○ หลงรักเร่ ○ บทที่ 10 ○ 12/10/2020
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ○ หลงรักเร่ ○ บทที่ 10 ○ 12/10/2020  (อ่าน 1894 ครั้ง)

ออฟไลน์ piakunaa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
Re: ○ หลงรักเร่ ○ บทที่ 8 ○ 28/9/2020
«ตอบ #30 เมื่อ28-09-2020 13:41:58 »

ปัณณ์!!!!! โกรธอ่ะ

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
Re: ○ หลงรักเร่ ○ บทที่ 8 ○ 28/9/2020
«ตอบ #31 เมื่อ28-09-2020 14:31:23 »

 :oo1:

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1357
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
Re: ○ หลงรักเร่ ○ บทที่ 8 ○ 28/9/2020
«ตอบ #32 เมื่อ28-09-2020 19:45:22 »

ยังๆยังไม่เสร็จถึงขึ้นที่จะเป็นของเขาแบบสมบูรณ์ หึหึ อิอิ //ถึงวันนั้นปัณก็รับผลไปตามการตัดสินใจและการกระทำของตัวเองแล้วกัน ณ วันนี้ถ้าเมื่อถึงวันนั้น นี่ว่าเทใจความสงสารให้กับอาจารย์มากกว่า ดูท่าอาจารย์จะคาดหวังและเปิดใจขึ้นมาก มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหลุดกรอบของตัวเองเพื่อใครสักคน ถ้าอาจารย์รู้ว่าชีวิตเป็นแบบนี้คิดว่าอาจารย์จะไม่ช่วยหรอ ยิ่งเกิดกับคนที่เหมือนจะมีใจก็ยิ่งยินดีหรือเปล่าถ้าเขาขอความช่วยเหลือ แต่นี่คือไม่ไง อาจารย์ไม่รู้เมื่อคิดว่าคนนี้จะใช่แล้วแต่ดันมารู้เรื่องที่ซ่อนอยู่ในเรื่องที่ตนเกลียดเกิดกับคนที่ชอบ มันคงเหมือนถูกขังแล้วจับถ่วงน้ำ อ่า.... ความรู้สึกตอนนั้นและหลังจากนั้น........ ไม่ง่าย เรื่องราวจะจบลงหรือจะไปแนวไหนนี่เดาไม่ถูกเลย แต่ขอบอกว่าลุ้นมาก 55555 ไม่แน่พอถึงตอนนั้นจริงๆอาจจะสงสารปัณมากกว่า แต่ที่น่าสงสารไม่สร่างคือช้องนาง อะจ๊ะ สนุกกกกกก ชอบ ขอบคุณนะคะที่มาต่อ รอตอนหน้าเลย  :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ ลูกกุญแจ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 383
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-2
Re: ○ หลงรักเร่ ○ บทที่ 8 ○ 28/9/2020
«ตอบ #33 เมื่อ29-09-2020 00:02:49 »

ชอบมาก นี่แหละชีวิต ไม่ขาวไม่ดำ
มันจะออกเทาๆหน่อย

ออฟไลน์ Tulah

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 25
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
Re: ○ หลงรักเร่ ○ บทที่ 9 ○ 4/10/2020
«ตอบ #34 เมื่อ04-10-2020 08:14:35 »

บทที่ 9



เมื่อใกล้ถึงสัปดาห์ที่จะสอบปลายภาค นักเรียนหลายคนก็เริ่มย้ายข้าวของมาประจำที่ห้องสมุด ไม่เว้นแม้กระทั่งห้องสมุดคณะที่ไม่ค่อยมีใครใช้งาน เด็กหนุ่มพยายามจะหาที่ว่าง แต่ดูเหมือนทุกโต๊ะจะถูกจองเต็มแล้ว

เขาเดินออกจากอาคารมาโดยไร้จุดหมาย ยังเหลือเวลาอีกสองชั่วโมงก่อนจะต้องไปทำงานที่ร้านกาแฟ เด็กหนุ่มไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองควรจะไปที่ไหนที่พอจะมีมุมสงบเพื่ออ่านหนังสือ

ช่วงเวลาที่อยู่ในคอนโดของคุณกุนต์ไม่ช่วยให้ใจของปัณณ์สงบได้ เด็กหนุ่มไพล่คิดไปถึงหนังสือที่ซุกซ่อนจดหมายเชิญสัมมนาของอาจารย์กฤษณ์ มันยังอยู่บนโต๊ะเช่นเดิม และยังทำหน้าที่เป็นพยานในบทรักของคุณกุนต์ทั้งตอนกลางคืนและตอนเช้า

แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้รุกล้ำเข้ามา หากปัณณ์ทราบดี.. อะไรที่บอกว่าจะให้เขาแล้ว อย่างไรก็ต้องให้เขาอยู่วันยันค่ำ

ความไม่ซื่อของตัวเองทำให้ปัณณ์รู้สึกอัดอั้นมาตลอดตั้งแต่คืนนั้น สามวันที่ผ่านราวกับมีมือล่องหนกำลังบีบหัวใจอยู่ เขาหายใจไม่ทั่วท้อง ชัดแจ้งแก่ใจว่าความรู้สึกทั้งหมดที่เขามีต่ออาจารย์กฤษณ์ ไม่เพียงแต่ผิดศีลธรรมจรรยา แต่เขายังผิดต่อผู้มีพระคุณที่เจียดเงินมาให้ข้าวให้น้ำ

ปัณณ์ไม่แน่ใจนักว่าอาจารย์กฤษณ์รู้สึกกับเขาอย่างไร บางทีเขาอาจแค่รู้สึกตื่นเต้น หลงใหลชั่วครู่ชั่วคราว หรือบางที..เขาอาจรักจริง

และหากมันเป็นข้อนั้น ก็เท่ากับว่าปัณพัทธกำลังทรยศหักหลังผู้ชายอีกคนไปพร้อมกัน ทอดกายให้คนหนึ่ง แต่ทอดใจให้อีกคนหนึ่ง

สองขาพาปัณณ์มาหยุดที่สวนสาธารณะติดกับรั้วมหาวิทยาลัย ช่วงพักเที่ยงอย่างนี้แทบไม่ค่อยมีคน เด็กหนุ่มนั่งลงใกล้โคนต้นไม้ ร่มเงาของพญาสัตบรรณช่วยบังแดดได้ดีระดับหนึ่ง แม้ว่าปัณณ์จะไม่ชอบกลิ่นของมันนัก

ปัณพัทธเอนหลังลงพิงกับต้นไม้ใหญ่ เสียงเปลือกไม้ขูดเสื้อนักศึกษาพอให้ได้ยินเสียงแกรกกราก สระน้ำกว้างใหญ่เบื้องหน้านิ่งสงบ กังหันน้ำที่ติดตั้งไว้อย่างดีบริเวณริมขอบยังไม่ทำงาน

ชีทเรียนปึกหนึ่งถูกหยิบออกมาจากกระเป๋า มันมีส่วนที่ขีดด้วยไฮไลต์แล้วราวสิบหน้า เด็กหนุ่มเพ่งสมาธิไปที่ตัวอักษร แต่สุดท้ายแล้วก็ค้นพบ..ไม่ว่าจะส่วนที่อ่านไปแล้วหรือยังไม่อ่านก็ไม่เขาหัวปัณณ์ทั้งนั้น

ปัณพัทธควรจะทราบอยู่แล้วตั้งแต่ต้นว่าหากใจไม่สงบ ต่อให้ไปอ่านหนังสือในวัดก็ไม่สงบ เด็กหนุ่มเลิกฝืน เขายัดเอกสารชุดนั้นกลับลงไปในกระเป๋าก่อนจะหลับตาลง เสียงทุ้มลึกของอาจารย์กฤษณ์ยังรบกวนเขาอยู่จนปัจจุบัน

‘อีกสามวันผมจะขอรับคำตอบจากคุณ’

ชั่วขณะหนึ่ง ปัณณ์คิดว่าหากเขาไร้ความรู้สึกไปเลยคงดีกว่า จะได้ไม่ต้องมานั่งคิดเรื่องทุเรศอย่างนี้ ดวงตากลมโศกมองฝ่ามือทั้งคู่ของตัวเอง แผลเล็ก ๆ จากหนามกุหลาบหายไปสิ้น หากความรู้สึกที่กฤษณ์ทิ้งไว้ยังไม่เคยเลือน

คงเพราะไม่เคยมีใครดูแล แค่เศษน้ำใจของเขาถึงดูยิ่งใหญ่นัก

เด็กหนุ่มชันขาขึ้นเเล้วนั่งกอดเข่า เขามีโอกาสกลับมาพบคนที่เฝ้ารอ แต่อีกฝ่ายกลับอยู่ในสถานะที่ปัณณ์ไม่อาจเอื้อม มีเสียงเดินเท้าดังมาจากด้านหลัง ปัณณ์หันไปมอง เป็นคุณลงขายล็อตเตอรี่ เขาไม่ได้กางแผงพับที่เเขวนไว้ คงเข้ามานั่งพักเหมือนกัน

“เอารางวัลมั้ยหนุ่ม” ชายแก่ถาม เขาก้าวเข้ามาใกล้ แต่ปัณณ์ส่ายหน้า

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ” ปัณณ์ปฏิเสธไวกว่าใจคิด ชายชราพยักหน้า เขาคงไปต่อ แต่ปัณณ์กลับรั้งไว้เมื่อสังเกตเห็นว่าตาข้างหนึ่งของอีกฝ่ายขึ้นฝ้าขาว คงมองแทบไม่เห็น

“ลุง.. เอาใบนึงก็ได้ครับ”

ชายขายล็อตเตอรี่เดินเข้ามาใกล้ เขาย่อตัวลงนั่งข้าง ๆ เปิดเเผงที่เรียงตัวเลขให้ปัณณ์เลือก ด้านบนเป็นปึกใหญ่ ด้านล่างขายเป็นใบ ติดป้ายบอกว่าใบละหนึ่งร้อยบาท ปัณณ์ไม่รู้ว่าจะเลือกเลขอะไรถึงให้คนขายแนะนำ

“ใบนี้ไม่ออกหรอก” มือหยาบชี้ไปที่มุมซ้าย แกเฉลยเมื่อเห็นเด็กหนุ่มขมวดคิ้ว “เลขนี้มันออกไปเมื่องวดที่แล้ว”

“บอกแบบนี้ก็ขาดทุนแย่สิลุง” ปัณณ์หัวเราะเบา ๆ เพราะอย่างนี้เหรือเปล่าสลากถึงเหลือเต็มแผง

“ไม่อยากหลอกใคร มันรู้สึกผิด” คุณลุงหัวเราะ ฟันในปากเริ่มร่อยหรอ เขาชี้เพิ่มว่าเลขไหนน่าจะออก

“ใคร ๆ ก็โกหกกันทั้งนั้นแหละ” ปัณณ์ถอนหายใจ บางทีโลกใบนี้อาจขับเคลื่อนไปด้วยการหลอกลวงก็เป็นได้

“การโกหกนี่มันเป็นหนทางแห่งความเสื่อมนะ” ปัณณ์เหลือบมองชายแก่ แกพูดเหมือนกำลังอ่านหนังสือศาสนา มือเหี่ยวย่นหยิบขวดน้ำเปล่าจากย่ามสีมอขึ้นมากระดกดื่ม

“ถ้าโกหกจนเคยชิน เราเองนี่แหละที่จะไม่รู้สึกรู้สา.. ไม่ละอาย จิตวิญญาณเรานี่แหละจะเสื่อมลงทุกวัน”

“ลุงนี่ไม่เคยโกหกเลยหรือไง” เห็นเขาว่าอย่างนั้นปัณณ์เลยหันไปถาม

“ใครบอกว่าตัวเองไม่เคยโกหก ไอ้นั่นแหละขี้โกหกที่สุด” ลุงหัวเราะร่วน ชีวิตร่วมเจ็ดสิบปี เขาเจอมาเกือบทุกรูปแบบ

ดวงตาที่เหลือเพียงข้างเดียวของชายแก่ทอดมองปัณพัทธ สายตาของเด็กหนุ่มหมองเศร้า ความทุกข์ฉายชัดราวสัตว์เล็กที่ต้องแร้วของนายพราน

เจ็ดสิบฝน เจ็ดสิบหนาวที่ผ่านมาทำให้เขามองคนชัด.. แม้จะไม่รู้แน่นักว่าเด็กนี่เจอกับอะไรมา แต่ให้เดา วัยนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องความรัก

“หลอกใครก็หลอกได้ อย่าหลอกใจตัวเองก็แล้วกัน” ชายชราสำทับก่อนเก็บขวดน้ำ สุดท้ายก็พับแผงล็อตเตอรี่เก็บไปโดยไม่ให้ปัณณ์เลือก

“อ้าว ยังไม่ได้ซื้อเลยลุง” เด็กหนุ่มท้วง หากชายชรากลับลุกขึ้นยืน

“ไม่ขายให้เอ็งหรอก เดี๋ยวเอาไปบอกตำรวจว่าลุงขายเกินราคา” แกหัวเราะอีกหนก่อนจะเดินจากไป ปัณพัทธส่ายศีรษะ คิดว่าลุงคงแค่อยากนั่งหลบร่มเพื่อดื่มน้ำเท่านั้นเอง

นาฬิกาข้อมือบอกเวลาบ่ายโมงครึ่ง ปัณณ์ลุกขึ้นเมื่อเห็นควรแก่เวลา ถ้อยคำของอาจารย์กฤษณ์ยังดังอยู่ในหัวสมอง นี่ก็ครบกำหนดแล้ว เขาคงมาเอาคำตอบเร็ว ๆ นี้

แต่ละย่างก้าวของปัณณ์เหมือนถูกถ่วงไว้ด้วยหิน ปัณณ์รู้สึกว่าในอกคับแน่น เขาอยากไประยองในวันเสาร์นี้ ไม่ใช่เพราะไม่เคยไปทะเล แต่เป็นเพราะคนที่ไปด้วย

ต่อให้อาจารย์กฤษณ์จะพาไปลงนรก ปัณณ์ก็คงไม่คิดปฏิเสธ

บรรยากาศวุ่นวายในร้านกาแฟช่วยให้ปัณณ์ลืมเรื่องที่ใคร่ครวญอยู่ไปได้ชั่วคราว วันนี้พนักงานน้อย เขาต้องทำทั้งรับออเดอร์และชงกาแฟไปพร้อมกัน

“คุกกี้แอนด์ครีมได้แล้วครับ” เด็กหนุ่มวางแก้วพลาสติกตรงหน้าบาร์ พนักงานที่เหลืออีกคนวุ่นวายกับการล้างโถปั่นและแก้วเซรามิค ปัณณ์เหลือบมองนาฬิกา ทุ่มกว่าแล้วแต่ยังไร้เงาคนที่คอย

หรือไม่...อาจารย์กฤษณ์อาจเปลี่ยนใจ

ปัณณ์ก้มลง จัดเค้กที่เหลือไม่มากในตู้แช่ให้ดูน่ารับประทาน แม้จะเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงจะปิดร้านก็ตาม

“ลาเต้ร้อนดื่มที่นี่ครับ” เสียงเหนือศีรษะทำให้ปัณณ์ต้องลุกขึ้น ความอึดอัดในอกราวกับถูกถ่วงน้ำหนักเพิ่มเมื่อใบหน้าสลักเสลาของอาจารย์กฤษณ์ปรากฏให้ครรลองสายตา

“หกสิบห้าบาทครับ” ปัณณ์ไม่สบตาเขา ในสมองใคร่ครวญถึงคำตอบที่จะให้

“ผมรอที่โต๊ะเดิมแล้วกัน” ปัณณ์ทอนเงินให้เขา บอกให้เขาคอยสักครู่ก่อนจะหันหลังไปชงกาแฟ คราวนี้ปัณณ์ทำลาเต้อาร์ตรูปทิวลิป เพราะยังไม่เก่ง ถึงทำได้เพียงแค่สามชั้น

เด็กหนุ่มวางแก้วเซรามิคสีน้ำเงินเอาไว้บนถาดพลาสติก ข้างกันมีกระดาษทิชชู่ เด็กหนุ่มยกถาดไปหาเขา วันนี้อาจารย์กฤษณ์ไม่ได้หยิบแล็ปท็อปออกมากางเพื่อทำงาน เขาเพียงแต่นั่งเฉย ๆ เท่านั้น

“ลาเต้ร้อนนะครับ” ปัณณ์เก็บถาด ไม่สบตาเขาเพราะความรู้สึกผิดยังถมถ่วงอยู่ในอก

“วันเสาร์นี้คุณมาทำงานหรือเปล่า” อาจารย์กฤษณ์ตีหน้าเรียบเฉย ปัณณ์ทราบดี.. เขาตั้งใจมาฟังคำตอบ

เด็กหนุ่มรู้สึกราวกำลังยืนอยู่บนหน้าผา ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร สุดท้ายแล้วก็คงเป็นตัวเขาเองที่จะต้องตกลงไป

ปัณณ์ไม่ทราบ.. เมื่อวันนั้นมาถึง เขาคงเจ็บและตายในที่สุด

หากเขาตัดสินใจไม่ไป ความสัมพันธ์ของเขากับอาจารย์หนุ่มอาจจจบสิ้นลงในพริบตา คำอธิษฐานบนหอพระคงไร้ความหมาย เมื่อได้พบกันแล้ว แต่ปัณณ์ไม่คว้าโอกาสไว้เอง

ในขณะเดียวกันหากเขาตัดสินใจไป.. นั่นหมายความว่าเขากำลังยืนยันจะทรยศคุณกุนต์

คุณกุนต์จะได้เพียงกาย หากดวงใจเขาหยิบยื่นให้ใครอีกคนไปก่อนหน้า

ให้..ตั้งแต่วันที่เขายังเป็นเด็กเร่ขายดอกไม้

ให้..โดยที่ไม่รู้ตัว

‘หลอกใครก็หลอกได้ อย่าหลอกใจตัวเองก็แล้วกัน’


“ผมคงจะไปต่างจังหวัดครับ” ปัณณ์เม้มปาก รู้สึกเหมือนก้าวตกหน้าผาชันไปแล้วในวินาทีที่คำตอบหลุดจากปาก เขากำลังหักหลังผู้ชายสองคนพร้อมกันเพื่อความสุขฉาบฉวยของตน

“ที่ไหนหรือ” แววตาของกฤษณ์ทำให้ปัณณ์รู้สึกเหมือนกำลังถูกเปลื้องผ้า เขารู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังถาม

“ระยองครับ”

“ขอให้มันเป็นทริปที่คุณมีความสุข” กฤษณ์ยกกาแฟขึ้นจิบ คราวนี้มันไม่ได้เป็นรูปหัวใจอย่างสัปดาห์ก่อน

“ขอบคุณครับ” ปัณพัทธหันหลังให้ชายหนุ่ม รู้สึกโล่งอกที่ได้ทำตามความต้องการของตัวเอง

เด็กหนุ่มรู้แจ้งในนาทีนั้น...เขามันร่านราคะ เลวทราม และเลี้ยงไม่เชื่อง





เมื่อกาแฟร้อนหมด อาจารย์กฤษณ์ก็ออกจากร้านไป อันที่จริงอีกฝ่ายตั้งใจจะไปรับปัณณ์ที่บ้านช่วงค่ำวันศุกร์ แต่ปัณณ์กลับเสนอว่าจะคอยเขาที่มหาวิทยาลัย

เด็กหนุ่มนึกสะอิดสะเอียนตัวเองเต็มที เพราะรู้สึกผิดอยู่เต็มอก ถึงไม่กล้าแม้จะกลับไปเหยียบที่ห้องของคุณกุนต์ เขาลงจากรถไฟฟ้า แม้ว่าอีกสองสถานีเท่านั้นก็จะถึงคอนโดก็ตาม

สองทุ่มครึ่ง ห้างสรรพสินค้าขนาfหญ่กลางเมืองยังไม่ปิดทำการ ปัณณ์เดินไปเรื่อย กว่าจะรู้ตัวก็มาถึงโซนของเล่น มีของเล่นหลายชิ้นที่ตอนเด็กปัณณ์ได้แต่มอง จนถึงตอนนี้พอมีสตางค์นิดหน่อยก็ยังตัดใจซื้อไม่ลง ราคาของพวกมันสูงเอาเรื่อง

เด็กหนุ่มนึกไม่ออกว่าควรจะทำอะไร ถึงนั่งลงที่โต๊ะสำหรับเด็ก ด้านในเป็นหลุมใส่เลโก้ชิ้นใหญ่ ด้านนอกเป็นพื้นที่ทำไว้สำหรับเสียบตัวต่อ

เขาต่อมันจนขึ้นรูปร่างเป็นบ้านสองชั้นหลังเล็ก หยิบเอาตัวต่อรูปต้นไม้ขึ้นมาปักรอบ ๆ มือเรียวหยิบตุ๊กตาคนขึ้นมาตั้งไว้หน้าบ้าน มีคนเดียวมันดูอ้างว้างเกินไป เด็กหนุ่มคุ้ยหาตุ๊กตารูปคนในหมู่เลโก้ ไม่นานนักก็พบสิ่งที่ต้องการ

ไม่ใช่เพียงหนึ่ง..แต่มีถึงสอง

ปัณณ์วางตุ๊กตาลงในรางเล็กใกล้กับพื้นที่สำหรับเสียบตัวต่อ เขาตัดสินใจดึงตุ๊กตาที่เสียบไว้แล้วออกด้วย ไม่นานนักบ้านหลังงามก็กลับไปเป็นตัวต่อชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่มีเค้าโครงว่ามันเคยประกอบกันมาก่อน

เขาเห็นชัดเจนแล้ว ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม ทำลาย..ง่ายกว่าสร้างเสมอ

เด็กหนุ่มลุกขึ้น เดินต่อไปจนกระทั่งถึงโซนเด็กอ่อนที่อยู่ติดกัน มีทั้งเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ที่ผลิตมาจากวัสดุชั้นดี ปัณณ์รู้ดีว่าไม่ควร แต่ก็อดนึกอิจฉาเด็ก ๆ ที่เกิดมาจากความตั้งใจของพ่อแม่ไม่ได้

เขาไพล่นึกไปถึงมารดา ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง

หากมีโอกาสขอพรได้สักข้อปัณณ์จะไม่ขอให้เกิดมาร่ำรวยก็ได้ แต่ขอให้แม่กอดเขาด้วยความรัก ไม่ปฏิเสธและผลักไสการมีตัวคนของเขา เท่านั้นก็คงเกินพอ

ปัณณ์เดินต่อไป แผนกเด็กอ่อนเงียบพอดู มีคนเดินอยู่แค่สองสามคนเท่านั้น ปัณณ์ตั้งใจว่าจะเดินออก หากหญิงในชุดคลุมท้องเบื้องหน้ากลับลื่นไถลลงไปที่พื้น มือของหล่อนค้ำไว้ที่ชั้นวางของ ตุ๊กตาสัตว์ตัวน้อยร่วงกราวลงมาบนพื้น

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณ” เด็กหนุ่มไม่รีรอ ทั้งซ้ายและขวาแทบไม่มีใคร เขาประคองหญิงสาวขึ้น ดองหน้าสวยงามซีดขาวจนไร้สีเลือด

“ขอบคุณค่ะ แค่หน้ามืดนั่งพักหน่อยน่าจะหาย” เธอกล่าวขอบคุณ แต่ปัณณ์ไม่กล้าปล่อยให้อีกฝ่ายเดินเอง อย่างน้อยก็ขอให้เขาได้พาเธอไปส่งถึงมือพนักงานห้าง เผื่อว่าพวกหล่อนจะช่วยอะไรได้

“ไปตรงนั้นดีกว่าครับ” นักศึกษาหนุ่มพยุงคนท้องไปส่งไว้ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ พนักงานสองคนดันเก้าอี้ออกมาให้เธอนั่ง หนึ่งในสองก้มลงหากล่องพยาบาล ปัณณ์ได้ยินว่ามียาดมอยู่เลา ๆ

“ขอบคุณมาก ๆ นะคะ ขออนุญาตรอสามีที่นี่แล้วกันค่ะ” เธอว่า พนักงานทั้งสองเสนอตัวว่าจะประกาศแจ้งสามีของเธอให้ หากหญิงสาวปฏิเสธ เขาไปเข้าห้องน้ำ อีกครู่เดียวคงกลับมา

โทรศัพท์ของเด็กหนุ่มสั่นครืดคราดในกระเป๋ากางเกง หน้าจอบอกชัดว่าเป็นสายของใคร ปัณณ์ไม่อยากรับแต่ก็ต้องกดรับ

“ปัณณ์อยู่ไหน”

“ยังครับ อยู่ที่ห้าง” ปัณณ์ว่า เขาเหลือบมองหญิงสาวที่เพิ่งพามานั่งพัก เธอสะสวยและอ่อนหวาน ปัณณ์แอบทาย ลูกของเธอที่จะเกิดมาคงหน้าตาดีไม่แพ้กัน

“ทานข้าวเย็นหรือยัง” น้ำเสียงของคุณกุนต์ยังอบอุ่นเหมือนเคย

“เรียบร้อยแล้วครับ” เด็กหนุ่มปด ต่อให้รู้สึกหิว เขาก็กินไม่ลง

“กลับได้แล้วล่ะ เดี๋ยวฉันจะแวะไปหา” คุณกุนต์ว่า ปัณณ์รับคำเขา เดินห่างออกมาเมื่อเห็นว่าหญิงที่เขาช่วยเหลือได้รับยาดมและน้ำดื่มแล้ว

กุนต์วางสายโทรศัพท์ เขามองเด็กหนุ่มที่เดินห่างออกจากช้องนางแล้วก็นึกโล่งใจ ในคราวแรกเขาตกใจที่เห็นว่าปัณพัทธกำลังประคองภรรยาของเขาไป โลกใบนี้มันกลมจนพิลึก

คนหนึ่งคือภรรยา อีกคนหนึ่งคือเด็กในอุปถัมภ์

จะอย่างไร สองคนนี้ก็ไม่ควรพบกัน

กุนต์จัดการแยกปัณณ์ออกจากภรรยา เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มคงไม่ย้อนกลับมาแล้วเขาจึงค่อยเดินต่อ วันนี้ทั้งคู่ตั้งใจว่าจะมาดูของใช้ให้ลูกหลังจากที่รับช้องนางกลับจากร้านอาหาร

“คุณช่อ.. จะไปโรงพยาบาลไหม” ดวงหน้าของช้องนางเผือดซีดจนกุนต์นึกหวั่น

“ไม่เป็นไรค่ะ ช่อคิดว่าคงแค่หิว” คนพูดลุกยืนขึ้น ในมือมีเปลือกโอ๊ตบาร์ที่มักจะพกไว้ในกระเป๋า เธอและสามีกล่าวขอบคุณพนักงานห้างทั้งสอง ก่อนจะเดินออกมา

“กินข้าวดีไหม” ชายหนุ่มเสนอ เขาไปไม่ทันมื้อเย็นกับภรรยา จึงไม่เห็นว่าเธอรับประทานอะไรบ้าง ส่วนช้องนางเองก็ให้เด็กที่ร้านเตรียมกับข้าวชุดเล็กเอาไว้ให้เขาชุดหนึ่งเพื่อเป็นมื้อค่ำ

“หนักไปค่ะ ขอไอศกรีมก็พอ” ดวงตาของหญิงสาววาวระยับ เพียงแค่คิดถึงของหวานก็พลันอารมณ์ดีขึ้นมา

“ทำหน้าแบบนี้ต้องมีสองถ้วยแน่” กุนต์หัวเราะ ที่บ้านเขามีไอศกรีมเจ้าดังเก็บอยู่เต็มช่องฟรีซ ช่วงแพ้ท้อง ช้องนางรับประทานอะไรไม่ได้มาก ทานได้แค่ไอศกรีมกับอาหารอีกไม่กี่อย่าง จนตอนนี้เลิกแพ้แล้วก็ยังไม่เลิก

กุนต์กวาดไอศกรีมจากตู้เเช่มากจนช้องนางทักว่าซื้อขนาดนี้แล้วก็ควรซื้อกิจการของเขาไปด้วยเลย ชายหนุ่มได้แต่หัวเราะ เขาเปิดฝาถ้วยเเล้วก็ส่งให้เธอกินในรถ

กุนต์ส่งภรรยาที่บ้าน ให้เเม่บ้านช่วยเอาของลงจากรถ แต่วันนี้เขาไม่ได้ส่งเธอเข้านอน ช้องนางไม่ได้ว่าอะไร เขาคิดว่าเธอคงชิน ไม่แน่..เธออาจมีความสุขที่เขาไม่ได้อยู่ให้เห็น

ชายหนุ่มมุ่งตรงไปยังคอนโดมิเนียมที่ซื้อเอาไว้ ปัณพัทธคงรออยู่ เกือบสี่ทุ่มแล้ว ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะหลับไปหรือยัง กุนต์เดินขึ้นห้อง เขาเปิดประตู เห็นว่าเด็กหนุ่มกำลังอ่านหนังสือ

“สวัสดีครับ” ปัณณ์ลุกขึ้นจากโต๊ะ เห็นเขาถือถุงพลาสติกใบใหญ่สกรีนลายฮาเกน-ดาซส์มาด้วย

“มานี่สิ” กุนต์เรียก เขาส่งถุงให้เด็ก พอเห็นปัณณ์เปิดดูเขาก็สำทับ

“ฉันไม่รู้ว่าเธอชอบรสอะไร” เขาซื้อมาหมด ช็อกโกแล็ต วนิลา ชาเขียว กาแฟ หรือแม้กระทั่งเชอร์เบทผลไม้

“ขอบคุณครับ แต่มันมากเกินไป” ปัณณ์หลุบตามองพื้น ความรู้สึกผิดบาปวิ่งขึ้นจุกที่ลำคอ ได้โปรด...อย่าดีกับปัณณ์ไปมากกว่านี้ เท่านี้เขาก็ไม่รู้จะชดใช้ให้คุณกุนต์อย่างไรเเล้ว

“เลือกมาสักกล่อง เผื่อฉันด้วย” กุนต์ทิ้งตัวลงบนโซฟา ปล่อยเด็กให้เอาไอศกรีมไปเก็บในตู้เย็น

เขาเพิ่งสังเกตว่าปัณพัทธเป็นคนสะอาดกว่าที่คิด ข้าวของทุกอย่างอยู่เป็นระเบียบในที่ของมัน ไม่ใช่การโกยทุกอย่างเข้าไปซุกในตู้เมื่อเขามาถึงอย่างที่เคยเจอ

กุนต์ลุกขึ้นเปิดดูตู้บิลด์อิน บางบานว่างเปล่า บางบานที่มีของอยู่ก็ถูกจัดเสียเรียบร้อยไม่มีกระทั่งฝุ่นเกาะ ชายหนุ่มไล่ไปเรื่อยจนหยุดที่โต๊ะหนังสือ ตรงนี้คงเป็นพื้นที่ที่ปัณพัทธใช้งานบ่อยที่สุด

หนังสือทุกเล่มถูกเรียงตามความสูงบนชั้น กุนต์หยิบหนังสือเล่มใหญ่ขึ้นมา ชื่อแขนงทำให้นึกถึงพี่ชายที่เป็นอาจารย์ขึ้นมา

พี่ชายของเขาเรียนเศรษฐศาสตร์ จบมาด้วยเกียรตินิยมเหรียญทองจากมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ ในปีเดียวกัน กุนต์ก็พบว่าเขาสอบเอ็นทรานซ์ไม่ติด มารดาถึงคะยั้นคะยอให้ไปเรียนบริหารธุรกิจต่อในมหาวิทยาลัยเอกชน

กุนต์อดคิดไม่ได้ว่าพี่ชายเป็นดั่งพระอาทิตย์ กฤษณ์ส่องเเสงสว่างโชติช่วง ในขณะที่เขาอาจเป็นเพียงดวงจันทร์ มีตัวตนได้จากเเสงของดวงอาทิตย์เท่านั้น

เพราะทุกคนชื่นชมกฤษณ์ เขาถึงพยายามวัดรอยเท้ามาแต่ไหนแต่ไร

..จากพี่ชายจึงกลายมาเป็นคู่แข่งโดยไม่รู้ตัว..

กุนต์มองหน้าปกหนังสือ พลิกอ่านด้านหลังแล้วก็นึกสงสัย ไม่ยักทราบว่าปัณณ์จะต้องเรียนลึกถึงขนาดนี้ เขาหมายจะเปิดมันดู หากเสียงจากปัณพัทธกลับขัดขึ้นจนเสียจังหวะ

“คุณกุนต์ครับ..” เด็กหนุ่มใจสั่น หนังสือของอาจารย์กฤษณ์อยู่ในมือของคุณกุนต์ ในอกร้อนรุ่ม ปัณณ์เพิ่งเข้าใจว่าชนักติดหลังมันหนักอย่างไรก็วันนี้

“ผมจะขอไประยองกับเพื่อนในวันเสาร์นี้” ถ้วยกระดาษบรรจุไอศกรีมทั้งสองใบในมือปัณณ์เย็นเฉียบ แต่คงไม่เท่าเลือดในกาย

“เอาสิ” กุนต์พยักหน้า มองว่าวัยรุ่นควรจะได้ท่องเที่ยว เขาเสียบหนังสือเล่มใหญ่กลับลงไปที่เดิม ปัณพัทธโล่งอกที่เขาไม่เปิดมันจนพบว่าเขาไม่ได้จะไประยองกับ ‘เพื่อน’ จริง ๆ

“ข้ามไปเกาะหรือเปล่า” กุนต์นั่งลงบนโซฟา รับไอศกรีมถ้วยมาจากเด็ก

“คิดว่าไม่ครับ” ปัณณ์นึกถึงกำหนดการในจดหมาย งานสัมมนาเริ่มลงทะเบียนตั้งแต่แปดโมงเช้า กว่าจะเสร็จก็สี่โมงเย็น คงข้ามไปเกาะไม่ทัน

“ถ้ามีเวลาข้ามไปเกาะก็ดี” กุนต์แนะนำ เขาเที่ยวมาหมดแล้ว บอกได้ด้วยซ้ำว่ากับข้าวร้านไหนดีร้านไหนห่วย

“ขอบคุณครับ” ปัณณ์กระพุ่มมือไหว้ ความรู้สึกผิดท่วมใจราวทรายร้อน เด็กหนุ่มหายใจไม่ออก คล้ายมีมือล่องหนกลับมาบีบหัวใจของเขาอีกครั้ง

“จะไปเที่ยวก็ขอแค่อย่างเดียว” กุนต์หันมองเด็ก ปัณณ์พัทธไม่สบตาเขา มือใหญ่จึงถือวิสาสะเชยคางเด็กหนุ่มขึ้น “ดูแลตัวเองให้ดี.. อย่ามีใคร”

ปัณพัทธตัวชาวาบ คำขอของเขาไม่ต่างจากเครื่องมือทรมานนักโทษ คำพูดนั้นคล้ายจะผิวเผิน หากมันชัดเจน… คุณกุนต์กำลังขอให้ปัณณ์ซื่อสัตย์

เด็กหนุ่มวางถ้วยไอศกรีมลง แล้วค่อยขยับเข้าหาเขา ริมฝีปากหยักแนบลงบนริมฝีปากของคนแก่วัยกว่า ปัณณ์ขบกัดเเละดูดดึงตามที่คุณกุนต์เคยสอน วงหน้านวลถอนออกเมื่อเขารั้งปัณณ์ขึ้นตัก ความรู้สึกผิดเเละคำบริภาษตนเองดังก้องอยู่ในมโนสำนึก

“ทำให้ผมเป็นของคุณ”

..หากยินยอมให้เขา ความรู้สึกผิดบาปและเป็นทุกข์ อาจบรรเทาลงบ้าง..

ออฟไลน์ piakunaa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
Re: ○ หลงรักเร่ ○ บทที่ 9 ○ 4/10/2020
«ตอบ #35 เมื่อ04-10-2020 12:10:56 »

ก็เข้าใจแหละว่าศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้​ แต่.......... โอ้ยเนาะสูๆๆๆๆ​ เป็นสูนๆๆๆๆๆๆๆๆๆ​ คุณกุนต์ก็เห็นแก่ตัว​ ปัณณ์ก็เลือกที่จะขายศักดิ์ศรี​ อาจารย์​กฤษณ์ก็พร้อมที่จะผิดจรรยาบรรณ​วิชาชีพ​ครู​ สรุปคนที่น่าสงสารที่สุดคือคุณช้องนางกับลูกในท้อง

เป็น​กำลัง​ใจ​ให้​นักเขียน​นะคะ​สู้​ๆ​นะคะ​นักเขียน​ (มาต่อ​เร็ว​ๆ​น้า​ 555)

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1357
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
Re: ○ หลงรักเร่ ○ บทที่ 9 ○ 4/10/2020
«ตอบ #36 เมื่อ04-10-2020 13:56:01 »

อาร๊ายยยความผิดบาปในใจมันจะเบาบางลงหรือจะเพิ่มความอึดอัดมากขึ้นยามเมื่อยู่ต่อหน้าคนที่เรารักมีใจให้ละหึปัณ อย่างที่บอกว่า “หลอกใครก็หลอกได้ อย่าหลอกใจตัวเองก็แล้วกัน” กับปัณที่คิดว่าอะไรมันฝืนใจเกินไป ไม่น่าจะทำได้? อย่างเช่นเป็นของกุนต์มันดูฝืนเกินไป อย่างอื่นก็พอทนนะ แต่เป็นของเขานี่?? หรือเราประเมินปัณสูงไปว่ะ จะเสร็จอยู่รอมร่อละ 555 คือรู้สึกว่ามันทะแม่งๆเฉยๆ 55555 กับพี่ชายอาจารย์กฤษก็ไม่ได้คิดอยากแข่งอะไรกับน้องเลยนะ ไม่เคยคิดเลย ทำไปตามวิถีทางของตัวเอง แต่มันดันออกมาดี มีแต่กุนต์เองที่อยากจะแข่งความแพ้ชนะกับพี่ตรรกะ loser ที่แท้ และก็คือเพิ่งเจอกับเมียหลวง เด็กเก็บอย่างปัณก็ยังไม่รู้ต่อไป กุนต์ก็ลอยตัว มีพันธะแต่ว่าก็.... ตรรกะเห็นแก่ตัว แต่ก็เอาเถอะ ใครทำอะไรไว้ ผลจะออกมายังไง นี่รอแค่จะไประยองแทบจะไม่ไหวแล้วค่าาา ใช้เวลาให้คุ้มนะ เปิดใจกันไปเลยว่าคิดอะไรยังไงจะเอาไงต่อ :impress2: 55555 สนุกกกก ชอบมาก ดาร์กดี ขอบคุณนะคะที่มาต่อ รออ่านตลอดค่า ไฟท์ติ้ง!!  :pig4:  :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ ลูกกุญแจ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 383
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-2
Re: ○ หลงรักเร่ ○ บทที่ 9 ○ 4/10/2020
«ตอบ #37 เมื่อ06-10-2020 00:53:17 »

เข้าใจความสับสนของปัณณ์นะ ด้วยช่วงวัยด้วยแหละ
เหตุการณ์ต่างในชีวิตมันทำให้ต้องเป็นแบบนี้ พอผ่านไปก็จะได้เรียนรู้เอง

เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะครับ จุ๊บๆ

ออฟไลน์ Tulah

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 25
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
Re: ○ หลงรักเร่ ○ บทที่ 10 ○ 12/10/2020
«ตอบ #38 เมื่อ12-10-2020 00:25:32 »

บทที่ 10

“ทำให้ผมเป็นของคุณ”

มือเรียวปลดกระดุมเสื้อตัวเอง ผิวพรรณผุดผ่องเผยให้เห็นวับแวม แม้ลูกแก้วกลมสีน้ำตาลไหม้จะสบจ้องกุนต์อยู่ หากมันเหมือนมีกระจกใสปิดทับไว้ไม่ให้เข้าถึง

กระดุมพลาสติกถูกปลดมาเกินครึ่งทาง ปัณณ์เลื่อนนิ้วลง หมายจะเปลื้องมันออก แต่มือใหญ่ของกุนต์กลับรวบสาบเสื้อสองด้านเข้าหากัน

“คิดอะไรอยู่” คนแก่วัยกว่าเอ่ยถาม ตาของปัณณ์โศกอย่างเคย.. เขาไม่แน่ใจ บางทีมันอาจดูหมองเศร้ากว่าทุกครั้ง

“เปล่าครับ” ปัณพัทธโกหกคำโต

เมื่อโกหกครั้งแรกแล้ว ครั้งที่สองและสามก็ตามมาไม่ยากนัก

‘ถ้าโกหกจนเคยชิน เราเองที่จะไม่รู้สึกรู้สา.. ไม่ละอาย’

..ปัณณ์ไม่ทราบ บางทีเขาอาจไม่นึกละอายตั้งแต่มีใจให้คนอื่น..

“ฉันให้เกียรติเธอ” เสียงนุ่มนวลเอ่ยขึ้น กุนต์ปล่อยมือจากเสื้อผ้าฝ้าย เมื่อครู่ปัณณ์ปลดมันลง แต่ตอนนี้เขากลับติดมันขึ้น “และฉันก็อยากให้เธอให้เกียรติฉัน”

กุนต์สอนบทรักให้เด็กคนนี้หลายต่อหลายครั้ง ถึงแม้ว่าไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปกระทั่งปลายนิ้ว

เขารู้.. ปัณณ์ไม่ได้กระสันอยาก ในแววตานั้นไม่มีแม้เศษเสี้ยวของความใคร่

ชายหนุ่มกอบมือเรียวเอาไว้ คนอ่อนวัยกว่าตัวสั่น ดวงแก้วกลมโศกรื้นน้ำ เขานึกสงสัยเหลือเกินว่าในหัวของเด็กคนนี้ คิดอยู่กี่ร้อยกี่พันเรื่อง

“ฉันไม่ได้จ่ายเงินให้เธอทำแต่เรื่องบนเตียง” กุนต์ไม่ใช่พระอิฐพระปูน เขารู้ว่าเขายังมีความต้องการและต้องมีคนช่วยปลดปล่อย หากเขาไม่ใช่คนคิดเอาแต่ได้ ให้เด็กคนหนึ่งมานอนด้วย พอสุขสมก็ทิ้งขว้าง จะเป็นอย่างไรไม่สน

“เธอยังเด็ก.. ที่ทำอยู่ก็นับว่ามากเกินแล้ว” ชายหนุ่มรั้งปัณณ์มาแนบอก พูดกันตามจริง กุนต์ก็ทราบว่าเขาผิดเต็มประตู หากหวังดีกับปัณพัทธโดยแท้จริง เรื่องทางกายคงไม่เกิดขึ้น

ในครั้งแรกเขาเคยสงสาร เห็นใจ และในที่สุดความรู้สึกที่เป็นดั่งเมล็ดพันธุ์ก็ผลิราก หยั่งลงในบาดาลใจอย่างเงียบเชียบ

“คุณดีกับผมเกินไป” คนพูดร้องไห้จนเจ็บตา น้ำตาอุ่น ๆ รินไหล มันซึมลงบนเสื้อเชิ้ตของคุณกุนต์เป็นวงกว้าง ปัณณ์ขยะแขยงตัวเองเหลือเกิน ทั้งที่ใจสกปรกขนาดนี้แต่คุณกุนต์ก็ยังกอดไว้

ถ้าวันหนี่งเขารู้..ปัณณ์จะมองหน้าผู้ชายคนนี้ต่อไปได้ยังไงกัน

ปัณณ์อยากให้อีกฝ่ายมุ่งหมายทำลายกัน เสพความสุขทางเพศรสจากเขาให้คุ้มค่ากับเม็ดเงิน อย่างน้อยในเวลาที่มีใจคิดถึงใครอื่น ปัณณ์จะได้ไม่ต้องทรมานแสนสาหัสอย่างนี้

“ไม่มีคำว่าเกินไป” กุนต์ส่ายศีรษะ “ฉันให้เพราะฉันอยากให้” ชายหนุ่มละเว้นประโยคที่ผุดขึ้นด้วยความรู้สึกผิดชอบ

..อนึ่ง เขาให้เพราะเขาเองก็ตักตวงจากเด็กคนนี้ไม่น้อย..







วันนี้ที่ออฟฟิศยุ่งมากกว่าปกติ กุนต์ประชุมจนเลยเวลาเลิกงาน โชคดีที่เลขายังเข้ามาเตือนว่าวันนี้เขาต้องไปรับประทานอาหารเย็นกับครอบครัวและส่งรถตู้พร้อมคนขับไปรับช้องนางจากร้านไปส่งที่บ้านคุณแม่ให้ก่อนล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นเขาคงเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้อีกหนแน่

กุนต์ตีไฟเลี้ยว อีกไม่ถึงสองร้อยเมตรก็จะถึงบ้านของมารดา นาฬิกาบนหน้าปัดบอกเวลาทุ่มสี่สิบ เขาเอนหลังพิงเบาะคนขับ วันนี้รถติดจนน่าหงุดหงิดทั้งที่ไม่ใช่วันศุกร์ คงเป็นเพราะฝนที่เทกระหน่ำลงมาเมื่อช่วงห้าโมงเย็น รายงานข่าวบอกว่าบางพื้นที่เริ่มมีน้ำท่วมขังเล็กน้อย

ชายหนุ่มไพล่คิดถึงใครอีกคน ไม่รู้ว่าป่านนี้จะกลับถึงคอนโดหรือยัง

กุนต์อมยิ้ม เขาเคยถามแล้วก็ได้ความว่า ปัณพัทธไม่เคยไปทะเลมาก่อน ได้ไประยองกับเพื่อนคราวนี้คงตื่นเต้นน่าดู หากพอมีเวลา และสัญญาปากเปล่าของเขากับเด็กคนนี้ยังไม่สิ้นสุดลง กุนต์ก็คิดว่าเขาจะพาเด็กคนนี้ไปเที่ยวสักหน

รถเบื้องหน้าค่อย ๆ เคลื่อนไป เมื่อเลี้ยวเข้าไปในซอยได้ถนนก็โล่งว่าง เขาเร่งเครื่องขึ้นนิดหน่อย ป่านนี้ทั้งมารดาและภรรยาคงหิวไส้กิ่ว

บ้านขนาดใหญ่ในโครงการบ้านจัดสรรระดับ Hi - end ในย่านสาทรมีลูกบ้านอยู่เพียงสิบห้าหลัง กุนต์ชะลอรถ บ้านของมารดาเขาและบ้านของพ่อตาแม่ยายแม้จะอยู่ติดกัน หากขนาดพื้นที่และรั้วสูงเพื่อความเป็นส่วนตัวก็กั้นไว้จนมิดชิด ชายหนุ่มเลิกคิ้ว ไม่เคยเห็นรถยนต์เอสยูวีแบรนด์ดังอยู่ในบ้านของภรรยา

หากสิ่งที่ทำให้ติดใจมากกว่าคือรถยนต์ญี่ปุ่นของพี่ชายที่จอดนิ่งสนิทอยู่ในโรงรถที่บ้านต่างหาก

ชายหนุ่มจอดบีเอ็มคู่ใจไว้ข้างกันกับรถสีขาวของกฤษณ์ ป่านนี้ภรรยาของเขาคงนั่งคุยกับมารดาอย่างออกรส ส่วนพี่ชายก็คงหมกตัวอยู่ในห้องหนังสือตามวิสัยของคนรักสันโดษ

“วันนี้มีอะไรกินครับ” เสียงของชายหนุ่มทำเอาหัวหน้าแม่บ้านตกใจไม่น้อย เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออกจนเข้าเลขสามแล้วก็ยังชอบมาเงียบ ๆ แล้วแกล้งให้หล่อนตกใจไม่เปลี่ยน

“โธ่เอ๊ยคุณกุนต์ ป้าหัวใจจะวายนะคะ” สมใจเอามือป้อม ๆ ทาบอก ใจหายอย่างที่บอกจริง ๆ

“ยังไม่วายนี่ครับ แปลว่ายังสาวอยู่นะ” กุนต์หัวเราะ ป้าสมใจเป็นพี่เลี้ยงที่ดูแลเขากับกฤษณ์มาตั้งแต่เด็ก กุนต์จึงผูกพันกับหล่อนไม่น้อย

“ปากหวานนะคะ วันนี้มีข้าวต้มขาวค่ะ กับข้าวหลายอย่างเลย คุณภัทราเธออยากทาน” แม่บ้านวัยหกสิบปีสาธยาย

“แล้วเขาหายไปไหนกันหมด” มองซ้ายมองขวาแต่ไม่เห็นใครอยู่ที่ห้องนั่งเล่นหรือห้องรับประทานอาหาร

“คุณภัทราคุยโทรศัพท์ค่ะ ส่วนคุณกฤษณ์กับคุณช่ออยู่ที่ลานข้างบ่อปลา”

“ขอบคุณครับ เดี๋ยวตั้งโต๊ะเลยก็ได้ คนอื่นคงหิวกันน่าดูแล้ว” ราวกับมีม่านหมอกขมุกขมัวโรยตัวลงปกคลุมในความคิด ตะกอนในใจที่เคยนิ่งสงบคล้ายถูกกวนจนขุ่นข้น

ข้างบ้านมีพื้นที่เล็ก ๆ ทำเป็นบ่อปลาคาร์ฟล้อไปกับแนวกำเเพง คนสวนลงต้นไม้เอาไว้ให้ดูเขียวสบายตา มีเสียงน้ำไหลจากน้ำตกจำลองช่วยให้บรรยากาศในบ้านดูผ่อนคลาย ประตูกระจกที่กั้นระหว่างตัวบ้านกับชานบ้านถูกเลื่อนออกจนสุด ลมเย็นจากอิทธิพลของลมฝนพัดเข้ามาให้บ้านเย็นกว่าเดิม

เงาร่างของพี่ชายและภรรยานั่งอยู่ที่โซฟาไม้สานบุด้วยเบานวมหนานุ่มบริเวณชานไม้ปรากฏอยู่ในลานสายตา ระยะห่างของทั้งคู่ไม่มากนัก หากไม่น้อยไปจนดูไม่สำรวม ช้องนางยังคงสดใสอย่างเคย เธอเล่าเรื่องร้านอาหารที่ทำให้กฤษณ์ฟัง รวมถึงแผนที่จะขยายสาขาในย่านธุรกิจด้วย

กุนต์ยืนฟังภรรยาพูดเจื้อยเเจ้วอยู่เบื้องหลัง ตากลมโตของช้องนางเผยประกายสดใส กฤษณ์เองก็เช่นกัน กุนต์จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเห็นพี่ชายยิ้มกว้างอย่างนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ทุกเรื่องที่ออกจากปากของช้องนางล้วนเป็นเรื่องที่เขาไม่เคยรับทราบ ในใจของชายหนุ่มขุ่นหมอง เรื่องพวกนี้คนในบ้านควรจะได้รับรู้ก่อนคนนอกบ้านไม่ใช่หรือ

บางทีช้องนางอาจหลงลืมไปว่ายังมีเขาคนนี้เป็นสามีอยู่เป็นตัวเป็นตน!

“คุณช่อ.. สามีมาแล้วครับ”

กุนต์สืบเท้าเข้าไปใกล้ทั้งคู่ น้ำเสียงของเขาห้วนสั้น ไม่นึกสนเรื่องมารยาทที่ไม่ควรทะลุกลางปล้องเวลาใครสนทนากัน ในเมื่อต่างคนก็ต่างคุ้นเคยกันดี น่ากลัวจะดีเกินไปด้วยซ้ำ

“อ้อ คุณกุนต์.. มานี่สิคะ เจ้าตัวเล็กดิ้นใหญ่เลย”

เธอคงไม่ทราบว่าภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยของสามีฉาบทับพายุทั้งลูกเอาไว้ มือบอบบางสาละวนถอดเอาหูฟังที่ครอบเหนือหน้าท้องออก ก่อนจะประคองสามีมาวางไว้บนหน้าท้องนูนให้รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของลูกชาย

“คงชอบฟังเพลง” กุนต์ว่า เขามองหูฟังสีม่วงอ่อนอันใหญ่ จำได้ว่าไม่เคยเห็น หรืออาจเคยเห็นแต่ไม่สังเกต “ซื้อมาใหม่หรือ”

“สักพักแล้วค่ะ พี่กฤษณ์ซื้อให้ลูกเรา”

กุนต์ชะงัก มองหน้าพี่ชายอย่างค้นหา

..ลูกของเขา หรือลูกของใคร..

“ไปทานข้าวเถอะ ป่านนี้คงตั้งโต๊ะแล้ว” อาจารย์หนุ่มลุกยืนขึ้น รู้ดีว่าอยู่ต่อไปก็รังแต่จะมีการปะทะจึงทำเฉยแล้วเดินออกไปเสีย เรื่องที่จะเกิดจะได้ไม่ต้องเกิด

“ดีค่ะ เจ้าคนนี้คงหิวน่าดู ประท้วงใหญ่” ภรรยาของเขาก็อีกคน หล่อนชันตัวขึ้น น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นราวสิบกิโลนับตั้งแต่ตั้งท้องเดือนที่สองจนเกือบเข้าเดือนที่หกและหน้าท้องที่นูนออกทำให้ช้องนางเริ่มปวดหลัง

กุนต์ประคองภรรยา ความขุ่นข้องหมองใจยังไม่หายไปง่าย ๆ แต่หน้าที่ก็ยังเป็นหน้าที่ บนโต๊ะรับประทานอาหารตัวใหญ่จัดไว้สำหรับสี่คน มีข้าวต้มขาวตักรอไว้ในถ้วยของใครของมัน ถ้วยเล็กเยื้องกันกับถ้วยข้าวต้มเป็นน้ำซุปร้อนของต้มยำปลาเก๋าแดงน้ำใสหากรสจัดจ้านที่จัดไว้สำหรับแต่ละคน เบื้องหน้ามีอาหารอีกสี่อย่างเป็นจานกลาง

คุณภัทราคงพูดโทรศัพท์เสร็จได้สักพักแล้ว เธอนั่งประจำที่หัวโต๊ะ ส่วนลูกชายคนโต๊ะนั่งถัดกันมา กุนต์เลื่อนเก้าอี้ให้ภรรยาก่อนจะนั่งประจำที่

กุนต์ตักปลากระพงชุบเเป้งทอดจนกรอบแล้วนำไปผัดพริกไทยดำใส่ขึ้นฉ่ายกับพริกชี้ฟ้าหอมฉุยใส่จานมารดา กับข้าวอีกสามอย่างมียอดฟักแม้วผัดน้ำมันหอย ยำกุนเชียงรสเปรี้ยวนำใส่แตงกวาให้สดชื่นและตัดเลี่ยน และไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ออกหวานเค็ม

“ไม่คิดว่าพี่กฤษณ์จะมา ปกติเห็นงานยุ่ง” น้องเล็กเปรยขึ้น กฤษณ์แทบจะไม่ร่วมมื้อเย็นในวันธรรมดากับที่บ้านเนื่องด้วยงานสอนและงานอื่น ๆ เบียดเอาเวลาไปมาก เจ้าตัวจึงกลับมาที่บ้านสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น

“มะรืนนี้ต้องไปสัมมนา เลยจะแวะมาทานข้าวกับคุณแม่ก่อน” พี่ชายให้เหตุผล ข้าวต้มร้อน ๆ ทำให้รู้สึกอุ่นสบายท้อง คืนนี้เขาตั้งใจว่าจะกลับไปเตรียมเก็บเสื้อผ้า พรุ่งนี้เมื่อสอนเสร็จคงแวะรับปัณพัทธแล้วตรงไประยองช่วงหัวค่ำ

“รักครอบครัวดีจังนะ” น้ำเสียงของกุนต์ไม่กระเดียดไปในทางชื่นชมแม้แต่น้อย ความโกรธทำให้กุนต์ควบคุมอากัปกิริยาได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนใกล้ตัวที่ไม่ต้องรักษาสถานะทางสังคม

“เป็นสิ่งที่ควรทำ” ดวงตาสีนิลเงยขึ้นสบกับน้องชาย คำเรียบ ๆ ของกฤษณ์ไม่เพียงแต่ตอบรับว่าไม่สนใจคำค่อนขอด ซ้ำยังถือว่าสั่งสอนคนที่ไม่อยู่ในร่องในรอย

ชายหนุ่มทราบว่า พักนี้กุนต์ไม่ค่อยกลับบ้าน น้องสะใภ้ของเขาร้องไห้จนตาบวม เธอปิดคุณภัทรา แต่ไม่คิดปิดบังเขา กฤษณ์รู้สึกไม่ชอบใจนัก สุขภาพจิตที่ไม่ดีของแม่ อาจส่งผลต่อสุขภาพของลูกในท้อง

“เอ๊ะตากุนต์ หาเรื่องพี่เขาอยู่เรื่อย”

คุณภัทราขมวดคิ้วใส่ลูกชายคนเล็กเมื่อเห็นว่าบรรยากาศไม่ดีนัก เรื่องประชดประชันต้องให้ลูกคนนี้เป็นที่หนึ่ง ตีกันมาตั้งแต่เด็กจนป่านนี้ก็ยังไม่เลิกเสียที โชคดีที่ไม่ถึงขั้นตีกันจนเลือดตกยางออกคุณภัทราถึงยังเบาใจ

“แม่ได้ยินว่าเราซื้อที่ริมแม่น้ำเพิ่มอีก” หญิงสูงวัยเอ่ยขึ้น เพราะมีข่าวแว่วว่าบริษัทของครอบครัวตัดสินใจซื้อที่แปลงใหญ่ ราคาก็ใหญ่ตามด้วย บรรดาคุณหญิงคุณนายที่อยู่ในสมาคมเดียวกันถึงโทรมาถามเธอยกใหญ่

“ครับ เคยเป็นโกดังเก่า ถ้าสร้างตึกสูงจะมองเห็นโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาพอดี” ยิ่งพอตกกลางคืน ยิ่งเห็นวิวสะพานพระรามแปดที่ประดับประดาไฟจนสวยจับใจ

“จะเดินทางยากหรือเปล่า” คุณภัทรามองหน้าบุตรชาย ที่ริมน้ำเจ้าพระยาผืนนั้นเป็นที่งาม เธอไม่เถียง แต่ทำเลยังไม่เอื้อให้คนที่เดินทางด้วยการขนส่งสาธารณะ จึงอาจเป็นข้อด้อยให้น่าเป็นห่วง

“ตอนนี้เพิ่งจะซื้อที่ กว่าจะปรับภูมิทัศน์และก่อสร้าง รถไฟฟ้าสถานีต่อขยายก็น่าจะเสร็จใกล้เคียงกันครับ”

อันที่จริงขนส่งสาธารณะเป็นเพียงทางเลือกหนึ่ง ลูกบ้านที่สามารถจ่ายเงินให้คอนโดลักซ์ชูรีห้องละหลายสิบล้านได้ คงไม่วุ่นวายกับรถเมล์หรือรถไฟฟ้าเท่าไหร่นัก

“ทำงานกับพีแอลเป็นยังไงบ้างคะ” ช้องนางยกแก้วน้ำใสขึ้นดื่ม ข้าวต้มในถ้วยพร่องไปกว่าครึ่ง

พีแอล กรุ๊ป แต่เดิมเป็นบริษัทออกแบบเเละผลิตเฟอร์นิเจอร์ในตระกูลของช้องนาง ไม่กี่ปีให้หลังก็เพิ่งจะเพิ่มเติมบริการออกแบบภายใน

“ไม่มีปัญหาครับ ยังซื้อขายกันเป็นปกติ” คนเป็นสามีไม่ได้ว่าอะไร ทั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของเขาและพีแอล กรุ๊ป ก็พึ่งพากันมานับแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่เสียด้วยซ้ำ

“คุณพ่อบอกว่าอ้อมเดินสายตรวจโรงงานเป็นว่าเล่น” กุนต์พยักหน้ารับ บิดาของช้องนางกำลังจะเกษียณอายุด้วยวัยเจ็ดสิบปี และวางแผนส่งต่อตำแหน่งผู้บริหารให้กับบุตรชายบุญธรรมขึ้นมากุมบังเหียนแทนในต้นปีหน้า

แม้จะถือเป็นคนในครอบครัวของภรรยา หากกุนต์กลับเคยพบชนม์รวีอยู่เพียงครั้งเดียว ในงานแต่งงานของเขากับช้องนาง เด็กคนนั้นอายุทิ้งจากเขาไปเพียงสองหรือสามปี แต่มีรูปร่างสูงสง่า ท่าทางผ่าเผยทว่าสุขุมนำอายุไปไกล

“ผมยังไม่เคยเจอ แต่เดี๋ยวก็คงมีเรื่องต้องเจอ”

ดูท่าทางแล้ว ทิศทางการบริหารของชนม์รวีอาจทำให้พีแอลขยายอาณาจักรไปได้อีกไกล แต่อย่างไรก็คงจะต้องผ่านการปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่เสียก่อน เนื่องจากพีแอล กรุ๊ป ไม่ใช่กลุ่มบริษัทใหญ่ที่มีโครงสร้างซับซ้อน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีความไม่คล่องตัวอยู่มากหากเทียบกับกลุ่มสตาร์ทอัพ

“อาทิตย์หน้าพี่กฤษณ์จะเข้าไปประชุมบอร์ดหรือเปล่า” กุนต์สบตาพี่ชาย แม้อีกฝ่ายจะมีงานประจำเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย หากยังดำรงตำแหน่งในฐานะกรรมการบริษัทคนหนึ่ง เมื่อมีประชุม กฤษณ์ก็ยังต้องทำหน้าที่

“ไม่ล่ะ ติดสอน แจ้งเลขานายไปแล้ว” วันประชุมบอร์ดในสัปดาห์หน้าตรงกับคาบเรียนที่เขาจะต้องรีบสอนให้จบและเก็บคะแนนเป็นครั้งสุดท้าย หากจะให้เลื่อนวันประชุมบอร์ดกรรมการท่านอื่นก็ไม่ว่างเช่นกัน

“แล้วคราวนี้กฤษณ์จะไปสัมมนาที่ไหน จะพูดกันก็ยังพูดไม่ทันจบ” คุณภัทราวกกลับมาเรื่องเดิม อาหารบนโต๊ะพร่องไปมาก ทั้งลูกชายคนโตและลูกสะใภ้ต่างก็วางตะเกียบแล้ว

“ระยองครับ คุณแม่อยากได้อะไรหรือเปล่า” กฤษณ์ยกน้ำดื่ม แม่บ้านเริ่มเดินเข้ามาเก็บสำรับอาหารเมื่อทุกคนวางช้อน อีกไม่นานของหวานก็จะมาเสิร์ฟแทนที่

“ไม่ล่ะจ้ะ ไปทำงานแม่ก็ไม่อยากจะกวนเวลา เดี๋ยวนี้นะ ช้อปปิ้งออนไลน์ง่ายนิดเดียว” คุณภัทรายิ้มกว้าง สมัยนี้อะไรก็สะดวกสบายไปหมด แค่กด ๆ บนหน้าจอโทรศัพท์แล้วรอสักสามสี่วัน อะไรที่อยากได้ก็จะมาส่งถึงบ้าน

“พี่กฤษณ์ไประยอง? งานคณะหรือไง” กุนต์สบตาพี่ชาย ในใจรู้สึกสะดุดอย่างประหลาด คิดถึงเด็กในอุปถัมป์ที่ว่าจะไปเที่ยวระยองวันมะรืนนี้เหมือนกัน

คนหนึ่งเป็นนักศึกษา คนหนึ่งเป็นอาจารย์ อยู่ในคณะและสถาบันเดียวกัน

“เปล่า ฉันไปคนเดียว” ใบหน้าของพี่ชายยังคงเรียบเฉยอย่างเคย กุนต์ฟังพยักหน้า เขาควรจะคิดได้แต่แรกว่าคนถือตัวอย่างกฤษณ์คงไม่วุ่นวายกับศิษย์ในคณะ

..ช่วงเวลาที่พอเหมาะพอดีคงเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ..


---------------------------------------------------


ช่วงค่ำวันศุกร์ทำให้รถติดหนัก เขาใช้เวลาร่วมชั่วโมงครึ่งในการออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อขึ้นมอเตอร์เวย์ อุณหภูมิในรถยนต์สีขาวเย็นจัด กฤษณ์เบาแอร์ก่อนจะเอื้อมคว้าเสื้อสูทจากเบาะหลังมาส่งให้กับเด็กหนุ่ม

“ขอบคุณครับ”

ปัณณ์ใช้เสื้อสูทตัวใหญ่ต่างผ้าห่ม ทิวทัศน์รอบข้างเปลี่ยนจากตึกรามบ้านช่องเป็นโรงงานและพื้นที่ว่างเปล่า รถยนต์ร่วมทางมีจำนวนมาก แต่ไม่มากจนทำความเร็วไม่ได้ วิทยุในรถยังคงทำหน้าที่ไม่บกพร่อง เครื่องเสียงชั้นดีบรรเลงเพลงเมื่อหลายสิบปีก่อน

หากข้ามคืนนี้ หัวใจไม่แหลก ยับเยินเสียก่อน

จะไปอ้อนวอน ขอเธออย่าตัดรอน รอก่อนวันพรุ่งนี้

“คุณชอบเพลงเก่าหรือครับ” ปัณณ์เหลือบมองอาจารย์หนุ่ม คนแก่วัยกว่ามองไปเบื้องหน้า แสงไฟที่สะท้อนจากเลนส์แว่นทำให้คนมองไม่เห็นแม้แววตา

“ฟังง่ายกว่าเพลงสมัยนี้” ความหมายมันแทงใจกว่าด้วยเหมือนกัน

เคืองกันเรื่องไร พรากกันด้วยเหตุใด ฉันยังไม่เข้าใจ

เพราะฉันใช่ไหม หรือเธอเปลี่ยนไป ไยถึงไม่เหมือนเดิม


“ถ้าเบื่อจะเปลี่ยนก็ได้” กฤษณ์ว่า เขานึกไม่ออกแล้วว่ามอบสิทธิ์ให้คนอื่นเปลี่ยนเพลงในรถครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

“ไม่เป็นไรครับ เพราะดี” ปัณณ์ตั้งใจฟังทำนองเชื่องช้า สำเนียงของนักร้องที่กำลังวิงวอนร้องขออย่างเศร้าสร้อยคล้ายกำลังจะขาดใจ

แต่ถ้าพรุ่งนี้ดวงใจยังโกรธ ฉันโทษใครได้

เป็นกรรมของใจ พบเธอโดนผลักไส ทำอย่างไรพรุ่งนี้


เด็กหนุ่มมองออกข้างหน้าต่าง สองข้างทางมืดสนิท มีเพียงไฟสีเหลืองคอยให้แสงสว่าง เพลงจากวิทยุยังคงเล่นไป มือใหญ่ของกฤษณ์กำพวงมาลัยแน่นขึ้น มันแรงเสียจนข้อนิ้วแปรเปลี่ยนเป็นสีขาว

นับช้ำมากี่ครั้ง หัวใจยังไม่จำ ซ้ำยังยอมให้ทำ

เพราะรักมากไป.. เพราะซื่อสัตย์ไป.. จึงช้ำใจ


ความอดทนของคนขับขาดสะบั้นลงในที่สุด เขากดปิดวิทยุ รู้สึกเจ็บปลาบในอก แผลที่เคยคิดว่าดีขึ้น บัดนี้ยังไม่หายสนิท

..แม้ไร้น้ำตา ไม่แปลว่าไม่เจ็บปวด..

“ไม่อยากฟังแล้ว” กฤษณ์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าปัณพัทธมองมาอย่างตั้งคำถาม เขาเร่งเครื่องขึ้นอีกเมื่อเห็นว่าถนนโล่งกว่าเก่าไปโข

ในรถเงียบจนแทบจะได้ยินแค่เสียงเครื่องยนต์ กฤษณ์ยังคงประคองพวงมาลัย ปัณณ์ตาปรือแล้ว แต่คนแก่กว่าแทบไม่มีปฏิกิริยาเลย

“ถ้าง่วงจะนอนก็ได้” เมื่อเห็นว่าปัณพัทธแอบหาวเขาก็จับได้ มือใหญ่เอื้อมมาช่วยกระชับเสื้อสูทให้เด็ก

“ขอบคุณครับ ผมอยู่เป็นเพื่อนคุณดีกว่า” ปัณณ์บอกเขา ถึงจะขับรถไม่เป็นเลยเปลี่ยนกับเขาไม่ได้ อย่างน้อยก็ขอให้นั่งไปเป็นเพื่อน

“หึ อยู่ให้ได้ตลอดทางแล้วกัน” กฤษณ์เผยยิ้ม เอื้อเอ็นดูคนที่ตาจะเปิดแหล่ไม่ปิดเเหล่ ไม่ถือด้วยหากเด็กหนุ่มจะงีบไประหว่างทาง เขานอนดึกจนชินแล้วถึงไม่น่าห่วง

ปัณณ์อยากรักษาคำพูดกับอาจารย์กฤษณ์ นิ้วเรียวถึงวนเวียนหยิกตัวเองหลายครั้งหลายหน เพราะหนังตามันหนักเหลือเกิน เขาใจชื้นขึ้นเมื่อเห็นป้ายเลี้ยวเข้าเมืองระยอง หาดเเสงจันทร์อยู่ฝั่งขวา แอ่งเล็ก ๆ รูปพระจันทร์มืดสนิทราวสีหมึก กฤษณ์ขับผ่านอาคารที่พักอาศัยและโรงแรมไปจนเข้าเขตสวนสน

ต้นไม้ใหญ่ที่เคยให้ร่มเงาในตอนกลางวันทำให้เส้นทางมืดลงอีกเล็กน้อยในยามกลางคืน เส้นทางที่กฤษณ์พาไปแทบจะร้างไร้ผู้คน ราวสิบนาทีก็เข้าสู่โซนบ้านพักตากอากาศ แต่ละหลังปลูกห่างกันจนเหมือนตัวบ้านสองชั้นอยู่โดดเดี่ยวในแนวต้นไม้

กฤษณ์จอดรถลงหน้าบ้าน เขาไขกุญเเจรั้วก่อนจะนำรถเข้าจอดในเขตบ้าน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักตากอากาศของครอบครัว สมัยที่คุณพ่อยังอยู่ก็พักจะพาทุกคนมาพักผ่อนที่นี่เสมอ หากตั้งแต่คุณเเม่ซื้อบ้านพักอีกหลังที่หัวหิน ที่นี่ก็แทบจะไม่ได้ต้อนรับใครอีก

กฤษณ์เปิดไฟสว่างทั้งบ้าน พอใจกับความสะอาดที่ฝากฝังให้คนดูแลบ้านเข้ามาจัดการ แต่ก็ไม่ได้ให้โอกาสเด็กหนุ่มในการสำรวจพื้นที่ เขาพาปัณณ์ขึ้นชั้นสอง ตอนนี้ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ยังมีเวลาให้ปัณพัทธทัศนาอีกทั้งวัน

“เดี๋ยวเธอนอนห้องนี้” เขาเปิดห้องนอนให้ปัณณ์ พื้นไม้ขัดเงาวับและเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่น ๆ สะอาดเอียม ด้านในมีเตียงไม้ขนาดสี่ฟุต เครื่องนอนถูกทำความสะอาดเเละเปลี่ยนใหม่เมื่อช่วงเช้านี้เอง

“ขอบคุณครับ” ปัณณ์วางกระเป๋าลงบนโต๊ะเขียนหนังสือ คนแก่วัยกว่าฉวยรีโมทเครื่องปรับอากาศมาเปิด หากมันกลับไม่ยอมทำงาน

“แอร์ไม่ติดนี่” กฤษณ์ขมวดคิ้ว เดินหาคัทเอาท์ในห้อง มันถูกสับขึ้นแล้ว สงสัยจะเสียจริง ๆ

“ผมนอนได้ครับ เปิดหน้าต่างเอา” ปัณณ์ไม่อยากให้เขาวุ่นวาย ห้องนี้มีหน้าต่างหลายบาน อยู่ใกล้ทะเลเสียด้วย ลมทะเลก็เย็นดีเหมือนกัน

“ยุงจะหามเอาไปกินน่ะสิ พัดลมก็ไม่มี” อาจารย์หนุ่มอยากจะดีดหน้าผากเด็กสักที หมอเตือนเรื่องไข้เลือดออกอยู่ปาว ๆ เจ้านี่กลับไม่นำพาเเม้แต่น้อย

“ไปนอนห้องโน้น” มือใหญ่ฉวยเอากระเป๋าสะพายของเด็กมาถือ บุ้ยใบ้ให้ปัณณ์เดินออกไปนอนห้องใหญ่ที่อยู่ติดกัน

“ครับ? ”

“ห้องอื่นไม่ได้บอกให้เขาทำความสะอาด เธอรังเกียจหรือเปล่าถ้าจะนอนห้องเดียวกับฉัน” มือใหญ่เปิดเข้าไปในห้องนอนใหญ่

“ไม่ครับ” เด็กหนุ่มส่ายหน้า ให้เขานอนตรงโซฟาก็ได้ เขาแค่คนติดสอยห้อยตาม จะให้เรียกร้องมากได้อย่างไร

ดงวตากลมสำรวจห้องนอนของกฤษณ์ มันกว้างว่าห้องเมื่อครู่พอดู ทั้งกระเป๋าของปัณพัทธเเละกฤษณ์ถูกวางไว้บนเก้าอี้ไม้ตัวยาวปูด้วยเบาะรองนั่งทำมือตลอดความยาว เตียงสี่เสาหลังใหญ่ตั้งอยู่กล้างห้อง ปัณณ์เหลือบมองมัน หัวใจเต้นรัวเร็วมือคิดว่าจะได้เอนกายลงข้างเขา

“งั้นก็ไปอาบน้ำ เธอใช้ห้องนี้ก็ได้ เดี๋ยวฉันไปให้ห้องข้าง ๆ ” กฤษณ์เปิดกระเป๋าของตัวเอง เขาหยิบเสื้อผ้าทั้งหมดออกมาแขวนในตู้ แล้วยังใจดีเเบ่งอีกด้านให้ปัณณ์ได้จัดของด้วย

นักศึกษาหนุ่มใช้เวลาอาบน้ำสักพัก พอเปลี่ยนชุดออกมาก็เห็นว่าเจ้าของห้องยึดเตียงฟากหนึ่งไปแล้ว ไฟดวงใหญ่ในห้องถูกดับ เหลือเเต่เพียงไฟหัวเตียงสองด้าน

“ขึ้นมาสิ ยืนอยู่ทำไม” ปัณณ์ก้าวขาไม่ค่อยออก คงเพราะไม่เคยเห็นอาจารย์กฤษณ์ในอิริยาบถสบาย ๆ เขาใส่เสื้อยืดสีเทากับกางเกงนอนขายาวสีดำ

เด็กหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเตียงเดียวกัน ค่อย ๆ แทรกตัวไปในผ้าห่มนวมผืนใหญ่ที่ต้องใช้ร่วมกันกับเจ้าของห้อง ปัณณ์เลี่ยงจะคิดไม่ได้ว่าที่ทำอยู่นี้ช่างคล้ายคลึงกับการเป็นคนรัก หากเสียงหัวใจเต้นดังเท่าเสียงคนพูดกัน ป่านนี้กฤษณ์คงรู้ความนัยไปถึงไหนต่อไหน

ปัณณ์นอนหันหลังให้คนแก่วัยกว่า เพียงพริบตาเดียวในห้องก็มืดสนิทเมื่อกฤษณ์ปิดไฟหัวเตียง เขาคงชอบอากาศหนาวน่าดูถึงเปิดแอร์เสียเย็นฉ่ำ

ปัณณ์หนาวจนนอนไม่หลับ ผ้าห่มนวมนี่ช่วยบรรเทาได้บ้างแต่ไม่ทั้งหมด เด็กหนุ่มพลิกตัวไปมา สองแขนกอดตัวเองเพื่อให้ความอบอุ่น

“หนาวหรือเปล่า” เสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นทำให้ปัณณ์สะดุ้ง เขาคงพลิกตัวจนรบกวนการนอนของอีกคน

“นิดหน่อยครับ” คนฟังไม่ลืมตาด้วยซ้ำ เขาผุดยิ้มน้อย ๆ กับความขี้เกรงใจเหลือเกินของปัณพัทธ หากไม่สนใจที่จะลดอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ

กฤษณ์ขยับเข้าหาเด็กหนุ่ม สองเเขนของเขารวบเอาร่างผอมบางของปัณณ์เขามาใกล้ ยินยอมให้เด็กหนุ่มใช้ไออุ่นจากร่างกายเขาต่างหมอนข้างหรือผ้าห่ม

“กอดไว้ จะได้อุ่น”

ปัณณ์ตะแคงเข้าหาร่างกายกำยำ มือหนึ่งวางบนอกของคนแก่วัยกว่า หัวใจของกฤษณ์เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ไม่สอดคล้องกับหัวใจของเขาที่บัดนี้มันเต้นเเรงเสียจนแทบระเบิด รอยยิ้มน้อย ๆ เผยขึ้นเมื่อไอร้อนจากร่างของคนที่นอนเคียงข้างไม่ได้ทำให้เขาอุ่นกายเพียงอย่างเดียว แต่กลับอุ่นซ่านจนถึงดวงใจ

ดวงตากลมโศกทอดมองเสี้ยวหน้าของอาจารย์หนุ่มในความมืด นึกสงสัยเหลือเกินว่าทั้งที่เขาใจดีอย่างนี้ เหตุใดจึงเลือกแสดงตัวเป็นดังรูปปั้นเดินได้

เด็กหนุ่มใคร่ครวญหาคำตอบ...ความเฉยชาเหล่านั้น เป็นนิสัยแท้จริง หรือเป็นเพียงปราการชั้นหนึ่งกันแน่?

---------------------------------------------------

วันนี้เอาเพลงพี่แจ้มาฝากค่ะ กดฟังเพลงในรถของอาจารย์กฤษณ์ได้ที่นี่เลยค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=IMHBNhtHbt4

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
Re: ○ หลงรักเร่ ○ บทที่ 10 ○ 12/10/2020
«ตอบ #39 เมื่อ12-10-2020 20:54:59 »

 o22

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ○ หลงรักเร่ ○ บทที่ 10 ○ 12/10/2020
« ตอบ #39 เมื่อ: 12-10-2020 20:54:59 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ลูกกุญแจ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 383
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-2
Re: ○ หลงรักเร่ ○ บทที่ 10 ○ 12/10/2020
«ตอบ #40 เมื่อ13-10-2020 12:38:02 »

ปัณณ์จะนอนหลับมั้ย ตื่นเต้นแทน

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1195
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4
Re: ○ หลงรักเร่ ○ บทที่ 10 ○ 12/10/2020
«ตอบ #41 เมื่อ13-10-2020 13:46:58 »

น่าติดตามแต่ดูท่าแล้สดราม่าน้ำตาม่วมแน่เลย

ออฟไลน์ piakunaa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
Re: ○ หลงรักเร่ ○ บทที่ 10 ○ 12/10/2020
«ตอบ #42 เมื่อ13-10-2020 16:41:32 »

น่ารักกกกกกกก :katai5: :katai4:

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +275/-12
Re: ○ หลงรักเร่ ○ บทที่ 10 ○ 12/10/2020
«ตอบ #43 เมื่อ13-10-2020 20:09:05 »

สองพี่น้องจะแย่งผู้ชายคนเดียวกันหรือนี่

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1357
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
Re: ○ หลงรักเร่ ○ บทที่ 10 ○ 12/10/2020
«ตอบ #44 เมื่อ22-10-2020 02:09:51 »

เป็นปราการชั้นหนึ่งที่สร้างขึ้นมาเท่านั้น ความเฉยชามันเพิ่งจะพังทลายเมื่อปัณเข้ามานี้แหละ  :o8: อุกรี๊ดเขากอดกันแล้ว แง๊  :กอด1: :-[ มาระยองครั้งนี้ต้องเป็นของอาจารย์ทั้งตัวและหัวใจแล้วนะ >///< 5555 กุนต์ช้ากว่าพี่ทุกเรื่องไม่เว้นแม้แต่เรื่องของช้องนางและปัณ และเป็นมาตลอดเลยตั้งแต่เด็กที่พี่เด่นกว่า จะโทษพี่ก็ไม่ได้นะ จะพาลก็ไม่ถูกเพราะตัวช้าเอง แล้วก็ถ้าถึงขึ้นรู้ว่า 'ในแววตานั้นไม่มีแม้เศษเสี้ยวของความใคร่' เพราะงั้นควรจะรู้ว่าที่ปัณยอมเหตุผลเดียวคือเพื่อตอบแทนบุญคุณเท่านั้นนะ หึหึ สนุกโว้ยยยย อยากอ่านตอนต่อไปแล้วค่ะ รรรรรรร ขอบคุณนะคะที่มาต่อ เป็นกำลังใจให้ค่ะ  :L1: :pig4: :pig4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด