▌เรื่องไม่สั้นมาก▐ YOU'VE STOLEN MY HEART : แผนชิงหัวใจไอ้ชายชู้ ❥❥ { จบ }
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ▌เรื่องไม่สั้นมาก▐ YOU'VE STOLEN MY HEART : แผนชิงหัวใจไอ้ชายชู้ ❥❥ { จบ }  (อ่าน 2343 ครั้ง)

ออฟไลน์ nievamor

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
อ้างถึง

ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ

เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ






- YOU'VE STOLEN MY HEART -
- แผนชิงหัวใจไอ้ชายชู้ -







Title : You've Stolen My Heart ; แผนชิงหัวใจไอ้ชายชู้
Author : ณ นีเอ ( nievamor )
Rate : PG-15
Genre : Romantic; Life


Keywords : โปรแกรมเมอร์; ชายแท้; แฟนเก่า; เหล้า; กาแฟ; จูบ




,,
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-04-2019 17:36:06 โดย nievamor »

ออฟไลน์ nievamor

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
CHAPTER 1



"แอม.." ผมเรียกชื่อแฟน

"อือ ?"

"เราคบกันมากี่ปีแล้ว จำได้มั้ย ?"

"4 ปีกว่าๆมั้ง" แอมยิ้ม

"นานเนอะ" ผมเขิน.. ระหว่างนั้นมือผมก็ล้วงแหวนในกระเป๋า

ผมตั้งใจจะ... ขอแอมแต่งงาน

“นานสิ ” แฟนผมตอบ

“นานจน..” ผมพยายามรวบรวมกำลังใจ ตอนนี้หัวใจผมเต้นไม่เป็นส่ำ เข้าใจเลยว่าการขอแต่งงานมันยากแบบนี้เอง..



“ เรากลับมาเป็นเพื่อนกันดีมั้ยน็อต ? “




,,
,,
,,
,
,



ใช่เลย.. เรื่องราวโหดร้ายข้างบนนั่นเป็นเรื่องของผมเอง .. แอม ผู้หญิงที่ผมคิดว่าผมรักมากที่สุดในโลกรองจากแม่ บอกเลิกผมในวันที่ตั้งใจจะขอเค้าแต่งงาน จริงๆเรื่องนี้มันก็ผ่านมาเกือบสองปีได้แล้ว แต่ก็ยังสะกิดใจแรงๆทุกครั้งที่นึกถึง

ผมไม่ได้ข่าวคราวแอมอีกเลยตั้งแต่วันนั้น ผมไม่กล้าสู้หน้าเค้า .. แม้แต่เหตุผลผมก็ยังไม่กล้าถาม

คู่คนอื่นเค้าแต่งกันแบบสายฟ้าแลบ ..  แต่คู่ผมสิ จบกันแบบสายฟ้าแลบ



“ไปชงกาแฟให้หน่อยสิ” อยู่ๆไอ้บ้านี่ก็มาทุบโต๊ะสั่ง มันไม่ใช่หัวหน้าผมนะครับ เป็นแค่รุ่นพี่เทรนงานให้ผมเฉยๆ แต่ก็ทำเบ่งอย่างนี้ตั้งแต่แรกที่ผมต้องมาทดลองงานกับมัน ผมทั้งรำคาญทั้งหงุดหงิดแม่งฉิบหาย

“ทำงานอยู่ อยากแดกก็ไปชงเอง ” ถึงจะเป็นรุ่นพี่ที่ทำงานมาก่อน แต่อายุมันรุ่นเดียวกับผม และด้วยความที่ผมค่อนข้างเหม็นขี้หน้ามันด้วยแล้ว ความเกรงใจเลยเท่ากับศูนย์

“จะให้รายงานหัวหน้ามั้ยว่าแกอู้ไปสองวัน อาทิตย์ที่แล้ว” ฟังมันพูดสิ

“ทำเรื่องขอหยุดไปแล้ว”

“เรื่องพวกนี้ หัวหน้าไม่รับรายงาน..จนกว่ามันจะเป็นเคสที่มีปัญหา”

“จะเอายังไงวะ!?” ผมขึ้นสุดๆ แค่กวนส้นตีนไม่พอ ยังจะหาเรื่องให้ผมไม่ผ่านโปรอีก

“แค่ไปชงกาแฟให้ฉันก็จบเรื่องแล้ว” มันทำลอยหน ้า

นี่ถ้าผมผ่านโปรเมื่อไหร่นะ สาบานเลยว่าผมจะกระทืบมันเป็นอย่างแรก !



“ชงกาแฟให้เจ้าเทมมันเหรอ” พี่ริเอะหัวหน้าแผนกเดินเข้ามาชงชาข้างๆผม

“ครับ..” ผมถอนหายใจหน่ายๆ

“เหมือนเป็นเลขาฯเลยนะ” พี่แกพูดหยอก

“ผมมาทำงานเขียนโปรแกรม ไม่ได้มาฝึกเป็นเลขาฯใคร” ผมบ่นไป มือก็เทน้ำตาลเอา เทน้ำตาลเอา ..ใช้กูดีนัก เป็นเบาหวานตายไปเลยมึง !

“เอาเถอะน่า..แต่เทมเป็นโปรแกรมเมอร์คุณภาพคนนึงเลยนะ พี่รับรองเลย”

ผมไม่รู้หรอกว่ามันทำงานเก่งไม่เก่ง  รู้แต่ไม่เห็นเคยเทรนเหี้ยอะไรให้ผมซักอย่าง


ปึก!! ผมกระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะมัน

“ชงดีที่สุดได้เท่านี้ ..แดกไม่ได้ก็ไปชงเอง” ผมพูดใส่หน้ามันก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะแล้วก็นั่งเขียนโปรแกรมต่อ


ซักพักผมรู้สึกว่ามีคนสะกิดข้างหลัง พอหันไปเท่านั้นแหละ.. น้ำกาแฟถูกเทราดหัวผมทันที !

“หวานขนาดนี้ แกกินเองแล้วกัน” ไอ้เทมมันพูดใส่หน้าผม

ผมไม่ไหวแล้ว!! วันนี้ผมหัวเสียสุดๆ เมื่อเช้าเพิ่งนึกถึงแอมจนไม่เป็นอันทำงาน แถมไอ้เปรตนี่ยังมาใช้ผมทำนั่นทำนี่  ไม่พอยังมาเทกาแฟใส่หัวผมอีก ผมเลยจัดการกระชากเสื้อแล้วต่อยหน้าแม่งไปที จนคนอื่นๆในแผนกลุกขึ้นมามองว่ามีเรื่องอะไรกัน

ไอ้เทมมันล้มลงไปกับพื้น ผมเห็นเลือดมันออกจมูก แต่ผมไม่สนใจ ..ถ้าสติผมขาดยิ่งกว่านี้  ผมจะกระทืบมันซ้ำ


“น็อต..วันนี้พักก่อนดีมั้ย” พี่ริเอะหัวหน้าแผนกพูดกับผม

ผมรู้ว่าตัวเองควบคุมอารมณ์ไม่ได้  ..ไม่รู้จะถูกประเมินให้ตกรึเปล่า ..แต่ผมว่าผมกลับบ้านก่อนก็น่าจะดีเหมือนกัน

ผมเข้าไปล้างหัวในห้องน้ำแล้วขับรถกลับคอนโด

พอถึงคอนโด ผมต้องรีบอาบน้ำก่อนเลยเพราะเสื้อผมก็เปื้อนกาแฟนิดหน่อย ..พออาบน้ำเสร็จผมก็ออกมาโทรศัพท์หาพวกเพื่อน วันนี้ผมไม่มีอารมณ์ทำอะไรแล้ว ไปหาเที่ยวกับเพื่อนคงเป็นอะไรที่โอเคที่สุด


ไม่นานเท่าไหร่กลุ่มเพื่อนผมก็ขับรถมารับที่คอนโด ในรถมีพงษ์ กิต ตูม แล้วก็บอส นั่งมาด้วย เพื่อนซี้สมัยมหาลัยผมเอง

"วันนี้มีทำงานไม่ใช่เหรอวะน็อต ?" ไอ้พงษ์ถามผมขณะขับรถออกไป

"ไม่ต้องถาม" ผมไม่อยากพูดอะไรแล้ว หัวเสียเปล่าๆ


พวกเราไปแทงสนุ๊กกันก่อน เพราะตอนนี้ยังแค่หัวค่ำ ผับที่ไหนก็ยังไม่เปิด

ปากผมคาบบุหรี่ไป มือผมก็เล็งลูกไป ..แต่ก็ต้องเสียสมาธิเพราะไอ้ตูมมันเริ่มทะเลาะกับแฟนมันทางโทรศัพท์

"ก็มากับเพื่อนไง ออยจะให้ตูมไปหาได้ไงล่ะ"

"ตูมไม่ได้เอารถมา"

"ก็รู้แล้ว..ก็เดี๋ยวโทรไปหา..เนี่ยเดี๋ยวคืนนี้เที่ยวกับพวกไอ้น็อตเสร็จเดี๋ยวโทรหา"

"ออย..ออยอย่าใช้อารมณ์ได้มั้ย เพื่อนตูมมันแทงสนุ๊กไม่ได้แล้วเนี่ย"

"ไม่ต้องเอามาให้เลือกหรอก เลือกไม่ได้"

"ออย.... ออย.."

ตอนนี้ผมหันหลังให้โต๊ะสนุ๊กยืนมองไอ้ตูม ..ผู้หญิงนี่เหมือนกันหมด ไม่เคยเข้าใจเลยว่าผู้ชายมันต้องมีชีวิตกับเพื่อน

"เป็นไรกันวะ" ไอ้กิตถาม

"ออยบอกจะเลิกกับกู"

"มึงกลับก่อนมั้ยล่ะ เดี๋ยวกูไปส่ง" ไอ้พงษ์เลยถามแบบเป็นห่วง

"ไม่เป็นไรหรอก ถ้าจะเลิกเพราะเรื่องแค่นี้ก็เลิกไป ไม่มีเหตุผล"

"พูดไปนะมึง..นิ้งก็เลิกกับกูเพราะกูติดเพื่อนเนี่ยแหละ" ไอ้บอสเสริมบ้าง


จะว่าไปแล้วแฟนของคนในกลุ่มผมมี แอม คนเดียวที่ไม่เคยวีนใส่ผมเรื่องติดเพื่อนเลย

แต่ที่เค้าบอกเลิกผม..เป็นเพราะเหตุผลนี้รึเปล่า ?


ไอ้ตูมพิสูจน์ว่ามันไม่แคร์ออยอย่างที่มันพูดจริงๆโดยการแทงสนุ๊กทำแต้มนำพวกผมไปเลย กลุ่มเพื่อนผมรักแฟนกันทุกคนนะ.. แต่ถ้าให้เลือกระหว่างเพื่อนกับแฟน พวกมันคงเลือกเพื่อนก่อนอันดับแรก

อันที่จริง ถ้าให้ผมเลือก ผมเองก็คงเลือกเพื่อนเหมือนกัน

แต่ถ้ารู้ว่า..เลือกเพื่อนแล้วจะเสียเค้าไปจริงๆแบบนี้ .. ก็ขอเลือกเค้านะ



ซักสามทุ่มครึ่งได้ หลังจากเล่นสนุ๊กเสร็จพวกผมก็ไปต่อกันที่ผับประจำ

"...กูคิดถึงแอมว่ะ" อยู่ๆผมก็พูดหลังจากกระดกแบล็คเพียวแก้วที่สอง

"โหห จะสองปีแล้วมึงยังลืมไม่ได้อีกเหรอวะ"

"คนนี้กูรักหมดใจนะเว้ย กำลังจะขอแต่งงานแท้ๆแม่งขอเลิกกับกู ..เป็นมึงมึงเสียใจมั้ยล่ะ"

"เฮ้ยๆๆๆ เริ่มตึงๆแล้วดิเนี่ย มึงพล่ามกับพวกกูหยั่งงี้มาหกร้อยยี่สิบห้ารอบแล้วน็อต" ไอ้พงษ์พูดกับผม

ใช่..ผมอาจจะเริ่มมึนแล้ว แต่ยังไม่ทันเมา

ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะกินให้เมาลืมโลกไปเลย ให้มันลืมเรื่องเครียดไปให้หมด

ยิ่งโตขึ้นยิ่งมีอะไรให้คิดมากขึ้นจริงๆ


"พวกมึงคิดถึงสมัยอยู่มหาลัยกันบ้างมั้ย" ผมถามพวกมัน

"เป็นอะไรรึเปล่าเนี่ยไอ้น็อต"

"ตอบกูดิ"

"ก็สนุกดี เที่ยวแม่งตลอด" ไอ้กิตพูด

"เรียนบ้างอะไรบ้าง" ไอ้บอสให้ความเห็น

"โปรเจ็คต์เกือบไม่ผ่าน" ไอ้ตูมพูดบ้าง

"แฮปปี้กว่าตอนนี้เยอะเลยว่ะ" นี่แหละความคิดผม

"งี้แหละมึง ชีวิตคนทำงาน" ไอ้กิตตบไหล่ผมอย่างให้กำลังใจ

ผมไม่เล่าเรื่องที่ทำงานให้เพื่อนฟังหรอก เพราะพวกมันไม่จำเป็นต้องมาฟังเรื่องเครียดๆ

"วันนี้กูจะกินให้ตายไปข้างนึง พากูกลับคอนโดด้วยล่ะ" แล้วหลังจากนั้นผมก็ไม่รู้ว่ากินไปอีกกี่แก้ว..

.
.
.

"อุ...แหวะ.." ผมหอบร่างไปอ้วกตรงชักโครก มึนหัวโคตรๆ ไม่รู้เมื่อคืนเพื่อนมันพามาส่งกี่โมง รู้แต่คงกินเข้าไปเยอะมาก เพราะตับผมขับของเสียไม่ทันจนต้องมาระบายออกแบบนี้

ซักพักพออ้วกไปหมดไส้หมดพุง ผมก็อาบน้ำแล้วออกมากินยาแก้เมาค้าง

ถึงกินเหล้ามันจะช่วยให้หายเครียดนิดหน่อย แต่มันก็ทรมานไม่ใช่เล่นเหมือนกัน



"พี่ริเอะครับ.." ผมโทรศัพท์ไปหาพี่ริเอะเสียงอ่อย

"อ้าว..เป็นอะไรน่ะ ไม่สบายเหรอ"

"วันนี้ผมคง..ไปทำงานไม่ได้นะครับ พอดี อาหารเป็นพิษน่ะ.." ขืนบอกว่าเมาค้างมีหวังจบเห่แน่

"ไม่สบายบ่อยเหมือนกันเนอะ..แต่ไม่มีปัญหาอะไรหรอก วันนี้หัวหน้าปล่อยฟรี เพราะตอนเย็นจะมีงานเลี้ยงรับลูกสาวแก"

เออใช่.. ผมลืมไป หัวหน้าบอกไว้ตั้งแต่อาทิตย์ก่อน  โชคดีของผม เพราะช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ถ้านับวันนี้ด้วยก็ถือว่าผมขาดงานไปสามวันแล้ว

อาทิตย์ที่แล้วที่หยุดไปสองวันนั่นก็เพราะเมาค้างแบบนี้เหมือนกัน

ที่จริงผมไม่ใช่พวกคอทองแดงอะไร ห่างไกลคำนั้นมากด้วยซ้ำ ..ผมเมาง่าย แถมเมาแล้วจะตายเอาทุกที แต่ก็กระแดะกินมันทุกอาทิตย์นี่แหละ


"แล้วคืนนี้จะมามั้ยล่ะ ไม่งั้นพี่จะได้บอกหัวหน้าไว้"

"ไปครับ..ไป" ถ้าขืนไม่ไปอีก ชีวิตการทดลองงานผมคงบรรลัย  เล่นหยุดไปตั้งกี่วัน นี่แค่งานเลี้ยงยังไปไม่ได้

แต่ตอนนี้ผมคงต้องนอนเอาแรงให้มากๆก่อน ไม่ไหวแล้ว ปวดหัว

..
.

ผมตื่นขึ้นมาตอน 5 โมงเย็น อาการปวดหัวดีขึ้นเยอะ เลยลุกขึ้นไปอาบน้ำ แล้วก็แต่งตัวเตรียมไปงานเลี้ยงต้อนรับลูกสาวหัวหน้า

ไหนๆก็ทำตัวไม่ได้เรื่องมาทั้งอาทิตย์แล้ว  วันนี้ขอไปเร็วๆเรียกคะแนนหน่อยก็แล้วกัน

รถติด ผมเลยไปถึงประมาณ 6 โมง 40 .. แต่ก็ยังถือว่าเร็วอยู่ โต๊ะเต๊อะอะไรจัดเรียบร้อยแล้ว พนักงานบริษัทที่มาร่วมงานก็ค่อยๆทยอยกันเข้ามาเรื่อยๆ

แน่นอนว่าพี่ริเอะหัวหน้าแผนกผมมาแล้ว วันนี้พี่ริเอะแต่งตัวสวย

"เป็นยังไง ดีขึ้นแล้วเหรอ"

"ครับ..ก็โอเคขึ้นครับ"

แล้วพี่ริเอะเลยดึงมือผมออกไปคุยห่างๆคนหน่อย

"ที่จริง..โชคดีนะที่วันนี้มีงานเลี้ยง แล้วกลายเป็นวันฟรี"

"ครับ ?" ผมไม่เข้าใจว่าพี่แกจะพูดอะไร

"แต่ถือว่าน็อตหยุดบ่อยนะ..ถ้าสมมติพรุ่งนี้หรือวันศุกร์ น็อตหยุดอีก  พี่ว่าเคสน็อตถึงหัวหน้าเลยแหละ"

เฮ้อออ... ผมก็คิดไว้บ้างเหมือนกัน

"ผมไม่ค่อยสบายอะพี่"

"พี่เข้าใจอารมณ์เด็กเริ่มทำงานไง พี่ก็ผ่านมาก่อนเหมือนกัน ..แต่ชีวิตการทำงานมันไม่เหมือนตอนเรียนมหาลัยนะ ..คุณหยุดไม่มีเหตุผลซัก 3-4 วันนี่เค้าไล่คุณออกเลยนะ พี่จะบอกให้"

"ครับ"

"นั่นแหละ พี่ก็แค่เป็นห่วง ..พี่เห็นว่าน็อตเป็นคนมีความสามารถคนนึง พี่ก็อยากให้น็อตผ่านโปร"

"ขอบคุณมากครับ"

ทำไมผมถึงไม่ได้เทรนงานกับพี่ริเอะนะ.. พี่แกเป็นพี่ที่น่ารักมากๆคนนึงเลยล่ะ


"อ้อ..วันนี้อารมณ์ดีให้เต็มที่นะ ไอ้เจ้าเทมมันไม่มางานหรอก"

"จริงเหรอครับ" ผมดีใจจนแทบกระโดด "แล้วไม่ถือว่าเสียมารยาทเหรอพี่ ?"

ผมไม่ได้ถามเพราะเป็นห่วงมันหรอกครับ  แต่ถามไว้เผื่อจะเอาไว้ทำบ้าง ..(อ้าว)

"เสียดิ..จำไว้ว่าถ้าไม่มีเหตุสุดวิสัยจริงๆ หรือว่าถ้าคุณไม่ได้ทำงานมานานจนแก่สังเวียนจริงๆ ห้ามพลาดงานเลี้ยงที่หัวหน้าหรือบริษัทจัดเด็ดขาด"

"อ๋อ..ครับ" ดีนะเนี่ยที่วันนี้ตัดสินใจมา

ส่วนไอ้เวรนั่น หึหึ โดนไล่ออกไปเหอะมึง!


แล้วพี่ริเอะก็เดินไปคุยกับคนอื่นๆ ทิ้งผมให้อยู่คนเดียวเหมือนเดิม .. ซักพัก น้องผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนนึงก็เดินเข้ามาหาผม ผมเดาเอาเองว่าน่าจะเป็นน้องอีกแผนก เพราะอันที่จริงผมเองก็ยังเห็นเพื่อนร่วมงานไม่ครบเลย

"หวัดดีค่ะพี่"

"หวัดดีครับ" ผมยิ้มให้

"พี่เพิ่งเข้ามาทำเหรอคะ หนูไม่เคยเห็นหน้าเลย"

"อ๋อครับ พี่ทดลองงานได้เดือนกว่าๆเอง ..น้องล่ะ"

"หนูอยู่มานานแล้วพี่.. แล้วพี่ชื่ออะไรอะคะ ?"

"เรียกว่าน็อตก็ได้ครับผม"

"อ๋อ หนูชื่อกรีนนะคะ มีอะไรพี่ถามหนูได้เลย"

"ขอบคุณครับ"

น้องเค้าท่าทางคงเป็นรุ่นน้องผมซักสองสามปี แต่ถ้าบอกว่าทำมานานแล้วอาจจะอยู่ฝ่ายโอเปอเรเตอร์อะไรทำนองนั้น

"แล้ว..ไม่พาหวานใจมาด้วยเหรอคะ"

"ไม่มีหรอกครับ" เฮ้อออ... ถูกสะกิดเรื่องนี้ทีไร ปวดใจทุกที

"เหรอ..แล้วพี่มองๆใครอยู่มั่งรึเปล่าอะ"

"ก็ไม่มีนะครับ"

"งั้นถ้ากรีนสนใจพี่ พี่คงไม่ถือใช่มั้ยคะ"

เอ่อ....!!!  ตรงเกินไปนะ !!!

"เบอร์พี่เบอร์อะไร" เฮ้ยยยย!!!

"เอ่อ..พี่ไม่ได้ใช้โทรศัพท์ครับ" ต้องแถไปแบบนี้ก่อน

"แล้วที่กระเป๋านี่อะไร อย่าบอกว่าไอแพด" น้องเค้าชี้ๆมาที่กระเป๋ากางเกงผม

"น้องกรีน..พี่พูดตรงๆนะครับว่าตอนนี้พี่ยังไม่พร้อมจะมีใคร" ผมเองก็งงๆว่าอยู่ๆบทสนทนาของคนแปลกหน้าสองคนมันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง

"ท่าทางเหมือนอกหักมาอย่างรุนแรงสิท่า" จริงๆแล้วน้องกรีนนี่หน้าตาน่ารักนะ เวลาทำลอยหน้าลอยตาทะเล้นแบบนี้ดูน่ารักมากๆ

"ถ้าใช่แล้วทำไม" ไอ้ผมก็ชอบไม่ใช่เล่นเหมือนกัน เจอคนกวนๆเนี่ย

"ชีวิตคนเรามันต้องเดินต่อไป อย่าจมปลักอยู่กับที่แล้วเอาแต่มองอดีตสิ"

ผมชอบผู้หญิงแบบนี้นะ น่ารักดี ห้าวๆ เฟรนด์ลี่ แล้วก็มีเหตุผล

"พี่จะลองคิดดูก็แล้วกันครับ"

"กรีนอยากรู้จักพี่น็อตให้มากกว่านี้จริงๆนะ" น้องพูดยิ้มๆ "เดี๋ยวกรีนไปตรงนู้นก่อนแล้วกัน เดี๋ยวเจอกันอีกทีค่ะ"

ถึงผมจะบอกน้องกรีนไว้แบบนั้น แต่มันก็คงอีกนานเหมือนกันกว่าผมจะลืมแอมได้


เวลาไม่นานเท่าไหร่ ผู้คนเริ่มหาโต๊ะนั่ง ผมเลือกนั่งโต๊ะเดียวกับพี่ริเอะและพี่คนอื่นๆที่อยู่แผนกเดียวกัน  แล้วซักพักผมก็เห็นหัวหน้าขึ้นไปพูดบนเวที

" วันนี้ผมจัดงานเลี้ยงต้อนรับลูกสาวผมที่เพิ่งกลับมาจากอเมริกา เอ้า..กรีน ออกมาหน่อยลูก "

ผมแทบสำลักน้ำเปล่าที่อยู่ในปาก แล้วยิ่งจะติดคอตายหนักกว่าเก่าตอนที่เห็นน้องกรีนคนเมื่อครู่ขึ้นไปยืนอยู่ข้างๆหัวหน้า


อะไรวะเนี่ยยยย!!?


จากที่ผมคิดว่าน้องเป็นโอเปอเรเตอร์หน้าตาน่ารัก กลับกลายเป็นลูกสาวหัวหน้าไปซะได้ งานเข้าแล้วมั้ยล่ะ..

ผมแทบจะมุดลงไปใต้โต๊ะ น้องกรีนหันมองผมยิ้มๆ แล้วก็พูดว่าขอบคุณอะไรๆหลายอย่าง ซึ่งผมฟังไม่ถนัดเท่าไหร่เพราะมัวแต่อึกอักอยู่

"ยังไงกรีนก็ขอต้อนรับพนักงานใหม่ทุกคนนะคะ แล้วก็..คนที่มาทดลองงานด้วย" ถึงตรงนี้น้องหันมาสบตาผมอีกแล้ว

เล่นสนุกพอรึยัง สาวน้อยย..


"เป็นอะไรรึเปล่า ?" พี่ริเอะถามพอเห็นผมทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

"น้องกรีนเป็น..ลูกสาวหัวหน้าเหรอครับ ?" ผมถามย้ำอีกทีเพื่อความแน่ใจ

"ฮื่อ..คนนี้แหละ.. เพิ่งกลับมาจากอเมริกา ..น่ารักเนอะ"

"...ครับ"

"เป็นคนเก่งด้วย จริงๆน้องทำฝ่ายต่างประเทศให้บริษัท"

"...ครับ" ผมตอบได้แค่นั้นจริงๆ


ผมไม่ได้บอกใครเรื่องที่น้องแกมาพูดอะไรๆกับผม ..แล้วก็กินอาหารไปนิดๆหน่อยๆโดยไม่แตะแอลกอฮอล์  เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้มาทำงานไม่ได้อีกจะแย่เอา

ถ้าเป็นอย่างที่พี่ริเอะบอก.. ผมก็ต้องจัดสรรเวลากินเหล้าแค่วันศุกร์กับวันเสาร์ ..เอาล่ะ..ต่อไปนี้ผมจะมีวินัยในตัวเอง

งานเลี้ยงต้อนรับลูกสาวตัวแสบของหัวหน้ามีถึงกี่โมงผมก็ไม่ทราบ แต่ผมตัดสินใจกลับตอนประมาณ 3 ทุ่ม


..
..
..
.


"กฤตินันท์ล่ะ" วันต่อมา ผมเห็นหัวหน้าเดินมาดูงานตรงแผนกโปรแกรมเมอร์แล้วเรียกหาชื่อใครซักคน

"วิริยา .." หัวหน้าเรียกชื่อจริงพี่ริเอะ "กฤตินันท์ไปไหน ?"

หัวหน้าอายุซัก 50 ต้นๆเห็นจะได้ แกไม่ใช่ผู้ใหญ่ใจดีขี้เล่น ไม่เคยเรียกลูกน้องด้วยชื่อเล่นเลยซักครั้ง (อย่างน้อย..ผมก็ไม่เคยได้ยิน)

พี่ริเอะมองซ้ายมองขวานิดหน่อย ก่อนจะตอบ

"เอ.. ไม่ทราบนะคะ ไม่เห็นตั้งแต่เช้าแล้ว"

"นี่ขาดงานมากี่ครั้งแล้ว"

"ไม่นะคะ ปรกติกฤตินันท์ไม่เคยขาดเลย .. เดี๋ยวริเอะเช็คให้นะคะ"

แล้วพี่ริเอะก็โทรศัพท์ไปหาใครซักคน .. แต่ก็ดูท่าว่าจะไม่มีคนรับ ซึ่งผมก็เลิกสนใจไป เพราะวันนี้ผมมีความสุขที่ไอ้เทมมันไม่มา



"ไม่รับอะค่ะหัวหน้า" พี่ริเอะตอบ

"เหลวไหลดีนะ คิดว่าตัวเองเก่งแล้วจะทำอะไรก็ได้รึไง"

ผมเพิ่งรู้สึกว่าหัวหน้า 'ดุ' จริงๆ ก็วันนี้ล่ะครับ .. ผมสำนึกได้ในทันทีเลยว่าคงต้องพยายามระวังตัวไม่ให้ถูกรายงานไปที่หัวหน้าจริงๆ ไม่งั้นคอขาด! ทดลองงานไม่ผ่านโปรแน่ๆ

ที่สำคัญ.. ผมไม่กล้าคิดเรื่องลูกสาวแกต่อเลยครับ


พอหัวหน้ากลับออกไปจากแผนกผมแล้ว ก็ได้ยินพี่ริเอะบ่นใหญ่

"เจ้าเทมมันไปไหนเนี่ยย!!" อ้าว..ที่หัวหน้ามาถามหาคือไอ้เหี้ยนี่เองเหรอเนี่ย เหอะๆ ถูกไล่ออกไปเลยมึง

คนอื่นอาจจะแคร์เพราะมันทำงานดี ทำงานเก่ง แต่ผมไม่สนใจ .. ถ้ามันถูกไล่ออก แล้วผมผ่านโปรพอดี ผมจะอยู่แทนตำแหน่งมันเอง ไม่มีปัญหา


พี่ริเอะปรายตามองมาทางผมนิดหน่อย เล่นเอาผมร้อนตัว ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไร

"อะไรพี่ ผมไม่เกี่ยวนะครับ!" ผมโพล่งออกไป

"พี่ก็ไม่อยากจะคิดหรอก" พี่ริเอะตอบแค่นั้น แล้วก็กลับไปทำงานต่อ

อะไรเนี่ยย!!! แค่เพราะผมมีปัญหากับมันสองวันก่อน ผมเลยกลายเป็นผู้ต้องสงสัยเหรอ .. คิดว่าผมจะไปซ้อมมันจนมันมาทำงานไม่ได้รึไง ผมไม่ใช่คนบ้านะ อีกอย่างผมไม่ใช่คนเริ่มก่อนด้วย .. ทุกคนก็เห็นว่ามันราดกาแฟใส่หัวผม

ตัวไม่มาแม่งยังทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้กูอีก เครียดเลย ไปชงชามากินแก้เครียดก่อนดีกว่า

พอชงชาไปได้ซักพัก ก็รู้สึกว่ามีคนมาจี้เอวผมเบาๆ.. พอหันไปดูถึงได้รู้ว่าเป็นน้องกรีน ลูกสาวหัวหน้า


"สวัสดีครับคุณหนู.." ผมมองหน้าน้องกรีนนิดหน่อยก่อนจะรีบหันมาชงชาต่อ ผมไม่รู้ว่าหัวหน้ายังอยู่รึเปล่า แต่ก็กันเหนียวไว้ก่อน เผื่อแกจะเห็นว่าผมไม่ใช่คนเริ่มเข้าหาลูกสาวแกเลยแม้แต่น้อย

"พอรู้แล้วเรียกเปลี่ยนไปเลยนะ" น้องกรีนแกล้งชกเบาๆที่แขนผม ซึ่งผมก็พยายามไม่ใส่ใจอะไรนัก

"เลิกงานแล้วไป..กินไอติมกันมั้ยคะ"

"เอ่อ.. ผมมีนัดกับเพื่อนไว้แล้วครับ ขอโทษที" ใช่แล้ว วันนี้วันศุกร์ เตรียมปล่อยผีอีกหนึ่งวัน

"ไปไหนกันคะ กรีนไปด้วยไม่ได้เหรอ" นี่เค้าตื๊อผมยังกะหนุ่มตื๊อสาว เด็กที่อยู่เมืองนอกมานี่มั่นใจในตัวเองดีนะ

ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบ.. เพราะแอมก็เป็นคนแบบนี้เหมือนกัน

อันที่จริง .. แอมเองก็จีบผมก่อน


"ไปทำงานก่อนนะครับ" ผมไม่ตอบคำถามน้องกรีน พอชงชาเสร็จผมก็รีบเดินดุ่มๆตรงไปที่โต๊ะทันที และพยายามทำตัวให้ยุ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ น้องกรีนจะได้ไม่มีโอกาสพูดอะไรมากนัก

ผมจะพยายามระวังตัว ไม่อยากมีปัญหาอะไรกับหัวหน้า เดี๋ยวจะว่าผมกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา


ตกเย็นหลังเลิกงาน ผมนัดพวกไอ้ตูม ไอ้พงษ์ ไอ้กิต ไอ้บอสเพื่อนผมไปสังสรรค์เหมือนเคย พวกมันว่างเกือบตลอดเพราะพากันไม่ผ่านโปร เลยดั้นด้นเรียนปริญญาโทกันต่อ มีแต่ผมที่ยังไม่อยากเจริญรอยตามเพื่อน

อ้อ.. ผมลืมบอกรึเปล่านะ ว่าน้องกรีนลูกสาวหัวหน้าก็มากับผมด้วย

น้องคะยั้นคะยอขอตามมาจนได้ ไม่รู้สิ ผมมันคนใจอ่อน แต่จะว่าไป.. ผู้ชายคนไหนเจอผู้หญิงน่ารักๆมาตื๊อแบบนี้มันก็ใจอ่อนกันทั้งนั้น

นี่ไม่ใช่ที่ทำงาน เพราะงั้น.. ถือว่าผมกินบนเรือน แต่ออกมาขี้นอกบ้าน ..นะครับหัวหน้า



"หืมม.." น้องกรีนลากเสียงในลำคอ "พอเทียบกับเมกาแล้ว คลับที่ไทยนี่ดูเรียบร้อยไปเลย"

ตอนนี้น้องกรีนเป็นผู้หญิงคนเดียวในโต๊ะพวกผม

"ทำไมอะครับ ?" ไอ้กิตถาม

"ที่นั่นเต้นกันเหมือนกับกำลังมีเซ็กส์กันเลยค่ะ" น้องกรีนยิ้ม

"แหม..น่าไป" ไอ้บอสแซว "ถ้ามีตังค์พี่ก็ว่าจะไปอยู่ เสียแต่ว่ายังไม่มี"

"อย่าพูดๆ ใครเค้าจะว่าเราจน" ไอ้พงษ์พูดหัวเราะๆ

ตอนนี้คงมีแต่ผมล่ะมั้งที่แตะเหล้าแบบชงอ่อนสุดๆ แถมกินไปแค่แก้วเดียว ก็อย่างว่าล่ะนะมีน้องผู้หญิงมาด้วย ผมก็ต้องดูแล

ถ้าจะถามว่าน้องเค้าคุยสนุกมั้ย ..สนุกครับ.. พวกเพื่อนผมสนุกกันมั้ย ก็สนุกครับ.. แต่คงมีแค่ผมคนเดียวล่ะมั้งที่รู้สึกว่าไม่สนุกเลย ผมต้องรับผิดชอบน้องกรีนเพราะน้องเค้ามากับผม และที่สำคัญน้องเค้าเป็นลูกสาวหัวหน้าที่ผมเพิ่งเห็นกับตาวันนี้ว่าแกดุขนาดไหน ขืนน้องกรีนเป็นอะไรไป มีหวังผมไม่ผ่านโปรแน่ๆ

ผมไม่ได้ดื่มต่อหลังจากนั้น พอทุกคนสนุกกันจนพอแล้ว ผมก็ขับรถไปส่งน้องกรีนกลับบ้าน

น้องกรีนเองก็ไม่ได้เมามาก ท่าทางจะเป็นสาวปาร์ตี้ที่คอแข็งน่าดู น้องชวนผมคุยไปเรื่อยๆ ผมก็คุยๆไป

....บางครั้งก็ทำให้ผมนึกถึงแอมนะ .. แต่มันก็เทียบกันไม่ได้หรอก ผมคบกับแอมมา 4 ปี แต่เจอน้องกรีนแค่ 2 วัน


ผมขับรถไปตามทางจนเจอไฟแดง มันดึกมากแล้ว ผมมองซ้ายมองขวาคร่าวๆเห็นว่าไม่น่ามีรถเลยรีบบึ่งฝ่าไฟแดงไป ปรากฎว่ามีไอ้รถคันนึงโผล่มาจากไหนไม่รู้เสือกพุ่งขับมาตัดหน้าผม แม่งเกือบชนกัน !!

ทั้งมันทั้งผมบีบแตรใส่กันสนั่น จริงๆแล้วทางมันน่ะถูก ผมผิดเองแหละที่ผ่าไฟแดง แต่มันอดไม่ได้จริงๆ ..ไอ้รถคันนั้นมันเลยให้ผมขับไปก่อน ปรากฎว่าพอหันไปมองที่มัน..


เสือกเป็นรถไอ้เหี้ยเทม !!!









ออฟไลน์ nievamor

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
CHAPTER 2



กรณีที่ผมกับไอ้เทมเกือบขับรถชนกันตายไม่น่าจะมีใครรู้นอกจากน้องกรีน แล้วผมก็พยายามจะไม่ให้ใครรู้ด้วย เพราะถ้าขืนใครรู้ว่าผมขับรถมากับน้องกรีนกลางดึกกลางดื่นล่ะก็ มีหวังฉิบหายพอดี ส่วนไอ้เทมเองมันก็คงไม่ได้อยากให้ใครรู้นักหรอกว่ามันไม่มาทำงานแต่เสือกไปขับรถเล่นตอนตีสอง สรุปว่ารอบนี้เจ๊ากัน เรื่องคงจะไม่แพร่งพรายไปไหน


แล้วสัปดาห์แห่งการทดลองงานของผมก็วนมาถึงอีกครั้ง


"คุยๆกับน้องกรีนอยู่เหรอ" อยู่ๆพี่ริเอะก็มากระซิบถามข้างหูผม เล่นเอาผมอึ้งไปหน่อยนึงเพราะไม่คิดว่าจะมีใครรู้เรื่องนี้

"อะไรนะครับ" ผมทำไขหู

"พวกเจ้าเอิร์นไปเที่ยวกันเมื่อวันศุกร์ แล้วเค้าว่าเห็นน็อตกับเพื่อนผู้ชายไปกับน้องกรีนแหน่ะ"

"ก็..." ผมคิดหาคำแก้ตัวแต่ก็คิดไม่ออก เลยบอกไปตรงๆดีกว่า เพราะยังไงพี่ริเอะก็เปรียบเสมือนทนายของผมคือแกคงคิดหาทางแก้ตัวให้ได้

"น้องเค้าขอไปด้วยอะพี่ ผมก็ไม่รู้จะปฎิเสธยังไง.. แต่ผมก็ดูแลเค้าอยู่นะครับ ผมไม่ได้เมา แล้วผมเป็นคนพาน้องไปส่งด้วย ..ไม่เชื่อถาม.." ผมกำลังจะหลุดปากอ้างชื่อไอ้เทมแต่ก็ชะงักไว้ทัน แล้วถึงเพิ่งสังเกตว่าวันนี้มันไม่มาทำงานอีกแล้ว

"ถามใคร ?"

"ถามน้องกรีนสิครับ" ดีนะที่น้องกรีนควบตำแหน่งพยานในตัวเองไปด้วย

ผมไม่กล้าพูดออกไปว่าไอ้เทมเห็นผม เพราะตัวมันคงถูกซักถึงเรื่องที่หายหัวไปทั้งๆที่ไม่ได้เป็นห่าอะไร ไม่ใช่ว่าผมห่วงมัน แต่ผมชักกลัวว่าถ้ามันรู้ว่าผมเป็นคนพูด มันจะเอาคืนโดยการแกล้งสร้างเรื่องว่าผมพาน้องกรีนไปอยู่ด้วยถึงตีหนึ่งตีสอง และที่สำคัญมันคงเอาเรื่องที่ผมขาดงานสองครั้งเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วไปรายงานหัวหน้าชัวร์ ถือว่าผมกับมันมีชนักปักหลังกันทั้งคู่ แถมชนักของผมใหญ่กว่ามันด้วย !


"พี่รู้ว่าน้องเค้าน่ารัก มีเสน่ห์ ผู้ชายชอบ" พี่ริเอะพูด

"แต่พี่แค่อยากเตือนในฐานะหัวหน้าแผนก แล้วก็ในฐานะคนที่ทำงานมาก่อนว่า.. ไม่งามนะ"

"ผมรู้ครับ ผมก็ไม่ได้.." ผมพยายามจะอธิบายบ้าง แต่พี่ริเอะก็แทรกขึ้นก่อน

"ไม่งามที่ว่า พี่หมายถึงเคยมีคนโดนให้ออกมาแล้ว.."

ถึงตรงนี้ผมเสียวสันหลังวาบ..

"ผมไม่ได้..คิดอะไรเกินเลยทั้งนั้นล่ะครับ"

"พี่รู้ว่ามันเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ก็อย่างว่าล่ะเนอะ งานดี เงินดี บางทีมันก็มีข้อติบ้าง หมายถึงว่าถ้าเราเข้ากับสไตล์ของหัวหน้าไม่ได้อะไรแบบนี้"

"..ครับ" ผมตอบได้แค่นั้น

โอเค.. เรื่องน้องกรีนคงไม่ต้องคิดอะไรต่อแล้วจริงๆ

"ว่าแต่ เทมไปไหนอีกแล้ว ??" พี่ที่ทำงานอีกคนเดินเข้ามาถาม

แต่จะว่าไปมึงอย่าเพิ่งทำตัวเละเทะจนโดนให้ออกนะไอ้เทม เดี๋ยวมึงโกรธกูแล้วจะมาพาลทำให้กูไม่ผ่านโปรอีก!!


"เดี๋ยวผมไป..ดูมันเองครับ"..




จริงๆเกลียดก็เกลียดมันนะ โคตรไม่ชอบขี้หน้าแม่งเลย แต่ผมดันมีชนักปักหลังอย่างที่บอกไปแล้วน่ะสิ ตอนนี้ประมาทอะไรไม่ได้ซักอย่าง .. ผมควรจะมีความสุขที่คนที่ผมเกลียดไม่มาทำงาน แต่เรื่องมันกลับไม่เป็นงั้น..

หนึ่ง มันเป็นคนเทรนงานผม มันมีอิทธิพลกับผมโดยตรงในการรายงานหัวหน้าว่าผมเป็นยังไงบ้าง
สอง มันเป็นคนกุมชนักที่ปักหลังของผม
สาม มันไม่ถูกกับผม ซึ่งประเด็นนี้ทำให้ประเด็นที่หนึ่งและสองสำคัญกว่าเดิม เพราะถ้ามันซวย มันคงพาผมซวยไปด้วยแน่นอน

สรุปก็คือ..ผมเลยต้องเลี้ยงไข้ไอ้เหี้ยนี่ไปก่อน


ผมมาหามันที่บ้านตามที่อยู่ในข้อมูลของแผนก สวยดีเหมือนกันเป็นอาคารพาณิชย์มีดาดฟ้าด้วย ..

อ้อ ผมลืมบอกไปรึเปล่าว่า น้องกรีนมากับผมอีกแล้ว

น้องกรีนเป็นคนกดกริ่งเรียก นานเหมือนกันกว่ามันจะเปิดประตู เห็นมันแต่งตัวสบายๆ หน้าตาปกติไม่เหมือนคนป่วย ไม่เหมือนคนอมทุกข์ หนีหนี้อะไรทั้งสิ้น

"น้องกรีนน" มันทักน้องกรีนคนเดียวเหมือนผมไม่ได้มาด้วย แต่ก็ช่างแม่งเหอะ

"พี่เทม ไม่เห็นหน้าตั้งนาน วันงานเลี้ยงรับกรีนก็ไม่ไป" น้องกรีนทักแบบสนิทสนม คงรู้จักกันมานานแล้ว ..เออ แต่น้องกรีนก็ทำอยู่ฝ่ายต่างประเทศของบริษัทนี่ พี่ริเอะบอก

"ขอโทษที.. พี่..เมาค้าง หะๆ" โห คำตอบ.. ผมล่ะอยากให้หัวหน้ามาได้ยินจริงๆ เอ้ย.. คิดไปคิดมา ไม่ได้ๆๆ..!!


"แล้วทำไมไม่ไปทำงานอะ ขาดงานไปสองวันแล้วนะ" น้องกรีนถามให้ผมเสร็จสรรพ ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องพูดอะไรกับมัน

"เหรอ ? แล้วคุณพ่อกรีนว่าอะไรมั่งรึเปล่า"

"ก็ยังไม่ได้เอาไปบ่นที่บ้าน แต่พี่ริเอะบอกว่าวันศุกร์คุณพ่อไปถามหาถึงที่แผนก"

"เหรอครับ.. ?" มันทำเหมือนไม่ได้ทุกข์ได้ร้อนอะไรเท่าไหร่  "งั้น..ไว้ถ้าพี่หายป่วยแล้วพี่จะไปนะครับ"

"ป่วยอะไร ไม่เห็นป่วยอะไรเลย" น้องกรีนงง ผมก็งง

"มันป่วยตรงนี้.." มันวางมือบนอกซ้ายมันแล้วก็ยิ้มหวานให้น้องกรีน

บอกตรงๆ กูจะอ้วกกกกกกกก!!!...


พอคุยแบบจับความห่าอะไรไม่ได้เสร็จ ผมก็พาน้องกรีนออกไป (โดยที่ผมไม่ได้พูดอะไรกับมันซักคำ แทบไม่มองหน้ากันด้วยซ้ำ) เห็นไอ้เทมมันคอยมองพวกผมอยู่ อาจจะกำลังเก็บข้อมูลไว้แบล็คเมล์ก็ได้ ผมคงต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ ..แต่ถ้ามันไม่ซวย ก็คงไม่พาผมซวยไปด้วยหรอกน่า ..มั้ง !

แล้วน้องกรีนก็ให้ผมพาไปดินเนอร์จนได้ เฮ้ออ.. สิ่งที่ผู้ชายแพ้ ผู้หญิงน่ารัก


"เล่าเรื่อง..แฟนเก่าพี่น็อตให้ฟังหน่อยสิคะ" น้องกรีนเปิดประเด็นขณะที่เรานั่งรออาหารอยู่

"ทำไมเหรอครับ ?"

"ก็อยากฟังไง.. เราจะได้รู้ว่าเรามีสิทธิ์แค่ไหนอะไรแบบนั้น" น้องพูดตรงๆดี "แล้วจะได้ช่วยคลายปัญหาให้ด้วย เผื่อพี่จะได้เปิดใจมากขึ้น"

"ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ก็ธรรมดาๆ"

"ธรรมดาๆแล้วทำไมติดใจมากนักล่ะ"

"ก็..." ผมทำท่าคิดก่อนจะพูดออกไปตรงๆ "กำลังจะขอเค้าแต่งงาน แล้วโดนบอกเลิก ..เท่มั้ย"

"ว้าว" น้องกรีนส่งเสียงแบบแสดงความรู้สึกแย่ๆมากกว่าจะรู้สึกยินดี "เจ็บน่าดูเลย"

"ก็เจ็บครับ แต่ก็.."

"ใช่.. มันผ่านมาแล้ว อย่ามัวแต่มองย้อนกลับ.." น้องพูดทวนสิ่งที่เคยบอกผมแล้ว


แต่อยู่ๆน้องกรีนก็อุทานเบาๆ "คุณพ่อ..!!"


ผมงี้หันตามแทบไม่ทัน ปรากฎว่าหัวหน้าเดินอยู่อีกฝั่งกำลังจะตรงไปที่ล็อบบี้โรงแรมพร้อมกับพวกลูกค้า แต่สายตาจ้องมาที่ผมกับน้องกรีนแบบไม่กะพริบ !


ผมหน้าซีดอย่างเห็นได้ชัด เล่นเอาน้องกรีนหัวเราะ

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ..คุณพ่อไม่ว่าอะไรหรอก"

"แต่พี่ริเอะบอกว่าเคยมีคนโดนไล่ออกนะครับ"

"ก็..เคยมีค่ะ"

น้องกรีนเค้าก็คงจะไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรมากหรอกเพราะน้องเค้าไม่ได้เป็นคนที่จะโดนไล่ออก แต่ผมนี่สิ! มื้อนี้ผมเลยกินแบบไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ถึงอาหารในโรงแรมจะรสชาติดีก็เถอะ



วันต่อมา

ขนาดว่าไปตามถึงที่บ้านแล้ว ไอ้เทมมันก็ยังไม่มาทำงาน ถือว่าเป็นวันที่สามแล้วที่มันขาดงาน แถมไม่มีเหตุผลเป็นชิ้นเป็นอันด้วย จริงๆแล้วใจนึงมันก็มีความสุขดีนะ แต่อีกใจมันก็ร้อนรนยังไงบอกไม่ถูก ยิ่งเจอหัวหน้าเมื่อวานยิ่งร้อนรนเป็นพิเศษ

เหมือนได้ยินเสียงในหัวผม ไม่ทันไรหัวหน้าก็เดินเข้ามาที่แผนก ผมนี่อยากจะมุดลงไปใต้โต๊ะซะให้รู้แล้วรู้รอดจะได้ไม่ต้องเผชิญหน้าแก แต่มันไม่ใช่การ์ตูนครับ ผมเลยได้แค่ทำตัวยุ่งๆอยู่กับการเขียนโปรแกรมหน้าคอมพิวเตอร์

"กฤตินันท์มารึเปล่าวันนี้" หัวหน้าถามกับพี่ริเอะ

"ยังไม่เห็นเลยค่ะหัวหน้า แต่เมื่อวานให้น้องพิรัชย์ไปตามแล้ว เห็นว่าไม่สบาย" พิรัชย์น่ะชื่อจริงผมครับ

พอได้ยินชื่อผมหัวหน้าเลยปรายตามองมาแวบนึง ซึ่งผมก็สบตากับแกแวบนึงเหมือนกันก่อนจะรีบหลบตามาอยู่ที่หน้าจอต่อ

"เมื่อวานมาทำงานมั้ย" หัวหน้าถามย้ำกับพี่ริเอะถึงไอ้เทม

"ม..เหมือนเห็นอยู่นะครับ" ผมพูดโกหกให้มัน แต่ทำเสียงเบาๆเพราะไม่อยากให้ตัวผมเป็นประเด็นขึ้นมาแทน ซึ่งทั้งพี่ริเอะและหัวหน้าที่ได้ยินก็เลยมองมาทางผม

"ถ้ากฤตินันท์มาทำงานแล้ว ให้ไปคุยกับผมด้วย" พอพูดจบหัวหน้าก็ปรายตามองมาทางผมอีกรอบแบบไม่แวบแล้วครับ คราวนี้ชัดเจน

ผมเสียวสันหลังวาบบบ..กว่าวันก่อนที่ได้ยินคำเตือนจากพี่ริเอะหลายเท่า


พอหัวหน้าไปแล้ว พี่ริเอะก็หันมาหาผม

"เมื่อกี๊ว่าอะไรนะ"

"ก็.." ผมไม่รู้จะตอบยังไงเพราะยังกังวลคิดเรื่องหัวหน้าอยู่

"เข้าข้างกันเป็นด้วยเหรอเนี่ย พี่คิดว่าจะเอาแต่ทะเลาะกันซะอีก" พี่ริเอะพูดหัวเราะๆ

เฮ้อออ.. จะเข้าข้างหรือไม่เข้าข้างก็ช่างมันเถอะครับ จุดนี้ผมจะรอดมั้ยเนี่ยยย ..ได้แต่หวังว่าครั้งต่อไปคงไม่ใช่ชื่อผมที่หัวหน้าจะเรียกไปคุย

หลังเลิกงานน้องกรีนก็จะชวนผมไปนั่นไปนี่อีก แต่เข็ดแล้วจริงๆบอกตรงๆ  น่ารักน่ะน่ารักอยู่ครับ แต่จะให้เอาความน่ารักมาเสี่ยงกับการไม่ผ่านโปร ผมก็ขอปล่อยผ่านความน่ารักไปดีกว่านะ

แล้วก็กลับคอนโดไปแบบโคตรกังวลใจ.. เฮ้อออ


...
..
..
.


"อะไรนะพี่" ไอ้เทมลากเก้าอี้ทำงานที่มีล้อเลื่อนออกจากหน้าจอคอมของมันให้ได้มองหน้ากับพี่ริเอะตรงๆ วันนี้มันโผล่หัวมาทำงานแล้วครับ

"หัวหน้าบอกว่าถ้าวันนี้มาทำงาน ให้ไปคุยกับหัวหน้าด้วยจ้ะ" พี่ริเอะยิ้มฝืดเฝือแบบที่ดูก็รู้ว่าสงสารไอ้เทมจับใจ

ผมเองก็นึกหวั่นๆอยู่ว่าหัวหน้าจะคุยอะไรกับมัน มันจะซวยโดนไล่ออกมั้ย แล้วมันจะลากผมให้ซวยไปด้วยมั้ย คิดไปคิดมาเลยดึงแขนเสื้อแม่งไว้ตอนที่มันกำลังจะเดินไปพบหัวหน้า มันเลยหันมาหาผมแบบงงๆ

"กู..ช่วยมึงเต็มที่แล้วนะเว้ย.."  ผมทำปากขมุบขมิบบอกมันเบาๆ นอกจากในหมู่โจรจะไม่มีมิตรและศัตรูที่ถาวรแล้ว ชีวิตการทดลองงานของผมก็ไม่มีเหมือนกันครับ ตอนนี้มีแต่การหันหน้าเข้าหากันเพื่อความอยู่รอด

มันอาจจะเก็ทหรือไม่เก็ทก็ได้ ผมไม่แน่ใจ แต่มันก็มองหน้าผมพักนึง ก่อนที่ผมจะปล่อยให้มันเดินไป

นี่ผมกำลังทำบุญกับคนนะไม่ใช่กับสัตว์ คิดว่าคงจะไม่เป็นการทำคุณบูชาโทษ หวังว่าอานิสงส์ที่ผมทำเผื่อแผ่มันไปนิดหน่อยนี้จะช่วยให้มันไม่เอาเรื่องผมไปพูดให้ยิ่งแย่กว่าเดิม

วันนี้ไม่เป็นอันทำงานเลยครับ ตาผมจ้องจอคอมมานานแล้วแต่ในหัวมัวแต่คิดกังวลเรื่องที่ว่าไอ้เทมมันจะคุยอะไรกับหัวหน้าบ้าง


อยู่ๆผมก็สังเกตว่าเสียงพูดคุยกันของพี่ๆในแผนกเงียบไป ผมเลยเงยหน้ามองว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฎว่าทุกคนมองไปที่ไอ้เทมที่มันทำเดินปั่นหูเข้ามาในแผนกเหมือนเพิ่งไปฟังอะไรเสียงดังรบกวนโสตประสาท... พี่ที่ทำงานได้แต่มอง ไม่มีใครเข้าไปรุมถามอะไรเหมือนสมัยมัธยมหรือมหาลัย

ทุกคนมองตามแบบเงียบๆจนกระทั่งไอ้เทมนั่งลงบนเก้าอี้ ..แต่มันคงสังเกตได้ว่าตอนนี้สายตาของเพื่อนร่วมแผนกทุกคนจับจ้องมาที่มันอยู่ ไม่เว้นแม้กระทั่งผม ...มันเลยพูดให้ได้ยินกันทั่วถึง

"ไม่มีอะไรครับ แค่ตักเตือนครั้งที่หนึ่ง" มันพูดแบบสบายๆไม่เครียดอะไรทั้งสิ้น


มันคงจะเคลียร์เรื่องของมันได้แล้วมั้ง แต่เรื่องผมนี่สิ หัวหน้าได้พูดอะไรเรื่องผมรึเปล่า ..บอกกูมั่งสิวะ

ผมไม่รู้จะเริ่มต้นถามยังไง เพราะผมกับมันก็ใช่ว่าจะถูกกันดีซะเมื่อไหร่ ที่สำคัญผมไม่รู้ว่าถ้าเปิดประเด็นนี้ไปแบบชัดๆ ไอ้นี่มันจะเก็บไว้แบล็คเมล์ผมรึเปล่า ..ผมก็เลยทำได้แค่มองหน้ามันแบบมีคำถาม..เพราะหวังใจว่ามันคงจะตอบของมันออกมาเอง

ไอ้เทมหันมามองผม แล้วก็ใช้สายตาตอบคำถามผมเหมือนกัน

แต่ปัญหามันอยู่ที่ผมไม่รู้ว่าไอ้เทมตีความคำถามของผมว่าอะไร และที่สำคัญผมอ่านสายตามันไม่ออกว่ามันตอบว่าอะไร !

...
..
..

ผมกลับมานอนคิดเรื่องที่ว่าผมจะผ่านโปรรึเปล่า ตอนนี้ในหัวมันเอาแต่คิดอะไรยุ่งเหยิงเต็มไปหมด และในความรู้สึกผม แนวโน้มที่จะไม่ผ่านงานมีสูงมาก หัวหน้าดุออกขนาดนั้น หนำซ้ำยังไปเห็นช็อตเด็ดผมไปกินข้าวกับลูกสาวแกอีก

แต่จะว่าไป.. ที่ไอ้เทมมันไม่เดือดร้อนอะไรหลังจากไปพบหัวหน้า จะเป็นเพราะมันผลักภาระมาให้ผมแทนรึเปล่าวะ มันอาจจะเอาเรื่องที่ผมเคยขาดงานไปรายงานหัวหน้า แล้วอาจจะเอาเรื่องที่มันเห็นผมขับรถอยู่กับน้องกรีนตอนตีสองเมื่อวันศุกร์ไปเล่าด้วยก็ได้

ชัดเลย.. ชัดเลย...


ผมผุดลุกผุดนั่งคิดจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ไปถามมันให้รู้เรื่องอยู่หลายครั้ง แต่อีกใจก็ห้ามไว้เพราะถ้ามันไม่ได้เลวร้ายแบบที่ผมคิด การโทรศัพท์ไปกวนมันตอนตีสองตีสามอาจทำให้มันเปลี่ยนใจก็ได้

ผมตัดสินใจล้มตัวลงนอนในที่สุด แต่ก็ต้องพลิกตัวไปมาจนกระทั่งเช้าเพราะนอนไม่หลับ..




"เป็นอะไรจ๊ะ หน้าตาเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน"

"หน้าผมโทรมขนาดนั้นเลยเหรอพี่ ?" ผมถามพี่ริเอะเสร็จก็หาวไปหนึ่งหวอด

"นะ.. มันก็ชัดเจน" พี่ริเอะหัวเราะ

ผมเดินแบบมึนๆไปวางกระเป๋าบนโต๊ะ มองเห็นไอ้เทมมันนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวยาวของมันอยู่แล้ว มันไม่ได้สนใจจะมองผม แต่ผมสิ..ตาปรือๆก็มองมันอยู่งั้นน่ะ จนกระทั่งมันรู้สึกตัวว่าผมมองอยู่ เลยหันมามองผมกลับ

ไอ้เทมมองผมแบบงงๆว่าจะจ้องมันทำไมนักหนา แล้วมันถึงพูด

"หน้าตาสดใสดีนี่"  ประชดกูไปอีก

"..." ผมอึดอัด อยากจะถามออกไปให้รู้เรื่องแต่ก็ไม่กล้าซะที ..เลยได้แต่เงียบ

แล้วไอ้เทมก็หันไปสนใจงานในคอมมันต่อ โดยไม่หันมามองผมอีกเลย


"พี่..น็อต.." เสียงสดใสของน้องกรีนเล่นเอาผมร้อนรนขึ้นมาอีกรอบ น้องเดินเข้ามานั่งบนโต๊ะทำงานผม

"น้องกรีนน" ไอ้เทมมันเรียกน้องกรีนด้วยเสียงแบบนี้อีกแล้ว "มาทักทายแบบเด็กเมกันหน่อยเร็ว"

"เด็กแก๊งค์ไหนดีล่ะพี่เทม" น้องกรีนหันไปบอก จะว่าไปก็แอบสะใจนิดๆเหมือนกันที่น้องไม่เล่นตามมัน

"หืมม.. อะไรอะ กลับมารอบนี้ไม่เล่นกับพี่เลย" มันลุกอาดๆขึ้นมาจูงมือน้องกรีนเฉยเลยครับ "ไปชงกาแฟกับพี่ไป ปะ.. ชงให้พี่น็อตด้วย หน้าแย่หมดแล้ว"

ไอ้นี่... มันคงดูรู้ว่าน้องเค้ามาอะไรๆกับผมเลยแกล้งหาข้ออ้างให้น้องไปชงกาแฟกับมัน ที่สำคัญหลอกด่าผมด้วย ! ..ตอนนี้มันเดินโอบไหล่น้องกรีนไปแล้วครับ

จริงๆผมก็ไม่ได้อะไรกับน้องเค้ามากมายนะครับ ผมพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเราด้วยซ้ำ ..แหม แต่พอเห็นแบบนี้แล้วมันก็อดแค้นไม่ได้ยังไงก็ไม่รู้ เหมือนมันจงใจจะแย่งความสนใจของน้องไปจากผมหยั่งงั้นแหละ !


"กรีนกลับมารอบนี้พี่เทมหล่อขึ้นนะ" ผมได้ยินเสียงแว่วๆมาจากที่ชงกาแฟ อันที่จริงผมกำลังแอบดูอยู่ว่าไอ้เทมมันจะหลีอะไรน้องกรีน

"น้องกรีนก็สวยขึ้นนะครับ" มันแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ แต่อาจเพราะอยู่เมืองนอกนาน น้องกรีนคงชินกับอะไรแบบนี้ก็เลยไม่ได้เบี่ยงหลบ

ถึงจะชวนน้องกรีนไปด้วยแต่ผมเห็นน้องเค้านั่งบนโต๊ะ และมีแค่ไอ้เทมคนเดียวที่มันชงกาแฟสองแก้ว

"มีแฟนรึยังนี่" น้องกรีนถามมัน

"ไม่บอก" มันทำหน้าหยอกน้องกรีนอีก

พอชงเสร็จมันก็ให้น้องกรีนเป็นคนถืออีกแก้วมาให้ผม ผมเลยรีบไถเก้าอี้กลับมานั่งหน้าจอต่อเหมือนว่าไม่ได้สนใจใครทั้งสิ้น


"กาแฟค่ะ" น้องกรีนยิ้มหวาน ผมก็รับมาพร้อมรอยยิ้มแล้วค่อยๆจิบ..

เหี้ยแล้ว!! โคตรหวาน!! ยังกับมันชงน้ำตาลสีกาแฟให้ผมกิน ผมทำหน้าพะอืดพะอมแบบจะกลืนก็ไม่อยากกลืน จะคายก็ไม่กล้าคายเพราะน้องกรีนอยู่ด้วย

ไอ้เทมมันคงเอาคืนผม อาศัยจังหวะที่น้องเค้าอยู่ มันรู้ว่าผมไม่กล้าเอาไปราดหัวมันคืนหรือทำอะไรมันแน่ ..ฮึ่มมม..!!

แต่ไอ้เทมก็ไม่ได้สนใจผลงานของมันเลย มันไม่มองมาที่ผม ไม่หันมาทำหน้าสะใจหรือหัวเราะอะไรแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่มันมองคือน้องกรีน


"สาวสวยมาแผนก หนุ่มๆจะได้ทำงานกันมั้ยน้าา" พี่ริเอะเอาแฟลชไดรฟ์มาวางให้ไอ้เทมพลางแกล้งพูดหยอกน้องกรีนและคงตั้งใจตอกหน้าผมกับไอ้เทมไปด้วย

"แหม ไม่ได้สวยอะไรขนาดนั้นค่ะพี่ริเอะ"

"สวยสิ สวยจะตาย ทำไมจะไม่สวย" ไอ้เทมพูดเสร็จก็ยิ้มหวานๆให้น้องกรีนอีกรอบ

"จ้ะ..งานลูกค้าอยู่ในแฟลชไดรฟ์นะ" พี่ริเอะตัดบทโดยสั่งให้มันทำงาน สะใจนิดนึง


"งั้นกรีนว่ากรีนไม่กวนดีกว่าเนอะ เดี๋ยวหนุ่มๆจะไม่ได้ทำงาน" น้องกรีนเลยเดินออกไปจากโต๊ะพวกผม

"น้องกรีน..เย็นนี้ไปช็อปปิ้งเซ็นทรัลเวิร์ลเป็นเพื่อนพี่หน่อยสิครับ" ไอ้เทมมันพูดไล่หลังน้องกรีน เล่นเอาคนมองแทบทั้งแผนก โดยเฉพาะพี่ริเอะที่มองมาแบบสงสัยว่า ทำไมมันถึงได้กล้านัก..

"เอาสิคะ" น้องกรีนยิ้มรับก่อนจะเดินออกประตูไป


ส่วนตัวไอ้เทมน่ะเหรอครับ พอลับหลังน้องเค้า มันถึงได้ฤกษ์หันมามองหน้าผม พร้อมเลิกคิ้วแบบโคตรสะใจให้ผมทีนึง

อย่างที่บอกว่าผมก็ไม่ได้อะไรกับน้องเค้าหรอกครับ แต่มัน...


แค้นโว้ยยยยยย !!!!!











ออฟไลน์ nievamor

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
CHAPTER 3



ผมพยายามไม่คิดมากเรื่องกาแฟ กับเรื่องที่มันมาแย่งน้องกรีนไปต่อหน้าต่อตาผม (หรืออันที่จริง ต่อหน้ามวลมหาประชาชนทั้งแผนก) แต่จะว่าไปแล้วที่มันมาหลีน้องเค้าหรืออะไรแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะหัวหน้าจะได้รู้ ..เออดี ให้หัวหน้ารู้แม่งเลย มันจะได้ออกๆไปซะ ..เคสผมน่ะยังน้อย เพราะใครก็เห็นว่าน้องเค้าเข้ามาเอง (แหม ฟังดูหลงตัวเอง) ถ้าหัวหน้าถามผมก็ยืนยันได้ แต่ตัวมันนี่สิเข้าหาน้องเค้าชัดๆ !! ผมจะเป็นพยานให้ด้วยเลย

เอาสิมึงไอ้เทม.. ความสะใจของมึงจะนำหายนะมาสู่มึงไม่รู้ตัว ฮ่าๆ

ผมเริ่มอารมณ์ดีขึ้นหลังจากที่มองเห็นลางร้ายของไอ้เทมเข้ามาทุกขณะ แล้วผมก็ไปทำงานแบบหน้าระรื่นแตกต่างจากเมื่อวานโดยสิ้นเชิง


"หวัดดีครับพี่" ผมยิ้มทักทายพี่ที่ทำงานในแผนกทุกคนที่ผมเดินผ่าน แล้วก็ต้องยิ้มกระตุกตอนเดินไปเห็นน้องกรีนเอาเก้าอี้ผมไปนั่งเล่นอยู่ข้างไอ้เทม ..ถ้าน้องเค้าจะเปลี่ยนขั้วเร็วขนาดนี้..


"อ้อ โทษทีค่ะพี่น็อต" พอเห็นผม น้องกรีนก็ลุกขึ้นแล้วลากเก้าอี้มาคืนให้ "พอดีพี่เทมบอกว่าปกติพี่น็อตจะมาสายอะค่ะ"

นั่นแน่!... มีป้อนข้อมูลเท็จให้น้องเค้ามองผมแย่ซะด้วย ..แต่ก็ช่างเถอะ ถ้ามันคุ้มกับที่แม่งต้องโดนไล่ออกแล้วล่ะก็นะ..


"เป็นยังไงครับ เมื่อวานไปช็อปปิ้ง" ผมทักทายน้องกรีน

"ก็สนุกดีค่ะ พี่เทมช็อปเก่งไม่ใช่เล่น แล้วไปดื่มกันต่อด้วยสนุกมาก พี่น็อตน่าจะได้ไปด้วย"

"คนสวยเมาแอ๋เลย" ไอ้เทมเหมือนจะเสริมข้อมูลให้ผมฟัง แต่ตามันไม่ได้มองมาทางผมเลย มองแต่น้องกรีนอย่างเดียว

"ไม่ได้เมาซะหน่อย แค่มึนๆ"

"เหรอ.. แค่มึนเหรอครับ ? เอ๊ะ ใครนะบอกร้อนๆจะถอดเสื้อ.." บ๊ะะ!! รู้งี้ผมน่าจะไปด้วย เอ้ย ไม่ใช่ !!

พอได้ยินไอ้เทมแซว น้องกรีนก็เขินเอากระเป๋าฟาดไหล่มันไปที

"แล้วได้ถอดปะล่ะ" แต่รอบนี้น้องกรีนต่างหากที่เป็นคนแกล้งยื่นหน้าไปใกล้ไอ้เทม

"ก็ไม่ได้ถอดไง พี่ห้ามไว้ก่อน"

"คนดีเนอะ"

นี่เค้าคิดว่าเค้าอยู่ในโรงแรม เอ้ย! ที่ส่วนตัวกันรึไงฟะ ..คือผมว่าตอนนี้พวกพี่ที่แผนกแม่งได้ยินกันหมดแล้วว่าใครถอดใครไม่ถอดบ้าง

ขยันหาเรื่องให้กูหน้าแตกต่อหน้าพี่ที่ทำงานว่าแย่งหญิงกูได้ดีนักนะมึง.. เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวมึงก็รู้..



"แล้วเมากลับบ้านนี่คุณพ่อไม่ว่าอะไรเหรอครับ หรือว่าไม่ได้กลับ ?" ผมถามเปิดประเด็นเต็มที่

"อ๋อ กลับค่ะกลับ ..เมื่อวานมึนๆนะ ไม่แน่ใจ แต่ก็เหมือนคุณพ่อบ่นๆอะไรซักอย่างเหมือนกัน" น้องกรีนพูดหัวเราะๆเหมือนเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย

"หวังว่าน้องกรีนคงไม่ได้พูดถึงพี่นะครับ ไม่งั้นพี่ซวยแน่ๆ" ไอ้เทมถามสิ่งที่ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน

"เอ..พูดรึเปล่านะ น่าจะพูดมั้งถ้าจำไม่ผิด กรีนจำไม่ได้อะค่ะ"

"เหรอครับ ?" ผมถามน้องกรีนแต่ส่งสายตาสะใจไปมองไอ้เทม คาดว่ามันคงช็อกครับหน้าแม่งไม่มีอารมณ์เลย จะตกใจก็ไม่ตกใจ จะอะไรก็ไม่ซักอย่าง .. ตายมึงตาย.. ตาย



"กรีน !" เสียงหัวหน้าเรียกลูกสาวหนักๆ เอาแล้วไง พายุมาแล้ว ..ผมขออยู่ของผมเฉยๆโดยการหันไปที่หน้าจอคอมแล้วเปิดงานทำอย่างเงียบๆละกัน

หัวหน้าเห็นชัดๆเลยว่าน้องกรีนนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานข้างคอมไอ้เทม คือตอนนี้ขาอ่อนน้องกรีนห่างจากหน้าไอ้เทมไม่เกินหนึ่งไม้บรรทัด แล้วน้องเค้าได้ยินพ่อเรียกก็ไม่ได้คิดจะลุกนะน่ะ

"คะ ?" น้องกรีนขาน

"ออกไปดีกว่าลูก อย่าไปกวนพี่ๆเค้าทำงาน" ไม่รู้ผมคิดไปเองรึเปล่า แต่คำว่า 'ทำงาน' หัวหน้าเน้นหนักยังกับตั้งใจสั่ง

ผมแอบเหลือบมองหัวหน้านิดหน่อย ซึ่งตอนนี้สายตาแกจ้องเขม็งมาที่ไอ้เทมแบบไม่ค่อยพอใจ แต่ไม่ปรายตามามองผมเลย โอเค.. น่าจะรอดแล้ว

ส่วนไอ้เทมมันไม่สบตาหัวหน้าเลยครับ แกล้งทำเป็นนั่งทำงานต่อ ..แต่ผมก็เข้าใจความรู้สึกมันนะ เพราะเมื่อวันก่อนๆ ผมก็อารมณ์นี้แหละ ฮ่าๆ

เห็นพี่ริเอะแอบมองมาทางนี้ด้วย แกคงนึกเป็นห่วงไอ้เทมมันจริงๆจังๆแล้วมั้ง เพราะพี่ริเอะเป็นคนบอกผมเองว่าคนที่ไปเกาะแกะกับน้องกรีนเคยโดนไล่ออกมาแล้ว



"เป็นอะไรรึเปล่าเนี่ยะ ?" ผมแอบได้ยินพี่ริเอะถามไอ้เทมหลังเลิกงาน

"ไม่เป็นหรอกพี่.. จะเป็นอะไรอะ" มันตอบขำๆ

"... เทม" พี่ริเอะลงเสียงหนักๆเรียกมัน

แต่ผมรู้สึกว่าบรรยากาศมันอึดอัดยังไงก็ไม่รู้เลยรีบเดินออกมาก่อน


...
..
..
.


"มึงไม่เครียดเรื่องงานมึงแล้วเหรอวะไอ้น็อต ช่วงหลังๆแม่งไม่เห็นชวนพวกกูเมาเลยวะ" ไอ้กิตกับไอ้ตูมมาหาผมที่คอนโด

"เพราะเครียดนี่ไงกูถึงไม่ชวน ไม่อยากไม่ผ่านโปรแบบพวกมึงนี่หว่า เมาทีไรกูไปทำงานไม่ได้ทุกที หัวหน้ายิ่งดุๆด้วย"

"แหม มีกระทบด้วย" ไอ้กิตว่า "แล้วลูกสาวหัวหน้ามึงเป็นยังไง ไปถึงไหนกันแล้ว ?"

"ไม่ถึงไหนอะ ..แค่นี้กูก็เสียวแหล่ไม่เสียวแหล่"

"อะไร พ่อตาดุเหรอวะ" ไอ้ตูมถามบ้าง

"เออดิ ดีนะที่มีไอ้เหี้ยคนนึงมันมาเบี่ยงความสนใจไปจากกู ..แม่งเป็นคนที่ต้องเทรนงานให้กูเว้ย ทำงานมาก่อนตั้งนาน รู้ก็รู้นะว่าหัวหน้าเคยไล่คนออกเพราะไปยุ่งกับลูกสาวแก ไอ้เหี้ยนี่แม่งไม่กลัวอะไรเลยเว้ย ชวนน้องเค้าไปแดกเหล้าเฉยย"

"เฮ้ยแม่งเซลฟ์"

"มึงจะไปชมมันทำไมไอ้กิต กูยิ่งไม่ถูกกับแม่งอยู่"

"อ้าว.. ทำไมอะ ?"

"ช่างมัน รู้แค่ว่าตอนนี้มันคงใกล้จะโดนไล่ออกแล้วเว้ย"

"เฮ้ย แล้วใครจะช่วยเทรนให้มึงล่ะงั้นน่ะ"

"แหม ปัจจุบันนี้หยั่งกะแม่งเทรนให้กูงั้นแหละ" ผมบ่นอุบ

"เชี่ยแม่งสันดานว่ะ ไม่เทรนแล้วมึงจะรู้งานได้ไง" ไอ้กิตหัวร้อนแทน

"เออดิ.. แต่ให้แม่งออกไปก็ดี ถ้าตำแหน่งมันว่างไม่มีคนทำงาน หัวหน้าจะได้จับกูเข้าแทน"

"เฮ้ยแม่งชั่ว"

"อ้าว.. ด่ากูหนิ!"

วันนี้เป็นวันศุกร์อีกวัน ผมก็เลยไปพักผ่อนเบาๆกับพวกเพื่อนๆได้ .. เย้ !

...
..
.

"อุก..แหวะะะ..." ผมหอบร่างตัวเองไปอ้วกตรงชักโครกอีกแล้วครับท่าน เมื่อคืนคงจัดหนักน่าดูเหมือนกัน ปวดหัวแบบจะตายให้ได้ โอยย... มันสนุกนะเวลากินเวลานั่งคุยกับพวกเพื่อน แต่เวลาแฮงก์นี่ก็เอาเรื่องทีเดียวล่ะ

ผมอ้วกออกไปหมดไส้หมดพุง เลยล้างหน้าล้างตา แล้วก็ไปหยิบยาแก้เมาค้างมากิน ..มีติดบ้านไว้ก็ดีเหมือนกันนะ


จะว่าไปแล้ว วันจันทร์ที่จะถึงก็เป็นอาทิตย์สุดท้ายของการทดลองงานโปรแกรมเมอร์สองเดือนของผม เวลานี่ก็ผ่านไปเร็วดี ซึ่งผมก็ไม่เคยได้รับการเทรนเหี้ยอะไรเลย ไม่มีคอมเมนท์จากคนเทรนงาน ผมมีแต่ทำเอาเองทั้งนั้น ดีหน่อยที่ตอนส่งงานไปที่พี่ริเอะไม่โดนตีกลับ

พี่ริเอะเคยชมว่าผมมีความสามารถด้วย ..หวังว่าเรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนี้จะช่วยวัดว่าผมเหมาะสมพอที่จะได้ทำงานให้บริษัทต่อ เพราะแค่เงินเดือนตั้งต้นก็สามหมื่นเข้าไปแล้ว..

หลังจากกลับไปนอนอีกรอบ ผมก็ตื่นมาตอนประมาณ 5 โมงเย็น เหมือนถ้าแฮงก์แล้วนอนต่อตอนสายๆ ผมจะตื่นประมาณนี้ทุกที

วันนี้วันเสาร์แต่ผมก็เอางานมาทำที่คอนโดด้วย เนื่องจากผมไม่มีคนเทรนให้ เลยต้องมาค่อยๆดูเอาเองว่ามีอะไรที่ผมพลาดไปบ้างรึเปล่ากับการเขียนโปรแกรม ซึ่งงานที่พี่ริเอะป้อนให้ก็ยากแล้วก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ ก็ดีครับ ผมจะได้ฝึก ..จะได้รู้ว่าที่เรียนๆมา 4 ปีบวกเกียรตินิยมอันดับสองน่ะมันใช้ได้มากน้อยแค่ไหน

...
..
..

"ฮัลโหลครับ" ช่วงสายของวันอาทิตย์มีคนโทรเข้ามาที่คอนโดผม

"พี่น็อตใช่มั้ยคะ" เสียงน้องกรีนดังเข้ามาในสาย

"เฮ้ย.. ไปเอาเบอร์นี้มาจากไหน" ผมตกใจนิดหน่อย เพราะเบอร์มือถือผมไม่ได้ให้น้องกรีนไป และไม่รู้ว่าน้องไปเอาเบอร์คอนโดของผมมาจากไหน

"กรีนเป็นลูกสาวหัวหน้าพี่นะคะ กรีนรู้ทุกเรื่องแหละ"

"หะๆ.." ผมหัวเราะแบบฝืดเฝือ "ร้ายนะครับ"

"แหม" น้องกรีนหัวเราะบ้าง "กรีนจะโทรมาบอกลา วันนี้กรีนจะบินกลับเมกาแล้วนะ"

"อ้าว.. ทำไมกลับเร็วจังล่ะครับ"

"นัดคุยกับ advisor ไว้น่ะค่ะ"

แหม..ไม่ใช่วันหยุดยาวของน้องกรีน แต่หัวหน้าปิดบริษัทจัดเลี้ยงตั้งใหญ่โต รักลูกสาวคนนี้น่าดูเลย

"งั้นเดินทางปลอดภัยนะครับ ..เอ้อ แล้วนี่ใครไปส่งล่ะครับนี่"

"คุณพ่อน่ะค่ะ"

"ครับๆ.." ได้ยินแบบนี้แล้วอยากรีบวางชะมัด เดี๋ยวผมก็ได้ซวยปิดท้ายกันพอดี

"อืม.. กรีนไปก่อนนะคะ หวัดดีค่ะ"

"หวัดดีครับ เดินทางปลอดภัยครับ" ผมวางสายก่อนจะถอนหายใจแบบโล่งอก.. เดาเอาเองว่าหัวหน้าอาจจะเป็นคนส่งกลับด้วยซ้ำเพราะเห็นมีเรื่องเจ๊าะแจ๊ะกับลูกน้องในที่ทำงานตั้งสองคน นี่ขนาดแค่อาทิตย์กว่านะนี่

ผมโล่งอกไปหน่อยนึงเพราะอาทิตย์สุดท้ายของการทดลองงานของผมจะได้ไม่มีกรณีอะไรกับน้องกรีนอีก หวังว่าหัวหน้าจะมองว่าเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องขำๆของหนุ่มสาว แล้วไม่เก็บมันมาใส่ใจ (นี่มองโลกในแง่ดีสุดๆ)



แล้วอาทิตย์สุดท้ายของการทดลองงานของผมก็มาถึง อาทิตย์นี้แล้วที่จะชี้เป็นชี้ตายชีวิตผม

ผมพยายามแต่งตัวดี ทำหน้าตายิ้มแย้มให้ตั้งแต่ยามหน้าประตูไปจนถึงพี่ที่แผนกทุกคน เพราะเผื่อว่าถ้าไอ้เทมมันจะหาเรื่องปรับผมตกยังไง ผมจะได้มีแนวร่วมเยอะหน่อย


"วิริยา" หัวหน้าเรียกพี่ริเอะ

"คะ"

"ตอนพักเที่ยงมาพบผมที่ห้องหน่อยนะ"

"ค่ะ.. ได้ค่ะ"

ผมแอบเห็นว่าหัวหน้าปรายตามองมาที่ไอ้เทม ซึ่งมันก็ตั้งหน้าตั้งตาจดจ่ออยู่หน้าจอคอมของมันต่อไปแบบที่ไม่รู้ว่าไม่สนใจจริงๆหรือแกล้งไม่สนใจกันแน่


พอตอนเที่ยง ผมคนนึงแหละที่ไม่ลุกไปไหนเพราะอยากจะรู้เหมือนว่าหัวหน้าเรียกพี่ริเอะไปคุยเรื่องอะไร พี่ริเอะเป็นหัวหน้าแผนกที่ดี ทำงานเก่ง อยู่มานาน แถมยังเป็นผู้หญิงด้วย เรื่องที่จะทำให้หัวหน้าไม่ถูกใจอะไรคงไม่มี ..แต่กลัวเหมือนกันว่าที่หัวหน้าเรียกพี่ริเอะไปคุย อาจจะเป็นเรื่องของผมหรือไอ้เทม เผลอๆจะคุยเรื่องเราทั้งคู่ด้วยซ้ำ เพราะพี่ริเอะเป็นหัวหน้าแผนก

และดูเหมือนพี่คนอื่นๆในแผนกก็แอบลุ้นเหมือนผม เพราะไม่มีใครซักคนลุกไปไหนเลย ..ไอ้เทมก็ไม่ลุก มันเอาแต่นั่งหน้าจอเขียนโปรแกรมมาตั้งแต่เช้าไม่สนใจใคร ผมว่าแม่งอาจจะกำลังเครียดเรื่องนี้อยู่ก็ได้ แต่ผมก็ไม่รู้มันเหมือนกัน

พี่ริเอะไปพบหัวหน้านานมาก แอบเห็นพี่บางคนมองดูนาฬิกาข้อมืออยู่เรื่อยๆว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ตอนนี้ทุกคนคงลุ้นไปพร้อมๆกับผมว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับแผนกหรืออะไรยังไงรึเปล่า

ยกเว้นไอ้เทมที่ไม่มองไปทางไหนเหมือนเดิม

แล้วพี่ริเอะก็กลับเข้ามาจนได้ สีหน้าแกดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้ถึงกับแย่มาก พอกลับมานั่งที่แล้วแกถึงได้มองมาทางโต๊ะพวกผม.. นั่นไง เกี่ยวกับพวกผมจริงๆด้วย


ตกตอนเย็นหลังเลิกงาน พี่ริเอะก็เรียกผมไปคุย..

"รู้ใช่มั้ยว่าวันนี้หัวหน้าเรียกพี่ไปคุย"

"ครับ" ผมตอบเสียงอ่อยเพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง

"ก็เรื่องเราสองคนนั่นแหละ ทั้งเราทั้งเจ้าเทม"

"ครับ.."

"พี่ไม่เข้าใจนะว่าน็อตมีปัญหาอะไรรึเปล่า แต่ก็อยากให้รู้ว่าเคสเรามีปัญหาจนเรื่องที่เราขาดงานสองครั้งน่ะหัวหน้ารับรายงาน... แล้วพี่ก็เตือนแล้วใช่มั้ยว่าคนที่ไปเกาะแกะกับน้องกรีนน่ะเคยโดนไล่ออกมาแล้ว"

"ครับ" ตอนนี้ผมพูดได้แค่คำนี้จริงๆ

"น็อตรู้ตัวมั้ยว่าที่น็อตทำน่ะมันหวิดจะโดนให้ออกแล้ว คือมันหลายเรื่องไงน็อต .. แต่เรื่องของเรื่องคือไอ้เจ้าเทมน่ะ ดันทำยิ่งกว่าน็อตไปซะทุกอย่าง ขาดก็ขาดติดกันสามครั้งไม่มีเหตุผล ..แถมชวนน้องกรีนออกไปเห็นๆ ทั้งๆที่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง หัวหน้าเลยไม่สนใจเคสน็อตแล้ว แกคาดโทษไอ้เจ้าเทมไว้แทน"

เอ๊ะ.. เดี๋ยวนะครับ...


"วันที่เราสองคนทะเลาะกันก็เหมือนกัน วันนั้นพี่ก็เห็นว่าอยู่ๆเทมมันก็เอากาแฟไปราดใส่น็อต พี่ก็งงว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนั้น ที่แผนกยังคุยกันเลยว่าเพราะมีเรื่องกันรุนแรงแบบนี้รึเปล่า น็อตถึงได้ขาดบ่อยๆ... แต่ก่อนพี่ก็ไม่เคยเห็นเทมเป็นแบบนี้ พี่ก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันอะไรกันนักกันหนา"

เดี๋ยวนะ...



"แล้ว..ผมโดนให้ออกรึเปล่าครับ ?" แต่ผมตัดสินใจถามประเด็นนี้ก่อน

"ไม่โดน.. เจ้าเทมก็ไม่โดน น็อตน่ะไม่เป็นไรมาก แต่เจ้าเทมมันก็โดนคาดโทษแรงเหมือนกันล่ะ"

ผมเริ่มเข้าใจนิดหน่อยแล้วว่าทำไมไอ้เทมมันถึงได้ทำตัวแรงกว่าผมนัก..


ที่มันตะบี้ตะบันขาดงานสามวันรวดแบบไม่มีเหตุผล อาจเพราะมันเห็นผมขาดงานสองครั้ง ..และพอมันเห็นผมไปกับน้องกรีน  เลยตั้งใจจีบน้องออกนอกหน้าแบบที่ไม่น่าจะมีใครในบริษัทกล้าทำ ..ให้เคสมันโดนรายงาน แทนของผม..

ถึงจะรายงานสองเคสรวด แต่เทียบความเลวแล้วของมันชนะเลิศ

หรือถ้าหัวหน้าจะมาถามเอาที่แผนก ทุกคนก็เห็นว่า มันเคยจงใจหาเรื่องเกินกว่าเหตุถึงขนาดที่เอากาแฟมาราดใส่ผม..
 

ผม..พูดไม่ออกว่ะ ..



ไม่รู้ว่าพี่ริเอะจะเข้าใจมั้ย แต่ตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจ... ผมพยายามมองหาไอ้เทมแต่มันคงกลับไปแล้ว

ผมกลับคอนโดไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ ..ผมอคติกับไอ้เทมมาเกือบสองเดือนเต็มเพราะรู้สึกว่ามันไม่เคยเทรนอะไรให้ผม แถมชอบกวนตีนจนน่าโมโห แต่เพิ่งมารู้ว่ามันนี่แหละที่คอยช่วยผมจนตัวเองแม่งแย่

จะให้คนที่เกลียดขี้หน้ากันมาตลอดมาสำนึกบุญคุณกันมันก็แปลกๆเหมือนกันนะ

แต่พูดตรงๆ ถ้าไม่ได้มัน.. ผมทดลองงานไม่ผ่านไปตั้งแต่สามอาทิตย์ที่แล้วแน่ๆ


..
..
..


วันต่อมา ไอ้เทมก็มาทำงานเช้ากว่าผมเหมือนเดิม.. ผมไม่รู้จะพูดอะไรกับมันดี ผมรู้ว่ามันดีกับผมมาก ถึงมันจะไม่เคยทำดีด้วยตรงๆและถึงปากมันจะไม่ดีก็เถอะ แต่ผลของสิ่งที่มันทำก็ช่วยผมไว้มากจริงๆ

จะเข้าไปขอบคุณแล้วอธิบายเหตุผลไปด้วยมันก็กระดากน่าดู เพราะไม่เคยพูดดีๆกันเลยซักครั้ง

แต่มันก็น่าจะมีวิธีที่ฉลาดๆในการขอบคุณมันหน่อยสิน่า..


..จริงสิ กาแฟ !



ผมเลยตัดสินใจลุกไปชงกาแฟรสชาติปกติมาให้โดยที่มันไม่ต้องใช้ผม พอชงเสร็จก็เอามาวางให้ที่โต๊ะ มันเลยมองหน้าผมนิดนึง ..ไม่รู้สิ ผมก็ไม่พูดอะไร ก็มองหน้ามันกลับเหมือนกัน และพยายามส่งสายตาบอกว่า 'ขอบคุณ' แต่ไม่รู้มันจะเข้าใจมั้ย

พอมองหน้าผมพักนึง มันก็หันไปมองแก้วกาแฟแบบไม่ค่อยแน่ใจ แต่มันก็ยกขึ้นชิมนะ พอชิมแล้วมันคงรู้ว่ารอบนี้ผมไม่ได้แกล้ง มันก็เลยมองหน้าผมอีกรอบ

พอกินเสร็จ มันก็เลื่อนเก้าอี้มาดูงานแล้วก็สอนงานโปรแกรมเมอร์ให้ผม เป็นครั้งแรก ..ผมว่ามันเข้าใจความหมายที่ผมสื่อไปนะ


บางที.. แค่กาแฟแก้วเดียวก็ทำให้อะไรๆมันเปลี่ยนไปได้จริงๆ ..









ออฟไลน์ nievamor

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
CHAPTER 4



ไอ้เทมบอกผมว่าน้องกรีนก็โทรไปหามันเหมือนกัน บอกว่ามันเกือบจะโดนให้ออกแล้ว แต่น้องเค้าขอหัวหน้าไว้ไม่ให้ไล่มันออก แล้วเลยขอตัวกลับอเมริกาเพราะเริ่มรู้ตัวว่ายิ่งอยู่ยิ่งเป็นประเด็นให้คนมีความสามารถโดนไล่ออก (ตรงนี้ไม่รู้มันพูดเอาเองรึเปล่านะ)

ผ่านมาสองวันแล้วครับที่ผมกับคนที่เทรนงานให้ หรือ ไอ้เทม นั่นแหละ พูดดีกัน  ..แหม่ คนเรามันมักจะเห็นค่ากันเอาช่วงสุดท้ายจริงๆ เหลืออีกแค่สองวันก็ครบดิวการทดลองงานของผมแล้ว หวังใจอย่างยิ่งว่าไอ้เทมจะประเมินผมสูงๆแล้วหัวหน้าจะยอมรับผมเข้าทำงานอย่างเต็มตัว


"ถามจริง คะแนนฉันตอนนี้..แก..ให้เท่าไหร่วะ ?" ผมถามไอ้เทมตอนช่วงพักเที่ยง

"คะแนนไร"

"ก็คะแนนงานไง ประเมินอะไรเงี้ย"

"ไม่ได้ให้"  อ้าว ไอ้หอก

"แล้วถ้าหัวหน้ามาถามล่ะวะครับ!?" ผมตีหน้ายักษ์ใส่มัน

"ก็ผ่านไง งานดี" มันพูดแค่นี้แหละครับ จนผมชักไม่แน่ใจว่าการประเมินของมันจะมีน้ำหนักพอให้ผมได้งานมั่งรึเปล่า


"จะคิดมากทำไม พี่ริเอะเอางานแกไปให้ลูกค้าจริงๆ แล้วมีคนชมตั้งแต่แรกๆแล้ว"

ผมเริ่มใจชื้นขึ้นมาหน่อย

"งั้น..ที่แกไม่ยอมเทรนงานให้ฉันซะทีเพราะงานฉันดีอยู่แล้วใช่มั้ย"

ผมพยายามถามเหตุผลเพื่อจะได้มองมันในแง่ดีได้หมดใจครับ


"อ๋อ เปล่า ..ขี้เกียจว่ะ"


เออ ...!!!



ผมค่อยๆเรียนรู้ไปว่าไอ้บ้าเทมมันเป็นคนปากแบบนี้เอง ตรงๆ ขวานผ่าซาก ฟังแล้วกวนตีน แต่พอหยอดหญิงก็เลี่ยนขาดใจยังกับหลังตีนเป็นหน้ามือ แล้วก็ได้เรียนรู้ว่ามันทำงานเก่งมากเหมือนที่พี่ริเอะเคยบอกจริงๆ

ที่สำคัญเป็นคนน้ำใจดีมากด้วย ..และ.. มันคงไม่ปล่อยให้ผมตกประเมินไปเฉยๆหรอกน่า..



วันสุดท้ายแล้วครับ ..หัวหน้าเดินมาประเมินงานผมด้วยตัวเอง เสียวเหมือนกันนะเนี่ย

"วิริยาหัวหน้าแผนกคุณบอกอยู่ว่าผลงานของคุณดี มีลูกค้าชมด้วย" หัวหน้าพูดด้วยสีหน้านิ่งๆ "แล้วการทดลองงานเป็นยังไงมั่ง..กฤตินันท์"

แหม่ ผมรู้สึกว่าพอเรียกชื่อกฤตินันท์แล้วหัวหน้าเสียงแข็งๆยังไงก็ไม่รู้ครับ ขำก็ขำ แต่ก็นึกขอบคุณมัน เพราะที่หัวหน้าเอามันไปไว้ในแบล็คลิสต์ก็เพราะผมนี่แหละ

"งานดีครับ.. เหมาะจะร่วมงานกับเรา" มันตอบเฉยๆเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เหมือนไม่เคยมีการเตือน ไม่เคยมีการคาดโทษ

มันก็เซลฟ์ของมันเหมือนที่ไอ้กิตบอกจริงๆ


"งั้นยินดีด้วย..คุณพิรัชย์ ขอต้อนรับเข้ามาทำงานโปรแกรมเมอร์" พอหัวหน้าพูดจบพวกพี่ๆที่แผนกปรบมือกันลั่นเลยครับ ทุกคนแสดงความยินดีกับผม


โอ.. ดีใจ ได้งานแล้วโว้ยยยยยย !!!!



พอกลับคอนโดผมรีบโทรไปบอกพวกเพื่อนทันที

"เฮ้ยๆๆ อย่างงี้ต้องฉลองง" ไอ้พงษ์บอกผมทางโทรศัพท์ .. นั่นสิ วันนี้วันศุกร์ด้วย

ฉลองมันต้องฉลองอยู่แล้ว ข่าวดีขนาดนี้ .. แต่ผมว่าผมน่าจะพาไอ้คนที่มันช่วยให้ผมได้งานไปฉลองมากกว่า เพราะกับเพื่อนจะไปเมื่อไหร่ก็ได้ ผมเลยปฏิเสธเพื่อนไปก่อนแล้วโทรไปที่เบอร์ไอ้เทม ..เป็นเบอร์ที่ผมได้มาตั้งแต่แรกๆเพราะต้องคุยงานกัน แต่ก็ไม่เคยโทรเลยซักครั้ง


"ว่าไง โปรแกรมเมอร์คนใหม่" มันจำได้ว่าเป็นเบอร์ผม คงจะเมมไว้เหมือนกัน

"เฮ้ย..ปะ เดี๋ยวเลี้ยงเหล้า"

"พรุ่งนี้มีธุระแต่เช้า คืนนี้กินเหล้าไม่ได้ เอาไว้คืนพรุ่งนี้แล้วกัน"  คืนพรุ่งนี้.. วันเสาร์เหรอ.. วันเสาร์ผมคงจัดหนักกับเพื่อนต่อ เอาวะ..วันนี้นี่แหละ

"งั้นไปกินข้าวเฉยๆก็ได้ เดี๋ยวเลี้ยง เอาปะ กินฟรี"

"เออ.. ที่ไหนอะ ?"



ผมกับมันเลยไปเจอกันที่ร้านอาหารร้านนึงที่ผมเคยมากินกับแอมครับ รสชาติดี ราคาแพงพอสมควรสำหรับผมนะ เพราะเดี๋ยวไอ้เทมมันจะด่าผมว่าเลี้ยงทั้งทีเสือกไม่ลงทุน

จะว่าไปแล้ว ช่วงที่ยุ่งๆก็ไม่ได้นึกถึงแอมเลย ไม่ได้นึกถึงมาเป็นอาทิตย์แล้ว แปลกดีเหมือนกัน..


"ถูกไปปะ ?" ดูมันถามครับ

"อยากรู้ว่าถูกไม่ถูกก็หารสิ!" ผมได้ตีหน้ายักษ์ใส่มันอีกรอบ นี่ขนาดผมเลือกร้านที่ราคาสูงพอสมควรแล้วนะครับดูมันสิ

"อย่าไปคิดเรื่องราคาสิวะ อร่อยนะ เคยมากินมั้ย"

"เคยอยู่ครั้งสองครั้ง" แล้วมันก็สั่งอาหารไป

ทำงานด้วยกันทุกวันแต่ผมไม่เคยสังเกตเลยว่ามันตัวสูงกว่าผมพอสมควรเหมือนกัน เพิ่งเห็นก็ตอนที่นั่งตรงข้ามกันแบบนี้นี่ล่ะ


"สูงเท่าไหร่อะ" ผมถาม

"185 ..ทำไม ?" มันเงยหน้ามองผม

"เออสูงว่ะ ฉันแค่ 178 มาตรฐานชายไทย หะๆ"

"มาตรฐานชายแคระไทย" มันทำเป็นพูดพึมพำคนเดียวแต่ผมได้ยินชัดเจน ไอ้ปลวก!


"อยู่ๆทำไมเลี้ยง" มันถาม

"ก็..เลี้ยงฉลองที่ได้งาน" ผมยิ้ม

"ทำไมไม่ไปเลี้ยงเพื่อนล่ะ" นี่ผมกำลังเลี้ยงข้าวมันนะ กินฟรียังเสือกพูดมาก ..แต่ผมก็พยายามทำใจเย็นเพราะรู้สึกว่าวันนี้มันเป็นวันเฮงของผม


"ก็..อยากเลี้ยงคนที่ช่วยเทรนงานให้ไง"


ยังไงผมก็ไม่กล้าพูดออกไปตรงๆอยู่ดีว่าผมขอบคุณที่มันพยายามทำนู่นทำนี่จนตัวเองซวยเพื่อให้ผมไม่พลาดงานนี้


มันหลุดหัวเราะออกมานิดนึง ผมว่ามันคงรู้ตัวเหมือนกันล่ะว่ามันเป็นคนเทรนงานที่เหี้ยมาก และอาจจะรู้สึกผิดด้วยซ้ำที่ขนาดไม่เคยทำดีกับผมเลย ผมยังนิสัยดีพามันมาเลี้ยง

แต่จริงๆ.. มันอาจจะรู้ก็ได้ว่าผมรู้เรื่องที่มันคอยสร้างสถานการณ์ช่วยผม แต่ผมไม่กล้าพูดตรงๆ มันก็เลยหัวเราะ


ผมนั่งกินข้าวกับมันไปก็คุยกับมันไป จริงๆมันก็คุยเพลินดีครับ ถ้าไม่ติดว่ามันชอบแว้งมากัดผมเป็นระยะๆก็จะยิ่งสนุกกว่านี้

พอกินกันเสร็จก็แยกย้าย รถผมกับมันก็จอดข้างๆกันนี่แหละ เพิ่งสังเกตว่าเป็นรถรุ่นเดียวกัน สีเดียวกัน แต่ของมันสะอาดกว่าของผม



แชะ...แชะ.. เฮ้ยย สตาร์ทไม่ติด รถไอ้เทมมันก็ถอยออกไปแล้ว .. แชะ.. แชะ.. ลองสตาร์ทใหม่ก็ไม่ติดอีก แก๊สก็เพิ่งเติม น้ำมันก็ยังมี ..แบตหมดชัวร์ เฮ้อออ... มาหมดอะไรตอนนี้วะ ..ผมนึกหัวเสียอยู่ครู่นึงแล้วถึงเห็นว่ารถไอ้เทมพุ่งมาจอดข้างรถผมที่เดิม หลังจากเพิ่งถอยออกไป

"มีไร" มันลงจากรถมาถาม

"แบตหมด" ผมบอก

มันนึกอะไรอยู่แป๊บนึง แล้วก็ถามเพิ่ม "มีสายพ่วงแบตมั้ยล่ะ"

"มีๆ"

"เอามาพ่วง"

ไอ้เทมมันเป็นคนมีน้ำใจจริงๆครับ นี่ขนาดถอยรถออกไปแล้วยังมีกะใจขับกลับมาถามผมอีก

แล้ววันนี้ผมก็ได้ขับรถกลับคอนโดเพราะไอ้เทม..


....
..
..
.


"ไอ้คนเซลฟ์ๆที่ไม่ถูกกับมึงอะเหรอ ?" ไอ้กิตถามผม

"อืม ไอ้นี่แหละ ไม่เคยรู้มาก่อนว่าแม่งจะดีขนาดนี้"

คืนวันเสาร์ ผมมี 'ปาร์ตี้เล็กๆกับนายพิรัชย์(ชื่อผมเอง)' และชวนเพื่อนร่วมกลุ่มมาสังสรรค์กันเหมือนเดิมเพื่อฉลองที่ผมมีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่งได้ซะที ผมเล่าให้พวกเพื่อนๆฟังเรื่องไอ้เทมว่า เป็นเพราะมัน ผมถึงผ่านโปรมาได้แบบหวุดหวิด


"เหมือนพระเอกวางแผนช่วยนางเอกว่ะ ฮ่าๆๆ" ไอ้บอสแกล้งแซวผม

"ถุย!!! พระเอกนางเอกเชี่ยไร" ผมว่า ..เออว่าแต่วันนี้ไอ้ตูมไม่มา "เออ..ไอ้ตูมไปไหนนะ"

"มันเพิ่งเลิกกับออย" ไอ้กิตบอก

"อ้าว.." โห.. ผมไม่คิดว่าแฟนเพื่อนผมเค้าจะเลิกจริงๆนะน่ะ คิดว่าจะขู่เฉยๆตามประสาผู้หญิง

"แม่งปากดีว่าเลิกก็เลิก พวกมึงจำได้มั้ย" ไอ้พงษ์ทวนคำที่ไอ้ตูมมันเคยพูด "พอเค้าเลิกมาจริงๆก็เศร้าอยู่"

โห แม่ง... คิดถึงตัวเองเลยครับ ..แต่ผมไม่เคยทะเลาะกับแอมหรือแอมเองก็ไม่เคยขู่ว่าจะเลิกกับผมนะ

ผู้หญิงนี่เวลาใจแข็งกับผู้ชายคืนก็เล่นเอาน้ำตาลูกผู้ชายเล็ดเหมือนกัน .. พอนึกถึงเรื่องนี้ผมก็ซึมๆไปอีกรอบ มันไม่ได้แย่เหมือนช่วงก่อนหน้านี้แต่มันก็ยังหน่วงๆอยู่ดี ..เอาวะ เพื่อให้ลืม .. ดื่มเพื่อลืมเธอ

แล้วก็จบลงด้วยการอ้วกแตกและแฮงก์แบบใกล้ตายในวันต่อมาเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน



สัปดาห์แรกของการเป็นโปรแกรมเมอร์แบบเต็มตัวมาถึง

ผมพยายามแต่งตัวดีๆ เซ็ทผมให้เป๊ะที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถือว่าเป็นการเริ่มงานจริงของผม หวังว่าอะไรๆมันจะเรียบง่าย ดูดี และเจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไป (คิดไปนู่นแล้วครับ ขนาดเริ่มทำงานจริงแค่วันแรก)

ผมไม่รู้ว่าไอ้เทมมันมาทำงานกี่โมง แต่ไม่ว่าผมจะพยายามมาเช้าแค่ไหนก็ไม่เคยมาก่อนมันเลยซักวันเดียว


"น็อต.. แกรู้ข่าวปะว่าเดี๋ยวทีมมิลานจะมาไทย" ไอ้เทมชวนผมคุย

"อืม..ไม่อะ มิลานไหน อินเตอร์มิลานเหรอ ?"

"เฮ้ย ไม่ใช่.. เอซีมิลานต่างหาก ไม่รู้งี้แสดงว่าเด็กหงส์" มันเอาอะไรวัดวะ..โคตรมั่ว

"ผิด ..." ผมปฏิเสธมันไปแต่ก็ไม่ได้บอกว่าเชียร์ทีมไหน..


ที่ทำงานไม่ต้องไล่ใครออกเพื่อที่ผมจะได้มาทำงานครับ..ผมเข้าใจผิดเอง แต่ตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ของแผนกต้องมีคนช่วยไอ้เทม คือมันทำคนเดียวไม่ไหว เค้าถึงรับผมเข้ามาทดลองงาน ..ทีแรกยังสงสัยอยู่ว่าทำไมผมถึงต้องเทรนงานกับมัน

แต่พอได้ทำงานจริงๆก็รู้เลยครับว่าตำแหน่งที่ผมต้องทำก็คือนั่งทำอยู่ด้านเดียวกับมันแบบนี้แหละไม่ได้แตกต่างจากตอนทดลองงานเลย


"เฮ้ยเทม มาช่วยหน่อยดิ๊" ผมเรียกมันหลังจากที่คิดแก้โค้ดภาษาซีของบริษัทลูกค้าไม่ออก ..งานของการทำงานจริงวันแรกก็หินเลยครับ

"เดี๋ยวๆ" แต่มันเอาแต่ดูข้อมูลอะไรไม่รู้ในเน็ทอยู่ ..นี่ขนาดคุยดีกันแล้วมันก็ยังไม่คิดจะช่วยผมเลย กร๊วกเอ๊ย

จนผมเลิกสนใจแม่ง ลองนั่งแก้โค้ดเองก็ได้วะ เลยลองนึกๆไปถึงตอนเรียนว่ามันมีข้อแบบนี้อยู่รึเปล่า ...

ก็เลยค่อยๆนึกได้ว่าเคยทำข้อสอบภาษาซีตัวนี้อยู่..แล้วผมก็เคยทำผิด ..ตอนนั้นถามอาจารย์อยู่นะ เออ..อาจารย์เลยบอกว่า..

เอ้อ..ได้แล้ว !! เดี๋ยวจะลองปรับใช้กับระบบคำสั่งของลูกค้าดูว่าจะโอมั้ย

ได้ด้วย.. เอ้อออ... เก่งเหมือนกันนะเราเนี่ย ฮ่าๆ ..ผมใช้เวลาทำไปเกือบชั่วโมงจนแก้โค้ดทั้งระบบได้ในที่สุด



"มีอะไร ?" ผมแก้โค้ดเสร็จไปซักพักแล้วไอ้บ้านี่ถึงเลื่อนเก้าอี้มาดู ..จนผมเองยังลืมว่าเรียกมัน

"เสร็จแล้วไอ้บ้า" ผมพูดใส่ มันเลยเหมือนจะหัวเราะๆนิดนึง

"ทำได้..ทีหลังก็ไม่ต้องเรียกนะ มันรบกวนคนอื่นเค้า" มีแดกดันผมเบาๆด้วย

คือเวลาที่มันทำดีมันก็โคตรดีครับ แต่เวลามันพูดอะไรแบบนี้ผมก็โคตรเกลียดมันเลยให้ตาย


"ไปชงกาแฟให้หน่อยไป"  แล้วไอ้นิสัยนี้ก็ยังไม่เลิกด้วย !


ดีที่ผมพยายามทำใจให้รู้สึกว่ามันเป็นเพื่อนคนนึงเหมือนพวกไอ้บอสไอ้พงษ์ ผมก็เลยไม่ได้โกรธจัดเหมือนช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา ..แต่ยอมรับว่าก็ยังมีตะหงิดๆอยู่บ้างนิดหน่อย

"ไม่หวานนะ.." มันตะโกนสั่งตอนผมเดินไปชง

"เออ!!" ผมเลยตะโกนกลับ


พอไปถึงมุมกาแฟ ผมก็เจอพี่ริเอะชงชาอยู่

"เป็นไงจ๊ะโปรแกรมเมอร์คนใหม่" พี่ริเอะทักผม

"ก็ยังมีงานเลขาฯเป็นงานรองอยู่ครับพี่" พี่แกได้ยินผมพูดเลยหัวเราะ

"หวังว่าคงไม่มีปัญหาอะไรแล้วนะ"

ผมเลยส่ายหน้ายิ้มๆว่าไม่มี ..พี่ริเอะคงไม่รู้ว่าปัญหาที่ผ่านๆมานั่นเพราะไอ้เทมมันจงใจช่วยผม


"เอ้า" ผมวางกาแฟให้มัน

"ทำไมแกไม่ชงมากินเองด้วยล่ะ" มันถามพลางใช้ช้อนคนกาแฟไปด้วย

"ไม่ชอบกินกาแฟ"

"เสียดายนะที่แผนกไม่มีแบล็คให้กด" นั่นแน่.. แสดงว่าคอแบล็คเหมือนกัน

"เออว่ะ"

ผมเลยพูดหัวเราะๆเห็นด้วยกับมัน .. มันก็ยิ้มให้ผมครับ

แล้วพักนึงมันก็กินกาแฟที่ผมชงให้


"เฮ้ย อร่อยว่ะ"


..
.
.


วันต่อมา

"มีพัสดุส่งมาแหน่ะเทม" พี่ที่แผนกยื่นกล่องพัสดุมาให้ไอ้เทมหลังจากที่ผมกับมันเพิ่งไปพักเที่ยงกันมา

มันเลยรับมาเปิด ปรากฎว่าเป็นตั๋วอะไรไม่รู้สองใบ

"เฮ้ยยย ได้ด้วย !!" ดูมันดีใจมากเลยครับ

"ตั๋วไรวะ ?" ผมถาม

"บอลไง ที่มิลานมาแข่งกับทีมไทยอะ" หน้ามันตื่นเต้นสุดขีด "ลองส่งชิงโชคไปใบเดียวแม่งไม่คิดว่าจะได้กับเค้าจริงๆ"

บ๊ะ! ส่งไปใบเดียว โคตรโชคดี ..แต่ผมไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่เพราะผมมันเด็กสิงโตน้ำเงิน หะๆ

"แหม ได้สองใบเลย เอาไปดูกับเค้าสิจ๊ะ" พี่อีกคนแซวมัน สงสัยจะหมายถึงสาวมัน แต่มันก็เฉยๆครับไม่ได้ตอบว่าอะไร



"ไปดูด้วยกันปะ.." อยู่ๆมันก็ถามผมหลังเลิกงาน

"แล้วไม่ไปดูกับ.." ผมถามเพราะได้ยินพี่ที่แผนกแซวมัน

"ก็ชวนแกอยู่นี่ไง" ผมว่ามันไม่ใช่คำตอบเท่าไหร่นะ บางทีก็งงๆเหมือนกันเวลาคุยกับมัน แม่งนึกอยากจะพูดอะไรก็พูด อยากจะเปลี่ยนเรื่องก็เปลี่ยน

แต่ที่มันชวน.. ก็อย่างว่าล่ะนะ บอลฟรี ทำไมจะไม่ดู

"เออไปก็ได้..ไปเชียร์ทีมไทยกัน"

"เฮ้ยย.. รอบนี้ขอเชียร์มิลานหน่อยเหอะ" มันพูดเสียงอ่อย แหม่ เด็กเอซีมิลานมาเองทีเดียว


....
...
..
.


วันอาทิตย์ที่ผมนัดกับมันไปดูบอล ประตูเปิด 5 โมงครึ่ง แต่ผมว่าจะเอารถไปเข้าอู่ก่อนซะหน่อย ติดๆดับๆมาหลายวันแล้วตั้งแต่วันที่แบตหมด สงสัยแบตคงจะเสื่อม ..

แล้วไอ้คุณรถมันก็ทรยศผมครับ ..คือสตาร์ทไม่ติดเลย


"เฮ้ย..เทม ดูบอลเสร็จ เดี๋ยวรีบกลับหน่อยนะเว้ย จะเอารถไปดู" ตอนนี้ผมเลยมานั่งปร๋ออยู่หน้ารถมัน เพราะพอสตาร์ทไม่ติดผมก็โทรบอกให้มันมารับ

"อืม.." มันตอบเบาๆ

ไอ้เทมใส่เสื้อเอซีมิลานกับกางเกงบอลเต็มเหนี่ยว เสื้อผ้าหน้าผมพร้อมมาก แตกต่างจากผมที่ใส่เสื้อยืดคอวีธรรมดากับกางเกงยีนส์ เหมือนไปกันคนละงาน


ไอ้เทมมันมาพาผมไปก่อนประตูจะเปิด เลยได้เข้าไปจองก่อนใคร เราเลือกที่นั่งแถวกลางๆสนามครับ มุมดีมาก ..ผมมองไปรอบๆอัฒจันทร์มีฝรั่งตามมาเชียร์เอซีมิลานเยอะเหมือนกัน ใส่เสื้อแบบเดียวกับไอ้เทมมาเป็นกลุ่มเลยก็มี มีกลุ่มคนไทยที่มาเชียร์ทีมไทย เอาธงไทยขึ้นมาโบกก็มี .. จะว่าไปก็ไม่ได้มาดูบอลจริงๆนอกจากในทีวีนานแล้วเหมือนกัน ครั้งล่าสุดรู้สึกจะดูคณะผมแข่งกับคณะเกษตรฯตอนผมเรียนมหาลัยปีสอง หลังจากนั้นก็ผ่านจอร้านเหล้าอย่างเดียว

พอกองเชียร์ทีมไทยที่อยู่อีกฝั่งเป่าแตร ผมก็ตะโกนไปกับเค้าด้วย

"ไทยแลนด์ !! สู้ๆ !!"

เลยเห็นว่าไอ้เทมมันแอบหัวเราะ ..มันคงไม่ทำแบบผมสินะเพราะแม่งเตรียมมาเชียร์มิลาน


"พนันกันปะ" ผมถามมันตอนคนดูเข้ามานั่งเกือบเต็มสนาม

"เอาสิ.. ยังไงว่ามา" ท่าทางมันไม่ยั่นเลยครับ

"ใครแพ้เลี้ยงเหล้า" ผมเสนอ เพราะถึงพนันเป็นเงินก็เอาไปกินเหล้าอยู่ดี

"โอเค..เลี้ยงให้เมาตายเลยนะเว้ย" มันชี้หน้าผมยิ้มๆ

"เอ๊ออ.." ผมรับคำ


หลังจากนั้นก็ถึงเวลาแข่ง พอทีมเอซีมิลานลงสนามเท่านั้นแหละ ไอ้เทมดูตื่นเต้นและร่าเริงขึ้นเยอะเลยครับ คราวนี้ถึงตามันบ้างที่ตะโกนเชียร์ไปกับพวกกองเชียร์ของทีมเอซีมิลาน ..ผมก็ได้แต่มองมันยิ้มๆเพราะไม่เคยได้เห็นมุมแบบนี้ของมัน

แหม่.. ถึงจะไม่ได้ตั้งใจมาเชียร์หรืออะไรเป็นพิเศษ แต่พอดูไปเลือดรักชาติมันก็ขึ้นเหมือนกันครับ ผมกับไอ้เทมเลยผลัดกันตะโกนส่งเสียงเวลาทีมที่ตัวเองเชียร์กำลังจะได้ประตู


แล้ว 45 นาทีแรก เอซีมิลานก็นำไป 2-0 ครับ ..พอช่วงพัก ผมเลยถามมัน

"เฮ้ยถามจริง ดูไปดูมา เลือดรักชาติมันไม่ขึ้นมั่งเหรอวะ"

"เฮ้ยย.. นานๆที ปกติก็เชียร์ทีมไทยแหละ ..แต่นี่มิลานมาถึงนี่เลยนะเว้ย" มันหันมาอธิบาย "รอให้เชลซีมามั่ง เดี๋ยวก็เข้าใจ"
บ๊ะะะ รอบนี้มันเดาถูก ผมเลยเอานิ้วชี้แกล้งทำยิงมันไปที ..ไอ้เทมมันก็ยักคิ้วแบบประมาณว่ากูแน่


"หิวข้าวปะ" มันถามผม

"นิดหน่อย"

"ดูเสร็จไปกินข้าวปะ ..แต่เหล้าแกยังไม่ต้องเลี้ยง ไว้เลี้ยงอาทิตย์หน้า เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปทำงานไม่ไหว" หนอยยย เกมยังไม่ทันจบมันก็หยามผมซะแล้ว

"เฮ้ยๆ เกมยังไม่จบ อย่าเพิ่งบอกว่าใครจะเลี้ยง"

"ของมันเห็นๆ" มันยักไหล่... มั่นใจนักนะมึง


"เอ้อออ !!!!" เสียงผมตะโกนลั่นเพราะทีมไทยทำแต้มขึ้นมาได้ 2-1 ในครึ่งที่สองครับ

อวดดีไปเถอะไอ้เทม คอยดู.. ถ้าไทยชนะจะให้เลี้ยงบลูแท้ให้เข็ดเลย ฮ่าๆ


...
..
..


เสียงกรรมการเป่าหมดเวลาการแข่งขัน ..อยากรู้มั้ยครับว่าทีมไหนชนะ ..

บอกให้ก็ได้.. เอซีมิลาน ชนะครับ .. หน้าผมเสียไปนิดนึง ส่วนไอ้เทมมันก็ระเบิดหัวเราะแบบโคตรอารมณ์ดี

ผมว่าคนที่จะต้องจ่ายค่าบลูต้องเป็นผมแน่ๆ เพราะขนาดร้านอาหารที่ผมเลี้ยงมัน มันยังเคยค่อนขอดว่าถูกไป  ถ้าจะให้เลี้ยงเหล้า ผมว่ามันเรียกร้องเอาบลูแบบที่ผมคิดว่าจะให้มันเลี้ยงชัวร์เลย


"เดี๋ยวอาทิตย์หน้าไว้ค่อยคุยกันนะว่าจะกินเลเบิ้ลตัวไหนดี" มันพูดยิ้มๆแบบสะใจตอนเดินออกมากับผม

"เออ !!" ผมลงเสียงหนักๆใส่มัน  "ไอ้คนไม่รักชาติ!"

"อย่าว่า.. แกชวนพนันเองนี่หว่า" แล้วมันก็หัวเราะอีก

"เออออ !!"


"เฮ้ยๆๆ" พอมาถึงที่จอดรถ อยู่ๆมันก็ล้วงกระเป๋าแบบอยู่ไม่สุข

"อะไร ?" ผมถาม

"แม่งลืมกระเป๋าไว้บนอัฒจันทร์แน่เลย รอก่อนนะ เดี๋ยวไปเอาก่อน"

"เออ เร็วๆ" ผมได้ทีเลยไล่มันบ้าง


ตอนนี้คงประมาณสองทุ่มครึ่งได้ คนดูค่อยๆทยอยเดินกันออกมาจากสนามเรื่อยๆ ..ผมก็มองคนที่เดินสวนออกมากันเป็นกลุ่มหลายคนแบบไม่สนใจมากเท่าไหร่ ..จนกระทั่งเหมือนมีเด็กรุ่นๆเด็กมหาลัยสองกลุ่มที่เดินมาท่าทางแปลกๆ เหมือนจะทะเลาะกันอยู่

แล้วก็มาหยุดยืนทะเลาะกันอยู่หน้ารถไอ้เทมเป๊ะๆ หรือพูดง่ายๆว่าก็ข้างหน้าผมนี่แหละ ..แม่งไปๆมาๆเริ่มผลัก เริ่มอะไรกัน จนคนนึงมากระแทกโดนกระโปรงรถไอ้เทม สัญญาณเตือนดังเลยครับ

ผมก็ถือว่าผมเป็นผู้ใหญ่กว่าเลยเข้าไปห้าม แล้วนี่ก็หน้ารถไอ้เทมด้วย เดี๋ยวมากระแทกมาอะไรรถมันเสียหายผมจะยิ่งซวยอีก ไอ้เจ้าของรถแม่งยิ่งชอบแขวะผมอยู่


"เฮ้ยๆ น้องๆ ใจเย็นๆ" ตอนนี้ทั้งเสียงสัญญาณรถไอ้เทม ทั้งเสียงพวกเด็กๆทะเลาะกันเริ่มดังจนคนที่ทยอยออกจากสนามพากันมองมาทางนี้เป็นตาเดียว

"เพื่อนมันเหรอ ?" ไอ้คนที่ผลักอีกคนล้มมากระแทกรถไอ้เทมหันมาหาเรื่องผมบ้าง .. เอาแล้วไง ไอ้ห่า

"นี่รถพี่" ผมทำใจเย็นเพราะตอนนี้อยู่คนเดียว นี่ถ้าพวกไอ้กิตไอ้พงษ์มาล่ะมึงเอ๊ยยย.. เด็กก็เด็กเถอะ

"รถพี่แล้วทำไมไม่ขับออกไปล่ะครับ" ดูท่าแม่งไม่เชื่อครับ เสือกเอามือมายันประตูรถไอ้เทมขวางผมไว้ด้วย

คือเหมือนตอนนี้มันจะคิดว่าผมเป็นพวกเดียวกับไอ้น้องที่ทะเลาะกับมัน มันคงคิดว่า ถ้าผมเป็นเจ้าของรถจริงทำไมไม่ขับออกไปตั้งแต่แรก มามัวยืนบื้ออยู่นี่ทำไม .. ซึ่งมันก็น่าคิดครับ เพราะถ้าไอ้เบื๊อกเทมไม่เสือกลืมกระเป๋ามันไว้ ป่านนี้ก็ได้ออกไปแล้ว

ผมกับไอ้พวกเด็กเวรนี่มองหน้าแบบจะซัดกันไปพักนึง อยู่ๆเสียงสัญญาณรถก็เงียบ แล้วไอ้เทมก็วิ่งมาขวางตรงกลาง เผชิญหน้ากับไอ้ห่านั่นแทนผม


"อะไรๆ มีอะไร !?" ไอ้เทมมันถามแบบเอาเรื่องกับไอ้พวกนั้นแล้วในมือมันมีกุญแจรถด้วย เลยเครดิตดีขึ้น

"เฮ้ยๆ รถพี่เค้า แม่งไปเหอะ" เพื่อนอีกคนที่อยู่ข้างหลังเลยตบไหล่เรียกให้แม่งออกไป

พวกมันถึงพากันเดินออกไปตีกันมุมอื่น แม่งกากสัส


...
..


"ไปหาเรื่องอะไรมัน" เป็นคำถามที่ไอ้เทมใช้ถามผมตอนขับรถอยู่บนทางด่วน

"หาเรื่องบ้าอะไรล่ะ! มันชกกันแล้วแม่งมาโดนรถแก เลยบอกว่านี่รถพี่" ผมกระแทกเสียงใส่มันนิดนึงเพราะไม่ใช่เรื่องเลยที่มันจะมาโทษผม

"อย่าชวนทะเลาะได้มั้ย"  ไอ้เหี้ยเอ๊ย ..กูควรจะบอกมึงมากกว่า มึงแหละเริ่ม !

"เทม อย่ากวนตีน" ผมพยายามทำใจเย็นเพราะตอนนี้อยู่ในรถมัน เดี๋ยวแม่งไล่ผมลงกลางทางแล้วจะยุ่ง


พอเงียบกันพักนึงมันเลยพูด

"เอาเป็นว่าขอบใจแล้วกันที่ดูรถให้.."


เออ...!!!  ไอ้เปรต !!!








------------------------------------------

*เชิงอรรถ : เหล้าในตระกูล Label มี 5 ตัวค่ะ
ไล่จากที่ราคาถูกสุด ไปที่แพงสุดคือ
- Red Label
- Black Label ( คุณน็อตของเราชอบกินตัวนี้ )
- Green Label
- Gold Label
- Blue Label ( ตัวที่น็อตคิดในใจว่าจะสั่งถ้าชนะพนัน )







ออฟไลน์ nievamor

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
CHAPTER 5



เป็นอันว่าเมื่อวานผมกับไอ้เทมไปหากินข้าวกันจนอู่ปิด ไม่ทันได้เอารถไปให้ช่างดู .. วันนี้เลย..ต้องมารถไอ้เทม  ที่จริงผมจะมาทำงานด้วยรถไฟฟ้าก็ได้ แต่มันเสือกกวนตีนผมดีนัก แถมเพราะมันเป็นคนชวนผมไปดูบอลเลยทำให้เสียเวลาเอารถไปเข้าอู่ เลยใช้มันซะเลย ..ดีที่มันไม่ได้บ่นอะไร


"พัฒนาการเร็วเนอะ" พี่ริเอะแซวตอนเห็นผมกับมันเดินเข้ามาแผนกพร้อมกัน คงเห็นว่าแต่ก่อนตีกันแทบตาย แต่เดี๋ยวนี้มาด้วยกันอะไรงี้มั้ง

"รถผมเสียอะครับพี่" ผมตอบ ส่วนไอ้เทมไม่ได้พูดอะไรแล้วเดินไปนั่งที่มันเฉยๆ

"อ้อ..อาทิตย์ที่แล้ว งานดีมากนะจ๊ะน็อต ลูกค้าฝากมาชม"

"ขอบคุณครับ" ผมยิ้มรับอย่างอารมณ์ดี เป็นการเริ่มต้นทำงานจริงที่ดีทีเดียว


"เอ้อ...ทีมไหนชนะล่ะเมื่อวาน" พี่อีกคนในแผนกถาม

"มิลาน" ไอ้เทมตอบเสียงดังมาจากโต๊ะมัน ภูมิใจนักนะมึง ..ฮึ่มมม..

"โอ๊ยเสียดาย ไทยไม่ชนะเหรอ" พี่ผู้หญิงอีกคนพูด

"ไทยอ่อยให้ไงพี่ เค้ามาไกล" ผมบอก ไอ้เทมเลยสวนขึ้นมา

"เชลซีมามันไม่พูดงี้แน่พี่"


จะว่าไปเมื่อวานมันเดาถูกว่าผมชอบเชลซี ไม่รู้เดาถูกได้ไงต้องถามซะหน่อย

"เออ.. รู้ได้ไงว่าฉันชอบเชลซี"

"ก็ดูลักษณะเอา ไม่รู้ว่ะ.." มันตอบแบบไม่มองหน้าผม

"ลักษณะยังไง"

"ก็..หน้างี้ไม่น่าดูบอลชาติอื่นที่ไม่ใช่อังกฤษ แล้วไม่ใช่เด็กผีชัวร์ เพราะงั้นถ้าไม่ใช่เด็กหงส์ก็น่าจะเด็กสิงห์" มันดูยังไงของมันวะ

"แล้วทำไมไม่ทายว่าอาร์เซนอล"

"เพราะไม่น่าใช่อาร์เซนอลไง"

มึนมั้ยครับคำตอบมัน.. ไม่เห็นจะมีเหตุมีผลตรงไหน  แต่คงไม่ถามแม่งเพิ่มแล้ว ป่วยการเปล่าๆ


พอเลิกงาน ไอ้เทมก็ต้องเป็นสารถีให้ผมอีก รู้สึกว่าช่วงหลังๆนี่ตัวติดกับมันยังไงชอบกล จนเพื่อนผมเริ่มโทรตามเพราะเห็นหายไปไม่สังสรรค์เลยคิดว่าตายไปแล้ว ..ผมเป็นคนติดเพื่อนนะ เคยบอกแล้วใช่มั้ย.. แต่มันเสือกมีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมต้องตัวติดกับมันเนี่ยแหละ ซึ่งก็ถือว่ามันเป็นเพื่อนคนนึงแทนไปก่อนแล้วกัน

และเนื่องจากมันยังทำตัวกวนตีนผมไม่เลิก (นิสัยส่วนตัวมันคงเป็นคนแบบนี้เอง แต่ผมไม่ชิน) ผมก็เลยว่าจะให้มันเป็นสารถีผมซักอาทิตย์นึงเต็มๆท่าจะดี ค่อยหาซ่อมรถวันศุกร์เย็น

"ได้มั้ย ?" ผมถามตอนนั่งอยู่บนรถมันขากลับจากทำงาน

"แล้วถ้าวันไหนแกตื่นสายทำฉันสายไปด้วยล่ะ" มันย้อนถาม

"ฉันเคยไปสายเหรอวะ มีแต่แกนั่นแหละเช้าเกินบ้านเกินเมืองเค้า" เป็นเรื่องจริงนะครับ
 
"แต่ถ้าวันไหนแกสายซะเองก็รีบโทรบอกเลย จะได้นั่งรถไฟฟ้าไป" ผมพูดไปงั้นเอง เพราะเท่าที่ทำงานกับมันมาสองเดือนกว่าๆ มันไม่เคยมาหลังผมเลยแม้แต่วันเดียว

"อืม.." มันตอบเฉยๆไม่เถียงกลับครับ

แล้วมันก็พาผมไปกินข้าวเย็น

ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ไปดูบอลจนถึงวันพุธ ผมเห็นหน้ามัน กินข้าวกับมันตลอดเช้าสายบ่ายเย็น ยังกะคู่แต่งงานใหม่ ! ..แปลกดีเหมือนกันที่ตอนมารับมันไม่บ่นผมซักคำว่าทำให้มันช้า ..คือผมเดาเอาเองว่าคนปากเสียอย่างแม่งน่าจะมีบ่นๆบ้าง ถึงผมจะไม่ได้ช้าอะไรแต่มันก็ต้องมารอแล้วค่อยไปทำงานพร้อมกัน .. แต่ก็ไม่มีบ่นซักแอะ

แต่จริงๆผมก็เดาใจแม่งไม่ค่อยถูก ไอ้เรื่องสมควรบ่นไม่บ่น ทีไอ้เรื่องไม่เป็นเรื่องนี่เสือกบ่นผมจัง !



"เทม มานี่ดิ๊" ผมเรียกให้มันมาช่วยเพราะปรับปรุงฐานข้อมูลของโปรแกรมไม่ได้ แต่คราวนี้มันเลื่อนเก้าอี้ของมันมาเร็ว เร็วจนกระแทกเอาเก้าอี้ผมเลื่อนออกเลย ..อาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้ แต่ผมจะไม่ถือสาอะไรก็แล้วกัน

ผมต้องเลื่อนเก้าอี้กลับมาอยู่ตรงหน้าจอเหมือนเดิม แล้วนั่งดูมันแก้ให้ ..มันไม่ค่อยพูดครับเวลาช่วย มันจะทำให้เลยแล้วให้ผมดูเอาเอง พอมันปรับปรุงฐานข้อมูลโปรแกรมไปได้ซักพักถึงหันหน้ามามองผม

"เข้าใจมั้ย ?"

แต่ผมกำลังยื่นหน้าเข้าไปดูให้ใกล้จอพอดี พอหันหน้าไปจะตอบถึงเพิ่งเห็นว่าหน้ามันอยู่ใกล้แค่คืบ

..ทั้งผมทั้งมันเลยนิ่งกันไปหน่อยนึง


แล้วมันเลยถอยเก้าอี้ออก


"เข้าใจมั้ย" มันถามย้ำ

"เข้าใจอยู่" ผมตอบแล้วก็หันไปมองหน้าจอต่อ "ขอบใจมากเว้ย"

มันก็เลื่อนเก้าอี้กลับไปที่มุมของมันครับ


"ไปชงกาแฟให้แก้วนึง.." แล้วมันก็สั่งเหมือนเดิมทุกวัน


ผมจะถือซะว่ากาแฟแลกแก๊สที่มันต้องขับมาส่งทั้งอาทิตย์แล้วกัน

...
..
..
.

แล้ววันศุกร์ก็มาถึง ไอ้เทมมันเลยทวงหนี้พนันบอลทันทีพอเลิกงาน ผมว่าจะให้อู่มาเอารถไปดูก่อน มันเลยพาผมมาส่งที่คอนโดแล้วนั่งรออยู่ด้วย

ไอ้เทมมันเคยมารับมาส่งผมที่หน้าคอนโด แต่ไม่เคยเข้ามาเลยซักครั้ง วันนี้เป็นวันแรก พอเข้ามาแม่งก็เดินสำรวจเลยครับ ผมก็ไม่ค่อยใส่ใจอะไรแม่งมาก อยากดูอะไรก็ดู ..จนเจ้าของอู่ที่รู้จักกันมาลากรถไปให้ แล้วบอกว่าวันอาทิตย์จะเอามาส่ง


"ไม่มีเพื่อนมีฝูงมั่งเหรอวะเทม" ผมถามมันเพราะนึกถึงพวกไอ้บอสขึ้นมา ปกติผมจะเจอกับพวกมันตลอด แต่ช่วงหลังๆแม่งเจอแต่หน้าไอ้บ้านี่

"คิดถึงเพื่อนก็พาเพื่อนไปด้วยดิ" มันไม่ตอบคำถามผมอีกแล้ว ..ซึ่งผมก็ควรจะชินได้แล้วว่าไม่ควรคาดหวังคำตอบอะไรจากมัน บางทีอยากตอบแม่งคงตอบเอง

แต่จริงๆแล้วพาเพื่อนไปด้วยก็ดีเหมือนกัน จะได้รู้จักกันไว้ เผื่อวันหน้าวันหลังเพื่อนผมมาสมัครงานที่เดียวกันจะได้มีเส้นมีสายกับไอ้เทม ฮ่าๆ


คราวนี้พวกเพื่อนผมมาครบเซ็ทครับ ไอ้ตูมก็มาด้วย คงจะหายเฮิร์ทแล้ว .. พวกผมไม่ค่อยกินเหล้าหัวค่ำก็เลยไปเล่นสนุ๊กเกอร์ด้วยกันก่อน

ไอ้เทมมันเทพของมันเหมือนกัน เพราะทำแต้มนำพวกผมทั้งหมดเลย

"โหห เซียนว่ะ" ไอ้กิตชมไอ้เทม

มันเลยแค่เลิกคิ้วยิ้มๆ


"นี่รู้จักกันมานานแล้วเหรอ" ไอ้เทมถามพวกผม

"ก็กลุ่มเดียวกันตอนมหาลัยอะ" ผมตอบ

"ไอ้เหี้ยน็อตแม่งเรียนโคตรเก่งเว้ย" ไอ้บอสเอามือมาขยำหัวผม "เห็นหน้าเงี้ยได้เกียรตินิยมอันดับสองนะ"

ผมเลยแกล้งยักไหล่แบบอวดๆ ..ไอ้เทมมองหน้าผมแล้วยิ้ม

"เหรอ..ไม่น่าเชื่อ" ต่อหน้าเพื่อนผมมันยังกล้ากวนตีนผมอีก เชื่อเค้าเลย

ส่วนพวกเพื่อนแม่งก็ไม่ได้คิดจะเข้าข้างกันเล้ยยย ..หัวเราะใส่เฉยเลยครับ


รถเพื่อนผมมันนั่งกันมาสี่คนแล้ว ผมเลยนั่งรถไอ้เทมไปต่อที่ผับเหมือนเดิม

"เพื่อนแกเฮฮาดีว่ะ" ไอ้เทมพูด

"เออ" ผมตอบยิ้มๆ

"น่าจะมาทดลองงานที่บริษัทเรานะ ไม่งั้นบริษัทเราคงไม่ต้องรับแกอะ" ดูปากมันครับ.. นี่ถ้ามันไม่เคยทำดีกับผมสุดชีวิต ผมคงคิดว่ามันเกลียดผมโคตรๆมาตั้งแต่ชาติปางก่อน

"พูดดีๆกันซักวันแม่งจะตายมั้ยวะ" ผมไม่ได้หัวเสียอะไรนะครับ แค่พูดเล่นกับมันไปเฉยๆเพราะผมรู้อยู่ว่านิสัยคงเปลี่ยนยาก

พอได้ยิน ไอ้เทมเลยหันมองหน้าผม ..แต่มองนานไป ผมเลยต้องสั่งให้มันดูทาง เดี๋ยวจะตายห่ากันก่อนได้กินเหล้า



"มึงไม่เลี้ยงกูด้วยเหรอวะไอ้น็อต" ไอ้พงษ์แกล้งถามพอไปถึงร้าน

"เห่ยยย.. แค่ไอ้เทมกูยังไม่รู้ว่าจะเลี้ยงพอมั้ยเลย" ผมพูดหัวเราะๆ

"อาไร้ ท้าพนันแล้วไม่มีตังค์เลี้ยง" ไอ้เทมหันมาทำหน้าสงสารใส่ "งั้นกินแค่แบล็คนี่แหละง่ายดี"

ค่อยโล่งงงง..หน่อย แต่สงสัยว่าเพราะพวกเพื่อนผมมาด้วยมั้งมันเลยไม่กล้าสั่งอะไรประเจิดประเจ้อนัก


ผมพยายามจะไม่กินเยอะ เพราะเดี๋ยวไอ้เทมจะรู้ว่าผมคออ่อนแล้วจะหาเรื่องเอาไปกระแนะกระแหนอีก ..

แต่ก็กระไร.. มันอยู่ในบรรยากาศ อยู่ในผับ อยู่กับเพื่อน ..ใครแม่งจะกินแค่แก้วสองแก้วไหวล่ะครับ ไอ้หอกเทมนี่ก็ตัวดีเลย แดกฟรีแล้วเสือกคึก เดี๋ยวชน เดี๋ยวชน อยู่นั่นน่ะ ..ไม่นานผมเลยเมาจนได้

ผมรู้สึกตัวลางๆว่าไปยืนเต้นๆอยู่กับใครซักคน แต่เมาจนภาพมันติดๆดับๆเลยไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ คิดว่าคงจะเป็นสาวๆสวยๆในผับซักคนนั่นแหละ เต้นไปเต้นมาก็มีคนเอาแก้วเหล้ามาให้เพิ่มอีก ก็กินนนน ...จนสติหายไปหมดเลยครับวันนั้น ใครแม่งมากระทืบก็คงไม่เจ็บแล้ว เพราะไม่รู้สึกตัว..


ผมตื่นมาอีกทีก็เห็นตัวเองนอนถอดเสื้ออยู่บนเตียง .. เตียงใครไม่รู้ ..ตอนนี้ยังไม่สนใจเพราะคลื่นไส้อยากอ้วกมาก ผมวิ่งเข้าห้องน้ำไปอ้วกลงชักโครกทันที

"เฮ้อออ.. อ้วกแตกใส่เสื้อตัวเองเมื่อวานแล้วยังไม่หมดอีก" เสียงไอ้เทมดังมาจากข้างหลัง แล้วมันก็มาลูบหลังไล่อ้วกให้

พออ้วกจนหมดไส้หมดพุงก็หมดแรง ผมเลยบ้วนปากแล้วไปนอนต่อ ไอ้เทมก็ไปเอายาแก้เมาค้างให้กิน แล้วผมก็นอนหลับไปอีก เป็นแบบนี้ทุกทีเวลากินเหล้าหนักๆ อ้วก นอน ตื่นมาก็อ้วกอีก ปวดหัว กินยา แล้วก็นอนต่อ ..นี่แหละชีวิต ฮ่าๆ


ผมตื่นมาอีกทีประมาณ 6 โมงกว่าๆน่าจะได้ สงสัยเมื่อคืนจะจัดหนักมากจริงๆ นี่ขนาดเป็นคนจ่ายค่าเหล้าส่วนของสองคนด้วยนะ ..แต่จะว่าไป เมื่อวานแม่งเมามากจนไม่รู้ว่าจ่ายตังค์กันตอนไหน กลับตอนไหน ใครพากลับ ... ตอนนี้ก็ยังมึนๆว่าอยู่ที่ไหน

ผมไปล้างหน้าล้างหน้าตาในห้องน้ำ แล้วพอส่องกระจกถึงเพิ่งเห็นว่าผมใส่เสื้อยืดสีเทาของใครอยู่ก็ไม่รู้ ..แม่งใส่ตอนไหนก็ไม่รู้ เพราะเมื่อสายที่ลุกมาอ้วกจำได้ว่าไม่ได้ใส่เสื้อ

พอล้างหน้าล้างตาเสร็จ ผมก็เดินออกจากห้องนอนไปที่ห้องรับแขก ..บ้านหลังนี้ผมไม่คุ้นเท่าไหร่ ไม่ใช่บ้านพวกเพื่อนผมแน่นอน ..ไม่งั้นก็คงบ้านไอ้เทม


"ตื่นแล้วเหรอ นอนหยั่งกะตายงั้นน่ะ" ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงมันร้องทัก

"บ้านแกเหรอวะ" ผมถามพลางนวดขมับที่ปวดหนึบไปด้วย

"คิดว่าบ้านใครล่ะ"  เพิ่งเห็นว่ามันกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่  "..เสื้อที่แกใส่ก็เสื้อฉัน"

เออว่ะ..คิดอยู่ว่าเมื่อวานผมไม่ได้ใส่เสื้อตัวนี้ไปเที่ยว ..จริงๆแล้วเมื่อสายก็ไม่ได้ใส่เสื้อด้วย


"เสื้อฉันล่ะ ?"

"เปื้อนอ้วก เลยทิ้งไปแล้ว"

"ไอ้ห่า!!! เสื้อ Thom Browne  เลยนะเว้ยเฮ้ยยย!!!" ตัวนี้ซื้อตอนจะขอแอมแต่งงาน ตัวเป็นหมื่น ไม่ใช่เล่นๆนะนั่น !!

ผมแทบจะเข้าไปบีบคอไอ้หอกเทมซะเดี๋ยวนั้น

"ตกใจเว่อร์ไปปะ" มันกลับตอบหัวเราะๆ "ซักแล้วแขวนไว้อยู่ข้างบนนั่น พรุ่งนี้เช้าคงแห้ง"

โว้ยยยย !! ไอ้ห่า .. ใจหายหมด !!



"จะกินข้าวมั้ยแกอะ" มันถามผม

"กินก็ได้"

"ตื่นมาก็จะกินเลยรึไง"

หมดคำพูดกับไอ้เบื๊อกนี่จริงๆ...

"ไม่กวนตีนได้มั้ยวะเทม"

"จะกินก็ไปเอาจานมาดิ" แต่แม่งเหมือนไม่ฟังที่ผมพูดเลย

ผมเรียนรู้ว่าไม่ว่าจะพูดอะไร ไอ้หอกนี่ก็จะหาเรื่องกวนตีนและขัดคอผมอยู่เรื่อย ผมเลยตัดสินใจเงียบ แล้วตั้งหน้าตั้งตาแดกอย่างเดียว


"เป็นไรทำไมเงียบ ไม่อร่อยเหรอ" มันถาม

"ก็อร่อยดี"

"แล้วทำไมเงียบ เป็นไร" ดูเอาเถอะ ขนาดเงียบก็ยังผิดอีก

ผมเลยหาเรื่องคุย

"แกเอาเสื้อมาใส่ให้ฉันเหรอ"

"อืม" มันก้มหน้ากินต่อแบบไม่ค่อยใส่ใจ

"แถมถอดเสื้อไปซักให้ด้วย ..อะไรจะดีขนาดนี้" ผมทำน้ำเสียงประชดแม่งไปนิดนึง แกล้งมันคืน ..กวนตีนผมดีนัก

มันก็ไม่ได้ตอบอะไร ไม่รู้ว่าแอบเขิน หรือรำคาญ แต่ก็ช่างแม่ง เวลามันเงียบๆนี่แหละดีที่สุดแล้วสำหรับผม


แต่พอมันเงียบนานไปก็เริ่มตะหงิดๆเหมือนกัน คนเราแม่งจะต่างคนต่างกินได้ขนาดนี้เลยเหรอ ..ผมพูดไม่ถูกหูรึไงวะ

"เฮ้ยย.. ล้อเล่น โกรธเหรอ" ในที่สุดผมก็ต้องเป็นคนยอมอีกแล้ว

"เปล่า จะโกรธทำไม" มันเลยเงยหน้ามามอง

บางทีผมก็ไม่เข้าใจมันเหมือนกัน เหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลาแล้วก็ไม่ค่อยแสดงออก เวลาใครถามอะไรก็ไม่ค่อยตอบ นึกจะกวนตีนก็กวน นึกจะเงียบก็เงียบ ..ก็ไม่รู้แม่งเป็นอะไรของมัน

แต่รู้อย่างเดียวแค่นั้นว่ามันโคตรจริงใจ

จะคบเพื่อนซักคน บางทีเราก็ต้องปล่อยๆนิสัยส่วนตัวของมันไปบ้าง ..ถ้าจะว่าไป พวกเพื่อนผมมันก็มีนิสัยส่วนตัวบางอย่างที่ไม่ค่อยถูกใจผมเหมือนกัน ผมเองก็คงจะมีส่วนที่พวกมันคิดว่าไม่ค่อยเวิร์ค ..แต่เราก็คบกันได้ ก็เป็นเพื่อนซี้กันมา 6-7 ปีแล้ว

...ไอ้บ้าเทมนี่ก็คงเหมือนกัน

ผมนึกไปก็ยิ้มน้อยๆออกมาเอง พอมันหันมาเห็นก็ถามอีก


"เป็นไร ยิ้มทำไม"


..
..
..
.


"กินบ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ล้างจานไปเลย" มันสั่งตอนผมยกถ้วยชามที่กินเสร็จมาที่ซิงค์ล้างจานในครัวมัน

"เอออ.."


"เฮ้ยเทม เมื่อวานใครจ่ายวะ เพื่อนฉันเหรอ" ผมถามเพราะนึกขึ้นได้ว่าผมยังไม่ได้จ่าย (อย่างน้อยก็จำได้ว่าตอนไม่เมายังไม่ได้จ่าย)

"เพื่อนแกกับฉันช่วยกันออก ..แม่งใครวะบอกคนแพ้พนันจะเลี้ยง"

"ก็เมานี่หว่า ไม่รู้เรื่อง.. เท่าไหร่อะ เดี๋ยววันนี้จ่ายให้" ผมล้างจานไปก็คุยกับมันไป

"พันสอง"

"เฮ้ยถูกไป.. แสดงว่าต่อคนเหรอ ..สองคนก็สองพันสี่ใช่มั้ย"

"ยังไม่ต้องเลี้ยงหรอกมันถูกไป ครั้งนี้ฉันจ่ายเอง วันหลังค่อยเลี้ยง" ดูมัน

"เฮ้ยยย แค่นี้ก็พอแล้วมั้ง มาหยิบเอาตังค์ไปเลยในกระเป๋ากางเกงเนี่ย สองพันสี่ ..ตอนนี้มือไม่ว่าง"

มันเลยเดินมาข้างหลังแล้วเอามือมาล้วงกระเป๋ากางเกงด้านขวาผม

"ไหนวะ"

"อยู่ข้างหลังง" ผมเลยต้องบอกมัน

มันเลยรีบเอามือออกจากกระเป๋ากางเกง แล้วเลิกเสื้อผมหยิบกระเป๋าตังค์จากกระเป๋าด้านหลัง

"สี่พันแปดใช่มั้ย" มันว่า

"เอาที่ท่านสบายใจครับผม"

ผมไม่รู้หรอกว่ามันหยิบไปเท่าไหร่ แล้วพักนึงมันถึงเอามายัดไว้ที่กระเป๋าด้านหลังผมคืน

พอล้างจานให้มันเสร็จ ผมก็เลยไปอาบน้ำบนห้องที่ผมนอน ระหว่างที่อาบน้ำได้ยินเสียงมันตะโกนว่า

"ถ้าอาบน้ำเสร็จแล้วอยากขึ้นไปบนดาดฟ้าก็ไปนะเว้ย"


พออาบน้ำเสร็จผมก็ใส่ชุดเก่านี่แหละครับ คือเสื้อยืดมียี่ห้อของไอ้เทมกับกางเกงของผมเอง ..แล้วเลยลองเดินขึ้นไปดูบนดาดฟ้ามันซะหน่อย

ขึ้นไปก็เห็นว่ามันนั่งเอนอยู่บนเก้าอี้พับชายหาดหันหน้าไปทางตึกอีกด้าน แล้วมันก็กางเก้าอี้อีกตัวนึงเผื่อไว้ให้แล้ว ..เพิ่งเห็นว่าที่ข้างตัวมันมีเบียร์หลายกระป๋องใส่อยู่ในถุง ..คงเอาเงินผมเมื่อกี๊ไปซื้อมามั้ง

ผมเลยลองเช็คดูว่ามันเอาไปกี่บาท ปรากฎว่าเงินหายไปแค่พันสอง

ผมเดินเข้าไปตบไหล่มันทีนึงให้รู้ว่าผมมาแล้ว แล้วก็อ้อมหน้ามันไปนั่งกึ่งนอนบนเก้าอี้พับอีกตัว


"เมาง่ายนะแกอะ เมื่อวานกินไปไม่เท่าไหร่เอง" มันพูดกับผม

"งั้นมั้ง"

"วันนี้กินเบาๆละกัน" เบาแต่เอาเบียร์มาประมาณ 6 กระป๋อง ..แค่กระป๋องเดียวกูก็ตึงๆแล้วครับพี่

ไอ้เทมมันหยิบเบียร์กระป๋องนึงมายื่นให้

ผมรับมาเปิดกิน ..อาา.. นอนพักผ่อนสบายๆกับเบียร์เย็นๆ นี่ถ้าข้างหน้าเป็นทะเลซะหน่อยล่ะแจ่มเลย แต่เผอิญว่าฟ้ามันมืดเห็นแต่แสงไฟจากตึกสูงๆ มองยังไงก็ไม่ใช่ทะเล มองยังไงก็วิวกรุงเทพฯ


"เฮ้ย แค่อึกเดียว อย่าเพิ่งเมา" มันทักมาทำลายบรรยากาศที่ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้วหายหมด

"ยัง ไอ้บ้า"

"เห็นเงียบไป"

ผมเลยหันมองหน้ามัน ถึงเห็นว่ามันมองหน้าผมอยู่แล้ว


บางทีผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผมกับมันชอบเงียบมองหน้าแล้วใช้สายตาคุยกันนัก ..ซึ่งถามว่ารู้เรื่องมั้ย ผมไม่รู้เรื่อง ..แต่ก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ค่อยถูกกันแล้ว

ไม่รู้แม่งจะคิดเหมือนผมอยู่รึเปล่าว่ามันไม่รู้เรื่อง เลยหันกลับไปกระดกเบียร์ลงคอต่อ ..ผมก็ไม่อยากน้อยหน้าครับยกเบียร์ขึ้นมาซดเหมือนกัน

เห็นเงียบไปเลยหันไปดูมันอีกที ของมันหมดหนึ่งกระป๋องแล้ว กำลังเปิดกระป๋องที่สองเลย

"ชอบเบียร์ยี่ห้ออะไร" มันชวนคุยก่อนจะยกเบียร์กระป๋องที่สองขึ้นจิบต่อ

"ไม่รู้ว่ะ ช่วงหลังๆไม่ค่อยกินเบียร์ ..แต่ถ้าถามก็ สิงห์นี่แหละมั้ง เป๊ะสุด"

"แบล็คเท่านั้นใช่มั้ย" มันถามหัวเราะๆ

"เออ.." ผมตอบยิ้มๆบ้างก่อนจะถามมันกลับ "แกอะ ?"

"เหล้าหรือเบียร์ ?"

"ก็ทั้งสอง"

"สิงห์ก็โอนะเว้ย แต่ชอบสุดก็เบียร์สด ..ส่วนเหล้าก็มีแบล็คเป็นที่หมายเหมือนกัน ในกรณีจ่ายเอง" มันหันมายิ้มๆกับผม

ไม่รู้ว่าผมเริ่มตึงๆหรือมันมืดเลยตาฝาดอะไรรึเปล่า แต่ผมว่าหน้ามันแดงๆเหมือนคนเมา ทั้งๆที่กินแค่เบียร์


ผมเพิ่งนึกได้อีกรอบว่ามันเอาเงินไปแค่พันสอง ทั้งๆที่มันควรจะเอาไปสองพันสี่เพราะผมแพ้พนันแล้วต้องเลี้ยงมัน ผมก็เลยหยิบกระเป๋าตังค์ออกมาจะจ่ายให้มันเพิ่ม ..พอมันหันมาเห็นเลยเอามือมายันไว้

"ฉันเอามาแล้วไง"

"แกเอาไปไม่ครบนี่หว่า"

"เออน่ะ..ไว้รอบหน้าค่อยเลี้ยง ได้จ่ายอยู่หรอกไม่ต้องห่วง" แล้วมือขวามันก็จับมือผมไว้อย่างนั้นพักนึงถึงปล่อย

พอกระป๋องแรกของผมหมด ผมก็ไม่ยอมน้อยหน้ามันครับ ขอกระป๋องที่สองต่อเลยถึงจะเริ่มตึงๆแล้วก็เหอะ


"ว่าจะถามนานแล้ว วันที่น้องกรีนไปเที่ยวกับแกอะ มีอะไรกันปะวะ" นี่แหละครับผู้ชาย มันอดสงสัยไม่ได้จริงๆเรื่องอย่างนี้

มันเลยหัวเราะนิดหน่อยแล้วบอก "ไม่.. จะบ้ารึไง"

"เอ้า.. ก็ไม่รู้เว้ย เผื่อ"

"ไม่ๆ ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น กินไปนิดหน่อยแล้วก็พาไปส่งบ้าน"

"บ๊ะ สุภาพบุรุษ" ผมเริ่มมึนขึ้นเรื่อยๆแต่ก็ยังพอรู้ตัวอยู่ว่าผลักไหล่แซวมันไปเบาๆ หลังจากกระป๋องที่สองของผมหมดแล้ว

ผมเห็นมันมองหน้าผมยิ้มๆแล้วก็กินต่ออีกหน่อยนึง


"อยากรู้ว่าทำไมน้องเค้าถึงเปลี่ยนใจไปหาแกเร็วนัก ไปเที่ยวกันวันเดียวไปนั่งเล่นกับแกแทนฉันซะแล้ว" ผมพล่ามต่อด้วยความมึน แต่ยังไม่เมานะครับสาบาน...มั้ง

"อ๋อ..ใช่ น้องกรีนชอบแก"  มันว่า  "อยากรู้เหรอว่าทำไมถึงเปลี่ยนใจเร็ว"

"เออดิ ..งงเลยครับผม"


"วันที่ฉันชวนน้องเค้าไปช็อปปิ้ง ฉันบอกน้องว่าอย่าไปยุ่งกับแก"

"อ้าว..แล้วเค้าฟังแกเหรอ" ยิ่งทิ้งระยะ ยิ่งมึนครับ แอลกอฮอล์นี่ร้ายจริงๆ

"เค้าก็ถาม.." มันหยุดพูดแล้วกระดกเบียร์กระป๋องที่สองในมือมันให้หมด

"ถามว่า ?"


มันเว้นช่วงไปนิดนึงก่อนจะบอก


"ถามว่าฉันจะเอาแกไว้เองรึไง"


"เฮ้ยย.." ผมหัวเราะลั่น "แล้วแกว่าไงล่ะ"


ตอนนี้เราสองคนนอนบนเก้าอี้พับมองหน้ากัน ไอ้เทมไม่ได้ตอบแต่อยู่ๆก็เอาหน้าเข้ามาใกล้ผม ..ด้วยความที่ยิ่งนานยิ่งมึน ผมเลยไม่หลบ


แล้วมันก็.. จูบผมครับ


ผมยิ่งมึนไปใหญ่เลยหลับตา .. โรแมนซ์มากเหมือนกัน ผู้ชายสองคนจูบบดปากกันบนดาดฟ้ายามราตรี


แล้วพักนึงมันก็ถอนริมฝีปากออก ผมเลยได้กลับมาลืมตามองหน้ามัน  ..มันไม่ได้สนใจมองผมเพราะเห็นมันยกเบียร์กระป๋องที่สามขึ้นมากินต่อนิดนึงก่อนจะวางไว้ แล้วถึงลุกออกไป

เมื่อกี๊นี้มันเหมือนฝันนะ ..แต่ผมว่าผมก็ยังไม่ทันเมา...มั้งนะ ..

แต่ไม่รู้ว่ามันน่ะเมาอะไรมารึเปล่า

ผมเมาง่ายกว่ามันเยอะ เบียร์สองกระป๋องที่จริงก็ยังไม่ทันเมามากหรอก .. เมื่อกี๊ของมันก็เพิ่งหมดกระป๋องที่สองไปนี่หว่า ..แม่งก็ไม่น่าจะเมานะ


แต่เอ๊ะ ..ที่ผมคิดแบบนี้ เพราะผมพยายามจะคิดว่ามันไม่เมารึไงวะ.. !

แล้วกูคิดเยอะขนาดนี้ได้ ตกลงกูเมามั้ยวะเนี่ย !?








ออฟไลน์ nievamor

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
CHAPTER 6



"วันศุกร์มึงเรื้อนมาก แม่งจะไปไล่จูบสาวๆทั่วผับ" เสียงไอ้กิตบอกผมทางโทรศัพท์ถึงพฤติกรรมที่ไม่ได้อยู่ในความทรงจำของตัวผมเองแม้แต่น้อย

"พวกกูนี่กลัวกันมากว่าแฟนเค้าจะมาเหยียบมึง ดีที่เพื่อนมึงเข้าไปช่วยดึงมึงออกมา" มันคงหมายถึงไอ้เทม

"แล้วมึงก็เรื้อนต่อ เอาแขนโอบรอบคอเพื่อนมึง โรแมนซ์มากทีเดียว" ไอ้กิตยังมีกะใจล้อเล่น

"แล้วไอ้เทมทำไง ?"

"มันก็ยิ้มๆ ไม่ได้ถือสาอะไรมึง พวกมึงก็เต้นกันต่อ"

ใจจริงผมอยากจะถามมากว่าวันที่ผมเมาน่ะไม่ได้มีฉากโรแมนติก-อีโรติกอะไรเกิดขึ้นระหว่างผมกับไอ้เทมมากมายใช่มั้ย ..ตอนนี้ผมคิดหลายเรื่องอีกแล้ว ผมกำลังสับสนแต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไง


"มึงเมาปะวันนั้น" ผมถามไอ้กิต

"เฮ้ย ไม่เมาดิ กูเป็นคนขับ กินไปแก้วเดียว พวกไอ้บอสก็แค่มึนๆ แค่ประมาณคนละเจ็ดแปดแก้ว ..มีแต่มึงแหละเจ็ดแก้วก็รั่วกู่ไม่กลับแล้ว" เออ กูรู้ตัวเองอยู่


"เฮ้ยกิต เบียร์สองกระป๋องมึงยังไม่เมาใช่มั้ย"

"โอ้ยย ยัง.. ต้องห้าหกนู่นแหละ ถึงเริ่มตึงๆ" มันบอก "แต่ถ้าเป็นมึงก็น่าจะเริ่มแล้วนะ สองกระป๋อง"


"กิต..."

"เออ อะไร"


"ถ้ามึงยังไม่ทันเมา มึงจะ..จูบผู้ชายด้วยกันไหวมั้ยวะ"..


ผมก็ไม่แน่ใจว่าทำไมผมไม่โกรธที่ไอ้เทมมันจูบผมเมื่อวาน แต่ผมกำลังงงๆมากกว่า.. ผมรู้ว่าคนเมาหรือมึนๆเบลอๆมันทำอะไรบ้าๆได้ตลอด ไอ้ที่แบบว่าตอนไม่เมานี่สั่งยังไงก็ไม่ทำ พอเมาแล้วทำได้ทั้งนั้นก็เห็นมาเยอะแยะ ..ตัวผมเองก็ยังเป็น

แล้วบางครั้ง ผู้ชายแม่งก็นึกสนุก เวลาบรรยากาศมันเป็นใจอะไรแบบนั้นด้วย ..ผมว่าผมเข้าใจตรงนี้ .. แต่ถ้าบอกตัวเองว่าเข้าใจจริงๆ ผมก็ไม่รู้ทำไมผมถึงจะต้องวิ่งโร่ถามเพื่อนด้วย

ผมอยากได้ยินคำตอบว่าอะไรกันแน่ ..



เมื่อวานหลังจากที่มึนๆแล้วรู้สึกตัวว่าจูบกับไอ้เทม ..ไม่ใช่สิ เรียกว่าถูกไอ้เทมจูบมากกว่า ผมก็หยิบเบียร์มันมากินอีกกระป๋องให้แม่งมึนๆหลับไปจะได้ไม่คิดอะไรมาก แต่เช้าวันนี้ ตื่นมาเห็นมีผ้าห่มทับอยู่บนตัว ผมยังอยู่บนเก้าอี้พับบนดาดฟ้าบ้านไอ้เทมนั่นแหละ ..ส่วนไอ้เทมก็นอนอยู่บนเก้าอี้พับตัวข้างๆเหมือนกันกับผ้าห่มอีกผืน

ผมเห็นกระป๋องเบียร์เปล่าวางอยู่ข้างๆมันสามกระป๋อง ของผมก็สาม ..ว่ามันเอามาเยอะ แต่ก็พากันกินหมดจนได้


เมื่อเช้านี้ผมนอนมองหน้าไอ้เทมเพราะผมตื่นก่อน.. มัน.. รู้สึกยังไงก็ไม่รู้บอกไม่ถูก ..แต่ผมก็ไม่อยากคิดอะไรมากก็เลยลุกขึ้นมา หยิบเสื้อตัวเองที่มันซักตากไว้ให้ แล้วปลุกมันให้พามาส่งที่คอนโด ..ตลอดทางมันไม่ได้พูดอะไร สงสัยยังง่วงอยู่

พอกลับมาถึงคอนโดผมก็โทรหาไอ้กิต.. เลยได้บทสนทนาข้างบน



"ทำไมถึงถามอะ .. อย่าบอกนะว่ามึงกับเพื่อนมึง.." ผมรู้ว่าไอ้กิตจะพูดอะไรก็เลยแทรกขึ้นมาก่อน

"เฮ้ยย ..ไม่ใช่อย่างงั้น" ผมปฏิเสธทั้งๆที่ก็เป็นเรื่องจริง

"แต่กูคิดอยู่นะว่าทำไมแม่งช่วยมึงแบบเว่อร์มากอะ มันคิดอะไรกับมึงรึเปล่า"

"มึงว่ามันเหมือนเกย์มั้ยล่ะ" ผมถามความเห็นไอ้กิต

"ถ้าถามกู กูก็ว่าไม่เหมือนว่ะ ..แต่ไม่รู้ กูไม่ได้เป็นเกย์ ไม่ใช่ผีเลยมองผีไม่ออก" ไอ้กิตยังพูดหัวเราะๆแบบเห็นเป็นเรื่องขำๆ

แต่ผมก็ว่าไม่เหมือน ..ไอ้เทมมันเป็นผู้ชายแท้ๆเลย ถ้ามันเป็นเกย์ ผมว่าสังคมเกย์คงปั่นป่วนน่าดูที่มีคนอย่างแม่งอยู่


"แล้ววันศุกร์ตอนกูเมา ตอนกูเรื้อนอะไรที่มึงบอกอะ ไอ้เทมมันทำอะไรกูรึเปล่า"

"อืมม.. ก็ไม่นะ กูก็ไม่ค่อยได้สนใจมากว่ะ แต่ก็เห็นพอมันลากมึงออกมาจากสาวๆแล้ว ก็เต้นๆกัน มึงก็โอบรอบคอมัน แบบมันสูงกว่ามึงอะ มึงเลยดูเป็นผู้หญิงไป ฮ่าๆ" มึงยังอารมณ์ดีได้นะไอ้กิต


"มันจูบกูรึเปล่า"


"เฮ้ย ไม่นะกูว่า ..ถ้ามึงสงสัยเรื่องที่ผับคือกูก็ไม่เห็นว่าพวกมึงจูบกันนะ มีแต่มันยิ้มๆแบบสนุกๆอะ คงกึ่มๆด้วย" ไอ้กิตเว้นไปนิดนึงเหมือนกำลังนึก "กูว่าคงไม่มีอะไรมั้ง ..ถ้ามึงกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่ผับก็ไม่มีอะไรจริงๆมึง เพื่อนมึงก็เป็นผู้ชายแหละกูว่า ไม่มีอะไรๆ ทำใจสบายๆ"


"ถึงจะจูบกันก็ไม่อะไรเหรอวะ ?" ผมตัดสินใจถามอีกรอบ

"ตกลงยังไงเนี่ย พวกมึงไปจูบกันตอนไหน ตอนกลับบ้านเหรอวะ !?"

"กูถามก็ตอบกูมาเหอะน่ะ"

"ก็.. บางทีแค่จูบกันก็ไม่ได้มีความหมายอะไรปะมึง แค่สนุกๆ เวลาเมาๆแม่งไม่รู้ตัวหรอก"

"แล้วถ้ายังไม่ทันเมาล่ะมึง"

"อะไรของมึงเนี่ย ...!?"


สรุปว่าไอ้กิตงงกับผม ..และผมก็งงกับตัวเองเหมือนกัน เลยได้ปิดบทสนทนาของผมกับมันทางโทรศัพท์แบบมึนๆทั้งคู่


แต่กับไอ้ตัวคนก่อการ..ผมไม่กล้าคุยอะไรกับมัน .. รอให้เวลาผ่านไปก่อนค่อยคุยก็แล้วกัน .. บางทีอาจจะไม่มีอะไรเหมือนที่ไอ้กิตบอกก็ได้


จริงๆแล้วทางอู่ควรจะเอารถมาส่งให้วันอาทิตย์ แต่ช่างโทรมาบอกผมว่าไม่มีแบตเตอรี่เสริม ต้องสั่ง ผมเลยยังไม่ได้รถ ..


วันจันทร์ผมไม่ได้โทรบอกไอ้เทมเหมือนอาทิตย์ก่อน แต่เลือกนั่งรถไฟฟ้าไปทำงานแทน เพราะในความรู้สึกมันยังตื้อๆอยู่ ..หายเมามาเป็นวันแล้วก็จริง ..แต่ภาพคืนวันเสาร์มันก็ยังวนเวียนอยู่ในความรู้สึกผม

ผมเคยจูบกับสาวๆที่ไม่ได้รู้จักกันตอนเมาๆบ้าง แต่ก็ไม่ได้เก็บเอามาคิดมากอะไรแบบนี้ ..อาจเป็นเพราะไอ้เทมมันเป็นเพื่อนผม แล้วมันก็เป็นผู้ชายด้วย

พอไปถึงที่ทำงาน ผมกลับไม่เห็นไอ้เทมอยู่ที่โต๊ะ แต่พอนั่งไปซักพักถึงเห็นว่ามันเพิ่งตามมาทีหลัง


"ทำไมวันนี้มาสายจ๊ะ หนุ่มเทม" พี่ที่แผนกคนนึงถามมัน

"เปล่าพี่ พอดีเข้าใจผิดอะไรนิดหน่อย" มันตอบแล้วก็เดินมาที่โต๊ะ


"รถได้แล้วเหรอ" มันถามผมเบาๆ

"ยังอะ"

"แล้วมายังไง ?"

"รถไฟฟ้า"

มันเลยเงียบไป แต่ก็ยังมองหน้าผมอยู่เหมือนใช้สายตาถามอะไรซักอย่าง ..ซึ่งผมคิดคำถามจากสายตามันได้ร้อยแปด ก็เลยใช้สายตาถามมันกลับเหมือนกันว่า ตกลงมึงเอาคำถามไหนล่ะ ..


ผมคิดเอาเองว่าไอ้เทมคงจะเป็นแปลกๆไปเหมือนกันหลังจากที่เรามีสถานการณ์อะไรบางอย่างร่วมกันเมื่อคืนวันเสาร์ แต่ผมคิดผิด.. ไอ้เทมยังชวนคุย กวนตีน แล้วก็ปกติดีทุกอย่าง ..จนผมจากที่เงียบๆก็ต้องกลับมาเป็นเหมือนเดิม

มันอาจจะเมาจนจำไม่ได้ หรืออะไรก็ได้จริงๆนั่นแหละ


ตอนเย็นมันก็อาสาไปส่ง ผมเลยขอให้มันพาไปเอารถที่อู่เลย

บนรถระหว่างทางไปอู่ ผมก็เป็นผม มันก็เป็นมัน เราคุยกันปกติ ..แต่เรื่องนั้นก็ยังคาใจผมอยู่ดี ผมรู้อยู่ว่าอึดอัด แต่แม่ง เอาให้เคลียร์ไปเลยดีกว่า

"เฮ้ยเทม.." ผมเรียกมัน

"อืม"

"วันเสาร์..เรานั่งอยู่บนดาดฟ้าบ้านแกกันใช่ปะ"

"อืม ทำไม ?"

"เรากินเบียร์กัน ถูกต้องมั้ย.."

"เออดิ"


"แก... จูบฉันใช่มั้ย"


พอผมถามคำถามนี้มันก็อึ้งไปครับ แล้วรถก็ติดไฟแดงพอดี..



"อืม.."




ถึงเป็นคนถามเองก็เถอะครับ แต่พอมันตอบมาตรงๆแบบนี้ผมเองก็นิ่งไปเหมือนกัน..

มันแสดงให้เห็นว่าไอ้เทมมันพอรู้ตัวอยู่ว่ามันทำอะไร.. แต่จะว่าไป ผมก็ไม่รู้ว่ามันเมามาก่อนรึเปล่า


"เมาปะวะ ?"

"ทำไมต้องเมา" มันหันมาย้อนถาม

"เพราะถ้าไม่เมามันก็ไม่มีเหตุผลที่แกจะ...ทำ..ไง"

ไอ้เทมมันฟังแล้วก็ยื่นหน้ามาจูบผมแบบเร็วมากจนหลบไม่ทัน แป๊บนึงมันก็เลื่อนตัวออกไปนั่งตรงๆที่มันคืน เล่นเอาผมงี้ตัวแข็งไปเลย


อะไรของมันวะ ..!?



"แกคิดอะไรกับฉันปะวะเฮ้ย!?" ผมโพล่งถามไปตรงๆแบบตกใจนิดนึง

มันเลยเงียบ ..ก่อนจะตอบเบาๆ


"ไม่รู้ดิ"



ผมก็ไม่รู้จะว่าไง..

เพราะถ้าผมเป็นคนทำแบบนี้กับผู้ชายซักคน แล้วเค้ามาถามผม ผมก็อาจจะตอบแบบนี้ก็ได้

แต่ถ้ายังไม่ได้เมามากขนาดคุมสติไม่อยู่ ..ผมก็จะจูบเฉพาะคนที่ผมชอบนะ แล้วก็จะจูบผู้หญิงด้วย


แต่วันนี้.. ไอ้เทมแม่งไม่ได้เมาด้วยซ้ำ !



"แกเป็นเกย์เหรอวะ" ผมถามมันแบบในหัวหมุนคว้างไปหมดด้วยความงง

"ไม่ได้เป็น" มันตอบชัดเจน

"แล้วทำงี้ทำไม"


"ไม่รู้..!" มันขึ้นเสียงใส่ผมนิดนึง


ผมคิดไปคิดมา ความรู้สึกและบรรยากาศมันยังไงไม่รู้ มันกำกวมไปหมด ..

แล้วเราก็เงียบกันไปจนกระทั่งไปถึงอู่ที่เอารถผมมาเปลี่ยนแบตเตอรี่ ..ไอ้เทมถึงได้ถามขึ้นมาก่อนผมลงไปเอารถ


"โกรธรึเปล่า ?"


ผมเลยส่ายหน้าช้าๆ ..เพราะมันไม่ได้โกรธ จริงๆแล้วก็ควรจะโกรธแต่เสือกไม่โกรธ เป็นห่าอะไรของผมวะ

ส่วนมันพอเห็นผมส่ายหน้า มันก็นิ่งเงียบไป ..ผมเลยลงจากรถมันแบบไม่ได้ลา


...
..
..


ในที่สุดผมก็ได้ใช้รถตัวเองซะทีหลังจากต้องอาศัยรถไอ้เทมมาตั้งหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ตลอดทางกลับคอนโดผมเอาแต่คิดเรื่องตัวเองกับมัน ..ก็ไม่ได้เครียด ไม่ได้โกรธอะไรนะ แค่งง แล้วมันก็ไม่ออกไปจากหัวแค่นั้นเอง

ไอ้เทมบอกว่ามันไม่ได้เป็นเกย์ ไม่ได้เมา และไม่รู้ว่าชอบผมรึเปล่า แต่มันเสือกจูบผมสองครั้งแล้ว

ส่วนผมก็ไม่ได้เป็นเกย์ ไม่ได้เมา..มั้ง  แล้วก็โดนมันจูบสองครั้ง แต่ก็ไม่โกรธ ไม่ขยะแขยงด้วย


อะไรวะ ..



"แล้วตอนนี้มึงรู้สึกยังไงอะไอ้น็อต" ไอ้บอสเป็นเพื่อนคนที่สองที่ผมโทรไปปรึกษาเรื่องนี้

"กูไม่รู้ว่ะ.." ผมตอบ "มึงว่ากูเป็นเกย์รึเปล่าวะ"

"มึงรักแอมรึเปล่า ?" โห.. คำถามเด็ดเลยครับ ปวดใจขึ้นมาเลย

"รักดิวะ ..แต่.. ช่วงหลังๆก็น้อยลงนะ" อาจจะเป็นเพราะเวลาช่วยให้ผมดีขึ้นด้วยมั้ง

"กูเป็นเพื่อนมึงมาหกปีนะน็อต กูไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนรักผู้หญิงได้เหมือนที่มึงรักแอม ขนาดว่าเลิกกันเป็นปีแล้วมึงก็ยังเมาหัวราน้ำเพราะลืมเค้าไม่ได้อะ ..กูว่ามึงไม่ใช่เกย์หรอกว่ะ" ผมรู้.. ผมก็เคยคิดแบบนั้น

"แต่กูไม่โกรธไอ้เทมนะเว้ย ครั้งที่สองนี่ไม่มีใครเมาด้วย"

"คำว่า ไม่โกรธ กับคำว่า รู้สึกดี มันต่างกันนะไอ้น็อต"

ก็จริง..


"มึงก็รู้ว่าแบบบางทีในคุก พวกนักโทษอะไรงี้อัดตูดกันเพราะไม่มีผู้หญิง ..มึงว่าแม่งเป็นเกย์ปะล่ะ กูว่าไม่นะเว้ย"

พวกนั้นมันเป็นเรื่องของการสร้างอำนาจในคุกด้วยนี่หว่า ไม่เกี่ยวกัน

"แต่จูบนี่มันไม่เหมือนแบบนั้นนะไอ้บอส"

"เอ้า..แล้วมึงอยากได้คำยืนยันว่าอะไรวะน็อต"

ใช่ .. ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน ทั้งไอ้กิตไอ้บอสพยายามหาเหตุผลดีๆมาทำให้ผมรู้สึกสบายใจว่าเรื่องนี้มันไม่ได้มีอะไรมากมาย แต่ผมก็เถียงแม่งตลอด.. ผมเป็นบ้าอะไรวะ !?


"มึงชอบมันเหรอ ?" ไอ้บอสถามผมอีก

"เฮ้ย..ไม่ !!.... แต่แบบ.."

"แต่อะไร"

"..แม่งไม่รู้ว่ะ"

ผมว่าผมสับสนมากกว่า ไอ้บอสมันคงรำคาญแล้วก็คงสงสารผมไปด้วย เลยบอกให้ผมรออยู่คอนโด มันจะมาหา



ผมนอนดูทีวีบนโซฟาห้องรับแขกแต่ไม่ได้มีสมาธิดูว่ามีอะไรฉายอยู่พักนึง ไอ้บอสก็โทรขึ้นมาเรียกให้ไปเปิดประตูให้

"เป็นไงมึง.. เป็นห่าไร" มันถามผม เพิ่งเห็นว่ามันเอาเบียร์มาด้วย .. ภาพนี้คุ้นตามาก

"ก็อย่างที่บอกมึงอะแหละ"

"เอางี้ แดกเบียร์ไป เดี๋ยวกูทำให้ดูละกันว่าเวลาเมาๆแม่งทำได้ทั้งนั้น มึงจะได้เลิกคิดมาก"

เป็นวิธีการที่ฟังแล้วแหม่งๆยังไงไม่รู้ แต่ก็รู้ว่าเพื่อนห่วงแล้วก็ไม่อยากให้ผมเครียดเกินไป .. ไอ้บอสแม่งล่อเอาเบียร์ช้างเลยครับ ครึ่งกระป๋องก็มึนแล้วสำหรับผม


ไอ้บอสแดกไปจนหมดกระป๋อง ..ส่วนผมแค่ซัก สองในสามพอครับ พรุ่งนี้ยังต้องทำงาน

เห็นมันชั่งใจอยู่นาน แล้วมันก็หยิบเบียร์ช้างไปกระเดือกเพิ่มอีกหนึ่งกระป๋อง .. แม่งคงทำใจไม่ได้จริงๆ

อย่าว่าแต่มัน ..ผมเองก็ทำใจไม่ค่อยได้เหมือนกัน..


"เริ่มตึงละ ไอ้น็อตมา" พอหมดกระป๋องที่สองไอ้บอสก็บอกผม

"เหี้ยอะไร!?"

"มา เดี๋ยวกูทำให้ดู"

ไอ้บอสขยับเข้ามาใกล้ผม แล้วค่อยๆเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ ..ส่วนผมงี้อยู่ไม่ถูกเลยครับ มันรู้สึกแปลกๆยังไงชอบกล

ไอ้บอสใกล้เข้ามา .. ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ..

จนผมทนไม่ไหวต้องเอามือผลักหน้าแม่งออกไปให้ห่างๆด้วยความรู้สึกขยาด

เบียร์ช้างเล่นเอามึนจริงครับ ..แต่ผมก็ยังทำไม่ได้


ไอ้บอสคงคิดเหมือนกัน มันนิ่งไปนิดนึง แล้วก็หยิบเบียร์กระป๋องที่สามออกมาเปิดกิน ..ผมเลิกสนใจมันแล้วหันไปทางอื่น แต่ไอ้บอสกินเบียร์หมดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้แล้วดึงผมที่ไม่ทันตั้งตัวให้ไปจูบกับมัน

ผมตกใจจนถีบแม่งตกโซฟาไป แล้วก็เอามือมาเช็ดๆปาก ส่วนมันก็เช็ดเหมือนกันครับ ..นี่ขนาดไอ้บอสมันเม้มๆปากไว้นะยังพากันขยะแขยงแบบนี้ ..

แต่กับไอ้เทมมันคือจูบแบบที่เรียกว่าจูบจริงๆ ทั้งสองรอบเลย ผมยังไม่ถีบมัน ที่สำคัญแม่งไม่ได้ขยะแขยงจนอยากจะเช็ดปากด้วย


"มึงเห็นปะว่ามันไม่ได้อะ !!" ผมบอกไอ้บอส

ไอ้บอสเลยเริ่มเห็นด้วยกับผมขึ้นมา


"วันนั้นมึงเมากว่านี้ปะวะ" มันถามผม

"ก็อาจจะ ..แต่ไอ้เทมมันแดกสิงห์แค่สองกระป๋อง ของมึงน่ะช้างสาม ..คิดเอา" ช้างแรงกว่าอยู่แล้ว "แล้ววันนี้แม่งไม่ได้เมากันทั้งคู่ด้วย"

"แล้วมึงไม่ถีบมันเหรอวะ.." ไอ้บอสถามก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นพร้อมกับบ่นเบาๆไปด้วย "เชี่ยเอ๊ย หลังกูหักหมดไอ้สัตว์"

"ไม่อะ" ผมส่ายหน้า

"แล้วมึงรู้สึกดีอะไรมั้ยอะ"

"กูไม่รู้ว่ะ กูไม่ได้คิดอะไรเลย เหมือนในหัวมันโล่งๆ"

"แล้วกับแอมอะ ?"

"กูไม่รู้.." สังเกตตัวเองว่าผมตอบเหมือนที่ไอ้เทมตอบผมเลย "กูคิดว่าตัวเองยังรักแอมอยู่ ..แต่ช่วงหลังๆกูก็ไม่ค่อยได้คิดถึงเค้าเลยนะ ..เหมือนมันดีขึ้น"

"มึงรู้สึกว่ามึงใช้เพื่อนมึงแก้เหงาปะ"

"ไอ้สัตว์ มากไป ..มันไม่ขนาดนั้น" อีกอย่างกูไม่ได้เหงาด้วย กูมีพวกมึงตลอดนี่หว่า


"สรุป.. กูก็ไม่รู้กับมึง ไม่รู้ว่ามึงคิดอะไร เพื่อนมึงคิดอะไร ..แต่ถ้าให้กูแนะนำมึงก็อยู่ห่างๆมันไว้ละกัน ก่อนจะเผลอตัวเผลอใจทำอะไรที่มันมากกว่านี้"

ไอ้บอสเตือนแล้วก็ขอนอนอยู่คอนโดผมด้วยเพราะขี้เกียจขับรถกลับบ้าน


..
.
.


"เป็นไรมากปะ" ไอ้เทมถามเพราะผมเล่นเอาคอมกับเก้าอี้ขยับไปที่โต๊ะอีกตัวให้ห่างมันตามคำแนะนำของไอ้บอส

"เปล่า" ผมตอบแล้วก็ทำงานต่อ

"ไปชงกาแฟให้หน่อยไป" มันใช้ ผมเลยลุกขึ้นไปทำให้มันเงียบๆ ดีแล้วจะได้อยู่ห่างๆมันอีกซักหน่อย

ความจริงแล้ววิธีนี้อาจไม่ได้ช่วยให้ใครเผลอใจไม่เผลอใจหรืออะไรเหมือนที่ไอ้บอสบอก ..แต่ผมว่าอย่างน้อย มันคงทำให้ผมหายฟุ้งซ่าน .. เพราะจริงๆแม่งเป็นแค่เรื่องเล็กๆ เหมือนผู้ชายเล่นกันก็แค่นั้น


ปึก !!  เสียงไอ้เทมเอามือยันผนัง แล้วก็เอาตัวสูงๆของมันมายืนขนาบผมที่กำลังชงกาแฟให้มันอยู่ ไม่รู้ว่าแม่งเดินตามผมมาตอนไหน

"อะไรอีก ก็ชงให้อยู่เนี่ย" ผมหลบสายตามันแล้วหันมาสนใจกาแฟต่อ "ไม่แกล้งหรอกน่ะ"

"เป็นอะไร ?" มันถามเสียงจริงจัง

ผมว่าวันนี้ผมก็ไม่ได้แปลกไปมากนะ ก็แค่เลื่อนส่วนของผมให้ห่างจากมันมากขึ้น ไม่ชวนมันคุย มันถามคำตอบคำ ก็แค่นั้นเอง .. เออ แต่คิดไปคิดมาก็มากอยู่


"ก็ไม่ได้เป็นอะไร ..แกน่ะสิเป็นอะไร" ผมพยายามแก้ตัวให้เป็นปกติที่สุด

"โกรธเหรอ" ผมรู้ว่ามันหมายถึงเรื่องอะไร แต่ก็ทำเฉไปเรื่องอื่น

"ไม่...จะโกรธเรื่องอะไรล่ะ" แล้วกาแฟก็เสร็จพอดี ผมเลยยกขึ้นมาให้มัน ตอนนี้เผชิญเราหน้ากันอยู่

ไอ้เทมยังเอามือซ้ายยันผนังขวางผมไว้อย่างนั้น และไม่รับกาแฟจากมือผมด้วย

มันเอาแต่จ้องตาผมแบบจะคาดคั้นเอาให้ได้ว่าผมเป็นอะไร..


ผมก็ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกัน มันพูดอะไรไม่ถูก ทำอะไรก็ไม่ถูก ความรู้สึกมันยังไงไม่รู้ .. ผมเลยเอากาแฟในมือที่ชงให้มัน ยกขึ้นมาแดกเองแม่ง !

ไอ้เทมเลยเหมือนหลุดหัวเราะนิดนึง

"ถอยเฮ้ย จะไปทำงาน" ผมได้โอกาสก็เลยบอก มันถึงยอมถอยให้ครับ


พอกลับไปนั่งที่เดิมกันแล้ว ผมก็ทำงาน มันก็ทำงาน แต่ซักพัก Chat Plugin ของระบบปฎิบัติการของเครื่องผมก็เด้งขึ้นมา


THAME1657 - เป็นบ้าอะไร


ไอ้เทมทักผมมาครับ..

ผมเลยตอบ


KNOTFLIP - แกนั่นล่ะเป็นบ้าอะไร อยู่ๆก็มาถาม

THAME1657 - ทำไมไม่คิดซะว่ามันเป็นเรื่องเล่นๆ

THAME1657 - เก็บเอามาคิดมากทำไม


มันก็รู้อยู่ว่าผมน่าจะคิดเรื่องนี้ ..


KNOTFLIP - เพราะพอถาม หมามันเสือกบอกบอกว่าไม่รู้

KNOTFLIP - แทนที่แม่งจะตอบว่า "ไม่"


ผมตัดสินใจบอกสิ่งที่คิดไปทางแชท ..การคุยทางแชทช่วยลดความอึดอัดจากการพูดคุยกันตรงๆได้จริงๆ


THAME1657 - ก็ไม่รู้นี่หว่า

KNOTFLIP - เออ ไม่รู้ก็อยู่ให้ห่างๆกันไว้ไง

THAME1657 - ไม่เห็นจำเป็น

KNOTFLIP - เออน่ะ พักจิตพักใจจะได้หาย

THAME1657 - ไม่ได้ป่วย!


แล้วอยู่ๆมันก็พิมพ์ต่อมาว่า


THAME1657 - ไอ้ป๊อด

KNOTFLIP - อะไร -*-

THAME1657 - ถ้าไม่เผชิญหน้ากับมันตรงๆจะรู้ได้ยังไง

KNOTFLIP - ไม่จำเป็น

THAME1657 - ป๊อด


มันด่าผมซ้ำอีก ผมเลยหันไปถามมันตรงๆ

"เอาไงว่ามา!"

มันเลยหัวเราะครับ แล้วก็พิมพ์มาทางแชทต่อ


THAME1657 - ก็ไม่เอายังไง

THAME1657 - เป็นแบบที่เคยเป็น

THAME1657 - เดี๋ยวก็รู้เอง


แล้วมันก็ปิด Plugin ไป .. ผมหันไปมองหน้ามันอีกรอบ ก็เห็นมันยักคิ้วให้แบบท้าทาย..


ผมเลยได้ย้ายคอมกับเก้าอี้ผมไปไว้ตรงโต๊ะยาวตัวเดียวกับมันที่เดิม














ออฟไลน์ nievamor

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
CHAPTER 7


หลังจากนั้น ผมกับไอ้เทมก็ทำตัวเหมือนเดิมทุกประการตามที่มันเสนอมาทางแชท .. มีไปกินข้าวเย็นด้วยกันบ้างอะไรบ้าง แต่ไม่มีการแตะแอลกอฮอล์ด้วยกันอีกเพราะผมกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ถ้าจะกินเหล้าผมจะไปกินกับพวกเพื่อนแค่นั้น ..

ไอ้เทมเองก็ไม่ได้ทำอะไรแปลกๆอีก ..แต่สิ่งที่แปลกคือเรามองหน้าแล้วคุยกันด้วยสายตาบ่อยขึ้น ซึ่งผมก็ยังงงอยู่ดีว่าเราแม่งคุยห่าอะไรกัน ผมจับใจความไม่ได้เลย (แต่ถึงอย่างนั้นผมก็จ้องมันตอบทุกครั้ง)

พอเวลาผ่านไป ผมก็กลับมารู้สึกเฉยๆได้แล้วนะ เรื่องจูบสองครั้งนั่นผมก็ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจแล้ว .. มันคงเป็นอะไรแค่ชั่ววูบแล้วก็เป็นเรื่องสนุกๆของผู้ชายเล่นกันอะไรอย่างนั้นจริงๆนั่นแหละ .. ผมคิดงั้นนะ.. จนกระทั่ง..


กลับมาทำตัวปกติได้ครบอาทิตย์ ..วันนี้เป็นวันเสาร์แต่ผมต้องเอางานมาทำต่อเพราะต้องส่งซอฟท์แวร์ให้ลูกค้าวันจันทร์ ..ซึ่งมันยากมาก ..และงานนี้คงต้องพึ่งบารมีไอ้เทม

ไม่นานเท่าไหร่ไอ้เทมก็มาถึงคอนโดหลังจากผมโทรไปขอความช่วยเหลือ


ตอนผมลงไปรูดการ์ดให้มันที่ประตูหน้า ปรากฎว่าไม่เห็นตัวมันเลยชะโงกหน้าออกไปดูว่ามันอยู่ไหน แล้วเสือกเป็นจังหวะเดียวกับที่มันคงกำลังจะแกล้งยื่นหน้ามาให้ผมตกใจ

จังหวะนั้นจมูกเราชนกันครับ ..


ทั้งผมทั้งมันเลยตกใจทั้งคู่ มองหน้ากันในระยะประชิดมาก ..ผมจับได้ว่ามันหายใจแรงไม่ต่างจากผม ..หลังจากหายใจรดกันไปนิดนึงผมเลยรีบชักหน้าออก มันเองก็เบือนหน้าหนีไปทางอื่นครับ

มันเรียกว่าอะไร .. นี่มันเขินชัดๆเลยว่ะ !!


กลายเป็นว่าหนึ่งอาทิตย์ที่เลิกคิดไปแล้วก็ต้องกลับมาคิดเรื่องนี้อีกรอบ ..แต่มันเป็นเรื่องความรู้สึกของผมเองว่ามันยังไงกันแน่ ..เพราะคราวนี้รู้อยู่ว่าไม่ได้มีใครตั้งใจ

จะเขินทำห่าอะไรผู้ชายเหมือนกัน ..


ถ้าเป็นไอ้บอสแกล้งแบบนี้จะเป็นยังไง .. น่าจะถีบไปแล้ว ..

แล้วถ้าไอ้กิต ไอ้พงษ์ ไอ้ตูมล่ะ .. แม่งคงไม่ต่างกัน

แต่กับไอ้หอกเทม .. ทำไมเขินวะ

..หรือเพราะเราเคยจูบกันมาแล้ว


ผมพาไอ้เทมขึ้นไปที่ห้องแล้วให้มันดูซอฟท์แวร์ให้ แต่ผมไม่กล้าอยู่ใกล้มันเลยเดินไปเดินมาอยู่ข้างหลังแทน เพราะตอนนี้ฟุ้งซ่านโคตร เหมือนมันเองก็คงรู้สึกตั้งแต่ข้างล่างแล้ว ..ก็เลยหันมามองผม แล้วก็พูดกับผมด้วยสายตาอีกแล้วครับ..

ผมก็ไม่ได้เข้าใจอะไรมันนะ ..แต่ก็ไม่รู้สิ ..



วันจันทร์ถัดมา เป็นวันแรกที่ไอ้เทมขอให้ผมไปรับมันไปทำงาน เพราะมันบอกว่าผมควรจะจ่ายค่าแก๊สให้มันแต่เสือกยังไม่จ่าย ฉะนั้นเลยต้องชดใช้เป็นแก๊สรถผมแทนซักหนึ่งอาทิตย์ .. ผมก็ไม่ว่าอะไร

ผมก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่อาทิตย์นี้ผมรู้สึกว่าผมกับมันใกล้ชิดกันมากขึ้น มันกวนตีนกับขัดคอผมน้อยลงกว่าแต่ก่อนเยอะ ..
เราไม่ได้พูดจากันเพราะขึ้นหรืออะไรหรอกนะครับ ..แต่ไม่รู้.. ผมว่า..พฤติกรรมมันใกล้ชิดกันขึ้น ก็พูดไม่ถูกเหมือนกัน

ผมเองก็ไม่อยากคิดอะไรมาก ยิ่งคิดมันจะยิ่งเครียด เลยปล่อยให้แม่งเป็นไปเองเหมือนที่ไอ้เทมเคยบอกก็แล้วกัน

...
..
.

"ฉันเคย..มีแฟนคนนึงว่ะ" วันนึงผมเล่าให้มันฟังตอนมาส่งมันที่บ้าน "รักมากเลยนะเว้ย โคตรรักอะ ..ตอนเรียนจบตั้งใจจะขอแต่งงาน.."

"แล้วยังไง ? แต่งรึยัง" มันถาม

"ยัง... ยังไม่ทันพูดขอแต่งงานอะ จังหวะกำลังหยิบแหวน ทางนั้นเค้าบอกเลิกขึ้นมาก่อน"

"โห ซี้ดว่ะ" ไอ้เทมให้ความเห็น

"เออดิ ฉันแม่งเป็นบ้ามาเป็นปีๆ กินเหล้าแทบทุกคืน"

"ทั้งๆที่แพ้แอลกอฮอล์แบบนี้อะนะ ?"

"เออ!! ทั้งๆที่แดกไม่ค่อยได้แบบนี้แหละ ก็เมาแม่งเกือบตลอด"

ใช่.. จริงๆร่างกายผมไม่ค่อยถูกกับแอลกอฮอล์ แพ้ง่าย ถึงได้เมาง่ายกว่าชาวบ้านชาวช่องเค้า .. ดูเหมือนจะมีไอ้เทมคนเดียวที่บอกกับผมแบบนี้ เพราะกลุ่มเพื่อนผมไม่เคยมีใครแสดงความเห็นว่าผมแพ้แอลกอฮอล์ มีแต่ชวนแดกแล้วก็บ่นว่าผมเมาง่ายแค่นั้น


"ดื่มเพื่อลืมเธอ" มันว่า ..ผมเลยหัวเราะ

"แล้วตอนนี้ลืมได้รึยัง" ไอ้เทมถาม

"ก็ดีนะ..ดีขึ้นเยอะมากๆแล้วว่ะ" ผมตอบ

แปลกดีเหมือนกัน ..แต่ผมคิดว่าเพราะผมมีเรื่องงาน มีเรื่องที่ทำงาน แล้วก็มีเรื่องไอ้เทมให้คิด ผมก็เลยเริ่มลืมเรื่องแอมได้

อืม .. ช่วงหลังๆผมเองก็คิดเรื่องไอ้เทมเยอะเหมือนกัน คิดหลายเรื่องด้วย..


ผมไม่ได้เอาเรื่องไอ้เทมไปปรึกษาเพื่อนอีก เพราะช่วงหลังๆมันก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยนัก ..แล้วผมว่าตัวมันและตัวผมเองต่างหากที่ตอบคำถามได้ดีที่สุด

ผมลองถามตัวเองเหมือนที่ไอ้บอสเคยถามว่า ผมชอบไอ้เทมรึเปล่า

คำตอบผมคือไม่รู้ ..แต่สิ่งที่ผมรู้คือผมมีความสุขเวลาอยู่กับมัน ไม่เบื่อที่จะต้องเจอมันทุกวัน กินข้าวกับมันแทบทุกวัน หรือใช้สายตาคุยห่าอะไรไม่รู้แทนคำพูดในหลายครั้ง


ถ้าทั้งหมดนี่แปลว่าผมชอบมัน ..ผมก็อาจจะชอบมัน

แต่ถ้าทั้งหมดนี่ยังไม่พอที่จะบอกว่าผมชอบมัน ..ก็อาจจะแปลว่าไม่..




"เทม.. คืนนี้นอนด้วยดิวะ ขี้เกียจขับกลับ" ผมบอกมัน ไอ้เทมเลยไปหาเสื้อยืดกับกางเกงบอลมาให้ ..แล้วผมก็อาบน้ำในห้องนอนที่ผมเคยนอนตอนเมาหนักครั้งนั้น

สองอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมอาจจะกลัวเหตุการณ์ซ้ำรอยเลยไม่กินเหล้ากับมัน ..

หรืออันที่จริง ในใจผมอาจจะอยากรู้ก็ได้ว่าเวลาไม่เมาน่ะ จะมีอะไรเกิดขึ้นอีกมั่งรึเปล่า


พออาบน้ำเสร็จผมก็ออกมานอนที่เตียง จริงๆแล้วนี่เป็นห้องนอนมัน ..แต่ถือว่าสนิทกันแล้วผมเลยไม่แคร์แม่ง

พอไอ้เทมอาบน้ำเสร็จ มันก็ล้มตัวลงมานอนบ้าง .. เตียงมันใหญ่ดี นอนสามคนยังสบายๆ

วันนี้วันศุกร์ พรุ่งนี้ไม่ต้องไปทำงาน ผมก็นอนหงายมองดูเพดานห้องนอนมันอย่างนั้น มันเองก็ไม่ต่างกัน ..ตอนนี้มันปิดไฟหมดแล้ว เห็นแต่แสงไฟด้านนอกที่ผ่านหน้าต่างเหนือหัวเตียงเข้ามา


"แกเคยสังเกตมั้ยว่าเรามองหน้าแล้วคุยกันด้วยสายตาบ่อยมาก" ผมพูดกับมันตอนนอนมองเพดานอยู่ เลยได้ยินเสียงมันหัวเราะ

"คิดว่าจะรู้เรื่อง"

"แกรู้เรื่องเหรอ ฉันไม่รู้ว่ะ" ผมพูดไปตรงๆ


ไอ้เทมมันเลยหันหน้ามามองผม

"ตอนนี้ตาฉันบอกว่าไง" ไอ้เทมถาม ผมเลยหันไปหามัน

"แกกำลังหงี่" ผมแกล้งว่า มันเลยผลักไหล่ผม

"ไอ้ทุเรศเอ๊ย!" มันพูดหัวเราะๆ "เอาดีๆ"

ผมหัวเราะแล้วค่อยๆมองที่ตามัน ..

ผมก็ยังไม่รู้หรอกว่าแม่งจะสื่อว่าอะไร ..แต่พอนอนมองตามันใกล้ๆแบบนี้แล้ว ผมโคตรเขินเลยว่ะ !


"เอ้า ว่าไง" มันถามย้ำ

"ไม่รู้.. แกอยากทำอะไรซักอย่าง..ล่ะมั้ง"

มันเลยยิ้ม แล้วพูดต่อ

"อืม.. อยาก..." มันมองตาผมซักพักแล้วก็ดึงตัวผมเข้าไปใกล้ก่อนจะเข้ามาประกบปากทันที ตอนแรกผมตกใจขยำเสื้อมันไว้แน่น แต่ซักพักก็ค่อยๆคลายมือออกเอง แล้วผมก็หลับตา

ความรู้สึกที่ผมจูบกับไอ้เทมมันไม่เหมือนตอนจูบกับไอ้บอส .. ยิ่งครั้งนี้ยิ่งชัดเจนว่ามันต่างกัน

การที่ผมไม่รังเกียจจูบจากไอ้เทมมันหมายความว่าไงวะ

ผมหลับตาจูบกับไอ้เทมไปพักใหญ่ๆก่อนที่มันจะถอนปากออก ..ตอนนี้เรานอนมองหน้ากันในระยะประชิด


"เราเป็นอะไรกันวะ" ผมถามมัน ซึ่งเพิ่งคิดได้หลังจากพูดออกไปแล้วว่าเป็นคำถามที่น่าอายมาก

"ไม่รู้เหมือนกัน"

"ไม่รู้ทั้งปี" ผมว่า

"แต่สายตาแกบอกว่ามีความสุข" มันบอก ..และคงจะเป็นแบบนั้นจริงๆ

ผมเลยค่อยๆดูสายตามัน .. มันเองก็มีความสุขเหมือนกัน


ผมก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่ามันคืออะไร เราชอบกันเหรอ ? ..หรือเราเป็นอะไรกัน ?  มันยังกำกวมอยู่ ..

ความใกล้ชิดมันทำให้เราเบี่ยงเบนเหรอ .. แต่จริงๆผมใกล้ชิดกับพวกไอ้กิตไอ้พงษ์มานานกว่านี้และมากกว่านี้ (หมายถึงกอดกันบ่อยกว่า นอนห้องเดียวกันบ่อยกว่าอะไรเทือกนั้น แค่นั้นครับ) แต่แม่งก็ไม่เห็นจะเคยรู้สึกอะไรแบบนี้เลย

ผมมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้มัน ได้จูบกับมัน ..แต่ก็บอกตามตรงว่ายังไม่มีความรู้สึกอยากจะมีอะไรกับมัน

ใช่.. เราอาจจะรู้สึกดีต่อกัน แต่ผมกับมันก็ยังเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ และผมยังไม่นึกอยากมีอะไรกับใครทางทวารหนัก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทำหรือถูกกระทำ

ผมอาจจะส่งความคิดบ้าๆนี้ผ่านสายตาออกไป ซึ่งผมว่ามันคงเข้าใจ ..มันก็เลยส่งสายตากลับมาว่า รู้สึกเหมือนกันว่ะ


คืนนั้นผมกับมันไม่ได้มีอะไรกัน ไม่ได้จูบกันอีก และไม่ได้นอนกอดกัน ต่างคนต่างหลับไปกับความคิดในหัวตัวเองว่าจะเอายังไงกันแน่


...
..
..
.


ช่วงสายของวันเสาร์ผมตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงไอ้เทมแว่วมาจากข้างนอกห้อง เหมือนมันคุยโทรศัพท์อยู่

"เฮ้ย..เร็วไปรึเปล่าอะ.." แล้วก็อะไรของมันอีกไม่รู้ ผมจับใจความไม่ถนัด เลยค่อยๆลุกขึ้นไปอาบน้ำ ก่อนจะออกจากห้องนอนไปหามัน


มันโทรศัพท์เสร็จแล้วตอนผมออกไป เห็นมันทำหน้าแบบหนักใจด้วย ผมก็ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไร

"เป็นไรวะ" ผมถาม

"เฮ้ยน็อต..โทษทีว่ะ แต่กลับไปก่อนได้มั้ย"

ผมก็งงๆแต่เห็นหน้ามันเครียดๆผมเลยรีบออกมา


ผมขับรถกลับมาคอนโดแบบยังมีความสุขอยู่ ความรู้สึกของเมื่อคืนมันยังติดค้างในหัวผม..

ผมไม่รู้ใครจะเรียกความรู้สึกหรือความสัมพันธ์นี้ว่าอะไร ผมเองก็เรียกไม่ถูก ..ถ้าปล่อยไปแบบนี้ซักพัก เราอาจมีโอกาสที่จะเป็นแฟนกันก็ได้ ..แต่แฟนที่ไม่อยากมีอะไรกันเค้าเรียกว่าอะไรวะ ?

ผมมองภาพนางแบบบนบอร์ดขนาดใหญ่เหนือทางด่วน เห็นนางแบบแต่งตัวเซ็กซี่ โชว์นู่นเว้านี่ ผมก็ยังรู้สึกดีตามประสาผู้ชายอยู่ .. ส่วนป้ายที่โฆษณาชั้นในของผู้ชายอะไรอย่างนั้น ผมกลับรู้สึกว่าเปลี่ยนเป็นนางแบบป้ายก่อนท่าจะเวิร์คกว่า

ผมไม่มีอารมณ์กับผู้ชายเลย.. ผมยังเป็นผู้ชายที่ชอบผู้หญิงอยู่ ..มันถึงเป็นเหตุผลที่ผมรู้สึกว่าผมมีอะไรกับไอ้เทมไม่ได้ ..แต่แปลกที่ผมจูบกับมันได้ และอยากจูบอีกด้วยซ้ำ...เพราะมันรู้สึกดี


แต่.. ไม่รู้ดิ



ผมขับรถไปหาพวกเพื่อนหลังจากโทรถามแล้วรู้ว่ามันกำลังจะโทรชวนผมไปกินบุฟเฟ่ต์ตอนเที่ยงพอดี

"ป.โทเป็นไงมั่งมึง ยากมั้ย" ผมถามพวกมัน

"โอ้..ก็พอควร" ไอ้พงษ์ตอบ

"มึงไม่ชวนเพื่อนที่ทำงานมึงมาด้วยอะ แดกหลายๆคนสนุกดี" ไอ้ตูมพูด

ไอ้กิตกับไอ้บอสที่ผมเคยโทรไปปรึกษาเรื่องไอ้เทมเลยเงยหน้าขึ้นมามองผมนิดนึงว่าจะตอบยังไง เพราะมันก็คงอยากรู้เหมือนกัน

"ไม่หรอก.. มันเพิ่งไล่กูออกมาจากบ้านนี่แหละ" ผมตอบขำๆ พวกไอ้พงษ์กับไอ้ตูมก็ไม่ว่าอะไร มีแต่ไอ้บอสกับไอ้กิตที่ยิ่งทำหน้าแปลกๆ

"พวกมึงเป็นไรกัน" ไอ้พงษ์เห็นเลยหันไปถามไอ้สองคนนั่น



"อะไรของมึง ?" ไอ้กิตถามผมตอนไปตักซูชิเพิ่มด้วยกัน

"กูบอกมึงแล้วใช่มั้ยว่าให้อยู่ห่างๆ เดี๋ยวก็ได้เป็นผัวเป็นเมียกันโดยประมาทหรอก เสียใจขึ้นมาทีหลังจะหาว่ากูไม่เตือน" นี่ไอ้บอสพูด เล่นเอาไอ้กิตมองเลยครับ เพราะไอ้กิตมันไม่ได้รู้ว่ามีครั้งที่สอง

ซึ่งมันทั้งสองคนก็ไม่ได้รู้ว่าเพิ่งมี ครั้งที่สาม เมื่อคืน

"ไม่ใช่อย่างงั้น.." ผมตอบ

"กูไม่รู้ว่าพวกมึงจะเข้าใจมั้ย เพราะกูเองก็ยังไม่เข้าใจเลยว่ะ"

พวกมันเลยมองหน้ากันเองด้วยความงง.. ผมยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อก็มีโทรศัพท์เข้า แต่เอาขึ้นมารับไม่ทัน วางไปก่อน .. ผมเลยรีบเอาซูชิไปวางที่โต๊ะแล้วกดดูว่าใครโทรมา

เบอร์ที่โทรมาแทบทำให้ผมช็อก



แอม โทรมา !!!



แอมไม่ได้โทรหาผมมาเกือบสองปีแล้ว ..ไม่เคยแม้แต่จะกดผิดมา จนผมคิดว่าเค้าลบทุกอย่างของผมออกไปหมดแล้ว


ผมเลยเดินออกไปโทรกลับนอกร้าน ไม่นานแอมก็รับสาย

"ฮัลโหล น็อต เค้าแอมนะ จำได้ใช่มั้ย" เสียงแอมทำให้ผมนิ่งไปเลย

ผู้หญิง..ที่ผมคิดว่าผมรักที่สุดในโลกโทรกลับมาหาผมหลังจากเลิกกันไปเกือบสองปี


"จ..จำได้" เสียงผมสั่นนิดหน่อย "สบายดีมั้ย"

"สบายดี.. เอ้อ มีอะไรอยากคุยด้วยแหน่ะ เดี๋ยวซักพักมาคุยกันหน่อยได้มั้ยที่..."

แล้วแอมก็นัดผมไปที่ร้านอาหารอีกร้านนึงนอกห้าง ผมก็ตอบตกลงไปแบบเคว้งๆในหัว

อะไรเนี่ย..


ผมกลับเข้าไปในร้านบุฟเฟ่ต์เพื่อเอาเงินวางให้เพื่อน ก่อนจะรีบกลับไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่ที่คอนโดของผมก่อน แล้วถึงออกไปหาแอม

มันทั้งประหม่า ทั้งอะไรหลายอย่าง .. นี่มันก็เกือบสองปีแล้วที่ผมไม่ได้เห็นหน้าแอม ไม่ได้ยินเสียงแอม ไม่ได้ติดต่ออะไรกับแอมเลย

ผมจะว่ายังไงดี ถ้าแอมมาขอคืนดี ..เอ่อ อาจจะหวังสูงไป


แต่... ถึงมันจะไม่ได้ชัดเจนนัก แต่ผมก็กำลัง... กำลังอะไรล่ะ..

เออนั่นแหละ .. กำลังเริ่มอะไรๆอยู่กับไอ้เทม


แล้วผมก็ต้องหยุดความคิดฟุ้งซ่านที่ตีกันในหัวของตัวเองไว้พอเห็นหน้าแอมผ่านกระจกร้านอาหาร ..แอมมองมาเห็นผมเหมือนกัน เค้ายิ้มแล้วโบกมือให้

แอมดูดีเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

ผมสูดหายใจลึกๆแล้วผลักประตูกระจกของร้านเข้าไป


ผมเดินเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้ามแอม ผมพยายามยิ้ม แม้จะรู้ตัวว่าตอนนี้หน้าผมชาเต็มที ..มันอยู่ในความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

ผมเมาหัวราน้ำ อ้วกแตก แฮงก์แบบแทบตายเพราะผู้หญิงคนนี้มานับไม่ถ้วน .. และตอนนี้เค้าอยู่ตรงหน้าผมอีกครั้ง

เจ้าของแหวนแต่งงานที่ผมทิ้งไปแล้วเพราะทนเก็บไว้ให้มันปวดใจไม่ได้


นี่แหละ ..แอม



"ไม่เจอนาน หล่อขึ้นเยอะเลยน็อต" แอมใช้สรรพนามเรียกผมเปลี่ยนไป .. แอมเคยเรียกผมว่า'ตัวเอง' .. แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วสินะ

ไม่ใช่.. มาเกือบสองปีแล้ว


"ข..ขอบคุณ" ผมยิ้มน้อยๆรับ "สวยขึ้นเหมือนกันนะ"

"โอ้ยย ไม่เคยสวยหรอก อย่าว่าไป" แอมพูดหัวเราะๆ

"สั่งอะไรรึยัง" ผมถาม

"อ้อ ยัง รอสั่งพร้อมกันนี่แหละ"

ผมเลยเรียกพนักงานเสิร์ฟมาสั่งอาหาร


"ตัวเองทำงานที่ไหนอะ" ผมยังไม่ชินที่จะเรียกแอมด้วยชื่อ

"เป็นเซลขายยาอะ แต่ไปสายเหนือ เลยไม่ค่อยได้กลับมากรุงเทพฯเท่าไหร่"

"เงินดีมั้ย"

"ก็โอนะ โอทีเดียวแหละ" แอมยิ้ม แสดงว่าได้เงินดีพอสมควร "น็อตล่ะ ได้งานอะไรทำ"

"เป็นโปรแกรมเมอร์ให้บริษัทอะ"

"จริงดิ ?" แอมหัวเราะนิดหน่อย

"ทำไมเหรอ"

"อ๋อเปล่า.. แค่แบบว่า เหมือนแฟนใหม่อะ" แอมตอบตรงๆ


ผมฟังแล้วก็อึ้งไปเลย ..ตอนนี้ในท้องผมยิ่งปั่นป่วนไปหมด มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกจริงๆ ..

ใจนึงผมก็ตะหงิดๆที่แอมมีแฟนใหม่ ..ก็ไม่ได้ถึงกับโกรธหรือเสียใจนะ  เราเลิกกันมานานมากแล้วก็จริง แต่ถ้าจะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลยก็คงจะโกหก

ส่วนอีกใจ..ผมก็ดันโล่งที่รู้สึกว่าแอมคงไม่ได้จะมาขอคืนดีแน่

มันยังไงก็ไม่รู้ไอ้ความรู้สึกบ้าบอของผมเนี่ย !! วุ่นวายไปหมด..


"มี..แฟนใหม่แล้วเหรอ ?" ผมถาม

"อ๋อ..อื้ม"

"นิสัยดีมั้ยล่ะ" ผมสอบแอมแบบสอบผู้ต้องหาเลยครับ ..มันเป็นนิสัยของผู้ชายที่หวงแฟนเก่าจริงๆ ให้ตายเหอะ

"ก็ดี พ่อกับแม่ก็ชอบ แต่ก็ทะเลาะกันบ่อยนิดนึง บ่อยมากเหมือนกัน"

ผมเลยนึกไปถึงว่าตอนผมคบกับแอม เราไม่ได้ทะเลาะกันบ่อยนะ ..

เฮ้ยย รื้อฟื้นเองทำไม อะไรของกูเนี่ย !!!



"จริงๆที่บอกให้น็อตมาคุยกัน ก็เพราะมีเรื่องอยากจะบอกนี่แหละ" ผมเริ่มใจเต้นขึ้นมาอีกนิดนึง เพราะไม่รู้แอมจะบอกว่าอะไร


"เค้า..กำลังจะหมั้นกันกับแฟนอะ"


หลังจากได้ฟัง ผมเองก็ทำหน้าไม่ถูกเหมือนกันครับ จะบึ้งมันก็บึ้งไม่ได้ แต่จะยิ้มก็ยิ้มไม่ออก

"คือ..เค้าอยากบอกน็อตเป็นคนแรกอะ .. เค้าก็ยังให้เกียรติน็อตเหมือนเดิมนะ ..ถือว่าน็อตเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเลย.."

แอมกำลังจะพูดต่อ แต่ผมโพล่งแทรกขึ้นมาก่อน

"ท..ทำไมหมั้นเร็วนัก"

"ก็..ไม่รู้ดิ พ่อกับแม่คุยกันแล้วว่าเห็นสมควรก็เลยให้เค้ามาคุยๆกับแฟน กับพ่อแม่แฟนดูอะ" แอมตอบก่อนจะพูดต่อไปแบบหัวเราะๆ

"พ่อกับแม่คงเห็นว่างานเค้ามันต้องไปไกลด้วยมั้งก็เลยแบบอยากให้กับแฟนคนนี้มั่นคงหน่อย ผู้ชายจะได้มีอะไรผูกมัดเวลาอยู่ไกลๆกัน ..จะได้ไม่กล้านอกใจมาก"

"แฟนตัวเองเค้าเจ้าชู้เหรอ ?"

"ก็ไม่นะ.. ไม่หรอก แต่มันเป็นเรื่องที่พ่อกับแม่เค้าคิดไง แล้วพ่อกับแม่เค้าก็รู้นิสัยลูกสาวตัวเองอยู่ว่าเป็นแบบนี้"

แอมคงหมายถึงนิสัยเซลฟ์ๆ มั่นใจในตัวเอง แล้วก็ห้าวๆหน่อยน่ะครับ

"แต่พ่อบอกว่าแบบ ตอนเรียนมหาลัยกับตอนทำงานมันต่างกัน ตอนมหาลัยเราจะรักๆเลิกๆกี่คนก็ได้.." ถึงตรงนี้จี๊ดขึ้นมาอีกนิดนึง

"แต่ตอนทำงานแล้วมันหาคนดีๆยาก ..คือพ่อกับแม่ก็มองว่าคนนี้ดีสำหรับเค้าอะ ..แล้วก็แบบทำงานไกล บางทีถ้าใครเค้ารู้ว่าเราหมั้นแล้วมันจะปลอดภัยกว่าอะไรงี้อะ"

"..แล้วตัวเองมั่นใจแล้วเหรอ ?" ผมถามแบบแสดงความไม่เห็นด้วยเต็มเหนี่ยว แต่แอมที่ยังไม่ทันได้ตอบก็พูดขึ้นก่อน

"นี่ไง..พูดถึงก็มาพอดีเลย"

แอมมองข้ามหัวผมไป สงสัยไอ้แฟนใหม่ของแอมคงเดินมาข้างหลังผม ..ผมช็อกค้างจนหันไปดูไม่ไหวก็เลยรอให้แม่งเดินมาให้เห็นเอง

หน้าตาเป็นยังไงวะไอ้แฟนใหม่ของแอมน่ะ อยากจะรู้เหมือนกัน

ผมเห็นจากหางตาว่ามันเดินมาหยุดที่โต๊ะ เลยค่อยๆเงยหน้ามอง



"นี่ เทม ...แฟนเค้าอะน็อต ..แล้วนี่น็อตนะเทม เพื่อนสนิทเค้า"



อ..ไอ้เทม.... ไอ้ ..ไอ้เหี้ยเทมเนี่ยนะ !!!!!



ผมมองหน้ามันแบบตาแทบถลนออกมาจากเบ้า ส่วนมันเองก็มองผมกลับมาแบบโคตรอึ้งไม่แพ้กัน !








ออฟไลน์ nievamor

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
CHAPTER 8



เดี๋ยวนะ..  เดี๋ยว..


เดี๋ยวนะโว้ยยย !! ไอ้เหี้ยยยย !!


แอมบอกว่าไอ้เทมเนี่ยแฟนแอม กำลังจะหมั้นกัน .. ไอ้เทม..เพื่อนที่ทำงานอยู่แผนกเดียวกับผม..


ไอ้เทม..ที่จูบผมไปสามครั้งแล้วอะนะ !!!?


ตอนนี้หัวผมเบลอเหมือนโดนอะไรมากระแทกเข้าอย่างจัง

ภาพบนเตียงเมื่อคืนมันยังติดค้างในความรู้สึกอยู่เลย



"เอ่อ..น็อต" แอมเรียกสติผมให้กลับคืนมา ผมเลยมองหน้าแอมสลับกับไอ้เทมที่ทรุดตัวลงนั่งข้างแอมแล้ว

"ล้อเล่นใช่มั้ยเนี่ย" ผมถาม

"เอ่อ..ไม่นะ" แอมทำหน้างง "นี่เทม แฟนเค้าจริงๆ"


"ตัวเอง..ไอ้นี่อะ.." ผมกำลังจะบอกแอมว่าเมื่อคืนมันเพิ่ง...

"เอ่อ..บังเอิญมากอะแอม น็อตเป็นเพื่อนที่ทำงานเทม" แต่ไอ้หอกเทมเสือกแทรกขึ้นมาก่อนเหมือนแม่งรู้ว่าผมจะพูดอะไร ..ผมเลยได้แต่กัดฟันเบาๆแล้วฝืนยิ้มให้แอม

"จริงดิ ? บังเอิญมากอะ" แอมยิ้ม "งี้ก็ไม่ต้องแนะนำเลยเนอะ"

ไอ้เทมหัวเราะน้อยๆไปกับแอม แล้วหันมาส่งสายตาห่าอะไรก็ไม่รู้ใส่ผม



อ๋อออ... มึงจะเล่นแบบนี้ใช่มั้ย..


ผมว่าแม่งคงไปแอบรู้มาว่าผมเป็นแฟนเก่าที่ยังรักแอมเหมือนเดิม ..มันซึ่งเป็นแฟนคนปัจจุบันถึงได้หาเรื่องกวนตีนผมนู่นนี่นั่นสารพัด

แล้วไอ้เรื่องจูบ.. แม่งคงจะแกล้งให้ผมเขว ผมจะได้ไม่ขวางมันตอนงานหมั้นล่ะสิ



เข้าใจล่ะ.. เข้าใจล่ะ..


มึงมีแผนของมึงใช่มั้ย.. กูก็มีแผนจะเอาแอมคืนมาเหมือนกันโว้ยไอ้หอก !!!



"งานหมั้นจะจัดวันไหนเหรอตัวเอง" ผมถามแอมเพื่อจะได้เตรียมคิดหาวิธีว่าจะเอายังไงดี

"ก็ต้องคุยกับทางพ่อแม่เทมก่อนอะ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็ดูฤกษ์ ก็อาจจะซักเดือนหน้า ไม่ก็อีกสองสามเดือนไรงี้แหละมั้ง"

"แล้วพ่อแม่แกว่าไงบ้างล่ะเทม" ผมแกล้งหันไปยิ้มเสแสร้งให้ไอ้เทม มันสบตาผมแวบนึงแล้วเสมองไปทางอื่น

"ยังไม่ได้คุย ตอนนี้พ่อกับแม่ไปทำธุระต่างจังหวัด คงกลับอาทิตย์หน้า" มันตอบเสียงเรียบพร้อมหน้านิ่งๆ


"พรุ่งนี้ถึงเสาร์หน้าเค้าต้องทำงานต่อด้วยอะ นัดกับลูกค้าไว้" แอมบอก "แต่เดี๋ยววันอาทิตย์หน้าจะเข้ามากรุงเทพฯอีกที"

งั้นก็หมายความว่า.. ผมมีเวลาพรุ่งนี้ถึงวันเสาร์เพื่อกล่อมให้ไอ้เทมเลิกยุ่งกับแอมซะที ไม่ต้องหม้งต้องหมั้นอะไรกันทั้งนั้น ..เพราะคนที่จะแต่งกับแอมคือกูคนเดียวโว้ย !!


ไอ้เทมเงยหน้าขึ้นมามองผมอีกแล้ว ..ผมไม่รู้ว่ามันคิดจะพูดอะไร แต่สาบานว่าผมจะไม่ให้สายตาของมันหลอกผมอีก

ไอ้ชาติชั่ว !!!


พอกินกันเสร็จก็แยกย้าย ..ผมมองไอ้เทมเดินไปกับแอมแบบสุดปวดขั้วหัวใจ แล้วก็ได้แต่เดินคอตกไปที่รถ

มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนโดนหักอกจากคนสองคนพร้อมๆกัน ..



ตกกลางคืนผมเลยต้องชวนเพื่อนไปเมา ..แต่ก่อนจะเมามาก ผมจำได้ว่าตัวเองพูดออกไปว่า..


"มันหลอกกู... !!!"



ให้แบล็คช่วยขับความรู้สึกแย่ๆที่มันรุมผมออกมาทางอ้วกก็แล้วกัน จะแฮงก์ข้ามวันไปเลยผมก็ไม่สนใจ วันนี้ผมขอจัดหนักอีกซักวัน.. เผื่อว่าวันพรุ่งนี้มันจะเป็นวันของผมบ้าง



วันอาทิตย์ผมตื่นมาเห็นอ้วกเลอะเสื้อตัวเองเต็มไปหมด ..จัดหนักจริงอะไรจริงเมื่อวาน ถึงกับไม่ได้เข้าไปอ้วกในห้องน้ำกันเลยทีเดียว

ผมเลยลุกไปอาบน้ำแล้วค่อยออกมากินพารา เพิ่งเห็นว่าหกโมงเย็นแล้ว ..ผมเช็คเบอร์โทรเข้าในมือถือเห็นมี 16 สายไม่ได้รับ ปรากฎว่าเป็นเบอร์ไอ้เหี้ยเทมคนเดียวล้วนๆ

ไม่ทันขาดคำแม่งก็โทรมาอีก

"...เออ" ผมรับสายไปแบบทั้งหงุดหงิด ทั้งมึนหัว

"น็อต มาเปิดประตูให้หน่อยสิ ฉันอยู่ข้างล่างคอนโดแกแล้ว"

"ไปตายไป" ผมเลยไล่แม่ง

"น็อต..ขอร้อง มาเปิดประตูให้หน่อย"

ผมลงลิฟท์ไปเปิดให้มันแบบมึนๆ ..พอเปิดประตูเห็นหน้าไอ้เทมเท่านั้นแหละ ชกแม่งล้มลงไปเลย

เห็นมันเอามือกุมๆหน้า มองผมแล้วค่อยๆยันตัวลุก ..มันก็รู้ตัวนั่นแหละว่ามันผิด


"มีอะไรจะพูด ?" ผมถามแล้วก็ยืนขวางประตูทางขึ้นคอนโดไว้อย่างนั้น (อาจเพราะยังแฮงก์อยู่ด้วย)

"ขอขึ้นไปหน่อยได้มั้ย"

"ไม่ว่ะ.." ผมตอบ สีหน้ามันเลยยิ่งแย่ไปอีก


"เรื่องนี้มันต้องคุย มันต้องอธิบายนะเว้ยน็อต" มันบอก

"มึงก็บอกมาสิ"

"ถ้าใช้อารมณ์มันจะคุยกันรู้เรื่องมั้ย!" มันตะคอกผมกลับเพราะปกติผมไม่ได้พูดกูมึงกับมัน


"อ๋อ.. แล้วจะไม่ให้ใช้อารมณ์เหรอ ..มีตรงไหนมันไม่น่าใช้อารมณ์วะไอ้คุณเทม ! ..แกคงจะรู้ใช่มั้ยว่าแอมเป็นแฟนเก่าที่ฉันเคยพูดถึง แกคงรู้ใช่มั้ยว่าฉันรักแอมมากขนาดไหน ถึงได้วางแผนแกล้งทำเรื่องบ้าเรื่องบออะไรนี่ !!"

ผมใส่ไม่ยั้ง ..แต่มันกลับทำหน้างง

"บอกเลยนะเว้ยว่าแม่งไม่ได้ผล แกจะจูบฉันอีกกี่ครั้งก็ไม่ได้ผล .. ที่สำคัญแกทำร้ายความเชื่อใจของแอมว่ะ แกเห็นแอมไปทำงานไกลแบบนี้เลยคิดว่าจะหาเรื่องแกล้งใครด้วยวิธีการแบบไหนก็ได้งั้นดิ!"

"..น็อต" มันพยายามจะพูดแต่ผมไม่ฟัง

"กลับไปเหอะ ไอ้ตอแหล !!!" แล้วผมก็ปิดประตูใส่แม่ง


ผมว่าผมไปนอนแล้วค่อยตื่นให้เต็มตาพรุ่งนี้อีกทีดีกว่า หัวผมจะได้ไบรท์ จะได้มีสติคิดว่าผมจะกล่อมไอ้ห่าเทมยังไงดี มันถึงจะยอมปล่อยมือจากแอมซะที


...
..
..
.


วันจันทร์

ผมวางกระเป๋าแรงๆบนโต๊ะทำงานตัวยาวที่เป็นโต๊ะของผมกับมันร่วมกัน จนไอ้เทมหันมามอง วันนี้มันก็ยังคงมาเช้ากว่าผมเหมือนเดิม

"คืองี้นะเทม" ผมพูดหลังจากนั่งลงบนเก้าอี้แล้วเลื่อนเข้าไปใกล้มัน

"อยากให้แกเข้าใจว่าฉันรักแอมมาก .. เข้าใจคำว่า มาก จนอยากจะขอแต่งงานใช่มั้ย"

มันเอาแต่มองหน้าแล้วก็ไม่ตอบอะไรผม

"นี่แหละแอม นี่แหละผู้หญิงที่ฉันกำลังจะขอแต่งงาน นี่แหละผู้หญิงที่ทำให้ฉันบ้ามาเป็นปีๆ" ผมอธิบาย

"ฉันเพิ่งเลิกกับแอมมาได้เกือบสองปี ..ก่อนหน้านั้นคบกันสี่ปี นานนะ" วันนี้ผมพยายามทำอารมณ์ดีและทำตัวให้มีเหตุมีผลมากที่สุด

"ซึ่ง..ถ้าเทียบกับแกแล้ว แกคงจะคบกับแอมมาซักประมาณ.. 4-5 เดือนได้"

"9 เดือน" มันแทรกขึ้นมา

"โอเค 9 เดือน หรือต่อให้ 1 ปี.. ก็ยังเทียบไม่ได้กับเวลา 4 ปีของฉันกับแอมอยู่ดี"

ถึงตรงนี้มันก็ยังมองตาผมอยู่ครับ.. มันจ้องผมเขม็งแบบไม่ลดละเลย เหมือนมันกำลังพยายามจะพูดอะไรด้วยสายตาอีกแล้ว


"แกรักแอมได้ไม่เท่าที่ฉันรักแอมหรอกเทม ปล่อยแอมไปเหอะ"

"แกคิดว่าถ้าฉันปล่อยมือจากแอม แอมจะกลับมาหาแกรึไง" มันกลับพูดจากวนตีนใส่ผม

"อย่ามาเล่นลิ้น.. ไอ้เทม"

"ถ้าเค้ายังรักแกอยู่ เค้าจะเลิกกับแกทำไม คบกันมาตั้ง 4 ปี" คำพูดไอ้เทมเหมือนกวนตีน แต่อาจเป็นเพราะสีหน้ากับสายตาของมันที่ไม่ยิ้มเลย เลยทำให้ผมรู้สึกว่ามันกำลังพูดกับผมด้วยเหตุผล

และมันก็จริง.. ผมเถียงอะไรไม่ออก แต่จะทำให้เสียก็ไม่ได้ ..อาทิตย์นี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่ผมจะแย่งแอมคืน


"แกจะให้ฉันแฉมั้ยว่าระหว่างที่แอมไปทำงานต่างจังหวัด แกทำอะไรบ้าง ..จีบลูกสาวหัวหน้าเอย อะไรอีกล่ะ.. อ้อ ไม่บอกลูกสาวหัวหน้าด้วยนะว่ามีแฟนแล้ว .. แล้วยัง.."  ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้มันแล้วพูดให้เบาลง  "..จูบผู้ชายอีก"
 

ไอ้เทมก็ยังมองนิ่งๆอยู่ครับ เหมือนมันไม่ได้รู้สึกกลัวเลยว่าจะถูกแฉ (จะว่าไป ไอ้เหี้ยนี่เคยกลัวอะไรบ้าง ขนาดหัวหน้ามันยังไม่กลัวเลย)


"หนุ่มๆ.. งานเข้าจ้ะ" แล้วพี่ริเอะก็เข้ามาวางแฮนดี้ไดรฟ์สองอันให้ผมกับมัน เป็นอันว่ายกนี้ต้องยุติไว้เท่านี้ก่อน



วันอังคาร ไอ้เทมไม่ได้คุยอะไรกับผม ..ไม่คุย ไม่มอง ไม่อะไรเลย จนผมชักเอะใจ ..แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปทักอะไรมัน

ผมเริ่มหนักใจแล้วว่าจะพยายามกล่อมมันสำเร็จมั้ย เพราะเวลามันนิ่งทีไร ผมเข้าไม่ถูกทุกที ..ไม่เคยเข้าใจเลยว่ามันคิดอะไรอยู่



วันพุธ ผมค่อยๆอธิบายมันแบบมีเหตุผลว่าผมรู้ดีว่าแอมนิสัยยังไง และรู้ว่ามันกับแอมเข้ากันไม่ได้แน่นอน ..มันก็เงียบฟังเฉยๆ ไม่ตอบรับ ไม่ปฏิเสธ



วันพฤหัส ผมพยายามอธิบายโน้มน้าวมันอีก แต่วันนี้มันทำเหมือนผมไม่มีตัวตน คือนอกจากจะไม่ฟัง ไม่หือไม่อือแล้ว มันยังตะโกนคุยงานกับพี่ที่แผนกจนผมต้องสำเหนียกว่ากลายเป็นไอ้โง่พล่ามอยู่คนเดียว

เวลาผ่านไป.. แผนจะเอาแอมคืนมาก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลห่าอะไรเลย



วันศุกร์

มันมองครับ แต่ไม่คุย ..

พอตอนเย็นใกล้จะเลิกงาน มันถึงทักมาทาง Chat Plugin ของระบบปฎิบัติการ

THAME1657 - ถ้าเป็นแกจะตอบว่าไง




ผมก็งงว่ามันหมายถึงเรื่องอะไร เลยถามกลับ

KNOTFLIP - อะไรของแก 

THAME1657 - อยากเคลียร์

THAME1657 - ไปคุยกันต่อที่บ้านฉัน



แล้วมันก็ปิด Plugin ไปครับ

ผมเลยหันหน้าไปมองมันก่อนจะบอก "ไม่ไป"

"ป๊อด!" มันเลิกคิ้วใส่ผม


เป็นอันว่าผมต้องขับรถตามไอ้เทมไปบ้านมัน ..บางทีผมก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องยอมแม่งตลอดเลย แค่มันพูดคำว่า'ป๊อด'คำเดียว

พอไปถึงบ้าน มันก็โยนกุญแจ โยนกระเป๋าแบบอึดอัดๆนิดหน่อย ..ก่อนจะเดินวนไปวนมาสองสามรอบแล้วถึงหันมาพูดกับผม

"วันนี้มาพูดตรงๆแบบไม่อ้อมค้อม"

ผมเลยยักไหล่ว่าไม่มีปัญหา  "ว่ามา"


"ฉันไม่เคยรู้ว่าแกเป็นแฟนเก่าแอมนะเว้ย แอมไม่เคยพูดเรื่องแฟนเก่า ..ฉันก็ไม่เคยถาม" มันพูด "ฉันเพิ่งรู้ว่าแกเป็นบ้าเป็นบอกับแฟนเก่ามาเป็นปีๆก็เมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่แกพูดขึ้นมาเอง ..แล้วก็เพิ่งรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือแอม  ก็ตอนที่แกบอกที่ใต้คอนโด... วันเสาร์ที่แอมมากินข้าวด้วย ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ..แต่ฉันตกใจเฉยๆที่แกได้มารู้ว่าฉันเป็นแฟนกับแอม"

มันเดินเข้ามาใกล้

"ฉันไม่เคยมีแผนบ้าบออะไรที่แกบอกนะน็อต !.. เพราะฉันไม่รู้จริงๆเว้ย ไม่รู้จริงๆว่าแอมเป็นแฟนเก่าแก สาบานเลย" ไอ้เทมพ่นลมหายใจ

"ฉันไม่เคยอยากทำร้ายความรู้สึกของแอม..หรือของแก" มันมองจ้องเข้ามาในตาผมเหมือนอยากย้ำว่ามันพูดจริง


"ฉันคบกับแอมแบบธรรมดาๆ จนแกเข้ามาทดลองงาน เห็นแกครั้งแรกก็รู้สึกว่าแม่ง ไอ้นี่มันถูกชะตาดีว่ะ ได้มาทำงานด้วยกันคงดี"

"ถูกชะตาแล้วแกมากวนตีนฉันทำไมวะไอ้เวร !!" ผมนึกไปถึงตอนแรกๆที่มันไม่ช่วยเทรนงานให้ผม แถมยังใช้ให้แต่ผมไปชงกาแฟให้


"แกเคยเป็นมั้ยล่ะ กับคนอื่นเราจะพูดจะหยอดคำหวานอะไรได้สารพัด ..แต่กับบางคนเราไม่กล้าทำน่ะ"  มันโพล่งออกมา แต่ผมก็ไม่กล้าเชื่ออะไรแม่งอีก.. ที่ผ่านๆมาผมไม่รู้แล้วว่าอะไรจริงไม่จริง


"ถ้าวันนี้จะสร้างเรื่องอีกก็เอาให้มันเนียนๆหน่อยล่ะ" ผมเลยบอกมัน

พอฟังจบมันก็ดึงผมเข้าไปจูบเลยครับ ผมต้องรีบผละออกแล้วชกหน้าแม่งไปที เวลาแบบนี้ยังมาทำอย่างนี้อีก ไม่เข้าเรื่อง!!!

แต่สิ่งที่มันถามต่อมาก็ทำให้ผมคิด..


"แล้วแกว่าจูบเมื่อกี๊น่ะของจริงรึเปล่าล่ะ !?"


คำพูดของคนอาจจะโกหก แต่ภาษากายไม่เคยโกหก ..

ผมนึกทวนความรู้สึกที่มันเคยจูบผมมาตลอด.. โดยเฉพาะเมื่อกี๊

มันเจ็บใจอยู่นะที่จะพูด แต่.. ผมรู้สึกได้ว่ามันเป็นของจริง ออกมาจากใจมันจริงๆ



"แกเลยช่วยให้ฉันได้งานใช่มั้ย.." ผมตัดสินใจถามในสิ่งที่ไม่เคยกล้าถาม

"เออ!!  ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันเป็นบ้าอะไร พอเห็นแกขาดบ่อยเข้าก็ชักเป็นห่วงว่าจะไม่ผ่านโปร ก็เลยขาดให้มันมากกว่าแก ให้หัวหน้าเช็ค ..พอแกจะไปยุ่งกับน้องกรีนเลยแกล้งหาเรื่องไปยุ่งกับน้องแทน หัวหน้าจะได้ไม่พุ่งประเด็นไปที่แก... ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันเว้ยว่าทำไมฉันจะต้องยอมเอาอาชีพการงานตัวเองไปเสี่ยงให้แกด้วย!"

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มันพูดออกมาหมดเปลือก ไม่มีการมองหน้ากันแล้วเงียบเฉยๆ


"แต่พอแกได้งาน ได้มาทำด้วยกัน ก็เสือกรู้สึกว่าแม่งโคตรคุ้มเลยว่ะที่ทำไป"


ผมอึ้งไปเลยครับ


"ที่น้องกรีนเคยถามว่าฉันจะเอาแกไว้เองเหรอ.."  มันมองตาผม  "ฉันตอบไปว่าก็ไม่รู้เหมือนกัน"

ตอนนี้ความทรงจำช่วงต่างๆของผมกับมันกลับมาหมดเลย


"ฉันไม่รู้จริงๆเว้ย แต่ยิ่งอยู่ใกล้แก ทำงานกับแก ...มันยิ่ง.."  ไอ้เทมทำท่าคิด แต่ซักพักก็ตะโกนออกมา  "...ไม่รู้โว้ยย!"



"ที่แกถามว่าทำไมฉันชอบมองหน้าแกแล้วใช้สายตาคุยนัก เพราะฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะพูดอะไรเว้ย ฉันไม่รู้ว่าฉันกำลังรู้สึกอะไร .. ฉันเป็นผู้ชาย แล้วฉันก็มีแฟนอยู่แล้วเป็นผู้หญิง ! ...ที่พี่น้ำแซวว่าจะเอาตั๋วบอลไปดูกับเค้าเหรอ พี่เค้าก็หมายถึงแอมนั่นแหละ.."  มันพูด  "แต่ฉันแค่อยากไปดูกับแก ก็เลยชวน.. แค่นั้นจริงๆ.."


ผมได้แต่เงียบแล้วก็ฟังมันอย่างเดียว ..นี่เป็นเหตุผลของมันที่ทำเอาผมอึ้งไปเลย

เหตุผลที่อยู่ข้างในความกวนตีน ความผ่าซาก ความเงียบเข้าใจยากของมันมาเป็นเดือนๆ



"วันนั้นที่เราจูบกันครั้งแรก.."  แล้วมันก็พูดถึงเรื่องนี้

"ฉันไม่ได้เมา ..แต่พอได้มองหน้าแกใกล้ขนาดนั้นมันเสือกห้ามใจตัวเองไม่ไหว ยิ่งเห็นว่าแกไม่ผลักออกก็เลยรู้ว่าเราอาจจะคิดเหมือนๆกัน"

พอมันพูดถึงตรงนี้ .. ทำให้ผมต้องทบทวนความรู้สึกตัวเองในวันนั้น..

ใช่.. ผมไม่ผลักออก ผมตอบรับจูบมันแต่โดยดีด้วยซ้ำ


"แต่ก็ใช่ว่าฉันจะสบายใจ ฉันเองก็อึดอัดเพราะมีแอมอยู่แล้ว.. แต่ครั้งที่สอง..ฉันแค่อยากบอกว่าฉันไม่ได้เมาและฉันจูบแกได้เว้ยน็อต" ไอ้เทมสูดหายใจลึกๆอีกครั้งก่อนจะพูดต่อ..

"ส่วนครั้งที่สาม.. ฉันว่าแกเข้าใจ"

ครั้งที่สามในห้องนอนไอ้เทม ..ผมจำได้ดีว่ามันทำให้ผมอมยิ้มไปตลอดทั้งเช้า


"ฉันถามแกหน่อยน็อต ถ้าแกมีแฟนอยู่แล้ว.. แล้วแกเกิดความรู้สึกอะไรบางอย่างกับเพื่อนร่วมงาน ..ถ้าเพื่อนร่วมงานแกถามว่าคิดอะไรกับมันเกินเพื่อนรึเปล่า ..แกจะตอบว่าไง ?"

นี่คงจะเป็นสิ่งที่ไอ้เทมหมายถึงตอนมันแชทมาหาผม


ตอนนี้ในความรู้สึกผมมันทั้งอึดอัด แล้วมันก็ทั้งโล่งที่ได้ฟังความจริงทั้งหมดจากปากไอ้เทม

ไม่มีแล้วสินะ..ไอ้ที่จะมานั่งมองหน้ากันแล้วเดาความเอาเอง


ผมเข้าใจแล้วทำไมบางทีไอ้เทมมันถึงได้เงียบ ไม่พูดอะไรทั้งนั้น  ..เพราะถ้าผมเป็นมัน  ผมก็คงพูดอะไรไม่ถูกเหมือนกัน


แต่อะไรบางอย่างในใจผมก็บอกว่าแบบนี้มันผิด


"แล้วแอมล่ะ ?" ผมโพล่งออกมาบ้าง

"แกไม่คิดบ้างเหรอว่าแอมจะรู้สึกยังไงถ้ารู้ว่าแก.." ผมขยักไว้เพราะไม่รู้จะพูดออกมายังไงดี เรื่องบ้าๆนี่มันดันเกี่ยวกับตัวผมโดยตรง

"แล้วมันห้ามได้เหรอวะน็อต !?" มันถามกลับ  "ฉันพยายามจะไม่อะไร พยายามจะไม่พูด พยายามเฉยๆอะไรก็แล้ว แต่แม่งก็รู้สึกอยู่ดี"


"แกอาจจะแค่หวั่นไหวเพราะว่าแอมอยู่ไกลเว้ยเทม" ผมช่วยคิดเหตุผลดีๆให้มัน

"ฉันคบกับแอมมาห้าหกเดือนก่อนแกมาเข้ามาทำงานนะเว้ย แอมก็ไปเป็นเซลต่างจังหวัดแบบนี้มาตลอด.. แล้วทำไมฉันเพิ่งมาเป็นตอนแกมาล่ะ ..ก่อนหน้านี้ลูกค้าทั้งผู้หญิงผู้ชาย เด็กที่มาฝึกงานก็มีเยอะแยะ.."


"ทำไมต้องเป็นแกวะน็อต !?" มันถามผมด้วยน้ำเสียงที่เหมือนใช้ถามตัวเอง


ผมเลยคิด..

ผมก็ไม่ใช่เกย์ มันก็ไม่ใช่เกย์ แต่เราสองคนเสือกมารู้สึกอะไรกันแปลกๆแบบโคตรไม่มีเหตุผล

แต่ความรู้สึกชอบใครซักคน แม่งก็ไม่เคยมีเหตุผลอยู่แล้ว..



แต่ถึงอย่างนั้น...

.. ผมว่ามันก็ไม่ค่อยถูกอยู่ดี



เรื่องของผมกับมันไม่มีเหตุผล .. แล้วมันก็ไม่มีเหตุผลที่จะเอามาพูดตอนนี้ด้วย


"เดี๋ยวนะ แกจะมาพูดให้ได้อะไรวะเทม ?" ผมถามกลับ "ยังไงพ่อแม่แอมก็คิดเรื่องหมั้นไว้แล้ว.. ลืมเรื่องบ้าๆที่เราเคยเผลอทำแล้วกลับไปเริ่มต้นใหม่เถอะว่ะ แกก็มีชีวิตของแกกับแอม ฉันก็มีชีวิตของฉัน ก็แค่นั้น ..."  ผมพูด


"ฉันปล่อยมือเอง.."



พอฟังผมพูดจบ ไอ้เทมก็เข้ามาดึงตัวผมเข้าไปใกล้มันทันที

"แต่ฉันไม่ปล่อย!"

"ไอ้เทม!!" ผมเลยตะคอกใส่หน้ามัน เพราะเวลาแบบนี้จะพูดอะไรได้มากกว่านี้อีก

"ถ้าบอกให้ฉันลืมแล้วกลับไปเริ่มต้นใหม่ ..ทำไมแกไม่ทำตั้งแต่ที่เราจูบกันครั้งแรก ?"  มันถาม ..ผมเลยได้แต่เงียบ


"ฉันรู้ว่าแกก็ทำไม่ได้เว้ย.."  มันพูดใส่หน้าผม  "ฉันเองก็ทำไม่ได้!"

ถึงตรงนี้มันจุกอกไปหมด.. ผมเถียงอะไรมันไม่ออกสักคำ ..

ใช่.. ถ้าผมคิดจะเริ่มใหม่อย่างมันว่า ผมคงไม่ปล่อยให้ตัวเองกับมันมาถึงจุดนี้ตั้งแต่แรก


"แกก็รู้ว่าเรื่องของเราถึงมันจะดูบ้าบอไร้สาระ แต่แม่งก็เป็นของจริง" ไอ้เทมพูด


"เทม.. ผู้ชายกับผู้ชายมันไม่ใช่ของคู่กันเว้ย" ผมพยายามเค้นคำพูดบอกมัน "แล้วเรายังแค่เริ่มๆ มันจบได้.. แต่แกกับแอมน่ะนานแล้วนะเว้ย"

"แล้วที่ฉันมาอะไรกับแกได้แบบนี้ ..แกคิดว่าฉันกับแอมจะไปกันรอดเหรอวะ !??" มันถาม

"เวลาแม่งไม่เกี่ยวอะไรเลยเว้ยน็อต..มันไม่ได้วัดเลยว่าใครใช่กว่า"

"แล้วแกว่าฉันใช่กว่าแอมเหรอ !?"

"ฉันไม่รู้.."  มันตอบแบบนี้อีกแล้ว  "..แต่ฉันไม่คบทีละสองคน"


ผมรู้ว่ามันหมายถึงอะไร..


ที่มันเอามาพูดกับผมแบบนี้.. แปลว่ามันเลือกผม และตั้งใจจะปล่อยมือจากแอม

นิสัยอย่างมัน คงตัดสินใจจะเอาเรื่องนี้ไปคุยกับแอมให้เคลียร์...



"อย่าพูดอะไรให้แอมเสียใจ" ผมกำชับมัน

"ไม่อยู่แล้ว.."

"แล้วถ้าแอมไม่โอเค ..แอมยังยืนยันจะหมั้นกับแก ก็ตามใจแอม แล้วอย่ามายุ่งกับฉันอีก" ผมกัดฟันพูดแบบชาไปหมดทั้งหน้า

ไอ้เทมไม่ได้ตอบอะไรแต่มันดึงผมเข้าไปกอด มันกอดแน่นมากด้วยความรู้สึกเจ็บๆหน่วงๆ ...


อยู่ๆก็กลายเป็นชู้ของแฟนใหม่ของแฟนเก่าตัวเอง  .. จะบ้าตาย !










ออฟไลน์ nievamor

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
CHAPTER 9



ผมบอกน็อตไปแล้วถึงสิ่งที่ผมคิดและสิ่งที่ผมรู้สึก .. ใครอาจจะมองว่าผมเห็นแก่ตัวก็ได้ ..แต่เรื่องแบบนี้ไม่มีคำว่าเห็นแก่ตัว

ถ้าคบกันแล้วใช่ มันก็น่าคบต่อ .. แต่ถ้าไม่ใช่ ก็ต้องปล่อยมือกันไป


ผมเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชายนัก ..เพราะส่วนตัวผมก็ชอบผู้หญิงมาตลอดเหมือนกัน

แต่ถ้ามันมีคนที่'ใช่'.. แล้วดันเป็นผู้ชายขึ้นมา

คุณว่ามันคุ้มเหรอ กับการพยายามดึงดันคบกับผู้หญิงที่แค่ 'เหมือนจะใช่' ต่อไป


ผมว่าไม่คุ้ม..



ผมกับน็อตก็ยังไม่มีข้อสรุปว่าเราเป็นอะไรกัน ..แต่ผมไม่ได้อยากหยุดความสัมพันธ์ไว้แค่ที่คำว่า 'ไม่รู้'

ผมอยากรู้ว่าเราสองคนจะเป็นได้ถึงไหน.. ใช่อยู่ว่าถ้าซักวันนึงมันไม่ใช่ ก็ต้องปล่อยมือเหมือนกัน

แต่ตอนนี้ผมยังไม่ขอปล่อยมือจากน็อต แล้วมาเลือกความสัมพันธ์ที่จริงจังขึ้นในอีกระดับกับแอม


ผมกับแอมเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เราเป็นแฟนที่..ก็โอเค.. ถึงจะทะเลาะกันบ่อยก็เถอะ

แต่ผมไม่เคยคิดว่าเราจะเป็นคู่หมั้นและคู่ชีวิตที่ดีของกันและกัน

ต้องยอมรับตามตรงว่า 'ไม่เคยคิด' เลยจริงๆ ..



ผมถึงตกใจตอนแอมโทรมาคุยเรื่องนี้เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เพราะผมรู้สึกว่ามันยังเร็วเกินไป..

และที่สำคัญ ผมว่าผมกำลังทำความเข้าใจความรู้สึกของผมกับน็อตด้วย


วันนี้วันอาทิตย์ วันที่แอมจะมาคุยกับพ่อแม่ผม แต่ผมขอให้แอมมาที่บ้านเพื่อคุยอะไรกันก่อน

"ทำไม..ถึงเลิกกับน็อตล่ะ" ผมถาม แอมก็เลยทำหน้างงๆ

"รู้ได้ไง ?"

"เอาเป็นว่ารู้"

"น็อตไม่ได้พูดอะไรใช่มั้ย ?" แอมน่าจะหมายถึงว่าไอ้น็อตมันได้พยายามขัดขวางการหมั้นรึเปล่า

"ไม่..ก็รู้แค่นี้ แต่น็อตก็ยินดีด้วย"


แอมเลยมองหน้าผมนิดนึงก่อน แล้วถึงค่อยตอบ

"ก็.. พอถึงจุดนึงแอมรู้สึกว่าเค้าเป็นเพื่อนที่ดี แล้วมันก็น่าจะหยุดไว้แค่นั้น ..เทมก็รู้ว่าแอมไม่ชอบผูกมัดกับอะไรนานๆ ..คือตอนนั้นก็คิดหลายเรื่องด้วยแหละ แอมรู้สึกว่าเราเรียนจบแล้ว เราน่าจะมีชีวิตใหม่ๆ.. ไม่ใช่ว่าน็อตไม่ดีนะ น็อตดี แต่จะดีกว่าถ้าเป็นเพื่อน แอมคิดงั้น"

"ไม่ใช่เพราะนิสัยเข้ากันไม่ได้เหรอ" ผมลองถาม

"เอ่ออ.. น็อตเป็นคนติดเพื่อนนะ ตอนทำงานเป็นมั้ย.."  แอมหันมาถามความเห็นผม  "แต่แอมก็ไม่ค่อยซีเรียส.. คือคนเราก็ต้องมีจุดที่ไม่ถูกใจอะไรกันบ้างแหละ จริงๆก็หลายเรื่องเหมือนกัน.. แต่แอมก็ไม่ได้อะไร อาจจะเป็นเพราะแอมไม่ได้คาดหวังอะไรกับน็อตอยู่แล้วด้วยมั้ง.. เหมือนคบไปวันๆ เหมือนเพื่อนน่ะ ทีนี้สุดท้ายแอมรู้สึกว่าคบกันไปมันก็ไม่ได้มีอะไรพัฒนา ก็เลยเป็นเพื่อนดีกว่า"


"แล้วแอมคิดว่าแอมจะทนผูกมัดกับเทมได้เหรอ" ผมถาม

"อะไรนะ ?"

"เราทะเลาะกันบ่อยมากเลยนะ ขนาดว่านานๆเจอกันที" ผมพูดยิ้มๆเพราะมันเป็นเรื่องจริง

"เพราะว่าบางทีเทมก็นิสัยเสียไง" แอมพูดตรงๆแบบนี้มาแต่ไหน นิสัยเหมือนผู้ชายมาก ..อาจเป็นเพราะแบบนี้ด้วยถึงได้ทะเลาะกันบ่อย

"แอมก็นิสัยเสีย" ส่วนผมเองก็ปากไม่ดี

"นี่ไง..เริ่มอีกและ" แอมหน้ายู่ใส่ผมแบบกึ่งจริงกึ่งเล่น


"งั้นที่เราทะเลาะกัน ที่แอมว่าเทมบ่อยๆ เพราะแอมคาดหวังกับเทมเหรอ" ผมถามอีก

"หมายความว่าไง" แอมทำหน้างง

"หรือเพราะแอมไม่อยากให้เรากลายเป็นเพื่อนกันแบบแอมกับน็อต.."  ผมพูดต่อ  "..หรือเพราะเราเข้ากันไม่ได้จริงๆ ?"


แอมเลยหยุดคิดนิดนึง


"อาจไม่คาดหวังก็ได้นะ.. คือเราเริ่มกันมาแบบเพื่อน แต่พอคบกัน ยิ่งใกล้กันก็ยิ่งเห็นนิสัยจริงๆที่ตอนเป็นเพื่อนไม่แสดงออก....น่าจะแบบนั้นมั้ง"  แอมอธิบาย  "แต่แอมไม่คาดหวังเอากับใครอยู่แล้ว ไม่ใช่คนแบบนั้น เทมก็คงรู้"

"ใช่" ผมตอบยิ้มๆ



"แอมคิดว่าเราจะหมั้นกันได้จริงๆเหรอ" ผมถามเข้าประเด็น

"อะไรนะ ?"  คราวนี้แอมหันมามองหน้าผมตรงๆ  "นี่ไม่อยากหมั้นใช่มั้ย ?"

"นี่เป็นคำถาม" ผมพยายามอธิบาย ซึ่งดูเหมือนว่าเราจะเริ่มเถียงกันอีกแล้ว

"เป็นคำถามที่แสดงความรู้สึกมากเลยเทม!"

"นี่ไง..เราเริ่มเถียงกันอีกแล้วนะ"

"ก็ใครเริ่ม ?"


"มันไม่ได้อยู่ที่ใครเริ่ม แอม มันอยู่ที่ว่าไม่มีใครจบต่างหาก"  ผมบอก  "ทุกครั้งก็เป็นแบบนี้ ไม่ว่าใครจะเริ่ม เราก็ไม่เคยยอมกันเลย... แต่อย่าเพิ่งโมโห วันนี้ขอคุยด้วยเหตุผล"

แอมเลยเชิดหน้าขึ้น แบบที่ดูก็รู้ว่าหงุดหงิดอยู่เหมือนกัน

"คนเราหมั้นกันเตรียมแต่งงานกัน มันต้องเป็นเรื่องของคนสองคนที่เข้าใจกันไม่ใช่เหรอ ..แล้วการที่ไอ้คนสองคนเนี่ย.." ผมชี้มาที่ตัวเองสลับกับชี้แอม "..ไม่มีใครฟังใคร คิดเห็นอะไรก็ไม่เหมือนกัน แล้วก็ไม่รู้จักยอมกัน มันจะเรียกว่าเข้าใจกันได้ยังไง"

แอมฟังแล้วก็ดูเหมือนจะเย็นลงนิดหน่อย เพราะแอมเองก็รู้ว่าผมพูดถูก


"เทมพูดตามตรงนะ.. ยิ่งเราคบกัน เทมยิ่งรู้สึกเหมือนเรากลับมาเป็นเพื่อนกัน แต่เป็นเพื่อนที่ไม่ถูกใจกัน .. ตอนเราเป็นเพื่อนกันจริงๆ เราไม่ได้เป็นมากขนาดนี้"

ผมเว้นวรรคไปนิดนึงก่อนจะพูดต่อ

"ถ้าคบกันแล้วความสัมพันธ์มันค่อยๆแย่ลง มันจะ'ใช่'จริงๆเหรอแอม ?"



"วันนี้..เทมให้เกียรติแอมนะ เทมจะเคารพการตัดสินใจของแอม ..เทมจะทำตามที่แอมบอกทุกอย่าง  ถ้าแอมยังยืนยันว่าเราควรจะหมั้นกัน เทมก็ยินดีจะหมั้น" ผมมองหน้าแอม

"แต่เทมอยากให้แอมคิดดูดีๆก่อนว่า แอมคิดว่าเรารักกัน เข้าใจกันมากขนาดที่จะหมั้นกันแล้วใช่มั้ย ? .. แอมมั่นใจว่าเราจะหมั้นกัน แล้วก็แต่งงานกันไปแบบมีความสุขใช่มั้ย ?.."

ผมสูดหายใจเข้านิดหน่อย ก่อนจะปล่อยคำถามสุดท้าย


"แอมมั่นใจว่าเราจะมีชีวิตคู่ที่ดีร่วมกันได้จริงๆ.. ใช่มั้ย ?"


แอมก้มหน้าคิดตามคำพูดผม


คำถามพวกนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดมานานแล้วเหมือนกัน .. น่าจะก่อนได้เจอน็อตด้วยซ้ำไป

ตอนผมกับแอมเริ่มคบกัน เราใช้เวลาศึกษากันไม่นานแล้วแอมก็ต้องไปทำงานต่างจังหวัด .. กลายเป็นว่าเรายังไม่ทันได้รู้จักกันและกันดีเท่าไหร่เลย .. แล้วยิ่งพอไม่ได้จูนตั้งแต่แรก นานๆกลับมาเจอกันทีก็เลยยิ่งมีเรื่องให้ทะเลาะกัน

แรกๆผมเคยรู้สึกว่าเราแค่คบกันแบบไม่คิดอะไรมาก ลองคบดูว่าเราจะเข้ากันได้มั้ย ..แต่แปลกที่พอแอมเริ่มไปเป็นเซลที่ต่างจังหวัด เรื่องของเรามันก็เริ่มจริงจังขึ้นมาเรื่อยๆ จากความรู้สึกของคนรอบข้าง

พ่อแม่แอมรู้จักผม ..พ่อแม่ผมรู้จักแอม


แต่ผมว่า.. ผมยังไม่ได้รู้จักแอมดีเลย



"ทำไมเราถึงมาคบกันได้นะเทม" อยู่ๆแอมก็ถามผม

"เราเป็นเพื่อนกันไง" ผมตอบ

"อืม.."  แอมรับคำ  "เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาก.. แอมก็เลยคิดว่าถ้าเป็นมากกว่าเพื่อนมันคงจะเวิร์ค"

"อย่าว่าแต่แอม ..เทมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"


แอมพ่นหัวเราะออกมาทางจมูกเบาๆ


"จากที่คิดว่าจะลองคบกันแบบขำๆเนอะ" แอมพูดในสิ่งที่ผมเองก็คิดเหมือนกัน

"อยู่ๆมันก็ไม่ขำขึ้นมาเฉยเลย"

"ใช่..ไม่รู้เมื่อไหร่เหมือนกันที่มันเริ่มไม่ขำขึ้นมา.. จะว่าไปความสัมพันธ์ของเรามันก็ขำไม่ค่อยออกด้วย"

ใช่.. เราทะเลาะกันบ่อยมาก

"อย่าว่าไป ก็มีมุมขำๆมั่งล่ะน่า" ผมเลยแกล้งพูดยิ้มๆ

"แต่มันก็ไม่บ่อย ..แล้วเทมคงจะรู้ว่ามันไม่ขำจริงๆ ใช่มั้ยล่ะ"  แอมหันหน้ามามองผม  "ตอนเป็นเพื่อนแฮปปี้กว่าเยอะเลย"


ผมไม่เคยมาคุยเรื่องนี้กับแอมแบบตรงๆเลยตั้งแต่คบกันมา ..นี่เรียกว่าเป็นครั้งแรกที่เราเปิดอกคุยกันจริงๆ

และแอมเองก็คิดเหมือนผม


"คำว่า 'หมั้นก็ได้' หรือ 'แต่งก็ได้' มันจะทำให้เรามีความสุขในอนาคตได้จริงๆเหรอแอม" ผมถามถึงสิ่งที่ผมเองก็สงสัยเหมือนกัน

แอมมองผม .. แล้วซักพักนึงก็ส่ายหน้า..


"ไม่"

"หืม ?" ผมถามย้ำ

"เราหมั้นกันไม่ได้หรอก"  แอมพูด  "แค่ตอนนี้ยังทะเลาะกันจะแย่ จะคาดหวังอะไรกับอนาคตได้ไง"

"หมายถึง..?"

"กลับไปอยู่จุดที่มันแฮปปี้กว่านี้กันดีกว่าเนอะเทม ..แอมว่าดึงดันถึงเรื่องในอนาคตที่กำหนดไม่ได้มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย" แอมพูดพลางหัวเราะเบาๆ ผมเลยยิ้มไปด้วยแล้วก็ดึงแอมมากอด


เป็นประโยคบอกเลิกที่ฟังแล้วกลับรู้สึกโล่งใจยังไงก็ไม่รู้..

อย่างน้อย ทั้งผมกับแอมก็ไม่ได้บังคับตัวเองให้อยู่ในกรอบของคำว่า แฟน อีกแล้ว เพราะมันมีเงื่อนไขความสัมพันธ์บางอย่างที่ทำให้เรารู้ว่า ท้ายที่สุดเราสองคนคงเหมาะแค่จะเป็นเพื่อนกันจริงๆนั่นแหละ


"ทำไมเราปล่อยให้มันเลยเถิดจนคนอื่นคิดมากขนาดนี้นะเทม" แอมถามผม

นั่นสิ.. ทำไม ..มันอาจเป็นเพราะเราไม่เคยมีเวลามาปรับความเข้าใจกันเลยล่ะมั้ง

หรืออาจเป็นเพราะความไม่ใส่ใจซะจนเรามีแต่คำว่า 'ก็ได้' มาคอยชี้นำเรา


"ไม่รู้เหมือนกัน" ผมเลยตอบแอมไป



_ _ _
_ _ _
_ _ _



ผมนั่งคิดเรื่องแอมกับไอ้เทมไปเรื่อยๆอยู่ในคอนโด ..สงสัยจังว่าสองคนนั่นจะคุยกันได้ว่าไง จะเป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย ..ถ้าเป็นข่าวร้ายขึ้นมา วันนี้เสือกเป็นวันอาทิตย์ จัดหนักไม่ได้ด้วย

ถ้าถามว่าผมยังรักแอมอยู่มั้ย.. ตอนนี้ผมตอบไม่ถูกแล้ว ความรู้สึกมันอาจไม่ได้เหมือนเดิม ..แต่ก็ยังมีห่วงอยู่ตามประสาคนเคยดูแลกัน


แต่จริงๆที่ผมเป็นบ้า กินเหล้า จัดหนักอะไรแบบนั้นมันเป็นเพราะผมเสียใจที่แอมบอกเลิก ..หรือเพราะผมเจ็บใจที่ตัวเองต้องเสียหน้าวันขอแต่งงานกันแน่

บางทีถ้าเอามาคิดดูดีๆ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน


แต่ถ้าถามว่าผมรู้สึกยังไงกับไอ้เทม .. ก็คงจะชอบ.. มั้ง ผมก็ไม่รู้

ที่ผมคิดว่าอาจจะชอบ.. ไม่ใช่เพราะรู้สึกซาบซึ้งที่มันดีกับผมจนผมได้งาน นั่นมันแค่จุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเริ่มมองตัวตนของมันจริงๆต่างหาก

ผมก็ไม่รู้ว่าถ้าคำนิยามความรู้สึกของผมคือ'ชอบ'จริงๆ ผมไปเริ่มชอบมันตอนไหน ..แต่ตอนจูบกันครั้งแรกมันอาจเป็นตัวกระตุ้นก็ได้  ไม่รู้สิ..

พูดออกมาไม่ถูกจริงๆเรื่องของผมกับมัน


ช่วงหลังๆที่ได้ใช้เวลาอยู่กับมัน ผมมีความสุข เราอาจจะกวนตีนกันบ้าง แต่ก็ยังเรียกว่ามีความสุขอยู่ดี.. ผมกอดมันแล้วมีความสุข ตอนจูบกับมันก็มีความสุข ..แต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกอยากมีอะไรด้วย เพราะพอจินตนาการไปถึงแล้วแม่งจะอ้วกทุกที ..ขอจินตนาการถึงผู้หญิงก่อนก็แล้วกัน

เพราะฉะนั้นเรื่องของผมกับมันคงไม่ใช่เรื่องทางกายแน่ๆ


ผมก็ไม่ใช่เกย์อยู่ดี แค่ตอนนี้คนที่ผมรู้สึกดีด้วยเป็นผู้ชาย ..แล้วต้องเป็นผู้ชายที่ชื่อไอ้เทมคนนี้ด้วย

แปลกดีนะ จากที่ผมคิดว่าจะแย่งแอมมาคืนให้ได้ภายในอาทิตย์เดียว .. ตอนนี้ผมกลับอยากได้มันแทนซะงั้น

ไอ้หอกเทมเอ๊ยย..



พักนึงก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์เข้า เลยยกมาดูเห็นเป็นเบอร์ไอ้เทม ผมชั่งใจอยู่ครู่นึงแล้วถึงกดรับ

"ว่า.."

"ลงมาเปิดประตูให้หน่อยเร็ว" มันพูดแค่นั้นแล้วก็วางไป ผมเลยต้องลงลิฟท์ไปเปิดประตูทางเข้าคอนโดแล้วพามันขึ้นมาที่ห้อง


ผมมองหน้ามันเงียบๆ เพราะรู้อยู่ว่าไม่จำเป็นต้องถาม มันก็ต้องตอบผมออกมาเอง

เห็นมันส่ายหน้า.. แต่ผมไม่แน่ใจว่าที่มันส่ายหน้าน่ะหมายถึง แอมไม่หมั้น หรือ ตกลงไม่ได้เลิกกัน

"อะไร ?" ผมเลยถาม

"ก็ไม่"

"ไม่อะไรล่ะ ไอ้กร๊วก!"


"ไม่หมั้นไง"  พอพูดเสร็จมันก็เดินมาใกล้ผม  "แอมว่ากลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ..เวิร์คกว่า"


"ฮ๊ะะ ??"  ผมดีใจอยู่นะ แต่ก็ตกใจนิดนึงที่มันทำได้  "แกไปพูดอะไรวะ ..แกไม่ได้พูดเรื่องฉันใช่มั้ย แอมเสียใจนะเว้ย!"

"เฮ่ยยยย.." มันทำเสียงให้ผมหยุด

"ไม่มีอะไรเกี่ยวกับแกเลย ฉันแค่พูดเรื่องฉันกับแอม .. แอมก็รู้ว่าฉันกับเค้าน่ะเป็นเพื่อนกันดีกว่า นี่แอมเป็นคนพูดเองนะ"


ผมรู้นิสัยแอมดี เป็นผู้หญิงพูดตรงๆ คิดแบบไหนก็พูดแบบนั้น ..จะไม่มีการพูดเอาใจใครหรือพูดเพื่อให้ใครสบายใจทั้งนั้น

และถ้าแอมพูดออกมาแบบนี้จริง แสดงว่าแอมก็คงคิดว่าเป็นแฟนกับไอ้เทมไม่เวิร์ค



"งั้นแอมว่างแล้ว ฉันเข้าต่อเลย" ผมแกล้งแซวมัน

"ไม่ได้.."  มันบอกพลางดึงผมเข้าไปใกล้มันอีก  "เพราะแกไม่ว่าง"

มันจ้องลึกเข้ามาในตาผม ..แม่ง เขินอีกแล้วกู


ก็เลยหาเรื่องพูดทำลายบรรยากาศซะหน่อย เดี๋ยวมันจะโรแมนซ์เกินไป ฮ่าๆ

"แต่ฉันเอากับแกไม่ได้นะเว้ยพูดตรงๆ"

"ไอ้ทุเรศ"  มันเลยด่าผม  "ยังไม่ทันได้เป็นอะไร แม่งคิดไปถึงขั้นนั้นแล้ว หมกมุ่นจังวะ"

"ยังไงต่อไปซักระยะนึงมันก็ต้องมีกันมั่งล่ะน่า" แต่ผมก็พูดเรื่องจริงนะ ธรรมชาติสร้างให้ผู้ชายกับเซ็กส์เป็นของคู่กัน ..ผู้ชายถึงได้คิดเรื่องเซ็กส์ตลอดเวลาไง


"คิดว่าจะมี ..แสดงว่าคิดไว้แล้วว่าต่อไปมันต้องพัฒนาอะดิ ?" มันถาม แม่งไล่ต้อนผมได้อีกแล้ว

"ก็ไม่รู้เว้ย" ผมเลยหันหน้าไปทางอื่น เพราะทนมองหน้ามันระยะใกล้ๆไม่ไหวแล้ว เขินมาก

"ถึงตอนนั้นเดี๋ยวมันก็ได้ของมันเองอะน่า" มันบอก "แต่ตอนนี้เอาเท่าที่ได้ก่อนแล้วกัน"


มันใช้สองมือประคองหน้าผมให้หันมามองมันตรงๆ แล้วค่อยๆเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ช้าๆ ..มันไม่จู่โจมทันทีแบบครั้งที่ผ่านๆมา เหมือนจะรอให้ผมเคลื่อนหน้าเข้าไปหาเหมือนกัน

ผมเลยไม่ขัดศรัทธา จัดให้มันบ้าง.. จะได้รู้ว่าครั้งนี้ผมไม่ได้แค่โดนจูบ.. แต่เราเลือกที่จะจูบกัน

ปากผมแตะปากมันเบาๆแล้วค่อยๆกดลงไปให้หนักขึ้น สองแขนของผมก็เอื้อมขึ้นไปโอบรอบคอมัน ..ส่วนไอ้เทมก็ลดมือลงมากอดเอวผมไว้อย่างนั้น

เวลาที่เราได้จูบกับคนที่เราชอบนี่มันมีความสุขจริงๆนะ


ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป ..วันนึงผมอาจจะรู้ตัวว่าผมไม่ได้ชอบมันจริงๆแต่เป็นแค่เรื่องหวั่นไหวบ้าๆบอๆครั้งนึงในชีวิต ..หรืออาจจะพัฒนาไปจนเรียกมันว่าแฟนเต็มปากก็ได้ ใครจะไปรู้..

แค่เอาเป็นว่าตอนนี้ผมมีความสุขที่จะเริ่มความสัมพันธ์โคตรกำกวมกับไอ้บ้านี่..  ก็พอแล้วครับ


....
...
..
..
.


"พูดจริงพูดเล่นเนี่ยไอ้น็อต !!!" ไอ้กิตมองหน้าผม

ตอนนี้ผมมานั่งกินเหล้าอยู่กับไอ้กิต ไอ้พงษ์ ไอ้ตูม ไอ้บอส ครบเซ็ท

"กูไม่ได้พูดห่าอะไร กูแค่ถาม" ผมบอก

"อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วเพื่อน" ไอ้บอสว่า

"มึงถามว่าอะไรนะ เอาใหม่ซิ" ไอ้ตูมถามผมอีก

"กูถามว่า.. ถ้ากูอาจจะมีแฟนเป็นผู้ชาย พวกมึงจะรับได้มั้ย" ผมย้ำเสียงดังฟังชัด เพื่อนแต่ละคนก็ค้างกันไปเลยทีเดียว


"กูว่า.. กูคงรู้สึกแปลกๆว่ะ"  ไอ้พงษ์ตอบขึ้นมาคนแรก  "คงงงๆไปเหมือนกัน ..คือตอนนี้กูก็งงที่มึงมาถาม งงมาก"

"แล้วแอมล่ะ ?" ไอ้บอสถามผม

"น้องกรีนเคยบอกกูว่าอย่าจมอยู่กับที่แล้วเอาแต่มองอดีต ..ชีวิตคนเรามันต้องก้าวต่อไป"

"การก้าวต่อไปของมึงคือการชอบผู้ชายเหรอวะน็อต" ไอ้กิตถาม

"แล้วมันผิดเหรอวะ ?"  ผมหันหน้ามองมัน  "ถ้าผู้หญิงทำให้เพื่อนมึงเป็นบ้า แต่ผู้ชายอีกคนทำให้เพื่อนมึงมีความสุขได้ทุกวัน.. มึงว่าเพื่อนมึงจะเลือกอะไรล่ะ"

ตอนนี้เพื่อนผมทุกคนเงียบไปอีกแล้วครับ ..มีแต่ไอ้พงษ์กับไอ้ตูมที่ทำหน้าเหรอหรา เพราะผมไม่เคยพูดเรื่องไอ้เทมกับไอ้สองคนนี่


"มึงหมายถึงไอ้เทม เพื่อนมึงเหรอวะ" ไอ้ตูมถาม ผมเลยพยักหน้า


"มึงได้ข้อสรุปแล้วเหรอ ?" ไอ้กิตถามขึ้นมาอีก

"ยัง.. กูถามพวกมึงเผื่อไว้เฉยๆ เผื่อว่าซักวันนึงแม่งจะเป็นแฟนกันขึ้นมาจริงๆ"


พวกเพื่อนผมก็เลยมองหน้ากันพักนึง



"รับได้ดิวะไอ้สัส ความสุขของเพื่อน" ไอ้ตูมตบไหล่ผมเบาๆ

"แม่งก็ดีกว่าเมาคอตกเป็นหมาแล้วบ่นเรื่องแอมรอบที่เจ็ดร้อยล่ะวะ" ไอ้พงษ์พูดหัวเราะๆ

"ถ้าคบกับมันแล้วอย่าต้องมาเสียใจแบบแอมนะเว้ย"  ไอ้กิตพูด  "ถ้ามึงเป็นแบบนั้นอีกกูจะอัดมันจริงๆด้วย"

"อย่าเอากันจนตูดบานล่ะมึง" ไอ้บอสแซวหัวเราะๆ ผมเลยผลักไหล่มัน

"ไอ้เหี้ย !!" ก็ไม่รู้ว่าตัวเองขำหรือเขิน หรือทั้งสองอย่าง  บ้าฉิบ !


แล้วพวกเพื่อนผมก็เห็นไอ้เทมเดินเข้ามาในผับที่พวกเรานั่งกินเหล้ากันอยู่

"นั่นไง พูดถึงก็มาเลย" ไอ้พงษ์พูด

"อ๋อ.. ไอ้เทมมันจะมารับกูกลับอะ ไม่อยากกวนรถพวกมึง"


"เห่ยย.. ขี้เกรงใจขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอไอ้น็อต" ไอ้บอสแซวผมอีก  "กูว่ารับส่งกันขนาดนี้ เรียกแฟนได้แล้วมั้งง"










- The End -






------------------------------

Writer Talk :


จริงๆเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราแต่งจบไว้ตั้งแต่ปี 2011 แต่เพิ่งเอามารีไรท์ใหม่ ปรับสำนวน & รายละเอียดให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น

ส่วนตัวเราชอบเรื่องนี้มาก รู้สึกว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่แต่งได้ถูกใจตัวเองมาก ไม่ว่าจะกลับมาอ่าน & เกลากี่ครั้งก็มีความสุข

หวังว่าท่านผู้อ่านทุกคนก็จะมีความสุขกับการอ่านเรื่องนี้เหมือนกันนะคะ  ^^








CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 604
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-2
โอย สนุกมากกกกกกก เรื่องสั้นที่.... ไม่สั้นอะ 5555555555555555 มันเรียลมากอ่านแรกๆไหนวะพระเอกชั้น เทมคือกวนตีนจิง แต่พอมาฟังความในใจแล้ว วร้ายๆๆๆๆๆๆ คือเขินอะ ละชื่อเรื่องกับเนื้อหานี่ช่วงแรกๆก็งงไหนชู้วะ พอออกมาแนวนี้ก็ตกใจนิดนึง แต่ชอบที่เทมเป็นคนตรงๆ ละแอมก็เป็นผญ.นิสัยแมนๆเลยเคลียร์กันได้ ดีงามค่ะ อยากจะแหมมมมมม ทำแบบนี้ที่บ้านเรียกแฟนกันอะ น็อต ~~ อิอิ ไรท์คะ จะมีสเปเชียล เวอร์ชั่นปี 2018
ไหมอะคะ 555555555555555555 :hao7:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-12-2018 07:57:30 โดย yunnutjae »

ออฟไลน์ nievamor

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
อ้างถึง
โอย สนุกมากกกกกกก เรื่องสั้นที่.... ไม่สั้นอะ 5555555555555555 มันเรียลมากอ่านแรกๆไหนวะพระเอกชั้น เทมคือกวนตีนจิง แต่พอมาฟังความในใจแล้ว วร้ายๆๆๆๆๆๆ คือเขินอะ ละชื่อเรื่องกับเนื้อหานี่ช่วงแรกๆก็งงไหนชู้วะ พอออกมาแนวนี้ก็ตกใจนิดนึง แต่ชอบที่เทมเป็นคนตรงๆ ละแอมก็เป็นผญ.นิสัยแมนๆเลยเคลียร์กันได้ ดีงามค่ะ อยากจะแหมมมมมม ทำแบบนี้ที่บ้านเรียกแฟนกันอะ น็อต ~~ อิอิ ไรท์คะ จะมีสเปเชียล เวอร์ชั่นปี 2018 ไหมอะคะ 555555555555555555 :hao7:

ขอบคุณนะคะคุณ yunnutjae ดีใจที่อ่านแล้วรู้สึกว่าเรียล เพราะตั้งใจให้เรียลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้   :-[
ภาคพิเศษ ไม่มั่นใจค่ะ อาจจะมีก็ได้ เดี๋ยวดูอารมณ์ก่อน 555

ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 604
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-2
อ้างถึง
โอย สนุกมากกกกกกก เรื่องสั้นที่.... ไม่สั้นอะ 5555555555555555 มันเรียลมากอ่านแรกๆไหนวะพระเอกชั้น เทมคือกวนตีนจิง แต่พอมาฟังความในใจแล้ว วร้ายๆๆๆๆๆๆ คือเขินอะ ละชื่อเรื่องกับเนื้อหานี่ช่วงแรกๆก็งงไหนชู้วะ พอออกมาแนวนี้ก็ตกใจนิดนึง แต่ชอบที่เทมเป็นคนตรงๆ ละแอมก็เป็นผญ.นิสัยแมนๆเลยเคลียร์กันได้ ดีงามค่ะ อยากจะแหมมมมมม ทำแบบนี้ที่บ้านเรียกแฟนกันอะ น็อต ~~ อิอิ ไรท์คะ จะมีสเปเชียล เวอร์ชั่นปี 2018 ไหมอะคะ 555555555555555555 :hao7:

ขอบคุณนะคะคุณ yunnutjae ดีใจที่อ่านแล้วรู้สึกว่าเรียล เพราะตั้งใจให้เรียลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้   :-[
ภาคพิเศษ ไม่มั่นใจค่ะ อาจจะมีก็ได้ เดี๋ยวดูอารมณ์ก่อน 555
ปูเสื่อรอเรยค่ะะะะะ  :กอด1:

ออฟไลน์ aoihimeko

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-8

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6949
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +267/-2
เรื่องนี้คือดีอ่ะ

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7278
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +262/-6

ออฟไลน์ Petit.K

  • Petit parapluie
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 876
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
สนุกดีค่า ชอบๆ ตอนแรกคิดว่าจะดราม่าซะแล้ว

ออฟไลน์ lostinthelight

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 128
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
แงจบแฮปปี้ สนุกมากค่ะ ชอบความไม่รู้ๆของสองคนนี้เหลือเกิน5555555
สุดท้ายก็ได้กันนน :hao6: :o8:

ออฟไลน์ กฟหวดสาหฟยดนำาด

  • เลือดสีม่วงมันข้น
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ Nnnnn1412

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
สนุกมากกกกก มันเรียลมาก ภาษาก็ดีมาก  ขอบคุณนะคะที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้มาให้อ่าน

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ HappyYaoi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
สนุกมากค่ะ ลุ้นไปกับทั้งคู่เลย

ออฟไลน์ Mookku_ps

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 31
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ดีจัง ขอบคุณสำหรับนิยายนะคะ  :pig4: อยากให้มีต่อจังเลย

ออฟไลน์ Mint6468

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 1
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เรื่องแรกที่ทำให้ล็อกอินเข้ามาเลยค่ะ
ดีจริงๆ ทุกอย่างดูเรียล ฉากที่เทมคุยกับแอมก็ดูเรียล
ไม่ใช่แค่คุยๆให้จบ ตอนคุยกันก็มีความสับสน ลังเล
แต่ที่ชอบที่สุดคือตอนที่เทมกับน็อตปรับความเข้าใจกัน
กับตอนที่พยายามบอกความรู้สึกให้อีกฝ่ายรู้ เพราะในชีวิตจริงมันเป็นแบบนั้นจริงๆ คำที่ขึ้นมาในหัวมันมีแค่ไม่รู้ ไม่รู้โว้ยยยยย 55555555555
ว่าแต่ว่ามีตอนพิเศษต้อนรับปีใหม่ไหมคะ รอๆ  :z2:

ออฟไลน์ Aumy8059yaoi

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 455
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
 o13
รู้สึกว่าเป็นชีวิตที่วุ่นวายมากๆ โลกมันกลมกว่าที่คิด ชอบค่ะสนุกดีอยากให้มีต่ออีกนิดหน่อยเป็นตอนพิเศษหวานๆ :-[ :z1:

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5908
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +827/-16
ละมุนมากเรื่องนี้..ชอบบบบ
เริศ

ออฟไลน์ KizzllKizz

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
ชอบเรื่องนี้มากค่ะ โอย คือชอบเทมอ่ะ อิอิ

อารมณ์ประมาณผู้ชายที่แกล้งคนที่ชอบ ฮา

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5329
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-6

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด