แฟนเด็กพี่ภาคิน
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: แฟนเด็กพี่ภาคิน  (อ่าน 4880 ครั้ง)

ออฟไลน์ Oncloud69_

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน ตอน 14
«ตอบ #30 เมื่อ22-09-2021 17:13:06 »

 EPISODE : 13 เราเลิกกันแล้ว



"เรามาลองชิมแล้วให้คะแนนกันนะครับ สิบถึงร้อย ใครคะแนนเยอะกว่าคนนั้นชนะ" ผมมองน้องที่ดูจะตื่นเต้นกับการชนะในครั้งนี้แต่ผมเองก็อยากจะชนะเหมือนกัน 

"ครับ งั้นรักเริ่มก่อนครับ" น้องหยิบช้อนขึ้นมา ผมเพียงมองเพราะลุ้นเหมือนกันว่ารสมือตัวเองจะถูกปากน้องหรือเปล่า "จะกินแล้วนะครับ อ้าม" เจ้าแก้มขาวเคี้ยวอย่างอร่อย ผมเห็นแล้วเกิดรู้สึกหิวขึ้นมาบ้างเพราะน้องกินเหมือนอร่อยมาก

"ตาพี่แล้ว ป้อนให้หน่อยสิครับมือข้างซ้ายพี่ไม่ถนัด" คนกำลังฟินหันมองผมด้วยสายตาเหวี่ยง อยากบอกเจ้าตัวเหลือเกินว่ามันน่ารักเวลาน้องชักสีหน้าใส่ 

"พี่นี่เรื่องมากจังเลย อ้าปากเลยครับ" ผมขำแต่ก็ยอมอ้าปากเพื่อให้น้องป้อนแต่โดยดี น้องตักข้าวกินอีกคำ เชื่อแล้วว่าหิวหรือฝีมือผมอร่อยถูกปากนะ แอบลุ้นเหมือนกัน 

"ต่อไปไข่ม้วนของรักนะ ให้พี่เบียร์ชิมก่อนเลยรับรองอร่อยเหาะ" น้องดูภูมิใจนำเสนอมาก ผมกลืนข้าวลงคอ

"ป้อนครับ" ผมบอกเจ้าตัว น้องทำเสียงฮึดฮัดเล็กน้อยคงเพราะไม่ชอบที่ถูกผมสั่งบ่อย ผมรู้แต่กลับชอบและอยากแกล้งให้น้องงอนใส่บ่อย เจ้าตัวตักไข่ม้วนคำโตเหมือนแกล้งผมคืน

"รู้แล้วครับ อ้าปากกว้าง ๆ ไข่ม้วนสูตรน้องเจ้ารักมาแล้ว อ้ามมม" ผมเพิ่งได้ลองลิ้มรสฝีมือไข่ม้วนของน้องครั้งแรก มันนุ่มหอมและไม่หวานมากยิ่งได้กินกับข้าวผัดของผมยิ่งเข้าคู่กัน จานข้าวถูกน้องขยับไปอยู่ใกล้เจ้าตัว

"เดี๋ยวรักกินต่อให้หมดเอง อืมม อร่อยมาก ข้าวผัดพี่เบียร์สู้ไข่ม้วนของรักไม่ได้สักนิด" น้องเล่นกินข้าวแล้วไม่ยอมแบ่งกันอีก ผมก็อดกิน ได้แต่นั่งพิงเก้าอี้อยู่เงียบ ๆ เห็นเม็ดข้าวติดอยู่ริมฝีปากผมก็เอื้อมมือไปหยิบมันมากินแทน น้องดูตกใจไปชั่วขณะนี่ผมทำให้น้องตกใจเหรอ

"กินคนเดียว ขี้โกงนะเรา" ผมเทน้ำใส่แก้ว น้องหยิบมาดื่มทันที ไม่รู้จะรีบกินไปทำไมผมไม่ได้แย่งกินเลย  

"ก็พี่เบียร์ไม่ได้หิวนี่ครับ" จนเมื่อทานเสร็จเรียบร้อยแล้วให้คะแนนกันและกัน น้องวางช้อนพร้อมรับฟังคะแนนที่ให้กันและกัน "จะให้รักให้คะแนนก่อนไหมครับ" 

"ครับ ข้าวผัดฝีมือพี่เราให้คะแนนความอร่อยกี่คะแนนครับ" ผมถามขึ้นน้องตอบแบบไม่ต้องครุ่นคิดสักนิด

"รสชาติอาหารดี ข้าวก็ผัดไม่แห้งและข้าวนุ่มมากด้วย งั้นรักให้พี่เบียร์สิบเต็มร้อยก็แล้วกันครับ"

"โห" เด็กขี้แกล้งหัวเราะเพราะอยากเอาชนะ ผมแกล้งยอมแพ้เพราะได้คะแนนน้อยเกินกว่าที่คาดหวัง "ไว้วันหลังพี่จะทำอาหารสุดฝีมือให้ชิม"

"ตั้งตารอเลยครับ แล้วคะแนนไข่ม้วนของรักล่ะครับ" พอถึงตาตัวเอง น้องก็ดูคาดหวังมาก ผมวิจารณ์อาหารให้ฟังพร้อมให้คะแนนที่ทำเอาน้องตกใจ

"เป็นไข่ม้วนที่อร่อยที่สุดเท่าที่พี่เคยกินมา พี่ให้คะแนนเกินร้อยเลยครับ" 

"เอาจริงหรือครับ รักนึกว่าพี่เบียร์จะแกล้งลดคะแนนเหมือนรักซะอีก" ผมรู้อยู่แล้วว่าน้อแกล้งแค่ยอมไปแค่นั้นเอง

"พี่จะลดคะแนนทำไม อาหารฝีมือน้องหนูอร่อยมากพี่ก็ต้องให้คะแนนตามความจริง" คนฟังรู้สึกเหลิงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พอใจกับคำชมของผม ชักอยากจะเข้าครัวฝึกทำอาหารอื่นให้น้องได้ลองชิมอีกหลายเมนู

"ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่ารักชนะนะครับ"

"ครับ" ผมพยักหน้า 

"เย่ ดีเลยครับ รักจะกลับไปคิดก่อนว่าจะใช้ตั๋วแบบไหนดี ล้างจานกันเถอะครับ" ได้เห็นน้องยิ้มผมก็ดีใจ เราสองคนยืนเถียงกันระหว่างล้างจานเกี่ยวกับการหากุญแจมาไขกุญแจมือ สุดท้ายผมก็ต้องบอกน้องไปตามตรงว่ากุญแจมีเพียงแต่เราต้องคุยกันก่อน น้องก็เถียงไม่ยอมแต่ผมขอเวลาคุยเพื่อคุยกันเรื่องที่ผมกำลังสงสัย ขอร้องอยู่นานว่าน้องก็ยอมแต่โดยดี

เราสองคนเดินมานั่งบริเวณห้องนั่งเล่น ผมหยิบกุญแจมาแล้วเพื่อให้น้องได้สบายใจ น้องนั่งลงนั่งบนโซฟาสีหน้าบ่งบอกชัดถึงความกังวล

"พี่เบียร์อยากรู้เรื่องอะไรก็ถามมาได้เลยครับ"

ก๊อก ๆ ๆ 

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ผมกับน้องมองหน้ากันเพราะสงสัยว่าเช้าขนาดนี้จะมีใครมาหาในเมื่อผมไม่ได้นัดใคร น้องยอมลุกขึ้นเพื่อเดินไปเปิดประตูพร้อมกับผม แต่พอมองผ่านช่องตาแมวที่ประตูแล้วผมก็ได้แต่ถอนหายใจ

เบลล์ เธอมาหาผมอีกแล้ว

"ใครมาเหรอครับ" ผมเกาหัวตัวเอง น้องขมวดคิ้วสงสัยที่ผมไม่ยอมบอก ร่างเล็กขยับมาดูด้วยตัวเอง น้องหันมาหาผมด้วยสีหน้าตกใจยิ่งกว่า "แฟนพี่เบียร์มาหาหนิครับ แล้วเราจะทำยังไงกันดีครับ"

"หือ" ผมไม่เข้าใจว่าน้องกำลังเข้าใจอะไรผิดเรื่องความสัมพันธ์ของผมกับเบลล์

"ใครเป็นแฟนพี่นะครับ" ผมถาม

"พี่เบลล์ไงครับแฟนพี่เบียร์ แล้วเราอยู่ในสภาพนี้เราจะเอายังไงกันดีครับ" ผมมองเจ้าตัวน้อยที่ตื่นตูมเกินเหตุ ผมยกยิ้มมุมปาก พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมช่วงนี้ถึงได้ชอบหลบหน้าผม คิดว่าส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเรื่องผมกับเบลล์

ผมขยับชิดใกล้ใบหน้าน้อง เห็นดวงตาหวั่นแล้วใจผมกระตุกแปลก ๆ ก่อนจะเลื่อนหน้าไปกระซิบข้าง ๆ หูให้น้องได้รับรู้ความจริง

"พี่กับเบลล์เราเลิกกันไปนานแล้ว มีแต่เธอที่อยากจะคืนดีกัน ความจริงพี่โสดนะครับน้องหนู"






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน
«ตอบ #31 เมื่อ23-09-2021 13:22:46 »

 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ Oncloud69_

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน ตอน 15
«ตอบ #32 เมื่อ23-09-2021 17:37:06 »

 EPISODE : 14 ข่าวลือเรื่องของเรา



"แล้วพี่เบียร์จะมาบอกรักทำไมล่ะครับ" ปฏิกิริยาของน้องดูน่าเอ็นดู ทั้งที่ตัวแดงแก้มแดงแล้วยังจะปากแข็ง เรื่องที่น้องชอบผมและเข้าใจผิดเรื่องผมกับเบลล์ ผมรับรู้และกำลังแก้ไขความเข้าใจผิดให้น้องอยู่

เมื่อผมไม่เปิดประตูออกไปเสียงข้างนอกห้องก็เงียบลง ผมคงต้องบอกยามแล้วว่าต้องไปห้ามเธอมาหาผมอีก ก็ไม่ได้อยากใจร้ายแต่เบลล์ทำตัวเองทั้งนั้น 

"ก็มีเด็กบางคนเข้าใจผิดนี่ครับพี่เลยต้องอธิบายให้เข้าใจ" น้องไม่กล้าสบตาผม ซ้ำยังแสดงออกผ่านสีหน้าได้ชัดว่ากำลังเก็บซ่อนอารมณ์มากมายไว้ ยิ่งเห็นแก้มแดงนั่นก็ยิ่งอยากแกล้ง 

"เข้าใจ เข้าใจว่าอะไรครับ" น้องยังไม่ยอมรับ ผมอยากขำท่าทีของเจ้าตัว ทำไมผมถึงได้มองว่าน่ารักนะ น้องไม่ได้ผลักผมออกห่างผมก็ยังคงยืนใกล้ 

"ก็เข้าใจว่าพี่กับเบลล์ไม่ได้คบกัน เราเลิกกันไปนานแล้ว เธอคอยตื้อจะกลับมาคบกันใหม่แต่พี่ขอปฏิเสธ" ผมบอกความจริงเรื่องของผมให้น้องได้รู้ ถึงจะเป็นคนที่มีผู้หญิงมาอยู่รอบตัวบ่อยแต่จริง ๆ แล้วผมไม่มีใครที่คบหากันแบบจริงจัง ยกเว้นเบลล์ที่เคยคบหาด้วยตอนมัธยมแต่เราก็เลิกรากันไปเพราะเธอเลือกจะทิ้งผม

ขนาดเข้ามหาลัยเดียวกันเธอก็ไม่ได้มีท่าทีจะสนใจผม แต่แปลกที่ช่วงหลังมานี้เธอบอกจะขอคืนดีกัน ผมเคยลองให้โอกาสกลับมาคบกับเธอแต่ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว ผมไม่ได้รู้สึกกับเธอเหมือนตอนเด็ก ทั้งที่บอกเธอตั้งหลายครั้งแล้วแต่เธอก็ยังไม่ยอมเข้าใจ  

"จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอครับ" ก็เห็นน้องเงียบอยู่นานผมเลยถามขึ้น น้องกรอกตามองไปทั่วเพราะไม่กล้าสบตากับผม มันน่ารักไปแล้ว แค่น้องขยับนิดเดียวทุกอย่างก็ดูน่ารักไปหมด ดูท่าแล้วผมคงชอบน้องเข้าแล้ว

"ให้พูดเรื่องอะไรครับ รักไม่เห็นจะรู้เลยว่าต้องพูดอะไร ก็ในเมื่อเรื่องนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับรักสักหน่อย" น้องพูดเสียงสั่น เห็นแล้วนึกถึงเวลาเจอกับน้องแรก ๆ ผมไม่ได้รู้สึกไปเองว่าน้องชอบมองและชอบมาอยู่ใกล้แล้วชอบทำตัวแปลก ๆ คิดว่าน่าจะมาจากอาการตื่นเต้นจนไม่รู้จะทำตัวยังไง

"อือ พี่เพิ่งรู้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับน้องหนู" น้องต่อยหน้าอกผมเพื่อให้ถอยห่าง วันนี้แกล้งแค่นี้ก็พอ ได้เห็นแก้มแดงแล้วก็ชื่นใจ ผมเพิ่งรู้ว่าเวลาอยู่ใกล้กับน้องแล้วเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับน้องที่ผมเห็นเคยมันมีเยอะมากดูเหมือนว่าน้องมาอยู่ในสายตาผมตลอดเวลาแค่ผมไม่เคยได้ขยับไปทำความรู้จักกันแค่นั้น

"พี่เบียร์ เอากุญแจมาไขเลยครับ" น้องแบมือขอกุญแจอีกรอบ ผมล้วงกระเป๋ากางเกงก็โล่งใจที่กุญแจยังอยู่ เพราะถ้าหายไปน้องคงได้โวยวายทุบหลังผมหักแน่

"แต่เรายังไม่ได้คุยเรื่องของเราเลยนะครับ" ผมอยากเคลียร์กับน้องให้เข้าใจตรงกัน มีเรื่องที่น้องต้องแน่ใจมากกว่าที่จะคิดเองฝ่ายเดียว ร่างเล็กดูเลิกลั่กมาก ไม่รู้จะตื่นตูมอะไรนักหนาแต่มันน่ารัก

"เรื่องของเราไม่มี๊ ไม่มีอะไรสักหน่อยครับ"

"เสียงสูงเชียวนะ ฮ่า ๆ" ผมขำจริง ๆ ท่าทีของน้องนอกจากปล่อยความน่ารักแล้วยังปล่อยความสุขออกมาตลอด เวลาอยู่ใกล้ผมเลยพลอยมีความสุขตาม เห็นผมขำเจ้าตัวก็ตีหน้ายุ่งแสดงความไม่พอใจ สำหรับผมแล้วมองยังไงก็ยังน่ารัก

"ก็แล้วพี่เบียร์จะอยากคุยเรื่องอะไรครับ" ผมเชยคางน้องให้หันหน้าสบตากัน สบตาผมแปปเดียวน้องก็ชอบหลบตา ไม่รู้ว่าเขินหรือกลัวผม

"ก็เรื่องที่น้องหนูบอกว่าจะเลิกรักพี่แล้ว เรื่องนั้นน่ะเราไม่ต้องทำอย่างนั้นก็ได้นะ จะชอบจะรักพี่อย่างเดิมก็ได้เดี๋ยวพี่ขยับไปทำความรู้จักเราเอง" อย่างน้อยก็ต้องลองดู ผมก็อยากเข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมไม่ยอมปล่อยเด็กคนนี้ไปหากเป็นคนอื่นมาสารภาพรักแล้วบอกจะขอเลิกรักผมก็คงเฉย ๆ ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่พอเป็นน้องพูดแล้วมันทำให้ผมรู้สึกแปลก ผมยังอยากอยู่ในสายตาน้องเหมือนที่ผ่านมา

"ล้อเล่นกันอยู่ใช่ไหมครับเนี่ย" น้องดูจะไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูด ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ผมเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเอง แค่รู้สึกว่าถ้าเป็นคนนี้แล้วผมจะลองให้โอกาสตัวเองได้ทำความรู้จักกับน้องมากขึ้น 

"เกี่ยวกับความรักพี่จริงจังครับ" เพราะถ้าน้องคือความรักที่ผมกำลังตามหา ผมก็ไม่อยากปล่อยน้องให้จากไปไกล เราสองคนคงต้องเรียนรู้และทำความรู้จักกันมากขึ้น ผมบอกความรู้สึกออกไปให้รับรู้แล้วหวังว่าน้องจะตอบรับความรู้สึกของผม

"พี่เบียร์ชอบรักหรือครับ" น้องถามได้ตรงประเด็นดี ผมหลุบตาลงเพื่อหาคำอธิบาย ในตอนนี้ผมยังไม่มีความรู้สึกรักให้น้องหรอกมันมีเพียงความรู้สึกดี อยู่ใกล้แล้วผมมีความสุขนะ ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

"ตอนนี้ยังครับแต่พี่สนใจและอยากทำความรู้จักกับเรามากกว่าครับ" บอกไปแล้วน้องก็นิ่งงัน กะพริบตาถี่ ผมตอบตามความรู้สึกของตัวเองไปแล้วน้องจะเข้าใจที่ผมสื่อออกไปไหม 

"รักอยากกลับคอนโดแล้วครับ ใกล้จะเข้าเรียนวิชาที่สองด้วย" ผมเข้าใจว่าน้องมีเรียนดังนั้นเรื่องของเราก็เอาไว้คุยหลังจากนี้ก็ได้ ผมจะรอคำตอบจากน้อง อยากรู้ว่าเจ้าตัวจะให้โอกาสผมได้ทำความรู้จักไหม

"ครับ เดี๋ยวพี่ไปส่งนะ" ผมขออนุญาตระหว่างที่หยิบกุญแจเพื่อไขให้กุญแจมือของเราออกจากกัน ต้องขอบคุณของขวัญวันเกิดจากไอ้เพื่อนที่มันซื้อให้ ผมไม่เคยได้ใช้สักครั้งเลย เมื่อคืนก็ตกใจที่น้องเอามาใส่มือเราสองคนแต่พอเป็นแบบนี้แล้ว ผมว่าผมควรขอบคุณไอ้เพื่อนซะแล้ว

"ขอบคุณครับ" 



"นี่คอนโดเราเหรอครับ" ผมยังตื่นเต้นและทำตัวไม่ถูกเพราะคำพูดของพี่เบียร์ที่พูดไว้ก่อนหน้าที่พวกเราจะออกมา พี่เบียร์ขับไปยังที่จอดรถและจอดลงอย่างนิ่มนวล ผมไม่กล้าสบตากับพี่เบียร์อีก เรื่องที่พี่เบียร์บอกมันคือเรื่องจริงใช่ไหม ผมไม่ได้ฝันอยู่ใช่ไหม

"ครับ พี่เบียร์รอข้างล่างก่อนนะครับรักขอเวลาสิบนาทีแล้วจะรีบลงมา" ผมอยากหายตัวไปเหลือเกิน เพราะพี่เบียร์ไม่มีคาบเรียนเลยอาสาจะไปส่งผมถึงมหาลัย ตัวผมก็ไม่กล้าปฏิเสธด้วย

"ตั้งสิบนาทีพี่ขอเข้าไปรอที่ห้องเราไม่ดีกว่าเหรอครับ" พี่เบียร์พูดอย่างนั้นผมลังเลเล็กน้อยแต่ให้รอตั้งสิบนาที ก็คงรบกวนเวลาของพี่เบียร์ 

"พี่นี่เรื่องมากจังเลยครับ" ผมแกล้งพูดกลบเกลื่อนความเขิน "จะไปก็รีบออกมาเลยครับ" พี่เบียร์ยิ้มกว้างทันที ผมลงจากรถแล้วรอร่างสูงลงจากรถเพื่อเดินขึ้นไปยังห้องของผม เหงื่อเริ่มเต็มบนฝ่ามือเพราะความตื่นเต้น ผมคิดต่าง ๆ นานาว่าห้องผมรกแค่ไหนเพราะไม่ได้ทำความสะอาดตั้งแต่วันก่อน ขึ้นลิฟต์มาด้วยกันพี่เบียร์ก็ชวนคุยผมก็ตอบบ้าง ผมยืนตื่นเต้นอยู่หน้าประตูห้องตัวเองเป็นครั้งแรก 

"เชิญครับ" เปิดประตูให้พี่เบียร์ได้เข้ามาในห้องก่อนจะปิดประตูผมมองไปยังห้องรอบข้าง โชคดีที่เพื่อนรักทั้งสองไม่ได้ออกมาหากันไม่อย่างนั้นผมก็ไม่รู้จะตอบคำถามเพื่อนยังไง 

"ห้องกว้างใช้ได้" คนตัวสูงเอ่ยชมระหว่างที่กำลังสำรวจห้องผม 

"เชิญสำรวจได้ตามสบายเลยครับรักขออาบน้ำแต่งตัวก่อน" ระหว่างผมกำลังรีบอาบน้ำ พี่เบียร์ก็นั่งเล่นมือถือที่นอกระเบียง ผมออกมาแล้วแต่งตัวอย่างไว ปากก็คุยกับพี่เบียร์ตลอด พี่เบียร์สั่งให้ผมอย่าลืมอุปกรณ์การเรียนใส่ไว้ในกระเป๋าให้ครบอย่ารีบร้อนจนเมื่อพร้อมสำหรับไปเรียนผมจึงได้ชวนพี่เบียร์ให้รีบไปส่ง

เพราะความรีบมากแล้วเกือบจะเดินหกล้มตลอด พี่เบียร์ถึงบอกให้ผมช้าลงหน่อย ยังไงก็ได้เข้าคาบบ่ายอยู่ดี รีบไปตอนนี้ก็แค่เรียนคาบสุดท้ายได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง พี่เบียร์มาส่งผมถึงตึกเรียนอย่างปลอดภัยและเอ่ยขอบคุณแล้วรีบไปยังห้องเรียน อย่างน้อยมาสายก็ดีกว่าขาดเรียน เพ้นส์จองที่ให้ผมไว้แล้วเมื่อรู้ว่าพี่เบียร์มาส่งเพื่อนก็ล้อทางสายตา ผมตั้งสมาธิและตั่งใจเรียนจนหมดคาบ

"มีข่าวดีเหรอรัก"

"ไม่ต้องมาแซว เลกเชอร์คาบเช้าขอยืมมาลอกหน่อยรักจะเขียนให้เสร็จก่อนคาบบ่าย" เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง ระหว่างที่เพ้นส์สั่งอาหารผมก็นั่งลอกเลกเชอร์เพื่อนอย่างตั้งใจ โชคดีที่เพ้นส์อัดวิดีโอตอนอาจารย์สอนมาให้ด้วยผมสามารถเปิดเรียนทบทวนด้วยตนเองได้อีกด้วย เพื่อนคนนี้รอบคอบที่สุด

"แล้วเมื่อคืนถึงไหนแล้วรัก" เพ้นส์ยังคงถามอีก ผมเลี่ยงไม่ตอบ

"ถึงไหน อะไรเล่า รักไม่มีสมาธิจะจดแล้ว" เพื่อนหัวเราะแล้วขอตัวเดินไปสั่งน้ำปั่น ผมยังคงมีสมาธิจดเลทเชอร์เพ้นส์ก็เดินกลับมา ซ้ำยังแซวผมอีก เพื่อนคนนี้ก็แซวเก่ง

"ไม่ใช่ว่าเมื่อคืนกุ๊กกิ๊กกันจนขี้เกียจมาเรียนเช้าหรือเปล่าครับคุณรสิน" เพ้นส์ถามด้วยสีหน้าขี้เล่น ผมเอาปากกาในมือเคาะหน้าผากเพื่อนอย่างเบามือ

"คุณพัทธนันท์ก็ช่างจินตนาการจังเลยนะครับ เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟัง รักขอจดวิชาอาจารย์เพียงดาวก่อน" ผมจำเป็นต้องหยุดความอยากรู้ของเพื่อน 

"ครับผม" เพ้นส์หยิบมือถือขึ้นมาระหว่างที่ต้องรอผมจด ผมเงยหน้ามองเพื่อนอีก กลัวเพ้นส์จะเหงาที่ตัวเองเอาแต่ก้มหน้าเขียน

"อดใจรออีกนิดเดียวนะครับจดใกล้หมดแล้ว เดี๋ยวเพื่อนเล่าครับ" เพ้นส์หัวเราะดัง ผมเงยหน้ามาหลังจากที่เขียนเลทเชอร์เสร็จก็พบว่าอาหารเที่ยงพร้อมสำหรับการกินที่บริการโดยเพื่อนแสนใจดีอย่างเพ้นส์ 

"เสร็จละ คาบเช้าทำไมอาจารย์ดาวให้จดเยอะจัง" ผมบ่นระหว่างหยิบสมุดใส่กระเป๋า เพ้นส์ก็หยิบสมุดเลทเชอร์คืนใส่กระเป๋าตัวเองเหมือนกัน เสียงข้อความจากมือถือของผมดัง ผมเลยอดไม่ได้ที่จะเปิดดู 



รักไปนอนห้องพี่เบียร์อีกแล้วเหรอ

มันเกิดอะไรขึ้น

แชร์วิดีโอ

แล้ววิดีโอนี่มันแปลว่าอะไร

วันนี้แพร์มีเรียนเช้า ตอนบ่ายว่างไหมมาเจอกันหน่อย



ไอ้รัก สรุปมึงกับพี่เบียร์คบกันหรือไง

ทำไมออกสื่อโดยไม่บอกกูสักคำวะ



ผมสับสนงงงวยไม่เข้าใจในสิ่งที่เพื่อนรักทั้งสองบอก พอกดวิดีโอที่ลูกแพร์แชร์เข้ามาถึงได้รู้ว่าเป็นวิดีโอตอนที่ผมกำลังทำาหารเช้าในห้องพี่เบียร์ แต่ทำไมพี่เบียร์ถึงได้โพสต์ลงในเฟสบุ๊คแถมยังลงเป็นสาธารณะด้วย แบบนี้ผมก็ตายน่ะซิเพื่อนรักทั้งสองได้เค้นปากผมแน่ 

"รัก พี่เบียร์โพสต์ขนาดนี้ คือตกลงคบหากันแล้วเหรอ" ผมเงยหน้ามองเพ้นส์ที่โชว์วิดีโอเดียวกับที่ผมดู จะให้ผมตอบเพื่อนยังไงก็เรายังไม่ได้คบกันด้วยซ้ำนะ แล้วไอ้พี่เบียร์ทำอะไรทำไมไม่บอกกันบ้างเลย

ผมจะร้องไห้แล้วนะไอ้พี่เบียร์บ้า 






ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 642
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน
«ตอบ #33 เมื่อ24-09-2021 14:08:12 »

 o18

ออฟไลน์ Oncloud69_

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน ตอน 15
«ตอบ #34 เมื่อ24-09-2021 17:58:35 »


EPISODE : 15 ผมมันคนเสียอาการ





'เย็นนี้ว่างไปกินข้าวด้วยกันมั้ยครับน้องหนู'





ผมมองข้อความที่ถูกส่งโดยคนตัวดีที่สร้างเรื่องไว้จนผมต้องลำบากเพราะถูกเพื่อนรักทั้งสองลากมาจากห้องเรียนหลังจากเรียนหมดคาบ เพ้นส์ก็ใจดีอาสาเก็บกระเป๋าผมแล้วตามมาด้วย ทำงานกันเป็นทีมมาก

ผมนั่งตัวหลีบไม่กล้าจะตอบข้อความส่งกลับไป เพื่อนรักทั้งสองมองหน้าผมราวกับจะเอาเรื่อง เพ้นส์ขอตัวไปซื้อขนมมาให้กินผมอยากยื้อเพื่อนให้มานั่งด้วยแต่ก็ไม่ทัน

"สรุปเรื่องมึงกับไอ้พี่เบียร์มันยังไงห๊ะไอ้รัก" นายโนทุบโต๊ะถามด้วยความอยากรู้ ผมนั่งคอตกเพราะไม่รู้จะตอบเพื่อนยังไง

"ว่าไงรัก สรุปคบกับพี่เบียร์แล้วเหรอ" ลูกแพร์ถามอีกคน ผมกัดปากตัวเอง เรื่องนี้มันเป็นความผิดของพี่เบียร์ชัด ๆ ทำไมผมต้องโดนเพื่อนสอบสวนคนเดียวด้วย

"ไม่รู้" ผมบอกเพื่อนเสียงค่อยจนแทบไม่ได้ยินเสียง ก็มันไม่รู้จริง ๆ ไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยแต่ก็ไม่เข้าใจว่าพี่เบียร์จะโพสต์แบบนั้นไปทำไม มันกลายเป็นเรื่องใหญ่จนเขาโดนเพื่อนสงสัยแล้ว

"ไม่รู้ หมายความว่าอะไร"

"ก็..."

"หรือว่าเมื่อคืนมึงมีอะไรกับพี่เขาแล้ว" ผมตกใจที่ได้ยินนายโนถามขึ้นอย่างนั้น

"จะบ้าเหรอ รักไม่ได้ง่ายขนาดนั้นไหม ก็เมื่อคืนรักเมาไงพี่เบียร์เลยพากลับ เพราะใครบางคนไม่ยอมมารับรักกลับสักที" ผมว่าเพื่อนที่ไม่ยอมมารับ เมื่อคืนผมรอเพื่อนตั้งนานแต่นายโนก็ไม่มา นายโนก็เพิ่งจะนึกได้ว่าตัวเองลืมมารับผม

"จริงด้วย กูลืมไปรับมึงเลย"

"นี่โนลืมไปรับรักจริงเหรอ" ผมพยักหน้าทันที นายโนโดนแน่ กล้าที่จะลืมไปรับผม ลูกแพร์ไม่ชอบเวลาใครไม่รักษาสัญญา ขนาดผิดเวลานัดกันนิดเดียว ผมเคยไปสายไปห้านาทียังโดนบ่น

"เออกูง่วงนอนเลยเผลอหลับ แต่มึงก็ผิด" เพื่อนโบ๊ยเรื่องมาหาผมอีก "มึงเมาหรือตั้งใจเมาเพื่อให้พี่เบียร์พากลับกันแน่" ผมปฏิเสธทันควัน ผมไม่ได้คิดเรื่องนั้นมาก่อนด้วยซ้ำ ตอนอยู่กับกลุ่มพี่เบียร์สมองผมโล่งแทบไม่ได้ยินแต่เสียงเพลงในร้านด้วยซ้ำว่าเปิดเพลงอะไรทั้งคืน

ลูกแพร์หันไปดุนายโนที่ไม่ได้ไปรับผมตามสัญญา พอเพื่อนหันมาจะพูด คงจะบ่นนั่นแหละผมรีบแทรกทันที

"รักเมาจริง ๆ นะ" ผมส่งสายตาอ้อนให้เพื่อน "แล้วเรื่องที่เกิดในวิดีโอนั่นคือรักกับพี่เบียร์แข่งกันทำข้าวเช้า รักชนะด้วยแหละได้ตั๋วพิเศษจากพี่เบียร์ด้วย" เพื่อนทั้งสองมองผมด้วยสายตาสงสัย



"แต่มีเรื่องนึงที่พี่เบียร์พูดแล้วรักยังสงสัยอยู่"

"เรื่องอะไรของมึง" นายโนถามขึ้น

"พี่เบียร์บอกว่าตอนนี้กำลังสนใจรักอยู่" พูดเองผมก็ยังตื่นเต้นไม่หาย ตั้งแต่รู้ว่าพี่เบียร์สนใจผมก็ทำตัวไม่ถูก ตื่นเต้นกับปฏิกิริยาของเพื่อนด้วยอยากรู้ว่าเพื่อนจะคิดยังไง แต่พอเห็นหน้านิ่ง ๆ ของเพื่อนทั้งสองผมก็ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ

"มึงมโนคนเดียวไปอีกหรือเปล่า" นายโนดีดหน้าผากผม มันเกินไปแล้วที่มาหาว่าผมมโน ผมไม่ได้มโนอะไรทั้งนั้นมันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า

"อ้าว รักพูดเรื่องจริงนะ" ผมยังยืนยันกับเพื่อน จังหวะนั้นเพ้นส์เดินมาพร้อมกับขนมในมือและนั่งลงข้างกายผม

"กูไม่เชื่ออะ" นายโนยังคงไม่เชื่ออีก แล้วผมต้องทำยังไงเพื่อนถึงจะเชื่อ เพ้นส์มองพวกเรา คงกำลังสงสัยนั่นแหละว่าพวกเรากำลังคุยกันเรื่องอะไรทำไมถึงได้เครียดกัน

"จริง ๆ นะ รักพูดเรื่องจริง!" ผมมองเพื่อนทั้งสองด้วยแววตาเสียใจ ทำไมไม่เชื่อที่ผมพูด

"รัก เราว่ารักต้องยอมรับความจริงนะ รักบอกเองว่าจะเลิกรักพี่เบียร์อยู่แล้วอย่าโกหกตัวเองแบบนี้เลยนะ ถึงพี่เบียร์ไม่รักพวกเราก็รักรักอยู่นะ" ผมถอนหายใจดังเฮือกใหญ่ ขนาดเพื่อนที่ดีที่สุดอย่างลูกแพร์ก็ไม่เชื่อ ทำไมมันเป็นแบบนี้ไปได้ ผมหันมองเพ้นส์ก็เห็นเพ้นส์ทำหน้าตาสงสัยไม่เลิกแต่ผมไม่มีเวลาอธิบาย

"รักพูดเรื่องจริงนะ พี่เบียร์บอกกำลังสนใจรักอยู่จริง ๆ รักไม่ได้หูฝาดแล้วก็ไม่ได้มโนเหมือนที่ผ่านมา" ผมยืนยันคำพูดของตัวเอง เพ้นส์ตาลุกวาวตกใจที่เห็นใครบางคนมายืนอยู่ข้างหลังเพื่อนทั้งสองของผม

พะพี่เบียร์!!!

"สวัสดีครับ น้องหนูเรียนเสร็จแล้วใช่ไหมครับ อยากกินอะไรไหมครับเดี๋ยวพี่พาไป" ผมตกใจไม่ต่างจากเพ้นส์ ลูกแพร์กับนายโนเอียงคอไปมอง พี่เบียร์มาพร้อมกับเพื่อนสองคน คือพี่ธีร์และพี่กันต์

"ครับ รักเรียนเสร็จแล้ว พี่เบียร์ครับนี่เพื่อนรัก ลูกแพร์ ยูโนแล้วก็เพ้นส์ครับ" ผมรีบแนะนำเพื่อนให้พี่เบียร์รู้ พี่ธีร์คนร่าเริงแนะนำตัวเองและพี่กันต์ให้เพื่อนผมได้รู้จักอย่างเป็นทางการด้วย พี่เบียร์ยิ้มเป็นมิตร ผมเขินสายยตาที่มองมาหาผม

"อะไรวะเนี่ย นี่พี่จะจีบเพื่อนผมจริงเหรอ" ผมลุกขึ้นตีแขนนายโน ใจจริงก็อยากปิดปากเพื่อนแต่เอื้อมไม่ถึง ไปถามพี่เบียร์อย่างนั้นผมอายหนะซิ คนตัวโตพยักหน้าทันทีทำเอาผมยืนสตั้น

"ตอนแรกก็ยังไม่คิดจะจีบหรอกครับเพราะพี่แค่สนใจเพื่อนเราเฉย ๆ แต่ตอนนี้กำลังคิดแล้วว่าถ้าจะจีบเพื่อนเราจะอนุญาตหรือเปล่า"

"อนุญาตครับ รักโสดมาก ๆ พี่เบียร์จีบได้ครับ" ผมดีใจจนเผลอโพล่งปากบอกออกไปอย่างนั้น

"จีบไม่ได้!" ทั้งนายโนและลูกแพร์พูดขัดมาพร้อมกัน ผมมองเพื่อนที่พูดอย่างนั้น "ถ้าพี่เห็นรักมันเป็นแค่ของเล่นที่สนใจชั่วคราวพวกเราไม่อนุญาตครับ"

"ใช่พี่ ถ้าเห็นมันเป็นแค่เรื่องสนุก ผมไม่ยอมเด็ดขาด มันเป็นเพื่อนผมและผมไม่ยอมให้พี่มาเล่น ๆ กับมัน!!"

"มีเพื่อนดีนี่น่าน้อง" พี่กันต์เอ่ยชม ผมก็ได้แต่หน้างอ อีกใจอยากให้พี่เบียร์จีบ อยากเป็นแฟนพี่เบียร์แต่อีกใจก็ไม่อยากเป็นแค่ของเล่นของพี่เบียร์อย่างที่เพื่อนบอก มันก็จริงที่พี่เบียร์บอกสนใจผมอยู่แต่พี่เขาอาจจะแค่เล่นสนุกกับผมแค่ชั่วคราว พอหมดสนุกก็ทิ้งไปแบบนั้นผมยิ่งเสียใจหนักกว่าเดิม



ผมเข้าใจว่าเพื่อนทั้งสองรักผมมาก ผมไม่โกรธเพื่อนจริง ๆ แถมยังรักโนกับแพร์มากขึ้นอีก

ร่างสูงมองผมตลอดพร้อมเดินมาจับมือผมไว้แน่นเล่นเอาผมใจเต้น เพราะเป็นครั้งแรกที่พี่เบียร์จับมือผมต่อหน้าเพื่อน

"ถ้าอย่างนั้นพี่ขอเวลาสามเดือนเพื่อเป็นการพิสูจน์ได้ไหม ถ้าสามเดือนนี้พี่ยังไม่มีใคร ยังไม่ได้รักใครพี่ขอจีบน้องหนูได้ไหมครับ พี่เองก็อยากรู้เหมือนกันว่าภายในเวลาสามเดือนพี่จะเลิกสนใจน้องหนูหรือเปล่า" ผมพยักหน้าเออออไปหมดไม่ว่าพี่เบียร์จะพูดอะไร ถึงต่อให้พี่เบียร์จะเป็นคนแบบไหนผมก็ไม่เกี่ยง

พอหันไปมองเพื่อนรักทั้งสอง เพื่อนก็พูดขึ้นทันทีหลังจากปรึกษากัน

"สามเดือนก็ได้ครับเราสองคนจะได้แน่ใจว่าพี่จริงจังกับเพื่อนของเรา" ลูกแพร์ยอมรับคำเจรจาของพี่เบียร์ ผมอยากกอดเพื่อนที่สุด ที่เหลือก็แค่รอเวลาให้พี่เบียร์พิสูจน์ใจตัวเองก่อน อย่างน้อยภายในสามเดือนผมก็จะได้ตัดสินใจได้ว่าควรจะรักพี่เบียร์ต่อหรือจะยอมแพ้เลิกรักพี่เบียร์แบบจริงจังสักที

"แต่ว่าในระหว่างนี้พี่จะแตะต้องเพื่อนผมไม่ได้นะ ห้ามจูบ ห้ามมีเซ็กส์ ผมอนุญาตให้กอดกับจับมือเท่านั้น" นายโนเสนอ ผมถลึงตามองเพื่อน มาตั้งข้อห้ามแบบนั้นได้ไง ผมจะทรมานเอานะ เพ้นส์หัวเราะแต่ก็เห็นด้วยกับนายโน พี่เบียร์ครุ่นคิดครู่เดียว

"แต่ออรัลได้ใช่ไหม พี่ว่าถ้าอยู่กับน้องหนูทุกวันพี่คงจะทำตามข้อห้ามนั้นไม่ได้นะครับ" ผมหันไปมองพี่เบียร์แล้วอยากเอามือออกจากการถูกมือใหญ่กุมมือทันที พี่ธีร์กับพี่กันต์มองหน้าผมเหมือนจะบอกนัย ๆ ว่าให้ผมระวังพี่เบียร์ให้มาก ๆ ผมกัดปากตัวเอง ในใจก็เต้นตุบตับ ทำไมผมรู้สึกร้อน



ฮึบไว้นะรัก อย่าเสียอาการออกไปให้คนอื่นรู้เดี๋ยวจะโดนล้อไปทั้งปี

"ออรัลเหรอพี่ ถ้าไอ้รักมันยอมผมจะไปห้ามอะไรได้" นายโนยังไม่เลิกอีกนะผมเขินอายจะแย่แล้ว ใบหน้าผมร้อนผ่าวขึ้นจนพี่เบียร์เช็ดเหงื่อที่แก้มอย่างเบามือ



อาการร้อนแหละ สงสัยวันนี้อากาศจะร้อนมากกว่าทุกวัน










ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 642
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน
«ตอบ #35 เมื่อ24-09-2021 21:38:14 »

 :hao3:

ออฟไลน์ Oncloud69_

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน ตอน 16
«ตอบ #36 เมื่อ27-09-2021 16:51:59 »

EPISODE : 16 น้องหนูน่าเอ็นดู



19.00 น.

ค่ำคืนที่สว่างด้วยแสงประดับรอบทิศ เสียงดนตรียังคงดังชวนเต้น เหล่านักศึกษาจากทุกคณะมากมายต่างมารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมาย รู้แค่เพียงว่าหากว่าพลาดงานนี้ก็จะเสียดาย เพราะตัวท็อปของวงดนตรีประจำมหาลัยทั้งสองวงนัดกันดวลฝีมือ ได้ยินมาว่าตอนแรกสองวงก็แค่คุยกันเล่น ๆ ว่าจะแข่งเพื่อหาวงที่ได้รับความนิยมกว่า แต่ไหงกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ก็ไม่รู้

เพราะเรื่องกลับบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่ในเพจของมหาลัย ผลโหวตสถานที่ที่จัดการประลองที่ดีที่สุดมาณ.คืนนี้คือร้านน้ำเมาของพี่โซดานั่นเอง เพราะสถานที่รองรับคนได้มากดังนั้นคืนนี้ร้านจึงครึกครื้นกว่าปกติ เจ้าของร้านอายุน้อยคอยดูแลหน้าร้านและจัดแจงเรื่องหลังร้านเพื่อรองรับลูกค้าทุกคนไม่ให้ขาดตกบกพร่อง

"คืนนี้แม่งเหมือนศูนย์รวมเทวดาและเทพธิดาทั้งหลายเลยว่ะ มอ.เรานี่ยังมีคนหน้าตาดีกว่ากูอีกเหรอ พึ่งรู้เลย" คนมั่นหน้าอย่างนายโนบอกเพ้นส์ วันนี้เพ้นส์ตระเวนไปไหนทั้งวันกับผมและเพื่อน ผมมองหน้าเพ้นส์ สีหน้าบ่งบอกชัดเลยว่าเอือมระอากับความมั่นหน้าของคนข้างกาย

"มีสิ กูไงคนหนึ่ง" ผมไม่อยากเชื่อว่าเพ้นส์จะมีความมั่นใจเหมือนอย่างนายโน

"โอ้ย มึงนะเด็กน้อยเว้ย กูหล่อกว่ามึงอีก" ผมไม่สนใจสองคนนั้นแล้วเพราะมัวแต่จิ้มโทรศัพท์หาพี่เบียร์ นัดแนะกันว่าทุ่มตรงจะมาเจอกันที่นี่แต่คนเยอะมากจนผมมองหาพี่เบียร์ไม่เจอ

"รัก ยืนดี ๆ เดี๋ยวก็หลงกันหรอก" เพราะคนพลุกพล่านเดินไปมาเยอะ ลูกแพร์กลัวเพื่อนอย่างผมจะพลัดหลงเพราะมัวแต่ก้มหน้ามองมือถือ

"อือ" ผมขานรับแต่ก็ยังสนใจโทรศัพท์ลูกแพร์คล้องแขนผมไว้ป้องกันเพื่อนจะหาย ผมเงยหน้ามามองพร้อมรอยยิ้ม เพื่อนคนนี้น่ารักมาตั้งแต่เด็กจนโต

"ทำตัวน่าเป็นห่วงนะรัก แล้วแบบนี้พี่เบียร์ไม่ห่วงหรือไง" เพื่อนถามเรื่องที่มันยังไม่เกิดขึ้น ผมก็คาดหวังว่าพี่เบียร์จะเป็นห่วงผมเหมือนกัน แต่เรายังไม่ได้ขยับความสัมพันธ์กันมาก ให้เวลาเป็นเรื่องพิสูจน์ก็แล้วกัน

"ไม่รู้เหมือนกัน ไว้เจอพี่เบียร์แล้วรักจะถามนะ"

"ไม่ต้อง เราแค่ถามรักเฉย ๆ ไม่ได้อยากได้คำตอบจริง ๆ" ลูกแพร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ผมมองเพื่อนอีกสองคน นายโนกับเพ้นส์ยังไม่เลิกเถียงเรื่องใครหน้าตาดีกันอีก เพื่อนผมทั้งสองก็หน้าตาดีกันทั้งคู่

"โอะโอ มานู้นแล้วคุณสามีของคุณหนูเจ้ารัก กูพูดให้ดูดีนะ จริง ๆ จะบอกว่าว่าที่ผัวมันมาแล้ว" ผมยกมือตีนายโน พูดแฟนพูดผัวล้อผมตลอด รอให้สถานะชัดเจนก่อนผมจะไม่เกี่ยงงอนเลย ร่างสูงของพี่เบียร์เดินมาพร้อมกับเพื่อน

เมื่อเดินมาถึงพี่เบียร์ก็เอื้อมมือไปเช็ดเหงื่อให้ผม มาทำน่ารักแบบนี้ผมจะละลายตายเอาได้ พวกผมปีหนึ่งยกมือไหว้ทักทายรุ่นพี่ ตัวผมยืนอยู่ใกล้พี่เบียร์มากเลยรู้สึกตื่นเต้นไปหมด

"อยู่ข้างนอกมันร้อน ไปเข้าข้างในกันดีกว่านะครับ" พี่เบียร์ชวน ความจริงพวกเราก็อยากเข้าไปข้างในแต่คืนนี้เป็นวันหยุดงานผมและเพื่อนทั้งสองจึงไม่ได้มาช่วย และการที่พี่โซดาไม่โทรมาตามแสดงว่าที่ร้านมีคนช่วยแล้ว

"ข้างในไหนครับ คืนนี้คนเยอะโต๊ะน่าจะเต็มแล้ว" ผมมองมือตัวเองที่พี่เบียร์กุมไว้ ยอมรับว่าเขินสายตาที่เพื่อนและเพื่อนพี่เบียร์มองแต่ก็ไม่อยากผลักมือที่จับกันให้ออกห่าง ผมเองก็ชอบสัมผัสพี่เบียร์เช่นกัน

"สำหรับพี่น้องของเฮียมันต้องมีที่ให้อยู่แล้ว ไปกันเถอะ" พี่กันต์เป็นคนบอก พวกผมต่างดีใจเพราะจะได้ไม่ต้องยืนดูการแสดงข้างนอกร้านแถมยังมองเห็นเวทีด้วย

"ไปกันครับ อ้อ ถ้าไม่รบกวนมากไปมีใครสนใจรับจ้างชั่วคราวสักคืนไหม พอดีตอนนี้ที่ร้านพนักงานทำงานล้นมือมากแล้ว" พี่เบียร์ถามความสมัครใจของพวกเรา ผมยังไงก็ได้อยู่แล้วยิ่งมีพี่เบียร์ทำงานด้วยผมก็ทำงานได้สบาย

"ได้ครับ รักช่วยได้"

"พวกเราได้แหละครับ" ลูกแพร์ใจดีเสมอ ผมชอบที่เพื่อนเต็มใจช่วยพี่เบียร์และพี่เทคของผม พี่เบียร์เอ่ยขอบคุณเพื่อนผมด้วย

"แต่ถ้าได้ค่าจ้างจะขยันขึ้นมาเลย" นายโนพูดกวนตามนิสัย "มึงทำไหมเพ้นส์" ไม่รอคำตอบก็หันไปถามเพ้นส์ต่อ ผมก็อยากชวนเพ้นส์ให้ทำงานด้วยแต่ก็เข้าใจว่าเรื่องแบบนี้ต้องอยู่ที่ความสมัครใจของแต่ละคน

"ไม่ละ อยากดูเขาแข่งมากกว่า" เพ้นส์เคยบอกว่าไม่ค่อยชอบงานบริการเท่าไหร่ ผมก็ไม่เซ้าซี้เพื่อนมาก

"ตามใจ" ผมเริ่มได้ยินเสียงผู้คนคุยกันดังจนฟังเพื่อนพูดไม่ได้ยินแล้ว พวกเราทั้งหกคนเดินเบียดผ่านผู้คนมาเข้าข้างในจนได้ พี่เบียร์จูงมือผมตลอดทาง พอเข้ามาทางหลังร้านก็เจอพี่เทคของผมกำลังวุ่นวายเพราะคนครึกครื้นเกิน

"น้องเทคของพี่มึงมาด้วยงั้นเหรอ กูนึกว่ามึงไม่มีน้ำใจมาช่วยกูแล้ว" ผมยู่ปากใส่เฮีย ผมเต็มใจมาช่วยเพราะพี่เบียร์หรอกน่า ไม่เกี่ยวกับเฮียสักนิด

"ก็รักนึกว่าเฮียจะจัดการได้ แล้วที่มาช่วยเพราะพี่เบียร์บอกว่าพี่กำลังต้องการเด็กเสิร์ฟเพิ่ม รักกับเพื่อนเลยมาช่วยครับ" อีกอย่างก็ไม่ใช่คนอื่นไกล เรื่องแค่นี้ผมกับเพื่อนทำได้

"ดีเลย แล้วทำหมดนี่เลยใช่ไหมเดี๋ยวกูจ้าง ไม่ได้ให้ฟรีเหมือนพวกไอ้เบียร์หรอก" ผมเข้าใจว่าพวกพี่เขาสนิทกันจนไม่รับเงินค่าจ้าง ถ้าไอ้พี่เทคมันจะจ่ายผมก็รับไว้ได้ อย่างน้อยเพื่อนผมก็ควรได้ค่าแรงตรงนี้ส่วนของผมค่อยบอกพี่มันตอนหลังก็ได้ว่าไม่ต้องการ

"ฝั่งน้องหนูมีสามคน ส่วนพวกกูก็อย่างที่เห็น ขาดไอ้เพื่อนมันบอกจะไปรับแฟนมันมาช่วยอีกแรง" พี่เบียร์บอกลูกพี่ลูกน้องตัวเองให้รู้ ผมมองดูบนเวทีด้วยความตื่นเต้น ได้เห็นนักร้องวงดังของมหาลัยแบบเต็มตาก็คืนนี้แหละ อยากร่วมแจมด้วยคนจัง

"ส่วนวอร์มมันมาไม่ได้ ทะเลาะกับหลานรหัสมันอยู่" พี่กันต์บอก ผมเห็นพี่ธีร์กับพี่ริทกำลังเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าโต๊ะข้างหน้าเวทีด้วย

"เออ ๆ แค่นี้ก็ช่วยได้เยอะแล้ว ไปทำงานกันเถอะพวกมึง ถ้างานคืนนี้เสร็จไปด้วยดีกูจะจัดทริปพาพวกมึงไปเที่ยวสองวันหนึ่งคืนไปเลย" ผมและเพื่อนตาลุกวาว เพ้นส์รีบขออนุญาตไปด้วยพี่โซดาก็ให้ไปเพราะยังไงก็เป็นรุ่นน้องในสาขาอยู่ดี

ระหว่างที่เริ่มทำงาน การแข่งของวงดนตรีสุดฮิตก็เริ่มต้น ผมตื่นเต้นมากด้วยความที่หลงรักเสียงดนตรีอยู่แล้วจึงใช้โอกาสมาแอบอู้แบบเนียน ๆ มาเป็นผู้ชมบ้าง พี่เบียร์เห็นก็ไม่ได้ว่าอะไร สักพักร่างสูงก็เดินมายืนข้างกายเพื่อดูการแสดงด้วยกัน ผมยิ้มจนปากจะฉีก ได้ฟังดนตรีที่ชอบและอยู่กับคนที่แอบรัก ทุกอย่างล้วนทำให้ผมมีความสุข

"พี่เบียร์ชอบดนตรีบ้างไหมครับ" ผมกระซิบถามเพราะอยากรู้ว่าพี่เบียร์มีรสนิยมแบบไหน เราเริ่มจะใกล้ชิดกันผมก็อยากรู้จักพี่เบียร์ให้มาก ร่างสูงเห็นผู้ชายข้างผมโยกจนโดนตัวผม มือหนาก็โอบแขนผมอย่างสุภาพแล้วให้ผมขยับห่างออกมานิดเพื่อจะได้ไม่โดนคนอื่นเต้นแรงใส่ ผมโคตรชอบผู้ชายแสนดีอย่างพี่เบียร์

"ชอบครับ แต่ส่วนใหญ่พี่ฟังแนวคลาสสิกมากกว่า" พี่เบียร์ก้มลงกระซิบข้างหูผม แล้วเอียงคอเพื่อฟังผมพูดอีก

"ว้าว แล้วเพลงป๊อปล่ะครับชอบฟังบ้างไหมครับ" คนตัวโตยิ้ม

"ชอบครับ"

"รักก็ชอบครับ ชอบพี่เบียร์ด้วย" ผมเผลอพูดออกไปจนต้องรีบเอามือปิดปากตัวเอง พี่เบียร์ยิ้มกว้างไม่รู้จะโกรธไหมที่ผมพูดออกไปอย่างนั้น มือหนาหยิกแก้มผมแล้วกระซิบใกล้ข้างหู

"น่ารักว่ะน้องหนู น่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้พี่คงชอบเราเข้าสักวัน" ผมอมยิ้มกับคำพูดของพี่เบียร์ ผมก็หวังว่าวันนั้นจะมาถึงไว ๆ เราสองคนมองตากันแล้วยิ้ม เรื่องความรักให้เวลาทำหน้าที่ของมันไปก็แล้วกัน ผมกวักมือให้พี่เบียร์ก้มลงเพื่อกระซิบอีกครั้ง

"รีบ ๆ ชอบนะครับ รักรออยู่" บอกแล้วก็เขิน ผมรีบวิ่งไปช่วยเพื่อน ๆ ทำงาน จะว่าไปแล้วดนตรีคืนนี้เพราะที่สุดเท่าที่เคยฟังมาเลยละ




ออฟไลน์ Oncloud69_

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน ตอน 17
«ตอบ #37 เมื่อ29-09-2021 20:11:41 »


 EPISODE : 17 ทริปเที่ยวกับพี่เบียร์

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์หลังจากคืนนั้น ในที่สุดพี่เทคของผมก็สร้างกลุ่มไลน์กลุ่มใหญ่โดยมีกลุ่มผมและกลุ่มพี่เบียร์อยู่กันครบทุกคนจนเพื่อนัดแนะวันเวลาที่จะออกเดินทาง

ผมตื่นเต้นมากเพราะวันนี้พวกเรากำลังจะไปทริปเที่ยวพักผ่อนโดยมีผู้ใหญ่ใจดีอย่างเฮียโซดาเป็นคนออกค่าทริปทั้งหมด ถือว่าการช่วยงานในคืนนั้นเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ผมกับเพื่อนมายืนรอที่หน้าคณะของผมเพราะนัดให้ทุกคนมาเจอกันที่นี่เพื่อออกเดินทางกันแต่เช้า

จากตอนแรกเฮียบอกว่าเป็นทริปหนึ่งคืนสองวันแต่เพราะเป็นทริปที่ออกเดินทางไปต่างจังหวัดถึงกลายเป็นทริปสองคืนสองวันแทน ผมและเพื่อนทั้งสองต่างก็รีบทำการบ้านทุกวิชาที่อาจารย์สั่งให้เสร็จก่อนจะออกไปเที่ยวสนุกกัน

เมื่อคืนพี่เบียร์ก็โทรมาคุยกับผมจนเผลอหลับ พอตกเช้าผมจึงได้โทรปลุกพี่เบียร์เพราะกลัวพี่เบียร์จะตื่นสาย

"ตกลงพี่พีชไปเที่ยวด้วยเหรอแพร์" พี่ลูกพีชคือพี่ชายแท้ ๆ ของเพื่อนผมเรื่องที่พี่ลูกพีชได้ไปทริปนี้ด้วยคิดว่าเพราะสนิทกับพี่เพื่อนและคืนนั้นพี่ลูกพีชก็มาช่วยงานด้วยเหมือนกัน แต่ถ้าพี่ลูกพีชไปด้วยก็คงสนุกดี พี่ลูกพีชถ่ายรูปสวยมากผมชอบและอยากให้พี่ลูกพีชถ่ายรูปตอนผมเที่ยวด้วย จะได้มีรูปสวย ๆ อัปเดทโซเชียลกับเขาบ้าง

"ไม่รู้สิ แต่ไม่อยากให้ไปด้วยเราไม่ชอบเห็นพี่พีชอยู่กับพี่เพื่อนเท่าไหร่" ผมไม่เข้าใจเพื่อนคนนี้พี่ลูกพีชกับพี่เพื่อนเป็นเพื่อนกัน อยู่ด้วยก็ไม่เห็นแปลก นายโนวิ่งออกมาจากคณะผมหลังจากไปวิ่งเข้าห้องน้ำเสร็จ

"พวกมึงยังไม่มีใครมาอีกเหรอวะ" นายโนถาม เหมือนเพื่อนจะเป็นหวัดตั้งแต่เมื่อคืนแต่ก็ยังอยากมา ผมกับลูกแพร์ก็เป็นห่วงเพื่อน แต่ไม่เป็นไรพวกเราเพื่อนกันดูแลกันอยู่แล้ว

"ก็มีแค่พวกเราเนี่ย" ลูกแพร์ลุกขึ้นยืนเมื่อทนรอไม่ไหว ผมเองก็เบื่อกับการรอเหมือนกัน

"เรามาเช้าเกินหรือพวกพี่มันมาสายวะ" ผมไหวไหล่พอมองดูนาฬิกาก็พบว่าไม่เกินครึ่งชั่วโมงที่รถจะออกจากมหาลัยตามกำหนดเวลาที่เฮียแจ้งไว้ในกลุ่ม ลูกแพร์หยิบเสื้อหนาวให้นายโนได้ใส่ ป่วยแล้วยังจะใส่แค่เสื้อยืดบาง ๆ

"กินยาดักไข้แล้วใช่ไหมโน"

"เรียบร้อย" ผมก้มมองมือถือกะว่าจะทักหาพี่เบียร์ก็มีรถสองคันขับมาจอดเป็น ในที่สุดกลุ่มของพี่เบียร์ที่มากันสักที ผมตื่นเต้นเพราะจะได้เจอพี่เบียร์แต่เช้าของวัน เมื่อคืนมีการอัปเดทในกลุ่มว่ามีลูกพี่ลูกน้องฝาแฝดของพี่เบียร์มาด้วย ผมไม่คิดว่าจะได้เจอสองเดือนในทริปนี้จริง ๆ

"ไอ้พี่เหล้ามันจะมาด้วยทำไมว่ะเนี่ย รำคาญหน้าพี่มัน" เข้าใจอยู่หรอกว่าเพื่อนไม่ชอบหน้าพี่เหล้า แต่งานนี้ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าพี่สองเดือนจะไปด้วย พี่เบียร์โบกมือมาหาผมเลยยกมือโบกมือตาม ทริปเที่ยวครั้งนี้ผมก็ได้เจอญาติพี่เบียร์ครบทุกคนแล้วสิ ผมเห็นเพ้นส์วิ่งหน้าตาตื่นมาหาด้วยท่าทีร้อนรน

"หวัดดีรัก หวัดดีพวกมึง"

"หวัดดี" ลูกแพร์ทักทาย ผมช่วยเอากระเป๋าเพ้นส์เพื่อวางกองกับกระเป๋าของเราสามคน พอมีกันหลายคนก็มีเสียงดังเกิดขึ้นกลุ่มพี่เบียร์เอะอะโววยวายกันใหญ่ไม่รู้ว่าคุยหรือถกเถียงอะไรกัน

"สองเดือนก็ไปด้วยเหรอ" เพ้นส์ถามขึ้นผมก็เพิ่งจะรู้เหมือนกัน พี่เบียร์หันมองผมเป็นระยะขณะกำลังขนกระเป๋าออกจากรถระหว่างนั้นผมเห็นพี่เพื่อนขับบิ๊กไบค์มาโดยมีพี่ลูกพีชซ้อนท้าย เพื่อนผมเดินจ้ำอ้าวไปหาพี่ชาย ผมว่าลูกแพร์น่ะเป็นพวกหวงพี่ชาย ไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้พี่ลูกพีช

เราต่างมากันครบ พี่เบียร์เดินมานั่งคุยกับผมโดยมีพี่ริทโทรตามเฮียโซดา รถบัสหนึ่งคันขับมาจอดพวกเราต่างกันตื่นเต้น พี่เทคของผมมาพร้อมกับรถคันนี้แล้วทุกคนเริ่มทยอยกันขนกระเป๋าเดินทางแล้วพากันขึ้นรถ ผมแอบตื่นเต้นเผลอคิดว่าตัวเองอยากนั่งข้างพี่เบียร์สักครั้ง รถมารับตามเวลาที่นัดหมายแปะ การจัดทริปครั้งนี้ไม่ได้ไปในนามมหาลัยหรือโครงการใดแต่มันคือการเที่ยวจริง ๆ

"เฮียมาช้าจัง" ระหว่างทางเดินขึ้นมาบนรถผมบ่นใส่พี่เทคตัวเอง มาก็สาย ติดต่อก็ยาก แล้วทำไมถึงได้นัดเวลาเช้าก็ไม่รู้ เฮียโซดายกมือมายีหัวผมจนยุ่งพลางหลีกทางให้ผมได้ขึ้นบนรถ

"พูดมากนะมึง กูไม่ทิ้งพวกมึงก็ดีมากแล้ว"

"ชิ"

"ไปนั่งได้แล้วรถจะออกแล้ว"

"รู้แล้วน่า" ผมแลบลิ้นและก็เจอพี่เบียร์ยืนขำอยู่เพราะรอเดินตามหลังผม นายโนกวักมือเรียกให้ผมไปนั่งข้างหลังเพราะจองที่นั่งให้พร้อม หลังจัดเก็บสัมภาระของตัวเองพร้อมนั่งลงตอนแรกที่นั่งข้างกายผมก็เป็นลูกแพร์ แต่เพราะเพื่อนห่วงพี่ลูกพีชเลยลุกไปนั่งใกล้ ผมทำตัวไม่ถูกเมื่อพี่เบียร์มาขอนั่งด้วย

"ถ้าที่นั่งว่างอยู่พี่ขอนั่งด้วยได้ไหมครับ" พี่เบียร์ขออนุญาต ผมเอากระเป๋าเพื่อนไปวางข้างล่างใต้เบาะแทนเพื่อให้พี่เบียร์ได้นั่งลง

"ครับ ว่างครับ แพร์ก็ไม่นั่งที่ด้วย" พี่เบียร์เอ่ยขอบคุณและนั่งลง ได้อยู่ข้างกายพี่เบียร์ขนาดนี้ผมหายง่วงนอนแล้ว ได้ยินเสียงเฮียโซดาประกาศผ่านไมค์อีกครั้งเมื่อทุกคนพร้อม รถก็ออกเดินทาง ผมหันไปมองวิวข้าง ๆ เพื่อแก้เขิน ตื่นเต้นจนไม่กล้าสบตาพี่เบียร์

"ถ้าน้องหนูง่วงก็นอนพิงไหล่พี่ได้นะครับ"

"ไม่ครับรักตื่นเต้นมากกว่า แต่รักไม่คิดว่าพี่ไวน์กับพี่เหล้าจะมาด้วย"

"อ้อ พวกนั้นขอตามมาครับเฮียก็ให้มาแต่ต้องแลกด้วยการที่สองคนนั้นต้องกลับมาทำงานที่ร้านหนึ่งคืน" ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่เทคถึงได้ยอมให้มาง่าย ๆ เพราะมีข้อแลกเปลี่ยนกันนี่เอง

"อ้อ เข้าใจแล้วครับ เฮียนี่สุดยอดจริง ๆ" วันนี้ผมดีใจมากกว่าที่ได้เจอญาติพี่เบียร์ครบทุกคน รถออกเดินทางไปเรื่อย นายโนที่นั่งกับเพ้นส์ข้างหน้าผมเริ่มแกะขนมกิน เพื่อนแสนรักไม่วายลุกขึ้นมายื่นขนมให้ผมด้วย พี่เบียร์ก็คุยกับเพื่อนบ้างปล่อยให้ผมได้คุยกับเพื่อนตัวเอง ผมเห็นลูกแพร์นั่งกับพี่ลูกพีชเหมือนแม่ที่นั่งคุมลูกยังไงอย่างนั้น

"ไอ้แพร์กินขนมไหมมึง" พอนายโนชวนเท่านั้นเพื่อนผมก็ลุกเดินมากินขนมแล้วยืนคุยกับพวกผม ส่วนพี่เพื่อนก็ลุกมานั่งแทนที่เพื่อนผมทันที สงสัยพี่เพื่อนกับพี่ลูกพีชจะเป็นเพื่อนที่สนิทกันเหมือนพวกผมแน่เลย เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงก็เข้าสู่ต่างจังหวัด ผมตื่นหลังจากเผลอหลับซบไหล่พี่เบียร์

ทำไมผมถึงได้เผลอหลับไปได้

"ตื่นแล้วเหรอครับ"

"พี่เบียร์ รักขอโทษครับรักไม่ได้ตั้งใจจะนอน" ผมรีบเช็ดไหล่พี่เบียร์ กลัวตัวเองจะเผลอหลับจนน้ำลายยืดใส่ ผมคงไม่ได้ทำตัวอย่างนั้นใช่ไหม พี่เบียร์จับมือผมไว้เพื่อห้าม

"นอนได้ครับพี่ก็ไม่ได้ว่าอะไร" ผมเผลอกัดปากตัวเอง อยากกรี๊ดให้เพื่อนได้รู้ว่าพี่เบียร์ของผมนิสัยดีแค่ไหน ผมหันมองทุกคนก็พบว่าส่วนใหญ่ก็ต่างกันหลับมีเพียงเพลงในรถที่ยังคงเปิดดัง มีบางคนที่ยังไม่ได้นอนเพราะเอาแต่เล่นมือถือ

"ถึงไหนแล้วครับเนี่ย"

"ก็ใกล้จะถึงแล้วนะครับ" พี่เบียร์บอกให้ผมรู้ ผมมองธรรมชาติรอบทางแล้วรู้สึกอิ่มเอมใจ นานมากแล้วที่ผมไม่ได้เดินทางออกไปต่างจังหวัด จนเมื่อถึงที่หมาย เฮียก็ปลุกพวกเราทุกคนให้ตื่น 

"ไปครับ" ผมมองมือพี่เบียร์ที่ยื่นมา นาทีนี้แล้วผมไม่คิดเล่นตัวใด ๆ ส่งมือตัวเองให้พี่เบียร์ได้กุมมืออีก ถือเป็นการเริ่มต้นการรู้จักกันและกันที่ดี

จริง ๆ ผมมีเป้าหมายของการออกทริปครั้งนี้ด้วยนะนั่นก็คือ การอ่อยให้พี่เบียร์หลงรักผมหัวปักหัวปำ แต่ดูจากการกระทำของพี่เบียร์ที่ผ่านมาแล้วผมว่าแค่อ่อยหนึ่งท่าสองท่าพี่เบียร์ก็หลงรักผมแล้ว คอยดูสิครับ






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน
«ตอบ #38 เมื่อ01-10-2021 07:35:39 »

 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ Oncloud69_

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน ตอน 18
«ตอบ #39 เมื่อ11-10-2021 18:09:38 »


EPISODE : 18 ถ่ายรูปคู่ครั้งแรก 

"ตกลงไอ้แพร์มันจะตามพี่พีชไปถึงไหน" นายโนมาหาผมระหว่างที่รอกระเป๋าของตัวเอง ผมแอบเขินที่มือตัวเองยังคงถูกพี่เบียร์จับมือไม่ปล่อย มันอาจดูแปลกแต่ผมไม่อยากหนีความรู้สึกตัวเองได้จับมือกับพี่เบียร์อย่างนี้มันยิ่งกว่าฝัน

"ไม่รู้หมือนกัน ไปแยกมาเถอะรักสงสารพี่ลูกพีชแล้ว มาเที่ยวแล้วเหมือนโดนคุมเลย" ผมเสนอแนะ กลัวพี่ลูกพีชจะหมดสนุกทั้งที่เพิ่งจะมีโอกาสได้เที่ยวทั้งที นายโนมองหน้าผมพลางพยักหน้าเห็นด้วย

"เออ ไปกัน มึงก็ตามมาด้วยไอ้รัก ตัวติดพี่เบียร์ไม่ต่างกับไอ้แพร์นั่นแหละ" เพื่อนควงแขนผม พี่เบียร์ก็เหมือนจะแอบขำที่เพื่อนผมว่าอย่างนั้น นายโนจะมาหาว่าผมติดพี่เบียร์เหมือนอย่างลูกแพร์ได้ไงเล่า พี่เบียร์ต่างหากที่ตามติดผมไม่ยอมห่าง

"ก็.."

"ครับ เชิญตามสบาย" พี่เบียร์บอกเอง มือเราค่อย ๆ ปล่อยมือจากกัน ผมแอบโบกมือลาพี่เบียร์ นายโนก็ลากผมออกห่าง ว่าแต่ลูกแพร์หมอนี่เองก็เป็นพวกหวงเพื่อนกันนั่นแหละ หวงเก่ง ผมเพิ่งจะได้จับมือกับพี่เบียร์เอง 

"เดี๋ยวเจอกันนะครับ" ผมหันหน้ามาพูดเสียงเบาพลางยิ้มหวาน พี่เบียร์โบกมือตามรอยยิ้มยังคงเปื้อนอยู่บนหน้า

"ครับน้องหนู" ผมหันหน้าแล้วเดินไปพร้อมกับเพื่อนด้วยใจเต็มสุข ได้ยินนายโนแซวนั่นแหละว่ายิ้มจนแก้มจะแตกแล้วแต่ใครจะสน เราเดินมาหาลูกแพร์ก็เห็นพี่ลูกพีชทำหน้าจะร้องไห้แล้ว ผมยิ้มทักทายพี่ลูกพีชกันเพราะเหมือนเราเพิ่งจะได้เจอกันทั้งที่ขึ้นรถมาด้วยกันแท้ ๆ 

"ไอ้แพร์มึงจะตามพี่มึงไปถึงไหน นี่มาเที่ยวนะเว้ย มาเที่ยว" เพื่อนแสนเท่ของผมเปิดประเด็นทันที ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับนายโน ลูกแพร์ก็หวงพี่ชายเกิน

"เราจะนอนกับพี่พีชนะ" ได้ยินเพื่อนพูดทั้งผม นายโนก็ตกใจ พี่ลูกพีชดูจะไม่พอใจที่น้องชายจะตามไปนอนด้วย 

"พี่จะนอนกับเพื่อนพี่" พี่ลูกพีชเถียงทันที เป็นผมก็เถียงมาเที่ยวแต่เหมือนไม่ได้เที่ยว มันก็ไม่สนุกนะซิ ผมสะกิดให้นายโนช่วยพูดก่อน ตอนลูกแพร์โกรธหรือโมโหมันน่ากลัว แต่แปลกที่นายโนไม่เคยจะกลัวอะไร

"ได้ไงวะมึง พี่พีชก็อยากมีเวลาส่วนตัวกับเพื่อน ๆ เขาบ้างสิว่ะ"

"นั่นสิ แพร์จะไม่นอนด้วยกันเหรอ ปล่อยให้พี่ลูกพีชได้อยู่กับเพื่อนดีกว่านะ" ผมรีบเสริมแล้วอ้อนวอนกอดแขนเพื่อนรัก สีหน้าลูกแพร์ยังคงติดความไม่พอใจอีก 

"ไม่เอา เราเป็นห่วง" พี่ลูกพีชถอนหายใจอีกครั้ง คิดว่าพี่น้องคู่นี้คงทะเลาะกันมาแล้วแน่ 

"พี่มึงอายุมากกว่าสองปีไหมไอ้แพร์ ตั้งสติหน่อย" นายโนช่วยพี่ลูกพีชสุดฤทธิ์ พลางบอกให้พี่ลูกพีชไปรับกระเป๋าก่อนเพราะพี่เพื่อนตะโกนบอกให้มารับ เพื่อนผมจะตามไปด้วยแต่เราสองคนขวางไว้ก่อน ลูกแพร์หน้าบึ้งไม่หายเมื่อเห็นพี่ชายเดินไปรับกระเป๋าแล้วยิ้มหวานให้พี่เพื่อน

"ก็ไม่อยากให้พี่พีชอยู่กับพี่เพื่อน" ผมกับนายโนมองหน้ากัน เข้าใจที่เพื่อนจะหวงพี่ชายแต่ก็ไม่คิดว่าจะหวงแม้กระทั่งเพื่อนของพี่ชาย ผมกอดเพื่อนเพื่อให้กำลังใจ อยากโอ๋อยู่หรอกแต่กลัวโดนผลักใส่ 

"ก็เพื่อนเขาไหม มึงเป็นอะไรก่อน โรคหวงพี่เหรอ" 

"ไม่" ผมหลุดขำ ลูกแพร์ปากไม่ตรงกับใจอยู่แล้ว ไอ้โรคห่วงพี่ชายเราสองคนก็พอดูออกแต่เมื่อถาม ลูกแพร์ก็จะปฏิเสธตลอด เห็นเพื่อนมองด้วยสายตาที่แผงไปด้วยอำนาจร้ายกาจผมเลยต้องเม้มปากแล้วแกล้งจริงจังบ้าง

"แพร์ เรามาเที่ยวทั้งทีก็ให้พี่ลูกพีชได้สนุกกับเพื่อน ๆ ดีกว่านะ อีกอย่างพวกเราก็ได้สนุกด้วยกันด้วย" เมื่อเพื่อนอารมณ์ร้อนอยู่ผมจะเป็นน้ำเย็นชื่นฉ่ำให้เพื่อนเอง ลูกแพร์ชักสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย ผมหันไปยักคิ้วให้นายโนระหว่างที่กอดแขนลูกแพร์

"เออ มึงก็เตือนตัวเองด้วยไม่ใช่ว่าคืนนี้หายไปนอนกับพี่เบียร์อีกคน" ไหงเพื่อนมาว่าผมได้ ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นด้วยซ้ำ

"บ้าเหรอ รักจะทำแบบไหนได้ไงเล่า ไปเลือกห้องกันเถอะนะอยากนอนด้วยกันมากกว่า" ผมชวนเพื่อนไปเลือกห้องเพื่อเลี่ยงโดนเพื่อนหาเรื่องล้อผมกับพี่เบียร์ อย่างน้อยก็ช่วยทำให้พี่ลูกพีชได้มีเวลาส่วนตัวกับเพื่อนและเที่ยวอย่างสนุกก็ดีมากแล้ว นายโนยังคงมองผมราวกับคาดโทษไว้ก่อนเพราะกลัวผมจะหนีไปนอนกับพี่เบียร์

เราสามคนเดินมาหาเฮียโซดาเมื่อหันไปเห็นว่ากระเป๋าของพวกผมถูกลากเข้าไปข้างในกันหมด ถ้ามัวแต่ยืนคุยกันมีหวังไม่ได้ห้องนอนแน่คืนนี้ ผมเห็นกลุ่มพี่เบียร์เถียงกันอยู่ คิดว่าคงไม่พ้นเรื่องห้องนอนนั่นแหละ

"เฮีย เลือกห้องกันหมดแล้วเหรอ" ผมวิ่งมาถามพี่เทคฯตัวเองด้วยความอยากรู้ มือทั้งสองก็แบขอกุญแจห้องบ้าง

"มาช้า ไม่มีห้องให้เลือกแล้ว"

"อ้าว" ผมร้องทันทีที่เฮียบอกอย่างนั้น ไม่มีห้องแปลว่าพวกเราสามคนต้องนอนในเต็นท์หรือไง เพ้นส์เดินมาหาพร้อมกับกุญแจในมือ ผมยิ้มกว้างเมื่อเพื่อนใจดีเลือกห้องไว้ให้แล้ว

"เราเลือกห้องรวมเล็กนอนกันสี่คนได้ ทุกคนโอเคใช่ไหม" เพ้นส์ถามขึ้น ผมพยักหน้างึกให้เพื่อน รักเพื่อนที่สุดในโลกเลย ผมกอดแขนเพ้นส์แล้วมองไปยังเฮียที่แสนใจร้าย 

"ได้/ขอบคุณครับ" เพื่อนผมทั้งสองขอบคุณเพ้นส์

"เห็นไหม เพ้นส์ใจดี๊ ใจดี ไม่เหมือนพี่เทคใจร้ายไม่เหลือห้องนอนไว้ให้น้องเทคตัวเอง" เฮียส่ายหน้าคงรู้นั่นแหละว่าผมกำลังเหน็บแนม ร่างสูงใหญ่เดินมายีหัวผมจนยุ่ง ผมมันน่าหมั่นไส้มากขนาดนั้นหรือยังไง

"เออกูใจร้าย แต่ทั้งทริปนี้กูจ่ายไหม"

"อุ๊ย ลืมตัวไปนิดเดียวเองครับ" ผมแกล้งปิดปากตัวเอง กับพี่เทคคนนี้ผมสนิทและเล่นได้ตลอดเวลา มันรู้สึกว่าเฮียจะเอ็นดูผมมาก มากขนาดที่ว่าผมพูดอะไรเฮียก็เออออหมด เป็นแบบนี้ตั้งแต่เทอมก่อนแล้ว เคยสงสัยว่าเฮียชอบผมมากเหรอแต่ไม่ถามดีกว่า 

"งั้นเราก็นอนด้วยกันนี่แหละเฮีย" นายโนสรุปให้เฮียได้รู้ ผมกอดแขนเพ้นส์และลูกแพร์เอาไว้ทั้งสองข้าง อยู่ด้วยกันกับเพื่อนต้องเป็นทริปที่สนุกแน่นอน

"เออ" เมื่อตกลงกันเรียบร้อย เฮียก็ปรบมือเรียกทุกคนเพื่อแจ้งกำหนดการ "เดี๋ยวไปเก็บของกันก่อนได้เลยนะ ทุ่มตรงจะถึงเวลาอาหารเย็น ส่วนใครจะทำอะไรก็ตามสบายได้เลย แต่อย่าลืมดูแลกันด้วยนะเว้ย"

"ครับ" เราทุกคนต่างขานรับทราบ ผมมองพี่เบียร์ตลอดก็เห็นร่างสูงมองผมอยู่เหมือนกัน สถานที่ที่เรามาเที่ยวมีทั้งน้ำตกที่ไหลผ่านใสสะอาดตา และมีที่ถ่ายรูปอีกมากมาย ผมไม่ได้ฟังตอนที่เฮียอธิบายบนรถนักหรอกเลยยังไม่คิดวางแผน ตอนนี้แค่ได้ไปเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมอาบน้ำก่อนก็แล้วกัน อากาศมันอบอ้าวจนผมรู้สึกร้อน

"ไหน ๆ ก็ถึงที่หมายแล้ว เฮียถ่ายรูปหมู่กันหน่อยสิ" เสียงใครสักคนพูดเพราะอยากถ่ายรูปหมู่กันสักรูป ทุกคนแอบโวยวายเพราะอยากรีบกันไปห้องตัวเองแต่เมื่อเฮียโซดาไล่ให้ไปถ่ายหน้าบ้านพัก เราก็เดินกันไปเป็นขบวน ทริปเที่ยวครั้งนี้คำพูดของเฮียมีอิทธิพลจริง ๆ ระหว่างจัดเตรียมแถวเพื่อถ่ายรูปนั้น ผมก็มองหาพี่เบียร์แต่กลับหาไม่เจอ มารู้ตัวก็ตอนที่พี่เบียร์จับมือกันนี่แหละ

"มองหาพี่อยู่เหรอครับ" ผมเผลอฉีกยิ้มกว้างทันทีที่เห็นหน้าพี่เบียร์ เราเลือกจะยืนแถวหลังเพื่อให้คนอื่นได้นั่งและยืนในตำแหน่งของตัวเอง เจ้าของบ้านแสนใจดีอาสามาถ่ายรูปให้ จนเมื่อทุกคนพร้อมแล้วเริ่มนับถอยหลัง ภาพถ่ายรูปหมู่ครั้งแรกถูกบันทึก

แชะ ผมเอียงคอมองพี่เบียร์ ไม่คิดว่าพี่เบียร์ก็หันมาเอียงคอมองผมเหมือนกัน 

นับเป็นการถ่ายรูปแรกของเราสองคนเลยก็ว่าได้นะ 

"พี่ครับ ๆ ถ่ายอีกรูปนะครับ แล้วคู่นั้นน่ะหยุดจีบก่อน ถ่ายรูปหมู่ไม่ใช่ถ่ายรูปคู่เว้ย" 

บ้าจริง ดูออกขนาดนั้นเลยเหรอ 

เมื่อได้รูปที่พอใจ ทุกคนก็แยกย้ายกันเข้าไปยังห้องของตัวเอง ผมถูกเพ้นส์ลากมาเมื่อยังเอื่อยเฉื่อยโบกมือลาพี่เบียร์ทั้งที่ห้องนอนเราก็อยู่ตรงข้ามกัน เราสองคนเดินไปสำรวจบ้านกันก่อนเมื่อเพ้นส์อยากไปเดิน

บ้านพักหลังใหญ่มีสามชั้น มีห้าห้องนอน สามห้องน้ำ ชั้นบนสุดจะเป็นห้องนอนเดี่ยวสามห้อง ชั้นสองจะเป็นห้องรวมมีสองห้องคือห้องพวกผมและพี่เบียร์ แยกไปอีกฝั่งของชั้นสองจะเป็นห้องนั่งเล่นที่มีทั้งตู้เกมให้เล่นและคาราโอเกะให้ร้องได้ตลอดเวลา ผมกับเพ้นส์ยืนชมวิวจากเรือนกระจกที่มองเห็นวิวรอบข้างพร้อมกับถ่ายรูปกันเพื่อเก็บเป็นที่ระลึก

"บ้านกว้างมาก ราคาต่อคืนเท่าไหร่นะ" เพ้นส์ถามขึ้นมาระหว่างที่ผมเดินไปจับไมโครโฟนแล้วเลือกเพลงที่จะร้อง "คงแพงแน่ ๆ"

"แพงนั่นแหละแต่เราไม่ต้องจ่าย" ผมบอกเพื่อนด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เพ้นส์ส่ายหน้าน้อย ๆ ไม่รู้เรื่องราคาต่อคืนหรอกแต่ถ้าเฮียพามาได้แสดงว่าเฮียใจป๋าของจริง ซึ่งปกติก็ใจดีกับผมอยู่แล้ว

"ร้องเพลงกันไหมเพ้นส์ มาร้องคู่กัน" ผมยื่นไมโครโฟนอีกอันให้เพื่อน เพ้นส์วิ่งมารับทันทีระหว่างนั้นก็มีสองเดือนคนหนึ่งเดินมานั่งเล่นเกมคนเดียวเงียบ ๆ ผมรู้ว่าแฝดคนที่มานั่งเล่นเกมต้องเป็นพี่ไวน์แน่เพราะหากเป็นพี่เหล้าก็คงหันมายิ้มทักทายผมแล้ว

"พี่ไวน์มาร้องเพลงด้วยกันไหมครับ" ผมตกใจที่เพ้นส์เล่นถามพี่ไวน์เอาดื้อ ๆ เคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่าทำไมพี่ไวน์ถึงได้หันมายิ้มให้เพื่อนผมด้วย ได้ยินมาว่าพี่ไวน์ค่อนข้างจะเข้าถึงยากกว่าพี่เหล้า

"ไม่เป็นไรครับน้องเพ้นส์ พี่นั่งฟังดีกว่าให้ร้องเพลงเดี๋ยวคนอื่นได้ตามมาด่า" ผมเห็นเพื่อนขำด้วย อาการแบบนี้รู้จักกับพี่ไวน์แน่เลย ในบรรดาญาติของพี่เบียร์ก็มีพี่ไวน์นี่แหละที่ผมยังเข้าไปสนิทด้วยไม่ได้

"งั้นก็ได้ครับ" เพ้นส์หุบยิ้มลงเมื่อหันหน้ามาเจอผม อาการชัดมากเพื่อน เอาไว้พี่ไวน์ไม่อยู่ผมจะรีบถามเพื่อนทันที ไปใช้เคล็ดลับยังไงพี่ไวน์ถึงได้ยอมคุยด้วย

เราสองคนเริ่มกันร้องเพลง ผมแปลกใจที่เพ้นส์ร้องเพลงได้ดี ปกติเจ้าตัวจะปฏิเสธบ่อย ๆ ว่าไม่เก่ง ตอนเพื่อนฮัมเพลงผมก็คิดแล้วว่าเพื่อนต้องร้องเพลงเป็น ถ้าเพื่อนเอาดีด้านดนตรีผมก็ว่ารุ่งนะ พอสนุกกันอยู่สองคนโดยมีพี่ไวน์สนใจตู้เกมนั้นก็เริ่มมีพี่ ๆ สองสามคนเดินเข้ามาร่วมร้องเพลงตาม ผมหันหลังไปมองก็พบว่าพี่เบียร์ก็มานั่งอยู่บนโซฟาข้างหลังด้วย

"เพราะครับน้องรัก น้องเพ้นส์" พี่ริทตะโกนให้กำลังใจ ทั้งผมและเพ้นส์ก็โค้งขอบคุณแล้วยังคงร้องต่อ พี่เบียร์ยกมือถือมาคิดว่าคงกำลังถ่ายรูปนั่นแหละแต่ผมแกล้งไม่สนใจแล้วหันไปสนุกกับเพื่อน นายโนลากลูกแพร์มาผมเลยยื่นไมโครโฟนให้เพื่อนร้องด้วย เราสนุกกันมากจริง ๆ ยิ่งได้รับแรงเชียร์ข้างหลังเรายิ่งสนุก ผมหันไปมองพี่เบียร์ก็พบว่าเจ้าตัวมองอยู่ มันเขินอยู่นะ

พอมองลงไปยังชั้นล่างก็พบว่าบริเวณสนามหญ้ามีพี่เหล้า เฮียและพี่อีกสองคนกำลังเล่นฟุตบอลกัน ผมโบกมือให้พี่เหล้าที่เงยหน้ามองมา

แฝดคู่นี้มีกิจกรรมที่แตกต่างกันจริง

"ห๊ะ" ผมไม่เข้าใจเพราะอ่านปากพี่เหล้าที่ตะโกนไม่ออก เลยโบกมือว่าไม่ได้ยินพี่เหล้าก็หัวเราะ อะไรของพี่เขาก็ไม่รู้ นายโนเดินมาหาผมพร้อมชูนิ้วกลางให้ พี่เหล้าก็ชูมือเป็นรูปหัวใจกลับมา นี่พี่เหล้าจีบเพื่อนผมอยู่เหรอ

"ไปร้องเพลงเลยมึง" เพื่อนตัวใหญ่กอดคอผมแล้วลากมาร้องเพลงพอผมหันไปก็พบว่าบริเวณโซฟาไม่มีพี่เบียร์แล้ว พี่เบียร์หายไปไหน ถึงอย่างนั้นผมก็สนใจเพื่อนก่อน ร้องเพลงได้สองเพลงผมก็ขอตัวไปจัดกระเป๋าและอยากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ด้วย

"เพ้นส์ไปไหม" ผมถามเพื่อนที่ตอนนี้กำลังจริงจังแข่งกันเล่นเกมกับพี่ไวน์

"ไม่ ๆ รักไปก่อนได้เลย" ก็ไม่รู้ว่าเพื่อนจะรู้ไหมว่าสีหน้าตัวเองจริงจังแค่ไหน ผมหยิบมือถือตัวเองเพราะอยากถ่ายวิดีโอสั้นลงสตอรี่ในไอจีแต่กลับต้องประหลาดใจเพราะพี่เบียร์ลงสตอรี่และแท็กผมมาก่อนหน้านี้ เป็นตอนนั้นที่ผมกับเพ้นส์กำลังร้องเพลง พี่เบียร์ถ่ายผมจริง ๆ ด้วย

'คนอะไรน่ารักแล้วยังร้องเพลงเพราะอีก'

ผมอ่านข้อความเล็ก ๆ นั้นแล้วอมยิ้มชอบใจ พี่เบียร์ก็ช่างขยันทำให้ผมชอบพี่เขามากขึ้น ผมกดข้อความพิมพ์ส่งส่วนตัวหาพี่เบียร์ทันที

'อยู่ไหนครับพี่เบียร์'


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน ตอน 18
« ตอบ #39 เมื่อ: 11-10-2021 18:09:38 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Oncloud69_

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน ตอน 19
«ตอบ #40 เมื่อ14-10-2021 17:45:28 »

EPISODE : 19 นอนดูดาวด้วยกันไหม


'อยู่ไหนครับพี่เบียร์'

พอกดส่งไปแล้วก็ไม่มีการตอบรับอะไรจากพี่เบียร์ ปกติพี่เบียร์จะตอบเร็วมาก ผมเดินมาถึงห้อง พี่เบียร์ก็ยังไม่เปิดอ่านข้อความ 

ไปอยู่ที่ไหนกันแน่นะพี่เบียร์ 

ก้าวเดินเข้ามาในห้อง ก็พบว่าเพื่อนทั้งสองจองที่นอนกันแล้ว แถมยังวางกระเป๋าผมกับเพ้นส์ให้รู้ว่าเราต้องนอนกันเตียงไหน เพื่อนจัดการครอบครองตู้เสื้อผ้าไปแล้วผมจึงได้จัดเสื้อผ้าตัวเองเข้าตู้บ้าง ผมอยากอาบน้ำแต่ว่าก่อนจะเข้ามาในห้องผมเหลือบไปเห็นว่าห้องน้ำมีคนใช้งานอยู่ มีเสียงข้อความส่งเข้ามา ผมรีบเปิดดูทันทีเพราะหวังว่าจะเป็นพี่เบียร์ 

'อยู่ห้องครัวครับ เพื่อนพี่มันอยากกินปิ้งย่างครับ' 

ผมโล่งอกทันทีที่ได้รู้ว่าพี่เบียร์อยู่ส่วนไหนของบ้านหลังใหญ่ 

'แล้วน้องหนูทำอะไรอยู่ครับ'

'รักกำลังรอคิวอาบน้ำครับ ห้องน้ำยังมีคนเข้าใช้งานอยู่' 

'ไปอาบชั้นสามก็ได้ครับ จะได้ไม่ต้องรอ' 

'จริงด้วยครับ รักก็ลืมไปเลย ขอบคุณครับพี่เบียร์' 

'555 ยินดีครับ' 

'น้องหนูครับ' 

'ครับ' 

'คืนนี้เราขึ้นไปนอนดูดาวที่ชั้นดาดฟ้ากันไหมครับ' 

ผมตื่นเต้นเมื่ออ่านข้อความที่พี่เบียร์ส่งมา นอนดูดาวด้วยกันบนชั้นดาดฟ้าด้วย โคตรโรแมนติก มือมันสั่น ๆ แต่ผมก็รีบพิมพ์ส่งไปเพราะไม่อยากให้พี่เบียร์รอคำตอบนาน 

'ได้สิครับ' 

ตอบไปแล้วก็ได้รับสติ้กเกอร์กลับมา พี่เบียร์รับทราบแล้วขอตัวไปปิ้งย่างกันต่อ จากตอนแรกว่าจะรออาบน้ำแต่ผมเปลี่ยนใจขึ้นไปชั้นสามเพื่ออาบน้ำทันที 

เดินย่างผ่านหน้าห้องเดี่ยวด้วยแต่กลับมีเพื่อนพี่เบียร์สองคนยืนคุยโดยที่ประตูยังเปิดกว้าง พี่กันต์กับพี่ธีร์นี่ตัวติดกันตลอดเวลาเหมือนที่พี่ ๆ คนอื่นบอก 

"มาอาบน้ำเหรอครับน้องรัก" เสียงพี่ธีร์ถาม ห้องนอนมีตั้งสามห้องคิดว่าพี่กันต์กับพี่ธีร์คงนอนกันคนละห้อง ส่วนอีกห้องคงเป็นของเฮีย 

"ครับ ห้องน้ำชั้นสองมีคนเข้ารักเลยขึ้นมาอาบชั้นนี่นะครับ พวกพี่ยังไม่ใช้ห้องน้ำใช่ไหมครับ" ผมรีบถามก่อนเพราะกลัวพวกพี่ ๆ จะใช้ห้องน้ำ 

พี่กันต์ส่ายหน้าทั้งที่ตัวเองอยู่ในชุดเตรียมอาบน้ำแล้ว ผมคงไม่ได้มาแย่งห้องน้ำใช่ไหม 

"เชิญเลย เดี๋ยวพี่ค่อยอาบ จะรออาบพร้อมธีร์น่ะ" พี่กันต์โดนพี่ธีร์ตีทันที เมื่อกี้ผมคงไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม พี่กันต์บอกจะอาบน้ำพร้อมพี่ธีร์แต่เพื่อนกันอาบด้วยกันได้ละมั้งนะ ผมยิ้มเห่ย ๆ ส่งไป รีบอาบก่อนจะโดนพี่ธีร์ดุด้วยดีกว่า 

"งั้นรักไปอาบก่อนนะครับ" ปล่อยให้พี่สองคนคุยกันแล้วเดินผ่านไปยังห้องน้ำ ห้องกว้างน่าอาบมาก มีอ่างกุชชี่แช่ตัวด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่กันต์จะชวนพี่ธีร์มาอาบด้วย ก็ช่วยกันถูหลังได้นี่น่า 

พอลองเลื่อนเปิดม่านเท่านั้นผมก็อึ้งอ้าปากค้างทันที ได้อาบน้ำชมวิวเห็นภูเขาข้างนอกด้วย ข้างล่างมีลำธารใสเล็กผ่าน เพราะยังอยู่ในช่วงเย็นผมกลัวคนจะมองเห็นเลยเลือกปิดม่านแทน

"ถ้ามาอาบตอนดึก เปิดม่านละก็คงโรแมนติกน่าดู" ผมหัวเราะกับความคิดตัวเอง ได้แช่น้ำมองดูดาวกับคนรักคงเขินจนหน้าแดงแน่เลย 

หลังสลัดความคิดและใช้เวลาร่วมยี่สิบนาทีกับการอาบน้ำ มันช่วยให้ผ่อนคลายและสดชื่นมาก ไม่รู้ว่าป่านนี้ทุกคนจะทำอะไรกันอยู่ ผมเช็ดผมตัวให้แห้งมาด ๆ อยากใช้ไดร์เป่าผมอยู่หรอกแต่กลัวพี่กันต์จะรออาบผมจึงคิดจะไปใช่ไดร์ของตัวเองที่ห้องแทน พอเดินออกมาห้องของพี่กันต์กลับปิดประตู ผมแอบรู้สึกผิดเล็กน้อย เพราะผมอาบนานแน่พี่กันต์เลยไม่ได้อาบสักที สองเท้าเดินลงบันไดมาขั้นเดียวผมก็เจอกับเฮียโซดาที่กำลังเดินขึ้นมาพอดี

"อาบน้ำเร็วนะมึง เดี๋ยวก็ได้อาบอีกรอบหรอก พวกนี้มันทำปิ้งย่างกันควันได้ติดตัวมึงแน่" เฮียขู่แต่ผมรู้เรื่องนั้นอยู่แล้ว แต่คนมันเหนียวตัวจะอาบน้ำก็ไม่แปลกไหม 

"เดี๋ยวรักอาบใหม่ก็ได้"

"เออ" เฮียเออออคงไม่อยากเถียงผมนั่นแหละ "อ้าว แพร์จะมาอาบน้ำด้วยเหรอ" เพราะเห็นเพื่อนเดินขึ้นมาผมเลยถามขึ้น 

"เปล่า เรามาตามพี่พีชน่ะ พี่พีชอยู่ห้องเดี่ยวอะ" 

"เหรอ" ผมปล่อยให้เพื่อนเดินขึ้นไป เฮียก็ขึ้นไปด้วย แปลกจังเลยแหะ ไม่ใช่ว่าพี่กันต์กับพี่ธีร์นอนชั้นบนกับเฮียหรือไง แต่ช่างเถอะรีบแต่งตัวแล้วลงไปหาพี่เบียร์ดีกว่า แต่แอบตื่นเต้นไม่หายเลยนะคืนนี้จะได้นอนดูดาวกับพี่เบียร์แล้ว 

พอเดินลงมายังชั้นสองก็ได้ยินเสียงร้องเพลงเพราะเลยแวะไปดูถึงได้เห็นว่าเป็นพี่ธีร์ที่กำลังนั่งร้องเพลง โดยมีพี่กันต์นั่งข้างกายแล้วเอามือพาดไหล่พี่ธีร์

เหมือนแฟนกันเลยแต่ผมคงคิดมากไปเอง ผมย่องเบากลับห้องตัวเองและเห็นว่าเพ้นส์เอาผ้าห่มม้วนตัวอยู่

"เพ้นส์เป็นอะไร" เพื่อนรีบเด้งลุกขึ้นมานั่งทันที เห็นเพื่อนหน้าแดงก็คงไม่พ้นเรื่องแฟนของเพื่อนนั่นแหละ " คุยกับแฟนเหรอ"

"เปล๊า แฟนอะไร ใครมีแฟนล่ะ" ผมเชื่อก็ได้ ก็ช่วงนี้เพ้นส์ดูแปลกตาขึ้น ดูสดใส ร่าเริงมาก แถมยังชอบมองมือถือบ่อยเหมือนรอใครทักมา จะไม่ให้เรียกแฟนแล้วจะให้เรียกอะไร

"รักนอนนี่นะเดี๋ยวเรานอนริมเอง" เตียงกว้างสองเตียงถูกชิดใกล้ ผมรู้ว่าอีกเตียงนายโนกับลูกแพร์นอน เพ้นส์ที่ไม่คุ้นเคยกับสองคนของผทอีกก็ต้องให้ผมนอนใกล้ชิดกับเพื่อนตัวเอง แต่คืนนี้ผมจะไปนอนดูดาวกับพี่เบียร์แล้วผมจะเอาเวลาไหนลุกหนีไปถ้าต้องนอนตรงกลาง

"รักขอนอนริมได้ไหมเพ้นส์ นะ ๆ" ผมใช้มุกอ้อนและเว้าวอน "พลีสสส~" เพ้นส์เห็นผมทำท่าทีอ้อนก็รีบยกที่นอนให้โดยไม่คิดมากอะไร

"ได้สิ เรานอนตรงไหนก็ได้" เย่ ผมขอบคุณเพื่อนแสนรัก ภารกิจหนีไปนอนดูดาวกับพี่เบียร์คืนนี้ผ่านฉลุยแล้ว ที่เหลือก็แค่หวังว่าตอนลุกออกมาเพื่อน ๆ จะไม่สงสัยก็เท่านั้น

"แล้วเพ้นส์ไม่อาบน้ำเหรอ รักไปอาบชั้นสามมาห้องน้ำกว้างมาก มีม่านเปิดดูวิวได้ด้วย พอแช่ตัวแล้วหายเมื่อยเลยละ" ผมเริ่มไดร์ผมและเกิดเสียงดังจนไม่ได้ยินเพื่อนพูดเท่าไหร่

"แพร์ แล้วพี่ลูกพีชล่ะ" พอปิดเสียงไดร์ลูกแพร์ก็เข้ามาในห้องนอนด้วยสีหน้าบึ้งตึง

"พี่พีชลงไปข้างล่างกับพี่เพื่อนแล้ว ทีน้องไปตามไม่ยอมไปพอพี่เพื่อนตามพี่พีชลุกไปเลย มันน่าโมโห" เพ้นส์มองพวกเรา ผมขำท่าทีของเพื่อนเลยเดินเข้าไปโอ๋ให้ลูกแพร์ใจเย็น

"โอ๋ ๆ นะแพร์ ไม่งอนนะครับ แพร์ยังมีรักนะเดี๋ยวเราลงไปข้างล่างกันแต่รักขอแต่งตัวแป๊ปเดียว"

"ไม่ต้องมาเนียนโอ๋เราเลย เราก็เห็นว่ารักอยู่กับพี่เบียร์ทั้งวัน"

"ก็แพร์ลุกไปไง ที่นั่งมันว๊าวว่าง พี่เบียร์เขาขอมานั่งเอง รักไม่ได้เชิญพี่เบียร์เลยนะ" ผมรีบแก้ตัวให้ตัวเอง โทษพี่เบียร์ไว้ก่อนเพื่อนผมไม่กล้าว่าพี่เบียร์แน่

"ก็ถ้ารักปฏิเสธไป บอกว่าที่เราพี่เบียร์จะกล้านั่งไหม" ผมไม่กล้าเถียงเพื่อน ก็ในเมื่อมันเป็นอย่างที่เพื่อนบอก เพ้นส์แอบหัวเราะอยู่คนเดียวไม่รู้ว่ากำลังคุยอะไรกับคนในมือถือ ผมเดินเลี่ยงไปไดร์ผมต่อจนผมแห้งสนิท ลูกแพร์นอนเล่นมือถืออย่างเบื่อ ๆ คิดว่าทริปนี้ลูกแพร์จะยิ้มออกกับคนอื่นเขาไหม

"แพร์ไปข้างล่างกัน รักหิวแล้ว" ผมชวนเพื่อนเมื่อแต่งตัวเสร็จ อยากไปเจอพี่เบียร์มากกว่า คิดว่าป่านนี้แล้วพี่เบียร์น่าจะเล่นอยู่ข้างล่างกับเพื่อน ๆ นั่นแหละ

"ไป"

"เพ้นส์ไปกัน" จะปล่อยให้เพ้นส์อยู่ในห้องคนเดียวก็แปลก ๆ อยู่ นายโนก็หายหน้าไปนานหรือจะลงไปหาอะไรรองท้องกินแล้ว เพ้นส์เงยหน้าละสายตาจากหน้าจอมือถือมาคุยด้วย เพื่อนผมก็ช่างติดคนในแชทเหลือเกิน เพ้นส์ลุกขึ้นจากเตียงทันที

"ไปดิ ไปกันครับ" เราสามคนเดินออกมาจากห้อง ผมควงแขนเพื่อนทั้งสองคน ระหว่างทางเดินลงบันไดไปชั้นล่าง ผมเห็นพี่เหล้าแตะบอลแข่งกัน อยากไปเล่นด้วยแต่คงต้องรอไว้เล่นกับเพื่อนดีกว่า ให้เล่นกับรุ่นพี่ที่เก่งด้านกีฬาคงไม่เอาดีกว่า

พี่เบียร์หันมาส่งยิ้มให้ผมทันทีที่เห็นหน้า ผมก็ส่งยิ้มกลับไป พวกพี่เบียร์ที่ยืนอยู่หน้าเตาต่างมอมเมมกัน เชื่อแล้วว่าอยากกินปิ้งย่างกันจริง ๆ

"ออกอาการมากเพื่อน"

"เพ้นส์ก็ ว่ารักเหรอ" ผมหันไปหาเพื่อนกลบเกลื่อนความเขินเอาไว้

"จริง ออกอาการมาก"

"แพร์ รักไม่พูดกับทั้งสองคนแล้ว" ผมหนีจากการแซวของเพื่อนทั้งสอง เวลาเกือบหนึ่งทุ่มแล้วทุกคนเริ่มทยอยกันมาเพื่อทานอาหารมื้อแรกของที่นี่ พี่เบียร์เดินมาเสิร์ฟอาหารให้ ผมเอ่ยขอบคุณพร้อมนั่งลง ไม่คิดว่าพี่เบียร์จะจองที่นั่งไว้ให้ผมด้วย เพื่อน ๆ ของผมนั่งอยู่ใกล้ ๆ นายโนตัวดีวิ่งมาจากไหนก็ไม่รู้มาแย่งบาร์บีคิวในมือผมไปซะงั้น

"โนแย่งของรักนะ แพร์ดูดิ" ผมฟ้องเพื่อนรักเมื่อโดนนายโน ลูกแพร์กำลังเคี้ยวอาหารในปากเงยหน้าทำตาดุใส่ เพื่อนตัวดีกอดคอผมแล้วยีหัวผมอีก ผมเพิ่งจะเซ็ตผมมาเองนะ

"กูหิวนี่หว๋า อีกอย่างกูก็ไม่มีคนคอยเอาใจด้วยเลยต้องแย่งของมึง" ผมรีบป้อนน้ำซุปเนื้อให้เพื่อนกินจะได้ไม่ต้องพูดมาก พี่เบียร์อยู่ข้าง ๆ เพื่อนจะพูดให้ผมเขินทำไม "ไอ้เพ้นส์เว้นที่ให้กูด้วย"

"อือ" พอกวนผมเสร็จก็หันไปกวนเพ้นส์ต่อ ได้ยินเสียงเฮียพูดผ่านไมโครโฟนของคาราโอเกะข้างขอบสนาม บอกให้คนที่อยู่ในบ้านได้ออกมาทานมื้อเย็น ผมตักกับข้าวใส่จานพี่เบียร์บ้างเพื่อเอาใจ

"ขอบคุณครับ"

"ครับ" เรานั่งทานมื้อเย็นกัน เรียกว่าเสียงดังกันมากเมื่ออยู่รวมกันหลายคน ผมสังเกตว่ามีเพื่อนเฮียมาด้วย แต่เพราะไม่ได้สนิทด้วยผมเลยไม่รู้จะทักทายยังไง

"กินกุ้งไหมครับ เดี๋ยวพี่แกะให้" พี่เบียร์กระซิบถาม ผมพยักหน้าทันที

"กินได้ครับ รักไม่แพ้อาหารทะเล" ระหว่างที่พี่เบียร์แกะกุ้งให้ผมก็หยิบมือถือมาถ่ายวิดีโอสั้น ๆ ลงสตอรี่ไอจีตัวเองแล้วแท็กเจ้าตัว พี่เบียร์ที่ยังมือเลอะจากการแกะกุ้งอยู่ชะเง้อมองบนหน้าจอมือถือตัวเอง

"รักแท็กเองครับ" ผมรีบบอก ไม่ได้คิดเซอร์ไพรส์อะไร คนที่หันไปมองหน้าจอเผลอหันหน้ามาจนเหมือนเราสองคนกำลังจะจูบกัน และนั่นก็ได้รับเสียงโห่แซวจากคนรอบกาย ผมขยับมานั่งชิดเก้าอี้ตัวเอง รู้สึกว่าหน้าร้อนเหมือนมีไฟออกมาผมก้มหน้าไม่กล้ามองหน้าพี่ ๆ คนอื่น

"คู่นี้จะจีบกันทุกที่เลยเหรอครับ" ผมกินกุ้งที่พี่เบียร์ป้อนแม้จะเขินอายกับคำแซวต่าง ๆ พี่เบียร์หันไปว่าเพื่อนตัวเองให้หยุดแซวได้แล้ว ผมอยากจะหนีจากตรงนี้เหลือเกิน ภาพเมื่อกี้ถูกเพื่อนถ่ายพร้อมลงโซเชียลแท็กผมกับพี่เบียร์เรียบร้อย นายโนจะแกล้งกันแบบนี้ไม่ได้นะ ผมหันไปมองเพื่อนตาเขียว แกล้ง ๆ ดุไปหรอกครับเพราะจริง ๆ แล้วก็แอบเขินกลบเกลื่อน

เริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติเมื่อพวกพี่เขาเลิกแซวแล้วมีเรื่องคุยกัน ผมกินอิ่มท้องและอิ่มเอมใจมาก หลังกินข้าวเสร็จเพื่อนผมก็ต่างไปทำธุระของตัวเอง ผมแอบชิ่งหนีช่วงที่ไม่มีใครอยู่ในห้องเพื่อไปรอพี่เบียร์ตามสถานที่ที่เรานัดกันไว้

ยืนรอไม่นาน เมื่อทักบอกพี่เบียร์ว่าผมมาถึงที่หมายแล้วพี่เบียร์ก็บอกกำลังรีบไปทันที ผมกลัวคนอื่นจะเห็นมากจึงได้ปิดแสงมือถือแล้วรอพี่เบียร์ เมื่อได้ยินเสียงพี่เบียร์เรียกผมก็รีบลุกขึ้นยืนแล้วเปิดแสงไฟในมือถือให้พี่เบียร์รู้

"รอนานไหมครับ พี่แวะไปเอาผ้าห่มเลยออกมาช้านะครับ" พี่เบียร์ถามผม ในมือก็ถือผ้าห่มอย่างที่บอกไว้ ผมรีบปิดแสงไฟ ขืนเปิดนานมีหวังคนอื่นได้เห็น

"ไม่นานเลยครับ ว่าแต่เราต้องไปทางไหนครับ" ผมกระซิบถามแล้วได้ยินเสียงพี่เบียร์ขำ

"ด้านหลังน้องหนูเลยครับ มันมีห้องใต้หลังคาเอาไว้ขึ้นไปบนดาดฟ้าครับ" พี่เบียร์ชี้ไปยังประตูห้องที่ผมไม่กล้าเปิดเข้าไป

"จริงเหรอครับ" ผมตื่นเต้นมากเมื่อได้ยินอย่างนั้น กลไกเหมือนกับบ้านผมเลย บ้านผมก็มีห้องใต้หลังคาแล้วมีประตูเล็กเอาไว้ขึ้นไปเล่นบนดาดฟ้า เมื่อก่อนตอนยังเด็กผมกับพี่หมอและเจ้าขาชอบไปเล่นอยู่บ่อย ๆ

"ครับ พี่แอบไปขึ้นมาแล้ว บนดาดฟ้ามีที่นั่งชมวิวด้วย หรือจะนอนดูดดาวที่ห้องใต้หลังคาก็ได้นะครับ เจ้าของบ้านเขาอนุญาตให้นอนเล่นได้ พี่ไปถามมาให้แล้วครับ"

"ได้ทั้งนั้นเลยครับ ขอแค่มีพี่เบียร์อยู่ด้วย ดาวคืนนี้คงสวยมากที่สุดเท่าที่รักเคยดูมา" ผมยืนสตั้นไปเมื่อพี่เบียร์ลูบกลุ่มผมของผมอย่างเบามือ ทำไมพี่เบียร์ถึงได้ทำตัวให้ผมหลงได้ทุกวินาที มือหนาเลื่อนลงมาจับมือผมแล้วดันประตูให้เปิดออกเพื่อเข้าไปข้างในด้วยกัน จากตอนแรกตั้งใจว่าจะปีนไปดูดาวบนดาดฟ้าแต่กลับมีคนนอนอยู่ก่อนหน้านี้แล้วเราเลยเลือกจะนอนดูดาวที่ห้องใต้หลังคาแทน

"มานอนมุมนี้ดีกว่าครับ ถ้าพวกนั้นลงมาจะได้ไม่เห็นเรา" พี่เบียร์บอกพร้อมเลื่อนฟูกมานอนบริเวณที่ปลอดสายตาคนเดินผ่านไปมา ผมก็ช่วยเลื่อนพร้อมเดินไปหยิบหมอนบนเตียงมาหนุนสองใบ พี่เบียร์เอ่ยขอบคุณเมื่อจัดที่นอนเรียบร้อยผมก็ล้มตัวนอนบ้าง ได้ใกล้ชิดกันสองคนอย่างนี้ก็ตื่นเต้นไม่น้อย พี่เบียร์ลุกขึ้นไปเปิดไฟดวงกลมจนมองเห็นดวงดาวหลากหลายรอบเพดาน

"เปิดไฟแบบนี้จะมองเห็นดาวจริง ๆ เหรอครับ" ผมถามเมื่อพี่เบียร์เดินมานั่งใกล้

"มองเห็นครับ คืนนี้ฟ้าเปิดด้วยนอนดูดาวได้สบายเลยครับ" ผมล้มตัวนอนตามพี่เบียร์และทอดมองท้องฟ้าผ่านหลังคาใส คิดว่าเจ้าของบ้านคงออกแบบมาให้คนที่นอนห้องนี้ได้ดูดาวโดยเฉพาะ "แต่เสียดายเราไม่ได้ขึ้นไปดูบนดาดฟ้า"

"นั่นสิครับ ไม่คิดว่าจะมีคนที่มาเร็วกว่าเรา" เราต่างหัวเราะกันเบา ๆ พี่เบียร์ชวนคุยกันหลายเรื่อง นอนชมวิว เปิดเพลงคลอเบา ๆ เครื่องปรับอากาศในห้องก็ทำงานได้ดี ผมเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัวตอนแรกก็นอนกันคนละหมอนแต่เมื่อลืมตาตื่นผมก็พบว่าตัวเองกับพี่เบียร์นอนหมอนใบเดียว ผมแทบไม่กล้าหายใจเมื่อพี่เบียร์อยู่ใกล้แค่คืบ มือเลื่อนหามือถือตัวเองก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาช่วงตีสองของวันใหม่แล้ว แถมมีข้อความจากเพื่อนหลายข้อความ ก็รู้สึกผิดแต่เวลาได้ใกล้ชิดพี่เบียร์มันไม่ได้มีกันง่าย ๆ ผมปิดมือถือลงพร้อมนอนจ้องมองหน้าพี่เบียร์ แพขนตายาวน่ามองยามหลับไหลเรียกร้องให้ผมค่อย ๆ ขยับหน้าแล้วบรรจบจูบบริเวณโหนกแก้มของพี่เบียร์

"ฝันดีครับพี่เบียร์" บอกพร้อมล้มตัวนอนข้าง ๆ แต่ไม่คิดว่ามือหนาจะขยับมากอดเอวผม ใบหน้าที่หลับตาอยู่นั้นยกยิ้มมาเหมือนรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา

ให้ตายสิ พี่เบียร์แกล้งหลับใช่ไหม อาย ผมอายมากแล้วก็เลือกจะปิดตาหนีพราะกลัวพี่เบียร์ลืมตาตื่น 

"ฝันดีเช่นกันครับน้องหนู"




ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน
«ตอบ #41 เมื่อ16-10-2021 17:04:15 »

 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ Oncloud69_

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน ตอน 20
«ตอบ #42 เมื่อ18-10-2021 17:27:30 »


 EPISODE : 20 วันพักผ่อนแสนสบาย

"มึงนี่ร้ายนะ อย่านึกว่ากูไม่รู้ว่ามึงไปทำอะไรมาเมื่อคืน" ผมมองเพื่อนตัวเองแล้วแสยะยิ้มกับคำพูดของมัน ไอ้วอร์มมันนึกว่าผมไม่รู้หรือไงว่าเมื่อคืนผมก็เห็นมันกับหลานรหัสนอนบนดาดฟ้านั่น

"แล้วคุณมึงไปทำอะไรกับหลานรหัสบนดาดฟ้าล่ะครับ" ผมถามมันกลับบ้าง คนหาเรื่องก่อนทำตาโตตกใจ บอกแล้วว่าเมื่อคืนผมก็เห็นมันเหมือนกัน

"อะไร กูทำอะไร ไอ้เหนือมันแค่อยากขึ้นไปสูดอากาศข้างบนกูเลยไปเป็นเพื่อนมัน"

"เหรอ" ตอนแรกน้องไม้เหนือมันก็ไม่ได้มาด้วยหรอก แต่เพราะน้องมันให้เพื่อนขับรถตามรถบัสมาเพื่อขอไปด้วย มีเหรอที่เฮียจะไม่ยอมให้ไป เล่นลงทุนขับไล่มาอย่างนั้น เห็นไอ้ริทเดินมาหาพร้อมกับจานอาหารเช้าที่ตักมาเรียบร้อย เราสองคนเลยเงียบกัน ไม่พูดอะไรจะดีกว่าอย่างน้อยจะได้ไม่ถูกต่อว่าเรื่องที่แอบหนีไปเมื่อคืน

"ว่าแต่มึงสองตัวหายไปไหนทั้งคืนทิ้งกูนอนอยู่ห้องคนเดียวเนี่ย" ผมกับไอ้วอร์มสบตากัน มันหมายความว่าอะไรที่ไอ้ริทบอกว่ามันนอนห้องคนเดียว ในเมื่อญาติของผมไอ้สองเดือนกับไอ้ธีร์มันก็นอนห้องรวมด้วย แต่คนหลังตัดออกไปได้เลยไอ้กันต์ต้องลากไปนอนห้องเดี่ยวของมันนั่นแหละ

"สองเดือนก็หายไปด้วย กูนอนคนเดียวห้องใหญ่มันวังเวงนะเว้ย" แล้วผมต้องปลอบใจเพื่อนมันยังไงดี ก็ผมอยากมีเวลาสวีทกับน้องหนูบ้างเลยปลีกตัวกันไปดูดาวสองคน

"มาเดี่ยวไม่มีคู่กับเขาก็ต้องทำใจนะครับริท" นี่เพื่อนเฮียมันนั่งอยู่ข้างไอ้วอร์มแต่ชื่ออะไรแล้วก็ไม่รู้ผมก็ลืมถามไปเลย ไอ้ริทเบะปากด้วยท่าทีเง้างอน

"เออ ถ้ารู้ว่าพวกมึง ๆ จะไปนอนกับน้องเขากูจะได้ล็อคห้องไปเลย ไม่มัวพะวงตื่นหรอก ไอ้เราก็เป็นห่วงแต่เพื่อนไม่มีใครเป็นห่วงกูสักคน" มันตัดพ้อชุดใหญ่ใส่ผมและไอ้วอร์ม แต่เรื่องนี้มันก็ไม่คาดคิดจริง ๆ ว่าจะไม่มีใครนอนห้องแต่ที่ผมอยากรู้ก็คือไอ้แฝดมันแอบไปนอนที่ไหน

"พูดมากว่ะมึง เสียงดังถึงโน้นเลย" ไอ้กันต์มันเดินมาพร้อมกับเพื่อนสนิทมันนั่นแหละ สองคนก็ตัวติดยิ่งกว่าตังเม พวกมันไม่รู้หรือไงว่าแทบจะเป็นคนคนเดียวกันอยู่แล้ว ไอ้ธีร์เดินมากอดคอไอ้ริทเพื่อปลอบโยน

"เดี๋ยวคืนนี้ไปนอนด้วยก็ได้"

" ได้ไงวะ แล้วกูล่ะ" นั่นไง ถึงไอ้ธีร์มันจะใจดีจะนอนเป็นเพื่อนไอ้ริทแต่ไอ้กันต์มันไม่ยอมให้ใครได้เอาเพื่อนรักของมันไปหรอก ไอ้วอร์มตักข้าวกินไม่สนใจพวกเรากำลังคุยกัน ผมหันมองมันแล้วแตะขามัน ได้ทีก็ชิ่งหนีเลยนะมึง 

"ก็นอนคนเดียวไปไง อยากเลือกห้องเดี่ยวเอง" ไอ้ธีร์มันเถียงเสียงน่ารัก เวลาพวกมันคุยกันจะใช้เสียงสองเสียงสามคุยกันเหมือนโลกนี้มีแค่พวกมันสองคนนั่นแหละ ไอ้ริทกอดไอ้ธีร์แน่นอวดโชว์ไอ้กันต์ให้มันกระอักตาย เราต่างก็รู้ว่าไอ้กันต์มันหวงไอ้ธีร์มากแต่ก็ไม่มีใครชอบแตะเนื้อต้องตัวไอ้ธีร์บ่อยเหมือนไอ้ริท

"เออ คืนนี้ต้องมีคนนอนกับกู เข้าใจ๊นะพวกมึง" นิ้วชี้เล็ก ๆ นั่นสั่งพวกเราทุกคน จะขาดก็แต่ไอ้เพื่อน เดาว่าเมื่อคืนมันหายไปนอนห้องเดี่ยวกับลูกพีชเพื่อนตัวเล็กของมันนั่นแหละ รายนั่นเดินมาพร้อมกับลูกพีชพอดี ผมมองจานในมือทั้งสองข้างแล้วอยากจะอ้วก เพื่อนผมมันไม่เคยอ่อนโยนกับใครนอกจากเพื่อนตัวเล็กของมัน 

"อะไรเนี่ย มึงงอแงอะไรแต่เช้าไอ้ริท" เฮียเดินมาหาที่นั่งโดยเลือกนั่งใกล้เพื่อนเฮียที่นั่งข้างไอ้วอร์มนั่นแหละ ผมเห็นไอ้เพื่อนกับลูกพีชเลือกนั่งอีกฝั่ง นั่นก็แทบจะสวีทกันอยู่แล้ว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมน้องลูกแพร์ถึงได้หวงพี่ชาย สายตาของไอ้เพื่อนมันอันตรายจริง ๆ กินลูกพีชได้คงกลืนกินลงท้องไปแล้ว

"ก็แค่หาเพื่อนนอนด้วย เพราะเมื่อคืนไม่มีใครนอนกับผมสักคน" ผมหันหน้าหนีไปชมวิวแล้วกัดขนมปังกินคำนึง แต่ผลที่ได้มาคือความเงียบ ทุกคนคือเงียบกันหมด ไม่มีใครยอมพูดอะไรอีก งานนี้คงไม่ใช่ผมกับไอ้วอร์มที่แอบไปนอนทีอื่นจริง ๆ เห็นกลุ่มมน้องปีหนึ่งของน้องหนูเดินมาพร้อมกับจานข้าวในมือแต่ละคนพวกเราเลยสลายกลุ่มกัน

"น้องหนูมานั่งนี่ครับ" ผมเรียกให้น้องมานั่งข้างกายโดยจองที่นั่งให้ ส่วนเพื่อนของผมพวกมันจะไปนั่งที่ไหนก็ไป เราก็โต ๆ กันแล้ว ดูแลตัวเองกันได้ น้องเดินมาหาพร้อมรอยยิ้มสดใส หากคืนนี้มีโอกาสผมอยากจะพาน้องไปนอนบนดาดฟ้าจะได้ดูดาวโดยไม่ต้องผ่านหลังคากระจกเหมือนเมื่อคืน

"ขอบคุณครับพี่เบียร์ แพร์มานั่งตรงนั้นกันได้เห็นลำธารด้วย" เสียงน้องชวนเพื่อนให้มานั่งด้วยเพราะมีที่นั่งว่าง ก็ผมเองนั่นเองที่จองที่ไว้ให้เอง ผมมองอาหารเช้าในจานของน้องแล้วแปลกใจ

"ทำไมตักมาน้อยล่ะครับ" มันน้อยมาก เป็นผมคงกินไม่อิ่ม ปกติเวลาอยู่กับกลุ่มเพื่อนผมแต่ละคนกินเก่งกันมาก พอเห็นอาหารน้อย ๆ ผมเลยแปลกใจ กินน้อยแค่นี้จะอิ่มเหรอ 

"รักยังไม่หิวเท่าไหร่ครับ ก่อนออกมาพวกเรากินขนมมาก่อนแล้ว" น้องบอกเหตุผลผมเลยเข้าใจในทันที ก็ถึงว่าคนอะไรจะทานข้าวน้อยราวกับแมวดม น้องนั่งลงบนที่นั่งไม้แล้วถามผมกลับเมื่อมองจานข้าวของผม "แต่พี่เบียร์ตักมาเยอะ"

"เช้านี้พี่หิวครับ" ไอ้วอร์มมันขำ ผมเลยหันไปมองมัน พอเห็นจานว่างเปล่าของมันก็แอบทึ่งอยู่เหมือนกัน ทานจนหมดเกลี้ยงมันนั่นแหละหิวมากกว่าผมอีก น้องนั่งยิ้มแล้วมองธรรมชาติข้างหน้า บรรยากาศยามเช้าสดชื่นมาก ยิ่งข้างล่างเป็นธารน้ำใสมีผู้ปกครองกับเด็กลงไปเล่นน้ำกัน มันยิ่งดูผ่อนคลาย น้องหันไปคุยกับเพื่อนบ้าง แล้วก็ชวนผมคุยเล็กน้อย

"ถ้าทานไม่หมดละน่าดู" น้องขู่เหมือนคุณครูอนุบาลที่อยากฝึกให้เด็ก ๆ ทานอาหารให้หมดจาน ผมระบายยิ้ม หน้าก็หวานแต่ชอบทำหน้าดุซึ่งไม่ได้ดูน่ากลัวสักนิดเดียว ไอ้วอร์มมันลุกไปตักอาหารว่างมาเพิ่ม มันกินเก่งขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก

"วันนี้พี่เบียร์จะทำอะไรบ้างครับ" ผมดื่มกาแฟเสร็จแล้วนั่งมองวิว อยากหันมองหน้าน้องแต่กลัวเจ้าตัวจะเขิน ดังนั้นผมเลยเลือกจะมองนาน ๆ ครั้ง ค่อย ๆ ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติแต่ความจริงแล้วผมกลับรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งเวลาเห็นน้องยิ้ม

"ถ้าตามโปรแกรมที่วางไว้พวกพี่จะไปถ่ายรูปที่น้ำตกครับ น้องหนูกับเพื่อนจะไปด้วยไหมครับมีรถเอทีวีให้ขับด้วย" ผมเอ่ยชวน อยากพาน้องไปนั่งเอทีวีแล้วพาไปน้ำตก ที่นั่นวิวสวยกว่าที่นี่สิบเท่าเชื่อว่าน้องต้องชอบมากแน่ ๆ 

"ไปครับ แต่รักขอถามเพื่อนก่อนว่ามีใครจะไปอีกไหม" อย่างนึงที่ผมชอบคือน้องไม่เคยปฏิเสธ ทุกอย่างเหมือนเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับเจ้าตัว ผมมองว่ามันน่ารักน่ามอง พอเห็นน้องอยากรู้นั่นนี่ในหัวก็คิดถึงสถานที่สวย ๆ หลายที่ที่อยากพาไปให้เจ้าตัวได้เห็น น้องเหมือนเด็กน้อยที่ตื่นเต้นทุกครั้งเวลาที่ผู้ปกครองบอกจะพาไปเที่ยว

"ตกลงครับ ปีหนึ่งห้าคนจะไปน้ำตกด้วยครับ" ปรึกษากับเพื่อนเสร็จน้องก็หันมาบอกผมด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น สายตาฉายแววเปล่งประกาย

"ครับ" แต่ทำไมผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหลอกล่อเด็กน้อยก็ไม่รู้ เห็นเฮียลุกขึ้นยืนเพราะกำลังจะไปเก็บจานน้องก็หันหน้าไปถามเหมือนอยากรู้ ผมไม่ได้สนใจเฮียหรอกเพราะสายตาเอาแต่จับจ้องมองน้อง

"เฮียขับเอทีวีเป็นป่ะ" คำถามแสนธรรมดาแต่น่ารักนั่นทำให้ผมยกยิ้ม น้องกับเฮียเหมือนคู่กัดกันแต่บางครั้งก็รักกันมาก เป็นพี่เทคกับน้องเทคที่สนิทกันในระดับนึงเลยละ ตอนผมอยู่ปีหนึ่งไม่มีพี่ที่คอยใส่ใจและสนิทกันอย่างนี้เลย ไม่รู้ว่าน้องไปโปรยเสน่ห์ยังไงจึงทำให้เฮียหลงถึงขั้นเอ่ยขอเป็นน้องเทคแคร์ 

"เป็นดิ ไม่เป็นได้ไงล่ะ" ได้ยินเฮียตอบน้องก็ทำหน้าหมั่นไส้ ผมรู้สึกอยากหยิกแก้มนั่นมาก

"ชิ อวดจังเลย"

"อ้าว ก็มึงถามเองไหม"

"พี่ก็ขับเป็นนะ" เสียงไอ้เหล้ามันดังขึ้นแทรก ผมหันไปมองมันทันที ผมจะไว้ใจไอ้ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบไม่ได้ ไอ้เหล้ามันแสดงชัดมากว่าชอบที่ได้ใกล้ชิดกับน้องและเหมือนว่าน้องก็จะสนิทกับมันในระดับหนึ่งด้วย

"พี่เหล้าด้วยเหรอ" น้องเหมือนครุ่นคิดบางอย่าง คิ้วเริ่มผูกกัน ไอ้เหล้าก็ขานตอบทั้งที่มันอยู่ไกลถัดจากเฮียด้วยซ้ำ "ทำไมขับกันเป็นกันทุกคนล่ะ แล้วพี่เบียร์ล่ะครับขับเก่งไหมครับ" น้องหันมาถามผมด้วยความอยากรู้

"แน่นอนครับ เป็นกีฬาที่พี่ชื่นชอบที่สุดด้วย" ผมตอบอย่างมั่นใจ 

"เก่งจังเลยครับ เอาไว้รักจะฝึกขับด้วยนะครับ จะได้ขับไปเที่ยวกับพี่เบียร์ได้ในอนาคตนะครับ เอ้ย รักแค่คิดเผื่อ ๆ เอาไว้" น้องพูดแล้วกัดปากตัวเอง คงลืมตัวเผลอคิดสิ่งที่อยู่ในใจ ผมเอ็นดูเจ้าตัวทุกครั้ง มีเรื่องที่ทำให้ยิ้มเสมอ

"ถ้าได้อย่างนั้นก็ดีครับ"

"ครับ" หลังทานมื้อเช้ากันเสร็จ หลายคนก็เดินไปถ่ายรูป ชมวิวยามเช้า บางคนก็นอนเอาแรงก่อนและมีเตรียมตัวเพื่อออกเดินทางไปเที่ยวน้ำตกกัน

"พี่เบียร์กำลังทำอะไรอยู่ครับ" น้องเดินมาพร้อมกับมือถือในมือคิดว่าคงกำลังไลฟ์อยู่ เพราะก่อนหน้านี้เห็นบ่นกับเพื่อนว่าอยากไลฟ์ในอินสตาแกรม ผมเงยหน้ามายิ้มให้น้อง

"ผูกเชือกรองเท้าครับ ต้องผูกให้แน่นเดี๋ยวสะดุดล้มครับ" ปากบอก ตามองน้อง ส่วนมือก็ผูกเชือกรองเท้าไป ไอ้ริทกับไอ้วอร์มมันเดินไปหามุมถ่ายรูปไม่รอผมแล้ว

"แค่ผูกเชือกรองเท้าต้องเก็กหล่อด้วยเหรอครับ" น้องขยับมือถือเพื่อซูมหน้าผมใกล้ ๆ ผมไม่ได้ขยับหนีและปล่อยให้น้องได้ถ่ายตามใจชอบ

"เก๊กหล่อเหรอครับ ไม่นะพี่ว่าพี่ก็ทำตัวปกติแล้ว เชือกรองเท้าน้องหนูหลุดด้วย พี่ผูกใหม่ให้ครับ" เห็นเชือกรองเท้าน้องใกล้จะหลุดผมเลยอาสาผูกให้ใหม่ น้องยืนนิ่งเงียบไม่พูดอะไร ผมเงยหน้ามาถามเจ้าตัวเมื่อผูกเสร็จ

"แบบนี้แน่นไปไหมครับ" น้องส่ายหน้าแล้วตอบเสียงเบา เหมือนจะหน้าแดงขึ้นเพราะโดนแดดตอนเช้าผิวแก้มน้องเลยแดงขึ้นหรือเปล่า

"ไม่แน่นครับ ขอบคุณครับ"

"ยินดีครับ" ผมขยิบตาให้น้องข้างนึง แต่เห็นหน้าแดงนั่นก็ยิ่งอยากแกล้ง น้องกำลังเขินผมอยู่หรือเปล่า

"หมดชั่วโมงหล่อของพี่เบียร์แล้ว ตามรักไปสัมภาษณ์คนอื่นต่อดีกว่าครับ" เห็นน้องจะวิ่งหนี ผมเลยลุกขึ้นรวบตัวน้องไว้เพราะเจ้าตัวไม่เห็นเจ้ากบน้อยที่นั่งนิ่งตรงนั้นอยู่นาน

"น้องหนูจะเหยียบเจ้ากบแล้วครับ" ผมกระซิบบอก น้องก็ก้มมองเจ้ากบน้อยที่กำลังกระโดดหนี

"จริงด้วย ขอโทษนะเจ้ากบ" บอกเสร็จก็หันมามองผมด้วยแววตาชื่นชม "ขอบคุณครับพี่เบียร์"

"..." ผมเหมือนจะหยุดหายใจไปชั่วขณะ คนเราจะน่ารักตลอดเวลาโดยไม่เว้นช่วงพักเลยหรือไงนะ

"ครับน้องหนู"







ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน
«ตอบ #43 เมื่อ19-10-2021 10:45:25 »

 :pig4:
 :L2:

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 642
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน
«ตอบ #44 เมื่อ20-10-2021 22:44:40 »

 :hao3:

ออฟไลน์ Oncloud69_

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน ตอน 21
«ตอบ #45 เมื่อ21-10-2021 19:46:11 »


 EPISODE : 21 คืนนี้พระจันทร์สวย



หลังตัดสินใจว่าใครจะไปกับใคร ก็ลงเอยด้วยการที่ผมจับมือน้องให้มาซ้อนท้ายรถของตนเองก่อนที่ลูกพี่ลูกน้องอย่างไอ้เหล้ามันชวนน้อง ใครจะไปยอมให้น้องไปกับมัน

"แน่ใจนะครับว่าเราจะไม่หลงทาง" น้องถามเมื่อเห็นคนอื่นขับไปไกลแล้วแต่เรายังตามหลังแถมยังเป็นคนสุดท้ายของทริปนี้ด้วย น้องถึงได้หวั่นกลัว

"ไม่หลงแน่ครับเพราะพี่รู้ทางจริง ๆ" ผมชำนาญทางอยู่แล้วไม่พาน้องหลงทางเหมือนอย่างที่เจ้าตัวกังวล

"แต่รักกลัวหลงนะครับ พี่เบียร์ขับเร็วกว่านี้ไม่ได้เหรอครับ" น้องเร่งให้ผมรีบขับไปใกล้กับเพื่อน ๆ แต่เปล่าประโยชน์เส้นทางนั้นที่เฮียพาไปคือเส้นทางที่อยู่ไกลจากที่หมายที่เรากำลังจะไปกัน

"ขับเร็ว มันไม่ปลอดภัยนะครับ หรือน้องหนูอยากลองขับเองครับเดี๋ยวพี่สอน" ผมเต็มใจสอนหากน้องอยากเรียน มีสถานที่ให้เริ่มฝึกด้วย น้องส่ายหน้า 

"พี่เบียร์โกหกแน่เลยครับที่บอกว่าขับเก่ง ถ้าพาหลงรักโกรธจริงด้วย รักอยากถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ นะครับ" เจ้าตัวพูดติดจะงอน คงกลัวหลงป่าและไม่ได้ถ่ายรูปกับเพื่อน ผ่านลำธารเล็กไปผมจึงหักเลี้ยวไปอีกเส้นทางที่ตรงข้ามกับรอยรถของคนอื่นที่ขับผ่านไปก่อนหน้า

"ครับ เดี๋ยวพาไปทางลัด รับรองถึงเร็วกว่าอีกครับ"

"ไม่หลงแน่นะครับ" น้องถามย้ำ 

"แน่ครับ" ผมขับรถอย่างมีสมาธิโดยมีน้องซ้อนข้างหลังแล้วชวนคุยไม่หยุด แรก ๆ น้องก็หวั่นกลัวเพราะแยกจากกลุ่มแต่พอได้เห็นธรรมชาติรอบข้างน้องก็เริ่มผ่อนคลายลง มือที่กอดเอวผมก็เริ่มผ่อนแรง ผมขับรถอย่างช้า ๆ เพื่อความปลอดภัย พอน้องได้ชมวิวรอบตัวก็เอ่ยชมธรรมชาติไม่หยุด จนเมื่อขับตามเส้นทางเดินที่คุ้นเคยผมก็จอดรถเมื่อพาน้องมายังที่หมายอย่างที่รับปากไว้

"ถึงแล้วครับ" พอลงจาดรถแล้วหันไปบอกก็แววตาน้องดูเปล่งประกายเมื่อเห็นน้ำตกแสนสวย เราต้องเดินเข้าไปอีกหน่อยหากอยากไปดูใกล้ ๆ แต่ผมมีสถานที่ที่ดีกว่านั้นรับรองว่าน้องต้องชอบมากกว่านี้ น้องลงจากรถแต่สายตายังคงมองน้ำตกไม่วางตา

"โห้สวยจัง พี่เบียร์รู้ว่ามีที่สวย ๆ แบบนี้ด้วยเหรอครับ" น้องถามน้ำเสียงตื่นเต้น ผมยื่นขวดน้ำให้เจ้าตัวก็ยอมดื่มแต่โดยดี เราเดินทางกันมานานก็ต้องมีกระหายน้ำบ้าง

"ก็ต้องรู้สิครับ ไม่งั้นพี่จะพามาถูกได้ไงจริงไหมครับ" ผมรับขวดน้ำจากน้องคืนแล้วดื่มน้ำต่อจากน้อง

"เหมือนจะฟลุ๊คยังไงก็ไม่รู้" น้องหรี่ตามองผมเหมือนจะสงสัย ผมแอบขำหลังดื่มน้ำเสร็จผมก็แขวนขวดน้ำไว้ที่รถไว้อย่างเดิม น้องเตรียมมือถือเพื่อเตรียมถ่ายรูป เจ้าตัวชอบถ่ายวิวธรรมชาติมากผมเลยอยากพาไปใกล้ ๆ

"ถ่ายรูปไหม พี่ถ่ายให้ครับ"

"ถ่ายครับ แล้วคนอื่น ๆ ล่ะครับ เมื่อไหร่จะถึง" ผมยื่นมือให้น้องได้จับ เราเดินจับมือกันไปใกล้น้ำตกแสนสวย ยิ่งใกล้เสียงน้ำก็ยิ่งชัดดังจนต้องเพิ่มเสียงในการคุย

"อีกสักพักครับ เฮียแกล้งพาวนไปอีกเส้นทาง" ผมเฉลยให้น้องได้รู้ ก็พวกเพื่อนผมมันไม่เคยมา ไม่แปลกที่จะโดนเฮียแกล้ง เชื่อว่าถ้าพวกนั้นรู้คงได้บ่น เพราะขนาดผมที่มารู้หลังจากที่โดนหลอกไปเส้นทางนั้นผมก็บ่นเฮียเหมือนกัน

"แกล้งงั้นเหรอครับ"

"ครับ เฮียแค่อยากให้ออกกำลังกายกันน่ะครับ" ผมแก้ตัวให้เฮียและช่วยเป็นช่างภาพถ่ายรูปให้น้องหลายสิบรูป น้องดูมีความสุขกับการเป็นนายแบบแสนน่ารัก ผมเงยหน้ามองข้างบนน้ำตกนั่น อยากพาน้องไปถ่ายข้างบนเวลาถ่ายรูปออกมามันจะสวยยิ่งกว่า

"ขึ้นไปข้างบนดีกว่าครับจะได้วิวสวยกว่านี้" ผมเสนอและก็ได้รับคำตอบโดยทันที

"ครับ" น้องไม่ได้ปฏิเสธแถมยังกล้าที่จะเดินตามผมมา ไม่รู้ว่าไว้ใจผมหรือเป็นคนชอบความท้าทายถึงได้ยอมไปง่าย ๆ สองเท้าผมเดินนำขึ้นมายังทางเดิน

"พี่ช่วยครับ" ผมยื่นมือเพื่อช่วยน้อง ร่างเล็กก็เอ่ยขอบคุณแล้วยื่นมือให้ผมจับ 

"ทางชันจังเลยครับ" ความชันและลื่นนั่นทำให้ผมกลัวว่าน้องจะตกจึงได้จับมือน้องแน่น "แบบนี้ถ้าตกละก็น่ากลัวนะครับ"

"ระวังด้วยครับ" หากอุ้มน้องได้ผมก็อยากจะทำ น้องจับมือผมทั้งสองมือเมื่อสะดุดรากไม้ผมก็พยุงน้องไว้มั่นคงแล้วยิ้มให้เจ้าตัว มือผมคู่นี้จะไม่ยอมปล่อยให้น้องตกลงไปเด็ดขาด

"ขอบคุณครับ" เราเริ่มเดินกันต่อ "ว่าแต่พี่เบียร์เคยมาที่นี่แล้วเหรอครับ"

"ก็เคยครับ พี่ เฮียและก็สองเดือนฝึกขับเอทีวีก็ที่นี่แหละครับ" ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือสถานที่นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของคุณลุง ซึ่งเป็นพ่อของเฮียโซดานั่นแหละ ช่วงวันหยุดในวัยเด็กตอนปิดเทอมใหญ่เรามักจะมาเที่ยวเล่นที่นี่อยู่บ่อย เพียงแต่พอโตขึ้นมาก็นานครั้งกว่าจะได้มา ไม่แปลกที่ผมจะรู้ทาง

"มิน่าแหละครับถึงได้ขับรถกันเก่ง" น้องเอ่ยชมทันที เจ้าตัวเก่งในการชื่นชมคนอื่น ผมนึกถึงวัยเด็กที่วิ่งเล่นกับญาติแล้วก็พลอยยิ้มออกมา

"แต่ไอ้เหล้าแพ้ทุกรอบเพราะมันหลงทางเก่ง"

"จริงเหรอครับ พี่เหล้าก็โม้ว่าตัวเองชนะหลายรอบแหนะ" ผมหันมามองก็เห็นใบหน้าหวานบึ้งตึงใส่ ผมลูบหัวน้องโดยไม่รู้ตัว เพราะชอบทำหน้าน่ารักแบบนี้ไม่แปลกใจทำไมเฮียชอบลูบหัวน้องบ่อย

"มันโกหกทั้งนั้นแหละครับ" ก็ไอ้เหล้ามันชอบหลงทางตั้งแต่เด็ก ผมก็ลืมดูไปเลยว่าตอนมามีใครนั่งกับมันด้วยหรือเปล่า ไม่ได้เป็นห่วงมันแต่ผมเป็นห่วงคนที่มากับมันต่างหาก

"ดีนะครับที่รักไม่ไปกับพี่เหล้าด้วย"

"น้องหนูอยู่กับพี่ดีแล้ว เห็นไหมพี่พามาถึงก่อนคนอื่นเลย" ได้ทีผมก็อวดตัวเองให้น้องชื่นชม เรียกว่าผมหวงก้างก็ได้แต่ผมไม่อยากให้ญาติตัวเองจีบน้อง ผมคงเห็นแก่ตัวจริง ๆ

"ครับ พี่เบียร์เก่งที่สุด ไม่สิครับ พี่เบียร์เก่งกว่าพี่เหล้าที่สุดครับ" ผมหยุดเดินแล้วหยิกแก้มน้องด้วยความลืมตัวอีกหน เรายิ้มเขินแล้วเริ่มเดินกันต่อ เดินขึ้นมาอยู่ข้างบนเหนือน้ำตกอย่างที่ตั้งใจไว้ แม้จะหอบและได้เหงื่อจากการเดินทางแต่มันก็ถือว่าคุ้มเมื่อเห็นน้องประทับใจ

"ว้าว พี่เบียร์ พี่เบียร์" น้องถึงกับพูดไม่ออก ตอนเด็กที่ผมขึ้นมาที่นี่ครั้งแรกผมก็ตื่นเต้นไม่ต่างจากน้อง เรานั่งพักกันเพื่อให้หายเหนื่อย ผมเห็นน้องจะถ่ายรูปอีกเลยอาสาช่วยอีกรอบ

"พี่ถ่ายรูปให้ครับ"

"ขอบคุณครับ" เจ้าตัวโพสต์ท่ารอ ผมหยิบมือถือตัวเองมาถ่ายรูปให้น้อง ไม่แปลกที่เวลาอยู่กับเพื่อน ๆ น้องจะชอบถ่ายรูปเพราะขนาดอยู่กับผมก็ยังถ่ายรูปแทบทุบอย่าง เป็นคนประเภทชอบทิ้งร่องรอยไว้ในความจำแน่เลย แต่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่เป็นตัวของตัวเองก็พอ เพราะก่อนหน้านี้ดูน้องจะเขินและไม่ค่อยกล้าแสดงออกเท่าไหร่

"เซลฟี่ด้วยกันซิครับ" น้องเอ่ยชวนหลังเขินที่ผมเอ่ยชมว่าเจ้าตัวถ่ายรูปขึ้นกล้อง ผมขยับมาใกล้น้องพร้อมยื่นมือหามุมให้เราสองคนได้เข้ากล้อง ผมตั้งเวลาในการถ่ายไว้สามวินาที ตัวเลขในกล้องขึ้นนับถอยหลัง ร่างเล็กข้างกายฉีกยิ้มสู้กล้องอวดใบหน้าหวาน

แชะ ฟอด

"พี่เบียร์" ผมอยากหอมแก้มน้องหนึ่งฟอดแต่ก็ไม่กลัวน้องจะไม่อนุญาตจึงได้แต่หันหน้าไปมองน้องอย่างรีบร้อนไม่คิดว่าน้องจะเผลอขยับแก้มเข้ามาใกล้และชนกับจมูกของผม รูปในกล้องถ่ายติดเป็นรูปเหมือนน้องโดนผมหอมแก้มพอดี ผมแอบหน้าร้อนผ่าวแทน ทำอะไรลงไปวะเรา ก่อนจะรีบหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองอย่างเขิน ๆ

"หอมแก้มคืนครับ เมื่อคืนเราหอมแก้มพี่ด้วย"

"ครับ" น้องก็เขินไม่ต่างกัน เราต่างหันหน้าหนีก่อนจะสบตากันเมื่อได้ยินเสียงรถของทุกคนขับมาจอดข้างล่าง "เสียงนั่น"

"ทุกคนมากันแล้ว เราลงไปกันเถอะครับ" ผมชวนน้องพร้อมยื่นมือกันลงไปข้างล่าง น้องก็ยื่นมือให้ผมกุมือโดยดี ไม่รู้ซิ อยู่กับน้องแล้วอยู่ด้วยกันมันรู้สึกสบายใจจริง ๆ 



"พี่เบียร์ครับคืนนี้ไม่มีใครขึ้นมาบนดาดฟ้าแน่นะครับ" ได้ยินเสียงน้องกระซิบแล้วก็แอบเอ็นดู วันนี้ทั้งวันพวกเราเล่นน้ำตกกันหลายชั่วโมง กว่าจะได้กลับก็ช่วงบ่ายคล้อย เวลาว่างระหว่างนั้นก็เป็นเวลาส่วนตัว น้องก็แยกไปอยู่กับกลุ่มเพื่อน คอยส่งรูปมาอวดผมตลอด ทริปนี้ดูเจ้าตัวจะยิ้มสดใสมาก แอบนึกขอบคุณเฮียที่ใจดีพาพวกเรามา จนตกดึกหลังทานมื้อเย็นเสร็จ ผมชวนน้องที่นั่งรอบกองไฟด้วยกันขึ้นไปดูดาวบนดาดฟ้าน้องก็ตอบตกลง 

"ครับ พี่ล็อกประตูลงกลอนเรียบร้อย รับรองไม่มีใครขึ้นมาครับ" น้องใจชื้นระหว่างล้มตัวลงนั่งมองท้องฟ้ายามดึก ผมเดินมานั่งข้าง ๆ น้องอย่างใจเย็น สายลมยามดึกพัดผ่านแล้วรู้สึกหนาวหรือเพราะพวกเราเล่นน้ำกันหลายชั่วโมงผมถึงได้หนาวอย่างนี้  

"แต่รักคิดว่าคนอื่นน่าจะไม่มีใครมาแล้วครับเพราะเหนื่อยจากการกิจกรรมของวันนี้" 

"แล้วน้องหนูไม่เมื่อยเหรอครับ" ผมถามน้องกลับบ้าง ร่างเล็กหันมาสบตากัน 

"มีเมื่อยตัวนิดหน่อยครับ" เราต่างก็รู้สึกสนุกทั้งวันจนลืมไปเลยว่าเราอาจจะเมื่อยตัว การมาเที่ยวครั้งนี้ถือว่าเป็นการเริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ผมก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองสบายใจเมื่ออยู่ใกล้น้อง หากเป็นเมื่อก่อนเวลามีใครเข้ามาในชีวิตผมมักจะปิดกั้นแต่วันนี้มันไม่ใช่แล้ว 

น้องเอามือกอดเข่าตัวเองระหว่างที่ผมกำลังยกมือถือถ่ายรูปวิวกลางคืน เป็นอีกคืนที่เราได้อยู่ด้วยกัน 

"คืนนี้พระจันทร์สวยดีนะครับพี่เบียร์" ผมหยุดชะงักลงหลังได้ยินน้องพูดท่ามกลางความเงียบสงบ 

"ครับ" 

"..." 

"พระจันทร์สวย แต่น้องหนูสวยกว่าครับ" เพราะสำหรับผมตอนนี้น้องหนูสวยสดใสกว่าอะไรทั้งสิ้นแล้ว 




ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน
«ตอบ #46 เมื่อ22-10-2021 23:42:33 »

 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน
«ตอบ #47 เมื่อ23-10-2021 13:08:01 »

 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 642
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน
«ตอบ #48 เมื่อ24-10-2021 00:25:54 »

 :hao6:

ออฟไลน์ Oncloud69_

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน ตอน 22
«ตอบ #49 เมื่อ01-11-2021 17:15:16 »


 EPISODE : 22 คุณป๊าแวะมาหา

"จริง ๆ พี่เบียร์กลับห้องไปพักผ่อนก็ได้นะครับ ไม่น่าลำบากแวะมาส่งรักเลย" หลังกลับมาจากทริป รถบัสก็ขับมาจอดหน้าคณะของผมตามเดิม เพราะเพื่อนทั้งสองคนอาสาไปส่งเพ้นส์ พี่เบียร์จึงอาสาจะมาส่งผมแทน ที่จริงผมกลับกับเพื่อนก็ได้เพราะยังไงก็อยู่คอนโดเดียวกันอยู่แล้ว เพียงแต่กลับกับพี่เบียร์ก็ดี จะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันต่ออีกนิด 

"หือ แปลว่าน้องหนูไม่อยากอยู่กับพี่นาน ๆ แล้วเหรอครับ" พอถูกถามเข้าผมก็หันมองคนขับด้วยความตกใจ มารู้ใจผมว่าอยากอยู่ใกล้แต่ใจผมไม่รู้ว่าพี่เบียร์จะอยากอยู่ใกล้กับผมไหม

"นั่นก็อยากอยู่หรอกครับ แต่รักอยากให้พี่เบียร์พักผ่อนมากกว่า" บอกออกไปเพื่อให้พี่เบียร์รับรู้ถึงความห่วงใยของผม พี่เบียร์ละสายตาจากหน้ารถเพื่อหันมามองผมครู่เดียว

"ไว้พี่กลับไปพักผ่อนให้เต็มอิ่มครับ"

"ดีครับ" ขอแค่พี่เบียร์ไม่เจ็บไม่ป่วยผมก็มีความสุข พี่เบียร์ขับรถมาส่งที่คอนโดของผมโดยที่ผมไม่ได้บอกทางอีก มาแค่ครั้งเดียวพี่เบียร์ก็จำได้ทันที

"ขอบคุณครับ" ผมจับคาดเบลด้วยความลังเลว่าจะให้พี่เบียร์กลับเลยหรือจะรั้งให้อยู่ด้วยกันต่อ "เออ พี่เบียร์จะขึ้นดื่มน้ำก่อนไหมครับ" ถามไปแล้วก็กัดปากตัวเองเพื่อรอคำตอบอย่างคาดหวัง หากพี่เบียร์จะขึ้นไปด้วยผมก็ยินดี 

"พี่ขอล้างหน้าล้างตาให้มันสดชื่นหน่อยดีกว่าครับ" 

"ครับ เชิญครับ" ได้ยินแบบนั้นผมก็ดีใจ อย่างน้อยก็ได้ใกล้ชิดกับพี่เบียร์อีกหน่อย เราสองคนเดินขึ้นไปยังห้อง ผมให้พี่เบียร์ได้เข้าไปล้างหน้าก่อน ส่วนผมก็เดินไปยังห้องครัว ระหว่างเทน้ำจะดื่มเสียงมือถือดังขึ้น 

"ฮัลโหลครับคุณป๊า" ผมกรอกเสียงอ้อนเมื่อคุณป๊าสุดรักโทรเข้ามา 

(น้องหนูของป๊า ถึงคอนโดหรือยังคะลูก) ผมระบายยิ้มเมื่อเสียงของคุณป๊ายังคงอบอุ่นเหมือนเดิม วันหยุดรอบหน้าผมจะกลับบ้านไปกอดคุณป๊ากับคุณแม่ให้หายคิดถึง 

"เพิ่งถึงเองครับคุณป๊าหายห่วงได้เลยนะครับ หนูปลอดภัยดี" 

(ก็ป๊าเป็นห่วง ได้ยินแค่เสียงคงไม่ทำให้หายเป็นห่วง) 

"ครับ?" ผมสงสัยในน้ำเสียงของคุณป๊า คุณป๊าพูดแบบนี้มันหมายความว่าอะไร 

(ป๊ามาถึงคอนโดหนูแล้วนะคะ)

"อะไรนะครับ" ผมเบิกตากว้างตกใจ คุณป๊าจะมาหาผม แล้วพี่เบียร์อยู่ในห้องด้วย ถ้าคุณป๊ารู้เรื่องพี่เบียร์ผมตายแน่ 

(นี่ป๊าเข้ามาคอนโดหนูแล้ว กำลังรอลิฟต์เดี๋ยวเจอกันนะลูก)

"ป๊าครับ คุณป๊า!" คุณป๊าบอกด้วยน้ำเสียงชอบใจก่อนจะวางสายไป คาดว่าคงกำลังเข้ามาในลิฟต์แล้ว 

เอาแล้วไงซวยแล้ว  

"มีอะไรครับน้องหนู" พี่เบียร์ออกมาจากห้องน้ำและถามผมด้วยความอยากรู้ ผมจะบ้าตายแล้ว จะทำยังไงกับเรื่องนี้ดี 

"พี่เบียร์หนูว่า เอ้ย รักว่าต้องรีบแล้วครับ คุณป๊ากำลังขึ้นมาที่ห้องแล้วครับ" สองมือเขย่าแขนพี่เบียร์ด้วยความกังวล ผมไม่อยากให้คุณป๊าเจอกับพี่เบียร์ในตอนนี้ มันอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ 

"เดี๋ยวครับ ใจเย็น ๆ" พี่เบียร์เตือนสติผม 

"ก็คุณป๊ากำลังขึ้นมา พี่เบียร์กลับก่อนเถอะนะครับ คุณป๊าของรักดุมาก รักไม่อยากให้คุณป๊าดุพี่เบียร์" ผมจะร้องไห้แล้ว คุณป๊าก็มาหาได้เวลาพอดิบพอดี 

"อะ ๆ ได้ครับพี่กลับก่อนก็ได้" พี่เบียร์คงเห็นว่าผมกลัวคุณป๊าจะดุเลยยอมกลับแต่โดยดี "แต่หอมแก้มพี่ก่อนสิครับ"

"พี่เบียร์ อย่าแกล้งกันสิครับ" พี่เริ่มงอแงเมื่อคิดว่าพี่เบียร์กำลังล้อเล่น 

"ไม่แกล้งครับพี่เอาจริง" ร่างสูงบอกด้วยท่าทีเอาจริงพร้อมยื่นแก้มให้ผมได้หอมแก้ม 

"ก็ได้ครับ" จุ้ฟ ผมไม่มีทางเลือกอื่นอยู่แล้ว พี่เบียร์อวดยิ้มแสนเจ้าเล่ห์นั่นระหว่างที่เราเดินไปยังประตู 

"พอใจไหมครับ" ผมถามคนตัวโตเมื่อเปิดประตูให้พี่เบียร์ได้ออกจากห้อง 

"พอใจที่สุดครับ" ฟอดดด 

"พี่เบียร์" ผมไม่ทันได้ตั้งตัวเลย พี่เบียร์ลูบหัวผมก่อนจะบอก 

"พี่ไปนะครับ" 

ติ้ง!!

"คุณป๊า ไม่ทันแล้ว ๆ พี่เบียร์ไปซ่อนครับ ซ่อนในห้องนอนรักก็ได้ครับคุณป๊าไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายก่อนได้รับอนุญาตอยู่แล้ว" ผมดึงพี่เบียร์เข้ามาในห้องแล้วดันหลังพี่เบียร์ให้เข้าไปข้างในเสียงเคาะดังขึ้นพร้อมเสียงคุ้นของคุณป๊า

"อยู่ในห้องรักไปก่อนนะครับ รักจะรีบบอกให้คุณป๊ากลับครับ"

"ครับ" เมื่อปิดประตูห้องแล้วผมพ่นลมหายใจ ยอมรับว่าตื่นเต้นมากเพราะกลัวคุณป๊าจะรู้ว่าผมกำลังมีเรื่องปิดบัง เมื่อเดินไปเปิดประตูคุณป๊าก็อ้าแขนรอกอดผมเช่นเคย 

"น้องหนูของป๊า" ผมกอดคุณป๊าและแอบปาดเหงื่อตัวเอง คนติดตามของคุณป๊าขออนุญาตเอาของไปวางข้างใน ผมผละจากคุณป๊าแล้วพาคุณป๊าเข้ามาในห้อง 

"คุณป๊า ทำไมมาเร็วจังเลยครับ"

"ก็ป๊าคิดถึงน้องหนูไงคะ แล้วเป็นไงบ้าง ไปเที่ยวนุกไหม"

"สนุกครับ สนุกมาก หนูชอบด้วย"

"ดีจัง แต่ผิวหนูดูคล้ำขึ้นนะลูก ป๊าว่าวันหยุดนี้หนูไปเช็คผิวดีกว่านะคะ เดี๋ยวป๊ามารับ" ผมมองดูผิวตัวเอง มันดูคล้ำขึ้นก็จริงแต่ผมยังไม่อยากคุยเรื่องนี้ ต้องทำทุกวิธีทางให้คุณป๊ากลับโดยไว 

"ไม่ ๆ คุณป๊าก็รู้ว่าหนูชอบผิวตัวเองมาก ๆ ถ้ายังไงคุณป๊าไปกับน้องเจ้าขาดีกว่านะครับ"

"รายนั้นอ้อนป๊าทุกวันแล้ว แต่ป๊าอยากให้หนูอ้อนป๊าเหมือนเมื่อก่อนมากกว่า" คุณป๊าสำรวจห้องผมเลยเข้าไปอ้อนควงแขนให้คุณป๊ามานั่งเล่นเพื่อดูทีวีด้วยกัน 

"หนูโตแล้วนะครับ เข้ามหาลัยแล้วหนูดูแลตัวเองได้" ผมโตแล้วจริง ๆ "อีกอย่างก็มีโนกับแพร์คอยดูแลด้วยนะครับ"

"เพราะโตนั่นแหละหนูเลยห่างป๊าไปอีกคน เหมือนพี่หมอ รายนั้นก็ไม่กลับมาบ้านเลยตั้งแต่เปิดร้าน" ก็พี่หมอติดคลีนิกมากกว่าบ้าน ไม่แปลกที่จะไม่ค่อยมีเวลากลับบ้าน 

"คุณป๊าเหงาเหรอครับ"

"เหงาสิ ลูก ๆ พากันโตกันหมดแล้ว ปีหน้าน้องเจ้าขาก็จะเข้ามหาลัยด้วย" คุณป๊าที่ติดลูกชายทั้งสามเอ่ยแกมงอน ผมก็อยากจะกลับบ้านบ่อย ๆทเหมือนตอนมัธยมแต่พอได้ใช้ชีวิตที่มหาลัยแล้ว ตารางชีวิตก็เปลี่ยนไปหมด การจะกลับบ้านแต่ละครั้งก็ต้องดูก่อนว่ามันว่างจริง ๆ เพราะถ้ากลับบ้านเมื่อไหร่คุณป๊าจะรั้งให้อยู่นาน 

"โอ๋ ๆ ครับ ไว้หนูจะกลับบ้านบ่อย ๆ นะครับคุณป๊าจะได้หายคิดถึง"

"ป๊าจะรอนะ" คุณป๊าชอบแพ้ลูกอ้อน ตั้งแต่เด็กจนโตแค่พวกเราสามคนอ้อนอยากได้อะไรคุณป๊าก็หามาให้ได้ "ป๊าซื้อของกินที่หนูชอบเยอะแยะด้วย อย่าลืมกินนะ"

"ครับ แล้วคุณแม่ไม่มาด้วยเหรอครับ" ผมมีของกินตุนไว้ให้เพื่อนได้กินอีกหลายวัน นายโนกับแพร์คงได้แวะมาห้องผมอีกหลายรอบ 

"แม่ติดธุระที่บ้านเด็กกำพร้าน่ะป๊ากำลังจะไปรับแล้ว หนูจะไปด้วยไหม" คุณป๊าถามแต่ผมปฏิเสธ ก็พี่เบียร์ยังอยู่ในห้องผมไปไม่ได้หรอก 

"ไม่ดีกว่าครับ หนูเหนื่อยจากการเดินทาง คุณป๊าฝากความคิดถึงถึงคุณแม่ด้วยนะครับ" 

"ครับลูก งั้นป๊าไปนะ ดูแลตัวเองด้วย" คุณป๊าลุกขึ้นเมื่อมีธุระต่อต้องไปรับคุณแม่ ผมแอบโล่งใจที่ไม่ต้องติดหาวิธีให้คุณป๊ากลับ 

ผมเดินมาส่งคุณป๊าที่ลิฟต์เพราะคุณป๊าไม่อยากรบกวนการพักผ่อนของผม 

"รักคุณป๊าครับ" คุณป๊าโบกมือบายบาย จนเมื่อประตูลิฟต์ปิดลง

ฟูววว ผมพ่นลมหายใจโล่งอกอีกรอบเมื่อคุณป๊ากลับไปสักทีสองเท้ารีบวิ่งกลับไปห้องตัวเองพร้อมเปิดห้องนอนปรากฏว่าเห็นพี่เบียร์นอนหลับบนเตียง

อะไรเนี่ย พี่เบียร์หลับบนเตียงนอนผมซะงั้น ผมก็กังวลแทบตาย แต่ใบหน้าตอนนอนก็ยังน่ารักไม่เปลี่ยน 

"พี่เบียร์ครับ คุณป๊ากลับแล้วครับ" ผมกระซิบบอกเบา ๆ พี่เบียร์ไม่รู้สึกตัวใด ๆ คงเพลียจากการเดินทางไม่ต่างกัน 

ถือว่าผมปลุกแล้วนะแต่พี่เบียร์ไม่ตื่นเอง 




CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน ตอน 22
« ตอบ #49 เมื่อ: 01-11-2021 17:15:16 »





ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 642
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน
«ตอบ #50 เมื่อ01-11-2021 22:59:28 »

 :z10: :hao7:

ออฟไลน์ Oncloud69_

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน ตอน 23
«ตอบ #51 เมื่อ08-11-2021 16:54:12 »

  EPISODE : 23 มาหาเพราะคิดถึง



'คืนนี้ผมทำงานที่ตึกคณะนะครับพี่เบียร์'

พิมพ์ข้อความเพื่อบอกให้พี่เบียร์รู้ว่าคืนนี้ผมอาจจะกลับห้องดึก เพราะตั้งใจไว้ว่าจะทำรายงานกลุ่มและงานเดี่ยวบางตัวให้เสร็จก่อนที่งานมันจะดองจนขี้เกียจทำ พี่เบียร์อ่านข้อความจากผมทันทีแล้วตอบกลับมา



'รับทราบครับ'



ตอบเพียงแค่นั้นแล้วพี่เบียร์ก็หายเงียบไป ผมก็ไม่ได้เซ้าซี้เนื่องจากรู้ว่าพี่เบียร์ก็กำลังยุ่งกับงานของตัวเอง ตั้งแต่วันที่ไปทริปมันก็ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้วแต่ผมยังไม่ลืมความสนุกในทริปนั้นอีก แค่คิดถึงก็อยากเที่ยวอีกแล้ว แต่ไม่ละตอนนี้ผมต้องทำรายงานและโฟกัสเรื่องเรียนก่อน

ผมและเพื่อนในกลุ่มเริ่มนำข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ได้ปรึกษา แบ่งหน้าที่ให้ไปหา เพ้นส์ถือเป็นหัวหน้าของกลุ่มผู้ที่ทำแทบจะทุกอย่างของรายงานชิ้นนี้ ผมไม่อยากเอาเปรียบเพื่อนเพราะฉะนั้นจึงได้ทำตามทุกอย่างที่เพ้นส์บอก ให้หาเรื่องไหนก็หาให้ได้มากที่สุดแล้วสรุปความเข้าใจให้เพ้นส์

เพื่อนในกลุ่มอีกสามคนก็คุยโม้กินขนมกันเสียงดัง หลายครั้งเพ้นส์ดุเพื่อนก็เงียบสักพักก็คุยกันใหม่ ผมช่วยป้อนขนมให้เพ้นส์ได้กินและช่วยนวดไหล่ไม่ให้เพ้นส์โมโหมากเกินไป



'ลงมาหน้าคณะหน่อยครับน้องหนู'



ผมอ่านข้อความที่ส่งมาด้วยความสงสัย คิ้วขมวดเข้าหากัน ทำไมพี่เบียร์ถึงได้บอกให้ผมลงไปหน้าคณะ มันดึกแล้วยุงเยอะผมไม่อยากลงไปเท่าไหร่



'ทำไมเหรอครับพี่เบียร์'



'พี่ทำโปรเจคเสร็จแล้ว คิดถึงเลยแวะมาหาครับ'



เห็นเพียงแค่ข้อความก็ทำให้ผมยิ้ม พี่เบียร์มาหาผมที่คณะเพียงเพราะว่าคิดถึง เห็นท่าทีของผมแล้วเพ้นส์เลยหันมามอง

"เป็นอะไรเหรอรัก"

"เปล่า ๆ รักขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" ผมไม่อยากบอกต่อหน้าเพื่อนคนอื่นว่ากำลังจะไปเจอพี่เบียร์ เพ้นส์พยักหน้าแล้วก้มหน้าสนใจงานกลุ่มต่อ ผมรีบวิ่งลงมาจากชั้นสองของคณะด้วยความดีใจ ไม่ได้เจอหน้าพี่เบียร์ตั้งสามวันผมเองก็คิดถึงเหมือนกัน

"พี่เบียร์ครับ"

"ครับ พี่เอาขนมมาฝาก" พี่เบียร์ยื่นถุงขนมในมือผมตั้งใจจะรับแต่ร่างสูงก็ขยับมือหนี จะแกล้งกันอีกแล้วใช่ไหมพี่เบียร์ แขนล่ำทั้งสองอ้ากว้างเพื่อขอสิ่งตอบแทน

"กอดก่อนถึงจะได้ขนมครับ" ผมไม่คิดว่าพี่เบียร์จะมีมุมนี้ถ้าบอกว่าเขินพี่เบียร์ก็ไม่ใช่ ผมอยากกอดพี่เบียร์เหมือนกันแต่นี่มันที่สาธารณะผมเลยลังเล พี่เบียร์ยังยืนรอผมเข้ามาสู่อ้อมอกเพื่อแลกกับขนม

"ไม่กอดวันหลังจะไม่มีบริการนี้แล้วนะครับ" ผมหันซ้ายหันขวามองดูว่ามีคนมองไหมเมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครร่างกายถึงได้ขยับเข้าไปกอดพี่เบียร์ด้วยความคิดถึง สองแขนของพี่เบียร์ก็โอบกอดผม ไม่รู้คิดไปเองไหมแต่ผมได้ยินเสียงหัวใจของพี่เบียร์ว่ามันเต้นแรง

"คิดถึงนะครับ"

"คิดถึงเหมือนกันครับ" พี่เบียร์แค่แวะมาชาร์ตพลังกับผมไม่นานก็ขอตัวกลับไปนอน ผมเข้าใจเพราะตลอดสามวันนี้พี่เบียร์ทำโปรเจคของตัวเองจนแทบไม่มีเวลานอน ผมยืนรอจนรภพี่เบียร์ขับห่างออกไปจึงได้เดินเข้ามายังคณะด้วยสีหน้าแต้มยิ้มมีความสุข เพื่อนในกลุ่มต่างดีใจที่ผมมีขนมมาตุนเพิ่มระหว่างทำรายงาน ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันขยับขึ้นมาอีกขั้นแล้ว 





ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ช่วงสายของเช้าวันใหม่ผมได้ยินเสียงเคาะประตู เช้านี้อาจารย์ยกเลิกคลาสผมถึงได้ว่างในช่วงคาบเช้า มีเรียนอีกตัวก็ตอนบ่ายสาม เพราะฉะนั้นผมจึงมานั่งดูซี่รีส์เรื่องโปรดเรื่องเดิม ดูเป็นสิบรอบแล้วดูจนจำบทพูดแต่ละฉากได้แต่ผมก็ยังไม่เบื่อ ผมลุกขึ้นและรีบวิ่งไปเปิดประตูคิดว่าคงจะเป็นเพื่อนทั้งสองคน แต่ก็ต้องแปลกใจมากที่ได้เจอพี่เบียร์

"โหขนมเยอะมาก" ผมคิดว่าพี่เบียร์น่าจะอยากขุนผมให้อ้วนเพราะช่วงนี้ชอบเอาขนมมาให้ผมกินตลอด ถ้าผมอ้วนขึ้น มีแก้มมากกว่านี้พี่เบียร์จะรู้สึกชอบผมบ้างไหม

"พี่ไม่รู้ว่าน้องหนูชอบขนมแบบไหนที่สุดเลยซื้อมาฝากให้หมด" ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่คาดคิดว่าพี่เบียร์จะซื้อมาให้เยอะขนาดนี้ที่ห้องผมก็ไม่ได้ขาดแคลน มีของตุนทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว

"แล้วจะไม่เชิญพี่เข้าห้องหน่อยหรือครับ" จริงด้วยผมลืมไปเลย

"เชิญครับ" ผมหลีกทางเพื่อให้พี่เบียร์ได้เดินเข้ามา ระหว่างเราเริ่มขยับความสัมพันธ์มาทีละนิดจนบางทีผมก็คิดว่าความสัมพันธ์ของเรามันขยับเร็วไปด้วยซ้ำ

"พี่คิดถึงครับ ไม่โกรธใช่ไหมที่พี่แวะมาหาโดยไม่บอกก่อน" ผมวางขนมไว้แล้วหยิบรีโมทกดลดเสียงทีวี การที่พี่เบียร์คิดถึงและแวะมาหาโดยไม่ได้นัดกันก่อนมันทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าเดิม

"ไม่ครับ รักดีใจมากกว่าที่พี่เบียร์คิดถึงรักแต่รักไม่เห็นจะคิดถึงพี่เบียร์สักนิด"

"คนน่ารักใจร้ายทุกคนเลยหรือไงนะ คุณแม่พี่ก็ใจร้ายเหมือนเราเลย" มือหนาหยิกแก้มผม มันรู้สึกตื่นเต้นที่พี่เบียร์ชอบทำอย่างนี้กับผม หัวใจผมยิ่งชอบเมื่อพี่เบียร์ใกล้ชิดผมมากขึ้น

"ว่าคุณแม่ รักฟ้องคุณแม่พี่แน่!" ผมแอบขู่พี่เบียร์ ร่างสูงหัวเราะคงรู้ว่าผมไม่ได้พูดจริง

"ฮาๆ เข้าทางแม่พี่สินะเรา" ผมเดินเลี่ยงไปหยิบน้ำดื่มมาต้อนรับพี่เบียร์ ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน เมื่อคืนเจอกันไม่กี่นาทีก็ยังไม่หายคิดถึง "พี่ว่าจะกลับบ้านนะเลยแวะมาบอกครับ" ผมวางน้ำบนโต๊ะหน้าโซฟา

"กลับบ้านกี่วันครับ" พอรู้ว่าต้องห่างกันไปอีกแล้วหัวใจผมก็รู้สึกโหวง ๆ แม้เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันก็จริง "แล้วบ้านพี่เบียร์อยู่ไกลไหมครับ" ผมอยากขออนุญาตไปด้วยแต่มันคงจะดูน่าเกลียดเกินไป

"บ้านพี่อยู่ไม่ไกลเลยครับขับรถไม่ถึงชั่วโมงก็ถึง อยากไปด้วยไหมครับ" ผมตาวาวทันทีที่ได้ยินพี่เบียร์เอ่ยชวน รู้สึกตื่นเต้นจนรีบพยักหน้ารัว ๆ จะได้ไปบ้านพี่เบียร์จริงงั้นเหรอ

"รักไปได้เหรอครับ"

"ก็ได้นะพี่แค่จะแวะไปเอาของที่บ้านแค่นั้นเองครับ"

"งั้นพี่เบียร์รอแปปเดียวนะครับ รักจะรีบเปลี่ยนเสื้อครับ" ผมไม่รีรอปล่อยให้พี่เบียร์ได้นั่งดูซีรี่ส์ส่วนตัวเองก็เข้าไปในห้องนอน จัดการเลือกเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ๆ เพื่อออกไปข้างนอกกับพี่เบียร์ เรียกว่าเป็นการเดทได้ไหมนะ ไม่สิไม่ได้เป็นการเดทสักหน่อยแต่เป็นการไปบ้านของว่าที่แฟนมากกว่า ผมเดินออกมาพร้อมกับปิดประตูที่ระเบียงหันมาอีกทีพี่เบียร์ก็ปิดทีวีให้แล้ว

"เรียบร้อยครับ" พี่เบียร์เงยหน้าจากการก้มมองมือถือ ร่างสูงลุกขึ้นเต็มความสูง เรื่องเรียนที่มีอีกหนึ่งคาบช่วงบ่ายสามผมกะว่าจะลา เพราะยังไงคาบนี้อาจารย์ไม่เช็คชื่ออยู่แล้ว

"ไปครับ"

"ครับ" ผมสั่นไหวเพราะถูกพี่เบียร์กุมมือโดยไม่ทันตั้งตัว เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าพี่เบียร์จะถึงเนื้อถึงตัวผมไวตลอด อยู่ใกล้พี่เบียร์ทุกครั้งหัวใจผมทำหน้าที่หนักทุกวัน

"พ่อกับแม่พี่อยู่บ้านด้วยนะครับ ถ้ายังไงเราทานข้าวที่บ้านพี่ก่อนกลับนะครับ"

จะได้เจอคุณพ่อคุณแม่พี่เบียร์งั้นเหรอ แบบนี้มันน่าตื่นเต้นเกินไปแล้ว 

"ครับ" 






ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 642
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน
«ตอบ #52 เมื่อ08-11-2021 21:54:41 »

พามาเปิดตัวแล้ว1

ออฟไลน์ cakecoco-boom

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน
«ตอบ #53 เมื่อ09-11-2021 10:51:58 »

 :pig4:

ออฟไลน์ Oncloud69_

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน ตอน 24
«ตอบ #54 เมื่อ11-11-2021 17:19:29 »


EPISODE : 24 ไปบ้านของพี่เบียร์

"ทำไมผมตื่นเต้นก็ไม่รู้ เปลี่ยนใจตอนนี้ได้ไหมครับ" ผมไม่เชิงถามพี่เบียร์แต่กำลังถามใจตัวเองมากกว่า ตั้งแต่พี่เบียร์บอกว่าที่บ้านมีคุณพ่อกับคุณแม่อยู่ด้วยผมก็เริ่มวิตกกลัว ขนาดไม่ได้เป็นอะไรกับพี่เบียร์ผมยังรู้สึกตื่นเต้นเหมือนกำลังจะได้ไปบ้านแฟน

"ไม่ทันแล้วครับเลี้ยวซอยข้างหน้าก็ถึงบ้านพี่แล้ว" ผมมองข้างหน้าทางแยกตามที่พี่เบียร์บอก ยิ่งใกล้บ้านพี่เบียร์ผมยิ่งตื่นเต้น เหงื่อผมเริ่มออกมาตามร่างกาย พี่เบียร์ยื่นมือมากุมมือผมที่เย็นเฉียบ ผมกลืนน้ำลายด้วยความวิตก

"ไม่ต้องห่วงหรอกครับทุกคนที่บ้านพี่ใจดีทั้งนั้น"

"..." ถึงจะใจดีกันแค่ไหนผมก็รู้สึกตื่นเต้นอยู่ดี นี่ผมกำลังทำอะไรอยู่ พี่เบียร์กลับไปมีสมาธิกับการขับรถ ผมเลียริมฝีปากตัวเองเพราะมองเห็นบ้านหลังใหญ่ คิดว่าคงใช่บ้านของพี่เบียร์

"นี่บ้านพี่เบียร์หมดเลยหรือครับ กว้างมาก" ผมตกใจมากกว่าเพราะบ้านของพี่เบียร์หลังใหญ่และกว้างมาก ไม่ได้มีแค่บ้านหลังเดียวที่อยู่ในรั้ว พี่เบียร์ขับรถเข้ามาจอดรถในบ้านหลังโต

"บ้านหลังอื่นก็เป็นบ้านของพี่เบียร์เหรอครับ" อดไม่ได้ที่จะถาม พี่เบียร์เดินมากุมมือผมพลางอธิบาย

"เปล่าครับ บ้านหลังถัดไปเป็นบ้านของคุณป้าแม่เฮีย ส่วนบ้านถัดไปอีกก็บ้านไอ้แฝดลูกของคุณน้าพี่ครับ"

"อ้อ" ผมพยักหน้าน้อย ๆ

"คุณตาของพวกพี่เอาที่ดินตรงนี้มาสร้างบ้านไว้ให้ลูกหลาน เพราะอยากให้อยู่ใกล้กันดูแลกันนะครับมันเลยกลายเป็นอย่างนี้แต่พี่ก็ชอบนะครับ อยู่ใกล้กันไปมาหาสู่กันได้ง่าย" คงจะเหมือนบ้านผมและเพื่อนทั้งสองที่อยู่ใกล้กัน ไปมาหาสู่เข้าออกบ้านไหนก็ได้เพราะทุกบ้านสนิทกัน

"คุณตามีลูกสาวสามคนด้วยนะครับเลยสร้างบ้านมาให้อยู่ใกล้สายตา"

"บ้านรัก โนและแพร์ก็อยู่ติดกันครับ เราสนิทกันมาตั้งแต่เข้าอนุบาลจนตอนนี้ก็เรียนอยู่ด้วยกัน ไม่ห่างไปไหน" บอกให้พี่เบียร์ได้รู้เรื่องราวของผมกับเพื่อนบ้าง ผมถูกพาเข้ามาข้างในบ้านจนลืมความตื่นเต้น พี่เบียร์ทักทายผู้ใหญ่ที่นั่งคุยกันบริเวณห้องรับแขกผมตกใจที่เห็นบรรดาญาติของพี่เบียร์ไหนพี่เบียร์บอกว่าที่บ้านมีแค่คุณพ่อกับคุณแม่ไง

"พี่เบียร์ของแม่มาถึงแล้วเหรอคะ" ผมเบิกตากว้างที่เห็นคุณแม่ของพี่เบียร์เดินกอดแล้วหอมแก้มซ้ายขวา ไม่เคยคิดว่าผู้ชายแบบพี่เบียร์จะแสดงออกความรักกับครอบครัวได้เก่ง ผมยกมือไหว้ทักทายครอบครัวของพี่เบียร์ทั้งหลาย คุณแม่ของเบียร์มองผมหลังจากที่กอดกับลูกชายจนอิ่มใจ

"คนนี้ใครคะพี่เบียร์ ปกติพี่เบียร์ไม่ชอบพาใครมาที่บ้าน" ผมสบตากับพี่เบียร์ มือหนากุมมือผมไว้คงเพราะอยากให้กำลังใจ ท่องเอาไว้ทุกคนที่บ้านของพี่เบียร์ใจดีทุกคน

"สวัสดีครับ"

"น้องหนูครับคุณแม่ คนนี้แหละครับแฟนผม" ได้ยินพี่เบียร์แนะนำอย่างนั้นไปผมหันขวับไปมองพี่เบียร์ทั้งตกใจ ตื่นเต้นและดีใจ พี่เบียร์เปลี่ยนมากอดเอวผม สถานการณ์รอบตัวเปลี่ยนไปจากเดิม คุณแม่พี่เบียร์มองผมคล้ายกับสำรวจ

"อย่าล้อเล่นกันสิครับพี่เบียร์ รักชื่อเจ้ารักครับคุณแม่ เป็นรุ่นน้องที่มหาลัย" ผมรีบแก้ตัวให้ มาบอกว่าผมเป็นแฟนอย่างนี้ผมจะตายเพราะความดีใจเอาได้ พี่เบียร์หัวเราะเพราะโดนผมตีอก คุณแม่พี่เบียร์ดูไม่ได้ตกใจหรือต่อว่าอะไรผมถึงได้โล่งใจไปเปราะหนึ่ง

"แค่รุ่นน้องจริงเหรอคะ เสียดายเลยค่ะแม่นึกว่าจะได้เจอหน้าแฟนพี่เบียร์แล้ว" พี่เบียร์กับคุณแม่มองตากัน คงกำลังหยอกล้อรู้ใจกันอยู่สองคน พี่เบียร์แนะนำให้ผมรู้จักกับคุณป้าและคุณน้า ก่อนจะพาผมไปแนะนำคุณพ่อและสามีของคุณป้ากับคุณน้า ผมรู้สึกเหมือนกดดันเพราะได้เจอคุณพ่อของพี่เทคตัวเอง คุณพ่อเฮียโซดาดูดุ แววตาก็แข็งกระดาน ผิดกับคุณพ่อของพี่เบียร์ที่ดูผ่อนคลาย

"ผมพาน้องขึ้นไปข้างบนนะครับแม่ เดี๋ยวลงมาครับ" พี่เบียร์บอกคุณแม่ ผมรู้สึกคลายความอึดอัดลงไป คุณแม่พี่เบียร์แตะแขนผมและยิ้มด้วยมิตรไมตรี ไม่แปลกใจที่พี่เบียร์บอกว่าทุกคนที่บ้านพี่เขาใจดี

"ได้ค่ะ เดี๋ยวแม่ให้เด็กเอาของว่างไปให้นะคะ"

"ขอบคุณครับ" ผมเดินตามพี่เบียร์ขึ้นมายังชั้นบน ห้องนอนพี่เบียร์อยู่ฝั่งปีกซ้าย เห็นหน้าประตูห้องพี่เบียร์มีกระดานข้อความด้วย พี่เบียร์มีแต่เรื่องแปลกใจตลอดเวลา

"น้องพันช์เขียนถึงพี่เต็มหน้ากระดานแล้ว" ผมยืนมองพี่เบียร์อ่านข้อความจากคนที่ชื่อพันช์ ได้ยินพี่เบียร์เรียกน้องด้วยหรือจะเป็นน้องของพี่เบียร์

"ยัยคนนี้งอแงให้พี่กลับบ้านตลอดเลย" พี่เบียร์เปิดประตูห้องนอน ผมสูดลมหายใจเข้าเพราะคุมความตื่นเต้นไม่อยู่ จะได้เข้าห้องพี่เบียร์แล้ว ตื่นเต้นชะมัด

ห้องพี่เบียร์ตกแต่งเป็นโทนสีน้ำเงินทะเล ภายในห้องมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทุกอย่างขนาดตู้เสื้อผ้ายังดูแพง เสื้อผ้าในนั้นก็ถูกจัดเป็นระเบียบมาก ห้องนอนสะอาดเอี่ยม ไม่แน่ใจว่าช่วงที่พี่เบียร์ไม่อยู่คุณแม่เข้ามาทำความสะอาดหรือพี่เบียร์จะเป็นพวกหวงห้องนอนถึงขั้นดูแลห้องเอง

"น้องพันช์คือน้องพี่เบียร์เหรอครับ" ผมถามถึงเรื่องน้องพันช์แทน มายืนเก้ ๆ กัง ๆ ห้องพี่เบียร์จนพี่เบียร์ต้องดึงมือผมมานั่งบนเตียง

"ครับ เป็นสาวน้อยคนเดียวของตระกูลด้วย ตอนนี้ก็ใกล้จะจบม.ต้นแล้ว" ผมเพิ่งจะสังเกตรูปครอบครัวที่ตั้งโชว์ พอหันมองไปอีกก็เห็นว่ามีแต่รูปของน้องพันช์ พี่เบียร์ต้องเป็นพี่ชายที่รักน้องสาวมากแน่เลย

"แล้วน้องหนูล่ะครับ มีพี่น้องกี่คน"

"สามคนครับ มีพี่เจ้าคุณ รักและก็เจ้าขาครับ" ผมรีบแนะนำครอบครัวของตัวเองเพื่อให้พี่เบียร์รู้อย่างรวดเร็ว อยากให้พี่เบียร์ได้รู้จักกับครอบครัวผมบ้าง 

"รักอายุห่างกับพี่เจ้าคุณตั้งแปดปี ส่วนเจ้าขาเราห่างกันแค่ปีเดียวครับ แต่เราไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่เพราะเจ้าขาชอบแกล้งรักครับ" พี่เบียร์ตั้งใจฟังผมพูด ระหว่างนั้นผมก็เห็นว่าพี่เบียร์เริ่มปลดกระดุมข้อมือ ห้องก็เปิดแอร์ฯแล้วพี่เบียร์ยังรู้สึกร้อนหรือไง

"พี่เบียร์ จะทำอะไรครับ อย่าถอดเสื้อนะครับ" ผมรีบปิดตาทันที เข้าใจว่านี่คือห้องของพี่เบียร์ แต่พี่เบียร์จะมาทำอะไรตามใจชอบไม่ได้ ผมยังอยู่ทั้งคนหรือพี่เบียร์จะให้ผมออกไปข้างนอกก่อน ได้ยินเสียงหัวเราะจากเจ้าตัว พี่เบียร์ต้องคิดแกล้งผมอยู่แน่ ๆ ผมมารู้สึกตัวก็ตอนที่พี่เบียร์เดินมายืนอยู่ตรงหน้าพร้อมทั้งเอามือผมให้ออกห่างจากใบหน้า

คนชอบแกล้งยิ้มเมื่อได้แกล้งให้ผมตื่นตูม "ขี้แกล้ง" ก็ผมคิดว่าพี่เบียร์จะถอนเสื้อผ้าจริง ๆ

"พี่ไม่แกล้งแล้วก็ได้ เปิดเกมเล่นหรือดูทีวีไปก่อนนะครับพี่ขอหาของก่อนเดี๋ยวพี่มาครับ" ในท้ายประโยคน้ำเสียงเอ่ยบอกดูไม่มีวี่แววขี้แกล้งเช่นก่อนหน้า "รอพี่นะครับ"

"ครับ" ถึงจะไม่กล้าสบตาแต่ผมก็ขานรับปากด้วยความเข้าใจ ผมปล่อยให้พี่เบียร์หาของระหว่างนั้นก็นั่งสำรวจภายในห้องนอนของพี่เบียร์อย่างละเอียดก่อนจะคิดอะไรบางอย่าง ถ่ายรูปอวดเพื่อนดีกว่าว่าวันนี้ผมได้มาบ้านพี่เบียร์แล้ว

(ส่งรูปภาพ)

'อยู่ห้องพี่เบียร์นะ ตื่นเต้นมาก ๆๆๆ'

ผมกดส่งข้อความเสร็จก็ปล่อยเบลอไม่สนใจเพื่อนว่าจะตอบอะไรกลับมา เชื่อเถอะเพื่อนต้องดีใจกับผมแน่เลยที่ได้มาบ้านของคนที่แอบรัก

'ออกจากห้องพี่เบียร์เลยนะรัก'

'เชี่ยรัก มึงจะนอนห้องพี่เขาแล้วหรือไง มึงอย่าใจอ่อนให้พี่เขาง่าย ๆ สิเว้ย'








ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 642
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน
«ตอบ #55 เมื่อ13-11-2021 22:44:31 »

 :hao6:

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 331
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน
«ตอบ #56 เมื่อ14-11-2021 12:36:52 »

 :hao7: :hao7: :hao6: :mew1:

ออฟไลน์ Oncloud69_

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน ตอน 25
«ตอบ #57 เมื่อ15-11-2021 18:54:10 »

EPISODE : 25 คุณพ่อคุณแม่ของ​​​​​​พี่เบียร์



"พี่เบียร์ล่ะคะลูก" ทันทีที่ผมลงมาข้างล่าง คุณแม่ของพี่เบียร์ก็เดินมาถามเล่นเอาผมที่กำลังมองดูรูปภาพในบ้านสะดุ้งตกใจ แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของคุณแม่ผมก็คลายความกังวล 

"พี่เบียร์หาของอยู่ครับ รักว่างก็เลยว่าจะลงมาช่วย เผื่อคุณแม่อยากได้ผู้ช่วยทำกับข้าว" ผมอาสาเพราะจะให้อยู่เฉย ๆ ก็รู้สึกเกรงใจ คุณแม่พี่เบียร์เดินมาใกล้ พลางจับมือผมอย่างเป็นกันเอง แม้จะรู้สึกประหม่าเล็กน้อยแต่ผมก็รู้สึกดีที่คุณแม่พี่เบียร์ไม่ได้ตั้งแง่ไม่ชอบผมอย่างที่ผมกังวล

"ไม่ต้องหรอกลูก ที่บ้านมีแม่ครัวอยู่แล้วค่ะ" คุณแม่บอกเสียงหวาน ผมเพียงพยักหน้าเล็กน้อย 

"ครับ" ผมหันไปสนใจรูปต่อ  "รูปนี้พี่เบียร์ตอนเด็กใช่ไหมครับ น่ารักมาก" ผมรีบชวนคุยเรื่องอื่นต่อก่อนที่ผมจะกลายเป็นใบ้เงียบนิ่งไม่มีเรื่องจะพูดคุยสานสัมพันธ์ที่ดีกับคุณแม่ของคนที่ผมแอบรัก คุณแม่มองดูรูปแล้วยิ้มตามมือของท่านหยิบเอารูปใบนั้นมาดูใกล้ ๆ  

"ใช่ค่ะ สักตอนสามขวบได้ ส่วนนี่ก็เฮียโซดาค่ะหนูรู้จักไหม พี่เขาก็เรียนคณะเดียวกับหนูด้วย" ผมเผลอยิ้มกว้างเมื่อคุณแม่จำได้ว่าผมเรียนอยู่คณะเดียวกับเฮีย

"รู้จักครับ เฮียเป็นพี่เทคของรักครับ" 

"งั้นเหรอ โลกกลมซะจริง" คุณแม่ก็ดูแปลกใจไม่ต่างจากผม ถ้าเล่าเรื่องของพี่เหล้าคุณแม่ก็คงแปลกใจยิ่งหว่านี้ผมใกล้ชิดกับญาติของพี่เบียร์ถึงสองคน หากพี่ไวน์เป็นคนที่ตีสนิทได้ง่ายผมก็คงหาทางสนิทด้วยเพราะอยากรู้เรื่องของพี่เบียร์ แต่พี่ไวน์ดูเข้าถึงได้ยากขนาดเราไปทริปเที่ยวด้วยกันผมยังไม่สามารถสนิทกับพี่ไวน์ได้เหมือนอย่างเพ้นส์ 

"เฮียหน้าดุ ส่วนพี่เบียร์หน้าหวาน" ผมวิจารณ์ให้คุณแม่ได้รับรู้ในสิ่งที่คิด สำหรับผมแล้วพี่น้องบ้านนี้มีเอกลักษณ์มาตั้งแต่เด็ก ผมเห็นครั้งแรกก็แยกออกได้ทันทีว่าใครเป็นคนไหน

"หน้าหวานเหมือนแม่ค่ะ แต่พอโตมาแล้วหน้าเหมือนพ่อจนแม่แอบคิดว่าตัวเองได้สามีคนก่อนกลับมาตลอด" คุณแม่พูดติดตลก ผมพาลหัวเราะไปกับท่านด้วย คงจริงอย่างที่คุณแม่บอก พี่เบียร์หน้าเหมือนคุณพ่อช่วงวัยรุ่นมาก 

"คุณแม่ก็หน้าใสเหมือนเดิมเลยครับ ในรูปกับตอนนี้รักแยกไม่ออก ไม่คิดว่ามันจะห่างกันหลายสิบปีขนาดนี้นะครับ" ผมเอ่ยบอกตามที่เห็น เมื่อเปรียบเทียบรูปคุณแม่เมื่อตอนยังสาวกับตอนนี้ก็ดูไม่แตกต่างกันมาก คุณแม่ยิ้มกว้างดูพอใจเมื่อถูกผมเอ่ยชม 

"เราอย่าชมมากลูก แม่เขาชอบเหลิงเวลาถูกชมบ่อย ๆ" ได้ยินเสียงคุณพ่อเดินเข้ามาผมจึงหันไปมอง คุณพ่อพี่เบียร์เดินมาคนเดียวแปลว่าญาติผู้ใหญ่ของพี่เบียร์ท่านอื่นคงจะกลับกันไปแล้ว 

คุณพ่อพี่เบียร์มีท่าทีใจดีกว่าที่ผมคิดเอาไว้มาก นึกว่าคุณพ่อจะเหมือนคุณป๊าผมซะอีก 

"คุณก็รู้ดีว่ารัมยังหน้าเด็กเหมือนตอนนั้น" ผมยืนมองท่านทั้งสองคุยกันแล้วอมยิ้ม คุณพ่อคุณแม่พี่เบียร์ดูสวีทหวานมากกว่าคุณป๊ากับคุณแม่ของผม ท่านทั้งสองแสดงออกความรักได้อย่างง่ายดายผิดกับคุณป๊าของผมชอบวางมาดไม่ค่อยจะอ้อนคุณแม่สักเท่าไร 

"ครับ เมียผมยังสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน" เห็นท่านทั้งสองเดินมานั่งคุย ผมจึงได้เดินมานั่งบนโซฟาด้วย จะให้ยืนค้ำหัวผู้ใหญ่มันก็แปลก พี่เบียร์ก็อยู่บนห้องยังไม่ลงมา ผมสูดลมหายใจเข้าเพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเองแค่คุยกับพ่อแม่ของพี่เบียร์ทำไมผมต้องตื่นเต้นขนาดนี้ด้วย

"ว่าแต่รู้จักกับพี่เบียร์นานแล้วเหรอลูก" คุณแม่ถามอีกผมยิ้มให้ท่านทั้งสองก่อนจะตอบ 

"รักรู้จักมานานแล้วครับแต่รักไม่กล้าทำความรู้จัก แต่ตอนนี้เราก็เพิ่งจะมาสนิทกันน่ะครับ" ในความคิดของผม ระหว่างผมกับพี่เบียร์ตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราเริ่มกระชับใกล้มากกว่าเมื่อก่อน 

"พี่เบียร์เข้าหาง่ายนะลูก ถึงจะดูแบบนั้นพี่เบียร์เขาใจดี" คุณพ่อบอกเสียงเรียบ น้ำเสียงดูเข้าใจลูกชายตัวเองผมก็เห็นด้วยกับเรื่องที่คุณพ่อบอก

"ครับ" เรื่องความใจดีนั้นผมรับรู้ได้ดี อาจเพราะว่าผมเริ่มต้นจากการแอบรักพี่เบียร์ก่อนเราจึงรู้จักกันช้า เพราะหากว่าผมไม่ได้คิดอะไรกับพี่เบียร์ป่านนี้ผมก็คงได้สนิทกับพี่เบียร์ในฐานะน้องชายของเฮียเท่านั้น

"พ่อก็ว่าหนูหน้าคุ้น ๆ  ที่แท้คนที่เคยช่วยเราสองคนครั้งก่อนนั้นไว้นี่น่า" ผมขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคุณพ่อของพี่เบียร์พูดขึ้น คุณแม่พี่เบียร์จ้องมองผมครู่เดียวก็พลอยยิ้มกว้างตาม

"จริงด้วยหนูคนที่ดันรถให้เราตอนนั้น" 

"ครับ?"

"หนูคงจำไม่ได้แล้ว วันนั้นพ่อกับแม่รถเสียกลางทางแล้วหนูก็วิ่งมาช่วยดันรถให้ ตอนนั้นพ่อจำได้ว่าหนูห้อยป้ายชื่อตัวใหญ่ไว้ด้วย ไม่คิดว่าตัวผอมขนาดนั้นจะมีแรงดันรถได้" ผมประมวลเรื่องราวที่คุณแม่พูดก็พอจะจำได้ราง ๆ 

"แต่นั่นมันเมื่อเทอมที่แล้วเลยนะครับ ตอนนั้นรักยังใส่แว่น ยังดัดฟัน คุณพ่อกับคุณแม่ยังอุตส่าห์จำรักได้อีกนะครับ" พอคิดถึงเรื่องวันนั้นแล้วผมก็แอบเขิน ตอนนั้นผมยังไม่มีความมั่นใจในตัวเองมากเท่าตอนนี้ เคยคิดว่าไม่มีใครสนใจด้วยซ้ำ ผมแอบแปลกใจที่คุณพ่อของพี่เบียร์ยังจำกันได้

"จำได้สิ ดวงตาหนูมันสดใสตลอดทั้งตอนนั้นและตอนนี้พ่อเลยจำได้ครับ" ผมฉีกยิ้มกว้างกับคำพูดแสนเพราะกินใจนั้น น้อยครั้งที่จะมีคนชมผมจากใจ  

"แม่เกือบจำไม่ได้แหนะ หนูดูโตขึ้น วันนั้นเหมือนเด็กมัธยมแต่วันนี้เหมือนเด็กมหาลัยแล้ว" คุณแม่แซว

"นั่นสินะ ฮ่า ๆ" พอเห็นท่านทั้งสองหัวเราะผมก็หัวเราะตาม คุณพ่อกับคุณแม่พี่เบียร์ช่างเป็นคนที่น่ารักเหมือนพี่เบียร์จริง ๆ พลันสายตาผมหันไปมองพี่เบียร์ที่เดินลงบันไดมา 

"คุยอะไรกันอยู่ครับ"  พี่เบียร์เดินมานั่งข้างกาย ผมรู้สึกโล่งใจที่มีพี่เบียร์อยู่ด้วย 

"กำลังคุยเรื่องความลับของเราสามคนที่พี่เบียร์ไม่รู้ค่ะ" คุณแม่พี่เบียร์หยอกเย้าอย่างนั้นผมก็ยิ่งได้ใจ ดีใจที่คุณแม่เอ็นดูผม รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงมีให้ผมตลอด 

ใบหน้าพี่เบียร์มีแต่เครื่องหมายคำถาม พี่เบียร์มองหน้าผมราวกับไม่เชื่อว่าผมไปมีความลับกับคุณพ่อคุณแม่เขาด้วย

"มีความลับอะไรที่บอกผมไม่ได้ด้วยเหรอครับ" 

"มีสิค่ะความลับนี้พี่เบียร์ไม่มีทางรู้เพราะเป็นเรื่องของคุณพ่อ แม่แล้วก็น้องเจ้ารักเท่านั้น" ผมส่ายหน้าปฏิเสธที่จะบอกความลับให้พี่เบียร์ฟังเมื่อเจ้าตัวหันมาคาดคั้น คุณพ่อหัวเราะออกมาบอกให้พี่เบียร์หยุดพยายามคาดคั้นผมเพราะเรื่องความลับนี้เราสามคนจะไม่บอกใครเด็ดขาด 

"ร้ายนะเรามาถึงแป๊ปเดียวก็ขโมยคุณพ่อคุณแม่ของพี่ไปแล้ว" 

"รักเปล่าทำอย่างนั้นสักหน่อยครับพี่เบียร์" ผมรีบเถียงเพราะมันไม่ใช่เรื่องจริงเลย ผมไม่ได้แย่งคุณพ่อคุณแม่พี่เบียร์สักหน่อย 

"อย่าปรักปรำน้อง" คุณแม่เอ่ยเตือนผมก็ยิ่งดีใจ ทำไมคุณพ่อคุณแม่พี่เบียร์ถึงได้น่ารักขนาดนี้ 

"โอ้โหผมกลายเป็นหมาหัวเน่าแล้ว" ผมอมยิ้ม อยากหัวเราะพี่เบียร์แต่ก็กลัวว่าพี่เบียร์จะเสียใจที่โดนคุณพ่อและคุณแม่แกล้ง เรานั่งคุยกันอยู่สักพักแม่บ้านก็เดินมาตามไปกินข้าวกัน 

"ไปกินข้าวกันเถอะ" คุณพ่อชวน 

"ไปกันค่ะน้องรัก" คุณแม่กลายเป็นคนเดินมาควงแขนผมแล้วพากันมาทานมื้อแรกร่วมกัน ผมหันหลังไปมองพี่เบียร์ที่เดินตามหลังมาตลอด เห็นคนตัวโตยิ้มให้ก็อุ่นใจ 

วันนี้ผมก้าวเข้าไปใกล้ชิดพี่เบียร์อีกก้าวแล้ว


ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 642
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน
«ตอบ #58 เมื่อ15-11-2021 23:32:05 »

 :z13:

ออฟไลน์ Oncloud69_

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: แฟนเด็กพี่ภาคิน ตอน 26
«ตอบ #59 เมื่อ19-11-2021 08:46:35 »


 EPISODE : 26 ทดลองเป็นแฟน



"พี่เบียร์ยังจำเรื่องตั๋วพิเศษได้อีกไหมครับ ที่วันนั้นรักชนะพี่เรื่องแข่ง" เมื่อคืนน้องถามผมขึ้นระหว่างที่ผมมาส่งเจ้าตัวถึงคอนโด

"จำได้ครับ น้องหนูจะใช้ตั๋วแล้วงั้นเหรอ"

"ครับ รักอยากใช้ตั๋วพิเศษนั้นแลกกับการไปทดลองเป็นแฟนกับพี่เบียร์หนึ่งวันครับ" ผมแปลกใจที่ได้ยินคำขอของน้อง ตอนแรกคิดว่าน้องต้องขออะไรที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นและคิดว่าน้องอาจจะลืมไปแล้วเพราะน้องไม่เคยพูดถึงตั๋วพิเศษนี้เลยสักครั้ง

"ได้สิครับ พรุ่งนี้พี่ว่างทั้งวันอยู่แล้ว" ผมบอกน้อง ร่างเล็กพยักหน้าอย่างน่ารัก

"รักก็ว่างครับ ถ้างั้นพรุ่งนี้แปดโมงเจอกันนะครับ"

"โอเคครับ แปดโมงพี่แวะมารับนะครับ"

"ครับผม"

และเพราะเรื่องนี้เมื่อคืนผมถึงนอนไม่หลับ ใจมันตื่นเต้นจนบอกไม่ถูก เมื่อคืนก็นอนมองน้องหลับผ่านมือถือ เช้ามาก็รีบอาบน้ำมารอน้องอยู่หน้าคอนโดตั้งแต่รุ่งเช้า

(อรุณสวัสดิ์ครับพี่เบียร์) ผมโทรหาน้องทันทีที่นาฬิกาข้อมือบอกเวลาหกโมงเช้า

"อรุณสวัสดิ์ครับ"

(พี่เบียร์ตื่นเช้าจังเลยครับ หรือว่าไม่ได้นอนครับ) เสียงน้องดูสดใสร่าเริง ผมยกยิ้มเมื่อถูกน้องล้อแต่เช้า

"ครับ พี่เลยมาอยู่หน้าคอนโดน้องหนูแล้ว"

(ห๊ะ อะไรนะครับพี่เบียร์มารอข้างล่างเหรอครับ)

"ครับ"

(ดะ...เดี๋ยว ๆ รักลงไปรับครับพี่เบียร์รออยู่แป๊บเดียวนะครับ รักกำลังลงครับ) ผมรู้อยู่แล้ว ว่าถ้าน้องรู้คงต้องรีบลงมา อยากจะเข้าไปเหมือนกันแต่เพราะยังเช้าเกิน ยามที่หน้าคอนโดก็ไม่ใช่คนเดิมที่จำหน้าผมได้เพราะแบบนี้ผมเลยต้องโทรหาน้องแทน

"พี่เบียร์" ผมยืนพิงรถอยู่พอได้ยินเสียงของน้องถึงได้หันไป น้องวิ่งมาหาทั้งที่ผมกระเซิง ร่างเล็กโผเข้ากอดแน่นทำเอาผมตกใจ

มีคนเข้ามาตั้งหลายคนในชีวิตแต่ไม่เคยมีใครทำตัวน่ารักทุกวันอย่างน้องได้สักคน

"รักเคยคิดว่าถ้าได้เป็นแฟนกับพี่แล้วพี่เซอร์ไพรส์แวะมาหาที่คอนโดแบบนี้รักจะวิ่งไปกอดให้แน่น ๆ แบบนี้ครับ" ใจผมกระตุกดัง มือใหญ่ยกมาหยีผมนุ่มของน้องด้วยความเอ็นดู

"งั้นก็ถือว่าพี่ทำหน้าที่แฟนได้ดีตั้งแต่เห็นหน้าแล้วใช่ไหมครับ" ผมยิ้มให้น้องที่ยังกอดผมไม่ปล่อย มือข้างหนึ่งเผลอกอดเอวน้องไปโดยอัตโนมัติ หมู่นี้ร่างกายของผมชอบไว รู้ตัวอีกทีก็จับมือน้องตลอด หรือผมจะเสพติดน้องเข้าแล้ว

"ครับ"

"หัวยุ่งจังเลย เพิ่งตื่นเหรอครับ" ผมเซ็ทผมให้น้องอย่างแผ่วเบา ผมน้องนุ่มน่าสัมผัสมาก

"รักตื่นมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วครับ ตื่นมาทำข้าวเช้าแล้วก็กำลังจะอาบน้ำแต่พี่เบียร์โทรมาก่อน" ผมนึกยิ้มเอ็นดู น้องเป็นคนตื่นไวทุกวัน เคยตื่นห้าโมงเช้าเพื่อออกกำลังกายด้วย

"ไปขึ้นห้องกันครับ" มือเล็ก ๆ จับมือผมเพื่อขึ้นไปยังห้องน้อง ขึ้นมาถึงห้องน้องก็ยื่นกระดาษใบนึงให้ผมเปิดอ่าน ไม่คิดว่าทั้งหมดที่น้องเขียนมานั้นเราสองคนจะทำได้หมดในวันเดียว

"แพลนเดทวันนี้ครับ" น้องยังฉีกยิ้มบอก คงอยากเดทกับผมมากจริง ๆ ถึงได้ใส่ใจทุกขั้นตอน ปกติผมไม่ค่อยจะใส่ใจใครแต่กับน้องแล้วผมไม่กล้าปฏิเสธ รู้สึกว่าคนนี้ต้องใส่ใจให้มาก

"รักตั้งใจเขียนทุกอย่างที่อยากทำตอนเป็นแฟนกับพี่เบียร์ คิดว่าน่าจะทำตามนี้ได้ครบครับ" แต่ผมไม่คิดว่าจะทำได้หมดในหนึ่งวัน

"ก็ได้ครับ" ผมจะพยายามทำตามทุกอย่างที่น้องเขียน เห็นน้องดีใจผมก็พลอยยิ้มตาม

"รักขออาบน้ำก่อนนะครับ พี่เบียร์นั่งรอแป๊บเดียวน่า" เสียงน้องอ้อนผมหยีหัวน้องอีกครั้งและขานตอบรับคำ ร่างเล็กยิ้มกว้างสดใสแล้วรีบไปอาบน้ำผมเดินมานั่งบนโซฟาแล้วเผลอหลับ เพราะความง่วงมารู้ตัวก็ตอนที่น้องสะกิดปลุกผมให้ตื่นมากินข้าวเช้า ผมบิดขี้เกียจขับไล่ความง่วง ผมคงต้องบ้าไปแล้วแน่ที่ดันมาหลับในห้องน้องทั้งที่เรากำลังจะเดทตามคำขอของน้อง

"พี่ขอโทษนะครับ เผลอหลับไปจนได้" ผมเดินมานั่งร่วมโต๊ะอาหารเช้ากับน้องแต่เด็กตรงหน้ากลับไม่มีท่าทีโกรธผมสักนิด น้องเป็นแบบนี้เสมอ ไม่โกรธแม้ผมจะทำให้น้องต้องรอหรือเสียใจก็ตาม

"ไม่เป็นไรเลยครับรักเข้าใจว่าพี่เบียร์ง่วง" ผมมองกับข้าวบนโต๊ะที่น้องตกแต่งหน้าตาอาหารให้ดูน่ารักน่าทาน "ตามแพลนที่วางรักคิดว่าเราจะได้ทานมื้อเช้าข้างนอกเลยตั้งใจตื่นมาทำอาหารครับแต่ว่าถ้ารู้ว่าพี่เบียร์จะมาอยู่ที่ห้องตั้งแต่เช้ารักเลยเปลี่ยนเป็นแผนสองครับ"

ผมมองกระดาษที่น้องยื่นมให้มันเหมือนกับกระดาษใบก่อนหน้านี้เพียงแต่ตารางกิจกรรมมันดูต่างจากเดิม

"นี่เราคิดแผนทั้งหมดกี่แผ่นครับเนี่ย" ผมแซวน้องคิดว่าเจ้าตัวคงมีแผนสาม แผนสี่ สำรองแน่นอน น้องยกมือมานับนิ้ว

"แปดครับ รักต้องเผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินครับ ก็รักมีอะไรหลายอย่างที่อยากจะทำกับพี่เบียร์ ให้วาปไปสวนสนุกตอนนี้ได้รักก็จะวาปไปครับ ไปดูหนัง เล่นสกี ไปดูแสงเหนือ ไปเที่ยวหลาย ๆ ประเทศกับพี่ มีอะไรเยอะมากเลยครับที่รักอยากจะทำ" ผมเชื่อแล้วว่าน้องมีเรื่องมากมายที่อยากจะทำ เพราะถ้าเป็นคนอื่นพูดผมคงไม่เชื่อแต่นี่คือน้อง เด็กที่รักผมมากและผมกำลังให้โอกาสตัวเองและน้องได้รู้จักกันและกัน

เห็นผมเงียบน้องเลยเริ่มหน้าถอดสี "รักขอโทษครับถ้าเกิดพูดมากไปรักแค่อยากบอกให้พี่เบียร์รู้เท่านั้นแต่ไม่ได้ตั้งใจจะกดดันพี่หรือทำให้พี่กลัวรักนะครับ ถ้าพี่ไม่พอใจก็ว่ารักได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจเพราะเราสองคนก็ยังไม่ได้เป็นอะไรกันจริง ๆ ด้วย" ผมยกยิ้มมุมปาก น้องดูหน้าหงอยจะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ

"แต่วันนี้เราเป็นแฟนกันนี่ครับ น้องหนูอยากทำอะไรพี่จะทำตามทุกอย่าง" ผมตั้งใจว่าวันนี้จะตามใจน้องทุกอย่าง ขอแค่ให้น้องมีความสุขทั้งวันก็พอ น้องกลับมามีท่าทีดีใจแล้วบอกรักผมอีก พอฟังหลายรอบเข้าแล้วมันก็ชอบและอยากฟังอีก

เราสองคนเริ่มทานข้าวเช้าคุยกันไปเรื่อย ปล่อยให้เวลาเดินตามหน้าที่หลังจากนั้นก็เล่นเกมแข่งกัน น้องเล่นเกมไม่เก่ง แพ้บ่อยจนเจ้าตัวงอแงหาว่าผมโกง ผมชอบมองท่าทีน่ารักของน้อง อัดวิดีโอเต้นกันแต่ไป ๆ มา ๆ ผมก็ขอนอนบนตักน้องระหว่างที่เรานั่งพัก ตั้งใจไว้ว่าสักตอนบ่ายสองไปดูหนังและกินข้าวข้างนอก 

"จุ้บ" ผมลืมตาตื่นเพราะรู้สึกถึงริมฝีปากนุ่มของน้อง ใบหน้าเราใกล้เพียงเอื้อม ให้ตายเด็กคนนี้จะทำให้ผมหลงไปถึงไหน ผมยกมือขึ้นมาประคองลำคอน้องไม่ให้ขยับหนีแล้วครอบครองริมฝีปากนุ่มทันที

"อย่าไปทำแบบนี้กับใครนะครับ นอกจากพี่คนเดียว" น้องตอบรับพยักหน้าอย่างน่ารัก ผมจุ้บริมฝีปากน้องอีกครั้ง

"ไปดูหนังกันไหมครับ รักอยากไปดูหนังกับพี่" เมื่อน้องขอผมก็พร้อมจะทำ เราสองคนเตรียมตัวออกไปข้างนอกกัน น้องลูกแพร์กลับมาจากเรียนถึงได้เจอกันน้องขอตัวไปคุยกับเพื่อน ผมแอบได้ยินแว่ว ๆ ว่าลูกแพร์บอกให้น้องรักระวังตัวแล้วอย่าเผลอแสดงออกว่ารักผมมากเกินไป เพื่อนน้องดูจะรักน้องมาก น้องเดินมาจูงมือผมด้วยสีหน้างอแง

"พี่เบียร์เชื่อไหมครับขนาดรักบอกว่าวันนี้รักกับพี่เบียร์เป็นแฟนกันแพร์ยังไม่เชื่อเลย แพร์บอกให้รักเลิกมโน" เจ้าตัวเล็กเอาแต่พูดไม่หยุดตั้งแต่ขึ้นรถ ผมพยายามกลั้นเสียงหัวเราะมือใหญ่ก็เลื่อนมาจับมือของคนเง้างอเพื่อให้กำลังใจ

"ถ้าอย่างนั้นเราเอาแบบนี้ดีไหมครับ" น้องมองผมอย่างคาดหวัง ผมหยิบมือถือตัวเองกดเข้าแอปพลิเคชันที่ช่วงนี้เข้าบ่อยเพราะมีเรื่องอัปเดทตลอด น้องมองผมเขียนสเตตัสพร้อมโพสต์วิดีโอและแท็กน้องด้วยความตกใจ

"พี่เบียร์รีบลบเลยครับ รักอาย" แก้มนุ่มถูกผมหยิกเพราะความหมั่นเขี้ยว เห็นน้องอายก็ยิ่งอยากแกล้ง

"อายอะไรล่ะหือ ก็วันนี้เราเป็นแฟนกันจริงนี่ครับ" ผมบอกเรื่องจริง น้องอมยิ้มแล้วไม่โวยวายให้ผมลบอีก เชื่อว่าเพื่อนของน้องต้องเห็นแน่นอน "แบบนี้เพื่อนน้องหนูก็เชื่อแล้วครับ"

"ไม่ใช่แค่เพื่อนรักหรอก เพื่อน ๆ พี่เบียร์ด้วย"

"พี่ว่าเขารู้กันทั่วมหาลัยแล้วล่ะครับว่าเราสองคนเป็นแฟนกัน"

"เพราะพี่เบียร์นั่นแหละ" น้องทำแก้มป่องอย่างน่ารัก ผมรู้สึกคุ้นหน้าน้องเหมือนว่าก่อนหน้านี้เคยเจอน้องมาก่อน เคยเจอหันมาก่อนหรือเปล่านะ ผมไม่มั่นใจ

"ว่าแต่น้องหนูเริ่มชอบพี่เพราะอะไรเหรอครับ" ผมขับรถมาจอดถึงร้านที่น้องต้องการมากิน ภายในร้านมีคนเยอะพอสมควรผมจูงมือน้องมานั่งด้วยกันระหว่างนั่งรออาหารผมก็ถามน้องถึงเรื่องที่อยากรู้

"เพราะความใจดีครับ คิดว่าพี่เบียร์คงจำไม่ได้ว่าเคยช่วยตอนรักโดนลูกเทนนิสตีโดนหัวตรงนี้วันนั้นพี่เบียร์พารักไปห้องพยาบาลด้วยรักก็เลยตกหลุมรักครับ" ผมเบิกตากว้างเพราะไม่คิดว่าเด็กปีหนึ่งที่โดนลูกพลาดของเพื่อนผมในวันนั้นคือน้อง เพราะน้องคนนั้นไม่เหมือนน้องเลยสักนิดเดียว

"เด็กคนนั้นเป็นน้องหนูเหรอครับ ทำไมไม่เหมือน" น้องเหมือนจะเขินอาย

"อ้อ ตอนนั้นรักโดนรุ่นพี่เอกการแสดงจับแต่งตัวเพื่อลองเคสละครนะครับแต่รักก็ไม่ผ่าน พี่เขาบอกว่ารักเล่นแข็งเกินไปเลยถูกเปลี่ยนบทมาให้รักแสดงเป็นลูกแกะแทนนะครับ" ผมขมวดคิ้ว เชื่อแล้วว่าน้องมีเรื่องให้แปลกใจตลอด

"ลูกแกะ?"

"ลูกแกะตัวขาว ๆ ในยูทูบก็มีน่ะครับพี่เขาอัปโหลดเพราะเป็นโปรเจ็คร่วมของพี่เขากับเพื่อน ๆ" ผมชักอยากจะเห็นแล้วสิแกะตัวสีขาวจะน่ารักแค่ไหน "อยากจะบอกว่ารักอายมากเลยครับ" คำหลังน้องกระซิบบอก คงอายมากจริง ๆ เอาเถอะไว้วันหลังค่อยขอน้องดูก็แล้วกัน

"แต่ไม่ได้มีแค่วันนั้นนะครับ พี่เบียร์เคยใจดีช่วยรักขนกล่องอุปกรณ์จัดฉากไปที่ตึกด้วยครับ วันนั้นรักตื่นเต้นมากที่ได้ใกล้ชิดพี่" ผมอ้าปากค้างเพราะเพิ่งจะนึกออกว่าเคยเจอน้องมาก่อน วันนั้นน้องมัดจุกผมเป็นต้นมะพร้าวเล็กและไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษาด้วย ก็ถึงว่าทำไมผมถึงได้คุ้นหน้าน้อง

"วันนั้นน้องหนูมัดผมจุกแล้วก็ทำแก้มป่อง ๆ"

"วันนั้นรักเล่นเกมแพ้เพ้นส์เลยโดนมัดจุกแบบนั้นครับ" ผมเข้าใจแล้ว น้องกัดริมฝีปากตัวเองเหมือนมีเรื่องราวจะบอกอีกผมเลยตั้งใจฟัง "จริง ๆ เราสองคนเคยเจอกันอีกครั้งครับ"

"หือ เจอกันอีกหรือครับ"

"ครับ เที่ยงวันนั้นพี่เบียร์มานั่งผิดโต๊ะเพราะคิดว่าเป็นโต๊ะของเพื่อน แต่ตอนนั้นรักนั่งรอเพ้นส์อยู่ ส่วนโต๊ะกลุ่มเพื่อนพี่เบียร์คือโต๊ะข้าง ๆ" ผมกุมขมับเมื่อจำวันนั้นได้ มันเป็นเรื่องน่าอายไม่คิดว่าเด็กคนนั้นจะเป็นน้องด้วย น้องหลุดหัวเราะและปลอบผมว่าไม่ต้องอายเพราะเรื่องวันนั้นทำให้น้องมีความสุขทุกครั้งที่คิดถึง กระทั่งอาหารถูกยกมาเต็มโต๊ะ เพราะความหิวสายตาก็จ้องมองอาหารบนโต๊ะอย่างไม่วางตา

"กินเยอะๆครับ"

"พี่เบียร์ก็เหมือนกัน อ่ำ อ้าปากสิครับ รักป้อนให้" เห็นผมเอาแต่มองหน้าและขอถ่ายรูปเก็บไว้ น้องคงรู้สึกก็เขิน ผมอ้าปากกินรู้สึกเหมือนเราเป็นแฟนกันจริง

"เป็นไงครับ อร่อยไหมครับ"

"อร่อยครับ"

"ใช่ไหมครับ รักบอกแล้วร้านนี้อร่อย" คนแนะนำพามายังร้านรู้สึกหัวใจฟองโตเมื่อผมเอ่ยชม ผมมองน้องทานอย่างอร่อยแล้วพลอยหิวตาม

"จริง ๆ อาหารก็อร่อยอยู่แล้ว แต่เพราะมีคนป้อนอาหารมันเลยอร่อยกว่าทุกมื้อครับ"

เพล้ง!!

RIP ตะเกียบในมือน้องที่หล่นตกพื้นอย่างเรียบร้อย

"พี่เบียร์อะ!" น้องแก้เขินด้วยการลุกหยิบตะเกียบที่ทำหล่นแต่ผมลุกหยิบก่อน เจ้าตัวเล็กคงจะแพ้คำหวาน รู้แบบนี้ไว้ผมแกล้งอีกดีกว่า

"พี่หยอดนิดหยอดหน่อยไม่ได้เลยนะ เป็นเขินแก้มแดงตลอด" ผมยังคงแกล้งให้น้องได้เขิน น้องจับแก้มสองข้าง เขาเขินง่ายจะตาย แค่เผลอมองตาพี่เบียร์เขาก็เขินจนไม่รู้จะสบตาไปทางไหน ก้มต่ำหาเศษเหรียญบนพื้นละกัน

"ตะเกียบใหม่ครับ ถือไหวไหมนะเรา ถ้าไม่ไหวพี่ป้อนจนกว่าจะกินอิ่มก็ได้นะครับ"

"รักจะฟ้องแพร์กับโนว่าพี่เบียร์แกล้งรัก" ผมฟังคำขู่แล้วยิ่งขำใหญ่ เดทมื้อแรกที่ได้กินด้วยกันอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความสุข จนเห็นร่างของเบลล์ที่เดินมายืนใกล้เราสองคน น้องมองเบลล์สลับกับผมด้วยแววตาหวั่น

"ตกลงเบียร์คบกับเด็กคนนี้จริง ๆ นะเหรอ ไม่ตาต่ำไปหน่อยเหรอ" เสียงเบลล์ถามอย่างเสียมารยาท ท่าทีไม่พอใจของเธอดูอย่างนี้ผมไม่เคยเห็นมาก่อน น้องวางช้อนลง คนรอบข้างเริ่มหันมองพวกเรา มันน่าอายแต่ทำไมเบลล์ถึงได้ไม่อายที่มาถามเรื่องนี้ในที่สาธารณะ

"เบลล์ ผมว่าผมบอกเบลล์ไปหลายครั้งแล้วนะครับว่าเราสองคนไปกันไม่รอด" น้องนั่งนิ่งไม่กล้าขยับไปไหน คงกลัวสงครามระหว่างผมกับเบลล์

"แต่เบลล์ไม่เชื่อ เบียร์โสดมาตั้งนาน ไม่ยอมตกลงเป็นแฟนกับใครสักคนแต่ทำไมเบียร์ต้องคบกับเด็กคนนี้เอาตอนที่เราสองคนกำลังจะไปได้ดีด้วย"

เห้อ ผมถอนหายใจ เบลล์คนเดิมที่ผมรู้จักได้หายไปแล้วจริง ผมมองน้องถึงจะนั่งนิ่ง อุตส่าห์วางแผนมาเดททั้งทีผมกลับมาทำให้เดทของน้องต้องพัง เบลล์ดึงแขนผมให้ลุกขึ้นรอบข้างมีสายตาคนทั้งร้านมอง

"เรารักเบียร์นะ เรากลับมาเริ่มกันใหม่อีกครั้งนะคะ" เธออ้อนผมแต่ผมไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวกับคำพูดของเธอแล้ว ความรู้สึกที่เคยมีต่อเบลล์มันจางหายไปจากหัวใจผมแล้วมีเพียงความสึกที่เป็นห่วงความสุขของน้องมากกว่า ผมกลัวน้องจะเข้าใจผิด เห็นน้องลุกขึ้นยืนผมก็หวั่น อย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมยื่นมือจะรั้งน้องให้อยู่กันก่อน

"แต่วันนี้พี่เบียร์เป็นแฟนรักครับ รบกวนพี่เบลล์เอามือออกจากแฟนรักด้วย เพราะรักไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับคนของรักครับ!!"










 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด