(。・ω・。) โลกที่ไม่มีเรื่องบังเอิญ 10 as the way you are [p7] 20.03.2019
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: (。・ω・。) โลกที่ไม่มีเรื่องบังเอิญ 10 as the way you are [p7] 20.03.2019  (อ่าน 11420 ครั้ง)

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2791
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-0
โอ๊ยยย อ่านถึงตอนนี้คือเบ๊บปล่อยสุดมากค่ะ
เป็นไม้กันหมาที่มีอารมณ์ร่วมมากจริงเลย
แต่ก็นะ เบ๊บคือคนที่รักจริงมากกว่าหวังแค่กินไง

สงสารเข็มทิศนะ โลกนี้ขาดคนเข้าใจ ไร้คนฟัง
พอเจอถึงรู้ว่าผิด แต่ก็ยังทำ เพราะไม่มีใครแล้ว

เจอเบ๊บเข้าไป ถึงกับต้องยอมจอดบ้างเลยค่ะ
อารมณ์คงรุนแรงสุดแล้ว เหมือนได้ระบายกับคนที่ไว้ใจ

รอเข็มทิศคิดได้ และใจเย็นขึ้นนะ เบ๊บยังอยู่

ออฟไลน์ lonesomeness

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-2

ออฟไลน์ Bradly

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1
เรามารอเบ๊บนะวันนี้  :katai5:

ออฟไลน์ -west-

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1633
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1739/-10
    • FACEBOOK PAGE

Dim





                    ออกกองเป็นเรื่องบรรลัยที่สนุกสนานอย่างหนึ่งในชีวิต

          หรือไม่ก็เป็นความมาโซคิสต์ของตัวเองล้วนๆ ที่ชอบบรรยากาศวุ่นวายแบบห่าลง อะดรีนาลีนหลั่ง เลือดสูบฉีด จากหัวใจลงเท้า จากเท้าขึ้นหัว และคนที่หัวร้อนที่สุดในตอนนี้กำลังกำม้วนกระดาษนั่งเคาะลงบนเข่าถี่ๆ สลับกับปลายเท้าที่ตบพื้นหญ้าซึ่งชื้นด้วยฝนที่ตกลงมาเมื่อวานทั้งวัน ว่าวกันแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

          ใช่ครับ วันออกกองตามแพลนคือเมื่อวาน แล้วจู่ๆ ฝนหลงฤดูแม่งมาจากไหนไม่รู้ กองเลยต้องเลื่อนมาเป็นวันนี้ แต่ปัญหาไม่ใช่อยู่แค่ตรงนั้น มาถึงสวนสาธารณะที่นัดหมาย สปริงเกอร์เสือกเปิดทั้งที่จ่ายค่าสถานที่ไว้แล้วว่าจะเข้ามาวันนี้ช่วยงดการรดน้ำหญ้าสักวันเถอะพี่ หญ้าไม่ทันตายหรอกนี่ต้องวุ่นวายต้องไปคุยกับฝ่ายสถานที่ของสวนรายการจากนั้นคือคู่จิ้นที่จะต้องเล่นเป็นตัวนำของแอดฯ นี้ เสือกติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เช้าจนเลยเวลานัดหมายมาแล้วครึ่งชั่วโมง

          อย่างที่พี่รูญว่า แอดเวอไทส์นี้ไม่ได้กำไรเยอะนัก แต่จะเก็บเป็นพอร์ตของเฮาส์เลยต้องกระเบียดกระเสียนทำกันด้วยการปรับนักแสดง เปลี่ยนสถานที่บ้าง เนี่ย ค่าข้าวกลางวันทีมงานจากกะเพราไก่ไข่ดาวยังเหลือแค่ข้าวกะเพราไก่เลย ระยะเวลาที่ยืดออกไปนอกจากทำให้ตารางงานอื่นเพี้ยนแล้ว ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็เพิ่มขึ้นด้วย พี่รูญเหงื่อออก แต่ไม่เท่าทีมงานที่เหงื่อตก โดยเฉพาะพี่ก้อยที่เป็นฝ่ายประสานงาน เมื่อเช้าก็ใช้พี่ช่างไฟเอากางเกงในชายทรงคลาสสิคแขวนขาตั้งไฟ เชิดสูง ไม่ให้ถูกรบกวนกันฝนตกไปแล้วตามประเพณีของมนุษย์กอง 4.0 ตามด้วยธูป 16 ดอก ไหว้มูเหว้ พระมิอุมา อย่าว่างมงายเลยครับ มีทุกประเทศ อย่างอินโดนีเซียก็มีเรนแมนเป็นอาชีพจริงจังไว้นั่งกันฝนตก อะไรก็ได้ที่ไม่ให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น สุดท้ายตายห่าที่นักแสดงไม่มา เกินกำลังสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วมั้งครับ

          “รอไม่ได้แล้ว เช่าไว้ถึงบ่ายสาม”

          “เอาไงอะพี่”

          “เด็กสมัยนี้แม่ง...” พี่รูญเก็บคำที่เหลือไว้ในคอ แต่มองตาแล้วหำหดกันเป็นแถบ ผมเปิดพัดลมมือถือเผื่อพี่รูญ ไอ้เข็มไปคุยกับพี่โหน่งหลังกล้อง แม็กกี้ออกมาด้วย มันนั่งกินไอติมไผ่ทองที่เพิ่งวิ่งผ่านไปเมื่อครู่คนเดียว

          “เอาคนในกองได้ไหม ไอ้แม็กมันก็ใช้ได้อยู่นะ”

          พี่ก้อยเสนอ ผมเห็นด้วย แม็กกี้เคยเล่นโฆษณาบ้าง หน้าตามันก็เป็นแบบพิมพ์นิยมฉิบหาย “ผมว่ามันได้นะพี่”

          พี่รูญถอนหายใจเมื่อผมสนับสนุน แต่ปัญหาคือตามที่เสนอสตอรี่บอร์ดไปคือผู้ชายสองคนพี่ก้อยมองมาที่ผม “โน ผมกับไอ้แม็กไม่มีใครมีคาแร็กเตอร์นิ่งเลยพี่”

          อีกอย่าง ผมก็ไปเสนองานกับพี่ไงล่ะ จำได้เปล่า

          “ไปเรียกเข็มทิศมา”

          เข็มทิศผู้ไม่เคยแม้แต่เล่นหนังสั้นให้เพื่อนที่คณะอะนะ

          “มองหน้ากูทำไม หรือมึงจะเล่นแทนผัว ไอ้เบ๊บ”

          “เปล่าครับๆ” ถึงผมจะหล่อและมีความสามารถมากกว่า ผมก็คิดว่าคาแร็กเตอร์ที่วางไว้เหมาะกับเขามากกว่า “เดี๋ยวผมรีบเลยครับท่าน”

          ก่อนพี่รูญจะโมโหกว่านี้ พี่ก้อยทำท่าปาดคอ ผมรีบวิ่งตีนขวิดไปหาไอ้แม็กก่อนเกริ่นกับเข็มทิศว่าพี่รูญเรียก นั่นเป็นการมองตาครั้งแรกระหว่างผมกับเขาหลังจากเกิดเหตุการณ์ห่าเหวเมื่อคืนเข็มทิศตอบในลำคอเหมือนปกติ เดินเฉียดไหล่ไป ผมได้กลิ่นอาฟเตอร์เชฟของเขาทั้งที่เมื่อก่อนก็ไม่ได้กลิ่นชัดขนาดนี้ เหมือนกับว่าการมีอยู่ของเขาที่นี่ชัดเจนขึ้นกว่าภาพตลอดชีวิตที่ผ่านมาอย่างรวดเร็ว

          แม่งเอ๊ย ถ้ามีกล้อง ซีนนี้ต้องเป็นลองช็อต แบบที่ผมหน้าของผมปลิวไปกับแรงลมเมื่อเกิดการเคลื่อนที่ของอีกฝ่าย กะพริบตาช้าๆ ทุกสรรพสิ่งเงียบงัน ได้ยินแต่เสียงหัวใจของตัวเอง

          “โดนเข้าแล้วดิ”

          ตากล้องว่า ปาดเหงื่อที่ผุดบนไรผมไปด้วย บทแดดจะดีก็ดีฉิบหาย ดีแบบเหมือนโลกนี้ไม่เคยมีฝนตกมาก่อน

          “กูว่าแล้วไอ้เข็มทิศต้องโดนใช้เล่นแทนซักวัน แต่คิดว่าจะได้เป็นแค่เอ็กซ์ตร้าตอนคนไม่พอ เฮ้ยๆ นี่มันบทตัวพระเอกเลยนี่หว่า”

          “เออ ผมไม่เข้าใจว่ะ ฮอกวอร์ตแม่งแบรนด์ก็ดัง ทำไมไม่จ้างดาราที่ได้คุณภาพหน่อยวะ”

          “เดี๋ยวนี้เขาเน้นเรียลไง” พี่โหน่งว่า เรียลเชี่ยไร โฆษณาก็รู้อยู่แล้วปะว่าต้องการขายของ หลอกขายของอะ “เอาดารามาขายก็ตรงไปตรงมาเกิน มึงต้องขายของให้เหมือนไม่ขาย เหมือนผู้หญิงแต่งหน้าเหมือนไม่แต่งหน้า”

          “ไม่เก็ตครับ”

          “กูจะฟ้องพี่รูญ”

          “ผมก็จะฟ้องพี่รูญเหมือนกัน” ไอ้พี่โหน่งทำหน้าเหมือนจะต่อยผม ต้องรีบพูดก่อนโดนเหนี่ยวเข้าจริงๆ “ก็พี่พูดไม่รู้เรื่อง”
พี่โหน่งรูดแขนเสื้อขึ้นเหนือบ่าอย่างหาเรื่อง แต่ยังไม่ทันได้ขยับตัวเสียงจากด้านหลังก็ดังขึ้น

          “ไม่เลือกงานไม่ยากจนโว้ยๆ”

          พี่รูญตะโกนเรียกขวัญก่อนตบบ่านักแสดงจำเป็นเบาๆ เข็มทิศลูบหน้าตัวเอง มองไปที่น้องฝึกงานร่วมชะตากรรม แหม งานออกกองคืองานแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า ใครๆ ก็รู้ ผมยิ้มให้เขาแห้งๆ ขวดน้ำในมือเชิงปลอบใจ

          “อะไรอะพี่” แม็กเดินมาบ่น ทำหน้ายู่แต่ก็น่ารักดี “ผมไม่ได้อยากมาแคสต์นะ”

          “เออ ก็ ทำไงได้...งานทุนน้อย”

          “บริษัทตั้งใหญ่โต”

          “ใครเขาจะอยากลงทุนผ่านช่องกันวะ สมัยนี้พุ่งแอดส์เข้าเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์คนเข้าถึงมากกว่าเห็นๆ คอนเทนต์มันก็ถูกอย่างกับขี้ ใครก็เขียนได้”

          ผมพูดปลอบมัน ทั้งที่ไอ้คนควรปลอบจริงๆ นั่งแหมะอยู่อีกฝั่ง พี่ช่างวิ่งเข้าหาเข็มทิศก่อน ส่วนคนเคยผ่านกล้องและรักสวยรักงามอย่างแม็กไม่ต้องยุ่งเยอะ มันจัดการตัวเองได้ “ออกอากาศจริงจะถูกหั่นเหลือกี่วินาทียังไม่รู้เลย แค่ถือๆ ไอติมเดี๋ยวกราฟฟิคก็จัดการต่อแล้ว”

          “ง่ายขนาดนั้นพี่ไม่เล่นคู่ผมอะ” ไอ้นี่ วอนหาตีน “ก็รู้อยู่ว่าพี่เข็มทิศเหม็นขี้หน้าผม”

          “เฮ้ย คิดไปเอง มันเป็นคนหน้าเหี้ยแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ได้ไม่ชอบมึง ทำตัวสบายๆ รีแล็กซ์เป็นตัวของตัวเอง”

          “เฮอะ งั้นก็คงพิเศษกับพี่แค่คนเดียว ไม่คุยด้วยละ พาไปเลี้ยงข้าวปลอบใจเลย”

          “ได้” เดี๋ยวกูเบิกงบพี่รูญ เบิกเผื่อของตัวเองด้วย ผมคิดในใจแต่คนข้างหน้ายิ้มแฉ่งเหมือนเสนอตัวเข้าแคสต์โฆษณามาเต็มที่ เออ เด็กสมัยนี้มันอยู่เป็นเว้ย รู้ว่าเรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่


          “ไฟพร้อม รีเฟล็กซ์เอียงอีกนิดนึง กล้องพร้อม โอเค สองคนเดินกินไอติมมาแล้วเฉี่ยวไหล่กันเบาๆ ยิ้มให้กันแล้วหันไปมองกล้องด้วย ไอ้จ่ากล้องหนึ่ง ตามองหูไอ้แม็กนะอย่ามองหน้าตรงๆ เดี๋ยวมุมไม่ได้ รอกล้องดอลลี่ไปก่อนค่อยยิ้มมุมปากแล้วงับไอติม”

          พี่รูญนั่งตะโกนก่อนสั่งแอคชั่น ผมชอบบรรยากาศกองต่อให้มันร้อนบรรลัย ทำนายทายทักอากาศไม่ได้ นักแสดงสายหรือโดดไปดื้อๆ อะดรีนาลีนพุ่งพล่านซ่านทั่วกาย จังหวะที่เสียงเหยียบหญ้ายังดังกว่าลมหายใจนี่มันบรรยายไม่ถูกเลยว่าความรู้สึกมีความสุขระคนตื่นเต้นมันพอกหัวใจให้หนาเตอะแค่ไหน ทั้งโฆษณานี้แม่งมีแค่ฉากเดียว ปรับบทไม่ให้พูดกันด้วย แต่แค่นี้ก็ฉิบหายวายป่วง ชนรอบแรกไอ้แม็กทำไอติมหล่นแผละ รอบสองอากาศร้อนไปหน่อย ไอติมแม่งละลายมาถึงนิ้ว รอบสามเข็มทิศเริ่มมองหน้าหาเรื่อง รอบสี่ไอ้เข็มอีกแล้ว ชนแรงจนน้องมันกระเด็นไปอีกทางทั้งที่แม็กมันตัวใหญ่กว่าเห็นๆ

          ผมนั่งจ้องมอนิเตอร์ข้างพี่รูญ ทิศทางการยกถือไอศครีมก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องบรีฟให้หนัก ทุกครั้งที่พลาดก็ทุนทั้งนั้น เขากุมหัว สั่งกล้องเดิน ก้มมองนาฬิกา

          “ตั้งใจหน่อย รอบสุดท้ายแล้ว ถ้ายังไม่ได้กูจะแก้บทให้พวกมึงเลียไอติมแท่งเดียวกัน”

          เป็นคำสั่งที่น่ากลัวกว่าตัดเงินเดือนเป็นไหนๆ ผมนี่ขนลุกเกรียว ไม่ใช่แค่ผม คิดว่าทั้งคู่คงไม่ต่างกัน เข็มทิศหันหลังทำสมาธิ เท้าสะเอว ขณะที่แม็กกี้โบกมือเรียกผมไหวๆ

          “จะถ่ายยังพี่”

          “ให้สองนาที”

          ผมวิ่งเข้าไปหาหนึ่งในนักแสดง แม็กยกมือไหว้ผมเหมือนขอพร “เกร็งเยี่ยวจะราดเลยอะ” ขำมัน ยิ่งปอดแหกกับไอ้เข็มอยู่ด้วย

          “จับมือผมดิ มือสั่นแล้ว ทำให้ผมหายตื่นเต้นหน่อย”

          “เวอร์จริง” ผมลดมือลงมาจับมือเย็นเฉียบของเด็กฝึกงานในปกครองทั้งที่อากาศร้อนจัด“อะ อุ่นขึ้นยัง”

          เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นอีกฝ่ายมองอยู่ก่อน ผมเลิกคิ้วแทนการถามย้ำ แม็กก็ระบายยิ้มออกมา “ดีมากเลยพี่”

          “พร้อมยัง เบ๊บหลบ กล้องเดินนะ จ่าอย่าลืมว่าไม่ต้องจ้องหน้า มองไปทางหู รอกล้องแพนไปที่หน้าแม็ก แม็กก็อย่าก้มลงกัดไอติมเร็วไป รอกล้องดอลลี่ไปที่หน้าแล้วขยิบตา สุดท้ายนะ จะหมดเวลาเช่าแล้ว สาม สี่...”

          พี่จรูญสั่งเสียงดังโดยไม่ต้องใช้ลำโพง ผมหลบออกมานอกเฟรม ยืนด้านหลังแม็กออกไป เข็มทิศทำตามบท แต่ไม่ได้มองที่หู สายตาของมันมองมาที่ผม นิ่งค้างอย่างนั้นจนเสียงผู้กำกับสั่งคัท แม็กเดินออกจากเฟรมมาหาผมคนแรก ยื่นไอติมที่ตัวเองกัดทิ้งกัดขว้างรอบที่สิบมาให้ ผมนี่อิ่มไอติมแทนข้าวแล้วครับ ส่วนไอ้เข็มส่งต่อให้คนอื่นสลับๆ ไป มีแต่แม็กที่ยืนยันว่าผมต้องกินเพราะผมเป็นพี่เลี้ยงมัน เหตุผลฟังขึ้นฉิบหาย แต่พี่รูญบอกตามๆ ใจมันเถอะ ให้งานจบไวๆ

          “โอเค ทีนี้เดี๋ยวไปอัดเสียงไอ้แม็ก ใส่ซาวด์ดนตรีอีกทีน่าจะเรียบร้อย เก็บของ ๆ ก้อยโทรหาไอ้แบงค์ให้แสตนด์บายกูกลับไปคอนโดไม่เจอมันโทรบอกแม่เตรียมโลงศพได้เลย”

          ผมแทะไอศกรีมรสผลไม้ข้างตัวเอกโฆษณา มันเอาศอกกระทุ้ง “ชมหน่อยดิ”

          “อะไร”

          “เมื่อกี้ไง ตอนกล้องดอลลี่มาที่หน้านะ ผมนึกถึงตอนพี่จับมือผมเลย เห็นแล้วอมยิ้มออกมาเอง ทำดีใช่ปะ”

          “กูจะไปรู้เหรอ ไม่ได้อยู่หน้าจอมอนิเตอร์ ไปช่วยคนอื่นเก็บของไป เดี๋ยวต้องกลับไปที่ออฟฟิศอีก”

          “พี่...”

          “เบ๊บ” เสียงของแม็กเงียบไปเมื่อเข็มทิศแทรกขึ้นมา เขามองแม็กด้วยหางตาก่อนมองกลับมาที่ผม “ไปซื้อกาแฟก่อนกลับออฟฟิศปะ”

          “ได้ๆ มีใครเอามั่ง”

          “ไม่รู้ดิ ไม่ได้ถาม” เออ ตอบสมกับเป็นมึง “ไม่ต้องถามได้ปะ ร้อน อยากรีบออกก่อนรถกอง”

          พูดจบก็เดินผ่าผมกับไอ้แม็กไปทางลานจอดรถ ประโยคที่ว่าไม่ต้องถามได้ปะกลายเป็นประโยคคำสั่งแทนคำถามทันที แปลว่าผมไม่มีทางเลือก แหงล่ะ กุญแจรถอยู่ที่ผมและเข็มทิศก็ดูอารมณ์เสียเกินกว่าจะยืนรอ ได้ออกกล้องนิดๆ หน่อยๆ ทำเป็นดาราต้องมีผู้จัดการส่วนตัวเลยนะมึง

          “ไปด้วยกันไหม เดี๋ยวกูเข้าออฟฟิศเหมือนกัน อาจจะถึงช้าหน่อย”

          “แม็ก ช่วยยกของหน่อย!” พี่โหน่งตะโกนมา กำลังสาละวนกับกล้อง จะว่าไปเก็บของ เสิร์ฟน้ำนี่มันหน้าที่ของเด็กฝึกงานนะครับ เจ้าตัวยักไหล่เชิงตอบว่าไปด้วยไม่ได้

          “เจอกันที่ออฟฟิศพี่”

          ผมพยักหน้า ก่อนกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามไอ้หนุ่มขายาวที่เดินพรวดๆ ไปถึงรถไม่รอกุญแจ อยู่ในรัศมีที่ใกล้พอก็ใช้รีโมทปลดล็อกให้เข็มทิศเข้าไปนั่งก่อน วันนี้กระผมจะทำหน้าที่เป็นคนขับรถพาไปแดกกาแฟเองครับนาย

          “เอาน่า คุณ นานๆ ที พี่รูญก็ไม่อยากใช้เด็กๆ ผิดหน้าที่หรอก คุณก็รู้งานนี้...”

          “เด็กฝึกงานจีบเหรอ”

          ผมสตาร์ทรถ เปิดแอร์เย็นฉ่ำ หัวเราะในคอ “หงุดหงิดจนเป็นบ้าเลยเฮ้ย คนเรา”

          “จับมือกันแบบนั้นมันปกติหรือไง”

          “น้องมันตื่นเต้น”

          “แม็กไม่ใช่มือใหม่” เขาว่า พรูลมหายใจออกมายาว “เคยถ่ายแบบ เล่นโฆษณา เคยเป็นตัวประกอบฉาก เคยเล่นละครเวทีที่มหาลัย เป็นพรีเซนเตอร์ของมหาลัยมาตั้งแต่ปีสอง”

          “ก็คุณตั้งท่าไม่ชอบมัน ก็เลยกลัวไง” ช่วยส่องกระจกทีเถอะ หน้าตอนมึงหงุดหงิดดุกว่ายุงที่ว่าร้ายกว่าเสืออีก “ถามจริง มีประเด็นอะไรกับแม็กปะ?”

          “แค่บางทีรู้สึกมันปีนเกลียว”

          “มันขี้หยอก ใจเย็นน่า มาๆ เดี๋ยวเฮียเลี้ยงกาแฟเองหนู เอาร้านไหนเปิดกูเกิ้ลแมปเลย วันนี้เป็นแกร๊ปคาร์ให้”

          “เหอะ”

          เสียงพ่นลมหายใจเชิงประชดประชันดังออกมา เขาตบกระเป๋าสองสามครั้งก่อนทิ้งตัวลงเบาะแรง ผมถาม“อะไร”

          “ลืมบุหรี่ไว้ที่กอง”

          “เอาของผมไปก่อนไหม แต่อยู่ในกระเป๋ากางเกงว่ะ แป๊บนะ รอรถติดเดี๋ยวหยิบให้”

          “ข้างไหน”

          “ซ้าย เฮ้ยๆๆ! จะมาล้วงมาควักอะไรตรงนี้ ลูกชายเขามีพ่อมีแม่นะคุณ” ดาราหน้ากล้องมือใหม่ถือวิสาสะล้วงหยิบกล่องเหล็กในกระเป๋ากางเกง โชคดีที่ผมไม่ได้ใส่กางเกงพอดีตัว เป็นยีนทรงใหญ่หลวมๆ แบบที่ขยับตัวได้ง่าย เหมาะกับการทำงานนอกสถานที่ไม่งั้นคงมีสยิวกิ้วกันบ้าง

          “พูดมาก เดี๋ยวก็ควักให้จริงๆ มีอยู่ตัวเดียวเนี่ยนะ”

          “ผมว่าจะลดว่ะ บุหรี่แม่งแพงสัด ขึ้นเอาๆ ไม่เห็นใจคนต้องเก็บเงินไว้รักษามะเร็งปอดอะ นี่ก็แบ่งมาวันละตัว ถึงออฟฟิศแล้วคืนด้วย”

          “รายได้น้อยรสนิยมสูง” พูดอีกก็ถูกอีก ต้นเดือนดูดบุหรี่นอก สิ้นเดือนเกือบพึ่งยาเส้นแก้ขัด

          “ใจเย็นดิ ด่ากันเหมือนไม่ได้ยืมบุหรี่ผมน่ะ”

          ผมมองเข็มทิศผ่านกระจกมองหลังแล้วตัดมาที่จีพีเอสแสดงพิกัดร้านกาแฟใกล้ๆ ต้องเอาใจคุณชายเบอร์ไหนวะถึงจะหายอารมณ์เสียได้

          “เอาไหม?”

          “หืม?”

          “บุหรี่”

          “ตักบาตรอย่าถามพระ”

          เข็มทิศยื่นบุหรี่ให้ตอนรถติดไฟแดง ผมลดกระจกลง คาบกระดาษที่ยังอุ่นและชื้นจากริมฝีปากของอีกฝ่ายไว้ สูดลมหายใจผ่านก้นกรอง ปล่อยให้ไอควันเข้าปอด ตายผ่อนส่งช้าๆ

          “ติดตั้งแต่เมื่อไหร่”

          “ปีหนึ่ง รุ่นพี่พาลอง โห ตอนนั้นโคตรเละ ทั้งเหล้าทั้งบุหรี่ มีดีเรื่องเดียว ผู้หญิง”

          เข็มทิศหัวเราะ ผมก็โล่งใจที่เขาอารมณ์ดีขึ้น เปลี่ยนคลื่นวิทยุเป็นเพลงในเพลย์ลิสต์มือถือของตัวเอง แน่นอนเป็นเพลงที่ผมชอบเหมือนกัน

          “ฉันลองตอนปีสอง ตั้งแต่มีเรื่องน้อยหน่า ที่บ้านยังไม่รู้เลย”

          “กลับบ้านบ่อยนักแหละ”

          “อืม ก็ตามนั้น นายล่ะ พ่อแม่ดูรีแล็กซ์นะ คงไม่ห้าม”

          “โอ้ กว่าจะผ่านจุดนั้นมาก็โดนด่าจนแม่ปากชานั่นล่ะครับ” ส่วนหูชาน่ะไม่ต้องถาม ผมมันประเภทหูทวนลม เข็มทิศรับบุหรี่คืนจากผมไปสูบต่อ แวบหนึ่งที่เราสบตากันแล้วผมก็นึกถึงเรื่องจูบเมื่อวานขึ้นมา เมื่อเขาแนบริมฝีปากกลับย้ำไปตำแหน่งเดิมที่ผมวางเมื่อครู่หัวใจก็เต้นผิดปกติอีกครั้ง รู้สึกเหมือนกำลังถูกจูบซ้ำเลยว่ะ บ้าเอ๊ย มึงไม่คบผู้หญิงนานเกินไปหรือเปล่าวะเบ๊บ

          “นี่ วิธีทำใจอย่างนึงเวลาเลิกกับแฟนเก่าคือหาคนใหม่รู้ป่ะ” ผมรีบพูดก่อนอีกฝ่ายจะทันสังเกตอาการ เข็มทิศเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มีควันสีจางๆ ระหว่างเรา เป็นส่วนที่ไม่สามารถระบายออกไปด้านนอกได้ทัน เขามองผมผ่านกระจกหรี่ตาลงเล็กน้อยแทนคำถาม

          “ลองออกไปเที่ยว เจอคนใหม่ๆ บ้าง อาจจะทำใจเรื่องน้อยหน่าง่ายขึ้นนะ ผมใช้วิธีนี้ตลอดเลย มูฟออน”

          “เรื่องใจต้องใช้เวลา ไม่ใช่ใช้คน”

          “คมสัด นี่พี่ฉ้อยหรือพี่ออด”

          “เบื่อผู้หญิง” ประโยคนี้ของเข็มทิศทำผมชะงัก ก่อนอีกฝ่ายจะพูดต่อ “อยากลองพักอยู่นิ่งๆ บ้าง เจ็บมานานไปอยากอยู่แบบใจโล่งๆ บ้าง”

          “เหมือนกันเลย รอบนี้หลังจากเลิกกับคนก่อนเลยไม่ได้หาใหม่ ผู้ชายเราแม่ง ถึงจุดนึงก็เลิกอยากจีบสาวเนอะ มันไม่สนุกแล้วอะ มาพยายามอะไรใหม่ๆ พออยู่ในคอมฟอร์ตโซนแล้วไอ้เหี้ย หมาจากไหนไม่รู้คาบไปแดก”

          “หมาแบบเราไง”

          “โทษๆ ไม่ได้จะแซะ”

          “อืม ไม่เป็นไรหรอก ขยี้บ่อยๆ ก็ดีจะได้ไม่ลืมตัว”

          ลืมอีกก็เหี้ยแล้ว เหี้ยแบบหกสายพันธุ์มารวมกันเลย เข็มทิศมองออกไปนอกหน้าต่าง หางตาตกลงจากเดิมเล็กน้อยเมื่อพูดถึงคนรักเก่า รำคาญๆ ทำเหมือนหน้าตาจะหาใหม่ไม่ได้งั้นล่ะ

          “เข็ม คือกูก็ยอมรับอะนะว่ารักมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้ายากตลอดเวลามันก็ไม่ใช่ปะวะ”

          “อือ” เขาตอบในลำคอ “คมกว่าคลับฟรายเดย์”

          “แน่นอน คลับควายเดย์”

          “ปากดี” เข็มทิศว่า หาถังขยะใบเล็กในรถ ถึงจะขี้ยาแต่มีจิตสาธารณะอะ ทิ้งมวนปลายบุหรี่ที่เหลือลงไป ผมเลี้ยวเข้าร้านกาแฟน่านั่งที่ไม่ห่างจากสวนรถไฟเท่าไหร่ บรรยากาศสบายๆ สั่งอเมริกาโน่ของตัวเอง เข็มทิศเอาลาเต้หวานน้อย ละมุนสัด

          “นายมีแฟนมากี่คน”

          “ตลอดชีวิต?”

          “อืม ตลอดชีวิต”

          “ที่พาเข้าบ้านก็สอง แต่เพิ่งเอาเป็นตอนมหา’ลัยนะ ตามประสาเด็กอยู่บ้าน โห่ คุณก็รู้”

          “น้าฮุยน่าจะเข้ากับลูกได้ดีนี่นา”

          “ก็ไม่ทุกเรื่องปะ” เข็มทิศนั่งตรงบาร์ แม้ว่าทั้งร้านจะยังมีที่ว่างอีกมาก สายตาเขาเปลี่ยนเป็นกะลิ้มกะเหลี่ยหยอกล้อ ผมไม่ค่อยเห็นบ่อยนักแต่ดูว่าพอพูดถึงเรื่องอย่างว่าแล้วมันปลาบทุกที “อะไรยังไง มองทำไม”

          “เปล่า ไม่ได้มอง”

          โกหก

          “มองก็มอง” เจ้าตัวสารภาพเมื่อผมหรี่ตาจ้อง อเมริกาโน่ของผมได้ก่อน แต่ผมไม่ถามถึงเรื่องที่เขามองซ้ำเพราะเริ่มรู้สึกหัวใจเต้นแปลกๆ อีกแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะแก่แล้วเหนื่อยง่ายก็คงเริ่มตกหลุมรักเข็มทิศนั่นแหละ

          “กำลังคิดว่า แปลกดีที่จูบกันจนปากเยินเมื่อวานแล้วยังมานั่งคุยกันแบบนี้ได้อีก”

          แค่ก!

               อเมริกาโน้โนโนโน่โนโน บอกเธอง่ายๆ แค่ออกผิดรู พุ่งจากคอขึ้นจมูกเลยครับ บาริสต้าคว้าทิชชูให้ผมแทบไม่ทัน ส่วนตัวการนั่งขำคิก ไม่รู้สึกรู้สา “เสียอาการนะเราน่ะ”

          “เออ ไม่ต้องพูดก็ได้ปะ ก็แค่อุบัติเหตุ”

          ที่แบบ...ออกจากคอนเสิร์ตฟินๆ แล้วจัดการกับปัญหาได้อย่างบ้าบอที่สุด ความไร้สติไม่มีปุ่มหยุด เลยเตลิดเปิดเปิงกันไปหน่อย

          “อือ...ก็อุบัติเหตุจริงนั่นแหละ ทิชชูติดแก้ม”ผมยังไม่ทันประมวลผล เขาก็หยิบเศษกระดาษที่ม้วนจากการถูไถกาแฟออกจากใบหน้าผมเบาๆ ดวงตาคู่นั้นมองมาที่ปากก่อนตลบขึ้นมาสบตา ผมชะงักงัน เหมือนถูกสะกดให้แน่นิ่งไปอย่างนั้น

          “ลาเต้ได้แล้วค่ะ”

          เสียงบาริสต้าเหมือนเป็นระฆังคั่นยก ผมพรูลมหายใจออกมาเช่นเดียวกับเข็มทิศ เขาหยิบหลอดพลาสติก ก่อนคว้ากุญแจรถที่วางไว้บนเคาน์เตอร์ไป “เดี๋ยวขับให้ ไปเหอะ พี่รูญน่าจะใกล้ถึงออฟฟิศแล้ว”

          ผมพยักหน้า จะควักเงินจ่ายแต่เสี่ยใหญ่วางแบงค์พันไว้ก่อน บอกแค่ว่าไว้เคลียร์ทีหลัง

          บรรยากาศแบบนี้ ขมุกขมัวด้วยความสับสนระคนหวั่นใจตอนนี้นี่มันอะไรวะ
         




.....


#westonwednesday มาแน้ว
เจอกันพุธหน้าจะมาคุยด้วยเยอะๆ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์เลยค่ะ อ่านแล้วรู้สึกสนุกกับการเขียนนิยายขึ้นมากๆๆ ฮืออ เหมือนมีเพื่อนเม้า วันนี้ขอพักก่อน กู้ดไนนนนท์ <3

ปล. Dim มีความหมายถึงความสลัว/เรือนลาง หรืออีกนัยยะคือโง่ค่ะ
ตอนนี้เหมือนจะมีคน dim-witted หรือเป็นไอ้เบื๊อกอยู่แน่ๆ
อย่างน้อยก็หนึ่งคนล่ะ แฮร่!

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6921
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +267/-2
แม็กมาเล่นๆ หรือมาจริงๆ หว่า

ออฟไลน์ river

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2033
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-3
ความสัมพันธ์คุขึ้นล่ะ

ออฟไลน์ Bradly

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1
น้องแม็กนี่จีบเบ๊บแน่นวน จ่าอย่าเฉยนะ เดี๋ยวอะไรจะคาบไปซะก่อน

ออฟไลน์ MooMiew

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 354
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
ไม่รอดแน่เบ๊บเอ้ยยยย :hao7:

ออฟไลน์ mkianit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
โอ้ยย อยากให้มาทุกวันเลย ฮือ สนุกมากๆๆ ชอบนิสัยเบ๊บจริงๆ

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3899
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ เนเน่

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ความรู้สึกทั้งสองคนน่าจะขมุกขมัวนะตอนนี้ ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าจ่าของเราเริ่มออกอาการแล้วขอให้น้องแม็กไม่มาเล่นๆนะคะเราอยากเห็นคนดิ้น

ออฟไลน์ i.am.wee

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อยากจิรู้ว่ามันไม่บังเอิญยังไง

ออฟไลน์ Sykes

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เบ๊บกำลังหวั่นไหวแล้ว คุณเข็มอย่าแกล้งแหย่เล่นๆ นะ ไม่งั้นเราจะลงเรือแม็คเบ๊บแบบเต็มตัวแล้ว
เข็มทิศ :  :z6:

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7522
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +620/-7
เนื้อหอมนะคนเรา ชอบขี้อ้อนแบบน้องแม็กหรือแบบพูดน้อยต่อยหนักแบบพี่เข็ม มีโอกาสเลือกแล้ว

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4623
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-6
จะลงเอยกันยังไงนะคู่นี้

 :L2: :L2:

ออฟไลน์ เอมมี่

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 649
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
แบบนี้เรียกว่าหึงนะพี่เข็ม

ออฟไลน์ diltosscap

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 681
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
ทพี่จ่าหวงเบ๊บ ชอบมาก

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2634
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
แม๊กซ์นี...ต้องระวังไหม???    :hao3:

ออฟไลน์ fsbeentaken

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 180
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
สีเทาๆ ปนชมพูสุดอ่ะตอนนี้

เข็มช้ามสกเดี๋ยวแม็กเก็บนะจ๊ะะะะ

เป็นกำลังใจให้คุณเวสต์นะค้าาาาา

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3087
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-6

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ minenat

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1911
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-2
จีบกันเลยสิ :hao7:

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2791
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-0
มีหวงนะ ออกอาการหงุดหงิดเฉยเลยเนาะเข็มทิศ
เค้าจะจีบกัน ก็เรื่องของเบ๊บนะ

เบ๊บเอ้ย จะไหวไหม อะไรนิดอะไรหน่อย มีใจเต้นไปอีก
จะเสียเพื่อนแล้วได้แฟน หรือจะเสียสอง
แต่มีความเป็นไปได้ว่า ได้แฟนล่ะ 5555

ออฟไลน์ nooklepper

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 324
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
จ่า โหมดนี้ มันนนนนนนนนนนนน บ้าบอ ><

ออฟไลน์ Qix9y_

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 918
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
เข็มทิศไม่ปล่อยให้เบ๊บตีมึนนานนน

ออฟไลน์ -west-

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1633
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1739/-10
    • FACEBOOK PAGE


9. Nothing?





          วันนั้น ผมกับเข็มทิศถึงออฟฟิศก่อนคนอื่นๆ ด้วยซ้ำเพราะกว่าจะเก็บของ รวมคนให้ครบก็ใช้เวลาอีกพักใหญ่ พี่แบงค์เปิดคอมเล่นเกมแสตนด์บาย เข็มทิศยืนดูสักพักก็ชวนกันเข้าเกมมือถือด้วยกันก่อนคนอื่นๆ กลับมา



          กีฬาสัมพันธ์มันเป็นแบบนี้ พี่รูญควรจัดอีสปอร์ตระดับออฟฟิศบ้างเพื่อความสมานสามัคคีเพราะมันลดความประดักประเดิดที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับเข็มทิศได้โข มันยังเป็นคนนั่งเล่นเกมเงียบๆ หน้าคอมตัวเอง และถ่มถุยเมื่อผมใจกล้าหน้าด้านวิ่งไปยิงคู่ต่อสู้ทั้งที่มีแค่ช็อตกันว่าโง่มากกว่ากล้า ส่วนตัวเองซ่อนหลังต้นไม้ ยิงสไนเปอร์เก็บแต้มเอา MVP ของเกมไปแดกสบายๆ

          ตอนที่คนในทีมกลับมาผมกับเข็มทิศก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเคยราวกับไม่เคยจูบกัน และมันไม่ได้ทวงถามอีกแล้ว

          “เฮ้ย วันนี้ไอ้แม็กกับจ่ามึงกลับไปกันก่อนก็ได้นะ เหนื่อยมาทั้งวัน” ถ้าเข็มทิศกลับผมก็กลับได้สิ ได้โปรด ง่วงนอนฉิบหาย กาแฟไม่ช่วยเฮ้อะไรกูเลย

          “ไม่เป็นไรครับ ผมไหว” หน็อย เป็นแค่เด็กฝึกงานทำขยัน ผมวางหางตาที่คนข้างๆ เอาตีนยันเก้าอี้มัน

          “กลัวจบแล้วพี่รูญไม่ชวนมาทำงานด้วยเหรอ”

          “ก็ด้วย” มันยักคิ้ว นั่งอ่านเว็บต่างประเทศมาเขียนคอนเทนต์ลงเว็บ ”พี่ไหวไหม เห็นนั่งหาวหวอดๆ มาหลายรอบแล้ว”

          “ไหว มันก็เพลียแบบนี้แหละ เมื่อวานโดนฝน วันนี้ออกแดด นอนก็หาย”

          “งั้นผมกลับก่อนนะครับพี่รูญ” ไอ้เชี่ยจ่าทำดีกว่าแม็ก มันพูดขึ้นในความเงียบที่ทุกคนยังนั่งจมหน้าจอคอม “เบ๊บ จะกลับด้วยกันไหม”

          “กลับดิ รถผม” แหม ก็ถามเหมือนไม่รู้สันดานกัน

          “งั้นผมกลับด้วยดิ พี่ไม่อยู่ผมก็ไม่รู้จะอยู่ทำอะไร”

          งานที่มึงเปิดไว้ไง พูดในใจ กลัวเด็กมันย้อนว่ามึงเป็นพี่เลี้ยงยังโดดออกไปก่อนคนอื่นทั้งที่ไม่ได้ทำห่าอะไรก็ได้แต่ย่นจมูก เด็กหนุ่มกวาดของใช้ลงกระเป๋าก่อนหันมาปิดคอมพิวเตอร์ทันใจ

          “เออ เอาน้องมันไปส่งด้วยสิ” พี่จรูญตะโกนข้ามหัวพี่แบงค์แล้วหายเข้าไปหลังพาทิชั่นที่แยกเป็นครัวเล็กๆ ผมไม่มีสิทธิตอบรับหรือปฏิเสธ ก็ได้วะ เห็นว่าวันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน

          “พักอยู่แถวไหนอะ”

          “ส่งผมที่รถไฟฟ้าก็ได้พี่”

          “ไม่เอาๆ เฮียสั่งแล้ว” อย่าลืมสิ ผมน่ะลูกรัก พี่รูญสั่งอะไรก็ต้องทำตามเป๊ะๆ เดี๋ยวเสียตำแหน่งแล้วจะอยู่ในวงการไม่ได้ ทำตัวเละเทะไว้เยอะ “ผมส่งคุณที่คอนโดก่อนดีไหม จะได้พัก”

          ผมหันมาถามเข็มทิศ เขาทำหน้าเบื่อเป็นปกติ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไม่เป็นไร ไปด้วยกัน”

 



          บอกว่าจะแวะส่งก่อนก็ไม่เอา ผมขับรถเองก็ไม่ยอม ทีตอนนี้ทำหน้าบึ้งตึงใส่กระจกมองหลังถอยรถเข้าจอด ผมที่ถูกอัปเปหิมานั่งด้านหลังตั้งแต่ไอ้แม็กโดดขึ้นเบาะหน้าก็ถอนหายใจจนจะถอนสายบัวใส่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงให้เข็มทิศอารมณ์ดีขึ้นกว่าเดิม

          “จะเข้ามินิมาร์ทใต้คอนโด” เขาพูดขึ้นมาเมื่อดับเครื่องยนต์ ไม่ใช่ทั้งประโยคคำถามและเชิญชวน ผมพยักหน้ารับรู้ รีบตามลงรถก่อนอีกฝ่ายจะกดล็อก

          “ผมขึ้นห้องเลยนะ”

          ชายหนุ่มไม่ส่งสัญญาณใดกลับมา เดินลิ่วไปในทิศทางตรงข้ามกับห้องพัก ผมยักไหล่ไม่แคร์ไล่หลัง เรื่องของมึงเลย เชิญเก็กหน้าถมึงทึงเหมือนคนตึงโบท็อกซ์ตามสบาย ไอ้เวรเอ๊ย ทำไมผมต้องคอยทำให้มันอารมณ์ดีตลอดเวลาด้วย ถ้ามีความสามารถขนาดนั้นกูไปอยู่คณะตลกไม่มานั่งทำงานด้วยงกๆ แบบนี้หรอก โคตรอันธพาล

          เรื่องไม่ชอบใจแม็กพอเข้าใจได้ ผมเองก็ผิดจังหวะกับเพื่อนใหม่บ่อยๆ คนมันไม่คิดก็ไม่คิดไง ใครจะรู้ว่ามึงเซนซิทีฟกับลำดับขั้นขนาดนั้น น้องมันเล่นข้ามหัวนิดหน่อยทำเป็นตึง พี่ว้ากเก่าหรือไงไอ้วอก คิดอีกก็หงุดหงิดอีก แล้วเป็นเตี้ยอะไรต้องมาทำหน้าโกรธใส่ผม ทำหน้าโกรธเหมือนตอนที่แม่โม้เรื่องความอัจฉริยะของลูกชายให้ฟังแจ้วๆ โดยไม่สนใจใครนั่นล่ะ ผมนึกออกแล้ว โคตรเกลียดเลย ไอ้หน้าตาที่ทำราวกับว่าผมเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นป้าจอยที่เอาเกรดมันมาข่มคนอื่น หรือที่ต้องไปส่งแม็ก ทั้งๆ ที่เหนื่อย แต่ทั้งหมดผมยังไม่เห็นความผิดของตัวเองซึ่งทำให้กลายเป็นสนามอารมณ์ของเขาสักอย่าง

          โชคดีที่ทางไปบ้านแม็กไม่ไกลนัก แถมยังเป็นช่วงชุมชนที่การจราจรไม่แน่นหนาเลยไม่โดนบ่นซ้ำ แต่ลืมไปว่าเข็มทิศคงไม่บ่น เพราะปากมันตึงโบท็อกซ์ไม่ก็หมอเย็บปากบนกับล่างเข้าหากันไปแล้ว จากที่อารมณ์ดีเพราะจะได้กลับบ้านเร็วกลับเป็นผมหัวร้อนด้วยบรรยากาศมาคุที่เขาสร้างจนต้องดับความหงุดหงิดด้วยการเอาเบียร์ไปนั่งแดกในห้องน้ำ เปิดฝักบัวประกอบเสียงซู่ซ่าคล้ายผ่อนคลายริมน้ำตก รอจนเบียร์หมดกระป๋องก็จัดแจงตัวเองให้เรียบร้อย สวมเสื้อบอลโรงเรียนมัธยมที่คอย้วยยืดกับกางเกงขาสั้นเป็นเครื่องแบบการนอน เช็ดผมพอหมาดก่อนถอนหายใจเมื่อเข็มทิศยืนกดโทรศัพท์พลางสูบบุหรี่ริมระเบียง



          “ไง”

          เป็นเสียแบบนี้ หัวร้อนได้ไม่นานก็หาเรื่องคุยใหม่ ผมไม่ชอบอยู่ในที่ที่บรรยากาศไม่ดีเลย พอเครียดทุกอย่างก็แย่ลงไปด้วย แน่นอน ผมเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ตัวยง

          “อะไร”

          “ห้องน้ำว่างแล้ว” ผมเท้าแขนกับระเบียงข้างเขา ควันสีเทากลายเป็นขาวเมื่อพื้นหลังกลายเป็นสีดำ แม้ว่าจะกระดำกระด่างด้วยแสงไฟวาววับบนตัวตึกที่ไล่ระดับความสูงก็ยังคงเป็นม่านสีชัดก่อนจางลงไปช้าๆ “ไม่เหนื่อยเหรอ”

          ผมถามซ้ำเมื่อเขายังคงเงียบ ความเงียบเป็นสัญญาณที่ไม่ดี ยิ่งเมื่อคู่สนทนายังคงเลื่อนฟีดเฟสบุ๊กยิ้งแสดงชัดเจนว่าไม่ได้รับความสนใจ ผมเปลี่ยนอิริยาบถ หันหลังให้ภาพเมือง มองเสี้ยวหน้าเขาด้วยการผินหน้าเข้าหาสี่สิบห้าองศา

          “แฟนคุณยังติดต่อมาอยู่ไหม”

          “มีบ้าง” เขาว่า แม่งไม่เล่าอีกแล้ว กวนตีนสัส “ไม่ได้สนใจ”

          “ปากแข็ง”

          “ไม่รู้ดิ อยู่ๆ ก็หงุดหงิดเรื่องอื่นแทน”

          “ไม่เห็นมีเรื่องไหนไม่หงุดหงิด” ผมพูดลอยๆ กลอกตามองบน พ่อมู้ดดี้กาย เท่สัดปลัดบอก “ผมว่าคุณสูบบุหรี่เสร็จแล้วไปอาบน้ำนอนเหอะ เหนื่อยมากบางทีก็หงุดหงิดไปเรื่อย”

          “กินเบียร์มาเหรอ” เขาเปลี่ยนเรื่องเมื่อผมขยับตัวอีกครั้ง เคาะขี้เถ้าลงกระป๋อง พ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด ผมครางรับในลำคอ

          “เดี๋ยวซื้อมาคืน”

          “ไม่เป็นไร ก็ซื้อไว้งั้นๆ ไม่ค่อยได้ดื่มอยู่แล้ว”

          “โห เบียร์หายไปกระป๋องเดียวยังรู้ มาบอกไม่ค่อยได้ดื่ม”

          “กลิ่นที่ตัว” บุหรี่หมดมวนเมื่อเขาอัดลมหายใจเข้าเต็มปอด ทิ้งเศษซากที่เหลือ ถ่มน้ำลายลงดับจนเกิดเสียงฟู่ก่อนพลิกตัวมาอยู่ในท่าเดียวกับผม “กลิ่นเบียร์ติดอยู่ในลมหายใจ”

          “แปรงฟันแล้ว ไม่ต้องกลัวผมดองขี้ฟันมาทำน้ำลายหยดบนปลอกหมอนคุณหรอก”

          “ไม่ได้ว่าอะไร เซ็กซี่ดี”

          เยกเข้!

          หูกูฝาดหรือเปล่า จู่ๆ เจ้าพ่อของความคิดว่าตัวเองโคตรเซ็กซี่มีออร่าก็ชมขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ผมเหลือบตามองเขาระแวดระวัง ไม่ใช่ชมให้เหลิงแล้วผลักกูหล่นระเบียงให้ตายตาหลับเฉยๆ นะ

          “ทำไมทำหน้าแบบนั้น” คู่สนทนาเปลี่ยนเป็นอมยิ้ม ใช้ข้อนิ้วหนีบจมูกผมให้ส่ายไปมาเล็กน้อยก่อนผละออก เริ่มสับสนแล้วนะเว้ยว่าเมื่อกี้มึงดูดอะไรเข้าไป “ตอนอยู่กันสองคนก็ดีเนอะ”

          “อือ ก็ดี ถ้าคุณไม่ทำหน้าเหมือนอกหักตลอดเวลาอะนะ” พยายามใช้คำที่ดูดีที่สุดแล้ว จริงๆ ต้องเป็นคำว่าอมขี้ ใช่ เข็มทิศแม่งชอบอมขี้ไว้ที่กระพุ้งแก้ม พอเหม็นขึ้นจมูกก็ขมวดคิ้วไปด้วย ผมเลียนแบบหน้าเขาเป็นภาพประกอบ เกิดเสียงหัวเราะในลำคอ เข็มทิศวางมือบนศีรษะผม แทรกผ่านเส้นผมเปียกหมาดไปด้านหลัง

          “เก่งนะ ทำให้คนอื่นอารมณ์ดีได้”

          “อ้อ แน่นอน”

          ผมเอี้ยวตัวหลบไม่ยอมให้สัมผัส มันรู้สึกแปลกๆ ยังไงชอบกล เขาทิ้งมือลงข้างลำตัว มองต่ำลงไปที่ปลายเท้า ขนตาเป็นแพระริกเล็กน้อยเมื่อกลอกตาไปมาก่อนกัดริมฝีปากแสดงถึงความรู้สึกไม่มั่นใจ

          “เฮ้ย ล้อเล่น ผมก็ทำคนอื่นอารมณ์เสียได้เท่าๆ กับอารมณ์ดีนั่นแหละ อย่าคิดมาก”

          “เปล่า ไม่ได้คิดเรื่องนั้น”

          “แล้วคิดเรื่อง...” ยังถามไม่จบประโยคคนที่ก้มหน้าเมื่อครู่ก็เงยหน้าสบตา จังหวะวินาทีที่กำลังคิดกลั่นคำพูดก็ถูกคว้าเข้าไปจูบ เข็มทิศยังคงเป็นนักจูบที่ไม่เคยขออนุญาตอีกฝ่ายราวหัวขโมย ริมฝีปากของเขาหยาบกร้านกว่ารสจูบของผู้หญิง ทั้งสากและคมด้วยไรหนวด ขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งเน้นย้ำสัมผัสยามบดขยี้ให้ชัดเจนทุกจังหวะเคลื่อนไหว รสมินต์จากบุหรี่ไม่เหมือนมินต์จากยาสีฝัน รสฝาดเฝื่อนที่ยังค้างคาในลมหายใจเมื่อประสานรวมกับกลิ่นเถ้าถ่านที่เผาไหม้กลายเป็นรสดิบที่แปลกประหลาด ไม่มีการปรุงแต่ง ละเมียดละไม แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความปรารถนาจะครอบครองอย่างชัดแจ้ง เขาจูบผมรุนแรง ก้าวเข้าชิดจนผมต้องถอยจนติดชิดมุมระเบียงต่อสู้ด้วยการจูบกลับโดยไม่อ่อนข้อให้แม้กระผีกริ้น

          ความจริงแล้วผมเพิ่งตระหนักรู้ภายหลังว่านั่นเป็นวิธีต่อกรที่ผิดมหันต์

          กึง!

          คราวนี้ไม่ใช่หลัง แต่เป็นประตูกระจกบานเลื่อนที่ไถลไปจนชนอีกฝั่ง เราจูบกันโดยไม่เข้าใจความหมายของมัน สลับรุกไล่รับคล้ายฉากเต้นรำบนฟลอร์ รู้ตัวอีกครั้ง เมื่อลอยละลิ่วไปกับจุมพิตเผ็ดร้อนไฟในห้องนอนก็ดับ ผมนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง หอบเอาอากาศเข้าปอดมากเท่าที่จะทำได้ มองเพดานโดยไม่สนว่าเข็มทิศไปไหน แต่คงออกไปห้องนั่งเล่นสงบสติอารมณ์ เคยได้ยินว่าถ้าผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ในห้องสองต่อสองไม่ใครก็เสร็จใครแน่ เช่นกัน ผมเคยได้ยินอีกเยอะเกี่ยวกับเรื่องเพศและการบำบัดความใคร่ กะเทย เลสเบี้ยน ผมมันตัวโดดชอบดูหนังเลสเบี้ยนที่สุดในรุ่นด้วยซ้ำ หรือแม้แต่ในชายแท้ในสถานการณ์บางอย่างก็เกิดเรื่องเซ็กส์ขึ้นได้ มนุษย์ถูกผูกความสุขหนึ่งไว้ที่จุดออกัสซั่ม แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะคิดว่าเรื่องราวทั้งหมดมันอาจเกิดขึ้นระหว่างผมกับเพื่อนไม่สนิทที่เห็นหน้าตากันมาตั้งแต่เล็กจนโต ทว่ามันเกือบเกิดขึ้น หลักฐานที่เด่นชัดยังตุงในกางเกงบอลเหมือนลูกดาวน์ซัลโวของเจอราห์ดไม่ผิดเพี้ยน

          ไฟด้านนอกดับลง ผมขยับตัวออกจากกลางเตียงหกฟุต คว้าโทรศัพท์มาเล่นในที่มืดแก้เก้อ งอตัวเข้าหากันเล็กน้อยเพราะไม่กล้าลุกไปเข้าห้องน้ำตอนนี้ แสงไฟฉายให้เห็นท่าทางเคลื่อนไหวของใครอีกคนที่หางตา ก่อนน้ำหนักจะถูกถ่ายไปอีกฟากของเตียง

          ผมไม่เคยมีปัญหาเรื่องนอนเตียงเดียวกับเข็มทิศเลย ให้ตาย



          “คุยกับแม็กเหรอ” เขาถาม ก่อนชะโงกมาดูใกล้ๆ แผ่นอกของเขาเบียดกับแผ่นหลังของผม กลิ่นของบุหรี่ยังติดมากับตัว ผมพลิกตัวนอนหงายหวังว่าผิวสัมผัสของเราลดลงแล้วหัวใจที่เต้นแรงจะแผ่วลงด้วย ให้ตาย ผมดื่มเบียร์ไปแค่กระป๋องเดียวไม่น่าจะเมาได้ แต่ผมจะโทษว่าเป็นเพราะความเมา ทั้งหมดเป็นฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่แม่สอนไว้ตั้งแต่ยังเล็กว่ามันจะพาไปสู่หายนะที่ยิ่งใหญ่

          “ไปอาบน้ำดิ”

          เขาเลิกคิ้วขึ้น ยังอยู่ในท่าคร่อมผมไว้แม้โทรศัพท์จะร่วงลงไปข้างเตียงเรียบร้อยแล้ว เข็มทิศมองผม ไล่มองตั้งแต่หน้าผาก ตา จมูก ปาก ดวงตาสีดำเคลื่อนรอบกรอบหน้า ก่อนใช้หลังมือเกลี่ยเส้นผมบนหน้าผากผมให้ปาดไปด้านบน ผมกลัวเขาจะจูบหน้าผากรีบเอามือมาตะปบไว้

          “เปิดเหม่งผมทำไม”

          ชายหนุ่มหัวเราะ รอยยิ้มของเขากำลังทำให้ผมเป็นบ้าอีกครั้ง เม้มริมฝีปากเข้าหากัน เรามองตากันในความมืด มีเพียงแสงจากด้านนอกที่โปรยให้เห็นเพียงลางๆ ว่าเขากำลังทำสีหน้าเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบไป ทว่ายังคงไม่ขยับตัวไปนอนในที่ของตัวเอง และผมก็ไม่กล้าพูดอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว

          เสียงลมหายใจคล้ายสั่งให้เราทำอะไรบางอย่าง ไม่ผลักไสก็แนบชิด แต่ผมกลับไม่ทำอะไรเลย บื้อใบ้ขึ้นมาเฉยๆ นั่นทำให้เข็มทิศโน้มตัวลงมาจูบผมอีกครั้ง และค่อยๆ ขยายอาณาเขตบนเตียงด้วยการครอบครองทับซ้อนพื้นที่ที่ผมนอนอยู่ เริ่มจากจูบอ่อนโยน แผ่วเบา และเราก็เร่งเร้ามันด้วยแรงขับจำนวนมหาศาล

          จูบดูดดื่มไม่ต่างกับบนรถวันนั้น หรือที่ระเบียงวันนี้ ผมผลักอกเขาออกแต่ไม่แรงนัก ไม่ถึงหนึ่งในสิบของแรงที่มีด้วยซ้ำ เข็มทิศจับมือผมไว้ก่อนลากลงมาให้ช่วยปลดตะขอกางเกง และความมัวเมาที่เกิดขึ้นก็สั่งให้ผมปลดกางเกงยีนของเขาออกในที่สุด

          "คุณ..." ผมครางท้วง ก่อนประโยคนั้นจะถูกกลืนหาย เข็มทิศยืดตัว เขาถอดเสื้อยืดออกทางศีรษะ เมื่อมองจากมุมที่นอนอยู่ทำให้เห็นรูปร่างชัดเจนขึ้น แต่มันชัดขึ้นอีกเมื่อผมก็ถูกจับถอดเสื้อและกางเกงออก ทาบทับด้วยกล้ามเนื้อแต่ละสัดส่วน

          ผมลองวางมือบนกล้ามอก มันไม่ใหญ่จนน่ากลัวแต่เป็นคำตอบได้ดีว่านี่คือผลจากการโหนบาหรือดัมเบล หรือไม่ก็ที่ไปฟิตเนสของคอนโดก่อนผมตื่นในบางวัน เข็มทิศอนุญาตให้ผมแตะไล่ขึ้นไปทีละส่วนเหมือนเด็กหัดเรียนรู้ก่อนโน้มตัวลงมาจูบอีกครั้งราวกับที่ผ่านมาเขาออมมือให้มาก เพราะมันเหนือกว่าจนผมแทบตั้งรับไม่ทัน

          เข็มทิศสัมผัสร่างกายของผมหนักหน่วง และมันร้อนขึ้นจนไม่อาจหักห้ามใจได้ ผมไม่อาจคิดถึงเรื่องหญิงชาย ถูกผิด หรือความเป็นเพื่อนของเราได้อีกเราต่างฟาดฟันกันด้วยประสบการณ์ที่เคยผ่านมา ผมได้ยินเสียงพลาสติกแต่ไม่ใส่ใจเกินกว่านวดเฟ้นร่างกายตัวเองและมองตามปลายคางเมื่อจูบนั้นจากไปชั่วขณะ

          รู้สึกมวนในท้องจนไม่อาจใส่ใจหรือตระเตรียมความคิดอะไรได้อีก ทุกอย่างมึนงงกระทั่งเขาแทรกตัวเข้ามา ผมเบิกตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกเจ็บ สิ่งที่คว้าจับไว้ทันเห็นจะมีเพียงหัวไหล่ เข็มทิศมองผม เขาเม้มปากเข้าหากัน สูดลมหายใจลึก ในสถานการณ์นี้แม้อยากต่อต้านแต่อะไรๆ ก็ดูสายเกินไป

          ผมจ้องตาเข็มทิศกลับไป หรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเขาดึงดันเข้ามาจนผมอึดอัด ไม่มีจังหวะที่ผละถอย แต่ชะงักงันเพื่อใช้สารหล่อลื่นเป็นตัวช่วยอยู่บ้าง


          ช่วงนาทีที่ทุกอย่างยากลำบาก มือที่แตะหัวไหล่อีกฝ่ายก็เคลื่อนมาวางบนลำคอ ผมโน้มเข็มทิศให้ลงมาจูบ เขากัดริมฝีปากของผมเบาๆ ตามด้วยแก้ม ซุกจมูกไปที่ซอกคอแล้ววกกลับมาจูบใหม่ ผมผ่อนคลายลงจากจูบของเขา ลมหายใจที่ยังเจือนิโคตินไล่ผ่านร่างกาย ผมถูกรั้งสะโพกเข้าชิด ก่อนเข็มทิศจะขยับกาย

          ในความเลือนรางของเงาที่สะท้อน ผมเห็นเรือนร่างสมส่วนของอีกฝ่ายขยับไหว ข้อเท้าถูกยกขึ้นพาดบ่าและความรู้สึกบางอย่างก็ก่อตัวขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การกระทำนั้นหนักหน่วงขึ้น ผมครางออกมาเป็นชื่อของเขา เตียงขยับไหวจนหัวเตียงเคลื่อนไปชนกับกำแพงหลายครั้ง ร่างของผมสั่นคลอนจนไม่อาจจับภาพใดได้อีก

          เมื่อหลับตาลง ยิ่งรู้สึกถึงร่างที่อยู่ภายใน ความร้อนรุ่มถาโถมคล้ายบังคับให้ขาดใจด้วยความคลั่ง เขาเร่งเร้าทั้งกับตัวเองและผมจนปลดปล่อยความคับแน่นในอกออกมา

          ร่างกายร้อนวาบก่อนจุกเกร็งไปทั้งร่าง เขาจูบที่กกหู หายใจแรง เรียกชื่อผมเหมือนตอนที่ยังเป็นเด็กๆ เบบี๋ เบบี๋ ก่อนเงียบเสียงไปเมื่อเร่งเร้าดุดันในช่วงท้าย ผมรู้สึกได้...ร่างกายที่ตื่นตัวและระเบิดภายใน

เข็มทิศนิ่งค้างไปสักพัก เขากัดฟันจนเห็นสันกรามขึ้นเด่น ก่อนจูบผมแผ่วเบาคล้ายปลอบประโลม



          นี่มัน...เรื่องอะไรกันนะ



          ผมพูดไม่เต็มปากว่าไม่เต็มใจให้สถานการณ์นี้เกิดขึ้น แต่เช่นกัน ก็ไม่เคยตระเตรียมใจมาก่อน เข็มทิศลุกขึ้น เอา KY ใส่ลิ้นชักข้างหัวเตียง ดึงถุงยางและเก็บพลาสติกที่ผมได้ยินตอนนั้นที่หล่นอยู่ข้างเตียงออก เขาโยนทิชชูมาให้ ส่งสายตาดุเมื่อผมจะซกมกเอาผ้าห่มมาคลุมตัวทั้งที่ยังไม่ทำความสะอาดร่างกาย

          อุปกรณ์พร้อมเลยนะมึง

          คิดพลางดึงทิชชูออกจากม้วน เข็มทิศกลับมาอีกครั้ง ดึงทิชชูไปทำความสะอาดคราบบนหน้าท้องและที่เหนียวหนืดใต้หว่างขาให้
         
          “เบาๆ หน่อย ถูจนหนังผมถลอกแล้ว”

          เขาอมยิ้ม, แต่เบามือลง “เมื่อกี้ไม่เห็นบอกให้เบา”

          สิ้นเสียงเราต่างนิ่งเงียบไปอีกครั้ง ได้ยินเสียงถอนหายใจเมื่อผมผินหน้ามองไปทางอื่น ผมไม่เคยมีเซ็กซ์โดยปราศจากความรัก ไม่เคยมีเซ็กซ์กับเพื่อน ที่สำคัญ ไม่เคยมีเซ็กซ์กับผู้ชายด้วยกัน

          ไม่ว่ายังไง ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะตกเป็นฝ่ายถูกกระทำแบบนี้แน่ๆ

          “โอเคหรือเปล่า” เข็มทิศถาม คราวนี้เปิดโคมไฟใกล้เตียง เขาปกปิดท่อนล่างไว้ด้วยผ้าเช็ดตัว ยืนฝั่งที่ผมหันหน้าหนีในทีแรก “อาบน้ำด้วยกันไหม”

          “ผมอาบแล้ว ง่วงแล้วด้วย”ผมพลิกตัวอีกฝั่งเหมือนคนเล่นวิ่งไล่จับ แต่คราวนี้เข็มทิศไม่ตาม เขานั่งลงบนเตียงฝั่งของผม นั่งข้างแผ่นหลังที่ผมหันให้

          “หันหน้าหนีอีกทำไม”

          “คุณไปอาบน้ำเถอะ ผมอยากนอน”

          “อืม...งั้นก็สวมเสื้อผ้า เดี๋ยวไม่สบาย” เขาพูดทิ้งท้ายก่อนหายไปในห้องน้ำ

          เมื่อได้ยินเสียงฝักบัวผมก็คลานออกมาจากผ้าห่ม หยิบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายรอบเตียงมาใส่ ออกมาที่ห้องนั่งเล่น หยิบเบียร์อีกกระป๋อง พร้อมบุหรี่และไฟแช็กก่อนหันไปเห็นบิลร้านมินิมาร์ทที่เขียนรายการถุงยาง เจลหล่อลื่น และบุหรี่ บันทึกเวลาเมื่อช่วงหัวค่ำวันนี้

          บัดซบเอ๊ย!

          ช่างแม่งเหอะ ไม่เป็นไรๆๆ เบ๊บ เรื่องนี้จะเป็นความลับของมึงกับเข็มทิศเหมือนที่เขาเป็นชู้กับเมียชาวบ้านนั่นแหละ ผมบอกตัวเองอย่างนั้นแล้วออกไปสูบบุหรี่ที่ระเบียงพร้อมเบียร์อีกกระป๋อง กูไม่ซื้อคืนแล้วไอ้หางหมา ค่าตัวกูมากกว่าเบียร์ฟรีสองกระป๋องแน่ๆ ไอ้จ่าซังกะบ๊วย

          “ไหนบอกง่วง”

          สูบบุหรี่ได้ไม่ถึงครึ่งมวนก็มีมารความสุขกลับมาค่อนแคะ ผมกระดกเบียร์ลงคอแทนคำตอบ กระทั่งมีอกเปลือยของเจ้าของห้องซ้อนทับด้านหลัง เท้าแขนคร่อมผมให้ขยับชิดระเบียง หนีไออุ่นจากอีกฝ่าย อัดบุหรี่เข้าปอดอีกดอก จะได้ตายไวๆ หนีความประดักประเดิดที่เกิดขึ้นแบบนี้

          “Sweet” เขาพูดใกล้หู ผมเหลือบตามองคนที่โน้มตัวลงมาด้วยหางตา เขามองทอดออกไปนอกระเบียง แสงไฟของเมืองยังคงวิบวับในค่ำคืนอย่างเคย ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน ก่อนอีกฝ่ายจะหันมาสบตา “เพลงของ Cigarette after sex ที่ชอบ”

          “แล้ว?”

          “เห็นนายสูบบุหรี่หลังจากมีเซ็กซ์ เลยคิดว่าน่าจะเคยฟังวงนี้”

ผมเม้มปากเข้าหากัน ก็ใช่...ผมแม่งเสพติดการสูบบุหรี่หลังจากมีเซ็กซ์ และเคยฟังเพลงของวงนี้เพราะชื่อวงน่าสนใจ เพลง Sweet ก็เป็นเพลงที่ดี แต่ไม่เหมาะกับอารมณ์ตอนนี้ ไม่ใช่แน่ๆ ว่ากันว่าคนที่ชอบสูบบุหรี่หลังเซ็กซ์จบเป็นเพราะสัญชาตญาณเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของตัวเอง บางคนว่าเป็นนัยยะของความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวย แต่ไม่ใช่กับทุกคนและไม่ใช่เสมอไป อย่างเช่นมันเคยไม่ใช่นัยยะของการกระทำของผม แต่ตอนนี้เป็นแบบนั้น ความฉาบฉวยและเฉลิมฉลองให้กับมัน

          “ฟัง...แต่ฟังนานๆ ไม่ได้ เบื่อ ทำนองเหมือนกันไปหมด”

          “เป็นเอกลักษณ์”

          “คงงั้น” ผมตอบแบบขอไปที บุหรี่หมดมวนแล้ว เบียร์ก็ด้วย แต่เข็มทิศยังไม่ขยับทำให้ผมต้องค้างอยู่ในท่านั้นจนกว่าเขาจะผละถอย ผมไม่อยากขอให้เขาหลบ ไม่อยากทำอะไรที่แสดงออกมาเหมือนบางอย่างผิดเพี้ยนไปหลังจากเรามีอะไรลึกซึ้งต่อกัน “ผมเห็นบิลบนโต๊ะ เตรียมไว้หมดเลยเหรอ”

          “จะว่างั้นก็ได้” เขาตอบเสียงเรียบเสียจนหัวใจผมหล่นวูบ วงแขนที่เท้ากับระเบียงค่อยๆ บีบตัวแคบลงกระทั่งผมตกอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มในที่สุด “นายจะบอกว่าอารมณ์พาไปเหรอ”

          “จะว่างั้นก็ได้” ผมเลียนแบบคำตอบ แต่ไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติเท่าที่ควร หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกเมื่อแรงกอดกระชับแน่น

          “แล้วโอเคหรือเปล่า”

          “โอเค้” ผมพยักหน้ารัว เสียงของเขาแหบแห้ง อาจเพราะน้ำค้างลง “โอเคมากๆ ไม่มีอะไรให้ไม่โอเคสักหน่อย”

          ทั้งที่ยังเถียงกับตัวเองว่ามึงจะโอเคได้ยังไงวะเบ๊บ มึงเพิ่งมีเซ็กซ์กับผู้ชายที่เป็นเพื่อนกันมาตลอดชีวิตนะเว้ย ผมก็ตอบแบบนั้น ขอบคุณพระเจ้าที่เขาไม่ถามอะไรทำนอง เจ็บไหม เสียวหรือเปล่า รู้สึกยังไงบ้าง ดีกว่ากับผู้หญิงไหม มันเป็นแค่อาฟเตอร์เซ็กซ์ง่ายๆ เช่นการยืนกอดกันริมระเบียงที่ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยนึงว่าผมไม่ได้ถูกใช้สำหรับบำบัดความใคร่คล้ายสิ่งของที่บังเอิญอยู่ตรงนั้นพอดี

          เข็มทิศตั้งใจ

          “แต่ก็...แปลกใจนิดหน่อย...”

          “แปลกใจตัวเองเหมือนกัน”

          เขาลอกคำตอบผม แต่เข้าใจได้ เราต่างกันสุดขั้ว คนหนึ่งช่างเจรจาจนน่ารำคาญ ส่วนอีกคนนิ่งเงียบเหมือนพูดแล้วดอกพิกุลทองจะร่วง อาจมีเทสต์คล้ายกันเช่นดนตรี หนัง หรืออาหาร แต่สิ่งที่เหมือนกันนั่นก็ไม่น่าทำให้เขาหรือผมเข้าใจตัวเองได้ในเวลานี้ว่ามันเป็นที่มาของเซ็กซ์ที่เผ็ดร้อนนั่นได้ยังไง

          เป็นผู้ชายเหมือนกัน

          “ไปอาบน้ำหน่อยเถอะ รองน้ำไว้ให้แล้ว เมื่อกี้เหงื่อออกเดี๋ยวจะไม่สบายตัว พรุ่งนี้ต้องไปทำงาน”

          เข็มทิศจูบขมับผมแล้วผละหนี ผมพลิกตัว ผมพูดกับแผ่นหลังของเขา เป็นเสียงที่ตะเบ็งขึ้นมา ไม่อ่อนหวานเหมือนคำขอร้อง แต่ก็ไม่แข็งเท่ากับคำสั่ง

          “เข็มทิศ...เราจะไม่พูดเรื่องนี้กัน เราทั้งสองคน...ใช่ไหม?”

          ผมกลืนน้ำลายลงคอ มันเหนียวหนืดเพราะไม่สามารถอ่านใจอีกฝ่ายออก ถ้าแม่งหันมาบอกตายซะเถอะอีเบ๊บแล้วถีบผมตกระเบียงไปทำไง

          “อืม นายโอเคไม่ใช่เหรอ ไม่มีการย้ายออก ไม่พูดเรื่องนี้นอกห้อง ทุกอย่างเหมือนเดิม”

          เจ้าของห้องว่าโดยไม่หันกลับมา เขาทิ้งตัวลงบนเตียง ห่มผ้าจนถึงคอ และยังคงหันหลังให้กับผมในตอนนี้

          ใช่ ทุกอย่างจะเหมือนเดิม ผมสั่งตัวเองซ้ำๆ ทิ้งก้นบุหรี่ ตามด้วยกระป๋องเบียร์ลงถังขยะที่มีซากถุงยางอนามัยห่อทิชชูนอนสงบปากสงบคำอยู่ในนั้นก่อนพรูลมหายใจออกยาว

          นอกจากแก่นกายที่ปวกเปียกจากการใช้งาน ความเจ็บระบมตรงบั้นท่้ายกำลังบอกว่าสิ่งที่ผมหน้ามืดทำกับเพื่อนร่วมชีวิตในวันนี้ มันเป็นเรื่องที่เกิดชึ้นจริงโดยไม่ทันได่้เตรียมใจสักนิดดด้วยซ้ำไป







---------------



มาดึกเลยยย ขอโทษน้า ไปหาหมอมา ตอนนี้คงยังไม่แก้ดีีเทลมาาก ตาจะปิดอล้วจ้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-03-2019 19:19:43 โดย -west- »

ออฟไลน์ Qix9y_

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 918
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
เฟรนโซนกันสุดดดด
เข็มทิศพูดอะไรหน่อยลูก เจองี้ตามไม่ทัน
เบ๊บก็โอ๊ยย ถามสิถามมมคุยกันสักนิดน่านะ

ออฟไลน์ i.am.wee

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
น้องเบ้บลูก.. :hao3:

ออฟไลน์ MooMiew

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 354
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
เอาละ จากนี้ก็จะเผชิญกับความคลุมเครือ  :katai1:

จ่าจะเอายังไงจ่า จ่าเริ่มก่อนอะ แต่เบ๊บก็ไม่ได้ห้ามไง ตบมือข้างเดียวไม่ดัง

ออฟไลน์ mkianit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
เซอร์ไพส์มาก555555ไม่คิดว่าตอนนี้จะเป็นงี้ แงง เข็มทิศร้ายมากก รอตอนไปไม่ไหวแน้วว

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4623
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-6
ใช้เวลาในการยอมรับกันสักพัก

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด