[เรื่องสั้น ] - " ใ จ เ ย็ น -PANCAKE จบแล้ว - 11-4-19 (ขอคำชี้แนะ)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น ] - " ใ จ เ ย็ น -PANCAKE จบแล้ว - 11-4-19 (ขอคำชี้แนะ)  (อ่าน 971 ครั้ง)

ออฟไลน์ LeinSter

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
- 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
(กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************




บทนำ



“พาร์ม วิศวะกรรมศาสตร์ อายุ 18 ปี ส่วนสูง 186 น้ำหนัก 70 หู้ยยยย หุ่นดีอ่ะ กดไลค์แจ้งความจำนงจองเป็นพ่อของลูกเลยแล้วกัน”

“เห็นรุ่นพี่บอกว่า ตัวเต็งเดือนมอด้วยนะ ที่สำคัญ โสดอยู่จร้า ไม่มีข่าวกับสาวที่ไหนเลยค่ะ”

“เขาไม่เปิดตัวเฉยๆ หรือเปล่า หน้าแบบนี้จะโสดได้หรอ?”

“โสดชัวร์ไม่ชัวร์ไม่รู้ รู้แต่ว่าฉันรักเขา”

“แกก็รักคนหล่อทุกคนนั่นแหล่ะ”

   เสียงคุยกันจากโต๊ะข้างๆ แว่วเข้าหู พาร์มคนนั้น...เขาฮอตมาแต่ไหนแต่ไรแล้วครับ  ทั้งสาวแท้สาวเทียมหรือแม้กระทั่งผู้ชายอย่างผมเองก็ด้วย เสน่ห์ล้นเหลือ...เป็นคำนิยามของคำว่าเพอร์เฟคเลยก็ว่าได้
   
   
ใจเย็นจะเริ่มจะชา ดา ดา ดิ๊ ด่า ดา
   ใจเย็นจนกลัวว่าหมา อา อา จะคาบไป
   ใจเย็นจะเริ่ม......

   เสียงเรียกเข้าดังมาจากมือถือของผม แม้เสียงจะดังแข่งกับเสียงบรรยากาศโรงอาหารไม่ได้แต่ก็เรียกสายตาของคนรอบข้างได้ไม่ยาก  ก็เพลงมันเก่ามากแล้วนี่เนอะ แฮ่ๆ 

“ว่าไงภูมิ  โรงอาหาร เสร็จแล้วๆ กำลังไป โอเคๆ”
   เพื่อนโทรตามไปเรียนนแล้วครับ เดี๋ยวมาเล่าต่อนะครับ  แต่ก็ไม่ลืมกดปิดเสียงกลัวมันไปแผดกลางห้องเรียน เดี๋ยวได้ฮากันทั้งคลาสแน่ เพลงเก่าที่มีความหมายสำหรับผมมันอาจจะไม่มีความหมายสำหรับคนอื่น เอาเป็นว่าอย่าให้มันมันแผดเสียงท่ามกลางคนเยอะๆอย่างในคลาสเรียนรวมก็แล้วกัน


คล้อยหลังคนที่มีเสียงเรียกเข้าเป็นเพลงเก่ากึก......ที่พึ่งเดินออกไปจากโรงอาหารอย่างเร่งรีบคนนั้น

“น่ารักว่ะ เด็กคณะไหนวะ”

“ที่ชื่อไอซ์ไง เรียนนิเทศน์ เป็นลีดคณะด้วยนะแก”

“น่ารักเนอะ ฉันชอบเขา”

“มีใครที่แกไม่ชอบบ้างเนี่ย แรดจริง”

“ฮ่าๆๆๆๆ”
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-04-2019 16:46:10 โดย LeinSter »

ออฟไลน์ LeinSter

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ใจเย็น ตอนที่ 1.....


 “ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ดี๊ ด่า ดา
...ใจเย็นก็กลัวว่าหมา อา อา จะ คาบไป
....ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ก็หวั่นไหว”
….ไม่รู้จะพูดยังไง ก็คนๆนี้มันแอบรักเธอ”


“เพลงเก่าสุดๆไปเลยเพื่อน  เพลงนี้กูยังแกล้งเปิดกระโปรงผู้หญิงอยู่เลยมั้งเนี่ย” ภูมิเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาถึงม้านั่งใต้ถุนตึกนิเทศน์ที่ผมนั่งเล่นรอมันก่อนจะสอดขานั่งลงฝั่งตรงข้าม  ผมที่นั่งฮัมเพลงอยู่ก่อนเงยหน้าขึ้นมามองกับคำแซวของเพื่อน

“ก็กูชอบมีอะไรไหม?”

“ไอ้เพลงแอบรักเนี่ย ออกมาใหม่เยอะแยะไม่ฟังบ้างวะ”

“มีแต่เพลงเศร้าน่ะนะ ไม่เอาว่ะ ความรักเป็นสิ่งสวยงาม ถึงจะแอบรักก็เถอะ มันไม่จำเป็นจะต้องมานั่งเศร้านี่หว่า อย่าเอาความรัก
มาเป็นเหตุผลที่ทำให้เป็นทุกข์ดีกว่า”  ผมคิดอย่างนั้นจริงๆครับ แต่เหตุผลที่ผมชอบเพลงนี้ไม่ใช่แค่ที่ผมตอบภูมิออกไปหรอกครับ  เพราะเพลงนี้ทำให้ผมเริ่มสนใจคนๆหนึ่งขึ้นมาต่างหาก

“เหยดดดดดด  ใจหล่อเชี่ยๆ ไปเลยเพื่อนกู  ไอ้เพลงใจเย็นของมึงเนี่ย...มีท่อนไหนที่บอกให้เดินไปพูดความรู้สึกบ้างไหมวะ  หมายถึงไปสารถาพรักอะไรแบบนี้” 

“ถ้ามีมันจะเป็นเพลงแอบรักหรอ ถามโง่ๆสมกับเป็นมึงดี” แขวะมาแขวะกลับไม่โกง

“ที่กูถามเนี่ย เพราะไอ้เดือนวิศวะเดินอยู่นู้นไง....หล่อขนาดนั้นโดนคาบไปแดกแล้วมั้ง” ภูมิบุ้ยปากไปยังทางเดินหน้าคณะ ผมหันมองตามไป


เห็นพาร์มเดินมากับเพื่อนวิศวะกลุ่มใหญ่ น่าจะกำลังเดินไปโรงอาหาร  เสียงคุย เสียงคุย เสียงหยอกล้อ เสียงหัวเราะจากกลุ่มพาร์ม เรียกสายตาคนทั้งบริเวณให้มองไปเป็นจุดเดียว พาร์มที่โดดเด่นกว่าใครก็หัวเราะไปกับเพื่อนของเขา ผมมองไม่เห็นใครจริงๆครับ สายตาโฟกัสไปที่พาร์มแค่คนเดียว ผมมองตามไปเรื่อยๆขณะที่ใจผมยังเต้นรัวอยู่อย่าง จนกลุ่มของพาร์มลับตาไป หัวใจของผมยังเต้นจังหว่ะเดิมไม่หาย จนต้องยกมือขึ้นมากุมอกซ้ายเพราะกลัวมันจะหลุดออกมาเต้นต่อหน้าตัวเองและก็ต่อหน้าเพื่อน


แอบมองเธอยิ้มใจมันก็สั่นไหว

อุณหภูมิหัวใจเย็นลงเหมือนติดลบ

ยังกับยืนกลางฝนตก หิมะโปรยลงที่ใจของฉัน.......



เรื่องมันเริ่มขึ้นตอน ม.5 ครับ

   ในงานวันสุนทรภูที่จัดขึ้นในช่วงเช้า ผมผู้รับหน้าที่แสดงละครคอมมาดี้ รับบทเป็นพระอภัยมณีเป่าปี่แหกอกนางผีเสื้อสมุทรให้คนได้ขำกันทั้งโรงเรียน ช่วงบ่ายเป็นกิจกรรมต่อต้านยาเสพติดที่มีการประกวดวงดนตรี พาร์มกับเพื่อนของเขาเป็นอีกหนึ่งวงที่เข้าประกวด

   เมื่อถึงวงของพาร์มขึ้นแสดง พาร์มเล่นตำแหน่งกลอง มีกีต้าร์ เบส และร้องนำ เพลงแรกถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นเพลงตาสว่าง แล้วอยู่ๆพาร์มก็สลับกับเพื่อนที่เป็นนักร้องออกมาร้องเพลงที่สองแทน  เป็นเพลงที่เปลี่ยนชีวิตของผม

   ใจเย็น...แพนเค้ก

   ผมเหมือนโดนแช่แข็ง....เหมือนโดนมนต์สะกด  เสียงร้องว่าเพราะแล้ว ตอนท่อนแรพอย่างเท่ห์ มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมสนใจพาร์มคนนี้ มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจของผมเมื่อเห็นหน้าพาร์ม เป็นจุดเริ่มที่ชอบมองหา  ชอบวนๆ เวียนๆ อยู่ใกล้ๆ (ในระยะห้าสิบเมตรเป็นอย่างต่ำ)

   ทุกครั้งที่เห็นพาร์มยิ้มหัวใจของผมก็เต้นแรง อาการเหมือนตอนตื่นเต้นหรือตกใจกับอะไรสักอย่าง มันบอกไม่ถูก รู้แต่ว่ามันสั่นๆ ชาๆ บางทีก็ดูลุกลี้ลุกลนอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ แค่บังเอิญเดินสวนกันเรี่ยวแรงที่มีก็เหมือนจะหดหายไป

      แต่ก็ชอบไปแอบมองรอยยิ้มของพาร์มอยู่ตลอด.....
ก่อนหน้านั้นผมเคยได้ยินชื่อพาร์มมาบ้าง ว่าเป็นคนที่หล่อด้วย เรียนดีด้วย แต่ด้วยความเป็นโรงเรียนชายล้วนด้วยมั้ง การที่มีผู้ชายหล่อๆจึงไม่ได้เป็นที่พูดถึงกันสักเท่าไหร่ อีกทั้งตอนนั้นผมสนใจแค่เรียนและหาเวลาไปเที่ยวกับเพื่อน มีกิจกรรมให้ทำบ้าง อย่างเช่นเป็นลีดโรงเรียนในงานบอล

   แต่เมื่อเริ่มสนใจ ก็เริ่มติดตามทุกช่องทาง เฟสบุค ไอจี หรือแม้แต่เพจที่เอารูปพาร์มไปลงผมก็ตามไปกดติดตาม กดไลค์อย่าให้พลาด นั่นถึงได้รู้ว่าพาร์มเป็นที่พูดถึงกันมากแค่ไหน มีสาวๆกรี๊ดกันมากมายแค่ไหน

   ผมกับพาร์มเรียนโรงเรียนเดียวกัน รุ่นเดียวกัน แต่เรียนกันคนละสาย อยู่คนละห้อง

   ผมเรียน ศิลป์-คำนวน

        พาร์ม เรียนวิทย์-คณิต

        พาร์มถูกจัดให้เปนหนุ่มหล่อ
       
        ผมถูกผลักให้อยู่ในกลุ่ม ผู้ชายน่ารัก
     
        พาร์ม ได้ถือป้ายโรงเรียนในงานบอล

        ผม ถูกทาบทามให้เป็นลีดโรงเรียน

พอเข้ามหาวิทยาลัย...

พาร์มได้เป็นถึงเดือนคณะ....

ส่วนผมก็หนีไม่พ้นเป็นลีดคณะ.....ก็รุ่นพี่ตามจีบไปเป็นลีดทุกวัน แม้ว่าจะหนีหน้าหายจากคณะ...ยังโดนไอ้ภูมิลากมาหารุ่นพี่จนได้.....สรุปก็หนีไม่พ้นการเป็นลีดอยู่ดี

ถ้าพูดถึงว่า ผมกับพาร์ม เราก็ไม่ได้มีอะไรด้อยไปกว่ากันสักเท่าไหร่ เพจที่เอารูปพาร์มไปลง ผมก็เคยเหมือนกัน แต่นานๆทีนะครับ ถ้านึกภาพไม่ออกว่านานๆทีที่ว่ามันนานแค่ไหน ให้นึกถึงไฟแดงตรงแยกอโศกก็แล้วกัน แดงชาตินี้เขียวอีกทีชาติหน้า ประมาณนั้นเลยครับ

ถ้าถามว่า ผมอยากจะบอกความรู้สึกออกไปไหม?

อยากสิครับ....แต่เพราะกลัว....กลัวแห้ว

   แหง๋ล่ะ....วันรุ่นต่างก็อยากจะมีความรู้สึกรักด้วยกันทั้งนั้น แต่ผมดันมีกับผู้ชายนี่สิที่มันยาก แถมผู้ชายคนนั้นเป็นผู้ชายที่หล่อเหี้ยๆจนรู้สึกว่ามันสูงเกินกว่าจะคว้า ตอนนั้นรู้สึกว่าไม่มีหวังอะไรเลยสักนิด  ให้ผมออกสำรวจหาซากแมมมอธที่ขั้วโลกเหนือยังจะมีโอกาศสมหวังเสียกว่า ก็เลยได้แต่แอบมองพาร์มอยู่อย่างนั้น...ไม่แสดงอาการใดๆออกมาให้พาร์มหรือคนรอบข้างรู้

สงสัยต้องปลูกแห้วไว้กินเอง....

ถ้าเกิดจะเดินสวนกัน  ให้ผมเดินผ่านไปเฉยๆ ไม่อยู่ในสายพาร์มยังดีเสียกว่าที่จะให้พาร์มมองผมเป็นตัวปะหลาดหรือมองผมด้วยสายตารังเกียจ

เคยคิดจะสารภาพรักอยู่เหมือนกันครับ

อุตส่าห์ตั้งใจทำของที่ระลึกให้ กะจะมอบให้พาร์มในวันปัจฉิมนิเทศ แล้วจะสารภาพออกไปตอนนั้น  แต่สวรรค์ไม่เข้าข้าง....เพราะมันดันเป็นวันที่พาร์มสอบรอบสัมภาษณ์รอบโควต้ากับมหาวิทยาลัยพอดี

ก็เลยเลิกล้มความตั้งใจเสียแต่ตอนนั้น....ไม่คิดจะบอกอะไรพาร์มอีก

ของที่จะให้.....ก็เก็บเอาไว้

ให้รู้แค่ว่า.....พาร์มคือความทรงจำดีๆอีกอย่างในชีวิตมัธยมของผม

และให้รู้แค่ว่าพาร์ม.....คือเพื่อนร่วมรุ่นมหาวิทยาลัยเดียวกัน


ใช่ครับ....ผมตามพาร์มมาเรียนที่นี่เองแหล่ะครับ  แต่กว่าจะติดเข้ามาได้ก็เล่นเอาเครียดแสนสาหัสไม่น้อย  ก็มหาวิทยาลัยนี่ดันเป็นท็อปมสามของประเทศนะสิครับ แถมคณะที่ผมเล็งเอาไว้อย่างคณะนิเทศการแข่งขันสูงอย่างกับอะไรดี กว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้ผมเข้าใกล้คำว่าบ้าเสียสติเต็มแก่


ไม่เคยคิดจะเข้าใกล้....เพราะกลัวเผลอพูดอะไรออกไป

ให้มองพาร์มจากดาวยูเรนัสแบบนี้แหล่ะครับ  ฟินสุดแล้ว

ตอนมัธยมว่าไกลเกินเอื้อมแล้ว  ตอนนี้อย่าคิดหวังจะเอื้อมเลยดีกว่า

   เดือนคณะวิศวะกรรมศาสตร์ ซึ่งคนทั้งมหาวิทยาลัยกำลังพูดถึง กำลังจับตามอง เป็นมากกว่าเดือนแต่เป็นเหมือนแสงอาทิตย์ที่แม้ไม่อยากมองก็เห็นอะไรประมาณนั้น  หาซากแมมมอธว่าง่ายกว่าแล้ว....หาเข็มหมุดที่นาซ่าทำหล่นบนอาวกาศดูท่าจะมีหวังเสียกว่า

แต่ไม่เป็นไรครับ....คิดจะมอง คิดจะชอบ จากตรงนี้ มุมนี้ ก็ห้ามคาดหวัง ห้ามเสียใจกับอะไรทั้งสิ้น

เอาหล่ะ ตั้งสติใหม่นะไอซ์เอ๋ย........




ผิดคลาด....พาร์มไม่ได้แหน่งเดือนมหาวิทยาลัย ได้แค่รางวัลป๊อบปูล่าโหวต เพราะโดนตัดคณะแนนความสามารถพิเศษ วันนั้นผมก็อยู่ในงาน ตั้งหน้าตั้งตารอชมการแสดงของเดือนวิศวะ....ทว่ากลับไร้วี่แวว ทำเอาสาวๆผิดหวังกันระนาว

มาได้ข่าวตอนหลังงานจบจากเพจคิ้วบอย  ว่าพาร์มตกบันใดขาแพลงก่อนขึ้นแสดง พร้อมแนบรูปเจ้าตัวชูสองนิ้วขณะที่มีหน่วยพยาบาลกำลังนวดข้อเท้าให้อยู่ จึงไม่ได้เห็นพาร์มโซโลกลองอย่างที่ตั้งใจ แถมมีคนเอาคลิปที่พาร์มซ้อมตีกลองมาโพส ทำเอาสาวๆ โอดครวญนึกเสียดายกันยกใหญ่  ถ้าพาร์มได้โชว์กลองละก็.....เท่ห์ระเบิดไปเลยครับ และตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยจะไปไหนเสีย

ยิ่งไปกว่านั้น...มหากรรมการแข่งขันกีฬาระหว่างคณะที่จัดถัดมาหนึ่งอาทิตย์ ทำเอาสาวๆ อดเห็นพาร์มเล่นกีฬา ไม่ว่าจะเป็นบาสเก็ตบอล ฟุตบอล เสียใจด้วยครับสาวๆ แต่ผมเห็นมาหมดแล้ว เท่ห์ชิบหายวายป่วง วัวต้องตาย ควายต้องล้มกันทั้งฟาร์มกันเลยทีเดียว

ผมที่ต้องซ้อมลีดอย่างหนัก ยิ่งใกล้วันยิ่งซ้อมกันโหด เพราะรุ่นพี่ต่างคาดหวังว่าเชียร์คณะผมจะต้องติดหนึ่งในสาม นอกจากเรียนแล้วชีวิตในแต่ละวันก็ขลุกตัวอยู่แต่กับกับลีด ไม่มีเวลาได้ส่องความเคลื่อนไหวของพาร์มเท่าไหร่นัก เห็นเดินผ่านหน้าคณะกับเพื่อนบ้าง เจอที่โรงอาหารบ้างเพราะนิเทศกับวิศวะใช้โรงอาหารด้วยกัน จริงๆก็มีบัญชีอีกคณะที่ใช้โรงอาหารร่วมกัน  อาศัยแอบส่องตามเพจคิ้วบอยบ้าง เฟสบุ๊ค กับไอจีส่วนตัวของพาร์มก็นานทีปีหนจะเห็นโพสสักครั้ง ไม่เหมือนแต่ก่อนขยันโพสเสียจนผมตามกดไลค์ไม่ทัน



“ดังใหญ่แล้วนะมึง” ภูมิพูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ผมที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ม้าหินใต้ถุนตึกคณะต้องเงยหน้าขึ้นมาหาสาเหตุ

“น้องไอซ์ นิเทศปีหนึ่ง ใครไม่เคลิ้มกับรอยยิ้มนี้   อนุญาตให้ถีบหน้าแอดได้ตามสบาย” ภูมิดัดเสียงจนน่าหมั่นใส้  ก่อนจะยื่นมือถือมาให้ผมดู ผมพอจะเดาออกว่าอาการดัดเสียงล้อผมอยู่เนี่ย น่าจะมาจากโพสในเพจคิ้วบอย ซึ่งช่วงหลังๆลงรูปผมค่อนข้างบ่อย คงจะเป็นอานิสงค์จากรางวัลชนะเลิศลีดและเชียร์นั่นแหล่ะครับ เพราะตั้งแต่นั้นมา ไอซ์นิเทศก็เริ่มจะเป็นที่สนใจ

 “ทำไม อิจฉาที่กูหล่อกว่าหรือไง” เพราะหมั่นใส้หรอกครับถึงได้กวนภูมิออกไปอย่างนั้น   ผมมองดูรูปตัวเองที่อยู่ในชุดเชียร์ กำลังยืนมือไขว้หลังท่าเตรียมยิ้มให้กับประชาชีบนแสตนเชียร์อยู่ แต่รูปนี้ดูดีจริงๆแฮะ ขอเซฟไว้หน่อยแล้วกัน

“แหม๋ๆๆๆ  คำว่าหล่อยังห่างไกลจากหน้ามึงมากเลยครับเพื่อนไอซ์  ถ้าไม่ติดว่ามึงสูงร้อยแปดสิบนะ มึงโดนผู้ชายทุบหัวแล้วลากไปทำเมียนานแล้ว” แต่ผมลืมนึกไปอย่าง ปากไอ้ภูมิมันเป็นฟาร์มหมานี่เนอะ ไม่น่าจะไปแหย่ให้หมาตื่นเลยเรา

“กูสูงแล้วเป็นเมียไม่ได้ว่างั้น”

“เป็นเมียของคนสูงๆอย่างไอ้พาร์มก็น่าจะได้”

“สัดภูมิ เสียงมึงดังไอ้ห่า เดี๋ยวคนแม่งก็ได้ยินกันหมดหรอก”ไอ้ผมจะคบกับผู้ชายไม่ใช่เรื่องต้องคิดหนักเท่าไหร่หรอก กลัวเป็นขี้ปากชาวบ้านมากกว่าต่างหาก

“โทดๆ ลืมตัวไปหน่อย แล้วนี่กี่โมงแล้ววะ” ภูมิเอ่ยโทษหน้าแหยก่อนจะถามเวลา

“เที่ยงสิบนาที”

“ไปกินข้าวกัน โรงอาหารเต็มหมดแล้วมั้ง” ผมพยักเห็นด้วย เก็บของใส่กระเป๋าอย่างไวว่องก่อนจะเดินตามกันไปยังโรงอาหาร
ระหว่างทางเดินไปโรงอาหาร เห็นคนกลุ่มหนึ่งมุงดูอะไรสักอย่าง พอเดินเข้าไปใกล้ถึงได้รู้ว่ามันคือโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์งานดนตรีของทางวิศวะเพื่อสมทบทุนออกค่ายอาสา

ไม่แปลกนักหากโปสเตอร์นี้เป็นที่น่าสนใจ....

เพราะคนที่อยู่ในโปสเตอร์แผ่นนั้นคลายกลับมีคาริสม่าเปล่งแสงออกมาได้ แถมยังดึงดูดคนผ่านไปผ่านมาให้หยุดมองได้ไม่ยาก ก็คนที่ยืนยิ้มกอดกีต้าร์คลาสสิคในโปสเตอร์แผ่นนั้น คือ


พาร์ม เดือนวิศวะ


แม้เป็นเพียงรูปภาพยังมีผลต่อหัวใจผมเลย คนอะไรจะดูดีได้ขนาดนั้นกัน

“ต้องหล่อเบอร์นั้นเลยเหรอวะ” คล้ายกับได้ยินสิ่งที่ตัวเองคิดแต่นั่นเป็นเสียงของภูมิ ผมพยักหน้าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง หล่อชิบหายเลยเว้ย....คนเรา

“เพลงเกียร์  ชื่อเท่ดี น่าสนุกดี ไปไหมมึง?”

ผมไม่แน่ใจว่าภูมิพูดอะไรกับผม แต่ตอนนี้ผมละสายตาออกจากคนในโปสเตอร์ไม่ได้ ดาเมจรุนแรงเหลือเกิน บางทีก็สงสัยว่ามีใครไหมที่เห็นรูปพาร์มแล้วไม่เผลอจ้องเกินสิบวินาทีบ้าง ผมค่อยๆ ไล้สายตามองพาร์มในโปสเตอร์อย่างละเอียด
ทรงผมที่ยาวขึ้นกว่าแต่ก่อน เข้ากับใบหน้าคมราวกันว่าผมทรงนี้มีมาเพื่อนพาร์มโดยเฉพาะ

คิ้วเข้มพาดปรกดวงตาคม

จมูกเป็นสันลงมารับกับริมผีปากที่กำลังยิ้มอ่อนๆ

คอตั้งตรงจากใหล่กว้างภายใต้เสื้อช็อปสีแดงเลือดหมู มันกว้างจนน่าอิจฉาว่าทำไมใหล่นั่นถึงชวนให้ซบจัง

ถัดลงมา...กางเกงยีนส์สีเข้มทรงสกินนี่สวมทับเรียวขายาวรับกับร้องเท้าหุ้มข้อยี่ห้อยอดฮิตอย่างคอนเวิร์สสีจาง

เท่ห์อะไรอย่างนี้!!!

ผมเลื่อนสายตากลับไปมองใบหน้านั้นอีกรอบ

ยืนดูอยู่อย่างนั้นไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน…..เพลงที่ชอบก็ดังก้องอยู่ในหัว

อยากบอกว่ารักเธอใจมันหมดเรี่ยวแรง
ปากมันก็แข็งยังไงก็ไม่รู้....ไม่พูดไป

 ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ดี๊ ด่า ดา
...ใจเย็นก็กลัวว่าหมา อา อา จะ คาบไป
....ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ก็หวั่นไหว”
….ไม่รู้จะพูดยังไง ก็คนๆนี้มันแอบรักเธอ”

   เรารักนายนะพาร์ม

“ไปแล้วเพื่อนกู  สติหลุดไปแล้ว....ไอ้ไอซ์ จะได้แดกไหมข้าวเนี่ย” ผมโดนภูมิลาก ไม่ผิดครับ...ภูมิมันออกแรงลากผมทั้งๆที่สติยังไม่เข้าที่ ผมได้แต่ออกแรงก้าวขาตามแรงลากของเพื่อนจนไปโรงอาหาร  มิวายยังมีเสียงบ่นอุบอยู่ไม่ขาดไปตลอดทาง

อาการหนักแล้วไอซ์

“นี่ข้าว....แดกเองได้ไหม หรือจะให้กูป้อน” ภูมิวางจานข้าวลงตรงหน้าก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม หลังจากที่ภูมิพาผมมาส่งที่โต๊ะก่อนมันจะอาสาเป็นคนซื้อข้าวมาให้ ผมก้มมองดูข้าวราดแกงอย่างง่ายๆแล้วเงยหน้ามามองเพื่อน อยากจะเอ่ยคำขอบคุณเพื่อนคนนี้จริงๆ อย่างน้อยเมื่อมันรู้ว่าผมชอบผู้ชาย มันก็ไม่เลิกเป็นเพื่อนกับผม  แถมยังคอยดูแลผมอีก....แถมตอนซ้อมลีดหนักๆ ก็ได้ภูมินี่แหล่ะคอยรับคอยส่ง   ถ้าไม่ติดว่าผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว ผมอาจจะเผลอใจไปรักคนอย่างภูมินี่แหล่ะมั้ง

“จะแดกก็รีบแดก ชักช้ากูเอาไปเทให้อีแดงกินแทนนะ” อิแดงคือหมาแม่ลูกอ่อนที่ชอบวนเวียนอมยู่แถวโรงอาหารครับ กูกลืนคำขอบคุณไปพร้อมกับข้าวคำแรกเลยแล้วกันไอ้ห่าเอ๊ย คนอุตส่าห์ซึ้งในน้ำใจของมึงแท้ๆ

เมื่อข้าวคำแรกเข้าปากได้ถึงได้รู้ว่าตัวเองหิวขนาดไหน สติจึงได้กลับเข้าร่างอย่างสมบูรณ์สลัดความเพ้อออกจากหัว  เพราะต้องตั้งสติกับการก่อสงครามกับข้าวเที่ยงตรงหน้าให้สำเร็จ ก่อนจะเข้าเรียนไม่ทัน.....ขืนเข้าสายได้นั่งเพ้อหาเอหนักกว่าเดิมอีกเป็นแน่

จ้วงต่อ.....ไม่รอแล้วนะ

ผมกับภูมิพึ่งมารู้จักกันตอนเข้ามหาวิทยาลัยนี่แหล่ะครับ ไม่รู้ว่าบุญกรรมอันใดถึงนำพาเราสองให้มารู้จักและสนิทกันอย่างรวดเร็ว ที่ภูมิรู้ว่าผมแอบชอบพาร์ม เพราะรุ่นพี่นั่นแหล่ะครับ ข่มขู่ให้ภูมิพลิกแผ่นดินหาผมให้เจอไม่อย่างนั้นภูมิจะต้องเป็นลีดแทนผม

วันนั้นภูมิเคาะห้องผมอยู่นานมาก เคาะไม่ยอมหยุด ผมทำใจแข็งไม่เปิดประตูจนข้างห้องออกมาโวยวายผมถึงได้ใจอ่อน แต่ดันลืมไปว่าในห้องผมมีรูปพาร์มที่แอบไปอัดขยายตั้งอยู่ข้างเตียง เรื่องถึงได้แดงแจ๋ให้มันได้ซักเอาความเสียนานสองนาน



“ไอซ์”

ขณะที่ผมก้มหน้าก้มตาจ้วงข้าวเข้าปาก รู้สึกเหมือนมีคนเรียกชื่อดังจากบนหัว รึว่าหิวจนหูฟาดวะ....

“ไอซ์”

หูไม่ฟาดแน่  ผมไล่สายตาจากจุดแรกคือเป้า ช่วยไม่ได้แฮะ มันอยู่ตรงหน้าพอดี ผมค่อยๆเงยหน้ามองเรื่อยไปตามตัว ใครกันถึงได้สูงแบบนี้เนี่ย เสื้อตัวในสีขาวทับด้วยเสื้อช็อปสีเลือดหมู ถ้าจำไม่ผิดนั่นเสื้อช็อปวิศวะ

ช็อปวิศวะ?

ไม่มีเพื่อนเรียนวิศวะนี่หว่า....ใครวะ?

ใบหน้าหล่อเหลาแบบนี้ รอยยิ้มแบบนี้ เหมือนเห็นอยู่ในโปสเตอร์แผ่นนั้นเลยแฮะ

……..!!!!!!

พาร์ม!!!!!


“อุ๊!! แค็กๆ แค็กๆ” ข้าวในปากทั้งหมดพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงตามด้วยอาการไอเพราะสำลักข้าว น้ำหูน้ำตาไหล รู้สึกแสบอกแสบคอไปหมด ยังดีที่พาร์มหลบได้ทั้นไม่อย่างนั้น......ข้าวเต็มหน้า เต็มเป้าพาร์มแน่

“กินน้ำก่อนมึง  ใจเย็นๆ” ภูมิเลื่อนน้ำมาให้พลางลูบหลังผมปอยๆ ผมยกน้ำขึ้นดืมรวดเดียวครึ่งแก้ว อาการถึงค่อยทุเลาลงได้

“ตกใจอะไรขนาดนั้น” พาร์มถาม ถามมาได้ว่าตกใจอะไร  ไอซ์เอ้ยมองอยู่ไกลๆก็ฟินดีอยู่หรอก...แต่ไม่นึกว่าจะมายืนอยู่ต่อหน้าใกล้ๆแบบนี้นี่นา  แล้วเราต้องทำตัวยังไงดี?

ให้เงยหน้าขึ้นไปแล้วยิ้มใส่งี้?  พูดคุยเหมือนเจอเพื่อนเก่างี้หรอ?

“ปะ....เปล่า”

“นั่งด้วยได้ไหม ไม่มีโต๊ะว่างเลย”

ผมหันไปมองรอบตัวเป็นจริงอย่างพาร์มว่า ไม่มีโต๊ะว่างเลยจริงๆ

“เอาดิ” นั่นเป็นเสียงของภูมิ


   พาร์มกวักมือเรียกเพื่อนที่ยืนอยู่ห่างออกไป  ก่อนมนุษย์ผู้ชายตัวเขื่องร่วมสิบคนนั่งอัดกันเป็นปลากระป๋องกินมือเที่ยงอยากเบียดเสียด ผมจะไม่ติดขัดอะไรเลยครับหากคนที่นั่งเบียดอยู่ข้างซ้ายผมเนี่ยไม่ใช่พาร์ม

มันเบียดกันมากครับ และไม่เข้าใจว่าวิศวะจะหยอกล้อกันอย่างกับเด็กได้ขนาดนี้ พลักกันไปผลักกันมาอย่างกับเด็กประถม ก็ไม่ติดอะไรอีกนั่นแหละถ้าเกิดจะหยอกกันแบบนี้ แต่ผลักกันที...ตัวของพาร์มก็เบียดตัวผม  มันส่งผลต่อหัวใจผมโดยตรง กลัวจะวายตายเอาตรงนี้ มันเต้นแรง แรงจนหน้ากลัว รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ เหมือนกำลังจะเป็นไข้ ถ้าไม่เกรงใจสายตาประชาชีผมจะกระโดดขึ้นนั่งตักพาร์มให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย  ถ้าผมตัวเล็กกว่านนี้ก็คงจะอยากทำแบบนั้นอยู่หรอก แต่ตัวผมเกือบจะเท่ากันอยู่แล้วเนี่ยแค่พาร์มตัวหนากว่า...........งั้นอด

เวลาที่พาร์มตักข้าวที แขนก็เบียดผมที  เนื้อแน่นจนสมผัสได้ แนบเนื้อชนิดที่ว่ารู้สึกถึงได้ไอร้อนจากกายของพาร์ม  ผมไม่กินแล้วข้าวอ่ะ ผมกล่าวคำอำลาข้าวที่เหลือไปนานแล้ว กินไม่ลง....ไม่ใช่สิ มือผมสั่นต่างหาก สั่นจนควบคุมไม่ได้ต่างหาก  แถมรู้สึกว่าหัวหนักกว่าทุกวัน ก็เลยต้องก้มหน้าก้มตามองมือที่กุมกันไว้เสียแน่นแล้วใช้ขาหนีบเอาไว้อีกที  หวังซ่อนอาการมือสั่นเอาไว้ให้มิดชิด แต่มันเป็นท่าทางปกติเสียที่ไหนกันล่ะไอ้ท่าแบบนั้น

“อิ่มแล้วหรอ ไม่สบายหรือเปล่า ปากสั่นๆ หน้าแดงด้วย” พาร์มเอ่ยถาม เสียงเหมือนอยู่ข้างหู เสียงมันใกล้มากๆ  ผมส่ายหัวรัวเป็นคำตอบ ไม่กล้าพูดกลัวเสียงมันสั่น เขินก็เขิน ประหม่าก็ประหม่า ตั้งแต่ที่รู้ตัวว่าชอบก็ไม่เคยได้เข้าใกล้ขนาดนี้เลย ไม่เคยคิดว่าจะเข้าใกล้เลยสักครั้ง ไม่ได้เตรียมใจมาก่อน

หัวใจข้าเอ๋ย....อย่าพึ่งวายตายไปก่อนนะ  ฮืออออออออออออออออออออ

....ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ดี๊ ด่า ดา
...ใจเย็นก็กลัวว่าหมา อา อา จะ คาบไป
....ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ก็หวั่นไหว
….ไม่รู้จะพูดยังไง ก็คนๆนี้มันแอบรักเธอ

   ขณะที่ผมเอาแต่ร่ำร้องอยู่ในใจ เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้น มันช่วยชีวิตผมไว้ ผมรักเพลงนี้จริงๆ รักชิบหายเลยตอนนี้ ผม่รีบล้วงเอามือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง พยายามบังคับให้มือไม่สั่นเท่าที่จะทำได้ แต่มันไม่ได้ผลเลยสักนิด

“วะ..ว่าไง คิน”

เสียงสั่นชิบหายเลยเว้ยไอซ์  ผมพยายามตั้งสติฟังปลายสายว่ากำลังพูดอะไรหลังจากที่สติแตกยับไม่เหลือชิ้นดี วิ่งหนีออกนอกโลกไปสถิตย์บนดาวยูเรนัสแล้วมั้ง

“เปล่าๆ อะ...อ๋อ  กำลังไป จะ...เจอกันหน้าตึก”

ผมกดวางสายก่อนจะเงยหน้ามาสู้สายตาประชาเป็นครั้งแรก ถึงได้เห็นว่าทุกสายตากำลังมองมาที่ผมเป็นตาเดียว ผมยิ้มแห้งๆส่งไปให้ทุกคน แล้วตั้งสติพร้อมบอกกับตัวเองว่า เพื่อนรออยู่หน้าคณะ....ต้องรีบไป


ต้องรีบไปจากที่นี่.......


เดี๋ยวเพื่อนรอ.....


เพื่อนหรอ?

ลืมไปเลยว่ามากินข้าวกับภูมิ ใช่ต้องลากไอ้ภูมิไปเรียน

แล้วต้องไปตอนนี้

ต้องไปแล้วไอซ์.....หายใจไม่ทันแล้ว

“ดะ..เดี๋ยวต้องไปแล้ว  เพื่อนโทรตาม” บอกออกไปตามมรรยาทก็เท่านั้น “ภูมิ ไปเรียนกันอาจารย์จะเข้าแล้วถ้าเข้าช้า เดี๋ยวโดนบ่นหูชา ไปแล้วนะ” รัวคำพูดเสร็จก็เดินดุ่มๆออกมาเลย ได้ยินเสียกเรียกของภูมิไล่ตามหลังมา ผมไม่หันกลับไปมองอีกแล้วรู้แต่ว่าต้องออกจากาตรงนี้ก่อนแล้วค่อยหาที่ตั้งหลักที่ไหนสักที่ 


เสียมรรยาทไปไหมแบบนี้ พาร์มจะคิดกับผมว่ายังไงกัน ฮือๆๆๆ  สติแตกควบคุมอะไรไม่ได้เลย

“อาการออกชิบหาย”


เมื่อภูมิเดิมตามมาถึงตัวผม ก็เอ่ยย้ำอาการที่ผมแสดงออกไป อยากบอกเพื่อนเหลือเกินว่าผมควบคุมตัวเองไม่ได้เลยพะยะค่ะ

“เกือยแย่ ใจกูเต้นแรงชิบหาย นี่มือยังสั่นอยู่เลย” ผมว่าพลางยกมือมาให้เพื่อนดู มือผมยังสั่นอยู่ ภูมิสายหัวแต่ก็ไม่พูดอะไร ผมยืนหอบอยู่ตรงนั้นสักพักถึงได้ชวนกันเข้าเรียน






LeinSter Talk : ผมเขียนตอนที่หนึ่งขึ้นมาใหม่ โดยมีเส้นเรื่องเดิม พยายามถ่ายทอดให้ราบรื่นขึ้น ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาคอมเม้นนะครับ...มันเป็นกำลังใจที่ดีมากมาย

ความสามารถยังไม่ถึงจุดที่จะเล่าเรื่องให้สนุกได้...แต่แอบกระซิบว่าตั้งใจมากๆเลยครับ

ปล.ตอนที่สองเขียนเสร็จแล้ว หากไม่มีอะไรผิดจากที่คาดเอาไว้ คืนนี้คงได้อัพตอนที่สอง
ปลล. ลูกน้องขอลาไปทำธุระสามวัน งานทั้งหมดเลยถมมาที่ผมคนเดียว เวลาว่างเลยไม่ค่อยจะมี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-04-2019 11:37:21 โดย LeinSter »

ออฟไลน์ greenapple

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1083
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-5
Re: เรื่องสั้น "ใจเย็น"
«ตอบ #2 เมื่อ01-04-2019 12:25:50 »



ลุ้นนนช่วยน้องไอซ์

แอบสงสารน้อง

อยากให้สมหวัง


เป็นกำลังใจให้คนเขียนค่ะ

คำผิดเยอะนะคะ อิอิ

 :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2755
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
Re: เรื่องสั้น "ใจเย็น"
«ตอบ #3 เมื่อ01-04-2019 19:09:27 »

 :pig2: :pig2: :pig2:

ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 604
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-2
Re: เรื่องสั้น "ใจเย็น"
«ตอบ #4 เมื่อ02-04-2019 08:51:41 »

น้องไอซ์  เอาใจช่วยนะะะะ ขอให้สมหวังง
สนุกค่ะ สู้ๆ ถ้าอัพตอนใหม่รบกวนตั้งหัวเรื่องตอนี่2 แล้วก็วันที่อัพด้วยนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่าาา  o13

ออฟไลน์ palmiers

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 530
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Re: เรื่องสั้น "ใจเย็น"
«ตอบ #5 เมื่อ03-04-2019 18:37:32 »

ไอซ์ก็ต้องอยู่ในสายตาพาร์มบ้างละว้า  :m12:
เรื่องน่ารัก อ่านสนุกค่ะ ถ้าแก้คำผิดจะอ่านได้ไหลลื่นกว่านี้ค่ะ

ออฟไลน์ greenapple

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1083
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-5
Re: เรื่องสั้น "ใจเย็น"
«ตอบ #6 เมื่อ04-04-2019 06:21:11 »



รีบมาต่อเน้อ

รอ รอรอค่าาา

 :mew1:

ออฟไลน์ มนุษย์บิน

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 319
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
Re: เรื่องสั้น "ใจเย็น"
«ตอบ #7 เมื่อ05-04-2019 14:07:24 »

เอาใจช่วยไอซ์!!!!

ออฟไลน์ zingiber

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 439
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-4
Re: เรื่องสั้น "ใจเย็น"
«ตอบ #8 เมื่อ05-04-2019 18:05:40 »

รอ ร๊อ รอ ไอซ์-พาร์ม จ้าาาา

ออฟไลน์ Pittabird

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 849
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
Re: เรื่องสั้น "ใจเย็น"
«ตอบ #9 เมื่อ05-04-2019 19:24:34 »

รอรอ น่ารัก เชียร์น้องไอซ์ :กอด1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: เรื่องสั้น "ใจเย็น"
« ตอบ #9 เมื่อ: 05-04-2019 19:24:34 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ LeinSter

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
- LeinSter Talk -
[/size]


 
แวะมาบอกว่าจะอัพตอนที่ 2 คืนนี้ ซึงเรื่องจะจบลงในตอนที่สองนี่เองครับ

ทั้งนี้ตอนที่..1 ผมเขียนใหม่นะครับ

- ด้วยรัก -




- LeinSter  -
[/size]

ออฟไลน์ LeinSter

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ใจเย็น...ตอนที่ 2

หลังจากวันนั้น ผมเจอพาร์มได้บ่อยขึ้น เห็นวนๆ เวียนๆ อยู่แถวตึกนิเทศน์  มียิ้มทักทายกันบ้างแต่ไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวสติแตกเหมือนคราวนั้น

วันนี้เป็นวันที่คณะวิศวะมีงานครับ

งานเพลงเกียร์.......

จากงานจัดกันเล็กๆ ก็ดูจะยิ่งใหญ่เสียขึ้นมาดื้อๆ ทางเพจคณะวิศวะโปรโมทหนักมาก โดยอัพคลิปซ้อมดนตรีของแต่ละวงลงเพจทุกวัน ก็เป็นคณะที่รวมเอาผู้ชายหน้าดีไปกองเอาไว้ที่เดียวเนอะ....ไม่แปลกนักหรอกหากงานนี้จะเป็นที่สนใจของบรรดาสาวๆ ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย

ผมตั้งใจจะไปอยู่เหมือนกัน ถ้าไม่ติดตรงที่รายงานโดนตีกลับเพราะลำดับหน้ารายงานผิดพลาด ทั้งรูปเล่มก็ผิด เพาเวอร์พ้อยท์ก็พัง ถึงได้มานั่งแก้งานงกๆอยู่นี่ไงหล่ะครับ.....งานเพลงเกียร์นั่นจึงเอาไว้ก่อน ตอนนี้ต้องแก้งานให้เสร็จก่อนอาจารย์เจ้จะกินหัวเอา

ภูมิก็มีท่าทางแปลกๆ  บอกว่าจะอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าผมจะแก้งานเสร็จแต่ก็เร่งผมทุกๆ สิบนาที เดี๋ยวไม่ทันงานเพลงเกียร์บ้างล่ะ อยากไปปลอดปล่อยบ้างล่ะ จริงๆคงอยากไปดูสาวๆ นั่นแหล่ะครับ อย่าคิดว่าผมจะรู้ไม่ทันมัน เมื่อมีผู้ชายหล่อๆ ผู้หญิงสวยก็ต้องเยอะ แถมงานนี้เป็นงานการกุศลแบบนี้สาวๆทั้งมหาวิทยาลัยน่าจะรวมกันอยู่ตรงนั้น
   

แต่เอาเถอะ....ภูมิคงไม่อยากพลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ ผมเข้าใจครับ

   
“ไอซ์  มึงจะทำเอาโล่หรือไง  จบงานเดี๋ยวกูมาทำช่วย” สิบนาทีพอดีเป๊ะ
   
“เสร็จแล้วคร้าบเพื่อน...รอแปปครับ”

“นึกว่าจะไม่ทัน”

“จะไม่ทันได้ยังไง เหลือเวลาอีกตั้งเยอะ วิศวะก็อยู่แค่นี้เอง.....ลุกลี้ลุกลนแปลกๆ”

“อ้าวหรอ....แฮ่ๆ” ภูมิหัวเราะแห้งให้ผม แปลกจริงด้วยแฮะ ปกติภูมิคงบ่นเป็นหมีกินผึ้งไปแล้ว น่าสงสัยๆ แต่เอาไว้ก่อน ขืนยังพิรี้พิไรชักช้าเดี๋ยวจะโดนคุณชายภูมิทุบกะโหลกจริงๆ แน่





“คนเยอะว่ะ”ผมเอ่ยตามสิ่งที่เห็น เวทีขนาดกลางสูงสักหนึ่งเมตรได้ แต่คนดูยืนเป็นวงกว้างกินพื้นที่เต็มบริเวณ

“ทางนี้ๆ”

ภูมิลากผมไปหาเพื่อนร่วมคณะที่กระโดนเหยงๆ โบกมือเรียกอยู่ไม่ไกล แต่กว่าจะผ่านเข้าไปได้เล่นเอาลมแทบจับเพราะดันทะลึ่งไปออรวมกันอยู่ตรงกลางคนดู คนแน่นเหลือเกินครับเหมือนกับงานคอนเสิร์ตศิลปินจริงๆ


เราทั้งหมดกอดคอกันเต้นอย่างลืมตาย ลืมความเครียดเรื่องงาน เรื่องเรียนกันหมดสิ้น ต่างฝ่ายต่างกอบโกยเอาความสนุกที่มีอยู่ตรงหน้า ผมเคยไปดูคอนเสิร์ตกับเพื่อนตอนมอปลาย บรรยากาศก็จะประมาณนี้ แต่คราวนี้บ้าบอกว่าครั้งไหน ถ้ารู้จักเด็กนิเทศดีจะรู้ว่างานแบบนี้สนุกสู้เด็กนิเทศไม่ได้หรอก จากเพื่อนที่เกาะกลุ่มกันแค่สิบกว่าคน กลายเป็นว่าเด็กนิเทศแห่มารวมกันอยู่เป็นกระจุกเดียว มีแวบหนึ่งที่เกรงใจคนอื่นๆเพราะกลุ่มเราชักจะใหญ่เกินไปแล้ว แต่ก็แค่แวบเดียวเท่านั้น ฮ่าๆ

ทั้งหมดจะเล่นด้วยกันสี่วง เป็นวงตัวแทนของแต่ละชั้นปี ได้ข่าวว่ามีการจัดการแข่งกันภายในคณะเสียก่อน หาที่ดีที่สุดของแต่ละชั้นปีเพื่อขึ้นแสดงในงานวันนี้

ที่น่ายินดี....คือวงของพาร์มเป็นวงตัวแทนของปีหนึ่งนั่นเอง  ผมคาดหวังว่าจะได้เห็นพาร์มตีกลองอีกครั้ง

“เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ขอเสียงกรี้ดดังๆ ให้กับวงของวิศวะกรรมศาสตร์ปีหนึ่งครับบบบบบ....” สิ้นเสียงพิธีกรที่ส่งให้กับวงต่อไป พลันเสียงกรี๊ดก็ดังขึ้นอีกระรอก

ไฟบนเวทีพลันดับแสงลง จากนั้นก็มีเสียงเบสแทรกขึ้นมาท่วมกลางความมืดโดยมีเสียงกลองกระเดืองให้จังหว่ะ เรียกเสียงปรบมืออย่างท้วมท้น แล้วไฟดวงใหญ่ก็สาดไปยังตำแหน่งที่มือเบสยืนอยู่ เสียงกรี๊ดดังขึ้นเมื่อปรากฎมือเบสที่หล่อเหลาใช่ย่อย เป็นการเปิดตัวสมาชิดในวงนั่นเองครับ

มือเบสโซโลโชว์ฝีมืออยู่สักอึดใจ เสียงกีต้าร์ก็ดังแทรกขึ้นมาอีก ดวงไฟก็สาดเปลี่ยนต่ำแหน่งไปยังมือกีต้าร์

 สักพัก....

เสียงกลองรัวขึ้นมาเปลี่ยนจังหว่ะ จากแค่ตีให้จังหว่ะเปลี่ยนเป็นรัวกลองอย่างบ้าคลั่ง ทำให้รู้ว่าคราวนี้จะเป็นคิวของมือกลองที่จะได้แนะนำตัว หากแต่แสงไฟยังไม่ส่องไปยังต่ำแหน่งนั้น

แล้วเสียงก็เงียบลง....

ไฟทุกดวงดับลงอีกครั้ง

เสียงเบสขึ้นอินโทรเพลงแสงสุดท้ายแทรกผ่านความมืด ก่อนที่นักร้องจะวิ่งขึ้นมาบนเวที

“สวัสดีครับบบบบบบบบบบบ” พลันแสงไฟก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกัน ต่อด้วยเสียงโห้ร้องเสียงกรี๊ดปะปนกันไป

เพลงจังหว่ะสนุกๆ ก็เต้นกันยับ

เพลงช้าก็กอดคอโยกตัวไปตามจังหว่ะ หลายต่อหลายเพลงถูกบรรเลงไปเรื่อยๆจนจบลง หนึ่งวงใช้เวลาในการแสดง 30 นาที วงของพาร์มเล่นมาแล้วยี่สิบกว่านาทีแล้ว คงเหลืออีกไม่เกินสองถึงสามเพลง

“ก่อนที่วงเราจะทิ้งท้าย เพลงต่อไปผมต้องขอมอบเวทีให้กับเพื่อนของผมครับ” นักร้องพูดผ่านไมค์ ก่อนที่จะเดินอ้อมไปเปลี่ยนตำแหน่งกับมือกลองอย่างพาร์ม

พาร์มสลับหน้าที่กับเพื่อนออกมายืนหล่อตรงหน้าเวที เรียกเสียงกรี๊ดดังขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ผมมองพาร์มที่แต่งตัวแบบเดียวกับโปสเตอร์ หัวใจก็เริ่มออกอาการขึ้นมาดื้อๆ

“ผมอยากจะร้องเพลงนี้ให้กับคนๆ หนึ่งฟังครับ อยากให้รู้ว่าผมกับคนๆ เรารู้สึกเหมือนกัน” พาร์มเอ่ยขึ้นพร้อมกับเสียงฮือฮาจากคนดู

“คนไหนครับเพื่อน” มีเสียงถามผ่านไมค์เป็นอีกเสียงก่อนที่จะมีอีกคนเดินขึ้นมาบนเวที ถ้าจำไม่ผิดคนนั้นน่าจะเป็นกำธร เพื่อนสนิทของพาร์ม

“คนของนิเทศน์ครับ” พาร์มตอบเสียงเรียบ พลันเสียงซุบซิบก็ดังขึ้นระงม จากนั้นกลุ่มเด็กนิเทศน์อย่างพวกผมก็ตกเป็นเป้าสายตาของคนในงานทันที คนคุมไฟก็รู้งานดีเหลือเกินครับ เล่นสาดไฟมายังกลุ่มพวกผมเสียอย่างนั้น

ในหัวผม คิดแต่เพียงว่า คนๆนั้นเป็นใคร?

“พอจะบอกได้ไหมครับ ว่านิเทศน์ปีไหนเอ่ย” กำธรเอ่ยถามพาร์มบนเวที

“ปีหนึ่งครับ”

เสียงเซงแซ่ดังขึ้นอีกระลอก แต่กลุ่มนิเทศน์เรากลับเงียบปากมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“บอกชื่อไปเลยครับเพื่อน” กำธรพูดยุ

“จะดีเหรอ” พาร์มเอ่ยถามด้วยท่าทีเขินๆ

“บอกเลยๆ บอกเลยๆ” เสียงจากคนดูพร้อมใจกันเชียร์จนดังกึกก้อง หัวใจผมเต้นตึกตัก ลุ้นว่าใครกันที่เป็นคนโชคดีคนนั้น แต่อีกเสี่ยวหนึ่งของความรู้สึกกับรู้สึกหน่วงๆ ในอกอย่างเสียไม่ได้


อะไรกันความรู้สึกแบบนี้....

ทั้งๆที่บอกกับตัวเองมาตลอด ว่าจะยืนอยู่ในจุดที่ขอแค่ได้มอง

จะไม่คาดหวัง...

จะไม่เสียใจเวลาเห็นพาร์มมีแฟน...

แต่ทำไม......


“ไอซ์” ภูมิที่ยืนอยู่ข้างๆสะกิดเรียก ผมถึงได้สติกลับคืนมา

“กูโอเค บอกแล้วไงว่า....” ผมยังพูดไม่ทันจบคำ กำลังจะบอกเพื่อนว่าผมไม่เป็นไร แต่เสียงอินโทรเพลงที่ผมชอบก็ดังขึ้นเสียก่อน ผมจึงละสายตาจากเพื่อนกลับไปมองบนเวทีอีกครั้ง ไม่คิดว่าจะได้ยินพาร์มร้องเพลงนี้อีก

ผมสลัดความรู้สึกก่อนหน้าออกไป เพราะอยากฟัง อยากเห็นพาร์มร้องเพลงนี้ อยากเก็บภาพความทรงจำนี้ไว้ให้ได้เยอะที่สุด สายตาจดจ้องยังคนที่กำลังโยกตัวอยู่บนเวที

“แอบมองเธอยิ้มใจมันก็สั่นไหว

อุณหภูมิหัวใจเย็นลงเหมือนติดลบ

อย่างกับยืนกลางฝนตก หิมะโปรยในใจของฉัน

   อยากบอกว่ารักใจมันก็หมทดเรี่ยวแรง

   ปากมันก็แข็งยังไงก็ไม่รู้.....ไม่พูดไป

ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ดี้ ดา ดา

ใจเย็นก็กลัวว่าหมา อา อา จะคาบไป

ใจเย็นจนเริ่มชา ดา ดา จนหวั่นไหว

ไม่รู้จะพูดยังไงเมื่อคนๆนี้มมันแอบรักเธอ....”


   ผมไม่รู้ว่าด้วยซ้ำว่าบรรยากาศรอบตัวจะคึกคักสนุกกันแค่ไหน เพราะสายตาผมจดจ้องมองแต่พาร์มคนเดียว มองดูท่าทีเท่ห์นั้น ใจก็ยินดีที่ได้เห็นพาร์มกำลังเปล่งเสียงร้องเพลงอยู่

แค่นี้ก็พอแล้วไหมไอซ์....

มันอาจจะแค่ใจเผลอไปคาดหวังแบบไม่รู้ตัวถึงได้รู้สึกอะไรแบบนั้น

แต่ไม่เป็นไรนี่เนอะ....แค่นี้ก็มีความสุขแล้วนี่

มองอยู่ที่ไกลๆ อย่างที่เคยทำก็มีความสุขดีแล้ว.....

อย่าเข้าใกล้กว่านี้....เพราะคนที่จะต้องเสียใจ....ก็คือตัวผมเอง


“ยิ้มได้แล้วนะมึง” ภูมิพูดอยู่ข้างๆ มือที่โอบใหล่ผมตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ แต่รู้สึกว่านั่นคืดคำปลอบโยนจากเพื่อน ผมหันไปยิ้มให้กับเพื่อนเพื่อยืนยันว่าผมกำลังมีความสุข ภูมิก็ยิ้มส่งกลับมาให้เช่นกัน

“ขอบใจนะเว้ย” ผมเอ่ยขอบคุณภูมิที่เข้าใจความรู้สึกของผม รู้สึกขอบคุณภูมิที่เป็นเพื่อนกัน


   “อากาศาเริ่มหนาวเวลาได้ใกล้เธอ

   ป่วยจนเป็นไข้ใจเวลาได้เจอะเจอ

   อย่างกับโดนน้ำแข็งสาด ไปยืนอยู่บนขั้วโลกเหนือ

      อยากบอกว่ารักเธอใจมันหมดเรี่ยวแรง

      ปากมันก็แข็งยังไงก็ไม่รู้.....ไม่พูดไป

ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ดี้ ดา ดา

ใจเย็นก็กลัวว่าหมา อา อา จะคาบไป

ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ก็หวั่นไหว

ไม่รู้จะพูดยังไงเมื่อคนๆนี้มันแอบรักเธอ....”


ต่อไปก็ถึงท่อนแรพแล้ว...ผมตั้งสมาธิอย่างแน่วแน่เพื่อจดจำความเท่ห์นั้นให้ได้ทั้งหมด  จะต้องบันทึก....เอาไว้ในสมอง ในความทรงจำ

ไอ้ไอซ์ไอ้โง่!!!!

   ผมด่าตัวเองในใจ...ดันโง่คิดไม่ถึงว่านี่มันยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำถึงขีดสุดแล้ว....และมีท่าทีว่าจะพัฒนาไปได้อีกไกลไม่มีวันจบสิ้น  ผมล้วงเอามือถือ กดล็อคหน้าจอ กดเข้าไปยังกล้อง กดบันทึกเป็นวีดีโออย่างรวดเร็ว  ดีนะที่ยังพอมีสมองส่วนที่ฉลาดอยู่บ้าง......เกือบไม่ทันแล้ว

แม้จะรู้ตัวทันว่าต้องถ่ายวีดีโอ หากแต่คนข้างหน้าที่กระโดดโลดเต้นบังกล้องผมหมด ต้องดันตัวเองไปข้างหน้าอีกสินะ

งั้นไป........

ผมพยายามดันตัวเองไปข้างหน้ากลุ่มเพื่อน เพราะสังเกตุเห็นว่ากลุ่มคนดูด้านหน้าไม่ได้เต้นสละชีพอย่างเด็กนิเทศน์เพื่อนผมตอนนี้

ในที่สุดผมก็พาตัวเองมายืนหน้ากลุ่มจนได้......

ผมเพ่งสายตาให้จดจ่ออยู่กับหน้าจอ บังคับมือตัวเองให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะได้…..เอาล่ะ...พาร์มจะแร็พแล้ว

“หน้าชา ปากชา ขาชา ไอนั่นก็ชา

แม้แต่ปรอทก็วัดไม่ได้ ตั้งแต่มีเธอนั้นเดินเข้ามา

อยู่ ๆ หัวใจหยุดเต้น มัน Thinaken จนเกินเยียวยา”


โคตรเท่ห์ เมื่อพาร์มสวมบทแร็พเปอร์  เสียงกรี๊ดดังขึ้นจากทุกสารทิศ


“ก็เธอนั้นน่ารักที่สุด น่ารักเป็นหนึ่งในพสุธา

แค่เธอขวาซ้ายขวา แค่เธอเดินมาแทบลืมหายใจ

แค่อยากจะทักแต่ก็ต้องทุกข์ ก็เพราะไม่รู้ต้องเริ่มไง

น้ำแข็งเกาะทีละนิด ความเย็นออกฤทธิ์ภายในหัวใจ

ชามันไปทุกส่วน ทุกอวัยวะในร่างกาย”

“ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ดี้ ดา ดา
ใจเย็นก็กลัวว่าหมา อา อา จะคาบไป
ใจเย็นจนเริ่มชา ดา ดา จนหวั่นไหว
ไม่รู้จะพูดยังไงเมื่อคนๆนี้มมันแอบรักเธอ....”  เป็นกำธรที่ร้องท่อนนี้แทน ผสานท่อนแรพกับพาร์มได้ไม่ผิดเพี้ยนกับต้นฉบับ ประทับใจสุดๆเลยครับ


หูได้ฟังเพลงที่ชอบร้องโดยคนที่ชอบ ตาก็เห็นคนที่ชอบมีมาดเท่ห์ผ่านจอมือถือ ดีที่ข้างหน้าไม่มีคนบัง...โชคดีอะไรแบบนี้


ข้างหน้าไม่มีคนบังงั้นหรอ?

เป็นไปได้ด้วยหรอ?

งานคอนเสิร์ตนะ.....ผมยืนอยู่ตรงกลางด้วย

เกิดอะไรขึ้นกัน.........

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

ผมได้ยินแต่เสียงกรี๊ดเพราะว่ามันดังมากๆ จากทุกทิศ ผมถึงได้มองรอบๆ ข้าง
ทำไมคนดูแหวกแยกเป็นสองฝั่งล่ะ?


พะ......พาร์ม!!!!!!!



เหมือนหูดับ....ไม่ได้ยินเสียงอื่นใด นอกจากเสียงหัวใจของผมเอง

มันเต้นเสียแรง......แรงกว่าทุกครั้ง

หายใจหอบถี่ อย่างตื่นเต้น

เพราะพาร์มกำลังเดินมา....


พาร์มถือไมค์จ่อปากร้องเพลงขณะที่เดินตรงมาเรื่อยๆ........

ตรงมาทางผม......

หรือนี่จะเป็นการตอบคำถาม....ที่พาร์มยังไม่ได้ตอบตอนก่อนจะเริ่มเพลง


ไม่เอาน่าไอซ์....จะตื่นเต้นทำไมกัน ในเมื่อพาร์มก็บอกอยู่ว่าคนที่พาร์มชอบเป็นเด็กนิเทศน์ คงจะเป็นหนึ่งในกลุ่มพวกผมนี่แหล่ะนะถึงได้เดินมาทางนี้  คิดเพ้อเจ้อว่าพาร์มกำลังเดินมาหาตัวเองทำไม?

ผมเลยได้สติเมื่อคิดกับตัวเองแบบนั้น จึงได้หลบเข้าไปรวมกับคนอื่นๆ แต่ก็ดีเหมือนกัน...ได้ถ่ายวีดีโอตอนที่พาร์มบอกรักคนที่เขารัก....ในฐานะคนที่แอบรักอย่างผมก็น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ควรยินดีไปด้วย

ผมยังถ่ายเหตุการณ์เอาไว้ สายตาจับจ้องไปยังหน้าจออย่างไม่วางตา

ชิบหาย!!!

คนที่พาร์มชอบอยู่ด้านหลังผมหรอกหรอ?...พาร์มถึงได้หันหน้ามาทางผมอีกเนี่ย!!

ภาพในจอเห็นพาร์มหยุดอยู่ตรงหน้าผม………ต้องหลบอีกรอบสินะ

“ไอซ์”

ใคร...ใครเรียกชื่อผม เสียงเหมือนดังออกมาจากลำโพงเลยแฮะ

บรรยากาศรอบตัวเงียบ....คราวนี้หูผมไม่ได้ดับครับ....แต่เป็นความเงียบจริงๆ

“ฟังทอนนี้หน่อยดิ”


 “กริ๊ดดดดดดดดดดดดดด”
“หื้ออออออออออ”
“แกกกกกกกกกกก”
“งื้อออออออออออ”
“ชะนีไทยเจ็บใจ ผู้ชายไทยเจ็บตูด...ฟินนนนนนน”
“หมายถึงไอซ์หรอ”
“ไอซ์ลีดนิเทศน่ะหรอ”
“เขาจะชิปกันให้เราดูหรือเหล่า?”


   เสียงรอบข้างเซงแซ่จนฟังไม่ได้ความ ก่อนจะค่อยเงียบเสียงลงเมื่อพาร์มเริ่มร้องเพลงใจเย็นท่านฮุก


“ใจเย็นจนเริ่มจะช้า ดา ดา ดิ๊ ด่า ดา”


โดยไม่มีเสียงดนตรีประกอบ


“ใจเย็นจนกลัวว่าหมา อา อา จะคาบไป”


ผมรู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงที่มีกำลังจะหมดไป.....


“ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา จนหวั่นไหว”


ผมหรอ...คนๆนั้นคือผมหรอ....เด็กนิเทศน์ที่พาร์มบอกว่าชอบ.....


คือผมงั้นหรอ......


“ไม่รู้จะพูดยังไง.....ว่าคนๆนี้.....
...มัน
...แอบ
...รัก
...เธอ”


“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”
   
ผมคงแก้งานจนไม่ได้พัก.....

เสียงกรี๊ดนั่นจึงเป็นเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยิน....

ก่อนที่ผมจะหมดสติไป……

หวังเมื่อผมตื่นขึ้นมา เรื่องราวทั้งหมดจะไม่ใช่ความฝันนะครับ...............................







เดี๋ยวคืนนี้มาต่อให้อีกครับ......





ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2755
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
งูย..ยยยยยยย น่ารัก รีไรต์แล้วอ่านสนุกขึ้น เป็นกำลังใจให้จ้า  :กอด1: :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ LeinSter

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ใจเย็น   2.2  จบ

พาร์ม  PART

      ผมอยากเป็นคนธรรมดาๆ ที่มีความรักเหมือนคนทั่วไป ถึงแม้ความรักของผมจะมีให้ผู้ชายด้วยกันก็ตาม  ผมไม่อยากโดดเด่น...แต่ยิ่งหลีกหนีกลับเหมือนวิ่งชน  อยากเป็นคนที่เดินไปไหนมาไหนโดยไม่มีคนเหลียวมองหรือเป็นจุดสนใจ กว่าจะชินกับเรื่องแบบนี้ได้ก็เล่นผมเกือบเขวเพราะหลงตัวเองอยู่เหมือนกัน

      ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะตกหลุมรัก  รอยยิ้มของผู้ชายด้วยกันมาก่อน

   ก่อนวันงานนฟุตบอลหนึ่งวัน ผมที่โดนจับให้ไปถือป้ายอะไรสักอย่างตอนผมอยู่ม.4  ผมพึ่งย้ายมาเรียนตอนม.ปลายครับ เคยได้ยินมาบ้างเรื่องงานฟุตบอลระหว่างสี่โรงเรียน แต่ไม่เคยคิดว่าทุกคนจะจริงจังกันถึงขนาดนี้ ผมที่เดินเล่นรอเวลานัดประชุมนัดแนะการแต่งตัวถือป้ายอยู่ที่โรงเรียน ได้ยินเสียงเพลงเชียร์ดังแว่วมาจากหอประชุมซึ่งเป็นสถานที่ซ้อมเชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนและสแตนเชียร์

   มันเป็นการซ้อมใหญ่อีกรอบหลังจากที่ไปซ้อมกับสถานที่จริงมาแล้ว
   ตอนนั้นเอง....สายตาผมไปหยุดอยู่ที่รอยยิ้มของเชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนคนนั้น ไม่รู้จักชื่อ ไม่รู้ว่าเป็นรุ่นพี่หรือรุ่นน้อง  รู้แต่ว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นมาดื้อๆ

   เป็นรอยยิ้มที่ใครเห็นก็รู้สึกคลายทุกข์ เป็นรอยยิ้มที่สว่าง เป็นรอยยิ้มที่สวยมาก สวยกว่าทุกรอยยิ้มที่เคยเห็นมา

   มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนอย่างผมมองหาใครคนหนึ่งเสมอ....คอยสืบเอาจนรู้
ว่าเจ้าของรอยยิ้มนั้น...ชื่อไอซ์ หิมาลัย วงษ์ดิรที เรียนศิลป์-คำนวน รุ่นเดียวกันกับผม เป็นลูกชายคนกลางของเจ้าโครงการคอนโดหรูย่านใจกลางเมือง 

   ไม่ว่าที่โรงเรียนจะมีกิจกรรมไหนๆ มักจะเห็นไอซ์มีบทบาทหน้าที่อยู่เสมอ  ผมหัวเราะจนแทบบ้าที่เห็นไอซ์แสดงเป็นพระอภัยมณีเวอร์ชั่นคอมมาดี้

   ผมมองไอซ์ทุกวัน จนความรู้สึกบางอย่างในใจมันชัดขึ้นมา ผมชอบไอซ์…

   และต้องยอมรับตรงๆเลยว่า ผมชอบเขามากๆด้วยครับ แต่ทำได้แค่มอง ไม่สิ แอบมองต่างหาก

   ผมเป็นคนตรงครับแต่เรื่องนี้แสดงออกมาให้ใครรู้ไม่ได้...เพราะที่โรงเรียนเคยมีคนเปิดตัวว่าคบกัน ทั้งๆที่เป็นโรงเรียนชายล้วน มันแย่มากครับ...ผมเห็นสองคนนั้นโดนล้อสารพัด ผมไม่อยากให้ไอซ์ต้องมาเจอเรื่องแบบนั้น ผมคงทนไม่ได้ที่อาจจะทำให้ไอซ์ไม่มีความสุข  โลกทุกวันนี้ให้การยอมรับความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชายก็จริง แต่อย่าลืมว่าบริบททางสังคมเรายังไม่เคารพความแตกต่างของกันละกันมากพอ มากพอที่จะไม่เห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องตลก เห็นได้จากการล้อเลียนที่เอาแค่สนุกและคงบวกกับความคึกคะนองของเด็กผู้ชายด้วยล่ะครับ ไม่อย่างนั้นสองคนนั้นคงไม่โดนล้อจนต้องย้ายโรงเรียน

   ได้แต่เก็บความรู้สึกเอาไว้....รอเวลาที่เหมาะสม

   ผมไม่เคยอายที่จะบอกกับใครต่อใครว่าผมชอบไอซ์ซึ่งเป็นผู้ชาย ผมไม่สนด้วยว่าใครจะมองผมยังไง ผมสนแค่ว่าไอซ์จะคิดแบบเดียวกันเหมือนกับผมหรือเปล่าต่างหาก

   วันสุดท้ายของชีวิตมอปลาย  ผมปรึกษาเพื่อนสนิทอย่างกำธร ว่าผมจะต้องพูดออกไปให้ได้ ไม่สนว่าคำตอบจะออกมาเป็นยังไง แต่การที่บอกออกไปอย่างน้อยก็ได้แสดงจุดยืนต่อคนที่ผมรัก  อย่างน้อยมันก็มีความเป็นได้มากกว่าที่จะไม่พูดอะไรออกไปเลย

      แต่เซ็งชิบหาย…

วันที่ตั้งใจจะบอก เป็นวันที่ผมต้องสอบสัมภาษณ์รอบโควต้า ใจหนึ่งก็อยากสละสิทธิ์ ใจหนึ่งก็ทำตามความฝัน ตอนนั้นไอ้ธรเตือนสติผมด้วยคำพูดที่ผมน้ำตาแทบจะไหล
   “ถ้ามึงสละสิทธิ์ด้วยเหตุผลโง่ๆแบบนั้น เป็นใครก็ไม่มองว่ามันเป็นเรื่องที่ดีหรอก มึงลองคิดว่าถ้ามึงทิ้งความฝันของตัวเองเพื่อนเขา...คนอย่างไอ้ไอซ์ไม่มีทางมองมึงเป็นฮีโร่แน่กูรับรองได้”
   และจากวั้นก็ไม่ได้ข่าวไอซ์อีกเลย เฟสบุ๊คไม่มีความเคลื่อนไหว มีแต่ไอจีที่ลงแต่รูปของกินซึ่งนั่นก็นานๆที

   เวลาล่วงเลยผ่านไป...


“พาร์ม กูมีเรื่องปรึกษา”

“เรื่อง?”

“มันเป็นเรื่องของเพื่อนกูนะ”

“เออ”

“เพื่อนกูมันเป็นผู้ชายนะ มันชอบคนๆหนึ่งอยู่ แต่ไม่เคยได้บอกอะไรกับคนๆนั้นเลย แล้วมันก็ไม่รู้ว่าคนๆนั้นไปเรียนต่อไหน แต่อยู่ๆมันรู้มาว่าคนๆนั้นเรียนอยู่ที่เดียวกัน มันมาปรึกษากูว่ามันควรจะบอกความรู้สึกกับคนๆนั้นดีไหม? ถ้าเป็นมึงมึงจะบอกไหม?”

“กูว่าควรบอก” ผมตอบออกไปอย่างไม่ต้องคิด เพราะผมเองก็อยากจะบอกกับคนที่ผมชอบเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าคนๆนั้นเขาไปเรียนต่อที่ไหนนี่สิ

“แล้วถ้าคนๆนั้นเป็นผู้ชายเหมือนกันล่ะวะ?”

“คำตอบเดิม” ใช่ครับ ต่อให้เป็นผู้ชายเหมือนกัน อย่างน้อยก็ต้องแสดงจุดยืนให้กับตัวเองต่อหน้าคนๆนั้น ผลจะเป็นอย่างไรก็ค่อยกลับมาคิดกันอีกที

“ผู้ชายด้วยกันนะเว้ยพาร์ม”

“แล้วไงวะ...แต่ถ้าไม่บอก เปอร์เซนต์ความเป็นไปได้ก็เท่ากับศูนย์ บอกออกไปไม่ดีกว่าหรอวะ?”

“เออ แล้วมึงไม่รู้เลยหรอว่าไอซ์มันเรียนต่อไหน” ไอ้ธรวกเข้าเรื่องของผมหน้าตาเฉย ผมมองหน้าเพื่อนก่อนจะถอนหายใจออกมายาวยืดแทนคำตอบ

“คุยอะไรกันอยู่วะ สุดหล่อของคณะหน้าหมองเชียว” ไอ้หนุ่ยกับเพื่อนคนอื่นๆ เอ่ยถามขึ้นเมื่อเดินมาถึงม้านั่งหน้าตึกคณะตัวที่ผมกมับธรนั่งอยู่ก่อน

“ไม่มีไรหรอก เออกุขอถามพวกมึงหน่อยดิ ถ้าเกิดว่ากูชอบผู้ชายด้วยกัน หมายความว่ากูเป็นเกย์ พวกมึงจะคิดไงกับกูวะ” คำถามของธรเล่นเอาผมที่นั่งทำหน้าเบื่อถึงกับสะดุ้ง มันเป็นปมที่อยู่ในใจผม...เรื่องนี้ไอ้ธรก็รู้  แต่ทำไมมันถึงได้ถามแบบนี้ออกมา…แต่มันทำให้ผมอยากรู้คำตอบ อาจจะมากกว่าคนถามเสีมยด้วยซ้ำ

“ถามอะไรของมึงวะ...ถามงี้แสดงว่ามึงยังไม่รู้ว่ากรุงศรีเสียกรุงครั้งที่สองไปนานแล้ว” เรียวตอบขำๆ เรียกเสียงหัวเราะขึ้นมาทั้งกลุ่มรวมถึงผมด้วย ก่อนคำตอบของจริงจะออกจากปากของเรียว “ความรักเป็นเรื่องของหัวใจป่ะวะ...ไม่เห็นจะเกี่ยวกับเพศตรงไหน  คนอื่นกูไม่รู้....สำหรับกูเฉยๆ”

“กูก็คิดงั้น”

“กูเห็นด้วย”

“สำหรับกูมันก็แปลกๆอยู่ดี  แต่คำว่าเพื่อนนะเว้ย ต่อให้มึงไปฆ่าคนตาย...มึงก็คือเพื่อนกูอยู่ดี”

ผมไม่คิดเลยว่าเด็กวิศวะตัวเท่าควายอย่างพวกผมจะมองโลกนี้ได้สวยงามขนาดนี้  น้ำตาผมนี่จะไหลเลยครับ ซึ้งใจก็ด้วย เสียดายที่ตอนนี้ไอซ์น่าอยู่ให้ผมได้บอกความรู้สึกในวันเวลาที่เหมาะสมก็ด้วย

“ที่มึงถามแบบนี้....แสดงว่ามึงชอบผู้ชาย?” ไอ้หนุ่ยวกถามไอ้ธร ไอ้ธรยักไหล่แล้วบุ้ยหน้ามาทางผม

ไอ้ชิบหาย

“อะไรยังไงวะพาร์ม?” สายตาของเพื่อนมองมาที่ผมเป็นตาเดียว โยนขี้ให้กูแล้วไหมล่ะไอ้ห่าธร  แล้วเรื่องอะไรที่ผมจะยอมรับ...ถึงพวกมันรู้ไปก็ไม่ผลอะไรกับผมอยู่แล้ว ให้ไอซ์มายืนต่อหน้าก็ว่าไปอย่าง ถ้าเป็นอย่างนั้นใครจะมองผมยังไงก็เชิญ

ผมเล่นเงียบใส่พวกมันเลยครับ

พวกเพื่อนๆ ก็งัดสารพัดวิธีจะเอาตอบจากผมให้ได้ ไอ้ผมก็เป็นพวกบ้าดีเดือดอยู่แล้ว ผมเลยแกล้งทำเงียบใส่พวกมัน ลอยหน้าลอยตาไม่สนใจเสียงพวกมันอีกเลย คว้ามือถือขึ้นมาได้ผมก็ตัดขาดจากโลกภายนอกแล้วครับ จนได้ยินเสียงคนร้องเพลงดังมาจากมือถือของเพื่อนคนใดคนหนึ่ง

“ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ดี๊ ดา ดา

ใจเย็นก็กลัวว่าหมา อา อา จะคาบไป

ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ก้หวั่นไหว

ไม่รู้จะพูดยังไงเมื่อคนๆนี้มันแอบรักเธอ.....”


“เสียงใครวะ เพราะดีแต่เพลงเก่าชิบหาย”

“เสียงเพื่อนของเพื่อนกูเอง...เป็นลีดนิเทศมอเรานี่แหล่ะ อยู่ปีหนึ่ง” เสียงธรตอบ

“กูเจอที่โรงอาหารบ่อยๆ ตัวจริงหุ่นดีด้วยนะเว้ย สาวแม่งคงเพรียบ”

“ชื่อ อะไรไม่รู้ อ.อ่างๆ อะไรสักอย่าง เห็นพวกผู้หญิงคณะเราพูดถึงอยู่นะ”

“เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับกูที่โรงเรียนเก่า และที่สำคัญไปกว่านั้น เป็นถึงลีดโรงเรียนเชียวนะเว้ย เจ๋งป่ะล่ะ” หมั่นใส้ไอ้ธรมัน ได้ทีอวดใหญ่เลยนะมึง แค่ลีดโรงเรียน...ผมถือป้ายโรงเรียนยังไม่เคยคุย

หืม?

โรงเรียนเก่าไอ้ธร....ก็โรงเรียนเก่าผมอะดิ

ลีดโรงเรียนหรอ….

หัวใจผมพลันเต้นผิดจังหว่ะขึ้นมาดื้อๆ  แต่ขอคิดก่อนนะว่ารุ่นผมมีใครเป็นลีดบ้าง
จะหมายถึงไอซ์หรือเปล่า?

“เอามาดูดิ” เร็วกว่าความคิดก็มือผมนี่แหล่ะครับ ผมแย่งมือถือจากมือไอ้ธรมามาดูให้แน่ใจ.....ไม่ผิดแน่!!

เห็นแค่แว็บเดียวผมก็จะจำได้ แม้ทรงผมจะเปลี่ยนไปจากภาพจำแต่ผมก็จำใบหน้าไอซ์ได้ขึ้นใจ

ผมรีบกดเล่นวีดีโอนั้นอีกครั้ง เป็นคลิปที่ถ่ายไว้โดยไอซ์ไม่รู้ตัว น่าจะเป็นเพื่อนถ่ายเล่นๆกัน แต่มันไม่เล่นกับใจผมนี่สิ ในเมื่อหัวใจผมเต้นแรงมาก ความรู้สึกหลากหลายผสมปนเปกันไปหมด ทั้งยินดี ดีใจ คิดถึง ทั้งอยากเจอ ผมจดจ้องมองหน้าด้านข้างของคนในจออย่างไม่วางตา ไม่สิผมไม่อยากจะละสายตาไปเลยแม้แต่วินาทีเดียวเลยต่างหาก  ดีใจเป็นบ้าเลยเว้ย

“พาร์ม มึงจะทำหน้าดีใจอะไรขนาดนั้นวะ”

“ปล่อยมันดูไป  พวกมึงก็ทนฟังเพลงท่อนนี้หน่อยแล้วกัน มันไม่ดูรอบเดียวแน่”จริงอย่างไอ้ธรพูด เมื่อคลิปจบผมก็กดเล่นซ้ำอีกรอบ ซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น

ทำไมผมถึงไม่รู้....ว่าไอซ์อยู่ใกล้ผมแค่นี้

ทำไมรู้สึกคิดถึงได้ขนาดนี้.......บุกนิเทศตอนได้เลยไหมครับ อยากเจอตัวเป็นๆ


“มึงจะไปไหนพาร์ม” ผมที่กำลังจะลุกไปคณะนิเทศก็โดนไอ้ธรถามขึ้นมาเสียก่อน

“ไปนิเทศ” ผมตอบ หมุนตัวกำลังจะก้าวขาเดินต่อ

“ถ้ามึงไปตอนนี้ มึงจะพลาดข่าวเด็ด ที่กูคิดว่าเด็ดที่สุดสำหรับมึง”

“ข่าวไรวะ รีบพูดมา กูรีบ” ผมถาม

“นั่งลงก่อนดิเพื่อน ใจเย็นๆ เข้าไว้แล้วก็เอามือถือมาคืนกูด้วย” ผมส่งมือถือคืนให้ธรไป

“รอแปป”เมื่อได้รับมือถือคืนไปจากผม ไอ้ธรก็จิ้มมือถืออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยืนมือถือกลับมาให้ผมอีกครั้ง “อย่าดีใจจนออกนอกหน้าละกัน”

ผมก้มมองหน้าจอมือถือของไอ้ธรอีกครั้ง คราวนี้หัวใจเจ้ากรรมก็ระส่ำรัวขึ้นมาทันที มันเป็นรูปที่ไอซ์นั่งพิงหลังอยู่บนเตียงนอน ข้างกันมีกรอบรูปขนาดใหญ่พิงพนังอยู่ข้างๆหัวเตียง

มันคือรูปผมครับ.....

“ธร” ผมเงยหน้าเรียกชื่อเพื่อนเพื่อให้ช่วยยืนยันในสิ่งที่ผมกำลังคิด

“ข่าววงในบอกว่ามันก็ชอบมึง  แล้วก็ชอบมานานแล้วด้วย”

“เหี้ย  เรื่องจริงหรอวะเนี่ย” ผมถามย้ำกับตัวเองอยู่อย่างนั้น เพื่อนคนอื่นที่นั่งอยู่ด้วยต่างก็งงว่าผมเป็นอะไร ก่อนพวกมันจะหันไปถามเอาคำตอบจากธร

แต่เสียใจครับ  คราวนี้ผมจะเป็นคนพูดเอง

“เออ กูชอบผู้ชาย ผู้ชายคนนั้นก็คือไอซ์ พวกมึงต้องช่วยกู กูจะไปนิเทศตอนนี้”

“ใจเย็นก่อนมึง กูมีแผน” ไอ้ธรเอ่ยขึ้น แผนอะไรของมัน.....

พอมานึกๆดูที่ไอ้ธรมันถามผมเรื่องนั้น....ก็คงเกี่ยวกับเรื่องนี้สินะ
แยบยลจนจับไม่ได้ จอมวางแผนอย่างมัน...ผมลืมนิสัยนี้ของมันไปได้ยังไง

“มึงจำที่มึงไปถ่ายโปรโมท ‘เพลงเกียร์’ ได้ไหม” ผมพยักหน้า เพราะรุ่นพี่ให้ผมไปถ่ายรูปลงโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์งาน เพลงเกียร์ ที่ทางคณะจัดขึ้นเพื่อหารายได้ไปออกค่ายอาสา “มึงต้องเป็นตัวแทนรุ่นไปเล่นดนตรีในงานนั้น แล้วมึงค่อยสร้างซีนเด็ดๆในวันนั้น”

“แล้วมึงรู้ได้ไงว่าไอซ์จะมา?” ผมตั้งข้อสงสัย

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอก มันชอบมึงอยู่มีหรอที่ไอซ์จะไม่มา ถึงมันไม่มากุก็มีวิธี ห่วงแค่จะทำยังไงให้มึงได้ไปเล่นดนตรีในงานเถอะ ไอ้เรียวมึงเล่นเบสได้ ไอ้สตางค์เล่นก็เล่นกีต้าร์ มึงก็ตีกลองอย่างที่มึงถนัด ส่วนคนร้องไอ้เทพบอสนี่ไง แค่นี้ก็ลงประกวดได้แล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆกูจะจัดการให้”

ไอ้ธรพูดได้คล่องปรือเหมือนกับคิดมาอย่างดิบดี แต่ช่างมันเถอะครับเรื่องนั้น มันทำเพื่อผมขนาดนี้ผมก็คงจะต้องสู้เพื่อตัวเองบ้าง....อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ

ไม่รู้ว่าภารกิจครั้งนี้กลายเป็นภารกิจของกลุ่มได้ยังไง ก็เมื่อเพื่อนผมทุกคนดันเห็นดีเห็นงามด้วยแถมรับปากว่าจะช่วยอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ

เดือนวิศวะตกบันใดขาแพลง!!!

มันเป็นข่าวดังทั้งคณะเลยครับ เป็นเรื่องขายขี้หน้าที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับผมมาก่อน พลาดตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยต่อหน้าต่อตา แต่ก็ดีครับ ผมจะได้เป็นคนปกติเหมือนคนอื่นเขาบ้าง แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่ได้ลงแข่งกีฬาระหว่างคณะกับเพื่อนๆ เพราะขาผมหายไม่ทันแข่ง แม้ผมจะบอกว่าผมดีขึ้นแล้วแต่ไม่ใครยอม...แถมไอ้ธรเพื่อนยากยังบอกให้ผมเก็บข้อเท้าเอาไว้กระทืบกลองกระเดือง  เลยต้องเชื่อคำของไอ้ธรจอมวางแผนมัน

ความบังอัญไม่มีอยู่จริง..

โรงอาหารในตอนเที่ยงคนเยอะมาก หากผิดพลาดแม้แต่วินาทีเดียวแผนของไอ้ธรจะไม่ส่งผลใดๆเลย ไม่รู้ว่าธรมันไปทำอิท่าไหนถึงได้รู้เวลาที่ไอซ์จะมากินข้าวที่โรงอาหารอย่างพอเหมาะพอเจาะ

ผมยืนถือจานข้าวรอจนข้าวฉืดไปหมด รอให้โอกาสที่ไอ้ธรเป็นคนสร้างมาถึง

ได้กินข้าวร่วมโต๊ะกับไอซ์ครั้งแรก

ผมติ๊ต่างอาการของไอซ์ว่าอาการเขิน....แต่น่ารักชิบหายเลยครับ อยากจับฟัดเสียตรงกลางโรงอาหารนั่นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ยิ่งได้อยู่ใกล้ใจผมก็ยิ่งมั่นใจ....ว่าแฟนของผมต้องเป็นคนนี้

ผมได้แต่เดินวนเดินเวียนอยู่แถวตึกคณะนิเทศ อยากรุกเข้าจีบให้รู้ดำรู้แดงแต่ไอ้ธรกลับห้ามผมเอาไว้ ได้แต่ส่งยิ้มให้เวลาเดินสวนกัน  พยายามส่งความรู้สึกที่มีออกไปให้...แต่ไอซ์ก็เอาแต่หลบตา

หลังๆมา ไอซ์ยิ่งเป็นที่รู้จักของคนหมู่มากขึ้นเรื่อยๆ ทำเอาใจผมร้อนรนกลัวหมาจะคาบไปแดกซะก่อนวันงานเพลงเกียร์ แถมยังมีไอ้คนชื่อภูมินั่นอีก ตัวติดกับไอซ์อย่างกับอะไรดี แม้ไอ้ธรจะยืนยันกับผมแล้วว่าไอ้ภูมินั่นว่าไม่มีอะไรในกอกอไผ่แน่นนอน ผมก็ไม่สบายใจอยู่ดี




และแล้ววันงานก็มาถึง บรรยากาศในงานคักคักผิดจากที่คิดเอาไว้ เห็นคนเยอะยั้วเยี้ยะอย่างกับมดแตกรัง ผมที่หัวใจพองโตก็ฟ่อฟอดขึ้นมาดื้อๆ

“ตื่นเต้นชิบหาย”

“ใจเย็นๆดิวะ”

“ยังไม่มีใครเห็นไอซ์เลยนะเว้ย”

“เออน่า เดี๋ยวมันก็มา ตอนนี้มึงตั้งสติดีๆ อย่าสติแตกจนทุกอย่างที่ทำมาพังก็แล้วกัน”
“ขอบใจว่ะธร”

“เอาน่า มองมันมาตั้งนานถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วนี่หว่า อีกอย่างนะถ้ากูรู้ว่ามันก็ชอบมึงเหมือนกัน กูลงมือตั้งแต่ที่โรงเรียนแล้ว มึงแม่งกลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง”

“แต่ไอ้ภูมินั่น...”

“กูบอกว่ามันเป็นแค่เพื่อนกันก็คือเพื่อนกันดิวะ   เรื่องนี้มึงสบายใจเถอะน่า”

“เออๆ แต่ขอบใจนะเว้ยธร” ผมเอ่ยคำขอบคุณเพื่อนสนิทอีกครั้ง มันเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องนี้มาโดยตลอด มันไม่เคยแพร่งพรายให้ใครรู้ มันเป็นเพื่อนที่ดีครับ ถ้ามีโอกาสที่ผมจะได้ช่วยมันในเรื่องความรักของมันบ้าง ผมสัญญาจะไม่อิดออด...ช่วยอย่างเต็มที่ตอบแทนความหวังดีที่มันมีให้ผม




“มันก็เหมือนผู้ชายปกตินี่หว่า ไม่เหมือนเกย์ที่กูรู้จักเลยว่ะ” ผมกับกลุ่มเพื่อนร่วมภารกิจที่ได้ข่าวว่าไอซ์มาที่งานแล้ว แต่กว่าจะเจอตัวได้ก็เล่นผมขวัญหนีดีฟ่อหมด

“เด็กนิเทศแม่งสุดจริงว่ะ เต้นไม่เกรงใจเจ้าของงานเลย เด่นแม่งอยู่กลุ่มเดียว” ผมมองออกไปยังกลุ่มเด็กนิเทศน์ที่เต้นกันมันส์หยด  คนของผมก็เต้นเสียไม่คีปความเป็นลีดเอาไว้เลย แต่น่ารักดีครับ รอยยิ้มที่ผมคิดถึงปรากฎอยู่บนใบหน้าของไอซ์แล้วตอนนี้ มีกำลังใจขึ้นเยอะเลยครับ

“พร้อมไหมวะ ใกล้ได้เวลาแล้วนะเว้ย”

“พร้อม”

วงต่อไปจะคิวของพวกผมแล้วครับ  ใจตุ้มๆต่อมๆอย่างบอกไม่ถูก ได้แต่ให้กำลังใจตัวเองว่าหลังจากนี้ชีวิตผมจะมีไอซ์อยู่ข้างๆ หัวใจก็ฮึดสู้ขึ้นมาอย่างง่ายดาย 

รอก่อนนะไอซ์  กูเสียเวลาที่จะบอกความรู้สึกกับมึงมามากแล้ว

วงของผมก็เล่นตามที่ซ้อมกันไว้ผ่านไปด้วยดี แต่ช่วงสิบนาทีสุดท้ายที่ผมจะได้ทำตามแผนที่ไอ้ธรวางไว้....ถึงเวลาแล้วครับ

“ก่อนที่วงเราจะทิ้งท้าย เพลงต่อไปผมต้องขอมอบเวทีให้กับเพื่อนของผมครับ”
บอสพูดส่งให้...ผมก็ลุกแล้วเดินออกไปแปะมือพลัดหน้าที่กับเพื่อน ตอนนี้ผมยืนอยู่หน้าเวทีแล้วครับ มองไปยังจุดที่ไอซ์กับเพื่อนยืนอยู่ชึ่งอยู่ช่วงกลางๆพอดี

“ผมอยากจะร้องเพลงนี้ให้กับคนๆ หนึ่งฟังครับ อยากให้รู้ว่าผมกับคนๆนั้น เรารู้สึกเหมือนกัน” เสียงกรี๊ดจากด้านหน้าเวที เสียงโห่แซวจากกลุ่มเพื่อนที่อยู่ด้านหลังทำเอาผมประหม่าเล็กน้อย แต่ผมจะทำมันพังไม่ได้....ผมรอให้ถึงตอนนี้มานานมากแล้วในความรู้สึกของผม

“คนไหนครับเพื่อน” แต่อยู่ๆเสียงไอ้ธรก็ดังผ่านลำโพงขึ้น หันไปดูข้างเวทีถึงได้เห็นว่ามันก็เดินขึ้นมาบนเวทีทำหน้าที่สัมภาษณ์ผมเสียอย่างนั้น ไม่ได้เตรียมกันไว้แบบนี้นี่หว่า เอาวะ...เล่นตามน้ำไปเลยก็แล้วกัน

“คนของคณะนิเทศ”

คำตอบของผมสร้างเสียงฮือฮาปะปนกับเสียงกรี๊ด แสงไฟก็สาดไปตรงจุดที่เด็กนิเทศยืนกันอยู่อย่างรู้งาน ฝีมือไอ้ธรสินะ ผมหันไปมองหน้าไอ้ธรที่กำลังส่งยิ้มร้ายกาจมาให้  ผมชักจะกลัวใจมันขึ้นมาแล้วล่ะสิ

“พอจะบอกได้ไหมครับว่าอยู่ปีไหน”

“ปีหนึ่งครับ”

ผมเห็นว่าทุกสายตากำลังมองไปยังกลุ่มนิเทศที่ตอนนี้กำลังมองหน้ากันไปมา แม้แต่ไอซ์เองก็ด้วย น่ารักชะมัดกระโดดลงไปฟัดเลยได้ไหม...น่ารักเกินไปแล้ว

“บอกชื่อไปเลยครับเพื่อน” ไอ้ธรพูดส่งมาให้อีกครั้ง แต่ผมรู้ว่ามันยังไม่ใชตอนนี้

“จะดีเหรอ” แต่มีแวบหนึ่งที่คิดว่าหรือจะเป็นตอนนี้ก็เลยต้องถามออกไป

“บอกเลยๆ บอกเลยๆ”  เสียงคนดูตะโกนเชียร์เป็นเสียงเดียวกัน ผมกำลังใจหนึ่งใจสองว่าจะพูดออกไปเลยไหม แต่เสียงอินโทรเพลงที่ผมจะต้องร้องก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ในระหว่างนั้นไอ้ธรเข้ามากระซิบบอกว่าจะร้องแทรกตอนผมรอบช่วงสุดท้ายให้

ผมร้องเพลงนี้ออกไปตามที่ซ้อมกันมา สายตาก็มองแต่ไอซ์ที่ตอนนี้กำลังแทรกตัวผ่านเพื่อนที่กำลังเต้นกันอยู่ออกมายืนนิ่งๆมองผมอยู่อย่างนั้น น่ารักชิบหายเลยครับ

เอาล่ะ...ผ่านมาครึ่งเพลงแล้ว ผมจะต้องแร็พแล้ว มันกำลังจะถึงช่วงสำคัญ...

แต่ไหงไอซกลับเอามือถือขึ้นมาบังหน้าซะอย่างนั้น ที่คิดเอาไว้ว่าจะสบตาตอนแร็พก็พังน่ะสิ แถมมองแต่หน้าจอไม่เงยหน้าขึ้นมามองผมอีก ผมหันหน้าขอความคิดเห็นจากธรที่ยืนอยู่ข้างๆ ไอ้ธรพยักหน้ามาให้...แต่ผมไม่เข้าใจความหมายนี่ดิ  ไอ้ธรบุ้ยหน้าบอกให้ผมหันกลับไป ตอนนั้นถึงได้เห็นว่าไอ้เพื่อนคนอื่นๆกำลังแหวกคนดูเปิดทางให้จนเหลือแต่ไอซ์ที่ยืนอยู่ตรงกลาง

โอเค เข้าใจแล้ว.....

“หน้าชา ปากชา ขาชา ไอนั่นก็ชา

แม้แต่ปรอทก็วัดไม่ได้ ตั้งแต่มีเธอนั้นเดินเข้ามา

อยู่ ๆ หัวใจหยุดเต้น มัน Thinaken จนเกินเยียวยา

ก็เธอนั้นน่ารักที่สุด น่ารักเป็นหนึ่งในพสุธา

แค่เธอขวาซ้ายขวา แค่เธอเดินมาแทบลืมหายใจ

แค่อยากจะทักแต่ก็ต้องทุกข์ ก็เพราะไม่รู้ต้องเริ่มไง

น้ำแข็งเกาะทีละนิด ความเย็นออกฤทธิ์ภายในหัวใจ

ชามันไปทุกส่วน ทุกอวัยวะในร่างกาย”   

“ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ดี้ ดา ดา
ใจเย็นก็กลัวว่าหมา อา อา จะคาบไป
ใจเย็นจนเริ่มชา ดา ดา จนหวั่นไหว
ไม่รู้จะพูดยังไงเมื่อคนๆนี้มมันแอบรักเธอ....” 

ผมกระโดดลงเวทีเดินไปหาไอซ์...ตื่นเต้นอะไรอย่างนี้

“หน้าชา ปากชา ขาชา ไอนั่นก็ชา

แม้แต่ปรอทก็วัดไม่ได้ ตั้งแต่มีเธอนั้นเดินเข้ามา

อยู่ ๆ หัวใจหยุดเต้น มัน Thinaken จนเกินเยียวยา

ก็เธอนั้นน่ารักที่สุด น่ารักเป็นหนึ่งในพสุธา

แค่เธอขวาซ้ายขวา แค่เธอเดินมาแทบลืมหายใจ

แค่อยากจะทักแต่ก็ต้องทุกข์ ก็เพราะไม่รู้ต้องเริ่มไง

น้ำแข็งเกาะทีละนิด ความเย็นออกฤทธิ์ภายในหัวใจ

ชามันไปทุกส่วน ทุกอวัยวะในร่างกาย”   


หัวใจผมแฟบลงทันที เมื่ออยู่ๆไอซ์หลบตัวไปยืนรวมกับคนอื่นๆ  อะไรของเขาวะเนี่ย...หลบได้ก็ต้องตามดิวะพาร์ม ไวเท่าความคิดผมก็ก้าวขาไปยืนอยู่ตรงหน้าไอซ์


“ไอซ์” ผมเรียกชื่อคนที่มีทือถือมาบังหน้า เมื่อได้ยินเสียงผมเรียกไอซ์ก็แสดงสีหน้าตื่นตกใจ เสียงทุกอย่างเงียบลงเหมือนรอลุ้นไปกับผมด้วย

“ฟังท่อนนี้ให้หน่อยดิ” ผมพูดผ่านไมค์ เจ้าตัวถึงได้เงยหน้าขึ้นมามองผม สีหน้าแสดงออกถึงความตกใจ ผมแอบเห็นว่าไอซ์ตัวสั่น มือสั่น หายใจหอบแรง อาการเหมือนที่เห็นที่โรงอาหารวันนั้นเลย   ชักเป็นห่วงขึ้นมาแล้วสิ


“กริ๊ดดดดดดดดดดดดด”
“หื้ออออออออออ”
“แกกกกกกกกกกก”
“งื้อออออออออออ”
“ชะนีไทยเจ็บใจ ผู้ชายไทยเจ็บตูด...ฟินนนนนนน”
“หมายถึงไอซ์หรอ”
“ไอซ์ลีดนิเทศน่ะหรอ”
“เขาจะชิปกันให้เราดูหรือเปล่า?”


   เสียงรอบข้างเซงแซ่จนฟังไม่ได้ความ ก่อนจะค่อยเงียบเสียงลงเมื่อผมเริ่มร้องเพลงใจเย็นท่อนฮุกโดยไม่มีเสียงดนตรี



“ใจเย็นจนเริ่มจะช้า ดา ดา ดิ๊ ด่า ดา”

ใจเย็นจนกลัวว่าหมา อา อา จะคาบไป

ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา จนหวั่นไหว

ไม่รู้จะพูดยังไง.....ว่าคนๆนี้
....มัน
...แอบ
...รัก
.....เธอ”



ไอซ์เบิกตากว้าง....ตัวโยกโงนเงนเหมือนคนจะเป็นลม แล้วก็เป็นลมไปจริงๆ ดีที่ผมอยู่ใกล้พอที่จะช้อนตัวเอาไว้ทัน ผมอุ้มไอซ์ขึ้นมาเดินฝ่าผู้คนออกไปท่ามกลางเสียงฮือฮาดังอื้ออึงไปหมด

แวบหนึ่งผมหันไปมองหน้าธร…ซึ่งก็กำลังมองผมอยู่เหมือน

แล้วธรก็พยักหน้าส่งคืนมาให้

ที่เหลือฝากด้วยนะเพื่อน....กูต้องดูแลคนของกู




....................................จบ.................................................



LeinSter Talk :


รู้สึกทึ่งคนเป็นนักเขียนมากขึ้นไปอีก ก็ตอนได้เขียนเรื่องนี้นี่แหล่ะครับ  แม้จะเป็นเรื่องสั้นที่ไม่ได้วางเส้นเรื่องอะไรเยอะ ไม่ได้สร้างปมไว้ให้คลี่คลาย เริ่มเขียนว่ายากแล้ว...เขียนให้จบนี่ยากกว่า


หวังว่าเรื่องสั้นเรื่องนี้จะช่วยสร้างความสุขเล็กๆให้กับคนอ่านได้บ้าง

ด้วยรัก

-LeinSter-

:mew1: :mew1: :mew1: :mew1: :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2755
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
อย่าเพิ่งรีบจบ..มาต่ออีกหน่อย ตอนเค้ารักกันแล้ว อยากรู้   :man1: :man1: :man1:

ออฟไลน์ greenapple

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1083
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-5


ยังไม่อนุญาตให้จบ อิอิ

มาต่อให้เยอะกว่านี้หน่อยค่า

 :mew1:

ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 604
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-2
ธรภูมิ คือเป็นเพื่อนที่ดีมากกกกกกกก มีซัมติงกันไหมคู่นี้  :hao7:
ส่วนคู่หลักของเรา...ไรท์คะทำไมใจร้าย ให้ไปจินตนาการเอาเองเหรออออ
555555555555555555555 อยากอ่านอีกกกกกกกกกกกก ขอสเปค่ะ  o18
ขอบคุณเรื่องสั้นดีๆค่ะ สนุก  o13

ออฟไลน์ LeinSter

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ตอนพิเศษ................(สั้นๆ)




“เพื่อนกูเกือบแดกแห้ว เพราะความป๊อดของมันแท้ๆ” กำธรเอ่ยเมื่อเห็นรูปคู่ของพาร์มเพื่อนของเขากับไอซ์เพื่อนร่วมรุ่น ที่พาร์มอัพลงเฟสบุ๊คพร้อมกับแคปชั่นจีบกันไม่แคร์โลก สำหรับคู่พาร์มไอซ์หากกำธรรู้ว่าทั้งสองคนมองกันไปมองกันมาตั้งนานแล้วเขาคงจะช่วยทำให้ความรักของเพื่อนสมหวังกันไปนานแล้ว


“เพื่อนกูก็ใช่ย่อย แอบมองอยู่ห่างๆอะไรก็ไม่รู้ของมัน นี่ถ้ากูไม่บุกไปห้องมันกูก็ไม่รู้หรอว่าไอซ์มันชอบไอ้พาร์ม” ภูมิเอ่ยถึงเพื่อนตัวเอง วันนั้นเขาติดต่อไอซ์ไม่ได้เพราะรุ่นพี่มาถามหาไอซ์จากเขาเพราะอยากได้คำตอบเรื่องที่ไอซ์จะตกลงเป็นลีดไหม แถมรุ่นพี่ยังขู่ว่าถ้าไม่ได้คำตอบจากไอซ์ก็จะให้เขานั่นแหล่ะเป็นแทน เขาเป็นคนรักเพื่อนๆมาก ถึงได้พลิกแผ่นดินหาไอซ์เพราะไม่อยากเป็นลีดคณะ


“เรื่องอย่างกับนิยาย” กำธรพึมพำกับตัวเอง หากใบหน้ายังเปื้อนยิ้มอย่างเป็นสุขที่ได้ทำหน้าที่กามเทพที่หล่อที่สุดจนสำเร็จ


“ยังมีอีกเรื่องนะครับกำธร” คราวนี้ภูมิที่นั่งอยู่ตรงข้ามยื่นหน้าเข้ามาใกล้คนที่ยังยิ้มอยู่


   “เรื่องอะไร?” เป็นคำถามที่ถามออกไปเพื่อเฉไฉก็เท่านั้น กำธรรู้อยู่แล้วว่าอีกเรื่องของภูมิหมายถึงอะไร


   “สัญญาที่มึงบอกว่าถ้าจบเรื่องนี้มึงจะตกลงคบกับกูไง อย่ามาทำเป็นลืม”


   “มึงขี้โกง มึงไม่บอกกูว่ามึงรู้อยู่ก่อนแล้วว่าไอซ์มันชอบไอ้พาร์ม มึงยังจะกล้ามาทวงอีกนะ”


“ไอ้สัดนี่  กูจับจูบโชว์คนทั้งร้านเลยดีไหมเนี่ย โวยวายเก่งชิบ”


“กูมีเรียน  กูไปก่อนนะ” กำธรทำทีจะหยิบกระเป๋าแล้วลุกขึ้น หากแต่ภูมิคว้าแขนเอาไว้ได้ทัน รั้งเอาไว้แน่นเพราะกลัวคนกำลังหนีจะทำอย่างใจสำเร็จ


“กูเจ็บนะภูมิ”


“เจ็บก็อย่าดิ้น นี่มันจะสองทุ่มแล้ว บ้านพ่อมึงมีเรียนเวลานี้หรือไงไอ้สัด”


“เออ!! บ้านพอกูมีไง ลามปามถึงพ่อกูไอ้เหี้ย” ร้อนมา ก็ร้อนกลับ เป็นเรื่องปกติของคนคู่นี้ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่พ้นจะเป็นภูมิเสียทุกครั้งที่ยอมอ่อนให้ก่อน


“ขอโทษๆ” ภูมิเอ่ยคำขอโทษ กำธรที่เหมือนจะอารมณ์ขึ้นก็พลอยอ่อนลงเมื่อได้ยินคำขอโทษจากปากของคนที่ไม่เคยเอ่ยคำขอโทษใคร มีแต่เขาเท่านั้นแหล่ะที่ได้ยินคำนี้บ่อยๆ


“มันเป็นข้ออ้าง เพราะกูไม่รู้ว่ามึงจะพร้อมหรือยัง พร้อมที่มีกูอยู่ข้างๆมึง ไม่ใช่ฐานะเพื่อน แต่ในฐานะของคนที่มึรัก ถ้ากูถามมึงบ่อยๆกูก็กลัวจะรำคราญ ถ้ามึงยังไม่พร้อมก็ไม่เป็นไรนะธร กูรอมึงได้....อย่างที่กูรอมึงมาตลอดเจ็ดปีนั่นแหล่ะ”


คำพูดของภูมิที่ยาวเยียด เหมือนระบายสิ่งที่ข้างในของคนตัวสูงออกมา  กำธรนิ่งอึ้งไป...มอมงเข้าไปในตาที่มักจะสดใสขี้เล่น ทว่าตอนนี้กลับดูหม่นลงไปไม่เหมือนอย่างเคย  ไม่ใช่ว่ากำธรไม่รู้ว่าคนตรงหน้าคิดอย่างไรกับเขา ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่า...ว่าคนที่เคยเกเรอย่างภูมิจะตั้งใจเรียนขึ้นมาได้เพราะอยากได้อยู่ใกล้เขา เพราะไม่อยากให้เขาอายใครที่มีภูมิอยู่ข้างกาย  เพราะอยากให้คนอื่นเห็นว่าภูมิเหมาะสมที่จะเป็นคนรักของเขา เขารู้มาตลอด หากแต่เขาแค่คิดว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมที่เขาทั้งสองคนจะคิดเรื่องสถานะในวัยที่กำลังเรียนกันอยู่


แต่มันก็คง............


“สัญญามาว่าจะตั้งใจเรียน สัญญามาว่าจะไม่ใจร้อนกับที่บ้าน สัญญามาว่าจะคุยกับม๊าดีๆ สัญญามา....ว่ามึงจะรักแค่กู”


“เรื่องอื่นให้เวลากูหน่อย แต่เรื่องจะให้กูรักแค่มึง กูตอบเลยว่ากูสัญญา” จากแววตาหม่อนกลับวาวขึ้นมาอีกครั้ง ภูมิดีใจที่คนๆ นี้เป็นห่วงเขามากมาย ดีใจที่คนๆ นี้ใส่ใจเขามาตลอด ถ้าอย่างนั้นเขาไม่ต้องการสถานะอีกแล้ว ขอแค่มีกำธรอยู่ใกล้ๆ เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว 


เขาลืมไปได้อย่างไรกัน.....ลืมทุกสิ่งที่กำธรมอบให้ไปได้อย่างไรกัน


“ธร/ภูมิ”


สองหนุ่มเอ่ยชื่อของอีกฝ่ายออกมาพร้อมกัน ต่างฝ่ายต่างจ้องลึกเข้าไปในตาของอีกฝ่ายอย่างอยากจะสื่อความรู้สึกของตัวเอง ใบหน้าที่ค่อยขยับเข้าหากันอย่างมีแรงดึงดูด


ขอบจูบเป็นคำตอบแทนได้ไหม กำธรคิด


ถ้าจูบตอนนี้กำธรจะเกรี้ยวกราดใส่ไหมวะ? อย่าหลับตาสิวะธร....กูอดใจไม่ไหวขึ้นมา...อย่ามาว่ากูทีหลังนะ



“อยู่กันแบบนี้ก็ได้....กูขอโทษที่เอาแต่ถามมึง” ภูมิเอ่ยเสียงแผ่วมองหน้าคนที่ตอนนี้หลับตาอยู่เบื้องหน้า
ใบหน้าหนึ่งหยุดเคลื่อนไหวแล้ว.....แต่ใบหน้าอีกฝ่ายกลับเร่งเข้ามาใกล้


กระทั่ง.....


กำธรไม่สนใจอะไรอีกแล้ว.....กลัวว่าหากทำใจเย็นเกินไปกว่านี้ 

หมาจะคาบภูมิไปแดกเสียก่อน

ริมฝีปากนิ่มประกบกันอย่างเหมาะเจาะ ไม่ใช่จูบแบบดูดดื่มหากแต่เป็นการเอาปากประทับกันและค้างเอาไว้ ความรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งร่างกายของคนทั้งสอง


เหมือนได้สิ่งที่รอคอยมาเนิ่นนาน


เหมือนได้ทำให้สิ่งที่ใจอยากทำ


เหมือนได้เติมเต็มสิ่งที่เคยโหยหา


“สัญญาว่าจะเป็นแฟนที่ดีของกู” กำกรเอ่ยออกมาเสียงเบา ทำเอาหัวใจคนฟังเต้นแรงขึ้นไปอีก


“สัญญา”


“เป็นแฟนกูแล้วนะมึงอ่ะ”


“ครับ”









-จบ-
[/size]

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2755
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0

ออฟไลน์ Pittabird

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 849
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
น่ารัก สองคู่ชู้ชื่น ขอตอนพิเศษตอนคบกันด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 604
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-2
เห้ยยยยยยย ทำไมคู่รองเค้ามาแรงอะ อะไรคือมีขอเป็นแฟนพร้อมจูบด้วย แซงทางโค้งคู่หลักไปเรยยยยยยยยยย 555555555555 ไรท์คะ คู่หลักเค้าอะ โมเม้นตั้งแต่งานเกียร์เลยนะคะ 55555555555555  :sad4:

ออฟไลน์ ้sripaerrr

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-1
 คู่หลักเป็นลมต้องอุ้มออกนอกงาน กามเทพคู่รองรางวัลคือได้จุ๊บจ้าาาา

ออฟไลน์ KizzllKizz

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
ดีที่มีกามเทพมาคอยช่วย ไม่งั้นทั้งสองคนก็คงได้แต่แอบรักกันไปมา
แต่แหมม คู่ของกามเทพนี่มาแรงแซงทางโค้งมากๆ ฮา

 :hao7:

ออนไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3164
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-6

ออฟไลน์ LeinSter

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
แงงๆ อยากเขียนเรื่องนี้ใหม่อ่ะครับ
กะจะเขียนเป็นเรื่องยาวอ่ะทำยังไงดี
อยากให้มุมน่ารักของไอซ์ขพาร์มเยอะกว่านี้
โปรดชี้แนะด้วยครับ
[/b][/size]

:pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ aoihimeko

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-8

ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 604
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-2
แงงๆ อยากเขียนเรื่องนี้ใหม่อ่ะครับ
กะจะเขียนเป็นเรื่องยาวอ่ะทำยังไงดี
อยากให้มุมน่ารักของไอซ์ขพาร์มเยอะกว่านี้
โปรดชี้แนะด้วยครับ
[/b][/size]

:pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:


ในความคิดของเรานะคะ... เรื่องนี้เหมือนความรักเค้าคอมพลีทแล้วอะค่ะ ที่หลายๆคนรวมทั้งเราด้วยเรียกร้องให้มีตอนพิเศษ เพราะต้องการโมเม้นหวานๆเท่านั้นเอง น้องคือแอบรักมาทั้งเรื่องแล้วไง อยากหวานๆกันมั่ง 55555555555555555 ถ้าไรท์อยากเขียนเป็นเรื่องยาวมันก็ต้องย้อนไปตอนสมัยเรียนเลยไหมอะ เพราะตอนที่ไรท์ รีไรท์เรื่องใหม่ก็ละเอียดแล้วนะ..... ไม่รู้อะแต่ถ้าเขียนก็จะอ่านเหมือนเดิม แต่ก็จะเล่าตั้งแต่ตอนไหนอะ เขียนเรื่องพล็อตใหม่เลยดีกว่าไหมคะ ความเห็นของเราน้าาาาา

ออฟไลน์ Immcolata

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
จบแล้วสนุกมากเลยอยากให้มีแบบนี้บ่อยๆ

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5329
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-6

ออฟไลน์ Pittabird

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 849
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
ในความคิดเรานะคะ คุณนักเขียนเขียนเป็นเรื่องยาวก็ดีค่ะ บางคนก็เริ่มจากเรื่องสั้นแล้วขยายเป็นเรื่องยาว แต่ขอให้ไม่ทิ้งแนวเดิม ไม่ต้องเพิ่มตัวละครเยอะแยะ เค้าโครงเดิมสนุกอยู่แล้วค่ะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด