หนี้ชีวิต (Secrets’debt) 31...ไม่มีวันลบออก 12/12/18
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: หนี้ชีวิต (Secrets’debt) 31...ไม่มีวันลบออก 12/12/18  (อ่าน 11410 ครั้ง)

ออฟไลน์ Vermilion Bird

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-12-2018 14:00:55 โดย Vermilion Bird »

ออฟไลน์ Vermilion Bird

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
Re: 1/1 12/04/61
«ตอบ #1 เมื่อ12-04-2018 14:34:25 »

สวัสดีคะ
(หนี้ชีวิต..Secrets’debt)
ถูกย้ายมาจากกระทู้เดิม เนื่องจากคนเขียนลืมเมล์และรหัสผ่านตัวเอง แย่มากๆ เลยมาเปิดกระทู้ใหม่และเปลี่ยนชื่อจาก (KT_MVD) มาเป็น (Vermilion Bird)  ตอนเดิมจะถูกนำมาลงใหม่ด้วย ใครที่อ่านแล้วก็อย่าเพิ่งเบื่อเน้อ ส่วนใครที่ยังไม่เคยอ่าน ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ขอบคุณคะ^^

                                          ................................................................

                                                       ...หนี้ชีวิต...(Secrets'debt)
                                                           By..Vermilion Bird

คนหนึ่งคนเลือกที่จะเป็นหนี้ทั้งที่ชีวิตนี้ไม่เคยกู้หนี้ยืมสิน เพื่อมาใช้ในยามจำเป็นโดยที่ไม่รู้เลยว่าหนี้ก้อนนี้จะทำให้เขาต้องเจอกับอะไรหลายอย่างที่ไม่เคยคาดคิดจากที่เป็นแค่ “หนี้เงิน”กลับกลายมาเป็น “หนี้ชีวิต” ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาจะยังต้องการหนี้ก้อนนี้อยู่หรือเปล่า
                                   
                           “กูจะหาเงินมาใช้มึงให้ครบทุกบาททุกสตางค์จะได้จบสิ้นกันสักที”
           
                                                “ถ้ากูไม่อนุญาต มึงก็ไปไหนไม่ได้!”


                                   ............................................................................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-04-2018 14:47:37 โดย Vermilion Bird »

ออฟไลน์ Vermilion Bird

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
ตอนที่1..จะหาเงินจากไหน 12/04/61
«ตอบ #2 เมื่อ12-04-2018 14:44:03 »

1.จะหาเงินจากไหน

ชีวิตหลังเรียนจบก็คือชีวิตทำงานแต่ละคนก็มีทางเดินที่ต่างกันทั้งที่พอใจทำและทนทำหรืออะไรก็แล้วแต่
“บาส!”
เมื่อรู้ว่าถูกเรียกเจ้าของชื่อที่กำลังวุ่นอยู่กับเอกสารปึกใหญ่คว้าหมวกแก๊ปสีดำที่มีตัวหนังสือสีแดงคำว่า(QC Engineer)ประจำตำแหน่งที่ลืมไม่ได้ไปตามเสียงเรียก ไปถึงก็ถูก ถาม บ่น ตำหนิ ปะปนกันไปเป็นแบบนี้ประจำถามมาต้องตอบได้ถึงจะไม่ใช่งานในความรับผิดชอบของตัวเองก็ตาม แต่ละวันต้องเดินตามฟังคนตำแหน่งสูงกว่าพูดไม่ว่าจะอยู่หรือทำอะไรอยู่ส่วนไหนของโรงงานก็ต้องรีบมาถ้าถูกเรียก
หลังจากเรียนจบบาสก็เข้าทำงานที่โรงงานนี้ตามคำชักชวนของรุ่นพี่ซึ่งเป็นโรงงานผลิตอิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งของญี่ปุ่นชื่อ “ไดซูมิ”มาได้ปีกว่าแล้วในตำแหน่ง(QC Engineer)หรือวิศวะกรการผลิต ทำหน้าที่ควบคุมการผลิตให้มีของเสียน้อยที่สุดกำหนดและปรับวิธีการการทำงานให้ใช้เวลาน้อยที่สุดแต่ได้งานดีที่สุด การใช้เครื่องจักรในสายการผลิตตรวจหาสาเหตุและแก้ไข้ปัญหาเมื่อพบงานเสีย
แต่เขากลับต้องทำหลายอย่างจนเกินตำแหน่งหน้าที่...
“คุณมาวินขอเชิญที่แอสเซมบลีหนึ่งคะ”
(Assembly line (แอสเซมบลี ไลน์) คือ งานผลิตสายการประกอบ)
ที่โรงงานนี้มีทั้งหมดแปดแอสเซมบลีแต่ละแอสเซมบลีมีพื้นที่กว้างและพนักงานในสายการประกอบไม่ต่ำกว่าสองร้อยคน บาสจะอยู่ประจำการที่แอสเซมบลีหนึ่งแต่ละแอสเซมบลีจะมีวิศวกรการผลิตแบบบาสแอสละห้าถึงเจ็ดคน
อีกแล้ว...
เสียงประกาศผ่านไมค์ทำให้คนที่เพิ่งกินข้าวไปได้สามคำถอนหายใจแล้วลุกขึ้นเดินกึ่งวิ่งออกไป
“บาสมาหรือยัง!”
“มาแล้วครับ” คนที่ยืนอยู่ด้วยพูดขึ้นหลังจากเห็นคนที่กำลังรอวิ่งมาแต่ไกล
“ครับพี่บง”
คนที่เพิ่งมาถึงพูดถึงจะเหนื่อยขนาดไหนก็ต้องเก็บไว้
“พี่อยากรู้ว่าเมื่อไรพี่จะได้ข้อมูลของแผนงานใหม่คะพี่รอตั้งแต่เช้านี้เที่ยงแล้ว”
“กำลังรอข้อมูลที่รวบรวมเมื่อเช้าครับผมจะรีบนำมาให้ก่อนบ่ายโมง”
คนถูกจี้ถามรีบพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดยอมรับแต่โดยดี
“พี่จะรอ” คนตำแหน่งสูงกว่าพูดแล้วเดินออกไปพร้อมกับคนเดินตามสองคน
“โดนคนเดียวอีกแล้วไอ้บาสเอ้ยยยยย”
“คลัง” ชายที่มีศักดิ์เป็นเพื่อนพูดขึ้นมองตามคนที่ยืนบ่นเมื่อครู่แล้วหันมองคนข้างๆเขาก็ทำตำแหน่งเดียวกันกับบาสไม่ใช่แค่เขาแต่มีอีกห้าคนแต่บาสมักจะถูกว่าก่อนเสมอเวลามีปัญหาอะไร
“กูช่วย”
“ไปกินข้าวไปเวลายิ่งน้อยๆอยู่” บาสโบกมือไล่เพื่อนแล้วเดินไปหยิบเอกสารขึ้นดู
“รอทำตอนพวกกูมาก็ได้ไปกินข้าวเหอะมึงไหนๆก็โดนแล้ว”
“ทำให้เสร็จๆก็สบายตัว”
คลังมองเพื่อนตัวเองแล้วหมดปัญญาพวกเขาจะสบายไปแล้วทุกวันนี้บาสทำเยอะกว่าตั้งเท่าไรเหมือนเอาเปรียบเพื่อนยังไงไม่รู้
“เอาไรไหม”
ตะโกนถามเพื่อนตัวเองที่กำลังสนใจเอกสารสิ่งที่ได้กลับมาคือ
“กูกินแล้วสามคำ”
คลังถอนหายใจแล้วหันหลังเดินตอนนี้ไม่มีใครอยู่หรอกพักกลางวันมีแต่เพื่อนเขานี้แหละที่ทำงานอยู่คนเดียวเป็นภาพที่ทุกคนเห็นเป็นประจำเวลากลับเข้ามาทำงานที่จะเห็นบาสทำงานอยู่ก่อนคนอื่น
คุณบงกชหรือที่ทุกคนในแอสเซมบลีหนึ่งเรียกพี่บงเป็นผู้หญิงอายุเยอะที่ดำรงตำแหน่งผู้จัดการของแอสเซมบลีนี้ ทำงานเก่ง มีระเบียบ สายตาหลักแหลม รักษาภาพลักษณ์ของหัวหน้าไว้ได้ไม่มีพลาด คำพูดเชือดเฉือดตรงไปตรงมาจนทุกคนกลัวยิ่งเป็นพนักงานใหม่เข้ามาได้ยินเสียงครั้งแรกต้องมีสะดุ้ง ไม่ใช่ว่าบงกชจะโหดร้ายหรือไม่ชอบบาสแต่ที่เวลามีปัญหาอะไรจะเรียกบาสก่อนเสมอเพราะบาสทำงานเก่ง มีความรู้หลายด้าน พูดไปครั้งเดียวรู้เรื่องตอบคำถามได้ทุกครั้งที่ถามถึงแม้จะไม่อยู่ในความรับผิดชอบของตัวเองบงกชจะคุยกับบาสแล้วรู้เรื่องกว่าคนอื่นเลยเป็นอย่างที่เห็น
ที่โรงอาหารเต็มไปด้วยพนักงานนับร้อยนับพันคลังซื้อข้าวมาแล้วแต่ยังหาที่นั่งไม่ได้กำลังมองหา
“ไอ้คลัง”
เสียงเรียกทำให้ต้องมองหาแล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่คนๆหนึ่งกำลังโบกมือเรียกคลังจึงเดินเข้าไปหาเป็นเพื่อนต่างแอสเซมบลีนี้เองแต่ทำไมถึงมากินข้าวที่นี้ละไกลจะตาย
“มาทำไรวะไอ้ไนท์”
“มาดูงานเลยแวะกิน”
“ไอ้ทิคไม่มาด้วยหรอ”
คลังถามหาเพื่อนรู้จักไนท์จากทิคที่เป็นเพื่อนสนิทอีกที
“มาโน้น”
คลังหันมองตามสายตา
“หล่อมาแต่ไกลเลยนะมึง”
คนถูกทักยักคิ้วให้แล้ววางแก้วกาแฟลงเป็นจุดสนใจเหลือเกินมองแล้วซุบซิบกันใหญ่อย่างว่า“ทิคแอสเซมบลีห้า”คนดังมาเยือนทั้งทีคนที่เคยได้ยินแต่ชื่อได้มาเจอตัวจริงก็ต้องตื่นตาตื่นใจส่วนคนที่เคยเจอแล้วก็ยังประทับใจไม่รู้เบื่อ
“จะรีบกินไปไหนวะ”
“กูต้องรีบไปช่วยเพื่อนวะมันทำงานอยู่คนเดียว”
“เวลาพักเนี้ยนะ”
ไนท์ถามอย่างข้องใจ คลังกระดกน้ำลงคออึกใหญ่แล้วพูด
“พี่บงแกจะเอางานมันเลยต้องอยู่ทำ”
ไนท์และทิคหันมองหน้ากัน
“สมคำลำลือจริงๆเจ้บงกชบุญกูกับมึงจริงๆให้ทิค”
“แล้วคนอื่นละ” ทิคถามบ้าง
“มันทำเก่งแล้วก็เข้าใจภาษาพี่บงอยู่คนเดียวพวกกูก็ตัวประกอบไปวันๆ”
“ไม่ไหวๆระบบงานพวกมึง”
“เออ กูไปละจะไปซื้อของไปให้มัน”
“เดี๋ยวไปด้วยกูต้องไปเอาแฟ้มมึงไปก่อนเลยก็ได้ไอ้ไนท์”
ทิคพูดขึ้นขณะคลังกำลังจะลุกทั้งสามเลยนำจานไปเก็บพร้อมกัน ไนท์แยกออกไปส่วนทิคกับคลังก็เดินไปด้วยกันระหว่างทางก็คุยไปเรื่อยเรื่องงาน
“เชี้ยปวดขี้!”
คลังพูดขึ้นแล้วรีบเดินเพื่อให้ถึงห้องน้ำเร็วขึ้น
“ถือดิ๊”
ยัดถุงใส่มือทิคแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไม่วายโพล่หน้าออกมา
“ไอ้ทิคมึงเอาไปให้เพื่อนกูให้ก่อนดิเดี๋ยวมันกินไม่ทัน”
“แล้วกูจะรู้ได้ไงว่าคนไหน”
“โอ้ย!ทั้งแอสเซมบลีก็มีมันอยู่คนเดียวแหละ”
พูดจบก็หายเข้าไปในห้องน้ำ ทิคมองของในมือแล้วเดินต่อเพื่อไปยังจุดหมาย แต่ละแอสเซมบลีไม่มีประตูหรือเป็นห้องอะไรเป็นลานกว้างที่มีป้ายติดด้านหน้าว่าแอสเซมบลีนั้นแอสเซมบลีนี้เดินเข้าไปก็จะมีลานสายพานไว้สำหรับให้พนักงานประกอบชิ้นงานส่วนที่ทำงานสำหรับพวกเขาหรือหัวหน้าจะอยู่ข้างหลัง ทิคเดินเข้าไปเรื่อยๆมองหาเพื่อนที่คลังบอกก็ไม่เห็นแม้เงามีแต่เสียงเครื่องที่ดังอยู่จึงเดินเข้าไปอีกเอกสารยังถูกกางวางไว้แสดงว่าคนๆนั้นต้องอยู่ว่าแต่ตอนนี้อยู่ไหน เสียงกึกกักจากตู้เอกสารทำให้ทิคต้องเดินเข้าไปดูซึ่งก็เป็นไปอย่างที่คิดมีคนกำลังนั่งรื้อเอกสารอยู่ใส่หมวกเหมือนกับเขาก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเพื่อนที่คลังบอก ตาก็มองเอกสารข้างล่างอีกมือหนึ่งก็ยื่นมาดึงแฟ้มชั้นข้างบนด้วยความไม่ระวังทำให้แฟ้มที่ถูกเสียบอยู่ด้วยจะหล่นแต่ทิคไวกว่ายื่นมือไปจับไว้ได้ก่อน คนที่นั่งอยู่รีบลุกขึ้นทันทีเป็นจังหวะที่หันหน้ามาเผชิญกับทิคที่ยืนอยู่ในระยะใกล้มือข้างขวาของทิคที่ดันแฟ้มไว้เป็นว่ามันขังบาสไว้จนหลังติดตู้ ต่างฝ่ายต่างมองกัน ทิคดันแฟ้มให้เข้าไปในชั้นเหมือนเดิม
“มะ.มีอะไรหรือเปล่าครับ”
บาสถามออกไปด้วยเสียงติดขัดมองคนตรงหน้าเพราะไม่เคยเห็นหน้าคงมาจากแอสอื่น
ทิคจึงยื่นถุงในมือให้
“คลังให้เอามาให้”
บาสพยักหน้าเข้าใจแบบงงๆแล้วรับถุงมาทำธุระเสร็จก็เดินไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยบาสมองตามคนแปลกหน้าแล้วได้แต่คิดในใจแปลกคนจริงๆแล้วละสายตาหันมาสนใจแฟ้มเอกสารที่เพิ่งไปค้นมา
งานผ่านไปได้ด้วยดีส่งบงกชได้ทันเวลาถึงจะไม่ได้รับคำชมแบบตรงๆแต่บงกชมักจะยิ้มให้เป็นอันรู้ว่าหมายถึง “ทำได้ดีมาก”แล้วก็ผ่านไปอีกหนึ่งวันที่แสนจะวุ่นวายขึ้นรถได้ก็ทิ้งหัวชนกับเบาะพักสายตา บาสขึ้นรถรับส่งพนักงานกลับบ้านเหมือนพนักงานธรรมดาทั่วไปถึงใครจะมองว่าเป็นถึงระดับเอ็นจิเนียร์ยังขึ้นรถรับส่งพนักงานก็เถอะเขาไม่สนใจหรอกอะไรที่ประหยัดเขาทำหมดรถจอดจนจะถึงบรรไดบ้านอยู่แล้วสะดวกสะบายดีจะตาย มาถึงบ้านถอดรองเท้าแล้วตรงเข้าบ้าน
“แม่”
“กลับมาแล้วหรอบาส”
เสียงแม่ตะโกนมาจากในครัวพร้อมกับกลิ่นหอมของอาหารลอยมาบาสตรงเข้าไปในครัวแล้วกอดแม่จากทางด้านหลัง
“หอมจัง”
“ไข่เจียวธรรมดาหอมอะไรกัน”
“บาสหมายถึงแม่ต่างหาก” พูดจบก็หอมแก้มฟอดใหญ่จนผู้เป็นแม่หัวเราะเสียงดัง
“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไปจะได้มากินข้าว”
บาสพยักหน้ายิ้มให้แม่แล้วเดินออกจากครัวขึ้นห้องอาบน้ำแล้วถึงลงมา แม่ตักข้าวเตรียมไว้ให้เรียบร้อยเมนูวันนี้มีแกงจืด ไข่เจียว และน้ำพริกผัดหมูของโปรด
“อร่อยเหมือนเดิม”
ตักเข้าปากคำแรกก็ชมแม่ยิ้มให้ลูกชายแล้วตักใส่จานให้
“อร่อยก็กินเยอะๆนะลูก”
แค่มองลูกกินผู้เป็นแม่ก็อิ่มแล้ว
“แม่ไม่กินละ” บาสเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นแม่เอาแต่มองจึงถามออกไปแม่ยิ้มบางให้แล้วก้มลงตักข้าวในจานขึ้นกิน
“มีอะไรหรือเปล่าแม่”
“ไม่มีอะไรหรอกลูก”
“…………”
“แม่”
บาสเรียกผู้เป็นแม่ดูจากหน้าตอนนี้ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าแม่กำลังมีอะไรซ่อนอยู่เราอยู่กันแค่สองคนมานานเกินพอที่จะรู้กันเขาสงสัยมาสักพักแล้วว่าแม่ไม่สดใสเหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา
“บาส”
แม่เรียกชื่อแล้วสบตาบาสมองแม่อย่างรอคำพูด
“โรงซ่อมของพ่อจะถูกรื้อ”
“ทำไมละแม่!” บาสถามออกไปด้วยน้ำเสียงตกใจ
“เราไม่ได้จ่ายค่าเช่ามานานแล้วตั้งแต่พ่อตายเจ้เขาจะรื้อให้คนอื่นเช่าต่อ”
“ทำไมแม่ไม่เคยบอกบาส”
“แค่นี้บาสก็รับผิดชอบหลายเรื่องแล้วลูกจริงๆเอาไว้มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่แล้วให้คนอื่นได้ใช้ประโยชน์ดีกว่า”
จึงจะพูดแล้วยิ้มแต่เสียงของแม่เศร้าเหมือนจะร้องเขารู้ดีว่าโรงซ่อมของพ่อมีความหมายกับแม่ขนาดไหนพ่อประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตมาได้สองปีแล้วแต่แม่ยังคงเก็บรักษาโรงซ่อมของพ่อที่เช่าที่เปิดไว้รับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดหน้าหมู่บ้านที่เขาเรียนด้านนี้เพราะสานต่อความฝันของพ่อนั้นเองแต่พ่อกลับไม่ได้อยู่ในวันสำเร็จของเขาแม่ยังคงไปทำความสะอาดโรงซ่อมทุกวันเหมือนว่ายังมีพ่ออยู่มันมีความหมายกับแม่มากจริงๆคนแถวนี้จะรู้ดี
บาสกลับขึ้นมาบนห้องแล้วนั่งลงที่เตียงนึกถึงคำพูดที่คุยกับแม่
(เราต้องหาเงินไปให้เจ้แสนหนึ่งแลกกับโรงซ่อมของพ่อ)
บาสเปิดลิ้นชักเอาสมุดบัญชีธนาคารออกมาดูตอนนี้เขามีเงินเหลือแค่หมื่นกว่าๆเพราะเพิ่งไปจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้านกับพาแม่ไปโรงพยาบาลรักษาอาการของโรคซึมเศร้าที่ต้องไปประจำทุกเดือน เจ้ให้เวลาแค่สิ้นเดือนนี้แล้วเขาจะไปหาเงินเป็นแสนได้จากที่ไหนอีกอาทิตย์เดียว เขาอยากรักษาของรักของแม่ไว้เพราะตั้งแต่พ่อจากไปแม่ก็ทนทุกข์มากพอแล้วสิ่งนี้คือเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจให้แม่ถ้าพ่อป่วยแล้วจากไปคงมีเวลาให้ทำใจแต่นี้พ่อจากไปกระทันหันเกินไปถ้าพ่อยังอยู่ฐานะทางบ้านคงดีเหมือนแต่ก่อน
จะหาเงินเป็นแสนได้จากไหนขายทั้งบ้านยังไม่พอครึ่งเลยบาสทิ้งตัวลงนอนกับเตียงมองเพดานอย่างหมดหนทาง

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +199/-0
 :pig4:

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2528
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-0
รอนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

ขอบคุณที่แจ้งข่าว และมาอัพใหม่

กระทู้เก่านี่โละทิ้งได้เลยใช่ไหม?

ส่วนกระทู้นี้ จะทยอยอัพไปเรื่อย ๆ รายวัน รายสัปดาห์ หรือ อัพจนทันของเดิมที่เดียวรวดครับ?

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2327
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +123/-4
รอพบกันที่กาญ อะเครเนอะ

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1673
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4757
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-18
 :mc4:


ลงต่อรัวๆ เลยน๊าาา

รอๆๆ

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 744
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
ลงใหม่ก็อ่านใหม่จ้า  :L2:

รออ่านตอนใหม่อยู่จ้า :L1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Vermilion Bird

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
2..เจ้าของเงิน

ต่อให้จะเครียดหรือมีปัญหาชีวิตแค่ไหนเมื่อก้าวเข้ามาในโรงงานนี้แล้วคุณต้องวางมันไว้ข้างหลังแล้วจดจ่ออยู่กับงานเพราะมีสายตาหลายคู่จับจ้องอยู่ บาสมองบัตรพนักงานของตัวเองที่แขวนอยู่ที่คอในกระจกแล้วยิ้มให้ตัวเองสู้อีกสักวันแล้วเดินออกจากห้องน้ำซึ่งวันนี้จะเจออะไรอีกก็ไม่รู้
“ได้แดกข้าวพร้อมกันทั้งทีต้องดีขนาดไหนวะ”
คลังเข้าไปต่อแถวซื้ออาหารพูดแล้วกอดคอบาสวันนี้เจ้บงสายโหดปล่อยเพื่อนเขาเป็นอิสระทั้งที
“มึงก็เวอร์ไป”
บาสส่ายหัวในความเล่นใหญ่ของเพื่อน ทั้งคู่ซื้อข้าวแล้วเดินไปหาที่ว่างนั่ง
“กูว่าจะลาพักร้อนสักสองวันไปพักสมอง”
บาสพยักหน้าให้เพื่อนแล้วตักข้าวเข้าปาก
“มึงควรขัดกูไหม”
คลังพูดไปเมื่อไม่เห็นอารมณ์ร่วมของเพื่อน เห็นแบบนั้นเลยหันมาสนใจข้าวในจานต่อแต่สายตาก็ไปเจอเข้ากับของชอบ
“เฮ้ยๆคนนี้แม่งโครตน่ารักเลยมึง เด็กใหม่ๆ”
คลังตาลุกวาวสะกิดให้เพื่อนมองสาวที่ตนเล็งไว้ สาวเจ้ากำลังเดินมากับเพื่อน
“มันใช่อะมันใช่!”
เมื่อเห็นบาสไม่ตอบอะไรจึงหันมอง บาสกำลังเขี่ยข้าวในจานไปมาเหมือนไม่ได้ยินที่เขาพูด
“ไอ้บาส!”
“หะ” บาสสะดุ้งเมื่อคลังตบโต๊ะ
“เป็นไรวะ”
“เปล่า ไม่ได้เป็นไร”
แต่ดูเหมือนคลังจะไม่เชื่อและดูออกว่าเขากำลังมีอะไร
“ไอ้บาส”
เสียงกดๆและสายตาที่ส่งมาทำให้บาสรู้ว่าเขาคงต้องพูด
“โรงซ่อมพ่อกูจะโดนรื้อ”
“ทำไมวะ”
“กูไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าที่”
บาสยิ้มเจือนกลบเกลื่อนเห็นแล้วเศร้ากว่าทำหน้าเครียดเสียอีก ก้มลงมองข้าวในจานตัวเอง
“เท่าไรวะ”
“แสนหนึ่ง”
“แสนหนึ่ง!!”
คลังพูดดังจนคนหันมามองเมื่อรู้ว่าเป็นจุดสนใจจึงลดเสียงลด
“เยอะขนาดนี้จะไปหาจากไหนได้วะ”
บาสส่ายหัวตอบ
“ถึงยังไงก็ต้องหาให้ได้ กูอยากรักษาของๆพ่อให้แม่มึงก็รู้ว่าโรงซ่อมมันมีความหมายกับแม่ขนาดไหน”
คลังเครียดไปกับบาสเลยทีเดียว เขาก็ใช่ว่าจะมีเงินเก็บขนาดนั้นก็อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าพนักงานโรงงานไม่ได้รายได้มากมายอะไร นี้ขนาดตำแหน่งพวกเขาดีขนาดนี้นะ อีกอย่างอายุงานพวกเขาก็ยังน้อยเด็กจบใหม่ปีกว่าๆเอง พวกที่ดูรวยก็มีพื้นฐานมาจากทางบ้านทั้งนั้นแหละ
“กูก็ไม่มีให้ยืมวะ”
“เฮ้ย ไม่เป็นไร”
บาสยิ้มให้ อย่างน้อยคลังก็เป็นห่วงแค่นี้ก็ดีใจแล้ว
“อย่าไปหากู้หนี้นอกระบบนะมึง!เห็นข่าวไหม”
“ไปเหอะกูต้องไปเคลียร์งานต่อ”
บาสยิ้มไม่ตอบคำถามแต่เปลี่ยนประเด็นแล้วทำเหมือนไม่ได้เครียด กระปรี้กระเปร่าจะไปทำงาน แต่ทำไหมจะดูไม่รู้ว่ากำลังกลบเกลื่อน บาสก็เป็นแบบนี้ทุกทีเวลามีปัญหาอะไรเก็บเก่งเหลือเกินความรู้สึก แต่เวลาเพื่อนมีปัญหาก็ช่วยซะอย่างกับเป็นปัญหาของตัวเอง คลังมองเพื่อนอย่างจนปัญญา
“เอาจานไปเก็บให้กูด้วย”
“มึงจะไปไหน”
“ไปซื้อยาแก้ปวดแดก!มึงทำกูเครียดเนี้ย”
พูดจบก็เดินส่ายหัวออกไปเลย บาสมองตามเพื่อนแล้วถือจานไปเก็บ
ส่วนคลัง เดินตรงเข้ามินิมาร์ทแล้วหยิบสิ่งที่ต้องการเพิ่มเติมคือเครื่องดื่มชูกำลัง
“ซื้อไปให้ถ้าเขาไม่เอาจะไม่หน้าแตกหรอแก”
“คนอย่างพี่ทิคเขาไม่ทำร้ายน้ำใจใครหรอก”
!
ชื่อในบทสนทนาทำให้คลังหูผึ่ง แอบฟังสองสาวข้างๆที่กำลังเลือกของกันอยู่
“ดูจะจริงจังมากนะแกเนี้ย”
“แน่นอน จะปล่อยไปได้ไงทั้งหล่อทั้งรวย”
ทั้งหล่อ ทั้งรวย
รวย
รวย
รวย
ใช่!
ลืมไปได้ยังไงนะมีเพื่อนรวยนี้หว่า!
คลังรีบจะออกจากมินิมาร์ท แต่ก็ยังอุตส่าห์วิ่งเอาของมายื่นให้สองสาว
“ฝากเก็บที่เดิมด้วยนะครับ”
หนึ่งในสองสาวรับมาแบบงงๆส่วนคลังวิ่งออกจากร้านตรงเข้าไปกอดคอบาสที่ยืนรออยู่หน้าร้านจนเจ้าตัวที่ยืนหันหลังอยู่ตกใจ
“ปะ”
“ไหนยาอะ” บาสถามหลังจากเห็นเพื่อนตัวเปล่า
“ยาของกูต้องไปเอาที่แอสห้า”
“หะ”
“เออน๊า..ไปเหอะจะรีบไปเคลียร์งานไม่ใช่หรอ”
คลังยิ้มแล้วกอดคอลากให้บาสเดิน เกือบจะถึงอยู่แล้วแต่คลังกลับขอแยกไปเข้าห้องน้ำโดยบอกให้บาสไปก่อนเมื่อเข้ามาแล้วปิดประตูล็อคเรียบร้อยคลังจึงหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาเพื่อนสนิทต่างแผนก
“ว่า”
รับได้เท่มาก!
“เลิกงานคุยไรกับกูหน่อยดิว่างไหม”
“ได้ดิที่ไหน”
เหยดดดดดดดด
“ลานจอดรถก็ได้เอาง่ายๆเจอกันรถมึงแล้วกัน”
“อืม”
คลังวางสายแล้วยิ้มชื่นใจขึ้นมาหน่อยจะให้หรือไม่ให้อย่างน้อยก็ได้คุยละกัน
ออดดังเป็นสัญญาณของการเลิกงานคลังรีบเก็บของเพื่อไปที่จุดนัดหมายกว่าจะถึงก็ใช่ย่อยเดินจนขาลากรถเป้าหมายหาไม่ยากเพราะหรูดูแพงเด่นกว่าคันไหนยืนรอสักพักเจ้าของรถก็เดินมาแต่ไกล
“ไอ้ทิค!”
เจ้าของชื่อมองเพื่อนที่ยืนโบกมืออยู่ที่รถของตนแล้วเดินเข้าไปหา
“มานานแล้วหรอวะ”
พูดแล้วกดรีโมทรถมาแต่ไกลเดินอ้อมไปเปิดประตูแล้วโยนเสื้อเข้าไปไว้เบาะหลังรถ
“ยังๆ”
“มีไรว่ามาเลย”
“เอาตรงๆไม่อ้อมค้อมเลยนะ ยืมตังค์หน่อย”
“เท่าไร”
“แสนหนึ่ง”
ทิคหันมองเพื่อนด้วยหน้าตานิ่งและเฉยเหมือนเงินหนึ่งแสนไม่มีค่า ไม่ตกใจ ไม่แสดง ไม่อะไรเลย!
“เอาไปทำไร”
“ไม่ใช่กู กูจะยืมไปให้เพื่อน”
“เพื่อน”
ทิคทวนคำแล้วคิดในใจ เพื่อนอะไรจะยอมยืมเงินให้กันจำนวนมากขนาดนี้
“ใช่!เพื่อน เพื่อนที่กูรักมากคนหนึ่ง”
ทิคมองสายตาจริงจังของคลังแล้วไม่พูดอะไร
“มันกำลังเดือดร้อนถ้ากูมีกูคงไม่มารบกวนมึงหรอกเพราะเงินเป็นแสน แต่มึงไว้ใจได้นะมันเป็นคนดีกูเอาหัวเป็นประกันเลยมึงได้คืนทุกบาททุกสตางค์แน่ๆ”
“เอาเลขบัญชีมา”
คลังที่กำลังจะพูดต่อด้วยหน้าตาเศร้าสร้อยเปลี่ยนเป็นหน้าตาตื่นขึ้นมาทันที
“มึงจะให้หรอ!”
ทิคพยักหน้าตอบแล้วปิดประตูรถที่เปิดค้างอยู่
“จริงหรอวะ!”
คลังเดินไปหยุดหน้าเพื่อนให้หันมาสนใจตน
“เออ”
“จะคืนหมดเมื่อไรก็ไม่รู้นะเพราะมันก็ไม่มีเงิน ภาระมันก็เยอะ”
“เออ”
“โหย!ไอ้ทิคมึงแม่งโครตใจอะ บุญกูจริงๆที่ได้คบมึง”
ทิคส่ายหัวยิ้มๆให้กับความเล่นใหญ่ของเพื่อนตัวเอง คลังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งหมายเลขบัญชีของตัวเองให้ทิค
“ดีใจแทนมันกับแม่จริงๆเลยวะ”
ตอนแรกไม่สนใจหรอกว่าจะเป็นใครแต่คลังพูดถึงจนเริ่มอยากรู้
“เพื่อนคนไหนกูรู้จักไหม”
“ก็คนที่กูให้มึงเอาของไปให้มันเมื่อวันก่อนไง”
“ไอ้บาสอะ”
บาส..
(มะ.มีอะไรหรือเปล่าครับ)
ประโยคสนทนา น้ำเสียง และท่าทางตื่นตระหนกของคนๆนั้นแล่นเข้ามาในหัวทิคทันทีที่นึกออก คนที่เกือบจะเอ๋อเพราะแฟ้มตกใส่หัวนี้เอง
“ทำไมต้องให้มึงมายืมทำไมไม่มายืมเอง”
“มันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากูมายืมมึงให้ เห็นมันเครียดแล้วสงสารวะพูดตรงๆเลยแม่งเป็นคนเวลามีปัญหาอะไรไม่ค่อยขอความช่วยเหลือแต่พอปัญหาของคนอื่นแม่งก็ช่วยยังกับเป็นปัญหาตัวเองขอแค่เอ่ยปากขอ ถ้ามึงได้รู้จักมันลึกๆมึงก็จะทำแบบกูมันก็ไม่ได้ขอความช่วยเหลือกูหรอกแต่กูอยากช่วยมันเพราะกูมีหนทาง แต่มันไม่”
ทิคพยักหน้าเข้าใจแต่ก็แค่ผ่านๆไม่ได้อินกับคลังหรอก
“บรรยายสรรพคุณมาซะขนาดนี้ถ้ากูไม่ได้เงินคืนมึงต้องรับผิดชอบนะ”
“มึงไม่ต้องห่วงหรอกน๊า กูบอกแล้วว่าเพื่อนกูคนนี้ดี!ไว้ใจได้”
“ก็ดี แต่ถ้ากูไม่ได้คืนมึงต้องเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด”
ทิคชี้หน้าคาดโทษแบบไม่ได้จริงจังอะไร
“โว๊ะ!” คลังปัดมือทิคออกจากตรงหน้า
“แล้วจะให้กูบอกให้มันมาคุยกับมึงไหม”
“คุยอะไร”
“เอ้าไอ้นี้!ก็ที่มึงให้ยืมเงินไงเพื่อพวกมึงมีอะไรตกลงกันเพิ่ม”
“ไม่อะ มึงจัดการเลย”
 “ไอ้นี้เงินเป็นแสนทำเป็นเล่น”
“กูไปละเจอกันพรุ่งนี้”
ทิคยิ้มเหมือนไม่คิดอะไรโบกมือลาแล้วขึ้นรถขับออกไป
คลังมองตามรถเพื่อนตัวเองแล้วไม่รู้จะพูดคำไหน หันมาสนใจรีบโทรหาบาสเพื่อจะบอกข่าวดี แต่บอกว่าจะไปหาที่บ้านแล้วจะบอก
“ว่าไงข่าวดีมึงนะ…จะแต่งงงานหรอ”
“หาเมียยังไม่ได้เลยจะแต่งกับผีไง!”
บาสหัวเราะแล้วเปลี่ยนมาจริงจัง
“แล้วมีไรละถ้างั้น”
คลังยิ้มให้บาสลุ้นแล้วพูดออกไป
“กูหาเงินให้มึงได้แล้วนะ”
“เงินอะไร”
“ก็แสนหนึ่งที่มึงต้องการไง”
บาสหุบยิ้มขำจากตอนแรก เปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจังทันที
 “พูดจริงหรอคลัง”
“จริง”
“มึงไปเอามาจากไหน” บาสถามสีหน้าเครียดแล้วขยับเข้าหา
“เพื่อนกู”
“ใคร!แล้วเขาจะคิดดอกเท่าไร ต้องเอาอะไรไปเป็นหลักทรัพย์ไหมกูไม่มีนะ”
“เออวะ มันไม่ได้พูดเรื่องดอกเบี้ยอะไรเลย มึงเอาเบอร์มันไปโทรคุยเองไหมจะได้ตกลงอะไรกันให้เรียบร้อย”
“ได้ๆ”
ทั้งคู่จัดการแลกเบอร์กันแต่บาสยังไม่ได้โทรทันทีเพราะอยากจะคุยและเทคแคร์คลังก่อน อุตส่าห์มาหาถึงบ้านแล้วยังเป็นธุระเรื่องเงินให้อีก บาสกับแม่ทำกับข้าวแล้วนั่งทานด้วยกันสามคน บาสยังไม่ได้บอกแม่เรื่องเงินรอให้แน่ใจก่อนจนคลังเรียกไปคุยหลังบ้านหลังจากทานข้าวเสร็จ
“เอาเลขบัญชีมึงมา”
“เอาไปทำไม”
“จะโอนเงินให้ เพื่อนกูมันโอนเข้าบัญชีกูให้ตั้งแต่ตอนคุยกันเสร็จแล้ว”
“ทำไมเขาให้ง่ายจังวะคลัง เงินตั้งเป็นแสน คนยืมตัวจริงก็ยังไม่ได้เจอ หลักทรัพย์อะไรก็ไม่มี”
บาสอดสงสัยไม่ได้จริงๆอะไรที่ได้มาง่ายๆเขากลัวเหลือเกินว่าตอนท้ายมันจะมีปัญหา
“ก็กูนี้ไงหลักค้ำชั้นหนึ่งตามมึงไม่ได้ก็กูเนี่ยแหละ”
“มันจะโอเคหรอวะ”
บาสถามสีหน้าเครียดมันง่ายไปหรือเปล่ามันรู้สึกแปลกๆ
“ไม่ต้องคิดมากเพื่อนกูคนนี้ไว้ใจได้ มีกูทั้งคนไม่ต้องกลัว” คลังพูดแล้วตบไหล่เมื่อเห็นเพื่อนเครียด บาสได้ยินแบบนั้นก็สบายใจขึ้นแล้วยิ้มให้
“ขอบใจนะมึง ทั้งที่มันเป็นปัญหาของกู”
“คิดมากทำไมวะมึงเพื่อนกูนะเว้ยมึงมีปัญหาจะให้กูเฉยทั้งที่พอมีทางช่วยได้ไง”
บาสยิ้มให้คลังยิ้มตอบ แล้วตบไหล่พาเดินเข้าบ้าน คลังอยู่บ้านบาสจนเกือบสามทุ่มถึงกลับเก็บข้าวของเก็บจานทำความสะอาดแล้วขึ้นห้องไปอาบน้ำจนพร้อมจะนอนถึงรู้ว่าลืมโทรไปคุยกับเจ้าของเงิน มองนาฬิกาจะสี่ทุ่มแล้วโทรไปตอนนี้เขาจะด่าหัวไหม แต่ไม่โทรก็นอนไม่หลับมันค้างคาใจบาสมองโทรศัพท์ในมืออยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจจิ้มลงไป ไม่รู้ละโทรไปแล้วไม่รับไม่เป็นไร รับก็คุยแค่นั้น
“ฮัลโหล”
เสียงจากโทรศัพท์ทำให้คนที่กำลังคิดเพลินๆสะดุ้ง จะเริ่มยังไงก่อนดี ชื่อก็ไม่รู้ไอ้คลังไม่ได้บอก
“ฮัลโหล”
“ครับ”
ปลายสายเงียบไปหลังจากบาสตอบ
“ใครครับ” แล้วถามกลับ
“ผมคือ….ผมเป็นเพื่อนคลังคนที่คุณให้ยืมเงินครับ”
“…………”
เงียบอีกแล้ว เงียบทำไม หรือว่าจะโดนด่าที่โทรไม่ดูเวล่ำเวลา
“คือ..ผมรู้ว่าไม่ควรโทรมาเวลานี้ผมร้อนใจมากเกินไปวางสายเลยก็ได้นะครับเดี๋ยวผมโทรหาใหม่พรุ่งนี้”
“…………”
“แต่ถ้ามันไม่เหมาะที่จะคุยทางโทรศัพท์เพราะเป็นเรื่องใหญ่…เรานัดเจอกันก็ได้นะครับ”
“…………”
“ฮัลโหล”
“…........”
“ยัง…ฟังอยู่ไหมครับ”
“ถ้าอยากคุยผมจะนัดเองผมไม่ค่อยมีเวลา”
เอาซะไปไม่เป็นเลย แต่ได้ตอบรับอย่างถ่อมตน
“ครับ”
“งั้นผมไม่รบกวนแล้ว ขอโทษนะครับที่โทรมาดึกขนาดนี้”
“ครับ ไม่เป็นไร”
บาสมองโทรศัพท์ในมือที่เพิ่งวางสายแล้วถอนหายใจ
“ทำไมเย็นชาจังวะ แบบนี้ตอนทวงหนี้จะโหดไหมเนี้ย”
แค่คุยทางโทรศัพท์ยังไม่น่าคุยด้วย แล้วถ้าคุยตัวเป็นๆจะไม่อกแตกตายหรือไง
แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณถ้าไม่ได้เขาคงแย่

ทางด้านทิคที่กำลังนั่งดูงานในโน้ตบุ๊คอยู่บนเตียงพอมีสายเรียกเข้าก็ยกโทรศัพท์แนบหูโดยที่ไม่ได้มองเบอร์แต่พอรู้ว่าเป็นบาสก็แปลกใจหน่อยๆสงสัยคงนำเบอร์มาจากคลังโทรมาดึกขนาดนี้คงร้อนใจอย่างที่เจ้าตัวว่าจริงๆ แล้วดูเสียงสิร้อนรนอะไรขนาดนั้น พูดน้ำไหลไฟดับอยู่คนเดียว
แล้วนัดคุยหรอ
คุยอะไรละ เรื่องการคืนเงินหรือพวกดอกเบี้ยอะไรนั้นหรอเขายังไม่ได้คิดเลย
ทิคส่ายหัวไล่เรื่องลูกหนี้ออกจากหัวแล้วหันมาสนใจงานในหน้าจอต่อ

ออฟไลน์ Vermilion Bird

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
3..ทำไมถึงชอบสั่ง

เช้าวันใหม่บาสตื่นเช้ากว่าทุกวันเพื่อที่จะมาใส่บาตรร่วมกับแม่และจะบอกข่าวดีด้วย
“พ่อคงดีใจที่ได้กินแกงฝักทองของโปรด”
แม่พูดแล้วยิ้มมองตามพระที่เดินไปแล้วหันมาจัดแจงคอเสื้อลูกชายที่ยังไม่เรียบร้อยพร้อมกับยิ้มให้ ถึงจะเสียคนรักไปและฐานะไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ได้รางวัลที่ดีที่สุดอย่างบาสมา บัวผู้เป็นแม่รู้สึกโชคดีที่สุด
บาสยิ้มให้แม่แล้วจับมือมากุมไว้
“แล้วพ่อก็ต้องดีใจถ้ารู้ว่าเรารักษาโรงซ่อมของพ่อไว้ได้”
“บาส..ว่าอะไรนะลูก”
แม่เปลี่ยนสีหน้าเป็นตกใจ
“แม่ไม่ต้องห่วงแล้วนะวันนี้บาสจะเอาเงินไปให้เจ้”
“ลูกไปเอาเงินมาจากไหนบาส”
แม่ถามสีหน้าเคร่งเครียดถึงจะดีใจแต่ก็รู้ว่าคงไม่พ้นไปกู้หนี้ยืมสินมา
“เพื่อนบาสให้ยืม”
“ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้แค่นี้ภาระลูกก็มากพออยู่แล้ว”
บาสยิ้มให้แม่แล้วบีบมือแน่น
“ไม่เป็นไรแม่ บาสยังมีกำลังเป็นหนี้ก็ต้องมีวันใช้หมดแม่ไม่ต้องเครียดไม่ต้องคิดมากนะ”
ถึงจะพยายามกลั้นแต่น้ำตาก็ยังไหลออกมาเธอมองลูกชายด้วยความตื้นตัน
“ขอบคุณนะลูก”
แล้วดึงบาสเข้าไปกอดด้วยความรู้สึกรักและภูมิใจเต็มเปี่ยม จะหาลูกดีๆแบบนี้ได้จากไหนกันของขวัญชีวิตจริงๆ
บาสนำเงินไปให้เจ้เจ้าของที่ซึ่งตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่าทำไมบาสกับแม่ถึงต้องเก็บโรงซ่อมเก่าๆไว้ทั้งที่ไม่ได้ใช้งานใครเห็นก็คงคิดเหมือนเจ้แต่สำหรับเขากับแม่มันคือความสุขที่ได้เห็นมันยังมีอยู่แม่ทีความสุขที่ได้ไปทำความสะอาดดูแลเหมือนตอนพ่ออยู่ส่วนบาสก็มีความสุขที่เห็นแม่มีความสุข
คลังเดินฝ่าฝูงชนเหล่าพนักงานที่กำลังจะเข้าโรงงานเข้าไปชนไหล่เพื่อน
“เดินยิ้มมาแต่บ้านเลยมั้งเพื่อนกู”
“ให้กูได้ยิ้มบ้างเถอะ”
บาสยิ้มให้คลังยิ้มตอบเป็นอันรู้กันว่าเรื่องอะไรโดยไม่ต้องพูด
“กูเอาเงินไปให้เจ้แล้วต่อไปนี้ที่ตรงนั้นเป็นของบ้านกู”
บาสพูดแล้วยิ้มกว้างสดใส นานมากแล้วที่คลังไม่ได้เห็นเพื่อนยิ้มกว้างขนาดนี้
“ยิ้มเยอะๆจะได้มีเมียกับเขาสักทีทำหน้าเครียดตลอดเวลาหญิงที่ไหนเขาจะกล้าเข้ามาหาวะ”
“กูไม่อยากพาใครมาลำบากกับกูหรอก”
“ทำไหมคิดแบบนั้นวะถึงฐานะมึงจะไม่ดีแต่มึงอะโคตรจะดีนะเว้ยขยันก็ขยันหล่ออีกใครได้โชคดีไปทั้งชีวิต”
บาสยิ้มให้เพื่อนเขาปลงกับชีวิตแล้วละจะมีคู่หรือไม่มีก็ไม่ได้คิดเรื่องนี้แล้วแค่ทำงานก็ไม่มีเวลาจะกินข้าวแล้วบางวัน ผู้หญิงที่ไหนจะอยากมาอยู่กับคนจืดชืดเอาใจคนไม่เป็นทำแต่งานแบบเขากัน ตอนนี้คิดแค่ว่าจะทำยังไงให้แต่ละวันผ่านไปได้ด้วยดีก็พอแล้ว
วันนี้ก็เป็นเหมือนทุกวันงานเข้ามาไม่ขาดสายเดี๋ยวถูกเรียกไปดูโน้นถูกตามไปดูนี้แทบไม่มีเวลากินข้าวเหมือนเคย บาสโทรบอกแม่ว่าไม่ต้องรอทานข้าวเพราะจะต้องอยู่โอเพื่อคุยปัญหางานให้กะดึก เรียนจบปริญญาทำงานตำแหน่งดีๆเห็นเดินไปเดินมาใครคิดว่าสบายไม่ใช่เลย
“ไปไหนวะบาส”
บาสที่กำลังจะเดินออกจากไลน์ถูกภูมิเพื่อนร่วมงานเรียกถาม ตอนนี้เป็นเวลาพักจะไปหาอะไรกินสักหน่อยเมื่อกลางวันได้กินแค่กาแฟไปแก้วเดียวเองใกล้หมดแรงแล้ว
“มินิมาร์ทเอาไรไหม”
“ดีๆเอากาแฟมาให้กูแก้วนะ”
“เออ”
พยักหน้าตอบไปแล้วเดินต่อบีบตาตัวเองเพื่อหวังว่าจะลดความเมื่อยล้าได้บ้างปวดไปหมดทั้งตัวจริงๆ
เดินวนหากาแฟที่กินเป็นประจำเจอแล้วกำลังจะหยิบกลับมีมือของใครสักคนที่จะหยิบเหมือนกันส่งมาด้วยความที่เป็นคนขี้เกรงใจจึงโค้งหัวให้คนๆนั้นนิดๆเป็นเชิงว่าเอาไปเลยแบบไม่ได้มองหน้าแล้วยอมสละมันไปแย่กว่านั้นคือมันเป็นกระป๋องสุดท้ายที่เหลืออยู่ เมื่อความตั้งใจแรกไม่ได้บาสจึงเปลี่ยนไปยังจุดชงกาแฟให้เพื่อนและของตัวเองทำธุระเสร็จก็เดินออกจากร้านมินิมาร์ทมั่วแต่ดูของในถุงพอเงยหน้าขึ้นก็ต้องตกใจเมื่อมีกาแฟกระป๋องยื่นมาตรงหน้าบาสจึงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความแปลกใจ
คนนี้คือคนที่เอาของไปให้เขาแล้วบอกว่าคลังฝากมาให้นิ
แล้วคราวนี้คืออะไร?
คลังฝากมาหรอ?
แต่มันไม่ได้อยู่โอนิ
เมื่อเห็นว่าบาสไม่รับไปสักทีเอาแต่มองทิคจึงยื่นให้อีกเจ้าตัวถึงได้สติแล้วรับไปแบบหน้าตางงๆ
“ไม่น่ารอด”
ทิคบ่นแล้วส่ายหัวเมื่อเห็นสภาพคนตรงหน้า เอาวิญญาณมาด้วยไหม
“เดี๋ยวก่อนครับ”
บาสเรียก เมื่อเห็นทิคหยุดจึงเดินเข้าไปหามองกาแฟในมือแล้วพูด
“อันนี้…”
“ให้”
“ให้ ทำไม..ถึงให้ละครับ”
ไม่ได้กวนนะก็คนไม่รู้จักกันอยู่ดีๆมาให้ของ
“ไม่เอาใช่ไหม”
ทิคกระฉวยกาแฟจากมือเล่นเอาเจ้าตัวงงมองตามละห้อยเข้าใจว่ามันไม่ใช่ของตนเจ้าของเขาจะเอาคืนก็ได้แต่ก็นะ..อยากกินยี่ห้อนี้
ส่วนทิคเห็นแบบนั้นก็ถึงกับต้องส่ายหน้านี้เขาส่ายหน้าให้กับความมึนของบาสกี่ครั้งแล้วนะตั้งแต่เจอกัน
“มาสิ”
“ไปไหนครับ” อยู่ๆก็เรียกให้เดินตามก็งงนะสิ
“แล้วจะเอาของเข้าไปกินในไลน์หรอ”
บาสมองถุงในมือตัวเองแล้วถึงเข้าใจลืมไปเลย จึงเดินตามทิคไปอย่างเลี่ยงไม่ได้เพราะก็ต้องไปที่เดียวกันอยู่แล้วมันคือจุดพักด้านนอกที่มีไว้สำหรับให้รับประทานอาหารก่อนเข้าไปในไลน์การผลิตนอกจากโรงอาหาร
เปิดประตูไปรับรู้ถึงแรงลมทำให้รู้สึกเย็นนิดๆคนค่อยๆทยอยออกเพราะเบรกแรกใกล้เวลาเข้างานแล้ว บาสกับทิคนั่งหันหน้าเข้าหากันเพราะเป็นเก้าอี้ยาวแบบหันหน้าเข้าหากันนั้นเอง สิ่งที่รู้สึกตอนนี้คือเย็นและอึดอัด ต้องรีบกินแล้วรีบไปจากตรงนี้ บาสหยิบแซนวิทขึ้นมาแกะแล้วกัดไปคำหนึ่งเงยหน้าขึ้นก็ต้องตกใจเมื่อเห็นทิคกำลังมองอยู่
ส่วนทิคที่มองไม่ใช่เพราะพิศวาสอะไรหรอกแค่สงสัยว่าคนเป็นลูกหนี้จะไม่ทักหรือคุยอะไรกับเจ้าหนี้หน่อยหรอเมื่อวานยังจะนัดคุยอยู่เลยหรืออายเพราะอยู่ในที่ทำงานมีหมวกค้ำคออยู่หรอหรือหยิ่งหรืออะไร
คนถูกมองกลืนแซนวิทลงคอแล้วถาม
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“เรารู้จักกันไหม”
“!!!!!!”
อะไรของเขาเนี้ย อยู่ดีๆมาถามว่ารู้จักกันไหม แล้วมานั่งจ้องอีกบาสคิดในใจแต่ก็ตอบไปตามความจริง
“ผมรู้แค่ว่าคุณเป็นคนที่คลังฝากของมาให้วันนั้นแต่ไม่รู้ชื่อหรือมากกว่านั้นครับ”
ทิคกระตุกยิ้มทันทีที่ได้ยิน
 “คลังเขาไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับผมเลยหรอแม้กระทั้งชื่อ”
“ครับ”
บาสได้แค่ตอบรับไปแบบไม่เข้าใจเท่าไรแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
ส่วนทิคเมื่อรู้แบบนั้นก็พยักหน้าเข้าใจคลังคงไม่ได้บอกเรื่องเงินแน่ๆแต่ก็ดีเพราะเขายังไม่พร้อมคุย
“ไอ้บาส”
เสียงเรียกไม่ใช่ทำให้แค่บาสที่หันมองทิคก็ด้วยเป็นผู้ชายตำแหน่งเดียวกับพวกเขานี้แหละวิ่งเข้ามาหาบาส
“ฝากดูนี้ทีดิกูต้องไปดูเครื่องวะ”
เขายื่นเอกสารปึกหนาให้ด้วยท่าทีร้อนรน
“เป็นไรวะเดี๋ยวกูไปด้วย” ทำท่าจะเก็บของแต่เพื่อนรีบห้ามไว้
“ไม่ต้องพักบ้างเหอะมึงนะพวกกูดูเอง”
บาสพยักหน้าให้เพื่อนแล้วทิ้งก้นลงนั่งเหมือนเดิม
“ไอ้ภูมิละ”
“ไปด้วยกันนี้แหละมันไปเอาของอยู่”
“ฝากกาแฟให้มันหน่อยมันฝากซื้อ”
ว่าแล้วก็หยิบแก้วกาแฟยื่นให้เพื่อนรับไปแล้วเดินกึ่งวิ่งออกไป บาสวางแซนวิทลงแล้วหันหัวเอกสารให้ถูกทางแล้วดึงปากกาที่เสียบอยู่ที่แขนเสื้อออกมา แต่ก็ต้องตกใจเมื่ออยู่ดีๆเอกสารก็ถูกดึงไป
“กินให้หมดเถอะเดี๋ยวดูให้” ทิคพูดหน้านิ่งโดยไม่สบตา
“แต่…”
“ทำไม ดูหมวกด้วย”
เขาเงยหน้ามองพูดเสียงนิ่งจนบาสเงียบ ก็จริงอยู่ที่ตำแหน่งเดียวกันถึงจะอยู่คนละแอสแต่มันก็ไม่ใช่ไงที่จะให้คนอื่นมาทำงานให้ บาสแสดงท่าทีไม่สบายใจจนทิคต้องพูดอีก
“กินไปก่อน หมดแล้วค่อยเอาก็ได้เป็นปึกขนาดนี้ไม่เสร็จง่ายหรอก”
พูดขนาดนี้คงไม่ให้บาสเลยโค้งหัวขอบคุณแล้วหยิบแซนวิทขึ้นมากินต่อ กินแซนวินไม่พอต่อด้วยขนมปังอีกห่อจิบกาแฟไปด้วยดูท่าทางหิวจนไม่สนใจอะไรขนาดทิคมองยังไม่รู้ตัวเลย
คงอย่างที่คลังเคยบอกว่าบาสชอบรับผิดชอบงานให้คนอื่นทำงานส่วนรวมจนไม่นึกถึงตัวเองนี้ไงสาเหตุที่เขาเอางานมาทำให้เพราะนี้เป็นเวลาพักไม่ใช่เวลางาน
อยู่ดีๆทิคก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปบาสมองตามแต่ก็ไม่ได้อะไรเป็นจังหวะที่กินเสร็จเรียบร้อยแล้วพอดีจึงลุกขึ้นไปหยิบเอกสารมาดู แล้วเขาจะต้องทำอะไรละในเมื่อทิคทำเสร็จแล้วตรงไหนที่ต้องแก้ไขก็เขียนให้หมดแล้วบาสเปิดดูทุกหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นมองถึงทิคจะไปนานแล้วก็เถอะ
ทำไมเก่งจังใช้เวลาแปปเดียวเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-04-2018 13:25:34 โดย Vermilion Bird »

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 744
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
รออ่านตอนใหม่จ้า  :mew1:

ออฟไลน์ Vermilion Bird

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
4..เยือนถิ่น

ผ่านไปสองวันเจ้าหนี้ก็ไม่ติดต่อมาทำให้บาสรู้สึกไม่สบายใจนี้มันจะแปลกไปแล้วไม่อยากได้เงินคืนหรือไง คลังมาพอดีบาสจึงเดินเข้าไปหาที่โต๊ะทำงาน
“คลัง”
“ว่า”
คนที่เพิ่งมาตอบรับแบบไม่ได้มองหน้าวางกระเป๋าและเอกสารบนโต๊ะ
“ทำไมคนที่ให้ยืมเงินเขาไม่ติดต่อมาเลย”
“มึงโทรไปแล้วหรอ”
“อืม คุยกันสองวันที่แล้ว”
“แล้วว่าไง”
“เขาบอกว่าถ้าอยากคุยเมื่อไรจะนัดเอง”
คลังหันมาหาบาส
“ก็ตามนั้นแหละมันคงยุ่งลืมแล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“จะลืมได้ยังไงเงินเป็นแสนนะเว้ยไม่อยากได้คืนหรือไง”
“โอ้ย!บ้านมันรวยมันไม่อะไรมากหรอก”
คลังพูดแล้วดูดกาแฟอึกใหญ่หันไปสนใจงาน
“แต่กูร้อนใจ ยังไม่รู้เลยว่าจะต้องใช้ยังไงเท่าไรจะสิ้นเดือนแล้วจะได้เตรียมทัน”
“ถ้ามันไม่ติดต่อมาสักทีมึงก็ไปหามันเลยแอสห้าอะ”
“เขาทำงานอยู่นี้หรอ!” บาสถามน้ำเสียงตกใจ
“เออ กูลืมบอก”
“อ้าวไอ้นี้”
“มันชื่อทิคเป็นเอ็นจิเนียร์เหมือนกูกับมึงเนี้ยแหละอยู่แอสห้า ถ้าไม่มีใครให้ถามดูเอาใครหล่อสุดในนั้นก็คนนั้นแหละ”
บาสคิดตามแล้วเดินกลับมานั่งที่เพราะถามอะไรไปคลังก็คงไม่สนใจคุยอยู่ดีเพราะกำลังทำงาน
ทิคหรอ ชื่อแปลกแบบดูมีอะไรที่อธิบายไม่ถูกจัง บาสส่ายหัวไล่ความคิดแล้วหันมาสนใจงาน
“ไอ้บาสแม่มึงเรียก”
“มีไรวะ”
“ไม่รู้..รู้แค่ว่าอารมณ์บ่จอย”
ภูมิตบไหล่บาสเป็นเชิงล้อเลียนให้กำลังใจแล้วเดินไปนั่งที่ ส่วนบาสถอนหายใจพร้อมสำหรับที่จะเจอ คว้าแฟ้มที่ต้องมีติดตัวตลอดเวลาไปด้วย เดินยังไม่ทันถึงก็ได้ยินเสียงซะแล้ว
“การทำงานตามขั้นตอนที่กำหนดไว้มันจะทำให้งานไม่พลาดเห็นหรือยังคะว่าการไม่ทำงานตามที่วางไว้เป็นยังไง”
บงกชพูดเสียงดังใส่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นพนักงานใหม่ดูจากป้ายที่ติดอยู่หน้าเสื้อคงไม่พ้นทำงานเสียโดยมีเอ็นจิเนียร์และคิวเอ(ผู้ตรวจสอบคุณภาพงาน)ยืนอยู่ด้วย
“พี่บงครับ”
บงกชหันมาหาบาสแล้วใส่ไม่ยั้ง
“พี่อยากรู้ว่าตอนที่คิวซีเอ็นจิเนียร์ไปตรวจไม่เห็นหรือไงว่าน้องทำงานยังไง”
บาสหันมองน้องที่ยืนกำชายเสื้อก้มหน้าตาแดงเหมือนจะร้องแล้วหันไปตอบ
“น้องเพิ่งลงงานได้สองวันปกติจะมีรีดเดอร์คอยดูคงเป็นช่วงที่รีดเดอร์ไม่อยู่ด้วยความใหม่น้องเลยพลาด ทั้งหมดเป็นความผิดพลาดของพวกผมเองครับที่ไม่ตรวจสอบให้ดีและชะล่าใจเกินไป ขอโทษครับ”
“ครั้งนี้พี่จะปล่อยแต่ถ้ามีอีกพี่เล่นทุกคนที่เกี่ยวข้องจัดการให้พี่ด้วย”
บงกชพูดเสียงนิ่งแบบกดๆแล้วเดินผ่านไปตามด้วยคนที่ยืนอยู่เดินตาม บาสมองตามแล้วหันมาหาคนที่ยืนอยู่
“ไม่เป็นไรนะ”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นสายตาอ่อนโยนและรอยยิ้มของบาสก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมา
“พี่ก็โดนประจำ”
บาสเบาเสียงเหมือนกระซิบท่าทางตลกจนหญิงสาวยิ้มออก
“หนูคิดว่าดูดีแล้วแต่มันก็พลาด”
“อย่าคิดมากเลยคนเราพลาดกันได้เรายังใหม่เดี๋ยวนานๆไปก็เก่ง ไปเอาคู่มือจุดที่เราทำมานะเดี๋ยวพี่สอน”
“คะ”
เธอเดินหายเข้าไปในไลน์การผลิตสักพักก็วิ่งกลับมา
“เราต้องมาทบทวนกันนะเพราะเราจะต้องไปสอบ”

เมื่อทำงานพลาดเจ้าของจุดต้องทำการสอบคู่มือทบทวนให้แน่ชัดเพื่อป้องกันการทำงานพลาดอีก
บาสสอนเรื่อยๆไม่รีบไม่เข้าใจตรงไหนให้ถามเธอสงสัยอะไรก็ตอบหมดอย่างเป็นกันเอง แบ่งความรู้ให้แบบไม่มีหวงจุดไหนมีเคล็ดลับทำยังไงให้ได้เร็วและงานไม่เสียตำแหน่งคิวซีเอ็นจิเนียร์ของบาสถึงจะไม่ได้ลงมาทำงานในไลน์การผลิตแต่ก็ต้องรู้ทุกจุดเพื่อตรวจสอบคุณภาพงานและบุคลากร
“พี่สอนหนูเข้าใจขึ้นเยอะเลยสอบผ่านแน่ๆ”
สาวเจ้าพูดขณะกำลังเดินไปกับบาส
“งั้นถ้าใครถามบอกไปเลยว่าเด็กพี่บาส”
บาสพูดเชิงตลกเพราะอยากให้น้องไม่เครียด
“พี่ชื่อบาสหรอคะ”
บาสหันไปยิ้มให้คนข้างๆแล้วตอบ
“ใช่ครับ”
“หนูชื่อหวานนะคะ”
สาวเจ้าแนะนำตัวแล้วแอบมองบาสยิ้มๆ
บาสเป็นผู้ชายที่ดูดีมากไม่ใช่แค่รูปลักษณ์และตำแหน่งแต่นิสัยและการวางตัวทำให้คนหลงได้ง่ายๆโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว
หวานเขินขึ้นมาเพราะรู้สึกปลื้มบาสเข้าแล้ว
“นี้เรากำลังจะไปไหนหรอคะ”
“ไปสอบที่แอสห้าไกลหน่อยนะ เหนื่อยหรอ”
“ไม่เลยคะ”
หวานยกมือโบกปฏิเสธพันละวัน แต่ใจจริงก็เหนื่อยพอตัว
“เดี๋ยวก็ถึงแล้ว”
บาสยิ้มให้กำลังใจ เมื่อมีโทรศัพท์เข้าจึงหันไปสนใจคุยงาน
ทั้งคู่เดินมาจนถึงบริเวณลานกว้างที่มีพนักงานกำลังยืนทำงานเหมือนแอสหนึ่งทุกอย่าง
“มาทำอะไรถึงนี้บาส”
ผู้หญิงสวยคนหนึ่งที่กำลังยืนดูงานหันมาทัก เธอคือพิมพ์เป็นคิวเอทั้งคู่รู้จักกันตอนมาสมัครงานแล้วได้ไปอบรมพร้อมกัน
“พาน้องมาสอบ” บาสชี้ไปหาหวาน
“อ้าวเดี๋ยวนี้เขาให้มาสอบรวมกันหรอ”
“เปล่าที่แอสรื้อไลน์ใหม่กำลังวุ่น เลยพาน้องมาสอบนี้เขาบอกว่ากำลังจะสอบน้องพอดี”
“อ่อ โน้นไง”
พิมพ์ชี้ไปที่กลุ่มคนสามคนที่กำลังยืนอยู่ไม่ไกลมาก
“หวานเดินไปหาสามคนนั้นนะเขาต้องสอบเหมือนกัน”
หวานมองตามมือบาสไปที่กลุ่มชายสามคนแล้วหันกลับมาพยักหน้าให้ บาสมองหวานที่เหมือนกล้าๆกลัวๆถึงไม่พูดก็ดูออก
“มะ พี่พาไป”
ได้ยินแค่นั้นหวานก็ยิ้มออก บาสเดินไปส่งแล้วเดินออกมาเดินดูการทำงานของพนักงานแอสนี้ฆ่าเวลาแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าที่นี้เป็นที่ทำงานของเจ้าหนี้จึงเริ่มมองหา

(ถ้าไม่มีใครให้ถามดูเอาใครหล่อสุดในนั้นก็คนนั้นแหละ)

บาสมองหาตามคำพูดของคลังแต่ไม่ยักเห็นเอ็นจิเนียร์ของแอสนี้เลยสักคน
“ขอโทษนะจ๊ะ”
คนที่กำลังคิดเพลินๆต้องหันมองเมื่อมีคนเรียก เป็นป้าแม่บ้านที่ถูพื้นมายังจุดที่บาสยืนอยู่บาสจึงโค้งหัวขอโทษแล้วขยับให้ แต่เมื่อนึกอะไรขึ้นได้ลองดูไม่เสียหาย
“คุณป้าครับ”
“จ๊ะ”
“คุณป้ารู้จักคนชื่อทิคที่เป็นเอ็นจิเนียร์อยู่แอสนี้ไหมครับ”
ป้าแม่บ้านทำหน้าไม่เข้าใจบาสเลยเรียบเรียงคำพูดใหม่
“พวกวิศวะนะครับ”
ก็ยังงงอยู่
“ที่ใส่หมวกดำแบบผมแล้วก็เดินดูเครื่องดูงานในนี้นะครับ”
“อ่อ พวกเด็กหน้าตาดีๆป้าเพิ่งมาทำงานได้ไม่นานไม่รู้หรอกว่าเขาเรียกใครแบบไหน”
บาสพยักหน้าเข้าใจ
“เมื่อกี้หนุ่มถามคนชื่ออะไรนะ”
“ทิคครับ”
“รู้จักไอ้หนุ่มคนหล่อๆ”
ป้าแม่บ้านมองหาครู่หนึ่งแล้วชี้ให้บาสดู
“โน้นไงเดินมานั้นแล้ว”
บาสมองตามมือไปหยุดอยู่ตรงที่เพิ่งไปส่งหวานสอบมา มีเอ็นจิเนียร์กำลังยืนดูน้องสอบอยู่สามคน
แล้วคนไหนละ
“คนไหนครับ”
“ที่ยืนหันหลังสูงๆนะ”
บาสหันมองอีกครั้งตามคำบอก
ยืนหันหลังแล้วจะรู้ไหมเจอตัวแล้วยังไม่เห็นหน้าอีก แต่ทำไหมคุ้นจัง หุ่น การแต่งตัว ลักษณะท่าทาง ดูคุ้นไปหมดเหมือนเคยเจอ
จะเข้าไปหาก็อยู่ในเวลางานคงไม่เหมาะแต่ไหนๆก็เจอตัวแล้วคุยเลยก็น่าจะดี ความคิดบาสตีกันอยู่ในหัวแต่ตัดสินใจแน่วแน่แล้วจึงก้าวเท้าเข้าไปหา
“คุณมาวินเชิญที่แอสเซมบลีหนึ่งเวลานี้คะขอบคุณคะ”
เสียงประกาศชื่อตัวเองจากไมค์ทำให้ต้องหยุดเท้า
แล้วเบี่ยนเข็มชั่งใจมองหลังเจ้าหนี้อย่างเสียดายแล้วตัดใจหันหลังกลับ

ทิคและพวกกลับมาจากดูเครื่องที่มีปัญหาและงานที่ถูกตีกลับเดินมาหยุดอยู่จุดที่กำลังทำการสอบดูแล้วก็คุยถึงปัญหาไปด้วย
“คุณมาวินเชิญที่แอสเซมบลีหนึ่งเวลานี้คะขอบคุณคะ”

เสียงประกาศผ่านไมค์ทำให้หันมองทุกคนจะรู้จักชื่อกันดีในแอสเพราะประกาศบ่อย แต่ครั้งนี้ชื่อแปลกเลยสงสัยประกาศจากแอสนี้แสดงว่าคนๆนั้นก็ต้องอยู่ที่นี้ ตอนนี้
คนอื่นแยกย้ายไปแล้วแต่ทิคยังคงยืนมองไปทั่วจนสายตาไปเจอเข้ากับใครสักคนซึ่งเป็นจังหวะที่คนๆนั้นหันหลังไปพอดีแต่เห็นแค่นั้นก็รู้ว่าใคร
ลูกหนี้ของเขา มาทำอะไรที่นี้

แรงสะกิดที่หลังทำให้วิศวะหนุ่มที่กำลังคิดหันมอง
“เมื่อกี้มีคนมาถามหาเจอกันหรือยัง”
ป้าแม่บ้านมาจากไหนไม่รู้มาโผล่ข้างๆ
“ใครหรอครับ”
“ป้าไม่รู้จักหรอกเขามาถามหา หล่อด้วยนะใส่หมวกเหมือนกับพ่อทิคเลย”
คงเป็นใครไปไม่ได้
ทิคยิ้มให้ป้าแม่บ้านแล้วหันกลับไปมองจุดที่เห็นบาสเมื่อครู่
“เห็นพี่หมวกดำที่มากับหนูไหมคะ”
เสียงพูดทำให้ทิคที่กำลังยืนคิดหันไปมอง เป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยกำลังคุยกับตี๋เพื่อนของเขา
“น้องมาจากแอสไหนครับ”
“แอสหนึ่งคะหนูมากับพี่บาสคนที่ใส่หมวกแบบพี่”
“สงสัยกลับไปแล้วเมื่อกี้เขาประกาศเรียกคนกลับแอสหนึ่ง”
หวานพยักหน้าเข้าใจด้วยหน้าตาเสียดายแล้วกล่าวขอบคุณ
“ไปด้วยกันไหมผมกำลังจะไปแอสหนึ่ง”
ทิคเดินเข้าไปทักหวานหันมามองถึงกับชะงักในรูปลักษณ์อันหล่อเหลาและรอยยิ้มชวนฝันของทิค
“คะ”
หวานตอบรับไปแบบติดขัดอยู่ดีๆมีคนหล่อมาคุยด้วยเป็นใครก็ต้องตั้งสติ
ทิคยิ้มให้แล้วหลีกทางให้หวานเดินก่อน ตั้งแต่เดินมาหวานเอาแต่มองแล้วยิ้มมองแล้วยิ้มจนทิคสงสัยถามด้วยน้ำเสียงติดหัวเราะ
“มีอะไรหรือเปล่า”
“โรงงานนี้เขาเอาแต่คนหล่อๆมาทำตำแหน่งแบบพี่หรอคะ”
ทิคถึงกับกลั้นหัวเราะเมื่อได้ยินคำถาม
“จริงๆนะคะเห็นกี่คนก็เท่หมด”
“โดยเฉพาะ..พี่กับพี่บาส”
สาวเจ้าแสดงท่าทางเขินอายเมื่อพูดถึงเขาและเพ้อฝันเมื่อพูดถึงคนที่มีศักดิ์เป็นลูกหนี้ของเขา
“คงจะหล่อน่าดู”
“ไม่ใช่แค่หล่อนะคะ ใจดี พูดเพราะ อ่อนโยน เป็นกันเอง หื้อดีทุกอย่างเลย”
หวานบิดมือตัวเองไปมาเมื่อพูดถึงลูกหนี้เขา
“ไม่ต้องตกใจนะคะหนูก็เป็นคนตรงๆบ้าคนหล่อแบบนี้แหละ”
ทิคยิ้มให้ เขาไม่ได้คิดอะไรหรอกไม่เห็นดูน่าเกลียดอะไรตลกดีด้วยซ้ำ
“เขาเป็นคนแบบไหนหรอพี่บาสของน้องนะ”
“ดีคะ ถึงจะรู้จักกันแค่วันเดียวแต่ก็ดูออกว่าพี่เขาไม่ได้เสแสร้งแต่พี่เขาเป็นคนแบบนั้นจริงๆ”
ดีหรอ ทำไมใครๆก็บอกว่าเขาดีแล้วที่บอกว่าดีนี้ดีแบบไหนนะ…อยากจะรู้แล้วสิ
“หนูเข้าไลน์ก่อนละ ขอบคุณนะคะที่ชวนมาด้วย”
เดินคุยกันมาเรื่อยๆจนถึงแอสหนึ่งหวานจึงหันมาขอบคุณ
“ครับ”
“พี่ชื่ออะไรหรอคะ”
“ทิคครับ”
“หวานนะคะ”
ทิคพยักหน้ายิ้มให้ หวานเดินแยกเข้าไปในไลน์การผลิตส่วนเขาเดินตรงไปยังจุดทำงานของเอ็นจิเนียร์เพื่อคุยงาน

พนักงานทำงานผิดคำสั่งของเครื่องทำให้เครื่องเออเร่อบาสถูกตามตัวมาดูและตามคนที่เกี่ยวข้องมาดูเหมือนกันกว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติและเครื่องทำงานได้ก็ปาไปสองชั่วโมง บาสเดินคุยถึงปัญหากับวิศวะเครื่องโดยเฉพาะมาเรื่อยแล้วแยกกันตรงกลางไลน์
“มึงไม่อยู่เมื่อกี้ไอ้ทิคมันมา”
คลังหมุนเก้าอี้มาหาเมื่อบาสเข้ามาในห้องทำงาน บาสหันมองทันที
“มาหรอ”
“เออ”
“มาทำไม”
“มาคุยงานกับพี่บง”
บาสพยักหน้าเข้าใจแล้วไม่ได้พูดอะไรต่อ หันเก้าอี้กลับไปทำงาน
ทำไมเจอตัวยากจัง คนนี้ไปคนนั้นมาแล้วเมื่อไรจะได้คุยกัน

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4757
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-18
 :katai2-1:

ออฟไลน์ Vermilion Bird

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
5..เปิดหน้ากาก

วันนี้ประธานบริษัทเดินทางมาจากญี่ปุ่นเพื่อดูโรงงานเหมือนทุกปีคนที่มีตำแหน่งสูงและพวกเขาจึงต้องมารวมตัวกันในหอประชุมเพื่อฟังนโยบายและเป้าหมายของปีนี้พูดคุยถึงปัญหาที่เจอและหาทางแก้ไขเหมือนทุกปี
“ทิคไปดูงานให้ทีนะที่ห้องเก็บงานเสีย”
พี่มานพผู้จัดการแอสห้าของเขาเดินเข้ามาหาขณะเดินออกจากหอประชุม
“เป็นอะไรหรอครับ”
“แผงวงจรไฟฟ้าไม่ทำงานเจอบ่อยเกินไปแล้วไปดูให้พี่หน่อยพี่อยากรู้สาเหตุ”
“ได้ครับ”
ทิครับคำสั่งมาแล้วเดินแยกออกไปตรงไปห้องเก็บงานเสียที่มีไว้เพื่อนำงานที่เสียหรือมีปัญหามาเก็บไว้วิเคราะห์สาเหตุพูดคุยกับแอสอื่นแลกเปลี่ยนความคิดกันแล้วก็หาทางแก้ไข เปิดประตูเข้าไปก็พบเอ็นจิเนียร์แอสอื่นกำลังก้มๆเงยๆจับโน้นแกะนี้หาสาเหตุอยู่ก่อนแล้ว
“เป็นไงวะ”
“สายไฟมันขาดไม่รู้เพราะพนักงานกดแรงหรือเพราะมันโดนเหล็กเขี้ยวนี้เกี่ยว”
ดินเอ็นจิเนียร์แอสสามที่สนิทกันหันมาพูด ทิคก้มมองใกล้ๆตามคำบอกเพื่อน
“แต่มันเจอแบบนี้บ่อยพนักงานจะทำพลาดบ่อยขนาดนี้ได้หรอวะทำงานเสียถึงไม่บอกหัวหน้าถ้างานมีปัญหาตัวเองก็ต้องโดนอยู่ดี”
“นั้นดิกูถึงแยกเป็นสองประเด็นเรื่องเหล็กเขี้ยวนี้ด้วย”
ตำแหน่งที่ดินชี้เป็นจุดที่มีเขี้ยวเหล็กไม่ใหญ่มากที่มีไว้นำสายไฟไปเกี่ยวเก็บทั้งคู่ยืนวิเคราะห์อยู่นานสักพักก็มีเอ็นจิเนียร์จากแอสอื่นมาร่วมด้วย

ส่วนบาสวิ่งไปดูงานในไลน์แล้วก็ต้องวิ่งไปอีกอาคารเพื่อดูงานเสียตามคำสั่งของผู้จัดการแอสเล่นเอาหอบเลยจริงๆ
บาสเดินขึ้นบรรไดด้วยความเหนื่อยล้าเปิดประตูเข้าไปในห้องเพราะมาช้ากว่าแอสอื่นเลยต้องเข้าไปถามแต่ดีที่เขาเป็นคนเข้าใจง่ายและมีความรู้เลยใช้เวลาไม่นานที่จะตามทัน ตัวแทนเอ็นจิเนียร์แต่ละแอสต่างเขียนรายงานปัญหาที่มาดูเพื่อส่งให้ผู้จัดการแอสตัวเองแล้วแยกย้ายกันกลับแอสตอนนี้เหลือไม่กี่คนแล้ว
บาสคือหนึ่งในนั้นยืนแคะเขี่ยงานดูเขียนไปด้วยเพื่อให้เข้าใจมากขึ้นเพราะพี่บงคงถามไม่ใช่น้อย บาสเดินไปอีกฝ่ากหนึ่งของห้องซึ่งเป็นตู้เก็บแฟ้มเอกสารขนาดใหญ่เป็นล็อกๆที่มีไว้เก็บรายงานบันทึกงานเสียและปัญหาที่เคยเจอแต่ละครั้งซึ่งมันจะมีวิธีตรวจสอบแก้ไขไว้มาดู เดินหาหัวข้องานที่เจอวันนี้ไปเรื่อยแต่ละล็อก ซึ่งตอนนี้มีคนหาอยู่ก่อนแล้วด้วย
“ไปเหอะไอ้ทิค!”
เสียงตะโกนจากด้านนอกทำให้บาสต้องหันมองประโยคที่ว่าน่าสนใจแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าตอนนี้น่าสนใจมากกว่า!
เพราะคนที่นั่งหาเอกสารอยู่ตรงหน้าบาสลุกขึ้นทันทีที่ได้ยิน เขาคนนั้นหันหน้ามาบาสที่ยืนมองอยู่แล้วจะเป็นอะไรไปได้…นอกจากสบตากันทันที ถึงจะมองไม่ค่อยชัดเพราะชั้นเอกสารขนาดใหญ่บังแสงไฟจากด้านนอกแต่ก็มองเห็น
ทุกอย่างเงียบ..คนสองคนต่างจ้องตากัน
“คุณคือ..ทิคใช่ไหม”
บาสถามออกไปด้วยเสียงขาดๆหน้าตาตอนนี้ทั้งตกใจและแปลกใจ

“ใช่ ผมนี้แหละทิค”

คำตอบเสียงเรียบเฉยของคนตรงหน้าทำเอาแฟ้มแทบหล่นจากมือ คนหนึ่งหน้าตาตกใจสุดขีดแต่อีกคนกลับหน้าตาเฉยเหมือนไม่รู้สึกอะไร
“ทำไมถึงไม่บอก”
เจอกันหลายครั้งแล้ว ทำไม บาสยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูกมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ
“ถึงเวลาก็ได้เจอเอง”
“เราต้องคุยกันนะครับ”
บาสรีบเรียกเมื่อทิคจะเดินหนี
“เรื่องอะไรครับ”
“ก็เรื่องเงินที่ผมยืมคุณ”
“ดูท่าคุณจะอยากใช้หนี้เหลือเกิน”
“ครับ เราถึงต้องคุยกันไง”
ทิคมองบาสด้วยสายตาที่หาชื่อเรียกไม่ถูกครู่หนึ่งแล้วพูด
“ก็ได้ครับ วันนี้เลิกงานรอผมที่ทางออกประตูหนึ่ง เราจะคุยกัน”
ทิคสบตาแล้วเดินออกไป
บาสมองตามด้วยความโล่งอกดีใจที่ได้เจอตัวสักทีถึงจะคิดไม่ถึงก็เถอะว่าคนๆนี้คือทิคเจ้าหนี้ของเขา
เมื่อกลับมาถึงแอสสิ่งแรกที่ทำคือเล่าสิ่งที่เจอกับเพื่อนสนิท
“คลัง!”
“อะไร”
“กูเจอคนชื่อทิคแล้ว”
“เออ ดีใจด้วยสักทีเหอะมึง”
คลังที่กำลังตรวจงานพูดทั้งที่ไม่ได้มองหน้าเพราะมองงานอยู่
จะไม่ถามหน่อยหรอว่าเจอกันที่ไหนอะไรยังไง ได้คุยหรือยัง คงมีแต่เขาที่ตื่นเต้นอยู่คนเดียวหรือว่าเขาจะโอเวอร์เกินไป
บาสเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานทบทวนเรื่องราวที่ไม่น่าเชื่อครู่หนึ่งแล้วเลิกคิดหันมาสนใจงาน

วิ่งวุ่นทำงานทั้งวันถึงเวลาเลิกงานก็ยังไม่ได้เลิกจนเวลาเลยมาถึงสองทุ่มกว่าๆถึงได้เป็นอิสระและนึกได้ว่ามีนัดบาสรีบเก็บของและวิ่งสุดชีวิตโรงงานก็ใช่ว่าจะเล็กกว่าจะถึงประตูทางออกก็ใช้เวลาพอสมควร
มาถึงก็มีแต่ความว่างเปล่ามีเพียงเสียงลมพัดที่อยู่เป็นเพื่อน ก็ใช่มันเลยเวลานัดมาจะสองชั่วโมงแล้วใครเขาจะรอ บาสหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงยืนลังเลว่าจะโทรดีหรือเปล่าไหนจะดึกไหนจะเบี้ยวนัดเขาจะด่าเอาไหมก็ไม่รู้ แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยอย่างน้อยก็ขอให้ได้โทรไปอธิบายก็ยังดี
ตรู๊ด…ตรู๊ด…
ไม่มีการตอบรับอะไรเลยเขาคงไม่รับ บาสกำลังจะวางสายแต่มีเสียงตอบรับมา
“ฮัลโหล”
“ครับ!”
“มีอะไรครับ”
ทำไมถามแบบนี้ ไปไม่เป็นเลย อาการดีใจเมื่อกี้หายหมดเลย
“คือ..ผมขอโทษที่ไม่ได้มาตามนัดนะครับผมทำงานจนลืมขอโทษจริงๆ”
“ไม่เป็นไรครับ เพราะผมก็ไม่ได้รออะไร”
“ครับ”
ตอบรับไปด้วยเสียงอ่อยอย่างรู้สึกผิด
“คุณพอจะมีเวลาให้เราได้คุยกันอีกไหมครับ”
“...............”
“มันเป็นหน้าที่ของคุณแล้วละครับที่จะต้องหาทางคุยกับผมเอง ผมมีธุระขอตัววางสายนะครับ”
บาสหยุดคิดจากคำพูดของคนในสายเก็บโทรศัพท์ลงแล้วมองไปข้างหน้า
“นี้ตกลงใครเจ้าหนี้ใครลูกหนี้กันแน่”
บาสเลิกคิดแล้วเดินหอบของพะรุงพะรังกลับบ้าน

ห่างไปไม่ไกลมากเจ้าของรถคันหรูนั่งคุยโทรศัพท์และมองคนที่ยืนอยู่ที่ประตูทางออกสังเกตและวิเคราะห์คนๆนี้ตามนิสัยของวิศวะไปด้วย ที่บอกว่าไม่ได้รอไม่จริงเลย เขารอบาสตั้งแต่เลิกงานจนถึงตอนนี้ที่บาสเพิ่งจะวิ่งมาถึง เมื่อเห็นบาสออกไปแล้วทิคจึงออกรถไปเช่นกัน

ผ่านไปอีกสองวันทิคก็เงียบไปเหมือนเคยโทรไปครั้งหนึ่งแล้วแต่ไม่รับบาสจึงไม่กล้าโทรอีกจะสิ้นเดือนแล้วจริงๆคราวนี้จะยังไงก็ไม่พูด ถามคลังก็ช่วยอะไรไม่ได้
ทำงานก็แปลกไม่เดินสวนกันไม่เจอกันเลยเข้าใจว่าโรงงานมันใหญ่แต่ทำตำแหน่งเหมือนกันอย่างน้อยก็ต้องเจอกันบ้างเอ็นจิเนียร์คนอื่นยังเจอเลยยกเว้นเจ้าหนี้นี้แหละ

ตอนนี้หัวหน้าเอ็นจิเนียร์ใหญ่เรียกประชุมเอ็นจิเนียร์ของทุกแอสแต่กลับไม่มีทิคมาร่วมประชุม บาสมองดูเบอร์แอสแต่ละคนที่มีติดอยู่ที่หมวกว่าอยู่แอสไหนเมื่อเห็นคนที่ติดแอสห้าแล้วจึงขยับเข้าไปถามทำเนียนเหมือนรู้จักสนิทชิดเชื้อกับทิค
“ทิคละครับ”
“ตรวจงานอยู่ในไลน์ครับ”
“อ่อ ครับ”
บาสพยักหน้ารับรู้แล้วยิ้มให้ หันหน้าไปฟังหัวหน้าแต่ในใจคิดเรื่องอื่น
วันนี้ละที่เขาจะบุกแอสห้าอีกครั้งไปถึงที่จะไม่เจอให้รู้ไปต้องคุยให้ได้ คิดแล้วทำเลยเลิกประชุมบาสเดินแยกไปทางซ้ายซึ่งเป็นทางไปแอสห้าด้วยความเร็วตามแบบฉบับเขาเพราะทุกวันก็ต้องเดินเร็วแทบจะวิ่งดูงาน

แอสเซมบลี3

แอสเซมบลี4

แล้วก็

แอสเซมบลี5!

บาสยืนหอบหายใจนิดๆมองป้ายด้านหน้าที่เป็นเป้าหมายแล้วเดินตรงไปข้างในด้วยความแน่วแน่ตรงไปด้านหลังที่เป็นจุดทำงานของเอ็นจิเนียร์มองซ้ายมองขวามองจนทั่วก็ไม่เห็นเจ้าหนี้ เอ็นจิเนียร์คนหนึ่งเดินผ่านมาพอดีจึงเรียกถาม
“ขอโทษนะครับ”
คนที่กำลังเดินดูเอกสารมาเงยหน้าขึ้นตอบ
“ครับ”
“ทิคอยู่ไหมครับ”
“มันไปดูงานเสียที่ห้องเก็บงานเสียเมื่อกี้เองครับ”
บาสกัดฟันตัวเองเนียนๆจนคนตรงหน้าดูไม่ออกเก็บอารมณ์ไว้ข้างในแล้วโค้งหัวขอบคุณไป พอคนๆนั้นเดินผ่านไปถึงได้ปล่อยอารมณ์ออกมาทางสีหน้า
เห๊อะ!ให้ตายเหอะให้มันได้แบบนี้


ทิคที่กำลังยืนดูพนักงานทำงานหันมองกลุ่มเพื่อนเอ็นจิเนียร์ที่เพิ่งกลับมาจากการประชุมแล้วหันกลับไปดูงานต่อ
“ไอ้คุณชายเพื่อนมึงถามหา”
ทิคหันมองนนที่เดินแยกออกมาจากกลุ่มมาหาเขา
“ใครวะ”
“เอ็นจิเนียร์แอสหนึ่ง”
ใคร…คลังหรอ
คำถามทุกอย่างกระจ่างโดยไม่ต้องมีคนตอบเมื่อสายตามองไปเจอเข้ากับ…ลูกหนี้ของเขาที่กำลังยืนอยู่หน้าแอส
นนเดินไปแล้วตี๋ยืนอยู่แถวนั้นพอดีทิคจึงเดินเข้าไป
“กูไปดูงานเสียที่ห้องเก็บงานนะ”
“เออๆ”
ตี๋ที่กำลังให้ความสนใจเอกสารในมือตอบรับมาแบบไม่มองหน้าเพื่อน ในไลน์การผลิตไหนจะคนไหนจะเครื่องจักรอะไรหลายๆอย่างทำให้แต่ละส่วนถ้าไม่มองดีๆก็หากันไม่เจอนั้นเป็นข้อดีสำหรับตอนนี้ เขาเดินไปบาสเดินมาทิคมองบาสในระยะที่ไม่ไกลมากแล้วเหยียดยิ้มมุมปากหันกลับไปมองทางอื่นอย่างไม่ใยดี

จะเจอกันได้ก็ต่อเมื่อเขาพอใจที่จะเจอเท่านั้นและวันนี้เขาก็พอใจที่จะเจอแล้ว แต่ไม่ใช่ที่นี้ตอนนี้เวลานี้
มาดูความพยายามของลูกหนี้คนนี้กัน

ทิคเดินอย่างใจเย็นเพื่อไปห้องเก็บงานเสียระหว่างทางก็ยิ้มทักทายตลอดทางเวลามีคนยิ้มให้อย่างว่าคนหล่อดังของโรงงานใครๆก็รู้จักและอยากทักทาย
เขาเปิดประตูเข้าไปแล้วเดินตรงไปที่ริมห้องที่เป็นกระจกเพื่อมองลงมาข้างล่างเคาะนิ้วกับขอบหน้าต่างตามจังหวะเข็มนาฬิกาอย่างมีความสุขไม่นานก็มีคนๆหนึ่งกำลังเดินแทบจะวิ่งตรงมาทางนี้ในมือถือแฟ้มประจำตัวมาด้วย วิศวะหนุ่มที่ยืนมองลงไปจากหน้าต่างยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์แล้วหันกลับเดินไปเปิดเอกสาร
แกล๊ก!
เสียงเปิดประตูแรงแต่ก็ยังไม่ดังเท่าเสียงหอบเหนื่อย

ทั้งคู่สบตากันในระยะไกลทิคที่ยืนอยู่กลางห้องบาสที่ยืนจับลูกบิดประตูค้างอยู่ และเป็นบาสที่เป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา
“ทำไมคุณถึง”
อารมณ์ที่มาเต็มต้องไปไม่ถูกเมื่อเห็นหน้าตาที่ไร้อารมณ์ร่วมของคนตรงหน้าสรรหาคำมาพูดไม่ออกเลย
“ผมทำไม”
เสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์แบบนี้ซื้อทิ้งได้ไหม อยากจะต่อว่าแต่ก็ทำไม่ได้ในเมื่อไม่ได้บอกเขาว่าจะมาหาก็ไม่ผิดที่จะไม่เจอบาสพยายามเก็บอารมณ์
“ทำไมเหงื่อเยอะแบบนี้ละ”
ทิคขยับเข้ามาใกล้ถอดหมวกบาสออกแล้วใส่หมวกของเขาเข้าไปแทน
!
บาสกำลังจะพูดแต่ก็ต้องหยุดและตกใจผงะหดตัวหนีเมื่อคนตรงหน้าเลื่อนจากหมวกบนหัวมาโดนแก้มและเลยไปถูกผมและหูของเขา บาสรีบยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าและลำคอตัวเองลวกๆถึงแม้จะตกใจขนาดไหนก็รีบปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ
“คุณพอจะมีเวลาคุยกับผมไหม”
“ว่ามาเลย”
ทิคยิ้มแล้วตอบรับ ได้ยินแบบนั้นบาสก็ชื่นใจขยับเข้าหา
“เรื่องเงินคือผมอยากรู้ว่าผมต้องใช้คืนยังไง”
“ผมต้องการแสนหนึ่งคืนภายในเดือนหน้าได้ไหม”
“…………”
คนที่กำลังจะพูดต่อหยุดเงียบเมื่อได้ยินคำพูดของทิค
“ผม..ไม่มี”
บาสพูดเสียงอ่อนอย่างจนปัญญา
“ฉะนั้นคุณก็ไม่ต้องวิ่งตามผม ผมจะให้คุณใช้ยังไง แบบไหน เมื่อไรผมจะบอกเอง ไม่ต้องรีบหรอกคุณได้ใช้แน่ๆ”
เสียงออดดังเป็นสัญญาณของการพักกลางวัน ทิคคว้าแฟ้มเอกสารที่วางอยู่ขึ้นถือแล้วหันมาพูดกับบาส
“หมดเวลาแล้ว”
แล้วเดินออกไปจากห้องทิ้งให้บาสที่ยังปะติดปะต่อเรื่องไม่ได้ยืนอยู่ที่เดิมคนเดียว
เขาชักจะไม่อยากคุยกับคนๆนี้แล้ว



สวัสดีคะ มาถามความคิดเห็นว่าควรจะลงตอนใหม่ได้หรือยัง ใครอยากอ่านบ้างนะ จะได้ทยอยลงตอนเก่าวันละสองตอนจะได้เร็วขึ้น^^

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 744
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
อยากอ่านตอนใหม่จ้า :mew2:

ออฟไลน์ NuNam

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1342
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-2
ลงตอนเก่าแบบรวดเดียวไปเลยก็ดีนะคะ เพราะรออ่านตอนใหม่อยู่ค่ะ

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
เห็นด้วยกับรีพลายด้านบนเป็นอย่างยิ่ง 

น่าจะอัพรวดเดียวไปจนครบตอนล่าสุดบวกด้วยตอนใหม่ไปเลย

แบบว่า  ลงแดง แล้ว

ออฟไลน์ joborcusier

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 211
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
หื้ออออออเราใจหายมากกลัวเป็นอะไรกลัวจะไม่ได้อ่านต่อแล้วรอเป็นเดือนๆดีใจมากที่คนแต่งยังอยู่ดีเป็นกำลังใจให้นะคะเราชอบเรื่องนี้มากจริงๆเป็นแนวที่ชอบพล็อตเรื่องดีน่าติดตามมากรออ่านตอนต่อไปค่ะ  :katai2-1: :mew1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Vermilion Bird

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
6..ของๆใครเขาก็รัก ถ้าเอามาก็ต้องคืน

บาสเดินคิดเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มาเรื่อยๆแต่ก็คิดไม่ออกกับการกระทำของทิคว่าต้องการอะไรกันแน่ คนถูกยืมเงินใครเขาก็อยากได้คืนเร็วๆแต่ทิคนี้แปลกแล้วก็ชอบพูดอะไรกำกวมให้ต้องคิดตลอด
“ไปไหนมาวะจะไปกินข้าวกูก็หาไม่เจอ”
คลังพูดทั้งที่ขนมยังเต็มปากเมื่อเห็นบาสเพิ่งมา
“ดูงานมา” บาสพูดแล้วเดินไปนั่งที่
“แล้วกินยัง”
“หึ ไม่หิว”
ว่าแล้วหยิบเอกสารขึ้นมากางเริ่มทำงานทั้งที่ยังไม่หมดเวลาพัก
“เดี๋ยวก็ตายคาโรงงานหรอกไอ้นี้ แล้วนี้อะไรมึงอยู่แอสห้าหรอ”
“อะไร” บาสถามกลับอย่างไม่เข้าใจ
“ก็หมวกมึงเนี้ย”
!!!!
บาสยกมือขึ้นจับหมวกบนหัวทันทีลืมไปเลยว่าทิคเปลี่ยนหมวกเขาไปจะเอาคืนตั้งแต่ตอนนั้นก็ตกใจจนลืม
“อะ.อ่อคือ..ห้องเก็บงานแอร์มันเสียวะเลยพากันถอดหมวกสงสัยหยิบสลับกัน ดีนะที่มึงทักเนี้ย”
คลังพยักหน้ารับรู้ไม่ได้ติดใจอะไรแล้วเดินไปนั่งที่
บาสเหล่มองนิดๆเมื่อเห็นว่าคลังกำลังก้มหน้าก้มตาสนใจเกมส์ในมือถือจึงค่อยๆทำเนียนแล้วรีบออกมาไปหามุมไม่มีคนแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาโทร ร้อนใจเมื่อปลายสายไม่รับสักทีจนในที่สุดก็รับ
“ฮัลโหล”
“คุณผมขอหมวกคืนด้วยครับ”
เสียงหัวเราะไม่ดังมากดังเข้ามาในสาย แล้วเงียบไปแปปหนึ่งถึงพูดตอบมา
“ทำยังไงดีละตอนนี้ผมกำลังยุ่ง”
“เดี๋ยวผมไปเอาเองตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน”
“เกทสาม”
“ห๊ะ!”
แค่ได้ยินชื่อก็ถึงกับต้องอุทานเสียงหลง มันไกลเป็นประเทศเลยนะแต่ละวันนี้จะอยู่ไปทุกจุดของโรงงานเลยหรือไง เสียงออดดังขึ้นขัดจังหวะเป็นเวลาของการเข้างาน
“แค่นี้นะครับได้เวลาทำงานแล้ว”
บาสมองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายไปแบบไม่ให้ทันได้ตั้งตัวแล้วหัวเสีย ทำยังไงดีตัวหนังสือแอสห้าก็เด่นหลาไหนจะรหัสพนักงานอีกด้านอีกถ้าไม่มีใครสังเกตก็ดีไปแต่ถ้าเห็นต้องถามแน่ๆ
บาสต้องตัดใจทิ้งเรื่องนี้แล้วเดินกลับเข้าไปทำงานเดินเข้าไปก็เหล่มองคนอื่นไปด้วยว่ามีใครมองหมวกบนหัวไหมถ้าคลังไม่บอกก็คงดีจะได้ไม่ต้องมาระแวงแบบนี้ บาสเดินเข้าไปในไลน์การผลิตเพื่อดูการผลิตงานเหมือนทุกวันเวลาว่างจากงานอื่น
พนักงานสาวกลุ่มหนึ่งหันมาซุบซิบเมื่อเห็นบาสยืนดูงานอยู่ในระยะไกลและกำลังเดินมาทางนี้
“แฟนกูมา!”
หนึ่งในนั้นรีบจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมตัวเองแล้วหันให้เพื่อนดูให้
“มึงถามเขายังว่าเขาจะเป็นกับมึงไหมอีส้ม”
“โอ้ย!กูยังไม่ได้กระพริบตาใส่เฉยๆหรอก”
“เป็นตั้งระดับนั้นเขาไม่มองพนักงานต่ำๆจบไม่สูงแบบเราหรอกตื่น!”
“ใช่ พวกนี้เขาก็คบกับคนที่เหมาะสมจบสูงตำแหน่งดีๆแบบเขาวันๆเดินสวยๆไปมาโน้น”
“พวกมึงนี้ซ้ำเติมกูดีจริงๆนะเป็นเพื่อนกูกันจริงๆไหมเนี้ย!”
คนถูกรุมเบ้ปากจิกตาใส่เพื่อนแล้วหันไปมองวิศวะหนุ่มที่ตนหมายปองมาตลอดและชอบคิดเองเออเองว่าเป็นแฟน แต่ยิ่งมองก็ยิ่งดูห่างไกลเธอถอนหายใจอย่างปลงๆแล้วหันกลับมาทำงานต่อ สักพักก็มีเสียงดังมาจากด้านหลัง
“ทำไมจับงานแบบนั้นละครับ”
หันไปมองก็ถึงกับต้องตกใจจนแทบลืมหายใจเมื่อเป็นบาสที่ยืนอยู่และมองมาที่เธอ อารมณ์แบบแอบชอบใครมากๆแล้วเขาเข้ามาคุยด้วยนั้นแหละ
บาสเอียงคอมองเมื่อพนักงานสาวไม่ตอบสักที คนที่ยืนอึ้งอยู่นานได้สติมองมือตัวเองแล้วตอบแบบติดขัด
“ละ..เหล็กงานมันโดนคะเลยจับไม่ถนัด”
บาสมองผ้าผันแผลสีขาวที่มือเธอแล้วถาม
“เป็นแผลเลยหรอครับ”
“ค่ะ”
จุดของส้มต้องยกงานยิ่งงานต้องทำด้วยความเร่งรีบเลยทำให้พลาดโดนจนเกิดแผลบ่อยๆ
บาสมองด้วยสายตาอ่อนโยนแล้วมองหาอะไรไม่รู้ส้มและเพื่อนมองหน้ากันอย่างสงสัย
“รีดเดอร์ครับ”
บาสมองหารีดเดอร์หรือหัวหน้างานที่ดูแลจุดนี้นั้นเอง
“พนักงานโดนเหล็กที่งานจนเป็นแผลช่วยดูให้ด้วยนะครับ”
“น้องเขาต้องยกงานดูนะคะไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเหมือนกัน”
รีดเดอร์สาวพูดด้วยสีหน้าเครียด บาสคิดครู่หนึ่งแล้วพูด
“หาถุงมือให้เขาใส่ได้ไหมครับเอาแค่ข้างที่ต้องยกงานก็ได้”
“พี่บงจะไม่ว่าหรอคะ”
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมพูดกับพี่บงเองหรือถ้าคิวเอมาตรวจก็บอกชื่อผมไปได้เลย”
รีดเดอร์สาวพยักหน้ารับคำแล้วทั้งคู่ก็เดินคุยงานกันออกไป
“ทำไมเขาดีแบบนี้วะ”
ส้มพูดกับเพื่อนมองตามบาสตาเยิ้มเหมือนเอาสติเธอตามไปด้วย
“เออไม่เห็นมีใครมาสนใจเลยมึงเป็นตั้งนานละ ใส่ใจดีแท้”
“ต้องมีบุญเก่าขนาดไหนวะจะมีผัวแบบนี้”
“นั้นดิบุญกูจะถึงเขาไหม”
ส้มยังมองตามบาสไม่ละสายตาจากที่ชอบอยู่แล้วยิ่งประทับใจไปใหญ่ที่ได้คุยจังๆและได้ยินเสียงบาสใกล้ๆครั้งแรกและที่สำคัญบาสยังมาสนใจและเป็นห่วงเธออีก
“แต่ตอนนี้กูว่าทำงานเหอะก่อนที่แม่มึงจะมา”
เมื่อพูดถึงบงกชส้มก็ต้องเบ้ปากชั่งใจจากการมองบาสแล้วหันมาทำงานต่อ

การทำงานดำเนินไปเหมือนทุกวันทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองจนถึงเวลาเลิกงาน
บาสเดินด้วยความเหนื่อยล้าไปทาบบัตรเลิกงานแล้วเดินต่อไปยังล็อคเกอร์ถอดป้ายพนักงานออกจากคอและของที่ไม่นำกลับบ้านใส่ไว้ แต่เมื่อถอดหมวกออกมาก็ต้องยืนมองแล้วนึกถึงเหตุการณ์วันนี้ไม่รู้คิดอะไรเอามาดม
“สะอาดน่าดู”
บาสเลิกคิดโยนหมวกเข้าล็อคเกอร์แล้วล็อคกุญแจ


ทางด้านทิคกลับมาถึงบ้านก็ตรงขึ้นห้องเรื่องข้าวเย็นลืมไปได้เลยอยู่คนเดียวถ้าไม่กินก่อนเข้าบ้านก็คือไม่กินเลยนานๆทีจะทำอาหารทานเอง บ้านหลังนี้เขาซื้อเพราะใกล้กับโรงงานบ้านอีกหลังหนึ่งที่เป็นบ้านของครอบครัวอยู่ค่อนข้างไกลจากนี้มากหลังนั้นจะมีพ่อแม่และพี่สาวที่เป็นหมอเกี่ยวกับกระดูกอยู่ซึ่งทิคจะกลับทุกวันหยุด
เดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำเหลือบเห็นหมวกที่วางอยู่จึงเดินเข้าไปหยิบขึ้นดูแล้วกระตุกยิ้มเมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันนี้

เช้าวันสุดท้ายของการทำงานของสัปดาห์นี้พนักงานทุกตำแหน่งต่างเดินเข้าโรงงานเยอะจนต้องรอคิว ทุกคนต่างเร่งรีบเข้าโรงงานแต่มีอยู่คนหนึ่งที่ยังยืนอยู่หน้าทางเข้านั้นคือบาสเองที่ยืนอยู่ไม่ใช่อะไรรอทิคเพื่อที่จะเอาหมวกคืนมองหาอยู่นานก็ไม่เจอยังไม่มาหรือมาแล้วเข้าไปแล้วก็ไม่รู้เพราะคนเยอะมองไม่ทันหรอกหรือจะไปเข้าประตูอื่นก็ไม่รู้อีก นานเกินไปจนต้องโทรหา
สายแรกไม่รับบาสจึงโทรใหม่คอยนานจนแทบจะวางสายครั้งที่สองแต่ในที่สุดก็รับ
“ฮัลโหล!” ดีใจจนพูดออกไปด้วยเสียงตื่นเต้น
“อยู่ไหนครับคือผมจะคืนหมวก”
“ผมอยู่ห้องธุรการ”
ไปยังไง!ตอนไหน!ทำไมไม่เห็น!
“ช่วยรอก่อนนะครับ ผมจะรีบไป”
วางสายปุ๊บบาสก็เดินแล้ววิ่งสลับกันไป แวะไปเอาของที่ล็อคเกอร์แล้วยังต้องมาเสียเวลาต่อคิวทาบบัตรเข้างานอีก เมื่อมาถึงก็พบกับสิ่งที่กลัวมาตลอดทางคือไม่เห็นทิค มองหาจนทั่วแล้วถึงกับคอตก
“คุณมาช้านะ”
บาสหันไปมองตามเสียงแต่เมื่อหันมาก็ต้องตกใจจนถอยหนีเมื่อทิคมายืนอยู่ข้างหลังในระยะใกล้ รายนั้นเมื่อเห็นบาสกลัวก็ยิ้มขำ
“ขอโทษครับที่มาช้า”
กล่าวคำขอโทษแล้วนึกถึงจุดประสงค์ได้ บาสรีบยื่นหมวกคืนให้เจ้าของ ทิคเห็นแบบนั้นจึงคืนหมวกให้เช่นกัน บาสรับมาแล้วรู้สึกถึงความผิดปกติจึงทำเนียนยกขึ้นดม ทำไมหอม
“คุณซักหรอ”
“ใช่”
ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกอายหน่อยๆมันคงสกปรกจนทิครับไม่ไหวจริงๆ เขาก็ไม่ได้เป็นคนสกปรกนะแค่มันทำงานจนไม่มีเวลาต่างหากจะเอาไปซักทีไรก็ลืม
ทิคใส่หมวกเรียบร้อยแล้วแต่บาสยังไม่ใส่สักทีเขาจึงดึงมาจากมือของบาสแล้วใส่ให้ขยับที่รัดด้านหลังให้พอดีกับหัวบาสจัดแจงให้เสร็จสรรพเล่นเอาบาสยืนนิ่งเป็นหุ่น
ทั้งคู่สบตากันทิคมองด้วยสายตาแน่นิ่งส่วนบาสมองด้วยสายตากล้าๆกลัวๆ
“ทิค”
!
เสียงเรียกทำให้ทั้งคู่ละสายตาจากกันและถอยออกห่าง
“ไปกันเถอะ”
ทิคพยักหน้ายิ้มให้ผู้หญิงตรงหน้าที่เพิ่งเดินเข้ามาแล้วเดินไปด้วยกันโดยที่ไม่ได้หันมาบอกอะไรบาส
เธอคนนั้นเป็นผู้หญิงหน้าตาสะสวยอย่างกับดาราและดูภูมิฐานเดินไปด้วยกันแล้วเหมาะมากๆ บาสเลิกสนใจแล้วหันกลับมาทางเดิมเพื่อรีบกลับแอสต้องไปให้ถึงก่อนที่บงกชจะเข้า
“อีกสองวันก็จะเป็นไทยแล้วไปแดกกัน!”
คลังกอดคอเพื่อนสนิทขณะกำลังจะเดินไปกินข้าวเที่ยงคิดโปรแกรมไว้รอเงินเดือนออก
“ไปไหนละหนี้สินรออยู่ท่วมหัว”
“ไอ้ทิคมันไม่โหดร้ายขนาดนั้นหรอกมึงก็อย่าคิดมากเลย”
“มันไม่ใช่แค่เรื่องนั้นค่าใช้จ่ายกูเยอะมึงก็รู้”
บาสพูดแล้วเดินเข้าไปต่อแถวร้านที่จะกินคลังยังไม่วายเดินเข้าไปกอดคออีกรอบ
“แต่กูเลี้ยงนะ”
พูดด้วยสีหน้าท่าทางล้อตาล้อใจ แต่หาใช้ได้กับเพื่อนไม่
“สิ้นเปลืองเปล่าๆมึง”
บาสพูดแล้วหันไปสั่งของตัวเองและของคลังจ่ายเงินให้พร้อมถือมาให้เสร็จสรรพ
“สิ้นเปลืองอะไรวันเกิดกูทั้งทีนะ”
คนที่กำลังจะตักข้าวเข้าปากชะงักทันที
“วันเกิดมึง”
บาสหันบัตรพนักงานที่คอไปด้านที่มีปฏิทิน
“เออใช่!กูลืมขอโทษวะ”
“กูเข้าใจคิดเรื่องงานกับเรื่องที่บ้านมึงก็ประสาทจะแดกพอแรงละ ตกลงไปนะ”
“เออวันเกิดมึงนิ”
“ดีมากทำตัวน่ารัก”
คลังหัวเราะอย่างถูกใจแล้วลงมือกินข้าว กินเสร็จแล้วก็แวะซื้อเครื่องดื่มชูกำลังเตรียมพร้อมสำหรับตอนบ่ายแล้วถึงกลับแอส

ออฟไลน์ Vermilion Bird

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
Re: หนี้ชีวิต (Secrets’debt) 7..ซื่อ 17/04/61
«ตอบ #21 เมื่อ16-04-2018 23:57:54 »

7..ซื่อ

และแล้ววันที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตารอคอยก็มาถึงวันนี้เงินเดือนออกภาพที่จะเห็นเป็นประจำคือตู้กดเงินทุกจุดของโรงงานจะเต็มไปด้วยผู้คนที่มายืนต่อคิวยาวเหยียดแต่ในเมื่อเอาเงินเขามาใช้ก็ต้องทำงานให้เขาและบาสกำลังทำสิ่งนั้นอยู่ เดินเขียนแผนงานของเดือนใหม่กับเพื่อนเอ็นจิเนียร์ด้วยกันจนแทบหัวระเบิดไม่มีเวลาตื่นเต้นเรื่องเงินเดือนเลยบงกชเรียกประชุมเคร่งเครียดเรื่องเป้าหมายของเดือนนี้อีกรับหลายเรื่องแต่เช้าเลย
“จะเอาไงกับปัญหามอเตอร์ที่คิวเอเจอวะบาส”
“เดี๋ยวไปดูสภาพงานก่อนดีกว่าแล้วค่อยมาคุยกันอีกทีว่าจะเอาไง”
“โอเค”
บาสแยกกับปิงเอ็นจิเนียร์ในแอสที่เข้ามาถามงานต่างคนต่างวิ่งวุ่นกันไปคนละทาง บาสนำรายงานปัญหาไปให้บงกชแล้วเดินตามไปดูการทำงานของพนักงานพร้อมกับคลังด้วย วันนี้ทั้งวันยุ่งอยู่กับปัญหาที่พนักงานทำงานเสียเลยต้องเดินดูและคอยให้คำแนะนำ
“รีบๆนะ”
“เออ”
บาสและคลังแยกกันตรงที่ทาบบัตรเพราะบาสจะต้องเอาเอกสารไปให้ฝ่ายจัดส่งก่อนคลังเลยจะไปรอที่รถ
จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็รีบออกจากตึกไปลานจอดรถเพื่อจะไปฉลองวันเกิดคลังนั้นเอง
“พวกไอ้ปิงละ”
“เดี๋ยวตามไป”
บาสพยักหน้าเข้าใจแล้วคาดเข็มขัด
ร้านที่คลังจองไว้เป็นร้านที่มาค่อนข้างบ่อยเวลาสังสรรค์ เพื่อนทยอยมาจนเกือบครบตอนนี้มีคลังบาสและเอ็นจิเนียร์ในแอสคือปิงและลูป
“ไม่รอนะมึง!”
เสียงทำให้ทุกคนหันมองหลังจากดื่มกันได้ครู่ใหญ่แล้ว
“มาช้าวะ” คลังพูดแล้วกวักมือเรียก
“เคลียร์งานอะดิ”
คนมาใหม่เบ้หน้าบ่นแล้วเดินแทรกผ่าวงมาหยิบแก้วแอลกอฮอล์ขึ้นดื่ม
“พนักงานดีเด่นวะฮ่าๆ”
คนมาใหม่ยื่นมือไปผลักหน้าลูปเพื่อนเอ็นจิเนียร์ในแอสอย่างดูสนิทสนมคงมีแต่บาสที่นั่งเงียบเพราะไม่รู้จักจนคนๆนั้นหันมาทางเขาแล้วสะกิดถามคลัง
“ใครวะ”
“ไอ้บาส”
“อ๋อ นี่นี้เองบาสแอสหนึ่งที่เขาล่ำลือ”
ไนท์พูดแล้วมองบาสไปด้วย
“กูไนท์นะเป็นเอ็นอยู่แอสห้า”
บาสยิ้มแล้วโค้งหัวให้ให้อย่างเป็นมิตร
“ดีๆแบบนี้ไม่น่ามาอยู่กับพวกนี้ให้แปะเปื้อนเลยวะ”
“อ้าวไอ้นี้” คลังมองไนท์สายตาเคืองๆแบบขำๆ
“แล้วไอ้คุณชายมันไปไหน”
“ไม่รู้เดินตามตูดกูมาดีๆ”
ไนท์พูดแล้วมองหา
“โน้นไอ้ห่าเดินหล่อมาโน้นละ”
“ไอ้ทิค!”
!!!
บาสที่นั่งเงียบมานานเงยหน้าขึ้นมองทันทีและก็เป็นอย่างที่คิด....เจ้าหนี้ของเขาเอง
ทั้งคู่มองกันตั้งแต่ทิคอยู่ในระยะไกลจนเดินมาถึงโต๊ะทิคจึงเปลี่ยนไปหากลุ่มเพื่อน
“มึงคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกของวันนี้หรือไงวะ” คลังโวยวาย
“แล้วกูพอจะเป็นได้ไหมวะ”
“พูดงี้มึงถีบหน้ากูเถอะ”
เพื่อนพากันหัวเราะเสียงดังอย่างถูกใจ
“มานั่งๆ”
คลังกวักมือเรียกทิคให้ไปนั่งข้างๆที่เหลืออยู่นิดหน่อยบาสเห็นแบบนั้นก็ขยับให้ ทิคเดินเข้ามานั่งลงตรงจุดที่ถูกจัดแจงไว้ให้
“หมดแก้ว!”
คลังยกแก้วแอลกอฮอล์วางลงหน้าทิคเสียงดัง เสียหน้าได้ที่ไหนคนถูกท้ายกขึ้นกระดกรวดเดียวหมดแก้วเรียกเสียงโห่จากเพื่อนได้เป็นอย่างดี
“ชนแก้วหน่อยไอ้บาส”
ไนท์ยื่นแก้วข้ามหน้าเจ้าของวันเกิดและทิคไปหาบาสที่นั่งตัวลีบอยู่หลังทิค
“มันไม่กินเว้ยเอามานี้ กูกินเอง” คลังจะดึงแก้วจากมือแต่ไนท์ไม่ยอมหันไปหาบาส
“ไม่แดกเหล้าหรอวะ”
“ใช่”
“เหยด”
“เพื่อนกูดีทุกอย่างเหล้าไม่กินบุหรี่ไม่สูบเมียไม่เอาขยันหมั่นเพียรเป็นที่รักของทู้กคน”
ไม่พูดเปล่าคลังยื่นมือมาดึงคอบาสหวังจะให้เข้ามาใกล้ๆแต่มีทิคนั่งกั้นอยู่เลยทำให้คอบาสที่ถูกดึงมาแนบกับหน้าอกทิค บาสพยายามทั้งแกะทั้งตีมือเพื่อนให้ปล่อยแต่คลังหาได้สนใจไม่ดึงคอบาสค้างไว้แต่หันไปโฆษณาบาสให้ไนท์ฟังจนทิคเป็นฝ่ายดึงออกให้ถึงได้เป็นอิสระ

อย่างที่รู้ว่าผับและร้านเหล้าก็ต้องมีสาวควบคู่มาด้วย ไนท์กับคลังมองสาวๆกลุ่มหนึ่งต่างฝ่ายต่างมองกันไปมาเป็นสาวๆที่เป็นฝ่ายเดินเข้ามาหา
“ขอชนแก้วหน่อยได้ไหมคะ”
หนึ่งในสามของกลุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเชื้อเชิญ
“เป็นเกียรติมากครับ”
ไนท์ลุกขึ้นแล้วยื่นแก้วไปชนครบสองคนยกเว้นคนสุดท้ายที่สวยสุดในกลุ่ม
“ขอโทษนะคะ”
เธอพูดขอโทษเรื่องอะไรไม่รู้แล้วหันไปหากลุ่มเพื่อนที่นั่งอยู่และชี้ไปที่บาส
“ขอชนกับคนนั้นได้ไหมคะ”
เล่นเอาค้างกันทั้งวง ไนท์มองแล้วหัวเราะ
“ได้เลยครับ”
เดินผ่าวงเข้าไปกอดคอบาสให้ลุกขึ้น
“ชื่อบาสครับไม่ใช่มีดีแค่หล่อเป็นวิศวะยังไม่พอนิสัยดีสุดๆสิ่งมึนเมาไม่แตะและที่สำคัญยังไม่มีคู่ชีวิต”
“รับประกันว่าดีจริงครับ”
คลังลุกขึ้นกอดคอบาสอีกฝั่งคนกลางทำได้แค่ยืนตัวลีบโยกไปโยกมาตามแรงลาก
สาวสวยได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับต้องยิ้มจ้องมองบาสที่เอาแต่หลบตา
“เพื่อนเราชื่อใบหม่อนตอนนี้เป็นบัญชีการงานก็ดีนิสัยก็เริ่ดแฟนไม่มีเหมือนกัน”
คนที่เดินเข้ามาขอชนแก้วคนแรกแนะนำเพื่อนตัวเองบ้าง
“เหมาะสม!เอาไงไอ้บาส”
คลังถามเพื่อนตัวเองแต่บาสไม่ได้ตอบอะไรเกี่ยวกับคำถามเลย
“กูไปเข้าห้องน้ำแปปนะ”
บาสดิ้นออกจากแขนเพื่อนทั้งสองแล้วเดินออกมาทุกคนไม่ได้สนใจอะไรเพราะกำลังสัมภาษณ์สาวใบหม่อนกับเพื่อน บาสเดินเข้าห้องน้ำทำธุระเสร็จแล้วเดินไปล้างมือที่อ่างเดินออกจากห้องน้ำแต่ไม่ได้กลับเข้าไป
บาสเดินออกไปสูดอากาศนอกร้านสักพักแล้วถึงจะเข้าไปบรรยากาศเงียบๆทำให้คิดเรื่องเมื่อครู่นึกถึงคำพูดที่เพื่อนของใบหม่อนแนะนำ เธอเพอร์เฟคขนาดนั้นเขาไม่คู่ควรด้วยหรอกยอมรับว่าก็ถูกชะตาเธอไม่น้อย
“ทำไมไม่เข้าไป”
คนทีกำลังคิดเพลินๆหันมองคนที่เข้ามายืนข้างๆเมื่อรู้ว่าเป็นทิคก็ตกใจหน่อยๆแต่ก็ปรับตัวได้แล้วตอบออกไป
“สักพักครับ”
เสียงกดไฟแช็คทำให้ต้องหันมองอีกครั้ง บาสมองขั้นตอนการสูบบุหรี่อย่างเผลอตัวจนทิคที่กำลังพ่นควันหันมามอง
“อย่าไปคิดลองละ”
คนที่กำลังมองได้สติรีบหันไปทางอื่นที่มองไม่ใช่อะไรไม่คิดว่าคนที่ดูวางตัวดีและดูสุขภาพดีอย่างทิคจะสูบบุหรี่ ยืนเงียบกันไปสักพักก็มีผู้หญิงสวยคนหนึ่งเข้ามา ไม่ได้มาหาเขานะมาหาทิคต่างหาก
“อากาศดีนะคะ”
“ครับ”
ทิคตอบไป เมื่อรู้ว่าเริ่มเป็นส่วนเกินบาสจึงขยับออกห่าง
“มาคนเดียวหรอคะ”
“เปล่าครับ”
พูดจบก็จับแขนบาสดึงเข้ามาใกล้ๆ
“มากับเขา”
เธอสบตากับทิคแล้วยิ้มหันมามองบาส รายนั้นเป็นคนยิ้มกะทะละลายอยู่แล้วคนยิ้มมาก็ยิ้มตอบ
“น่ารัก”
เธอพูดทั้งที่ยังมองบาสอยู่แล้วหันกลับไปหาทิค
“ใช่ครับ…น่ารักมาก”
ทั้งคู่ยิ้มให้กันเธอคนนั้นหัวเราะอีกแล้วบาสได้แต่ยืนงงมองทั้งคู่
เธอโค้งหัวให้นิดๆแล้วเดินจากไป ทิคหันมาเห็นบาสมองอยู่แล้วถึงกับกระตุกยิ้มบ่นลอยๆ
“ทำเป็นอยู่หน้าเดียวหรือไง”
“ครับ ว่าอะไรนะ”
ยัง ยังไม่เลิกงงอีก
“ใช่ ผมกะจะเอาเงินไปให้คุณแต่ไม่รู้ต้องใช้เท่าไรได้เจอพอดีเลย”
บาสพูดสิ่งที่คิดมานานออกไปแต่นึกขึ้นได้ว่าตนไม่ได้กดเงินสดมาแต่พูดไปแล้วบาสหันมองจนทั่วสายตาก็ไปเจอเข้ากับตู้กดเงินที่อยู่อีกฝั่งถนนพอดี
“คุณรอก่อนนะครับ”
พูดแล้วก็วิ่งไปแบบไม่รออะไร
ทิคมองตามดูว่าบาสจะทำอะไร
ไม่รู้เพราะความรีบหรือเพราะเป็นคนไม่ระวังบาสไม่มองรถที่กำลังขับมาคนเดินตามไปหันมองด้วยความตกใจดีที่เป็นคนมีไหวพริบทิครีบวิ่งเข้าไปดึงแขนบาสให้กลับมาแรงจนบาสเซตามแรงดึงจนเกือบล้ม

!!!!!

ต่างคนต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมองตามรถที่ขับผ่านไปมีเพียงเสียงหายใจแรงๆที่ได้ยินตอนนี้
“ทำบ้าอะไรหะ!”
ทิคตะคอกเสียงดังพร้อมกับบีบแขนจนบาสตกใจมองอึ้งๆ
“อยากตายหรือไง!”
ทิคบีบแขนแรงขึ้นอีกส่วนบาสยังคงตกใจจนพูดไม่ออก
“ผมไม่ทันมอง”
ได้ยินคำตอบทิคถึงกับต้องหันหน้าหนีเพื่อยับยั้งอารมณ์
“ขอบคุณนะครับ”
จะต่อว่าต่อพอได้ยินคำขอบคุณกับหน้าตาใสซื่อตรงหน้าก็พูดไม่ออก
“กลับเข้าไปเหอะ”
ทิคพูดเสียงแข็งแล้วเดินนำ
“เดี๋ยวแล้วเงินละ”
ได้ยินแค่นั้นทิคก็หันกลับมาเผชิญหน้าแล้วพูดเสียงดัง
“ก็ได้!”
“พรุ่งนี้รออยู่ที่แอส ผมจะให้คุณคุยจนพอใจ”
ทิคจ้องหน้าบาสที่หยุดกึกอยู่แล้วเดินเข้าร้านด้วยความเร็ว
คนที่ยืนอยู่ทำได้แค่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
เขาทำให้ทิคโกรธอีกแล้ว เจอหน้ากันทีไรสร้างแต่ความลำบากใจให้ ทิคคงไม่ชอบเขาเพิ่มขึ้นอีกแน่ๆ

ออฟไลน์ Vermilion Bird

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
8..รู้จักให้มากขึ้น

เมื่อคืนกว่าจะได้กลับก็เกือบเที่ยงคืนเมากันแทบเป็นโจ๊กเอาจริงๆทั้งกลุ่มเหลือแค่บาสกับทิคที่ยังเหมือนเดิมถึงเวลาที่สมควรแล้วถึงแยกย้าย ไนท์กลับกับทิคเพราะมาด้วยกันปิงกลับกับลูปส่วนบาสรับภาระคือคลัง เขาขับรถไม่เป็นจะทำยังไงได้นอกจากเรียกแท็กซี่กลับ ฝากรถคลังไว้ที่ร้านแล้วพามานอนค้างที่บ้าน
วันนี้เลยต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาเอารถนี้แหละ
“ปวดหัววะมึง”
“กินไม่ดูกำลังก็เงี้ย”
“ก็มันนานๆที”
คลังเบ้ปากแล้วนึกขึ้นได้
“แล้วเมื่อคืนพวกนั้นกลับไง”
“มายังไงก็กลับแบบนั้นแหละ”
“หรอ”
คลังทำหน้านึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วหันมาสนใจขับรถ
ทั้งคู่ออกเดินทางเพื่อไปโรงงานแต่เพราะมาเช้ากว่าปกติเลยไปนั่งทานข้าวเช้าที่โรงอาอารที่ร้อยวันพันปีจะได้มานั่งทานสักครั้ง บาสเลือกกินข้าวผัดส่วนคลังนาทีนี้ต้องข้าวต้มร้อนๆ
“โอ้ย!ร้อนๆ”
“เฮ้อมีแรง”
เป่าไปบ่นไป
บาสเห็นสภาพเพื่อนแล้วส่ายหัวอาการน่าเป็นห่วง
“เดี๋ยวกูไปซื้อเอ็มร้อยกับกาแฟให้ เข้าไปสภาพนี้มีหวังพี่บงกินหัวมึงแน่”

บาสลุกขึ้นหายไปสักพักแล้วกลับมาพร้อมเครื่องดื่มชูกำลังและของที่จะสามารถทำให้คลังตื่นได้ขนมาทุกอย่าง คลังเปิดถุงค้นๆดูแล้วถึงกับตาโต
“กินหมดนี้กูจะตายไหมเนี้ย”
“เห็นพิษของเหล้าหรือยังว่ามันมีแต่เสียกับเสีย”
“สาธุ”
คลังยกมือขึ้นพนมพร้อมกับทำหน้าทำตาเรียบร้อยล้อเลียนจนบาสต้องส่ายหน้าหนีให้กับความกวนของเพื่อน นั่งกินกันสักพักถึงเดินไปทาบบัตรแล้วตรงไปแอสของตัวเองปล่อยให้คลังนั่งตั้งสติอยู่ที่โต๊ะ
บาสใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ที่สุดไหนๆก็ว่างเลยถือโอกาสเดินตรวจเครื่องในไลน์การผลิตที่ต้องตรวจก่อนเริ่มงานทุกวันอยู่แล้ว
“ขยันจังเลยนะครับพี่บาส”
พนักงานรุ่นน้องในไลน์ที่กำลังเตรียมตัวจะเข้างานทัก
“เหมือนกันนะมาแต่เช้าเชียว”
“รถพามาครับ”
ทั้งคู่หัวเราะใส่กันแล้วพูดคุยเรื่องงานว่ามีอะไรให้ช่วยหรือต้องการถามอะไรหรือเปล่า
บาสเดินดูและเช็คเครื่องไปเรื่อยจนมาเจอเข้ากับพนักงานอีกคนที่กำลังยิ้มให้เขาอยู่ เป็นคนที่มือเป็นแผลจากการยกงานวันนั้นนั่นเอง
“เป็นยังไงบ้างครับแผลหายหรือยัง”
วิศวะหนุ่มถามด้วยหน้าตายิ้มแย้ม
“อ่อ..ค่ะ”
เพราะมั่วแต่มองเพลินพอได้สติส้มจึงรีบตอบยกมือตัวเองให้บาสดูจากตอนแรกต้องใช้ผ้าผันแผลตอนนี้ใช้เป็นพลาสเตอร์แทนแล้ว
บาสยิ้มให้แล้วหันไปดูเครื่องต่อ ส้มยืนลังเลอยู่นานถึงกล้าเรียก
“คุณคะ”
บาสหันมาแล้วยิ้มให้เมื่อถูกเรียก
“เรียกบาสก็ได้ครับ”
ส้มอึ้งหน่อยๆไม่คิดว่าบาสจะให้ความเป็นกันเองกับเธอขนาดนี้
“ค่ะ บาส”
บาสยิ้มให้ทันทีที่ได้ยิน
“ขอบคุณนะคะที่ช่วยเรื่องนี้”
ส้มยกมือข้างที่เป็นแผลให้บาสดูอีกรอบ
“ไม่เป็นไรครับ มีอะไรบอกได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ”
“ค่ะ”
ส้มมองบาสที่เดินผ่านไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งชอบ ชื่นชม และหลงใหล จากที่ชอบอยู่แล้วก็ชอบขึ้นไปอีกเรื่องนี้คงเป็นประเด็นให้พูดกับเพื่อนไปอีกนาน

การทำงานก็ดำเนินไปปกติเหมือนทุกวัน วันนี้ไม่มีเรื่องให้เครียด เวลาพักช่วงบ่ายบาสจึงได้ออกมานั่งจิบกาแฟ
แรงสั่นของโทรศัพท์ทำให้ต้องหยิบขึ้นมาดู

(หวังว่าจะไม่ลืม)

เป็นข้อความจากเจ้าหนี้ของเขาเอง

(ครับ)

กดตอบไปแล้วได้แต่มองข้อความที่โชว์อยู่หน้าจออยู่อย่างนั้นจนได้เวลาเข้างาน

ถึงเวลาเลิกงานพนักงานในไลน์หรือแม้แต่กระทั่งตำแหน่งอื่นต่างพากันทยอยออกไปบาสยังคงเดินเคลียร์งานแต่ก็ไม่ใช่งานเร่งรีบอะไรทำรอเวลานัดเท่านั้นเองทำไปเรื่อยๆทิคก็ยังไม่มาจนไม่มีงานทำบาสจึงออกมายืนคอยหน้าแอส รอสักพักจนเห็นทิคกำลังเดินมาแต่ไกล
“จะไปไหน..ครับ”
บาสเรียกเสียงดังแต่ผ่อนเสียงคำสุดท้ายเมื่อเห็นว่าทิคกำลังจะเดินผ่าน
คนถูกเรียกหันหน้ามามองด้วยสายตานิ่งเฉย
“ก็ไปคุยไง”
“เราไม่คุยที่นี้หรอครับ”
“ไม่”
“ทำไมละครับ”
“ไม่อยาก”
คำเดียวรู้เรื่อง
พูดจบก็เดินลิ่วๆไปแบบไม่รอบาสต้องรีบเดินตาม
โรงงานตอนนี้คนเริ่มซาลงเพราะกลับบ้านกันหมดแล้วมีรอกะดึกเข้างานต่อเดินอยู่ไม่กี่คน เดินไปได้ไม่นานทิคก็แวะเข้ามินิมาร์ทคนมาด้วยทำได้แค่ยืนรออยู่ข้างหน้าจนทิคออกมาพร้อมกับเอ็มร้อยในมือเปิดแล้วยกขึ้นดื่มตรงนั้นทันทีทิคกินรวดเดียวหมดขวดแล้วยืนนิ่งเหมือนเรียกสติครู่หนึ่งถึงเดินเอาขวดไปทิ้ง
บาสมองภาพตรงหน้าก็พอจะดูออกว่าทิคกำลังเหนื่อยเพราะเขาเป็นบ่อยวันไหนงานเยอะก็อาการประมาณนี้ เสื้อผ้าทิคก็เปื้อนเต็มไปหมดมองดูเสื้อผ้าสายตาก็ไปเจอเข้ากับแผลตรงข้อศอก
“แขนเป็นอะไรครับ”
ทิคหันมองบาสด้วยสาวตานิ่งๆแล้วหันแขนตัวเองข้างซ้ายดู ตรงข้อศอกมีเลือดไหลคงเป็นตอนตรวจเครื่องก่อนเลิกงานรู้สึกเจ็บนะตอนนั้นแต่ก็ไม่ได้สนใจเพราะกำลังยุ่งจนลืมไปเลย
“ไปห้องพยาบาลก่อนไหม”
“แผลแค่นี้ไปทำไม ห้องพยาบาลอยู่ตั้งไกล”
“ไกลตรงไหนตรงนี้ก็มี”
บาสเสียงดังกลับบ้างเมื่อทิคตะคอกใส่อย่างลืมตัว อยู่โรงงานนี้ไม่รู้หรอว่าห้องพยาบาลเขามีแทบจะทุกจุดหรือรู้แต่ไม่อยากไป
ทิคหันหน้าหนีบาสแล้วเดินนำเมื่อมาถึงห้องพยาบาลก็หันมาโยนเสื้อแขนยาวที่ถอดออกใส่บาสจนแทบคลุมหัวพร้อมกับกระเป๋าเอกสารดีนะที่บาสรับไว้ทัน คนที่มารยาทดีอย่างบาสอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น้อยคนไม่สนิทกันเพื่อนกันก็ไม่ใช่ทำไมถึงกล้าโยนของใส่แบบนี้ฝากดีๆก็ได้
เขาเลิกคิดแล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าห้องพยาบาลรอเล่นโทรศัพท์ฆ่าเวลาไปด้วย
“มาทำอะไรหรอบาส”
ฟ้าสาวบัญชีของแอสสองที่พอจะรู้จักแต่ไม่ถึงกับสนิทเดินผ่านมาพอดี
“พาเพื่อนมาห้องพยาบาลครับ”
“คิดว่าเป็นอะไร”
บาสยิ้มให้แล้วถามต่อ
“อยู่โอหรอ”
“ใช่ บาสก็อยู่หรอ”
“เปล่ากำลังจะกลับแวะพาเพื่อนมานี้ก่อน”
“อ่อ งั้นฟ้าไปละไว้เจอกันนะ”
“ครับ”
บาสมองตามแล้วนั่งลงเหมือนเดิมหันมองเข้าไปในห้องเมื่อเห็นว่ายังไม่มีใครออกมาจึงหันกลับมามองเอกสารทิคในมือแล้วเปิดดูฆ่าเวลาไม่นานประตูก็เปิดออกพร้อมกับทิคที่เดินมานั่งลงข้างๆบาสมองคนข้างๆแล้วถาม
“เป็นยังไงบ้างครับ”
“แสบ”
ถึงกับต้องหลุดยิ้มเมื่อได้ยินคำตอบมองแผลที่ข้อศอกของทิค
“โดนเครื่องหรอครับ”
“รู้ได้ไง”
“ผมโดนประจำ”
พูดแล้วก็เปิดกระเป๋าเสื้อหยิบพลาสเตอร์ที่มีอยู่สามสี่อันออกมาให้ดูทิคเห็นแล้วถึงกับต้องหันหน้าหนีแล้วยิ้ม รู้ตั้งแต่วิ่งไม่ดูรถเมื่อวานแล้วละว่าเป็นคนซุ่มซ่ามขนาดไหน
“เราจะไปคุยกันที่ไหนหรอครับ”
“ยังไม่รู้”
“คุยตรงนี้ไหมครับ มีเก้าอี้ให้นั่งพอดี”
บาสยิ้มกว้างให้ทิคมองแล้วยิ้มตามแบบหลบๆนั่งเงียบกันอยู่นานทิคจึงเป็นฝ่ายพูดก่อน
“จะใช้หนี้เงินพอใช้หรอ”
เขาพูดโดยที่มองไปข้างหน้ามือสองข้างอยู่ในกระเป๋าที่ถามไปแบบนั้นไม่ได้คิดที่จะดูถูกบาสแต่ที่ถามเพราะก็พอจะรู้อยู่มีคงไม่ต้องยืม
“ถึงไม่พอแต่เอามาก็ต้องคืน”
บาสพูดโดยที่สายตามองไปข้างหน้าเหมือนกัน
“แต่ละเดือนเอาเงินไปทำอะไรบ้าง เล่าได้ไหม”
ทิคหันมองตรงประโยคหลัง
“แต่ก่อนก็พอมีเงินเก็บแต่พอแม่มาป่วยก็ต้องพาไปหาหมอทุกเดือนผมไม่มีเงินเก็บเป็นก้อนเยอะขนาดนั้น เลยต้องหายืม”
“แม่เป็นอะไร”
“เบาหวานกับโรคซึมเศร้า”
มองสายตาของบาสตอนนี้แล้วรู้สึกแย่ไปด้วย
“อยู่กับแม่สองคนหรอ”
“ครับพ่อผมเสียแล้ว นี้แหละสาเหตุของโรคซึมเศร้า”
ทิคไม่ถามอะไรต่อเลือกที่จะเงียบไปสักพัก ลมเย็นๆกับอากาศเงียบๆแบบนี้ทำให้คิดอะไรได้เยอะจริงๆ
“เงินที่ยืมไปเอาไปทำอะไร”
ทิคถามอีกหลังจากที่เงียบไปนาน
“พ่อผมเช่าที่เปิดโรงรับซ่อมของ มันเป็นที่เล็กๆไม่ได้ใหญ่อะไรผมไม่เคยรู้เลยว่าต้องให้เงินเจ้าของที่ด้วยจนแม่บอกว่าเจ้าของที่เขาจะให้คนอื่นเช่าต่อซึ่งผมก็ไม่มีเงินเป็นแสนขนาดนั้นตอนนี้”
“ถึงมันจะไม่ได้ใช้งานแต่มันก็เป็นความทรงจำของพ่อที่แม่อยากรักษาไว้มันมีคุณค่าทางจิตใจสำหรับพวกเรา”
พูดจบบาสก็หันมายิ้มให้ทิคที่มองอยู่ก่อนแล้วเป็นยิ้มที่ไม่ได้บ่งบอกถึงความสุขเลย ทิคจ้องเข้าไปในตาของคนตรงหน้าเพื่อค้นหาตัวตนที่แท้จริง
“เรื่องเงินผมไม่รีบ มีแค่ไหนใช้แค่นั้นไม่ไหวไม่ต้องฝืน"
บาสมองทิคอย่างไม่เข้าใจ ยอมรับว่าคิดไม่ทันจริงๆว่าทิคทำแบบนี้แล้วได้อะไร
“คุณ..ไม่กลัวผมโกงหรอ”
“คิดจะทำไหมละ”
บาสมองตาทิคที่มองมา
“ผมไม่รู้ว่าเมื่อถึงจุดที่ใกล้จะตายผมจะทำไหม”
“คุณกำลังทำให้ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ดีอย่างที่ใครคิด”
บาสยิ้มเจือนเมื่อได้ยินคำพูดทิค
“ทุกคนเห็นแค่เปลือกที่ดูดีและดูมีพร้อมไม่มีใครรู้ความจริง”
“เราต่างมีเปลือกที่หันเข้าหากัน”
บาสหันมองคนข้างๆเมื่อได้ยินสิ่งที่ทิคพูด
“คุณดูเป็นคนจริงใจนะ”
ทิคหันมาสบตาบาส
“ถ้าถอดเปลือกออกตัวตนที่ผมซ่อนไว้ไม่มีใครคาดถึงหรอก”
บาสมองเข้าไปในตาทิครู้สึกหวั่นแปลกๆแต่เก็บความรู้สึกไว้
“เรื่องเงินมันไม่ใช่ปัญหาขอแค่คุณซื่อสัตย์กับผม แบบไหนถึงเวลาคุณจะคิดได้เอง”
ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันโดยไม่มีใครพูดอะไรต่อ ทิคหมายถึงอะไรบาสไม่สามารถรู้ได้ซึ่งเขาก็ไม่อยากถามเซ้าซี้เพราะคงอย่างที่ทิคพูดถึงเวลาก็คงรู้เอง

ทั้งคู่เดินออกจากหน้าห้องพยาบาลไปตามทางเรื่อยๆแบบเงียบตลอดทางไม่รู้จะหาอะไรมาพูดกันจริงๆ
แต่จะให้กลับเฉยๆก็คงไม่ได้
บาสพาทิคไปตู้กดเงินและกดเงินให้ไปหนึ่งหมื่นห้าพันบาทอย่างที่ตั้งใจไว้ เดือนนี้เขาเหลือเท่านี้จริงๆซึ่งทิคก็ไม่ขัดอะไร
เสร็จธุระแล้วต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกลับบ้านโดยที่ไม่มีใบสัญญาการกู้ยืมหลักทรัพย์หรืออะไรที่การกู้ยืมเงินเขามีกันทั้งนั้น

ออฟไลน์ Vermilion Bird

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
9..เพราะอะไร

ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบทิคก็ถูกโรงงานไปเลือกตัวไว้ล่วงหน้าเพื่อจะให้มาทำงานที่นี้เมื่อเรียนจบจะเป็นแบบนี้ทุกปีที่โรงงานไดซูมิจะเข้ามาเลือกตัวนักศึกษาที่มีผลการเรียนและการปฏิบัติตัวที่ดีไป ตั้งแต่เข้ามาทำงานทิคก็เป็นที่รักของทุกคนทั้งที่เขาไม่เคยแสดงหรือทำตัวเข้าหาเพื่อให้คนอื่นรักแต่เขากลับเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานและเจ้านายและเป็นที่หมายปองของผู้หญิงแทบทุกคน รูปร่างหน้าตาที่หล่อ การปฏิบัติตัว ของที่ใช้ และหน้าที่การงาน ความเก่งในการทำงาน ทุกอย่างทำให้ทิคดูสมบูรณ์แบบสมาร์ทและมีภูมิฐาน ทิคเป็นคนนิ่งแต่ไม่ดูหยิ่งคนจึงกล้าเข้าหาทุกคนต่างรักที่เขาเป็นเขาเมื่อได้คุยได้ใกล้จะรู้สึกดีด้วย เป็นเรื่องธรรมดาที่คนหล่อจะเป็นที่รู้จักไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
ที่ไดซูมิแห่งนี้ก็เหมือนกันไม่มีใครไม่รู้จัก(ทิคเอ็นจิเนียร์แอสห้า)ไม่ว่าจะคนเก่าหรือคนใหม่ก็ตามไม่ใช่มีดีแค่หน้าตาการทำงานก็เป็นที่กล่าวขานเหมือนกันเด็กหนุ่มไฟแรง

การทำงานวันนี้วุ่นวายในระดับหนึ่งเพราะมีอะไรหลายๆอย่างเข้ามากะทันหัน
“ช่วยไปกระจายข่าวให้พี่ด้วยนะ”
“ครับ”
ทิคโค้งหัวให้มานพผู้จัดการแอสรับคำสั่งแล้วเดินดูเอกสารมาตรงจุดกลางที่ทำงานของเอ็นจิเนียร์เพื่อเรียกประชุมเพื่อนเอ็นจิเนียร์ในแอส
“เดี๋ยวมันจะมีองค์ประกอบในงานเปลี่ยนเยอะอยู่พอสมควรนะ”
“อะไรวะ”
ไนท์ถาม ตอนนี้หน้าตาเขาไม่เหลือเคล้าความขี้เล่นเลยเวลาทำงานทุกคนจะจริงจัง
“มอเตอร์ สายไฟ แล้วก็แผงเหล็ก อีกสามวันเขาจะเอารายละเอียดมาให้อีกทีเขาให้มาบอกเพื่อรู้ไว้ก่อน”
“ทำไมเปลี่ยนวะ” ตี๋ถามบ้าง
“เขาจะทำให้ชิ้นงานมันเล็กลงเพื่อประหยัดเวลานะที่ฟังมา” ทิคอธิบาย
“วอท!”
ตี๋เล่นใหญ่ทำหน้าทำตาแบบไม่เข้าใจ จนทิคยิ้ม
“ไปๆ”
ทุกคนแยกย้ายเมื่อทิคพูดจบเว้นแต่เพื่อนสนิทเขานั้นแหละ
“กูอยากกินยำมาม่า”
“ไอ้นี้”
ทิคยื่นมือไปผลักหัวไนท์นึกว่าจะคุยเรื่องงาน แล้วเดินหนีไปดูเอกสาร
“เลิกแล้วไปกินร้านเจ้หนิงกันเหอะ”
ไนท์ยังไม่เลิกเดินตาม
“เลิกเหล้าหันมากินข้าวแล้วไง”
ทิคหันไปมองเพื่อนตัวเองเมื่อเห็นเพื่อนตามเซ้าซี้ไม่เลิก
“เลิกห่าไรละก็เพราะกินแต่เหล้าแต่เบียร์นี้ไงกูถึงหิวข้าวหิวปลาแบบนี้ เหนื่อยแม่ง”
“เออๆ”
ทิคตอบตกลงมองเพื่อนอย่างหมั่นไส้แล้วเดินแยกไปเพราะต้องไปเอาแฟ้มเอกสารที่แอสสาม ไปถึงก็คุยเรื่องงานกับเอ็นจิเนียร์แอสนั้นเพลินจนออดเวลาเลิกงานดังถึงเดินหอบแฟ้มเอกสารกล่องใหญ่เพื่อที่จะกลับแอส
แต่เดินมาได้ครึ่งทางก็พบเข้ากับบาสเขาเห็นลูกหนี้แต่ไม่รู้ว่าลูกหนี้เห็นเขาหรือเปล่า เพราะบาสกำลังก้มสนใจเอกสารในมือ เห็นแบบนั้นก็เกิดความรู้สึกอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าอยากกลั่นแกล้งเขาเดินเข้าไปหาเนียนๆหวังจะให้บาสเห็น แต่เป็นจังหวะที่บาสหันหลังกลับไปมองอะไรไม่รู้บวกกับบาสเป็นคนเดินเร็วและเขาเดินเข้าไปหาด้วย ต่างฝ่ายต่างเข้าหากันด้วยความเร็วทำให้บาสหันมาชนเข้ากับเหลี่ยมแฟ้มที่ใหญ่เกินกล่องออกมาอย่างจัง

!!!!!

ทุกอย่างตกกระจัดกระจายบาสทิ้งเอกสารในมือแล้วใช้มือทั้งสองข้างกุมตาข้างขวาตัวเองทันทีทิคมองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจ บาสนั่งลงด้วยความเจ็บใช้ความพยายามที่มีฝืนตาขึ้นมองสบตากันได้ครู่เดียวบาสก็ก้มหน้ากุมตาตัวเองเหมือนเดิม
ทิคมองตาแดงๆและเลือดที่ออกตรงหางตาของบาสก็ยิ่งตกใจ เห็นเลือดที่ค่อยๆไหลแล้วนิ่งเหมือนถูกสาป
“เป็นยังไงบ้างคะ!”
มีคนวิ่งเข้ามานั่งลงข้างๆถามบาสและก็มีอีกสองคนวิ่งเข้ามาสมทบ
“เลือดออกด้วยไปห้องพยาบาลเถอะ!”
คนหนึ่งพูดอีกสองคนจึงช่วยกันพยุงบาสให้ยืนขึ้น บาสตอนนี้ยังไงก็ได้เพราะเจ็บมากจริงๆทุกคนเดินผ่านไปแล้วทิคยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมสักพักแล้วเดินด้วยความเร็วไปโดยไม่ได้เก็บของที่ตกอยู่ไปด้วย

เขาไม่ได้ตั้งใจ

เขาไม่ได้อยากให้บาสเจ็บขนาดนั้น

มันเป็นอุบัติเหตุ

เขาไม่ได้ตั้งใจ

ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

ทิคเดินตรงไปที่รถเปิดประตูแล้วโยนเสื้อไปเบาะข้างๆเข้าไปนั่งปิดประตูสุดแรงแล้วบีบพวงมาลัยรถเพื่อระบายอารมณ์ด้วยมือสั่นๆ
ภาพเลือดของบาสยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
ทำไมยิ่งใกล้ ยิ่งคุย ยิ่งรู้จัก และเวลาคนๆนั้นยิ้มให้ มันยิ่งทำให้ความรู้สึกเดิมที่รู้สึกมาตลอดมันยิ่งเพิ่มพูนขึ้น บางครั้งก็สงสารแต่ความสงสารมันมักจะหายไปในเวลาอันรวดเร็วและความคิดร้ายๆจะเข้ามาแทนที่เสมอ เหมือนเขามีสองคนในตัว มันผิดปกติแล้ว

ทิคออกรถไปด้วยความเร็วตลอดทางคิดแต่เรื่องนี้เขาจะปล่อยไว้แบบนี้หรอหรือจะหาทางแก้ไง
ต้องทำยังไง

แต่ไม่รู้จะยังไงต่อเพราะตอนนี้เขายืนอยู่หน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่งแล้ว ทิคเดินไปนั่งที่เก้าอี้ใต้ต้นไม้ด้วยใจลอยๆนั่งให้ลมเย็นๆพัดผ่านตัว
“รอนานไหม”
เขาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงที่นั่งลงข้างๆเธอคือทับทิมพี่สาวของเขาเองเธอเป็นหมอเกี่ยวกับกระดูกเป็นผู้หญิงอายุย่างเลขสามที่ยังสวยและดูดีไม่ต่างจากน้องชาย
“ทับ”
“ฮึ”
เธอขานรับยกกาแฟในมือขึ้นดื่มแล้วหันมองน้องชายตัวเอง
“เรารู้สึกแปลกๆ”
“อะไร”
“บอกไม่ถูก”
ทับทิมมองน้องชายด้วยสายตาอ่อนโยนเหมือนให้รู้ว่าเธอพร้อมที่จะรับฟัง
“พูดมาพาสทซิมเพิลเทนสฉันเก่งนะสมัยเรียน”
ทิคยิ้มเจือนให้กับความขี้เล่นของพี่สาว แล้วเปลี่ยนเป็นหน้านิ่ง
“เรารู้จักคนๆหนึ่งมาสักพัก”
“อืม” ทับทิมตอบรับพยักหน้ารับรู้
“เป็นคนที่โรงงาน”
“ดีแล้วนิมีเพื่อนใหม่ๆ”
ที่พูดแบบนี้เพราะเธอรู้ดีว่าน้องชายของเธอเป็นคนไม่ค่อยคบใครอยู่แต่กับเพื่อนที่รู้จักกลุ่มเดิมเท่านั้น เธออยากให้ทิคเข้าสังคมมากกว่านี้
“มันไม่ใช่”
ทับทิมได้ยินแบบนั้นบวกกับหน้าตาของน้องชาย จึงส่งมือไปจับมือน้อง
“มันยังไง เล่าพี่ได้ไหม”
เธอเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงจริงจังแบบอ่อนโยน
ทิคเงียบไปครู่ใหญ่แล้วถึงพูดโดยที่ยังมองไปข้างหน้า
“เราอยากแกล้งคนนั้น”
พูดจบก็หันมาหาพี่สาวแล้วพูดด้วยน้ำเสียงลนลาน
“มันไม่ใช่แกล้งธรรมดานะทับ!เราอยากแกล้ง แกล้งแรงๆ อยากทำอะไรก็ได้ให้เขาเจ็บเคยคิดถึงขนาดเลือดตกยางออกเลยก็มี อยากให้เขาเห็นเราแล้วต้องยอม ต้องฟังเรามากกว่าคนอื่นทับเข้าใจไหมเราต้องมาก่อนทุกคน!”
หมอสาวมองน้องชายตัวเองอย่างพูดไม่ออกตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน
“ทิค”
เธอเรียกน้องชายด้วยน้ำเสียงเบาหวิว
“เราเป็นโรคจิต”
“ทำไมพูดแบบนั้น”
เธอถามด้วยน้ำเสียงตกใจ
“เรารู้ตัวดี!คนปกติที่ไหนเขาคิดแบบนี้กับคนอื่นกัน นอกจากพวกโรคจิต!”
ทิคพูดเสียงดังมีน้ำกลิ้งอยู่ในตาแต่ไม่ไหลออกมาเขาพยายามข่มอารมณ์ไว้ ทับทิมเห็นน้องชายตัวเองแล้วทำอะไรไม่ถูก เธอยื่นมือไปจับหน้าน้องชายให้มองเธอ
“น้องชายพี่จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง อย่าเพิ่งคิดไม่ดีกับตัวเองจนกว่าจะได้คำยืนยันจากหมอสิ”
ทิคส่ายหัว
“ทำยังไงดีทับ มันยิ่งเพิ่มขึ้นทุกวัน เรากลัวว่าสักวันเราจะทำอะไรไม่ดี”
“พี่แกเป็นหมอนะทิค ไม่ต้องกลัว”
เธอพูดแล้วดึงน้องชายเข้ามากอด ไม่ว่าสิ่งที่น้องชายเธอคิดจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตามเธอจะหาทางช่วยสุดความสามารถที่มี มันคงสุดๆแล้วจริงๆทิคถึงมาปรึกษาเพราะปกติมีปัญหาอะไรทิคจะเก็บไว้คนเดียว

ทั้งคู่นั่งสงบอารมณ์กันสักพักแล้วถึงเดินไปที่รถทิค
“ขับดีๆไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้นถึงแล้วโทรหาพี่ด้วย”
ทิคพยักหน้าให้พี่สาว
“กลับบ้านบ้างนะทิค”
เธอพูดทิคหันมามองแล้วพยักหน้าให้อีกครั้งทับทิมเห็นแบบนั้นก็ยิ้มให้ ปิดประตูรถให้น้องชายแล้วยืนมองตามรถทิคจนสุดสายตา
ที่บ้านรู้ดีว่าทิคเป็นเด็กโลกส่วนตัวสูงไม่ค่อยมีเพื่อนเยอะเพราะสมัยเด็กๆครอบครัวต้องย้ายตามพ่อไปทำงาน ทิคเลยต้องย้ายโรงเรียนบ่อย ทิคเป็นคนเงียบเก็บอารมณ์และความคิดเก่งบ้างครั้งจะอารมณ์ร้อนมาก ง่ายๆคือเด็กเก็บกดนั่นเองเล่นกับเพื่อนแรงจนไม่มีใครเล่นด้วยก็เคย บ้างทีทิคจะแสดงอารมณ์ที่ทำให้ตกใจเหมือนกันแต่ทุกคนจะไม่พูดและปล่อยผ่านเพราะกลัวทิคคิดมาก ไม่มีใครเห็นด้านมืดของทิคนอกจากครอบครัวแม้แต่เพื่อนสนิท

มันหายไปนานแล้ว

ทำไมมันถึงกลับมา

คนๆนั้นคือใครกันที่ทำให้น้องชายเธอกลับมาเป็นแบบนี้

ออฟไลน์ Vermilion Bird

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
10..จะหนีกันไหม

ทิคนำป้ายพนักงานคล้องคอ ใส่หมวกแล้วถือเอกสารลงจากบันไดเดินตามทางเพื่อไปที่แอส เป็นสิ่งที่ทำวนทุกวัน
เช้านี้รู้สึกเหนื่อยจริงๆไม่เคยเป็นแบบนี้เลยตั้งแต่ทำงานมา ยอมรับว่าคิดเรื่องบาสทั้งคืนหาคำตอบว่าทำไมถึงรู้สึกกับบาสแบบนั้นเขาไม่ได้อยากแกล้งหรือทำไม่ดีพูดไม่ดีกับบาสแต่ทุกครั้งที่เห็นหน้า การกระทำและคำพูดมันจะไปเองโดยอัตโนมัติ
“ไอ้ทิค!”
แรงดึงที่แขนทำให้ทิคที่กำลังคิดเพลินได้สติ เป็นตี๋นั้นเองที่ยืนหน้าตาตื่นอยู่ตรงหน้า
ทิคหันมองจุดที่ตนถูกตี๋ดึงมือออกมาถ้าตี๋ไม่มามือเขาคงเจ็บหนักถึงขั้นขาดเลยก็ได้เพราะมันเป็นเครื่องจักรในไลน์การผลิตเขากำลังเปิดเครื่องตรวจเหมือนทุกวันแต่เมื่อกี้คิดจนใจลอย
“ระวังหน่อยสิวะ เป็นอะไรไม่สบายหรอ”
ตี๋มองหน้าจืดๆของเพื่อนแล้วถามด้วยความเป็นห่วงพนักงานดีเด่นอย่างทิคไม่เคยทำงานพลาดและใจลอยแบบนี้มาก่อนเลยเขาเพิ่งเห็นครั้งแรก
“กูง่วงนิดหน่อย”
ทิคยิ้มให้เพื่อน ตี๋ได้ยินแบบนั้นบวกกับยิ้มของทิคก็เข้าใจและเดินแยกไป

เขาเป็นอะไรทำไมถึงเอาแต่คิดแบบนี้
แล้วบาสจะเป็นยังไงบ้าง มันจะแย่ไปไหมถ้าไม่ไปดูเขาหรือถามอาการเขาเลย แต่จะเข้าไปยังไงเพราะเขารู้ตัวดีว่าถ้าเห็นหน้าบาสความคิดร้ายๆมันก็จะเกิดขึ้นอีก บาสทำให้คนที่ไม่เคยกลัวอะไรแบบเขาเป็นแบบนี้ได้ยังไง
ทิคพยายามเลิกคิดแล้วหันมาสนใจงานมันไม่ใช่นิสัยของเขาแล้วที่จะเอาเรื่องส่วนตัวมาคิดเวลางาน
แต่ทำยังไงมันก็ไม่หายออกไปจากหัวอยู่ดีเขาเดินมาเรื่อยๆจนถึง…แอสหนึ่ง
ไม่ได้คิดจะมาหาบาส รู้แค่ว่าอยู่ดีๆสมองก็สั่งให้เดินมาที่นี้
ทิคยืนอยู่หน้าแอสหนึ่งมองเข้าไปข้างในความคิด ความรู้สึก อะไรหลายๆอย่างโถมเข้ามา ดีที่ตอนนี้พักกลางวันเลยไม่ค่อยมีคนไม่งั้นคงต้องคอยตอบคำถามว่ามาทำไมเป็นแน่ เขาถอนหายใจจะหันหลังกลับเมื่อไม่รู้ว่าจะมาทำไมแต่ก็มีอะไรบางอย่างทำให้ต้องหยุดทุกอย่าง

เป็นบาสที่ยืนถือแฟ้มอยู่กลางไลน์การผลิตมองมาที่เขา เหมือนบาสจะตกใจไม่น้อยที่เจอเขาที่นี้
ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรมีเพียงเสียงเครื่องเท่านั้นที่ดังอยู่ ตาข้างขวาของบาสถูกปิดด้วยผ้าก๊อซสีขาวเห็นแบบนั้นก็ยิ่งรู้สึกแย่

เขาต้องทำยังไง

จะไปขอโทษ

หรือทำเป็นไม่สนใจโลกแบบที่ชอบทำ

ทิคตัดสินใจจะก้าวขาเข้าไปหาแต่ก็หยุดเท้าลงเมื่อคิดอะไรได้ ถ้าเข้าใกล้เขาก็ต้องทำเรื่องร้ายๆกับบาสอีกแน่

“เป็น..ยังไงบ้าง”
ถามไปด้วยเสียงไม่ดังมากแต่ระยะห่างของพวกเขาก็พอได้ยิน
บาสอั้มอึ้ง ทิคจึงถามอีก
“แผลนะ”
“ไม่เป็นไรครับ” บาสตอบแบบไม่เต็มเสียง
ทิคได้ยินแบบนั้นก็ไม่รู้ว่าจะถามอะไรต่อจึงยืนเงียบกันทั้งคู่
“ไปหาหมอกัน”
ทิคพูดขึ้นบาสที่ก้มหน้าอยู่เงยหน้ามองทันที
“ผมไปหามาแล้ว”
“ที่ไหน”
“ห้องพยาบาลเมื่อวาน”
ทิคถอนหายใจเมื่อได้ยินคำตอบ
“ไปหาหมอเฉพาะทาง”
“ไม่ต้องหรอกครับเดี๋ยวก็หาย”
“เลิกงานไปรอผมที่ลานจอดรถ”
ทิคพูดด้วยเสียงเรียบเฉยแล้วหันหลังเดินออกไปโดยที่ไม่รอคำตอบอะไรทั้งนั้น
บาสมองหลังเจ้าหนี้ถอนหายใจแล้วทิ้งตัวลงนั่งด้วยความเหนื่อยใจ

เหตุการณ์เมื่อวานคืออะไรมันเป็นอุบัติเหตุใช่ไหม แล้วทำไมไม่คิดจะขอโทษกันเลย
บาสเลิกคิดแล้วใช้มือดันเข่าตัวเองลุกขึ้นยืนตั้งสติแล้วทำงานต่อด้วยความลำบากการมองตาเดียวมันทำอะไรไม่เต็มที่เลย ความเจ็บจากตาข้างขวาก็มีเป็นระยะๆมันทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดน้อยลง

เลิกงานบาสเคลียร์งานทุกอย่างแล้วตรงไปยังจุดนัดพบไม่มีความรู้สึกอยากไปเลยสักนิดแต่ก็ต้องมาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องยอม
อ่อ..ใช่สิเป็นหนี้เขาอยู่นิ
มาถึงลานจอดรถก็ต้องยืนนิ่งไม่รู้เลยว่ารถทิคคือคันไหน บาสแสยะยิ้มให้ความโง่ของตัวเองแล้วเดินไปนั่งเก้าอี้ข้างตึกแถวๆนั้นนั่งก้มหน้าด้วยความเหนื่อยงานวันนี้ก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกันช่วงบ่ายวิ่งให้วุ่น
นั่งอยู่ครู่ใหญ่ก็มีใครสักคนเดินมาหยุดตรงหน้า บาสมองเท้าคนๆนั้นแล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้นมอง
เจ้าหนี้ของเขาไม่พูดอะไรแค่มองหน้าแล้วหันหลังเดินไป บาสมองตามแล้วถอนหายใจรอบที่ร้อยของวันใช้มือดันเข่าตัวเองให้ยืนขึ้นด้วยความเหนื่อยเดินตามทิคไปรถของทิคหรูสมกับเจ้าของ บาสเลิกมองแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่ง
รถแล่นไปด้วยความเงียบไม่มีการพูดคุย ไม่มีการเปิดเพลงไม่อะไรทั้งนั้น

ทั้งคู่มาถึงโรงพยาบาลทิคเข้าไปติดต่อบาสไม่รู้จะไปไหนจะทำอะไรจึงยืนอยู่เฉยๆทิคเดินเขาก็เดินตาม คนก็เยอะตาก็มองไม่ชัดทำให้เดินได้ช้ามั่วแต่เพ่งตามองจนรู้สึกถึงแรงดึงที่มือจึงหันมอง ทิคยื่นมือมาจับมือบาสให้เดินตามทั้งคู่เดินฝ่าฝูงชนไปด้วยความลำบากจนมาถึงห้องตรวจ แต่เพราะต้องรอคิวจึงต้องนั่งรอ
“คุณมาวินเชิญค่ะ”
พยาบาลเรียกชื่อบาสลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องตรวจ
ใช้เวลาอยู่พอสมควรในการตรวจ ออกมาก็ต้องแปลกใจเมื่อไม่เห็นทิค บาสเดินไปนั่งลงที่เดิมมองหาแล้วนั่งคอยต่างคนต่างทำเหมือนไม่ได้มาด้วยกัน
น้ำแก้วหนึ่งถูกยื่นมาอยู่ตรงหน้าบาสเงยหน้าขึ้นมองสบตากับทิคแล้วรับมา ทิคนั่งลงข้างๆแล้วถาม
“เป็นยังไงบ้าง”
“ไม่เป็นอะไรมากครับ ตาอักเสบนิดหน่อย”
ทิคได้ยินแล้วมองผ้าปิดตาที่ถูกเปลี่ยน
“ทำไมไม่หยุดงานสักสองวัน”
บาสหันมองแล้วยิ้มให้แบบเหนื่อยๆ
“เสียดายเบี้ยขยัน”
ทิคได้ยินคำตอบแล้วอึ้ง เชื่อเขาเลย
“มันเท่าไรกันผมจะให้สักสองเท่า”
“คุณมาวินเชิญรับยาที่ช่องหนึ่งคะ”
ชื่อถูกเรียกก่อนไม่งั้นบาสคงโดนอีกไม่น้อย ทิคลุกขึ้นเดินไปยังจุดรับยา บาสมองตามไปก็เห็นกำลังคุยกับเภสัชจ่ายยาใช้เวลาแปปเดียวก็เดินกลับมาแล้วเดินนำไปเลยบาสเห็นแบบนั้นก็ลุกเดินตาม ทั้งคู่เดินออกมาด้วยกันต่างฝ่ายต่างเงียบเหมือนอยู่กันคนละโลก
“หยอดตาทุกวัน ยาแก้อักเสบก็กินจนกว่าจะหมดยาแก้ปวดถ้าไม่ปวดไม่ต้องกินก็ได้ ส่วนยาหลอดเล็กๆเอาไว้ทาแผลตรงหางตา”
ทิคพูดขึ้นโดยที่ไม่มองหน้า
บาสก็รับฟังโดยที่ไม่ได้มองหน้าเช่นกัน ความเงียบเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง

“ขอโทษนะ”

บาสหยุดเท้าลงทันทีที่ได้ยินหันกลับไปสบตากับทิค
“ไม่เป็นไรครับ มันเป็นอุบัติเหตุ” (ใช่ไหม)
บาสคิดแต่ไม่ได้พูดคำในวงเล็บออกไปเขาเดาใจทิคไม่ถูก เขาดูทิคไม่ออกจริงๆ เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับทิคเลย ทิคเป็นคนยังไงกันแน่ เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นแค่อุบัติเหตุหรือความตั้งใจ บางครั้งทิคก็ดูใจดีแต่บางครั้งก็ทำให้รู้สึกไม่อยากอยู่ใกล้
“คุณคงกำลังกลัวผม”
บาสดึงสติออกมาจากความคิดของตัวเองเมื่อได้ยินคำพูดของทิค สบตาทิคแล้วถามออกไป
“แล้วคุณจะทำอะไรให้ผมกลัวอีกไหม”
ในเมื่อต่างฝ่ายต่างรู้ความคิดของกันก็ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บและปิดบังอะไร
“ผมไม่รู้”
ได้ยินคำตอบก็เกือบเข่าอ่อน หน้าตาดูใจดีแต่คำพูดของทิคทำไมถึงเย็นแบบนี้
บาสเข้าใจทุกอย่างแล้วเขายิ้มให้ทิคแบบที่ชอบยิ้ม
“กลับกันเถอะ”
ทิคมองอย่างไม่เข้าใจ แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มและความจริงใจที่บาสส่งมาให้จึงยิ้มตอบ ทั้งคู่เปลี่ยนจากที่เดินไม่รอกันมาเป็นเดินไปพร้อมกัน มือของพวกเขาถูกกันเหมือนมีกระแสไฟฟ้าสถิตทั้งคู่ชักมือออกห่างจากกันทันที ต่างคนต่างไม่พูดอะไรทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เดินไปได้ไม่นานมือก็ถูกกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครชักมือกลับ มือหนึ่งมีถุงยาอยู่ในมือ มือหนึ่งมีกุญแจรถอยู่ในมือเดินไปก็ถูกกันไป เป็นความรู้สึกที่หาคำอธิบายไม่ถูกรู้แค่ว่ามันทำอะไรๆที่เจอมาดีขึ้น
คนหนึ่งไม่รู้ตัวเองว่าจะทำอะไรอีกเมื่อไร คนหนึ่งรู้แต่ไม่คิดหนี ไม่กลัว และพร้อมจะช่วยเหลือ โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าที่ทำไปแค่เพราะความรู้สึกอยากช่วยเพื่อนคนหนึ่ง
หรือเพราะความรู้สึกอะไรกันแน่…

ออฟไลน์ Vermilion Bird

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
11..ความซื่อสัตย์

การได้คุยเปิดใจวันนั้นทำให้ความสัมพันธ์ของบาสและทิคดีขึ้นมาก ดีในที่นี้ไม่ใช่ถึงขนาดเป็นคนสนิทชิดเชื้อไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ทั้งคู่ไม่ได้คุย ไม่ได้เจอกันทุกวันเหมือนแต่ก่อนนั้นแหละ
เพียงแค่รู้สึกเข้าใจกันมากขึ้นเท่านั้นเอง…
“ขอเชิญเอ็นจิเนียร์แอสเซมบลีหนึ่งทุกคนพร้อมกันที่บอร์ทค่ะ”
เอ็นจิเนียร์ทุกคนที่ได้ยินคำประกาศจากไมค์ต่างละจากสิ่งที่ทำอยู่แล้วไปยังจุดรวมพล ทุกคนมาพร้อมกันแล้วกำลังพูดคุยกันพอบงกชมาต่างรีบหันกลับมาทำตัวให้เรียบร้อยที่สุดเพื่อรอฟัง เมื่อเห็นคนที่มากับบงกชต่างพากันซุบซิบ
“ที่พี่เรียกมาวันนี้อย่างที่รู้กันดีว่าทุกปีเราจะมีนักศึกษาฝึกงานมาปีนี้ก็เช่นกันมีมาสองคนนะคะพี่จะให้น้องๆแนะนำตัว เชิญค่ะ”
บงกชหันไปหานักศึกษาฝึกงานสาวหน้าตาน่ารักสองคนให้แนะนำตัว
“สวัสดีค่ะ รมิดา การเจริญ ชื่อเล่นชื่อบริ้งค่ะ”
“สวัสดีค่ะ เมษา คุนำพร ชื่อเล่นชื่อใจฟ้าค่ะ”
สาวๆแนะนำตัวไปสร้างรอยยิ้มให้หนุ่มๆเอ็นจิเนียร์ได้ไม่น้อย นานๆทีจะมีสาวๆมาลงแอสตัวเองก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา สองสามปีที่ผ่านมามีแต่ผู้ชายที่มาตกแอสหนึ่งเพราะแต่ละปีนักศึกษาฝึกงานที่เข้ามาจะถูกจัดให้ลงแอสละสามถึงสี่คนแล้วแต่
“บาสพี่ฝากน้อง..หนูชื่ออะไรนะ” บงกชหันไปหาคนที่ยืนใกล้เธอ
“บริ้งค่ะ”
“บริ้ง พี่ฝากบริ้งด้วยนะ”
“ครับ”
บาสรับคำสั่ง ทุกปีเขาจะได้รับมอบหมายให้ดูแลคอยให้คำปรึกษานักศึกษาฝึกงานอยู่แล้ว
“ส่วนน้องใจฟ้า…คลังแล้วกัน”
“ครับ”
คลังรับคำสั่งแล้วยิ้มถูกใจหันไปเยาะเย้ยเพื่อนคนที่ไม่ได้รับมอบหมาย เขาเว้นจากการได้รับหน้าที่ดูแลน้องปีหนึ่งแล้วต่างจากบาสที่ได้รับหน้าที่ตั้งแต่เข้ามาทำงานตลอด
“ถึงยังไงก็ปรึกษาพี่ๆเขาได้ทุกคนนะ”
“ค่ะ”
สองสาวรับคำสั่ง
“เรียบร้อยค่ะ เชิญ”
บงกชพูดจบการประชุมทุกคนต่างแยกย้ายไปทำงาน
บาสหันมายิ้มให้คนที่ยืนรอตนเซ็นเอกสารอยู่
“พี่ชื่อบาสนะมีอะไรปรึกษาได้เลย”
“ค่ะ”
บริ้งพูดแล้วยิ้มให้ ต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กัน
“ไปดูงานในไลน์กัน”
บาสพาบริ้งเดินดูงานให้คำตอบเมื่อสงสัย การทำงานที่นี้ทำยังไง ควรทำอะไร หรือไม่ควรทำอะไร ให้คำปรึกษาอย่างเป็นกันเอง
“อีส้มๆ”
เฟิร์นเพื่อนหนึ่งในสองของส้มพนักงานในไลน์การผลิตเรียกหลังจากที่บาสกับบริ้งเดินผ่านไป
“ใครวะ!”
ส้มถามหน้าตาบูดเบี้ยว
“นักศึกษาฝึกงานไง”
เพื่อนไขข้อสงสัยให้ ส้มหันมองตามด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นบริ้งยิ้มมองบาสตลอด
“นังเด็กนี่ไม่น่าไว้ใจ”
“คนอย่างบาสใครจะไม่ชอบ”
“อีแก้ว!”
ส้มตวัดตามองเพื่อนที่เรียบร้อยสุดในกลุ่ม แก้วเห็นแบบนั้นก็ทำท่าไม่สนใจหันหน้าไปสนใจงาน
“ไม่ใช่แค่เด็กฝึกงานนั้นหรอกที่ไม่น่าไว้ใจ การมาของนางทำให้รู้ว่าบาสของมึงมีคนจ้องเยอะขนาดไหน”
เฟิร์นสะกิดให้ส้มดูพนักงานสาวในไลน์การผลิตหลายคนกำลังมองตามบาสกับนักศึกษาฝึกงานแล้วซุบซิบกันเกือบทั้งไลน์
ส้มหันมองให้ทั่วแล้วหน้าบูดหน้าเบี้ยวหันกลับไปทำงานเพราะคิวเอดูงานกำลังเดินมา
“คร่าวๆก็มีเท่านี้แหละต้องดูอีกทีว่าพี่บงจะให้บริ้งลงจุดไหนเป็นพิเศษ”
บาสหยุดเดินแล้วหันไปหาบริ้งหลังจากพาเดินดูงานครบทั้งแอสแล้ว
“คะ”
บริ้งพยักหน้ายิ้มตอบ
เสียงออดดังขึ้นบาสจึงก้มมองนาฬิกาข้อมือ พักกลางวันแล้ว
“ไปกินข้าวได้เลยนะ”
บาสพูดยิ้มให้แล้วเดินแยกออกมา
“พี่บาสจะไปไหนหรอคะ!”
บริ้งเรียกถาม บาสที่กำลังก้มดูเอกสารในมือเงยหน้าขึ้นมอง
“ไม่ไป..ทานข้าวหรอคะ”
บริ้งถามออกไปแบบไม่เต็มเสียงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองทำเรื่องบ้าอะไรไป
“พี่ต้องไปดูเครื่องในไลน์ครับ”
“ไม่ทานข้าวหรอคะ”
“เอ็นจิเนียร์พักหลังคนอื่น20นาที”
บริ้งพยักหน้าเข้าใจ บาสเห็นแบบนั้นก็หันหลังเดินเข้าไลน์เมื่อรู้สึกว่ามีเสียงวิ่งอยู่ด้านหลังจึงหันไปมอง
“บริ้งไปด้วยนะคะ”
“ไม่ไปกินข้าวละครับ”
“ก็พี่บาสเพิ่งพูดเองว่าวิศวะกินข้าวหลังบริ้งก็เป็นวิศวะเหมือนกันให้บริ้ง..อยู่ด้วยนะคะบริ้งอยากดูการทำงาน”
บาสได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับยิ้มแล้วพยักหน้าให้ บริ้งยิ้มกว้างอย่างพอใจแล้วเดินตามหลังบาสไปแบบติดๆ
ทั้งคู่เดินเข้าไปในไลน์บาสทำแบบที่ทำทุกวันส่วนบริ้งก็ดูการทำงานและจดบันทึกสิ่งที่เป็นประโยชน์ไปด้วย
“คิดยังว่าจะกินอะไรน้องบริ้ง”
บาสเดินเข้าไปหาเพราะเห็นบริ้งกำลังยืนอยู่หน้าแอส
“ยังไม่รู้เลยค่ะใจฟ้าก็ไปกินกับพี่คลังแล้ว”
“อ้าว งั้นไปกับพี่ไหม”
บาสถามออกไปด้วยความเป็นห่วงน้องเพิ่งมาวันแรกคงยังไม่ค่อยรู้อะไร
“ค่ะ ไป”
บริ่งตอบไปด้วยอาการอึ้งๆไม่คิดว่าบาสจะชวนเธอไปด้วย
บาสยิ้มให้แล้วพยักหน้าเป็นเชิงว่าไปกันเถอะ
ตลอดทางทั้งคู่กลายเป็นจุดสนใจของทุกคน บาสคนดังเดินกับสาวสวยใครๆก็ต้องให้ความสนใจ บาสนะไม่ต้องห่วงรายนั้นไม่สนใจอะไรแบบนี้อยู่แล้วไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนเขากำลังให้ความสนใจ
ส่วนบริ้งก็ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเหมือนกันเพราะ…เธอมองแต่บาสแล้วเอาแต่อมยิ้ม
“นั่งรอตรงนี้นะเดี๋ยวพี่ไปซื้อมาให้คนเยอะ”
บริ้งพยักหน้ารับคำแล้วนั่งลงตรงจุดที่บาสบอก มองตามคนที่กำลังต่อแถวซื้อข้าวแล้วต้องยิ้มออกมา
เธอปลื้มรุ่นพี่คนนี้เข้าแล้ว รู้จักกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงแต่บาสสามารถทำให้เธอปลื้มได้อย่างไม่น่าเชื่อ คำพูด การกระทำ รอยยิ้ม การแสดงความให้เกียรติ ของบาสทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงเป็นจังหวะๆและเขินอย่างไม่รู้สาเหตุ
บาสกลับมาพร้อมกับข้าวสองจานในมือวางลงแล้วดึงเก้าอี้ออกมานั่ง บริ้งหยิบช้อนและส้อมที่เธอไปเตรียมมาวางในจานให้บาสแล้วหันให้ถูกทางเพื่อที่บาสจะได้หยิบง่าย
“ขอบคุณครับ”
เธอยิ้มรับคำขอบคุณจากรุ่นพี่แล้ววางช้อนส้อมลงในจานตัวเองบ้าง
“ร้านนี้อร่อยสุดสำหรับพี่แล้วพี่ไม่รู้ว่าบริ้งชอบอะไรไว้วันหลังลองดูนะว่าชอบอะไร”
บาสพูดแบบที่ไม่ได้มองหน้าเพราะกำลังคลุกอาหารในจานให้เข้ากันเป็นข้าวราดแกงง่ายๆ
“บริ้งกินอะไรก็ได้ค่ะพี่บาสบอกว่าอร่อยก็ต้องอร่อยสิ”
เธอตักอาหารเข้าปากเคี้ยวๆแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“อร่อยจริงๆด้วย”
ทั้งคู่ยิ้มให้กันแล้วลงมือทานข้าวต่อตลอดมื้อก็พูดคุยกันอย่างถูกคอ

“เดี๋ยวกูไปหาหนมกินก่อนนะ”
ทิคพยักหน้าให้ไนท์ที่เดินแยกออกไป ส่วนเขากำลังยืนมองเครื่องดื่มในตู้อย่างใช่ความคิด หยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วโทรออก…
โทรไปสามสายแต่ก็ไม่มีการตอบรับถ้าเป็นเมื่อก่อนคงอารมณ์พุ้งแต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อไม่มีการตอบรับทิคจึงหยิบนมและน้ำผลไม้มาแต่ไม่รู้ว่าจะเอาแบบไหนจะถูกใจไหม เขาจึงกวาดมาห้าหกกล่องตามประสาคนมีเงินที่ไม่ต้องคิดไปจ่ายเงิน
“ซื้อไปทำไมเยอะแยะวะ”
ไนท์ที่เพิ่งออกจากร้านตามหลังมาเคี้ยวขนมมองของในมือแล้วถามเพื่อนตัวเองด้วยความสงสัย
“ให้น้อง”
ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อทิคก็เดินหนีไปเลย ไนท์ที่ยืนงงอยู่เลยทำได้แค่เดินตามแบบไม่สงสัยอะไรต่อเพราะเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะซื้อของให้เพื่อนพี่น้องกินไม่ใช่แค่พวกเขาตำแหน่งไหนๆเขาก็ทำกันที่จะซื้อของให้ลูกน้องหรือซื้อเลี้ยงกัน
“ไปก่อนเลยเดี๋ยวกูรอเอาของให้น้องก่อน”
ทิคพูดเมื่อเดินเข้ามาสักพักไนท์พยักหน้าตกลงแล้วเดินนำหน้าไป
ทิคเดินแบบไม่รีบจนมาถึงแอสหนึ่ง เขามองเข้าไปข้างในก็ไม่เห็นคนที่ชอบทำงานเกินเวลาจ้างเหมือนเคย เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรอีกรอบ….
แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับอยู่ดี เขาใจเย็นขึ้นมากจึงไม่อะไรมาก ปลายสายคงไม่ได้ยิน
ทิคยกถุงในมือขึ้นมองยิ้มแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับแอสหนึ่งรอ
รอไปได้สักพักก็เกิดความรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำจึงเดินไปเข้าห้องน้ำใกล้ๆ ทำธุระเสร็จแล้วจึงออกมา
“…………”
ภาพตรงหน้าทำให้รอยยิ้มของทิคหายไปในพริบตา
บาสกำลังเดินมากับผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งคู่พูดคุยหัวเราะดูสนิทสนมกันซะเหลือเกิน
ทิคไม่ได้ยืนหลบหรือแอบอะไรทั้งนั้นเขายืนทนโท่แต่บาสกลับมองไม่เห็นหรือเห็นแต่ทำเป็นไม่สนใจเดินยิ้มไปกับผู้หญิงคนนั้น

ทิคกำถุงในมือแน่นแล้วทิ้งมันลงถังขยะอย่างไม่ใยดีหันหลังเดินออกมาเปลี่ยนจากหน้าตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มในตอนแรกเป็นหน้านิ่งสายตาแหลมคมจนดูเย็นชาเดินผ่านแอสหนึ่งเพื่อกลับแอสห้าของตัวเอง

อยู่กับเธอคนนั้นจนไม่รับสายเขาหรอหรืออะไร
ไม่เห็นหรือเห็นแต่ไม่รับ
เขาจะไม่โทรไป
มาดูกันว่าเห็นเขาโทรไปไม่รับหลายสายขนาดนั้นบาสจะโทรกลับไหม

ตั้งแต่เที่ยงจนถึงตอนนี้เลิกงาน บาสก็ไม่โทรกลับมันทำให้อารมณ์ของทิคพุ้งถึงขีดสุด
“นายทำตัวเอง”
ทิคกำโทรศัพท์ในมือแน่นแล้วพูดกับตัวเอง
คนอย่างทิคพนักงานดีเด่นผู้ทำงานเก่งจนเป็นที่กล่าวขานจะพูดหรือทำอะไรก็ไม่มีใครขัด เขามีอิทธิพลขนาดไหนถึงสามารถบอกให้ประชาสัมพันธ์ของบริษัทประกาศได้โดยที่ทุกคนไม่สงสัย

“คุณมาวิน สารสิน เอ็นจิเนียร์แอสเซมบลีหนึ่งขอเชิญที่ห้องเก็บงานเสียเวลานี้ค่ะ”

คนที่กำลังเก็บของพร้อมที่จะกลับบ้านชะงักเมื่อได้ยินชื่อสกุลของตัวเองประกาศออกมา
คลังหันมองเพื่อนตัวเองด้วยความสงสัยไม่ต่างกัน
“มีอะไรวะ”
“ไม่รู้เหมือนกัน”
บาสตอบด้วยหน้าตาใช้ความคิด นี้มันเลิกงานแล้วนิ
“เดี๋ยวกูไปดูก่อนมึงไปก่อนเลย”
บาสพูดพร้อมกับลงมือเก็บของต่อจนเสร็จแล้วหันไปยิ้มให้คลัง เขากับคลังนัดว่าจะไปกินข้าวด้วยกันบาสจึงให้คลังไปที่รถก่อน
บาสเดินจากแอสของตนไปยังห้องเก็บงานที่ไม่ใช่ใกล้ๆด้วยความเหนื่อยใช้เวลาพอสมควรเมื่อมาถึงก็เดินขึ้นบันไดแล้วเปิดประตูเข้าไปไม่มีงานเสียที่ตั้งอยู่กลางห้องเหมือนทุกครั้ง
มีเพียง…ทิคที่ยืนมองมาที่เขาบาสแปลกใจไม่น้อยที่เจอทิคอยู่ที่นี่แต่ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มให้เพราะคิดว่าทิคคงถูกตามมาเหมือนกัน
“ยังไม่มีใครมาหรอครับ”
บาสถามแล้วยิ้มให้ แต่รอยยิ้มค่อยๆจางลงเมื่อทิคไม่ยิ้มตอบแต่เดินหน้านิ่งเข้ามาหาในระยะประชิด
“ทำไมไม่รับสายผมละ”
ทิคถามด้วยเสียงนิ่งไม่มีท่าทีของความไม่พอใจสักนิด
“อ่อ ผมชาร์จแบตไว้ที่โต๊ะนะ”
“ผมโทรไปหลายสายเลยนะ ไม่คิดจะโทรกลับเลยหรอ”
ทิคขยับเข้าหาอีกจนบาสเริ่มรู้สึกไม่เป็นตัวเองหลบตาทันที
“ผมเห็นว่ามันเลยเวลาพักแล้วเลยไม่อยากโทรไปกลัวคุณทำงานอยู่”
พูดแล้วหดตัวหนีแต่ถูกทิคจับแขนดึงเข้าใกล้เหมือนเดิม
“เวลาพักที่นี้มันมีแค่ตอนเที่ยงหรือไงกัน”
บาสหาคำตอบมาพูดไม่ถูก ทำไมทิคถึงจี้แบบนี้
“ขอโทษครับคุณมีธุระอะไรหรอครับ”
“ต้องมีธุระ”
ทิคพูดโดยที่ไม่ใช่ประโยคคำถามแต่หน้าตาบ่งบอกถึงการถาม
บาสเงียบไม่ตอบอะไรไปไม่ถูกกับคำถาม
“ไปเถอะผมจะไปส่ง”
ทิคพูดแล้วเดินนำหน้าไป บาสยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่เดินตาม
“ผมเคยบอกว่าคุณควรซื่อสัตย์กับผมถ้าคุณคิดได้ คำพูดเมื่อกี้คุณจะรู้ว่าควรทำยังไง”
บาสเงยหน้าขึ้นมองหลังทิคคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ เดินตามไป
ทั้งที่เป็นทางที่เดินทุกวันแต่เมื่อเดินตามทิคกลับทำให้บาสรู้สึกแปลกๆทำไมยิ่งเดินตามไปความรู้สึกมันเหมือนกับกำลังเดินไปในที่ที่ไม่รู้จัก เหมือนมันไม่มีจุดหมาย ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดที่ตรงไหน
รู้แค่ว่าต้องเดินตามไป เพราะอะไร….

ออฟไลน์ Vermilion Bird

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
12..คุณเป็นคนทำมันพัง

คนเดินก็เดินไปแบบไม่รอ คิดจะเลี้ยวก็เลี้ยวคิดจะแวะเซ็นเอกสารก็แวะ คนเดินตามทำได้แค่ยืนยิ้มให้คนที่มองมา การเดินด้วยกันสองคนจะเป็นจุดสนใจเสมอ ทั้งคู่เดินออกจากประตูทางออกอย่าเรียกว่ามาพร้อมกันเลยเพราะเดินทิ้งห่างกันมาก ทิคกดรีโมทกุญแจรถเมื่อใกล้ถึง บาสเดินตามมาหันไปมองอีกฝ่ากลานจอดรถเห็นแล้วก็ถึงต้องตกใจ

คลัง!

คลังกำลังยืนพิงรถก้มมองโทรศัพท์อยู่เขาลืมไปเลยว่าให้คลังรอ เร็วกว่าความคิดบาสก้าวเท้าเดินเพื่อจะไปหาเพื่อนแต่แขนกลับถูกดึงไว้จนทำให้เขาหันกลับไปมอง เขาสบตากับทิค ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาบาสก้มหน้าลงต่ำทิคปล่อยมือจากแขนแล้วเดินไปเปิดประตูขึ้นรถ บาสเงยหน้ามองไปที่เพื่อนแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า
“เออ มึงอยู่ไหนเนี้ยกูรอจนรากแก้วกูจะงอกแล้ว!”
รับสายปุ๊บก็ใส่ไม่ยั้ง
“ขอโทษวะ ยังเคลียร์ไม่เสร็จเลยมึงกลับไปก่อนนะ”
พูดไปมองคลังไป
“อ้าว ไหมวะเดี๋ยวกูเข้าไปหา”
“ไม่ต้อง!”
บาสเผลอพูดเสียงดังออกไป
“มึงกลับไปก่อนเลย..วันนี้กูอยู่ทำพรุ่งนี้ก็ถึงคิวมึงอยู่ทำบ้างไง มีงานให้เคลียร์อีกเยอะ”
บาสมองดูปฏิกิริยาของคลังในระยะไกลด้วยความลุ้น
“เอางั้นหรอ”
“อืม ขอโทษที่ให้รอวะกลับดีๆนะ”
“เออๆแต่ถ้าไม่มีรถกลับโทรหากูนะ”
“มีอยู่ เดี๋ยวกูกลับกับแอสอื่น”
“เคๆแค่นี้แหละ อย่าอยู่ดึกนะมึง”

บาสวางสายแล้วยืนมองจนคลังขับรถออกไป
ทำไมต้องกลัวคลังรู้ในเมื่อคลังก็รู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นหนี้ทิค
บาสคิดทบทวนสิ่งที่ทำลงไปด้วยความไม่เข้าใจตัวเอง เดินกลับมาที่รถทิคยืนมองเงาตัวเองที่สะท้อนจากแสงไฟที่กระจกรถแล้วคิดในใจ
(นี้มึงหรอบาส ทำไมเหมือนไม่ใช่ตัวเอง เกิดอะไรขึ้นกับมึง)

ตลอดทางก็เงียบเหมือนทุกครั้งไม่รู้มันเป็นอะไรหนักหนา มีแต่ความอึดอัดไม่เป็นตัวเองพอเลิกคิดถึงเริ่มรู้ถึงความผิดปกติ
“บ้านผมไม่ได้ไปทางนี้นะครับ”
บาสพูดแล้วหันมองคนขับ
“ผมไม่ได้บอกว่าจะไปส่งคุณที่บ้าน”
“คุณจะพาผมไปไหน”
บาสถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทิคกำลังทำให้เขาไม่อยากอยู่ใกล้อีกแล้ว
“………..”
ทิคเงียบทำเหมือนคำพูดของบาสไม่มีตัวตน
บาสกำลังจะพูดต่อแต่มีสายเรียกเข้าเขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย
“ฮัลโหล”
“บริ้ง..นะคะพี่บาส”
“ครับ”
เมื่อรู้ว่าเป็นรุ่นน้องบาสจึงเปลี่ยนเสียงให้ปกติให้ได้มากที่สุด
“คือบริ้งมีเรื่องอยากถามเรื่องมอเตอร์ที่พี่บาสให้แผนผังมาดูคะพี่บาส…ยุ่งอยู่หรือเปล่าคะ”
“ไม่ครับ ถามมาได้เลย”
รถหักเข้าข้างทางกระทันหันจนตัวบาสเซไปชนเข้ากับกระจกรถอย่างจังโทรศัพท์ล่วงจากมือทันที
“เงียบสักทีได้ไหม!”
ทิคกัดฟันแล้วเอื้อมตัวมาจับแขนบาสบีบ คราวนี้บาสไม่ยอมสะบัดแขนแรงจนหลุดแต่ทิคก็จับใหม่แล้วบีบแรงกว่าเดิมทั้งคู่ยื้อยุดกันอย่างไม่ยอมกัน
“นายกำลังทำให้อารมณ์ฉันพุ้ง!”
“เป็นบ้าอะไรของคุณ!”
บาสใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักทิคออก
ทิคหันกลับมาด้วยสายตาดุดันแล้วพุ้งเข้าชาร์จตัวบาสอีกครั้ง ดึงป้ายพนักงานของบาสที่คอหันให้เจ้าตัวดู
“นายไม่มีสิทธิ์พูดหรือคิดอะไรทั้งนั้นถ้าอยู่กับฉัน รู้ตัวไว้ว่าคนที่จะบังคับหรือสั่งนายได้คือฉัน!ที่เป็นเจ้าชีวิตนาย!”
“นาย..มันบ้า..ไปแล้ว”
บาสพูดด้วยน้ำเสียงติดขัด คอตอนนี้ขมไปหมดความรู้สึกจะร้องก็ร้องไม่ออกน้ำมันกลิ้งอยู่ในตาอยู่อย่างนั้น เขาพยายามแกะมือทิคออกเพราะทิคดึงสายป้ายพนักงานที่คอแน่นจนเริ่มหายใจไม่ออก
ทิคกำสายในมือแน่นสุดแรงเกิดด้วยความโมโหมองตาบาสที่เหมือนกำลังอ้อนวอนด้วยความรู้สึกหลากหลาย

เขาเคยบอกแล้วว่าจะเห็นใครสำคัญกว่าเขาไม่ได้
เขาต้องมาที่หนึ่งเสมอ
อะไรที่เขาไม่ชอบมีสิทธิ์อะไรถึงกล้าทำ

บาสใช้ความพยายามที่เหลือยื่นมือไปดึงเสื้อพนักงานทิคดึงหวังให้ปล่อยเขาจนกระดุมเสื้อหลุด ทิคได้สติปล่อยมือจากสายป้ายพนักงาน บาสรีบหายใจเอาอากาศเข้าปอดทันทีใช้มือสั่นๆของตัวเองเปิดประตูรถออกจนล้มลงไปกับพื้นใช้มือจับคอตัวเองแล้วรีบลุกขึ้นวิ่ง
ทิครีบเปิดประตูฝั่งคนขับลงตาม วิ่งเข้าไปหาบาสที่วิ่งไปไหนไม่ได้ไกลเพราะร่างกายไม่เอื้ออำนวย เขาจับแขนบาสดึงเข้าหาตัวแล้วดึงให้เดินกลับมาที่รถ
“ปล่อย!ปล่อยผม!”
บาสยื้อไว้สุดชีวิต เขาไปไม่ได้ ทิคน่ากลัวเกินไป เขากลัวจริงๆ เมื่อทิคหันกลับมาบาสจึงต่อยเข้าที่หน้าทิคอย่างจัง ทิคค้างใช้มือปาดเลือดที่มุมปากตัวเองแล้วหันมองคนที่ทำให้เลือดเขาออก ปล่อยมือจากแขนบาสมาจับคอเสื้อพนักงานดึงด้วยความโมโหง้างมือจะต่อย
แต่เมื่อเห็นสายตาลนลานและน้ำตาที่ไหลออกมาข้างหนึ่งของบาส
เขาก็เริ่มได้สติและอ่อนลง ทิคก้มหน้าลงต่ำทั้งที่ยังจับคอเสื้อบาสอยู่หลับตาเพื่อระงับอารมณ์ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับบาส
“กลับไปขึ้นรถ”
พูดโดยที่ไม่มองหน้าปล่อยมือจากคอเสื้อบาสแล้วลากแขนให้เดินตาม
บาสเดินตามอย่างหมดทางสู้ จะทำอะไรก็ทำเถอะเขาไม่มีแรงแล้ว
ยัดบาสเข้าไปในรถแล้วปิดประตูทิคเดินมาหยุดอยู่ที่ท้ายรถกำมัดแน่นหลับตาเพื่อระงับอารมณ์
เขารู้ตัว เขาพลาดไปแล้ว มันจะไม่มีวันย้อนกลับได้

ส่วนบาสทำได้แค่ยกแขนเสื้อพนักงานเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างเหลืออดอยู่ในรถ ไม่ได้ร้องกับสิ่งที่ทิคทำกับเขา แต่ร้องเพราะความอ่อนแอและความขี้ขลาดของตัวเอง ชีวิตเขาต้องแพ้ให้คนอื่นต้องยอมให้คนอื่นแบบนี้ไปทั้งชีวิตเลยใช่ไหม อีกนานแค่ไหนที่เขาจะกล้าพูด กล้าทำในสิ่งที่อยากทำ อีกนานแค่ไหนที่จะเลิกเป็นบาสลูกไก่ที่อ่อนแอ่ในสายตาคนอื่นสักที

ต่างฝ่ายต่างอยู่กับตัวเอง
ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปแล้ว…ตลอดกาล

ออฟไลน์ Vermilion Bird

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
13..สัตว์เลี้ยง

หลังจากแยกกันสงบสติอารมณ์พักใหญ่ ทิคที่ยืนพิงท้ายรถอยู่เดินมาเปิดประตูแล้วเข้าไปนั่งในรถ บาสนั่งนิ่งเงียบไม่พูดหรือแม้แต่หันมองคนข้างๆ ทิคสตาร์ทรถถอยรถให้อยู่ในทางตรงแล้วขับออกไป ตลอดทางเงียบเหมือนเคย ไม่ได้ยินแม้กระทั่ง…เสียงหายใจ
รถแล่นไปเรื่อยๆใช้เวลาไม่นานมันถูกจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ปานกลางหลังหนึ่ง
ทิคเปิดประตูลงจากรถโดยไม่บอกกล่าวสักคำ บาสมองผ่านกระจกดูสภาพแวดล้อมที่แปลกตา ประตูรถถูกเปิดออกพร้อมกับทิคที่ยืนอยู่ บาสยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับ
ทิคยื่นมือมาจับแขนแบบที่ชอบทำแล้วดึงให้ลงจากรถแต่ทำไม่แรง บาสลงจากรถตามความต้องการ เขาเดาใจทิคไม่ถูกไม่รู้ว่าถ้าขัดใจจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้าง
บาสมองสิ่งรอบตัว
ที่นี้คือที่ไหน
ถ้าเข้าไปแล้ว…เขาจะได้กลับออกมาอีกหรือเปล่า
ทิคหยิบคีย์การ์ดออกมาแล้วทาบมันลงกับประตูบ้านเสียงสัญญาณดังขึ้นจึงเปิดประตูเข้าไป
บาสมองไปรอบๆในความมืดทุกอย่างเงียบและมืดจนทำให้กลัว ไฟสว่างขึ้นที่ละจุดจนทั่วทั้งบ้าน บาสหันมองหาคนที่พามาทิคเดินออกมาจากมุมๆหนึ่ง มองหน้าบาสแล้วเดินเข้ามาหาตรงไปนั่งลงที่โซฟาบาสเห็นแบบนั้นจึงทิ้งตัวลงนั่งบ้างเว้นระยะห่างกันเหมือนอยู่คนละโลก ทั้งคู่นั่งเงียบต่างฝ่ายต่างทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ทิคลุกขึ้นเดินหายไปแล้วกลับมาพร้อมกับกล่องยาในมือ เขาไม่ได้นั่งลงที่เดิมแต่ขยับมานั่งใกล้บาสจับแขนข้างขวาที่เป็นแผลถลอกคงเกิดจากตอนที่เปิดประตูแล้วตกจากรถ
บาสรีบใช้มือข้างซ้ายดันมือทิคออกจากแขนตนโดยที่ไม่มองหน้า ทิคเจอแบบนั้นก็จับมาอีกแล้วจัดการใช้ชิทชู่เปียกเช็ดดินที่ติดมาด้วยออกจนแผลสะอาดแล้วถึงจัดการปฐมพยาบาลขั้นตอนไป
“ผมอยากกลับบ้าน”
คำพูดแรกในรอบหลายชั่วโมงของทั้งคู่หลุดออกมาจากปากบาส ทิคชะงักมือจากการทำแผลเงยหน้าขึ้นมอง
“พรุ่งนี้”
พูดจบทิคก็ลุกขึ้นเดินออกไป บาสเห็นแล้วอ่อนใจทิ้งตัวลงนั่งลงกับโซฟาเหมือนเดิม
ทิคเดินออกมาสูบบุหรี่อัดนิโคตินเข้าปอดไปหลายม้วนเครียดทำให้อยากสูบ ก้มมองบัตรพนักงานของลูกหนี้ในมือ
รอยยิ้มจางๆแต่ดูสดใสจนยิ้มตามแบบในบัตรมันหายไปแต่ตั้งเมื่อไร
หรือตั้งแต่ที่เขาเข้ามาในชีวิต
เขาเกือบพลั้งมือฆ่าคนๆหนึ่ง เขากลายเป็นคนเลวร้ายขนาดนี้ได้ยังไง เพราะอะไรเขาถึงทำแบบนั้นเพียงเพราะบาสให้ความสนใจสิ่งอื่นมากกว่าเวลาอยู่กับเขาหรอหรือเป็นเพราะอยากแกล้งเฉยๆ

กลับกันอีกคนหนึ่งเอาแต่นั่งในความมืดอยู่กับพื้นเหยียดขาข้างหนึ่งพับข้างหนึ่งมองออกไปที่หน้าต่างด้วยใจล่องลอยเหมือนเหลือแต่ร่างที่ไร้วิญญาณ
โลกเราโหดร้ายเกินที่จะคาดถึงคนที่ช่วยชีวิตเราในวันนั้น  กลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายเราได้มากที่สุด
บ้านของเขาจะเป็นยังไงบ้าง แม่คงกำลังเป็นห่วงและรอเขากลับบ้านเหมือนทุกวัน บาสควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงกระเป๋าเสื้อหาทั้งตัวก็ไม่เจอจนนึกขึ้นได้ว่ามันตกตอนอยู่บนรถบาสถอนหายใจปลงกับชีวิต แต่ต้องละจากสิ่งที่กำลังคิดหันเงยหน้ามองเมื่อเห็นเงาของการมาเยือน
“ลุกขึ้น”
บาสไม่ตอบอะไรเกี่ยวกับคำพูดของทิค แต่ถามกลับโดยไม่มองหน้า
“ทำแบบนี้ทำไม”
“…………..”
“ถ้าเป็นเพราะเรื่องเงินที่ผมคืนคุณน้อยเกินไป เดือนหน้าผมจะพยายามหามาใช้ให้ได้มากที่สุด”
“…………...”
“แต่ถ้าจะให้ผมใช้คืนทั้งหมดตอนนี้…ผมไม่มีปัญญาจริงๆ”
“ไปนอนได้แล้ว”
ทิคพูดแล้วหันหน้าเดิน
“ช่วยให้ความเวทนา…ตอบคำถามผมหน่อยเหอะ”
บาสพูดตามหลังด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้าอ้อนวอน
ทิคยืนนิ่งครู่หนึ่งแล้วหันกลับมา
“อย่าเพิ่งรีบพูดขอความสงสารเวทนาตอนนี้เลย ไม่นานนายจะได้ใช้มันจนกว่าใครจะตายจากไป"
“นายมันน่ากลัวจนไม่อยากเข้าใกล้ รู้ตัวหรือเปล่า”
บาสพูดสิ่งที่เก็บมาตลอดออกไปอย่างไม่กลัวอะไรทั้งนั้น พูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจน
ทิคมองมาด้วยสายตานิ่งเฉย
“ก็เท่านั้นแหละอย่างที่พูดไป…จนกว่าใครจะตายจากไป”
กำลังบอกว่า ไม่มีทางหนีพ้นใช่ไหม
ทั้งคู่สบตากันในความมืดที่ยังพอทีแสงให้มองเห็นอยู่ครู่หนึ่งและเป็นทิคที่เดินออกไป
บาสมองตามแล้วหลับตาลงทำมันหวังช่วยให้ความรู้สึกแย่ๆตอนนี้ดีขึ้นแต่เปล่าเลย…

เช้าที่สดใสและอากาศดีบรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยวัฏจักรแบบที่เห็นทุกวัน รอยยิ้มของเด็กน้อยที่ถูกแม่จูงมือไปส่งโรงเรียนไม่ได้ทำให้ยิ้มตามได้เลย
เพราะบรรยากาศที่น่าอึดอัด…จนไม่อยากหายใจบนรถคันหรูตอนนี้
บาสเปิดประตูลงจากรถทันทีที่รถจอดเดินไปได้สองก้าวรู้สึกถึงแรงดึงที่แขนเขาหันหน้าช้าๆกลับไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยากไปให้พ้นที่สุดตอนนี้
ทิคเปลี่ยนสายบัตรพนักงานที่ขาดของบาสออกนำสายของตัวเองมาเปลี่ยนให้แล้วคล้องมาที่คอ บาสก้มมองบัตรที่คอตัวเองแล้วหันหน้ากลับเพื่อเดินต่อ

ความรู้สึกไม่ต่างอะไรจากสัตว์เลี้ยง….

ที่อยู่ในบ้านปล่อยโซ่ แต่พอออกนอกบ้านก็ล่ามโซ่

ทั้งคู่เดินไปพร้อมกันแต่ทิ้งระยะห่างจากกันจนดูไม่รู้ว่ามาด้วยกันเดินปะปนไปกับหลายร้อยชีวิตที่กำลังเดินเข้าโรงงาน
บ้างเดินคนเดียว
บ้างเดินกับคนรักคู่ชีวิตพูดคุยกระหนุงกระหนิง
บ้างก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์ในมือ
บ้างเดินงัวเงีย
บ้างกำลังเอร็ดอร่อยกับของในถุง
บ้างส่องกระจกเพื่อความมั่นใจ

จะมีใครรู้…ว่าคนสองคนมีความสัมพันธ์กันแบบไหนและภายใต้รอยยิ้มที้ส่งให้คนที่เข้ามาทักแท้จริงแล้วข้างในมันซ่อนความทุกข์และความขมขื่นไว้มากขนาดไหน…

ออฟไลน์ Vermilion Bird

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
Re: หนี้ชีวิต (Secrets’debt) 14..คู่กัน 17/04/61
«ตอบ #28 เมื่อ17-04-2018 00:09:51 »

14..คู่กัน?

บาสเดินอย่างไม่รอ ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ไม่สนใจใคร เขาแยกกับทิคแล้วไม่ใช่เพราะเดินหนีมาได้หรอกแต่เพระทิคไม่อยากจะตามแล้วมากกว่า บาสเลี้ยวเข้าห้องน้ำฝั่งตรงข้ามแอสตรงไปที่อ่างล้างหน้าเปิดก๊อกแล้วกวักน้ำใส่หน้าไปหลายครั้งเงยหน้ามองตัวเองในกระจก ความรู้สึกมากมายที่ถ่าโถมเข้ามาตอนนี้มันทำให้รู้สึกไม่ดี ไม่สดชื่น มองอะไรทำอะไรก็รู้สึกแย่ไปหมด ไล่ทุกอย่างออกจากหัวแล้วเดินออกจากห้องน้ำ
กิจวัตรประจำวันที่ต้องทำคือเช็คสภาพเครื่องจักรบาสถือแฟ้มเดินออกจากห้องทำงานไปในไลน์การผลิต เดินดูไปเรื่อยๆเมื่อเห็นจุดผิดปรกติก็ดึงปากกาที่เหน็บอยู่ที่แขนเสื้อออกมาเขียนแล้วลงมือจัดการแก้ไข
“ทำไมไม่รับโทรศัพท์กูวะ”
คลังเดินเข้ามาหาในมือถือแก้วกาแฟขึ้นดื่มไปด้วย
คนที่กำลังทำงานชะงัก จะรับได้ยังไงโทรศัพท์อยู่ไหนเขายังไม่รู้เลย
“โทรศัพท์กูเสีย”
เอาตัวรอดไปก่อนแล้วกัน
“มันได้เวลาซื้อใหม่แล้วมั่ง รุ่นยุคหินของมึงนะเขาหาอะไหล่ไม่มีแล้ว”
คลังบ่นแล้วยกกาแฟขึ้นดื่มแสดงว่าเชื่อ
“เออน๊า”
บาสพูดตัดจบแล้วเดินหนีเพราะกลัวคลังจะถามอะไรแต่ก็ไม่พ้น
“เมื่อคืนมึงไปไหน”
คนถูกถามหยุดเท้าทันที ตั้งสติแล้วหันไปหาเพื่อนตัวเอง
“แม่โทรมาหากูว่าอยู่กับมึงไหม”
“กว่างานจะเสร็จก็ดึก บ้านเขากับกูก็ไกลกันกูเกรงใจเลยค้างบ้านเขาเลย โทรศัพท์ก็เสียเลยไม่ได้โทรบอกแม่”
คลังมองมาด้วยสายตานิ่งเฉย จนบาสเริ่มจะทำตัวไม่ถูก
“อืมๆ”
เมื่อเห็นคลังพยักหน้าแบบนั้นบาสจึงรีบเลี่ยงออกมาทันที เขากลับไปที่ห้องทำงานแล้วหยิบโทรศัพท์ส่วนรวมขึ้นกดหมายเลขที่คุ้นเคยแล้วโทรออก
“สวัสดีคะ”
“แม่..”
“บาสหรือลูก!”
“ครับ”
“อยู่ไหนแม่เป็นห่วงมากรู้ไหมทำไมไม่รับสายแม่เลย”
เมื่อรู้ว่าแม่เป็นห่วงขนาดนี้ก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันที
“บาสขอโทษบาสไปค้างบ้านเพื่อนโทรศัพท์เสียเลยไม่ได้โทรไปบอกแม่”
“ไม่เป็นไรแม่ก็สบายใจ แล้วนี้กินข้าวกินหรือยังลูก”
“กินแล้วครับแม่ไม่ต้องห่วง ลูกชายแม่เป็นหนุ่มแล้วเน้อ”
ได้ยินเสียงหัวเราะของแม่ก็ทำให้มีแรงสู้ต่อ
“บาสรักแม่นะ”
“จ๊ะ แม่ก็รักบาส”
บาสยิ้มออกอย่างอิ่มเอมและชื่นใจ
“ตั้งใจทำงานนะลูก”
“ครับ”
“แม่ไปตลาดมาเมื่อเช้าได้ผักสดๆมาเยอะเลยแม่จะทำเมี่ยงปลาทูให้กินดีไหม”
“ครับ บาสจะรีบกลับนะ”
วิศวะหนุ่มวางสายจากแม่ยิ้มให้โทรศัพท์แล้วหายใจเข้าเรียกกำลังพร้อมลุยงานต่อ คว้าแฟ้มแล้วเดินออกจากห้องทำงาน
“บาสช่วยไปดูเครื่องให้พี่หน่อยสิ”
พี่แนนหนึ่งในรีดเดอร์ของแอสเดินหน้าเครียดเข้ามาหาบาสที่กำลังยืนดูพนักงานทำงาน
“เป็นอะไรครับ”
“สายพานมันไม่เดินงานไปต่อไม่ได้”
บาสพยักหน้าให้รุ่นพี่รีดเดอร์แล้วเดินไปด้วยกัน
เหล่าเอ็นจิเนียร์กำลังหาสาเหตุของปัญหาสรุปคือน็อตในงานหลุดล่วงไปติดในสายพราน แก้ปัญหาเสร็จก็พากันเดินกลับห้องทำงานเพราะถึงเวลาพักพอดี
“บาสโทรศัพท์”
คนที่กำลังจะนั่งต้องชะงักเดินไปหาปิงที่ยืนถือโทรศัพท์อยู่
“ใครวะ”
ปิงส่ายหน้า บาสจึงรับโทรศัพท์มา
“บาสครับ”
“มาที่ห้องเก็บงานหน่อย”
จากที่ลืมเรื่องที่ทำให้รู้สึกแย่ได้แล้ว กลับต้องมารู้สึกอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงในสาย
“มีอะไร”
“บอกให้มาก็มาเถอะ”
ใส่อารมณ์เสร็จก็วางสาย บาสถอนหายใจอย่างเหลืออดกับความเอาแต่ใจของทิค
วางโทรศัพท์ลงแล้วเดินกลับไปนั่งที่เปิดเอกสารดูแต่…ก็ทำได้ครู่เดียวเพราะเรื่องทิคยังวนอยู่ในหัว
ถ้าไม่ไปเกิดบ้ามาตามถึงแอสจะทำยังไง
เขาไม่อยากให้ทุกคนรู้เรื่องของเขากับทิค
“กูไปห้องน้ำนะ”
บาสพูดกับคลังแล้วดันประตูเดินออกมาอย่างไม่รอคำตอบ ห้องเก็บงานก็ไม่ใช่ใกล้ๆ ตลอดทางก็ต้องโค้งหัวยิ้มให้คนที่ทักทายมาต้องรีบเดินให้ถึง มาถึงเปิดประตูเข้าไปก็พบเข้ากับเจ้าหนี้ยืนหันหลังอยู่
“ให้ผมมาทำไม”
ทิคหันมาสายตาที่มองมาทำเอาต้องหลบตามองไปทางอื่นถุงพลาสติกถูกยัดมาที่หน้าอกแล้วปล่อยทันทีดีนะที่บาสจับไว้ทัน
“อะไรครับ”
ทิคไมตอบบาสจึงเปิดถุงดูเอง เห็นของในถุงแล้วก็ต้องแปลกใจมันคือกล่องโทรศัพท์ยี่ห้อดังและราคาสูงลิ่วรุ่นใหม่ล่าสุด
“คืออะไรครับ”
“เอาไปใช้”
“ผมไม่มีเงินซื้อหรอก คุณเอาคืนไปเถอะ!”
บาสลนลานยื่นถุงคืนให้ทิค ให้ซื้อโทรศัพท์แพงขนาดนี้เอาเงินไปทำอย่างอื่นได้ตั้งเยอะ
“ซื้อให้แล้วจะซื้ออีกเพื่อ”
บาสมองทิคตาโต
“ไม่เอาหรอกครับ”
หนี้เก่ายังใช้ไม่หมดจะหาหนี้เพิ่มให้ตัวเองได้ยังไงมันครึ่งแสนเลยนะ
“แล้วมีใช้แล้วหรือไง”
“ขอโทรศัพท์ผมคืนด้วยครับ”
“มันเสีย ใช้ไม่ได้ เข้าใจไหม”
“ผมจะเอาไปซ่อมเอง”
บาสแบมือขอ แต่สิ่งที่ได้มาคือถุงที่คืนไปเมื่อกี้
“ทิ้งไปแล้ว”
พูดเหมือนไม่มีค่า บาสถอนหายใจแล้วยื่นถุงคืนให้ทิคอีกรอบ
“มันแพงเกินไป”
ทิคดึงถุงมาจากมือบาสแล้วทิ้งมันลงถังขยะตรงนั้นอย่างไม่ใยดี
“ไม่เอาก็ไม่ต้องเอา”
บาสมองของในถังขยะอย่างเก็บอารมณ์เงยหน้าขึ้นสบตากับทิค
“ทำอะไรรักษาความรู้สึกกันหน่อยได้ไหม”
“ฉันซื้อมาให้ นายยังไม่คิดจะรักษาน้ำใจฉันเลย”
“มันสองบาทสามบาทหรือไงผมไม่มีปัญหาหามาใช้คืนหรอกนะ”
“ฉันพูดหรือยังว่าจะให้นายคืน!ฉันไม่คิดเอามารวมกับหนี้หรอกเลิกกลัวได้แล้ว”
“แล้วคุณซื้อให้ผมทำไม”
คำถามเรียบเฉยไม่ได้พูดดังของบาสกลับทำให้ทิคหยุดทุกอย่างทันที หน้าตางงงวยของบาสที่มองมาทำให้ทิคหาทางไปไม่เจอ เขาก็ไม่รู้แค่อยากซื้อให้มันต้องหาเหตุผลด้วยหรอ
“ไม่เอาก็ทิ้งแค่นั้นแหละ”
ทิคพูดแล้วเดินหนีออกไปจากห้อง บาสมองตามอย่างจนใจหันกลับมามองถุงในถังขยะแล้วก้าวไปหยิบขึ้นมา
จะเล่นแง่อะไรกับเขาอีก ของราคาตั้งหลายหมื่นไม่ได้เป็นอะไรกันจะซื้อให้ทำไม
“คุณ!”
บาสตะโกนเรียก แต่คนข้างหน้าไม่มีท่าทีว่าจะหยุดกลับเดินเร็วกว่าเดิม
“ทิค!”
คราวนี้ทิคหยุดแล้วหันมา บาสเดินเข้าไปหาแต่เว้นระยะห่างยื่นถุงในมือให้ ทิคมองด้วยหางตาหันไปทางอื่นแล้วหันกลับมามองบาสใหม่
“ผมรับไว้ไม่ได้จริงๆ”
“ทำไม”
ทิคยืนกอดอกถามสีหน้าจริงจัง
“มันจะเป็นปัญหาของแพงขนาดนี้ถ้าใช้คลังมันต้องสงสัยแน่ๆไหนจะแม่ผมอีก”
“ก็บอกไปสิว่าฉันซื้อให้”
“แล้วถ้าเขาถามว่าทำไมคุณซื้อให้ผมละ”
“ก็อยากซื้อให้จะทำไม นายจะบอกใครยังไงจะทำแบบไหนมันก็เป็นเรื่องของนาย ฉันรู้แค่ว่าฉันต้องเห็นนายใช้”
บาสเบ้หน้าก้มหน้าลงต่ำทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรเลย
“ใช้แล้วโทรเข้าเบอร์ฉันด้วย”
ทิคหยิบโทรศัพท์ของตัวเองมาเคาะหน้าผากบาส ยี่ห้อเดียวกันรุ่นเดียวกันสีเดียวกันเข้าไปอีก เครื่องเก่าที่เห็นใช้ก็เพิ่งออกมาได้ไม่นานก็เปลี่ยนมาใช้รุ่นใหม่ล่าสุดแล้ว
นี้สินะ…วิถีคนรวย

ออฟไลน์ Vermilion Bird

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
15..ปีกกล้าขาแข็ง

แล้วมันทำยังไงละเนี้ย เขาลืมทำที่ใส่ซิมมาหรือเปล่า ทำไมมันหาไม่เจอ บาสจับโทรศัพท์ในมือพลิกไปพลิกมา บอกตามตรงไม่กล้าจับแรงเลย ถ้ามันลำบากขนาดนี้เอาไปคืนได้ไหม…
“ไอ้บาส”
“เฮ้ย!”
ของในมือแทบล่วง รีบลนลานยัดใส่กระเป๋ากางเกงแล้วหันไปยิ้มให้คลังแต่มือแอบดันกล่องข้างหลังซ่อน
“ตกใจเชี้ยไรวะ”
“ตกใจอะไรเล้า”
บาสพูดแก้สถานการณ์แล้วหันไปทำท่าเก็บเอกสารบนโต๊ะ คลังปล่อยมือจากประตูที่เปิดค้างอยู่แล้วเดินเข้ามาในห้อง
“ไปแอสห้ากับกูหน่อยดิ”

!!!!!!!!

“กูไม่ว่าง!ไอ้ปิงไอ้ลูปโน้นไป”
ใครจะเอาตัวเองไปฆ่า ทุกวันนี้แค่อ่านเจอชื่อได้ยินชื่อก็หลอนพอแรงละ
“ไปกับกูหน่อยดิ พี่บงให้กูไปตามผังอาทิตย์นี้”
“กูทำงานอยู่”
บาสก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสาร ไม่ไป ไปไม่ได้เด็ดขาด เขาจะไม่มีทางพาตัวเองไปอยู่ในที่อึดอัดแบบนั้น
“มากับกูเลย”
“ไอ้คลัง!ไม่ไป!”
“ปล่อยกู!”
แต่หาได้ต้านไหวไม่ บาสถูกคลังกอดคอลากออกจากห้องทำงานถ้าขัดขืนต้านกันไปมาก็จะคลายเป็นจุดสนใจของพนักงานบาสจึงต้องจำยอมเดินตามแรงลากของคลังอย่างว่าง่าย
“กูรออยู่นี้นะ”
บาสจะเดินแยกออกมาแต่คลังดึงไว้
“อะไรเข้าไปกับกูเลย”
“ไม่เอา”
บาสยื้อไว้จนคลังยอมปล่อยแล้วมองมาด้วยสายตาสงสัย
“มึงเป็นอะไร ทำไมถึงไม่อยากมาแอสห้าขนาดนี้หะ กลัวไอ้ทิคมันทวงเงินหรอ”
“เออ!”
บาสตอบแบบไปที..มึงจะไปรู้อะไรคลัง
“มันไม่ทวงหรอกคนไม่มีถ้ามีใครมันจะไม่อยากคืน ลองทวงมาสิกูจะตบปากให้”
คลังลากบาสเดินเข้าแอสห้า
สมแล้วที่ได้รางวัลแอสดีเด่นประจำปีทุกอย่างมันดูเป็นมืออาชีพการทำงานที่รวดเร็วเหมือนคนเป็นหุ่นยนต์ดูดีไปซะหมดแอสนี้

ทั้งสองเดินเข้ามาคลังมองหาอะไรก็ไม่รู้แล้วโบกมือบาสหันมองบ้างทำให้รู้ว่าที่แท้ก็หา…ทิค
ทั้งคู่โบกมือให้กันทิคกำลังยืนถือแฟ้มคุยงานอยู่ในไลน์แบบที่เขาทำ
แต่อยากรู้จริงๆเวลาเขาทำงาน…จะเท่แบบนี้ไหมนะ ทิคดูเก่ง น่าเกรงขาม ขนาดยืนอยู่ไกลๆไม่ได้ยินเสียงดูแค่ปากยังน่าเชื่อถือกับคำพูดทิคเลย นี้เราอายุเท่ากันใช่ไหมนิดูเก่งก้าวกระโดดเหลือเกิน
ความคิดทุกอย่างหายไปเมื่อราชสีห์แห่งแอสห้ากำลังเดินมา
“ว่าไง”
“เอาผังอาทิตย์นี้ให้หน่อยดิ”
“เขายังไม่เอาไปให้หรอวะ” ทิคถามสีหน้าแปลกใจ
“ยัง”
“แปป”
เหมือนเขาเป็นส่วนเกิน คลังกับทิคเดินหายไปในห้องทำงาน บาสจึงเดินดูการทำงานในแอสห้าฆ่าเวลาไปเรื่อย

ตุ๊บ!

เสียงของหล่นทำให้ต้องหันมอง บาสเก็บแฟ้มเอกสารสองแฟ้มขึ้นจากพื้นแล้วยื่นคืนให้เจ้าของ แต่เมื่อสบตากันกลับทำให้รู้สึกคุ้น
“ขอบคุณค่ะ”
ผู้หญิงหน้าตาสวยคนนี้คุ้นมากจริงๆ
“ครับ”
ได้สติบาสรีบคืนของในมือให้เจ้าของ เธอยิ้มให้บาสจึงยิ้มตอบ
“มาจากแอสหนึ่งหรอคะ”
“ครับ”
เธอยิ้มให้อีกครั้ง สวย สวยมาก เธอเป็นวิศวะด้วย
“มีอะไรหรอชมพู”
เสียงทำให้ทั้งสองหันมอง เป็นทิคกับคลังที่เดินเข้ามา
“ไม่มีอะไร ชมพูทำของตกได้คุณคนนี้ช่วยเก็บ”

บาสเริ่มเห็นลางไกลๆเธอคือคนที่มาตามทิควันที่พวกเขานัดคืนหมวกกันที่หน้าห้องธุรการนี่เอง

ทิคหันมามองบาสรายนั้นพอรู้ตัวว่ากำลังถูกมองจึงถอยออกมายืนข้างคลัง
“เสร็จยัง”
“เออ”
“กลับกันเถอะ”
“อืม”
คลังพยักหน้าตอบเหมือนจะเป็นคลังคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องอะไร บาสหันไปโค้งหัวให้…ชมพูใช่ไหม นั้นแหละ แล้วเดินออกมากับคลัง
“เชี้ย!อย่างสวยอะมึงจีบเขาหรอ”
“จีบบ้าอะไรละ!รีบๆดิ”
บาสดึงแขนคลังที่กำลังหันไปมองชมพูให้รีบเดิน
“เพราะมึงคนเดียวเลยไอ้คลัง!”
“กูผิดอะไรเนี้ย”
บาสจับหัวตัวเองอย่างเหลืออด
“เดี๋ยว”
ทั้งสองหันไปมองตามเสียง ทิคเดินเข้ามามองคลังแล้วหันมาหยุดที่บาส
“คุยด้วยหน่อยสิ”

อย่านะ! ห้ามนะ!

“ใคร”  คลังถาม

“ลูกหนี้กู”

จนได้!

คลังพยักหน้าตอบ หัวใจบาสหล่นไปอยู่ตาตุ่มทันที
“กูไปก่อนนะ”
บาสยื่นมือไปดึงแขนคลังทันที
“รอไปพร้อมกันดิวะ”
คลังกรอกตาคิดเหมือนจะเอนเอียงตาม แต่!ก็เอนกลับเมื่อทิคพูด
“คุยนานวะมึงกลับไปก่อนเลย…เดี๋ยวกูไปส่งเพื่อนมึงเอง”
เมื่อคลังพยักหน้าให้ทิค บาสรู้สึกหมดหวังทันที ทำได้แค่มองตามเพื่อนด้วยใจห่อเหี่ยว
“ไม่เอาไปฆ่าหรอกกลัวอะไรหนักหนา”
ทิคพูดเบาๆเมื่อเห็นกิริยาบาส เจ้าตัวได้ยินถึงกับหันมอง
“ทำไมต้องให้ตามบอกให้โทรเข้าเครื่องไง อย่าอ้างว่าจำเบอร์ไม่ได้ไม่มีเบอร์”
“ผมทำไม่ได้ ทำไม่เป็น”
บาสตอบไปอย่างเหลืออด ไม่เคยใช้ของแพง! ไม่รู้! ไม่เคย! จะซ้ำเติมทำไม!

ทิคอมยิ้มมุมปากมอง บาสถอนหายใจคอตกแล้วหันหลังจะเดินแต่ทิคจับมือไว้

!!!!!

ปกติทิคจะดึงแขน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จับมือ บาสหันมองด้วยความตกใจนิดๆ
“ไปจะทำให้”
ลากไปได้สามก้าวบาสก็แกะมือออก
“เดินกับฉันมันน่าอายตรงไหน”
“ไม่ได้อาย”
แต่มันเด่นเข้าใจไหมมมมมมมมมมม
ทิคเลิกสนใจแล้วเดินนำ บาสต้องจำใจเดินตามไปห่างๆ
ทิคพาบาสเดินมาร้านมินิมาร์ทเข้าไปแบบไม่บอกไม่กล่าวแล้วออกมาพร้อมกับของในมือซึ่งก็มองไม่ชัดว่าคืออะไรแล้วก็เดินออกไปแบบไม่บอกไม่กล่าวเหมือนเคยไปนั่งโต๊ะแถวๆนั้น
“เอามา”
“อะไรครับ”
ทิคถอนหายใจแล้วเงยหน้ามอง
“โทรศัพท์!”
บาสล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์เครื่องแพงส่งให้ทิคแล้วนั่งลงข้างๆ
“พูดมาสิทำไม่เป็นตรงไหนหะ”
“ผมหาที่ใส่ซิมไม่เจอ”
“ห๊ะ”
ถึงกับต้องอุทาน ทิคกระตุกยิ้มอย่างเหลือเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน มองหน้าได้เฉยมาก เชื่อเขาเลย เขาผิดเองที่ไม่ให้ร้านทำให้เรียบร้อยแต่แรก ใครจะไปรู้ว่ามันยังเหลือคนแบบนี้อยู่บนโลก คิดถูกแล้วที่พามาซื้อซิม
“ถามจริง จบวิศวะมาได้ไง”
“ผมจบวิศวะอุตสาหการไม่ได้จบวิศวะไฮเทคเทคโนโลยีอะไร จะได้ตามทันโลกทุกก้าว”
กล้าต่อปากต่อคำแต่ไม่กล้าสู้หน้าเขานะ
ทิคตบปีกหมวกคนตรงหน้าด้วยความหมั่นเขี้ยวจนมันหล่นลงมาปิดหน้า บาสรีบจับให้มันกลับสู่สภาพเดิมไม่พอใจอยู่นะแต่จะทำอะไรได้
หน้าตาบู้บี้ของบาสตอนนี้ทำให้ทิคยิ้มออก เขาดีใจที่เห็นบาสกล้าสู้ กล้าต่อปากต่อคำคนแล้ว ถ้ากล้าสู้กับเขาแล้วก็คงกล้าสู้กับคนที่เอาเปรียบตัวเองบ้าง ไม่ใช่จะเป็นบาสลูกไก่อ่อนที่น่าเกรงขามแค่ตำแหน่ง

ทิคหันมาสนใจกับโทรศัพท์แกะซิมที่ซื้อมาจากมินิมาร์ทเมื่อกี้แล้วทำให้บาสดู
“ทำไมไม่บอก ผมซื้อเองก็ได้มันคนละเครือข่ายกับแม่ผมค่าโทรมันแพงนะถ้าต่างเครือข่าย”
ทิคตวัดสายตาใส่บาสแล้วถอนหายใจรอบที่ล้าน
“งกอะไรไม่เข้าเรื่อง”
เปล่าหรอก จริงๆที่ซื้อเครือข่ายนี้เพราะมันเครือข่ายเดียวกันกับเขาต่างหาก
ทิคหันกลับมาสนใจโทรศัพท์ ทำมันอย่างคล่องแคล่วบาสมองดูด้วยความสนใจ โทรศัพท์แพงๆเขาทำกันแบบนี้นี่เอง บาสมองอย่างไม่ละสายตาตื่นเต้นอย่างลืมตัว
ทิคยื่นมาให้เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย บาสเงยหน้าสบตา ทิคพยักหน้าให้เขาจึงรับมา
“มันปลดล็อกด้วยหน้า”
บาสหันมองทันที
“หน้านายนั้นแหละ”
ก็ยังงงอยู่ดี
ทิคดึงโทรศัพท์มาแล้วจัดการให้ บาสยิ้มกว้างตื่นตากับของเล่นใหม่ ทิคปล่อยให้เด็กน้อยสนุกกับของเล่น ตั้งแต่รู้จักกันเขาเพิ่งเห็นรอยยิ้มกว้างจนตาหยีของบาส แสงไฟจากหน้าจอที่สาดมากระทบกับหน้าเนียนไร้จุดบ่กพร่องตรงหน้าทำให้ละสายตาไม่ได้เลย
คนที่เผลอตัวดีใจจนเกินไปหันมาเมื่อเห็นทิคกำลังมองอยู่จึงหุบยิ้มแล้วทำหน้านิ่งไร้ความรู้สึกเหมือนเคย
“ผะ.ผมจะทยอยใช้คืน”
พูดไปด้วยความเหวอ อายหน่อยๆ
“ถ้านายอยากคืน…แต่ไม่ใช่ด้วยเงินนะ”
บาสเริ่มรู้สึกไม่ดีขึ้นมาดื้อๆ
“เลิกงานไปรอที่ลานจอดรถ”
“ผมต้องกลับบ้าน”
บาสโพล่งขึ้นมาทันที
“เรื่องของนาย”
“แม่ผมรอกินข้าว”
ทั้งคู่สบตากัน แต่ไม่มีท่าทีว่าทิคจะยอม
“ผมขอ ขอวันนี้วันเดียววันหลังผมจะไปด้วย”
“ก็แค่นั้น”
ทิคยิ้มแล้วลุกเดิน เขาดีใจที่บาสกล้าพูดความต้องการของตัวเอง ไม่ใช่เอาแต่เงียบเหมือนเมื่อก่อน จริงๆเขาแค่อยากมีเพื่อนกินข้าวเย็น แต่เมื่อได้ฟังเหตุผลของบาสก็เข้าใจ

นายพูดเองนะบาส…ว่าวันหลัง

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด