อุบัติรักเรือผี <Betaverse> ตอนที่ 14 : 100% [14/07/64]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: อุบัติรักเรือผี <Betaverse> ตอนที่ 14 : 100% [14/07/64]  (อ่าน 3080 ครั้ง)

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ   ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0 
ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่ http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0 
ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่ 
 
 1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่ 
 
 2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
 หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
 หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
 และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
 ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   
 
 เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ 
 3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ 
 4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ 
 5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว 
 6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน 
 7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
       7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
       7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
       7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
             - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ 
 8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง). 
 9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ 
 10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวปhttp://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป 
 11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว
 
 บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
 นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป 
 12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด 
 13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ 
 14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ 
 15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
 (1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
 (2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง ....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
 - ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
   (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
 - ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
 - ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
 - ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
 - ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail   
 16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข  17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
  เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ admin thaiboyslove.com.......................................                                                             
 วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7 วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย 
 
 
เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-07-2021 17:51:23 โดย GukakST »

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
บทนำ เรื่องราวของผู้ชายจืดชืด

นี่คือเรื่องราวอันจืดชืดของหัวหน้าแผนกเซลล์ในบริษัทยาแห่งหนึ่ง บุคคลนี้เป็นเบต้า มีชีวิตเรียบง่าย เช้ามาทำงาน ตกเย็นกลับบ้าน กินข้าว อาบน้ำ แล้วก็นั่งดูทีวี จบชีวิตในหนึ่งวัน

ถ้ามีนิยายที่เขียนแต่วันธรรมดาแบบนี้จะมีใครอ่านไหม? ไม่น่าหรอก เพราะมันธรรมดาเกินกว่าจะเป็นนิยายรักสักเรื่อง ซึ่งคมสันต์เห็นด้วย มันไม่ต่างอะไรกับหนังสือเรียนหรอก น่าเบื่อจะตายชัก

ถ้างั้น...กดปิดหน้านี้ไปเถอะ เพราะชีวิตน้อยๆ ของคมสันต์นั้นน่าเบื่อเกินไป

อะ...ล้อเล่น!

บรรทัดด้านบนนั้นเป็นการเกริ่นชีวิตของคมสันต์ได้ถูกต้องตรงประเด็นที่สุดแล้ว ชีวิตธรรมดา กับเบต้าหนุ่มธรรมดา ที่มีฐานะธรรมดา และหน้าตาที่...ธรรมดา

งั้นนิยายเรื่องนี้มีอะไรที่น่าสนใจกันล่ะ? นั่นน่ะสิ เรื่องนี้คมสันต์ก็คงไม่สามารถบอกได้ เพราะตัวของเขาเองก็ยังมองว่ามันไม่น่าสนใจเลย ทว่าในวันธรรมดาวันหนึ่งของคมสันต์ จู่ๆ มันก็ทำให้วันต่อมาหลังจากนั้นมันไม่ธรรมดาน่ะสิ

อะไรคือปัจจัยที่เปลี่ยนชีวิตเบต้าอันแสนจะธรรมดาให้ไม่ธรรมดาน่ะเหรอ คำตอบมันก็คงจะเป็นอัลฟ่าหนุ่มผู้สูงศักดิ์คนนั้นล่ะมั้ง อืม...ใช่แหละ ชีวิตธรรมดาที่ไปพัวพันกับบุคคลที่ไม่ธรรมดา ทำให้ชีวิตของคนธรรมดาไม่ธรรมดา

คาดว่ามาถึงบรรทัดนี้คนอ่านคงเบื่อเต็มทีกับคำซ้ำที่ซ้ำจนน่าอ่านข้าม แต่เอาล่ะ มาเข้าเรื่องราวของชายหนุ่มผู้จืดชืดไร้ซึ่งความโดดเด่นคนนี้กันเถอะ คมสันต์ชายหนุ่มเบต้าที่มีรูปร่างสมส่วน หุ่นดีมั้ง หรือไม่ดี ก็คงปานกลางเพราะเขาไม่โดดเด่น เรื่องหน้าตาจัดว่าดี เกือบขี้เหร่แล้วเหมือนกันติดที่ยังหล่ออยู่ ผลการเรียนงั้นๆ ได้ที่สามที่สี่ไม่ได้เก่งอะไร จะมาโดดเด่นเอาจริงๆ ก็ตอนที่วัยใกล้เลขสามเข้าไปทุกทีอย่างตอนนี้ เพราะว่าคมสันต์นั้นได้เป็นถึงหัวหน้าแผนกแทนที่อัลฟ่ายังไงล่ะ

ส่วนคำถามที่ว่าเบต้าขึ้นมาเป็นหัวหน้าแผนกแทนอัลฟ่ามันโดดเด่นยังไงนั้นเอาไว้ค่อยไปเล่าบทอื่นละกัน เข้าเรื่องสำคัญที่ผู้อ่านอยากรู้เกี่ยวกับชีวิตอันแสนธรรมดาของคมสันต์ดีกว่า

เหตุการณ์มันเกิดขึ้นในวันหนึ่ง จะว่าเป็นวันปกติสุขหรือเป็นวันที่คมสันต์มีสุขอีกวันดีล่ะ เพราะมันทั้งปกติและมีความสุขด้วย คมสันต์นั่งประชุมเกี่ยวกับผลประกอบการและเขาก็ได้รับคำชมอย่างมากมายมหาศาล แฮ่ๆ แอบเวอร์หน่อยน่ะนะ แต่ถึงในความเป็นจริงคำชมนั้นจะไม่ได้มากมายขนาดที่ขายไปเมื่อครู่ แต่มันก็แฮปปี้มากแหละสำหรับเขา

เหล่าคนใหญ่คนโตเริ่มมองข้ามเพศสภาพของคมสันต์แล้วเล็งเห็นถึงการทำงานที่โดดเด่นสะดุดตา บ้างก็ว่าทำงานได้ดีกว่าพวกอัลฟ่าเสียอีก อยากบอกคนพูดประโยคนี้มากว่าอัลฟ่าจะแดกหัวผมแล้วครับ! แต่คมสันต์ก็ไม่ได้พูดออกไป เขาทำแค่ก้มหน้ายิ้มรับคำชมแบบหล่อๆ อยู่มุมหนึ่งของโต๊ะประชุม

กระทั่งการประชุมสิ้นสุดลง ทุกคนกรูออกจากห้องประชุมไปแล้วเว้นแต่คมสันต์ที่ยังนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับความสำเร็จอีกขั้นของตัวเอง ห้องประชุมว่างเปล่าและเขาก็เหมือนคนบ้าที่นั่งยิ้มอยู่คนเดียวในห้อง แหมคนมีความสุขก็ขอดื่มด่ำกับมันสักแป็บไม่เห็นเป็นอะไร

แต่แล้ว...คมสันต์ก็คิดว่าการที่เขาเลือกจะนั่งโง่ๆ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียวในห้องประชุมนั้นเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์ขึ้นมาเมื่อประตูห้องประชุมถูกเปิดออกอย่างแรงจนมันกระแทกกับกำแพงเสียงดัง!

โหยยย สะดุ้งเกือบตกเก้าอี้นะบอกไว้ก่อน ช็อตนี้คือหัวใจวายตายได้เลยถ้าเป็นคนหัวใจไม่แข็งแรง คมสันต์แอบลูบอกตัวเองเบาๆ เป็นการปลอบใจตัวเอง ในใจก็บอกขวัญเอ๊ยขวัญมา

ยังไม่ทันกล่อมตัวเองจนสงบได้ที่ แรงกดดันของอัลฟ่าก็ทำให้เขาต้องรู้สึกหนาวสะท้านและผวาหวาด ขนในกายลุกชันตามสัญชาตญาณของผู้ที่อยู่ในชนชั้นที่ต่ำกว่า คมสันต์แทบไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองคนที่เข้ามาในห้องเลยแต่มันก็อดไม่ได้ และเมื่อเงยหน้าขึ้นเขาก็พบกับ...

ให้เดาดีไหม? อะ...ไม่น่าดี

“คะ...คุณอลัน?” คมสันต์เอ่ยชื่อคนตรงหน้าออกไป อลันยืนพิงอยู่ที่ประตู เหมือนฝ่ายนั้นจะกดล็อกประตูด้วยนะ แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่าสภาพของอลันในยามนี้

อลันที่อยู่ในสายตาของคมสันต์นั้นเป็นอลันที่มีบรรยากาศแห่งความกระหายใคร่อยากอย่างบอกไม่ถูก ดวงตาใต้แว่นแข็งกร้าวราวกับต้องการสะกดให้เขาอยู่ใต้อำนาจของอลันในยามนี้ ริมฝีปากอีกฝ่ายขบเม้มกันแน่นจนจะกลายเป็นเส้นตรง คมสันต์ไม่เข้าใจเลยว่าอาการที่เห็นอยู่นี้เขาเรียกว่าอะไร แต่เมื่อสบตาอลันไปแล้ว ร่างสูงใหญ่อันน่าเกรงขามนั้นก็เคลื่อนเข้ามาใกล้แม้จะโซซัดโซเซก็ตาม แต่พออลันเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เขาที่นั่งอยู่มากเท่าไหร่ ไอ้อาการเดินนเป๋มันก็ค่อยๆ หายไปพร้อมกับที่อลันปลดเน็กไทและกระดุมเม็ดบนๆ ของตนออก

“เฮ้ย...!!!” กรี๊ดดดดดด นี่สิเสียงในใจ จะไม่ให้กรี๊ดแตกได้ยังไงก็ในเมื่ออลันดันพุ่งตัวเข้ามาหาแบบไม่ให้ตั้งตัว หนำซ้ำยังใช้เรี่ยวแรงอันมหาศาลของอัลฟ่าลากร่างกายของเขาจากที่นั่งเก้าอี้ไปเกยกับโต๊ะประชุมใหญ่กลางห้อง

ทั้งหมดมันรวดเร็วมาก เร็วชนิดที่ว่าคมสันต์คนนี้ตั้งตัวตั้งใจตั้งสติไม่ทันกันเลยทีเดียว เอ่อ...ถ้าจำไม่ผิดสติกระเจิงตั้งแต่ได้ยินเสียงเปิดประตูรุนแรงนั้นแล้วแหละนะ

คมสันต์มองอลันที่กักขังร่างกายของเขาไว้ด้วยสองแขนแข็งแรง ภาพเบื้องหน้าของคมสันต์ดูเป็นภาพที่ยั่วเย้าแหละเซ็กซี่อย่างบอกไม่ถูก แผงอกขาวๆ และใบหน้าฉ่ำอารมณ์ของอลันมันดี...ดีนะ เรียกว่าถ้าเขาเป็นโอเมก้าล่ะก็คงได้คลั่งอลันในยามนี้แน่ๆ

คมสันต์กระพริบตาปิบๆ อยากจะส่งสายตาปิ๊งๆ เหมือนกันแต่มันไม่ได้อยู่ในสถานะการณ์เช่นนั้น แล้วอีกอย่างการที่อลันเอาตัวเองแทรกเข้ามาที่หว่างขาเขาแบบนี้มันล่อแหลม...แหลมเปี๊ยวเลยทีเดียวเชียว

“เงียบหน่อยสิ” อลันเปิดปากพูดครั้งแรกก็สั่งเขาเงียบ หึ...เงียบบ้านพี่สิครับ ผมไม่เงียบแล้วก็จะไม่เงียบบบบบบ

ในใจก็บอกว่าจะไม่เงียบอะเนาะ แต่ความเป็นจริงก็เม้มปากแน่นเลยครับ ไม่กล้าพูดขนาดจะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ๆ ลงคอยังกลัวว่าเสียงมันจะดังรบกวนคุณอัลฟ่ามาดโหดในตอนนี้

พอเขาเงียบก็ได้ยินเสียงลมหายใจฟืดฟาดและเสียงกัดฟันดังกรอดของอลันที่อยู่เบื้องหน้า คมสันต์ปะทะสายตากับอลันแล้วพบว่าอลันในยามนี้ดูไร้ซึ่งสติสุดๆ ขนาดไม่ได้เป็นโอเมก้าที่สนองตอบต่อกลิ่นของอัลฟ่ายังรู้สึกร้อนรุ่มได้เลย

ไม่นะ...อลันไม่ได้หื่นใช่ไหมนะ!

อลันใช้มือข้างหนึ่งที่เคยค้ำโต๊ะกักขังร่างกายของเขามาจับที่สาบเสื้อเชิ้ตสีขาว คมสันต์มองมือนั้นชัดๆ เห็นจะจะคาตาเลยว่ามันกำลังจะแกะกระดุมเสื้อของเขาอยู่ คมสันต์ตกใจไปหลายวิมาก ที่ว่ามากเพราะว่ามันสามารถทำให้กระดุมเสื้อของเขาหายไปได้ตั้งสามเม็ดรวด!

โหย...เชี่ยวชาญนะเราอะ!

“คุ...คุณจะจะทำอะไรครับ” คมสันต์จับมือนั้นไว้เพื่อจะหยุด แต่เพราะอลันใช้ความเป็นอัลฟ่ากดดันเขาเอาไว้ทำให้เรี่ยวแรงที่จะใช้หยุดมืออลันนั้นมันน้อยนิดกระจิ้ดริ้ดไปเลย

“...” อลันไม่ตอบแต่ปลดต่อ เป็นการปลดกระดุมที่ดูหื่นมาก สายตาคือกินเขาไปแล้วทั้งตัว ถ้าถามว่าทำไมรู้ก็เพราะว่ารู้สึกได้แม้ไม่ต้องสบตากับอีกฝ่าย คิดดูเถอะ ว่าอลันต้องการมากขนาดไหนอะ โอ้ยยยยยไม่นะม่ายยยยย

“คุณ...คะคะคุณหยุดเถอะอื้อ!” คือ...เอ่อคือ....จะให้หยุดไงโว้ย ให้หยุดแกะกระดุมน่ะไม่ใช่หยุดปากเขาไง!

นอกจากหยุดคำพูดของคมสันต์ด้วยปากแล้วอลันยังใช้มือข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองของคมสันต์ตรึงไว้เหนือหัวเพื่อหยุดการขัดขืนของคมสันต์อีกทางด้วย

จูบอันหื่นกระหายของนักล่าที่ต้องการผสมพันธุ์นั้นมันเร่าร้อนและดุเดือดเลือดพล่านสุดๆ ทั้งที่แค่จูบแต่คมสันต์รู้สึกสะท้านไปทั้งร่างกาย หูอื้ออึงได้ยินแต่เสียงน้ำลายและเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย ดวงตาพร่าเบลอเพราะจ้องหลอดไฟเหนือหัวมากเกินไป....อะไม่ใช่

แรงขัดขืนของคมสันต์ที่มีต่ออลันเมื่อแรกพบสบตาได้หายไป คือ...ก็ไม่หายหมดแต่รู้ว่าขัดขืนคนหิวตอนนี้มันไม่ได้อะไรดีขึ้นมา หรืออาจจะต้องยอมรับความจริงที่ว่าแค่จะดึงมือของตัวเองออกจากการกดไว้เหนือหัวก็ยังทำไม่ได้ดีล่ะ

ฮื่ออออออ สู้แรงไม่ได้ง่ะ แถมไอ้จ้อนตื่นด้วยง่ะ แล้วที่จ้อนตื่นเพราะจ้อนมีอารมณ์ใช่ไหม อะ...แสดงว่าตอนนี้คมสันต์มีอารมณ์ แล้วพอมีอารมณ์ก็จะไม่ขัดขืน อ่า...ช่าย

เฮ้ย!!! ไม่ได้ดิ ใจง่ายไม่ได้ จริงจัง ห้ามเคลิ้ม หาคล้อยตาม ห้าม...ห้ามตัวเองไม่ได้เลยฮื่อ

“เบา แฮ่ก...อื้อคุณอลันเบาหน่อยของผมจะหักแล้วอ๊ะ” ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้ดี เอ๊ย! ไม่ใช่...เอ่อมันรุนแรงมากจนร่างของเขาไถลขึ้นๆ ลงๆ อยู่บนโต๊ะประชุม ที่เมื่อไม่ถึงชั่วโมงก่อนนี้เพิ่งได้ใช้งานประชุมแบบจริงจังไป แล้วดูคตอนนี้สิ...ดูหัวที่สั่นด็อกแด็กของคมสันต์สิ

แม่จ๋าอลันปล้ำหนู!!!

เขาปล้ำหนูไม่หยุดเลย และ...แล้วหนูก็ไม่อยากหยุดด้วยแม่!

….100%….

สวัสดีค่ะ Gukak เองนะคะ หายหน้าหายตาไปนานมากกกกก นานจนเหมือนซ้อมตายเลยค่ะ วันนี้ Gukak มาตามสัญญาด้วยการเอาเจ้าคู่เรือผีมาเสิร์ฟ

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะคะว่าคู่นี้เป็นเรือผีจริงๆ ค่ะ คือตอนแรกไม่ได้สนใจเจ้าคมสันต์เลย แล้วไปอ่านคอมเมนต์ เจอคอมเมนต์หนึ่งที่เขาชิบคู่นี้ แล้วเราก็เกิดไอเดียขึ้นมา จากตอนแรกเขียนขำๆ ตอนเดียวก็กลายเป็นคนบ้ายุ โดนนักอ่านยุจนเกิดเรื่องนี้ขึ้นนี่แหละค่ะ แฮ่ๆ

ฝากเนื้อฝากตัวฝากเรื่องเรือผีด้วยนะคะ ถ้าไม่เป็นการรบกวนก็อยากให้ช่วยแชร์ช่วยคอมเมนต์ให้เค้าหน่อยน้า

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
ตอนที่ 1 เบต้าชายที่ชื่อคมสันต์ [40%]

คุณเคยดูละครน้ำเน่าที่สาวน้อยเผลอไปมีอะไรกับหนุ่มหล่อรวยมั้ย? ต้องเผลอด้วยนะ แบบ...เมาแล้วไปล้มทับกัน ตื่นมาพบความจริงเอาตอนเช้าของอีกวัน ร่างกายเปล่าเปลือยอยู่บนเตียงนอนหลังกว้างของชายหนุ่มนั้น กอดผ้าห่ม น้ำตาไหลพรากๆ เพราะว่าเสียตัวให้กับคนอื่นโดยที่ไม่ตั้งใจ แล้วอีพระเอกมันก็จะนั่งริมเตียง สูบบุหรี่ พอพ่นควันออกจากปากได้ก็หันเอาสายตาเย็นชาราวกับไร้ความรู้สึกมามอง ก่อนถามว่า...จะเอาเท่าไหร่?

อะ เล่ามาถึงตรงนี้พวกคุณก็คงจะเดาเนื้อเรื่องต่อจากนั้นได้ไม่ยากเย็นเท่าไหร่ หญิงสาวก็จะบอกว่าตนไม่ต้องการเงินบลาๆ แล้วแยกย้ายกันไป แต่ก็มีเรื่องให้มาพัวพันกันเถือกนั้น ทีนี้...มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องของคมสันต์น่ะเหรอ

ก็...คมสันต์ดันเป็นหญิงสาวในละครน้ำเน่าเรื่องนั้นน่ะสิ!

ครับ แล้วนี่ก็คือสภาพของคนที่โดนข่มแหงจนน้ำแห้งหมดตัว คมสันต์นอนขดตัวบนโต๊ะประชุมโดยมีเสื้อสูทของอลันพาดช่วงสะโพกลงไปเพื่อป้องกันการโป๊ ก็ไม่รู้ว่าต้องป้องกันทำไมเพราะมันก็โป๊เปลือยไปหลายต่อหลายชั่วโมงมากแล้ว อลันทำให้คมสันต์ได้เรียนรู้ว่าเวลาที่อัลฟ่าคลั่งเพราะความต้องการล้นทะลักมันเป็นยังไง เนื้อตัวที่โพล่พ้นเสื้อสูทราคาแพงของอลันนั้นเต็มไปด้วยรอยกัดนับไม่ถ้วน ยังไม่รวมรอยจูบรอยดูดจนแดงจ้ำช้ำไปทั้งตัว ยิ่งช่วงลำคอของคมสันต์นี้ยิ่งไม่เหลือที่ว่างให้เห็นสีผิวจริงๆ เลย

อลันนั่งอยู่บนเก้าอี้ เจ้าตัวลากมันไปยังกำแพงกระจก จุดบุหรี่สูบพลางทอดสายตาที่แสนจะอ่านยากไปยังท้องฟ้ายามราตรี คมสันต์นอนขดมองอลันมาครู่ใหญ่แล้วหลังจากอลันกินจนหนำใจ ดูเหมือนความบ้าคลั่งของอลันจะหายไปแล้ว แทนที่ด้วยความระบมไปทั่วร่างของคมสันต์แทนน่ะนะ

ฮึ้กๆ อยากร้องไห้ อยากฟ้องแม่ อยากบอกแม่ว่าหนูโดนข่มแหงรังแกจากอัลฟ่าหนุ่มคนนั้น อัลฟ่าหนุ่มที่ไกลเกินเอื้อมกับคนอย่างเขา อัลฟ่าที่แม้แค่เขาคิดจะเทียบเท่ายังเป็นเรื่องที่โง่เง่าสิ้นดี คมสันต์โอดครวญอยู่กับตัวเองแค่ในใจ ไม่กล้าจะร้องไห้ออกมาจริงๆ หรอกต่อให้โดนกระทำชำเราไปหนักหนาขนาดนั้นก็ตาม

ก็....จริงๆ ก็ชอบ!

เมื่ออลันดูดบุหรี่ในห้องแอร์เสร็จเจ้าตัวก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาหาคมสันต์ที่นอนมองตาปริบๆ ไม่นะ ห้ามนะ งดต่อรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้นะครับ ไม่ไหวแล้วนะ จะตายแล้วแห้งเหี่ยวไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัวแล้วครับ คมสันต์แอบกลืนน้ำลายดังเอื้อกเพราะอลันมาหยุดตรงหน้า จ้องตาเขาหนำซ้ำยังเอามือมาเกลี่ยที่ร่องรอยบนตัวเขาอีก

“คือ...” อยากบอกว่าห้ามทำ ห้ามต่อ งดๆ ขอกลับบ้านไปพักเถอะ ปวดน้องไปหมดแล้วฮื่อ

“กลับไหวไหม” อลันถามเสียงเรียบทั้งที่ยังเกลี่ยรอยแดงบนตัว

“วะไหวครับ” ต้องไหวแหละ ไม่งั้นจะให้นอนสภาพนี้ในห้องประชุมของบริษัทหรือยังไงคร้าบบบ

“อืม” อลันละมือออกจากกายเขา แล้วไปสวมใส่เสื้อผ้า

แค่เนี้ยอะนะ แค่อืมอะเหรอ ไม่คิดจะชดใช้ค่าเสียหายนี่หน่อยเหรอครับ ไม่ถามแบบในละครเหรอว่าเอาเท่าไหร่น่ะ ถามหน่อยสิ อยากเรียกค่าเสียหาย ค่าน้ำที่เสียไปก็ได้ ใจร้ายจริงๆ คนอะไร๊

อะๆ ในเมื่อเขาไม่ถามก็ไม่ต่อล้อต่อเถียงล่ะนะ ไม่ใช่ไรกลัวโดดนกดอีก แบบเกิดถามแล้วฝ่ายนั้นไม่พอใจขึ้นมาจับกดอีกนี่แห้งตายเลยนา น้ำในร่างนี้มันจะไม่เหลือแล้ว ทำซะอย่างกับอดยากปากแห้งมาจากไหนก็ไม่รู้ สั่งให้หยุดก็ไม่หยุด ทำแบบหน้ามืดตามัวสุดอะไรสุดมาก สมแล้วที่เป็นอัลฟ่า ว่าแต่ว่า...เบต้าอย่างเขารับไหวได้ยังไงวะเนี่ย งงใจตัวเองจริงๆ

คมสันต์ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง หย่อนขาทั้งสองลงกับพื้นเบาๆ ต้องเบาๆ เพราะไม่มีแรงเหลือแล้วแม่เจ้าโว้ย ละพอลงน้ำหนักไปที่เท้าก็รับรู้ได้เลยว่าตัวเองขาสั่นพับๆ จะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่อยู่รอมร่อ ดีที่ยังใช้มือค้ำโต๊ะเอาไว้อยู่ไม่งั้นทรุดพรวดลงไปแบบนางเอกในนิยายเลยนะ แต่...แต่งตัวยังไงวะ กางเกงอยู่นู้นนนน ห่างจากโต๊ะไปสองสามโยชเห็นจะได้

สภาพของคมสันต์ที่ต้องค่อยๆ เดินไปเอากางเกงกับเสื้อของตัวเองที่พื้นนี่เป็นอะไรที่เอนกอนาถมากถึงมากที่สุด มันแบบขาสั่นพั่บๆ ตรงนั้นก็ปวดหน่วง เดินกระย่องกระแย่งไปก้มเบาๆ ค่อยๆ หยิบทีละชิ้น ทีละชิ้น ไม่ได้บรรจงนวยนาดอะไรแบบนางเอกหรอกนะแต่ไม่มีแรงเว้ย มันก็เลยต้องค่อยๆ ทำเนี่ยแหละ

แล้วพอหยิบมาได้ก็ต้องมายืนพิงโต๊ะประชุมเพื่อทรงตัว จากนั้นเอาขาเนี่ยสอดใส่เข้าไปในกางเกงทีละข้าง ทีละข้างอย่างใจเย็น เสียการทรงตัวนิดเดียวก็ตัวเอียงจะล้ม ต้องคว้าโต๊ะเอาไว้ จบจากกางเกงที่ยากเย็นแสนเข็ญก็เป็นเสื้อเชิ้ตซึ่งง่ายกว่าเยอะ พิงโต๊ะติดกระดุมสบ๊ายยย

“อุ๊ย!” ติดกระดุมเสร็จถึงได้เห็นว่าอลันยืนพิงกำแพงกระจกมองการกระทำของเขาอยู่ เหอๆ ตลกล่ะสิ จะขำก็ได้นะ แต่ขอค่าขำห้าบาทอะจ่ายไหม

“ไหว?” อลันเลิกคิ้วเชิงถาม แหม...ถามมาได้ ถามเอาตอนผ่านช่วงที่ยากที่สุดอย่างการใส่กางเกงมาได้ก็ไม่มีอะไรยากไปกว่านี้แล้วละครับคุณอลัน!

“ไหวสิครับ สบายมาก แค่นี้เองจิ๊บๆ” คมสันต์พยายามพูดติดตลก ก็อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะยิ้ม เอาแต่มองด้วยสายตาเย็นชาอยู่ได้ มองจนเขาจะกลายเป็นชาเย็นอยู่แล้วเนี่ยปั๊ดโถ่

“เค” อลันยืนเต็มตัวหลังจากได้ยินคำตอบ จากนั้นเจ้าตัวก็คว้าสูทพาดบ่าแล้วเดินออกจากห้องประชุมไป

“อูยยยย ซี้ดดดดปวดเว้ย” พอไม่มีสายตาอลันเท่านั้นแหละ โอดครวญให้ไว ทรมานไปหมด ระบมทั้งตัว ไม่มีตรงไม่ปวดเมื่อยขบเลยแม้แต่จุดเดียว แถมขาเขอก็ยังไม่มีแรงอีก

คมสันต์มองนาฬิกาข้อมือตัวเองแล้วก็ต้องเบะปากช้ำใจ นี่เขาโดนกินมาร่วมหกชั่วโมงเลยหรือ มิน่าล่ะ จะตายอย่างเดียวเลยตอนนี้ โอ๊ยยย พรุ่งนี้ผมจะทำงานไหวไหมคุณอลันเอ๊ย คมสันต์มองนาฬิกาอีกที ถอนหายใจอีกหนแล้วค่อยเดินเตาะแตะออกมาจากห้องประชุม ภายนอกยามเที่ยงคืนนี้มีแต่...ความมืด แหงล่ะ ป่านมันไม่มีใครอยู่ในบริษัทแล้วล่ะนอกจากผีอะ ดีนะที่ลิฟต์ยังใช้งานได้ไม่งั้นเดินบันไดคือตายเลยนะ หรืออาจจะต้องกลิ้งลงบันไดแทนการเดินน่ะ

คมสันต์เอามือค้ำกำแพงเดินไปตลอดทางจนถึงลิฟต์ อนาถใจอย่างบอกไม่ถูก มีตรงไหนไม่ปวดมั้งไหมน้าเจ้าตัวจับเอวเบาๆ นวดๆ นิดหน่อย อีกตรงที่อยากนวดแต่นวดไม่ได้ก็ตรงกลางร่างกายนี่แหละ เอิ่ม แต่เอาจริงๆ ก็ไม่น่าไปแตะต้องมันในตอนนี้หรอก

ชีวิตอันแสนธรรมดาของคมสันต์ในวันนี้ยุ่งเหยิงผิดจากเดิมไปหมด เขาพยายามอย่างสุดแรงเกิดเพื่อกลับมาบ้าน ตรงดิ่งไปยังห้องนอนของตัวเองเพื่ออาบน้ำและล้มตัวลงนอน บอกตามตรง เรื่องคิดมีเยอะแต่ไม่คิดจะดีกว่า ขืนคิดมากไปกว่านี้พรุ่งนี้ตายแน่ๆ

เช้าวันต่อมาคมสันต์เกือบตื่นสายเพราะอ่อนเพลียเกินไป เจ้าตัวรีบเร่งไปหมด ไม่ว่าจะอาบน้ำหรือแต่งตัว มันดูลวกๆ ไปหน่อยแต่ทำไงได้ดีกว่าเข้างานสาย แต่เขาก็ไม่ลืมจะใส่เสื้อคอเต่าแขนกุดเอาไว้ข้างในเสื้อเชิ้ตเพื่อปกปิดร่องรอยของอลัน คมสันต์จับเน็กไทด์ของตัวเองให้เข้าที่ขณะเดินลงมายังข้างล่าง บ้านของเขาเป็นบ้านหลังไม่เล็กไม่ใหญ่ แค่ยี่สิบสี่ตารางวา ลงมาก็เจอโต๊ะกินข้าวที่ตั้งติดกำแพงหลังบ้าน

“ตื่นสายจังลูก เมื่อคืนหนูกลับบ้านมาตอนไหน แม่ไม่เห็นหนูเลย” คนเป็นแม่เตรียมอาหารเช้าไว้ให้ลูกชาย เป็นไข่เจียวและผัดผักง่ายๆ แวบหนึ่งคนเป็นแม่แอบสงสัยกับการแต่งตัวของลูกชายที่แปลกตาไปกว่าทุกวัน แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป

“เมื่อคืนหนูมีสังสรรค์กับลูกค้า ก็เลยกลับบ้านดึก เกือบตีสองนู้นมั้งที่หนูมาถึงอะ” คมสันต์นั่งลง รับจานข้าวมาแล้วรีบตักกินในทันที ส่วนแม่ของเขานั้นก็นั่งกินอยู่ตรงข้าม

บ้านหลังนี้มีกันอยู่สองคนแม่ลูก ซึ่งบ้านหลังนี้ก็เป็นบ้านที่พ่อของเขาซื้อให้นั่นแหละ แม่คมสันต์เป็นเพียงแม่บ้านธรรมดา อยู่บ้านดูแลบ้านและอาหารการกินของลูกชาย เรียกได้ว่าคอยทำงานบ้านทุกอย่าง ส่วนคมสันต์นั้นก็มีหน้าที่แค่ทำงานข้างนอก เรื่องในบ้านหลังนี้แม่ที่แสนน่ารักได้จัดการเอาไว้ให้หมดแล้ว

“ดึกมากเลยนะเนี่ย วันนี้หนูจะทำงานไหวใช่ไหมลูก จะไปง่วงเอาที่ทำงานไหม แม่ชงกาแฟให้หนูสักแก้วดีกว่า”

“โอ้ยแม่ไม่ต้อง กาแฟทำหนูปวดหัวตลอดเลย”

“แต่แม่กลัวหนูทำงานไม่ไหวนี่” จริงๆ คนเป็นแม่รู้แหละว่าลูกชายตัวเองนั้นไม่ถูกกับกาแฟเท่าไหร่ แต่ก็กลัวลูกจะทำงานไม่ไหว

“หนูทำงานไหว แค่นี้เองจิ้บๆ แม่ไม่ต้องห่วงเลย ลูกแม่เก่งมาก” คมสันต์ยิ้มขำ ซึ่งนั่นก็ทำให้แม่ของเขายิ้มออกมาได้บ้าง

จบมื้อเช้าคมสันต์รีบเร่งไปยังรถประจำตำแหน่ง เรียกได้ดูหรูใช่มั้ย จริงๆ มันก็รถของบริษัทที่เขาเอามาใช้เหมือนเป็นรถของตัวเองนั่นแหละ เมื่อฝ่าดงรถติดมาถึงบริษัทได้ คมสันต์ก็ต้องใช้ขายาวๆ ของตัวเองให้เป็นประโยชน์ ด้วยการก้าวยาวๆ จะได้ไปสแกนบัตรให้ทันนั่นเอง

ระหว่างทางคมสันต์ทักทายเพื่อนร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นเบต้าสาว อัลฟ่า โอเมก้า คมสันต์ทักหมด เขาเป็นคนอัธยาศรัยดี เป็นมิตรกับคนอื่นๆ ที่จริงเมื่อก่อนเขาไม่โดดเด่นอะไรเลย แล้วก็ไม่ค่อยถูกกับอัลฟ่าขนาดปัจจุบันนี้ด้วย แต่เมื่อหลายเดือนก่อนมีการปรับปรุงระบบของบริษัท ตามนโยบายของท่านประธานคนใหม่ ทำให้ตอนนี้เหล่าชนชั้นต่างๆ นั้นอยู่ร่วมกันได้เป็นสุขมากขึ้น

____40%____

มาแล้ววววว เอาหนูคมสันต์มาเสิร์ฟแล้วจ้า หนูคมโดนกินแล้วก็ทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ตีคุณอลันเลยเพียะๆ

ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ด้วยน้าาาา ขอบคุณสำหรับการติดตามงับ ไวเจอกันอีกทีวันพุธนะคะ เฝ้ารอกันด้วยเน้ออออ ^^

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2013
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
ตอนที่ 1 เบต้าชายที่ชื่อคมสันต์ [100%]

แต่ถึงอย่างนั้นคมสันต์ก็รับรู้ได้แหละว่ามีอัลฟ่าที่เชื่อมั่นว่าตนเองเหนือกว่าชนชั้นอื่นๆ หมั่นไส้เขาอยู่ ต้องเข้าใจในบริบทที่เพศที่สองมีบทบาท อัลฟ่าเปรียบเสมือนจ่าฝูง ที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ของความเป็นผู้นำ มีอำนาจทางธรรมชาติที่สามารถแผ่ความกดดันให้กับชนชั้นที่อยู่ถัดลงไปจากตนเอง ถ้าเปรียบเป็นพีระมิต เหล่าอัลฟ่าก็คือกลุ่มคนจำนวนน้อยที่อยู่บนยอดสูงสุด

ถัดจากยอดนั้นลงมาก็คือเหล่าเบต้าซึ่งมีจำนวนมากที่สุดในสามชนชั้น เป็นจำพวกคนธรรมดาที่ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับอะไรสักอย่างเดียว ธรรมดาแบบ...ธรรมด๊าธรรมดา ไม่ได้มีพันธุกรรมใดที่โดดเด่นแต่ก็ยังเหนือกว่าชนชั้นสุดท้าย

ส่วนชนชั้นสุดท้ายก็เป็นโอเมก้า เป็นกลุ่มที่มีน้อยยิ่งกว่าอัลฟ่า อัลฟ่าว่าน้อยแล้ว โอเมก้าน้อยเป็นครึ่งต่อครึ่งของอัลฟ่าเลยทีเดียว แถมชนชั้นนี้ยังเกิดมาพร้อมกับความเป็นผู้ตาม ธรรมชาติทำให้โอเมก้าสยบต่ออัลฟ่าได้เพียงแค่โดนสบตา หรือบางทีอาจจะแค่เข้าใกล้ด้วยซ้ำ ทว่าสิ่งที่โอเมก้ามีเหนือกว่าเพศอื่นก็คือครรถ์ โอเมก้านั้นพิเศษกว่าทุกชนชั้นเพราะสามารถตั้งครรถ์ได้ไม่ว่าจะเพศหญิงหรือชาย และจะสามารถตั้งครรถ์ได้ง่ายเมื่อฮีต

อาการฮีตของโอเมก้านี้นี่แหละที่เป็นเหมือนสารกระตุ้นความต้องการทางเพศต่อชนชั้นอื่นๆ เบต้าที่ธรรมดาขั้นสุดก็สามารถโดนอาการฮีตของโอเมก้าครอบงำได้ โดยโอเมก้านั้นจะมีอาการฮีตทุกเดือน ตั้งแต่สามวันจนถึงเจ็ดวัน หรืออาจจะมากกว่านั้น แล้วจะฮีตครั้งแรกประมาณอายุสิบห้าปี หรืออาจจะนานกว่านั้นน้อยกว่านั้นก็แล้วแต่สภาพร่างกายของโอเมก้าตนนั้นๆ ซึ่งโอเมก้านี้เมื่อฮีตจะปล่อยฟีโรโมนออกมา เหมือนสัตว์ตัวเมียในช่วงผสมพันธุ์จะมีกลิ่นเพื่อเชิญชวนเพศตรงข้ามมานั่นแหละ

เหนือกว่าสิ่งอื่นใดคือคู่แท้ อัลฟ่าและโอเมก้าจะมีคู่แท้ของกันและกัน เป็นเรื่องที่หาได้ยากมาก เรียกได้ว่าแสนคู่จะมีสักคู่ที่เป็นคู่แท้โดยธรรมชาติ เขาว่ากันว่า เมื่อโอเมก้าและอัลฟ่าที่เป็นเนื้อคู่มาเจอกัน พวกเขาจะรับรู้ได้ในทันทีว่านี่แหละคือคู่แท้ชั่วชีวิตของตนเอง แล้วเมื่อนั้นโอเมก้าจะฮีตทันทีแม้จะไม่ได้อยู่ช่วงฮีต แล้วฮีตของโอเมก้าที่เจอคู่แท้ จะทำให้อัลฟ่าที่เป็นคู่เกิดคลั่งรักขึ้นมาได้ เรียกว่า...บางคู่ตั้มกันสามวันเจ็ดวันกันเลย

เอาล่ะ จบวิชาสังคมโอเมก้าเวิร์สไว้แต่เพียงเท่านี้ แล้วมาเข้าเรื่องเอื่อยๆ เฉื่อยๆ ของเบต้าที่ชื่อคมสันต์กันต่อ ตอนนี้คมสันต์เข้างานทันเวลา และคมสันต์ก็กำลังเคลียร์งานของตัวเองด้วยความง่วงนอนสุดๆ เมื่อวานนอนก็เหมือนไม่ได้นอน พักก็เหมือนไม่ได้พัก ร่างกายยังไม่หายเพลียจากการโดนดูดกลืนลูกๆ หลายร้อยล้านล้านตัวเลย

“บอกฉันเกี่ยวกับเสื้อคอเต่านั่นหน่อยสิ” มาถึงแผนกปุ๊บก็มีคน ‘ใส่ใจ’ ปั๊บ คมสันต์ซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้ภายใต้รอยยิ้มสดใส

“พอดีเป็นผื่นขึ้นเต็มเลยน่ะครับ แล้วเผลอไปเกามันเลยแดงเป็นปื้นๆ เลย”

“อุ๊ยจริงเหรอคะ ขอดูได้ไหม” อีกคนยื่นหน้าเข้ามา คมสันต์ฉีกยิ้มกว้างขึ้นเป็นการบอกนัยๆ ว่ายุ่ง!

“อย่าดีกว่าครับ” คมสันต์ปฏิเสธเสียงนุ่มก่อนเปลี่ยนเรื่อง “ผมเอาน้ำเต้าหู้มาฝาก แบ่งๆ กันนะครับ”

“ตายจริง ขอบคุณนะคะ คุณคมเนี่ยน่ารักตลอดเลย” คนที่ถามเรื่องเสื้อคอเต่าคนแรกเข้ามารับแล้วพูดจาฉอเลาะ คมสันต์ก็รู้แหละว่าเธอเรียนจบการละครมาจากละครน้ำเน่าน่ะ

“ก็ว่าไปครับ ไม่ขนาดหรอก เดี๋ยวผมขอตัวนะ กินกันให้อร่อยนะครับ” คมสันต์ค้อมหัวให้เล็กน้อย แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นลูกน้องของตัวเองก็ตาม

พอพ้นสายตาสาวๆ ที่จับกลุ่มเม้าท์มอยยามเช้าคมสันต์ก็หุบยิ้มฉับในทันที รู้สึกสิ้นเปลืองพลังงานอย่างไร้ประโยชน์สุดๆ กับการต้องมาปั้นยิ้มใส่คนพวกนี้ ถึงความเลื่อมล้ำในที่ทำงานจะลดน้อยลงแต่การนินทาหรือพวกประจบประแจงมันก็เยอะอยู่ดี ต้องบอกว่าที่ไหนๆ ก็มีแบบนี้ทั้งนั้น จะอยู่กับสิ่งเหล่านี้ได้ก็ต้องปรับตัว เช่น...การซ่อนความในใจ

หรืออีกนัยคือการใส่หน้ากาก!

ห้องทำงานของคมสันต์นั้นรอบด้านเป็นกำแพงทึบแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งเป็นกระจกเพื่อจะได้คอยสอดส่องลูกน้อยในแผนก บนโต๊ะของเขามีตะกร้าใส่ขนมห่อเล็กห่อน้อยและตะกร้าใส่ลูกอมหลากรสชาติ ไอ้ของพวกนี้น่ะมันไม่ได้มีไว้เพื่อเขาหรอกนะ คมสันต์ไม่ชอบกินขนมเลยด้วยซ้ำ แต่ที่มีของแบบนี้อยู่บนโต๊ะก็เพราะว่าสาวๆ ชอบกินมันน่ะสิ

หึ คิดว่าคมสันต์ทำดีกับสาวๆ เหลือเกินน้า แบบนั้นใช่มั้ย กับผู้ชายเขาก็ทำดีด้วยนั่นแหละ แต่พวกผู้ชายจะกินลูกอมมากกว่าขนมจุกจิก เวลาที่พวกนั้นเอางานมาให้ก็จะได้หยิบพวกนี้ไปกินกัน บางทีมันดีนะ ขนมน่ะอุดปากพวกนั้นได้ดีเชียวแหละ

คมสันต์เป็นคนที่เทคแคร์ดูแลคนอื่นเก่ง เขาจำได้หมดเลยว่าใครชอบอะไรใครไม่ชอบอะไร ไม่ได้อยากจำด้วยนะ มันจำได้เองแล้วก็ทำไปเองโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ อย่างถ้ารู้ว่าขนมอันนี้มีคนหนึ่งในแผนกชอบ เขาก็จะซื้อมาฝากโดยที่ไม่ได้คิดอะไรเลย แล้วก็ไม่เต๊าะใครก็ตามที่ซื้อขนมให้ด้วยซ้ำ ไอ้นิสัยชอบเทคแคร์นี้แหละทำให้คนอื่นมองเขาว่าดีนักดีหนา หึ...อย่ามาได้ยินเสียงในหัวเขาเชียวนะ ห้ามนะ ห้ามโคตรๆ เลยนะ!

“วันนี้แปลกนะ” จู่ๆ เจ้าเพื่อนสนิทก็นั่งลงตรงหน้าพร้อมกับเอกสาร ไม่วายยังมามองเสื้อคอเต่าเขาอีก

“คิดไปเอง” คมสันต์ยิ้มขำ เพื่อนที่มีนามว่าภูก็ขำตาม มันรู้ๆ กันอยู่ล่ะนะสำหรับเขาทั้งคู่

“สาวๆ พูดถึงนายใหญ่เลย เขาว่านายไม่ได้เป็นผื่นแต่แฟนนายน่าจะทำรอยเอาไว้” ภูพูดไปเรื่อยเปื่อยอย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับคมสันต์แล้วเพื่อนคนนี้น่ะน่าคบที่สุดแล้ว

“ก็ตามนั้น ใครจะพูดอะไรยังไงก็ไม่เข้าหูเราอยู่ดี”

“หูนายเก็บไว้ฟังเสียงเท้าอย่างเดียวอะดิ”

“ฮ่าๆ รู้ดี...” คมสันต์หัวเราะร่าแล้วเซ็นเอกสารตรงหน้าให้กับเพื่อน

“เดี๋ยวนี้ไม่มีเวลาเล่นเกมด้วยกันเลยเนอะ” ภูรับเอกสารไปอ่านทวนตรวจดูความเรียบร้อย

“งานนายเยอะหนิ นี่มีกำหนดการจะบินอีกเร็วๆ นี้สิใช่ไหม”

“อืม บินไปกับคนที่คุณก็รู้ว่าใคร”

“ชอบๆ ผมซื้อนะคำนี้” คมสันต์ยกนิ้วให้เพื่อน แล้วภูเพื่อนรักก็ยักคิ้วให้เป็นการตอบโต้

ช่วงเช้าจะมีคนเข้ามาหาคมสันต์เยอะมาก มาพร้อมเอกสารที่เขาต้องตรวจสอบและเซ็นอนุมัติ ทุกครั้งที่มีคนเข้ามาก็จะชอบมีคนถามเรื่องเสื้อคอเต่าจนคมสันต์อยากจะเขียนป้ายแปะไว้เลยว่า ตรูเป็นผื่น! จะได้เลิกถาม ปั้นยิ้มจนเหนื่อยแล้วคร้าบ แค่โดนกินหัวกินหางกินกลางตลอดตัวเมื่อวานก็อ่วมพอแรงล่ะ ต้องมายิ้มแฮ่ๆ ให้คนนั้นคนนี้อีก ให้ตาย น่าเบื่อ

ตกบ่ายคมสันต์ต้องเดินทางออกไปงานนอก เขามีธุระกับลูกค้าสองท่านที่มีปัญหาเกี่ยวกับเนื้องาน ต้องบอกว่าสองเจ้านี้ไม่พอใจกับพนักงานที่เข้าไปเสนองานนิดหน่อยก็เลยขอเปลี่ยนตัว คมสันต์จึงรับหน้าที่นี้แล้วมาทำแทน ระหว่างเดินออกจากแผนกก็ยิ้มหล่อๆ โปรยยยให้กับทุกคนที่มองมา ในใจก็ถามว่า...มองหาพี่แกเหรอ อะ ก้าวร้าว ไม่น่ารัก ไม่ดี ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง ซึ่งจริงๆ แล้วเขาก็แค่คิดขำๆ กับตัวเองมากกว่าจะด่าจริงจังอะไรล่ะนะ

“ดูสิๆ คุณเขาใส่คอเต่าปกปิดรอยดูดแน่ๆ เลย งี้ที่ว่าอาจจะไปเป็นของเล่นของอัลฟ่าล่ะ...เธอว่าไงๆ” นี่คือสิ่งมหัศจรรย์อีกอย่างในออฟฟิศนะครับ เพราะพวกเธอสามารถนินทาคุณได้แม้กระทั่งว่าคุณจะยังไม่เดินผ่านไปเลยก็ตาม

“เป็นไปได้นะ ก็เพื่อนตัวเองก็จับประธานถึงได้เป็นรองหัวหน้า นี่ก็คง...จับใครสักคนแหละ เพื่อนกันอะเนาะ” ครับๆ เพื่อนกันต้องเหมือนกัน แล้วเพื่อนผมก็ไม่ได้จับประธาน ประธานจับเพื่อนกูแดกกกก

ยุบหนอ พองหนอ....ช่างหัวมันหนอ

แล้วรู้ไหม พวยกเธอสามารถยิ้มให้คุณได้ทั้งที่ปากก็กระซิบกระซาบนินทาคุณอยู่ เหมือนไม่ได้ยิน เหมือนคนฟังเป็นคนหูหนวกอะไรทำนองนั้นเลยล่ะ คมสันต์ก็ยิ้มตอบนะ ยิ้มให้ก็ยิ้มไปแค่นั้น ส่วนไอ้เรื่องที่พูดๆ น่ะจะพูดไรก็พูดไปเถอะ ดีแต่ปากกันเท่านั้นแหละ

มันคงเป็นสีสันของพวกไม่รู้จะทำอะไรล่ะเนาะ วันๆ ตั้งใจหาเรื่องคนนั้นคนนี้มานินทา ไม่คนในบริษัทก็ต้องคนในโซเชี่ยล เอาจริงๆ คมสันต์ยังคิดเลยนะว่าไอ้การนินทาเนี่ยเป็นงานประจำของพวกผู้หญิงหรือเปล่า ส่วนงานในออฟฟิศมันเป็นแค่งานอดิเรกที่ทำให้มาเจอเพื่อนๆ เท่านั้น อยากบอกพวกเธอมากว่า...ตั้งใจทำงานให้เหมือนตั้งใจนินทาชาวบ้านดีกว่า

แต่ทำไม่ได้ ฮื่อออออ

คมสันต์ยืนรอลิฟต์ ข้างหลังนี่ยังมีเสียงงิ้วๆ กันอยู่เลยนะ ได้ยินแว่วๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจจะฟังแล้ว มันเปลืองโสตประสาท ราวๆ สองนาทีลิฟต์ตัวดีก็มาจอดอยู่เบื้องหน้า คมสันต์เตรียมตัวจะก้าวขึ้นลิฟต์อย่างดิบอย่างดี กะว่าเปิดปุ๊บนะ จะเดินเข้าไปแบบหล่อๆ ปั๊บเลย

ทว่า...

“อะ...อ่าสวัสดีครับ” คมสันต์นี่หยุดเท้าที่จะเข้าลิฟต์แทบไม่ทัน เมื่อลิฟต์เปิดออกมาแล้วมีร่างของอัลฟ่าระดับสูงอยู่ในนั้น

โห จะยืนขึ้นลิฟต์แบบธรรมดาไม่ได้ด้วยนะ ต้องแผ่รังสีอำมหิตไปทั่วลิฟต์ แล้วพอเปิดออกมาเจ้ารังสีนั้นก็ฟุ้งกระจายออกมาด้วย อารมณ์เหมือนฉีดน้ำหอมในที่อับแล้วมีคนมาเปิดระบายอากาศ ทีนี้เจ้ารังสีอัลฟ่ามันก็กกระจายออกจากลิฟต์ไปยังพื้นที่แผนกเซลล์ เสียงจอแจด้านหลังเงียบกริบ เงียบกระทั่งได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองเลย

“จะเข้าไหม” อลันถาม คมสันต์ก็อยากตอบว่าเข้าแต่...ช่วยหยุดกดดันก่อนโว้ย

“ครับ” ไม่กล้าพูด พูดไม่ได้ ได้แต่เก็บมันเอาไว้ในใจอยู่ร่ำไป

พอเข้ามาในลิฟต์คมสันต์ก็ขยับเข้าไปยืนด้านใน ไม่ยืนล้ำหน้าอลันเพราะไม่ต้องการรับแรงกดดันโดยตรง จริงๆ อยากจะบอกกับอลันมากว่าช่วยทำเหมือนตอนนั้นได้ไหม...

ย้อนกลับไปเมื่ออาทิตย์ก่อนคมสันต์ได้พบอลันหมดสติอยู่ที่ลานจอดรถ เขาพาอลันขึ้นรถเพื่อไปส่งโรงพยาบาล อยู่กับอลันที่ไม่ได้สติจนเช้าเพราะกลัวว่าอลันตื่นมาแล้วจะงง จะไม่มีใครอธิบายอะไรให้ฟัง พวกเขาคุยกันนิดหน่อยในช่วงเช้าวันนั้น เรียกว่าคุยหรือเรียกว่าสั่งไม่รู้ เพราะอลันบอกให้คมสันต์ไปรับตนตอนเย็น ซึ่งคมสันต์ก็ทำนะ ไปรับอลันออกจากโรงพยาบาล นำอลันส่งถึงห้องของอลันก่อนจะได้กลับไปพักผ่อนเอง

สิ่งหนึ่งที่อลันในช่วงเวลานั้นแตกต่างกับอลันที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนคือความกดดัน อลันในวันนั้นไม่กดดันเขาเลย เหมือนเก็บพลังตามสัญชาตญาณตัวเองเอาไว้ ต่างกับตอนนี้ที่ปลดปล่อยมันออกมาอย่างเต็มที่ชนิดที่เขาจะหายใจไม่ออกแล้วโว้ย เอาวะ ฮึ้บๆ ไอ้คม!

“คุณอาการดีขึ้นแล้วใช่ไหมครับ” คมสันต์กลั้นใจถามถึงอาการของเมื่ออาทิตย์ก่อน ตั้งแต่ไปส่งอลันวันนั้นเขาก็มาเจออลันอีกทีเมื่อวานที่โดนกินนั่นแหละ

“อาการไหนล่ะ” มันมีหลายอาการเหรอวะ? ต้องอาการเดียวสิ

“ก็ที่หมดสติคราวก่อนน่ะครับ” อะขยายความให้ เขาคงไม่ถามอาการคลั่งเมื่อวานหรอก ไม่อยากนึกถึงด้วยซ้ำ กระซิกๆ

“อืม” น่ะ เย็นชาเก่งงงงง

“ดีแล้วครับ คราวหลังระวังๆ ด้วยนะครับ อย่าโหมงานจนเป็นแบบนั้นอีกน้า เกิดเป็นอะไรขึ้นมาแล้วคนมารูดทรัพย์นี่เสียหายหลายแสนเลยนะครับ ผมเป็นห่วงนะเนี่ย” คมสันต์พูดพลางยิ้มแฉ่ง ยิ้มแบบที่อลันไม่เห็นนี่แหละ

“...” อลันไม่ตอบแต่หันหลังกลับมามอง คมสันต์ยิ้มค้างเพราะหุบยิ้มไม่ทัน แล้วยิ่งค้างขึ้นไปอีกเมื่ออลันใช้นิ้วเกี่ยวขอบเสื้อคอเต่าของเขาลง ดวงตาไร้อารมณ์ใต้แลนส์แว่นจับจ้องร่องรอยบนลำคอขาว แต่แค่จ้องขนก็ลุกซู่ขึ้นมา

“เอ่อคือ...” ต้องพูดไรไหม จังหวะนี้ต้องแบบ...อย่านะคุณจะทำอะไร! อย่างนี้ปะ ฮื่ออออไม่รู้ง่ะ

“ไม่ถามเรื่องเมื่อวานด้วยเหรอ” น้ำเสียงเย็นชาหลุดออกมาจากริมฝีปากสีสวย คือเผลอมองตอนมันขยับน่ะ แล้วไอ้ความรู้สึกตอนที่ปากนั้นประกบลงมาก็ผุดขึ้นมาอีก อร๊ายยยย

“ระเรื่องเมื่อวาน..เอ่อ...มะไม่มีอะไรนี่ครับ” คมสันต์ก้มหน้าหลบสายตาจริงจังคู่นั้น เท้าทั้งสองเผลอถอยกรูจนแผ่นหลังแนบชิดกับโลหะเย็นเฉียบ อ่า...มึงเจอทางตันแล้วไอ้คมมมม

“ไม่มีเหรอ” ใบหน้าไร้อารมณ์เคลื่อนเข้ามาใกล้ คมสันต์สะดุ้งเฮือกเมื่อลมหายใจอุ่นเป่ารดใบหน้าของเขา แล้วนั่นก็ทำให้เขาเผลอหันมาสบเข้ากับสายตาดุดันราวกับนักล่าของอลันเข้าอย่างจัง

กรี๊ดดดดดด แม่จ๋าอลันจะลวนลามหนูอีกแย้ว!!!

“คะ...ครับอื้อ!” นั่นไง...ชอบหยุดคำพูดเขาด้วยปากจริงๆ เล้ยคนอะไร!

อลันขบเม้มริมฝีปากล่างและบนของคมสันต์สลับไปมา ขณะเดียวกันหว่างขาของคมสันต์ก็โดนเรียวขาของอีกฝ่ายแทรกเข้ามา ฮื่ออออ มันโดนคมน้อยน้าาา เรียวลิ้นช่ำชองเคลื่อนเข้ามาในริมฝีปากของคมสันต์มากขึ้นเรื่อยๆ จนแล้วจนรอดมันก็เข้ามาซุกซนอยู่ในปากของเขา อลันแย่งชิงลมหายใจของคมสันต์จนมันขาดห้วงเป็นพักๆ เขาต้องอาศัยจังหวะที่อลันขยับเปลี่ยนองศาปากโกยอากาศหายใจ น้ำลายสีใสไหลเยิ้มเบาๆ เพราะอลันดุเกินไป

“แฮกๆ...พะ...พอเถอะครับ” คมสันต์ใช้จังหวะที่อลันถอนริมฝีปากออกเพื่อจะเลียน้ำลายมุมปากดันอลันออกจากตัว

“จำได้บ้างหรือยัง” โอ๊ย คำถามนั้นเอาไว้ถามตัวเองเถอะคร้าบคุณอลัน คุณทำอย่างบ้าคลั่งขนาดนั้นหมาตัวไหนจะจำไม่ได้ฮื่อ

“ครับ” อะๆ จำได้ก็ได้ ยอมรับก็ได้ หน้าเน่อร้อนไปหมดแล้ว

“ดี” อลันขยับจับเสื้อผ้าตัวเองเล็กน้อยแล้วก็หันกลับไปยืนมองตัวเลขบนลิฟต์ มันใกล้ถึงชั้นล่างสุดพอดิบพอดี ราวกับอลันนับเวลาเอาไว้แล้วอย่างนั้นแหละ

คมสันต์เองก็ต้องจัดเสื้อผ้าของตัวเองด้วย มันยับยู่นิดหน่อยเพราะฝ่ายนั้นถึงเนื้อถึงตัว ถึงปากถึงลิ้นเลยคร้าบ ไอ้หนูตื่นหน่อยๆ ด้วยนะเนี่ย โอ๊ย ให้ตายเถอะ รู้งี้ยืนไปเงียบๆ ไม่ถามเพราะเป็นห่วงซะก็ดี! ไอ้คุณอลันบ้า!

____100%____

คุณอลันเขาอยากรื้อฟื้นความทรงจำให้น้อน กลัวน้อนจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา~ เห่อๆ รอยแดงยังไม่หายเลยคุณเอ๊ยยยย เขาคงลืมคุณหรอกคุณอลั๊นนนน

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
ตอนที่ 2 : คมสันต์ผู้ซื่อจนบื้อ [40%]

คมสันต์ทนให้ตัวเองต้องใส่เสื้อคอเต่าอยู่ประมาณสองวัน สุดท้ายก็ไม่ไหว ต้องหาทางเอาร่องรอยแดงก่ำพวกนนี้ออกไปให้พ้นๆ ลำคอของเขา เพราะเสื้อคอเต่าเนี่ยมันโคตรร้อนเลย แล้วดูอากาศของประเทศไทยนะ หึ...เย็นจ๊าดดดด เย็นจนเหงื่อแตกพลั่กเลย ซึ่งเจ้าตัวก็ไปเอาวิธีที่ดูสิ้นคิดแต่ได้ผลมาใช้เช่นการเอาเหรียญมาขูด วันนี้เจ้าตัวจึงสามารถกลับมาใส่เสื้อเชิ้ตแบบปกติได้เสียที...

ตลอดระยะเวลาสามวันที่ผ่านมานี้อลันได้หายไปจากการรับรู้ของเขา ไม่มีโอกาสได้เจอกันแล้วก็ไม่มีการติดต่อมาแต่อย่างใด ไม่ต้องห่วงนะ คมสันต์เสียตัวให้อลันแต่คมสันต์ก็ไม่เสียใจใดๆ ทั้งสิ้น เพราะ...อ่าไม่บอกดีกว่า เอาเป็นว่าถึงเขาหลอกก็เต็มใจให้หลอกล่ะกันน้าาาาา

แบบว่า...มันแซ่บเอาเรื่องเลยง่ะ!

ชีวิตของคมสันต์ที่ปราศจากอลันนั้นเป็นเพียงชีวิตธรรมดา งานก็คือทำวนๆ ไปจนครบวันไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ไม่มีทั้งหญิงหรือชายที่ไหนมาติดพันธุ์เจ้าเบต้าหน้าเด๋อคนนี้ทั้งนั้น ต่อให้คนอื่นชมว่าเขาดีอย่างนั้นอย่างดีแต่ก็ไม่เอาเขาทำหลัวสักคน และหลังจากหัวหมุนไปแปดกว่าชั่วโมงในที่สุดเขาก็ได้เวลากลับบ้านนนน

“เฮ้!” จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกดังมาจากทางซ้ายมือ คมสันต์ชะงักเท้าแล้วหันไปมอง ใครมันเรียกน้าาาา

“อ่าว เฮ้ยแต่วันเลยหรือไง” พอเห็นคนที่เรียกและสิ่งของที่วางอยู่เขาก็อดยิ้มไม่ได้ นี่เพื่อนเขาจะก๊งกันข้างบริษัทแบบนี้เลยเหรอคร้าบ

“นิดๆ หน่อยๆ เดี๋ยวก็แยกย้ายกันแล้ว มาๆ สักหน่อย” เพื่อนชูขวดสีน้ำตาลเข้มซึ่งข้างในบรรจุดของเหลวสีอำพันมีฟองมาให้

ด้วยความที่วันนี้ตั้งใจจะเดินทางกลับเองแบบไม่เอารถบริษัทกลับ คมสันต์ก็เลยเดินเข้าไปนั่งข้างเพื่อน พร้อมทั้งรับเอาเจ้าขวดนั้นมายกดื่ม ไม่ต้องสงสัยนะว่าหามาจากไหน ถ้าไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อใกล้กับบริษัทก็ไม่มีที่ไหนขายแล้วล่ะ

คมสันต์เฮฮากับเพื่อนตามประสาชายหนุ่มที่เหนื่อยหน่ายกับการทำงานมาทั้งวัน พูดคุยเรื่องงานกันบ้างเล็กน้อย แค่เล็กน้อยนะ คุยเยอะเดี๋ยวเครียด ส่วนเรื่องที่ไม่เครียดก็คือเรื่องเกมนี่แหละ เข้ากันดีกับเพื่อนเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลย แต่เอาจริงนี่ยังขาดเพื่อนเขาอีกคนที่ตอนนี้น่าจะโดนหลัวล็อกตัวไม่ให้ไปไหนง่ายๆ แค่จะไปดื่มกับเพื่อนช่วงสิ้นเดือนยังต้องขอแล้วขออีก มิหนำซ้ำยังต้องจำกัดเวลากลับด้วย ก็เงี้ย...มีหลัวขี้หวงก็เหนื่อยหน่อย

Rrrrrr!

ขณะกำลังดื่มอย่างเพลิดเพลินจำเริญใจ เสียงมือถือเจ้ากรรมก็ดันแผดร้องออกมากลางวง เพื่อนต่างหันมามองแล้วส่งสายตาประมาณว่างานเข้ามึงแล้ว เพราะไอ้สายแบบนี้นะ ส่วนใหญ่ลูกค้าโทรมาทั้งนั้นแหละ แต่พอหยิบมือถือมาดูกลับพบว่ามันเป็นเบอร์แปลกแฮะ

“สวัสดีครับ คมสันต์พูดสาย ไม่ทราบว่าผมกำลังเรียนสายอยู่กับใครครับ” คมสันต์รับสายอย่างเป็นทางการ ไม่ได้หรอก คนมันรักงานรักการก็ต้องรู้จักพูดจาดีๆ กับใครก็ไม่รู้ไปก่อน นี่ถ้าปลายสายถามหาป้าแต๋นนี่เหวอเลยนะ

(ผมอลัน) อุ๊ยยยย ไม่ใช่ป้าแต๋นวะ

“อ่า...ครับ คุณอลันมีอะไรหรือเปล่า” คมสันต์เดินหลบออกมาจากวงนั้นก่อนจะเอ่ยชื่อของอีกฝ่าย ไม่อยากให้พวกนี้มันเอาไปพูดอีกว่าอลันโทรหาเขา รำคาญจะฟังน่ะ

(คุณอยู่ไหน)

“ผมอยู่หน้าบริษัทนี่แหละครับ”

(จะกลับแล้วเหรอ)

“ใช่ครับ นี่นั่งดื่มกับเพื่อนๆ อยู่นิดหน่อยก็เลยยังไม่ได้กลับน่ะครับ คุณอลันล่ะมีอะไรหรือเปล่าถึงโทรหาผม” ตอนนี้คมสันต์ไม่ได้คิดอะไรเลยนอกจากโทรมาเรื่องงาน แค่ยังคิดอยู่ว่างานอะไรวะถึงต้องโทรมาหาเขาเนี่ย

(มาหาที่ห้องทำงานหน่อย)

“เอ๊ะ? แต่...โอเคครับ เดี๋ยวผมขึ้นไป” อยากกลับบ้านไปเล่นเกมแล้วนะ อะไรวะเนี่ย จู่ๆ ก็โดนเรียกขึ้นไปหาเฉย

คมสันต์เดินไปบอกเพื่อนว่ามีงานเข้าเล็กน้อย ซึ่งเพื่อนก็ถามแหละว่ามันจะไม่เป็นอะไรเหรอเพราะว่าเขาดื่มไปประมาณหนึ่งแล้ว คมสันต์ก็คิดในเรื่องนี้นะ แต่ก็คิดว่าอลันคงไม่ได้ใช้ให้เขาไปออกงานที่ไหนหรอกมั้ง คมสันต์เสี่ยงดวงเอาแหละ อีกอย่างก็บอกไปแล้วว่าดื่มอยู่กับเพื่อนๆ นิดหน่อยที่ข้างบริษัท

คมสันต์มาถึงชั้นที่อลันทำงาน ทั้งชั้นเงียบมากไม่มีใครอยู่เลย เขามองซ้ายมองขวานิดหน่อยเผื่อว่าจะเห็นใครสักคนแต่ก็ไม่ อย่าบอกนะว่ามีแค่อลันที่อยู่เนี่ย

“ขออนุญาตครับ”

“เข้ามา” คมสันต์เปิดประตูเข้าไปหลังเสียงของอลัน

“มีอะไรเหรอครับ” คมสันต์เดินไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของอลัน อีกฝ่ายคือปกติมากหรือเปล่า? ดูเหนื่อยๆ นะ

“อืม...ก็ไม่มีอะไรนักหรอก” อลันถอดแว่นออกแล้วนวดตรงระหว่างคิ้ว อืม...อยากบอกว่าเวลาอลันถอดแว่นแล้วสุดมาก หล่อลากสุดๆ

ใบหน้าของอลันมันหล่อเหลาชนิดที่เรียกว่าลูกรักพระเจ้ายังได้เลย โครงหน้าได้รูปรับกับดวงตาสีเขียวอมเทารีเรียวแต่คมกริบดั่งนักล่า เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนออกบลอนถูกจัดเซทให้เรียบร้อย แต่ก็ไม่รู้ว่าเรียบร้อยแบบไหนยามช้อนตาดุดันนั้นขึ้นมองเขามันถึงได้ดูกระชากใจอย่างไรชอบกลน้า

“คุณโอเคไหม คุณดูเหนื่อยๆ นะ” คมสันต์ตัดสินใจนั่งลงตรงข้ามกับอลัน ความเป็นคนดีอะรู้จักไหมคร้าบ

“ไม่รู้สิ ตาพร่าไปหมด”

“ไม่ไหวแล้วมั้งผมว่า ตาพร่าแบบนี้ต้องพักผ่อนนะคุณอลัน เนี่ย...คุณน่ะชอบฝืนทำงานอีกแล้วใช่ไหม ผมบอกแล้วว่าอย่าฝืนเยอะ พักผ่อนเยอะๆ บ้างไม่งั้นเดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งไปอีก”

“แล้วใครจะทำ” อลันสวนกลับทำเอาคมสันต์หุบปากฉับ อยากตอบว่าเขาทำให้ก็ไม่ได้ ทำไม่เป็นก็เลยไม่สามารถอาสาด้านนั้นได้ แล้วถ้าจะให้ใครมาทำแทนจะมีหน้าที่อย่างอลันไว้ทำไม

“มันก็ต้องคุณอลันทำนั่นแหละ แต่ผมก็อยากให้หาเวลาพักผ่อนไงครับ ผมก็เป็นห่วงน้า กลัวเป็นอะไรไปแบบคราวก่อนอีก” อันนี้พูดจริง เพราะไม่อยากให้อลันไปเป็นภาระใครหรอกนะถึงเป็นห่วงเนี่ย

“อืมๆ” อลันขานรับส่งๆ เอาแว่นสวมอีกครั้งแล้วทำทีเป็นมองงานตรงหน้า คมสันต์เห็นแบบนั้นก็แอบชะโงกหัวไปมองนิดหน่อย พอเจอสายตาดุๆ ก็กลับมานั่งนี่

เออ! พออยู่กันแบบนี้อลันไม่กดดันเขาแฮะ

“แล้วเรียกผมมามีอะไรให้ช่วยไหม คีย์งานอะไรงี้ ผมคีย์งานได้นะ ไม่เร็วมากแต่ก็ได้อยู่”

“ผมรู้สึกเพลีย” อ่าฮะ อันนั้นก็เห็นอยู่ แล้วไงต่อ เกี่ยวอะไรกับการเรียกเขามาวะครับ

“ก็แหงสิ คุณทำงานเยอะ ก็ต้องอ่อนเพลียเป็นเรื่องธรรมดา”

“แล้วผมก็รู้สึกจะขับรถไม่ไหว”

“ให้ผมเรียกแท็กซี่ให้ใช่ม้า จริงๆ ก็บอกเลขา...เอ่อไม่มีใครอยู่นี่เนอะ เอ้อ ไอ้ตอนที่โทรไปเมื่อครู่ก็น่าจะบอกผมนะ ผมจะได้โบกแท็กซี่ให้เลย” คมสันต์ตอบกลับฉะฉานชัดถ้อยชัดคำ อลันพูดมาปุ๊บนะตอบปั๊บ สมองแล่นดีมากเพราะแอลนิดหน่อย...ไม่สิเขาเก่งอยู่แล้วต่างหากหึหึ

“ไม่กลับแท็กซี่ ไม่ชอบ” อลันมองหน้าเขานิ่ง แล้วยังไง...ไม่ชอบกลับแท็กซี่? แล้วไงต่อ

“อืม...วินเตอร์ไซก์ ผมจำได้รางๆ ว่าที่พักคุณอลันอยู่ไม่ไกลมาก นั่นสินะครับ เวลานี้รถก็ติดอะเนอะ จะกลับแท็กซี่ก็คงติดแหง็กอยู่บนท้องถนนนานมากแล้วก็จะโดนค่ามิตเตอร์อีกเยอะโข” คมสันต์ใช้สมองเค้นความคิด “วินมอเตอร์ไซก์ใกล้ๆ มีเดี๋ยวผมเรียกให้ได้นะ แค่นี้เอง ผมเคยนั่งอยู่สองสามครั้งตอนไปหาลูกค้าใกล้ๆ เนี่ยอะครับ”

“ไม่!” เสียงอลันแข็งขึ้น ทำไมต้องเสียงแข็งใส่ด้วยง่ะ เขาผิดอะไรง่า....

“อ่า แล้ว...จะกลับยังไงล่ะครับ” คมสันต์จากที่กระตือรือร้นในการตอบก็หงอลง นั่งสงบเสงี่ยมเลยจ้า

“ไปส่งผมหน่อย” อ่าว...เฉยเลย

“ตะแต่..ผมดื่มจิ้ดหนึ่งนะ” ทำนิ้วให้ดูด้วยว่าจิ้ดหนึ่งเป็นยังไง

“แค่นั้นไม่เมาหรอกใช่ไหม ไปเถอะ ผมเพลียแล้ว” อลันไม่ว่าเปล่า ลุกขึ้นพร้อมหยิบข้าวของที่ถูกตระเตรียมเอาไว้

____[40%]____

อลันคิดถึงคมน้อยก็บอก แหมทำเป็นเพลียยยยย

สวัสดีปีใหม่ไทยนะคะ (จริงๆ พรุ่งนี้แหละแต่พรุ่งนี้ไม่ได้อัป แฮ่) ช่วงนี้สถานการณ์โควิดระบาดหนักมากกกกก มากจนน่าตกใจเลยค่ะ นักอ่านต้องดูแลตัวเองดีๆ นะคะ ระมัดระวังมากขึ้น เดินทางไปไหนมาไหนก็ตรวจสอบเรื่องของแต่ละพื้นนิสสสนุงด้วยน้า เป็นห่วงจ้า

ออฟไลน์ GBlk

  • ขอให้สรรพสัตว์จงมีความสุข
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1440
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +82/-43

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
ตอนที่ 2 : คมสันต์ผู้ซื่อจนบื้อ [100%]

เอ๊ะ เตรียมของไว้แล้วงั้นเหรอ แล้วเมื่อกี้ที่ทำท่าทำทางเหมือนมีงานอยู่คืออะไรนะ? อ๋อรู้แล้ว อลันคงเคลียร์งานที่ค้างอยู่เพื่อรอให้เขามาขับรถให้สิน้า งั้นก็แสดงว่าอลันตั้งใจตั้งแต่แรกแล้วสิที่จะให้เขาขับรถไปส่งอลันน่ะ เอาจริงบอกกันตั้งแต่แรกหรือบอกก่อนเขาจะดื่มมันคงดีกว่า ผู้อ่านไม่เอานะ...ห้ามดื่มแล้วขับแบบที่เขาจะทำเพราะมันอันตรายจริงๆ นะ!

“คุณขับไม่ไหวจริงๆ เหรอครับ” คมสันต์ถามขึ้นหลังเดินออกมาจากห้องทำงานอลัน ก็อลันเดินปกติมาก เดินแบบไม่เหนื่อยไม่เพลียไม่อะไรเลย หรือว่าจริงๆ แล้วอลันก็แค่มีมาดในฐานะอัลฟ่ากันนะ

“ใช่สิ ผมไม่ไหว...ผมเพลีย ถ้าขับรถตอนที่รถติดแบบนี้คงหลับใน” อลันกล่าวเสียงเรียบ ความไร้อารมณ์ของอลันนี่คมสันต์นับถือเลย

“อ๋อๆ ผมเข้าใจแล้ว แต่กลับไปแล้วคุณต้องพักผ่อนนะครับ แล้วนี่กินอะไรหรือยัง หิวอะไรไหมครับ”

“จะกินคุณ”

“ฮะ? อะไรนะครับ...เมื่อกี้ผมได้ยินไม่ถนัดเลย” ด้วยความที่เดินตามหลังก็เลยได้ยินสิ่งที่อลันพูดไม่ชัด คมสันต์รีบสาวเท้าเข้ามาใกล้เพื่อถามอีกครั้งว่าเมื่อกี้อลันพูดว่าอะไร

“บอกว่ายังไม่ได้กิน” อลันหันหน้ามามองสบตา เขารู้สึกได้ว่าสายตานั้นมันสื่ออะไรบางอย่างออกมาแม้ว่ามันจะยังนิ่งงันเหมือนไม่รู้สึกอะไรเช่นเดิมก็ตาม

“งั้นหาอะไรกินก่อนไหมครับ”

“ไม่”

“โอเคๆ” ไม่ก็ไม่ เรื่องเยอะจังโว้ยคุณอลัน แดกหัวแม่ม

คมสันต์ทำหน้าทำตาแบบอยากจะกินหัวอลันอยู่ข้างหลังอลัน คือถ้าอลันมีตาหลังนี่คมสันต์ตายคาเท้าของอีกฝ่ายแน่นอน แต่ไม่ต้องห่วงครับ อลันเป็นคนสี่ตาที่ไม่มีตาหลัง ฮ่าๆ

อลันนำไปยังรถของตน คมสันต์จำได้แหละว่ารถอลันน่ะคันไหนเพราะเคยเห็นตอนที่อลันเป็นลมล้มไป พอมาถึงอลันก็โยนกุญแจรถให้เขา จากนั้นเดินไปนั่งข้างคนขับอย่างสบายใจเฉิบ ส่วนไอ้คนเลิกงานแล้วต้องมารับจ๊อบไม่ได้เงินก็ประจำที่คนขับไป เขาแอบหันไปมองอลันที่คาดเข็มขัดได้ก็หลับตา

เฮ้อ...คนอะไรดูน่าเป็นห่วงขนาดนี้

คมสันต์แค่รู้สึกว่าเวลาที่อลันเอนหลังพักสายตาแบบนี้อลันก็ดูเหนื่อยดูอ่อนล้าแปลกๆ ถึงจะไม่ได้สนิทกันแต่ความรู้สึกบางอย่างมันบอกกับเขาแบบนั้น คมสันต์เอื้อมมือไปตรงแอร์รถ ขยับมันเล็กน้อยเพื่อไม่ให้มันเป่าโดนหน้าอลันตรงๆ กลัวจะหายใจไม่สะดวกแล้วก็เดี๋ยวเป็นหวัดเอา ยิ่งคนที่พักผ่อนน้อยร่างกายยิ่งอ่อนแอ อลันดูเป็นคนคนนั้นในเวลานี้เสียด้วย

กว่าจะฝ่ารถติดมาถึงที่หมายท้องฟ้าก็มืดมิดไปแล้ว ไอ้ที่ตั้งใจจะกลับบ้านไปเล่นเกมนี่พักก่อนเลย ถึงบ้านอีกทีกี่โมงยังไม่รู้ แล้วเมื่อกี้นี้เขาก็แอบแวะซื้อของกินมาด้วย เป็นร้านโง่ๆ แหละแต่กินได้แล้วอาหารก็ผ่านมาตรฐานอยู่

“ถึงแล้วครับคุณอลัน” ปลุกเบาๆ ค่อยๆ สะกิด ไม่ใช่ไรนะ กลัวอีกฝ่ายตกใจแล้วต่อยสวนหน้าเขาอะสิ

“อืม..” อลันครางเบาๆ ปรือตามองรอบด้าน

“ผมซื้อข้าวมาเผื่อด้วย คุณอลันถึงห้องแล้วอย่าลืมกินนะครับ ถึงจะเป็นอาหารโง่ๆ ที่แคลสูงไปหน่อยก็เถอะ ผมไม่รู้จะซื้ออะไรให้ดี แต่อย่างน้อยกินบ้างก็ดีครับ”

“อืมๆ” อลันพยักหน้ารับแล้วเปิดประตูลงไป

คมสันต์เก็บข้าวของของตัวเองเพื่อจะลงตามอลันไป ส่วนไอ้ของอลันนี่เขาไม่ยุ่ง รอบก่อนมาส่งก็มาส่งแค่หน้าเพนเฮ้าส์ ไม่ได้เข้าไปข้างใน อีกอย่างไม่ได้ขับรถ เดินขึ้นไปเองก็ได้อยู่แหละ

ปั๊ง!

“เฮ้ยยย!” ขณะที่คิดว่ามีอะไรตกหล่นไหม คมสันต์ก็สะดุ้งเฮือกเพราะมีเสียงอะไรไม่รู้กระแทกตัวรถ และเมื่อมองตามเสียงก็เห็นอลันค้ำตัวรถด้วยสภาพไม่สู้ดี

โอ๊ยยยย งานของไอ้เบต้าคนนี้แท้น้อว คมสันต์ทิ้งของทั้งหมดแล้วรีบลงจากรถไปอย่างร้อนใจ ก็อลันดิ ลุกยืนได้ไม่เท่าไหร่ก็วูบไป เสียงมือกระแทกกับรถดังลั่นเพราะอลันรีบคว้าไว้กันล้ม คมสันต์วิ่งไปประคองอลัน มองหน้าอีกฝ่าย สีหน้าอลันไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปแต่คิ้วทั้งคู่กลับขมวดมุ่นราวกับทรมาน

“คุณไม่ไหวหรอก ผมเดินไปส่งดีกว่านะ”

“ไม่เป็นไร”

“เป็นดิ เป็นมากเลย คุณยืนได้แป็บเดียวคุณก็ล้มแล้ว นี่คุณอาการไม่น่าไว้วางใจสุดๆ เดี๋ยวผมไปส่งคุณที่ห้องแล้วก็เดี๋ยวรอคุณกินข้าวก่อนค่อยกลับ ดีไหมๆ” ยื่นข้อเสนอให้สุดใจเลยนะเนี่ย กลัวเป็นอะไรกลางทางแล้วรู้สึกผิดชะมัด

“อืม”

เอ๊ะ...ทั้งที่อลันตอบอืมปกติ แต่ทำไมเมื่อกี้เหมือนเห็นอลันยิ้มวะ? ไม่มีไรหรอกเนอะ ตาลายแหละ ตาลายตาพร่าตามัวตาอะไรก็ช่างมันเถอะครับ!

คมสันต์คนดีรีบไปเอาข้าวของจากในรถ ทั้งของอลันและของของตัวเอง ไม่ลืมข้าวที่ซื้อมาให้อลันหรอกนะ เมื่อของทั้งหมดกองอยู่บนแขนและบ่าของคมสันต์ เขารู้สึกเหมือน...เป็นเบ๊อีกแล้ว เหมือนเหตุการณ์คล้ายนี้จะเคยเกิดขึ้นตอนที่อลันเป็นลมครั้งนั้นเลยแหะ ตอนนั้นก็แบกเอาของสารพัดสิ่งของอลันไปโรงพยาบาลด้วย แต่มันไม่ลำบากเท่านี้เพราะตอนนั้นแค่เอาของกับร่างของอลันเข้ารถเอง

ได้ของครบปุ๊บก็เดินมาให้อลันกอดคอเพื่อพยุง มือที่ไม่ว่างพยายามประคองเอวของอลันเอาไว้เพราะกลัวอลันจะไม่ไหวแล้วล้มลง ขืนล้มโดยที่เขาไม่จับเอวอีกฝ่ายไว้นี่อลันกองกับพื้นแน่ๆ แต่ถ้าอลันล้มแล้วรั้งเขาลงไปด้วย...อ่าไม่ล้มไปด้วยกันเขาก็จับอลันไว้ได้แหละเนอะ

การรักษาความปลอดภัยของที่นี่เข้มงวดมาก แถมยังต้องมีคีย์การ์ดเฉพาะเท่านั้น เข้าไปในลิฟต์แล้วเอาคีย์การ์ดแตะ ลิฟต์ก็พาทั้งคู่ไปยังชั้นที่อลันอาศัยอยู่ ตอนแรกน่ะคมสันต์คิดว่าพอมาถึงชั้นแล้วจะเจอกับห้องเรียงรายสองข้างทาง แต่ปรากฎว่ามันเป็นห้องทั้งห้องของอลันเลย!

ป๊าดดดดด รวยไปไหนพ่อคุณ

“นั่งก่อนน้า เดี๋ยวผมไป...” มองซ้ายมองขวา ไปไหนดีวะกู “ห้องครัวไปทางไหนครับ”

“...” อลันไม่ตอบ แต่มองคมสันต์ที่ยืนรอคำตอบ

“เอ่อ...หน้าผมมีอะไรหรือเปล่า เฮ้ยยยยยย!!!” ร่างคมสันต์โดนกระชากอย่างแรงในจังหวะที่ไม่ทันตั้งตัวเป็นอย่างยิ่ง

อลันที่มีท่าทางอ่อนเปลี้ยเพลียแรงมันหายไปไหน แล้วไอ้อลันที่กำลังคร่อมร่างของเขาอยู่นี่มันคืออะไรกัน คมสันต์มองหน้าอลันอย่างไม่เข้าใจ เมื่อกี้ยังไม่มีแรงจะเดินอยู่เลย เอาแรงที่ไหนมาเหวี่ยงร่างของเขาขึ้นโซฟาแบบนี้วะ

“ไม่กินข้าวเหรอครับ” คมสันต์ทำใจกล้าถามออกไป ซึ่งอลันก็ตอบเขาด้วยการถอดแว่นออกก่อนจะค่อยโน้มหน้าเข้าหา

“กินสิ”

“งั้นลุกไปกินข้าวกันครับ” ยิ้มสู้เสือ ยิ้มเว้ย ไอ้คม...กูต้องรอด!

“กินคุณอะ”

“อึ้ก!” พูดไม่ออก...บอกไม่ถูก กระอักกระอ่วนอยู่ในใจเบาๆ เมื่อถูกอัลฟ่าบอกว่าจะกิน

คือมันก็รู้สึกว่าต้องต่อต้านนะ รู้สึกว่าควรจะเอิ่ม...ใช้กำลังเพื่อหนีจากเงื้อมือของอลัน แต่ว่าพออลันยืดตัวเพื่อปลดกระดุมเสื้อตัวเองแล้วมันก็แบบ อืม...อ่าห์....อลันยังขยับสะโพกเบาๆ ถูกไถคมน้อยในกางเกง สายตาเขามันจับจ้องการกระทำของอีกฝ่ายที่อยู่บนร่างของตัวเองแบบไม่วางตา แสงสลัวที่อลันเปิดเอาไว้ตกกระทบกับร่างกายสมส่วนได้รูป อลันยามนี้น่าหลงใหลสุดๆ คมสันต์รู้สึกเหมือนกับโดนมนตร์สะกดให้แน่นิ่ง ยิ่งประสานสายตากับอลันเขายิ่งเคลิบเคลิ้มไปในภวังค์

ฮื่อ...แม่จ๋า...หนูยอมเค้า!!!

“ยะอย่าทำรอย...ที่คอนะครับ” พออลันโน้มใบหน้าเข้ามาที่ซอกคอ คมสันต์ก็รีบร้องบอกทันทีเพราะเขาไม่โอเคกับการต้องมาปกปิดร่องรอยพวกนั้นแล้ว

“ไม่ชอบเหรอ” เสียงอลันยามนี้เซ็กซี่ขยี้ใจฉิบ...หาย ยอมรับเลยว่าน้องตื่นเต็มตาเพียงเพราะเสียงของอลันมันกระเส่าอย่างบอกไม่ถูก แล้วพูดจริงนะ ถ้าอลันบอกกจะทำรอยบนคอเขาด้วยเสียงนี้เขาก็ยอมแน่เลยง่า ไม่น้าาาาา

“คะคือมันเด่นไป” ปากของอลันแนบลงที่ลำคอ ความเสียวซ่านแล่นปลาบขึ้นตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงหัว แม่เจ้า แค่ปากนะเนี่ย

“แล้วมันยังไง” โอ๊ย นี่ไม่เข้าใจคำว่ามันเด่นไปหรือยังไง เดี๋ยวปั๊ดทำรอยคืนเลยหนิ

“ก็แค่มันอื้อ...เด่น” อย่ากัดคร้าบ อย่าดูดด้วยงื้อออออ

“ก็ได้” สิ้นสุดคำว่าก็ได้แบบเย็นชาแต่เซ็กซี่ คมน้อยก็อยู่ในอุ้งมือของอลัน...

“ฮะ...อื้ออ๊ะ บะเบาหน่อยอ๊า...” ราวกับว่าคำว่าเบานั้นไม่เคยมีอยู่ในหัวขออลัน

มันเป็นอีกครั้งที่คมสันต์ต้องนอนหัวสั่นหัวคลอนอยู่ใต้ร่างอันเซ็กซี่เร้าใจของอลัน แล้วมันก็เป็นอีกครั้งที่คมสันต์ทำได้แค่โกยอากาศเข้าปอดหนักๆ ซ้ำแล้ว...ซ้ำเล่า

มันจะหักไหมน่อวววว ในใจได้แต่คร่ำครวญคำถามนี้เป็นพักๆ แต่เอาเข้าจริงมันจะหักหรือไม่หัก ณ เวลานี้คมสันต์ก็ไม่ใส่ใจอะไรแล้วล่ะ แถมรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นตนเองกำลังอยู่เหนืออลันและเป็นผู้คุมเกมนี้ไปเสียแล้ว...

กว่าอลันจะปล่อยให้เขาเป็นอิสระจากกิจกรรมเข้าจังหวะก็ปาไปเที่ยงคืน...เที่ยงคืนอีกแล้ว...หมดแรงไปหมดแล้ว...ไม่ไหวแล้วแง! อยากร้องไห้ อยากงอแง อยากบอกว่าหนูปวดไอ้จ้อนแล้วนะ แต่ทำได้แค่เบะปากเงียบแล้วงอแงในใจคนเดียว ส่วนเจ้าตัวการอะลุกเดินปล๋อไปทางอื่นเรียบร้อย ทิ้งให้เขานอนอยู่กับคราบน้ำที่มีสิ่งมีชีวิตมากมายมหาศาลจนนับไม่ถ้วน แล้วมันก็ไม่ใช่ของคมสันต์คนเดียวเสียด้วยสิ

เสียงสายน้ำดังแว่วๆ มาจากทางหนึ่งของที่พัก ซึ่งคมสันต์บอกไม่ได้หรอกว่ามันตรงไหนอะไรยังไงเพราะว่ามันปิดไฟมืด แล้วมันก็กว้างและใหญ่มาก ที่แน่ๆ เขาว่าอลันต้องไปอาบน้ำ ส่วนเขาน้าน...ไปอาบที่บ้านเถอะ

เอ้าฮึ้บ! คมสันต์ให้กำลังใจตัวเองในการลุกขึ้นมาสวมใส่เสื้อผ้าที่กองๆ อยู่ตรงพื้นหินอ่อน โชคยังดีที่ตรงนี้มีทิชชู่ด้วยนะ ไม่งั้นล่ะเน่าแน่นอน ระหว่างเช็ดไปก็เช็กไปด้วยว่ามีตรงไหนที่เป็นรอยมั้ง อืม...สงสัยต้องถามว่าตรงไหนที่ไม่เป็นรอยล่ะมั้งเนี่ย อย่างน้อยที่คอก็ไม่น่ามี เพราะรอบนี้อลันไม่ค่อยป้วนเปี้ยนกับคอของเขา มีแต่เขาที่ไปป้วนเปี้ยนแทน แฮ่!

พอแต่งตัวเสร็จคมสันต์ก็เอาข้าวที่ซื้อมาให้อลันออกจากถุง จริงๆ ตอนแรกอยากจะหาจานชามมาใส่ให้มันดีๆ อยู่นะแต่ไม่รู้ว่ามันอยู่ไหน จะให้เดินสุ่มหาตามทางมืดๆ ก็เกรงว่าจะเจอผีแทนเจอจานหรือห้องครัว อีกอย่างเดินไปมั่วซั่วเจ้าของเขาจะไม่พอใจเอาได้ ดีที่อาหารมันมีภาชนะกระดาษใส่อยู่ กินได้เลยต้องใส่จานหรอกเนอะ

แต่เห็นแล้วอยากกินมั้งง่ะ ฮื่ออออ คมสันต์มองเจ้าไก่แซ่บในถ้วยกระดาษแล้วท้องก็ร้องโครกคราก ต้องเข้าใจว่าเขาพลังงานไปเยอะมาก คิดดูนะว่าทำกันไปกี่ท่า เอ๊ย กี่ชั่วโมง ตั้งแต่ประมาณทุ่มกว่ายันนี่เที่ยงคืนนะครับผม อีกไม่นาทีก็จะเข้าตีหนึ่งด้วย โห ไม่อยากจะคิดเลยว่ากลับบ้านตอนนี้ได้นอนตอนไหน

“ทำอะไร” เพราะมัวแต่จ้องข้าวตรงหน้าพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ อลันก็เลยทักเพราะมันดูตลกละมั้ง คมสันต์คิดว่างั้น

“ผมเตรียมข้าวให้ครับ ผมแวะซื้ออันนี้มา ไม่แน่ใจว่าคุณจะโอเคไหมแต่ว่ามันก็รองท้องได้ แต่ก็ดีเลยตอนนี้คงสั่งอาหารจากไหนไม่ได้แล้วด้วยเนอะ” คมสันต์หันไปทางอลันที่ใส่เพียงผ้าขนหนูพันเอว นี่ขนาดไม่ได้เปิดไฟยังเห็นความขาวออร่าเลยบร๊ะเจ้า

“แล้วของคุณล่ะ” อลันเดินเข้ามาใกล้ แตะอะไรสักอย่างตรงโต๊ะข้างโซฟาไม่รู้ จู่ๆ ไฟตรงห้องนี้มันติดขึ้น คมสันต์นี่หลับตาให้ไวเลย ตาปรับแสงไม่ทันโว๊ยยยคุณอลัน!

“ผม..ผมไม่ได้ซื้อของผมมา กะว่าให้คุณเอามากินที่ห้องเองน่ะครับ แล้วผมก็จะกลับไปกินข้าวบ้าน” ค่อยๆ ปรับสายตาแล้วมองอลัน เจ้าตัวนั่งอยู่ข้างเขาแล้วสิ่งที่ดึงดูดสายตาดันเป็นรอบๆ ที่อลังการงานสร้างจนแทบไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือคอนโด เอ๊ะ...ไม่สิเพนเฮ้าส์ มันต้องหรูแหละเนอะๆ

“กินด้วยกันสิ”

“ไม่ดีกว่า คุณอลันกินเถอะครับ เดี๋ยวตอนขากลับผมแวะหาอะไรกินที่เซเว่นก็ได้ คุณกินให้อิ่มดีกว่านะครับเสร็จแล้วก็รีบพักผ่อน มันดึกแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปทำงานไม่ไหว” คมสันต์เลื่อนเจ้าถ้วยข้าวมาตรงหน้าอลัน แต่อลันกลับมองแต่หน้าเขา ทำไม...มันไม่น่ามีอะไรติดนะ หรือน้ำนั่นมันติด ไม่น้าาา

“จะกลับเหรอ?”

“ครับ กลับได้ โบกแท็กซี่กลับปื้ดดดดเดียวถึงเลย”

“นอนนี่ได้นะ” คมสันต์หันมองหน้าอลันอย่างไว ซึ่งเจ้าตัวกลับก้มไปให้ความสนใจกับข้าวซะอย่างนั้น แต่ก็...รู้สึกดีนะ เหมือนอลันเป็นห่วงเลยง่ะงื้อ

“ไม่เป็นไรครับ ผมกลับได้ คุณรีบพักผ่อนนะ นอนเยอะๆ สมองจะได้โล่งโปร่งสบายยยยย” ทำท่าทางประกอบด้วยการภายมือออกไปในอากาศ อลันหันมาแล้วมองเหมือนมองคนบ้า คมสันต์ได้แต่หัวเราะแห้งๆ ให้

“อืมๆ กลับดีๆ”

“ครับ ฝันดี” คมสันต์ยิ้มหวานแป้นแล้นให้อีกครั้ง แล้วก็เก็บข้าวเก็บของออกจากห้องอลัน

หึ...พ้นห้องอลันก็อยากร้องไห้เพราะว่ามัวแต่ห่วงเขาตัวเองจะตายแล้วโง้ยยยยย

____[100%]____

น้อนคมต้องเข้าใจนะว่า อาหารไหนๆ ก็ไม่อร่อยถูกใจคุณอลันเท่าอาหารที่ชื่อคมสันต์อะ อิอิ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2013
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1

ออฟไลน์ JanTi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ไม่รู้ว่าจะสงสารน้องคมดีไหมนี่ :z1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1087
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
ตอนที่ 3 : คมสันต์ผู้กลายเป็นของหวาน [40%]

“แกๆ แกเห็นที่คอคุณอลันปะ...เห็นปะๆ” สาวคนหนึ่งกระซิบกระซาบกับเพื่อน ท่าทางระริกระรี้ที่ดูแล้วตลกนิดหน่อย

“เฮ้ยยยยย ฉันเห็นแแก ตายจริง เขาไปนัวกับใครมานะ คนนั้นนี่ต้องเป็นอัลฟ่าชั้นสูงๆ แน่เลย” เป็นเบตาหน้าโง่คนนี้เองครับ คมสันต์อยากบอกมากแต่ทำได้แค่เงียบแล้วทำเป็นไม่ได้ยินสาวๆ นินทากันทั้งที่หัวหน้าอย่างเขากำลังเซ็นเอกสารให้อยู่

“คุณคมพอจะรู้อะไรไหมคะ แบบว่า...เพื่อนคุณคมก็เป็นคู่ท่านประธานอะ” เพื่อนเป็นคู่กับประธานแล้วเกี่ยวอะไรกับเขาล่ะ เอ้อ ถามไม่คิด สมองมีไว้คั่นหูแน่ๆ เลยล่ะ

“ผมไม่ทราบเลยครับ” อะยิ้มมม ยิ้มตอบแบบใสๆ ไม่รู้ไม่เห็นทั้งที่เป็นคนทำด้วยปากตัวเองนี่แหละ

“คุณอะ ถามเพื่อนให้หน่อยสิคะ” ใส่ใจเนอะ ไม่ใช่เรื่องตัวเองเนี่ยใส่ใจเก่งงงง

“มันคงไม่เหมาะที่จะถามมั้งครับ คุณอลันกับเพื่อนผมเขาก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน”

“แต่ท่านประธานเกี่ยวกับคุณอลันแน่ๆ ให้เพื่อนคุณถามท่านประธานสิคะ นะคะๆ คุณคม” โถคนเรา ใส่ใจควรมีขอบเขตน้า อันนี้เกินละเกิน อยากไล่ให้ไปใส่ใจเรื่องตัวเองจริงๆ เลยให้ตาย

“พอดีผมไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นน่ะครับ ถ้าอยากถามผมว่าไปถามเองดีกว่า” เข้าใจไหม...คำว่าไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านน่ะเฮ้ย โบกกะโหลกแตกเลยปั๊ดๆ

“แหม...คุณคมอ่า” ไม่ต้องมาบิดกระมิดกระเมี้ยน ไม่เห็นใจไม่สนใจด้วย

“อะ” คมสันต์ยื่นเอกสารที่เซ็นเสร็จให้ “รบกวนตรวจทานดีๆ ก่อนนำเสนอลูกค้านะครับ ลูกค้าที่คุณดูแลอยู่เคลมมาสองครั้งแล้วถ้ามีครั้งที่สามผมคงต้องออกใบเตือนนะ”

“เอ่อ...คุณคมอย่าใจร้ายสิคะ” สาวเอที่รับเอกสารคนแรกงอแง เธอวางงานลงแล้วเดินเบียดเพื่อนเพื่อมาเกาะแขนของคมสันต์ เอาหน้าอกดันแขนงั้นงี้ แต่คมสันต์ก็ดึงออกทำให้เธอต้องยืนหน้าบูดบึ้ง

“ส่วนอันนี้โอเคแล้วนะครับ แต่ก็ฝากเน้นเรื่องล็อตที่ผลิตนิดหนึ่ง ขอให้ตรงกันเอกสารที่เสนอลูกค้าหน่อยนะ” คราวนี้คมสันต์ส่งเอกสารให้สาวบี ขี้เกียจเรียกชื่อ...ตัวประกอบไม่อยากจำ

“ก็แค่ล็อตที่ผลิตเอง ไม่ได้คลาดเคลื่อนมากก็ไม่เห็นเป็นอะไรหนิคะ ยังไงก็ผลิตเดือนเดียวกันอยู่ดี” อะแล้วดูพูด บอกแล้วให้ใส่ใจเรื่องตัวเองน่ะ ใส่ใจแต่เรื่องคนอื่นแล้วทำงานไม่ได้เรื่อง

“ไม่ได้ครับ” คมสันต์ยิ้มหวาน “เรื่องพวกนี้สำคัญมากคิดว่าตอนฝึกงานคงได้เรียนรู้ไปแล้ว และเหมือนกันทั้งคู่ ถ้างานยังเป็นแบบนี้ผมก็จำเป็นต้องออกใบเตือน ผมว่าตั้งใจทำงานอีกนิดดีไหมครับ งานไม่มีปัญหาพวกคุณก็ไม่มีปัญหาไปด้วย

“อ่า...” สองสาวมองหน้ากัน แล้วต่างก็พยักหน้ารับ

“ค่ะ/ค่ะ” แล้วก็ออกไป...สักที!

เอ้อเว้ยพูดมาได้ล็อตผลิตที่ส่งกับในเอกสารไม่ตรงกันก็ไม่เป็นไรงี้ บ้าหรือเปล่า นี่ไม่เอาเรื่องก็ดีเท่าไหร่แล้ว อีกคนนี่ก็อะไร เอกสารพิมพ์ผิดๆ ถูกๆ ลูกค้าส่งคำร้องเรียนมารอบแรกนี่ก็ว่าแย่แล้วนะ ส่งมาสองรอบ แล้วก็เตือนทุกรอบที่ส่งมาแต่ก็ไม่ใส่ใจ เนี่ยคอยดูนะ พอทำอะไรลงไปก็จะไปพูดว่าเขาเป็นหัวหน้าที่ใจร้าย ทั้งที่เป็นเบต้าแต่วางอำนาจบลาๆ จะทำหน้าที่ไหนก็โดนนินทาจริงๆ

คมสันต์เอาหน้าจุ่มแก้วเยติสีขาว งับหลอดโลหะแล้วดูดเอาน้ำสตรอว์เบอร์รี่ที่มีรสชาติเปรี๊ยวอมหวาน ตาหลับพริ้ม...อ่าห์ รู้สึกดีขึ้นหน่อย ต้องขอบคุณเจ้าน้ำนี่ที่ทำให้เขารู้สึกฟื้นขึ้นมาได้บ้างหลังจากต้องหงุดหงิดจากพวกสาวๆ อะไรก็ไม่รู้พวกนั้น

แต่เอ...เขาทำรอยบนคอของอลันเหรอ กรอกตาครุ่นคิดแป็บ เขาว่าเขาแค่ป้วนเปี้ยนไปนิดเดียวเองนะ ไม่น่าเป็นรอยปะ หรือเป็นโดยที่เขาไม่รู้ตัววะ แบบจังหวะที่กำลังดุเดือดเลือดพล่านแล้วเผลอทำไปแบบไม่รู้ แต่อลันไม่คิดจะปกปิดมันหน่อยหรือยังไง

คิดไปคิดมาก็ดันหน้าแดง! ก็ภาพที่อลันผู้เย็นชาคนนั้นเดินไปไหนมาไหนด้วยชุดสูทที่แสนหล่อเท่ แต่มีรอยแดงจางๆ ตรงลำคอขาวผ่องนั้นมันเซ็กซี่ยังไงบอกไม่ถูก ยิ่งนึกถึงสายตาเย็นชาทว่าเร่าร้อนเมื่อคืนก็ยิ่งเขิน เอ๊ย...ดูดน้ำแก้เขินแป็บ!

คมสันต์พยายามดึงสติตัวเองออกมาจากภาพของอลันเมื่อคืนนี้ หรือต้องบอกว่ามันมีของคืนนี้และคืนนู้น เอ๊ะ...นับเป็นทุกครั้งที่อลันทำกับเขาดีล่ะ พอๆ ไม่ดี เลิกคิด เลิกๆ เรื่องแบบนี้ไม่ควรเอามาคิดขณะที่กำลังนั่งเคลียร์งานกองโตบนโต๊ะของตัวเองเด็ดขาด เพราะมันจะส่งผลไม่ดีต่องานที่กำลังทำ ถ้าถามว่ามันมีผลไม่ดียังก็ต้องตอบแบบตรงไปตรงมาเลยว่า...มันทำให้เขามีอารมณ์!

ตบหน้าตัวเองเบาๆ สักทีสองทีแล้วตั้งสมาธิกับงาน ไอ้ข้างล่างที่ตั้งนิดๆ เดี๋ยวมันก็นอนได้เองโดยที่ไม่ต้องไปทำอะไรมัน มาถึงตรงนี้คนคงเริ่มคิดแล้วว่าไอ้นี่มันก็หื่นเนอะ วัยหนุ่มอะเนาะ ฮอร์โมนมันยังพลุ่งพล่านเป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งไม่ค่อยได้อิ่มหนำสำราญกับเรื่องอย่างว่าจนกระทั่งมาเจออลันด้วยแล้วบอกเลยว่า...มูฟออนเป็นวงกลมเลยครับ

ไลน์!

เสียงไลน์เจ้ากรรมดังขึ้นขณะที่คมสันต์กำลังตั้งใจอ่านเอกสารเพื่อทบทวนความถูกต้อง แล้วไลน์นี้ก็เป็นไลน์ส่วนตัวของเขาด้วย คมสันต์จะแยกเสียงแจ้งเตือนของไลน์ออกเป็นสองเสียงเพื่อให้รู้ว่าเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว จริงๆ มาคิดดูแล้วเบอร์ที่อลันโทรหาเมื่อวานก็เป็นเบอร์ส่วนตัว แต่เพราะคมสันต์รีบรับเลยไม่ได้ดูว่ามันเรียกเข้ามาซิมไหน

[Alan : ผมหิว] คมสันต์อ่านข้อความสั้นๆ วนไปมาอยู่หลายวินาที ชื่อที่ส่งข้อความมาก็เป็นชื่อที่ไม่ต้องถามแล้วว่าใคร แล้วคงไม่ต้องคิดเพิ่มเติมด้วยว่าเอาไลน์เขามาได้ยังไงในเมื่ออลันนั้นมีเบอร์โทรของเขา

[Alan : ซื้ออะไรมาให้ผมหน่อย ผมไม่มีเวลากินเลยตั้งแต่เช้า] อีกข้อความตามมาติดๆ แล้ว...ไม่ให้คนอื่นไปซื้ออะ มาสั่งเขาทำไมเนี่ย คนเขามีงานมีการทำนะเฟ้ย แล้วเนี่ยก็ลูกจ้างไม่ได้เป็นเมียเจ้าของบริษัทที่จะอยู่เฉยๆ ก็มีเงิน แต่เอ๊ะ...อลันก็มีสิทธิ์ใช้เขาหนิ

[Alan : ผมรอนะ ขอด่วน...หิวมาก] หิวมากทำไมไม่สั่งล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อวานละครับฮัลโหล!

[คม : สักครู่นะครับ] บ่นไปมากมายก่ายกอง สุดท้าย...ก็ยอมเขา ปั๊ดโธ่วไอ้คมเอ้ย!!!

คมสันต์เกาหัวตัวเองเบาๆ แต่ก็ลุกเก็บข้าวเก็บของให้เข้าที่ทางก่อนจะเดินออกจากห้องตัวเอง ระหว่างที่ออกมาก็สั่งลูกน้องไว้ว่าเขาไม่ว่างสักพักนะ มีอะไรก็วางเอาไว้ให้ที่โต๊ะจะรีบกลับมาเคลียร์ให้ไวที่สุด ซึ่งเอาจริงๆ ช่วงบ่ายนิดๆ แบบนี้นี่งานเยอะใช้ได้เลยล่ะ เป็นไปได้คมสันต์ก็อยากอยู่เคลียร์งานของตัวเองมากกว่าจะไปหาอะไรให้อลันกิน

ว่าแต่อลันชอบหรือไม่ชอบกินอะไรนะ? คมสันต์ครุ่นคิดขึ้นมาช่วงที่อยู่ในลิฟต์ ตั้งใจจะลงไปที่ห้องอาหารของบริษัท ที่นั่นน่าจะตอบโจทย์สุดแล้วในเวลาแบบนี้ อาหารราคาไม่แรงแล้วก็ได้เยอะด้วย คิดไปคิดมาก็ทักหาอลันว่าอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม แต่ทางนั้นกลับตอบมาแค่ไม่ ‘ไม่’ จ๊ะ คำเดียว สั้นง่ายแล้วก็เครียดด้วย ภาระกระผมเลยเนี่ย ชอบไม่ชอบอะไรก็บอกมาหน่อยไม่ใช่ตอบแค่ว่าไม่! ใครมันจะไปตรัสรู้ได้ล่ะเนี่ย

งั้นเอางี้...

“ป้าครับ เอาข้าวขาหมูพิเศษแบบเพิ่มข้าวเพิ่มหมูเพิ่มไข่ไปเลยครับ” กินของชอบเขาไปล่ะกันน้าคุณอลัน

“คุณคมยังไม่อิ่มอีกเหรอคะเนี่ย” ป้าขายข้าวขาหมูทัก เพราะว่าเขาก็เพิ่งมากินเมื่อเที่ยงนี่เอง

“ซื้อให้คนอื่นน่ะครับ”

“อ๋อ ได้เลยจ้า”

ข้าวขาหมูซุปเปอร์พิเศษถูกส่งมาให้คมสันต์ พร้อมกับที่เงินของคมสันต์นั้นหายออกจากกระเป๋าไปแปดสิบบาทถ้วน แล้วไหนๆ ก็ซื้อข้าวให้แล้วเลยซื้อน้ำหวานไปให้ด้วยเลย เป็นแค่น้ำชาเย็นโง่ๆ ใส่แก้วนี่แหละ ยี่สิบบาท หมดหนึ่งร้อย นี่ดีนะที่เขาไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงินเหมือนเพื่อนเขาเมื่อก่อน ไม่งั้นนี่งอแงตายเลยนะเรื่องเงินหายออกจากกระเป๋าหนึ่งร้อยบาทเนี่ย

เดินมาจนถึงห้องของอลัน เลขาหน้าห้องก็เชิญให้เขาเข้าไปได้เลย เขายิ้มให้เธอด้วยความรู้สึกที่ว่าไอ้เลขาหน้าห้องนี่มันใช้ซื้อข้าวไม่ได้เหรอวะ ทำไมต้องเป็นเขาที่มีงานมีการต้องทำ อีกอย่างให้เลขาสั่งมันก็แค่แป็บเดียว หรือควรสอนให้อลัยใช้แอพพลิเคชั่นในการสั่งอาหาร หิวเมื่อไหร่ก็จิ้มๆ แป็บเดียวถึงมือเลย

“ข้าวมาแล้วคร้าบ” เปิดประตูปุ๊บส่งเสียงปั๊บ อลันเงยหน้าจากคอมมองด้วยสายตาเย็นชาเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือรอยแดงๆ บนลำคอ ฮ่าๆ นี่ไง...เย็นชาดีนักเขาเลยซื้อชาเย็นมาให้!

“...” อลันไม่พูดอะไร คมสันต์เลยเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามอลัน วางกล่องข้าวที่มีกลิ่นหอมหวนออกมายั่วน้ำลายคนที่กินข้าวไปแล้วอย่างเขา

“ผมซื้อข้าวขาหมูมาให้นะ นี่มีพริกกับกระเทียมเยอะเลย ไม่รู้คุณชอบไหมแต่ผมชอบผมเลยใส่มาเพลินมือไปหน่อย แล้วก็อันนี้ชาเย็นเหมาะกับคุณที่สุดเลย!” พราวพรีเซ้นมากเลย คมสันต์นี่ยิ้มหวานตาปิดกับชาเย็นมาก ซึ่งอลันก็ยังคงหน้านิ่งแต่...

“เหมาะตรงไหน” นั่นแหละ ชาเย็นมันเหมาะกับเขาอย่างไร ไม่เข้าใจเจ้าเบต้าคนนี้ก็ตอนนี้แหละ

“ก็คุณเป็นคนเย็นชายังไงล่ะ เย็นชากับชาเย็น ได้อยู่ๆ” มีการพยักหน้าเห็นด้วยกับตัวเองอีก แต่อลันก็ปล่อยเบลอ

____[40%]____

คมสันต์เรามุ้งมิ้งตุ้งติ้งสุดอะไรสุด หวังว่านักอ่านจะไม่รำคาญน้องกันนะคะ น้องเราใสๆ ข้างในขุ่นมัวค่ะ แฮ่ๆ

จริงๆ เขียนไปสักพักเราก็เริ่มเครียดเริ่มกังวลง่ะ แงงงง เขียนเรื่องไหนเราก็กังตลอดเลย เราหวังว่าเราจะไม่ทำให้นักอ่านผิดหวังนะคะ แต่ทางที่ดีอย่าหวังกับเราเลยงื้ออออ นิยายมันกาวคนเขียนก็กาวววว เรื่องเก่าดูทำไว้ดีจนเรื่องนี้กดดันตัวเอง กระซิกๆ คอมเมนท์ติติงเค้าได้เลยนะคะ เค้าจะปรับปรุงน้า ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
ตอนที่ 3 : คมสันต์ผู้กลายเป็นของหวาน [100%]

คมสันต์เห็นอลันไม่ทำอะไรกับอาหารที่เขาซื้อมาให้สักทีก็เลยเอาออกจากถุงให้ แกะกล่องวางไว้ตรงหน้าอลัน ตามด้วยช้อนส้อมพลาสติก น้ำขาหมูนี่คมสันต์ราดให้แต่ไม่ได้ราดชุ่มอะไรเพราะรู้ว่าป้าแกทำเค็ม กลัวราดเยอะแล้วจะรสจัด ส่วนที่เหลือวางไว้ตรงฝากล่องพร้อมกับน้ำจิ้ม จากนั้นก็ค่อยๆ แกะขั้วพริกและเปลือกกระเทียมวางให้อลัน

“เรียบร้อยแล้ว ผมขอตัวก่อนนะ” แกะทุกอย่างเสร็จก็ได้เวลาไปทำงาน เขาลุกขึ้นยืนแต่ไม่ทันได้เดินก็ถูกรั้งข้อมือไว้ คมสันต์มองอลันที่จับข้อมือแบบไม่เข้าใจ...รั้งทำไม อย่าบอกนะว่าต้องป้อนด้วยอะ อันนั้นจะเกินไปน้า

“อยู่ก่อน”

“ทำไมอะครับ มีอะไรอีกหรือเปล่า” อะๆ ให้อยู่ก็อยู่ แล้วถ้าจะให้ป้อนจริงๆ ก็คงป้อนแหละ...มั้ง

“นั่งไปเถอะ” นั่งทำไมล่ะ นั่งเฉยๆ เนี่ยนะ บ้าหรือเปล่า งานการต้องทำน้า ถ้าให้นั่งเล่นเกมอะก็ว่าไปอย่าง!

“ผมไม่เข้าใจว่าทำไมให้นั่งอยู่ต่ออะนะ แต่คุณเนี่ยไม่ค่อยดูแลตัวเองเลย คุณไม่คิดว่าจะเป็นลมเป็นแล้งไปอีกเหรอครับ ยิ่งข้าวปลาไม่กินแบบนี้มันไม่ดีต่อสุขภาพเลยนะ” คมสันต์กอดอกเท้ากับโต๊ะทำงานอลัน จ้องหน้าอีกฝ่ายที่กำลังจะตักข้าวเข้าปาก

“...” อลันไม่ตอบ ไม่พูด ข้าวเข้าปากแล้วก็เคี้ยวพลางมองหน้าคมสันต์

“...” พออลันไม่พูดอะไรซ้ำยังเอาแต่จ้องหน้า คมสันต์ก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ไม่รู้พูดต่อแล้วอลันจะหงุดหงิดหรือเปล่าด้วยที่ไปกวนตอนกินข้าว

ในเมื่อไม่มีใครพูด แล้วก็นั่งอยู่ตรงข้ามกันขนาดนี้ มันก็ลงเอยด้วยการนั่งมองหน้ากันเป็นปลากัดเลย คมสันต์จ้องตากับอลันเกือบจะตลอดเพราะอลันเองนั่นแหละที่สะกดสายตาของคมสันต์ไว้ด้วยสายตาดุดันนั้น ไม่มีรังสีอัลฟ่าแผ่กระจายเพื่อกดดัน แต่ก็ละสายตาไม่ได้ มองตามองปากและรอยแดงบนลำคออลันสลับกันไปมาอยู่อย่างนั้น แล้วดู...กินช้าอะไรปานนั้น ต้องค่อยๆ เคี้ยวเพื่อให้ละเอียดที่สุดหรือยังไง กลัวกระเพาะทำงานหนักเกินไปสิน้า นี่ถ้าเป็นคมสันต์นะ กระซวกสิบคำแป็บเดียวหมด

คมสันต์สังเกตว่าอลันจะไม่ค่อยกินพริก แต่จะกินกระเทียมแกล้มเข้าไปด้วยในบางคำ ไม่ใช่ทุกคำ น้ำจิ้มเองก็ไม่ต่างกับกระเทียมเท่าไหร่ หรืออลันเป็นพวกไม่กินรสจัด ชอบอะไรจืดๆ เหรอ หรือว่ากินเผ็ดไม่ค่อยได้ แล้วเจ้าปากเรียวสวยนั้นยามขยับนี่มันก็น่ารักแฮะ เออ คิดว่าน่ารักได้ไงไม่รู้แต่มันน่ามองน่ะ ยิ่งคิดว่ามันนุ่ม...

อ่า....พอเลยไอ้สมองกูเนี่ย!

“เยอะ” อลันพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ แต่ก็ไม่ได้หยุดกินถึงแม้จะว่าข้าวตรงหน้าเยอะก็ตาม

“กินหมดไหมล่ะครับ ผมไม่รู้ว่าคุณจะกินเยอะไหมก็เลยสั่งพิเศษมาแบบจุกๆ เลยอะ กะว่าคุณกินแล้วต้องอิ่มแน่นอน” คมสันต์ทำหน้าทำตาแบบว่าภูมิใจอย่างสุดซึ้งที่คิดเผื่ออลันได้มากขนาดนี้

อลันไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่นั่งกินข้าวที่มีอยู่ในกล่องไปเรื่อยๆ มองรอยยิ้มของคมสันต์ไปพลางระหว่างที่เคี้ยวข้าวในปาก รสชาติมันก็งั้นๆ เป็นแค่อาหารราคาถูกที่กินพอประทังชีวิตได้ จะว่าชอบก็ไม่ จะเกลียดก็ไม่เชิง อย่างน้อยมันก็เป็นอาหารที่คมสันต์หามาได้ทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาชอบกินอะไรหรือไม่ชอบกินอะไรนั่นแหละ

“สเต็กปลา”

“ฮะ? อะไรนะครับ...” จู่ๆ ก็พูดขึ้นมาแบบนี้งงเด้อครับ

“ของชอบไง” อลันกินคำสุดท้าย คมสันต์นี่แอบว้าวเลยนะ...กินหมดด้วยแฮะ ทั้งที่บ่นว่ามันเยอะนะเนี่ย

“อ๋อ ชอบสเต็กปลาสินะครับ โอเค ไว้คราวหน้าผมจะซื้อมาให้” เดี๋ยวนะ เขาพูดว่าคราวหน้างั้นเหรอ? นี่เขาต้องซื้อข้าวให้อลันกินอีกหรือไงวะเนี่ย

“พูดแล้วนะ” น่าน...เข้าทางอีกคนทันทีเลย คมสันต์ละอยากตีปากตัวเองจริงๆ ไม่น่าปากไวใจเร็วเลยให้ตายเถอะ

“อ่า ครับ ก็ได้ครับ” คมสันต์เอื้อมมือไปเก็บเจ้ากล่องโฟมหน้าโง่กับของจุกจิกตรงหน้าอลัน เพราะเจ้าตัวดันกินน้ำแล้วมองหน้าเขานิ่งเลย ไม่มีแม้แต่จะเก็บช้อนกับส้อมให้เป็นระเบียบด้วยซ้ำ

“ของหวานล่ะ?” พอดื่มน้ำจนหนำใจแล้วก็เงยหน้าถามหาของหวานจากคมสันต์ที่กำลังเก็บขยะใส่ถุง แล้วคิดว่าคมสันต์จะวางมือจากถุงขยะเพื่อหยิบของหวานให้อลันไหม? ไม่! ไม่ก็บ้าแล้ว

“ผมมีแต่ลูกอมนะครับ” คมสันต์ล้วงกระเป๋าหยิบลูกอมหน้าตาไร้ราคาออกมาสองเม็ด เป็นลูกอมสตรอว์เบอร์รี่มิ้นต์ที่เขาชื่นชอบ และมันยังสามารถทำให้กลิ่นปากของเขานั้นหอมชื่นนนนนใจ

“แกะให้หน่อย” มือน่ะมีไหมครับ แหม แกะเองไม่ได้เลยนะ ตั้งแต่ข้าวกล่องนะครับ ปั๊ดตีเลยหนิ

“คร้าบๆ” ตีได้แต่ในความคิดอะครับ ไม่สามารถทำการจริงกับคนที่แสนนิ่งงันตรงหน้าได้ แค่จ้องตาเขามานี่ก็หงอเป็นลูกหมาแล้วตอนนี้

คมสันต์จัดการกับเศษซากของข้าวกล่องอลันก่อน นับว่าดีนะที่อลันเป็นคนกินข้าวเรียบร้อยไม่เลอะเทอะเลย ทำให้การเก็บกวาดมันง่ายดายเพียงกระดิกนิ้วเท่านั้น เห่อๆ ได้ก็บ้าล่ะ พอเก็บทุกอย่างเสร็จคมสันต์ก็ตั้งใจแกะเจ้าลูกอมนั้นให้อลัน รู้ไหม...คนอยากกินเขาทำท่าทางยังไง เขาก็ทำท่ากอดอก จ้องมองตางี้แข็งเชียว อยากรู้จริงๆ ว่าใช้สายตาอื่นไม่เป็นเหรอนอกจากนิ่งๆ และไร้อารมณ์เนี่ย ให้ตายเถอะ...

“นี่คร้าบบบ” ลูกอมร้อนๆ มาเสิร์ฟแล้วคร้าบบบบ พอใจไหมคร้าบบบบ ประชดมันในใจเนี่ยแหละ พูดเยอะไม่ได้ เดี๋ยวโดนเด้ง

“จะให้กินทั้งเปลือกเหรอ” อลันจ้องลูกอมที่ยังอยู่ในเปลือก คมสันต์ก็จ้องบ้าง คือแกะให้แล้วไง เนี่ย...บีบตรงนี้ปุ๊บก็กระเด็นเข้าปากปั๊บ เข้าใจยากตรงไหน

“ก็...โอเคๆ” รู้ล่ะ ก็แค่เอามันออกจากเปลือกให้ไอ้คุณอลัน!

คมสันต์ถึงกับกัดฟันยิ้ม มือแกะห่อลูกอมส่วนใจในน่ะกำลังบ่นเจ้าคนไม่ทำอะไรเลยนอกจากมองหน้าเขาอย่างอลันเนี่ย ดูซิ ตั้งแต่เขามานี่นะ อลันทำอะไรบ้างนอกจากตักข้าวกินเองน่ะ นอกนั้นอลันให้เขาทำหมดเลยนะ ตั้งแต่แกะกล่องข้าวเอย ถุงน้ำจิ้มเอย เด็ดพริกแกะกระเทียมยันแกะห่อลูกอม คิดดูเถิดคนเราน่ะ...มันจะทำแค่มองหน้าแล้วกอดอกตลอดการกินข้าวเลยจริงๆ น่ะเหรอฟร้ะ ฮ่วย!

เจ้าลูกอมสีขาวปนชมพูออกมาจากห่อหีบได้อย่างปลอดภัย แล้วมันก็อยู่ท่ามกลางนิ้วโป้งและชี้ของคมสันต์ จากนั้นเขาก็บรรจงยื่นมันไปตรงหน้าของอลันเพื่อจะให้มันใกล้มืออลันที่สุด แต่ครับแต่! มันใกล้ไม่พอ...อลันเลยคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเขาแล้วลากไปจ่อปาก

“ฮะ..!” ดะเดี๋ยวววว กินแค่ลูกอมโว๊ยยยย

อึ้ก! กลืนน้ำลายคออึกใหญ่เลยจังหวะนี้ เมื่ออลันคว้ามือที่มีลูกอมไปจ่อปาก จากนั้นเรียวลิ้นสีชมพูสดก็แลบออกมาเลียก่อนจะตวัดเอาลูกอมและปลายนิ้วคมสันต์เข้าปากตัวเอง คมสันต์รู้สึกไปต่อไม่ถูก จังหหวะมันแบบ...ควรดึงมือออกฉิบหายแต่ก็ไม่อยากดึงออก อลันเริ่มใช้มือของตัวเองถูไถแขนของคมสันต์ ขณะที่ปลายนิ้วของคมสันต์นั้นกำลังถูกดูดดุนด้วยเรียวลิ้นจนเสียวปลาบ

แม่เจ้า...โดนดูดนิ้วแต่เสียวน้องวะ!

ต้องยอมรับลิ้นมันทั้งนุ่มละมุนและหยุ่นๆ สู้นิ้ว ยิ่งอลันเกร็งลิ้นให้แข็งขึ้นเพื่อยอกเย้าที่ปลายนิ้วของเขามันก็ยิ่งเสียวซ่านแปลกๆ สายตาอลันเริ่มมีความหื่นกระหายฉายแววออกมาให้ได้เห็น คมสันต์ไม่กล้าสบตาแต่ก็ละสายตาจากปากที่กำลังดูดนิ้วมือของเขาไม่ได้ ข้างในนั้นมีลูกอมกลิ้งไปกลิ้งมา...อลันต้องหวานและอร่อยมากแน่ๆ เลยใช่ไหม ทำไมถึงได้กลืนกินปลายนิ้วของเขาเข้าไปแบบนั้นล่ะ นิ้วเดียวก็ว่าแย่แล้ว นี่ยังค่อยๆ จับนิ้วกลางและนิ้วนางของเขาเข้าไปในปากสีนู้ดนั่นอีก...

ไม่ไหว...ไม่ไหวจริงๆ กับความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตอนนี้ สายตาอลันโลมเลียใบหน้าของเขาพร้อมกับเรียวลิ้นซุกซนซอกซอนตามปลายนิ้วนั้นที นิ้วนี้ที ซ้ำยังมีมือของอลันที่คอยลูบไล้ท่อนแขนไปมาพาขนในกายลุกชัน ไม่อยากจะบอกเลยว่าไอ้นุ่นก็ลุกเหมือนขนเส้นเล็กๆ ตามแขนตามคอเหมือนกัน

ลมหายใจคมสันต์เริ่มหอบถี่ขึ้นตามจังหวะการใช้ลิ้นกับนิ้ว ถามว่าปลายนิ้วมันเสียวซ่านขนาดนั้นไหมมันก็ไม่หรอก แต่พอคิดว่าเจ้าลิ้นซนๆ นั้นมันละเลงอยู่ที่น้อง...มันก็ยิ่งสยิวกิ้วเข้าไปใหญ่ คมสันต์จ้องภาพอลันที่อยู่ตรงหน้าไม่วางตา มันมีเสน่ห์และเร้าอารมณ์เขาอย่างที่สุด ถึงขั้นที่เป็นไปได้ก็อยากลุกไปลากอลันขึ้นบนโต๊ะทำงานที่กั้นกลางระหว่างเขาทั้งคู่เอาไว้

ความรู้สึกซาบซ่านแผ่กระจายไปทั่วร่าง เจ้าน้องในกางเกงกระตุกเร่าๆ อยากออกมาชมวิวทิวทัศน์ห้องทำงานของอลันเต็มที คมสันต์รู้สึกตัวเองจะไม่ไหวแล้ว ถ้าอลันไม่หยุด...เขาจะหนีไปสไลด์เดอร์ตัวเองในห้องน้ำแล้วนะ เขาเผลอหลับตาลง สัมผัสมันรุกเร้าจนอีกมือของเขาต้องซนกับเป้ากางเกงตัวเอง แต่จังหวะนั้นแหละที่...อลันมาโพล่ตรงหน้า

“!!!” คมสันต์ตกใจมาก ตกใจจนเกือบตกโต๊ะไปเลยเมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นอลันอยู่ตรงหว่างขา... เดินอ้อมมาตอนครับเนี่ย!

“นะนี่...นี่เวลางานนะครับ” ปากพูดอย่างนั้นแต่ในหัวกลับบอกว่าเวลางานก็ช่างแม่งงงงดิ

ฮื่ออออ แม่จ๋าหนูเป็นคนไม่ดีไปแล้ว!

อลันไม่พูดพร่ำให้มากความ ริมฝีปากที่เคยครอบครองนิ้วเรียวทั้งสามเอาไว้ค่อยๆ คายออก น้ำลายสีใสฉ่ำเยิ้มตามเรียวนิ้วและมุมปากของอลัน แต่นั่นก็ไม่ได้ดึงดูดเท่ากับมือขาวๆ ที่กำลังรูดซิปของคมสันต์ลงอย่างเชื่องช้า เสียงแกรกๆ สะท้อนก้องอยู่ในหู ส่วนภาพที่อลันโน้มหน้าเข้ามาหาส่วนนั้นก็สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท...

จากของหวานที่เป็นลูกอมโง่ๆ หนึ่งเม็ดกลายเป็นเรือนร่างและความเป็นชายของคมสันต์ไปได้ยังง๊ายยย เก้าอี้ที่นั่งอยู่ตอนนี้เลื่อนขึ้นๆ ลงๆ ขยับไหวไม่หยุดหย่อนเมื่อมีร่างของอลันเคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วง คมสันต์กลัวเก้าอี้หักเหมือนกัน ทั้งเขาและอลันไม่ได้ตัวเล็กตัวน้อยเลยแม้แต่นิด ถึงจะไม่ได้กล้ามปูแต่ก็กำยำสมชายชาตรีทั้งคู่

แกร๊ก!

ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกด้วยน้ำมือของใครบางคน ซึ่งใครบางคนนั้นก็มีอำนาจมากพอที่จะเปิดเข้าออกห้องนี้โดยไม่ต้องขออนุญาต และครั้งนี้คนเปิดต้องมานั่งคิดใหม่ว่า...ขออนุญาตก่อนก็ดี

“อะ...ลัน” เสียงเรียกขาดห้วงตามด้วยร่างกายชะงักค้างที่หน้าประตู เอ่อ...คนเปิดไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะมาเห็นภาพอลันกำลังจุดจุดจุดอยู่กับหัวหน้าเซลล์บนเก้าอี้ตัวน้อย!

แต่อย่าคิดนะว่าแค่คนเปิดที่ชะงัก เพราะตอนนี้ไอ้คนใต้ร่างอลันอย่างคมสันต์ก็ใบ้แดกไปเรียบร้อย ตาค้างตาเหลือกกันไปค้างเพราะหันไปสบสายตากับท่านประธานบริษัทแบบจังๆ เต็มเปา ส่วนอลันน่ะเหรอก็แค่นิ่งแล้วมอง...หรือต้องบอกว่าแค่หันไปมองนิ่งๆ เออ แบบไหนแม่งก็เหมือนกันอะ เอาเป็นว่าอลันไม่ได้สะทกสะท้านแล้วก็ไม่อายเลยแม้แต่นิดที่ประธานบริษัทเข้ามาเห็นหนังสดที่แสนเร่าร้อนเก้าอี้แทบหักกอย่างเน้!

“เสร็จแล้วไปหาผมล่ะกัน” ท่านประธานกล่าวเสียงเรียบ

“ครับ” อลันก็ขานรับเสียงเรียบ

ภาพในหัวคมสันต์คือพออลันขานรับแล้วอลันจะหยุดทุกอย่างไปแต่งตัวเพื่อคุยงานกับท่านประธาน แต่ปรากฎว่า...อลันทำต่อ ทำแรงๆ ด้วย ทำแบบคมสันต์อยากจะร้องขอชีวิตแล้วในตอนนี้!

น้ำแรกผ่านไป น้ำสองน้ำสามค่อยๆ ผ่านไป คมสันต์หลงผิดคิดดีใจ ก่อนเดินขาเปลี้ยมาถึงตรงนี้ โปรดใส่ทำนองเพี้ยนๆ ของเพลงมือปืนลงไปด้วยจะได้อรรถรสเป็นอย่างยิ่ง

มันเป็นอีกครั้งที่คมสันต์ต้องมองอลันแต่งตัวด้วยสภาพที่อิดโรยและหน้าที่แดงก่ำ ตอนประธานเปิดประตูมาวิญญาณเขาบินไปแล้วนะ แต่ถูกอลันกระชากกลับมาด้วยการกระแทกกระทั้นจนเกือบหัก แล้วก็ต้องทำต่อ คนคนนี้ไม่เคยพอที่น้ำเดียวจริงๆ ต้องเอาให้หมดเนื้อหมดตัวกันเลยไหมถึงพอใจ และใช่...มันเป็นอย่างนั้นแหละ กระซิกๆ เมื่อคืนก็หลายน้ำ วันนี้อีกหลายน้ำ ไม่ไหวแล้วคร้าบ ถ้าภายในอีกวันสองวันนี้โดนรีดน้ำอีกมีตายแน่!

“ผม..ผม...เอ่อขอตัวยก่อนนะครับ” คมสันต์แต่งตัวไม่ยากเท่าอลัน ถอดน้อยก็ใส่น้อย เช็ดๆ เก็บแล้วรูดซิปก็จบ

“อืม” อลันจับเน็กไทด์ตัวเองขยับไปมา สายตาดูแพ่งในจอคอมว่ามันตรงไหม

คมสันต์เห็นแบบนั้นก็เดินเลยเข้าไปจัดให้มันตรง ปัดๆ รอยยับของเสื้อผ้าแล้วก็สำรวจว่ามีตรงไหนเปื้อนไหม ไม่ได้เห็นหรอกว่าอลันมองเขาในตอนนี้ด้วยสายตายังไง พอเห็นว่าเรียบร้อยคมสันต์ก็เดินออกมาเลยไม่ได้คุยอะไรต่อ

เอาจริงก็แอบยืนทำใจอยู่หน้าประตูหลายวิเลยแหละ หน้างี้แดงงงงก่ำไปหมด เพราะคิดว่ามันมีคนเห็น แล้วมันเขินฉิบหายเลย ท่านประธานเห็นแล้วมีเหรอเลขาหน้าห้องจะไม่ได้ยินเสียง เขาเองก็ครางไปหลายยกซะด้วย อลันน่ะแหละชอบทำแรง...กลัวหักน่ะไม่รู้หรือไง

คมสันต์เดินเขินๆ ไปที่ลิฟต์เพื่อกลับไปทำงานต่อ โดยระหว่างที่เดินก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบตากับเลขาหน้าห้อง แล้วก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเสื้อผ้าตัวเองมันไม่ได้เรียบร้อยขนาดนั้น เสื้อก็อยู่ในกางเกงบ้างไม่อยู่บ้าง หลุดหลุ่ยเป็นจุดๆ หัวเหอฟูฟ่องจนนกจะมาทำรังบนหัวได้อยู่แล้ว

นี่แหละหนา...ห่วงแต่คนอื่น

ขนาดเข้ามาในลิฟต์คมสันต์ก็ยังไม่กล้าที่จะเงยหน้ามองตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกลิฟต์เลย เพราะมันยังเขินยังอายกับเรื่องนั้นอยู่ ก็จะมีใครบ้างไม่สะทกสะท้านตอนที่คนอื่นเข้ามาเห็นในจังหวะโจ๊ะพรึ่มพรึม อ้อ...อลันไง อลันไม่สะทกสะท้าน

“เอ่อ...ไปฟัดกับใครมาคะนั่น” ลงมาถึงแผนกตัวเองปุ๊บก็โดนทักปั๊บ จากที่หน้าหายแดงไปแล้วก็แดงงงงงขึ้นมาอีก!

“ปะ..เปล๊า ไม่ไม่ได้ฟัดใครเลย” ทั้งหน้าที่แดงและหัวที่ฟูกับเสื้อผ้าที่ยุ่งเหยิง การบอกว่าเปล่าก็ถือการโกหกมันเนียนแหละเนอะ

“เหรอคะ” หน้าคนฟังอย่างไม่เชื่อ คมสันต์พยักหน้ารัวๆ แล้วเอามือลูบผมเพ้าของตัวเองให้เข้าที่ขณะสาวเท้าฉับๆ เข้าห้องทำงานตัวเอง

อับอายมาก อับอายที่ซู๊ดดดดด อับอายจนอยากจะมุดเข้าแกนโลกเพื่อหนีความจริงที่ต้องเผชิญกันเลยทีเดียว แต่มันก็ทำไม่ได้เพราะแกนโลกมันร้อน งั้นขอมุดหน้าเข้าใต้โต๊ะทำงานก่อนได้ไหม อย่างน้อยให้ความสงบมาช่วยบรรเทาจิตใจก็ยังดี

และ...คมสันต์ก็หนีไปซุกใต้โต๊ะทำงานไปอีกเกือบสิบนาที!


____[100%]____

งื้อน้อนนนน มาๆ ออกจากใต้โต๊ะมาโอ๋ๆ มา โถ่…คุณอลันรังแกหนูคมได้น่าตีมั้กๆ ดูหนูคมซิ หน้าแดงหูแดงคอแดงหมดแย้ววว ไม่เป็นใยนะโอ๋ๆ //กอดเจ้าคนตัวโต

นิยายเรื่องนี้เน้นชิลล์นะคะ กินกันชิลล์ๆ ขำๆ ไปเรื่อย~เอื่อย~ แฮ่ๆ ถึงชิลล์แต่อ่านกันยาวๆ แน่นอนค่ะ

นักอ่านหลายท่านหรือเรียกว่าส่วนใหญ่ขอให้อัปเยอะๆ อัปบ่อยๆ น้องต้องขออภัยด้วยนะคะที่ทำไม่ได้ มีงานประจำก็เลยมีเวลาค่อยๆ เขียนน่ะค่ะ ขอบคุณที่ยังรออ่านนะคะ

ฝากเลิฟฝากเมนท์ฝากแชร์ด้วยนะคะ ฝากทีเดียวครบๆ เลย ^^

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
ขำๆ อยากเขียน EP.1

ณ.บาร์ชนชั้นสูงแห่งหนึ่ง

“ดีไหม...” คนเอ่ยถามหันมองเสี้ยวหน้าเพื่อน ขณะเดียวกันคนถูกมองก็หันมาสบตา ภายใต้ดวงตาเย็นชาใต้กรอบแว่นมีแววพึงพอใจฉายให้เห็น

“เรื่องไหนดีล่ะ” อลันเอ่ยถามคนที่ได้ชื่อว่าเป็นประธานบริหาร ในเวลางานน่ะมันก็ใช่ แต่เมื่อเลิกงานแล้วมันก็อีกเรื่อง

“เบต้านั่นไง”

“แล้วเบต้าที่กอดมันดีไหม” พอเจอถามกลับคุณประธานก็ไหวไหล่ ยกเหล้าดีกรีแรงขึ้นจิบ

“ดีสิ”

“งั้นก็ดีไง...” อลันตอบเนิบๆ

“อืม ก็นะ นึกว่านายยังซื้ออยู่ เห็นซื้อบ่อย”

“หึหึ ฉันไม่ซื้อหรอกเพื่อน แค่มองตาก็เดินเข้ามาถวายหัวแล้ว จะซื้อทำไมให้เปลืองเงินกัน ความสามารถพอๆ กัน ระหว่างฟรีกับจ่าย เลือกแบบไม่ต้องคิดอะนะ” อลันดื่มบ้างและเขาก็ควักเอาบุหรี่กลิ่นมิ้นต์ขึ้นมาจุด

“คนนี้ด้วยเหรอ” คุณประธานถาอย่างไร้อารมณ์

“ไม่” และคนตอบก็ไร้อารมณ์

“อ่านหนังสือยังเข้าใจง่ายกว่าคนแบบนายจริงๆ นะอลัน”

“ก็หนังสือมันอธิบายทุกอย่างแล้วนี่ ฉันไม่ใช่หนังสือ ไม่มีคำอธิบายอยู่แล้ว” อลันพ่นควันสีเทาลอยเอื่อย

แล้วนั่นก็ทำเอาคุณประธานไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี สองผู้บริหารก็เลยได้แต่นั่งจิบเหล้าสีอำพันในแก้วของตัวเองไปเรื่อยๆ ให้เวลามันไหลไปแบบไม่ใคร่จะสนใจ

“แล้ว...คนที่บ้านไม่รอเหรอ”

“รออะไร คนนั้นกลับบ้านไปหาน้องหาแม่ พูดถึงแม่ฉันก็ปวดหัว ครอบครัวคนไทยนี่มันชวนเสียอารมณ์จริงๆ” คุณประธานนึกถึงครอบครัวหนึ่งแล้วก็เซ็งๆ ไม่อยากพูดไม่อยากก้าวก่ายแต่ก็ตัดออกจากการรับรู้ไม่ได้

“มิน่าถึงมาดื่มได้”

“แก้วสองแก้วแค่นั้นแหละ นายก็รู้ ฉันไม่ชอบดื่ม” ไม่ได้รักสุขภาพ แต่ถ้าอยากรู้ว่าทำไมก็หาอ่านเอาในเล่ม (อุบัติรักฟีโรโมนในตอนพิเศษ งานขายก็มา!)

“เข้าใจได้”

“จะอยู่นานไหมล่ะ”

“ฉันเหรอ” อลันทำท่านึกแล้วก็หันมายิ้มมุมปากใส่เพื่อน “ได้ทั้งคืน”

“เหงาทั้งคืนเปล่า”

“หึ เคยได้ยินคำว่า...ร้องเรียกเหมียวๆ เดี๋ยวก็มาไหม”

“นั่นมันแมว”

“กับหมาก็ใช้ได้นะ...” รอยยิ้มอลันกว้างขึ้นและคนมองก็ได้แต่ระอาใจเล็กๆ กับเพื่อนตัวดี

“ฉันว่าที่นายกำลังหมายถึงเป็นคนนะ”

“ฮ่าๆ นั่นสิ” อลันทำหน้าเหมือนคิดแล้วแฮปปี้อะไรอยู่คนเดียวก่อนจะหันมายื่นแก้วตรงหน้า “ชนหน่อยไหม”

“อ่าฮะ” คุณประธานชนแก้วกับเพื่อนแล้วก็จิบกันคนละนิดสองนิด

อลันเหม่อมองออกไปด้านนอก สงบนิ่งราวกับใช้ความคิดอยู่กับอะไรสักอย่าง ส่วนประธานน้านก็เช่นกัน ต่างคนต่างนิ่ง ทำตัวเป็นรูปปั้นแข่งกันนิ่ง ใครขยับก่อนคนนั้นจะแพ้ แล้วดูท่างานนี้คงจะแข่งกันนิ่งไปอีกนาน ไม่น่าเมาหรอก...น่าจะตะคริวกินก่อนอะ เฮ้อออออ ตัดจบ!

^____^

เขียนขำๆ นะคะ ไม่มีผลในเรื่อง หรือต่อให้มีก็น้อยมาก อ่านแยกได้ ไม่อ่านแยกก็ได้แล้วแต่ตามใจท่านเลย พอดีอยากทำตามใจตัวเองหน่อย หลายครั้งมันมีมุกนอกเหนือจากเนื้อหาหลักหลุดเข้ามาในหัวแล้วอยากเขียน ครั้นจะเก็บไว้ในหัวคนเดียวก็เหงา เอามาแชร์ให้อ่านกันขำๆ นะค้า
ปล.ความยาวเนื้อหาแล้วแต่อารมณ์

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2013
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1087
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
ตอนที่ 4 : คมสันต์ผู้โดนกดหมกห้องเอกสาร [40%]

หลังจากผ่านเหตุการณ์อันน่าอับอายไปวันนั้น ชีวิตของคมสันต์คนนี้ก็เป็นปกติสุขมาเรื่อยๆ ไม่เจ็บไม่ป่วย ไม่มีอดมื้อกินมื้อเพราะที่บ้านไม่มีภาระอะไรให้ต้องใช้จ่ายมากนัก ถึงจะอยู่กับแม่แต่แม่ของเขาเป็นพวกไม่ค่อยใช้เงิน อยู่บ้านว่างๆ ก็ถักไหมพรม อ่านหนังสือหรือทำงานบ้านไปตามเรื่องตามราว

แล้วถ้าจะถามว่าอลันล่ะไปไหน มาได้เสียกันขนาดนี้แล้วก็ต้องมาป้วนเปี้ยนวอแวกับเขาเหมือนคนไม่มีงานไม่มีการทำแบบละครหลังข่าวนั้นมันไม่จริง เพราะหลังจากเอาข้าวไปให้อลันกินพร้อมกับเสิร์ฟของหวานเป็นคมสันต์แล้วนั้นอลันก็หายไปเลย

หายไปเลย...หายไปในอากาศ

อลันไม่ได้ติดต่อมาเป็นเวลาสี่ห้าวันได้แล้ว ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาคมสันต์ก็ใช้ชีวิตอันแสนสุขของตัวเองด้วยการไปก๊งกับเพื่อนวันศุกร์แล้วนอนอุตุตลอดสองวันเสาร์อาทิตย์ ไม่ต้องถามนะว่างานบ้านน่ะไม่ทำเหรอ บอกเลยว่าแม่จัดการให้ทุกอย่างแล้ว เขามีหน้าที่ทำงานหาเงิน ส่วนที่เหลือไม่ว่าจะเป็นซักผ้ารีดผ้าอาหารเช้ากลางวันเย็น แม่จัดให้หนูคนนี้ทุกอย่าง

การที่ครอบครัวของเขามีแม่ที่คอยดูแลเอาใจใส่แบบนี้ทำให้อดนึกถึงเพื่อนสนิทไม่ได้ เพื่อนคนนั้นนี่เป็นคนที่มองโลกในแง่บวกมาก ใครเข้ามาพร้อมบวกเสมอ อะ...ไม่ใช่ เป็นคนมองโลกในแง่ดีนั่นแหละ แต่ที่บ้านกลับไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แม่ของเพื่อนมีนิสัยแตกต่างกับแม่ของเขาเอาการ ทำให้บางครั้งก็อดเห็นใจเพื่อนไม่ได้ที่มีภาระเยอะมากต้องจัดการ คมสันต์ก็อยากจะช่วยเหลือแต่เพื่อนคนนั้นไม่ค่อยมาบอกกล่าวอะไรกับเขา ชอบทำตัวให้แข็งแกร่งยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง แต่ทุกวันนี้ไม่ต้องห่วงเพื่อนละ...เพื่อนกลายเป็นหนูตกถังข้าวสารเรียบร้อย

รู้สึกจะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น เพื่อนของเขาดันไปโดนสารเคมีจนกลายเป็นโอเมก้าทั้งที่ตามเดิมแล้วคือเบต้านั่นแหละ แล้วโชคชะตาก็ดันให้เพื่อนคนนั้นเป็นคู่กับท่านประธาน ถูกต้องแล้วนะครับเพื่อนที่สนิทของเขาเป็นเมียท่านประธานนั่นเอง

จะว่าไป...ช่วงนั้นที่มีการรั่วไหลของเคมีคมสันต์เองก็มีโอกาสไปป้วนเปี้ยนแถวนั้นจนโดนเคมีเข้าไปเหมือนกัน แต่ว่าเขาไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรนัก เอ๊ะ ไม่สิ เปลี่ยนนิดหน่อยมั้งนะ เหมือนจะเสร็จยากขึ้นแถมไอ้จ้อนก็โตขึ้นนิดหนึ่ง แต่ข้อนี้คมสันต์ไม่ได้ฟันธงกับตัวเองหรอก ยิ่งมาบอกว่าของตัวเองใหญ่นี่มันก็ดูเข้าข้างตัวเองไปหน่อย เอาเป็นว่าเรื่องแบบนั้นเขาเปลี่ยนไปพอสมควรเพราะก่อนหน้านี้คมสันต์ก็อยู่ในระดับดีกว่ามาตรฐานมานิสสสนึง

คมสันต์ลั้นลาเข้าบริษัทอย่างทุกวัน ในมือนี่ก็มีน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ติดมาด้วยเหมือนเป็นไอเทมประจำกาย แล้วที่ไม่ต่างกับทุกๆ วันเลยก็คือสาวๆ จับกลุ่มกันเม้าท์มอยตั้งแต่เรื่องเบต้าอีกแผนกลีลาดีมากฉันไปลองมาแล้วนะ อ้อ เรื่องนี้อธิบายนิดหน่อยคือคนที่พูดออกมาเนี่ยคือพวกอัลฟ่าสาวๆ ในแผนกนี่แหละ แต่เอาเข้าจริงจะสาวหรือหนุ่มก็มักไปกินกับเบต้าดีๆ สักคนเป็นของว่างก่อนต้องจับคู่กับใครสักคนนั่นแหละ สังคมที่คมสันต์อยู่นี่เรียกได้ว่าอัลฟ่าที่มีระดับมักจะถูกจับคู่กับอัลฟ่าด้วยกันมาตั้งแต่เรียนจบแล้ว มันก็เลยมีบ้างที่พวกอัลฟ่าพวกนี้จะหาคู่นอนที่ถูกใจไม่ใช่อัลฟ่าคู่ตัวเอง

จะว่าไป...เมื่อก่อนเขากับเพื่อนก็เป็นหนึ่งในคนที่พวกอัลฟ่าเปลี่ยวพูดถึงเหมือนกันนะ เป็นไง หน้าตาไปวัดไปวาแล้วไม่พอ ลีลายังมัดใจเหล่าอัลฟ่าสาวได้อีกต่างหาก หูยยยยอยากเก๊กหล่อเลยอะ

นอกจากเรื่องลีลาใครดีลีลาใครเด็ดแล้วก็ยังมีเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม ความหล่อความสวยบลาๆ ตามประสาสาวๆ จะมีที่เอะใจคมสันต์ขึ้นมาหน่อยก็เรื่องอลัน

“มันยังไงนะเธอ คุณอลันเป็นเลขาท่านประธานไม่ใช่เหรอ” นี่...เรื่องแบบนี้ต้องเงี้ยหูฟังกันหน่อย คมสันต์วางน้ำเต้าหู้ตรงโต๊ะกินกาแฟที่อยู่ใกล้กับกลุ่มสาวๆ

“ก็ใช่ แต่ที่ฉันรู้มาน่ะคือคุณอลันมาทำหน้าที่เลขาแค่ชั่วคราวเพื่อเรียนรู้งานก่อนจะขึ้นรับตำแหน่งจริงน่ะสิ เธอไม่เคยเห็นเหรอว่าจริงๆ แล้วคุณอลันก็มีเลขาส่วนตัวอยู่นะ ทั้งที่เป็นเลขาท่านประธานแต่ก็มีเลขาเป็นของตัวเอง รู้สึกจะได้ยินมาว่าพ่อแม่มีหุ้นส่วนอยู่ที่บริษัทนี้เยอะเอาเรื่อง” ว้าววว สาระเลยนะเนี่ย การใส่ใจของสาวๆ มันดีอย่างนี้นี่เอง คมสันต์ฟังไปก็ทำทีเป็นชงไมโลไปด้วย คือกินกาแฟไม่ได้

“แต่จริงๆ แล้วฉันก็คิดนะว่าคุณอลันน่ะไม่ธรรมดา จริงที่ท่านประธานน่ะมีรังสีอัลฟ่าที่อัมหิตแล้วก็ดุดันเข้มข้นมาก แต่คุณอลันก็ไม่ได้ด้อยกว่านักสักเท่าไหร่ แถมยังหล่อเหลาแฮนซั่มจนน่าซั่มสุดๆ นี่เป็นฉันอัลฟ่านะ ฉันยังอยากจะฮีตใส่เขาเลย นี่ได้เขาเป็นผัวนะคงสบายไปทั้งชาติ”

“เธอก็พูดได้ โอเมก้าชั้นสูงมาอ่อยถึงที่คุณอลันยังไม่เอาเล้ย” เอ๊ะ จริงปะเนี่ย...มีโอเมก้ามาอ่อยแต่คุณอลันไม่เอาจริงเหรอ

“จริงๆ เรื่องนี้ได้ยินบ่อยมาก พวกลูกค้าระดับวีไอพีต่างๆ ชอบขอเข้าพบคุณอลันเป็นการส่วนตัวแล้วก็อ่อย บางคนถึงกับมาตอนที่ตัวเองฮีตเลยนะยะ”

“ต๊ายยย เกินไป กะจับได้ทันทีเลยสิ”

“ใช่ กะเอาฮีตมาจับคุณอลันเลยจ้า แต่คุณอลันก็แกร่งพอจะไม่ไหลไปกับกลิ่นฟีโรโมนง่ายๆ เลยนะ แข็งแกร่งขนาดนั้นนี่ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าได้ขึ้นมาจะภูมิใจขนาดไหน”

“ก็ดูคุณเมียท่านสิ ภูมิใจซะขนาดนั้นเลยล่ะ ฮ่าๆ”

“เจ้านั้นถ้าไม่ฮีตตอนท่านอยู่ก็ไม่ได้ท่านเหมือนกันแหละ” มาถึงตรงนี้ขี้เกียจฟังล่ะ

คมสันต์ชงไมโลไวๆ แล้วเดินผ่านโต๊ะสาวๆ ซึ่งพอทั้งโต๊ะเห็นเขาก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งเพราะรู้ดีว่าที่เมื่อกี้นินทากันอยู่น่ะเป็นเพื่อนของคมสันต์เอง แล้วคมสันต์อาจจะเอาไปฟ้องก็ได้ทำนองนั้น เอาจริงๆ จะฟ้องทำไม เรื่องไม่เป็นเรื่อง เพื่อนเขาเองก็ไม่ได้จับท่านประธานแบบที่คนอื่นเขาพูดกันด้วย ไม่รู้อะไรแล้วก็พูดกันไปเรื่อยเปื่อยจริงๆ พวกนี้

พอมาถึงห้องทำงานของตัวเองคมสันต์ก็มองแก้วไมโล เอามาทำไมก่อน...อยากกินไหมก็ไม่ หึ ว่าคนอื่นใส่ใจตัวเองก็เป็นกับเขาเฉย มันน่านัก คมสันต์ละอยากตีตัวเองสักทีแต่ไม่เอาเพราะกลัวจะเจ็บ เขาวางไมโลร้อนทิ้งไว้ รอมันเย็นแล้วค่อยกิน พอดีไม่สันทัดกับร้อนเท่าไหร่

ขณะที่เริ่มทำงานก็ครุ่นคิดเรื่องอลันไปด้วย หรือว่าการที่อลันหายไปเป็นเพราะเรื่องที่จะต้องขึ้นรับตำแหน่งจริงๆ ของตัวเองกันนะ งานก็เลยเยอะขึ้นงี้เหรอ บ้าเหอะ ถ้างานเยอะกว่าที่เป็นอยู่นี่อลันไม่ตายคากองงานไปเลยหรือยังไง แค่ที่ทำอยู่ตอนนี้ก็ท่วมหัวได้แล้วมั้งนั่นน่ะ

อ่า...อดเป็นห่วงไม่ได้แฮะ

คมสันต์หยิบมือถือของตัวเองมาเปิดโปรแกรมไลน์ส่วนตัว ช่องแชตส่วนใหญ่ของเขาจะว่างเปล่าเพราะไม่ค่อยได้เล่นโซเชี่ยลเท่าไหร่นัก ชื่อของอลันอยู่เป็นชื่อที่สี่รองจากเพื่อนๆ ของเขาที่ทักมาเรียกไปดื่มบ้างไปเล่นเกมบ้าง คมสันต์กดเข้าแชตของอลัน จ้องมองข้อความที่ยังค้างอยู่จากเมื่อครั้งล่าสุดที่ให้เขาไปซื้อข้าว

ถามดีไหมนะ?

คมสันต์ถามตัวเองก่อน ของแบบนี้ต้องคุยกับตัวเองให้รู้เรื่องก่อนว่าควรจะส่งข้อความไปหาอลันไหม ต้องส่งไปว่าอะไร กินข้าวหรือยัง ทำงานเหนื่อยไหม หรือเป็นไงบ้าง หรือต้องถามตรงๆ ว่าอยากรู้ว่าเป็นยังไงบ้าง เป็นห่วงไรงี้ ไม่ดีๆ ไม่ได้เป็นอะไรกับอลันจะส่งไปถามอย่างนั้นก็ดูเผือกเกินไป

พอตีกับตัวเองจนพอใจคมสันต์ก็กดปิดโปรแกรมทิ้ง สรุปแล้วว่าช่างมันเถอะ ไม่ต้องถามหรอก คิดว่าเดี๋ยวคงมีเรื่องอลันเข้าหูอยู่แล้ว ยิ่งคนในแผนกใส่ใจเรื่องชาวบ้านขนาดนี้นี่ไม่มีทางจะไม่ได้ยินเรื่องอลันแน่นอน

คิดได้ดังนั้นก็เปิดคลิปกินโชว์สิครับรออะไร นี่คือของโปรดในการทำงานเลยนะ คมสันต์ละชอบดูจริงๆ ไปพวกอาหารและคนกินอาหารเนี่ย ยิ่งคนไหนกินดูอร่อยและกินของปริมาณเยอะๆ หมดนี่จะชอบเป็นพิเศษ ถึงแม้หลายคนจะไม่ชอบเสียงกินที่มีตลอดคลิปประเภทนี้แต่คนคนนั้นไม่ใช่คมสันต์นะจ๊ะ

คมสันต์เคลียร์งานเอกสารกองโตของตัวเองตั้งแต่เช้ายันบ่ายกว่า คือพักเที่ยงเสร็จปุ๊บก็ขึ้นมาเคลียร์ต่อทันที ไม่มีงานนอกเพราะตอนนี้เขารับงานนอกแค่บางราย ด้วยความผิดพลาดหลายๆ อย่างที่ต้องใส่ใจทำให้ลูกค้าระดับวีไอพีตกมาเป็นของคมสันต์อย่างเลี่ยงไม่ได้ พวกระดับสูงของบริษัทเห็นพ้องต้องกันแล้วว่าให้คมสันต์เหมาะสมกับลูกค้าวีไอพีเนื่องจากเขาเป็นคนใจเย็นมาก

อีกคนที่ใจเย็นก็เพื่อนเขาแหละนะ แต่แน่นอนว่าคนนั้นก็รับลูกค้าระดับนี้เช่นกัน ดีไม่ดีรับมือกับลูกค้าระดับสูงกว่าเขาเสียอีก แต่ก็ดีแล้วล่ะ ลูกค้าเยอะสิ่งมากก็ปวดหัว

“มีเท่านี้ละมั้ง...” คมสันต์เอ่ยกับตัวเองขณะมองกองเอกสารที่ต้องเอาไปเก็บที่ห้องเอกสาร ที่สำคัญต้องถามทวนตัวเองด้วยว่ามีแค่นี้ใช่ไหม คงไม่ได้มีอะไรที่ตกหล่นหรอกเนอะ

ว่าแล้วก็หอบเอาเอกสารกองโตขึ้นอุ้ม ใช้เท้าดันประตูออกแล้วเดินไปยังทางห้องเก็บเอกสารที่อยู่ไม่ไกลจากแผนกสักเท่าไหร่ แต่ถึงจะไม่ไกลนักแต่โซนนี้เป็นโซนที่เงียบงันและวังเวงใช้ได้เลย แถมห้องเก็บเอกสารยังมีสองห้องเป็นห้องของฝ่ายขายและฝ่ายจัดซื้อที่ใช้พื้นที่ชั้นเดียวกันในการทำงาน

เดาซิ ห้องเก็บเอกสารมันเป็นยังไง เหอๆ คงไม่ต้องเดามากหรอกเพราะห้องเก็บเอกสารมันก็เต็มไปด้วยเอกสารและชั้นวางเอกสารตั่งต่างมากมาย ลิ้นชักและล็อกเกอร์อีกหลายต่อหลายตู้ แถมยังมืดทึมอีกต่างหาก ขนาดว่าเปิดไฟแล้วก็ยังอึมครึมอยู่เลย บอกเลยนะว่าห้องนี้ไอ้ภูเพื่อนคมสันต์คนนี้กลัวมาก กลัวเจอกุ๊กกู๋มาหลอกมาหลอน

คมสันต์ตรงเข้าไปยังด้านในสุดที่เป็นห้องโถงกว้างขวาง รอบด้านจะเป็นชั้นที่ใส่เอกสารเรียงรายเอาไว้ หนำซ้ำชั้นยังสูงจนจรดเพดานเพื่อเอาไว้ใส่เอกสารได้เยอะๆ ยิ่งชั้นบนๆ นี่คือเอกสารของปีที่เก่าที่สุดที่เก็บเอาไว้ มันต้องเก็บคัดทิ้งทุกปีในช่วงวันคลีนนิ่งเดย์ปลายปีก่อนหยุดยาว

คมสันต์ไล่เอาเอกสารเก็บตามหมวดของมันไปเรื่อยๆ ค่อยๆ ทำเพราะหมดจากเอกสารที่ต้องจัดเก็บพวกนี้เขาก็ไม่มีงานแล้ว และด้วยความที่ห้องมันเงียบมาก ไม่มีใครเลย แค่กระดาษร่วงก็ยังได้ยินเสียง บอกตามตรงว่ามันวังเวงเอาเรื่องเลยนะ ขนาดว่าเป็นคนไม่กลัวยังรู้สึกหวั่นๆ ขึ้นมาเลยล่ะ

ด้วยความเงียบนี้เอง เสียงเปิดประตูอันแผ่วเบาก็ดังขึ้น คมสันต์ชะงักไปนิดเพื่อฟังดูว่ามีคนเข้ามาหรือเขาหูฝาดได้ยินเสียงประตูกันแน่ แล้วเสียงปิดก็ตามมา มีเสียงเท้าย่ำเบาๆ ก่อนจะมีเสียงล็อกประตู

เดี๋ยวนะ...ประตูล็อก?

____[40%]____

มาแน้ววววว หายไปหนึ่งอาทิตย์คิดถึงน้อนคมกันไหมคะ เราว่าน้อนกำลังจะโดนกุ๊กกู่ล่อลวงแน่นอนเลยล่ะค่ะ เอาใจช่วยน้องด้วยน้า

ช่วงนี้โควิดแรงมากๆ การเมืองก็ไม่ด้อยเลย ทุกคนต้องดูแลตัวเองดีๆ นะคะ ฮึ้บๆ แล้วฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกันน้า ส่วนเรานั้นยังไหวค่ะ แม้อาทิตย์ที่ผ่านมาจะเคลียร์งานจนน็อกไปแต่ก็ไหวค่ะ เราฮึ้บเก่ง คุณนักอ่านมาฮึ้บๆ นะคะ เป็นกำใจให้ทุกคนที่เครียดๆ นะคะ ^^

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
ตอนที่ 4 : คมสันต์ผู้โดนกดหมกห้องเอกสาร [100%]

คมสันต์วางเอกสารอย่างไวแล้วรีบเดินไปทางประตู แต่ยังไม่ทันเดินไปถึงประตูเท้าทั้งคู่เป็นอันต้องชะงักกลางทาง เพราะตอนนี้เขารู้แล้วว่าที่มาของเสียงเปิดปิดและล็อกประตูด้วยมาจากใคร!

“คุณอลัน!” นั่นแหละ...ไอ้คนที่หายไปเกือบห้าวันมันโผล่หัวมาแล้ววววว

แต่โผล่มาที่ห้องเอกสารเนี่ยนะ อ๋อ สงสัยจะมาหาเอกสารแน่ๆ มองตาอีกฝ่าย...จ้องเข้าไปในดวงตาของอัลฟ่าผู้เย็นชา คมสันต์อยากย้ำกับตัวเองว่าอลันมาหาเอกสารแหละ ถึงมันจะไม่สมเหตุสมผลที่คนระดับนี้จะลงมาหาเอกสารด้วยตัวเอง แถมแววตาคู่นั้นก็ยังแฝงความนัยน์อะไรบางอย่างที่คมสันต์เหมือนจะรู้จัก

“ตกใจทำไม” อลันเอ่ยถามเสียงเรียบ เท้าคู่นั้นค่อยๆ เดินเข้ามาหา แล้วเป็นบ้าอะไรไม่รู้ที่ต้องถอยเท้าหนีอีกฝ่าย

“ก็...โห่คุณ ห้องมันก็น่ากลัว จู่ๆ มีเสียงอะไรเกิดขึ้นก็ต้องตกใจทั้งนั้น ยิ่งมาเห็นคุณอลันในห้องนี้ด้วยยิ่งตกใจขึ้นไปใหญ่เลยล่ะครับ” ยิ้มสู้โว๊ย คนเราเกิดมาก็ต้องสู้ใช่ปะ ว่าแต่...ต้องสู้กับเรื่องแบบนี้ปะวะ?

“แปลกเหรอ” ไม่แปลกมั้งถามได้ นี่ห้องเก็บเอกสารนะครับไม่ใช่ผับไม่ใช่บาร์ ที่เห็นอลันแล้วจะรู้สึกว่าอ๋อก็ปกติหนิ

“นิดหน่อยครับ ไม่คิดว่าคุณอลันจะมาหาเอกสารด้วยตัวคุณเอง ว่าแต่คุณอลันต้องการเอกสารอะไรให้ผมช่วยหาให้ไหม” ขณะที่พูดไปอลันก็เดินเข้ามาใกล้ขึ้น ส่วนคมสันต์คนนี้ก็เดินถอยหลังมากขึ้น มีแอบเตะกองเอกสารของใครไม่รู้ที่วางทิ้งไว้จนเกือบล้ม ดีนะเก่ง ทรงตัวได้แบบไม่น่าเกลียด

“คิดว่าผมมาหาเอกสารจริงๆ เหรอ” คมสันต์จ้องสายตาใต้แว่นนั้นแล้วก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ เอาจริงน่ะก็เหมือนเห็นชะตากรรมตัวเองแล้วแหละ แต่ยังไม่อยากยอมรับ อยากคิดว่ามาหาเอกสารไง

“ก็...” มองซ้ายมองขวา มีที่ให้หนีไหมวะ

“ว่าไง” ยังไม่หยุดเดินเข้ามาใกล้อี้กกกก อย่าเข้าใกล้มาก กลัวโดนกิน ฮื่อ...แม่จ๋าช่วยหนูด้วย

“ก็ถ้าไม่ได้มาหาเอกสารแล้วคุณอลันมาทำอะไรเหรอครับ แฮ่ๆ” ตลกไหม พอได้เปล่า ไม่ได้เหรอ สายตาอยากขย้ำมากกว่าเดิมมันคืออาร๊ายยยย

“มาหาคมสันต์” อุ๊ย เล่นมุกไปตามคมสันต์ได้ไหมนะ ได้ไหมได้ไหม...อ๋อไม่ได้

“...” คมสันต์ไม่ได้ตอบ แต่เหลือบมองไปด้านหลัง นี่มันจะสุดทางแล้ว ข้างหลังคือชั้นใส่เอกสารแล้วนะคร้าบ

“คุณชื่อคมสันต์หรือเปล่า หืม...” ไม่น่าถาม ปั๊ดโถ่ว ถ้าไอ้นี่ไม่ชื่อคมสันต์คงไม่เห็นอลันในห้องเก็บเอกสารนี่แหละมั้ง ฮื่ออออ

“ยอมแล้วคร้าบ” คมสันต์ยกมือทั้งสองข้างเสมอหัวเป็นการยกธงขาว ไม่อยากถามต่อแล้ว มันก็รู้อยู่แล้วไหม แต่ถึงแม้จะยกมือยอมแพ้คมสันต์ก็ยังไม่หยุดถอยเท้าไปเรื่อยๆ

รู้ทั้งรู้ว่าถอยไปมันก็ติดชั้นเอกสาร แต่มันก็อดที่หนีห่างจากสายตาดุจนักล่าของอลันในตอนนี้ไม่ได้ จริงๆ สายตาในวันแรกที่อลันมากดเขาน่ะน่ากลัวกว่านี้แต่สายตาที่อลันใช้มองคมสันต์อยู่ตอนนี้มันเหมือนจะเปลื้องผ้าเขาออกอย่างไรอย่างนั้น

ทั้งที่แค่โดนมองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าไปเรื่อยๆ ขณะเดินถอยหลัง แต่คมสันต์ก็รู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด คิดดูเถิดว่านอกจากสายตาของอลันจะดุดันแล้วยังทะลึ่งอีกต่างหาก

“อ๊ะ!” คมสันต์ร้องตกใจ หลังมันชนกับชั้นเอกสารทั้งที่สายตาถูกตรึงให้มองไปแต่อลัน

สิ้นสุดกันที ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน...อ๋อไม่ใช่ ไม่ควรร้องเพลงนี้ ฮื่อ ไม่มีทางหนีแล้วคร้าบ จนมุมแล้ว และเสื้อก็เปื้อนฝุ่นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย คมสันต์เหลือบมองเจ้าชั้นเอกสารหน้าโง่อย่างเคียดแค้นทั้งที่มันไม่ได้ทำอะไรให้ แต่คือแค้นก่อนเพราะไม่รู้จะไปแค้นใคร

“มองอะไร...” สาปแช่งเจ้าชั้นเอกสารอยู่ดีๆ เสียงของอลันก็มาใกล้มาจนคมสันต์ตกใจ หันขวับไปมองแล้วก็เจอกับสายตาทรงเสน่ห์อยู่เบื้องหน้า โอ้ว...จังหวะนี้คือใกล้มาก ใกล้ชนิดที่ว่าอีกไม่เกินห้ามิลแว่นอลันก็จะโดนหน้าเขาแล้ว

“ผมแค่...มองชั้นเอกสาร” ไม่กล้าบอกว่าด่ามันอยู่ กลัวโดนหาว่าบ้าที่ด่าชั้นเอกสารอะ

“ไม่มองผมล่ะ” อลันกักขังร่างของคมสันต์ด้วยสองแขน เรียกว่าซ้ายก็มีขวาก็มี ทางที่ดีคือมุดลงล่างแต่อาจจะเจอกับ...อ่าอลันน้อย

“มองแล้วครับ มองแล้ว” อยากเบะปาก รู้ไหม...มองหน้าอลันนานๆ ในระยะนี้มันไม่ดี แล้วลมหายใจที่มีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของอลันก็ตกกระทบใบหน้าของเขา

คมสันต์กล้ายอมรับเลยว่าแววตาของอลันนอกจากทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายหิวโหยในเรือนร่างเขามากแค่ไหนแล้ว ดวงตาที่นิ่งงันเหมือนมหาสมุทรคู่นั้นก็ยังทำให้ด่ำดิ่งไปกับความรู้สึกหื่นๆ เช่นกัน เพราะมันทั้งเอาจริงดุดันและเร่าร้อน แม้ว่ามันจะดูเหมือนไม่มีอะไรอยู่ในแววตาไร้อารมณ์คู่นั้นเลยก็ตาม

อลันเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ ปากงับปากทั้งที่ดวงตายังตรึงสายตาของคมสันต์เอาไว้ เจ้าแว่นดุดันโดนใบหน้าคมสันต์เล็กน้อยแต่เมื่ออลันขยับเปลี่ยนองศาเจ้าแว่นนั่นก็ไม่โดนอีก แต่ที่แย่คือองศานี้คมสันต์เห็นแววตาของอลันโดยไม่ต้องผ่านแว่นเลย

หลับตาหนีแป็บ ฮื่อออ ทนไม่ได้ ทนไม่ไหว มันยั่วยวนเขาฉิบหายเลยอะ ดวงตาคู่นั้นมันยั่วเขามันท้าทายเขา แล้วมันก็กำลังแสดงความเป็นเจ้าของที่มีอำนาจเหนือกว่าเขาอีก ยอมจริงๆ เลย พลังของอัลฟ่า...ไม่สิเสน่ห์ของอัลฟ่ามันร้ายกาจชะมัด

อลันเลาะเล็มริมฝีปากคมสันต์จากล่างไปบน วนซ้ำๆ อยู่สองสามทีแล้วค่อยๆ สอดใส่ลิ้นเข้ามา คมสันต์คนนี้ยอมรับเลยว่ากระเหี้ยนกระหือรือขึ้นจิ้ดหนึ่งแล้ว มือทั้งสองข้างแหมะอยู่บนอกของอลัน กำเสื้อสูทของอีกฝ่ายเอาไว้พลางเปิดปากให้อีกฝ่ายสอดลิ้นเข้ามา พอลิ้นแตะลิ้น กระแสความรู้สึกอันวาบหวามก็แล่นไปทั่วทั้งร่าง ลมหายใจหอบกระเส่าขึ้นทีละนิด...ทีละน้อย

“อื้อออ อ๊ะ” อลันเล่นขี้โกง ไม่ได้แค่จูบ แต่มือน่ะมันเลื่อนไปตรงนั้น ไม่น้าาาาา

คมสันต์รับรู้ได้ถึงซิปที่ถูกปลดลงไป และมือเย็นๆ สอดเข้ามาในชั้นในของเขา ค่อยๆ คลืบคลานทีละน้อย...ผ่านนู้นผ่านนี่มาเจอนั่น ทีนี้ละสะดุ้งเฮือกเกือบงับลิ้นอลัน ดีที่อลันรู้ตัวก่อนก็เลยกัดลิ้นคมสันต์ไปเบาๆ ท่อนขาในกางเกงสแล็กราคาแพงสอดเข้ามาที่หว่างขาคมสันต์ ตามมาติดๆ ด้วยร่างอลันที่บดเบียดจนเขาจะจมไปกับชั้นเอกสารอยู่แล้ว

คมสันต์โดนรุกจากแผ่วเบาไปถึงหนักหน่วงในระยะเวลาไปไม่ถึงสิบนาที ร่างกายนี้แทบจะทรงตัวไม่ไหวเมื่ออลันป้อนความกระสันให้กับร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง แล้วท้ายที่สุดคมสันต์ก็ค่อยๆ ทรุดลงไปนั่งกับพื้น ส่วนอลันก็ตามติดมานั่งบนตัก...

ไม่อยากยอมรับแต่เมื่ออลันตามลงมานั่งตัก คมสันต์ก็ดึงแว่นอลันออกแล้วตอบโต้กลับไปตามสัญชาตญาณอย่างไม่อาจห้าม อารมณ์และความต้องการที่อลันปลุกปั่นให้ตื่นนั้นตื่นสมใจอยากอลันแล้ว

จากนั้น...ห้องเก็บเอกสารก็กลายเป็บสนามรบของอัลฟ่าและเบต้าหนุ่ม

“อ๊า อ๊ะ...ซี้ด...บะเบาครับ”

“ไม่...อ่าห์...ดี...ดี”

“อ๊ะๆ อื้อออ อ๊ะคุณอลัน”

“ซี้ดดด โคตรดี”

และอีกมากมาย...

สงครามมักกินระยะเวลายาวนานเสมอ ไม่ว่าจะในหน้าประวัติศาสตร์หรือในชีวิตของคมสันต์คนนี้ เพียงแต่สงครามของอลันกับคมสันต์นั้นไม่มีผู้แพ้ มีแค่คนนั่งพิงชั้นเอกสารกอดเสื้อสูทปกปิดร่างเปลือยเปล่ากับคนที่นั่งเปลือยท่อนล่างดูดบุหรี่สบายใจเฉิบ

คงไม่ต้องบรรยายว่าใครกำลังนั่งกอดเสื้อทำหน้ากระซิกๆ เพราะปวดน้องน้อย แล้วใครที่ดูเหมือนจะอารมณ์ดีเพราะสุขสมใจอยากไปหลายยก

อลันเหลือบตามองคนข้างๆ ซึ่งคมสันต์ก็รู้แหละว่าอลันมองน่ะ แต่เขาไม่มองตอบหรอกนะ เพราะงอนนิดหนึ่ง อลันน่ะรุนแรงจริงๆ บอกว่าเบาๆ ก็ไม่เชื่อเขาบ้างเลย หักไปทำไงเนี่ย ต้องไปหาหมอแล้วว่าแรงจัดจนมันหักอะเหรอ อายเขานะเว้ย

“ทำหน้าเป็นปลาขาดน้ำ” อลันเอ่ยเสียงเรียบก่อนพ่นควันออกจากปาก คมสันต์หันขวับไปมอง

“ใช่ น้ำผมจะหมดตัวแล้วครับ แล้วก็บอกให้เบาหน่อย...” คำว่าเบาเสียงมันก็เบาตาม

“ก็ชอบแรงๆ คุณก็ชอบหนิ...” อะ พูดมาแบบนี้ภาพก็แวบเข้ามาในหัวเลย ก็...เวลาเขาอยู่บนก็ชอบแรงๆ แหละ นิดหนึ่งอะ นิดหนึ่งจริงจริ๊งงง

“ไม่ต้องพูดเลย”

“หึ!” เมื่อไม่ให้พูด อลันก็ไม่พูด มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนไม่ค่อยพูดอย่างอลันอยู่แล้ว

คมสันต์มองเสื้อเชิ้ตสีขาวของตนที่อยู่ในร่างอลัน เขาเองที่เป็นคนถอดมันแล้วให้อลันใช้รองกายเพราะไม่อยากให้อลันเปื้อนฝุ่นที่อยู่ในนี้ ส่วนตัวเขาน่ะเหรอ เห่อๆ เต็มไปด้วยฝุ่นเลยคร้าบ ดำเป็นปื้นๆ ด้วยในบางจุด ไม่ว่าจะแขนขาหรือตัวก็ตาม ส่วนอลันนั้นเปื้อนแค่กางเกงนิดหน่อยไม่เยอะ ไอ้เสื้อสูทนี่อลันก็เพิ่งให้เขาคลุมตัวเมื่อกี้เองก็เลยสะอาด คมสันต์อดสำรวจไม่ได้จริงๆ ว่ามีอะไรของอลันที่เปื้อนไปบ้างในขณะที่ของตัวเองนี่ไม่มีอะไรไม่เปื้อนเลย

“คุณหันมาหน่อย” คมสันต์มองทุกอย่างแล้วก็หันไปเรียกอลันที่ยังดูดบุหรี่ไม่เสร็จ

“...” อลันไม่ตอบแต่หันมา

คมสันต์ไล่ติดกระดุมเสื้อเชิ้ตของอลันทีละเม็ด เห็นว่าเนื้อหนังภายในของอลันนั้นมีรอยแดงจากฝีมือเขานิดหน่อย แต่เขาไม่ทำรอยที่คอหรอก อลันก็เลิกทำรอยที่คอเขาแล้วด้วย พอใส่เสื้อเชิ้ตให้เสร็จก็ตั้งใจจะส่งกางเกงคืนให้อลันใส่เอง แต่อลันดันยืนขึ้นตรงหน้าเขาเลย แม่เจ้าโว๊ย ไอ้จ้อนมันอยู่ตรงหน้าเขาเนี่ย!

“ไม่ใส่กางเกงเองล่ะครับ” อยากเบือนหน้าหนีจริงๆ ให้ตาย

“ไหนๆ ก็ใส่ให้แล้วก็ใส่ให้ครบสิ” น่ะ เอาแต่ใจจริงๆ เลย

“คร้าบๆ” แล้วอีนี่ก็ตามใจเก่งจริงๆ

คมสันต์ไม่ได้ใส่กางเกงให้อลันในทันทีหรอก เพราะเห็นว่ามันเปื้อนน้ำนั้นเต็มเลย เขาจึงใช้เสื้อเชิ้ตที่ใช้รองรับร่างกายอลันมาเช็ด โดยเน้นเอาส่วนที่ไม่ค่อยเปื้อนฝุ่นเช็ดๆ ปัดๆ จากนั้นแต่งตัวให้อลันเหมือนแต่งตัวให้เด็กน้อย

คมสันต์ที่หมกมุ่นกับการแต่งตัวและดูความเรียบร้อยให้เสื้อผ้าอลันนั้นพลาดรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าอัลฟ่าผู้เย็นชา น่าสงสารคมสันต์จริงๆ เพราะรอยยิ้มนั้นมันสดใสมากทีเดียว...

“เสร็จแล้วครับ เปื้อนตรงไหนไหม...” คมสันต์ไล่ดูอีกรอบเพื่อเช็กความเรียบร้อย  “โอเค...ไม่เปื้อนเยอะ ผมปัดๆ ให้ล่ะ สะอาดเท่าที่จะสะอาดได้แล้วล่ะครับ คุณอลันกลับห้องไปก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านะ เดี๋ยวจะคันเอาเพราะมันมีฝุ่นเยอะ”

“อ่าฮะ” อลันหยิบบุหรี่อีกมวลมาจุด คมสันต์ยืนขึ้นเพื่อแต่งตัวบ้างก็มองด้วยคิ้วที่ขมวดหน่อยๆ

“ดูดเยอะไปแล้วครับ มันไม่ดีต่อสุขภาพนะ” คมสันต์เอาเสื้อสูทที่อลันให้ห่มเมื่อครู่สวมให้อลันก่อนจะก้มไปเอากางเกงในและกางเกงสแล็กมาสวม

“ดูดไอ้นั่นล่ะ ดีต่อสุขภาพปะ”

“บ้าหรือเปล่าาาาา” คมสันต์ลากเสียงยาวใส่อลัน มันดูตลกแต่อลันก็ไม่ได้ขำ

“ไม่ได้เหรอ”

“ไม่ได้ โอ๊ย...คุณอลันเนี่ย ไปๆ กลับบ้านไปพักผ่อนเลยครับ กินข้าวกินปลาให้เรียบร้อยด้วยนะ อ้อแต่ต้องอาบน้ำก่อนรู้ใช่ไหมครับ”

“พูดเหมือนผมเป็นเด็ก”

“จากที่ให้ผมแต่งตัวให้ก็เด็กอยู่”

“คมสันต์!” อลันจงใจใช้เสียงที่แข็งมากขึ้นพร้อมๆ กับปล่อยความกดดันใส่ไปวูบหนึ่ง

“อ่า...” หงอก็ได้เว้ย เออ ไอ้คนเอาแต่ใจ ไม่ว่าว่าเด็กแล้วก็ได้ ฮึ่ยยยยย ตีแม่ม!

คมสันต์แต่งตัวเองจนเสร็จ เขาหันมองอลัน สบสายตาเย็นชานั้นด้วยความหงอหงอย เหมือนจู่ๆ ก็โดนดุก็เลยเกรงๆ นิดหนึ่ง แต่เขาก็สำรวจความเรียบร้อยให้อลันอีกที จัดปกเสื้อเชิ้ตเอยเสื้อสูทเอย

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะว่าคุณเป็นเด็กนะครับ ผมแค่เป็นห่วง อยากให้ดูแลสุขภาพหน่อย” แบบว่า...ภาพที่อลันฟุบอยู่ในลานจอดรถมันติดตาน่ะ ก็เลยห่วงๆ

“อืม” อลันขานรับ ตาจ้องตาแล้ว...

จุ๊บ!

ปากคมสันต์ก็โดนจุ๊บไปแบบงงๆ จุ๊บเสร็จอลันก็เดินไปทิ้งให้คมสันต์คนเอ๋อยืนเด๋อในดงเอกสาร แบบว่า...เมื่อกี้มันอะไร จุ๊บทำไม เอ๊ะ แล้วใจเต้นแรงทำไม หน้าร้อนทำไม...ทำไม...ทำไม...ฮื่อออ แม่จ๋าอลันจุ๊บปากหนู!
____[100%]____

น้อนคมตอนนี้เหมือนคุณแม่แต่งตัวให้ลูกชายตัวโตจังเลยน้า ฮ่าๆ มีความห่วงคุณเขาไปเสียทุกอย่าง น่าร้ากกกกกก

นิยายเรื่องนี้จะค่อนข้างมีความเป็นนิยายแก๊กนะคะ และขอบคุณสำหรับคำชมรูปประกอบ ถ้าชื่นชอบอยากเห็นฉากต่อๆ ไปก็ฝากแชร์ชักชวนเพื่อนๆ มาอ่านกันเยอะๆ นะค้า ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5455
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2013
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
ตอนที่ 5 : คมสันต์ผู้เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว~ [40%]

คุณคิดว่าหัวข้อที่พนักงานบริษัททั่วไปจะสนทนากันในวันศุกร์นั้นเป็นเรื่องอะไร? พรุ่งนี้จะไปไหน วันหยุดจะทำอะไร แต่ที่แน่ๆ มันจะไม่พ้นคำว่าเย็นนี้ไปร้านไหนดี เป็นที่รู้ๆ กันไม่ว่าจะชายหรือหญิงก็ตาม มักมีเรื่องแฮงก์เอ้าท์เข้ามาพัวพันในช่วงวันสุดท้ายของสัปดาห์เสมอ ดีหน่อยนะที่พวกผู้หญิงยังปาร์ตี้แค่วันศุกร์ ลองเป็นพวกผู้ชายสิ...เลิกงานก็ดื่มแล้ว วันไหนก็ได้

คมสันต์มองซ้ายทีขวาทีเมื่อมีคนเข้ามาร่วมโต๊ะกินข้าวกับเขาหลายต่อหลายคน เขาจัดแจงหยิบพวกพริกน้ำปลาให้คนเหล่านั้นที่ทยอยมานั่งด้วย โต๊ะห้องอาหารที่บริษัทจะมีทั้งแบบตัวยาวนั่งได้เป็นสิบคนกับโต๊ะแยกนั่งกันสี่ห้าคน แล้วคมสันต์ก็นั่งมันที่โต๊ะยาว ไม่ใช่มนุษย์สังคมขนาดนั้นหรอกแต่โต๊ะสำหรับสี่ห้าคนมันเต็มหมดแล้ว

“เย็นนี้ร้านหมูกระทะข้างบริษัทก็ได้นะ ช่วงนี้ยิ่งแกลบๆ อยู่ไปร้านแพงๆ ไม่ค่อยไหวหรอก” หญิงสาวคนหนึ่งพูด ระหว่างที่พูดตามองเพื่อน ส่วนมือนี่กวาดหาพริกน้ำปลา เอ้อเว้ย ตามีก็มองหาก่อนก็ได้ไหม คมสันต์เลื่อนถ้วยสีน้ำตาลอ่อนที่มีของที่เธอต้องการให้

“ฉันกินจนจะเป็นหมูล่ะ”

“ก็เป็นหมูอยู่แล้วหนิ” เสียงผู้ชายแทรก ทำเอาเธอแทบปรี๊ด แหกปากด่าผู้ชายคนนั้นที่ทำแค่ขำเธอเท่านั้น

เฮ้อ...กลับไปเอาปิ่นโตมากินดีกว่าไหมเนี่ย?

คมสันต์ตักข้าวเข้าปากพลางมองผู้คนบนโต๊ะพูดคุยกันเสียงดังอย่างกับอยู่ในตลาดสด ตอนทำงานก็คุยนะ แต่ตอนนี้ทำเหมือนตอนทำงานไม่ได้พูดไม่ได้คุยกันเลย เอาจริงคมสันต์ไม่ค่อยชอบเสียงดัง ไม่ชอบฟังคนอื่นนินทากันด้วยเพราะมันไม่ได้มีความจรรโลงใจเลยแม้แต่นิด

อะๆ อย่าเพิ่งสวนเขานะว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนเขาก็แอบฟังคนอื่นพูดถึงอลันน่ะ อันนั้นมันเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ในฐานะหัวหน้าแผนกคนหนึ่งมันก็ต้องสนใจเรื่องตำแหน่งบนๆ เป็นเรื่องธรรมดาเพราะมันเกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงทางหน้าที่การงาน จริงไหม...หรือไม่จริง เออ หรือไม่จริงวะ ตำแหน่งล่างๆ อย่างเขาคงไม่กระทบมากหรอกเนอะ

“มาช้าเชียวนะยะหล่อน”

“รีบแล้วเหอะ” คนมาใหม่ปรี่เข้ามานั่งที่โต๊ะ แทรกเพื่อนเพื่อป้องปากกระซิบกระซาบ คมสันต์อยากบอกว่าถ้าการกระซิบมันเสียงดังฟังชัดขนาดนั้นก็อย่ากระซิบเลย

“เมื่อกี้นี้นะ ตอนฉันกดลิฟต์ขึ้นไปข้างบนเพื่อไปเอาของน่ะฉันเจอคุณอลัน!” เป็นไง เสียงดังฟังชัด กระซิบจริงๆ กระซิบมากกก

คมสันต์ขออนุญาตใส่ใจแป็บ!

“ตายจริง ได้อ่อยเขาไหมล่ะเธอ” คิดแต่จะอ่อย อิโถ่

“ก็อยากอ่อยอยู่ แต่ใครๆ ก็รู้ปะยะว่าคุณอลันน่ะชอบกดดันคนอื่น ใครเข้าใกล้ได้ที่ไหน เข้าไปในลิฟต์ด้วยนี่แทบจะหายใจไม่ออก เหมือนจะจมน้ำตายเลยนะเธอ ไอ้ฉันเนี่ยก็แบบฝืนๆ ทนๆ ตอนแรกเข้าไปก็คิดว่าจะอ่อยจะนั่นจะนี่ พอเห็นฉันเข้าใกล้หน่อยนี่กดดันจนจะเป็นลม” คมสันต์อยากยกนิ้วให้คนเล่าเพราะเธอเล่าได้รสชาติมาก เป็นรสพริกขี้หนูสดกับกระเทียม

“เออ เรื่องนั้นรู้อยู่”

“แต่ทีนี้ตอนที่อยู่ในลิฟต์ด้วยกัน ก่อนถึงชั้นสิบแปดน่ะ จู่ๆ คุณอลันแกก็วูบจะล้มน่ะเธอ ไอ้ฉันก็อยากเสนอตัวใช่มะ เลยปรี่เข้าไปหมายจะประคองแบบนางเอก อิคุณอลันนางหันหน้ามาจ้องตาฉันอย่างกับจะฆ่าเลยน่ะเธอ โอ๊ยยยย คนมันหวังดีแค่มีจุดประสงค์นิดหน่อยก็ไม่ได้ พอบอกว่าจะช่วยเขาก็บอกไม่ต้อง เสียงเย็นเหยียบจนฉันเนี่ยหนาวไปทั้งตัวเลย” เดี๋ยวนะ...วูบอีกแล้วเหรอไอ้คุณอลัน!

“ก็พอเข้าใจหรอกนะว่าเขาไม่ค่อยชอบให้ใครไปใกล้ไปแตะตัว แต่ถึงขั้นปฏิเสธการช่วยเหลือมันก็เกินไปเปล่า” อีกคนวิพากษ์วิจารณ์

“คุณเขาคงไม่อยากเสียฟอมล่ะมั้ง” พวกผู้ชายเอ่ยขึ้นบ้าง

“ทั้งที่เป็นอัลฟ่าเหมือนกันยังต่างระดับกัน เขาคงไม่อยากให้อัลฟ่าระดับเราๆ ไปโดนนั่นแหละ เฮอะ ไม่รู้จะหยิ่งยโสไปไหน พวกระดับนั้นนี่เป็นงี้กันทุกคนเลยหรือไง หมั่นไส้ฉิบเป๋ง” คมสันต์ฟังพลางจ้วงข้าวเข้าปาก

“แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ได้ยินมาว่าคุณอลันแกทำงานหนักมากเลยนะยะ ไม่ใช่แค่หยิ่งแต่ก็เก่งนะ”

“เข้าข้างกันเข้าไป เก่งแต่ยโสโอหังขนาดนั้นยังไงๆ ก็ไม่น่ารอด”

“นี่อย่ามาว่าคุณอลันของฉันนะ”

“ใช่ๆ คุณอลันคือของพวกฉัน”

“ผมขอตัวก่อนนะ” ของใครไม่รู้ กูชิ่งล่ะ!

คมสันต์ลุกออกจากโต๊ะตรงดิ่งไปยังลิฟต์แบบไวมาก ไม่กี่ก้าวถึง เรียกว่าจังหวะนี้ใช้ความยาวของท่อนขาตัวเองได้คุ้มสุดๆ เลยล่ะ ในหัวนี่รันมันแต่คำว่าอลันวูบ อลันวูบ โอ๊ยยยย คนอะไรวูบเก่ง วูบขนาดนี้ไม่นอนอยู่บ้านไม่ต้องทำงานล่ะ

เออ...อลันไม่มาแล้วใครทำแทน?

คมสันต์หัวเสียนิดหน่อย เพราะคิดไปคิดมาหน้าที่อลันก็ไม่มีใครมาทำแทนได้ แล้วเขาเองก็ไม่รู้เรื่องระบบการทำงานของรองประธานบริหารอย่างอลันเสียด้วย ถ้าเป็นสายงานฝ่ายขายของเขายังพอเข้าใจแต่นี่ไม่เก็ตเลยจริงๆ

ติ๊ง!

เสียงลิฟต์ดังขึ้นเบื้องหน้า พร้อมกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก็เลยหันหลังกลับไปยังห้องอาหารของบริษัทอีกครั้ง คราวนี้ได้หงุดหงิดแล้วล่ะ หงุดหงิดตัวเองเนี่ย รีบมาก รีบจัด รีบแบบไม่คิดอะไรเล้ย เจ้าตัวจ้ำอ้าวไปยังร้านขายอาหารประเภทสปาร์เก็ตตี้และสเต็กบลาๆ เป็นร้านที่คมสันต์ไม่ค่อยชอบ เคยกินครั้งสองครั้งให้รู้รสชาติ เสร็จแล้วก็กลับไปตายที่ข้าวขาหมูอยู่ดี

พอได้อาหารมาเรียบร้อยก็จ้ำไปที่ลิฟต์ กดลิฟต์ รอลิฟต์ น่าตบกะโหลกตัวเองจริงจริ๊งงง ถ้าแวะซื้อตั้งแต่ตอนแรกก็ไม่ต้องมาทำแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สอง แทนที่จะได้ขึ้นไปหาอลันเร็วๆ กลับมาเสียเวลากับอะไรก็ไม่รู้

ชั้นที่อลันทำงานนี้จะมีห้องทำงานใหญ่ๆ อยู่สองห้อง ห้องละทาง ขวาเป็นห้องประธานใหญ่และซ้ายเป็นห้องรองประธาน เป็นห้องเดิมของอลันนี่แหละแค่เปลี่ยนป้าย เวลาเที่ยงยี่สิบกว่าๆ แบบนี้ชั้นนี้ร้างมากกก แถมยังเงียบสงัด คลิปหนีบกระดาษตกต้องก้องกังวาลไปทั่วทั้งชั้นอย่างแน่นอน

ว่าแต่...อลันจะอยู่ไหม?

คมสันต์มาสำนึกได้ก็เอาตอนที่ยืนอยู่หน้าห้องอลันเรียบร้อย จะถามเลขาหน้าห้องก็ถามไม่ได้เพราะไม่มีใครอยู่เลย มีแค่โต๊ะเก้าอี้คอมและของอื่นๆ หรือเขาควรส่งข้อความไปถามอลันว่าอลันอยู่ที่ห้องไหมแบบนี้? แต่เขาก็อยู่หน้าห้องอลันแล้วเปิดๆ ไปดูก็จบแล้วปะวะ คมสันต์ตีกับตัวไปหลายวินาที สุดท้ายเขาก็ค่อยๆ แง้มประตูเพื่อสอดส่ายสายตาไปดูว่ามีใครอยู่ไหม

“ใคร!” แล้วเสียงกังวาลและทรงอำนาจของอลันก็ดังขึ้น คมสันต์สะดุ้งเฮือกตัวแข็งทื่อเพราะมันน่ากลัวมาก นี่น่ะเหรอที่คนอื่นเขาเจอ คนอย่างคมสันต์เพิ่งเคยเจอของอลันครั้งแรกนี่เอง

“ผะ...ผะผมเองครับ” กว่าจะเค้นเสียงตอบได้แทบตาย คำว่าอึดอัดชนิดที่เหมือนกับการจมน้ำแล้วใกล้ตายแม่งเป็นแบบนี้นี่เอง

“คมสันต์?”

“ครับ” เขาค่อยๆ เปิดประตูให้กว้างขึ้น แต่แข้งขาไม่ขยับเหมือนโดนสตาฟให้ยืนนิ่งอยู่กับที่ แค่จะขยับมือให้เปิดประตูกว้างขึ้นอลันเห็นตัวได้นี่ก็ฮึดสุดๆ แล้ว

“อ่า...” อลันนั่งเอนกายอยู่ที่โซฟารับแขกตัวใหญ่กลางห้อง พอเห็นว่าเป็นคมก็ผ่อนคลายลงแล้วนั่งสบายๆ

ความกดดันที่มีมากมายมหาศาลเมื่อครู่นี้ค่อยๆ เจือจางลงจนแทบไม่เหลือความรู้สึกนั้น คมสันต์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ชดเชยช่วงเมื่อกี้ที่แทบหายใจไม่ได้ เขามองไปที่หน้าอลัน...มองอลันเอนหลังหลับตาอยู่บนโซฟาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า

“ผมได้ยินมาว่าคุณวูบในลิฟต์” คมสันต์เข้าไปข้างๆ โซฟา แต่ไม่ได้นั่งเทียบเท่าอลัน เขานั่งมันที่พื้นข้างๆ อลันเลย

“อืม หน้ามืด” อลันลืมตามองต่ำมาที่คมสันต์ เห็นแววตาเป็นห่วงของเจ้าเบต้าแล้วมันก็รู้สึกดีขึ้น

คมสันต์มองสำรวจสีหน้าของอลัน ดูไปดูมาแล้วอยากจะบอกอีกฝ่ายเหลือเกินว่าสีหน้าคุณตอนนี้นี่ขาวซีดกว่าเนื้อไก่ต้มอีกนะ ไอ้หลายวันที่ไม่ได้เจอกันเนี่ยมันไปบุกป่าฟ่าดงอะไรมาถึงโทรมแบบนี้ คมสันต์อดถอนหายใจไม่ได้ เขาวางกล่องสเต็กปลากับน้ำหวานลงโต๊ะกระจกหน้าโซฟาก่อนจะหันไปจ้องหน้าอลันอีก

“คุณพักผ่อนไม่พอใช่ไหม นอนวันล่ะกี่ชั่วโมงแล้วทำงานกี่ชั่วโมงกัน ข้าวปลากินบ้างไหม หน้าคุณนี่ซีดแล้วก็ตอบไปหมดเลยนะ” พอเริ่มพูดคิ้วก็เริ่มขมวด

“...” อลันจ้องหน้าคมนิ่ง มองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เริ่มเปิดปากบ่น

“แหนะ ถามว่าทำงานกี่ชั่วโมงนอนกี่ชั่วโมงก็ไม่ตอบ” คมสันต์เผลอทำหน้าดุใส่เพราะไม่ได้รับคตอบในคำถาม

____[40%]____

คุณอลันน่ะชอบทำตัวให้น้องเป็นห่วง น่าตีจริงๆ คมสันต์ตีคุณอลันเลย..ตีเพี้ยะๆ

เมื่อวานว่าอัปแต่ลืมงับ เค้าขอโต้ดดดด ตอนหน้าวันพุธ มีรูป! รอชมนะคะ ^^

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2013
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
ตอนที่ 5 : คมสันต์ผู้เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว~ [100%]

“นอนตีสี่...มั้งหรือห้า”

“นอนดึกไปไหม ทำงานหรือทำอะไร”

“งาน”

“บ้าหรือเปล่าถามจริง คุณต้องทำงานอะไรขนาดนั้นอะ นี่งานรองประธานหรืองานอะไรกันแน่ กรรมกรยังไม่ทำงานหนักเท่าคุณเลยนะ หรือว่าประธานใหญ่ใช้งานคุณหนักเกินไป คนเราควรทำงานแค่วันละแปดถึงเก้าชั่วโมงเท่านั้นแหละ นี่ทำหามรุ่งหามเช้าแบบนี้ได้ที่ไหน สุขภาพพังหมดพอดีนะคุณ” พอได้ยินว่าทำงานยันตีสี่ตีห้าคมสันต์นี่ไปเลยจ้า...ไปเป็นแม่อลันอะ

“...” อลันเอนตัววางศอกกับที่พักเท้าคางจ้องคนขี้บ่น คิ้วคมสันต์ขมวดหน่อยๆ สีหน้าดูเหมือนจะดุแต่...ไม่เห็นดุตรงไหน

“หรือคุณอยากจะไปนอนโรงพยาบาลให้น้ำเกลือแบบคราวก่อนอีกหืม ถึงทำตัวแบบนี้ ผมว่าถ้างานมันหนักไปคุณก็น่าจะแจ้งได้ ผมเชื่อว่าเขาไม่ใจร้ายกับคุณขนาดไม่ให้คุณได้หลับได้นอนแบบนี้แน่ๆ แล้วข้าวปลาได้กินมันครบสามมื้อมั้งไหม ทำงานหนักแล้วข้าวปลาก็ไม่ค่อยกินอีกจะได้ตายก่อนสามสิบนะ”

“ผมสามสิบแล้ว” อลันโต้กลับเงียบๆ เล่นเอาคมสันต์ชะงักไปหน่อย...หน้าใสแบบนี้สามสิบเหรอ? เหรอวะ นึกว่าเท่ากันมาตลอดนะเนี่ย

“ไม่รู้แหละ ตายก่อนสี่สิบก็ได้อะ มันต้องตายเร็วแน่ๆ ถ้ายังใช้ชีวิตแบบนี้ คุณอย่ารักงานมากกว่ารักตัวเองสิครับ หาเมียสักคนไหม คนไหนก็ได้ที่มาดูแลคุณน่ะ ผมเจอคุณทีไรนะมีเรื่องให้ต้องห่วงทุกทีเลย เฮ้อ...ดูแลตัวเองดีๆ หน่อยสิครับ แล้วก็ไม่ต้องมานั่งมองผมนิ่งแบบนั้นด้วย ผมไม่กลัวหรอก” เออ...เป็นไง ดูคนหล่อไว้ คนหล่อคนนี้บ่นรองประธานแบบไม่กลัวโดนไล่ออกเลยล่ะ เท่ใช่มะ อืม...หวังว่าจะเท่จนจบเรื่องนะ

“แน่ใจ” อลันเริ่มใช้พลังทางธรรมชาติของตัวเองอีกครั้งเพื่อกดดันคมสันต์

“หยุดเลย!” แต่โดนเจ้าเบต้าตัวนิดขึ้นเสียง “เรี่ยวแรงจะไม่มีอยู่แล้วยังมาใช้พลังพร่ำเพื่อ เซฟแรงตัวเองบ้างครับ ไม่ต้องมาห่วงจะดุผมหรือทำให้ผมกลัว ตอนนี้ผมกลัวแค่คุณจะหิวตายซะก่อน”

“ไม่หิวนะ”

“อย่ากวนได้ไหม” คมสันต์ละอยากจะตีขาจริงๆ เล้ย สภาพนี้ยังจะมาเถียงเขาอีก

คมสันต์ถลึงตาใส่อลันอีกครั้งแล้วหันไปที่กล่องอาหาร มันเป็นอีกครั้งที่คมสันต์ต้องมานั่งแกะกล่อง เตรียมของข้างในให้พร้อมสำหรับการรับประทาน มันก็ดีที่ไม่มีอะไรมาก ของข้างในถูกจัดให้เป็นระเบียบและพร้อมกินมากอยู่แล้ว แค่แกะซอสราดลงไปและเอาช้อนกับส้อมพลาสติกวางคู่กัน

“กินข้าวครับ ผมซื้อมาให้” เขาเลื่อนมันไปตรงหน้าอลัน

“ไม่หิวไง” อลันยังนิ่ง มองนิ่งๆ ทำตัวนิ่งๆ พี่จะนิ่งเป็นรูปปั้นเหรอ

“ไม่หิวก็ต้องกินครับ ไอ้อาการวูบเนี่ยนอกจากนอนไม่พอแล้วก็ยังไม่ได้รับพลังงานที่เพียงพอด้วยแน่นอน”

“พอสิ”

“ยังไง”

“แอลกอฮอล์ก็มีพลังงานะ” ได้ยินคำนี้ปุ๊บเส้นเลือดในขมับเต้นตุ้บๆ เลยจ้า

“แอลกอฮอล์ คุณดื่ม? ข้าวปลาไม่กินแต่ดื่ม? ถามจริง...คุณเอาอะไรคิดครับเนี่ย โอ๊ยปวดหัวกับคุณจริงๆ ไม่ต้องพูดอะไรแล้วกินได้แล้วครับ มันไม่ร้อนแล้วจะไม่อร่อย แล้วถ้ากินอิ่มแล้วจะเถียงจะว่าจะดุผมก็ค่อยทำตอนกินหมดนั่นแหละ” ปวดหัวจริงนะเนี่ย ปวดหัวกว่าตอนคุยงานกับลูกค้าอีก เพราะลูกค้าไม่เถียงกวนประสาทขนาดนี้อะ

“จิ๊!” อลันจิ๊ปากเบาๆ แต่คมสันต์ที่มองอยู่ก็เห็นจะจะคาตาแถมยังได้ยินด้วย แต่ที่เขาไม่ตอบโต้หรือบ่นต่อเพราะอลันขยับตัวมานั่งกินอาหารที่เขาซื้อให้

อลันค่อยๆ กินแบบละเลียดกินทีละน้อย มันคงไม่ได้อร่อยเหมือนที่อลันไปกินร้านหรูหรอกแต่คิดว่ามันก็พอกินได้ ประทังชีวิตของอลันได้ก็แล้วกันน่ะนะ คมสันต์มองอลันอยู่ตลอด หยิบจับน้ำมาใกล้ๆ เวลาที่ดูแล้วอลันต้องการจะดื่ม พออลันดื่มเสร็จก็หยิบไปวางห่างมือให้อลันกินสเต็กปลาต่อ เจ้าปลาแซลมอนเนื้อสีส้มกับสลัดผักและขนมปังกระเทียมในสายตาคมสันต์ดูน้อยนิดไม่น่าอิ่ม แต่คิดว่าคนที่ไม่ได้กินอะไรมาเลยอย่างอลันน่าจะอิ่ม เพราะเวลาที่อดอาหารมากๆ มากินอาหารมันจะกินได้น้อย

พอซอสเลอะคมสันต์จะเอาทิชชู่เช็ดให้โดยอลันกินไปเรื่อยๆ เปื้อนนั่นนี่นิดหน่อยก็คอยเช็ดคอยดูความเรียบร้อย เรียกว่านั่งเป็นตัวป่วนเลยตอนนี้ แถมกว่าอลันจะกินเสร็จก็เลยเวลาเข้างานของคมสันต์ไปเป็นสิบกว่านาที คมสันต์รู้นะแต่ไม่ได้หนีกลับเข้างานก่อนเพราะอยากเห็นว่าอลันจะกินหมดไหม

“อิ่มไหมครับ ให้ผมซื้ออะไรเพิ่มไหม” พออลันเคี้ยวคำสุดท้าย คมสันต์ก็เอ่ยถามพลางเก็บกล่อง

“อิ่มแล้ว”

“แน่ใจนะครับ”

“อืม จุก” แค่นี้จุกได้ไง

“แค่นี้ก็จุกแล้ว” คมสันต์บ่นพลางส่ายหน้าระอากับความกินนิดเดียว

“ถึงจะจุกก็กินคุณได้หมดนะ” รูปประโยคมันแปลกๆ ปะวะ กินเขา...กินเขาจุก? อะไร??

“ผมไม่เข้าใจ”

“หมายถึงไอ้นั่น...ถึงจะจุกแต่ผมก็รับได้” เอ๊ะ? ไอ้นั่นเหรอ...ไอ้นั่นเขาเหรอ

“ช่างเถอะ เดี๋ยวมีงานต่อใช่ไหมครับ งานเร่งไหม ถ้าไม่เร่งมากผมว่าคุณงีบพักสักหน่อยก็ดีนะ จะได้สดชื่นตื่นมาทำงานแบบสมองปลอดโปร่ง การพักผ่อนมันดีมากเลยนะครับ ถ้านอนพอนี่รับรองว่าคิดงานอะไรก็ออก”

“อืม” อลันดูจะไม่ใส่ใจ แล้วคมสันต์ก็เหนื่อยจะพูดแล้ว

“คุณนี่นะ” สายตาคมสันต์มันมีทั้งห่วงทั้งระอา หรือเรียกว่าเหนื่อยใจกับคนคนนี้แต่ก็ห่วงอยู่ดี

“ผมทำไม”

“เปล่า มีอะไรให้ผมช่วยอีกไหม ถ้าไม่มีผมจะได้กลับไปทำงาน” คมสันต์จ้องตาอลันเพื่อรอคำตอบ

“มี” อลันขยับมาใกล้ สายตาที่มองมานี่...อ่า...ไม่นะ ไม่หรอกนะ ไม่ใช่ไหม

“อะ...อะไรล่ะครับ” จะถอยก็ลำบากเพราะดันนั่งขัดสมาธิอยู่

“ทำให้หน่อย”

“ทำอะไร ผมไม่รู้เรื่อง...คุณพูดเรื่องอะไร” คมสันต์เลิกลั่กในทันใด คือต่อให้อลันพูดแค่ว่ามีกับสายตาที่จ้องมองมาเนี่ยคมสันต์ก็รู้แล้วว่าอลันหมายถึงอะไรแล้วอลันมีอะไรให้เขาช่วยน่ะ

“ต้องให้อธิบาย...จริงเหรอ” อลันยื่นหน้าเข้ามาใกล้ เลียริมฝีปากตัวเองเบาๆ พลางส่งสายตากระหายให้คมสันต์ ที่ตอนนี้นั่งอยู่ข้างล่างได้เหมือนเจ้าสัตว์ตัวจ้อยที่กำลังจะโดนรับประทานสุดๆ

“อ่า...” คมสันต์กัดปากตัวเอง ตามองตาสายตาก็จ้องมองกัน...จังหวะนี้ใครใส่ทำนองในหัวก็ขอให้โชคดี

“งั้นผมจะอธิบาย...”

“ไม่ต้องครับ ผมรู้แล้ว” ยอมจริงๆ ยอมไอ้เจ้าคนคนนี้เลย

“หึ” อลันกระตุกยิ้มแล้วยืดตัวไปเอนหลังบนโซฟา

“คุณนี่มันหื่นจริงๆ เลยรู้ตัวไหม นอกจากจะนอนน้อย ข้าวไม่กินแล้วก็ดื่มเหล้าดูดบุหรี่คุณนี่ก็พ่วงท้ายด้วยความหื่นตัวโตๆ เลยนะครับ” ปากบ่นครับ แต่ตัวเองน่ะขยับคุกเข่าเข้าหาหว่างขาอลันแล้ว

“อืมหึ” อลันเท้าคางมอง ไม่แสดงออกทางสีหน้าแต่ก็รับรู้ได้ว่ากำลังพอใจ

คมสันต์มองหน้าอลัน คิดอยู่นะว่าจะบ่นต่อดีไหม...เจ้าตัวดูไม่สะทกสะท้านกับคำบ่นของเขาเลยแม้แต่น้อย แถมยังรับรู้ได้ถึงความพออกพอใจอะไรสักอย่างที่เขาบ่นๆ อยู่เนี่ย

อลันยื่นมือมาที่ปากของคมสันต์ สายตาที่มองมาราวกับจะบอกว่าเลียสิ...โอเค เลีย ได้เลย คมสันต์ค่อยๆ อ้าปากให้นิ้วเรียวสวยนั้นสอดเข้ามายอกเย้าเจ้าลิ้นนุ่มนิ่ม โดยที่สายตาก็ยังคงสบอยู่กับอลันที่มองมา

นิ้วเรียวของอลันเป็นแค่ออเดิร์ฟชิ้นแรกที่ได้ผ่านเข้ามาในปากของคมสันต์ หลังจากนั้นอลันยังป้อนออเดิร์ฟให้อีกหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะริมฝีปากนุ่มนิ่ม ลิ้นนุ่มหยุ่นและลำคอที่หอมหวาน ก่อนจะเป็นจานหลักบนร่างกายอันยั่วเย้าและ...ความอุ่นร้อนโอบรับที่น่าหลงใหล

ทั้งที่เป็นฝ่ายถูกขอให้ปรนเปรอแต่คมสันต์ไม่แน่ใจว่าเขาปรนเปรออลันหรืออลันกันแน่ที่ปรนเปรอเขา เพราะช่วงที่ได้ทำมันคือช่วงเวลาที่ตัวเขาเองก็มีความสุข สีหน้าอลันในตอนนี้ไม่เหมือนสีหน้าอลันยามปกติ ลมหายใจหอบถี่และเสียงครางต่ำอันสั่นเครือขยี้อารมณ์ของคมสันต์ให้แตกกระเจิดกระเจิง สุดท้ายแล้ว...เขาก็ทำตามใจตนเองอย่างไม่อาจยับยั้งได้

กิจกรรมชักกะเย่อครั้งนี้ไม่กินเวลามากมายเหมือนครั้งก่อน เพราะงานที่ยังรอคอยทั้งคู่อยู่ทำให้ต้องแยกย้ายกันทั้งที่อลันยังไม่อิ่มหนำเท่าที่ควร คมสันต์รู้ว่าอลันต้องการอีก แค่น้ำสองน้ำไม่พออลันหรอก คนอย่างอลันนะต้องยันเย็น แต่ในเมื่อมันไม่ได้ก็คือไม่ได้

คมสันต์เดินเข้าไปสำรวจและตรวจดูความเรียบร้อยให้อลัน เช็กว่าผมเพ้าโอเคไหม ปกเสื้อเรียบร้อยหรือเปล่า แล้วมีตรงไหนเปื้อนเปรอะอะไรที่มันลามกบ้าง พอเห็นว่าเรียบร้อยดีทุกอย่างคมสันต์ถึงได้สบายใจและยิ้มออกมา

“โอเคครับ ผมขอตัวนะ แล้วก็...พักผ่อนด้วยนะครับ”

“อืม” อลันก็คืออลัน นิ่งได้นิ่งดี นิ่งซะอยากตีเลย

คมสันต์เพิกเฉยต่ออาการนั้นแล้วเดินออกมาจากห้อง คราวนี้ไม่ลืมที่จะเช็กสภาพตัวเองเหมือนกันนะ คราวก่อนนี่หัวฟูออกจากห้องเสื้อผ้าก็ยับยู่ยี่ไปหมด รอบนี้เนี้ยบแน่นอน

ถึงจะเห็นว่าคมสันต์ดูแลอลันหรือคนอื่นยังไง สิ่งหนึ่งที่คมสันต์ไม่ลืมก็คือดูแลตัวเอง อาจจะมีบ้างที่เผลอเรอไปนิดแต่ไม่ต้องห่วง เขาถือคติว่าถ้าดูแลตัวเองยังไม่ดีจะไปดูแลคนอื่นได้ยังไง

คมสันต์เดินผ่านเลขาหน้าห้อง ส่งยิ้มให้เธอซึ่งเธอก็ยิ้มแบบกรุ่มกริ่มตอบ อ่า...ได้ยินแน่นอน เอาไงดี ต้องเลิ่กลั่ก หรือไม่ต้อง เออช่างเหอะ คราวก่อนก็โชว์ประธานบริษัทไปแล้วคราวนี้จะเจอรอยยิ้มแบบนี้จากเลขาหน้าห้องก็ช่างมันเถอะเนอะ ไม่มีอะไรจะเสียแล้วชีวิตไอ้คมเนี้ย

นึกถึงสีหน้าของอลันตอนก่อนจะออกมา คมสันต์คิดนะว่าแววตาขออลันมันแปลกๆ จริงที่อลันมีสายตาอยู่แบบเดียวนั้นแหละ ถ้าถามว่าเป็นแบบไหนก็คือตานิ่งๆ แข็งๆ เลย ไม่แสดงสีหน้า ไม่แสดงอารมณ์ ขนาดพูดยังพูดน้อยเลย แต่คมสันต์กลับรับรู้ได้ว่าในความราบเรียบที่ดูไม่มีอะไรนั้นมันมีอะไรอยู่น่ะสิ

‘เหงา’

คำนี้แวบเข้ามาในหัวของคมสันต์ แล้วเขาก็คิดว่าแววตาเย็นชาคู่นั้นบ่งบอกกับเขาแบบนี้เหมือนกัน ทั้งที่ดูเป็นคนเพอร์เฟกต์ไปทุกอย่างแต่กลับดูโดดเดี่ยวชอบกล เขาอาจจะคิดไปเองก็ได้แหละนะ แต่มันก็หยุดคิดไม่ได้อยู่ดี

กระทั่งว่า...เป็นห่วงอลันขนาดนี้ทำไมก่อน!

อลันเท่าที่คมสันต์ได้เฉียดเข้าไปใกล้ แหม...ใช้คำว่าเฉียดด้วยนะ เฉียดฉีอะจิ เนื้อตัวเนี่ย อลันเป็นคนที่น่าห่วงมากคงเพราะเจอกันแต่ละครั้งอลันดูป่วยอยู่ตลอดละมั้ง แบบร่างกายไม่แข็งแรงเพราะโหมทำงานมากเกินไป ข้อนี้ไม่รวมตอนอลันหลอกเขาไปที่ห้องนะ แต่สำหรับวันนั้นคมสันต์ก็คิดนะว่าอลันอาจจะไม่ได้หลอกเขาหรอก แค่ตอนนั้นอลันก็หื่นด้วยแล้วใช้พลังแห่งความหื่นมากระทำชำเราเขาเท่านั้นเอง

นั่นกับเท่ากับว่าทุกครั้งที่คมสันต์เห็นหรือเจออลันจะเป็นตอนที่อลันดูอ่อนแอทุกที ในขณะที่ฟังจากคนอื่นๆ มาอลันดูดุดันและแข็งกร้าวอยู่ตลอด ไม่เคยเสียมาดให้ใครเห็นเลย

ฮั่นแน่...เขาต้องเป็นคนพิเศษใส่ไข่ของอลันแน่ๆ เลย

คมสันต์ขำกับตัวเองในใจ คนพิเศษของอลันเนี่ยนะ? เขาคิดได้ยังไง นี่แค่เบต้าธรรมดาเท่านั้น อัลฟ่าระดับสูงแบบนั้นไม่มาชายตาแลหรอก ขืนคิดเป็นตุเป็นตะเข้าหาข้างตัวเองแล้วจู่ๆ อลันมาบอกว่าเขาเป็นแค่คู่นอนนี่หน้าแตกดังโพล๊ะ! เลยน้า

คมสันต์กลับเข้ามาทำงานอีกครั้งท่ามกลางคำถามว่าหายไปไหนมาตั้งหลายชั่วโมง นี่ถ้าแต่ก่อนทำงานอยู่ในอานัติคนอื่นโดนด่าไปแล้วนะที่โดดงานเป็นชั่วโมงๆ เนี่ย รู้สึกขอบคุณตำแหน่งของตัวเองขึ้นมาทันใดเพราะสามารถที่จะแถแถ่ดๆ ได้หลายประเด็น

แม้ว่าจะรู้สึกเป็นคนไม่ดีก็เถอะ แต่เรื่องนี้คงต้องโทษอลัน อลันนั่นแหละที่ทำให้เขากลายเป็นคนเกเรเกงานแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะอลันนี่เขาจะได้รางวัลพนักงานดีเด่นแข่งกับเพื่อนเขาเลยนะ เชื่อไหม...เชื่อเถอะ ทั้งขยันเรื่องงาน เรื่องน่ารัก เรื่องดูแลคนอื่นและเรื่องดื้บๆ ขนาดนี้ มันต้องได้สักรางวัลละวะ

เออ...หรือไปขอรางวัลจากอลันดีไหมน่อว?

ไม่ดีๆ แค่คิดว่าคนอย่างอลันจะให้รางวัลเขามันคงไม่พ้นเรื่องดื้บๆ แน่นอน แล้วคนที่เหนื่อยมันก็จะกลายเป็นเขาอีก โอ๊ย แค่คิดก็เหนื่อยแล้วอะคิดดู!

____[100%]____

คือเราชอบความเทคแคร์ดูแลเอาใจใส่คนอื่นของน้องมาก ต่อให้น้องจะมีรำคาญบ้างเวลาอยู่กับสายซุบซิบแต่น้องก็ยังคอยสังเกตความต้องการของคนอื่น น้องอาจจะดูง่องแง่งๆ ไม่เหมือนพระเอกแต่เราก็ยืนยันว่าพระเอกน่ารักแบบน้องได้งื้อออออ

แล้วก็หวังว่านักอ่านจะชอบน้องที่เป็นแบบนี้เหมือนเรานะคะ ^^

ออฟไลน์ GBlk

  • ขอให้สรรพสัตว์จงมีความสุข
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1440
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +82/-43
น่ารักดี

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
ตอนที่ 6 : คมสันต์กับปิ่นโตสีชมพู [40%]

วันนี้...คมสันต์อยากนำเสนอนวัตกรรมใหม่ที่มีชื่อปิ่นโตอัจฉริยะ  มันคือไอเทมที่เหมาะแก่คนยุคใหม่ที่มีชีวิตรีบเร่งแต่ยังคงรักและห่วงสุขภาพ แค่คุณมีปิ่นโตน้อยสีชมพูอันนี้ คุณก็สามาถจะรังสรรค์อาหารคลีนได้เองหรือแม้กระทั่งกินอาหารที่นำมาจากบ้านโดยที่มันยังร้อนรุ่มระอุอยู่ในปากได้อย่างง่ายดาย เป็นไง...ปิ่นโตอะไรเท่ขนาดนี้ หุงอุ่นตุ๋นต้มนึ่งได้ภายในปิ่นโตอันเดียวววว

บอกตรงๆ คมสันต์เห่อไอ้ปิ่นโตหลักพันนี่มาก!

เห่อขนาดที่ว่าเอาข้าวสารมาเองเพื่อจะเอามาหุงกินที่ทำงานน่ะคิดดู ข้าวสวยที่บ้านแม่หุงให้ดีๆ ไม่เอา อยากหุงเอง อยากหล่อเท่ ไม่พอด้วยนะ มีเอาไข่มาเองด้วย พร้อมซอสปรุงรสฝาทองของยี่ห้อภูผาสีทอง มีไส้กรอก ปูอัดและหมูยอแป้งที่ซื้อมาจากตลาดสามถุงร้อยพร้อม! คือดูๆ ไปแล้วซื้อกินมันน่าจะง่ายและสะดวกกว่า แต่คนมันเห่อของใหม่อะนะ มันก็เลยมานะในการแบกของพวกนี้มาที่ทำงาน

คมสันต์เตรียมของเอาไว้ด้วยการหั่นมันในปริมาณที่พอกับตัวเองกินแล้วใส่ถุงแกงมา มัดเลียนแบบแม่ค้าที่ตลาดด้วยไม่อยากจะคุย พอเห็นว่าอีกครึ่งชั่วโมงจะพักเที่ยงคมสันต์ก็เริ่มปฏิบัติการทำอาหารอย่างง่ายในปิ่นโตที่ซื้อมาจากในเน็ต เตรียมของทุกอย่าปุ๊บเสียบปลั๊กแล้วนั่งรอ ง่ายแบบง่ายมากกกกกก

เจ้าตัววางปิ่นโตสีชมพูนมเย็นไว้ตรงหน้า ยิ้มกริ่มขณะที่เจ้าปิ่นโตกำลังทำหน้าที่ของมันอยู่ ลุ้นใจจดใจจ่อเลยตอนนี้ว่ามันจะหน้าตาออกมาแบบไหนน้า หูยยยย แค่กลิ่นที่ลอยออกมาจากกล่องก็หอมฟุ้งพาให้น้ำลายสอแล้ว!

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นเรียกคนเห่อปิ่นโตใบใหม่ให้หันไปมอง หญิงสาวหนึ่งในลูกน้องของแผนกเป็นคนเคาะ แล้วเธอก็เปิดประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้มสดใส

“คุณคมคะ ไปกินข้าวเที่ยงกันไหม...” เธอพูดพลางมองเจ้ากล่องข้าวสีชมพูตรงหน้าคมสันต์ แล้วรอยยิ้มนั้นก็แปลกประหลาดไปเล็กน้อย

“ไม่ล่ะครับ ขอบคุณที่มาชวนน้า แต่ว่าวันนี้ผมมีข้าวเที่ยงแล้ว” ไม่อยากจะบอกว่าข้าวเที่ยงนี้เขาทำเองกระทั่งหุงข้าวเลยนา

“ข้าวเที่ยงในปิ่นโตสีชมพูนั่นน่ะเหรอคะ แฟนสาวทำมาให้เหรอ”

“อ๋อเปล่าหรอกครับ ของผมเอง นี่ผมซื้อมาเองเลยน้า...สนใจกินด้วยกันไหมครับ ผมทำไข่ตุ๋นใส่ปูดอัดกับไส้กรอกด้วยนะ มีหมูยอพริกไทยด้วยล่ะ” คมสันต์เอ่ยชวนอย่างอารมณ์ดี ซึ่งเธอคนนั้นกลับยิ้มแหยๆ ใส่เขา

“ซื้อเองเลยเหรอคะ สีชมพูเนี่ยนะคะ” ทำไมอะ สีชมพูมันทำไมเหรอ เขาชอบนะ สีสวยมากเลย

“สวยใช่ไหมล่ะครับ” คมสันต์ยิ้มกว้าง ทำนิ้วพริ้วๆ ใส่เจ้าปิ่นโตราวกับมันจะทำให้ปิ่นโตมีอะไรฟรุ้งฟริ้งออกมาได้อย่างนั้นแหละ

“ก็สวยนะคะ แต่มันดู...ไม่เหมาะ” รอยยิ้มเธอเริ่มกลายเป็นการเหยียดหยันขึ้นทีละนิด คมสันต์งงกับคำว่าไม่เหมาะของเธอ ปิ่นโตสีชมพูไม่เหมาะกับเขางั้นเหรอ เขาชอบมากเลยนะ สีสันสดใสน่าร้ากกก

“ยังไงเหรอครับ” คมสันต์ถามหน้าซื่อตาใส

“ก็คุณเป็นผู้ชาย” เป็นผู้ชายแล้วชอบสีชมพูไม่ได้ ตรรกะไหนวะเนี่ย

เธอกอดอกแล้วมอง “สีมชมพูมันเหมาะกับผู้หญิงมากกว่าไหมล่ะคะ อีกอย่างคุณคมเองก็ไม่ใช่โอเมก้าตัวน้อยที่จะดูน่ารักเวลาใช้ของสีหวานแบบนั้นเสียหน่อย มันดูตลกมากกว่านะคะ ตัวก็ไม่ใช่เล็กๆ แบบนี้...สาวๆ ไม่เข้าหาหรอกเพราะคิดว่าจะได้เพื่อนสาวมากกว่าแฟนหนุ่มน่ะค่ะ”

“อ่า...” เหยียดเก่งงงงง ผู้ชายตัวใหญ่ที่ไม่ใช่โอเมก้าใช้สีชมพูไม่ได้เพราะสาวจะไม่เอา ถามก่อน...กระผมเอาเธอไหม?

“อีกเรื่อง...นี่มันหมดยุคจะมาพกปิ่นโตแล้วไหมคะ ตำแหน่งคุณมากินอะไรอย่างนี้ คนอื่นรู้เข้าเขาจะไม่นับถือเอานะคะ ควรจะไปหาอะไรที่ดูดีและมีราคากินเพื่อให้ตัวเองดูดีอยู่เสมอมากกว่า ลองคิดดูสิคะ ถ้าสาวที่คุณเข้าไปจีบเขาเจอคุณสภาพนี้ เขาคงคิดแหละค่ะว่าคุณนั้นงกเกินไป แล้วก็คงไม่อยากได้แฟนที่ยังมานั่งกินปิ่นโตแบบนี้ หรือไม่ก็กินข้าวที่แม่ยังทำให้เป็นเด็กๆ ดิฉันไม่ได้จะว่าคุณคมน้า...แค่แนะนำเฉยๆ” ไม่ว่าเลยจ้ะ สายตาคือเหยียด...อัลฟ่านี่เหยียดเก่ง

รอยยิ้มของคมสันต์ไม่มีเจื่อนเลยแม้แต่น้อยเพราะไอ้คำพูดของเธอนั้นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสะทกสะท้านได้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่ถ้าถามว่าคำพูดพวกนี้ทำให้เขารู้สึกอะไรบ้าง เขาคงตอบได้เต็มปากเต็มคำเลยว่ารู้สึกว่า...เสือก เสือกจัง เสือกทำไมก่อน ชวนกินเฉยๆ จะกินก็ไม่ว่า ไม่กินก็บอกไม่กินแล้วก็ไปสิ เอ้อคนเรา มาบงมาบอกว่าหวังดี...เอาความหวังดีนี้ไปหมุนเงินให้ชนเดือนก่อนดีกว่าไหม

“ขอโทษที่พูดแรงไปนะคะ พอดีหนูก็พูดตรงๆ แบบนี้แหละค่ะ” พูดตรงกับพูดแบบไม่มีมารยาทน่ะมันเส้นบางๆ นะเธอจ๋า

“ไม่เป็นไรครับ ผมรู้ว่าหวังดี ยังไงก็ขอบ...”

!!!

คำพูดของคมสันต์ขาดห้วงพร้อมๆ กับท่าทางของหญิงสาวที่เปลี่ยนไปแบบกระทันหันด้วยแรงกดดันจากอัลฟ่าระดับสูง ราวกับตอนนี้มีน้ำมากมายมหาศาลร่วงตู้มมมมลงมาในห้องนี้ในเสี้ยววินาที ทั้งอัลฟ่าสาวและเบต้าหน้าง่าวอย่างคมสันต์ต่างรู้สึกอึดอัดอย่างกับคนจมน้ำ

คมสันต์รับรู้ได้ว่าความรู้สึกนี้มาจากคนคนหนึ่งที่เขาคุ้นเคย แต่แม้จะรู้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรับมือได้ ในขณะเดียวกันอัลฟ่าสาวเบื้องหน้าคมสันต์ตอนนี้กลับตัวสั่นก้มหน้ามองปลายเท้าของตัวเอง เธอดูหวาดกลัวกับรังสีกดดันของอลันเป็นอย่างมาก

“กินด้วยสิ” เสียงทุ้มนุ่มไร้อารมณ์ดังขึ้นท่ามกลางความกดดัน สาวเจ้าหดคองอไหล่ลู่เข้ากับตัวอย่างกับสุนัขที่ต้องเผชิญหน้ากับจ่าฝูง อลันปลายตามองเธอ และเมื่ออลันมองเธอก็ทรุดลงไปกับพื้นด้วยทนรับความกดดันจากอลันไม่ไหว

“เอ่อคือ...” โอ๊ยยยย มาถึงก็เอาเรื่องเลยนะคนคนนี้

“คุณจะไม่ให้ผมกินด้วยเหรอ” อลันหันไปมองคมสันต์ แต่สิ่งที่คมสันต์ได้รับมันไม่ใช่ความรู้สึกเหมือนจะจมน้ำตายแบบที่หญิงสาวได้รับ

“เปล่าครับ กินได้สิครับ” พูดว่ากินได้ไปงั้นแหละ ไอ้ที่เขาทำๆ ไปอะ จะกินได้จริงๆ อย่างที่พูดไหมก่อน

“ดีเลย ผมหิว” อลันเดินเข้าไปใกล้ เฉียดร่างหญิงสาวที่เข่าอ่อนบนพื้น เขาปลายตามองเธออีกครั้ง และมันก็ทำให้เธอถึงกับน้ำตาซึมด้วยความกลัว

คมสันต์อยากจะเขย่าตัวอลันแล้วบอกว่าพอได้แล้ว เธอกลัวหมดแล้ว เล่นพุ่งพลังใส่เธอแบบนั้นถ้าไม่ใช่คนระดับเดียวกันไม่มีทางต่อกรได้หรอก แล้วเธอก็ไม่ใช่อัลฟ่าที่มีสายเลือดเข้มข้นอะไรเสียด้วย นี่ถ้าอลันเอาพลังนี้มาพุ่งใส่เขาแทนมีหวังคมสันต์สลบเมือดไปแล้วเรียบร้อย ไม่มีทางจะนั่งหัวโด่ดมกลิ่นข้าวกับข้าวที่ตัวเองทำแบบที่ทำตอนนี้ได้หรอก

“แล้วเธอไม่ไปกินข้าวเหรอ” ทำแบบนั้นใส่เธอคงลุกขึ้นหรอกนะ

“ก็คุณ...”

“ผมทำไม” อลันหันขวับมามองคมสันต์ มองนิ่งๆ นิ่มๆ แต่คนโดนมองจะตายแล้ววววว

“เปล่าคร้าบ” ไม่มีอะไรเลยคร้าบ ไม่กล้ามีคร้าบ กลัวแล้วคร้าบ

อลันละสายตาแล้วหันไปมองคนบนพื้นอีกครั้ง “ไปสิ จะไปไหนก็ไป”

“คะ...ค่ะค่ะค่ะไปแล้วค่ะ” เธอลนลานรีบลุกทั้งที่เข้งขาไม่มีเรี่ยวแรง คมสันต์เห็นคาตาเลยว่าขาเธอนั้นสั่นพั่บๆ กว่าจะลุกเดินไปถึงประตูได้เรียกว่าทุลักทุเลสุดๆ

คมสันต์คนนี้เป็นคนดี เอาใจช่วยเธอแบบเต็มที่ เชียร์ในใจสุดฤทธิ์สุดเดชให้เธอลุกแล้วรีบหนีออกไปจากห้องนี้ อลันน่ะนอกจากจะโหดเหี้ยมด้วยความเย็นชาไม่สนใจใครแล้วอลันยังเอาแต่ใจด้วย เพราะงั้นหนีป๊ายยยย

“จะมองเธออีกนานไหม เสียดายเหรอ” อลันนั่งตรงข้ามคมสันต์ เอ่ยถามเรียบๆ เงียบๆ ไร้อารมณ์ เป็นรูปปั้นพูดได้หรือไงถามจริง

“เปล่านะแค่เอาใจช่วย”

“ช่วยทำไม” รู้สึกถึงความหนักอึ้งอีกแล้วววว

“พอแล้วคร้าบ ผมจะหายใจไม่ออกแล้ว” คมสันต์เบะปาก แบบว่าน่ารักมาก...มั้ง

“ก็ตอบสิ”

“ก็สงสารเฉยๆ เห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ เข่าอ่อนเข่าทรุดขนาดนั้นผมก็ต้องรู้สึกสงสารและเห็นใจเป็นธรรมดานี่ครับ นี่ถ้าปกติผมคงไปช่วยพยุงแล้ว แต่ไม่กล้า...กลัวโดนกินหัว” เบะปากรอบสอง เอาให้น่ารักกว่ารอบแรก แต่ดูจากปฏิกิริยาจากอลันแล้วก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองน่ารักหรือน่าถีบกันแน่ เพราะอลันหน้าเดิม...เยี่ยม!

“หึ!” อลันส่งเสียงไม่พอใจขึ้นจมูก แค่นั้นคมสันต์ก็เผลอสะดุ้งนิดหน่อย เขาต้องนิ่ง...นั่งนิ่งๆ ตามอีกฝ่ายทั้งที่กลิ่นอาหารในปิ่นโตเขากำลังส่งกลิ่นหอมฉุย

คมสันต์มองหน้าอลันสลับกับปิ่นโตสีชมพูหวานราวกับลูกกวาดของตัวเอง ไม่รู้ต้องสนใจอันไหนก่อนระหว่างบุรุษผู้ทำตัวเหมือนรูปปั้นเดินได้กับอาหารกลิ่นหอมๆ ส่งกลิ่นยั่วให้กินเสียที

____[40%]____

เผลอมองคนอื่นนานหน่อยไม่ได้เลย ไม่ได้จริงๆ คุณอลันเขาหวงของเขานะเข้าใจไหม จริงๆ แอบสปอยหน่อย ตอนนี้น่ารักมากกกก รออ่านครึ่งหลังได้เลย
ปล.น้องนักวาดวาดแฟนอาร์ตให้เค้าด้วย แง น่ารักง่า

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2013
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
ตอนที่ 6 : คมสันต์กับปิ่นโตสีชมพู [100%]

มองสลับไปมาอยู่สองหนก็เจอสายตานิ่งๆ ที่แฝงคำถามมาให้เขา นี่อาจจะเป็นความสามารถพิเศษที่ผุดขึ้นมาหลังจากโดนอัลฟ่าระดับสูงกินหัวกินหางกินกลางตลอดตัวว่าทำไมเขาถึงยอมให้อีกฝ่ายพูดจาไม่ดีใส่ คมสันต์อาจจะคิดไปเองก็ได้นะ แต่เขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ รู้สึกด้วยว่าอลันไม่พอใจที่เขายอมอีกฝ่ายแบบนี้ แต่ถึงจะรับรู้อะไรบางอย่างจากสายตาเย็นชาใต้แว่นราคาแพงนั้นคมสันต์ก็ไม่คิดจะพูดอะไร

ก็นะ...ไม่ใช่ว่ายอมหรืออะไรหรอก แค่เห็นว่าคำพูดพวกนั้นมันไม่ได้มีค่าให้ใส่ใจหรือสนใจขนาดนั้น เธอคนนั้นจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ หงุดหงิดนิดหน่อยแต่มันก็แค่นั้นอะ ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับชีวิตของเขาอยู่ดี แล้วมันก็ไม่ได้ทำให้ความกินดีอยู่ดีของเขาลดลงด้วย เขายังได้เงินเท่าเดิม มีกินมีใช้เหลือๆ สบายๆ แบบไม่เดือดร้อนใคร

หรือต้องบอกว่าคำพูดคนอื่นนอกจากครอบครัวแล้วคมสันต์ไม่สนใจเลยดีกว่า

“ว่าแต่คุณอลันมีอะไรหรือเปล่าครับถึงได้มาหาผมถึงนี่เลย จริงๆ ถ้าหิวก็ให้คนอื่นไปซื้อได้ อ่า...หรือจะใช้ผมแบบที่เคยใช้ก็ได้น้า” เป็นไง เป็นคนดีไหม อลันอยากใช้งานเขาอีกคนเขาก็ไม่ปฏิเสธเลย คนดีจ๊าดดดด

“กินด้วย” กินอะไร...คมสันต์คิด แล้วมองปิ่นโตที่ส่งกลิ่นหอมฉุยจากนั้นมองหน้านิ่งๆ ของอลันอีกครั้ง

“มีแต่ไข่ตุ๋นนะ ไม่สิ มีข้าวด้วย ผมหุงเองเมื่อกี้เลยนะครับ แอบหุงในเวลางานนี่เลย แล้วก็ทำไข่ตุ๋นเองด้วย ไข่ตุ๋นผมเนี่ยนะทอปปิ้งด้วยปูอัด ไส้กรอกและหมูยอพริกไทยดำ เป็นไงๆ ผมเก่งเปล่า เออใช่! ผมเอาเครื่องปรุงมาเองเลยนา...นี่ไง” ว่าแล้วก็ชูเจ้าซอสปรุงรสสำเร็จรูปให้อลันดู แล้วเพียงแวบเดียวเท่านั้นที่เห็นว่าอลันทำหน้าอิหยังวะใส่เขา

“...” อะ...ถึงกับพูดไม่ออก ไม่คิดว่าเขาจะทุ่มเทขนาดนี้ล่ะเซ่

“ฮ่าๆ หน้าคุณตลกจัง” แต่ถ้าคนอื่นได้ยินคมสันต์พูดแบบนี้จะตลกคมสันต์มากกว่านะ เพราะอลันก็ทำหน้าเดิมไม่ได้ทำหน้าตลกอะไรเลยแแม้แต่นิดเดียว

“อ่าฮะ”

“ว่าแต่...กินข้าวแล้วกินผมด้วยเปล่า” คมสันต์ยื่นหน้าเข้าหาอลันก่อนยิงคำถามด้วยสายตาแพรวพราว ก็ทำไปด้วยอารมณ์อยากหยอกล้อนั่นแหละ

อลันไหวไหล่เล็กน้อยก่อนจ้องตาคมสันต์ “แน่นอน นั่นแหละประเด็นสำคัญที่ผมมาหาคุณ”

“เอ่อ...” เจอแบบนี้ก้เผลอเขินเว้ย “พูดตรงไปไหมครับ ฮ่าๆ แต่การพูดตรงไปตรงมาของคุณก็น่ารักดีนะ”

“...” คมสันต์เห็นว่าอลันเงียบไม่ได้ตอบก็หันมาสนใจปิ่นโต

เอาล่ะคร้าบบบบ ได้เวลาเผยโฉมหน้าอาหารอันหรูหราราคาสิบบาทกันแล้ว แทแด๊ คมสันต์เปิดปิ่นโตออกมาก็มีไอน้ำพุ่งขึ้นในอากาศเบาๆ พร้อมกับกลิ่นหอมของไข่ตุ๋นหน้าตาเด๋อด๋าเหมือนเจ้าของ คมสันต์ทำใส่ถาดยาวทั้งสองที่ร้านให้มา เรียกว่าข้าวเยอะไข่ก็เยอะและเครื่องบนหน้าไข่ตุ๋นก็แน่นเปรี๊ยะ

เอ่อ...แต่ไม่มีจานชามช้อนวะ?

“น่ารักก็รักสิ”

เคร้งงงงงง

อุ๊บ...ไม่นะ ไม่ เมื่อกี้หูฝาด เมื่อกี้หูพิการแน่ๆ เลย อลันพูดอะไรออกมา คมสันต์ตกใจถึงขั้นทำฝาปิ่นโตร่วงลงกระทบโต๊ะทำงานของตัวเอง เงยหน้าช้าๆ แบบสโลวโมชั่นไปที่อลัน แล้วก็พบกับสายตาเย็นชาที่มีความจริงจังอยู่ในนั้น เท่านั้นแหละ...ไอ้อาการช็อกเมื่อครู่ก็หายไปแล้วแทนที่ด้วยความเขินพุ่งปรี๊ดเหมือนปรอทวัดอุณหภูมิในทันที

“ฮะๆ ฮะๆ ฮ่า...ผมหูฝาดแน่เลย”

“หูฝาดอะไร” อลันถามจี้ ดูอาการก็รู้หรอก ดูออกง่ายขนาดนี้

“ก็...ที่คุณพูด”

“ให้พูดซ้ำไหมล่ะ ผมบอกว่า...น่ารักก็รักสิ น่ารักก็รักสิ น่ารักก็รักสิ น่ารัก....”

“พ๊ออออออ โอ๊ย...พอเลย ไม่ต้องมาพูดคำนั้นทั้งที่หน้าคุณมันนิ่งเหมือนรูปปั้นได้ไหม ให้ตายเถอะ” คนอะไร บทจะกวนกก็กวนหน้าตายจริงๆ แล้วไอ้นิสัยปั่นประสาทแบบนี้เนี่ยไปเอามาจากไหน

“หึหึ” อะ...ไม่หยุดขยี้หัวใจ ยังมีหน้ามาหัวเราะพร้อมรอยยิ้มมุมปากอีก ไม่น้าาาาา จะมายิ้มหน้าซื่อตาใสใส่เขาแบบที่เขาไม่ทันตั้งตัวไม่ได้นะเว้ย!

คมสันต์หลบสายตา หลบรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดีของอลันไปที่อาหารตรงหน้าแทน เขามีชามแค่ใบเดียวเอาไว้ต้มมาม่ายามฉุกเฉิน เจ้าชามนี้นี่แหละที่คมสันต์เอามาให้ตัวเองไว้กิน แล้วนี่ก็ดีนะที่มีช้อนสองคันเพราะตอนนั้นหาอีคันแรกไม่เจอเลยเอามาเพิ่ม พอเอามาเพิ่มอีช้อนคันแรกก็โพล่หน้ามาให้เห็นราวกับเพิ่งกลับมาจากการพักร้อน คมสันต์ให้อลันกินในปิ่นโตนั้นเลยส่วนตัวเองก็ตักแบ่งข้าวออกมาจากถาดชั้นล่าง

ข้าวน่ะมันก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้นหรอกสำหรับผู้ชายน่ะ คมสันต์ตักมาไม่เยอะนัก ทำเหมือนแบ่งครึ่งแต่จริงๆ แล้วเขาทำให้มันหลอกตาเฉยๆ เขารู้ว่าอลันไม่น่าจะกินอะไรมาเพราะไอ้นิสัยทำแต่งานข้าวปลาไม่กินของอลันนั่นแหละ เขาอยากให้อลันกินเยอะๆ จะได้อิ่มแล้วก็มีแรงทำงาน เขาน่ะหิวก็ยังมีมาม่าที่ตุนสำรองเอาไว้ อยากกินเมื่อไหร่ก็แค่ไปกดน้ำร้อนเท่านั้น

อลันมองช้อนหน้าตาบ้านๆ ของเขา พลิกซ้ายขวาสำรวจความสะอาดก่อนจะตักเจ้าไข่ตุ๋นมาชิม ตักมาคำเล็กมากกกก ดูรู้เลยนะว่าไว้ใจอาหารของเขามากขนาดไหนนะ แต่พอชิมจนรู้รสแล้วอลันก็ตักไปราดข้าวของตน

“อร่อยไหมอะครับ” พูดไปก็ตักชิมบ้าง อื้ม...อร่อยจริมๆ รสชาติของลูกผู้ชาย

“ก็พอกินแทนน้ำเปล่าได้” โหยแรงงงงง แรงกว่าคนนั้นที่ว่าปิ่นโตสีชมพูอีกแหนะ ใจร้ายวะ

“เสียจุย ผมตั้งใจทำมากเลยนะ ถึงจะปรุงรสไม่เป็นแต่เจ้าซอสปรุงรสอันนี้น่ะเหมาะกับคนทำอาหารโง่มากแบบผมสุดๆ แล้วผมว่ามันก็อร่อยด้วย ถึงปูอัดไส้กรอกและหมูยอจะมีแป้งเยอะมากก็ตาม แฮ่ๆ ผมซื้อมาจากตลาดสามอันร้อยรสชาติก็ได้แค่นี้แหละครับ ถ้าคุณว่ามันไม่โอเคกินแค่ไข่ก็ได้นะ” เพราะเดี๋ยวไอ้พวกนั้นผมจะสวาปามเองงงงง วะฮะฮ่า

“อืม” อลันพยักหน้าส่งๆ แล้วนั่งกินข้าวไปมองหน้าคมสันต์ไป

แล้วคนอย่างคมสันต์จะทำอะไรได้นอกจากนั่งมองหน้าอลันตอบ ก็ตรงหน้าเขาเป็นอลันอะ นี่ถ้าอลันไม่อยู่เขาคงกินข้าวไปดูยูทูปไปด้วยเหมือนเคย กินไปกินมาคมสันต์ก็รู้สึกว่าเขากับอลันจะกลายร่างเป็นปลากัดกันแล้วน้า ก็เล่นเอาแต่มองหน้ากันตลอดเลย เกิดเขาท้องขึ้นมาทำไง จะฟ้องแม่ยังไงดี...

เสียงเจี๋ยวจ๊าวด้านนอกดังขึ้นมาตอนที่คมสันต์กินข้าวของตัวเองหมด ขณะที่อลันยังละเลียดกินเหมือนเดิมแบบที่เขาเคยนั่งเฝ้าอยู่หลายต่อหลายครั้งนั่นแหละ แถมเวลากินไม่มองกับข้าวด้วยนะ มองหน้าเขา มองอะไรก็ไม่รู้ สงสัยจะคิดว่าเขาคือกับข้าวที่อลันอยากจะกินก็เป็นไปด้าย

“ใกล้เวลาเข้างานแล้วสิ” คมสันต์เอ่ยเบาๆ คนด้านนอกเองก็มองเข้ามาในห้องของเขา ด้วยความที่ห้องนี้มันทึบแค่ช่วงครึ่งท่อนล่าง แต่ครึ่งท่อนบนเป็นกระจกเพื่อให้มองดูพนักงานด้านนอกได้

“ไปส่งด้วย”

“ฮะ? เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ”

“บอกว่าไปส่งด้วย กินข้าวแล้วแต่ผมยังไม่ได้กินคุณ”

“ชะอุ๊ย! แหม...ไม่คิดจะอ้อมโลกกันสักหน่อยเหรอครับไอ้เรื่องอย่างนั้นน่ะ” คนเขินมันเป็นไอ้คมคนนี้ละคร้าบบบคุณอลันครับ

“เสียเวลา” อลันกวาดไข่ตุ๋นในถ้วยคำสุดท้ายเข้าปาก จากนั้นเลื่อนถาดอาหารอันว่างเปล่ามาตรงหน้า แล้วคมสันต์ก็ส่งน้ำเปล่าให้อลันเหมือนเครื่องส่งน้ำอัตโนมัติ

“คร้าบๆ” คมสันต์หยิบเอาของเหล่านั้นมาซ้อนๆ กันแล้วปิดฝาให้เรียบร้อย เดี๋ยวว่างๆ ค่อยเอาไปล้างหรือไม่ก็ล้างที่บ้านเลยทีเดียว

ระหว่างเก็บข้าวของให้เรียบร้อยก็คิดนะ...คิดว่าเพิ่งกินข้าวก็ต้องเอาออกแล้วงั้นเหรอ โถ เจ้าพลังงานตัวจ้อยทั้งหลาย ข้ากินพวกแกก็เพื่อเอาไปใช้สุรุ่ยสุร่ายกับอลันนี่แหละหนา ครั้นจะปฏิเสธแบบสาวน้อยก็ทำไม่ได้ ทำไมน่ะเหรอ ฮื่อออออ ไม่อยากตอบเลย ก็มันแบบ...มันแบบ...ชอบง่ะ

แง๊!!! หนูกลายเป็นเด็กหื่นแล้วแม่!

อลันลุกขึ้นเดินนำออกจากห้องของคมสันต์ ตอนนี้เหล่าพนักงานในแผนเข้ามาเกือบหมดแล้วเพราะไม่ถึงห้านาทีจะได้เวลาเข้างานช่วงบ่าย คมสันต์เดินตามหลังออกไปต้อยๆ ท่ามกลางสายตาใส่ใจจากเหล่าสาวๆ และหนุ่มๆ ทั่วทั้งแผนก พวกนั้นต่างมองมาที่อลันและคมสันต์ สายตานี่แบบ...สู่รู้สุดอะไรสุด สงสัยเจ้าคนที่โดนอลันกดดันขั้นหนักนั้นจะเอาไปเม้าท์มอยมาเรียบร้อยแล้วตอนลงไปกินข้าวนั่นแหละ

ดูเหมือนอลันจะไม่ค่อยชอบสายตาที่จับจ้องมายังตนเอง รังสีอัลฟ่าเข้มข้นจึงถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง คมสันต์ไม่ทันตั้งรับก็ชะงักไป ขาสั่นพั่บๆ ด้วยความกลัวและกดดัน ในใจอยากโวยวายนะว่าจะทำอะไรบอกกันก๊อน จะเปิดปิดพลังทางธรรมชาติของตัวเองเป็นเปิดปิดน้ำไฟแบบนี้ไม่ได้นะเฟ้ยยยย

แน่นอนว่าพออลันใช้ความเป็นอัลฟ่ากด คนเหล่านั้นก็ไม่มีใครกล้าเงยหน้ามามองอลันและคมสันต์ เสียงซุบซิบที่ดังเจือแแจ้วอยู่ก็พลันหายไปราวกับว่าชั้นนี้ทั้งชั้นไม่มีใครอยู่ คมสันต์นี่ได้ยินกระทั่งเสียงลมหายใจของคนที่เขาเดินผ่านอะคิดดู อะไรจะอยู่ในความสงบเสงี่ยมได้มากขนาดนั้น!

คมสันต์เดินตามอลันต้อยๆ เป็นหมาน้อยเดินตามเจ้านายไม่มีผิด แถมระหว่างทางก็ไม่มีใครพูดอะไรหรือแม้แต่มองมายังทำไม่ได้ อลันนั่นแหละที่กดพวกเขาเอาไว้ คมสันต์รู้เลยว่าหลังจากนี้จะเป็นขี้ปากชาวบ้านเขาทั่วทั้งบริษัท แต่ไม่เป็นไรนะ เดอะคมสันต์นั้นหูทวนลมเก่งเป็นที่หนึ่งเลยล่ะ

มาถึงห้องทำงานอลันปุ๊บ อลันดันเขาหลบแล้วล็อกประตูปั๊บ โอ้โหว...ปิดประตูตีหมาชัดๆ งานนี้ตาย กูตาย น้ำแห้งหมดตัวตายอนาถคาห้องทำงานอลันนี่แหละ

“ถอดสิ” อะไร...มาถงมาถอดสิอะไร ไม่โรแมนติกเลยโอ๊ย ต้องค่อยๆ บิวท์ไหม เล้าโลมอะรู้จักเปล่า โด่วคนไรก็ไม่รู้ รีบจัด

“ครับ” บ่นในใจเป็นร้อยพูดออกมาคำเดียว สุดยอดเลยโคมมม

คมสันต์เดินไปยังโซฟาสำหรับรับแขก ณ จุดจุดต้องกราบขออภัยแขกทุกท่านที่ต้องมานั่งทับที่สมรภูมิจำเป็นระหว่างเขากับอลันด้วย หากมีเจ้าลูกอ๊อดตัวน้อยกระเด็นกระดอนจนตกซอกหลืบโซฟาก็ขอให้ทำเป็นมองผ่านเพราะว่าเขาและอลันนั้นไม่ได้ตั้งใจเลยจริงจริ๊ง

ว่าแต่...ต้องถอดหมดไหม?

“หยุดทำไม?” กำลังปลดประดุมเสื้ออยู่ดีๆ ก็ชะงัก อลันจึงเอ่ยถามแล้วเขาก็เงยหน้ามองอลันด้วยสายตาลำบากใจ

“ผมคิดว่าผมต้องถอดหมดไหม แบบว่า...ปกติไม่ได้ถอดหมด...เหรอ” จะถามกลับยังไม่ตอบตัวเองไม่ได้เลยไอ้คมเอ้ย

“อยากเปื้อนก็ใส่ไว้”

“ครับ ถอดหมดครับ” ได้เลยครับคุณอลัน ผมจะโชวเรือนร่างอันหล่อเหลาน่าสไลด์บนตัวเป็นที่สุดต่อหน้าคุณอลันเอง

เสื้อจ๋า เราห่างกันสักพักนะจ๊ะ คมสันต์วางเสื้อไว้ที่โซฟาเดี่ยวข้างๆ จากนั้นตามด้วยเข็มขัดและกางเกงสแล็ค ถอดมาถึงตรงนี้...คงต้องเอ่ยลากับกางเกงในสีขาวของตัวเองอีกชิ้น ฮื่อ ครั้งนี้มันไม่ได้นัวๆ แบบครั้งก่อนๆ แต่ต้องมาถอดทีละชิ้นต่อหน้าอลัน บอกตามตรง ด้านขนาดไหนก็เขินวะ แล้วแค่ถอดก็ตื่น ป๊าดไอ้หนู มึงตื่นไวไปลูก เจอสายตาโลมเลียเข้าหน่อยก็ไม่ไหวแล้วจังหวะนี้

ระหว่างที่ถอดเสื้อผ้าออกนั้นคมสันต์ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองอลัน คือมันอายน่ะ มันเขินด้วย มันก็เลย ก็เลย...บั่บว่าบั่บว่าไม่กล้าสบตาอะไรเถือกนั้น

“เฮ้ยยยยย” แต่เพราะไม่ได้มอลันเนี่ยแหละ อลันมาถึงตัวตอนไหนไม่รู้ รู้อีกทีก็โดนผลักให้ล้มลงไปบนโซฟาเสียแล้ว

อลันยามนี้เปลือยเปล่า ท่ามกลางแสงสว่างของห้องทำงานทำให้คมสันต์เห็นเรือนกายของอลันอย่างเต็มสองตา อยากร้องอู้วหูวดังๆ มาก คนอะไรร่างกายสมส่วนขนาดนี้ กล้ามท้องเป็นรอนๆ ผิวกายเนียนละเอียดและขาวผ่อง อลันในสายตาคมสันต์นั้นเหมือนกับนายแบบที่หลุดออกมาจากหน้าปกนิตยาสารไม่มีผิด เพียงแต่...นายแบบคนนี้กำลังจะกินเขา

ขอกลืนน้ำลายหลายๆ อึกนะครับผม พอดีไม่ได้มองหน้า แต่มองต่ำ แล้วเห็นอลันน้อยจะๆ คาตา มันตื่นจนน้ำเยิ้มออกมาจากส่วนปลาย แล้วไม่รู้เป็นบ้าอะไร เห็นน้ำสีใสนั้นแล้วดันรู้สึกน้ำลายฟูมปากแต่ลำคอกลับแห้งผากเสียอย่างนั้น

“เอาสิ...ทำสิ” อย่างกับอลันอ่านใจเขาได้ ฝ่ามือแข็งแรงนั้นดันหัวของเขาให้โน้มเข้าหาส่วน...อร๊ายยยยนี่มันลามกเกินไปแล้ว!

แต่แล้วยังไงล่ะ...ก็ก้มลงไปยังไงล่ะ!

แม่จ๋าหนูเจอของกินที่อร่อยอีกอย่างแล้ว มันเป็นน้ำสีใสๆ ที่ผุดออกมาจากส่วนแข็งขืนและนุ่มหยุ่นในเวลาเดียวกัน มันมีรสชาติหวานๆ ปนเค็มเล็กๆ มีกลิ่นหอมๆ ด้วยนะ...หอมจนเผลอใช้จมูกฟัดมัน พอฟัดไปมาหนูก็เผลอกินอย่างตะกรุบตะกราม แล้วเจ้าสิ่งนั้นมีเคยมีแค่น้ำใสๆ ไหลซึมก็มีอีกน้ำทะลักเข้ามาในปากหนู

มัน...อร่อย

อร่อยเพราะปฏิริยา

อร่อยเพราะเสียงลมหายใจแหบพล่า

และอร่อย...เพราะคนที่หนูกินเขาโคตรอร่อย

แม่หนูหยุดกินไม่ได้!

____[100%]____

น่ารักก็รักสิ น่ารักก็รักสิ น่ารักก็ร้ากกกกซี่~ ไอ้ต้าวอลันนนน

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2013
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5455
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
ตอนที่ 7 : คมสันต์กับน้ำสตรอว์เบอร์รี่ [40%]

นาย ค.ตามรอยเพื่อน มุ่งหน้าจับผู้บริหารระดับสูง! อ่านต่อ...บรรทัดต่อไป

นับว่าเป็นข่าวที่เหนือความคาดหมายของหลายต่อหลายคน เมื่อนาย ค. หัวหน้าแผนกหนึ่งได้ดำเนินตามรอยเท้าเพื่อนซี้ของตัวเอง เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ต้องเชื่อ ผู้คนมากมายได้เห็นนาย ค. และคุณ อ. กินอาหารกลางวันด้วยกันที่ห้องทำงานของนาย ค. ก่อนทั้งคู่จะไปต่อกันที่ไหนสักที่ เรื่องนี้กลายเป็นที่จับตามองของผู้คนเนื่องจากนาย ค. นั้นไม่ได้มีอาการที่สื่อถึงนิสัยด้านนี้ และด้วยความที่นาย ค. นั้นไปยุ่งเกี่ยวกับนาย อ. ที่เป็นคนเข้าถึงยาก คาดว่างานนี้นาย ค. อาจจะใช้คุณไสย์หรือสารผิดกฎหมายเพื่อจับนาย อ. ที่เป็นอัลฟ่าระดับสูงอีกหนึ่งคน ทั้งยังเป็นอัลฟ่าที่ถูกสาวๆ หมายปองเป็นอย่างมาก

งานนี้สงสัยนาย ค. จะถูกสังคมจับตามองเป็นพิเศษเพราะสาวๆ คงไม่ยอมให้นาย ค. ได้ครอบครองคุณ อ. ของพวกเธอง่ายๆ แบบที่นาย ค. คิดไว้เป็นแน่

ถ้าชีวิตของคมสันต์ถูกนำไปเขียนบนหน้าหนังสือพิมพ์โซนกอซซิปก็คงไม่พ้นประโยคแบบนี้ หรืออาจจะแรงกว่านี้ที่ว่าเขาจะจับอลันเนื่องจากอลันรวยมาก เขาคนนี้ต้องการรวยทางลัดเพราะขี้เกียจจะทำงานนี้แล้ว...ตลกเถอะคร้าบบบ คมสันต์รักงาน รักน้ำ รักปลารักโรงเรียนนะเฟ้ย

และถึงชีวิตคมสันต์จะไม่ได้ถูกเอาไปขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ใดๆ แต่ประโยคเหล่านั้นก็ขึ้นหราอยู่บนหน้าเฟซบุ๊คของพนักงานในแผนกเขา กะไว้แล้วเชียวว่าจะต้องมีเรื่องแบบนี้ออกมา บอกตามตรงว่าไม่รู้จริงๆ ว่าระหว่างเขากับอลันใครกันแน่ที่เป็นผู้เสียหายจากเรื่องนี้

“ของที่สั่งได้แล้วค่ะ”

“อ๊ะ...ขอบคุณครับ” คมสันต์เก็บมือถือของตัวเข้ากระเป๋าพร้อมหยิบเงินจ่ายพนักงานอย่างไว

วันนี้มีงานมาพบลูกค้าคนพิเศษช่วงเช้านิดหน่อย ส่วนตอนบ่ายก็มีนัดคุยกับอลันเรื่องงาน อันนี้ย้ำว่าเรื่องงานนะ เพราะว่ามีการแจ้งมาอย่างเป็นทางการเพื่อเรียกตัวไปพบแล้ว และก่อนจะกลับเข้าบริษัทคมสันต์ก็ไม่ลืมที่จะซื้อขนมหวานเจ้าดังเข้าออฟฟิศเพื่อฝากสาวๆ

สาวๆ ที่นั่งเม้าท์มอยเขาเนี่ยแหละ!

ในโพสต์เมื่อกี้นี้มีแต่คอมเมนต์แรงๆ ประมาณว่าอยากได้คนรวยขนาดนั้นเลยเหรอ ได้วิชามารมาจากเพื่อนสินะ สงสัยเพื่อนจะติวมาดีคุณอ. ถึงได้มาหาถึงห้องทำงานขนาดนั้น มีบ้างที่จะบอกว่ามันเป็นธุระระหว่างเขากับอลันหรือเปล่า แต่คอมเมนต์นั้นก็โดนถล่มจนเกือบยับ ไม่มีใครเชื่อและคิดแบบนั้น ซึ่งก็ถูกนะ...อลันไม่ได้มาหาเขาเพราะมีธุระในเชิงธุระ แล้วที่เขาไปต่อกับอลันมันก็เป็นแบบที่พวกนั้นคิดนั่นแหละ เพียงแค่เขาไม่ได้จะจับอลันอย่างที่คนพวกนั้นพูดก็เท่านั้นเอง

เห็นแบบนี้ก็ไม่ได้รักสบายขนาดนั้นนะ เพราะคิดไม่ออกว่าถ้ารวยแล้วจะใช้ชีวิตยังไง ให้นอนโง่ๆ ทำตัวเป็นอีหนูรออลันมากินหัวกินหางเนี่ยไม่ใช่ทางอะ ชอบทำงาน อยากมาทำงาน การมาทำงานมันทำให้รู้สึกว่าชีวิตแม่งมีอะไรทำดี แล้วอีกอย่างมันก็ทำให้เวลาอันน้อยนิดมีค่าขึ้นมาได้ด้วย

ดังนั้น...คมสันต์ไม่อยากเป็นอีหนูนอนรอบริการใครทั้งนั้นแหละคร้าบ

“ฉันไปตีสนิทมั้งดีไหมเผื่อได้วิชาดีๆ จับอัลฟ่าได้ง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปากขนาดนั้นน่ะ” นั่นไง...เรื่องของเขาจากปากคนอื่น

“ค. น่ะยังพอไหวนะ แต่ ภ. น่ะยาก ไม่เห็นเหรอว่าเดินทางออกนอกประเทศเป็นว่าเล่น ตอนนี้เป็นลูกรักประธานไปแล้ว” รู้ดีจังเลย รู้ดีเหมือนเป็นเพื่อนเขาไปแล้วนะเนี่ย ไปสิงร่างกันหรือเปล่า...สิงร่างกันตอนไหนนะ

“แหม่ ก็เมียนี่ยะ เมียน่ะก็ต้องรักปะ ดูท่าแล้วนางก็มีของดีพอตัวไม่งั้นประธานไม่หลงจนโงหัวไม่ขึ้นขนาดนั้นหรอก ดีไม่ดี ไอ้ที่ว่าไปต่างประเทศน่ะก็ไม่ได้ทำอะไรมากหรอกนอกจากทำตัวเป็นโอเมก้าให้ประธานอะ” เขาจะทำตัวเป็นอะไรมันก็เรื่องของเขา เขาผัวเมียกัน เรื่องแค่นี้ก็คิดไม่ได้ มาอิจฉงอิจฉา อยากบอกจัง...แข่งอะไรก็แข่งได้แข่งบุญแข่งวาสนามันไม่ได้จริงจริ๊งงง

“แล้วนาย ค. ก็จะเป็นแบบเพื่อน เฮ้อ เอาจริงนะ ฉันล่ะคิดภาพนาย ค. เป็นแบบนั้นไม่ออกเลย นางก็ดูดีดูสมาทแม้จะเป็นแค่เบต้าอะนะ น่าเสียดาย ไม่น่าเป็นคนที่คิดหาทางลัดในการรวยสิ้นคิดแบบนี้เลย เป็นโอเมก้าเหรอก็ไม่ใช่ จะมาบอกเป็นคู่ของคุณ อ. ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยล่ะ” ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นคู่เชิงนั้นหรือเปล่า คู่นอนล่ะสิไม่ว่า แต่อย่างว่าละเนอะ เจ้าคนที่พูดๆ กันเนี่ยแม้แต่คู่นอนก็ยังไม่ได้เป็นเลยวะ

“ใช่ๆ”

“ใช่ๆ....ร้านนี้อร่อยมาก” คมสันต์ยิ้มหวานใส่สาวๆ ที่เม้าท์แบบไม่สนหน้าสนหลัง ยืนฟังมาพักหนึ่งล่ะ อยากแทรกนะ แต่กลัวเสียมารยาท

สาวๆ ที่สุมหัวแชร์เหากันเม้าท์มอยอยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง บางคนทำมือถือร่วง บางคนปัดแก้วน้ำตัวเองร่วงไปแล้วด้วยซ้ำ สายตามองมาที่คมสันต์อย่างตื่นตระหนก อะไรกัน นี่คนนะครับไม่ใช่ผี จะได้มาทำหน้าตาตื่นขนาดนั้นใส่เขาเนี่ย

“ผมซื้อขนมมาฝาก กินกันให้อร่อยนะครับ ร้านนี้สาวๆ ชอบผมรู้” คมสันต์ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร แต่ดูท่าคนอื่นจะไม่คิดแบบนั้น กลัวเขาจะเอาเรื่องที่นินทาเรื่องเขางั้นเหรออ ไม่หรอก มันไร้สาระเกินกว่าจะมานั่งใส่ใจ

“คะคะคะ...” ติดอ่างเฉย “ขอบคุณค่ะ” แหม่...นึกว่าต้องตบหัวสักทีเผื่อจะหายติดอ่างแล้วเชียวนะ

“คร้าบ” วางของให้แล้วก็เดินลั้นลากลับไปที่ห้อง คนในโต๊ะนั้นยังไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขาเลย ถ้ามันเป็นเรื่องจริงจะกลัวทำไม

เออ จะว่าไปก็อยากบอกสาวๆ เหมือนกันนะว่าเขาไปต่อกับอลันที่ห้องอลัน จากนั้นก็กินของหวานตบท้ายมื้อเที่ยงด้วยกันอื้อๆ อ๊าๆ อร่อยมาก อร่อยจนเข้งขาสั่นพั่บๆ เพราะกินหนักเกินไป แต่คิดว่าถ้าไปพูดแบบนั้นต่อหน้าสาวๆ จริงมีหวังพวกนั้นช็อกตายกันก่อนพอดี

คมสันต์ลั้นลาเข้าห้องทำงาน ในมือมีน้ำสตรอว์เบอร์รี่ปั่นร้านประจำ รสชาติหวานล้ำปนเปรี๊ยวละมุนลิ้นเป็นที่สูดดดด แค่กินก็รู้สึกชื่นใจอย่างบอกไม่ถูก แล้วไอ้เรื่องที่พวกนั้นพูดๆ กันนั้นก็หายออกไปจากหัว

คมสันต์เริ่มจากการเอามือถือมาเปิดคลิปสตรีมแข่งเกมก่อนจะเริ่มเคลียร์งาน เมื่อวานนี้มีการแข่งแต่เขาไม่ว่างดูก็เลยมาใช้เวลาแบบนี้ในการดูไปทำงานไป มันเพลินมากกก เวลามีอะไรดูไปด้วยระหว่างทำงานเนี่ย จากความเครียดก็กลายเป็นความชิลล์ได้อย่างง่าย ดีด้วยนะที่บริษัทเขาไม่ได้ห้ามเรื่องการเล่นมือถือ หรือต้องบอกว่าห้ามไม่ได้เพราะงานแม่งใช้มือถือเนี่ยแหละ

ตอนเที่ยงคมสันต์ส่งข้อความไปหาอลันว่าจะกินข้าวเที่ยงไหม ไม่งั้นเขาจะกินละนะ กลัวโดนสั่งตอนที่กำลังกินๆ อยู่ หรือไม่ก็โดนบ่นว่าเขากินไม่แบ่งอะไรทำนองนั้น ทว่าอีกฝ่าย ไม่แม้จะอ่าน คาดว่าคงติดงานเช่นเคย

ถึงจะรู้จักอลันมาไม่นาน แต่คมสันต์กลับรู้ดีว่าอลันนั้นมุ่งมั่นกับทำงานอย่างเดียวเสียมากกว่า ไอ้เวลาว่างจะดื่มจะเซ็กส์อะไรนั่นมันก็แค่ส่วนน้อยเท่านั้นเอง เพราะคมสันต์สังเกตเวลาทำกับอลัน เขาจะรู้ได้เลยว่าอลันไม่ได้ไปทำอะไรมาก่อนทำกับเขา คือแบบว่า...อธิบายเจาะลึกมันก็ดูลามกง่ะ เพราะฉนั้น...ข้ามเถิด

บ่ายโมงห้าสิบคมสันต์เริ่มเก็บของและเอกสารที่ตัวเองเคลียร์ค้างเอาไว้เข้าที่ให้เรียบร้อย เขาใช้เวลาเพียงห้านาทีในการเก็บของและเตรียมตัว ขึ้นลิฟต์ไปหาอลันอีกสามนาที มาถึงก่อนเวลานัดตั้งสองนาที โคตรเป๊ะ คนอะไรจะหล่อเหลาเพอร์เฟกต์ได้ขนาดนี้น้าาาา

“เชิญค่ะคุณคมสันต์ คุณอลันรออยู่” เลขาหน้าห้องเปิดประตูให้เขาเข้าไปอย่างเป็นทางการ บอกแล้วว่าวันนี้เป็นนัดเพื่อเรื่องงานไม่ใช่เรื่องแบบนั้น ไม่งั้นเลขาไม่อยู่หน้าห้องรอต้อนรับหรอก

อลันนั่งอยู่หลังคอมและกองเอกสาร มือกำลังขยุกขยิกขีดเขียนลงบนเอกสารสำคัญตั่งต่างตรงหน้า แม้ใบหน้าหล่อเหลานั้นจะไร้อารมณ์แต่คสมสันต์ก็รับรู้ได้ถึงความเครียดขึงของอลันยามทำงาน ความกดดันอ่อนๆ แผ่กระจายอยู่ในห้องเหมือนเป็นการประกาศอาณาเขตของตนเองเวลามีใครเข้ามา จะได้รู้ว่าในนี้น่ะใครใหญ่

ครับ...คุณอลันใหญ๊ใหญ่

“นี่เป็นรายงานลูกค้าที่คุณต้องดูแล” พอนั่งปุ๊บ เอกสารก็ถูกวางตรงหน้าปั๊บ เลขาคนสวยยืนอยู่เยื้องไปด้านหลังไม่ได้ออกไป คมสันต์คว้าเอกสารตรงหน้ามาอ่านคร่าวๆ

มันเป็นข้อมูลสำคัญของลูกค้ารายใหญ่กว่าปกติ เซลล์มีหน้าที่นำเสนอยาและขายของก็จริงตามหน้าที่ แต่ในขณะเดียวกันมันก็จะมีเซลล์อีกระดับหนึ่งเหนือขึ้นมาคือพวกที่ต้องดีลกับลูกค้าคนสำคัญโดยตรง ซึ่งลูกค้าเหล่านี้จะเป็นลูกค้าใหม่ๆ ที่เข้ามาติดต่อค้าขายกับบริษัท หรือลูกค้าที่เข้ามาให้บริษัทผลิตยาให้ภายใต้แบรด์ของตัวเอง

คมสันต์อ่านชื่อลูกค้าที่ถูกลงนามในนั้นแล้วก็สะดุด...ไม่น้า ไม่หน่า ไม่หรอก อืม...ช่างมันเถอะ คมสันต์ตีกับตัวเองครู่หนึ่งแล้วก็เมินเฉยต่อชื่อที่เขารู้จักแล้วอ่านรายละเอียดอื่น

“แต่ปกติผมไม่ได้ทำหน้าที่ขนาดนี้นะครับ” คมสันต์วางเอกสารลงบนโต๊ะตามเดิม เขาอ่านรายละเอียดแล้วและรู้ว่าหน้าที่นี้ใหญ่กว่าหน้าที่ปกติของเขาที่ดูแลความเรียบร้อยในแผนก

เซลล์ในแผนกอย่างเขาและลูกน้องมีหน้าที่ไปดีลกับฝ่ายสั่งซื้อของทางนั้น ยื่นข้อเสนอและโพรโมชั่นตั่งต่างให้แล้วก็ทำยอดเอาจากส่วนนั้นแหละ แต่หน้าที่ที่รับดูแลลูกค้าที่เพิ่งเข้ามาดีลหรือลูกค้าที่เข้ามาเพื่อให้ทางนี้ผลิตยาให้จะมีอีกส่วนหนึ่งคอยดูแล เพราะว่าลูกค้าระดับนี้มักจะเป็นบุคคลระดับสูงของที่นั้นๆ เช่นผู้บริหารมาเอง รองผู้บริหารหรือผู้รักษาการแทน เมื่อดีลงานจนลงตัวแล้วนั่นแหละถึงส่งไปให้ฝ่ายเซลล์ดูแลต่อ ซึ่งหน้าที่นี้มีบุคลลจำนวนไม่มากที่ได้ทำ เช่นเพื่อนของเขาเป็นต้น

“ที่ประชุมเป็นฝ่ายเสนอชื่อของคุณ แล้วผลงานของคุณก็นับว่าโดดเด่นเหมาะที่จะรับตำแหน่งนี้มาก อีกอย่างประสบการณ์ขนาดคุณมันไม่ได้ยากเกินไปเลย” นี่ต้องตกใจกับประโยคยาวๆ ของอลันก่อนเรื่องงานปะวะ? เอ๊ะ...อยู่กับเขานี่พูดไม่กี่คำ พอเป็นงานปุ๊บ เออ ก็พูดยาวๆ ได้นี่หว่า

“ครับ เอ่อ...ผมถามได้ไหมครับว่าทำไมถึงที่ประชุมถึงเสนอชื่อผม”

____[40%]____

สายนินทานี่เขาก็นินทากันเก๊งงงงเก่งนะคะเนี่ย รู้ลึกรู้จริงยิ่งซะคิดว่าแอบฟังใต้เตียงเขา แต่ถ้าแอบฟังใต้เตียงได้ขอไปด้วยนะคะ อยากฟังมั้ง งื้ออออ

ปล.เมื่อวานไม่ได้มาอัปเพราะน้องชายเกิดอุบัติเหตุค่า ชออภัยด้วยนะคะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด