อุบัติรักเรือผี <Betaverse> ตอนที่ 14 : 100% [14/07/64]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: อุบัติรักเรือผี <Betaverse> ตอนที่ 14 : 100% [14/07/64]  (อ่าน 3079 ครั้ง)

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5455
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
ตอนที่ 13 : คมสันต์กับการง้อ [100%]

“เลิกจ้องได้ละ” ตะลันของคมสันต์ดับฝันหวานกลางวันด้วยการพูดเสียงแข็ง ยิ้มก็น้อยแล้วยังมาดุอีก



“แฮ่ๆ เวลาคุณยิ้มมันน่ารักครับ” อุ๊บส์! พูดคำว่าน่ารักใส่อลัน...มึงตายแน่ไอ้คมสันต์



“หึ!” อลันยกยิ้มอีกครั้งแต่เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คมสันต์เสียวสันหลังวาบ เขาชอบรอยยิ้มใสๆ ไม่ใช่ไสย์ๆ นะ



“อ่า...กินข้าวดีกว่าเนอะๆ ผมทำปลานึ่งสมุนไพรมา คือที่บ้านมีแต่ปลานิลคุณอลันกินได้ใช่ไหม” อลันไม่ตอบแต่พยักหน้า



แน่นอนว่าการกินมื้อเที่ยงกับอลันนั้นคมสันต์ต้องทำทุกอย่างให้ ตั้งแต่เริ่มจากการแกะปิ่นโตออกจากเถาแล้ววางเรียงตรงหน้าอลัน ต้องวางเป็นลำดับดีๆ กินง่ายๆ จากนั้นเอาช้อนส้อมวางเข้าไปในส่วนที่เป็นข้าว คมสันต์ใช้ข้าวกล้องผสมกับข้าวหอมมะลิอย่างดี กลิ่นคือหอมมาก จัดเองหิวเอง และทำเองก็ชมตัวเองด้วยว่าอร่อยมาก!



“อันนี้เป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดครับ ผมทำให้ไม่เผ็ดมากคุณอลันจะได้กินได้ คุณอลันลองชิมก่อนก็ได้นะ เผื่อว่ามันจะเผ็ดเกิน พอดีผมไม่แน่ใจว่าคุณกินเผ็ดได้แค่ไหนน่ะครับ” แกะถ้วยน้ำจิ้มเล็กๆ วางให้ข้างกล่องปลา



อลันไม่พูดอะไรแต่ก็เอาช้อนไปแตะๆ น้ำจิ้มมาชิม พอรู้สึกว่ามันไม่ได้เผ็ดขนาดนั้นก็เริ่มลงมือกินข้าว ส่วนคมสันต์เริ่มกินช้ากว่า แหงล่ะ เพิ่งจะเตรียมให้อลันเสร็จยังไม่ได้แกะปิ่นโตตัวเองออกมาเลย แต่พอมันเป็นของตัวเองคมสันต์ก็ไม่ได้พิถีพิถันกับมัน เอาออกได้วางๆ แล้วก็เริ่มกิน



คมสันต์รู้สึกชื่นชมตัวเองสุดๆ พอเอาเนื้อปลาวางบนข้าวนะ โปะด้วยผักนะ ราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู๊ดนะ หูย...เบต้าอะไรเก่งขนาดนี้วะเนี่ย โคตรอร่อยเลย ขนาดทำไม่เป็นยังอร่อย ถ้าทำเป็นรับรองว่าลาออกไปเปิดร้านขายข้าวแกงได้เลยล่ะ แล้วนี่ไข่ต้มยางมะตูม เป็นยางมะตูมสวยมากก เอาช้อนผ่าลงไปนะสีแดงไหลเยิ้มมมฉ่ำมาก ปลื้มอะ...เก่งจังไอ้คม!



“พอกินได้ไหมครับ” ชื่นชมตัวเองเสร็จก็เงยหน้าถามอลัน แล้วมันก็เหมือนกับทุกครั้งที่อลันกินข้าวกับเขา อลันจะมองหน้าเขาไปเรื่อยๆ ทั้งที่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ



แก้มอลันพองออกมาน้อยๆ ขยับดุ๊กดิ๊กนิดๆ ตามจังหวะการเคี้ยว คือถึงคมสันต์จะบรรยายกับตัวเองในหัวจนดูน่ารักแต่ในความเป็นจริงอลันหล่อเท่มาก ต้องบอกว่าขนาดกินข้าวยังดูมีออร่าเลย ออร่าความเย็นชาอะ



“อืม” ถึงจะตอบแค่อืมแต่ก็ตอบ และเมื่ออลันยอมตอบนั่นหมายความว่ามันดีแล้ว ถ้าไม่ตอบสิต้องคิดหนักว่ามันอาจจะไม่ดีจนอลันฝืนกินก็เป็นไปได้



“นึกว่าจะไม่รอดซะอีก กินให้หมดเลยนะครับจะได้มีแรง...”



“มีแรงทำกับคุณอะเหรอ”



“บ้าาาาา” เดี๋ยวปาผักใส่หน้าเลย ใช่เวลามาพูดเรื่องใต้สะดือตอนกินข้าวไหม



“หึ!” หัวเราะหึเก่ง เก่งพอๆ กับตอบอืมและเงียบใส่



คมสันต์หน้ามุ่ยนิดหน่อย เขาไม่สนใจอลันแล้ว อัลฟ่าขี้หื่น...หื่นมากหื่นมายหื่นได้ตลอดเวลาแม้กระทั่งตอนกินข้าวก็ไม่ละเว้น สาวๆ มารู้ความจริงข้อนี้ของอลันจะยังคงปลื้มอลันอยู่ไหม หรือจะมองว่าอลันเร่าร้อนดีรึเปล่า แต่อลันเร่าร้อนจริงนะ...แบบดิสอีสอะโซฮอทเลยอะ



บ้าาา คมคิดบ้าอะไรก็ไม่รู้ พอเลยเจ้าสมองน้อยๆ นี้ก็นะ อลันเปรยมานิดเดียวคิดต่อเป็นตุเป็นตะไปได้ แต่มันช่วยไม่ได้แหละก็อลันเปิดก่อนนี่นะ ถ้าอลันไม่เปิดประเด็นให้คิดเขาก็ไม่คิดอะไรหรอก



คมสันต์เป็นคนกินข้าวค่อนข้างไว เนื่องจากเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีเวลาพักเที่ยงแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น ถ้ากินช้าก็จะไม่มีเวลาพักไปทำอย่างอื่น ดังนั้นมันไม่แปลกเลยที่ไม่ถึงสิบห้านาทีเขาก็กินข้าวจนหมด คมสันต์คว้าแก้วเก็บความเย็นสีเงินของตัวเองมาดูดน้ำข้างในเป็นการจบมื้ออาหาร และด้วยความมันเป็นน้ำหวานมันเลยให้ความรู้สึกว่าแบบ...น้ำและของหวานครบจบในอึกเดียว



แตกต่างจากอลันที่กินไปได้แค่ครึ่งเดียว ความเร็วในการกินสม่ำเสมอมาก ต้องบอกว่ากินช้าเสมอต้นเสมอปลาย รู้จักกันตอนแรกกินช้ายังไงตอนนี้ก็ยังกินช้าอยู่อย่างนั้น คมสันต์จัดการเก็บปิ่นโตของตัวเองให้เรียบร้อยแล้วก็นั่งเท้าคางมองอลันกินข้าว ซึ่งมันก็ไม่ต่างอะไรกับการนั่งจ้องตากันเนี่ยแหละ



ถ้ามองว่านี่เป็นการนั่งรอคนกินข้าวช้าคนหนึ่งมันคงดูน่าเบื่อ นั่งเฉยๆ นั่งนิ่งๆ ดูอีกฝ่ายเคี้ยวข้าวไปเรื่อย ถ้าเป็นคนอื่นคงหยิบโทรศัพท์มากดเล่นแล้ว แต่คมสันต์กลับรู้สึกเพลินตามากกว่าที่ได้นั่งมองอลันกินข้าว จริงๆ ต้องบอกว่าถ้าอลันคุยกับเขาสักหน่อยมันจะเพลินกว่านี้



อลันวางช้อนส้อมลงบนกล่องที่ว่างเปล่า คมสันต์กินเสร็จในสิบห้านาที ส่วนอลันกินเสร็จตอนเหลือเวลาสิบห้านาทีเข้างาน ต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยจริงๆ คมสันต์ส่งน้ำเย็นให้กับอลันดื่มเป็นการล้างปาก จริงๆ เขาไม่ได้ซื้อน้ำอะไรมาให้อลันแค่ออกไปเอาให้ตอนที่เห็นว่าข้าวเหลือไม่เยอะ



“เธอน่ารำคาญ” อลันวางแก้วได้ก็เปรยขึ้นมา คมสันต์เกือบเผลอฮะใส่อลันแล้วถามว่าเธออะใคร แต่นึกขึ้นได้ว่าเธอคนนั้นคือคะนิ้งนั่นแหละ



เอาล่ะ...ที่ลั้นลากินข้าวอย่างสงบเมื่อสี่สิบห้านาทีที่ผ่านมามันกำลังพังทลายลงเสียแล้ว คมสันต์เหงื่อแตกพลั่กๆ ด้วยรู้ดีว่ามันคงหนีไม่พ้นสิ่งที่เขาได้กระทำลงไปนั่นแหละ แค่คิดว่าอลันจะโกรธจนลงโทษเขาอีกเขาก็อยากจะงอแง เมื่อวานมันอ่วมเอาเรื่องเลยนะ เขาไม่อยากเจออะไรแบบนั้นอีกง่าาาา



“ผมไม่รู้ว่าเธอไปไลน์ผมมาได้ยังไง...” นั่นไงไอ้คม นั่นไงงงง มึงตาย มึงตายซ้ำตายซ้อนตายแบบอินฟินิตี้ ตายแบบไม่ต้องผุดไม่ต้องเกิดกันเลย



“อึก...” อลันจ้องหน้าคมสันต์ รับรู้ได้แล้วล่ะว่าต้นเหตุน่าจะไม่หนีคนคนนี้



“เธอทักมาไม่หยุดเลย อย่าให้รู้นะว่าใครเอาไลน์ผมให้เธอ” ไอ้คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าคุณนี่แหละที่เอาไลน์ไปให้เธอคนนั้น กระซิกๆ เอาไงดี สารภาพเลยได้ไหม...ไม่อยากให้อลันโกรธ ถ้าสารภาพแล้วอลันจะโกรธไหมอะ



ไม่น่าถามคำถามโง่ๆ เลยไอ้คมเอ้ยยยย



“คือ...ผมขอโทษคร้าบบบบ” คมสันต์ยกมือไหว้อลัน คือถ้าคลานเข่าเข้าไปกราบแนบตักได้ก็จะทำ



“...” เอาแล้ว หนาวๆ ร้อนๆ เรียบร้อย บรรยากาศกดดันอันคุ้นเคยคืบคลานเข้ามาทีละนิด อย่างกับน้ำที่ถูกเทลงมาในถังที่คมสันต์นอนขดตัวอยู่ในนั้น



“ผมให้เธอเองครับ ผมขอโทษจริงๆ ครับ”



“...” อลันไม่พูด อลันแค่จ้อง แค่ปลดปล่อยสัญชาตญาณกดดันแบบที่ทำกับคมสันต์เมื่อวานนี้ก็เท่านั้นเอง



“ผม...” ผมกลัวแล้วคร้าบบบ อยากตอบแบบนี้เพราะอลันเล่นเขาแบบเมื่อวานอีกแล้ว ไม่น้า “ผมมันน่าตีจังเลยนะครับ ทำอะไรไม่คิด ทำอะไรไม่นึกถึงความรู้สึกของคุณ ไปให้ไลน์คุณกับคนอื่นแบบนั้นได้ยังไงกัน”



“งั้นตีสิ” อุ๊ย ตีเลยเหรอ...พูดให้สงสารเฉยๆ นะไม่ได้ให้ตีจริงๆ นะ



“ก็ได้คร้าบ ผมตีแล้ว” คมสันต์ตีมือตัวเองด้วยมือตัวเองข้างละสองสามที ให้สาสมกับสิ่งที่ได้กระทำลงไป



แล้วก็ไม่รู้หรอกว่าเพราะไอ้ท่าทางตีมือมันดูปัญญาอ่อนหรืออะไร กลิ่นคุกคามของอลันมันถึงค่อยๆ หายไปแล้วกลับเข้าสู่ความปกติ ไม่เชิงว่าปกตินัก อลันยังเคืองคมสันต์แค่ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงแบบเมื่อวาน



เพราะสีหน้าที่ออดอ้อนกลัวโดนลงโทษนั่นล่ะมั้ง...ที่ทำให้อลันใจอ่อนง่ายอย่างนี้



“ผมตีแล้ว นี่ๆ แดงเลยครับ ยกโทษให้ผมนะ...อย่าลงโทษผมแบบเมื่อวานเลยนะนะนะคุณอลันนะ ผมกลัวแล้วจริงๆ ตอนผมทำมันคิดน้อยไป ลืมนึกไปเลยว่ามันจะทำให้คุณอึดอัดได้”



“อย่าให้มีอีกละกัน”



“ครับ ไม่มีแล้วแน่ๆ ครับ ผมไม่กล้าแล้ว...กลัวแล้ว”



“กลัวโดนลงโทษขนาดนั้นเลย”



“ก็ใช่ แต่กลัวคุณโกรธมากกว่า” จริงนะ โดนลงโทษมันก็น่ากลัว แต่คมสันต์กลัวอลันโกรธมากกว่า



คมสันต์ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าคำตอบของตนเองนั้นเรียกรอยยิ้มมุมปากจากอลันได้อีกหน มัวแต่ก้มหน้าทำเป็นเศร้าสำนึกผิดอยู่เลยพลาดรอยยิ้มอลันไป



“ถ้าผมบล็อกเธอจะเป็นยังไง...” คมสันต์เงยหน้าพรึ่บ เลิกเศร้าแล้วตกใจแทน



เดี๋ยว...ตกใจทำไมวะ ถ้าอลันบล็อกคะนิ้งด้วยตัวอลันเองเขาก็ไม่เกี่ยวด้วย เขาคงไม่โดนอะไรมั้ง...มั้ง ไม่โดนจริงเหรอ เมื่อวานอลันไม่ว่างไปกินข้าวเย็นด้วยครรชิตยังโทรมาโวยวายใส่เขาเลย แล้วถ้าติดต่อกับอลันผ่านไลน์ไม่ได้ครรชิตจะมาโวยแทนคะนิ้งหรือเปล่า คมสันต์เผลอขมวดคิ้วมุ่น เขาน่าจะโดนทางนั้นโวยใส่แน่ๆ ขนาดเมื่อวานยังโดนเลย แต่ว่าเขาก็ไม่สิทธิ์ห้ามอลันไม่ให้บล็อกคะนิ้ง



อ่า...มีสองทางคือโดนโวยกับโดนโวยสินะ



“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ”



“คุณจะโดนเธอโวยไหมล่ะ” ถ้าถามแบบนี้แล้วตอบตามความจริงได้ก็จะบอกว่าโดนแน่ๆ



“ไม่มั้งครับ แล้วถ้าผมโดนโวยคุณอลันจะไม่บล็อกเธอเหรอครับ”



“บล็อก” ครับ จบครับ เหมือนอย่างที่คิดเลยว่าไม่ว่าทางไหนก็คือโดนอยู่ดี



“แฮ่ๆ” ยิ้มแหย่ส่งไปหนึ่งที เฮ้อ...ชีวิตมันวุ่นวายขนาดนี้ได้ยังกันนนนน



“วันนี้ไปส่งผมด้วยนะ” อลันลุกขึ้น จัดเสื้อพลางบอก ไม่ๆ สั่ง ต้องใช้คำว่าสั่งกับคมสันต์ที่นั่งมองอยู่ที่พื้นพรม



“ครับ” คมสันต์มองดูอลันเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน เขาเองก็ต้องทำงานและต้องรับมือกับอะไรก็ไม่รู้ที่จะตามมาจากทางครรชิต



คมสันต์เดินออกมาจากห้องของอลัน ตอนมาสีหน้าดีกว่าตอนกลับอะคิดเอา ด้วยความที่คิดมากเรื่องครชชิตกับคะนิ้งนั่นแหละ แต่ระดับคมสันต์แล้วยังยิ้มได้ครับผม เขายิ้มให้เลขาหน้าห้อง พูดคุยกันอีกเล็กน้อยว่ามื้อเที่ยงเป็นยังไงบ้าง อร่อยไหม เธอก็ตอบกลับอย่างเป็นมิตรเหมือนเคย ซ้ำยังแหย่คมสันต์ด้วยว่าการกินข้าวกับอลันนั้นอร่อยไหม หึหึ อร่อยมาก...อร่อยจนน้ำตาไหลเลยล่า ซึ่งคมสันต์ก็ตอบแค่ว่าอร่อยครับ เพราะเขาทำอาหารมาเอง อาหารเขาอร่อยมาก ทำเอาเลขาอลันยิ้มขำกับท่าทางที่ดูขี้โม้แบบน่าเอ็นดูนั้น



ระหว่างกลับเข้าห้องทำงานก็แน่นอนว่าคนฮอตก็ต้องมีใครต่อใครเข้าหาทั้งนั้น...เข้ามาถามหางานน่ะ คมสันต์บอกแค่จะรีบเคลียร์ให้ขอให้รออีกแป็บหนึ่ง ด้วยความที่จำงานบนโต๊ะตัวเองได้ทำให้คมสันต์สามารถคาดคะเนเวลาที่เขาจะทำเสร็จได้ไม่ยาก เขาก็แค่ให้ลูกน้องเข้ามาเอาเอกสารในเวลาประมาณนี้ๆ ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติของคมสันต์



ช่วงบ่ายเริ่มต้นได้อย่างสงบสุข ความสงบสุขในที่นี้หมายถึงห้องทำงานของเขา คมสันต์สามารถเคลียร์งานไปได้เรื่อยๆ แบบต่อเนื่องไม่หยุดพัก ความกังวลตอนออกมาจากห้องอลันหายไปชั่วคราวเนื่องจากเขาต้องโฟกัสเรื่องงานที่อยู่ตรงหน้าก่อนปัญหาส่วนตัวที่ไม่รู้จะมาถึงเมื่อไหร่



แต่คำว่าเริ่มต้นสงบสุขไม่ได้หมายความว่ามันจะสงบสุขได้ตลอดทั้งวัน...



ไลน์!

ไลน์!

ไลน์!

ไลน์!

ไลน์!



นั่นแหละครับ...เสียงไลน์ส่วนตัวดังรัวขึ้นมาในตอนบ่ายสามกว่า คมสันต์ที่ใส่หูฟังดูคลิปเกมอยู่ถึงกับขี้หูสั่นเพราะมันดัง ดังรอบเดียวก็ว่าตกใจแล้ว นี่ยังดังมารัวๆ อีก แถมยังเป็นชื่อ...คะนิ้ง บร๊ะ! ให้มันได้อย่างนี้



คมสันต์กดเข้าไปอ่านข้อความที่เธอส่งมา กวาดตาอ่านแล้วคมสันต์ก็สรุปกับตัวเองได้ว่าคะนิ้งนั้นช่างเป็นลูกของครรชิตจริงๆ เพราะเธอค่อนข้างจะโวยวายและเอาแต่ใจใส่เขา เรียกว่าทักมาฟาดๆ เรื่องอลัน ถามว่าอลันอยู่ไหน อลันทำอะไร ทำไมอลันไม่อ่านข้อความ ทำไมอลันไม่ตอบข้อความ ทำไมติดต่ออลันไม่ได้ เรียกอลันมาคุยเดี๋ยวนี้ อืม... ตอบหมดนั่นเอกสารไม่ได้เขียนแน่ๆ คมสันต์จึงตัดสินใจโทรไปหาคะนิ้งแทนที่จะพิมพ์เป็นข้อความ



“ฮัลโหลครับ” ไม่ต้องรอนานเลย ทางนั้นรับสายไวมาก อยู่ที่หน้าจอนั่นแหละไม่งั้นไม่ไวขนาดนี้หรอก



(คุณอลันไปไหน) ทำไมถามไม่ฉลาดเลย



“คุณอลันทำงานครับ”



(แล้วทำไมเขาไม่ตอบข้อความ ไปบอกคุณอลันให้ตอบข้อความของฉันเดี๋ยวเลยนี้เลยนะ) จะตอบได้ไงในเมื่ออลันบล็อกไปแล้วอะ



“ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะครับคุณคะนิ้ง ผมไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะสั่งให้คุณอลันทำอะไรก็ได้ตามใจผมนะครับ” คมสันต์ใช้น้ำเสียงดีๆ แบบคนมีสติและใจเย็นในการพูดกับเธอ



(งั้นก็ใช้สมองที่มีน้อยนิดนั้นหลอกล่อให้อลันตอบข้อความของฉันสิ) นี่ต้องเอาสมองมาลงกับอะไรแบบนี้เหรอ โห...ทำไมมันดูสิ้นเปลืองทรัพยากรสมองจังเลยอะ



(เป็นผู้ช่วยของคุณอลันภาษาอะไรเรื่องง่ายๆ แค่นี้ยังทำไม่ได้ เหมือนที่พ่อบอกเลยว่านายน่ะมันไร้ประโยชน์ เป็นแค่เบต้าที่ทำได้แค่งานเอกสารโง่ๆ) เอ้า เฉย...อะไรวะ ไม่ได้ดั่งใจหน่อยก็โวยวายลามปามไปเรื่อย แล้วเนี่ยพ่อลูกกันจริงๆ เลยนะ ความคิดเหมือนกันอย่างกับถอดแบบกันมาเด๊ะ



“ผมไม่ได้เป็นผู้ช่วยคุณอลันหรอกนะครับ วันนั้นที่คุณอลันแนะนำว่าผมเป็นผู้ช่วยก็เพราะว่าผู้ช่วยคุณอลันเขาไม่ว่าง ผมแค่ไปแทนวันนั้นวันเดียว ผมเป็นแค่หัวหน้าฝ่ายขาย ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคุณอลันโดยตรง อย่าว่าแต่จะรู้ว่าคุณอลันทำอะไรบ้างเลย แค่เจอหน้าผมยังไม่เจอเขาเลยครับ” นี่อธิบายสุดๆ แล้วนะ ถ้าคนมีมันสมองน่ะมันต้องคิดแล้วล่ะว่าคำพูดของเขามันมีเหตุผลขนาดไหน



(ตอแหล!) แหนะ...อธิบายดีๆ ก็ว่าตอแหล ไอ้คนตอแหลมันคือปลายสายไม่ใช่เหรอ มาเที่ยวด่าคนอื่นปาวๆ เป็นอัลฟ่ามีการศึกษาหรือเป็นแค่อัลฟ่าระดับล่างกันล่ะเนี่ย

“ผมพูดจริงๆ ครับ ผมสั่งคุณอลันไม่ได้จริงๆ หลอกล่ออะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น ผมเป็นแค่ลูกจ้างที่ห่างชั้นกับคุณอลันไกลมากทีเดียว”



(ฉันไม่เชื่อ วันนั้นแกยังมากับคุณอลันตามคำสั่งของพ่อได้เลย ทีอย่างนี้ละบอกตัวเองไม่ใช่ผู้ช่วยบ้างล่ะ ไม่รู้เรื่องคุณอลันบ้างล่ะ ต่อให้โง่ขนาดไหนเขายังไม่เชื่อคำพูดตอแหลๆ ของแกเลย)



“วันนั้นผมก็แค่แจ้งไปทางเลขาเขาว่าลูกค้าต้องการพบเพื่อคุยกับคุณอลันโดยตรง ที่จริงพอรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องงานคุณอลันก็ไม่พอใจผม...”



(พอ! ฉันไม่อยากฟังคำโกหกของแกแล้ว ฉันจะบอกพ่อ แกก็ไปนั่งอธิบายคำโกหกโง่ๆ ของแกให้พ่อฟังก็แล้วกัน) แล้วเธอก็กดตัดสายไป



โอ้วโหวววว ไปต่อไม่ถูกกันเลยทีเดียวเชียว คนพ่อว่าพูดเอาแต่ได้แล้วนะ คนลูกหนักเลย เลี้ยงดูกันมายังไงอะ แม่ง! แล้วถ้าเรื่องมันถึงครรชิต ทางนั้นคงไม่แค่มานั่งตะคอกเขาแบบนี้แน่ๆ



โอ๊ย...ขอลาออกจากการเป็นไอ้คมหนึ่งวัน!!!

____ [100%] ____

สำหรับคำว่า Betaverse นั้นเป็นแค่คำที่เราตั้งขึ้นมาเองนะคะ อัลฟ่า เบต้า โอเมก้า รวมกันนี้ก็ยังคือ Omegaverse ค่ะ ไม่ต้องตกใจว่าเอ...มันมีแยกเวิร์สด้วยเหรอ? เพียงแต่เวิร์สนี้มีน้อนคมแล้วน้อนคมก็เป็นเบต้า ยกทั้งเวิร์สให้น้อนเลยค่าาาา

สำหรับภาพคอมมิชชั่นนั้นทางนักวาดทำไม่ทันนะคะ ไว้น้องทำเสร็จจะรีบเอามาให้ชมเลยค่า

และ...ปกน้อนมีสปอยไปแน้วในตอนที่แล้ว มีใครหาที่ซ่อนของขวัญเจอไหมคะ ถ้าหาเจอละก็จะได้พบกับปกเต็มๆ น้อนด้วยยยย น้อนคมเราหล่อน้า > / / / <

____ช่วง~ Gukak ขายของค่า____

Ebook #ฟ้องป๊าแน่ (แนวรับซินรับพอร์น)

ลิงก์/> https://bit.ly/3xmyEIw

~ฝากอุดหนุนผลงานด้วยนะคะ สมทบทุนค่าขนมและค่าคอมมิชชั่นค่า~

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
ตอนที่ 14 : คมสันต์กับค่ำคืนอันเร่าร้อน [100%]

การยื่นซองขาวให้ตัวเองนั้นไม่เป็นผลสำเร็จ เนื่องจากถ้าลาออกจากการเป็นตัวเองแล้วก็จะไม่มีใครมาทำหน้าที่เป็นตัวเอง คมสันต์ถอนหายใจเฮือกยาว กะว่าถอนรอบเดียวแล้วสบายใจเลยในทันที ซึ่งในความเป็นจริงมันเป็นแบบนั้นได้ที่ไหนล่ะ ไม่สบายใจยังไงมันก็อยู่อย่างนั้นนั่นแหละ แต่จะมาให้ใส่ใจใช้เวลาครุ่นคิดกับมันงานก็ไม่เสร็จพอดี

อ่าห์....หัวหมุนกับงานแล้วตึ้บดีจัง สมงสมองแทบจะไม่ทำงานแล้วเพราะเหนื่อยเกินกว่าจะคิดอะไรออก คมสันต์เก็บของเตรียมไปส่งอลันที่บ้านตอนหกโมงเย็น อลันได้ส่งข้อความมาหาเขาแล้วล่ะว่าจะไปรอที่ลานจอดรถหลังเลิกงาน

เหนื่อยกับการใช้สมองมามากพอ ได้เวลาเหนื่อยกับการใช้ร่างกายกันบ้าง คมสันต์รู้ชะตากรรมของตัวเองดี ไปห้องอลันทีไรไม่เคยจบง่ายๆ สักรอบ หรือควรบอกว่ารอบเดียวของอลันมันไม่มีอยู่จริง คนคนนั้นนะ...เครื่องติดแล้วเอาไม่ลงเลยล่ะ ยกเว้นตอนคมสันต์เอาลงมากระ...โปรดเติมคำในช่องว่าง

ลานจอดรถของบริษัทมีทั้งหมดสี่ชั้น แต่ละชั้นมีการแบ่งแยกชนชั้นวรรณเอาไว้ชัดเจน อย่างชั้นหนึ่งจะเอาไว้จอดพวกรถมอเตอร์ไซก์ของพนักงาน จะมีโซนเล็กๆ อีกโซนหนึ่งในชั้นหนึ่งคือโซนของรถมอเตอร์ไซก์บริษัท เอาไว้ให้แมสเซ็นเจอร์ใช้ ชั้นสองกับชั้นสามเอาไว้สำหรับรถเก๋งของพนักงาน ชั้นสุดท้ายเป็นรถเก๋งของบริษัทพวกรถประจำตำแหน่งต่างๆ แล้วก็รถของบอร์ดบริหาร เดาซิ...อลันรอที่ชั้นไหนเอ่ยย

ชั้นสี่ที่เป็นชั้นจอดรถของบริษัทและรถผู้บริหารนั้นจะเงียบกว่าชั้นล่างๆ รถก็มีไม่เยอะนักแต่มี รปภ. ดูแลเป็นพิเศษ อย่างว่านะ รถที่จอดเอาไว้ในชั้นนี้ค่อนข้างเป็นรถหรูราคาหลายล้าน หุ้นส่วนบางคนถึงขั้นเอารถหลักสิบล้านมาจอดกันเลยทีเดียว วันนี้ดูจะเป็นวันที่รถจอดน้อยเป็นพิเศษ คงไม่มีการประชุมสำคัญๆ อะไรถึงไม่มีใครอยู่เย็นขนาดนี้

คมสันต์ตรงดิ่งไปยังรถของอลันอย่างชำนานในเส้นทาง แบบว่าต้องไปส่งบ่อยล่ะนะ อลันยืนพิงประตูรถด้านที่นั่งข้างคนขับ มีควันสีเทาลอยเอื่อยอยู่รอบๆ เป็นการบอกว่าเจ้าตัวกำลังอัดมะเร็งเข้าปอด

RrrrrrRrrrr!!!

ขณะที่อีกไม่กี่ก้าวจะถึงตัวอลันแล้วนั้น เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นมา บอกเลยมันดังลั่นลานจอดรถเลยล่ะ เพราะว่าลานจอดรถตอนนี้โคตรเงียบ อลันหันมาทางเขาเพราะเสียงเรียกเข้านั้น คมสันต์ไม่ได้หยุดเดินแต่หยิบมือถือขึ้นมาดูชื่อคนโทรทั้งที่ยังเดินอยู่

ครรชิต! ทำไมชื่อนี้เห็นแล้วหลอนจังเลยวะ คือรู้ว่าทางนั้นจะโทรมาด้วยเรื่องอะไรมันถึงได้หลอน คะนิ้งน่าจะฟ้องครรชิตจริงๆ อืม...แล้วแบบนี้มันควรจะรับสายไหมวะเนี่ย เดาว่าถ้ารับสายนี้ทางนั้นน่าจะต้องตะคอกเขาหรือด่าเขาแน่ๆ คะนิ้งที่มีนิสัยไม่ต่างอะไรกับครรชิตคงไม่ใช่สายพูดจาดีๆ ให้พ่อตัวเองฟังหรอก ดีไม่ดีจะใส่สีตีไข่ลงไปจนเขาดูเป็นคนเหี้ยแน่นอน

“อีกนานไหม...” คมสันต์ไม่รู้ว่าตัวเองหยุดเท้าเมื่อไหร่ จะมารู้ตัวว่าไม่ได้เดินต่อก็ตอนอลันถามเนี่ยแหละ

“ขอโทษๆ รีบแล้วครับ” เอาวะ ปิดเสียงแล้วยัดมันใส่เข้าไปในกระเป๋าตามเดิมก็แล้วกัน

ต้องบอกว่าคมสันต์คนธรรมดาคนนี้ยุ่งในระดับที่ไม่ธรรมดา เอาไว้เสร็จจากเรื่องของอลันแล้วค่อยไปปวดหัวกับครรชิตต่อก็น่าจะได้ ดีไม่ดีการที่เขาไม่รับสาย อาจจะทำให้ฝ่ายนั้นอารมณ์เย็นขึ้นมาได้ เพราะเอาจริงๆ ต่อให้ไม่ต้องเป็นผู้หยั่งรู้ทำนายอนาคตได้เขาก็รู้ว่าครรชิตหัวร้อนอยู่ ด้วยทั้งเขาและอลันไม่ได้เป็นแบบที่ต้องการ

“เย็นนี้กินข้าวกับอะไรดีครับ” ขึ้นรถ วางของ ประจำตำแหน่งคนขับรถชั่วคราวแล้วก็สวมบทบาทเป็นพ่อบ้านไปด้วย

“กินคน” ตลก คนกินไม่ได้ กินแล้วก็ไม่อิ่ม มีแต่กินแล้วเหนื่อยกินแล้วหิว เรียกว่าการกินคนนั้นยิ่งกินยิ่งหิวเลยก็ว่าได้

“เอาดีๆ สิครับ”

“ก็เอาดีทุกรอบนะ” ไอ้คุณตะลันนนนนน มุกบ้าอะไรของคุณเนี่ย โอ๊ยยยยปวดหัว

“ผมก็เพิ่งรู้นะว่าคุณเป็นพวกตลกหน้าตายน่ะ ผมต้องขำไหมอะ...ฮะๆ”

“อยากตายเหรอ” เอ้า อย่าดุสิ...เล่นมุกเองไม่ใช่หรือไงเล่า คนอะไรก็ไม่รู้เอาใจยากจริงๆ

“ไม่เอา ผมยังอยากกินข้าวอยู่เลย ทำงานมาหิวมากเลยนะครับ” คมสันต์ค่อยๆ พารถออกจากลานจอดรถช้าๆ เพราะถ้าเอาออกเร็วๆ อาจจะโดนโบกหัวทิ่มพวงมาลัยได้

“ไปถึงละค่อยสั่งมากิน” อลันเอนหลังพร้อมปรับเบาะให้ตัวเองนอนได้สบาย คมสันต์นี้เผลอส่ายหน้ากับการนอนตลอดที่ขึ้นรถของอลันเลยจริงๆ

“คร้าบ” อยากนอนก็นอนไป คมสันต์ขับรถเองคนเดียวก็ได้ ไม่เหงาหรอก ไม่เหงาเล้ยยย จริ๊งงงง

คมสันต์เปิดเพลงในรถเบาๆ เป็นเพลงที่มีแต่เปียโนบรรเลงดนตรีนั่นแหละ แล้วเพลงแรกที่เล่นก็ดันเป็นเพลงที่เขาชอบเสียด้วย คมสันต์ฮัมโน้ตตามเพลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหมดจบเพลง เขาลุ้นอยู่นะว่าเพลงต่อไปมันจะเป็นเพลงอะไรแล้วเขาจะรู้จักไหม ทว่าเพลงที่เล่นกลับเป็นเพลงเมื่อกี้ เอ่อ...เล่นวนเพลงเดิมไว้งั้นเหรอเนี่ย

หันไปว่าจะถามอลันเรื่องเพลงที่เล่นซ้ำอยู่เพลงเดียว แต่เจ้าของรถนั้นได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วเรียบร้อย ในสายตาคมสันต์นะ การที่อลันหลับในรถแบบนี้มันหมายถึงได้สองอย่าง ไม่เมารถก็เพราะนอนไม่พอ แล้วถ้าให้เดาถึงเหตุผลจริงๆ คมสันต์ก็ฟันธงว่าเป็นข้อหลังแน่ๆ อลันไม่น่าจะนอนพอ

จริงสิ หรือว่าเหตุผลที่แท้จริงของการที่อลันให้เขาไปส่งอีกข้อมันคือการที่อลันจะได้หลับบนรถ แน่เลย ไม่งั้นไม่ให้เขาไปส่งแบบนี้บ่อยๆ หรอก แต่ว่าอลันก็น่าจะมีเงินจ้างคนขับรถดิ ใช่มะ เงินเดือนไม่ใช่น้อยๆ จ้างคนขับรถสักคนกระเป๋าอลันไม่ฉีกหรอก อ๋อลืมไป...การได้งีบระหว่างที่เขาขับรถให้มันเป็นผลพลอยได้ของอลันมากกว่า ไม่งั้นเขาไม่ต้องกลับบ้านทีตีหนึ่งตีสองทุกทีที่ไปส่งอลันหรอก

ทันทีที่รถถูกดับเครื่องอลันก็ลืมตาพรึ่บ ขึ้นมาราวกับว่าตลอดระยะทางที่รถติดเป็นชั่วโมงๆ นั้นอลันก็แค่พักสายตา แล้วสิ่งแรกที่อลันมองก็คือคมสันต์ที่นั่งยิ้มหวานเป็นคนบ้าข้างๆ แหม ก็แค่ยิ้มต้อนรับ ไม่ได้เป็นบ้าหรอกนะ

บอกเลยว่า...ถ้าแค่ยิ้มธรรมดาดูเหมือนคนบ้าได้ คมสันต์จะแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนซี้ของเขา เจ้านั้นเนี่ยเรียกว่าคิดบวกจนกลายเป็นการจำลองการเป็นคนบ้าไปแล้ว

พอขึ้นมาถึงที่ห้องอลันก็ให้คมสันต์ไปโทรสั่งอาหาร ส่วนตัวเองก็ไปเอนกายบนโซฟาตัวยาว ทิ้งให้คมสันต์สั่งอาหารเองคนเดียว พอคมสันต์ถามว่าจะกินอะไรก็ตอบว่าอะไรก็ได้ซึ่งมันไม่อะไรก็ได้ไง คมสันต์หรี่ตามองอลันทันที

ปากบอกกินอะไรก็ได้แต่ไม่กินเผ็ด ไม่กินรสจัด ไม่กินเนื้อแดง เนื้อไก่มีหนังก็ไม่ชอบ สรุปอลันชอบกินแค่เมนูปลาที่มีรสชาติกลมกล่อมไม่เผ็ด

อะๆ กำลังงงละสิว่าคมสันต์รู้ได้ยังไง หึหึ นี่ใครครับ...ดูด้วยว่านี่คือคมสันต์ผู้สวมวิญญาณหัวหน้าแม่บ้านเอาไว้เลยนะ ทุกครั้งที่หาอะไรไปให้อลันกิน คมสันต์สังเกตหมด อย่างข้าวขาหมูเงี้ย อลันก็จะเขี่ยๆ ดูเนื้อหมู ใส่ปากคำเล็กๆ เหมือนชิมก่อน และพอมันไม่ถูกใจก็จะฝืนกินแต่กินช้าคูณสองคูณสาม ซึ่งเขาก็เคยถามแหละว่าทำไมชอบกินปลา คำตอบคือเคี้ยวง่าย

เป็นเหตุผลที่ชนะเลิศไปเลย สงสัยทำงานหนักเลยขี้เกียจเคี้ยวเป็นพิเศษ แบบว่า...เคี้ยวเยอะมันเสียเวลามันเปลืองพลังงาน ยิ่งไม่ค่อยกินข้าวด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่ ต้องเซฟพลังงานจากมื้อก่อนอันน้อยนิดเอาไว้เพื่อให้ทำงานต่อได้เรื่อยๆ

ก็...การกินข้าวที่แสนจะโรแมนติกนั้นมันโรแมนติกไม่จริง แล้วก็ไม่มีอะไรที่ดูเป็นสาระสำคัญ แค่กินๆ กันไป กินๆ กันมา คมสันต์หมดก่อนตามด้วยอลันที่กินหมดหลังคมสันต์ประมาณเกือบยี่สิบนาทีได้ กินช้าจนอยากจะป้อนเลยล่ะ

สาระสำคัญของค่ำคืนนี้มันอยู่หลังจากกินข้าว...

อยากรู้ละสิว่าอะไรคือสาระสำคัญ อยากจะบอกว่าให้เดาดูแต่ก็กลัวจะโดนด่าว่าเล่นตัวมากเกินไป เอาจริงๆ  คมสันต์ไม่ได้เล่นตัวเลยนะ มีแต่อลันน่ะที่เล่น...เล่นตัวคมสันต์ไงล่ะ

“อยากอาบน้ำไหม” อลันเดินนำเข้าไปที่ห้องนอน เป็นห้องที่ใหญ่และโล่งมาก คมสันต์เคยเข้ามาแล้ววันที่กินเหล้าสูตรพิเศษนั่น

“คุณอลันอาบก่อนไหม เดี๋ยวผมอาบทีหลังก็ได้นะ”

“ไม่อะ เดี๋ยวก็เหนียวตัวอยู่ดี” เจ้าตัวถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองทิ้งขณะตรงไปยังเตียงนอนหลังโต มันใหญ่มาก ดูยังไงก็สั่งทำ แล้วนอกจากใหญ่ก็นุ่มด้วย นุ่มๆ ดึ๋งๆ ดั๋งๆ เลยล่า

“ก็เผื่อจะสดชื่นไงครับ” คมสันต์ยืนมองอลันนั่งลงแถวหัวเตียง ตรงนั้นจะมีโต๊ะเล็กที่เอ่อ...เพิ่งเห็นว่ามีเหล้าอยู่

อลันหยิบเหล้าตรงนั้นมาเปิดฝาจุกออก แล้วก็เทเจ้าของเหลวสีอำพันลงในแก้วคลิสตัลทรงสวย สายตาเย็นชาใต้แว่นทอดมองมายังเขาที่ยืนมองเอ๋อๆ อยู่ไม่ห่างจากเตียงนัก

“นี่ก็สดชื่น” ครับ...สดชื่นสุดๆ ไปเลยล่ะอันนั้นน่ะ

“ผมเชื่อครับ”

“ผมว่าคุณเองก็อาบทีเดียวเถอะ ผมขี้เกียจรอ” อลันยกเหล้าดื่มจนหมด เทใหม่แล้วก็เอามาวนๆ รอดูคมสันต์

“มันจะดีเหรอครับ ผมทำงานมาทั้งวัน”

“มาเถอะ...” อลันใช้สายตาสั่ง แล้วคมสันต์คนนี้ก็ค่อยๆ เดินเข้าไปหาอลันที่นั่งอยู่บนเตียง

“คุณนี่มันจริงๆ เลยนะครับ แค่รอผมอาบน้ำเอง ผมไม่ได้อาบน้ำนานเสียหน่อย” คมสันต์บ่นงุบงิบมุ้งมิ้งๆ ถามว่าอลันสนใจไหม? ก็ไม่

คมสันต์เดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าอลัน ในขณะที่อลันนั้นดื่มเหล้าไปอีกอึกใหญ่แล้วเอ่ยคำสั่งเสียงเปลี่ยนโหมดไฟในห้องให้เป็นสีแดง จังหวะแบบนี้มีแต่เสียตัวกับเสียตัว ไม่มีตัวเลือกอื่นอีกแล้ว

เมื่ออลันจัดการเปลี่ยนสีไฟในห้องแล้ว อลันก็โอบรอบเอวสอบของคมสันต์ ออกแรงรั้งเบาๆ ให้ขยับเข้ามาใกล้ แม้จะทำกับอลันบ่อยๆ แต่คมสันต์ยอมรับเลยว่ามันตื่นเต้นทุกครั้งที่เริ่มทำเรื่องแบบนี้

อลันในโหมดนี้จะไม่ได้เย็นชาเหมือนอลันตอนทำงาน กลับกัน อลันเร่าร้อนและยั่วยวนเชิญชวนเขาสุดๆ คมสันต์กลืนน้ำหลายเหนียวๆ ลงคอ นิ้วเรียวสวยของอลันนั้นกำลังลูบไล้ตั้งแต่แผงอกของเขาไปจนถึงช่วงหน้าท้อง ชายเสื้อเชิ้ตถูกดึงออกมาจากกางเกงสแล็กตามมาด้วยกระดุมจากเม็ดล่างสุด ค่อยๆ หลุดออกไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ

มันเป็นภาพที่เร้าอารมณ์ไม่ต่างอะไรกับการโดนอีกฝ่ายสัมผัส แค่ดูอลันปลดกระดุมให้ เจ้าคมน้อยในกางเกงมันก็ตื่นขึ้น คมสันต์รู้ดีว่าเขาค่อนข้างไวกับอลัน ก็ไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดหรอก รู้แค่เวลาอลันสัมผัสเขาด้วยความรู้สึกหื่นกระหาย เขาเองก็จะรับรู้มันได้และหื่นกระหายไปตามอลัน

แอร์ฉ่ำตกกระทบบนผิวขาวกระจ่างเมื่อสาบเสื้อถูกแหวกออก อลันรวบชายเสื้อทั้งสองไว้ข้างหลังด้วยมือเดียว ส่วนอีกมือลูบไล้ผิวกายคมสันต์ สัมผัสมันเบาๆ ค่อยๆ ไล้ราวกับเอาขนนกมาลากผ่านผิว แต่เมื่อเจ้ามือนั้นสัมผัสลงไปยังหน้าท้องน้อย อลันก็วกมือกลับมาที่ยอดอก คราวนี้ไม่ใช่แค่ลูบแต่มันกำลังเค้นคลึงเล่นกับส่วนอ่อนไหวเล็กๆ นั้น

“ฮึ้ก...” ทั้งที่อลันยังไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าการเล่นยอดอก แต่คมสันต์ดันรู้สึกซาบซ่านไปไกลแล้ว อาจจะด้วยเมื่อวานเขาไม่เสร็จอารม์เลยยังคั่งค้างอยู่ในตัวเขาก็ได้

“ดื่มมันสักหน่อยสิ” อลันเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ลำตัว ปากสีสวยขยับเอ่ยเชิญชวนให้ลิ้มรสชาติของเหล้ารำราคาแพง

คมสันต์เอื้อมไปหยิบเหล้าที่ถูกเทใส่แก้วไว้ขึ้นมาดื่ม กลิ่นหอมอ่อนๆ มาก่อนรสชาติที่นุ่มละมุน ทว่าความนุ่มละมุนนั้นมันเหมือนตัวหลอกล่อ เพราะเมื่อเหล้าไหลผ่านลงคอ ความร้อนผ่าวก็แผดเผาข้างใน เลือดลมสูบฉีดขึ้นทันที ด้วยถูกกระตุ้นจากอลันและเหล้าที่ดื่มจนหมดแก้ว

“มัน...อ่าห์...อะอร่อยดีครับ”

“งั้นก็กินอีก”

“คุณจะมอม..อึ้ก...อ๊ะผมเหรอครับ”

“เปล่าหนิ”

“ซี้ดดดดด” ความเสียวแล่นวาบขึ้นมาจากยอดอก ตอนแรกมันก็แค่นิ้วที่เกลี่ยเล่น ตอนนี้ดันเป็นล้ินซนๆ ของอลันที่แตะต้องความอ่อนไหวของคมสันต์อยู่

คมสันต์ก้มหน้ามองสิ่งที่อลันทำ แล้วก็เจอกับสายตาเย็นชามองตอบเช่นกัน มีความร้อนวูบวาบแล่นพล่านขึ้นมาที่ใบหน้า คมสันต์ไม่แน่ใจหรอกว่ามันเป็นเพราะโดนจ้องหรือเพราะเหล้า แต่ที่แน่ๆ ลิ้นสีสดของอลันที่แลบเลียเขาอยู่นั้นมันน่าหลงใหลจริงๆ

เขาเผลอตัวเอานิ้วไปสัมผัสกับลิ้นอลันที่กำลังหยอกเย้ายอดอกเขาอยู่ อลันจึงย้ายสัมผัสนุ่มยุ่นนั้นมาที่ปลายนิ้วของคมสันต์ ค่อยๆ เลียมันทีละนิด จากปลายนิ้วก็เริ่มขยับไปยังข้อที่สองของนิ้ว ริมฝีปากประกบลงแล้วฟันคมก็ครูดเบาๆ มาที่ปลายนิ้วอีกครั้ง...

นี่แค่ปลายนิ้ว...นี่แค่ปลายนิ้วววว

คมสันต์ดึงมืออลันที่จับชายเสื้อเขาออก แล้วเขาก็ปลดเจ้าเสื้อนั้นทิ้งลงไปยังปลายเท้า ร่างกายท่อนบนทั้งคู่ต่างเปลือยเปล่าท่ามกลางแสงสีแดงในห้องนอน คมสันต์สอดใส่นิ้วเข้าไปในปากอลันเพิ่มขึ้น เปลี่ยนจากการรอให้อลันโลมเลียเป็นเล่นกับลิ้นซนๆ นั้นแทน มันนุ่มมาก ทั้งนุ่มทั้งร้อนรุ่มไปหมด

อลันปล่อยให้คมสันต์เล่นกับลิ้นตัวเองขณะที่มือทั้งสองนั้นเคลื่อนไปยังเข็มขัด ปลดมันพร้อมๆ กับกางเกงที่คมสันต์สวมใส่ เพียงแต่อลันไม่ได้ถอดชั้นในของคมสันต์ออก ทั้งที่คมสันต์อยากจะให้ถอดมัน...อยากให้...อลันเล่นกับมัน

ส่วนนั้นของคมสันต์ตื่นเต็มตามานานแล้ว ตั้งแต่อลันเล่นกับหัวนมของเขาแล้วล่ะ พอตอนนี้อลันจ้องมองไปที่ส่วนนูนใต้ชั้นใน เจ้าของข้างในนั้นมันก็กระตุกราวกับร้องเรียกการสัมผัสที่วาบหวาม คมสันต์ใช้นิ้วตัวเองนำทางปากของอลันไปยังส่วนนั้นทั้งที่ยังคงสบตากันและกันอยู่

แต่...อลันไม่ยอมหรอก

อลันถอนริมฝีปากออก หันหน้าหนีไปทางเหล้าที่อยู่ตรงหัวเตียง รินมันใส่แก้วช้าๆ ค่อยๆ บรรจงเททีละนิดทั้งที่สามารถเททีเดียวให้ถึงปริมาณที่ตัวเองต้องการได้ภายในวินาทีเดียว

“คุณแกล้งผม...” เสียงคมสันต์แหบพล่าเพราะมันเต็มไปด้วยอารมณ์ที่คุกกรุ่น

“คุณคิดไปเอง” อลันจิบเหล้า เป็นการจิบที่ละเลียดดื่มด่ำกับรสชาติ ไม่ว่าจะเหล้าในปาก หรือผู้ชายเกือบเปลือยตรงหน้าต่างก็ให้รสชาติที่ดีไม่น้อยเลยจริงๆ

“ถ้าจะดื่มช้าขนาดนั้นผมป้อนไหมครับ” คมสันต์รู้ไม่ใช่ไม่รู้ว่านี่เป็นการเล่นกับอารมณ์ของเขา แต่จะให้เขาไหลไปตามอลันตลอดเขาคลั่งตายกันพอดี

“เอาสิ” อลันส่งแก้วเหล้าให้คมสันต์ ภาพในหัวคือคมสันต์ค่อยๆ จรดขอบแก้วเข้าที่ริมฝีปาก

ทว่ามันไม่ใช่! คมสันต์กระดกเหล้าในแก้วนั้นจนหมดในคราวเดียว อมมันเอาไว้ในปากก่อนจะประคองใบหน้าอันเหย่อหยิ่งของอลันให้เงยขึ้นรับริมฝีปากของเขา อลันตกใจนิดหน่อยในความใจกล้านี้ แต่ก็ยินดีเปิดปากรับเหล้าดีกรีแรงที่ค่อยๆ ไหลเข้ามา

คมสันต์ค่อยๆ ป้อนเหล้าอย่างระมัดระวังไม่ให้มันหก แต่การส่งผ่านเหล้าจากปากสู่ปากนั้นมันไม่ง่าย เหล้าจำนวนหนึ่งไหลซึมตามมุมปากไปยังลำคอของอลัน คมสันต์กะจะค่อยๆ ป้อนให้ระวังมากขึ้นอีกแต่อลันก็ดันสอดลิ้นเข้ามาในปากเขา ทำให้เหล้าเหล่านั้นไหลไปเปรอะเปื้อนเนื้อตัวของอลันเข้าจนได้

ร่างของคมสันต์ถูกอลันเหนี่ยวรั้งให้นั่งคุกเข่าลงที่ข้างเตียง ทั้งที่เรียวลิ้นทั้งสองยังคงพัวพันดื่มด่ำกับรสชาติเหล้าในโพรงปากของกันและกันไม่แยกห่าง เป็นคมสันต์เองที่ถอนริมฝีปากออกก่อน เขาจับจ้องไปที่เหงาสะท้อนล้อแสงสีจากเหล้าที่เคลือบอยู่บนผิวกายของอลัน คมสันต์ไม่รอช้า ขยับใบหน้าเข้าหาเหล้าเหล่านั้นบนตัวของอลัน

“อ่าห์...” ทันทีที่ลิ้นเลียไปบนลำคอ คนที่แสนเย็นชาก็พ่นลมหายใจอันเต็มไปด้วยอารมณ์ออกมา

คมสันต์ดูดกลืนเหล้าจากผิวอลัน ทั้งกลิ่นเหล้าและกลิ่นกายเฉพาะของอลันนั้นผสมรวมกันจนกลายเป็นรสชาติใหม่ที่น่าหลงใหล คมสันต์เลียมันตั้งแต่ลำคอ ไล่ระดับลงไปเรื่อยๆ เหมือนเขากำลังหิวกระหายในเหล้าก็ไม่ปาน แม้ว่าที่จริงแล้วเขากำลังหิวกระหายในอลันมากกว่า

คมสันต์ไล่เลียจนไปถึงท้องน้อย เขาหยุดสัมผัสกายอลันด้วยลิ้นแล้วเปลี่ยนไปปลดเข็มขัดกับกางเกงของอลันแทน คมสันต์ไม่สนว่าอลันจะแกล้งเขาไว้อย่างไร เวลานี้เขาสนส่วนที่นูนดุนดันกางเกงชั้นในของอลันมากกว่า

นิ้วมือติดหยาบแตะลงที่ส่วนนั้นผ่านเนื้อผ้า  ไล้มันตั้งส่วนปลายไปถึงโคน คมสันต์เงยหน้ามองอลัน สีหน้าที่มีอารมณ์ของอีกฝ่ายนั้นเป็นสิ่งที่คมสันต์ชื่นชอบ ริมฝีปากอลันเผยอออกหอบหายใจ พร้อมๆ กับที่มือกดหัวของคมสันต์ให้เข้าใกล้ส่วนนั้นที่ยังคงมีเนื้อผ้ากั้นกลางอยู่ คมสันต์แตะต้องมันอย่างว่าง่าย เพราะรู้ดีว่าอลันต้องการให้เขายุ่มย่ามกับมัน

ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอารมณ์ความต้องการที่มีมากหรือเหล้า ที่ทำให้บางส่วนของชั้นในมันเปียกชื้น คมสันต์ใช้ฟันขบส่วนอ่อนไหวเบาๆ ร่างกายของอลันกระตุกเกร็งเช่นเดียวกับแก่นกายใต้กางเกงที่กระตุกเร่าๆ เรียกร้องให้กระทำมากขึ้นไปอีก

คมสันต์ละเมียดละไมในการสัมผัส ค่อยๆ พรมจูบไปตามความยาวของมันแล้วขบกัดเบาๆ เป็นการกระตุ้นอารมณ์ให้พุ่งพล่าน สุดท้ายเมื่ออลันไม่ไหว อลันก็เป็นฝ่ายถลกชั้นในลงแล้วให้คมสันต์ได้สัมผัสกับมันแบบไม่มีอะไรกั้นกลางอีก

ส่วนปลายฉ่ำวาวไปด้วยน้ำแห่งความต้องการ คมสันต์รู้แล้วว่าที่เขาเห็นนั้นมันไม่ใช่เหล้าที่ไหลลงมาเปื้อน แต่เป็นอลันเองก็กระหายมากจนถึงขั้นหลั่งน้ำพรีคัมเช่นกัน เขาเลียมันอย่างไม่รังเกียจ ลิ้มรสชาติของอลันด้วยการค่อยๆ บรรจงเลียช้าๆ แล้วก็นำมันเข้าสู่โพรงปากที่ร้อนระอุของตนเอง

“อื้อ...ซี้ด...ดี...” เสียงอันแหบพล่าของอลันเป็นเหมือนสัญญาณที่บอกกับคมสันต์ว่าเขาทำให้อลันพึงพอใจได้ขนาดไหน แล้วมันก็กระตุ้นให้คมสันต์อยากกระทำให้อลันรู้สึกมากยิ่งกว่านี้

จากที่ค่อยๆ โลมเลียก็แปรเปลี่ยนเป็นสัมผัสที่หนักหน่วงและถี่รัว เส้นผมของเขาถูกมือทั้งสองของอลันจิกทึ้ง พร้อมๆ กับสะโพกที่เคลื่อนไหวขึ้นลงสวนทางกับการขยับของคมสันต์ เมื่อคมสันต์ก้มหน้าลงไปอลันก็จะกระแทกสวนขึ้นมา เสียงหายใจถี่ๆ กับร่างกายที่เกร็งกระตุกคือการบอกกับคมสันต์ว่าอลันใกล้จะถึงจุดหมายเต็มที

“ซี้ด...อึ้กอ่าห์!” อลันกดหัวคมสันต์กับส่วนนั้นเอาไว้แน่นจนแนบชิด น้ำรสชาติเฝื่อนพุ่งเข้าสู่ลำคอของคมสันต์จนเกือบจะสำลักมัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็กลืนกินสิ่งที่อลันปลดปล่อยออกมาจนหมดทุกหยาดหยด

คมสันต์ปล่อยให้อลันนอนพักหายใจอยู่บนเตียง ส่วนตนก็หันไปเทเหล้าเพื่อดื่มล้างปาก จากนั้นถึงได้เทไว้ให้อลัน คิดว่าเดี๋ยวอลันก็ต้องลุกขึ้นมาดื่มมันเป็นการแก้กระหายแน่นอน

“อ๊ะ!?” อลันดึงตัวคมสันต์ที่ยืนเทเหล้าให้ล้มลงบนเตียง

“รีบล้างปากจัง” ร่างเปลือยนั้นขึ้นค่อมคมสันต์พลางจ้องเข้ามาในดวงตา ตอนนี้ในแววตาสีนิลไม่มีความเป็นมิตรหรือความน่ารักแบบที่ปกติมักมี แต่มันกลับอัดแน่นไปด้วยความต้องการที่ฉายชัด

“ผมก็แค่...คอแห้ง”

“ของผมมันทำให้คุณหายคอแห้งไม่ได้งั้นเหรอ” อลันยืดตัวตรง ส่วนนั้นเด่นตระหง่านและชี้หน้าคมสันต์

“น้ำของคุณมันแก้คอแห้งได้ที่ไหนล่ะครับ”

“นั่นสิ” อลันยกเหล้าที่คมสันต์เทให้มาดื่มจนหมดในรวดเดียวแล้วหันไปเทใหม่

คมสันต์คิดว่าอลันจะดื่มแก้วนั้นต่อ แต่มันไม่ใช่เมื่ออลันกลับเทเหล้าลงบนร่างกายของเขาแทน เขารู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ และเพราะรู้ถึงยิ่งกระหายให้ถูกสัมผัส เขาต้องการมากๆ ต้องการอลันที่สุดในตอนนี้

อลันโน้มกายเข้ามามอบจูบให้กับเขา พร้อมกันกับชั้นในที่ถูกถอดออก มันกระตุกรับความเย็นก่อนจะกลายเป็นกระตุกเพราะโดนอลันกอบกุมเอาไว้ มืออลันนุ่มกว่ามือของเขามาก และความนุ่มที่โอบรอบอยู่ก็มอบความรู้สึกซาบซ่านให้กับเขา ยิ่งมันขยับชักนำขึ้นลง เขาก็ยิ่งไม่มีสติที่จะตอบสนองต่อลิ้นแสนซนในโพรงปาก

อลันเคลื่อนใบหน้าออก ทั้งสองมองสบตากันผ่านแสงสีแดงฉานในห้อง แว่นของอลันมันสะท้อนเงาที่เห็นเรือนรางว่าเป็นเขาเอง แต่เขากลับจ้องผ่านแว่นเพื่อเก็บเกี่ยวแววตาเร่าร้อนของอลัน รอยยิ้มบางๆ ปรากฎขึ้นบนใบหน้าอลันก่อนที่ใบหน้านั้นจะเคลื่อนหายไปจากสายตาคมสันต์ ตามติดด้วยสัมผัสวาบหวามที่ลำคอ

อลันกำลังทำแบบเดียวกับที่คมสันต์ทำให้เพียงแค่...ทำให้เนิ่นนานยิ่งกว่า

คมสันต์ถูกทำให้เป็นอาหารที่อลันมักจะค่อยๆ ละเลียดกินทีละนิด ทีละน้อย ทั้งที่ส่วนนั้นมันเรียกร้องให้อลันทำอะไรกับมันแต่อลันก็เมินเฉย ราวกับว่าเหล้าบนเนื้อตัวของคมสันต์มันอร่อยเป็นนักหนา ถึงได้จิบมันทีละนิด

ถึงจะขัดใจกับการเล่นสนุกของอลัน แต่คมสันต์ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมอบความสุขให้กับร่างกายเขาเหมือนกัน อาจจะอึดอัดไปบ้าง ขัดใจไปหน่อย แต่ในเมื่ออลันต้องการแบบนั้นเขาก็จะยอมให้มันเป็นแบบนั้น

หัวใจของคมสันต์เต้นแรงขึ้น แรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออลันจ้องสบตาพลางเคลื่อนริมฝีปากไปที่ความอ่อนไหวกลางลำตัว มันเหมือนลุ้นว่าเจ้าปากสีสวยนั้นจะสัมผัสตัวตนของเขาตอนไหน อยากให้สัมผัสแล้ว...อยากให้แตะต้องมันด้วยลิ้นแล้ว...

RrrrrRrrrrrr!!!!

แต่ความหวังที่อยากได้รับสัมผัสวาบหวามนั้นเป็นอันต้องชะงักลง ทั้งคมสันต์และอลันต่างสะดุ้งกับเสียงเรียกเข้า คมสันต์รู้ว่ามันเป็นเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์เขา เขาขยับตัวเพื่อจะขออลันรับสาย แต่! อลันดันพลักเขานอนลงด้วยอาการหงุดหงิด แล้วโน้มตัวไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของคมสันต์ขึ้นมากดรับแทนทั้งที่นั่งทับส่วนนั้นของคมสันต์เอาไว้

“สวัสดีครับ” อลันกดรับสาย เป็นการกดรับสายที่ไม่นิ่ง ถึงหงุดหงิดแต่สะโพกก็ขยับบดบี้ส่วนนั้นของคมสันต์เล่น

(มึงกล้าดียังไม่ทำตามที่ลูกสาวฉันบอก!) อลันตกใจดึงโทรศัพท์ออกจากหู เพราะทางนั้นดันตะโกนใส่ ขนาดคมสันต์ไม่ได้ถือสายยังได้ยินด้วย

(มึงมันก็แค่เบต้าโง่ๆ ทำมาเหิมเกริมใส่อัลฟ่าอย่างพวกฉันงั้นเหรอ คิดว่าทำแบบนั้นแล้วมันจะทำให้ความโง่และความไร้ประโยชน์ของมึงมันหายไปใช่ไหม หึ โง่ก็คือโง่ การที่มึงโกหกตอแหลใส่เพราะไม่มีปัญญาจะทำตามคำสั่งมันก็ยิ่งทำให้มึงดูโง่!!!) อลันฟังแล้วก็งง ไม่ต้องถามคมสันต์ เพราะเจ้านี้ตึ้บไปแล้ว...ไอ้นั่นก็โดนถู หูก็ได้ยินเสียงด่า

“คุณเป็นใคร” ด้วยความที่ครรชิตไม่ไม่ใช้เบอร์ตัวเองโทร เพราะตอนโทรด้วยเบอร์ตัวเองคมสันต์ไม่รับ จริงๆ นั่นทำให้ยิ่งโกรธ

(แล้วมึงอะเป็นใคร มึงไปเอาไอ้คมมันคุยกับกูเดี๋ยวนี้ นี่มันไม่กล้าจะรับสายกูขนาดว่าให้คนอื่นมารับเลยหรือไง หึ บอกมันนะ...ถ้ามันไม่มารับสายมันเจอดีแน่)

“ผมอลัน ตอนนี้คมสันต์ไม่ว่าง”

(...) ทางนั้นเมื่อได้ยินชื่อก็ชะงักค้าง

แต่ทางอลันเมื่อเห็นว่าทางนั้นไม่พูดอะไรก็คิดว่าคงวายสายไปแล้ว จึงโยนโทรศัพท์ของคมสันต์ไว้บนกองผ้าข้างเตียง จากนั้นก็หันกลับมาให้ความสนใจกับคมสันต์ที่นอนหอบอยู่ต่อ แม้ว่าคมสันต์จะดูตื่นๆ กับสายที่โทรมาแต่นั่นไม่ใช่อลัน

“ซี้ด...อ๊ะเดี๋ยว...คุณอลันอ๊ะยะอย่ากัด”

____[100%]____

วันนี้มาให้ครบตอนเลยค่า โทษฐานที่ไม่มาอัปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขอแอบกระซิบนิดๆ ว่า…ในเล่มมี Nc จัดเต็มรออยู่นะคะ

วันนี้จะขอแจ้งสองเรื่องนะคะ เรื่องแรกการอัปนิยายเรื่อง อุบัติรักเรือผี อาจจะมาๆ หายๆ สักหน่อยในช่วงนี้เนื่องจากว่าเรากำลังรีไรท์เนื้อหาอยู่ค่ะ แล้วน้องก็มีเจ้าของแล้วด้วย นอกจากเนื้อหาที่รีไรท์ก็ยังมีตอนพิเศษที่กำลังแต่งเพิ่ม ถ้าเราจัดการต้นฉบับเสร็จแล้วจะอัปเป็นเวลาเหมือนเดิมนะคะ

เรื่องที่สองคือภาพประกอบของน้อง เรื่องภาพนี้จะงดลงสักระยะเช่นกันค่ะ เนื่องจากน้องนักวาดไม่ว่างงานชุมจนหัวหมุนไปแล้ว ก็เลยให้น้องเคลียร์งานตัวเองก่อนค่อยมาเคลียร์เรื่องนี้ค่ะ ถ้าน้องนักวาดเริ่มมีเวลาแล้วจะไล่ใส่เข้าไปในตอนทีหลังนะคะ

สุดท้ายขออภัยที่ไม่ได้เข้ามาตอบคอมเมนต์เลยค่ะ พอดีโทรศัพท์บินไปแล้วกำลังหากะตังซื้อใหม่อยู่ ถ้าแล้วจะแวะเวียนมาตอบคอมเมนต์นะคะ อาจจะไม่ได้ตอบทุกคนต้องขออภัยด้วยค่า

ช่วงฝนตกบ่อยแถมโควิดก็…นะ ระบาดหนักมาก รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ

____ช่วง~ Gukak ขายของค่า____

เกมเมอร์มือวางอันดับกาก #โอมกินเตอร์ (แนวมหาลัยน่ารักกรุบกริบ)
สั่งซื้อได้ที่ 
เทพช๊อป // https://bit.ly/2OUrk08 
inbox เพจ // https://bit.ly/37av9Jl 
ทดลองอ่าน // https://bit.ly/35bG6KC

Ebook #ฟ้องป๊าแน่ (แนวรับซินรับพอร์น)
ลิงก์// https://bit.ly/3xmyEIw

~ฝากอุดหนุนผลงานด้วยนะคะ ขอบคุณค่า~

ออฟไลน์ songte

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1492
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
 ช่วงรีดเค้นความจริงจากคมมั้ยนี่ทีนี้ แต่ว่าเราว่ายังไม่วางสายแน่เลย โป๊ะแน่นอน

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด