> ล้ำเส้นขอบฟ้า < : ตอนที่ 2 the nails (UP!)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: > ล้ำเส้นขอบฟ้า < : ตอนที่ 2 the nails (UP!)  (อ่าน 326 ครั้ง)

ออฟไลน์ TiXA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง)

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17


เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


___________________________________________________




พี่พลับพลาเป็นคนสวย

พี่พลับพลาเป็นคนแซ่บ

พี่พลับพลาเป็นคนเก่ง

และขอบฟ้าอยาก สวย แซ่บ เก่ง ให้ได้เหมือนพี่พลับพลาบ้าง

"พี่พลับพลาสอนผมจูบหน่อยได้ไหมครับ"

"..."

"ผมแค่อยากแซ่บแบบพี่พลับพลาบ้าง"

"แต่พี่ว่า..."

"น้า...นะๆ"

"แค่จูบหรอ"

"ใช่ๆ แค่จูบเอง"

"ปกติถ้าทำแค่จูบมันก็พอจะหยุดได้อยู่หรอก"

"..."

"แต่ถ้าเป็นขอบฟ้า..."

"..."

"...พี่ไม่มั่นใจเลยว่าจะหยุดไหวหรือเปล่า"

 

___________________________

 

 

talk.

อุค้ากกกกก ยินดีต้อนรับสายผัวคนสวยค่า ส่วนตัวเราชอบแนวนี้มากเลยแต่งสนองนี้ดอีกแล้ว ยังไงก็ขอฝากพี่พลับพลาคนสวยกับน้องขอบฟ้าคนน่ารักไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ บะลั่กๆอุ๋งๆ

พูดคุยและติดตามตอนใหม่ๆ ได้ที่ทวิตเตอร์ @TiXA_20X และแฮชแท็ก #ล้ำเส้นขอบฟ้า นะคะ
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-07-2021 05:59:44 โดย TiXA »

ออฟไลน์ TiXA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
Re: > ล้ำเส้นขอบฟ้า <
«ตอบ #1 เมื่อ27-06-2021 22:52:20 »

1

sexual relationship

          คุณเชื่อในความรักไหม

          “อึก..อืม”

          แล้วคุณเชื่อว่าความรักก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันยืนยาวหรือเปล่า

          “อื้ม..อือ แฮ่ก...”

          สำหรับพลับพลา เขาไม่มั่นใจนักเพราะตัวเองเชื่อในเพศสัมพันธ์มากกว่า

          แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพศสัมพันธ์บางรูปแบบอาจนำไปสู่ความสัมพันธ์โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ

          “ผมขอทำตอนนี้เลยได้ไหมครับ คนสวย”

          และสำหรับพลับพลา...ไม่เคยปล่อยให้มันเลยเถิดไปถึงขั้นนั้น

          “ไม่ได้”

          “...”

          “ตอนนี้ผมให้ได้แค่จูบ นี่มันบนรถ แถมยังอยู่กลางถนน คิดว่ารถติดแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นหรือ”

          จาฟาร์หน้าเจื่อนลงทันทีที่คำขอของตนถูกปฏิเสธอย่างไร้ความลังเล แต่คำพูดของอีกฝ่ายไม่มีอะไรผิดเลยสักนิด เขาและพลับพลากำลังนั่งอยู่บนรถใจกลางถนนของเมืองหลวงมาร่วมชั่วโมงได้ ฟิล์มกระจกรถมันมืดพอที่จะให้พวกเขากล้าแลกน้ำลายเพื่อแก้เบื่อ

          “ถ้าอย่างนั้น พอขับถึงคอนโดแล้วผมขอขึ้นห้องคุณได้ไหม” จาฟาร์ยังคงไม่ยอมแพ้

          “ไม่ครับ วันนี้เราจะไม่มีเซ็กส์กัน พรุ่งนี้ผมต้องไปทำธุระแต่เช้า” พลับพลาก็ไม่ได้โอนอ่อนเช่นกัน

          “แต่นี่ยังไม่มืดเลยนะ ผมรีบทำแล้วรีบไปก็ได้”

          “คุณชอบทำรอยแม้ว่าผมจะห้ามแล้วกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ขืนพรุ่งนี้คอผมมีรอยขึ้นมา ผู้ใหญ่จะว่าอย่างไร” ใบหน้าติดสวยเริ่มไม่พอใจเมื่ออีกฝ่ายพูดไม่รู้เรื่องเสียที

          “ผมทำตรงอื่นก็ได้นี่...”

          “พอแล้วครับ วันนี้ผมไม่มีอารมณ์”

          “แต่เราไม่ได้ทำกันมาสักพักแล้วนะคุณ” น้ำเสียงตัดพ้อทำให้คนฟังต้องเงียบลง “ผมก็แค่คิดถึงคุณ...เท่านั้นเอง”

          ร่างโปร่งชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงความล้ำเส้นบางอย่าง

          กรอบหน้าได้รูปเบือนหนีไปทางกระจกเพื่อเปลี่ยนจุดพักสายตา แม้ว่าวิวถนนและควันรถตรงหน้ามันไม่มีอะไรน่ามองเลยสักนิด แต่ก็คงดีกว่าต้องมารับรู้สายตาตัดพ้อที่ซ่อนความอ้อนวอนอยู่ในนั้น

          พลับพลารู้ตัวดีว่าช่วงหลังมานี้เขาห่างเหินกับจาฟาร์ คำว่าห่างเหินที่ว่าก็หมายถึงเรื่องบนเตียงอย่างที่ชายหนุ่มกล่าว เขาเพียงรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่มีอารมณ์จะทำ วันนี้เขาพาตัวเองมาดูหนังกับจาฟาร์ก็ถือว่าใช้พลังงานมากพอแล้ว จากบรรยากาศดีๆ ดันกลายเป็นความกระอักกระอ่วนเสียอย่างนั้น อาการที่เปลี่ยนไปจนตัวเองสังเกตได้ก็คงไม่ใช่เพราะเหตุอื่นใด

          ใครก็ตามที่เริ่มล้ำเส้นและทำผิดกฎ พลับพลาไม่เคยคิดจะรักษาเอาไว้

          สิ้นเสียงถอนหายใจของจาฟาร์ สัญญาณไฟสีแดงพลันเปลี่ยนเป็นสีเขียว รถยนต์คันเล็กเคลื่อนตัวไปพร้อมกับความอึดอัดที่จุแน่นอยู่ภายใน ร่างโปร่งไม่รู้จะทำตัวอย่างไรจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทำทีเช็คข่าวสารเพื่อบรรเทาความรู้สึกที่หม่นหมอง

          ‘พรุ่งนี้จะมีเด็กฝึกงานเข้ามาที่แผนกของเราวันแรกนะคะคุณพลับพลา ยังไงก็ช่วยใจดีกับน้องเขาหน่อยนะคะ’ ข้อความจากเลขานุการปรากฏอยู่บนแถบการแจ้งเตือน ประโยคที่ดูติดเล่นนั้นหากเป็นใครอื่นพูดคงถูกต่อว่าไปแล้ว ยกเว้นกับพี่เลขาฯคนสนิทคนนี้

          ‘ผมลืมแจ้งไป พรุ่งนี้ผมลาไปทำธุระส่วนนะครับ วันเกิดหลานชาย ถ้าไม่ไปเดี๋ยวแกจะงอแงเอา’ นิ้วเรียวพิมพ์ตอบกลับไป

          ‘รับทราบค่ะ ว่าแต่คุณพลับพลาเคยเห็นหน้าคร่าตาเด็กฝึกงานบ้างหรือยังคะ คุณกลับมาออฟฟิศอีกทีจะได้พอคุ้นเคยบ้าง’

          ‘ยังไม่เคยเห็นเลยครับ’ พลับพลาพอจำได้ว่า HR เคยแจ้งเขาไว้บ้าง แต่เจ้าตัวไม่ได้สนใจว่าใครจะเข้าจะออกจากบริษัทอยู่แล้ว

          ‘ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวแก้วส่งเรซูเม่ของเด็กคนนั้นให้นะคะ’

          ไม่นานเกินรอ ไฟล์เรซูเม่ของเด็กฝึกงานก็ถูกประเคนให้หัวหน้าฝ่ายกราฟฟิคได้เชยชม ข้อมูลภายในก็มีครบตามที่เอกสารสมัครฝึกงานควรจะมี รวมถึงรูปติดบัตรที่แสดงถึงใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งในชุดนักศึกษาชาย ริมฝีปากเหยียดตรงเริ่มยกยิ้มขึ้นน้อยๆ เมื่อเห็นคนในรูปที่หน้าตาดีเอาการแต่กลับยิ้มเกร็งจนไร้ความเป็นธรรมชาติ ก่อนที่สายตาจะเลื่อนหาชื่อเรียกของคนในรูปถ่าย

          ขอบฟ้า

          อืม...

          น่ารักดีนี่...








___________________________



          “ขอบคุณนะครับที่มาส่ง ขับรถดีๆ ล่ะ” พลับพลากล่าวลาตามมารยาทแม้ว่าความจริงอยากจะรีบๆ เดินหนีไปเสีย

          “ยังไงพรุ่งนี้คุณไปทำธุระก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะครับ” สารถีหนุ่มหยุดรถเมื่อถึงที่หมาย ก่อนจะบอกลาพร้อมปล่อยคนสวยคนนี้กลับขึ้นคอนโดไปพักผ่อนแม้ว่าเขาอยากจะรั้งเอาไว้ก็ตาม

          ร่างโปร่งถอนหายใจเฮือกราวกับได้หลุดออกจากพื้นที่สุญญากาศ ในรถคันนั้นเต็มไปด้วยมวลความอึดอัดตลอดการเดินทาง สิ่งเดียวที่เป็นสิ่งจรรโลงใจได้บ้างก็คงเป็นเรซูเม่ของขอบฟ้า

          นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะดิจิทัลอาร์ต จากมหาวิทยาลัยแถวหน้าของประเทศ เกรดไม่ได้ต่ำกว่ามาตรฐานแถมยังดีจนน่าพอใจ แต่สิ่งที่น่าพอใจไปกว่านั้นก็คงเป็นรูปติดบัตรรูปนั้น

          คนอะไรขนาดยิ้มเกร็งๆ แบบนั้นยังดูน่ารักได้

          ในหัวสมองของพลับพลามีแต่เรื่องของนักศึกษาฝึกงานคนนั้นทั้งๆ ที่เขาไม่ยักจะเคยสนใจเด็กพวกนี้หรือคนในบริษัทเลยด้วยซ้ำ

          เพราะจะเป็นใครมาจากไหน สุดท้ายคนในบริษัทบ้านั่นก็เป็นเหมือนกันเสียหมดไม่ใช่หรือ

          คิดเพลินจนไม่รู้ตัวเลยว่าเขานำตัวเองมาจนถึงชั้น 9 ของคอนโดมิเนียมแล้ว แถมยังไม่ทันสังเกตอีกว่าเขากำลังมีเพื่อนบ้านใหม่เพิ่งย้ายเข้ามาร่วมชั้น ประตูห้องที่อยู่ใกล้ลิฟต์มากที่สุดถูกเปิดกว้างจนสุด ทางเข้าถูกขวางด้วยรถเข็นที่เต็มไปด้วยข้าวของมากมาย ทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ พื้นฐานของพลับพลาไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องของใคร เขาคงเดินจ้ำอ้าวเข้าห้องของตัวเองที่อยู่สุดทางเดินไปแล้ว หากไม่ติดว่าเขาคุ้นหน้าคุ้นตาเด็กหนุ่มที่พยายามยกกล่องใบใหญ่นั่นขึ้น

          นั่นคงไม่ใช่เด็กฝึกงานที่เขาพะวงถึงอยู่หรอกมั้ง?

          เพราะคนตรงหน้านั้นดูดีกว่าในรูปเสียอีก

          ตอนแรกร่างโปร่งคิดจะลอบสำรวจใบหน้าต้องสงสัยนั้นว่าใช่คนเดียวกันกับคนที่ยิ้มเกร็งในรูปหรือไม่ แต่พอเห็นว่าคนตัวเล็กพยายามยกกล่องลังเท่าไหร่ก็ยกไม่ขึ้นสักทีจนเริ่มทำท่าจะร้องไห้ออกมานั่นแหละ เขาถึงรีบเดินเข้าไปช่วย

          “น้องครับ ไหวไหม ให้พี่ช่วยไหมครับ”

          “!!?” คนตัวเล็กสะดุ้งอย่างกระต่ายขี้ตกใจ พอตั้งสติได้ ริมฝีปากบางจึงเอื้อนเอ่ยออกมา “ครับ เอ่อ รบกวนด้วยนะครับ มันหนักมากเลย”

          มือเรียวสวยแต่กลับแข็งแกร่งกว่าเริ่มจับกล่องลังอีกฝั่งเพื่อช่วยถ่ายน้ำหนัก เจ้าของห้องใหม่รู้สึกว่าอยู่ๆ ไอ้กล่องบ้านี่ก็ดูไม่หนักขึ้นมาเลยเมื่อพี่ชายคนนี้มาช่วยยกเข้าไปข้างใน แถมอีกฝ่ายยังใจดีช่วยขนของจนหมดรถเข็นอีกด้วย

          “แฮ่ก หมดแล้ว ขอบคุณนะครับ อะ เอ่อ…”

          เพราะมัวแต่วุ่นวายกับการขนของ เด็กหนุ่มจึงเพิ่งรู้ตัว

          พี่ชายใจดีตรงหน้า สวยเป็นบ้าเลย

          “ครับ?” พลับพลายิ้มบางๆ พลางเลิกคิ้ว ปฏิกิริยาแบบนั้นไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่เขาเคยเห็น อาการประหม่าแบบนั้นทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเด็กคนนี้กำลังคิดอะไร

          น่าแกล้ง…

          “อะ…อ๋อ! คือผมจะถามว่าพี่ชื่ออะไรหรอครับ” พอตั้งตัวได้ก็รีบถามไถ่เพื่อผูกมิตร

          “พลับพลาครับ แล้วเราล่ะ”

          “ขอบฟ้าครับ”

          พลับพลาเหมือนลืมวิธีหายใจไปครู่หนึ่ง

          ฟ้ากำลังเล่นตลกอะไรกับเขา อะไรจะบังเอิญเหมือนจับวางขนาดนั้น

          “ขอบฟ้า…” เจ้าของใบหน้าสวยทำท่าคิด

          “มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

          “ไม่มีอะไรครับ” พลับพลาถามเพิ่มเติมให้แน่ใจ “เพิ่งย้ายมาหรอ ชั่วคราวหรือถาวร”

          “ชั่วคราวน่ะครับ ผมย้ายมาฝึกงาน พอดีบ้านผมอยู่ไกลมากก็เลยมาเช่าคอนโดอยู่ เดี๋ยวก็เริ่มฝึกพรุ่งนี้แล้วครับ”

          ใช่จนไม่รู้จะใช่อย่างไรแล้ว

          “พี่…อมยิ้มอะไรหรอครับ?”

          “เปล่าครับ” พลับพลาตัดสินใจไม่เฉลย รอให้เด็กโดนเซอร์ไพร์สเอาเอง “แล้วนี่ทานข้าวมาหรือยัง”
         
          “ยังเลยครับ”

          “งั้นลงไปทานข้าวกันไหม ข้างล่างมีร้านอร่อยๆ เพียบเลย เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”

          “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเกรงใจแย่เลย”

          “ไปด้วยกันน้า…” คนมากสเน่ห์กำลังโปรยสเน่ห์ “นะครับ ไปกับพี่น้า พี่หิวมากเลย”

          หัวใจของขอบฟ้ากำลังแย่

          พี่พลับพลาสวย และดูดีมากๆ จนเขาเขินที่จะมองหน้าไปหมด เพราะอีกฝ่ายตัวสูงกว่าเลยโน้มใบหน้าอันงดงามนั้นลงมาให้อยู่ระดับเดียวกันกับใบหน้าของขอบฟ้า นั่นมันทำให้เราใกล้กันขึ้นไปอีก คนตัวเล็กถูกกลิ่นหอมจากพลับพลามอมเมา ไหนจะสายตาที่แพรวพราวนั่น ไม่นับเสียงที่ออดอ้อนอีกอย่าง

          “…ก็ได้ครับ”

          พลับพลายิ้มอย่างพอใจ

          ดูเหมือนวันนี้จะไม่ใช่วันที่แย่เสียทีเดียวนี่นา…

          ร่างสูงโปร่งพาขอบฟ้ามาร้านอาหารอิตาลีใต้คอนโด คนเด็กกว่าไม่ได้สนใจงานอินทีเรียที่สวยงามของร้านเลยแม้แต่น้อย เพราะเจ้ามือตรงหน้านี่ดึงความสนใจจากทุกอย่างไปหมดเลย

          ระหว่างรออาหาร ขอบฟ้าอดแอบมองพี่ชายคนสวยไม่ได้ พลับพลาเป็นผู้ชายที่สวย มองอีกมุมก็ดูหล่อมากเช่นกัน ขนตาเรียงแพสวย นัยน์ตาสีอมน้ำตาล จมูกโด่งรับกับริมฝีปากหยัก ตุ้มหูเส้นยาวสีเงินที่ติดบนใบหูข้างเดียวยิ่งขับสเน่ห์ องค์ประกอบทั้งหมดนั้นสมบูรณ์แบบจนขอบฟ้านึกว่าเป็นภาพเรนเดอร์ เขาไม่ใช่คนเดียวแน่ๆ ที่ชอบใบหน้าของพี่พลับพลา ขอบฟ้านึกอิจฉาหน้าสวยๆ นั้น สวยๆๆๆ เขาอยากสวยแบบนั้นบ้างจัง ทำยังไงถึงจะดูดีแบบพี่ชายใจดีคนนี้ได้นะ?

          ตอนนี้คนตัวเล็กได้แอบสมัครเป็นแฟนคลับของร่างโปร่งอย่างลับๆ ไปแล้ว

          และทำไมพลับพลาถึงจะไม่รู้ตัวเล่า…ว่ากำลังถูกมองอยู่

          “แอบมองพี่หรอครับ?”

          คนแอบมองสะดุ้งโหยงเมื่อถูกจับได้ คนอายุมากกว่ายิ้มล้อเลียนจนทำให้ขอบฟ้าต้องเบือนหน้าหนีความเขิน

          “ผม…มองตุ้มหูของพี่ต่างหากครับ” ขอบฟ้าพูดโดยไม่มองหน้าคู่สนทนา แม้จะเสียมารยาทแต่เขาไม่สามารถสู้หน้าได้จริงๆ

          “ว้า…เสียใจจัง นึกว่ามองหน้าพี่เสียอีก” พลับพลาแสร้งทำเสียงน้อยใจ “แล้วขอบฟ้าไม่อยากมองหน้าพี่หรอครับ?”

          พลับพลาบอกแล้ว

          ว่าขอบฟ้าน่ะ น่าแกล้ง

          “ม…ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ”

          “งั้นก็มองหน้าพี่สิ” คนสวยแกล้งยื่นหน้าเข้าไปอีกนิด “จะมองก็ได้ พี่ไม่เห็นว่าอะไรเราเลย”

          “ไม่เอาครับ” ใครจะกล้ามองตรงๆ เขินตายเลย

          “ทำไมล่ะ?”

          “คือมัน…งื้อ ไม่มีอะไรครับ”

          และพลับพลาก็บอกแล้ว

          ว่าขอบฟ้าน่ะ น่ารัก

          “ถ้าไม่มีอะไรแล้วทำไมไม่ยอมมองหน้าพี่ล่ะครับ เมื่อกี้ยังจ้องอยู่เลยนี่นา” พลับพลากำลังสนุกสนานกับการทำให้แก้มสองลูกนั้นแดงก่ำมากกว่าเดิม

          “ผมไม่ได้จ้องนะ”

          “จริงหรอ แต่เมื่อกี้น่ะ…” นิ้วเรียวล็อคปลายคางมนให้หันกรอบหน้าเล็กมาประจันกับตัวเอง แล้วเชยคางอีกฝ่ายให้ยกขึ้นพร้อมสบดวงตากลมของเด็กหนุ่ม “…เราจ้องพี่แบบนี้เลยนะ”

          คนสวยกำลังมองคนน่ารักที่ประหม่าสุดขีด ใบหน้าแดงแจ๊ดลามไปถึงใบหู รวมถึงจมูกรั้นนั่นด้วย ริมฝีปากเล็กที่ดูนุ่มนิ่มขบเม้มเข้าหากันอย่างที่เจ้าของร่างไม่รู้ตัว ดวงตาใสช้อนมองขึ้นครู่หนึ่งก่อนที่จะหลบสายตาอย่างเคย

          “พี่พลับพลาอย่ามาแกล้งฟ้านะ”

          แต่พลับพลายังไม่เคยบอกอย่างหนึ่ง

          ว่าขอบฟ้าน่ะ…โคตรน่าขย้ำ







___________________________


          วันนี้เป็นวันฝึกงานวันแรกของขอบฟ้า

          และเขาก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ควรหย่อนตัวเองไว้ส่วนไหนของแผนก ด้วยชุดนักศึกษาที่เด่นหราทำให้ขอบฟ้าดูแตกต่างกับพนักงานออฟฟิศของที่นี่อย่างเห็นได้ชัด และนั่นทำให้เด็กหนุ่มประหม่าไม่น้อย

          “ใช่น้องขอบฟ้า เด็กฝึกงานหรือเปล่าเอ่ย” เพราะขอบฟ้ามัวแต่เดินป้ำๆ เป๋อๆ อยู่แถวแผนก เลยมีพี่ผู้หญิงใจดีคนนึงเข้ามาถาม

          “ใช่ครับ”

          “ตามพี่มาเลยค่ะ”

          พี่ชื่อแก้วนะคะ เป็นเลขานุการ เธอแนะนำตัวแบบนั้นก่อนที่จะพาทัวร์แผนกอย่างคร่าวๆ พอให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร โต๊ะประจำของขอบฟ้าอยู่ตรงไหน พอได้ที่สิงสถิตเขาก็มานั่งแหมะอยู่กับที่ ขอบฟ้ารู้สึกแปลกแยกขึ้นอีกเพราะโต๊ะตัวที่เขานั่งค่อนข้างห่างจากโต๊ะของพี่ๆ คนอื่นในออฟฟิศ จะว่าดีก็ดีที่รู้สึกเป็นส่วนตัว จะว่าไม่ดีก็ตรงรู้สึกเหงาแปลกๆ นี่แหละ

          “นั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่เลี้ยงฝึกงานเขาก็มาแล้ว มีอะไรอยากถามก็ถามพี่ได้เลยนะ”

          พี่แก้วบอกทิ้งท้ายอย่างใจดีไว้แค่นั้นก่อนที่จะไปทำงานของตัวเอง เหลือไว้เพียงสายตาของพี่ๆ คนอื่น ขอบฟ้าเดาไม่ออกหรอกว่ากำลังมองมาด้วยสายตาแบบไหน บางกลุ่มก็ทำท่าซุบซิบกัน บางกลุ่มก็ดูพยายามส่งยิ้มแบบเป็นมิตรมาให้ และบางกลุ่มก็ทำเหมือนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเด็กฝึกงานนั่งอยู่ตรงนี้

          “สเป็คไอ้จาเลย ว่าปะ” พนักงานเปิดประเด็นซุบซิบกันอย่างแอบๆ

          “ก็จริง หน้าซื่อๆ ตัวเล็กๆ ขาวๆ แบบนั้น”

          “แกว่ารอดไหม”

          “ไม่น่านะ”

          “โอ้ย พูดอะไรแบบนั้น ไอ้จามีแฟนแล้วไม่ใช่หรอ”

          “เออจริง ว่าแต่คอนเฟิร์มแล้วหรอว่าเป็นแฟนกัน”

          “ไม่รู้ๆ แต่ส่งสายตาหวานเชื่อมกันขนาดนั้นก็ไม่ใช่อย่างอื่นละปะ”

          “ถ้างั้นก็ได้แต่ภาวนาว่าเด็กคนนั้นจะไม่— “

          “พี่ๆ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”

          ขอบฟ้าไม่ได้โง่ถึงกับไม่รู้ว่าพี่ๆ กลุ่มนี้กำลังพูดถึงเขาอยู่ ถึงจะไม่รู้ว่าพูดอะไรกันบ้างก็เถอะ พอเดินเข้ามาพูดด้วยหน่อยก็ทำหน้าเลิ่กลั่กกันใหญ่

          “อะ...เอ่อ น้องฝึกงานใช่ไหมเอ่ย” เธอปั้นหน้าเป็นมิตรราวกับไม่เคยนินทาใครมาก่อน “พี่เลี้ยงฝึกงานเรายังไม่มาใช่ไหม งั้นเอางานเล็กๆ ของพี่ไปช่วยก่อนแล้วกัน ถ้าบอสมาเห็นว่าว่างงานเดี๋ยวจะโดนมองไม่ดีเอา”

          “แต่วันนี้พี่แก้วบอกว่าบอสลากิจนะ” หนุ่มออฟฟิศอีกคนว่า

          “จริงหรอ โชคดีแล้วลูกที่ไม่มาเจอบอสตั้งแต่วันแรก โอ้ย พูดแล้วก็ขนลุก”

          “บอสดุหรอครับ”

          “ดุอย่างกับหมา!”

          “เบาหน่อยมึง เดี๋ยวพี่แก้วได้ยินก็เอาไปฟ้องหรอก”

          “เออๆ ช่างบอสอะไรนั่นไปเถอะ เอาเป็นว่าระหว่างรอหนูช่วยไดคัทรูปนี้ให้พี่หน่อยนะคะ เดี๋ยวพี่ส่งไฟล์ให้”

          พออย่างนี้ล่ะพูดดีเชียว...

          เด็กฝึกงานไม่ได้อิดออดที่จะช่วยงานแต่อย่างใด เพราะเขาตั้งใจมาเรียนรู้งานอยู่แล้ว เพียงแต่ที่กังวลก็คือความดุของบอสอย่างที่พี่คนนั้นว่า ขอบฟ้าไม่ชอบคนดุเลย ไม่ชอบให้ใครมาพูดจาร้ายๆ ใส่

          แต่ช่างเถอะ วันนี้คนดุที่ว่านั่นไม่อยู่นี่นา ค่อยไปเตรียมใจวันอื่นแล้วกัน

          ขอบฟ้าปลุกคอมพิวเตอร์ของบริษัทให้ตื่นขึ้นพร้อมสำหรับการใช้งาน พี่คนนั้นส่งไฟล์มาให้ภายในเวลาไม่นาน จริงสิ เขายังไม่รู้จักชื่อพี่ๆ เลยนี่นา ส่วนพี่ๆ ก็คงไม่รู้จักชื่อเขาเช่นกัน ช่างมันเถอะ คนพวกนี้คงจะงานล้นมือเกินกว่าจะมาสนใจเรื่องอื่นๆ ล่ะมั้ง?

          ว่าแต่ไอ้ไดคัทรูปที่ว่า...ก็คือไดคัทรูปนางแบบที่ผมพลิ้วสลวยที่มีพื้นหลังเป็นวิวธรรมชาติ

          ใช่ เขาต้องนั่งไดคัทเส้นผม

          เด็กหนุ่มใช้วิธีที่ตนถนัดในการตัดรูป เขากดซูมเข้าซูมออกในการไดคัทให้เหลือแต่พื้นหลังสีขาว แต่ดูเหมือนจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะเส้นผมของนางแบบสยายสวยงามไปทุกทิศ เขาต้องมานั่งตาแตกกับรายละเอียดที่อยากจะทำออกมาให้ดีที่สุด

          “ทำแบบนี้จะง่ายและเร็วกว่านะ”

          ขอบฟ้าไม่ทันสงสัยว่าเป็นเสียงของใครที่พูดกับตน ฝ่ามือใหญ่และหยาบกร้านประทับลงบนมือเล็กที่กำลังควบคุมเมาส์อยู่ กลับกลายเป็นว่ามือของขอบฟ้ากำลังถูกควบคุมอีกทีหนึ่ง เด็กหนุ่มรับรู้ได้ว่าใบหน้าของอีกฝ่ายนั้นอยู่ใกล้เขามากจนสัมผัสได้ถึงลมหายที่รดต้นคอนั้น ร่างเล็กเกิดความเกร็งเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นดวงตากลมก็จดจ่ออยู่กับหน้าจอเพื่อเรียนรู้งาน

          แต่วิธีนี้มันไดคัทเส้นผมได้ง่ายและเร็วกว่าจริงๆ นั่นแหละ...

          “ขอบคุณนะครับพี่ อะ...”

          เขาตั้งใจจะเห็นไปขอบคุณและถามชื่อถามแซ่

          แต่พอเห็นสายตามันวาวที่จ้องกลับมา ทำให้ขอบฟ้ารู้สึกเหมือนถูกไฟช็อต

          “พี่ชื่อจาร์ฟานะครับ”

          เสียงนุ่มทุ้มนั้นเอ่ยกับกระต่ายขาวตัวน้อย

          “เป็นพี่เลี้ยงฝึกงานของเรา”

          ปลายนิ้วลูบไล้หลังมือเนียนนุ่มเพื่อสื่อสารบางอย่าง

          “มีอะไรถามพี่ได้เลยนะครับ มีเรื่องที่อยากสอนเราเยอะแยะเลย...”

          ...ราวกับถูกเชิญชวน...ให้คล้อยตาม ลุ่มหลง

          “ตอนนี้พี่ไม่ค่อยว่าง เอาไว้เรียนรู้กันนอกเวลาดีไหมครับ? ”

          ...กระต่ายน้อยรู้ตัวดีว่ากำลังถูกเสือหลอกล่อ

          ...รู้ดีว่าหากเดินตามเข้าไปในถ้ำ...จะเจอกับอะไร


          “อ๊ะ ไหนพี่จาฟาร์บอกว่า...อึก จะพามาสอนงาน อ๊า!”

          “พี่ก็กำลังสอนอยู่ไงคะ”

          “อะ อ๊ะ อ...อย่าทำรอยนะครับ”

          “นิดเดียวนะคะเด็กดี”

          ...รู้ทั้งรู้ว่าจะโดนกลืนกิน...แต่ก็ยังอยากรู้อยากลอง







___________________________



ออฟไลน์ TiXA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
Re: > ล้ำเส้นขอบฟ้า <
«ตอบ #2 เมื่อ27-06-2021 22:52:42 »


          ติ๊ง!

          เสียงลิฟต์ปลุกให้ขอบฟ้าตื่นจากภวังค์ เขาเอาแต่คิดถึงเรื่องเมื่อวาน การฝึกงานวันแรกของเขาไม่มีอะไรเลยนอกจากเรื่องนั้น...

          ที่ผ่านมาขอบฟ้าถูกเลี้ยงดูราวกับไข่ในหิน ไม่ได้อยู่หอพักหรือคอนโดใกล้มหาวิทยาลัยเหมือนเพื่อนคนอื่น มีรถมารับส่งกลับบ้านตลอด ถูกสอดส่องจากครอบครัวอยู่เสมอ หวงอย่างกับอะไรดีทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ใช่เด็กอมมือแล้ว ทำให้การทำเรื่องอย่างว่าไม่ค่อยสะดวกนัก นับเป็นโชคดีของขอบฟ้าที่ได้ที่ฝึกงานห่างไกลจากบ้านจนต้องย้ายไปอยู่คอนโด ทำให้ได้ใกล้ชิดกับคำว่าอิสระภาพมากขึ้น

          พอนึกขึ้นได้เขาก็อยากจะหยิกตัวเองในเมื่อวานทีนึง โทษฐานที่ใจง่ายเกินไป หลังจากเลิกงานเสร็จพี่จาฟาร์ก็ชวนไปสอนงานที่ห้องของพี่เขา ขอบฟ้าไม่ได้โง่ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร พี่จาฟาร์จัดอยู่ในสเป็คของเขามากๆ หุ่นล่ำ หน้าคม แถมยังแพรวพราวอย่างชัดเจน ราวกับน้ำมันมาเจอกับไฟ เลยทำให้เกิดเพลิงไหม้ร้อนรุ่มได้อย่างง่ายดาย

          ถ้าแม่รู้ต้องถูกแม่ตีแน่ๆ เลย...

          เพราะมัวแต่เหม่อลอย ขอบฟ้าจึงไม่ได้สังเกตว่ามีคนจากชั้น 2 เดินเข้ามาในลิฟต์ด้วย

          แต่แล้วก็เริ่มรู้สึกตัว...ว่าตัวเองกำลังถูกมองอยู่

          “!!!”

          ขอบฟ้าไม่อยากจะเชื่อตัวเองหันไปพบกับอะไร

          เขาพบกับพี่พลับพลาคนสวย...ไม่สิ ถ้าเรียกว่าคุณพลับพลาคงจะเหมาะสมเสียกว่า เพราะขณะนี้เจ้าตัวสวมชุดสูทสีดำราคาแพงที่เข้ากับรูปร่างสูงโปร่งนั่น ผมเผ้าถูกจัดทรงให้เป็นระเบียบอย่างทางการ เสริมบุคลิกให้พลับพลาดูสุขุมและน่าเคารพนับถือขึ้นเป็นกอง

          “พี่...เอ่อ...คุณ ทำไมถึง...” ขอบฟ้าไม่รู้จะเรียบเรียงประโยคอย่างไรกับคนตรงหน้านี้

          “เจอกันอีกแล้วนะครับน้องขอบฟ้า” พลับพลากำลังกลั้นขำกับสีหน้าของกระต่ายตัวน้อย

          “พี่มาทำอะไรที่นี่หรอครับ”

          “มาทำงานเหมือนเราไงครับ”

          “...ครับ? เอ่อ...”

          พลับพลาสนุกสนานกับการแกล้งกระต่ายขาว

          แต่ดูเหมือนว่ากระต่ายขาวของเขาจะถูกกัดมาหรือเปล่านะ?

          คนตัวสูงโน้มตัวลงมาดูรอยอะไรบางอย่างที่ต้นคอของขอบฟ้าชัดๆ คนมากประสบการณ์อย่างเขาเดาไม่ยากเลยว่ารอยนั่นมันหมายถึงอะไร เจ้ากระต่ายตัวนี้นี่...ไม่เบาเลยแฮะ

          “คือ...มันไม่ใช่นะครับ— “

          ไม่ทันได้แก้ตัว นิ้วชี้เรียวของพี่พลับพลาก็ประทับลงบนริมฝีปากนุ่มของขอบฟ้าไม่ให้เอื้อนเอ่ยคำใดอีกต่อไป

          “ชู่ว...”

          “...”

          “เงียบเอาไว้จะดีกว่านะ” เขาจัดปกชุดนักศึกษาให้บดบังรอยเจ้าปัญหานั่นมากขึ้น “อย่าให้ใครเห็นเข้าล่ะ”

          ติ๊ง!

          สัญญาณลิฟต์ตะโกนร้องเมื่อถึงชั้นที่หมาย พลับพลายิ้มให้เด็กหนุ่มทิ้งท้ายก่อนจะเดินนำลิ่วออกจากลิฟต์ ขอบฟ้าใจเต้นระรัวเมื่อเห็นว่าพี่คนสวยกำลังเดินตรงไปยังแผนกกราฟฟิค แผนกเดียวกันกับที่เขาฝึกงาน คนตัวเล็กได้แต่ภาวนาว่าขอให้ไม่ใช่อย่างที่คิด แต่แล้วพระเจ้าก็บดขยี้คำขอพรนั้นจนแหลกสลายเมื่อเห็นว่าพี่พลับพลาหายเข้าไปในห้องๆ หนึ่งที่เขียนว่า...

          Graphic Design Supervisor*







          “แกคิดเหมือนฉันไหมบีหนึ่ง”

          “ฉันก็คิดเหมือนนายนั่นแหละบีสอง”

          พี่พนักงานกลุ่มเดิมจับกลุ่มซุบซิบ

          และขอบฟ้ากำลังพยายามแอบฟังหน้าเครียด

          “เมื่อวานค่ะ ฉันเห็นจาฟาร์กับเด็กนั่นกลับด้วยกัน”

          “วันนี้ครับ ผมเห็นรอยแดงๆ ที่คอน้องด้วย”

          “เมื่อเช้าค่ะ เห็นว่าเมียหลวง เอ้ย...บอสกลับมาทำงานแล้ว”

          “เมื่อเช้าเหมือนกันครับ ไอ้จากับบอสดูตึงๆ แปลกๆ ไม่เห็นจะหวานหยดเหมือนแต่ก่อน อะหรือว่า...”

          “ตายๆ ละครหลังข่าวเริ่มฉายแล้วค่า”

          ขอบฟ้านำสิ่งที่ได้ยินมาปะติดปะต่อกันเอาเอง สรุปใจความได้ว่า...

          พี่พลับพลากับพี่จาฟาร์เป็นแฟนกันหรอ...

          มือเล็กเริ่มสั่นเทา น้ำตาเริ่มเอ่อขึ้นมาคลอเบ้า ขอบฟ้าไม่รู้ ขอบฟ้าไม่ได้ตั้งใจ ขอบฟ้าผิด ขอบฟ้าคิดน้อยเกินไป ขอบฟ้าไม่ได้อยากเป็นมือที่สามของใคร แล้วทำไมพี่พลับพลาถึงทำงานที่นี่ ไม่สิ พี่พลับพลาต้องรู้อยู่แล้วว่าเขาจะมาเป็นเด็กฝึกงาน แต่ทำไมถึงแกล้งไม่รู้ไม่ชี้ แล้วทำไมพี่พลับพลาถึงไม่เข้าออฟฟิศเมื่อวาน หรือว่าจะทะเลาะกับพี่จาฟาร์จริงๆ หรือว่า...

          “ขอบฟ้า”

          “!!!”

          “เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าซีดๆ”

          “ไม่มีอะไรครับพี่...คุณพลับพลา

          พลับพลาพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินหายไป

          ยิ่งทวีคูณความรู้สึกผิดของขอบฟ้า ทั้งๆ ที่คุณพลับพลาดีกับเขาขนาดนั้น...แต่เขากลับทำเรื่องเลวๆ ตอบแทน







          วันนี้เป็นวันที่ขอบฟ้าทำงานไม่รู้เรื่องเลย

          เขาหลบหน้าทุกคน พยายามหลีกเลี่ยงที่จะพูดคุยกับใครก็ตามแม้ว่าจะเป็นพี่จาฟาร์ผู้เป็นพี่เลี้ยงฝึกงาน เวลาพักกลางวันเขาก็รีบวิ่งแจ้นหนีไปทานข้าวคนเดียวที่อื่น ไม่กล้าสู้หน้าใครทั้งสิ้น จนถึงเวลาเลิกงานเขาก็รีบเก็บข้าวของกลับคอนโดเป็นคนแรก แล้วมานอนร้องไห้อยู่อย่างนั้น

          คุณพลับพลาต้องเกลียดเขาแน่ๆ เลยถ้าความลับแตก

          ทำยังไงดี...ทำยังไงดี

          ขอบฟ้าร้องไห้จนเกรงว่าน้ำตาจะท่วมห้องเอา เขาคิดไปต่างๆ นานาถึงฉากในละครไทย จุดจบของเมียน้อยมันไม่สวยสักคนหรอก

          นอกเสียจากรีบไปยอมรับสารภาพ ก่อนที่คุณพลับพลาจะรู้ด้วยตัวเอง

          เมื่อคิดได้อย่างนั้น เด็กหนุ่มปาดน้ำตาลวกๆ ก่อนที่จะตรงดิ่งไปที่ห้องของใครบางคนที่อยู่สุดทางเดิน คุณพลับพลาเคยบอกไว้ว่าถ้ามีปัญหาอะไรให้มาเคาะห้องนี้ได้เลย และวันนี้ขอบฟ้าก็เคาะขึ้นมาจริงๆ

          ไม่กี่อึดใจ บานประตูตรงหน้าก็แง้มเปิดออกมา

          “ขอบฟ้า!? เกิดอะไรขึ้น ร้องไห้ทำไม”

          “ฮึก...พี่พลับพลา...ผมขอโทษ ฮือ...”

          พลับพลางงเป็นไก่ตาแตกเมื่อเห็นขอบฟ้าร้องไห้ราวกับฟ้าจะถล่มลงมา ไวเท่าความคิด เขารีบดึงคนตัวเล็กเข้ามาในห้องก่อนที่ใครจะผ่านมาเห็น จับเด็กหนุ่มนั่งลงบนโซฟานุ่มเพื่อคุยกันดีๆ หรือว่าเขาจะแกล้งเด็กคนนี้แรงเกินไปนะ...

          “ใครทำอะไรขอบฟ้าครับ บอกพี่หน่อยซิ” ร่างสูงใช้โทนเสียงปลอบโยนพร้อมลูบศีรษะเล็กอย่างแผ่วเบา

          “ผมขอโทษ...ฮึก...ผมขอโทษนะ” ขอบฟ้าเอาแต่ขอโทษไปมา “คุณจะเกลียดผมก็ได้ แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ฮึก ฮือ...”

          “ขอโทษอะไรครับ ขอโทษพี่ทำไม ขอบฟ้าไปทำอะไรมา? ”

          “ผม...”

          “...”

          “ผมไปมีอะไรกับแฟนคุณ ผม...”

          “...”

          “ฮึก... ผมขอโทษ ผมผิดเองที่ทำอะไรโดยไม่คิด ผมนึกว่าเขายังไม่มีแฟน”

          “ขอบฟ้า”

          “ผมผิดไปแล้ว คุณพลับพลาจะโกรธผมก็ได้ ฮือ ผมมันแย่ที่สุดเลย”

          “ขอบฟ้า ฟังพี่”

          “คุณจะ..ฮึก...จะด่าผมยังไงก็ได้เลยนะ ฮือ...”

          “ขอบฟ้า!”
         
          “...!”

          “พี่ยังไม่มีแฟน”

          “...”

          “เกิดอะไรขึ้น ไหนเล่าให้พี่ฟังซิ”

          ขอบฟ้ายอมหยุดร้องไห้ แม้จะยังไม่เข้าใจอะไรเลยแต่ก็ยอมเล่าเรื่องทั้งหมดให้พลับพลาฟัง

          และนั่นทำให้พลับพลายิ้มเย็น

          “พี่ขอยืนยันอีกครั้ง ว่าจาฟาร์ไม่ใช่แฟนพี่”

          “แล้วทำไมพวกพี่ๆ ในออฟฟิศถึง...”

          “พวกนั้นก็เป็นเสียอย่างนั้น คิดเอง เออเอง แล้วก็เอาไปนินทา แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาถามพี่สักคน” พลับพลาหัวเราะ “นี่ วันหลังอย่าไปเชื่อมากล่ะรู้ไหม”

          “ถ้างั้น...คุณพลับพลากับพี่จาฟาร์ก็เป็นแค่หัวหน้ากับลูกน้องหรอครับ”

          “อืม...” พลับพลาคิดอะไรในหัวนิดหน่อย “จะว่าแบบนั้นก็ใช่”

          “...”

          “อะไรกัน ทำไมทำหน้าไม่เชื่อพี่แบบนั้นล่ะ”

          “พวกคุณไม่ได้เป็นอะไรกัน...แต่แอบชอบกันใช่ไหม”

          “ขอบฟ้า...”

          “ผมมาทำให้คุณผิดใจกันใช่ไหม ฮึก ถ้าแบบนั้นผมก็ผิดอยู่ดี”

          “นี่ ไม่ใช่แบบนั้น...”

          “ผมทำให้คุณเสียใจใช่ไหม หลังจากนี้ผมจะไม่ทำอีกแล้ว ฮือ ผม ผม...”

          “นี่ก็คิดเองเออเองไปอีกคนแล้วนะ”

          พลับพลาว่าเสียงดุ อันที่จริงมันไม่ใช่กงการอะไรของเขาเลยที่ต้องมาบอกความจริงกับเด็กคนนี้

          แต่ในเมื่อน้ำตาหยดใสที่ไม่หยุดไหลกับใบหน้าที่น่าสงสารนั่นมันกวนใจเขาไม่หยุดนี่สิ..

          “เลิกคิดเองแล้วฟังพี่บ้าง...พี่กับจาฟาร์เป็นแค่ friend with benefits กัน”

          “...!!”

          “แล้วจากที่ฟังเราเล่ามา เราก็ไม่รู้เรื่องของจาฟาร์จริงๆ นี่”

          “ถึงจะอย่างนั้น...คุณไม่รู้สึกอะไรบ้างหรอ”

          “พี่ต้องรู้สึกอะไรดีล่ะ หืม? ”

          “ปกติคนที่อยู่ในความสัมพันธ์นี้...อย่างน้อยก็ต้องมีความรู้สึกอะไรบางอย่างไม่ใช่หรอครับ”

          “รู้สึกอะไรล่ะ...หึงงั้นหรือ? ” พลับพลาหัวเราะเบาๆ “ไม่ใช่ทุกคนที่จะหวั่นไหวได้ง่ายๆ และพี่เป็นหนึ่งในนั้น”

          “...”

          “เขาจะไปเอากับใคร ไม่ได้มีผลอะไรต่อความรู้สึกของพี่ทั้งนั้น มันก็แค่ความสนุก มันก็แค่เซ็กส์ และพี่ก็ทำตามกฎที่ตั้งไว้ได้ดี”

          “...”

          “ห่วงแต่เราเถอะ...ไม่ได้โดนเขาหลอกใช่ไหม? ” หัวหน้าแผนกสำรวจร่างกายอีกฝ่าย “ไม่ได้โดนขืนใจใช่ไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า? ”

          “ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจเอง” ขอบฟ้าสูดน้ำมูก “ว่าแต่คุณโอเคจริงๆ ใช่ไหม? ”

          “พี่ไม่เป็นอะไรเลย เรานั่นแหละ น้ำหูน้ำตาไหลจนหน้าแดงหมดแล้ว” พลับพลาว่าพลางปาดน้ำตาให้พ้นจากใบหน้าใส “แล้วใครให้เรียกว่าคุณพลับพลา”

          “ก็คุณพลับพลาเป็นหัวหน้านี่ครับ...แถมยังไม่บอกผมก่อนด้วย”

          “ขอโทษครับ พี่ตั้งใจจะแกล้งให้เราตกใจเล่นๆ แต่นอกเวลางานแบบนี้ให้เรียกพี่พลับพลานะ เข้าใจไหม? ”
         
          “...”

          “ขอบฟ้า? ”

          “ทำไมพี่พลับพลาใจดีจังเลย...” ขอบฟ้าเริ่มจะร้องไห้อีกแล้ว “ผมนึกว่าจะโดนพี่พลับพลาเกลียดแล้วซะอีก ฮือ...”

          “ร้องไห้อีกแล้ว โถ่ กี่ขวบแล้วเนี่ย”

          พลับพลาเอ็นดูคนอารมณ์อ่อนไหวก่อนจะดึงให้คนตัวเล็กมาซบในอ้อมอก ปล่อยให้ขอบฟ้างอแงจนเริ่มรู้สึกได้ว่าน้ำตาทำเอาเสื้อเขาเปียก ขี้แยเหมือนหลานชายของเขาไม่ผิด อีกฝ่ายตัวเล็กเสียจนจะจมอกร่างสูง แถมกระต่ายน้อยยังตื่นตูมเสียจนตัวสั่นระริกไปหมด

          “พ...พี่พลับพลาไม่เกลียดผมจริงๆ ใช่ไหม? ” เจ้ากระต่ายพูดเสียงอู้อี้ในอ้อมอก

          “ไม่เกลียดเลยครับ”

          “จริงนะ”
         
          “จริงสิ แต่วันหลังไม่ใจง่ายแบบนี้แล้วนะครับ ถ้าไม่ใช่พี่ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา”

          คนที่กำลังสะอึกสะอื้นเงยหน้าขึ้นมา เผยให้เห็นหน้าแดงๆ ที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ดวงตากลมใสที่หล่อเลี้ยงไปด้วยน้ำตาช้อนมองขึ้นมาอย่างออดอ้อน ริมฝีปากแดงฉ่ำเอื้อนเอ่ยออกมาเสียงหวาน “พี่พลับพลาใจดีที่สุดเลย”

          และนี่แบบทดสอบความอดทนของพลับพลา

          แม่ง

          โคตรน่าบีบ...








___________________________


          “วันนี้อยากเอาท์ดอร์หรอครับคุณพลับพลา”

          ภายในคืนนั้น พลับพลาออกมานัดเจอกับคู่กรณีที่สะพานข้ามแม่น้ำ

          “แน่นอนว่าคุณเองก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องนั้น”

          พลับพลาเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ แม้วิวข้างหน้าจะเป็นวิวเมืองที่สวยงามในยามค่ำคืน แสงไฟที่ฉายแสงประดับมหานครให้งดงามยิ่งส่งให้บรรยากาศดูโรแมนติก หากแต่ไม่ใช่สำหรับเขาทั้งคู่ในคืนนี้

          “คุณยังจำกฎของเราได้ไหม จาฟาร์”

          “ทำไมจะจำไม่ได้” ชายหนุ่มยกบุหรี่อัดลงปอดราวกับเป็นสมุนไพรชั้นเยี่ยม “ข้อแรก ในระหว่างความสัมพันธ์นี้ยังดำเนินอยู่ ห้ามนอนกับคนอื่น เพราะมันเสี่ยงเรื่องโรค”

          “...”

          “ข้อสอง ห้ามรู้สึกเกินเลยมากกว่าเพื่อนนอน”

          “...”

          “หากผิดกฎข้อใดข้อหนึ่ง...ถือว่าความสัมพันธ์นี้เป็นอันสิ้นสุดลง”

          “และคุณก็ทำผิดกฎทั้งสองข้อ”

          “...”

          “คุณรู้ใช่ไหมว่าวันนี้ผมเรียกคุณมาคุยเรื่องอะไร”

          “ผมคิดไว้อยู่แล้ว...” จาฟาร์แค่นหัวเราะ “ว่ายังไงผมก็แพ้คุณ”

          “...”

          “ผมผิดเองที่ไปรู้สึกกับคุณ...ทั้งๆ ที่เราตกลงกันเอาไว้แล้ว และรู้ว่ายังไงคุณก็ไม่มีวันรู้สึกเหมือนผม”

          ฝ่ายใดที่เริ่มรู้สึกก่อน...ก็ถือว่าพ่ายแพ้

          “ผมรู้ตัวว่าตัวเองคงไม่เหมาะกับความสัมพันธ์แบบนี้ มันไม่เสี่ยงกับโรค แต่เสี่ยงกับความรู้สึกเอาตายเลยล่ะ”

          และพลับพลา...ไม่เคยเป็นผู้แพ้เลยสักครั้ง

          “และผมก็คงจะกลับไปใช้ชีวิตแบบ one night stand เหมือนเดิม ยังไงก็คงจะไม่เจ็บปวดเท่าความสัมพันธ์แบบนี้” จาฟาร์รีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่จะดึงดาวน์ไปกว่านี้ “แล้วคุณรู้เรื่องที่ผมผิดกฎข้อแรกได้ยังไง? ”

          เขายังแอบหวังลึกๆ ว่าวันหนึ่ง พลับพลาต้องรู้สึกอย่างที่เขารู้สึกเสียบ้าง

          “ก็เจ้าตัวเล็กที่โดนคุณเขมือบวิ่งแจ้นมาสารภาพกับผมน่ะสิ”

          “สารภาพ? ”

          “ขอบฟ้าคิดว่าผมกับคุณเป็นแฟนกัน” นึกแล้วก็ยังขำกับความตื่นตูมของกระต่ายตัวนั้น “แล้วเด็กคนนั้นเป็นอย่างไรบ้างล่ะ? ”

          “ซื่อไปหน่อย แต่ก็หวานดี— “

          “ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องแบบนั้น” พลับพลาว่าเสียงแข็ง “ผมหมายถึงเรื่องฝึกงาน”

          “...”

          “ส่วนเรื่องนั้น คุณไม่ต้องมาบอกผมหรอก”

          “...”

          “เพราะผมจะเป็นพิสูจน์ด้วยตัวเอง...ว่าหวานหรือไม่หวาน”



___________________________




Talk.

ไม่ใช่รักสามเส้า ไม่ใช่3p นะคะ ดราม่าไม่เยอะค่ะ ยืนยัน นอนยัน รำยัน

พูดคุยและติดตามตอนใหม่ๆ ได้ที่ทวิตเตอร์ @TiXA_20X และแฮชแท็ก #ล้ำเส้นขอบฟ้า นะคะ


*หมายเหตุ

Graphic Design Supervisor = หัวหน้าฝ่ายออกแบบกราฟฟิค

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 524
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
งือออออ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2013
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1
 :pig4:
 o13

ออฟไลน์ GBlk

  • ขอให้สรรพสัตว์จงมีความสุข
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1440
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +82/-43
แซ่บเวอร์

ออฟไลน์ TiXA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
2
The nails

   คุณเป็นคนที่สนใจเสียงรอบข้างไหม

   “ไม่ดีกว่าครับพี่พลับ เดี๋ยวผมขับไปออฟฟิศเองดีกว่า”

   แล้วคุณแคร์ว่าคนจะพูดถึงคุณแบบไหนหรือเปล่า

   “ทำไมล่ะ ยังไงก็ไปทางเดียวกันอยู่แล้ว ไปกับพี่ก็ได้ รถจะได้ไม่ติดเพิ่มด้วย”

   สำหรับขอบฟ้า เขาหูไวต่อเสียงรอบข้างราวกับกระต่ายป่า

   “คือผมกลัวว่าถ้าคนอื่นเห็นว่าเรามาด้วยกันแล้วจะ...เข้าใจผิด”

   “เข้าใจผิดว่า?” คนที่ถูกปฏิเสธยืนกอดอกพร้อมพิงสะโพกกับตัวรถพลางมองท่าทางกังวลของเด็กหนุ่ม

   “ไม่รู้สิครับ เมื่อวานผมเพิ่งถูกพูดถึงเรื่องราวระหว่างพี่กับผม ไม่รู้ว่าถ้ามาด้วยกันจะถูกพูดถึงแบบไหนอีก”

   นั่นไม่ใช่คำตอบที่พลับพลาแปลกใจนัก เขาพอจะมองออกว่าเด็กคนนี้เป็นคนอย่างไร ตื่นตูม ขี้ตกใจ อ่อนไหว และหูไว

   ก็บอกแล้วไง...ว่าเหมือนกระต่าย

   “อันที่จริงพี่ไม่ค่อยแคร์เรื่องแบบนั้นเท่าไหร่ แต่ถ้าเราแคร์ก็พอเข้าใจได้” พลับพลายิ้มเบาๆ ก่อนที่จะเปิดประตูรถราคาแพงของตน “งั้นพี่ไม่บังคับแล้วกัน เจอกันที่ออฟฟิศ ขับรถดีๆล่ะ”

   ใจดี...พี่พลับพลาใจดี นั่นเป็นความคิดเห็นของขอบฟ้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันจนถึงตอนนี้ ทีแรกเขาคิดว่าจะโดนบังคับหรือตื้อด้วยซ้ำ แต่อีกฝ่ายกลับพูดและเข้าใจง่ายกว่าที่คิด

   ขอบฟ้าเกลียดตัวเองที่ต้องมารับรู้ว่าคนอื่นพูดถึงตัวเองยังไง เกลียดสายตาที่ดูเหมือนเขาไปทำอะไรให้ เกลียดน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตร เกลียดคนเสียงดังใส่ และเกลียดที่ตัวเองไม่มีภูมิต้านทานสำหรับอะไรพวกนี้มากพอ

   และโชคดีที่บอสของเขาไม่ได้เป็นแบบนั้น อย่างน้อยก็สำหรับตอนนี้ มันทำให้เขาไม่ค่อยเชื่อคำที่พี่ๆในออฟฟิศบอกว่าบอสดุเท่าไหร่นัก
   แต่ถึงจะแยกกันเดินทางมายังออฟฟิศก็เถอะ สุดท้ายก็มาเจอกันที่จุดหมายปลายทางในเวลาไล่เลี่ยกันอยู่ดี

   “เมื่อเช้าพี่ซื้อแซนด์วิชมาเผื่อ” พลับพลาเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเด็กฝึกงานก่อน “พอดีเมื่อกี้มัวแต่ยืนเถียงกัน เลยลืมเอามาให้น่ะ”

   “ขอบคุณนะครับพี่...คุณพลับพลา”

   ใช่ สุดท้ายก็ต้องเดินเข้าออฟฟิศด้วยกันอยู่ดี ขอบฟ้ากังวลและประหม่าที่ต้องมาเดินข้างกับพี่พลับพลาในบริษัท กลัวว่าจะมีคนในแผนกมาเห็นเข้า กลัวว่าจะถูกพูดถึง รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องปกติและห้ามกันไม่ได้ แต่เขาไม่สามารถปิดสวิตช์ขี้กังวลของตัวเองได้ง่ายๆ

   ไม่เหมือนคนข้างๆ ดูเหมือนพลับพลาจะถูกพูดถึงมากกว่าขอบฟ้ามานานด้วยซ้ำ แต่กลับไม่สะทกสะท้านใดๆ

   “นี่” หัวหน้าแผนกเรียกดึงสติขอบฟ้าขณะอยู่ในลิฟต์ “ก่อนเดินเข้าแผนกให้เดินตามหลังพี่ไว้ใกล้ๆนะ”

   ขอบฟ้าไม่รู้หรอกว่าทำไม แต่ก็ยอมทำตามไปก่อน

   ไม่นานนักก็รู้คำตอบทันที ยอมรับว่าตอนแรกเขากลัวมากๆว่าจะถูกสายตารุมมองตอนที่เดินเข้าแผนก แต่พอมีพี่พลับพลาเดินนำอยู่ข้างหน้ากลับไม่มีใครเงยหน้าขึ้นมามองเลยสักคน

   เพราะพี่พลับพลาเป็นฝ่ายกวาดสายตามองก่อน ขอบฟ้าไม่รู้หรอกว่ามองด้วยสายตาแบบไหน แต่พอรับรู้ได้ถึงรังสีอัมหิตและความมืดทมึนพอๆกับชุดสูทสีดำที่เจ้าตัวสวมใส่

   เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด เพิ่งรู้ความหมายจริงๆก็วันนี้

   นักศึกษาฝึกงานเดินเข้าที่ประจำของตัวเอง เช่นเดียวกับหัวหน้าแผนกที่เดินเข้าห้องส่วนตัวไปโดยไม่หันมากล่าวลาหรือพูดว่า ตั้งใจทำงานนะ อะไรทำนองนั้น ซึ่งขอบฟ้าคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดี

   เพราะถ้าเป็นแบบนั้น คงจะถูกมองมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้

   “สวัสดีครับขอบฟ้า” เป็นพี่จาฟาร์คนแรกที่เข้ามาทักทายกับเขา “เดี๋ยวเช้านี้เดินเอกสารให้หน่อยนะครับ พอดีพี่งานยุ่งมากเลย”

   เยี่ยม พี่เขาทำให้ขอบฟ้าเป็นจุดโฟกัสได้มากกว่าเดิมอีก

   ได้ครับ ขอบฟ้าตอบไปแบบนั้นก่อนที่จะลุกไปส่งเอกสาร อันที่จริงนับว่าเป็นการใช้งานอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์อย่างดีเยี่ยม เพราะจะได้สลัดตัวเองจากสายตาพวกนั้นเสียที แต่มันก็ชั่วคราวเท่านั้น สุดท้ายก็ต้องกลับไปนั่งประจำที่เดิม

   คนขี้กังวลหมุนฝีเท้าไปในทิศทางของห้องน้ำชายแล้วขังตัวเองไว้ในห้องส้วม มันคงเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เดียวที่เขาพอจะนึกออก เด็กหนุ่มเพียงอยากอยู่คนเดียวสักพัก หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นการเตรียมใจก่อนจะไปเป็นขี้ปากของใครๆ

   แย่ชะมัด นี่ไม่ใช่สังคมฝึกงานที่เขาคาดหวังเลย หรือมันผิดที่ตัวเขาเองที่ดันไปทำอะไรไม่เข้าท่าเสียก่อน

   “เห้ย เมื่อเช้ามึงเห็นเหมือนกูปะ”

   คนที่ขังตัวเองไว้หลังประตูสะดุ้งขึ้นเมื่อได้ยินเสียงโทนทุ้มต่ำที่เดาไม่ยากว่าเป็นผู้ชายกำลังยืนอยู่ข้างนอกนั้น และนั่นทำให้เขาต้องรับฟังอย่างช่วยไม่ได้

   “เห็นอะไรวะ”

   “ก็บอสกับเด็กฝึกงานไง”

   เด็กฝึกงานที่ว่า...กำลังเหงื่อตก

   “อ้อ เห็นดิ เดินมาด้วยกันแถมยังคุยอย่างสนิท ไม่รู้ไปคุยกันตอนไหน”

   “เออ กูก็แปลกใจที่สนิทกัน หรือบอสยังไม่รู้ว่าโดนสวมเขา”

   “นอกเสียจากได้กันแล้ว”

   เด็กฝึกงานที่ว่า...กำลังมือเย็นเฉียบ

   “เป็นไปได้นะ ยิ่งดูง่ายๆทั้งคู่อยู่อะ”

   “แต่จะบ้าหรอมึง ดูออกสาวทั้งคู่คงไม่ได้กันเองหรอกมั้ง”

   เด็กฝึกงานที่ว่า...กำลังตัวสั่นสะท้าน

   ขอบฟ้าไม่รับรู้อีกต่อไปว่าคนข้างนอกกำลังพูดอะไรต่อ มือทั้งสองข้างยกปิดหู ปิดกั้นโสตประสาทการรับเสียงให้ได้มากที่สุด เขาอยากทำอะไรที่มากกว่ามานั่งจิตตกอยู่คนเดียว ได้แต่เปิดประตูออกไปซัดหน้าสองคนนั้นในความคิด แต่ความจริงได้แต่นั่งสั่นอยู่แบบนี้

   เป็นใครหน้าไหนกัน...ที่กล้ามาตัดสินเขาทั้งๆที่ไม่รู้อะไรสักนิด

   


   “น้องขอบฟ้าครับ ว่างไหมเอ่ย คือพี่มีงานมาให้เราช่วยทำนิดหน่อย”

   ลองทายดูสิว่านี่เป็นเสียงของใคร

   “ช่วยดราฟรูปนี้ให้หน่อยรูปนึง ไม่สิ สามรูปเลยแล้วกัน พอดีงานล้นมือพี่มากเลย”

   เฉลยเลยแล้วกัน เสียงเดียวกับเสียงที่ขอบฟ้าได้ยินในห้องน้ำนั่นแหละ ต่างกันตรงโทนเสียงตอนนี้ดูอ่อนโยนจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนเดียวกันกับคนที่พูดจาน่ารังเกียจตอนนั้น

   รอยยิ้มจอมปลอมนั่นอยากทำให้ขอบฟ้าสำรอกออกมา แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่สำรอกคำว่า ‘ครับ’ ออกไป

   “ขอบคุณมากเลยครับ เดี๋ยวกลางวันนี้พี่เลี้ยงให้จุกๆเลย”

   น่าอึดอัดชะมัด พวกหน้าไหว้หลังหลอก เขาไม่รู้หรอกว่ามันดีไปกว่าการพูดจาแย่ๆซึ่งๆหน้าหรือเปล่า แต่คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่าเหตุการณ์เมื่อกี้แล้ว วิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเองก็ทำได้แค่ใส่หูฟัง เปิดเพลงดังๆจนไม่สนว่าแก้วหูมันจะสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง สายตาจดจ่อแต่หน้าจอราวกับว่างานนั้นมันน่าสนุกนักหนา

   ห้ามคนอื่นพูดไม่ได้ ก็ปิดหูตัวเองแล้วกัน...

   12.30 น.

   “น้องฟ้าครับ ไปทานข้าวกลางวันกันเถอะ” เอาอีกแล้ว คำพูดจอมปลอมมาอีกแล้ว

   “ไม่เป็นไรครับ ผมขอทำงานต่ออีกหน่อย เดี๋ยวผมตามไปทีหลัง”

   “ตามใจเรานะ”

   เด็กหนุ่มรู้สึกดีที่อีกฝ่ายไม่ได้พูดยาก เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ราวกับกักมันเอาไว้เต็มปอดตอนที่พี่ๆในออฟฟิศทยอยลงไปทานอาหารกลางวันที่ไหนสักแห่ง ถ้าเดาไม่ผิดก็คงเป็นร้านส้มตำเจ๊หมูแถวออฟฟิศ ขอบฟ้าเคยไปกับจาฟาร์และคนพวกนั้นในวันแรกที่เข้ามาฝึกงาน จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมา เขาก็พยายามหลีกเลี่ยงเท่าที่จะเป็นไปได้

   อย่างเช่นตอนนี้ งานของเขาเสร็จตั้งนานแล้วแต่ดันพูดโกหกออกไปเพื่อปกป้องตัวเอง

   ถ้าจะให้ไปนั่งท่ามกลางความปลอมเปลือกแบบนั้น...ขออดตายเสียยังจะดีกว่า

   “ฟ้า ไม่ไปพักเที่ยงหรือ?”

   คราวนี้ไม่ใช่พี่ๆพวกนั้นที่เอ่ยทักแต่อย่างใด แต่เป็นบอสพลับพลาที่เพิ่งออกจากห้องทำงาน

   “ผมว่าจะทำงานต่ออีกหน่อยเดี๋ยวค่อยลงไปครับ” ขอบฟ้าคงคำตอบแบบเดิม

   “งั้นหรือ” คนตัวสูงเดินอ้อมมาอยู่หลังเก้าอี้คนที่กำลังนั่งหน้าเจื่อน “จะทำงานแล้วทำไมเปิดยูทูปดูล่ะ?”

   “...”

   “แอบอู้?”

   “ไม่ใช่นะครับ จริงๆผมทำงานเสร็จแล้วต่างหาก” เพราะกลัวโดนดุอย่างทีใครกล่าวขานจึงสารภาพความจริงออกไป

   “แล้วโกหกพี่ทำไม”

   “ผมแค่...ยังไม่อยากลงไปทานข้าวตอนนี้” มีใครเคยบอกไหมว่าขอบฟ้าน่ะอ่านออกง่ายมาก เพียงแค่มองแววตาและสีหน้าที่ผิดปกตินั่นพลับพลาก็รับรู้ถึงอะไรบางอย่าง

   “ไปทานข้าวกับพี่ไหม ข้างนอก”

   “ข้างนอก?”

   “ขับรถออกไปอีกหน่อย ไม่ไกลมาก แต่ก็ไม่ใกล้จนคนส่วนมากจะไปกัน” หัวหน้าแผนกขยายความ

   ขอบฟ้าไม่รู้ว่าคุณพลับพลาเข้าใจความหมายของคำว่าไม่อยากลงไปทานข้าวตอนนี้หรือเปล่า

   แต่ที่รู้ๆ ตัวเขาเองกลับยอมมากับบอสพลับพลาอย่างง่ายๆจนข้ออ้างดูฟังไม่ขึ้นสักนิด

   คนโตกว่าออกรถแล้วพามาที่ร้านอาหารอีสานแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ใกล้แต่ไม่ไกลอย่างที่เจ้าตัวได้โฆษณาไว้ ลักษณะร้านแบบอินดอร์ทำให้ขอบฟ้าแอบคาดเดาในใจว่าคงไม่ใช่ร้านอาหารอีสานธรรมดา และพบว่าเดาไม่ผิดเมื่อเข้ามาในตัวร้าน ลมจากจากแอร์เย็นเฉียบที่ต้อนรับลูกค้าเป็นอันดับแรกก็ทำให้รู้แล้วว่าเรทราคาน่าจะสูงกว่าร้านริมทาง

   พนักงานประจำร้านพาลูกค้าทั้งสองไปที่โต๊ะตามหน้าที่ที่เธอถูกฝึกซ้อมมา ขอบฟ้าไล่สายตาดูราคาก่อนที่จะดูเมนูเสียอีก และมันก็แพงอย่างที่คิดจริงๆ

   ทั้งๆที่แถวออฟฟิศก็มีร้านส้มตำเจ๊หมู แถมยังราคาถูก จะหอบมาถึงที่นี่ทำไมกัน?

   เด็กฝึกงานโยนหน้าที่สั่งอาหารให้กับเจ้ามือเพราะหนีไม่พ้นความเกรงใจ เขาทานอะไรก็ได้ทั้งนั้น

   “เอาไก่ย่างไม่เอาหนัง ลาบหมูไม่ใส่หนัง ส้มตำไทยไม่ใส่แครอท แล้วก็น้ำเปล่าสองขวดครับ”

   แต่ดูเหมือนว่าบอสพลับพลาจะไม่ใช่แบบนั้น

   “ทำไมไม่ทานแครอทล่ะครับ” ขอบฟ้าเอ่ยถามหลังจากพนักงานรับออเดอร์เสร็จเรียบร้อย

   “ก็มันเหม็นนี่” ไม่ว่าเปล่าพลางทำจมูกเหม็นฉุน

   “ไม่เห็นเหม็นเลย หวานจะตาย แถมยังมีประโยชน์ด้วย”

   อ้อ ลืมไปเลย

   ว่าพวกกระต่ายชอบกินแครอทนี่นา...


   “ชอบแล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกล่ะครับ จะได้สั่งเขา”

   “ผมไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้นนี่ครับ ผมไม่กินก็ได้ ดีกว่าคุณต้องมานั่งเขี่ยออก”

   “จริงๆเลย น้องครับ” เจ้าของใบหน้าสวยยกมือเรียกพนักงาน “ขอแก้ออเดอร์หน่อยครับ เปลี่ยนเป็นส้มตำไทยใส่แครอทเยอะๆ”

   “นี่ คุณ—“

   “เงินพี่ พี่จะสั่งยังไงก็ได้ พูดแบบนี้พอหายเกรงใจลงบ้างไหม?”

   “ไม่เห็นจำเป็นต้องทำขนาดนั้นเลย”

   “จบเรื่องแครอทแล้วมาคุยกันว่าทำไมถึงโกหกพี่เรื่องไม่ยอมลงไปทานข้าวดีกว่าไหมครับ”

   คนตกเป็นเป้าสงสัยกำลังเม้มริมฝีปากอย่างไม่รู้จะเริ่มพูดอย่างไรดี

   ไม่อยากทำให้เสียบรรยากาศแล้วก็ไม่อยากให้ใบหน้าสวยๆและอ่อนโยนนั้นแปรเปลี่ยนไปเป็นสีหน้าไม่พอใจ

   “ไม่มีอะไรหรอกครับ คุณอย่าคิดมากเลย”

   “ใช่เรื่องที่ถูกนินทาหรือเปล่าล่ะ”

   ได้ยินอย่างนั้นก็พลันตัวชา

   คุณพลับพลารู้ได้ยังไง ไม่เพียงแต่เป็นความคิด ขอบฟ้าเอ่ยถามออกไปตรงๆด้วยความประหลาดใจ อีกฝ่ายให้คำตอบมาว่า มีสายลับประจำตัว ซึ่งเขาแอบเดาเล่นๆว่าเป็น พี่แก้ว เลขานุการประจำตัวบอสพลับพลา

   “คุณ...รู้มามากน้อยแค่ไหน” เด็กหนุ่มพูดเสียงเบาลงอย่างคนขาดความมั่นใจ

   “รู้แค่ว่าถูกพูดถึง แต่ไม่รู้ละเอียดว่าพูดถึงเรื่องอะไร แบบไหน” พลับพลาพูดอย่างใจเย็น “ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไรนะ”

   “ผมถูกนินทาในห้องน้ำ...”

   “...”

   “เขาเห็นผมเดินคุยกับคุณอย่างสนิทสนม แล้วคิดว่าคง...คงมีอะไรกันแล้วถึงได้สนิทกันแบบนั้น”

   นั่นไม่ใช่คำนินทาที่เหนือไปกว่าจินตนาการของพลับพลา เขาเคยถูกพูดแบบนั้นมานับพันครั้ง แถมยังรุนแรงมากกว่านี้ ตัวเขาเองจึงไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิด จาฟาร์เองก็เหมือนกัน ยิ่งเป็นหมอนั่นจะขำออกมาด้วยซ้ำเวลาได้ยินเสียงนกเสียงกา เขาเลยไม่รู้สึกอะไรมากมายนัก

   แต่คนตรงหน้านี้ไม่ใช่เสืออย่างจาฟาร์

   กลับเป็นกระต่ายตัวจ้อยที่ทำหน้าราวกับจะปล่อยน้ำตาออกมาเมื่อไหร่ก็ได้เหมือนหลานชายของเขาไม่ผิด

   นั่นแหละ...ที่ทำเอาภูเขาไฟประทุอย่างรุนแรงในจิตใจที่เคยเย็นยะเยือก

   “ล...แล้ว เขาบอกว่าผม...ง่าย ล...”

   “พอ” ประโยคที่ไม่ต่อเนื่องราวกับติดก้อนสะอื้นนั่นทำให้พลับพลายกมือขึ้นเป็นสัญญาณว่าให้หยุด “ไม่ต้องเล่าแล้ว”

   อาหารทยอยมาเสิร์ฟตรงหน้าทีละจาน แต่กลับไม่มีใครแตะมันสักนิด

   บรรยากาศมันออกจะขมขื่นเกินกว่าจะลิ้มรสชาติอาหารเหล่านี้ไปเสียหมด

   “ไม่ต้องไปสนใจเสียงหมาเห่า น่ารำคาญ”

   “...”

   “ไม่รู้ว่าโตมาในสังคมแบบไหนถึงพูดอะไรแบบนั้นออกมา หรือว่าไม่มีสังคมที่คอยสั่งสอนเลย อันที่จริงก็ไม่แปลกที่จะไม่มีคนดีๆเข้าหาหรอก บัวใต้น้ำจะไปมีทางรับแสงแดดเหมือนบัวพ้นน้ำได้ยังไง”

       ใบหน้าที่ขอบฟ้ามักจะชมว่าแสนสวยกลับเย็นยะเยือก

   “...”

   “ไม่อยากจะเชื่อว่านอกจากจะทำงานห่วยแตกแล้วความคิดยังห่วยกว่า ก่อนจะพูดออกมาได้ใช้สมองกลั่นกรองบ้างหรือเปล่า คงไม่มีสมองเลยล่ะมั้งก็เลยมีแค่ฟันที่กรองคำพูดพวกนั้นออกมา”

        ขอบฟ้าเข้าใจในทันที ว่าทำไมคนในออฟฟิศถึงชอบพูดว่าบอสดุ

   “...”

   “ตรรกะแบบนี้ไม่แปลกใจเลยที่ไม่เจริญสักที ก็ได้แต่เป็นพนักด๊อกด๋อยในสังคมเน่าๆนั่น ไม่อยากจะลามไปถึงพ่อแม่เลยนะแต่—“

   “พอแล้วครับ แรงเกินไปแล้ว” ขอบฟ้าหายโกรธขึ้นมาทันทีเมื่อดูเหมือนว่าจะมีคนโกรธแทนเขาแล้ว

   “แรงตรงไหน สำหรับพวกนั้นยังน้อยไปด้วยซ้ำ”

   “ผมไม่อยากให้คุณลดตัวไปให้ค่าคนพวกนั้น...”

   “แล้วจะยอมเป็นขี้ปากไปเรื่อยๆแบบนี้น่ะหรือ”

   “แล้วคุณล่ะ...ทำยังไง” ขอบฟ้าเอ่ยถาม “ทำยังไง...กับเรื่องแบบนี้”

   “พี่โดนจนชินแล้ว อีกอย่าง พี่ตำแหน่งสูงกว่า คนพวกนั้นก็ได้แต่พูดลับหลัง ไม่มีใครกล้าใช้สายตาเหยียดหยามกับพี่โดยตรง พวกเขาทำลับหลังแน่แต่ถือว่าพี่ไม่รับรู้” พลับพลาเริ่มจิ้มไก่ย่างเข้าปากเพื่อปรับอารมณ์ “ที่สำคัญเลยคือโดนบ่อยจนเบื่อที่จะโมโหแล้ว”

   “แย่จัง...ชินเพราะโดนทำร้ายบ่อยๆนี่ไม่ใช่เรื่องดีเลยนะครับ”

   “ก็ใช่ว่าตายด้านขนาดนั้น มันก็มีหงุดหงิดบ้าง แต่พี่จัดการอารมณ์ได้ ไม่ปล่อยให้ตัวเองดิ่งนานจนเกินไป”

   นั่นเป็นอะไรที่ขอบฟ้าทำไม่ได้

   ข้อแรกคือการทำให้มันเป็นเรื่องชินชาไม่ได้ สองคือเขาไม่สามารถจัดการอารมณ์ตัวเองได้ แต่คงไม่แปลก คุณพลับพลาโตและมีประสบการณ์กว่าตั้งเยอะ น่าอิจฉาที่ความเป็นผู้ใหญ่นั้นสามารถควบคุมตัวเองได้แม้ในวันแย่ๆ

   อยากจะเย่อหยิ่ง ไม่สนใจใครให้ได้แบบนั้น...

   “ถ้างั้นเวลารู้สึกไม่ดี คุณมีวิธีจัดการณ์อารมณ์ยังไงหรอครับ” คนด้อยประสบการณ์ถามคนมากประสบการณ์

   “ก็...” พลับพลาตอบหน้าตาย “มีเซ็กส์”

   “แค่ก...”

   “อันนี้ก็แรงไปหรือ”

   “เปล่าครับ ผมแค่ตกใจ ไม่คิดว่าจะพูดออกมาตรงๆ” ขอบฟ้าเช็ดริมฝีปากที่เปื้อนน้ำอย่างหน้าดำหน้าแดง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคำแนะนำข้อนั้นน่าสนใจไม่น้อย

   บอกแล้วว่าปิดเทอมรอบนี้เป็นโอกาสของเขา โอกาสที่จะโตขึ้นในแบบที่เขาคิด โอกาสที่จะอยากรู้อยากลองทั้งๆที่เพื่อนรุ่นเดียวกันคนอื่นๆนำหน้าเขาไปไหนต่อไหนแล้วด้วยซ้ำ มันเป็นเพียงความรู้สึกที่อยากจะกร้านโลกอย่างคนอื่นๆเขาบ้าง

   อย่างเช่นให้ได้สักครึ่งนึงของคนตรงหน้านี้

   “ถ้าไม่เป็นการเสียมารยาท ผมขอถามเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ไหม” เขาพูดอย่างไม่มั่นใจนักว่าสามารถถามได้หรือเปล่า

   “หยุดเรียกว่าคุณแล้วแทนคำว่าพี่ก่อนถึงจะตอบให้ บอกแล้วไงว่านี่มันนอกเวลางาน” พลับพลายื่นเงื่อนไขที่ไม่จริงจังนัก


   “ขอโทษครับ ถ้าอย่างนั้น...พี่พลับพลาหาคู่นอนจากไหนหรอครับ”
   ที่ถามไม่ใช่เพราะอยากรู้เรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายนักหรอก

   แต่เป็นเพราะขอบฟ้า...จะเอาไปทำตาม

   “ส่วนใหญ่ก็กินกับ FWB นี่แหละ” ร่างโปร่งเล่าด้วยท่าทางสบายๆ ผิดกับเจ้ากระต่ายที่ดูสนใจเป็นพิเศษยิ่งกว่าเรื่องฝึกงาน “แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว”

   “แล้วพี่จา...”

   “เลิกไปแล้ว ไม่ต้องทำหน้าหงอยแบบนั้นเลยนะ ไม่ใช่ความผิดเรา เขาทำผิดข้อตกลงของพี่ และทั้งหมดมันเป็นเพราะตัวเขาเอง”

   “แล้วพี่จาเคยถูกนินทาบ้างไหม ทำไมถึงดูยังสนิทกับพี่ๆพวกนั้นได้”

   “หมอนั่นก็การแสดงเนียนใช้ได้ เอาเป็นว่าก็ศีลเสมอกันไงล่ะถึงอยู่กันรอด แต่พี่ไม่เอาด้วยหรอก น่าอิดสะเอียน เห็นรอยยิ้มปลอมๆนั่นแล้วอยากจะอ้วก ขอเปลี่ยนคำถามได้เลย เลิกพูดถึงหมอนั่นได้แล้ว”

   คำตอบนั่นทำให้ขอบฟ้าเริ่มเข้าใจว่าทำไมพี่พลับพลาต้องปลีกตัวออกมาทานข้าวไกลๆแบบนี้

   “ครับๆ แล้ว...FWB นี่หาจากไหนหรอ”

   “หลายอย่าง บางคนก็เป็นเพื่อนหรือรู้จักกันอยู่แล้ว บางคนก็คุยผ่านแอพ บางคนก็เจอตามร้านเหล้า แลกเบอร์ติดต่อแล้วคุยกัน บางคนก็เริ่มจาก ONS แล้วสานต่อไปเรื่อยๆ”

   “ผมถามได้ไหมว่าพี่เป็นแบบไหน”

   “ลองมาหมดแล้วทุกแบบ”

   “...”

   “ก็คนมันสวย ช่วยไม่ได้นะ”

   ถึงจะเป็นคำตอบที่น่าหมั่นไส้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆนั่นแหละ

   พี่พลับพลาสวยขนาดนี้...คงไม่ต้องขวนขวายหาเอาเอง เหมือนจะชี้นิ้วเลือกอย่างที่ตัวเองต้องการยังไงก็ได้

   อยากเป็น...อยากเป็นแบบนั้นบ้างจัง

   “พอจะมีแอพแนะนำบ้างไหมครับ” ขอบฟ้าตัดช้อยส์เพื่อนหรือคนรู้จักออกไปอย่างไม่คิดเยอะ เพราะไม่ค่อยมีเพื่อนผู้ชาย เพศที่เขาสนใจ “หรือร้านเหล้าแถวนี้ก็ได้”

   “ก็แอพสีแดงๆไอคอนไฟนั่นแหละ แต่พี่ไม่ค่อยชอบเพราะกลัวคนไม่ตรงปก ชอบล่าตามร้านเหล้ามากกว่า ไม่ก็เอาคนรู้จักไปเลย ส่วนร้านประจำแถวนี้ก็พอมีบ้าง”

   “ร้านอะไรครับ” เด็กหนุ่มตื่นเต้นจนเผลอมองคนอีกฝั่งตาเป็นประกาย

   น่าสนุก...

   วันนี้พากระต่ายออกไปเปิดโลกก็น่าจะดี อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าอยู่ท่ามกลางพวกเสือสิงห์ เจ้ากระต่ายจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

   กระโดดหนี? หรือกระโจนใส่?


   “เดี๋ยวคืนนี้พี่พาไป เอาไหม”

   “ไปๆๆๆ”

   หากขอบฟ้าเป็นกระต่ายจริงๆ ป่านนี้พลับพลาคงได้เห็นก้อนขนสีขาวกระโดดโลดเต้นไปมาเพื่อแสดงอาการตื่นเต้นและดีใจ ถ้าให้เทียบเป็นมนุษย์ก็คงเป็นเด็กตัวจ้อยเท่าหลานชายของเขาเวลาได้ยินคำว่าจะพาไปเที่ยว

   ทำไงดี

   น่ารักไม่ไหว

   พี่พลับพลาบอกว่าให้จัดการเจ้าแครอทกองสีส้มที่อยู่ในส้มตำก่อนถึงจะพาไป ไม่ว่าเปล่าแถมยังใจดีตักใส่จานให้ขอบฟ้า เด็กหนุ่มรู้สึกชื่นใจราวกับวันนี้ไม่เคยมีเรื่องราวน่าปวดหัวเกิดขึ้นมาก่อนเพียงเพราะได้รับความอ่อนโยนจากพี่ชายคนนี้ คนอะไร จิตใจสวย หน้าก็สวย มือก็สวย สวยยันปลายเล็บ

   พูดถึงเล็บ ขอบฟ้ามองมือเรียวสวยที่คอยตักนู่นตักนี่ใส่จานใบเล็ก แอบสังเกตมาสักพักแล้วว่าพลับพลาทาเล็บสีชมพูพาสเทลด้วย นับว่าไม่ใช่เรื่องแปลกในยุคสมัยนี้ที่ผู้ชายจะทาเล็บเพื่อความสวยงาม ที่แปลกก็คืออีกฝ่ายมีสีสันประดับอยู่บนเล็บทุกๆนิ้ว ยกเว้นนิ้วชี้ กลาง นาง ในมือข้างขวา

   คนขี้สงสัยเอ่ยถามออกไปว่าทำไม เสียงหัวเราะใสเป็นคำตอบแรกที่เขาได้รับ

   “อันนี้ไม่รู้จริงๆหรอ”

   “ครับ มันเป็นแฟชั่นหรอ”

   “ไม่หรอก พี่ถนัดขวา แล้วก็ถ้าทำให้มันสะอาดก็จะดีกว่านะ”

   “...” ขอบฟ้ารู้สึกว่าคำตอบนั่นไม่ได้ช่วยคลายสงสัยแม้แต่น้อย

   “เอาเถอะ เดี๋ยวก็รู้เอง”

   “แล้วจะได้รู้เมื่อไหร่ล่ะครับ ตอนโตหรอ แต่ผมก็ไม่ใช่เด็กแล้วนะ”

   “อืม...”

   “...”

   “ถ้าอย่างเร็วที่สุดก็...”

   “...”

   “...อาจจะได้รู้คืนนี้มั้งครับ?”


ออฟไลน์ TiXA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
นายขอบฟ้ายังจำได้ดี วันที่ได้เข้าสถานบันเทิงอย่างร้านเหล้าครั้งแรก

   วันนั้นเป็นวันเกิดครบรอบ 20 ปีบริบูรณ์ เรียกให้ง่ายว่าเป็นอายุที่สามารถเดินเข้าร้านเหล้าได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าวันไหนตำรวจจะลง อันที่จริงขอบฟ้าควรจะอยู่ฉลองกับครอบครัวที่บ้าน แต่วันนั้นกลับไม่มีใครอยู่บ้านสักคน

   ลูกชายคนเล็กของบ้านไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับเหตุการณ์นี้ เป็นความจริงที่พ่อแม่ของเขาจำวันเกิดลูกชายไม่ได้ ส่วนพี่ชายก็ออกไปทำงาน จำได้บ้างไม่ได้บ้าง คนเดียวในบ้านหลังใหญ่ที่จำวันเกิดของขอบฟ้าได้ขึ้นใจคงไม่พ้นป้าแจ่ม หัวหน้าแม่บ้านของตระกูล

   ขอบฟ้าแอบนัดกับกลุ่มเพื่อนว่าจะไปฉลองกันที่ร้านเหล้าแถวๆมหาวิทยาลัย และเขาไม่ลืมที่จะโกหกครอบครัวว่าไปทำงานที่หอเพื่อนๆ แล้วจะกลับบ้านไม่เกินเที่ยงคืน นั่นคือกฎที่เขาไม่เคยเห็นด้วยเลยสักครั้ง แต่ต่อต้านไปก็เท่านั้น

   สิ่งเดียวที่ขอบฟ้าจำได้ในวันที่ไปร้านเหล้าครั้งแรก ไม่ใช่เซอร์ไพร์สจากเพื่อนสนิทสาวสองคน ไม่ใช่นักร้องบนเวทีที่ร้องเพลงให้ ไม่ใช่ผู้ชายโต๊ะข้างๆที่พยายามส่งสายตาเชิญชวน แต่เป็นการที่ถูกพ่อแม่จับได้ แล้วทะเลาะกันใหญ่โตจนนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้ไปเหยียบสถานบันเทิง

   จะพูดว่าครั้งสุดท้ายก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะครั้งที่สองกำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้

   เป็นเด็กหนุ่มที่เป็นฝ่ายแต่งตัวเสร็จก่อน ชุดง่ายๆอย่างกางเกงยีนส์เอวสูงกับเสื้อยืดสีขาวไม่ได้ทำให้ใช้เวลาแต่งตัวนานนัก เขาเดินออกจากห้องตัวเองแล้วตรงไปที่ห้องของใครบางคนที่อยู่สุดทางเดิน กำปั้นเล็กๆเคาะลงบนบานประตูจนเกิดเสียงเรียกคนที่อยู่ด้านใน ไม่กี่อึดใจเจ้าห้องก็เปิดประตูออกมา

   “เสร็จแล้วหรอ พี่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเองอะฟ้า” ไม่ต้องบอกก็เชื่อ ชุดคลุมอาบน้ำยังคาอยู่บนร่างกายพลับพลาเลยนี่ “เข้ามานั่งรอข้างในก่อนมา”

   แขกผู้มีเกียรติถูกเชิญชวนให้ไปนั่งจุมปุ๊กบนโซฟานุ่มพลางมองเจ้าของห้องเดินไปเดินมาก่อนที่จะนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง จะว่าไปขอบฟ้าเพิ่งเคยเห็นพี่พลับพลาหน้าสดอย่างไร้เครื่องสำอางใดๆถึงแม้ว่ากำลังจะถูกแต่งแต้มในไม่ช้าก็ตาม อันที่จริงมันก็ไม่ได้แตกต่างกันมากเพราะสัดส่วนใบหน้านั้นสวยงามอย่างขี้โกงอยู่แล้ว

   ขอบฟ้ามองใบหน้าสวยที่กำลังประทินผิว ต่อด้วยรองพื้นเฉดสีที่พอดีกับใบหน้า คิ้วทั้งสองถูกขีดเขียนให้ได้รูปมากขึ้น มองไม่ชัดมากนักว่าอีกฝ่ายแต่งแต้มอะไรลงบนเปลือกตาบ้างนอกจากอายไลน์เนอร์เส้นคมกับขนตางอนยาว ก่อนจะจบพิธีด้วยลิปสติกสีพีชที่ช่วยขับใบหน้าให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นเป็นกอง

   “สวยยัง” พลับพลาถามเพื่อนร่วมห้องพลางเม้มริมฝีปากกับกระดาษทิชชู

   “สวยที่สุดในโลกเลย!”

   “แต่งบ้างไหม”

   “ผมแต่งไม่เป็นหรอกครับ”

   “ก็พี่จะแต่งให้ไง” มือเรียวเอื้อมไปตบเบาะเก้าอี้ตัวข้างๆ “มานี่มา”

   ท่าทางเชิญชวนนั่นสามารถเรียกขอบฟ้าให้ปฏิบัติตามได้อย่างง่ายๆ พี่พลับพลาวางเครื่องสำอางราคาแพงของตัวเองลงก่อนจะเปลี่ยนมาจับปลายคางเล็กๆของเขา บิดองศาหน้าไปมาเพื่อสำรวจใบหน้าที่ดูเหลอหลาทำตัวไม่ถูก ดวงตาคมไล่มองตั้งแต่คิ้วจรดคาง คำที่พลับพลาพอจะนึกออกสำหรับใบหน้านี่ก็คงมีแต่คำว่าน่ารัก

   เครื่องหน้าของเด็กนี่ก็ขี้โกงเหมือนกันแฮะ...

   “อะไรเนี่ย ผิวดีชะมัด ไม่ต้องแต่งก็สวยแล้ว”

   “...จริงหรอครับ”

   “จริงสิ คิ้วก็มีอยู่แล้ว ใต้ตาก็ไม่คล้ำ สิวก็ไม่มี ผิวก็เนียน ปากก็อมชมพู ต้องแต่งอะไรอีก”

   “อยากลองทาลิปบ้าง”

   “เอาสีอะไร เลือกบนโต๊ะได้เลย”

   “เอาแบบพี่พลับ”

   พี่พลับพลาหัวเราะเบาๆอย่างที่ขอบฟ้าเองก็ไม่รู้ว่าหัวเราะเรื่องอะไร มือเรียวหยิบลิปสติกแท่งเดิมขึ้นมาถูบนหลังมือจนได้เนื้อลิปสติกสีพีชสดใสพอประมาณ แตะนิ้วลงไปเพื่อให้สีติดปลายนิ้วอย่างเบาบางก่อนที่จะประทับลงบนริมฝีปากบาง

   ปากนุ่มจริงๆด้วย

   นุ่มจนอยากบดให้แดงช้ำ


คนอายุน้อยกว่ามองตัวเองในกระจก ริมฝีปากสีพีชสดใสทำให้เขาพอใจ เนื้อลิปสติกไม่แห้งจนเกินไปแถมยังนุ่มชุ่มชื้น แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็คิดว่าตัวเองจืดชืดกว่าพี่พลับพลาอยู่ดี

“อยากเล่นอะไรหยิบได้เลยนะ เดี๋ยวพี่ขอไปแต่งตัวแปปนึง”

เจ้าของห้องทิ้งท้ายไว้อย่างนั้นก่อนที่จะหายเข้าไปในห้องเสื้อ ขอบฟ้าไม่กล้าหยิบจับอะไรแม้จะได้รับการอนุญาต เขาทำได้เพียงมองนั่นมองนี่อย่างสนใจ ด้วยความที่มีเพื่อนสนิทเป็นผู้หญิงเลยพอรู้มาบ้างว่าแบรนด์ของเครื่องสำอางเหล่านี้ราคาไม่ใช่เล่นๆ เขาแอบบันทึกแบรนด์เหล่านั้นลงใส่สมองเผื่อวันนึงจะลองซื้อตามบ้าง

ถ้าใช้ของพวกนี้จะสวยได้อย่างพี่พลับพลาไหมนะ?

“ฟ้า พี่ใส่ชุดนี้แล้วดูเป็นไงบ้าง”

ร่างโปร่งเดินออกมาจากห้องเสื้อพร้อมแต่งองค์ทรงเครื่องเรียบร้อย และนั่นทำให้ขอบฟ้าเลิกสนใจเรื่องเครื่องสำอางไปโดยสิ้นเชิง ขอบฟ้าอ้าปากค้างเพราะปกติเขาเคยเห็นพี่พลับพลาใส่แต่เสื้อเชิ้ต ไม่ก็ชุดสูทอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่บอดี้สูทสีดำที่เว้าเอวภายใต้กางเกงยีนส์สีเข้มแบบนี้

พี่พลับพลาหุ่นดี ขอบฟ้ารู้ข้อนี้มาตลอด แต่ไม่คิดว่าเหมือนหลุดออกมาจากหน้าปกนิตยาสารแบบนี้ ไหล่กว้างแต่เอวเล็ก ท่อนบนราวกับรูปทรงสามเหลี่ยมคว่ำ ยิ่งใส่บอดี้สูทเว้าเอวยิ่งขับเน้นรูปร่างแต่ดูไม่โป๊เปลือยจนเกินไปแถมยังดูเซ็กซี่จนขอบฟ้ารู้สึกเขิน

“สวยมากเลย ชุดผมดูเรียบร้อยไปเลยอะ” ขอบฟ้าว่าพลางก้มมองเสื้อยืดสีขาวเรียบๆของตัวเอง

“แล้วไม่ชอบหรอ?”

“ผมอยากโป๊บ้าง”

คำตอบที่เหนือความคาดหมายนั่นทำให้พลับพลาเลิกคิ้วขึ้น

ดูท่าทางจะไม่ใช่เด็กติ๋มๆเสียทีเดียวนี่นา

น่าสนใจ…

“พูดจริงหรือเปล่าเนี่ย” พลับพลาว่าขำๆ “ถ้าจริงจังพี่จะให้ยืมเสื้อ”

หลังจากที่คนตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงัก ร่างโปร่งก็ไปจัดการหาชุดในคลังแสงภายในเวลาไม่กี่นาที เสื้อครอปท็อปสีขาวก็ถูกวางลงบนตักขอบฟ้า

“มัน…ไม่สั้นไปหรอครับ” คนอยากรู้อยากลองเริ่มไม่มั่นใจ

“ไม่หรอก ก็ปกติของเสื้อครอป ลองไปเปลี่ยนดูสิ พี่ว่าน่าจะเข้ากับเรานะ”

พลับพลาดันหลังให้ขอบฟ้าเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องแปลงร่าง เขายังยืนยันว่าเด็กคนนี้น่าสนใจ

บางทีก็ดูใสซื่อ บางทีก็ดูพร้อมจะกลายเป็นคนยั่วยวน เดาไม่ออกเลยว่าเป็นคนแบบไหน แต่ก็สนุกดีที่จับเจ้ากระต่ายมาแต่งหน้าแต่งตัวเหมือนตุ๊กตา แถมอีกฝ่ายยังดูอยากที่จะเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากเขา

น่าเอ็นดู…

“พี่พลับพลา มันดูโอเคไหมครับ…”

เจ้าของชื่อละสายตาจากอะไรสักสิ่งที่กำลังเหม่อลอยอยู่แล้วหันไปมองเจ้าตุ๊กตา

“Jesus..”

ดวงตาเรียวคมไล่สำรวจตั้งแต่ผมจรดเท้า เสื้อครอปสีขาวที่เข้ากับสีผิวผ่องใสนั่นได้ดีจนแทบดูกลมกลืนกัน ชายเสื้อเลิกสั้นขึ้นไปจนเผยให้เห็นเอวคอดคล้ายตัวเอส กางเกงเอวสูงปิดหลุมสะดือชวนจินตนาการว่าภายใต้เนื้อผ้านั้นซุกซ่อนสิ่งสวยงามอะไรไว้
และเจ้าของเสื้อรู้ดีว่าหากคนสวมใส่ยกแขนขึ้นสูงๆแม้แต่ข้างเดียวมันจะทำให้เห็นไปถึงไหนต่อไหน

“น่ารักมากเลย”

อยากได้…

“จริงหรอครับ มันดูดีใช่ไหม” ขอบฟ้ายกนิ้วขึ้นมาเกาแก้มอย่างเคอะเขิน “รู้สึกหวิวๆจัง แบบนี้จะพอตกใครได้บ้างไหมนะ”

อยากเป็นเจ้าของเรือนร่างนั้น…

“ได้สิครับ” ต่อมน้ำลายส่งน้ำลายไปหล่อเลี้ยงลำคอที่แห้งผาก “อย่างน้อยก็พี่แล้วคนนึง”

และคนอย่างพลับพลา ไม่เคยไม่ได้อะไรที่ตัวเองต้องการ…


___________________________

‘S Bar

นี่ไม่ใช่ร้านเหล้าที่ขอบฟ้าเคยจินตนาการไว้

ครั้งแรกที่เคยไปกับเพื่อนสาวทั้งสองมีเพียงดนตรีสดคลอเบาๆ แสงไฟสีนวลสลัวๆ ต่างคนต่างนั่งชิลตามโต๊ะ แต่ครั้งนี้ขอบฟ้าถูกเคลือบด้วยไฟสีแดงฉานทันทีที่เหยียบเข้าร้าน ดนตรีแนว EDM ดังสนั่นเข้าไปในจิตใจคนไม่ชอบเสียงดัง นักท่องราตรีโซนยืนดึงดูดความสนใจใครต่อใครด้วยลวดลายการเต้นได้อย่างดีเยี่ยม ใครต่อใครที่ว่านั่นก็รวมไปถึงขอบฟ้าด้วย

“อยากนั่งหรืออยากยืน” พลับพลาเอ่ยถามเด็กที่ทำหน้าซีด “ไม่ชอบหรอ”

“เปล่าครับ เสียงมันดังเลยตกใจนิดหน่อย” เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าเผลอแสดงสีหน้าอย่างไรออกไป “ยืนก็ได้ครับ”

“ต้องแบบนี้สิ”

ใบหน้าสะสวยยิ้มอย่างพอใจในคำตอบนั้น เขาจูงมือคนในความดูแลชั่วคราวไปยังโซนกลางๆ โซนที่ดึงดูดสายตาคนมากที่สุด คราฟต์เบียร์ถูกนำมาเสิร์ฟหลังจากที่ออเดอร์ไปได้ไม่นาน อันที่จริงพลับพลาถนัดเหล้ามากกว่าแต่เพราะคืนนี้เขาเป็นคนขับรถจึงต้องดื่มอะไรเบาๆเพื่อเซฟตัวเอง

คนมากประสบการณ์พอจะรับรู้ได้ถึงสายตาหลายคู่ที่มองมายังพวกเขา นั่นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรนัก รวมถึงคนที่มาขอชนแก้วพร้อมรอยยิ้มเชิญชวนอย่างชัดเจน น่าเสียดายที่คืนนี้พลับพลาไม่ได้ตั้งใจจะกลับพร้อมคนอื่น

เพราะเขาพากระต่ายมาด้วยนี่นา

“พี่พลับพลาฮ็อตจัง” ขอบฟ้าพูดไปตามภาพที่เห็น มีแต่คนจับตามองรุ่นพี่ตรงหน้าอย่างกับว่ามีสปอตไลท์คอยส่องแสง “ทำยังไงถึงจะตกผู้ชายได้อะ?”

ดูท่าทางข้อสันนิษฐานของพลับพลาจะดูเข้าข่าย กระโจนใส่ มากกว่าล่ะมั้ง?

“ยืนอยู่เฉยๆก็ตกได้เยอะแยะแล้ว”

“ผมไม่ได้แซ่บแบบพี่พลับพลานี่นา”

“แน่ใจหรอ...ลองมองไปรอบๆสิ มีแต่คนมองเราทั้งนั้น”

“เขามองพี่พลับพลาต่างหาก”

“ให้พูดอีกที หันไปที่สิบสามนาฬิกาสิ”

ขอบฟ้าหันไปตามทิศเข็มนาฬิกาตามที่อีกฝ่ายบอก ท่ามกลางผู้คนละลานตากลับมีสายตาคู่หนึ่งมองมาที่เขาอย่างเด่นชัด ผู้ชายในเสื้อเชิ้ตสีแดงกำลังใช้สายตาเป็นประกายเพื่อสื่อสารอะไรบางอย่าง รอยยิ้มยกขึ้นอย่างมีเลศนัยและท่าทางยั่วยวนเหล่านั้นทำเอาขอบฟ้าต้องหลบสายตาอย่างทนมองไม่ไหว ใบหน้าน่ารักก้มหน้าก้มตาดื่มแอลกอฮอล์แก้เก้ออย่างเอาเป็นเอาตายราวกับว่ากระหายมันนักหนา

“ยอมแพ้แล้วหรอ” พลับพลาหัวเราะกับท่าทางน่าเอ็นดูนั้น

ดูท่าทางจะกระโจนใส่ไม่ไหวล่ะมั้ง...

อาจจะประสบการณ์ยังไม่เยอะมาก...


“ก็มันเขินนี่”

“มัวแต่เขินแล้วจะได้อะไรกลับไปไหม”

“ต้องได้อะไรกลับไปด้วยหรอ”

“ก็ไหนบอกว่าอยากลองบ้างไง”

“...”

“การมีเซ็กส์คลายเครียดน่ะ”

“พี่พลับพลา...” ขอบฟ้าอยากวิ่งเข้าไปตะครุบริมฝีปากสวยๆนั่น “ไม่ต้องพูดก็ได้ครับ”

“มีตัวเลือกให้เลือกเยอะแยะเลย ไม่ลองมองดีๆก่อนหรอ อาจจะเจอที่ถูกใจก็ได้”

“ไว้วันอื่นก็ได้ครับ ตอนนี้ผมก็ผ่อนคลายมากพอแล้ว”

คนตัวเล็กไม่เคยเลือกคู่นอนจากสถานบันเทิงแบบนี้ เพราะเป็นแค่ครั้งที่สองที่มีโอกาสมาเที่ยวร้านเหล้า ที่ผ่านมาเคยลองนัดแต่ในแอพหาคู่ อย่างน้อยก็ได้คุยทำความรู้จักกันจนมั่นใจว่าคู่นอนของตนไว้ใจได้ ไม่เคยเลือกหน้างานอย่างฉาบฉวยแบบนี้มาก่อน ความกังวลและตื่นตระหนกจึงเกิดขึ้นในใจขอบฟ้าไม่น้อย

ดวงตากลมเลือกที่จะเสพบรรยากาศที่ไม่ค่อยคุ้นชินนี้เสียมากกว่า เขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนเด็กน้อยยามที่เหลือบไปเห็นคนแลกลิ้นกันอย่างไม่อายฟ้าอายดิน บางคนก็นัวเนียจนแทบจะได้เสียกันตรงนั้นอยู่แล้ว เลื่อนสายตามาอีกหน่อยก็เจอคนมองมายังพวกเขาอีกแล้ว บางคนก็มองพี่พลับพลา ซึ่งขอบฟ้าไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมคนถึงชอบมองนัก ขนาดตัวเขายังชอบมองเลย

ขอบฟ้ามองนู่นมองนี่ไปเรื่อยๆ จนเพิ่งมาสังเกตว่าตัวเองก็กำลังถูกมองจังๆจากคนตรงข้าม

“พี่พลับพลามีอะไรหรือเปล่าครับ” เขาถามออกไปอย่างนั้นเมื่อเห็นดวงตาเฉี่ยวจ้องมองตัวเองไม่หยุด

“น่ารัก”

“ห้ะ?”

“น่ารัก...ขอบฟ้าน่ารัก”

พลับพลาชอบนักเวลาเจ้ากระต่ายเขินจนตัวแดง ความจริงเขาก็ชอบเสพบรรยากาศเหมือนกัน ชอบมองคนนั้นคนนี้ แต่เวลานี้คงไม่มีใครดึงดูดไปกว่าคนใส่เสื้อครอปสั้นตรงหน้า เอวขาวๆที่ไม่ได้กลืนหายไปกับสถานที่มืดๆแถมยังดูโดดเด่นในสายตา ยิ่งเวลาเจ้าตัวยกแขนขึ้นเพื่อปรบมือให้ดีเจบนเวทียิ่งทำให้ชายเสื้อเลิกขึ้นจนแทบจะปิดเม็ดทับทิมไม่มิด ทำเอาพลับพลาคอแห้งผากจนต้องยกคราฟต์เบียร์ขึ้นดื่ม

กำลังมองสิ่งน่ารักอย่างเพลินตาอยู่ดีๆก็มีเด็กเสิร์ฟเข้ามาขัดจังหวะ เขาบอกว่าผู้ชายโต๊ะนั้นฝากมาให้แล้วพะยักพะเยิดไปที่โต๊ะทิศสิบสามนาฬิกา เครื่องดื่มสีฟ้าสดใสที่ประดับด้วยลูกเชอร์รี่สีสดถูกวางลงตรงหน้าขอบฟ้า เขาทั้งคู่หันไปมองเจ้าของเครื่องดื่มที่กำลังยกยิ้มพลางยกแก้วของตนขึ้นราวกับคาดหวังให้คนตัวเล็กดื่มมันเข้าไปเสีย

“ห้ามดื่มนะขอบฟ้า” พลับพลาปรามเสียงแข็งเมื่อเห็นมือเล็กกำลังเอื้อมไปหยิบแก้วเจ้าปัญหานั่น

“ทำไมล่ะครับ”

“ของจากคนแปลกหน้า ไม่รู้ว่าผสมอะไรเข้าไปหรือเปล่า”

“แต่เขาอุตส่าห์ให้ ถ้าไม่ดื่มจะเสียมารยาทไหมครับ เขายิ่งจ้องอยู่ด้วย”

“เสียมารยาทดีกว่าเสี่ยงรับอะไรไม่รู้เข้าไปในร่างกาย มีคนแอบผสมยาเยอะแยะไป วางไว้เฉยๆเลยนะ แล้ววันหลังก็ห้ามดื่มจากของคนแปลกหน้าด้วย เข้าใจไหม”

หากเป็นคนอื่นที่เตือนด้วยน้ำเสียงกระโชกโฮกฮากหรือตะคอกใส่ ป่านนี้ขอบฟ้าคงจ๋อยไปแล้ว แต่พี่พลับพลายังคงใช้โทนเสียงหวานนุ่มอย่างที่เขาชอบฟังก็เลยทำให้ปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย เขาไม่แตะแก้วเครื่องดื่มสีฟ้าตามคำเตือนก่อนจะหันไปมองเจ้าของโต๊ะสิบสามนาฬิกา พบว่าผู้ชายคนนั้นกำลังทำสีหน้าที่ตัวเขาเองก็อ่านไม่ออก

แต่พลับพลาอ่านออก

หมอนั่นกำลังหัวเสียไม่น้อยทีเดียว

และเป็นไปตามคาด นายสิบสามนาฬิกาเดินเข้ามาชนแก้วกับเหยื่ออย่างเจ้ากระต่ายพลางชวนคุยที่เคลือบด้วยรอยยิ้มหลอกล่อ พลับพลาคาดเดาว่าคนอย่างขอบฟ้าแม้จะไม่ใช่คนใสซื่อ แถมยังอยากรู้อยากลอง แต่ข้อนั้นแหละที่ทำให้ขอบฟ้าเป็นคนหัวอ่อน ถูกชักจูงได้ง่าย ไม่รู้ว่าถ้าปล่อยให้คุยกันนานกว่านี้เจ้ากระต่ายจะถูกอุ้มขโมยไปไหนหรือเปล่า

หมอนั่นอยากได้ขอบฟ้ามากๆ ทำไมพลับพลาจะไม่รู้

และคิดหรือว่าเขาจะยอมให้ง่ายๆ

“ฟ้า เดี๋ยวพี่มานะ ขอออกไปข้างนอกแปปนึง” พลับพลาทำท่านวดขมับตัวเองพลางเดินเซเล็กน้อย “แค่แปปเดียว”

“พี่พลับเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ขอบฟ้าหยุดสนทนากับชายเชิ้ตสีแดงแล้วหันมาสนใจคนที่มาด้วยกัน “เมาหรอ?”

คนอย่างพลับพลา รู้ลิมิตตัวเองดี

“ไม่รู้สิ แต่ปวดหัวมากเลย เพราะคนเยอะด้วยมั้ง”

คนอย่างพลับพลา ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองเมายิ่งถ้าเขาเป็นคนขับรถ

“ถ้างั้นเดี๋ยวผมพาไปนะ” เด็กหนุ่มหันไปบอกลาชายหนุ่มสิบสามนาฬิกา “ขอตัวก่อนนะครับ”

คนอย่างพลับพลา แค่คราฟต์เบียร์โง่ๆแก้วเดียวไม่ได้ทำให้เขาสะเทือนได้ขนาดนี้

เขาแค่รู้สึกหงุดหงิดเวลาคนมองกระต่ายของเขาตาเป็นมัน จ้องราวกับจะเขมือบเข้าไป เผลอนิดเดียวอาจจะถูกหลอกล่อให้กลับพร้อมหมอนั่นก็ได้

ไม่ให้หรอก

เพราะคืนนี้ต้องเป็นพลับพลาคนเดียวที่ได้ขอบฟ้าติดไม้ติดมือไปที่ห้องของเขา…



___________________________


เป็นขอบฟ้าที่รับหน้าที่สารถีแทนพลับพลา เขาไม่มีทางปล่อยให้คนสติไม่สมบูรณ์คุมบังเหียนแน่นอน

เขาไม่มั่นใจเลยว่าเป็นเพราะพี่พลับพลาคออ่อนหรือว่าบรรยากาศน่าเวียนหัวทำให้อีกฝ่ายอยู่ในสภาพแบบนี้ ความจริงแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังมึนๆกับแสงสีที่กะพริบถี่ๆแถมยังเจิดจ้าเสียจนแสบตา ดังนั้นคงไม่แปลกที่ร่างโปร่งจะเกิดอาการแบบนี้

พลับพลาเดินกอดคอคนตัวเล็กไว้ ในขณะเดียวกับขอบฟ้าเองก็ประคองเอวบางเดินเข้าคอนโด ความใกล้ชิดมันมากพอที่จะทำให้พลับพลาได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากร่างกายนั้น ปลายจมูกโด่งห่างกับลำคอขาวไม่ถึงคืบ เขาพยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้ซุกไซ้ลงไปบนผิวนุ่มๆนั้น

ใจเย็นไว้ก่อน ยังไงของอร่อยก็ไม่หายไปไหน

เมื่อถึงห้องสุดปลายทางเดินประจำชั้น 9 ขอบฟ้าวางร่างปวกเปียกของเจ้าของห้องอย่างทะนุถนอมลงบนโซฟา เห็นใบหน้าสวยไม่ค่อยสู้ดีจึงอดไม่ได้ที่จะทาบหลังมือลงบนหน้าผากเนียนเพื่อวัดไข้อย่างลวกๆ และเป็นเรื่องดีที่มันไม่ได้ร้อนอย่างที่คิด

“เป็นยังไงบ้างครับพี่พลับ ดีขึ้นไหม?”

“ไม่เลย” พลับพลางอแง “หนาว”

“หนาวมากไหม งั้นเดี๋ยวผมปิดแอร์นะ?”

“ขอกอดหน่อยได้ไหม หนาวอะ” พลับพลาแสร้งเมินเรื่องแอร์

“เอาผ้าห่มไหมครับ?” ขอบฟ้าแสร้งเมินเรื่องกอดเช่นกัน เป็นเพราะเขาเขินเกินกว่าจะให้กอดต่างหาก

“ไม่เอา อยากกอดฟ้ามากกว่า”

“…”

“พี่ขอกอดหน่อยได้ไหมคะ”

“…”

“นะคะขอบฟ้า”

ใครให้พูดจาคะขาพร้อมทำหน้าตาออดอ้อนแบบนั้นกัน ขี้โกงเห็นๆ

“…”

“น้า…นะคะๆ”

“….ก็ได้ครับ”

ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มอย่างพอใจในคำตอบ สองแขนสอดเข้าที่เอวคอดนั้นแล้วกอดรัดราวกับอีกฝ่ายเป็นตุ๊กตา ผิวเนื้อที่สัมผัสเอวเปลือยขาวนั้นเป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างดีกว่าขอบฟ้าตัวนุ่มนิ่มจริงๆ ปลายคางเกยลงบนลาดไหล่เล็กจนได้กลิ่นหอมหวานจากเจ้าตัวอีกครั้ง เหมือนกำลังกอดตุ๊กตากระต่ายขาวนุ่มๆที่เพิ่งออกมาจากเครื่องซักผ้าเลย

นานเท่าไหร่แล้วที่พลับพลาไม่ได้สัมผัสร่างกายเนียนนุ่มแบบนี้ ที่ผ่านมาเขามักจะคุ้นชินร่างกายที่แข็งแรงไปด้วยกล้ามเนื้อ นั่นเป็นประเภทของเหยื่อส่วนมากที่เขาจะตกได้ น้อยครั้งนักที่ตัวเองจะเป็นฝ่ายกอดรัดสิ่งน่ารักนุ่มนิ่มแบบนี้

อยากได้ อยากได้จะตายอยู่แล้ว

ขอบฟ้าตัวเบาเสียจนเพียงออกแรงดึงเล็กน้อย ร่างกระจิริดนั้นก็ขยับตามแรงดึงจนแผ่นหลังปะทะแผ่นอกของพลับพลา เขายิ้มอย่างเอ็นดูคนอายุมากกว่าที่กลับทำตัวเหมือนเด็ก ดื้อดึง ขี้อ้อน ซึ่งเขามองว่าพี่พลับพลาน่ารักดี

แต่ขอบฟ้าไม่รู้เลยสักนิดว่าสิ่งที่พลับพลากำลังทำอยู่ เรียกว่าอ่อยต่างหาก

“พี่พลับพลาปวดหัวไหมครับ”

“อื้อ”

“งั้นเดี๋ยวผมไปซื้อยามาให้นะ”

“ไม่เอา จะอยู่กับฟ้า”

“ไม่ได้นะ พี่ต้องทานยา ไม่งั้นเดี๋ยวตื่นไปทำงานไม่ไหวนะ”

“ไม่เอา”

“อย่าดื้อสิ ไม่งั้นฟ้าจะไม่อยู่ด้วยแล้วนะคะ”

พลับพลารู้สึกเหมือนโดนเอาคืน

คำว่านะคะแค่คำเดียวทำเอาหัวใจเขาแหลกเหลวเป็นน้ำ

“แปปเดียวน้า เดี๋ยวฟ้ากลับมา สัญญาว่าไม่นาน ตกลงไหมคะ?”

“…ก็ได้ค่ะ”

สุดท้ายก็ต้องยอมปล่อยเหยื่อไปชั่วคราว พลับพลามองเจ้ากระต่ายที่เดินพ้นจากบานประตูแล้วปิดมันลงดังตึง หางเสือที่ซ่อนไว้ค่อยๆโผล่อย่างออกลาย ร่างโปร่งลุกขึ้นเดินตัวปลิวจนไม่เหลือเค้าคนโซซัดโซเซอย่างเมื่อครู่ เจ้าของห้องเดินไปหยิบกรรไกรตัดเล็บแล้วบรรจงเล็มเนื้อเล็บสีขาวที่ยาวออกมานิดๆให้มันกุดทู่มากที่สุด ก่อนที่จะตะไบเล็บเพื่อลบเหลี่ยมคม จากนั้นเอานิ้วลูบเพื่อตรวจสอบว่ามันโค้งมนดั่งที่ใจหวัง

หวังว่าคืนนี้เจ้ากระต่ายคงได้รู้คำตอบเสียที

ว่าทำไมพลับพลาถึงไม่ไว้เล็บและทาเล็บที่นิ้วชี้ กลาง นาง ในมือด้านขวา

“เพราะเดี๋ยวมันจะทำให้หนูเจ็บไงคะ…ตัวเล็ก”




Talk.
บ้า แกอะคิดมาก พี่พลับพลาเว้นเล็บไว้เพื่อแฟชั่นเกร๋ๆแค่นั้นเอง!!!
พูดคุยและติดตามตอนใหม่ๆ ได้ที่ทวิตเตอร์ @TiXA_20X และแฮชแท็ก #ล้ำเส้นขอบฟ้า นะคะ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2013
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1
 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 524
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
เอฌนดูน้อร

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: > ล้ำเส้นขอบฟ้า < : ตอนที่ 2 the nails (UP!)
« ตอบ #9 เมื่อ: 21-07-2021 01:19:20 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด