-- คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต...บทที่ 75 บทส่งท้าย -- (อัพเดต 10/07/2020)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: -- คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต...บทที่ 75 บทส่งท้าย -- (อัพเดต 10/07/2020)  (อ่าน 28683 ครั้ง)

ออฟไลน์ Caramel Syrup

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 489
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2
รพีผู้คิดการณ์ไกล   o13

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3339
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-0
มุ่งมั่นมากลูกเอ๊ย!! มาหอมหัวหน่อยมาระพี 55 ตรัสกลายเป็นไอดอลของเด็กชายระพีไปอย่างไม่รู้ตัว 5555

ออฟไลน์ nikpook

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 361
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
น้องระพีน่ารักจังเลยลูก5555 :m3: :m4: รติก็คือดูแลตรัสดีมากเป็นคู่ที่หวานมากๆเลย :pig4: :L1:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1159
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1

ออฟไลน์ THAMON926

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 79
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

บทที่  70

ฤดูร้อน

---------


   รั้วหลังเรือนอหัสกรถูกซ่อมแซมเรียบร้อย ฝนก็ตกหนักต่อเนื่องไปอีกหลายวัน พอหมดฝนหอบใหญ่ ก็เข้าสู่ฤดูร้อน


   นี่คือฤดูร้อนแรกของรติ รุจี และระพีที่เมืองตะวันออก


   อากาศที่นี่ไม่ร้อนจัดอย่างเมืองทางใต้ที่พวกเขาเคยอยู่ แต่ร้อนอบอ้าว แดดแรง กระนั้นผู้คนในเมืองตะวันออกก็ดูจะชอบอกชอบใจกับอากาศเช่นนี้ ดอกไม้ในเมืองบานสะพรั่ง โดยเฉพาะที่น้ำพุกลางเมืองใกล้กับร้านยาอหัสกร มีกระถางดอกไม้นำมาตั้งเรียงราย เป็นอาหารแก่สายตายิ่ง


   นอกจากดอกไม้สีสวยหลากพันธุ์แล้ว เรื่องหนึ่งที่โดดเด่นในฤดูร้อนคือขนมหวานเย็นที่ตรัสเคยสัญญาว่าจะพาไปกิน



ร้านอาหารที่ดังที่สุดของเมืองอย่าง ‘มธุรตรัย’ เดิมทีก็มีลูกค้ามากมายอยู่แล้ว ยิ่งในช่วงฤดูร้อนมีขนมหวานเย็น ก็ยิ่งทำให้คนแน่นขนัด


   ขนมหวานเย็นสูตรของร้านมธุรตรัยใช้หิมะที่เก็บจากฤดูหนาว เพิ่มความหวานสดชื่นด้วยผลไม้หลากชนิด โรยด้วยพืชจำพวกถั่วและข้าวที่นำไปอบจนกรอบสร้างรสสัมผัสให้กับขนม และราดด้วยน้ำผึ้งให้ความหวาน


   ขนมเช่นนี้ ตรัสเคยมากินครั้งหนึ่งเพราะอยากรู้ แต่เพราะไม่ใช่คนนิยมขนมหวาน ลองกินครั้งหนึ่งให้รู้รสชาติแล้วก็ไม่ได้มาอีก แต่...ดูเหมือนหลังจากนี้คงได้มาบ่อยๆ เพราะใครบางคนดูท่าจะชอบ


   ชอบมากเพียงใด ดูได้จากสีหน้ามีความสุขทุกครั้งที่ตักขนมหวานเย็นเข้าปาก กระนั้น รติก็ยังสมเป็นรติ เพราะแม้จะเอร็ดอร่อยถูกปาก แต่ก็ตักอย่างช้า ปล่อยให้รุจีและระพีจ้วงเข้าปากไม่หยุด


   “อร่อยไหม” รติหันถาม รุจียิ้มเขิน ส่วนระพีรีบตอบ


   “อร่อยมากขอรับ!” ดวงตาของเด็กชายเป็นประกาย เห็นดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นแล้ว ก็พลอยให้ตรัสเหลือบมองเจ้าของดวงตาที่แท้จริง
    

เรื่องดวงตาของระพีไม่ใช่ของระพีนั้น ระพีย่อมไม่รู้ เพราะรติขอร้องเอาไว้ไม่ให้ใครพูด เพราะไม่อยากให้ระพีรู้สึกแย่ที่เป็นต้นเหตุของความผิดปกติของตน


ส่วนเรื่องดวงตาที่รติใช้เป็นดวงตาของผู้อื่นที่ไม่ใช่มนุษย์ เรื่องนี้มีคนทราบเพียงสามคน คือ ปู่ของรติ รติ และตรัส ส่วนท่านอมราไม่แน่ว่าทราบหรือไม่ แต่นางมิได้ถามอะไร ตรัสก็ไม่คิดจะเปิดเผย ส่วนรุจีทราบเพียงแค่ว่า สมัยก่อน ยามที่จะทำการรักษาดวงตาของระพี ท่านปู่และรติหายออกจากเมืองไปหนึ่งวันหนึ่งคืนเพื่อตามหาผู้บริจาคดวงตา ก่อนที่ท่านปู่จะได้ดวงตากลับมาจากผู้ใดไม่ทราบ ส่วนรติอยู่นอกเมืองนับเดือนเพราะท่านปู่บอกว่าต้องคอยปรุงยา ทุกวันท่านปู่จะออกไปหารติที่อยู่นอกเมืองเพื่อไปนำยามารักษาระพีที่ผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา


แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รติกุขึ้นมาเพื่อไม่ให้รุจีทราบว่าในยามนั้น เขาไม่ได้ปรุงยาอยู่นอกเมือง แต่หลบซ่อนเพื่อพักฟื้น โดยมีท่านปู่เดินทางไปมาเพื่อรักษาอาการทั้งเขาและระพี


ความเสียสละอย่างเงียบๆนี้ ยิ่งทำให้ตรัสนับถือภรรยา


รติคือผู้เสียสละโดยแท้ แม้แต่ดวงตาก็ให้ระพีได้ แม้แต่ขนมหวานที่ชอบ ก็ตักเพียงน้อย ปล่อยให้รุจีและระพีได้รับประทานอย่างเต็มที่


ตรัสเห็นเช่นนั้น จึงหันไปเรียกพนักงานร้านมาสั่งเพิ่ม รติห้ามไม่ทัน ฝ่ายสามีก็สั่งมาอีกสองถ้วยแล้ว


“ท่าน...สั่งอีกทำไมกัน”


ขนมหวานเย็นนั้นอร่อย หากให้กินอีกก็ไม่เกินความสามารถ แต่ราคาเอาเรื่องทีเดียว กรรมวิธีของมันยุ่งยาก เพราะต้องเก็บหิมะตั้งแต่ฤดูหนาวมาจนถึงบัดนี้ หากจะแพงก็ไม่แปลก


“เจ้าจะได้กินอีก” เขาตอบเพียงเท่านั้น


“แต่...มันแพง” รติกระซิบเสียงเบา ตรัสยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมา


“ไม่ได้กินบ่อย แล้วขนมอย่างนี้ก็มีขายแค่ช่วงนี้เท่านั้น หากไม่ได้กิน เห็นทีจะต้องรอปีหน้า”


รติยังดูเกรงใจกับการสั่งขนมราคาแพงเพิ่ม แต่เมื่อหวานเย็นถ้วยใหญ่อีกสองถ้วยถูกวางลงตรงหน้า ตรัสก็ได้เห็นว่าคนที่เกรงใจ กลับมีดวงตาเป็นประกายแวววาว ความสุขของรติทำให้หัวใจของตรัสพองฟู เขาย้ำกับตนเองว่าจะพารติมากินขนมหวานเย็นชนิดนี้ทุกปี



หลังจากอิ่มหนำ ตอนเดินออกจากร้าน ชายหนุ่มจึงให้คำมั่นกับภรรยา


“ไว้จะพามากินอีก”


รติรีบสั่นหน้า


“พอแล้ว”


ราคาขนมหวานเย็น 4 ถ้วยพอๆกับอาหารอย่างดีมื้อหนึ่งทีเดียว แม้รติจะช่วยทำมาหากิน อีกทั้งการเงินของอหัสกรก็ไม่ร่อแร่ แต่จะให้เขาใช้เงินเป็นเบี้ยก็ทำไม่ลง


ตรัสหันมายิ้ม


“ฤดูร้อน ปีหน้า”


ราวกับทำสัญญาว่าปีต่อไป ก็จะอยู่ด้วยกันเช่นนี้อีก รติไม่ใช่คนคาดหวัง ชีวิตทุกวันนี้มีความสุขดีอยู่แล้ว แต่เมื่ออีกฝ่ายนัดแนะไปถึงปีหน้า ก็ชวนให้หัวใจอิ่มเอิบ จึงไม่มีเหตุอะไรให้ต้องบอกปัด พยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มเป็นสุข


สมาชิกอหัสกรอาศัยวันว่างในฤดูร้อนเดินเที่ยวเตร่ในตลาด แม้วันนี้แดดจะแรง แต่เมื่อเดินหลบตามใต้ร่มเงาของหลังคาบ้าง ต้นไม้ใหญ่บ้าง ผสมกับลมเย็นสบายก็พอจะคลายร้อน กระนั้น ทั้งตรัสและระพีมีผิวพรรณขาวหยวก เมื่อประสบกับอากาศเช่นนี้ ใบหน้าของพวกเขาจึงเป็นสีชมพูระเรื่อ


ระพียังเป็นเด็กน้อย จึงน่ารักน่าเอ็นดู ส่วนตรัส เป็นหนุ่มฉกรรจ์ มิได้น่ารักแล้ว และสำหรับรติซึ่งลอบมองใบหน้าของสามีที่ขึ้นสีและมีเหงื่อซึมตามไรผมแล้วก็รู้สึกว่าหัวใจตนเองเต้นถี่เพราะแอบกระหวัดนึกไปถึงยามเขา...เร่าร้อน


แล้วพอคิดถึงยามตรัสเป็นเช่นนั้น ก็พาลให้มองหน้าตรงๆไม่ได้ ต้องหลบเลี่ยงไปทางอื่น


ตรัสเห็นอีกฝ่ายหลบสายตา ก็เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ระคนเป็นห่วง


“เป็นอะไร ร้อนหรือ”


รติส่ายหน้า กำลังจะหาทางเลี่ยงที่จะตอบด้วยการพารุจีและระพีไปเดินเที่ยว แต่ถูกตรัสดึงแขนไว้


“ไม่ร้อนแล้วทำไมหน้าแดง หูแดง” ตรัสถาม รติได้แต่เม้มปากไม่รู้จะอธิบายอย่างไร สบตาอีกฝ่ายทีหนึ่งแล้วก็เบี่ยงสายตาหนีไปทางอื่นอีก นึกโกรธตนเอง ท่ามกลางผู้คนมากมายเพียงนี้ แต่เขากลับคิดถึงยามที่ตรัสอยู่กับเขา...สองคน...


สามีภรรยา แม้จะไม่ได้อ่านใจกันออกทุกเรื่อง แต่เรื่องบางเรื่อง แค่เห็นอาการเพียงนิด ก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายคิดอะไร ยิ่งเห็นโหนกแก้มของรติขึ้นสี ลามไปจนถึงใบหู ก็รู้สึกเหมือนคอแห้งผาดขึ้นมาจนต้องเลียริมฝีปาก


...อย่าว่าแต่รติมองเขาเลย เขาเองก็...มองรติเช่นกัน...


...ยิ่งมอง...ก็ยิ่งอยากเร่งเวลาให้ตกค่ำแล้วสิ...


ตรัสเงียบไป แต่ยังจ้องภรรยานิ่ง รติเลยเหลือบสายตากลับมา แล้วก็ถึงได้พบว่าอีกฝ่ายกำลังจับจ้องเขาอยู่ด้วยสายตา...ร้อนแรง


เห็นอย่างนั้นเพียงวูบเดียวก็รีบหันหนี กำลังจะหันไปรุนหลังรุจีและระพีให้เดินไปทางอื่น แต่ตรัสโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วกระซิบเบาให้ได้ยินกันสองคน


“คืนนี้...ห้องหนังสือ...”


ไม่แน่ใจว่านัดแนะหรือชักชวน แต่ก็ทำเอารติร้อนวาบไปทั้งหน้า ทว่าตรัสยังไม่ทันได้พิศใบหน้าแดงเรื่อของคนรักให้สมใจ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน


“รติ?...นั่นรติ บริบาลใช่หรือไม่” เสียงเรียกดังขึ้นด้านหลัง ทำเอาสกุลอหัสกรทั้งหมดพลอยชะงัก โดยเฉพาะเจ้าของชื่อและนามสกุลเดิม


รติ บริบาล


หญิงสาวผู้หนึ่งวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาหา หน้าตาดูไม่แน่ใจ แต่เมื่อรติหันไปสบตากับนาง ใบหน้าของนางก็เปื้อนยิ้ม


“เป็นท่านจริงๆ! รติ!”


รติชะงัก แต่เมื่อมองหญิงสาวผู้นั้น ก็พลอยยิ้มออก


“กัญญา! เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไรกัน”


“ก็ท่านบอกทุกคนว่าจะย้ายมาอยู่เมืองตะวันออก ข้าต้องขอท่านพ่อแทบตายกว่าจะตามมาที่นี่ได้ โอ๊ะ! รุจี! ระพี! ระพีโตขึ้นเยอะเชียวไม่เจอกันพักใหญ่ รุจีก็เป็นสาวแล้ว...แล้ว...” ดูเหมือนหญิงสาวจะเพิ่งสังเกตว่าในกลุ่มของรติที่นางรู้จักมีชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่ข้างรติ และเป็นชายหนุ่มผู้ที่นางไม่เคยพบหน้ามาก่อน


“ตรัส นี่กัญญา เพื่อนของข้าที่เมืองใต้” รติหันไปกล่าวกับชายผู้นั้น ก่อนจะหันมาทางกัญญาแล้วเอ่ย


   “นี่ตรัส เป็นสามีของข้า”



กัญญาตาโตอ้าปากค้าง


   “สามี?! น...นี่เกิดอะไรขึ้น?! ท...ทำไม...ทำไมท่านแต่งงาน...”


เป็นคำถามที่ทั้งรติและตรัสล้วนรู้ดีในคำตอบ แต่ครั้นจะให้พูดคำตอบที่เป็นความจริงในอดีต ในเวลานี้ที่มีความสุขดีแล้ว ก็ไม่อยากขุดคุ้ยมาหักหาญน้ำใจกัน


   “ข้าจะพารุจีกับระพีไปซื้อของก่อน ถ้าอย่างไร...เจ้าพา...เพื่อนไปนั่งร้านน้ำชาดีไหม” ตรัสเปรยกับภรรยาด้วยน้ำเสียงปกติ มิได้กระซิบกระซาบ กัญญาย่อมรับรู้ นางกะพริบตาปริบๆมองชายหนุ่มสองคนเบื้องหน้าอย่างคาดไม่ถึง ที่คาดไม่ถึงที่สุดก็เห็นจะเป็นรติผู้ที่นางเคยคิดว่ารู้จักดี แต่เวลานี้สิ่งที่นางไม่รู้คือเขามาที่นี่และแต่งงานมีสามี!


   อันที่จริง รติคิดว่าการที่เขาจะพาสหายเก่าไปนั่งร้านน้ำชาไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่เพราะที่นี่ทุกคนล้วนรู้จักตรัส อหัสกร และรู้ว่าเขาคือภรรยาของตรัส การที่จู่ๆจะนั่งดื่มน้ำชากับหญิงสาวแปลกหน้าสองต่อสอง ย่อมจะกลายเป็นเรื่องสนุกปากของชาวบ้าน


   “ข้าต้องซื้อของฝากอาจารย์ปราณด้วย” เขาให้เหตุผล สบตากับตรัสราวกับจะขอให้สหายผู้นี้แวะเวียนไปที่เรือนอหัสกรแทน


   “ถ้าอย่างนั้น ก็ให้เพื่อนของเจ้าไปรอที่เรือนก็ได้” ตรัสเองก็ดูจะเข้าใจคำขอที่มากับสายตา ผูกสัมพันธ์เป็นสามีภรรยากันด้วยหัวใจเช่นนี้เป็นเรื่องดีก็ตรงที่บางครั้งไม่ต้องพูดเป็นคำ เพียงแค่มองตาก็เข้าใจแล้ว


   รติพยักหน้า แล้วจึงหันไปทางหญิงสาวที่มองพวกเขาตาไม่กะพริบ


   “เย็นนี้เจ้าว่างไหม แวะไปหาข้าที่เรือน ข้าจะบอกทางให้”


   ต่อให้ไม่ว่างก็ต้องว่างแล้ว กัญญามาที่นี่เพื่อมาตามหารติ แต่เมื่อพบแล้ว ก็กลับพบว่าเขามีเรื่องที่ชวนให้ตกใจอย่างการแต่งงานเป็นภรรยาของชายอื่นด้วย


   “ด...ได้...” นางรับคำละล่ำละลัก รติจึงบอกทางไปเรือนอหัสกรแก่นาง จากนั้นจึงนัดแนะเวลาแล้วขอตัว ตอนที่พวกเขาทั้งสี่หมุนตัวเดินจากไปนั้น กัญญาก็ยังสนอกสนใจมองตามอย่างคาดไม่ถึง


   รติแต่งงาน


   เป็นภรรยาของชายผู้นั้น


   รติผู้ที่เคยคบหากับนาง


   มาบัดนี้แต่งงานเป็นภรรยาของชายอื่น


   นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน!



---------
#คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

ธ ม น

THAMON926

--------


ตรัสดูท่าจะติดใจห้องหนังสือนะคะ ไม่รู้มีดีอะไร


เรื่องใกล้จบแล้วจริงๆค่ะ ไม่ต้องห่วงดราม่านะคะ ฮ่าฮ่า


ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเสมอเลยค่ะ


เจอกันวันพุธค่ะ



ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3339
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
พี่ตรัสปราณีน้องรติด้วย..อย่างหึงโหดนะ ขอร้อง..งงงง  :-[

ออฟไลน์ AeAng11

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 551
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
อย่ามีอะไรอีกเลยนะขอให้2คนมีชีวิตที่สงบสุขไปนานๆ

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-0
๋อ๋อแฟนเก่านี่เอง จบกันด้วยดีสินะถึงยังมีความรู้สึกดีต่อกันแบบฉันท์เพื่อนมิตร อย่าคิดมากนะตรัส 5555 นับวันความรู้สึกที่มีต่อกันยิ่งล้ำลึกแน่นแฟ้น  :กอด1:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1159
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Noname_memi

  • 7 or never, 7 or nothing
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1388
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
สนุกมาก ๆ ค่ะ ตามอ่านตั้งแต่เมื่อคืน

ออฟไลน์ nikpook

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 361
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ว้าวมากไม่คิดว่ารติจะมีแฟนด้วย รอตอนต่อไปนะคะ :pig4: :L1:

ออฟไลน์ JUST_M

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 503
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
มีคนมาพิสูจน์ความรักอีก1คน

คราวนี้อาจจะเบา?

เพราะรักกัน มั่นใจกันแล้ว

ออฟไลน์ THAMON926

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 79
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

บทที่ 71

ภรรยาก็เอาใจใส่

---------



   เรือนอหัสกรเป็นเรือนใหญ่และเก่าแก่ ถามทางจากผู้ใดก็มีแต่คนรู้จัก กัญญาใช้เวลาไม่นานก็มาถึง ตอนที่ไปถึง อาหารเย็นพร้อมสรรพแล้ว นางจึงถูกเชิญชวนร่วมโต๊ะด้วย


สมาชิกอหัสกรนั้นเป็นคนที่นางรู้จักไปแล้วสามคน คือ รติ รุจีและระพี ส่วนสามีของรติชื่อว่าตรัส มีย่าหนึ่งคนชื่ออมรา ทั้งสองไม่ค่อยพูดแต่ก็เป็นกันเอง ต้อนรับขับสู้นางอย่างดี


กระนั้น กัญญาไม่ได้มาที่นี่เพื่อหวังให้ใครต้อนรับอย่างดี นางมาเพื่อพบรติต่างหาก


หญิงสาวสู้อุตส่าห์รบเร้าบิดามารดาจนได้ออกเดินทางมาที่นี่ แต่เมื่อพบแล้วกลับเห็นความเปลี่ยนแปลงชุดใหญ่


รติแต่งงานแล้ว


หนำซ้ำยังแต่งกับชาย ยิ่งกว่านั้นคือแต่งเข้าสกุลอื่น


นับตั้งแต่พบรติในเมือง นางก็ใคร่ครวญแต่คำว่าทำไม...ทำไม...ทำไม


กัญญามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย รติที่นั่งอยู่ข้างชายหนุ่มผู้นั้น ดูอย่างไรก็มีทั้งส่วนคล้ายและไม่คล้ายรติที่นางรู้จัก


   นางรู้จักรติตั้งแต่เล็ก เมื่อถึงเวลาหนึ่งความสัมพันธ์ก็พัฒนาไปเป็นคนรัก จนกระทั่งรติเสียพี่สาวไป จึงขอเลิกกับนางด้วยเหตุผลว่าเขามีภาระหน้าที่ จึงไม่อาจดูแลนางได้อย่างเดิมแล้ว ยามนั้นนางโกรธเคือง ยิ่งเขาบอกลา ออกเดินทางจากเมืองใต้มายังเมืองตะวันออก นางก็ยิ่งไม่เข้าใจ พอติดตามมาที่นี่ เห็นเขาแต่งงานเข้าสกุลอื่น นางก็ยิ่งมีแต่คำถาม


แต่...พอมองเขากับบุรุษอีกผู้หนึ่งที่นั่งข้างกันแล้ว ก็คล้ายมีคำตอบบางอย่างเกิดขึ้นในใจของนาง โดยที่ไม่อาจอธิบายเป็นคำ


รติและตรัส  อหัสกรมิได้ใกล้ชิดอ้อล้อ ตรงกันข้าม กลับเพียงนั่งรับประทานอาหารข้างกันอย่างเงียบๆ รติดูแลระพีบ้าง หันมาพูดคุยกับนางซึ่งเป็นแขกคนเดียวของโต๊ะบ้าง กระนั้น กับข้าวในชามของเขากลับไม่เคยพร่องเลย


แต่ละคนล้วนได้ปลาเป็นกับข้าวส่วนตัวคนละหนึ่งตัว แต่ที่กลางโต๊ะมีกับข้าวที่รับประทานร่วมกันอีกสี่-ห้าอย่าง รติแทบไม่ต้องตักอะไร เพราะคนข้างกายคอยดูแลตักมาให้อย่างเงียบๆ


“เจ้ามาที่นี่คนเดียวหรือ ท่านลุงท่านป้าไม่ว่าเอาหรือไร” รติถาม กัญญายิ้มแหย นางไม่กล้าเอ่ยความจริงว่าเพราะนางดื้อรั้นจนทะเลาะกับบิดามารดาแล้วหลายครั้ง จนทั้งสองระอาใจในครั้งสุดท้ายถึงได้ปล่อยนางมา


“ข้าอยากมาเที่ยวนี่นา”


“แล้วพักที่ไหนเล่า” หญิงชราหันมาถามบ้าง


“มีคนปล่อยเรือนให้เช่าเจ้าค่ะ ข้าก็เลยขอเช่ารายวัน”


“แล้วเจ้ามากี่วันแล้ว” รติถามต่อ


“สองวันได้”


สองวันที่นางเตร็ดเตร่ตามตรอกซอกซอยมองหารติ จนกระทั่งวันนี้ถึงได้พบ แต่เมื่อพบ...ก็รู้แล้วว่าเขาเปลี่ยนไป


“แล้วเจ้ามาอยู่ที่นี่กี่วัน อย่าบอกว่าไม่มีกำหนด ท่านลุงท่านป้าจะปวดหัว”


“ท่านปวดหัวแทนพ่อแม่ข้าแล้วกระมัง” หญิงสาวกระเง้ากระงอด แต่แล้วก็พลันนึกขึ้นได้ว่าเวลานี้ คนที่นางเคยกระเง้ากระงอดได้อย่างใจ กลับมีสามีแล้ว หญิงสาวมองไปยังสามีของรติ ฝ่ายนั้นไม่พูดอะไร ก้มหน้ากินข้าวเงียบๆ รติเองก็พอรู้ว่ามื้อนี้ตรัสเงียบกว่าทุกที ไม่ใช่เพราะเรื่องอื่นใด นอกจากที่มีหญิงสาวมาร่วมโต๊ะ


“ตรัส ท่านชิมผักดองเปรี้ยวหรือยัง”



แม้จะต้องทั้งดูแลแขกซึ่งเป็นสหายของตน รติก็ยังเอาใจใส่สามีเช่นเคย มือเอื้อมไปตักผักดองเปรี้ยวที่วางอยู่ใกล้กัญญามาใส่ชามของตรัส พลางยิ้มชวน


“ลองชิมดู ไม่รู้จะสู้ฝีมือพุดกรองได้หรือไม่”


คำพูดนั้นทำเอาทั้งตรัสและกัญญาพากันชะงัก แม้ตรัสจะอยากถาม แต่กัญญาไวกว่า


“ท่านพูดอย่างกับท่านทำเองอย่างนั้นล่ะ”


รติหันไปมองหญิงสาว แล้วยิ้มเขิน ก่อนจะหันมามองคนข้างกาย


“ข้าลองทำดู...”


ตรัสกะพริบตาปริบๆ คาดไม่ถึง ก้มลงมองผักดองที่วางอยู่บนข้าวของตนเองด้วยความรู้สึกหลากหลาย


ผักดองเปรี้ยวเป็นอาหารโปรดของเขา เรื่องนี้คนในเรือนทราบดี แต่สิ่งหนึ่งที่คนทั้งเรือนก็ย่อมทราบคือรติไม่มีฝีมือด้านการทำอาหาร


เป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยในครัวน่ะได้ เป็นลูกมือก็ได้ แต่ให้ลงมือทำอาหารด้วยตนเอง เจ้าตัวมักขอถอยฉาก นอกจากนั้น รติก็ยุ่งกับการทำผงสมุนไพรและค้าขาย เวลาว่างน้อยเต็มที แต่ก็ยังเอาเวลาไปทำผักดองเปรี้ยวของโปรดของตรัส


“เจ้าเอาเวลาที่ไหนไปทำ” ตรัสถามเสียงเบา หัวใจอุ่นซ่านที่ได้รับความเอาใจใส่ถึงเพียงนี้ รติยิ้มไม่ยอมตอบ เขาถึงลองตักเข้าปาก เนื้อผักดองนั้นกรอบกรุบ ให้รสเปรี้ยวสดชื่น กินแกล้มกับข้าวอย่างอื่นยิ่งช่วยเสริมรสชาติอาหาร


“อร่อยไหม” คนทำตั้งคำถาม ดวงตาเป็นประกายวาวอย่างวาดหวัง


“อืม” ไม่เพียงคำตอบ แต่ยังพยักหน้า เพียงเท่านั้นคนทำก็ยิ้มกว้าง หันไปชวนคนทั้งโต๊ะให้ลองฝีมือของตน


รติก็ยังเป็นรติ เขาช่างเอาใจใส่ผู้อื่น แต่รติในเวลานี้ก็ไม่ใช่รติคนเดิมที่กัญญารู้จัก


หญิงสาวมองใบหน้าสดใสร่าเริงของเขา และมองท่าทีเอาใจใส่ที่เขามีต่อสามีแล้วก็พลันรู้ตัวว่าเวลานี้สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือเขามีคนข้างกายแล้ว


กัญญาบอกไม่ถูกว่ารู้สึกเช่นไร แต่หัวใจของนางอื้ออึงด้วยเสียงที่จับไม่ได้ศัพท์ทีเดียว


---------


   หลังมื้ออาหาร หญิงสาวถูกชวนให้ร่วมดื่มน้ำชาและขนม ท่านอมราขอตัวไปพักผ่อน โดยมีรุจีดูแล ตรัสเองก็ขอตัวไปดูแลระพี รติในฐานะสหายของกัญญา จึงเป็นคนรับรองนาง


   เรือนอหัสกรนั้นมิดชิด ดังนั้นการที่สองหนุ่มสาวจะนั่งดื่มน้ำชาด้วยกันที่ชานเรือนจึงไม่เป็นเป้าสายตาของใคร


   “ท่าน...มีความสุขดีใช่ไหม รติ”


เมื่ออยู่กันสองคน คำถามที่คาใจกัญญาก็ดังขึ้นมาเป็นสิ่งแรก รติเลิกคิ้วมองนาง แล้วจึงยิ้มจาง พยักหน้ารับ


   “ใช่”


   “แม้ว่าท่านจะเป็นชาย และเขาก็เป็นชายน่ะหรือ”


   “ใช่”


   กัญญาเม้มปาก รู้สึกหนักอึ้งไปทั้งหัวใจ


   “มีความสุขกับการเป็นภรรยาของชายผู้นั้นอย่างนั้นหรือ”


   “ใช่”


   “แม้ว่าท่านจะถูกมองว่าเป็นภรรยาของชายด้วยกัน แม้ว่าเขาจะปฏิบัติต่อท่าน เรียกท่านเหมือนท่านเป็นหญิง ท่านก็มีความสุขอย่างนั้นหรือ”


   “เพราะข้าเป็นชาย ข้าถึงให้เขาเรียกเช่นนั้น”


กัญญามองชายหนุ่มเบื้องหน้าอย่างไม่เข้าใจ แต่รติยังยิ้มจาง


   “เจ้าคิดว่าการมีภรรยาเป็นชาย จะเป็นที่ยอมรับนับหน้าถือตาคนทั่วไปโดยง่ายหรือ ไม่ง่ายเลย ตรัสเป็นหมอ อหัสกรมีร้านยาอยู่ใจกลางเมือง การที่เขาแต่งงานกับข้า คนส่วนหนึ่งก็พูดกันอย่างขำขันเป็นเรื่องตลกแล้ว หากข้ายังเอาความเป็นชายมากำกับอีก เขาจะรู้สึกเช่นไร”


   “การแต่งงานของข้ากับเขาไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความรักแต่แรก การที่ข้ายอมให้เขาเรียกข้าอย่างผู้หญิง อย่างน้อยก็เพื่อไม่ให้เขารู้สึกแปลกแยกจากคตินิยมของการแต่งงานระหว่างชายหญิงมากนัก ตรัสเป็นคนเคร่งธรรมเนียม การให้เขายอมรับทั้งการแต่งงานกับชาย การได้ชายเป็นภรรยา หรือการปฏิบัติตัวกับภรรยาที่เป็นชาย มันมากเกินไปสำหรับการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน”


   “ท่านก็เลยยอมหรือ” กัญญามองคนตรงหน้าด้วยความอาทร


   “ตอนแรกเป็นการยอม แต่เวลานี้ไม่ใช่การยอมอีกแล้ว”


   รติพูด รอยยิ้มยังประดับอยู่บนใบหน้า กวาดตามองสวนหลังบ้านด้วยความสบายอกสบายใจ


   “เวลานี้ ข้าไม่ได้คิดเรื่องชายหญิง สิ่งสำคัญคือความสุข หากเขามีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ในเวลานี้ ข้าก็มีความสุขเช่นกัน หากสิ่งใดทำให้เขาทุกข์ ข้าก็อยากปันมาเพื่อแบ่งเบา สามีภรรยา ไม่ใช่ฝ่ายใดเป็นชายหรือฝ่ายใดเป็นหญิง แต่คือการเคียงข้างอย่างเข้าอกเข้าใจ”


   กัญญาได้แต่มอง ชายหนุ่มในเวลานี้ ยังคงเป็นรติที่นางเคยรู้จัก


นิสัยของเขามักคิดถึงคนอื่นก่อนตนเอง คนเช่นนี้หาความสุขง่ายดายเพราะเพียงเห็นผู้อื่นมีความสุข ตนเองก็มีความสุขแล้ว แต่คนเช่นนี้ก็มักเหนื่อยยาก เพราะต้องลงแรงกายแรงใจทำให้ผู้อื่นสุขสบายก่อน กว่าจะได้ทำอะไรสักอย่างเพื่อตนเองก็แทบไร้เรี่ยวแรงแล้ว


   ...ไม่สิ...


   รติจะไม่เหนื่อยยาก เพราะในยามที่รติทำเพื่อคนอื่น ก็มีผู้อื่นคนหนึ่งทำเพื่อรติ


   กัญญาคิดไปถึงตอนรับประทานอาหาร ชายผู้นั้นคอยดูแลเอาใจใส่รติอย่างสม่ำเสมอ กับข้าวใดๆก็ล้วนตักมาให้


    ‘สามีภรรยา ไม่ใช่ฝ่ายใดเป็นชายหรือฝ่ายใดเป็นหญิง แต่คือการเคียงข้างอย่างเข้าอกเข้าใจ’


   หญิงสาวถอนหายใจยาว คล้ายทั้งปล่อยวางและสบายใจ


   “ถ้าท่านพอใจเช่นนี้ ข้าก็ยินดีด้วย”


   “ขอบใจ กัญญา”


   “ค่ำมากแล้ว เห็นทีต้องกลับเสียที” หญิงสาวเอ่ย พลางลุกขึ้นยืน


   “ข้าจะไปส่ง ขอไปตามตรัสก่อน” รติพูดแล้วลุกขึ้นเดินหายเข้าไปในเรือน อึดใจหนึ่งก็กลับมาพร้อมกับชายหนุ่มผู้เป็นสามีของเขา


   สองชายหนึ่งหญิงออกจากเรือนอหัสกร แต่ครั้นทั้งสามจะเดินขนาบข้างกันไป ทางเดินก็ไม่ได้กว้างมากนัก ตรัสจึงดันไหล่ภรรยาเบาๆให้เดินข้างหญิงสาวผู้มาจากต่างถิ่น


   รติสบตาอีกฝ่าย แต่ตรัสเพียงยิ้ม ไม่มีท่าทีโกรธขึงแต่อย่างใด เขาก็พยักหน้ารับ ก้าวเท้าเคียงไปกับสหายผู้มาจากเมืองใต้ โดยมีตรัสเดินรั้งตามหลัง กระนั้น...แม้จะไม่ได้เดินเคียงกันอย่างเคย แต่รติก็คอยมองหลังอยู่เสมอ ว่าอีกฝ่ายตามมาหรือไม่ คล้ายจะรั้งรออยู่ในที


   ใช้เวลาไม่นาน ก็เดินมาถึงที่พักของกัญญา


   “แล้วพรุ่งนี้จะไปไหนบ้าง” รติถามอย่างห่วงใย นางมาที่นี่ตัวคนเดียว จะไม่ให้เขาใส่ใจก็ไม่ได้


   “ข้าได้ยินว่าทางตอนเหนือของเมืองมีทะเลสาบที่ดอกไม้สวย”


   “ทะเลสาบตอนเหนือหรือ? อ๊ะ! หรือว่าทะเลสาบที่ท่านเคยพาข้าไปตอนฤดูหนาว” คราวนี้ รติหันไปถามคนข้างกาย ตรัสพยักหน้า แล้วหันไปเอ่ยกับหญิงสาว


   “ในฤดูร้อน ที่นั่นจะมีทุ่งดอกไม้สวยทีเดียว แต่ต้องใช้เวลาเดินทางสักหน่อย ควรออกจากที่นี่แต่เช้า ไปถึงจะได้ไม่ร้อนมากนัก”


รติเป็นนักเที่ยวตัวยง ได้ยินอย่างนี้ก็เนื้อเต้นอยากไปดูให้เห็นกับตา แต่ครั้นจะไปกับกัญญา เขาก็รู้ว่าตนเองไม่ได้ตัวเปล่า หน้าตาชื่อเสียงของตรัส อหัสกรเป็นสิ่งสำคัญ คนจะพูดเอาได้ว่าภรรยาเที่ยวโร่ไปกับผู้อื่น ที่สำคัญกว่าชื่อเสียงคือความรู้สึกคนขี้หึงนี่อย่างไร


   ดังนั้น แม้จะอยากเที่ยวเพียงใด รติก็สงวนท่าทีเอาไว้ แล้วหันไปกล่าวกับสหายจากแดนใต้


   “ถ้าอย่างนั้น ก็ควรพักผ่อนได้แล้ว พรุ่งนี้จะได้ตื่นไหว”


   กัญญาคบหากับรติมาแต่เล็กแต่น้อย มีหรือจะไม่รู้ว่าเขาชอบท่องเที่ยวเพียงใด ดูสีหน้าเขาก็รู้แล้วว่าสนใจอยากจะไปชมทะเลสาบตอนเหนือในวันพรุ่งนี้


แต่...รติก็ยังเป็นรติ เขาวางความอยากของตนเองลง เพราะเอาใจใส่สามีของเขา


   “พวกข้าไม่กวนเจ้าแล้ว พรุ่งนี้เดินทางปลอดภัย” รติกล่าวเช่นนั้น ส่งยิ้มให้กับหญิงสาวแล้วจึงจากมาพร้อมกับตรัส เขาไม่ได้หันกลับไปมองเบื้องหลัง แต่กัญญาก็ยังมองตามส่งจนเขาลับสายตา


   ชายผู้นั้น...ช่างโชคดี ที่ได้รับความเอาใจใส่จากคนเช่นรติ


---------

#คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

ธ ม น

THAMON926

---------
มีแต่คนเอาใจใส่กันและกัน อิจฉาจังค่ะ ฮ่าฮ่า

รติเป็นคนน่ารักมากจริงๆ เห็นอย่างงี้แล้วก็อยากมีรติเป็นของตัวเองเหมือนกันนะคะ

ขอบคุณสำหรับทุกการอ่านเสมอเลย

เจอกันวันศุกร์ค่ะ

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2618
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-7

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-0

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1159
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3339
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2319
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-6
สองคนนั้นน่าจะไม่มี่องว่างให้ใครเข้ามาแทรกได้ ออกจะใส่ใจกันและกันขนาดนี้.  :o8:

ออฟไลน์ Noname_memi

  • 7 or never, 7 or nothing
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1388
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
โล่ง 555 นึกว่าจะมีม่า

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ nikpook

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 361
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
เหมือนเอากัญญามาแกง55555  :pig4: :L1:

ออฟไลน์ JUST_M

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 503
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
มีรึรติจะไม่ได้ไป

ตรัสรู้แล้วแหละ

ได้ไปแน่แท้

555

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ THAMON926

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 79
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

ตอนที่ 72

ไปด้วยกัน

---------


   สามีภรรยารู้ใจกันไม่ใช่เรื่องแปลก


   คืนนี้ ท้องฟ้ากระจ่างด้วยดาวพร่างพราย อากาศไม่อบอ้าว อีกทั้งยังมีลมเย็นสบาย แตกต่างจากกลางวัน


แต่...มีเรื่องหนึ่งที่ไม่แตกต่าง


รติเหลือบมองคนที่เดินเคียงข้าง สีหน้าของตรัสไม่เครียดขึง



เมื่อกลางวันตอนที่รับประทานขนมหวานเย็นด้วยกันก็เช่นนี้ เมื่อตอนเย็นมีกัญญามาร่วมโต๊ะด้วยก็เช่นนี้ เพราะไม่แสดงออก รติจึงไม่ทราบว่าในใจของอีกฝ่ายมีคำถามอะไรบ้างหรือไม่  ดังนั้น เขาจึงชวนเดินไปดูน้ำพุกลางเมืองก่อนกลับเรือนอหัสกร


   ผู้คนสัญจรประปรายเพราะยังไม่ดึกมากนัก น้ำพุกลางเมืองยังคงส่งน้ำพุ่งขึ้นสู่กลางอากาศแล้วตกลงมาเป็นละอองฝอยให้ความสดชื่น รอบน้ำพุมีทั้งตะเกียงเทียนให้ความสว่างสลับกับกระถางดอกไม้หลากสี แต่เพราะความมืดสลัว ย่อมทำให้ไม่อาจชื่นชมสีสันของดอกไม้ได้เท่ากลางวัน กระนั้นก็ให้บรรยากาศนวลตา ชวนให้ผ่อนคลาย


   “วันนี้อากาศดี” รติชวนคุย หันมองคนที่เดินเคียงกัน ตรัสพยักหน้าน้อยๆ ไม่พูดอะไร เป็นฝ่ายคนชวนคุยที่เอ่ยปากเสียงเรียบเรื่อยคล้ายพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ


   “กัญญา...นางเคยเป็นคนรักของข้า”


ตรัสนึกเอาไว้ไม่ผิด เขาเห็นท่าทีสนิทสนมที่นางปฏิบัติต่อรติก็พอคาดเดาได้


   “แต่หลังพี่สาวและพี่เขยเสีย ข้า...ขอเลิกกับนาง” รติเล่าต่อ พลางหันมามอง


   “ข้าบอกนางว่า ท่านพี่ของข้าเสียแล้ว ท่านปู่ก็อายุมาก ข้าต้องดูแลทั้งรุจีและระพี คงดูแลนางอีกไม่ได้”


คงเพราะเวลาล่วงเลยมาป่านนี้แล้ว เรื่องจากวันวานจึงยังทำให้คนเล่ามีรอยยิ้มจางติดอยู่บนใบหน้า


   “นางโกรธข้ามาก หาว่าข้าดูถูกเห็นว่านางดูแลตัวเองไม่ได้ และดูแลข้าไม่ได้ พ่อแม่ของนางก็โกรธ คิดว่าข้าคงมีคนอื่นจึงขอเลิกกับนาง”


   “หลังเลิกกัน ข้าเดินทางออกนอกเมืองเพราะเรื่องดวงตา ช่วงแรก ร่างกายข้าไม่สู้ดี บางทีลุกไม่ได้เป็นวันๆเพราะปรับตัวกับพลังที่มากับดวงตาไม่ได้ แต่พอเริ่มคุ้นเคย ก็พอจะรับมือไหว แต่...อย่างที่ท่านเห็น มันไม่แน่ไม่นอน บางทีป่วยก็มองไม่เห็น ยิ่งเป็นเช่นนั้นก็ยิ่งแน่ใจว่าการเลิกกับนางเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว และไม่สมควรมีคนรักให้ใครต้องมาตกระกำลำบากด้วย” 


   รตินั้นสมเป็นรติ ผลจากการใช้ดวงตาของผู้อื่นต่างเผ่าพันธุ์ ผลกระทบย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนำซ้ำยังไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร การเลิกรากันไป ย่อมดีกว่าทำให้หญิงสาวผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องมาแบกภาระ


   “สมกับเป็นเจ้า”


   รติหัวเราะเบาๆ หันมองคนข้างกายด้วยสายตาลึกซึ้ง


   “ข้าเลิกกับนางด้วยเงื่อนไขเรื่องร่างกาย และไม่คิดจะมีใครอีกก็เพราะเรื่องร่างกาย แต่ด้วยเงื่อนไขเดียวกันนี้ ข้ากลับ...ไม่กล้าบอกท่าน เพราะไม่อยากเลิก...”


ตรัสนิ่งงัน เพิ่งตระหนักก็ตอนนี้ ว่าสำหรับเรื่องของพวกเขาแล้ว ‘พิเศษ’ กว่าเรื่องของผู้อื่น


   รติพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาความสัมพันธ์ของพวกเขาเอาไว้ พยายามอย่างยิ่งที่จะประคับประคองเอาไว้


   ไม่มีอะไรที่จะต้องไม่มั่นใจกับความรู้สึกของรติเลยสักนิด


   ตรัสยิ้มจาง ดึงมือของภรรยามาจับจูง ทั้งที่ปกติ พวกเขาไม่เคยใกล้ชิดถึงเนื้อถึงตัวยามอยู่ในที่สาธารณะ แต่เพราะยามนี้มืดแล้ว ผู้คนไม่มากนัก อีกทั้ง...ต่างคนต่างอยากให้คนข้างกายมั่นใจในความรู้สึกของตน ฝ่ายหนึ่งจึงมอบสัมผัสกอบกุมแม้จะอยู่ท่ามกลางสายตาผู้อื่น อีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่คิดหลบเลี่ยง


   ใจสื่อใจนั้นเพียงพอ แต่เมื่อสัมผัสต่อสัมผัส ก็ยิ่งเกื้อหนุนให้ยิ่งกว่าเพียงพอ


   “หลังจากนี้ มีเรื่องอะไรก็บอก ไม่ต้องเก็บเอาไว้คนเดียวอีกแล้ว รู้ไหม” ตรัสหันมากล่าว ยังจับมือภรรยาไม่ปล่อย


คนถูกกำชับให้บอกเล่าเรื่องลับถึงกับหัวเราะร่วน


   “ไม่มีความลับอะไรต่อท่านอีกแล้ว”


   “อาจจะมี แต่เจ้านึกไม่ออกตอนนี้ก็เป็นได้”


คราวนี้รติทำหน้านิ่งคิด


   “อาจจริง...ไว้ถ้ามี และข้านึกออก ข้าจะบอกท่านคนแรก” เมื่อรติรับปาก ก็ไม่มีเหตุใดให้ต้องกังวลใจอีก ตรัสจึงเป็นฝ่ายถามขึ้นมาบ้าง


   “เจ้า...อยากไปทะเลสาบไหม”


   “ทะเลสาบ?”


   “ที่เพื่อนของเจ้าจะไปพรุ่งนี้ ถ้าเจ้าอยากไป...” ตรัสกำลังจะบอกว่าหากรติอยากไปกับเพื่อน ก็ไปเถอะ เขาไม่ติดใจกังขา แต่ดูเหมือนภรรยาผู้ช่างชอบเที่ยวของเขาจะตื่นเต้นดีใจไปก่อนที่เขาจะพูดเสียอีก


   “ท่านจะพาข้าไปหรือ?! ไปสิ ไป! ไปเมื่อไรดี! ช่วงนี้รุจีปิดเทอมพอดีด้วย นางต้องชอบแน่”


 ตรัสกะพริบตาปริบๆ มองภรรยาผู้คาดหวังว่าเขาจะพาไปเที่ยวแล้วก็กลายเป็นหัวเราะเบา


   จากที่คิดจะออกปากให้ไปเที่ยวกับเพื่อน เห็นทีจะปล่อยให้ไปกับผู้อื่นไม่ได้แล้ว


   “ท่านหัวเราะอะไรน่ะ”


   ตรัสหัวเราะไม่หยุด กลายเป็นว่าที่จะออกปากให้รติไปกับเพื่อนหญิงผู้นั้น เป็นอันกลืนลงท้อง เพราะเขาจะเป็นผู้พาไปเอง


   “ยังหัวเราะอยู่อีก”


   “เจ้านี่ช่างเที่ยวจริง”


   “ก็...ข้าไม่เคยไปนี่นา”


   “เคยไปแล้ว”


   “นั่นตอนฤดูหนาว”


   ตรัสพยักหน้าเห็นด้วย เหลือบมองคนตาโตเป็นประกายแล้วก็นึกอยากแกล้ง


“จริงด้วย ตอนนี้ฤดูร้อน ทะเลสาบนั่นไม่เหมือนตอนฤดูหนาวเลยสักนิด จากที่พื้นน้ำเป็นน้ำแข็งก็กลายเป็นน้ำเย็น เวลาแสงแดดส่องเป็นประกายระยิบเชียว พวกเด็กๆชอบลงไปเล่นน้ำในทะเลสาบ เพราะมันใสจนเห็นพื้น แต่พอขึ้นจากน้ำก็พากันตัวสั่นงกๆ เพราะลมพัด อ้อ...มีทุ่งดอกไม้หลากสีด้วย สีสวยเชียวล่ะ สุดลูกหูลูกตาเลย”


   รติฟังแล้วชักเคลิ้มตามประสาคนชอบเที่ยว ตรัสหันมาเห็นภรรยาตาลอยแล้วก็ยิ่งเอ็นดู


   “เอ? แต่เจ้าชอบทำงาน ถ้าอยากจะเปิดร้าน ก็คง...”


   “ปิดๆ! ปิดร้านยาหนึ่งวัน!”


ตรัสหัวเราะ นิสัยชอบทำงานพ่ายแพ้ให้กับความอยากเที่ยวแน่แล้ว รติได้ยินเสียงหัวเราะนั้นก็นึกรู้ว่าถูกแกล้งหยอก ทุบอั่กเข้าไปที่ไหล่ทีหนึ่ง


   “หยุดหัวเราะเลย ก็ท่านทำให้ข้าอยากไป”


   “เข้าใจแล้ว จะพาไปแน่ๆ” ตรัสรับคำ แล้วมองภรรยาด้วยสายตาลึกซึ้ง


“จากนี้ เจ้าอยากไปที่ใด...เราจะไปทุกที่ด้วยกัน”


หัวใจของรติพองฟู ความยินดีถาโถม ริมฝีปากแย้มยิ้มจนดวงตาหยีโค้งแล้วพยักหน้ารับคำสัญญา ก่อนที่สองสามีภรรยาจะพากันเดินกลับเรือนอหัสกรโดยมีเสียงพูดคุยกันไปตลอดทาง


--------

#คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

ธ ม น

THAMON926

--------

ไม่รู้จะอิจฉาใครเลยค่ะ อิจฉาตรัสที่มีรติ อิจฉารติที่มีตรัส

ขอบคุณสำหรับทุกการอ่านนะคะ

เจอกันวันจันทร์ค่ะ

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2618
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-7

ออฟไลน์ Caramel Syrup

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 489
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2
ดีงามทั้งคู่ค่ะ   :กอด1:

ออฟไลน์ AeAng11

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 551
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-0
โว้ยยยหัวใจฟูไปกับทั้งคู่  :กอด1:

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3339
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1

ออฟไลน์ JUST_M

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 503
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
น่ารักเก่ง

เข้าใจกันเก่งงง

ปล.ว่าแล้วตรัสจะต้องได้พาไป

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด