แฝดสุด (คนละ) ขั้ว <Are we twin? NOT INCEST NO3P> 25 ENDING [22.10.20]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: แฝดสุด (คนละ) ขั้ว <Are we twin? NOT INCEST NO3P> 25 ENDING [22.10.20]  (อ่าน 1630 ครั้ง)

ออนไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
14
“อู้ยยย ซี้ดดด”

“อย่าเกร็งสิครับ เอามือออกด้วย”

คันศรขมวดคิ้ว ยืนกอดอกมองพี่ชายกับเพื่อนที่กำลังนั่งทำแผลกันด้วยความรู้สึกประหลาด คือมันทำแผลกันเฉยๆ แต่ถ้าได้ยินแค่เสียง มันเหมือนอย่างอื่นมากกว่า

“พวกมึงนี่ เกรงใจกูบ้าง” ร่างสูงใหญ่เดินกระแทกเท้าเข้าไปในครัว ธนูบอกว่าทำอาหารไว้ให้แล้ว กินได้เลย เพราะกินกันเสร็จแล้ว ไม่มีรอน้องนุ่ง

พอเห็นพี่มีแฟน มันก็บอกไม่ถูก มันเหมือนโดนทิ้ง เหงาๆ แปลกๆ

“แล้วนี่จะไปไหนกันป่ะน่ะ เห็นออกเดทกันทุกอาทิตย์ ทิ้งกูอยู่บ้านคนเดียวตลอด”

“เหงาเหรอครับน้องศร อู้ยยย” พูดไปก็เจ็บปากไป แต่ก็ยังอยากแซวไอ้เด็กโข่งติดพี่

“เดี๋ยวกูต่อยปากแหกอีกรอบ” คันศรถลึงตาใส่ธันวา “เจ็บแล้วไม่เจียมนะมึง”

“มึงปามือถือใส่หน้ากูทำไมล่ะไอ้ควาย ดีฟันไม่หัก” ธันวายกเท้าใส่ เกือบโดนธนูที่นั่งทำแผลให้ ดีที่เบี่ยงตัวหลบทัน ธนูส่ายหน้าเซ็งๆ เริ่มตีกันอีกจนได้ แต่เป็นตีกันแบบขำๆ

“พวกมึงทำกูเฮิร์ทก่อน ค!” คันศรก็ไม่ยอมแพ้ ชูนิ้วกลางใส่หน้าเพื่อนมาอีก

“เอาน่าๆ พอแล้วทั้งคู่เลย วันนี้ฉันจะพาธันไปซื้อมือถือใหม่ จะไปด้วยมั้ยล่ะ” ธนูยืนคั่นกลาง ยุติการทะเลาะเบาะแว้งพลางมองไปที่คันศร ที่กำลังเคี้ยวข้าวหงุบหงับ

“ไม่อ่ะ ไม่อยากเป็นฟหกด” หนักกว่ากขคอีก ธนูกุมขมับ ขำไม่ออก

“โอเค งั้นอยากได้อะไรก็ไลน์มาบอกแล้วกัน”

“อยากได้เมีย พี่พอหาให้ผมได้มั้ยล่ะครับ อิจฉาคนมีคู่เว้ยยยยย ฮึ่ย” คันศรโวยวาย ทำดิ้นเร่าๆ เป็นเด็กสองขวบ ทำเอาธนูขำจนได้ ส่วนธันวากลั้นขำแทบตาย เพราะเจ็บปาก

พลันธนูก็นึกถึงหน้าใครบางคน “อืม ฉันว่ามีคนรอให้นายรักอยู่นะ รอมานานมากแล้วด้วย”

“หือ?” คันศรนิ่วหน้ามองพี่อย่างไม่ค่อยไว้ใจ

“แต่นายคงไม่รู้ตัวแหละ ทึ่มซะขนาดนี้” แล้วพี่ชายก็หยิบกล่องปฐมพยาบาลไปเก็บเข้าที่ ก่อนจะพาธันวาออกไปข้างนอก ทิ้งปริศนาคาใจไว้ในหัวทุยๆ ของคันศรทั้งวัน

อ๋องมีเรียนพิเศษวันเสาร์ช่วงเช้า พอบ่ายก็กลับบ้าน แต่ที่บ้านก็ไม่มีคนอยู่ เพราะอยู่กับแม่แค่สองคน และเวลานี้แม่ของอ๋องก็ไปดูแลร้านขนม กว่าจะกลับก็เลยทุ่มไปแล้ว เด็กหนุ่มกลับมาถึงบ้านก็นั่งกินข้าวกลางวันคนเดียว ก่อนจะขึ้นไปส่องบ้านข้างๆ จากชั้นสอง

เท่าที่มองดู เหมือนจะไม่มีใครอยู่ แต่สักพักก็เห็นคนตัวใหญ่เดินออกมาล้างรถคันสีดำให้พี่ชาย รถอยู่ แต่คนน่าจะไม่อยู่ เพราะเมื่อคืนธนูขับรถของธันวามา และเมื่อเช้าก่อนออกไปเรียนพิเศษ ก็ยังเห็นรถสีขาวคันนั้นจอดอยู่หน้าบ้าน แต่ตอนนี้หายไปแล้ว

“พี่ศร!”

“อ้าว กลับมาแล้วเหรอวะ” คันศรที่กำลังล้างรถหันไปตามเสียงเรียกของเด็กข้างบ้าน เห็นเจ้าตัวเล็กวิ่งผ่านประตูเข้ามา

“ผมช่วยมั้ย”

“มาดิ เร็วเลย” คันศรยิ้มรับด้วยความยินดี ล้างคนเดียวเหนื่อย แต่ไม่ล้างก็ไม่ได้ เดี๋ยวไอ้พี่บ้ากลับมาบ่นเอาหูชา เพราะช่วงนี้คนที่เอารถไปใช้คือคันศร

พอได้ยินอย่างนั้น อ๋องก็รีบเข้าไปช่วย อ๋องชอบล้างรถ เพราะมันเหมือนได้เล่นฟองสบู่กับน้ำไปด้วยในตัว ถึงจะโตแล้วก็ยังชอบเล่นแบบนี้อยู่ กว่าจะล้างรถเสร็จก็เปียกไปทั้งตัว

“เอ้า เอาเสื้อไปเปลี่ยนไป เดี๋ยวเป็นหวัด” คันศรโยนเสื้อยืดของตัวเองให้ เพราะไม่อยากให้น้องวิ่งกลับบ้านทั้งตัวเปียกๆ แบบนั้น “ขอบใจที่มาช่วยนะเว้ย”

“อื้อ” อ๋องรับเสื้อมาแล้วรีบวิ่งไปเปลี่ยนในห้องน้ำที่ชั้นล่างของบ้าน ตอนเปลี่ยนก็ขอสูดดมกลิ่นของคันศรเล็กน้อย เสื้อตัวนี้คันศรชอบใส่ประจำ อ๋องจำได้แม่น คันศรชอบสีสดๆ พวกสีแดง สีชมพู ต่างจากพี่ชายที่ชอบสีโทนเย็น และสีทึมๆ มืดๆ เป็นอะไรที่แยกจากเสื้อผ้าได้ง่ายมาก สไตล์การแต่งตัวก็ต่าง คันศรชอบใส่แค่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ บางทีก็ใส่ชุดบอลอยู่บ้าน เป็นคนง่ายๆ สบายๆ นาฬิกาก็ไม่ใส่ด้วยซ้ำ แต่ธนูจะชอบใส่เสื้อเชิ้ตกับยีนส์ ไม่ก็พวกกางเกงแบบสกินนี่ เวลาไปเรียนก็ยังใส่สูทแบบแฟชั่นทับเสื้อนักศึกษา แถมเครื่องประดับที่ข้อมือกับนิ้ว และพวกจิวที่หูอีก ดูยังไงก็แยกออกแน่นอน

เด็กหนุ่มร่างเล็ก สูงแค่ช่วงอกของคันศร พอใส่เสื้อของเขามันก็กลายเป็นโอเวอร์ไซส์ ปิดเกือบถึงเข่า พอเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็เห็นคันศรที่เปลี่ยนชุดแล้วนั่งเล่นเกมอยู่หน้าทีวี

“เล่นไรอ่ะพี่ศร” เจ้าตัวเล็กปีนขึ้นไปนั่งบนโซฟา เอาแขนกอดหัวของคนตัวโตไว้ ตาจ้องทีวี

“GTA เล่นกับพวกไอ้แทนอยู่ มึงเล่นมั้ยล่ะ” คันศรชวน แต่อ๋องส่ายหน้า เพราะไม่เคยเล่นเกมนี้ เดี๋ยวโดนพวกแทนทัพด่าเอา พวกเพื่อนๆ ของคันศรชอบดุแล้วก็แกล้งอ๋องตลอด โดยเฉพาะแทนทัพ

“ดูพี่ศรเล่นดีกว่า นี่ แล้วพี่นูไปไหนอ่ะ เมื่อไหร่จะกลับ”

“อยู่กับกูถามหาไอ้นู เดี๋ยวปั๊ดโบก มันก็ไปกับแฟนมันดิ คงค่ำๆ นั่นแหละ” คันศรตอบ มือก็กดคอนโทรลเลอร์ยิกๆ

“ตกลง พี่นูเขาเป็นแฟนกับพี่ธันเหรอ” อ๋องถามเสียงอ่อย รู้อยู่แล้ว แต่ก็อยากถามให้แน่ใจ ไม่รู้ว่าคาดหวังอะไรอยู่เหมือนกัน

“แหม มึงนี่สู่รู้ เมื่อคืนกูเห็นนะ แอบฟังล่ะสิ”

“ไม่ได้แอบฟัง ก็แค่ไม่กล้าออกไปทักอ่ะ เห็นคุยกันซีเรียส” อ๋องรีบเถียง เผลอออกแรงกอดรัดที่หัวของคันศรแรงไป จนคนตัวโตร้องโวยวาย

“เออ พวกมันเป็นแฟนกัน” คันศรตอบ แล้วก็เงียบไปครู่ใหญ่ พอเห็นว่าอ๋องไม่มีทีท่าจะตกใจสักนิด ก็แปลกใจ

“มึงไม่ตกใจเหรอวะ ไม่แปลกใจอะไรหน่อยเหรอ”

“ตกใจทำไม ก็แค่เขาเป็นแฟนกัน ก่อนหน้านี้ก็พอจะสังเกตได้อยู่” แม้จะรู้สึกโหวงๆ ในใจก็ตาม อ๋องก้มมองคันศรที่ยังจดจ่อกับเกม พลางถอนหายใจในใจ ทั้งที่รู้ว่าคันศรไม่มีทางชอบผู้ชายด้วยกัน ก็ยังจะหวัง ยังจะรอ ถ้าตอบรับธนูไปแต่แรก ก็คงได้เป็นแฟน ได้เดินจูงมือกัน ได้ทำอะไรหลายๆ อย่างร่วมกัน

แต่ถึงเป็นแบบนั้น ธนูก็ไม่ใช่คนคนนี้อยู่ดี ไม่ใช่คันศร คนที่แอบชอบมาตั้ง 4 ปี

อ๋องกำลังสับสนกับตัวเองอย่างมาก ทั้งที่ชอบคันศร แต่ก็เสียดายธนู ถ้าธนูไม่ได้หน้าตาเหมือนคันศร จะยังคิดอะไรแบบนี้อยู่หรือเปล่า ก็ไม่แน่ใจ แต่ตอนนั้น ธนูก็คอยดูแล คอยห่วงใย แม้จะแค่ไม่นาน ส่วนคันศร ก็ผูกพันมานาน

“มันยอมรับกันได้ง่ายๆ แบบนั้นเลยเหรอวะ ผู้ชายชอบกันเนี่ย” คันศรนิ่วหน้า กดปิดเกมไปแล้วตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ เขาหันไปมองหน้าอ๋องที่เหม่ออยู่

“ห๊ะ? อะไรนะพี่ศร”

“กูสงสัย ว่าทำไมคนอื่นๆ หรือขนาดเด็กอย่างมึง ก็ยังรับเรื่องนี้ง่ายดายจัง”

“แล้วมันยากตรงไหนอ่ะ” อ๋องทำหน้างง

“แล้วมันง่ายยังไงล่ะวะ มันเพศเดียวกันนะ มีอะไรก็เหมือนๆ กัน” คันศรยิ่งนิ่วหน้าหนักกว่าเดิม

“เพราะพี่คิดถึงแต่เรื่องเซ็กส์หรือเปล่า” อ๋องบอกออกมาตรงๆ เขาอายุตั้ง 18 แล้ว แม้ในสายตาของคันศรจะมองเหมือนเด็กม.ต้นก็ตาม แต่เด็กม.ต้นหลายคนก็ยังไปไกลถึงไหนต่อไหนกันแล้ว

“มึงหาว่ากูหื่นเหรอ”

“ก็ไม่ใช่เหรอ เพราะคิดแต่เรื่องนั้น เลยคิดว่าต้องทำกับผู้หญิงเท่านั้นไง แต่ความรัก ความต้องการใครสักคน มันไม่ใช่แค่เรื่องนั้นมั้ยล่ะ” อ๋องทำหน้าจริงจังแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยๆ จนคันศรต้องตั้งใจฟัง

“เพราะได้อยู่ใกล้แล้วมีความสุข เพราะจับมือกัน มองหน้ากันแล้วมีความสุข เพราะเราสบายใจที่ได้อยู่กับเขา แค่นั้นก็พอแล้วนี่ ทำไมต้องคิดมากว่าเขาจะเป็นใคร เพศอะไรด้วยล่ะ”

คันศรนิ่งเงียบไป ก่อนหน้านี้เวลาชอบใครสักคน ก็มองจากรูปร่างหน้าตาเป็นหลัก ไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้มาก่อน แฟนคนแรกที่คบก็เพราะสวย มองแล้วชอบ แต่นิสัยเข้ากันไม่ได้ คบได้แค่สามเดือนก็เลิก หลังจากนั้นก็มีแต่ผู้หญิงให้ควงเล่นๆ ไม่ผูกมัด ไม่มีใครที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกแบบที่อ๋องว่าเลยสักคน

“คนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ แต่ไม่ใช่คนในครอบครัว สินะ” คันศรพยายามคิดทบทวน ไม่เคยเจอคนแบบนั้นจริงๆ ด้วย

“บางทีมันก็ต้องใช้เวลาอ่ะพี่ ใช้เวลาในการอยู่ด้วยกัน จนเกิดความรู้สึกแบบนั้น” อ๋องยืดอกอย่างมั่นใจ จนคันศรตะหงิดใจ เลยเลยหน้าขึ้นมองคนที่นั่งอยู่ข้างหลัง

“มึงพูดเหมือนมึงมีคนที่ว่าแล้วงั้นแหละ รู้ดีจัง”

อ๋องสะอึก หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที “มะ ไม่มีหรอก ก็แค่จำๆ เขามาพูด”

“เหรอวะ” คันศรหรี่ตาลงเหมือนไม่อยากเชื่อ “บอกมาๆ ไอ้อ๋อง มึงแอบชอบสาวที่ไหน เพื่อนที่โรงเรียนเหรอ”

“ไม่มีก็ไม่มีดิ เซ้าซี้ว่ะ แม่ง” อ๋องสะบัดหน้าใส่ เห็นแบบนั้นคันศรก็หมั่นเขี้ยวน้องขึ้นมา เลยลุกขึ้นยกไอ้ตัวเล็กนั่งบนตักแล้วจั๊กจี้ อ๋องจะขัดขืนก็ไม่เป็นผล เพราะเสียเปรียบทั้งรูปร่างและเรี่ยวแรง

“โอ๊ยยย พี่ศร ไม่เล่น ฮ่าๆๆๆ ปวดท้องแล้ว ไม่เอาฮ่าๆๆๆ”

“บอกมาๆๆๆ มึงแอบชอบใครแน่ๆ หน้ามึงแดงก่ำเลย” ยิ่งอ๋องดิ้นก็ยิ่งโดนวงแขนนั้นรัด และจั๊กจี้หนักขึ้น ขำจนน้ำตาเล็ดไปหมดแล้ว

“มันแดงเพราะพี่จั๊กจี้ต่างหาก ฮ่าๆๆ พอแล้ว ฮ่าๆ ไม่เอาพี่ศร”

“มันแดงตั้งแต่ก่อนกูจะจี๋มึงแล้ว ไม่บอกกูจี๋ให้ขำตายเลย” คันศรขู่หน้าตาเหี้ยมเกรียม

อ๋องก็ไม่ยอมบอก พยายามดิ้นหนีมือมาร จั๊กจี้ก็จั๊กจี้ ไม่รู้จะหนียังไงแล้ว หัวเราะจนเหนื่อยหอบ

“ไม่เอา พี่ศร ไม่เล่นแล้ว” คนตัวเล็กหมดแรง จนต้องเอาหัวพิงกับไหล่ของคันศรไว้ เห็นน้องไม่ไหวแน่แล้ว คันศรเลยยอมหยุดมือให้

“ให้พักนาทีนึง ไม่บอกกูจี๋อีกนะ” ไม่พูดเปล่า มือขยำเอวร่างเล็กไปด้วย อ๋องตัวสั่น เม้มปากแน่น พยายามยื้อมือของคันศรไว้ นี่มันไม่ใช่จั๊กจี้แล้ว

“แล้วทำไมต้องบอกด้วยเล่า”

“ก็กูอยากรู้ หรือมึงชอบผู้ชายด้วยกันอีกคน กูจะได้เตรียมใจถูก” ขยำเอวน้องไป ก็ชักมันมือ อ๋องมันตัวเล็กตัวน้อยจริงๆ เอวก็บางอย่างกับผู้หญิง กว่าจะอายุ 25 จะสูงใหญ่ขึ้นอีกมั้ยก็ไม่รู้

ฝ่ายคนโดนขยำขยี้เอว จนเลยไปถึงบั้นท้าย สะดุ้งโหยง หน้าแดงก่ำ

“พี่ศร! เล่นบ้าอะไร ไม่เอาแล้ว!” อ๋องโวยวายเอามือตีแขนของคันศร

“ตัวมึงนิ่มดีอ่ะ” ไม่เคยจับฟัดขนาดนี้ เลยไม่รู้ ปกติอ๋องก็ชอบมานั่งตัก แต่เขาไม่เคยกอดมัน

“มันไม่ใช่ข้ออ้างที่พี่จะมาขยำตูดผมตามใจชอบมั้ยล่ะ!”

คันศรชะงักไปเล็กน้อย เออ จริงของน้องมันว่ะ ทำไมมือมันเลยไปตรงนั้นได้ เขานิ่วหน้า ก่อนจะรีบปล่อยมือออกจากบั้นท้ายของน้อง แล้วผลักอ๋องออกไปนั่งบนโซฟาอย่างลนลาน

“โทษทีแล้วกัน ก็มึงปากแข็งเอง” คันศรว่าหน้าเจื่อนๆ แล้วรีบลุกขึ้น “กลับบ้านไปไป๊ กูไปนอนกลางวันรอไอ้พวกนั้นดีกว่า”

“อ้าว?” อ๋องเงยหน้ามองคนพี่ที่จู่ๆ ก็จะนอนมันซะอย่างนั้น “นี่มันจะเย็นอยู่แล้ว นอนกลางวันบ้าไร”

“เออ เรื่องของกูน่า มึงรีบกลับบ้านไปเลย เดี๋ยวนี้!” คันศรชี้ไปทางประตูพร้อมตะคอกใส่ จนอ๋องสะดุ้ง ไม่รู้ไอ้ยักษ์มันโมโหอะไร เลยรีบหนีก่อนดีกว่า

***

ได้กลิ่นอะไรรึยัง  :katai4:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 633
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
ลุ้นตั้งนาน ลุ้นทุกบันทัด สรุปอ่องไม่ยอมบอกและคนแฝดน้องจอมทึ่มก็ไม่รู้ตัวซะที เฮ้อ!! :hao4:
ขนาดพี่ชายพูดให้คิดแล้วนะคันศร

ออนไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
15
ธนูพาธันวามาเลือกซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ เพราะถือว่าน้องชายของเขาเป็นคนทำพัง ไม่อย่างนั้นธันวาก็คงไม่ยอมให้ซื้อ พอได้โทรศัพท์ใหม่แล้ว ก็แวะกินข้าวกลางวัน และกะว่าจะดูหนังกันต่อ โปรแกรมเดทแต่ละครั้งของพวกเขาไม่ค่อยซ้ำ เพราะธนูอยากให้ธันวาได้ทำกิจกรรมหลายๆ แบบ แต่วันนี้เวลาไม่เยอะ ก็เลยเอาแบบง่ายๆ ไปก่อน ปกติธันวาก็ไม่ค่อยมาดูหนังอยู่แล้ว พวกเพื่อนๆ ชอบเที่ยวกลางคืนกันมากกว่า ส่วนใหญ่กลางวันเลยนอนกัน

“ไว้ปิดเทอม ไปเที่ยวต่างจังหวัดกันมั้ยครับ ปีนี้คงไปต่างประเทศไม่ได้”

“ต่างประเทศเลยเหรอวะ” ธันวาเหลือบมองคนข้างๆ ที่เว่อร์ตลอด พลางดูดกาแฟในแก้ว เมื่อคืนไม่ค่อยได้นอน เพราะโดนธนูกวนตลอด เลยต้องหาซื้อเอสเพรสโซ่ขมๆ แรงๆ มาทำให้ตาสว่างก่อนดูหนัง ไม่งั้นหลับคาที่แน่ๆ

“ไว้ไปได้เมื่อไหร่ค่อยไปกันนะ” ธนูยิ้มหวาน แต่ธันวาส่ายหน้ารัว

“ไม่เอาอ่ะ ไม่มีตัง ป๊าไม่ให้หรอก”

“ผมออกเองไง เงินเก็บผมเยอะนะ เล่นดนตรีตามผับกับเพื่อนบ่อย”

“งั้นก็เก็บเงินมึงไว้นะ ไปแค่ต่างจังหวัดก็ได้ ขับรถไปเองได้ ไว้กูเรียน ทำงาน ค่อยไปต่างประเทศ”

ธนูอมยิ้มมองธันวาที่มักจะคิดอะไรเยอะแยะและคิดล่วงหน้าเสมอ ก็เลยพยักหน้ารับคำ ก่อนจะก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อแย่งกาแฟของธันวามากินบ้าง พอดีกับที่มีเด็กผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่เหมือนจะจำธนูได้ ส่งเสียงกรี้ดกร้าดกันอยู่ไม่ไกล ก่อนจะส่งตัวแทนวิ่งมาขอถ่ายรูป

“พี่ธนูใช่มั้ยคะ หนูอยู่มอเดียวกับพี่ เห็นตอนงานเฟรชชี่ไนท์ พี่เท่มากเลยค่ะ”

ธนูเงยหน้าขึ้นมองหน้าธันวา ที่แค่ยักไหล่ให้ แล้วก็หันไปคุยกับเด็กสาว เพื่อนๆ ของเด็กคนนี้ก็ยืนลุ้นกันอยู่ข้างหลัง ธนูไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นที่รู้จักขนาดมีคนมาขอถ่ายรูปในเวลาส่วนตัวแบบนี้ ก็เลยหน้าตึงนิดหน่อย จนธันวาต้องกระตุกแขนไว้

“ใช่ครับๆ มือกลองวง Dark Priest (นักบวชสายมืด) เองครับ ยิ้มหน่อยสิวะ” ประโยคหลังสุดธันวาฉีกยิ้มพลางกระซิบบอก ธนูเลยคลายสีหน้าลงเล็กน้อย แต่ไม่ยิ้ม

“หนูขอถ่ายรูปได้มั้ยคะพี่ธนู ถ่ายคู่กับพี่คนนี้ด้วยก็ได้ค่ะ ใช่พี่คนที่อยู่ในคลิปล่าสุดใช่มั้ยคะ”

ธันวายิ้มเจื่อน “อ่า ครับ”

เด็กสาวตรงหน้าหันไปกรี้ดกับเพื่อนเบาๆ แล้วก็ขอถ่ายรูปพวกเขาคู่กัน ธันวาเป็นคนใจดี ยิ่งกับผู้หญิงยิ่งใจดี เพราะมีน้องสาววัยประมาณนี้ ซึ่งธนูก็ชอบตรงจุดนี้อยู่ แต่นี่มันเวลาส่วนตัว ก็เลยหน้าบอกบุญไม่รับนิดหน่อย ยืนให้ถ่ายรูปไปเล็กน้อย เด็กสาวพวกนั้นก็ขอบคุณแล้วขอตัวไปจับกลุ่มกันดูรูป

“มึงเป็นนักดนตรีนะเว้ย หัดยิ้มมั่งสิวะ หน้าบึ้งเป็นตูด ยืนทื่อแบบนี้ มันคงจะดังหรอก” ธันวาบ่นยาว จนธนูเบ้หน้าใส่

“ผมเป็นนักดนตรีไง ไม่ใช่ดาราหรือไอดอล”

“ก็นั่นแหละ แล้วมันไม่ต้องมีแฟนคลับหรือไงล่ะวะ” ธนูนิ่วหน้าใส่

“ก็ชอบแค่ดนตรีก็พอ ไม่ต้องมาสนใจคนเล่นหรอก”

“ยังจะเถียงอีก มันก็ต้องมีคนสนใจที่ตัวนักดนตรีมั่งแหละ มึงก็อย่าติสท์แตกมากดิ ยิ้มมั่งหน้าเนี่ย” ธันวาจับธนูฉีกปาก แล้วก็ขำ เพราะธนูพยายามจะพูดทั้งที่ถูกดึงแก้มจนยืด

“ผมไม่ชอบยิ้มให้คนแปลกหน้านี่”

“ก็เข้าใจแหละ เอาจริงๆ มันก็เป็นจุดขายของมึงอ่ะนะ ไอ้หน้าบึ้งๆ เนี่ย ฮะฮะ” ธันวาพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนจะต้องผงะถอยหลังเล็กน้อย เพราะธนูโน้มตัวลงมาจ้องหน้าใกล้ๆ ด้วยดวงตาเป็นประกายเหมือนเด็กขี้แกล้ง

“ถ้าผมยิ้มให้คนอื่น คุณจะไม่หึงเหรอ”

“มันเป็นการค้า กูจะหึงทำไมวะ” ธันวายกแขนขึ้นดันแผงอกของร่างสูงไว้ ตรงนี้มันกลางห้างฯ เลย แต่ไอ้คนหน้าด้านนี่มันก็ช่างไม่แคร์สายตาใครสุดๆ แต่ธันวาเริ่มหน้าขึ้นสีแล้ว

“ห่างหน่อยเว้ย คนมอง”

“เขามองกันตั้งแต่คุณดึงแก้มผมแล้ว” ธนูยกยิ้มมุมปาก เหมือนจะแกล้งให้อาย ถึงได้โน้มลงจนปลายจมูกเฉียดแก้มไปมา

“งั้นก็อย่าให้เขามองมากกว่านี้สิวะ” สุดท้ายธันวาก็เอาแขนยันร่างสูงไว้แล้วรีบพลิกตัวหันหลังให้ แต่พอหันหลัง ธนูก็ฉวยโอกาสตอนที่ไม่เห็น ก้มมาหอมแก้มเข้าจังๆ ก่อนจะเดินล้วงกระเป๋ากางเกงพลางหัวเราะอย่างสบายใจเดินนำหน้าไป ทิ้งให้ธันวาหน้าร้อนวาบ ตะโกนด่าไอ้คนหน้าด้านในใจ แล้วรีบวิ่งหนีประชาชีแถวนี้โดยด่วน

***

เสียงแตรรถดังอยู่หน้าบ้าน จนคนที่กำลังหลับสบายอยู่บนโซฟาสะดุ้งตื่น คันศรลุกขึ้นเกาหัวอย่างมึนงง ก่อนจะลุกไปเปิดประตู

“ไม่ได้เอากุญแจไปหรือไงวะไอ้นู” พลันต้องขมวดคิ้ว เพราะรถที่มาจอดหน้าบ้านไม่ใช่ฟอร์จูนเนอร์สีขาวของธันวา แต่เป็นรถนำเข้าคันสีเงินวาววับสะท้อนแสงไฟจากหลอดไฟเล็กๆ หน้ารั้วบ้าน

“ใครวะ” คันศรนิ่วหน้ามองผ่านแสงไฟที่สะท้อนตัวคนที่ก้าวลงมาจากรถคันนั้น

“ศรใช่มั้ย” ผู้ชายร่างสูงโปร่งคล้ายๆ กับธนูอย่างบอกไม่ถูก คันศรพยักหน้ารับอย่างงุนงง ก่อนจะเปลี่ยนมาตกใจจนพูดไม่ออกแทน

“นี่พ่อเองนะศร”

***

รถของธันวามาถึงหลังจากนั้นไม่นาน และพอธนูเห็นรถสีเงินที่จอดหน้าบ้าน ก็รู้ทันทีว่าเป็นรถของใคร เขารีบวิ่งเข้าบ้าน และก็เจอพ่อนั่งคุยกับคันศรอยู่ ด้วยท่าทางสนุกสนาน

“อ้าว? ไอ้นู พ่อมาหาล่ะ” คันศรยิ้มกว้างบอกเขา แต่ธนูหน้าตึงจนคันศรตกใจ

มือของพี่ชายกำแน่นจนน่ากลัวว่าจะเจ็บ

พ่อหันไปยิ้มให้ลูกชายคนโต และแฟนของลูกที่เพิ่งวิ่งตามเข้ามาอย่างรีบร้อน เพราะรู้ว่าธนูไม่ค่อยถูกกับพ่อตัวเอง กลัวจะมีเรื่องกัน ช่างเป็นเด็กดีจริงๆ

“ไง ธนู หนูธัน”

หนูธัน? ธันวาหน้าเหวอ คันศรหลุดขำพรืด ส่วนธนูแค่ทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้พ่อต้องการอะไร ถึงได้มาที่บ้านหลังนี้ ทั้งที่ทิ้งแม่กับน้องของเขามาเป็นสิบปี แต่ก็ไม่แปลกใจที่พ่อรู้ที่อยู่ ขนาดเขายังจ้างนักสืบหาจนเจอได้

“สวัสดีครับ คุณลุง”

“เรียกพ่อก็ได้ลูก” คุณพ่อยิ้มหวานจนตาหยี จนธันวายิ้มรับแทบไม่ทัน รู้สึกเขินแปลกๆ แต่ก็พยักหน้ารับ

“มาทำไม” ธนูถามเสียงแข็ง คันศรก็งงๆ ว่าพี่ไม่พอใจอะไรที่พ่อมาหา

“พอดีแวะมาเยี่ยมหลุมศพแม่พวกแก เลยอยากเจอศรสักหน่อย” พ่อตอบตามตรง “น้องตัวโตกว่าแกเยอะเลยนะ”

“แหะๆ ผมกินเก่งมั้งฮะ” คันศรลูบหัวตัวเองพลางหัวเราะเขินๆ

พ่อมองคันศรด้วยความเอ็นดู ก่อนจะลุกขึ้นลูบหัวเจ้าตัวโต และเดินไปตบบ่าพี่ชายที่ตัวเล็กกว่าน้อง “เห็นพวกลูกสบายดีก็ดีใจ อยากกลับบ้านกันเมื่อไหร่ก็ไปได้ตลอดนะ พ่อกลับก่อนล่ะ”

ธนูรู้สึกเหมือนมีอะไรติดในลำคอ เขากำมือแน่น ธันวาคว้ามือของเขาไว้แล้วลูบเบาๆ มันจึงค่อยคลายออก ธนูหันไปหาพ่อที่กำลังจะเดินออกจากบ้าน

“ไว้ผม...จะพาน้องไปที่บ้าน”

พ่อหันมาคลี่ยิ้มบางๆ แล้วโบกมือให้ลูกๆ ก่อนจะกลับออกไปอย่างเงียบๆ

“มึงโอเคแล้วใช่มั้ยวะ” พอเข้ามาในห้องของธนูแล้ว ธันวาก็ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ดูเหมือนพ่อของพวกธนูจะเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ได้คิดจะมาบีบบังคับอะไรพวกเขา แค่มาเยี่ยม และอาจจะรู้สึกผิด

“อืม” ธนูตอบเบาๆ ในคอ ก่อนจะหันไปกอดธันวา คนถูกกอดตกใจนิดหน่อย ก่อนจะคลี่ยิ้มและกอดตอบ พลางลูบหัวลูบหลังให้เบาๆ

มือนุ่มๆ และอบอุ่นของธันวาทำให้ธนูคิดถึงแม่

“วันนี้อัดคลิปกันดีกว่า” ธนูผละออกมาแล้วเดินไปหยิบกีต้าร์โปร่งออกมาจากใต้เตียง ธันวาก็รู้หน้าที่ดี รีบวิ่งไปหยิบกล้องวิดีโอในกระเป๋าบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ของธนูมาเตรียมตั้งถ่ายให้

“วันนี้กูไม่ขอออกกล้องนะ เขินว่ะ มีคนจำได้อีก”

“ทำไมล่ะ ผมอยากให้แฟนอยู่ในเฟรมด้วยนี่” ธนูเบะปากเหมือนเด็กเอาแต่ใจ “แค่ข้างหลังเหมือนเดิมก็ได้”

ธันวาถอนหายใจพลางอมยิ้ม “เออๆ ก็ได้ๆ” สุดท้ายก็ต้องยอมตามใจเด็กโข่งกันหน่อย

เวลาอยู่กับธันวา ธนูก็ชอบทำตัวเหมือนเด็กขี้แกล้งบ้าง ขี้อ้อนบ้าง หลากหลายมุมที่คงไม่มีใครได้เห็น นอกจากคนที่ธนูเลือกจะให้เห็น

วันนี้เพลงที่ธนูเล่นและร้องเป็นเพลงภาษาญี่ปุ่นที่ธันวาไม่เคยฟัง แถมยังแปลไม่ออกด้วย แต่เสียงร้องเหมือนจะขาดใจของธนู ก็พอจะรู้ว่ามันต้องเป็นเพลงที่เศร้ามากๆ

เพราะธนูคิดถึงแม่

หลังจากนี้ ตัวฉันจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไงนะ?
......
...
ฉันก็เป็นแค่คนตัวเล็กๆ
ที่ไม่ต้องการมีความสุข
ในแบบที่ไม่มีเธอเคียงข้าง
แค่นั้นเอง
แม้ไม่มีทั้งความหวังและแสงสว่าง
แต่แค่วันพรุ่งนี้ยังมีเธอก็พอแล้ว


เพราะห้องไม่ได้เก็บเสียงเหมือนที่บ้านของพ่อ คันศรจึงได้ยินเสียงเพลงของพี่ชายดังลอดออกมาอย่างชัดเจน ทั้งที่ไม่รู้ความหมาย แต่น้ำตามันก็ไหลออกมาเอง กับเสียงเศร้าๆ นั้น

เพลงจบแล้ว ธันวากดปิดกล้องวิดีโอ แล้วโผเข้ากอดร่างสูงที่นั่งกอดกีต้าร์อยู่บนเตียง แม้ธนูจะพยายามทำเหมือนเข้มแข็งแค่ไหน แต่ในใจก็ยังมีแต่บาดแผล ที่มันจะไม่มีวันเลือนหาย

ไม่เคยเจอหน้าแม่เลยสักครั้ง ตั้งแต่ 8 ขวบ
ไม่เคยมีโอกาสได้พูดคุย ได้ยิ้มให้
ไม่เคยมีโอกาสได้กอด ได้หอมแก้ม

ไม่มีโอกาสอีกแล้ว

บางครั้งการกระทำของผู้ใหญ่ ก็ทำให้เด็กๆ อย่างพวกเขาต้องพบเจอกับสิ่งเลวร้ายในแบบที่ไม่มีใครคิดถึงมัน พวกผู้ใหญ่อาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดา มีรักก็ต้องมีเลิกรัก มีจากลา แต่บาดแผลในใจลึกๆ ของเด็กที่พ่อแม่ต้องแยกทางกัน หรือพวกเด็กๆ ที่ต้องถูกทอดทิ้ง มันไม่มีทางรักษาได้ อย่างน้อยก็แค่บรรเทา

“ผมอยากจะรักใครสักคนไปตลอดชีวิต อยากอยู่ด้วยกันจนวินาทีสุดท้ายของลมหายใจ”

“อือ เข้าใจ” ธันวาประคองใบหน้านั้นไว้ และประทับจูบที่หน้าผากให้แผ่วเบา

“ถ้าคนคนนั้นเป็นคุณ ผมคงมีความสุขมาก”

เพราะคุณคือ “กำแพงวิเศษ” ของผม

ไม่เคยมีใครทำให้ผมรู้สึกรักและมีความสุขได้เท่าคุณอีกแล้ว

“อืม ธันจะอยู่กับธนูเอง จะคอยปกป้อง คอยดูแล คอยเติมเต็มทุกสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตของธนู”

แรงกอดนั้นแน่นขึ้น ธนูคลี่ยิ้มพลางหลับตาลง รับรู้อุณหภูมิและกลิ่นหอมหวานจากร่างกายของธันวา ทุกสัมผัสและความรู้สึกที่มีให้กัน หลังจากนี้ ขอให้มันคงอยู่ไปตลอดกาล

***

เช้าวันจันทร์ ธนูตื่นมาทำอาหารเช้าเหมือนทุกวัน โดยมีธันวาคอยช่วย แถมด้วยเจ้าตัวเล็กข้างบ้าน

“ผมเห็นเพลงใหม่ที่พี่นูลงเมื่อวานด้วย เพราะดี แต่แปลไม่ออก ฮ่าๆ” อ๋องยังคงสดใสร่าเริง ทั้งที่ก่อนหน้านี้สับสนเรื่องธนูกับคันศร แต่ตอนนี้ เห็นธนูกับธันวาก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไรมากแล้ว เพราะธันวาก็เป็นพี่ชายที่ดีกับอ๋องคนหนึ่ง ไม่ค่อยแกล้งหรือดุเหมือนเพื่อนของคันศรคนอื่นๆ

“ก็พี่จงใจให้คนฟังไม่ออก” ธนูอมยิ้ม

“ไม่ยักรู้ว่าพี่นูร้องเพลงภาษาญี่ปุ่นได้ด้วย”

“ได้ทุกภาษาอ่ะคนนี้ เพลงไหนมันชอบ โดนใจ ความหมายได้ มันหามาร้องมาเล่นหมดเลย” ธันวารีบอวด เพราะได้ฟังมาหลากหลายแนวแล้ว

อ๋องตาโต “อยากดูเวลาพี่นูร้องสดมั่งอ่ะ ไว้อัดเมื่อไหร่ ให้ผมมานั่งฟังด้วยสิ”

“ต้องถามแฟนพี่ก่อนนะ” ธนูเหล่มองคนข้างๆ ธันวาก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้พลางยักไหล่

“แล้วแต่ น้องมันอยากดูก็เอาดิ”

“เย้ พี่ธันใจดีที่สุดเลย” อ๋องกระโดดโลดเต้น โผเข้ากอดเอวของธันวา

“ทีงี้รักไอ้ธันขึ้นมาเลย ก่อนหน้านี้เห็นทำหน้าเหมือนโดนไอ้นูทิ้ง มองไอ้ธันเป็นศัตรูอยู่เลย” คันศรที่นั่งรอกินข้าวอยู่แกล้งแซว น้องเล็กสุดในบ้านรีบหันไปตาขวางใส่

“ผมทำแบบนั้นตอนไหน พี่ศรอย่ามาใส่ร้าย”

“มองหน้ามึงก็รู้แล้ว ชัดมาก”

“ช่างสังเกตนะเรา” ธนูเดินถือจานมาเคาะหัวน้องทีหนึ่ง ก่อนจะวางลงบนโต๊ะ จริงๆ เขาเองก็พอจะดูออก ว่าก่อนหน้านี้เจ้าตัวเล็กมองธันวาแปลกๆ แต่ไม่รู้ยังไง ตอนนี้เหมือนจะไม่เป็นแบบนั้นแล้ว

“ผมไม่ได้คิดว่าพี่ธันเป็นศัตรูนะ แค่...” อ๋องก้มหน้าลง กัดปากนิดๆ ทุกคนก็รอฟัง โดยเฉพาะธันวาที่ยืนหันหลังอยู่หน้าเตา

“แค่รู้สึกเหงาๆ เหมือนพี่นูไม่สนใจผมเท่าพี่ธัน แค่นั้นเอง”

“โถถถถ น้องรัก” เป็นคันศรที่ยื่นมือไปโยกหัวเจ้าตัวเล็กอย่างหมั่นเขี้ยว จนธนูต้องตีมือให้ปล่อย

“ถ้าขาดความอบอุ่นจากไอ้นู ก็มาให้พี่คนนี้ปลอบได้นะจ๊ะ” คันศรขยิบตาให้ จงใจกวน แต่กลับทำให้อ๋องเขินจนหน้าแดง เล่นอะไรไม่ว่า อย่ามาทำหน้าน่ารักให้ใจเต้นเป็นพอ แต่ถึงจะใจเต้นแค่ไหน ก็ยังไม่ยอมแสดงออกอยู่ดี แถมยังแลบลิ้นใส่คันศร กลายเป็นแหย่กันเล่นเหมือนเดิม

“ไม่เอาพี่ศรหรอก แบร่”

ธนูกับธันวามองหน้ากัน ธันวายักคิ้วข้างหนึ่ง แล้วหันกลับไปทอดไข่ต่อ ส่วนธนูได้แต่ถอนหายใจอยู่ในใจ

คู่นี้สงสัยจะอีกนานแน่ๆ

***

มัวนั่งเช็คเนื้อเพลงอยู่ 555
เนื้อเพลงท่อนแรก กับเพลงที่ธนูร้อง เป็นเพลงที่เราชอบมาก เพราะพระเอก MV หล่อ 5555555

ดู MV ละมันทรมานใจดี

https://www.youtube.com/watch?v=wZLSRmk8jtc&list=PLQIrbQZSovUuKMIoudXpSa2FWQt_M196_&index=46

記憶は大切だから捨ててしまおう
คิโอขุ วะ ไทเซ็ทสึ ดะคะระ ซึเตเตะชิมาโอว
ฉันจะลองทิ้งความทรงจำสำคัญ

四季だって捨ててしまおうか
ชิคิดัทเตะ ซึเตเตะชิมาโอวกะ
ฉันลองทิ้งฤดูกาลทั้งสี่นี้ไปดีไหมนะ

どの季節にもあなたの匂いがした
โด โนะ คิเซ็ทสึ นิโมะ อานาตะ โนะ นิโอย งะ ชิตะ
ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนก็มีกลิ่นอายของเธออยู่

これから僕がどうやって生きていくのか
โคเรคาระ โบคุ งะ โดวยัตเตะ อิคิเตะ อิคุ โนะกะ
หลังจากนี้ ตัวฉันจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไงนะ?

すべては運命ってのに委ねてもいい?
ซึเบเตะ วะ อุนเมย์ เตะ โนะนิ ยูดาเนะ เตะโมะ อี้?
ปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามโชคชะตาดีไหม?

乾かない瞳では目の前すら滲んでいくんだ
คาวาคาไน ฮิโตมิ เดะวะ เมะ โนะ มาเอะ ซึระ นิจิน เดะ อิคุน ดะ
น้ำตายังไม่เหือดแห้ง ยังคงไหลออกมาจากดวงตาคู่นี้

側にいないあなたの幸せなんか願えないのは僕が小さいだけかな?
งะวะ นิ อิไน่ อานาตะ โนะ ชิอาวาเสะ นันกะ เนงาเอไน่ โนะวะ โบคุ งะ จีไซ่ ดาเคะ คานะ?
ฉันก็เป็นแค่คนตัวเล็กๆ ที่ไม่ต้องการมีความสุข ในแบบที่ไม่มีเธอเคียงข้าง แค่นั้นเอง

希望もなく光もない それでもその明日にあなたがいればいいのに
คิโบว โมะ นาคุ ฮิคาริ โมะ ไน่ โซเรเดะโมะ โซโนะ อาชิตะ นิ อานาตะ งะ อิเรบะ อี้ โนะนิ
แม้ไม่มีทั้งความหวังและแสงสว่าง แต่แค่วันพรุ่งนี้ยังมีเธอก็พอแล้ว

ปล.แนวเพลงของวงพี่ธนู เผื่อใครนึกไม่ออกว่ามันร็อคยังไง ลืมแปะตั้งแต่ตอนที่11
https://www.youtube.com/watch?v=BxDiQhNO780
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-10-2020 14:53:37 โดย Lambosasha »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
ยอมใจยกให้แฝดพี่ให้ธันวา เพราะว่าน้องอ่องคงเด็กเกินไปสำหรับพี่ธนูจริงๆ  ฟินจิกหมอน
แฝดน้องเริ่มหยอดแล้วนะ แต่ก็ยังอีกนานแน่ๆ ถ้ามีคนมาคาบน้องอ่องไป จะแอบส้มน้ำหน้าคันศรให้ o18 รู้ตัวช้า

ออนไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
คือ ออกมาบ้านแฟนอ่า ไม่ได้เอาโน๊ตบุ๊ตตัวเองมา เลยเอาของนางแต่ง แต่ก็ลำบากหน่อยๆ มันไม่มีเม้าส์ เลยแต่งไรไร้สาระไปก่อน
เดี๋ยวกลับบ้านแล้วจะต่อให้นะฮะ

เราแต่งฉาก NC ไม่เก่งเลยบอกตรงๆ เพราะเราคือแบบ...เราเป็นเมะอ่ะ ไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์คนโดนทำไง ถามแฟนนางก็ไม่ยอมบอก นางรู้ว่าเราจะเอามาแต่ง เลยไม่บอก555

ทนอ่านกันหน่อยน้า

ตอนพิเศษ กิจกรรมบนเตียงของพี่ธนู


ธันวานั่งมองอุปกรณ์แปลกๆ ที่หลบอยู่ในลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงของธนู ตอนที่กำลังรื้อหาถ่านไฟฉายมาใส่รีโมทแอร์ ธนูลงไปซักผ้า ตากผ้าอยู่ชั้นล่าง เดี๋ยวพอขึ้นมาก็จะบ่นว่าร้อน ธันวาเลยกะจะมาเปิดแอร์รอ แต่ถ่านรีโมทดันหมด แต่นอกจากจะเจอถ่านแล้ว ยังเจออย่างอื่นด้วยนี่สิ

ไอ้ถุงยางกับเจลหล่อลื่นนี่รู้จักอยู่ เห็นตามเซเว่นกับร้านขายยาทั่วไป แต่มันมีของแปลกกว่านั้น เป็นกระบอกเหมือนกระบอกน้ำ แต่ไม่น่าจะเอาไว้ดูดน้ำ เพราะมันมีสายยางยาวๆ ยื่นออกมาจากปากขวดด้วย กับแท่งรูปร่างกลมๆ มนๆ ที่ดูไม่ออกว่าเอาไว้ทำอะไร แม้ไม่รู้ว่าของสองอย่างนี้คืออะไร แต่มันอยู่ในกล่องเดียวกับถุงยางและเจล ก็น่าจะเป็นอุปกรณ์เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์แน่นอน ไอ้ครั้นจะถามตรงๆ ว่าเอาไว้ทำอะไร ก็ดูน่าอายเกินไปหน่อย

แม้จะคบกันมาหลายเดือนแล้ว แต่ธนูก็ไม่เห็นทำอะไรมากไปกว่าจูบ อาจจะจูบหลายที่หน่อย ไม่ใช่แค่ปาก ธันวาไม่ได้ใสซื่อขนาดไม่รู้ว่าธนูมีอารมณ์เวลาที่จูบกัน แถมยังชอบใช้มือให้ธันวาอยู่ฝ่ายเดียว แต่จะออกปากว่า เอาเลย ทำเลย ก็กระไรอยู่ เกิดมาไม่เคยไอ้แอ้มผู้หญิงสักคน แล้วจะรู้ได้ไงว่ากับผู้ชายจะต้องทำอะไรบ้าง

“นี่ไม่ได้ตกลงกันเหรอ ว่าใครรับใครรุก” เมื่อคิดคนเดียวไม่ไหว ธันวาก็เลยมาพึ่งเพื่อนสาวในคณะ ที่เป็นพวกสาวๆ ที่ชอบดูผู้ชายได้กัน เห็นบอกว่าเรียกว่าสาวเอ็กๆ วายๆ อะไรสักอย่าง เพราะในคณะของเขาไม่มีกะเทยหรือเกย์ให้ปรึกษาเลยสักคน

“มันคืออะไรวะเฌอ” ธันวานิ่วหน้า กับคำศัพท์แปลกใหม่

“ก็แบบ รุกก็เป็นคนเอา รับก็โดนเอาไง” ตรงประเด็นสุดไรสุด ธันวาถึงกับหน้าม้าน ไม่คิดว่าผู้หญิงใส่แว่นหน้าตาเรียบร้อยจะพูดเรื่องแบบนี้ได้ไม่มีเขินสักนิด

“แล้วจะรู้ได้ไง ว่าต้องทำอะไร”

“โห ซื่อบื้ออย่างมึงนี่ ให้ธนูกดเหอะ” เฌอแตมเอานิ้วจิ้มหน้าผากเพื่อนแรงๆ ด้วยความหมั่นไส้

“เวลาทำกันก็บอกให้ธนูสอนเลย อุปกรณ์พร้อมนี่ น่าจะเชี่ยวนะท่าทาง”

“ก็มันน่าอายนี่หว่า กูกลัวมันขำเอาด้วย”

“เป็นแฟนกัน เขาจะมาอะไรมึง เอางี้ กูช่วยบอกแค่คำศัพท์ให้ มึงลองไปเสิร์ชกูเกิ้ลหาเอาเอง อธิบายไปมึงก็อายกูอยู่ดี”

ไม่ใช่ว่ามึงต้องอายกูเหรอวะ ไอ้เฌอ ธันวาเถียงในใจ ก่อนจะเปิดดูไลน์ที่เพื่อนส่งข้อความคำศัพท์ที่ต้องเรียนรู้ต่างๆ มาให้ค้นหา

“ทำแท้ง? กูไม่ได้มีลูกนะ ไม่มีมดลูกด้วย ทำแท้งเลยเหรอวะ ยังไม่ทันได้กันนะ”

เฌอเบะปาก ตบหัวเพื่อนไปที “มันเป็นศัพท์ในหมู่เกย์ไงอีโง่ มันคือการ เอ่อ สวนทวาร ล้างรูก้นมึงอ่ะ กูเลยต้องอธิบายจนได้ ดูสิ”

“ล้าง...รูก้น?” ธันวานิ่วหน้าหนักกว่าเก่าพลางเอียงคอ

“มึงนึกภาพนะ ผู้ชายมันมีรูเดียว แล้วถ้ามึงแหย่สุ่มสี่สุ่มห้า มันจะมีอะไรออกมา”

“อ้อ” ธันวาพยักหน้าตาม “แล้วใครต้องเป็นคนทำอ่ะ”

“อ้าว อีนี่ ก็คนที่รับไง คนโดนเอาอ่ะ ก็ฉีดน้ำอัดเข้าไปล้างเอา มึงหาวิธีในเนตเอาเลย”

“มึงนี่รู้ดีอย่างกับเคยทำ” ธันวามองหน้าเพื่อนสาวอย่างประหลาดใจ “หรือมึงเป็นผู้ชายปลอมตัวมาวะ?”

“ไอ้เหี้ยนี่ กวนตีน เดี๋ยวแม่โบกเลย”

“เดี๋ยวนะ แล้วทำไมกูต้องหาวิธีทำแท้งอ่ะ กูเป็นรุกไม่ได้เหรอ” ธันวาหน้าเหวอ ทำไมเพื่อนถึงแนะนำอะไรแบบเน้

เฌอหรี่ตามองธันวาตั้แต่หัวจรดเท้า “ก็ได้แหละ แต่ถ้ามองจากธนูแล้ว กูว่าไม่น่ารอด”

“อะไรวะ ไอ้นูมันอาจจะอยากโดนกูเอาก็ได้นี่ ไม่เห็นเคยทำอะไรสักที สงสัยรอกูรุก”

“เออๆ มึงจะคิดงั้นก็ตามใจนะ ลองดูๆ” เฌอแตมตบบ่าเพื่อนสองสามทีเพื่อให้กำลังใจ

“เออ ขอบใจแล้วกัน ช่วยได้เยอะเลย”

***

ธันวาบอกตัวเองว่า ไม่ได้หื่น ไม่ได้อยากอะไรขนาดนั้น แต่แค่อยากรู้อยากเห็น เพราะยังไงก็ผู้ชายเหมือนกัน ไม่ต้องกลัวเรื่องท้องป่อง แค่ป้องกันโรคก็พอ

“วันนี้แปลกจังนะครับ” หลังจากจูบกันก่อนนอนตามปกติ ธนูก็ยกยิ้มมุมปากแล้วพูดแบบนั้น เพราะคืนนี้ธันวาเหมือนจะมีอารมณ์มากกว่าทุกครั้ง จูบตอบเขาได้เร่าร้อนมาก

“แปลกยังไงวะ” คนขี้เขินหน้าร้อนผ่าวๆ เมื่อกี้ลองใช้ลิ้นแบบที่ธนูชอบทำให้กลับไปบ้าง แม้จะเก้ๆ กังๆ ไปหน่อยก็ตาม

“ก็แปลกแบบ...น่ารักกว่าปกติ” ธนูมองอีกคนอย่างเอ็นดู ก่อนจะเลื่อนมือลงตรงหว่างขาของธันวา

“อ๊ะ อื้อออ” ธันวากัดปากกลั้นเสียงน่าอาย เมื่อถูกฝ่ามือร้อนๆ สัมผัสจากนอกร่มผ้า เพราะตอนนี้กำลังตื่นตัว และธนูก็รู้ ถึงได้เอามือไปบีบนวดให้เบาๆ

“ผมทำให้นะ” ธนูพูดพลางดูดไซร้ที่ซอกคอขาว ธันวาตัวสั่นด้วยความเสียวซ่าน ค่อยๆ อ้าขาออกให้ธนูจัดการกับลูกชายตัวเองที่ถูกปลดปล่อยออกมาข้างนอกเรียบร้อย ธนูดึงบ็อกเซอร์ของร่างโปร่งออก พร้อมกับถกเสื้อยืดของธันวาขึ้นเหนือแผ่นอกบาง ครอบริมฝีปากดูดดึงกับตุ่มไตสีอ่อน มือก็ยังขยับรูดแท่งเนื้อเบื้องล่างไปด้วย เสียงดูดเลียด้านบนฟังดูลามก จนธันวาแดงไปทั้งตัวด้วยความอาย แผ่นอกแอ่นเกร็ง ใบหน้าแหงนเงยและค่อยๆ พิงลงกับหัวเตียง

“อ่ะ...อื้อ ธนู ธนู...”

ธนูคลี่ยิ้ม ปลายลิ้นตวัดเลียยอดอกทั้งสองข้างสลับกันรัวๆ มือขยับเร็วขึ้นอีก เพราะรู้ว่าธันวาใกล้เสร็จแล้ว ถึงได้เรียกชื่อของเขาแบบนั้น

สองแขนของร่างโปร่งโอบกอดรอบลำคอของธนูไว้แน่น ปลายเท้าจิกเกร็งบนผ้าปูที่นอน ริมฝีปากอ้าเผยอพ่นลมหายใจออกมาเมื่อถึงที่สุดของห้วงอารมณ์

ธนูผละออกมามองใบหน้าแดงก่ำกับแผ่นอกที่กระเพื่อมถี่ของร่างโปร่งด้วยความเอ็นดู ธันวายังอ้าปากหอบหายใจ เห็นแพขนตาที่กะพริบไหว หัวใจเต้นรัวจนรู้สึกได้ มองอยู่สักพัก ก็ต้องสะดุ้งเบาๆ พลางขมวดคิ้ว เพราะจู่ๆ ธันวาก็ยื่นมือมาจับกลางลำตัวของเขา ที่กำลังแข็งเกร็ง

“หะ ให้ธันทำมั่ง” เรียกตัวเองว่าธันเสียด้วย ธนูเลียริมฝีปากที่แห้งผากแล้วกลืนน้ำลายลงคอจนเห็นลูกกระเดือกเคลื่อนไหวชัดเจน

“จะดีเหรอครับ”

ธันวาไม่ตอบ แต่ล้วงมือเข้าไปใต้กางเกงขาสั้นของธนูแล้วสัมผัสมันโดยตรง สิ่งที่รับรู้เป็นครั้งแรกเลยคือ ความร้อน กับความใหญ่ ธนูมองหน้าคนที่ตั้งใจใช้มือให้ด้วยความเอ็นดู ธันวากำลังทำแบบเดียวกับที่เขาทำให้ ถือว่ารู้จักเรียนรู้ดี ธนูครางเบาๆ ในลำคอ โน้มหน้าไปดูดแรงๆ ที่ซอกคอขาวอีกรอบ คราวนี้อดไม่ไหวที่จะทำรอย เพราะมือนุ่มๆ ที่กำลังรูดตัวตนของเขามันช่างเร้าอารมณ์เหลือเกิน

“อึก อย่ากัดสิ”

“ไม่ได้กัดสักหน่อย” ธนูหัวเราะเบาๆ เพราะเวลาดูดคอแรงๆ มันจะเจ็บจี๊ดๆ และธันวาชอบคิดว่าเขากัดทุกที

“นั่นแหละ เดี๋ยวมันเป็นรอย”

“ก็คุณน่ารัก” พูดไปก็พรมจูบไปทั่วใบหน้าและลำคอของร่างโปร่ง ธันวาพยายามขยับมือแบบที่ธนูทำ แต่มันยากตรงที่ของธนูใหญ่เกินไป เลยทำให้เสร็จไม่ได้สักที

“พอก่อนครับ เดี๋ยวผมทำต่อเอง” ธนูเอ่ยข้างใบหู พร้อมขบเบาๆ ที่ติ่งหู แต่ธันวาเม้มปาก ไม่ยอมปล่อยมือ ธนูเลยต้องยื้อมือของธันวาไว้

“ไม่เอาดิ จะทำให้เสร็จอ่ะ”

ธนูยิ้มอ่อน ในเมื่อไม่ยอมปล่อยก็เลยช่วยจับมือไว้แล้วขยับนำ ธันวามองใบหน้าแดงก่ำที่ชื้นเหงื่อทั้งที่เปิดแอร์ไว้ตั้งแรงของธนู ด้วยหัวใจเต้นระส่ำ ธนูดันนิ้วโป้งของธันวาขึ้น ให้กดลงบนส่วนปลาย พลางกัดปาก ครางดังในคอ จนธันวาใจกระตุก มองใบหน้าเซ็กซี่ของธนูที่ไม่เคยเห็นมาก่อนพลางหายใจแรงขึ้นด้วยความตื่นเต้น

“อึก...” ธนูซุกหน้าลงกับบ่าของร่างโปร่ง เสียงลมหายใจดังก้องไปทั่วห้อง ก่อนที่จะค่อยๆ เบาลง

“สะ เสร็จแล้วเหรอ”

“ครับ” ธนูตอบเสียงพร่า มือยังคงกุมมือของธันวาไว้แน่น ก่อนจะเอียงคอ และคราวนี้ไม่ใช่แค่ดูดแล้ว ธนูกัดเข้าที่คอของธันวาจริงๆ

“โอ๊ยยย เจ็บนะ”

“ขอโทษครับ ขออีกรอบได้มั้ย” เสียงนั้นเว้าวอนจนธันวาใจสั่น

“คือ คือ จะทำมากกว่านี้ก็ได้นะ” ธันวาลองกลั้นใจพูดออกไป และพบว่าธนูถึงกับขมวดคิ้ว “อย่าทำหน้าแบบนั้นดิวะ ก็คือ กูก็ไม่ค่อยรู้นะ แต่แบบ มึงอาจจะอยากทำมากกว่านี้”

“ได้เหรอครับ” ถามไปก็ไซร้คอไปอีก ธันวาครางอื้อในคอ ทำไมคุยก่อนไม่ได้ ต้องทำให้เสียวไปคุยไปด้วยเนี่ย

“ยังไงเราก็ผู้ชายเหมือนกันนี่ แล้วมึงก็ดูจะ...ทนไม่ไหว”

“คุณรู้มั้ยว่าต้องทำอะไรบ้าง” ธนูผละออกมามองแก้มแดงๆ ของคนรัก

“กะ ก็เคยดูหนังโป๊มาบ้างหรอกน่า แต่ต้องเข้าข้างหลังแทนใช่มั้ยล่ะ” พูดแล้วก็อายจนไม่กล้าสบตากับธนู “มึงก็สอนกูสิ ว่ามันต้องทำอะไรยังไง”

ธนูนิ่งคิดเล็กน้อย ก่อนจะขยับตัวไปด้านข้าง เอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักที่โต๊ะข้างเตียงแล้วหยิบกล่องที่ใส่อุปกรณ์ต่างๆ ที่ธันวาเคยเห็นก่อนหน้านี้

“แน่ใจนะว่าจะให้ผมสอน”

“ก็เออสิ กูอายนะเนี่ย ต้องมาขอให้สอนอ่ะ มันก็ดีกว่าไปมั่วเองใช่ป่ะล่ะ”

ธนูหรี่ตามองคนรักพลางเอามือลูบคาง ก่อนจะฉุดข้อมือของธันวาให้ลุกจากเตียง พร้อมคว้ากล่องใส่ของพวกนั้นไปด้วย

“เอ๊ะ เอ๊ะ?” คนโดนลากไป ก็ตามธนูเข้าห้องน้ำไปแบบงง กว่าจะรู้ตัวว่าอะไรเป็นอะไร ก็...

ผ่านไป สิบห้านาที

ธันวานั่งขาเปลี้ยเกาะขอบอ่างอาบน้ำพลางหอบหายใจ หน้าแดงตัวแดงไปหมด พอเริ่มมีแรง ก็หันไปตาขวางใส่คนที่กำลังเก็บของอยู่ตรงเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ

“ยังไหวอยู่มั้ยครับ” ธนูถอดถุงมือออกพลางเอี้ยวตัวไปมองหน้าคนรัก ธันวาถลึงตาใส่ โวยวายเสียงดังลั่นห้องน้ำ

“ไม่ไหวแล้วโว้ย! ไม่ทำแล้วแม่ง”

ธนูเหลือบตาขึ้นมองเรื่อยเปื่อย ก่อนจะปิดกล่อง “ลุกไหวมั้ยครับ”

“ฮือออ” ธันวาครางเหมือนร้องไห้ พยายามจะลุกขึ้น แต่ขามันไม่มีแรง สุดท้ายเลยต้องให้ธนูช่วยอุ้มออกจากห้องน้ำ

“งั้นก็นอนนะครับ ไม่ทำแล้ว”

“อือ” พอมาถึงที่เตียง เห็นสีหน้าห่วงใยกับรอยยิ้มอ่อนของธนูก็รู้สึกผิดนิดๆ ทั้งที่เป็นคนบอกให้ธนูสอน แต่ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำ ก็เลยไม่ทันได้เตรียมใจ สุดท้ายก็เลยล่ม

“โกรธกูเปล่าวะ คือกูไม่ได้เตรียมใจมา” ธันวามองตามร่างสูงที่เขยิบตัวจะนอนลงข้างๆ

“ผมเข้าใจครับ ก็คุณเป็นผู้ชาย” เขาหันไปยิ้มบางๆ แล้วนอนตะแคง กอดคนข้างๆ ไว้หลวมๆ ยิ่งเห็นสีหน้าอ่อนโยนแบบนั้น ธันวายิ่งรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัด

อยากให้รู้สึกดีด้วยกัน เพราะทุกทีมีแต่ธนูทำให้ ด้วยความอดทน ทั้งที่ก็ต้องการมากขนาดนั้น

“ถ้าคุณไม่พร้อม ผมก็ไม่บังคับ หรือคุณอยากเป็นฝ่ายทำ ผมก็ยอมให้ได้”

ลมหายใจของธันวาสะดุดเล็กน้อย “จริงเหรอ”

ธนูลูบเส้นผมยุ่งๆ ที่ลงมาปรกหน้าผากของธันวา ปัดให้มันเข้าที่เข้าทาง พลางยิ้ม

“เพื่อคุณ ผมทำได้ทุกอย่าง”

โอยยยย ยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่เลยกู ธันวากรีดร้องในใจ

“งะ งั้น กูจะพยายามแล้วกัน...”

“ครับ?” ธนูเลิกคิ้วมองคนที่ก้มหน้ามุดอกของเขา ก่อนจะคลี่ยิ้มแล้วโอบกอดคนรักไว้แนบอก เมื่อได้ยินประโยคต่อมา

“จะพยายามรับให้ได้อ่ะ ทำบ่อยๆ คงชินแหละ”

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 633
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
 :pighaun: :jul1:
แฝกพี่แซงน้องไปเรียบร้อยแล้ว ฟินจิกหมอนอยู่นะคะคนแต่ง
รอคู่น้อง  o18

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 473
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออนไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
16
“ผมมึงยาวขึ้นหน่อยนึงนี่” คันศรจับปลายผมของคนตัวเล็กที่เริ่มยาวจนไม่ค่อยดูเป็นหัวเกรียนๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้วด้วยความสนอกสนใจ

อ๋องยกแขนขึ้นปัดมือของคันศรออก แก้มขึ้นสีชมพูอ่อนๆ “ก็จะเข้ามหาลัยแล้ว ไม่อยากไถเกรียน”

“ไว้ทรงอะไร มึงก็เหมือนลิงอยู่ดีแหละ” คันศรหัวเราะคิกคัก แล้วทำท่าเกาหัวเกาคางล้อเลียนอ๋อง จนอ๋องหน้ามุ่ย ยกมือขึ้นทุบไหล่ไอ้คนขี้แกล้งรัวๆ คันศรยิ่งหัวเราะชอบใจ

“เลิกแหย่น้องได้แล้ว ศร” พี่ชายคนโตเดินถือถาดขนมอบทำเองกับมือร้อนๆ มาเสิร์ฟให้น้องๆ ที่หน้าทีวี แล้วหันไปคุยกับอ๋อง

“ไว้เปิดเทอมก็ไปเรียนพร้อมกันเลยนะอ๋อง ยังไงก็ที่เดียวกับศรอยู่แล้ว”

“ผมไม่อยากนั่งรถไปกับพี่ศรสองคนเลยอ่ะ ถ้าไม่มีพี่นู เดี๋ยวมันก็แกล้งผมอีกอ่ะ” พักหลังมานี้ อ๋องที่เคยเกาะติดคันศร เบนเข็มไปหาพี่ชายคนโตที่ใจดีกว่าตลอด เมื่อก่อนไม่มีธนู เลยต้องยอมให้แกล้ง ไม่งั้นก็ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ แต่ตอนนี้มีคนให้อ้อนแล้ว แถมไม่ได้อ้อนแค่ธนู แต่ยังอ้อนเผื่อแผ่ไปถึงแฟนพี่ชายด้วย ธันวาเองก็ใจดีเหมือนกัน เห็นอ๋องเหมือนน้องชายคนหนึ่งอยู่แล้ว

“ถ้ามันแกล้งก็ไปฟ้องพี่ธันได้เลย พี่ฝากไว้แล้ว”

“อย่างไอ้ธันจะทำอะไรกูได้วะ ถามจริง” คันศรเบ้หน้า

“ธันทำไม่ได้ แต่ถ้านายกล้าทำอะไรธัน ฉันก็ไม่เอานายไว้นะศร”

คันศรสะดุ้งเฮือก เสียวสันหลังวาบ เพราะพี่ชายยิ้มหวานจนน่ากลัว

“รุมกันชัดๆ เมื่อก่อนกูก็แกล้งมันประจำ ไม่เห็นมีใครว่าอะไร”

“นั่นมันเมื่อก่อนไง จะเล่นอะไรก็อย่าให้มากเกิน น้องโตแล้ว ไม่ใช่เด็กๆ ให้เกียรติกันบ้าง” แล้วพี่ธนูก็บ่นยาวอีกตามเคย คันศรได้แต่เบะปาก ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แถมยังแกล้งเอาขาเตะไอ้ตัวเล็กเล่น แต่จริงๆ ก็ฟังที่ธนูพูดอยู่บ้าง

อ๋องมันไม่ใช่เด็กแล้วจริงๆ นั่นแหละ แถมยังเหมือนจะมีคนที่ชอบด้วย โตขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ คิดแล้วคันศรก็ยิ่งอยากรู้ ว่าคนที่อ๋องแอบชอบมันเป็นใคร ผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่

และแล้วก็ถึงวันเปิดเทอม อ๋องได้ใส่ชุดนักศึกษาใหม่ ผูกเนคไทสีน้ำเงินเรียบร้อยสวยงาม ผมก็ยาวขึ้นนิดหน่อย พอมีหน้าม้าปรกหน้าผากนิดๆ เขากะว่าจะไว้ผมยาวถึงช่วงคอแล้วค่อยตัดทรงอื่นอีกที อยากทำผมแนวอันเดอร์คัทเท่ๆ แบบธนูบ้าง

“แม่ฝากอ๋องด้วยนะธนู ศร” เพราะเป็นเช้าแรกของการเปิดเทอม แม่ถึงกับต้องมาฝากฝังถึงหน้าบ้านของคันศร ธนูยิ้มรับอย่างสุภาพ

“ไม่ต้องห่วงนะครับ อ๋องอยู่คณะเดียวกับธัน ผมฝากให้ช่วยดูแลที่มหาลัยไว้แล้ว”

“แถมยังมีผมอยู่อีกคนด้วยครับคุณแม่ หายห่วงเลย สบายมากๆ” คันศรคว้าตัวอ๋องไปกอดบ่าไว้อย่างสนิทสนม คนตัวเล็กหน้าร้อนขึ้นมานิดหน่อย แต่พยายามเก็บอาการไว้ แม่ได้ยินแฝดพูดแบบนั้น ก็สบายใจ ยืนส่งจนรถของธนูที่มีคันศรเป็นคนขับ เคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านไป

หลังส่งธนูที่มหาวิทยาลัยแล้ว คันศรก็พาอ๋องไปมหาลัยของพวกเขาต่อ อ๋องสอบเข้าคณะวิศวกรรม ที่เดียวกับคันศรได้ตามที่ตั้งใจไว้ แม้จะมีโอกาสเรียนด้วยกันอีกแค่ปีเดียวก็ตาม แต่ก็อยากใช้เวลาช่วงนี้ให้มีค่ามากที่สุด อ๋องตั้งใจไว้แล้วว่า จะบอกความรู้สึกเมื่อคันศรเรียนจบ อย่างน้อยถ้าจะต้องเข้าหน้าไม่ติด ก็ให้พ้นจากรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกันไปก่อน

“อ้าวววว มาแล้วๆ น้องใหม่ที่พวกเราต้องต้อนรับขับสู้ด้วยมือและเท้า” พอลงจากรถและเดินตามหลังคันศรขึ้นไปบนตึกคณะ ก็เจอแทนทัพเป็นคนแรก เหมือนรออยู่แล้ว ตามด้วยเท็น และธันวา กับคนอื่นๆ อีกสามสี่คน

“ทำไมต้องต้อนรับด้วยมือและเท้า” อ๋องขมวดคิ้ว เอี้ยวตัวหลบมือของแทนทัพ กลัวโดนตบหัว เพราะโดนทุกทีที่เจอกัน

“โหๆๆ เดี๋ยวนี้มันมีหลบว่ะ ไอ้ลิงน้อย มึงอยู่ปี 1 ต้องรองมือรองเท้าพวกพี่เข้าใจมั้ยวะ ไม่เชื่อฟังกูจับเฉือดในห้องเชียร์นะ” แทนทัพคว้าคออ๋องไปกอดไว้แล้วขู่แบบขำๆ ไม่ได้จะใจร้ายอะไรขนาดนั้น แค่หยอกน้องเล่น

“ได้ข่าวเขายกเลิกระบบโซตัสแล้วนะไอ้แทน” เท็นโพล่งขึ้น “เลิกมาสองปีละ”

“กูรู้ ไอ้สัส มึงก็ควายจัง กูหยอกน้อง เข้าใจมั้ย” แทนทัพยกขาขึ้นเตะเท็นที่นั่งกินขนมอยู่ ปากไม่ว่างยังจะสอด เท็นก็เลยดีดขนมใส่หน้าไป ตีกันเหมือนเด็ก ทั้งที่เรียนจะจบอยู่รอมร่อ เพื่อนคนอื่นได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอา ไอ้คู่นี้สนิทกัน ใครก็รู้ เล่นกันแบบนี้ประจำ แต่ไม่เคยทะเลาะกันจริงๆ ให้เห็นสักครั้ง

“พี่หยอกๆ นะน้องอ๋อง โตๆ กันแล้ว พี่ไม่แกล้งหรอกครับ น้องน่ารักออกขนาดนี้”

“ไม่ต้องทำตบหัวแล้วลูบหลังเลยไอ้แทน มึงปล่อยมือแล้วมานั่งแดกขนมกับไอ้เท็นไป” ธันวารีบเข้ามาขัด ดึงมือเพื่อนออกจากบ่าของน้องใหม่ ที่คงต้องอยู่กับกลุ่มพี่ปี 4 ไปก่อน จนกว่าจะมีเพื่อน แม้ไม่มีการว้าก แต่ยังมีรับน้องแบบปกติ ทำกิจกรรมเชียร์กันไป เดี๋ยวอ๋องก็ได้เพื่อนใหม่เอง

คันศรเลิกคิ้ว มองแทนทัพที่หยอกเล่นกับอ๋องไม่เลิก ด้วยความรู้สึกแปลกๆ ในใจ แต่ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่ามันมีอะไรแปลก

เย็นนั้น มีกิจกรรมซ้อมเชียร์วันแรกของปี 1 ซึ่งหน้าที่หลักในการสอนน้องร้องเพลงก็คือพวกปี 2 แต่ก็มีกลุ่มปี 3 ปี 4 มาคอยดูด้วย

“วันนี้เราจะรับสมัครน้องที่อยากเป็นหลีดนะครับ ได้ทั้งหญิงชาย คณะเราผู้หญิงน้อย ยังไงก็ช่วยๆ กันหน่อยนะน้อง” เสียงเด็กปี 2 ที่เป็นประธานรุ่นแจ้งกับน้องผ่านไมค์ ในห้องประชุมเชียร์ของคณะ

หลังประกาศจบ ก็มีผู้หญิงหลายคนสนใจ เพราะมีอยู่ไม่กี่คน ยังไงสมัครไปก็น่าจะได้แน่นอน แต่ผู้ชายแทบไม่มีใครลุกเลย สุดท้ายพวกพี่ปี 2 ก็มาปรึกษากับปี3 ปี4 ซึ่งมีกลุ่มของพวกคันศรด้วย ว่าคงต้องคัดหลีดผู้ชายกันเอง แม้ไม่อยากบังคับน้อง แต่ก็ต้องลองหว่านล้อมก่อน

“ขาดหลีดชาย 2 คนอ่ะพี่ธัน” เพราะธันวาเคยเป็นหลีดคณะเมื่อตอนปี 1 แม้จะโดนรุ่นพี่บังคับก็ตาม พวกน้องๆ ก็เลยหันมาถามเขา ที่ยืนอยู่ข้างๆ คันศร ธันวาหันไปคุยกับพวกรุ่นน้อง คันศรก็มองตาม

“พี่ธันช่วยเลือกให้หน่อยได้มั้ย ผมว่าพี่ตาแหลมสุดละ”

“ตาตี่มากกว่าป่ะวะไอ้ป๊อก” คันศรอดแซวเพื่อนไม่ได้จริงๆ พวกรุ่นน้องให้ความไว้วางใจธันวาเสมอ ก็ว่าที่เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเสียขนาดนี้

“ขำๆ ไอ้สัส” ธันวาหันไปจิกตาใส่เพื่อน ก่อนจะคุยกับรุ่นน้องต่อ ตกลงว่าจะช่วยดูให้ หลังจากนั้นก็มีปี 3 อีกคนที่เคยเป็นหลีดคณะ และเป็นน้องรหัสของธันวาช่วยแยกกันเช็คหน้าค่าตารุ่นน้อง

พลันธันวาก็นึกขึ้นได้ ว่าไม่เห็นจะต้องหาที่ไหนไกล ขายาวๆ ก้าวฉับๆ ตรงไปที่เด็กหนุ่มผมม้าเต่อคนสุดท้ายของแถวแรกทันที

“ไปกับพี่หน่อยสิ อ๋อง” ธันวายืนก้มมองน้องรักด้วยรอยยิ้มหวาน จนอ๋องนิ่วหน้าใส่

“อะไรพี่ธัน ไม่เอานะ ผมไม่เป็นนะ เต้นไม่เป็น”

แต่ธันวาไม่ยอมแพ้ อ๋องหน้าตาน่ารักขนาดนี้ ปล่อยหลุดมือไม่ได้ ต้องเป็นหลีดคณะเราเท่านั้น คิดดังนั้น ธันวาก็ฉุดแขนน้องขึ้น

“เดี๋ยวพี่สอนเอง ไม่ต้องกลัว”

แต่อ๋องก็ยื้อแขนไว้ ไม่ยอมลุกตาม “ไม่เอา ผมอาย ไม่กล้าเต้นหรอก”

“ตอนพี่เป็นก็ครั้งแรกเหมือนกัน (ไม่นับตอนประกวดเต้นสมัยม.ต้นที่ออกไปแบบเหวอๆ นะ) นะนะ อ๋อง แล้วจะให้ธนูทำขนมที่อ๋องชอบกินให้เยอะๆ เลย” เล่นไม้นี้ทุกที ธันวาออดอ้อนแถมยังเอาขนมมาล่ออีก อ๋องเลยต้องยอมลุกขึ้น

“ไม่ได้เห็นแก่ขนมนะ แต่พี่ธันจะสอนเองแน่นะ”

“แน่นอนครับผม พี่จะไปสอนให้ที่บ้านด้วยยังได้ แป้ปเดียวเต้นเก่ง สวยงาม” ธันวารีบพะเน้าพะนอน้องรักทันที อ๋องก็นิ่วหน้า คิดไปคิดมา ก็ยอมเป็นหลีดคณะให้จนได้

“หน้าอย่างนี้นี่นะ เป็นหลีดคณะ” พอมาสมัครเสร็จ ไอ้คนกวนประสารทและชอบใช้กำลังก็โพล่งขึ้นมา อ๋องหันควับไปมองตาขวาง

“หน้าผมมันทำไม ถ้าพี่ธันไม่ขอเอง ผมก็ไม่ทำหรอก”

คันศรหัวเราะคิก พลางเอามือลูบหัวน้อง เห็นอ๋องโมโหแล้วสนุกดี “หน้ามึงเหมือนลิงไง ไอ้ลิง”

“มึงนี่ อย่าแกล้งน้องนักสิวะ เดี๋ยวกูฟ้องพี่มึงเลย” ธันวาเข้ามาช่วยห้าม อ๋องรีบหลบข้างหลังธันวาทันที

“แหมๆ เดี๋ยวนี้มีพวก กูหยอกเล่นหรอก แบบไอ้แทนไง” คันศรยักคิ้วให้คนที่เกาะหลังธันวา อ๋องก็ได้แต่ขู่ฟ่อๆ ใส่ ไม่ได้น่ากลัวสักนิดสำหรับคันศร

“แล้วอีกคนล่ะ?” ธันวาหันไปหารุ่นน้องที่ดูแลเรื่องหลีดต่อ ขี้เกียจสนใจไอ้คนบ้าที่ชอบหาเรื่องแกล้งน้อง

“พี่เล่หาอยู่อ่ะ นั่นไงๆ มาแล้ว เฮ้ยยย คนนั้นเลยเหรอ” ป๊อก ประธานรุ่นปี 2 ตาโต

“ทำไมวะ ก็มันหล่ออ่ะ” โอเล่ อดีตหลีดคณะปี 3 เดินนำน้องที่เลือกมาตรงโต๊ะรับสมัคร ธันวามองหน้าเด็กปี 1 ที่โอเล่เลือกมาตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางพยักหน้า

“ก็ใช้ได้นะ ทำไมวะป๊อก”

“คือ ไอ้จิวมันบอกจะเอาไว้ประกวดเดือนอ่ะพี่คนนี้ ผมเลยไม่ได้เลือกกันแต่แรก” ป๊อกตอบ จิวคือรองประธานรุ่นของปี 2 เป็นสาวน้อยสายโหด

“จริงๆ ก็ทำสองอย่างได้มั้ง” ธันวาว่า “พี่ว่ามีคนนึงหล่อ อีกคนน่ารัก เอาไว้คู่กันก็เหมาะดีนะ ใช่มั้ยวะ เล่”

“ใช่ ผมก็คิดเหมือนพี่ธันเลย แต่ถ้างานมันจะชนกัน ก็เลือกคนอื่นเป็นเดือน ผู้ชายตั้งเยอะ กูขอคนนี้ กูจะเอาไว้ฝึกหลีด” โอเล่เห็นด้วยกับธันวา

“โห งั้นพวกผมหาเดือนคณะคนใหม่ก็ได้อ่ะ” สุดท้ายป๊อกก็ต้องยอมพวกพี่ๆ

คันศรยืนกอดอกมองดูอ๋องกับหลีดชายอีกคน ที่ธันวาบอกให้เอาไว้คู่กัน เพราะคนนึงหล่อ อีกคนน่ารัก พลางครุ่นคิด ไอ้ธันมันหมายถึงไอ้อ๋องหรือเปล่าวะ ไอ้ที่ว่าน่ารักเนี่ย

ก็...น่ารักขึ้นกว่าเมื่อก่อนนิดหน่อยมั้ง แต่ยังไงก็เหมือนลิงอยู่ดี ต่อให้สูงขึ้น โตขึ้นแค่ไหน มันก็ยังเหมือนเด็กลิงคนเดิมแหละว้า

ทางด้านอ๋อง ก็ต้องแยกกับเพื่อนใหม่ๆ ที่เพิ่งรู้จักวันนี้ มารอนัดซ้อมหลีดกับรุ่นพี่ปี 2 เลยได้รู้จักเพื่อนเพิ่มอีกคน คือหลีดชายที่โอเล่หามา

“หวัดดี เราชื่อ พลุ นะ นายชื่อไรอ่ะ” คนที่นั่งข้างๆ เอ่ยทัก อ๋องเลยยิ้มรับรอยยิ้มนั้น

“เราอ๋อง”

“นายเรียนสาขาไร เราอยู่ไฟฟ้า”

“โยธาอ่ะ” อ๋องตอบ “นายเคยเป็นหลีดมาก่อนมั้ยอ่ะ”

“ไม่เคยหรอก”

“แล้วทำไมตอบรับพี่โอเล่อ่ะ เห็นเขาบอกจะให้เป็นเดือนอยู่ด้วยนี่” อ๋องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย พลุหัวเราะน้อยๆ

“อ๋อ ก็เราไม่อยากเป็นเดือนอ่ะ อย่างน้อยได้มีข้ออ้างว่าเป็นหลีดแล้ว”

“เฮ้ย เขามีแต่คนอยากเป็นเดือนคณะกันป่ะ” อ๋องงุนงง ใครๆ ก็อยากเป็นคนที่หล่อและดูดีที่สุดในคณะทั้งนั้น ยิ่งถ้าได้เดือนมหาวิทยาลัยพ่วงอีก คงเท่ยันเรียนจบ

“แต่เราไม่อยากเป็นอ่ะ เราไม่อยากเป็นเดือนคู่กับดาว” พลุอมยิ้ม มองอ๋องตาหวานฉ่ำ พลางเขยิบเข้าไปนั่งใกล้ๆ มากขึ้น ก่อนจะกระซิบเบาๆ ข้างหูว่า

“เราอยากเป็นหลีดคู่กับนายมากกว่า”


***

เอาแหล่วๆ นายคันศร
อยู่ในช่วงศึกษาดูงานให้พี่คันศรนะฮะ ว่าจะจับเด็กยังไง อาจจะช้าหน่อยคู่นี้ 55
ขอบคุณที่มาร่วมฟินกับฉาก NC แบบค้างๆ คาของเรานะคุณP  :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-10-2020 00:39:42 โดย Lambosasha »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
 พี่คันศรแกข้าตลอด :laugh: ปูเสื่อรอค่ะ  คันศรกับอ๋อง
ส่วนแฝดพี่กับธันวา  :pighaun:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออนไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
17
คันศรเงยหน้ามองพี่ชายที่ยืนหน้าตึงอยู่หน้าโต๊ะกินข้าว ช้อนยังค้างอยู่ในปาก

“นายเอาถุงยางในห้องพี่ไปอีกแล้วใช่มั้ย”

คันศรพยักหน้ารับ แล้วเคี้ยวข้าวต่อ

“เงินก็ให้ไว้ ทำไมไม่รู้จักซื้อเอง อย่างน้อยก็ซื้อมาคืนที่เดิมก็ยังดี”

นั่นไง ไอ้ศรคิดไว้ไม่มีผิด มันมาบ่นยาวแน่ๆ

“กูกะให้พวกมึงสดไง แน่ะๆๆ อย่าเถียงๆ กูรู้พี่มึงคิดอะไร เราเป็นแฝดกันนะเว้ย” คันศรชี้นิ้ววนๆ ใส่หน้าพี่ชายที่กำลังจะอ้าปากด่า ธนูเลยต้องหุบปากอย่างหงุดหงิด

“แต่ถ้าไม่มี ธันก็ไม่ให้ทำไง นายแม่ง อารมณ์เสียว่ะ”

“โห นี่หงุดหงิดขนาดแม่งๆ ว่ะๆ กับน้องแล้วอ่ะ อดแดกไอ้ธัน มาลงกับกูอีก”

“เพราะนายเอาไปแล้วไม่ซื้อมาคืนไง ทีหลังหมดก็บอกดิวะ จะได้แวะซื้อมาเผื่อ ฉันก็เช็คของฉันทุกเช้าแล้ว”

“เออๆ คราวหลังจะบอกแล้วกันน่า” คันศรอมยิ้มแซวพี่ชายที่นั่งหน้าบึ้ง ก่อนที่ธันวาจะเดินลงมาจากชั้นสอง แล้วมองทั้งสองคนอย่าง งงๆ

“บอกอะไรกันวะพวกมึง”

“เปล่า” คันศรไม่ทันได้ตอบ ธนูก็ตัดบทให้ก่อน ไอ้น้องตัวดีได้แต่ยิ้มขำใส่พี่มันไป ส่วนธันวาก็ยังทำหน้าหมางงตามเคย

***

“งั้นวันนี้ฉันไปรถของธัน นายไปกับอ๋องเลย แล้วดูแลน้องดีๆ ด้วยล่ะ” ก่อนขึ้นรถ ก็ไม่วายหันมากำชับหน้าเข้ม คันศรกลอกตาอย่างเอือมๆ แล้วดันไอ้ตัวเล็กข้างๆ ให้รีบขึ้นรถ ก่อนพี่มันจะบ่นยาว

“เออๆ รีบไปได้แล้ว กูมีเรียนเช้าเนี่ย”

“เจอกันที่มอนะอ๋อง” ธันวาชะโงกบอกรุ่นน้อง แล้วขึ้นไปนั่งข้างคนขับ รอธนูออกรถ ส่วนคันศรก็อ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับแล้วออกรถตามกันไป

รถแล่นออกจากซอยบ้านและไปตามถนนเรื่อยๆ คันศรเปิดเพลงของวงพี่ชายตัวเองไปด้วย ส่วนใหญ่มีแต่เพลงเฮฟวี่เมทัลแรงๆ ภาษาหยาบๆ ที่ไม่น่าเชื่อว่าคุณชายธนูจะแต่งได้ แต่ก็ต้องเชื่อ เพราะทั้งเนื้อเพลงและทำนอง คุณชายเป็นคนแต่งและเรียบเรียงเองทั้งหมด เครดิตก็ขึ้นอยู่ชัดเจน นานๆ ทีบีม ที่เป็นนักร้องนำจะช่วยแต่งเนื้อมาให้บ้าง แต่พวกเพลงช้าซึ้งๆ พี่ของคันศรก็เอามาทำให้มันหลอนประสาทคนฟังได้อีก

“คืนนี้ไอ้นูบอกมีเล่นที่ร้านพี่อั๋นว่ะ”

“แล้ว?” อ๋องเลิกคิ้วมองคนขับรถ คันศรนิ่วหน้าเล็กน้อย

“มึงยังไม่เคยไปใช่มั้ยล่ะ กูชวนอยู่นี่ไง เข้ามหาลัยแล้ว ต้องพาไปเปิดหูเปิดตาหน่อย”

“ผมไม่เคยกินเหล้านะ แล้วก็มีซ้อมหลีดด้วย” อ๋องว่า หน้าตาใสซื่อ คันศรเหลือบมอง แล้วพูดต่อ

“ก็หลังซ้อมไง แค่สองทุ่มไม่ใช่เหรอวะ คืนนี้ก็วันศุกร์ มึงไม่ต้องกลัวนอนดึกเลย แล้วกูก็รอมึงกลับบ้านด้วยทุกวันอยู่แล้ว เพราะงั้นห้ามปฏิเสธ ยังไงก็ต้องไปกับกู กลับพร้อมกู โอเค๊?”

ในเมื่อปฏิเสธไม่ได้ อ๋องก็เลยได้แต่พ่นลมหายใจแรงๆ เหมือนจะไม่ค่อยพอใจที่โดนบังคับ แล้วพยักหน้ารับไป

มาถึงที่มหาวิทยาลัย พออ๋องลงจากรถของคันศร เดินมาที่ตึก ก็เจอเพื่อนหลีดด้วยกันพอดี แม้จะเรียนคนละสาขา แต่ก็เจอกันบ่อยมาก กลางวันก็มาชวนไปกินข้าวด้วยตลอด

“มาเช้าจัง” อ๋องทักเพื่อน พลุยิ้มกว้าง

“ก็เราอยู่หอนี่ แล้วนี่มากับพี่คนนั้นอีกแล้วเหรอ” เพิ่งรู้จักกันอาทิตย์เดียว พลุก็สังเกตเห็นว่าอ๋องจะมากับคันศรและกลับพร้อมกันตลอด “เป็นแฟนกันเหรอ”

“เฮ้ย บ้าเหรอ เขาเป็นพี่ชายข้างบ้านอ่ะ มีแฝดอีกคนด้วย แต่อยู่คนละมอ” อ๋องรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน หน้าก็เริ่มแดงนิดๆ

“เหรอ เราเห็นพวกผู้หญิงกรี้ดๆ พี่เขากันอยู่” พลุมองตามคันศรที่เดินขึ้นไปบนตึก สมทบกับเพื่อนๆ ที่นั่งรอที่ประจำ มีเหลือบๆ มามองหน้าพลุนิดหน่อย แต่ไม่ได้พูดอะไร

“มันโครตหน้าม่อเลย ไปบอกเพื่อนให้ระวังด้วย” อ๋องเอนตัวไปกระซิบข้างหูของพลุ คันศรที่เหลือบมองตลอด ถึงกับลุกเดินมาหา เพราะกระซิบแบบสายตาเหล่มาทางเขา ก่อนจะเอื้อมมือยาวๆ มาตีหัวน้องเล็ก

“นินทาอะไรกูไอ้ลิง”

พลุสะดุ้งนิดหน่อย เพราะหน้าตารุ่นพี่ดูดุดันแปลกๆ ตอนที่สบตากัน

“ใครนินทาพี่ ผมเปล่า” อ๋องเอามือลูบหัวตัวเอง มองคันศรอย่างไม่พอใจ

“อย่ามาตอแหล เห็นๆ อยู่ว่ามึงเหล่มองกู แล้วกระซิบกัน ใช่มั้ยไอ้น้องพลุแตก” หันไปหาเรื่องอีกคนแทน พลุปฏิเสธแทบไม่ทัน

“ปะ เปล่านินทานะครับพี่ คือ ผมแค่บอกอ๋องว่ามีเพื่อนๆ ผมเขากรี้ดกร้าดพี่กันอ่ะ”

“อ๋อ เพื่อนมึงคนไหนล่ะ ถ้าสวยกูเอา”

“โห สันดานอ่ะพี่ศร” อ๋องเหล่ตามองอย่างเหยียดๆ กับพฤติกรรมพี่ชาย คันศรถลึงตาใส่ เงื้อมือจะตีอีกรอบ แต่รุ่นน้องที่เพิ่งรู้จักดันเอามือมาขวางไว้ จนคันศรนิ่วหน้า จ้องพลุกลับ

“อะไร ปกป้องมัน? กูแค่จะตีสั่งสอนน้องมันปากดีใส่กูแบบเล่นๆ ไม่ตีแรงหรอกน่า”

“ไม่ควรทำร้ายร่างกายกันนะครับพี่ ถึงแค่เล่นๆ ก็ไม่ได้” พลุจ้องกลับ หน้าตาจริงจังสุดชีวิต แต่แอบเหงื่อตกเล็กน้อย เพราะคันศรเป็นรุ่นพี่ปีสุดท้าย แถมยังตัวโตมาก ขนาดพลุว่าสูงถึง 180 แล้วก็ยังตัวเล็กกว่าเยอะ

พวกแทนทัพที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เห็นเหตุการณ์โดยตลอด ธันวาทนไม่ไหว ต้องลุกมาดู

“มีอะไรกัน ไอ้ศร มึงแกล้งน้องอีกเหรอ”

“มันด่ากูอ่ะ เลยแค่เงื้อมือจะตีเล่นๆ เอง แต่ไอ้พลุแตกนี่มันมาขวางกู” คันศรเบ้ปาก “กูก็เล่นงี้กันประจำป่ะวะ”

“งั้นมึงก็เลิกเล่นได้แล้ว พวกมึงไปเหอะ” ธันวาดุใส่น้องของแฟน ก่อนจะพยักหน้าให้เด็กๆ ไปก่อน เดี๋ยวเคลียร์ให้เอง อ๋องกับพลุเลยรีบก้มหน้าก้มตาขึ้นตึกเรียนไป

“ทำตัวเป็นเด็กไอ้สัส อย่ามาเบะปาก กูไม่ใช่พี่มึง แต่ถึงเป็นพี่มึง น่าจะไม่แค่ด่า อาจมีตบ” ธันวาส่ายหน้าเอือมระอากับเพื่อน เรื่องที่อ๋องอบชอบคันศรก็รู้มานานแล้ว และเคยคุยๆ กับธนูมาบ้าง แต่คันศรทำตัวแบบนี้ ไอ้ที่น้องมันเคยชอบ จะพาลเกลียดเอาจนได้

“อะไรว้า พวกมึงแม่ง เดี๋ยวนี้เอาแต่รุมแกล้งกู” คันศรยังเบะปากใส่ธันวาไม่เลิก จนเดินไปถึงที่โต๊ะ ให้แทนทัพ เพื่อนซี้ช่วยปลอบประโลมใจ ด้วยการโยนขนมที่แย่งจากเท็นมาใส่ปากให้ เท็นก็มองตามมือของแทนทัพ แล้วตีมือของแทนทัพแรงๆ ที่บังอาจมาแย่งของกิน

“อะไรวะไอ้ศร ไอ้ธันกล้าแกล้งมึงเหรอเดี๋ยวนี้” แทนทัพเหล่มองธันวาด้วยสายตาเหมือนหยอกเล่น

“แหงสิ เป็นถึงพี่สะใภ้แล้วนี่เดี๋ยวนี้” หาคนแหย่เล่นไม่ได้ ก็มารุมธันวากันต่อ แต่ด้วยความเคยชิน ธันวาเลยไม่สนใจมาก ปล่อยให้พวกมันล้อไป เดี๋ยวเบื่อก็เลิกเอง

ตกเย็น คันศรบอกเพื่อนว่าไปเจอที่ร้านเหล้าเลย เพราะต้องรอรับน้องเล็กที่อยู่ซ้อมหลีดถึงสองทุ่ม

“พี่คันศรมารอรับนายอีกแล้วว่ะ นี่เป็นมากกว่าพี่น้องมั้ยอ่ะถามจริง” เมย์ เพื่อนสาวที่เป็นหลีดด้วยกันเหล่มองคันศร แล้วหันมาถามอ๋อง ที่กำลังนั่งเล่นเกมมือถือกับพลุ

“บ้า เป็นแค่พี่จริงๆ” แต่หน้าของอ๋องก็ขึ้นสีชมพูเข้ม จนเพื่อนๆ สงสัยใคร่รู้ โดยเฉพาะคนข้างๆ ที่เงยหน้าจากเกมมามองจ้องจนแทบทะลุ

“แล้วทำไมหน้าแดงวะ” กิ๊บ เพื่อนสาวอีกคนชี้นิ้วล้อเลียนเพื่อน

“เปล่าสักหน่อย เราแค่เหนื่อยป่ะล่ะ หน้ามันก็แบบนี้แหละ” อ๋องเถียงคอเป็นเอ็น ก่อนจะสะดุ้ง เอามือตะปบคอตัวเอง “อ่ะ อะไรกัดวะ เจ็บๆ”

“ไหน ขอเราดูหน่อยดิ” พลุรีบวางสมาร์ทโฟนลงบนกระเป๋าเป้แล้วโน้มหน้ามาดูที่คอของอ๋อง จังหวะนั้นคันศรก็เห็น และขมวดคิ้วฉับ

“สงสัยมดไม่ก็แมลงมั้ง เรามียาหม่องน้ำ เดี๋ยวทาให้” พลุว่าพลางล้วงหายาหม่องน้ำในเป้ของตัวเองออกมา แล้วทาให้อ๋อง ตอนทาก็ก้มไปใกล้ๆ เพราะมุมที่นั่งพักกันมันไม่ค่อยมีแสงไฟ

“ขอบใจว่ะพลุ นายแม่งอย่างกับโดราเอม่อน มีทุกอย่างในกระเป๋า” อ๋องว่าขำๆ พลุอมยิ้ม บรรจงทายาให้

“เผื่อใครต้องการไง”

“เผื่ออ๋องต้องการไง มึงต้องพูดใหม่แบบนี้นะพลุ” กิ๊บแซวดัง จนเพื่อนๆ คนอื่นหัวเราะครืน และคันศรก็ยิ่งขมวดคิ้วหนัก เขานั่งมองพวกมันอยู่ไกลๆ เลยไม่รู้ว่าคุยอะไร หัวเราะอะไรกัน

ไอ้เด็กพลุนั่นแม่ง...ทำไมชอบมาวอแวไอ้อ๋องแปลกๆ วะ

นั่นคือสิ่งที่คันศรอดคิดไม่ได้

ซ้อมหลีดเสร็จ อ๋องเตรียมเก็บกระเป๋า ล่ำลาเพื่อนๆ เมื่อเห็นว่าน่าจะได้กลับแล้ว คันศรก็เดินมาหา

“เสร็จแล้วก็ไปสักที ยุงแม่งกัดกูตัวแดงหมดแล้วมั้ง” มาถึงก็ทำเป็นบ่น อ๋องเหลือบตาขึ้นมองคนตัวสูง

“เอายาหม่องมั้ยล่ะ เพื่อนผมมีนะ”

“ไม่ต้องเลย เสียเวลา ไอ้สัส ของมึงมีแค่นี้ใช่มั้ย” แล้วก็คว้ากระเป๋าเป้ของอ๋องไปซะงั้น เด็กหนุ่มร่างเล็กมองตามไปอย่าง งงๆ

“ผมถือเองได้ พี่ศร” อ๋องวิ่งตามไปจะคว้ากระเป๋าคืนมา แต่คันศรก็เหวี่ยงมันหลบไปไว้ที่บ่าอีกข้าง พลางผลักหลังน้องให้เดินไปที่รถมาเซราติคันสีดำเงาวับที่สะท้อนแสงแว้บๆ อยู่ไม่ไกล

“ก็กูจะถือให้ไง ไปขึ้นรถเร็วๆ ไอ้พวกนั้นไลน์มาเร่งยิกๆ แล้วเนี่ย เพราะมึงเลยไอ้ลิง” ดุไปอีก อ๋องเบ้หน้าใส่ แล้วรีบขึ้นไปนั่งบนรถ ก่อนไอ้ยักษ์มันจะกินหัวเอา

มาถึงที่ร้านเหล้าคุณอั๋น รุ่นพี่ของพวกธนู ก็พอดีกับวงของธนูขึ้นเล่นเพลงเบาๆ สบายๆ ถ้าเป็นงานตามผับตามร้านแบบนี้ พวกเขาจะไม่เล่นเพลงของตัวเอง แต่เล่นเพลงคัฟเวอร์ เพลงไทยเพลงต่างประเทศทั่วๆ ไป ให้เข้ากับบรรยากาศในร้าน วงของธนูมีแค่สามคน คือบีม ร้องนำและกีต้าร์ โอ๊ตมือเบส และธนูที่กำลังตีกลองอยู่

“แหม วงพวกมันมาทีไร กำไรเข้าร้านกูเหนาะๆ ทุกที” เสียงพี่อั๋น รุ่นพี่ของกลุ่มเด็กดุมอเดียวกับธนูดังขึ้นข้างๆ คันศร

“พี่ก็เพิ่มเงินให้พี่ผมสิ มันจะได้มาเล่นบ่อยๆ ช่วงนี้เห็นเก็บเงินไว้เปย์เมีย” แล้วก็เหล่ไปทางธันวาที่กำลังนั่งคุยกับอ๋อง

ธันวาหันไปขมวดคิ้วใส่คันศร แต่ไม่ได้พูดอะไร

“ฮ่าๆ ไอ้ธันมองมึงตาขวางเลยว่ะ จริงๆ มึงก็หน้าเหมือนพี่มึงมากนะ”

“ก็แฝดนี่หว่า” คันศรนิ่วหน้า อั๋นยิ่งหัวเราะใหญ่

“เออๆ กูลืมไป นี่ถ้ามึงมาร้องเพลงเล่นดนตรีอีกคน กูว่าร้านกูนี่คือ คนล้นออกไปหน้าถนนแน่ๆ”

“พ่องสิ พี่ ผมเล่นดนตรีไม่เป็นสักกะชิ้น ไอ้นูช่วยสอนกีต้าร์ให้ แต่ก็ดีดไม่เอาอ่าวเลยว่ะ” คันศรส่ายหน้า ช่วงปิดเทอมที่ผ่านๆ มา เคยให้ธนูสอนทั้งไวโอลิน กีต้าร์ แต่มันไม่เป็นผลเลยสักอย่าง ร้องเพลงยังพอไหว แต่ก็เพี้ยนบ้างไรบ้าง ตามประสามือใหม่

“ของแบบนี้มันต้องฝึกเว้ยไอ้น้อง ก่อนอื่นมึงต้องมีแรงบันดาลใจ มันจะเป็นเร็ว” อั๋นกอดคอคันศร คุยกันสองคน

“แรงบันดาลใจ? ยังไงวะพี่อั๋น”

“ก็แบบ อยากเล่นให้ใครสักคนฟัง อยากให้เขายิ้มตอนเราดีดกีต้าร์ร้องเพลงให้ฟังไรงี้”

คันศรนิ่งนึกตาม คนที่อยากให้ยิ้มเวลาที่ทำอะไรให้งั้นเหรอ “ไม่มีอ่ะพี่ มีแต่คนที่อยากแกล้งให้โมโหมากกว่า”

“วะ ไอ้นี่ มึงนี่มันสายกวนตีนสินะ ไม่เหมือนพี่มึงเลย รายนั้นโรแมนติกสัสๆ” อั๋นหัวเราะชอบใจ ตบบ่าคันศรปุๆ

“ใครบอก ไอ้นูมันก็กวนตีนหรอก แถมยังกวนอย่างอื่นด้วย ไม่เชื่อถามเหี้ยธัน นั่น หน้าแดงเป็นตูดลิงแล้ว” คันศรเหล่ไปมองเพื่อนแล้วยิ้มล้อ ธันวาเลยชูนิ้วกลางใส่หน้ามาให้ทีหนึ่ง

คันศรมองไปบนเวทีอีกครั้ง รอบนี้พี่ชายของเขาร้องเอง ทั้งที่ปกตินอกจากอัดคลิปลงยูทูปช่องส่วนตัวแล้ว จะไม่ร้องบนเวทีเลย แต่รอบนี้เหมือนมีคนขอ และคนที่ขอก็นั่งยิ้มแก้มปริอยู่ข้างๆ เขาตอนนี้ คันศรมองหน้าพี่ชายที่กำลังยิ้มบางๆ ตอนร้องเพลง “คู่ชีวิต” สายตาของธนูทอดมองลงมาที่คนคนเดียวตลอดเพลง

เขามองพี่ชายสลับกับเพื่อนไปมาอยู่หลายครั้ง พลางคิด

มีคนรักนี่มันมีความสุขขนาดนี้เลยเหรอวะ


***
https://www.youtube.com/watch?v=3mYVyVY-lU4

คู่พี่นี่มันหวานกันเหลือเกิน คันศรค่อยๆ คิดนะลูก

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 633
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
คันศรเริ่มมีความรู้สึกขึ้นมานิดแหละ เราแอบคิดนะว่าที่ชอบแกล้งน้องอ๋องนี้ เพราะว่าที่จริงก็ชอบน้องหรือเปล่า
อย่างนี้ต้องให้พี่ธนูหวานกับธันวาเพื่อจะได้กระตุ้นแฝดน้องบ่อยๆ  :hao6:

ออนไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
18
ตรงหว่างขารู้สึกเปียกชื้น และร้อนเหมือนจะระเบิด รู้สึกถึงความสากของลิ้นเล็กๆ

“อา...อืมมม” คันศรหอบหายใจ ความเสียวซ่านใกล้ถึงที่สุดเต็มที แต่เขาอยากรู้เหลือเกิน ว่าคนที่กำลังเล้าโลมเจ้าโลกของตนคือใคร ร่างสูงใหญ่ขยับเคลื่อนเล็กน้อย ก้มหน้าลง หรี่ตามองคนที่อยู่ตรงหว่างขา

พลันต้องสะดุ้งตกใจตื่น!

“ไอ้เหี้ยอ๋องงงงงงง” คันศรผุดลุกพรวดขึ้น ตื่นจากฝันที่ไม่รู้เรียกว่าดีหรือร้าย เขาหอบหายใจ นั่งกุมขมับ มองกลางหว่างขาที่เปียกชื้น

ไอ้เหี้ยเอ๊ย ฝันเปียก! เป็นเพราะไอ้ห่าสองตัวห้องข้างๆ มันเอากันเสียงดังแน่ๆ!

คันศรกัดกรามกรอดๆ ก่อนจะลุกไปเข้าห้องน้ำ ช่วยเหลือตัวเองอย่างเร่งด่วน

ด้วยความที่ตื่นก่อนเวลาอันควร เลยต้องมานั่งหน้าโทรมรอพี่ชายตื่นมาทำอาหารให้ ปกติธนูจะตื่นตี 5 คันศรตื่น 6 โมงครึ่ง แต่วันนี้พอธนูอาบน้ำแต่งตัว จะลงมาเข้าครัว ก็เจอน้องชายนั่งหน้าเป็นตูดอยู่บนโซฟาแล้ว

“ทำไมตื่นก่อนได้ล่ะวันนี้”

“เพราะพวกมึงนั่นแหละ” คันศรนิ่วหน้าใส่พี่ชายตัวดี ธันวามาค้างทีไร พวกมันต้องจัดกันยันดึกดื่นค่อนคืน บางทีล่อเกือบเช้า คันศรตื่นมาเข้าห้องน้ำตีสองตีสามยังได้ยินเสียง

“ห้องมันไม่ได้เก็บเสียงเหมือนที่บ้านพ่อนะเว้ย แม่ง...” น้องชายสบถอย่างขุ่นเคือง ได้ยินเสียงครางไอ้ธันบ่อยจนชิน จนเอาไปฝันเห็นผู้ชายด้วยกันแล้ว

“โทษที พยายามแล้ว แต่เห็นธันทำหน้าเหมือนจะร้องแล้วทนไม่ไหว” ธนูอธิบายหน้าตาย แล้วเดินไปเตรียมอาหารในครัว

“มึงไม่ต้องอธิบายรายละเอียดก็ได้ กูไม่อยากฟัง” คันศรส่ายหน้าอย่างระอาใจสุดๆ พี่ชายก็ช่างหน้าด้าน ไม่เคยอายกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว สงสารแต่เพื่อนตัวเองนี่แหละ

“เพลาๆ หน่อยก็ดีนะพี่มึง กูกลัวเพื่อนจะตายก่อนเรียนจบ”

“อย่างนายมีหน้ามาพูดเหรอ กว่าจะกลับบ้านก็เลยเที่ยงคืนตลอด เมื่อคืนนึกว่าไม่กลับแล้วด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ทำหรอก” ธนูเองก็รู้ว่ามันไม่เก็บเสียง ถ้าคันศรอยู่ก็พยายามจะระงับอารมณ์ แต่ก็ยากอยู่ เพราะแฟนน่ารักเกินไป เห็นแล้วมันอดไม่ค่อยได้

“กูรอไอ้ลิงมันซ้อมหลีดมั้ยล่ะวะ มันซ้อมหนักขึ้น ดึกขึ้น ใกล้เปิดตัวงานกีฬาแล้ว” คันศรถอนหายใจ

“แล้วเอาถุงยางไปทำอะไรบ่อยๆ สะสมไว้เป่าเล่นเหรอ” ธนูเลิกคิ้ว ยิ้มมุมปากนิดๆ เหมือนจงใจกวนประสาท จนคันศรหน้ามุ่ย ถ้าไม่ติดว่าพี่ยืนอยู่ในครัว จะหาอะไรปาใส่สักที จริงที่เขาอยู่รอรับอ๋องกลับบ้าน แต่พอส่งอ๋องเสร็จ ก็ออกไปต่อตลอด

“เออ เอาไว้เป่าเล่นไอ้สัส เสือกรู้ดีนัก”

“อดอยากนักก็หาแฟนสักที จะได้เลิกมั่วไปทั่ว”

คันศรหันหน้าหนี ขี้เกียจเถียงต่อ เพราะจริงๆ ช่วงนี้ก็แทบไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น ออกไปหาสาวๆ แก้เหงา แต่พอถึงตอนเข้าด้ายเข้าเข็ม ก็ดันทำไม่ได้ ไม่รู้ทำไม ถุงยางที่แอบขโมยพี่ไปก็ยังคาอยู่ในกระเป๋า แต่ยังไม่อยากคืน มันรู้สึกเสียหน้าแปลกๆ

“แล้วกับอ๋อง เป็นยังไงบ้าง ไม่ได้แกล้งอะไรน้องใช่มั้ย ทำไมพักนี้ไม่ค่อยมาที่บ้านเราเลย” ธนูเคาะตะหลิวพลางเอี้ยวตัวมาถาม เช้านี้ทำข้าวผัด กลิ่นหอมฉุย จนคันศรท้องร้อง

“มันก็ยุ่งๆ ไง ยังไม่ชินกับเรื่องเรียนด้วยไรด้วย”

“อืม” ธนูตอบรับในลำคอ สักพักก็ผัดข้าวเสร็จ ตักใส่จานแบ่งมาให้คันศร พอดีกับที่ธันวาลงมา นั่งกินข้าวกันพร้อมหน้า

ระหว่างที่ต้องมามหาวิทยาลัยพร้อมอ๋องเหมือนทุกวัน แต่วันนี้คันศรรู้สึกเหมือนไม่ค่อยกล้าสู้หน้าน้อง จากที่เคยแหย่เล่น กลายเป็นแค่ทักสั้นๆ แล้วก็เงียบกันมาตลอดทาง เพราะมองหน้าอ๋องแล้วมันดันไพล่ไปคิดถึงในฝันเมื่อเช้านี้

ไอ้ที่ได้ยินเสียงพวกพี่แล้วเก็บไปฝันถึงผู้ชายด้วยกันก็อีกเรื่อง แต่ที่ไม่เข้าใจที่สุดคือ ทำไมคนในฝันต้องเป็นไอ้เด็กลิงนี่

“พี่ศร...พี่ศร ไฟแดงเว้ย!” เสียงของอ๋องปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์ เสียงเบรกดังเอี๊ยดลั่นถนน เกือบชนท้ายรถคันข้างหน้าเข้าให้ สองคนตัวโยกไปตามแรงเบรกกะทันหัน อ๋องถอนหายใจยาว เมื่อเห็นว่ายังปลอดภัยดี ไม่ชนใครเข้า ส่วนคันศรรู้สึกเหมือนหัวใจเกือบหยุดเต้นไปชั่วขณะ

“ทะ โทษทีว่ะ มึงเป็นอะไรหรือเปล่า” สิ่งแรกที่นึกถึงคืออ๋อง เขารีบหันไปดูน้อง กลัวว่าตอนเบรกเมื่อกี้จะไปกระแทกอะไรเข้า

“ไม่เป็นไร” อ๋องเงยหน้ามองคนตัวโตที่โน้มตัวลงมาดูใกล้ๆ จนรู้สึกถึงไอร้อนจากร่างกาย กับลมหายใจอุ่นๆ แถวข้างแก้ม คันศรเองก็สะดุ้งนิดๆ ตอนที่อ๋องเงยหน้ามา แล้วเหมือนปลายจมูกของตนจะชนแก้มนุ่มๆ นั่นนิดหน่อย พลันภาพในฝันก็ดันผุดเข้ามาในหัวอีกรอบ หน้าเลยร้อนขึ้นมา จนต้องรีบกลับไปนั่งตัวตรง มองไปข้างหน้าเหมือนเดิม

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว เออ กูลืม มึงช่วยกดเปิดเพลงให้หน่อยดิวะ” เวลาแบบนี้ เพลงเฮฟวี่หนักๆ ของพี่ชายน่าจะช่วยได้ เอาให้ลืมแม่งให้หมดทุกเรื่องสักทีเหอะว่ะ เขาภาวนาในใจอย่างร้อนรน อ๋องทำตามที่ขออย่างว่าง่าย รู้สึกอายเหมือนกันกับเหตุการณ์เมื่อครู่ แล้วต่างคนต่างก็นั่งเงียบกันไปตลอดทาง จนถึงมหาวิทยาลัย

“เย็นนี้...” พอลงจากรถ อ๋องก็ส่งเสียงเรียกไว้ ก่อนที่คันศรจะเดินแยกไปคนละทางเหมือนอย่างทุกครั้ง คันศรหันไปมองหน้าอ๋อง รอว่าจะพูดอะไรต่อ

“เย็นนี้ไม่ต้องรอนะ ผมจะค้างห้องเพื่อน”

“เพื่อนคนไหน” คันศรขมวดคิ้ว เดินกลับไปหาคนตัวเล็กที่ผงะหนีไปสองก้าว เพราะหน้าของคันศรดูเครียดขึงกว่าทุกที จนรู้สึกได้

“พลุอ่ะ พรุ่งนี้พวกพี่เขาให้มาซ้อมรอบสุดท้ายแต่เช้า มันวันเสาร์ ผมไม่อยากกวนพี่มาส่ง” อ๋องเงยหน้ามองคนตัวโต แม้ตอนนี้จะสูงเกือบถึงไหล่ของคันศรแล้ว ก็ยังต้องแหงนหน้ามองอยู่ดี

“กี่โมง”

“ก็...8 โมงอ่ะ” อ๋องตอบอย่างหวาดๆ เพราะคันศรนิ่วหน้า เสียงแข็งใส่

“กูมาส่งได้ ไม่ต้องเสือกไปค้างห้องมันเลย” คันศรพูดจบก็จะหมุนตัวเดินไปหาเพื่อนที่ปีกขวาของตึก แต่อ๋องก็รีบบอก

“ผมไม่อยากกวนพี่ไง เสาร์อาทิตย์พี่ไม่ชอบตื่นเช้า เดี๋ยวก็มาด่าผม”

คันศรหยุดกึก ก่อนจะหันกลับไปอีกรอบ

“กูบอกว่าได้ก็คือได้ แต่ถ้ามึงอยากนอนกับไอ้พลุ ก็แค่บอก”

“พูดอะไรวะ ก็แค่ไปค้างห้องเพื่อน” อ๋องหน้าตึงขึ้นมาบ้าง “พี่อย่าพูดให้มันดูพิลึกได้ป่ะ”

“พิลึกยังไง มึงจะไปนอนกับมันก็เห็นๆ อยู่ อย่าบอกว่ามึงโง่ขนาดไม่รู้ว่าไอ้ห่าพลุมันมองมึงยังไง” คันศรกระชากแขนเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างเหลืออด สังเกตมาเป็นเดือนแล้ว สายตาของผู้ชายที่มองใครสักคนแบบนั้น ไม่เรียกว่าอยากได้จนตัวสั่น ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว ถ้าจะเอาแบบไม่หยาบ ก็คืออยากได้เป็นแฟน ถ้าพูดแบบหยาบๆ เลยก็คือ อยากฟัน

“มันมองยังไงก็ช่างสิวะ ผมกับมันเป็นเพื่อ...” อ๋องลมหายใจสะดุด เมื่อสบสายตาแข็งกร้าวอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นเวลาที่คันศรโกรธจัด ปกติมีแต่แกล้งโมโหเล่นๆ แต่แววตาแบบนี้คือของจริงแน่นอน

“กูไม่ให้ไป”

“พี่เป็นอะไรกันแน่ โมโหอะไรเนี่ย” อ๋องพยายามบิดข้อมือออก แรงที่บีบเพิ่มขึ้นจนรู้สึกเจ็บไปทั้งข้อแขนแล้ว “ปล่อยดิวะ ผมเจ็บนะเว้ย พี่ศร!”

“ก็ตอบกูก่อน ว่าไม่ไปค้างกับไอ้พลุแล้ว” คันศรรั้งข้อมือน้องไว้แน่น แต่ยังไม่ทันที่อ๋องจะได้ตอบอะไร เสียงของธันวาที่เพิ่งจอดรถเสร็จ ก็ดังขัดขึ้น ก่อนที่เจ้าของเสียงจะวิ่งมาถึงและผลักไหล่เพื่อนออก

“ทำเหี้ยไรไอ้ศร น้องมันเจ็บมึงเห็นมั้ยเนี่ย”

คันศรเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ มองหน้าอ๋องที่หน้าตาเหยเกแล้วรีบปล่อยมือ

“โทษที ตกลงคืนนี้กลับบ้านกับกู ห้ามเถียง” ไม่วายชี้หน้าอ๋องแกมข่มขู่ อ๋องรีบหลบข้างหลังธันวา พลางตะโกนตอบ

“เออ กลับกับพี่ พอใจยัง”

“เออ แค่นี้แหละ เรื่องมากอยู่ได้” คันศรสะบัดเสียงอย่างหงุดหงิด มองหน้าธันวาที่ยืนบังอ๋องไว้ด้วยสีหน้าที่คลายลง ก่อนจะหันหลังเดินหนีไป

“ไม่เป็นไรใช่มั้ยอ๋อง” ธันวาหันไปดูน้อง เขาเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน เลยรีบเข้ามาห้าม กลัวคันศรจะลงไม้ลงมือกับอ๋อง

“ขอบคุณนะพี่ธัน ผมไม่เป็นไรหรอก แค่ตกใจนิดหน่อย” อ๋องตอบเสียงอ่อย ไม่รู้ว่าทำไมคันศรถึงชอบโมโหใส่ ทั้งที่เมื่อก่อนก็แค่แกล้งแหย่กันเล่นๆ ไม่เคยคิดว่าจะโดนโมโหจริงจังแบบนี้

“มันเดี๋ยวดีเดี๋ยวบ้า มึงระวังหน่อยแล้วกัน กูยังเคยโดนแม่งเอามือถือปาจนปากแตกมาแล้ว” ธันวาพูดกลั้วหัวเราะ ตอนนั้นกลัวมาก แต่พอมาคิดถึงอีกที ก็กลายเป็นเรื่องขำๆ ไปแล้ว คันศรติดการใช้ความรุนแรง คงเพราะตอนเด็กๆ โดนพ่อเลี้ยงทุบตีบ่อย แต่ก็เหมือนพยายามที่จะควบคุมอารมณ์ตัวเองอยู่ อีกอย่างธนูก็คอยพูดเตือนสติตลอด

“อือ ขอบคุณจริงๆ นะพี่ธัน คนอื่นไม่มีใครคิดจะห้ามพี่มันเลยอ่ะ”

“ไม่มีใครกล้าหรอกว่ะ ที่กูห้ามได้ ก็เพราะมีพี่ชายมันค้ำอยู่” ธันวาลูบหัวน้องเล็กเบาๆ “ไปเรียนไป ไว้เจอกันตอนเย็น”

“ครับพี่ธัน” อ๋องรับคำ ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นตึกเรียนไป

คันศรเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงโมโห มันไม่พอใจที่อ๋องยืนยันจะไปค้างห้องไอ้เด็กพลุนั่นให้ได้ ทั้งที่เขาเต็มใจจะขับรถมาส่งมันถึงที่ จะเช้าแค่ไหนก็ตื่นมาให้ได้ แล้วทำไมยังต้องปฏิเสธกันแบบนั้น ถ้าไม่ใช่อยากไปนอนกับไอ้พลุ

แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่เขาต้องโมโหใส่น้อง

“โว้ยยยย” เพราะคิดไปก็ปวดหัว คันศรเลยโวยวายออกมาเสียงดังพลางเอามือขยี้หัวตัวเอง เพื่อนฝูงตกใจสะดุ้งโหยงกันทั้งโต๊ะ

“เป็นเหี้ยไรไอ้สัส” แทนทัพนิ่วหน้ามองเพื่อน พลางเขยิบหนีไอ้ยักษ์นิดๆ เสียวโดนมันต่อยเอา

“ช่างกูเหอะน่า” คันศรฟุบหน้าลงกับโต๊ะ เกิดมาก็เพิ่งเคยเป็นแบบนี้ ไม่เข้าใจตัวเองเลยเหมือนกัน ไอ้ครั้นจะปรึกษาเพื่อน ก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน

“เออ งั้นเรื่องของมึงนะ แต่มึงอย่าลุกมากระทืบกูล่ะ” แทนทัพเอ่ยอย่างหวาดๆ รู้สึกเสียใจนิดๆ ที่นั่งข้างมัน

“กูไม่ทำแบบนั้นกับมึงหรอกน่า” คันศรเอ่ยเสียงอู้อี้กับแขนตัวเอง แล้วก็นิ่งไปทั้งอย่างนั้น เพื่อนๆ ต่างมองหน้ากันแล้วก็ยักไหล่บ้าง ถอนหายใจบ้าง ส่วนธันวา ถึงกับต้องไลน์ไปหาธนู เพราะห่วงอาการน้องชายแฟน กลัวจะเป็นโรคประสาทขึ้นมาจริงๆ

ตกเย็น คันศรพยายามปรับอารมณ์ให้เป็นปกติที่สุด แล้วไปนั่งดูอ๋องซ้อมหลีดตามปกติ แม้จะไม่พอใจที่บางครั้งพลุเข้าถึงตัวอ๋องมากเกินไป แถมเพื่อนคนอื่นก็เหมือนจะเชียร์ให้อีก

เรื่องผู้ชายชอบกัน คันศรไม่ติดใจสงสัยหรือแอนตี้อะไรแล้ว แต่ที่ไม่พอใจคือ ทำไมต้องมีผู้ชายมาชอบไอ้อ๋อง ไอ้เด็กลิงหน้าตาบ้านๆ แบบนั้น ทั้งที่เมื่อก่อนอ๋องติดเขาแจยิ่งกว่าใคร แต่มาตอนนี้ กลับบอกไม่อยากรบกวนบ้างล่ะ ไม่อยากให้ยุ่งบ้างล่ะ คิดแล้วมัน...

น้อยใจเหรอวะ?

เขานิ่วหน้ากับความคิดของตัวเอง พลางสะบัดหัวแรงๆ ไปมา ทำไมเขาต้องน้อยใจที่น้องไม่สนใจด้วย

อ๋องเห็นคันศรส่ายหน้าสะบัดหัวอยู่คนเดียว ก็ชักเป็นห่วง ตอนพักเลยวิ่งมาดูอาการ กลัวไอ้ยักษ์คลุ้มคลั่งแบบเมื่อเช้าก็กลัว แต่ก็ห่วงมากกว่าอยู่ดี

“พี่ศร ยุงกัดเหรอ”

“หา?” คันศรเหลือบตามองคนที่วิ่งมาหาทั้งเหงื่อซ่ก แทนที่จะรีบพักเหนื่อยจากการซ้อม ยังจะวิ่งมาหาอีก

“ก็เห็นส่ายหัวไปมา” แววตาของอ๋องดูเป็นห่วงเป็นใย จนคันศรเริ่มหายหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย

“เปล่า”

“ถ้าโดนยุงกัดก็บอกนะ ผมจะขอยาหม่องที่เพื่อนให้” อ๋องนั่งลงตรงข้ามกับเขา เห็นคันศรเหงื่อออก เลยเอามือพัดๆ โบกให้ ทั้งที่ตัวเองก็เหงื่อท่วม พอเห็นน้องทำให้ขนาดนี้ ใจที่มันร้อนรนก็เหมือนจะเย็นลง จนเผลอยิ้มออกมาแบบไม่ทันรู้ตัว ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อของอ๋อง คนน้องตกใจ นึกว่าไปทำอะไรให้โมโห แต่ไม่ใช่ คันศรแค่ไม่รู้จะเอาผ้าที่ไหนเช็ดเหงื่อให้น้อง เลยดึงคอเสื้อของอ๋องขึ้นเช็ดเหงื่อที่ปลายคางให้เจ้าของมันเองเท่านั้น

“คราวหน้ากูเอาพัดลมมือถือกับผ้าเย็นติดรถมาด้วยดีกว่า” คันศรบ่นเบาๆ กับตัวเอง แต่อ๋องก็ได้ยิน อึ้งนิดหน่อย แต่ก็ดีใจจนต้องอมยิ้ม

“จริงๆ เพื่อนผมก็พกมานะ ไปขอให้มั้ย”

“ไอ้พลุน่ะเหรอ ไม่ต้องเลย” เขาเพิ่งนึกได้ ว่าในกระเป๋าไอ้เด็กพลุมีของจำเป็นต้องใช้เกือบทุกอย่าง เรียกว่าใส่ใจสุดๆ ต่างจากเขาที่ไม่เคยใส่ใจใครแบบนั้น

“ทำไมพี่จงเกลียดจงชังเพื่อนผมจังวะ” อ๋องหน้ามุ่ย แต่พอโดนสายตาคมๆ จ้องเอา ก็เลยเงียบไป

“ไม่ได้เกลียด...” คันศรเอ่ยเสียงเบาพร้อมลมหายใจที่พรูออกมา ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมต้องตั้งแง่กับพลุ ถ้ามันรักจริง อยากจะจีบอ๋อง ก็ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับเขาสักนิด เพราะเขากับอ๋องไม่ได้เป็นอะไรกันมากกว่าพี่น้อง หรือเขาจะหวงน้อง แบบพี่ชายขี้หวงทั่วไป

“แต่แววตาพี่มันบอกว่าเกลียดนี่” อ๋องสบตากับเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบหรุบลงมองมือตัวเองที่กุมกันแน่น เพราะคันศรเล่นจ้องหน้าไม่เลิก จนรู้สึกเขินขึ้นมาหน่อยๆ

คันศรรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งจุกอยู่ที่คอ คาอยู่ในใจและมันอาจจะใช้สมองคิดไม่ได้ สุดท้ายทำได้แค่มองแผ่นหลังของอ๋องที่วิ่งกลับไปซ้อมหลีดต่อ


***

คนความรู้สึกช้านี่ จะทำไงให้มันรู้ตัว นึกไม่ออก 555 ของเราก็ช้าเหมือนคันศรเลย ไม่รู้อะไรจนเพื่อนต้องมาบอกแบบจริงจัง แบบไม่ได้ล้อเล่น ว่าเมทเราแอบชอบ ตอนนี้ก็คบกันอยู่ 16 ปีได้ละ มาแต่งเรื่องนี้ รู้สึกคันศรนี่มันเราชัดๆ เอาแต่เล่น แหย่เขาแกล้งเขาไปวันๆ แต่เขาก็ดันชอบไอ้คนนิสัยเสียนี่ซะงั้น แปลกดี ไม่ได้ขิงน้า แค่เล่าสู่กันฟัง
 :pig4:

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
รู้สึกว่าแฝดน้องจะกระเตื้องขึ้นมาหน่อยแล้วนะ เพราะว่าน้องอ่องกำลังจะโดน พลุงาบไปกินใช่ไหมละ
 พูดจาขวานผ่าซากไปหน่อยแต่ก็หึงนั้นแหละ  o18

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 473
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 633
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
น้อยใจกับหึงนะมันไม่เหมือนกันนะคันศร  :z3: หึงน้องก็บอกเถอะ!!
 :pig4: :pig4:

ออนไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
19
“วันนี้มีแข่งกีฬาเฟรชชี่ เดี๋ยวให้ไอ้ศรกับอ๋องไปรถกูเลย” ธันวาบอกก่อนจะออกจากบ้านของคันศร ธนูพยักหน้ารับ แล้วต่างก็แยกย้ายกันไปที่รถของตัวเอง

“ตื่นเต้นอ่ะพี่ธัน ผมต้องเต้นต่อหน้าคนตั้งเยอะ สั่นไปหมดแล้ว” อ๋องเกาะขอบเบาะของธันวากับคันศรไว้คนละข้างจากด้านหลัง พลางชะโงกหน้ามาคุยกับพี่ๆ

“ทำตามที่ซ้อมมา ไม่ต้องเกร็งมากล่ะ” ธันวาแนะนำรุ่นน้อง เขาฝึกพิเศษให้อ๋องหนักกว่าใคร จากที่แข็งๆ เกร็งๆ ก็ดีขึ้นมาก ยังดีที่ผู้ชายมีแต่ท่าหลีดมือ ไม่ต้องยักย้ายส่ายอะไรมากเหมือนสาวๆ เขา

“มึงไม่ให้กำลังใจน้องหน่อยเหรอวะ” คนขับรถยิ้มขำไอ้คนข้างๆ ที่ทำเป็นหน้านิ่ง ทั้งที่ใจก็คงอยากพูดอะไรกับอ๋องสักอย่าง ปฏิกิริยาของคันศรช่วงนี้ มีหรือที่พี่ชายฝาแฝดอย่างธนูจะไม่รู้ และเมื่อธนูรู้ ยังไงแฟนของธนูก็ต้องรู้อยู่แล้ว

อ๋องหันไปมองใบหน้าด้านข้างของคนที่แอบรักมาเกือบ 5 ปี ตั้งแต่ที่คันศรย้ายบ้านมาแถวนี้แรกๆ แม้จะโดนแกล้งบ่อยมาก แต่บางครั้งก็รับรู้ถึงความห่วงใย เป็นพี่ชายที่คอยปกป้องอ๋องมาตลอด

“จำเป็นด้วยเหรอ” น้ำเสียงนั้นเรียบๆ นิ่งๆ อ๋องปวดใจแปลกๆ กับท่าทีเฉยเมยนั้น พักหลังมานี้ มัวแต่อยู่กับเพื่อนใหม่ๆ พี่ใหม่ๆ เลยไม่ค่อยได้ติดคันศรเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ยังให้ความสำคัญเสมอ แม้เจ้าตัวอาจจะไม่รับรู้ พอมาได้ยินแบบนั้น ใจมันก็โหวงขึ้นมาบอกไม่ถูก

คันศรถามว่าจำเป็นมั้ย แสดงว่ากำลังน้อยใจที่อ๋องไม่สนใจเหมือนเมื่อก่อน อ๋องรู้ดี คนปากหนักอย่างคันศรถ้าลองพูดแบบนี้ ต้องกำลังคิดว่าตัวเองหมดความสำคัญ เหมือนตอนที่แม่ของคันศรพาพ่อเลี้ยงมาอยู่ด้วย คันศรก็เคยพูดแบบนั้นกับแม่

ทั้งที่รู้ว่าคันศรน้อยใจ แต่อ๋องก็ไม่รู้ว่าจะต้องพูดหรือทำยังไง มันถึงจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม

บรรยากาศภายในรถอึดอัดจนธันวารู้สึกได้ คันศรไม่ได้แสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยว แค่มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเงียบๆ ได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆ เป็นบางครั้ง เหมือนกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ส่วนเจ้าตัวเล็กที่เบาะหลังก็นั่งก้มหน้าก้มตาเงียบกริบเหมือนกัน สุดท้ายธันวาเองก็ไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่ถอนหายใจอยู่ในใจต่อไป

มาถึงที่หน้าคณะวิศวกรรม คันศรรีบลงจากรถ แล้วเดินแยกไปปีกขวาของตึกตามปติ ส่วนอ๋องยืนรอธันวาหยิบของในรถ แล้วค่อยเดินไปพร้อมกัน

คันศรนั่งลงที่เดิม ทักทายเพื่อนๆ ด้วยสีหน้าเนือยๆ จนแทนทัพสงสัย

“เป็นไรไอ้สัส”

“เป็นพ่อมึงมั้งไอ้เหี้ย” เขาตอบก่อนจะฟุบหน้าลงบนโต๊ะ พอดีกับที่ธันวาเดินมาถึง ส่วนอ๋องแยกไปหาเพื่อนแล้ว

“อ้าว เหี้ยนี่ กูก็ถามเพราะห่วง” แทนทัพกลอกตา ส่งต่อให้เท็นที่เคี้ยวขนมกรุบกรอบอยู่คนเดียว

“ทำไมช่วงนี้มึงดูนอยๆ วะ” เท็นสลับที่นั่งกับแทนทัพ เข้ามากอดคอเพื่อน “โดนเด็กทิ้งเหรอ”

คันศรแทบจะเอาตีนถีบไอ้เท็น สายเผือก รู้ดีทุกเรื่อง แถมถามตรงจุด จี๊ดใจสุด ตอนธันวาคบกับธนูใหม่ๆ ก็ไอ้เท็นนี่แหละที่ระแคะระคายคนแรก แถมไม่เคยเดาอะไรพลาด

“กูเห็นไอ้น้องพลุ คอยตามน้องอ๋องของพวกเราแจเลย นี่คือสาเหตุป่ะวะ หือ?”

“เสือกมากนะมึงอ่ะ” คันศรนิ่วหน้าในวงแขนตัวเอง แต่ไอ้เท็นไม่เลิกกวน มันก้มหน้ามาใกล้ๆ มากขึ้น

“อย่าบอกว่ามึงหึงหวงน้องนะเว้ย กูนี่ไม่อยากเชื่อ”

เหมือนคันศรจะตัวกระตุกเล็กน้อย เท็นแสยะยิ้ม หันไปมองเพื่อนๆ ที่แค่เลิกคิ้วสงสัย เพราะคนอื่นไม่มีใครสังเกตอะไรขนาดนั้น ธันวาหยิบสมุดโน๊ตขึ้นมา นั่งเปิดอ่านจดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ทำเป็นไม่สนใจ

เสียงของเท็นวนเวียนอยู่ใกล้ๆ หู และคันศรก็เริ่มหงุดหงิดจริงๆ แล้ว

“ไม่ต้องเขินหรอกศร ถ้ามึงสนใจใครสักคนมากๆ ถึงขนาดหวงที่เขาไปสนิทกับคนอื่นได้แบบนี้ ก็น่าจะแน่ใจแล้วนะเว้ย” เท็นตบบ่าเพื่อนเบาๆ ก่อนจะสะดุ้งโหยง เพราะจู่ๆ คันศรก็เงยหน้าขึ้นมา มือคว้าถุงขนม เอามือกำข้าวโพดก้อนกลมๆ พวกนั้นแล้วทำการยัดใส่ปากเท็น

“พูดมากนัก แดกเข้าไปให้จุกตายเลยมึง!”

“ไอ้เอี้ยอ๊อนนน” (ไอ้เหี้ยศร) เท็นร้องในคอพลางดิ้นเร่าๆ พยายามยื้อมือของคันศรที่บีบคางไว้ แต่แรงสู้คันศรไม่ได้อยู่แล้ว วันๆ กินแต่ขนมไม่มีประโยชน์ ไม่เคยออกกำลังกาย นอกจากในวิชาพละสมัยมัธยม

“เฮ้ยยย เดี๋ยวมันติดคอตายจริงๆ ไอ้ห่า” แทนทัพที่นั่งใกล้ที่สุดรีบเข้ามาห้าม โวยวายกันเสียงดัง จนกลุ่มเด็กปี 1 ที่รวมตัวกันแถวใต้ตึกหันมามองเป็นแถบ ว่าพวกปี 4 มันเล่นอะไรกัน

“พี่คันศรเขาเป็นอะไรอ่ะแก ดูน่ากลัวแปลกๆ แต่ก็ตลกดีนะบางที” จ๊ะจ๋า หนึ่งในทีมลีดเดอร์วิศวะมองพวกรุ่นพี่แล้วหัวเราะคิกคัก “แถมยังหล่อด้วย”

“อย่าบอกนะว่าแกชอบแบบนั้น น่ากลัวไปว่ะ” กิ๊บเบ้ปาก แล้วเหลือบมองอ๋อง ที่นั่งซ้อมท่าหลีดมือกับพลุอยู่ “แล้วพี่เขาก็เหมือนจะมีคนที่สนใจแล้วป่ะวะ เห็นตามติดกันทุกวันขนาดนั้น”

“ไม่ต้องมองเราเลยกิ๊บ” อ๋องรีบหันไปแก้ตัว

“อะไร เรายังไม่ได้พูดชื่อเลย” กิ๊บยักไหล่

“ก็กิ๊บมองเราอ่ะ” อ๋องยู่ปาก สายตาเหลือบเห็นคันศรกำลังเล่นกับเพื่อนอยู่ไกลๆ เห็นยังทำตัวบ้าบอได้ก็ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย ดีกว่านั่งซึมกะทือแบบเมื่อเช้าเยอะ

“ก็แค่มองเองงงง” กิ๊บทำหน้าล้อเลียนเพื่อน พลุเองก็เหมือนสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ตอนที่กิ๊บพูดว่าคันศรสนใจใครสักคน และคนคนนั้นก็น่าจะที่นั่งข้างกันเนี่ยแหละ ไม่ได้เดายากอะไรเลย

“อย่าไปสนใจเลยอ๋อง มันก็พูดไปเรื่อยแหละ” แล้วพลุก็ชวนอ๋องซ้อมท่าต่ออีกนิดหน่อย ก็จะแยกย้ายกันไปเรียน

ตกเย็น ปี 1 ที่เป็นสแตนด์เชียร์ต้องไปรวมตัวกันที่ห้องเชียร์ก่อนไปรวมที่สนามบอล ส่วนพวกหลีดก็แต่งตัวแต่งหน้ากันไป

“ตอนพี่ธันเป็น ก็ต้องแต่งแบบนี้เหรอ” อ๋องมองธันวาที่มาช่วยคุมหลีดให้ ขนาดอยู่ปี 4 แล้วก็ยังลงมาช่วย เพราะต้องดูแลน้องอ๋องเป็นพิเศษ

“เออสิ มันก็แปลกๆ แหละ เดี๋ยวมึงก็ชิน ยังได้ออกอีกหลายงานแน่” ธันวาว่าพลางมองดูเด็กผู้หญิงปี 2 ที่กำลังแต่งหน้าให้อ๋อง “ไม่ต้องเข้มมากนะ เดี๋ยวมันหลอกตา”

“ค่ะพี่ธัน”

Rrr

ธันวาหยิบสมาร์ทโฟนมารับสาย “ถึงแล้วเหรอมึง”

[ครับ อยู่หน้าตึกวิศวะ]

“เดี๋ยวกูไปรับ...อ๋อง เดี๋ยวกูไปหาไอ้นูก่อนนะ” ธันวาหันไปบอกอ๋องกับน้องช่างแต่งหน้า แล้วรีบเดินออกไปหน้าตึกคณะ มองหาธนูที่ยืนพิงรถมาเซราติสีดำอยู่หน้าตึก พวกนักศึกษาที่อยู่แถวนั้น หรือเดินผ่านต่างก็มองกัน เพราะหน้าคุ้นๆ เหมือนคนในคณะ แต่ให้ความรู้สึกแตกต่างทั้งรูปร่างและสีหน้า และนี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่ธนูมามหาวิทยาลัยของคันศร

“พี่ธันวา พี่ธัน” เด็กผู้หญิงปี 3 ที่เป็นสายรหัสของแทนทัพ ชื่อ มิน วิ่งตรงดิ่งมาเรียกธันวา ที่กำลังเดินนำหน้าธนูมา เพราะมีแต่คนสงสัยว่าคนข้างหลังธันวาคือใคร แต่พวกปี 4 ส่วนใหญ่จะรู้จักแล้ว เพราะไปเจอที่ร้านเหล้ากันบ่อยๆ

“อะไรครับน้องมินมิน” ธันวาเรียกชื่อน้องตามแทนทัพ มินเบะปากเล็กน้อย พลางชะโงกหน้าไปมองธนูแล้วยิ้มหวานให้ แต่ธนูไม่ได้ยิ้มตอบ เธอเลยหน้าเจื่อนไปนิดหน่อย

“คือ เพื่อนหนูเขาอยากรู้กัน ว่าพี่ข้างหลังเป็นใครอ่ะคะ หน้าคุ้นมากเลย”

ธันวาหันไปมองคนข้างหลังที่ว่า ซึ่งกำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับตามเคย นิสัยขี้รำคาญผู้หญิงที่ชอบมาซอกแซกสงสัยเรื่องของตัวเองนี่ไม่เคยเปลี่ยน แทนที่จะได้แฟนคลับเพิ่ม

“อ๋อ พี่ชายของไอ้ศรมัน หน้าเหมือนกันเป๊ะเลย ดูสิ ชื่อธนู” ธันวาคว้าแขนของธนู ดึงให้เดินขึ้นมาทักทายรุ่นน้อง

“นี่น้องมิน น้องรหัสไอ้แทนมัน”

“สวัสดีค่ะพี่ธนู” มินยกมือไหว้ ด้วยความตกใจที่จู่ๆ ธนูก็มาอยู่ตรงหน้า ส่วนธนูคลายสีหน้าลงเล็กน้อย จนเกือบจะยิ้มนิดๆ แล้วทักกลับไปตามมารยาท เพราะยังไงก็รุ่นน้องของเพื่อนๆ

“ครับ”

มินมองหน้าธนูอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะตาโต “เออ หน้าเหมือนพี่ศรจริงด้วยค่ะ”

“มันเป็นแฝดกันน่ะ” ธันวาอธิบายเพิ่ม มินยิ่งตาโตใหญ่

“โห แต่ดูเท่ๆ กว่าพี่ศรอ่ะ พี่ศรมันเถื่อน ฮ่าๆ”

ท่าทางน้องคนนี้จะสนิทกับพวกคันศร ธนูเลยค่อยผ่อนคลายขึ้น ทีแรกนึกว่าผู้หญิงที่ไหนมาเกาะแกะธันวา ยืนคุยสักพัก มินก็ขอตัวไปเม้าท์กับเพื่อนต่อ กับข่าวใหญ่ที่ว่าคันศรมีแฝด

ทางด้านคันศร ไปยืนรอพวกธันวาอยู่กับกลุ่มเพื่อนแถวๆ ข้างสนามบอลแล้ว

“หลีดปีนี้เขาว่าสวยๆ ทั้งนั้นเลยมึง กูนี่เล็งน้องกิ๊บอยู่” แทนทัพเอาศอกจิ้มแขนเท็นที่ยังคงถือถุงขนมเต็มสองมือ

“กูว่าน้องเรนนี่น่ารักกว่า”

“ก็กูชอบสวยๆ ไง มึงเอาน่ารักไปดิ”

“พูดเหมือนน้องเขาจะเอาพวกมึง” คันศรอดสอดปากไม่ได้ ปกติในกลุ่มก็คุยเรื่องผู้หญิงกันเป็นปกติมาตลอด แต่ช่วงหลังเหมือนคันศรจะห่างๆ เรื่องพวกนี้ไป

“แค่เอาทีเดียวก็ยังดี กูไม่ซีเรียสกับความสัมพันธ์” แทนทัพหัวเราะคิกคักกับเท็น และเพื่อนในกลุ่มอีก 3-4 คน ที่แนวเดียวกันหมด

“เมื่อก่อนมึงก็ทำ อย่ามาทำหน้าเหม็นเบื่อใส่พวกกู ฟันแล้วทิ้งมากี่คนวะ ขอกูนับนะ ไอ้ไม้มึงยกมือกับตีนมารวมกับไอ้เท็นเลย” แทนทัพหันไปบุ้ยปากกับเพื่อนที่ยืนถัดจากเท็น พวกมันหัวเราะกันสนุกสนาน เพราะตั้งแต่ปี 1 มา ยอดชายนายคันศรไม่เคยขาดสาวๆ มาให้เคี้ยวเล่นเป็นหญ้าอ่อน

“กูเลิกแล้วไง”

คำพูดนั้นทำเอาเพื่อนตาวาว มองหน้ากันเลิกลั่ก

“เอาจริงดิ มึงเลิกแล้วแน่อ่ะ” เท็นเกาะไหล่ของแทนทัพพลางมองหน้าคันศรด้วยแววตาขี้เล่น

“ถ้าน้องพรีม ดาวคณะปีนี้มาให้ฟัน มึงเอาป่ะถามจริง”

คันศรนิ่วหน้า มองเท็นกลับอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ ก่อนจะตอบเสียงดังฟังชัด จนเพื่อนร้องกันอู้

“ไม่เอา”

“แม่งเอาจริงว่ะ เอาให้แน่นะ อย่าเขวล่ะ แล้วไปบอกน้องรักมึงแบบนี้ด้วย จะได้สบายใจกันทั้งสองฝ่าย” แทนทัพตบบ่าเพื่อนเบาๆ คันศรดูออกไม่ยาก ไม่เหมือนพี่ชาย รายนั้นถ้าให้คนอื่นนั่งเดาเองก็ยาก ถ้าเจ้าตัวไม่แสดงออกชัดเจนเอง ส่วนแฝดน้องแค่สีหน้าท่าทางก็พอเดาได้แล้ว ทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้อยากแสดงออกให้คนอื่นรู้แท้ๆ

“น้องรักเหี้ยไร” คันศรขมวดคิ้ว

“มึงก็รู้ตัวน่า” แทนทัพพูดยิ้มๆ เกาะบ่าคันศรแล้วรอดูลีดเดอร์สาวๆ ของแต่ละคณะออกมาเต้นประชันกันรอบแรกดว้ยความตื่นเต้น

“หนุ่มวิดวะก็ต้องคู่กับสาวอักษรไม่ก็นิเทศล่ะว้า” เท็นมองดูหลีดคณะแรกคือนิเทศศาสตร์ ตามด้วยอักษรศาสตร์และทันตแพทย์ศาสตร์

“กูน่าจะเอาช้อปมาใส่สักหน่อยได้ดูเท่ๆ” ไม้ว่า มหาวิทยาลัยของพวกเขามีช้อปไว้ใส่แค่เฉพาะวันที่มีเรียนแลป เข้าช้อปและทำกิจกรรมบางอย่างที่ต้องเลอะเทอะเท่านั้น ส่วนมากก็ไม่มีใครใส่มาเรียนปกติกัน อย่างวันนี้ทุกคนก็ไม่มีใครใส่มา

“เห็นหน้าพวกมึง เขาก็รู้แล้วว่าเรียนอะไร แม่งเถื่อน” คันศรว่าเข้าให้ ตาก็สอดส่องหลีดคณะตัวเองที่กำลังจะเปิดตัว และพอเห็นคนตัวเล็กในชุดทักซิโด้กับหน้าที่แต่งอ่อนๆ มีกากเพชรประดับเล็กน้อยพอแวววาวสะท้อนแสงไฟ ก็อดอมยิ้มไม่ได้

“ยิ้ม ยิ้ม ไอ้สัส ชอบเขาก็บอกเหอะ” เท็นแกล้งแซว คันศรรีบหุบยิ้ม

“ใครยิ้ม มึงตาฝาดเปล่าไอ้เท็น”

“เหอะๆๆ” เท็นหัวเราะเสียงกวนประสาทใส่ ก่อนที่ธันวากับธนูจะเดินมาสมทบ

“ไอ้นูมาแล้วเว้ย มายืนคู่กันดิไอ้แฝด” แทนทัพคว้าแขนธนูให้มายืนข้างๆ น้องชาย เพื่อจะเทียบรัศมีความหล่อออร่า พอแฝดยืนคู่กัน ผู้หญิง และผู้ชายหลายคนก็มองมาด้วยความสนใจ

“พวกมึงแม่งหน้าเหมือนกันเป๊ะ แต่ต่างกันสัสๆ” ไม้นิ่วหน้ามองทั้งคู่แล้วหัวเราะ คนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วย คันศรกล้ามเนื้อเยอะ เพราะชอบเล่นกีฬา ตัวหนาใหญ่ ส่วนธนูเล่นแต่ดนตรี วันๆ หมกตัวอยู่แต่ในห้องอัด แต่งเพลง เลยไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อ แต่ด้วยส่วนสูงและหน้าตาของทั้งคู่ มันเลยโดดเด่นกว่าคนอื่น

“นั่นไงๆ อ๋องอยู่มุมนี้พอดี น่ารักมั้ยนู กูเลือกสีให้มันเองเลยนะ” ธันวากอดแขนของธนูเขย่าให้หันไปดูน้อง ที่กำลังเต้นหลีดอยู่ในสนาม

“อือ น่ารักสู้คุณไม่ได้หรอก”

“อ้วกกกก” “ไอ้เหี้ยยยย กูแบบไปไม่เป็น” “ไม่คิดว่ามึงจะกล้าพูดเลยนู” หลายเสียงโวยวายกันเป็นแถบ คันศรขำกร๊าก แต่พี่ชายแค่ยักไหล่แบบไม่ยี่หระ แบบว่าก็น่ารักของเขาอ่ะ ส่วนธันวาหน้าม้านไปเรียบร้อย อายเพื่อนสุดๆ ถึงกับต้องเอาหน้าซุกแขนของธนูเลยทีเดียว

“แม่ง มึงพูดไรวะ กูอายเค้า”

“ก็ผมพูดตามที่คิด” ธนูตอบหน้าตาย เพื่อนๆ โห่แซวกันยกใหญ่ไม่เลิกราหนักกว่าเดิม

คันศรเห็นพี่กับแฟนโดนเพื่อนแซว ก็ได้แต่หัวเราะสนุกสนาน มองคนตัวเล็กที่กำลังเก็บมือรอเต้นท่าต่อไปแล้วมันก็ฉุกคิดขึ้นมา

เออว่ะ มันก็น่ารักอย่างที่ไอ้ธันว่าแหละ

***

เริ่มเข้าใจตัวเองมากขึ้นแล้วลูกกกก หนูศร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-10-2020 12:42:33 โดย Lambosasha »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
สงสารน้องอ๋อง ดันมาหลงรักคนปากกับใจไม่ตรงกันอย่างคันศร  :mew5:
ใกล้แล้วใช่ไหมนะคู่แฝดน้อง  :katai5:

ออนไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
20
จบกิจกรรมแข่งกีฬาภายในของเหล่าเฟรชชี่ปี 1 ก็ได้เวลาของสายดึก

“คืนนี้ร้านไหนดีวะ ร้านไอ้พี่อั๋นอีกเหรอ” เท็นหันไปถามเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทั้งหลาย ซึ่งส่วนมากก็นึกอะไรไม่ค่อยออก เลยพยักหน้ารับกันไป

“งั้นแบ่งกันไป มีรถไอ้นูด้วยอีกคันพอดี ไปหมดมั้ยวะ นี่ก็ 5 คันแล้วนะ”

“รถผมเบียดๆ กันหน่อยก็พอจะได้5-6 คนอ่ะครับ ขอตัวเล็กๆ หน่อย” ธนูว่าพลางมองสมาชิกที่จะไปต่อกัน มีน้องๆ ที่เป็นหลีดบางส่วน “ขอพวกน้องผู้หญิงไปรถผมก็ได้ แล้วก็อ๋อง”

“เออๆ งั้นก็ได้ พวกผู้หญิงไปรถไอ้นู รวมไอ้อ๋องก็ 5 คนพอดี ที่เหลือมากับพวกกูเลย ไม่ต้องทำหน้าเสียดาย” แทนทัพจัดกลุ่มเรียบร้อย ธันวาแยกไปขับรถของตัวเองที่จุได้ 7 คน อีก 3 คันที่เหลือก็เป็นรถใหญ่เช่นกัน พวกเขาชอบไปไหนกันเป็นกลุ่ม เลยนิยมรถที่จุคนได้เยอะๆ

“โทรบอกพีทแล้ว มันบอกพี่อั๋นปิดร้านรอละ” ธนูแจ้งข่าวเพื่อนๆ ก่อนปลดล็อคประตูให้เด็กๆ ขึ้นไปนั่งรอ พวกคันศรเออออกันเรียบร้อย แล้วแยกย้ายไปกับกลุ่มตัวเอง

มาถึงที่ร้าน มีแต่ชาววิศวะของพวกคันศร กับเด็กดุของฝั่งธนูที่มารออยู่ก่อนแล้ว ค่อนข้างแน่นร้านทีเดียว

“คนเยอะมากคณะพวกมึงเนี่ย” พีทเข้ามาทักเพื่อนๆ “กูเตรียมเหล้ารอละ ใครไม่แดกบอกด้วย เดี๋ยวส่งผิดโทษกูไม่ได้นะ มีไอ้หนุ่ยช่วยชง บอกมันด้วย”

“เคๆ จัดไป พวกสาวๆ อยู่กับเพื่อนพี่ธนูมุมนั้นได้เลยคร้าบ เฮียเป้ย กูฝากน้องด้วย” แทนทัพตะโกนบอกเป้ย สาวที่คันศรเคยจีบ แต่โดนปฏิเสธ เพราะเป้ยชอบผู้หญิงด้วยกัน ตอนนี้เลยเป็นแค่เพื่อนกัน เป้ยยกมือโอเคให้ พวกรุ่นน้องหลีดผู้หญิงเลยเดินไปหาเป้ย สาวผมทองมาดเท่

“ใครต้องขับรถกลับ พวกมึงช่วยกันดูแลเองนะเว้ย” หนุ่ยตะโกนบอกทุกคน ก่อนจะเริ่มจัดเหล้าลอตแรกเวียนส่งไปให้ เสียงเพลงจากวงแรกของกลุ่มเด็กดุ เพื่อนๆ ของธนูดังขึ้น ทั้งร้านคือมีแต่พวกเขาเองทั้งนั้น รวมทั้งนักดนตรีพ่วงเจ้าของร้านด้วย

สักพักรถคันสุดท้ายที่คันศรนั่งก็มาถึง ซึ่งมีเด็กปี 1 ผู้ชาย 3 คนนั่งมาด้วย รวมทั้งคนที่คันศรไม่ค่อยชอบขี้หน้าเท่าไหร่อย่างพลุ

“ใครจัดให้พวกมันนั่งไปด้วยกันวะไอ้สัส หน้าเป็นตูดกันมาเลย” แทนทัพหันไปกระซิบบอกธันวา ธนูกับธันวาก็หันมองตาม เห็นคันศรเดินนำมา ตามด้วยเพื่อนของคันศรเองที่เป็นคนขับรถ รุ่นน้อง 3 คนรั้งท้าย พลุก็เหมือนไม่ค่อยพอใจคันศรเท่าไหร่ ต่างคนต่างไม่คุยกัน

“เป็นไงวะไอ้ปอน เพื่อนมึงกับไอ้น้องหน้าหล่อนั่น มันคุยกันมั้ย” เท็นปรี่เข้าไปลากคอเจ้าของรถคันนั้นมาสัมภาษณ์ทันที ปอนสั่นหัวยิก หน้าตาเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากมาสามปี

“เงียบเป็นป่าช้าตลอดทาง เพื่อนมันก็ไม่กล้าคุย ไอ้เหี้ยศรเสือกตาขวางสะท้อนกระจกรถกู จ้องไอ้พลุตาเขม็งอย่างนี้” ปอนเอานิ้วดึงหนังตาตัวเองขึ้น จนเพื่อนๆ อดขำไม่ได้

“ดีแม่งไม่ต่อยกัน แต่ก็เสียวๆ ช่วยกันไอ้อ๋องกับไอ้พลุไว้ดีมั้ยวะ” แทนทัพขอความเห็นจากธันวาและธนู ฝ่ายธนูไม่เคยเจอพลุ ก็เลยยักไหล่ว่ายังไงก็ได้

“กันไปก็เท่านั้น กูว่าให้แม่งฉะกันสักทีไปเลยดีกว่า จบ” ธันวาคนจริงไม่อิงนิยาย รำคาญท่าทางหมาง้องแง้งของคันศรมานานแล้ว

“แฟนผมว่ายังไง ก็ตามนั้นครับ” ธนูเสริมอีกแรง ไม่วายพูดจาให้เพื่อนๆ หมั่นไส้ไปด้วยในตัว

“กูไม่ห่วงน้องมึงนะไอ้นู กูห่วงรุ่นน้องมากกว่า แม่งสูงก็จริง แต่ก็ผอมแห้งแรงน้อย ดูเจ้าสำอางขนาดนั้น ต่อยกันนี่ กูเห็นวัดลอยมาเลย” แทนทัพส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจ

“ถ้ามีอะไรร้ายแรง ผมจัดการเอง” ในเมื่อพี่ชายของคันศรรับปากแบบนั้น เพื่อนๆ ก็มองหน้ากันอย่างเข้าใจว่า งั้นก็ปล่อยแม่งเลยแล้วกัน

ยังไม่ทันขาดคำดี เสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้น ทุกคนหันไปมอง เห็นคันศรกระชากแขนอ๋องให้ไปหลบข้างหลัง แล้วคว้าคอเสื้อของพลุไว้ หมัดลุ่นๆ อัดเข้าที่หน้าของพลุอย่างจัง ทุกคนอึ้ง พวกผู้หญิงเงียบกริบ กรี้ดก็ไม่ออก เพราะหน้าตาของคันศรไม่ใช่แค่โกรธธรรมดา ไม่มีใครเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกคนได้แต่งง นักดนตรีบนเวทียังต้องหยุดมือ ก่อนที่เสียงกรี้ดลั่นจะดังขึ้น เมื่อคันศรผลักพลุลงกับพื้น แล้วต่อยซ้ำ แต่ก่อนที่เท้าหนักๆ จะกระทืบบนท้องของรุ่นน้องหน้าหล่อ ธนูก็เข้าไปห้ามไว้ทัน

“พอแล้วศร” แค่เสียง ไม่ได้แตะตัวเลยด้วยซ้ำ คันศรถึงกับหยุดชะงัก เหมือนร่างกายของแฝดมันสื่อถึงกัน ความคิด จิตใจ การกระทำ แม้จะแยกกันอยู่มานานถึง 12 ปี

แต่พวกเขาคือหนึ่งเดียวกันมาตลอด

“ช่วยพาน้องไปที่อื่นก่อนได้มั้ยครับ” ธนูหันมองพวกแทนทัพ ซึ่งรีบเข้ามาช่วยพยุงตัวพลุออกไป คันศรหอบหายใจถี่ ใบหน้าแดงก่ำ แววตาดุดันจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ยกเว้นพี่ชายเพียงคนเดียว

ธนูวางมือลงบนหัวของน้องแฝด จับหันให้มองหน้ากัน ทุกคนที่มองอยู่ก็ยังอึ้งไม่หาย ไม่รู้ว่าธนูจะทำอะไร

“หายบ้าขึ้นมั้ย”

“ไม่” คันศรกัดฟันกรอดๆ แต่สู้แรงของพี่ชายไม่ได้ แม้พี่จะผอมกว่า ตัวเล็กกว่า แต่ความเยือกเย็นนั้นรุนแรงกว่าหลายร้อยพันเท่า

ผลั่ก

เงียบกริบอีกครั้ง เมื่อธนูง้างหมัดต่อยหน้าน้องตัวเองจนเลือดไหลซิบที่มุมปากของคันศร ก่อนที่สีหน้าของคันศรจะอ่อนลง

“คนผิดคือคนที่ลงมือก่อน เพราะงั้น ครั้งนี้พี่ผิดเอง พี่ขอโทษที่ต้องต่อยหน้านาย” น้ำเสียงของธนูยังคงนิ่งและเยือกเย็นจนน่าขนลุก แววตาของธนูไม่ได้ดุดัน แต่มองคันศรในฐานะน้องชายที่รักมากคนหนึ่ง

“เข้าใจใช่มั้ยว่าพี่ต้องการบอกนายว่าอะไร”

“ครับ” คันศรพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะเดินไปหาพลุ ที่มีพวกแทนทัพช่วยเช็ดเลือดตรงมุมปากให้ ตัวคันศรเองก็มีเลือดไหลเหมือนกัน มันคงเจ็บพอๆ กับที่พลุเจ็บ

“กูขอโทษที่ใจร้อนไป แต่กูขอ...อย่ายุ่งกับของของกูเลย ได้มั้ยวะ”

เสียงเพลงค่อยๆ ดังขึ้นอีกครั้ง ทุกคนกลับไปสนุกกันต่อ แม้บรรยากาศจะไม่ค่อยเอื้อมากนัก แต่พวกนักดนตรีก็พยายามจะเล่นเพลงสนุกๆ ให้ผ่อนคลาย

พลุมองหน้าคันศร แล้วฝืนยิ้ม “ถ้าพี่พูดแบบนี้แต่แรก ผมก็ไม่ยุ่งหรอก”

ทุกคนถอนหายใจ ดีแล้วที่คุยกันรู้เรื่อง ธันวารีบเข้าไปจับมือข้างที่ยังกำแน่นจนสั่นของธนูไว้ เพราะรู้ว่าการที่ต้องทำร้ายน้องตัวเองมันเจ็บปวดแค่ไหน

“ไม่เป็นไรใช่มั้ยธนู”

ธนูยิ้มบางๆ ให้คนรัก คลายมือออกแล้วเปลี่ยนมาจับมือของธันวาแทน เพื่อบอกว่าไม่เป็นไรแล้ว

ธนูบอกให้คันศรเอารถขับกลับไปได้เลย แล้วพาอ๋องไปด้วย เพราะมันดึกมากแล้ว กลัวว่าแม่ของน้องคนเล็กจะเป็นห่วงเอา เรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้อ๋องตกใจและขวัญเสียมากอยู่ ธนูต้องการให้คันศรปรับความเข้าใจหรือทำอะไรสักอย่างที่ทำให้อ๋องหายกลัว

คันศรไม่ได้รับปากอะไร เพียงแค่ก้มหน้ารับรีโมทสีดำในเคสสีแดงอันเดิมมาถือไว้ แล้วดึงมือของอ๋องให้เดินตามไปที่รถ

“พี่ศร เลือดยังไหลอยู่เลย” พอมาถึงที่รถ อ๋องยังไม่ยอมขึ้น แต่หยิบทิชชู่จากในกระเป๋าเป้ออกมา ยื่นให้คันศร แต่คันศรไม่ยอมรับไป

“เช็ดก่อนสิ เดี๋ยวกลับไปผมจะทำแผลให้” อ๋องเร่ง จะยัดทิชชู่ใส่มือของคันศร แต่ถูกดึงมือข้างนั้นไปตรงมุมปากที่มีเลือดไหลลงมา

“เช็ดให้หน่อย” เสียงนั้นค่อนข้างแข็งกระด้าง แต่ก็อ่อนโยนอย่างบอกไม่ถูก อ๋องกะพริบตา ค่อยๆ บรรจงเช็ดเลือดที่มุมปากออกให้คนตัวสูง โดยที่มีมือของคันศรจับไว้

“เจ็บมั้ย”

“ไม่เท่าไหร่” เขาดึงมือของอ๋องมาไว้ตรงปาก คนตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่หัวใจจะเต้นแรง ใบหน้าร้อนผ่าวไปหมด เพราะริมฝีปากอุ่นๆ ที่แนบลงกับปลายนิ้ว ก่อนที่คันศรจะรีบปล่อย แล้วเดินอ้อมไปที่ฝั่งคนขับ ชี้หน้าออกปากสั่งเสียงเข้มเหมือนปกติ ทำเอาอ๋องหน้าเหวอ

“รีบๆ ขึ้นรถได้แล้ว ไอ้ลิง”

“อ่ะ อะไรของพี่วะเนี่ย”

***

คันศรไลน์มาบอกว่าถึงบ้านแล้ว ธนูพรูลมหายใจเบาๆ เอนตัวพิงคนข้างๆ อย่างอ่อนแรง ธันวาหันไปมอง พลางเอามือลูบหัวให้

“เหนื่อยเหรอ กลับบ้านเลยมั้ย”

ธนูเลื่อนมือสอดไปด้านหลัง โอบเอวของธันวาไว้ ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว จนธันวาต้องโน้มตัวไปฟังใกล้ๆ

“คืนนี้ไปที่บ้านพ่อกันมั้ย”

“แล้วแต่ มึงอยากไปไหนกูก็ไปด้วยทั้งนั้นแหละ” พอตอบปุ๊บ แรงกอดที่เอวก็แรงขึ้น จนตัวของธันวาแทบจะขึ้นไปเกยบนตักของอีกคน

“งั้นไปขั้วโลกเหนือ”

“พ่องสิ ไปหาเพนกวินเหรอ” ธันวาเอามือตีคุณชายจอมกวนประสาทหน้าตายไปที “ไม่อยากกลับไปกวนพวกมันใช่มั้ยล่ะ กูรู้หรอก”

“อือ” ธนูครางตอบในคอ พลิกตัวหันไปกอดธันวาไว้ทั้งตัว ซบหน้าลงกับบ่าของคนรัก เพื่อนหลายคนมองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา และคนถูกกอดก็หน้าแดงลามไปถึงใบหู ไม่คิดว่าธนูจะกล้าทำแบบนี้ต่อหน้าประชาชีเป็นสิบๆ ชีวิต แม้ทั้งหมดจะเป็นเพื่อนๆ และรุ่นน้องก็ตาม

“มึงเมาป่ะเนี่ยไอ้นู” ธันวาขืนตัวออกนิดหน่อย ธนูส่ายหัวอยู่บนบ่าของธันวา

“ไม่จริงอ่ะ อ้อนขนาดนี้ เมาชัวร์ กลับบ้านกันเหอะ”

“งั้นผมไปเข้าห้องน้ำแป้ป ฝากคุณเอาการ์ดสีดำในกระเป๋าให้พี่อั๋นรูดที เดี๋ยวผมมาเซ็นให้” เพราะงานเลี้ยงคืนนี้ ธนูเหมาร้านให้เอง เลยต้องเคลียร์ค่าใช้จ่ายกันก่อนไป เพื่อนๆ น้องๆ ก็สนุกกันให้เต็มที่ยันเช้าไป

“โอเค” ธันวาตอบรับ แล้วหยิบกระเป๋าสตางค์ใบสีดำของธนูออกจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ของเจ้าของมัน ธนูไม่วายหอมแก้มตอนเผลอไปที ก่อนจะรีบเดินไปเข้าห้องน้ำ เพื่อล้างหน้าล้างตา ปล่อยให้ธันวานั่งหน้าแดงก่ำ หยิบการ์ดสีดำออกมาด้วยมือสั่นนิดๆ เพราะเขินเพื่อนที่มองกันตาเป็นมัน ไหนจะรุ่นน้องที่เพิ่งรู้เรื่องกันสดๆ เมื่อกี้นี่แหละ ทำขนาดนี้ ไม่รู้ว่าสองคนนี้เป็นแฟนกันก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว

และเพราะมือมันสั่น ตอนดึงการ์ดออกมา เลยเหมือนมีกระดาษอะไรสักอย่างร่วงออกมาด้วย ธันวาก้มหยิบขึ้นมา และพบว่ามันเป็นรูปถ่าย...

รูปถ่ายของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ชูนวมขึ้นตรงอกข้างหนึ่ง

ด้านหลังรูปภาพมีชื่อที่เขียนด้วยลายมือของธนู ซึ่งธันวาจำได้แม่นยำ

P’เนม 25/05/2015

***
น้องกำลังไปได้สวย ทางพี่มีเรื่องแน่ ค้างคากันต่อไป จะรำคาญคนแต่งกันมั้ยเนี่ย 555 :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-10-2020 15:33:23 โดย Lambosasha »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
Oh no!!!! ไม่นะพี่ธนู ธันวาหนักแน่นเข้าไว้ อย่าเป็นนายเอกงอนพี่ธนูนะ แต่เราเชื่อว่าพี่ธนูจะตามง้อ
แฝดน้องนี้พูดน้อยต่อยหนักแต่ชอบที่พี่ธนูสอนน้องชายฝาแฝด ความฟินแฝดน้องเริ่มมา  :hao6:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออนไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
21
อ๋องบอกแม่ว่าคืนนี้จะอยู่ที่บ้านข้างๆ เพราะต้องช่วยทำแผลให้คันศรที่ซุ่มซ่ามตกบันไดปากแตก ไม่อยากบอกแม่ว่าคันศรมีเรื่องจนโดนพี่ชายตัวเองต่อย เดี๋ยวจะห่วงกว่าเดิมเปล่าๆ จากนั้นก็รีบวิ่งกลับไปหาคันศร

“พวกไอ้นูบอกว่าคืนนี้ไปนอนบ้านพ่อ” พอเปิดประตูเข้าไป เสียงคันศรก็ดังมา อ๋องพยักหน้าแล้วรีบวิ่งไปหยิบกล่องยาในตู้บนผนังข้างห้องน้ำ แล้วกลับมานั่งข้างๆ คันศรบนโซฟาหน้าทีวี

“ข้างในปากก็แตกด้วยมั้ยเนี่ย” คนตัวเล็กพยายามมองเข้าไปในปากของคันศรที่อ้าออกได้นิดหน่อย

“เหมือนจะ แม่งหมัดหนักฉิบหาย หนักกว่าที่กูต่อยไอ้หน้าจืดนั่นสองทีรวมกันอีกมั้ง” คันศรสบถเบาๆ ลืมไปสนิทว่าเห็นตัวผอมๆ แบบนั้น แต่มันเป็นมวย คาดว่าหนักทั้งมือตีนแน่นอน จากตอนเจอกันครั้งแรก แล้วเท้าพี่เกือบฟาดหน้าคราวนั้น ทำเอาพื้นบ้านสั่นแทบทะลุทีเดียว

“ก็พี่นูเขาต่อยมวยมาก่อนนี่” อ๋องหัวเราะคิก “แล้วพี่อ่ะ เป็นบ้าเหรอ ไปต่อยเพื่อนผมแบบนั้น ทำตัวเหมือนพวกอันธพาล”

“ก็มันหอมแก้มมึง! กูเห็นจะๆ กับตา” คันศรโวยวาย

“ก็แล้วไงอ่ะ ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับพี่นี่ ผมยังไม่ว่าอะไรเขาเลย” อ๋องเชิดหน้าใส่ ดูน่าหมั่นไส้จนคันศรอดไม่ได้ที่จะบีบแก้มแดงๆ หน้ารั้นๆ นั่นให้มันบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเจ็บ

“โอ๊ยยยยไอ้อ้า” (ไอ้บ้า) ร่างเล็กดิ้นรน เอามือทุบแขนคนพี่รัวๆ แต่แทนที่คันศรจะยอมปล่อยมือ กลับก้มหน้าลงมา สบตากันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่อ๋องจะต้องหลับตาปี๋ เพราะรู้สึกถึงความร้อนชื้นที่ริมฝีปาก คางยังคงถูกบีบ ปากเลยเผยออ้าอยู่ และลิ้นของคันศรก็สอดเข้าไปทันที

“อื้ออออ” คนตัวเล็กหน้าแดงก่ำ ใจเต้นแรงเหมือนจะระเบิดออกมา มือไม้สั่น ตัวอ่อนยวบในอ้อมแขนของคันศร แม้คางจะถูกปล่อยแล้ว แต่เอวยังถูกกอดรัดไว้แน่น อ๋องเหมือนจะหายใจไม่ออก จนต้องเขยิบก้นหนี แต่กลายเป็นถูกอุ้มขึ้นนั่งบนหน้าตักของร่างสูง ปากถูกบดขยี้ไม่รู้จบ สองมือทั้งทุบและดันแผ่นอกหนาไว้ หลังแอ่นเอนจนเหมือนมันจะหักครึ่งได้ เมื่อถึงที่สุดของห้วงหายใจแล้ว อ๋องเลยจำเป็นต้องงับเข้าที่แผลของคนที่กำลังไล่ต้อนอยู่ตอนนี้

“กัดกูเหรอไอ้ลิง” คันศรผละออกมาเช็ดเลือดที่ไหลซึมตรงมุมปากอีกครั้ง พลางมองอ๋องด้วยดวงตาคล้ายสัตว์ร้ายกำลังจะขย้ำเหยื่ออันโอชะตรงหน้า

อ๋องหอบหายใจหน้าแดงก่ำ พูดไม่ออก เพราะเหนื่อยเกินไป แต่พอคันศรจะโน้มหน้าไปอีก ก็รีบยกมือแปะป่ายใบหน้าของร่างสูงพัลวันด้วยความตกใจ

“ทำบ้าอะไรเนี่ย ผมไม่ใช่พวกผู้หญิงของพี่นะ!”

“แหงล่ะ ก็มึงเป็นผู้ชาย” คันศรดึงมือที่ปัดหน้าของเขาออก รวบมันไว้ด้วยมือข้างเดียวแล้วจับร่างเล็กกดลงบนโซฟา

“แล้วทำไมทำแบบนี้เล่า!”

“ก็มึงชอบกูไม่ใช่เหรอ” ร่างหนาโถมตัวลงทาบทับกดไว้ มือข้างที่ว่างถลกเสื้อยืดของอ๋องขึ้นสูง จนเห็นแผ่นอกบาง กับยอดอกสีอ่อน อ๋องใช้ขาข้างที่ไม่ถูกเบียดกับโซฟา เตะเข้าที่สีข้างของคันศร

“ใครบอกว่าผมชอบพี่”

“ใครก็ช่างเหอะน่า” คันศรนิ่วหน้า ทำไมไอ้เด็กลิงมันพูดมากน่ารำคาญจัง เขาคิดอย่างหงุดหงิด ปกติพวกผู้หญิงที่ชอบเขา เวลาเขาทำแบบนี้ ร้อยทั้งร้อยต้องอ่อนยวบหลับตาพริ้มรอแล้วแท้ๆ

“ใครพูดก็ช่าง ผมไม่ได้พูดสักคำ” อ๋องเถียงหน้าดำหน้าแดง ขายังเตะซ้ำๆ จนคันศรเริ่มเดือดปุดๆ ที่หน้าผาก ทนไม่ไหวจนต้องกระชากขาข้างนั้นถ่างค้างไว้ คนตัวเล็กกรีดร้องลั่น หมดทางสู้

“มึงไม่พูด แต่มึงคิด” คันศรแสยะยิ้ม ก้มลงเลียเม็ดไตเล็กๆ บนแผ่นอกบางข้างหนึ่ง ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก ตัวสั่นเกร็ง กัดปากกลั้นเสียงสุดชีวิต คันศรเห็นแบบนั้นยิ่งได้ใจ โลมเลียทั้งยอดอก เรื่อยลงไปที่สะดือ ร่างเล็กพยายามสะบัดดิ้นไปมา แต่เมื่อสู้ยังไงก็ไม่มีทางรอด เลยร้องไห้มันซะเลย

“อึก ฮือออออ”

“เฮ้ย” คันศรผละออกมาเหมือนโดนใครเอาอะไรมาช็อตหลัง แค่เสียงร้องไห้ของน้อง หัวใจของเขาก็เหมือนถูกฉีกแล้ว เขายอมปล่อยมือ ถอยออกมาจากร่างเล็กที่นอนร้องไห้เหมือนเด็กสองขวบ

“ร้องไห้ทำไมวะ ไอ้อ๋อง อย่าร้องสิวะ โธ่เว้ย...” เขาสบถรัว ทำตัวไม่ถูก ลนลานไปหมด สุดท้ายก็อุ้มน้องขึ้นมากอดแนบอก แล้วลูบหัวปลอบ

“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ พี่ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ”

“ทำไมพี่ใจร้ายแบบนี้” อ๋องผลักเขาออก น้ำตายังอาบแก้ม “เพราะผมชอบ เลยจะทำกับผมยังไงก็ได้เหรอ เห็นแก่ตัวที่สุด!”

“เปล่า กู...ก็แค่...ก็คิดว่ามึงจะชอบ” คันศรเหมือนหาคำอธิบายที่ดีไม่ได้ พูดจาวกไปวนมาจนอ๋องขมวดคิ้วนิ่วหน้า

“ก็มึงชอบกูไง แล้วจะให้กูทำไงอ่ะ”

อ๋องหน้ามุ่ย “ผมไม่ได้บอกว่าชอบพี่สักหน่อย”

“งั้นมึงก็บอกสิ อ่ะ บอกเลย” คันศรยื่นหน้าไปใกล้ๆ รอฟังเต็มที่ อ๋องเลยตบที่แก้มของเขาดังแปะ ไม่กล้าแรงมาก กลัวเจ็บแผลอีก

“โครตหลงตัวเองเลยว่ะ คิดว่าผมชอบจริงๆ เหรอ” อ๋องว่าอย่างนั้น แต่แก้มแดง หูแดงไปหมด

คันศรนิ่งคิดอยู่นาน จริงๆ ก็ไม่ได้มีใครมาบอกตรงๆ หรอก แค่มันตะหงิดๆ ในใจตั้งแต่ที่ธนูพูดนั่นแหละ แต่ในเมื่อน้องมันบอกว่าไม่ใช่ ก็ไม่อยากเซ้าซี้แล้วก็ได้

พอคิดแบบนั้นได้ เขาก็พ่นลมหายใจเบาๆ ก่อนจะเอามือสองข้างทาบบนแก้มนุ่มๆ ที่ยังแดงก่ำของอ๋อง คนน้องเขินจัดรีบหลบตา

“มองตากู” เขากดเสียงต่ำคล้ายคำขู่ อ๋องยังไม่ยอมเหลือบตามอง คราวนี้เลยพยายามสูดหายใจแล้วพูดใหม่ให้น้ำเสียงอ่อนโยนลง

“ช่วยมองตาพี่ที”

เพราะน้ำเสียงกับคำพูดจาที่ดูอ่อนโยนแปลกๆ ทำให้อ๋องยอมสบตาด้วยในที่สุด

“มึงไม่ชอบกูก็ไม่เป็นไร” เขากลืนน้ำลาย เพราะรู้สึกว่าลำคอมันช่างแห้งผากเหลือเกินในเวลานี้ ก่อนจะค่อยๆ สูดลมหายใจลึกๆ แล้วค่อยๆ เอ่ยออกมาด้วยเสียงที่อ่อนโยนที่สุดอีกครั้ง

“รู้แค่กูชอบมึงก็พอ”

***

เช้าวันต่อมา ที่บ้านตระกูลทวีเทพธาดา พ่อของพวกธนูไปต่างประเทศยังไม่กลับเช่นเคย เหลือแค่สองแม่ลูกที่ชอบมาเกาะแกะธนู เมื่อคืนมาถึงดึกมากแล้ว เลยไม่โดนรบกวน แต่เช้ามาก็ต้องเจออยู่ดี

“เอ่อ สวัสดีครับ คุณแม่ พี่เพลิน” เด็กดีอย่างธันวา ยังไงก็อดไม่ได้ที่จะยกมือไหว้ผู้ใหญ่พวกนี้ แม้จะโดนมองด้วยสายตาหยามเหยียดยังไง แต่อีกฝ่ายก็เพศแม่ เลยไม่อยากไปอะไรด้วยมาก

แม่ของเพลิน ดูจะมองธันวาด้วยสายตาที่อ่อนลงพอสมควรแล้ว เลยยอมรับไหว้ ส่วนเพลินก็แค่เชิดหน้าใส่เล็กน้อย ถ้ารักจะอยู่บ้านหลังนี้ต่อไป และใช้เงินของคุณพ่อของธนู ก็ต้องยอมให้ธันวาอยู่ด้วย นั่นคือคำขาดของพ่อที่พูดไว้ก่อนไปทำงานต่อ บ้านหลังนี้ไม่มีใครใหญ่กว่าพ่อแล้ว ถึงไม่พอใจก็ต้องจำยอม

“วันนี้จะออกไปไหนกันหรือเปล่าคะ น้องนู” แม่เลี้ยงชวนธนูคุย ระหว่างทานอาหารเช้าพร้อมหน้ากัน

“ว่าจะไปเยี่ยมอากงอาม่าที่บ้านธันครับ” ธนูก็คุยด้วยตามปกติ ครั้งก่อนโดนชี้หน้าขู่ไว้ สองแม่ลูกเลยไม่ค่อยมาวุ่นวายเกินควร ยังไงก็เปลี่ยนเขาให้ชอบผู้หญิงไม่ได้ แถมหนนี้พ่อยังยอมรับธันวาด้วย

“งั้นน้าฝากของไปให้บ้านน้องธันด้วยสิคะ เอ่อ คุณพ่อฝากไว้น่ะค่ะ อิ่ม ไปเอามาสิจ้ะ” แม่เลี้ยงหันไปบอกสาวใช้อีกคนที่ยืนรออยู่ด้านหลัง อิ่มรับคำแล้วเดินไปหยิบกระเช้าของฝากมาวางบนโต๊ะให้ธนู

“เป็นถั่งเช่าสกัดจากจีนเลยนะคะน้องธัน” แม่เลี้ยงยิ้มหวานให้ธันวา แม้จะยังไม่ชินกับลุคนี้ ธันวาก็ยังยิ้มฝืดๆ รับไป

หลังทานอาหารเช้าเสร็จ ธนูก็ขับฟอร์จูนเนอร์สีขาวของธันวา พากันไปที่บ้านอากง

“พี่ธนู!” มาถึงที่บ้านปุ๊บ น้องชายคนเล็กของธันวาก็วิ่งมาหาธนูก่อนเลย ธันวามองอย่าง งงๆ พลางชี้ที่ตัวเอง แบบว่า คือนี่พี่แท้ๆ นะเว้ย

“ไม่เจอตั้งนาน แต่เห็นผ่านยูทูปตลอดแหละ เพลงใหม่วงพี่เจ๋งมากอ่ะ ผมโครตชอบเลย” เมษกระโดดกอดคอพี่ชายคนใหม่แนบแน่น สนิทกันขนาดนั้นตอนไหน ธันวาก็ยังไม่แน่ใจ

“ขอบคุณมากครับ” ธนูยิ้มดีใจ ยกมือไหว้อากงอาม่าที่นั่งกันอยู่ในห้องรับแขกหลังร้าน หน้าร้านตอนนี้มีลูกค้าเยอะแล้ว พวกเขาเลยเข้ามาทางด้านหลังร้านแทน

“ป๊าม๊าคงอยู่ในร้าน เดี๋ยวค่อยเจอตอนว่างๆ แล้วกัน” ธันวาว่า “อ่ะ กง ม่า พ่อไอ้นูเขาฝากมาให้” แล้วก็วางกระเช้าถังเช่าให้อากงอาม่า

“โอ้ๆ ขอบใจมากๆ ฝากขอบใจอาพันด้วยนะ อานู” อากงยิ้มกว้าง ธนูก็ยิ้มพลางพยักหน้ารับคำ พอดีพ่อกับแม่ของธันวาเดินเข้ามาหลังร้าน เลยได้ยกมือไหว้ทักทายกัน จากนั้นธันวาก็พาธนูขึ้นไปบนชั้น 3 ที่เป็นโซนห้องของธันวากับพวกน้องๆ

จะบอกว่าไม่รู้สึกติดใจรูปถ่ายใบนั้นเลยก็เหมือนโกหก แต่ธันวาไม่ใช่คนที่ชอบเซ้าซี้ถามในเรื่องที่ธนูไม่อยากเล่า ถ้ามันสำคัญก็คงเล่าให้ฟังแล้ว แสดงว่าไม่น่ามีอะไรที่ต้องกังวล

แต่ใจมันก็ยังอดกังวลไม่ได้อยู่ดี

“ทำไมดูเงียบๆ จังครับวันนี้” พอเข้าไปในห้องส่วนตัวแล้ว ธนูก็โอบเอวร่างโปร่งไปกอดไว้จากด้านหลัง พลางซบหน้ากับไหล่บาง เมื่อกี้ตอนอยู่บนรถ ธันวาก็เหมือนมองไปนอกหน้าต่างตลอด คล้ายกับกำลังคิดอะไรอยู่

“เปล่านี่” ธันวาพลิกตัว หันไปหา โดยที่ยังอยู่ในอ้อมกอดของธนู ก่อนจะยกแขนขึ้นคล้องรอบลำคอของร่างสูงไว้ เขย่งเท้าขึ้นไปจูบที่ปากของธนูเบาๆ ทำตัวให้เหมือนปกติที่สุด

รูปใบนั้นดูแล้วค่อนข้างเก่า จากปีที่ระบุก็ตั้ง 6 ปีมาแล้วด้วย มันไม่ใช่เรื่องที่ควรกังวลเลยสักนิด

ตั้ง 6 ปี ยังเก็บไว้อย่างดี ในกระเป๋าสตางค์?

พกติดตัวมาตั้ง 6 ปี?

พอคิดแบบนั้นแล้ว ก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ ธนูถึงกับเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะธันวาลืมตัว เผลอถอนหายใจออกมาจริงๆ ไม่ใช่แค่ในใจ

“คุณเครียดเรื่องอะไรหรือเปล่า มีอะไรก็บอกผมได้นะ” ธนูเชยคางคนรักขึ้นให้มองหน้ากัน แล้วยิ้มบางๆ ให้

“อ่า...” ธันวาหรุบตาลง คล้ายกับหลับตา ธนูเลยคิดว่าอยากให้จูบ แต่พอก้มลงไปแตะริมฝีปาก ธันวาก็ผลักเขาออก

“โทษที...”

ธนูคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน “ไม่เป็นไรครับ วันนี้อยากไปไหนมั้ย หรืออยากอยู่บ้าน”

6 ปีมาแล้วนะ? ทำไมยังเก็บไว้อีก คนคนนั้นคือใคร ต้องสำคัญมากแค่ไหน ถึงได้เก็บรูปไว้จนถึงตอนนี้ จนถึงทุกวันนี้

แม้กระทั่งคบกันแล้ว ก็ยังเก็บรูปคนอื่นไว้เหมือนว่ามันสำคัญมากที่สุดในชีวิตแบบนั้น

ทำไม?

“ไม่ ไม่อยากไปไหนแล้ว” ธันวาตอบเสียงเครือ พยายามข่มกลั้นความคิดในแง่ร้ายทั้งหมดไว้ เพราะทุกทีจะมองโลกในแง่ดีเสมอ ใช่ มันไม่มีอะไรหรอก ไม่มีหรอกน่า ก็แค่รูปใครก็ไม่รู้ อาจจะแค่ลืมทิ้งไปก็ได้

ธนูนั่งลงบนเตียง แล้วรั้งเอวคนรักให้ลงมานั่งบนตัก จูบที่ซอกคอเบาๆ ด้วยความรัก

“ไม่เอา ไม่ทำที่บ้าน” ธันวาขืนตัวออกเล็กน้อย แต่ยังนั่งอยู่บนตักของธนู

“โอเคครับ แค่กอดเฉยๆ ผมไม่ทำอะไร สัญญาเลย” ธนูเขยิบออก ให้ธันวาได้นั่งบนเตียง แล้วกอดเอวไว้ เอนหน้าซบบนบ่าอย่างออดอ้อน

กับคนนั้น ก็ทำแบบนี้ด้วยหรือเปล่า

มันไม่แปลกหรอก ธนูมีแฟนมาแล้วตั้งไม่รู้กี่คน ไหนจะคนคุยอีก มันก็ต้องมีบ้างที่อ้อนแฟนแบบนี้ประจำอยู่แล้ว ไม่แปลกหรอก

ไม่แปลกเลย

“คือ เดี๋ยวลงไปช่วยป๊าม๊าดีกว่า จะลงไปด้วยมั้ย” จู่ๆ ธันวาก็ลุกขึ้น ธนูมองตามไปอย่างงุนงง วันนี้ธันวาแปลกไปจริงๆ แต่ไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไร

“ผมขอนอนดีกว่าครับ เมื่อคืนดื่มเยอะไปหน่อย ยังมึนๆ” เขาคลี่ยิ้ม ธันวาพยักหน้า แล้วก็เปิดประตูเดินออกไปเลย

เพราะต้องการเวลา จัดการกับความคิดที่กระจัดกระจายในหัวตอนนี้ให้ได้ก่อน ช่วยที่บ้านทำงานจะได้ลืม

จะได้หยุดคิดและลืมมันไป

***

“งานเฟรชชี่ไนท์ที่มอพี่นูเหรอ” อ๋องงับขนมปังที่คันศรป้อนใส่ปากพลางมองหน้าธนูที่มาบอกข่าวเรื่องวันงาน ซึ่งเป็นวันเดียวกับปีที่แล้ว และเขาตั้งใจจะหาเพลงมาเซอร์ไพรส์ธันวาในวันครบรอบ

“อืม บอกธันไว้แล้วล่ะ ชวนเพื่อนๆ มากันเยอะๆ ได้เลยนะ”

“โห จะได้ฟังเสียงพี่นูสดๆ อีกแล้วใช่มั้ย จะร้องเพลงให้พี่ธันใช่มั้ย” อ๋องตาวาว กระโดดข้ามไอ้ยักษ์ข้างๆ โผไปหาธนู ปีก่อนอ๋องต้องเรียนหนัก เลยไม่ได้ไปดู เพราะมันกลางคืนด้วย แต่ปีนี้เป็นเด็กมหาลัยแล้ว เที่ยวกลางคืนได้เต็มที่

“อืม” ธนูพยักหน้า ซ้อมไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้บอกธันวาก่อน บอกแค่พวกน้องๆ และเพื่อนๆ ในคณะที่รู้ รอวันจริงให้ธันวาเห็นเองสดๆ

“ตื่นเต้นจังๆ นี่ถ้าพี่ศรมันร้องเพลงให้ผมนะ หูผมต้องแตกแน่ๆ”

“พาดพิงนะไอ้ลิง” คันศรเอาสันมือฟาดคอน้องไปทีแบบเบาๆ หยอกเล่นกันเหมือนเคย ธนูมองพวกน้องๆ แล้วก็อารมณ์ดี พลางคิดถึงวันงานที่กำลังจะมาถึง เขาอยากให้ธันวายิ้มเหมือนเมื่อปีก่อน หรือยิ้มยิ่งกว่านั้นก็ได้ กับเซอร์ไพรส์ที่จะมอบให้

อีกแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น

***
ดราม่ามาซะงั้น  :katai1:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
ิืิิอื้อ นั้นซิเป็นใครก็คิดนะ หกปียังเก็บเอาไว้อีก แต่ถามพี่ธนูไปตรงๆเถอะธันวาจะได้หายข้องใจ
ไม่อยากกินมาม่ากำลังฟิน  :hao4:
ส่วนคู่แฝดน้อง เย้บอกน้องไปแล้วว่าชอบน้อง  :hao6:
 :pig4:

ออนไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
22
“พี่ศร ยืนบังอ่ะ ผมอยากเห็นพี่นูชัดๆ!” ไอ้ตัวเล็กเขย่งขา กระโดดเหยงๆ เกาะหลังของคันศร แต่เขาอยากแกล้งมัน ไม่อยากให้มันสนใจคนอื่นออกนอกหน้า ยอมให้อ้อนธนูกับธันวา แถมยังยอมให้ไอ้เด็กพลุตามจีบมานานแล้ว คราวนี้จะมัดมือชก ไม่ปล่อยไปอีก

“มึงอยากดูเหรอ” เขาเอี้ยวตัวหันไปถามน้อง เจ้าตัวพยักหน้าหงึกๆ น่ารักน่าชังจนอยากจับฟัดมันกลางสนามบอล

“งั้นขี่คอกูมั้ยล่ะ”

อ๋องแก้มแดงขึ้นมาทันที “จะบ้าเหรอ”

“งั้นก็โดนบังไปซะ” ว่าแล้วก็ยิ่งขยับบังให้มิดกว่าเดิม คนก็เริ่มเบียดมา เพราะมีแต่คนอยากดูวงที่หน้าตาดีที่สุดของคณะดุริยางค์ เครดิตนี้ต้องยกให้เดือนคณะปี 4 อย่างบีมไปเลย

“พี่ศร! แม่ง กวนตีนอ่ะ โอ๊ย” เพราะตัวเล็ก เลยถูกเบียดจนจะหลุดวงโคจร คันศรเห็นแบบนั้นเลยทนแกล้งต่อไม่ได้ รีบคว้าแขนอ๋องไว้แล้วจับอุ้มขึ้น เหมือนเวลาอุ้มเด็ก ไอ้ตัวเล็กโวยวายทุบไหล่เขารัว เพราะอายชาวบ้านชาวช่อง มีแต่คนมองเต็มไปหมด แล้วอยู่มหาวิทยาลัยอื่นด้วย ไม่ใช่มอตัวเอง แต่ไม่ใช่มอตัวเองน่าจะดีแล้วก็ได้

“จะดูมั้ย ถ้าไม่ดู กูอุ้มกลับรถ แล้วมึงจะไม่ได้ออกมาอีกเลย” คันศรขู่พลางเบี่ยงหัวไปมาหลบกำปั้นเล็กๆ ที่เฉียดแก้ม รำคาญไอ้ลิงตัวนี้จริงๆ ถ้าทนไม่ไหวขึ้นมา เดี๋ยวจะหาว่าพี่ไม่เตือน

อ๋องเลยยอมอยู่นิ่งๆ กอดคอคันศรไว้ “ไม่เมื่อยเหรอ”

“เมื่อยสิวะ”

“งั้นก็ปล่อยลงดิ” อ๋องยู่ปากใส่ แต่คันศรแสยะยิ้ม

“ฝึกไว้ให้ชินน่ะ เวลาอุ้มแ...”

“พูดเหี้ยไรในที่สาธารณะไอ้สัส” ธันวาฟาดมือลงบนไหล่น้องของแฟนสุดแรง คันศรถึงกับไหล่ทรุด นิ่วหน้าพลางนึกในใจ ไอ้ผัวเมียคู่นี้แม่ง มือหนักทั้งคู่หรือไงวะ

“อุ้มน้องดีๆ ดิ” ธันวาเงยหน้ามองอ๋อง ที่เหมือนจะเขินๆ เลยหันหน้าหนี

“ก็มันไม่ยอมขี่หลังกูอ่ะ” คันศรเบ้ปาก

“ท่านี้น่าอายกว่าขี่คอนะ พี่พูดจริงๆ” ธันวาช่วยพูดให้อีกแรง เพราะทนไม่ไหวจริงๆ ดีที่ตรงนี้มีแต่เพื่อนๆ กันเอง สุดท้ายอ๋องเลยยอมเปลี่ยนไปขี่คอคันศรแทน บังคนข้างหลังไปอีก

เสียงพิธีกรประกาศชื่อวงต่อไป ตามด้วยเสียงกรี้ดลั่นทุ่ง เรียกชื่อสมาชิกทั้ง 3 แห่งวง Dark Priest กันกระหึ่มสนามบอล คนแรกที่ออกมาคือธนู เพราะต้องมาแสตนด์บายที่กลอง ตามด้วยโอ๊ตและปิดด้วยนักร้องนำหน้าหล่อดีกรีเดือนคณะดุริยางค์ปี 4 ที่เรียกเสียงกรี้ดจนหญ้าในสนามแทบเฉาตาย เสียงลีดกีต้าร์และเสียงกลองดังขึ้น พร้อมเสียงทักทายจากบีม เรียกเสียงกรี้ดลั่นสนามอีกระลอก เปิดเพลงแรกก็หนักสะใจมาก่อนเลย ปีก่อนเปิดด้วยเพลงช้ามีจังหวะไปแล้ว ปีนี้พวกเขาเลยขอจัดเต็มตั้งแต่เริ่ม 

One step Closer ของ Linkin Park คือเพลงแรก ตามด้วยเพลงร็อคฝั่งญี่ปุ่นอย่าง Utafumi จาก Dir en grey ตัดสลับมาที่ภาษาอังกฤษจาก Green day ในเพลง American Idiot และเพลงของวงตัวเองที่เป็นแนวเฮฟวี่เมทัลอีกเพลง ก่อนจะขอปิดท้ายด้วยเพลงพิเศษเบาๆ จากธนู มือกลองประจำวง

“เพลงสุดท้าย มือกลองของเราขอร้องเอง ให้มั้ยครับ!” เสียงบีมดังก้อง ตามด้วยเสียงกรี้ดให้รู้ว่ายินดีให้ธนูร้อง

เสียงตอบรับมาเต็มหู คนทั้งเบียดทั้งกรี้ด จนธันวาโดนเพื่อนๆ ผลักออกไปข้างหน้ามากขึ้น เพราะรู้ว่าเพลงนี้ธนูจะร้องให้ใคร

“ต้องบอกเลยว่า เราซ้อมกันมาเต็มที่มากกับเพลงนี้ เพราะผมต้องลงทุนตีกลองแทนมัน ฮ่าๆ” คนดูหัวเราะและกรี้ดตามบีมอีกรอบ

“โอเค จัดเลยละกันครับ” แล้วบีมก็ถอยไปที่กลอง แทนที่ธนูที่สลับมาเล่นกีต้าร์และจับไมค์แทน

กับเพลงที่ธนูตั้งใจมอบให้คนรักที่เขาต้องการอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต เริ่มจากวันนี้เมื่อปีที่แล้ว และมันจะยืนยาวต่อไปในวันนี้ของทุกๆ ปี กับทุกบทเพลงที่เขาจะคอยมอบให้ธันวา

“...มึงอยากไปไหนกูก็ไปด้วยทั้งนั้นแหละ”


คำพูดนั้นของธันวายังดังก้องอยู่ในใจ และมันคือจุดเริ่มต้น ที่ทำให้ธนูเลือกเพลงนี้

“ต่อไปเป็นเพลง Wherever You Will Go จาก The Calling ครับ ผมขอมอบให้คุณ My Wonderwall ปิดเทอมนี้ ไปขั้วโลกเหนือกับผมด้วยนะครับ”

ผู้ชมส่งเสียงกรี้ดและเสียงหัวเราะลั่นสนาม กับคำชวนเหมือนติดตลกของมือกลองหน้านิ่ง ก่อนที่จะยิ่งกรี้ดหนัก เมื่อธนูส่งยิ้มให้ธันวาที่ยืนอยู่เกือบหน้าเวที แม้จะมีผู้คนมากมายแค่ไหน เขาก็หาธันวาเจอเสมอ ธันวาเขินจนหน้าร้อน อมยิ้มตอบน้อยๆ

เสียงกีต้าร์ดังขึ้น ตามด้วยเสียงร้องทุ้มๆ นุ่มๆ ในสไตล์ของธนู

“...So lately, been wondering...
.......
...
I know now, just quite how
My life and love might still go on
In your heart, in your mind
I'll stay with you for all of time

If I could turn back time
I'll go wherever you will go
If I could make you mine
I'll go wherever you will go...”

“โรแมนติกไม่เปลี่ยนเลยนะ ธนู”

ท่ามกลางเสียงดนตรีและเสียงร้องเพราะๆ กับเสียงแฟนคลับที่ช่วยกันร้องคลอตาม ธันวากลับได้ยินประโยคนั้นชัดเจนจนต้องหันไปมองคนที่พูด ซึ่งยืนเยื้องไปข้างหน้าทางขวามือเล็กน้อย ในฝูงคนที่เบียดเสียดนั้น

ผมทรงสกินเฮด จิวสีดำที่หูข้างซ้าย ตัวสูงประมาณ 170-175 ซม. น่าจะได้ เพราะธันวาสูงกว่านิดหน่อย แต่แค่ทรงผมกับจิวสีดำรูปธนูที่มีอักษร NN พาดบนคันศรนั่น แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หวนนึกถึง

คนในรูปนั้น

***

บทเพลงจบลงตอนไหน หรือธนูลงจากเวทีตอนไหน ธันวาก็ไม่ทันรู้ตัว แม้ไม่อยากจะคิดมาก แต่มันหยุดคิดไม่ได้แล้ว ธนูยืนรอให้ออกไปหาอยู่ข้างสนาม แต่ขาของธันวา กว่าจะขยับไปได้ทีละก้าว ก็เหมือนมันมีลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักเป็นร้อยกิโลมัดข้อเท้าเอาไว้แน่นหนาเหลือเกิน

ผู้คนยังรอวงต่อๆ ไปในสนาม ทำให้ธันวาต้องลากขาหนักๆ นั่นฝ่าฝูงคนออกมาอย่างยากเย็น

และพอมาถึงข้างสนาม ก็ต้องหยุดนิ่ง

“พี่รู้ได้ไงว่ามีงานวันนี้” ธนูกำลังคุยกับใครบางคน ผมสกินเฮดนั่น...อีกแล้ว

“ดังขนาดนี้ หาข้อมูลไม่ยากหรอก” คนคนนั้นยืนหันหลังอยู่ แต่แค่ข้างหลังก็รู้ ว่าต้องเป็นที่พูดประโยคนั้นแน่ๆ

มือที่ดูหยาบกร้านแบบนักมวย ยกขึ้นขยี้ผมของธนู ด้วยท่าทางสนิทสนมมาก ธนูคลี่ยิ้ม แม้จะไม่ใช่รอยยิ้มกว้างที่ดูมีความสุข แต่มันก็อ่อนโยนไปถึงดวงตา

เจ็บ...ที่อก จนต้องยกมือขึ้นทุบมันแรงๆ

“ใครวะไอ้ธัน” เสียงคันศรดังขึ้นข้างหลัง แต่ธันวาเหมือนไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว รู้สึกเหมือนร่างกายถูกเหวี่ยงออกไปที่ไหนสักแห่ง

“อ้าว เฮ้ย ไอ้ธัน!” คันศรจะคว้าแขนเพื่อนไว้ แต่ไม่ทัน เพราะธันวาวิ่งหายไปอีกฝั่งของสนามแล้ว ท่ามกลางฝูงคนมากมายขนาดนี้ คันศรเกาหัวตัวเอง พลางมองหน้าเจ้าตัวเล็กข้างๆ ที่ก็ทำหน้าเหวอไม่แพ้กัน

“พี่ธันเป็นอะไรอ่า”

“กูก็ยืนอยู่กับมึงเนี่ย จะรู้มั้ยวะ” คันศรส่ายหน้าพร้อมพ่นลมหายใจแรงๆ สงสัยงานเข้ามึงแน่ๆ พี่กู ร่างสูงใหญ่คิดพลางหรี่ตามองผู้ชายหัวสกินเฮดที่ยืนคุยกับพี่ชาย

***

ธนูเดินมาหาน้องกับเพื่อนที่ยืนกันแถวๆ ข้างสนาม พลางมองหาคนที่ต้องการเจอมากที่สุดตอนนี้ นัดกันไว้ว่าจะเจอที่ข้างสนาม แต่ไม่เห็นธันวามาหา ทั้งที่เขาเตรียมของขวัญไว้ให้แล้ว

“ธันล่ะ?” เจอหน้าคันศร ก็ถามถึงธันวาก่อนเลย น้องชายนิ่วหน้าเล็กน้อย

“ไม่รู้ว่ะ โทรไปมันก็ไม่รับเลย พวกกูว่าจะไปเดินกันต่อแล้วกลับ มันมีรถมา คงไม่เป็นไรมั้ง”

“อืม เดี๋ยวฉันโทรหาเองแล้วกัน ไปกันเถอะ” ธนูพยักหน้าให้พวกน้องๆ งานเฟรชชี่ไนท์ของมอเขาจัดที่วิทยาเขตต่างจังหวัด ถ้าดึกเกินไปอาจจะเปิดโรงแรมนอนแถวนี้เอา ตอนนี้ต้องหาธันวาให้เจอก่อน เขาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา โทรออกหาคนรัก ที่ก็ยอมรับสายหลังปล่อยให้มันดังอยู่นานพอสมควร

[อะไร]

ธนูนิ่วหน้า กับน้ำเสียงแปลกๆ นั้น “อยู่ไหนครับ”

[...ที่รถ] เหมือนลังเลที่จะบอก แต่สุดท้ายก็ยอมบอก ธนูอมยิ้ม เดินไปที่ลานจอดรถ รถฟอร์จูนเนอร์สีขาวโดดเด่นอยู่คันเดียว ไม่ต้องดูป้ายทะเบียนเลย เขาตรงไปที่รถ และธันวาก็นั่งหลบอยู่ข้างๆ รถ

“มานั่งทำอะไรตรงนี้ครับ” เพราะรอยยิ้มของธนูมันทำให้ใจอ่อนอยู่เสมอ โกรธไม่ลง

ธันวาลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่ติดกางเกงนักศึกษาออก วันไหนที่ไม่ได้เข้าช้อปและต้องใส่เสื้อช้อป ก็จะแต่งชุดนักศึกษาปกติ ต่างจากพวกธนู ที่ไม่ว่าจะวันไหน ก็ใส่แค่เสื้อนักศึกษา กับกางเกงยีนส์หรือกางเกงอะไรก็ได้ตามแต่จะใส่ อย่างธนูชอบใส่ยีนส์ทรงสกินนี่บ้าง ทรงธรรมดาบ้าง ขาดบ้างไม่ขาดบ้าง กับเสื้อสูทแฟชั่นทับเสื้อนักศึกษาอย่างวันนี้

“ไม่รู้เหมือนกัน” คำตอบนั้นทำเอาคนรอฟังตั้งนานถึงกับหลุดขำเบาๆ

“อยากเดินต่อมั้ย หรืออยากกลับบ้...” ยังถามไม่ทันจบ ก็ถูกธันวากระชากคอเสื้อลงไปจูบแบบไม่ทันตั้งตัว สองแขนของร่างโปร่งกอดคอของเขาไว้แน่น ลิ้นเล็กๆ ที่จะกี่ครั้งก็ทำให้ธนูเกือบถึงสวรรค์ทั้งที่ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรมากมายนัก กำลังตวัดเกี่ยวด้วยความพยายามสุดชีวิต เขาจึงต้องยอมโน้มตัวลง เอามือวางทาบบนกระโปรงรถสีขาว จูบตอบคนรักที่ดูเร่าร้อนรุนแรงผิดปกติ หรือเพราะชอบเพลงที่เขาร้องให้ฟังแบบสุดๆ อันนี้ก็ไม่แน่ใจ

“อืม” เสียงครางที่ไม่รู้ของใครดังขึ้น ธันวาไม่ยอมปล่อยเขาเลย จนธนูเริ่มจะไม่ไหว ความต้องการพุ่งสูงปรอทแทบแตก แต่ต้องสะกดกลั้นมันเอาไว้ เพราะตรงนี้มันที่สาธารณะ แค่จูบกันแบบนี้ ก็กลัวว่าจะมีคนมาเจออยู่แล้ว

ธนูผละออกมา เอามือขวาจับคางของธันวาไว้ ลูบปลายนิ้วโป้งเบาๆ บนริมฝีปากที่แดงเจ่ออย่างเอ็นดู เสียงหอบหายใจน้อยๆ ของธันวาเหมือนจะกระตุ้นร่างกายของเขาให้มีปฏิกิริยาขึ้นมา แต่จริงๆ ก็มีตั้งแต่จูบกันเมื่อกี้แล้ว

“ถ้าทำในรถ คุณจะโอเคมั้ย”

ธันวาแก้มแดงก่ำ “ไม่เอา”

“งั้นก็อย่ายั่วผมสิ” ร่างสูงเอียงคอลงดูดซอกคอขาวแรงๆ จนธันวาครางเสียงสั่น ยกมือขึ้นห้ามอย่างอ่อนแรง

“บอกว่าไม่เอาไง จะในรถนอกรถก็ไม่”

“งั้นไปโรงแรม ผมจะไม่ไหวแล้ว” พูดไปก็ดูดเลียไล่งับทั้งหูและคอ น้ำลายของธนูเปียกชื้นไปหมด ธันวารีบพยักหน้ารัวๆ ก่อนจะล้วงหยิบรีโมทรถออกมากดด้วยมือสั่นๆ พอเปิดประตูปุ๊บ ก็ถูกดันขึ้นไปบนเบาะ พร้อมกับเสียงกดปรับเบาะ จนตัวไถลพรืดลงนอนหงายบนเบาะที่ปรับเอนจนสุด ประตูรถปิดลง ธนูเอื้อมมือไปสตาร์ทรถ เปิดแอร์ โดยที่ปากก็ยังสาละวนกับคอและแผ่นอกบางใต้เสื้อนักศึกษาตัวบาง

“บอกว่าไม่เอาไง” ธันวานิ่วหน้า เอามือทุบเขาแรงๆ ธนูผละออกมายิ้มบางๆ

“แค่ข้างนอก นะครับ ไม่งั้นผมขับรถไม่ได้หรอก”

“งั้น...ธันขับเอง” ธันวาผลักร่างสูงไปที่เบาะข้างคนขับ ก่อนจะรีบดึงเบาะขึ้นแล้วออกรถโดยด่วน เพราะไอ้คนข้างๆ น่าจะกวนไม่เลิก ถ้าไม่รีบพาไปโรงแรมที่ใกล้ที่สุด

เรื่องที่ยังไม่หายคาใจก็ยังคาอยู่อย่างนั้น แต่ดันไปเหนี่ยวคันธนูให้พร้อมยิงแล้ว ช่วยไม่ได้ เรื่องคุยเอาไว้ทีหลังแล้วกัน ธันวาคิดพลางเลี้ยวรถเข้าโรงแรมม่านรูดที่มองเห็นเป็นที่แรก

ธนูหัวเราะเบาๆ ตอนที่มองหน้าแดงก่ำของธันวา ที่ต้องคุยกับพนักงานแล้วจ่ายเงินอย่างรีบๆ ก่อนจะวิ่งกลับมาหาเขาที่ยืนรออยู่หน้าประตู เสียงประตูปิดลงเบาๆ พร้อมกับเสียงบดจูบเร่าร้อนจากริมฝีปากของธนู ธันวายังไม่ทันตั้งตัว ถึงกับเข่าอ่อน ทรุดลงกับพื้น แต่ก็ยังโดนตามไปตะโบมจูบรัวลิ้นจนท้องน้อยเสียววาบ 

“ดะ เดี๋ยวดิ...ธะ ธันไม่ได้เตรียมตัวมานะ” เวลาที่ธันวาเรียกตัวเองด้วยชื่อ มันช่างน่ารักน่ากอด จนธนูไม่อยากรอแล้ว เขาอุ้มร่างโปร่งขึ้น เดินเข้าไปในห้องน้ำ จัดการวางลงอย่างเบามือ และถอดกางเกงนักศึกษาพร้อมบ็อกเซอร์ออกให้รวดเดียว จับธันวาที่ขาอ่อนแรงให้อยู่ในท่าคว่ำหน้ากับขอบอ่างอาบน้ำ ยกสะโพกบางขึ้นตรงหน้า แล้วดึงสายชำระมาจัดการให้จนเสร็จเรียบร้อย

“น่าจะสะอาดจนเอาลิ้นเลียได้เลยล่ะครับ”

“...” ธันวาเม้มปากแน่น เขินจนร้อนไปทั้งตัว เพราะคนที่ปกติสุภาพขนาดนั้น ดันมาพูดเรื่องลามกหน้าตาเฉยแบบนี้ แถมไม่พูดอย่างเดียว ลงมือทำจริงให้เห็นด้วย ลิ้นร้อนๆ สากๆ ชอนไชเข้าไปในร่างกาย ธันวาตัวกระตุกเกร็ง ช่องทางอ่อนนุ่มตอดรัดเรียวลิ้นนั้นอย่างรุนแรง สั่นไปทั้งตัว ต้องพยายามเอาแขนเกาะก่ายขอบอ่างน้ำไว้สุดชีวิต เหมือนมันเป็นที่พึ่งสุดท้าย

“อ่ะ อื้อออ ธ...นู” สะโพกบางส่ายเล็กน้อย เมื่อถูกกระตุ้นที่จุดเสียวข้างในรัวๆ ครั้งแรกที่ทำแบบนี้ ธนูก็เป็นคนจัดการให้ทั้งหมด เตรียมพร้อมให้ทุกอย่าง จนรู้สึกกระดากอาย ทุกขั้นตอน ธนูตั้งใจทำอย่างทนุถนอม พอร่างกายของธันวาเริ่มคุ้นเคยแล้ว ถึงได้จัดหนักจัดเต็มจนแทบลุกไม่ขึ้นตลอด แต่มันก็รู้สึกดีมากกว่าเจ็บปวดจริงๆ

“อ๊า” ในที่สุดสิ่งที่อัดอั้นมานานก็ถูกปลดปล่อย ธันวาหอบฮัก หมดแรงไปต่อ แต่ธนูช่วยพยุงเอวไว้ พลางขยับให้ร่างโปร่งเอนลงนอนบนเสื้อสูทที่เขาถอดออกและวางรองไว้บนพื้นห้องน้ำ เพราะกลัวว่าธันวาจะเจ็บหลัง แต่เขาคงอดทนไม่พอที่จะอุ้มไปที่เตียงแล้ว

เมื่อวางร่างโปร่งลงบนเสื้อสูทบนพื้นแล้ว ธนูก็ขยับไปคร่อมไว้ สองมือดันขาของธันวาให้งอขึ้น ขาข้างหนึ่งเอาพาดบนบ่าไว้ แล้วก้มลงจูบแลกลิ้นกับอีกรอบ เสียงน้ำลายดังก้องในห้องน้ำแคบๆ ก่อนที่จะรู้สึกเสียดแน่นที่ด้านหลัง เมื่อธนูสอดใส่เข้าไปจนสุดทาง แต่ปากยังถูกประกบจูบอยู่ เลยทำได้แต่ครางดังๆ ในคอ

เสื้อนักศึกษาถูกกระชากออก ก่อนที่ธนูจะลากลิ้นไปตามสันคาง ลำคอและไหปลาร้า วนเลียฐานรอบยอดอกสีอ่อนก่อนจะครอบริมฝีปากดูดเม้มแรงๆ จนมันแข็งเป็นไต สะโพกก็ยังขยับเข้าออกรัวๆ ไปด้วย ธันวาครางด้วยความเสียดเสียว แอ่นอกรับลิ้นร้อนๆ พลางก่ายขากอดเอวร่างสูง ร่างกายโยกไหวไปตามแรงขยับเคลื่อนนั้น ในหัวมันขาวโพลนไปหมด ลืมทุกเรื่องไปหมดสิ้น

“ธนู...ธ...นู...อืมมม” เสียงครางดังในลำคออีกครั้ง เพราะรสจูบวาบหวามจนปั่นป่วนในท้อง ข้างในร่างกายรู้สึกถึงความร้อนที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน จนต้องหรี่ตาขึ้นมองใบหน้าแดงก่ำชื้นเหงื่อของคนรักที่กำลังสวนสะโพกอย่างรุนแรง

“ดะ เดี๋ยว...ธนู!” จากกำลังรู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ ธันวาตาแทบถลนทันที ที่รู้สึกร้อนๆ เพราะธนูไม่ได้ใส่ถุงยาง!

“ไม่ทันแล้วครับ ขอโทษที” ธนูกัดปาก ขยับรัวแรงขึ้นอีก ร่างกายของธันวารุ่มร้อนอีกครั้ง และใกล้ถึงที่สุดเต็มที เสียงครางดังก้องห้องน้ำ พร้อมกับของเหลวอุ่นๆ ที่ถูกฉีดพ่นออกจากร่างกายของธันวา ก่อนที่ธนูจะเกร็งหน้าท้องจนกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงามเป็นหกแถวทั้งที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกระเพื่อมไหวเป็นริ้วคลื่น

ร่างโปร่งกระตุกสั่น รับรู้ถึงความอุ่นร้อนและเปียกแฉะที่ทะลักเข้าสู่ร่างกาย ก่อนที่มันจะไหลย้อนออกมาตามเรียวขาเมื่อธนูถอนกายออกช้าๆ ธันวาหอบหายใจถี่ เปลือกตาหนักอึ้งและค่อยๆ ปิดลง ธนูอุ้มร่างโปร่งขึ้น จูบหน้าผากและข้างแก้มอย่างรักใคร่ ก่อนจะชำระล้างร่างกายให้ แล้วพาไปนอนบนเตียงให้สบายตัว

ระหว่างที่ธันวายังหลับสนิท เขาก็นั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ พลางเปิดเพลงที่ร้องให้ธันวาในงานเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมาในสมาร์ทโฟนเบาๆ เพื่อให้คนที่กำลังหลับใหลฝันดี

และถ้าฝันถึงเขา กับอนาคตของเรา ก็คงจะดีมากที่สุด

ฉันเพิ่งรู้ตอนนี้
ว่าชีวิตและรักของฉันอาจจะดำเนินต่อไป
ในหัวใจเธอ ในความคิดเธอ
ฉันจะอยู่กับเธอตลอดไป

ถ้าฉันสามารถหมุนย้อนเวลา
ฉันจะไปกับเธอทุกแห่งที่เธอจะไป
ถ้าฉันสามารถทำให้เธอเป็นของฉัน
ฉันจะไปกับเธอทุกแห่งที่เธอจะไป

***

https://www.youtube.com/watch?v=iAP9AF6DCu4 อันนี้เพลงที่ร้องให้ธัน

อันนี้เรียงตามลิสต์เพลงที่พวกนางเล่นเลยเผื่อใครอยากลองฟัง 555 ไม่แรงๆ นี่แบบเด็กๆ แล้ว
https://www.youtube.com/watch?v=4qlCC1GOwFw
https://www.youtube.com/watch?v=LQWo0YPfeCs
https://www.youtube.com/watch?v=Ee_uujKuJMI

ปกติเราฟังทุกแนวนะ แต่ชอบแนวฮาร์ดคอร์ ร็อค ไรพวกนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-10-2020 22:54:37 โดย Lambosasha »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
อ่านไปแอบกลัวยังกับนั่งสยองขวัญ กลัวงานเขาคู่นี้แต่ยังดีที่มีฉากฟินมาให้จิกหมอน :jul1: :pighaun:
คู่แฝดน้องก็น่ารักตามประสาอ๋องอะนะ เด็กน้อยกับพี่ตัวโต  :hao3:

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7732
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
สนุกดีค่ะ รอตอนต่อไป

ออนไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
23
ธันวาลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าของอีกวัน บนที่นอนของธนู ในบ้านของคันศร ธนูคงอุ้มขึ้นรถแล้วพากลับมาเมื่อคืน ธันวามองดูร่างกายของตัวเอง ชุดนอนก็สวมให้เรียบร้อย ร่างกายรู้สึกสบายตัว ไม่เหนียวเหนอะหนะใดๆ น่าจะทำความสะอาดและเช็ดตัวให้ด้วย พลันสายตาก็มองเลยลงไปถึงบางอย่างตรงข้อเท้า เพราะมันเบามากจนแทบไม่รู้สึก แต่พอขยับขา ก็เหมือนมีอะไรพันอยู่ เลยต้องก้มดูชัดๆ

สร้อยข้อเท้า?

มันเป็นสร้อยเงินเส้นเล็กๆ ที่มีจี้รูปธนูอันจิ๋วติดอยู่ ธันวามองไปรอบห้อง ไม่มีวี่แววของธนู พอมองนาฬิกาก็เห็นว่า 8 โมงกว่าแล้ว ธนูน่าจะลงไปข้างล่าง ทำอาหารเช้าและรอกินข้าวอยู่ที่โต๊ะ พอคิดได้ดังนั้น ธันวาก็ลุกจากเตียง เดินลงไปที่ชั้นล่าง

“ตื่นแล้วเหรอครับ”

พอเห็นหน้าและได้ยินเสียง ก็เหมือนจะโล่งใจบอกไม่ถูก ธันวาถอนใจเบาๆ เดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร ซึ่งมีชามข้าวต้มปลาร้อนๆ วางรออยู่ก่อนแล้ว

“ไอ้ศรอ่ะ?”

“น่าจะยังไม่ตื่น” ธนูตอบ พลางนั่งลงข้างๆ “เมื่อคืนผมขอโทษนะ ผมลืมพกถุงยางไปด้วย”

ธันวามองหน้าคนที่สำนึกผิดอย่างเอือมๆ

“เออๆ ช่างมันเหอะว่ะ ยังไงก็ตรวจโรคกันมาแล้ว กูก็แค่...” พอจะพูดก็เกิดหน้าร้อนด้วยความอายขึ้นมา เลยไม่พูดต่อแล้วรีบตักข้าวต้มกินดีกว่า

“ระวังร้อนนะครับ” ธนูอมยิ้มมองคนรักที่รีบร้อนกินแก้เขิน เห็นแก้มแดงๆ ก็อดใจไม่ไหว ต้องขอชิมสักคำ ก่อนจะกินข้าวของตัวเองบ้าง

กินข้าวเช้าเสร็จ ธันวาก็ไปนั่งเล่นเกมอยู่หน้าทีวี อยู่บ้านนี้ไม่เคยต้องทำอะไรเลย มีแต่ธนูทำอยู่คนเดียว บางทีก็ใช้งานคันศรบ้าง แต่ธันวาคืออภิสิทธิ์ที่สุด เพราะธนูไม่ยอมให้ทำงานบ้านอะไรสักอย่าง กลัวมือของธันวาจะหยาบกระด้างบ้าง กลัวจะเหนื่อยไม่มีแรงบ้าง วันๆ กินกับนอน จนจะอ้วนลงพุงอยู่รอมร่อแล้ว

“พี่นู พี่ธัน” เสียงอ๋องดังมาจากประตูหน้าบ้าน แล้วร่างเล็กๆ ก็วิ่งเข้ามาหาพวกเขาที่นั่งกันอยู่บนโซฟา

ธันวามองอ๋องที่วันนี้แต่งตัวน่ารักกว่าปกติ เสื้อยืดสีขาวข้างในลายการ์ตูน ทับด้วยเสื้อกัน UV บางๆ สีเดียวกัน หมวกแก๊ปมีหูแมว กางเกงยีนส์ขาสามส่วน ถุงเท้าสีพาสเทลดูสดใส

“จะไปเที่ยวเหรอ”

“อือ พี่ศรบอกจะพาไปเที่ยว” อ๋องยิ้มกว้าง ธันวาหันไปมองหน้าธนู ที่ยักไหล่ส่งมาให้

“มันยังไม่ตื่นมั้ง ขึ้นไปปลุกสิ” เป็นธันวาที่ช่วยบอก อ๋องเบ้หน้า

“อะไรเนี่ย คนอุตส่าห์ตื่นมาแต่งตัวรอ พี่ศร!” แล้วคนตัวเล็กก็รีบวิ่งไปที่ห้องของคันศร พอเข้าไปในห้อง ก็เจอไอ้ยักษ์นอนคุดคู้อยู่บนเตียง ท่าทางจะไม่ยอมตื่นง่ายๆ แน่

“พี่ศร! ไหนบอกจะพาไปเที่ยวไง” เสียงง้องแง้งดังอยู่ใกล้ๆ หู จนคันศรเริ่มรำคาญ เลยต้องพลิกตัวขึ้น กระชากแขนร่างเล็กให้ลงไปนอนกลิ้งด้วยกัน อ๋องโวยวายทุบเขารัว หมวกบนหัวหลุดกระเด็นหล่นไปไหนแล้วก็ไม่รู้

“ไอ้ยักษ์นี่! ตื่นเดี๋ยวนี้เลย!”

“ทำตัวเป็นแม่กูเลย” คันศรพึมพำในคอ ก่อนจะกลิ้งตัวพลิกคนตัวเล็กลงนอนแทนตัวเอง แล้วกดแขนบางไว้กับเตียง

“ไหนมึงบอกเกรงใจที่กูไม่ชอบตื่นเช้าวันหยุดไง” คันศรนิ่วหน้ามองร่างเล็กไปทั้งตัว จนอ๋องชักใจคอไม่ดี

“นั่นมันตอนนั้น นี่มันตอนนี้” อ๋องเถียงหน้ามุ่ย เพราะรู้ว่าดิ้นไปก็สู้แรงยักษ์ไม่ได้ เลยนอนนิ่งๆ ดีที่สุด อุตส่าห์แต่งตัวรอแล้ว ไม่อยากให้เหงื่อออกหรือชุดยับยู่ยี่ไปกว่านี้

“ใส่อะไรหลายชิ้น ถอดยากรู้ป่ะเนี่ย” ว่าแล้วไอ้ยักษ์ก็จะดึงเสื้อกัน UV ตัวนอกของอ๋องออก แต่คนตัวเล็กก็ยื้อไว้สุดแรง จนน่ากลัวเสื้อจะขาดเอา

“ก็จะไปเที่ยวไง อย่าดึง! ไอ้ยักษ์ ไม่เอา ฮ่าๆๆๆ” เพราะเสียงดังหนวกหูและดิ้นมากนัก คันศรเลยจับจี้เอวซะเลย คนตัวเล็กหัวเราะน้ำตาเล็ดนอนตัวงอหลบมือมาร สักพักคันศรก็ยอมรามือ สะบัดหัวส่ายหน้าเบาๆ แล้วลุกไปเข้าห้องน้ำไม่พูดไม่จา จนอ๋องที่ยังหอบน้อยๆ ลุกขึ้นนั่งมองตามด้วยดวงตากลมแป๋ว งงว่าไอ้ยักษ์มันเป็นอะไร

หลังจากพวกน้องๆ ออกไปเที่ยวกันแล้ว ธันวาก็นอนเล่นบนโซฟา ชูข้อเท้าข้างที่มีสร้อยเล็กๆ กับคันธนูขึ้นมองดู ก่อนจะสะดุ้ง เมื่อเจ้าของสร้อยมาคว้าจับเท้าไว้

“ชอบมั้ยครับ” คนถามส่งยิ้มหวานมาให้ ธันวาพยักหน้า ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เอาหลังพิงกับแขนโซฟา ธนูนั่งลงข้างๆ โดยที่ยังจับข้อเท้าของธันวาไว้ พลางลูบเบาๆ ที่สร้อย แล้วยกเท้าของธันวาขึ้น แนบริมฝีปากลงไปตรงข้อเท้าข้างที่สวมสร้อยไว้ ทำเอาธันวาใจเต้นแรง

“คืนนี้ยังมีงานอีก อยากไปดูมั้ยครับ เมื่อคืนคุณยังไม่ทันได้เดินเที่ยวเลย” ธนูหัวเราะเบาๆ สาเหตุที่ทำให้ธันวาไม่ทันได้เดินเที่ยวงานเฟรชชี่ไนท์ปีนี้ ก็รู้กันอยู่แค่สองคน

ธันวาหน้าร้อนผ่าว “ไปสิ วงของพีทก็เล่นคืนนี้นี่ ยังไงก็ต้องไปอยู่แล้วป่ะล่ะ”

“พีทมันไม่ต้องการกำลังใจจากผมหรอก” ธนูยิ้มขำ จริงอยู่ที่บางครั้งก็ไปดูวงเพื่อนๆ เล่นบ้าง แต่ปีนี้อยากอยู่กับธันวามากกว่า ถ้าธันวาอยากทำอย่างอื่นก็จะทำด้วย

“เอาไงครับ มีอย่างอื่นที่อยากทำมั้ย แต่ถ้าอยากดูวงพีทเล่นหรือเดินเที่ยวงาน เดี๋ยวผมพาไปเย็นๆ”

“งั้น กลางวันทำไรอ่ะ” ธันวาเอียงคอ งานมีตอนเย็น แต่นี่เพิ่ง 10 โมง พลันต้องสะดุ้งอีกรอบ เพราะมือที่ลูบแถวข้อเท้าเลื่อนขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงต้นขาในกางเกงขาสั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ก่อนที่ธนูจะลุกขึ้น เอาเข่าข้างหนึ่งยันไว้บนโซฟา แล้วโน้มตัวลงมาหาใกล้ๆ พลางยิ้มหวานจนธันวาขนลุกเกรียว รีบยกมือขึ้นดันแผงอกหนาของธนูแทบไม่ทัน

“กลางวันเรามาออกกำลังกันดีกว่า ไหนๆ วันนี้ก็ได้อยู่กันสองคนทั้งที เนอะ”

***

“ได้ เจอที่ร้านพี่อั๋นเลย” ธนูกดวางสาย คันศรโทรมาบอกว่าจะพาอ๋องไปรอที่ร้านเหล้าก่อน ไม่ทันได้มาดูวงของพีทเล่น ส่วนพวกเขารอพีทเล่นเสร็จ ก็ไปหาคันศรที่ร้าน

วันนี้เหมือนวันวิปโยคของธันวาอย่างบอกไม่ถูก มาถึงร้านก็เจอเพลิน ที่เหมือนจะมาดักรอธนู อยู่บ้านเจ้าหล่อนไม่กล้าทำอะไรมาก แต่ถ้าอยู่ข้างนอกก็ไม่แน่ ถ้าธนูเกิดโมโหลงไม้ลงมือกับผู้หญิงขึ้นมา ภาพพจน์นักดนตรีหนุ่มหล่อหน้านิ่งที่อุตส่าห์สร้างมา มีหวังจบเห่

“ทนไว้มึง” ธันวาพยายามปรามคนรักที่หน้าตาบึ้งตึง อารมณ์เสียสุดกู่ที่เข้าร้านมาแล้วเจอเพลิน พี่สาวไม่แท้ที่ชอบมาป่วน

แต่เพลินก็ไม่ได้มายุ่งอะไรมาก แค่มาขอนั่งด้วย คงรู้ตัวอยู่ ว่าถ้าธนูโมโหแล้วจะเป็นยังไง นั่งฟังเพลงสบายๆ กันไปสักพัก เจ้าของร้านก็เดินออกมาต้อนรับด้วยหน้าตายิ้มแย้ม

“ไอ้นูเว้ย”

“ไงพี่” ธันวาทักแทนแฟนตัวเอง ธนูแค่ผงกหัวให้

“คือ มีลูกค้าเขาเห็นว่ามึงมา เลยอยากให้ขึ้นเล่นหน่อยว่ะ จ่ายเงินมาให้เป็นพิเศษด้วยเนี่ย” พี่อั๋นกอดคอธนู กระซิบคุยกัน แต่ไม่ได้เบาจนธันวาไม่ได้ยิน

“แต่ผมไม่ได้จะมาเล่น ไอ้บีมก็ไม่อยู่” เพราะวันนี้บีมไปกับแฟน เหลือแค่ธนูกับโอ๊ตสองคน แล้วจะเล่นได้ยังไง ธนูนิ่วหน้ามองเจ้าของร้าน

“ไม่ๆ เขาขอแค่มึงขึ้นไปดีดกีต้าร์ร้องเพลงคนเดียวพอ”

“ลูกค้าคนไหนวะพี่ ผู้หญิงเหรอ” คันศรแทรกขึ้นมาทันที สายตาสอดส่องซอกแซก “สวยมั้ยวะ”

“ไม่ต้องแรดเลย ไอ้ยักษ์” คนตัวเล็กที่อยู่ข้างๆ คันศรตีแขนไอ้ยักษ์ดังผัวะ จนต้องรีบถอยกลับมานั่งที่

“เสียดายที่เป็นผู้ชายว่ะ แต่เขาจ่ายเงินให้มึงพิเศษเลยนู สองหมื่น”

“โหวววว โครตป๋า” โอ๊ตแซวลั่น “เอาเลยๆ ไอ้นู สองหมื่นนะเว้ย ซื้อถุงยางได้หลายสิบโหล”

ธนูเหล่มองเพื่อนที่ดันพูดถูกจุด จนคุณแฟนนั่งหน้าแดงก่ำไปหมดแล้ว ก่อนจะยอมลุกตามพี่อั๋น ไปเตรียมตัวขึ้นเวที พวกธันวาก็นั่งลุ้นอยู่ด้านล่าง อยากเห็นหน้าคนที่เปย์หนัก เพื่อให้ธนูได้ร้องเพลงแค่เพลงเดียว เพราะเจ้าตัวคงไม่ยอมร้องมากกว่านั้นอยู่แล้ว ในเมื่อมาแบบส่วนตัว ไม่ได้จะมาเล่นดนตรีหาเงิน

เสียงกรี้ดดังลั่นร้านทันทีที่ธนูเดินขึ้นไปบนเวทีพร้อมกีต้าร์โปร่งหนึ่งตัว ซึ่งยืมมาจากนักดนตรีที่มาเล่นคืนนี้ เขาผงกหัวนิดๆ ทักทายคนดู โดยไม่พูดจา ก่อนจะนั่งปรับสายกีต้าร์กับไมค์สักพัก

“เนื่องจากมีคนขอมากะทันหัน ผมไม่ทันเตรียมเพลงมา” เสียงทุ้มๆ ของธนูดังผ่านไมค์ เพราะมันค่อนข้างเบาตามสไตล์ของธนู ทุกคนเลยต้องเงียบฟังอย่างตั้งใจ พวกสาวๆ ได้แต่กรี้ดกร้าดกันแบบไม่ออกเสียง วิ่งไปออกันหน้าเวที

“ขอเล่นเพลงเก่าแล้วกันนะครับ Wonderwall” จากนั้นเสียงอินโทรกีต้าร์ก็ดังขึ้น

ธันวามองใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มนิดๆ ที่ธนูส่งมาให้ทุกครั้งที่เล่นเพลงนี้ แววตาและรอยยิ้มอ่อนโยนนั้น อยากให้มันเป็นของตนเพียงคนเดียวจริงๆ

ไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นใคร สำคัญแค่ไหน แค่ตอนนี้ธนูอยู่ตรงนี้ด้วยกัน ก็พอแล้ว

บทเพลงจบลง พร้อมเสียงปรบมือจากใครสักคนที่ดังขึ้นเป็นคนแรก ธนูหันมองไป ก่อนที่เสียงปรบมือจากคนอื่นๆ จะดังตามมา เขาโค้งขอบคุณ แล้วเดินลงจากเวที ตรงไปหาคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากข้างเวที สายตาหลายคู่มองตามด้วยความสนใจ รวมทั้งธันวาด้วย

ผู้ชายคนนั้น

“ผมไม่ชอบยิ้มให้คนแปลกหน้า”

ประโยคนั้นที่ธนูเคยพูดดังขึ้นในหัว

แต่ตอนนี้ ธนูกำลังยิ้มให้คนคนนั้น เหมือนที่ยิ้มให้คนในครอบครัว และคนที่คิดว่าเป็นครอบครัว

ธันวาเห็นแค่ปากที่ขยับ ไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน ได้แต่มองแล้วกำแก้วเหล้าในมือแน่น ก่อนจะสะดุ้ง เมื่อถูกปลายเล็บคมๆ มาสะกิดที่แขนเบาๆ

“พี่เนมล่ะ” ดูเหมือนเพลินจะรู้จัก เจ้าหล่อนเขยิบมาเบียดกับธันวา เพราะอยากคุยกันแค่สองคน

“พี่เพลินรู้จักด้วยเหรอครับ” ธันวาก้มมองหล่อนนิดๆ หัวใจเริ่มเต้นรัว ด้วยความกลัว ที่ไม่รู้ว่ากลัวอะไรกันแน่ กลัวที่จะรู้งั้นเหรอ ว่าคนคนนั้นคือใคร

“ทำไมจะไม่รู้ แฟนเก่าของธนูไง” เพลินเบะปาก “เป็นนักมวยที่เคยสอนธนู”

ธันวารู้สึกเหมือนหัวใจร่วงหล่นหายไปไหนไม่รู้

แฟนเก่า

ที่เก็บรูปไว้ในกระเป๋ามา 6 ปี

“พวกเก้ง เอ่อ หมายถึงพวกกะเทยมัธยมที่มาติดธนูน่ะ ตอนนั้นฉันยังพอสู้ไหว ธนูไม่ค่อยสนใจใครจริงจังอยู่แล้วด้วย เหมือนเล่นๆ ไปวันๆ แต่คนนี้อ่ะ ของจริง” เจ้าหล่อนจีบปากจีบคอเล่า พลางดื่มเหล้าคลอ

ธันวานั่งก้มหน้านิ่ง ฟังที่เพลินเล่า

“เห็นแรกๆ ไม่ถูกกันนะ ตั้งแต่ตอนเจอที่ค่ายมวยใหม่ๆ มีเรื่องกันทีไร ธนูหน้าเยินกลับมาตลอด ตอนนั้นฉันก็บอกให้คุณพ่อเลิกให้ธนูต่อยมวยได้แล้ว แต่ท่านก็ไม่ยอม คิดว่าจะให้ธนูแมนขึ้น เป็นไงล่ะ โดนนักมวยคาบไปแดกเลย”

ธันวากำแก้วในมือจนมันสั่น

“แล้วจู่ๆ ก็ไปรักกันอีท่าไหนไม่รู้ คงตีกันไปจีบกันไปมั้ง นายน่าจะรู้นี่ ธนูน่ะ เต๊าะเก่งจะตาย ใครบ้างไม่ใจอ่อน แต่ตอนนั้นธนูยังเป็นเด็กวัยรุ่นเลือดร้อนอยู่นะ ปากร้ายด้วย แต่ตรงนั้นแหละที่ฉันชอบมาก แม้ตอนนี้จะเป็นคนพูดเพราะแล้วก็เถอะ ฮะฮะ”

เพลินเล่าไปขำไป เพราะนึกถึงเรื่องเก่าๆ เมื่อวันวานกับธนูคนโหดคนเก่า

“ผม...ไม่เคยรู้เลย” ธันวาพึมพำเบาๆ เพลินเหลือบตามอง แล้วแสยะยิ้มนิดๆ ก่อนจะพูดตบท้าย พร้อมลุกเดินหนีไป

“นั่นน่ะ ผู้ชายคนแรกของธนูเลยล่ะ คบกันตั้ง 3 ปีแน่ะ”

***
ทำไมหลังๆ มาม่าเต็มเลย หอมกลิ่นมาม่า
เออ ลืมบอก ในเรื่องช่วงหลังนี่คือปี 2021 แล้วนะคับ อนาคต 555
 :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-10-2020 10:59:14 โดย Lambosasha »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
ธันวาหนูต้องบอกตัวเองแล้วแหละค่ะลูก ใจเย็นไว้ลูก รอฟังพี่ธนูจะดีกว่าอย่าไปเชื่อ คนอื่นเช่นอีเพลิน :sad4:
มีดราม่าคนและสวีทคน มันก็กล่มกล่อมดีนะคะคนแต่ง  แฝดน้องเริ่มมา  :o8:

ออฟไลน์ Kerberossss

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 39
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออนไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
24
ธนูก้มหัวลงนิดๆ ให้ชายหนุ่มตรงหน้าลูบหัว พลางหลับตาพริ้มเหมือนลูกหมาตัวน้อยๆ

“คราวก่อนก็ว่าจะทักอยู่ สูงขึ้นเยอะเลยนะมึงอ่ะ แซงหน้ากูไปแล้ว”

“ผมกะแล้วว่าต้องเป็นพี่” ธนูคลี่ยิ้มบางๆ “ขอบคุณสำหรับสองหมื่น”

“ไม่จ่ายขนาดนี้มึงก็ไม่ทำหรอกกูรู้ ไอ้หน้าเลือด” เนมดึงแก้มของธนูจนยืดออกพลางหัวเราะ แหวนเพชรที่นิ้วนางข้างซ้ายนั้นสะท้อนแสงอยู่ตรงหางตา

“แล้วถ้าเกิดไม่ใช่กูขึ้นมา มึงก็จะรับเงินแล้วขึ้นร้องเพลงอยู่มั้ย” เนมปล่อยมือ ถอยหลังไปหนึ่งก้าว เพื่อจะได้มองธนูให้ชัดๆ ทั้งตัว ตอนที่เลิกกันเมื่อ 5 ปีก่อน ธนูยังสูงกว่าแค่นิดหน่อย แต่ตัวหนากว่านี้ สงสัยเพราะตัวยืดขึ้น เลยบางลง

“เงินขนาดนี้ ไม่รับก็เพี้ยนแล้ว” ธนูหัวเราะเบาๆ “ที่มาร้านนี้นี่ บังเอิญ หรือตามสตอล์คผม”

เนมยกมือขึ้นสะบัดโบกหัวไอ้ตัวกวนประสาทไปที “มึงว่ากูโรคจิตเหรอ ใครจะไปตามส่องมึง”

“ก็พี่ทำอยู่นี่ไง” ธนูเลิกคิ้วใส่ “อยากเจอผมมากขนาดนั้นเลยเหรอ”

“หึ ไม่ต้องมาทำกะลิ้มกะเลี่ยใส่กูเลย กูมีลูกมีเมียแล้วนะ” เนมส่ายหน้ายิ้มๆ ชูแหวนที่นิ้วนางให้เห็นชัดๆ อีกครั้ง

“ผมก็ล้อเล่นขำๆ ไปงั้นไง ผมเห็นในเฟสพี่ น้องอาร์เชอร์ เดินได้แล้วนี่ คุณแนนซี่ดีใจใหญ่”

“เออ พยายามหัดกันมาหลายเดือน” เนมตบบ่าธนู “แล้วมึงอ่ะ มีแฟนยัง เห็นร้องเพลงจีบใครป่ะวะ อยากเห็นหน้าเลย”

“ไม่ต้องจีบแล้ว” ธนูยักคิ้ว เนมเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย

“เอาจริงดิ นี่มึงมีคนที่จริงจังด้วยแล้วใช่มั้ย”

“จริงยิ่งกว่าพี่อีก” ธนูหัวเราะอีกรอบ

เนมคลี่ยิ้ม พลางพรูลมหายใจอย่างสบายใจ ธนูมีคนที่รักมากกว่าตนแล้ว มันดีแล้ว ที่เด็กคนนี้จะได้มีความสุขกับคนที่ใช่จริงๆ สักที

“มึงมีความสุขกูก็ดีใจว่ะ ไอ้น้องรัก” เนมคว้าไหล่ของธนูไปกอดไว้

ความทรงจำระหว่างพวกเขานั้นล้ำค่ายิ่งกว่าคำว่ารัก มันไม่มีเส้นกั้นแบ่งระดับความสัมพันธ์นี้ พวกเขาเป็นเหมือนครอบครัว เหมือนพี่น้อง ในตอนที่ธนูไม่มีใคร แม้กระทั่งพ่อก็ไม่เคยสนใจ แม่อยู่ไหนก็ไม่รู้ น้องชายแท้ๆ ก็ไม่ได้เจอหน้า รอบตัวมีแต่คนแปลกหน้าที่จ้องจะหาผลประโยชน์และทำร้ายจิตใจกัน

แต่ตอนนั้น ดีแล้วที่มีคนคนนี้ โชคดีที่มีเนม คอยช่วยฉุดดึงไว้

“กูดีใจที่เห็นมึงได้ทำในสิ่งที่รักจริงๆ ดีใจที่กูมีโอกาสได้เห็นมันนะธนู” เนมโอบกอดร่างสูงของน้องชายไว้ ตบหลังเบาๆ ในฐานะพี่ชายคนหนึ่ง ธนูกำลังจะยกมือขึ้นกอดตอบ พลันต้องสะดุ้ง และผลักเนมออกแทน

“ธนู!”

“ธัน...”

เนมมองหน้าธันวาอย่างครุ่นคิด แล้วก็ถึงบางอ้อ เลยดึงแขนธนูให้เขยิบถอยไป แล้วยิ้มให้ธันวา

“สวัสดีครับ แฟนของธนูใช่มั้ย”

ธันวาเหมือนจะเมากรึ่มๆ หน้าแดงระเรื่อ แต่ความร้อนจากฤทธิ์เหล้ายังน้อยกว่าความร้อนรุ่มที่สุมในอกตอนนี้

“พี่ชื่อเนมนะ เป็นพี่ชายของธนู”

พี่ชาย? ธันวานิ่วหน้า เดินเข้าไปยืนประจัญหน้ากัน แม้จะเมา ธันวาก็ยังพยายามประคองสติไว้สุดชีวิต ที่กินเหล้าเข้าไปเยอะกว่าปกติ เพื่อทำใจให้กล้าเดินมาหาธนูตรงนี้

เพราะจะไม่ยอมยกธนูให้ใคร

“ธนูเป็นของธัน” ธันวาพูดเหมือนละเมอ ยืนเซไปมาเหมือนจะล้ม และธนูก็อยากจะเข้าไปช่วยประคองแล้ว

“ครับๆ งั้นพี่ไม่รบกวนนะ” เนมเองก็พอจะเข้าใจ เลยพยายามคุยกับธันวาดีๆ แล้วหันไปส่งสายตากับธนู

“กูว่าน้องเขาไม่ไหวว่ะ มึงพาไปเหอะ”

“แหงล่ะ ธันไม่เคยดื่มจนเมาแบบนี้เลย” ธนูรีบตรงเข้าไปประคองร่างโปร่ง ที่มีอาการขัดขืนเล็กน้อย

“สงสัยจะหึงแน่ๆ แฟนมึงน่ารักนะ ฮะฮะ ไว้เจอกันเว้ย” เนมตบบ่าของธนูอีกที ก่อนจะเดินแยกไปอีกทาง ปล่อยให้สองคนได้พากันไปเคลียร์ให้รู้เรื่อง

“ปล่อยยยย อย่ามายุ่ง ทำไมต้องกอดคนอื่นด้วยยยย” พอพาคนเมามาถึงที่บ้าน ธันวาก็โวยวายดิ้นออกจากอ้อมแขนที่อุตส่าห์ช่วยพยุง แต่ธนูพยายามกอดไว้ให้อยู่นิ่งๆ จนล้มไปบนโซฟาด้วยกันทั้งคู่

“ผมกอดใครที่ไหน” ธนูกดร่างโปร่งลงบนโซฟา สบตากันตรงๆ พลางถาม แต่ธันวาสะบัดหน้าหนี

“ก็เห็นอยู่”

“นั่นพี่ชายผม เขาเคยสอนผมต่อยมวย เป็นเหมือนครูด้วยซ้ำ” ธนูถอนหายใจ พอเห็นธันวาสงบลง ก็ค่อยๆ ประคองให้ลุกขึ้นมานั่งคุยกันดีๆ

“พี่เพลิน...บอกว่าเป็นแฟนเก่า” ดวงตาของธันวาไหวระริกเหมือนจะร้องไห้ จนหัวใจของธนูเจ็บร้าวไปหมด เขาไม่อยากเห็นธันวาร้องไห้เพราะเรื่องแค่นี้

“ใช่ เคยเป็น” ธนูยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเอง “แค่ช่วงหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นเราก็เป็นแค่พี่น้องกันมาตลอด”

“คบกันตั้ง 3 ปี” ธันวาเบะปาก น้ำตาร่วงเผาะ ธนูใจหายวาบ รีบกอดร่างโปร่งไว้แนบอก

“อย่าร้องไห้สิครับ ผมเห็นน้ำตาคุณแล้วมันเจ็บมากเลยนะ”

“แล้วยังพกรูปเขาไว้ตั้ง 6 ปี” เสียงร้องไห้นั้นดังขึ้นกว่าเดิม แม้ธนูจะพยายามปลอบ หัวใจของเขาเหมือนจะขาด พยายามเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของธันวาอย่างร้อนรน

“ผมจะทิ้ง ฉีกทิ้งไปเลยก็ได้”

“จริงเหรอ” ธันวากะพริบตามองหน้าเขา ธนูหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา ดึงรูปใบนั้นมาและจะฉีกมันทิ้งอย่างที่บอก แต่ธันวากลับยื้อไว้

“มะ ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้”

“ตั้งแต่เจอคุณ ผมก็แทบไม่คิดถึงเขาอีกเลย พอคบกับคุณ ผมก็ลืมเรื่องของเขาทั้งหมด รูปนี่ก็แค่ลืมไปแล้ว” ธนูจับมือของธันวาไว้ทั้งสองข้าง รูปใบนั้นร่วงลงบนพื้น และธนูก็ไม่ได้สนใจมันมากกว่าคนที่อยู่ตรงหน้านี้

“ฟังดูเหมือนผมกำลังแก้ตัว คุณจะไม่เชื่อก็ได้ แต่เพื่อคุณแล้ว ผมทำได้ทุกอย่าง อย่างที่ผมเคยพูด ไม่ว่าคุณอยากให้ผมทำอะไร ผมก็จะทำ”

เพราะสีหน้าและแววตานั้นจริงจังจนพัดพาความปั่นป่วนในหัวใจของธันวาออกไปได้ ธันวาจึงนิ่งฟังอย่างตั้งใจ

“ผมรักคุณนะธัน”

และแค่คำนี้คำเดียว ก็ทำให้ธันวาพร้อมจะเข้าใจทุกอย่าง

ร่างโปร่งโผเข้ากอดไว้แน่น ใบหน้าซุกซบกับลาดไหล่ของธนู น้ำตาจางหายไปแล้ว ความขุ่นข้องในใจก็หายไปหมด ไม่มีอะไรที่ต้องกังวลแล้ว แค่คำว่า “รัก” ของธนูก็เพียงพอแล้ว

“ผมอาจจะเคยคบกับคนอื่น ไม่ว่าจะกี่ปีก็ตาม แต่หลังจากนี้ไป...”

ธนูเอ่ยเบาๆ พลางกอดตอบคนรัก ความอบอุ่นที่มีให้กันและกันตั้งแต่วันแรกที่คบกันจนถึงวันนี้ ไม่เคยแปรเปลี่ยน ทุกสิ่งที่ธนูตั้งใจทำให้ ไม่เคยเปลี่ยน

“ผมอยากมีคุณแค่คนเดียวไปตลอดชีวิต”

ริมฝีปากของธนูแนบลงบนหลังมือและปลายนิ้วของธันวา จูบด้วยความรักทีละนิ้วและสอดประสานฝ่ามือกุมกันไว้ ดวงตาสองคู่สบกันใต้แสงไฟจากหลอดนีออนกลางเพดาน ในห้องนั่งเล่น

ธันวาคลี่ยิ้ม ก่อนจะโน้มตัวไปจูบเบาๆ ที่หน้าผากของธนู และพูดในสิ่งที่ไม่เคยได้พูด จนคนฟังยิ้มแก้มปริ

“ธันก็รักธนูนะ”

***

ธันวานั่งเอนหลังพิงกับอกของคนรักที่กำลังโอบกอดไว้ พลางดูรูปถ่ายในอัลบั้มที่ธนูคอยพลิกเปิดทีละหน้า เป็นรูปตั้งแต่สมัยที่ครอบครัวทวีเทพธาดายังอยู่กันพร้อมหน้า รูปแฝดตอนเด็กๆ ซนทั้งคู่ แถมยังชอบตีกันเองด้วย เป็นพี่น้องที่สมเป็นพี่น้องกันดีจริงๆ แต่พอแยกกันอยู่ ก็เหลือแค่รูปเดี่ยวของแต่ละคน ที่ถ่ายคนละสถานที่ ซึ่งธนูขอจากคันศรมารวมไว้ รูปตอนเด็กๆ ถ้าดูเผินๆ จะคิดว่าเด็กที่ร่าเริงสดใส ยิ้มตลอดเวลาคือธนู ส่วนคนที่หน้าบึ้ง หน้างอ คือคันศร แต่ไม่ใช่เลย...

“นี่รูปตอนสมัยอยู่ค่ายมวย ผมเคยขึ้นชกออกทีวีด้วยนะ ชนะน็อค” เขาโชว์รูปที่สวมเข็มขัดสีทอง มีกรรมการจับแขนชูขึ้น “พี่เนมเป็นโค้ชให้ ช่วงนั้นเริ่มสนิทกันแล้ว”

“พี่เขาเก่งมากเลยสิ สอนธนูจนเก่งได้ขนาดนั้น” ธันวาลูบปลายนิ้วกับรูปถ่ายใบนั้น ใบหน้าของธนูตอนนั้นดูอมทุกข์แปลกๆ ทั้งที่ชนะ ตอนนั้นธนูเป็นเด็กหนุ่มผมเกรียน แถมยังตาขวางเหมือนชอบหาเรื่องตลอดเวลา

“เก่งโครตเลยล่ะ ตอนนี้ก็เป็นโค้ชที่อังกฤษ เด็กที่เขาสอนคืออนาคตไกลทั้งนั้น” ธนูยิ้มบางๆ พลางวางคางเกยบนหัวของธันวา

“แต่ผมไม่ได้ชอบต่อยมวย และพี่เนมก็รู้ เขาถึงได้ทิ้งผมไปอยู่อังกฤษไง เขาบอกว่าอยากให้ผมทำตามความฝันของตัวเอง”

“ตอนคบกัน...แบบแฟน เป็นยังไงเหรอ” เพราะธนูบอกว่า ถ้าอยากรู้อะไรให้ถามได้เลย ธันวาก็เลยลองถามดู

“ก็เหมือนทั่วไปแหละ จับมือ กอดกัน จูบกัน...” ธนูพลิกหน้าต่อไป ก่อนจะก้มมองคนที่เงียบไป

“ถ้าพูดถึงเรื่องเซ็กส์ มันก็ต้องมีอยู่แล้ว”

ธันวาลมหายใจสะดุดเล็กน้อย

“แต่ผมก็ยังเด็กมาก ยังไม่ถึง 18 เลย ฮ่าๆ พี่เนมแก่กว่าตั้ง 5 ปี เขามีประสบการณ์ ก็สอนผมหลายๆ อย่าง” ธนูหัวเราะเบาๆ กอดธันวาไว้แล้วหอมแก้มฟอดใหญ่

“หลังจากเลิกกับเขา ผมก็คบๆ เลิกๆ มาเรื่อยๆ บางคนผมไม่เคยทำอะไรเลยสักครั้ง อย่างมากก็แค่จูบ เพราะคิดว่ามันยังไม่ใช่”

ธันวาก้มหน้างุด นี่ขนาดไม่ได้มีประสบการณ์โชกโชนขนาดพวกคันศร ยังขนาดนี้ ถ้าเป็นเหมือนน้องแฝด มีหวังธันวาคงไม่ได้ลุกจากเตียงแหงๆ ตั้งแต่รู้จักคันศรมา เห็นเพื่อนได้กับผู้หญิงมาเป็นสิบๆ คนแล้ว

“แล้วธัน...” เสียงนั้นแผ่วเบา จนธนูต้องก้มลงไปฟังใกล้ๆ เห็นแก้มแดงระเรื่อแสนน่ารักนั้นก็อยากหอมขึ้นมาอีก

“ธันพอจะสู้พี่เขาได้มั้ย”

ธนูเลิกคิ้ว ยังไม่ค่อยเข้าใจคำถามเท่าไหร่ ถ้าหมายถึงจะต่อยกับพี่เนม คิดว่าแค่หมัดเดียว ธันวาคงหลับยาว แต่ถ้าพูดถึงเรื่องอื่น...

“ไม่ต้องสู้หรอก” ธนูคลี่ยิ้ม แต่ธันวาขมวดคิ้ว หน้ามุ่ย

“ทำไมอ่ะ”

“เพราะยังไง สำหรับผม...” เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น พลางซุกหน้าลงบนไหล่ของธันวา พร้อมกับตอบคำถามนั้นอย่างชัดเจน

“คุณชนะเสมอ”

คนฟังคล้ายจะหุบยิ้มไม่ลง กอดแขนที่โอบรอบเอวกลับ พลางเงยหน้าขึ้น รับจูบหวานๆ จากร่างสูง ไม่ใช่จูบที่เร่งเร้า แต่อ่อนโยนพาให้หัวใจสั่นไหว เนิ่นนานกว่าจะผละจาก ก่อนที่ธันวาจะต้องขมวดคิ้วหนักกว่าเก่า กับคำถามที่ไม่น่าจะเข้ากับบรรยากาศเท่าไหร่ของคุณชายหน้าตายที่อยู่กับธันวาทีไร เอาแต่ยิ้มตลอด

“แล้วตกลงปิดเทอมนี้ ไปขั้วโลกเหนือกับผมหรือเปล่าครับ” 

***
 :pig4: ขอบคุณผู้อุปการะคุณ ที่คอยมาเม้นต์กันตลอด เรื่องนี้มันช่างเรื่อยเปื่อยจริงๆ
น่าจะใกล้จบแล้วล่ะ เหลือแค่คู่น้องแบบเต็มๆ สักรอบ น่าจะลงตัวละ
รอทริปขั้วโลกเหนือของเฮียนูแกก่อนนะ 55

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด