อุบัติรักเรือผี <Omegaverse> ตอนที่ 11 : 40% [21/06/64]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: อุบัติรักเรือผี <Omegaverse> ตอนที่ 11 : 40% [21/06/64]  (อ่าน 2102 ครั้ง)

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-5
ตอนที่ 7 : คมสันต์กับน้ำสตรอว์เบอร์รี่ [100%]

“ความใจเย็นไง ที่แผนกคุณมีหลายคนที่ทำงานไม่ดีจนลูกค้าไม่พอใจ แต่ทุกเคสคุณก็ไปเคลียร์จนจบสวยทุกงาน ทางเราเลยเห็นว่าคุณเหมาะกับงานนี้”

“อ๋อ ครับ” อะ เบื้องบนว่าอย่างนั้นก็ทำไปอย่างนั้น

คมสันต์พอรู้เรื่องรายละเอียดงานนี้อยู่ นอกจากเพื่อนเขาที่ทำหน้าที่เซลล์กิติมาศักดิ์นี้แล้วก็ยังมีสี่ห้าคนที่ทำ ซึ่งโดยปกติจะแทบไม่ออกงานนอกเลยยกเว้นไปดูแลลูกค้าเฉพาะรายเท่านั้น งี้เขาก็ไม่ต้องออกงานนอกพร่ำเพื่อแบบตอนนี้ล่ะดิ เยี่ยมเลย...ขี้เกียจขับรถเก๋งแล้วรถติดฉิบ

เอ๊ะ แต่ถ้ามีงานก็ต้องขับไปอยู่ดีปะวะ? เออ นานๆ ขับทีดีกว่าขับทุกวันละเนาะ เจอรถติดทุกวันประสาทก็เสียได้แม้ว่าจะเป็นคนประสาทเสียยากก็ตาม แต่คมสันต์รู้ตัวเองดีว่าถ้าประสาทเสียเมื่อไหร่ล่ะกินหัวชาวบ้านเขาแน่นอน

“ลูกค้าจะเข้าตอนบ่ายสามนะ ไปรอต้อนรับเขาที่ห้องรับรอง ระหว่างนี้ก็ทำความเข้าใจเอกสารไป” อลันพูดทั้งที่ไม่ได้มองหน้าเขา เพราะอลันมองแต่เอกสารที่กำลังอ่านอยู่ จริงๆ ต้องบอกอลันมองหน้าเขาแค่ตอนยื่นเอกสารให้แวบเดียวเท่านั้นแหละ

“ครับ งั้นผมขอตัวไปเตรียมตัวและเอกสารก่อนนะครับ”

“อืม” พออลันขานรับคมสันต์ก็ลุกขึ้น ก้มหัวให้อลันเล็กน้อยเป็นการทำความเคารพ

เลขาคนสวยเดินนำลิ่วออกไปก่อนเป็นแรก ไม่รู้เพราะเป็นเลขาอลันหรือเปล่าถึงได้เดินไวขนาดนั้น อลันต้องใช้งานเยอะจนเดินช้าๆ ไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะถ้าเดินช้าก็จะทำงานตามอลันไม่ทันยังไงล่ะ

“คุณ” แต่ก่อนจะเปิดประตูเสียงเรียกแสนเย็นชาก็ดังชึ้น คมสันต์ชะงักมือจากประตูแล้วหันหลังไปมอง

“ครับ?” จะเรียกกันก็เงยหน้าจากเอกสารมามองกันหน่อยเถอะพ่อคุณทูลหัว

“ผมหิว” มาหงมาหิวตอนนี้แล้วจะไปหาอะไรมาให้กินล่ะ

“คุณนี่...” จนคำพูด

ขอถอนหายใจเลยอะ ถอนแรงๆ ด้วย สักทีดีไหมไอ้คุณอลัน ให้มันได้อย่างนี้สิ ไอ้ตอนทักมาหาก็ไม่ตอบ ถามจะกินอะไรก็ไม่อ่าน จะได้หามาให้กิน แล้วนี่เวลาลูกค้าจะมาก็กระชั้นชิดเต็มที มาบอกหิวตอนนี้...ปล่อยให้หิวให้ตาย!

คมสันต์เดินกลับมาทางอลันที่ยังก้มหน้าอ่านเอกสาร เวลาบ่ายสองยี่สิบกว่าเกือบสามสิบแล้ว คงพอหาอะไรให้อลันกินได้อยู่มั้ง แต่ไม่น่าจะอยู่แกะข้าวแกะอะไรให้กินได้อะนะ

“ตอนผมทักมาถามว่าจะกินอะไรก็ไม่ตอบ ตอนนี้มีงานให้ผมไปรับผิดชอบดันมาบอกว่าหิว ผมจะเอาเวลาไหนไปหามาให้คุณกินละครับคุณอลัน แล้วนี่ก็บ่ายสองกว่าแล้วด้วย ในกระเพาะมีอะไรบ้างเถอะนอกจากกาแฟดำนั่นน่ะ” บนโต๊ะอลันมีกาแฟดำวางอยู่เลยคิดเองเออเองว่าอลันกินไปแค่นั้น

“ไม่ว่าง ติดงาน”

“ติดงานก็ต้องกินสิ เลขาก็มี ให้เธอไปซื้ออะไรมาให้กินก็ได้”

“อยากให้คุณสั่ง” เอาแต่ใจจังโว้ยยยย

“คร้าบๆ แต่ผมอยู่ด้วยไม่ได้นะ ผมสั่งให้แล้วคุณกินเองแล้วถ่ายรูปให้ดูด้วย” ปากพูดมือนี่กดสั่งอาหารผ่านแอพเรียบร้อย

ในเมื่อไม่มีเวลากลับเข้าที่ของตัวเองเพื่อทบทวนและทำความเข้าใจกับรายละเอียดงาน คมสันต์ก็เลยต้องนั่งในห้องของอลันเพื่ออ่าน ด้วยความกระชั้นชิดมาก งานนี้ทางเลขาของอลันจึงทำเอกสารมาให้ครบหมดแล้ว ส่วนครั้งหน้าเขาก็ต้องทำออกมาเอง แต่ไม่ต้องห่วง คมสันต์เชี่ยวชาญการทำเอกสารมาก แค่นี้น่ะจิ๊บๆ

ประมาณครึ่งชั่วโมงอาหารที่คมสันต์สั่งให้ก็ถูกนำมาส่งโดยพี่ยาม ไม่ให้คนนอกเข้าก็ต้องให้ยามรับให้ แล้วเงินค่าอาหารก็หักจากบัตรเอา คมสันต์ชอบแบบนี้ ไม่อยากลงไปข้างล่างเพื่อจ่ายเงินแล้วขึ้นมานั่งกินมันเสียเวลาน่ะนะ

สเต็กปลาแซลมอนของโปรดของอลันถูกวางให้เจ้าคนชื่ออลันนั่นแหละ คมสันต์วางให้และแกะกล่องเปิดให้เฉยๆ เขาไม่สามารถจะมานั่งจัดนั่นนี่ให้อลันได้เพราะอีกไม่ถึงสิบนาทีก็ได้เวลานัดกับลูกค้าแล้ว

“กินให้หมดนะครับ กล่องนี้แพงอยู่ ถ้าคุณกินไม่หมดก็เก็บเอาไว้เดี๋ยวผมมากินเองแต่คุณต้องกินนะ ผมขอตัวก่อน” คมสันต์พูดตอนที่เปิดกล่องแล้วสาวเท้าออกจากห้อง

เห็นว่าเลขาหน้าห้องมองคมสันต์แปลกๆ งงล่ะซี่ที่ตอนแรกเดินตามหลังเธอมาแต่ไม่ได้ออกมาพร้อมเธอ หนำซ้ำยังสั่งอาหารมาที่ห้องของอลันอีก แต่เธอไม่ได้ถาม ความเป็นเลขามันต้องรู้ใจเจ้านายมั้งแหละ ถ้าอลันไม่ชอบไม่พอใจจริงๆ อลันไม่มีทางยอมให้เขาสั่งอาหารมาที่ห้องหรอก

ห้องรับรองลูกค้าระดับวีไอพีอยู่ที่ชั้นยี่สิบ คมสันต์ยืนอ่านเอกสารทวนอีกรอบเพื่อความแม่นยำ การนำเสนอโดยที่ไม่ต้องอ่านเอกสารหรือไม่พูดเหมือนท่องจำจะทำให้การนำเสนอดูราบรื่นและดูเป็นมืออาชีพมากกว่า จริงๆ เนื้องานมันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น ตัวยาที่ทางนั้นต้องการให้ผลิตก็เป็นตัวยาที่คุ้นเคยดีอยู่แล้ว ปัญหาเดียวของคมสันต์เห็นจะเป็นชื่อของลูกค้าที่เข้ามาเนี่ยแหละ...

นานแค่ไหนแล้วนะ...ที่เขาลืมเลือนชื่อนี้ออกไปจากความทรงจำ ชื่อที่ทั้งรักและเกลียดในเวลาไล่เลี่ยงกัน คมสันต์ไม่คิดเลยว่าโชคชะตาจะเหวี่ยงกลับมาเจอ หรือเขาต้องคิดบวกเหมือนเพื่อนเขา อย่างคิดว่าก็แค่คนชื่อเหมือนคนหนึ่งเท่านั้นไม่ใช่คนที่เขาคิดหรอก

มั้ง...

คมเข้าไปจัดการเปิดห้องรับรอง มีการเตรียมการเอาไว้แล้วแและแม่บ้านก็พร้อมที่จะนำน้ำและกาแฟมาเสิร์ฟทันทีที่ลูกค้าเข้ามา คมสันต์มาถึงก่อนเวลานัดหมายแค่หนึ่งนาที แต่ฝ่ายลูกค้าก็ไม่ได้มาตรงเวลานัก ประมาณสิบห้านาทีนับจากเวลานัดหมายประตูห้องก็ถูกเปิดออกด้วยฝีมือของแม่บ้านที่ดูแล

ชายวัยกลางคนร่างสูงสง่าในชุดสูททางการเยื้องย่างเข้ามาภายในห้อง อายุอานามประมาณจากสายตาคงสี่สิบปลาย แต่คมสันต์รู้ดีว่าชายคนนี้มีอายุเลขห้าเข้าไปแล้ว

“สวัสดีครับคุณครรชิต” คมสันต์ลุกขึ้นยกมือไหว้ชายวัยกลางคนตรงหน้า ทางนั้นยกมือรับไว้แต่ไม่ได้ยิ้มให้แค่มองคมสันต์นิ่งๆ

“เชิญนั่งก่อนครับ” อะผายมือเชื้อเชิญให้นั่งด้วย รอจนฝ่ายนั้นนั่งแล้วคมสันต์ก็นั่งตามข้างๆ

“สวัสดี” ครรชิตเอ่ยเสียงเรียบทว่าทรงอำนาจ ดูเหมือนเจ้าตัวจะปลดปล่อยพลังของอัลฟ่าออกมาเต็มที่เพื่อกดคู่สนทนาอย่างคมสันต์

“ครับ ผมคมสันต์ทำหน้าที่ดูแลท่านในงานนี้นะครับ นี่เป็นเอกสารเสนอราคาของทางเรา...” คมสันต์วางเอกใบเสนอราคาและใบงานอื่นๆ ลงตรงหน้า

ครรชิตปลายตามองคมสันต์นิ่งๆ แต่กดดันมาก คมสันต์ต้องใช้ความพยายามอย่างสูงที่จะยิ้มรับกับแรงกดดันของอัลฟ่าที่ตั้งใจปลดปล่อยออกมาเพื่อกดขี่ตนโดยเฉพาะแบบนี้ เอาจริงๆ เจอลูกค้ามาก็เจอแต่ไม่เคยเจอใครที่ตั้งใจจะกดเขาขนาดนี้เลย

หรือว่าเพราะเป็นผู้ชายคนนี้นะ?

ข้อนี้คมสันต์ก็คงให้คำตอบไม่ได้ รู้แค่ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทางนั้นเองก็เห็นว่าคมสันต์นิ่งและยิ้มได้ก็เลยเพิกเฉยต่อพลังที่ปล่อยออกไป ไม่คิดจะหยุดหรือลดทอนอะไรเลย

“ผมคิดว่าคุณอลันจะมาด้วย” ทางนั้นวางเอกสารลงแล้วมองหน้าคมสันต์ สายตาคู่นั้นเหมือนนึกอะไรบางอย่าง

“พอดีว่าคุณอลันติดงานสำคัญก็เลยไม่สามารถมาได้ ตรงนี้ต้องขออภัยแทนด้วยนะครับ”

“ไม่หรอก ผมก็ไม่ได้นัดเป็นการส่วนตัว แค่บอกไว้ว่าอยากคุยงานกับคุณอลัน ไม่ใช่...เบต้า” เอ้าเหยียดดด เหยียดให้เต็มที่เลยคร้าบ คมสันต์ยิ้มรับ ไม่สะทกสะท้าน ไอ้ลูกค้าอัลฟ่ามีระดับก็แบบนี้แหละ จะมีพวกเฉยๆ ก็คืออัลฟ่าที่อยู่ระดับล่างๆ ซึ่งมันคลุกคลีกับเบต้าเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว

“ผมทราบว่าท่านอาจจะไม่สบายใจที่ต้องร่วมงานกับเบต้าอย่างผม แต่ผมรับปากนะครับผมจะตั้งใจทำงานให้เต็มที่ไม่ให้ท่านผิดหวังแน่นอนครับ” ในใจอะเหรอ...ก็อยากเปลี่ยนร่างเป็นอัลฟ่าให้อยู่นะแต่โทษทีที่ทำไม่ได้น่ะ

“หวังว่าจะทำได้อย่างที่พูด” ทางนั้นกอดอกไขว่ห้างมองเขา ไม่อ่านเอกสารเหรอ? อ่านเข้าใจแล้ว?

“ครับ ผมจะทำให้ได้อย่างที่พูด” เอ้ายิ้มมมม ยิ้มเข้าไว้แล้วโลกใบนี้จะสดใส ยิ่งโลกที่มีผู้ชายคนนี้ด้วยแล้วต้องยิ้มกว้างๆ ให้เหมือนคนบ้าเลยล่ะ

คมสันต์ถามไถ่เรื่องงานต่อ เอกสารที่เอามาเสนอนั้นทางครรชิตว่าอย่างไร สงสัยอะไรไหมหรือต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่า แต่ทางนั้นดูจะไม่ได้สนใจเอกสารและงานที่อยู่ตรงหน้า กลับเอาแต่จ้องตาคมสันต์เหมือนคิดอะไรบางอย่าง คมสันต์ก็พยายามเบี่ยงเบนและลากเข้าเรื่องตลอด

แล้วครรชิตทำยังไงรู้ไหม...ไม่รู้ล่ะสิ แหงสิ ยังไม่ได้บอกจะรู้ได้ยังไงล่า ครรชิตเล่นตอบตกลงแบบไม่คิดให้ถี่ถ้วนใดๆ ทั้งสิ้น เล่นเอางานมันผ่านไปได้อย่างง่ายดาย ง่ายเกินไปด้วยบางที

“สรุปล็อตแรกที่ลองผลิตกับทางเราคือตัวนี้ ทั้งหมดห้าหมื่นแผงนะครับ” คมสันต์ทวน

“ใช่”

“ครับ” ยิ้มรับ ขีดๆ เขียนๆ แล้วก็บอกเรื่องเอกสารอีกเล็กน้อย อย่างเรื่องวันเวลาในการจัดทำและราคารวมทั้งหมด ครรชิตรับฟัง ไม่พยักหน้ารับแต่รู้ว่าฟัง

ยิ้มจนเหงือกแห้งขนาดนี้ บอกเลยนะ กลับไปห้องทำงานตัวเองเมื่อไหร่พ่อจะซัดน้ำสตรอว์เบอร์รี่ของตัวเองให้ชื่นใจเลยทีเดียวเชียว แล้วเนี่ยสายพันธุ์เดียวกับอลันจัดๆ ทำหน้านิ่งอยู่ได้ นวดหน้ามั้งนะ กล้ามเนื้อยึดหมดแล้วมั้งป่านนี้

คมสันต์ใช้เวลาเคลียร์กับลูกค้าอย่างครรชิตราวชั่วโมงครึ่งถึงปิดจ็อบงานได้ ระหว่างที่คุยทางนั้นก็เหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลาแต่คมสันต์เมินเฉยมัน จนกระทั่งตอนจะลากันเเนี่ยแหละ...

“แม่นาย...”

“ผมขอตัวก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวมีความคืบหน้าอะไรยังไงผมจะรีบติดต่อกลับไปในทันที” เสียมารยาทมากที่พูดแทรก แต่ไม่เอาไม่พูดเรื่องส่วนตัวเวลางานครับ


อะ ไม่รอให้ฝ่ายนั้นพูดด้วยนะ พูดๆ เองจบก็ขอตัวแล้วชิ่งงงงเลย คมสันต์ประเมินแล้วว่าการทำแบบนี้นั้นไม่ได้น่าเกลียด การคุยงานจบลงด้วยดีและเขาก็เอ่ยลาเป็นพิธีเรียบร้อยโรงเรียนคมสันต์ ดังนั้นการที่เขาจะชิ่งเนียนๆ ด้วยรอยยิ้มแบบนี้มันไม่ได้เสียหายอะไรเลย แม้ว่าทางนั้นจะมีสีหน้าหงุดหงิดนิสสสสนึงก็เถอะน้า

คมสันต์เดินอมยิ้มกลับแผนก ดูอารมณ์ดีดี๊ด๊าทั้งที่มีเรื่องให้คนอื่นเขานินทากันอยู่ ไอ้อาการอย่างนี้มีแต่ไปเสริมให้พวกขี้เม้าท์คิดไปว่าคมสันต์ไปอะไรๆ กับอลันมาแน่ๆ แต่ในความเป็นจริง...คมสันต์ไม่ได้ร่าเริงอย่างที่คนอื่นเห็นแลยแม้แต่นิดเดียว

จะว่ารู้สึกมากมายมันก็ไม่เชิง แต่จะบอกว่าไม่รู้สึกะไรมันก็ไม่ใช่อีก ภาพของครรชิตวนๆ อยู่ในหัวของคมสันต์ราวกับมันเป็นเพลงจุดแล้วก็วน วนมันอยู่นั่นแหละ จะหยุดก็หยุดไม่ได้ก็เลยต้องยิ้มไปงั้น หน้าจะได้ไม่บึ้งในเวลาที่ภาพของคนคนนั้นอยู่ในหัวของตัวเอง

อยากทักไปหาเพื่อนภูจัง ภูจ๋า...ภูสอนคิดบวกหน่อยเร็ว นี่คิดบวกได้อย่างเดียวเลยคือหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสองเนี่ย ทำไมมันดูสิ้นคิดขนาดนั้นวะ อย่างกับเขาลืมอเอาสมองมา เอ๊ะ หรือต่อให้เอามาก็คิดได้แค่นี้วะ? อ่า...น่าจะอย่างนั้นแหละ

“น้ำจ๋าาาาา” ขอดูดให้ชื่นนนนใจหน่อยเถิด “อ่าห์....”

น้ำสตรอว์เบอร์รี่นี่มันดีต่อใจจริงๆ นะ มันทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี่กระเปร่าขึ้นมาได้หลังต้องนั่งเผชิญหน้ากับความกดดันของอัลฟ่ามาชั่วโมงกว่า ไม่สิ ต้องบอกว่าสองชั่วโมงกว่าเพราะตอนคุยกับอลันคมสันต์ก็ต้องเผชิญกับความกดดันเหมือนกัน ถึงไม่มากแต่ก็เจออะ ดีนะที่อัลฟ่าเลขาของอลันไม่กดดันด้วยอีกคน ไม่งั้นไอ้เบต้าหน้าเด๋อคนนี้ตายยยย

[Alan : เรียบร้อยไหม] กำลังเอาปากจุ่มหลอดอยู่ดีๆ เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นพร้อมข้อความจากอลัน คมสันต์หยิบมือถือมาตอบทั้งที่เอาคางเกยขอบแก้วเยติและปากคาหลอด

[คม : เรียบร้อยครับ ทางนั้นตกลงรับล็อกแรกห้าหมื่นแผง ส่วนตัวอื่นๆ เขาได้ขอศึกษาตัวอย่างอีกสักพักแล้วจะแจ้งมาครับผม] คมสันต์ตอบไปตามจริงพลางคิดว่าอะไรจะห่วงงานขนาดนั้น เขาไม่ทำงานล่มหรอก

[Alan : ดี] แค่เนี้ย...แค่ดี โอเค แค่นี้ก็แค่นี้

[คม : ครับ]
[คม : แล้วคุณอลันกินสเต็กปลาหมดไหมครับ]

[Alan : ส่งรูป] อลันไม่ได้พิมพ์ตอบแต่ส่งเป็นรูปซากกล่องเปล่ามาให้ คมสันต์เผลอยิ้มออกมาไม่รู้ตัว มันแบบ...ชื่นใจไปอีกแบบที่เห็นว่าอาหารที่เขาสั่งมาให้นั้นอลันกินหมดไม่เหลือเลย

[คม : ว้าวววว กินหมดด้วย ผมนึกว่าคุณจะกินไม่หมดแล้วผมต้องไปเอามากินแล้วนะเนี่ย] อันนี้หยอกๆ นะ ไม่ได้คิดจะไปเอามากินหรอก ขี้เกียจกลับไปห้องอลันแล้ว อีกอย่างจะเลิกงานแล้วด้วย

อลันไม่ได้ตอบกลับมา ขึ้นแค่อ่านแล้วหายไป คมสันต์กินน้ำ จ้องหน้าจอแล้วยิ้มคนเดียวเงียบๆ รอยยิ้มครั้งนี้ไม่ได้ยิ้มเพื่อสร้างภาพแบบตอนเดินกลับมาที่ห้อง แต่เป็นรอยยิ้มจริงๆ ที่เกิดขึ้นเพราะอลัน มันคือความรู้สึกดีๆ ที่ได้รับเวลาดูแลใครสักคนแล้วเขาเชื่อฟัง ยิ่งอลันเป็นพวกเงียบๆ ไม่พูดไม่แสดงออก แต่ทำตามที่เขาบอกไว้แบบนี้ก็มันน่ารัก...น่ารักมากเลยล่ะเจ้าตะลันนน

อลันรู้ว่าเขาเรียกงี้นะหัวหลุดแน่เลย!

____[100%]____

ตอนนี้ไม่มีตั้มมมม มีแต่คุณตะลันของน้อนคมมมม

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-5
ตอนที่ 8 : คมสันต์กับอาการรัท [40%]

มนุษย์จืดชืดอย่างคมสันต์เริ่มเดินทางห่างไกลจากคำว่าธรรมดาเข้าไปในทุกๆ วัน โดยเฉพาะวันนี้ที่มีข้อความไลน์เข้าก่อนเสียงนาฬิกาปลุก เป็นข้อความไม่ยาวนักจากอลัน อยากอ่านไหม...อยากรู้เปล่าว่าอลันส่งมาหาเขาว่าอะไรในรอบสามวันที่อลันขาดหายไป

อะ...ดู!

[Alan : เย็นคุณต้องไปงานเลี้ยงกับผม] คมสันต์ที่กำลังตาพล่าเพราะยังตื่นนอนไม่เต็มตาถึงกับอ่านทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไปงานเลี้ยง? งานเลี้ยงอะไร!  เมื่อสงสัยก็ต้องถามนะครับ

[คม : งานเลี้ยงอะไรเหรอครับ?] ส่งแล้วก็รอ รอ รอ รอ รอ และรอ นาฬิกาปลุกดังขึ้นเล่นเอาสะดุ้งเฮือกเพราะตั้งอกตั้งใจในการรออีกฝ่าย แต่ทางนั้นคือไม่ขึ้นกระทั่งอ่านแล้ว

[คม : ผมต้องแต่งตัวยังไง มีอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ] อะถามต่อ แต่พอกดส่งแล้วคมสันต์ก็ลุกไปอาบน้ำอาบท่า กะว่าออกแล้วอลันคงตอบเสร็จแล้วล่ะ

ทว่า...ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก

เอิ่ม ไม่คิดจะบอกรายละเอียดะไรกันหน่อยเหรอ แค่บอกว่าต้องไปงานเลี้ยงด้วยแค่นี้ก็คือจบแล้วหรือยังไง? คมสันต์มองเสื้อผ้าในตู้ของตนเอง สำรวจไปสำรวจมาก็ยังคิดไม่ออกว่าต้องแต่งตัวยังไง มันต้องมีเสื้อสูทไหม แล้วเสื้อสูทโง่ๆ ที่เขามีไว้ยามจำเป็นที่ต้องเจอลูกค้านี่มันใส่เข้างานเลี้ยงได้หรือเปล่า เจ้าตะลัน...เจ้าบังอาจทำให้เครียดแต่เช้าจริงๆ

คมสันต์ตัดสินใจที่จะแต่งตัวด้วยชุดทำงานธรรมดาๆ แบบที่ใส่ทุกวันไป เสื้อเชิ้ตสีครีมกับกางเกงแสล็ค ส่วนสูทก็พกไปด้วยแต่ไม่ได้ใส่ไป แค่เอาติดรถไว้เผื่อจำเป็นต้องใช้ นับว่าดีนะที่แม่เขาเตรียมความพร้อมเอาไว้ให้แล้ว เสื้อสูทที่มีเพียงตัวเดียวก็เลยถูกซักรีดอย่างดีใส่ไว้ในซองเสื้อ

หลังจากที่คมสันต์ได้รับมอบหมายให้ดูแลลูกค้าระดับวีไอพีเขาก็ไม่ต้องระหกระเหินออกจากบริษัทไปงานข้างนอกอีกเลย แค่คอยดูความเรียบร้อยแล้วก็กำกับงานอยู่ที่บริษัทเป็นส่วนใหญ่ ดูเหมือนสบายนะงานนั่งโต๊ะน่ะ แต่สมองจะระเบิดอยู่แล้ว แค่ตัดงานนอกออกไม่ได้ตัดงานหลักๆ ออกสักหน่อย

อ้อ นอกจากไม่ต้องออกงานนอกแล้วคมสันต์ก็ยังได้รับขนานนามว่าเป็น ‘เด็กอลัน’ ซะด้วย ชื่อโคตรหล่อเท่เลยบอกตรงๆ เรื่องชาวบ้านเนี่ยผู้คนมักพูดกันเก่ง ยิ่งรู้ว่าอลันมอบหมายงานนี้ให้กับเขายิ่งเข้าทางทฤษฎีสมคบคิดที่พวกนั้นตั้งขึ้นมาแบบเป๊ะเด๊ะ แล้วยังมาว่าเขาหยิ่งไม่ไปกินข้าวด้วยกันกับคนในแผนก ถึงขั้นว่าไม่เห็นหัวพนักงานคนอื่น พอมีอลันแล้วก็คือไม่ซื้อขนมนมเนยให้ใครอีกเลย นี่แหละหนา...ได้ดิบได้ดีเป็นหนูตกถังข้าวสารแล้วก็คงคลุกอยู่แต่ข้าวสารในถัง

กรอกตาวนๆ เป็นวงกลมหนึ่งที โทษน้า...ให้ซื้อขนมมาฝาก ซื้อจากไหนก่อน ได้ออกไปไหนก่อนนอกจากที่บริษัทดีกว่า ไอ้ตอนเช้าก็ยังพกน้ำเต้าหูมาให้นะแค่ไม่มีขนมที่ดูมีราคามาให้เท่านั้นเอง ก็ชีวิตมันไม่ได้ไปวนเวียนอยู่ในห้างแบบก่อนหน้านี้นี่หว่า นี่แหละหนาคน จะนินทาอะไรก็อิงความเป็นจริงและสมเหตุสมผลนิดนึงงง นี่มโนเอาเป็นตุเป็นตะนึกว่าเป็นนักเขียนนิยาย

คมสันต์ตรวจเช็กงานของครรชิตอย่างใกล้ชิด เมื่อมีความคืบหน้าก็จะไปดูตัวอย่างงานแล้วทำเอกสารแจ้งไปทางบริษัทของครรชิตแบบเรียลไทม์ ระหว่างนี้ก็รอไปด้วยว่าเมื่อไหร่นะ...เมื่อไหร่คุณอลันจะแจ้งรายละเอียดงานมาให้เขาเสียที รออย่างไร้จุดหมายแบบนี้นี่มันเคว้งคว้างและแหว่ว้ามากๆ เลยนา

แหละเนื่องจากวันๆ ที่ปราศจากอลันนั้นมันก็เป็นเพียงวันธรรมดาของมนุษย์เงินเดือน นั่งทำงาน เคลียร์งาน วุ่นๆ ยุ่งๆ พักเที่ยง กินข้าว กินน้ำ นั่งดูยูทูปแล้วก็จะวนกลับไปทำงานอีก ดังนั้น...ความธรรมดาเหล่านั้นจะถูกข้ามไปเพราะเดี๋ยวมันจะน่าเบื่อเสียก่อน

ตัดวาบเวลามาที่ตอนสี่โมงเย็นของวัน ในที่สุด! อลันก็อ่านข้อความและตอบกลับมา แต่ครับแต่...อลันตอบได้ยาวมาก ยาวจนน่าตกใจไม่คิดไม่ฝันเล้ยยยว่าจะตอบได้ยาวขนาดนี้หลังจากรอคอยคำตอบมาตั้งแต่เช้า ‘มาหาที่ห้องผม’ อยากรู้จริงๆ ตอนพิมพ์นี่เหนื่อยไหม เหนื่อยมากหรือเปล่ากับอีกแค่ไม่กี่คำเนี่ยยย

แดกหัวแม่ม!

[คม : ครับ] แดกหัวในความคิดนี่แหละ เห่อๆ อนาถจิตอนาถใจ ไอ้คมเอ้ยยยแกนี่มันแกจริงๆ เลยเชียว

เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาสี่โมงแล้ว และการที่อลันเรียกไปหาที่ห้องนั้นอาจหมายความได้ว่าใกล้ได้เวลาไปงานสังคมอย่างที่อลันเกริ่นตั้งแต่เมื่อเช้า ดังนั้นคมสันต์คนนี้จึงเก็บข้าวของทุกอย่างใส่เป้ ที่เหลือบนโต๊ะก็จัดเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับเขาเลิกงานแล้ว มันก็ดูเหมือนจริงๆ นั่นแหละ แต่ไม่อยากที่จะแบบว่าพอไปหาอลันแล้วอลันให้ไปงานสังคมเลย มันจะเตรียมอะไรไม่ทันแล้วจะกลายเป็นว่าทำให้อลันเสียเวลา

เลขาหน้าห้องอลันวันนี้แต่งตัวสวยเป็นพิเศษ สงสัยจะไปงานเดียวกัน แล้วดูสภาพอีเบต้าเงินเดือนคนนี้สิ ผมเรียบแปร้ได้ก็นับว่าเก่งหลังจากทำงานทำการมาทั้งวัน ส่วนคุณเลขา...นั่นทำงานหรือเสริมสวยทั้งวันกันแน่ ผู้หญิงนี่สุดยอดจริงๆ สามารถแต่งหน้าแต่งตาได้ตลอดวันโดยไม่เหนื่อยเลยเนอะ

“คุณคมสันต์มาแล้วค่ะท่าน” เลขายกหูโทรศัพท์เข้าไปบอกคนในห้องก่อนจ้องหน้าคมสันต์แล้วพยักหน้าเป็นเชิงให้เข้าไปได้

แน่นอนว่าภาพที่เจอตรงหน้านี้มันก็ไม่ต่างอะไรจากครั้งก่อนเลย กองเอกสารกับอลันที่ก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารบนโต๊ะ นี่มันมิติไร้การเวลาหรือยังไง เข้ามาทีไรก็รู้สึกวนลูปทุกที

“มานี่สิ” อลันเรียกทั้งที่ไม่ได้เงยหน้ามอง คมสันต์ละไม่เข้าใจ การมองหน้าเขามันมีค่าน้อยกว่าอีเอกสารนั่นหรือไง เชอะ...ถึงจะมีค่าน้อยกว่าจริงก็เถอะ เชอะๆ

“ครับ” คมสันต์เดินมาหยุดที่ตรงข้ามอลันกั้นกลางด้วยโต๊ะ แต่อลันกลับเอื้อมมือมาจับข้อมือของคมสันต์ ออกแรงดึงเบาๆ ให้คมสันต์เดินเข้าหาอลันที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ตัวใหญ่

คมสันต์ตอนนี้เป็นคมเอ๋อ เพราะงงกับการกระทำของอลันที่มือหนึ่งล็อกข้อมือเขาไว้ ส่วนอีกมือก็ยังจรดปลายปากกาเพื่อเซ็นเอกสารอยู่ไม่ยอมหยุด ลากมายืนข้างๆ แล้วก็เมินเงี้ย โหย เสียใจนะ...ฟ้องแม่จริงๆ ทำแบบนี้กับเขาเนี่ย คมสันต์ขมุบขมิบปากบ่นอลันเงียบๆ ใจกล้าขนาดนี้เพราะเชื่อว่าอลันไม่เห็นนั่นแหละ

แล้วไอ้การจ้องหัวอลันและบ่นคนเดียวทำให้คมสันต์ไม่ได้ดูเลยว่าอลันนั้นเคลียร์โต๊ะตัวเองจนเกือบจะมีพื้นที่ว่างในการวางร่างของคมสันต์ลงไป มารู้ตัวก็ตอนโดนลากให้มายืนอยู่ตรงหน้าอลันแบบที่ด้านหลังคือโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ข้างหน้าคืออลันบนเก้าอี้ตัวใหญ่เช่นกัน

เอ่อ...สถานการณ์แบบนี้จะเสียตัวไหม?

เสียเหรอ...เสียแหละอืมใช่ เฮ้ยยยยไม่ได้!!!

อลันไม่พูดอะไรเลย พลักคมสันต์ให้นั่งลงโต๊ะทำงานของตัวเอง จากนั้นยืนขึ้นใช้สองมือค้ำร่างกายคร่อมคมสันต์ให้อยู่ใต้ร่าง จังหวะที่เจ้าเบต้าทำหน้าเหรอหราเพราะตั้งตัวไม่ทันนั้นก็ฉกชิงลมหายใจจากริมฝีปากนุ่มนิ่ม

คมสันต์รับรู้ได้ถึงกลิ่นบุหรี่ที่หอม ใช่ อ่านไม่ผิด...มันหอม เพราะมันเป็นบุหรี่อย่างดีมีกลิ่นมิ้นต์ๆ ไม่เหม็นเหมือนบุหรี่ทั่วไป คาดว่าอลันคงเพิ่งสูบไปเมื่อกี้นี้ไม่งั้นกลิ่นมันคงไม่อบอวลอยู่ในโพรงปากและเรียวลิ้นของอลันอย่างนี้ คมสันต์โดนรุกเข้ามาอย่างหนัก ลิ้นตัวเองโดนโฉบไปเกี่ยวกระหวัดเล่นด้วยลิ้นของอลัน

ดวงตาดุจนักล่าอันน่าเกรงขามจับจ้องคมสันต์ ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเหยื่อที่อยู่ต่อหน้าผู้ล่าที่เหนือชั้นกว่า คมสันต์ต่อกรกับอลันไม่ได้ ไม่แม้จะต่อต้านได้เลย ทั้งที่อลันยังไม่ได้จ้าบจ้วงร่างกายของเขาด้วยฝ่ามือ มีแค่ลิ้นและลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้า ร่างกายนี้ก็ตื่นตัวเสียแล้ว

เมื่ออลันแย่งชิงลมหายใจของคมสันต์จนพอใจแล้ว กระดุมเสื้อของคมสันต์ก็โดนปลดทีละเม็ด ทีละเม็ด เชื่องช้าแต่ร้อนรุ่มเพราะอลันใช้ริมฝีปากประทับเบาๆ ไปที่ลำคอของคมสันต์ตลอดการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตราคาร้อยกว่าบาท จนแล้วจนรอดท่อนบนของคมสันต์ก็เปลือยเปล่า และมันก็โดนโลมเลียด้วยปากกับลิ้นที่ช่ำชองของอลันจนไปถึง...

“ซี้ด...อึ้กอ๊ะอ่าห์”

เรียบร้อยโรงเรียนอลัน คลาสนี้อลันใช้เวลาไปสองชั่วโมงกว่าจะปล่อยให้คมสันต์ได้นั่งกอดตัวเองร้องไห้กระซิกๆ ที่เสียตัวให้กับอัลฟ่าอย่างอลันอีกหน แต่การร้องไห้กระซิกๆ ในใจของคมสันต์นั้นปลอมนะ ปลอมมาก...ปลอมชนิดที่ว่าแค่ปลายตามองก็รู้ อลันส่ายหน้าเบาๆ มองเขาที่นั่งหมดแรงบนเก้าอี้ที่อลันเคยนั่งเมื่อสองชั่วโมงก่อน

อลันเดินเปลือยท่อนล่างไปทางไม้แขวนสูทที่มันจะมีรูปร่างเหมือนต้นไม้มีกิ่งก้านยื่นๆ ออกมา ตรงนั้นคมสันต์เห็นแล้วล่ะว่ามันมีซองสูทออยู่สองซอง อลันเอื้อมไปหยิบมาทั้งสองก่อนจะโยนมาให้เขาชุดหนึ่งและอีกชุดถูกถือเดินเข้าห้องน้ำไป

เอามาให้ทำไม? คมสันต์มองของในมือและร่างอลันที่หายวับเข้าไปในห้องน้ำแล้วเป็นที่เรียบร้อย กว่าอลันจะเดินกลับออกมาตัวคมสันต์ก็แห้งกรัง เหนียวเหนอะน่ะ ไม่อยากนึกสภาพว่าต้องไปงานสังคมด้วยสภาพนี้เลยจริงๆ

“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว” อลันออกมาในชุดสูทสีดำ...ก็ไม่เชิงดำล้วนแต่มีเหลือบน้ำเงินเล็กๆ เป็นน้ำเงินเข้มที่ทำให้สูทของอลันดูมีดีเทล ไม่ได้ดูแล้วไม่มีอะไร

“ครับๆ” คมสันต์วางซองสูทไว้ที่โต๊ะอลันจากนั้นโกยเจ้าเสื้อผ้าของตัวเองบนพื้นเพื่อจะเอาเข้าไปใส่ แล้วอีตอนทำนี่ทำกันยังไง ทำไมเสื้อผ้ามันอยู่คนละทางกันน้า คมสันต์ก้มเก็บทีละชิ้น ขยับไปอีกสองก้าวก็หยิบอีกชิ้น จนถึงชิ้นที่เป็นกางเกง กำลังจะหยิบแต่อลันดันเหยียบเอาไว้ คมสันต์นี่เงยหน้ามองอย่างไว

____[40%]____

มีคนอยากรู้เรื่องคุณครรชิตเยอะเลย แล้วเราก็จะปล่อยให้สงสัยอีกสัก…ตอนสองตอน อิอิ

ส่วนอาการรัทที่เป็นชื่อตอนนั้นจะเป็นอาการของอัลฟ่าที่เรียกว่าเหมือนฮีทในโอเมก้า จะเป็นอาการที่ความต้องการในการสืบพันธุ์สูงกว่าปกติชนิดที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ค่ะ ส่วนใครรัท? รอตอนหน้านะคะ ^^

ออฟไลน์ kokoro

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1096
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-2
คุณคมนี่โดนกินตลอดเวลา สงสาร แต่ก็อาจจะไม่จำเป็นเพราะเจ้าตัวมองโลกในแง่ดีอ่ะ ใช่ชีวิตต่อไปแบบชิลๆ
แต่ก็แอบมาแซบบ้างประปราย(เพราะเลี่ยงไม่ได้และใจมันรัก 555)
พระเอกนี่บทพูดน้อยมากกกกกก จนแอบหมั่นไส้ ฮ่าๆ

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-5
ตอนที่ 8 : คมสันต์กับอาการรัท [100%]


“ใครให้ใส่ชุดนี้” ก็นี่มันชุดเขานี่หว่า มองชุดตัวเองแล้วก็มองหน้าอลันอีกหนด้วยสายตาฉงนเป็นที่สุด

“ก็นี่ชุดผม”

“ชุดนู้นต่างหากที่ให้ใส่” อลันพยักหน้าไปที่ซองสูทบนโต๊ะ เจ้าชุดที่อลันโยนให้นั่นแหละ

“แต่...”

“ไปใส่ชุดนู้น” จะให้ใส่ชุดนั้นทำไมไม่พูดดดด จะมาโยนให้แล้วเดินลิ่วๆ ไปแบบนี้ไม่ได้ ไม่ได้มีสมองไว้คิดวิเคราะห์และแยกแยะเรื่องอย่างนี้นะครับผม แล้วเนี่ยถ้าบอกดีๆ ก็ไม่ต้องมาเหยียบกางเกงเขาล่ะปะ

“ครับ แต่...ผมขอกางเกงผมเถอะนะครับ” เอาเท้าออกเถอะคร้าบ อย่าให้ต้องกระชากมันออกมาจากเท้าของอลันเลย เดี๋ยวมันจะเปื้อนไปมากกว่านี้

อลันยกเท้าออก เดินกอดอกไปนั่งรอที่โซฟารับแขกด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ไอ้คมสันต์คนเด๋อก็หอบเอาชุดที่อลันให้ไปยังห้องน้ำทั้งที่เปลือยมันไปทั้งตัว มันคือความไม่แฟร์นิดหน่อย อลันจะถอดของเขาหมดเพื่อดูร่างกายเปลือเปล่า ส่วนอลันนั้นจะเหลือเสื้อเอาไว้ซะเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นดุมากหรือเขาอารมณ์ขึ้นสุดๆ ก็จะเอามันออกเช่นกัน

คมสันต์มองตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจก แบบว่า...คนข้างในนั้นมันโคตรหล่อเลยอะ หล่ออะไรขนาดนี้วะเนี่ย ชุดสูทมันสารมารถทำให้ดูดีได้ขนาดนี้เลยเหมือนกันแฮะ เขาไม่เคยคิดจะให้ความสำคัญกับชุดประเภทนี้เพราะไม่ค่อยได้ใช้งานมันอยู่แล้ว แต่ว่ามันเอะใจนิดหนึ่งคือทำไมชุดมันพอดีจังวะ?

จะว่าคมสันต์กับอลันมีรูปร่างและส่วนสูงใกล้กันมากมันก็ได้อยู่ แต่นี่มันรูปแบบพอดีเด๊ะ หุ่นเขากับอลันมันเท่ากันขนาดนี้เลยอย่างนั้นเหรอเนี่ย กอดมาก็หลายครั้งแต่ไม่ยักกะรู้แหละ สุดยอดไปเลย

คมสันต์เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อยด้วยความไม่คุ้นชินกับชุดที่ใส่อยู่ แต่ไอ้คนที่รอเนี่ยจ้องมองเขาตั้งแต่เยื้องย่างออกมาจากห้องน้ำแล้วนะ จ้องแบบจ้องเลยอะ จ้องอะไรขนาดนั้นก๊อนนนน

“เอ่อ...แปลกๆ ไหมครับ” ด้วยความโดนจ้องจนเหมือนจะโดนกินอีกรอบ คมสันต์ก็เริ่มไม่แน่ใจว่ามันจะยังไงแน่ หรือชุดนี้มันไม่เหมาะกับเขาหรือว่าเขาใส่พลาดอะไรตรงไหน

“ไม่” ถ้าไม่แล้วจะจ้องอะไรขนาดนั้นล่ะนั่น อยากถามจริงๆ แต่ไม่กล้าแฮะ

“งั้นเหรอครับ ดีจัง ผมนึกว่าจะแปลกๆ ผมไม่เคยแต่งตัวแบบนี้ก็เลยไม่คุ้นเท่าไหร่ แต่เพิ่งรู้เลยนะครับเนี่ยว่ารูปร่างของผมเท่ากับของคุณอลันเป๊ะเลย นึกว่าผมจะอ้วนกว่าคุณซะอีก” อันนี้เป็นความรู้สึก แค่แบบ...ดูอลันตัวเล็กกว่าเขานิสสสนุง นิดเดียวนะ ไม่เยอะ แต่กล้ามเนื้อของอลันจัดว่างามเชียวล่ะ

“ชุดของคุณ ไม่ใช่ของผม” อลันตรงเข้ามาทางคมสันต์ที่ทำหน้างง ใช่ หน้างงเนี่ยแหละ อะไรคือชุดของคุณไม่ใช่ของผม

“ยังไงครับ หมายถึงชุดนี้เป็นชุดของผมเลยงั้นเหรอครับ?”

“ใช่ สั่งตัดมา” อลันมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า จากนั้นก็เดินวนอีกรอบแล้วก็เดินนำไปหน้าประตู

แล้วก็คือจะไม่ไขข้อกระจ่างแจ้งใจให้คมสันต์อีกเช่นเคย เออดีจัง โตมาแบบอธิบายอะไรไม่เก่งแน่ๆ เลยคนคนนี้ เมื่อออกมาหน้าห้องเลขาคนสวยก็ไม่อยู่แล้ว คมสันต์อยากถามแต่กลัวได้คำตอบสั้นๆ ไม่ได้ใจความจากอลันอีกก็เลยไม่ถาม เดินตามไปเงียบๆ เนี่ยแหละ

ไอ้ตอนเดินแบบไม่มีคนมันก็ดีนะ แต่พอออกมาลิฟต์ที่ชั้นล่างเพื่อจะไปที่ลานจอดรถเนี่ยมีคนเยอะแยะมากมาย บวกกับเวลานี้เป็นเวลาที่คนเลิกงานกัน จริงที่เวลาปกติจะเลิกห้าโมงเย็นแต่ใช่ว่าจะไม่มีคนเลิกตอนหกโมงเสียหน่อย สายตาของคนเหล่านั้นพุ่งตรงมาที่อลันอย่างกับลูกธนูที่พุ่งปิ้วววมาทิ่มร่างอลันเลย

คมสันต์รู้ว่ามันไม่แปลกเลย ตัวเขาเองยังมองอลันดูดีมาก ตอนเห็นอลันเดินออกมาจากห้องน้ำนี่รู้สึกเหมือนตกหลุมอากาศไปเหมือนกัน ทั้งที่การสวมแว่นตามันจะทำให้ดูเนิร์ด แต่กลับอลันมันไม่ได้ทำให้รู้สึกแบบนั้นเลยแม้แต่นิด เชื่อว่าไอ้คนที่มองๆ อยู่ตอนนี้ต้องรู้สึกเหมือนเขา รู้สึกว่าอลันโคตรหล่อ หล่อฉิบหาย หล่อไปไหน หล่อไม่แบ่งใคร นี่ถ้าไม่เย็นชานะรับรอง...อลันคงไม่ได้ใส่กางเกงทั้งวันอะ

“จิ๊!” เดินตามด้วยความเพลินอยู่ดีๆ คนข้างหน้าก็จิ๊ปาก คมสันต์เป็นเอ๋ออีกครั้งด้วยความไม่เข้าใจว่าอลันจะจิ๊ทำไม

แล้วเสี้ยววินาทีต่อมาบรรยากาศรอบๆ ตัวอลันก็หนักอึ้งขึ้น คมสันต์รับรู้ได้ในทันทีเลยว่าอลันปลดปล่อยกลิ่นคุกคามอันเป็นความเฉพาะของสายเลือด เขาก็คิดนะว่าแค่คนมองเพราะอลันหล่อเนี่ยมันจำต้องไม่ชอบใจขนาดนั้นเลยเหรอ คมสันต์เห็นอาการคนรอบด้านทุกคนดูหวาดกลัวและก้มหน้ากุมมือต่ำไม่มองมาทางอลันอีก ในขณะที่คมสันต์เองไม่ได้รู้สึกมากมายขนาดนั้น
และที่สำคัญ...คมคนเด๋อก็ไม่รู้ตัวด้วยว่าที่อลันต้องใช้กลิ่นคุกคามก็เพราะไม่อยากให้คนมองตนเองนั่นแหละ!

กว่าจะเดินทางไปถึงที่หมายก็ล่อไปทุ่มกว่าเกือบสองทุ่ม ที่จัดงานเป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาว จัดในห้องจัดงานเลี้ยงที่ใหญ่โตและบรรจุผู้คนไว้มากมาย คมสันต์เดินอยู่ด้านหลังอลัน คอยทำความเคารพคนที่อลันเข้าไปพูดคุยด้วยแทบจะตลอดทาง ต้องบอกว่านี่เป็นครั้งแรกเลยที่คมสันต์ได้เห็นอลันยิ้ม...ยิ้มเลยนะ ยิ้มแบบยิ้มน่ะ โอ้วโหว มันเป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ แม้ว่าคมสันต์จะรู้ดีว่ารอยยิ้มนั้นมันจะเป็นแค่เปลือกก็ตาม

เข้าใจคำที่ว่าผีเห็นผีไหม นั่นแหละ ด้วยความที่คมสันต์เองก็ใช้รอยยิ้มแบบนี้ในการเข้าสังคม มันเลยไม่แปลกที่เขาจะมองรอยยิ้มของอลันออกภายในแวบแรก แต่ถึงจะมองออกมันก็ยังรู้สึกตื่นตาตื่นใจอยู่ดี ปกติมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเห็นอลันยิ้ม ต้องใช้คำว่ายากมากกก เพราะอลันทำหน้าเดียว...หน้านิ่งอะ

อลันแนะนำว่าคมสันต์คือผู้ช่วยของเขา หลายคนแปลกใจที่ผู้ช่วยของอัลฟ่าระดับสูงอย่างอลันจะเป็นเพียงเบต้าธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่ด้วยรูปลักษณ์และรอยยิ้มของคมสันต์ทำให้พวกนั้นไม่ติดใจอะไรคมสันต์มาก เพราะมันมีบางอย่างที่รู้สึกว่าถึงนี่จะเป็นเบต้าแต่ก็ดูเป็นเบต้าที่ดูดีด้วยบุคคลิกและการวางตัวที่สง่าสมชายชาตรี ถ้าไม่ได้เป็นอัลฟ่าที่มีความสามารถมากก็อาจจะคิดว่าคมสันต์คืออัลฟ่าเสียด้วยซ้ำ

คมสันต์เดินตามอลันและอยู่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวอย่างที่อลันแนะนำกับคนอื่นๆ แบบไม่ขาดตกบกพร่องใดๆ เรื่องการดูแลและเทคแคร์คนอื่นน่ะงานถนัดเลยไม่อยากจะคุย เรียกว่าอลันมองตาคมสันต์ก็แทบจะรู้แล้วว่าอลันต้องการอะไร เป็นไง...ดูเวอร์ไหม ใช่คมสันต์เวอร์เองแหละ ถึงจะไม่ได้เข้าใจทุกอย่างยามมองตาแต่ก็พอรู้ได้ด้วยความรู้สึกแหละว่าอลันต้องการอะไรหรือไม่สบายใจที่จะอยู่คุยกับคนกลุ่มนี้

“เอ๋? คุณคมใช่ไหมคะเนี่ย..ตายจริง คุณคมจริงๆ ด้วย” เสียงหวานใสของหญิงสาวดังขึ้นด้านขวามือ คมสันต์ละสายตาไปมองเธอที่อยู่ในชุดเดรสยาวสีชมพูรัดรูป

“อ่าวคุณแก้ว สวัสดีครับ” คมสันต์ยกมือไหว้เธออย่างงาม ประหนึ่งว่าเรียนจบเอกมารยาทไทยมาเลยทีเดียว

“คุณคมหล่อมากเลยนะคะเนี่ย แก้วมองตั้งนาน คิดอยู่ว่าใช่คุณไหม” ในมือเธอถือแก้วแชมเปญ รอยยิ้มหวานๆ ถูกส่งมาให้คมสันต์ มันน่ามองและดูออกได้ง่ายเลยว่าเธอชมเขาอย่างใจจริง

“คุณแก้วชมผมเกินไปแล้วล่ะครับ วันนี้คุณแก้วเองก็สวยมากๆ เลย ผมนึกว่านางฟ้าแหนะ”

“ฮ่าๆ คุณคมเนี่ยเวอร์จัง” เธอป้องปากหัวเราะอย่างน่ารัก ความเป็นหญิงสาวหวานๆ ตัวเล็กตัวน้อยมันก็ต้องน่ารักเป็นเรื่องธรรมดา

อลันชะงักการพูดคุยกับคนรู้จักตั้งแต่มีคนเอ่ยทักคมสันต์แล้ว ในมือเขามีแก้วแชมเปญเช่นเดียวกับหญิงสาวที่ชื่อแก้ว ก็ยอมรับแหละนะว่าคนที่เข้ามาทักคมสันต์นั้นสะสวยแถมยังมีกิริยาที่น่ารัก ไม่อยากยอมรับหรอก แต่มองแบบนี้ทั้งคู่ก็เหมาะสมกันดีจริงๆ

เสียงคู่สนทนาเอ่ยเรียกย้ำสองสามครั้ง อลันจำต้องหันกลับไปสนทนากับอีกฝ่าย ใช้ความสามารถของตัวเองต่อบทสนทนาให้เป็นไปอย่างราบรื่น มีคนอีกสองเข้ามาทักทายและชวนให้อลันไปอีกทางเพื่อเจอคนที่อยากแนะนำให้รู้จัก อลันจำต้องเดินตามไปอย่างช่วยไม่ได้

อลันไม่ชอบงานสังคมเท่าไหร่นัก เขาแสดงออกไม่ค่อยเก่งแล้วก็ทำได้แค่ปั้นยิ้มใส่ผู้คนที่เข้ามาพูดคุยไม่ว่าจะหญิงหรือชายก็จะได้รับรอยยิ้มเป็นมิตรของเขา แถมงานแบบนี้ก็เลี่ยงที่จะเจอคนเอาตัวเข้ามาเสนอไม่ได้ด้วย อลันนับว่ามีชื่อเสียงไม่น้อยในฐานะอัลฟ่าระดับสูงที่ทั้งหล่อรวยและทำงานเก่ง แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนอยากได้ก็คือความได้ยากของอลัน เพราะคนอย่างอลันแค่เป็นอัลฟ่าที่สูงระดับเดียวกัน หน้าตาดี เก่งหรือรวยก็เอาใจเขาไปไม่ได้หรอก

เผลอแป็บเดียวอลันก็เห็นว่าคมสันต์และคนที่ชื่อแก้วไปนั่งที่โต๊ะ ทั้งสองดื่มและพูดคุยกัน มองจากข้างนอกเข้าไปมันแทบไม่ต่างอะไรกับการดูคู่รักคู่หนึ่งสวีตกัน อลันหงุดหงิดจนยกแก้วดื่มเป็นว่าเล่น หมดแก้วปุ๊บก็เอาแก้วใหม่ การยกดื่มเร็วๆ อย่างนี้ต่อให้คอแข็งแค่ไหนก็ไปไวได้ไม่ต่างกัน...

อลันเดินเข้าไปที่โต๊ะที่มีคมสันต์และหญิงสาวนั่งคุยกัน สายตาเย็นชาจับจ้องใบหน้าของคมสันต์ที่พูดคุยกับอีกฝ่ายอย่างออกรสออกชาติ ในมือคมสันต์มีเหล้าที่หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับวิสกี้ แต่อลันรู้ดีว่านั่นไม่ใช่ และกำลังสงสัยว่าสาวเป็นคนให้คมสันต์กินหรือคมสันต์กินเอง

“เอ่อ...” คมสันต์รู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง พอหันไปด้านข้างก็เจออลันนั่งจ้องเขาเขม็ง

“สวัสดีค่ะคุณอลัน” หญิงสาวเอ่ยทักทาย น้ำเสียงและสีหน้าเป็นมิตรสุดๆ แต่คนเมาอย่างอลันกลับเฉยและจ้องหน้าคมสันต์นิ่งงัน

“คุณอลันโอเคไหมครับ” สีหน้าอลันมันก็เหมือนเดิมอะ ดูไม่ออกว่าเป็นอะไร เมาไหมหรือไม่เมาก็ยังไม่รู้เลย

“...” น่ะ ถามแล้วก็ไม่ตอบ ซ้ำยังนั่งเท้าคางจ้องไม่ละสายตา ไอ้การจ้องแบบนี้นี่จะให้ทำยังไง? ให้กลับไปพูดคุยกับสาวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอะนะ บ้าเปล่าาา

คมสันต์ผู้ไม่รู้อะไรเลยหันกลับไปมองหน้าคุณแก้วที่อยู่ข้างๆ นั่งกระซิบกระซาบกันสองคนว่าอลันอาจจะเมาแล้วก็ได้ คือเธอจะเห็นอลันเป็นมิตรตลอด ไม่เคยเจออลันที่เป็นแบบนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ส่วนคมสันต์นั้นชินกับความนิ่ง แต่ที่ไม่ชินคือมันนิ่งแล้วรู้สึกว่าไม่พอใจด้วยเนี่ยสิ

คมสันต์ไม่ได้รู้เลยว่าท่าทางการกระซิบกระซาบกันนั้นทำให้ยิ่งดูเหมือนสวีตกันหนักขึ้นไปอีก สายตาอลันทิ่มแทงคมสันต์แบบตรงไปตรงมาแม้จะไม่พูดอะไรแต่เขาก็รู้สึกได้ว่าเขาต้องหันไปสบตาอลันหรือชวนอลันคุย

อ่าห์...ฉิบหายแล้ว!

จังหวะหันกลับมาสบตาไม่พอใจของอลันรอบนี้คมสันต์รู้สึกวูบวาบแปลกๆ ลำคอแห้งผากขึ้นมาอย่างฉับพลันเลยต้องยกแก้วของตัวเองดื่มอึกใหญ่จนหมดแก้ว พอวางปุ๊บสาวก็เป็นคนดีไง เรียกบริกรมาเปลี่ยนแก้วทันทีทันใดว่องไวได้ใจกันสุดๆ ไปเลย แต่คมสันต์คือไม่ได้รับรู้อะไรตรงนั้นแล้ว เขาถูกสายตาไม่พอใจของอลันตรึงเอาไว้ หัวใจเต้นแรงมาก คิดว่ามันเป็นเพราะแอลกอฮอล์แต่ก็มันแปลกและแตกต่างกว่าปกติที่ดื่ม

สาวสะกิดเรียกคมสันต์ เธอขยับเข้ามากระซิบจนใบหน้าหวานๆ นั้นเกือบจะชิดกับไหล่ของคมสันต์ ก็ถามไถ่เรื่องอลันแหละ เพราะดูอลันนั่งเท้าคางจ้องมองพวกเขานิ่งไม่ไหวติง นิ่งแบบเป็นรูปปั้นไปแล้วร้อยเปอร์เซ็นเลย นี่ถ้าอีตรงหน้าอกไม่ขยับขึ้นลงด้วยนี่คิดว่าอลันตายไปแล้วนะ

จู่ๆ ไอ้ดวงตาที่แสนเย็นชาไร้อารมณ์คู่นั้นมันก็เริ่มเยิ้มแปลกๆ จังหวะนี้คมสันต์ว่าอลันเมาแล้วจริงๆ แหละ ไม่งั้นไม่น่าทำตาเยิ้มใส่เขา แล้วดู มีการแลบลิ้นเลียริมฝีปากอีก เลียไม่พอกัดปากเข้าไปอีกกกก กัดทำไมคร้าบ ไม่ต้องกัดคร้าบ ไม่ต้องเลียปากด้วยคร้าบ ไม่ต้องทำตาเยิ้มด้วยครับไอ้คุณตะลันนนน

“เอ่อคุณแก้วครับ ผมว่าผมต้องขอตัวก่อน เอาไว้คราวหน้าเราค่อยมาคุยกันอีกนะครับ” ไม่ไหว มันต้องพูด มันต้องจัดการเรื่องนี้ คืออลันไม่ควรมาเมาในงานสังคมแบบนี้ มันไม่ดีไม่งามสุดๆ

โชคดีที่แก้วเองก็พอจะเดาสถานการณ์ได้ก็เลยเอ่ยลากับคมสันต์ เมื่อเธอลุกเดินออกไปจากโต๊ะ คมสันต์ก็ดึงอลันให้ลุกจากโต๊ะเช่นกัน เขาต้องหาทางออกทางด้านหลังที่คนไม่เยอะเท่าไหร่เพื่อหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คน แต่คนเยอะขนาดนี้มันเลี่ยงยังไงพ้น สุดท้ายก็ต้องเอ่ยทักทายและกล่าวคำลากับทุกคนที่ผ่านอยู่ดี แต่อลันเก่งมาก อลันยังสามารถที่จะทำตัวเหมือนเป็นปกติได้แม้ตัวเองจะเมาก็ตาม

เมื่อพ้นตัวงานมายังที่จอดรถ อลันที่ว่าเก่งๆ เมื่อกี้นี้ก็ตัวอ่อนขึ้นมาซะอย่างนั้น คมสันต์รับแทบไม่ทัน เกือบจะร้องเฮ้ยลั่นลานจอดรถอยู่แล้ว ดีนะที่ห้ามปากตัวเองทันไม่งั้นละก็กลายเป็นที่สนใจของผู้คนมากแน่ๆ คมสันต์ค่อยๆ ประคองอลันมายังรถ จับร่างย้วยๆ ยัดเข้าไปแล้วตัวเองก็เข้าประจำที่นั่งข้างอลัน

“เฮ้อ...” ขอถอนหายใจหน่อยเถอะ “ปกติมางานแบบนี้คุณเมาตลอดไหมเนี่ย”

“ไม่” ไม่เหรอ แล้วคมสันต์คนนี้ก็มาเจอแจ็กพอทเหรอ โอ้วก๊อดยอดไปเลย

“งั้นทำไมคราวนี้เมาได้ล่ะครับ เพื่อนชวนดื่มหรือ” รถค่อยๆ เคลื่อนออกจากที่จอดไปยังถนนใหญ่ระหว่างที่พูดคุยกับคนเมาข้างกาย

“ไม่” เอ้า เพื่อนก็ไม่ได้ชวนดื่ม แล้วเมาได้ไงวะ? ไอ้คมเป็นงงเด้อหนิ

“แล้วเมาได้ยังไงครับเนี่ย คุณเผลอดื่มเยอะเกินงั้นเหรอ”

“ใช่” นี่คิดจะตอบแค่ไม่กับใช่หรือไง คมสันต์หันไปมองอลันแวบหนึ่ง กะส่งสายตาระอาใจให้แต่กลับเจอสายตาเร้าร้อนส่งกลับมาแทน

อึ้ก!

ฉิบหายแล้วไอ้คม ฉิบหายแบบหาไม่เจอเลยทีนี้ บ้าหน่า เป็นไปไม่ได้อะ ดื่มไปสามแก้วไม่มีทางมีอาการแบบนี้แน่ๆ คมสันต์คิ้วขมวดมุ่นขึ้นมาในทันทีที่หันไปสบตากับอลันเมื่อกี้ แค่เสี้ยววินาทีที่สบตาไอ้นั่นก็ตื่น บ้าไปแล้ว...นี่มันไม่ใช่แล้ว

“คราวหลังระวังๆ หน่อยนะครับ อย่าดื่มเยอะแบบนี้อีก มันจะไม่ดีกับตัวคุณเอง” คมสันต์ข่มใจพูดเตือนอลันออกไปแม้ว่าในร่างกายมันจะร้อนรุ่มขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุก็ตาม

มีเสียงอืมในลำคอตอบรับมาเบาๆ คมสันต์เห็นว่าอลันเมาก็ไม่เลยไม่คิดจะพูดอะไรอีก แต่อีกแง่หนึ่งเขากำลังรู้สึกลำคอแห้งผาก แห้งชนิดที่ว่าคอจะกลายเป็นผงอยู่แล้วในตอนนี้ ไอ้หนูในกางเกงก็ตื่นขึ้นมาดุนดันเนื้อผ้า จากตอนแรกที่ตื่นนิดๆ ตอนนี้ดันตื่นเต็มตัว เรียกว่าแข็งตีหัวหมาแตกได้เลยล่ะ คมสันต์ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงมีอาการแบบนี้ได้ ไอ้ความต้องการมันปะทุขึ้นรุนแรงมาก มือไม้สั่นเหงื่อเริ่มไหลซึมตามไรผมทั้งที่แอร์ในรถมันเย็นฉ่ำจนหนาวด้วยซ้ำ

ทรมาน...

มันเป็นคำเดียวเลยที่วนเวียนอยู่ในหัว ผู้ชายแม่งเป็นแบบนี้แหละ ถ้าความต้องการตื่นขึ้นมาแล้วไม่ได้จัดการอะไรกับมัน ยิ่งปล่อยให้มันตื่นมากขึ้นเรื่อยๆ มันจะกลายเป็นความทรมานที่ส่วนนั้น มันจะปวดตุบๆ บอกตามตรงตอนนี้ไม่มีสมาธิจะโฟกัสอะไรเลยด้วยซ้ำ ไอ้จะบอกว่าเมาเขาก็รู้ตัวเองดีว่าไม่ได้เมา แค่มีความต้องการมาก มากแบบมากๆ เลยล่ะ!

“เป็นอะไร” อลันที่เห็นว่ามีเหงื่อซึมตามไรผม มือสั่นน้อยๆ และลมหายใจหอบถี่ก็เอ่ยถาม

“ปะ...เปล่าครับ” แล้วใครมันจะไปกล้าพูดตรงๆ ล่ะว่าจู่ๆ ก็เงียบอะ (เงียบที่ไม่ได้แปลว่าเงียบ)

“แน่ใจ” อลันไม่พูดเปล่า เจ้าตัวเอื้อมมือมาวางลงบนเกียร์กระปุกของคมสันต์

“อ๊ะ!” เล่นเอาสะดุ้งโหยง เขารีบมองไปที่คนขับรถอย่างไว กลัวว่าจะโดนเห็น

“หึ...นี่นะไม่เป็น”

“คุณ! มันไม่ใช่เรื่องนะครับ...มันอันตรายนะ” อลันไม่หยุดลูบ และคมสันต์เองก็พูดไม่ได้เต็มปากว่าให้หยุดเพราะมันดันรู้สึกดี

“จะจอด...” อลันบีบเจ้าคมน้อย เล่นเอาเจ้าของกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูด “หรือจะยังไง...”

“...” จังหวะนี้คมสันต์ไม่พูด ไม่ตอบแต่กัดฟันกรอดจนขึ้นเป็นรอยนูนตรงสันกราม เขาหันไปมองหน้าอลันเล็กน้อยก่อนจะหันไปเร่งคนขับเพื่อมุ่งหน้าไปยังที่พักของอลัน

จำไม่ได้เลยว่าลากอลันขึ้นไปที่ห้องของอลันเองได้ยังไง สิ่งที่คมสันต์จำได้คือภาพที่เขาดันอลันเข้าไปในห้องแล้วก็กดอลันให้จมไปกับโซฟารับแขก มันเป็นสิ่งแรกที่คมสันต์เห็น ทันทีที่ได้ประทับจูบดุเดือดความอดทนของคมสันต์ก็พังทลายลงอย่างกับเขื่อนแตก
คมสันต์ยามนี้ไม่ต่างอะไรกับอัลฟ่าที่มีอาการรัท บ้าคลั่งและกระทำกับร่างกายของอลันตามสัญชาตญาณตัวเองราวกับสัตว์ป่าในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ในหัวว่างเปล่าขาวโพลน มีแค่ความต้องการที่จะกระทำกับอีกคนเท่านั้นที่เป็นใหญ่ ยิ่งได้ยินเสียงของอลันคมสันต์ก็ยิ่งดุดันและหึกเหิม หนำซ้ำสัตว์ป่าอย่างคมสันต์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะจบความบ้าคลั่งนี้ได้โดยง่าย แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านเข้าสู่ช่วงเช้าของวันใหม่แล้วก็ตามที...

____[100%]____

เบต้ารัทค่าาาา มีคนคลั่งค่าาาาา คุณตะลันแกน่วมแน่!
ปล.มาช้าไปหนึ่งวันต้องขออภัย มัวแต่ก๊งอยู่ง่ะแง

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5406
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1977
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-5
ตอนที่ 9 : คมสันต์กับครรชิต [40%]

งานเลี้ยงสังสรรค์วันนั้นทำเอาคมสันต์หลอนกับการดื่มเครื่องดื่มในงาน ไม่ใช่เพราะมันแรงมาแค่สามแก้วก็เมา หรือว่ามันทำให้เขาแฮงก์หนักจนตื่นบ่าย แต่เพราะว่ามันมีส่วนผสมบางอย่างที่ทำใ้ห้เกิดความกำหนัดอย่างรุนแรงขึ้น เอาจริงถ้าอลันไปเขียนโน้ตบอกว่าอย่าดื่มซี้ซั้วตอนเช้าก็ไม่รู้หรอก คงยังงงๆ อยู่ทำไมวันนั้นถึงอยากขนาดนั้น คิดว่าเมาที่ไหนได้...เหล้าเป็นเหตุจริงๆ

แต่เอาจริงๆ เขาไม่ได้ดื่มซี้ซั้วนะ ก็คุณแก้วให้มาก็รับมาดื่มตามมารยาทก็แค่นั้น ใครจะไปคิดล่ะว่าไอ้ที่โรงแรมนั้นดันมีเหล้าสูตรพิเศษแบบนี้ แล้วไอ้เหล้านั่นก็ทำให้เขาเป็นบ้าระห่ำทำกับอลันยันเช้า มันเป็นอาการที่ห้ามตัวเองไม่อยู่ก็จริงแต่เสือกจำได้ไง น่าอายสุดๆ พอช่วงเช้าก็หมดสติ รู้ตัวอีกทีขาดงานไปแล้วจ้าาาา

คมสันต์กลับไปทำงานอีกทีในวันศุกร์ การขาดงานตั้งหนึ่งวันทำให้งานบนโต๊ะเขาเยอะโคตรๆ เยอะชนิดที่ว่ามันสามารถหล่นลงมากระแทกหัวเขาสลบข้ามไปอีกวันหนึ่งได้เลย แต่ไม่เป็นไรนะ เขาเก่ง...เขาเก่งมาก เคลียร์แป็บเเดียวเท่านั้นแหละ...

...หนีไปกินน้ำหวานเย่!

โห่ งานขนาดนั้นใครเขาเคลียร์กันชั่วโมงสองชั่วโมงเสร็จกัน ทำทั้งวันจะเสร็จไหมยังไม่รู้เลย แต่คมสันต์ก็มานะในการทำงานนะ เที่ยงวันก็ทักไปหาอลันเรื่องข้าวเที่ยง ถามดูนี่แหละว่าจะกินอะไรไหม ไม่ชอบเวลาที่กำลังทำงานแล้วโดนบอกให้ไปซื้อของกิน มันเสียจังหวะ แต่วันนี้ก็เหมือนเมื่อวานที่ไม่ตอบข้อความของเขา

เมื่อวานนี้ตอนคมสันต์กลับบ้านไปพัก เขาทักไปหาอลันว่าเป็นยังไงบ้าง ตัวเขาตื่นเอาเสียบ่าย แต่อลันน่าจะตื่นเช้าไปทำงาน ทั้งที่ทำกันไปขนาดนั้น ไม่อยากเชื่อหรอกนะว่าอลันจะทำงานไหวแต่อลันก็ไปทำงานจริงๆ น่ะ

นั่งรอข้อความพร้อมเคลียร์งานของตัวเองจนกระทั่งเลิกงาน เป็นอีกวันที่สงบสุข ปราศจากคนมาก่อกวนแม้กระทั่งสาวๆ ขาเม้าท์ยังไม่มายุ่งกับเขาเลย อาจจะเห็นว่างานที่ค้างบนโต๊ะมันเยอะแล้วเลยไม่อยากมากวนก็ได้แหละ คมสันต์มองนาฬิกาเล็กน้อย...ทำงานอีกหน่อยละกัน อย่างน้อยๆ วันจันทร์งานก็จะไม่เยอะขนาดนี้

คมสันต์คนขยันนั่งเคลียร์งานเพลินจนร่วงเลยมาถึงทุ่มกว่า เรียกว่าเงยหน้ามองเวลาอีกทีคือตกใจ ไม่คิดว่าจะค่ำแล้ว คิดว่ายังห้าโมงกว่าเกือบหกโมงอะไรทำนองนั้น ในเมื่อค่ำแล้วก็ไปสิครับ เลิกงานๆ ไม่ทงไม่ทำแล้ว ไอ้ที่เคลียร์ไปก็เยอะพอสมควร วันจันทร์ไม่น่าตายอนาถแหละนะ

[Alan : หิว...มาหาที่ห้องหน่อย] กำลังเดินเข้าลิฟต์ชิลล์ๆ ไอ้คนที่เขารอข้อความเป็นนักหนาก็ส่งกลับมาจนได้ แต่บอกเลยนะ อ่านข้อความจบแล้วไม่คิดว่าอลันหิวข้าวแน่นอน

[คม : ไม่สั่งข้าวกินละครับ ผมสั่งให้ไหม สั่งผ่านแอพให้ได้นะครับ]

[Alan : เขามีอาหารที่ชื่อว่าคมสันต์ไหม] อันนี้กวนติงปะนะ? คมสันต์คิ้วขมวดแล้วขมุบขมิบปากบ่นเจ้าตะลัน ทีเรื่องอย่างนี้ละทักมา ทีตอนถามเรื่องของกินที่เป็นของกินจริงๆ นี่ไม่อยากจะตอบหรอก โว๊ะ ตีแม่ม

[คม : คร้าบ จะเอาข้าวเอาอะไรไหมผมจะได้แวะซื้อไปให้] ใจก็บ่น ใจก็อยากจะถามว่าหายไปไหนทำไมไม่ตอบข้อความบลาๆ แต่ก็ไม่ได้ถามแล้วก็หยุดคิดเรื่องพวกนั้นไปอย่างง่ายดาย

[Alan : ข้าว] พูดก็น้อย พิมพ์ก็น้อย คมสันต์ละบีลีฟจริงๆ

[คม : ค้าบๆ รอแป็บ ผมเพิ่งเลิกงานอาจจะไปช้าหน่อย เวลานี้รถติดดีจังเลยล่ะครับ] มันขึ้นอ่านแต่ไม่ขึ้นตอบ อย่าบอกนะว่าขานคำว่าอืมคนเดียวน่ะ

นี่ต้องเอารถบริษัทกลับเหรอเนี่ยยยย เซ็ง คมสันต์มักจะเลี่ยงการเอารถบริษัทไปใช้ส่วนตัว ไม่ได้เป็นคนดีอะไรนะ แค่เบื่อรถติดอะ ยิ่งเวลาเลิกงานแบบนี้บอกเลยว่าโคตรติด ติดขนาดหลับได้เลยนะบางวันน่ะ โดนเฉพาะศุกร์สิ้นเดือนเนี่ย สุดๆ แล้ว นี่ยังดีที่ไม่ใช่ศุกร์สิ้นเดือน แต่วันศุกร์ก็คือวันศุกร์อยู่ดี

เอาเวฟที่บ้านมาขับดีกว่าม้างงงง

คมสันต์โทรไปบอกแม่ว่าจะไม่กลับไปกินข้าวบ้าน ระหว่างนั้นก็ค่อยๆ กระดื้บรถไปบนท้องถนนที่แทบจะไม่มีที่ว่างให้แม้กระทั่งรถมอเตอร์ไซก์กระดื้บผ่าน โคตรเมื่อยเลย ต้องมาคอยเหยียบครัชอยู่ทุกๆ นาที นี่ถ้าเขาขึ้นรถไฟฟ้านะถึงที่หมายไปนานแล้ว เออ...แล้วทำไมไม่ขึ้นรถไฟฟ้าวะ? อะ...โง่ไปอี้กกกไอ้คมเอ๊ย

ถึงจะหงุดหงิดที่ตัวเองคิดช้าไป ดันไปคิดว่าถ้าต้องไปเพนเฮ้าส์ต้องเอารถไปด้วยทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเขาก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปได้นี่หว่า แต่ทำไงได้ ตัดสินใจเอารถมาแล้ว คมสันต์ปลงกับความคิดช้าของตนเองแล้วมองหาร้านอาหารตามข้างทางที่ขับผ่าน เอาจริงๆ ตอนนี้ก็หิว มันได้เวลากินข้าวเย็นแล้วด้วย ดังนั้นสิ่งที่คมสันต์มองหาเลยเป็นอาหารที่เขาจะกินได้อิ่มและอลันต้องกินได้ด้วย มันเลยจบด้วยการซื้อสเต็กมากินกับข้าวเหนียว...

เมื่อไปถึงอลันก็ให้เขาบอกชื่อกับพนักงานด้านล่างแล้วเดี๋ยวทางนั้นจะสแกนคีย์การ์ดให้เขาได้ขึ้นไปที่ห้อง ซึ่งพนักงานก็แค่เข้ามาในลิฟต์แล้วสแกน จากนั้นเธอก็ออกไปทิ้งให้เขาอยู่ในลิฟต์เพียงลำพัง คมสันต์จำได้อยู่ว่าห้องของอลันนั้นอยู่ชั้นค่อนข้างบนๆ แล้วทั้งชั้นนั้นก็เป็นห้องทั้งห้องไม่มีแบ่งซอยเป็นห้องอื่นๆ เลย

แต่คมสันต์คนนี้ไม่เคยได้มองห้องของอลันจริงๆ จังๆ เลยสักครั้งเดียว มาครั้งแรกโดนเหวี่ยงขึ้นโซฟาทั้งที่ห้องยังมืด ล่าสุดก็มาตอนที่จำอะไรแทบไม่ได้แล้ว ถึงจะบอกว่าไอ้เหล้านั่นมันไม่ได้ทำให้ความทรงจำหาย แต่คมสันต์ดันจำแค่อลันน่ะ

ทันทีที่ลิฟต์เปิดออกคมสันต์ก็ยืนอึ้งไปครู่หนึ่ง นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ห้องนี้เปิดไฟ ห้องของอลันนั้นเพดานอยู่สูงมาก ประมาณคร่าวๆ ก็น่าจะสามจุดห้าเมตรได้มั้ง แล้วมันก็ค่อนข้างโล่งโปร่ง ขวามือของคมสันต์เป็นเหมือนป่าดงดิบในตู้กระจก ข้างในมีต้นไม้ท่อนไม้บ่อน้ำเล็กๆ ที่เป็นของปลอม ซ้ายมือเป็นห้องน้ำ โทนห้องออกขาวเขียวทอง มีเครื่องทองเหลืองประดับประดาเล็กน้อย แต่ต้นไม้ปลอมจะเยอะ หน้าตู้กระจกป่าดงดิบปลอมนั้นเป็นโซฟาตัวแอลขนาดใหญ่ เจ้าโซฟานั้นนั่นแหละสนามรบของทุกรอบที่ผ่านมา

คมสันต์มองอลันที่นั่งเอกขเนกอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ สายตาใต้แว่นคู่นั้นมองออกยังกำแพงกระจกที่ตอนนี้แสดงให้เห็นถึงท้องฟ้ายามค่ำคืน แสงสีจากตึกรามบ้านช่องระยิบระยับแทนดวงดาว แม้ว่าคมสันต์จะเดินเข้ามาใกล้แล้วแต่อลันก็ยังไม่ปลายตามองมา

“คุณอลันครับ” เรียกสักหน่อย เผื่อไม่รู้ตัว

“นั่งสิ” อะ...ก็รู้ตัวหนิหน่า แล้วไมไม่มองเขาเลยหว่า

คมสันต์ยังคงมองไปที่รอบๆ ห้องของอลัน ดูเจ้ากำแพงไม้ที่เลื่อนได้ข้างหลังโซฟานั่น คิดว่ามันคงเป็นประตูแบบเลื่อนได้ แต่คมสันต์ไม่รู้หรอกว่าด้านหลังนั้นมันคืออะไร ตอนนี้คนเด๋อต้องสนใจอลันที่มัวแต่เหม่อ

“มานี่” อลันเรียกให้ไปนั่งใกล้ๆ คมสันต์วางถุงสเต็กบนโต๊ะกระจกหน้าโซฟาแล้วเคลื่อนกายเข้าไปใกล้

“อ๊ะ...” เนี่ย พอใกล้ทีไรก็กระชากเขาทุกที แล้วทุกการกระชากมันต้องตกลงบนตัวอลันตลอดดดด

ทั้งที่ร่างกายของทั้งคู่ก็ไม่ได้มีขนาดที่แตกต่างกันนัก แต่ไม่รู้ทำไมเวลานี้คมสันต์ถึงรู้สึกตัวเล็กลงไปมาก อาจจะเพราะเขานอนทับตัวอลัน ศีรษะอยู่ตรงอกอีกฝ่ายและช่วงตัวทาบตัวก่อนเรียวขาอลันนั้นจะพาดเกี่ยวขาของเขา คมสันต์อยากจะตกใจเวอร์ๆ แบบในนางเอกละครไทยแต่ว่าเมื่อสบตากับอลันในตอนนี้เขากลับไม่ทำแบบนั้น

อลันเชยคางเขาขึ้น ริมฝีปากที่ไม่เคยยิ้มให้เลยแม้แต่ครั้งเดียวเคลื่อนเข้าหา จากนั้นความนุ่มนิ่มก็แผ่กระจายไปบนริมฝีปากของเขา วงแขนอลันโอบรัดร่างกายคมสันต์ก่อนจะค่อยๆ ลูบไล้แผ่นหลัง จากภายนอกก็เลื้อยเข้ามาภายใน ช่วงท้องรับรู้ได้ถึงส่วนนั้นที่ตื่น เล่นแข็งจนดุนดันหน้าท้องเขาไม่หยุด

“เดี๋ยวค่อยกินข้าวนะ” อลันกระซิบริมฝีปาก คมสันต์ก็อยากจะเถียง อยากบอกว่าเขาหิวข้าวมากๆ ทำงานมาเหนื่อยๆ ต้องเติมพลังงานก่อนจะทำศึก แต่อลันกลับสอดใส่ลิ้นเข้ามาแล้วเขาก็ทิ้งเรื่องกินข้าวไป

อลันรุกหนักมากรุกจนคมสันต์ทำได้แค่หอบหายใจแฮกๆ ตัวอ่อนปวกเปียกอยู่ในอ้อมกอดของอลัน ไม่ว่าจะโดนจับถอดเสื้อถอดกางเกง เล่นกับหัวบนหรือหัวล่างคมสันต์ก็ยินยอมไม่ดื้อดึงใดๆ ทั้งสิ้น

โถ่วววมันรู้สึกดีมากนะ ใครกันจะไปหือกับเรื่องอย่างนี้กันได้ลงคอ อีกอย่างต้องยอมรับเลยว่าอลันนั้นช่ำชองในการเล้าโลมเสียจริง อาจจะเพราะเป็นผู้ชายเหมือนกันก็ได้มันเลยรู้ใจกันไปหมดว่าตรงไหนดีตรงไหนไม่ดี

จากแรกเริ่มด้วยความนุ่มนวลราวกับค่อยๆ ละเลียดกินอาหาร แต่ความหิวเป็นตัวเร่งเร้าให้ยับยั้งชั่งใจกินแบบเชื่องช้าต่อไปไม่ได้ ความมูมมามจึงเกิดขึ้น คมสันต์ตั้งรับกับอลันที่กินเขาอย่างตะกละตะกรามแทบไม่ทัน หลายครั้งถึงกับต้องร้องขอให้เบาลงหน่อยแต่อลันไม่ฟังอะไร แล้วคมสันต์จะทำอะไรได้นอกจากตอบสนองอีกฝ่ายไปให้เท่าเทียมกัน

จากที่คิดว่าจบรอบเดียวจะได้กินมื้อค่ำ ปรากฎว่ามันไม่เป็นแบบนั้น จริงๆ คมสันต์ก็คิดไว้แล้วแหละว่าอลันไม่หยุดง่ายๆ หรอก แต่ไม่คิดจริงๆ ว่าจะไม่ให้พักกินข้าวกินปลากันเสียหน่อยเลย ท้องนี่โครกคราก น้ำย่อยเต็มกระเพาะไปหมดเพราะความหิว

แต่นั่นแหละ...ตราบเท่าที่อลันยังไม่อิ่มคมสันต์ก็ยังไม่ได้กินอยู่ดี

¥__________¥

เสียงโวยวายดังขึ้นในช่วงสายของวันหยุด คมสันต์เอาหมอนขึ้นมาอุดหูเพราะเขาอยากจะนอนต่อ เมื่อคืนนี้เป็นอาหารให้อลันลากยาวเกือบตีสาม กว่าจะได้หลับได้นอนก็ตีสี่ แล้วนี่มันกี่โมงกี่ยามกัน เขาไม่ตื่นหรอกนะ...ไม่อยากตื่นอยากนอนคร้าบบบบ

เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ...เสียงโวยวาย? ที่บ้านเขาเนี่ยนะ?

โอ๊ยไอ้คมมึงลุกเลย! คมสันต์ดีดตัวขึ้นจากที่นอนอย่างไว หมอนที่เอามาอุดหูเมื่อกี้ก็บินลงจากเตียงโง่ๆ ของเขาไปกองอยู่ที่พื้น และใช่ เมื่อคืนหลังจากจบจากอลันเขาก็ลากสังขารตัวเองกลับมานอนบ้านนี่แหละ

____[40%]____

น้อนคมทำหน้าที่กับต้าวตะลันเสร็จแน้วก็กลับบ้านมาเป็นเด็กดีของแม่ โถ คนอะไรน่าเอ็นดู~

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5406
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ songte

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1487
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
ลากสังขารตัวเองกลับมาบ้านได้ด้วย อึดเว่อร

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-5
ตอนที่ 9 : คมสันต์กับครรชิต [100%]

“แม่...แม่!” คมสันต์รีบลงมาจากชั้นสองของบ้าน เพราะถ้าบ้านเขามีเสียงโวยวายเกิดขึ้นมันต้องไม่เป็นเรื่องดีแน่

บ้านคมสันต์นั้นมีแค่คมสันต์กับแม่อยู่กันสองคน ถ้าแม่ไม่เปิดทีวีบ้านก็จะไม่มีทางเสียงดังขนาดทำให้เขาตื่น และแม่เองก็รู้ดีด้วยว่าในวันหยุดเขาจะพักผ่อนนานมาก คือตื่นสายนั่นแหละ แม่เลยจะไม่ค่อยกวนให้เขาตื่นจนกว่าเขาจะตื่นขึ้นมาเอง

“นั่นไงไอ้คม” พอเขาลงมาถึงด้านล่าง ชายวัยกลางคนก็แสยะยิ้มพร้อมเรียกชื่อของเขา

แม่ยืนอยู่เบื้องหน้าชายคนนั้น สีหน้าแม่ไม่สู้ดีซ้ำยังทำท่าไล่คนคนนั้นให้ออกไป แต่คนคนนั้นกลับไม่สนเสียงโวยวายของแม่เลยแม้แต่นิดเดียว นอนน้อยก็ว่าหงุดหงิดแล้วนะ ดันมาเจอคนนี้ที่บ้านอีก

“สวัสดีครับ” คมสันต์ยกมือไหว้ชายคนนั้นลวกๆ ส่วนแม่ก็เดินเข้ามาลูบแขนของเขา

จากที่ตอนแรกทำท่าเหมือนเดินดูนั่นดูดีอยู่ในบ้านก็เปลี่ยนเป้าหมายมาที่เขา สายตาของอัลฟ่าไล่มองคมสันต์ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าด้วยความดูถูกดูแคลน

“ไม่อยากจะคิดเลยนะว่าเนี่ย...มันลูกฉัน”

“ผมก็ไม่อยากคิดว่าคุณเป็นพ่อเหมือนกัน” คมสันต์ตอบกลับในทันที ซึ่งทำให้แม่ตกใจมาก แต่คนฟังกลับยิ้มขำ

“ก็ดี ดีมากเลยล่ะ แต่ถึงแบบนั้นฉันก็พ่อแก สำนึกบุญคุณฉันบ้างนะที่ทำให้แกได้เกิดมาลืมตาดูโลกใบนี้” ช่างกล้าพูด พ่อเชี่ยไรก่อน อยากจะด่าจริงๆ เล้ยยยให้ตาย

“อ๋อใช่สิ ฉันมีบุญคุณต่อพวกแกมากเลยนี่เนอะ นอกจากจะทำให้แกได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกใบนี้แล้วฉันก็ยังให้ที่ซุกหัวนอนกับแกและแม่ด้วยหนิ ต้องทดแทนบุญคุณกันหน่อยแล้วไหม” คนเป็นพ่อเดินเข้ามาใกล้ จ้องหน้าคมสันต์ด้วยสายตาแข็งกร้าว กลิ่นอายคุกคามแผ่กระจายจนทำให้เบต้าอย่างเขาและแม่ต่างก็หวาดผวา

ทว่า...

พลั๊ก!

แม่กลับผลักอกผู้ชายคนนั้นให้ออกห่างจากคมสันต์ มันเป็นความกล้าหารของสาวเบต้าที่พร้อมจะปกป้องลูกชายของตัวเอง แม้ว่ามันจะส่งผลเสียต่อตัวเองแต่เธอก็ไม่กลัว

“มันไม่เกี่ยวกันเสียหน่อย คุณไม่มีสิทธิ์มาทวงบุญคุณอะไรกับตาคมทั้งนั้น”

“น้ำหน้าอย่างเธอก็ไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน!” คนเป็นพ่อตะคอกใส่ นั่นมันทำให้แม่ของคมสันต์ถึงกับตัวสั่นเทาเพราะยังไงซะแม่ก็ยังเป็นแค่เบต้าที่ไม่สามารถต่อต้านแรงกดดันจากอัลฟ่าได้

“ฉันไม่ได้สั่งคุณ ฉันแค่ย้ำให้คุณรู้ว่าคุณไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวตาคมทั้งนั้น”

“แต่เลือดมันก็เลือดฉัน”

“แต่เขาเป็นลูกฉัน” แม้จะหวาดกลัวตามสัญชาตญาณ แต่ความเป็นแม่มันอยู่เหนือกว่า เธอยืนหยัดต่อหน้าอัลฟ่าด้วยใจที่ไม่หวาดกลัวต่ออัลฟ่าเลย

คมสันต์มองแผ่นหลังของแม่ด้วยความรู้สึกเจ็บร้าวในใจ มันเป็นความรู้สึกที่พูดไม่ออกเมื่อต้องเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ มายืนปกป้องตัวเองที่ตัวใหญ่กว่าเธอเสียด้วยซ้ำ คมสันต์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของแม่ ดึงแม่ให้มาอยู่ข้างหลังของตนเอง

แม่ปกป้องเขามามากแล้ว ตอนนี้เขาโตเขาเป็นผู้ใหญ่แล้วเขาก็จะเป็นผู้ชายที่คอยปกป้องแม่บ้าง ถึงอีกฝ่ายจะเป็นทั้งพ่อและเป็นอัลฟ่าที่เหนือกว่าเบต้าอย่างเขา แต่เขาก็ไม่หวั่นหรอกนะ

“คุณครรชิตมาที่นี่มีอะไรครับ”

“หึ...แกจำฉันได้ตั้งแต่ครั้งแรกแล้วสินะ เสียดายที่กว่าฉันจะนึกออกว่าแกเป็นใครก็ใช้เวลาไปนานหลายชั่วโมงเลย อย่างว่า ลูกนอกคอกแบบแกมันไม่ได้อยู่เสี้ยวสมองฉัน” พล่ามเพื่อ? พล่ามทำไม...พล่ามแล้วหล่อมากมั้ง คมสันต์ละไม่อยากให้เกียรติคนตรงหน้าเลยจริงๆ

“ครับ” แล้วไงต่อ คมสันต์มองหน้าอีกฝ่ายนิ่งๆ ซึ่งทางนั้นก็พยายามใช้กลิ่นอายกดดันเขา แต่เขาก็ยังนิ่ง

พอตั้งสติดีๆ แล้วคมสันต์ก็รู้สึกว่ากลิ่นอายอัลฟ่าของพ่อเขานั้นมันไม่ได้เข้มข้นรุนแรงอะไรเลย ถึงจะเหนือกว่าอัลฟ่าที่เป็นลูกน้องที่ทำงานแต่ก็เทียบกับอลันไม่ได้ คนที่ทนอยู่กับอลันยามอลันปล่อยกลิ่นคุกคามได้คงไม่เป็นอะไรง่ายๆ กับความกดดันแค่นี้

“ไม่คิดจะทักทายฉันเหรอตอนที่เห็นหน้าฉัน”

“ผมก็ทักทายแล้ว”

“เหรอ ฉันไม่เห็นว่าแกจะทำแบบนั้นเลยนี่ไอ้คม”

“ทักทายในฐานะลูกค้าไงครับ” ถูกไหม มาเจอกันในฐานะลูกค้าก็ต้องทักทาย มีใครที่ไหนไม่ทักทายลูกค้าตัวเองบ้างบ้าหรือเปล่า อย่าวางอำนาจในรูปแบบที่ดูสิ้นคิดทีเถอะ เอียนวะ คมสันต์ใช้ความสามารถพิเศษในการซ่อนสีหน้าที่แท้จริงของตัวเองเอาไว้ภายใต้ความนิ่งเฉย

เพี้ยะ!!!

“กรี๊ดดดด”

จู่ๆ ใบหน้าของคมสันต์ก็โดนตบอย่างแรงจนถึงกับเซ กลิ่นคาวของเลือดคลุ้งไปทั่วโพรงปาก แก้มซ้ายชาแสบร้อนวูบวาบ บอกตรงๆ คมสันต์เหวอไปเหมือนกันเพราะมันไวมากไม่ทันตั้งตัว แถมไม่คิดด้วยว่าครรชิตจะตบหน้าเขาแบบนี้ คนเป็นแม่กรีดร้องตกใจแล้วก็เตรียมพุ่งตัวไปผลักครรชิตแต่คมสันต์กันแม่ไว้แล้วยืนจ้องหน้ากับครรชิตในระยะห่างกันแค่คืบเดียว

“แม่แกมันไม่สั่งไม่สอนเหรอว่าต้องทำตัวยังไงกับพ่อของมัน หรือแม่แกเอาเวลาไปอ่อยอัลฟ่าคนอื่นอยู่ลูกมันถึงไม่มีมารยาทมายืนจ้องหน้าจ้องตาพ่อมันแบบนี้!!!” ครรชิตตะคอกใส่หน้าคมสันต์เสียงดังกังวาล แม้กระทั่งแม่ที่ว่ากล้าหารยังตัวสั่นอยู่ข้างหลัง แต่คมกลับโกรธแทนที่จะกลัว

ครรชิตง้างมือหมายตบหน้าคมสันต์อีกฉาดใหญ่เพราะสายตาอวดดีของลูกนอกคอก แต่เมื่อฟาดมือลงไปก็โดนคมสันต์คว้าจับเอาไว้มั่น ถึงเป็นเบต้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมจำนนต่ออัลฟ่าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อคนนี้ คมสันต์ฝืนต่อสัญชาตญาณตนเองแล้วจ้องหน้ากับอีกฝ่ายนิ่งงัน เห็นได้ชัดเลยว่าทางนั้นกัดฟันกรอดจนสันกรามขึ้นรอยนูน แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นแต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้

“พูดธุระของคุณมาดีกว่าครับคุณครรชิต” คมสันต์นิ่งแบบที่ไม่ค่อยนิ่ง ท่าทางแบบนี้ของเขามีเฉพาะตอนที่เขาไม่พอใจเท่านั้นแหละ

“หึ! ได้สิ” ครรชิตกระชากมือตัวเองออกจากการเกาะกุม สายตาอาฆาตที่ไม่สามารถกำราบให้คมสันต์ยอมจำนนต่อตนเองได้แบบที่คิดเอาไว้

“...” คมสันต์รอฟัง อยากรู้จริงๆ ว่าอะไรทำให้ชายที่ละทิ้งตนและแม่ไปถึงได้หวนกลับมาที่นี่อีกครั้งในรอบสิบปี

“ฉันต้องการให้แกหาทางให้น้องสาวแกได้ใกล้ชิดกับคุณอลัน” ฮะ? เรื่องเชี่ยอะไรเนี่ย? คมสันต์ได้ฟังสิ่งที่พ่อพูดถึงกับงงไม่เข้าใจ น้องสาวอันนี้ก็พอเข้าใจได้แต่กับคุณอลันเนี่ยนะ?

“ไม่คิดเหรอว่า...น้องสาวของแกควรมีอนาคตที่ดีกับอัลฟ่าระดับสูงอย่างอลัน จริงๆ การที่ฉันเลือกบริษัทแกในการผลิตยานั้นก็เพราะอยากให้คะนิ้งได้ใกล้ชิดกับอลัน ตอนแรกคิดว่าต้องใช้เวลาสักหน่อยแต่พอได้เห็นแกกับอลันที่งานเมื่อวันก่อนแล้ว ฉันว่าแกน่าจะทำให้น้องสาวของแกประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้นนะ” ฉิบหายจริงๆ คมสันต์ไม่รู้เลยว่าในงานสังสรรค์วันนั้นจะมีพ่อเขาอยู่ในงานด้วย ตามติดแต่กับอลันตลอดไม่ได้สนใจรอบด้านเลยไม่เห็น หรือที่จริงแล้วครรชิตก็แค่ไม่โพล่มาให้เขาเห็นเพื่อสังเกตการณ์

การจับคู่ลูกอัลฟ่ากับอัลฟ่าระดับสูงกว่านั้นเป็นเรื่องปกติของสังคมนี้ ยิ่งอัลฟ่ามีการเกิดน้อยก็ยิ่งอยากรักษาสายเลือดอัลฟ่าแท้เอาไว้โดยลืมคำนึงไปว่าอัลฟ่าสายเลือดแท้ที่มีคุณภาพจริงๆ จะเกิดกับอัลฟ่าและโอเมก้าเท่านั้น แต่ก็นะ บางจำพวกที่รักความเป็นอัลฟ่าของตัวเองก็ผยองพองขนว่าจะไม่คู่กับชนชั้นที่ต่ำกว่า ครรชิตเองก็เป็นเช่นนั้น

แต่ว่า...มันไม่ดูขายลูกตัวเองไปหน่อยเหรอวะ?

“ผมทำไม่ได้” อยากบอกว่าที่ทำไม่ได้เพราะเขาไม่สิทธิ์อะไรกับอลัน แล้วระดับของเขากับอลันมันก็ต่างชั้นกันเกินไป

“ดูจากวันนั้นไม่มีทางที่จะทำไม่ได้มั้ง อย่างน้อยก็ใช้ความเป็นผู้ช่วยส่วนตัวพาอลันไปเจอกับน้องสาวแกก็ได้นี่ เรื่องง่ายๆ แค่นี้เบต้าอย่างแกไม่น่าโง่คิดไม่ได้นะ เอ๊ะ...หรือความโง่มันเป็นกรรมพันธุ์จากแม่แก” อะไรก็ลามปามแม่ ไม่ติดว่าจะมีปัญหาคงได้ต่อยปากสักที ถึงแก่ก็ไม่กลัวหรอกนะเอาจริง

“ผมไม่รับปาก”

“ก็ได้ แกจะไม่รับปากหรือแกจะไม่ทำก็ไม่เป็นไร เพราะคนที่จะเป็นมันคือ...” ครรชิตเคลื่อนหน้าเข้าใกล้ จงใจกระซิบเสียงเบาข้างใบหูคมสันต์ “แม่แก”

“คุณ!”

“รู้นะว่าฉันเอาจริง” คมสันต์กลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เอาจริงในเรื่องความต้องการของตัวเองเสมอ

“ครับ”สุดท้ายก็ทำได้แค่กัดฟันรับคำไป

“ดี แล้วฉันจะติดต่อมา” ว่าแล้วครรชิตก็เดินเชิ่ดหน้าออกไปด้วยรอยยิ้มหยัน ผิดกับคมสันต์ทียืนกำหมัดแน่นอยู่กับที่ไม่ไหวติง

คมสันต์เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่มีรักโลภโกรธหลง แล้วเรื่องนี้ก็ทำเขาโกรธใช้ได้เลยล่ะ เวลาที่โกรธคมสันต์มักจะเงียบแล้วก็จะนิ่งกว่าปกติ แม้กระทั่งคนเป็นแม่ก็ยังหวั่นเวลาลูกชายคนนี้โกรธขึ้นมา คมสันต์มีแต่ความชิงชังอยู่ในความรู้สึก เขาเกลียดผู้ชายคนนั้นจริงๆ เกลียดทุกอย่างที่เป็นผู้ชายคนนั้นเลย

ผู้ชายที่ทิ้งแม่กับเขาไปเพียงเพราะเขาไม่ใช่อัลฟ่า!

พ่อในความทรงจำของเขานั้นไม่ใช่พ่อที่มีเวลาให้กับที่บ้านสักเท่าไหร่ พ่อมักจะติดงาน กลับบ้านดึกหรือบางทีก็จะไม่กลับบ้านซึ่งเขาก็เข้าใจและเป็นเด็กดี คมสันต์จำได้ว่าพ่อมักจะพูดเสมอว่าเขาต้องเป็นอัลฟ่าที่ดีแน่ๆ เนื่องด้วยการเรียนของเขานั้นดีเด่นกว่าใครๆ ในห้อง คมสันต์ภูมิใจในตัวเองสุดๆ เลย

เด็กน้อยในวันนั้นตั้งใจเรียนเพื่อจะได้รับคำชมจากพ่อที่ไม่ค่อยมีเวลาให้ และเมื่อเขามีผลการเรียนดีๆ ไปให้พ่อจะยิ้มแล้วก็ชมเขา จากนั้นจะพาเขาไปหาอะไรอร่อยๆ กินกัน มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ทั้งพ่อและแม่อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เจ้าคมสันต์ตัวน้อยถูกจูงมือด้วยคนที่เขารักทั้งสองคนจากสองฝั่งซ้ายขวา

ต้องยอมรับว่าถึงพ่อจะไม่มีเวลาแต่ช่วงเวลานั้นพ่อก็เป็นพ่อที่ดี ที่ทำหน้าที่ของตัวเองแบบเต็มที่ที่สุดแล้ว คมสันต์ภูมิใจในตัวพ่อมากๆ ถึงขั้นอวดพ่อตัวเองเป็นตุเป็นตะว่าพ่อเขานั้นเป็นอัลฟ่าที่เท่มากๆ เท่แบบไม่มีใครเปรียบได้เลย ก็มีทั้งคนที่ชอบและคนหมั่นไส้เป็นเรื่องปกติ แต่คมสันต์ในวัยนั้นไม่ได้คิดอะไร

ชีวิตอันปกติสุขของเด็กน้อยคมสันต์ดำเนินไปเรื่อยๆ จนถึงวันที่เขาเฝ้ารอและมันก็ตื่นเต้นมากๆ มันคือวันที่เขาจะรู้ว่าตัวเองจะเป็นเพศไหนในวัยสิบสองปี คมสันต์เชื่อมั่นมาตลอดเลยว่ายังไงเขาก็ต้องเป็นอัลฟ่าเหมือนพ่อแน่ๆ ตามประสาเด็กชายที่มีพ่อเป็นฮีโร่ในดวงใจ

ทว่า...ผลมันไม่เป็นเช่นนั้น

คมสันต์เห็นกระดาษรายงานผลการตรวจเพศของตัวเอง จังหวะนั้นเขาสตั้นไปนาน ถึงกับยืนนิ่งอยู่ข้างโต๊ะด้วยตั้งความหวังเอาไว้สูงไม่ใช่น้อย สิ่งที่คมสันต์กลัวคือพ่อจะผิดหวังในตัวเขา เพราะพ่อบอกว่าเขาต้องเป็นอัลฟ่าแน่ๆ พ่อเชื่อมั่นแบบนั้นแต่ในความเป็นจริงคมสันต์คนนี้ก็เป็นเพียง

...เบต้า

คมสันต์จำได้ว่าวันนั้นพ่อกลับบ้านเร็ว พอถึงบ้านเขาก็เห็นว่าพ่อกำลังนั่งดื่มกาแฟพูดคุยกับแม่ในเรื่องผลของเขา ดูสีหน้าพวกท่านที่มีความสุขแล้วเขาก็ปวดร้าวในใจ คมสันต์ถือใบรับรองเข้าไปหา เดินก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบตากับใครเลย แม้ว่าตรงนี้จะมีแค่แม่กับพ่อของเขาเท่านั้น

และเมื่อยืนเอกสารให้พ่อแล้ว พ่อก็นิ่ง คมสันต์ยังไม่กล้ามองหน้าพ่อแต่คาดหวังว่าพ่อจะปลอบเขาว่าไม่เป็นอะไรหรอก เป็นเบต้าแต่หนูก็เป็นลูกพ่ออะไรแบบนั้น ความคิดของคมสันต์นั้นมันช่างสวนทางกับความเป็นจริง เมื่อพ่อวางเอกสารนั้นลงกับโต๊ะแล้วลุกขึ้นเดินหนีไป คมสันต์น้ำตาไหลพราก ยืนก้มหน้าร้องไห้อยู่ตรงนั้นจนแม่ต้องเข้ามาสวมกอดเขาไว้

แม่บอกว่าพ่อคงช็อกเพราะพ่อเชื่อว่าลูกเป็นอัลฟ่า พ่ออาจจะต้องการเวลาในการทำใจในเรื่องนี้ ให้เวลาพ่อสักนิดแล้วมันก็จะดีขึ้น เด็กน้อยถามย้ำกับแม่ว่าจริงนะ จริงๆ นะ พ่อจะดีขึ้นแล้วกลับมากอดเขาใช่ไหม แม่ย้ำให้เขามั่นใจแล้วก็พาเขาไปอาบน้ำอาบท่ากินข้าว

พ่อหายไปนานมาก เกือบอาทิตย์ ใจของเด็กน้อยมันห่อเหี่ยวลงทุกวัน ทุกวัน คมสันต์มารอหน้าบ้านเพื่อจะเจอพ่อ อย่างน้อยก็อยากขอโทษที่ไม่เป็นอย่างที่พ่อหวัง แต่พ่อก็ไม่เคยโผล่มาให้เห็น หลายครั้งคมสันต์ร้องไห้จนหลับไปตรงหน้าบ้าน แม่ก็ต้องมาปลุกให้เข้าไปนอนเพราะอุ้มเขาไม่ไหวอีกต่อไป

จนแล้วจนรอด เมื่อพ่อกลับมา...พ่อกลับมาทะเลาะกับแม่แล้วก็หย่ากับแม่ด้วยเหตุผลที่ว่าคมสันต์ไม่ใช่อัลฟ่า วันนั้นคมสันต์อยู่ด้วย เขาอยู่ตรงนั้นด้วยความไม่ตั้งใจ แค่รีบมาหาเพราะคิดถึงพ่อ อยากกอดพ่อเหมือนวันวาน แต่พ่อก็ผลักเขา ไล่เขาอย่างกับเขาไม่ใช่ลูกแล้วพ่อก็ลากแม่ไปคุยด้วยกันสองต่อสอง ล็อกห้องไม่ให้คมสันต์เข้าไปแต่คมสันต์ยืนเกาะประตูหน้าห้อง เขาได้ยินเสียงแม่...เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นและเสียงตะคอกอันแข็งกร้าวของพ่อ

“ฉันจะไปอยู่กับครอบครัวของฉัน เซ็นใบหย่านี่ซะแล้วฉันจะยกบ้านนี้ให้” คมสันต์ไม่เข้าใจเลย ครอบครัวของพ่อมันก็คือพวกเขาไม่ใช่เหรอ เขากับแม่ไม่ใช่ครอบครัวของพ่อเหรอ

เด็กน้อยมีแต่คำถาม แล้วคำถามนั้นแม่ก็ถามพ่อเช่นกัน คนเป็นพ่อหัวเราะแล้วบอกว่าทั้งแม่และเขาโง่ พ่อมีอีกครอบครัวและลูกสาววัยห้าขวบของพ่อก็กำลังน่ารัก เด็กคนนั้นเกิดจากพ่อที่เป็นอัลฟ่าและแม่ที่เป็นอัลฟ่า ยังไงก็ต้องเป็นอัลฟ่า ไม่เหมือนกับคมสันต์ที่เกิดจากแม่ที่เป็นเบต้าก็เลยเป็นเบต้าแบบนี้

คมสันต์รู้ความจริงแบบนั้นถึงกับใจสลาย เด็กน้อยที่รักและเทิดทูลพ่อตัวเองกลายเป็นเหมือนตัวร้ายในการ์ตูนที่เขาดู แต่มันดันเจ็บปวดกว่าการ์ตูนเพราะคนร้ายคนนั้นมันคือพ่อที่เขารัก และที่ทำให้เจ็บเป็นทวีคือเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของแม่ที่อยู่ในนั้น คมสันต์รู้เลยว่าคนที่ใจสลายยิ่งกว่าเขาก็คือแม่นั่นเอง

หลังจากวันนั้นพ่อก็ไม่เคยกลับมาที่นี่อีก...และคมสันต์ก็เลิกคิดว่าคนคนนั้นคือพ่อเช่นกัน

____[100%]____

ค่ะ คุณครรชิตเขาเป็นพ่อน้อน เป็นพ่อที่น้อนไม่นับเป็นพ่อ แง โอ๋ๆ เจ้าน้อนตอนเด็ก~

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1977
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5406
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-5
ตอนที่ 10 : คมสันต์กับคะนิ้ง [40%]

ช่างเป็นวันหยุดธรรมดาที่ระดับความเครียดไม่ธรรมดา ถึงกับต้องไปนั่งก๊งอยู่กับแม่ในช่วงเย็นกันเลยทีเดียวสำหรับคมสันต์ แต่แม่ได้ก๊งด้วยหรอกนะ แค่นั่งคุยกันตามประสาแม่ลูก ซึ่งแม่ก็ถามๆ เรื่องคุณอลันอะไรนั่นแหละว่าเขาเป็นใครทำไมครรชิตถึงต้องมาให้เขาจับคู่กับให้กับลูกสาวอัลฟ่าของตัวเองด้วย คมสันต์เล่าในส่วนที่เล่าได้ ไอ้ส่วนที่โดนจับกินนั้นไม่ได้พูดออกไปเพราะด้วยแม่จะยกแก้วเขาซดเพื่อย้อมใจเสียก่อน

วันจันทร์คมสันต์มาทำงานด้วยสภาพที่จะเรียกว่าโทรมก็ไม่ใช่ จะว่าสดใสก็ไม่เชิง เป็นแบบก่ำกึ่งเหมือนน้ำกร่อยที่มันไม่อร่อยแน่ๆ อะไรทำนองนั้น แต่คมสันต์ก็ยังคงแจกยิ้มเรี่ยราดตามประสาเบต้าอัธยาศัยดี การเป็นคนดีต่อหน้าคนอื่นมันก็จะเหนื่อยๆ อะนะ

น้ำสตรอว์เบอร์รี่ปั่นวันนี้จัดแบบหวานพิเศษใส่น้ำตาลหลายช้อน เพื่อให้น้ำตาลได้เข้าสู่กระแสเลือดแล้วจะทำให้อารมณ์ดี ซ้ำยังมีช็อกโกแลตแบบหวานมากอีกสองบาร์ เป็นไง เตรียมความพร้อมรับความเครียดขั้นสุด ระดับนี้แล้ว...มีเรื่องแค่ไหนคมสันต์ก็ยิ้มได้ครับ!

คมสันต์ประจำที่โต๊ะทำงานของตัวเอง งานเมื่อวันก่อนนั้นยังคาอยู่บนโต๊ะไม่เคลื่อนที่ไปไหนทั้งนั้น แหงล่ะ ขืนมันขยับได้เองนี่มีเรื่องแน่ๆ เอกสารแต่ละอย่างสำคัญทั้งนั้น หายขึ้นมาละวายป่วงสุดๆ ละพอนั่งที่ได้ ดูดน้ำอึกใหญ่สองสามอึกพร้อมหยิบมือถือมาเสียบหูฟัง เปิดคลิปที่ตัวเองชอบแล้วก็เริ่มทำงานอย่างไม่ให้เวลานั้นเสียเปล่า

แต่ไม่รู้ว่าช่วงนี้ดวงมันตกหรืออย่างไร ความสงบสุขนี่มันอยู่ได้ไม่นานเลยจริงๆ นอกจากอลันจะคอยหิวแล้วบุคคลที่มีนามว่าครรชิตก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตอันธรรมดาของเขาไปอีกคน และข้อความที่มาจากครรชิตนี่แหละที่เพิ่มความยุ่งยากให้กับชีวิตของคมสันต์

[ครรชิต : เที่ยงนี้พาอลันไปที่ร้าน xxx โต๊ะที่อยู่โซนด้านในที่เป็นส่วนตัว จะมีหญิงสาวใส่ชุดเดรสลูกไม้สีชมพูนั่งอยู่ แกก็ทำทีเป็นทักทายซะ เธอชื่อคะนิ้งเป็นลูกสาวฉัน ที่เหลือแกคงดีรู้ดีนะว่าต้องทำยังไง] ตอบว่าไม่รู้ได้ปะล่ะ แบบว่า...พอดีเป็นเบต้าหน้าโง่อะ ฮึ้ยยยอ่านแล้วก็หงิด

[ครรชิต : ส่งรูป] คมสันต์เผลอกำมือถือตัวเองแน่นจนมันแทบจะหักคามือให้ได้เสียตังซื้อเครื่องใหม่ เมื่อภาพที่ครรชิตส่งมามันคือภาพบ้านเขาและผู้ชายใส่ชุดสีดำสามสี่คนเดินวนบริเวณบ้าน!

[คมสันต์ : ครับ] แล้วทำไงได้ เล่นเอาคนไปคุมที่บ้านขนาดนี้จะทำอะไรได้!!!

ก็รู้อยู่นะว่าครรชิตน่ะเป็นพวกที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ เหมือนที่อยากได้ลูกเป็นอัลฟ่าต่อให้ต้องคบซ้อนมีสองครอบครัวแต่เพื่อลูกสายเลือดอัลฟ่าคนแบบนี้มันก็ทำได้ แต่อันนี้มันเกินไปไหม เอาชายหนุ่มสี่คนไปล้อมบ้านที่มีแค่ผู้หญิงเบต้าตัวเล็กๆ ไม่มีทางสู้เนี่ยนะ โหย...มันเห้เกินไปปะ ว่ากันตามตรงเลยแม่งไม่มีความลูกผู้ชายเลย ไม่มีแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของความเป็นอัลฟ่าสักนิด ชั่วฉิบหาย ไม่อยากจะคิดเลยว่าไอ้เลือดครึ่งหนึ่งที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายนี้มันคือเลือดของผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนี้!

“เอ่อ...ขอโทษนะคะ” เสียงเรียกจากหญิงสาวกระชากคมสันต์ให้หลุดจากภวังค์ เขาปั้นยิ้มในทันทีแม้ว่าในใจจะคุกกรุ่นด้วยความโกรธก็ตาม

“ครับ...” อาจจะดีก็ได้ที่มีคนเข้าถามเรื่องงานก่อนที่เขาจะกำมือถือให้หักคามือ

คมสันต์เร่งงานตัวหนึ่งให้หญิงสาวที่ต้องออกไปงานนอกช่วงสายของวันนี้ ตอนแรกก็ทำไปหงุดหงิดไปนั่นแหละ แต่งานมันผิดเยอะก็เลยต้องตั้งสติแล้วทำงานให้ดีจะได้ไม่ต้องการซ้ำซาก แบบนั้นมันจะยิ่งเสียเวลามากขึ้นไปอีก

พองานตัวนี้เสร็จก็ตามมาติดๆ ด้วยอีกสองงานจากคนละเจ้า ต้องเรียกว่าคมสันต์ลากงานยาวจนถึงสิบเอ็ดโมงห้าสิบเลยทีเดียว พอวางปากกาได้ก็โทรไปหาอลัน ขี้เกียจส่งข้อความด้วยทางนั้นไม่ค่อยตอบ การโทรเป็นการติดต่อที่ดีที่สุดและคิดออกได้ง่ายในเวลานี้ อลันรับสายดั่งคาด แล้วอลันก็ยังอยู่ห้องทำงานไม่ได้ไปไหน

คมสันต์ตรงดิ่งไปหาอลันที่ห้องทำงาน เลขาคนสวยของอลันกำลังเก็บของเพื่อลงไปกินมื้อเที่ยง เจอหน้าก็ทักทายกันนิดๆ หน่อยๆ ตามประสาเห็นหน้ากันมาพักหนึ่ง ดีที่แค่เห็นหน้าไม่ได้เห็นเนื้อหนังแบบท่านประธานเห็นนะ เลขาอลันบอกให้เข้าไปหาได้เลย คมสันต์เป็นคนเชื่อฟังคนอื่นอยู่แล้ว บอกเขาไปได้ก็เข้าไปเลย

“ขออนุญาตครับ” มันเป็นภาพเดิมๆ ที่เห็นอลันอยู่หลังโต๊ะตัวใหญ่ ถือปากกาก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารตรงหน้าตัวเองไม่หยุด ขนาดว่าเขามาแล้วอลันยังไม่เงยหน้ามองเลย

“มีอะไร” อลันถามสั้นๆ

“เอ่อ...” บอกว่าไงดีอะ รู้นะว่าต้องทำอะไรแต่มันอึดอัดใจที่จะพูดอะ ยิ่งเห็นอลันหมกมุ่นอยู่กับงานยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่ ไอ้สิ่งที่เขาจะทำเนี่ยแม่งก็ดูเป็นการหลอกลวงอลันไปเลย

“...” คราวนี้อลันเงยหน้ามอง เท้าคางกับปลายปากกาเพื่อดูคนที่มาหาแต่ไม่พูดอะไร

“คือ...” โดนจ้องก็ยิ่งเลิ่กลั่ก คมสันต์เอามือกุมต่ำไม่กล้าสบตากับอลัน “ผมจะมาชวนไปกินมื้อเที่ยงครับ”

“ฮะ?” แปลกประหลาดอยู่แล้ว ปกติแค่ถามว่ากินอะไรไหมจะซื้อมาให้เฉยๆ หรือไม่ก็ไปกินปิ่นโตด้วยที่ห้องทำงานคมสันต์ แล้วนี่อะไร มาชวนกินข้าวเนี่ยนะ

“แฮ่ๆ คุณอย่าฮะแบบนั้นสิ ผมเขินนะเนี่ย” ไม่เขินแต่เลิ่กลั่กสุดอะไรสุด ดูแววตาราบเรียบของอลันก็รู้ว่าอลันแปลกใจกับคำชวนของเขา

“ชวนไปกินปิ่นโต”

“เปล่าครับ ไม่ใช่ ผมจะชวนไปกินที่ร้าน...” คมสันต์บอกชื่อร้านเสร็จ คิ้วอลันก็ขมวดมุ่นทันที

“ไม่ล่ะ” อาจจะเพราะว่ามันแปลกก็ได้อลันเลยปฏิเสธ

“ทำไมล่ะครับ”

“ปิ่นโตล่ะ”

“ผมไม่ได้เอามา” โกหกตกนรกแน่ๆ แต่เอาจริงๆ ที่มานี่ก็มาเพื่อโกหก อย่างนั้นตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่คมเอ้ยยย

“...” คราวนี้อลันลดมือลง วางปากกาแต่สายตามองคมสันต์แทบตาไม่กระพริบ ทำเอาคมสันต์ร้อนๆ หนาวๆ บอกไม่ถูก เหมือนอีกฝ่ายจะรู้แต่ก็เหมือนแค่สงสัยในความแปลกประหลาดของเขา

“ไปกินด้วยกันนะครับ ผมอยากไปกินร้านนี้แต่ผมไม่เคยไป อ้อ แต่ว่าเขาบอกว่าสเต็กปลาแซลมอนอร่อยมากๆ เลยนะครับ มีซอสราดหลายแบบเลยนะครับ” มันตลกแน่ๆ ที่เอาของกินมาล่ออลัน อลันเนี่ยนะ...อลันเลยนะเฮ้ยยย

“ไม่ได้สนใจ” อ่า...หมายถึงไม่ได้สนใจซอสราดหรือไม่ได้สนใจสเต็กปลาวะ ทำไมพูดสั้นพูดง่ายพูดไม่เข้าใจ แต่ช่างเถอะ

“ไปนะครับ น้า...คุณอลัน” อ้อนล่ะ อ้อนก็ได้ พลีสสสส ไปเถอะ ถ้าไม่ไปนี่ซวยแน่เลย

อลันจ้องมองคมสันต์อย่างพินิจพิเคราะห์ แต่เห็นคมสันต์ทำตาอ้อนก็ใจอ่อนยอมตอบตกลงโดยการพยักหน้าแล้วยืนขึ้น สีหน้าคมสันต์ดีขึ้นที่เห็นว่าอลันเอาสูทมาสวมแล้วติดกระดุม

ทว่า...ขณะที่อลันยอมคมสันต์ก็เจอกับความรู้สึกผิดถาโถมราวกับคลื่นยักษ์ในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ อลันยอมเขาเพราะอะไรเขาไม่รู้หรอก แต่อลันก็ยอมแล้ว การที่รู้ทั้งรู้ว่ากำลังทำในสิ่งที่ผิดเนี่ยมันโคตรแย่เลย คมสันต์มองแผ่นหลังของอลันที่เดินนำหน้าไป ทุกย่างเก้ามันหนักอึ้งเต็มไปด้วยความกดดันและความรู้สึกผิด เขากำลังหลอกอลัน...เขาหลอกอลันเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง

โคตรแย่เลยไอ้คม มึงมันโคตรแย่!

คมสันต์ด่าทอตัวเองในใจขณะที่เดินตามอลันไปยังชั้นจอดรถ เมื่ออลันหันหน้ามาส่งกุญแจให้คมสันต์ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแล้วขึ้นไปประจำที่คนขับ เขารู้หน้าที่ตัวเองเป็นอย่างดี ถ้าอลันมาด้วย คนขับรถมันคือเขา ส่วนอลันจะนั่งพักสายตาอยู่ข้างๆ จนกว่าจะถึงที่หมาย และตลอดเวลาที่ขับรถนั้นอลันก็ไม่ได้พูดอะไร เหมือนอลันจะงีบไปเสียด้วยซ้ำ

ยิ่งหันไปมองหน้าอลันที่อ่อนเพลียจากการทำงานก็ยิ่งรู้สึกไม่ดี อยากจับมืออลันแล้วไว้แล้วเอ่ยขอโทษชมัด แต่เวลานี้มันต้องเลือกแหละว่าจะเอาอะไร ระหว่างแม่กับอลัน คมสันต์กล้าพูดอย่างไม่อายปากเลยนะว่าในสถานการณ์นี้เขาเลือกแม่ อย่างน้อยก็ไม่ได้พาอลันไปมอมยา คิดเสียว่าอลันไปดูตัวแล้วกัน แม้ไม่ใช่วิธีที่ถูกแต่คงไม่เป็นอะไรมากนัก

ร้านที่ครรชิตส่งโลเคชั่นมาให้นั้นจัดเป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยนสุดหรูใจกลางเมือง อยู่บนชั้นยี่สิบสองในโรมแรมกลางกรุง เมื่อคมสันต์ไปถึงก็บอกกับพนักงานว่าตนจะไปร้านอาหารนี้ๆ เขาก็กดลิฟต์ให้ แล้วพนักงานเองก็ดูเกรงกลัวต่ออลันที่ปล่อยกลิ่นคุกคามเบาๆ อยู่ตลอดเวลา

เพียงไม่นานก็มาถึงร้านอาหารหรู มีพนักงานของร้านเดินเข้ามาทัก ถามว่ามากี่คนอะไรทำนองนั้น จัดหวะนี้แหละคมสันต์เลิ่กลั่กขึ้นอีกครั้ง เอาอึกอักไม่รู้จะพูดอย่างไรดี กลัวว่าเธอจะพาเขาไปยังโต๊ะสำหรับสองท่านทั้งที่เขาต้องไปยังโต๊ะที่น้องสาวต่างแม่อยู่ แล้วจะไปบอกตรงๆ มันก็ดูโจ้งแจ้งไป คมสันต์เหลือบมองอลัน...ดูท่าทีว่าอลันสนใจเขาอยู่ไหม ซึ่งอลันไม่ได้สนแค่มองดูร้านด้วยสายตาเย็นชา คมสันต์ใช้จังหวะนี้แอบบอกพนักงานว่านัดเพื่อนไว้จะเซอร์ไพรส์คนข้างๆ พนักงานพยักหน้ารับเข้าใจ

คมสันต์เดินนำเข้าไปด้านใน อลันเดินตาม สายตาเรียบนิ่งไร้อารมณ์จ้องแผ่นหลังชื้นเหงื่อของคมสันต์ คนโดนจ้องใช่ว่าไม่รู้ตัว ร้อนๆ หนาวๆ ขนาดนี้ไม่รู้ก็บ้าแล้วล่ะ คมสันต์คิดว่าอลันคงรู้สึกถึงความผิดปกติอะไรแน่ๆ เลย โถ่...เขาไม่ใช่คนที่จะมาเข้าร้านอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วยหนิ

“เบื่อข้าวขาหมูแล้วหรือไง” จู่ๆ อลันก็พูดขึ้นมาขณะเดินตามหลังเขา อีกไม่กี่โต๊ะก็จะถึงที่หมายแล้ว คมสันต์ชะเง้อชะแง้ดูโต๊ะที่มีหญิงสาววัยยี่สิบในชุดเกรสลูกไม้สีชมพู

“อยากลองอะไรใหม่ๆ บ้างน่ะครับ แต่ผมก็พอจะรู้นะว่ามันไม่ใหม่สำหรับคุณอลันแน่ๆ ดีไม่ดีคุณอลันจะเบื่อแล้วซะมากกว่าใช่ไหมครับ” คมสันต์มองหน้าอลันยิ้มๆ

“อืม”

“แฮ่ๆ งั้นผมว่าผมรบกวนให้คุณอลันแนะนำผมดีไหม อันไหนน่าสนใจหรืออันไหนอร่อย ผมน่ะไม่คุ้นเคยกับอาหารประเถทนี้”

“คุ้นแต่ขาหมู” แหนะ...อะไรก็ขาหมู ใช่สิ เขามันชอบขาหมูหนิ คมสันต์เบะปากน้อยๆ แล้วก็ยิ้มขำ มันเป็นรอยยิ้มขำแรกของวันนี้เลย อลันทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้จากการแซวด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์

“...อ่าวคุณคะนิ้ง” แต่ขณะที่มีความสุขเพียงเสี้ยวนาที คมสันต์ก็เจอโต๊ะที่ว่า

____[40%]____

ตอนนี้น้อนคมเราจะน่าสงสารหรือน่าตีดีนะ หลอกคุณตะลันไปแบบนี้นี่อันตรายนะเนี่ยยย

ขอขายของหน่อยค่าาา เป็นนิยายแนวน่ารักๆ ฟิวกู๊ดที่เปิดพรีนะคะ อุดหนุนเค้าได้ เค้าจิได้มีค่าขนมและคอมมิชั่นนนน

Rre-Order เกมเมอร์มือวางอันดับกาก #โอมกินเตอร์
สั่งซื้อได้ที่ 
เทพช๊อป // https://bit.ly/2OUrk08 
inbox เพจ // https://bit.ly/37av9Jl 

 ทดลองอ่าน 
 RAW - https://bit.ly/35bG6KC

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5406
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-5
ตอนที่ 10 : คมสันต์กับคะนิ้ง [100%]

หญิงสาวผมลอนสีชมพูอ่อนกับชุดเดรสลูกไม้พริ้วๆ สีชมพูไล่โทนไปถึงขาวนั่งยิ้มหวานอยู่ที่โต๊ะริมกำแพงกระจก แสงสว่างจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาทำให้เธอดูเจิดจรัสไม่น้อย ส่วนหนึ่งบนใบหน้ามีความคล้ายเขา แต่อาจจะด้วยการแต่งหน้าของเธอทำให้ดูเผินๆ แล้วแตกต่างกับเขาราวกับคุณหนูและคนสวน

“สวัสดีค่าคุณคม เอ๊ะ...นั่นคุณอลันหรือเปล่าคะ” เธอลุกขึ้นทักทายอย่างเป็นกันเอง ทั้งที่เพิ่งเคยเจอหน้าคมสันต์และอลันเป็นครั้งแรก จะว่าเจออลันครั้งแรกก็ไม่ถูกเพราะเธอเห็นอลันในงานสังคมบ้าง

“ครับ สวัสดี” อลันกล่าวเสียงนิ่ง สายตามองเธอแค่แวบเดียวแล้วหันมาจ้องหน้าคมสันต์ที่ยิ้มหวาน

“นี่คุณคะนิ้ง ลูกสาวของคุณครรชิตลูกค้ารายล่าสุดที่คุณอลันให้ผมเข้าไปดูแลไงครับ” คมสันต์แนะนำอย่างเป็นธรรมชาติกับอลันก่อนจะหันไปหาคะนิ้ง “คุณคะนิ้งมากินมื้อเที่ยงคนเดียวเหรอครับ”

“ใช่ค่ะ คุณคมกับคุณอลันมากินด้วยกันไหมคะ...” เธอเชื้อเชิญ

“จะดีเหรอครับ”

“ดีสิคะ คะนิ้งกินคนเดียวก็เหงา ถ้าได้ร่วมโต๊ะกับคุณทั้งสองจะดีมากๆ เลยล่ะค่ะ” เธอจ้องหน้าอลันเป็นพิเศษ ซึ่งอลันไม่แม้แต่จะมองหน้าหญิงสาว กลับจ้องรอยยิ้มของคมสันต์แทน

หึหึ โดนจ้องขนาดนี้หนาวสันหลังวูบๆ เลยล่ะ คมสันต์ไม่รู้หรอกว่าอลันไม่พอใจเรื่องอะไร แต่รับรู้ได้ว่าไม่พอใจแน่นอน อาจจะเพราะโดนเรียกให้ร่วมโต๊ะทั้งที่เขาไม่อยากร่วมก็ได้ คมสันต์ทำได้แค่ยิ้มแล้วเชิญให้อลันนั่ง โดยไปเลื่อนเก้าอี้ให้คะนิ้งก่อนจะมาเลื่อนอลันที่ยังยืนมองอยู่ คะนิ้งน่ะไม่สะทกสะท้านอะไร ต่างจากคมสันต์ที่ตอนนี้มือสั่นเบาๆ ยามต้องสบตาดุดันของอลัน แต่ก็ทำใจดีสู้เสือเลื่อนเก้าอี้ให้ อลันจ้องคมสันต์อีกครู่หนึ่งถึงได้ค่อยๆ นั่งลง

“บังเอิญดีจังเลยนะคะที่ได้มาเจอคุณอลัน คุณพ่อพูดถึงคุณอลันให้คะนิ้งฟังอยู่ เห็นว่าอนาคตคะนิ้งก็ต้องร่วมงานกับคุณ” คะนิ้งเริ่มชวนคุย ส่วนคมสันต์นั่งยิ้ม...ยิ้มไป ยิ้มเรื่อยๆ ยิ้มให้เหงือกแห้งไปเลย

อลันหันมาจ้องคมสันต์ที่ยังยิ้มไม่หุบ สายตาดูคาดโทษแปลกๆ แต่เมื่ออลันหันกลับไปมองหญิงสาวอีกครั้งเขาก็เริ่มยิ้มบางๆ เหมือนอลันเพิ่งจะปรับอารมณ์ของตัวเองได้

“ครับ เป็นเกียรติมากเลยครับที่คุณครรชิตพูดถึงผม แน่นอนว่าอนาคตเราคงได้ร่วมงานกันจริงๆ”

“ใช่ค่ะๆ ตอนนี้คะนิ้งก็ดูๆ เนื้องานอยู่ พอดีว่าคะนิ้งยังเรียนไม่จบเลยน่ะค่ะ ก็เลยมีเวลาในการศึกษางานน้อยหน่อย”

“งั้นเหรอครับ ยังเรียนอยู่แบบนี้เหนื่อยหน่อยนะครับ ทั้งเรียนทั้งทำงานนี่มันไม่ง่ายเลย”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ คะนิ้งว่ามันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น”

“เก่งจังครับ” อลันยิ้มการค้า ต่อบทสนทนากับหญิงสาว ซึ่งคะนิ้งเองก็หาบทสนทนามาต่อเรื่อยๆ ไม่ยอมหยุดปาก

บริกรเดินเอาเมนูมาวาง คะนิ้งรีบเอ่ยถึงเมนูที่น่าสนใจแล้วก็แนะนำให้อลันได้รู้จัก อลันที่สวมหน้ากากประหนึ่งคุยงานกับลูกค้าอยู่นั้นก็เออออไปกับเธออย่างเป็นกันเอง ทั้งยิ้ม ทั้งหัวเราะ ดูสดใสในแบบของอลัน ผิดกับคมสันต์ที่ตอนนี้ก้มหน้าดูเมนูแล้วก็คิดไปด้วยว่าควรสั่งไหมหรือควรชิ่งเลยดี...

คมสันต์มองคะนิ้งผู้เป็นน้องต่างพ่อกับอลันสลับกัน บรรยากาศแบบนี้มันคงโอเคแล้วมั้ง อลันเองก็ปรับอารมณ์ได้แล้ว ดูไม่หงุดหงิดแบบตอนแรกที่โดนชวนให้นั่งกินมื้อเที่ยง อีกสิ่งที่ว้าวคือคะนิ้งชวนคุยได้เก่งมาก ใช้ความเป็นสาวน้อยน่ารักได้คุ้มค่าทุกนาทีที่ผ่านไปเลยจริงๆ

แถม...ไม่เอ่ยชื่อคมสันต์เลยด้วย

คมสันต์อาศัยจังหวะที่คะนิ้งกับอลันกำลังหัวเราะกันอยู่ลุกออกมาเนียนๆ คือมันเนียนมากเพราะคะนิ้งดึงความสนใจจากอลันไปหมด เขาน่ะนั่งเป็นอากาศธาตุมาได้พักใหญ่แล้วตั้งแต่ทั้งคู่ได้เริ่มคุยกันนั่นแหละ คมสันต์เดินถอยออกมาไม่ห่างนัก เพื่อถ่ายรูปที่อลันและคะนิ้งกำลังนั่งพูดนั่งคุยกันอย่างออกรสชาติ ถ่ายได้ปุ๊บสาวเท้าหนีออกจากที่นี่ในทันที ถึงเท้าจะสาวฉับๆ แต่มือนี่กดมือถือหยิกๆ เพื่อส่งรูปและข้อความหาครรชิต

[คมสันต์ : ส่งรูป]
[คมสันต์ : ผมทำให้แล้วนะครับ เอาคนพวกนั้นออกมาจากบ้านผมได้แล้ว แล้วก็เลิกยุ่งกับแม่ผมด้วยนะครับ]
[ครรชิต : ok] ฝ่ายนั้นตอบมาง่ายๆ แค่นั้นคมสันต์ก็พอจะเบาใจลงได้

คมสันต์มุ่งหน้ากลับมาที่ทำงาน มีเวลาเหลือน้อยมากกกก เขาจุมปุกอยู่กับปิ่นโตสีชมพูหวานแหววของตัวเอง ข้าววันนี้อร่อยนะ แต่เขาไม่มีอารมณ์กินเลยมันหลากหลายอารมณ์มากที่ตีกันอยู่ อย่างแรกน่ะแน่นอนเลยว่ารู้สึกผิด เขามันแย่ที่หลอกลวงอลันให้ไปที่นั่น ต่อให้อลันจะยิ้มจะหัวเราะจะอะไรก็ช่าง แต่เขาก็หลอกอลันไปอยู่ดี เขามันไม่ซื่อตั้งแต่ที่ชวนอลันไป อย่างที่สองก็ยังกังวลว่าครรชิตจะเลิกยุ่งกับแม่เขาจริงไหม ถ้าเกิดครรชิตโกหกล่ะ มันจะเป็นยังไง...เขาต้องทำอะไรแบบนี้อีกเหรอ ไม่ชอบเลย...ไม่ชอบที่ตัวเองต้องมาทำสิ่งแย่ๆ แบบนี้กับคนอื่น

ถ้าครรชิตจะมาโวยวายว่าเขาเป็นหนี้บุญคุณแล้วให้ชดใช้หนี้เป็นเงินทองเขาจะไม่ลำบากใจแบบนี้เลย ต่อให้หาเงินได้ยากเย็นแค่ไหนเขาก็ยินดีที่จะหามาชดใช้ให้ จะช้าจะเร็วก็จะหาให้แน่นอน แต่นี่มันคือหลอกลวงคนอื่นให้ครรชิตได้สมปรารถนา ต่อให้เอาคำว่าน้องสาวมาอ้างก็เหอะ พูดเหมือนเขารักน้องเขามากงั้นแหละ ถ้าไม่โดนบีบเรื่องแม่ไม่มีทางทำแน่!

โอ๊ยยยยข้าวไม่อร่อยเลย!!!

คมสันต์กินข้าวแบบหมดอาลัยตายอยากมาก นึกถึงสีหน้าอลันที่ยิ้มที่หัวเราะอยู่กับน้องสาวต่างแม่แล้วก็รู้สึกแปลกๆ ข้างในมันจี๊ดๆ เหมือนมีหนูเข้ามาแทะหัวใจเขาเลย สงสัยเขาต้องหากาวดักหนูมาไว้ในหัวใจของเขาล่ะมั้งเนี่ย อะบ้าบอ...ก็แค่รู้สึกไม่ดีที่หลอกคนอื่นเท่าแหละ ไม่ได้มีความรู้สึกหงุดหงิดอะไรเลยจริงๆ นะ

คมสันต์ไม่ได้หงุดหงิดเลยที่อลันหัวเราะต่อกระซิบกับหญิงสาวน่ะ ไม่เล๊ยยย เขาไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นจริงๆ มันก็เป็นธรรมดาที่อลันจะยิ้มหวานให้ทุกคนยกเว้นคนที่มีไว้กินตอนหิวแบบเขาอะเนอะ

ฮรึ้ก...เศร้าเรื่องไรดีฟระตรู!

คมสันต์เป็นบ้าไปแล้ว เครียดจัดจนสับสนกับความรู้สึกของตัวเองที่หลายๆ อย่างมันตีกันไปมา ไม่ว่าจะรู้สึกผิด รู้สึกหงุดหงิดแล้วก็รู้สึกโล่งนิดๆ มันผสมปนเปไปหมดจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร อ้อ ข้าวไม่อร่อยรวมเป็นเรื่อหงุดหงิดด้วยไหม หรือว่าเพราะหงุดหงิดข้าวมันเลยไม่อร่อย แน่เลย...สงสารเจ้าข้าวในปิ่นโตจังงงงง

ช่วงบ่ายคมสันต์ไม่สามารถฝืนยิ้มแบบเมื่อเช้าได้ ตอนนี้สีหน้าคือซังกะตายไปเป็นที่เรียบร้อย ลูกน้องเข้ามาในห้องถึงกับงงไปเลยเมื่อเจ้าของรอยยิ้มเป็นมิตรตอนนี้ดันทำหน้าเศร้าราวกับจะร้องไห้ คือถ้านั่งเบะปากเป็นเด็กน้อยได้คมสันต์คงทำแบบนั้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่การทำแบบนั้นมันจะทำให้หนุ่มเบต้าวัยยี่สิบเจ็ดแบบเขาน่าถีบมากกว่าน่าเอ็นดูน่ะสิ

“คุณคมคะ...” เสียงเรียกหวานๆ ยานๆ คางๆ เข้ามาในห้องทั้งที่ประตูยังเปิดไม่เต็มบาน ทำไมเสียงต้องมาก่อนตัว ตัวมาพร้อมเสียงไม่ได้หรือยังไงสงสัยจัง

“ครับ”

“อุ้ย หน้าบึ้งเชียวค่ะ หนูนึกว่าที่เขาพูดกันเนี่ยพูดเล่นนะว่าคุณคมหน้าบูด” หน้าไม่บูด ดมดูได้ไม่มีกลิ่นบูดเลยเนี่ย

ขำไหม...ไม่เหรอ

“มีเรื่องคิดนิดหน่อยครับ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่าเอ่ย” เห็นไม่เข้ามาในห้องแต่ยืนเกาะประตูก็เลยถาม แต่เอาจริงๆ เรียกมาขนาดนี้มันต้องมีอะไรอยู่แล้วแหละ

“มีค่ะ พอดีว่าคุณอลันเรียกคุณคมไปพบด่วนที่ห้องทำงานน่ะค่ะ” อ่า....ฉิบหายแล้วกู!

“ครับ”

“คุณคมโอเคนะคะ หน้าซีดเชียว...ไม่สบายหรือเปล่า” อยากขอบคุณในความห่วงใย แต่เขาไม่ได้เป็นไข้แน่ๆ แต่ก็อาจจะไม่มีชีวิตกลับมาจากห้องอลันได้

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวยังไงถ้าผมกลับมาช้าก็วางๆ งานไว้ที่โต๊ะนะครับ”

“ได้เลยค่า”

รู้จักคำว่าลางสังหรณ์ไหม ตอนนี้คมสันต์รับรู้ได้ถึงลางสังหรณ์ไม่ดีของตัวเอง ร้อนๆ หนาวๆ วูบๆ วาบๆ เหมือนคนจะไม่สบายแต่ก็ไม่ได้เป็นไข้ ไม่ได้เป็นอะไรเลย นอกจากเป็นคนที่โกหกอัลฟ่าระดับนั้นยังไงล่ะ!

คมสันต์รู้ตัวเองดีทันทีที่มีคนบอกว่าอลันเรียกเลยว่าเรื่องเมื่อเที่ยงแน่นอน มันจะเป็นเรื่องงานก็ได้ อาจจะเป็นเรื่องจิปาถะอื่นๆ หรือเรียกเขาไปกินแบบที่ทำบ่อยๆ ก็ได้ แต่ความรู้สึกคมสันต์มันไม่บอกแบบนั้น มันบอกว่ายังไงก็เรื่องเมื่อเที่ยง เรื่องที่เขาพาอลันไปแล้วก็ทิ้งอลันไว้กับหญิงสาว จากนั้นหายมาแบบไม่บอกไม่กล่าว

คิดเอาไว้แล้วว่าจะบอกกับอลันว่ายังไง คือกะเอาไว้เลยว่าถ้าโดนดุก็จะเอาเหตุผลนี้มาใช้ แต่ก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะเป็นเหตุผลที่ดีพอหรือเปล่า คมสันต์ไม่ได้มีตัวเลือกมากนัก ครั้นจะพูดว่าครรชิตขู่เข็ญมันก็ทำให้ทั้งครรชิตและคะนิ้งดูไม่ดี อย่าถามว่าทำไมต้องปกป้องนะ แค่คิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่มากกว่านี้เท่านั้นเอง

อีกอย่าง...เขาไม่อยากให้ใครรู้หรอกว่าเขาเป็นสายเลือดเดียวกับคนพันธุ์นั้น

มาถึงเลขาหน้าห้องก็ไม่พูดอะไร เชิญเขาเข้าไปด้วยสายตาสงสาร คมสันต์นี่กลืนน้ำลายลงอึ้กใหญ่ คือลำคอแห้งผากแต่เหงื่อไหลซึมตามหลังตามไรผม มือที่เอื้อมไปจับลูกบิดประตูสั่นเทาเบาๆ แค่วางมือลงไปบนลูกบิดก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายคุกคามที่รุนแรง มันดูเวอร์มาก...แต่คมสันต์ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงเปิดประตูด้วยซ้ำ

นี่สินะพลังของอัลฟ่าที่มีสายเลือดเข้มข้น!

คมสันต์รู้ได้ว่าเลขาที่เป็นอัลฟ่าเดินหนีออกไปจากโต๊ะของเธอ เหลือทิ้งไว้แค่เขาที่ยืนอยู่หน้าห้อง คมสันต์กลั้นใจบิดประตูแล้วค่อยๆ แง้มเข้าไปทีละนิด แต่มันเหมือนมีรังสีอำมหิตเข้มข้นพุ่งออกมาตามรอยแยกของบานประตูห้อง คมสันต์หนาวสะท้านไปทั้งร่าง การรับแรงกดดันและแรงอาฆาตจากอัลฟ่าระดับสูงนั้นมันแตกต่างกับพวกระดับล่างอย่างสิ้นเชิง

เขาไม่มีทางเลือก เขาหนีไม่ได้ เขาทำให้อลันโกรธดังนั้นเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับอลันอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง คมสันต์ฝืนเปิดประตูจนกว้างพอจะยัดตัวเองเข้าไป ในห้องทำงานของอลันที่ก่อนนี้เป็นแค่ห้องทำงานทึมๆ ตอนนี้มันเหมือนห้องเชือดมากกว่า เป็นห้องเชือดที่ไม่ต้องมีอุปกรณ์การเชือด แค่มีอลันนั่งประสานมือไว้ใต้คางแล้วจ้องมองคมสันต์ราวกับจะฆ่าให้ตายเท่านั้นเอง

คมสันต์ขาสั่น เรี่ยวแรงของเขาหดหายไปเมื่อเจอสายตาฆ่าฟันที่อลันมอบให้กับเขาอย่างจงใจ นี่แหละพลังของอัลฟ่า...พลังของอลันที่คมสันต์ไม่เคยเจอมันแบบเต็มๆ มาก่อน ก้าวแต่ละก้าวที่เยื่องย่างเข้าหาอลันนั้นทั้งสั่นทั้งหนักอึ้ง ลมหายใจหอบถี่และไม่สามารถที่จะหายใจให้เต็มปอดได้เลย เหงื่อในร่างผุดพรายออกมาอย่างกับตอนนี้คมสันต์อยู่ในห้องที่ร้อนอบอ่าวแต่...ร่างกายกลับหนาวสะท้านไปถึงกระดูก

คมสันต์พูดไม่ออก เขาไม่รู้ต้องพูดอะไรทั้งที่ก่อนนี้เขาคิดแล้วว่าเขาจะขอโทษอลัน จะอธิบายในเหตุที่เตรียมมาให้อลัน แต่พอเจออลันที่ใช้พลังทั้งหมดกดเขา คมสันต์ก็คิดอะไรไม่ออก มีแต่ความหวาดกลัว...

ฟุ่บ!

หนึ่งคนลุก...หนึ่งคนล้ม!

ทันทีที่อลันลุกขึ้นยืน คมสันต์ก็ทรุดลงไปคุกเข่าอยู่กลางห้องทำงานของอลัน ร่างกายปราศจากเรี่ยวแรงที่จะต่อต้านความเป็นอัลฟ่าที่น่าเกรงขามและดุดันของอลัน ร่างสูงสง่าเดินออกมาจากโต๊ะ อลันใช้สัญชาตญาณตนดึงสายตาคมสันต์สบตา รู้ทั้งรู้ว่าคมสันต์หวาดผวาตนแค่ไหน แต่ตอนนี้อลันไม่แคร์

คมสันต์สมควรได้รับการลงโทษหลังจากทำเรื่องแบบนั้นกับเขา!

แต่ละก้าวของอลันที่ขยับเข้ามาใกล้ คมสันต์กลับรับรู้ได้ถึงมวลอากาศที่หนักอึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ สายตาอลันที่เคยราบเรียบตอนนี้มีแต่ความโกรธจัด สีม่านตาแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยตามแรงอารมณ์และนั่นก็ทำให้คมสันต์หวาดกลัว

อลันหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า กอดอกพร้อมจับจ้องเขาด้วยสายตาที่หมายมาดจะเอาให้ตาย ลึกๆ คมสันต์รู้ว่ามันจะไม่โหดร้ายแบบนั้น ถึงรู้อย่างนั้นแต่กลิ่นอายที่อลันปลดปล่อยออกมาแบบไม่ยับยั้งก็ยังทำให้จิตใต้สำนึกของคมสันต์สั่นคลอน เขาเหมือนสัตว์ตัวเล็กๆ ทรุดตัวอยู่ตรงหน้านักล่าที่กำลังจะพรากชีวิตตนเองไปอย่างไร้ซึ่งความปรานี

แล้ว...คมสันต์ก็ยอมจำนนต่อความรู้สึกนั้นเสียด้วย

____[100%]____

พบคนโกรธจัดหนึ่งอีเอ นอกจากโดนหลอกไปหาสาวแล้วยังโดนทิ้งให้อยู่กับสาวสองต่อสองอีก รอบนี้น้อนคมโดนตีแน่!

____ช่วง~ Gukak ขายของค่า____

Rre-Order เกมเมอร์มือวางอันดับกาก #โอมกินเตอร์ (แนวมหาลัยน่ารักกรุบกริบ)
สั่งซื้อได้ที่ 
เทพช๊อป // https://bit.ly/2OUrk08 
inbox เพจ // https://bit.ly/37av9Jl 
ทดลองอ่าน // https://bit.ly/35bG6KC

Ebook #ฟ้องป๊าแน่ (แนวรับซินรับพอร์น)
ลิงก์// https://bit.ly/3xmyEIw
โปรโมชั่นพิเศษ! ลด 50% จากปก 119 เหลือเพียง 59 หมดเขตวันที่ 17 มิ.ย 64 จร้าาา

~ฝากอุดหนุนผลงานด้วยนะคะ สมทบทุนค่าขนมและค่าคอมมิชชั่นค่า~

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5406
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-5
ตอนที่ 11 : คมสันต์กับการลงโทษ [40%]

“อึก!” คมสันต์สะดุ้งผวา เมื่อปลายคางถูกมืออลันบีบบังคับให้เงยหน้าขึ้น

ทันทีที่สบเข้ากับดวงตาอันเย็นชาคู่นั้น ความกลัวที่อยู่ภายในจิตใจก็ถูกสัญชาตญาณกระตุ้นอย่างรุนแรง น้ำตาเอ่อคลอเบ้าตาทั้งสองข้างทำให้ภาพตรงหน้าพร่าเบลอ คมสันต์ไม่ได้อยากร้องไห้แต่มันเหมือนถูกบีบบังคับจากอำนาจที่เหนือกว่า เขาไม่อาจต้านทานอลันที่เป็นอยู่ในตอนนี้ และกล้ายอมรับเลยว่าเขาหวาดกลัวอลันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ผม...ผะผมขอโทษ” น้ำเสียงของคมสันต์ยามนี้สั่นเทาไม่ต่างจากร่างกาย เขาเค้นเสียงพูดด้วยซ้ำเพราะบางอย่างในความรู้สึกมันสั่งให้เขาพูดคำนี้ออกไป

ครั้งนี้เขาผิด เขาผิดแบบที่เห็นๆ เลยว่าผิดขนาดไหน การที่อลันจะโกรธมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย เขาอยากขอโทษแล้วเขากก็พร้อมที่จะรับความรู้สึกโกรธเกรี้ยวทั้งหมดที่อลันมีต่อเขาเอาไว้ เพราะเขาไม่มีทางเลือกจริงๆ

อลันบีบคางคมสันต์แรงขึ้นขณะที่หยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงของตนเอง สายตาที่แสนดุดันละจากคมสันต์ไปเสี้ยววิเพื่อจะกดโทรหาใครบางคน

“บอกกับทางนั้นว่าบ่ายนี้คมสันต์ไม่เข้างาน” อลันเอ่ยเสียงเรียบทั้งที่จ้องหน้าคมสันต์

คมสันต์รู้ได้ในทันทีเลยว่าอลันโทรไปที่ไหน แล้วความหมายของคำว่าบ่ายนี้เขาจะไม่เข้าไปทำงานนั้นก็คงเพราะอลันจะลงโทษเขานั่นแหละ และเขาก็ไม่มีสิทธิ์โต้แย้งใดๆ

“นั่งไปจนกว่าผมจะเคลียร์งานเสร็จ” มันคือคำสั่งที่เย็นชาและไร้อารมณ์ ทั้งที่มวลอารมณ์นั้นมันกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกอนูในห้องทำงานนี้เลย กระทั่งปลายนิ้วที่บีบคางคมสันต์ก็ยังคงมีความกรุ่นโกรธอยู่อย่างชัดเจน

“คะ..ครับ” คมสันต์กล้ำกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ พร้อมทั้งพยายามที่จะไม่ให้น้ำตามันไหลลงมาอาบแก้มให้น่าอายไปมากกว่านี้

“ระหว่างนี้ก็คิดเหตุผลสักข้อสองข้อสำหรับการกระทำของวันนี้ด้วย” ปลายนิ้วนั้นบีบคางคมสันต์แรงขึ้น เขาเจ็บจนเผลอเบ้หน้า ทำให้น้ำตาที่คลอหน่วงอยู่ไหลซึมลงมาจนได้

“ครับ...” สิ้นเสียงขานรับ อลันก็สะบัดคางคมสันต์แล้วเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตนเอง

คมสันต์ต้องนั่งคุกเข่าอยู่ที่กลางห้องแบบนั้นตามคำสั่งของอลัน บอกตามตรง...ไอ้คำว่าจนกว่าจะเคลียร์งานเสร็จเนี่ยมันตอนไหนก็ไม่รู้ คมสันต์ไม่กล้าถาม ไม่กล้าจะพูดอะไรเลยหลังอลันทิ้งเขาให้นั่งโง่ๆ อยู่อย่างนี้

นี่แทบจะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่คมสันต์ได้เจอกับกลิ่นคุกคามของอัลฟ่าระดับนี้ โดยเฉพาะกับอลันที่ไม่เคยเป็นแบบนี้กับเขามาก่อน จริงที่อลันไปไหนมาไหนอลันมักจะปล่อยกลิ่นคุกคามในระดับหนึ่งรอบตัวอยู่เสมอ เพราะอลันเป็นพวกไม่ชอบให้ใครเข้ามาใกล้หรือมายุ่งย่ามกับตน แต่นี่มันแตกต่างออกไป มันไม่ใช่แค่ป้องกันคนอื่นแต่มันคือการคุกคามสัญชาตญาณของคมสันต์อย่างจงใจ

คมสันต์กล่าวโทษอลันไม่ได้ด้วยรู้ดีถึงความผิดของตัวเอง  วันนี้สิ่งที่เขากระทำลงไปมันคือการหลอกลวง เขาหลอกอลันไปที่นั่นเพื่อให้เจอกับน้องสาวต่างแม่ แม้ว่ามันจะเป็นความจำเป็นส่วนตัวของเขา แต่ในความจำเป็นนี้เขาดันทำมันกับคนนอกที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย ต่อให้อลันไม่ลงโทษเขาด้วยการให้นั่งคุกเข่า เขาก็ยังต่อว่าตัวเองในสิ่งที่ได้ทำไปอยู่ดี

อลันเริ่มทำงานของตัวเอง ไม่สนใจใยดีคนที่นั่งคุกเข่าเหลือบมองตนจากลางห้อง กลิ่นคุกคามก็ยังคงทำหน้าที่ของมันเพื่อกดดันคมสันต์ได้เป็นอย่างดี อลันไม่อ่อนข้อให้คมสันต์เลย แม้จะเห็นว่าคมสันต์นั้นหวาดกลัวจนน้ำตาคลอก็ตาม

อันที่จริงต้องบอกว่าคมสันต์นั้นแตกต่างจากเบต้าทั่วไป ด้วยการคุกคามระดับสัญชาตญาณแบบนี้ไม่มีเบต้าที่ไหนเขาจะต้านทานได้ไหว ส่วนใหญ่มักจะเป็นลมล้มพับกันไปหมด แม้กระทั่งอัลฟ่าด้วยกันเองก็ยังมีหวาดผวากับการคุกคามของอลัน ทว่าคมสันต์กลับทนมาได้ขนาดนี้นับว่าเกินคาดจริงๆ

อลันเหลือบสายตามองคมสันต์ที่นั่งก้มหน้ามองตักตัวเอง เหตุการณ์เคมีรั่วไหลในลิฟต์จะเกี่ยวข้องกับความถึกของเบต้าคนนี้ไหม? อลันจำได้ว่าในเหตุการณ์นั้นได้มีการตรวจสอบพนักงานที่มีโอกาสโดนเคมีแล้ว คมสันต์เป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้รับสารเคมีเข้าไปแต่ไม่มีอาการอะไร หรือว่า...นี่เป็นอาการแฝง?

ความคิดของอลันชะงักลงเมื่อมีสายเรียกเข้า เป็นสายงานที่สำคัญ อลันละสายตาจากคมสันต์ไปมองวิวด้านนอกเพื่อเพ่งสมาธิกับการสนทนาในครั้งนี้

นี่อาจเป็นโชคดีของคมสันต์ก็ได้เพราะเมื่ออลันหันหลังไปคุยงาน บรรยกาศที่หนักอึ้งเมื่อครู่ก็เริ่มเบาบางลงไปบ้าง ถึงจะเล็กน้อยมันก็สามารถทำให้คมสันต์หายใจได้เต็มปอดมากยิ่งขึ้น

เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป คนที่นั่งทำงานอยู่เวลานี้คงผ่านไปไวในขณะที่คนนั่งคุกเข่าอยู่กลางห้องกลับต้องทนทรมานจากอาการเจ็บเข่า จริงที่ว่าคมสันต์นั้นทรุดลงตรงพรมพอดี แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้เขาปวดเข่าน้อยลงเสียเมื่อไหร่

ความปวดร้าวจากเข่าทั้งสองลามไปทั่วทั้งขา คำเดียวที่มีในหัวเลยคือทรมาน ปวดมาก อยากยืดขาหรืออย่างน้อยก็อยากเปลี่ยนท่านั่งบ้างก็ยังดี คมสันต์เงยหน้ามองอลัน สายตาอ้อนวอนโดยไม่รู้ตัวเพราะเขากำลังปวดกับการนั่งท่านี้ ทว่าอลันกลับไม่สนใจ มองคมสันต์แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปแบบไม่แคร์

จากปวดร้าวก็เริ่มกลายเป็นชาไปทั้งขา เหมือนการนั่งท่านี้มันเข้าที่เข้าทางแล้ว แค่อย่าให้ต้องลุกตอนนี้ถ้าลุกนี่มีล้มพับลงไปเพราะขาไม่มีแรงแน่ๆ ปัญหาที่ตามมาจากการนั่งคุกเข่านานๆ มันไม่ใช่เรื่องของความปวดหรือเหน็บชาอีกต่อไป แต่มันคืออาการปวดฉี่แทน

ฉิบหาย...

คมสันต์พยายามอั้น จากครึ่งชั่วโมงเป็นหนึ่งชั่วโมงเป็นสองชั่วโมง ขาเริ่มสั่นขึ้นมาอีกครั้งแล้วครั้งนี้มันทรมานยิ่งกว่าครั้งแรก เพราะว่าพอเขาเผลอขยับไอ้ขาที่มันเป็นเหน็บชามันจี๊ดขึ้นมา บวกกับปวดเข้าห้องน้ำ คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์การทรมานแบบนี้แนะนำให้ไปลองทำดู นั่งคุกเข่าสักสามชั่วโมงโดยไม่ขยับตัว แล้วก่อนนั่งก็กินน้ำมาเยอะๆ ด้วย แบบคมสันต์ที่ซัดน้ำสตรอว์เบอร์รี่ปั่นมาแก้เครียดมาเมื่อเที่ยงวัน

ก๊อกๆ

เสียงเคาะห้องประตูดังขึ้น เรียกสายตาจากคมสันต์ให้หันไปมอง ต่างจากอลันที่ไม่แม้แต่จะเงยหน้าดูด้วยซ้ำว่าใครมาเคาะห้องทำงานของตนในเวลานี้

“เข้ามา”

“ขออนุญาตค่ะ” เลขาสาวของอลันนั่นเอง เธอไม่กล้าเดินเข้ามาในห้อง ด้วยกลิ่นคุมคามของอลันนั้นคละคลุ้งอยู่ในนี้ไม่มีเจือจาง แม้เธอจะเป็นอัลฟ่าแต่เธอก็รู้สึกแย่มาก แล้วเบต้าอย่างคมสันต์ที่ทนมาจนถึงบ่ายสามนี่ล่ะ

“คุณคะนิ้งนัดคุณอลันไปทานข้าวเย็นค่ะ” สิ้นคำพูดของเธอ บรรยากาศก็หนักอึ้งขึ้นมาอีกหน หนักอึ้งแบบตอนแรกที่คมสันต์เข้ามาในห้องนี้ ซ้ำอลันยังจ้องตาคมสันต์ทั้งที่ต้องตอบคำถามเลขาอีกด้วย

“ไม่ว่าง”

“เอ่อ...แต่คุณคะนิ้งบอกว่าจะคุยเรื่องงานด้วยน่ะค่ะ” เลขาสาวเผลอถอยเท้าออกไปทางประตูแบบไม่รู้ตัว ส่วนคมสันต์นั้นนั่งก้มหน้าก้มตาไม่มองตอบอลัน

“ให้นัดมาในเวลางาน”

“ค่ะคุณอลัน” เธอรีบรับคำแล้วเดินออกไปอย่างไว ทิ้งให้คมสันต์เผชิญหน้ากับอลันตามลำพังอีกหน

ไม่รู้ว่าเพราะชื่อของคะนิ้งหรือเพราะเลขาเข้ามาตอนที่อลันทำงาน เพราะหลังจากที่เธอออกไปบรรยากาศก็กลับมากดดันหนักจนหายใจไม่ทั่วท้องอีกครั้ง หลังมันผ่อนลงมาบ้างแล้วตอนอลันทำงาน สายตาคมกล้าใต้แลนส์แว่นพุ่งตรงมาที่เขา คมสันต์ไม่ได้เงยหน้าสบตาแต่รับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณว่าอลันจ้องตนเองอยู่

คมสันต์ในตอนนี้มีอาการเพลียจากการเกร็งจัดเพราะแรงกดดัน เข่าทั้งสองรวมถึงขาปวดร้าวไปถึงกระดูกรวมถึงอยากเข้าห้องน้ำจัดๆ กลั้นไว้จนปวดหนึบที่ท้องน้อย ความรู้สึกทรมานทางกายภาพนี้กำลังรุมเร้าเขาอย่างหนักหนา คมสันต์ถึงกับต้องจิกหน้าขาตัวเองเพื่อให้อดทนแล้วผ่านพ้นไปถึงเวลาที่อลันเคลียร์งานเสร็จได้

แต่ดูเหมือนว่าคมสันต์จะถึงขีดจำกัดแล้ว...

ร่างกายของคมสันต์เอนล้มลงไปนอนกองกับพื้นพรม อลันตวัดสายตามองก็เห็นว่าคมสันต์พยายามจะยันกายลุกขึ้นมานั่งท่าเดิม ด้วยไม่ได้ตั้งใจจะล้มตัวลงนอนแค่ขามันไม่มีแรงแล้วร่างกายมันก็อ่อนล้าเต็มที คมสันต์พยายามแล้วพยายามอีก เขาเกือบจะเอาตัวเองขึ้นมานั่งคุกเข่าในท่าเดิมต่อได้แล้ว ทว่าร่างสูงสง่าของอลันก็คืบคลานเข้ามาใกล้พร้อมแรงกดดันอันมหาศาล แบบนี้...คมสันต์ลุกไม่ไหวจริงๆ

จู่ๆ อลันก็ผลักคมสันต์ให้นอนหงายเหยียดยาว ขาที่งอมาหลายชั่วโมงปรับตัวกับการยืดแบบกระทันหันไม่ทัน คมสันต์ปวดจี๊ดขึ้นมาจนน้ำตาไหลทางหางตา เขาหลับตาลง คิ้วขมวดมุ่นเพราะมันเจ็บมันปวด...มันร้าวไปทุกส่วนของขาเลย

“ใครให้คุณนอน” อลันค่อมตัวคมสันต์ ฝ่ามือเชยคางคมสันต์ให้หันมามองหน้า

“ผมไม่ได้ตั้งใจ ขะขามันไม่มีแรง...ผมล้ม ผมจะลุกเดี๋ยวนี้ครับ” แต่ถ้าจะลุกอลันก็ต้องลุกจากตัวเขาก่อนเช่นกัน ถ้าอลันยังนั่งยองๆ ค่อมตัวเขาอยู่แบบนี้เขาไม่สามารถลุกขึ้นมาได้จริงๆ

____[40%]____

คุณอลันดุมากกกก เค้ากลัวคุณตะลันแน้วววว
เดี๋ยวเราจะมีการรีไรท์เนื้อหา อาจจะมาช้าบ้างมาไม่ตรงเวลาบ้างต้องขออภัยนะคะ
____ช่วง~ Gukak ขายของค่า____

Rre-Order เกมเมอร์มือวางอันดับกาก #โอมกินเตอร์ (แนวมหาลัยน่ารักกรุบกริบ)
สั่งซื้อได้ที่ 
เทพช๊อป // https://bit.ly/2OUrk08 
inbox เพจ // https://bit.ly/37av9Jl 
ทดลองอ่าน // https://bit.ly/35bG6KC

Ebook #ฟ้องป๊าแน่ (แนวรับซินรับพอร์น)
ลิงก์// https://bit.ly/3xmyEIw

~ฝากอุดหนุนผลงานด้วยนะคะ สมทบทุนค่าขนมและค่าคอมมิชชั่นค่า~

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5406
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด