คนเดียว...เดียวดาย
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: คนเดียว...เดียวดาย  (อ่าน 818 ครั้ง)

ออฟไลน์ Morake

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: คนเดียว...เดียวดาย
«ตอบ #30 เมื่อ16-05-2020 10:03:19 »

 :กอด1:

ออฟไลน์ yuzhou62ppap

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0




Ch.18 ฐานทัพลับหรือฐานทัพเรา




"เป็นไรมึงนั่งทำหน้าเป็นหมาหงอยเลย" ผมหันไปมองโฟล์คกับวิวที่เดินเข้ามาหาตรงม้าหินหน้าคณะก่อนจะส่ายหัวให้กับคำถามนั้น



"ไปเรียนกันเถอะครับ" ผมลุกขึ้นหยิบกระเป๋าเดินเข้าไปหาเพื่อนทั้งสองคนแล้วออกเดินนำขึ้นตึกเรียน ระหว่างที่กำลังเดินขึ้นชั้นสอง แขนผมโดนคนๆหนึ่งดึงไว้เลยหันกลับไปมองเห็นเป็นพี่เบนซ์ผมก็เลยยกมือไหว้



"สวัสดีครับพี่เบนซ์" โฟล์คกับวิวที่ไม่ได้รู้จักอะไรอีกฝ่ายก็ยกมือไหว้ตามผมเป็นมารยาท



"เฮ้ย หวัดดี ไม่คิดเลยว่าจะบังเอิญเจอที่มอ" พี่เบนซ์ยิ้มให้อย่างใจดี ผมเลยยิ้มตอบอีกฝ่ายไปงั้น ก่อนจะค้อมตัวนิดหน่อยเป็นเชิงขอตัว



"เดี๋ยวผมกับเพื่อนไปเรียนก่อนนะครับ" พี่เบนซ์พยักหน้ายิ้มให้อีกที ผมเลยเดินขึ้นห้องเรียนต่อ ไม่นึกเลยว่าพอรู้จักกันแล้วจะเจอกันง่ายๆแบบนี้เลย นี่ผมไม่ได้เอาตัวเองไปอยู่ใกล้ๆเขานะ พี่เขามาเอง เพราะฉะนั้นที่รับปากพี่สินไว้ไม่ถือว่าผิดคำ



"ใครวะมึง?"



"พี่เบนซ์ รู้จักกันที่ทำงาน" โฟล์คกับวิวพยักหน้ารับแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ พวกเราเดินขึ้นอาคารเรียนเข้ามาในห้องก็เห็นเพื่อนร่วมเซคนั่งกันอยู่ก่อนแล้วสองสามคน



"วันนี้มึงเอาอะไรมาให้พวกกูกิน" ผมเดินไปนั่งที่ประจำกำลังจะหยิบสมุดเลคเชอร์ออกมาก็นึกขึ้นได้ จริงด้วย เมื่อเช้าทำแซนด์วิชแฮมไข่เพราะของใกล้จะหมดอายุเลยทำไว้เยอะมาก ต้องลืมไว้บนรถพี่สินแน่ๆเลย วันนี้พี่เป้ออกไปทำงานแต่เช้าผมเลยได้มากับพี่สินแทน



"ขอโทษครับ วันนี้ไม่มีอ้ะ"



"อะไรวะ นี่อุตส่าห์ไม่ซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้ามอเพื่อมึงเลยนะ" ผมก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด ผมไม่ได้ทำมาให้พวกเขาทุกวันอะไรขนาดนั้นหรอกครับ แต่ว่าในหนึ่งอาทิตย์อย่างน้อยก็ต้องมีสามวันแหละที่หอบมาให้ อาทิตย์นี้ผมยังไม่ได้เอามาเผื่อวิวกับโฟล์คเลย



"เห้ย มึง พวกกูแหย่เล่น อย่าทำหน้างั้นดิ" โฟล์คพูดพลางจับไหล่ผมผลักเบาๆ



"ผมรู้สึกผิดนี่ครับ"



"มึงต้องรู้สึกผิดอะไรเนี่ย เงินพวกกูก็ไม่จ่ายสักแดง" ผมหันไปมองหน้าเพื่อนๆแล้วยิ่งรู้สึกเศร้าใจที่ทั้งสองคนไม่ได้กินข้าวเช้าเพราะคิดว่าผมจะเอามาให้ ผมเลยเลือกจะบอกความรู้สึกออกไปตรงๆ



"มันรู้สึกเหมือนเราเลี้ยงน้องหมาแล้วลืมให้ข้าวเขาน่ะครับ น่าสงสาร" ผมกล่าวเสียงเศร้าเล่าความรู้สึกของตัวเองให้เพื่อนๆฟัง ผัวะ!



"โอ๊ย เจ็บนะครับ" ผมลูบหัวตัวเองบริเวณที่โดนตบป้อยๆ ทำไมชอบทำร้ายร่างกายผมกันจังคนพวกนี้



"มึงว่าพวกกูเป็นหมาหรอ" ผมส่ายหน้าหวือ ผมได้ไปว่าเขาสองคนเป็นน้องหมาตอนไหนกัน หมาน่ารักๆ นิสัยดีกว่าพวกเขาเยอะ



"ผมยังไม่ได้พูดเลยนะครับ"



"กูล่ะเบื่อเวลามึงตอบหน้าซื่อๆเนี่ยแหละ ไม่รู้กวนตีนหรือซื่อจริง ห่า" วิวกับโฟล์คทิ้งตัวนั่งลงข้างผมก่อนจะดูนาฬิกาข้อมือ



"มีเวลาเหลืออยู่นะ มึงเอาไง ไปหาไรกินก่อนมั้ย ยังไงอาจารย์ก็เข้าเลท" เรื่องนี้จริงครับ แต่ก่อนผมมาก่อนเวลานานกว่าทุกวันนี้อีก อาจารย์ก็ยังเข้าห้องหลังคลาสเริ่มไปแล้วตั้ง 15 หรือ 20 นาทีตลอดด้วยข้ออ้างรถติด



"ผมไปด้วย" วิวกับโฟล์คพยักหน้า ผมทิ้งกระเป๋าไว้ในห้อง แล้วเอาพวกของมีค่าติดตัวมาด้วยอย่างกระเป๋าเงินกับโทรศัพท์ 



"นั่งไหนดีวะ" วิวกับโฟล์คหยุดอยู่ทางเข้าโรงอาหารคณะ อาจจะเพราะว่าใกล้ถึงเวลาเรียนแล้วนักศึกษาเลยรีบมากินข้าวก่อนเข้าเรียนกัน จากตอนแรกคิดว่าคนจะไม่เยอะกลายเป็นว่ามองไปทางไหนก็แทบไม่มีโต๊ะว่างเลย



"พี่ปอนด์!!" ผมหันหน้าไปตามเสียงเรียกเห็นนัทลุกขึ้นโบกมือไหวๆทางขวามือเลยเดินเข้าไปหาเพราะโต๊ะที่นัทนั่งยังมีที่ว่างอยู่



"นั่งนี่ก็ได้พี่ เฮ้ย พวกมึงขยับให้พี่กูนั่งหน่อย" นัทยกมือไหว้พวกผมแล้วเจ้าตัวก็ดันๆเพื่อนตัวเองไปอีกทางให้ผมนั่งข้างๆ ส่วนเพื่อนผมนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม



"ผมมากินข้าวที่คณะพี่ตั้งหลายครั้งไม่เคยเจอ ไม่คิดว่าวันนี้จะฟลุคแฮะ"



"ไม่ค่อยลงมากินที่โรงอาหารอ้ะ ถนัดทำเอง" ผมตอบอีกฝ่ายพลางนั่งลงตรงที่ว่างด้วย



"ทำอาหารเป็นด้วยหรอ เก่งอ้ะพี่ จ้างทำมาให้ทุกวันได้ป้ะเนี่ย ผมตื่นสายตลอดหาไรกินก่อนเข้าเรียนไม่ค่อยทัน" อืม ก็ดีนะ ไหนๆก็ไม่ได้ทำพาร์ทไทม์แล้ว หาเงินทางนี้ก็น่าสนใจ



"เดี๋ยวขอเก็บไปคิดก่อนละกัน เพราะว่าก็ทำอะไรได้ไม่ค่อยเยอะหรอก" นัทฉีกยิ้มแฉ่งทันทีที่ผมพูดจบ



"ไอ้ปอนด์กูฝากของแป๊บ จะไปซื้อข้าว" ผมพยักหน้าให้เพื่อนก่อนจะนั่งคุยเล่นกับเพื่อนๆของนัทไปด้วย ทุกคนนิสัยดีกันมาก แต่ดูเวลาแล้วจะไม่รีบไปเรียนกันหน่อยหรอ



"แล้วนี่พี่ปอนด์เลิกเรียนกี่โมงครับ"



"เที่ยงตรงเลย บ่ายไม่มีเรียนแล้ว"



"ผมก็เลิกเที่ยง ดีเลย บ่ายว่างมั้ยพี่ ว่าจะชวนไปลองร้านเปิดใหม่หน้ามอ" 



"คือยังไงครับเพื่อนนัท ที่นั่งหัวโด่อยู่นี่ก็เพื่อนมั้ยครับ ไม่คิดจะชวนเพื่อนฝูงเนาะ ชวนพี่เขาก่อนเนาะ" ผมหันไปมองเพื่อนนัทที่นั่งอยู่ข้างๆอีกคน คำพูดเหมือนจะไม่พอใจนะครับ แต่ทุกคนพากันยิ้มๆ ไม่ได้ดูน้อยใจอะไร



"เออ เพื่อนมึงพูดขนาดนี้แล้วก็ไปกับเพื่อนมึงนะ" พี่สินที่เดินมาจากไหนไม่รู้มายืนอยู่ข้างหลังผมแถมเอามือมาแปะหน้าผากผมแล้วดันให้หัวพิงท้องตัวเองด้วย น้องๆที่เหลือบนโต๊ะพากันยกมือไหว้พี่สินระนาว น่าจะเพราะเป็นรุ่นน้องในคณะเลยรู้จักพี่สินกันหมด



"มึงลืมนี่ไว้ในรถ" พี่สินวางถุงผ้าที่ผมใส่แซนด์วิชแฮมไข่มาตรงหน้าผม



"ขอบคุณครับ" ผมเงยหน้าไปยิ้มขอบคุณให้เจ้าตัวเพราะพี่สินยังยืนอยู่



"ขี้ลืม" ผมยกมือขึ้นจับหน้าผากที่ถูกพี่สินมือดีดีดดังเปี๊ยะ



"เจ็บ"



"ก็ดีดให้เจ็บ" ผมทำหน้าไม่พอใจ พี่สินขยับมายืนตรงหัวโต๊ะแทนแล้วเท้าแขนสองข้างลงกับโต๊ะ



"งอแงอะไร ตอนเที่ยงนี้รออยู่ที่โต๊ะม้าหินหน้าคณะเดี๋ยวกูพาไปกินข้าว" ผมพยักหน้ารับรู้แล้วรวบถุงผ้าเข้าหาตัวเอง



"อ้าวพี่สินหวัดดีพี่" พี่สินหันไปรับไหว้โฟล์คกับวิว



"พวกมึงมาก็ดี กูฝากมันด้วย เลิกเรียนแล้วเฝ้าไว้เลย เดี๋ยวกูมารับตรงที่ประจำ" โฟล์คตะเบ๊ะรับแข็งขันในขณะที่วิวแค่หรี่ตาล้อเลียนพี่สินเล็กน้อย



"อ้าวพี่สิน ผมชวนพี่ปอนด์ก่อนนะ" นัทที่นั่งเงียบอยู่นานโวยวายท้วงขึ้นมา พวกเพื่อนๆน้องที่เหลือพากันดึงๆไว้ เพราะนัททำท่าจะลุกขึ้น



"มึงชวนก่อนแต่กูจองตัวมันไว้ก่อนมึงนานละ ไม่ต้องเสือกมาโวยวาย รีบกินข้าวรีบไปเรียนได้แล้วพวกมึงอ้ะ เดี๋ยวกูฟ้องอาจารย์แม่ว่าพวกมึงเข้าเรียนสายเพราะตั้งใจมาเต๊าะเด็กคณะอื่น" เสียงโอดครวญดังขึ้นพร้อมกันทั้งกลุ่มก่อนน้องๆจะพากันลุกเอาจานไปคืนร้านอาหารทีละคนแล้วกลับมาเอากระเป๋าท่าทางกวนอารมณ์



"ผมไปละนะครับพี่ปอนด์ วันนี้ดวงไม่ค่อยดี ไว้วันหลังผมมาเต๊าะใหม่ จุ๊บๆ พี่สินเผลอแล้วเจอกันครับ" นัทหันมาส่งจูบให้ผมก่อนจะเดินทำหน้าทะเล้นวิ่งหนีไป เพราะพี่สินทำท่าจะเข้าไปเตะ



"รำคาญมึงว่ะ" พี่สินทิ้งตัวลงนั่งข้างผมแล้วผลักหัวแรงๆ



"ผมทำอะไรผิดอีกล่ะ" พี่สินไม่ตอบพลางนั่งเล่นโทรศัพท์



"แล้วนี่พี่ไม่เข้าเรียนหรอครับ" ผมหันไปถามคนที่นั่งลอยหน้าลอยตาข้างๆตัวไม่ยอมกลับไปคณะตัวเองตามน้องๆ



"รอมึงขึ้นห้องก่อน"



"เดี๋ยวอาจารย์ก็ว่าหรอกครับ" พี่สินวางโทรศัพท์คว่ำหน้าลงกับโต๊ะแล้วหันตัวเองมาหาผม



"ทำไม ห่วงกูหรอ" ผมเหรอหรามองพี่สินที่นั่งเท้าคางกระหยิ่มยิ้มย่องใส่



"ใครห่วง แค่บอกเฉยๆเองครับ"



"ง่วงนอนอ้ะ ขอไปนอนฐานทัพลับมึงได้มะ" ผมขมวดคิ้วใส่เขาทันที พ่อแม่ส่งมาเรียนไม่ใช่ส่งมานอน ผมล่ะไม่เข้าใจจริงๆเลยว่าเขาเรียนมาจนถึงปีสี่ได้ยังไง



"ไม่อนุญาตครับ"



"กูง่วงกูจะไปนอน"



"ไปเรียนครับ จะมานอนอะไรล่ะ"



"ไม่มีเรียน"



"อ้าว..." ผมอ้าปากค้าง ไม่มีเรียนแล้วทำไมมามอแต่เช้าล่ะ



"กูมีเรียนบ่าย แต่ต้องตื่นเช้ามาส่งมึงนี่ไง มึงจะใจร้ายไม่ให้กูนอนพักหน่อยหรอ" พี่สินว่าเสียงอ้อนๆ ผมเคยได้ยินเจ้าตัวอ้อนคุณแม่อยู่ แต่ไม่เคยโดนเอง ผมว่าผมไม่ชอบเลย ใจมันสั่น



"..." ผมหันหน้าหนีสายตาที่พี่สินมองมาก็ไปป๊ะเข้ากับสายตาเพื่อนสองคนที่อยู่ตรงหน้าที่หรี่ตามองพลางยิ้มแซว



"ไม่กินข้าวหรือไงครับ" โฟล์คกับวิวพากันก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อแต่ก็ยังไม่หยุดยิ้มล้อเลียนผม



"เขินก็บอกไม่ต้องพาลเพื่อนก็ได้" ผมหันไปมองพี่สินตาแทบถลน ยังจะยิ้มล้อเลียนอีก เหนื่อยแล้วนะใจมันเต้นแรงกว่าเดิมอีก 



"จะ...จะไปนอนใช่มั้ย ไปเลยครับ" ผมลุกขึ้นยืนแล้วเดินหนีพี่สินขึ้นตึกเรียน รู้สึกหน้าร้อนจนแทบไหม้ ทำไมพักหลังมานี้ใจผมมันเต้นผิดจังหวะบ่อยจังเลย เต้นแรงขึ้นด้วย เหนื่อยจนมือไม้เปลี้ยไปหมดแล้ว แถมทุกครั้งก็มักจะเกิดหลังจากเจอพี่สินด้วย



*******************



"เร็วๆเลยเชลดอน มึงอย่าลีลา กูจะพาไปส่งห้องหอ" มือผมที่กำลังเก็บของเข้ากระเป๋าอยู่ชะงักกึกหันไปมองหน้าเพื่อนแล้วเม้มปาก



"เฮ้ยยยยย ไอ้ปอนด์มันเขินอ้ะมึง ไม่น่าเชื่อว่าชีวิตกูจะได้เห็นโมเม้นท์นี้" โฟล์คทำท่าทางเว่อร์เขย่าคอเสื้อวิวให้หันมามองผม อาการคนอกหักจะลงแดงตายนั่นมันหายไปไหนแล้วนะ ผมล่ะคิดถึงจริงๆโฟล์คคนที่เงียบสงบปากสงบคำ



"จะกินมั้ยครับแซนด์วิชเนี่ย" ผมเอาแซนด์วิชที่ตัวเองทำมาขู่ เผื่อว่าโฟล์คจะสงบปากสงบคำบ้าง



"เขินแล้วพาลเพื่อนอย่างที่พี่สินว่าจริงๆด้วยนะเนี่ย" ผมเม้มปากเถียงอะไรสองคนนี้ไม่ได้ ตลอดคาบเรียนทั้งคู่ก็เอาแต่ส่งสายตาล้อเลียนบ้าง แซวบ้างจนผมเรียนแทบไม่รู้เรื่อง



"ไม่คุยด้วยแล้วครับ เอ้านี่เอาไปกินกันให้หมดเลย" ผมยื่นแซนด์วิชให้เพื่อนทั้งสองคน แต่ว่าก็แอบเก็บไว้ชิ้นหนึ่งเผื่อใครบางคนตื่นขึ้นมาแล้วหิว จะได้กินรองท้อง



"ใช่หรอ ให้หมดจริงหรอ เหมือนเห็นแอบจิ๊กไว้อันหนึ่ง จะเอาไปให้ใครมั้ยน้า" วิวที่เดินตามมาเอาแขนโอบรอบคอผมพลางส่งเสียงล้อเลียนไม่เลิก ผมก็เดินไปเงียบๆ เพราะถ้าเราร้อนลนเพื่อนก็จะยิ่งแกล้งสนุก เหลือก็แต่



"เฮ้ยยย หน้าแดงว่ะ น่ารักกก" ครับ สีหน้านี่ล่ะที่เก็บไม่มิด ไอ้อาการร้อนๆที่พาดผ่านแก้มนี่ล่ะครับที่ทำให้เพื่อนๆยังมีเรื่องล้อผมอยู่



"แล้วฐานทัพลับนี่ยังไง"



"ก็ไม่ยังไงครับ แค่ห้องว่างๆที่ผมขอสโมฯไว้ทำงาน"



"แล้วทำไมพี่สินถึงเอาไปเป็นที่ซุกหัวนอนได้อ้ะ" ผมนึกๆดู ก็สถานที่นั้นเป็นที่ๆเราเจอกันครั้งแรกด้วย และผมก็ไม่รู้ว่าพี่สินไปนอนอยู่นั่นได้ไง



"ไม่รู้เหมือนกัน ครั้งแรกที่เจอกัน พี่สินก็นอนอยู่ในห้องนั้นแล้ว" วิวกับโฟล์คหันไปมองหน้ากันแล้วส่งยิ้มแบบที่รับรู้กันอยู่สองคน จนโฟล์คเดินเข้ามากอดคอผมอีกข้างไว้แล้วกระซิบข้างหู



"งั้นก็ไม่ใช่ฐานทัพลับแล้ว นี่มันฐานทัพเรา" โฟล์คพูดจบก็หัวเราะลั่นอย่างคนอารมณ์ดีที่ทำผมหน้าแดงได้ ผมอยากจะเลิกเขินนะ แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกันมันทำไม่ได้อ้ะ



"อ้ะๆ ไม่แกล้งละ ไปรอพี่สินของมึงกันดีกว่า" พี่สินไม่ใช่ของผมสักหน่อย เขาก็คือเขาเป็นเจ้าของตัวเองไปสิ วิวกับโฟล์คนี่พูดมั่วไปเรื่อย แล้วทำไมผมต้องเขินไม่เลิกด้วยล่ะ!



**********************



"ไง ชอบป้ะ" ผมมองไปรอบๆร้านก่อนจะพยักหน้าเบาๆ พี่สินพาผมมาลองอาหารร้านใหม่ที่เปิดหน้ามอ ร้านที่นัทชวนผมนั่นแหละ



"ชอบครับ"



"โห บอกกูตรงๆงี้ กูเขินเลย" ผมเม้มปากมองหน้าคนเสแสร้งเขินอย่างหมั่นไส้



"หมายถึงชอบร้านต่างหาก" พี่สินหัวเราะขำยื่นมือมาขยี้ผมเบาๆ แล้วเรียกพนักงานมาสั่งอาหาร เราสั่งจานหลักกันไปสองสามอย่าง ของหวานอีกคนละอย่าง แล้วก็น้ำปั่น แต่พี่สินสั่งกาแฟ



"กินกาแฟตอนนี้ ตอนกลางคืนก็นอนไม่หลับหรอกครับ" พี่สินยักไหล่อย่างไม่สนใจเล็กน้อย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปผมที่นั่งหน้าเหวออยู่



"ลบเลยครับ หน้าผมเหวอมากอ้ะ"



"ไม่ น่ารักจะตาย" พี่สินว่าพลางก้มหน้าก้มตาพิมพ์ยุกยิกๆ ในขณะที่ผมใจเต้นอีกแล้ว คนๆนี้มันน่าทุบจริงๆเลย หืม? ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพราะมีแจ้งเตือนในไอจี พอปลดล็อคหน้าจอก็เตือนรัวๆๆ จนผมตกใจ Man of sin tag you in photo? พอเห็นรูปกับแคปชั่นผมรีบเงยหน้าไปมองคนตรงข้ามทันที ก็หน้าเหวอๆนี่มันรูปที่พี่สินถ่ายผมอ้ะ แล้วไอ้ที่เด้งแจ้งเตือนก็คือคนที่ฟอลโล่พี่เขานั่นแหละมากดหัวใจให้ แล้วไหนจะแคปชั่นว่า 'ชอบเหมือนกัน' นี่อีก ฮือออ กะไม่ให้หัวใจผมได้พักผ่อนเลยสินะ

























*************************



เรา: น้องปอนด์พี่ก็ชอบน้องเหมือนกัน

สิน: เสือก

อืม เค



tbc.














ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
Re: คนเดียว...เดียวดาย
«ตอบ #32 เมื่อ16-05-2020 20:35:26 »

 :pig4:
 :katai2-1:

ออฟไลน์ yuzhou62ppap

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: คนเดียว...เดียวดาย**Ch. 19
«ตอบ #33 เมื่อ23-05-2020 16:04:06 »



Ch. 19 ในฐานะคนขับรถส่วนตัวก็ได้



"พี่เป้กำหนดวันเดินทางวันไหน" ผมหยุดมือที่กำลังล้างจานอยู่แล้วเงี่ยหูฟังพี่สินกับพี่เป้คุยกัน บอกตรงๆว่าใจกระตุกแปลกๆ



"อีกสี่วัน" พี่เป้พูดเบาๆ แต่เพราะว่าทั้งห้องมันเงียบอยู่แล้วผมก็เลยพลอยได้ยินไปด้วย สี่วัน เร็วจังนะ



"แล้วพี่บอกพี่...พี่ๆ เพื่อนๆ หมดยังอ้ะว่าจะเดินทางแล้ว เขาจะได้ไปส่งกัน" ผมล้างจานต่อไม่ได้สนใจประโยคต่อไปที่ทั้งคู่คุยกัน แล้วเมื่อไหร่พี่เป้จะกลับมา ผมได้แต่คิดในใจ ยังไม่ไปเลย แต่ผมอยากให้กลับมาแล้ว ในหัวคือตีกันไปหมดอยากให้ไปนะเพื่อนความก้าวหน้าทางการงานที่ดี แต่ผมคงคิดถึงพี่เป้มากเหมือนกัน



"ปอนด์ ปอนด์ ปอนด์!!"



"อ้ะ!" ผมสะดุ้งสุดตัวจนจานที่อยู่ในมือร่วงลงไปในซิงค์ได้ยินเสียงแตกเพราะกระทบกับจานใบอื่น พี่สินที่อยู่ใกล้ตัวผมมากกว่าเดินเข้ามาดึงมือผมออก



"ระวัง เอาน้ำออกจากซิงค์ก่อน มีแต่ฟองแบบนี้ ควานไปเกิดบาดมือขึ้นมามึงทำไง" พี่สินว่าดุๆแล้วดึงสายโซ่สต็อปเปอร์อ่างล้างจานให้น้ำมันไหลออก



"ลืมคิดครับ" 



"ขี้ลืมเก่งมึงอ้ะ" ผมยิ้มแหยนิดๆ ก่อนจะเดินไปเอาถังขยะมีใส่จานที่แตก



"เอามานี่ มึงล้างมือไปนั่งนู่นไป เดี๋ยวกูทำเอง" พี่สินคว้าถังขยะไปจากมือผม บอกดีๆก็ได้ จะเกรี้ยวกราดทำไมเนี่ย เปิดน้ำล้างมือตัวเองเสร็จผมก็มานั่งกับพี่เป้แทน 



"ไงเรา ใจลอยอะไร พี่เรียกตั้งหลายครั้ง" ผมส่ายหัวยิ้มตอบพี่เป้ แล้วเราก็นั่งมองหน้ากันเงียบๆ จนพี่เป้ทนไม่ไหวเองเลยเอ่ยขึ้นมา



"ปอนด์...กำหนดวันเดินทางพี่มาแล้วนะ" ผมยิ้มพยักหน้ารับ



"อีกสี่วันต่อจากนี้" พี่เป้พูดเบาลงกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ผมรู้ว่าเขาคงเป็นห่วงผมมาก ผมเลยยิ้มให้เหมือนเดิมพูดอะไรไม่ออก มันจุกๆลำคอไปหมด



"ไม่ต้องไปส่งพี่ก็ได้ วันนั้นมีเรียนหนิ" ผมส่ายหน้า ยังไงก็จะไป



"ไม่เอา จะไปส่ง"



"พี่หยุดยาวเลยจนวันเดินทาง เราอยากไปไหนมั้ย?" ผมส่ายหน้าอีกครั้ง พี่เป้ยิ้มตอบแล้วยื่นมือมาลูบหัวเบาๆ



"อยากไปไหนก็บอกรู้มั้ย พี่จะพาไป" ผมพยักหน้ารับอีกครั้ง แล้วทำทีหันไปมองพี่สิน จะรอดมั้ยนั่น แน่ใจนะว่าล้างจานไม่ได้อาบน้ำสระผม ทำไมน้ำมันกระเด็นเลอะเทอะจนผมเปียกขนาดนั้น



"เอ่อ พี่สินครับ เดี๋ยวผมทำเองก็ได้นะ"



"ไม่ต้อง กูทำได้" ทำได้ก็ทำได้ครับ -_-



"สิน มึงจะล้างจานหรือสระผมมึงเลือกสักอย่างมั้ย" พี่เป้พูดได้ตรงใจผมมากเลยครับ ข้อดีของการเป็นคนอาวุโสกว่ามันอย่างนี้นี่เอง พี่สินมัดถุงที่ใส่เศษจานแล้วเดินกระทืบเท้าตึงตังด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด น้อยใจหรอนั่น? 



"พี่สินครับคือ..." ผมพยายามจะเรียกเจ้าตัวที่เดินลิ่วๆไปทางประตูห้องแต่พี่สินไม่ฟัง เดินออกไปซะแล้วคาดว่าน่าจะเอาเศษแก้วไปทิ้งนั่นแหละ จริงๆเอาไว้ในถังขยะก่อนแล้วค่อยรอไปทิ้งทีเดียวพร้อมกับขยะอื่นก็ได้ หรือไม่ก็...ถอดผ้ากันเปื้อนลายหมีพูห์ก่อนสักนิดถ้าจะออกไปเจอผู้คนเถอะครับ



****************************



ผมนอนกอดหมอนอิงอยู่บนโซฟาขณะที่ตาก็ดูทีวีไปด้วย พี่เป้นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่โซฟาอีกตัว ส่วนพี่สินนอนดูทีวีแหมะอยู่บนพรมข้างโซฟาที่ผมนอนอยู่นี่แหละครับ



"พรุ่งนี้มึงมีเรียนป้ะ"



"ไม่มีครับ" ผมตอบพี่สิน เจ้าตัวไม่ได้ละสายตามาจากทีวีด้วยซ้ำตอนที่คุยกับผม



"แต่กูมี" 



"ครับ" ผมตอบแค่นั้นแล้วไม่ได้สนใจอะไรอีก เพราะไม่รู้จุดประสงค์ของบทสนทนานี้ พี่เป้ก็ดูจะงงเหมือนกัน เขาเหลือบตามองพี่สินหยุดพิมพ์แชทเพราะรอว่าพี่สินจะพูดอะไรต่อ แต่จนแล้วจนรอดพี่สินก็ยังไม่พูด



"ไหนคือพ้อยท์หลักของประโยคเมื่อกี๊วะสิน กูงง" พี่เป้ถามออกมาอย่างคาใจ ผมก็ไม่รู้ว่าพี่เป้จะคาใจทำไมนักหนาพี่สินคุยกับผมต่างหากไม่ใช่เขา



"ก็แค่บอก"



"บอกเพื่อ?" อันนี้ก็พี่เป้ครับ ผมยังคงใบ้สนิท



"ยุ่งอะไรเนี่ย"



"ก็กูอยากรู้ มึงจะบอกน้องกูทำไมว่ามึงมีเรียนพรุ่งนี้ แล้วมึงจะอยากรู้ทำไมว่าน้องกูมีเรียนหรือไม่มีเรียน" พี่เป้หรี่ตาถามพี่สินด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยไว้วางใจเท่าไหร่



"อยู่มอเดียวกัน ก็ถามเผื่อมันมีเรียนจะได้ไปพร้อมกันไง พี่ระแวงอะไรเนี่ย"



"มึงมันไว้ใจไม่ได้แบบพี่มึงนั่นแหละ" ผมยกหัวขึ้นมองไปทางพี่เป้อย่างงุนงง นี่พี่เป้รู้จักพี่เสือด้วยหรอ



"พี่เป้รู้จักพี่เสือด้วยหรอครับ?"



"รู้จักดีเลยล่ะ" พี่สินพูดออกมาเบาๆในขณะที่พี่เป้ยังอึกอักๆ



"อืม ก็เพื่อนตั้งแต่มหาลัย" ผมพยักหน้ารับรู้ อย่างนี้นี่เอง พี่เป้เป็นเพื่อนกับพี่เสือก็เลยรู้จักพี่สินที่เป็นน้องชาย งั้นที่เคยไปนอนบ้านก็คือไปนอนบ้านพี่เสือซึ่งอยู่บ้านเดียวกับพี่สิน ผมคิดได้ถึงตอนนี้ก็รู้สึกอับอายที่ตอนนั้นมีอาการไม่พอใจที่เขารู้จักกันมาก่อนโดยที่ผมไม่รู้เรื่อง



"เป็นอะไรเรากัดหมอนทำไมเนี่ย" ผมผงะเอาหมอนอิงออกจากปากตอนที่พี่เป้ทัก พี่เป้ส่ายหัวเล็กน้อย จะว่าผมไม่โตอีกล่ะสิ



"พี่ยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ ทำไมหน้างอแบบนั้นห๊ะ" พี่เป้ยื่นมือมาผลักหัวผมเบาๆ ถึงไม่พูดออกมาผมก็รู้หรอกว่าเขาต้องคิดในใจแน่ๆ



"แล้วนี่เราหยุดวันไหน?"



"หยุดพรุ่งนี้ครับ สองวันติด"



"งั้นไปเที่ยวกันมั้ยไหนๆก็หยุดแล้ว เราไม่ได้ไปทะเลกันนานแล้วนะ" ผมนิ่งคิด ครั้งสุดท้ายที่เราไปทะเลด้วยกันมันเมื่อไหร่นะ ผมก็จำไม่ได้



"ไปครับ งั้นปอนด์ไปเก็บกระเป๋าเลยนะ" ผมลุกขึ้นด้วยความกระตือรือร้น ก็นี่มันจะสี่ทุ่มแล้ว รีบเก็บกระเป๋ารีบเข้านอนพรุ่งนี้จะได้ตื่นเดินทางกันแต่เช้า



"ออกสายๆก็ได้ พรุ่งนี้ค่อยเก็บ"



"ไม่เอาครับ อยากออกแต่เช้าจะได้อยู่นานเพิ่มขึ้นอีกหน่อย" พี่เป้หัวเราะอารมณ์ดีพร้อมกับลุกขึ้นยืนกอดไหล่ผมลากกันมาเก็บกระเป๋า



"อ้าวปอนด์ พรุ่งนี้กูติดเรียนคาบเช้านะ ไปตอนบ่ายๆเลย" พี่สินที่นอนอยู่ผุดลุกนั่งมองมาทางพวกเราสองพี่น้อง



"ก็เรื่องของมึงดิ กูจะพาน้องกูไปทะเล ไม่ได้บอกว่าจะพามึงไปหนิ มึงก็ไปเรียนนั่นแหละถูกแล้ว" ผมพยักหน้ารับเห็นด้วยกับพี่เป้ทุกประการ พี่สินจะโวยวายทำไม ตัวเองมีเรียนก็ไปเรียนสิ ผมเดินเข้าห้องไปหยิบกระเป๋าเป้ใบโตแล้วเลือกเสื้อผ้าสองสามชุดที่จะเอาไปทะเลด้วย พี่เป้ก็เข้าห้องตัวเองไปเก็บกระเป๋าเช่นกัน หรือจะชวนพวกโฟล์คไปด้วยดีนะ ไปหลายๆคนสนุกดี



"ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยนะ" ผมเงยหน้าจากการพับเสื้อเชิ้ตตัวนอกสีฟ้าอ่อนของตัวเองมองหน้าพี่สินยิ้มๆ ก็ต้องยิ้มสิในเมื่อคนมีความสุข จะให้ร้องไห้หรือไง พี่สินนี่ก็ประหลาด



"ครับ ไม่ได้ไปเที่ยวกับพี่เป้นานแล้ว"



"อ่าฮะ" ผมฮัมเพลงเรื่อยเปื่อยแล้วก็เก็บของใช้ต่อ พี่สินก็ไม่ได้พูดอะไร เจ้าตัวเดินมาหยิบเสื้อผ้าตัวเองสองสามตัวจากตู้เสื้อผ้าแล้วเอามานั่งพับข้างๆผม



"พี่สินจะไปไหนครับ"



"ทะเล"



"ห๊ะ?" ผมหันไปมองพี่สินที่นั่งพับเสื้อผ้าต่อไม่สนผมที่นั่งหน้าเหวอต้องการคำตอบ



"กูจะไปด้วยไง"



"แล้วพี่สินไม่เรียนหรอครับ"



"จะโดด" พอพูดถึงตรงนี้พี่สินเหมือนนึกอะไรได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก



"เออ ไอ้รัน พรุ่งนี้กูโดดนะ..." เดี๋ยวนะ นี่จริงจังใช่มั้ยเนี่ย โดดเรียนไปทะเลกับผมเนี่ยนะ?



"บอกอาจารย์เลื่อนพรีเซ้นท์ไปดิ กูจะไปทะเล...เหี้ย เอฟเลยหรอ แต่กูอยากไปทะเลอ่ะ" พี่สินโวยวายดังขึ้นเรื่อยๆ เพราะดูเหมือนจะไม่ได้ดั่งใจ



"แม่ง..." พี่สินหงุดหงิดวางสายแล้วขว้างโทรศัพท์ไปบนเตียง ผมเอื้อมมือไปลูบหลังเขาเบาๆให้อารมณ์เย็นลง



"ไม่เป็นไรนะครับ ไว้ครั้งหน้านะ"



"ไม่ มึงรอไปตอนบ่ายพร้อมกู ถ้าพี่เป้รอไม่ได้ก็ให้ไปก่อน" หืม? ยังไงนะ



"แต่ทริปนี้เป็นทริปผมเที่ยวกับพี่เป้นะครับ"



"งั้นพี่เป้ก็ต้องรอ" พี่สินพูดอย่างคนเอาแต่ใจแล้วเก็บของต่อ สักพักก็เหมือนนึกอะไรได้อีก รีบคว้าโทรศัพท์แล้วเดินออกจากห้องไป ผมนี่นั่งมึนกับความแปรปรวนทางอารมณ์ของเขาจริงๆ



*************************



สุดท้ายแล้วแพลนการเดินทางแต่เช้าตรู่ของผมก็ถูกเลื่อนมาตอนบ่ายจริงๆครับ แถมเพื่อนร่วมทริปก็มีมาเพิ่มอีกตั้งสามคน ครับ วิวกับโฟล์คที่ผมตั้งใจจะชวนตั้งแต่เมื่อคืน ไม่รู้พี่สินไปนัดแนะกับเพื่อนผมสองคนตอนไหน หลังเตรียมของเสร็จผมก็โทรถามเพื่อนทั้งสองคนว่าจะไปเที่ยวทะเลด้วยกันมั้ย สองคนนั้นกลับบอกว่ากำลังจะเก็บเสื้อผ้า ส่วนอีกคนพี่ชายพี่สินครับ เจ้าตัวขับรถมารับผมกับพี่เป้ตอนเที่ยงกว่าๆ เป็นรถอินโนว่าเจ็ดที่นั่งคันใหญ่แถมมีพี่สินกับเพื่อนๆผมนั่งจองที่นั่งกันเรียบร้อย



"จะแวะกินอะไรก่อนหรือรอไปกินที่จุดพักรถเลย" พี่เสือที่นั่งที่คนขับถามแต่ตายังคงมองถนนอยู่ตอนนี้เราออกมาจากกรุงเทพได้สักพักแล้ว คาดว่าใช่เวลาไม่ถึงสองชั่วโมงก็ถึงที่หมาย



"เดี๋ยวรอแวะจุดพักก็ได้พี่" พี่สินที่นั่งข้างๆคนขับตอบแทนพวกผม วิวกับโฟล์คนั่งด้านหลังสองคน ส่วนผมกับพี่เป้นั่งถัดจากคนขับ ซึ่งตอนนี้พี่เป้หลับคอพับคออ่อนไปแล้ว รายนี้น่ะชอบนอนเวลาเดินทางมากกว่านอนบนเตียงนิ่งเสียอีก



"ปอนด์ล่ะหิวหรือยัง?" พี่เสือมองกระจกหลังทางผมนิดหนึ่ง ผมเลยส่ายหัวให้เป็นคำตอบ เอาจริงๆผมก็ยังไม่หิวเท่าไหร่แต่ไม่รู้ว่าเพื่อนๆจะหิวกันหรือยัง ผมเลยก้มหยิบถุงผ้าที่ตัวเองทำแซนด์วิชขึ้นมาเผื่อทุกคน ก่อนจะยื่นให้เพื่อนที่นั่งข้างหลังคนละชิ้น



"กินรองท้องกันไปก่อนนะครับ เดี๋ยวค่อยแวะทีเดียว" 



"ไม่ต้องห่วงพวกกูก็มีเสบียง แต่ขอแซนด์วิชมึงด้วยก็ดีอยากกิน" วิวยัดถุงขนมที่ซื้อมาจากเซเว่นลงกระเป๋าตามเดิม ผมยื่นไปให้พี่สินสองชิ้น เผื่อให้พี่เสือด้วยเลย พี่สินรับไปแล้วลงมือกินทันที ส่วนอีกชิ้นก็วางไว้เฉยๆบนตัก



"แกะให้กูด้วย" พี่เสือเหล่ตามอพี่สินที่นั่งกินแซนด์วิชลอยหน้าลอยตาแล้วคงหมั่นไส้เลยยื่นมือข้างหนึ่งไปผลักหัวพี่สินจนกระแทกกระจกเบาๆ



"ไอ้พี่เหี้ย กูเจ็บ" 



"กูทำให้เจ็บ มึงนี่มันไร้ประโยชน์จริงๆ ทริปต้องเลื่อนมาบ่ายเพราะต้องรอมึงเรียนเสร็จ รถกูก็ต้องมาขับให้นั่ง นี่ยังมานั่งกินแซนด์วิชหน้าระรื่นอีก ถามจริง มึงมาทำไมเนี่ย ไอ้ตัวถ่วง"



"ก็เดี๋ยวค่อยเปลี่ยนกัน รอไอ้ปอนด์นอนก่อน" หืม? พี่เสือก็คงจะงงเหมือนผมนี่แหละครับ สังเกตได้จากหัวคิ้วที่เลิกขึ้นข้างหนึ่ง



"กูไม่เก็ทแกทเชื่อมโยงนี้" อย่าว่าแต่พี่เสือเลยครับ ผมก็ไม่เข้าใจประโยคที่พี่สินพูด เกี่ยวอะไรกับผมนอน



"กูขับนิ่มกว่า" ห๊ะ? อะไรของพี่สินเขา



"คือมึงจะบอกว่า รอปอนด์มันนอนมึงจะขอขับเพราะอยากให้น้องมันนอนนิ่มๆ?" พี่สินไม่พูดอะไรก้มหน้าก้มตากินแซนด์วิชที่มือตัวเองต่อ ผมเลยแกะแร็ปออกจากชิ้นที่ตักตัวเองแล้วยื่นไปป้อนให้พี่เสือ แต่พี่สินก็แย่งไปทำแทน



"มึงไม่ต้อง กินของมึงไป" พี่สินโยนชิ้นบนตักตัวเองที่ผมให้พี่เสือในตอนแรกกลับมาให้ ผมพยักหน้ารับแล้วแกะกินรองท้องทันที



"เหอะ กูรู้แล้วว่ามึงมาทำไม" พี่เสือที่นั่งมองการกระทำของเราสองคนเงียบๆ ส่งเสียงขึ้นจมูกแล้วเอ่ยขึ้นมาดึงความสนใจผมไปจากแซนด์วิชปูอัดเนื้อแน่น



"มาเป็นคนขับรถส่วนตัวให้ไอ้น้องปอนด์นี่เอง" -////- เหมือนผมได้ยินเสียงเนื้อหมูที่เอาไปวางบนกระทะร้อนๆอ้ะ แต่ไม่ใช่หมูหรอกครับ มันเป็นหน้าผมเองนี่แหละ ที่ร้อนจนลามไปที่ใบหู ฮือ แค่พี่สินคนเดียวอาการผมก็แย่แล้ว นี่แพ็คคู่มาทำผมเขินทั้งพี่ทั้งน้องเลยหรอ ใจร้ายกันเกินไปแล้ว



























*********************

tbc.





เรา: น้องปอนด์ครับ พี่ก็ขับรถนิ่มนะ

สิน: เคยขับๆรถอยู่แล้วเหยียบตะปูเรือใบมั้ย?

เรา: อ่า ไม่เต๊าะก็ได้จ้า




















 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด