[Yaoi] แฝดพี่จะกินเยลลี่ (Jelly Addicted) ตอนที่ 5 (อัพเดท 03/07/2563)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [Yaoi] แฝดพี่จะกินเยลลี่ (Jelly Addicted) ตอนที่ 5 (อัพเดท 03/07/2563)  (อ่าน 216 ครั้ง)

ออฟไลน์ woragus

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2020 19:53:25 โดย woragus »

ออฟไลน์ woragus

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
แฝดพี่จะกินเยลลี่ (Jelly Addicted)




ตั้งแต่เข้าเรียนที่นี่ ผมก็ได้ยินข่าวลือไม่เว้นแต่ละวันเป็นเรื่องของแฝดพี่แฝดน้องแห่งคณะคหกรรมศาสตร์ ทั้งสองคนมีนิสัยที่ต่างกันสุดขั้ว คนพี่เงียบขรึมจนไม่มีใครกล้าจะเฉียดเข้าใกล้ ต่างกับ คนน้องที่เฟรนด์ลี่ ขี้เล่น เข้ากับคนง่าย แถมกวนประสาทเป็นที่หนึ่ง แต่ผมไม่ค่อยสนใจหรอกครับ ผมคงไม่มีอะไรต้องข้องเกี่ยวกับแฝดคู่นั้นหรอก จริงมั้ยครับ (?)

แต่คนมันจะซวยอ่ะครับทำไงได้ เพราะแฝดพี่ดันกลายมาเป็นลุงรหัสของผมซะอย่างนั้น ทำให้ผมต้องข้องเกี่ยวกับแฝดพี่อย่าง “ไอที” แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่มันน่าแปลกนะครับ กลายเป็นว่าพี่มันเป็นฝ่ายตามติดผมจนกลายเป็นเงาทำให้ผมนี่ถึงกับเหวอไปช่วงนึงเลยครับ แถมพี่มันยังชอบเอาเยลลี่มาล่อผมซะด้วย เห็นผมเป็นเด็กรึไงหะ (?) ไหนหรอครับข่าวลือที่บอกว่าใครก็อย่าริอาจเข้าใกล้ถ้ายังอยากมีชีวิตรอดต่อไป ข่าวลือมันน่าจะมั่วแล้วมั้งครับ...



แนะนำตัวละคร

นิรัช (ไนซ์) เฟรซชี่คณะคหกรรมศาสตร์ชั้นปีที่ 1

นายเอก

 
ไอรวัฒน์ (ไอที) นักศึกษาคณะคหกรรมศาสตร์ชั้นปีที่ 3

พระเอก

อัพตอนใหม่ทุกวันเสาร์ครั้งละ 1-2 ตอน

เวลา 19.00 - 20.00 น



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-06-2020 19:58:23 โดย woragus »

ออฟไลน์ woragus

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0

เยลลี่ชิ้นที่ 1 วันสัมภาษณ์ของผมกับแฝดคนน้อง

สวัสดีครับ ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวเลยนะครับ ผมชื่อไนซ์ เป็นเฟรซชี่ของคณะคหกรรมศาสตร์ของมหา’ลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ถ้าให้พูดตามความจริงเลยนะ ที่ผมเลือกเรียนคณะนี้เพราะผมชอบกินครับง่ายๆเลย แถมเป็นคนชอบกินที่ทำอาหารไม่เป็นสักอย่างอ่ะครับ ยิ่งเวลาโดนเอาของกินมาล่อนะครับผมนี่เชื่องสุดๆไปเลย แล้วอีกเหตุผลก็คือผมอยากฮุบกิจการของที่บ้านด้วยครับ ผมวางแผนมาหมดแล้ว ที่บ้านผมเปิดเป็นร้านเบเกอรี่ แล้วก็ยังมีร้านอาหารด้วยแต่มันเป็นของพี่ชายของผมครับ ตอนนี้ผมก็เลยต้องมาหาความรู้ใส่หัวไว้สักหน่อย ถึงผมจะไม่มีพรสวรรค์ในเรื่องการทำอาหาร แต่ผมมีพรแสวงนะครับ มันน่าจะทดแทนกันได้มั้ง...

แต่ช่างเรื่องนั้นก่อนเถอะครับ ตอนนี้ผมรู้สึกเหงาแปลกๆ ผมมาเรียนที่นี่คนเดียวแบบโดดเดี่ยวสุดๆ ตอนนี้ผมกำลังนั่งหงอยอยู่ใต้ตึกคณะของผมเอง ผมมีนัดสัมภาษณ์ตอนบ่ายโมงโน้นแหนะครับ นี่เพิ่งจะ 11 โมงเอง เหลือเวลาอีกตั้งเป็นชั่วโมงแค่คิดว่าต้องนั่งเหงาๆมันก็น่าเบื่อแล้วแหละครับ อีกอย่างผมเป็นคนพูดมากซะด้วยให้นั่งเงียบนานๆผมอึดอัดจะแย่ ให้คุยกับมดแถวนี้มันก็ไม่ตอบผมซะด้วยสิครับ หยิ่งเกิ้น

“ขอนั่งด้วยดิ มีคนนั่งมั้ย” ผมมองร่างสูงของคนที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นรุ่นพี่ในคณะ เพราะพี่มันใส่เสื้อที่เป็นเสื้อประจำคณะของผมครับ

“ว่างครับนั่งเลย” ผมเขยิบให้พี่มันนั่งลงข้างๆ พร้อมตบมือแปะๆลงกับเก้าอี้ที่ว่างอยู่

“มึงชื่ออะไร เรียนคณะไหน” ร่างสูงที่นั่งลงข้างผมยิงคำถามใส่ทันทีที่ก้นแตะเก้าอี้

ไนซ์ ครับ เรียนคหกรรม”

“เออ กูชื่อ เอ็มดี เรียนคณะเดียวกับมึงนี่แหละ แต่อยู่ปี 3” ร่างสูงบอกผมแบบนั้น คือผมยังไม่ได้ถามเลยนะ ไม่ได้อยากรู้
สักหน่อยแต่คิดในใจนะครับกลัวโดนต่อยปากก่อนจะได้สัมภาษณ์

“โห เป็นรุ่นพี่นี่หว่า เซงอ่ะ ตอนนี้ผมอยากมีเพื่อนมากกว่า ผมเหงาอ่ะ”

“เอ้า ไอ้เด็กเวรนี่ เออ กูเป็นเพื่อนให้วันนึงเอามั้ย กูเห็นมึงนั่งหน้าหงอยๆ กูสงสารเลยมานั่งคุยด้วยนี่แหละ”

“เอาดิพี่ ชวนผมคุยด้วยนะ อยากคุยเหมือนกันแต่คิดไม่ออกว่ะ น้ำลายบูดหมดปากแล้วเนี่ย พี่ดูดิ” ผมพูดพร้อมกับอ้าปากกว้างๆ
แล้วเอานิ้วชี้ให้พี่มันดูในปากของผม ก็ผมกลัวพี่มันไม่เชื่อผมหนิ

“สกปรกหุบปากลงเลยมึง กูจะอ้วก!!” พี่มันตะคอกใส่ผมเสียงดังแล้วยื่นมือมาดึงริมฝีปากของผมให้ปิดลง แล้วพี่มันก็พูดต่อ

“เอ่อ...แล้วนี่มึงมีแฟนยัง...ตอบมา ถ้าไม่มีเดี๋ยวกูจะชวนคุยต่อ แต่ถ้ามีแล้วกูจะได้ไป มันเสียเวลา...” พี่มันถามผมพร้อมกับยื่น
หน้าเข้ามาใกล้ๆแล้วยักคิ้วกวนประสาทใส่ ผมก็งงสิครับอะไรของพี่มันวะ หรือผมจะโดนจีบตั้งแต่วันสัมภาษณ์เลยหรอครับเนี่ย

แต่ก็ไม่แปลกหรอกครับก็ผมมันน่ารักอ่ะ...

“ไม่มีหรอกพี่ ผมอยากตั้งใจเรียนแล้วฮุบเอากิจการของที่บ้านมากกว่า เรื่องอื่นค่อยตามมาที่หลังก็ยังไม่สาย” ผมตอบติดตลกไป แต่ก็แอบมีความจริงอยู่นั่นแหละครับ เรื่องฮุบกิจการ...

“ก็ดี อย่าเพิ่งมีเลยรอกูก่อน...” พี่มันตอบพร้อมยื่นมือมาดึงแก้มผมจนยืดไปข้างนึง แต่เดี๋ยวก่อนนะผมเหมือนได้ยินพี่มันบอกให้ผมรอหรอ (?)

“โอ้ย! เอ็บอะอี่” ผมพูดไม่เป็นภาษาพร้อมตีมือพี่มันรัวๆ ให้ปล่อยมือออกจากก้อนแก้มน้อยๆของผม
พี่มันเป็นคนยังไงวะ ผมไม่เข้าใจกับคนประเภทนี้จริงๆ เจอหน้ากันไม่กี่นาที ยังไม่ได้สนิทกันซะหน่อยมาดึงแก้มผมซะยืดเลย อยากจะตีมือพี่มันให้แตกแต่ผมก็กลัวจะได้ปากแตกก่อนมือพี่มันอ่ะสิ

“ไปแดกข้าวกัน เดี๋ยวกูเลี้ยงเอง ถือว่าเป็นการต้อนรับรุ่นน้องในคณะก็ได้ เอามั้ย” พี่มันกระตุกยิ้มที่มุมปากแล้วเปลี่ยนเรื่องทันที

“ผมมีสัมภาษณ์ตอนบ่ายโมง อุ้มผมมาส่งคืนที่นี่ให้ทันด้วยแล้วกัน มหา’ลัยมันใหญ่ผมกลัวหลงแล้วจะเดินหาทางกลับมาไม่ทันเวลา” ผมตอบรับอย่างรวดเร็วพร้อมลูบพุงน้อยๆ ของผมที่เพิ่งกินข้าวมาจากห้องแล้ว แต่ยังมีกระเพาะสำหรับเก็บของหวานอยู่

หลังจากตกลงกับพี่มันเสร็จพวกเราก็เดินคุยกันมาตลอดทางจนถึงโรงอาหารกลางของมหา’ ลัย พี่มันยื่นแบงก์สีแดงมาให้ผมหนึ่งใบ ผมรีบตะครุบทันทีพร้อมพุ่งตัวไปยังร้านขายขนมตรงหัวมุมของโรงอาหาร ทำการเลือกขนม น้ำอัดลม 2 ขวดเอาไปเผื่อพี่มันด้วย แต่ที่ขาดไม่ได้คือน้องเยลลี่รูปหมีของผมครับ ผมชอบมากที่สุดในโลกเลยแหละ น่าจะเป็นเพราะตอนเด็กๆพี่ชายผมชอบเอามาหลอกล่อผมให้หยุดร้องไห้ตอนที่โดนพี่มันแกล้งครับ พี่มันคงกลัวแม่ตีน่ะ เพราะฉะนั้นห้ามลืมซื้อเด็ดขาดเลยครับ
หลังจากผมผลาญเงินพี่มันเสร็จผมก็เดินกลับมาที่โต๊ะที่พี่มันนั่งแหมะอยู่ทันที

“ให้เท่าไหร่หมดเท่านั้นเลยนะมึง ไอ้แก้ม” ผมทำหน้างุนงงกับชื่อใหม่ที่พี่มันใช้เรียก อะไรวะแปปเดียวลืมชื่อผมซะละ

“ใครชื่อแก้ม แค่ซื้อขนมแปปเดียว พี่ลืมชื่อน้องซะแล้ว อะไรวะ”

“มึงไงไอ้แก้ม เนี่ยๆๆๆๆๆ” พี่มันพูดพร้อมยื่น 2 มือของพี่มันมาดึงแก้มของผมทั้งสองข้างอีกแล้วครับทุกคน

“เอ็บๆๆๆๆๆ อ่อย” ผมตีมือพี่มันรัวๆ จนพี่มันยอมละมือออกจากแก้มน้อยๆ ของผม

“น้ำกูหรอ รู้ได้ไงว่ากูชอบน้ำอันนี้” พี่มันพูดพร้อมหยิบน้ำอัดลมสีเขียวที่ผมซื้อมาไปเปิดกินแบบสบายอารมณ์

“ไม่รู้หรอกว่าชอบ แต่ผมชอบพี่ก็น่าจะชอบเหมือนผมมั้ง” ผมตอบไปตามความจริงก็ผมซื้อมันมาเหมือนกันทั้ง 2 ขวดนี่แหละ พี่
มันจะได้ไม่ต้องเลือกมาก

หลังจากพูดจบเราก็นั่งจัดการกับของที่ตัวเองซื้อมา ผมนั่งกินขนมจนเกือบจะหมด เหลือไว้คือน้องน้องเยลลี่รูปหมีของผมคิดว่าจะเก็บไว้กินที่หลัง แต่พี่มันมือไวครับมาคว้าไปฉีกแล้วเทใส่ปากต่อหน้าต่อตาผมเฉย

“พี่!! นั่นของผมนะ ไมทำงี้อ่ะ” ผมพูดพร้อมทำแก้มป่องใส่พี่มัน

“ไมอ่ะ ห่อเดียวทำเป็นงกไปได้” พี่มันพูดทั้งๆ ที่เยลลี่ของผมยังดิ้นหนุบหนับอยู่ในปากพี่มัน

“เออกินไปเลย ผมไปแล้ว หึ!!” ผมพูดอย่างแกล้งงอนไปงั้นแหละครับ เตรียมจะลุกหนี แต่พี่มันคว้ามือผมไว้ได้ทัน

“เอาเบอร์มึงมา เดี๋ยวกูพาไปซื้อใหม่” พี่มันพูดพร้อมยื่นไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดมาให้ผม แบบนี้ก็ได้หรอวะ เนียนขอเบอร์แบบนี้ก็ได้
ด้วยหรอครับ

“จะจีบด้วยเยลลี่หรอ ผมเขินนะเนี่ย พี่อ่าา” ผมทำเป็นพูดหยอก พร้อมหยิบไอโฟนของพี่มันมากดเบอร์ของผมแล้วส่งคืนพี่มัน
ทันที

“จีบอะไร แก้มย้วยแบบมึงกูไม่ชอบหรอก ไอ้แก้มเอ้ย” พี่มันพูดพร้อมกำลังจะเอื้อมมือมาจะดึงแก้มผมอีกแต่ผมปัดมือพี่มันออกทัน

“พี่ไปเก็บจานแล้วไปส่งผมได้แล้ว จะถึงเวลาแล้วเนี่ย”

“เออ ไปๆ รอแปป” พี่มันพูดพร้อมเดินอ้อมมาเตรียมจะช้อนตัวผมอุ้มในท่าเจ้าสาว แต่ผมไหวตัวทันแล้วเบี่ยงตัวหลบพี่มัน

“พี่จะทำบ้าอะไรเนี่ย!! คนเยอะแยะ” ผมถามพี่มันไปด้วยความตกใจ

“เอ้า มึงนี่ยังไงตอนแรกบอกให้กูอุ้มไปส่ง นี่ไงกูกำลังจะอุ้ม” พี่มันตอบหน้าตาย พร้อมกับเตรียมท่าจะอุ้มผมอีกรอบ

“ผมพูดเล่นมั้ยพี่ เดินไปส่งก็พอ บทจะซื่อก็ซื่อเกิ้นน” ผมพูดพร้อมกับเดินไปดันหลังพี่มันให้รีบนำทางไปเร็วๆ
พี่มันขำเอิ๊กอ๊ากอยู่คนเดียวแล้วเดินพาผมมาส่งที่เดิม ที่ๆ ผมนั่งคุยกับมดอยู่ตอนแรกนั่นแหละครับ

“ไปได้เวลาแล้ว เสร็จแล้วรีบมาเดี๋ยวกูนั่งรอตรงนี้” ร่างสูงตรงหน้าผมพูดพร้อมกับทำท่าจะนั่งลงที่เก้าอี้ที่ผมนั่งตอนแรก

“พี่จะมารอทำไม สัมภาษณ์เสร็จผมก็จะกลับห้องแล้ว ผมง่วง” ผมตอบพี่มันด้วยสีหน้างุนงง

“เออน่า จะกินมั้ยเยลลี่หมีเมื่อกี้ เดี๋ยวพาไปซื้อตอนสัมภาษณ์เสร็จ จะกินไม่กิน”

“กินครับ!!” ผมรีบตอบอย่างว่องไว ก็เล่นเอาของโปรดผมมาล่อหนิครับ แถมฟรีอีกต่างหากใครจะไม่เอา จริงมั้ยครับ (?)

หลังจากคุยกับพี่มันเสร็จผมก็เดินไปห้องสัมภาษณ์ทันที ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็สัมภาษณ์เสร็จ พร้อมเป็นเฟรซชี่ของคณะคหกรมมศาสตร์เต็มตัวแล้วครับผม

ด้วยความที่รอสัมภาษณ์นานผมเลยปวดท้อง ขอแวะเข้าห้องน้ำก่อนไปหาพี่มันแล้วกัน ผมเดินไปตามทางพร้อมกับเล่นโทรศัพท์ของผมไปเรื่อยๆ ไม่ได้ดูทางจนไปชนกับร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่ง จนผมกระเด็นถอยหลังนิดหน่อย

“ขะ..ขอโทษครับพอดีไม่ได้มองทาง เป็นอะไรมั้ยครับ” ผมพูดพร้อมค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่ทำหน้านิ่งขรึมไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

“...”

“เอ้า...พี่เอ็มดี ไหนบอกจะรอผมตรงโน้นไง ทำไมเดินมานี่อ่ะ พี่จะเข้าห้องน้ำหรอครับ” ผมถามร่างสูงตรงหน้าที่ยังทำหน้าไม่รู้
ร้อนรู้หนาวอยู่

“...”

“โหยพี่ น้องเดินชนนิดเดียวเอง ทำเป็นโกรธไปได้ เชอะ งั้นผมเข้าห้องน้ำก่อนนะ เดี๋ยวเราค่อยไปซื้อเยลลี่ที่พี่บอกจะพาไปกัน รอตรงนี้แปปนึงนะครับ” ผมพูดพร้อมเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่อทำธุระส่วนตัวทันทีโดยไม่หันไปมองอีก

พอจัดการธุระส่วนตัวเสร็จผมก็เดินออกมา พี่มันก็ไม่อยู่หน้าห้องน้ำซะแล้ว ผมเลยรีบเดินกลับมาที่โต๊ะที่เจอกับพี่มันเมื่อตอนเช้า แล้วผมก็เห็นพี่มันนั่งปิดปากหาววอดๆ อยู่ตรงที่เดิม ค่อยโล่งอกหน่อย นึกว่าโกรธจนผมจะอดกินของฟรีซะแล้ว

“ไม่รอเลยนะพี่ เข้าห้องน้ำแปปเดียวเอง ใจร้อนไปได้” ผมหยอกพี่มันที่นั่งมองหน้าผมอยู่

“มึงเป็นอะไรของมึง ไม่สบายหรอ กูก็นั่งรออยู่นี่ตั้งนานแล้ว” พี่มันพูดพร้อมยื่นมือมาอังหน้าผากผม ทำเหมือนจะวัดอุณหภูมิ

“ก็ผมเจอพี่หน้าห้อง...เออช่างมันเถอะ ไปกันดีกว่าผมหิวแล้ว” ผมพูดตัดบทขี้เกียจซักพี่มันเยอะ เดี๋ยวผมจะอดกินของฟรีเอาได้
หลังจากคุยกันสักพี่มันก็ลากผมมาที่รถของพี่มันพร้อมเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับและยัดตัวผมให้เข้าไปในรถของพี่มันทันทีแล้ว
เดินอ้อมไปขึ้นรถฝั่งคนขับ

ใช้เวลาไม่นานเราก็มาถึงห้างสรรพสินค้าแถวมหา’ ลัย ที่ไม่ได้ใหญ่มาก แต่รับรองว่ามีของที่ผมต้องการอย่างแน่นอน
พอลงจากรถพี่มันก็มาเดินโอบไหล่ผมให้เข้าไปในห้าง พร้อมมุ่งหน้าตรงไปที่แผนกขายพวกขนมต่างๆ ทันที แต่สักพักพี่มันก็ปล่อยผมทิ้งไว้ให้ยืนเอ๋อๆ อยู่หน้าชั้นวางขนมแล้วพี่มันก็วิ่งไปไหนก็ไม่รู้

“มาแล้วๆๆ กูไปเอารถเข็นมาเดี๋ยวถือไม่หมด” พี่มันวิ่งตะโกนมาแต่ไกล พร้อมเข็นรถเข็นมาทางผม แล้วจัดการกวาดเยลลี่ยี่ห้อโปรดของผมเกือบหมดชั้นลงรถเข็นทันที

“เฮ้ย!! พี่เอาไปทำไมเยอะแยะผมกินไม่หมดหรอกนะ” ผมท้วงออกไปเสียงดังด้วยความตกใจ ก็พี่มันเล่นกวาดซะเกือบหมดชั้นขนาดนั้นใครจะไม่ตกใจล่ะครับ

“เอาไปหมดนี่แหละ ไว้ที่ห้องกูด้วย อยากกินมึงก็มาเอาที่ห้องกู เคปะ” พี่มันลอยหน้าลอยตาพูดแบบไม่สนอะไรทั้งสิ้นแล้วกวาดเยลลี่ที่เหลืออยู่บนชั้นต่อไป

“โหย เอาของกินมาล่อ ตามใจละกันอย่ามาบ่นนะถ้าผมไปกวนที่ห้องพี่บ่อยๆ อ่ะ” ผมขู่พี่มัน เผื่อพี่มันจะเลิกคิดแผนบ้าๆ นั่นซักที

“ได้เสมอครับ น้องแก้ม” พี่มันพูดพร้อมยื่นมือมาดึงแก้มผมเป็นรอบที่ 3 แล้วครับ

ขนาดผมรู้จักพี่มันยังไม่ถึง 24 ชั่วโมง พี่มันดึงจนแก้มผมจะยืดหมดอยู่แล้ว ถ้ารู้จักพี่มันไปนานกว่านี้แก้มผมจะอยู่ในสภาพไหน ผมไม่อยากจะคิดเลย

หลังจากซื้อของที่ผมต้องการเสร็จพี่มันก็มาส่งผมที่หอแต่ไม่ใช่หน้าหอหน้าครับ พี่มันเล่นเดินขึ้นมาส่งผมถึงหน้าห้องพร้อมกับเยลลี่ 1 ห่อถ้วน พี่มันบอกว่าให้ครั้งละห่อพอ ถ้าอยากกินเยอะกว่านี้วันหลังก็ไปที่ห้องพี่มัน หลังจากนั้นก็ล่ำลากันเสร็จผมก็เดินเข้าห้องของผมทันที แล้วก็จัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็กระโดดขึ้นเตียงนอนนุ่มๆ ของผมทันที

หลังจากขึ้นเตียงนอนมาสักพักผมก็เอาโทรศัพท์ของผมขึ้นมาเล่นไอจีตามปกติ แล้วผมก็สะดุดตากับแอ็กเค้านท์หนึ่งที่ชื่อว่า ‘Irawat_’ มันเป็นไอจีของพี่เอ็มดีครับ ก็รูปมันเป็นรูปของพี่เขานี่นา จะเป็นของคนอื่นไปได้ยังไง จริงมั้ยครับ (?) ผมเลยกดเข้าไปดูรูปข้างในเพราะมันไม่ได้ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเอาไว้ มีผู้ติดตามหลักหมื่นคน แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้ติดตามใครเลยสักคน แหมจะว่าไปก็หยิ่งใช่เล่นนะครับพี่เอ็มดีเนี่ย แถมยังมีรูปอยู่แค่สองสามรูปแค่นั้นเอง ผมไม่ได้ดูอะไรมากมายแค่กดติดตามพี่มันไปแล้วก็วางโทรศัพท์เตรียมตัวนอนทันที

สรุปวันนี้ผมก็ยังไม่ได้เพื่อนสักคนครับ แต่กลับได้รุ่นพี่ประหลาดๆ มาแทนซะงั้น แล้วหลังจากเปิดเทอมผมต้องใช้ชีวิตแบบหนุ่มน้อยน้ำลายบูดไปอีกนานแค่ไหนกันล่ะเนี่ย โดดเดี่ยวเหลือเกินชีวิตผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-06-2020 19:56:36 โดย woragus »

ออฟไลน์ woragus

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0

เยลลี่ชิ้นที่ 2 ลุงรหัสของผมเปลี่ยนไป

และแล้ววันเปิดเทอมวันแรกก็มาถึง ขณะที่ผมกำลังนั่งหงอยๆ อยู่หน้าห้องเรียน ก็มีเพื่อนร่วมคณะเข้ามาทักทายและคุยกับผมแล้วนะครับ คนนึงชื่อไอ้พีท ส่วนอีกคนชื่อน้องซีครับ ที่ผมใช้สรรพนามเรียก 2 คนนี้แตกต่างกันเพราะ ไอ้พีทมันเป็นผู้ชายสูงโปร่งครับ สูงกว่าผมราวๆ 10 กว่าเซนได้ แถมยังดูเป็นเด็กเรียนเก่งอีกต่างหาก ผมคิดว่าน่าจะฝากสมองน้อยๆ ของผมไว้ให้มันดูแลได้ ส่วนน้องซีเป็นผู้ชายร่างเล็กบอบบาง แถมขาวจั๊วน่าเจี๊ย ดูน่าถนุถนอนอีกต่างหาก ที่สำคัญพวกมันเรียนเซคชั่นเดียวกับผมซะด้วย

เป็นไงบ้างครับทุกคน ตอนนี้ผมมีเพื่อนเป็นตัวเป็นตนตั้งสองคนเชียวนะครับ น้องไนซ์คนนี้ไม่ต้องนั่งหงอยน้ำลายบูดไปวันๆ อีกแล้วนะครับ ดีใจกับผมหน่อยสิ

หลังจากนั้นคาบเรียนแรกก็มาถึง มันไม่มีอะไรมากหรอกครับ อาจารย์ก็แค่แจกคอสเอ้าท์ไลน์ แล้วก็แยกย้ายสลายตัวกันไป ผมกับไอ้พีทแล้วก็น้องซีเลยแยกทางใครทางมัน เพราะวันนี้ไอ้พี่เอ็มดีของผมมันยังไม่มีเรียนมันเลยมารอผมที่ใต้ตึกคณะตั้งแต่เช้า
วันนี้มันจะพาผมไปห้องมันตามที่ตกลงกันเอาไว้เรื่องเยลลี่ของผมที่ห้องพี่มันครับ

“มาแล้วครับ พี่เอ็มดีที่รักของน้อง” ผมวิ่งมาด้วยความว่องไวพร้อมคำพูดออดอ้อนพี่มันอย่างที่เคยทำ แล้วเอาแก้มของผมพูดไถที่ไหล่ของพี่มัน

“ไปกัน กูอยากกลับไปนอนแล้ว เดี๋ยวเย็นๆ กูค่อยออกมาส่งนะ อยู่เล่นที่ห้องกูไปก่อน” ปากพี่มันก็พูดไปแต่ตาพี่มันแทบจะลืมไม่ขึ้นแล้วครับก็มันเล่นมาเฝ้าผมตั้งแต่เช้าหนิ ผมล่ะไม่เข้าใจพี่มันเลยจริงๆ

หลังจากออกจากมหา’ลัยไม่นาน ผมก็มาถึงห้องพี่มัน เป็นตึกสูงเรียกง่ายๆ ว่าเป็นคอนโดที่ดูดีหรูหราในระดับนึงเลยแหละ พอเข้ามาในห้องพี่มันผมก็สำรวจไปรอบๆ ลักษณะเป็นห้องกว้างๆ มีแยกเป็นโซนครัว โซนห้องนั่งเล่น และมีห้องนอน 2 ห้องครับ แต่ผมไม่สนใจอะไรแล้วครับ ผมพุ่งตัวไปยังตู้เย็นในครัวทันที เพราะจุดประสงค์ที่ผมมาในวันนี้ก็คือเจ้าของโปรดของผมที่อยู่ในตู้เย็นพี่มันนี่แหละครับ

หลังจากที่ผมได้สิ่งที่ต้องการผมก็หยิบมานั่งกินอย่างสบายใจอยู่หน้าทีวีในห้องนั่งเล่น ส่วนพี่มันก็พุ่งตัวเข้าห้องนอนตั้งแต่กลับมาถึงแล้วแหละครับ แต่ผมจำไม่ได้หรอกว่าพี่มันเข้าไปห้องไหน ก็มันมีห้องนอน 2 ห้องนี่หว่า อีกอย่างตอนนั้นผมไม่ได้สนใจมองพี่มันด้วยแหละ

ตอนนี้เป็นเวลา 14.00 น. แล้วครับ พอกินจนจุใจผมก็ชักจะเริ่มง่วงนอนแล้วสิ ผมเลยผุดความคิดดีๆ ได้ ผมว่าจะเข้าไปนอนในห้องพี่มันซะหน่อย แต่ว่ามันห้องไหนกันวะเนี่ย ซ้ายหรือขวาดีครับ เอาเป็นว่าผมเลือกห้องทางซ้ายก็แล้วกันเห็นเขาบอกกันว่าขวาร้ายซ้ายดี

หลังจากตัดสินใจได้ผมก็พุ่งตัวเข้าไปในห้องนอนทันที แล้วก็เจอพี่มันนอนอยู่บนเตียงหลับตาพริ้มไม่รู้ตัวเลยว่าผมเข้ามาให้ห้อง แต่ชุดของพี่มันนี่สิครับไม่ใช่ชุดแบบตอนแรกที่ใส่นี่หว่า สงสัยพี่มันคงเปลี่ยนชุดแล้วค่อยนอนมั้ง หลังจากที่ผมยืนเถียงกับความคิดในหัวของตัวเองเสร็จ ผมก็แทรกตัวขึ้นไปบนเตียงของพี่มันพร้อมกับดึงผ้าห่มจากพี่มันมาทันทีพี่มันก็รู้งานดีครับ ลืมตามองผมแว๊บนึง แล้วก็ยอมปล่อยผ้าห่มมาให้ผมได้หลับสบายอยู่ข้างๆ พี่มัน

ผมหลับไปได้ประมาณ 2 ชั่วโมงก็ตื่นครับ แต่หันซ้ายหันขวาก็ไม่เจอพี่มันแล้ว สงสัยจะตื่นแล้วมั้งครับ หลังจากผมลุกขึ้นจากเตียงก็เดินออกจากห้องนอนมาที่ห้องนั่งเล่น แต่ก็ไม่เจอพี่มัน ในครัวพี่มันก็ไม่อยู่ ตรงระเบียงห้องนั่งเล่นก็ไม่มีผมเลยตัดสินใจเปิดห้องทางด้านขวาออกเพราะเหลืออยู่ที่เดียว สุดท้ายผมก็เจอพี่มันนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงนอน

สงสัยพี่มันคงลำคานผมมั้งครับ เลยหนีมานอนห้องนี้แทน แต่เอ๊ะ ทำไมพี่มันกลับมาใส่ชุดเดิมอีกแล้ว ขยันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจริงๆ แต่ผมก็พับเก็บความสงสัยของตัวเองไปพร้อมกับกระโดดทับพี่มันให้ตื่นไปส่งผมได้แล้ว ผมอยากกับห้องแล้วครับ

“โอ้ย!! ไอ้แก้มมึงทำอะไรของมึงเนี่ย” พี่มันแหกปากลั่นห้องทันที หลังจากที่ผมกระโดดทับพี่มันจนตื่น

“ไปส่งน้องหน่อย น้องอยากกลับห้องแล้ว” ผมพูดพร้อมเอาแก้มนุ่มๆ ของผมไปถูไถที่ไหล่พี่มัน

“เออๆ กูล้างหน้าเปลี่ยนชุดแปป” พี่มันตอบพร้อมกับลุกจากเตียงนอนแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

“เปลี่ยนชุดเก่งดีว่ะแปลกคน...” ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ ไม่ให้พี่มันได้ยิน

หลังจากผมนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงสักพัก พี่มันก็ออกมาจากห้องน้ำเตรียมตัวพร้อมที่จะออกไปส่งผมแล้วครับ ผมเดินตามพี่มันออกจากห้องนอนไปยังห้องนั่งเล่น แต่ก่อนจะออกจากห้องพี่มัน ผมก็รีบไปวิ่งยังตู้เย็นเพื่อหยิบของโปรดของผมติดมือกลับห้องด้วย

หลังจากออกมาได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึงห้องของผมครับ เพราะคอนโดของพี่มันกับห้องของผมไม่ได้อยู่ไกลกันมากทำให้ใช้เวลาไม่นานก็ถึง

“เดี๋ยวมึง ไปกินข้าวกับกูก่อนดิ กูตื่นมายังไม่ได้กินอะไรเลย” พี่มันพูดขณะทีีผมกำลังจะเปิดประตูลงจากรถ

“พี่เลี้ยงหรอ ไปสิ ผมหิวพอดีเลย” ผมรีบยัดเยียดให้พี่มันเป็นคนเลี้ยงทันที ก็พี่มันชวนก็ต้องเลี้ยงสิครับ จริงมั้ย (?)

“ของฟรีนี่ไวตลอดเลยนะมึง ไอ้แก้ม” พี่มันพูดพร้อมยื่นมือมาดึงแก้มผม เดี๋ยวนี้ผมชินแล้วแหละครับ เลยปล่อยให้พี่มันดึงไป ขี้เกียจจะขัดขืนแล้ว

ร้านที่เราจะฝากท้องไว้คือร้านข้าวหน้ามหา’ลัยครับอยู่ไม่ไกลจากห้องของผมเท่าไหร่ พอเลือกโต๊ะที่จะนั่งได้ผมกับพี่มันก็สั่งของที่อยากกินแล้วนั่งรอให้พนักงานมาเสิร์ฟ

“ไงไอ้เอ็มดีครับ มากับเด็กใหม่อีกแล้วหรอวะ” ผู้ชายร่างสูงใส่แว่นเดินเข้ามาทักพี่มันที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามผม

“เด็กใหม่เหี้ยไรของมึง พูดมาก” พี่มันรีบพูดแก้ตัวพร้อมถลึงตาใส่เพื่อนทันที

“หรือว่าเป็นเด็กที่มึงเคยเล่าว่าเอาเยลลี่มาล่อ...” เพื่อนพี่มันยังพูดไม่ทันจบพี่มันก็รีบเอามือตะครุบปากเพื่อนอย่างว่องไว

“ถุย มือเค็มชิบหาย” เพื่อนพี่มันพูดกับพี่มัน “แล้วน้องชื่ออะไรครับ พี่ชื่อนนท์นะ” ประโยคหลังเพื่อนพี่มันหันมาถามผม

“ผมชื่อไนซ์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมตอบพร้อมส่งยิ้มหวานแบบที่ยิ้มให้พี่เอ็มดีตอนเจอกันครั้งแรก

“อุ้ย เนื้อคู่กันแน่เลยเราสองคน ชื่อคล้องกัน ไนซ์นนท์ อ๊ะ!!” พี่นนท์จะยื่นมือมาดึงแก้มผมครับ แต่พี่เอ็มดีคงรู้ทันเลยตีมือเพื่อนซะแรงเลย

“อย่าจับ มือสกปรก ไปไกลๆ กูจะแดกข้าว” พี่มันพูดพร้อมโบกมือไล่เพื่อนให้ไปจากโต๊ะสักที

หลังจากเพื่อนพี่เขาเดินไปอาหารก็มาเสิร์ฟ ผมรีบจ้วงข้าวผัดหมูไม่ใส่ผักเข้าปากทันที ไม่นานข้าวของผมก็หมด นั่งดูดน้ำอัดลมสีเขียวสบายใจ รอพี่มันจัดการกับข้าวของตัวเองให้เสร็จ

หลังจากผมกับพี่มันกินเสร็จ พี่มันก็พาผมมาส่งคืนที่หอ ผมเดินลงจากรถ กำลังจะหันไปบอกลา พี่มันก็ลดกระจกลงพร้อมกับพูดทิ้งท้ายไว้ว่า

“แก้มมึงกูจับได้คนเดียว ห้ามให้ใครจับจำไว้”

ใช่ครับ ตามนั้นแหละผมได้แต่ทำหน้าเหวอๆ เพราะพี่มันพูดเสร็จก็ออกรถไปทันที ไม่ฟังคำพูดของผมสักนิด

หลังจากวันที่ไปกินข้าวกัน ผมก็ไม่ได้เจอหน้าพี่มันเลยอีกเป็นอาทิตย์ แต่ก็มีบ้างที่คุยกันทางโทรศัพท์เพราะพี่มันโทรมาคุยเรื่องไร้สาระตามประสา

ตอนนี้เวลา 14.00 น. ปี 1 คณะผมไม่มีตารางเรียนต่อ ผมเลยต้องมาเข้าประชุมหลังจากเลิกเรียน เพราะวันนี้รุ่นพี่นัดพวกเรามาจับฉลากเพื่อที่รุ่นน้องจะได้มีพี่รหัสคอยดูแลและให้คำปรึกษาเรื่องต่างๆ ครับผม

แต่เรื่องคำปรึกษาอะไรนั่นผมไม่สนใจหรอกครับ ผมสนใจของฟรีมากกว่า ผมภาวนาขอให้ได้พี่รหัสสายเปย์ด้วยเถอะ
หลังจากนั่งรอไม่นานกิจกรรมก็เริ่มต้นขึ้น พร้อมกับเสียงหวานๆ ของพี่พิธีกรคนสวยบนเวที

“ขอต้อนรับน้องๆ เข้าสู่กิจกรรมสานสัมพันธ์พี่น้องของคณะคหกรรมศาสตร์ค่าาาา”

“เฮ้...ฮิ้วๆๆๆๆๆๆ”

“พี่ขอเข้าเรื่องเลยก็แล้วกันนะคะ น้องๆ คงเรียงแถวกันตามที่พี่จัดให้แล้วใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้นหลังจากนี้พี่จะเริ่มจับสายรหัสเลยนะคะ แถวแรกเตรียมตัวได้เลยนะคะน้องๆ ลุกขึ้นแล้วเดินมาเลยค่ะ”

หลังจากนั้นพิธีกรก็ให้ปี 1 ลุกขึ้นทีละแถว จนมาถึงแถวของผม ผมที่กำลังจะลุกขึ้นไปจับฉลากถึงกับต้องชะงักเท้าหยุดเดินทันที เพราะเสียงของพิธีกรที่พูดใส่ไมค์

“อ๊ะอ่าว นั่นน้องไนซ์ใช่มั้ยคะเนี่ย” ผมหันไปมองหน้าพิธีกรด้วยสีหน้างุนงง แต่คนรอบข้างกลับหันมามองผมเป็นตาเดียว

“อะ...เอ่อ...ใช่ครับ!!” ผมตอบไปเสียงดัง ก็ผมกลัวพี่เขาจะไม่ได้ยินหนิครับ อยู่ตั้งไกล

“อ่ะๆๆๆ ได้เจอตัวสักทีนะคะทุกคน เด็กของพี่เอ็มดีอยู่นี่ไงคะ ฮิ้วๆๆๆ”

หลังจากนั้นก็มีเสียงโห่แซวตามมาอย่างไม่ขาดสาย ผมได้แต่ก้มหน้างุดๆ ไปจับฉลากแล้วกลับมานั่งในแถวที่เดิม

“ได้ใครวะมึง” เสียงของไอ้พีทหันมาถามผมที่กำลังนั่งแกะกระดาษดูชื่อพี่รหัส

“ทัพฟ้า” ผมอ่านชื่อในกระดาษให้มันฟัง

“เยสเข้ ได้ของดีด้วยว่ะ แลกกับกูป่ะ” ไอ้พีททำตาโต เหมือนตกใจอะไรสักอย่าง ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจคำพูดของมันหรอกครับ

“อะไรของมึง ไม่แลกโว้ย ว่าแต่พี่ทัพฟ้านี่ใครวะ กูไม่รู้จัก”

“ก็พี่ทัพฟ้าเดือนมหา’ลัยปีที่แล้วไง รูปหล่อ พ่อรวย กูว่าเปย์หนักสุดๆ ชัวร์”

“สมพรปากมึงละกันนะ เดี๋ยวกูจะให้มึงติดสอยห้อยตามไปด้วย ถ้าพี่เขาชวนกูไปเลี้ยงอะไร”

“แต่ขอเตือนมึงไว้เลยนะ ถ้ายังอยากมีชีวิตรอด พี่รหัสมึงอ่ะท่าทางจะดี แต่ลุงรหัสมึงนี่แหละ ตัวอันตรายของมหา’ลัยเราเลยก็ว่าได้ อย่าคิดเข้าใกล้เชียว ไม่อย่างนั้นมึงชะตาขาดแน่”

“กูล่ะเบื่อความโอเวอร์ของมึงจริงๆ เลย กูไปตามหาพี่รหัสกูดีกว่า” ผมบอกไอ้พีทพร้อมกับลุกขึ้นเดินออกมาจากตรงที่นั่งทันที

ผมเดินวนสักพักก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่สูงกว่าไอ้พีทนิดหน่อย หน้าตาจัดว่าหล่อเลยแหละครับแถมยังดูดีสมกับเป็นเดือนมหา’ ลัยอีกต่างหาก เห็นแบบนั้นผมก็เลยพุ่งตัวเข้าไปทักทายทันที แต่ไม่รู้จะหน้าแตกรึเปล่านะครับ เพราะผมเดาล้วนๆ ว่าน่าจะเป็นคนนี้แหละ

“หวัดดีพี่..เอ่อ..ใช่พี่ทัพฟ้ามั้ยครับ” ผมถามไปพร้อมใช้ความสดใสที่ผมมีทั้งหมดเข้าสู้

“ครับ พี่เอง มีอะไรรึเปล่า” โอ้โห ผู้ชายอะไรครับเนี่ย รูปหล่อ พ่อรวย แถมสุภาพอีกต่างหาก สวรรค์เข้าข้างผมแล้วแหละครับ

“อะ..เอ่อ..ผมชื่อไนซ์นะครับ เป็นน้องรหัสที่จับฉลากได้ชื่อพี่” ผมตอบพร้อมกับยื่นแผ่นกระดาษที่จับสลากได้ให้พี่เขาดู

“อ่อครับ มาสิเดี๋ยวพี่พาไปหาลุงรหัส แต่พี่ขอเตือนนะครับ จะทำอะไรคิดดีๆ ก่อน อย่าเข้าไปใกล้เชียว ถ้ายังอยากมีชีวิตรอด
เรียนต่อให้ครบสี่ปี ฮ่าๆๆ” พี่มันพูดพร้อมเอานิ้วโป้งทำท่าปาดไปที่คอตัวเองเป็นการขู่

“พี่พูดเหมือนเพื่อนผมเลยอ่ะ ผมอยากเจอลุงรหัสของผมแล้วล่ะสิ จะแค่ไหนกันเชียว โถ่ๆ”

“ครับๆ เก่งครับ เดี๋ยวได้ก็ได้เจอแล้ว เตรียมตัวรับมือดีๆ นะน้องไนซ์”

ผมพยักหน้างึกๆ แล้วเดินตามพี่รหัสผมออกมานอกห้องประชุมเดินไปแถวลานจอดรถ ผมก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนหันหลังอยู่ ผมรู้สึกคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่สักพักพอหันหน้ามาสบตากับผม หลังจากนั้นผมก็พุ่งตัวจะเข้าไปกระโดดกอดทันที

“เฮ้ย!! อย่าถอยมา...” พี่รหัสผมตะโกนตามหลังทันทีที่ผมกระโดดพุ่งเข้าไปกอดลุงรหัส

“โลกโคตรกลมเลยอ่ะพี่ ผมโคตรดีใจเลยรู้ป่ะ ที่ได้พี่เอ็มดีเป็นลุงรหัส” ผมพูดขณะที่สองแขนของผมยังกอดคอพี่มันอยู่

“ไนซ์...คือ...ถอยออก...” พี่รหัสผมเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแล้วอยู่ดีๆ ก็หยุดพูดไปซะงั้น
ผมมองหน้าพี่รหัสที่ตอนนี้หน้าพี่เขาซีดเป็นไก่ต้มไปแล้วครับ เล่นซะผมรู้สึกหิวขึ้นมาเลย ไม่รู้ว่าเป็นอะไรของเขาสงสัยจะตกใจ
ที่ผมสนิทกับลุงรหัสถึงขนาดกระโดดกอดคอกันได้ล่ะมั้งครับ

หลังจากนั้นพี่รหัสก็ให้ขนมผมมาถุงบะเร่อเป็นของรับน้องรหัส แล้วก็มีนัดแนะกันว่าจะพาไปเลี้ยงสายรหัสจะได้ไปเจอปู่รหัสด้วยเพราะวันนี้ปู่รหัสไม่ว่างมา หลังจากนั้นพี่รหัสผมก็เดินคอตกไปเลย ทิ้งให้ผมอยู่กับลุงรหัสของผม 2 คน

“พี่เอ็มดีไปกินข้าวกัน ผมหิวแล้วอ่ะ” ผมพูดพร้อมกับทำท่าลูบท้องผมเบาๆ

“ครับ...” พี่มันตอบกลับมาแค่นั้น ผมนี่งงไปเลย วันนี้พี่มันเป็นอะไร พูดน้อยแปลกๆ แถมยังพูดครับกับผมด้วย ชักจะขนลุกแล้วสิ

หลังจากนั้นเราก็เดินมาที่โรงอาหารกลางที่อยู่ไม่ไกลจากหอประชุมนัก ผมรีบวิ่งไปร้านอาหารตามสั่งร้านประจำจัดการสั่งข้าวผัวหมูไม่ใส่ผัก แล้วผมก็เดินไปซื้อน้ำอัดลมสีเขียวที่พี่มันบอกว่าชอบมาถือไว้รอข้าวต่อ

หลังจากได้ข้าวผัดของผมเรียบร้อย ผมก็กลับมานั่งที่โต๊ะ ที่มีพี่มันนั่งรอผมอยู่ก่อนแล้ว

“อะ นี่น้ำที่พี่ชอบ รู้ใจใช่ปะล่ะ ไม่ต้องชมผมหรอกนะ” ผมพูดพร้อมยื่นน้ำไปตรงหน้าพี่มัน แต่พี่มันส่ายหน้าปฏิเสธ

“พี่ไม่ชอบกินน้ำอัดลมครับ” พี่มันตอบมาพร้อมหางเสียงที่ผมไม่เคยได้ยินจากปากพี่มัน ผมถึงกับงงหนักกว่าเดิมอีกครับทีนี้

“พี่ไม่สบายหรือเปล่าเนี่ย วันนั้นพี่บอกผมเองว่าชอบ แล้วนี่มาพูดเพราะกับผมทำไม ขนลุก” ผมพูดพร้อมทำท่าลูบแขนตัวเองทั้งสองข้าง

“งั้นน้องไนซ์จำใหม่นะครับ พี่ไม่ชอบกินน้ำอัดลม พี่ชอบกินน้ำเปล่าธรรมดาแบบไม่เย็น” พี่มันตอบพร้อมกับก้มหน้าก้มตาจัดการกับข้าวในจานต่อ

ผมได้แต่พยักหน้างึกๆ ไม่ได้ตอบอะไรพี่มันอีก เพราะผมกลัวว่าพี่มันจะพูดอะไรให้ผมขนลุกออกมาอีกน่ะสิครับ
กินข้าวไปได้สักพัก ผมก็สังเกตได้ว่าคนในโรงอาหารทำไมมองมาที่โต๊ะผมกันแทบทุกคนด้วยสายตาเหมือนแปลกใจอะไรสักอย่าง แถมยังซุบซิบอะไรกันด้วยก็ไม่รู้ ผมเริ่มชักจะหวั่นใจแล้วสิ ว่าจะมีเรื่องซวยอะไรเกิดขึ้นกับผมอีกรึเปล่าเนี่ย

หลังจากกินข้าวเสร็จ พี่มันก็ลากผมมาที่รถเพื่อที่จะไปส่งผมที่หอ แต่เอ๊ะ พี่มันเปลี่ยนรถหรอ ปกติไม่ใช่คันนี้นี่หว่า แต่ผมก็ไม่ได้ถามอะไรพี่มันหรอกนะ คิดแค่ว่าส่งผมให้ถึงหอก็พอ

ไม่กี่นาทีต่อมาพี่มันก็ขับรถมาจอดที่หน้าหอผม โดยที่มีผมคอยบอกทางพี่มันตลอด สงสัยพี่มันจะไม่สบายจริงๆ ถึงขั้นจำทางมาหอผมไม่ได้ หลังจากนั้นพี่มันก็หาที่จอดแล้วบอกให้ผมนำทางขึ้นไปที่ห้อง

“ขอบคุณนะพี่ที่มาส่ง ผมเข้าห้องก่อนนะ” ผมบอกพี่มันเตรียมจะเปิดประตูห้อง แต่ยังไม่ทันได้เปิดเพราะพี่มันเรียกผมไว้ก่อน

“ไนซ์ครับ พี่ขอเบอร์เราหน่อยได้มั้ย เผื่อไว้นัดเลี้ยงสาย พี่จะได้โทรบอกเรา”

ผมหันมองหน้าพี่มันด้วยความหวาดหวั่นพร้อมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พี่มันไม่ต้องไม่สบายจริงๆ แน่ๆ เลยครับ สมงสมองพี่มัน
ไปหมดแล้ว ทั้งพูดจาแปลกๆ จำทางมาหอผมก็ไม่ได้ แถมมาขอเบอร์ผมอีกทั้งๆ ที่มีเบอร์กันมาเป็นเดือนแล้ว

ผมยื่นมือไปรับไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดของพี่มันมา พร้อมกับกดเบอร์ของผมลงไปแล้วยื่นคืนไปให้พี่มันทันที พร้อมกับพูดทิ้งท้ายใส่พี่มันก่อนที่ผมจะรีบพุ่งตัวเข้าห้องทันที

“ไม่สบายก็ไปหาหมอนะพี่ อย่าปล่อยให้อาการหนักกว่านี้ ผมเริ่มกลัวพี่แล้วเนี่ย”

ผมเริ่มหวั่นใจกับพี่มันแล้วนะครับ พี่ผมมันจะเป็นอะไรมั้ยเนี่ย คิดแล้วผมก็เครียด ถ้าพี่มันเป็นอะไรไปใครจะเลี้ยงขนมผมล่ะครับทีนี้ พูดแล้วก็ขอไปหยิบเยลลี่น้องหมีในตู้เย็นมากินแก้เครียดดีกว่า...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-06-2020 19:58:02 โดย woragus »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1796
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ woragus

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0

เยลลี่ชิ้นที่ 3 เปิดเผยตัวจริงของลุงรหัส

หลังจากการจับสายรหัส นี่ก็ผ่านมาได้สองอาทิตย์แล้วครับ ผมกับสายรหัสของผมยังไม่ได้นัดกันเลี้ยงสาย เพราะช่วงนี้พวกเรายังว่างไม่ตรงกันเลย และวันนี้พวกรุ่นพี่ก็นัดพวกเราปี 1 ให้มาประชุมกันอีกรอบ เพราะจะได้ทำการคัดเลือกดาวเดือนของคณะ เพื่อเป็นตัวแทนไปคว้าตำแหน่งดาวเดือนมหา’ลัยมาให้กับคณะคหกรรมศาสตร์ของเรากันครับ

“ได้เวลาแล้วนะคะน้อง เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา ไหนๆ พวกน้องก็ยืนแยกแถวชายหญิงกันอยู่แล้ว พี่ขอใช้วิธีเบสิคสุดๆ เลยแล้วกันนะคะ พี่จะให้น้องๆ ส่งตัวแทนแถวละ 1 คน เพื่อเอามาให้พวกพี่คัดคู่ดาวเดือนของคณะเรากันค่ะ พี่ให้เวลา 15 นาทีเท่านั้น เริ่มได้เลยค่าาาาา”

หลังจากนั้นความชุลมุนก็บังเกิดครับ เพราะแต่ละคนต่างหันหน้าหันหลังไปชี้คนโน้นทีคนนี้ทีเพื่อที่จะให้แถวของตัวเองได้มีตัวแทนตามคำสั่งของรุ่นพี่ แต่ผมไม่สนใจหรอกครับ เพราะตอนนี้ผมกำลังยืนแกะถุงเยลลี่ที่พี่เอ็มดีสุดที่รักของผมเอามาให้เมื่อเช้านี้ หลังจากแกะเสร็จก็จัดการเทใส่ปากอย่างสบายใจ โดยไม่ได้สนใจเสียงรอบข้างเลยครับ

แต่ผมก็ยังขอยืนยันคำเดิมครับ คนมันจะซวยอะไรก็ช่วยไม่ได้เพราะรุ่นพี่ดันออกคำสั่งใหม่กระทันหัน

“หมดเวลาแล้วค่ะน้องๆ ไหนใครไม่ใช่ตัวแทนของแถวขอให้นั่งลงให้เรียบร้อยนะคะ ให้เหลือแค่ตัวแทนก็พอค่ะ”

เท่านั้นแหละครับ แถวข้างๆ ทั้งซ้ายและขวารวมทั้งแถวของผมพร้อมใจกันนั่งลงพรึบหายไปหมดทั้งแถบ เหลือแค่ตัวแทนของแถวอื่นๆ เพียงแค่แถวละคนและก็น้องไนซ์คนนี้ไงครับ ที่ยืนใช้มือซ้ายกอดถุงเยลลี่ ส่วนมือขวากำลังเอาเยลลี่น้องหมีสีแดงรสสตอเบอรี่ของโปรดของผมเข้าปากอยู่

ผมได้แต่หันหลังไปมองเพื่อนในแถว แล้วก็กำลังจะย่อตัวนั่งตาม แต่สายตาของเพื่อนในแถวดูแล้วจะไม่ยินยอมให้ผมได้นั่งลงแล้วแหละครับ ผมจึงต้องยืนกอดถุงเยลลี่ต่อไปอย่างช่วยไม่ได้

“โอ้โห น้องไนซ์คะ พี่ก็พอจะรู้มาจากพี่เอ็มดีนะคะ ว่าน้องติดเยลลี่มาก แต่พี่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นยืนกอดไว้แบบนั้นเลยนะคะเนี่ย พี่เอ็มดีซื้อให้ใช่มั้ยคะนั่น ฮิ้ววววว” พิธีกรคนสวยคนเดิมกับรอบที่แล้วพูดขึ้น ทำให้ทั้งห้องประชุมหันมามองผมเป็นตาเดียวอีกแล้วครับ

ผมทำได้แต่ก้มหน้างุดๆ มองพื้น พร้อมปาถุงเยลลี่ที่กอดไว้ใส่ไอ้พีทเพื่อนชั่วของผมที่เอาแต่นั่งขำผมอยู่ด้านหลัง หรือว่าผมคิดผิดกันนะ ที่ผมเคยบอกว่าจะฝากชีวิตในรั้วมหา’ลัยไว้กับคนแบบมัน

“เอาแหละค่ะ ต่อไปพี่จะให้น้องๆ ที่เป็นตัวแทนแต่ละแถวขึ้นมาแนะนำตัวบนเวทีนะคะ พร้อมกับบอกชื่อของพี่รหัส ลุงรหัสด้วยนะคะ เวลาที่น้องๆ คิดจะหนีพี่จะได้ตามตัวง่ายๆ เพราะมีน้องหนีกันทุกปี เริ่มจากแถวแรกเลยค่ะ จะได้ไม่เสียเวลา มาค่ะ”

หลังจากเสียงพิธีกรคนสวยสิ้นสุดลง ตัวแทนแต่ละแถวก็เดินขึ้นไปแนะนำตัวกันบนเวทีตามที่ได้รับคำสั่งมา จนมาถึงแถวของผมซึ่งอยู่แถวที่ 2 นับจากแถวสุดท้าย

“สวัสดีครับ ผมชื่อ นิรัช ชื่อเล่นไนซ์ เอ่อ...พี่รหัสผมชื่อพี่ทัพฟ้า...ส่วนลุงรหัส...ผมชื่อพี่เอ็มดีครับ ขอบคุณครับ”

หลังจากผมแนะนำตัวเสร็จ ทันใดนั้นเองก็มีเสียงจากเพื่อนแถวสุดท้ายตะโกนขึ้นมาแทรก

“พี่เอ็มดีเป็นลุงรหัสของผมครับ!!” คนในแถวสุดท้ายด้านล่างเวทีพูดขึ้นเสียงดังฟังชัด

“เอาแล้วค่ะ เกิดศึกแย่งลุงรหัสกันแล้วค่าาา” เสียงพิธีกรคนสวยพูดขึ้นต่อทันที

“แต่ผมว่าไม่น่าใช่นะครับ ก็ผมเจอกับลุงรหัสแล้วตั้งแต่วันจับสายเลย พี่ทัพฟ้าเป็นคนพาผมไป” ผมเถียงขาดใจเลยครับ ก็ผมพูดความจริงนี่หว่า

“ผมก็เจอกับลุงรหัสแล้วเหมือนกันครับ” คนที่อยู่ในแถวข้างล่างพูดบ้าง

“เอายังไงดีคะเนี่ย ศึกครั้งนี้ พี่เอ็มดีของน้องไนซ์นี่ท่าทางจะเนื้อหอมจริงๆ เลยนะคะเนี่ย ฮิ้วววววว”

“งั้นเอางี้เดี๋ยวผมโทรตามพี่เอ็มดีมาเลยก็ได้ครับ จะได้เคลียร์” ผมพูดด้วยความมั่นใจพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกและเปิดสปี๊กเก้อโฟนใส่ไมค์ให้คนอื่นได้ยินด้วย

แต่ก็นั่นแหละครับคนมันจะซวย พี่เอ็มดีไม่รับสายผม หน้าแตกสิครับงานนี้ แต่ผมก็คิดอะไรบางอย่างออก

“แปปนะครับ ผมมีอีกเบอร์นึงของพี่เขา” ผมพูดพร้อมกดโทรออกทันทีพร้อมกับเปิดสปี๊กเก้อโฟนใส่ไมค์เหมือนเดิมรอไม่นานพี่ชายสุดที่รักของผมก็รับสาย

“ครับไนซ์” ปลายสายพูดขึ้นทันทีที่รับสาย

“พี่ มาหาผมที่ห้องประชุมเลยนะ เกิดศึกแย่งลุงรหัสแล้วเนี่ย มาเร็วๆ เลยนะ มาเคลียร์เลยว่าพี่เป็นของใครกันแน่ ผมรออยู่” ผมพูดด้วยเสียงออดอ้อนตามสไตล์ของผมเวลาอ้อนพี่เอ็มดีเขาแหละครับ

“ครับๆ รอพี่แปปนึงนะ” ปลายสายตอบและตัดไปทันที

แต่เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมพวกรุ่นพี่ทั้งห้องประชุมมองมาที่ผมด้วยสีหน้าเหมือนตกอกตกใจกับอะไรสักอย่าง แถมยังหน้าซีดเป็นไก่ต้มแบบที่พี่ทัพฟ้าเป็นวันนั้นไม่มีผิด หรือผมทำอะไรผิดไปหรอครับ

“เอ่อ...น้องไนซ์คะ พี่ว่าไม่ต้องให้มาแล้วมั้งคะ คือ...พี่พอจะเดาออกแล้ว” พิธีกรพูดใส่ไมค์ด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

ไม่นานนักประตูห้องประชุมก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงของลุงรหัสของผม ผมมองร่างสูงที่กำลังเดินเข้ามาในห้องประชุมด้วยความปลื้มใจกับลุงรหัสของผมที่ไม่ปล่อยทิ้งให้ผมเดียวดายในสถานการณ์แบบนี้

หลังจากนั้นลุงรหัสของผมก็เดินขึ้นมาบนเวที เมื่อลุงรหัสมาหยุดอยู่ข้างผม ผมก็กระโดดกอดคอลุงรหัสทันที แล้วกระซิบข้างหูให้ได้ยินกันแค่ 2 คนว่า “พี่ช่วยไนซ์ด้วย มีคนจะแย่งลุงรหัสไนซ์ นั่นๆ คนนั้นน่ะ” พูดเสร็จแล้วผมก็ใช้นิ้วชี้ ชี้ไปที่คนในแถวข้างล่างเวที

รุ่นพี่บนเวทีพอเห็นผมกระโดดกอดคอลุงรหัสเท่านั้นแหละครับ วงแตกกันหมดเลย เหลือไว้แค่พิธีกรคนสวยที่ต้องทำหน้าที่ต่อไปด้วยสีหน้าตกใจแบบสุดขีด

“เอ่อค่ะ เอาไงต่อดีคะ พี่ เอ่อ...” พิธีกรยังพูดไม่ทันจบ ลุงรหัสของผมก็ยื่นมือไปดึงไมค์ออกจากมือของเธอทันที

“สวัสดีครับ ผมไอรวัฒน์ ชื่อเล่น ไอที เป็นลุงรหัสของไนซ์ครับ” ลุงรหัสผมพูดกรอกใส่ไมค์ทันที ทั้งห้องประชุมเงียบกริบ เหลือแค่เสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานอยู่

เท่านั้นแหละครับ มือที่กอดคอลุงรหัสผมอยู่ล่วงแหมะทันที ผมหันไปมองหน้าลุงรหัสที่หันมายิ้มให้ผมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และผมกำลังจะถอยหลังหนีแต่ไม่ทันครับ ลุงรหัสผมยื่นมือมาจับมือของผมไว้แน่นไม่ยอมให้ผมถอยไปไหน

“จะไปไหนครับ น้องไนซ์” ร่างสูงหันมาพูดกับผมพร้อมรอยยิ้มที่ผมมองแล้วรู้สึกขนลุกทั้งตัว

และไม่นานนักประตูห้องประชุมก็เปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมร่างสูงของพี่เอ็มดีที่วิ่งตรงมาทางผมทันที และเมื่อมาถึงตัวผมพี่มันเล่นใหญ่ดึงมือผมออกจากมือลุงรหัสทันที

“มึงจะทำอะไร ไอที!!” พี่มันพูดขึ้นเสียงดังพร้อมกำมือผมไว้แน่น

“มึงนั่นแหละจะทำอะไรเอ็มดี ปล่อยมือไนซ์” ร่างสูงของลุงรหัสผมพูดพร้อมทำท่าจะดึงมือผมออก

แฝดพี่แฝดน้องยืนจ้องตากัน จนผมสังเกตเห็นสายฟ้าออกมาจากตาของทั้งคู่ เหมือนกับว่าพี่มันทั้งสองคนกำลังแย่งสาวน้อยๆ ตัวเล็กๆ ยังไงยังงั้นเลยแหละครับ

“เอ่อ...พี่ไอที พี่เอ็มดี พอก่อนนะคะค่อยมาแย่ง เอ้ย!! ค่อยเคลียร์กันที่หลัง ขอทำกิจกรรมตรงนี้ต่อให้จบก่อนนะคะ” พิธีกรพูดแทรกขึ้น ทั้งคู่เลยยอมปล่อยมือผมสักที

แล้วทั้งคู่ก็ลากกันเดินออกไปจากห้องประชุม ทิ้งให้ผมกลายเป็นเป้าสายตาจากผู้คนมากมายในห้องประชุมแห่งนี้ แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดีนะครับ หลังจากแนะนำตัวกันครบ พิธีกรก็สั่งให้รุ่นน้องทุกคนเขียนชื่อของคนที่ตัวเองเชียร์และอยากให้เป็นตัวแทนดาวเดือนของคณะใส่ลงในกระดาษแล้วหย่อนใส่กล่องโดยมีรุ่นพี่เดินไปเก็บตามแถว

การนับคะแนนผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงผลก็ออกมาแล้วครับ

“ตัวแทนดาวของคณะได้แก่น้องน้ำฟ้าค่าาาา”

“กรี๊ดๆๆๆ ...ฮิ้วววว”

“ต่อไปนะคะ ตัวแทนของเดือนคณะได้แก่น้องเยลลี่ เอ้ย น้องไนซ์ค่าาาาา” พิธีกรพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นผิดปกติ จนผมสังเกตได้ แถมยังหันมายิ้มกรุ้มกริ่มให้ผมอีกต่างหาก

หลังจากเสร็จกิจกรรมในห้องประชุมต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง

ผมเดินออกมาแบบโซเซหมดสภาพจนไอ้พีทที่เดินตามหลังผมมาเอามือมากอดบ่าผมไว้

“มึงเป็นอะไรของมึงไอ้ไนซ์ แค่แฝดในตำนานรุมแย่งมึงถึงกับไปไม่เป็นเลยหรอวะ ฮ่าๆๆ” มันพูดพร้อมเสียงหัวเราะชอบใจพร้อมโยนถุงเยลลี่คืนผม

“ไนซ์เอาไงต่อดีล่ะทีนี้ จะแยกออกมั้ยเนี่ยคนไหนพี่ไอทีคนไหนพี่เอ็มดี เราเห็นแล้วเรายังงงๆ เลย” น้องซีของผมพูดเสริมต่อจากไอ้พีททันที

ผมได้แต่มองหน้าพวกเพื่อนของผม แต่ตอนนี้ไม่มีแรงจะเถียงพวกมันหรอกครับ ตอนนี้ร่างกายของผมพรุนไปหมดแล้วหลังจากโดนสายตาของคนในห้องประชุมมองผมจนร่างทะลุไปหมด

หลังจากผมได้เป็นตัวแทนของคณะ สิ่งที่ผมต้องทำต่อไปคือซ้อมสิ่งต่างๆ ที่ต้องใช้ในการประกวดในอีก 1 เดือนข้างหน้านี้ แต่ไอ้เรื่องการซ้อมมันไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่ไอ้เรื่องที่ผมเจอหลังจากวันที่ผมโดนยื้อแย่งบนเวทีวันนั้นมากกว่าที่ทำให้ผมใช้ชีวิตสบายๆ เป็นเฟรซชี่วัยใสไม่ได้อีกต่อไป

Gossip Freshy Boys

วันนี้เดี๊ยนได้ไปแอบแชะภาพของแฝดพี่ไอทีกับแฝดน้องเอ็มดีในตำนานมาให้ดูกันนะคะ แต่เอ๊ะ ทำไมกันนะ เหมือนทั้งสองคนจะทะเลาะอะไรกันสักอย่าง จะเกี่ยวกับเรื่องบนเวทีคัดดาวเดือนของคณะคหกรรมศาสตร์วันนั้นมั้ยคะ อันนี้เดี๊ยนก็ไม่อาจทราบได้ อะฮิ อะฮิ

‘มีเรื่องอะไรกันคะทำไมชั้นตกข่าว’

‘ไม่นะพี่ไอทีของน้อง ทำไมพอหึงหวงแล้วมันกร้าวใจน้องเหลือเกิน’

‘อุ้ยตาย ไม่อยากจะเม้าท์ เห็นแฝดพี่ขลึมๆ แบบนั้นอย่าให้ออกโรงนะคะขนลุกมากค่ะ #จากคนอยู่ในเหตุการณ์’

‘ต้องเป็นเรื่องของน้องเยลลี่แน่ๆ เลยวันนั้นน่ะ’

‘น้องเยลลี่นี่คือใคร’

‘น้องไนซ์ไง ที่ได้เป็นเดือนคณะคหกรรมฯ’

*แนบรูปภาพ*


เท่านั้นแหละครับ ชีวิตของผมก็เปลี่ยนแบบที่ว่าห้ามกระดิกตัวเชียวนะมึง มิเช่นนั้นกูเล่นข่าวมึงแน่ อะไรประมาณนั้นเลยแหละครับ แล้วต่อจากนี้ตัวปัญหาทั้ง 2 คน จะมารับผิดชอบชีวิตผมมั้ยล่ะครับเนี่ย หรือจะปล่อยให้น้องไนซ์ผู้บอบบางและอ่อนแอคนนี้ ต้องรับผลกรรมที่ไม่ได้ก่ออยู่คนเดียว เอาใจช่วยผมด้วยครับเพื่อนๆ


ออฟไลน์ woragus

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
เยลลี่ชิ้นที่ 4 จะจีบผมอีกคนปะเนี่ย

< แฝดพี่คนขรึม >

“ปล่อยกู ไอที!!” แฝดน้องของผมโวยวายเสียงดัง ตอนที่ผมลากมันออกมาจากห้องประชุม พร้อมสะบัดมือผมที่กำข้อมือของมันออก

“...”

“กูบอกให้ปล่อยไง!! มึงลากกูออกมาทำไมวะ กูจะไปหาไนซ์”

“มึงคิดอะไรกับไนซ์รึเปล่า” ผมถามออกไปด้วยเสียงเรียบนิ่ง ผมเป็นคนตรงๆ อยู่แล้วครับ อยากรู้อะไรก็แค่ถาม ไม่อยากทำอะไรให้มันยุ่งยาก

“ทำไมกูต้องบอกมึงด้วยวะ แล้วมึงยุ่งอะไรด้วย” น้องผมมันไม่ยอมตอบ แถมยังโยนคำถามกลับมาให้ผมอีก

“ถ้ามึงไม่ยอมบอก งั้นมึงก็ฟังที่กูกำลังจะพูดให้ดีๆ แล้วกัน”

“...”

“กู-ชอบ-ไนซ์” ผมพูดเน้นทีละคำ ให้มันได้ยินอย่างชัดเจนพร้อมกับเดินหันหลังออกมาจากตรงนั้นทันที โดยไม่ฟังอะไรต่อ แต่ต้องชะงักเท้าเมื่อน้องผมมันพูดต่อ

“กูก็ชอบไนซ์ อีกอย่างกูเจอน้องเขาก่อน ยังไงกูก็จะไม่ปล่อยให้มึงคาบไปหรอก”

“งั้นหรอ...เจอก่อนงั้นหรอ” ผมหันกลับไปพูดสวนทันที

“...”

“มึงยังจำเรื่องของเด็กคนนึงที่กูเคยเล่าให้มึงฟังได้มั้ย ถ้ามึงยังจำได้อยู่ กูจะบอกมึงให้รู้ไว้...เด็กคนนั้นคือไนซ์”

“แน่ใจหรอ...แน่ใจหรอว่าคือไนซ์”

“กูแน่ใจว่าใช่ ถ้ายังเห็นแก่ความเป็นพี่น้องอยู่ กูไม่อยากจะมาทะเลาะกับมึงเรื่องอะไรแบบนี้ มันน่าอายอยู่นะที่กูต้องมาพูดอะไรแบบนี้ ถือว่ากูขอร้องนะ ช่วยหลีกทางให้กูด้วย กูไม่อยากพลาดโอกาสเป็นครั้งที่สองอีกแล้ว ครั้งเดียวมันก็เกินพอแล้ว...”

ทำไมผมจะไม่รู้ล่ะครับว่าน้องชายของผมมันรู้สึกยังไงกับไนซ์ ที่ทุกคนเห็นมันเฟรนด์ลี่ สนิทกับคนโน้นคนนี้ไปทั่ว แต่มันไม่เคยทำกับใครแบบที่ทำกับไนซ์ ทั้งพามาที่คอนโดทั้งๆ ที่มันหวงความเป็นส่วนตัวของมันจะตาย แถมยังคอยเอาขนมที่น้องมันชอบไปให้น้องแทบจะทุกวันก่อนเข้าเรียน ถึงมันจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็เถอะ แต่มันแสดงให้เห็นว่าเอ็มดีมันใส่ใจไนซ์มากกว่ารุ่นน้องคนอื่นๆ

อีกอย่างนะครับตัวเอ็มดีเองมันก็รู้เรื่องของไนซ์ที่ผมเคยเล่าให้มันฟังเมื่อหลายปีก่อนเป็นอย่างดี และผมก็มั่นใจครับว่าถ้าผมเอ่ยปากขอร้องมันไปตรงๆ น้องของผมยังไงมันก็ต้องเข้าใจและยอมทำตามที่ผมขอร้องครับ เพราะน้องของผมมันรู้ดีครับว่า นิสัยของผมถ้าไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องการจริงๆ ผมจะไม่มีทางเอ่ยปากขอร้องใครหน้าไหนเด็ดขาด...


< เจ้าแก้มเยลลี่ >

วันนี้เป็นวันเสาร์ครับ เป็นวันที่ผมอยากจะนอนให้เต็มที่ คิดว่าจะตื่นสัก 5 โมงเย็น เอ่อ อันนั้นก็เกินไปครับ ผมพูดเล่นแต่ประเด็นนั้นช่างมันไปก่อนครับ เพราะตอนนี้ผมต้องลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเสียงโทรศัพท์ของผมมันกำลังแผดเสียงร้องรบกวนการนอนของผมอยู่

ผมลืมตาขึ้นพร้อมใช้ทั้งสองมือควานหาโทรศัพท์ที่ผมเอามันไปยัดไว้ส่วนไหนบนเตียงนอนก็ไม่รู้ เพราะเมื่อคืนผมหลับคาโทรศัพท์เลยครับ แล้วผมเป็นคนนอนดิ้นก็ไม่รู้ว่าผมเหวี่ยงมันไปไว้ตรงไหน

หาอยู่สักพักผมก็เจอพร้อมกับเบอร์ที่ปรากฏชื่อหราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ของผม ‘พี่เอ็มดี2’ ผมกลืนก้อนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอด้วยลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก ก็มันไม่ใช่เบอร์ของพี่เอ็มดีอีกต่อไปแล้วหนิครับ มันกลายเป็นเบอร์ของลุงรหัสผมไปซะแล้ว ผมนั่งมองหน้าจอจนสายตัดไป พร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

แต่แล้วยังไงล่ะครับทีนี้มันไม่ใช่เสียงโทรศัพท์แล้วครับ แต่มันเป็นเสียงเคาะประตูหรือว่าเสียงคนพังประตูกันแน่วะน่ะ ผมพอจะเดาออกเลยครับว่ามันจะเป็นใคร เพราะเพื่อนผมก็ไม่มีใครรู้ว่าผมพักอยู่ที่ไหน จึงมีแค่ 2 คนเท่านั้นที่รู้ห้องของผม คนแรกคือพี่เอ็มดี ส่วนอีกคนคือพี่เอ็มดี2 ไม่สิลุงรหัสของผมเองครับ

ปัง ปัง ปัง!!

ผมค่อยๆ แง้มประตูออกแค่พอให้เห็นคนที่อยู่หน้าห้องได้เท่านั้น แต่ขณะที่ผมกำลังจะยื่นหน้าออกไปดูนั้น มันมีเยลลี่ถุงใหญ่พุ่งสวนเข้ามาในช่องที่ผมแง้มประตูแทนครับ จะให้ผมทำยังไงละครับ ผมรีบตะครุบไว้แบบไม่คิดชีวิตเลยครับ ก็ผมชอบของผมนี่นา

“หวัดดีครับน้องไนซ์...” ร่างสูงตรงหน้าแทรกตัวเข้ามาในห้องหลังจากผมปล่อยมือออกจากประตูห้อง พี่มันโบกมือทักทายผมพร้อมกับร้อยยิ้มที่ผมไม่ค่อยอยากจะไว้ใจสักเท่าไหร่

“พะ...พี่เอ็มดี...มาแต่เช้าเลยนะครับเนี่ย” ผมตีเนียนไปก่อนครับ เผื่อผมจะจำผิดคน เอาง่ายๆ คือผมให้กำลังใจตัวเองครับ

“...” พี่มันไม่ตอบพร้อมกับยื่นมือมาดึงถุงเยลลี่ออกจากมือผม

“เห้ย!! เอาคืนมานะพี่ไอที เอามาๆๆ” ผมลืมตัวครับ หลุดเรียกชื่อพี่มันไปแล้ว ผมไม่น่าเกิดมาเป็นคนเห็นแก่กินเลย

“ก็จำได้หนิครับ...กวนตีนพี่หรอ หื้ม?” พี่มันพูดเสียงเรียบ พร้อมยื่นหน้าเข้ามาเกือบชิดกับหน้าของผม ตอนนี้หน้าเราห่างกันไม่ถึงคืบแล้วครับ

“เอาหน้าออกไปเลยพี่!!” ผมพูดพร้อมเอามือดันหน้าพี่มันออกไปไกลๆ

“พี่มารับเราไปซ้อมดาวเดือนครับ แล้วนี่ทำไมยังไม่แต่งตัวอีก ลืมหรอว่ามีซ้อม”

“เห้ย!! ผมลืมไปเลยพี่ เดี๋ยวผมไปอาบน้ำก่อน” ผมตอบพี่มันพร้อมพุ่งตัวเข้าห้องน้ำทันที

ผมใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวแค่ 15 นาทีเท่านั้น พอเดินออกมาจากห้องนอน ก็เห็นพี่มันยืนหันหลังทำอะไรสักอย่างอยู่ตรงห้องครัว

“มากินข้าวครับไนซ์ พี่ทำข้าวผัดให้ มาเร็วๆ” พี่มันพูดพร้อมยกจานข้าวผัดมาไว้ตรงโต๊ะหน้าทีวี

“พี่จะวางยาเบื่อผมรึเปล่าเนี่ย หน้าตาไม่น่าไว้ใจ” ผมพูดหยอกพี่มันไปอย่างงั้นแหละครับ เดี๋ยวรีบพุ่งใส่ข้าวเขาจะรู้อีกว่าผมเห็น
แก่กิน

“ถ้าหน้าแบบพี่ไม่น่าไว้ใจ แล้วหน้าแบบเอ็มดีมันน่าไว้ใจหรอครับ” พี่มันพูดพร้อมยื่นหน้าเข้ามาหาผมอีกแล้วครับ พี่น้องคู่นี้มันเป็นอะไรของมันวะเนี่ย

“อะ...เอ่อ...หน้าเหมือนกันก็ไม่น่าไว้ใจทั้งคู่น่ะแหละ เอาหน้าไปไกลๆ ผมเลย” ผมพูดดันหน้าพี่มันออกแล้วหันมากินข้าวผัดที่พี่มันทำให้

ผมนั่งกินข้าวไปดูทีวีไป ส่วนพี่มันก็นั่งแยกเยลลี่สีแดงไว้ให้ผมกินหลังจากที่ข้าวในจานใกล้จะหมด จริงๆแล้วผมก็ชอบกินแค่สีแดงนั่นแหละครับ แต่มันไม่มีขายแบบแยกไง จะว่าไปลุงรหัสผมก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นนะผมว่า คนอื่นคงกลัวไปเองมากกว่า

“พี่รู้ได้ไงว่าผมชอบกินเยลลี่สีแดง เห็นแยกแต่สีแดงออกมา”

“พี่รู้เกี่ยวกับเราอีกหลายเรื่อง เดี๋ยวรู้จักกันไปเรื่อยๆ เราก็จะรู้เองครับ ตอนนี้รีบกินก่อนจะได้รีบไปกัน” พี่มันพูดพร้อมกับลุกขึ้นไปล้างมือในห้องน้ำ

ผมได้แต่พยักหน้างึกๆ แล้วนั่งกินเยลลี่ที่พี่มันแยกไว้ให้จนเสร็จ พี่มันก็ลากผมลงมาที่รถแล้วขับพามาส่งที่ตึกที่ใช้ซ้อมดาวเดือนของคณะคหกรรมฯ หลังลงจากรถพี่มันก็วิ่งมาโอบไหล่ผมให้เดินไปที่ห้องซ้อมด้วยกัน แต่มันสายไปเกือบ 20 นาทีแล้วน่ะสิครับ ผมจะรอดมั้ยเนี่ย

“แหม น้องไนซ์คะมาซะสาย...ไม่เป็นไรค่ะ พี่รอได้สำหรับน้องไนซ์มาทางนี้เลยค่ะเด็กดี” พี่แอลที่ดูแลเรื่องฝึกซ้อม พูดขึ้นพร้อมกับหันมาทางผมแล้วกวักมือเรียกหยอยๆ แต่ผมว่าพี่เขาหน้าตาดูตกใจแปลกๆ นะครับ แถมไม่บ่นไม่ว่าที่ผมมาสายเลยสักคำ แปลกจริงๆ แหละ

ผมโบกมือล่ำลาลุงรหัสของผมแล้วเดินตามพี่แอลไปที่ห้องแต่งตัวของดาวเดือนทันที

“มาด้วยกันได้ไงคะเนี่ย ไหนเม้าท์มาสิ้” พี่แอลพูดพร้อมพยักพเยิดไปทางลุงรหัสของผม

“พี่ไอทีอ่ะหรอ เขามารับผมที่ห้องอ่ะครับ แล้วก็มาด้วยกันเลย” ผมตอบไปตามความจริง

“เอ๊ะยังไงกันคะเนี่ย ไปถึงไหนกันแล้ว หื้ม?” พี่แอลถามผมแล้วทำหน้าล้อเลียน

“ถึงไหนอะไรล่ะพี่ ลุงรหัสมีน้ำใจไปรับหลานรหัสไม่เห็นจะแปลกตรงไหน”

“คนอย่างพี่ไอทีอ่ะนะจะเอาตัวเข้าไปยุ่งกับรุ่นน้องไม่มีทางหรอกค่ะ ถ้าพี่เขาไม่ได้ ชะ...” ยังไม่ทันจะพูดจบ พี่แอลก็หยุดพูดพร้อมกับทำตาโตมองมาที่ข้างหลังผมแล้วค้างไปดื้อๆ ซะงั้น

“เมื่อกี้จะพูดอะไรหรอแอล...” ร่างสูงของลุงรหัสยืนพูดอยู่ด้านหลังผมแล้วส่งยิ้มเย็นเฉียบให้พี่แอล จนผมขนลุกตามไปด้วยเลยครับ

“ปะ...เปล่าค่ะ” พอพี่แกพูดเสร็จพี่แกก็วิ่งหนีไปเฉยเลย อะไรกันครับเนี่ย

หลังจากคุยกันเสร็จจากนั้นผมก็เริ่มทำการซ้อมตามปกติ ส่วนลุงรหัสของผมขอตัวออกไปทำธุระข้างนอก แล้วเดี๋ยวตอนเย็นเขาบอกว่าจะมารับกลับห้อง ก็ดีครับผมจะได้ไม่เปลืองค่ารถ จะว่าไปเขาก็เป็นคนดีนะ ผมว่าผมชักจะเริ่มชอบนิสัยดูแลเทคแคร์ของลุงรหัสผมคนนี้เข้าแล้วล่ะสิ...

Gossip Freshy boys

เอาแหละค่าาา งานนี้เดี๊ยนได้ไปแอบแชะรูปของแฝดคนพี่แถวตึกคณะคหกรรมศาสตร์ของมหา’ลัยเรามาอีกแล้วค่ะ แต่เอ๊ะ...เดี๋ยวก่อนนะคะ นั่นในมือของคุณเขา เดี๊ยนเหมือนเห็นถุงเยลลี่ด้วยใช่มั้ยคะนั่น คุ้นๆนะคะว่าจะมีน้องคนนึงชอบมากๆ นี่จะเอาไปล่อ เอ้ย!! จะเอาไปฝากใครกันคะเนี่ย น่าสงสัยจริงๆ เลย

‘พี่ไอทีของน้องทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้คะเนี่ย’

‘จบกันตำนานแห่งความเงียบขลึมของแฝดพี่ ถือถุงเยลลี่หมีเป็นคนแบ๊วไปซะแล้ว’

‘เมื่อเช้าเหมือนเห็นแถวหอของน้องเยลลี่ด้วยนะคะ’

‘แล้วพี่เอ็มดีไปไหนแล้วคะเนี่ย เดี๋ยวนี้ไม่เห็นเลย’

‘ชั้นขอลงขันว่าคนพี่ชนะชัวร์ๆ ไม่ต้องสงสัย’

‘ชั้นลงด้วยจ้า 20 ไปเลย’


ผมนั่งรอลุงรหัสผมที่บอกว่าจะมารับตอนซ้อมเสร็จ น้ำฟ้าก็ยื่นโทรศัพท์มาให้ผมดูเพจเม้าท์มอยของมหา’ ลัยเรา เป็นรูปของลุงรหัสของผมถือถุงเยลลี่ถุงใหญ่อยู่ ผมไม่เข้าใจจริงๆ แค่แฝดพี่ในตำนานถือถุงเยลลี่มันจะอะไรกันนักหนาครับเนี่ย ไม่คิดว่าเขาจะซื้อมากินเองมั่งหรอ พี่เขาก็คนนะครับ

“ไนซ์ กับพี่ไอทีนี่ยังไงกันหรอ” เพื่อนดาวของผมถามขึ้นขณะที่ผมยื่นโทรศัพท์คืนเธอ

“ก็ไม่ยังไงหนิ เขาเห็นเราชอบมั้งก็เลยเอามาให้ ที่ห้องเขาพี่เอ็มดีซื้อไว้เต็มเลย” ผมตอบตามความจริง เพราะที่พี่เอ็มดีซื้อให้ผมวันนั้นมันเยอะจนกินได้หลายเดือนเลยแหละ

“เคยไปห้องพี่เขามาแล้วด้วยหรอ ฮั่นแน่ ร้ายเหมือนกันนะเนี่ย”

“เราไปกับพี่เอ็มดีไหมล่ะ ไม่ได้ไปกับพี่ไอทีซะหน่อย เรารู้จักกับพี่เอ็มดีตั้งแต่วันมาสัมภาษณ์ที่มหา’ลัยแล้ว”

ยังไม่ทันจะคุยอะไรกันต่อ ร่างสูงของลุงรหัสผมก็เดินมาหยุดอยู่หน้าผมพร้อมกับน้ำฟ้าที่ผุดลุกขึ้นยืนยกมือไหว้แล้วพุ่งตัวหนีไปทางอื่นซะงั้น จะกลัวอะไรลุงรหัสผมกันนักหนาเนี่ย

“กลับกันครับไนซ์” ลุงรหัสผมพูดพร้อมก้มลงมาดึงมือผมให้ลุกขึ้นยืน

“ไหนเยลลี่อ่ะ เห็นเอามาถุงบะเร่อเลย” ผมถามออกไปพร้อมยื่นมือไปข้างหน้าร่างสูงของลุงรหัส

“รู้ได้ไงเนี่ยหะเรา อยู่ในรถครับค่อยไปกินที่ห้อง” พี่มันพูดพร้อมยื่นมือมาขยี้ผมของผมจนยุ่งไปหมด

ผมเดินตามลุงรหัสมาที่รถแล้วกระโดดขึ้นนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถ พร้อมกลับเตรียมตัวงีบทันที ผมขี้เกียจคุยกับพี่มันครับ เจอจนเบื่อขี้หน้าแล้ว

เราใช้เวลาไม่นานก็มาถึงหอ ผมคว้าถุงเยลลี่ถุงใหญ่ที่พี่มันให้ไว้ในอ้อมแขน ในขณะที่กำลังจะเปิดประตูลงจากรถผมก็ต้องชะงักไป เมื่อลุงรหัสเอื้อมมือมาจับแขนของผมเอาไว้

“น้องไนซ์ พี่ขอมารับมาส่งเราทุกวันเลยได้มั้ยครับ” พี่มันพูดพร้อมมองหน้าผมตรงๆ ด้วยสีหน้าที่จริงจังกว่าทุกครั้ง

“ฮั่นแน่ จะจีบผมอีกคนปะเนี่ย ผมจีบยากนะ ขอเตือนไว้ก่อนเลย จะมารับก็มาครับ สบายผมด้วยไม่เปลืองค่ารถ” ผมพูดเชิงหยอกเหมือนที่เคยพูดกับพี่เอ็มดีไปตอนนั้น พร้อมพุ่งตัวออกจากรถพี่มันทันทีที่พูดจบ ไม่คิดจะรอฟังคำตอบจากพี่มัน

ผมลืมตัวไปครับว่ารอบๆ ตัวผมมันไม่มีคนปกติอยู่เลยสักคนเดียว ขืนผมนั่งนิ่งๆ ไม่รีบพุ่งตัวหนีพี่มันออกมาจากรถ ถ้าเกิดพี่มันนึกสนุกอยากตบมุกผมแล้วตอบว่าใช่ครับพี่จะจีบน้องไนซ์ขึ้นมาทีนี้ผมก็ซวยสิครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-06-2020 21:28:28 โดย woragus »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1796
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

ออฟไลน์ woragus

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
เยลลี่ชิ้นที่ 5 พี่ชายจากต่างคณะ

ทุกคนครับ หลังจากที่พี่มันขอมารับมาส่งผมทุกวัน พี่มันก็ทำแบบนั้นจริงๆ ครับ ผมคิดว่าพี่มันจะทำได้แค่วันสองวันเดี๋ยวพี่มันก็เบื่อไปเอง แต่ที่ไหนได้นี่ก็ผ่านมา 3 อาทิตย์แล้วครับ พี่มันยังไม่เบื่อที่จะมารับมาส่งผมสักที ให้ตายเถอะครับ

นอกจากพี่มันจะมารับมาส่งผมแล้ว พักหลังๆ นี่ชักจะเอาใหญ่ มีการซื้อพวกของสดรวมทั้งของที่ใช้ทำอาหารได้มาตุนไว้ในตู้เย็นของผมด้วยครับ เพราะพักหลังๆ มานี้ ตอนเช้าพี่มันจะขึ้นมาทำอาหารให้ผมกินก่อนไปเรียนแทบจะทุกวัน ส่วนตอนเย็นที่พี่มันมารับผมหลังเลิกเรียน ถ้าวันไหนเราไม่ได้แวะกินอะไรกันมาจากข้างนอก พี่มันก็จะมาทำอาหารให้ผมกินที่ห้องนี่แหละครับ ลุงรหัสผมนี่ดูแลน้องดีจริงๆ เลย ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองโชคดีขึ้นมาแล้วสิครับ

“ไง ไอ้ไนซ์ เดี๋ยวนี้เป็นตุ๊กตาหน้ารถจนเพลิน ทิ้งเพื่อนให้ลำบากนั่งรถเมล์มาเรียนคนเดียวตลอดเลยนะครับ” ไอ้พีทพูดแซวผมทันทีที่มันมาถึงโต๊ะที่ผมนั่งรอมันประจำใต้ตึกคณะ

“อย่าเวอร์ รถมึงพึ่งจะเสียได้นั่งรอเมล์มาเรียนแค่ไม่กี่วันเอง อีกอย่างนะ ก็กูมันน่าเอ็นดูนี่หว่า ลุงรหัสกูก็เลยอยากดูแลเป็นธรรมดา” ผมขอพูดแบบมั่นอกมั่นใจในตัวเองไว้ก่อนครับ มันจะได้หยุดแซวผมสักที

“ระวังตัวไว้เถอะมึง จากเอ็นดู เดี๋ยวมึงจะได้ดูเอ็นลุงรหัสมึงแทน ฮ่าๆๆๆ” ไอ้พีทพูดล้อเลียนผมทันทีที่ผมพูดประโยคมั่นอกมั่นใจนั้นออกไป ผมคิดผิดครับว่ามันจะไม่แซวผมต่อ

“ดูเอ็นอะไรของมึง ทะลึ่ง!!”

“คร้าบๆๆ ผมมันคนทะลึ่ง แต่ระวังตัวไว้ก็แล้วกัน”

“ตลกละๆ เออมึง แล้วเดี๋ยวนี้น้องซีของกูหายไปไหนวะ ไม่เห็นจะมาเรียนพร้อมมึงเหมือนเมื่อก่อนเลย” ผมถามไอ้พีทไปในสิ่งที่ผมสงสัย คือช่วงนี้ผมสังเกตว่าน้องซีของผมไม่ค่อยมาเรียนพร้อมกับไอ้พีทเหมือนช่วงแรกๆ แล้ว ผมเลยอยากรู้ครับ ว่าช่วงนี้น้องซีหายไปไหน

“กูก็ไม่รู้ว่ะ ซีแค่บอกว่าไม่ต้องให้กูไปรับแล้ว จะมาเรียนเอง กูรู้แค่นั้น”

“แปลกๆ นะ มึงคิดเหมือนกูป่ะ กูเริ่มชักอยากจะรู้ซะแล้วสิ” ผมพูดพร้อมกับทำหน้าตาชวนสงสัย

“เลิกยุ่งเรื่องชาวบ้านก่อนมั้ย ตอนนี้ขึ้นเรียนก่อนเถอะ จะสายอยู่แล้ว แหกตาดูนาฬิกาด้วย” ไอ้พีทพูดพร้อมวิ่งหนีผมเข้าลิฟท์ไปทันที ไม่รอผมเลยสักนิด

“โอ้ย!! เจ็บๆๆๆ” ผมร้องออกมาดังลั่น อยู่ดีๆ ก็มีคนเดินมาชนผมอย่างแรง จนผมหงายหลังก้นกระแทกพื้นน่ะสิครับ

“ขอโทษครับ เจ็บตรงไหนรึเปล่า พอดีผมรีบเลยไม่ได้ดูทางให้ดี ลุกไหวมั้ยครับ” ชายร่างสูงที่ผมไม่รู้จักพูดขึ้นพร้อมกันยื่นมือของเขามาให้ผมจับเพื่อลุกขึ้นยืน

“ไม่เป็นไรครับ เจ็บนิดหน่อยสบายมาก” ผมโกหกครับ เจ็บมากๆ เลยต่างหากโว้ย ก้นผมน่ะก้นผม

“ผมชื่อกรนะครับ เรียนวิศวะปี3 แล้วคุณ?” อะไรครับเนี่ย แนะนำตัวเฉยคือขอโทษก็จบแล้วมั้ย แต่ก็พูดออกไปไม่ได้เหมือนเดิมครับ ผมมันพวกเก่งในใจ

“ไนซ์ๆ เรียนคหกรรมฯ ปี1 ครับ”

“อ่อ รุ่นน้องนี่นา พี่ขอโทษอีกรอบนะพอดีรีบไปหน่อยเลยไม่ได้ดูทางให้ดีๆ”

“ไม่เป็นไรครับ พี่ไปเถอะรีบไม่ใช่หรอ” ผมพูดเป็นเชิงบอกให้พี่มันไปได้แล้ว ปากบอกรีบแต่ไม่ไปสักทียืนจ้ออยู่ได้

“อ่ะนี่ พี่ให้ ถือว่าเป็นการไถ่โทษ” พี่มันล้วงกระเป๋าเป้ที่พี่มันสะพายไว้ด้านหลัง แล้วหยิบถุงอะไรสักอย่างคุ้นๆ ยื่นให้ผม

“เห้ย!! เยลลี่หมีถุงใหญ่ซะด้วย พี่รู้ได้ไงว่าผมชอบ” ผมรีบคว้าไว้ทันที ผมโดนอีกแล้วครับ โดนเอาของกินมาล่อ เบื่อตัวเองโว้ย

“ชอบมากหรอ พี่ก็ชอบนะเลยซื้อติดกระเป๋าไว้” พี่มันพูดพร้อมยิ้มให้ผมจนตาเป็นขีด จะว่าไปก็น่ารักดีแฮะพี่มัน เอ้ยไม่ได้ๆ เผลอเคลิ้มไปหน่อยครับ

“งั้นผมไปก่อนนะพี่ แล้วก็ขอบคุณสำหรับอันนี้ ไว้เจอกันใหม่ครับ” ผมพูดพร้อมโบกมือลาพี่มันทันที พี่มันก็แค่พยักหน้ารับแล้วเดินไปคนละทางกับผม

หลังจากนั้นผมก็ต้องมายืนกร่อยรอลิฟท์คนเดียวอีกครับ เพราะไอ้พีทเพื่อนตัวดีของผมมันหนีขึ้นลิฟท์ไปตั้งแต่แรกแล้ว

“ไม่รอเลยนะมึง ไอ้พีท ไอ้เวร” ผมพูดพร้อมเอามือเขกหัวเพื่อนรักของผมไปทีนึงหลังจากที่เข้ามาในห้องเรียน

“อ๊ะ!! ก็กูเห็นมึงคุยกับผู้ชายอยู่คิดว่าได้เหยื่อใหม่เลยไม่อยากขัดขวาง” ไอ้พีทมันพูดลอยหน้าลอยตาใส่ผมอีกแล้วครับ

“เหยื่ออะไรมึงเขาแค่ชนกู แล้วก็ให้ขนมเป็นการขอโทษแค่นั้นแหละ” ผมพูดพร้อมหยิบของที่ได้มาให้มันดูเป็นหลักฐาน

“เยลลี่ยี่ห้อโปรดมึงเลยหนิ บังเอิญจังเลยนะครับว่ามั้ย เพื่อนไนซ์” มันพูดพร้อมทำหน้ายียวนกวนอวัยวะเบื้องล่างผม แต่ผมไม่ได้ตอบอะไรไป แต่หันหน้าไปให้ความสนใจกับบุคคลที่ผมกำลังมีเรื่องสงสัยอยู่ในหัวตอนนี้

“ซี เดี๋ยวนี้มาเรียนไวจังเลยนะ มายังไงหรอ หื้ม?” ผมหันไปถามซีที่ก้มหน้าก้มตาทวนชีทที่อาจารย์ให้ไว้เมื่อคาบที่แล้ว

“อะ...อ่อ...คือ เรามากับพี่ชายน่ะ เขามาส่ง” ซีตอบเสียงตะกุกตะกัก หึ มันน่าสงสัยใช่มั้ยล่ะครับ

“พี่ชายงั้นหรอ...พี่ชายจริงๆ งั้นหรอ พี่ชายที่แปลว่าพี่ชายอะหรอ” พอผมพูดแบบนี้ น้องซีของผมก็หน้าแดงก่ำไปถึงใบหูเลยครับ เห็นมั้ยล่ะมันน่าสงสัยจริงๆ ด้วย

“อย่าไปแซวซีมัน ชอบยุ่งเรื่องขาวบ้านจริงๆ เลยมึง หันไปเรียนได้แล้ว อาจารย์มาแล้ว” ไอ้พีทพูดขัด พร้อมกับเอามือหยาบๆ ของมันมาดันหน้าผมไปทางอาจารย์ที่ยืนอยู่หน้าห้อง

ผมไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ หรอกครับ แต่ผมขอไปคิดหาวิธีที่จะใช้ล้วงความลับของน้องซีให้ได้ซะก่อน คอยดูเลยนะครับทุกคน

และแล้วเวลาเรียนของผมก็หมดลง พร้อมกับโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเหมือนรู้เวลาเลิกเรียนของผมเป็นอย่างดี

ใช่ครับ คนๆ นั้นรู้เป็นอย่างดีเพราะคนที่โทรมาคือลุงรหัสของผมหรือสารถีส่วนตัวของผมนั่นเองครับ

“อ้วน พี่รออยู่ใต้ตึกนะครับ รีบลงมา” พี่มันเรียกผมด้วยชื่อใหม่ที่ผมได้มาจากพี่มันเพราะความตะกละของผมเองครับ น่าภูมิใจใช่มั้ยล่ะ

“รอแปปนะพี่ ผมขอเข้าห้องน้ำก่อน” ผมพูดพร้อมตัดสายพี่มันทันที

พอเข้าห้องน้ำเสร็จผมก็ลงมาจากตึกเรียนพร้อมมองหาพี่มันที่บอกว่ารออยู่ข้างล่างตึกคณะทันที ไม่นานผมก็เห็นพี่มันนั่งเล่นไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดอยู่ตรงโต๊ะประจำที่ชอบมานั่งรอผมอยู่แทบทุกวัน แถมมีกลุ่มสาวๆรายล้อมนั่งมองพี่มัน จนตานี่เยิ้มกันเต็มไปหมด

“มาแล้วครับผม พี่ไอทีที่รักของน้อง” ใช่ครับ พอผมไม่มีพี่เอ็มดีให้ออดอ้อน ผมก็มาอ้อนพี่มันแทนนี่แหละ ไม่รู้เหมือนกันว่าเดี๋ยวนี้พี่เอ็มดีแกหายไปไหน ได้คุยกันไม่กี่ครั้งต่ออาทิตย์เอง

“ไปกันครับ วันนี้ไม่มีซ้อมดาวเดือนใช่มั้ย”

“ใช่แล้ว ซ้อมเสร็จหมดแล้ว แต่เดี๋ยวต้องไปเก็บรายละเอียดอีกนิดหน่อยครับ”

“งั้นไปครับ กลับห้องกันเดี๋ยวพี่ทำอาหารให้กินวันนี้ ไม่ต้องไปกินข้าวข้างนอกหรอกเนอะ” พี่มันพูดพร้อมเอื้อมมือกำลังจะโอบไหล่ผม แต่พี่มันชะงักมือไปก่อนเพราะเห็นสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าเป้ของผมที่ลืมรูดซิป

“เอามาจากไหนหรอ ปกติเราไม่ได้พกมากินด้วยหนิครับ” พี่มันพูดพร้อมหยิบเยลลี่ที่ผมได้มาเมื่อเช้าออกมาจากกระเป๋าเป้ของผม

“อ่อ พอดีมีคนให้มาน่ะพี่ เขาเดินชนผม เลยให้เป็นการไถ่โทษ เห็นว่าเรียนวิศวะปี 3 น่ารักดีนะ ยิ้มทีนี่ตาเป็นขีดเลย ฮ่าๆๆ” ผมพูดหยอกพี่มัน แต่ผมคิดว่าพี่มันไม่น่าจะมีอารมณ์เล่นกับผมนะครับ เพราะพี่มันยืนกำมือแน่นเหมือนพี่มันกำลังจะดึงอีกร่างที่ทุกคนกลัวนักกลัวหนาออกมาซะแล้ว

“...”

พี่มันไม่ตอบอะไรครับ แถมยังเอาของโปรดผมไปโยนทิ้งถังขยะเฉย อะไรกันครับเนี่ย พี่มันไปหงุดหงิดอะไรมาถึงต้องมาลงกับน้องเยลลี่ของผมด้วย ไอ้ลุงบ้าเอ้ย แต่ผมก็ไม่กล้าทำอะไรพี่มันหรอกครับ เพราะพี่มันในร่างนี้ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำอะไรได้บ้าง ผมยังอยากเรียนให้ครบ 4 ปีครับ


เงียบกริบครับ ตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่ในรถของพี่มันที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาตั้งแต่รถเคลื่อนที่ เรานั่งเงียบกันมาตลอดทางจนรถมาจอดนิ่งสนิทอยู่ใต้หอของผม เอาก็เอาวะ พูดสักหน่อยแล้วกันผมไม่อยากกลับไปเป็นเด็กหงอยๆ นั่งน้ำลายบูดเหมือนวันแรกอีกแล้วครับ

“เป็นไรครับ บอกไนซ์ได้มั้ย” ผมกลั้นใจถามพี่มันไปตรงๆ ในสิ่งที่สงสัยด้วยน้ำเสียงติดจะอ้อนพี่มันนิดๆ

“เปล่าหรอกครับ พี่แค่คิดว่าคนที่ชนเราไม่น่าจะใช่เรื่องบังเอิญ” พี่มันตอบพร้อมหันมามองหน้าผมตรงๆ ตอนนี้หน้าพี่มันเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่สักอย่าง

“พี่อ่ะคิดมากไปแล้ว ช่างมันเถอะ ป่ะ ขึ้นห้องไปทำอะไรอร่อยๆ ให้ผมกินดีกว่า” ผมพูดพร้อมกับเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินนำพี่มันขึ้นห้องทันที

วันนี้อาหารเย็นของผมเป็นสปาเก๊ตตี้ซอสหมูครับ ตั้งแต่ผมรู้จักพี่มันมา ผมแทบจะไม่เคยกินเมนูซ้ำกันเลยสักวัน เห็นแบบนี้ พี่มันทำอาหารเก่งมากเลยนะครับ ไม่รู้ว่าไปสรรหาเมนูจากไหนมาทำให้ผมกินนักหนา ผมล่ะอยากจะจับพี่มันกดแล้วเอาทำเมียให้สิ้นเรื่อง จะได้มีคนทำอาหารให้ผมกินทุกวัน ผมชอบนะ เอ่อ...หมายถึงอาหารน่ะครับ

“เป็นอะไรรึเปล่าครับ” ผมถามพี่มันที่อยู่ดีๆ ก็นั่งนิ่งเป็นหิน ไม่พูดไม่จาอะไรสักคำ แถมยังทำหน้าเครียดจนคิ้วขมวดจนเกือบจะพันกันอยู่แล้ว ผมเริ่มรู้สึกหวั่นๆ ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า หรือพี่มันจะกลายร่างอีกแล้ว

“เพื่อนพี่ส่งอันนี้มาให้ดู” พี่มันพูดพร้อมยื่นโทรศัพท์มาให้ผมดูสิ่งที่เพื่อนพี่มันส่งมา เป็นรูปหน้าเพจที่ใช้ซุบซิบข่าวของเด็กในมหา’ ลัยครับ

Gossip Freshy Boys

อ๊ะๆๆ อ้าว ยังไงกันคะเนี่ย ทำไมพอหนุ่มเดือนวิศวะของเดี๊ยนนั้น ถึงได้กลายไปเป็นคนส่งเยลลี่ให้น้องไนซ์ซะอย่างงั้นล่ะคะ แล้วนั่นมันตึกคณะคหกรรมฯ ไม่ใช่หรอคะ เดือนวิศวะของดิฉันทำไมไปซะไกลเลยล่ะคะนั่น แล้วนี่แฝดผู้พี่ของคณะนั้น หายไปไหนกันนะ ระวังนะคะเดี๊ยนขอเตือนไว้เลยว่า เด็กๆ มันกรุบอย่าบอกใครเชียว ถ้าไม่เฝ้าให้ดีๆ ระวังจะอดกินนะคะ เพราะสายข่าวของเดี๊ยนรายงานมาว่า คนจ้องจะกินเยลลี่ถุงนี้มีอยู่ทั่วมหา’ ลัยนะจ๊ะ อะฮิ อะฮิ

‘ไม่นะคะ พี่กรของน้องจะไปอีกคนแล้วหรอคะเนี่ย’

‘น้องเยลลี่คนนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ’

‘แฝดพี่แฝดน้องก็ไปแล้ว นี่ยังจะเอามาสมบัติของคณะวิศวะไปอีกหรอคะเนี่ย’

‘อยากจะด่าอยู่หรอกนะคะ แต่จะว่าไปแล้ว เคมีเขาเข้ากันดี๊ดีนะคะว่ามั้ย’

‘บวก 1 ให้เม้นบนค่ะ’

‘บวกด้วยอีก 1 ค่ะ’

‘ไม่มีอะไรนะครับ ผมแค่เดินชนน้องเขา ผมเลยให้ของไถ่โทษแค่นั้นเองครับ ไม่มีอะไรเลยจริงๆ’


“อ่อ คนนี้แหละชื่อพี่กรที่ชนผมใต้ตึกคณะ ไม่เห็นจะมีอะไรเลย ทำหน้าอย่างกับจะโดนแย่งเมียไปได้ ปั๊ดโถ่” ผมตอบกวนประสาทพี่มัน พร้อมกับยื่นโทรศัพท์คืนไป แต่ผมกำลังรู้สึกว่าผมคิดผิดที่พูดออกไปแบบนั้นนะครับ

“ระวังตัวไว้บ้างก็ดีนะครับ คนจ้องจะแย่งอนาคตเมียของพี่กันเยอะขนาดนี้ พี่สู้ไม่ไหวนะครับ ชักจะเริ่มท้อซะแล้วสิ” พี่มันพูดพร้อมแกล้งทำหน้าหงอยๆ ให้ผมสงสาร ผมบอกแล้วครับ ผมคิดผิดที่พูดออกไปแบบนั้น

“เมียบ้าอะไร!! ใครจะยอมเป็นเมียพี่ ผมจะไปอาบน้ำแล้ว ล้างจานให้ด้วยเลย พูดมาก พูดอะไรก็ไม่รู้” ผมพูดพร้อมกับสะบัดก้นออกจากเก้าอี้แล้วพุ่งตัวหนีเข้าห้องน้ำทันที

เอาอีกแล้วครับ พี่มันปาระเบิดใส่ผมอีกแล้ว ความจริงผมก็ยังไม่ได้อยากจะอาบน้ำตอนนี้หรอกครับ แต่ขืนผมยังนั่งอยู่ตรงนั้นต่ออีกหน่อย เกิดพี่มันพูดอะไรเพี้ยนๆ ใส่ผมอีก ผมกลัวจะเคลิ้มตามพี่มันน่ะสิครับ ผมยังเป็นเฟรซชี่ปี 1 สดๆ อยู่เลยนะ ยังต้องเจอคนอีกเยอะแยะ ตอนนี้ผมขอออกไปโลดแล่นก่อน เป็นเมียเมออะไรตอนนี้ อีกอย่างใครจะยอมให้พี่มันจับกดง่ายๆ กันล่ะ ถ้าผมต้องเป็นแฟนกับพี่มันจริงๆ ผมนี่แหละครับ จะกดพี่มันเองคอยดูเถอะ ไหนใครบอกพี่มันเป็นคนขลึมๆ ไงครับ ข่าวลือมันเชื่อไม่ได้จริงๆ เลย

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 258
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-7

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด