พิมพ์หน้านี้ - (จบ) ❀ A day with Our Match ー Last Match ♥ (31/10/2561)

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Boy's love => เรื่องสั้น => ข้อความที่เริ่มโดย: Mayongchees ที่ 15-07-2018 17:08:48

หัวข้อ: (จบ) ❀ A day with Our Match ー Last Match ♥ (31/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Mayongchees ที่ 15-07-2018 17:08:48
อ้างถึง
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง
เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเว็บบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง
ของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิต
ที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่า
เรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็ปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมล์ของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผู้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน
 ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ
เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ Webmaster , administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเว็ป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเว็บอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็ป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณา
เป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่
หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเว็บไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาตเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก
เมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ)
จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

☁ ☁ ☁ ☁ ☁


ฝากเรื่องสั้นที่เคยลงไว้ค่า
ー  Quadruple P ❀ (เรื่องสั้นตอนเดียวจบ) (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=64617.0;nowap)

 :pig4:

☁ ☁ ☁ ☁ ☁



(บทนำก่อน 1st Match)

Let The match begin! ♥
☁     


แมตช์ของพวกเขาเริ่มต้นขึ้นในบ่ายวันหนึ่งของเดือนมิถุนายน กิเบนสายตาจากจอโทรทัศน์หันไปมองประตูห้อง เมื่อได้ยินเสียงเคาะรัวยาวจากด้านนอก เขาจิ๊ปากพร้อมขยี้กลุ่มผมสีดำของตนเองเบาๆ เมื่อโดนขัดจังหวะการดูซีรีส์โปรด



ชายหนุ่มเอียงคอฉงนเล็กน้อย เมื่อสงสัยว่าใครมาเคาะห้องเขาในวันหยุดโดยไม่โทรมาบอกกล่าวก่อนอย่างนี้ หากเป็นช่วงเดือนสองเดือนก่อนคงไม่สงสัยมากนัก เพราะอยู่ในช่วงเร่งปั่นงานและช่วงสอบไฟนอลของเหล่านักศึกษา เพื่อนในสาขาบัญชีของเขาจึงมักพากันยกโขยงมารวมตัวกันทำงานที่นี่ ในห้องคอนโดขนาดกลางติดสถานีรถไฟฟ้าและใกล้มหาวิทยาลัยซึ่งสะดวกต่อการเดินทางมาของทุกคน บางคนมาขออาศัยอยู่เป็นอาทิตย์ด้วยก็มี ห้องของกิจึงเกือบจะเป็นห้องสาธารณะไปเสียแล้ว



ชายหนุ่มอายุ 21 กดหยุดพักซีรีส์ที่กำลังดูเอาไว้ ลุกขึ้นเดินไปส่องตาแมวบนบานประตู ภาพที่มองเห็นจากช่องอันน้อยนิดปรากฏชายหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกำลังยืนหันหลังให้อยู่ แม้จะเห็นเพียงแผ่นหลังกว้าง ไม่เห็นแม้แต่เสี้ยวหน้า แต่เขาก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่มาเยือนในวันนี้คือใคร



กิดึงประตูเปิด ส่งคำถามออกไปทางสายตาทันทีเมื่ออีกคนหันหลังมายิ้มกว้างให้



“แหะ” ฮอน เพื่อนสนิทตั้งแต่มัธยมปลาย คิดว่าจะได้แยกจากกันตั้งแต่จบมอหกแล้ว แต่พวกเขากลับสอบติดมหาวิทยาลัยเดียวกันจนได้ แม้ว่าจะแยกกันเรียนคนละคณะแต่ก็ยังคงไปมาหาสู่และติดต่อกันอยู่สม่ำเสมอ



เพื่อนตัวสูงกว่าส่งยิ้มแหยมาให้เมื่อกิก้มมองลงพื้นแล้วเห็นว่ามีกระเป๋าสะพายใบเขื่องติดมือมาด้วย



“กระเป๋า? จะไปไหนรึไง” เจ้าของห้องเอ่ยถาม ขมวดคิ้วดุ จะมาหาก็ไม่โทรมาบอกก่อน แล้วนี่ดันขนกระเป๋าใบใหญ่เหมือนจะย้ายบ้านมาอีกต่างหาก



“ขออยู่ด้วยหน่อยดิ”



“อะไรนะ” กิหลุดหลุดอุทาน เมื่อไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายพูดหยอกหรือพูดความจริง ดูเป็นเรื่องใหญ่ แต่เพื่อนตัวสูงกลับพูดออกมาเหมือนกำลังถามสภาพดินฟ้าอากาศในวันนี้เสียอย่างนั้น



“มาขออยู่ด้วย โดนแฮมไล่ออกจากบ้าน” ฮอนพูดติดตลก แฮมคือน้องสาววัยสิบแปดปีของเพื่อนสนิทตรงหน้า ผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเข้าสู่มหา’ลัย กิเคยถูกไหว้วานขอให้ช่วยสอนพิเศษวิชาคณิตศาสตร์เพราะน้องคิดว่าเขาเรียนบัญชีคงต้องเก่งวิชานี้มากแน่ๆ เดิมทีเขาไม่มั่นใจว่าตัวเองเก่งมากพอแต่เพราะคิดว่าช่วยน้องนุ่ง จึงยอมตกลงรับปากไป



“แล้วไปทำอะไรถึงโดนไล่มา”



“เชียร์บอลเสียงดัง น้องจะอ่านหนังสือสอบ” ฮอนคงจะหมายถึงบอลโลกที่สี่ปีมีครั้งและกำลังเป็นกระแสพูดถึงมากอยู่ในทุกวันนี้ คอบอลอย่างมันคงไม่พลาดดูสักแมตช์ ไม่วายแหกปากเชียร์เสียงดังจนทำให้โดนน้องตัวเองไล่ออกจากบ้านมาแบบนี้



เจ้าของห้องตัวเล็กเบี่ยงตัวหลบให้เพื่อนสนิทแบกกระเป๋าเข้ามาวางในห้อง ยืนกอดอกมองหน้าคนที่อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นบุคคลไร้บ้านเสียอย่างนั้น



“มึงพูดจริงรึพูดเล่นเนี่ย”



“พูดจริงค่ะ ไม่เชื่อโทรถามแฮมก็ได้นะ” เสียงทุ้มเอ่ยตอบก่อนจะควักโทรศัพท์ยื่นให้



กิส่ายหัวปฏิเสธ “แล้วจะมาอยู่ถึงวันไหน”



“เปิดเทอมเลยมั้ง”



“นานขนาดนั้นเลยดิ” เจ้าของห้องนับเลขอยู่ในใจ ตอนนี้เดือนมิถุนายน เปิดเทอมประมาณสิงหาฯ ก็ตั้งสองสามเดือนแหน่ะ



“อยู่ๆ ไป มันก็แป๊บเดียวเอง”



“เอาเหอะ” กิสะบัดมือไล่สองสามทีแล้วเดินกลับไปที่โซฟา ผู้มาขออาศัยยิ้มเผล่ เมื่อได้รับสัญญาณมือให้เอาของไปเก็บ สีหน้าหน่ายๆ ของเจ้าตัวเป็นคำตอบรับให้เขาอาศัยอยู่ที่นี่ได้แล้ว



หลังจากโยนกระเป๋าทิ้งไว้ในห้องนอนเสร็จสรรพ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งก็เดินออกมาทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างๆ เพื่อนตัวนุ่มของเขา



“นี่ หนูกิ”



เดิมทีเขามักจะเรียกกิว่าหนูกิ หรือหนูแป้งโกกิในบางเวลาที่เจ้าตัวมักทำตัวน่ารังแก ส่วนเขามีชื่อเล่นว่าฮอนเพียงพยางค์เดียว แต่มักโดนหนูกิจอมดื้อ เรียกว่า ‘ไอ้เหี้ยฮอน’ อยู่บ่อยครั้ง ทุกวันนี้ชื่อเล่นของเขาจึงคล้ายว่ามีสามพยางค์ไปแล้ว



“กินพิซซ่าอีกละ”



“แล้วจะทำไม”



“ป๊าววว”



พาดไหล่ไปบนพนักโซฟา เอ่ยทักคนที่กัดพิซซ่าไปพร้อมดูซีรีส์ไม่วางตา แก้มตุ่ยขึ้นเมื่อเจ้าตัวอมพิซซ่าไว้ข้างกระพุ้งแก้ม กว่าจะหมดแต่ละชิ้น ดูท่าว่าคงต้องใช้เวลาไปร่วมชั่วโมง



“เดี๋ยวก็อ้วน” พูดไปก็เอื้อมมือไปบีบแก้มตุ่ยอย่างมันเขี้ยว



“เดี๋ยวค่อยออกกำลังกาย” กิสะบัดหน้า ส่งเสียงฮึดฮัดอยู่ในลำคอเมื่อโดนก่อกวน



ฮอนพยักหน้าพร้อมส่งเสียงอือออในลำคอหลายครั้งเหมือนต้องการกวนประสาท เขารู้ว่ายังไงหนูแป้งของเขาก็ไม่อ้วนหรอก เจ้าตัวขยันซิทอัพเพื่อเบิร์นไขมันออกทุกเย็นเป็นประจำ ทั้งกินเท่าไหร่ก็ไม่เห็นเคยอ้วน อย่างมากก็แค่ลงพุงกับลงแก้มเท่านั้น



“วันนี้อยู่ดูบอลเป็นเพื่อนหน่อยดิ” ฮอนเอ่ยชักชวน



“ไม่เอา ดูไม่เป็น”



“ก็ฝึกๆ ไว้ไง กูย้ายมาอยู่กับมึงถาวรเดี๋ยวก็ต้องดูด้วยกันบ่อยๆ ละ”



“กูบอกตอนไหนว่าจะให้ย้ายมาอยู่ด้วยฮะ” เจ้าของห้องหันขวับ ทำเสียงดุคนที่ชอบทึกทักไปเองอยู่เรื่อย



“ต้องมีสักวันแหละน่า”



“ไม่มีหรอก” กิเบะปาก ส่ายหัวเบาๆ ยืนยันคำปฏิเสธของตนเอง



“เอาเหอะ แต่วันนี้อยู่ดูบอลเป็นเพื่อนกันก่อน ดูดิ พิซซ่าก็มี โค้กก็พร้อม เดี๋ยวลงไปซื้อเบียร์เพิ่ม เตรียมพร้อมดูบอลได้แล้วเนี่ย”



“ก็บอกว่าไม่ดู เซ้าซี้จังเลยวะ”



“น่า อยู่ดูด้วยกันก่อน ไม่ต้องอยู่ดูเป็นเพื่อนก็ได้ แต่อยู่ดูเป็นแฟนแทนนะ” ฮอนกะพริบตาปริบๆ พยายามลอกเลียนแบบท่าทางของน้องสาวที่มักทำท่าออดอ้อนเวลาหวังผลประโยชน์จากเขามาใช้ในเวลานี้



กิคว้าหมอนอิงข้างตัวเข้าฟาดอีกฝ่ายทันทีที่หยอดมุกเลี่ยนๆ ห้าบาทสิบบาทใส่เขา



“ไอ้เหี้ย” คนตัวเล็กสบถด่า



เป็นอีกครั้งที่เขามักโดนเพื่อนสนิทป้อล้อ ชอบพูดจาหยอกแหย่ ทีเล่นทีจริงอยู่บ่อยครั้ง จากที่ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก แต่มันบ่อยเกินไปจนเริ่มกลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว



ฮอนหัวเราะร่วนเมื่อเห็นอาการหัวเสียจากเจ้าของห้องตัวเล็ก ทั้งที่ก่อนหน้าจะร้องโอดโอยเพราะโดนหมอนฟาดอยู่ก็ตาม



“ไม่แกล้งหนูแล้วค่ะ งั้นไปซื้อเบียร์ก่อนนะ”



“อือ”



คืนวันนั้นขณะนั่งดูบอลโลก พวกเขาทั้งสองจึงได้จิบเบียร์เย็นๆ พร้อมพิซซ่าร้อนๆ ที่เพิ่งอุ่นออกมาจากไมโครเวฟไปด้วย



กิยังคงละเลียดทานพิซซ่าในมือช้าๆ เหมือนเดิม แก้มตุ่ยๆ ขยับหยุบหยับไปมาเหมือนกระต่ายกำลังเคี้ยวอาหารโปรด บีบซอสมะเขือเทศละเลงบนหน้าพิซซ่าอย่างไม่ยั้งมือ ขณะที่ใช้นิ้วบีบไล่ซอสออกจากซอง ปลายนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ก็เลอะซอสสีแดงเข้าจนได้ ชายหนุ่มหันซ้ายหันขวา ไม่มีทิชชู่ใกล้ตัวให้หยิบใช้ จึงส่งปลายนิ้วเข้าใกล้ริมฝีปาก แลบลิ้นออกมาเลียซอสที่ติดอยู่ปลายนิ้ว ก่อนจะส่งเข้าปากเพื่อดูดออก



กิไม่รู้สึกตัวเลยว่ามีใครบางคนกำลังจ้องท่าทางแสนยั่วยวนโดยไม่รู้สึกตัวของตนเองอยู่ ฮอนเหล่มองคนข้างๆ ตาไม่กะพริบ แค่คิดว่าถ้าเขาถูกปลายลิ้นสีแดงๆ นั่นเลียบ้างจะรู้สึกสึกดีแค่ไหน ร่างกายก็ขนลุกซู่ กลัวตัวเองต้องลุกไปเข้าห้องน้ำแทนการนั่งดูบอลแมตช์นี้เสียแล้ว



“เปื้อนหมดแล้ว” เสียงทุ้มของคนที่เอาแต่จ้องเพื่อนสนิทไม่วางตาเอ่ยขึ้น พร้อมกับเอื้อมมือไปเช็ดมุมปากที่เลอะคราบซอสมะเขือเทศเป็นจุดๆ ให้



กิหันมามอง ผลุบตามองนิ้วโป้งของคนเช็ดที่ยังยกค้างไว้แบบนั้น เขาจึงเลียแผล็บบนนิ้วอีกฝ่ายเบาๆ



“เชี่ย กิ!” ฮอนอุทาน ใจเขากระตุกวูบ ร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที



เจ้าของห้องเพียงแค่เหลือบตามองเมื่อได้ยินชื่อตนเอง



“ดูบอลดิ” กิพเยิดหน้าไปทางทางจอโทรทัศน์



ส่วนคนที่ถูกปลุกปั่นความรู้สึก ได้แต่สบถกับตัวเองว่าโดนแบบนี้แล้วใครจะมีกะจิตกะใจไปดูบอลวะ



กิไม่ได้สนใจอะไรนัก เขาแค่นึกว่าอีกฝ่ายยื่นมือมาให้เช็ดให้เฉยๆ ไม่มีทิชชู่ ไม่มีผ้า ใช้มือตัวเองเช็ดให้ก็ต้องทำความสะอาดอยู่ดี ผลที่ได้เลยกลายออกมาเป็นแบบนั้น แบบที่เขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมา



ฮอนเบือนหน้าหนี กลืนน้ำลายดังเอื้อก ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาต้องอดทนกับเพื่อนตัวเองแบบนี้หรอก แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะทำตามใจของตัวเองโดยการดึงอีกฝ่ายมาจูบให้หนำใจได้ทุกครั้งเหมือนกัน



“มึงหยิบถุงเปล่าตรงนั้นมาให้หน่อย จะใส่เศษขยะ” บอลครึ่งแรกจบได้สักพัก เขาก็ถูกสะกิดเรียกใช้จากเจ้าของห้อง



“ช่วยกินหน่อยดิ ครึ่งกัน” กิยังคงนั่งกินพิซซ่าชิ้นเดิมเหมือนกับเมื่อหลายสิบนาทีก่อน ท่าทีชักชวนแบบนี้คงอิ่มจนไม่อยากกินต่อแล้วถึงได้มีน้ำใจเผื่อแผ่มาให้เขาด้วย เพื่อนตัวเล็กยื่นส่วนปลายที่มีชิ้นเบคอนเข้าปากตัวเอง กัดไปนิดเดียวก็ส่งส่วนที่เหลือแต่แป้งมาจ่อใส่ปากเขาแทน



ร่างโปร่งไม่ยอมอ้าปากรับพิซซ่าที่หยิบยื่นไปให้เสียที กิมุ่ยหน้าใส่แล้วดึงมือกลับแต่ถูกคว้าข้อมือเอาไว้ได้ก่อน



“กินยังไงให้ซอสเลอะปากอีกแล้ว” ฮอนบ่นแต่ก็ยกยิ้มที่มุมปาก มองหน้าคุณหนูตัวขาวส่ายหัวตอบไปมา



“เดี๋ยวพี่ฮอนจะช่วยหนูเช็ดเองค่ะ” เขาแสยะยิ้ม โน้มตัวเข้าไปใกล้จนกระทั่งแผ่นหลังของกิชิดพนักโซฟา เข้าก้มหน้าและหยุดนิ่ง จ้องมองดวงตาไหวระริกที่แสดงสีหน้าหวาดหวั่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด



พิซซ่าชิ้นน้อยหล่นตุ้บลงพื้นเมื่อคนถือถูกกลั่นแกล้งจนมือสั่น กิกำแขนเสื้อของคนตรงหน้าแน่น เมื่ออีกฝ่ายกดริมฝีปากย้ำหนักๆ ลงบนมุมปากที่มีซอสเปื้อนอยู่ ก่อนจะเคลื่อนย้ายและสอดลิ้นเข้ามากวาดในโพรงปากของเขาอย่างตะกรุมตะกราม



“สะอาดแล้วค่ะ” ฮอนยกยิ้มเมื่อได้ทำตามใจตัวเองจนได้



กิรู้ดีว่าสีหน้าของตัวเองตอนนี้คงจะแดงแปร๊ดเสียยิ่งกว่าลูกมะเขือเทศ ใบหน้าร้อนผ่าวเหมือนออกไปยืนกลางแดดยามเที่ยงมาเป็นชั่วโมง ยิ่งพอเห็นยิ้มเจ้าเล่ห์หลังจูบเมื่อกี้ของอีกฝ่าย แก้มของเขายิ่งร้อนขึ้นมากกว่าเก่าเป็นเท่าตัว



คว้ามาหมอนอิงข้างกายมาได้ ก็ฟาดลงใส่แผ่นอกของอีกคนรัวเร็ว



“ไอ้เหี้ยฮอน! อีกแล้วนะ!” เจ้าของห้องตัวเล็กทำหน้าบึ้ง



...โดนฉวยโอกาสตลอดเลย ฮึ่ย!




TBC.

ー #AdaywithWCM
ー เป็นบทนำก่อนเริ่มเข้าสู่แมตช์แรกนะคะ เปิดบทแรกมาด้วยนังฮอนท้าพนันแล้วจัดลูกชั้นเลยก็จะเลวไปหน่อย โดนนังประท้วงมาแต่ลูกชั้นก็โดนแกล้งตั้งแต่บทนำอะ แง โดนน้องประท้วงมาเหมือนกัน ได้แต่ทำหน้าซึนใส่ ( ˘・з・)
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Mayongchees ที่ 15-07-2018 17:34:57

ー 1st Match ♥





อาทิตย์ต่อมา ชายหนุ่มผู้มาขออาศัยก็เอ่ยชักชวนเจ้าของห้องให้มาดูบอลด้วยอีกครั้ง แมตช์นี้ก็เป็นอีกหนึ่งแมตช์ที่เขาตั้งใจรอดูเพราะลงเบ็ทนัดนี้ไปเยอะ



คืนนี้ฝนตก อากาศเย็นๆ ผสมกับรสเบียร์อันหอมหวานช่างเข้ากันได้ดี ฮอนลอบยิ้มมุมปากกับตัวเอง เมื่อคิดแผนการหาเรื่องรังแกหนูกิจอมดื้อได้อีกจนได้ เขาผิวปากหวิวขณะแกะกล่องพิซซ่าที่เพิ่งมาส่ง หยิบยื่นชิ้นพิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยนรสโปรดที่กิชอบพร้อมซองซอสมะเขือเทศส่งให้



กิรับไปโดยไม่ได้พูดอะไร บีบซอสละเลงบนหน้าพิซซ่าเสร็จก็ส่งเข้าปาก เคี้ยวหยั่มๆ ท่าทางเอร็ดอร่อยขณะเบิกตาใสแจ๋วมองโทรทัศน์



“เลอะอีกแล้วค่ะ” ฮอนพูดพร้อมอมยิ้มส่ายหัวกับตัวเองเบาๆ เอื้อมมือไปเช็ดซอสบนมุมปากให้อย่างเบามือ แล้วส่งนิ้วเข้าปากตัวเอง ดูดเสียงดังจ๊วบ



กิชายตามอง เห็นใบหน้าเจ้าเล่ห์ยกยิ้มอยู่เสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ ทำทีง่วนอยู่กับพิซซ่าตรงหน้าแทน



ฮอนกดพิ่มเสียงโทรศัพท์ขึ้นมาอีกนิด เมื่อในที่สุดภาพก็ตัดจากโฆษณาเข้ามาเป็นบรรยากาศในสนามฟุตบอล เป็นสัญญาณว่าการแข่งขันใกล้เริ่มขึ้นแล้ว



เขาขยับตัวเข้าไปใกล้คนข้างๆ มากขึ้น ก่อนจะเอ่ยติดตลก



“กิ พนันบอลกันไหม”



“พนัน? กูไม่เอาเงินไปพนันอะไรไร้สาระหรอก”



“อันนี้ไม่ต้องใช้เงิน ง่ายๆ อะ”



“ไม่ใช้เงิน? แล้วจะพนันอะไร”



ฮอนยกยิ้มมุมปาก “บอลแพ้เป็นเมีย”



ทันทีที่เขาพูดข้อตกลงอันน่าหวาดหวั่นออกไป คนตรงหน้าก็อ้าปากเหวอ พร้อมหันขวับมามองเขาตาค้างทันที



“กูลงเยอรมัน”



“เหี้ยฮอน! มึงโกง” กิโวยวาย



“โกงอะไร บอลยังไม่ทันได้แข่งเลย” ร่างโปร่งมองเพื่อนตัวเล็กตรงหน้าพร้อมหัวเราะในลำคออย่างเจ้าเล่ห์



“มึงเลือกก่อนได้ไงอะ ถึงกูจะดูบอลไม่เป็นแต่กูก็จำได้ว่าสี่ปีก่อนเยอรมันได้แชมป์ แล้วกูยังไม่ได้ตกลงด้วย ไอ้เหี้ย อย่ามาหัวหมากับกูนะ”



“หัวหมอพอ กูไม่ใช่หมา” ฮอนหัวเราะ นั่งมองคนที่ลุกลี้ลุกลนอยู่ไม่นิ่งอย่างมีความสุข กิทำหน้ายู่ลงอย่างไม่ชอบใจ เจ้าตัวคงไม่รู้สึกตัวว่ามือเล็กๆ นั่นกำกระป๋องเบียร์แน่นขนาดไหน ดีหน่อยที่ดื่มน้ำหมดแล้ว ไม่งั้นคงกระฉอกออกมาเปื้อนตัวเองเสียหมด



“มึงน่ะ เป็นหมากูยังสงสารหมา ด่าเหี้ยกูยังสงสารเหี้ยเลย” ทันทีที่ได้ยิน ฮอนก็เอื้อมมือไปบีบปากที่พูดแจ้วๆ อย่างมันเขี้ยว



“ปากดีจริงว่าที่เมีย”



“ใครจะเป็นเมียมึง”



“มึงไง”



“มึงนอนฝันเหมือนทุกทีแล้วกัน กูยังไม่ได้ตกลงข้อเสนอพิสดารของมึงเลยนะ”



“เดี๋ยวมึงได้ตกลงแน่ๆ” ไม่ว่าเปล่า เขาก็รีบคว้าเอวของคนข้างๆ ที่นั่งอยู่อีกฟากโซฟาเข้ามาชิดลำตัว ก่อนจะผลักให้คนที่ดิ้นขัดขืนนอนราบไปกับโซฟาแล้วคร่อมทับ



“ยอมรึยัง” ฮอนยกยิ้ม เมื่อหนูกิกลายมาเป็นลูกไก่ในกำมือของเขาจนได้



“ไม่!”



เขาโน้มหน้าของตัวเองเข้าไปใกล้ใบหน้าอีกฝ่ายมากขึ้นเมื่อได้ยินคำปฏิเสธ ลมหายใจอุ่นระรินลงบนผิวของกันและกัน ปลายจมูกโด่งอยู่ห่างจากแก้มขาวๆ ที่กำลังถูกสีแดงแต่งแต้มอยู่เพียงไม่กี่คืบ สายตาพร่าเลือนเพราะระยะประชิดใกล้จากความตั้งใจของตัวเอง คนที่อยู่ใต้ร่างหลับตาปี๋ไม่ยอมลืมตามองมาสิ่งตรงหน้า



“ยอมรึยัง”



“มะ ...ไม่” เสียงสั่นสะท้านดังแผ่วเบาทว่าแน่วแน่เหมือนความรู้สึกของคนที่ไม่ยอมลืมตาในขณะนี้ มือเล็กขยุ้มเสื้อของคนบนร่างแน่น ฮอนตัดสินใจรุกคืบไปอีกก้าวหนึ่งโดยการโน้มหน้าเข้าไปใกล้มากกว่าเดิมจนกระทั่งริมฝีปากสัมผัสกับแก้มนุ่มๆ ของอีกคนเข้า เขาย้ายจากแก้มซ้ายไปแก้มขวาอย่างละทีก่อนจะผละตัวขึ้น



“ทีนี้ยอมได้รึยัง”



ครั้งนี้คนถูกถามเลือกส่ายหัวรัวเร็วหลายๆ ครั้งแทนการเอ่ยปากตอบ ดวงตายังคงปิดแน่น มือก็ยังคงขยุ้มอยู่บนเสื้อเชิ้ตสีขาวโดยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยแต่ก็ไม่ยอมผลักไสแต่อย่างใด



ผู้ที่เอ่ยท้าตัดสินใจโน้มใบหน้าแนบริมฝีปากของตนเองลงบนริมฝีปากสีเชอร์รี่ของกิหนึ่งที ไม่มีการรุกล้ำอะไรนอกเหนือจากสัมผัสแผ่วเบาภายนอกทั้งนั้น



เสียง จุ๊บ ดังขึ้นเบาๆ ทำเอาคนใบหน้าคนใต้ร่างขึ้นสีระเรื่อ เหมือนมีผีเสื้อนับร้อยกำลังบินวนไปมาอยู่ในท้องอย่างไม่มีที่สิ้นสุด มันสยิวจนกิต้องกำมือขยุ้มเสื้ออีกคนแน่นเสียยิ่งกว่าเก่า



“ยอมรึยัง …หรือไม่รอผลบอลแล้วดี” ฮอนพูดติดตลก เดิมทีไม่ได้คิดจะพนันอะไรจริงจังนักหรอก แต่ถ้าได้ในสิ่งที่หวังมาตั้งนานจริงๆ มันก็คงดี



“ยอม ยอมแล้วก็ได้! ฮื่อ” เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ทันทีเมื่อได้ยินเสียงใสตอบรับ แม้ว่าเสียงนั้นจะสั่นเครือเหมือนใกล้ร้องไห้เต็มที



“โอ๋ๆ ไม่แกล้งแล้ว” ร่างสูงโปร่งดึงคนที่ก่อนหน้าทำเป็นปากเก่งให้ลุกขึ้นนั่งข้างๆ พร้อมลูบหัวอย่างเอ็นดู



“ไหนคนที่ปากดีๆ ก่อนหน้านี้หายไปไหนแล้วคะ ตอนนี้เงียบเชียว” เขาเอ่ยล้ออย่างติดตลกเมื่อเห็นใบหน้างอง้ำเป็นเด็กอนุบาลเวลาโดนขัดใจ



“ไอ้เหี้ย” กิแหว มือที่เคยกำแน่นบนเสื้อเชิ้ตกลายเป็นกำปั้นหนักๆ ทุบบนอกคนตรงข้ามอยู่หลายที



“พอแล้ว กูเจ็บ” จนกระทั่งฮอนทนความเจ็บไม่ไหว จึงรวบมือที่กำลังกระหน่ำทุบแผ่นอกเขาอยู่มาล็อกไว้ไม่ให้ขยับ



“ก็กูทุบให้เจ็บไง ไอ้เหี้ย”



“คำก็เหี้ยสองคำก็เหี้ย เดี๋ยวกูตีปากมึงด้วยปากกูอีกรอบอย่าหาว่าไม่เตือนนะ” ทันทีที่ได้ยิน คนที่โดนรวบมือก็เม้มปากแน่น มองตรงมาทางผู้ที่มาขออาศัยอย่างอาฆาตแค้นแทนการเอ่ยปากด่า ฮอนคงไม่ต้องจามหลายครั้ง ก็สามารถรู้ได้ว่าคนตรงหน้าด่าเขาอยู่ในใจแน่นอน



“ดีลแล้วนะ เดี๋ยวก็เริ่มแข่งแล้วเนี่ย นั่งดีๆ เร็ว” เขาหยิบหมอนอิงสีน้ำตาลส่งให้กิที่ยังทำหน้างอง้ำอยู่



“เหี้ยอะ ดีลแล้วก็ให้สิทธิ์กูเลือกบ้างสิ มึงพนันอะไรบ้าๆ มาบังคับกูแล้วยังมัดมือชกเลือกทีมก่อนอีกต่างหาก” หลังจบประโยคบ่นเชิงประชดประชัน กิก็ยังบ่นอุบอยู่ในลำคออย่างต่อเนื่อง



“งั้นเป่ายิงชุบ สามรอบ ใครชนะเยอะกว่าได้เลือกทีมก่อน”



“เชี่ย ให้กูเลือกก่อนก็จบแล้วปะ มึงจะทำให้ยุ่งยากทำไมเนี่ย ขอความยุติธรรมให้กูด้วย”



“รึมึงจะไม่เอา ก็ได้นะ กูลงเยอฯ แล้ว”



“ก็ได้! สามครั้งนะ”



“ก็แค่นั้น” ฮอนมองคนที่กระตือรือร้นเตรียมตัวเป่ายิงชุบด้วยสายตามันเขี้ยว เจ้าตัวคงไม่รู้ว่าท่าถลกแขนเสื้อขึ้นคล้ายนักเลงในหนังนั้นมันน่ารักขนาดไหน



“จริงจังอะไรขนาดนั้น”



“อย่าพูดมาก มาเริ่ม เป่ายิงชุบ!” ฮอนออกค้อน กิออกกระดาษ



“เป่ายิงชุบ!” กิออกกระดาษ ส่วนฮอนออกกรรไกร



“เชี่ย” เจ้าของห้องที่กำลังทำหน้าจริงจังเริ่มแสดงสีหน้าวิตก เมื่อเห็นว่าตอนนี้ผลเสี่ยงทายออกมาเสมอกัน ฮอนมองใบหน้าของจอมดื้อที่ต้องการชนะ ด้วยความมันเขี้ยว อยากจับฟัดเจ้าตัวให้รู้แล้วรู้รอด



“ครั้งสุดท้าย” กิพูด คิ้วขมวดเป็นปม น้ำเสียงกดต่ำอย่างไม่รู้ตัว



“เป่ายิงชุบ!” ครั้งที่สามในการเสี่ยงทายครั้งนี้ ผู้มาขออาศัยออกกรรไกร ส่วนเจ้าของห้องออกค้อน



“เยส! กูเลือกเยอรมัน!” กิหันมายิ้มร่าพร้อมเลือกทีมเสร็จสรรพทันทีเมื่อตนเองชนะ สีหน้าเคร่งเครียดเมื่อครู่จางหายไปทันที



ฮอนหยักไหล่เล็กน้อย ทำท่าทีเหมือนสบายๆ อะไรก็ได้ ทั้งที่ในใจแอบหวั่นเพราะไม่ได้เลือกทีมที่หมายปองเอาไว้ แม้เขาจะรู้ว่าถึงแพ้ไปยังไงก็ไม่มีทางเป็นเมียได้หรอก มีแต่จะจับพลิกอีกฝ่ายเป็นเมียแทนนี่สิ



คนตัวขาวที่นั่งอยู่ข้างๆ แม้จะไม่ได้ยิ้มร่าเหมือนเก่าแต่ยังคงแสดงอาการดีใจอย่างออกนอกหน้าให้เห็นอยู่เนืองๆ เจ้าตัวหยิบพิซซ่าที่เหลืออยู่ในถาดเพียงไม่กี่ชิ้นส่งมาให้เขาด้วยใบหน้าระรื่น



“กินก่อนนะ บอลจะเริ่มแล้วอย่าเครียดมาก” ไม่ว่าเปล่า ก็ใช้มือขาวๆ นั่นตบบ่าฮอนอีกสองสามที



…ทั้งน่ารักและน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน



----------



ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาควรจะรู้สึกยังไง แต่ที่แน่ๆ คนที่เคยทำหน้าระรื่นเมื่อชั่วโมงก่อน ตอนนี้กลับนั่งนิ่งเพราะช็อกไปแล้ว



ฮอนเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องแสดงอาการอะไรออกไปอยู่นานหลายนาทีเหมือนกัน พระเจ้า! บอกทีว่าเขาตาฝาด ทั้งช็อก ทั้งดีใจ ทั้งอยากหัวเราะและร้องไห้ไปในเวลาเดียวกัน



“มึงปลอบใจกูหน่อย” ร่างสูงทำปากเบะ หันไปมองจอมดื้อที่นั่งนิ่งงัน



“จะปลอบใจมึงทำไม กูเนี่ยดิต้องโดนปลอบมะ!” คนตัวเล็กที่ก่อนหน้านั่งนิ่งตัวแข็ง หันมาแว้ดด่าทันทีที่ตั้งสติได้



“ทีมที่กูเชียร์ตกรอบนะ กูเสียใจก็ต้องโดนปลอบไงก็ถูกแล้ว” ฮอนยกยิ้ม เมื่อไม่คิดว่าสิ่งที่ตนเองหวังมานานกำลังจะเกิดขึ้นแล้วจริงๆ



“มึงหยุดพูดเลย” กิใช้หมอนอิงใบที่ฮอนยื่นให้ก่อนหน้าปาใส่หน้าเขาอย่างจัง ร่างสูงจึงใช้โอกาสนี้ขว้างหมอนออกไปไกลๆ ทันที ไม่ให้เกะกะพื้นที่บนโซฟา



“ก็ตามนั้นไงคะ เกาหลีชนะแล้ว คืนนี้พี่ฮอนจะให้หนูกิปลอบทั้งคืนเลยค่ะ” ฮอนไม่แน่ใจว่ารอยยิ้มของตัวเองตอนนี้มันเป็นแบบไหน แต่เดาได้ว่ามันคงเป็นรอยยิ้มเหี้ยมอยู่พอตัว หนูกิจอมดื้อตรงหน้าเขาตอนนี้ถึงได้ดูหวาดกลัวเหลือเกิน



----------



ฮอนไล่จูบหน้าท้องแบนราบขึ้นไปข้างบนช้าๆ อย่างเอาแต่ใจ ตั้งแต่เอวคอดรวมถึงรอบสะดือ จูบย้ำๆ จนมั่นใจว่าตนเองไม่พลาดพื้นที่ส่วนใดไป ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนกายขึ้นไปเรื่อยๆ เสื้อยืดสีน้ำเงินของอีกฝ่ายถูกเขาถอดทิ้งไว้ข้างโซฟาทันทีที่มีโอกาส เพราะเจ้าตัวมัวแต่จดจ่ออยู่กับสัมผัสบนหน้าอกที่กำลังถูกเขารุกรานละเลียดชิมความหวานอย่างอ้อยอิ่ง



แผ่นอกของคนที่หลับตาแน่นช่างขาวเหมือนที่ฮอนจินตนาการเอาไว้ไม่ผิด ยอดอกชูชันเหมือนกำลังเชื้อเชิญให้ลงมือชิมเสียที ทว่าเขากลับทำในสิ่งตรงข้าม พรมจูบทั่วแผ่นอกและรอบๆ สิ่งที่กำลังเชื้อเชิญนั้นอย่างอดทนอดกลั้น เม้มปากทำรอยสีกุหลาบทิ้งไว้แสดงความเป็นเจ้าของสองสามรอยพอเป็นพิธีเพราะไม่กล้าทำทิ้งไว้นอกร่มผ้า ก่อนจะละสายตาจากยอดอกขึ้นไปมองใบหน้าจอมดื้อแทน



“ลืมตาหน่อย” ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเสียงกระซิบทว่ามันช่างแหบพร่าและแผ่วเบา เขามั่นใจว่าไม่มีใครพูดเสียงเหี้ยมกับภาพตรงหน้านี้ได้หรอก …ไม่มีแน่นอน



ทว่ากิกลับปิดตาแน่นเสียยิ่งกว่าเก่า ไม่ยอมลืมตาตามที่ถูกบอก คงเป็นเพราะปลายจมูกของอีกคนที่กำลังคลอเคลียอยู่บนแก้มนุ่ม ฮอนกดปลายจมูก สูดดมความหอมหวานจากพวงแก้มแต่ละข้างของอีกฝ่ายอยู่หลายที ก่อนจะผละขึ้นไปจูบเปลือกตาของกิเบาๆ พยายามให้อีกฝ่ายลดความเกร็งของตนเองลงทีละนิด



“กิมองกู”



“…”



“หนูกิคะ ลืมตามองพี่ฮอนหน่อย” เปลือกตาที่ปิดแน่นค่อยๆ ขยับเปิดออกมาทีละนิดจนกระทั่งมองเห็นภาพชัดเต็มตาในที่สุด



“ไม่ต้องกลัว… ถ้าเจ็บให้บอกนะ ไม่สัญญาว่าจะไม่เจ็บแต่จะพยายามอ่อนโยนให้มากที่สุด โอเคไหม” ฮอนใช้มือลูบหัวของอีกคนเบาๆ กินิ่งไปสักครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตอบรับช้าๆ ทำให้ร่างสูงยิ้มออกมาทันที



“น่ารัก มึงน่ารัก” อดเอ่ยชมไม่ได้ เมื่อเห็นร่างหนูกิโหมดว่าง่าย ยอมคล้อยตามแต่โดยดี



ริมฝีปากที่ก่อนหน้าได้สัมผัสเพียงแค่ผิวเผิน ถูกเขาประกบจูบลงไปอย่างทะนุถนอม ปลายลิ้นค่อยๆ ตวัดเกี่ยวดุนเข้าหาอีกฝ่าย พยายามเป็นผู้นำที่ดีในครั้งแรกของคนในอ้อมกอด ฮอนขบเม้มริมฝีปากล่างของกิไม่แรงนัก ก่อนจะผละออกมาให้คนใต้ร่างได้พักหายใจ แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยให้เวลาร่วงโรยไปเฉยๆ เมื่อมือซ้ายค่อยๆ สัมผัสลูกเกดเม็ดเล็กที่ยังคงชูชันเชื้อเชิญอยู่ตรงหน้า แตะเบาๆ ชิมลางก่อนจะค่อยๆ หยอกล้อเล่นกับมันไปมา มือขวาก็พยายามปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตนเองอย่างรีบเร่ง



“ฮื่อออ ไปที่เตียงได้ไหม” ยังไม่ทันได้ปลดถึงเม็ดที่สาม คนที่หรี่ตาแอบมองอยู่ก็ก็ทนไม่ไหวเสียก่อน เพราะบนโซฟาช่างอึดอัดคับแคบเสียเหลือเกิน ฮอนรีบช้อนตัวอุ้มกิขึ้นแล้วเดินไปที่เตียงทันทีอย่างไม่รีรอ พอแผ่นหลังของกิสัมผัสเตียงนุ่ม ฮอนก็เริ่มเป็นฝ่ายทนไม่ไหว ถอดเสื้อออกทางหัวอย่างรีบเร่ง ไม่สนใจปลดกระดุมต่อเสียแล้ว



ร่างสูงกลับมาสนใจเจ้าเม็ดตุ่มไตที่ยังคงเชื้อเชิญอยู่ตรงหน้า ก่อนจะก้มลงค่อยๆ ใช้ปลายลิ้นละเลียดชิมความหวานตรงจุดนั้น ไล้เลียวนไปมารอบๆ และดูดดุนมันหลายๆ ครั้งอย่างมันเขี้ยวในเวลาต่อมา



ขณะเดียวกันนิ้วมือเรียวก็ค่อยๆ ไล้ลงไปถึงบั้นท้าย สัมผัสก้อนนุ่มผ่านมือก่อนจะเคลื่อนไปแตะรอบๆ รอยจีบที่ปิดสนิทอย่างช้าๆ คนใต้ร่างนิ่วหน้าแสดงอาการทันทีที่รู้สึกว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกายของตน ปลายนิ้วชี้ค่อยๆ คืบคลานเข้าไปในช่องทางอย่างเชื่องช้า ก่อนที่คนตัวขาวตรงหน้าจะร้องครวญครางว่าเจ็บทันทีที่นิ้วสองและสามตามเข้ามาทีหลัง



“เจ็บ ฮอนกูเจ็บ”



“ชู่ว กูพยายามทำให้หลังจากนี้มึงเจ็บน้อยที่สุด อย่าเกร็งสิ” ฮอนหลับตาแน่นข่มอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน เมื่อรู้สึกถึงแรงตอดรัดที่ปลายนิ้วมือ



“มึงก็พูดได้สิ” คนถูกกระทำมองค้อนใส่ทันที



ฮอนหัวเราะแห้งๆ ใส่ เลือกที่จะโน้มตัวไปรัวจูบบนริมฝีปากอิ่มของคุณหนูที่กำลังงอแงหลายๆ ที ก่อนจะค่อยๆ ขบเม้มกลีบปากบนและกลีบปากล่างของเจ้าตัว ใช้ลิ้นไล้เลียชิมความหวานในโพรงปาก เสียงแฉะชื้นดังขึ้นเมื่อเขาบดจูบลงไปมากกว่าเดิม ผละตัวออกมาเมื่อรู้ว่าคนใต้ร่างกำลังหายใจไม่ทัน



ขวดเจลหล่อลื่นสีใสและซองถุงยางอนามัยถูกร่างสูงแกะออกมาเตรียมพร้อมสำหรับกิจกรรมร้อนในค่ำคืนเย็นฉ่ำวันฝนตกนี้ เขาค่อยๆ เทเจลลงบนฝ่ามือและชโลมลงบนแก่นกายที่สวมใส่หมวกเอาไว้เรียบร้อยแล้วอย่างอดทนอดกลั้น เพราะภาพที่เขาเห็นตอนนี้คือภาพของคนใต้ร่างที่กำลังนอนกัดปากอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทว่ากลับทำให้ผู้ที่พบเห็นร้อนรุ่มยิ่งกว่าเก่า



ฮอนค่อยๆ พาตัวเองเข้าไปในร่างของกิอย่างเชื่องช้า สีหน้าที่บ่งบอกความเจ็บปวดของคนใต้ร่างทำให้เขาหยุดขยับไปในบางครั้ง เพื่อให้อีกฝ่ายได้ปรับตัวจนกระทั่งรับมันเข้าไปได้ทั้งหมด



“เข้าไปหมดแล้ว” เขากระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของกิที่กำลังทำหน้าเหยเกอยู่ในขณะนี้ ก่อนจะใช้มือซ้ายเข้าไปกอบกุมฝ่ามือที่ก่อนหน้ากำผ้าปูที่นอนจนยับย่น และดึงหลังมือขาวของอีกคนมาจรดริมฝีปากลงไปอย่างแผ่วเบา



“ไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ”



“…ไอ้เหี้ย” ดวงตาปรือปรอยช้อนขึ้นมองคนบนร่าง ไม่วายเอ่ยด่าเสียงพร่า



“เปลี่ยนจากไอ้เหี้ยเป็นครางชื่อพี่ฮอนแทนได้ไหมคะหนูกิ” ฮอนหัวเราะ เขายังคงแช่นิ่งอยู่อย่างนั้นให้อีกฝ่ายรับรู้การมีอยู่ของเขาอีกสักครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มทนไม่ไหวเมื่อรู้สึกถึงแรงตอดรัดยามที่ใช้มือขวาไล้บนยอดอกของอีกฝ่าย



“หนูกิพ่อมึงสิ อื้ออ”



ฮอนค่อยๆ เคลื่อนตัวขยับเข้าออกอย่างช้าๆ และไม่แรงมากนัก เพราะกลัวว่าครั้งแรกของหนูกิจะเจ็บจนกลายเป็นความหวาดกลัวในครั้งต่อๆ ไป



“หนูกิตัวแดงไปทั้งตัวแล้วนะคะ” เขามองแป้งโกกิที่ก่อนหน้ามีสีขาวบริสุทธิ์ ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นแป้งโกกิที่ถูกปนเปื้อนไปด้วยสีผสมอาหารสีอมชมพูเติมแต้มละเลงไปทั่วร่าง แก้มสีระเรื่อของอีกฝ่ายขึ้นสีจนเขาอดใจไม่ได้ ต้องก้มลงไปหอมไปฟัดหลายๆ รอบด้วยความมันเขี้ยว



“ตรงนี้ก็แดง” พูดจบก็กดจูบลงบนริมฝีปากสีเชอร์รี่นั่นหนึ่งที



“ตรงนี้ด้วย” ก่อนจะเคลื่อนลงมาจูบยอดอกที่ยังคงแข็งชูชันอวดหน้าอวดตา ขณะที่บั้นท้ายก็ยังคงขยับไปอย่างเชื่องช้าอยู่ด้วย



“ขอทำหนูกิแรงกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ” ฮอนกอบกุมมือของอีกฝ่ายแน่นกว่าเก่าเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่กลับไม่ได้รับคำตอบอะไรกลัยมา จึงแกล้งขยับกระแทกเอวใส่ไปแรงๆ



“อื้อ! ไอ้เหี้ย” จนกระทั่งหนูกิตัวแดงใต้ร่างยอมเผยปากพูดด้วย



“ได้รึเปล่าคะ หืม” ฮอนหยุดนิ่งไม่ยอมขยับต่อทั้งๆ ที่ตัวเองก็รัญจวนใจแทบขาด



“…จะทำไรก็ทำ” เหมือนกิจะพูดส่งๆ ไปอย่างนั้น ทว่ามันกลับกลายเป็นคำพูดปลดล็อกมิชชั่นในค่ำคืนนี้สำหรับฮอน เขากดปลายจมูกฝังลงบนแก้มนุ่มอีกครั้ง



“หนูกิน่ารัก” ร่างสูงตอบรับความน่ารักนั้นด้วยการหยัดเอวให้เป็นจังหวะเร็วและแรงขึ้นมากกว่าเดิม เสียงครวญครางในลำคอของอีกฝ่ายดังขึ้นตามจังหวะที่เขากระแทกกระทั้น ฮอนแหงนหน้าตนเองขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่ากำลังจะทำประตูแรกของคืนนี้แล้ว



“กิเรียกชื่อกูหน่อย” ไม่มีเสียงตอบรับอะไรนอกจากเสียงครวญครางของอีกคนเพียงเท่านั้น เขาหยัดเอวรัวเร็วมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อรู้สึกว่าลูกบอลที่เขาตั้งใจเลี้ยงมาถึงหน้าประตูแล้ว



“หนูกิคะ เรียกชื่อพี่ฮอนหน่อยค่ะ” เขาก้มลงไปกกกอดคนใต้ร่างพร้อมกระซิบเสียงแหบพร่า หวังว่าจะตนได้ปลดล็อกมิชชั่นความรู้สึกอีกอย่างในค่ำคืนนี้



“…”



“เร็วเข้า”



“...ฮอน อื้อ” ทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายเรียกชื่อ เขาก็เหมือนโดนไฟฟ้าสถิตไปทั่วร่าง หยัดเอวเข้าไปแรงมากกว่าครั้งไหนๆ จนกระทั่งแต้มขึ้นนำหนึ่งแต้มเพราะทำประตูได้สำเร็จ



ฮอนถอนตัวออกมาช้าๆ มองคนตัวแดงใต้ร่างที่บัดนี้มีน้ำสีขาวขุ่นของตนเองพวยพุ่งรินรดเต็มหน้าท้องเนียนขาว ช่องทางสีแดงยังคงขยับไปมาเพราะส่วนที่เพิ่งเข้ามาเติมเต็มละออกไปแล้ว อีกฝ่ายหายใจหอบเหนื่อย พวงแก้มอมชมพูพร้อมดวงตาปรือปรอยมองมาที่คนบนร่างอย่างอ่อนแรง



...ให้ตายสิ เขาคิดว่าจะปล่อยหนูกิให้ได้พักแล้วเชียว



ฮอนก้มประทับจูบลงบนกลีบปากอิ่มของอีกฝ่ายเบาๆ ขณะที่กำลังสวมใส่ถุงยางชิ้นใหม่เตรียมทำแต้มอีกรอบ



“เกาหลีได้ไปสองประตู คืนนี้พี่ฮอนก็ขอสองประตูนะคะหนูกิ” เขายกยิ้มเจ้าเล่ห์



“อื้อ!” ไม่ใช่เสียงตอบรับและไม่ใช่เสียงปฏิเสธ เพราะชายหนุ่มไม่รีรอให้อีกฝ่ายอนุญาตอะไรทั้งนั้น ค่ำคืนนี้เขาจึงมีแต้มขึ้นนำ 2-0 ทันที



---------



เมื่อคืนก็คงเป็นเรื่องของเมื่อคืน เพราะเมื่อถึงรุ่งเช้า เขารู้สึกตัวว่าคนในอ้อมกอดขยับตัวไปมา ยังไม่ทันได้ลืมตาขึ้นมอง ดวงตาของฮอนก็เบิกโพลงเพราะถูกถีบลงจากเตียงอย่างแรง ร่างกายไถลห่างจากเตียงไปหลายก้าว



“ไอ้เหี้ยฮอน!!!”



RIP ตัวเองล่วงหน้าไว้ก่อนได้รึเปล่าครับ…





TBC. ❤

ー #AdaywithWCM
ー ร่วม RIP นังฮอนได้ทางคอมเมนต์ด้านล่างและแฮชแท็กทางทวิตเตอร์ได้นะคะ ฮ่าาาาาาา
ー เพิ่งเคยแต่งฉากนี้ครั้งแรก เขินมาก มีอะไรติชมได้นะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า ♥

 :L2: :pig4:

หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: yunnutjae ที่ 16-07-2018 12:47:39
แงงงงงงงงน้องกิ โดนกินเรยยย ต้องขอบคุณที่เป่ายิงฉุบแพ้นะคะ เกือบได้เป็นเมียแล้วฮอนเอ๊ย  :hao7:
คู่นี้คือแบบเพื่อนกันมันส์ดีช้ะ  :impress2:
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Tawonfar ที่ 16-07-2018 14:35:28
หนูกิ  :haun4:
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: 15magnitude ที่ 16-07-2018 15:08:50
หนูกิน่ารักน่าแกล้ง ><
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ดาวลูกไก่ ที่ 16-07-2018 15:40:09
ฮอน นี่เชียร์ฝรั่งเศสอีกทีมหรือเปล่าคะ เผื่อจะทำประตูอีกฮื่อออ  :hao6: หนูกิตายแหงมๆ
ปล. แพ้ผู้ชายพูดคะ ด้วยแหละ แงงงง น่ารัก
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 16-07-2018 19:50:47
น้องกิน่ารักจังเลยยยยย อยากให้ได้ทายกันทุกแมทค่ะ น้องจะได้โดนทุกรอบ ขอแบบสี่ประตู 5555555555555555555
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: 19august ที่ 16-07-2018 19:57:07
ฮอนสนใจทายแมตช์ชิงมั้ยคะ เพื่อจะได้ทำประตูเยอะ  :katai2-1:
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: UNCHXLXX ที่ 16-07-2018 20:36:55
ชอบบบบบบบ  :o8: :haun4:
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: phana_qbz ที่ 16-07-2018 20:59:40
ขอรอบชิงอีกรอบนึงได้ไหมคะ ยิงเยอะด้วย 4-2 เผื่อน้องกิ on top สัก 2 ลูก แฮกกกกก :hao6:
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 16-07-2018 22:23:54
ทำไมน่ารัก..ชอบเวลา คะ คะ ขา ขา น่าเอ็นดู  :hao6: :hao6: :hao6:
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: pamhicc ที่ 16-07-2018 22:46:00
ไม่เป็นไรนะฮอน ไว้ทำประตูใหม่  :laugh: :laugh:
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: manami1155 ที่ 16-07-2018 22:51:59
คอบอลขนาดนี้ คู่ชิงฮอนกะหนูกิเชียร์ใครคะ
4-2เลยนะ ถ้าฮอนเชียร์โครเอเชียนี้ฟินเลย 5555

ชอบเวลาฮอนพูดคะ ขากับหนูกิ
ผช.พูดคะขานี้มันกร้าวใจมากกกกกกก
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: colorofthewind21 ที่ 17-07-2018 04:56:27
หนูกิน่ารักเกินไปแล้วว อยากเข้าไปฟัด
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: khunkaechin ที่ 17-07-2018 10:04:33
5555++ บอกได้คำเดียวว่า เป็นการทำประตูที่สวยงามและโชกเลือดมาก  :m25:
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: hongzaa ที่ 17-07-2018 10:07:08
ฟุตบอลมีอีกหลายแมตเลยนุ้งกิ สู้เค้า555
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Ujeen ที่ 17-07-2018 10:11:06
หนูกิน่าร้ากกกกกก โดนพี่ฮอนกินนนน55555
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: MacaroonCookie ที่ 17-07-2018 10:53:44
ฮื้อออ แซ่บ
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: praewypn ที่ 17-07-2018 11:01:10
หนูกิๆๆ น่ารัก ฮอนขออีกประตูค่าา งืืออขอตอนพิเศษๆค่า อิอิ  :o8: :-[
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: nitty23 ที่ 17-07-2018 15:45:54
หนูกิช่างรุนแรง ฮอนก็ช่างร้อนแรง  :m25:
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: no.fourth ที่ 17-07-2018 20:04:18
หนูกิๆๆๆ :m25:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 2nd Match ♥ (18/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Mayongchees ที่ 18-07-2018 03:50:49

ー 2nd Match ♥
       



เวลาล่วงเลยจากนัดเกาหลีและเยอรมันมาได้สองอาทิตย์เศษ ช่วงนี้ท้องฟ้ายังคงขมุกขมัวไร้แสงแดดเจิดจ้าเหมือนเคย บรรยากาศครึ้มฟ้าฝนเต็มไปด้วยก้อนเมฆสีเทาลอยต่ำเต็มผืนฟ้า เม็ดฝนสีขุ่นตกปรือปรอยทั้งวันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพักแม้แต่น้อย



อากาศฉ่ำเย็นจากสายลมที่พัดผ่านเข้าทางหน้าต่างบานเกล็ดทำให้ร่างของชายหนุ่มสองคนที่ยังขลุกตัวอยู่บนเตียงไม่ยอมลืมตาตื่นขึ้นมาจากฝันหวานสักที จนกระทั่งเสียงเพลงแทนนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ยี่ห้อหรูดังขึ้นปลุกภวังค์ เจ้าของเครื่องส่งเสียงงัวเงียขณะเอื้อมมือไปคว้ามากดปิดเสียง



ผู้ที่รู้สึกตัวตื่นก่อนยืดแขนและขาบิดขี้เกียจบนเตียงสีขาวขนาดกลางไปมา ก่อนจะตวัดแขนลูกหมาตัวโตที่ก่ายกอดเขาไว้ทั้งคืนออกจากตัวอย่างไม่ไยดี หันไปหยิบหมอนข้างตัวโปรดที่ถูกคนใจร้ายปัดทิ้งไว้ข้างเตียงขึ้นมากอดแทน



แรงกอดรัดจากทางด้านหลังค่อยๆ โอบเอวคอดเพื่อดึงรั้งตัวคนที่สลัดแขนเขาทิ้งอย่างไร้ปรานีเข้าไปชิดแผงอกช้าๆ ไม่ให้จอมดื้อที่กำลังเคลิ้มหลับสะดุ้งตื่นอีกรอบ ฮอนปล่อยให้เวลาดำเนินผ่านไปเรื่อยๆ เพราะอยากซึมซับช่วงเวลาแห่งความสุขที่คนตัวเล็กในอ้อมแขนไม่หันมาโวยวายใส่เขาเวลาถูกกอดรัด ทว่าเวลาแห่งความสุขนี้ต้องจบลงทันทีที่นึกได้ว่าคุณหนูตัวขาวตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้เพราะมีเรียน



“จะบ่ายแล้ว หนูกิไม่ไปเรียนเหรอคะ” เสียงกระซิบข้างหูพร้อมแรงกอดกระชับที่เอวค่อยๆ เรียกสติกิที่กำลังเคลิ้มหลับไปอีกรอบ เปลือกตาหนักอึ้งฝืนขยับเปิดรับแสงวันใหม่ ดวงตาหรี่มองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ที่บ่งบอกว่าตัวเขายังพอมีเวลานอนต่อได้อีกสักหน่อย



“เพิ่งเที่ยงเอง” คนขี้เซาพูดเสียงงัวเงีย



“เด็กขี้เซา” ฮอนทำเนียนกอดต่อไป ยิ่งได้ใจใหญ่เมื่อเห็นว่าอีกคนยังคงเคลิ้มหลับไม่ลุกขึ้นมาด่าที่โดนหาเศษหาเลยแต่เช้า ปลายนิ้วค่อยๆ สอดเข้าไปในเสื้อยืดสีดำตัวโปรดของกิ พร้อมไล้สัมผัสบนหน้าท้องเนียนอย่างอ้อยอิ่ง



“กิ”



“…”



“ถ้ามือกูสูงหรือต่ำกว่านี้กูจะหยุดไม่ได้แล้วนะ”



“…” เสียงอืออาในลำคอเหมือนละเมอทำให้ฮอนทึกทักเอาเองว่าคนที่กำลังหลับใหลอยู่ขณะนี้เอ่ยตอบรับอนุญาตแล้ว ปลายนิ้วสากแบบฉบับคนเล่นกีตาร์ค่อยๆ เลื่อนไล้ขึ้นไปถึงจุดอ่อนไหวส่วนบน ลูบวนไปมาก่อนจะบีบดึงสลับข้างไปมาอย่างมันเขี้ยว



“ไอ้เหี้ยฮอน” เสียงทุ้มต่ำของกิปลุกภวังค์ความสุขชายผู้กำลังเพลิดเพลินเสียกระเจิง มือที่ใช้ล้วงใต้เสื้อยืดถูกตะปบและกระชากออกอย่างแรงไร้ความปรานี



“แหะ” เขาพูดอะไรไม่ออกนอกจากส่งยิ้มแห้งๆ ให้เจ้าของห้องที่กำลังทำหน้าถมึงทึงมองมา



กิสะดุ้งตัวตื่นพร้อมอาการหัวเสียเมื่อโดนก่อกวนยามหลับ ลุกขึ้นนั่งจัดเสื้อของตัวเองที่ถูกมือปลาหมึกเลิกขึ้นสูงเห็นอะไรต่อมิอะไรไปหมด ห้านาทีก่อนดวงตาของเขายังปรือปรอยลืมไม่ขึ้น ทว่าตอนนี้กลับตื่นเต็มตาเพราะใครบางคน



…จะมีอะไรน่าหงุดหงิดไปกว่าการถูกกวนตอนนอนอีกล่ะ



“กิ” ข้อมือเล็กถูกคว้าเอาไว้ยามที่เขากำลังลุกออกจากเตียง สายตาแฝงความหงุดหงิดมองมาที่ร่างชายคนเรียกแทนคำขานรับ



“จะออกไปห้างนะ”



“แล้ว?”



“เอาอะไรปะ”



“ไม่เอา” เจ้าของข้อมือที่ถูกกอบกุมพยายามบิดข้อมือตัวเองให้หลุดออก ทว่าไม่เป็นผลเพราะแรงมือของคนตรงหน้าหนีบแน่นเหลือเกิน



“กิ”



“ปล่อยได้แล้ว กูจะไปอาบน้ำ”



“ให้เข้าไปช่วยอาบไหมคะ”



สายตาเย็นชาตวัดมองมาหาคนที่เอ่ยวาจาวอนโดนด่าตั้งแต่ตื่นนอน ฮอนขนลุกเกรียวจนต้องรีบปล่อยมือให้เจ้าของห้องไปหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ



“กิ”



“อะไรอีก”



“ขอกูเข้าห้องน้ำก่อนได้เปล่า มันค้างว่ะ”



“ไอ้เหี้ยฮอน!”



ปัง!



เสียงตะโกนด่าพร้อมเสียงปิดประตูห้องน้ำดังขึ้นเรียกรอยยิ้มจากคนที่กำลังนอนกลิ้งบนเตียงไปมาอย่างมีความสุข



ชายหนุ่มคิดสงสัย หรือเขาจะเป็นโรคจิตเหมือนที่เพื่อนสนิทเคยว่าเอาไว้จริงๆ วันไหนไม่ได้โดนหนูแป้งจอมดื้อของเขาด่า วันนั้นเขาคงเป็นทุกข์ นอนไม่หลับไปทั้งคืนแน่ๆ



--------



ทันทีที่กิเดินออกจากห้องไปมหา’ลัย ฮอนก็ลุกขึ้นไปใช้ห้องน้ำต่ออย่างรวดเร็ว ความคิดในหัวพลุ่งพล่านกระจัดกระจายยามคิดถึงภาพหนูกิยามที่ถูกเขารุ่มร่ามใส่เมื่อชั่วโมงก่อน



หน้าท้องของคนใต้ร่างเขาแบนราบเพราะมักซิทอัพยามเย็นอยู่บ่อยครั้ง ผิวขาวเนียนเหมือนคนไม่เคยโดนแดดเมืองไทยมาก่อนช่างสะดุดตายามใส่เสื้อผ้าสีเข้มตัดกับสีผิวของเจ้าตัว เรียวขาเรียบเนียนน่าลูบไล้ของอีกคนมักถูกปกปิดด้วยกางเกงเนื้อเบาขายาวที่เจ้าตัวชอบใส่อยู่ในห้องเสมอ



ฮอนกำลังสร้างภาพจินตนาการที่ไร้เสื้อผ้ามาบดบังส่วนที่น่ามองเหล่านั้นเพื่อปลุกปั่นตัวเองในยามนี้ ในสมองของเขามีแต่ภาพของอีกคนเต็มไปหมด ตัวไม่อยู่แต่ยังทิ้งภาพไว้ในหัวของเขาอีก



“ร้ายกาจจริงๆ นะหนูกิ …อือ”



หลังเสร็จกิจกรรมหรรษาในห้องน้ำ ชายหนุ่มก็คว้าพวงกุญแจรถเตรียมเดินทาง ทำหน้าที่พ่อบ้านที่อีกคนไม่ได้ขอให้สมบูรณ์แบบ



ปลายทางของรถเก๋งสีขาวมุกในวันนี้คือห้างสรรพสินค้าใกล้คอนโด ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดกางเกงวอร์มสีดำเข้าคู่กัน พร้อมแตะลายขาวดำมียี่ห้อเดินลงจากรถอย่างทะมัดทะแมง คว้ารถเข็นได้ก็เดินไปทางโซนเครื่องดื่มก่อนเป็นอันดับแรก เขาหมายมั่นว่าจะขนเบียร์ล็อตใหม่ไปเติมสต๊อกไว้ดื่มคลายเครียดขณะดูบอลนัดชิงในค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ใกล้จะถึงนี้ไปด้วย



เวลาผ่านไปสักพัก รถเข็นที่ก่อนหน้าว่างเปล่าถูกเติมเต็มด้วยของใช้ภายในห้องซึ่งเขาจำได้ว่าใกล้จะหมด รวมถึงอาหารสดและขนมขบเคี้ยวที่กิชอบก็ถูกกวาดลงรถเข็นจนไม่มีที่ว่างให้วางของเพิ่มอีกต่อไป ฮอนจึงคิดว่าหน้าที่พ่อบ้านวันนี้ควรพอได้แล้ว



ระหว่างที่กำลังขนของออกจากรถเข็นลงบนเคาน์เตอร์แคชเชียร์ สายตาคมของเขาก็เหลือบไปเห็นสิ่งของสำคัญที่สุดที่ต้องใช้แต่กลับลืมไปเสียสนิทได้ กล่องถุงยางถูกเขากวาดลงคิดเงินทันทีทันใดโดยไม่รีรอ



ไม่รู้ว่าหนูกิชอบกลิ่นไหน เขาเลยหยิบมาทุกกลิ่นที่มีในแผงขายทั้งหมดนั่นแหละ



---------



พ่อบ้านมือใหม่จัดของที่เพิ่งซื้อมาให้เข้าที่อย่างเป็นระเบียบเพราะกลัวเจ้าของห้องบ่น ครั้งก่อนที่เขารอดตายจากฝ่าเท้าของกิหลังมาได้จากไปรังแกเขาอย่างรุนแรงเอาไว้ ก็เพราะสัญญาว่าต่อไปนี้จะทำตัวเป็นผู้ขออาศัยที่ดี ไม่ทำห้องสกปรกรกรุงรัง แม้ว่าจะตั้งใจไปรุงรังกับเจ้าของห้องแทน แน่นอนว่าประโยคหลังชายหนุ่มได้แต่คิดในใจ ไม่กล้าพูดออกไปเพราะเสี่ยงต่อการโดนไล่กลับบ้านก็ตามที



ชายหนุ่มเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนังในห้องนั่งเล่นที่บ่งบอกว่าอีกไม่กี่สิบนาทีคลาสเรียนฤดูร้อนของเด็กขยันใกล้จะจบลง สายฝนยังคงโปรยปรายไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อย เขาเขกกำปั้นใส่หัวตัวเองหนึ่งทีที่เพิ่งคิดได้ว่าควรไปรอรับหนูแป้งตั้งแต่กลับจากห้าง คิดได้ดังนั้นก็รีบไปคว้ากุญแจรถขึ้นมาใหม่ พร้อมกดส่งไลน์ไปหาทันที



Honne. เลิกรึยัง

Honne. กำลังไปรับนะ รอใต้คณะ



ขณะที่กำลังยืมรอลิฟต์ โทรศัพท์ก็สั่นครืดแสดงแจ้งเตือนว่ามีข้อความใหม่ แน่นอนว่าไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคนที่เขาเพิ่งทักไปเมื่อสักครู่นี่เอง



G I. ไม่ต้องๆ

G I. ใกล้ถึงห้องแล้ว



ฮอนขมวดคิ้วทันทีที่เห็นข้อความตอบกลับของอีกคน นี่ควรเป็นเวลาที่กิเพิ่งจะเลิกคลาสไม่ใช่หรอกเหรอ แต่ทำไมกิถึงบอกว่าใกล้ถึงแล้ว หัวคิ้วเริ่มขมวดแต่ก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองสงสัยนานเพราะมือกดเลื่อนไปโทรหาเจ้าของชื่อ ‘หนูแป้ง’ ในสมุดรายชื่อโทรศัพท์ทันที



“โหล”



(อือ)



“อยู่ไหน”



(ติดไฟแดงแยกก่อนเข้าปากซอยเนี่ย)



“ติดไฟแดง? นั่งแท็กซี่มาเหรอ”



(เปล่า เล็กมาส่ง)



“เล็ก? เล็กไหนทำไมกูไม่รู้จัก”



(เดี๋ยวกลับไปกูบอก แค่นี้ก่อนนะ)



ปลายสายเอ่ยคำลาพร้อมตัดสายทันที ไม่ให้เวลาเขาที่ยังคงขมวดคิ้วสงสัยได้ตอบกลับเสียก่อน ฮอนตัดสินใจกลับไปหยิบร่มในห้องพร้อมกดลิฟต์ลงมาหน้าตึกรออีกฝ่ายแทน



เขาเดินไปหารถเก๋งสีดำยี่ห้อแพงทันทีที่เห็นว่าคนที่เขากำลังรออยู่เปิดประตูเตรียมลงแต่ไม่ก้าวขาออกจากรถเสียที



“ทำอะไรอยู่”



เสียงเข้มดังขึ้นเรียกให้คนข้างในรถสองคนเงยหน้ามองบุคคลผู้มาใหม่พร้อมกันทันทีเมื่อได้ยินเสียงทัก คนหนึ่งมองด้วยแววตาแปลกใจคละสงสัยว่าคนที่ควรนั่งอยู่บนห้องทำไมถึงมายืนกางร่มอยู่ตรงนี้ได้



“ฮอน”



“เออ ออกมาได้แล้วกิ เห็นไหมว่าฝนตก” น้ำเสียงบ่งบอกความไม่เป็นมิตรของคนพูดช่างห้วนสั้น ชายหนุ่มผู้ทำหน้าที่ขับรถผงกหัวให้แทนการทักทายคนแปลกหน้า ก่อนจะหันมาถามคนข้างๆ



“แฟนเหรอกิ”



“ไม่ใช่ๆ เพื่อนน่ะ”



“เราก็นึกว่ากิมีแฟนแล้ว เกือบละ”



“หือ เกือบอะไรเล็ก”



“ก็--”



“กิ ออกมาได้แล้ว!” เสียงตวาดอย่างไม่ชอบใจของคนที่ยืนกางร่มอยู่นอกรถดังขัดจังหวะกิที่กำลังจะตอบกลับจนอีกฝ่ายสะดุ้ง



“เออเราไปละ ขอบใจที่มาส่งนะ ขับรถกลับดีๆ ล่ะ บาย”



“กิ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอีกรอบเมื่อคนที่เขารออยู่ไม่ยอมออกมาสักที บอกลากันอย่างกับเด็กเพิ่งหัดขับรถ เขาหงุดหงิดฉิบหายแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนกำร่มแน่นอยู่ตรงนี้



“เออรู้แล้ว จะเรียกอะไรนักหนาเนี่ย” คนตัวเล็กก้าวขาลงจากรถ เงยหน้ามองชายหนุ่มที่กำลังทำหน้าเข้มด้วยแววตาสงสัยว่าไปกินรังแตนก่อนมารึเปล่า



“ขึ้นห้องเลย” ข้อมือเล็กโดนคว้าหมับพร้อมกระชากให้เข้ามาอยู่ในร่มด้วยกัน ก่อนที่ฮอนจะเนียนยกแขนขึ้นโอบไหล่ดึงคนตัวเล็กกว่าเข้ามาหาตนเอง



สองร่างค่อยๆ เดินเคียงคู่กันในร่มสีเขียวอ่อน ฮอนพับเก็บร่มทันทีที่เดินผ่านประตูเข้ามาข้างในตัวตึก กุญแจห้องบนชั้นสามถูกไขโดยเจ้าของห้องที่ยังคงมึนงงเพราะเพื่อนสนิทไม่พูดไม่จาด้วย



“เป็นไรของมึงเนี่ย” กิเอ่ยถามขณะที่อีกคนเดินถือกระป๋องเบียร์ไปนั่งบนโซฟา



“หวงมึงไง”



“หวงอะไร กับเล็กนั่นน่ะนะ?”



“เออ” กิหัวเราะออกมาเบาๆ ทันทีที่รู้ท่าทีนิ่งเงียบแบบนี้มีสาเหตุมาจากใครและเพราะอะไร เขาเดินเข้าไปแย่งกระป๋องเบียร์ในมืออีกฝ่ายที่กำลังจะยกขึ้นดื่มมากระดกดื่มเสียเอง



“เพื่อนในคลาสเฉยๆ ไหมล่ะ มันอาสามาส่งเพราะเห็นฝนตก”



“ก็กูบอกจะไปรับไง”



“ตอนมึงไลน์มากูใกล้ถึงหอแล้วเนี่ย”



“มึงเลิกเร็วทำไมไม่บอกกู”



“ไอ้เหี้ยฮอน มึงอย่างอแงได้ปะ กูจะไปรู้ได้ไงว่า’จารย์จะปล่อยเร็ว” กิยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มอีกอึกก่อนจะนั่งลงข้างๆ เด็กโข่งที่กำลังงอแงทำตัวเป็นเด็กอนุบาล



“แล้วมึงมาแย่งเบียร์กูกินทำไม” ฮอนนั่งมองคนที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษาทว่าปล่อยชายเสื้อออกมาข้างนอกให้สบายตัว ก่อนจะกลืนน้ำลายเสียงดังเพราะเสื้อนักศึกษาสีขาวเนื้อบาง ยิ่งโดนเม็ดฝนตกปรอยใส่ด้วยแล้วยิ่งบางเข้าไปใหญ่



“ทำไม แค่นี้แบ่งกูไม่ได้หรอ” ดวงตากลมจ้องมองโทรทัศน์ที่กำลังฉายซีรีส์แนวสืบสวนด้วยใจจดจ่อ ไม่สนใจไอ้ตัวปลาหมึกที่อยู่ข้างๆ กิเองก็ลืมไปเสียสนิท ลืมว่าเขาต้องสนใจความปลอดภัยของตนเองด้วย



คนตัวเล็กยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มจนหยดสุดท้าย ยังไม่ทันได้กลืนกิน เจ้าตัวก็โดนคนข้างๆ คว้าคอไปประกบจูบเสียก่อน ลิ้นร้อนของอีกฝ่ายพยายามรุกล้ำเข้ามาจนเขาต้องเปิดปาก น้ำเบียร์สีใสที่ยังไม่ทันได้กลืนลงท้องจึงค่อยๆ ไหลลงมาตามมุมปากทั้งสอง ผ่านลำคอระหงไปเรื่อยๆ กระทั่งหยดลงที่คอเสื้อขาว



“อื้อ!” เสียงร้องประท้วงในลำคอของคนโดนจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวดังขึ้นขัดขืน น้ำในปากเหือดแห้งหายไปเพราะอีกคนตวัดลิ้นแย่งไปจนหมด และแม้ว่าน้ำจะหมดจากปากแล้ว คนตัวสูงกว่าก็ยังไม่ยอมละริมฝีปากของตัวเองออกมา เสียงชื้นแฉะดังขึ้นยามที่เขาขยับเปลี่ยนองศาทาบประกบริมฝีปาก ปลายลิ้นไล้ไปตามแนวฟันก่อนจะเข้าไปเล่นกับลิ้นอีกคนอย่างช่ำช่อง



ฮอนค่อยๆ ผละตัวออกมาจากหนูแป้งโกกิสีขาวที่กำลังขึ้นสีแดงระเรื่อ จูบซับคราบเบียร์ที่ยังหลงเหลือตามร่างกายเหมือนเช็ดทำความสะอาดให้คนที่กำลังทำหน้าปรือปรอยหอบหายใจแรงเหมือนเพิ่งออกกำลังกายมาหมาดๆ



ชายหนุ่มค่อยๆ เคลื่อนริมฝีปากจูบซับจากมุมปาก ไล้ลงมาตามลำคอที่มีน้ำเบียร์ไหลผ่านไปเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดนิ่งลง เมื่อเห็นว่าเสื้อบางๆ ดูดซับน้ำแทนปากเขาไปหมดแล้ว



“ลงโทษที่แย่งเบียร์กูกินนะหนูกิ”



-----------



เวลาสามทุ่มครึ่งในวันอาทิตย์ที่แฟนคลับชาวบอลทั่วโลกต่างตั้งตารอคอยเปิดโทรทัศน์เตรียมตัวชมถ่ายทอดสดฟุตบอลนัดสำคัญที่กำลังจะกลายเป็นประวัติศาสตร์อีกก้าวหนึ่ง แน่นอนว่าชายหนุ่มที่นั่งดูทุกนัดแข่งคงจะไม่พลาดวินาทีสำคัญนี้ไปได้ แต่เขาคิดว่านั่งจิบเบียร์ดูเฉยๆ คนเดียวคงไม่น่าตื่นเต้นอะไรเท่าไหร่นัก จึงเดินไปลากนักศึกษาที่นั่งหมกอยู่กับชีทเรียนมาดูเป็นเพื่อน



“ถ่ายรูปกัน” ฮอนเอียงไหล่พร้อมชูโทรศัพท์ขึ้นเพื่อถ่ายรูป กดถ่ายได้ไปรูปเดียว จอมดื้อข้างๆ ก็เอียงตัวหลบ



“ไม่เอา ไม่อยากถ่าย”



“เหอะน่า ไม่ค่อยมีรูปลงเฟซเลยเนี่ย”



“ก็ลงรูปมึงไปคนเดียวสิ ทำไมกูต้องถ่ายด้วยอะ”



“ก็อยากให้มีมึงด้วยไม่ได้เหรอ”



“ไม่เอาอะ”



“เฮ้อ งั้นถ่ายให้กูก็ได้ ขอหล่อๆ นะ” ฮอนยกมือยอมแพ้ แล้วยื่นโทรศัพท์ให้กิแทน



ฮอนยกมือเซ็ทผมด้านหน้าของตัวเองให้ดูยุ่งๆ แล้วหันหน้ามามองกล้อง ยกยิ้มค้างอยู่ไม่กี่วินาที รูปที่ถูกถ่ายก็หยิบยื่นมาให้ดู



“ลงรูปนี้รึรูปนี้ดี” เขายื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้กิดู สไลด์มือซ้ายขวาเพื่อเปลี่ยนรูปที่ตัดสินใจเองไม่ได้ให้ดู



“ลงๆ ไปเหอะ ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหน”



“ก็จริงแฮะ หล่อไม่ต่างกันเลย”



กิยิ้มแหยใส่คนหลงตัวเองพร้อมส่ายหน้าระอาเบาๆ เขาหันมากัดพิซซ่าในมือเข้าปากขณะรอชมถ่ายทอดสดฟุตบอลนัดสำคัญ ผ่านไปได้ไม่กี่นาทีก็ถูกสะกิดเรียกจากคนตัวสูงกว่าอีกครั้ง



“ดูคอมเมนต์ไอ้หนึ่งดิ”



กิกวาดสายตามองคอมเมนท์ของเหล่าสาวๆ กับเหล่าบรรดาแฟนคลับของคุณคิวต์บอยที่เข้ามาคอมเมนต์ชมว่าหล่ออย่างนู้นอย่างนี้ มุมปากกระตุกลงเล็กน้อยเมื่อเห็นข้อความตอบกลับที่ชมว่าน้องก็สวยเหมือนกันครับไปเกือบทุกคอมเมนต์



ไล่สายตามาจนกระทั่งเห็นคอมเมนต์ของเต็งหนึ่งที่เข้ามาแซวกวนๆ ว่า ‘ช่วงนี้มีความรักแล้วหล่อจังเลยนะครับคุณไอ้เหี้ยฮอน’



กิเงยหน้าขึ้นมาถาม “แล้วไงอะ ให้ดูทำไม”



“เพราะเมนต์นี้ของมันอะ มีแต่คนทักถามมาเต็มเลยว่ามีแฟนแล้วเหรอ เยอะแยะไปหมด”



“ก็ตอบไปดิ ชอบไม่ใช่เหรอได้คุยกับผู้หญิงอะ”



“ไม่ได้มีแค่หญิงอะดิประเด็น” ฮอนพูดติดตลก



“มึงชอบอยู่แล้วนี่คนคุยเยอะๆ อะ” กิเบือนหน้าหนี หันมาจ้องโทรทัศน์แทน



“ใครว่า ชอบหนูคนเดียวต่างหากค่ะ” คนตัวสูงกว่ายกยิ้ม โน้มตัวเข้าใกล้จนกระทั่งปลายจมูกของทั้งสองคนชนกัน กิเม้มปากตัวเองแน่นเมื่อรู้สึกว่าแก้มของตัวเองเริ่มร้อนขึ้นมาทีละนิด ฮอนโน้มตัวขยับเข้าใกล้มากขึ้นอีกนิด ก่อนจะเบือนหน้าไปกัดพิซซ่าที่อยู่ในมือของคนตัวเล็กแทน



“หึๆ เขินอีกแล้วเนี่ย” พูดจบก็โดนกิใช้หมอนฟาดเข้าใส่ทันที



เสียงพากย์บอลเริ่มรายการแข่งขันเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตฮอนในตอนนี้ กิกลับมานั่งที่ดีๆ แม้ท่าทางจะยังฮึดฮัดอยู่ก็ตาม



“กิ พนันกันปะ” ฮอนรีบเอ่ยขึ้นมาทันทีเมื่อใกล้จะเริ่มนัดแข่งขัน



“อะไรอีก” เขาหันมองคนที่เอ่ยปากถามอย่างเคลือบแคลงใจ



“ก็พนันเหมือนครั้งก่อนไง”



“กูไม่เล่นกับมึงหรอก”



“ขำๆ น่า ครั้งนี้มึงก็สร้างดีลบ้างไง แบบถ้ากูได้เงินจากเว็บที่ลงเบ็ทไว้ มึงจะยึดเงินทั้งหมดไปอะไรงี้”



“ไม่เอาอะ กูไม่ได้ร้อนเงิน”



“งั้นไหนหนูกิลองบอกพี่ฮอนหน่อยสิคะว่าอยากได้อะไร” ไม่พูดเปล่า เจ้าตัวก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้คนที่กำลังกัดน่องไก่อย่างเอร็ดอร่อยทันที



“อยากให้มึงรีบกลับบ้าน ไสหัวออกไปจากห้องกูเร็วๆ”



“อ่าฮะ ตลกตามนี้นะคะ ดีลค่ะ”



“เดี๋ยว กูยังไม่ได้ตกลง!”



“มึงบอกตัวเลือกมึงมาแล้วนี่”



“ก็มึงถามว่ากูอยากได้อะไร”



“นี่ไง ถึงบอกว่าดีลเพราะกูโอเคกับข้อตกลงมึงข้อนี้ไง”



“ดีลนี้ดีลเดียว?”



“ก็ถ้าหนูกิชนะก็มีดีลนี้ดีลเดียวค่ะ”



“แล้วถ้ากูแพ้ล่ะ?”



“อืม…” คนหน้าเจ้าเล่ห์ทำท่านึกคิดอยู่ครู่หนึ่ง



“…”



“ออนท็อปเป็นไงคะ” ก่อนจะยิ้มใสซื่อบอกสิ่งที่ต้องการกับคนฟังไป



“ออนทงออนท็อปที่หน้ามึงสิไอ้เหี้ยฮอน!” หมอนอิงสีน้ำตาลถูกคว้าและปาเข้าหน้าคนแสร้งทำเป็นใสซื่อทันทีที่ด่าจบ กิมองค้อนใส่ไอ้คนสัปดนที่คิดแต่อะไรเทือกๆ นี้ในหัวสมอง



ฮอนหันมาหัวเราะใส่คนที่ทำร้ายเขาด้วยหมอนนุ่มเบาๆ “พูดไม่เพราะเลยหนูกิ”



“เรื่องของกู มึงเองก็เลิกพูดคะขา หนงหนูกับกูสักที กูไม่ใช่ผู้หญิง”



“ทำไมอะ น่ารักดีออก”



“กูไม่น่ารักกับมึงด้วยไง”



“แต่กูชอบนะ”



“ชอบพูดแบบนี้กับกูเนี่ยนะ มันน่าพิศวาสตรงไหนวะ นู่นไปพูดกับกิ๊กสาวๆ มึงนู่นไป”



“เปล่า ชอบมึง”



“…” กิรีบหลบสายตาของอีกฝ่ายที่จ้องมองมาพร้อมอมยิ้มเล็กๆ ตรงริมฝีปากนั่น ไม่คิดว่าจะโดนจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวแบบนี้



“เขินอะดิหนูกิ หูแดงไปหมดแล้วเนี่ย กิ้วๆๆ”



“กิ้วพ่อมึงสิ!” กิไม่มีหมอนให้คว้าไปปาหน้าอีกฝ่ายได้อีกแล้ว เขาตัดสินใจคว้าถุงพลาสติกที่ใส่กระป๋องเบียร์เปล่าขึ้นมาแล้วลุกเดินไปทางห้องครัว



“โดนแซวแค่นี้จะหนีไปไหนหนูกิ!” เสียงตะโกนไล่หลังดังขึ้นมายามที่เขาพยายามเร่งฝีเท้าเข้ามาในห้องครัวโดยเร็ว



“ไม่ได้หนี มาเอาเบียร์เพิ่ม!”



ฮอนนั่งท้าวมือลงบนโซฟายันหัวตัวเองพร้อมหัวเราะเสียงดังอย่างปิดไม่มิด เพราะทันทีที่เขาเหลือบไปมองกระป๋องเบียร์ที่ยังไม่ถูกเปิดบนโต๊ะแล้วเห็นว่ายังเหลืออีกถมเถ เขาส่ายหัวกับตัวเองเบาๆ



…บนโลกนี้ไม่มีใครน่ารักกว่าหนูกิของเขาอีกแล้วล่ะ

 



☁  TBC.

ー #AdaywithWCM

ー ยังค่ะทุกคน ใจเย็นๆกันนะคะ พักหายใจก่อนนน ฮ่าาาา ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ ทุกกำลังใจนะคะ
 :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 2nd Match ♥ (18/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Ilovemalong ที่ 18-07-2018 08:35:56
หึงเค้าก็พูดถูกแล้วพี่ฮอน แต่หนูกิมึนนี่สิทำไง กินหัว กินหางกินกลางตลอดตัวเลยค่ะพี่
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 2nd Match ♥ (18/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 18-07-2018 08:54:56
รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ด้วยใจจดจ่อ  :hao6:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 2nd Match ♥ (18/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: manami1155 ที่ 18-07-2018 16:13:55
เราว่าจริงๆเรื่องนี้งอกเปนเรื่องยาวได้เลยนะคะ
เพราะความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังไม่ชัดเจนเลย
ฮอนก้ได้แต่ทำเปนหมาหยอกไก่อะ
แอบเชียร์ให้เปนเรื่องยาวเลยค่า

ปล.นุ้งกิออนท็อปขอแซ่บๆนะลูก 55555
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 2nd Match ♥ (18/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: praewypn ที่ 18-07-2018 19:21:08
ฮอนน บอกเล็กไปเลยค่ะไม่ได้เปงเพื่อนแต่เปงผัว อิอิ  :o8: :-[
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 2nd Match ♥ (18/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์บิน ที่ 18-07-2018 19:42:28
หนูกิของแม่โดนรังแกอีกแล้วววว งื้อออออออ
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 2nd Match ♥ (18/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 18-07-2018 21:24:09
สี่สองไปเลยค่าาสสส  :hao7:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 2nd Match ♥ (18/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: yunnutjae ที่ 18-07-2018 22:46:37
ยาวๆไปค่ะคู่นี้ ฮอนอย่าหื่นมากคีพลุคบ้างงงงงง หยักให้เลื่อนขั้น ไม่หยักให้เป็นเพื่อนกันแล้ววววว :katai1:
เอ๊ะ แต่เปิดตัวคู่แข่ง ได้ว่ะ! รอตอนต่อไปคะครัชชชชช  o13
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 2nd Match ♥ (18/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: チイ ที่ 18-07-2018 23:06:23
แล้วถ้าหนูกิเชียร์ฝรั่งเศสจะเป็นยังไงอ่ะ
ฮอนเก็บกระเป๋ากลับบ้านเลยป่าว :mew2:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 2nd Match ♥ (18/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: colorofthewind21 ที่ 18-07-2018 23:35:31
หนูกิซึนจริงๆเลยลูก ปากจะแข็งไปไหนน
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 2nd Match ♥ (18/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: BooJiRa_ ที่ 19-07-2018 07:04:27
โง้ยยยยยยยยยยยยยย ตั้ลล้ากกกกก :hao7:
หัวข้อ: Re: { เรื่องสั้น } ❀ A day with World Cup Match ー 1st Match ♥ (15/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: BAKA ที่ 19-07-2018 07:48:06
น้องกิคงไม่กล้ารับคำท้ากับเพื่อนฮอนอีกเลย 5555
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 2nd Match ♥ (18/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: peary ที่ 19-07-2018 09:56:58
อยากให้หนูกิชนะ เพราะอยากรู้ว่า ถ้าฮอนกลับบ้านไป ไม่อยู่ด้วย แล้วหนูกิจะรู้สึกยังไง อิอิ
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 2nd Match ♥ (18/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Kx0806 ที่ 20-07-2018 13:23:49
Looking forward to the best metch ever  :z1: //ฮอนน่ารัก แต่หนูกิน่ารักกว่า  :mew1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 3rd Match ♥ (20/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Mayongchees ที่ 20-07-2018 22:53:54

ー 3rd Match ♥
   




ทันทีที่บอลนัดสำคัญเริ่ม คนข้างๆ ก็เข้าสู่ร่างแฟนบอลประหนึ่งว่าตัวเองกำลังอยู่ในสนามเชียร์จริงๆ กิหยิบพิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยนรสโปรดขึ้นมากัดกินไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน เขาไม่ได้เชียร์ทีมไหนเป็นพิเศษเพราะดูบอลไม่เป็นและไม่ได้เป็นแฟนของฝั่งไหนทั้งนั้น เขาจึงนั่งมองหน้าจอโทรทัศน์สลับกับจอโทรศัพท์ไปเรื่อยเปื่อย



จนกระทั่งในนาทีที่ 17 ของการแข่งขัน คนตัวขาวสะดุ้งตกใจอย่างแรงถึงขนาดทำโทรศัพท์หล่นลงตักเมื่อเพื่อนสนิทตะโกนดังลั่นห้อง



“เชี่ย!! โหม่งเข้าประตูตัวเองก็ได้เหรอวะ!” แต้มแรกตกเป็นของฝรั่งเศสที่ได้คะแนนมาจากฝั่งตรงข้ามอย่างง่ายดายเพราะอีกฝ่ายดันโหม่งเข้าประตูตัวเองเสียอย่างนั้น



“เบาๆ” กิพูดเอ็ดเมื่อแฟนบอลข้างๆ ร้องตะโกนเสียงดัง ฮอนไม่ได้ตอบกลับอะไรเพราะสติยังคงจดจ่ออยู่บนหน้าจอโทรทัศน์



“เอ้อออออ! ได้อยู่ มาสวย”คะแนนขึ้นนำเสมอเมื่อแต้มสองเป็นของโครเอเชียที่โหม่งส่งลูกต่อบอลกันเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งได้จังหวะเตะเข้าประตูในที่สุด กิปรายตามองคนที่กำมือยกขึ้นทำท่าเยสๆ ขณะพูดอยู่คนเดียวอย่างระอาใจ



“กูบอกว่าเบาๆ” ฮอนพยักหน้าตอบงึกงักขณะยกเบียร์ขึ้นดื่ม



“ดีโว้ย!! สองหนึ่ง!” แต้มที่สามมาจากลูกโทษของทางฝรั่งเศส ฮอนยืนขึ้นชูกระป๋องเบียร์ในมือ ร้องเฮดีใจยกใหญ่



กิมองคนที่เขากำลังจะด่าให้เบาเสียงลงเป็นครั้งที่สามแล้วถอนหายใจ



“เบาๆ”



“โทษๆ มันดีใจจนลืมตัวไง”



“นี่มึงเชียร์ทีมไหนกันแน่เนี่ย” ชายหนุ่มสงสัยเพราะแฟนบอลคนนี้ดูจะเฮมันทุกครั้งที่แต้มขึ้นโดยไม่สนใจว่าทีมไหนทำคะแนนกันแน่



“กูเชียร์ทีมที่ชนะไง อะไรก็ได้อะ ลงไว้ทั้งสองทีม”



“อีกแล้วเหรอ บอกว่าให้เลิกได้แล้วไง” กิช้อนสายตามองอีกคนเขม็ง



“เอาน่า สี่ปีครั้ง”



“อย่าให้กูรู้ว่าแมตช์แข่งอื่นมึงก็ลงนะ”



“แหะๆ ดูต่อกันดีกว่าเนอะ” มนุษย์แฟนบอลบอกปัดเปลี่ยนเรื่องเพื่อหนีความผิด



จวบจนการแข่งขันดำเนินมาถึงช่วงกลางเกมแข่งขัน คะแนนตอนนี้ฝรั่งเศสถือว่าทิ้งห่างพอสมควรเพราะได้มา 4 ประตูต่อ 1 เรียบร้อยแล้ว แฟนๆ ที่เชียร์ฝรั่งเศสจึงพอจะพักหายใจหายคอได้บ้าง



“เชี่ย! ยอริสมึงทำอะไรเนี่ย โว้ยยยย!” เสียงตะโกนดังลั่นกว่าทุกครั้ง เมื่อผู้รักษาประตูฝั่งฝรั่งเศสทำพลาด ปัดลูกเข้าประตูตัวเองเป็นเหตุให้โครเอเชียมีแต้มเพิ่มขึ้นมาจาก 1 เป็น 2 ตามไล่หลังมาทันที



หนุ่มแฟนบอลขยี้หัวตัวเองจนผมยุ่ง ต่างฝ่ายต่างผิดพลาดกันเป็นว่าเล่น บอกทีว่านี่นัดชิงแชมป์โลก!



กิถอนหายใจพร้อมมองอีกฝ่ายขยี้หัวตัวเองจนอยากเข้าไปช่วยดึงแรงๆ เขาเหนื่อยจะเตือนให้อีกฝ่ายเบาเสียงแล้ว



----------



จบเกมด้วยคะแนน 4 ประตูต่อ 2 ฝรั่งเศสหอบถ้วยแชมป์กลับไปนอนกอด มนุษย์แฟนบอลเฮรอบห้องยกใหญ่ก่อนจะคว้ารีโมทปิดโทรทัศน์



“กิ จริงๆ แล้วกูลงฝรั่งเศสไปมากกว่านิดหน่อย” ร่างสูงยืนค้ำเอวอยู่ข้างหน้าคนตัวขาว พร้อมรอยยิ้มกว้างประดับอยู่บนหน้า



“แล้ว?”



“ฉลองแชมป์กัน” น้ำเสียงทะเล้นแต่การกระทำช่างอุกอาจ เพราะพอพูดจบเขาก็ผลักคนที่นั่งอยู่ให้นอนลงไปแล้วขึ้นคร่อมทันที



“ฮอน มึงไม่ได้พูดแบบนี้”



“หือ พูดอะไร”



“กูยังไม่ได้ยอมตกลงพนันกับมึงนะ!” กิร้องโวยวายเสียงดังเมื่อโดนตรึงร่างไว้กับโซฟาด้วยมือของคนขี้โกง



“เรามาทำตามข้อเสนอของแต่ละฝ่ายดีไหม แบบกูเก็บของกลับบ้าน ส่วนมึงก็…” คนฉลาดแกมโกงใช้ปลายนิ้วมือเกลี่ยผมที่ปรกตาออกจากหน้าผากให้อีกฝ่าย



“ไม่เอาไอ้เหี้ยฮอน ปล่อยกูเดี๋ยวนี้”



“หรือว่าจริงๆ แล้วมึงอยากให้กูอยู่กับมึงไปนานๆ ใช่มะ” ฮอนพูดติดตลก



“ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น”



“ถึงโครเอเชียจะแพ้แต่ก็ยังทำไปได้ตั้งสองประตู คืนนี้พี่ฮอนขอสักประตูไม่ได้หรอคะหนูกิ”



“มึงจะไม่หยุดใช่ไหมเนี่ย!” กิตวาดด้วยใบหน้างอง้ำ



ชายหนุ่มจับข้อมืออีกฝ่ายตรึงไว้ไม่ให้ขยับขณะมองคนหน้าบูดบึ้งพร้อมหัวเราะในลำคอ “งั้นขอแค่จูบได้ไหมคะ”



กิมองคนเจ้าเล่ห์ด้วยสายตาเคลือบแคลง เขาชั่งใจว่าจะยอมเสี่ยงจูบไปให้เสร็จๆ หรือดิ้นขัดขืนจนหลุดจากการจับกุมไปให้ได้ แต่เมื่อชั่งน้ำหนักจากตัวเลือกทั้งสองฝ่าย แรงเขาสู้มันไม่ได้แน่ๆ จึงตัดสินใจผงกตัวเองขึ้นจูบริมฝีปากอีกฝ่ายไปหนึ่งที



“จูบแล้วไง ปล่อยได้แล้ว”



“แบบนี้ไม่เรียกจูบนะคะ อะไรมาเฉียดปากเฉยๆ ก็ไม่รู้ สอนไปหลายทีแล้วทำไมไม่จำคะหนูกิ” ผู้ที่ช่ำชองการจูบก้มลงประกบริมฝีปากตัวเองกับคนใต้ร่างทันทีที่พูดจบ



“อื้อ!” ยังไม่ทันได้โต้เถียงอะไรปากก็โดนปิดก่อนเสียแล้ว ลิ้นร้อนของคนบนร่างค่อยๆ ไล้เลียริมฝีปากอิ่มของเขาไปมาเพราะเจ้าตัวเม้มปากแน่นไม่ยอมให้รุกล้ำเข้าไปข้างใน จนกระทั่งรู้สึกถึงแรงฝ่ามือที่กำลังบีบเคล้นบริเวณสะโพกเบาๆ ก่อนจะไล่ลงไปเรื่อยๆ จนถึงบั้นท้ายของเขา



กิตกใจจนเผลอคลายริมฝีปากของตนเอง ปล่อยให้อีกฝ่ายใช้ลิ้นรุกล้ำเข้ามาข้างในจนได้ ปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดกันไปมาอยู่นานจนผู้บุกรุกยอมล่าถอยออกไปก่อน



“แบบนี้ถึงจะเรียกว่าจูบนะคะหนูกิ” ร่างสูงยกยิ้มเจ้าเล่ห์



เสื้อผ้าเสียดสีกันยามที่คนตัวใหญ่กว่าขยับร่างกายเคลื่อนไหวไปมา ฝ่ามือคลำสะเปะสะปะปัดป่ายไปทั่วเรือนร่างชายที่ส่งเสียงครางกระเส่าอยู่ข้างใต้ พร้อมกับบดจูบริมฝีปากของตนเองลงบนริมฝีปากอิ่มของอีกฝ่ายเหมือนคนไม่รู้จักพอ



…ใช่ เขายอมรับว่าตัวเองเป็นคนตะกละ โดยเฉพาะยามใดที่เจออาหารรสเลิศอยู่ตรงหน้าแบบนี้



ปลายนิ้วสากค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของคนตัวขาวในอ้อมกอดไปทีละเม็ด ขณะเดียวกันก็ใช้ปากพรมจูบลงบนหน้าอีกฝ่ายไปด้วย



“ไหนว่าแค่จูบไง” กิหอบหายใจแรงเพราะรสจูบอันดุเดือด เอ่ยทักขึ้นเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมหยุดตามข้อตกลง



“ก็จูบไงคะ”



“หลายครั้งเกินไปแล้ว”



“ไม่ได้บอกว่าครั้งเดียวนี่” กิมองเหวอ …โดนคนหัวหมาหลอกอีกแล้ว!



ฮอนรับรู้ได้ว่าตนเองกำลังโดนด่าในใจอยู่แน่นอน แต่เลือกที่จะไม่สนใจท่าทีฮึดฮัดนั่นเพราะสติของเขากำลังจดจ่อกับการตีตราหนูกิ แสดงความเป็นเจ้าของในทุกพื้นที่อยู่ในตอนนี้



“หนูกิน่ารัก”



“จุ๊บ หนูกิน่ารัก จุ๊บ หนูกิน่ารัก” เสียงจุ๊บเบาๆ บริเวณหน้าผากและแก้ม ทำคนโดนแกล้งให้เขินเสียวท้องวูบขึ้นมาอย่างประหลาด



“จุ๊บ หนูกิน่ารัก” ครั้งนี้เป็นสัมผัสนุ่มหยุ่นที่ริมฝีปาก เสียง จุ๊บ ที่ได้ยินกี่ครั้งก็ยังไม่ชินทำให้เหล่าผีเสื้อเริ่มกระพือปีกบินวนในช่องท้องของเขาอีกครั้ง กิขยุ้มมือกับหนังโซฟาเมื่อตัวเองกำลังสยิวกับสัมผัสอีกฝ่าย



จวบจนกระทั่งปลายนิ้วมือข้างซ้ายแกะเม็ดกระดุมออกจนหมด ฮอนแหวกสาบเสื้อและยกตัวอีกฝ่ายขึ้นเปลื้องเสื้อเชิ้ตทิ้งไว้ข้างโซฟา



แป้งโกกิสีขาวที่ใช้ห่อหุ้มร่างแท้จริงถูกสลัด ภาพที่เขาเห็นตอนนี้มีเพียงแป้งโกกิที่ขึ้นสีแดงระเรื่อไปทั้งตัวเท่านั้น



“หนูกิแดงไปทั้งตัวเหมือนครั้งนั้นเลยนะคะ” ภาพในจินตนาการถูกรีรันขึ้นมาในหัวยามที่โดนพูดถึง ใครว่าครั้งต่อมาจะเขินน้อยลง ไม่จริงเลย



“อย่าพูดมากได้ปะ” สัมผัสชื้นบริเวณยอดอกทำให้เจ้าของห้องตัวเล็กต้องลืมตาตื่นผงกหัวขึ้นมาดู อีกฝ่ายกำลังประทับจูบลงบนยอดอกแข็งชูชันหลายๆ ที จนเขาต้องกำโซฟาแน่นเพราะความเสียวซ่าน



ริมฝีปากหนาค่อยๆ เลื่อนไล้ลงต่ำไปกว่าบริเวณหน้าท้องเนียน คนบนร่างถอยลงไปจูบบริเวณกลางลำตัวที่ถูกปลุกปั่นจนแข็งชันด้วยแรงอารมณ์อยู่ใต้ชั้นในสีดำ



“อะ ไอ้เหี้ยฮอน!”



“ชู่ว เบาๆ สิคะ”



คนตัวขาวกัดริมผีปากล่างของตัวเองแน่นเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสบนส่วนอ่อนไหวที่สุดในร่างกาย ฮอนหยัดตัวขึ้นถูไถความเป็นชายของตนเองลงบนหน้าท้องของคนใต้ร่างไปมา เขาแหงนคอขึ้นทำหน้าเสียวซ่าน ครางแผ่วในลำคอ



“อืม… หนูกิ”



“มะ มึงจะพอได้รึยัง” กิพูดเสียงกระท่อนกระแท่น



“หนูกิทนได้หรอคะ”



“…”



“ถ้าทนได้ กูก็จะพอนะกิ”



“…”



“หืม ว่าไง”



“…”



“ไม่ตอบกูจะถือว่ามึงทนไม่ได้นะ” ไร้เสียงตอบรับจากคนที่หลับตาแน่น ริมฝีปากเจ่อแดงเพราะแรงบดจูบ เขาพยายามทำเป็นใจสู้ทั้งที่แท้จริงแล้วอ้าปากปฏิเสธไม่ออก



…หรือจริงๆ แล้วเขาไม่อยากปฏิเสธมันกันแน่



เสียงถอดเสื้อผ้าของคนบนร่างดึงสติให้กลับมาในที่สุด เขารู้ว่าตัวเองถอยกลับมาที่เดิมไม่ได้แล้วตั้งแต่ครั้งแรกที่หลวมตัวยินยอมรับข้อเสนอสัปดนนั่นไป



คนถูกรังแกค่อยๆ ลืมตามองอีกฝ่ายที่กำลังคลอเคลียบริเวณหน้าอกขณะใช้ฝ่ามือร้อนลูบไล้บริเวณต้นขาเนียนไปด้วย สายตาหื่นกระหายจ้องมองรอยกุหลาบสีจางที่เคยทำไว้ ก้มลงแลบเลียและทำรอยประทับใหม่ให้มีสีสันกลับมาดังเดิม



ฝ่ามืออยู่ไม่สุขค่อยๆ ไล้ไปตามเรียวขา ยกมือปัดผ่านจุดอ่อนไหวอยู่หลายทีแต่จงใจไม่จับต้อง ปล่อยให้คนโดนแกล้งครางฮืออยู่ในลำคอด้วยความทรมาน ตากลมรื้นไปด้วยหยดน้ำสีใส จ้องเขม็งมาทางคนที่ตั้งอกตั้งใจรังแกคนไม่มีทางสู้แบบเขา ทำให้ทรมานแล้วยังจะแกล้งกันอีก บอกเลยว่าถ้าเขารอดไปได้มันไม่ตายดี!



พอทำใจกล้าเคลื่อนมือตัวเองจะไปจับให้คลายความทรมาน มันก็ปัดมือเขาไม่ให้แตะพร้อมหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์



“หนูกิจะทำอะไรคะ”



“ไอ้เหี้ยฮอน”



“ชู่ว บอกแล้วว่าเวลาแบบนี้ไม่พูดไอ้เหี้ยค่ะ เรียกฮอนเฉยๆ ก็พอแล้ว”



“มึงแกล้งกู”



“ก็ใครให้หนูกิน่ารักน่าแกล้งแบบนี้ล่ะคะ” สายตาจ้องเขม็งมาที่เขาอย่างอาฆาตแค้นแต่ทำไมถึงได้ดูน่ารักเวลาที่เห็นเจ้าตัวทำพร้อมกับริมฝีปากบูดบึ้งแบบนั้น



“ไม่ช่วยก็อย่ามาขัดกูไอ้เหี้ย”



“อยากให้ช่วยอะไร ไหนหนูกิลองบอกพี่ฮอนสิคะ” กิมองคนแกมโกงอย่างเคียดแค้น ให้ตายเขาก็ไม่พูดให้มันได้ใจหรอก



คนขี้แกล้งนึกสนุก ใช้ฝ่ามือที่ควรช่วยอีกฝ่ายมาช่วยตัวเองแทน มือซ้ายที่ไม่ได้จับอะไรก็คอยล็อกแขนของอีกคนที่หมายจะทุบตีเขาให้เลิกแกล้งเสียที



“อืม… หนูกิ” เสียงครางใกล้บริเวณใบหูเรียกสีเลือดฝาดขึ้นใบหน้าคนฟังอีกครั้ง



“เลิกแกล้งกูสักที”



“จะเลิกแล้วค่ะ” ปลายลิ้นชื้นแลบเลียใบหูขาวส่งท้ายการแกล้งนี้เพื่อกระตุ้นเสียงกระเส่าของอีกคน และมันก็ได้ผล เมื่อคนใต้ร่างครางเสียงแผ่วออกมาทันที



ฮอนอดทนรอไม่ไหวอีกต่อไป เขาควานหาซองถุงยางที่ตัวเองซ่อนไว้ตามซอกหลืบโซฟาออกมาสวมใส่ให้ตัวเอง ไม่ได้สนใจท่าทีตื่นตะลึงของเจ้าของห้องแต่อย่างใด



กิเบิกตากว้าง ทำไมถึงมีซอกถุงยางตามซอกโซฟาในห้องของเขาได้!



“เผื่อเกิดแอคซิเดนท์แบบตอนนี้ไงคะ เราต้องป้องกันไว้ก่อนนะ” ชายหนุ่มพูดแก้ตัวเหมือนรู้ว่าอีกคนเกิดคำถามอะไรขึ้นมาในใจ ทั้งที่แท้จริงแล้วเขาเอามาซ่อนไว้เพราะหวังว่าสักครั้งหนึ่งจะได้รังแกอีกฝ่ายบนโซฟาตัวนี้ต่างหาก



แล้ววันที่เขารอคอยก็มาถึง ไม่คิดว่าจะรวดเร็วขนาดนี้เพราะเพิ่งเอามาซ่อนไว้เมื่อวานนี่เอง!



“อ๊ะ!” ยังไม่ทันได้เอ่ยปากด่า ส่วนอ่อนไหวชั้นล่างก็ถูกนิ้วอีกฝ่ายรุกล้ำเข้ามาเบิกทาง ช่องทางคับแคบยังคงรัดแน่นเหมือนครั้งแรกไม่มีผิด ทั้งสองฝ่ายต่างครวญครางตามห้วงอารมณ์ที่ค่อยๆ ทะยานสูง



“จะเอาจริงแล้วนะคะ” คนตัวเล็กไม่แน่ใจว่าบริบทคำว่า ‘เอา’ ของอีกฝ่ายเป็นแบบไหน แต่ตอนนี้ความหมายในหัวของเขามันช่างฟังดูหยาบโลนเสียเหลือเกิน



ความเป็นชายของอีกคนค่อยๆ ดุนดันเข้ามาอย่างเชื่องช้าก่อนจะแช่นิ่งเมื่อถูกรัดรึงไว้ทั้งหมด



หนูแป้งโกกิขึ้นสีระเรื่อมากกว่าเก่าเมื่ออีกฝ่ายเริ่มขยับบั้นเอวช้าๆ เนิบนาบไปเรื่อยๆ เป็นจังหวะ



“หนูกิคะ”



“…”



“ตอนนี้หนูกิน่ารักมากเลยค่ะ”



“อึก…กูบอก ฮื่อ ให้เลิกพูดแบบนี้ด้วย” เสียงสั่นเครือเพราะแรงกระแทกทำให้เขาพูดไม่เป็นจังหวะ



“หนูกิไม่ชอบแบบ Sweat talk หรอคะ งั้นชอบแบบไหน Dirty talk?”



คนถูกถามส่ายหัวเบาๆ เป็นคำตอบแต่อีกฝ่ายไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าสั่นหัวเพราะแรงกระแทกข้างล่างต่างหาก



“ชอบแบบเดอร์ตี้หน่อย ทำไมไม่บอกแต่แรกคะเมีย” สรรพนามเปลี่ยน ความหมายยิ่งลึกซึ้งไปมากกว่าเดิม กิส่ายหัวเมื่อคำนั้นฟังแล้วช่างขัดหู เขาจ้องตาอีกฝ่ายเขม็งให้รู้ว่าไม่ชอบ แม้จะรู้ว่าใบหน้าตัวเองตอนนี้คงไม่น่ากลัวเท่าไหร่นัก



“แล้วเมียชอบแบบ Do dirty บ้างรึเปล่าหืม” ฮอนไม่รอฟังคำตอบที่ถาม เขาค่อยๆ ไต่จังหวะจากเนิบช้าไปรัวเร็วอย่างเอาแต่ใจ



“ฮื่อออ” เสียงครวญครางในลำคอดังถี่ขึ้นเมื่อจังหวะขยับด้านล่างกระแทกกระทั้นเข้ามาเหมือนคนอดอยาก



“ว่าไงคะ เมียชอบแบบนี้รึเปล่า” ไร้เสียงตอบรับจากอีกคน ทว่าเสียงสูดปากด้วยความกระเส่ายังคงดังขึ้นเรื่อยๆ ในห้องนั่งเล่นสีขาว



“เมียชอบที่ผัวทำแรงๆ แบบนี้ไหมคะ” กิส่ายหัวรัวเร็วเป็นคำตอบ



“โอ้ยกิ มึงรัดกูแน่นเกินไปแล้ว” ฮอนร้องเสียงดังเพราะเสียวจนจะขาดใจ เมื่อดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาพูดมันไปกระตุ้นต่อมความรู้สึกของคนใต้ร่างเข้า



เขากลั้นใจหยุดขยับบั้นเอว ปล่อยให้ช่องทางคับแคบตอดรัดความเป็นชายถี่ยิบ



“ไหนเมียบอกไม่ชอบไงคะ ทำไมรัดผัวแน่นแบบนี้ฮึ” ร่างสูงก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูอีกฝ่ายเสียงพร่า ใช้สองมือกกกอดอีกคนมาไว้ในอ้อมอกก่อนขยับตัวลุกขึ้นนั่ง



“ฮื่อออ มึงจะทำอะไร” ทันทีที่ฮอนเปลี่ยนให้คนตัวเล็กขึ้นมานั่งบนตัก ส่วนแข็งขืนที่ยังคงฝังอยู่ข้างในร่างกายก็ขยับเข้ามาลึกมากกว่าเดิมจนเขาต้องครางฮือในลำคอ



“ทำเมีย ไม่ใช่สิ ให้เมียทำตามที่ตกลงไงคะ”



“กูบอกว่ากูไม่ได้ตกลงอะไรกับมึงไว้นะไอ้เหี้ยฮอน”



“จุ๊ๆ อย่าพูดทั้งที่รัดแน่นขนาดนี้สิคะ” ฮอนมองหน้าคนที่ยังด่าเขาเสมอต้นเสมอปลายแม้ว่าตัวเองจะตกเป็นรองอยู่ก็ตาม



ดวงตากลมมีน้ำใสคลออยู่ข้างในเพราะความเจ็บ ทว่าเวลาที่อีกคนมองพร้อมจมูกแดงๆ กับแก้มขึ้นสีฝาด มันช่างปลุกอารมณ์เขาให้ทะยานขึ้นสูงเสียจริง



ชายหนุ่มจับเอวคอดไว้ด้วยสองมือ ก่อนจะขยับกระแทกรัวเร็วเข้าไปชักพาอารมณ์อีกฝ่ายให้ต่อเนื่องจากเมื่อครู่



คนตัวเล็กกว่าร้องครวญครางออกมาเสียงดัง จิกมือลงบนแผ่นหลังของคนที่เขานั่งทับเสียแน่นเพื่อระบายอารมณ์



“ไม่ไหวแล้วหนู ค่อยโชว์ประตูหน้านะ” ชายหนุ่มหยัดเอวเข้าไปกระแทกกระทั้นตามแรงอารมณ์ที่ใกล้จะได้ทำประตู อีกนิดเดียวเท่านั้น เขาเลี้ยงลูกจากอีกฝั่งมาถึงประตูฝ่ายตรงข้ามแล้ว



“ฮ้า!” เสียงร้องครวญจากหนุ่มวัยรุ่นสองคนดังขึ้นพร้อมกันทันทีที่เสร็จสมถึงที่หมาย น้ำสีขาวขุ่นของคนตัวขาวพุ่งกระฉูดหยดเปรอะลงบนหน้าท้องตนเองและคนตรงข้าม



ฮอนยกตัวอีกฝ่ายขึ้นเล็กน้อยเพื่อถอดถุงยางที่เต็มไปด้วยน้ำรักของเจ้าตัว เขารวบแกนกายของตัวเองเข้ากับของคนบนร่างอย่างไม่รังเกียจน้ำสีขุ่นที่เปรอะเปื้อนอยู่ รูดรั้งเบาๆ เรียกแรงอารมณ์ที่เพิ่งถูกดับไปขึ้นมาอีกครั้ง



“พรุ่งนี้กูมีเรียน” น้ำเสียงอ่อนแรงของเด็กขยันดังขึ้นข้างหู



“ขออีกสักประตูให้เท่าโครแอตได้ไหมคะ”



แม้ในใจคนเอ่ยท้วงจะปฏิเสธไปหลายสิบครั้งแค่ไหน แต่ร่างกายกลับไม่ยอมฟังเพราะแกนกายที่ถูกปลุกปั้นกำลังแข็งชันสู้มือของอีกคน



คนตัวขาวในอ้อมกอดนิ่งเงียบไม่ตอบรับ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่ดังออกมาเท่านั้น ฮอนอนุมานเอาเองว่าได้ จึงควานหาซองถุงยางตามซอกอีกครั้ง



ริมฝีปากหนาเริ่มอยู่ไม่สุขขณะที่สวมใส่ถุงยางไปด้วย เขาอ้างับยอดอกที่เบ่งชูชันอยู่ตรงหน้าอย่างมันเขี้ยว ใช้ปลายลิ้นแลบเลียจนกระทั่งตัวตนของเขาเข้าไปได้จนหมด



ทันทีที่ช่องทางด้านหลังถูกเติมเต็มเข้ามาอีกครั้ง เสียงร้องครางของคนบนตักก็ดังลั่น จนเขาต้องคว้าคออีกฝ่ายเข้ามาประกบจูบเพราะกลัวเสียงจะเล็ดลอดออกไปนอกห้อง



“เมียชอบให้ผัวทำแรงๆ รึเบาๆ คะ” ถอนจูบออกมาเห็นใบหน้าน่ารังแกของอีกฝ่าย เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากแกล้งอีกครั้ง แต่ดูเหมือนเขาจะโดนอีกคนแกล้งกลับ เพราะทันทีที่พูดจบช่องทางข้างในก็ตอดรัดความเป็นชายของเขาอย่างแรง



“ไม่… ฮึก ไม่ชอบ” เสียงพูดแหบพร่าตอบกลับ



“ไม่ชอบสักแบบเลยหรอคะ งั้นคงต้องโชว์เองซะแล้ว” ว่าจบ ชายหนุ่มก็ใช้มือที่ก่อนหน้าจับอยู่บั้นท้ายขาวมาพาดยาวบนพนักโซฟาพร้อมปรายตามองคนตรงหน้าท่าทีสบายใจ



คนบนตักทำท่าฮึดฮัด มันจงใจแกล้งเขาให้เขินอายโดยการทำแบบนี้ ตอนนี้คงต้องเลือกว่าจะตามเกมหรือลุกขึ้นต่อยหน้าให้มันสลบไปเลยดี



นิ่งไปอยู่สักครู่ ก็ดูเหมือนว่ากิจะคิดอะไรได้เมื่อปรายตาเห็นเข็มขัดนักศึกษาที่ตกอยู่หน้าโซฟา เขาก้มหยิบมันขึ้นมา จับแขนแกร่งที่พาดยาวบนพนักโซฟามาไขว้บนหัวก่อนจะใช้เข็มขัดมัดมือคู่นั้นแน่น



“หนูกิจะทำอะไรคะ ชอบแนวรุนแรงทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกเล่า” คนถูกถามไม่ตอบ แต่ส่งยิ้มบางไปให้แทน



ฮอนตีความรอยยิ้มนั้นไม่ออก เขาไม่ได้สงสัยอะไรมากนักเพราะพอโดนมัดเสร็จ เจ้าตัวก็จับบ่าเขาแล้วพยายามขยับเอวไปมาอย่างช้าๆ



“ฮ้า... หนูกิ” เขาร้องครางออกมาเบาๆ เมื่ออีกฝ่ายยกตัวเองขึ้นสูงก่อนจะค่อยๆ นั่งทับลงมา คนตัวขาวขยับตัวเองแบบนี้อยู่หลายครั้งจนกระทั่งเริ่มชินกับสิ่งแข็งขืนในร่างกายตนเอง จังหวะขยับเอวจึงค่อยๆ แรงและเร็วขึ้นตามอารมณ์ที่พุ่งทะยาน



ฮอนหอบหายใจถี่ให้กับความร้อนแรงบนร่างกายเขาตอนนี้ หนูกิขึ้นสีแดงไปทั้งตัว ดูเหมือนจะทำใจกล้าฝ่าความอายของตัวเองกลายร่างเป็นฝ่ายบุกในแมตช์นี้บ้าง ร่างสูงหยัดเอวขึ้นสวนทันทีที่อีกคนกดบั้นท้ายลงมา เสียงหวีดครางดังขึ้นเป็นระลอก



“หนูกิคะ ปลดเข็มขัดให้ก่อนได้รึเปล่าหือ” เขาอยากจับยึดเอวของอีกฝ่ายไว้แล้วรัวกระหน่ำใส่แรงๆ แต่เข็มขัดกลับมัดเขาหนาแน่น แค่จะหมุนข้อมือก็ยังไม่ได้ ทำได้เพียงดึงแขนลงข้างตัวไม่ให้เมื่อยเพียงเท่านั้น



คนขี้อายที่ตอนนี้กลายร่างเป็นนางแมวทำใจดีสู้เสือส่ายหัวรัวๆ แม้จะเขินอายอยู่ไม่น้อยแต่เพราะตอนนี้แรงอารมณ์ขึ้นถึงขีดสุด เขาจึงทำใจกล้ายกสะโพกขึ้นสูงก่อนจะกดลงจนสุดซ้ำไปซ้ำมา อีกนิดเดียวก็จะทำประตูขึ้นเสมอได้แล้ว



กิรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังบ้าคลั่ง เขาทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ เสียงกระทบบนหน้าขาดังขึ้นอย่างหยาบโลน เขาขยับเอวขึ้นรัวเร็วก่อนจะกดสะโพกลงมาอย่างแรงเป็นครั้งสุดท้าย



เสียงหวีดครางดังลั่นห้องไม่มีใครกลั้นเสียงอีกต่อไป น้ำสีขุ่นไหลลู่ลงบนกล้ามเนื้อท้องของอีกฝ่าย



ฮอนมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาหื่นกระหาย แรงอารมณ์พุ่งทะยานถึงขั้นสูงสุด เขาได้แต่พยายามหยัดเอวใส่เพราะยังไม่เสร็จ แต่อีกคนกลับหยุดนิ่งไม่ขยับ ชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิด เขาควรได้จับเอวขาวๆ นั่นแล้วกระแทกขึ้นไปแรงๆ ให้สมใจอยาก



กิมองหน้าคนที่ค้างคาแล้วหัวเราะอยู่ในใจ เขาหมุนควงเอวที่ยังมีแก่นกายแข็งขืนอยู่ข้างในเป็นการส่งท้ายก่อนจะค่อยๆ ยกตัวเองออกมา



“ซี้ด หนูกิ มึงไปเรียนท่าควงนี้มาจากไหนเนี่ย” คนที่กลายมาเป็นฝ่ายโดนกระทำบ้างสูดปากร้องอย่างเสียวซ่าน



“มึงไม่เคยดูหนังโป๊หรอ” เขากล่าวพร้อมส่งรอยยิ้มละมุนละไมให้



“ถอดเข็มขัดให้หน่อยหนูกิ เร็วเข้า” ชายหนุ่มทนรอไม่ได้อีกต่อไป เขาต้องการทำประตูเดี๋ยวนี้!



“หลับตาก่อน”



“หลับทำไม”



“หลับตาแล้วนับหนึ่งถึงร้อย ห้ามลืมตาก่อนเด็ดขาด ทำได้เดี๋ยวกูถอดเข็มขัดให้” ฮอนหลับตาตามคำสั่งเพราะความอยากจนหน้ามืด ให้ทำอะไรตอนนี้เขาก็ทำได้หมดทั้งนั้นแหละ



ตอนที่เสียงทุ้มของหนูกิเริ่มนับเลข ชายหนุ่มรู้สึกว่าอีกคนลุกออกจากตักเขาไป ก่อนจะมีเสียง ตุ้บ แปลกๆ เกิดขึ้น



“ห้ามลืมตานะ!”



กิแข้งขาอ่อนแรง ทันทีที่เขาลุกขึ้นยืนขาดันเปลี้ยลงจนเขาล้ม สะโพกกระแทกกับพื้นทำให้เจ็บขึ้นมากกว่าเดิม



“มึงเป็นอะไร กูยังไม่ได้ลืมนะ ยังไม่ได้ทำผิดข้อตกลงเลย” ฮอนรีบบอกทันทีเพราะกลัวโดนหาว่าโกง



“นับถึงเท่าไหร่แล้ว”



“สามสิบเจ็ด”



ยังพอมีเวลา กิพยายามพยุงตัวเองขึ้นโดยใช้มือค้ำโซฟาและผนังห้องไปเรื่อยๆ เขาเดินได้ไม่เร็วนักเพราะแรงเสียดสีที่สะโพกเจ็บแปลบ



คนตัวขาวย่องเดินเบาๆ ไม่ให้อีกคนรู้ตัว จนกระทั่งมาถึงห้องนอนที่เป็นจุดมุ่งหมายได้สำเร็จ



ปัง! กริ๊ก



เสียงกระแทกประตูดังปิดอย่างแรง ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งนับเลขบนโซฟาเบิกตากว้าง เขาวิ่งไปทางต้นเสียงอย่างรวดเร็ว



ปึงๆๆๆๆ



ชายหนุ่มรัวมือทุบประตูทันทีที่รู้ว่าอีกคนล็อกประตูจากด้านในเรียบร้อยแล้ว



“เชี่ยเอ๊ย กิ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ!!”



ไร้วี่แววของอีกคน หลังประตูเงียบกริบเหมือนไม่มีคนอยู่ข้างในนั้น



ฮอนร้องเรียกชื่ออีกคนซ้ำไปซ้ำมา สลับกับทุบประตูเป็นระยะ



ค่ำคืนร้อนสำหรับนัดชิงแชมป์บอลโลกวันนี้ฝรั่งเศสชนะโครเอเชียไป 4 ประตูต่อ 2 แต่ในห้องสีขาวแห่งนี้กลับทำแต้มประตูเสมอกันไปด้วยคะแนน 1 ต่อ 1



ตอนนี้ชายหนุ่มร่างสูงเข้าใจความรู้สึกตอนโดนแกล้งให้ทรมานแล้วว่ามันเป็นยังไง



พระเจ้า! ขอบคุณที่ยังมีห้องน้ำ!







☁  TBC.

ー #AdaywithWCM

ー จริงๆตอนแรกตั้งใจแต่งนัดชิงเสร็จแล้วจบเลย แต่เปลี่ยนใจแล้ววว;_; ยังไงฝากเอ็นดูสองคนนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะยอมเป็นแฟนกันด้วยนะคะ ♥
 :pig4:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 3rd Match ♥ (20/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: palm-metto ที่ 21-07-2018 00:23:08
หนูกิ แก้เผ็ดฮอนได้รุนแรงเหลือเกิน
สงสารเลย แต่แอบสะใจนิดๆ
 :mew4:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 3rd Match ♥ (20/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์บิน ที่ 21-07-2018 03:33:21
 :haun4: หนูกิเผ็ซซซซซซทิ้งฮอนกลางคัน
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 3rd Match ♥ (20/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: yasperjer ที่ 21-07-2018 12:35:46
ว้ายสมน้ำหน้านังฮอน โดนหนูกิเอาคืน55555555555555 :hao6:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 3rd Match ♥ (20/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 21-07-2018 14:36:35
ร้อนแรง..งงงง ได้เลือด  :oo1: :jul1: :oo1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 3rd Match ♥ (20/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: praewypn ที่ 21-07-2018 15:44:46
โอ๊ยย แซ่บบๆ ผัวๆเมียๆอะไรเนี่ยฮอนน พิเขินนะ อร๊ายย  :o8 :-[
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 3rd Match ♥ (20/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 21-07-2018 16:25:01
หนูกิทำไมร้ายยยยยย  :hao7:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 3rd Match ♥ (20/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: manami1155 ที่ 22-07-2018 00:30:46
หนูกิลูกกกกกกกก
ไปทำเค้าค้างแบบนั้น
ครั้งหน้าโดนเอาคืนชุดใหญ่แน่
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 3rd Match ♥ (20/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: memozy ที่ 22-07-2018 11:13:13
ถือว่าเสมอกัน  :o8: :o8:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 3rd Match ♥ (20/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: yunnutjae ที่ 22-07-2018 11:58:45
จนกว่าจะเป็นแฟนกัน!!!!!   :jul1: แปลว่าจะมีต่อไป้เรื่อยๆใช่มะะะ  :katai2-1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 3rd Match ♥ (20/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: SN_sanook ที่ 22-07-2018 12:59:07
ค้างไปดิ555. น่าสงสาร o13
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 3rd Match ♥ (20/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: UNCHXLXX ที่ 22-07-2018 20:42:04
 :o8: :jul1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 3rd Match ♥ (20/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: กวังกีเมย์บี ที่ 23-07-2018 12:30:34
น่ารักกกกก
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with World Cup Match ー 3rd Match ♥ (20/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: patompong888 ที่ 25-07-2018 13:08:37


    :-[ :-[
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 4th Match ♥ (30/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Mayongchees ที่ 30-07-2018 17:36:18

ー 4th Match ♥



ยามสายของวันใหม่ยังคงเงียบสงบ วันนี้อากาศดูปลอดโปร่งกว่าทุกวันเพราะมีแสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องแทนเสียงฝนพรำ ร่างสูงที่นอนขดอยู่บนโซฟามาทั้งคืนตื่นมาด้วยความไม่สบายตัว แขนขาของเขามันเกะกะและยาวเกินขนาดโซฟาไปหลายคืบ ฮอนกวาดสายตามองห้องนั่งเล่นสีขาว รวมถึงเงี่ยหูฟังเสียงน้ำไหลในห้องน้ำ ทว่ากลับไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงรถบนถนน ไร้วี่แววเจ้าของห้องตัวป่วนที่ก่อคดีไว้เมื่อคืน



ก๊อกๆ



“กิ”



ชายหนุ่มเดินมาเคาะประตูห้องนอนที่ยังคงล็อกปิดสนิท เขานึกว่าตัวป่วนจะรีบไปออกจากห้องไปเรียนเพราะกลัวโดนแก้แค้นเสียอีก แต่คนขี้เซายังไงก็ยังคงขี้เซาอยู่วันยังค่ำ เวลานี้คงยังนอนอุตุสบายใจเฉิบอยู่แน่ๆ



“กิ”



ปึงๆ !



จากแค่เคาะธรรมดา ตอนนี้ฮอนเริ่มร้อนใจเมื่อเห็นว่าหลายนาทีแล้วแต่ข้างในห้องยังคงเงียบ เขาเปลี่ยนมาทุบประตูห้องระรัวสลับกับตะโกนเรียกชื่อจอมดื้อเป็นระยะ



“กิ!”



“อื้อ” น้ำเสียงงัวเงียดังตอบรับหลังเปิดประตู เผยให้เห็นคนหน้าง่วงกำลังขยี้ตาไปมาหลายที



“เด็กขี้เซา กูยืนเคาะประตูตั้งนานจนนึกว่ามึงเป็นอะไร” ฮอนทนไม่ไหว คว้าเจ้าตัวเข้ามากอดในอ้อมอก สองมือกอดรัดเอวแน่นขึ้นแสดงความรู้สึกห่วงใยเพื่อยืนยันคำพูดของตนเอง



“ไม่ได้เป็นอะไร” น้ำเสียงแหบพร่าพยายามฝืนพูดทำให้ฮอนฉงนใจ ชายหนุ่มคลายอ้อมกอดและใช้หลังมือทาบเข้าที่หน้าผากของอีกฝ่าย สัมผัสอุ่นๆ แตกต่างจากยามปกติทำให้รู้ว่ามีคนไม่สบายเข้าแล้ว



“ไม่เป็นอะไรได้ยังไง ตัวรุมๆ” ชายหนุ่มดันหลังคนป่วยให้เดินกลับไปนอนซุกผ้าห่มบนเตียงเหมือนเดิม



“กูมีเรียน แคกๆ” ประโยคสั้นๆ พร้อมเสียงไอ พยายามเอื้อนเอ่ยปฏิเสธที่จะกลับไปนอนอีกครั้ง เพราะกลัวว่าถ้าหัวถึงหมอนเขาคงหลับยาวไปถึงเย็น



“โดดสักวันน่า ใช้โควตาหยุดเรียนให้มันคุ้มบ้าง” ถ้าเป็นยามปกติตัวเขาคงโดนกิด่ายับ แต่ตอนนี้คนสิ้นฤทธิ์ไม่แม้แต่จะหันมามองตาขวางใส่เขาด้วยซ้ำ



“ต้องส่งงาน”



ฮอนจิ๊ปากไม่พอใจเมื่อได้ยินคำตอบเพราะไม่ว่ายังไงคนตรงหน้าเขาก็ต้องไปมหา’ลัยสินะ



“ยังพอมีเวลา มึงนอนลงไปก่อน เดี๋ยวกูเช็ดตัวให้”



“ไม่ต้อง เดี๋ยวกูอาบน้ำเอง” เสียงทุ้มดังขัดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังจะเดินไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้เขา



“ไม่ได้ มึงไม่สบาย”



“เดี๋ยวเช็ดเองก็ได้” กิพยักหน้าตอบรับเพื่อตัดบท ยกมือทำท่าไล่ให้อีกคนออกไปจากห้อง เขาไม่อยากพูดเยอะเพราะเจ็บคอ แต่ต้องฝืนตัวเองเพื่อขัดคนที่พยายามจะเช็ดตัวให้ อยากตะโกนบอกออกไปดังๆ ว่านี่แค่ไม่สบายนะไม่ได้เป็นง่อย



ฮอนทำท่าคิดอยู่สักครู่ก่อนจะพยักหน้ารับคล้อยตาม “งั้นเดี๋ยวกูไปหาอะไรให้กิน จะได้กินยาด้วย”         



ชายหนุ่มเดินออกจากห้องไปทั้งที่ตั้งใจว่าพอตื่นมาจะรีบลุกไปแก้แค้นที่เมื่อคืนนี้ปล่อยเขาทิ้งกลางทางไว้คนเดียว แต่กลับกลายเป็นว่าตื่นมาดูแลผู้ป่วยแทนเสียได้



----------



ชายหนุ่มผมยุ่งตัดสินใจเดินออกจากห้องไปเซเว่นใกล้ๆ คอนโด หลังจากค้นตู้เย็นในห้องแล้วพบว่ามีแค่น้ำเปล่ากับกระป๋องเบียร์วางเรียงรายอยู่เท่านั้น ซองโจ๊กสำเร็จรูปกับแผงไข่ถูกเลือกหยิบมาเป็นผู้ช่วยชีวิตในยามสายของวันนี้ ฮอนมองหม้อเปล่าด้วยความหนักใจ เขาไม่รู้ว่าต้องใส่น้ำเท่าไหร่ถึงจะพอดีให้โจ๊กไม่ออกมาอืดหรือเหลวจนกลายเป็นข้าวต้ม เขาตัดสินใจเปิดน้ำใส่ถ้วยเพื่อตวงปริมาณแล้วเทลงใส่หม้อ วัดดวงตอนเสร็จว่าจะออกมาเป็นอย่างไรก็แล้วกัน



เสียงเปิดประตูพร้อมร่างโปร่งที่สวมชุดนักศึกษาเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว เดินมานั่งบนโซฟาห้องนั่งเล่น กวาดสายตามองสภาพห้องที่เต็มไปด้วยกระป๋องเบียร์ กล่องพิซซ่าและไก่ทอดวางอยู่บนโต๊ะตัวเตี้ย เสื้อผ้าชุดที่ใส่เมื่อวาน รวมไปถึงเศษซากถุงพลาสติกสีใสที่วางกระจายอยู่บนพื้น นั่งนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์สมรภูมิรบขนาดย่อมที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง อยู่ดีๆ ใบหน้าของเขาก็รู้สึกร้อนผ่าว แก้มขึ้นสีระเรื่อขึ้นมาเสียอย่างนั้น กิไม่คิดว่าตัวเองจะทำอะไรแบบนั้นลงไปได้ รู้สึกว่าเมื่อคืนนั่นไม่ใช่ตัวเอง อาจจะโดนสิงหรืออาจจะเป็นเพราะฤทธิ์เบียร์หลายกระป๋องที่ดื่มไปแน่ๆ !



กิสะบัดหัวหลายๆ ทีเพื่อไล่ภาพเหตุการณ์ที่ย้อนเข้ามาในหัวออกไปให้หมด กลิ่นหอมฉุยของโจ๊กลอยมาตามก้าวเดินของหนุ่มพ่อบ้านมือใหม่จนเขาต้องหันไปมอง



ดวงตากลมเบิกมองถ้วยโจ๊กใส่ไข่ที่วางอยู่ตรงหน้า ชี้มือไปที่ถ้วยและเอียงคอฉงนสงสัยว่าใครทำ



“ครั้งแรกที่ทำ กูก็ว่าหน้าตามันออกมาดูดีใช้ได้นะ”



กิเบ้ปากเล็กน้อยตอบกลับคนอวยตัวเอง ก่อนจะยกถ้วยขึ้นมาเป่าให้หายร้อน



“เป็นไง กูไม่รู้ว่ามันต้องใส่น้ำเท่าไหร่” พ่อบ้านมือใหม่ทำหน้าตาคาดหวังทันทีที่อีกคนตักโจ๊กเข้าปากไปเรียบร้อย



คนไม่สบายนั่งนิ่งก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเบา “เหลวไปนิด”



ฮอนทำสีหน้าผิดหวังนิดหน่อยจนกระทั่งคนตัวเล็กกว่าพูดประโยคต่อมา



“แต่ก็พอกินได้”



“งั้นก็กินเยอะๆ นะคะ จะได้โตไวๆ” ชายหนุ่มกลั้นยิ้มขณะเอื้อมมือไปลูบหัวคนป่วยเบาๆ ก่อนจะโดนมือเรียวตีเปี๊ยะปัดตกจากหัว



“โอ๊ยกิ เจ็บนะคะ”



กิมองคนที่เบ้ปากทำหน้าเหมือนเด็กน้อยโดนคุณแม่ตีแล้วนึกหมั่นไส้ เลยเบะปากคว่ำพยายามทำให้คล้ายอินเนอร์พี่กิ๊กสุวัจนีตอบกลับ



“ฮ่ะๆ ทำไมป่วยแล้วร้ายหื้อ” อดใจไม่ไหวเอื้อมมือไปลูบเรือนผมสีดำของคนตัวเล็กอีกครั้ง เจ้าตัวคงไม่รู้ว่าท่าทางที่ทำให้ดูร้ายกาจนั้นช่างน่ารักขนาดไหน ริมฝีปากปากแดงๆ เบะคว่ำน่าจับมาบีบเล่นสักทีสองทีให้หายมันเขี้ยว



“ปวดหัวมากไหม”



คนตัวเล็กกว่าส่ายหัวเป็นคำตอบก่อนจะชี้คอตัวเองแล้วส่ายหัวอีกครั้ง



“เจ็บคอ?”



“ฮื่อ” เสียงครวญตอบกลับในลำคอ



“เพราะเมื่อคืนซ่าไง เนี่ยบอกกูให้เฮเบาๆ แต่มึงน่ะครางดังกว่ากูอีก”



เปี๊ยะ!



“โอ๊ยกิ มันเจ็บนะโว้ย” มือเรียวเล็กของอีกคนฟาดเข้าที่หน้าขาของเขาอย่างแรงทันทีที่พูดจบ ก่อนจะยกมือชี้หน้าส่งสัญญาณว่าถ้าพูดอะไรเทือกนั้นได้เจ็บอีกแน่



ฮอนชูมือขึ้นเหนือหัวท่าทำผู้ร้ายยอมจำนน



“เดี๋ยวกูไปส่ง กินหมดแล้วกินยาด้วย กูไปเปลี่ยนชุดแป๊บนึง”



กิยักไหล่ทำท่าไม่สนใจ ก้มหน้าก้มตาตักโจ๊กใส่ปากด้วยความรวดเร็วทั้งที่ในใจตรงข้ามกับการกระทำ



…ถ้าไอ้บ้าฮอนเดินกลับมาตอนนี้ มันคงเห็นว่าพวงแก้มของเขาตอนนี้ขึ้นสีแดงแค่ไหน



--------



เมื่อใกล้หมดช่วงเวลาปิดเทอมอันแสนสุขของใครหลายคน บรรยากาศมหา’ลัยตอนนี้ก็เริ่มกลับมาคึกคักเพราะนักศึกษาหลายคณะเริ่มเตรียมตัวจัดกิจกรรมรับน้องที่ใกล้จะถึง สัปดาห์นี้เองก็เป็นสัปดาห์สุดท้ายในการเรียนภาคฤดูร้อนของกิ เขาเองเลยไม่อยากขาดเท่าไหร่ ทั้งต้องมาส่งงาน ทั้งกลัวพลาดแนวข้อสอบที่อาจารย์อาจจะบอกในคลาสไป



“หน้าตึกไม่มีที่จอดเลยว่ะ เดี๋ยวกูวนไปหาที่จอดก่อน มึงนั่งรอกูแถวนี้นะอย่าเพิ่งขึ้นห้อง โอเค้?” ฮอนตัดสินใจจอดรถหน้าทางเข้าตึกคณะบัญชีที่กิเรียนอยู่เพื่อให้อีกฝ่ายไม่ต้องเดินไกล



“รอทำไม”



“เหอะน่า รีบลงไปเร็วเข้า คันข้างหลังด่ากูแล้วมั้งเนี่ย” กิเปิดประตูลงจากรถเมื่อเห็นว่ามีรถตามมาข้างหลังจริง แม้ในใจจะอยากให้ฮอนกลับห้องไปเลยไม่ต้องเสียเวลาหาที่จอดรถก็เถอะ



ชายหนุ่มมองหาโต๊ะที่ยังไม่มีใครจับจองก่อนจะเห็นเพื่อนสนิทโบกมือเรียกอยู่ไหวๆ กิค่อยๆ ก้าวขา เดินไปหาอีกฝ่ายเพราะยังเจ็บสะโพกจากเหตุการณ์เมื่อคืนอยู่ ทั้งทำใจกล้าก่อเรื่องเอง ไหนจะล้มตอนยังไม่ทันตั้งตัวอีก คิดแล้วก็ยังไม่ได้ตรวจดูว่ามีรอยช้ำตรงไหนบ้างรึเปล่า



“ทำไมมาเร็ว” กิเอ่ยทัก ‘เต็งหนึ่ง’ เพื่อนสนิทที่ปกติเข้าห้องเรียนหลังอาจารย์เกือบทุกครั้ง



“แฟนโทรปลุกจ้า ปลุกกูตั้งแต่ตีห้าให้มาอ่านหนังสือ กูแบบว้อทเดอะฟ้าคอะไรวะเนี่ย”



“สาวใหม่?”



“เออดิ น่ารักดีถึงจะเนิร์ดไปนิดก็เหอะ ช่วงโปรโมชั่นกูต้องตามใจหน่อยเลยถึงมอก่อนมึงนี่ไง”



กิยักคิ้ว “แล้วถ้าไม่โปร?”



“ก่อนนอนกูจะปิดโทรศัพท์ไว้”



‘ไอ้เหี้ย’ กิขยับปากแต่ไม่เปล่งเสียง



“ฮ่ะๆ อย่าด่าเยอะเพราะกูรู้ตัว” เต็งหนึ่งหัวเราะชอบใจที่โดนด่า ก่อนจะกวาดตามองเพื่อนสนิทที่วันนี้ดูโทรมกว่าทุกวัน



“ทำไมมึงโทรมจังเนี่ย ไปทำไรมา”



“ดูไม่ออกเหรอว่าไม่สบาย แคกๆ” ชายหนุ่มมองคนกระแอมไอออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา ปกติเพื่อนเขามันแข็งแรงจะตาย ป่วยแทบนับครั้งได้



“ไหนกูขอพิสูจน์ซิ” พูดจบ เขาก็ใช้หลังมือทาบเข้าที่หน้าผากคนป่วย ไล่ลงมาที่ซอกคอเพื่อวัดอุณหภูมิ



ฮอนที่เพิ่งจอดรถเสร็จ เดินมาเห็นว่าตัวป่วนของเขาโดนจับนู่นนี่ไปทั่ว เดินรี่ไม่รีรอเข้ามาปัดมือที่บังอาจแตะคนของเขาอย่างแรง



“ไอ้หนึ่งมึง” ฮอนทำหน้าถมึงทึงใส่ทันที



“อะไรเนี่ยเชี่ยฮอน คลามดาวน์เพื่อน นั่งลงก่อน กูยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย แค่จะวัดไข้เนี่ย!” เต็งหนึ่งลูบมือตัวเองที่ถูกปัดป้อยๆ โดนตีมาอย่างแรงจนขึ้นรอยแดงเป็นปื้น



“ห้าม มึงน่ะไม่มีสิทธิ์แตะตัวกิจำเอาไว้”



“ทำแมะ แล้วมึงมีเหรอฮะ เจ้าตัวเขายังไม่เห็นว่าอะไรเลย” กิยังไม่ทันได้เอ่ยปากห้าม เสียงทุ้มจากคนข้างๆ ก็ดังขึ้นเสียก่อน



“มีสิ! ก็กูน่ะเป็นผะ เอ๊ยอิ อ่อยอูๆๆๆ อูเอ็บ” ยังไม่ทันได้พูดให้จบประโยค มือเรียวก็ตวัดตบเข้าที่ปากฮอนอย่างแรง ไม่ให้คนที่กำลังจะโม้ได้ตั้งตัวเลยแม้แต่นิด



“อะไรของพวกมึงสองคนวะ” เต็งหนึ่งเลิกคิ้วทำหน้าฉงน



“เถียงกันเป็นเด็ก อย่าให้กูด่าพวกมึงเยอะได้ไหม กูเจ็บคอ” กิพยายามตัดบทเพื่อเฉไฉไปเรื่องอื่น ชำเลืองมองคนข้างๆ ที่ส่งสายตาอ้อนวอนมาให้ด้วยความหมั่นไส้



“เออไอ้ฮอน มึงนั่นแหละตัวดี” เต็งหนึ่งโบ้ยมาให้คนที่ยังโดนปิดปากแน่นเพราะรู้ว่ามันยังเถียงเขากลับไม่ได้



คนโดนโบ้ยชี้หน้าคาดโทษก่อนจะแกะมือเรียวที่ปิดปากเขาออก



“ทำไมกูได้กลิ่นสบู่ มึงอาบน้ำเหรอกิ”



“ก็… อือ”



“กูบอกให้เช็ดตัวไม่ใช่เหรอฮึ”



“มาเรียนนะ ใครจะกล้าไม่อาบน้ำมาล่ะ”



“ไอ้เด็กดื้อ กูบอกอะไรไม่เคยจะฟังหรอก” ฮอนนึกมันเขี้ยว ลงโทษคนดื้อโดยการตบเข้าที่สะโพกของอีกฝ่ายเบาๆ ไม่แรงมากนัก



“โอ๊ย! เจ็บ!” กิร้องออกมาเมื่อรู้สึกว่าตำแหน่งที่โดนตีจะเป็นรอยช้ำจากที่ล้มเมื่อวาน



“เห้ย กูตีแรงไปเหรอ ขอโทษๆ” ฮอนทำท่าทีเลิกลักเมื่อได้ยินอีกคนร้องเสียงดัง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนทำอะไรกับคนดื้อไว้



“ขอโทษ กูลืมว่ากูทำมึงเจ็บเอง” กิไม่ตอบกลับแต่เบะปากใส่ หันหน้าไปอีกทาง



“ขอโทษนะคะ หันมาพูดกับกูก่อนเร็วเข้า”



อีกคนพยายามยื่นหน้าเข้ามาหา อีกคนก็พยายามเบี่ยงหลบ เต็งหนึ่งมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาฉงน จะว่าแปลกก็แปลก จะว่าไม่แปลกก็ใช่ เขาสนิทกับทั้งสองคนมาตั้งแต่ปีหนึ่งก็พอจะมองออกว่าสองคนนี้มันมีซัมติงอะไรบางอย่างอยู่แล้ว รู้ด้วยว่าไอ้ฮอนที่ทำกะลิ้มกะเหลี่ยนี่มันชอบเพื่อนสนิทของเขา แต่จริงจังขนาดไหนนี่ก็ไม่รู้ ส่วนไอ้คนตัวขาวที่มัวแต่ทำหน้าแดงก็ไม่รู้เป็นอะไร ปล่อยให้ตัวเองโดนรังแกอยู่ได้ ฟาดมันไปสักครั้งมันก็คงเลิกแกล้งแล้ว



เต็งหนึ่งมองภาพตรงหน้าด้วยความขัดตา ก็ดูเหมือนเล่นกันปกติแต่ออร่าสีชมพูนี่ดันฟุ้งกระจายไปทั่วเชียว



“แฮ่ม” ชายหนุ่มทำเป็นกระแอมไอเพื่อขัดจังหวะพวกคนที่เข้าสู่โหมดมีฉันและเธอสองเราบนโลกใบนี้ด้วยความรำคาญ



“กูว่าถึงเวลาเข้าเรียนแล้วว่ะกิ” ทันทีที่พูดจบ สายตาปีติยินดีจากเพื่อนสนิทตัวเล็กก็ส่งมาให้เพื่อเป็นการขอบคุณที่ช่วยชีวิต เต็งหนึ่งเลือกที่จะไม่สนใจและทำเป็นมองไม่เห็นดวงตาทะมึนของเพื่อนอีกคนที่มองเขาเขม็ง



กิพยักหน้าเออออ ขณะลุกขึ้นหยิบกระเป๋ามือข้างซ้ายก็ถูกคว้าไปกอบกุมไว้หลวมๆ



“เดี๋ยวกูรอแถวนี้ เลิกแล้วโทรมานะคะ” ฮอนไล้นิ้วลูบหลังมือของเด็กดื้อเบาๆ กิก้มต่ำหันหน้าหนีอีกครั้ง ไม่อยากให้ใครรู้เลยว่าตอนนี้เขากำลังเขิน …เพราะไม่เคยชินกับด้านอ่อนโยนของไอ้บ้าฮอนสักที



“ถามจริง มึงคิดว่าสรรพนามคำว่ากูมันเข้ากับคำว่านะคะมากเหรอ” เต็งหนึ่งอดไม่ไหวเอ่ยปากแซะอีกครั้งเมื่อออร่าสีฟุ้งเริ่มแผ่กระจายอีกรอบ



“เสือก”



กิสลัดมือทิ้ง ส่ายหัวทำท่าว่าห้ามด่ากันอีก ก่อนจะลากแขนเต็งหนึ่งขึ้นห้องเรียนทันที



---------



“ไม่สบายเหรอ ไปหาหมอรึยัง” เสียงทุ้มจากคนที่เดินขนาบข้างดังขึ้นมาถามไถ่อาการ กิเอี้ยวใบหน้าหันไปมองขณะก้าวขาลงบันได



“หื่อ ยังเลย”



“อ้าว กลับรถไฟฟ้าเหมือนเดิมใช่ปะ งั้นเดี๋ยวเราไปส่ง พาไปหาหมอด้วย” เล็กเอ่ยด้วยความหวังดี



“ไม่เป็นไรๆ” เขาปฏิเสธพร้อมส่งรอยยิ้มแทนคำขอบคุณ



“ไม่เป็นไรได้ไง เผื่อวูบตอนโหนรถอยู่ล่ะ เนี่ยเดี๋ยวเราไปส่ง ไม่ต้องเกรงใจหรอก”



กิหันไปส่งรอยยิ้มแห้งๆ ให้ ก่อนจะปฏิเสธอีกครั้ง “ไม่เป็นไรจริงๆ”



“แต่ว่า--” ยังไม่ทันได้พูดจบ คนที่เขากำลังถามไถ่ก็โดนกระชากแขนให้ถอยห่างทันที



“บอกว่าไม่หลายครั้งแล้ว เข้าใจยากจังเลยนะครับ” น้ำเสียงห้วนบ่งบอกอารมณ์ของผู้มาใหม่ได้เป็นอย่างดี ฮอนมองชายที่สูงน้อยกว่าเขาด้วยความไม่พอใจ พวกชอบเกาะแกะนี่น่ารำคาญแบบนี้กันทุกคนเลยรึเปล่า



“อ่า ผมแค่เป็นห่วงกลัวกิกลับไม่ไหว”

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ผมดูแลเขาได้” เล็กรับรู้ถึงแววตาไม่เป็นมิตรส่งมาหาตนเองอย่างต่อเนื่องจากชายหนุ่มที่จำได้ว่าเคยเจอที่หน้าคอนโดของกิ ถ้าสายตาของมนุษย์เราเป็นมีดคม ตอนนี้ร่างของเขาคงถูกแทงพรุนจนตายไปแล้ว



“พอดีเพื่อนมารับน่ะเล็ก ขอบใจนะ” กิเอ่ยแก้สถานการณ์อึดอัดตรงหน้า เล็กยิ้มแหย ก่อนจะผงกหัวตอบรับและยอมล่าถอยออกไปแต่โดยดี



ฮอนสะอึกเล็กๆ กับคำว่า ‘เพื่อน’ ที่คนตัวเล็กกว่าเอ่ยออกมา ก่อนหน้าเขาคงไม่อะไรกับคำนี้หรอก แต่พอผ่านคืนนั้นมาแล้ว คำนี้ก็ดูเป็นคำที่น่าหงุดหงิดชะมัด แม้ใจจะกระวนกระวายแค่ไหน แต่เขาก็คงทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อสถานะของเราสองคนในตอนนี้มันเป็นแบบนั้นจริงๆ



“ไอ้หนึ่งมันไปไหนเนี่ย ทำไมไม่รู้จักดูแลมึง” น้ำเสียงแฝงความหงุดหงิดเอ่ยขึ้นมาขณะเดินไปที่รถ



“รีบไปรับแฟนตั้งแต่อาจารย์บอกปล่อย”



“ไอ้เวรนี่ เห็นแฟนดีกว่าเพื่อน เดี๋ยวถึงห้องกูจะโทรไปด่ามัน”



กิส่ายหัวอย่างระอาใจ



“แวะร้านขายยาให้กูหน่อย”



“แวะทำไม กูจะพามึงไปหาหมออยู่แล้ว”



“ไม่ต้อง ไม่ได้เป็นไรมาก ไปซื้อยาพอ”



“ไม่เป็นไรได้ไงวะ แค่มึงไม่สบายนี่ก็ถือว่าเป็นแล้ว”



“ฮอนขอร้อง กูไม่อยากพูดเยอะ”



ชายหนุ่มผู้ทำหน้าที่เป็นสารถีพยักหน้ายอมจำนน เขาแวะร้านยาระหว่างทางกลับคอนโดเพื่อความรวดเร็ว มองจากข้างหน้าดูเป็นร้านขายยาเล็กๆ แต่พอเดินเข้ามาข้างในกลับใหญ่กว่าที่คิดมาก กิเดินตรงไปหาเภสัชหญิงประจำร้านทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในร้าน



“อาการเป็นยังไงบ้างคะ”



“คันคอมากครับ เวลากลืนน้ำลายแล้วมันเจ็บคอ อ่า มีเสมหะด้วย”



“มีไข้ ปวดหัวรึเปล่าคะ”



“เมื่อเช้าเขาตัวร้อนนิดหน่อยครับ” ฮอนเอ่ยตอบคำถามแทน



“แต่ตอนนี้ไม่ปวดหัวเท่าไหร่แล้วครับ”



หลังจากบอกอาการเสร็จ เภสัชก็หันหลังไปเพื่อจัดเตรียมยาให้คนไข้รายใหม่ในวันนี้



“ช่วงนี้มีสอบรึเปล่าคะ”



“ใช่ครับ”



“พยายามนอนให้มากกว่าเดิมนะคะ ช่วงสอบอ่านหนังสือดึกๆ นี่แหละทำให้ร่างกายอ่อนแอง่าย อากาศก็เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน มาซื้อยากันหลายคนแล้ว” กิพยักหน้าพร้อมส่งรอยยิ้มบางๆ ตอบกลับ



“นั่นไง ช่วงนี้เขาทั้งปั่นงานทั้งอ่านหนังสือไม่ยอมนอนสักทีเลยครับหมอ มียาแก้ดื้อด้วยไหมครับ” ฮอนพูดติดตลก แต่อีกคนไม่ขำด้วย มือเรียวฟาดเข้าไปที่แผ่นหลังกว้างอย่างไม่ออมแรง จนคนถูกตีสะดุ้ง



“ไม่มีหรอกค่ะ เพื่อนต้องช่วยแก้แล้วล่ะค่ะอาการนี้” เธอส่งยิ้มหวานมาให้



กิหันไปหัวเราะแหยๆ ก่อนจะรับถุงยาที่มีพ่อบ้านจ่ายเงินให้เรียบร้อย ดึงแขนเสื้อของอีกคนที่ทำเป็นลีลาหวังว่าจะเห็นเขาอายม้วนต่อหน้าคุณเภสัชออกจากร้าน



----------



กลับถึงห้องได้สักพัก ฮอนก็ปล่อยให้อีกฝ่ายไปอ่านหนังสือทั้งที่ในใจอยากให้นอนสักงีบมากกว่า แต่คนดื้อยังไงก็ดื้ออย่างนั้น เถียงกันไปมา เจ้าตัวบอกว่ารีบอ่านจะได้รีบนอน เขาถึงยอมปล่อยให้คนตัวเล็กกว่านั่งอยู่หน้าชีทเรียนได้สองชั่วโมงแล้ว



ชายหนุ่มนั่งเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ไปมา ตอบข้อความในไลน์จนหมด กดไลก์รูปในไอจีไปแล้วไม่รู้กี่รอบ สลับกับกดเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ อย่างเบื่อหน่าย เปิดมาเจอซีรีส์สอบสวนแนวที่เจ้าของห้องชอบก็อดคิดถึงอีกฝ่ายไม่ได้ เขากดปิดโทรทัศน์แล้วค่อยๆ แง้มประตูเสียงเบา ไม่ให้รบกวนสมาธิเด็กขยัน



กิไม่รู้ว่ามีคนกำลังบุกรุกห้องนอนของเขา จนกระทั่งรู้สึกว่ามีมือปลาหมึกมาโอบรัดเอวเข้า ฮอนโน้มตัวลงกอดคนตัวเล็กว่าที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ ลำตัวของทั้งคู่ถูกพนักเก้าอี้คั่นกลาง แต่ฮอนไม่คิดว่านั่นเป็นอุปสรรคเท่าไหร่นัก เขาวางคางของตัวเองลงบนไหล่ของอีกฝ่าย ไล้จมูกบนซอกคอสูดดมความหอมจากกลิ่นกายของอีกคน



“อะไรเนี่ยไอ้เหี้ยฮอน”



ฮอนอมยิ้ม ตั้งแต่เช้าเขายังไม่โดนด่าเลยรู้สึกจิตใจอยู่ไม่สุข พอโดนเรียกด้วยคำสร้อยนำหน้าเหมือนเดิมเลยอดยิ้มออกมาไม่ได้



“ไม่มีบอลให้ดูแล้ว กูเหงา”



“มึงออกไปเลย กูจะอ่านหนังสือ”



“มึงนี่นะ” ชายหนุ่มผละตัวเองออก ก่อนจะหมุนเก้าอี้ให้อีกฝ่ายหันมาเผชิญหน้า วางมือค้ำลงบนพนักพิงแขนเหมือนกำลังกักขังคนบนเก้าอี้เอาไว้



“ถึงเวลากินข้าวแล้วค่ะ หนูกิอยากกินอะไรคะ”



กิช้อนตามอง “อะไรก็ได้”



“กูไม่ชอบคำตอบแบบนี้เท่าไหร่” ฮอนหลุดถอนหายใจ



“กูหากินเองได้ มึงอยากกินไรก็กินเถอะ” กิพยายามผลักอีกฝ่ายออก แล้วหมุนตัวกลับไปทางเดิม



“หืม งอนเหรอ” ฮอนออกแรงแขนจับล็อกเก้าอี้ไว้



“งอนเหี้ยไร ออกไปได้แล้ว” กิมองอีกคนตาเขม็ง



“งั้นรอแป๊บ เดี๋ยวกูไปซื้อไรมาให้กิน”



กิพยักหน้ารับ สัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือที่กำลังลูบไล้อยู่บนหัวทำให้เขาต้องช้อนตามองอีกฝ่ายอีกครั้ง



“เดี๋ยวมานะคะ” ว่าจบก็เดินออกจากห้องไป



กิหมุนตัวกลับมาที่หน้าโต๊ะหนังสือ รอยยิ้มละมุนของอีกคนที่ส่งมาให้ก่อนผละออกไปทำให้ใบหน้าของเขาร้อนขึ้นมาอย่างประหลาด



…เขาไม่ชินกับไอ้ฮอนโหมดอ่อนโยนจริงๆ นะ




☁  TBC.
ー #AdaywithWCM
ー เปลี่ยนชื่อเรียกจาก A day with World Cup Match เป็น Our Match แทนนะคะ แต่ใช้แท็กเดิมเลยยย
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่าาา
 :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 4th Match ♥ (30/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 30-07-2018 21:16:45
เมื่อไหร่จะใจอ่อนคะ หนูกิ  :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 4th Match ♥ (30/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Maybe_common ที่ 30-07-2018 22:48:54
 :-[
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 4th Match ♥ (30/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: yunnutjae ที่ 01-08-2018 22:47:15
รุกหนักๆเลยฮอนนนนนนนน
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 4th Match ♥ (30/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: mypink801 ที่ 02-08-2018 09:31:30
ชอบมากกกกก ชอบที่ฮอนเรียกกิว่าหนูกิ เมมชื่อว่าหนูแป้งอีก เอ็นดูหนูกิ  :-[
อยากให้ทำเป็นเรื่องยาววว สนุกมากค่ะะ  o13
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 4th Match ♥ (30/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: CLShunny ที่ 03-08-2018 23:21:46
เขินนอ่ะะะะะ  มันดขินแบบดาร์คๆๆๆๆๆ55555. คือมาแบบรว้ายๆ_ๆๆงี้.  เพิ่งได้มาอ่านนนนนน น่ารักกดีจังงง อารมณ์แบบเพื่อนกูรักมึงนะคะ5555555
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 4th Match ♥ (30/07/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์บิน ที่ 04-08-2018 03:59:08
พี่ฮอนนี่ควรเป็นของเราาา เอ้าหนูกิอย่าตบป้าลูก 5555555
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 5th Match ♥ (05/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Mayongchees ที่ 05-08-2018 00:21:14

ー 5th Match ♥
 





กลิ่นหอมของโจ๊กลอยมาแตะจมูกทันทียามที่ก้าวออกมาจากประตูห้องนอน คนที่เพิ่งหายป่วยหยุดมองหนุ่มพ่อบ้านในชุดผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้สีชมพูสดกำลังตักโจ๊กออกจากหม้อด้วยท่าทางคล่องแคล่วกว่าเมื่อวานก่อน



“อะไรวะเนี่ย” กิมองลายผ้ากันเปื้อนที่ดูขัดกับใบหน้าคนใส่ด้วยแววตาสงสัย



“หือ กำลังทำกับข้าวไงคะ”



“ไม่ หมายถึงที่มึงใส่อยู่เนี่ย”



ฮอนก้มมองตัวเองก่อนจะหัวเราะ “สวยปะ ซื้อจากโลตัส เหลือลายนี้ลายเดียวอะ”



“โคตรเข้ากับมึงเลย”



“ใช่ปะ กูใส่อะไรก็หล่อไปหมดแหละ”



กิส่ายหัว “ดอกเหมือนกัน”



“อ้าว กิ!” ฮอนกระแทกหม้อลงบนโต๊ะเสียงดัง มองคนวิ่งดุ๊กๆ ออกจากโซนห้องครัวไปนั่งรอทานข้าวที่โซฟาสบายใจเฉิบ หลังจากไม่ค่อยพูดไปสองสามวัน วันนี้กลับมาปากเก่งเหมือนเดิมได้แล้ว ท่าทางคงจะหายเป็นปกติแล้วแน่ๆ



กิมองพ่อบ้านที่กำลังยกถ้วยโจ๊กออกมาวางตรงหน้าด้วยความพึงพอใจที่ตื่นนอนขึ้นก็มีข้าวมาเสิร์ฟให้ทันที แม้ว่าเขาจะต้องทนกินโจ๊กสลับกับข้าวต้มเป็นอาหารมื้อแรกมาสามวันติดแล้วก็เถอะ



“มาแล้วค่ะคุณหนูกิ วันนี้มีเมนูใหม่ด้วยนะคะ” พ่อบ้านมือสมัครเล่นเอ่ยทักคนที่นั่งก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์เพื่อรอเวลากินข้าวอยู่เฉยๆ ไม่ช่วยทำอะไรเหมือนคุณหนูเอาแต่ใจในละครหลังข่าวเสียไม่มี



อาหารถ้วยสุดท้ายที่พ่อบ้านยกมาเสิร์ฟนอกเหนือจากโจ๊กเหลวๆ คือไข่ตุ๋นนมสดสีเหลืองฟูที่เจ้าตัวทำท่าทางภูมิใจนำเสนอสุดๆ



“เป็นไง ครั้งแรกก็ออกมาดูดีแล้วใช่ไหม” กิมองไข่ตุ๋นตรงหน้าแล้วพยักหัว ชายหนุ่มคว้าช้อนตักเนื้อไข่ขึ้นชิมทันที



“แอะ เค็ม” พ่อบ้านหนุ่มเริ่มใจเสียเมื่อเห็นคนกินทำหน้าแหย เหมือนอยากจะคายไข่ที่เพิ่งแตะลิ้นออกมาเสียอย่างนั้น



“เฮ้ย มันเค็มขนาดนั้นเลยเหรอ”



แม้ปากจะบอกว่าเค็มแต่เจ้าตัวก็กล้ำกลืนมันลงท้องไปจนหมด กิส่งช้อนให้อีกฝ่ายพิสูจน์เอาเอง



“เค็มจริงด้วยว่ะ” ฮอนหันมายิ้มแห้งตอบกลับเมื่อลองพิสูจน์แล้วมันเป็นดังว่าจริงๆ



“กูใส่นมเข้าไปแล้วกลัวมันจะจืด เลยใส่น้ำปลาเข้าไปเพิ่มอีก สงสัยกูจะทำขวดน้ำปลาหกแหง” ชายหนุ่มพูดติดตลก



“มึงกินโจ๊กไป เดี๋ยวกูกินไข่เอง”



ร่างสูงนั่งลงบนพื้นข้างโต๊ะตัวเตี้ย หยิบถ้วยโจ๊กขึ้นมาเป่าให้หายร้อนแล้วส่งให้คุณหนูแสนสบายบนโซฟา ก่อนจะหยิบช้อนตัวเองขึ้นมาตักไข่ตุ๋นกินไปเรื่อยๆ



“แล้วมึงไม่กินข้าวเหรอ”



“ไม่ได้หุง เบื่อโจ๊กเลยไม่ได้ต้มเผื่อตัวเอง”



กิเลิกคิ้วสงสัย “แล้วมึงไม่คิดว่ากูเบื่อบ้างเหรอ”



“ก็มึงเจ็บคอ กินโจ๊กมันกินง่ายลื่นคอไง มึงจะได้ไม่เจ็บเวลากลืนมาก”



“มึงรู้ได้ไงว่าไม่เจ็บ”



“เอ้า” คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน



กิมองหน้าคนที่นั่งบนพื้นแล้วหัวเราะชอบใจ อีกฝ่ายมองสงสัยว่าเขาขำอะไร ก็หน้าเหวอๆ พร้อมสายตาสงสัย คล้ายอยากถามว่า ‘ตกลงคุณหนูต้องการอะไรจากไอ้ทาสคนนี้กันแน่’ มันตลกมากจริงๆ นี่นา



คนตัวเล็กขยับตัวจากโซฟาลงมานั่งพื้นตรงข้าม วางถ้วยลงกับโต๊ะแล้วตักไข่ตุ๋นพร้อมโจ๊กเข้าปากตัวเอง



“ไหนบอกว่าเค็ม”



“ก็ใช่ไง กินด้วยไม่ได้เหรอ รึมึงจะให้กูกินแต่โจ๊กอย่างเดียวสี่วันติดเลยล่ะ”



“เปล่า กูยังไม่ได้พูดเลย”



“อีกอย่างกินกับโจ๊กมันก็ไม่ค่อยเค็มเท่าไหร่ละ”



“อือฮึ อย่างนี้นี่เอง” ฮอนมองริมฝีปากสีแดงพูดขมุบขมิบ สายตาเฉไฉไปทางอื่นไม่ยอมหันมาสบตาด้วย



“…มึงลองกินดูก็ได้” มือเรียวเลื่อนถ้วยโจ๊กให้ขยับมาใกล้ถ้วยไข่ตุ๋นมากขึ้น



ฮอนมองคนตรงหน้าแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ เขารู้ทันหรอกน่า... ก็คนตัวขาวที่กำลังทำซึนอยู่ตอนนี้อยากแบ่งโจ๊กให้เขากินด้วยแต่สงสัยไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ ท่าทีที่ออกมาถึงได้ดูขัดกับความตั้งใจเสียอย่างนี้ไง



พ่อบ้านหนุ่มตัดสินใจไม่พูดอะไร เอื้อมมือไปตักไข่ตุ๋นมาผสมโจ๊กตามคำแนะนำของคุณหนู



“อร่อยขึ้นจริงๆ อะแหละ”



“กูบอกแล้ว”



“งั้นหนูกิก็กินให้หมดเลยนะคะ” ฮอนดันถ้วยทั้งสองไปฝั่งตรงข้าม



“อ้าว แล้วมึงไม่กินเหรอ”



“หื่อ” ชายหนุ่มส่ายหัวปฏิเสธ



“…แค่มองมึงกินก็อิ่มแล้ว”



แน่นอนว่าคุณพ่อบ้านคงไม่ได้นั่งมองสบายๆ ตามที่ใจอยากหรอก ทันทีที่พูดจบ หมอนอิงสีน้ำตาลบนโซฟาก็ถูกคว้ามาโดยคุณหนูแสนซึน ก่อนจะยกขึ้นฟาดเข้าที่หัวของพ่อบ้านไปหลายทีด้วยความสะใจ



“โอ๊ยๆๆ พอแล้วกิ เขินแล้วชอบทำร้ายร่างกายกูตลอดเลยนะมึงเนี่ย”



“มันน่ารึเปล่าล่ะ”



“น่าอะไร น่ารัก? อย่าๆๆ กูหยุดแล้วก็ได้” ฮอนร้องขัดเมื่อเห็นอีกคนยกหมอนขึ้นเตรียมจะฟาดเขาอีกครั้ง



กิยอมวางหมอนไว้ข้างตัว เผื่อเกิดเหตุการณ์แบบเมื่อสักครู่อีกจะได้หยิบขึ้นมาฟาดได้ง่ายๆ ค้อนสายตามองอีกฝ่ายก่อนจะลงมือกินข้าวมื้อแรกของวันโดยไม่คิดสนใจว่าใครจะนั่งมองอีกต่อไป



แชะ



ชามโจ๊กพร่องลงไปครึ่งถ้วย กิก็ได้ยินเสียงชัตเตอร์กล้องโทรศัพท์ดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม เขาเงยหน้าขึ้นมองคนที่แอบถ่ายรูปเขาไม่บอกไม่กล่าวทันที



“อุ้ย ลืมปิดเสียง” ฮอนแสร้งทำเป็นหัวเราะ



“ไอ้เหี้ยฮอน ถ่ายอะไร ลบเดี๋ยวนี้เลย”



“ไม่ลบค่ะ ดูสิไม่เห็นหน้าหนูเลยนะคะ”



กิมองหน้าจอโทรศัพท์ที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ดู ในรูปเห็นใบหน้าเขาเพียงแค่เสี้ยวเดียว ตั้งแต่ริมฝีปากจนถึงปลายคาง ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ถ้วยโจ๊กกับไข่ตุ๋นบนโต๊ะมากกว่า



กิเบือนหน้าหนีไม่พูดอะไรเป็นท่าทีว่ารูปนี้ผ่านได้เพราะคงไม่มีใครรู้ว่าคนในรูปคือเขา ฮอนยิ้มให้กับท่าทางที่เห็น แก้มนิ่มตุ่ยขึ้นมาเพราะชอบอมข้าว ยิ่งมาหันไปทำหน้าซึนๆ ทำปากงุ้ยๆ ยิ่งน่ารักจนน่าเอื้อมมือไปหยิกเสียจริง



เหตุผลหนึ่งที่ไม่ถ่ายให้เห็นเต็มหน้าก็เพราะเขาหวงแก้มตุ่ยๆ นี่ด้วยแหละ อยากเก็บไว้ดูคนเดียวไม่แบ่งปันใครหน้าไหนทั้งนั้น อมยิ้มอยู่กับตัวเองเสร็จ ก็คว้าโทรศัพท์มาแต่งรูปที่ถ่ายเมื่อครู่เตรียมลงไอจี พอคิดแคปชั่นได้ก็กดอัปโหลดลงบนอินสตาแกรมส่วนตัวทันที



ฮอนเงยหน้ามองเห็นอีกคนกินเกือบจะหมดแล้วก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมแก้วน้ำไว้ในห้องครัว



“น้ำค่ะคุณหนู” หนุ่มพ่อบ้านยกแก้วน้ำเปล่ากับแก้วน้ำผึ้งผสมมะนาวออกมาเสิร์ฟ พร้อมแกะยาออกจากแผงให้เสร็จสรรพเพื่อที่เพื่อนตัวเล็กของเขาจะได้ทานให้เรียบร้อย



“ไม่กินยาได้ไหมอะ กูว่ากูไม่ค่อยเจ็บคอแล้วนะ”



“ไม่ได้ค่ะ คุณหมอบอกว่ายังไงหื้อ”



“ให้กินจนหมดแผง…”



“ใช่ไง กินเข้าไปห้ามเกเรค่ะ”



ริมฝีปากนิ่มของคนตัวเล็กเบะลงเล็กน้อยแสดงอาการขัดใจ เจ้าตัวรับยามาถือในมือก่อนจะตวัดเข้าปากตัวเองแล้วดื่มน้ำตามอึกใหญ่



“เก่งมากค่ะเด็กดี” ฮอนถือโอกาสเอ่ยปากชม เอื้อมมือไปลูบผมอีกฝ่ายเบาๆ มองดวงตากลมไหวระริกพร้อมแก้มนิ่มที่ค่อยๆ ขึ้นสีฝาด



แสงแดดยามสายส่องผ่านเข้าทางหน้าต่างบานเกล็ดทะลุผ่านผ้าม่านโปร่งแสงสีฟ้า เสียงนางเอกละครในโทรทัศน์ดังขึ้นต่อเนื่องไม่มีผู้ใดสนใจลุกขึ้นไปกดปิดแม้แต่น้อย ต่างคนต่างปล่อยให้สายลมจากเครื่องปรับอากาศพัดผ่านเส้นผมของตนเองปลิวไสวไปเรื่อยๆ เหมือนทุกครั้ง



...ดูเป็นกิจวัตรธรรมดาทั่วไปเหมือนหลายๆ วันที่ผ่านมาในห้องสีขาวแห่งนี้



----------



“กิ มีกระดาษเปล่าปะ”



เสียงทุ้มดังขึ้นหลังเปิดประตูมาเห็นอีกฝ่ายนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะ เจ้าของห้องผงกหัวตอบรับ ก่อนจะก้มลงหยิบแผ่นกระดาษในลิ้นชักโต๊ะส่งให้



“ดินสอยางลบด้วย” กิช้อนตามองขวางเล็กน้อยแต่ก็ยอมหยิบให้แต่โดยดี



“กูขอเล่นกีตาร์ได้ไหมอะ”



“ก็เล่นไปสิ”



“ได้ใช่ไหม กลัวมึงไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ” กิไม่ตอบแต่โบกมือไล่แทน



เวลาเดินผ่านไปเรื่อยๆ คล้อยกับแสงอาทิตย์ที่เริ่มลางเลือน เสียงดีดกีตาร์ทีละท่อนไม่ปะติดปะต่อเป็นเพลงดังทะลุเข้ามาในห้องนอนของเขา กิหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหมายจะเช็กข้อความต่างๆ ในไลน์ ดวงตาเหลือบเห็นเวลาทุ่มกว่าๆ บนมุมหน้าจอโทรศัพท์ทำให้รู้ว่าตนเองนั่งอยู่ตรงนี้มาค่อนข้างหลายชั่วโมงแล้ว เขายืดเหยียดแขน บีบนวดคอตัวเองเพื่อคลายความเมื่อยล้าไปมา



อินสตาแกรมเป็นแอปฯสุดท้ายที่เขาตั้งใจกดเข้าไปดู ไล่กดไลก์รูปเพื่อนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเลื่อนมาเห็นรูปที่โดนแอบถ่ายเมื่อเช้าถูกอัปโหลดลง



hhxonn จีบได้ ทำอาหารเป็น



แค่รูปถ้วยอาหารกับกายปริศนาของเขาก็มีคนกดไลก์ไปหลายพัน เลื่อนลงกดอ่านคอมเมนต์เมื่อเห็นว่ามีชื่อไอจีของเพื่อนตนเองเข้าไปเมนต์ตอบกลับด้วย



marrkkywat เหรอครับ

Tenngtotheone ดูแลคนป่วยได้ด้วยใช่ไหมครับ

ABCDCuteboys ต่อคิวจีบได้ที่ไหนค้า



กิเบ้ปากเล็กน้อยเมื่อเห็นคำบรรยายใต้รูปขณะกดอ่านคอมเมนต์ที่นอกจากเหล่าเพื่อนๆ ของเจ้าตัว ก็มีเหล่าสาวๆ ทั้งแฟนคลับและเหล่า(อยากเป็น)แฟนค่ะของหนุ่มคิวต์บอยประจำมหา’ลัยมาแสดงความเห็น



เขากดล็อกโทรศัพท์เมื่อไม่รู้ว่าจะข้อความเหล่านี้ต่อไปทำไม เปิดประตูออกจากห้องมาหวังว่าจะได้กลิ่นอาหารหอมๆ ตั้งอยู่บนโต๊ะรอแล้ว แต่กลับต้องผิดหวังเมื่อคุณพ่อบ้านยังนั่งดีดกีตาร์อยู่บนโซฟาหน้าตาเฉย



“วันนี้พี่ไม่ได้ร้องเพลงนะคะน้องพิงค์ ว่างๆ นั่งแกะคอร์ดเพลงอยู่เลยมาไลฟ์ค่ะ”

“แหน้ น้องเพชรไม่ต้องทำมาเป็นแซวพี่ ตัวเองล่ะ เห็นลงรูปคู่กันอยู่ไม่ใช่เหรอคะ”

“ขอมุกเสี่ยวๆ เหรอ แป๊บนึงนะคะ ขอถามสิริก่อน ฮ่าๆ”

“อะไรแฮม ไม่อ่านหนังสือเหรอ ไปอ่านหนังสือไป๊”



เสียงทุ้มเอ่ยตอบคอมเมนต์ที่มีคนกระหน่ำส่งเข้ามาหา สายตาคมจ้องมองจอไอแพดสลับกับกีตาร์ในมือ หูก็ฟังเพลงที่กำลังใช้แกะคอร์ดในโทรศัพท์ไปด้วย เลยไม่รู้ตัวว่ากำลังมีคุณหนูเดินหิวโซตรงเข้ามาใกล้ จนกระทั่งรับรู้ถึงแรงยวบของผิวเบาะโซฟาข้างๆ เขาจึงเอี้ยวตัวหันไปมอง



“หิว” กิไม่ทันได้เห็นว่าอีกคนกำลังไลฟ์สดให้คนเป็นร้อยดูอยู่ ถ้ารู้มาก่อนเขาคงไม่เดินเข้ากล้องมานั่งตรงนี้หรอก



“อยากกินไรอะ สั่งดิ” ฮอนหยิบโทรศัพท์ของตัวเองส่งไปให้



“มึงเลี้ยง?”



“กูก็เป็นคนจ่ายทุกมื้ออยู่แล้วรึเปล่าฮึ” กิยักไหล่ตอบ ก่อนจะเปิดแอปฯเดลิเวอรี่ขึ้นมาจิ้มสั่งอาหาร



ฮอนบอกเมนูที่อยากทานกับเจ้าตัวเสร็จก็เบนสายตากลับมาอ่านคอมเมนต์ต่อ



ABCDCuteboys เอ๊ หน้าคุ้นจังเลยน้าาาาา

Joyiixzz มั่ยใช่แฟนใช่ไม๊ค่ะ

ttttttttttsibhatua เมื่อไหร่จะได้ยินมุกเสี่ยวง่า

Ingnotinkokey ใครเหรอคะคุณทวด @ABCDCuteboys

yesyisbetterr ใครรู้จักขอวาร์ปหน่อยค่า น่ารักจุงๆๆๆๆๆ

cheeseislife พี่กิใช่ม้ายยยยยยย

Marrkkywat สายเปย์จังเลยนะครับ กับเพื่อนกับฝูงล่ะงกจัง



“เหี้ยไรไอ้มาร์ค” ฮอนหัวเราะก่อนจะเอ่ยทักหลังจากเห็นคอมเมนต์ของเพื่อนสนิทในคณะ



กิเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์ มือกำลังจะกดยืนยันรายการอาหาร แต่กลับหยุดชะงักเพราะได้ยินเสียงคนข้างๆ ดังขึ้นเสียก่อน



“ทำไรอะ”



“ฮะ อ๋อ ไลฟ์อยู่”



ทันทีที่ชะโงกหน้าไปเห็นจอไอแพด กิก็ดีดตัวลุกขึ้น เดินออกมาจากมุมกล้องอัตโนมัติทันที



“อ้าว ไปไหน” ฮอนร้องทัก



“ทำไมไม่รีบบอกเล่า!”



“ก็นึกว่าเห็นแล้ว”



กิมุ่ยหน้าไม่ชอบใจ เขาไม่รู้ว่ามีไอแพดวางตั้งไว้อยู่ด้านข้างเพราะกีตาร์บังเสียมิด จึงไม่ทันได้ระวังตัวไปโผล่ในไลฟ์เฉยเลย



“มานั่งนี่” ฮอนกวักมือเรียก แต่อีกคนสั่นหัวปฏิเสธ



คนตัวสูงกว่าตัดสินใจคว้าไอแพดเดินมาหาคุณหนูที่หลบมุมกล้องอยู่ข้างโทรทัศน์



“สวัสดีก่อน เอ้าๆๆ มีคนอายว่ะทุกคน” ฮอนยื่นหน้าจอไอแพดให้อีกคนเข้ามาอยู่ในมุมกล้องด้วย แต่เจ้าตัวดันไม่ยอม แม้จะหนีออกจากตรงนี้ไม่ได้เพราะโดนกักตัวเอาไว้ ทว่าไม่นึกยอมแพ้ เบี่ยงตัวมาหลบหลังให้อีกฝ่ายบังเขาแทน



noobbooy เพื่อนน่ารักจังค้าบพี่ฮอน

Marrkkywat คนร้ายรว้าย

ABCDCuteboys ทำไมเด็กบัญชีมาอยู่กับเด็กนิเทศได้น้าาาา เอ๊ ไหนเล่าซิ

yesyisbetterr เปิดวาร์ปหน่อยค่ะคุณทวดดด แงๆๆๆๆ

Tenngtotheone แกล้งเพื่อนกูเหรอ



“กิดูไอ้หนึ่งมันมาเมนต์” ฮอนหัวเราะในลำคอเรียกคนแอบอยู่ข้างหลังให้โผล่หน้ามามอง



กิชะโงกหน้าออกมาเพียงเสี้ยว คนดูในไลฟ์จึงได้เห็นเพียงผมหน้ากับดวงตาโผล่ออกมาเท่านั้น



ABCDCuteboys โอ๊ย น้องกิน่าเอ็นดูจังเลยลูก โผล่หน้ามาให้คุณทวดเห็นหน่อยเร๊ววว

Tenngtotheone มันแกล้งมึงเหรอกิ เดี๋ยวกูจัดการให้เอง!!

Joyiixzz เพื่อนหรอค่ะ ตอบหน่อย



“เพื่อนครับ เพื่อนสนิท” เสียงทุ้มเอ่ยตอบคอมเมนต์ กิเหลือบตามองใบหน้าด้านข้างของคนที่พูดคำว่าเพื่อนสนิทโดยไม่มีทีท่าลังเลเลยแม้แต่น้อยอยู่ครู่หนึ่ง เขานิ่งเงียบไม่พูดอะไรก่อนจะกระตุกเสื้อของอีกฝ่าย กระซิบบอกให้รีบปิดไลฟ์สักที อยู่ตรงนี้นานๆ ชักเริ่มอึดอัดแล้ว



honeesweattys มีแฟนรึยังคะ

Marrkkywat เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อรึเปล่าน้ออออ อิอิ

yesyisbetterr พี่ฮอนยังไม่มีแฟนค่ะ

honeesweattys หมายถึงคนข้างหลังค่า



“ไอ้มาร์ค พิมพ์ไรเกรงใจกูด้วยไอ้นี่” ฮอนพูดเสียงเข้มทำเป็นตำหนิเพื่อนสนิทในคณะ



“โสดครับ หล่อและโสดมาก จีบได้กำลังหัดทำกับข้าว หัดทำงานบ้านไว้ดูแลคนในอนาคตครับ อันนี้ที่พูดนี่หมายถึงใคร อ๋อ หมายถึงผมเองครับ ถุ้ย ฮ่าๆ” ฮอนพูดติดตลกพร้อมหัวเราะให้กับมุกชงเอกตบเองของเจ้าตัว



แรงกระตุกเสื้อยิกๆ จากคนข้างหลังเริ่มแรงขึ้นเมื่อหนุ่มหน้าหล่อยังคงพูดโม้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะกดปิดไลฟ์เสียที



“ผมต้องไปละ นานกว่านี้เดี๋ยวโดนคนบางคนด่า ไม่รู้ว่าจะได้มาอีกทีตอนไหน นานๆ เจอกันทีเนอะทุกคน เดี๋ยวมาอีกทีตอนประเทศไทยได้เลือกตะ-- อุ๊ย โทษครับ ไปจริงละ บายคร้าบ” ฮอนโบกมือลาให้กล้องก่อนจะกดปิดแอปพลิเคชัน คว้ามือคนตัวเล็กด้านหลังมานั่งที่โซฟาก่อนจะขยับเอาหัวตัวเองมาวางบนไหล่อีกคน



สายตายังคงจดจ่ออยู่บนหน้าจอไอแพด มองข้อความของเต็งหนึ่งที่ส่งมาด่าเขาจริงๆ อย่างที่บอกเอาไว้ก่อนหน้าแล้วก็ได้แต่หัวเราะ



“กิ ไอ้หนึ่งมันส่งข้อความมาด่ากู มึงดูดิ แม่งบอกด้วยว่าเปิดตัวขนาดนี้ทำไมไม่บอกเป็นแฟนไปเลยวะ เอ้าไอ้นี่ เสือกไรกับกูฮึ” ฮอนพูดด้วยน้ำเสียงติดตลก เขาพิงไหล่ของคนตัวเล็กกว่าอยู่เลยมองไม่เห็นว่าตอนนี้อีกคนทำสีหน้าอย่างไร



“นั่นดิกิ เมื่อไหร่เราจะได้เป็นแฟนกันสักทีวะ” ฮอนพูดแหย่



คนถูกถามนั่งเงียบไม่ตอบคำถาม พยายามปล่อยให้เรื่องผ่านไปเหมือนทุกที



“หันหนีไปไหนล่ะ ตอบกูก่อน” ฮอนยืดตัวไปล็อกคออีกคนมาไว้ในวงแขน ใช้มือขยี้มือเบาๆ อย่างมันเขี้ยว



กิเอียงหัวหลบให้รู้ว่าเขาไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก มันไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่เขาโดนคำถามแบบนี้ เริ่มตั้งแต่มัธยมจนมาถึงปัจจุบัน ทุกครั้งน้ำเสียงของอีกฝ่ายไม่เคยจริงจัง แม้กระทั่งครั้งแรกที่พูดมันออกมา ประโยคหยอกล้อทำทีขอเป็นแฟนของอีกคนก็ยังเต็มไปด้วยความคลุมเครือ วันนั้นใจเขาโอนอ่อนไปตามแล้วด้วยซ้ำ แต่สัปดาห์ต่อมาคนชอบแกล้งดันมาบอกว่าเป็นแฟนกับรุ่นพี่ที่ตามจีบแล้วนะ ตอนนั้นเขาจะทำอะไรได้ ทำได้แค่ยิ้มรับพร้อมแสดงความยินดีเท่านั้นแหละ



“มึงน่ะ…” ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตนอกจากการกระทำที่ดูเอาอกเอาใจมากขึ้นกว่าเดิมหน่อย น้ำเสียงหยอกล้อยังคงชอบแกล้งยังไงก็ยังคงแกล้งหยอกล้อให้เขาเขินอายอยู่อย่างนั้นเหมือนเดิม



“ฮึ อะไร กูทำไม”



“มึงชอบทำเป็นเล่นๆ แบบนี้ไง” บางครั้งก็ดูไม่ออกว่าอะไรที่พูดหยอกหรืออะไรที่พูดจริงกันแน่



ฮอนคลายวงแขนลงเมื่อเห็นคนในอ้อมกอดพูดเสียงแผ่ว



“มึงน่ะใจดีกับคนอื่นไปทั่ว ตั้งแต่มัธยมแล้วนะ รู้ตัวบ้างรึเปล่า”



“อะไรวะกิ เป็นอะไรคะ” คิ้วหนาเริ่มขมวดเข้าเป็นปมเมื่อได้ยินประโยคที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน



“ตอนนั้นมึงก็มีพี่แป้งแล้วแต่ก็ยังทำเป็นหยอกทำเป็นเล่นแบบนี้กับกู จะให้กูคิดยังไงเหรอฮอน กูถามหน่อย”



“กับพี่แป้งก็จบไปนานแล้วไงคะ ตอนนั้นมันไม่มีอะไร แค่แบบปั๊บปี้เลิฟอะ แค่ความอยากรู้อยากลองของเด็กวัยรุ่นเฉยๆ เปล่า” ฮอนพยายามพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทั้งที่กำลังทำหน้าสงสัยว่าจู่ๆ คนตรงหน้าเป็นอะไรขึ้นมา



“อ๋อ งั้นตอนนี้มึงอยากรู้อยากลองอีกแล้วใช่ไหมถึงได้มาทำแบบนี้กับกู” กิไม่รู้ว่าการกระทำรวมถึงคำพูดทุกอย่างที่อีกคนแสดงออกมาสิ่งไหนที่เรียกว่าความจริง การกระทำดูชัดเจนก็ใช่อยู่แต่ไม่เคยได้ยินอะไรที่มันชัดเจนบ้างเลย



“กิไม่เอาน่า มึงเป็นอะไรเนี่ย”



“เหตุผลที่กูปฏิเสธมึงมาตลอดไง”



“อะไรวะกิ มึงปฏิเสธแต่มึงก็ยอมกูมาตลอดนี่”



“…” กิเหมือนคนกำลังลอยเคว้งอยู่ในมหาสมุทรใหญ่ก่อนจะดำดิ่งลงสู่ใต้ทะเลลึก คำพูดที่ดูไม่ได้คิดก่อนจะเอ่ยออกมาของใครบางคนทำเขาสะอึก พอได้ย้อนกลับไปคิดเรื่องราวที่ผ่านมา มันก็ถูกต้องอย่างที่อีกฝ่ายพูดแล้วนี่



“ชิบ กิกูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” ฮอนเผลอสบถเมื่อเห็นแววตาของอีกฝ่ายสั่นระริก



“ก็จริง ที่มึงพูดก็ถูกแล้ว”



“ขอโทษ กูหมายถึง--”



“อย่ามาจับ” กิสะบัดมือของอีกฝ่ายที่กำลังเอื้อมมาลูบหัวเขาออก



“กิ…”



“บอกตรงๆ นะฮอน กูไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของเราเลยว่ะ ถ้าเราเป็นแฟนกันแล้วยังไงต่อ กูไม่รู้ว่ามึงจริงจังมากแค่ไหน แต่กูไม่คิดจะเล่นๆ กับความสัมพันธ์แบบนี้หรอกนะ กูไม่รู้ว่าตัวเองจะโดนทิ้งวันไหนด้วยซ้ำ เดือนนี้เราเป็นแฟนกัน เดือนหน้าถ้ามึงเบื่อกูแล้วจะทำยังไง” น้ำเสียงพร่าสั่นด้วยความหวาดกลัวจนต้องยกขาตัวเองขึ้นมากอดเป็นโล่กำบังให้ตนเอง



“มึงคิดมากไปแล้ว นี่กูยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ”



“อะไรที่มึงเรียกชัดเจนวะ ทำมาเป็นหยอกกูแต่มึงก็ยังทำตัวอ่อยเขาไปทั่วอยู่เลยเนี่ยนะ ยอมเป็นทาสกูก็เพราะไม่อยากกลับบ้านเฉยๆ ไม่ใช่เหรอ ไหนอะไรเรียกว่าชัดเจนวะไอ้เหี้ยเอ๊ย แคกๆ”



“โอเค กูเข้าใจแล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว พูดไปมึงก็เจ็บคอ ส่วนกูก็เจ็บที่ใจ ไม่มีอะไรดีเลย” ฮอนมองอีกฝ่ายไอจนน้ำตาเล็ด ไหนบอกว่าหายเจ็บคอแล้วไง ทำไมถึงยังไอได้อยู่อีก



เขาคว้าตัวอีกฝ่ายเข้ามากอดพร้อมลูบหลังให้เบาๆ ภาพที่อีกคนนั่งก้มหน้ากอดเข่ายังคงติดตรึงอยู่ในหัว หนูกิเวลาปกติเคยตัวเล็กแค่ไหน เวลานี้ยิ่งดูตัวเล็กมากกว่าเดิมเสียอีก



“แต่เรายังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมใช่รึเปล่า”



“…กูแค่ต้องการเวลา”



“ไม่เป็นไรกูเข้าใจ เข้าใจแล้ว ดีใจที่อย่างน้อยมึงก็พูดออกมานะ”



บรรยากาศสีเทาน่าอึดอัดในห้องสีขาวถูกทำลายด้วยเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ หน้าจอแสดงเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกเอาไว้ ฮอนเดาว่าคงเป็นเดลิเวอรี่มาส่งอาหารที่สั่งไป เมื่อเขากดรับสาย ถึงรู้ว่าคาดเดาไว้ถูกจริงๆ



“กิมากินข้าว” ชายหนุ่มยกอาหารวางบนโต๊ะเสร็จก็เรียกชื่อคนที่ยังคงนั่งอยู่มุมโซฟาเสียงขรึม กิขยับมาด้วยใบหน้าเรียบเฉยต่างจากเมื่อหลายนาทีก่อน



“แล้วมึงไม่กินเหรอ” เจ้าของห้องเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าอีกคนเดินออกไป ไม่นั่งร่วมโต๊ะเหมือนเดิม



“กินไปก่อนเลย”



แล้วคืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่เจ้าของห้องได้นอนเหยียดสบายบนเตียงคนเดียวโดยไม่มีใครมานอนเบียดแย่งพื้นที่กลิ้งเกลือกอีกครั้ง



…ปกติเขาต้องดีใจไม่ใช่เหรอ ทำไมมันถึงหน่วงอยู่ข้างในใจแบบนี้แทนกันล่ะ



----------



เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นต่อเนื่องจนกระทั่งดับไปเมื่อมีคนเอื้อมมือกดปิด เจ้าของห้องตื่นขึ้นมาเหยียดแข้งขาด้วยความสบาย แต่ทว่าความอึดอัดข้างในใจยังคงอยู่ ไม่รู้ว่าถ้าเปิดประตูออกไปเผชิญหน้าเพื่อนสนิทแล้วต้องทำตัวแบบไหน นิ่งเฉยหรือทำตัวแบบเดิมเหมือนที่เคยเป็นดี



กิค่อยๆ เปิดประตูพร้อมชะโงกหน้าออกไปทีละนิด ทว่าห้องนั่งเล่นกลับเงียบสงัด บนโซฟาว่างเปล่า แตกต่างจากภาพที่นึกกลัวมาก่อนหน้าว่าจะได้เห็นใครบางนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาหนัง



ชายหนุ่มเดินมาที่ห้องครัวหวังว่าจะเจอคนที่มองหากำลังทำข้าวเช้าอยู่ข้างใน แต่ทว่ากลับเงียบสงบ ไม่มีวี่แววของคนตัวสูงกว่าเลยสักนิด กำลังจะเอี้ยวตัวหันกลับ แต่หางตาดันเหลือบไปเห็นกระดาษสีเหลืองที่แปะไว้หน้าตู้เย็นเสียก่อน ไม่รอช้า เขารีบเดินไปหยิบขึ้นมาอ่านทันที



…ดูแลตัวเองดีๆ อย่าอยู่กับตัวเองจนลืมกินข้าว อย่ามัวแต่ทำงานอ่านหนังสือจนไม่ได้นอน อยู่คนเดียวห้ามไม่สบายเด็ดขาดเลยนะ เจอกันครั้งหน้าหวังว่าเวลาเราจะเดินตรงกันสักทีเนอะ เป็นห่วงนะคะ…



กิวางกระดาษลงโดยไม่ได้พูดรำพึงรำพันอะไร ทำแค่เพียงกวาดสายตามองห้องที่เงียบลงไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่อต้องกลับมาอยู่คนเดียวอีกครั้ง







TBC.

ー #AdaywithWCM
ー ไม่โดนด่าหรอกเนอะแง ._. ขอโทษที่หักโค้งมาแบบนี้ค่ะ ถนนขรุขระต้องหลบหลุม แต่ตอนหน้าถนนลาดยางขี่ตรงได้เหมือนเดิมแล้วววว


หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 5th Match ♥ (05/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: manami1155 ที่ 05-08-2018 06:10:52
ฮือออออออ
คิดไว้แล้วว่ามันต้องมีมาม่าแน่ๆ
แต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ TT

สงสารหนูกิงจังเลยค่ะ
ฮอนไม่ชัดเจนจริงๆนั่นละ
มาทำเป็นเหมือนหมาหยอกไก่
รีบๆปรับปรุงตัวเลยนะฮอน
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 5th Match ♥ (05/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 05-08-2018 10:43:55
ขอให้รู้ใจตัวเองทั้งสองคน.. :call:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 5th Match ♥ (05/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: CLShunny ที่ 06-08-2018 07:08:16
น้องขอม่าแหน่อยเดียวได้ไห มมมมมมม555
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 5th Match ♥ (05/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: mypink801 ที่ 07-08-2018 00:21:21
แง้มาม่าเฉยเลย สงสารหนูกิ แต่ฮอนก็ไม่ชัดเจนจริงๆนั่นแหละว่าจะเอายังไงกันแน่
กอดๆนะหนูกิ
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 6th Match ♥ (10/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Mayongchees ที่ 10-08-2018 19:33:28

ー 6th Match ♥
☁   





เช้าวันใหม่ของคนที่เพิ่งได้นอนตอนหกโมงเช้า ไม่เงียบสงบอย่างที่คิด เสียงโทรศัพท์ดังลั่นห้องหลายครั้งจนเขาต้องสะดุ้งตัวตื่นมากดรับสาย เต็งหนึ่งเกาหัวจนผมยุ่งด้วยความหงุดหงิด



(ไอ้หนึ่ง ตื่นยัง)



น้ำเสียงเข้มจากปลายสายทำให้เต็งหนึ่งหรี่ตามองหน้าจออีกครั้งว่าชื่อที่ปรากฏคือ ไอ้ฮอน จริงๆ หรือเปล่า ทุกครั้งเสียงมันจะร่าเริง แจ่มใส เบิกบาน เหมือนอาศัยอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์มาตลอด แต่ครั้งนี้กลับทำเสียงเครียดขรึม โคตรไม่คุ้นหู



“มึงฟังเสียงกูว่าตื่นยัง โทรมาทำอะไรตอนแปดโมงโว้ย รู้ว่าเช้ายังจะโทรมา ไอ้นี่” แม้น้ำเสียงจะสะลึมสะลือแค่ไหนแต่ก็ไม่วายด่าคนที่โทรมาปลุกแต่เช้า



(มึง กูทะเลาะกับกิ)



“โอ๊ย ค่อยคุยได้ไหม เดี๋ยวกูโทรกลับ”



(ไม่ได้ เรื่องใหญ่โคตรเลยว่ะ)



“ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่จริงกูฆ่ามึงนะไอ้ฮอน” เสียงเครียดจากปลายสายทำให้เต็งหนึ่งพยายามฝืนลืมตาทีละข้าง แต่สงสัยว่าเปลือกตาคงจะเป็นอวัยวะที่หนักที่สุดในร่างกาย มันถึงลืมไม่ขึ้นสักที



(กูออกจากคอนโดกิแล้ว ใหญ่ยัง)



“ยังไม่เท่าไหร่”



(กูทะเลาะกับกิ)



“พวกมึงก็ทะเลาะกันทุกวัน”



(แต่คราวนี้กิร้องไห้ด้วย)



“เดี๋ยว มึงพูดจริงพูดเล่น” ครั้งนี้เขาเบิกตาโพลง ดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงอัตโนมัติ ลูบหน้าตนเองไปมา สิ่งที่เพิ่งได้ยินทำให้ตื่นเต็มตาสมใจอยากเลยล่ะ



(จะพูดเล่นทำไม ร้องจริงๆ ถึงจะไม่ได้หนักฟูมฟาย แค่ซึมๆ นิดนึง)



“เชี่ย แล้วมึงออกจากห้องมันมาเหรอ”



(เออ คิดทั้งคืนว่าออกมาดีไหม แต่กูคิดได้ว่าวิธีนี้คงทำให้กิสบายใจสุดแล้วล่ะมั้ง)



“ไปคิดแทนมันอีก แล้วเป็นไรกัน ทำไมมันร้องไห้ เมื่อคืนตอนไลฟ์ยังดีๆ อยู่เลยนี่หว่า”



(ไม่รู้ว่ะ กูก็งงอยู่เลย อยู่ดีๆ ก็โบ้มมาจนกูตั้งตัวไม่ทัน) ฮอนถอนหายใจ



“เล่ามา เกิดอะไรขึ้น”



(หลังมึงส่งข้อความมาด่ากู กูก็พูดหยอกๆ แบบเมื่อไหร่เราจะเป็นแฟนกันสักทีไรงี้ แล้วอยู่ดีๆ กิก็โบ้มใส่กู บอกกูเล่นๆ กับมันแบบนี้แบบนั้น ส่วนนึงกูก็ปากพล่อยด้วยแหละ ไม่ทันได้คิดอะไรก่อนพูด ใครจะไปรู้ว่าจู่ๆ มันจะจริงจังขึ้นมาขนาดนี้กันวะ)



“อะไร มึงไปพูดว่าอะไร”



(ก็แบบ...มึงปฏิเสธแต่ก็ยอมตลอด)



“เดี๋ยว บอกกูทีว่าคำว่า ยอม นี่ไม่ใช่แบบที่กูคิด”



(กูหมายถึงมันน่ะไม่อยากให้อยู่ห้องด้วยแต่ก็ยอมให้อยู่ ไล่ไปนอนโซฟาแต่พอกูไปนอนเบียดก็ยอมทนตลอด แต่กิมันคงคิดบริบทเดียวกันมึงว่ะ ถึงได้โมโหเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้)



“คิดแบบเดียวกับกู? คือแบบไหน มึงได้เพื่อนกูแล้วเหรอ”



(...ก็เออ)



“ไอ้ห่าฮอน แล้วมึงก็ยังทำตัวเป็นลูกหมาหยอกมันเล่นอยู่น่ะนะ กูสมน้ำหน้าเลยไอ้เวร มึงอยู่ไหน ขับรถมาที่บ้านกูเดี๋ยวนี้เลย!” เต็งหนึ่งตะคอกเสียงดังอย่างมีน้ำโห



(กูจะถึงบ้านแล้ว เดี๋ยวเย็นๆ เข้าไปหา)



“ถ้ากูเจอหน้ามึงนะ อย่างแรกที่จะทำคือชกหน้ามึงแทนกิ ไอ้เวรเอ๊ย”



(อย่าเพิ่งดิ มึงช่วยกูก่อน)



“ช่วยเหี้ยไร กูหงุดหงิดโว้ย นอนน้อย ไม่ต้องโทรมาหากูอีกแล้วนะ แค่นี่แหละ!”



ติ๊ด



ชายหนุ่มโยนโทรศัพท์ไปสุดปลายเตียงด้วยสีหน้าหงุดหงิด ทิ้งหัวบนหมอนนุ่มอีกครั้ง เขาไม่เข้าใจว่าปัญหาของคนสองคนทำไมต้องมาเบียดเบียนเวลานอนเขาด้วยวะเนี่ย!



----------



ช่วงบ่ายของวันที่ห้องเงียบผิดปกติ กิได้เปิดประตูต้อนรับการมาเยือนของแขกคนหนึ่ง เขามองหน้าเพื่อนตัวเองด้วยความสงสัย ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดอยากมาที่ห้องหรอก ทำไมอยู่ดีๆ ถึงมาหาทั้งที่บ่นตลอดว่าห้องเขากับบ้านมันไกลกันเกินไป



“ทำไม เดี๋ยวนี้กูมาหามึงไม่ได้แล้วไง้” เต็งหนึ่งกระเง้ากระงอดเมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องไม่สนใจ เดินลิ่วไปนั่งที่โซฟาก่อนแขกเสียอีก



“มาแล้วมากวนน่ะกลับไปเลย”



“ยังไม่ทันได้กวนไรเลยเนี่ย อะไรวะ” ชายหนุ่มเดินตามหลัง วางถุงลงบนโต๊ะตัวเตี้ยหน้าโทรทัศน์เรียกความสนใจ



“ยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหมล่ะ กูซื้อข้าวมาให้”



กิช้อนตามองคนที่ยืนค้ำเอวไม่ยอมนั่งเสียทีด้วยความแปลกใจ



“โห สงสัยวันนี้ฝนจะตก มึงซื้อข้าวมาให้”



“เกินไป ทำเหมือนกูไม่เคยซื้อให้มึงกินนะ เดี๋ยวโดน” เต็งหนึ่งเดินอ้อมมานั่งโซฟา ก่อนจะเอื้อมมือไปผลักหัวหยอกล้อเพื่อนตัวเล็ก



“มีหมูกรอบไข่ข้นด้วย!” กิร้องด้วยความดีใจเมื่อค้นถุงบนโต๊ะแล้วเจอของโปรดตัวเอง



“กินเยอะๆ” เต็งหนึ่งอมยิ้มขณะมองอีกคนหยิบช้อนจ้วงอาหารตรงหน้าด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย ดูจากสีหน้าแล้วคงจะไม่เป็นอะไรมากนัก



“ยามึงอยู่ไหน” แขกคนสนิทมองหาถุงยาที่ต้องกำชับให้เพื่อนจอมดื้อกินให้เรียบร้อย



“หลังตู้” คนป่วยชี้ไปที่ตู้เก็บของข้างๆ โต๊ะโทรทัศน์



“กินอะไรกี่เม็ดบ้างวะเนี่ย”



“เดี๋ยวกูแกะเอง เอามานี่” เหลือบมองผู้หวังดีจะช่วยเตรียมยาให้ แต่มันดันกระแทกถุงลงบนโต๊ะก่อนเสียอย่างนั้น



“อ่านลายมือหมอไม่ออก กินข้าวให้หมดก่อนไป”



“อิ่มแล้ว” เต็งหนึ่งมองจานข้าวที่เหลืออยู่เกือบครึ่ง



“กินไปถึงสิบคำยังเหอะ กินให้หมดเลยกิ”



กิฮึดฮัด “อิ่มแล้วจริงๆ” ว่าจบก็คว้าแผงยาในถุงมาแกะ



“ตอนกินก็ดูอร่อยนี่ ทำไมกินไม่หมด มึงกินข้าวแล้วเหรอ”



“ก็ต้องกินแล้วสิ มึงดูเวลาบ้าง จะบ่ายสามแล้วนะ” เจ้าของห้องชี้มือไปที่นาฬิกาแขวนผนังด้านบนโทรทัศน์



“โกหก กูเข้าครัวไปไม่เห็นมีร่องรอยการกินของมึงเลย” เต็งหนึ่งหรี่ตามองเพื่อจับผิดเพื่อนตัวเล็ก แม้มันจะทำหน้าสบายๆ เหมือนทุกวัน แต่เขารับรู้ได้ว่ามันกำลังปิดบังอะไรสักอย่างอยู่แน่นอน



“มึงจะมาซักไซ้อะไรเนี่ย” กิแสร้งเฉไฉโดยการตวัดยาเข้าปากไปทีละเม็ด



“แคก” แต่ยาเม็ดสุดท้ายดันไม่ยอมลงคอไปแต่โดยดี เขาสำลักน้ำขณะพยายามกลืนแคปซูนเม็ดใหญ่ลงคอ เต็งหนึ่งเห็นดังนั้นก็รีบเข้ามาช่วยลูบหลังให้ทันที



“มีปัญหาทุกครั้งที่กินยาจริงๆ เลยมึงเนี่ย”



กิเช็ดน้ำที่ไหลหยดตามมุมปากก่อนจะเอ่ย “เออ เมื่อไหร่มันจะหมด ไม่อยากกินแล้ว”



“อีกไม่กี่เม็ด ทนหน่อย”



กิเบ้ปากทำหน้างอแง “ไม่อยากกินแล้ว หนึ่งกูไม่กินแล้วได้ไหม”



“ไม่ได้ อย่าดื้อเป็นเด็กนะไอ้น้องกิ”



“ไม่ได้ดื้อสักหน่อย ทำไมมีแต่คนว่ากูดื้อ”



“ก็มึงดื้อจริงๆ”



กิมองขวางแขกผู้มี(แต่คน)เกลียด “มึงกลับไปเลยไป”



“เดี๋ยวเด่ะ รีบไล่จริง”



“สรุปมาทำไม มึงคงไม่ถ่อมาตั้งไกลเพื่อเอาข้าวมาให้ใช่ไหม”



“ก็เอ้อ คิดถึงเพื่อนบ้างอะไรบ้าง”



“ไม่เนียน คิดถงคิดถึงอะไร เจอกันเกือบทุกวันตั้งแต่เทอมหนึ่งยันเรียนซัมเมอร์เนี่ยนะ”



“กิ มึงดูถูกความคิดถึงของกูเหรอ ใช่! มึงดูถูกแล้ว” เต็งหนึ่งพูดติดตลก



กิส่ายหน้าเอือมระอา “มันให้มึงมา?”



เต็งหนึ่งเด้งตัวขึ้นมามองหน้าอีกฝ่ายด้วยความตกใจ “ทำไมมึงรู้”

 

หลังจากกดตัดสายแรกตอนเช้าไปด้วยความโมโหและหงุดหงิด ช่วงบ่ายเขาก็สะดุ้งตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์จากคนเดิมอีกครั้ง จะนอนต่อก็นอนไม่หลับแล้ว เลยตัดสินใจออกจากห้องมาหาเพื่อนสนิทตามคำไหว้วานของใครบางคน



(ไปดูมันให้หน่อย ยิ่งใกล้สอบกลัวมันเครียดกว่าเดิม)



‘มึงนี่รุงรังจริงนะๆ’



(ช่วยหน่อย กูเป็นห่วงกิ)



‘เออๆ เดี๋ยวไปดูให้’



(ขอบใจมึงมากเพื่อน ซื้อข้าวไปให้กิกินด้วย มันน่ะไม่ค่อยกินข้าว แวะร้านตามสั่งซื้อหมูกรอบกระเทียมไข่ข้นไปให้มันหน่อย ของชอบคุณหนูเขา อย่าลืมดูให้เห็นกับตาด้วยว่ามันกินยาเรียบร้อยแล้ว กว่าจะยอมกินแต่ละเม็ด บ่ายเบี่ยงตลอด นี่กูแทบจะกินแทนแล้ว)



‘อะไรวะ เมนูอะไรนะ’



(หมูกรอบกระเทียมไข่ข้น)



‘กูว่าถึงร้านแล้วกูคงลืม ส่งรายละเอียดที่ท่านบัญชามาในไลน์ผมใหม่นะครับ เดี๋ยวจะไปดูแลคุณหนูให้ครับ’



(สัด เออเดี๋ยวส่งให้)



เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นหลังเขาแต่งตัวเสร็จพอดิบพอดี เต็งหนึ่งมองข้อความที่ยาวยิ่งกว่าหางว่าวแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าระอา เหมือนมีเพื่อนเป็นเด็กประถมที่เพิ่งรู้จักความรัก เวรกรรมอะไรของเขากันวะ

 

กิมองเพื่อนสนิทที่ทำหน้าสงสัยว่าเขารู้ได้ยังไง ก็ท่าทีแปลกๆ ทำทีเป็นดูแลนี่แหละที่ทำให้เขาจับได้ ปกติคุณชายเต็งหนึ่งไม่เคยประคบประหงมเขาขนาดนี้มาก่อน เมนูอาหารที่สั่งมานั่นก็ด้วย เขาเพิ่งรู้จักเมนูนี้ตอนช่วงปิดเทอมไม่กี่เดือนนี่เอง ลองสั่งจากร้านในเดลิเวอรี่ในมือถือ ปรากฏว่าอร่อยแล้วดันชอบจนต้องสั่งมากินบ่อยๆ เสียอย่างนั้น



“มึงเคยทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีแบบนี้ตั้งแต่ตอนไหนล่ะ ไม่มีหรอก” กิเบ้ปากใส่



“กิ มึงทำให้กูดูเป็นคนเลวมากๆ เลยว่ะ” เต็งหนึ่งอดเอื้อมมือไปขยี้หัวอีกคนด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ ประชดประชันเก่งเป็นที่หนึ่ง เรื่องรักล่ะอ่อนหัดเป็นลูกเจี๊ยบเพิ่งฟักออกมาจากไข่!



“โอ๊ย ผมยุ่ง” กิปัดแขนอีกฝ่ายออกจากหัว



“มาเข้าเรื่อง ทะเลาะอะไรกัน ไหนเล่าให้กูฟังหน่อย”



กิมองเพื่อนสนิทด้วยความลังเลใจ “ไม่มีอะไรหรอก ไร้สาระ”



“ไร้สาระก็อยากฟัง เล่ามา!” เต็งหนึ่งมองเขม็งกดดันเพื่อนตัวเล็ก จนกระทั่งเจ้าตัวยอมเปิดปากเล่าในที่สุด



“มึงรู้ใช่ไหมว่าพวกกูสนิทกันมาตั้งแต่มัธยมแล้ว มันน่ะชอบมาหยอกมาแหย่ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่ก็ดูแบบเต๊าะเล่นๆ แก้เหงาไรงี้อะ ไม่ได้จริงจัง ตอนแรกกูก็ไม่ได้อะไรหรอก ออกจะรำคาญมากกว่า นานเข้ามันก็หยอดหนักขึ้น กูยอมรับว่าก็มีอ่อนไหวไปตามมันบ้าง แต่ไม่รู้ว่ามันเล่นๆ รึจริงจังไง เพราะท่าทีมันดูเล่นเหมือนอยากแหย่มาตลอด แคกๆ” เต็งหนึ่งส่งแก้วน้ำให้เพื่อนตัวเล็กดื่มให้ชุ่มคอ



“ยังคันคออยู่เหรอ ไม่ไหวก็พอก่อน”



“ไหวๆ เหมือนถ้าพูดเยอะคอมันจะแห้งเลยต้องไออะ” เต็งหนึ่งพยักหน้ารับมองเพื่อนตัวเล็กด้วยความเห็นใจ



“ช่วงมอห้ามั้ง มันห้าวอยากจีบรุ่นพี่คนนึง ลงทุนถึงขนาดไปซื้อกีตาร์มาฝึกเพื่อไปดีดร้องเพลงให้เขาฟังเชียวนะโว้ย แล้วตอนนั้นก็ยังแหย่กูเหมือนเดิม ขนาดวันที่มันขอพี่เขาเป็นแฟน มันก็ยังมาหยอกกูทำนองเดียวกันเลย”



“มันทำอะไร ขอมึงเป็นแฟนเหมือนกัน?”



“อือ ครั้งแรกเลยมั้ง กูแอบหวั่นไหวจะตอบตกลงไปแล้วด้วยนะ แต่มันดันบอกว่าล้อเล่น บอกขอซ้อมกับกูก่อนจะไปพูดกับรุ่นพี่คนนั้นของมัน มึงว่าเหี้ยเปล่าล่ะ”



“เออ โคตรเหี้ยเลยว่ะ เป็นกูจะต่อยมันสักหมัดสองหมัดหลังพูด ไอ้เวรเอ๊ย”



“หลังๆ พอมันพูดเรื่องขอเป็นแฟนทีไรกูเลยเมินตลอด ไม่รู้ว่ามันจะซ้อมกับกูไปพูดกับใครรึเปล่า รึอยากแหย่อยากลองเฉยๆ ก็ไม่รู้ จนเมื่อวานมันพูดอีกครั้งนั่นแหละ กูเหมือนโมโหมั้งไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ทะเลาะอะไรรุนแรงนะ ก็หาข้าวอะไรให้กูกินเหมือนเดิม แต่พอตื่นมาก็ไม่เห็นมันแล้ว”



“อืม แล้วทำไมเมื่อวานมึงถึงโบ้มออกมาแทนที่จะทำเมินอย่างที่เคยทำ”



“ไม่รู้สิ ความรู้สึกคนเรามันน่าจะเหมือนระเบิดอะ ที่แบบอดทนกักเก็บเชื้อเพลิงไว้เรื่อยๆ รอวันระเบิดออกมาทีเดียว”



เต็งหนึ่งยักคิ้ว “เป็นไปได้”



“ที่เหี้ยคือไรรู้ปะ ช่วงนี้มันทำตัวชัดเจนขึ้นมากกว่าแต่ก่อน ดูแลเทคแคร์ดีทุกอย่าง แต่ก็ยังชอบอ่อยทำตัวใจดีกับคนอื่นเหมือนเดิม”



“อ่อยคือไงวะ มันไปจีบคนอื่นเหรอ”



“จีบไหมไม่รู้หรอก กูไม่ได้ตัวติดกับมันนะ แต่อย่างแบบเมื่อวานมันไลฟ์ไอจี มันก็ยังทำตัวอ้อล้อ หยอดมุกสาวคนนู้นคนนี้กลับ พูดเสียงเพราะเสียงหวานเชียว ขณะเดียวกันมันก็ยังจะมาทำอย่างนั้นกับกู มึงเข้าใจปะ” กิกระแทกแก้วน้ำลงบนโต๊ะเสียงดัง



“อืม เข้าใจก็ได้ …แต่กูว่าอันนี้มึงสับสนว่ะกิ นี่เขาเรียกว่าหึงแล้วนะ รู้ตัวรึเปล่า” เต็งหนึ่งกลั้นขำจนตัวสั่นเมื่อพอพูดจบประโยค กิก็หันขวับมองเขาหน้าเหวอ



“หึงบ้าหึงบออะไร มึงอย่ามามั่ว!”



“ฮ่าๆ มึงแกล้งแล้วน่ารักขนาดนี้ไงไอ้ฮอนถึงชอบแหย่มึงตลอดอะ”



กิไม่ตอบแต่ยกหมอนอิงอาวุธคู่กายขึ้นมาฟาดใส่เพื่อนสนิทหลายๆ ครั้ง จนแขกผู้มีแต่เกลียดร้องโอดโอยแทนเสียงหัวเราะ



เต็งหนึ่งคว้าหมอนที่อีกคนใช้ฟาดเข้ามากอดก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้เพื่อนตัวเล็กชะงัก



“ไอ้ฮอนมันไม่ชัดเจนก็จริงอยู่ แต่ว่านะกิ มึงเองก็ไม่ชัดเจนเหมือนกัน”



“…”



“ชอบก็บอกชอบ ไม่ชอบก็บอกไปตรงๆ หนักแน่นในความรู้สึกตัวเองหน่อย ไม่ใช่มันขออะไรก็ปฏิเสธไว้ก่อน แต่สุดท้ายยอมมันตลอด เข้าใจไหม”



กิพยักหน้าหงึกหงัก ยู่ปากเมื่อรู้สึกว่าตนเองกลายมาเป็นฝ่ายผิดแทนเสียงั้น



“เข้าใจมั้ง ไม่รู้หรอก ก็กูเป็นของกูแบบนี้อะ”



“ถามจริง? เป็นแบบนี้กับคนอื่นด้วยรึเป็นแค่กับมัน”



“นี่มึงเป็นเพื่อนกูรึเพื่อนมันเหรอคุณเต็งหนึ่ง! แคกๆ”



เต็งหนึ่งมองใบหน้างอง้ำของคนที่ตะโกนเรียกชื่อเขาเสียงดัง ปกติอีกฝ่ายจะเรียกเขาว่า ‘หนึ่ง’ เฉยๆ ถ้ากลายเป็นชื่อเต็มแถมยังมีคำว่า ‘คุณ’ นำหน้าอยู่ด้วยแล้วล่ะก็… แสดงว่าตอนนั้นชีวิตเขากำลังจะวิกฤติแล้วล่ะ



“ใจเย็น กูเป็นเพื่อนทั้งสองคนไง ถึงอยากให้พวกมึงเข้าใจกันเร็วๆ”



เจ้าของห้องไม่ตอบรับ ได้แต่มุ่ยหน้าหันหนีไปทางอื่น เริ่มไม่อยากคุยกับแขกคนนี้เท่าไหร่แล้ว



“งั้นกูไปละ กว่าจะถึงบ้านอีก รถยิ่งติดอยู่”



“ไปสิ ใครรั้งมึงไว้ล่ะ”



เต็งหนึ่งส่ายหัวกับความปากเก่งของเพื่อน ก่อนจะพูดทิ้งท้ายขณะก้าวไปหาประตู



“ทำตามที่ใจอยากบ้างเถอะ อยากเห็นมึงมีความสุขจริงๆ สักที”



...เข้าใจไหม ไอ้พวกเด็กหัดมีความรัก!


(ต่อด้านล่าง)
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 6th Match ♥ (10/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Mayongchees ที่ 10-08-2018 19:43:30

เพิ่งจะก้าวขาเข้าประตูบ้านยังไม่ทันได้พักหายใจหายคอ เสียงบีบแตรรถจากหน้าบ้านทำให้เต็งหนึ่งต้องลุกจากโซฟานุ่มๆ ที่กำลังเหยียดขาเอนสบายออกไปดูว่าใครมาหาเวลานี้ มองหน้าของไอ้คนที่บอกว่าจะมาหายืนเกาะรั้วตาละห้อยเหมือนลูกหมาถูกทิ้งด้วยความเวทนา หมดคราบคิวต์บอยสุดหล่อเลยจริงๆ



“นึกว่าล้อเล่น มึงจะมาทำไมเนี่ย” เต็งหนึ่งขมวดคิ้ว ยกมือค้ำเอวตัวเอง



“กูไม่ใช่คนพูดเล่น พูดจริงทำจริงโว้ย”



“ถุย กล้าพูดนะมึงอะ”



“เปิดเร็ว จะคุยกันอย่างงี้จริงดิ เดี๋ยวชาวบ้านชาวช่องก็ออกมาด่าหรอก” ฮอนร้องทักเมื่อพวกเขากำลังตะโกนคุยกันทั้งที่มีประตูรั้วคั่นกลาง



“ถ้าเปิดกูได้ต่อยมึงจริงๆ แน่”



“เออเนี่ย ก็มาให้ต่อยแล้วไง” ตามองตาไม่มีใครยอมหลบจนกระทั่งผ่านไปได้ชั่วครู่ก็ดูเหมือนว่าเจ้าของบ้านจะตัดสินใจได้ ถึงยอมเดินมาเปิดประตูรั้วให้แขกเข้าไป แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าบ้าน ไหล่ของเขากลับถูกแรงกระชากให้หันไปแบบไม่ทันได้ตั้งตัว



พลั่ก!



ฮอนกุมแก้มซีกซ้ายของตนเองทันทีที่โดนหมัดอาฆาตแค้นต่อยเข้าอย่างจัง หนักถึงขนาดกับล้มไปบนพื้นหญ้า ร้องโอดโอยได้แป๊บเดียวก็โดนเตะป๊าบที่ขาทีนึงแบบไม่ทันได้ตั้งตัวอีกแล้ว



“เชี่ย มึงเอาจริงดิ!” ฮอนตะโกนไล่หลังคนที่เดิมดุ่มเข้าบ้านไปไม่สนใจว่าตัวเองทำอะไรไว้



“กูไม่ใช่พวกชอบพูดหยอกพูดเล่นเหมือนมึงนะ!”



แม้จะเป็นคนโดนกระทำ แต่ทำไมโดนด่าเหมือนไปทำเขาแทนวะเนี่ย!



เดินตามเข้ามานั่งลงโซฟา เห็นเจ้าบ้านเดินไปหยิบน้ำมาวางบนโต๊ะให้ก็นึกขอบคุณอยู่ในใจ ไม่คิดถือสาเรื่องเมื่อสักครู่อีก แต่พอจะหยิบมาดื่ม มันดันคว้าไปกระดกดื่มจนหมดแก้วแล้วยักคิ้วหลิ่วตาบอกว่า ‘แก้วนี้เอามาดื่มเองไม่ได้เอามาให้มึง’ เสียอย่างนั้น



ฮอนจิ๊ปากใส่อีกคนเพราะทำอะไรไม่ได้ “สรุปไปหากิมาปะ”



“อือฮึ”



“แล้วยังไง มันเป็นยังไงบ้าง ซื้อข้าวไปให้มันรึเปล่า แล้วกินไหม ซึมรึเปล่า ไม่ๆ มันเครียดมากไหม ได้ดูรึเปล่าว่ากินยาแล้วแน่ๆ คุยอะไรกับมันบ้าง มันบอกว่าอะไร ซี๊ด” รัวคำถามเหมือนกำลังแร็ป แต่ดันต้องสะดุดเพราะแผลสดใหม่มุมปากซ้ายที่เพิ่งได้มา ฮอนกุมใบหน้าซีกซ้ายด้วยความเจ็บปวด แต่คนมองกลับยิ้มเยาะ



“สมน้ำหน้ามึง”



“ไม่ยั้งแรงเลยนะสัด”



“ยั้งทำไม ก็มึงบอกว่ามาให้ต่อยถึงบ้านเอง”



“สรุปยังไง ตอบคำถามกูก่อน”



“คำถามไหนล่ะ รัวมาขนาดนี้คิดว่ากูจำได้สักคำถามไหม”



ฮอนกุมขมับก่อนจะเอ่ยเสียงเครียด “เอาดีๆ”



เต็งหนึ่งถอนหายใจ มองสภาพลูกหมาโดนต่อยแล้วนึกสงสาร “ท่าทางมันก็ปกติดีแต่กินข้าวน้อย กูมองยาทุกเม็ดที่มันพยายามกลืนลงไป แล้วมันก็ระบายเรื่องทั้งหมดให้ฟัง”



ฮอนหันขวับ สนอกสนใจกับประโยคหลัง “เรื่องอะไร”



“เรื่องที่มึงเหี้ยขนาดไหนไง”



“กิมันพูดว่าอะไรบ้าง”



“มึงทำเหี้ยไว้เยอะเกินเหรอ ถึงจำไม่ได้” เต็งหนึ่งพูดติดตลก



“สัดหนึ่ง ช่วยซีเรียสกับกูหน่อยแป๊บนึง” ถ้าไม่ติดว่าประโยคเมื่อครู่มันหัวเราะออกมาด้วย เขาคงอดไม่ไหวลุกขึ้นต่อยสักหมัดสองหมัดเอาคืนให้เจ็บบ้าง



เต็งหนึ่งยันตัวขึ้นจากโซฟา แววตาจริงจังขึ้นมากกว่าเมื่อสักครู่



“ถามก่อน มึงพูดแหย่มันแบบตอนนี้ตั้งแต่มัธยมใช่รึเปล่า?”



“…ก็ใช่”



“เคยพูดขอเป็นแฟนแบบหยอกๆ มันหลายครั้งแล้วใช่ไหม”



“อือ”



“แล้วจำได้รึเปล่าว่าครั้งแรกที่มึงพูดน่ะ พูดอะไรไปบ้าง”



ฮอนนิ่งคิด “…จำไม่ได้ว่ะ”



เต็งหนึ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ คนหนึ่งจำฝังใจ แต่อีกคนหนึ่งจำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ



“มึงขอมันเป็นแฟนแล้วบอกล้อเล่น พูดซ้อมเอาไว้ไปบอกรุ่นพี่ที่กำลังจีบ”



“บ้าน่า! กูไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก” ฮอนขมวดคิ้วขณะนึกย้อนไปช่วงมัธยม เขาจำได้เพียงลางๆ วันนั้นพวกเขาสองคนนั่งอยู่ในห้องเรียน หยอกล้อกันปกติเหมือนวันอื่นๆ  กิก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรนอกจากทำสีหน้าเบื่อหน่ายเขานี่



“ความจริงเป็นยังไงไม่รู้แต่กิเล่าให้กูฟังแบบนี้ มันบอกด้วยว่าจริงๆ หวั่นไหวจะตอบรับมึงแล้ว แต่พอเจอแบบนั้นเข้า เป็นไงล่ะ ฝังใจสิ พอมึงพูดหยอกๆ มันเหมือนเดิมอยู่อย่างนั้นใครจะไปสนใจล่ะวะ”



ฮอนยังคงนั่งหน้าเครียด เขารู้เหตุผลที่โดนปฏิเสธมาตลอดหลายครั้งแล้ว



“เข้าใจแล้ว”



“เข้าใจให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่ทำตัวเหมือนเดิมแล้วเพื่อนกูก็ยังเจ็บเหมือนเดิมนะ” เต็งหนึ่งจ้องอีกคนเขม็ง



“เออรู้แล้วน่า”



“เข้าใจก็ไสหัวออกไปจากบ้านกูได้ละ กวนตั้งแต่เช้ายันค่ำไอ้เด็กประถมเอ๊ย” เจ้าของบ้านโบกมือไล่หย็อยๆ



“สัด กูไม่อยู่นานหรอก จะรีบไปหากิ”



เต็งหนึ่งขมวดคิ้ว “เดี๋ยวๆ  ไหนมันบอกว่าขอเวลา มึงให้เวลามันยังไม่ถึงวันเลยเนี่ยนะ!”



“กูไม่ได้บอกว่าจะไปเจอหน้ามันสักหน่อย”



“แล้วมึงจะไปทำเพื่อ”



“ถึงจะไม่ได้เห็นหน้า ขอแค่ได้เห็นผ้าที่ตากอยู่ระเบียงกูก็พอใจแล้วโว้ย!”



เต็งหนึ่งคงคิดว่าเขาพูดเล่น แต่หลังจากได้รับบทเรียนจนแสบปากอย่างนี้แล้วบอกได้เลยว่าคนอย่างเขาน่ะพูดคำไหนคำนั้น ตอนนี้รถสีขาวมุกลูกรักของฮอนจอดอยู่หน้าคอนโดของคนที่เพิ่งทะเลาะด้วยเมื่อวานเรียบร้อย เขาซบหน้าลงบนพวงมาลัย แหงนมองห้องบนชั้นสามที่ยังเปิดไฟสว่างโร่



…ได้มาดูระเบียงสมใจอยาก แต่ขาดเสื้อผ้าที่เคยตากเอาไว้เพราะกิคงเก็บเข้าห้องไปหมดแล้ว



ชายหนุ่มยังคงนั่งเหม่ออยู่อย่างนั้น เขาไม่เคยฉุกคิดมาก่อนว่าการกระทำของเขาจะทำให้อีกฝ่ายคิดมากขนาดนี้ พูดแบบคนไม่ยอมรับความผิดก็คงจะบอกว่าก็นิสัยอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไร ชอบหยอกชอบแกล้ง กะล่อนไปจีบสาวตามความคึกคะนองบ้าง หรือแม้แต่หยอดมุกหวานๆ ให้คนฟังเขินก็ตาม



แล้วถ้าจะบอกว่าที่ทำกับคนอื่นนั่นน่ะไม่ได้จริงจังกับใครเลยแต่จริงจังอยู่กับคนคนเดียวมาตลอด เขาจะโดนด่ารึเปล่า?



ฮอนโขกหน้าผากกับพวงมาลัยเบาๆ  ไม่อยากคิดอยากพูดอะไรอีกเพราะกลัวกิคิดมากยิ่งกว่าเก่า กลัวทำให้ติดลบกับเขามากกว่าเดิม กลัวไปหมด



…กลัว



“จะบ้าตาย” ฮอนไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอะไรต่อไปดี บุกห้องให้มันรู้แล้วรู้รอด กลับบ้านไปนั่งเฉา รึชวนเพื่อนไปตี้แอลกอฮอล์?



หยิบโทรศัพท์มาไว้ในมือ นึกลังเลว่าจะชวนไอ้มาร์คไปดื่มเหล้ารึจะลองโทรไปให้กิด่าดี นั่งหมุนโทรศัพท์ไปได้สักพักก็เด้งตัวออกมาจากพวงมาลัย ลังเลแต่ก็ทำใจกล้า กดรายชื่อที่บันทึกไว้ในรายการโปรดทันที



ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด



นั่งฟังเสียงรอสายอยู่นานจนตัดไป



…ไม่ว่างรับรึไม่อยากรับกันแน่นะ



ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด



ทำใจกล้ากดโทรอีกรอบสอง ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม



ฮอนซบหน้าลงบนพวงมาลัยอีกครั้ง เหม่อมองไปยังห้องคุ้นเคยที่ยังคงเปิดไฟสว่างจ้าอยู่ สงสัยยังไม่พร้อมคุยด้วย ที่เจ้าตัวบอกขอเวลานี่มันกี่วันกี่ชั่วโมงนะ น่าจะถามให้ชัดเจนก่อนออกจากห้องมาจะได้ไม่ต้องมานั่งบ้าอยู่อย่างนี้



ในหัวคิดวนสารพัดจนกระทั่งได้สติเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์สั่นครืดสั้นๆ



G I. มีไร

G I. เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ไม่ได้ยินเสียง



ชายหนุ่มตกใจจนแทบทำโทรศัพท์ร่วงจากมือเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ส่งไลน์มาหา ลนลานปลดล็อกโทรศัพท์รีบพิมพ์ตอบกลับทันที


Honne. ไม่มีอะไร

Honne. กินข้าวรึยัง



กดพิมพ์ ‘คิดถึง’ ไปตามที่ใจสั่งแต่พอจะส่งกลับชะงักเพราะใจดันไม่กล้าพอ เลยได้แต่พิมพ์คำอื่นไปแทน



…ไม่ชอบที่ตัวเองกลายเป็นคนกากแบบนี้เลยแฮะ



G I. ยัง

G I. ไม่มีอะไรกิน

Honne. สั่งสิ ตัดบัตรกูเหมือนเดิมก็ได้

G I. ขี้เกียจลงไปเอา

Honne. งั้นรอแป๊บ



ฮอนถอนหายใจให้จอมดื้อ อุตส่าห์บอกให้ดูแลตัวเองกินข้าวให้ครบทุกมื้อ ยังผ่านไปได้ไม่ถึงวันก็เกเรไม่ทำตามที่บอกแล้ว



ชายหนุ่มสตาร์ทรถขับไปหาร้านข้าวใกล้ๆ แต่เวลาสี่ทุ่มกว่าร้านแถวนี้ต่างเก็บของหมดแล้ว เหลือแต่ชายสี่หมี่เกี๊ยวเจ้าประจำที่อยู่ด้วยกันกับคนละแวกนี้ทุกคืนวัน



“แปะครับ เกี๊ยวน้ำ เกี๊ยวหมูแดง อย่างละถุง ข้าวหมูแดงกับหมูกรอบ อย่างละกล่อง แล้วก็เอาผสมอีกกล่องครับ” ชายหนุ่มยืนมองรายการอาหารบนรถเข็นอาแปะเจ้าถิ่นเลื่องชื่อในย่านนี้



“ลื้อจดมา อั๊วจำไม่ได้หรอก” อาแปะยื่นกระดาษพร้อมปากกายัดใส่มือลูกค้ารายใหม่ทันที

ฮอนมองคิวในกระดาษที่ยังไม่ถูกขีดฆ่า ท่าทางอาแปะจะรับทรัพย์มหาศาล ลูกค้าเยอะทุกวันขนาดนี้ เขาเคยคิดเล่นๆ  ว่าถ้าเรียนจบแล้วไม่มีงานทำจะมาเรียนสูตรทำบะหมี่จากแปะ ทำอร่อยมีมาตรฐานทุกครั้ง แถมทำงานอย่างกับเป็นหุ่นยนต์เครื่องจักร หยิบจับเส้น หยิบเครื่องลวก แป๊บเดียวเสร็จ วันนี้คิดว่าคงต้องยืนรอนานเพราะลูกค้าเยอะ แต่ตอนแปะกวักมือเรียกไปเอาของเพิ่งผ่านไปได้ไม่กี่สิบนาทีเอง



ชายหนุ่มยืนลังเลอยู่หน้าห้องชั้นสามที่คุ้นเคย จะแขวนถุงไว้หน้าห้องรึเรียกให้ออกมาเอาดี จะห้อยไว้ก็ยังไงอยู่ จะเรียกให้ออกมาเอาก็กลัวอีกฝ่ายไม่อยากเจอหน้า เขาเกาคิ้วตัวเองแสดงความสับสน วันนี้เขาทำตัวกากไปแล้วนะ ไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้เลยโว้ย



ฮอนกำลังจะพนันกับตัวเอง ถ้ากิไม่ออกมาเปิดก็คงแขวนเอาไว้ให้ แต่ถ้าเปิดออกมาก็ตายเอาดาบหน้าแล้วกัน…



ตัดสินใจเคาะประตูไปห้าหกที หยุดนิ่งรอดูการเคลื่อนไหว แต่รอแล้วรอเล่านานหลายนาทีประตูก็ยังไม่เปิดสักที ตัดใจวางถุงไว้หน้าห้องเพราะดันแขวนไม่ได้ กำลังจะเดินกลับไปที่ลิฟต์ ประตูก็ถูกผลักเปิดออกมาช้าๆ



“นึกว่าหูฝาด”



ชายหนุ่มหันขวับไปหาต้นเสียง กิกำลูกบิดแง้มประตูโผล่หน้าออกมา เจ้าตัวอยู่ในชุดนอนสีดำตัวโปรด เส้นผมสีดำยังมีน้ำหยดติ๋งไหลลู่ลงบ่า ฮอนหยุดนิ่งมองท่าทีของอีกคนว่าเป็นอย่างไรเมื่อเห็นหน้าของเขา แต่ก็ไม่มีแววว่าจะหลบหรือปิดประตูใส่หน้าแต่อย่างใด ดวงตากลมยังคงจ้องมองมาที่แขกยามค่ำคืนคนนี้



“ซื้อข้าวมาให้” ชายหนุ่มชี้ไปที่ถุงข้าวข้างๆ ประตู



กิก้มลงมองก่อนจะใช้สองมือหิ้วขึ้นมา



“อะไรเนี่ย”



“บะหมี่ร้านแปะ ซื้อมาให้ มึงจะได้รีบกินยาด้วย”



“แล้วทำไมมันเยอะขนาดนี้” กิมองถุงในมือทั้งสองข้าง มีทั้งบะหมี่ทั้งข้าวคละกันอย่างละสองสามห่อ



“เอาไว้กินพรุ่งนี้ด้วย เดี๋ยวก็บ่นว่าไม่มีอะไรกินอีก”



“เหรอ” กิขมวดคิ้ว



“อือ ไปละ อย่าลืมกินยานะ” ฮอนยกมือขึ้นทำท่าโบกมือลาก่อนจะยกมือเกาหัวแก้เก้อเพราะไม่คุ้นชินท่าทางแบบนี้ของตัวเอง



“มากินด้วยกันดิ”



“ฮะ อะไรนะ” ตอนแรกเขานึกว่าตัวเองอาจจะหูฝาด



“มากินด้วยกัน มึงซื้อมาตั้งเยอะ ใครจะไปกินหมดวะ”



“ฮะ” ฮอนร้องอุทานอีกครั้งอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง



“…ไม่กินก็เรื่องของมึง” กิมุ่ยหน้าทำท่ากระชากประตูปิด เขาอุตส่าห์ยอมทำใจกล้าชวนขนาดนี้แล้วแท้ๆ ไอ้บ้าเอ๊ย



“เดี๋ยว! กินๆ กูกิน” ฮอนเผลอยิ้มร่า คว้าบานประตูไว้ได้ทันก่อนที่คนตัวเล็กกว่าจะงับปิดจนหมด




…ดีนะที่ตัดสินใจเลือกเคาะประตูแทนที่จะหันกลับไปเฉยๆ เกือบจะทำตัวกากต่อไปแล้วไหมล่ะ!

 



TBC.

ー #AdaywithWCM

ー ยังไม่พ้นวันเลยหนูกิลูกกกกก ;______;
ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์และกำลังใจค่า ดีใจที่ยังเห็นหลังจากตัดสินใจดราม่าU__U

:mew1:  :pig4:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 6th Match ♥ (10/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: AeAng11 ที่ 10-08-2018 20:11:43
คืนดีกันเร็วๆนะลูกอิแม่ใจบ่ดี
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 6th Match ♥ (10/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: manami1155 ที่ 10-08-2018 22:11:48
หนูกิลูกกกกกกก
แบบนี้มันเข้าตำรายอมตั้งแต่หน้าประตู
ทำขึงขังหน่อยสิลูก ให้ฮอนได้สำนึกอีกหน่อย

เต็งหนึ่งนี่ทำดีมากในฐานะกาวใจ
มารับเงินสนับสนุนไปยี่สิบ 555555
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 6th Match ♥ (10/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: CLShunny ที่ 11-08-2018 00:22:19
จ้าาาาาาจ้าาาาา จ้าาาาาา ปากกหริอปูนนนน ทั้งคู่เลยยย5555
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 6th Match ♥ (10/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 11-08-2018 14:52:15
ค่อยๆ ปรับตัวหากันนะ  :call: :call: :call:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 6th Match ♥ (10/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: mypink801 ที่ 15-08-2018 00:27:57
เต็งหนึ่งทำดี
แต่หนูกิใจอ่อนเร็วเกิ๊นน เดี๋ยวฮอนได้ใจนะลูกสาววว
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 6th Match ♥ (10/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 15-08-2018 23:43:39
น้องกิใจเหลวเป็นน้ำแล้วลูกกก  :hao7:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 6th Match ♥ (10/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: yodrak ที่ 16-08-2018 22:00:03
หนูกิ หนูควรเล่นตัวบ้างนะลูก  :ling1: :ling1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 6th Match ♥ (10/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: SN_sanook ที่ 17-08-2018 10:30:09
จะเป็นไงต่อนะเนี้ย :jul3:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 7th Match ♥ (19/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Mayongchees ที่ 19-08-2018 23:02:31
ー 7th Match ♥
☁   

         



บรรยากาศของอาหารค่ำมื้อนี้ดีกว่าเมื่อวานเป็นไหนๆ



ครั้งนี้เจ้าของห้องเป็นคนจัดจานข้าวบนโต๊ะให้แขกไม่ได้รับเชิญร่วมทาน กิวางถ้วยบะหมี่ของตัวเองกับจานข้าวหมูแดงให้อีกฝ่ายลงบนโต๊ะหน้าโทรทัศน์ นั่งลงที่พื้นพร้อมเอนหลังพิงเบาะโซฟาก่อนจะคีบเส้นบะหมี่เข้าปากไปเรื่อยๆ  แขกยามวิกาลนั่งมองเจ้าของห้องไม่พูดไม่จาอะไรด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยคำถามทำลายความเงียบนี้ออกมา



แม้ว่าจะไม่มีเสียงพูดคุยและหยอกล้อเหมือนก่อน แต่ก็ไม่มีสีเทาน่าอึดอัดลอยอยู่ในห้องเทียบเท่าเมื่อวานแล้ว เป็นบรรยากาศที่มีเพียงเสียงครูดช้อนบนจานกับเสียงสูดเส้นบะหมี่ดังขึ้นในห้องสีขาวแห่งนี้เท่านั้น



คนที่กินหมดก่อนคือเจ้าของห้องตัวเล็ก เขากวาดสายตาผ่านใบหน้าของคนตรงข้าม ก่อนจะสะดุดกับรอยช้ำที่มุมปากจึงเอ่ยทัก “ปากมึงไปโดนอะไรมา”



ฮอนเงยหน้าจากจานข้าวขึ้นสบตามอง



“เดินชนประตู” ชายหนุ่มเลือกที่จะโกหกออกไป



คนตัวเล็กกวาดตามองรอยช้ำที่ดูยังไงก็ไม่ใช่ร่องรอยจากบานประตู คิดว่าคนอื่นไม่รู้เหรอว่าเวลาโดนต่อยมันเป็นยังไงน่ะ



“โง่”



“รู้แล้วน่า” ใช่ ร่างสูงยอมรับแต่โดยดีเพราะรู้ว่าตัวเองโง่จริงๆ นั่นแหละ



เจ้าของห้องไม่พูดอะไรแต่ลุกขึ้นเดินไปค้นตู้เก็บของที่ตั้งอยู่ข้างโทรทัศน์เงียบๆ



“หันหน้ามา” พอได้สิ่งของที่ต้องการแล้วก็นั่งลงจับหน้าอีกฝ่ายให้หันมาหา มือซ้ายหยิบสำลีมาชุบแอลกอฮอล์เพื่อทำความสะอาดแผลให้



ฮอนสะดุ้งตัวเมื่อความเย็นแตะลงบนริมฝีปาก มองหน้าคนตรงข้ามที่ค่อยๆ ใช้สำลีแตะลงบนมุมปากของเขา จดจ้องอยู่นานจนกระทั่งอีกฝ่ายรู้ตัวว่าโดนมอง สองสายตาจึงได้ประสานกันโดยบังเอิญ



“โอ๊ย” แขกยามวิกาลร้องเสียงดังเมื่อแอลกอฮอล์แสนจะแสบนั่นกดย้ำลงมาที่บาดแผลมุมปากอย่างแรง



“เสียงดัง” เจ้าของห้องตัวเล็กเอ็ด ยอมรับว่าตั้งใจกดแอลกอฮอล์ลงไปที่แผลแรงๆ เพราะหมั่นไส้ที่เอาแต่จ้องใบหน้าเขาอยู่นั่นแหละ



“ก็มันเจ็บ” แม้จะโดนเอ็ดแต่ก็อดกลั้นยิ้มไม่ได้ เขาไม่คิดว่าการที่ไปหาเต็งหนึ่งแล้วโดนต่อยกลับมาจะทำให้ได้มานั่งอยู่ตรงนี้อีกครั้ง แม้จะโดนแกล้งให้แสบแผลแต่ถ้ามีคนมาคอยทำแผลให้แบบนี้ก็ถือว่าคุ้มที่ปากแตกแล้วล่ะ



“หาอะไร” ชายหนุ่มเอ่ยทักเมื่อเห็นเจ้าของห้องตัวเล็กเทของออกจากถุงพลาสติกที่เก็บยาต่างๆ ไว้ออกมาค้นดู



“ไม่มีเบตาดีน”



“ไม่เป็นไร ไม่ทาก็ได้”



“มันต้องติดปลาสเตอร์เปล่านะ” แม้จะเอ่ยถามแต่ก็ไม่ได้ต้องการคำตอบ กิคว้าขวดยาที่เขาเก็บรวมๆ กันออกไปตั้งเป็นกองใหม่ หยิบถุงเล็กถุงน้อยต่างๆ ออกมาดูเพื่อหาปลาสเตอร์ติดแผล จนกระทั่งเจอสิ่งที่ต้องการในถุงใบสุดท้ายก่อนจะฉีกปลาสเตอร์ลายการ์ตูนออกจากซอง



“ไม่ต้องติดก็ได้มั้ง เดี๋ยวก็หลุด”



“แปะไว้ กันหมาออกจากปาก”



ฮอนนั่งจ้องคนที่ทำหน้าตั้งอกตั้งใจทำแผลให้ อยากเอื้อมมือไปบีบปากนิ่มๆ นั่นสักทีหนึ่งให้หายมันเขี้ยว ปากดีปากเก่งเหมือนเดิมเลย แถมลายปลาสเตอร์ที่หยิบมายังเป็นลายสุนัขอีกต่างหาก เอาหมามาปิดกันหมาออกเนี่ย ไม่รู้ว่าบังเอิญรึตั้งใจกันแน่



ขั้นตอนสุดท้ายจบลงเมื่อปลาสเตอร์ลายน่ารักติดอยู่บนมุมปาก มือขาวผละออก หมายจะนำของที่รื้อออกมาใส่ถุงเก็บเข้าตู้ แต่ก่อนจะได้หยิบจับอะไรก็โดนคนตัวโตกว่าคว้ามือไปจับไว้เสียก่อน



ระยะห่างเพียงช่วงแขนถูกคั่นกลางไว้ด้วยสองมือที่กอบกุมประสาน กิช้อนตามองคนที่ทำให้ในหัวของเขาว่างเปล่า ไม่มีสัญญาณจากสมองสั่งให้เขาขยับตัวหรือแม้กระทั่งให้สะบัดมือออกแต่อย่างใด



“ขอโทษ”



“เรื่อง?”



“ทุกเรื่องเลย กูขอโทษนะ”



“รู้เหรอ ว่าทำอะไรไว้บ้าง”



“อาจจะรู้ไม่หมด มันอาจจะมีเรื่องที่กูเผลอทำผิดกับมึงไปแล้วไม่รู้ตัวด้วย แต่กูก็อยากขอโทษมึงไว้นะ”



กิไม่ตอบ เขาผินหน้าหนีไปทางอื่นไม่ยอมมองสบตา



“ทั้งเรื่องที่กูเคยทำเล่นๆ  พูดออกไปแบบไม่คิดตั้งแต่มัธยมยันเมื่อวาน เรื่องที่ทำตัวไม่ดีจนทำให้มึงต้องคิดมากขนาดนี้ ทุกเรื่องที่กูทำผิดต่อมึงเลย ขอโทษจริงๆ นะกิ” กระชับมือขาวที่กุมอยู่แน่นกว่าเดิม นิ้วหัวแม่มือก็คอยลูบไล้บนหลังมือแผ่วเบา



“พอแล้ว”



“กิ… “



“ขอโทษอะไรนักหนาไอ้เหี้ย ครั้งเดียวก็รู้เรื่องแล้ว” เจ้าของห้องตัวเล็กทำเป็นเฉไฉ ดึงมือให้หลุดจากการกอบกุม คว้าขวดยาเก็บเข้าถุงแก้เก้อ เขาไม่รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไรในเวลาแบบนี้



ยกโทษ?



…ไม่รู้ว่าจะเร็วไปหน่อยรึเปล่า



“อย่าลืมกินยา” ฮอนเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าอีกคนไม่พูดอะไรแต่ลุกเก็บถ้วยจานบนโต๊ะ



กิครางอือในลำคอตอบรับ



“เดี๋ยวกูล้างจานให้ มึงไปกินยาไป” ชายหนุ่มแย่งมือในจานคนตัวเล็กแล้วเดินเข้าครัวไปล้างตามที่บอก ใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็เสร็จเพราะมีจานเพียงไม่กี่ใบเท่านั้น



พอเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น ก็เห็นคนป่วยกำลังกระดกน้ำขึ้นดื่มเพื่อกลืนยาเม็ดสุดท้ายลงคอพอดิบพอดี



“ครบทุกเม็ดแล้วใช่ไหม”



“อื้อ”



ชายหนุ่มเดินไปเช็กว่ายาหายไปจากแผงเรียบร้อยแล้วจริงๆ ก็วางใจ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อหาผ้าผืนเล็กมาสักผืน



พรึ่บ



กิสะดุ้งตัวเมื่ออยู่ดีๆ อีกคนก็วางผ้าเช็ดผมบนหัวเขาแบบไม่บอกไม่กล่าว



“มึงน่ะไม่ชอบเช็ดผม ยังเปียกๆ อยู่ก็นอนเลย ไม่สบายขึ้นมาอีกจะทำไง” ขณะที่พูดก็คอยใช้ผ้าซับน้ำจากเส้นผมสีดำของเจ้าตัวไปด้วย



ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยจากคนที่อยู่ข้างหลังทำให้กิต้องกำมือแน่น



…ทำยังไงดี



ไม่รู้ว่าตัวเองตัดสินใจถูกรึเปล่าที่ยอมให้ฮอนเข้ามาในห้องทั้งที่เพิ่งทะเลาะกันเมื่อวานนี้ แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็ไม่เคยโกรธอีกฝ่ายนานนักหรอก แต่ตอนนี้ชักอยากตีปากตัวเองที่มักไวกว่าความคิด ระดับความสนิททำให้เขาเผลอตัวชักชวนอีกฝ่ายตามความเคยชินมากจนเกินไป ตอนนี้เลยกลายเป็นตัวเองนี่แหละที่ลำบาก กลัวว่าตัวเองจะใจอ่อนเพราะการกระทำแบบนี้อีก แล้วเรื่องก็จะกลับไปซ้ำรอยเดิมทั้งที่ระเบิดความอัดอั้นในใจออกไปแล้วแท้ๆ



ปลายนิ้วมือยังคงลูบไล้อยู่บนเรือนผมสีดำ จนกระทั่งผ่านไปสักพักเส้นผมที่เคยเปียกชื้น บัดนี้กลับแห้งหมาดจนแขกที่กำลังทำหน้าที่พ่อบ้านทำหน้าพึงพอใจ



ร่างโปร่งวางผ้าไว้บนพนักโซฟา ค้อมตัวลงกอดอีกฝ่ายจากด้านหลังก่อนจะวางคางลงลาดไหล่คนตัวเล็ก



“นี่… หายโกรธรึยังอะ” น้ำเสียงเบาจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ ทว่าคนฟังกลับได้ยินชัดเจนไปถึงอกด้านซ้าย



“...”



“ที่มึงบอกขอเวลาคือต้องการเท่าไหร่ กี่วันกี่สัปดาห์ฮึ”



“...”



“ถึงเดือนไหม รึจะเป็นปี... เท่าไหร่ก็ได้แต่อย่านานเลยได้ไหมกิ”



“...”



“ไม่งั้นกูคงคิดถึงมึงแย่” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นข้างใบหู เขาซบหน้าลงบนลาดไหล่เล็กก่อนจะผละตัวขึ้น เดินอ้อมโซฟาลงมานั่งคุกเข่าตรงหน้าคนตัวเล็กพร้อมยืดตัวขึ้นให้ระดับใบหน้าอยู่ใกล้เคียงกัน



“ได้ไหมคะ อย่านานเลยนะ” มองสบตาเพื่อให้รู้ว่าครั้งนี้เขาพูดออกมาจากใจและหวังว่าคนฟังจะรับรู้ว่าเขาตั้งใจพูดจริงๆ ไม่ได้ล้อเล่นแต่อย่างใด



“ไม่นานหรอก” กิตอบเสียงแผ่ว



ถ้าหายไปนาน… เขาก็คงคิดถึงจะแย่เหมือนกัน



---------



ความเคยชินมันช่างน่ากลัวจริงๆ



กินอนลืมตาโพลงมองความมืดสนิทอยู่บนเตียงสีขาว ห้องกลับมาเงียบสงบเหมือนเดิมเมื่อเขาอยู่ตัวคนเดียว แม้จะยังรู้สึกไม่คุ้นชินเท่าไหร่นักเมื่อเคยมีคนมานอนเบียดบนเตียงหลายสัปดาห์ แต่ตอนนี้กลับไม่มีใครมาคอยเบียดคอยแกล้งยามนอนอีกแล้ว



กิพลิกตัวหันข้างมองความว่างเปล่า กระชับแขนกอดหมอนข้างใบโปรดเข้ามาชิดกายตัวเองมากขึ้น เมื่อจู่ๆ ภาพความทรงจำของเหตุการณ์เมื่อชั่วโมงก่อนก็ลอยเขามาในหัวจนอกข้างซ้ายสั่นไหวขึ้นมาดื้อๆ



 

‘เที่ยงคืนกว่าแล้วอะ นอนด้วยไม่ได้เหรอ’ ใบหน้ากระเง้ากระงอดของแขกยามวิกาลทำให้เขาต้องลอบเบ้ปากอยู่ในใจ ตัวอย่างของคนได้คืบจะเอาศอก ให้เข้ามากินข้าวด้วยก็เลยขีดเส้นที่จำกัดไว้แล้วด้วยซ้ำ



‘รีบกลับไปสิ โอ้เอ้อยู่อย่างนี้ยิ่งดึกกว่าเดิม’



‘กิ… กว่ากูจะถึงบ้าน’ ฮอนกะพริบตามองปริบๆ



‘อย่ามางอแงเป็นเด็ก มึงเลือกออกไปเองนะ’



‘ก็กลัวมึงอึดอัด กลัวไม่สบายใจนี่หว่า’



‘อือ ก็ใช่ ตอนนี้มึงก็กำลังทำให้กูอึดอัด บอกว่าขอเวลาก่อนไง’



‘มึงไม่บอกอะ ว่ามึงต้องใช้เวลาเท่าไหร่’



‘เรื่องแบบนี้มันบอกได้เหรอวะ’



‘ขอโทษ... ไม่กวนแล้วก็ได้’ เขาเกือบจะใจอ่อนแล้วเมื่อเห็นใบหน้าที่สลดลงของแขกยามวิกาล แต่พอนึกถึงคำของเพื่อนสนิทที่บอกให้เขาหนักแน่นกับตัวเองบ้างจึงทำใจแข็งเอ่ยปฏิเสธต่อไป



‘อือ’



‘สัญญากันก่อนสิ’



‘สัญญาอะไร’



‘ห้ามนานเด็ดขาดเลยนะ’



ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป อีกคนจึงเอื้อมมือขึ้นลูบหัวเขาเบาๆ ตามความเคยชิน ก่อนจะจับไหล่แล้วโน้มตัวเข้ามาหาจนใบหน้าห่างกันเพียงแค่คืบ



จุ๊บ



‘สัญญากันแล้วนะ’ พันธสัญญาในค่ำคืนนี้เป็นรอยจูบอุ่นๆ ที่ประทับตราไว้บนหน้าผากของเขา คลื่นความถี่สั่นอยู่ในอกระรัวเหมือนกำลังส่งเสียงเป็นพยานว่าสัญญาครั้งนี้ถูกพันธนาการเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

 



กิจำรอยยิ้มกับสัมผัสอุ่นๆ ของอีกฝ่ายที่ทำไว้ก่อนออกไปนอกห้องได้แม่นยำ มือเรียวยกฝ่ามือแตะที่สัมผัสระรัวในอกข้างซ้ายก่อนจะออกแรงทุบเบาๆ เพื่อสั่งให้มันกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติเสียที



…สงสัยจะไม่ชินกับโหมดอ่อนโยนอีกแล้วล่ะ

 



----------





ดูเหมือนว่าการกระทำอันอุกอาจเมื่อหลายวันก่อนจะทำให้ใครหลายคนมองเขากลับมาเป็นฮอนคนเดิมไม่ใช่คนกากอีกต่อไปแล้ว แต่ถ้าหากใครมองมาเห็นรถคันสีขาวมุกที่จอดหน้าตึกคอนโดนี้ช่วงค่ำยันดึกนานหลายชั่วโมง ก็ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นใครถึงมาได้ทุกวี่ทุกวันแบบนี้



เป็นเขาเองแหละ ไอ้เหี้ยฮอนคนนี้เอง



วันนั้นทำใจกล้าจุ๊บเหม่งหนูกิไปหนึ่งที ยืนรอดูท่าทีคนที่อ้าปากเหวอทั้งที่แก้มเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ อยากก้มไปจุ๊บอีกสักทีหนึ่งให้ชื่นใจเพราะท่าทางน่ารักนั่น แต่ก่อนจะได้ลงมือทำตามที่คิดก็ดูเหมือนอีกคนจะตั้งตัวได้ กำปั้นน้อยๆ ทุบเข้ามาที่อกเขาอย่างจัง พร้อมตะโกนคำพูดติดปากขึ้นมาเสียงดัง



‘ไอ้เหี้ยฮอน!’



อยากตอบกลับไปว่าคำนี้แหละที่รอฟังมาทั้งวัน แต่ต้องรีบเผ่นออกมาจากห้องก่อนจะโดนโกรธไปมากกว่านี้เสียก่อน



ฮอนถอนหายใจ ไม่กากแล้วนะแต่วันนี้ก็ยังต้องนั่งรออยู่ในรถตัวเองเหมือนเดิม เขาลดกระจกให้มีอากาศเข้ามาภายในพอให้หายใจสะดวก ซบหน้ากับพวงมาลัยลูกรักแหงนหน้ามองระเบียงของห้องชั้นสามมาได้สองสามวันแล้ว ดูเหมือนโรคจิตเข้าไปทุกทีๆ



จริงๆ ทำใจกล้าโทรหาอีกรอบแต่กลับต้องมานั่งเหงาคนเดียวอยู่ในรถเหมือนเดิมเพราะโดนไล่เตลิดมาแล้วเมื่อหลายวันก่อน หนูกิตัวขาวของเขาโวยวายใส่โทรศัพท์ยกใหญ่ว่าโทรมากวนเวลาอ่านหนังสือ ตอนนี้เลยไม่กล้าขึ้นไปกวนเวลาอ่านหนังสือของเด็กขยันอีก ทำได้เพียงแค่ทักไลน์ไปถามข่าวคราวให้แน่ใจว่าอีกคนกินข้าวกินยาแล้วเท่านั้น



หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไล่อ่านข้อความที่ส่งไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ คำว่า ‘คิดถึงนะคะ’ ที่ส่งไป ขึ้นอ่านเรียบร้อยแล้วแต่ไม่มีข้อความอะไรตอบกลับ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นเอามากเกินไปรึเปล่าที่คิดอิจฉาโทรศัพท์เพราะมันได้เห็นใบหน้าแดงๆ เวลาเขินของหนูกิตอนอ่านความคิดถึงที่เขาส่งไปให้



ตั้งแต่วันที่ทำสัญญากันวันนั้นเขาก็ยังไม่ได้เจอหน้าอีกฝ่ายอีกเลยสักครั้ง นั่งมองที่ระเบียงหวังว่าจะได้เห็นอีกคนเดินมานั่งนอกระเบียงหรือมาตากผ้าสักครั้งก็ยังดี ทว่าไม่มีแม้กระทั่งเงาพาดผ่านบนผ้าม่าน ทั้งที่ไฟห้องก็ยังเปิดสว่างโร่อยู่ค่อนคืน



คิดถึงแทบบ้า ไม่ได้ยินเสียงด่าว่า ‘ไอ้เหี้ยฮอน’ มาหลายวันแล้วนะ



Honne. กินข้าวรึยัง



ทำใจกล้าทักไปหาเหมือนทุกที มองข้ามตัว READ เล็กๆ ในข้อความก่อนหน้าไป ขณะรอคำตอบก็นั่งฟังเพลงจากไอแพดอยู่สักพักจนกระทั่งมีข้อความตอบกลับ



G I. ยัง



Honne. ดึกแล้ว ทำไมยังไม่กิน



G I. ไม่มีของกินแล้ว



Honne. จะกินอะไรเดี๋ยวสั่งให้



G I. ไม่ต้อง กำลังลงไปเซเว่น



เงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์มองไปตึกฝั่งตรงข้ามก็เห็นคนที่กำลังคุยด้วยออกมาจากประตูตึกพอดี ฮอนไม่รอช้า เปิดประตูก้าวขาลงจากรถข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามทันที



อากาศเย็นๆ ช่วงกลางคืนพัดผ่าน สองเท้าก้าวตามจังหวะการเดินคนข้างหน้าไปเรื่อยๆ  ตอนนี้เขายิ่งทำตัวเหมือนโรคจิตเข้าไปใหญ่เพราะไม่อยากเข้าไปทักเลยได้แต่เดิมตามกิอยู่ข้างหลังแบบนี้



Honne. โทรหาได้รึเปล่า



G I. อือออ



เห็นคนตัวเล็กเดินก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ไม่ยอมเงยหน้ามองทางสักทีก็นึกห่วง พอได้คำอนุญาตมาก็ไม่รีรอรีบต่อสายหาทันที



“ฮัลโหล” ฮอนชะลอฝีเท้า พยายามเดินตามเงียบๆ ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว



(โหล)



“กี่โหลดีครับ”



(ถ้าโทรมากวนเฉยๆ จะวางแล้วนะ)



“อย่าเพิ่งดิ ขำขันหน่อย”



(คิดว่าขำด้วยไหมล่ะ)



“เสียงแบบนี้สงสัยไม่ขำแน่ๆ” เสียงเรียบนิ่งของคนตัวเล็กทำให้เขาตอบได้โดยไม่ต้องเดา



(น่าขำตรงไหน)



“ยอมละ ไม่ขำก็ไม่ขำค่ะ ทำอะไรอยู่หือ”



(ก็บอกกำลังไปเซเว่นไง)



“เอ้อ จริงด้วย” ฮอนหัวเราะ ทำทีท่าว่าไม่รู้อะไรจริงๆ



(โทรมามีอะไร)



“คิดถึงเฉยๆ ไม่ได้เหรอคะ”



(ไม่ได้)



“อ้าว งี้ใจพี่ก็แย่เลยสิคะหนู”



(…ไอ้เหี้ยฮอน) เขาหลุดหัวเราะ เมื่ออีกคนเงียบไปสักครู่แล้วเอ่ยคำที่เขารอฟังขึ้นมาจนได้



“จริงๆ แล้วโทรมาเพราะจะไปเซเว่นเป็นเพื่อนแหละ”



(อะไรของมึง)



“เป็นห่วงไง มึงเดินไปเซเว่นคนเดียวมันอันตราย เกิดโดนฉุดขึ้นมา กูจะได้แจ้งตำรวจทัน”



(ปัญญาอ่อน ใครจะมาฉุดวะ)



“มีแล้วกัน” ไม่อยากบอกว่าเขาเองนี่แหละ คนที่เป็นโรคจิตเดินตามหลังอยู่ตอนนี้ไง อยากฉุดจอมดื้อไปกกไว้ในห้องคนเดียวไม่ให้มีใครเห็น



(แค่นี้นะ)



“เดี๋ยวดิ รีบวางจัง”



(ถึงเซเว่นแล้ว จะซื้อของ)



“ซื้อไป คุยไปก็ได้” เขาชะงักเมื่อเห็นว่าถึงเซเว่นแล้วจริงๆ  หยุดยืนรอให้กิเดินเข้าไปในร้านก่อนพักหนึ่งแล้วจึงก้าวเท้าเดินตามเข้าไป



(ยุ่งยาก)



“อย่ากินมาม่าเยอะนะ” รีบเอ่ยทักเมื่อแอบมองจากด้านหลังแล้วเห็นว่าคนตัวเล็กหยิบแพ็คมาม่าลงตะกร้า



(ซื้อไปตุนไว้เฉยๆ) กิวางมาม่าแพ็คที่สองกลับไปที่เดิมก่อนจะเลื่อนมือไปหยิบโจ๊กขึ้นมาแทน



“โจ๊กด้วย โซเดียมพอๆ กับมาม่าอะ”



(อะไรวะ งั้นกูกินมาม่าเหมือนเดิมนั่นแหละ)



“ไม่ได้ เพลาๆ ลงบ้าง รู้นะว่ากูไม่อยู่ด้วยมึงก็กินแต่มาม่า”



(ยุ่ง) กิยอมวางซองโจ๊กในมือ ขยับตัวไปชั้นวางข้างๆ ที่มีอาหารกระป๋องต่างๆ วางอยู่ เห็นโปรโมชั่นลดราคาเมื่อซื้อคู่จึงเลือกหยิบลงตะกร้าไป



“ซื้ออะไรเยอะขนาดนั้น กะจะกินแต่ปลากระป๋องเหรอ”



(เรื่องของกู)



กิชะงักก่อนจะหันซ้ายหันขวา มองหาสิ่งผิดปกติ



(รู้ได้ไงว่ากูซื้อปลากระป๋อง)



“เอ้อ แบบ… ได้ยินเสียง ใช่ๆ เสียงกระป๋องก๊องๆ แก๊งๆ เลยเดาว่าเป็นปลากระป๋องไง” ชายหนุ่มตอบกระอึกกระอักเมื่อรู้ว่าตัวเองหลุดปากไป



(งั้นเหรอ)



“จริง ไม่ได้โกหกอะไรเลย”



(มึงดูแปลกๆ นะ) คนตัวเล็กกวาดสายตาไปทั่ว เหลือบไปเห็นกระจกมองโค้งที่มุมร้านจึงได้เห็นสิ่งผิดปกติที่ว่า เมื่อภาพในกระจกสะท้อนให้เห็นชายคนหนึ่งแอบอยู่หลังชั้นวางขนม กำลังด้อมๆ มองๆ เขาเหมือนคนโรคจิต



“แปลกอะไร ไม่มี้” ฮอนตบปากตัวเองเบาๆ  จะเสียงสูงทำไมวะเนี่ย!



(เหรอ ไม่ได้แปลกแล้วจะหลบทำไม)



“เชี่ย” ฮอนร้องอุทานตกใจเมื่อคนที่เขาแอบตามหันหลังมาสบตาด้วย



กิกดวางสายก่อนจะก้าวเท้ามาหาคนที่ทำตัวเป็นประหลาด



“กูนึกว่าคิดไปเองว่ามีใครตาม ไอ้เหี้ยเอ๊ย”



“แหะๆ ขอโทษ แค่อยากเห็นหน้าแต่กลัวมึงไล่ไปอีกหง่า เห็นได้ไงวะเนี่ย” ฮอนก้มหน้าทำปากเบะเป็นเด็ก เมื่อเห็นว่าโดนจับได้



“ก็เลยตามแบบนี้เหรอ”



“ก็คิดไม่ออกแล้วว่าต้องทำยังไงง่ะ”



“ไม่ต้องมาแอ๊บ ง่ะที่หน้า”



“ดุจัง พันธุ์อะไรเนี่ย”



“ตลกปะ”



“ไม่ครับ” ฮอนก้มหัวต่ำทำหน้าสำนึกผิดมากกว่าเดิม



“เอาไป” กิยื่นตะกร้าสีแดงให้อีกฝ่ายถือแทนเพื่อเป็นบทลงโทษที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ เป็นโรคจิต



“ครับ คุณหนู” ฮอนผงก ยื่นมือไปรับมาก่อนจะเดิมตามต้อยๆ เขาได้เปลี่ยนบทบาทอีกแล้ว จากคนโรคจิตเลื่อนขั้นเป็นคนใช้ภายในไม่กี่นาที



“กูพาไปห้างไหม จะได้ซื้อของสด” ฮอนเอ่ยทักเมื่อเห็นอีกคนหยิบถาดไข่ลงตะกร้าแล้วตรงไปคิดเงิน



กิส่ายหัว “หื่อ ตุนไว้ไม่กี่วันเอง”



“ไมอะ สอบเสร็จวันไหน”



“ศุกร์” กิเดินมาหยุดหน้าเคาน์เตอร์แคชเชียร์ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบให้คนที่เดินตามมาวางตะกร้าลง



“ไม่ต้อง เดี๋ยวกูจ่ายให้” ฮอนรีบควักกระเป๋าเงินออกมาทันทีเมื่อเห็นคนตัวเล็กหยิบเงินจากกระเป๋าขึ้นมานับ



กิไม่ได้พูดอะไร ปล่อยให้คนเสนอตัวจ่ายทำหน้าที่ไปแต่โดยดี



“รับขนมจีบซาลาเปาเพิ่มไหมคะ” พนักงานสาวกะดึกเอ่ยถามเมื่อถึงกระบวนการสุดท้ายของการคิดเงิน



“กินไหม” ฮอนหันมาถามคนตัวเล็ก



“ไม่อะ”



“เอาขนมจีบครับ” คำตอบของหนุ่มพ่อบ้านทำให้กิขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่าเข้าใจผิดหรืออยากกินเองกันแน่ ถ้าเป็นข้อหลังแล้วมันจะถามเขาเพื่ออะไร



หลังจ่ายเงินและรับของเสร็จ ฮอนก็ดันหลังคนตัวเล็กให้เดินออกมาจากเซเว่น “ไป เดี๋ยวกูเดินไปส่ง”



“ไม่ต้องก็ได้”



“เหอะน่า ให้กูได้อยู่กับมึงเพิ่มสักนาทีก็ยังดี”



ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันไปเรื่อยๆ สิ้นน้ำเสียงทุ้มก็ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาอีก มีเพียงเสียงแมวข้างถนนกับเสียงรถที่วิ่งผ่านมาทำลายความเงียบเท่านั้น



“ลืมสัญญารึยัง” เดินมาได้ครึ่งทาง อยู่ดีๆ คนตัวสูงกว่าก็หันมาถาม



“กูไปสัญญาอะไรกับมึงไว้”



“ลืมเหรอ ให้เตือนความจำอีกทีไหม” ฮอนชะงักเท้า หยุดมองคนตัวเล็กกว่าก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปใกล้



“ถอยไปเลยไอ้บ้านี่” กิถอยเท้าร่นลงมาเมื่อโดนคุกคาม



“ก็มึงลืมอะ กูต้องทำอีกเพื่อเตือนความจำ”



“ข้างถนนนะไอ้เหี้ย”



“อ๋อ แสดงว่าเข้าห้องแล้วทำได้”



“ไอ้เหี้ยฮอน”



“โอ๊ย ล้อเล่นค่ะ” เขาร้องครวญเมื่อโดนกิตีเข้าที่แขน



...เขินแล้วรุนแรงตลอดเลยคนอะไร



“เอ้านี่” จู่ๆ คนตัวสูงก็ยื่นถุงใบเล็กส่งมาให้ กิรับมาแล้วเปิดดู ไอขนมจีบร้อนๆ ลอยกรุ่นออกมาจากถุง



“บอกว่าไม่ต้องซื้อไง เข้าใจไรผิดปะ”



“เปล่า รู้ว่าไม่เอา แต่ไม่ค่อยได้ยินประโยคนี้จากพนักงานเซเว่นนานแล้วเลยช่วยอุดหนุนหน่อย”



“สายเปย์จริงเนอะ”



“แต่อยากเปย์คนแถวนี้มากกว่า เมื่อไหร่จะหายงอนก็ไม่รู้เนอะ เกือบอาทิตย์แล้วเนี่ย”



กิไม่สนใจคำพูดลอยๆ ของอีกคน เขาก้มหน้าหยิบถุงขนมจีบออกมาดู



“มึงสั่งจีบไรอะ จีบกุ้งรึปู”



“ไม่ใช่ทั้งสองเลยค่ะ… เพราะจีบหนูกิต่างหากล่ะ”



สิ้นสุดประโยคของคนตัวสูง กิก็เร่งฝีเท้าเดินลิ่วไปพร้อมจิ้มขนมจีบเข้าปากกินเพื่อพิสูจน์ด้วยตัวเอง เบือนหน้าหนีไม่สนใจคำพูดของอีกฝ่าย



เสียงทุ้มตะโกนไล่หลังตามมาติดๆ



“กิ! รีบเดินไปไหนเล่า รอด้วย!”
 




(100%) TBC.
ー #AdaywithWCM
ー หลังจากนี้อาจจะมาช้าหน่อยนะคะ จะพยายามมาทุกอาทิตย์ให้ได้เลยค่ะ ฮือ ขอบคุณทุกคนเลยค่า
 :pig4:  :กอด1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 7th Match ♥ (19/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Kx0806 ที่ 19-08-2018 23:39:11
หนูกิอย่าไปยอมฮอนง่าย ๆ นะ เอาให้สาสมกับที่มันมาหยอกทีเล่นทีจริงกับหนู อย่าไปย๊อมมม
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 7th Match ♥ (19/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: CLShunny ที่ 20-08-2018 06:50:27
น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกดดด ชอบคำว่าหนูกิจากปากกกนางมากๆๆๆ
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 7th Match ♥ (19/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: mypink801 ที่ 20-08-2018 14:45:34
ฮอนสายเปย์สายดูแลสายพูดคำว่าหนูกิแล้วทำให้เขินนน   :impress2:
หนูกิน่ารักกก เขินรุนแรงงง
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 7th Match ♥ (19/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 20-08-2018 17:35:58
 :o8: :o8: :o8:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 7th Match ♥ (19/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 20-08-2018 21:29:45
หนูกิงอนนานๆเลย หงอจนไม่รู้จะหงอยังไงแล้วค่ะ 555555555555555
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 7th Match ♥ (19/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 20-08-2018 22:40:33
แหนะๆๆๆๆๆ หนูกิมีเขิน   :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 7th Match ♥ (19/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: manami1155 ที่ 21-08-2018 00:02:03
เขินกะมุกขนมจีบ แอร๊ยยยยยยยย
เล่นตัวอีกนิดนะลูกหนูกิ
เอาให้นางฮอนต้องตามง้อหนักๆ
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 7th Match ♥ (19/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Maybe_common ที่ 21-08-2018 21:38:11
ชอบมากๆๆๆๆๆเลยนะคะ รอตลอดเลยน้าาา สู้ๆนะคะจะรออ่านตอนต่อไปน้าาาาา  :mew1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 7th Match ♥ (19/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: memozy ที่ 26-08-2018 12:08:29
รอติดตามจ้า
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 7th Match ♥ (19/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: manami1155 ที่ 30-08-2018 23:03:19
คิดถึงหนูกิจังเลยค่ะ
นักเขียนหายไปหลายวันเลย TT
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 8th Match ♥ (31/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Mayongchees ที่ 31-08-2018 20:57:22
ー 8th Match ♥
☁ 




 “พี่ฮอน! แฮมบอกแล้วว่าให้ใส่น้ำปลายี่ห้อนี้แทน อีกยี่ห้อมันเค็ม”



หญิงสาวร่างเล็กบ่นเอ็ดพี่ชายของเธอที่กำลังยืนเก้กังอยู่หน้าเตาแก๊ส เธอขมวดคิ้วมุ่นหลังชิมน้ำแกงในหม้อที่พี่ชายเป็นคนปรุงแล้วพบว่ามันเค็มเกินกว่าจะทานได้



“มันไม่เหมือนกันเหรอ”



“ไม่เหมือนค่ะ อันนี้เค็มกว่า พี่ยิ่งมือหนัก เหยาะลงไปนิดเดียวก็เค็มแล้ว” เธอหยิบน้ำปลายี่ห้อที่พูดถึงขึ้นมาให้ดูชัดๆ



“ทำไมเขาไม่ทำให้มันเค็มเท่ากันวะ” ฮอนบ่นพึมพำกับตัวเอง เขาไม่รู้ว่ามันต่างกันนี่นา นึกว่าแค่ตวงปริมาณตามที่น้องสาวบอกก็พอแล้ว ตอนนั้นหยิบจับอะไรได้ก็ใช้เลย ไม่ได้สนใจว่ายี่ห้อไหนนี่หว่า



“เดี๋ยวแฮมทำต่อเอง ออกไปรอข้างนอกเลยไป” หญิงสาวคว้าทัพพีจากมือพี่ชายก่อนจะเอ่ยปากไล่พร้อมใช้มือผลักหลังคุณพ่อครัวฝึกหัดให้ออกไปแต่โดยดี



คนเป็นพี่ชายขืนตัวไม่ยอมก้าวเท้าออกจากห้องตามแรงดัน “ให้พี่ยืนดูไม่ได้เหรอคะ หนูบอกจะสอนพี่นะ”



“แฮมเหนื่อยแล้วอะ ค่อยทำวันอื่นไม่ได้เหรอ”



“ไม่อาววววว ใกล้เปิดเทอมแล้วจะเอาเวลาไหนมาเรียนอีก ไม่ทันแล้วค่ะ”



“ก็กลับบ้านบ่อยๆ สิคะ มัวแต่ไปกวนพี่กิ ไม่กลัวพี่เขารำคาญรึยังไง” เธอเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าช่วงปิดเทอมพี่ชายก็ยังเทียวไปหาเพื่อนสนิทสมัยมัธยมปลายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแม้ว่าจะอยู่คนละคณะก็ตามที พอถึงช่วงบอลโลกยิ่งแล้วใหญ่เพราะพี่ชายตัวสูงไม่กลับบ้านเป็นเดือน หอบผ้าหอบผ่อน ลากกระเป๋าไปขออาศัยห้องคนอื่นอยู่แบบโนสนโนแคร์ใครทั้งนั้น



“โถ ระดับพี่อะแฮม” ไม่กลัวก็บ้าแล้ว… ชายหนุ่มได้แต่พูดประโยคหลังอยู่ในใจขณะมองน้องสาวเติมน้ำเปล่าลงในหม้อต้มจืดเพื่อลดความเค็ม



“ถ้าไม่ออกก็อย่ายืนเกะกะค่ะ ขยับออกมานี่ พี่ฮอนยืนบังชั้นวางของ แฮมหยิบไม่ได้”



“ค่ะคุณหญิงหทัยณัฐ ดิฉันจะถอยหลังเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”



ฮอนหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าน้องสาวตนเองหันหน้ามาค้อนใส่เพราะดันไปพูดจากวนโอ๊ยเข้า



เขายื่นมือไปลูบหัวน้องสาวด้วยความรักใคร่ เด็กตัวน้อยวัยอนุบาลที่เคยติดพี่ชายยิ่งกว่าอะไรดี ตอนนี้เติบใหญ่เป็นหญิงสาวอยู่ในรั้วโรงเรียนมัธยมเสียแล้ว เมื่อก่อนเขาก้าวขาไปทางซ้ายก็มีเสียงพี่ฮอนคะ ก้าวไปขวาก็มีเสียงพี่ฮอนขาคอยเรียกเอาไว้ไม่ให้ห่างกาย วันไหนแอบออกไปเล่นกับเพื่อนข้างบ้าน ยัยตัวดีตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอพี่ชายนอนอยู่ข้างๆ เหมือนเคยก็ร้องไห้จ้า จนแม่ต้องไปตามให้เขากลับมาดูแลน้อง



เวลานั้นเขาเหมือนเป็นพี่ชายและพี่เลี้ยงเด็กในเวลาเดียวกัน ทั้งที่เราสองคนอายุห่างกันเพียงสี่ปีเท่านั้น น้องสาวตัวเล็กของเขาน่ารักกว่าใครๆ พูดจาเจื้อยแจ้วทั้งวี่ทั้งวันได้ไม่มีหยุด ชอบพูดคะขาอย่างนู้นอย่างนี้ เวลามาอ้อนขอให้พี่ชายซื้อขนมให้ก็มักจะเข้ามากอดมาหอมแล้วแทนตัวเองว่าหนูเกือบทุกครั้ง



เด็กชายหฤทย์ในเวลานั้น รักน้องมากเท่าจำนวนดวงดาวที่เคยนับบนท้องฟ้าจำลองที่เคยไปดูด้วยกัย เพราะมันมากมายเสียจนน้องกับเขาช่วยกันนับไม่หวาดไหว แม้ว่าจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นักหรอกว่าทำไมน้องสาวต้องชวนเขาเล่นบาร์บี้ ทั้งที่เขาอยากเล่นกันดั้มมากกว่า เราเคยทะเลาะกันเรื่องนี้จนน้องสาวตัวเล็กร้องไห้จ้า แม่เข้ามาปลอบจนน้ำตาของน้องแห้งเหือด หญิงแสนแกร่งคนนั้นไม่ดุไม่ว่าอะไรเขาเลยนอกจากตั้งคำถามให้เขาคิดได้ด้วยตัวเอง



‘ฮอนอยากมีน้องไม่ใช่เหรอครับ ทำไมเป็นพี่แล้วไม่ดูแลน้องเลย’



‘เปล่านะ ฮอนรักน้อง’



‘รักน้องก็ต้องดูแลน้องด้วยนะ เข้าใจไหมครับ’



หลังจากนั้นเขาก็มั่นใจว่าตัวเองกลายเป็นพี่ชายที่ดูแลน้องสาวได้ดีที่หนึ่งไม่แพ้ใคร เพราะถือคติว่า ‘เป็นพี่ต้องดูแลน้อง’ ตั้งแต่ประถมยันปัจจุบัน แต่ไม่รู้ว่าตามใจจนเคยตัวไปแล้วรึเปล่า โตมาเลยแสบขึ้นมากกว่าแต่ก่อนเสียอย่างนี้



“พี่ฮอน”



“พี่ฮอน!”



“พี่ฮอนนนนนนน” เจ้าของชื่อสะดุ้งตัวโหยงเมื่อน้องสาวยื่นหน้าเข้ามาตะโกนข้างใบหูเสียงดัง



“โอ๊ย หูจะแตก มาตะโกนใส่พี่ทำไม”



“แฮมเรียกตั้งหลายรอบแล้ว เหม่ออยู่นั่นแหละ”



“ฮะ ไม่ได้ยินอะ” เพราะมัวแต่เหม่อคิดถึงเด็กน้อยแสนน่ารักคนนั้น ทำให้เขาไม่ได้ยินเสียงเรียกข้างหูจากเด็กตัวแสบคนนี้



หญิงสาวถอนหายใจ “ไปตักข้าวรอหน่อย กับข้าวจะเสร็จแล้ว”



ฮอนชะโงกหน้าดูหม้อที่กำลังเดือดปุดๆ ก่อนจะชี้มือลงไปที่ฟักสีเขียว



“ดูยังไงว่าไอ้นี่มันสุกอะ”



“นี่ไง ถ้ามันนิ่มก็แสดงว่าสุกแล้ว ถ้าชอบฟักเปื่อยๆ แบบเคี้ยวง่ายหน่อย ก็ต้มนานขึ้นให้มันสุกกว่านี้ โอเค้?” ชายหนุ่มผงกหัวตอบรับ ก่อนจะเดินไปตักข้าวใส่จานตามที่คุณแม่ครัวบอก



เมนูอาหารเย็นวันนี้ประกอบไปด้วยปลาทูทอดเกรียมที่เกือบจะไหม้โดยฝีมือของพ่อบ้านมือใหม่ ต้มฟักใส่ไก่ที่ชายหนุ่มถือว่าเป็นฝีมือของเขากึ่งหนึ่ง เพราะเป็นคนเทน่องไก่กับฟักเขียวลงไปในหม้อเอง และสุดท้ายก็คือน้ำพริกกะปิฝีมือคุณแม่ครัวคนเก่งของบ้าน



ฮอนถ่ายรูปอาหารมื้อเย็นวันนี้ส่งให้เด็กขยันที่ป่านนี้คงนั่งหิวอยู่คอนโดคนเดียว ไม่รู้ว่าป่านนี้คุณหนูคนนั้นจะกินข้าวรึยัง ยิ่งตัวเล็กๆ แถมยังขี้เกียจทำอาหารเองอยู่ด้วย



เสียงหัวเราะคิกคักของคนตรงข้ามทำให้เขาชะงัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาส่งสายตามองน้องสาวตัวดีที่กำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ตรงหน้า



“ทำไมอยู่ดีๆ นึกครึ้มอยากทำอาหารอะ” แฮมผู้เป็นน้องสาวเอ่ยถามหลังวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ



“ก็ไม่มีอะไร อยากทำให้เป็นไว้บ้างเฉยๆ”



“ปกติก็ซื้อกินตลอดนี่ ไม่เคยเห็นว่าอยากทำกินเองอะ”



“เริ่มอยากทำให้เป็นบ้างแล้วไง เวลาดูแลคนป่วยจะได้ทำอาหารให้เขากินได้”



หญิงสาวหรี่ตามองพี่ชายที่กำลังแทะน่องไก่อยู่ตรงหน้า “ถามจริง คนป่วยรึแฟน”



“อดีตคนป่วย อนาคตแฟน” ฮอนยักคิ้วหลิ่วตาตอบ



“จริง! ใครอะ? เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งบอกนะ แฮมขอเดาก่อน” หญิงสาวกุมขมับ ขมวดคิ้วทำท่าทางครุ่นคิด



“พี่ผึ้งใช่ปะ ที่แท็กหาพี่ในเฟซบุ๊กบ่อยๆ อะ” ฮอนส่ายหัว



“พี่เพชรที่พี่ฮอนบอกว่าไปดูแลตอนงานดาวเดือน!” หญิงสาวปรบมือดังลั่น มั่นใจว่าต้องใช่คนนี้แน่ๆ เพราะจำได้ว่าพี่ชายตัวเองเคยพาน้องคณะคนหนึ่งไปโรงพยาบาล แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาก็ยังคงเป็นการส่ายหัวปฏิเสธว่าไม่ใช่อีกตามเคย



“ใครอะ แฮมไม่รู้เรื่องสาวในมหา’ลัยเท่าไหร่นะ ใบ้หน่อย” คนเป็นพี่ยักไหล่พร้อมส่ายหัวไปมา



“ใบ้หนูหน่อยนะคะ น้าาาาา” แฮมกะพริบตาปริบๆ พยายามใช้ลูกอ้อนเดิมตอนเป็นเด็กที่เคยอ้อนขอขนมพี่ชาย แล้วมักจะได้ผลเสมอ



“แถวๆ นี้แหละค่ะ”



“แถวนี้? พี่บีข้างบ้านเราเนี่ยเหรอ ไม่ได้นะพี่ฮอน! เขามีแฟนแล้ว!” ฮอนอดขำให้กับความมโนของน้องสาวตัวเองไม่ได้จึงเผลอหัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนจะไอแคกๆ ออกมาเพราะสำลักข้าว



“พอๆ ก่อนหนูจะคิดไปไกลมากกว่านี้” ชายหนุ่มรีบเบรกความคิดของน้องสาวตัวเองก่อนจะเลยเถิด



“ก็บอกสักทีสิคะ”



“ไม่บอกหรอก ปล่อยให้สงสัยอย่างนี้แหละ” ฮอนตักข้าวเข้าปากคำสุดท้าย ก่อนจะรวบช้อนส้อมทำทีลุกออกจากโต๊ะอาหารเพื่อตัดบท



“แฮมโกรธนะ”



“โกรธเลยค่ะ ไม่ง้อหรอก”



“ได้! งั้นก็ขอให้คนคนนั้นโกรธพี่แล้วก็ขอให้ง้อไม่สำเร็จด้วย!” ชายหนุ่มหน้าเหวอ เอี้ยวตัวหันมามองน้องสาวที่อยู่ดีๆ ก็แช่งเขาเฉยเลย



“แฮมถอนคำพูดค่ะ” หากเป็นเวลาปกติแล้วเขาคงไม่สนใจกับคำพูดไร้สาระแนวนี้หรอก แต่พอมีประเด็นเรื่องง้อๆ โกรธๆ เข้ามาหน่อย ช่วงนี้เลยรู้สึกอ่อนไหวเสียเลยเกิน



“ไม่ถอนๆๆ จนกว่าจะบอก”



“ยังบอกไม่ได้จริงๆ รอเป็นแฟนกันก่อนได้ไหมคะ เดี๋ยวพี่จะบอกหนูคนแรกเลย”



“พูดแล้วนะ”



“พี่เคยโกหกเหรอ”



“นี่ถามจริงรึล้อเล่น ให้สาธยายคำโกหกของพี่อาทิตย์นึงก็ไม่จบหรอก”



“โห เยอะขนาดนั้นเลย”



“ก็คิดทบทวนตัวเองดูแล้วกันค่ะ” ฮอนเอื้อมมือไปยีผมน้องสาวจนยุ่ง



“ทำไมโตแล้วร้ายขึ้นอย่างนี้ ไหนน้องสาวตัวเล็กน่ารัก คอยมาอ้อนพี่ฮอนคะพี่ฮอนขา หนูอย่างนู้นอย่างนี้ ไหนคะ หายไปไหนแล้ว”



“แฮมโตแล้ว ไม่ทำแบบนั้นแล้ว โอ๊ย! หัวยุ่งอะ พอเลย” หญิงสาวปัดมือพี่ชายออกจากหัว ก่อนจะมุ่ยหน้ามองพี่ชายกำลังยิ้มร่า



“พี่เลยติดพูดคะขากับคำว่าหนูไปด้วยเลย คนอื่นมองพี่กะล่อนไปหมดแล้วมั้งเนี่ย”



“ก็ฟังดูกะล่อนจริงๆ อะ เพื่อนแฮมก็บอกชอบพี่ฮอนเพราะพูดคะค่ะนี่แหละ พวกนางบอกอยากมีพี่ชายแบบนี้ ฟังแล้วเขินจั๊กจี้หัวใจ อะไรก็ไม่รู้ บรึ๋ย” แฮมสั่นตัวทำท่าขนลุกซู่ ไม่รู้ว่าพวกเพื่อนของเธอเขินตรงไหน น่าขนลุกจะตายชัก



“จริงดิ” ชายหนุ่มหัวเราะ มิน่าล่ะ เวลาไปรับน้องหลังเลิกเรียนพิเศษทีไร น้องๆ ในกลุ่มของแฮมถึงดูขัดเขินเขาไปหมด



“เอาเถอะ สัญญาแล้วนะว่าจะบอกแฮมคนแรก”



“สัญญาค่ะ”



“ถอนคำพูดก็ได้ แต่ถ้าพี่ฮอนโกหกอีกขอให้คำแช่งเป็นจริง เพี้ยง!” หญิงสาวพนมมือทำปากงุบงิบก่อนจะพ่นลมออกมาให้เห็นว่าจริงจังกับคำพูดแค่ไหน



“เอ้อ ถามพี่กิให้หน่อยสิคะ ว่าช่วงนี้รับงานสอนอยู่รึเปล่า แฮมอยากเรียนคณิตฯ คุณครูพี่กิสอนรู้เรื่องสุดแล้วอะ”



“โหย มันไม่ว่างหรอก ทั้งทำงานทั้งสอบก็จะไม่มีเวลาแล้ว” ชายหนุ่มกล่าวปฏิเสธแทนคนที่ถูกพูดถึงทันที



“รู้ได้ไงอะ”



“ก็อยู่กับมันมาเดือนกว่า กิมันได้พักก็ตอนพี่บังคับให้มาดูบอลเป็นเพื่อนเนี่ยแหละค่ะ”



“แฮมหมายถึงรู้ได้ยังไงทั้งที่ยังไม่ได้ถาม! ทักไปถามให้ก่อนเลย ไม่งั้นก็เอาไลน์พี่กิมา เดี๋ยวแฮมถามเอง”



ฮอนรีบกล่าวปฏิเสธ “งั้นเดี๋ยวพี่ถามให้ รอก่อนนะ”



หญิงสาวพยักหน้าหงึกหงัก มองพี่ชายลุกออกจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันได้เอ่ยปากทักอะไร พี่ชายตัวสูงก็เดินถือโทรศัพท์ขึ้นไปบนห้องนอนเรียบร้อยเสียแล้ว ทั้งที่บอกว่าวันนี้จะเป็นคนล้างจานให้เอง



เนี่ย ไหนบอกว่าไม่โกหกกันเล่า!

 



----------





หลังจากอาบน้ำทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย เขาก็ล้มตัวนอนลงบนเตียง ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กโซเชี่ยลไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะเข้าอินสตาแกรมแล้วเห็นคลิปวิดีโอที่ตัวเองกำลังแทะน่องไก่ท่าทางเอร็ดอร่อย จากสตอรี่ยัยน้องสาวตัวดีที่แอบถ่ายโดยไม่บอกไม่กล่าว เสียงหัวเราะคิกคักตอนนั้นคงเป็นเพราะสิ่งนี้สินะ ฮอนรีบทักข้อความไปหาตัวแสบให้ลบทันที โคตรน่าเกลียดอะ บอกตรงๆ ว่ารับตัวเองไม่ได้!



ตบตีกับน้องสาวตัวเองในแชทอยู่สักพัก แจ้งเตือนใหม่ในไลน์ก็เด้งขึ้นมาเป็นชื่อของคนที่เขาส่งรูปอาหารให้เมื่อชั่วโมงก่อน­ รีบกดเข้าไปดูเพราะหวังจะได้เห็นข้อความแบบ ‘หิวจัง กลับมาทำกับข้าวให้หน่อย’ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเห็นมีแค่สติ๊กเกอร์หมีหน้าเซ่อที่เจ้าตัวชอบใช้ตอบกลับมาเพียงเท่านั้น



Honne. กินข้าวรึยัง?



ไม่เป็นไร ถึงจะมีแค่สติ๊กเกอร์เขาก็ชวนคุยต่อเองได้



G I. กินแล้ว

Honne. มาม่า?

G I. สั่งหมูกรอบมากิน

Honne. ดีแล้ว ยาล่ะ?

G I. หมดแผงไปแล้ว

Honne. เก่งมากค่ะ แล้วหายรึยัง

G I. หายแล้วดิ

Honne. คอลหาได้ไหม อยากได้ยินเสียง

G I. ไม่อะ จะอ่านหนังสือแล้ว



ฮอนขมวดคิ้วเล็กน้อย เกือบลืมไปเลยว่าหนูกิของเขาสอบวิชาสุดท้ายในวันพรุ่งนี้แล้ว



หลังจากวันที่ทำตัวเป็นโรคจิตเดินตามคุณหนูไปเซเว่นในวันนั้น เขาก็คิดได้ว่าควรรีบทำอะไรสักอย่างเสียที ดีกว่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปเปล่าประโยชน์เหมือนที่เคยทำในหลายวันก่อน ไม่กี่วันมานี้ก็เลยใช้เวลาที่เคยนั่งโง่บนรถเพื่อมองระเบียงห้องคนอื่น มานั่งคิดแผนกระทำการใหญ่แทน



เริ่มฉลาดขึ้นมาว่าควรวางแผนเอาไว้ก็เพราะวันนั้นแอบหวังว่าจะได้ขึ้นไปบนห้องหนูกิเหมือนเคย แต่ก็ต้องคอตกกลับบ้านแทน เมื่อโดนคุณหนูไล่ตะเพิดตั้งแต่เล่นมุกขนมจีบต๊องๆ นั่นออกไป นึกย้อนแล้วก็ได้แต่แอบเสียดายเล็กๆ น่าจะกลั้นใจไม่พูดแหย่ให้มีคนเขินอาย ไม่อย่างนั้นอาจได้เนียนขึ้นห้องไปนั่งจิบน้ำสะอึกบ้างแล้ว



แต่ถ้าคิดว่าเรื่องแค่นั้นจะทำให้เขาถอดใจได้แล้วล่ะก็ บอกเลยว่าคุณ-คิด-ผิด-ค่ะ! เขาว่ากันว่าน้ำหยดลงหินทุกวันมันยังกร่อน แข็งๆ แบบหินยังกร่อนได้ นับประสาอะไรกับหนูกิตัวนุ่มๆ ของเขากันล่ะ โดนมุกโจมตีเข้าไปทุกวันเดี๋ยวใจก็ย้วยยิ่งกว่าหมูนุ่มในหม้อชาบูเองนั่นแหละ!



โห คิดได้ไงวะ พูดถึงแล้วอยากกินชาบูเลย ใจนายมันได้จริงๆ ว่ะไอ้เหี้ยฮอนเอ๊ย



Honne. สอบเสร็จกี่โมง

G I. น่าจะเที่ยง

Honne. โอเคค่ะ คิดถึงมากๆ เลยนะ

G I. อืม



ครั้งนี้เจ้าคุณหนูคนนั้นอ่านความคิดถึงของเขาแล้วตอบด้วยแฮะ ถึงแม้จะเป็นคำตอบรับสั้นๆ แบบขอไปทีก็เถอะ น้ำตาจะไหลแล้ว ขอแคปเก็บไว้หน่อยเถอะ



นอนปลาบปลื้มปีติอยู่ในใจได้สักพักก็เด้งตัวขึ้นฮึดสู้ เดินไปหยิบกีตาร์กับกระดาษจดคอร์ดที่แกะเอาไว้มาฝึกอีกสักรอบก่อนได้เล่นจริง ดีดอยู่ไม่กี่รอบก็วาง ก่อนจะลุกไปหาชุดหล่อๆ ไว้ใส่สักชุด จดโน้ตเตือนป้องกันตัวเองลืมว่าพรุ่งนี้ต้องไปซื้อดอกไม้ก่อนไปรับคนตัวเล็กที่มหา’ลัยด้วย พอแผนง้อสำเร็จก็จะพาหนูกิไปกินชาบูให้หายอยาก แล้วค่อยเข้าไปส่งที่ห้อง โชคดีหน่อยก็อาจจะฟลุคได้ส่งถึงเตียงด้วย



โห แค่คิดก็แฮปปี้มากขนาดนี้แล้ว! อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้แล้วโว้ย!



ก่อนนอนเขาลังเลว่าตัวเองควรสวดมนต์ เพื่อขอพรให้พรุ่งนี้แผนการที่วางเอาไว้นั้นสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีสมตามปรารถนารึเปล่า แต่เพราะความขี้เกียจผสมกับเป็นเรื่องที่ไม่เคยทำมาก่อน จึงล้มหัวลงหมอนเมื่อหน้าปัดนาฬิกาชี้ไปที่เลขหนึ่งทันที



ถ้าชายหนุ่มรู้อนาคตว่าพรุ่งนี้เขาจะเจอกับอะไรบ้าง คงอยากย้อนเวลามาคืนนี้ ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำเพื่อขอพรให้ความปรารถนาสำเร็จ แม้บางทีจะแก้ไขอะไรไม่ได้เลยก็ตาม แต่มันคงดีกว่าที่จะไม่ต้องมานั่งเสียดายว่า ‘เมื่อคืนกูน่าจะสวดมนต์สักหน่อยว่ะ’ แบบนี้…



 

มีต่อด้านล่างค่ะ

หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 8th Match ♥ (31/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Mayongchees ที่ 31-08-2018 21:02:47
----------

               
ลางซวยมาเยือนแต่เช้าทันทีที่ตื่นนอน กิบอกว่าสอบเสร็จเที่ยง เขาก็ตั้งนาฬิกาปลุกตั้งแต่เจ็ดโมงเสียดิบดี แต่ไหงตื่นขึ้นมาเลขเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ดันเป็นเลขสิบเสียได้ ชายหนุ่มรีบลุกจากเตียงขึ้นไปอาบน้ำอย่างรวดเร็วชนิดที่ไวยิ่งกว่าวิ่งผ่านน้ำเสียอีก



ตัวเหม็นได้ แต่แผนจะล่มไม่ได้เด็ดขาด!



โยนของที่เตรียมไว้ใส่รถก่อนจะเหยียบคันเร่งออกจากบ้านเสียมิดเท้าเหมือนเป็นดอมินิก ทอเร็ตโต้ ใน The Fast แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับการจราจรในเมืองหลวงเหมือนเคย หยุดรอไฟแดง 200 วิฯ แต่สัญญาณไฟเขียวให้ไปมีแค่ 20 วิฯ ใจเขานี่อยากทิ้งรถแล้วออกวิ่งไปตามข้างถนนแทน แต่ติดที่ทำไม่ได้เนี่ยแหละไม่งั้นก็ออกวิ่งแบบพี่ตูนแล้ว ปั๊ดโธ่!



แม้ว่าจะตื่นสายจนทำให้มาถึงมหา’ลัยช้ากว่าที่คาดไว้ แต่เขาก็ไม่ลืมแวะซื้อดอกไม้ที่ต้องใช้ในแผนการ ช่อดอกกุหลาบสีแดงถูกโยนไปเบาะหลังเพราะเจ้าของใจจดจ่ออยู่กับเวลามากกว่า



ทันทีที่ล้อรถจอดสนิทที่หน้าตึกขณะ เขาก็รีบร้อนลงจากรถอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มชะเง้อคอมองเหล่านักศึกษาที่ทยอยเดินออกมาจากตึก คนแล้วคนเล่าก็ยังไม่เห็นคุณหนูที่มาดักรอสักที  เขาก้มลงมองหน้าจอบนโทรศัพท์ที่บ่งบอกเวลาบ่ายโมงกับอีกยี่สิบนาทีเข้าไปแล้ว จากที่คิดว่าจะมาจ๊ะเอ๋เพื่อเซอไพรส์คนตัวเล็ก แต่ตอนนี้ดันรู้สึกเหมือนโดนเซอไพรส์เองเสียนี่ จะคิดว่าอีกคนยังสอบไม่เสร็จก็คงไม่ใช่ เพราะสอบช่วงเช้าไม่มีทางที่จะเลยมาถึงบ่ายโมงกว่าได้หรอก กลัวแต่ว่าคนคนนั้นจะกลับไปแล้วแค่นั้นแหละ



หลังจากลังเลอยู่นาน เขาก็เลื่อนมือกดโทรหาคนที่หายตัวไปทันทีที่ตัดสินใจได้ ฟังเสียงรอสายดังอยู่ไม่กี่ครั้ง น้ำเสียงทุ้มที่ไม่ได้ยินมาหลายวันก็ดังขึ้น



(ฮัลโหล)



“กิ สอบเสร็จยัง”



(เสร็จตั้งแต่​ชั่วโมงก่อนแล้ว ทำไมอะ)



“เวร กลับห้องไปแล้วเหรอ” ฮอนสบถ ถ้าเขาไม่ตื่นสายก็อาจจะมาทันก่อนเที่ยงอยู่หรอก



(เปล่า มากินข้าวแถวสยาม)



“ไปกับใคร”



(เพื่อน)



“ใครล่ะคะ” ฮอนเริ่มขมวดคิ้ว เมื่อรู้สึกตงิดๆ อยู่ในใจ



(เพื่อนในคลาส หลายคน)



“จะบอกดีๆ รึให้กูตามไปดูเอง เลือกเร็ว”



(มึงไม่รู้จักหรอก)



“ไล่มา เผื่อกูรู้จัก”



ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มไล่ชื่อเพื่อนออกมา ชายหนุ่มฟังไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสะดุดกับชื่อคนที่เขาไม่ชอบหน้ามาตั้งแต่แรกเห็น



“เล็กไหน เล็กที่เคยมาส่งมึงเหรอ”



(...ไม่ใช่) ปลายสายเอ่ยตอบเสียงแผ่ว



“มึงอยู่ร้านไหน” หลังจากได้ยินคำปฏิเสธไม่หนักแน่นนั้น เขาก็ปลดล็อกประตูรถแล้วรีบก้าวขาขึ้นนั่งทันที



(บอกแล้วมึงจะมาเหรอ)



“ใช่”



(งั้นกูไม่บอก)



“กิ” ฮอนกดเสียงต่ำ



(ก็บอกชื่อไปแล้วไง มึงจะมาทำไม)



“จะไปรับ”



(ไม่ต้อง เดี๋ยวกูกลับเอง)



“กิ อย่าดื้อ”



(ดื้ออะไรล่ะ กูออกมากินข้าวกับเพื่อน เดี๋ยวให้เพื่อนไปส่งก็ได้)



“ใครล่ะ คงจะไม่ใช่ไอ้หน้าเดิมหรอกนะ”



ปลายสายพ่นลมหายใจอย่างระอา (ใครจะไปส่งกูก็ได้ โอเคนะ)



“ไม่โอเค จะบอกรึให้กูหาเอง ถ้ากูเจอมึงโดนลงโทษนะกิ”



(เออหาให้เจอเหอะ แค่นี้นะ)



“เลือกแล้วนะ โธ่โว้ย!”



สายตัดฉับไปแล้วก่อนหน้าที่กิจะได้ยินคำพูดสุดท้ายจากคนหน้าบึ้งตึง ชายหนุ่มเหยียบคันเร่งออกจากมหา’ลัยมุ่งหน้าไปที่ร้านอาหารทันที หลังจากโทรไปเค้นถามเพื่อนรักอย่างคุณเต็งหนึ่งจนได้รับคำตอบว่ากิอยู่ที่ร้านใด



…เจอเซอไพรส์เองจริงๆ ด้วย ไอ้ฉิบหายเอ๊ย ทำไมเมื่อคืนไม่ไหว้พระก่อนนอน!



----------



กว่าเขาจะฝ่าด่านไฟแดงทั้งหลายแหล่มาถึงร้านแถวสยามที่สืบมาได้ ก็ใช้เวลาในการเดินทางไปชั่วโมงกว่า พอหาช่องว่างจอดรถได้เขาก็รีบร้อนเดินเข้าร้านหาเด็กดื้อทันที กวาดสายตามองทั่วร้านอยู่ครู่เดียวก็เห็นคนที่กำลังตามหากำลังหัวเราะต่อกระซิกกับไอ้เล็กหน้าตี๋นั่นบริเวณกลางร้าน



ฮอนเดินตรงปรี่ไปทางโต๊ะที่จ้องมองอยู่ เขาผลีผลามคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของคุณหนูตัวดื้อพร้อมออกแรงดึงทันที กิยื้อหยุดกับเขาอยู่พักหนึ่ง สายตานับสิบคู่จ้องมองมาบริเวณหัวโต๊ะทันทีที่เห็นคนแปลกหน้าเข้ามาทำตัวประหลาดแบบนี้



กิแหงนหน้ามองเขาด้วยแววตาตกใจระคนสงสัย พยายามบิดข้อมือตัวเองออก ก่อนจะดึงตัวเขานั่งลงบนเก้าอี้ไม่ให้เป็นที่ดึงดูดความสนใจไปมากกว่านี้ คนตัวเล็กกว่าหันไปยิ้มเจื่อนให้กับเพื่อนๆ ก่อนจะหันมาแยกเขี้ยวขู่ฟ่อๆ ใส่เขา เห็นดังนั้นแล้วก็ดึงสติตัวเองกลับมาได้ สงสัยเมื่อครู่นี้จะลืมตัวไปหน่อย ความหวงกำเริบจนเผลอทำอะไรบ้าๆ ลงไป ไม่แคร์สายตาคนที่นั่งอยู่เต็มร้านสักนิด



เพื่อนร่วมโต๊ะยังคงส่งแววตาสงสัยมาให้กิตลอดเวลา เหมือนกดดันให้เขาอธิบายทุกอย่างว่าคนตรงหน้านี้เป็นใคร อยู่ดีๆ ถึงเดินมาหาเรื่องถึงโต๊ะแบบนี้ จวบจนกระทั่งมีเสียงหัวเราะฝืดๆ ของคนที่นั่งตรงข้ามกิดังออกมาเรียกความสนใจไปแทน



“ฮ่ะๆ ชวนเพื่อนมากินด้วยไม่บอกล่ะกิ เราก็ตกใจหมด” เล็กพยายามแก้สถานการณ์ตรงหน้า เพราะทั้งตัวต้นเรื่องและเพื่อนตัวเล็กไม่มีใครยอมพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว



กิพยายามส่งสายตาถามคนที่จู่ๆ ก็เดินปราดเข้ามาจับเขาดึงขึ้น แต่กลับไม่ได้อะไรตอบกลับมาทั้งสิ้น จึงเลิกสนใจ หันมาหยิบช้อนตักอาหารพร้อมพูดคุยกับเพื่อนคนอื่นเหมือนเดิม



แรงกระตุกเบาๆ บริเวณชายเสื้อทำให้ร่างโปร่งต้องหันหน้าไปมอง เห็นลูกหมากำลังทำหน้าหงอยพร้อมส่งสายตาอ้อนวอนเหมือนอยากได้กระดูกไปแทะเล่น เขาเลยสงเคราะห์ช่วยตักสเต๊กซี่โครงไปให้ ลูกหมาทำตาลุกวาวพร้อมกระดิกหางดิ๊กๆ เมื่อเห็นว่าได้รับความสนใจจากเจ้าของสักที



“...กิ”



เขาส่ายหัวปรามลูกหมาตัวโตเป็นคำสั่งว่าห้ามเห่าอะไรออกมาทั้งนั้น



“กินเข้าไป”



ลูกหมาตัวโตนั่งจ๋อยอยู่บริเวณริมหัวโต๊ะ นั่งเขี่ยสลัดผักที่เจ้าของใจดีตักให้ไปมา จนกระทั่งมีเสียงใสจากเพื่อนร่วมโต๊ะดังขึ้น



“เพื่อนเหรอกิ”



“อือ” กิหันไปส่งยิ้มให้เพื่อนผู้หญิงผมยาวคนหนึ่ง ก่อนจะหันมาพยักพเยิดให้เขาแนะนำตัว



“อ่า ชื่อฮอน เรียนนิเทศ ขึ้นปีสามเหมือนกันครับ”



“งั้นก็เพื่อนกันหมดนี่แหละ ไม่ต้องสุภาพมากก็ได้นะ” ฮอนหันไปมองหญิงสาวที่ชวนคุยก่อนจะยิ้มรับ



บรรยากาศในโต๊ะเริ่มกลับมาเป็นปกติเมื่อมีเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยดังขึ้นมาเหมือนเดิม ฮอนหันไปมองคนตัวเล็กที่ยิ้มและหัวเราะกับเพื่อนอย่างมีความสุข เขาดีใจที่อย่างน้อยกิก็ยังสดใสร่าเริงเหมือนเดิม แต่ที่ไม่ชอบหน่อยก็คงจะเป็นไอ้เล็กที่หันมาหัวเราะกับหนูกิของเขาอย่างโจ่งแจ้ง แบบไม่กลัวสายตาคมดั่งมีดของเขาคอยทิ่มแทงอยู่นี่แหละ



ลูกหมาโตแต่ตัวอย่างเขาจะทำอะไรได้ นอกจากก่อกวนเจ้าของเพื่อเรียกร้องความสนใจดังเดิม แต่การใช้มือกระตุกเสื้อเริ่มจะไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้วเพราะว่าเขาโดนเมิน ไม่มีแม้แต่การชายตามองอะไรทั้งนั้น คนตัวเล็กไม่หันมาสนใจหมาตัวนี้ตามแรงกระตุกเลยสักนิด จนกระทั่งเขาเห็นไอ้เล็กมันมองหนูกิของเขาเกินสิบวินาทีนั่นแหละ เลยทนไม่ไหว ตัดสินใจกระชากต้นแขนให้กิหันมาหาตัวเองแทน ไหนๆ ละ ทำให้มันเลิกมองไม่ได้ก็ทำให้มันไม่ได้มองอีกเลยแล้วกัน



กิหันตัวไปตามแรงกระชากที่แขน มองลูกหมาตัวโตพูดคำว่า ‘กลับ’ แบบไม่มีเสียงออกมาพร้อมแววตาอ้อนวอน ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความไม่ชอบใจแต่ก็ยอมหันไปบอกลาเพื่อนคนอื่นแต่โดยดีเพราะรำคาญลูกหมาตัวนี้เต็มทน



กิผงกหัวเป็นการขอบคุณและขอโทษเพื่อนร่วมคลาส ก่อนจะโบกมือลาแล้วก้าวขาขึ้นรถคนที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์อีกแล้ว คงเพราะก่อนออกจากร้านเมื่อสักครู่นี้ เล็กเข้ามาขอคุยกับเขาเป็นการส่วนตัวอยู่พักหนึ่ง จนทำให้ลูกหมาขี้หวงอาการกำเริบขึ้นมาเสียได้



รถเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ บนถนนเพราะการจราจรติดขัด ไม่มีใครพูดอะไรออกมาตั้งแต่ล้อรถเริ่มขยับ คนตัวเล็กเอื้อมมือไปเปิดเพลงเพื่อคลายความอึดอัด แต่ทันทีที่มีเสียงเพลงดังขึ้นเจ้าของรถก็กดปุ่มปิดทันที



“อะไรเนี่ย” เขาหันไปมองอย่างฉุนเฉียว จะฟังเพลงก็ทำไม่ได้รึยังไง



“มากับมันทำไม” ใบหน้าบึ้งตึงของคนถามทำให้เหมือนได้ยินเสียงลูกหมาร้องแยกเขี้ยวขู่ แฮ่ๆ อยู่ข้างใบหู



กิจงใจถอนหายใจเสียงดังให้อีกฝ่ายได้ยิน “ก็บอกแล้วว่าเล็กเลี้ยงเฉยๆ”



“เลี้ยงทำไม ทำไมต้องเลี้ยง ปฏิเสธมันไปก็ได้ปะ”



“สงบสติตัวเองให้มีเหตุผลมากกว่านี้ก่อนนะค่อยมาคุยกันอะ” เขาเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ได้ยินเสียงอีกคนค่อยๆ ผ่อนลมหายใจตัวเองเพื่อระงับอารมณ์ให้เย็นลง เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา



“โอเค… เย็นละ”



กิยอมหันหน้ากลับไปคุยด้วยเหมือนเดิมเมื่อเห็นว่าอีกคนดูตั้งสติได้แล้ว



“เขาเลี้ยงอำลาเฉยๆ เหมือนฉลองปิดเทอมอะไรเงี้ย”



“เหรอ”



“เออ”



“ไม่รู้เหรอว่ามันจีบ ทำไมไปยุ่งกับมันอยู่ได้”



“รู้ แต่จะให้ทำยังไง ในเมื่อก็ต้องเรียนต้องทำงานด้วยกันอยู่ดีปะ”



“กูไม่ชอบ”



“จบแล้วไง สอบเสร็จก็ไม่ได้เจอกันอีกแล้ว มึงอย่าโมโหเกินเบอร์ขนาดนี้ได้ไหม”



“กูหวง ชัดไหม”



กิหันมามองเพื่อนสนิทที่พูดคำว่าหวงออกมาเต็มปาก ก่อนจะกำมือขึ้นทุบแขนอีกคนไปเต็มแรงจนอีกฝ่ายร้องโอ๊ยเสียงดัง อยากตะโกนใส่หน้าว่าเพื่อนเขาไม่ทำตัวแบบนี้ แต่ก็ทำได้แค่เงียบพร้อมมองตาขวางใส่เพราะกลัวจะเข้าตัวเองมากกว่าที่เป็นฝ่ายไม่ยอมตกลงเสียที



“เป็นแฟนกันสักทีเถอะ กูอยากชัดเจนมากกว่านี้แล้วนะ” อยู่ดีๆ เสียงทุ้มก็เอ่ยโพล่งออกมาทั้งที่ตายังคงมองถนนข้างหน้า



ฮอนเคลื่อนมือจากเกียร์รถไปกอบกุมมือขวาของคนข้างๆ  รับรู้ได้ว่ามีคนเริ่มประหม่าเพราะเหลือบเห็นนิ้วมือข้างซ้ายกำลังสั่นระริก



“อะไรที่มึงบอกว่ากูไม่ชัดเจน กูจะได้ทำให้มันชัดเจนสักทีไง” เขาหันหน้าไปมองคนตัวเล็กกว่าทันทีที่รถหยุดนิ่งเพราะติดไฟแดงอีกครั้ง



“จะทำให้ชัดเจนจนคนทั้งโลกอิจฉามึงเลย” ชายหนุ่มยกมือที่กำลังกุมอยู่ขึ้นมาใกล้ ก่อนจะประทับริมฝีปากลงไปเบาๆ ขณะเดียวกันก็ยังคงประสานสายตากับจอมปากแข็งอยู่อย่างนั้น



ฮอนจ้องมองแววตาไหวระริกของอีกฝ่ายเพื่อให้เห็นว่าครั้งนี้เขาจริงจังมากแค่ไหน กิอ้ำอึ้งคล้ายอยากพูดอะไรบางอย่างแต่ยังคงลังเล ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาอีกจนกระทั่งเสียงแตรรถจากคันข้างหลังดังเรียกสติ เมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียวแล้ว



ทั้งสองคนสะดุ้งเฮือก ปล่อยมือหลุดออกจากกันอัตโนมัติ ฮอนรีบหันมาเข้าเกียร์เพื่อเคลื่อนรถก่อนจะโดนคันข้างหลังด่าพ่อไปมากกว่านี้



ยังไม่ทันได้ยินอะไรออกจากปากคนข้างๆ  ไฟแดง 200 วินาทีก็หมดลงเสียอย่างนั้น เขาไม่เคยเกลียดไฟแดงที่นับถอยหลังเร็วแบบนี้มาก่อนเพราะปกติจะด่าที่มันเดินช้าเกินไป ครั้งนี้คงจะเป็นครั้งแรกที่ไม่ได้ด่าไฟแดงด้วยเหตุผลเดิมอีกแล้ว



เพราะมัวแต่มองทางจนเผลอปล่อยให้ใครบางคนได้ทีเนียนเปลี่ยนเรื่อง กิเหลือบไปเห็นช่อดอกกุหลาบสีแดงวางอยู่บนเบาะหลังแล้วเกิดความสงสัยจึงเอ่ยทัก



“กุหลาบข้างหลังนั่นของใครอะ”



“…แฮมมันฝากซื้อเอาไปทำไรไม่รู้” เขาชะงัก ก่อนจะตอบตะกุกตะกัก​เพราะดันลืมว่ามีแผนการที่วางไว้ อยากเอาหัวโขกพวงมาลัยรถสักที พูดประโยคขอเป็นแฟนนั่นออกไปแล้วด้วย ทั้งที่ต้องการให้มันดูดีกว่านี้ตอนมีพร็อพ​ที่เตรียมไว้ประกอบแท้ๆ



“เหม็นอะ มีแต่กลิ่นยา” นอกจากจะพูดออกไปทั้งที่ไม่มีพร็อพประกอบแล้ว ประโยคนั้นยังโดนเมินเปลี่ยนประเด็นเหมือนเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกต่างหาก



“มึงไม่ชอบเหรอ”



“อือ”



เซอไพรส์เรื่องที่สิบในวันนี้ อยู่กันมาตั้งหลายปีไม่เคยรู้ว่าคุณหนูกิไม่ชอบกุหลาบ อะไรวะ งงไปหมดแล้ว เกือบทำเซอร์ไพรส์​ตามแผนในหนังสือรักคลาสสิก คุกเข่ายื่นช่อดอกไม้ให้แบบพระเอกละคร ทั้งที่คนรับไม่ชอบกุหลาบแล้วไหมล่ะ



“ไม่ยักรู้ว่ามึงไม่ชอบกุหลาบ”



“กูชอบอะไรไม่ชอบอะไรจำเป็นต้องบอกมึงเหรอ”



“จำเป็น เพราะกูคือว่าที่แฟนของมึงไง”



“ไอ้เหี้ย กูยังไม่ได้ตกลงกับมึงนะ” กิสบถกับตัวเองเบาๆ



ฮอนยักไหล่ตอบ แสร้งทำท่าทีไม่แยแส “ไหนงั้นชอบอะไรไม่ชอบอะไรบอกหน่อย”



“…”



“ห้ามเงียบอีกนะ แค่บอกว่าชอบอะไรเอง ยากตรงไหนคะหนูกิ” ฮอนปรายตามองคนข้างๆ ที่ไม่ยอมตอบคำถามเสียที อุตส่าจะแย็บถามหลอกเอาข้อมูลไปวางแผนใหม่เสียหน่อยเพราะตอนนี้แผนเก่าคงล่มไม่เป็นท่าแล้ว



กิลังเลว่าจะพูดดีรึเปล่าเพราะสิ่งที่เขาชอบน่ะมันมีอยู่เพียงไม่กี่อย่างหรอก



“จะอยากรู้ไปทำไม”



“ไม่ได้เหรอ”



“อยู่กันมาตั้งหลายปีไม่รู้เหรอว่ากูชอบไม่ชอบอะไรอะ”



“รู้สิ แต่คิดว่าไม่ทั้งหมด”



กิลอบมองเสี้ยวหน้าของคนข้างๆ ก่อนจะถอนหายใจ



“ชอบสีเขียว”



“ชอบหมอนข้างใบแน่นๆ”



“อือฮึ” ฮอนพยักหน้าตอบรับทันทีที่อีกคนเริ่มเอ่ยปากบอกสิ่งที่ชอบ ไม่ได้ทักท้วงหรือเอ่ยปากขัดอะไร แม้ว่าจะเป็นข้อมูลที่รู้แล้วก็ตาม



“ชอบกรีนแมน” ไอ้ตัวประหลาดสีเขียวสามตา มีเสาอากาศรับสัญญาณติดไว้บนหัว เขารู้จักเพราะกิเคยใช้มันฟาดหัวตอนที่เขาด่าไอ้ตัวเขียวว่ามันหน้าโง่



“ชอบเบียร์”



“ชอบพิซซ่าหน้าฮาวายเฮี้ยน”



“ชอบหมูกรอบ”



“ชอบโจ๊กใส่ไข่”



“ชอบไข่ตุ๋น”



“ชอบจีบกุ้ง”



ห้วงลมหายใจของเขาสะดุดนิดหน่อยเมื่อสิ่งที่ได้ยินหลังๆ เขาไม่รู้มาก่อนว่ากิชอบ แถมยังคิดว่ามันคงบังเอิญไปหน่อยเมื่อสิ่งที่กิบอกว่าชอบนั้นดูจะเกี่ยวข้องกับเขาอยู่ไม่มากก็น้อย จะอ้าปากแซวก็กลัวอีกคนหยุดพูดแล้วหันมาด่าเขาแทน จึงตั้งใจฟังเงียบๆ แต่โดยดี



“ชอบวันหยุดที่ได้นอนเยอะๆ”



“ชอบที่ห้องไม่รกเพราะมีคนทำความสะอาดให้”



“ชอบเวลาตื่นมาแล้วมีข้าวกินเลย”



ครั้งนี้เป็นกิเองที่หยุดชะงักคิดอยู่ชั่วครู่ เขาลังเลว่าจะเอ่ยประโยคสุดท้ายที่อยู่ในหัวตอนนี้ออกไปดีรึเปล่า ถ้าพูดออกไปแล้วมันคงจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเราสองคนเลยก็ว่าได้



เขาหันหน้าไปมองใบหน้าด้านข้างของคนที่กำลังขับรถอยู่ ก่อนจะตัดสินใจแล้วเอ่ยสิ่งที่ชอบอย่างสุดท้ายออกมา





“ดูบอลไม่เป็น แต่ชอบเวลาได้ดูบอล …กับมึง”



สองพยางค์สุดท้ายแผ่วเบาเหมือนพูดให้ได้ยินเพียงแค่ตัวเอง แต่คนที่ตั้งใจฟังกลับได้ยินชัดเต็มสองรูหู ครั้งนี้ฮอนหันขวับมาหาคนข้างกายทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้น มั่นใจว่าครั้งนี้เขาไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ มันเกี่ยวข้องกับเขาจริงๆ ด้วย โชคดีหน่อยที่รถจอดเพราะไฟแดงอีกแล้ว เลขหลักร้อยกำลังนับถอยหลังตามหน้าที่ของมัน ชายหนุ่มไม่คิดว่าแผนการสุดคลาสสิคของเขามันจะพลิกแพลงมาเป็นแบบนี้ไปได้



“กูถือว่าเป็นคำตอบได้ใช่ไหมกิ”



บุคคลผู้ถูกเรียกถามเบือนหน้าหนีหลบสายตาคม แต่ใบหูแดงๆ นั่นหลบสายตาของเขาไปไม่ได้หรอกนะ



ตอนนี้เขายิ้มฉีกยิ้มกว้างไปถึงใบหู ต่อให้ไฟแดงจะเปลี่ยนเป็นพันนาทีในเวลานี้ เขาก็คิดว่าตัวเองทนรอไหว



ขอแค่มีคนคนเดิมนั่งข้างๆ อยู่แบบนี้ไปจนครบนาทีที่หนี่งพันด้วยกัน… ไม่สิ



ด้วยกันไปเรื่อยๆ เลยต่างหาก





(100%)

ー #AdaywithWCM

ขอสารภาพว่าที่รีบให้ดีกันเพราะคิดมุกเสี่ยวไม่ออกแล้วค่า ฮ่าาา แต่บอกเลยว่า Once หงอ, Always หงอ. ค่ะ 55555555 ใบสมัครสมาคมพ่อบ้านรับได้ที่ไหนคะ ขอสักแผ่นให้คนแถวนี้เตรียมไว้หน่อยค่าาา อิอิ

มาช้าแต่เลามาแล้วววว ขอโทษที่ให้รอนะคะ รักทุกคนเล้ยยยยยย

 :pig4:  :pig4:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 8th Match ♥ (31/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: AeAng11 ที่ 31-08-2018 22:09:52
ฮอนเอ๊ย!!พ่อบ้านใจกล้าที่แท้ทรู
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 8th Match ♥ (31/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: mypink801 ที่ 31-08-2018 22:37:17
พ่อบ้านใจกล้าที่แท้ทรู หงอมากเลยฮอน 5555
หนูกิน่ารักกก  :mew1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 8th Match ♥ (31/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: manami1155 ที่ 31-08-2018 23:30:44
เค้าจะเปนแฟนกันแล้วค่ะคุณผู้ชมมมมม
ถึงจะไม่ได้ขอเปนแฟนตามแผน
แต่แบบนี้มันก้ตรงๆดิบดีนะฮอน
กระแทกใจแม่ยกมากกกกก

ขอตอนพิเศษให้กระชุ่มกระชวยใจหน่อยเถอะค่า
ชอบเวลาฮอนพูดคะขากับหนูกิ(บนเตียง) 55555
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 8th Match ♥ (31/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: yunnutjae ที่ 01-09-2018 09:34:58
เงียบแปลว่าตกลงนะคะหนูกิ  :katai2-1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 8th Match ♥ (31/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 01-09-2018 12:24:16
 :กอด1: :กอด1: :กอด1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 8th Match ♥ (31/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Kx0806 ที่ 01-09-2018 21:09:48
 เค้าเป็นแฟนกันแล้ววววว เขินๆๆๆ :o8:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 8th Match ♥ (31/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 02-09-2018 21:16:34
เหมือนนังฮอนยังไม่ได้ทำไรเลย แค่ทำตัวหงอๆ น้องกิจัดการมันเลยค่ะรูกกกก  :hao7:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 8th Match ♥ (31/08/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: สีหราช ที่ 13-09-2018 16:03:03
 :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 9th Match ♥ (14/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Mayongchees ที่ 14-09-2018 22:08:16
ー 9th Match ♥




…พูดออกไปแล้ว น่าอายเป็นบ้า

หลังจากประโยคนั้นสิ้นสุด กิก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปอีกเลยแม้แต่ประโยคเดียว ปล่อยให้ลูกหมาตัวโตพูดจ้อมาเรื่อย จนกระทั่งล้อรถจอดสนิทที่ลานจอดใต้คอนโด กิรีบก้าวขาลงจากรถ วิ่งเข้าตัวตึกเพื่อมากดรอลิฟต์ขึ้นห้อง เขาเริ่มกระวนกระวายเมื่อเอี้ยวตัวไปมองด้านหลังแล้วเห็นลูกหมาวิ่งตามมาทันท่วงที

มองเห็นใบหน้าอีกคนยิ้มร่าจากหน้าประตูตึกมาแต่ไกล จนกระทั่งวิ่งมาถึงหน้าลิฟต์ที่เขายืนอยู่ เจ้าลูกหมาตัวนั้นก็พักหายใจหอบแฮกๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้เขาอีกรอบ

…ดีใจเกินหน้าเกินตาไปมาก ชนิดที่ว่ามองจากดาวพลูโตคงเห็นฟันไอ้หมานี่ชัดแจ๋ว

“ตามมาทำไม” กิทำใจกล้าทักถามออกไป

“ก็ขึ้นห้องไงคะ”

“จะขึ้นไปทำไม ไม่ต้อง” รีบเอ่ยขัดเมื่อรู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงนี้เท่าไหร่นัก

“อ้าว ทำไมล่ะคะ”

“พรุ่งนี้กูจะกลับบ้านแล้ว” ไม่ใช่ข้ออ้างหรือคำโกหกเพื่อหลอกให้ไอ้ฮอนกลับไปแต่อย่างใด เขาวางแผนกลับบ้านมาก่อนหน้าแล้วจริงๆ สิ่งที่ไม่อยู่ในแผนน่ะคือเหตุการณ์บนรถเมื่อครู่นี้ต่างหาก

“เดี๋ยวนะ… บ้านไหน เชียงใหม่?”

“กูมีหลายบ้านรึไงล่ะ”

กิมองรอยยิ้มที่ค่อยๆ หุบลงของอีกฝ่าย ใบหน้าเสียใจอย่างสุดซึ้งปรากฏขึ้นมาแทนรอยยิ้มแฉ่ง เมื่อได้ยินเรื่องดีของเขาแต่คงจะเป็นเรื่องร้ายของมัน ฮอนทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะถล่มฟ้ากำลังจะทลาย เอนตัวเปลี้ยไปพิงผนังข้างๆ อย่างไร้เรี่ยวแรง ถ้าไม่อายพี่ยามตรงนู้นมันคงลงไปกองกับพื้นเพราะช็อกแล้วแน่ๆ

“กิ บอกกูทีว่าพูดเล่น”

“จะล้อเล่นทำไม ไม่ได้กลับบ้านหลายเดือนแล้ว ซื้อตั๋วเครื่องไว้ตั้งนานแล้วเนี่ย”

“มึงหลอกกูแน่ๆ เลยกิ”

เขาถอนหายใจพร้อมหันไปมองใบหน้าเคล้าน้ำตาของคนตรงหน้า ใช้มือดันหลังอีกฝ่ายเบาๆ ท่าทีผลักไสไล่ส่งให้กลับบ้านไปได้แล้ว

“รีบไปได้ละ ลิฟต์จะมาแล้ว”

“แต่วันนี้มันเป็นวันแรกของเรานะ กูควรได้อยู่กับมึงสิ”

ฮอนขืนตัวจนเขาต้องออกแรงผลักมากกว่าเดิม

“วันแรกอะไร ไร้สาระ” กิพูดออกไปทันทีที่คำพูดของอีกฝ่ายทำให้เขานึกถึงเรื่องน่าอายบนรถ แต่ดูเหมือนจะมีคนไม่พอใจเท่าไหร่นัก ถึงได้ทำปากยื่นออกมาเหมือนเด็กน้อยโกรธคุณแม่ตอนโดนขัดใจเสียอย่างนั้น

“กูไม่เห็นว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระตรงไหน”

กิผละตัว ปล่อยมือออกจากหลังอีกฝ่าย เตรียมรับมือกับลูกหมาโหมดดื้อด้านทันที

“กูแค่จะกลับบ้าน”

“กลับพรุ่งนี้นี่นา วันนี้อยู่ด้วยกันก่อนไม่ได้เหรอคะ”

เขาส่ายหัว “เปิดเทอมค่อยมาใหม่ไป”

“เปิดเทอมก็ได้เจอมึงแค่แป๊บเดียว ตารางเรียนก็ไม่รู้จะตรงกันรึเปล่า เวลากูว่างมึงก็ไม่ค่อยว่าง เนี่ยแค่พูดน้ำตากูก็จะไหลแล้ว กิมึงคิดดูดิ ไม่สงสารกูเหรอ”

“ไม่อะ” กิรีบสวนทันควัน

“ตัวก็แค่นี้ แต่ใจร้ายฉิบหายเลยว่ะ” ท่าทีไร้ความลังเลนั่นทำให้ฮอนต้องยู่ปากใส่อีกรอบ

“จะกลับได้ยัง ลิฟต์มาจนขึ้นไปรอบนึงแล้วนะ” คนตัวเล็กรีบเอ่ยไล่เพื่อตัดบท

ฮอนกอดอกนิ่ง ทำทีคิดอะไรในหัวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดสิ่งที่ต้องการออกมา “พนันกัน ถ้าลิฟต์มาภายในห้าวิกูจะปล่อยมึงไป ถ้าช้ากว่านี้กูจะตามมึงไปถึงห้อง”

กิขมวดคิ้วก่อนจะรีบปฏิเสธ “ไม่เล่น”

“ไม่เล่นก็ไม่กลับ” ไม่ว่าเปล่า ร่างโปร่งก็เดินมากอดคอคนตัวเล็กกว่าจากด้านหลังทันที แปลงสภาพจากลูกหมายักษ์เป็นหมีโคอาล่าเกาะของรักหนึบ

“ตลกปะ”

“ไม่นะ กูจริงจัง”

“ไอ้เหี้ยฮอน ปล่อยได้แล้ว มึงอายคนบ้าง” กิเริ่มดิ้นสะบัดตัวพร้อมแงะมือปลาหมึกบนคอของตัวเองออก เมื่อเห็นว่ามีคนแปลกหน้าเดินมาหยุดรอลิฟต์อยู่ห่างๆ

“งั้นเรียกแฟนจ๋าหน่อยทีนึง” เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบข้างใบหู

กิเอี้ยวตัวไปมองคนด้านหลัง ช้อนตามองก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น “อันนี้ยิ่งตลกไปใหญ่”

“อะไร ไม่ตลกนะเพราะกูจริงจังกว่าเมื่อกี้อีก”

“ก็กูยังไม่ได้ตกลงกับมึงเลย” กิพยายามกลบเกลื่อนเมื่อรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองกำลังร้อนผ่าว เหตุการณ์น่าอายเมื่อครู่ฉายซ้ำขึ้นมาในหัวอีกแล้ว

“คำตอบนั้นไง กูถือว่ามึงตกลงแล้วนะ”

“มึงถือแต่กูไม่ได้ถือนี่” เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะพูดอะไรแบบนั้นออกไปได้ด้วยซ้ำ ขอคำว่าคัทแล้วถ่ายเทคใหม่เหมือนถ่ายหนังได้รึเปล่านะ…

“อ๋อ กูถือแค่คนเดียวสินะ มิน่าทำไมมันหนักจังวะ …ถุ้ย” ฮอนปล่อยมือออกจากลำคออีกฝ่าย เบ้หน้าก่อนจะบีบน้ำเสียงเพื่อเล่นมุกตลกกากๆ ออกมา

คนตัวเล็กขมวดคิ้วพร้อมยิ้มแห้งๆ ให้คนที่ชงมุกเองแล้วตบเองคนเดียวเสร็จสรรพ ก้าวขาเข้าลิฟต์รอบสองที่ลงมาถึงพอดี กดปุ่มเปิดลิฟต์ค้างไว้ให้เพื่อนร่วมคอนโดที่ยืนรอลิฟต์ข้างๆ กันเข้ามาด้วย เพราะเหตุนี้จึงเปิดโอกาสให้ลูกหมาตัวนั้นได้ก้าวขาเข้ามายืนในลิฟต์ด้วยพอดี

ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรเพราะมีบุคคลอื่นยืนอยู่ข้างๆ ลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นสามอย่างรวดเร็ว กิก้าวเท้าออก เลี้ยวขวาและตรงดิ่งไปห้องพักริมสุดทางเดินของตนเอง ก่อนจะล้วงกุญแจในกระเป๋าผ้าออกมาไขล็อกประตู

“หนูกิคะ”

เสียงเรียกชื่อแผ่วๆ จากทางด้านหลังทำให้กิต้องหันไปมอง ทั้งที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่สนใจและรีบเดินเข้าห้องไปแล้วแท้ๆ

“สรุปว่าตอนนี้มึงเป็นแฟนกูแล้ว แต่กูยังไม่ได้เป็นแฟนมึงเหรอ”

“คงงั้นมั้ง”

หลังจากพูดประโยคนี้ออกไป กิก็เหมือนเห็นลูกหมาตัวโตหูลู่หางตก พร้อมครางหงิงๆ อยู่ในลำคอ

ท่าทีสลดลงของเจ้าลูกหมาทำให้เขาอดใจไม่ได้ที่จะลูบหัวลูบหางปลอบ กิยืดตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมสีดำของคนตัวสูงกว่าไปมา

“กลับไปได้แล้ว” ลดมือลงเมื่อเห็นมุมปากของลูกหมากระตุกขึ้นทีละนิด ก่อนจะเอ่ยปากไล่อีกรอบ

“ไม่ได้เห็นหน้าตั้งหลายวัน เดี๋ยวก็จะไม่ได้เจอกันอีกเป็นอาทิตย์เลยนะ” ฮอนทำน้ำเสียงกระเง้ากระงอด จับชายเสื้อเชิ้ตสีขาวของนักศึกษาตรงหน้ากระตุกจึกๆ

“รอก่อนไม่ได้รึไง”

“รอได้สิคะ รอมาหลายวันหลายอาทิตย์แล้วด้วย”

“ก็รอเพิ่มอีกอาทิตย์กว่าๆ เอง เดี๋ยวก็เปิดเทอมแล้ว”

“รู้ แต่มันคิดถึงนี่”

“ก็เปิดเทอมค่อยมาไง บอกหลายครั้งแล้วนะ”

“อยู่มอมันได้เจอแป๊บเดียวเอง ได้อยู่ห้องกับมึงก็ว่าไปอย่าง”

 “…กูว่ากูพูดไปหลายครั้งแล้ว” กิถอนหายใจ แม้จะรู้ว่าตัวเองพูดไม่ชัดเจนเองก็เถอะ ตีความเองไม่ได้รึไงเล่า!

“ก็รู้ อื้อเปิดเทอมถึงจะได้เจอกัน อื้อทนได้ อื้อแค่อาทิตย์เดียวเอง” คนตัวสูงทำเสียงหงอยประชดประชัน

“เปิดเทอมค่อยย้ายมา ครั้งนี้ถ้ายังไม่รู้เรื่องอีกก็เรื่องของมึงแล้ว!”

กิยืนกอดอกทำหน้าหงุดหงิดอยู่หน้าประตู เขาตัดสินใจหันหลังแล้วก้าวขาเข้าไปในห้องทันทีที่พูดจบ ฮอนรีบก้าวเข้าไปใช้มือยันประตูเอาไว้ก่อนที่คนตัวเล็กจะงับปิดได้ทันท่วงที

“หมายถึงให้มาอยู่ด้วยได้?”

“ไม่รู้!” กิพูดเสียงดัง ถ้าให้พูดอีกครั้งขอกัดลิ้นตัวเองคงดีกว่า เขาเบือนหน้าหนีไปทางขวาเพื่อหลบสายตาอีกฝ่ายเมื่อรู้สึกว่าหน้าเริ่มร้อนผ่าวขึ้นอีกรอบ แม้จะพยายามไม่มองแล้วแต่หางตาก็ยังคงเห็นมุมปากของคนตรงข้ามค่อยๆ ยกขึ้นจนกลายเป็นรอยยิ้มกว้างในที่สุด

“งั้นของที่ยังอยู่ในห้องก็เอาไว้งี้ก่อนนะ”

“…เออ”

“ไม่กวนแล้วก็ได้ค่ะ” ฮอนทำทีเป็นปล่อยมือออกจากบานประตู เห็นดังนั้นกิเลยลดแรงที่จับลูกบิดอยู่ลงเพราะนึกว่าอีกคนคงถอดใจไม่ดึงดันเข้ามาในห้องอีกแล้ว

“แต่ขอค่ามัดจำความคิดถึงไว้ก่อนนะ”

กิกำลังจะงับประตูเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมถอยหลังออกไป แต่ก็ต้องสะดุ้งตัวโหยง เมื่ออยู่ดีๆ ลูกหมาตัวยักษ์ก็ใช้มือผลักประตูเข้ามาตอนที่เขายังไม่ทันตั้งตัว ขายาวๆ นั่นรีบก้าวเข้ามาประชิด ก่อนจะก้มลงหอมแก้มนุ่มไปฟอดหนึ่งท่าทีชื่นใจ

“เจอกันอาทิตย์หน้าครับแฟน” เจ้าลูกหมายกยิ้มมุมปากท่าทีเจ้าเล่ห์ ยกมือชูขึ้นเหนือหัวยอมจำนนก่อนจะหันหลัง ยอมล่าถอยออกไปในที่สุด

“ไอ้เหี้ยฮอน!” กิโผล่หน้าออกมาจากประตูตะโกนไล่หลังตามไปอย่างสุดทน

----------

เจ้าของห้องหน้ามุ่ย กระแทกกระเป๋าลงบนโซฟาตัวโปรดหลังจากตะเพิดไอ้หมาฮอนออกไปจากห้องได้ จริงๆ เขาไม่ควรเสียพลังงานไปกับอะไรแบบนี้ด้วยซ้ำ เหนื่อยเฉยๆ ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรเลย แต่อีกคนดันดื้อด้านทำให้ยุ่งยาก ทั้งเสียพลังงาน ทั้งโดยลวนลามโดยใช่เหตุ นี่ขนาดบอกไปแล้วว่ายังไม่ตกลงนะมันยังอ้อร้อกับเขาเหมือนเดิมเลย

ชายหนุ่มเอนตัวลงนอนลงบนโซฟา คว้าหมอนอิงสุดรักเข้ามากอดในอ้อมแขน เขาคิดมาตั้งแต่อยู่บนรถแล้วล่ะว่าถ้าพูดประโยคนั้นออกไป เรื่องของพวกเขาสองคนคงเปลี่ยนไปจากเดิมไม่มากก็น้อย ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน ดีรึร้ายก็ไม่กล้าคาดเดา แม้จะพูดออกไปแล้วแต่ดันกลับมาลังเลเหมือนเดิมว่ามันดีจริงๆ แล้วเหรอที่ตัดสินใจพูดแบบนั้นออกไป ทั้งๆ ที่ไอ้ลูกหมาตัวนั้นยังไม่ได้ทำอะไรให้มันดีกว่านี้สักเท่าไหร่เลย

เต็งหนึ่งบอกให้เขาลองทำตามใจตัวเองบ้าง เขาพูดและทำตามคำแนะนำของมันไปแล้วแม้ว่าในใจลึกๆ กลัวว่าตัวเองจะตัดสินใจพลาดไปอยู่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าใจอ่อนง่ายเกินไปรึเปล่า แค่มันมาทำให้หวั่นไหวด้วยประโยคคำถามเนื้อความเดิมแต่ดูดุดันและจริงใจมากกว่าเมื่อก่อน เขาก็ยอมโอนอ่อนตามมันถึงขนาดที่พูดประโยคน่าอายนั่นออกไปแล้วด้วยซ้ำ…

กิยกหมอนขึ้นปิดหน้าซ่อนสีแก้มแดงระเรื่อเหมือนต้องการไม่ให้มีใครเห็น ทั้งที่อยู่ในห้องนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น ตั้งสติอยู่สักพักก็ลดหมอนมากอดไว้ในอ้อมอกเหมือนเดิมเพราะเริ่มหายใจไม่ออก เขาทำหน้ายุ่งเมื่อรู้สึกว่าแก้ปัญหานี้ด้วยตนเองคนเดียวไม่ได้แน่ๆ ตัดสินใจว่าควรปรึกษาผู้ช่วยคงจะดีกว่า คิดได้ดังนั้นก็กดโทรศัพท์ต่อสายหาเพื่อนสนิทในคณะทันที

(โหล) รอสายอยู่ไม่กี่วินาที เสียงทุ้มอันคุ้นเคยก็ดังออกมาจากปลายสาย

“อื้อ มึงว่างคุยปะ”

(ขับรถอยู่ แต่คุยได้ใส่หูฟังละ)

“มึง คือมีเรื่องอยากปรึกษา” กิอ้ำอึ้ง เพราะไม่รู้ว่าต้องเริ่มเล่าเรื่องอย่างไรดี

(อะไรวะ ทำไมน้ำเสียงฟังแปลกๆ)

“แบบ… เอ่อ ยังไงดีล่ะ”

(เรื่อง? ไอ้ฮอนเหรอ)

“มึงแม่ง ทำมาเป็นรู้ดี”

(อะแล้วเป็นไง กูรู้ดีจริงๆ เปล่าล่ะ มันทำอะไรอีก ขอเนื้อๆ ไม่เอาน้ำนะจ๊ะ)

กิมุ่ยหน้าหงุดหงิดใส่ปลายสาย เพราะน้ำเสียงดังชัดของไอ้หนึ่งแสดงความอยากรู้อยากเห็นเรื่องของเขาออกนอกหน้าจนเกินไป

“ฮึ่ย… คือวันนี้อะ มันตามไปหากูตอนกินข้าวกับพวกเล็ก เจอได้ไงไม่รู้ทั้งที่กูไม่ได้บอก”

(อ๋อ กูเป็นคนบอกเองอะ) กิหน้ามุ่ยมากกว่าเดิมเมื่อได้ยินอย่างนั้น

“ไอ้หนึ่ง! มึงมันคนทรยศ รู้ไหมว่ากูต้องเจอกับอะไรบ้าง”

(เห้ยขอโทษ ก็มันโทรมาเค้นถามแล้วทำน้ำเสียงแบบถ้ากูไม่บอกมันคงจะตามมาฆ่ากูถึงบ้านน่ะสิ แล้วไง มันทำไรมึง)

“เดินเข้าร้านมาโมโหใส่กูใหญ่เลย แล้วแบบตอนขากลับมันมาส่งกูที่ห้อง มันก็… ขออีกอะ” กิเริ่มพูดตะกุกตะกักเมื่อต้องเข้าเรื่องที่ต้องการจะปรึกษา

(ขอไรของมึงกิ พูดให้มันรู้เรื่องซิกิ)

“ก็ขออันนั้นไง อันนั้นอะ”

(ขออะไรวะ ขอทาน?)

“สัด ตลกปะ”

(มึงก็เล่าให้มันรู้เรื่องสิวะ)

“มันขอเป็นแฟนอีกรอบ”

(เออก็แค่นี้ จะเขินจะอายอะไรนักหนา)​

“กระดากปากเฉยๆ โว้ย! แล้วมึง คือแบบมันดูจริงจังอะ บอกว่าหลังจากนี้จะชัดเจนงู้นงี้ แต่ไม่รู้ว่าจะทำได้จริงๆ รึเปล่า”

(แล้วคำตอบของมึงคืออะไร)

“ไม่รู้ว่ะ เชิงๆ ตกลงมั้ง”

(เอ้า อะไรของมึงเนี่ย)

“เออนั่นแหละ ตกลงล่ะมั้ง มึงว่ากูตัดสินใจถูกปะ”

(เฮ้อ ไอ้กิเอ๊ย) กิได้ยินเสียงถอนหายใจออกมาจากปลายสาย ก้มหน้ามองมือตัวเองจับชายเสื้อเล่นไปมาแสดงความกังวล

(ถามจริง ตอนนี้มึงกลัวอะไรอยู่)​

“ไม่รู้ดิ มันผสมปนเปกันไปหมด)​

(กลัวมันไม่รัก? กลัวโดนทิ้ง? รึอะไร ไหนลองบอกมาสักข้อสิ)​

“กลัวมันทำตัวเหี้ยแบบมึงอะ” รีบเอ่ยตอบทันควันแบบไม่คิดอะไร เมื่อรู้ว่าเพื่อนสนิทอย่างเต็งหนึ่งบ่นลับหลังถึงแฟนแบบไหน

(อะไรอี้กกก กูเหี้ยแล้วไปเกี่ยวอะไรด้วยเนี่ย!)​

“ก็ช่วงนี้มันทำตัวดีเป็นพิเศษ เหมือนที่มึงเรียกว่าช่วงโปรโมชั่นอะ แล้วถ้าหมดช่วงโปรมันจะเป็นยังไง ไหนจะเรื่องที่มันชอบทำตัวเฟรนด์ลี่ไปทั่วอีก มันกะล่อนอะมึงก็รู้ แล้วถ้าทะเลาะกันแรงกว่านี้ล่ะจะทำไงวะ)​

(สรุปง่ายๆ เลยคือมึงกลัวเขาทิ้งว่างั้น)​

กิไม่ได้ตอบอะไร เผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากด้วยความประหม่า

(มันเฟรนด์ลี่เพราะนิสัยมันอยู่แล้วปะ มึงชอบอะไรไม่ชอบอะไรก็บอกมันไปสิ เลิกปากหนักได้แล้วกิ กูบอกให้ทำตามใจตัวเองบ้าง)​

“ก็ลองทำไปแล้วไง แต่มันก็ยังกลัวอยู่อะ กลัวนิสัยเดิมๆ ของมัน” เขาตอบเสียงแผ่ว

เต็งหนึ่งเงียบถอนหายใจได้ไม่กี่วิฯ ก่อนจะเอ่ยโพล่งขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

(เอางี้ กูมีแผนละ)​

“แผน? แผนอะไร”

(กูขอเวลาแป๊บ วางแผนกับหาตัวแปรก่อน โอเคนะ)​

แม้จะงงๆ อยู่ แต่กิก็อือออตอบรับไป เต็งหนึ่งคุยกับเขาได้อีกสักพักก็ขอตัววางสายไปก่อน คนตัวเล็กจึงทิ้งตัวลงนอนครุ่นคิดบนโซฟาอีกรอบ

…หวังว่าแผนที่ว่ามันจะดีนะ




(ต่อด้านล่าง)

หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 9th Match ♥ (14/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Mayongchees ที่ 14-09-2018 22:09:19


-------


บ่ายของวันเสาร์ก่อนเปิดเรียน ฮอนได้รับข้อความสุดพิเศษจากเต็งหนึ่งเพื่อนรักว่าจะมีปาร์ตี้ฉลองเปิดเทอมในคืนวันศุกร์ที่จะถึง ตอนแรกเขาจะเอ่ยปฏิเสธไปเพราะอยากใช้เวลาอยู่ที่ห้องกับกิ แต่คนชวนกลับมีข้อความสุดพิเศษยิ่งกว่านั้นมาเซอไพรส์ เมื่อกิฝากบอกมาว่ายังไม่ให้เขาย้ายมาอยู่ตั้งแต่เปิดเทอมวันแรก แต่ค่อยมาคืนวันศุกร์หลังฉลองเสร็จแทน เขาเลยได้แต่จำยอม ตอบตกลงไปแต่โดยดี

คงเป็นปาร์ตี้ที่ไม่ใช่ปาร์ตี้เท่าไหร่นักเพราะร้านที่นัดกันในวันนี้อยู่ในตลาดนัดชื่อดัง ภายในตัวร้านตกแต่งสไตล์วินเทจ มีโต๊ะและเก้าอี้ไม้พาให้หวนนึกถึงโต๊ะเรียนในช่วงสมัยเด็ก เป็นร้านออกแนวนั่งชิลล์เอาท์กับเพื่อนสบายๆ มากกว่าจะเป็นร้านเหล้าเปิดเพลงตื๊ดๆ แนวอีดีเอ็มเรียกแขกให้ลุกขึ้นเต้น

คนที่มาถึงเป็นคนแรกคือชายหนุ่มร่างโปร่งที่วันนี้มาในลุคสบายๆ เสื้อยืดสีขาวเรียบมีตรายี่ห้อสกรีนขนาดเล็กบริเวณด้านอกซ้าย กางเกงแสลคยาวสีดำพร้อมรองเท้าผ้าใบคู่โปรด เรือนผมที่ก่อนหน้าเคยเป็นสีดำสนิทบัดนี้ถูกย้อมให้เป็นสีน้ำตาลช็อกโกแลต แม้วันนี้จะเป็นลุคผู้ชายสบายๆ แต่เนื่องจากรำคาญผมที่เริ่มยาวแล้ว เขาเลยเซตผมข้างหน้าขึ้นเพื่อเปิดหน้าผากไม่ให้ตัวเองรำคาญที่ต้องคอยเสยผมขึ้นอยู่เรื่อย

ฮอนเดินขึ้นมาจับจองพื้นที่ชั้น Rooftop ของทางร้าน เขาเลือกโต๊ะมุมในสุดติดกับราวระเบียงเพื่อให้มองเห็นภาพวิวโดยรวมในมุมสูง นั่งจิบเครื่องดื่มรอได้สักพัก คนที่เป็นเจ้าภาพเชิญชวนในวันนี้ก็เดินขึ้นบันไดมาพร้อมกับคุณหนูตัวขาวที่เขาไม่ได้เห็นมาหลายวัน มองเห็นจากไกลๆ วันนี้กิก็ยังน่ารักเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง กวาดสายตามองผ่านๆ ก่อนจะรีบโบกมือทักทายพร้อมกวักมือส่งสัญญาณให้เห็นว่าเขานั่งจับจองโต๊ะอยู่ตรงนี้

แรกเริ่มที่มองเห็นคนตัวเล็กจากไกลๆ เขาไม่ได้เอะใจอะไรกับการแต่งกายของกิในวันนี้เท่าไหร่นัก แต่พอเจ้าตัวเดินเข้ามาใกล้ในระยะประชิดเท่านั้นแหละ เขาต้องรีบลุกไปคว้ามือเจ้าตัวมานั่งเก้าอี้แทบไม่ทัน

เดิมทีกิมักจะใส่กางเกงขายาวอยู่แทบจะตลอดเวลาอยู่แล้ว นอนอยู่ห้องเฉยๆ ยังใส่กางเกงวอร์มเลย นับประสาอะไรกับออกไปข้างนอก แน่นอนว่าต้องเป็นกางเกงขายาวอยู่แล้วล่ะ แต่วันนี้กางเกงที่เจ้าตัวใส่ดันเป็นกางเกงยีนสีดำที่มีรอยขาดเป็นริ้วๆ ไปทั้งตัว แถมช่วงบนยังขาดเป็นช่องขนาดใหญ่ กว้างประมาณ​หนึ่งคืบ ยาวประมาณหนึ่งฝ่ามือ ช่องรอยขาดนั้นกว้างขนาดที่เผยให้เห็นต้นขาขาวๆ ของเจ้าตัวทั้งสองข้างด้วยนี่สิ

แทบบ้า!

เขาทำหน้ามุ่ยมองคนตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์​

“ทำไมกางเกงขาดแบบนี้คะ” รีบเอ่ยทักทันทีที่จูงมืออีกฝ่ายนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ ได้สำเร็จ

“ก็… แฟชั่นไง”

“แฟชงแฟชั่นอะไร กูจะตีเข้าให้” ฮอนเอื้อมมือไปหยิกแก้มนุ่มเป็นการลงโทษแทนการตีอย่างที่ปากว่า ก่อนจะไล่สายตาสำรวจหนูกิไปทั้งตัว

ส่วนบนดูโอเคกว่าส่วนล่างนิดหน่อย ย้ำว่านิดหน่อย เพราะเจ้าตัวดันใส่เสื้อแขนยาวสีขาวแต่เป็นคอปาด เผยให้เห็นไหล่ขาวๆ น่ากัดน่าดูดโผล่ออกมาวับๆ แวมๆ นิดหน่อย แต่มันยังพอให้อภัยได้เมื่อสายตากวาดลงไปเห็นกางเกงที่เจ้าตัวใส่มาวันนี้

รับไม่ได้จริงๆ เมื่อคิดว่าระหว่างทางเดินมาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันสายตาจะต้นขาขาวๆ หนูแป้งของเขา นี่ขนาดเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งหลายปีเขายังเห็นแทบจะนับครั้งได้เลย แล้วพวกมันเป็นใคร มาเห็นขาอ่อนแฟนเขาได้ยังไงกันวะ ชายหนุ่มกัดฟันกรอด มองคนตรงหน้าแววตาดุ

“กูจำได้ว่าไม่เคยเห็นชุดแบบนี้อยู่ในตู้มึงนะกิ”

กิเงยหน้าช้อนมองด้วยแววตาท้าทายกลับ

“กูซื้อใหม่ไม่ได้ไง้?”

“ซื้อใหม่แล้วทำไมต้องซื้อแบบนี้ นี่ไม่ใช่สไตล์มึงกูรู้”

กิก้มหน้าพึมพำด่าคนตรงหน้าที่รู้ดีนักเรื่องของคนอื่นเนี่ย ลอบส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากไอ้เพื่อนตัวดีที่เป็นคนบังคับให้เขาใส่ชุดนี้มา เต็งหนึ่งยักคิ้วตอบรับ ก่อนจะทำเป็นกระแอมไอเรียกร้องความสนใจ

“มึงจะดุเพื่อนกูทำไมเนี่ย เห็นหน้ามันไหมนั่น จะร้องไห้แล้วไอ้สัด”

คนตัวเล็กกว่าใครเพื่อนถลึงตามองชายหนุ่มตรงข้ามทันที เลือกจะช่วยแล้วแทนที่จะพูดดีๆ แต่กลับพูดจากวนประสาทแทนเสียนี่

“ร้องไห้บ้าบออะไรเล่า อย่าไปฟังมันมาก” เขารีบพูดขึ้นมาเมื่อฮอนจับใบหน้าเขาเงยขึ้นแล้วจ้องมองลงมาเพื่อพิสูจน์

ฮอนยังคงกุมแก้มป่องๆ ของยัยคุณหนูอยู่อย่างนั้นนานหลายนาที จนกระทั่งกิเริ่มรู้สึกร้อนที่หน้า สายตาลอกแลกไปมาไม่ยอมสบตาคนตัวสูงกลับ เริ่มจะทนไม่ไหวเลยพยายามแงะนิ้วมืออีกคนออกแต่ไม่เป็นผล อีกฝ่ายได้ใจเมื่อเห็นสีหน้าคนในกำมือกำลังเคอะเขิน กดมือลงไปที่แก้มนุ่มเบาๆ จนกิปากยู่ ฮอนหัวเราะออกมาเมื่อกิยกมือฟาดเปรี๊ยะเข้าที่ต้นแขน อยากก้มลงไปจุ๊บแรงๆ ลงบนริมฝีปากอีกฝ่าย แต่ดันทำไม่ได้เพราะคงประเจิดประเจ้อไปหน่อย

“อะแฮ่ม แคกๆๆๆ กูยังอยู่ตรงนี้น้า ช่วยเห็นหัวกูด้วยน้า” เต็งหนึ่งรีบกระแอมไอทักเมื่อเห็นว่าตนเองกำลังจะกลายเป็นหมาหัวเน่า สงสัยจะพากันลืมไปแล้วว่าโลกนี้ไม่ได้มีแค่เราสอง แม้โต๊ะอื่นจะไม่มอง อย่างน้อยก็ยังมีเขานั่งสลอนอยู่ตรงนี้คนนึงนะโว้ย!!

ฮอนปล่อยมือออกจากแก้มนุ่ม ก่อนจะหันมาด่าเต็งหนึ่งที่ทำลายบรรยากาศของพวกเขา กิขยับตัวหันมานั่งตรงหลังจากถูกฮอนดึงตัวไปสำรวจ เขาเอื้อมมือไปหยิบแก้วและถังน้ำแข็งที่อยู่ตรงหน้า เปิดเบียร์ขวดใหม่ออกมารินเพื่อแก้เขินให้ตัวเอง

“อย่ามองกูแบบนั้นสิจ๊ะ” เต็งหนึ่งหันไปยิ้มแหะๆ ให้ไอ้คนที่กำลังทำหน้าถมึงทึงใส่ เหมือนเป็นพวกโหยหาความรักความเมตตา คงเพราะนานๆ ทีถึงจะมีโอกาสแบบนี้

ฮอนเลิกส่งสายตาทิ่มแทงเต็งหนึ่ง หันมามองหนูกิของเขาที่กำลังเติมเบียร์เป็นแก้วที่สองแทน

“ใจเย็น รีบกินอะไรขนาดนั้น” เขาคว้าแก้วอีกฝ่ายที่กำลังยกดื่มอึกๆ ลงมาวางบนโต๊ะ เอื้อมมือไปเช็ดน้ำที่ไหลหยดลงมาตามมุมปากให้เบาๆ

“ดื่มเลอะเทอะเป็นเด็กเลยค่ะ”

“ฮื่อ ยุ่ง” กิปัดมือสากที่ไล้จากมุมปากมาจับบนหลังคอของเขา อีกฝ่ายค่อยๆ ออกแรงบีบนวดจนกิเริ่มทนไม่ไหวเมื่อรู้สึกจั๊กจี้ หันมาเบ้หน้าใส่คนตัวสูงกว่าด้วยความหงุดหงิด

เต็งหนึ่งมองสองคนตรงหน้าที่กำลังเข้าโหมดหยอกล้อมีฉันมีเธอเพียงเราสองด้วยความเบื่อหน่าย เขาหมุนวนแก้วไปมาเมื่อรู้สึกเหงาฉิบหายและเริ่มคิดแล้วว่าตัวเองมาทำอะไรตรงนี้คนเดียว จริงๆ ชวนแฟนมาด้วยแต่แฟนก็บอกว่าไม่ว่างจะอ่านหนังสือ ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกว่าแฟนเขาไม่ใช่แค่เด็กขยันเรียนแล้ว นี่มันเด็กคลั่งการเรียนแล้ว เพิ่งเปิดเทอมอาทิตย์แรกก็โหมนักเสียแล้ว ฮือ พูดแล้วก็เศร้า เหมือนเขามาเป็นกขคงจฉ ที่แปลว่า ก้าง(ตัวเอง)ขวางคองู(ไอ้ฮอน)จะฉก มากๆ เลยโว้ย

นั่งแกร่วมองเพื่อนตัวดีหยอกล้อกันได้อยู่ชั่วครู่ โทรศัพท์ของเขาก็สั่นครืด ข้อความจากตัวแปรสำคัญในคืนนี้ส่งมาบอกว่าถึงแล้ว เขากระยิ้มกระย่อง เริ่มแผนการได้!

“กิ กูอยากเหล้าปั่น”

กิหันหน้ามามองตามเสียงเรียก “ก็สั่งดิ”

“มึงกินช่วยกูนะ”

“เอาดิ” เขาพยักตอบรับ แต่ดันมีคนขัดขึ้นมาเสียก่อน

“มึงกินเหล้าไม่ได้นี่” ฮอนเอ่ยปราม เพราะรู้ว่าสาเหตุที่ทำไมคนตัวเล็กเลือกจะดื่มแค่เบียร์มากกว่าเหล้า ช่วงมัธยมปลายกิเคยโดนเพื่อนจับกรอกเหล้าไปแก้วเดียวก็เมามายหัวทิ่มเสียแล้ว เจ้าตัวเลยเลือกที่จะไม่แตะมันอีกต่อไป

“โหยมึง แอลฯเหล้าปั่นมันก็น้อยพอๆ กับเบียร์นั่นแหละ ไม่เมาหรอกไอ้สัด หวงเว่อไปไหนวะ” เต็งหนึ่งเอ่ยขัด ฮอนหันมามองคนตัวเล็กข้างๆ ก่อนจะยอมพยักหัวแต่โดยดี ไว้ค่อยห้ามตอนนั้นอีกทีก็แล้วกัน

“ไปกิ ลุก”

ฮอนคว้าหมับเข้าที่แขนเมื่อเห็นกิลุกออกจากเก้าอี้ทันที

“เดี๋ยว ไปไหน”

“ก็ไปออเดอร์เพิ่มไง”

“มึงเป็นเด็กประถมเหรอไอ้หนึ่งถึงไปคนเดียวไม่ได้”

“เออ กูมันคนขาดพรรคขาดพวกไม่ได้ ไปไหนคนเดียวไม่เป็น รู้เอาไว้ซะ”

“ไอ้สัดนี่ กินั่งลง เดี๋ยวกูไปกับมันเอง” เขาดึงแขนกิให้นั่งลงก่อนจะยืดตัวลุกขึ้นออกไปจากโต๊ะแทน หลังจากไตร่ตรองกับตัวเองแล้วว่าให้กินั่งอยู่ตรงนี้คงจะดีกว่าเดินออกไปโชว์ไหล่กับขาให้คนอื่นเห็น

กินั่งลงอย่างว่าง่าย โบกมือไล่ให้ทั้งสองรีบๆ ไปเสียที

พอเดินลงจากบันไดมาถึงชั้นล่าง เต็งหนึ่งก็รีบพูดทักก่อนที่จะไม่ทันการณ์ “มึงไปสั่งให้กูที ปวดเหยี่ยวว่ะ กูเอาบลูฮาวายนะ อีกเหยือกให้กิเอาไรอะ มึงเลือกๆ ไปเลยก็ได้”

ฮอนพยักหน้ารับ ไม่ได้สนใจท่าทีแปลกๆ ของเพื่อนเพราะดูท่าทางของมันแล้วคงจะอยากเข้าห้องน้ำจริงๆ ชายหนุ่มเดินตรงไปสั่งเมนูที่เต็งหนึ่งต้องการ นึกว่าสั่งแล้วทางร้านจะนำไปเสิร์ฟให้เองแต่กลับต้องรออยู่รับเองเสียอย่างนั้น

เขายืนนิ่งเล่นโทรศัพท์รอที่บาร์ กดเข้าอินสตาแกรมอัปโหลดรูปลงในสตอรี่ตามประสาหนุ่มโซเชี่ยลคนดัง หลังจากเช็กอินเรียบร้อยแล้วก็มีแรงสะกิดจากทางด้านหลังมาเรียกให้เขาหันไปมอง

“พี่ฮอนคะ” เพชร หญิงสาวหน้าตาสะสวยดีกรีดาวคณะนิเทศปีก่อน โบกมือทักทายไปมาเมื่อเจอรุ่นพี่คนสนิทที่เคยช่วยเหลือตอนงานประกวดดาวเดือน ครั้งนั้นหญิงสาวเครียดมากถึงขนาดป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ก็มีรุ่นพี่ใจดีคนนี้คอยช่วยเหลือ คอยเทคแคร์จนกระทั่งการประกวดจบลงไปด้วยดี

“อ้าวน้องเพชร สวัสดีค…ครับ” ฮอนส่งรอยยิ้มทักกลับไปเมื่อเห็นรุ่นน้องเดินมาสะกิด เกือบจะหลุดใช้คำว่าค่ะลงท้ายประโยคตามความเคยชินเมื่อเจอรุ่นน้องคนสนิท ดีที่ยั้งไว้ได้ทันเพราะเขาตั้งใจจะเปลี่ยนคำพูดตัวเองใหม่แล้ว

“โห พอลงท้ายคำว่าครับแล้วดูห่างเหินไปเลยแฮะ ไม่คะขาแล้วเหรอ เพชรไม่สนิทเหมือนแต่ก่อนแล้วอะดิ” เธอยกยิ้มน้อยๆ พูดแหย่คนที่ทำตัวสุภาพไม่เหมือนเก่า

“สนิทเหมือนเดิมนั่นแหละน่า” เขายิ้มตอบ

“แล้วนี่คนดังมายืนทำอะไรตรงนี้คะ สาวๆ โต๊ะนู้นหันมามองจนคอเคล็ดแล้วมั้งน่ะ” ฮอนเอี้ยวตัวไปมองโต๊ะที่หญิงสาวพยักพเยิดหน้าได้แป๊บเดียวก็หันกลับ

“พี่รอรับออเดอร์อยู่อะ น่าจะอีกนานเลยมั้ง”

“เหรอคะ งั้นเดี๋ยวเพชรยืนรอเป็นเพื่อน”

“เห้ย ไม่ต้องๆ มากับใครเนี่ย เพื่อนไม่รออยู่เหรอ”

“มีแต่เพชรเนี่ยแหละค่ะรอเพื่อน นัดกันสามครึ่งแต่นางบอกขอแต่งตัวอีกแป๊บก่อน เยอะเว่อ”

“ใครอะ พวกน้องตั้มที่ชอบมาเฝ้าเราตอนซ้อมประกวดน่ะเหรอ”

“นั่นแหละค่ะ แก๊งกะเทยขี้โวยวายแห่งปีมีอยู่ไม่มีกลุ่มหรอก แล้วนี่พี่ฮอนมากับใคร อย่าบอกนะว่ามาอ่อยสาวคนเดียวน่ะ”

“เปล่าๆ พี่ก็มากับเพื่อน”

หญิงสาวหรี่ตามองท่าทีไม่เชื่อคำพูดของอีกคน “ใช่เร้อออ”

“จริงๆ มากับแฟนด้วยนะ” ฮอนหัวเราะน้อยๆ ในขณะที่หญิงสาวอ้าปากเหวออย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“พูดเป็นเล่นน่าพี่ นี่ไม่น่าเชื่อกว่าอีกนะเนี่ย”

“อะไรวะ พี่พูดเรื่องจริงโว้ย”

“ใครคือผู้โชคดีคนนั้นคะ เอ๊ะ รึผู้โชคร้ายกันแน่นะ” เธอพูดติดตลก

“ระดับพี่ต้องโชคดีอยู่แล้วสิ” เขายิ้มรับ ก่อนจะยื่นมือไปรับถาดใส่เหยือกน้ำสีหวาน

“ได้เร็วกว่าที่คิดแฮะ แล้วนี่เพชรจะไปไหนก่อนรึเปล่า”

“คงขึ้นไปจองโต๊ะรอเพื่อนเลยค่ะ”

“งั้นขึ้นไปพร้อมพี่ก็ได้ นี่เพชร ทีหลังอย่าใส่สั้นแบบนี้นะคะ เอ๊ย… ครับ มันอันตราย” ฮอนเอ่ยทักเมื่อเดินไปขึ้นบันได เขาสังเกตมาสักพักแล้วแหละว่าน้องของเขาโดนลวนลามทางสายตาจากคนอื่นน่ะ

“โหยพี่ ก็แฟชั่นอะ เขากำลังฮิตเทรนด์นี้ไง”

“แฟชั่นอีกละ อะไรก็แฟชั่น ใครมันเป็นคนกำหนดวะ” เขาพูดอย่างหัวเสีย

“เดี๋ยวๆ ไปหัวร้อนอะไรมาเนี่ยพี่ฮอน”

“แม่ง มันน่าหงุดหงิดจริงๆ นะเพชร ใครมันเป็นคนกำหนดว่าชุดแบบนี้มันเป็นแฟชั่นวะ ถ้ากูรู้จะไปตั๊นท์หน้ามันแม่ง” ฮอนยังไม่หยุดหัวเสียขณะกำลังค่อยๆ ก้าวขาขึ้นบันไดเพราะกลัวน้ำหก จนกระทั่งถึงชั้นบนในที่สุด

“โอ๊ยตลกอะ ไม่เคยเห็นพี่ฮอนโหมดหัวร้อนแบบนี้ ปกติเป็นพี่ชายใจดีแสนอบอุ่นตลอดเลย” เธอหัวเราะเมื่อเห็นพี่ชายใจดีมีโหมดโมโหร้ายกับเขาบ้าง

“อะไร หยุดขำเลย อยู่กับเพื่อนพี่ก็แบบนี้แหละ แล้วนี่จะนั่งอยู่คนเดียวเหรอเพชร” ฮอนเอ่ยทักเมื่อน้องสาวที่เดินมาด้วยเลือกนั่งลงบนโต๊ะว่างกลางร้าน

“ใช่ค่ะ เดี๋ยวพวกตั้มก็มาแล้วล่ะ”

“เป็นสาวเป็นแส้จะมานั่งคนเดียวได้ยังไง ดูดิมีแต่พวกผู้ชายนะแถวนี้”

“ก็ไม่แปลกนี่พี่ นี่ร้านเหล้านะ” เธอหัวเราะอีกครั้ง

“พี่ฮอนเหมือนพ่อเพชรเลยอะ ฮือหยุดขำไม่ได้ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ”

ร่างโปร่งขมวดคิ้วเมื่อได้ยินอย่างนั้น “เอางี้ ระหว่างรอตั้มก็ไปนั่งโต๊ะเดียวกับพี่ก่อน”

“ไม่เป็นไรค่ะ เนี่ยอุตส่ามีโต๊ะว่าง กว่าพวกนังตั้มจะมาคนเต็มร้านก่อนหมดละ”

“เอางั้นเหรอ แต่พี่เป็นห่วงจริงๆ นะ”

“เอาแบบนี้แหละค่ะ เดี๋ยวไปโต๊ะพี่แล้วแฟนพี่หึงเพราะเพชรทำไงอะ แย่เลยดิ”

“ไม่น่ามั้ง แฟนพี่ไม่ได้ใจแคบขนาดนั้น”

หญิงสาวเลิกคิ้ว “พี่ฮอนแน่ใจได้ยังไงอะ เขาไม่พูดไม่ได้แปลว่าเขาไม่รู้สึกนะคะ แล้วดูพี่ฮอนดิ ใจดีกับเขาไปทั่วแบบนี้เนี่ย”

ชายหนุ่มชะงักกึกตามคำพูดของน้อง ครั้งนั้นที่กิระเบิดความรู้สึกออกมาก็เป็นเพราะอย่างนี้นี่แหละใช่ไหม

“พี่ใจดีไปทั่วจริงเหรอ แต่พี่แค่เป็นห่วงเองนะ”

“จริงค่ะ ใครพูดอะไรก็ยิ้มให้ ใครขออะไรก็ช่วยไปหมด ไหนจะชอบพูดคะขาเหมือนม่อสาวให้ใจสั่นเล่นๆ อีก เพชรยังเคยคิดเข้าข้างตัวเองว่าพี่ฮอนชอบเพชรเลย”

“เห้ยบ้าน่า พี่ก็แค่เอ็นดูน้องๆ เอง เหมือนได้ดูแลน้องสาวอะ”

“เพชรรู้ค่ะ แต่แฟนพี่เขาอาจจะไม่รู้ก็ได้นะ รีบไปได้แล้วไป๊ น้ำแข็งละลายหมดแล้วนั่น” เธอรีบโบกมือไล่ทันที

ฮอนก้าวเดินแม้ว่าใจจะยังคงห่วงน้องสาวในคณะอยู่ดี เขารู้ว่าตัวเองน่ะชอบพูดจาหยอกล้อ เทคแคร์กับคนอื่นไปเรื่อย แต่มันคล้ายจะกลายเป็นนิสัยไปแล้ว ยิ่งเมื่อเจอคนที่เหมือนแฮมน้องสาวของเขา ยิ่งอยากดูแลเข้าไปใหญ่ สงสัยเขาต้องปรับความพี่ชายแสนดีให้มันน้อยลงกว่านี้แล้วแหละ

เขาเดินตรงไปโต๊ะที่กิกำลังนั่งรออยู่ มองเห็นเงาตะคุ่มไกลๆ กำลังยืนคุยกับกิท่าทางออกรส บริเวณชั้นบนของทางร้านค่อนข้างมืด มีเพียงแสงไฟจากร้านค้าด้านล่างที่ให้ความสว่างเท่านั้น เขาจึงไม่เห็นว่ากิกำลังนั่งคุยกับใคร แต่คงไม่ใช่ไอ้เต็งหนึ่งแน่ๆ เพราะคนนี้ดูตัวเตี้ยเกินกว่าจะเป็นมัน

ใช่ แล้วก็ไม่ใช่เต็งหนึ่งจริงๆ เมื่อเขาเดินมาถึงโต๊ะแล้วเห็นใบหน้าของคนคนนี้ชัดๆ

“ไอ้เล็ก!”




(TBC.)

ー #AdaywithWCM

คิดชื่อตัวละครใหม่ไม่ออกแล้วค่ะ มีนายเล็กแล้วก็ใช้ให้คุ้มหน่อย ฮ่าาา
ขอบคุณมากๆๆเลยค่ะ ʕっ•ᴥ•ʔっ

 :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 9th Match ♥ (14/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: manami1155 ที่ 14-09-2018 23:47:25
บททดสอบหัวใจด่านใหม่มาแล้ว
ดูสิว่าฮอนจะทำยังงัย หึหึ
แอบโมโหแทนหนูกิ นิสัยโคตรเฟรนลี่ของฮอนอะ
เพลาๆลงนิดนึง เดี๋ยวหนูกิเข้าใจผิดอีก

ขอบคุณที่มาต่อนะคะ
แอบมารอทุกวันเลย
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 9th Match ♥ (14/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: yunnutjae ที่ 14-09-2018 23:56:39
ฮอนนี่ท่าจะเฟรนด์ลี่จริง :เฮ้อ:  เอาแล้วใครจะหึงใคร
ตอนหน้าอย่าดราม่าหนักนะคะ  :z3: อยากให้เค้ารักกันหวานแหววแล้วววววว  :hao5:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 9th Match ♥ (14/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: AeAng11 ที่ 15-09-2018 09:18:06
นังฮอนเฟรนด์ไปทั่วเลยเดี๋ยวยุให้นุ้งกิเลิกชิ!!
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 9th Match ♥ (14/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 15-09-2018 14:57:01
ยัง ยังไม่เลิกใจดีอีก...กกกกกกก    :m16: :m16: :m16:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 9th Match ♥ (14/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 15-09-2018 15:29:29
เล็กบอกโดนอีกแล้ว เป็นสนามอารมณ์   :hao7:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 9th Match ♥ (14/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: CLShunny ที่ 17-09-2018 13:38:41
ร้านเหล้าหรือสนามมวย เหมือนจะมีคู่ชก5555
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 9th Match ♥ (14/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: mypink801 ที่ 17-09-2018 14:04:53
ถ้ามีแฟนฮอนต้องปรับพฤติกรรม เฟรนลี่เกินแบบนี้หนูกิหนีไปอีกชัวร์
อยากเห็นฮอนหึง 5555
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 9th Match ♥ (14/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: BAKA ที่ 20-09-2018 18:13:51
เนี่ยรู้ตัวได้แล้วฮอน ว่าใจดีไปทั่วหนูกิก็ไม่ได้สบายใจหรอก ปรับปรุงตัวเร็วๆก่อนหนูกิจะหนีหายไปจริงๆเถอะ
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 10th Match ♥ (23/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Mayongchees ที่ 23-09-2018 00:33:46

ー 10th Match ♥
☁   





“ขอบคุณนะครับน้องเพชร ถึงห้องแล้วไลน์มาบอกพี่ด้วยนะ” เต็งหนึ่งโบกมือลาพร้อมเอ่ยขอบคุณหญิงสาวตัวแปรคนสำคัญที่ไหว้วานเพื่อมาช่วยให้แผนการนี้สำเร็จลุล่วง เขาปิดประตูรถพร้อมส่งยิ้มขอบคุณเป็นการส่งท้าย

หลังจากน้องเพชรแยกกับไอ้ฮอนแล้ว เขาก็ได้ฟังข้อมูลจากเสียงบันทึกพร้อมคำบอกเล่าจากปากน้อง สำหรับคนที่คอยให้คำปรึกษาเพื่อนทั้งคู่เขาคิดว่าเป็นที่น่าพึงพอใจที่ไอ้ฮอนมันคิดจะพยายามปรับตัวเองทีละนิด โดยการเปลี่ยนคำพูดคำจาให้มันเลิกดูกะล่อนลงหน่อย แม้ว่าไอ้นิสัยใจดีเป็นห่วงเขาไปทั่วเนี่ยจะแก้ให้หายภายในครั้งเดียวไม่ได้ก็เถอะ ทีนี้ก็เหลือแค่เพื่อนตัวเล็กของเขานี่แหละ ไอ้อาการซึนๆ ปากหนักๆ เนี่ย จะแก้ให้หายได้ยังไง

เขาเดินกลับมาที่โต๊ะ ก้นเพิ่งจะแตะเก้าอี้ได้ไม่ถึงห้าวินาที รังสีทะมึนจากชายตรงข้ามก็แผ่มาหาเขาทันที เต็งหนึ่งเงยหน้ามองหนุ่มคิวท์บอยที่ตอนนี้กลายเป็นคิ้วขมวดบอยแทนด้วยความงุนงง

“อะไรไอ้ฮอน ทำไมมองกูเหมือนจะฆ่าจะแกงกันแบบนั้น” เขาเริ่มหวั่นในใจ หรือว่าไอ้ฮอนจะรู้แล้วว่าเขาส่งน้องเพชรมาคุยกับมันวะ

“ไอ้สัดหนึ่ง มึงไปทำอะไรมา”

“อะไร้ ก็บอกว่าปวดเหยี่ยว” เวรละ เผลอเสียงสูงไปนี่มันจะสังเกตไหม

“กูนึกว่ามึงตกส้วมตาย ไอ้สัดนี่ หายหัวไปเกือบชั่วโมง”

“อยู่ดีๆ มันก็ปวดหนักว่ะ โทษที” ลอบสังเกตหน้าอีกฝ่ายขณะยกมือไหว้ขอโทษปลกๆ ดูเหมือนมันจะยังไม่รู้เรื่องอะไรหรอก เขาเบือนหน้าหันไปมองอีกคนที่กำลังก้มหน้างุดแทน กิก้มหัวจนคางชิดอกทำให้เขามองไม่เห็นว่าตอนนี้เพื่อนตัวเล็กกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่

“มีไรกันวะ กิมึงเงยหน้าขึ้นมาตอบกูดิ”

“ฮื่อ ไม่มีไร” นับว่ายังมีสติอยู่บ้าง เมื่อได้ยินชื่อคนเรียกชื่อตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นมาตอบเสียงงัวเงีย

“ไม่มีอะไรได้ยังไง มึงนี่น่าตีจริงๆ” ฮอนเอ่ยขัด

“อะไรวะ เกิดอะไรขึ้น” เต็งหนึ่งทำหน้าเหลอหลา มองเพื่อนสนิทสองคนสลับกันไปมา หายไปไม่ถึงชั่วโมงแต่เหมือนหายไปเป็นวันเลยว่ะ อะไรวะเนี่ย งงไปหมดแล้ว

“ก็ไอ้เล็กเพื่อนมึงอะมาทักกิ ไอ้สัด ไม่จบไม่สิ้นสักทีนะมันอะ”

เต็งหนึ่งได้ยินดังนั้นถึงกับต้องอุทานคำหยาบในใจ ไอ้ฉิบหาย! ตัวแปรนอกแผนการมาได้ยังไงวะเนี่ย!

“แล้วจอมดื้อคนนี้ก็เหลือเกิน กูบอกหลายครั้งแล้วว่าห้ามคุยกับมันก็ไม่ยอมฟัง ยิ้มโปรยเสน่ห์ใส่เขาเฉย แล้วดูเสื้อสิเนี่ย มันเห็นไปถึงไหนแล้วฮะ ทำไมไม่รีบตัดบท ปล่อยให้มันมาจีบอยู่ได้”

“ก็เขามาทักจะให้ทำยังไงเล่า มึงนั่นแหละไปพูดแบบนั้นได้ยังไง” กิรีบแย้งเมื่อโดนดุยาว ก่อนจะขมวดคิ้วพร้อมหลับตาหยีเรียกสติเมื่อรู้สึกมึนๆ หัว

ฮอนทนไม่ไหว เอื้อมมือไปบีบปากเล็กๆ นั่นอย่างมันเขี้ยว

“ค่ะ กูผิดเองค่ะ” ร่างสูงบีบเสียงประชดประชัน

“อะไร มึงพูดอะไรวะ ช่วยเล่าให้กูรู้เรื่องด้วยจ้ะพวกมึงทั้งสอง” เต็งหนึ่งขมวดคิ้วท่าทีใคร่รู้จึงชะโงกหน้าไปใกล้เพื่อนที่นั่งฝั่งตรงข้ามทันที

“กูเดินขึ้นมาเจอมันมาม่อกิอยู่ใช่ไหม เลยพูดกระแทกใส่หน้ามันไปว่าเลิกยุ่งกับแฟนกูสักที แม่งได้ยินแล้วหน้าหงายเลยดิ เฮอะ” ฮอนกระแทกแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังปึกตามแรงอารมณ์

“ไอ้เหี้ย เอาเรื่องจังวะ”

“รำคาญหน้าชิบหาย มันจะบังเอิญอะไรขนาดที่มากินร้านเดียวกันได้วะ”

“กูไม่ได้บอกมันนะ อย่ามามองกูแบบนั้น” เต็งหนึ่งกระวนกระวายรีบบอกปฏิเสธเมื่อไอ้ฮอนส่งสายตาสงสัยมาทางเขา

“แล้วไป อย่าให้กูรู้นะว่ามึงเป็นคนบอกมันอะ” ฮอนยกน้ำสีอำพันขึ้นดื่มอีกครั้งเพื่อระงับความฉุนเฉียวของตัวเอง

“กูไม่ได้บอกจริงๆ เลิกสงสัยกูได้แล้วโว้ย” รีบยืนยันคำพูดตัวเองหนักแน่น มองไอ้คนที่กล่าวหาเขายักไหล่ตอบด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะเบือนสายตาไปหาเหล่าปั่นที่สั่งไว้

“แล้วใครกินบลูฮาวายกูหมดเหยือกเนี่ย เชี่ย! อย่าบอกนะว่ามึงอะกิ” เขาหันขวับไปทางกิอย่างรวดเร็ว

คนตัวเล็กพึมพำในลำคอ เต็งหนึ่งชะโงกหน้าเข้าไปใกล้เมื่อไม่ได้ยินว่าเพื่อนสนิทกำลังจะบอกอะไรเพราะเสียงอื้ออึงรอบข้าง

“ไอ้ตัวดื้อนี่นะแหละ กูห้ามก็ไม่ฟัง รั้นจะกินให้ได้” ฮอนตอบแทน

“กิ มึงไหวปะเนี่ย เงยหน้าขึ้นมาคุยกับกูดิ” เต็งหนึ่งโบกไม้โบกมือใกล้ใบหน้ากิเพื่อเรียกสติ

“อื้อ ปวดหัว” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมาบ่นงึมงำ

“เวรละมึง เหล้าปั่นเหยือกเดียวออกฤทธิ์ขนาดนี้เลยเหรอวะ”

ฮอนก้มมองคนตัวเล็กกว่า อยู่ห้องกระดกเบียร์ไปหลายกระป๋อง หนักสุดก็แค่มึนๆ แต่วันนี้ดันออกอาการหนักกว่าหลายครั้งที่เคยเห็นมา ท่าทีมึนๆ ทำให้เขาเอื้อมมือไปโอบไหล่ของอีกฝ่ายเอาไว้แล้วออกแรงเขย่าเบาๆ

เต็งหนึ่งกวาดสายตามองของบนโต๊ะ มีแก้วปริศนาใบหนึ่งเกินมาจากจำนวนคนในโต๊ะถูกวางไว้ใกล้ๆ แก้วเบียร์ของกิ เขามองแก้วเปล่าใบนั้นก่อนจะคว้าขึ้นมาดมกลิ่นใกล้ๆ

“แก้วเหล้านี่หว่า ของมึงเหรอไอ้ฮอน”

คนถูกถามส่ายหัวตอบ “กูกินแก้วนี้แก้วเดียว”

“แสดงว่าของมึงเหรอกิ”

ฮอนมองคนข้างๆ ที่ผงกหัวไปมา ท่าทียอมรับว่า ใช่ นั่นแก้วกูเอง มีปัญหาอะไรเหรอ?

“เห้ย มึงชงดื่มเองเหรอกิ ไหนบอกว่าไม่ชอบไง” เต็งหนึ่งอุทานตกใจเสียงดัง แต่กิสั่นหัวปฏิเสธไม่พูดอะไร

“ไม่ได้ชงเอง? แล้วมันจะมาจากไหน มีใครเอามาให้เหรอ สัดเอ๊ย ไอ้เล็กใช่ไหมกิ” ฮอนตบโต๊ะดังปังหลังคาดเดาเอาเองมั่วซั่ว โชคดีหน่อยที่เสียงเร้ารอบข้างดังมากกว่าเสียงฝ่ามือเลยไม่มีใครสนใจ

“จบเลย เลิกๆ เดี๋ยวกูไปเช็กบิลก่อน”

ฮอนพยุงคนตัวเล็กที่ดวงตาปรือปรอยใกล้จะหลับมิหลับแหล่ลงบันได หยุดรอเต็งหนึ่งครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่ามันโบกมือให้หยุดอยู่ตรงนี้ก่อน

“มึง เดี๋ยวกูไปขับไปห้องมันเอง ส่งมันมาๆ” เต็งหนึ่งวิ่งมาหาเพื่อนทั้งสองที่รออยู่แถวทางออกร้าน ก่อนจะทำทีกวักมือขอกิไปช่วยพยุงเอง

ฮอนเบี่ยงตัวหลบ “ไม่ต้อง กูจะย้ายไปห้องนั้นอยู่แล้ว มึงจะไปทำไมให้เสียเวลา”

“เห้ย ไม่เสียเวลาหรอก กูว่าวันนี้มึงกลับบ้านก่อนดีกว่าว่ะ มาส่งมันมา”

“ก็บอกว่าไม่ต้อง อะไรของมึงเนี่ย”

“ก็ดูมันเมาดิ น้ำหน้าอย่างมึงอะ คิดว่าในหัวกูคิดอะไรอยู่ล่ะ”

“สัด กูไม่ทำอะไรมันหรอก”

“กูไม่เชื่อมึงหรอก!”

“เรื่องของมึง กูไปละ”

ยังไม่ทันได้ทักท้วงอะไร ฮอนก็ตบบ่าเขาอย่างแรงไปหนึ่งที ก่อนจะก้าวเท้าเดินพยุงกิไปลานจอดรถใกล้ๆ เสียแล้ว เต็งหนึ่งมองทั้งคู่เดินออกไปไกลจากสายตา แผนของเขาคือบอกให้กิแกล้งเมาเฉยๆ แต่ดูท่าทางแล้วเพื่อนสนิทเขาคงจะเมาจริงๆ สังเกตเห็นจากเบียร์หลายแก้ว เหล้าปั่นหมดเหยือก แล้วยังจะมีแก้วเหล้าที่ไม่ถูกโฉลกด้วยอีก ทุกอย่างมันคงจะไปตีรวนในท้องจนทำให้ปวดหัวแบบนี้น่ะสิ

ตอนนี้เขาเหมือนเป็นพ่อแก่ๆ กำลังมองลูกสาวตัวเองเดินเข้าหอกับลูกเขยไปด้วยความเจ็บปวด แม้แฟนลูกคนนั้นมันจะรับปากว่าไม่ทำอะไรลูกเขาก็เถอะ แต่มันเชื่อได้ที่ไหนกันวะว่าจะไม่ทำอะไรในวันที่เป็นใจอย่างนี้น่ะ!

ขอให้มึงรอดปลอดภัยนะกิ กูช่วยมึงได้แค่นี้แหละ T_T

 

----------



เขาไม่เคยรับมือกิตอนเมาหนักๆ มาก่อน เลยไม่รู้ว่าต้องจัดการกับหนูแป้งของเขาตอนนี้อย่างไรดี

ฮอนยืนทุลักทุเลเมื่อมือขวาต้องคอยจับคนอยู่ไม่นิ่ง ดิ้นจะออกจากวงแขนตลอดเวลาที่เดินมาถึงลานจอดรถ ส่วนมือซ้ายก็ต้องคอยล้วงกุญแจที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังออกมาปลดล็อกรถ ปกติใช้เวลาหยิบแค่แป๊บเดียว แต่พอคนในอ้อมแขนดิ้นหรือทำทีจะไหลลงไปกองที่พื้นทำให้เขาต้องใช้มืออีกข้างที่กำลังล้วงกระเป๋าออกมาคอยจับคอยพยุงอยู่อย่างนี้

“ฮอน”

“อือ”

ครั้งนี้เขาจับสองแขนของกิดึงขึ้นให้เจ้าตัวยืนตัวตรง ก่อนจะดันให้หลังอีกฝ่ายแนบกับประตูรถแล้วเข้าไปประชิด ใช้ขาหนีบกักตัวอีกฝ่ายเอาไว้ ส่วนมือขวาก็รวบเอวคนตัวเล็กกว่าไว้ในวงแขน

“ไอ้ฮอน”

“อะไรคะ” เขาขานรับ พร้อมใช้มือซ้ายล้วงมือเข้าไปหยิบกุญแจในช่องกางเกง

ฮอนใจกระตุกเมื่ออยู่ดีๆ คนที่โดนกักร่างเอาไว้ในอ้อมแขนก็เอนหัวลงมาซบที่แผ่นอกของเขา ก่อนจะส่ายหัวถูไปมาท่าทีออดอ้อน

“ไอ้เหี้ยฮอน”

“อื้อ ว่าไงคะ” ขานรับอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่องึมงำ

ตอนนี้มือซ้ายของเขาล้วงกุญแจออกมาได้สำเร็จแล้ว ทว่าเขายังไม่อยากปลดล็อกประตูเพื่อทำลายช่วงเวลาแบบนี้ไปสักเท่าไหร่นัก ก้มมองคนที่ไถหัวบนแผ่นอกเขาไม่เลิกอย่างกับเป็นลูกแมว ถ้าจอมดื้อคนนี้ไม่เมาเขาคงไม่ได้เจอหนูกิโหมดอ้อนแบบนี้ใช่ไหม

“ไอ้เหี้ยฮอน ทำไมไม่ตอบ”

คนโดนเรียกทำหน้างง “อะไรคะ ตอบไปตั้งหลายครั้งแล้วนะ”

“ฮื่อ บอกให้ตอบไง”

“ตอบอะไรเล่า”

ปึก!

จากถูหัวอ้อนอยู่ดีๆ กิก็เปลี่ยนมาโขกหัวลงบนแผ่นอกของเขาอย่างแรงแทน

“พอแล้วค่ะ เจ็บ”

“กูก็เจ็บ” ร่างสูงเข้าใจว่าอีกคนคงเจ็บหน้าผาก เลยก้มหัวลงไปจุ๊บบริเวณนั้นเป็นการรักษาหนึ่งที

“เพี้ยง รักษาเรียบร้อยแล้วค่ะ หายเจ็บรึยัง”

“ฮื่อ ไม่ได้เจ็บตรงนั้นสักหน่อย” กิส่ายหัวไปมา

“เอ้า แล้วเจ็บตรงไหน”

“…มึงไม่ตอบ”

ฮอนทำหน้างุนงงเพราะไม่เข้าใจว่ากิต้องการจะสื่ออะไร เขาตัดสินใจรวบคนตัวเล็กกว่ามากอดไว้ในอ้อมแขนถอยห่างออกมาเพื่อดึงประตูแล้วยัดจอมดื้อลงเบาะรถ เขาปิดประตูแล้วเดินอ้อมไปอีกฝั่ง เสียบกุญแจแล้วสตาร์ทเครื่องพุ่งทะยานไปยังห้องที่ไม่ได้ไปเยือนมาหลายอาทิตย์ทันที

ปึก ปึก

เสียงหัวกระทบกับหน้าต่างเมื่อชายหนุ่มผู้ไม่ได้สติเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์กำลังนอนหลับใหลอยู่บนเบาะรถ กิงัวเงียลืมตาตื่นขึ้นมาขยับเปลี่ยนท่าทางเมื่อสะดุ้งตื่นเพราะหัวเอนไปเขกกระจก

ฮอนลอบขำเมื่อเห็นท่าทีง่วงงุนของคนข้างๆ หัวเขกหน้าต่างรถหนึ่งทีก็ตื่นขึ้นมาหันซ้ายหันขวาเปลี่ยนท่านอนใหม่ แต่เปลี่ยนแล้วหลับได้ไม่กี่นาทีต่อมาหัวก็ไปเขกกระจกอีกครั้ง เสียงปึกๆ ดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนเขาต้องเหยียบคันเร่งให้ไปถึงห้องนอนไวๆ เพราะสงสารใครบางคนที่หัวอาจจะปูดโนขึ้นแล้วก็ได้

ขับรถไปได้ครึ่งทางฮอนก็ถูกทำให้ใจกระตุกอีกรอบ เมื่ออยู่ดีๆ คนตัวเล็กก็ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วเบี่ยงตัวเอนหลังไปพิงกระจกรถ ก่อนจะยกขามาวางพาดยาวบนตักเขา

“กิ!” ฮอนร้องเสียงดังลั่นเมื่อตกใจจนเผลอปล่อยมือจากพวงมาลัยก่อนจะหักกลับได้ทันท่วงที

หนุ่มคนขับรถคงจะไม่ตกใจถึงขนาดที่ว่าเกือบเฉี่ยวถังขยะข้างทางได้หรอก ถ้าเท้าของกิดันไม่ขยับมาใกล้ๆ ส่วนอ่อนไหวของเขาน่ะ!

“บ้าชิบ” ฮอนปล่อยมือออกจากพวงมาลัยข้างหนึ่งเพื่อจับข้อเท้าของอีกคนขยับออกห่างจากส่วนที่ว่า

“อื้อออ!” แต่คุณหนูที่ยังนอนหลับตาสบายกลับครางในลำคออย่างขัดใจ ยกเท้าตัวเองกลับไปวางไว้ที่เดิมที่เคยเหยียดแล้วท่าทีสบายมากกว่า

“กิ นี่มึงเมาจริงๆ รึตั้งใจแกล้งกูวะเนี่ย” ฮอนพรูลมหายใจอย่างอดทนอดกลั้น ขยับเท้าอีกฝ่ายแล้วใช้มือกดตรึงเอาไว้

คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองเกือบทำให้เกิดอุบัติเหตุค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาใสนั่นมองมาที่เขาปรือปรอย

“หือ เรียกกูเหรอ”

“อือ ตื่นได้แล้วค่ะ ใกล้จะถึงแล้ว” ฮอนดึงเบรกรถเมื่อเห็นสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีแดง เขาหันไปมองคุณหนูที่เหยียดแข้งเหยียดขา นอนพิงหัวสบายใจเฉิบ ทั้งที่เขายังอกสั่นขวัญแขวนยังไม่หาย

“ตื่นแล้วนี่ไง ตาบอดเหรอ”

ฮอนเอื้อมตัวไปบีบปากเล็กๆ นั่นทันทีที่พูดจบ

“อื้อ!” กิร้องโวยวาย

“เมาแล้วยังปากเก่งเหมือนเดิม”

“ใครเมา”

“หนูนั่นแหละค่ะ”

“มึงมั่วอะ”

“มั่วที่ไหน เรื่องจริงเต็มสองตาตอนนี้เลย”

“ไม่ได้เมา!”

“แล้วคนเมาที่ไหนเขายอมรับว่าตัวเองเมา”

“ฮื่อ!” คนไม่ยอมรับว่าตัวเองเมาได้ยินแล้วไม่ชอบใจจึงยกเท้าตัวเองขึ้นสูงก่อนจะปล่อยลงที่ขาของคนขับรถเสียแรง กิหัวเราะคิกคักเมื่อได้ยินเสียงโอดโอยครวญเจ็บดังตามมา

“อย่าให้ถึงห้องนะ” ฮอนจำต้องปล่อยมือซ้ายจากพวงมาลัยมาจับเท้าซนๆ ตรึงไว้อย่างจริงจังเพื่อป้องกันว่าจะโดนประทุษร้ายจากคนเมาอีก



(มีต่อด้านล่างค่า)


หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 10th Match ♥ (23/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Mayongchees ที่ 23-09-2018 00:36:53



ล้อรถเคลื่อนตัวเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนสีและหยุดลงเมื่อถึงลานจอดรถใต้ตึกสูง ฮอนยกเท้าของอีกฝ่ายลงจากตักก่อนจะเปิดประตูแล้วลงจากรถไปช่วงพยุงคุณหนูผู้เดินได้สองสามก้าวก็ล้มพับลงกับพื้น

เขากึ่งพยุงกึ่งอุ้มคนตัวเล็กกว่าในอ้อมแขน เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมก้าวเท้าตามเลยต้องออกแรงยกจนตัวลอย

“หนักว่ะ ขึ้นหลังดีไหมคะคุณหนูขี้เมา”

กิครางฮือ ส่ายหัวตอบ

“ไอ้ฮอน”

“ว่าไง เปลี่ยนใจขึ้นหลังเหรอคะ”

“ทำไมมึงไม่ตอบ”

ชายหนุ่มได้แต่ทำหน้างงเมื่อโดนถามแบบนี้อีกแล้ว

“โอเค ไม่ขึ้นก็ไม่ขึ้นค่ะ เอ้าฮึบ” แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ เดินมาออกแรงยกคนตัวเล็กจนเท้าอีกฝ่ายลอยขึ้นจากพื้นอีกครั้ง ช่วยพยุงขึ้นลิฟต์จนกระทั่งเดินมาถึงห้องคุ้นตาในที่สุด

เขาวางกิลงบนเตียง ปล่อยให้เจ้าตัวเกลือกกลิ้งไถตัวลงบนหมอนใบโปรด เดินไปกดเปิดสวิตช์ไฟแล้วเปิดตู้เสื้อผ้าค้นหาชุดนอนเพื่อเปลี่ยนให้อีกฝ่ายสบายตัว กางเกงวอร์มขายาวนั่นมันคงจะดีกว่ายีนขาดๆ รัดๆ แน่นอน

เดินกลับมาถึงข้างเตียงเป็นจังหวะเดียวกับที่กิพลิกตัวจากนอนคว่ำเป็นนอนหงาย เขาตกใจจนทำเสื้อผ้าหลุดมือเมื่อเห็นเสื้อแขนยาวสีขาวที่อุตส่าห์ชมว่าดีกว่ากางเกงนิดหน่อย แต่ตอนนี้กลับต้องถอนคำพูดเพราะมันเลวร้ายกว่าอีก!!

คงเพราะบรรยากาศสลัวๆ ไร้แสงไฟสว่างชัดทำให้เขาไม่ทันสังเกตเห็นว่าเสื้อตัวนี้นอกจากจะปาดไหล่ โชว์ไหปลาร้าขาวๆ นั่นแล้วมันยังบางมาก บางจนเห็นนม บางแบบบางเหี้ยๆ หน้าเขายังหนากว่าผ้าของเสื้อตัวนี้เลยเถอะ!

ฮอนโน้มตัวเข้าไปใกล้ เปิดเสื้อของอีกฝ่ายถลกขึ้นเพื่อเช็กว่าใส่เสื้อกล้ามซ้อนอยู่ข้างในหรือเปล่า แต่ก็พบว่าไม่มีเสื้อซ้อนอย่างที่หวัง ไม่มีอะไรอยู่ข้างในทั้งนั้น ไม่มีเลยแม้แต่ชิ้นเดียว!

เขาสบถกับตัวเองเมื่ออีกฝ่ายลืมตาปรือปรอยขึ้นมามองสบตา

“ฮื่อ” กิส่ายหัวไปมา มือคลำสะเปะสะปะหาหมอนข้างใบโปรดเข้ามากอด คิ้วของคนตัวเล็กเริ่มขมวดเมื่อไม่เจอสิ่งที่ตัวเองต้องการ

จะไปเจอได้ยังไงล่ะ ก็เมื่อสักครู่นี้ตอนเขาเห็นว่าเสื้อมันบางมากขนาดที่ว่าเห็นส่วนลับด้านบนของคนใส่ แค่คิดว่าจะมีใครเห็นจุกสีชมพูนี่ไปแล้วบ้าง เขาก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ แต่ดันไม่กล้าทำอะไรจอมดื้อคนนี้เพราะเห็นว่ากำลังหลับตาพริ้ม เลยไปลงกับหมอนข้างด้วยการทุ่มมันลงพื้นแทน

กิครางฮือเสียงหงุดหงิดในลำคอ มือเรียวทั้งสองยื่นขึ้นมาดึงคอเขาลงไปกอด ฮอนโถมตัวลงไปตามแรงดึง คนตัวเล็กผลักเขาออกจากตัวแล้วพลิกกายหันข้างตามมากอด เสียงแจ้บๆ จากริมฝีปากน้อยดังขึ้นสบายอารมณ์ คิ้วน้อยๆ คลายขมวดเมื่อได้กอดสิ่งปรารถนา

กิขยับตัวเข้ามาใกล้ ใบหน้าหวานซุกอยู่บริเวณซอกคอของร่างสูง ปลายจมูกรั้นเกลี่ยไปมาบริเวณสันกรามใกล้ๆ ใบหู ลมหายใจอุ่นระรินรดบนหลังคอของคนที่ทำหน้าที่หมอนข้างจำเป็น

ฮอนกัดฟันขบกรามตัวเองแน่น เริ่มนับเลขอยู่ในใจเพื่อระงับสติตัวเองให้พยายามอดทนอดกลั้นกับคนเมาที่เห็นเขาเป็นหมอนข้างใบโปรดอยู่ตอนนี้

“กิ”

“…”

“กิคะ”

เรียกชื่ออีกฝ่ายเพื่อหวังให้คนเมามีสติขึ้นมาสักนิด

“หนูกิคะ”

“ฮื่อ” ครั้งนี้คนเรียกมีปฏิกิริยาตอบรับครางฮือกลับ ขยับตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนแทบจะขึ้นมานอนเกยอยู่บนตัวเขาอยู่แล้ว

ฮอนสบถออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่ากิคงนอนไม่สบายตัวเลยยกขาขึ้นมาก่ายบนตัวเขา ขยับขาถูไปมาเหมือนคนละเมอ แล้วขยับไปโดนตรงไหนไม่โดน น่องขาดันมาถูไถอยู่บริเวณแก่นกลางตัวของเขานี่น่ะสิ ฮอนกัดฟันกรอด กำมือทั้งสองแน่น

เขาเริ่มตื่นตัวเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่บนร่างกายของจอมดื้อส่งกลิ่นหอมยั่วยวนปลุกความต้องการ แถมอีกคนยังคงถูขาไปมาเหมือนกำลังหาที่วางให้สบายตัวอยู่อย่างนั้น กว่าจะหยุดถูได้เขาแทบลุกขึ้นมาไหว้แล้ว

…เย็นไว้ไอ้ฮอน เย็นไว้ลูกพ่อ

ได้แต่หายใจเข้าออกและเอ่ยเตือนตัวเอง เริ่มนับตัวเลขอยู่ในใจเพื่อให้สติอยู่กับตนเองมากที่สุด จากที่ตั้งใจว่าจะเข้ามาเปลี่ยนชุดให้เฉยๆ กลับต้องมานอนแข็งทื่อเป็นตอไม้ รับบทหมอนข้างจำเป็นให้เจ้าของห้องได้กกกอดจนกระทั่งเกิดเรื่องลำบากกับตัวเองขึ้น

“หนูกิคะ” เขาพยายามบังคับเสียงให้เข้มขึ้น

“อือออ”

“ตื่นก่อนเร็วเข้า”

“ฮื่อ ปวดหัว” กิพึมพำคล้ายคนละเมอและไม่มีทีท่าว่าจะลืมตาตื่นขึ้นมาแต่อย่างใด

ตัวเลขที่กำลังนับอยู่ในใจเริ่มสะดุดเป็นห้วงๆ เมื่อเวลาอีกคนพูดแล้วริมฝีปากบางๆ นั่นสัมผัสอยู่บริเวณสันกรามของเขา

 “…กิ” ฮอนพรูลมหายใจออกช้าๆ

“ทำไม… มึงไม่ตอบ” ประโยคนี้อีกแล้ว…

ฮอนหันหน้าไปมองอีกคนที่ค่อยๆ ลืมตาเปิดขึ้นมาทำคิ้วขมวดยุ่ง กระเถิบหัวออกมาให้ห่างนิดหน่อยเมื่อรู้สึกว่าระยะห่างเมื่อครู่ใกล้กันจนเกินไป

แต่ก็ใช่ว่าขยับออกมาแล้วจะไกลกันมากนัก เมื่อระยะห่างจากสายตาห่างกันไม่ถึงสิบเซนติเมตร ส่วนระยะห่างของริมฝีปากมีเพียงไม่กี่มิลลิเมตรเท่านั้น

“คิดอะไรอยู่ฮึ ทำไมคิ้วขมวดแบบนี้”

“มึงไม่ตอบ” …อีกแล้ว

“เอาใหม่ ถามมาใหม่เร็ว เดี๋ยวครั้งนี้จะตอบแล้ว”

“ฮื่อ” คนตัวเล็กคิ้วขมวดมากกว่าเดิมเมื่อได้ยินอย่างนั้น เหมือนว่าอยากรู้คำตอบแต่กลับไม่ยอมถามออกมา เลยได้แต่กล่าวหาให้เขาเป็นคนผิดไม่ยอมตอบคำถามที่ไม่รู้ว่าคืออะไรนั่นสักที

ฮอนไม่รู้ว่ากิมีสติอยู่ระดับไหนกันแน่… ดวงตากลมโตค่อยๆ ปิดลง ก่อนจะขยับเข้าหาหมอนข้างที่กำลังกอดอยู่ ระยะห่างริมฝีปากที่เคยมีเพียงไม่กี่มิลฯ ตอนนี้กลับลดลงเหลือศูนย์เมื่อรับรู้ว่ามีสัมผัสอุ่นๆ แตะที่ริมฝีปากของกันและกัน

ร่างสูงที่มีสติรับรู้ครบถ้วนเบิกตาโพลง ใจสั่นระรัวมากกว่าครั้งไหนๆ เหมือนใจเขากำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกับตอนรถแฉลบข้างทาง แต่ครั้งนี้จังหวะหัวใจดันเต้นถี่มากกว่านั้นหลายร้อยครั้งเสียอีก

กิไม่ได้ทำเพียงแค่เขยิบหัวมาใกล้จนทำให้ริมฝีปากแตะกันเฉยๆ แต่ครั้งนี้คนตัวเล็กกลับเผยอปากขึ้นเล็กน้อยแล้วใช้ริมฝีปากตัวเองขบเม้มริมฝีปากของเขาด้วยนี่สิ!!

แรงขบเม้มเบาๆ จากเจ้าตัวเรียกเสียงหัวใจที่กำลังรัวเป็นจังหวะกลองชุดให้กลายเป็นจังหวะเสียงเพลงอีดีเอ็มดังตุ้บๆ อยู่ข้างในอกได้ ลิ้นน้อยๆ แลบออกเลียมาปากตัวเอง ก่อนจะยื่นออกมาแตะชิมลางที่ปากล่างของคนตรงข้ามอย่างกล้าๆ กลัวๆ พอเห็นว่าไม่ได้มีอะไรน่ากลัวตอบกลับอย่างที่คิดเลยนึกได้ใจ ส่งลิ้นตัวเองออกมาไล้เลียบนริมฝีปากอิ่มของเขาช้าๆ

จังหวะนับตัวเลขช้าลงเรื่อยๆ และหยุดลงเมื่อสติขาดผึง ฮอนจู่โจมคุณหนูจอมซึนที่ตื่นมาแล้วคงอายม้วนไปถึงไหนต่อไหน กดริมฝีปากของตัวเองเข้ากับอีกคนแน่นก่อนจะส่งลิ้นเข้าไปในโพรงปากของหนูกิเพื่อทำให้เห็นว่า ‘ไล้เลีย’ ที่จริงแล้วมันเป็นแบบไหนกันแน่ เขาตะโบมจูบให้หายกับความทรมานที่ได้รับตั้งแต่อยู่บนรถ กักเก็บมาแค่ไหนก็ใส่ไปเท่านั้นอย่างไม่ออมแรง

คนตัวเล็กครางฮือขัดใจเมื่อรู้ว่าเริ่มหายใจไม่ออก ฮอนจึงผละตัวขึ้น เสียงหอบหายใจดังกระเส่าขณะดวงตาปรือปรอยช้อนตาขึ้นมามองเขา ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรืออาการเขินอายกันแน่ที่ทำให้ใบหน้าของหนูแป้งของเขาขึ้นสีแดงระเรื่อ น้ำลายสีใสยืดน้อยออกมาตามมุมปากยามผละใบหน้าออกจากกัน

ไอ้บ้าเอ๊ย!! ใครเห็นภาพตรงหน้าเหมือนเขาแล้วทนได้อะแนะนำว่าไปบวชเหอะ เดินเข้าป่าละทางโลกไปเลย!!!

“เมาแล้วยั่วเหรอคะหนูกิ” พูดออกมาในขณะที่มือขวาเริ่มขยับเข้าไปในเสื้อเนื้อบาง ค่อยๆ แตะบนแผ่นหลังเนียนไล้มือไปตามกระดูกสันหลัง

กิครางฮือในลำคอไม่ได้ตอบรับอะไรไปเมื่อรู้สึกง่วงงุนเหลือเกิน

ฮอนไม่ปล่อยให้อีกคนที่ดวงตาปรือปรอยใกล้จะปิดอีกรอบได้หลับสมใจอยาก เขาประทับจูบลงไปบนริมฝีปากนิ่มอีกครั้ง พลิกตัวขยับร่างตัวเองขึ้นข้างบนในขณะที่มือขวาก็เปลี่ยนมาลูบไล้บนหน้าท้องขาวแทน

“ทำไมพุงนิ่มขึ้นคะ ช่วงนี้ไม่ได้ออกกำลังกายใช่ไหมฮึ” เขาพูดเสียงพร่า ใช้มือซ้ายเกลี่ยปอยผมหน้าม้าของอีกฝ่ายออกจากหน้าผาก

“ไม่ได้ออกก็ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวคืนนี้พี่ฮอนพาออกเองเนอะ” เขากระยิ้มกระย่อง ยกมุมปากขึ้นท่าทีเจ้าเล่ห์

ถดตัวลงบนไปจูบบนคอระหงก่อนจะไล่ลงมาที่ไหปลาร้าขาวๆ เสื้อเจ้าปัญหาถอยร่นเปิดโอกาสให้เขาได้ลิ้มรสจนพึงพอใจ ก่อนจะจูบซับผ่านผ้าเนื้อบางมาเรื่อยๆ ถึงจุดสีชมพูที่มองทะลุเนื้อผ้าก็ยังเห็นเด่นชัดว่ามันชูชันขึ้นมาแค่ไหน เขาก้มลงไล้เลียสิ่งนั้นผ่านเนื้อผ้าสลับข้างไปมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเสื้อบริเวณนั้นเปียกชุ่มเป็นดวงๆ

ก่อนหน้าเนื้อผ้าสีขาวว่าบางแล้ว แต่พอเปียกกลับยิ่งทำให้ผ้าส่วนนั้นบางเสียยิ่งกว่าบางเหมือนไม่มีอะไรมาปกปิด ยืดตัวขึ้นมองผลงานที่สร้างไว้ด้วยความพึงพอใจ พยักหัวพร้อมยกยิ้มน้อยๆ กล่าวชมอยู่ในใจว่าแบบนี้สวยงามกว่าเมื่อครู่เสียอีก

กิบิดตัวครางฮือเมื่อเริ่มโดนรุกรานอีกครั้ง ปลายจมูกโด่งของอีกคนซุกไซ้เข้ามาบริเวณซอกคอ สูดดมกลิ่นกายผสมกลิ่นน้ำหอมเข้าเต็มปอด เม้มปากทำรอยสีกุหลาบบนซอกคอขาวบริเวณที่คิดว่าเห็นได้ชัดเจนมากสุด จากที่เคยทำไว้แต่ในร่มผ้าเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครเห็น ครั้งนี้เขาทำเด่นชัดขนาดนี้ก็หวังว่าจะไม่มีใครมายุ่งกับคนของเขาได้แล้วนะ…

ไม่ปล่อยให้สองมืออยู่ว่างๆ เขาคลำสะเปะสะปะไปตามลำตัวผ่านหน้าท้องก่อนจะหยุดลงที่กระดุมเม็ดบนสุดของกางเกงยีนสีดำที่เขาเกลียดนักเกลียดหนา ไล่มือปลดกระดุมไปจนหมดก่อนจะรูดซิปลงอย่างอ้อยอิ่ง

ฮอนยืดตัวขึ้น ถอดเสื้อยืดสีดำที่ใส่อยู่ออกจากตัวก่อนจะตามด้วยกางเกงแสลคที่ใส่อยู่ ก้มมองคนใต้ร่างมองปรือปรอยมาทางเขาก่อนที่จะก้มลงถอดกางเกงยีนรัดๆ นั่นออกจากเรียวขาขาว ฝ่ามือก้มแตะส่วนอ่อนไหวที่มีกางเกงชั้นในสีขาวคั่นกลางอยู่อย่างซุนซน ถูไถมือเข้าหาจนกระทั่งกิครางฮือในลำคอตามแรงอารมณ์ที่ถูกปลุก

หนูแป้งของเขาตอนนี้ภายนอกยังคงเป็นแป้งโกกิสีขาวที่ยังไม่ถูกผสมสีอยู่เพราะเสื้อแสนบางตัวนั้นปกปิดร่างกายส่วนแท้จริงไว้ ฮอนใช้มือข้างซ้ายเลิกเสื้อขึ้นสูงเผยให้เห็นหนูกิเวอร์ชันแดงไปทั้งตัวอีกครั้ง…

“หนูกิคะ”

กิตอบรับคำเรียกนั้นโดยการยกมือขึ้นคล้องคออีกฝ่ายเข้ามาจูบ เรียวลิ้นไล้เลียเข้าไปในโพรงปากของคนตัวสูงกว่าเหมือนที่เคยโดนกระทำ

“หือ เก่งขึ้นนะคะ” ฮอนเอ่ยขึ้นมาอย่างพึงพอใจเมื่อทักษะการจูบของคนตัวเล็กดูพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“เดี๋ยวสอนอีกเนอะ เรียนอะไรต่อไปดี” ฮอนก้มมองหนูกิของเขาที่กำลังทำหน้าทำตาใคร่รู้

“ทำไมทำหน้าอย่างนั้น ฮึ ไหนหนูกิอยากได้อะไรคะบอกพี่ฮอนหน่อยซิ” เขาก้มลงไปจูบคนที่กำลังทำหน้าตาน่ารังแกเป็นรอบที่เท่าไหร่ของคืนนี้แล้วก็ไม่รู้ ก็ท่าทีมึนๆ มองมาที่เขาอย่างงงๆ มันทั้งน่ารักและน่ารังแกฉิบหายเลยน่ะสิ

ฝังจมูกลงบนแก้มนุ่มอีกครั้งก่อนจะเอ่ยถามทวงคำตอบ “ว่าไงคะ”

“ว่าไงคะ”

“หือ อะไรนะ”

“…อะไรนะ” เสียงแผ่วๆ ดังออกมาเมื่อกิขยับริมฝีปากพูดเลียนเสียงคำที่ได้ยิน

“อะไรคะ พูดตามเหรอ”

“พูด… ตามเหรอ”

“เด็กไม่ดี”

“เด็กไม่ดี” ฮอนยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อมีคนพูดตามในสิ่งที่เขาพูด ชายหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์บนหัวเตียงก่อนจะกดเข้าโปรแกรมบันทึกเสียง

“หนูกิคะ”

“หนูกิคะ” ชายหนุ่มเริ่มสนุก กดบันทึกเสียงเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐานเผื่อวันรุ่งขึ้นมีคนไม่เชื่อว่าตัวเองเคยพูดแบบนี้จริงๆ

“พี่ฮอนขา” เขาก้มลงไปกระซิบข้างใบหูคนใต้ร่าง พยายามพูดเสียงเบาเพื่อให้เสียงตนเองติดเข้าไปในเสียงบันทึกน้อยที่สุด

 “พี่ฮอนขา” ฮอนยกยิ้มเมื่อได้ยินเสียงหวานๆ ที่ไม่คิดไม่ฝันว่าตัวเองจะได้ยินคำนี้ออกมาจากปากเจ้าของเสียงเลยสักครั้ง

“หนูกิอนุญาตพี่ฮอนแล้วนะคะ” เขานึกสนุกเมื่อในหัวเริ่มผุดสิ่งที่อยากได้ยินขึ้นมาเต็มไปหมด อยากได้ยินคำพูดหวานๆ เสียงอ้อนๆ ไหนจะพวก Dirty Talk ที่ถ้าได้ยินกิพูดเขาคงเหมือนได้ขึ้นลิฟต์ไปสวรรค์ชั้นสูงสุดทะลุขึ้นไปถึงดาวพลูโตแล้ว

“หนูกิอนุญาต… ฮึก พี่ฮอนแล้วนะคะ” เสียงพูดเริ่มตะกุกตะกักเมื่ออยู่ดีๆ คนที่คอยกระซิบก็ใช้ลิ้นชื้นแฉะไล้เลียติ่งหูจนคนถูกกระทำรู้สึกวาบหวาม

“เมี้ยวๆ”

“เมี้ยว ฮื่ออ เมี้ยววว” มือใหญ่เริ่มอยู่ไม่สุขเมื่อได้ยินเสียงออดอ้อนหวานๆ จากคนใต้ร่าง ฮอนล้วงมือเข้าไปในชั้นในสีขาวที่ปกปิดส่วนอ่อนไหวของเจ้าตัวเล็กไว้ ลูบคลำจนกิร้องครางในลำคอแต่ไม่ยอมถอดแล้วจับมันเต็มๆ มือเสียที

“หนูกิอยากให้พี่ฮอนทำแรงๆ ค่ะ” เขาตัดสินใจเอ่ยประโยคที่อยู่ในหัวออกมาในที่สุด หวังว่าจะได้ฟังเสียงหวานๆ พูดคำนี้อีกรอบวนไปวนมาในโทรศัพท์หลายๆ ครั้ง

“ฮึก ฮื่อออ” กิบิดตัวเบ้หน้าด้วยความเสียวซ่านตามแรงอารมณ์ ปลายนิ้วมือหยาบของคนเล่นกีตาร์ยังคงไล้บนอยู่บนส่วนนั้นของเขาไปมาไม่ยอมหยุด

“ไม่พูดเหรอคะ” ฮอนเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อรอให้อีกคนพูดแต่ไม่ได้ยินประโยคที่ว่าตอบกลับมาเสียที เขายืดตัวขึ้นสูง ถอนมือออกจากขอบกางเกงสีขาวขึ้นมาจับสะโพกคนใต้ร่างไว้แทน

กิเงยหน้ามองสบคนที่อยู่ข้างบนเมื่ออยู่ดีๆ ความรู้สึกมีความสุขเมื่อครู่ก็หายไป เขากะพริบตาถี่จนกระทั่งหยดน้ำสีใสไหลออกมาตาข้างขวา ปลายจมูกแดงรั้นขึ้นสีเมื่อความวาบหวามที่ได้รับปลุกความรู้สึกวูบไหวอยู่ข้างในอก เขาเบ้ปากน้อยๆ เมื่ออีกคนละตัวจากไป

ฮอนขบกรามตัวเองแน่นเมื่อเห็นใบหน้างอแงของจอมดื้อ เขาอยากก้มลงไปฟัดๆๆๆ ฟัดให้หนูกิของเขาขึ้นสีแดงมากกว่านี้ ฟัดให้กิไม่มีเสียงร้อง ฟัดให้กิช้ำ ฟัดกิยันเช้า อยากฟัดให้หมดแรงกันไปทั้งคู่เลยด้วยซ้ำ

“ไหนพูดซิ หนูกิอยากให้พี่ฮอนทำแรงๆ ค่ะ” เขาเอ่ยย้ำประโยคที่ต้องการฟังอีกครั้ง

“หนูกิอยากให้พี่ฮอน… ทำแรงๆ ค่ะ อื้อออ” สิ้นเสียงหวาน ฮอนก็ก้มลงบดจูบลงไปอีกรอบ ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่สำหรับคืนนี้แล้ว รู้แค่ว่ากี่ครั้งมันก็ไม่เคยพอเลยจริงๆ

เขาประทับจูบลงบนมุมริมฝีปากสีชมพู ก่อนจะไล่แตะลงมาเรื่อยๆ ผ่านจุดชูชันบนแผ่นอก กดจูบลงไปแรงๆ หนึ่งทีผ่านผ้าเนื้อบาง ก่อนจะถดตัวลงมาจนกระทั่งถึงชั้นในสีขาวในที่สุด

กิหวีดร้องออกมาเสียงดังเมื่ออยู่ดีๆ ก็รู้สึกถึงความชื้นแฉะบริเวณส่วนความสุขเมื่อครู่ ผงกหัวขึ้นมามองก็เห็นว่าคนตัวสูงกว่ากำลังอมส่วนนั้นของเขาไว้ในปาก ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับทำให้เขาเผลอเอื้อมมือไปจับกลุ่มผมสีน้ำตาลที่อยู่ข้างล่างนั่นเอาไว้แน่น ก้มลงไปมองอีกครั้งก็สบสายตาเข้ากับคนที่ช้อนตาขึ้นมามองทั้งที่กำลังทำหน้าที่ไล้เลียอย่างคนช่ำชองแบบนั้น

คนตัวเล็กเกร็งตัวสั่นเมื่อความสุขที่ว่าลามขึ้นมาถึงช่องท้องของเขาจนต้องกัดปากตัวเองแน่น แรงอารมณ์พุ่งทะยานขึ้นไปเรื่อยๆ เกือบจะแตะเพดานอยู่รอมร่อแต่อยู่ดีๆ มันก็ลดวูบลงให้ตกใจเล่นเมื่ออีกคนผละตัว ถอนริมฝีปากออก

ฮอนนึกอยากแกล้งหนูแป้งตัวขาวที่ดึงรั้นผมของเขาจนเจ็บ

“ไหนลองแทนตัวเองว่าหนูกิหน่อยค่ะ”

“…” กิเบะหน้าใส่เพราะโดนขัดทั้งที่กำลังมีความสุขอยู่แท้ๆ

“เร็วเข้า ไม่งั้นก็หยุดอยู่แค่นี้นะคะ” แน่นอนล่ะว่าเขาพูดเล่น อาการปวดหนึบบริเวณแก่นกลางของตัวเองแล่นขึ้นมาอยู่ทุกวินาทีใครจะไปหยุดได้ลง

“ไหนลองพูดค่ะ หนูกิ”

“ฮื่ออ หนูกิ”

“เรียกพี่ฮอนขาด้วยค่ะ”

“…พี่ฮอนขา”

“โอเคค่ะ ทีนี้หนูกิลองบอกพี่ฮอนซิว่าหนูกิอยากได้อะไรคะ”

“อยากได้… ความสุข”

ฮอนส่ายหัว “ต้องแทนตัวเองว่าหนูกิด้วยค่ะ ลองใหม่ๆ”

“หนูกิ ฮื่อ …อยากได้ความสุข” ฮอนยกยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อได้ยินจอมดื้อแทนตัวเองว่าหนูกิสักที

“ความสุขแบบไหนคะ แบบเมื่อกี้เหรอ”

กิพยักหัวตอบหงึกหงัก ร่างสูงก้มลงไปหอมแก้มคนน่ารังแกฟอดหนึ่ง ก่อนจะถอยตัวลงไปที่เดิมแบบเมื่อสักครู่นี้

“ครั้งนี้ถ้ามีความสุขให้เรียกชื่อพี่ฮอนนะคะ ถ้าไม่เรียกจะหยุดอีกนะ” ฮอนยกยิ้มมุมปากขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นท่าทีรีบพยักหน้าเหมือนเด็กน้อยกลัวไม่ได้กินขนมของกิ ตอนนี้กิกลายเป็นคุณหนูว่าง่าย บอกอะไรก็ยอมไปหมด เห็นแบบนี้แล้วอยากจับมอมเหล้าทุกวันเลยจริงๆ

เขาไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปช้ากว่านี้แล้วเมื่อความเป็นชายของเขาปวดหนึบขึ้นทุกที ก้มลงใช้ริมฝีปากสัมผัสส่วนนั้นเบาๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงร้องครางขึ้นมาอีกรอบ มือเรียวของอีกคนเอื้อมมือมาขย้ำกลุ่มผมของเขาเหมือนต้องการระบายความเสียวซ่าน

“ฮึก… พี่ฮอน ฮื่อออ” กิขย้ำหัวของเขาแน่นกว่าเดิมพร้อมเอ่ยครางชื่อของเขาออกมาตามที่รับปาก ฮอนงัดเทคนิคออกมาใช้ทุกวิธีเมื่อรู้สึกว่าอีกคนใกล้จะแตะเพดานอยู่รอมร่อ ยืดตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อใช้มือเข้ามาช่วยรูดรั้งอยู่อีกพักหนึ่งจนกระทั่งคุณหนูจอมดื้อร้องครางเสียงดังเมื่อความสุขที่ว่าขึ้นสู่จุดสูงสุดแล้วเสียที

เขาคายน้ำสีขาวขุ่นที่ยินดีรับเข้าไปเต็มปากเมื่อครู่นี้ลงบนหน้าท้องเนียนของคนใต้ร่าง เงยหน้ามองคนที่หอบหายใจแฮกด้วยความเหนื่อยอ่อนอย่างรักใคร่ ทั้งที่คนเหนื่อยมากกว่าควรจะเป็นเขาแท้ๆ

ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ตื่นมาจะโดนข้างห้องด่ารึเปล่า… เจ้าตัวดื้อที่คอยปรามเขาให้เบาๆ ทุกครั้งเวลาเชียร์บอลดันร้องเสียงดังกว่าเขาอีกเนี่ยสิ

“หนูกิขา” เขายืดตัวขึ้นมามองใบหน้าน่ารังแกของอีกคนเมื่อเสร็จถึงฝั่งฝัน กิมองสบตาเขาเหมือนเคยแต่ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าแววตานั่นดูยั่วยวนกว่าทุกที

เขาเอื้อมมือไปคว้าหมอนใบข้างๆ ที่กิไม่ได้ใช้หนุน ล้วงเข้าไปในปลอกหมอนเพื่อควานหาสิ่งที่เอามาซ่อนไว้ตั้งแต่ครั้งนั้น

…ตามซอกโซฟายังมี แล้วที่เบสิกๆ อย่างบนเตียงนี่จะไม่มีได้เหรอ

                เขากระยิ้มกระย่องเมื่อสัมผัสซองสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่คิดว่าใช่ถุงยางแน่นอน เดาว่ากิคงยังไม่รู้เพราะเจ้าตัวไม่ได้หยิบออกไปทิ้งแต่อย่างใด

“รอแป๊บนึงนะคะ” เขาทำท่าเสียดายเมื่อคิดได้ว่าซ่อนขวดเจลหล่อลื่นไว้แค่ที่โซฟา ก้มลงจูบคนใต้ร่างอีกครั้งก่อนจะผละตัวขึ้นเดินออกไปหยิบหาสิ่งจำเป็นอีกอย่าง

                เขาไม่อยากให้กิเจ็บ ยิ่งเจ้าตัวดูไม่มีสติเต็มร้อยแบบนี้ยิ่งต้องถนอมให้มากที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายตื่นมาพรุ่งนี้เช้าแล้วฆ่าเขาตาย

ใช้มือล้วงใต้โซฟาพร้อมคลำมือหาไปมาก็เจอขวดเจลที่ว่านอนกลิ้งอยู่ที่เดิม นึกว่าช่วงที่ไม่อยู่เจ้าของห้องจะทำความสะอาดแล้วกวาดของรักเขาไปหมดเสียแล้ว

                เดินกลับมาที่ห้องอย่างรีบเร่งพร้อมผิวปากหวิวอย่างอารมณ์ดี คุณหนูจอมดื้อคงกำลังนอนรอเขาอย่างทรมานอยู่แล้วล่ะมั้งตอนนี้ แค่คิดภาพที่กินอนส่ายอยู่ใต้ร่างพร้อมเสียงเรียกหวานๆ ว่าพี่ฮอนขาก็ทำให้ความเป็นชายของเขาปวดหนึบขึ้นมาอีกแล้ว กระโจนลงบนเตียงเตรียมฟัดคุณหนูตัวขาวของเขาด้วยพละกำลังกายและใจเต็มร้อย ก่อนที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อครู่จะค่อยๆ จางลงเมื่อพบว่า…

กิ – หลับ – ไป – แล้ว!!!!

ฮอนนั่งคุกเข่าทรุดลงข้างกายของคนที่นอนหลับตาพริ้มทิ้งเขาไว้กลางทางเป็นครั้งที่สอง…

“กิ…” ลองเรียกชื่อเสียงเบาเผื่อว่าอีกคนจะได้สติลืมตาขึ้นมาแล้วบอกว่าอยากได้ความสุขอีกครั้ง แต่รอแล้วรอเล่าจนกระทั่งความรู้สึกบริเวณกลางกายเริ่มลดถอยถึงยอมผละตัวออกจากเตียง

ห้องน้ำอีกครั้งก็ได้ค่ะ!!





TBC.
ー #AdaywithWCM
ฮอนบดก็คื้ออออ คนที่ไม่รักดี จะต้องถูกลงโทษ!!  :hao7:
ใครหวังเราขอโทษนะคะ555555 ไม่อยากไปมากกว่านี้เพราะรังแกหนูกิไม่ลงแล้วๆๆๆๆ สงสารลูก ทำไมต้องมาโดนแกล้งแบบนี้ด้วย คุณแม่จะปกป้องหนุเองคับบบบ
 :pig4:  :pig4:

หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 10th Match ♥ (23/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Kx0806 ที่ 23-09-2018 01:47:41
สมน้ำหน้าอิพี่ฮอน   :hao3:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 10th Match ♥ (23/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: manami1155 ที่ 23-09-2018 07:23:36
ไม่รู้จะต้องสงสารใครดีหนูกิหรือนังฮอน
 :hao3: :hao3: :hao3:

แต่เอาจริงๆเราว่าฮอนนี้ก้ถนุถนอมนุ้งกิเหมือนกันนะ
ถ้าเปนผช.คนอื่นนุ้งกิอาจโดนเสียบไปละ
แต่นี้เปนนังฮอนเลยมัวแต่หาเจลหาถุง
นุ้งกิเลยรอดตัวไป หลับสบายไปก่อนเลย 5555
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 10th Match ♥ (23/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 23-09-2018 11:25:36
หนูกิมีความสุขแล้ว หลับสบายเลยลูก 555555555555555555
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 10th Match ♥ (23/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: mypink801 ที่ 23-09-2018 11:30:16
สงสารฮอน 5555
แต่ก็ดูรักหนูกินะ ไม่รีบร้อน แกล้งหนูกิไปเรื่อยๆ
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 10th Match ♥ (23/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 23-09-2018 12:44:05
สงสารพี่ฮอนขา..นก..นก
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 10th Match ♥ (23/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ppseiei ที่ 23-09-2018 16:17:55
ฮื่ออออออ เอ็นดูหนูกิ  :-[
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 10th Match ♥ (23/09/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: rcbpdr ที่ 26-09-2018 08:47:09
ขอสมน้ำหน้าได้มั้ย ในฐานะอะไรก็ได้ค่ะ555555555555 วงวารอะ มัวพูดคะขาอยู่นั่นแหละ อด สมหน้าๆๆ
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 11th Match ♥ (06/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Mayongchees ที่ 06-10-2018 20:24:56

ー 11th Match ♥
   



…เขาฝัน

ในนั้นมีเพียงพรมผืนใหญ่ที่กำลังนั่งอยู่และสุนัขพันธุ์โกลเด้นตัวอ้วนที่นอนแหม่บอยู่ข้างๆ

จำได้เพียงว่าตนเองกำลังเทนมลงบนถ้วยให้เจ้าอ้วนตัวสีน้ำตาลประทังแก้หิวเพราะมันเอาแต่ส่งเสียงร้องงืดๆ ในลำคออยู่อย่างนั้น โกลเด้นตัวอ้วนแลบลิ้นเลียนมในถ้วยได้อยู่ไม่กี่ทีก็ผละตัวถอยห่างออกมาจ้องมองกล่องนมที่อยู่ในมือเขาแทน

“เทให้แล้วนั่นไง กินสิ อยู่ตรงนี้” ชายหนุ่มก้มลงใช้มือเขย่าถ้วยที่มีนมสีขาวอยู่ข้างในเบาๆ เพราะกลัวหกเลอะเทอะ ทำทีซ่อนกล่องนมที่มันกำลังจ้องไว้ด้านหลังตนเอง แล้วยกถ้วยเข้าไปจ่อใกล้ปากของเจ้าหมาอ้วนตัวใหญ่ มันเบือนหน้าหนี เขาจึงยอมแพ้วางถ้วยลงแต่โดยดี

“หรือนมบูด” กิยกกล่องนมขึ้นมาใกล้จมูก พยายามดมกลิ่นนมที่ยังหลงเหลืออยู่ข้างในแต่ก็ไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้แน่ชัด จะกระดกขึ้นดื่มก็ไม่กล้าเพราะเจ้าหมาหิวโซตัวนี้ดันเลียปากกล่องเอาไว้ เขาจึงตัดสินใจเทนมลงบนฝ่ามือตัวเองแล้วแลบลิ้นออกมาแตะๆ ชิมอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพราะถ้าเกิดเป็นนมบูดขึ้นมาจริงเขาคงไม่นึกยินดีเท่าไหร่นัก

“ไม่ได้บูดนี่” เบือนหน้าไปพูดกับสุนัขที่มองเขาตาละห้อย ยื่นมือไปใกล้ๆ ให้มันเห็นว่าเขาพิสูจน์ด้วยการชิมเองแล้วจริงๆ เจ้าก้อนสีน้ำตาลตัวใหญ่จึงเดินเข้ามาใกล้ ตวัดเลียฝ่ามือเขาแผล็บเดียว นมสีขาวที่เคยเทไว้ก็หายลงไปในปาก ก่อนจะส่งเสียงร้องงืดๆ เรียกให้เจ้านายใจดีเทให้อีก แต่กิกลับสั่นหัว แล้วหยิบยื่นถ้วยที่มีนมเต็มอยู่ในนั้นให้แทน

“นี่ไง เทให้แล้วเนี่ย ทำไมพูดไม่รู้เรื่องฮึ” กิมองจ้องเขม็งไปที่เจ้าอ้วนนิสัยประหลาด เทนมใส่ถ้วยให้ไม่ยอมกินแต่กลับชอบใจมาเลียกินในมือเขาแทน

ที่แปลกกว่าสุนัขก็คงจะเป็นเขาเองที่ทำพูดคุยกับมันเป็นตุเป็นตะ ขมวดคิ้วมองเจ้าหมาอ้วนกำลังทำหน้าอ้อนวอน พอเขาตัดสินใจเทนมลงฝ่ามือ มันก้มลงเลียแผล็บอีกครั้ง ทำแบบนี้อยู่ซ้ำๆ จนปริมาณนมในกล่องเริ่มลดลงเรื่อยๆ

“คิก” กิหลุดหัวเราะมือเริ่มรู้สึกจั๊กจี้ที่ฝ่ามือ ก่อนจะขยับตัวเปลี่ยนท่าเพราะการนั่งยองๆ อยู่ที่พื้นเป็นเวลานานทำให้เริ่มปวดขาหนึบ จังหวะที่กำลังจะเปลี่ยนท่านั่งใหม่ให้สบายกว่าเดิม เจ้าหมาอ้วนตัวนั้นดันเงยหน้าขึ้นมาเลียแผล็บที่แก้มเขาแทนจนทำให้เสียการทรงตัว กระทั่งล้มลงนอนแผ่บนพรมนุ่มผืนใหญ่ที่รองรับไว้ด้านล่างในที่สุด

นมจืดสีขาวที่เหลืออยู่ค่อนกล่องหกรดลงบนบริเวณช่วงคอจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม เจ้าตัวกลมไม่รอช้ารีบวิ่งมาโถมตัวเข้าใส่ คงนึกว่าเขาอยากหยอกเล่นด้วยเลยเข้ามาใกล้ ได้ทีแลบลิ้นเลียใบหน้าเขาแผล็บๆ จนกิต้องหลับตาปี๋พร้อมหันหน้าหนีตามสัญชาตญาณ

“เปียกหมดแล้ว” พยายามจะลุกขึ้นนั่งดีๆ แต่กลับต้องหงายหลังนอนลงบนพื้นพรมอีกครั้งเมื่อต้านแรงโถมของเจ้าหมาตัวใหญ่ไม่ไหว

“อ้วนนนน จั๊กจี้” กิร้องครวญพร้อมกลั้นขำเมื่อเจ้าหมาอ้วนตัวนี้ยังไม่เลิกใช้ลิ้นชื้นแฉะนั่นแลบเลียใบหน้าของเขา ลามเลียไปถึงซอกคอที่ยังมีหยดนมหลงเหลืออยู่ แต่เมื่อมันเห็นเจ้านายนอนนิ่งไม่ยอมเล่นด้วยเหมือนที่มันคิด จึงล้มตัวลงนอนข้างๆ แล้วใช้หัวเกยขึ้นมาบนอกพร้อมครางเสียงงืดๆ อีกครั้งแทน

----------

หนัก อึดอัด ไม่สบายตัว

คือความรู้สึกแรกเมื่อสติค่อยๆ เปิดกว้างรับรู้ถึงแสงแดดยามสายที่ส่องเข้ามากระทบม่านตา พยายามลืมตาครู่หนึ่งแต่ก็ต้องเบือนหน้าหลบเข้าซุกหาหมอนข้างอีกครั้งเมื่อยังไม่พร้อมรับแสงสว่างส่องจ้าวันใหม่จากบานหน้าต่าง

…ไม่ใช่หมอนข้าง

ค่อยๆ หรี่ตามองขึ้นมาเมื่อรู้สึกได้ว่าหมอนข้างใบโปรดที่กอดอยู่ทุกคืนไม่ได้แข็งโป๊กแบบนี้ ไหนจะความรู้สึกอึดอัดบริเวณช่วงเอวที่ถูกรัดแน่นนี่อีก กิใช้เวลาอยู่พักหนึ่งกับการสู้รบยกเปลือกตาตัวเองขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นเด่นชัดก็คือแผ่นอกที่กำลังกระเพื่อมตามจังหวะหายใจของคนสนิท แหงนหน้ามองเจ้าของร่างที่รัดเขาแน่น นิ่งจูนสติอยู่สักพักหนึ่งจนกระทั่งภาพความทรงจำคืนแล่นเข้ามาในหัว พลันใบหน้าหงุดหงิดเมื่อครู่ก็เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อแทน

ภาพที่อีกคนเงยหน้าขึ้นมาสบตาในขณะที่กำลังคลอเคลียอยู่บริเวณนั้นเพื่อช่วยเขาให้ไปถึงฝั่งฝัน ภาพที่เขาหวีดร้องออกมาสุดเสียงพร้อมเรียกชื่ออีกฝ่ายโดยมีคำว่าพี่อยู่ก่อนหน้าตอนถึงระดับสูงสุด มันผุดขึ้นมาในหัวเต็มไปหมด

น่าอาย น่าอาย น่าอาย!

กิค่อยๆ ยกแขนที่รัดอยู่ออกจากเอวไปวางไว้แนบลำตัวอีกฝ่ายเบาๆ ทั้งที่ปกติตื่นมาเจอแบบนี้จะสะบัดทิ้งออกจากตัวแรงๆ สักทีด้วยความสะใจ แต่เนื่องจากเขายังไม่พร้อมต่อล้อต่อเถียงกับอีกคนตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาแบบนี้ เลยได้แต่พลิกกายเงียบเชียบ พยายามกระถดตัวลงจากเตียงทีละคืบ ทว่ายังไปได้ไม่ถึงไหน กระดึ๊บเป็นตัวหนอนได้ไม่กี่ที ก็โดนมือปลาหมึกคว้าเอวเอาไว้ได้อีกครั้ง

“อือออ” คนแสร้งหลับทำทีส่งเสียงร้องละเมอเหมือนโดนขัดจังหวะจากฝันหวาน ยกยิ้มอยู่ข้างในใจเมื่อคนตัวเล็กข้างๆ ยอมหยุดนิ่งรอดูท่าทีของเขาแต่โดยดีไม่ได้ตอบโต้อะไร

กิแหงนหน้ามองเพื่อนตัวดีที่เริ่มรู้สึกตัวใกล้ลืมตาตื่น ชายหนุ่มหยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่กระดุกกระดิกตัวเพราะกลัวไปปลุกคนที่กำลังหลับอยู่เข้าจริงๆ นับหนึ่งถึงร้อยภายในใจเพื่อรอดูท่าทีอีกสักพัก เมื่อลมหายใจของคนข้างๆ กลับมาสม่ำเสมออีกครั้ง จึงยกแขนที่วางอยู่บนหน้าท้องออก แล้วพยายามขยับตัวกระดึ๊บลงจากเตียงอีกรอบ

ฮอนลอบมองท่าทีที่ค่อยๆ กระถดตัวลงจากเตียงทีละนิดแล้วก็ได้แต่แอบหัวเราะในใจ ปกติตื่นแล้วจะลุกขึ้นถีบเขาแล้วแท้ๆ ท่าทีแบบนี้คงจะอายตัวม้วนถึงขนาดที่ว่าไม่อยากเผชิญหน้าด้วยเลยแน่ๆ

“จะไปไหนคะ” เอ่ยทักไปพร้อมกับวาดวงแขนรัดเอวของคนตัวเล็กกว่าอีกครั้ง มองใบหน้าเหวอๆ ที่หันขวับมาหาทันทีที่ได้ยินเสียง ดวงตากลมเบิกโพลงมองมาที่เขาแสดงอาการตกอกตกใจอย่างปิดไม่มิด

ฮอนดึงรั้งให้ขยับเข้ามาใกล้จนกระทั่งแผ่นหลังคนตัวเล็กชิดติดกับลำตัวของเขา ก้มลงฝังจมูกลงบนกลุ่มผมนุ่มของคนในอ้อมกอด จนกระทั่งได้ยินเสียงสบถคำหยาบของอีกคนลอยผ่านเบาๆ

“คิดว่าเด็กขี้เซาจะมาตื่นก่อนพี่ฮอนได้เหรอคะ” เขาเอ่ยกระซิบข้างใบหู

“พี่ฮอนเหี้ยไรล่ะ” กิเอ่ยเสียงพร่า พยายามกระแอมไอเพื่อเรียกเสียงตนเองกลับคืนมา

“ทำไมอะ เมื่อคืนยัง พี่ฮอนคะพี่ฮอนขา อยู่เลย จำไม่ได้เหรอคะหนูกิ” แม้จะไม่เห็นหน้าแต่เห็นใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจึงอดแกล้งเอ่ยแซวคนในอ้อมแขนไม่ได้

“สัด จำไม่ได้หรอก กูเมา”

“อ้าว เมื่อคืนยังบอกไม่เมาอยู่เลย ยังไงกันนะ”

“มึงเลิกกวนสักที” กิเอ่ยขัด พยายามขยับตัวขยุกขยิก ดึงแขนจอมเหนียวหนึบนี่ออกจากตัว แต่แขนข้างขวานี้กลับไม่ยอมหลุดออกจากตัวเขาสักทีเหมือนมีกาวตราช้างแปะติดเอาไว้

“จำได้รึเปล่าว่าเมื่อคืนทำอะไรไว้บ้าง”

“ก็บอกว่าจำไม่ได้ไง”

                “เหรอคะ งั้นสงสัยต้องทบทวนความจำหน่อยแล้วล่ะ” ฮอนจับตัวอีกฝ่ายพลิกให้หันมาเผชิญหน้ากันทันทีที่พูดจบ

กิรีบยกมือขึ้นมาขัดคนที่โน้มหน้าลงมาใกล้โดยใช้กำปั้นทุบเข้าไปที่หน้าผากอย่างจังจนคนโดนกระทำหน้าหงายพร้อมร้องครวญ

“รุนแรงแต่เช้าอีกละ เก่งจริงๆ เลยนะตัวก็แค่นี้” ร่างสูงสูดปากเพราะความเจ็บ มึนอึนไปอยู่ชั่วครู่ก่อนจะใช้ขายาวๆ ของตนเองรัดแขนของคนตัวเล็กไว้ติดกับลำตัวแน่นจนกิขยับไม่ได้ เอื้อมมือไปดึงแก้มนิ่มอย่างมันเขี้ยวเบาๆ

“อ่อยอู” กิร้องขัดอย่างไม่ชอบใจแต่คนกระทำกลับลอยหน้าลอยตา ทั้งบีบทั้งดึงแก้มเขาอยู่อย่างนั้น

“บอกก่อนว่าจำได้รึเปล่า ทำอะไรไว้บ้างรู้ไหม หลายกระทงเลยเลยนะเมื่อคืนอะ”

กิลังเลก่อนเอ่ยปากตอบ ชั่งน้ำหนักในใจว่าเขาควรโกหกต่อไปหรือบอกไปตามความจริงดี ถ้าบอกว่าจำได้ออกไปอาจจะโดนแซวให้แก้มร้อนขึ้นมาเล่นๆ ตีมึนว่าจำอะไรไม่ได้ต่อไปคงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ส่ายหัวตอบกลับคำถามนั้นไป ฮอนละมือออกจากแก้มของเขาก่อนจะเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์ที่วางเอาไว้บนหัวเตียง ในขณะที่ใช้ขาหนีบแขนเขาไว้แน่นดังเดิม

ฮอนสไลด์หน้าจออยู่ไม่ถึงนาที เสียงที่บันทึกไว้เมื่อคืนก็พรั่งพรูออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ กิอ้าปากเหวอ ช้อนตามองด้วยแววตาอาฆาตก่อนจะตะเบ็งชื่อเล่นเต็มๆ ของอีกฝ่ายออกมาสุดเสียง

“ไอ้เหี้ยฮอน! มึงอัดไว้เพื่อ!!” กิไม่รู้ตัวว่ามันบันทึกเสียงตอนช่วงที่เขาพูดคำน่าอายเหล่านั้นเอาไว้ด้วย จากที่แก้มร้อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ระดับความร้อนยิ่งเพิ่มขึ้นสูงปรี๊ดเป็นเท่าตัว น่าอายโคตรๆ เลย!

ฮอนหัวเราะคิกคักอยู่ในลำคอ “ยังๆ เพิ่งฟังไปได้แค่ประโยคเดียวเอง มีเด็ดกว่านี้นะ”

เสียงบันทึกดำเนินไปต่อเรื่อยๆ หลังจากเมื่อครู่ผู้เป็นเจ้าของกดหยุดชั่วคราวเอาไว้ กิได้แต่ก่นด่าออกมาเมื่อได้ยินเสียงตัวเองยอมพูดอะไรบ้าๆ เหล่านั้นออกไป ยิ่งได้ฟัง ความทรงจำเมื่อคืนยิ่งผุดชัดขึ้นมามากกว่าเก่า

“มึงโคตรน่ารัก” ฮอนอมยิ้มเป็นสุข เอ่ยขึ้นมาขณะที่ได้ยินเสียง เมี้ยวๆ เป็นลูกแมวจอมอ้อนจากหนูแป้งตัวขาวของเขา ก้มมองเจ้าลูกแมวในปัจจุบันที่กำลังหน้าดำหน้าแดง คงทั้งโมโหทั้งเขินจนแสดงอาการไม่ถูกแล้วล่ะ

“ปิดเดี๋ยวนี้ พอแล้ว!”

“เดี๋ยวก่อน รอแป๊บนึง อยากให้มึงฟังช่วงนี้ เผื่อมึงจะจำได้”

“ไม่ต้อง! กูไม่อยากฟัง” กิคัดค้านโดยการใช้หน้าผากโขกไปที่แผ่นอกของอีกคนอย่างแรงพร้อมดิ้นไปมาเพื่อต่อต้าน

ฮอนยอมกดปิดเมื่อตัวดื้อเริ่มออกอาการแผลงฤทธิ์ ใช้มือมากอดรัดไว้ทั้งตัวให้หยุดดิ้น กิหอบหายใจแฮก ยอมหยุดเมื่อรู้สึกว่าแรงกอดมันรัดแน่นกว่าเก่าจนทำให้ดิ้นไปก็เปล่าประโยชน์เพราะหนีออกจากอ้อมกอดนี้ไปไม่ได้ ทั้งยังทำให้ตัวเองเหนื่อยเฉยๆ อีกต่างหาก

ฮอนรัดอีกคนเข้ามาชิดใกล้จนอีกฝ่ายเข้ามาซุกอยู่ในอก เขาใช้คางเกยหัวของจอมดื้อเอาไว้ก่อนจะพูดท้วงถึงความผิดเมื่อคืนออกมา

“เมื่อคืนมึงเกือบทำรถชนข้างทางแล้วด้วยนะรู้เปล่า”

กิทำหน้าฉงน เรื่องนี้ไม่อยู่ในความทรงจำของเขาเท่าไหร่นัก จำได้แค่ว่าตัวเองหลับแล้วหัวโขกหน้าต่างอยู่ซ้ำๆ จนกระทั่งทนรำคาญไม่ไหวจึงเปลี่ยนท่านั่งใหม่เฉยๆ

“มึงเมาเองรึเปล่า อย่ามาโบ้ยกูนะ”

“เมาอะไรล่ะ กูกินไปไม่ถึงสามแก้วเพราะต้องดูแลใครบางคนเนี่ยแหละ”

กิทำหน้างอง้ำ “จำได้ว่าหลับตลอดทาง กูไปทำอะไรตอนไหน”

“ทุกตอนเลยค่ะ น่าตีมาก” ไม่ว่าเปล่าก็ใช้มือที่กอดรัดอยู่นั้นเลื่อนไปตบบั้นท้ายของคนตัวเล็กเบาๆ

“ไอ้เหี้ยฮอน” และไม่วายโดนด่าอีกรอบ

“แล้วชุดมึงน่ะ น่าตีกว่าอีก ไปเอาชุดมาจากไหนฮึ กูแน่ใจว่าไม่ใช่ชุดมึง”

กิก้มหน้าซุกแผงอกเงียบๆ ไม่ยอมตอบ ขณะที่ในหัวก็พยายามคิดหาทางหนีรอดอื่นไว้

“มึงนั่นแหละน่าโดนตี กูเมาแล้วยังจะมาทำตัวรุ่มร่ามใส่อีก ไอ้เหี้ยเอ๊ย”

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ” แต่ก็โดนมองออกอยู่ดี

“ก็มึงผิดจริง”

“ยอมรับก็ได้ว่าผิด เออแล้วไง มึงความผิดหลายกระทงกว่ากูอีก รุ่มร่ามแล้วไง ใครเป็นคนเริ่มก่อนฮึ มาทำยั่วริอาจกล้ากัดปากกูก่อนด้วย แล้วใครจะไปทนไหววะ กูว่ากูทนได้ขนาดนี้ก็เก่งมากแล้วนะ” ฮอนมองค้อนคนตัวเล็กกว่าด้วยความมันเขี้ยว

“เดี๋ยว กูทำอะไรนะ”

“กูกำลังจะเปลี่ยนชุดให้ มึงก็ดึงกูไปกอดแล้วก็เข้ามาซุกๆๆๆ เข้ามาจูบมาหอมก่อนด้วย ทั้งที่กูกำลังบำเพ็ญตบะด้วยการนับเลขอยู่แท้ๆ ตบะเลยแตกเพราะหนูกิมายั่วพี่เนี่ยแหละค่ะ” กิอ้าปากเหวอเล็กน้อยเมื่อได้ยินข้อเท็จจริงเรื่องเมื่อคืนอีกอย่างหนึ่งที่เขาจำไม่ได้

“มึงใส่ร้ายกูอีกแล้วอะ”

“ไม่ได้ใส่ร้าย ไม่ได้พูดเกินจากความเป็นจริงเลยด้วย แต่ความเป็นจริงอะเกินเบอร์กว่าที่พูดมาก มึงเข้ามาฟัดกูแบบนี้ๆๆๆ” ฮอนไม่ว่าเปล่า สาธิตเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยการดึงตัวอีกฝ่ายขึ้นมาจูบ ไล่ประทับจูบเร็วๆ จากซอกคอ ขึ้นไปปลายคาง แล้วจบที่ริมฝีปากอิ่มของอีกคนในที่สุด

ร่างสูงแลบลิ้นเลียริมฝีปากอีกคนพร้อมขบเม้มเหมือนที่เคยโดนกระทำ ผละตัวออกมองคุณหนูแป้งตัวขาวที่กำลังถูกย้อมด้วยสีแดงอีกแล้ว

“แบบนี้เลยค่ะ” ฮอนตั้งใจก้มลงกระซิบเสียงพร่าใส่หูคนใต้ร่างเพื่อเพิ่มระดับความแดงบนใบหน้าให้เพิ่มขึ้นมาเล่นๆ

กิพูดไม่ออก พยายามหาเหตุผลมาเข้าข้างตนเองว่าเมื่อคืนนั่นเป็นเพราะเขาเมาถึงได้ทำตัวแบบนั้นลง

“ฮื่อ …กูฝัน”

“ว่า?”

“ฝันว่าได้เล่นกับหมา กูคงละเมออะ”

“ละเมองั้นเหรอ มึงจูบหมาด้วยเหรอกิ หืม”

คนตัวเล็กอ้ำอึ้ง “ไม่รู้โว้ย!”

ฮอนหัวเราะให้คนที่พยายามเถียงข้างๆ คูๆ ก่อนจะกระแอมในลำคอแล้วทำเสียงเข้มบอกความผิดอีกอย่างในคืนก่อนไป

“ความผิดอีกอย่างนะ เรื่องไปคุยกับไอ้เล็กเนี่ย กูบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้คุยกับมัน ยิ้มให้เฉยๆ ก็ห้าม มองก็ห้าม ห้ามห้ามห้าม!”

“สัด ไม่ห้ามกูอยู่ร่วมโลกกับมันเลยล่ะ”             

“อ้าว ได้เหรอ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้กูไปฆ่ามันทิ้ง มันจะได้ไม่ต้องใช้อากาศหายใจร่วมกันกับมึง”

“คืออย่าเว่อขนาดนี้ได้ปะ”

“เล่นใหญ่ไปเหรอ”

“เออสิ”

ทั้งที่เมื่อครู่พยายามแอ๊บทำน้ำเสียงจริงจังอยู่แท้ๆ แต่ฮอนกลับหลุดหัวเราะออกมาเพราะบางคนพยายามจะขัดความเล่นใหญ่ของเขา ยกยิ้มมีความสุขก่อนจะก้มลงหอมกลุ่มผมของคนในอ้อมแขน

“หัวเหม็นว่ะหนูกิ”

“แล้วมึงจะดมเพื่ออะไรไอ้สัด ปล่อยกูสักที!” กิสะบัดหัวแรงๆ ให้อีกคนยอมล่าถอยออกไป

“ยังเคลียร์ไม่เสร็จ”

“อะไรอีกเล่า”

“รับปากกูเรื่องไอ้เล็กก่อน ห้ามคุยกับมันอีกนะ”

กิบ่นอุบอิบในลำคอแต่เพื่อตัดบทจึงตอบรับไปแต่โดยดี

“ส่วนเรื่องชุด กูจะเอาไปทิ้ง โอเค้?”

“จะบ้าเหรอ! กูซื้อมาแพงนะ” กิไม่ได้โกหกเพราะเขาเป็นคนหยิบชุดนี้ไปจ่ายตังค์เองจริงๆ แม้จะเป็นการซื้อที่ไม่เต็มใจและไม่ได้เลือกเองก็เถอะ

“เท่าไหร่ เดี๋ยวกูโอนให้”

“สัด มึงช่วยรู้คุณค่าสิ่งของกว่านี้ได้รึเปล่า”

“ก็เพราะรู้นี่ไงถึงได้จะเอาไปทิ้ง มันทั้งโชว์ทั้งโป๊ นมกับขามึงไม่ควรมีใครได้เห็นนอกจากกูปะ”

“เล่นใหญ่อีกแล้ว” เมื่อตีความได้ว่าคุณค่าที่ว่านั่นคือตัวเขาเอง แก้มก็ร้อนขึ้นมาอีกรอบเสียดื้อๆ กิก้มหน้าต่ำซุกอกอีกคนมากกว่าเดิม

“ไม่ใหญ่อะไรทั้งนั้น กูก็หวงของกูอะ”

“ของมึงที่ไหน นี่ร่างกายกู” รีบเอ่ยขัดคนที่ทึกทักโมเมไปเอง

ฮอนละมือขวาขึ้นมาจับคางคุณหนูที่ก้มหน้างุดซุกอยู่แต่อกให้เชิดขึ้นพร้อมจ้องลึกเข้าไปในนัยย์ตาสีดำ

“ก็หนูกิเป็นของพี่ฮอนแล้ว ร่างกายหนูก็เท่ากับของพี่ไงคะ”

ดวงตากลมไหวระริก สองแก้มแดงระเรื่อขึ้นสีเหมือนลูกมะเขือเทศ พยายามสะบัดคางให้หลุดออกจากปลายนิ้วของเขา ทำท่าทีขัดใจแต่การกระทำแบบนี้ฮอนรู้ดีว่าอีกคนกำลังรู้สึกเช่นไร

เขากอดรัดจอมเขินตรงหน้าแน่น “รู้ใช่ไหมว่ากูก็เป็นของมึง เพราะงั้นน่ะไม่ชอบอะไรให้รีบบอกเลยเข้าใจไหม”

กิไม่ยอมตอบจนต้องถามย้ำอีกครั้ง ก่อนจะมีเสียงตอบรับว่า ‘รู้แล้ว’ อู้อี้กลับคืนมา

“ห้ามทิ้งกูไว้กลางคันอีกด้วย ไม่เอาแล้วนะ”

“…”

“ไม่ตอบเหรอคะ คนไม่ดีแบบนี้ต้องถูกทำโทษนะ”

แล้วบทลงโทษที่ว่านั้นก็คือการดึงอีกคนขึ้นมาฟัดอีกรอบ หอมสองแก้มซ้ายขวาที่แดงเป็นลูกมะเขือเทศรัวๆ ด้วยความมันเขี้ยว บทจะดื้อก็เถียงขาดใจ บทจะเขินก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไรออกมาทั้งนั้น

“โอ๊ยยย พอแล้ว” ตอนนี้กิเหมือนกำลังโดนหมาโกลเด้นในฝันตัวนั้นเลียแผล็บบนใบหน้าไม่ยอมหยุด เมื่ออีกคนเลื่อนลงไปไซร้คอทำน้ำเสียงมันเขี้ยวเหมือนกำลังแกล้งเด็กตัวเล็กๆ แล้วทำให้เขาจั๊กจี้จนต้องหัวเราะออกมา

ฮอนยอมหยุดแกล้งเมื่อคนตัวเล็กใต้ร่างหัวเราะจนน้ำตาเล็ด ผละตัวขึ้นมองใบหน้าอมชมพูของหนูแป้งตัวขาวใต้ร่าง จ้องดวงตากลมนั่นอีกครั้งก่อนจะยิ้มแล้วทำสีหน้าจริงจัง

“แล้วสรุปตอนนี้เราเป็นแฟนอย่างเป็นทางการรึยังคะ” พร้อมใช้ปลายนิ้วมือเขี่ยผมหน้าของอีกคนเบาๆ

กิสั่นหัวตอบกลับ

“ยังอีกเหรอ ทำไมอะ ไม่อยากมีมึงเป็นแฟนข้างเดียวแล้วนะ”

“ยังก็คือยัง ถามมาก” เขาแค่คิดว่าควรถามเต็งหนึ่งเกี่ยวกับแผนการเมื่อคืนให้แน่ใจก่อนจะพูดอะไรออกไป กลัวจะเป็นเหมือนครั้งก่อนที่หลุดพูดไปตามใจสั่งแล้วก็ต้องกลับมานั่งคิดมากอยู่คนเดียวอีก

“กูจะงอนแล้วนะหนูกิ”

“เรื่องของมึง” กิตอบกลับ

“โป้งแล้ว ง้อด้วยนะ” ฮอนยอมปล่อยตัวกิออกจากอ้อมกอด พลิกตัวหันข้างไปอีกฝั่ง กอดอกแล้วเบ้หน้าทำตัวเหมือนเด็กประถม

“มึงคิดว่าทำหน้าแบบนั้นแล้วน่ารักเหรอ” แม้ปากจะบอกว่าเป็นเรื่องของมัน แต่ใจไม่รักดีกลับสั่งให้พูดง้อฉบับคนซึนออกไปจนได้

 “ฮึ”

“ไอ้เหี้ยฮอน” ครั้งที่สอง

“เหอะ”

“กูหิวข้าวแล้ว” ครั้งที่สาม

สิ้นสุดประโยคนั้น ฮอนก็ดีดตัวลุกขึ้นจากเตียง ตาทำประกายวับหันมาเหมือนอยากอวดอะไรสักอย่าง

“อยากกินอะไรคะ ช่วงกลับบ้านกูเรียนทำอาหารจากแฮมไว้เยอะแยะ ไม่อยากโม้ว่าอร่อยอย่างนี้” ร่างสูงยกนิ้วโป้งซ้ายขึ้นทำสัญลักษณ์เยี่ยมยอดขึ้นเบ่ง

“ข้าวต้มก็ได้”

“จัดไปค่ะ รอแป๊บนึง เดี๋ยวมาเสิร์ฟนะ” กิมองคนที่กระวีกระวาดลุกออกจากเตียงไปทำเสียงก๊องแก๊งอยู่ในห้องครัว ทั้งที่เมื่อครู่ยังทำตัวเป็นเด็กหน้าบึ้งอยู่เลยแท้ๆ

แต่ก็นั่นแหละ มันไม่เคยโกรธเขานานเกินไปได้หรอก

----------

หลังจากพ่อบ้านประจำห้องเดินออกไปแล้ว เสียงโทรศัพท์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นเหมือนรู้จังหวะ กิงัวเงียลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งทั้งที่กำลังจะหลับไปอีกรอบ เงี่ยหูฟังหาที่มาของเสียงแล้วก็พบว่ามาจากกองผ้าในตะกร้า จึงลุกเดินไปคุ้ยโทรศัพท์ออกมาจากในกระเป๋า​กางเกงตัวเมื่อคืน

“โหล” เดินกลับมาที่เตียงล้มตัวลงฟุ่บกับหมอนนุ่มใบที่ใช้หนุนนอนประจำพร้อมกดรับสายเพื่อนสนิทที่โทรเข้ามาหา

(เสียงง่วงจัด ยังไม่ตื่นเหรอ)

“ก็ตื่นแล้วแหละ แต่กำลังจะหลับอีกรอบมึงก็โทรมาปลุกก่อน”

(อ้าว ทำไมกูดูเป็นคนเลวอีกแล้ววะ จะบ่ายสองแล้วนะ ลุกไปหาข้าวกินได้แล้วไป)

“รอกินอยู่”

(คือ?)

“ฮอนกำลังทำ”

(โอ้โห สมกับเป็นคุณหนูกิกับพ่อบ้านของเขาจริงๆ ว่ะ)

“ถ้าไม่มีไรก็วางนะ จะนอน”

(เดี๋ยวๆ ให้กูแซวก่อนหน่อยก็ไม่ได้)

“ง่วง” คนตัวเล็กกล่าวเสียงอิดโรย

(ดูเพลียๆ นะ …เมื่อคืนเข้าหอกันเหรอ) เต็งหนึ่งลอบถามสิ่งที่ค้างคาใจมาตั้งแต่เมื่อคืนที่ปล่อยให้เพื่อนสนิทเผชิญชะตากรรมตัวคนเดียว

“ถามเหี้ยไรเนี่ย”

(อ้าว ก็อยากเสือก เอ๊ย! เป็นห่วงเพื่อนไง เอ้อ) คนฟังคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินคำพูดที่หลุดออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“ไม่ทันละสัดหนึ่ง”

(วุ้ย เข้าเรื่อง กูจะโทรมาบอกว่าส่งไฟล์เสียงช่วงที่น้องเพชรอัดไว้ให้ในเมลล์แล้ว​นะ)

 “แล้วสรุปเมื่อ​คืน​เป็นไงบ้างอะ” กิโงหัวขึ้นจังหมอน สะบัดหัวเรียกสติตัวเองสองสามที

(ก็ตามแผน หลอกไอ้ฮอนลงไปเจอน้องเพชรได้ เหตุการณ์​ก็ตามคลิปที่อัดมา แต่มันไม่ค่อยได้ยินเพราะเสียงรอบข้างดังหน่อยนะ ถ้ามึงฟังไม่รู้เรื่องตรงไหนค่อยมาถามกู)

“คือมึงช่วยสรุปให้เลยได้ไหม ทำไมต้องทำอะไรซ้ำซ้อนวะ” กิตวัดเสียงเริ่มแสดงอาการหงุดหงิด

(มึงอย่าทำเสียงดุใส่กูแบบนั้นได้ไหม ช่วงนี้กูใจบาง เมื่อกี้ก็เพิ่งโดนแฟนดุมา)

“สมน้ำหน้า”

(พูดงี้นะกินะ คราวหลังกูจะไม่ช่วยแล้ว)

“ยังไม่เล่าใช่ปะ งั้นกูนอนก่อนนะ” คนตัวเล็กไม่ได้พูดขู่ เขาทำหน้ายุ่งเลื่อนนิ้วกำลังจะกดวางสายทันทีที่พูดจบแต่มีเสียงท้วงดังขึ้นมาเสียก่อน

(โว้ยเล่าแล้ว จะง้อกูสักนิดก่อนก็ไม่ได้)

“งั้นก็เล่าสักที”

(เออมันทักปกติตามแบบฉบับมันอะ ไอ้เหี้ย เฟรนด์ลี่เว่อ ใจดีเก่ง แสนพ่อพระ น้องโป๊ก็หงุดหงิด น้องนั่งคนเดียวก็หงุดหงิด ชวนไปนั่งด้วยเพราะกลัวโดนคนอื่นลวนลาม แต่มันดูพยายามจะเลิกพูดคะค่ะกับคนอื่นแล้วนะ)

“เหรอ มึงคิดว่าไงอะ กูควรทำไงต่อวะ” กิขมวดคิ้วยุ่งหลังได้ยินเรื่องเล่าจากปลายสาย               

(เอาความเห็นกูนะ คือคิดว่ามันแค่ติดความเป็นพี่ชายที่แสนดีมามากเกินไปว่ะ ดูอย่างมันทำกับมึงดิ ประเคนอะไรได้ก็แทบจะใส่พานมาถวาย อยากกินอะไรก็ได้กิน ได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้ไม่กวาดห้องเองแล้วด้วยใช่ไหมจ๊ะคุณหนูน้องกิ)

“แล้วยุ่งไรด้วยอะ” กิเริ่มฮึดฮัดเพราะคำพูดจาของเพื่อนสนิทตนเอง

(เออนั่นแหละ แค่จะบอกว่ามันก็ไม่ได้กะล่อนอะไรขนาดนั้นในความคิดกู ย้ำอีกครั้งว่าในความคิดกูนะจ๊ะ ส่วนมึงจะเอายังไงก็แล้วแต่ จะอยู่กับความคลุมเครือต่อไปแบบนี้หรือจะรีบตอบรับเป็นเมียแบบออฟฟิเชียลให้หายคลุมเครือกันสักที)

“ไอ้เหี้ยหนึ่ง!” กิโวยแต่เสียงหัวเราะกลับดังออกมาจากปากสายเหมือนเป็นเรื่องสนุกที่ได้แกล้งเขาในเวลานี้

(ก็นั่นแหละ กูหวังดีนะโว้ย ไอ้อาการชอบเขาเหมือนกันแต่ปากหนักกว่าเนี่ย กูขอเหอะ เลิกได้แล้วนะ)

“ก็แล้วถ้ามันกลับไปทำตัวเหมือนเดิมล่ะ”

(มึงอย่าเพิ่งกลัวอนาคตที่ยังมาไม่ถึงขนาดนั้น ลองดูกับปัจจุบันก่อน ถ้าหลังจากนี้มันไม่ปรับอะไรเลยแล้วทำตัวเหี้ยเหมือนเดิม กูเนี่ยจะไปต่อยมันให้เอง เข้าใจรึเปล่า)

“อือ”

(มึงก็ต้องชัดเจนด้วยนะกิ อะไรที่ไอ้ฮอนทำเล่นๆ ไม่จริงจังก็คุยกันให้มันเคลียร์ อย่าปล่อยให้ค้างคาจนกลายเป็นฝังใจแบบเรื่องที่ผ่านๆ มา เข้าใจไหม ตอบเสียงดังๆ ให้คุ้มค่าเหนื่อยกูหน่อย)

“เออ เข้าใจก็ได้”

(ยังจะมาก็ได้ เดี๋ยวกูตี ตกลงเข้าใจรึไม่เข้าใจ)

“โอ๊ย เข้าใจแล้ว พอใจยัง” กิฮึดฮัด

(ก็แค่นั้นแหละ กูเหมือนเป็นพี่อ้อยพี่ฉอดเลยว่ะ ทำไมต้องมาให้คำปรึกษาพวกหัดมีความรักด้วยวะเนี่ย เฮ้อ …แล้วสรุปเมื่อคืนมันทำไรมึงปะ) เต็งหนึ่งถอนหายใจและไม่วายเอ่ยถามสิ่งที่ตนเองสงสัยออกมา

“เสือก!”

(ไม่ได้เหรอ)

“จะนอนแล้ว แค่นี้นะ!”

กิกดวางสายพร้อมพลิกตัวนอนคว่ำก่อนจะดึงหมอนข้างของจริงเข้ามากอด ในหัวเริ่มคิดตามในสิ่งที่ได้ยินจากเต็งหนึ่ง คนกลางของทั้งสองฝั่งที่คงจะมองเห็นปัญหาอย่างเป็นกลางมากกว่าใครอื่น ใจเริ่มโอนอ่อนไปตามคำพูดที่ว่าฮอนคงจะติดนิสัยความเป็นพี่ชายมามากเกินไปจริงๆ นั่นแหละ

…คงต้องเลือกปล่อยผ่านเรื่องในอดีตไปบ้างสักนิด หันมาทำตามที่ใจอยากบ้างสักครั้งแล้วล่ะ




TBC.     

ー #AdaywithWCM

แต่งไปด้วยฟีลลิ่งความอยากฟัดแมวค่ะ แง
ขอบคุณสำหรับทุกเมนต์เลยค่า ร้าก  :pig4:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 11th Match ♥ (06/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 06-10-2018 21:30:37
รอหนูแป้งขาวใจอ่อน   :hao5: :hao5: :hao5:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 11th Match ♥ (06/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: manami1155 ที่ 06-10-2018 22:10:49
เจ้าแผนการมาอีกแล้วววว
หนูกิสู้ลูก อดีตโยนทิ้งมัน
มาเริ่มต้นใหม่ สดใส แซ่บๆกันดีกว่า
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 11th Match ♥ (06/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Kx0806 ที่ 06-10-2018 23:13:57
คิดถึงน้องกิจะแย่ :hao5: ขออย่าเพิ่งรีบตอบรับฮอนได้มั้ยย อยากเห็นหมายักษ์อ้อนเยอะๆ เอาคืนให้สาสม  :z2:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 11th Match ♥ (06/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ppseiei ที่ 07-10-2018 13:38:01
น้องกิ จุ๊บบบบบบบบ
มาอยู่กับเจ้มั้ย รักน้องคนเดว
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 11th Match ♥ (06/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: สีหราช ที่ 07-10-2018 14:23:58
 :L1: :pig4:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 11th Match ♥ (06/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 07-10-2018 14:37:23
น้องกิยอมๆ ไปเถอะค่าาา สงสารนังฮอน 5555555555555555555
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 11th Match ♥ (06/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: mypink801 ที่ 07-10-2018 21:11:05
หนูกิน่าฟัดจริงๆๆ สงสารฮอน ใจอ่อนได้แล้วรู้กกกก หงอยเป็นหมาแล้วนั่นน
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 11th Match ♥ (06/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: BloodyBlue ที่ 08-10-2018 14:41:26
 :mew1: ขอบคุณค่ะ หนูกิน่ารักกกกก
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 11th Match ♥ (06/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: yunnutjae ที่ 08-10-2018 22:50:05
เห็นใจฮอน แต่ก็เข้าใจกิ.... แต่ก็อยากให้ได้กัน เอ้ย รักกัน แฮปปี้เร็วๆอะะะะ  :z3:
เต็งหนึ่งคือทำดีมากเป็นทุกอย่างให้คู่นี้แร้วววว  o13 ว่าแต่แฟนนี่แฟนสาวหรือแฟนหนุ่มอะ 555555555555555  :laugh:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 12th Match ♥ (18/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Mayongchees ที่ 18-10-2018 22:45:57
ー 12th Match ♥
☁   

( https://www.youtube.com/watch?v=Tfws7ZqbnXw (https://www.youtube.com/watch?v=Tfws7ZqbnXw) ー for this match )

bgm ; Feel the same - fcj ft. chevy





จากที่ตั้งใจว่าจะหลับต่อสักงีบหลังกดวางสายจากเต็งหนึ่งไป ทว่านอนคิดอะไรฟุ้งซ่านอยู่ในหัวไปเรื่อย ดวงตากลับไม่ยอมปิดเหมือนเมื่อสิบนาทีก่อนแล้วเสียอย่างนั้น ชันกายขึ้นสำรวจสภาพตัวเองหลังจากเมามายไม่ได้สติ ก็พบว่าชุดออกเที่ยวเมื่อคืนกลายเป็นเสื้อยืดกับกางเกงวอร์มตัวเก่งเสียแล้ว

ลุกขึ้นเดินเหินไปมาเพื่อตรวจสอบให้แน่ชัดว่าหลังจากสติดับวูบไปเขาไม่ได้โดนทำอะไรล่วงเกินโดยไม่รู้สึกตัว ก้าวเดินไปห้องน้ำไม่รู้สึกถึงแรงระบมบริเวณสะโพกอย่างที่เคยเป็นจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่ได้มีอะไรอย่างที่นึกกลัวแต่อย่างใด แต่ในขณะที่วักน้ำลูบใบหน้าให้สดชื่นแล้วเงยหน้าขึ้นมองกระจกทรงกลมถึงได้เห็นสภาพภายนอกของตัวเองชัดๆ เต็มสองตา

รอยแดงเป็นจ้ำๆ สองสามจุดบริเวณคอทำให้กิหน้าขึ้นสี หากแต่ขึ้นสีเพราะความโกรธไม่ใช่อาการเขินอายแต่อย่างใด ชายหนุ่มเริ่มหัวเสีย ดึงคอเสื้อต่ำลงเพื่อสำรวจว่ามีร่องรอยอื่นนอกจากจุดสามจุดนี้รึเปล่า เลิกชายเสื้อตัวเองขึ้นสูงเผยให้เห็นรอยขบเม้มประปรายบนแผ่นอกของตนเอง

เขาสบถคำหยาบกับตัวเองเบาๆ บ้วนน้ำหลังจากแปรงฟันเสร็จก็เดินดุ่มๆ ไปหาพ่อบ้านที่กำลังยืนตีไข่อยู่หน้าชั้นวางในห้องครัวทันที

ปึ่ก!

เจ้าของห้องตัวเล็กทำหน้าถมึงทึง เตะเข้าไปที่ข้อพับขาของอีกคนอย่างแรงโดยไม่บอกไม่กล่าวอะไร

ฮอนยืดตัวขึ้นก่อนจะหันขวับมาหาจอมดื้อที่กำลังทำหน้ามุ่ยแสดงความไม่พอใจอะไรสักอย่าง เมื่อครู่นี้หางตาเหลือบเห็นอีกคนเดินตรงรี่เข้ามาหา กำลังจะออกปากทักว่า ‘ขี้เซาตื่นแล้วเหรอ’ แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวแม้กระทั่งอ้าปาก ก็ถูกเตะเข้ามาที่ข้อพับจนทำให้ขาอ่อนย่อล้มเกือบถึงพื้นไปก่อนเสียแล้ว

“อะไรเนี่ยกิ อยู่ดีๆ ก็มาเตะกู” ถ้าสีหน้าคนเรากลายเป็นสัญลักษณ์ได้ ใบหน้าของพ่อบ้านหนุ่มตอนนี้คงมีเครื่องหมายคำถามอยู่เต็มไปหมด

กิไม่ตอบแต่ง้างหมัดชกกำปั้นขึ้นต่อยแขนอีกทีหนึ่งก่อนจะเอ่ยเรียกชื่อผู้ขออาศัยเสียงดัง

“ไอ้เหี้ยฮอน”

ร่างสูงได้แต่เกาหัวแกรกๆ มองอีกคนอาละวาดเสร็จแล้วเดินจากไปนอนแผ่ที่โซฟาอย่างงุนงง

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมากลิ่นข้าวต้มก็ลอยฉุยออกมาจากในห้องครัว กิดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟาเมื่อถูกเรียกปลุกให้ลุกขึ้นทานข้าว ขยับตัวลงนั่งบนพื้นพร้อมพิงหลังไปกับเบาะโซฟาจุดนั่งประจำ เหลือบมองนาฬิกาบนผนังบอกแล้วก้มมองถ้วยข้าวต้มหมูกับไข่ตุ๋นสีเหลืองฟูน้ำลายสอเพราะความหิวเนื่องจากเลยเวลาทานข้าวเที่ยงมาสองชั่วโมงแล้ว

ฮอนวางแก้วน้ำพร้อมนั่งลงฝั่งตรงข้าม ยักคิ้วข้างเดียวหยั่งเชิงมองหนูแป้งที่กำลังตักข้าวต้มเข้าปากไปเรื่อยๆ ด้วยใบหน้าคาดหวัง

“เป็นไง”

“ดีกว่าเดิมอยู่” คนฟังพยักหัวตอบ

ฮอนถอนหายใจเมื่อได้ยินอย่างนั้น ก่อนจะก้มตักข้าวต้มในถ้วยของตนเองบ้าง

“แล้วเป็นไร หน้าบึ้งทำไมฮึ” ตักทานได้ไม่กี่คำก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าอีกคนทำหน้าบูดบึ้งเป็นปลาทูคอหักไม่ยอมพูดจาอะไรแม้แต่คำเดียว ไหนจะก่อนหน้าที่เดินเข้ามาเตะทั้งที่เขายังไม่ได้พูดอะไรนั่นอีก

คนตัวเล็กกว่าเหลือบตาขึ้นมองขณะกลืนน้ำซุปลงคอ “มึงทำอะไรไว้ล่ะ”

ทำท่าฮึดฮัดขัดใจเมื่อถามแล้วอีกฝ่ายเลิกคิ้วท่าทางงุนงง จึงดึงคอเสื้อตัวเองลงแล้วใช้นิ้วจิ้มที่คอตัวเองจึกๆ

“ใครใช้ให้มึงทำรอยฮะ” เขาตวาด

“มึงบอกว่าทำได้ไม่ใช่เหรอ ครั้งก่อนก็เคยทำนี่ ใจเย็นๆ” ผู้กระทำได้แต่ส่งยิ้มแหย ยกสองมือขึ้นปลอบให้หัวร้อนๆ ของคนตัวเล็กเย็นลง

“แต่ไม่เคยบอกให้ทำนอกร่มผ้าแบบนี้นะ แล้วกูจะกล้าไปเรียนได้ยังไงวะเนี่ย”

“เดี๋ยวมันก็จางลงน่า”

“กี่วันล่ะไอ้เหี้ย มีเรียนวันจันทร์เนี่ย ยังไงก็จางไม่ทันปะ”

ฮอนไม่รู้จะหาวิธีแก้เรื่องนี้อย่างไรเลยได้แต่เกาคอแก้เก้อ “ขอโทษ… ก็หวงมึงนี่หว่า ตอนนั้นคิดแค่ว่าทำไว้คนอื่นจะได้เลิกยุ่งกับมึงสักทีไง” ประกบมือเอ่ยขอโทษสลับกับทนฟังเสียงด่าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งคุณหนูตัวขาวของเขาเหนื่อยจะบ่นจึงเริ่มต้นทานข้าวต้มใหม่อีกครั้ง

ฮอนยิ้มเผล่เมื่อดูท่าทางจะไม่โดนด่าอีกต่อไปแล้ว ข้าวมื้อเช้าและมื้อเที่ยงวันนี้จึงดำเนินต่อไปได้ด้วยดี

----------

หลังจากทานเข้าเสร็จได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็ออกมานั่งดูซีรีส์สอบสวนเรื่องดังที่ดูค้างไว้ในเน็ตฟลิกซ์ กิหยิบหมอนอิงสีน้ำตาลใบโปรดขึ้นมากอดพร้อมจ้องหน้าจอโทรทัศน์ตาแป๋ว

“ปวดหัวรึเปล่า” ฮอนเอ่ยถามขึ้นมาเพราะเห็นว่าอีกคนยังมีท่าทีอิดโรยประมาณหนึ่ง

“นิดนึง”

“เนี่ย ดื้อไงเมื่อคืนอะ”

“ยุ่ง” เจ้าของห้องมาเบ้หน้าใส่ ไถลตัวลงพิงหัวกับพนักโซฟา ฮอนเห็นดังนั้นจึงตบตักตัวเองปุ๊ๆ

“เอนมานี่มา”

หมายจะให้อีกคนเอนหัวลงมานอนตัก แต่คนดื้อยังไงก็คือคนดื้ออยู่วันยังค่ำ กิปรายตามองแล้วเอนตัวลงนอนตามคำเชิญ แต่เป็นการหนุนหมอนอิงแล้วยืดเหยียดขาไปพาดตักชายหนุ่มผู้ที่อุตส่าห์หวังดีให้เขาได้นอนสบายๆ แทนการล้มหัวลงตามคำเชิญ

ฮอนส่ายหัวระอาเบาๆ ทั้งที่กำลังจะทำตัวโรแมนติกหน่อยแท้ๆ หมดกันวันเสาร์อันแสนสุขในมโนภาพ เขาหันมองซีรีส์ที่กำลังฉายบนหน้าจอโทรทัศน์ เสยผมหน้าที่ตกลงมาปรกตาขึ้นพร้อมบ่นพึมพำกับตัวเอง “รำคาญว่ะ”

กิมองต่ำไปทางปลายเท้า ยกขากระแทกตักอีกฝ่ายเหมือนที่เคยทำบนรถเมื่อคืน

ร่างสูงหันขวับ “ทำร้ายร่างกายกูอีกแล้วทำไมเนี่ย”

“รำคาญอะไร” กิเอ่ยถามเสียงแข็งแต่คนฟังกลับหลุดหัวเราะ

“หมายถึงรำคาญผมเนี่ย มันยาวแล้วปรกหน้าตลอด ขี้เกียจเสย” ฮอนมองคุณหนูตัวดื้อที่จ้องมองมาเขม็ง คงคิดว่าเขาบ่นรำคาญตัวเองล่ะสิท่า

“แล้วตอนย้อมสีผมทำไมไม่ตัดผมไปด้วย”

“ตอนนั้นมันยังพอทนได้นี่หว่า แต่ตอนนี้เริ่มรำคาญแล้วอะ” ร่างสูงหันมาเบะปากท่าทีงอแง แต่กิไม่ได้สนใจอะไรนัก ถอนหายใจด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายแล้วเบือนสายตาไปจดจ่ออยู่กับซีรีส์ตรงหน้าแทน

ผ่านไปได้ครึ่งชั่วโมง จู่ๆ คนตัวเล็กก็ลุกขึ้นจากโซฟา เดินไปในห้องครัวแล้วกลับออกมาพร้อมกับยางมัดถุงแกงสีแดงเส้นหนึ่ง กิเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคนตัวสูงกว่า แม้ว่าเมื่อครู่ใจกำลังจดจ่ออยู่กับฉากหนังบนจอโทรทัศน์แต่ในขณะเดียวกันหางตาก็มองเห็นคนปลายเท้ายกมือเสยผมตัวเองขึ้นทุกห้านาที เขานึกรำคาญสายตา เลยตัดสินใจลุกไปหายางเพื่อมัดผมที่ไม่ยอมไปตัดนั่นให้

กิรวบกลุ่มผมเส้นยาวเข้ามาไว้ในมือ แล้วดึงขึ้นรวบมัดเป็นจุกน้ำพุบนหัว

“เจ็บ” ฮอนช้อนตาขึ้นมองคนแสร้งใจร้าย แม้ปากจะบอกรำคาญแต่ก็ใจดีลุกไปหายางมารัดผมให้

“ทนไม่เป็นเหรอ”

“ยางมันกินผมกูอะ”

“อย่าบ่น ก็มีแต่ยางแบบนี้จะให้ทำยังไง”

“บ่นเฉยๆ ไม่ได้เหรอคะ ก็เจ็บอะ” คนตัวสูงทำเสียงจ๋อย ขณะที่สายตาจ้องมองริมฝีปากสีแดงอมชมพูบนใบหน้าใสของคุณหนูตรงหน้า

“กินมันคืนซะสิ”

“ได้เหรอ” ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเมื่อในหัวคิดแผนการหาเศษหาเลยวันละนิดได้

“เออ”

ฮอนยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อกิตอบรับมาอย่างนั้น คว้ามือที่เพิ่งละออกจากกระจุกผมแล้วดึงร่างคนตัวเล็กกว่าลงมานั่งบนตักอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้มลงฟัดแก้มคนที่กำลังเหวอทันทีไม่ให้ทันได้ตั้งตัว

“ไอ้เหี้ยฮอนนนนน กูไม่เล่น!” กิร้องโวยวายเสียงดังเมื่อโดนดึงล้มแล้วถูกรังแกอีกจนได้

“ก็ไม่ได้เล่นสักหน่อย เรื่องแบบนี้กูจริงจังมาก” ว่าจบก็ใช้ริมฝีปากงับแก้มของคนบนตักอย่างมันเขี้ยว

“โอ๊ยยยย เลิกเล่น! กูบอกให้กัดยาง ไม่ได้หมายถึงให้มึงมากัดกูนะ!” กิส่ายหัวหลบ พยายามดิ้นให้หลุดออกจากวงแขนแกร่ง แม้จะทั้งทุบทั้งตีแต่ก็ไม่เคยหลุดจากมือเหนียวๆ นี่ไปได้สักที

“อ้าวกัดยางหรอกเหรอ พอดีในหัวกูมีแต่มึงเต็มไปหมด เลยกัดมึงแทน” ร่างสูงอมยิ้มมองคุณหนูตัวขาวในอ้อมกอด ก่อนจะยอมปล่อยแขนออกให้เป็นอิสระเมื่อเริ่มเจ็บหลังเพราะแรงทุบไม่ยั้งมือของอีกคน แค่ได้แกล้งนิดแกล้งหน่อยวันละครั้งก็พอใจแล้วล่ะ

พอผู้ถูกกระทำได้รับอิสระ ก็เอื้อมมือไปคว้าหมอนอิงอาวุธคู่กายฟาดเข้าที่ต้นแขนของคนชอบรังแกทันที

ป๊าบ!

“ไอ้บ้านี่!”

“โอ๊ย! ยอมแล้วค่ะ กิพอแล้ววว”

เสียงจากจอโทรทัศน์ผสานกับเสียงร้องโอดโอยและเสียงด่าทอทำให้ห้องนั่งเล่นสีขาวแห่งนี้เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหลังจากความเงียบโรยตัวเข้ามาเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน แม้ว่าจะไม่ใช่เสียงหัวเราะมีความสุขอย่างคู่อื่นๆ แต่ทั้งสองคนคงคิดเช่นเดียวกันว่ามันดีกว่าเป็นไหนๆ ถ้าเทียบกับห้องที่เคยเต็มไปด้วยอากาศขมุกขมัวเหมือนในวันวาน

----------

“กิมานี่”

วันหยุดถัดมาก็ยังเป็นอีกวันที่ทำให้ทั้งคู่ได้นอนเอกเขนกอยู่บนเตียงจนกระทั่งตะวันลอยเด่นขึ้นกลางหัว ทานมื้อเช้าพร้อมมื้อเที่ยงด้วยกันเสร็จ ฮอนก็กวักมือเรียกให้คนตัวเล็กกว่าตามมานั่งบนโซฟา

“กูไปเสิร์ชหาวิธีลบรอยดูดมา เขาบอกให้ใช้เหรียญขูด”

กิเลิกคิ้ว “วิธีอะไรวะเนี่ย จ้อจี้รึเปล่า”

“แต่มันมีคนทำแล้วหายนะ”

“ไร้สาระ” คนตัวเล็กส่ายหัว ถอยเท้าเตรียมละออกจากหน้าโซฟาแต่กลับโดนคว้าข้อมือเอาไว้ได้เสียก่อน

“ลองดูก็ไม่เสียหายนี่” คนตัวสูงหรี่ตามองกับคุณหนูที่เป็นกังวลเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อวาน ถึงขนาดไล่เขาออกไปซื้อคอนซีลเลอร์มาไว้ให้ใช้ปกปิดรอยแดงนี้เอาไว้

กิชั่งใจเพราะยังไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่ก็ยอมพยักหน้าแล้วเดินมานั่งข้างๆ ลองดูสักนิดคงไม่มีอะไรเสียหายเท่าไหร่หรอกมั้ง โซฟายวบลงในขณะที่ฮอนขยับตัวเข้ามาใกล้พร้อมกับสัมผัสเย็นๆ ของพื้นผิวเหรียญค่อยๆ แตะลงบนลำคอ ฮอนก้มหน้าใช้เหรียญสิบในมือออกแรงขูดรอยสีกุหลาบเบาๆ

“ออกไหม” กิถาม

“ไม่รู้สิ ต้องทำกี่ครั้งวะ”

“อ้าว แล้วทำไมไม่ค้นมาให้มันรู้ ถามกูแล้วจะรู้ไหมฮะ” เจ้าของห้องเอ็ด

“เฮ้ยยย กูสบถกับตัวเองเฉยๆ นี่ก็ดุจัง” รีบแก้ตัวเมื่อโดนทำน้ำเสียงดุใส่ กิฮึ่มฮั่มอยู่ในลำคอ ปล่อยให้อีกคนลงมือขูดไป

นั่งกันไปได้สักพัก จู่ๆ ฮอนก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาเมื่อคิดได้ว่ามีเรื่องที่สงสัยในคืนนั้นอยู่

“กิ มึงจำได้ปะว่าเมื่อคืนก่อนมึงเมาแล้วละเมอพูดอะไรขึ้นมาบ่อยๆ”

กิเอียงคอทำท่าสงสัยก่อนจะกระแอมในลำคอ “จะไปจำได้เหรอ ก็บอกว่าเมาไง”

“มึงเอาแต่พูดคำว่า ‘มึงไม่ตอบ’ หลายครั้งมาก กูพูดอะไรไปมึงก็ทุบกูอั่กๆ แล้วก็ด่าว่าทำไมไม่ตอบ ตอนแรกก็งงๆ เพราะนึกว่ามึงไม่ได้ยินที่กูขานรับตอนมึงเรียก แต่ก็ไม่ใช่ พูดอะไรไปมึงก็เอาแต่หาว่าไม่ตอบ แล้วสรุปจะให้ตอบไรอะ” ฮอนชะงักมือซ้ายที่กำลังขยับไปมาบนคอระหงชั่วครู่ เงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าอีกคนที่เบือนไปอีกทางทันทีที่เขาสบตาด้วย ดูมีพิรุธอย่างไรไม่รู้

“กะ กูเมาไง ไม่เคยได้ยินเหรอ อย่าถือสาคนบ้าอย่าว่าคนเมาอะ จะเอาอะไรกับคนไม่มีสติวะ” กิตอบกระอึกกระอัก แท้จริงแล้วเขาจำได้ดีเชียวล่ะว่าคำถามที่ไม่กล้าพูดออกไปได้แต่ถามเสียงดังอยู่ในใจนั้นคือคำถามอะไรกันแน่ มันคือสิ่งที่เขาอยากได้ยินให้แน่ชัดมาโดยตลอดตั้งแต่สี่ปีก่อน

“จริงเหรอ แล้วจะหลบตาทำไมคะ” ฮอนใช้ปลายนิ้วจับคางอีกฝ่ายให้หันมาสบตาด้วย

คนตัวเล็กเริ่มกระอักกระอ่วน รีบคิดหาทางออกให้ตัวเองเร็วรี่ “ไม่ทำต่อแล้วใช่ปะ” ผินหน้าให้หลุดออกจากมืออีกฝ่ายแล้วรีบลุกขึ้นจากโซฟาเดินเข้าอีกห้องทันที

ฮอนมองตามคุณหนูจอมดื้อของเขาด้วยแววตาสงสัย ยังคงค้างคาอยู่ในใจแต่เพราะไม่ได้คำตอบเลยไม่รู้ว่ากิต้องการถามอะไรกันแน่ ขมวดคิ้วสงสัยนึกขึ้นได้ว่าเขายังมีเพื่อนสุดรักอีกคนหนึ่ง ผู้ที่มักเปรียบเปรยตัวเองว่าเป็นทุกอย่างให้เธอแล้วคนนั้น มือเลื่อนไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นต่อสายหาทันที

(เออ)

“ห้วนจังวะ”

(แล้ว? ต้องให้กูทักว่าไง สวัสดีครับคุณฮอน คุณสบายดีรึเปล่า ไม่ทราบว่าโทรหาผมทำไมครับ อย่างนี้เหรอ)

“ได้เปล่าล่ะ ถ้าได้แบบนั้นก็ดี” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ

(สัด มีไรรีบพูดมา) เต็งหนึ่งรีบรวบรัด

“เออแค่จะถามว่ากิมันมีอะไรในใจรึเปล่า แบบเป็นเรื่องที่บอกกูไม่ได้แต่บอกมึงได้อะ”

(ในเมื่อมันเป็นเรื่องที่บอกมึงไม่ได้ แล้วมึงมาถามกูเพื่ออะไรคร้าบ ยังไงกิก็ต้องห้ามบอกมึงอยู่แล้วปะ)

“มึงช่วยใบ้หน่อยไม่ได้เหรอวะ กูค้างคาอยู่ในใจเนี่ย” ฮอนขมวดคิ้วยุ่ง ทำน้ำเสียงจริงจังเพื่อให้รู้ว่าครั้งนี้ต้องการคำตอบมากจริงๆ

(บอกแล้วกูจะได้อะไร จ่ายค่าง้างปากกูไหม)

“แล้วมึงจะเอาอะไร” ถ้ามันช่วยให้ความกระจ่างก็คงยอมเสียไป

(ไม่รู้ดิ ขอกูคิดก่อน)

“ไอ้ห่า งั้นก็บอกมาก่อนว่ามันมีไรกันแน่”

(…ก็น่าจะเป็นเรื่องนิสัยเดิมๆ ของมึงล่ะมั้ง แบบไม่รู้ว่ามึงจะเลิกทำเล่นๆ กับมันได้รึยัง)

“ใช่เหรอวะ” ฮอนขมวดคิ้ว แล้วกิต้องการให้เขาตอบอะไรกันล่ะ

(กูแอบกระซิบมึงหน่อยก็ได้ ตอนนี้ก็ง้อๆ มันได้ละนะ ใจเริ่มเหลวแล้ว)

“ถามจริง? รู้ได้ไง แล้วมึงว่ากิจะใจอ่อนรึยังวะ แบบมันจะไม่ปฏิเสธกูอีกแล้วใช่ปะ” น้ำเสียงเคลือบแคลงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยเสียงระริกรี้ขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น

(ก็น่าจะดีกว่าแต่ก่อนแล้วแหละ กูอุตส่าห์คิดแผนเพื่อทดสอบมึงอะ อย่างน้อยกิมันต้องได้รับผลที่มันพอใจสักจุดบ้างล่ะวะ)

“อะไรนะ ทดสอบอะไร ผลอะไรนะ” ความสงสัยที่ดูเหมือนจะหายไปกลับแล่นขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ฮอนขมวดคิ้วสงสัยทันที

(เชี่ย กูพูดอะไรวะ ไม่ๆ กูไม่ได้พูด) เต็งหนึ่งรู้ว่ายิ่งปฏิเสธมากเท่าไหร่ยิ่งดูพิรุธมากกว่าเดิม เขาตบปากตัวเองไปหนึ่งทีแลกกับความปากพล่อยของตนเอง

“มึงพูดไอ้หนึ่ง ถ้ามึงไม่บอกกูตอนนี้กูจะบุกไปถึงบ้านมึง”

(บุกไปเหอะ กูไม่ได้อยู่บ้าน)

“อ๋อ รึจะให้กูบุกไปห้องแฟนมึง น้องอะไรน้า ตัวนอๆ ติดอยู่ที่ปากเนี่ย” ฮอนขมุบขมิบ ลากเสียงยาวแสร้งทำว่าเหนือกว่าเมื่อบังเอิญไปรู้อะไรบางอย่างเข้า

(เชี่ย! มึงรู้ได้ไงวะ) จากที่เคยเป็นต่อ บัดนี้กลับกลายว่าเต็งหนึ่งโดนขู่เอาความลับที่ยังไม่เปิดให้ใครรู้มาข่มได้เสียก่อน

“กูเป็นผู้หยั่งรู้มั้งไอ้สัด บอกมาได้ละว่ามึงวางแผนไปทำอะไรไว้”

(ถ้ากูเล่าแล้ว มึงช่วยทำเป็นไม่รู้เรื่องนั้นก่อนได้ปะวะ)

“เออ ดีล”

(ฮือ กิจะฆ่ากูไหมวะเนี่ย)

“ยังอีก”

(เฮ้อ คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้…)

----------

กิมองคนที่กำลังผิวปากอารมณ์ดีขณะหยิบกีตาร์โปร่งคู่กายขึ้นมาวางบนตัก อีกฝ่ายอารมณ์ดีเหมือนคนเพิ่งไปโดนยาคึกคักตัวไหนมาสักตัวหนึ่ง

“มึงไปโด๊ปยามาปะเนี่ย” กิก้มมองด้วยความหวาดระแวง

“ฮะ เปล่าสักหน่อย” ร่างสูงหันมายิ้มตอบด้วยใบหน้าที่มักใช้ในการโปรยเสน่ห์ ก่อนจะหันไปผิวปากหวิวอีกรอบขณะปรับสายกีตาร์เพื่อจูนเสียง

กิยังคงมองคนที่นั่งเอนหลังพิงโซฟาด้วยใบหน้าหวาดๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปดูซีรีส์ที่กำลังฉายบนหน้าจอแทนเมื่อคิดได้ว่านั่งมองมันไปก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา

ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงซีรีส์ที่กำลังดูอยู่ก็จบลง กิจิ๊ปากเมื่อตอนที่เพิ่งจบลงคือตอนสุดท้ายบนเว็บ นั่นคือเขาต้องรอไปอีกอาทิตย์ถึงจะได้ดูตอนต่อไป

“กิ ลงมานี่หน่อย”  ขณะที่กำลังเลื่อนหาเรื่องใหม่ดูฆ่าเวลา เขาก็ถูกคว้าข้อมือดึงลงไปนั่งพื้น ฮอนเอื้อมมือไปหยิบรีโมทกดปิดโทรทัศน์ แถมยกกีตาร์มาวางบนตักของเขาแล้วขยับเข้ามาซ้อนหลังแทน

“อะไรของมึง”

“อะแฮ่ม อย่าเพิ่งขัดกูนะตัวดื้อ” ร่างสูงกระแอมในลำคอ

“มึงจะทำอะไร” กิเริ่มหวั่นอยู่ในใจเมื่อรู้สึกถึงการกระทำอันแปลกประหลาด

“กูอะฝันอยากดีดกีตาร์ให้แฟนฟังแบบพระเอกในหนังมานานแล้ว” ชายหนุ่มเก๊กเสียงเข้ม

“พี่แป้งไง มึงไปซื้อกีตาร์มาหัดดีดเพื่อเขานี่” กิอดเอ่ยแซะขึ้นมาไม่ได้ เมื่อได้ยินอีกคนเอ่ยคำพูดที่ทำให้พอจะเดาได้ว่ากำลังคิดทำอะไร

“แหนะ บอกว่าอย่าเพิ่งขัดไงคะ”

ฮอนพรูลมหายใจด้วยความประหม่าเล็กน้อย วางคางลงบนบ่าของคนในวงแขน มือซ้ายยื่นไปจับคอร์ด ส่วนมือขวาก็อ้อมตัวกิไปจับสายกีตาร์ดูเหมือนท่ากอดอยู่กลายๆ

กิขยับตัวยุกยิกคล้ายจะประท้วงว่าท่านี้ทำเขาอึดอัด แต่เมื่อคนข้างหลังเริ่มเกากีตาร์และเมื่อเสียงอินโทรของเพลงอะไรสักอย่างดังขึ้นเขากลับหยุดนิ่ง

“You’ve really caught my eye. I’m usually not this shy but my heart’s gone through some kind of change”

“…”

”We've always been just friends. But lately these feelings for you have gotten in the way”

เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหูเหมือนเสียงกระซิบ แม้ในความเป็นจริงจะไม่ได้เบามากถึงขนาดนั้น แต่กิก็รู้สึกได้ว่ามีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่จะได้ยินเสียงกระซิบนี้เพียงคนเดียว

“So when the stars all align. I'm gonna make you mine”

เสียงทุ้มหยุดไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะดังขึ้นอีกครั้งพร้อมๆ กับเสียงดีดสายกีตาร์ที่เปลี่ยนไป

“Because you and me, we're like milk and tea. We'll stir it up together and still make something sweet”

“…”

“So don't be afraid and just make my day. Just tell me that your heart can feel the same way”

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลมหายใจที่ระรินบนหลังคอหรือเสียงทุ้มอันคุ้นชินกันแน่ที่ทำให้เขาต้องเม้มปากแน่นอย่างนี้ เสียงกลองตีระรัวอยู่ในอกผสมไปกับจังหวะสบายๆ ของกีตาร์โปร่ง ใบหน้าเริ่มร้อนผะผ่าว กิรู้ตัวว่าตอนนี้ใบหูของเขาคงแดงเถือกและมันจะไล้ลามมาทั้งใบหน้าของเขาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แน่ๆ

“It may be crazy but just give it a chance. Cause what we have is good and I just want this to last”

“…”

“So take my hand and we'll never part. We're meant for each other, this is only the start”

“...”

“รักนะ”

“…”

“คำนี้ใช่ไหมที่อยากได้เป็นคำตอบ”

กิหันขวับมามองหน้าผู้พูดทันทีด้วยความตกใจเมื่อเสียงกีตาร์หยุดลงกะทันหันแล้วแทนด้วยน้ำเสียงจริงจังที่เอ่ยข้างใบหู

“ระ รู้ได้ยังไง” คนตัวเล็กพูดตะกุกตะกัก

ฮอนอมยิ้มตอบกลับ “ก็เคยบอกแล้วไงว่ามึงเป็นของกู คิดอะไรอยู่น่ะรู้หมดแหละ”

หลังจากได้ฟังแผนการในคืนวันศุกร์พร้อมกับความกังวลต่างๆ ของกิที่รู้มาจากเต็งหนึ่ง ฮอนก็พอจะเดาได้ว่าจริงๆ แล้วกิกังวลอะไรมากที่สุด

“กูไม่เคยพูดคำนี้แบบจริงๆ จังๆ เลยใช่รึเปล่า ขอโทษนะ ขอโทษที่ไม่เคยพูดมันออกมาแบบจริงจังสักที ขอโทษที่หลายครั้งทำเป็นหยอกทำเป็นเล่นมาตลอด ขอโทษที่ทำให้มึงฝังใจมาจนถึงขนาดนี้ ขอโทษที่ไม่คิดให้ดีก่อนพูดบ้างเลย”

“…” กิเม้มปากแน่น ก้มหน้างุดไม่ยอมหันไปสบตาด้วย

“ถ้าจะบอกว่าครั้งนี้กูจริงจังและคิดมาดีก่อนพูดแล้ว มึงจะว่ายังไง”

ฮอนผละตัวขึ้นจากลาดบ่า วางกีตาร์ไว้ข้างตัว ก่อนจะขยับตัวเองออกจากหลังให้ได้มองหน้าคนในอ้อมแขนชัดๆ

“เป็นแฟนกันนะ”

น้ำเสียงหนักแน่นทว่าแฝงความเว้าวอนทำให้กิยอมเงยหน้าขึ้นมามองในที่สุด

“กับพี่แป้งน่ะ ไม่เคยเล่นกีตาร์ให้เขาฟังเลยนะ พูดจริงจากใจ สาบานให้ฟ้าผ่าเลยก็ได้ จะมีแค่มึงที่กูนั่งแกะคอร์ด ฝึกเพลงเพื่อมาเล่นให้ฟังแบบนี้ แค่มึงกิ …แค่มึงคนเดียว”

ฮอนมองใบหน้าสีฝาดของคนตรงข้ามแล้วส่งยิ้มบางให้ แต่กิกลับก้มงุดลงจนคางชิดอกตัวเองอีกครั้งทั้งที่เพิ่งสบตากันได้ไม่กี่วินาที

“ฮึ ว่าไง” เขาถามย้ำอีกครั้ง ใจแอบฝ่อลงเล็กน้อยเมื่อกิยังนิ่ง กลัวได้รับคำปฏิเสธตอบมาเหมือนหลายๆ ครั้งก่อน แม้ว่าครั้งนี้เขาจะเทหมดหน้าตักทั้งที่ไม่มีพนันอะไรทั้งนั้นก็ตามเถอะ

มุมปากค่อยๆ เหยียดยิ้มกว้างขึ้นเมื่อศีรษะของคนตรงข้ามผงกไปมาทั้งที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมามองสบตา ร่างสูงคว้าอีกคนเข้ามากอดหมับด้วยความดีใจ ปลายจมูกโด่งหอมฟอดเข้าไปที่กลุ่มผมสีดำทันที

“แล้วรักไหม ขอคำตอบด้วยคนได้รึเปล่า”

“ปล่อยยย” กิร้องโวยวายเมื่อรู้สึกถึงแรงรัดที่แนบแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ

“ตอบก่อนเดี๋ยวปล่อย” ฮอนคลายวงแขนเล็กน้อย ไม่วายหาเศษหาเลยโดยการหอมแก้มคุณหนูจอมเขินในอ้อมกอดไปหลายฟอด

“เร็ว จะตอบไหม” เขาเร่งรัดเอาคำตอบด้วยการพรมจูบลงบนใบหน้าคุณหนูในอ้อมกอดหลายๆ ครั้ง ทั้งหน้าผาก แก้ม และริมฝีปากเพื่อให้คนโดนกระทำรำคาญจนทนไม่ไหว

กิไม่ไหวจะหลบหลีกจึงตะโกนออกมาเสียงดัง “เออ!! ปล่อยได้รึยัง!”

“เอออะไรคะ ไม่รู้เรื่องไม่ผ่านนะ”

“เออรักไงไอ้เหี้ย ปล่อยได้แล้ว!”

ฮอนหลุดขำให้กับคำบอกรักแบบฮาร์ดคอของคนตัวเล็กในอ้อมกอด เผลอคลายวงแขนหละหลวม เปิดโอกาสให้กิฟาดเข้าที่ต้นแขนหนึ่งทีก่อนจะวิ่งหนีเข้าห้องนอนไปจนได้

“หนีอีกแล้วนะ!” ฮอนเอ่ยอย่างไม่จริงจังนัก

เขาฉีกยิ้มกว้างอยู่นานพอกับๆ เสียงหัวใจที่เต้นระรัวดังอยู่ในอกข้างซ้าย สายตายังคงมองไปยังประตูห้องที่ถูกปิดล็อกไว้ทันทีที่หนีเข้าไปได้ อาการขี้อายของจอมเขินคงกำเริบหนัก ตอนนี้กิคงกลายร่างเป็นหนูกิตัวแดงนอนคุดคู้อยู่ในผ้าห่มผืนใหญ่ แล้วก่นด่าเขาทั้งที่ใจเต้นระรัวเหมือนกันอยู่แน่ๆ

จำเป็นต้องบอกอีกครั้งรึเปล่าว่าหนูกิของเขาน่ะ…

…น่ารักที่สุดในโลกเลย :)
 



TBC.

ㅡ #ADayWithWCM
ㅡ รีบปั่นมากๆ กลัวทุกคนลืมแต่สปีดได้แค่นี้ค่ะ ฮือแม่555555
ขอบคุณเพลงน่ารักๆ Feel the same - fcj w/chevy ขอบคุณทุกความเห็นด้วยค่า
 :pig4:  :pig4:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 12th Match ♥ (18/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 18-10-2018 22:57:08
 :กอด1: :กอด1: :กอด1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 12th Match ♥ (18/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: mypink801 ที่ 18-10-2018 23:49:01
โง้ยหนูกิ ที่แท้อยากให้บอกรักนี่เองง
หนูแป้งบอกรักรุนแรงจังลูกก เขินรุนแรงอีกต่างหากก
ต่อไปนี้คงหวานกันได้แล้วน้าาา  :hao7: :hao6:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 12th Match ♥ (18/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: yunnutjae ที่ 20-10-2018 11:42:47
ในที่สุดก็เปงแฟนกันแม้จะเปนผัวเมี- แค่กๆ กันก่อนแล้วก็ตาม 55555555555555555555555
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 12th Match ♥ (18/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 20-10-2018 12:40:44
โอ้ยยย หนูกิ ได้สักทีนะฮอน จัดการเลยย ตัวแดงขนาดนี้แล้ว อย่าให้รอดไปได้  :hao7:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 12th Match ♥ (18/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ppseiei ที่ 23-10-2018 12:10:38
กรี๊ดดดดดดด เป็นแฟนกันซะทีนะคะ รักหนูกิจังอยากหอมหัว
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 12th Match ♥ (18/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: memozy ที่ 24-10-2018 15:01:38
อยากพนันบอลด้วยจัง  :hao6:
ขอบคุณค่ะ  :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match 12th Match ♥ (18/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: TheDoungJan ที่ 26-10-2018 02:16:50
อ๋อยยน้องกิ. อยากฟัดแจ้มมั่ง :pig4:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー 12th Match ♥ (18/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: BAKA ที่ 27-10-2018 23:06:40
หนูกิน่าเอ็นดูละเกิน อ่านแล้วรู้สึกถึงความน้องงง อยากบีบ
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー Last Match ♥ (31/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Mayongchees ที่ 31-10-2018 21:45:21
ー Last Match ♥
☁   





หลังจากผ่านวันนั้นไปก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก เราสองคนต่างก็ใช้ชีวิตกันตามปกติ มีเวลาส่วนตัวของตัวเองแต่ก็แบ่งเวลาให้กันและกันบ้าง วันธรรมดาออกไปเรียน วันหยุดก็นอนดูหนังด้วยกันบนโซฟาตัวเดิมในห้อง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนอกจากสถานะของเราสองคนกับตัวเลขบนเครื่องชั่งน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของคนตัวเล็ก

กิมักโดนเต็งหนึ่งแซวว่า ‘ผัวเลี้ยงดีเหรอเนื้อหนังถึงนิ่มขึ้นแบบนี้’ ตอนแรกเขาแค่มองค้อนตอบกลับให้รู้ว่าไม่พอใจ แต่พอเต็งหนึ่งพูดขึ้นอีกว่า ‘ระวังมันไปมีกิ๊กนะ เอ๊ะ รึจะหลงกว่าเดิมวะ’ เขาจึงตบปากมันไปหนึ่งที แล้วเถียงฉอดว่าช่วงนี้แค่ไม่ได้ออกกำลังกายเฉยๆ ฝ่ายที่โดนตีถึงยอมเงียบไป

เดิมทีเขาเป็นกังวลตั้งแต่ก่อนตอบตกลงเลื่อนสถานะแล้วว่าคนข้างกายอาจจะเปลี่ยนไป กลัวอาการที่เต็งหนึ่งเรียกว่า ช่วงโปรโมชั่น จะหายไป พร้อมลามไปหมดกับเรื่องอื่นๆ ด้วย

กินั่งกดโทรศัพท์บนรถแอร์เย็นฉ่ำในช่วงค่ำวันศุกร์ที่ไม่ค่อยสุขเท่าไหร่นักอย่างเบื่อหน่าย แยกสุขุมวิทเส้นหลักในการเดินทางรถติดยาวเป็นกิโลฯ เรียกได้ว่าถ้าเปิดกูเกิ้ลแมพเช็กการจราจรคงเห็นเส้นสีแดงยาวเป็นแถบในแผนที่ ฮอนเอ่ยชักชวนเข้าห้างเพื่อรอให้รถบางตากว่านี้ค่อยเดินทางกลับ แรกเริ่มเขาส่ายหัวไม่เห็นด้วยเพราะกว่ารถจะขยับได้คล่องตัวกว่านี้ก็คงต้องรอไปอีกชั่วโมงสองชั่วโมง แต่อีกคนดันหลอกล่อเขาด้วยหนังในจักรวาลโปรดที่กำลังฉายอยู่ในโรง จึงยอมพยักหน้าตอบตกลงไปแต่โดยดี

พอเอนด์เครดิตของหนังจบลง กิก็หันไปพูดจ้อใส่คนข้างกายทันทีที่เดินออกมาจากโรงหนัง ฮอนลอบยิ้มขณะมองเขาเจื้อยแจ้วถึงสิ่งที่เพิ่งดูจบเมื่อครู่อย่างมีความสุข

“วันนี้อยากกินอะไร” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นขณะก้าวเท้าลงบันไดเลื่อน ตั้งแต่เปิดเทอมมา แทบจะนับครั้งได้ที่เราสองคนออกมาทานข้าวข้างนอกหรือสั่งอาหารเข้ามากินในห้องเหมือนเมื่อก่อน ชายหนุ่มผู้ผันตัวเป็นพ่อบ้านประจำห้องเอาแต่บอกว่าทำกินเองดีกว่า ทั้งปลอดภัยทั้งไม่มีผงชูรส ทั้งได้ฝึกฝีมือไปด้วยอีกต่างหาก กับข้าวเกือบทุกมื้อในแต่ละวันจึงเป็นฝีมือของคุณพ่อครัวมือใหม่เกือบทั้งหมด

“สุกี้ ชาบู เอ็มเค” กิก้าวเท้าลงจากบันได้มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านเอ็มเคพอดิบพอดี จึงคิดลองเอ่ยปากชวนเพราะไหนๆ ก็เข้าห้างมาแล้วทั้งที

“เหรอ ที่ห้องไม่มีหม้อสุกี้อะดิ งั้นเดี๋ยวลงไปซื้อเลย” ฮอนพยักหัวตอบ ไม่ได้สนใจแววตาละห้อยที่กำลังจ้องมองเป็ดย่างในโปสเตอร์ร้านอาหารชื่อดังแต่อย่างใด เขาตกลงกับตัวเองเสร็จสรรพก็กวักมือเรียกให้แฟนเดินตามมา

…ไม่รู้ว่าโดนตามใจจนเสียนิสัยไปแล้วหรือเปล่า เวลาอยากได้หรืออยากทานอะไรแล้วไม่ได้ดั่งใจ มุมปากของเขาจึงค่อยๆ โค้งลงอย่างเห็นได้ชัด

กิก้าวเท้ารี่ คว้าแขนแกร่งเอาไว้ได้ทันท่วงทีก่อนอีกคนจะเดินนำไปไกลมากกว่านี้

“กินนี่เหอะ ไหนๆ ก็มาแล้วเนี่ย” ชายหนุ่มผู้โดนขัดใจสะบัดปลายเสียง ท่าทีไม่พอใจ

“ไม่เอา ทำกินเองดีกว่าค่ะ ได้เยอะกว่าด้วย ไปๆ ซื้อของอย่างอื่นเข้าตู้เย็นด้วยพอดี อยากกินไรอีก” ยังไม่ทันได้แย้งอะไรก็โดนคนเผด็จการคว้ามือไปกุมหลวมๆ แล้วตรงไปโซนมาร์เก็ตทันที

“มึงว่าเอาหม้อแบบไหน เอาแบบปิ้งย่างได้ด้วยไปเลยไหม” ฮอนกอดอกลังเลขณะยืนเลือกหม้อไฟฟ้าอยู่นานสองนาน กิตอบกลับคำถามโดยชี้มือไปทางขวามั่วๆ

“เค งั้นเอาแบบนี้นะ” แล้วก็ได้กระทะไฟฟ้าแบบต้มและปิ้งย่างใส่ลงรถเข็น

…พอโดนขัดใจในเรื่องเล็กๆ ที่ไม่เคยโดนห้าม ทั้งที่อีกฝ่ายตามใจเขามาตลอด อยากได้อะไรก็ได้ ไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้ง ในใจจึงเริ่มแอบหวั่นว่าหรือจริงๆ มันใกล้จะหมดช่วงโปรฯ ที่นึกกลัวขึ้นมาแล้ว

ความคิดกำลังอลหม่านอยู่ในหัว จนกระทั่งเสียงกระซิบบางอย่างดังขึ้นไม่ทันตั้งตัว

“กิ มึงชอบกลิ่นไหน”

ฮอนโน้มตัวเข้ามาพูดเสียงเบาข้างใบหู ใช้มือป้องไม่ให้พนักงานแคชเชียร์อ่านปากได้ กิช้อนตาขึ้นมอง เลิกคิ้วสงสัยว่าอีกคนกำลังหมายถึงอะไร

“กลิ่นอะไร” พูดเสียงเบาตอบกลับ หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึก ไม่ได้กลิ่นอะไรเลยสักอย่างแล้วให้เลือกอะไร?

“ก็ไอ้นั่นไง ที่วางอยู่บนชั้นนั่นน่ะ” ฮอนพยักพเยิดหน้าให้หันไปมองทิศทางซ้ายมือซึ่งมีถุงยางอนามัยเรียงรายไว้บนชั้นวาง กิมองตามสายตาเจ้าเล่ห์ของอีกคน เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า ตีป๊าบเข้าต้นแขนของผู้ที่เอาแต่หมกมุ่นเรื่องแบบนี้ทันที

“ไอ้เหี้ย” ส่ายหน้าระอาพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ใส่ แต่ฮอนกลับหัวเราะเมื่อได้แกล้งให้เขาหัวเสียเล่นๆ

ขอถอนคำพูดแล้วกัน ฮอนยังเหมือนเดิมไม่มีผิด

…หมายถึงเรื่องที่ชอบแกล้งให้เขาอายอยู่เสมอน่ะนะ!

----------

กลับมาถึงห้องตอนเวลาสามทุ่มกว่า กว่าคุณพ่อครัวจะล้างผัก หั่นหมู เตรียมของอะไรต่างๆ เสร็จ หม้อชาบูก็ถูกตั้งในเวลาสี่ทุ่มพอดิบพอดี

“เนี่ยเห็นไหม บอกแล้วว่าทำกินเองดีกว่าเป็นไหนๆ ผักน้อยๆ หมูเยอะๆ แบบที่มึงชอบไง” กิยักไหล่ ไม่พูดอะไรเพราะกำลังเคี้ยวเส้นหมี่หยกอยู่ในปาก มองคนตรงข้ามคีบเนื้อหมูไม่ติดมันแบบที่เขาชอบลงบนส่วนของกระทะร้อน

“ถ้าใส่หมูกรอบได้กูก็จะใส่ให้ แต่ดูแล้วมันคงพิลึกเอาการอยู่นะ หมูกรอบในชาบู” ฮอนทำหน้าปุเลี่ยน

“ถ้าใส่ก็ได้ปะ ใครจะมาว่า ไม่มีคนรู้สักหน่อย” กิพูดขัด

“ก็จริงค่ะคุณหนู ขนาดไข่มุกยังอยู่ในผัดซีอิ๊วได้ ทำไมหมูกรอบจะอยู่ในหม้อชาบูไม่ได้เนอะ” ฮอนหัวเราะ ขณะนึกไปถึงกระแสไข่มุกที่กำลังเป็นไวรัลแพร่หลายในอินเทอร์เน็ตอยู่ในขณะนี้

“ไหนอะ ไปหามาดิหมูกรอบอะ” เจ้าของห้องทักท้วง

“จะกินตอนนี้เลยเหรอ แล้วกูจะไปหามาจากไหนฮึ”

กิเบ้หน้า มองคนที่ทำเป็นพูดอย่างนู้นอย่างนี้ ทั้งที่ไม่มีหมูกรอบให้สักชิ้น

“มัดผมให้หน่อยดิกิ” ร่างสูงรีบเปลี่ยนเรื่อง เสยผมหน้าที่คอยตกลงมายามก้มหัวลงอย่างรำคาญใจ กิวางถ้วยลง ลุกไปหยิบถุงยางมัดผมสีดำที่ซื้อมาไว้ตั้งแต่เมื่อวานก่อนเพราะสงสารคนที่เอาแต่ร้องโอยอยู่ทุกครั้งที่ต้องมัดผม

ฮอนหมุนปิดไฟหม้อไฟฟ้า เมื่อระดับความเร็วการกินของแต่ละคนเริ่มลดถอยลงแต่ของในหม้อยังเต็มจนเกือบล้นออกมา ชายหนุ่มเบี่ยงตัวมาทางขวาเมื่อกินั่งย่อลงข้างๆ ใช้เรียวนิ้วจับกลุ่มผมด้านหน้ารวบเข้าฝ่ามือ

คนตัวเล็กหัวเราะคิกคักอยู่ในลำคอเบาๆ เมื่อผละตัวมองใบหน้าแฟนแล้วเห็นว่าตอนนี้อีกฝ่ายดูเหมือนตัวอะไร

“หัวเราะทำไม” เสียงทุ้มดังขึ้นอย่างฉงน

“มึงเหมือนแมลงสาบอะ แบบมีหนวดเสาอากาศบนหัว” ฮอนไม่รอช้า เอื้อมมือขึ้นไปสัมผัสจุกผมบนหัวทันที

 “แกล้งกูเหรอ” คลำผมที่ชี้โด่เด่อยู่บนหัวสองจุกก็พอจะเดาได้ ว่าทำไมเจ้าของห้องถึงเอาแต่หัวเราะ เขารีบรวบเอวของคุณหนูจอมซนแล้วดึงให้นั่งลงตักตัวเอง ทันทีที่แย่งยางมัดผมสีดำที่เหลืออยู่ในมือเล็กมาได้ก็รีบรวบผมหน้าของกิมัดขึ้นเป็นจุกน้ำพุ

“งั้นมึงก็เป็นพุดเดิ้ล” พูดจบก็ก้มลงไปฟัดแก้มเจ้าพุดเดิ้ลอย่างมันเขี้ยว

กิส่ายหัวหลบหลีกเป็นพัลวัน “โอ้ยยย ไอ้เหี้ยปล่อยก่อนนนน”

“ไม่เหี้ยแล้ว เป็นแมลงสาบค่ะ” ฮอนพูดติดตลก มองหนูแป้งตัวขาวที่ดูนุ่มนิ่มขึ้นกว่าเก่า

“หนูกิอ้วนขึ้นรึเปล่าคะ ฮึบ หนักขึ้นกว่าเดิมใช่ไหม” ชายหนุ่มพูดขณะยกตัวคนบนตักเปลี่ยนท่านั่งให้หันหน้าเข้าหาตัว

“ก็ดูมึงทำกับข้าวแต่ละอย่างสิ” เรียกได้ว่าเกือบทุกมื้อเขากินดีอยู่ดีจริงๆ นั่นแหละ แม้พ่อบ้านมือใหม่คนนี้จะไม่ได้มีฝีมือการทำอาหารมากเท่าไหร่นัก ทำได้เพียงไม่กี่อย่าง ทว่าแต่ละเมนูล้วนเป็นอาหารโปรดของเขาทั้งสิ้น จะรีเควสต์ขอเพิ่มเนื้อรึเปลี่ยนเป็นทะเลก็ได้ทั้งนั้น แล้วจะไม่ให้เขาอ้วนขึ้นได้ยังไงกัน!

“อันนี้คือชมพี่ฮอนอยู่ใช่ไหมคะหนูกิ” ร่างสูงอมยิ้มเมื่อได้ยินว่าเขานี่เองที่เป็นต้นเหตุหลัก แต่กลับไม่ได้เสียใจเลยแม้แต่น้อย ดีใจเสียอีกที่ฝีมือการทำอาหารของตัวเองพัฒนาขึ้นจนสามารถทำให้คนตัวเล็กมีเนื้อมีหนังกับเขาได้บ้าง

“เปล่า อาจจะเพราะช่วงนี้กูไม่ได้ออกกำลังกายต่างหาก”

“เหรอคะ งั้นเดี๋ยวคืนนี้พาออกทั้งคืนเลยค่ะ โอ๊ยๆๆ กิ! เจ็บค่ะ” กิยกมือขึ้นกระตุกสองหนวดบนหัวของคนที่เอาแต่พูดจาสองแง่สองง่ามอย่างแรงด้วยความสะใจ

“สมน้ำหน้า ให้ดึงจนผมหลุดเลยไหม จะได้ไม่ต้องบ่นว่ารำคาญ” กิกระยิ้มกระย่อง มองคนมุ่ยหน้าเพราะโดนทำร้ายร่างกายด้วยแววตาสนุกอย่างปิดไม่ปิด

“ใจร้ายจริงๆ เลยนะแฟน” ฮอนช้อนตามอง เบะปากอ้อนเป็นเด็ก

กิแลบลิ้นใส่หนึ่งที ตั้งท่าจะลุกออกจากตักแต่กลับถูกมือปลาหมึกรัดเอวไว้แน่นเสียก่อน

“ไม่ให้ไปค่ะ”

“ปล่อยดิ ไหนบอกว่าหนักไง”

“หึยยย ใครพูดกัน หนูกิตัวเบาเหมือนนุ่นเลย”

“ตอแหล” กิใช้มือตีแก้มอีกฝ่ายเบาๆ ไปที

“เขาเรียกอยู่เป็นต่างหาก” ฮอนหัวเราะ

“ถ่ายรูปกันก่อนมา” ร่างสูงคลำมือสะเปะสะปะไปทางด้านหลังของตัวเอง จนกระทั่งเจอสิ่งที่ตามหา เขาเปิดกล้องหน้าโทรศัพท์แล้วรัวกดชัตเตอร์ทันทีไม่บอกไม่กล่าว

กิหันหน้าไปตามเสียงรัวแชะๆ ตะเบ็งเสียงด่าเมื่อรูปในกล้องดันเป็นรูปใบหน้าเหวอของเขา ฮอนหัวเราะ ก่อนจะยอมนับเลขถอยหลังใหม่

“นึง ส่อง ซั่ม”

แชะ แชะ แชะ

เสียงชัตเตอร์ดังรัวตามบริบทที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากช่วงแรกที่ยิ้มโชว์ฟันขาวกันอยู่ดีๆ กิอาศัยว่าอีกคนมีมือเหลือว่างข้างเดียว จึงใช้มือดึงจุกทั้งสองบนหัวของนายแมลงสาบ อีกคนก็ใช้มือดึงกลับ แกล้งกันไปกันมา รูปรองสุดท้ายดันกลายเป็นใบหน้าเหวอๆ ของกิเมื่อโดนริมฝีปากประทับอยู่ข้างแก้มอย่างไม่ทันตั้งตัว

แน่นอนว่ารูปสุดท้ายกลายเป็นใบหน้ายิ้มแฉ่งของฮอน แต่คนตัวเล็กดันทำหน้าบูดใส่กล้องเสียอย่างนั้น

-------

เสียงพูดคุยดังขึ้นจอแจในเที่ยงของวันถัดมาหลังเลิกคลาสเรียน กิเก็บชีทเรียนและของใส่กระเป๋า เพื่อเตรียมกลับห้อง อาจารย์ยังไม่ทันได้เดินไปไหน เพื่อนสนิทคนข้างๆ ก็เอ่ยทักเสียก่อน

“เปิดแล้วดิ?” เต็งหนึ่งโน้มหน้าเข้าถามพร้อมยื่นจอโทรศัพท์ให้ดู

ในนั้นปรากฏรูปที่ฮอนอัปโหลดลงอินสตาแกรมเมื่อคืน เป็นรูปตอนที่พวกเขากดรัวถ่ายจุกบนหัวกันนั่นแหละ

“นี่เรียกว่าเปิดปะ” กิตอบกลับด้วยคำถาม

“อ้าว ตกลงยังไง นี่มึงถามจริงรึกวนกูเล่นๆ เนี่ยกิ” เต็งหนึ่งฮึดฮัดเพราะความอยากรู้อยากเห็นของเขาเอง

“ถามจริงๆ กูก็ไม่แน่ใจ”

ชายหนุ่มผู้เคยเป็นที่ปรึกษารับโทรศัพท์คืน รูปที่อัปโหลดลงค่อนข้างดูเป็นปริศนาเพราะครอปรูปให้เห็นแค่จุกบนหัวกับตาของคนสองคนเท่านั้น แคปชั่นของรูปก็เขียนไว้แค่ว่า ‘คุณหนูพุดเดิ้ลจอมดื้อกับนายแมลงสาบที่น่าสงสารของเขา’ มันกึ่งเปิดตัวแล้วแต่ก็ยังดูกำกวมอยู่ดี

“กูคิดว่ามันเปิดนิดๆ”

“งั้นก็คงเปิดแล้วมั้ง” กิพยักหน้าตอบแต่เต็งหนึ่งกลับขมวดคิ้ว

“มันแบบดูลึกลับกำกวมว่ะ จะไม่บ่นว่ามันไม่ชัดเจนแล้วใช่มะ”

“ไม่บ่นหรอก ก็กูเป็นคนบอกให้มันทำแค่นี้พอแล้ว ตอนแรกมันท้วงบอกจะทำให้ชัดเจนแบบคนทั้งโลกรู้ไปเลย กูถึงต้องปรามเอาให้มันพอดีๆ ก็พอแล้ว”

“ไมอะ จะได้ชัดเจนๆ ไปเลยไง”

“มันก็เยอะไปโว้ย บอกจะลงรูปทุกสื่อโซเชี่ยลแล้วแคปชั่นติดแท็กบอกเลยนะว่าแฟนผม สังคมนี้ไม่ได้มีแค่กูกับมันนะ จะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ไม่มีใครรู้ เกิดวันดีคืนดีโดนแฟนคลับมันรุมด่างี้ทำไง คือมึงเข้าใจไหมว่าชีวิตกูยังต้องการความสงบสุขอยู่”

“เออ ก็พอเข้าใจอยู่” เต็งหนึ่งพยักหน้าเออออ

 “ความชัดเจนสำหรับกูคือมันเลิกทำตัวแบบเดิมก็พอแล้ว แค่มันบอกว่ามีแฟนแล้วครับกับคนที่เข้ามาถามสถานะมัน กูก็พอใจแล้วนะ” พอได้พูดแล้วก็เหมือนได้ปลดปล่อยความอัดอั้นในใจของตัวเองขึ้นมานิดหน่อย เพราะทั้งฮอนและเต็งหนึ่งดูจะคิดถึงความหมายของคำว่าชัดเจนลึกมากเกินไป

“จริง เห็นด้วยมากๆ แล้วแบบถ้ามึงคบกับแฟนมาได้ประมาณนึงแล้ว แต่แฟนมึงไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเราทั้งสองคนเลย มึงคิดยังไงอะ แบบอันนี้เรื่องของเพื่อนกูนะ มันฝากถามมา กูแค่อยากลองฟังคำตอบของคนอื่นไปบอกมันบ้าง” แม้เต็งหนึ่งจะพูดด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนถามสภาพดินฟ้าอากาศ แต่กิก็สังเกตเห็นแววตาที่ไหววูบนั้นได้

“แล้วถามแฟนมึงรึยังว่าทำไมถึงไม่อยากให้คนรู้”

“ไม่รู้ดิ ยังไม่เคยถาม เห้ย! ไม่ใช่แฟนกู ก็บอกว่าเรื่องของเพื่อนไง” เต็งหนึ่งรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน

กิเลิกคิ้ว “เอาแต่บอกให้กูเปิดปากถามเพื่อความชัดเจน มึงน่ะบอกตัวเองก่อนเลยไอ้หนึ่ง” กิส่ายหัวเบาๆ ว่าจบก็ลุกขึ้นสะพายกระเป๋าเดินออกจากโต๊ะ

“ก็บอกว่าเรื่องของเพื่อนไงโว้ย!”

เขาโบกมือลาเพื่อนสนิทขณะก้าวเดินออกจากห้อง ทิ้งให้ที่ปรึกษาซึ่งเก่งในเรื่องของคนอื่นแต่เรื่องของตัวเองดันล้มเหลวนั่งอยู่ในห้องคนเดียว

--------

เสียงก๊องแก๊งของโลหะกระทบกันดังขึ้นยามที่ฮอนหยิบเบียร์กระป๋องออกมาเรียงใส่ตู้เย็น วันนี้กิมีเรียนแค่ช่วงเช้า แต่เขามีเรียนเต็มวัน แฟนตัวนุ่มของเขาเลยกลับมาถึงห้องตั้งแต่บ่าย ขากลับเขาจึงได้แวะซื้อเบียร์เข้ามาตุนสำหรับอยู่ดูฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในค่ำคืนนี้

“วันนี้มีบอล อยู่ดูเป็นเพื่อนหน่อยดิ” ฮอนเอ่ยพูดขณะเดินออกมาจากห้องครัว ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเดินมาถึงหน้าโซฟา

“ฮึบ ไม่ แฮก… ไม่ดู”

เสียงหอบกระเส่าที่มาจากการลุกนั่งของเจ้าของห้องนั่นเองที่ทำให้เขาชะงัก เมื่อก่อนกิมักจะออกกำลังกายโดยการซิทอัพในตอนเย็นเกือบทุกวันอยู่แล้ว ทว่าตั้งแต่ช่วงย้ายเข้ามาขออาศัยห้องอยู่ด้วยเมื่อตอนปิดเทอมใหญ่ก็ไม่เห็นทำมานานจนลืมไปเสียแล้ว

ฮอนเดินลงไปนั่งย่อข้างกายคนที่ทำขยันขันแข็ง เสียงหอบเหนื่อยดังถี่ขึ้นตามตัวเลขจำนวนครั้งที่เอื้อนเอ่ย

“สาม ฮึบ สะ สิบสี่” ทันทีที่หน้าผากชนหัวเข่า กิก็ปล่อยตัวร่วงลงไปนอนแผ่บนพื้นด้วยความเหนื่อยล้า

ฮอนหัวเราะเบาๆ กับท่าทีหมดสภาพของจอมดื้อ

“นึกคึกยังไงออกกำลังกายฮึ”

“มีแต่คนทักว่ากูอ้วนขึ้น” ประโยคพูดปนกับเสียงหายใจหอบ

“จะไปแคร์อะไร กูอุตส่าห์ขุนมึงขึ้นมาได้ขนาดนี้” ฮอนยิ้ม เอื้อมมือไปขยี้หัวแฟนจอมดื้อเบาๆ

“ไม่รู้ดิ พอคนทักมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นไม่มั่นใจไปแล้ว”

“อย่าคิดมาก”

“ก็รู้สึกจริงๆ”

“เอ้างั้นฮึบใหม่ มาเดี๋ยวจับขาให้”

“เดี๋ยวววว พักก่อน เหนื่อย” กิร้องโวยวาย สลัดมือที่ถูกจับดึงขึ้นออกด้วยความเหนื่อยอ่อน

ฮอนขยับตัวอ้อมมาที่ปลายเท้าเพื่อหวังจะช่วยจับให้ลุกนั่งง่ายขึ้น หัวเราะในลำคอเบาๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นจอมดื้อกำลังงอแง

“งั้นก็เปลี่ยนกัน มาจับขาให้กูมา” ว่าจบก็ดึงข้อมือคนที่กำลังนอนแผ่อยู่ให้ลุกขึ้นนั่ง แล้วตนเองนอนราบไปบนพื้นแทน

แม้ท่าทีกิจะดูอ่อนแรงแต่ก็ยึดข้อเท้าของอีกคนไว้และจับแน่นยามที่ฮอนเกร็งตัวขึ้นนั่ง

“หนึ่ง” เสียงทุ้มเริ่มเอ่ยนับตัวเลขเมื่อชันตัวขึ้นนั่งสลับวนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเริ่มเหนื่อย สปีดเริ่มช้าลงจึงทำทีชวนคุย

“เคยดูคลิปที่เขาแชร์กันเยอะๆ มะ ที่แฟนคู่นึงเขาซิทอัพกันอะ” จู่ๆ คลิปที่เคยดูในเฟซบุ๊กก็โผล่เข้ามาในหัว เขากระยิ้มกระย่องเมื่อหาทางรังแกจอมดื้อได้อีกครั้ง

กิทำหน้าสงสัย ส่ายหัวเบาๆ “เป็นยังไง คิดไม่ออก”

ฮอนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ นอนแผ่ราบก่อนจะยันตัวขึ้นนั่งมองหน้ากิครู่หนึ่ง “เขาทำแบบนี้”

จุ๊บ

ริมฝีปากประทับกันและกันเบาๆ ฮอนนอนลงแล้วชันกายขึ้นอีกครั้ง

จุ๊บ

ใบหน้าของคนถูกรุกรานอย่างไม่ทันตั้งตัวเริ่มร้อนผ่าว เส้นเลือดภายในตัวไหลเวียนมากองอยู่บนใบหน้าเมื่อความเขินมาเยือน แก้มนุ่มๆ ขึ้นสีแดงฝาด เผลอปล่อยมือจากข้อเท้าของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว

ฮอนชันกายขึ้นอีกครั้ง ก้มลงประทับริมฝีปากอย่างแผ่วเบาพร้อมจับฝ่ามือที่ละไปให้มาแตะข้อเท้าเขาไว้ใหม่

“ทำแบบนี้แล้วรู้สึกหายเหนื่อยเลยเนอะ ซิทอัพอีกร้อยครั้งก็ทำได้แล้วตอนนี้อะ”

กิสบถพร้อมยกฝ่ามือขึ้นฟาดแขนคนที่หาเศษหาเลยกับเขาได้ตลอดเวลา “อีกแล้ว!”

“เอาอีกเหรอคะ” พูดจบก็ก้มลงทาบริมฝีปากกับคนตรงหน้าอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ดูดดื่มขึ้นมากกว่าเก่าเมื่อชายหนุ่มส่งลิ้นเข้าไปคุกคามในโพรงปากพร้อมตวัดปลายลิ้นหยอกล้อ

ผละตัวออกยามห้วงลมหายใจของกิสะดุด มองสีหน้าแดงๆ เพราะความเขินอายที่โดนแกล้งมากี่ครั้ง กิก็ไม่เคยชินเสียที ยิ่งมองยิ่งทนไม่ไหว ยกมือกุมไหล่กิเอาไว้แล้วดึงเข้ามากอดรัดฟัดแก้มนุ่มๆ ของเจ้าตัวหลายๆ ที

“โอ๊ย ปล่อยได้แล้ว” กิรัวกำปั้นทุบหลังของอีกฝ่ายเพื่อให้ยอมปล่อยเขาออก

“ได้วิธีซิทอัพแบบไม่เหนื่อยละ เดี๋ยวพาออกบ่อยๆ เลยทีนี้”

“ไม่ต้องเลย มึงมีแต่ได้ กูเนี่ยเสียเปรียบ”

“เสียอะไรเล่า ก็ได้ออกกำลังกายไง”

“เลิกพูด เงียบ!”

ฮอนเม้มปากแน่นเมื่อโดนแฟนตัวเล็กชี้หน้าพร้อมทำหน้าตาโหดขึงทั้งที่แก้มยังขึ้นสีฝาด

“สรุปอยู่ดูบอลเป็นเพื่อนกูนะ”

“กี่โมง”

“ตีสอง”

“ดึกชิบหาย เรื่องอะไรจะอยู่วะ พรุ่งนี้ก็มีเรียน”

“เรียนบ่ายนี่”

“บ่ายแล้วไง ชีวิตนี้สำหรับกูการนอนสำคัญกว่าการมานั่งดูอะไรที่ไม่เข้าใจอะ”

“ใจร้าย”

“ธรรมดา”

“หนูกิใจร้ายมากๆ”

“ลุกไปทำกับข้าวได้แล้ว หิว!” กิตวาด ยกมือขึ้นพัดใบหน้าร้อนๆ ของตนเองแล้วเดินหนีหายเข้าไปในห้องนอน

พ่อบ้านหนุ่มไม่สามารถทำอะไรได้ เขาลุกขึ้นเดินคอตกไปห้องครัวทันทีที่ได้ยินคำสั่งของคุณหนูประจำห้อง

--------

หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จเรียบร้อย เราสองคนก็นั่งดูซีรีส์ที่ค้างไว้ต่อให้จบ เจ้าของห้องที่เมื่อหลายชั่วโมงก่อนปฏิเสธไม่ยอมดูบอลเป็นเพื่อนเขา สุดท้ายตอนเกือบตีหนึ่งก็ยังนั่งจุมปุ๊กอยู่ข้างๆ โดยอ้างเหตุผลที่ว่ายังดื่มเบียร์ไม่หมดกระป๋อง

ฮอนอมยิ้มอยู่ในใจขณะอ้อนขอให้กิมัดผมให้ แฟนตัวเล็กบ่นอุบอิบเหมือนทุกครั้งแต่ก็ยอมเดินไปหยิบยางมามัดให้เฉกเช่นทุกครา

“หาวกี่ครั้งแล้วเนี่ย” ฮอนหันไปมองคนข้างกายที่ยกมือปิดปากหาวหวอดหลายครั้ง ไม่ยอมไปนอนแบบที่ปากว่า ไว้สักที ดวงตากลมยังคงจับจ้องอยู่บนจอโทรทัศน์ที่กำลังฉายฉากฆาตกรเร้นกายแฝงในความมืดด้วยสีหน้าลุ้นระทึก

“จบตอนนี้ก่อนแล้วกัน” พูดจบก็เอื้อมมือไปหยิบเอ็นไก่ทอดที่เขาทำไว้เป็นกับแกล้มเข้าปาก

หลังซีรีส์ตอนนั้นจบได้สักพัก บอลแมตช์ที่เขารอมาทั้งวันก็เริ่มถ่ายทอดสด ฮอนไม่ได้เอ่ยทักอะไรออกไปอีกเมื่อคนข้างๆ ยังนั่งอยู่ด้วยกัน แม้จะรู้ว่ากิปากแข็งไปอย่างนั้น มักปฏิเสธไว้ก่อนเกือบทุกครั้ง แต่จริงๆ แล้วใจดีเป็นที่หนึ่ง บอกว่าจะไม่ดูแต่ก็ยอมนั่งอยู่ด้วยกัน ถ้าพูดแซวออกไปคงไม่แคล้วโดนโกรธแล้วก็สะบัดก้นเดินเข้าไปนอนทันทีแน่ ดังนั้นเขาจึงตีเนียนนิ่งเงียบเหมือนกิ มีแฟนนั่งดูอยู่ด้วยกันแบบนี้ดีกว่าดูคนเดียวเป็นไหนๆ

“พนันกันปะ” ไม่ทักแต่ก็ใช่ว่าจะไม่พูดอะไร แล้วประโยคนี้ก็เรียกความสนใจจากกิได้เป็นอย่างดี

คนตัวเล็กกว่าหันขวับ “เหี้ยไรอีกอะ ไม่เล่นด้วยนะ”

“โห่ ฟังกันก่อนดิ ครั้งนี้คือหนูกิอยากได้ไรอะ ให้เลือกได้หมดเลยค่ะ พูดจริงๆ ไม่หลอกแบบครั้งก่อนแล้ว”

“ไม่อยากได้ไรทั้งนั้นอะ”

“เล่นเหอะ ไม่งั้นจะบังคับเหมือนตอนนู้นนะ” ฮอนพูดถึงพนันบอลครั้งแรกของพวกเขาที่พยายามหาทางแบบคนเจ้าเล่ห์ให้กิยอมรับคำพนัน

“เหี้ยอะ แล้วถ้ามึงชนะล่ะ” กิหน้ามุ่ย มองฮอนที่กระตือรือร้นขยับกายเข้ามาหาเมื่อได้ยินคำถามอย่างกับได้ยินคำตอบรับแล้วเสียอย่างนั้น

“แทนตัวว่า หนู ได้รึเปล่าคะ แค่วันเดียวก็ยังดี”

“ตลกละ” กิเบือนหน้าหนีเป็นเชิงตอบปฏิเสธ

“นะๆ หนูกิคะ น้าาาาา วันเดียวเอง”

“ไม่ อ่านปากนะ ไม่!” กิหันหน้ามาเน้นย้ำคำปฏิเสธชัดๆ

“ถ้ามึงชนะกูยอมเป็นหมาเลยเอ้า แบบคลานสี่ขา เห่าบ๊อกๆ โฮ่งๆ เป็นหมาเชื่องๆ จะทำอะไรก็แล้วแต่คุณหนูจะบัญชาเลยค่ะ”

กิปรายตามองเมื่อได้ยินข้อเสนอที่ค่อนข้างพิสดารแต่ก็เรียกความสนใจจากเขาได้พอสมควร

“เจ็ดวัน”

“ฮะ? วันเดียวก็พอแล้วม้างงงง” ฮอนเบิกตาโพลงแล้วรีบยิ้มแหยขอลดวันลง ใช่ว่าทีมที่เขาลงพนันจะชนะร้อยเปอร์เซ็นต์เสียหน่อย อะไรก็เกิดขึ้นได้เหมือนแมตช์เยอรมันกับเกาหลีในครั้งนั้นทั้งนั้นแหละ

“ห้าวัน ห้ามต่อ ไม่งั้นก็ไม่ตกลง”

“แสดงว่าถ้ากูยอมรับข้อเสนอเป็นหมาห้าวัน มึงจะยอมตกลงใช่ไหม”

“อื้อ”

“โอเค!” ได้ยินดังนั้นฮอนก็รีบรับปากทันทีด้วยกลัวว่ากิจะเปลี่ยนใจเสียก่อน

หลังจากทำสัญญาเรื่องข้อพนันกันเรียบร้อย กิก็เสนอให้เป่ายิงฉุบเพื่อเลือกทีมอีกครั้ง เขาไม่สันทัดเรื่องทีมฟุตบอลเท่าไหร่นัก เพื่อความยุติธรรมจึงเลือกทีมโดยแบ่งว่าถ้าใครชนะให้อยู่ฝั่งนี้ ใครแพ้ก็อยู่อีกฝั่ง ผลที่ปรากฏออกมาคือฮอนแพ้ไปตามระเบียบ ส่วนเขาผู้เป็นมือดีในการเป่ายิงฉุบก็ชนะฉลุย แม้จะไม่มีดวงเรื่องการพนันเท่าไหร่นักก็ตาม

เวลาผ่านไปได้แค่ครึ่งแรก กิก็เริ่มตาปรือ ฮอนโน้มตัวเข้าไปใกล้ จับไหล่แฟนตัวเล็กให้โน้มตัวล้มลงมานอนบนตักแทนการนั่งท้าวคางสัปหงก กิไม่ได้ขัดขืน เพียงแค่ช้อนสายตามองใบหน้าของฮอนเท่านั้น

“ง่วงก็นอน” เขาพูดเบาๆ

“ฮื่อ ยังไม่ง่วงสักหน่อย” น้ำเสียงฟังดูแผ่วเบาเหมือนดังไกลมาจากในห้วงนิทรา

ฮอนเอื้อมมือไปคว้ารีโมทเพื่อลดเสียงโทรทัศน์ลง มือซ้ายขยับเข้ามาคลึงนวดบนกลุ่มผมสีดำ สัมผัสแผ่วเบาบนศีรษะทำให้กิเริ่มผ่อนคลายและใกล้จะเคลิ้มหลับในที่สุด สบายเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กตัวเล็กที่มีคุณย่ามากล่อมเข้านอนเมื่อนานมาแล้ว

“หลับยัง” ฮอนก้มหน้าถาม ดวงตาที่ก่อนหน้าปรือปรอยแต่ในเวลานี้ปิดสนิทลงเรียบร้อย

“ฮื่อ” กิครางตอบรับให้รู้ว่าเขายังมีสติอยู่ ยังไม่ได้หลับสักหน่อย

ฮอนอมยิ้ม ก้มลงหอมเหม่งหนูแป้งของเขาหนึ่งทีขณะที่มือซ้ายก็ยังคงลูบบนกลุ่มผมแสนนุ่มอยู่แบบนั้นไปเรื่อยๆ

“หลับยัง” ครั้งนี้พูดเสียงเบาคล้ายกระซิบเพราะกลัวไปก่อกวนคุณหนูที่ผ่อนลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแล้ว ไร้เสียงตอบรับกลับมาแตกต่างจากเหมือนครั้งก่อน

ฮอนคลี่ยิ้ม ก่อนจะกดรีโมตเพื่อปิดโทรทัศน์ลง แม้ว่าฟุตบอลนัดที่เขาตั้งใจรอดูมาทั้งวันจะยังไม่จบลงก็ตาม สอดแขนเข้าช้อนตัวแฟนซึ่งหลับสนิท อาจเพราะเหนื่อยกับการออกกำลังกายเมื่อเย็น ความเหนื่อยผสมกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ในเบียร์คงเสริมให้หลับลึกมากขึ้นถึงได้ไม่รู้สึกตัวยามที่โดนเขาอุ้มขึ้นแบบนี้

เขาค่อยๆ วางตัวคนในอ้อมแขนลงบนเตียงอันคุ้นเคย ล้มตัวลงนอนข้างๆ ก่อนจะตวัดผ้าห่มขึ้นคลุมให้คุณหนูขี้เซาผู้ที่ติดผ้าห่มและหมอนข้างมากกว่าใครๆ

...แท้จริงแล้วแมตช์ของพวกเราสองคนเพิ่งจะเริ่มต้นกันต่างหาก

ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ผลคะแนนจะออกมาเป็นแบบไหน ไม่รู้ว่าทีมไหนจะแพ้หรือจะชนะ ไม่รู้ว่าเขาจะได้กลายเป็นหมาหรือกิจะได้กลายเป็นหนู ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับคนในอ้อมกอดของเขาตอนนี้ยังคงเป็นคนเดิมเหมือนเดิมมาตลอดสี่ห้าปี และเขาก็หวังว่าจะเป็นคนนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ตลอดไปที่ไม่มีอยู่จริง แต่เรื่อยๆ ไปแบบนี้ในทุกวันก็พอใจมากแล้ว

จะยังคงมีแมตช์ของพวกเราในวันพรุ่งนี้ ในเมื่อรืนนี้ ในอาทิตย์หน้า ในเดือนหน้า และในปีหน้าต่อๆ ไป เป็น A Day with Our Match นานตราบนานที่เรามีกันและกันเสมอไป


 
- END –



ー #AdaywithWCM

แง่ม ช่วงแรกๆ คิดว่าค่อยทอล์คยาวๆ ทีเดียวตอนจบแล้วกัน แต่พอถึงตอนจบจริงๆ ดันไม่รู้จะพิมพ์อะไรเลยค่ะ ; _ ;
ทอล์คไม่ค่อยเก่ง มีแต่คำว่า ขอบคุณเสมอ ให้กับทุกๆ คนนะคะ จบแล้วจริงๆ ค่ะ ไม่สั้นหรอกเนอะ ฮ่าาาา เดิมทีมันเป็นแค่ชั่ววูบ อยากแต่งแค่ตอนสองตอนแต่ดันลากมาเป็นสิบนี่ก็คิดว่ายาวเกินไปล้าวววว (ตอนแค่นี้ยังใช้เวลาแต่งสามสี่เดือน โธ่)
เดี๋ยวจะมีตอนพิเศษมาเสิร์ฟให้เรื่อยๆ นะคะ (แต่คงไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอน ._.) อยากเห็นคนเป็นหมากด 1 อยากเห็นคนเป็นหนูกด 2 ไว้ได้เลยค่า ฮ่าาา ♥
 :pig4:  :pig4:  :pig4:  :pig4:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー Last Match ♥ (31/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 31-10-2018 22:22:59
อ่าวว จบแล้ววว เราคิดถึงน้องกิแน่ๆเลย อยากให้มีตลอดไปค่ะ กดสองรัวๆ หนูแป้งลูกแม่ อยากเห็นน้องแทนตัวเองว่าหนูสักครั้งเป็นบุญตา ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆ ตลอดมานะคะ  :กอด1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー Last Match ♥ (31/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: AeAng11 ที่ 31-10-2018 22:39:28
กด 2 ตัวหย่ายๆสนุกมากค่ะน่ารักทั้งคู่รู้สึกว่าหนูฮอนรักหนูกิมากๆขอบคุณนะคะ
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー Last Match ♥ (31/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: manami1155 ที่ 31-10-2018 22:44:03
งื้ออออออออ
จบไปอีกเรื่องแล้ว
นุ้งกิจะได้แทนตัวว่าหนูไหมหนออออ
รอตอนพิเศษนะคะ
 :กอด1: :กอด1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー Last Match ♥ (31/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 01-11-2018 08:59:41
น่ารักมากๆ รออ่านตอนพิเศษจ้า  :mew1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー Last Match ♥ (31/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: ppseiei ที่ 01-11-2018 19:42:03
จบแล้วววว หนูกิน่ารักที่สุดเยยยยยย
รอตอนพิเศษนะคะ กด 2 รัวๆๆๆๆๆ
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー Last Match ♥ (31/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: mypink801 ที่ 01-11-2018 23:09:04
กด 2 น้าาา
อยากเห็นหนูแป้งเป็นหนูงุ้ยๆ  :mew1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー Last Match ♥ (31/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: CLShunny ที่ 02-11-2018 10:59:11
น่ารักกกกกกกกก เรียบบร้อยยยยยยยย น่ารักกกก อยากชมแบบชมเดกอนุบาลอ่ะค่ะหนูกิ5555555ขอบคุนความมุกมิกค่ะ
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー Last Match ♥ (31/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: grayliette ที่ 10-11-2018 12:19:26
กด2 ค่าาาา อยากเห็นหนูกิเป็นหนู  :hao3:
ขอบคุณสำหรับเรื่องนี้นะคะ สนุก น่ารัก แอบหน่วง ครบทุกอารมณ์เลยย :mew1:
หัวข้อ: Re: {เรื่องสั้น} ❀ A day with Our Match ー Last Match ♥ (31/10/2561)
เริ่มหัวข้อโดย: HappyYaoi ที่ 05-12-2018 12:44:18
 :pig4: :L1: หนูกิน่ารัก