คะ..คืออ ผมแค่..”

         “มาแล้วจ้าา น้องคุณไปนั่งสิ” ก่อนที่ผมจะได้อธิบายให้อีกฝ่ายได้เข้าใจ จู่ๆพี่จูเนียร์ก็กลับมาพอดี พร้อมกับดันหลังของผมให้ไปนั่งที่นั่งฝั่งตรงข้ามพร้อมกับกดผมให้นั่งลง สายตาของพี่ขุนจากที่จ้องผมเขม็งก่อนหน้าเลื่อนไปมองมือของพี่จูเนียร์ที่จับบนไหล่ทั้งสองข้างของผมก่อนที่อีกฝ่ายจะสะบัดหน้าหันหนีไปอีกทาง ผมหันไปมองพี่จูเนียร์อีกครั้งเป็นสัญญาณว่าให้ปล่อยมือจากผมได้แล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังคงตีหน้าตายทำเป็นไม่รู้เรื่อง ก่อนที่จะเดินอ้อมไปนั่งฝั่งตรงข้ามข้างๆพี่ขุนพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ผม

     นี้มันวันอะไรกันว่ะเนี่ย!!!

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
Re: StrayLove [ร] รักอีกสักครั้ง
«ตอบ #11 เมื่อ04-10-2021 22:43:03 »

 :hao7: :hao7: :hao7:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด