{เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 6th Match ♥ (10/08/2561)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 6th Match ♥ (10/08/2561)  (อ่าน 10317 ครั้ง)

ออฟไลน์ mypink801

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1358
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-0
แง้มาม่าเฉยเลย สงสารหนูกิ แต่ฮอนก็ไม่ชัดเจนจริงๆนั่นแหละว่าจะเอายังไงกันแน่
กอดๆนะหนูกิ

ออฟไลน์ Mayongchees

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 131
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ー 6th Match ♥
☁   




เช้าวันใหม่ของคนที่เพิ่งได้นอนไม่เงียบสงบอย่างที่คิด เสียงโทรศัพท์ดังลั่นห้องหลายครั้งจนต้องสะดุ้งตัวตื่นมากดรับสาย เขาเกาหัวจนยุ่งด้วยความหงุดหงิด

                                                               

(ไอ้หนึ่ง ตื่นยัง)

 

น้ำเสียงเข้มจากปลายสายทำให้เต็งหนึ่งหรี่ตามองหน้าจออีกครั้งว่าชื่อที่ปรากฏคือ ไอ้ฮอน จริง ๆ ทุกครั้งเสียงมันจะร่าเริง แจ่มใส เบิกบาน เหมือนอาศัยอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์มาตลอด แต่ครั้งนี้กลับทำเสียงซะเครียดแทน โคตรไม่คุ้นหู

 

“มึงฟังเสียงกูว่าตื่นยัง โทรมาทำอะไรตอนแปดโมงโว้ย รู้ว่าเช้ายังจะโทรมา ไอ้นี่” แม้น้ำเสียงจะสะลึมสะลือแค่ไหนแต่ก็ไม่วายด่าคนที่โทรมาปลุกแต่เช้า

 

(มึง กูทะเลาะกับกิ)

 

“โอ๊ย ค่อยคุยได้มั้ย เดี๋ยวกูโทรกลับ”

 

(ไม่ได้ เรื่องใหญ่โคตรเลยว่ะ)

 

“ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่​จริงกูฆ่ามึงนะไอ้ฮอน” เสียงเครียดจากปลายสายทำให้เต็งหนึ่งพยายามฝืนลืมตาทีละข้าง แต่สงสัยว่าเปลือกตาคงจะเป็นอวัยวะที่หนักที่สุดในร่างกาย มันถึงลืมไม่ขึ้นสักที

 

(กูออกจากคอนโดกิแล้ว ใหญ่ยัง)

 

“ยังไม่เท่าไหร่”

 

(กูทะเลาะกับกิ)

 

“พวกมึงก็ทะเลาะกันทุกวัน”

 

(แต่คราวนี้กิร้องไห้ด้วย)

 

“เดี๋ยว มึงพูดจริงพูดเล่น” ครั้งนี้เขาเบิกตาโพลง ดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงอัตโนมัติ ลูบหน้าตนเองไปมา ได้ตื่นเต็มตาสมใจอยากเลยล่ะ

 

(จะพูดเล่นทำไม ถึงจะไม่ได้หนักฟูมฟายแค่ซึม ๆ นิดนึง)

 

“เชี่ย แล้วมึงออกจากห้องมันมาเหรอ”

 

(เออ คิดทั้งคืนว่าออกมาดีมั้ย แต่กูคิดได้ว่าวิธีนี้กิมันคงสบายใจสุดแล้วล่ะมั้ง)

 

“เป็นไรกัน ทำไมมันร้องไห้ เมื่อคืนตอนไลฟ์ยังดี ๆ อยู่เลย”

 

(ไม่รู้ว่ะ กูก็งงอยู่เลย อยู่ดี ๆ ก็โบ้มมาจนกูตั้งตัวไม่ทัน) ฮอนถอนหายใจ

 

“เล่า เกิดอะไรขึ้น”

 

(หลังมึงส่งข้อความมาด่ากู กูก็พูดหยอก ๆ แบบเมื่อไหร่เราจะเป็นแฟนกันสักทีไรงี้ แล้วอยู่ดี ๆ กิก็โบ้มใส่กู บอกกูเล่น ๆ กับมันแบบนี้แบบนั้น ส่วนนึงกูก็ปากหมาด้วยแหละ ไม่ทันได้คิดก่อนพูด ใครจะไปรู้ว่าอยู่ดี ๆ มันจะจริงจังขนาดนั้น)

 

“อะไร มึงไปพูดว่าอะไร

 

(…มึงปฏิเสธ​แต่ก็ยอมตลอด)

 

“เดี๋ยว บอกกูทีว่าคำว่า ยอม นี่ไม่ใช่แบบที่กูคิด”

 

(กูหมายถึงมันน่ะไม่อยากให้อยู่ห้องด้วยแต่ก็ยอมให้อยู่ ไล่ไปนอนโซฟาแต่พอกูไปนอนเบียดก็ยอมทนตลอด แต่กิมันคงคิดบริบทเดียวกันมึงว่ะ ถึงได้โมโหเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้)

 

“คิดแบบเดียวกับกู? คือแบบไหน มึงได้เพื่อนกูแล้วเหรอ”

 

(...ก็เออ)

 

“ไอ้ห่าฮอน แล้วมึงก็ยังทำตัวเป็นลูกหมาหยอกมันเล่นอยู่น่ะนะ กูสมน้ำหน้าเลยไอ้เวร มึงอยู่ไหน ขับรถมาที่บ้านกูเดี๋ยวนี้เลย!” เต็งหนึ่งตะคอกเสียงดังอย่างมีน้ำโห

 

(กูจะถึงบ้านแล้ว เดี๋ยวเย็น ๆ เข้าไปหา)

 

“ถ้ากูเจอหน้ามึงนะ อย่างแรกที่จะทำคือชกหน้ามึงแทนกิ ไอ้เวรเอ๊ย”

 

(อย่าเพิ่งดิ มึงช่วยกูก่อน)

 

“ช่วยเหี้ยไร กูหงุดหงิดโว้ย นอนน้อย ไม่ต้องโทรมาหากูอีกแล้วนะ แค่นี่แหละ!”

 

ติ๊ด

 

ชายหนุ่มโยนโทรศัพท์ไปสุดปลายเตียงด้วยสีหน้าหงุดหงิด ทิ้งหัวบนหมอนนุ่มอีกครั้ง เขาไม่เข้าใจว่าปัญหาของคนสองคนทำไมต้องมาเบียดเบียนเวลานอนเขาด้วยวะเนี่ย!

 

 

 

ช่วงบ่ายของวันที่ห้องเงียบผิดปกติ กิได้เปิดประตูต้อนรับการมาเยือนของแขกผู้มี(แต่คน)เกลียดคนหนึ่ง กิมองหน้าเพื่อนตัวเองด้วยความสงสัย ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดอยากมาที่ห้องเขาหรอก ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงมาหาทั้งที่บ่นตลอดว่าห้องเขากับมันไกลกันเกินไป

 

“เดี๋ยวนี้กูมาหามึงไม่ได้แล้วไง้” เต็งหนึ่งกระเง้ากระงอดเมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องไม่สนใจ เดินลิ่วไปนั่งที่โซฟาก่อนแขกเสียอีก

 

“มาแล้วมากวนน่ะกลับไปเลย”

 

“ยังไม่ทันได้กวนไรเลยเนี่ย อะไรวะ” ชายหนุ่มเดินตามหลัง วางถุงลงบนโต๊ะตัวเตี้ยหน้าโทรทัศน์เรียกความสนใจ

 

“ยังไม่ได้กินข้าวใช่มั้ยล่ะ กูซื้อข้าวมาให้”

 

กิช้อนตามองคนที่ยืนค้ำเอวไม่ยอมนั่งเสียทีด้วยความแปลกใจ

 

“โห สงสัยวันนี้ฝนจะตก มึงซื้อข้าวมาให้”

 

“เกินไป ทำเหมือนกูไม่เคยซื้อให้มึงกินนะ เดี๋ยวโดน” เต็งหนึ่งเดินอ้อมมานั่งโซฟา ก่อนจะเอื้อมมือไปผลักหัวหยอกล้อเพื่อนตัวเล็ก

 

“มีหมูกรอบกระเทียมไข่ข้นด้วย!” กิร้องด้วยความดีใจเมื่อค้นถุงบนโต๊ะแล้วเจอของโปรดตัวเอง

 

“กินเยอะๆ” เต็งหนึ่งอมยิ้มขณะมองอีกคนหยิบช้อนจ้วงอาหารตรงหน้าด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย ดูจากสีหน้าแล้วคงจะไม่เป็นอะไรมากนัก

 

“ยามึงอยู่ไหน” แขกคนสนิทมองหาถุงยาที่ต้องกำชับให้เด็กดื้อกินให้เรียบร้อย

 

“หลังตู้” คนป่วยชี้ไปที่ตู้เก็บของข้าง ๆ โต๊ะโทรทัศน์

 

“กินอะไรกี่เม็ดบ้างวะเนี่ย”

 

“เดี๋ยวกูแกะเอง เอามานี่” เหลือบมองผู้หวังดีจะช่วยเตรียมยาให้ แต่ดันกระแทกถุงลงบนโต๊ะก่อนเสียงั้น

 

“อ่านลายมือหมอไม่ออก กินข้าวให้หมดก่อนไป”

 

“อิ่มแล้ว” เต็งหนึ่งมองจานข้าวที่เหลืออยู่เกือบครึ่ง

 

“กินไปถึงสิบคำยังเหอะ กินให้หมดเลยกิ”

 

กิฮึดฮัด “อิ่มแล้วจริงๆ” ว่าจบก็คว้าแผงยาในถุงมาแกะ

 

“ตอนกินก็ดูอร่อยนี่ ทำไมกินไม่หมด กินข้าวแล้วเหรอ”

 

“ก็ต้องกินแล้วสิ มึงดูเวลาบ้าง จะบ่ายสามแล้วนะ” เจ้าของห้องชี้มือไปที่นาฬิกาแขวนผนัง

 

“โกหก กูเข้าครัวไปไม่เห็นมีร่องรอยการกินของมึงเลย” เต็งหนึ่งหรี่ตามองเพื่อจับผิดเพื่อนตัวเล็ก แม้มันจะทำหน้าสบาย ๆ เหมือนทุกวัน แต่เขารับรู้ได้ว่ามันกำลังปิดบังอะไรสักอย่างอยู่แน่นอน

 

“มึงจะมาซักไซ้อะไรเนี่ย” กิแสร้งเฉไฉโดยการตวัดยาเข้าปากไปทีละเม็ด

 

“แคก” ยาเม็ดสุดท้ายดันไม่ยอมลงคอไปแต่โดยดี เขาสำลักน้ำขณะพยายามกลืนยาก้อนกลมลงคอ เต็งหนึ่งเห็นดังนั้นก็รีบเข้ามาช่วยลูบหลังให้ทันที

 

“มีปัญหาทุกครั้งที่กินยาจริง ๆ เลยมึงเนี่ย”

 

กิเช็ดน้ำที่ไหลหยดตามมุมปากก่อนจะเอ่ย “เออ เมื่อไหร่มันจะหมด ไม่อยากกินแล้ว”

 

“อีกไม่กี่เม็ด ทนหน่อย”

 

กิเบ้ปากทำหน้างอแง “ไม่อยากกินแล้ว หนึ่งกูไม่กินแล้วได้มั้ย”

 

“ไม่ได้ อย่าดื้อเป็นเด็กนะไอ้น้องกิ”

 

“ไม่ได้ดื้อสักหน่อย ทำไมมีแต่คนว่ากูดื้อ”

 

“ก็มึงดื้อจริงๆ”

 

กิมองขวางแขกผู้มีแต่เกลียด “มึงกลับไปเลยไป”

 

“เดี๋ยวเด่ะ รีบไล่จริง”

 

“สรุปมาทำไม มึงคงไม่ถ่อมาตั้งไกลเพื่อเอาข้าวมาให้ใช่มั้ย”

 

“ก็เอ้อ คิดถึงเพื่อนบ้างอะไรบ้าง”

 

“ไม่เนียน คิดถึงอะไรเจอกันเกือบทุกวันตั้งแต่เทอมหนึ่งยันเรียนซัมเมอร์วะ”

 

“กิ มึงดูถูกความคิดถึงของกูเหรอ ใช่! มึงดูถูกแล้ว”

 

กิส่ายหน้าเอือมระอา “มันให้มึงมา?”

 

เต็งหนึ่งเด้งตัวขึ้นมามองหน้าอีกฝ่ายด้วยความตกใจ “ทำไมมึงรู้”

 

 

หลังจากกดตัดสายแรกตอนเช้าไปด้วยความโมโหและหงุดหงิด ช่วงบ่ายเขาก็สะดุ้งตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์จากคนเดิมอีกครั้ง จะนอนต่อก็นอนไม่หลับแล้ว เลยตัดสินใจออกจากห้องมาหาเพื่อนสนิทตามคำไหว้วานของใครบางคน

 

‘ไปดูมันให้หน่อย ยิ่งใกล้สอบกลัวมันเครียดกว่าเดิม’

 

‘มึงนี่รุงรังจริงนะๆ’

 

‘ช่วยหน่อย กูเป็นห่วงกิ’

 

‘เออๆ เดี๋ยวไปดูให้’

 

‘ขอบใจมึงมากเพื่อน ซื้อข้าวไปให้กิกินด้วย มันน่ะไม่ค่อยกินข้าว แวะร้านตามสั่งซื้อหมูกรอบกระเทียมไข่ข้นไปให้มันหน่อย ของชอบคุณหนูเขา อย่าลืมดูให้เห็นกับตาด้วยว่ามันกินยาเรียบร้อยแล้ว กว่าจะยอมกินแต่ละเม็ด บ่ายเบี่ยงตลอด กูแทบจะกินแทนแล้ว’

 

‘อะไรวะ เมนูอะไรนะ’

 

‘หมูกรอบกระเทียมไข่ข้น’

 

‘กูว่าถึงร้านแล้วกูคงลืม ส่งรายละเอียดที่ท่านบัญชามาในไลน์ผมใหม่นะครับ เดี๋ยวจะไปดูแลคุณหนูให้ครับ’

 

‘สัด เออเดี๋ยวส่งให้’

 

เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นหลังเขาแต่งตัวเสร็จพอดิบพอดี เต็งหนึ่งมองข้อความที่ยาวยิ่งกว่าหางว่าวแล้วก็ได้แต่ส่ายหัว เหมือนมีเพื่อนเป็นเด็กประถมที่เพิ่งรู้จักความรัก เวรกรรมอะไรของเขาวะ

 

 

กิมองเพื่อนสนิทที่ทำหน้าสงสัยว่าเขารู้ได้ยังไง ก็ท่าทีแปลก ๆ ทำทีเป็นดูแลนี่แหละที่ทำให้เขาจับได้ ปกติคุณชายเต็งหนึ่งไม่เคยประคบประหงมเขาขนาดนี้มาก่อน เมนูอาหารที่สั่งมานั่นก็ด้วย เขาเพิ่งรู้จักเมนูนี้ตอนช่วงปิดเทอมไม่กี่เดือนนี่เอง ลองสั่งจากร้านในแอปพลิเคชันในมือถือ ปรากฏว่าอร่อยแล้วดันชอบจนต้องสั่งมากินบ่อย ๆ เสียงั้น

 

“มึงเคยทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีแบบนี้ตั้งแต่ตอนไหนล่ะ ไม่มีหรอก” กิเบ้ปากใส่

 

“กิ มึงทำให้กูดูเป็นคนเลวมาก ๆ เลยว่ะ” เต็งหนึ่งอดเอื้อมมือไปขยี้หัวอีกคนด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ ประชดประชันเก่งเป็นที่หนึ่ง เรื่องรักล่ะอ่อนหัดเป็นลูกเจี๊ยบเพิ่งฟักออกมาจากไข่!

 

“โอ๊ย ผมยุ่ง” กิปัดแขนอีกฝ่ายออกจากหัว

 

“มาเข้าเรื่อง ทะเลาะอะไรกัน ไหนเล่าให้กูฟังหน่อย”

 

กิมองเพื่อนสนิทด้วยความลังเลใจ “ไม่มีอะไรหรอก ไร้สาระ”

 

“ไร้สาระก็อยากฟัง เล่ามา!” เต็งหนึ่งมองกดดันเพื่อนตัวเล็ก จนยอมเล่าแต่โดยดี

 

“มึงรู้ใช่มั้ยว่าพวกกูสนิทกันมาตั้งแต่มัธยมแล้ว มันน่ะชอบมาหยอกมาแหย่ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่ก็ดูแบบเต๊าะเล่น ๆ แก้เหงาไรงี้อะ ไม่ได้จริงจัง ตอนแรกกูก็ไม่ได้อะไรหรอก ออกจะรำคาญมากกว่า นานเข้ามันก็หยอดหนักขึ้น กูยอมรับว่าก็มีอ่อนไหวไปตามมันบ้าง แต่ไม่รู้ว่ามันเล่น ๆ รึจริงจังไง เพราะท่าทีมันดูเล่นเหมือนอยากแหย่มาตลอด แคกๆ” เต็งหนึ่งส่งแก้วน้ำให้เพื่อนตัวเล็กดื่มให้ชุ่มคอ

 

“ยังคันคออยู่เหรอ ไม่ไหวก็พอก่อน”

 

“ไหว ๆ เหมือนถ้าพูดเยอะคอมันจะแห้งเลยต้องไออะ” เต็งหนึ่งพยักหน้ารับมองเพื่อนตัวเล็กด้วยความเห็นใจ

 

“ช่วงมอห้ามั้ง มันห้าวอยากจีบรุ่นพี่คนนึง ลงทุนถึงขนาดไปซื้อกีตาร์มาฝึกเพื่อไปดีดร้องเพลงให้เขาฟังเชียวนะโว้ย แล้วตอนนั้นก็ยังแหย่กูเหมือนเดิม ขนาดวันที่มันขอพี่เขาเป็นแฟน มันก็ยังมาหยอกกูทำนองเดียวกันเลย”

 

“มันทำอะไร ขอมึงเป็นแฟนเหมือนกัน?”

 

“อือ ครั้งแรกเลยมั้ง กูแอบหวั่นไหวจะตอบตกลงไปแล้วด้วยนะ แต่มันดันบอกว่าล้อเล่น บอกขอซ้อมกับกูก่อนจะไปพูดกับรุ่นพี่คนนั้นของมัน มึงว่าเหี้ยเปล่าล่ะ”

 

“เออ โคตรเหี้ยเลยว่ะ เป็นกูจะต่อยมันสักหมัดสองหมัดหลังพูด ไอ้เวรเอ๊ย”

 

“หลัง ๆ พอมันพูดเรื่องขอเป็นแฟนทีไรกูเลยเมินตลอด ไม่รู้ว่ามันจะซ้อมกับกูไปพูดกับใครรึเปล่า รึอยากแหย่อยากลองเฉย ๆ ก็ไม่รู้ จนเมื่อวานมันพูดอีกครั้งนั่นแหละ กูเหมือนโมโหมั้งไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ทะเลาะอะไรรุนแรงนะโว้ย ก็หาข้าวอะไรให้กูกินเหมือนเดิม แต่พอตื่นมาก็ไม่เห็นมันแล้ว”

 

“อืม แล้วทำไมเมื่อวานมึงถึงโบ้มออกมาแทนที่จะทำเมินอย่างที่เคยทำ”

 

“ไม่รู้สิ เหมือนระเบิดมั้ง อดทนกักเก็บเชื้อเพลิงไว้เรื่อย ๆ รอวันระเบิดออกมาทีเดียว”

 

เต็งหนึ่งยักคิ้ว “เป็นไปได้”

 

“ที่เหี้ยคือไรรู้ปะ ช่วงนี้มันทำตัวชัดเจนขึ้นมากกว่าแต่ก่อน ดูแลเทคแคร์ดีทุกอย่าง แต่ก็ยังชอบอ่อยทำตัวใจดีกับคนอื่นเหมือนเดิม”

 

“อ่อยคือไงวะ มันไปจีบคนอื่นเหรอ”

 

“จีบมั้ยไม่รู้หรอก กูไม่ได้ตัวติดกับมันนะ แต่อย่างแบบเมื่อวานมันไลฟ์ไอจี มันก็ยังทำตัวอ้อล้อ หยอดมุกสาวคนนู้นคนนี้กลับ พูดเสียงเพราะเสียงหวานเชียว ขณะเดียวกันมันก็ทำอย่างนั้นกับกู มึงเข้าใจปะ” กิกระแทกแก้วน้ำลงบนโต๊ะเสียงดัง

 

“อืม เข้าใจก็ได้ …แต่กูว่าอันนี้มึงสับสนว่ะกิ นี่เขาเรียกว่าหึงแล้วนะ รู้ตัวรึเปล่า” กิหน้าเหวอจนเต็งหนึ่งต้องกลั้นขำ

 

“หึงบ้าหึงบออะไร มึงอย่ามามั่ว!”

 

“ฮ่า ๆ มึงแกล้งแล้วน่ารักขนาดนี้ไงไอ้ฮอนถึงชอบแหย่มึงตลอดอะ”

 

กิไม่ตอบแต่ยกหมอนอิงอาวุธคู่กายขึ้นมาฟาดใส่เพื่อนสนิทหลาย ๆ ครั้ง จนแขกผู้มีแต่เกลียดร้องโอดโอยแทนเสียงหัวเราะ

 

เต็งหนึ่งคว้าหมอนที่อีกคนใช้ฟาดเข้ามากอดก่อนจะเอ่ยถอดคำที่ทำให้เพื่อนตัวเล็กชะงัก “ไอ้ฮอนมันไม่ชัดเจนก็จริงอยู่ แต่ว่านะกิ มึงเองก็ไม่ชัดเจนเหมือนกัน”

 

“…”

 

“ชอบก็บอกชอบ ไม่ชอบก็บอกไปตรง ๆ หนักแน่นในความรู้สึกตัวเองหน่อย ไม่ใช่มันขออะไรก็ปฏิเสธไว้ก่อน แต่สุดท้ายยอมมันตลอด เข้าใจมั้ย”

 

กิพยักหน้าหงึกหงัก ยู่ปากเมื่อรู้สึกว่าตนเองกลายมาเป็นฝ่ายผิดแทนเสียงั้น

 

“เข้าใจมั้ง ไม่รู้หรอก ก็กูเป็นของกูแบบนี้อะ”

 

“ถามจริง? เป็นแบบนี้กับคนอื่นด้วยรึเป็นแค่กับมัน”

 

“นี่มึงเป็นเพื่อนกูรึเพื่อนมันเหรอคุณเต็งหนึ่ง! แคกๆ”

 

เต็งหนึ่งมองใบหน้างอง้ำของคนที่ตะโกนเรียกชื่อเขาเสียงดัง ปกติอีกฝ่ายจะเรียกเขาว่า ‘หนึ่ง’ เฉย ๆ ถ้ากลายเป็นชื่อเต็มแถมยังมีคำว่า ‘คุณ’ นำหน้าอยู่ด้วยแล้วล่ะก็… แสดงว่าตอนนั้นชีวิตเขากำลังจะวิกฤติแล้วล่ะ

 

“ใจเย็น กูเป็นเพื่อนทั้งสองคนไง ถึงอยากให้พวกมึงเข้าใจกันเร็วๆ”

 

เจ้าของห้องไม่ตอบรับ ได้แต่มุ่ยหน้าหันหนีไปทางอื่น เริ่มไม่อยากคุยกับแขกคนนี้เท่าไหร่แล้ว

 

“งั้นกูไปละ กว่าจะถึงบ้านอีก รถยิ่งติดอยู่”

 

“ไปสิ ใครรั้งมึงไว้ล่ะ”

 

เต็งหนึ่งส่ายหัวกับความปากเก่งของเพื่อน ก่อนจะพูดทิ้งท้ายขณะก้าวไปหาประตู

 

“ทำตามที่ใจอยากบ้างเถอะ อยากเห็นมึงมีความสุขจริง ๆ สักที”

 

...เข้าใจมั้ย ไอ้พวกเด็กหัดมีความรัก!



(ต่อด้านล่าง)

ออฟไลน์ Mayongchees

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 131
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

เพิ่งจะก้าวขาเข้าประตูบ้านยังไม่ทันได้พักหายใจหายคอ เสียงบีบแตรรถจากหน้าบ้านทำให้เต็งหนึ่งต้องลุกจากโซฟานุ่ม ๆ ที่กำลังเหยียดเอนสบายไปส่องดูว่าใครมาเวลานี้ มองหน้าของไอ้คนที่บอกว่าจะมาหายืนเกาะรั้วตาละห้อยเหมือนลูกหมาถูกทิ้งด้วยความเวทนา หมดคราบคิวท์บอยสุดหล่อเลยจริง ๆ

 

“นึกว่าล้อเล่น มึงจะมาทำไมเนี่ย” เต็งหนึ่งขมวดคิ้ว ยกมือค้ำเอวตัวเอง

 

“กูไม่ใช่คนพูดเล่น พูดจริงทำจริงโว้ย”

 

“ถุย กล้าพูดนะมึงอะ”

 

“เปิดเร็ว จะคุยกันอย่างงี้จริงดิ เดี๋ยวชาวบ้านชาวช่องก็ออกมาด่าหรอก” ฮอนร้องทักเมื่อพวกเขากำลังตะโกนคุยกันทั้งที่มีประตูรั้วคั่นกลาง

 

“ถ้าเปิดกูได้ต่อยมึงจริง ๆ แน่”

 

“เออเนี่ย ก็มาให้ต่อยแล้วไง” ตามองตาไม่มีใครยอมหลบจนกระทั่งผ่านไปได้ชั่วครู่ก็ดูเหมือนว่าเจ้าของบ้านจะตัดสินใจได้ ถึงยอมเดินมาเปิดประตูรั้วให้แขกเข้าไป แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าบ้าน ไหล่ของเขากลับถูกแรงกระชากให้หันไปแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

 

พลั่ก!

 

ฮอนกุมแก้มซีกซ้ายของตนเองทันทีที่โดนหมัดอาฆาตแค้นต่อยเข้าอย่างจัง หนักถึงขนาดกับล้มไปบนพื้นหญ้า ร้องโอดโอยได้แป๊บเดียวก็โดนเตะป๊าบที่ขาทีนึงแบบไม่ทันได้ตั้งตัวอีกแล้ว

 

“เชี่ย มึงเอาจริงดิ!” ฮอนตะโกนไล่หลังคนที่เดิมดุ่มเข้าบ้านไปไม่สนใจว่าตัวเองทำอะไรไว้

 

“กูไม่ใช่พวกชอบพูดหยอกพูดเล่นเหมือนมึงนะ!”

 

แม้จะเป็นคนโดนกระทำ แต่ทำไมโดนด่าเหมือนไปทำเขาแทนวะเนี่ย!

 

เดินตามเข้ามานั่งลงโซฟา เห็นเจ้าบ้านเดินไปหยิบน้ำมาวางบนโต๊ะให้ก็นึกขอบคุณอยู่ในใจ ไม่คิดถือสาเรื่องเมื่อครู่อีกต่อไป แต่พอจะหยิบมาดื่ม มันดันคว้าไปกระดกจนหมดแก้วแล้วยักคิ้วหลิ่วตาบอกว่า ‘แก้วนี้เอามาดื่มเองไม่ได้เอามาให้มึง’ เสียอย่างงั้น

 

ฮอนจิ๊ปากใส่อีกคนเพราะทำอะไรไม่ได้ “สรุปไปหากิมาปะ”

 

“อือฮึ”

 

“แล้วยังไง มันเป็นยังไงบ้าง ซื้อข้าวไปให้มันรึเปล่า แล้วกินมั้ย ซึมรึเปล่า ไม่ ๆ มันเครียดมากมั้ย ได้ดูรึเปล่าว่ากินยาแล้วแน่ ๆ คุยอะไรกับมันบ้าง มันบอกว่าอะไร ซี๊ด” รัวคำถามเหมือนกำลังแร็ป แต่ดันต้องสะดุดเพราะแผลสดใหม่มุมปากซ้ายที่เพิ่งได้มา ฮอนกุมใบหน้าซีกซ้ายด้วยความเจ็บปวด แต่คนมองกลับยิ้มเยาะ

 

“สมน้ำหน้ามึง”

 

“ไม่ยั้งแรงเลยนะสัด”

 

“ยั้งทำไม มาให้ต่อยถึงบ้านเอง”

 

“สรุปยังไง ตอบคำถามกูก่อน”

 

“คำถามไหนล่ะ รัวมาขนาดนี้คิดว่ากูจำได้สักคำถามมั้ย”

 

ฮอนกุมขมับก่อนจะเอ่ยเสียงเครียด “เอาดีๆ”

 

เต็งหนึ่งถอนหายใจ มองสภาพลูกหมาโดนต่อยแล้วนึกสงสาร “ท่าทางมันก็ปกติดีแต่กินข้าวน้อย กูมองยาทุกเม็ดที่มันพยายามกลืนลงไป แล้วมันก็ระบายเรื่องทั้งหมดให้ฟัง”

 

ฮอนหันขวับ สนอกสนใจกับประโยคหลัง “เรื่องอะไร”

 

“เรื่องที่มึงเหี้ยขนาดไหนไง”

 

“กิมันพูดว่าอะไรบ้าง”

 

“มึงทำเหี้ยไว้เยอะเกินเหรอ ถึงจำไม่ได้” เต็งหนึ่งพูดติดตลก

 

“สัดหนึ่ง ช่วยซีเรียสกับกูหน่อยแป๊บนึง” ถ้าไม่ติดว่าประโยคเมื่อครู่มันหัวเราะออกมาด้วย เขาคงอดไม่ไหวลุกขึ้นต่อยสักหมัดสองหมัดเอาคืนให้เจ็บบ้าง

 

เต็งหนึ่งยันตัวขึ้นจากโซฟา แววตาจริงจังขึ้นมากกว่าเมื่อสักครู่

 

“ถามก่อน มึงพูดแหย่มันแบบตอนนี้ตั้งแต่มัธยมใช่รึเปล่า?”

 

“…ก็ใช่”

 

“เคยพูดขอเป็นแฟนแบบหยอก ๆ มันหลายครั้งแล้วใช่มั้ย”

 

“อือ”

 

“แล้วจำได้รึเปล่าว่าครั้งแรกที่มึงพูดน่ะ พูดอะไรไปบ้าง”

 

ฮอนนิ่งคิด “…จำไม่ได้ว่ะ”

 

เต็งหนึ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ คนนึงจำฝังใจ แต่คนนึงจำไม่ได้ด้วยซ้ำ

 

“มึงขอมันเป็นแฟนแล้วบอกล้อเล่น พูดซ้อมเอาไว้ไปบอกรุ่นพี่ที่กำลังจีบ”

 

“บ้าน่า! กูไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก” ฮอนขมวดคิ้วขณะนึกย้อนไปช่วงมัธยม เขาจำได้เพียงลาง ๆ  วันนั้นพวกเขาสองคนนั่งอยู่ในห้องเรียน หยอกล้อกันปกติเหมือนวันอื่น ๆ  กิก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรนอกจากทำสีหน้าเบื่อหน่ายเขานี่

 

“ความจริงเป็นยังไงไม่รู้แต่กิเล่าให้กูฟังแบบนี้ มันบอกด้วยว่าจริง ๆ  หวั่นไหวจะตอบรับมึงแล้ว แต่พอเจอแบบนั้นเข้า เป็นไงล่ะ ฝังใจสิ พอมึงพูดหยอก ๆ  มันเหมือนเดิมอยู่อย่างนั้นใครจะไปสนใจล่ะวะ”

 

ฮอนยังคงนั่งหน้าเครียด เขารู้เหตุผลที่โดนปฏิเสธมาตลอดหลายปีแล้ว

 

“เข้าใจแล้ว”

 

“เข้าใจให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่ทำตัวเหมือนเดิมแล้วเพื่อนกูก็ยังเจ็บเหมือนเดิมนะ” เต็งหนึ่งจ้องอีกคนเขม็ง

 

“เออรู้แล้วน่า”

 

“เข้าใจก็ไสหัวออกไปจากบ้านกูได้ละ กวนตั้งแต่เช้ายันค่ำไอ้เด็กประถมเอ๊ย” เจ้าของบ้านโบกมือไล่หย็อย ๆ

 

“สัด กูไม่อยู่นานหรอก จะรีบไปหากิ”

 

เต็งหนึ่งขมวดคิ้ว “เดี๋ยว ๆ  ไหนมันบอกว่าขอเวลา มึงให้เวลามันยังไม่ถึงวันเลยเนี่ยนะ!”

 

“กูไม่ได้บอกว่าจะไปเจอหน้ามันสักหน่อย”

 

“แล้วมึงจะไปทำเพื่อ”

 

“ถึงจะไม่ได้เห็นหน้า ขอแค่ได้เห็นผ้าที่ตากอยู่ระเบียงกูก็พอใจแล้วโว้ย!”

 

 

 

เต็งหนึ่งคงคิดว่าเขาพูดเล่น แต่หลังจากได้รับบทเรียนจนแสบปากอย่างนี้แล้วบอกได้เลยว่าคนอย่างเขาน่ะพูดคำไหนคำนั้น! ตอนนี้รถสีขาวลูกรักของฮอนจอดอยู่หน้าคอนโดของคนที่เพิ่งทะเลาะด้วยเมื่อวานเรียบร้อย เขาซบหน้าลงบนพวงมาลัย แหงนมองห้องบนชั้นสามที่ยังเปิดไฟสว่างโร่

 

…ได้มาดูระเบียงสมใจอยาก แต่ขาดเสื้อผ้าที่เคยตากเอาไว้เพราะกิคงเก็บเข้าห้องไปหมดแล้ว

 

ชายหนุ่มยังคงนั่งเหม่ออยู่อย่างนั้น เขาไม่เคยฉุกคิดมาก่อนว่าการกระทำของเขาจะทำให้อีกฝ่ายคิดมากขนาดนี้ พูดแบบคนไม่ยอมรับความผิดก็คงจะบอกว่าก็นิสัยอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไร ชอบหยอกชอบแกล้ง กะล่อนไปจีบสาวตามความคึกคะนองบ้าง หรือแม้แต่หยอดมุกหวาน ๆ ให้คนฟังเขินก็ตาม

 

แล้วถ้าจะบอกว่าที่ทำกับคนอื่นนั่นน่ะไม่ได้จริงจังกับใครเลยแต่จริงจังอยู่กับคนคนเดียวมาตลอด เขาจะโดนด่ารึเปล่า?

 

ฮอนโขกหน้าผากกับพวงมาลัยเบา ๆ  ไม่อยากพูดอะไรอีกเพราะกลัวกิคิดมากยิ่งกว่าเดิม กลัวทำให้ติดลบกับเขามากกว่าเดิม กลัวไปหมด

 

…กลัว

 

“จะบ้าตาย” ฮอนไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอะไรต่อไปดี บุกห้องให้มันรู้แล้วรู้รอด กลับบ้านไปนั่งเฉา รึชวนเพื่อนไปตี้แอลกอฮอล์?

 

หยิบโทรศัพท์มาไว้ในมือ นึกลังเลว่าจะชวนไอ้มาร์คไปดื่มเหล้ารึจะลองโทรไปให้กิด่าดี นั่งหมุนโทรศัพท์ไปได้สักพักก็เด้งตัวออกมาจากพวงมาลัย ลังเลแต่ก็ทำใจกล้า กดรายชื่อที่บันทึกไว้ในรายการโปรดทันที

 

ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด

 

นั่งฟังเสียงรอสายอยู่นานจนตัดไป

 

…ไม่ว่างรับรึไม่อยากรับกันแน่นะ

 

ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด

 

ทำใจกล้ากดโทรอีกรอบสอง ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม

 

ฮอนซบหน้าลงบนพวงมาลัยอีกครั้ง เหม่อมองไปยังห้องคุ้นเคยที่ยังคงเปิดไฟสว่างจ้าอยู่ สงสัยยังไม่พร้อมคุยด้วย ที่เจ้าตัวบอกขอเวลานี่มันกี่วันกี่ชั่วโมงนะ น่าจะถามให้ชัดเจนก่อนออกจากห้องมาจะได้ไม่ต้องมานั่งบ้าอยู่อย่างนี้

 

ในหัวคิดวนสารพัดจนกระทั่งได้สติเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์สั่นครืดสั้น ๆ

 

G I. มีไร

G I. เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ไม่ได้ยินเสียง

 

ชายหนุ่มตกใจจนแทบทำโทรศัพท์ร่วงจากมือเมื่อเห็นว่าใครที่ส่งไลน์มาหา ลนลานปลดล็อกโทรศัพท์รีบพิมพ์ตอบกลับทันที

 

Honne. ไม่มีอะไร

Honne. กินข้าวรึยัง

 

กดพิมพ์ ‘คิดถึง’ ไปตามที่ใจสั่งแต่พอจะส่งกลับชะงักเพราะใจดันไม่กล้าพอ เลยได้แต่พิมพ์คำอื่นไปแทน

 

…ไม่ชอบที่ตัวเองกลายเป็นคนกากแบบนี้เลยแฮะ

 

G I. ยัง

G I. ไม่มีอะไรกิน

Honne. สั่งสิ ตัดบัตรกูเหมือนเดิมก็ได้

G I. ขี้เกียจลงไปเอา

Honne. งั้นรอแป๊บ

 

ฮอนถอนหายใจให้เด็กดื้อ อุตส่าห์บอกให้ดูแลตัวเองกินข้าวให้ครบทุกมื้อ ยังผ่านไปได้ไม่ถึงวันก็เกเรไม่ทำตามที่บอกแล้ว

 

ชายหนุ่มสตาร์ทรถขับไปหาร้านข้าวใกล้ ๆ แต่เวลาสี่ทุ่มกว่าร้านแถวนี้ก็เก็บของหมดแล้ว เหลือแต่ชายสี่หมี่เกี๊ยวเจ้าประจำที่อยู่ด้วยกันกับคนละแวกนี้ทุกคืนวัน

 

“แปะ เกี๊ยวน้ำ เกี๊ยวหมูแดง อย่างละถุง ข้าวหมูแดงกับหมูกรอบ อย่างละกล่อง แล้วก็ผสมอีกกล่องครับ” ชายหนุ่มยืนมองรายการอาหารบนรถเข็นอาแปะเจ้าถิ่นเลื่องชื่อในย่านนี้

 

“ลื้อจดมา อั๊วจำไม่ได้หรอก” อาแปะยื่นกระดาษพร้อมปากกายัดใส่มือลูกค้ารายใหม่ทันที

 

ฮอนมองคิวในกระดาษที่ยังไม่ถูกขีดฆ่า ท่าทางอาแปะจะรับทรัพย์มหาศาล ลูกค้าเยอะทุกวันขนาดนี้ เขาเคยคิดเล่น ๆ  ว่าถ้าเรียนจบแล้วไม่มีงานทำจะมาเรียนสูตรทำบะหมี่จากแปะ ทำอร่อยมีมาตรฐานทุกครั้ง แถมทำงานอย่างกับเป็นหุ่นยนต์เครื่องจักร หยิบจับเส้น หยิบเครื่องลวก แป๊บเดียวเสร็จ วันนี้คิดว่าคงต้องยืนรอนานเพราะลูกค้าเยอะ แต่ตอนแปะกวักมือเรียกไปเอาของเพิ่งผ่านไปได้สิบห้านาทีเอง

 

ชายหนุ่มยืนลังเลอยู่หน้าห้องชั้นสามที่คุ้นเคย จะแขวนถุงไว้หน้าห้องรึเรียกให้ออกมาเอาดี จะห้อยไว้ก็ยังไงอยู่ จะเรียกให้ออกมาเอาก็กลัวอีกฝ่ายไม่อยากเจอหน้า เขาเกาคิ้วตัวเองแสดงความสับสน วันนี้เขาทำตัวกากไปแล้วนะ ไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้เลยโว้ย

 

เขากำลังจะพนันกับตัวเอง ถ้ากิไม่ออกมาเปิดก็คงแขวนไว้ให้ แต่ถ้าเปิดออกมาก็ตายเอาดาบหน้าแล้วกัน…

 

ตัดสินใจเคาะประตูไปห้าหกที หยุดนิ่งรอดูการเคลื่อนไหว แต่รอแล้วรอเล่านานหลายนาทีประตูก็ยังไม่เปิดสักที ตัดใจวางถุงไว้หน้าห้องเพราะดันแขวนไม่ได้ กำลังจะเดินกลับไปที่ลิฟต์ ประตูก็ดันเปิดออกมาเสียงั้น

 

“นึกว่าหูฝาด”

 

ชายหนุ่มหันขวับไปหาต้นเสียง กิกำลังกำลูกบิดแง้มประตูโผล่หน้าออกมา เจ้าตัวอยู่ในชุดนอนสีดำตัวโปรด เส้นผมสีดำยังมีน้ำหยดติ๋งไหลลู่ลงบ่า ฮอนหยุดนิ่งมองท่าทีของอีกคนว่าเป็นอย่างไรเมื่อเห็นหน้าของเขา แต่ก็ไม่มีแววว่าจะหลบหรือปิดประตูใส่หน้าแต่อย่างใด ดวงตากลมยังคงจ้องมองมาที่แขกยามค่ำคืนคนนี้

 

“ซื้อข้าวมาให้” ชายหนุ่มชี้ไปที่ถุงข้าวข้าง ๆ ประตู

 

กิก้มลงมองก่อนจะใช้สองมือหยิบขึ้นมา

 

“อะไรเนี่ย”

 

“บะหมี่ร้านแปะ ซื้อมาให้ มึงจะได้รีบกินยาด้วย”

 

“แล้วทำไมมันเยอะขนาดนี้” กิมองถุงในมือทั้งสองข้าง มีทั้งบะหมี่ทั้งข้าวคละกันอย่างละสองสามห่อ

 

“เอาไว้กินพรุ่งนี้ด้วย เดี๋ยวก็บ่นว่าไม่มีอะไรกินอีก”

 

“เหรอ” กิขมวดคิ้ว

 

“อือ ไปละ อย่าลืมกินยานะ” ฮอนยกมือขึ้นทำท่าโบกมือลาก่อนจะยกมือเกาหัวแก้เก้อเพราะไม่คุ้นชินท่าทางแบบนี้ของตัวเอง

 

“มากินด้วยกันดิ”

 

“ฮะ อะไรนะ” เขาคิดว่าตัวเองอาจจะหูฝาด

 

“มากินด้วยกัน มึงซื้อมาตั้งเยอะ ใครจะไปกินหมดวะ”

 

“ฮะ” ฮอนร้องอุทานอีกครั้งอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

 

“…ไม่กินก็เรื่องของมึง” กิมุ่ยหน้าทำท่ากระชากประตูปิด เขาอุตส่าห์ยอมชวนขนาดนี้แล้วแท้ ๆ ไอ้บ้าเอ๊ย

 

“เดี๋ยว! กิน ๆ กูกิน” ฮอนยิ้มร่าคว้าบานประตูไว้ได้ทันก่อนที่คนตัวเล็กกว่าจะงับปิดจนหมด

 

…ดีนะที่ตัดสินใจถูก เกือบจะทำตัวกาก ๆ ต่อไปแล้วมั้ยล่ะ!

 

 



TBC.

ー #AdaywithWCM

ー ยังไม่พ้นวันเลยหนูกิลูกกกกก ;______; อัปรีพลายเดียวไม่ได้ พอเป็นสองรีพลายแล้วดูสั้นๆเลยแง่ว
ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์และกำลังใจค่า ดีใจที่ยังเห็นหลังจากตัดสินใจดราม่าU__U
:mew1:  :pig4:

ออฟไลน์ AeAng11

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 267
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
คืนดีกันเร็วๆนะลูกอิแม่ใจบ่ดี

ออฟไลน์ manami1155

  • ~I Still Love You~
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1717
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +99/-1
หนูกิลูกกกกกกก
แบบนี้มันเข้าตำรายอมตั้งแต่หน้าประตู
ทำขึงขังหน่อยสิลูก ให้ฮอนได้สำนึกอีกหน่อย

เต็งหนึ่งนี่ทำดีมากในฐานะกาวใจ
มารับเงินสนับสนุนไปยี่สิบ 555555

ออฟไลน์ CLShunny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-1
จ้าาาาาาจ้าาาาา จ้าาาาาา ปากกหริอปูนนนน ทั้งคู่เลยยย5555

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1945
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-0
ค่อยๆ ปรับตัวหากันนะ  :call: :call: :call:

ออฟไลน์ mypink801

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1358
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-0
เต็งหนึ่งทำดี
แต่หนูกิใจอ่อนเร็วเกิ๊นน เดี๋ยวฮอนได้ใจนะลูกสาววว

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด