❤… ลูกคู่สื่อรัก ...❤ จบแล้ว ... ย้ายได้ค่ะ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ❤… ลูกคู่สื่อรัก ...❤ จบแล้ว ... ย้ายได้ค่ะ  (อ่าน 4839 ครั้ง)

ออฟไลน์ ตั้งโอ๋

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 171
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
ลูกคู่สื่อรัก ตอนที่ 28

        หลังจากพาสองแสบทานไอศกรีมเรียบร้อยก็ทำให้รักษ์รู้ว่าลมเลไม่ได้ติดสินบนสองแสบแค่ไอศกรีมแต่ยังมีของเล่นที่ตามใจสองแสบอีกหลายชิ้นจนรักษ์ต้องร้องห้าม ปกติลมเลไม่ค่อยตามใจสองแสบเรื่องของเล่นคงมีครั้งนี้แหละที่ดูจะยอมมากเกินไป

“ฉันขอโทษ” ตั้งแต่กลับมารักษ์ได้ยินคำนี้มาหลายรอบแล้ว

“ขอโทษผมทำไมครับ”

“ก็นายไม่ยอมคุยกับฉัน”

“แล้วตอนนี้ผมไม่ได้คุยกับคุณลมหรือครับ”

“รักษ์ ฉันขอโทษ ก็แค่อยากจีบนาย”

“แบบนี้มันจีบตรงไหนกันครับ คุณลมทำแบบนี้ลูกจะเสียนิสัยนะครับ” รักษ์อดว่าไม่ได้ถึงจะรู้ดีว่าความจริงแล้วลมเลเข้มงวดแค่ไหนกับสองแสบ แต่การกระทำวันนี้ของลมเลไม่ถูกต้องเลย

“ฉันถึงขอโทษนี้ไง”

“ครับ คุณลมไปนอนเถอะครับ” รักษ์บอกทั้งหันเดินเข้าห้องของตนเอง แต่รู้สึกถึงคนเดินตามมา “คุณลมมีอะไรอีกหรือเปล่าครับ” เพราะเห็นว่าลมเลเดินตามมาถึงหน้าห้องนอนของรักษ์

“เปล่านะ” ลมเลบอกทั้งรอยยิ้ม

“ถ้าไม่มีอะไรผมเข้าห้องก่อนนะครับ” ว่าจบก็เปิดประตูเข้าห้อง ลมเลก็ไม่รอช้ารีบแทรกตัวผ่านบานประตูมาด้วยจนรักษ์งุนงง “เอ่อ คุณลมเข้ามาทำไมห้องผม”

“ก็มานอนไง” บอกอย่างหน้าตาเฉยทั้งเดินไปที่เตียงนอนของรักษ์

“แต่นี้ห้องผมนะครับ” รักษ์ร้องค้านเมื่อเห็นว่าลมเลกำลังล้มตัวลงนอนบนเตียง

“ฉันจะนอนนี้ นายก็มานอนได้แล้วฉันง่วง” ลมเลบอกทั้งตบมือลงบนเตียงนอนที่ว่างข้างๆ

“ง่วงก็ไปนอนห้องคุณลมสิครับ”

“ฉันจะจีบนาย” ว่าทั้งยกผ้าขึ้นห่มไม่ได้สนใจรักษ์ที่ยืนงุนงงอยู่เลย

“จีบผมแล้วเกี่ยวอะไรกับมานอนด้วย” รักษ์เริ่มตามลมเลไม่ทันจะมาไม้ไหนอีก

“นอนจีบไง มาเถอะน่า หรือต้องให้ฉันไปอุ้ม หึหึ”

“ผมเดินเองได้ครับ” ดูแล้วจะให้อีกคนยอมออกไปคงจะเป็นไปได้ยากก็พ่อลูกดื้อพอกันเผลอๆ ลมเลดื้อหนักกว่าสองแสบเสียอีก ในเมื่ออีกคนไม่ยอมออกรักษ์ก็ต้องจำยอมเลยเดินไปปิดไฟในห้องเหลือไว้เพียงโคมไฟหัวเตียงก่อนจะขึ้นนอนบนเตียงโดยเว้นระยะห่างจากลมเลพอสมควรดีที่เตียงนอนใหญ่พอให้ผู้ชายสองคนนอนกันได้สบาย

“อ่ะ! คุณลม” รักษ์ร้องขึ้นเมื่อถูกมือใหญ่เกี่ยวเอวไปกอด แค่นอนข้างกันก็ตื่นเต้นมากพอแล้วนี้ลมเลยังมากอดอีกไม่ต้องสงสัยเลยว่ารักษ์จะรู้สึกยัง ถ้าหัวใจทะลุออกมาได้มันคงทะลุออกมาแล้ว

“หัวใจนายเต้นแรงจัง” ลมเลกระซิบอยู่ข้างหู

“อ่ะ!” รักษ์เผลอหลุดเสียงร้องอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงรอยจูบบนเส้นผม พยายามเบี่ยงตัวหลบแต่มือหนาก็รั้งไว้ไม่ให้ขยับไปไหนได้เลย

“ผมนายหอมมากเลย” ลมเลบอกทั้งสูดกลิ่นหอมอีกครั้ง ตัวรักษ์มักมีกลิ่นหอมจางๆ ติดตัวเสมอ แต่ไม่คิดว่าผมของรักษ์จะหอมขนาดนี้แถมยังนุ่มอีกว่าแล้วก็ประทับจุมพิตไปอีกที

“คุณลมปล่อยผมเถอะครับ” รักษ์บอกทั้งขืนตัวออก ลมเลจะรู้บ้างไหมว่าทำหัวใจรักษ์จะวายอยู่แล้ว

ลมเลไม่สนคำพูดของรักษ์กลับจับอีกคนให้พลิกตัวเข้าหา แอบเห็นว่าหน้ารักษ์ขึ้นสีแดงระเรืองยิ่งโดนแสงไฟจะโคมไฟยิ่งขับให้น่ามองดูแลน่ากลั่นแกล้งไม่น้อย ลมเลยิ้มเมื่อดวงตาโตเอาแต่มองไปทางอื่นไม่ยอมสบตาตน ปากเล็กนั้นก็กัดจนมันขึ้นสีแดงดูเย้ายวนเหลือเกินอดไม่ได้ที่จะประทับเรียวปากลงไปลิ้มลองความหอมหวานที่แสนยั่วยวนนั้น ในคลาแรกรักษ์ตกใจพยายามดิ้นหลบแต่ก็ไม่อาจต้านทานความละมุนนั้นได้ จากที่มันเคยแผ่วเบาก็ค่อยๆ หนักขึ้น รักษ์เผลอไผลไปกับรสสัมผัสอย่างห้ามไม่ได้รู้ตัวอีกทีปากหนาก็ซุกไซอยู่ตรงซอกคอของรักษ์แล้ว

“คะ คุณลม” รักษ์ร้องห้ามเมื่อรู้สึกว่ามันจะเลยเถิดมากเกินไป แต่ดูเหมือนลมเลจะไม่ได้ยินเสียงรักษ์แถมยังบดจูบรักษ์อีกครั้งจนรักษ์ไม่สามารถร้องห้ามได้ ลมเลชักนำให้รักษ์จมดิ่งไปกับรสจูบที่แสนหวานนี้อย่างห้ามตัวไม่ได้ ลมเลเองก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้เลยเขาอยากจะลิ้มลองรักษ์ไปทั้งตัวแต่ก็รู้ว่ามันยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้เลยขอตักตวงความหอมหวานจากปากเล็กให้หนำใจเถอะ

“อะ อืม” รักษ์ครางออกมากอย่างน่าอายเมื่อลิ้นใหญ่ไล่ต้อนเข้ามา ตอนนี้รักษ์แทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้เลยเผลอไผลไปกับลมเลราวกับดูหลอกล่อ

“แง่ แง่” อยู่ๆ เรียกร้องไห้ก็ดังขึ้นมาจากอีกห้องทำให้สองร่างที่กำลังดื่มด่ำความสุขต้องชะงักลง

“สองแสบ” รักษ์ร้องขึ้นอย่างตกใจรีบผลักลมเลออก ลมเลก็ยอมแต่โดยดีถึงจะรู้สึกเสียดายก็ตาม นึกเซ็งกับสองแสบร้อยวันพันปีไม่เห็นจะร้องไห้ตอนหลับมาร้องอะไรเอาวันนี้ ถึงจะคิดอย่างนั้นแต่ก็รีบตามรักษ์ไปดูสองแสบก็พบว่ารักษ์กำลังกอดปลอบขุนจันทร์ ข้างๆ มีขุนอินทร์นั่งหน้าง่วงอยู่

“โอ๋ๆ ไม่ร้องครับ ไม่มีอะไรน่า” รักษ์ปลอบทั้งลูบหัวเล็กของเด็กชาย

“ฮือ ฮือ มะ หมาจะกัดน้องจันทร์ ฮึก ฮือๆ” เสียงเล็กบอกทั้งร้องให้อย่างน่าสงสาร เด็กน้อยฝันร้ายฝันว่าหมาตัวใหญ่วิ่งไล่กัด ขุนจันทร์กลัวมากๆ ร้องไห้หาพ่อ หาอารักษ์ก็ไม่เจอหมาก็ไล่ไม่หยุดเลย

“โอ๋ๆ ไม่มีหมาที่ไหนแล้วครับ ไม่ร้องนะคนเก่งของอารักษ์” รักษ์พยายามปลอบ ขุนจันทร์ก็ยังสะอืนกอดรักษ์แน่น ง่วงก็ง่วง กลัวก็กลัว แต่ตอนนี้พ่อก็อยู่ อารักษ์ก็อยู่ เด็กน้อยเลยเบาใจพยายามเก็บเสียงสะอืนสุดท้ายทนความง่วงไม่ไหวก็เผลอหลับไปในอ้อมกอดของรักษ์

“หลับแล้วครับ” รักษ์ร้องบอกทั้งใช้มือลูบผมเด็กน้อยไม่หยุด ทางลมเลก็พึ่งพาขุนอินทร์ให้นอนหลับไป

“มาฉันพานอนเอง” ลมเลบอกทั้งแกะมือเล็กที่กอดรอบเอวรักษ์แน่น ก่อนจะค่อยๆ พาเด็กน้อยนอนลงอย่างเบามือ เป็นไงละสองแสบร้องไห้ขี้มูกโป่งเลย

“คงฝันร้ายนะครับ” รักษ์ว่าทั้งยกผ้าห่มขึ้นห่มให้เด็กนอนทั้งสอง

“คงจะร้ายน่าดูร้องไห้เสียลั่นบ้านเลย” ไม่บ่อยที่สองแสบจะฝันร้ายและสะดุ้งตื่นกลางดึก

“วันนี้เล่นมากไงครับ” พูดแล้วมองคนพ่อแรงๆ ทำเอาคนถูกมองสะดุ้ง ก็จริงอย่างรักษ์ว่าวันนี้ลมเลตามใจสองแสบเกินไปเพราะผลประโยชน์ที่หวังแท้ๆ แต่ดูแลแล้วลมเลว่าตนมีแต่เสียกับเสียมากกว่าเมื่อนึกย้อนไป

เมื่อเช็คจนมั่นใจว่าสองแสบจะไม่สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทั้งสองก็พากันออกมา รักษ์เริ่มง่วงแล้วเลยรีบเดินกลับห้องไม่ได้สนใจคนที่ตามมาด้านหลัง

“คะ คุณลม” เมื่อจะปิดประตูห้องก็ถูกอีกคนรั้งไว้ รักษ์คิดว่าลมเลจะกลับไปนอนห้องตัวเองแท้ๆ

“ลืมไปแล้หรือไงว่าคืนนี้ฉันนอนด้วย หึหึ” ว่าทั้งแทรกตัวผ่านประตูเข้ามาและปิดล๊อคประตูให้เรียบร้อย

“ตามใจครับ แต่ หะ ห้ามทำอะไรผมนะ” บอกทั้งนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อก่อนหน้า

“ฉันไปทำอะไรนาย หึหึ”

“กะ ก็…” จะให้รักษ์พูดออกมาได้ยังไง มันออกจะน่าอายเกินไปเลยเลือกที่จะไม่พูดได้แต่กัดปากตัวเองแก้เขิน

“ปากแดงหมดแล้ว” ว่าทั้งใช้ปลายนิ้วโป้งลูบเบาๆ บนปากแดง รักษ์เขินอายจนต้องก้มหน้าหลบแอบได้ยินลมเลหัวเราะในลำคอ

“ผะ ผม จะนอนแล้ว” รวบรวมสติแล้วก้าวเดินขึ้นเตียงพยายามไม่สนใจลมเลมากนัก รักษ์ยกผ้ามาห่มก่อนจะหลับตาลงทั้งที่ใจมันเต้นจนกลัวว่ามันจะหลุดออกมา และต้องสะดุ้งเมื่อมือให้รวบรักษ์ไปกอดทั้งร่าง

“ขอกอดหน่อยฉันกลัวฝันร้าย หึหึ” เสียงที่ออกมานั่นช่างเจ้าเล่ห์ยิ่งนักแต่รักษ์คร้านที่จะท้วงติงนอนแบบนี้ก็อุ่นดีเหมือนกัน

..................,..................................

ลูกคู่มาแล้วจ้าาา   ลูกคู่รักพี่ๆ คนอ่านทุกคนนะค้าบบบบ

ออฟไลน์ ตั้งโอ๋

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 171
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
ลูกคู่สื่อรัก ตอนที่ 29

วันนี้เป็นวันเสาร์รักษ์ ลมเล และสองแสบมาส่งน้ำฟ้าที่คิวรถทั้งที่ความจริงจองตั๋วแล้วรอขึ้นรถหน้าทางเข้าสวนสายลมได้ แต่เพราะลมเลอยากพารักษ์และสองแสบไปเปิดหูเปิดตาบ้างเลยต้องมาส่งน้ำฟ้าที่ต่างอำเภอ

“ฉันไปก่อนนะแก แล้วจะลงมาอีก”

“ถึงแล้วอย่างลืมโทรบอกนะ แล้วก็ตั้งใจเรียนด้วย”

“รู้แล้วนะฉันตั้งใจเรียนจะตาย”

“ให้มันแน่เถอะ” รักษ์ทั้งยกมือขยี้ผมเพื่อนสาวอย่างนึกเอ็นดู ทำให้ลมเลที่อยู่ใกล้ๆ นึกไม่ชอบใจที่เห็นรักษ์ดูจะสนิทสนมกับน้องสาวขนาดนี้

“ไอ้แสบไปลาอาฟ้าไป” บอกให้ลูกชายทั้งสองไปร่ำลาอาฟ้าเขารักษ์จะได้ถอยออกมาสักทีถึงจะบอกว่าไม่สนที่รักษ์ชอบน้ำฟ้าก็ใช่ว่าลมเลจะทนเห็นทั้งสองสวีทกันได้มากนัก

“อาฟ้ากลับมาหาน้องจันทร์ไวๆน่า”

“อย่าลืมของฝากพี่อินทร์น่า” สองแสบกอดลาอาฟ้าคนสวย ทั้งยังไม่ลืมย้ำอย่าลืมของฝากทั้งที่คนเป็นพึ่งจะกลับกว่าจะมาอีกทีของเดือนหน้าสองแสบเล่นย้ำกันตั้งแต่วันนี้เลย

“ไม่ทันกลับก็ทวงของฝากเสียแล้ว” น้ำฟ้าเอ่ยแซวสองแสบ “ฉันไปก่อนนะรถไกลออกแล้ว” แซวสองแสบเรียบร้อยก็หันมาเอ่ยลาเพื่อนชายทั้งฟัดแก้มสองแสบไปคนละที่

“อืม ถึงแล้วอย่าลืมโทรบอก” รักษ์ย้ำอีกครั้ง

“จ้าๆ ย้ำหลายรอบแล้วเนี้ย งั้นโชคดีนะ อ่อ แล้วก็เลิกเล่นตัวได้แล้วนู้นมองมาอย่างกับจะกินฉัน” น้ำฟ้าว่าอย่างแผ่วเบาในตอนท้ายเพราะกลัวคนที่ยืนหน้าง้อจะได้ยิน

“ไม่ได้เล่นตัวสักหน่อย” รักษ์เถียง ก็แค่อยากให้อะไรๆ มันแน่ใจเสียก่อน

“ฟ้าไปแล้วนะพี่ลม มาส่งน้องสาวแท้ๆ แต่ดูทำหน้าเข้า” มาส่งน้องสาวกลับไปเรียนแท้ๆ แต่สีหน้านี้เหมือนกับไล่ให้รีบๆ ไป

“อืมๆ ไปได้แล้วไป” ลมเลบอกทั้งสะบัดมือไล่

“ดูๆ เชอะ! รักษ์แกอย่าไปเอาพี่ลมนะ”

“ยายฟ้า” ลมเลว่าเสียงดุ

“ก็มันจริง คนซื่อบื้ออย่างพี่ลมนะเอาทำไมกัน” น้ำฟ้าว่าแล้วก็รีบกอดสองแสบคนละทีก่อนจะขึ้นรถไปอย่างไวปล่อยให้ลมเลยืนหัวเสียไม่ช่วยแล้วยังจะมายุยงอีก

“ดูเพื่อนนาย”ลมเลชี้หน้าว่า

“ก็จริงนี้ครับ” รักษ์บอกไปอย่างเห็นด้วยก็ลมเลซื่อบื้อจริงๆ ก่อนจะพาสองแสบเดินกลับไปที่รถทางคนที่ถูกต่อว่าก็ได้แต่สงสัยว่สตัวเองซื่อบื้อตรงไหน

“เดี๋ยวพาไปกินขนมจีนเจ้าอร่อย” ลมเลพูดขึ้นเมื่อทุกคนอยู่บนรถเรียบร้อย ตอนนี้ก็ใกล้เที่ยงแล้วรักษ์และสองแสบคงเริ่มหิวกันแล้วรถยนตร์คันโตเลยเคลื่อนมาจอดที่ร้านขนมจีนเจ้าดังของอำเภอนี้

“กินอะไร แกงไก่อร่อยนะแนะนำเลย” ลมเลร้องถามก่อนจะแนะนำเมนูเด็ดที่ต้องกินทุกครั้งเมื่อมาร้านนี้

“เอาแก่งไก่ก็ได้ครับ” คนตัวโตอวดอ้างขนาดนี้รักษ์ก็คงต้องลอง ส่วนทางสองแสบได้ขนมจีนราดน้ำพริกไปคนละจานและลมเลยังสักทอดมันมาให้อีกจานใหญ่ รักษ์จองมองบรรดาพืชผักต่างๆ ที่วางเรียงรายดูเต็มโต๊ะยาวก็อดทึ่งไม่ได้ เพราะรักษ์ไม่เคยกินขนนจีนที่มีบริการผักหลากหลายชนิดขนาดนี้ แถมยังมีทั้งที่เป็นผักสด ผักลวก ผักดอง มีผักที่ราดน้ำกะทิด้วยซึ่งรักษ์ค่อนข้างสนใจเป็นพิเศษเนื่องจากไม่เคยกินมาก่อน

“ผักเยอะมากเลย เอ่อ นี้ผักอะไรครับ” รักษ์ถามทั้งชี้ไปที่ผักใบเขียวที่ราดไปด้วยกะทิสีขาวน่ากิน ถึงจะรู้สึกคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นผักชนิดนี้ก็ตามแต่ก็ไมแน่ใจนัก

“ใบเหลียงไง” ลมเลบอก รักษ์รู้สึกแปลกใจไม่ใช่ไม่เคยกิน ก็ตั้งแต่มาอยู่ที่นี้ทำให้ลมเลกินหลายครั้ง ตนเองเลยได้กินไปด้วยแต่นั้นมันก็แค่เอามาลวกกินกับน้ำพริกหรือเอามาผัดกับไข่ รักษ์ไม่เคยเอามาคลุกน้ำกะทิแบบนี้

“แกงไก่สอง น้ำพริกสอง ทอดมันหนึ่ง ได้แล้วค่ะ” เสียงพนักงานเสิร์ฟร้องบอกก่อนที่ขนมจีนเส้นสีขาวถูกราดด้วยน้ำแกงไก่สีเหลืองที่ส่งกลิ่นหอมชวนกินก็ถูกวางไว้ตรงหน้า

“ลองดูอร่อยมาก” คนตัวใหญ่บอกทั่งรีบยกช้อนขึ้นสับลงบนเส้นขนมจีนก่อนจะคลุกเคล้าน้ำแกงกับเส้นให้เข้ากัน รักษ์มองจานของสองแสบที่ถูกวางตรงข้ามเพราะตั้งใจจะสับเส้นขนมจีนให้แต่ทางร้านใจดีสับมาให้เรียบร้อยสองแสบก็แค่คลุกน้ำพริกขนมจีนให้ทั่วก็กินได้โดยที่รักษ์ไม่ต้องทำอะไรให้ รักษ์เลยหันมาจัดการกับจานของตนเอง

“อร่อยจริงด้วยครับน้ำแกงเข้มข้นมากเล่น” รักษ์มองเมื่อชิมคำแรกเข้าไป ต้องยอมรับเลยว่าที่ลมเลอวดอ้างนั้นคือเรื่องจริง

“ใช่ไหมละ ลองนี้กินด้วยกันอร่อยนะ” ลมเลว่าทั้งตักใบเหลียงราดกะทิใส่ในจานของรักษ์ ในเมื่อตักให้ลองขนาดนี้รักษ์ต้องลองและต้องยกนิ้วให้เลยตอนแรกรักษ์แอบกลัวว่ามันจะเลี่ยนกะทิแต่พอกินไปพร้อมกับขนมจีนที่ถูกราดด้วยน้ำแกงกลับไม่เป็นอย่างที่คิดมันหอมและมัน มีหวานแตะลิ้นหน่อยๆ ไม่ได้รู้สึกเลี่ยนเลย

“อร่อยครับ” ปากทั้งหันไปยิ้มให้แต่ลมเลกลับหัวเราะรักษ์แทนทำเอาต้องขมวดคิ้วดุแต่ต้องตกใจเมื่ออยู่ๆ มือใหญ่ก็เลื่อนมาเช็ดมุมปากให้

“หึหึ กินเป็นเด็ก” ว่าทั้งยกนิ้วที่เช็ดคราบน้ำกะทิจากปากของรักษ์ลงบนทิชชู่ แอบนึกอยากเอามาแตะลิ้นชิมแบบเท่ๆ เหมือนในหนังบ้างแต่ก็กลัวว่ารักษ์จะคิดว่าเขาเป็นโรคจิต

“เอ่อ ขอบคุณครับ” รักษ์บอกทั้งรู้สึกเขินอาย ถึงจะเจอลมเลทำอะไรแปลกๆ หลายครั้งแต่ก็ไม่เคยชินสักที

“อารักษ์มาๆ น้องจันทร์เช็ดให้บ้าง” สองแสบเมื่อเห็นว่าพ่อเช็ดปากให้อารักษ์สองแสบก็อยากเช็ดให้บ้าง

“กินไปเลยพวกเอ็งนะ เอาไปนี้ทอดมัน กินไม่หมดอยู่ล้างจานนะ” ลมเลว่าลูก ทั้งตักทอดมันใส่จานเด็กทั้งสองไปคนละสองสามอัน

“พี่อินทร์ไม่ล้างน่า”

“น้องจันทร์ก็ไม่ล้าง” สองแสบคัดค้าน

“ไม่ล้างก็กินให้หมด ผักนี้กินไปด้วย” ว่าแล้วก็หยิบผักสองสามอย่างใส่สองในจานสองแสบ เด็กน้อยหน้ายุ่งทันทีเมื่อมีผักมาอยู่ในจาน ไม่ใช่ว่าสองแสบไปชอบผักแต่พ่อเอาผักอะไรมาให้ก็ไม่รู้สองแสบไม่เคยกิน แล้วไอ้ลูกเล็กๆ กลมๆ นี้มันกินได้จริงๆ เหรอสองแสบสงสัย เพราะนกชอบกิน

“ลูกอะไรก็ไม่รู้จันทร์ไม่เอา” มือเล็กหยิบของที่ไม่ต้องการไปใส่ในจานแฝดพี่

“อินทร์ก็ไม่เอา จันทร์เอามาให้อินทร์ทำไม” คนพี่เถียง

“ก็ตัวเป็นพี่”

“ไม่เห็นเกี่ยว เอาไปเลย” แฝดพี่หยิบไปใส่คืนในจานแฝดน้อง ทำเอาขุนจันทร์หน้ายุ่งเพราะไม่อยากกินแต่ก็กลัวจะถูกให้ล้างจานสายตาน้อยๆ เลยส่องไปหาอารักษ์ทันที ทำเอาผู้ใหญ่ทั้งสองที่มองสองแสบอยู่ต้องยิ้มขำ สุดท้ายหวยก็มาตกที่เขาตนได้รักษ์คิด เพราะลมเลแท้ๆ ไปแกล้งสองแสบ

“หึหึ นายก็ลองกินดูนี้เขาเรียกมะเดื่อ ของขึ้นชื่อชุมพรเลยนะ” ลมเลอวดอ้างอีกครั้งซึ่งครั้งนี้เขาก็พูดความจริงอีกถ้าไม่เชื่อไปลองหาดูมะเดื่อนี้พืชประจำจังหวัดเลยนะ

“พี่อินทร์ให้อีกน่า” พอเห็นรักษ์เอาของขุนจันทร์ ขุนอินทร์ก็เอาให้บ้างเพราะไม่อยากกิน รักษ์เลยต้องจำยอมรับผิดชอบมะเดื่อนี้แต่เพียงผู้เดียว และเมื่อได้ชิมบอกได้คำเดียวว่ามันแปลก รสชาติมันแปลกกิรแล้วฝาดลิ้นแต่เมื่อกินกับน้ำแกงก็เข้ากันดีคนไม่เรื่องมากอยากรักษ์กินได้สบายแต่ถ้าใครไม่ชอบรสฝาดคงจะไม่ถูกปากเท่าไหร่

“เป็นไง” ลมเลถามเมื่อเห็นว่ารักษ์กินไปเรียบร้อยแล้ว

“มันฝาดๆ แต่ก็กินได้ครับ”

“เย้ๆ ไม่ต้องล้างจานแล้ว” พอรักษ์บอกว่ากินได้สองแสบก็ดีใตเพราะได้คนช่วยกินแทนแล้ว

“อย่าดีใจไป ในจานนั้นกินให้หมดก่อน” ลมเลว่าดักลูกชายทำเอาสองแสบหุบยิ้มทันทีรีบหันมาจัดการกับจานขนมจีนต่อพยามกินให้หมดดีกว่าถูกล้างจาน

“ก็ไปแกล้งลูก” รักษ์ว่า

“ฉันพูดจริง จีบนายก็จีบจริงนะ”

“มะ ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย กินไปเลยครับ” ว่าแล้วก็ตักสารพัดผักใส่ลงในจานคนเจ้าเล่ห์ อยู่ไกลกันคนละเรื่องก็ยังจะดึงเข้ามาเชื่อมกันได้อีกนับถือลมเลเลยจริงๆ

กินขนมจีนกันเรียบร้อยก็เกือบบ่ายโมงแล้วลมเลอยากพาทั้งสามไปเดินเที่ยวตลาดนัดริมทะเลตอนเย็นซึ่งมันยังอีกหลายชั่วโมงลมเลเลยพาไปเที่ยวสวนที่ขื้นชื่อที่สุดในจังหวัดก่อนได้ชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

เมื่อมาถึงรักษ์ยอมรับเลยว่าบรรยากาศค่อนข้างดีมาก สัมผัสได้ถึงความร่มรื่น เมิ่อเดินเที่ยวชมไปเรื่อยก็พบเจอกับการจัดตกแต่งสวนในสไตล์ต่างๆ มีสวนเท้าเปล่าซึ่งสามารถเดินนวดเท้าผ่อนคลายได้ มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของฝากับว่ามีครบทุดอย่างจริงๆ และที่รักษ์สนใจมากที่สุดคงเป็นส้วมแบบต่างๆ ทั้งส้วมตูดหมู ส้วมรู ส้มใต้พิภพ ส้วมทาร์ซานก็มี สองแสบดูชอบอกชอบใจมากทั้งที่เคยมาแล้วหลายครั้ง เด็กทั้งสองร้องขอให้พาเข้าส้วมนี้ออกส้วมนั้นอยู่หลายที่ ตอนแรกรักษ์ก็แอบคิดว่าเขาคงทำไว้โชว์เฉยๆ แต่ความจริงแล้วทุกส้วมสามารถใช้งานได้แถมมีป้ายบอกที่มาที่ไปอธิบายไว้ให้พร้อม บรรยากาศโดยรอบก็จัดตกแต่งให้เข้ากับประเภทของส้วมทำให้รู้สึกตื่นเต้นได้ตลอดเวลา

“ที่นี้ได้รับรางวัลสุดยอดส้วมแห่งปีเลยนะ”

“สมกับรางวัลครับ สุดยอดมากเลย” รักษ์เอ่ยชมจากใจจริง

“ไงสองแสบเล่นจนเหงื่อแตกเลย” ลมเลว่าลูกชาย

“หิวน้ำกันไหมครับ” รักษ์ถามสองแสบทั้งเอามือปาดเหงื่อกันยกใหญ่

“พี่อินทร์หิวโกโก้ปั่นแล้ว” บอกทั้งพยักหน้างึกงัก

“น้องจันทร์ก็ด้วย”

“นั้นเราพาสองแสบไปหาอะไรดื่มกันก่อนดีไหมครับ” เก็นว่าสองแสบเหนื่อยกันแล้วรักษ์เอ่ยชวน

“ก็ดีเหมือนกันเดินมาเป็นชั่วโมงเมื่อยขาแล้ว” ลมเลบอกเพราะแค่เดินชมที่ต่างๆ เผลอแแบเดียวก็ผ่านไปชั่วโมงแล้วไม่แปลกที่สองแสบจะร้องอยากกินน้ำทั้งสี่เลยพากันไปร้านกาแฟ

“ชิมหน่อยอร่อยไหม” ลมเลบอกทั้งหยิบแก้วของรักษ์ขึ้นมาดูดโดยไม่รอฟังคำอนุญาตจากเจ้าของ “หวานไป”

“ผมไม่ได้อนุญาตเลยนะครับ แล้วอีกอย่างหลอดนั้นผมใช้ไปแล้ว”

“ไม่เป็นฉันไม่ถือ หรือนายรังเกียจ”

“ปะ เปล่าครับ แต่…” รักษ์อึกอักพูดไม่ออก

“นั้นนายกินของฉันด้วยก็ได้ ได้หายกันไง หึหึ”

“มะ ไม่เอาครับ” ว่าทั้งหลบหน้าทำไมลมเลชอบแกล้งจังรักษ์คิด

..................................

ลูกคู่มาแล้วจ้าาาาา

ออฟไลน์ ตั้งโอ๋

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 171
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
      ลูกคู่สื่อรัก ตอนที่ 30

         ทั้งสี่พากันออกจากสวนชื่อดังก็ตะวันบ่ายคล้อยตลาดนัดริมทะเลก็คงวางขายแล้วเลยมุ่งไปที่อำเภอข้างๆ ซึ่งมีตลาดนัดขนาดใหญ่อยู่ติดกับริมทะเลและยังมีเรือจำลองขนาดใหญ่ให้เที่ยวชม

   “เดี๋ยวไปไหว้กรมหลวงชุมพรฯ มาทั้งทีไหว้สักหน่อยนะ” ลมเลบอกเมื่อทุกคนลงรถกันเรียบร้อย

   “ดีเลยครับ” รักษ์บอกทั้งวุ่นใส่หมวกให้สองแสบเพราะอากาศค่อนข้างร้อนทั้งที่เกือบจะสี่โมงแล้ว

         “อินทร์มานี้” ลมเลร้องเรียกลูกชายมาจูงมือ เมื่อเห็นอย่างนั้นรักษ์เลยจูงมือขุนจันทร์คนเดียวแต่พอจะออกเดินกันไปมือใหญ่ก็คว้ามือของรักษ์มาจับไว้

   “เอ่อ คุณลมไม่ต้องจับก็ได้ครับ” รักษ์โตพอที่จะเดินเองได้ลมเลไม่จำเป็นต้องจับเลย

   “เดี๋ยวขุนจันทร์หลง” ว่าแล้วก็เดินต่อไม่ได้สนใจสีหน้าของรักษ์เลย กลัวขุนจันทร์หลงก็จับขุนจันทร์จะมาจับรักษ์ทำไม รักษ์ได้แต่คิดไม่กล้าพูดออกไปรู้ดีว่าจริงๆ แล้วลมเลก็หาเรื่องจับมือรักษ์เท่านั้น

         “ปล่อยเถอะครับคนเยอะ” เดินมาถึงจุดที่คนพลุกพล่านรักษ์ก็ร้องขอเพราะรู้สึกเขินอายเหลือเกินเป็นผู้ชายมาเดินจับมือกันแถมยังมีเด็กชายอีกสองคน

         “จะสนทำไมกับคนเยอะ”

         “คุณลม”

         “โอเคปล่อยก็ปล่อย แต่เดินข้างๆ นะห้ามไปไหนเด็ดขาด” เห็นสายตาร้องขอแล้วลมเลก็ต้องยอมแพ้

         “ผมจะไปไหนได้ละครับ” รักษ์บอก พอดีกับเดินมาถึงเรือจำลอง

         “ขึ้นไปไหว้กรมหลวงด้านบนก่อนแล้วค่อยไปเดินตลาดนัดนะ”

         “คุณลมนำไปเลย” เพราะไม่เคยมาเลยให้เจ้าถิ่นนำน่าจะดีกว่า ลมเลไปซื้อดอกไม้ ธูปเทียนมาให้คนละชุด ซึ่งเป็นดอกกุหลาบแดง เมื่อแจกจ่ายกันเรียบร้อยก็พากันเดินขึ้นไปชั้นบนของตัวเรือซึ่งจะมีที่กราบสักการะกรมหลวงชุมพรฯ ทางด้านหน้าที่สักการะก็จะเป็นพื้นที่กว้างทอดยาวไปตามแนวเรือ หลังจากกราบไหว้ขอพรกันเรียบร้อยสองแสบก็ขอเดินเล่นชมวิวที่เห็นเป็นทะเลกว้างและแนวสนอย่างสวยงาม แม้อากาศจะยังร้อนมากแต่ก็มีลมพัดมาตลอดทำให้คลายความร้อนได้ดี

         “น้องจันทร์อย่าวิ่งครับ” รักษ์ร้องเตือนเมื่อเห็นเด็กแสบวิ่งตรงลานกว้าง

         “ไปๆ ลงไปด้านล่างได้แล้วร้อน” ลมเลร้องบอกอีกเสียง จะให้สองแสบเดินเล่นนานกว่านี้ก็กลัวจะไม่สบาย และอีกอย่างลมเลเห็นว่ารักษ์เหงื่อไหลหน้าแดงไปหมดเพราะอากาศร้อน

         “พี่อินทร์ยังอยากดูทะเลอยู่เลย” สองแสบว่ากลับเมื่อถูกขัด

         “พวกเอ็งจะอยู่ก็ตามใจพ่อพาอารักษ์ไปก่อนนะ” ว่าขู่เมื่อสองแสบไม่ยอมไปแต่โดยดี

         “ไม่เอาน้องจันทร์ไม่อยู่”

         “พี่อินทร์ไปก็ได้” พอโดนขู่ก็ยอมกันทันที สองแสบกลัวถูกทิ้งเหมือนกันนะ

               “นั้นเราไปหาอะไรกินกันดีไหมครับ” พอได้ยินว่าของกินสองแสบก็ร้องดีใจขึ้นมาทันทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็กินทั้งขนมทั้งน้ำกันมาแล้วเด็กๆ กินเก่งกันจริงๆ

               เมื่อตกลงกันได้แล้วก็พากันไปเดินตลาดนัดระหว่างเดินเห็นบ้านลมขนาดใหญ่มีเด็กเล่นอยู่หลายคนสองแสบก็อยากเล่นบ้างแต่ถูกคนเป็นพ่อห้าม อ้อนขออารักษ์ก็ไม่อนุญาตเพราะอากาศร้อน

               “แต่พี่อินทร์อยากเล่น”

               “หลายแต่จังนะวันนี้” ลมเลว่าลูกชาย

               “พ่อก็เอาแต่ห้ามๆ” แสบพี่ยังเถียงต่อ

               “แนะเถียงคำไม่ตกฟาก ข้าพ่อเอ็งนะ พวกเอ็งต้องเชื่อฟังพ่อ”

               “พ่อก็เถียง อารักษ์พ่อนิสัยไม่ดี”

               “ใครกันแน่นิสัยไม่ดี”

               “พ่อนั้นแหละ” สองคนพ่อลูกเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใครจนแฝดน้องเห็นท่าจะไม่ดีเพราะคนที่เดินผ่านไปมามองอยู่หลายคน

               “”อารักษ์เราทิ้งพ่อกับอินทร์ไว้นี้เถอะครับ” ขุนจันทร์ว่าทั้งรั้งมือรักษ์ให้เดินตามปล่อยให้พ่อกับขุนอินทร์เถียงอยู่ตรงนี้แหละ

               “นั้นสิครับ ปล่อยเด็กเล็กกับเด็กโข่งตีกันอยู่นี้แหละ” พอได้ยินรักษ์ สองพ่อลูกที่เถียงกันอยู่ก็หันมองทันที

               “ฉันโตแล้ว” ลมเลบอกเมื่อถูกมองว่าเป็นเด็กโข่ง

               “พี่อินทร์ก็โตแล้ว”

               “แล้วทำไมยังเถียงกันเป็นเด็กละครับ” รักษ์พูดด้วยสีหน้าสงสัย

               “ใครเถียงไม่มี๊” บอกไม่มีแต่เสียงที่พูดมาสูงมาก

               “พี่อินทร์กับพ่อคุยกันๆ”

               “อืม คุยกันๆ” สองพ่อลูกยืนยัน ทีแบบนี้ละเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยทั้งที่มีกี้ยังเถียงไม่ยอมกันอยู่เลย แต่ในเมื่อบอกว่าไม่เถียงก็ไม่เถียงจะได้เดินตลาดกันสักที

               “อารักษ์น้องจันทร์จะกินแพนเค้ก” กลิ่นหอมของขนมลอยมาแตะจมูกทำให้สองแสบรู้สึกอยากกินขึ้นมา

               “ได้ครับ แต่เอาอันเล็กพอนะ” ก็วันนี้สองแสบกินกันเยอะแล้วเอาอันเล็กๆ ก็น่าจะพอ เพราะเชื่อว่าสองแสบไม่ได้หยุดกินเพียงแค่นี้แน่ๆ

               “คุณลุงน้องจันทร์เอารูปคุณหมีครับ” เกาะขอบร้านก็ร้องบอกสิ่งที่ต้องการทันที คุณลุงคนขายก็ชี้รูปย่ำอีกทีว่าคุณหมีนี้ใช่ไหมเด็กน้อยก็พยักหน้างึกๆ

               “พี่อินทร์เอารูปอะไรครับ” รักษ์ถามแฝดพี่ที่ยืนเลือกรูปบนกระดานข้างๆ

               “พี่อินทร์เอาคุณม่อน” เมื่อเด็กชายบอกรักษ์ก็ทำหน้าที่บอกคนขายต่ออีกที

               “ลุงมีรูปหัวใจไหม” ลมเลที่ยืนเงียบอยู่ก่อนหน้านี้ร้องถามขึ้น

               “มีๆ พ่อหนุ่ม” ลุงคนขายตอบมาด้วยร้อยยิ้ม

               “นั้นผมเอาอันหนึ่ง เอาใหญ่ๆ เลยนะ”

               “ได้ๆ” ตอบรับทั้งส่งแพนเค้กที่ทำเสร็จให้ขุนจันทร์

               “คุณลมกินด้วยหรือครับ” รักษ์ถามอย่างแปลกใจเพราะปกติลมเลไม่ค่อยชอบกินอะไรแบบนี้

               “เปล่า”

               “อ้าว แล้วสั่งทำไมละครับ” ยังไม่ทันได้คำตอบพ่อค้าก็เรียกให้รับแพนเค้กคุณม่อนของขุนอินทร์เสียก่อน รักษ์เลยไม่ได้ถามซ้ำอีกครั้ง ยืนรออีกครู่หนึ่งแพนเค้กรูปหัวใจของผู้ชายตัวโตก็เสร็จเรียบร้อย รักษ์ส่งให้ลมเลก่อนจะพากันเดินออกจากร้านแพนเค้ก

               “ของนาย” บอกทั้งยื่นแพนเค้กมาตรงหน้าของรักษ์

               “ของผม” รักษ์พูดอย่างแปลกใจ แต่มือก็ยื่นไปรับขนมจากมือใหญ่

               “รับไปแล้วห้ามคืนนะ ใจฉันนะ” เมื่อแพนเค้กรูปหัวใจไปอยู่ในมือรักษ์เรียบร้อยลมเลก็บอกขึ้นนึกอายตัวเองเหมือนกันที่ทำอะไรเด็กๆ แบบนี้

               “เอ่อ...” รักษ์รู้สึกพูดอะไรไม่ออกมันเขินอายจนหาคำพูดไม่เจอ ลมเลจีบรักษ์อีกแล้ว บัวลอยหัวใจว่าหนักแล้วคราวนี้แพนเค้กหัวใจ ทั้งที่ดูไม่น่าจะเป็นคนทำอะไรแบบนี้แท้ๆ แต่เจอแบบนี้รักษ์ก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน เขินจนไม่รู้จะเอาลูกตาไปวางไว้ตรงไหนแล้ว รอยยิ้มที่พยายามห้ามมันก็ดันห้ามไม่ได้ทำให้ต้องเผยรอยยิ้มออก,k

               “พ่อจีบอารักษ์หรือ” สองแสบที่กำลังกินอย่างอร่อยถามขึ้นราวกับมันเป็นเรื่องปกติแต่คนถูกถามนี้สิดันอายขึ้นมา ถึงจะเป็นลมเลก็อายเป็นนะเกิดมาอายุเท่านี้ไม่เคยจีบใครเสียวเท่านี้มาก่อนเลย

               “เออ กินไปเลยพวกเอ็งนะ” ตอบปัดๆ ไปพยายามไม่แสดงอาการอะไรมากนัก นี้เกรงใจว่าเป็นตลาดมีผู้คนเดินการมากมายถ้าไม่มีใครลมเลคงตอบกลับไปมากกว่านี้รู้ดีจริงๆ สองแสบ

               “ขอบคุณนะครับ” รักษ์บอกเมื่อเหตุการณ์ดูเข้าที่เข้าทางแล้ว

               “ที่พูดนั้นจริงนะ” ลมเลยืนยันอีกครั้ง

               “รู้แล้วครับ” รักษ์บอกไปทั้งรอยยิ้มแต่ไม่ได้ตอบอะไรไปมากว่านี้ถึงแม้ดูเหมือนลมเลจะคาดหวังคำตอบที่มากกว่านี้ก็ตาม เห็นสีหน้าของลมเลแล้วรักษ์อยากบอกออกไปเหลือเกินแต่ความกลัวมันก็ยังมี ขอเวลาให้รักษ์ได้แน่ใจกว่านี้สักหน่อยเมื่อวันนั้นมาถึงรักษ์จะไม่ลังเลที่จะตอบรับความรู้สึกของลมเลเลยรักษ์คิด

...

ลูกคู่มาลิ้ววววววววววววววววววววววววว รอหน่อยนะพ่อลมใกล้แล้วววววววววว อีกสักนิดดดดดดดดดดดดดด

ออฟไลน์ ตั้งโอ๋

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 171
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
      ลูกคู่สื่อรัก ตอนที่ 31

หลังจากน้ำฟ้ากลับไปตลอดหลายวันที่ผ่านมาเพื่อนสาวโทรหารักษ์แทบทุกวันและมักจะถามถึงเรื่องลมเลเสมออย่างวันนี้ก็เช่นกัน

               “เมื่อคืนพี่ลมไปนอนด้วยอีกไหม” น้ำฟ้าถามถึงพี่ชายตัวแสบที่หาเรื่องไปนอนห้องรักษ์ด้วยทุกคืน ไม่เข้าใจมุขจีบหนุ่มของพี่ชายเลยจริงๆ รุกหนักเหลือเกิน ไอ้เพื่อนเธอก็ช่างเล่นตัวเหลือเกินไม่ตอบรับพี่ชายเธอสักที

               “ก็มา” รักษ์บอกทั้งเขินอายถึงแม้จะพูดคุยเรื่องนี้กับน้ำฟ้าหลายครั้งแล้วก็ตาม

               “พี่ชายฉันรุกหนักใช่ได้ เมื่อไหร่แกจะตกลงคบกับพี่ฉันสักที” ต่างฝ่ายต่างชอบกันแทนที่จะลงเอ่ยกันเร็วๆ แต่เพื่อนตัวดีของเธอก็ไม่ยอมตอบรับพี่ชายเธอสักที

               “ก็ดูๆ อยู่” บอกไปทั้งนึกถึงใบหน้าคมของคนที่ไปเข้าสวนตั้งแต่เช้า

               “แกจะดูไปอีกนานแค่ไหนยังไม่แน่ใจอีกหรือไง” น้ำฟ้าเข้าใจดีว่ารักษ์คงกังวลไม่น้อย แต่กับความรักจะไปคิดอะไรให้เยอะแยะทำไม

               “…” รักษ์ไม่รู้จะตอบอะไรกลับไปได้แต่เงียบ มีแต่คำถามเดิมๆ ที่ว่าแน่ใจแล้วหรือ

               “รักมันก็คือรัก แกอย่าไปคิดให้มาก อย่าให้ความกลัวมาทำให้แกต้องเสียสิ่งที่รักไป” น้ำฟ้าพูดถูกรักมันก็คือรัก

               “ถ้าสุดท้ายมันไม่โอเคละ”

               “ถ้ามันไม่โอเคแกก็แค่ถอยออกมา ฉันปลอบแกเอง ส่วนพี่ลมเดี๋ยวฉันจะทุบให้ตายเลย” น้ำฟ้าว่าติดตลก

               “จะบ้าเหรอ”

               “บ้าตรงไหน ถึงเป็นพี่ฉันแต่ถ้าทำแกเสียใจฉันก็ไม่ให้อภัยหรอก”

               “แต่...”

               “รักษ์ฟังฉันนะฉันรู้จักพี่ชายฉันดีแกอย่ากังวลเลยพี่ลมไม่มีทางทำให้แกเสียใจหรอก ยิ่งพี่ลมรุกจีบแกขนาดนี้แกเชื่อฉันเถอะว่าพี่ชายฉันจริงจังแน่นอน” น้ำฟ้าเชื่อแบบนั้นจริงๆ เพราะเป็นพี่น้องกันรู้ดีว่าลมเลเป็นคนแบบไหนถ้าลมเลบอกว่าใช่คือใช่

               “…”

               “ฉันไม่ได้พูดเข้าข้างพี่ชายตัวเองแต่ฉันพูดในฐานะน้องสาวที่อยากได้แกเป็นพี่สะใภ้ ฮาๆ”

               “บ้า” รักษ์ว่า แรกพูดมาเหมือนจะดีแท้ๆ เชียว

               “ฉันพูดจริงๆ นะคุณพี่สะใภ้ ฮาๆ” เมื่อมีโอกาสได้แกล้งรักษ์มีหรือน้ำฟ้าจะปล่อยไปตอนนี้รักษ์คงอายหน้าแดงมากๆ แน่ และมันก็จริงอย่างน้ำฟ้าคิดเมื่อได้ยินสองแสบถามแว่วๆ ว่าอารักษ์ทำไมหน้าแดง

               “ฉันไม่คุยกับแกแล้วไปเอาขนมให้สองแสบกินดีกว่า”

               “หนีเก่ง” พอสู้ไม่ได้ก็หนีทุกทีรักษ์นะ

               “ไม่ได้หนีสักหน่อย” รักษ์เถียง ทั้งที่จริงแล้วก็หนีจริงๆ

               “จ้าๆ จะไปไหนก็ไปเลย”

               “อืม ไว้ค่อยคุยกันใหม่”

               “อืม มีอะไรก็บอก ฉันเพื่อนแกนะ แล้วก็ทั้งรักทั้งห่วงแกมากเผื่อจะไม่รู้” น้ำฟ้าว่ากระแนะกระแหน่เพื่อนชาย

               “หึหึ ไว้มีอะไรแล้วจะบอก ฉันก็รักแกเหมือนกัน” ว่าจบก็วางสายไปก่อนจะหันมาชวนสองแสบไปหาขนมทานในครัวแต่รักษ์ต้องตกใจเมื่อเห็นลมเลยืนหน้านิ่งอยู่ รู้สึกเหมือนเหตุการณ์มันฉายซ้ำอีกครั้งจนรักษ์ตกใจ ได้แต่สงสัยว่าลมเลมาตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมรักษ์ถึงไม่ได้ยินเสียง

               “คุณลมมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ทำไม่ผมไม่ได้ยินเลย”

               “ก็มาทันพอที่จะได้ยินนายบอกรักคนในสายละนะ” ลมเลพูดด้วยใบหน้านิ่งแต่รักษ์กลับรู้สึกบาดลึกไปในใจเพราะในน้ำเสียงเจือปนความเศร้าไปด้วย

               “เอ่อ ผมคุยกับฟ้านะครับ”

               “ดูรักกันดีจัง ไม่ว่ายังไงนายก็จะไม่หันมามองฉันเลยสินะ” ว่าทั้งทำเสียงขึ้นจมูกนึกสมเพชตัวเองที่พยายามในสิ่งที่มันไม่มีหวังแบบนี้ ที่รักษ์ไม่ยอมตอบรับเขาเสียทีคงเพราะรักน้ำฟ้ามากมากจนไม่มีที่ว่างสำหรับเขาเป็นแน่ลมเลคิด

               “เออ ไม่ใช่นะครับคุณลม” รักษ์ตกใจที่อยู่ๆ ลมเลก็พูดเรื่องน้ำฟ้าขึ้นมาอีกทำไมชอบมาได้ยินตอนที่ไม่ควรได้ยินทุกครั้งกันนะ แล้วไหนจะชอบคิดไปเองอีก

               “นายไม่ต้องพูดอะไรฉันเข้าใจดี” ว่าแล้วก็เดินเลี่ยงออกมาเห็นรักษ์ลุกเดินตามมาด้วย แสบสองก็นั่งมองพ่อทีอารักษ์ทีได้แต่สงสัยว่าพ่อกับอารักษ์คุยอะไรกัน

               “คุณลม ผมไม่ได้ชอบฟ้านะ ผมชอบคะ โอ๊ย!” ด้วยความที่รีบเดินและตะโกนบอกอีกคนทำให้รักษ์ไม่ทันได้มองทางเผลอเหยียบของเล่นของสองแสบที่เล่นกันอยู่จนลื่นล้มเสียงดัง

   “รักษ์/อารักษ์” ลมเลแสะสองแสบตกใจมากที่รักษ์ล้มลงเสียงดัง

   “เป็นยังไงบ้าง” ลมเลเข้ามาประคองทั้งถามอย่างห่วงใยแต่รักษ์ไม่ได้สนใจยังคงกังวลกับเรื่องเมื่อสักครู่

   “คุณลม เอ่อ ผมไม่ได้ชอบฟ้านะครับ” รักษ์รีบบอกลมเลทันทีไม่อยากให้ลมเลเข้าใจผิดไม่มากกว่านี้รักษ์กลัวเสียลมเลไปจริงๆ

   “เรื่องนั้นช่างก่อนเถอะ นายเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” บอกปัดไปอย่างไม่ใส่ใจเพราะตอนนี้ลมเลห่วงอาการของรักษ์มากกว่าล้มเสียเสียงดังไปทั้งบ้าน สายตาคมพยายามสังเกตหาว่ารักษ์เจ็บตรงไหนหรือเปล่า

   “มะ ไม่ครับ ผมไปอยากให้คุณลมเข้าใจผิดอีก”

   “พวกเอ็งเก็บของเล่นก่อนเลย” ลมเลไม่ได้ใส่ใจฟังที่รักษ์พูดเท่าไหร่นักเพราะมัวแต่ตรวจดูตามร่างกายของรักษ์ ก่อนหันไปบอกสองแสบให้เก็บของเล่นให้เรียบร้อยแล้วช่วยพยุงรักษ์ขึ้น

   “ผะ ผมชอบคุณ”

   “วะ ว่าไงนะ” ลมเลถามซ้ำอย่างตกใจกลัวว่าที่ได้ยินจะหูฝาดไป

   “ผมชอบคุณ โอ๊ย” เป็นจังหวะที่ขยับเท้าพอดีทำให้รู้สึกเจ็บ ไม่อยากจะเชื่อเลยสารภาพรักครั้งแรกทั้งทีจะเจ็บตัวขนาดนี้คนอะไรสารภาพรักทั้งหน้าคะมำรู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั้นแต่รักษ์ก็โล่งใจที่ได้พูดออกไป

   “นายเจ็บมากไหม เอ่อ แล้วที่บอกนะจริงหรือ” ถึงจะเป็นห่วงรักษ์มากแค่ไหนแต่ลมเลก็อดดีใจไม่ได้ยังกลัวว่าหูจะฝาดอยู่เลย

   “ปวดข้อเท้าหน่อยหนึ่งครับ” บอกทั้งก้มหน้าหลบเพราะเขินอายเกินกว่าจะสู้หน้า

   “นั่งก่อน” ลมเลประคองรักษ์ให้มานั่งที่โซฟา

   “อารักษ์เจ็บมากไหมครับ” สองแสบมายืนข้างๆ ถามอย่างห่วงใยก็อารักษ์ล้มไปแรงมากเสียงดังลั่นบ้านเลยสองแสบตกใจแทบแย่กลัวอารักษ์จะเป็นเหมือนยายอุ่น

   “ไม่ครับ ไม่เจ็บเลย โอ๊ย!” บอกเด็กน้อยไปยังไม่ทันขาดคำก็ร้องเสียงหลงเมื่อลมเลจับเท้าทำเอาสองแสบหน้าถอดสีเพราะเป็นห่วงอารักษ์

   “ข้อเท้าน่าจะพลิก พวกเอ็งไม่ต้องมายืนปากแบะเลยไปเปิดรถรออารักษ์ไป” ลมเลว่าลูกชายที่ยืนจับมือกันจะร้องไห้ที่เห็นรักษ์เจ็บ

   สองแสบรีบทำตามที่ลมเลบอกเปิดประตูรถรอรักษ์เรียบร้อยลมเลก็อุ้มรักษ์ไปขึ้นรถทั้งที่ความจริงแค่พยุงไปก็ได้แต่กลัวรักษ์จะเจ็บเลยเลือกที่จะอุ้มรักษ์แทน รักษ์ถูกพามาโรงพยาบาลในเวลารวดเร็วและผลตรวจออกมาคือข้อเท้าพลิกจริงๆ ทำให้ถูกหมอสั่งห้ามไม่ให้ใช้เท้าข้างที่เจ็บมากนักลมเลเลยคอยประคองรักษ์ไม่ห่าง

   “นั่งก่อน” ลมเลบอกเมื่อพารักษ์กลับมาจากโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว

   “ขอบคุณครับ”

   “พวกเอ็งไปเอาน้ำมาให้อารักษ์หน่อยไป” ลมเลร้องบอกลูกชายซึ่งสองแสบก็เต็มใจทำไม่โวยวายอย่างที่ผ่านๆ มา ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงมีบ่นกันสักยกก่อน แต่วันนี้สองแสบดูเชื่อฟังเพราะอารักษ์เจ็บสองแสบเลยอยากช่วยดูแลอารักษ์

...

มาต่อกันจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา สารภาพรักธรรมดาโลกไปจำ ต้องหน้าคะมำถึงจะเท่ 5555555555555 สองสบเด็กดี อีกไม่นานก็จะจบลิ้ววววววววว

ออฟไลน์ ตั้งโอ๋

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 171
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
   ลูกคู่สื่อรัก ตอนที่ 32

   “สองแสบนอนแล้วหรือครับ” รักษ์ถามเมื่อลมเลเปิดประตูเข้ามา วันอดเล่านิทานให้สองแสบฟังเพราะถูกลมเลสั่งให้มานอนพักผ่อน สองแสบก็บอกให้อารักษ์นอนเยอะๆ จะได้หายเร็ว ๆ วันนี้เลยมีแค่ลมเลที่ส่งสองแสบเข้านอน

   “อืม หลับแล้วแถมไม่ฟังนิทานกันด้วย ไล่ให้ฉันรีบมาดูนาย” พูดไปก็นึกถึงลูกชายที่เข้าห้องก็จัดการเข้านอนด้วยตัวเองแถมไม่ยอมให้เล่านิทานให้ฟังอีก เหตุผลเพราะ ‘พ่อรีบไปดูอารักษ์’ คำที่สองแสบบอกทำให้ลมเลรู้ได้ทันทีว่าลูกชายทั้งสองเป็นห่วงอารักษ์มาก ๆ

   “ผมทำให้สองแสบเป็นห่วงอีกแล้ว” รักษ์รู้สึกผิดที่ทำให้สองแสบเป็นห่วง แต่อีกใจก็รู้สึกดีเพราะนั้นหมายความว่าสองแสบรักเขา

   “ที่ห่วงก็เพราะรักไม่ใช่หรือไง” ลมเลพูดขึ้นมาทำเอาคนที่นอนอยู่หายใจสะดุดไปช่วงขณะหนึ่ง “ฉันก็เป็นห่วง...เพราะรักเหมือนกัน” คำแรกว่าหายใจสะดุดแล้วคำหลังนี้ทำเอารักษ์หัวใจแทบวายถึงจะเคยโดนลมเลพูดทำนองนี้ใส่หลายครั้งแต่ก็ยังไม่ชินสักครั้งยิ่งนึกถึงตอนที่ตัวเองไปบอกรักลมเลทั้งหน้าขมำนั้นแล้วก็ชวนให้นึกอายทำไมมันไม่ดูเท่เหมือนตอนลมเลบอกกันนะ

   “เอ่อ...” รักษ์อยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่กลับหาคำพูดไม่เจอรู้สึกเขินจนทำตัวไม่ถูก

   “เขินหรือ” เห็นอีกคนทำท่าทางเขินอายลมเลก็อดที่จะเอ๋ยแซวไม่ได้

   “ไม่ได้เขินสักหน่อย กลับห้องคุณไปได้แล้วผมจะนอน” ว่าแล้วก็รีบยกผ้าห่มขึ้นคลุมแทบจะปิดหน้าจนหมดเพื่อจะซ่อนใบหน้าแดง ๆ ของตัวเอง พยายามทำตัวและใจให้นิ่งที่สุดแต่ไอ้เสียงหัวเราะชอบใจจากอีกคนทำให้รักษ์ใจสงบไม่ได้เลยจริง ๆ ‘คนชอบแกล้ง’ รักษ์คิด

   เมื่อหยอกล้อพอใจลมเลก็จัดการปิดไฟในห้องให้รักษ์และเตรียมเข้านอนด้วยเหมือนกัน ถึงแม้รักษ์บอกให้เขากลับไปนอนที่ห้องตัวเอง ลมเลมีหรือที่จะทำตามกลับห้องไปก็ไม่ได้นอนกอดรักษ์นะสิ กายใหญ่เลยนอนลงข้าง ๆ รักษ์ที่ทำเป็นแกล้งหลับ

   “อะไรคุณเนี้ย กลับห้องคุณไปเลย” รักษ์ร้องบอกทันทีที่ลมเลล้มตัวลงนอนข้าง ๆ

   “ไม่ ฉันจะนอนกับนาย”

   “นอนกับผมได้ไง ผมเจ็บเท้าอยู่นะ”

   “นั้นแหละยิ่งต้องนอนด้วยได้ดูแลนายไง”

   “ผมดูแลตัวเองได้ อีกอย่างถ้าคุณมาโดนเท้าผมทำไง ไม่หายกันพอดี” รักษ์พยายามหาขออ้างขึ้นมา

   “ไม่โดนหรอกน่า นายเจ็บเท้าฝั่งนู้นฉันนอนฝั่งนี้ไม่โดนแน่ ๆ” ลมเลก็ยังไม่ยอมแพ้

   “เอ่อ คุณอาจจะนอนหลับแล้วดิ้นมาโดนโดยไม่รู้ตัวก็ได้”

   “ฉันนอนไม่ดิ้นนายไม่ต้องกลัว”

   “เอ่อ เอ่อ”

   “มีข้ออ้างอะไรอีกว่ามา หึหึ” ลมเลถามเมื่อเห็นรักษ์ไม่พูดต่อซึ่งคงหาข้ออ้างอะไรไม่ได้แล้วแน่นอน

   “เอ่อ เอ่อ คุณลม...” รักษ์พยายามที่จะนึกหาข้ออ้างแต่ก็นึกไม่ออกแล้วจริง ๆ

   “ไม่มีแล้วใช่ไหม นั้นนอน” ลมเลพูดก่อนจะรั้งรักษ์เข้ามากอด

   “อ่ะ! คุณลม”

   “ชู่! นอนได้แล้ว” บอกทั้งกระชับอ้อมกอดอีกคน

   “ก็ปล่อยผมสิครับ จะ...จะกอดทำไม” รักษ์ร้องบอกเสียงอู้อี้ ในใจก็เต้นแรงจนกลัวว่าลมเลจะได้ยินเสียงหัวใจ

   “ก็อยากกอด” เป็นคำตอบที่ทำให้รักษ์ไปต่อแทบไม่ถูก แต่ก็พยายามขืนตัวออกจากอ้อมกอด “ถ้ายังดิ้นฉันทำมากกว่ากอดนะ” สิ้นเสียงพูดรักษ์นิ่งทันที “ก็แค่นี้ นอนได้แล้ว จุ๊บ” ลมเลบอกทั้งจูบเบา ๆ ลงบนกลุ่มผมของรักษ์

   ตอนนี้ลมเลหลับไปแล้วแต่รักษ์ยังคงนอนไม่หลับเพราะยังตื่นเต้นกับการกระทำของลมเลแม้เวลาจะผ่านมาร่วมชั่วโมงแล้วแต่รักษ์ก็ยังทำจิตใจให้เป็นปกติไม่ได้ยิ่งลมเลยังกอดอยู่แบบนี้รักษ์ยิ่งสงบใจไม่ได้เสียที ลมเลจะรู้บ้างไหมว่าทำคนอื่นเขาทรมานขนาดไหน ถึงแม้จะคิดแบบนั้นแต่รักษ์กลับหุบยิ้มไม่ได้สักทีตั้งแต่อีกคนจูบบนกลุ่มผมนั้น จริง ๆ แล้วมันคือความสุขใช่ไหม

   เช้าวันใหม่รักษ์ตื่นมาก็พบว่าตัวเองยังอยู่ในอ้อมกอดของลมเลที่ต่างออกไปก็คงเป็นมือของรักษ์เองที่สวมกอดร่างหนาไว้ด้วย มือขาวรีบยกออกก่อนที่อีกคนจะตื่นมาเห็น รักษ์ไม่รู้ว่าตัวเองไปกอดลมเลเมื่อไหร่และไม่รู้ด้วยว่าเมื่อคืนหลับไปตอนไหน รักษ์ขยับตัวออกเพื่อลุกขึ้นแต่คงขยับผิดท่าทำให้รู้สึกปวดเท้าที่เจ็บ

   “โอ๊ย!”

   “รักษ์! เป็นอะไร” ลมเลร้องถามขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงร้องทั้งที่หลับอยู่

   “ไม่เป็นอะไรครับพอดีผมจะไปห้องน้ำ แล้วขยับผิดท่าไปหน่อย”

   “แล้วทำไมไม่เรียกฉัน เจ็บมากไหม”

   “ไม่เจ็บอะไรมากครับ คุณนอนต่อเถอะ” รักษ์บอกทั้งทำท่าขยับลงจากเตียงแต่ก็ร้องขึ้นมาอีกเพราะเจ็บ

   “มานี้ฉันช่วย”

   “ไม่เป็นไรครับผมไหว”

   “อย่าดื้อ มานี้ให้ฉันดูหน่อย” ลมเลว่าทั้งขยับไปดูเท้าเจ็บของรักษ์ “เหมือนจะบวมมากกว่าเมื่อวานเลย”

   “จริงเหรอครับ”

   “ใช่ มานี้ฉันพาไปห้องน้ำ” ว่าแล้วก็ช่วยพยุงร่างของรักษ์ขึ้น

   “เอ่อ คือผมจะอาบน้ำขอไปหยิบเสื้อผ้าก่อนได้ไหมครับ”

   “เอาสิ”

   หยิบเสื้อผ้าเรียบร้อยลมเลก็พารักษ์มาส่งที่ห้องน้ำและยังย้ำอีกว่าให้ระวังมีอะไรก็เรียกจะรออยู่ที่เตียง รักษ์จัดการอาบน้ำให้ตัวเองอย่างยากลำบากเพราะเจ็บเท้า ซึ่งใช่เวลานานพอควร

   แกร๊ก!

   เสียงประตูห้องน้ำเปิดออกลมเลรีบเดินเข้าไปหารักษ์ทันที

   “เสร็จแล้วเหรอ มานี้ฉันช่วย”

   “ไม่เป็นไรครับผมพอเดินได้ คุณไม่ไปอาบน้ำเหรอ”

   “เดี๋ยวค่อยไปดูนายก่อน”

   “ผมไม่เป็นไร เดี๋ยวจะลงไปทำข้าวเช้าคุณก็ไปอาบน้ำเถอะครับ”

   “เดี๋ยวฉันพาไป”

   “ผะ...”

   “อย่าดื้อมานี้ฉันพาไป” พอได้ยินแบบนี้รักษ์ต้องจำยอม ลมเลทำไมชอบว่าเขาดื้อรักษ์เองก็ไม่เข้าใจแต่ทุกครั้งที่ได้ยินรักษ์จะต้องยอมทุกครั้งก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไม

   ลมเลพารักษ์มาส่งในครัวพร้อมทั้งหยิบของที่รักษ์ต้องการมาวางไว้ให้เพื่อให้รักษ์ใช้เท้าเดินน้อยที่สุดก่อนจะพาตัวเองไปเรียกสองแสบให้ลุกขึ้นและรีบจัดการตัวเองให้ไวได้ลงไปช่วยรักษ์ ทางรักษ์ก็รู้สึกขัดใจที่เดินลำบากจะทำอะไรก็ไม่ค่อยได้ดั่งใจเท่าไหร่ดีว่าลมเลช่วยเตรียมของไว้ให้ไม่อย่างนั้นข้าวเช้ากว่าจะได้กินก็คงสาย มาถึงตรงนี้รักษ์รู้สึกว่าลมเลค่อนข้างห่วงใยและใส่ใจรักษ์มากจริง ๆ ทำให้มันรู้สึกอุ่นในหัวใจ การได้รับความใส่ใจจากคนที่เรารักมันรู้สึกมีความสุขมากจริง ๆ ตอนนี้รักษ์อยากโทรไปเล่าน้ำฟ้ามากเหลือเกินว่ารู้สึกยังไงแต่ถ้าโทรไปเช้า ๆ แบบนี้คงโดยยายเพื่อนตัวแสบด่าเสียก่อนได้เล่าแน่ ๆ ฉะนั้นก็คงต้องเก็บไว้ก่อน เรื่องที่สารภาพรักลมเลไปแล้วก็ด้วยจะให้ยายฟ้ารู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าบอกทั้งหน้าขมำยายนั้นรู้มีหวังรักษ์คงโดนล้อจนลูกบวชแน่ นึกแล้วรักษ์ก็รู้สึกสยองขึ้นมาทันที

...

ลูกคู่มาต่อแล้วน่าาาาาาาาาา

ออฟไลน์ ตั้งโอ๋

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 171
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
   ลูกคู่สื่อรัก ตอนที่ 33

   อาหารเช้าวันนี้เสิร์ฟช้ากว่าปกติเล็กน้อยเพราะคนทำไม่ค่อยสะดวกโชคดีที่ได้ผู้ช่วยเป็นนายหัวของบ้านเลยเร็วขึ้นมาหน่อย ซึ่งหลังอาหารก็ไปเข้าสวนก่อนไปก็ไม่วายสั่งห้ามรักษ์ทำนู้นทำนี้ และยังสั่งสองแสบให้ดูแลรักษ์ให้ดีๆ อย่าดื้ออย่าซนเพราะอารักษ์เจ็บอยู่ สองแสบของตะเบ็งรับกันอย่างพร้อมเพรียงอย่างน่าเอ็นดู

   “อารักษ์หิวน้ำไหมพี่อินทร์ไปเอาให้” เสียงเล็กๆ ถามขึ้นมาขณะเล่นตัวต่ออยู่

   “เอาขนมไหมครับน้องจันทร์เอาให้” เมื่อคนพี่ถามคนน้องก็เสริมตามขึ้นมา รักษ์ยิ้มรับให้กับความหวังดีของเด็กน้อยทั้งสอง

   “ขอบคุณครับ แต่อารักษ์ยังไม่หิวเลยครับ” รักษ์บอกทั้งยกมือขึ้นลูบหัวเล็กๆ คนละทีก่อนจะเอ่ยชวนสองแสบให้ขึ้นมานั่งข้างๆ

   “อารักษ์จะทำอะไรหรืออออออ” ขุนจันทร์ถามขึ้นทันทีเมื่อเห็นรักษ์ยกโทรศัพท์ขึ้นมา ขุนอินทร์ก็เที่ยวชะโงกหน้าไปมองก็เห็นใบหน้าของตัวเองอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ก็รู้ได้ทันที่ว่าอารักษ์กำลังเปิดแอพถ่ายรูป

   “พี่อินทร์หล่อๆๆ” พูดทั้งเก๊กท่าผ่านกล้องอย่างชอบใจ รักษ์ก็กดถ่ายให้ ทางขุนจันทร์พอเห็นว่าขุนอินทร์ทำอะไรก็อยากทำบ้างเลยยื่นหน้าเข้าไปใกล้บนหน้าจอเลยปรากฎเป็นภาพใบหน้าชายหนุ่มที่ประกบข้างด้วยเด็กชายหน้าเหมือน และมหกรรมการถ่ายภาพก็เกิดขึ้นจนในกล้องรักษ์เต็มไปด้วยภาพของตนเองกับสองแสบ

   รักษ์เลื่อนรูปถ่ายดูไปก็ยิ้มไปเพราะบางภาพมันตลกมากจริงๆ อย่างตอนสองแสบทำหน้าตลกๆ เลื่อนไปเรื่อย ๆ ก็สะดุดเข้ากับภาพที่สองแสบรุมหอมแก้มรักษ์คนละฝั่ง จำได้ว่าตอนจะถ่ายสองแสบยังยิ้มให้กล้องอยู่เลยพอกดปุ่มถ่ายสองแสบก็เปลี่ยนเป็นหอมแก้มรักษ์อย่างรวดเร็ว ร้ายกันจริงๆ รักษ์กดตั้งภาพนี้เป็นภาพพื้นหลังของโทรศัพท์ก่อนจะส่งต่อไปให้น้ำฟ้าเผื่อจะมีคนอิจฉา และเมื่อรักษ์ส่งไปเพื่อนสาวก็รีบวีดีโอคอลกลับมาทันที

   “ร้ายมากกกกกก” เสียงแรกที่เอ่ยขึ้นเมื่อรักษ์กดรับสาย รักษ์ได้แต่ยิ้มขำให้กับคนขี้อิจฉา

   “ทำไงได้ ก็เรามันที่รักของทุกคน” รักษ์ตอบกลับไปไม่วายอวดอ้างให้เพื่อนสาวหมั่นไส้เล่น

   “ที่รักของคนพ่อด้วยหรือเปล่า หึหึ” น้ำฟ้าสวนกลับมาทำเอารักษ์เขินหน้าแดง “ทำเป็นเขินนน”

   “ไม่ได้เขินสักหน่อย น้องอินทร์ น้องจันทร์มาคุยกับอาฟ้าเร็ว” บอกปัดก่อนจะชวนสองแสบให้มาคุยด้วย

   “หนีเก่งงงง”

   “ไม่ได้หนีสักหน่อย แล้วทำอะไรอยู่นะ ไม่มีเรียนหรือยังไง” รักษ์บอกก่อนจะถามออกไป

   “มีเรียนบ่าย สองแสบมาอาฟ้าจุ๊บทีหนึ่ง” ว่าทั้งทำปากจูใส่กล้อง สองแสบเห็นแล้วก็ชอบใจทำปากจูกลับไปให้

   ทั้งสี่คุยกันหลายเรื่องซึ่งสวนใหญ่ก็เป็นสองแสบที่แย้งกันโม้ให้คุณอาคนสวยที่อยู่ไกลฟัง รักษ์ได้แต่ผยักหน้าสมทบเมื่อสองแสบหันมาถามความคิดเห็นจนมาถึงเรื่องนี้รักษ์รู้สึกคิ้วกระตุกแปลกๆ เมื่อได้ยิน

   “ใช่ๆๆ อารักษ์ล้มเลยครับ” ขุนจันทร์ว่าทั้งผยักหน้ายื่นยันอีกที

   “ดังโครมเลยยย พี่อินทร์ตกใจหมดเลยครับ” ว่าทั้งเอามือทาบอก

   “แล้วพ่อก็เรียกอารักษ์ดังลั่นบ้านเลยนะอาฟ้า”

   “อารักษ์ยังบอกชอบพ่อด้วยยยย น้องจันทร์ก็อยากบอกชอบอารักษ์บ้างแต่ตอนนั้นตกใจมากไปหน่อย” ขุนจันทร์ว่าทั้งยิ้มแห้งๆ จนรักษ์อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปดึงแก้มเบาๆ

   “เพื่อนรักษ์มันเรื่องอะไรกันค่ะ ทำไมเพื่อนฟ้าไม่เห็นรู้เรื่อง” น้ำฟ้าพูดทั้งใบหน้ายิ้ม ซึ่งดูยังไงก็เป็นยิ้มมารร้าย

   “กะ...ก็ ไม่มีอะไรเจ็บข้อเท้านิดหน่อย”

   “เจ็บไม่มากก็ดี แต่ประเด็ดหลักคือ บอกไปแล้วหรือ?”

   “อืม” รักษ์ผยักหน้าเบาๆ

   “โอ้ยเพื่อนฉัน กว่าจะบอกได้ลุ้นแทบแย่ แล้วเป็นไงมาไงถึงยอมบอกออกไปละ” น้ำฟ้ายิงคำถามรัวๆ

   “ก็คุณลมเข้าใจผิด แถมยังหลบหน้าเราอีก”

   “เข้าใจผิด? เข้าใจผิดอะไร” น้ำฟ้าถามอย่างสงสัย

   “คุณคิดว่าฉัน เอ่อ ชอบแก”

   “ห่ะ! คิดว่าแกชอบฉันเนี้ยนะ พี่ชายฉันทำไมซื่อบื้อจัง คิดได้ไงว่าแกชอบฉัน”

   “ก็ใช่ไง” พูดถึงเรื่องนี้ทีไรรักษ์ก็นึกไม่ออกสักทีว่าไปทำอีท่าไหนลมเลถึงได้เข้าใจผิด

   “แล้วพี่ลมว่าไงบ้าง คบกันแล้วใช่ไหม” น้ำฟ้าถามด้วยรอบยิ้มตื่นเต้น

   “ไม่รู้สิ” รักษ์บอกออกไปอย่างไม่มั่นใจเพราะตัวเองก็ยังไม่เข้าใจในความสัมพันธ์นี้เลย ใช่ รักษ์บอกชอบไปแล้วก็จริง ลมเลก็รับรู้ แต่มันก็แค่นั้นก็ต่างฝ่ายยังไม่ได้พูดคุยถึงความสัมพันธ์กันต่อเลยว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป

   “อ้าว อะไรของแกที่ว่าไม่รู้” น้ำฟ้าละไม่เข้าใจเพื่อนและพี่ชายจริงๆ ว่าทำอะไรกันอยู่

   “ก็ไม่รู้ไง พอดีเมื่อวานมันเกิดเรื่องนิดหน่อยก็เลยไม่ได้คุยกันต่อ”

   “ก็แล้วทำไมไม่คุยให้มันจบๆ ตกลงคบ ไม่คบ” น้ำฟ้าว่าอย่างรู้สึกขัดใจ

   “ก็ไม่กล้าไง แค่รวบรวมความกล้าไปบอกชอบได้ก็ดีเท่าไหร่”

   “ไหน ๆ ก็กล้าบอกไปแล้ว ก็กล้าต่อให้มันสุดๆ สิค่ะคุณเพื่อนนนนนน”

   “ฉันก็อายเป็นนะ” รักษ์เถียง

   “โอ๊ย! จะอายทำไมอายก็อดได้ผู้พอดี”

   “ยายฟ้า” รักษ์ร้องขึ้นอย่างเขินอาย

   “ผู้คืออะไรหรืออออออ” อยู่ ๆ ขุนจันทร์ที่นั่งกินขนมอยู่เงียบๆ ก็ถามขึ้น บ่งบอกให้รู้ว่าเด็กน้อยฟังที่รักษ์กับน้ำฟ้าคุยอยู่ตลอด

   “เอ่อ อาฟ้ามีธุระพอดี แสบถามอารักษ์ก็แล้วกัน อาไปแล้วบายบายย” ว่าเสร็จก็วางสายหนีไปเลย แถมยังทิ้งระเบิดไว้ให้เขากู้คนเดียวอีก รักษ์มองสองแสบที่นั่งตาแป๋วรอคำตอบอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร

   “เอ่อ อารักษ์ว่าเราไปทำข้าวเที่ยงรอคุณพ่อกันดีไหม” รักษ์เลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามของเด็กน้อย

   “แล้วผู้คืออะไรครับ กินได้ไหม” ขุนจันทร์ถามย้ำไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ ก็ขุนจันทร์สงสัยมากๆ

   “อร่อยเหมือนขนมไหมครับ” ขุนอินทร์ว่าทั้งตาเป็นประกาย

   “เอ่อ กินไม่ได้หรอกครับ แล้วก็ไม่อร่อยด้วย พี่อินทร์กับน้องจันทร์อย่าไปสนใจเลยครับ” รักษ์บอกคิดว่าสองแสบจะยอมเพียงเท่านี้แต่รักษ์คิดผิด ก็ตาใสๆ เล่นจ้องไม่ยอมหยุดจนรักษ์ต้องบอกออกไป “โอเคๆ ครับ ผู้ก็คือผู้ชายครับ”

   “อารักษ์จะเอาผู้ชายหรือครับ” ขุนอินทร์ถามอย่างสงสัย ก็อาฟ้าบอกว่าเดี๋ยวอดได้ผู้

   “เปล่าครับ อารักษ์ไม่ได้จะเอาสักหน่อย” รักษ์เริ่มปวดหัวกับคำถาม ยายฟ้านะยายฟ้าพูดอะไรไม่ดูเลยว่าหลานอยู่ด้วย รักษ์ละปวดหัวจริงๆ

   “อารักษ์ไม่อายๆ อาฟ้าบอกว่าอายเดี๋ยวจะอดผู้น่า” ขุนจันทร์ว่าทั้งลูบเข่าปลอบอารักษ์

   “ไม่ต้องอายๆ เอาพี่อินทร์ก็ได้พี่อินทร์ก็ผู้ครับ”

   “ไม่ได้ๆ ต้องน้องจันทร์ น้องจันทร์ก็ผู้ชายน่า”

   สองแสบแย่งกันไปมาแต่คนเป็นอานี้หัวจะระเบิด นึกหาวิธีที่จะลบข้อมูลนี้ออกจะสมองของเด็กแสบทั้งสอง แต่ก็นะสองแสบก็คือสองแสบยอมอะไรง่ายๆ กันที่ไหน สุดท้ายก็ต้องจบที่การต่อรองว่าจะทำเค้กอร่อยๆ ให้กินแต่สองแสบต้องไม่คุยเรื่องนี้กันอีก และด้วยเรื่องกินสำหรับสองแสบมันสำคัญมากมีหรือที่เด็กทั้งสองจะไม่ยอม และอีกอย่างเค้กของอารักษ์อร่อยที่สุด

...................................................................................

ลูกคู่มาแล้วจ้าาาาา

ออฟไลน์ ตั้งโอ๋

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 171
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
   ลูกคู่สื่อรัก ตอนที่ 34

   ตกเย็นลมเลกลับบ้านมาด้วยความเหนื่อยล่าและรู้สึกเป็นห่วงอาการของรักษ์ ถึงแม้ตอนเที่ยงที่โทรมารักษ์จะบอกว่าดีขึ้นมากแล้วก็ตาม ลมเลก็อดเป็นห่วงไม่ได้ทั้งที่ตอนเที่ยงตั้งใจจะกลับมาทานข้าวพร้อมกับดูอาการของรักษ์แต่กลายเป็นว่าแผนต้องล่มเมื่อที่ไร่มีปัญหาให้ต้องไปจัดการ เมื่อกลับมาถึงลมเลก็มุ่งไปหารักษ์ทันที

   “เป็นยังไงบ้าง”

   “อุย!” อยู่ๆ ก็มีเสียงขึ้นมาทำให้รักษ์ตกใจ

   “คุณพ่อ” สองแสบร้องเรียกก่อนจะวิ่งไปเกาะขาคนพ่อคนละข้าง

   “ว่าไงไอ้แสบ” ว่าทั้งใช่มือขยี้ผมเด็กทั้งสองคนละที

   “กลับมาแล้วหรือครับ” รักษ์ร้องถาม

   “อืม แล้วทำอะไรกันอยู่ เท้าเป็นยังไงบ้าง” ตอบกลับเด็กน้อย ก่อนจะถามคุณพี่เลี้ยง

   “ข้าวเย็นครับ ก็ไม่ค่อยเจ็บแล้ว”

   “ดีแล้ว สองแสบดื้อหรือเปล่า หืม ไหนบอกพ่อสิ” ตอบรับก่อนจะก้มลงถามลูกชายทั้งสอง

   “พี่อินทร์เป็นเด็กดีครับ”

   “น้องจันทร์ก็เป็นเด็กดี ช่วยอารักษ์ทำงานด้วยครับ”

   “เก่งมาก นั้นพ่อไปอาบน้ำก่อนนะ ฉันไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวลงมาช่วยอย่าเดินมากนักละ” ก่อนไปลมเลก็ไม่ลืมที่จะเตือนรักษ์ให้ระวัง

   หลังออกจากห้องครัวลมเลก็มุ่งตรงไปห้องของตัวเองเพื่อจัดการกับเนื้อตัวให้เรียบร้อย ร่างใหญ่เข้าห้องน้ำไปก็ออกมาด้วยเนื้อตัวที่เปียกชุ่มใส่เพียงผ้าเช็ดตัวหนึ่งผืน ก่อนจะก้าวยาวไปที่ตู้เสื้อผ้าหากแต่ก่อนที่จะถึงก็มีเสียงแจ้งเตือนแอพสนทนาดังขึ้นมาเลยต้องไปหยิบขึ้นมาอ่านก่อนเพราะกลัวเป็นเรื่องงานสำคัญหากแต่เมื่อเปิดดูก็พบว่าเป็นข้อความจากน้องสาวที่ไปอยู่เมืองกรุง เห็นว่าเจ้าตัวส่งรูปภาพมาก็เลยกดเข้าช่องสนทนาและต้องตกใจก็ในภาพพบเป็นใบหน้าหวานของพี่เลี้ยงลูกชายที่กำลังยิ้มอยู่ จนคนมองต้องยิ้มตามแต่มีจุดที่ทำให้ลมเลต้องคิ้วกระตุกก็ตรงที่สองแสบเล่นหอมแก้มรักษ์กันคนละข้าง มันเป็นภาพที่สวยมาก แต่ในความรู้สึกของลมเลนั้นอิจฉาที่สองแสบทำ อิจฉาที่ตัวเองไม่ได้อยู่ในภาพนั้นด้วย ถึงแม้จะรู้สึกอิจฉาแต่มือใหญ่ก็กดบันทึกภาพนั้นไว้ก่อนจะตั้งมันเป็นภาพบนหน้าจอโทรศัพท์ของตนที่ใช้เป็นภาพพื้นหลังธรรมดาที่ตั้งมาตั้งแต่ซื้อ นับว่านี้เป็นการตั้งภาพพื้นหลังหน้าจอโทรศัพท์ครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ลมเลมองภาพอีกครั้งแล้วยิ้มให้กับทั้งสามคนที่เขารัก ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงที่เดิมหากแต่มีข้อความใหม่จากน้องสาวที่พึ่งแจ้งเตือนเข้ามา ‘เรามีเรื่องต้องคุยกันนะพี่ลม พี่ชายซื่อบื้อ’ เรื่องที่ต้องคุย ลมเลอ่านแล้วก็ได้แต่สงสัยว่าต้องคุยเรื่องอะไรกันเลยถามกลับไปแต่น้องสาวตัวดีไม่ตอบกลับโทรเข้ามาแทน

   “ว่าไง” ลมเลเอ่ยเมื่อรับสาย

   “ไม่ต้องมาว่าไงเลยยยยย พี่นะ”

   “อะไรของแกยายฟ้า ไม่มีอะไรพี่วางนะ” เพราะลมเลตั้งใจจะรีบลงไปช่วยรักษ์

   “ก็เป็นอยู่แบบนี้ไงเลยไปก้าวหน้าสักที”

   “แกมาว่าพี่ทำไม ตกลงมีเรื่องอะไรรีบพูด พี่จะลงไปช่วยรักษ์”

   “ได้ข่าวว่าเพื่อนฟ้าเป็นพี่เลี้ยง เจ้านายอย่างพี่จะไปช่วยเนี้ยนะ” น้ำฟ้าประชดประชัดทั้งที่รู้ความจริงอยู่แล้ว

   “ก็รักษ์เจ็บอยู่”

   “แค่นี้หรือ”

   “ก็ใช่ไงแกต้องการอะไรยายฟ้า” ลมเลถามอย่างสงสัย

   “เอาตรงๆ เลยนะ พี่ชอบรักษ์มันจริงๆ ใช่ไหม”

   “ก็ใช่ไง” ลมเลตอบกลับทันทีอย่างไม่ต้องคิดก็มันคือความจริง

   “จริงจังใช่ไหมพี่ลม” น้ำฟ้าถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

   “แน่นอนไม่เคยรู้สึกจริงจังเท่านี้มาก่อน” ลมเลบอกด้วยความมั่นใจ

   “จริงจังแล้วชัดเจนหรือยังละ” น้ำฟ้าถามพี่ชายยังเซ็งๆ

   “ก็ชัดเจน” ลมเลบอกอย่างไม่มั่นใจ น้ำฟ้ายิงคำถามมาจนลมเลคิดไม่ทันว่าตกลงถามถึงเรื่องไหนกันแน่ แต่คาดว่าคงเป็นเรื่องเพื่อนชายอย่างรักษ์แน่นอน

   “ทำไมพี่ดูไม่มั่นใจ พี่ก็แบบนี้ทุกที บางเรื่องพี่ต้องทำให้มันจบ ให้มันชัดเจน อย่าปลอดให้มันค้างคา ทำแบบนี้ความสัมพันธ์มันไม่ก้าวหน้าหรอกนะ ฟ้าก็ไม่ได้อยากยุ่งเรื่องของพี่กับรักษ์มากนักหรอก แต่ก็เพราะว่าพี่เป็นพี่ชายฟ้า รักษ์มันก็เพื่อนฟ้า ฟ้าก็แค่อยากให้คนที่ฟ้ารักทั้งสองคนมีความสุข”

   “พี่จะไม่ทำให้รักษ์เสียใจ” ลมเลบอกอย่างหนักแน่น

   “พี่เองก็ต้องไม่เสียใจเช่นกัน” น้ำฟ้าว่ากลับมา

   “พี่รู้น่า”

   “รู้ก็ดีค่ะ แค่นี้แหละ อ่ออย่าลืมทำให้มันชัดเจนคบหรือไม่คบนะ พอกันเลยทั้งสองคนนะไม่ได้ดั่งใจจริงๆ” ก่อนวางก็ไม่วายบ่นทิ้งท้าย ลมเลได้แต่สายหน้าให้กับน้องสาวที่วางสายไปแล้ว ก็จะคิดถึงเรื่องที่น้องสาวพูด ก็จริงอย่างฟ้าพูดเขามันไม่ชัดเจน ชอบปล่อยให้เวลามันผ่านไปทั้งที่ควรทำให้มันจบ

   “เอาว่ะไอ้ลม กล้าๆ หน่อย” พูดให้กำลังใจตัวเองก่อนจะรีบแต่งตัวลงไปช่วยรักษ์ด้านล่าง

   เมื่อลงมาก็พบว่ารักษ์ทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วลมเลเลยอาสายกอาหารออกมาและให้รักษ์กับสองแสบไปนั่งรอที่โต๊ะ แต่รักษ์ก็คือรักษ์ ดื้อไม่แพ้สองแสบจริงๆ บอกให้นั่งก็ยังมาช่วยเขายกอยู่ดี

   “ก็บอกว่าให้ไปนั่งรอเจ็บเท้าอยู่นะ”

   “ผมดีขึ้นแล้วครับ ยกสองคนได้เสร็จเร็วๆ ไงครับ” ลมเลได้แต่สายหน้าให้กับเด็กดื้อที่ไม่ใช่เด็ก

   หลังจบมื้อเย็นทุกคนก็มานั่งรวมกันหน้าโทรทัศน์ ถามไถเรื่องราวต่างๆ ทั่วไป สองแสบก็ยังคงมีเรื่องโม้มากมายเช่นเดิมจนได้เวลาเข้านอน รักษ์กับลมเลพาสองแสบเข้านอนก่อนจะเดินกลับห้องของตนเองหากแต่ลมเลกลับเดินตามรักษ์มาหน้าห้องด้วย

   “ผมจะเข้านอนแล้วครับ” รักษ์บอกทั้งยังไม่ค่อยกล้ามองหน้า เมื่อคิดว่าลมเลจะตามมานอนด้วยกันอีก

   “ฉันก็ง่วงแล้ว ไปนอนกันเถอะ”

   “แต่นี้ห้องผมนะ ห้องคุณอยู่ตรงนั้นครับ” รักษ์บอกทั้งชี้ไปทางห้องของลมเล

   “บ้านฉัน แสดงว่าเป็นห้องของฉันเหมือนกัน หึหึ”

   “แต่คุณยกให้ผมนอนห้องนี้นะครับ” รักษ์ยังคงเถียงไม่ยอม ถึงจะชอบลมเลแต่ก็ใช่ว่ารักษ์จะยอมให้ลมเลมานอนด้วยง่ายๆ ก็ในเมื่อเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน

   “แต่ฉันไม่ได้บอกสักหน่อยว่าห้ามตัวฉันเองมานอน”

   “ผมไม่ตลกด้วยนะครับ กลับห้องคุณไปเลย”

   “แล้วใครบอกว่าฉันตลก นี้ฉันกำลังจริงจัง’” บอกทั้งสายตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้รักษ์มากขึ้น ทำให้รักษ์ต้องถอยหลบแต่ก็ติดประตูเสียแล้ว เมื่อถอยหลังไม่ได้ก็เบี่ยงหลบไปด้านข้างแทนแต่แขนใหญ่กลับยกขึ้นมากั้นไว้ จะหลบไปอีกทางแขนอีกข้างก็ยกมากั้นไว้อีกทำให้ตอนนี้รักษ์ตกอยู่ในวงแขนของลมเล

   “เอ่อ หลบครับ” คนตัวใหญ่ไม่หลบกลับขยับมาใกล้มากกว่าเดิมจนรักษ์เริ่มทำตัวไม่ถูก หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นแรงแทบจะทะลุออกมา

   “ถ้าฉันไม่หลบนายจะทำไม หึหึ” ลมเลพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ ยิ่งเห็นแมวน้อยในวงแขนไปไม่เป็นยิ่งชอบใจ

   “ยะ...อย่ามาแกล้งกันสิครับ”

   “ฉันไม่ได้แกล้งสักหน่อย เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันนะ” ว่าทั้งขยับหน้าเข้าไปใกล้รักษ์จนใบหน้าห่างกันเพียงแค่ลมหายใจกั้น

   “คะ เคลียร์อะไรครับ” สำหรับรักษ์นับว่ายากเหลือเกินกับการพูดออกมาแต่คำในระยะประชิดเช่นนี้

   “เรื่องของเรา ฉันจะไม่ยอมให้มันชักช้าอีกแล้ว” ว่าทั้งเชยค้างของรักษ์ให้เงยหน้าขึ้นมา รักษ์อยากจะหลบสายตาคมที่จ้องมาแต่ก็ทำไม่ได้ลมเลจะรู้บ้างหรือไม่ว่าทำรักษ์หัวใจจะวายอยู่แล้วมันทั้งเขิน ทั้งตื่นเต้น ปนกันมัวไปหมดสุดท้ายก็ทำได้แค่นิ่งเงียบรอฟังคำจากอีกคน

   “…”

   “ในเมื่อฉันชอบนาย นายก็ชอบฉัน เรามาคบกันไหม” ลมเลพูดไปด้วยความจริงใจและจริงจัง แม้เสียงที่กล่าวออกมานั้นหนักแน่นหากแต่จิตใจกลับสั่นระรัวด้วยความตื่นเต้นและความกลัวที่จะถูกปฏิเสธ

   “อะ.... เอ่อ” รักษ์รู้สึกว่าหัวใจพองโตมากเมื่อได้ยินสิ่งที่ลมเลกล่าวออกมา แทบจะหาเสียงตัวเองไม่เจอ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มีสัมผัสนุ่มนวลที่ริมฝีปากก่อนมันจะหนักหน่วงตราตรึงลงไปในจิตใจจนเผลอตอบรับสัมผัสหอมหวานนั้นไป มือขาวค่อยๆ ยกขึ้นมาคลองคอคนตัวสูง ทั้งสองต่างบรรจงมอบรอยจูบที่หอมหวานให้แก่กันอย่างหลงมัวเมา ก่อนจะผละออกจากกันอย่างช้าๆ ลมเลจูบย้ำลงไปบนปากแดงนั้นอีกสองสามทีและจบที่ทิ้งรอยจูบเบาๆ กลางหน้าผากมน มือใหญ่ค่อยเชยค้างมนขึ้นให้มาสบตา

   “ฉันถือว่าการตอบรับสัมผัสของนายคือคำตกลงนะ ที่รักของฉัน”

...............................................................................................

มาต่อกันจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

   

ออฟไลน์ ตั้งโอ๋

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 171
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
Re: ❤… ลูกคู่สื่อรัก ...❤ ตอนจบ (11/07/64)
«ตอบ #67 เมื่อ11-07-2021 18:24:53 »

   ลูกคู่สื่อรัก ตอนจบ

   วันนี้อากาศสดใส แดดกำลังดีเหมาะกับการตากผ้ารักษ์ขนพวกเครื่องนอนในห้องออกมาตากแดดไว้เนื่องจากต้องเอาเข้าจัดเก็บเพราะไม่จำเป็นต้องใช้ ถ้าถามว่าทำไมไม่ต้องใช้ก็คงต้องนึกย้อนไปเมื่อหลายวันก่อน หลังจากตกลงคบกัน ลมเลก็สั่งให้รักษ์ย้ายข้าวของไปอยู่ห้องเดียวกันห้องเก่าของรักษ์เลยต้องกลับมาว่างกลายเป็นห้องรับแขกอีกครั้ง

   “สีเขียว สีเขียว”

   “จันทร์ว่าสีฟ้า อินทร์มัว”

   “จันทร์นั้นและมั่ว สีเขียวชัดๆ”

   รักษ์เดินมาจากตากผ้าก็ได้ยินสองแสบถกเถียงกันอยู่

   “อะไรกันครับสองแสบ”

   “อารักษ์ อันนี้สีฟ้าใช่ไหมครับ” ขุนจันทร์ถือสมุดภาพมาพร้อมกับชี้ภาพให้ดู

   “สีเขียวต่างหาก ใช่ไหมครับอารักษ์” ขุนอินทร์แย้งขึ้น รักษ์มองภาพแล้วครุ่นคิดภาพสีที่มันฟ้าๆ เขียวๆ นี้มันอะไรกัน มององค์ประกอบอื่นๆ ก็พอเดาได้ว่ามันคือภาพทะเล แต่ถ้าจะให้บอกว่าเขียวหรือฟ้าเลยมันก็ยังไงอยู่เพราะในภาพมันมีทั้งจุดที่เป็นสีฟ้าและเป็นสีเขียวอยู่ทั่วไปหมด

   “อืม สีน้ำทะเลครับ”

   “น้ำทะเล?” สองแสบทวนคำตอบอย่างสงสัย ก็คุณครูไม่เคยบอกว่ามีสีน้ำทะเล

   “หึหึ ใช่ครับสีน้ำทะเล” รักษ์ย้ำอีกครั้งนึกตลกสีหน้าของเด็กทั้งสอง “ก็ในภาพเป็นภาพทะเล มันมีทั้งสีเขียวและสีฟ้าปนกัน ถ้าบอกว่าสีใดสีหนึ่งก็คงไม่ถูก ฉะนั้นให้เป็นสีน้ำทะเลนั้นแหละครับดีแล้ว” รักษ์อธิบายสองแสบ

   “พี่อินทร์เข้าใจแล้วครับ จำไว้นะจันทร์ ฟ้าๆเขียว คือน้ำทะเล” ตอบรับคนเป็นอาเสร็จก็ไปย้ำกับแฝดน้อง ก่อนจะพากันไปดูสมุดภาพต่อ แต่ก็ไม่วายมีเรื่องให้เถียงกันรักษ์ได้แต่สายหน้าอย่างเอ็นดูช่างเป็นแฝดที่คิดต่างกันจริงๆ รักษ์นั่งมองสองแสบแล้วได้แต่นึกย้อนถึงเรื่องราวที่ผ่านมาจำได้เลยว่าวันแรกที่รู้ว่าต้องดูแลเด็กแฝดรักษ์ตกใจเป็นอย่างมากถ้าน้ำฟ้าไม่ขอไว้รักษ์คงไม่ทำ และคงจะไม่ได้เจอสองแสบที่แสนจะน่ารัก คงไม่ได้มาอยู่ในที่ที่มีแต่ธรรมชาติแบบนี้ และที่สำคัญรักษ์คงจะไม่ได้พบกับลมเล

   “คิดอะไรอยู่” เสียงร้องถามทำเอารักษ์สะดุ้ง

   “พ่ออออ”

   “คุณลม”

   “ว่าไงสองแสบทำอะไรกัน แล้วนายพี่บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกพี่” ถามสองแสบก่อนจะดุคนรักที่ไม่ยอมเรียกเขาว่าพี่

   “ขอโทดครับ ผมยังไม่ชิน” รักษ์บอก

   “รักษ์ ไม่ใช่ผม” ลมเลดุอีกครั้ง

   “ครับ พี่หิวหรือยังครับ รักษ์ทำกับข้าวไว้แล้ว” ลมเลกลับมากินข้าวเที่ยงที่บ้านทุกวัน แม้ทั้งสองจะคบกันแล้วแต่อะไรๆ ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนักที่ดูจะเปลี่ยนไปก็คงเป็นคำเรียก และนิสัยของลมเลนิดหน่อย

   “แค่เห็นหน้ารักษ์พี่ก็อิ่มแล้ว” บอกทั้งนั่งลงข้างๆ รักษ์ แม้หลายวันที่ผ่านมาจะโดนลมเลหยอดประจำแต่รักษ์ก็ไม่ชินสักทีต้องเขินทุกครั้ง และนี้ก็เป็นนิสัยอย่างหนึ่งของลมเลที่เปลี่ยนไป

   “แบบนี้ข้าวก็คงไม่ต้องกินแล้วสินะครับ” แม้จะรู้สึกเขินแต่ก็อยากต่อกรกับอีกคน ในเมื่อคบกันแล้วรักษ์ไม่จำเป็นต้องกลัว

   “รักษ์จะใจร้ายกับพี่ได้ลงคอเหรอ” คนตัวโตพูดอย่างออดอ้อน รักษ์นึกขันเมื่อท่าทางออดอ้อนกับตัวโตๆนั้นมันดูไม่เข้ากันเลยแต่รักษ์กลับรู้สึกชอบมัน

   “ใครบอกละครับ ไปทานข้าวกันดีกว่าครับ รักษ์ทำของโปรดพี่ไว้ด้วยนะ” รักษ์บอกก่อนจะลุกไปบอกสองแสบให้เก็บของเล่นไปทานข้าว บนโต๊ะอาหารก็เป็นอย่างเช่นทุกวันสองแสบที่กินไปก็ชอบโม้ไปทำให้บนโต๊ะอาหารไม่เงียบเหงา 

   ชีวิตแต่ละวันที่ผ่านไปนั้นเป็นอย่างเรียบง่าย ไม่ได้มีอะไรเหวอหวา ใช้ชีวิตวนเวียนอยู่แต่ไร่แต่สวน อยู่กับบ้านดูแลสองแสบ มันไม่ได้มีอะไรมากมายแต่รักษ์กลับมีความสุข ทำให้นึกถึงพ่อกับแม่ ครอบครัวรักษ์เป็นเพียงครอบครัวเล็กๆที่หาเช้ากินค่ำชีวิตไม่ได้ร่ำรวย ในแต่ละวันต้องดิ้นรน กว่าจะผ่านไปแต่ละวันนั้นต้องเหน็ดเหนื่อย แต่ทุกครั้งที่กลับมากินข้าวด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูกมันกลับเต็มไปด้วยความสุขแม้ในวันนั้นเราจะผ่านความเหน็ดเหนื่อยมามากมายก็ตาม

   “เป็นอะไรหรือเปล่า” ลมเลร้องถามเมื่อเห็นรักษ์นั่งเหม่อ

   “เห็นสองแสบกินกันอย่างมีความสุขแบบนี้แล้วมันทำให้รักษ์คิดถึงพ่อกับแม่นะครับ เหมือนได้เห็นตัวเองตอนกินข้าวกับพ่อแม่” รักษ์บอกทั้งรอยยิ้ม

   “ไปหาพวกท่านกันไหม” ลมเลถามอย่างจริงจัง เขาก็คิดเรื่องนี้ไว้เหมือนกันเพราะเมื่อสองวันก่อนลมเลได้บอกพ่อกับแม่เขาแล้วเรื่องที่คบกับรักษ์ดีว่าท่านทั้งสองเข้าใจด้วยเห็นว่าลมเลโตพอที่จะแยกแยะได้เอง และอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของครอบครัวรักษ์ ก็คบกับลูกชายเขาแล้วแต่ยังไม่ได้ขอพ่อแม่เขาเลย

   “เอ๋! ได้เหรอครับ”

   “ได้สิ ขอฉันเคลียร์งานก่อนอาทิตย์หน้าเราค่อยไปกันได้พาสองแสบไปไหว้ตากับยายเขาด้วย”

   “ตะ ตากับยาย พี่ลมหมายความว่า...” รักษ์ตกใจเมื่อรู้ถึงความคิดของลมเล

   “ใช่ เราสองคนคบกันแล้วพี่อยากให้ความชัดเจนกับเรา พี่เลยตั้งใจว่าจะไปขอรักษ์จากพ่อกับแม่” ลมเลพูดด้วยสีหน้าจริงจัง แม้ทั้งสองจะพึ่งคบกันแต่ลมเลต้องการให้รักษ์มั่นใจในตัวของเขาว่าเขานั้นจริงจังกับรักษ์จริงๆ

   “ขอบคุณนะครับ”

   “พี่ก็ต้องขอบคุณรักษ์ที่เข้ามาในชีวิตของพี่”

   “คงต้องขอบคุณสองแสบแล้วละครับ พี่รู้ไหมตอนที่รู้ว่ารักษ์ต้องมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแถมยังเป็นเด็กแฝดรักษ์ตกใจมากเลยนะครับ ปฏิเสธน้ำฟ้าทันทีแต่น้ำฟ้าก็ขอไว้ เห็นว่าเป็นหลานของเพื่อนก็คิดว่าคงไม่เป็นไร แต่พอมารู้ว่าต้องมาทำงานอยู่ไกลบ้านก็ยิ่งตกใจเข้าไปอีก จะยกเลิกก็ไม่ทันเพราะน้ำฟ้าบอกกับพี่ไปแล้ว”

   “พี่ก็ตกใจที่อยู่ ๆ ยายฟ้าโทรมาถามเรื่องพี่เลี้ยงเด็ก ตอนแรกก็กังวลมากเพราะสองแสบใช่ย่อยเสียที่ไหน แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อสองแสบดูจะชอบและเชื่อฟังรักษ์มาก มันทำให้พี่ตั้งใจมองรักษ์มากขึ้นจนเผลอใจไปให้พี่เลี้ยงของลูกเสียงั้น หึหึ” ลมเลเล่าอย่างนึกตลกตัวเอง

   “ผมก็ไม่คิดว่าจะมีใจให้เจ้านายตัวเองแบบนี้เหมือนกันครับ”

   “พี่รักรักษ์นะ” ลมเลเลื่อนมือมาจับรักษ์ก่อนจะพูดขึ้นทำเอารักษ์เขินอาย

   “น้องจันทร์ก็รักก”

   “พี่อินทร์ด้วย รักๆๆๆ” สองแสบที่กำลังตั้งหน้าตั้งกินก็พูดตามขึ้นมา เห็นพ่อคุยอะไรกับอารักษ์ไม่รู้ยาวๆ แถมบอกรักอารักษ์ด้วยเด็กทั้งสองกลัวจะน้อยหน้าพ่อเลยต้องบอกอารักษ์ด้วย

   “เกี่ยวไรด้วยแสบ” ลมเลว่า ลืมเสียสนิทว่าลูกชายนั่งอยู่ด้วย

   “เกี่ยวจิอารักษ์แฟนพี่อินทร์นะพ่อออ” ขุนอินทร์แย้งขึ้นมา

   “แฟนของจันทร์ต่างหากอินทร์อย่ามามั่ว”

   “ไม่ใช่ของใครทั้งนั้นแหละ ของพ่อโว้ยยยยยย” ลมเลว่าทั้งนึกเคืองลูกชาย ตัวแค่นี้ริอาจจะมีแฟน คิดแล้วก็ได้แต่สายหน้าก่อนจะหันมองรักษ์ที่เอาแต่หัวเราะ มันทำให้ลมเลยิ้มออกมารับรู้ได้ถึงความสุขโดยที่ไม่ต้องพูดมันออกมา รักษ์หันมองสองแสบที่ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยแต่ก็ยังเถียงกันเรื่องใครเป็นแฟนของรักษ์ไม่จบ รักษ์ก็ได้แต่ยิ้มนึกขอบคุณเด็กทั้งสองที่ทำให้รักษ์ได้มาเจอกับความสุข สองแสบเป็นเหมือนกามเทพตัวน้อยที่สื่อรักให้กับรักษ์และลมเล เพราะถ้าไม่มีสองแสบก็ไม่รู้ว่ารักษ์และลมเลจะวนเวียนมาพบกันได้อย่างไร ซึ่งการพบกันและรักกันของทั้งสองในวันนี้มันเป็นเพียงบทเริ่มต้นของชีวิตเท่านั้น



........................................................  END................................................................................

ลูกคู่สื่อรักเดินทางมาถึงตอบจบแล้วววว ระยะเวลาสามสี่ปีกับเรื่องนี้ (คือนานแท้ๆๆๆๆ) ทั้งที่มันควจจะจบไปตั้งนานแต่ตั้งโอ๋กลับหายไปทีหนึ่งหลายเดือนทำให้ล้าช้า แต่ทุกคนก็ยังคงรอและติดตามกันมาเสมอ ต้องขอบคุณทุกคนมากนะคะที่คอยติดตามกันมาตลอด ลูกคู่รักพี่ๆนักอ่านทุกโค้นนนนนน อย่าลืมมารออ่านตอนพิเศษของสองแสบกันนะคะ สุดท้ายนี้ก้ขอฝากลูกคู่ไว้ในความทรงจำของทุกคนด้วยนะคะ ฝากผลงานเรื่องต่อๆ ไปด้วยนะคะ

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1087
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0

ออฟไลน์ TuEyyy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 66
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
น่ารักมาก ๆ เลยค่ะ ทั้งลูกคู่ ทั้งพ่อ ทั้งครอบครัว ทั้งพี่เลี้ยง อ่านแล้วยิ้มตามตลอดเลย มีตอนป้าล้ม เกือบร้องไห้เลยค่ะ  :mew1: :mew1: :mew1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ mentholss

  • "เหตุผล" หรือ "ข้ออ้าง"
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1244
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด