Continental drifters ขอวิธีหนีแอบรัก - 18th drift // J (24/07/21)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Continental drifters ขอวิธีหนีแอบรัก - 18th drift // J (24/07/21)  (อ่าน 6414 ครั้ง)

ออฟไลน์ river

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2443
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +230/-3
อนาคินรู้ตัวไหมเนี่ยว่ารักวาฬ

ออฟไลน์ taku_kimu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 62
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
น่ารักอะ  :L2:

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1527
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
คือความจริงนัดออกมาเดทแหละ ดูออก ขนมให้รอบหน้าเพราะเผื่อไม่เกมส์หาเรื่องนัดออกมาไม่ได้อีก

อย่าให้ฉันรู้วบ์

ออฟไลน์ ddanav

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 37
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +129/-1
    • instagram
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

ออฟไลน์ ddanav

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 37
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +129/-1
    • instagram
Right from the start I knew
You'd set a fire in me


Wake Me - Bleachers


17th drift - Teasers

สามอาทิตย์ผ่านไปไวเหมือนโกหก

“สรุปงานเหี้ยนี่ส่งวันไหนนะ” ปรินเงยหน้าขึ้นจากแลปทอปบนตักด้วยสีหน้าท้อถอย รอบตัวเต็มไปด้วยแบบแปลนกระดาษที่กระจัดกระจายไปทั่ว ฟาร์ที่นั่งก้มหน้าก้มตาวาดแบนอันใหม่อยู่ตอบทันควัน

“เดือนหน้า”

“สัส อาจารย์เก็บกดกันนักหรอวะ สั่งงานกันเหมือนอยากให้เด็กตาย” เขาบ่น ก่อนจะหันไปหานาวาฬที่นอนกดโทรศัพท์อยู่กับพื้นอย่างไม่สนใจ “แล้วมึงคุยเหี้ยอะไรกับใครนักหนาครับคุณนาวาฬ ว่างก็มาช่วยพวกกูนี่”

“เออๆ”

นาวาฬวางโทรศัพท์ก่อนจะคว้ากรรไกรขึ้นมาตัดแบบที่ฟาร์เพิ่งวาดออกมา ต่อให้เขาเริ่มทำงานแล้วแต่ปรินยังคงบ่นไม่เลิก

“สัสหิวชิบหาย รีบทำจะได้รีบแดก”

พวกเขาเปิดเทอมกันมาได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว และกำลังสู้รบปรบมือกับงานที่เพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัวของปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัยเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนๆ

การเปิดเทอมทำให้ปรินกับฟาร์กลับมาคุยกันอีกครั้ง แม้ว่าต่างฝ่ายต่างสุภาพกับอีกฝ่ายมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด แต่นั่นก็ทำให้นาวาฬและรีรักสบายใจขึ้นมาได้เยอะ แม้ว่าปรินจะพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่กับฟาร์สองต่อสองอย่างเห็นได้ชัดก็ตาม แต่นั่นก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ปัญหาสำหรับฟาร์ที่ดูเหมือนจะไม่ได้สังเกตอะไร เหมือนที่ปรินบอกเขาอย่างปลงๆ ระหว่างการคุยโทรศัพท์สองวันหลังจากเปิดเทอม

“ขนาดกูเลี่ยงมันขนาดนี้แม่งยังไม่รู้เลย”

“ฟาร์มันก็เอ๋อๆ อย่างนี้อยู่แล้วป่าววะ ถ้ามึงไม่บอกกับมันต่อหน้ามันก็ไม่รู้หรอกว่ามึงหลบมันอยู่”

“เออ กูก็ไม่ได้คาดหวังอะไรหรอก เพื่อนก็ไม่ควรชอบกันอยู่แล้ว กูเสือกไปชอบแม่งเจออย่างนี้ก็ถูกแล้ว”


นอกจากปรินที่มีความลับแล้ว นาวาฬก็รู้ว่าฟาร์เองก็มีความลับเช่นกัน นอกจากรีรักแล้ว ฟาร์ก็ยังไม่ได้บอกพวกเขาเรื่องที่ย้ายออกจากคอนโดของรักแม้ว่าเพื่อนทุกคนจะรู้กันหมดแล้ว ฟาร์ยังไม่ได้เล่าถึงการมีตัวตนของเมษาให้พวกเขาฟังเช่นกัน นอกจากรักที่เจอลากไปเจอเมษาอยู่ครั้งหนึ่ง

“หน้าเหมือนพี่จุนชิบหาย ดูใกล้ๆ กูยังแทบแยกไม่ออก” รีรักมาเล่าให้เพื่อนฟังทีหลัง

“แล้วดูเป็นคนไง”

“ก็ใช้ได้ ดูแลฟาร์ดี เรียกฟาร์ว่าน้องฟาร์” รีรักทำท่าคิดก่อนจะทำหน้าเหมือนเพิ่งคิดอะไรขึ้นได้ “สรุปคือมึงรู้แล้วใช่มะว่าฟาร์มันชอบผู้ชาย”

“สัสพูดมาขนาดนี้ไม่รู้ก็แปลกแล้ว นี่คือความลับของฟาร์ที่มึงบอกมึงรู้แต่บอกไม่ได้ใช่ปะวะ”

“เปล่า คนละเรื่องกัน”

“อ้าว”

“เออ เรื่องนั้นฟาร์ให้กูสาบานว่าจะไม่บอกกูเลยจะไม่บอก แต่ถ้าพวกมึงฉลาดก็น่าจะรู้กันเองได้แล้วเว้ย”


จนแล้วจนรอด นาวาฬก็ยังนึกไม่ออกว่ามันจะเป็นเรื่องอะไรไปได้ การชอบผู้ชายนี่ยังไม่ใช่ความลับพออีกหรอ

“กูคิดไม่ออกละ แดกข้าวไหนดีวะ เดี๋ยวค่อยกลับมาทำพรุ่งนี้” ปรินหาว บิดขี้เกียจไปด้วย

“ไปร้านรักดีมั้ย ไม่ได้ไปกันนานแล้ว” ฟาร์เสนอ ตอนนี้พวกเขาอยู่กันที่คอนโดของปรินที่ถูกใช้เป็นสเตชั่นการทำงานส่งอาจารย์ของพวกเขาเสมอมา และนั่นทำให้ร้านของรักเป็นตัวเลือกที่สิ้นคิดและอยู่ใกล้ที่สุดจากพวกเขา

“ได้นะ มึงไลน์บอกไอ้รักหน่อยว่าจะเข้าไป”

“กูไม่ไปนะ กูมีนัด” วาฬปฏิเสธง่ายๆ ท่ามกลางการเลิกคิ้วขึ้นของเพื่อนทั้งสองคน

“นัดอะไรของมึงอีก” ฟาร์โวยวาย “ช่วงนี้นัดคนบ่อยนะ สาวใช่มั้ย ตกลงใคร มึงรู้รึเปล่าปริน”

“ไม่รู้ ไอ้วาฬทำตัวมีความลับไม่พอทิ้งเพื่อนอีก”

“กูมีนัดกับพี่เบนเว้ย จะไปช่วยพี่แม่งซ่อมเตาเผาเซรามิค เห็นบอกว่าทะเลาะกับพี่กูวันก่อนเลยเจอพี่กูชู้ตค้อนใส่ร้าว” นนท์สกุลในอารมณ์รุนแรงไม่ใช่เรื่องที่จะเจอได้บ่อยนัก แต่เมื่อเจอแล้วพลังการทำลายล้างก็สูงพอดูเช่นกัน “ฝากหวัดดีเซลีนให้กูด้วยนะ”

“เออออ เดี๋ยวบอกให้ แม่งดีใจแน่นอนมึงไม่ไปเนี้ย ไอ้รักจะได้ไม่ต้องคอยเกรงใจมึง”

นาวาฬหัวเราะ เซลีนยังคงไม่กลับประเทศตัวเอง เธอวนเวียนท่องเที่ยวอยู่ในประเทศไทยมาได้สามอาทิตย์แล้ว ความปลาบปลื้มของเธอที่มีต่อรีรักก็เพิ่มพูนขึ้นทุกวันเช่นกันอย่างไม่เกรงใจใคร แม้ว่ารีรักเองจะดูไม่อะไร แต่เขาก็ปฏิบัติต่อเธอเป็นอย่างดีเป็นที่สังเกตในหมู่เพื่อนว่าอาจจะดีเกินไปเสียด้วยซ้ำจนโดนแซวในหมู่เพื่อนเป็นประจำ

“งั้นเดี๋ยวกูไปละ นัดพี่เบนไว้หกโมง” นาวาฬดูนาฬิกา ทำเป็นไม่ได้ยินฟาร์ที่พูดค่อยๆ ให้ได้ยินกับปรินแค่สองคน

“พนันกันมั้ยว่าวาฬไม่ได้ไปหาพี่เบนหรอก”


…………


ต่อให้เพื่อนจะสงสัยมากขนาดไหน วาฬก็ไม่ได้โกหกเรื่องที่มีนัดกับเบญจมินทร์ไว้

“แล้วพี่ไปพูดอะไรพี่นนท์ถึงได้โกรธขนาดนั้น” วาฬเดินเช็ดผมออกจากห้องน้ำในห้องนอน เขาอยู่ในชุดคลุมอย่างคนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ เบญจมินทร์ที่อยู่ในชุดคลุมแบบเดียวกันบนเตียงอ้าปากหาวอย่างเหนื่อยจัดแต่ก็ตอบแต่โดยดี

“มันเล่าว่าเจอกวางแซวว่าช่วงนี้ไม่เห็นพี่เลย มันทำอะไรพี่พี่เลยไม่ออกจากบ้าน พี่เลยพูดเล่นๆ แบบของพี่กลับว่าถ้าจะมีใครทำอะไรใครต้องเป็นพี่ทำมันมากกว่า ถ้าพี่ทำมันออกจากบ้านไม่ได้เป็นอาทิตย์แน่ มันเลยโมโหว่าถ้าพี่กับมันจะเป็นโฮโมมันต้องทอปพี่ ไม่ใช่พี่ทอปมัน” ชายหนุ่มหัวเราะ “ซึ่งพี่ก็แค่พูดเล่นป่าววะสัส เถียงไปเถียงมามันเลยโมโหขว้างค้อนใส่พี่ตอนพี่ขึ้นรูปอยู่”

“ไม่เชื่อ พี่ต้องพูดมากกว่านั้นแน่ๆ ไม่งั้นพี่นนท์ไม่โกรธขนาดนั้นหรอก” รอยร้าวที่เตาเผาดินในสตูดิโอข้างตัวบ้านของเบญจมินทร์นั้นรอยใหญ่ไม่ใช่เล่น บ่งบอกได้ดีถึงอารมณ์ฉุนเฉียวของคนปา พวกเขาใช้เวลาเป็นชั่วโมงไปกับการซ่อมมันให้ดูดีตามเดิม กว่าจะได้เข้ามาอาบน้ำล้างตัวให้สะอาดจากเศษดินก็ปาเข้าไปทุ่มครึ่งแล้ว

เบญจมินทร์หัวเราะ

“เออ พี่ก็เล่นแรงไปหน่อยแหละ บอกมันว่าถ้าจะเล่นกันจริงๆ พี่เอามันได้เป็นร้อยรอบกว่าที่มันจะกดพี่ได้ครั้งนึง เอาจนร่างกายมันสร้างมดลูกขึ้นมาเก็บน้ำพี่ได้เองเลย”

“จะอ้วกก”

“แค่พูดเล่นป่าววะ”

“เป็นเราก็ขว้างเว้ย! จะขว้างให้โดนด้วยไม่ใช่แค่ให้เตาเผาสุดที่รักพี่ร้าว”

“เออๆ พี่ก็ชดใช้กรรมไปแล้วนี่ไง แล้วนี่จะมานั่งได้ยัง จะได้เลือกหนังไปให้จบๆ” เบญจมินทร์ไล่ดูหนังในเนทฟลิกซ์ พวกเขาตัดสินใจว่าจะดูหนังกันสักเรื่องก่อนนาวาฬจะกลับบ้านถ้าไม่หลับไปเสียก่อน ด้วยความเหนื่อย สถานที่ดูหนังที่ปกติจะเป็นโซฟาข้างล่างถูกเปลี่ยนมาเป็นห้องนอนของเบญจมินทร์เผื่อว่าจะมีใครง่วงแล้วหลับไปเลยจะได้นอนกันสบายๆ ไม่มีการตื่นมาปวดเนื้อปวดตัวจากการนอนผิดที่ผิดทางกันทีหลัง พวกเขาเหนื่อยกันถึงขนาดนั้น

“สองนาที ชาร์ตแบตมือถือแป้บ” นาวาฬเสียบสายชาร์ตเข้ากับปลั๊กไฟข้างเตียง แสงหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นทำให้เขาเห็นข้อความที่เข้ามาระหว่างที่เขาอาบน้ำอยู่

a - ทำไรอยู่ครับ

ข้อความของอนาคินทำให้นาวาฬรีบกลั้นยิ้มก่อนที่เบญจมินทร์จะสังเกตเห็น

นับตั้งแต่วันที่ไปกินข้าวด้วยกันวันนั้น นาวาฬและอนาคินก็คุยกันมาโดยตลอด แม้ว่ามันจะเป็นการคุยอย่างไม่มีประเด็นแต่นั่นก็ทำให้วาฬรู้สึกดี เขาบ่นเรื่องงานที่มหาวิทยาลัยบ้าง เล่าเรื่องตื่นเต้นที่เกิดขึ้นแต่ละวันในอีกฝ่ายฟังบ้าง แค่นั้นก็พอแล้วสำหรับเขา

อนาคินไม่เคยถามหรือพูดเรื่องส่วนตัวกับเขา แม้จะดูสนใจกับการที่เขานอนหลับไหมในแต่ละคืนเป็นพิเศษ แม้ว่าจะพูดเล่นบ้างเป็นครั้งคราว แต่นาวาฬก็สังเกตได้ว่าอนาคินไม่เคยก้าวข้ามผ่านการพูดคุยธรรมดาแบบเป็นพี่น้องเหมือนกับที่เขาทำกับคนทั่วไปอย่างเช่นจุนน์ ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้แปลกใจอะไร นาวาฬยอมรับว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยเปิดเผยความรู้สึกตัวเองออกมาตรงๆ กับอนาคิน และเขาก็ยังไม่คิดที่จะทำด้วย มันไม่แปลกหรอกที่อนาคินจะไม่รู้และไม่คิดว่าตัวเองจะกลายเป็นหัวข้อแห่งความรักของนาวาฬที่เป็นเพื่อนกันมาก่อน

นาวาฬพบว่าตั้งแต่เริ่มกลับมาเป็นเพื่อนกัน เขาเริ่มหวาดกลัวกับเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้ที่สูงลิบลิ่วว่าอนาคินจะมองว่าเขาเป็นน้อง หรือเป็นเพื่อนอย่างที่เคยเป็นมามากกว่าที่จะมองเขาว่าเป็นคนที่มีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์ด้วย แหงสิ มันชัดเจนอยู่แล้วว่าทั้งเขาและอนาคินไม่ได้ชอบผู้ชาย หรือตอนนี้ที่เขาชอบอนาคิน มันก็ไม่ได้ทำให้ภาพลักษณ์ กูชอบผู้หญิง ของเขาที่เป็นมาตลอดชีวิตหายลงไปง่ายๆ ต่อให้เบญจมินทร์จะเอามาล้อเลียนเขาขนาดไหน นาวาฬก็รู้ดีว่าอนาคินแค่ชอบพูดเล่นและแหย่เขาไปวันๆ โดยไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้น เขาสุภาพ ขี้เล่น อบอุ่น ใจดีกับนาวาฬก็จริง แต่อนาคินก็ทำแบบนั้นกับทุกคนและไม่ใช่แค่กับเขาคนเดียว และนั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่นาวาฬเจอว่าตัวเองเริ่มทุกข์ใจนิดๆ ทุกครั้งที่คิดถึงมัน

เพราะรู้อยู่แล้วว่าต้องรู้สึกอย่างนี้ นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้นาวาฬไม่อยากจะยอมรับกับตัวเองว่าชอบอดีตเจ้านายมาตั้งแต่สี่ปีก่อน นี่ไงล่ะปัญหาที่เขาไม่อยากเจอ นี่ไงล่ะอุปสรรคในการใช้ชีวิตเรียบง่ายไร้มลทินของเขา ที่เขารู้ดีว่าจะทำให้เขาติดอยู่ในวังวนของความรักที่ไม่สมหวังทันทีที่ยอมรับกับตัวเองว่าชอบผู้ชายด้วยกัน

มันไม่ใช่แค่ต้องทำให้อีกคนมาชอบเขากลับ มันคือการพยายามเปลี่ยนชีวิตของอีกคนเพื่อความสุขส่วนตัวของเขาเอง คนเราจะไปเปลี่ยนเพศที่อีกฝ่ายชอบได้อย่างไร ไหนจะครอบครัวที่ต้องยอมรับอีกล่ะ ความเสี่ยงที่จะโดนมองด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากสังคมอีกล่ะ เรื่องการสร้างครอบครัวที่เป็นไปได้ยากยิ่งขึ้นอีก สำหรับนาวาฬแล้วมันไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอก เขามีแค่นนท์สกุลที่เขาไม่คิดว่าจะแคร์อะไรกับเพศที่เขาชอบ แถมยังมีลัลเป็นผู้สืบสกุลแล้วอีก เพื่อนเขาอีกสองคนก็ชอบเพศเดียวกัน รีรักก็ดูไม่แคร์อะไร เบญจมินทร์ก็ยอมรับได้ทุกอย่างที่เขาเป็น จุนน์ก็เคยมีประสบการณ์กับผู้ชายด้วยกันมาก่อน คนอื่นนอกเหนือจากนี้ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะสนใจ

แต่อนาคินไม่ใช่อย่างนั้น ชายหนุ่มยังมีครอบครัวที่ยังต้องสนใจ มีภาพลักษณ์ทางสังคมที่เต็มไปด้วยคนงี่เง่าไม่เข้าใจที่ยังต้องรักษา นาวาฬไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่าถ้าวันหนึ่งอนาคินหันกลับมาชอบเขาแล้วจะต้องทำอย่างไรต่อ เขาเริ่มทำใจแล้วว่าความรู้สึกของเขาตอนนี้คงเป็นไปได้ยากที่จะสมหวังอย่างที่เขาอยากให้เป็น

แค่ขออยู่อย่างนี้ให้นานขึ้นนิดนึงก็พอ

Nawhale - เพิ่งอาบน้ำเสร็จครับ

เขาวางมือถือลงก่อนจะโดดขึ้นไปนั่งบนเตียงข้างๆ เบญจมินทร์ที่กำลังทำหน้ายุ่งเลือกหนังอยู่ เสียงข้อความดังขึ้นอีกหลายครั้งแต่นาวาฬเลือกที่จะไม่อ่านและไม่ตอบ ตอบเร็วไปอ่านเร็วไปก็ไม่ดีหรอก เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเขานั่งเฝ้ามือถือพร้อมตอบทั้งวัน

ถ้าเบญจมินทร์ได้ยินความคิดของเขาตอนนี้ คงโดนแซวว่าสาวน้อยสัสๆ แน่นอน

“มันไลน์มาก็ไปตอบมันหน่อยไป” เบญจมินทร์พูดขึ้นลอยๆ โดยไม่ได้ละสายตาไปจากหน้าจอทีวี นาวาฬส่ายศีรษะ

“ไม่อะ”

เบญจมินทร์หัวเราะหึ “เล่นตัวนะเรา มีอะไรที่ไม่ได้บอกพี่เปล่า”

นาวาฬเงียบ ต่อให้ผ่านมาสามอาทิตย์แล้วเขาก็ยังไม่ได้เล่าให้เบญจมินทร์ฟังถึงเรื่องชิชาในวันนั้นว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งมันผิดวิสัยเขาเอามากๆ เขารู้แหละว่าพี่ชายเขาต้องเอาไปเล่าให้เพื่อนสนิทฟังแน่ๆ แต่นั่นก็ดีกว่าการที่เขาเล่าเองแล้วต้องอธิบายให้เบญจมินทร์ฟังว่าทำไมเขาถึงเลือกที่จะกีดกันชิชาไม่ให้เจออนาคินขนาดนั้น

อ้อ เขายังไม่ได้บอกเบญจมินทร์เรื่องที่เขายังชอบอนาคินด้วย

“เรื่องชิชาอะนะ ก็รู้จากพี่นนท์แล้วนิ”

“อยากฟังเรื่องเต็มๆ”

“มันก็ตามที่พี่นนท์เล่าแหละ”

“ว่าเราลืมเอาเอกสารชุดนั้นให้ไอ้คินดูอะนะ โคตร BS วันนั้นมาทำตกที่นี่กระจายไปทั่ว พี่กับไอ้นนท์ยังช่วยเก็บ รู้คอนเทนต์ข้างในขนาดนั้นคงไม่ลืมกันง่ายๆ มั้ง”

บางครั้ง เขาก็เกลียดความรู้ทันของเบญจมินทร์

“คนมันก็ลืมกันได้เว้ย”

“ลืมจริงหรือตั้งใจลืม”

“แล้วพี่เบนจะมาบังคับให้พูดอะไรวะเนี้ย”

“อะ อีกเรื่องก็ได้ ไอ้คุณอนาคินเนี้ยมันกลายเป็นโคลต่อหน้าคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่”

“หา” วาฬทำหน้างงใส่เบญจมินทร์ที่ยังคงจ้องหน้าจอทีวี แม้ว่ามุมปากจะมีรอยยิ้มกวนๆ ประดับอยู่ เขามั่นใจว่าเขาไม่เคยเรียกอนาคินว่าโคลต่อหน้าใคร แล้วเบญจมินทร์ไปเอามาจากไหนล่ะ

คำพูดเดียวที่เป็นหลักฐานได้ว่าเขากับอนาคินรู้จักกันมาก่อน

“นนท์บอกว่าเราเรียกไอ้คินว่าโคลตอนอยู่ในห้องประชุม”

“…..”

“บอกอีกว่าไอ้คินพูดกับผู้หญิงคนนั้นด้วยว่ามันต้องเข้าข้างเราเพราะเป็นคนสำคัญของมันด้วย”

“ไม่เห็นจำได้” จำได้สิ จำได้แม่นเลยแหละ

“พี่ชายมึงไม่ได้โง่นะ เราอาจจะเล่าอะไรให้พี่ฟังเยอะกว่าไอ้นนท์มัน แต่มันก็ต้องสังเกตบ้างแหละว่ามีอะไรแปลกๆ” คนพูดอ้าปากหาวอย่างเหนื่อยจัด “แล้วนอกจากเราก็ยังมีไอ้คิน นนท์มันก็สนิทกับไอ้คินเป็นสิบปี ไม่คิดว่ามันก็อ่านไอ้คินออกรึไง”

“ไม่มีอะไรให้สังเกต”

“มีสิ”

“ไม่มี”

“วะ เถียงกูอีก”

“ก็พี่คินไม่มีอะไรให้สังเกตอะ มีคนมาทำลูกน้องเจ้านายก็ต้องปกป้องอยู่แล้วปะวะ”

“คนอย่างไอ้คิน การปกป้องของมันคือการพูดกันดีๆ ตักเตือน ยื่นข้อเสนอ แต่นี่ไปกระชากแขนลูกสาวบริษัทลูกค้าในเรื่องที่เราผิดเต็มๆ เข้าข้างอีก ไม่ว่าอะไรซักคำ คิดว่ามันไม่น่าสังเกตเลย?”

“….”

“แล้วนี่เราเพิ่งเรียกไอ้คุณอนาคินว่าพี่คินที่ปกติให้ตายก็ไม่เรียก คุยกันห้านาทีพี่ก็สังเกตได้ขนาดนี้ละ จะหลอกใครไม่ทราบครับคุณนาวาฬ”

ชิท กูลืม

“กลับมาเป็นเพื่อนกันแล้วเหอะ”

“กลับมาเป็นเพื่อนกันแล้วเหอะ” เบญจมินทร์ทำปากล้อเลียนจนเจอนาวาฬถีบขาอย่างแรงด้วยความหมั่นไส้ “ขอให้จริง ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวจะมาร้องไห้งอแงใส่พี่ว่าไม่รู้ว่าตัวเองชอบเขาเปล่าเหมือนคราวก่อนอีกล่ะ”

“…..”

“อย่าไปชักว่าวๆ ข้างๆ ตอนมันนอนด้วยนะ sexual harrassment นะนั่น”

“เงียบว้อยยยยย” นาวาฬโอดครวญ รู้สึกได้ถึงเลือดที่พุ่งขึ้นหน้าเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เขาไม่ภาคภูมิใจกับมันนักเมื่อสี่ปีก่อน เบญจมินทร์หัวเราะหึ

“พี่ก็แค่เตือน เดี๋ยวมันตื่นขึ้นมาจับกดไม่รู้ด้วย”

“ลองกดดิพ่อจะกดกลับให้ดู”

“โห นี่มึงคิดว่ามึงจะกดเพื่อนกูได้หรอครับน้องนาวาฬ ดูกล้ามไอ้คินมันซะก่อน ส่วนสูงอีก แค่ไซส์ก็ต่างกันแล้ว”

เบญจมินทร์พูดไม่ผิด นาวาฬที่ถือว่าสูงยังเตี้ยกว่าอนาคินเกือบสิบเซนติเมตร ต่อให้จะไม่ได้กล้ามเนื้อเหมือนนักกีฬา แต่อนาคินก็มีรูปร่างดี

“นี่ยังไม่พูดถึงไซส์ไอ้นั่นนะ พี่บอกเลยของมึงยังไม่ถึงครึ่ง”

“…..”

“เพื่อนพี่ไม่เล็กว้อย ไม่เชื่อว่างๆ ก็ลองสังเกตเป้ากางเกงมันดู ยิ่งเวลาแข็งแม่งเกือบท่อนแขน ความภาคภูมิใจของกลุ่มพี่”

เออ กูสังเกตแน่ นาวาฬรู้สึกได้ถึงหน้าตัวเองที่เริ่มร้อนแต่ก็พยายามทำเสียงให้เป็นปกติ จะว่าไป เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยแฮะ เรื่องเซ็กส์ในแบบที่เขาไม่เคยลอง ….

“แล้วพี่เบนไปรู้ได้ไงเวลาแข็งมันเป็นไง” เขาพูดเล่นๆ คาดหวังให้คำตอบจากหนุ่มรุ่นพี่จะเป็นอะไรแนวเล่นๆ เหมือนกัน แต่คำพูดที่ออกมาจากปากคนตรงหน้ากลับทำให้เขานิ่งอึ้งแถมหน้าแดงขึ้นไปอีก

“เห็นตอนเอาผู้หญิงกับมันตอนสมัยเรียน” เบญจมินทร์ตอบสบายๆ

“หา”

“จะหาอะไรวะ”

“พวกพี่สองคนรุมผู้หญิงคนเดียวกันนี่นะ”

“คิดว่าพวกกูแค่สองคนหรอ ไอ้จุนน์ นนท์ก็ด้วย”

“พี่นนท์นี่นะ?!?” ชื่อคุณชายผู้แสนดีของตระกูลวธนการทำให้ผู้เป็นน้องต้องถามซ้ำด้วยสีหน้าขยะแขยง ภาพพี่ชายตัวเองกำลังโยกตัวอยู่เหนือร่างหญิงสาวโดยมีเพื่อนอีกสามคนทำกิจกรรมทางเพศรอบตัวผุดขึ้นในสมองและทำให้เขาอยากอ้วกออกมาในทันที

“เออ พี่เรานี่แหละตัวดีกับไอ้จุนน์ พี่กับไอ้คินแค่ถูกลากเข้าไปเฉยๆ ไอ้นนท์สั่งพี่บ้าง ไอ้คินทนดูไม่ไหวเองบ้าง ไรงี้ เอ้า กินน้ำซะ” เบญจมินทร์หันไปรินน้ำในเหยือกข้างหัวเตียงใส่แก้วให้คู่สนทนา “หน้าแดงใหญ่แล้วมึง”

นาวาฬไม่พยายามทำสีหน้าท่าทางตัวเองให้ปกติอีกแล้ว เขารับแก้วน้ำขึ้นมาดื่มด้วยใบหน้าแดงจัด ในหัวจินตนาการไปร้อยแปดถึงเรื่องที่เพิ่งได้ยิน ไม่สิ มันเป็นการจินตนาการไปร้อยแปดโดยตัดคนอื่นทิ้งหมดจนเหลือแค่อนาคินมากกว่า แผ่นอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อขนาดกำลังพอดี หยาดเหงื่อจากการขยับตัว ดวงตาสีเขียวหม่นที่ถูกใช้เพื่อจับจ้องบุคคลใต้ร่างที่ขยับตามจังหวะร่างกาย แก่นกายแข็งแรงที่ปัดผ่านหน้าขาเขาเมื่อขยับเข้ามาใกล้ เสียงพร่าเร่าร้อนข้างหู …

นาวาฬครับ

วาฬรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่เกิดขึ้นในแทบจะทันที

แม่ง ฮอร์โมนเหี้ย กูไม่ใช่เด็กมอปลายแล้วนะเว้ย

“นี่… อยากแล้วใช่มะ” เบญจมินทร์ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อแต่ก็ยังไม่ละสายตาไปจากหน้าจอเน็ทฟลิกซ์ เปิดโอกาสให้นาวาฬได้ขว้าผ้าห่มขึ้นมาปิดเป้ากางเกงที่ขยายตัวขึ้นเล็กน้อย “นี่พี่พูดแค่นี้เองนะ ชอบมันขนาดนี้ก็ไปบอกมันไป มันไม่ว่าอะไรหรอก”

“ไม่ได้อยาก ไม่ได้ชอบด้วย” วาฬเถียงข้างๆ คูๆ เบญจมินทร์หันมามองเขาในที่สุด

“แล้วจะแย่งผ้าห่มพี่ไปปิดทำไม” เขามองผ้าห่มผืนที่ว่าอย่างรู้ทัน

“หนาว”

“หนาวแค่ท่อนล่างรึไง ไหนมาดู” ชายหนุ่มทำท่าจะเปิดผ้าห่มที่คลุมตัวรุ่นน้องอยู่ เจ้าตัวได้แต่ดิ้นไปมาก่อนจะขู่ฟ่อๆ

“อย่านะเว้ย”

“ทำไมวะ ถ้าหนาวจริงทำไมพี่จะใช้ผ้าห่มด้วยไม่ได้”

“ก็ไม่อยากให้ ไปใช้ผืนอื่นดิ”

“แค่ยอมรับกับพี่ว่ายังชอบมันอยู่ อยากได้มันก็จบ เดี๋ยวพี่ช่วยเอง”

“ไม่ได้อยากเว้ย! ไม่ได้ชอบด้วย”

“งั้นก็เอาผ้าห่มมาแบ่งให้พี่นี่”

“ไม่ว้อย ปล่อยไอ้เหี้ยพี่เบน!”

พวกเขายื้อยุดแย่งผ้าห่มกัน เบญจมินทร์มีสีหน้าขบขันในขณะที่นาวาฬหน้าแดงไปหมด ให้พี่เบนเห็นไม่ได้ เขาคิดในใจ ถ้าแม่งเห็นเราตายดีกว่า ต่อให้เบญจมินทร์สูงกว่าเขาแค่ไม่กี่เซนติเมตรแต่ชายหนุ่มก็ออกกำลังกายเป็นประจำ บวกกับงานอดิเรกเช่นการปั้นที่ทำให้กล้ามเนื้อแขนนั้นแข็งแรงกว่านาวาฬเป็นหลายเท่าตัว นาวาฬดิ้นสุดแรงเกิด แต่ท้ายที่สุดก็โดนเบญจมินทร์ใช้ลำแขนกดไหล่ให้นอนราบกับเตียงอยู่ดี

“คิดว่าจะชนะพี่ได้หรอวะ หึ”

หยดเหงื่อของชายผู้เปรียบเสมือนพี่ชายคนหนึ่งหยดลงบนแก้มของนาวาฬ เขาจ้องไปยังใบหน้าหล่อกวนของเบญจมินทร์ ดวงตาสีดำขลับมีแววสนุกสนาน กล้ามเนื้อขาเป็นมัดสัมผัสอยู่กับเรียวขาบางของเขาจนเขารู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อที่เต้นอยู่ เสียงต่ำทุ้มนั้นแหบพร่าจากการใช้แรง

ภาพตรงหน้ามันเหมือนกับที่เขาจินตนาการเอาไว้กับอนาคินไม่มีผิด

แต่มันไม่เหมือนกัน เขาไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเหมือนกับที่เขารู้สึกกับภาพจินตนาการที่มีอนาคินอยู่ กลับกัน เขาแค่รู้สึกอยากพลิกตัวกลับและเอาชนะด้วยการใช้แรงเหมือนทุกครั้งที่โดนแกล้ง

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นวะ”

เขาคงส่งสีหน้าแปลกๆ ออกไปที่ทำให้เบญจมินทร์ต้องเอ่ยถามด้วยความสงสัยแม้ว่าจะยังไม่หยุดกดไหล่เขา นาวาฬมองตรงเข้าไปในดวงตาของผู้เป็นพี่ชาย เขาต้องการทำให้มั่นใจว่าคนข้างหน้าจะเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดจริงๆ

“เออ เราชอบพี่คิน”

“หา—โอ้ย!!”

นาวาฬใช้จังหวะที่เบญจมินทร์ทำหน้างุนงงเพราะไม่ได้คิดว่าเขาจะยอมรับง่ายๆ อย่างนั้น พลิกตัวกลับก่อนจะเหวี่ยงรุ่นพี่ให้ออกจากตัวเองและปลดปล่อยให้ตัวเองเป็นอิสระ แต่เขากะแรงเหวี่ยงผิดไป และนั่นทำให้เขาตกลงไปกระแทกพื้นข้างเตียงเข้าอย่างจัง แขนขาชี้กันไปคนละทาง เบญจมินทร์ก็ตกลงมาอยู่ที่ข้างเตียงเช่นกัน ลำตัวทับอยู่บนขาข้างหนึ่งของคนเหวี่ยง แต่เขาไม่ได้ดูเดือดร้อน กลับกัน เขากลับหัวเราะค่อยๆ อย่างเข้าใจอะไรบางอย่าง

“แค่เนี้—“

“ทำอะไรกัน”

เสียงที่คุ้นเคยของผู้เป็นพี่ชายทำให้นาวาฬต้องหันขวับตามเสียงโดยทันที นนท์สกุลยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้างุนงงกับภาพตรงหน้าของเพื่อนสนิทและน้องชายที่ถูกพันกันยุ่งอยู่ในผ้าห่มบนพื้นข้างเตียง เขาอยู่ในชุดสูทที่บ่งบอกว่าเพิ่งเลิกงานมาและคงตรงดิ่งมาหาเพื่อนสนิททันทีอย่างที่ทำเป็นประจำ

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้นาวาฬต้องกลั้นหายใจ ข้างหลังนนท์สกุล อนาคินยืนอยู่ตรงนั้นในชุดทำงานเช่นกัน สิ่งที่ต่างกันคงเป็นสีหน้าอ่านไม่ออกของเขาที่มองตรงมาที่เหตุการณ์ตรงหน้า ดวงตาสีเขียวหม่นของเขาถูกใช้มองไปรอบๆ กองผ้าห่มนั้นอย่างละเอียดเหมือนกำลังประเมินภาพ ท่ามกลางความพรั่นพรึงของนาวาฬ สายตาคู่นั้นหยุดลงที่กลางตัวของเขา การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่เขาพยายามซ่อนไว้จากเบญจมินทร์นั้นถูกเปิดเผยภายใต้กางเกงขาสั้นที่สวมใส่อยู่อย่างไม่มีอะไรปิดบัง

และแน่นอน อนาคินไม่รู้ว่าเขาเป็นต้นเหตุของมัน

นาวาฬกรีดร้องในใจ เสียงต่อว่าเบญจมินทร์ของนนท์สกุลว่าเล่นอะไรไร้สาระดังผ่านหูไปแว่วๆ เขากระโดดลุกขึ้นนั่งที่ปลายเตียง เอาผ้าห่มปิดท่อนล่างของตัวเองเอาไว้ กัดปากตัวเองไปด้วยเมื่อการปรากฎกายของอนาคินนั้นทำให้แกนกายของเขาขยายตัวมากขึ้นไปอีก

ฆ่ากูเหอะ ฆ่ากูตอนนี้เลย


…….



ออฟไลน์ ddanav

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 37
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +129/-1
    • instagram

นาวาฬถอนหายใจ มองกองจานที่อยู่ในอ่างล้างจานอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะเปิดน้ำออกเพื่อเตรียมล้างอย่างทุกทีที่มาบ้านเบญจมินทร์ที่เกลียดการล้างจานเข้าไส้ ในใจนึกไปถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างใจลอย

ตามที่นนท์สกุลเล่า เขาและอนาคินโทรเข้ามาหาเบญจมินทร์หลายครั้งว่าจะเข้ามาทานข้าวที่บ้านด้วยกันเป็นการฉลองที่บริษัทกฎหมายได้รับคดีใหญ่มูลค่าเป็นร้อยล้านมาคดีหนึ่งโดยไม่มีจุนน์ที่ติดงานอยู่ที่คลินิคมาด้วยอย่างทุกทีแต่เบญจมินทร์ไม่ได้รับสาย นนท์สกุลจึงเข้ามาเฉยๆ ด้วยกุญแจสำรอง บ้านที่ปิดไฟมืดและไร้คนทั้งๆ ที่มีรถจอดอยู่ทำให้พวกเขานึกกลัว จึงเดินขึ้นมาที่ห้องนอนเฉยๆ และเจอกับภาพเหตุการณ์หลังการตกเตียงดังกล่าว

ในขณะที่นนท์สกุลเอาแต่บ่นว่าเบญจมินทร์ชอบแกล้งน้องชายตัวเอง อนาคินกลับเอาแต่ยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิด แหงสิ ก็มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ นี่นา มันก็แค่คนเล่นกันสองคนแล้วดันเล่นแรงไปหน่อยเลยตกเตียงก็แค่นั้น

แต่นาวาฬมั่นใจว่าต่อให้เป็นแค่วินาทีเดียว อนาคินนั้นเห็นแกนกายของเขาที่นูนผ่านกางเกงขาสั้นขึ้นมาแน่ๆ และความคิดนั้นทำให้เขาไม่สบายใจจนเกือบถึงขั้นกลัว ถ้าอนาคินคิดว่าเขามีอารมณ์กับเบญจมินทร์ขึ้นมาล่ะ? ไม่สิ ถ้าอนาคินคิดว่าเขากับเบญจมินทร์กำลังจะมีอะไรกันแต่ถูกขัดจังหวะก่อนขึ้นมาล่ะ? ยิ่งพวกเขาอยู่ในห้องนอนกันด้วย ความคิดนั้นทำให้นาวาฬนั่งตัวแข็งทื่อตลอดเวลาบนโต๊ะอาหาร ไม่กล้าแม้จะหันไปมองอนาคินที่นั่งอยู่ข้างๆ ทานอาหารอย่างปกติ

ความซวยก็คือ ต่อให้สถานการณ์น่าอึดอัดถึงขนาดนี้ แขนของอนาคินที่เขาเห็นแวปๆ จากหางตายังคงทำให้เขาคิดถึงภาพจินตนาการในหัวที่เป็นต้นเหตุทำให้เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้น และนั่นไม่ได้ทำให้อวัยวะเจ้าปัญหาสงบลงเลยแม้แต่น้อย

อย่างที่เขาคิดไว้นั่นแหละ ฮอร์โมนเขาตอนนี้เหมือนของเด็กมอปลายจริงๆ

“แม่ง…”

นาวาฬสบถเบาๆ ก่อนจะเริ่มล้างจานเพื่อทำให้จิตใจตนเองสงบลง ซึ่งมันก็เริ่มสงบลงจริงๆ รวมไปถึงทางกายภาพด้วย เขาเริ่มที่จะรู้สึกสบายใจขึ้นจนได้ยินเสียงทุ้มนุ่มอันคุ้นเคยดังมาจากทางประตูห้องครัว ตามมาด้วยฝีเท้าที่ขยับใกล้เข้ามา

“พี่ช่วย”

ก่อนที่เขาจะทันได้รู้ตัว อนาคินพับแขนเสื้อขึ้นก่อนจะหยิบจานที่เขาฟอกฟองเอาไว้แล้วขึ้นมาล้างน้ำ นาวาฬยืนตัวแข็งทื่อ ก่อนจะเอ่ยขอบคุณเบาๆ ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปสบตาเหมือนอย่างเคย ในใจภาวนาให้รีบๆ ล้างให้เสร็จตัวเองจะได้หนีกลับบ้านและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาล้างจานกันอยู่อย่างนั้นโดยไม่ได้พูดอะไรต่อแม้แต่คำเดียว รวมถึงอนาคินที่ปกติจะชวนคุยก็กลับเงียบอย่างผิดสังเกตุ นาวาฬรู้ดีว่าเขาต้องพูดอะไรสักอย่างเพื่อทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดนี้ แต่เขาจะพูดอะไรดีล่ะ ให้แก้ตัวเรื่องเมื่อกี้หรอ? หรือจะให้บอกว่าจริงๆ แล้วต้นเหตุมาจากอะไร? ไม่เอาหรอก ให้เขาตายเสียดีกว่า—

“พวกพี่เข้ามาขัดจังหวะเรากับเบนใช่ไหม พี่ขอโทษนะ”

คำพูดที่เขาไม่ได้คาดเอาไว้ว่าจะออกมาจากปากคนข้างๆ ทำให้นาวาฬตกใจจนต้องหันมามองคนพูด ชายหนุ่มยังคงมีทีท่าสบายๆ แม้ว่าจะทำหน้านิ่งกว่าปกตินิดหน่อย เขาไม่ได้หันมามองนาวาฬเลย

เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ ว่าอนาคินอาจจะคิดว่าเขากับเบญจมินทร์กำลังจะ—เออ นั่นแหละ แต่จะพูดอะไรกลับไปดีล่ะ อะไรที่จะทำให้อนาคินรู้ว่ามันเป็นความคิดที่ผิด เขาควรจะพูดอะไรดี

ณ วินาทีนั้นเขารู้สึกเกลียดอนาคินขึ้นมาจับใจ คิดได้อย่างไรว่าเขากับเบญจมินทร์มีความสัมพันธ์แบบนั้นกัน

ต่อให้เหตุการณ์มันพอจะให้คิดแบบนั้นได้ก็เหอะ ก็ต้องมีความเชื่อใจกันบ้างปะวะ

เชื่อใจเรื่องอะไรล่ะ มึงไม่ใช่ของๆ เขาเสียหน่อย


นาวาฬส่ายหน้าเป็นพัลวัน

“ป—เปล่า ไม่ใช่อย่างนั้น”

“หรอ”

“พี่เบนก็ผู้ชาย เราก็ผู้ชาย” นี่เป็นคำตอบที่ดีที่สุดที่เขาจะพูดออกไปได้ ปฏิเสธไปหมดเลยสิว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมีอารมณ์กับผู้ชาย ตัดปัญหาจบไปเลยว่าไม่ใช่เบญจมินทร์แน่นอน แค่เพศก็ไม่ใช่แล้ว “เล่นกันเฉยๆ ครับ พี่เบนกวนตีน”

แม้ว่าในใจเขาจะรู้ดีว่ามันเป็นคำโกหกทั้งเพ

“ใช่หรอ” อนาคินพูดยิ้มๆ ก่อนจะหันมาทางเขาในระยะประชิด จนนาวาฬที่ไม่ทันได้ตั้งตัวพยายามถอนหนีแต่ก็ติดเคาท์เตอร์ในห้องครัวเสียก่อนเลยได้แต่เอนตัวหลบอยู่ตรงนั้น อนาคินหยุดมองเขาด้วยสายตาเอ็กซ์เรย์ที่เขาไม่เคยคุ้นเคย นาวาฬยืนนิ่ง แทบจะไม่กล้าหายใจ รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ระแก้มเมื่อชายหนุ่มเอนตัวลงมาพูดเบาๆ ที่ข้างหูของเขาด้วยเสียงพร่าอย่างพยายามกดเสียงให้เบาลงที่สุด

“แต่ตรงนี้ของเราดูจะไม่ค่อยเห็นด้วยนะ”

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าพูดถึงตรงไหน นาวาฬอ้าปากค้างเมื่อได้ยินประโยคที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้ยินมันออกจากปากของอนาคิน ในสมองมีแต่ความคิดที่ตีกันไปหมดจนยุ่งเหยิง แม้ว่าหัวใจจะเต้นโครมครามอย่าแรงจนในหูของเขาเต็มไปด้วยเสียงอื้ออึงของหัวใจ

โคลรู้ เขาคิดในใจ โคลรู้ว่าของเรามัน—-

ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไรตอบกลับไป หรือแม้แต่จะคิดว่าควรจะพูดอะไรตอบกลับไป อนาคินก็เอนตัวกลับมามองเขานิ่งๆ มุมปากยังคงมีรอยยิ้มที่เขาอ่านไม่ออกประดับไว้อยู่ แววตาของเขาที่แม้จะนิ่งแต่ก็เต็มไปด้วยความรุนแรงอย่างที่นาวาฬไม่เคยเห็นมาก่อนเมื่อจ้องมาที่เขา

เหมือนจะรับรู้ นาวาฬรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของตัวเองอีกครั้ง และครั้งนี้รุนแรงกว่าเดิมถึงขั้นที่ทำให้เขารู้สึกปวดขึ้นมาอย่างกระทันหัน

“ให้พี่ช่วยไหม”

ต่อให้เขาจะไม่ค่อยแน่ใจนักว่าอนาคินกำลังคิดจะทำอะไร แต่เขาก็รู้ดีว่านี่เป็นคำถามกับดัก ถ้าเขาตอบว่า ไม่รู้ว่าพี่คินพูดถึงอะไรครับ อนาคินก็อาจจะ—เอ่อ— ชี้ให้เขาดูเลยว่าตัวเองกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ถ้าเขาตอบว่า ไม่ มันก็แปลว่าเขายอมรับถึงการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกิดขึ้นเพราะเบญจมินทร์เหมือนอย่างที่อีกฝ่ายเข้าใจ ถ้าเขาตอบว่า ได้ ล่ะ—

นั่นสิ ถ้าเขาตอบว่า ได้ ล่ะ

“แล้วพี่คินจะช่วยยังไงครับ”

เสียงของเขาแหบพร่าไม่แพ้กัน แถมยังเบาจนเหมือนกระซิบ อนาคินเอนตัวเข้ามาหาเขาอีกครั้ง ลมหายใจอ่อนๆ ที่ระแก้มเขานั้นร้อนกว่าเดิมจนรู้สึกได้เมื่อเขาก้มลงกระซิบข้างหูนาวาฬเบาๆ

“พี่…”



:)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-07-2021 03:25:53 โดย ddanav »

ออฟไลน์ river

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2443
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +230/-3
อ้าาาาาาา ตัดซะงั้น

แอบลุ้นว่า สถานการณ์เป็นใจให้อนาคินเกิดอาการหึงหวง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-06-2021 20:20:05 โดย river »

ออฟไลน์ taku_kimu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 62
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ Keane

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-0

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2013
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 945
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +549/-0
อ้าวววว คุณนักเขียนกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ หายไปเป็นปีเลยน๊าาาาา  :katai1:
ว่าแต่...รอบนี้จะเขียนจบมั้ยอ่า  :ruready
+1 ต้อนรับการกลับมาอัพครับโผมม  :L1:

ออฟไลน์ ddanav

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 37
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +129/-1
    • instagram
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

ออฟไลน์ ddanav

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 37
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +129/-1
    • instagram
You think I'm being' too careful?
I think you're bein' too gentle
I don't wanna mess this up


Solo - Caleblrt (feat. Hashir)


18th drift - J

“คิดไงชวนมาตีเทนนิสวะ” ปรินอ้าปากหาวตามประสาคนที่ไม่เคยตื่นเช้าในวันหยุดแต่ดันมีเหตุจำเป็นให้ต้องตื่นแบบนี้ “แถมเช้าชิบหาย”

“กูไม่ได้เป็นคนนัดเวลา”

“นั่นแหละ แล้วจะลากกูมาทำไมมม ปวดหัวเมาค้างยังต้องแหกตามาอีก”

เป็นอีกวันที่ปรินยอมโดนนาวาฬลากมาทำอะไรด้วยกันแม้ว่าจะขัดใจเหลือเกินกับเวลาที่เพื่อนเลือก แต่เมื่อรีรักมีแพลนกับเซลีน ส่วนฟาร์ก็บอกเฉยๆ ว่าไม่ว่างแม้ว่านาวาฬจะพอเดาเหตุผลได้ ทำให้ปรินเป็นตัวเลือกเดียวของเขาในวันนี้

“ยังไม่ตอบกูเลย ฟิตอะไรขึ้นมาถึงยอมมาตีเทนนิสวะเนี้ย ไม่ได้ตีมาจะสองปีแล้วนิ”

นาวาฬเงียบ คิดย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานซืน

“แล้วพี่คินจะช่วยยังไงครับ”

“พี่—“ อนาคินกระซิบเสียงพร่าอยู่ข้างหู จนเขาต้องหลับตาฟัง แม้ว่าร่างกายตัวเองกำลังตื่นเต้นถึงขีดสุดก็ตามที

“—กับเรา—“

“….”


คำพูดต่อมาของอนาคินทำให้เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

“—ไปตีเทนนิสกันดีไหมครับ จะได้ใช้แรงสักหน่อย”

และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาอยู่ที่นี่ ในลานจอดรถของสนามเทนนิสแห่งหนึ่งตอนเก้าโมงเช้าวันเสาร์ที่พวกเขาควรจะได้นอนยาวๆ แทนที่จะต้องออกมาใช้แรงแบบนี้ ปรินแบกอุปกรณ์เล่นเทนนิสสำหรับสองคนลงจากรถลงมายืนทำหน้ามุ่ยข้างเพื่อนสนิทที่ทำท่าชะเง้อมองเหมือนหาใครสักคน

“แล้วได้บอกพี่คินปะว่ากูมาด้วย”

“บอกว่ามากับเพื่อน”

“ทำไมไม่บอกไปเลยว่าเป็นกู”

“ลืม”

“สัส กูเคยเจอแค่ครั้งเดียว สนิทก็ไม่สนิท มันจะไม่งงตายหรอวะอยู่ๆ มึงเอากูมาเนี้ย” ปรินเกาศีรษะแกรกๆ เขาเคยเจอรุ่นพี่ที่มีศักดิ์เป็นอดีตเจ้านายเพื่อนแค่หนเดียว ไม่เหมือนกับพวกคนอื่นๆ ที่รู้จักกันมาเป็นชาติจนสนิทสนมกันดี “แล้วพี่คินอะไรนี่คึกไง ชวนมึงมาตีเทนนิสเนี้ย ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่เห็นบอกกู”

นาวาฬเงียบ การพาปรินมาด้วยมีข้อเสียอีกอย่าง เพราะพวกเขาสนิทกันมากและสนิทกันมานาน การปกปิดอะไรไม่ให้เพื่อนคนนี้รู้จึงเป็นเรื่องยากสำหรับเขา ในวันนี้ เขาเลยได้แต่ภาวนาว่าปรินจะง่วงหงาวหาวนอนมากเกินกว่าที่จะมาสนใจปฏิกริยาที่เขาจะมีต่ออนาคินอย่างห้ามไม่ได้

“ตอนทำงานด้วยกัน แถมยังไงก็เพื่อนสนิทพี่กู”

“เมคเซนส์ เพื่อนพี่มึงโอ๋เอ๋มึงทุกคน” ปรินอ้าปากหาวอีกครั้ง ก่อนจะชี้มือไปทางด้านหลังนาวาฬ

“นั่นใช่ป่าววะ”

นาวาฬหันหลังไปมองตามที่เพื่อนชี้ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแม้หัวใจจะเริ่มเต้นแรงอีกครั้ง ร่างสูงในชุดกีฬาสีขาวและหมวกแก๊ปแปลกตา ไหล่ข้างหนึ่งสะพายไม้เทนนิสเอียงๆ กำลังเดินตรงมาทางพวกเขา เจ้าของร่างส่งยิ้มให้ก่อนจะส่งเสียงทักทาย

“นาวาฬ”

นาวาฬที่เริ่มชินกับหัวใจจังหวะแบบนี้ของตัวเองส่งยิ้มเก้ๆ กังๆ กลับไป ก่อนจะหันมาทางเพื่อนสนิทที่เพิ่งหาวเสร็จ

“นี่ปรินครับ”

“สวัสดีครับ” ปรินยกมือไหว้ อนาคินโบกมือเหมือนจะบอกว่าไม่จำเป็นก่อนจะพูดต่อ

“เคยเจอกันแล้ว ไม่ต้องหรอกครับ เออนี่” เขาก้มหน้าลงดูนาฬิกา “เพื่อนพี่ยังไม่มาเลย เราเข้าไปกันก่อนไหม จะได้ไม่ต้องรอกลางแดดกัน”

“กูสายแค่ห้านาทีนี่จะทิ้งกูเลยหรอวะสัส”

เสียงจุนน์ตะโกนดังลั่นมาแต่ไกลทำให้ทุกคนหันขวับไปทางหนุ่มหน้าจีนที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบมา อนาคินหัวเราะก่อนจะสวมกอดผู้มาใหม่อย่างสนิทสนม จุนน์ส่งสีหน้าทะเล้นข้ามไหล่เพื่อนมาให้นาวาฬที่แอบทำหน้าเลิ่กลั่ก พยายามสบตากับเพื่อนสนิทที่จ้องชายหนุ่มตรงหน้าเขม็ง ไม่มีร่องรอยของความง่วงหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย

“ไงครับน้องวาฬของพี่ มึงสบายดีป่าววะปริน”

“ดี” ปรินตอบห้วนๆ

“ครบองคณะแล้วก็ไปกันเลยสิวะ เออไอ้คิน เห็นไอ้เบนบ่นเจ็บหลังเมื่อเช้า พวกมึงไปทำอะไรมันที่บ้านเมื่อวานป่าววะ”

ชายหนุ่มสองคนเดินนำหน้าไปยังทางเข้าสนามเทนนิส คุยกันอย่างถูกคอโดยไม่ได้สังเกตถึงรุ่นน้องอีกสองคนที่เดินช้าๆ ทิ้งระยะห่างไว้ แถมยังกระซิบใส่กันเหมือนมีเรื่องต้องปรึกษา ปรินมีน้ำเสียงฉุนเฉียวในขณะที่กระซิบอย่างรวดเร็วให้เพื่อนฟัง

“ทำไมมึงไม่บอกกูว่าไอ้เหี้ยพี่จุนน์มาด้วย กูยิ่งไม่อยากเห็นหน้าแม่งอยู่”

จนแล้วจนรอดปรินก็ยังไม่รู้เรื่องเมษา นาวาฬยังไม่ได้บอกเรื่องทื่ฟาร์ย้ายออกจากคอนโดของรีรักเสียด้วยซ้ำ ไปๆ มาๆ เขาก็ตัดสินใจว่ามันยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะ ยิ่งปรินกับฟาร์เพิ่งกลับมาพูดกันใหม่ๆ แบบนี้ ถ้าปรินรู้แล้วสติแตกอีกรอบเขาก็ไม่รู้จะหาทางแก้ไขสถานการณ์ทางไหนแล้วทีนี้ ปล่อยให้ปรินรู้จากปากฟาร์เองน่าจะดีที่สุด

แต่เพราะอย่างนั้น จุนน์เลยยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้ปรินไม่พอใจอยู่นั่นเอง

“เบาๆ สิวะ กูก็ไม่รู้เว้ย”

“สัส กูได้บอกมึงปะว่าวันก่อนกูเจอมันเดินกับสาวที่ห้างหน้าบ้านกูอีกละ”

“…..”

“กูทำตัวเลวแอบถ่ายรูปให้ฟาร์ดูดีปะวะ จะได้เลิกกิ๊กกันไปให้จบ กูจะได้ไปเอาของกูคืน”

“ฟาร์แม่งคิดว่ามันเป็นของมึงป่าวเหอะ ปากดี”

“ไม่คิดกูก็จะทำให้แม่งคิด รอให้มันเลิกกับพี่จุนน์ก่อน”

ต่อให้โกรธจุนน์อย่างไร ปรินก็ยังไม่คิดที่จะทรยศพี่ชายที่เคารพด้วยการแย่งฟาร์มาอยู่นั่นเอง

“…..”

“เพราะฟาร์แม่งเป็นของกูตั้งแต่นาทีที่กูรู้ตัวว่ากูรักมันแล้วเหอะ”

นาวาฬหยุดกึก หันกลับมามองเพื่อนอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“ใช้คำว่ารักเลยหรอวะ”

“เออ รัก รักเหี้ยๆ กูก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมกูเพิ่งมารู้ตัวตอนนี้ ทั้งๆ ที่กูเอาหญิงไปคิดถึงหน้ามันไปตั้งแต่ปีสองแล้ว ..” เสียงของปรินจางหายไปในลำคอ ก่อนจะพูดต่อเหมือนละเมอ

“.. บางทีกูก็คิดว่ามันก็เป็นกรรมของกูที่ปล่อยไว้นานก่อนจะรู้ว่ารักมัน อะไรที่กูอยากทำให้มันยังไม่เคยทำ ถ้ากูรู้ตัวเร็วกว่านี้ จีบมัน ไม่ชวนมันทะเลาะ มันก็อาจจะชอบกูกลับก็ได้ใช่ป่าววะ” เขาถอนใจ “แต่กูรู้ตัวช้า เลยต้องมารอต่อจากไอ้พี่จุนน์ที่ก็เหี้ยแสนเหี้ยอีก แต่ก็เสือกเป็นพี่กูอีก กูทำอะไรไม่ได้อีก” ปรินชักสีหน้า “วันนี้กูจะแกล้งอัดลูกใส่ขามัน หมั่นไส้ มึงเล่นคู่กับพี่คินไปนะ กูจองเล่นกับพี่แม่ง”

นาวาฬพยักหน้า นิ่งเงียบอย่างเห็นใจเพื่อน แต่ก็อดคิดถึงตัวเองไม่ได้

ไม่เหมือนปรินที่รู้ตัวช้า ตอนนี้เขารู้ตัวแล้ว แต่ความกล้าที่ปรินมีกลับเป็นสิ่งที่เขาไม่มี

แถมเป็นสิ่งที่สร้างกันได้ยากด้วย ไอ้ความกล้าเนี้ย


……..

ออฟไลน์ ddanav

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 37
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +129/-1
    • instagram
อนาคินเล่นเทนนิสได้ดี สูสีกับนาวาฬที่แม้จะไม่ได้ตีมานานแต่ก็ยังคงฝีมือการเล่นได้ในระดับที่น่าพอใจ พวกเขาหัวเราะกัน คุยกันไปด้วยในระหว่างการเล่น แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป แต่แค่นั้นก็ทำให้นาวาฬพอใจที่ได้เห็นรอยยิ้มและเสียงชื่นชมของอนาคินทุกครั้งที่เขาตีได้ดี

วาฬเริ่มคุมจังหวะหัวใจของตัวเองเวลาอยู่กับอนาคินได้ดี แต่ถึงอย่างนั้น วันนี้อนาคินก็ทำให้หัวใจของเขาเต้นมั่วไปหมดอยู่สามครั้ง หนึ่ง ตอนที่อนาคินถอดเสื้อกีฬาที่ใส่อยู่ออกด้วยความร้อนและเอามาผูกรอบศีรษะแทน รูปร่างที่ดูดีจนน่าอิจฉา หยาดเหงื่อที่พราวไปทั่วร่าง แผ่นหลังและแผ่นอกที่แข็งแกร่งนั้นทำให้นาวาฬหน้าแดงจนต้องเอาน้ำราดหน้าตัวเองแก้เขิน สอง ตอนที่เหงื่อไหลเข้าตาเขาจนแสบไปหมด อนาคินที่เห็นเขาเช็ดตายังไงก็ไม่หายแสบสักทีเลยกระโดดข้ามเนทมายืนจับไหล่เขา เอาผ้าเช็ดหน้าจากที่ไหนไม่รู้มาเช็ดตาป้อยๆ ให้จนหายแสบ สาม ตอนที่อนาคินขยี้ผมเขาพร้อมกับบอกว่า เก่งมาก เมื่อเขาเอาชนะชายหนุ่มได้อย่างฉิวเฉียด รอยยิ้มของอนาคินในตอนนั้นมันแทบทำให้เขาหยุดหายใจไปเลย

สิบเอ็ดโมงครึ่ง นาวาฬนั่งพักเหนื่อยอยู่ที่ขอบสนาม ดูอนาคินและปรินที่ยังแข่งเทนนิสกันอยู่อย่างไม่มีใครยอมใคร เมื่อจุนน์ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ

“ไอ้ปรินมันเป็นอะไรของมัน”

“ทำไมอะครับ”

“มันตีลูกอัดพี่อย่างเดียวเลย ขาพี่ช้ำไปหมดแล้วเนี้ย” จุนน์เปิดขาให้รุ่นน้องดูเหมือนจะฟ้อง “พี่เริ่มจะคิดว่ามันตั้งใจละ”

“วาฬว่ามันแค่ตีห่วย” นาวาฬทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ในใจจะแอบชื่นชมเพื่อนที่ทำตามที่พูดไว้จริงๆ จุนน์ยักไหล่

“รอบหน้าพี่จะเล่นเพื่อนน้องวาฬบ้างนะครับ แม่งขากูระบมหมด”

“เอาเลยพี่จุนน์”

“เอ้อ แล้วนี่ไอ้ปรินมันดีกับฟาร์ยังอะ”

“ดีแล้วครับ ว่าแต่พี่จุนน์รู้ได้ไงว่าเพื่อนวาฬทะเลาะกัน” นาวาฬถามอย่างสงสัย คนที่รู้เรื่องนี้มีแค่เขา รีรัก กับเจ้าตัวทั้งสองเท่านั้นนี่นา

“ฟาร์โทรมาเล่าให้พี่ฟังทุกคืนอยู่ช่วงนึง พี่ก็เลยรู้”

“พี่จุนน์สนิทกับฟาร์ขนาดนั้นเลยหรอครับ”

จุนน์พยักหน้ารับ “อืม จริงๆ พี่อะรู้จักกับฟาร์มาตั้งแต่ฟาร์ยังเป็นเด็กเนิร์ดอยู่เลย ซักมอต้นได้มั้งครับ” เขาทำท่าคิด “แล้วก็หายกันไปช่วงหนึ่ง แต่อะนะ คนเป็นน้องพี่ยังไงก็เป็นน้องพี่ พอกลับมาเจอกันรอบนี้เลยสนิทกันได้เหมือนเดิมเลย”

“ทะเลาะกันหนักมากเลยหรอครับ ช่วงที่หายกันไป” นาวาฬถามค่อยๆ จุนน์เปิดขวดน้ำดื่มก่อนจะตอบปกติเหมือนไม่ใช่คำถามยิ่งใหญ่อะไร ไม่ได้ได้สังเกตเห็นท่าทีอยากรู้ของคนข้างๆ

“ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันเลยน้องวาฬ จะให้พี่เล่าพี่ก็ไม่แน่ใจว่าฟาร์มันจะอยากให้เล่ารึเปล่า” เขาทำท่าคิด “คือฟาร์อะเป็นรุ่นน้องของลูกอาพี่ ก็ลูกพี่ลูกน้องพี่นั่นแหละครับ พี่เลยเห็นมาตั้งแต่มอต้น แล้วทีนี้พอตอนมอปลายไปไงมาไงไม่รู้ก็มาชอบกับลูกพี่ลูกน้องพี่คนนี้แหละ ก็คบกัน”

“…..”

“พี่จะไม่บอกนะครับว่าทำไม แต่มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับบ้านพี่มากๆ ที่ลูกพี่ลูกน้องพี่มีแฟน แต่ทุกคนก็ต้อนรับฟาร์หมดนะ พี่ที่ตอนแรกแค่เห็นฟาร์ผ่านๆ ตรงนู้นบ้างตรงนี้บ้างเลยสนิทกันมากขึ้น เหมือนพี่ได้น้องชายมาเลย”

“ถ้าสนิทกันขนาดนั้น ทำไมถึงหายกันไปล่ะครับ” วาฬถามอย่างสงสัย จุนน์ถอนใจ

“ก็ฟาร์ทิ้งญาติพี่อะดิ”

“….”

“ไม่ใช่แค่ทิ้งธรรมดา คือหายไปเลย ติดต่อไม่ได้ ไม่มีการคุยการบอกอะไรกันก่อน น้องวาฬก็รู้ว่าฟาร์มันเป็นเด็กต่างจังหวัด เข้ามาเรียนกรุงเทพคนเดียว พ่อแม่ซื้อคอนโดให้อยู่ ฟาร์ตั้งใจหายขนาดขายคอนโดอันนั้นทิ้ง ส่วนตัวเองไปอยู่ที่อื่นแทน”

“….”

“ญาติพี่ก็ตาม ตามจนถอดใจต้องมูฟออน เหมือนฟาร์ตายไปแล้วนั่นแหละครับ มาเจออีกทีก็ที่คอนโดไอ้ปรินวันนั้น พี่เจ็บใจมากเลย เหมือนอยู่ใต้จมูกพี่มาตั้งหลายปีพี่ไม่รู้ เราก็ไม่เคยบอกว่ามีเพื่อนชื่อฟาร์”

เมษา ลูกพี่ลูกน้องที่พี่จุนน์พูดถึงน่าจะเป็นคนที่ชื่อเมษาที่รีรักเล่าให้เขาฟัง คนที่เป็นคนช่วยฟาร์ย้ายของออกจากคอนโดรัก คนที่น่าจะเป็นคนจูบฟาร์ในผับวันนั้น คนที่ปรินคิดว่าเป็นจุนน์

“พี่จุนน์ได้บอกญาติพี่ป้ะว่าเจอฟาร์แล้ว”

“บอกสิ ไม่งั้นเดี๋ยวญาติพี่ตายตาไม่หลับ” จุนน์หัวเราะ “พี่บอกตั้งแต่นาทีที่เจอเลยครับ ตอนแรกมันก็ไม่เชื่อ พี่ต้องส่งรูปให้ดูถึงจะเชื่อว่าเป็นฟาร์จริงๆ ก็นะ คนหายไปตั้งหลายปี อยู่ๆ โผล่มาเมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นมันก็น่าตกใจอยู่”

“เป็นวาฬวาฬก็ตกใจ”

“ตอนนี้ก็เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันอยู่นะสองคนนั่นน่ะ คงกับมาคบกันเร็วๆ นี้แหละ ก็ไม่แปลกหรอก ตอนคบกันรักกันจะตาย พี่เป็นคนนอกเห็นยังแอบหมั่นไส้เลย”

นาวาฬหัวเราะแห้งๆ ข้อมูลที่เพิ่งได้รับมายืนยันข้อสันนิจฐานของรีรักทั้งหมดว่าเป็นความจริง สิ่งหนึ่งที่เป็นที่น่าสังเกตจากจุนน์คือ จุนน์หลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงเพศสภาพของ ‘ลูกพี่ลูกน้อง’ คนนั้นของเขา และนั่นยิ่งทำให้เขายิ่งมั่นใจขึ้นไปอีกว่าคนที่เขาเห็นจูบกับฟาร์ในผับวันนั้นเป็นเมษา และไม่ใช่จุนน์อย่างแน่นอน

แต่เขาจะบอกปรินอย่างไรดีล่ะ

ถึงเขาจะดีใจที่ทฤษฎีของรีรักได้รับการยืนยัน แต่ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกแย่แทนเพื่อนสนิทที่กำลังตีเทนนิสอยู่อย่างไม่รู้เรื่องอะไร คนที่ตัวเองชอบกำลังจะกลับไปคบกับแฟนเก่าที่เคยรักกันมากขนาดที่จะเลิกถึงกับต้องสร้างชีวิตใหม่ขึ้นมา ในขณะที่ปรินมาช้าไปหลายปีแถมยังเสียเวลาช่วงใหญ่ไปกับการค้นหาคำตอบว่ารู้สึกกับอีกฝ่ายอย่างไรอีกต่างหาก

แม้ยังไม่ได้ลงแข่งขัน แต่เพื่อนของเขาก็มีแววแพ้เสียแล้ว

“โอ๊ย!”

ความคิดของเขาถูกขัดจังหวะลงอย่างกระทันหันเมื่อปรินที่เพิ่งตีเทนนิสเสร็จกระโจนลงนอนหนุนตักนาวาฬด้วยอย่างหมดแรงจนเขาตกใจ

“ขอกูนอนหน่อย เหนื่อยเหี้ย” ปรินบ่น ก่อนจะหลับตาลงอย่างเหนื่อยแรง ปากก็พึมพำไปด้วย

“นวดแขนให้กูหน่อย โคตรปวด”

“นวดเองสิ”

“ไม่มีใครนวดกูดีเท่ามึงไง นวดให้กูหน่อยเหอะวาฬ นะๆๆ เดี๋ยวกูนวดไหล่คืนให้”

“เออๆ มึงสัญญาแล้วนะ”

นาวาฬที่ไม่เคยปฏิเสธเพื่อนได้เสียทียอมนวดแขนให้เพื่อนอย่างเสียไม่ได้ ปรินครางอย่างมีความสุขจนจุนน์ต้องหัวเราะ

“เสียงมึงคิดดีไม่ได้เลยว่ะ”

“โหพี่ วาฬมันนวดดีจริงๆ เว้ย ติดใจตั้งแต่สมัยประถมเนี้ย”

“ขนาดนั้นเลย ไหนน้องวาฬ มานวดให้พี่บ้างสิค—“

“กูจะไปซื้อไอติม”

ก่อนที่จุนน์จะได้พูดจบ เพื่อนสนิทข้างตัวเขาก็พูดขัดขึ้นเสียก่อน อนาคินลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย นวดไหล่ตัวเองไปด้วยก่อนจะเอาเสื้อที่ผูกไว้ที่ศีรษะมาใส่ตามเดิมขณะที่พูดต่อ

“มีใครจะเอาอะไรไหม เดี๋ยวซื้อมาให้”

“กูเอาไอติมเผือก” จุนน์รีบยกมือคนแรก

“ไอติมเผือกคืออะไร”

“ไอ้ฝรั่งโง่อีกละ ไอติมสีม่วงๆ ที่กูกินประจำอะ”

“ไม่รู้จัก มีรูปให้กูไหม”

“สีม่วงอะมึงงงง” จุนน์ลากเสียงยาวอย่างรำคาญใส่เพื่อนที่ยืนทำหน้านึกไม่ออก ใบหน้าของอนาคินดูตลกเสียจนนาวาฬแอบหัวเราะไม่ได้ เจ้าของใบหน้าหันมามองเขาทันทีด้วยแววตาขอความช่วยเหลือ

“วาฬมากับพี่หน่อย จะได้ช่วยพี่เลือก”

“เรา—“

“เออ มึงอะไปกับพี่คินไอ้วาฬ เอาไอติมสตรอวเบอร์รี่ให้กูด้วย แบบที่กูกินประจำอะ” ปรินรีบพูดแทรก ใช้นิ้วจิ้มเอวเพื่อนให้รีบลุกขึ้น “ลุกๆ”

“ทำไมมึงไม่ไปเองอะ”

“พี่คินเค้ารีเควสมึงไม่ใช่กู มึงไป”

“เออๆ ก็ได้วะ”

แม้จะแอบหงุดหงิดที่ต้องลุกออกจากที่ร่มแต่นาวาฬก็รีบเดินตามหลังอนาคินที่เดินล่วงหน้าไปแล้วอย่างรวดเร็ว อนาคินขายาวกว่าเขามาก เดินก็เร็วกว่า ทำให้กว่าที่นาวาฬจะไปถึงรถขายไอติมชายหนุ่มรุ่นพี่ก็ซื่อไอติมให้ตัวเองและเพื่อนเสร็จแล้ว และกำลังนั่งเลียไอติมรออยู่ที่โต๊ะใกล้ๆ ให้วาฬเข้าไปหาหลังจากเลือกไอติมของตัวเองและปรินเป็นที่เรียบร้อย

“ไหนบอกไม่รู้จักไอติมเผือกไงครับ”

“พี่ถามคนขายเอาน่ะ” ชายหนุ่มเหยียดขา เตะขาไปมาเหมือนเด็ก ลิ้นที่เลียไอติมอยู่ทำให้ยิ่งดูเป็นเด็กเข้าไปใหญ่ นาวาฬแอบยิ้ม นี่เป็นมุมของอนาคินที่เขาไม่ค่อยได้เห็นมันมากนัก ครั้งสุดท้ายที่เห็นก็คงเป็นที่ลอนดอนช่วงที่พวกเขาไปนั่งเล่นที่คาเฟ่ต่างๆ หลังเลิกเรียนกันเป็นประจำ

ดูเหมือนอนาคินจะสังเกตเห็นรอยยิ้มน้อยๆ ของคนข้างๆ เพราะเขาถามขึ้นด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

“ยิ้มอะไรครับ”

“เปล่าครับ”

“พี่เห็นอยู่ว่ายิ้มนะ”

“ก็แค่คิดอะไรนิดหน่อย” นาวาฬนั่งลงข้างๆ อนาคิน เขาเริ่มเตะขาตัวเองไปมาด้วยเช่นกัน มือก็ตักไอติมในถ้วยเข้าปาก อนาคินหัวเราะ

“แล้วก็คงจะไม่บอกพี่ใช่ไหมว่าคิดอะไร”

“ม่ายย” เด็กหนุ่มลากเสียงยาว เรียกร้อยยิ้มจากคนข้างๆ ได้เป็นอย่างดี

หัวใจเขายังเต้นแรงอยู่ และถึงแม้เขาจะกังวลกับความรักครั้งนี้ไปหมด แต่การได้อยู่กับอนาคินเพียงแค่สองคนใกล้ๆ แบบนี้ก็ทำให้เขามีความสุขไม่น้อย

“งั้นพี่ไม่ถามนะ”

“ถึงถามก็ไม่ตอบ” นาวาฬเผลอตอบกวนๆ แบบที่ปกติไม่ทำ แต่ดูเหมือนอนาคินจะไม่ได้ถือสาอะไร

“เดี๋ยวนี้มีกวนพี่ด้วยหรอ”

มือใหญ่ลูบศีรษะของร่างบางข้างๆ อย่างที่ไม่บอกก็รู้ว่าเอ็นดู นาวาฬนั่งตัวแข็ง หัวใจเต้นโครมครามอย่างหยุดไม่ได้ ทำยังไงก็ไม่ชินสักที เขาบ่นกับตัวเอง การมีตัวตนอยู่ของอนาคินเป็นสิ่งที่ทำอย่างไรก็ไม่ชินสำหรับเขาเสมอ แม้กระทั่งสี่ปีที่แล้วก็ตาม สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปในช่วงหลังมานี้คือความรู้สึกของตัวเขาเองที่มีความสุขกับความไม่ชินแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

“ดีแล้ว พูดเล่นกับพี่บ้างก็ดี เราไม่ใช่เจ้านายลูกน้องกันแล้วนี่เนอะ”

“พี่คินพูดเล่นกับเรามาตั้งแต่ตอนทำงานด้วยกันแล้วนะครับ”

“แล้วเรายอมให้พี่พูดไหมล่ะ”

น้ำเสียงติดหัวเราะ แววตาแพรวพราวที่กำลังจ้องมองมาที่นาวาฬทำให้เขาเองต้องเป็นฝ่ายก้มหน้าหงุด

เออ ยอมไง ยอมตลอดแหละ สู้ไม่เคยได้สักที

“เดินกลับไปหาสองคนนั้นกันครับ ไอติมจะละลายหมดแล้ว” เขารีบเปลี่ยนเรื่องพลางรีบลุกขึ้นยืน แต่ก็เจออนาคินดึงแขนให้นั่งลงต่อเสียก่อน

“นั่งก่อน ถ้าละลายเราซื้อใหม่ก่อนเดินกลับไปก็ได้”

“แล้วจะนั่งไปถึงเมื่อไหร่อะ”

“ขอพี่กินของพี่ให้เสร็จก่อนละกัน เออนี่” อยู่ๆ อนาคินก็ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงปกติ “แล้วตกลงเป็นไงครับ ตีเทนนิสเหนื่อยแล้วช่วยบ้างไหม”

มันเป็นคำถามธรรมดาที่ทำให้แก้มของคนฟังขึ้นสีขึ้นมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวกับคำถาม ในใจคิดไปถึงเหตุการณ์ต่อมาที่เกิดขึ้นหลังจากคำชวนเล่นกีฬาในห้องครัวเมื่อวันก่อน

“ต-ตีเทนนิสหรอครับ”

“อื้ม พรุ่งนี้เช้าว่างไหมล่ะ พี่หาคนเล่นด้วยอยู่พอดีเลย”


“ม-ไม่ว่างครับ มีเรียนเช้า ….” โกหก โกหกชัดๆ แต่ดูเหมือนคนข้างหน้าจะยังไม่ละความพยายามที่จะชวนเขา

“พี่ก็ลืมว่าเรายังเรียนอยู่ งั้นเป็นเสาร์เช้าไหมครับ”

ดวงตาสีเทาแม้จะดูอ่อนโยนแต่ก็มีความหนักแน่นแกมบังคับ แววตาอย่างที่นาวาฬไม่เคยปฏิเสธได้เสียที

“ก็ได้ครับ” เขายอมแพ้ง่ายๆ เกลียดตัวเองไปด้วยอย่างที่เป็นทุกทีที่สู้ชายหนุ่มไม่ได้ อนาคินยิ้มให้ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่ประตู แต่ก่อนที่เขาจะเดินออกไป นาวาฬก็เรียกไว้เสียก่อน

“พี่คินครับ”

“ครับ”
อนาคินหันกลับมามองดูคนเรียกที่เหมือนก็ตกใจที่ตัวเองเรียกชื่ออีกฝ่ายออกไปอย่างนั้น ดวงตากลมโตมีแววไม่แน่ใจ

“คือ—- เอ่อ-“

“ครับ”
อนาคินถามย้ำอีกครั้ง นาวาฬหลับตา ก่อนจะกลั้นหายใจแล้วพูดพรวดออกมาอย่างรวดเร็ว

“เมื่อกี้ไม่มีอะไรนะครับ พี่เบนแค่แกล้งเล่นเฉยๆ ก่อนหน้านั้นดูหนังมาด้วยมันเลย…”

เป็นคำแก้ตัวที่ปัญญาอ่อนสิ้นดี

“คือวาฬดูหนังผู้ใหญ่กับเบนมันหรอ”

“ป—เปล่าครับ หนังธรรมดาแค่มีฉากแบบนั้นนิดหน่อย เราเลย…”

สัส ยิ่งแก้ตัวยิ่งเหมือนกูเป็นเด็กมอต้นเพิ่งเคยดูหนังโป๊


“… นั่นแหละครับ มันเลยเป็นแบบนั้น”

ผิดจากที่เขาคิด อนาคินกลับหัวเราะ

“จริงๆ เราไม่จำเป็นต้องอธิบายให้พี่ฟังเลยนะ รู้ไหม”

“ก็ไม่อยากให้—“

“แต่ก็ขอบคุณครับ”


ผิดคาดจากที่เขาคิดอีกครั้ง อนาคินพูดอย่างนุ่มนวลจนเขาแปลกใจ แม้ไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายสื่อมาเท่าไหร่นัก สีหน้าเขาคงออกแววงงงวยเพราะอนาคินหัวเราะก่อนจะพูดต่อ

“บางที เราก็ดูเข้าใจอะไรยากนะ”

เขาพูดไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกไป ทิ้งนาวาฬที่ไว้ในห้องครัวแค่คนเดียว กว่าเขาจะหายงงแล้วเดินตามออกมา อนาคินก็กลับบ้านไปเสียแล้ว

แล้วก็มาเจอกันอีกทีวันนี้

“ออกกำลังกายกับเรื่องแบบนั้นมันไม่เกี่ยวกันเลยนะครับ” นาวาฬทำเสียงอ่อน ยังอายเมื่อคิดถึงเรื่องวันนั้นไม่หาย

“ก็พี่อยากให้เกี่ยว หน้าเราเวลาโดนแซวตลกดี”

“หรือว่าถ้าเกี่ยวจริงๆ ออกกำลังกายแบบนี้ก็ไม่ช่วยหรอก” เขาเถียงข้างๆ คูๆ อย่างที่ชอบทำกับเบญจมินทร์ อนาคินยักไหล่

“เกี่ยวสิ เหนื่อย ไม่มีแรงคิดเรื่องอื่นไงครับ”

“ไม่เกี่ยว” นาวาฬยังคงเถียง เลียไอติมในมือไปด้วยเหมือนเด็ก “เหนื่อยส่วนเหนื่อย อยากก็ส่วนอยากนิครับ เหนื่อยแค่ไหนถ้าอยากมันก็อยากอยู่ดีแหละ”

“หรอ จริงรึเปล่า” อนาคินพูดล้อๆ

“จริง”

“ไหน ให้พี่ดูหน่อย”

อนาคินเท้าคางไว้บนฝ่ามือ ศอกวางไว้บนตัก ดวงตาสีเขียวหม่นช้อนขึ้นมาส่งสายตาแพรวพราวให้นาวาฬที่เริ่มหัวใจเต้นโครมครามเหมือนทุกที แต่ก็ยังคงทำปากเก่ง

“ไม่”

“แล้วพี่จะรู้ได้ไงว่าจริงไม่จริงอะ”

“แล้วทำไมพี่คินต้องรู้ว่าจริงไม่จริงอะ”

“อ้าว ย้อนพี่อีก ก็เห็นเรายืนยันขนาดนั้น พี่เลยอยากยืนยันบ้างนิครับ”

กวนตีน

“อุส่าห์พามาเล่นเทนนิสเลยนะ พี่ก็อยากดูผลลัพท์ทฤษฎีพี่หน่อย”

“ไม่เห็นรู้ว่าปกติทะลึ่ง” นาวาฬบ่น แต่เหมือนจะดังไปหน่อยเพราะอนาคินถามต่อทันทีด้วยรอยยิ้มกว้าง

“อะไรนะครับ”

“เปล่าครับ”

“เปล่าอีกละ เมื่อกี้ได้ยินนะว่าบ่น”

“เราแค่บอกว่า ไม่เห็นรู้เลยว่าพี่คินเป็นคนทะลึ่ง” อย่ายิ้มให้กูอย่างนั้นนนนนน “ตั้งแต่ที่บ้านพี่เบนแล้ว ตอนอยู่ลอนดอนก็ไม่ใช่แบบนี้นี่ครับ”

เมื่อพูดจบนาวาฬก็แทบจะกัดปากตัวเอง สัส มึงไปพูดถึงบ้านพี่เบนทำไม คำพูดเชิญชวนให้เขามาเล่นเทนนิสด้วยในวันนี้ที่อนาคินพูดไว้ครึ่งๆ กลางๆ มันทำให้เขาเข้าใจผิดว่าอนาคินต้องการ ช่วย ส่วนกลางลำตัวของเขาที่มันนูนขึ้นมาในวันนั้นอย่างไร

แม่งก็รู้สิวะว่าเราคิดอะไรอยู่ตอนนั้น

“พี่ว่าพี่ไม่ได้ทะลึ่งเลยนะ พี่ก็แค่อยากรู้เฉยๆ” อนาคินลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ “ไปกันไหมครับ สองคนนั้นรอแย่แล้ว”

“อ่า ครับ”

นาวาฬรับคำอย่างงงๆ ที่อยู่ๆ อนาคินก็ตั้งท่าจะเดินกลับไปทั้งๆ ที่ยังพูดกันยังไม่จบ แต่เขาก็ไม่ต้องงงนานมากนักเมื่อชายหนุ่มหันกลับมาทางเขาเหมือนเพิ่งคิดอะไรขึ้นได้

“ส่วนที่บ้านเบน—-“

“….”

“—-อยากให้พี่ ช่วย เราด้วยวิธีอื่นหรอครับ ตอนนั้น”

นาวาฬอ้าปากค้าง ได้แต่ยืนมองแผ่นหลังอนาคินที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปหลังจากส่งรอยยิ้มกว้างแบบให้ความรู้สึกกวนตีนทุกทีที่ได้เห็นมาให้ รอยยิ้มแบบเดียวกับที่เขาเคยได้รับเมื่อสมัยที่อยู่ที่อังกฤษด้วยกัน

“ไม่ใช่!”

นาวาฬตะโกนกลับไปเมื่อหาเสียงของตัวเองเจอแล้ว อนาคินหมุนตัวกลับมายิ้มก่อนจะป้องปากส่งเสียงกลับมา

“ไม่เชื่อ!”

“ตะโกนเหี้ยอะไรกัน แล้วไหนไอติมพวกกูอะ!!”

เสียงของจุนน์ที่ลอยลมมาทำให้นาวาฬปิดปากที่กำลังจะตะโกนกลับไปเถียง ความตกใจที่รู้ว่าอนาคินเดาความรู้สึกเขาตอนนั้นได้ยังคงค้างอยู่

แต่รอยยิ้มอันนั้นของอนาคินทำให้เขาแอบยิ้มกับตัวเองเบาๆ


...........................

ออฟไลน์ ddanav

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 37
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +129/-1
    • instagram

“เจ็บขาชิบหาย” จุนน์บ่น ขาที่ถูกยกขึ้นวางไว้บนด้านห้าของรถนั้นเริ่มมีรอยช้ำสีแดงม่วงเป็นจ้ำๆ อยู่ตรงบริเวณที่ถูกลูกเทนนิสตีใส่ “ไอ้สัสปรินทำกูเจ็บ แม่งแค้นอะไรกูมาจากไหนวะ”

“บ้านกูมียา แวะบ้านกูก่อนละกัน เดี๋ยวกูทาให้”

“มึงลืมไปแล้วหรอครับไอ้คุณฝรั่งว่ากูเป็นหมอ กูทาเองได้”

“มึงเป็นหมอฟัน”

“หมอฟันก็ทายาได้โว้ย แค่ช้ำแค่นี้ แต่แวะบ้านมึงก็ดี กูอยากเล่นหมา” จุนน์ใช้นิ้วจิ้มๆ รอยช้ำตามขาที่เริ่มเป็นสีม่วงอย่างน่ากลัว “กูเสือกใส่ขาสั้นมาอีก เมื่อกี้น้องวาฬชวนไปดูหนังต่อกูยังไม่กล้าไปเลย เดี๋ยวคนที่โรงหนังคิดว่ากูเป็นโรคอะไร น่าเกลียดชิบหาย”

“วาฬชวนมึงไปดูหนังหรอ” แขนกำยำทั้งสองข้างของคนข้างตัวที่ขับรถอยู่ถูกใช้ไปกับการเลี้ยวรถเข้าซอยทางลัดที่ใช้เป็นประจำเหมือนทุกที จุนน์อ้าปากหาวก่อนจะตอบคำถาม

“เออ เห็นบอกไอ้ปรินอยากดูหนังรักเหี้ยอะไรก็ไม่รู้ น้องวาฬไม่ชอบแต่ก็ขัดไม่ได้เลยจะมาลากกูไปด้วย”

“ไม่เห็นชวนกู”

“มึงติดสายอยู่ตอนนั้น” อนาคินอาบน้ำเสร็จก่อนใครเพื่อนเลยเข้าไปนั่งรอในรถก่อน คุยโทรศัพท์กับพี่สาวไปด้วยระหว่างรอ เขายังคงคุยโทรศัพท์อยู่เมื่อนาวาฬเดินมาเคาะกระจกรถเพื่อบอกลา

“สนิทกันมากเลยหรอ สองคนนั้น” อนาคินถามเรื่อยๆ ด้วยน้ำเสียงปกติ

“เออ ก็อารมณ์ประมานพี่มันกับไอ้เบนนั่นแหละ น้องวาฬเคยเล่าว่าจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเจอกันตอนไหน รู้อีกทีก็มีไอ้ปรินเป็นเพื่อนแล้ว คือคงเด็กมาก”

“ตั้งแต่อยู่เชียงใหม่?” ครอบครัวของนาวาฬมีพื้นเพมาจากเชียงใหม่ นาวาฬและนนท์สกุลใช้ชีวิตวัยเด็กเติบโตอยู่ที่นั่นเช่นเดียวกับเบญจมินทร์ ทำให้ชายหนุ่มพอจะเดาได้ว่าปรินก็คงเช่นเดียวกัน

“เออ เห็นตอนอยู่เชียงใหม่เคยเป็นคู่หัวโจกยกพวกตีกับคนอื่นด้วยนะ กูนึกภาพน้องวาฬตีใครไม่ออกเลย มึงลองนึกดิ”

อนาคินหลุดขำ

“เห็นไอ้ปรินมันเคยเล่าๆ อยู่ว่ารอยบากที่คิ้วมันอะมาจากเอาตัวไปบังน้องวาฬเลยเจอไม้ฟาดคิ้วแตก น้องวาฬเลยเลิกหาเรื่องตีกับคน มึงลองสังเกตดิ”

รอยบากที่คิ้วของปรินเป็นหนึ่งในจุดที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของเขา

“พอเลิกตีก็มามั่วสาว เออ มึงไม่เคยเห็นน้องวาฬตอนหลีสาวเยอะๆ นี่หว่า กูโครตภูมิใจ แม่งหักอกสาวร้อยทิศ พอเจอแฟนเก่าใครมาหาเรื่องก็มีไอ้ปรินนี่แหละที่ช่วยกันไว้ น้องวาฬแม่งก็ไม่รู้หรอก กูเนี้ยแหละที่รู้เพราะแม่งมาบ่นให้กูฟังประจำตอนนั้น”

“แสดงว่าสนิทกันจริง”

“เออไง จะว่าไป น้องวาฬต้องรู้แน่เลยว่าไอ้ปรินแม่งตีลูกอัดขากูทำไม” จุนน์พูดอย่างนึกขึ้นได้ “เดี๋ยวไว้กูโทรไปบี้”

“แค่ตีพลาดรึเปล่า”

“ไม่ กูรู้จักมันดี แม่งไม่มีทางตีพลาดให้ทุกลูกมาลงขากูได้หรอก แต่ถ้ามันแค้นกูจริงมันน่าจะตีลงหัวลงท้องกูสิวะ ลงทำไมขา เจ็บก็ไม่เจ็บเยอะ” ชายหนุ่มทำท่าคิดก่อนจะส่ายศีรษะ “หรือแม่งไม่ได้ตั้งใจจริงวะ”

“คงไม่ได้ตั้งใจนั่นแหละ”

“ไม่รู้ว่ะ กูว่ามันแปลกๆ เดี๋ยวไว้กูโทรไปถามน้องวาฬพรุ่งนี้ดีกว่า ถ้าอยู่กับไอ้ปรินกูจะได้ด่ามันทีเดียว”

“ทำไมต้องเป็นพรุ่งนี้”

“เออ กูลืมว่ามึงติดสาย ก็กูได้ยินไอ้ปรินชวนน้องวาฬไปแดกอะไรก็ไม่รู้ที่พัทยาพรุ่งนี้ แสดงว่ายังไงก็ต้องอยู่ด้วยกัน ส่วนวันนี้” จุนน์ทำหน้าแหย มองขาตัวเองที่จ้ำเลือด “กูจะแดกยาแล้วนอนละ เจ็บชิบหาย กูว่าอักเสบ”

ชายหนุ่มสนใจกับขาตัวเองจนไม่ทันได้สังเกตสีหน้าครุ่นคิดของเพื่อนสนิทที่ขับรถอยู่ข้างๆ แอพพลิเคชั่นปฏิทินถูกเปิดออกเพื่อดูตารางสิ่งที่ต้องทำของวันต่อไป เขามองมันเงียบๆ คิดอะไรอยู่ในใจ


สวัสดีค่ะ รอบนี้ช้าหน่อยนะคะ :)

จะพยายามอัพให้ได้ทุก 2-3 อาทิตย์นะคะ รอบนี้ไม่หายแล้วค่าาา ;)

ออฟไลน์ river

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2443
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +230/-3
แหม .... หลอกกัน

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด