[เรื่องสั้น] ✿.。.: พุ่มดอกฟ้า :.。.✿ [จบ]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น] ✿.。.: พุ่มดอกฟ้า :.。.✿ [จบ]  (อ่าน 8891 ครั้ง)

ออฟไลน์ BitterSweet

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +712/-2
อ้างถึง
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************


สวัสดีค่ะ สบายดีกันนะคะ
เรื่องสั้นพุ่มดอกฟ้านี้เคยนำไปตีพิมพ์ในหนังสือ 2 Years ของสำนักพิมพ์ไร้กรอบ
แต่นำมาลงไว้ที่นี่ให้ได้อ่าน เพราะว่าโดยส่วนตัวแล้วเราชอบเรื่องนี้มากกก
เป็นแนวย้อนยุค สมัยปี พ.ศ. 2411 ถ้าให้เทียบเคียงบรรยากาศก็จะคล้ายๆ กับภาพยนตร์เรื่องโหมโรง
ภาษาที่ใช้อาจมีขาดๆ เกินๆ ไปบ้างตามประสาคนเพิ่งเคยแต่งเป็นครั้งแรก
แต่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะได้รับความสนุกสนานจากไอ้พุ่มและท่านขุนฟ้ากันนะเจ้าคะ
ขอบพระคุณที่แวะเวียนมาอ่านมากๆ ค่ะ


 :pig4:


BitterSweet


Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-03-2018 22:01:19 โดย BitterSweet »

ออฟไลน์ BitterSweet

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +712/-2
พุ่มดอกฟ้า

BitterSweet



                           งามเอย งามแท้ เจ้าดอกฟ้า              งามสง่ายามพินิจจิตตรึงมั่น
                    งามรูปโฉมดุจสร้างเทียบเทวัน                 งามเหนืออันคำใดเล่าจำนรรจา
              อันตัวเราเป็นเพียงพุ่มไม้น้อย                  เฝ้าหวนคอยคิดถึงคะนึงหา
               ทั้งต้อยต่ำยศฐารูปกายา                        มิกล้าพาเจ้าดอกฟ้ามาแนบใจ
                      
                                                                                                                                   พุ่ม

กลอนหวานซึ้ง อ่านยามใดก็สะท้านถึงทรวง โธ่...จะไม่ให้หวานได้อย่างไรเล่า ก็เพราะมันออกมาจากดวงใจของ ‘พุ่มรัก’ คนนี้ เป็นความในเมื่อแรกพบกับ ‘ดอกฟ้า’ แสนงาม แค่สบตากันเพียงครู่เดียว แต่เขายังจำติดตรึงได้ไม่รู้หาย ดูสิ...แค่หลับตายังคล้ายว่าน้องอยู่ใกล้แค่เอื้อมตรงนี้เลย
   

“ฝันกลางวันอยู่รึ ไอ้พุ่ม”


เสียงทักทำเอาคนกำลังเคลิ้มสะดุ้งโหยง รีบลืมตาหันหลังมอง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าเบื่อหน่ายในฉับพลัน เมื่อเห็นเป็นคนคุ้นเคยเดินมาทรุดนั่งข้าง ๆ บนศาลาน้อยริมคลองสวน


“โธ่ ตกใจหมด ข้านึกว่าใครที่แท้เอ็งนี่เอง ไอ้โสน”


“แล้วเอ็งนึกว่าเป็นใคร ‘เจ้าอิงฟ้า’ รึไร”


คำแกล้งหยอกเล่นของเพื่อนสนิท ช่างเป็นคำเดียวกับที่แทงใจคนฟังให้เจ็บ ๆ คัน ๆ


วะ!...ถ้าเป็นแบบนั้นได้ก็ดีน่ะสิ  เพราะดอกไม้งามที่เขากำลังพร่ำเพ้ออยู่นั้นดันสูงเทียมฟ้าตามชื่อ  ‘เจ้าอิงฟ้า’ ลูกสาวของเจ้าเมืองนครลำปาง ผู้รอนแรมมาไกลยังฝั่งลุ่มน้ำแม่กลอง เพื่อมาร่วมงานเปิดคลองดำเนินสะดวกที่กำลังจะมีขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า รูปพรรณสวยสะคราญผิวงามผุดผาดนวลตาเฉกเช่นสาวเหนือ ทั้งกิริยามารยาทก็ดูอ่อนช้อยสมกุลสตรีไทย ทำให้คนอยู่แต่กับสวนคลองผลไม้ปีนป่ายเหมือนลิงทโมน ต้องเผลอนิ่งตะลึงคล้ายถูกสาปด้วยพิษรักจากนางอัปสรผู้จำแลงกายลงมา จนต้องเฝ้าฝันถึงทุกวันสามเวลาหลังอาหาร


ทว่าเขาเป็นแค่ ‘ไอ้พุ่ม’ ลูกชายคนสุดท้องของนายแขวงบางยาง แถมไม่เอาดีทางราชการเหมือนพวกพี่ ๆ เพราะชอบถนัดเรียนศิลป์ ทั้งกาพย์ กลอน ระนาด โขน  ในลุ่มแม่น้ำแม่กลองนี้ ไอ้พุ่มเป็นมือฉมังเก่งกาจไม่มีใครเทียบ กระนั้นอาชีพนักเลงกลอนก็ใช่ว่าจะเป็นอาชีพน่าอวดศักดา เพราะแม้เขาอายุสิบเก้าปีแล้ว แต่ไม่มียศเจ้าขุนมูลนายใด ๆ มาประดับให้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล มิต้องพูดถึงทรัพย์สินเงินทองแสนน้อยนิดจนไม่พอไปขอตกแต่งลูกสาวใครเขา แล้วเช่นนี้จะไปกล้าเทียบเคียง ‘แม่ดอกฟ้า’ ที่เป็นถึงลูกเจ้าเมืองลำปางได้อย่างไร


“ข้าถึงบอกเอ็งแล้วว่าเอ็งน่ะฝันกลางวันลม ๆ แล้ง ๆ  เจ้าท่านอยู่สูงไม่ลดตัวลงมาคู่กับพวกเราหรอก”


คนพูดนี่ก็ไม่ได้ช่วยให้กำลังใจเลย กลับสร้างความเจ็บช้ำให้ใจดวงน้อย ๆ เข้าไปอีก แต่ลูกผู้ชายอย่างไอ้พุ่มริรักแล้ว ก็ต้องกล้ายอมเสี่ยงกันสักหน่อย


“ของแบบนี้ถ้าไม่ลองจะไปรู้รึ”


“นี่เอ็งคิดจะทำอะไร”


น้ำเสียงท้าทายทำให้โสนให้ขมวดคิ้วหันมาถามอย่างสงสัยด้วยกลัวว่าเพื่อนรักจะนึกพิเรนทร์ขึ้นมาอีก และก็เป็นจริงดังคาด เมื่อพุ่มส่งยิ้มหวานเชื่อม แถมด้วยการส่งกระดาษใบน้อยในมือมาให้ พร้อมประโยคขอร้อง


“ข้าฝากให้เอ็งเอากลอนรักนี่ไปให้เจ้าอิงฟ้ายอดดวงใจของข้าทีเถอะ”


“เอ็งจะบ้ารึไอ้พุ่ม! ขืนพ่อเอ็งรู้ได้เฆี่ยนเอ็งหลังลายแน่ ไปบังอาจแกล้งท่านเจ้า”


โสนร้องโวยวายดังลั่นกับความคิดอุตริ แต่คนบ้ารักก็ยังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังมุ่งมั่น


“ข้าไม่ได้แกล้ง แต่ข้าเอาจริง เถอะน่า...ข้ารู้ว่าเอ็งสนิทกับพวกบ่าวที่รับใช้เรือนใหญ่ฝั่งนู้น ข้าฝากไปให้เจ้าอิงฟ้าที”


คนถูกขอร้องมองจดหมายในมืออย่างชั่งใจ แล้วสบตาเว้าวอนของคนข้างตัวที่สนิทกันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย รู้ดีว่าถึงบอกปฏิเสธไป ไอ้เพื่อนก็ต้องเซ้าซี้เอาจนได้ตามนิสัยของมัน  โสนจึงถอนหายใจก่อนหยิบจดหมายจากมือที่ส่งมาพร้อมเสียงบ่น


“ข้าถือว่าเอ็งเป็นเพื่อนนะ ไม่อย่างนั้นข้าไม่ทำให้หรอก หาเหาใส่หัวแท้ ๆ”


เพียงแค่ได้ยินคำตกปากรับ เจ้าตัวก็ยิ้มร่า แทบโผเข้ากอดพ่อสื่อจำเป็นก่อนเอ่ยอย่างเอาอกเอาใจ


“ขอบใจว่ะ ไอ้โสน เดี๋ยวข้าเลี้ยงยาดองสักเป๊ก”


“เก็บเงินเอ็งไว้เถอะ เพราะถ้าท่านเจ้าเขาไม่เล่นด้วย เอ็งได้ดื่มยาดองย้อมใจหมดไหแน่”


“ไม่ต้องห่วงหรอก ข้าน่ะเก็บเงินไว้เตรียมไปขอแต่งแม่ดอกฟ้ามาเป็นเมียอยู่แล้ว”


“วู้ว! เพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้วไอ้พุ่ม ข้าไม่คุยกับเอ็งแล้ว  ต้องไปช่วยลุงแช่มเก็บมะม่วงก่อน เอ็งก็เหมือนกันรีบกลับไปช่วยเตรียมรับแขกซะ เดี๋ยวจะมีท่านเจ้าคนอื่นทยอยตามมาอีก”


โสนรีบไล่คนแอบอู้มานอนเล่นอยู่บนศาลาริมคลอง เพราะอีกเพียงแค่สองสัปดาห์ก็ถึงงานเปิดคลองดำเนินสะดวกแล้ว ดังนั้นจึงมีท่านเจ้าขุนมูลนายหลายองค์มาเดินพักแรมเพื่อเตรียมรับเสด็จพระเจ้าอยู่หัวก่อน ทำให้แถวย่านบางยานตลอดจนแนวบางนกแขวกนี้คึกคักเป็นพิเศษ ยกเว้นคนที่ยังดูเอื่อยเฉื่อยก็เห็นจะมีแค่ไอ้พุ่มรัก แรก ๆ ก็ยังเห็นช่วยงานดีอยู่ แต่พอพบเห็นเจ้าอิงฟ้าเท่านั้นก็คล้ายถูกผีบ้าเข้าสิง เฝ้ามานั่งเขียนกลอน ทำตาเยิ้มหวาน


ความจริงไอ้พุ่มก็ไม่ใช่คนหน้าตาขี้ริ้ว เพราะแม่มันได้เป็นถึงนางงามประจำหมู่บ้าน ผิวพรรณมองผาด ๆ คล้ายลูกผู้ดี หากขัดสีฉวีวรรณสักหน่อยคงถูกใจแม่ยกยี่เกหลายคน ผิดแต่เรื่องไม่เอาการเอางานเห็นอะไรทำเป็นเล่น ๆ ไปหมด รวมถึงเรื่องการหาคู่ครองนี้ด้วย มันไม่เคยชายตาแลหาสาวในหมู่บ้านเลยสักคน ไอ้เขาก็นึกว่ามันยังรักสนุกอยู่ ที่ไหนได้...ไอ้พุ่มมันดันหมายปองของสูงเสียนี้!


โสนส่ายหัวด้วยความระอาใจกับพฤติกรรมของเพื่อน แม้ไม่มีญานหยั่งรู้ล่วงหน้าก็คาดได้ทันทีว่าโอกาสที่พุ่มจะได้เคียงคู่กับท่านเจ้ามีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย กระนั้นในเมื่อเขาก็รับปากมาแล้วก็ต้องทำตาม ชายหนุ่มจึงแวะเดินมาหยุดอยู่ตรงริมคลองที่บรรดาบ่าวใช้ซักผ้าให้เจ้านาย มองหาคนคุ้นตา ก่อนจะส่งเสียงเรียก


“ป้านวลจ๊ะ ป้านวล”


หญิงวัยกลางห่มผ้าแถบนุ่งโจงกระเบนละมือจากการซักผ้า หันมองหาแล้วจึงทักตอบกลับไปบ้างเมื่อพบว่าเป็นใคร


“อ้าว...พ่อโสน มีอะไรรึ”


“ฉันวานฝากจดหมายนี่ไปให้เจ้าอิงฟ้าท่านหน่อยจ้ะป้า”


คนพูดหยิบกระดาษที่พับไว้อย่างดีมาส่งให้ เพราะป้านวลเป็นบ่าวรับใช้มานานของเรือนใหญ่ซึ่งมีเจ้าของคือ ‘เจ้าพระยาสุรเดชา’ ผู้ได้รับมอบหมายจาก ‘สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์’ ให้คอยควบคุมดูแล กำลังของทหารและชาวบ้าน เพื่อร่วมกันขุดคลองดำเนินสะดวก เนื่องด้วยเป็นคนในท้องถิ่นย่านบางยางอยู่ก่อนแล้ว ซ้ำยังปลูกบ้านเรือนไม้ใหญ่โตติดริมคลองไว้หลายหลัง ซึ่งหนึ่งในหลังนั่นเป็นที่พำนักชั่วคราวของเจ้าอิงฟ้าด้วย จึงทำให้บ่าวรับใช้เรือนรับจดหมายไว้


“เจ้าฟ้ารึ  ได้จ้ะ  ป้าจะฝากไปให้ท่าน”
   

“ขอบใจจ้ะป้า”


โสนถอนหายใจโล่ง เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจพ่อสื่อชั่วคราว...ที่เหลือก็แล้วแต่โชคชะตาฟ้ากำหนดแล้วล่ะกันนะไอ้พุ่ม


คนส่งสารจึงขอตัวไปทำงานของตนต่อ ปล่อยให้กระดาษสื่อรักแผ่นน้อยถูกเหน็บไว้กับผ้าแถบ เพื่อเตรียมส่งไปให้ถึงมือคนสำคัญ นวลหอบผ้ากลับมาจากที่ซักพร้อมบรรดาบ่าวอีกหลายคน หากยังไม่ทันถึงเรือน  กลับบังเอิญพบกับชายหนุ่มคนหนึ่งผ่านมาพอดี และเป็นคนเดียวกับบ่าวสนิทรับใช้ข้างกายท่านเจ้าฟ้า จึงไม่รีรอที่จะเรียก


“พ่อแก้วจ๊ะ มีคนฝากจดหมายมาให้เจ้าฟ้าจ้ะ”


เจ้าของชื่อหยุดชะงักตามเสียง ขมวดคิ้วมองกระดาษในมือของอีกฝ่าย


“ใครฝากมารึป้า”


“ป้าไม่รู้หรอกจ้ะ เขาก็ฝากมาอีกทีหนึ่ง”


แก้วพิจารณากระดาษในมือด้วยความรอบคอบ ตามธรรมดาแล้วหากมีจดหมายถึงนายเหนือหัวต้องส่งผ่านมาทางราชการ แต่นี่กลับเป็นแค่เพียงเศษกระดาษแผ่นน้อยดูด้อยค่า ทว่าในเมื่อมีคนฝากมาก็อาจเป็นเรื่องสำคัญก็เป็นได้ และถ้าปล่อยมันผ่านเลยไป หากนายรู้เข้าภายหลังคงได้เกิดเรื่องใหญ่เป็นแน่ 


แก้วจึงตัดสินใจรับจดหมายที่ส่งต่อมาเป็นครั้งที่สาม  ปล่อยให้ป้านวลพาบรรดาบ่าวหอบผ้าคนอื่นกลับไปเรือนฝั่งซ้าย ส่วนตนเองนั่นเดินกลับมายังเรือนใหญ่ฝั่งขวา เพื่อนำจดหมายมามอบให้กับเจ้าฟ้า ซึ่งมักเป็นชื่อเรียกสำหรับบ่าวคนสนิท หรือผู้ที่ทำงานอยู่ในเรือนใหญ่มานาน หากแต่ผู้คนภายนอกมักจะเรียกด้วยตำแหน่งอันสมเกียรติในนาม  ‘ขุนฟ้าภักดีภิรมย์’ ผู้ขึ้นชื่อลือชาในความเด็ดขาด แม้ยังหนุ่มแน่นด้วยวัยยี่สิบสาม หากแต่เป็นที่เคารพยำเกรงของคนทั่วไป นั่นจึงเป็นสาเหตุให้แก้วต้องรีบนำเรื่องมาเรียนให้นายทราบ


“ขออนุญาตขอรับ ท่านขุน มีคนฝากจดหมายมาให้ท่านขอรับ”


ขุนฟ้าภักดีภิรมย์ละสายตาจากม้วนกระดาษงานตรงหน้า ดวงตาคมมองคนขัดจังหวะการทำงาน ก่อนเหลือบไปยังกระดาษในมือของบ่าวที่คุกเข่านำมามอบให้


“จากใครรึ”


“มิทราบขอรับ เห็นฝากบ่าวในเรือนนำมาส่ง อาจมาจากชาวบ้านที่มีเรื่องมาร้องเรียนก็ได้กระมังขอรับ”


คำตอบคาดเดาจากบ่าวคนสนิททำให้คนฟังนิ่งคิดตามถึงความเป็นไปได้ เพราะเขาเพิ่งกลับมาจากพระนครเมื่ออาทิตย์ก่อน เพื่อรับสานงานต่อจากเจ้าคุณพ่อซึ่งล้มป่วยกะทันหัน ทำให้ท่านไม่สามารถมาตรวจงานขุดคลองดำเนินสะดวก  กระนั้นก็ยังไว้ใจให้ลูกชายเป็นผู้ดูแล เพราะเชื่อมั่นในความจริงจังและเด็ดขาด สมตำแหน่งท่านขุนที่ได้มาประดับยศตั้งแต่อายุยังน้อย มิใช่จากบารมีบิดา แต่มาจากความเอาจริงในงานของเจ้าตัวเอง


เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่เมื่อขุนฟ้าภักดีภิรมย์ได้ยินว่าอาจจะเป็นจดหมายร้องเรียนจากชาวบ้าน เขาจึงไม่อาจนิ่งดูแคลน จึงรีบรับมาเปิดออกอ่าน  หากเนื้อหาความกลับทำให้ต้องนิ่งงัน  เพราะมันไม่ใช่ข้อความวอนขอให้ช่วยเหลือ ตรงข้ามกลับเป็นกลอนรักหวาน  มิหนำซ้ำเมื่อตีความที่ซ่อนอยู่แล้วก็คล้ายจะเป็นจดหมายสารภาพรักอีกด้วย


“แม่หญิงนอกพระนครนี่ช่างใจกล้านัก”


ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะเผลอตำหนิในมารยาทเกินงาม ความจริงเขาควรโยนจดหมายนี้ทิ้งไปแล้วเลิกใส่ใจกับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ  แต่เขากลับเปลี่ยนใจ หยิบขวดหมึกกับปากกาคอแร้งมาจรดลงบนกระดาษร่ายกลอนเช่นเดียวกันบ้าง


                      ดอกฟ้า ฤาดอกฟ้า คือ ดอกไม้      มิยิ่งใหญ่กว่าพงไพรใดกำหนด
             ด้วยเกิดแต่ดินเดียวเช่นกันหมด                 อีกน้ำรดหาใช่เทียบทิพย์ธารา
             หากแม้ใจมีจิตคิดเคียงใกล้                    พุ่มไม้ใดล้วนทัดเทียมวาสนา
             หากหมายปองเป็นมิตรมานำพา                 เจ้ายอดยาจงอย่าได้ซ่อนฤทัย


                                                                                         ฟ้า


เมื่อลงชื่อเสร็จเรียบร้อย ร่างสูงก็จัดการพับกระดาษ ส่งให้บ่าวรับใช้พร้อมคำสั่ง


“ไอ้แก้ว เอ็งนำจดหมายนี้กลับคืนไปหาเจ้าของที”
   

“ขอรับ”   
   

ท่านขุนมองบ่าวถอยห่างออกไป หากภายในห้วงคำนึงยังคิดพิเคราะห์ถึงที่มาของจดหมาย แม้จะถูกเขียนด้วยดินสอถ่าน หากลายมือกลับเป็นระเบียบงดงามเหมือนผู้มีการศึกษา มิหนำซ้ำเนื้อกลอนนั่นช่างไพเราะเต็มไปด้วยความหมายซ่อนอยู่อย่างลึกซึ้ง บ่งบอกว่าผู้แต่งเป็นคนมีฝีมือทางวรรณศิลป์ไม่น้อย อาจเป็นลูกสาวของผู้ดีมีอันจะกินซึ่งบังเอิญพบเขาตอนตรวจงานขุดคลองก็เป็นได้  แต่ถึงอย่างไรการถูกผู้หญิงเกี้ยวพาก่อนก็เป็นเรื่องชวนเสียเกียรติลูกผู้ชายและเขาก็คงไม่อาจปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านพ้นไปโดยไม่จัดการให้เด็ดขาด


...อยากรู้นักเชียวว่าเจ้าของจดหมายที่ชื่อ  ‘พุ่ม’  นี้เป็นใครกัน

...

..

.

   


“ไอ้พุ่ม!”
   

เสียงตวาดดุทำเอาคนที่ตั้งใจจะแกล้งเดินหลบต้องหยุดกึก  ก่อนจะหันมาตีหน้ายิ้มซื่อให้กับชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมไว้หนวดเหนือริมฝีปากโค้งเป็นเอกลักษณ์ จนใคร ๆ ก็จำได้ว่าคือเครื่องหมายประจำตัวของนายแขวงย่านบางยาง และเป็นคนเดียวกับที่มีศักดิ์เป็นพ่อแท้ ๆ ของพุ่มรัก ซึ่งเจ้าตัวก็ได้แต่ก้มหน้ายืนรอให้บิดาย่างสามขุมมาหาพร้อมคำบ่น
   

“หายหัวไปไหนมาทั้งวัน งานการไม่ยอมทำเอาแต่เที่ยวเล่น แล้วแบบนี้จะเป็นใหญ่เป็นโตได้อย่างไรกัน เอ็งมานี่เลย หัดรู้จักทำงานเสียบ้าง มาช่วยเฝ้าไอ้พวกนี้มันรื้อปะรำพิธีหน่อย”
   

“อ้าว...แล้วจะรื้อไปทำไมล่ะจ๊ะพ่อ ก็เพิ่งจะสร้างเสร็จเมื่อวานไม่ใช่รึจ๊ะ”
   

เขาขมวดคิ้วด้วยความงง ก็เพราะมั่นใจว่างานตรงส่วนสร้างปะรำพิธีเสร็จแล้วจึงใช้เป็นทางเดินผ่าน ที่ไหนได้กลับมาอยู่กันเสียเต็ม ซ้ำร้ายผู้เป็นพ่อกลับมาเป็นคอยคุมงานเองเสียด้วย จึงทำให้แผนแกล้งหลบของเขาไม่เป็นผล เลยต้องมารับหน้าที่ต่อจากคนซึ่งถอนหายใจเบา ๆ พลางบอกเหตุผล


“ท่านขุนฟ้าท่านไม่ชอบใจน่ะสิ ท่านว่าปะรำพิธีสร้างอยู่ผิดทางมงคล แล้วก็ให้ถอยร่นเข้าไปอีกสักสองวา เพราะช่วงพิธีเปิดแดดจะส่องเข้าที่ประทับพอดี แล้วก็ย้ายให้วงปี่พาทย์ไปอยู่ด้านหลังโน้น”


พุ่มรักกวาดตามองตามมือที่ชี้บอกตำแหน่ง ไม่แปลกใจเลยที่พ่อจะแสดงท่าทีเหน็ดเหนื่อยออกมาแบบนั้น เพราะเท่ากับว่าต้องย้ายทุกอย่างใหม่หมดตั้งแต่เริ่ม  แต่ครั้นจะไม่ทำตามก็คงไม่ได้ เพราะคนออกคำสั่งคือ ‘ขุนฟ้าภักดีภิรมย์’ แม้ตำแหน่งของพ่อเขาจะไม่ด้อยไปกว่าท่านขุน ทว่าถ้าพูดถึงบารมีคงเทียบกันไม่ติด ฝ่ายนั้นเป็นถึงลูกเจ้าพระยาสุรเดชา ผู้มีอำนาจและเป็นที่รักใคร่ตลอดแนวลุ่มแม่น้ำแม่กลอง จึงทำให้บารมีตกทอดเป็นมรดกถึงลูกชายท่านด้วย


ตามปกติท่านขุนฟ้ารับราชการที่บางกอกนาน ๆ จะกลับมาบ้านนอกสักครั้ง กระนั้นข่าวลือเรื่องของท่านก็ยังแว่วมาติดหู โดยเฉพาะเรื่องความเด็ดขาดในการทำงานและบทลงโทษอันหนักหนาแก่คนที่ปฏิบัติงานพลาดเยี่ยงทาสในเรือนเบี้ย อีกประการคือ ท่านขุนยังไม่เคยสนใจงานรื่มรมย์ใด ๆ  รอยยิ้มก็ยังยากจะเห็นมันบนใบหน้าท่าน จึงทำให้ท่านครองตัวเป็นโสดแม้รูปร่างหน้าตาจะคมเข้มสมชายชาตรี จนชาวบ้านแถบนี่พูดกันลับหลังว่าท่านมิใช่ ‘เจ้าฟ้าภิรมย์’ ตามชื่อหากเป็น ‘เจ้าฟ้าพิโรธ’ ต่างหาก และนั่นจึงเป็นสาเหตุให้พ่อต้องทำตามคำสั่งของท่านขุนอย่างเลี่ยงไม่ได้


“เอ็งก็เฝ้าไว้ให้ดี ๆ ล่ะ อย่าคิดหนีไปไหนอีกเชียว ถ้าจับได้ข้าจะจับเฆี่ยนประจานให้พวกบ่าวมันเห็น เดี๋ยวข้าจะไปเอนหลังนอนเสียหน่อย เมื่อยเนื้อตัวไปหมดแล้ว”   


นายแขวงไม่ลืมเอ่ยคำขู่กำชับ ก่อนจะเดินออกไปทิ้งลูกชายไม่เอาไหนไว้กับบรรดาบ่าวรับใช้คนอื่น ๆ ซึ่งพอคล้อยหลังไปเจ้าตัวก็ได้แต่นั่งทรุดลงตรงแคร่ใต้ร่มเงาไม้ด้วยความเบื่อหน่าย งานเฝ้าคนรื้อถอนแท่นไม้พวกนี้มันมีอะไรน่าสนุกเสียที่ไหน ไอ้เขาก็ไม่เป็นงานช่างเสียด้วย จะไปช่วยก็อาจจะทำให้เรื่องมันยุ่งยากมากกว่าเดิม แล้วดูสิ...อากาศตอนบ่ายลมพัดโชยเย็น ๆ น่านอนเสียขนาดนี้ สู้เขาเอาเวลาไปนอนฝันถึงดอกฟ้าในดวงใจเสียยังดีกว่า


คิดไปก็ไม่รอช้า พุ่มรักรีบจัดการเอนกายลงนอนบนแคร่ ใช้มือเป็นหมอนรองหนุน ปล่อยตัวตามสบาย ดวงตาปรือลงเรื่อย ๆ เริ่มจะเคลิ้มหลับ หากยังไม่ทันสมใจหมายเสียงตะโกนกลับดังขึ้นขัด


“เฮ้ย! ไอ้พุ่ม!”


คนหลับตารีบกระเด้งตัวดีดผึงมานั่งตัวตรง กลัวว่าจะเป็นพ่อกลับมาเห็นเข้า แต่พอหันไปเจอใบหน้าของเพื่อนรักก็ต้องถอนหายใจโล่งอก


“โธ่! เอ็งทำข้าตกใจอีกแล้วนะไอ้โสน!”


“เออ อย่าเพิ่งบ่น ข้ามีขอมาให้เอ็งด้วย”

   
ผู้มาเยือนรีบยื่นกระดาษใบบางซึ่งพับครึ่งมาส่งให้ และเพียงแค่เห็นคนที่เพิ่งเคลิ้มหลับ กลับเปลี่ยนประกายตาเป็นแวววาว รีบร้องถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น


“จดหมายตอบจากเจ้าอิงฟ้ารึ”


ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายพูด พุ่มรักก็รับดึงกระดาษแผ่นน้อยไปเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว และเพียงแค่เห็นคำลงท้ายชื่อ หัวใจก็แทบจะพองโตหลุดลอยไปไกลถึงสวรรค์


...สมแล้วที่เจ้าอิงฟ้าเป็นหญิงงามที่ไอ้พุ่มหมายปอง เพราะเนื้อกลอนแฝงความนัยไว้ลึกซึ้งว่าท่านเจ้าไม่รังเกียจคนชนชั้นต่ำต้อยกว่า และยังเปิดโอกาสให้เขาได้ใกล้ชิดอีกด้วย  ทั้งสัมผัสวรรคก็สละสลวยงดงามเหมือนดังใจอันบริสุทธิ์และเมตตาของท่านเจ้าอิงฟ้าจริง ๆ


“ไอ้โสน ๆ เอ็งอ่านนี่สิ!  เห็นไหมเล่า ข้าบอกแล้วว่าเจ้าท่านต้องมีใจ”


พุ่มรักยิ้มแก้มแทบฉีก ไม่ลืมเผื่อแผ่ความสุขนี้ให้เพื่อนอิจฉา หากคนรับกระดาษมาอ่านกลับขมวดคิ้ว มองเนื้อความข้างในแล้วตีความไปอีกทาง


“ใช่ท่านเจ้าแน่รึ ข้าว่ามันแปลกอยู่น้าไอ้พุ่ม คนมียศมีศักดิ์สูงจะมาเขียนกลอนรักส่งให้เอ็งได้อย่างไร  เอ็งคิดดูให้ดีนะไอ้พุ่ม ไม่แน่ท่านเจ้าอาจไม่พอใจ แต่ที่เขียนมาเพราะอยากรู้ว่าเจ้าของจดหมายเป็นใคร แล้วค่อยส่งให้บ่าวมาจัดการเอ็งคราวหลังก็ได้”


คำคาดเดาส่งผลให้คนตื้นตันชะงักต้องหยุดคิดทบทวนถึงความเป็นไปได้ กระนั้นก็ยังยึดความคิดเดิมของตน จึงออกโรงปกป้องยอดดวงใจอย่างมุ่งมั่น


“ไม่มีทาง! ข้าไม่เชื่อเอ็งหรอก ท่านเจ้าอิงฟ้าน่ะรึจะคิดร้ายแบบนั้นได้”


“แล้วเอ็งจะแน่ใจได้อย่างไรเล่าว่าท่านเจ้าอิงฟ้าเขียนมาตามความหมายในกระดาษนั้นจริง ๆ”


เพื่อนสนิทตอกย้ำเตือนด้วยความหวังดีอีกครั้ง หากมันกลับคล้ายเป็นคำท้าทายของคนฟัง พุ่มรักหยิบสมุดที่ร้อยด้วยเชือกซึ่งพกติดตัวไว้สำหรับเขียนกลอน แล้วใช้ดินสอถ่านค่อย ๆ ขีดเขียนเป็นถ้อยคำ


                 
                       โอ้ดอกฟ้า เอยดอกฟ้า เจ้าจอมขวัญ             ถ้อยรำพันดังศรรักปักใจนี้
                         หากเจ้าแย้มว่ามีจิตคิดไมตรี                      ขอวจีประจักษ์ชัดบ่หลอกลวง
                               ยามโมงเช้าเข้าวันพรุ่งรุ่งไก่ขัน                    จักคอยมั่นศาลาน้อยคลองหมากม่วง
                         รอยลโฉมแก้วตาหนึ่งในทรวง                      เจ้าจอมดวงใจเจ้ายอดชีวัน


                                                                                                                         พุ่ม
   

“ไอ้โสน ข้าฝากเอ็งเอาจดหมายนี้ไปให้เจ้าอิงฟ้าอีกรอบทีเถอะนะ”


คนถูกไหว้วานรับกระดาษซึ่งถูกฉีกออกมาเปิดอ่าน ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างตกใจในความหมายที่แฝงซ่อนเร้นกับคำกลอน


“เอ็งบ้าไปแล้วรึ! กล้านัดท่านเจ้าออกมาพบ แล้วท่านเป็นสาวเป็นนางจะยอมมาหาได้อย่างไร”


โสนร้องโวยวายกับเหตุการณ์ที่ชักเลยเถิดกลายเรื่องใหญ่เข้าไปทุกที ทว่าคนต้นเรื่องกลับยังคงพูดยืนยันด้วยน้ำเสียงจริงจังมุ่งมั่น


“ถ้าไม่กล้าเสี่ยงให้ถึงที่สุดก็อย่ามาเรียกข้าว่าไอ้พุ่ม!”


โสนมองเพื่อนรักที่คล้ายถูกปลุกเรียกความฮึกเหิมในตัวซึ่งน้อยครั้งนักจะเห็น  หากมันเอาจริงเอาจับกับเรื่องงานได้เท่าเรื่องรักป่านนี้คงได้เป็นเจ้าคนนายคนไปแล้ว  แต่ในเมื่อไม่สามารถคัดค้านอะไรได้จึงทำแค่เพียงถอนใจด้วยความปลง


“เอาเถิด ตามใจเอ็ง”


เมื่อได้ยินคำรับปากจากพ่อสื่อ พุ่มรักก็แทบจะกระโดดกอดคอด้วยความปลื้มใจ ...อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าเพื่อนกัน


“ขอบใจเว้ยไอ้โสน ข้าจะพิสูจน์ให้ทุกคนรู้ข้าน่ะคู่ควรกับดอกฟ้าได้ไม่แพ้ใคร”

   
...ใช่  คนอย่างไอ้พุ่มคำไหนคำนั้น พรุ่งนี้เขาจะเตรียมแผนไว้ให้ดีพร้อม เพื่อดอกฟ้าที่หมายปองจะได้มาอยู่ในมือได้เร็ววัน

...

..

.


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-03-2018 15:15:14 โดย BitterSweet »

ออฟไลน์ BitterSweet

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +712/-2
...
..
.

รุ่งเช้า ไก่ยังไม่ทันขัน ไอ้พุ่มกลับมายืนรอแล้วที่ศาลาประจำแถวสวนมะม่วงด้วยความตื่นเต้น แม้ดวงอาทิตย์เพิ่งแตะเส้นขอบฟ้าพอทอประกายแสงอ่อน ๆ  ส่องให้ต้นไม้ในดงสวนเป็นเงาตะคุ่ม แต่ก็มิเป็นอุปสรรคต่อการชะเง้อแลมองหาเจ้าอิงฟ้าหญิงงามในดวงใจ และทันทีที่เขาได้ยินเสียงไก่ตัวแรกขัน เขาก็ได้เห็นร่างของใครบางคนปรากฏอยู่ไกล ๆ ตรงต้นสวน และไม่เพียงแค่นั่นกลับมีเพียงแค่คนเดียว


...นั่นปะไรเล่า ไอ้โสน! เขาบอกแล้วว่าท่านเจ้าอิงฟ้าไม่ยกพวกบ่าวมาลงโทษเขาหรอก แต่ก็น่าแปลกที่ท่านเจ้าจะใจกล้ามาเพียงลำพังเช่นนี้ มิเห็นบ่าวรับใช้คนอื่นติดตามมาด้วยเหมือนเช่นที่พึงมี เอ๊ะ! แล้วทำไมยิ่งข้ามาใกล้รูปร่างของเจ้าอิงฟ้าก็ยิ่งแปลกไป  ดูตัวใหญ่ ซ้ำสูงสง่ากว่าที่เคยเห็น 


...เฮ้ย! ไม่ใช่แล้ว นี่ไม่ใช่เจ้าอิงฟ้าคนงาม  หน้าตาแบบนี้แม้จะเคยเห็นผ่าน ๆ เพียงไม่กี่ครั้ง ทว่าเขากลับจดจำมันได้ดีถึงท่าทางอันเด็ดขาดและประกายตาฉายแววดุนิ่งสมฉายา ‘เจ้าฟ้าพิโรธ’ 


พุ่มรักรีบย่อตัวลงไปคุกเข่าอยู่แนบพื้นศาลาเพื่อให้เกียรติแก่คนที่ยศสูงกว่า ซึ่งเดินเข้ามาหยุดอยู่ใกล้ ๆ พลางเอ่ยเสียงเรียบ


“ลุกขึ้นเถิด ที่นี่ไม่ใช่ในรั้ววัง มานั่งบนนี้ก็ได้”


คำอนุญาตสร้างความแปลกใจให้กับพุ่มรัก เพราะท่านขุนฟ้าภักดีภิรมย์มีบิดาเป็นถึงเจ้าพระยาผู้มีอำนาจล้นบารมี ใคร ๆ ก็ต้องเคารพยำเกรงไม่กล้าทำตนเสมอตัวท่าน หากสิ่งที่วันนี้เขาได้ยินคือความไม่ถือตัวซึ่งปรากฏชัดอยู่ในน้ำคำผิดแผกลูกผู้ดีอย่างที่ลือกันไว้  กระนั้นท่าทางที่ยังคงเฉียบขาดของท่านขุนก็ยังถือเป็นหนึ่งในเรื่องจริง จึงทำให้เขารีบกุลีกุจอลุกขึ้นมาหย่อนตัวลงบนที่นั่งอย่างเรียบร้อย โดยมีท่านขุนยึดจองที่อีกฝั่งตรงข้าม


“มาทำกระไรรึ”


เสียงถามทำให้คนนั่งตัวรีบสะดุ้งเฮือก ขืนบอกว่ามารอพบเจ้าอิงฟ้าแขกคนสำคัญในความดูแลของท่านขุนแล้ว มีหวังเขาคงได้โดนจับไปโบยประจานต่อหน้าธารกำนัลแน่ คนมีชนักติดหลังจึงตัดสินใจบอกเลี่ยง ๆ
   

“มารอคนขอรับ”
   

“เช่นนั่นก็คงเหมือนกัน”
   

...อ้าว...นี่ท่านขุนก็มารอคนเหมือนกันรึ แล้วท่านขุนจะรอนานแค่ไหนกัน เผื่อเจ้าอิงฟ้ามาเห็นท่านขุนอยู่ด้วยตอนนี้  ชีวิตไอ้พุ่มคงถึงฆาตพอดีแน่ ๆ คิดไปใจก็เริ่มตระหนก  คนลนลานจึงพยายามเอ่ยถามเรียบ ๆ เคียง ๆ


“เออ...แล้วท่านขุนมารอใครรึขอรับ”


“นั่นสิ ฉันเองก็ใคร่อยากรู้”


คำตอบที่ได้ยินทำเอาคู่สนทนาขมวดคิ้ว เออ..ท่านขุนนี่แปลกมารอคนแต่ไม่รู้ว่าจะรอใคร  แต่ด้วยความใกล้จะจวนตัวกับเวลานัด ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเร่งถามด้วยความสงสัย


“หมายความว่ากระไรขอรับ”


“ฉันไม่เคยพบเขามาก่อน ได้แต่สนทนาผ่านทางจดหมาย”
   

“จดหมาย?”


พุ่มทวนคำ ลางสังหรณ์ส่วนลึกของตนร้องเตือนประหลาด เมื่อท่านขุนล้วงมือหยิบกระดาษสองแผ่นจากกระเป๋าขึ้นมาให้เห็นถนัดตา อย่าบอกนะว่า...


“นี่ไงเล่า”


...ชัดแจ้ง กระดาษแผ่นน้อยที่ฉีกออกมาเขียนด้วยดินสอถ่านแบบนี้มีเจ้าของเพียงคนเดียว


“นั่นมันจดหมายของกระผมนี่ขอรับ!”


พุ่มรักร้องด้วยความตกใจ ความงุนงงท่วมท้นสมอง ไม่ต่างจากคนตรงข้าม


“เอ๊ะ! ของพ่อรึ เป็นไปได้อย่างไรกัน”
   

...นั่นสิเขาก็อยากรู้ว่าจดหมายของเขามาอยู่ในมือของท่านขุนได้อย่างไร ก็เขาบอกไอ้โสนให้ฝากไปให้ถึงเจ้าอิงฟ้าไม่ใช่รึ แล้วทำไมคนรับกลับกลายเป็นท่านขุนฟ้าไปเสียได้ ...เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อน เจ้าอิงฟ้า...ขุนฟ้า...เจ้าฟ้าพิโรธ... นี่หรือว่าจดหมายรักของเขาถูกส่งผิดมือ เพราะเข้าใจผิดคน!   


คนคาดเดาเรื่องจึงรีบหยิบจดหมายของตนขึ้นมาบ้าง ก่อนเอ่ยย้อนถามเพื่อความแน่ใจ
   

“จดหมายฉบับนี้เป็นของท่านขุนหรือไม่ขอรับ”


เขาภาวนาหวังว่าคำตอบจะไม่ตรงกับที่ใจคิด หากทุกสิ่งกลับพังทลาย เมื่อท่านขุนพยักหน้าลงยอมรับ


“ใช่ ของฉันเอง”


...ฉิบหาย!  คราวนี้แหละไอ้พุ่มได้โดนหวายเฆี่ยนประจานแน่มึงเอย  โอย...ทำไมสวรรค์ถึงไม่เมตตาเขาบ้างส่งผิดให้ใครไม่ส่ง ดันไปถึงมือของเจ้าฟ้าพิโรธได้ หรือนี่จะเป็นบทลงโทษที่เขาบังอาจเอื้อมเด็ดดอกฟ้า โธ่...ถ้าเช่นนั้นก็บอกกันดี ๆ ก็ได้ เขาจะยอมเจียมเนื้อเจียมตัวเงียบ ๆ ไม่กล้าหวังสูงอีกแล้ว


พุ่มรักหน้าซีดปากคอสั่น จากที่นั่งตัวลีบอยู่แล้วก็ยิ่งลีบไปอีก ถ้าทำได้ก็อยากจะกระโดดลงคลองว่าน้ำหนีไปให้ไกล แต่ด้วยความกลัวบารมีจึงทำแค่เพียงนั่งนิ่งฟังคำจากท่านขุนย้ำ


“พ่อเป็นคนแต่งกลอนนี่เองรึ ชื่อพุ่มใช่หรือไม่”


...นั่นประไร ท่านขุนเริ่มถามชื่อแล้ว รู้อย่างนี้เขาไม่น่าลงชื่อไว้เสียตั้งแต่แรกเสียก็ดี แต่ถึงกระนั้นก็ต้องตอบเพราะกลอนนั่นเขาเป็นคนแต่งขึ้นมาจริง


“ขอรับ”


ท่านขุนฟ้าเงียบไปชั่วอึดใจ ปล่อยให้พุ่มเผชิญชะตากรรม ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาทำให้ไม่อาจรู้ได้ว่าท่านขุนฟ้าอยู่ในอารมณ์ไหน บางทีอาจจะโกรธจนควันออกหูเตรียมลงดาบประหารเขาแล้วก็ได้ ทว่าสิ่งที่คิดไว้กลับตรงกันข้ามไปไกลลิบ เพราะท่านขุนไม่มีท่าทีหงุดหงิด ซ้ำเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยระคนประหลาดใจ


“แปลกดี ฉันไม่รู้มาก่อนว่าจะมีชายพึงใจในตัวฉันด้วย”


...เฮ้ย! ไม่ใช่ขอรับ มันเป็นความเข้าใจผิด เขาไม่ตั้งใจส่งจดหมายกลอนรักหวานให้ท่านขุน แต่ส่งให้เจ้าอิงฟ้าต่างหาก!  สมองคิดไปแล้วหากปากกลับไม่กล้าขยับอธิบาย เพราะถ้าบอกความจริงไปก็เท่ากับมัดตัวเองตายอยู่ดี เขาจึงทำแค่เพียงพูดอึก ๆ อัก ๆ อย่างคนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก 


“เออ...คือ...ว่า...”


“มิเป็นไร ฉันรู้ว่ามันอาจจะดูขัดเขิน แต่เอาเถิด ฉันมานี่แล้ว พุ่มเรียกฉันมาทำกระไรรึ”
   

...อ้าว...เข้าใจคนละทาง  ท่านขุนคิดว่าเขาไม่กล้าพูดเพราะอายรึอย่างไร แต่ถ้าท่านขุนไม่โกรธก็นับว่าเป็นบุญหัวแล้ว ตอนนี้ขอให้เอาตัวรอดไว้ก่อนเป็นพอ พุ่มจึงรีบทำตามน้ำบอกแผนที่ตั้งใจวางเอาไว้
   

“พายเรือชมสวนขอรับ”
   

“พายเรือชมสวน อืม...ดี  มีเรือผูกไว้แล้วใช่ไหม”
   

“ขอรับ”
   

เขาเดินนำลงบันไดศาลาซึ่งเทียบริมคลอง ซึ่งมีเรือพายลำเล็กลอยจอดอยู่ ตามความคิดที่วาดฝันไว้ เขาจะพาเจ้าอิงฟ้าพายเรือลัดเลาะตามสวน ชมบรรยากาศยามเช้าสูดกลิ่นอายแมกไม้ เคล้าคลอเสียงนกร้องน่าภิรมย์ พูดคุยหยอกเย้าพองาม แล้วแอบสบตาหญิงงามเก็บไว้ให้ติดตรึงใจ


...ทว่าในความเป็นจริง ร่างบอบบางที่นั่งตรงข้ามกลับเปลี่ยนเป็นร่างสูงใหญ่ นั่งกอดอกผึงผาย ดวงตาคมกริบมองสำรวจตามข้างทางอย่างเรียบเฉย บรรยากาศเงียบเฉียบวังเวง มีเพียงเสียงฝีพายกระทบน้ำดังเมื่อแล่นเรือออกไปตามคลอง มองลักษณะแล้วคล้ายทาสพายเรือมาส่งนายไปราชการเสียมากกว่า


พุ่มรักได้แต่ถอนใจ กระนั้นก็ยังไม่หยุดฝีพายของตัวเองปล่อยให้สายน้ำพาไปบรรจบตรงคลองที่เชื่อมต่อกัน ก่อนจะหยุดลงเมื่อถึงคลองสายหนึ่ง ซึ่งหลายล้อมด้วยกอดอกบัวน้อยใหญ่กำลังเบ่งบานล้อกับแสงพระอาทิตย์ สีชมพูและขาวของดอกไม้ตัดสลับกับสีเขียวของใบบัว มองแล้วเพลินตาดุจภาพวาด กระทั่งท่านขุนฟ้าผู้ตีสีหน้านิ่งมาตลอดยังต้องเอ่ยปากชม


“สวยจริงเทียว”


ใช่...จะไม่สวยได้อย่างไรเล่า เพราะที่นี่เป็นโปรดของเขา เวลาว่างเขาจะชอบพายเรือหนีพ่อมานอนหลบใต้เงาไม้นั่งแต่งกลอนเพลิน ๆ หรือบางทีก็ชอบหยิบขลุ่ยขึ้นมาเป่าเล่น ความจริงวันนี้เขาก็เตรียมมา ตั้งใจจะเป่าเพลงให้เจ้าอิงฟ้าได้ฟังเคล้าบรรยากาศ แต่ทุกสิ่งกลับผิดแผนไปอย่างนี้ เขาควรจะทำเช่นไรดี...


ความลังเลที่วนเวียนหยุดมือของฝีพายลง ทำให้คนนั่งรอต้องหันมามองอย่างสงสัย


“หยุดทำไมรึพุ่ม”


คำถามเรียกให้คนอยู่ในภวังค์สะดุ้ง ก่อนจะเผลอหลุดปากไปตามความจริง


“เออ...กระผมเตรียมขลุ่ยมาด้วยขอรับ แต่คิดว่าท่านขุนคงมิชอบใจ เช่นนั้นเดี๋ยวเราพายกลับไปดีกว่านะขอรับ”


ท้ายประโยคกลับเป็นฝ่ายตัดสินใจตอบแทนเสียเอง เขานี่ช่างโง่จริงเทียว ดูก็รู้แล้วว่าท่านขุนชอบความเงียบสงบ มิชอบเสียงอึกทึกแล้วเขายังจะชวนท่านนั่งฟังเสียงขลุ่ยอีก พุ่มรักกำลังจะขยับไม้พายตีน้ำ ทว่าร่างสูงกลับรั้งไว้ด้วยคำสั้น ๆ 


“เป่าเป็นด้วยรึ”
   

คนฟังชะงักด้วยไม่คิดว่าท่านขุนจะสนใจ กระนั้นเขาก็ยังตอบกลับไปด้วยความนอบน้อม


“ขอรับ เคยฝึกอยู่ในวงปี่พาทย์มาบ้าง แต่ฝีมืออาจจะไม่ดีมาก”


“รู้ได้อย่างไรว่าไม่ดี”


“เออ...คือ...กระผมคิดเอาเอง”


“เป่าให้ฉันฟัง แล้วฉันจะตัดสินใจให้ว่ามันดีหรือไม่”   


คนถูกสั่งรู้สึกอึกอัก อยากจะปฏิเสธ แต่สายตาคมของอีกฝ่ายก็ตรึงเขาไว้ไม่ให้คัดค้าน สุดท้ายเขาจึงต้องหยิบขลุ่ยเพียงออที่พกติดตัว จรดริมฝีปากลงไปก่อนค่อย ๆ เป่าให้ท่วงทำนองแผ่วหวานดังลอดออกมา ท่านขุนหลับตาลงฟังเสียงดนตรี


...น่าประหลาด แค่มีเพียงขลุ่ยตัวเดียว หากมันกลับเสนาะหูกังวานใสยิ่งกว่าวงมโหรีใด ๆ รวมกัน คงเพราะความสามารถของคนเป่า แม้อายุดูอ่อนกว่าเขาเพียงไม่กี่ปี แต่กลับมีฝีมือด้านศาสตร์ศิลป์กาพย์กลอน คงจะเป็นลูกคนมีอันจะกินอยู่บ้างจึงทำให้เด็กหนุ่มธรรมดา ๆ มีเสน่ห์ชวนน่าพิศมอง


เพียงไม่นานเสียงขลุ่ยเพียงออก็สิ้นสุดลงพร้อมกับคำถามจากคนนั่งฟังอย่างพึงพอใจ
    

“เพลงชื่อกระไรรึ”   
   

“คำหวาน ขอรับ”


“อืม หวานสมชื่อ พุ่มสอนให้ฉันเป่าเพลงนี้ได้รึไหม”


พุ่มรักสะดุ้งไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไรของวัน รีบก้มหน้าละล่ำละลักร้องปฏิเสธ


“กระผมมิกล้าบังอาจสอนท่านขุนหรอกขอรับ”
   

“ใครว่าบังอาจ คนที่มีความรู้มากกว่าย่อมเป็นครูได้ทั้งสิ้น”
   

คนที่อยู่ ๆ กลับได้รับบทครูเริ่มลำบากใจ แต่พอสบดวงตาคมทีไรก็คล้ายจะมีอานุภาพให้เขาต้องยอมพ่ายแพ้ทุกครั้ง พุ่มจึงตัดสินใจส่งขลุ่ยเพียงออกให้นักเรียนซึ่งรับไปทำตามคำสอน
   

“ถ้าเช่นนั้น ท่านขุนจับขลุ่ยใช้นิ้วปิดไล่ทีละรู แล้วลองดูเป่านะขอรับ”
   

ร่างสูงทำตามอย่างว่าง่ายหยิบขลุ่ยออกมาจรดลงบนริมฝีปาก ก่อนปล่อยลมออกมาสุดเสียงดัง หากมันกลับเป็นเสียงแหลมยาวไม่ชวนเสนาะหู จนท่านขุนต้องขมวดคิ้วบ่น


“เสียงเป่าของฉันฟังคล้ายเสียงนกกาไม่มีผิด”
   

พุ่มรักพยายามกลั้นหัวเราะที่เห็นคนสูงศักดิ์เช่นท่านขุนมาทำท่าหงุดหงิดกับการเป่าขลุ่ย ดูแล้วคล้ายเด็กหัวจุกหัดเรียนเสียไม่มีผิด กระนั้นเขาก็พยายามใจเย็นแล้วแนะวิธีสอนใหม่
   

“ท่านขุนต้องค่อย ๆ ผ่อนลมให้ออกมา มิใช่ปล่อยรวดเดียวขอรับ”
   

คนถือขลุ่ยพยักหน้ารับ  ก่อนเริ่มต้นเป่าอีกครั้ง คราวนี้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจเป่าออก เสียงขลุ่ยจึงออกมาละเมียดละมุนกว่าครั้งก่อน จนคนสอนอดไม่ได้ที่จะยิ้มแย้มอย่างยินดี


“ได้แล้วขอรับ เพราะมาก เสียงเหมือนนกขมิ้นมิใช่นกกาแล้ว”


คำเอ่ยกลั้วหัวเราะนั่นกังวานใส จนคนฟังอดไม่ได้ที่จะพูดเปรียบ 


“ใช่แน่รึ เสียงหัวเราะของพุ่มเพราะกว่าเสียงขลุ่ยของฉันเสียอีก”


และนั่นถึงเพิ่งทำให้คนเผลอตัวต้องรีบก้มหน้า นึกตำหนิตนเองในใจที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เพียงแค่ท่านขุนมีท่าทางผ่อนลงก็กล้าไปบังอาจเสียแล้ว ไม่เข็ดรึไรไอ้พุ่มเอ้ย!
   

“ขอประทานอภัยขอรับ กระผมมิได้คิดจะล้อเลียนท่านขุน”


“ฉันก็ไม่ได้ว่ากระไรเสียหน่อย”


เป็นอีกครั้งที่ท่านขุนไม่แสดงอาการโกรธเคือง จนพุ่มเป็นฝ่ายประดักประเดิดเสียแทนจึงรีบหันเหเปลี่ยนเรื่อง


“เออ...กระผมว่าแดดเริ่มแรงแล้ว กลับเถิดขอรับ ประเดี๋ยวท่านขุนจะไม่สบายเอา”
   

ฝีพายมือดีจึงรีบล่องเรือกลับไปตามลำคลอง จนถึงศาลาอันเต็มไปด้วยสวนมะม่วงที่เก่า เขาจอดเรือเทียบท่าผูกเชือกไว้ให้กับหัวเสา รอให้ท่านขุนสามารถก้าวขึ้นไปเหยียบบนบันได ส่วนตนเองค่อยก้าวตามขึ้นมา หากเท้าเกือบสะดุดพลาดหน้าคะมำเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของท่านขุน 


“ต่อไปพุ่มมาสอนฉันเป่าขลุ่ยอีกได้หรือไม่”


“อะไรนะขอรับ”


พุ่มรักร้องเสียงหลงรีบเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา แล้วต้องนิ่งงันที่เห็นเสือยิ้มยากเช่นเจ้าฟ้าพิโรธ แย้มรอยยิ้มบาง ขัดกับเสียงสั่ง


“พรุ่งนี้ฉันจะมารอที่เดิม”
   

จบคำ เจ้าตัวก็หันหลังเดินจากไปทันที ทิ้งให้พุ่มรักมึนงง กว่าจะรู้ตัวว่าโดนมัดมือชกก็สายไปเสียแล้ว แม้จะไม่ถูกท่านขุนโกรธ แต่นี่มันไม่ต่างอะไรไปจากการลงโทษเลยสักนิด  ที่สำคัญท่านขุนยังเข้าใจผิดว่าเขามีใจเสน่หาให้กับผู้ชายด้วยกันด้วย


โธ่...ชีวิตไอ้พุ่มช่างน่าอนาถแท้  ทั้งหมดนี้มันเป็นความผิดของเพื่อนเขาคนเดียว ไอ้โสน เอ็งบังอาจเอาจดหมายไปให้ท่านขุนฟ้าแทนเจ้าอิงฟ้าได้กระไร เขาต้องไปคุยกับมันให้รู้เรื่อง!
   

ยามเช้าเช่นนี้ พุ่มรักรู้ดีว่าเพื่อนรักต้องช่วยลุงมันขายผลไม้อยู่ที่ในตลาด เขารีบมุ่งหน้าเดินออกจากสวนตรงไปยังแผงขายของซึ่งตั้งอยู่เรียงราย ก่อนจะเห็นคนที่ตามหากำลังหยิบสตางค์ทอนให้ลูกค้าคนสุดท้าย แล้วบังเอิญหันมาพบเข้าพอดีจึงร้องทักตั้งแต่เขายังไม่ทันเอ่ยปาก


“อ้าว...ไอ้พุ่ม เอ็งเป็นอะไรวะ หน้างอเสียยิ่งกว่าจวักอีก โดนบ่าวของเจ้าอิงฟ้ากระทืบเอาแล้วรึไร โธ่...ข้าบอกเอ็งแล้ว เอ็งก็ไม่ยอมเชื่อ”
   

...อือฮื้อ...ฟังเช่นนี้มันน่ากระทืบคนพูดให้จมดินแทนเสียมากกว่า พุ่มรักมองอีกฝ่ายตาเขียว รีบร้องโวยวายเถียงกลับ


“ไม่ใช่โว้ย! ไอ้โสนนี่เอ็งส่งจดหมายของข้าไปให้ใคร”


“เอ้า! ก็ต้องเจ้าอิงฟ้าน่ะสิวะ ข้าฝากป้านวลให้เองกับมือ”


...ป้านวลรึ เขาจำได้ว่าเป็นบ่าวรับใช้เก่าแก่อยู่ที่เรือนใหญ่ของเจ้าพระยาสุรเดชา ด้วยอายุมากทำให้หูแกมิค่อยจะดี  ถ้าไอ้โสนฝากจดหมายให้ป้านวลจริง แกอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าส่งให้ท่านขุนฟ้าก็เป็นได้ 


คนใคร่ครวญคิดพิจารณาถึงสาเหตุ ก่อนจะสรุปให้เพื่อนรับรู้ถึงผลที่ไม่ได้คาดไว้ไปไกลลิบ


“มิน่าเล่า เอ็งรู้ไหมจดหมายของข้าไม่ได้ถูกส่งไปให้เจ้าอิงฟ้า แต่ส่งไปให้ท่านขุนฟ้าภักดีภิรมย์ต่างหาก”


“ฮะ!! เจ้าฟ้าพิโรธนั่นน่ะรึ ฉิบหายแล้วไอ้พุ่ม! หนักเสียยิ่งกว่าเดิมอีก โอย...เวรกรรมจริงแท้ แล้วเอ็งโดนท่านขุนเขาทำกระไรบ้าง”


โสนละล่ำละลักร้องถามเสียงดังด้วยความตกใจ รีบคว้าตัวเขามาจับจนแทบจะทำมะม่วงที่เรียงไว้คว่ำลงทั้งแผง พยายามพลิกตัวหารอยหวายเฆี่ยน เพราะรู้ดีถึงเกียรติศัพท์ความเด็ดขาดของท่านขุนอันลือเลื่องไปทั่งทั้งลุ่มน้ำแม่กลอง หากทว่าร่างกายของเพื่อนกลับไร้ริ้วรอยเช่นเดียวกับคำตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ


“ท่านขุนบอกให้ข้าพายเรือชมสวน แล้วก็สอนท่านเป่าขลุ่ย”   


มือที่สำรวจพลิกร่างของอีกฝ่ายชะงักลงทันควัน อาการตื่นตกใจเปลี่ยนเป็นความมึนงง โสนขมวดคิ้วมุ่นถามย้ำอย่างสงสัย


“พายเรือชมสวน... สอนเป่าขลุ่ย... นี่เอ็งล้อข้าเล่นรึไร คนอย่างท่านขุนน่ะรึจะทำเช่นนั้นได้”
   

“ข้าไม่ได้ล้อเล่น อันที่จริงท่านขุนเขาก็เป็นคนดี ไม่ได้ดุอย่างที่ใครเขาลือกันเสียหน่อย”
   

พุ่มรักบอกไปตามสิ่งที่ตนเองได้สัมผัสมา  เขายอมรับว่าเขาก็รู้สึกแปลกใจเช่นเดียวกันเมื่อพบว่าท่านขุนที่ได้รับฉายว่า ‘เจ้าฟ้าพิโรธ’ กลับเป็นคนไม่ถือตัวสูงทั้ง ๆ ที่มีศักดิ์เป็นถึงลูกเจ้าพระยา และแม้เขาจะทำสิ่งมิบังควรหลายครั้ง ท่านก็ไม่เคยถือโทษโกรธเคืองใด ๆ ช่างตรงข้ามกับข่าวลือที่ฟังมาอย่างสิ้นเชิง ความผิดปกติเหล่านี้สร้างความสับสนในใจเขารวมถึงโสนซึ่งเอ่ยปากเปรย
   

“น่าประหลาดแท้ แล้วท่านขุนรับได้รึที่เอ็งเป็นชายมาชอบท่าน”
   

...จริงสิ เขาเองก็ลืมนึกถึงเรื่องนี้  เนื้อความในจดหมายนั่นหากตีความเสียหน่อย ท่านขุนจำต้องรู้แน่ว่านั่นเป็นกลอนรักมิใช่กลอนแสดงความชื่นชมเคารพ เพราะเขาตั้งใจส่งให้เจ้าอิงฟ้า แต่ท่านขุนเองกลับมิเอ่ยว่ากระไร ถึงกระนั้นก็ไม่แน่ว่าหากเขาบอกความจริงไป ท่านขุนอาจลงโทษเขาก็เป็นได้ 
   

“แล้วเอ็งจะปล่อยให้ท่านเข้าใจผิดเช่นนี้ต่อไปรึไร”
   

คำเตือนจากเพื่อนสนิทยิ่งทำให้พุ่มรักครุ่นคิดหนัก แม้จะกลัวบทลงโทษที่ตามมา แต่ถ้าปล่อยปัญหาไว้ต่อไปก็คงยิ่งยากจะแก้ไข  คนหมดทางหนีจึงถอนใจ เอ่ยตัดบทถึงสิ่งที่ต้องทำ


“ไว้พรุ่งนี้ข้าจะหาทางบอกท่านขุนภายหลังเอง”


...

..

.


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-03-2018 08:08:46 โดย BitterSweet »

ออฟไลน์ BitterSweet

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +712/-2
...

..

.

ตลอดทั้งคืนพุ่มรักนอนแทบไม่หลับ  เพราะใจมัวพะวงคิดหาวิธีบอกความจริงแก่ท่านขุนอย่างนิ่มนวลที่สุด รู้ตัวอีกทีฟ้าก็เริ่มสร้างแล้ว เขาจึงรีบลุกขึ้นอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อก่อนตรงไปยังศาลาริมคลองมะม่วง หวังเตรียมใจก่อนจะเผชิญหน้ากับใครบางคน ทว่าสวรรค์คงกลั่นแกล้ง เพราะเมื่อไปถึงใครคนนั้นกลับยืนรอเขาอยู่แล้วพร้อมคำเอ่ยทัก


“มาแล้วรึพุ่ม วันนี้อากาศดีจริงเทียว”


สีหน้าของท่านขุนฟ้าดูสดชื่นจนพุ่มรักมิอยากจะทำลายบรรยากาศที่โอบล้อมตัวท่านไว้ กระนั้นถ้าไม่รีบบอกไปก็อาจจะทำให้ทุกอย่างยุ่งยากขึ้น พุ่มรักจึงรวบรวมความกล้าตัดสินใจพูดตรง ๆ


“เออ...ท่านขุนขอรับ กระผมมีเรื่องสำคัญจะเรียนให้ท่านทราบ”


“เรื่องกระไรไว้คุยในเรือเถิด วันนี้ฉันเตรียมขลุ่ยของฉันมาเองด้วย พุ่มจะได้สอนฉันได้ถนัด”
   

ประโยคขัดบทสนทนาด้วยท่าทีกระตือรือร้น ส่งผลให้พุ่มรักได้แต่นิ่งอึ้ง ปากที่กำลังขยับพูดกลับหนักขึ้นทันควัน จนต้องปิดลงเงียบ ฟังเช่นนี้แล้วหากกล้าขัดก็คงจะดูใจร้ายเกินไป ...เอาเถิดไว้ค่อยบอกหลังจากขากลับจากล่องเรือก็ได้
   

เขาจึงเผลอปล่อยเลยตามเลย  เดินตามท่านขุนไปลงเรือซึ่งจอดเตรียมไว้ แล้วปฏิบัติหน้าที่เป็นฝีพายมือดีอีกครั้ง นำเรือลอยลัดเลาะไปตามคลองสวน ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายในยามเช้า ก่อนจะหยุดลงตรงดงดอกบัวงาม ซึ่งท่านขุนมิรอช้ารีบนำขลุ่ยเพียงออใหม่ ๆ ของท่านมาให้อาจารย์ยลโฉม
   

“ดูสิพุ่ม ฉันได้มาจากตลาดเมื่อวาน ฝึกเป่าไปบ้างแล้ว เสียงเพราะอยู่เทียวหนา แต่ฉันอยากเป่าให้ได้เป็นเพลงเร็ว ๆ”


ประกายตาของท่านขุนวิบวับคล้ายเด็กอวดของเล่น ผิดภาพลักษณ์ของผู้นำมาดเข้ม จนคนมองอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ


“กระผมไม่คิดว่าท่านขุนจะชอบขลุ่ยมากถึงเพียงนี้”


คนได้ยินชะงัก ดวงตาคมนั่นวูบไหวลงเช่นเดียวกับน้ำเสียงซึ่งเปลี่ยนกลับมานิ่งเรียบ
   

“ทำไมเล่า ดูไม่เหมาะกับฉันรึ”
   

พุ่มรักสะดุ้งตกใจ รีบพูดแก้ไขเสียใหม่อย่าร้อนรน


“หามิได้ขอรับ เพียงแต่กระผมได้ยินมาว่าท่านขุนมิใคร่ชอบงานรื่นรมย์”


“เลยคิดว่าฉันเป็นเหมือนก้อนหิน มิน่าจะเข้าใจถึงความงามของดนตรี”


“มิใช่ขอรับ! กระผมมิได้คิดเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย!”

เขาอยากจะใช้ไม้พายเรือตบปากตัวเอง ทำไมยิ่งอธิบายมันถึงเข้ารกเข้าพงไปเสียหมด  เขาไม่น่าลืมคิดถึงจิตใจของท่านขุนเลย ดูก็รู้ว่าท่านคงชอบดนตรีอยู่ไม่น้อย แต่เขายังไปตอกย้ำท่านเพราะข่าวลือไร้มูลความจริงพวกนั้นเสียได้ 


คนปากบอนเตรียมก้มหน้ารับการลงโทษอย่างสำนึกผิด ร่างสูงมองท่าทีนั้นก่อนถอนหายใจ ซ้ำพูดด้วยน้ำเสียงไม่ถือสา
   

“เอาเถิด ฉันรู้พุ่มคงเคยได้ยินมาว่าฉันคือ ‘เจ้าฟ้าพิโรธ’ คนคงมองว่าฉันโหดเหี้ยมไร้หัวใจ จะไปที่ใดก็พากันนึกกลัวเพราะฉันเป็นลูกของเจ้าพระยา ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ฉันตั้งแต่ยังเล็กแล้ว ทั้ง ๆ ที่ฉันควรจะเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านเหมือนกับพ่อแท้ ๆ”


ความในใจที่คนอึดอัดระบายออกมาทำให้พุ่มรักตระหนักชัด เจ้าฟ้าพิโรธตามที่เขาได้ยินใครต่อใครพูดมา ท่านเป็นคนเด็ดขาดจึงเป็นที่นึกเกรงกลัวของชาวบ้าน แต่ก็เพราะความเด็ดขาดของท่านเกิดจากการตั้งใจทำงานอย่างมุ่งมั่น  งานทุกงานจึงสามารถเสร็จสิ้นเรียบร้อยลงได้ แต่เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าฉากหน้าอันเข้มแข็งของท่าน เบื้องลึกภายในนั่นเต็มไปด้วยความกดดันและความหวาดหวั่นที่เกิดจากการแบกรับภาระไว้แต่เพียงผู้เดียว


คนมองต่างมุมเริ่มนิ่งคิดก่อนจะเปรยถามขึ้นถามความเงียบ


“ท่านขุนทราบวิธีเป่าขลุ่ยให้เพราะหรือไม่ขอรับ”


“ก็ต้องค่อย ๆ เป่า อย่าปล่อยลมหมดในคราวเดียวเหมือนที่พุ่มสอนฉันอย่างไรเล่า”


ร่างสูงตอบกลับไปตามสิ่งที่รู้ แม้จะยังแปลกใจที่อยู่ ๆ คู่สนทนาก็เปลี่ยนเรื่อง หากทว่าอาจารย์สอนเป่าขลุ่ยกลับส่ายศีรษะปฏิเสธ


“นั่นแค่ส่วนหนึ่งขอรับ แต่สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เป่าขลุ่ยได้เพราะได้คือ ‘ใจ’ ขอรับ”


“ใจรึ”


ขุนฟ้าทวนคำ มองคนพูดพยักหน้าแล้วเอ่ยประโยคชี้แนะ


“ใช่ขอรับ เพลงนั่นจะไพเราะได้เพราะคนฟังรับรู้ถึงใจของคนเล่น ท่านขุนเองก็เช่นกันขอรับ  ท่านขุนใช้พระเดชในการปกครองคนก็เป็นเรื่องดี แต่อย่าลืมใช้พระคุณควบคู่ไปด้วย ท่านขุนต้องเปิดใจให้เข้าถึงใจของชาวบ้าน แม้อาจใช้เวลาสักหน่อย แต่กระผมเชื่อว่าท่านขุนจะต้องทำให้ชาวบ้านรักใคร่ได้ไม่น้อยไปกว่าเจ้าพระยาแน่ขอรับ”


พุ่มรักพยายามให้คำปรึกษา แม้ตนเองจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในการปกครอง แต่อย่างน้อยเขาก็เข้าใจว่าการเป่าขลุ่ยให้ไพเราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับวิธีการ การเป็นผู้นำที่ดีก็ไม่ได้เกิดจากใช้อำนาจเข้าข่ม  ทั้งหมดทั้งมวลล้วนขึ้นอยู่กับใจของคนทำ และเมื่อนั่นคนอื่น ๆ ก็จะสามารถใช้ใจของเขาสัมผัสถึงมันได้เช่นเดียวกัน


เขามองขุนฟ้าซึ่งนั่งเงียบคล้ายกำลังพิเคราะห์ ก่อนจะเอ่ยอย่างสงสัยอีกครั้ง


“แล้วจะให้ฉันเปิดใจอย่างไรเล่า”


“ก็พูดคุยถามไถ่เหมือนพวกเขาเป็นคนในครอบครัว ไม่จำเป็นต้องคุยเฉพาะเรื่องงานเสียอย่างเดียวขอรับ”


“เหมือนที่ฉันคุยกับพุ่มตอนนี้น่ะรึ”


“ขอรับ”


“แล้วพุ่มชอบฉันไหม”


คนฟังแทบหน้าทิ่ม เมื่อได้ยินคำถามที่ดังขึ้นแบบไม่ปี่มีขลุ่ย แต่เขาจะตกใจไปทำไม จริงอยู่แม้คราวแรกจะเกรงกลัวอยู่บ้าง กระนั้นพอรู้จักกันแล้วเขาพบว่าท่านขุนเป็นคนน่าคบหา ...ใจเย็น ๆ ก่อน  ท่านขุนไม่ได้ถามในเชิงชู้สาว  แค่ท่านกำลังสับสนและต้องการความมั่นใจเท่านั้น พุ่มรักพยายามปลอบไม่ให้ตนเองคิดมาก หากน้ำเสียงที่ตอบกลับตะกุกตะกัก


“ขะ...ขอรับ...กระผมก็...ชะ...ชอบท่านขุน”


แม้จะสั่งตัวเองเพียงใด แต่เขากลับรู้สึกคล้ายกำลังสารภาพรักกับผู้ชายด้วยกัน จึงพยายามก้มหน้าหลบสายตา ทว่าประโยคถัดมาของคนตรงข้าม กลับทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมองทันควัน


“ดีจริงเทียว ฉันเคยบอกพุ่มรึยังว่ากลอนรักของพุ่มที่ส่งให้ฉันนั้นเพราะมาก ฉันชอบ...”
   

คำว่า ‘ชอบ’ ของท่านขุนอาจเหมือนคำเอ่ยชมธรรมดา หากมันมีอานุภาพมากพอจะสะกดให้ทุกสิ่งนิ่งเงียบ ยิ่งเมื่อสบดวงตาที่ทอประกายระยิบระยับคล้ายแสงอาทิตย์ที่สะท้อนล้อกับผิวน้ำแล้ว ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกชาวาบ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ เป็นอีกครั้งที่ดวงตาคมคู่นั้นทำให้เขาไม่อาจเอ่ยคำใดได้ต่อ จึงปล่อยให้ท่านขุนเป็นคนเริ่มบทสนทนาคล้ายนึกขึ้นมาได้ 


“จริงสิพุ่มเห็นว่ามีธุระสำคัญจะคุยกับฉัน เรื่องกระไรรึ”


คำทักเรียกให้อยู่ในภวังค์ได้สติ รีบคว้านหาเสียงตัวเองตอบกลับอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ


“อ่ะ...เออ...คือ...กระผมคิดว่าจะสอนท่านขุนเป่าขลุ่ยเพลงอื่นนอกจากเพลงคำหวานด้วยน่ะขอรับ”


แม้สิ่งบอกออกไปจะตรงข้ามกับที่ใจคิดมาก่อนหน้า แต่เขาไม่กล้าจะอธิบายความจริงในตอนนี้ ไม่ใช่เพราะกลัวจะโดนลงโทษ ทว่าด้วยสาเหตุอะไรก็ยังไม่แน่ชัด ...เอาน่า...ไม่เป็นไรหรอก โอกาสหน้ายังมีไว้คราวหลังค่อยหาทางอธิบายใหม่ก็ได้
 

พุ่มรักจึงปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปเช่นเดิม เขาสอนท่านขุนฟ้าเป่าขลุ่ยได้จนเริ่มคล่อง ก่อนจะพายเรือส่งท่านเทียบท่าริมคลองเมื่อแสงแดดเริ่มแรงขึ้น
   

“ขอบใจนะพุ่ม พรุ่งนี้จะมีพิธีเปิดคลองแล้ว ฉันคงมาไม่ได้ ไว้หลังเสร็จพิธีค่อยมาสอนฉันใหม่นะ”
   

ร่างสูงเอ่ยคำลาระหว่างเดินขึ้นบันไดมาหยุดอยู่ตรงศาลา ซึ่งเขาก็พยักหน้ารับคำมองอีกฝ่ายหันหลังทำท่าจะเดินไป แต่แล้วก็ต้องหยุดหมุนตัวกลับมาเรียก
   

“เออ...พุ่ม”
   

“ขอรับ”


คนถูกเรียกชะงักงัน คราวนี้มิใช่เพราะถูกดวงตาของท่านขุนสะกดไว้ แต่เป็นเพราะรอยยิ้มอันยากสื่อความซึ่งปรากฏบนใบหน้าคมคายนั้นต่างหากเล่าที่แทบทำให้ลมหายใจเขาแทบหยุดนิ่ง พร้อม ๆ กับได้ยินคำหนึ่งร่วงหล่นลงกลางใจ
   

“...ที่ฉันชอบไม่ใช่แค่กลอนของพุ่มหรอกนะ”


จบประโยคคนสูงศักดิ์จึงเดินจากไป ปล่อยให้พุ่มรักเข่าอ่อนเกือบล้มทั้งยืนคล้ายร่างกายสั่นไหว หัวใจเต้นโครมครามจนควบคุมไม่อยู่


...ท่านขุนหมายความกระไร ไม่ใช่แค่กลอนที่ชอบ แล้วมันสิ่งใดกัน หรือจะเป็นการเป่าขลุ่ยของเขาด้วย ...เออ ใช่ ๆ เขาลืมไปได้อย่างไรว่าท่านชอบดนตรี โธ่...เอ็งอย่าไปคิดมากสิวะ ไอ้พุ่ม!  มันไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งเสียหน่อย อีกอย่างเขาตั้งใจไว้แล้วว่าหลังเสร็จพิธีเปิดคลองดำเนินสะดวกพรุ่งนี้จะบอกความจริงกับท่านขุนให้รู้เรื่อง ก่อนที่ความรู้สึกประหลาดในใจพวกนี้จะคุกคามเขาจนไม่กล้าพูดออกไป


พุ่มรักตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ก่อนสาวเท้าตรงกลับบ้านของตนอย่างเร่งรีบ ตรงข้ามกับขุนฟ้าภักดีภิรมย์ซึ่งกำลังเดินทอดท่องพลางครุ่นคิดถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น


...‘พุ่มรัก’ ช่างเป็นคนที่น่าสนใจจริงแท้  ยิ่งรู้จักก็ยิ่งค้นพบความพิเศษแตกต่างจากคนอื่น  ตอนแรกเขายอมรับว่าตกใจที่เจ้าของจดหมายเป็นผู้ชาย แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกดีว่าคนคนนั้นคือ 'พุ่ม'  เด็กหนุ่มที่มีเสียงหัวเราะใสซื่อ วางตัวเป็นธรรมชาติไม่มีจริตจะก้าน ตรงข้ามกับใครหลายคนที่เข้าหาเขาเพราะลาภยศและบารมี  เขาจึงกล้าวางใจที่จะเปิดเผยความรู้สึกให้กับพุ่ม และก็ได้ถ้อยคำแนะนำดี ๆ กลับคืนมาโดยไม่นึกรังเกียจหรือหวาดกลัวเขาแม้แต่น้อย  นั่นยิ่งทำให้เขาอยากจะใช้เวลาพูดคุยเรื่องต่าง ๆ กับพุ่มมากขึ้น หากกว่าจะถึงนัดหมายก็อีกเป็นนาน คิดได้เช่นนั้นก็ดูคล้ายเวลาจะเคลื่อนช้าเกินไปนัก 


...ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เพิ่งพบกันไม่กี่ครากลับทำให้เขานึกถึงได้มากเพียงนี้


“ท่านขุนขอรับ มิเข้าไปในเรือนรึขอรับ”


เสียงทักทำให้คนเหม่อลอยต้องละความคิด เพิ่งรู้สึกตัวว่ากลับมายืนหน้าเรือนอยู่นานแล้ว กระทั่งไอ้แก้มบ่าวรับใช้ต้องเอ่ยถาม เขาจึงแกล้งเฉไฉตอบ


“อ้อ...เออ...ข้าว่าจะไปตรวจดูงานขุดคลองเสียหน่อย”


“เช่นนั้นก็พอดีเลยขอรับ เพราะเช้านี้นายแขวงเรียนมาว่าทำปะรำพิธีเสร็จเรียบร้อยแล้ว รบกวนท่านขุนช่วยไปตรวจดูด้วยขอรับ”


เขาพยักหน้ารับให้กับงานในความรับผิดชอบ คราวนี้เขาจะต้องทำตามอย่างที่พุ่มสอน ...เรื่องงานต้องให้เด็ดขาด แต่เรื่องชนะใจต้องใช้  ‘ใจ’ ด้วยกันเท่านั้นแลกคืนมา


...

..

.




“ไอ้พุ่ม! ไอ้พุ่ม! เฮ้ย! ไอ้พุ่มส่งผ้าขึ้นมาสักทีสิวะ ข้ายืนรอจนเมื่อยแล้วโว้ย!”
   
เสียงตะโกนเรียกดังจากข้างบนบันไดลิงที่กำลังจับอยู่ พุ่มรักที่แอบอู้งานจึงต้องรีบหยิบม้วนผ้ายื่นส่งต่อให้เพื่อน ผูกประดับตกแต่งปะรำพิธีตามคำสั่งของพ่อ เพื่อเตรียมงานที่กำลังจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ให้เรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย เขาจึงลากไอ้โสนมาเป็นลูกมือหวังพึ่งประโยชน์ แต่ดูเหมือนเขาจะกลายเป็นตัวไร้ประโยชน์เสียแทนจนไอ้โสนต้องนึกบ่น


“นี่เอ็งเหม่ออะไรอยู่ได้ ข้าเรียกตั้งนานสองนานแล้วไม่ยอมตอบ”


พุ่มรักถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยเลี่ยงกลับไปแกน ๆ


“โทษทีว่ะ ข้ามีเรื่องให้คิดนิดหน่อย”


“เรื่องเจ้าอิงฟ้า หรือ เจ้าฟ้าพิโรธ ล่ะ”
   

คำหยอกอย่างรู้ทันทำเอาคนด้านล่างอยากจะเขย่าบันไดให้มันตกลงมาคอหัก ทว่าก็ได้แต่กระแทกเสียงตอบ


“ทั้งคู่!”


โสนหัวเราะขำที่เดาใจได้ถูกเผง แล้วจึงไต่บันไดลงมาก่อนจะเอ่ยคำคาดเดาเป็นครั้งที่สอง
   

“นี่เอ็งยังไม่ได้บอกความจริงกับท่านขุนอีกรึไร”

   
หากไอ้โสนมันมีตาทิพย์เขาคงเชื่อ เพราะมันพูดแต่ล่ะคำคล้ายปล่อยหมัดให้เขาต้องนึกจุก


...จริงอยู่ที่เขาตั้งใจจะบอกท่านขุนฟ้าหลังจากเสร็จพิธีเปิดคลองดำเนินสะดวก แต่ลึก ๆ แล้วก็ยังลังเลสับสนว่าควรจะบอกดีหรือไม่ ถ้าบอกไปแล้วเขากับท่านขุนจะยังคงพูดคุยเป็นเหมือนปกติอีกได้รึ เขาเสียดายมิตรภาพที่เริ่มจะเป็นไปในทิศทางดีขึ้น จนไม่อยากจะทำลายความสัมพันธ์ลงไป ที่สำคัญคือ เขาห่วงความรู้สึกของท่านขุนว่าจะเป็นเช่นไร หากท่านได้รับรู้ความจริง
คำอธิบายในใจนั้นมีมากมาย ทว่าขืนบอกเพื่อนเขาตอนนี้คงได้ซักไซ้กันอีกยาว พุ่มจึงเลี่ยงตอบโดยใช้คำสั้น ๆ


“ข้าแค่ไม่มีโอกาสเหมาะ”


คล้ายไอ้โสนที่แสนรู้ดีจะจับทางได้ มันหรี่ตามองอย่างสงสัย แล้วพูดคาดเดาขึ้นอีกครั้ง


“จริงรึ มิใช่ว่าเอ็งจะเปลี่ยนใจมาชอบเจ้าฟ้าพิโรธแล้วกระมัง”


แค่เพียงประโยคเดียวเปลี่ยนสีหน้านิ่งเฉยของพุ่มรักให้ขึ้นสีจัด   


...ไอ้โสนมันพูดเรื่องอะไร ปัญหาที่เกิดส่วนหนึ่งไม่ใช่เพราะความผิดของมันรึไรเล่า แล้งยัวมีหน้ามาล้อเลียนเขาอีก!  แค่คิดก็โมโหจนเขาต้องตวาดใส่คนปากมอมดังลั่น


“ไม่ใช่โว้ย! คนที่ข้าชอบมีแค่เจ้าอิงฟ้าไม่ใช่ท่านขุนฟ้า เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะจดหมายรักที่ส่งผิดนั่นต่างหาก!”
   

“จดหมายส่งผิดรึ”


ไม่ใช่เสียงของไอ้โสนเพราะมันอยู่ทางด้านหน้า แต่เสียงปริศนากลับดังมาจากข้างหลัง และเป็นเสียงที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี


...คุ้นเคยจนไม่กล้าที่จะหันมองคนพูด ด้วยรู้ว่าหัวใจของตัวเองกำลังสั่นกับสิ่งที่ตั้งรับไม่ทัน  แม้พยายามหลอกตนเองว่าหูอาจฝาด แต่ความหวังทั้งหมดกลับปลิวหายเมื่อคำถามย้ำดังขึ้นลงซ้ำเติมอีกครั้ง


“เป็นความจริงรึพุ่ม”


ไม่ต้องสงสัยแล้วว่าอีกฝ่ายมายืนอยู่ได้อย่างไร แต่มันคงนานมากพอที่จะได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับเพื่อนจนสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้  ถึงจะไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าความลับทั้งหมดจะมาเปิดเผยเอาในรูปการนี้ กระนั้นที่สุดแล้วความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำ


พุ่มรักจึงตัดสินใจหันหลังกลับเผชิญหน้า ในหัวสมองมีคำพูดมากมายจะอธิบาย แต่ปากของเขากลับแข็งค้างไม่ขยับ ความรู้สึกบางอย่างตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ในลำคอ เมื่อสบนัยน์ตาคมที่มองตรงมา


...มันสะท้อนความสับสน ความแปลกใจ และเหนืออื่นใดคือ ‘ความผิดหวัง’


เขาจึงปล่อยให้ทุกสิ่งนิ่งเงียบเช่นนั่น กระทั่งถูกขัดจังหวะด้วยเสียงของนายแขวงบางยาง


“ท่านขุนฟ้ามาตรวจงานรึขอรับ เชิญทางนี้เลยขอรับ”
   

เจ้าของชื่อจึงละสายตาออกห่าง กลับมาทำหน้าที่ของตนเองตามเดิม  ส่วนพุ่มรักจำต้องถอยลงเปิดทางให้ท่านขุนฟ้าตรวจดูปะรำพิธีโดยรอบ  ร่างสูงใช้เวลาสำรวจความเรียบร้อยไม่นาน ซักถามรายละเอียดอีกเล็กน้อย  แต่โดยรวมก็ไม่มีจุดบกพร่องให้ต้องแก้ไข จนคนคุมงานต้องเอ่ยชม
   

“นายแขวงทำงานได้ดีมากเทียวหนา”
   

เจ้าของตำแหน่งยิ้มรับหน้าบาน หากก็ยังรีบกล่าวถ่อมตน


“ไม่หรอกขอรับ นี่ก็เพราะได้ลูกชายมาช่วยด้วย ท่านขุนอาจไม่เคยพบหน้า คนนี้ลูกชายของกระผมเองชื่อ ‘พุ่มรัก’ เสียดายที่มัวแต่เที่ยวเล่นจึงเริ่มเป็นงานช้ากว่าใครเขา แต่ก็หวังว่าภายภาคหน้าคงจะได้รับใช้ท่านขุนบ้าง ...เอ้า! ไหว้ท่านขุนเสียสิ พุ่ม”


ผู้เป็นพ่อรีบเรียกลูกชายเข้าไปหา หวังแนะนำท่านขุนให้รู้จักไว้เพื่อใช้สำหรับปูทางต่อไปในอนาคต เพราะท่านขุนเป็นคนจริงจังในเรื่องการงาน หากลูกชายไม่เอาไหนของตนได้รับใช้ท่านขุนอาจพอดัดนิสัยขี้คร้านไปได้บ้าง แต่คำแนะนำของพ่อกลับสร้างความลำบากใจใหญ่หลวงให้ลูกผู้มีชนักติดหลัง กระนั้นพุ่มรักก็ยังพยายามเก็บอาการรีบยกมือไหว้ด้วยความอ้อมน้อม


เมื่อท่านขุนมาอยู่เบื้องหน้า พุ่มรักจึงรู้แล้วว่าเหตุใดชาวบ้านจึงไม่กล้าที่จะเข้าหา ก็เพราะด้วยลักษณะที่น่าเกรงขามของท่าน ผิดไปจากตอนที่วางตัวอยู่กับเขาในเรือพาย ท่านช่างอยู่สูงเกินเอื้อม เขาเสียอีกที่ถือดีกล้าไปตีสนิทท่าน ทั้งยังไปกล้าพูดจาพล่อย ๆ ยามนี้ถ้าท่านขุนจะฟ้องเอาเรื่องเขาต่อหน้าพ่อ เขาจะไม่คัดค้านเลยสักคำ  เพราะสำนึกผิดถึงความเลยเถิดของตัวเอง


พุ่มรักเตรียมใจไว้เรียบร้อย เพื่อรอรับบทลงโทษครั้งใหญ่ แต่ทุกอย่างกลับตรงกันข้าม เมื่อท่านขุนฟ้าเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 


“พุ่มรึ ฉันเคยได้ยินชื่อมาบ้าง ลูกชายของนายแขวงเก่งทั้งด้านกาพย์กลอน ซ้ำเล่นดนตรีได้ไพเราะอีกด้วย นายแขวงมีลูกชายดีเช่นนี้น่าภูมิใจแทน”


คำชมไม่เพียงแต่ทำให้พุ่มรักต้องรีบเงยหน้ามองด้วยความมึนงง  นายแขวงเองก็แปลกใจ ด้วยไม่คิดว่าท่านขุนฟ้าจะรู้จักความเป็นไปของผู้คนในแถบนี้ โดยเฉพาะกับลูกชายที่ถูกกล่าวถึงนั้นจะมีชื่อเสียงไปไกลกว่าที่คาดไว้


“ท่านขุนทราบด้วยรึขอรับ แหม...ไอ้พุ่มมันชอบแต่งกลอนมาตั้งแต่เล็กแล้ว ถ้าท่านขุนเห็นมันมีแววก็ถือเป็นบุญของไอ้พุ่มมัน”


เป็นธรรมดาที่ผู้เป็นพ่อจะปลาบปลื้ม มองความสามารถของลูกชายเสียใหม่ด้วยความพึงพอใจว่ามีดีอยู่บ้าง ก่อนร่างสูงจะเป็นฝ่ายตัดบทสนทนา


“เช่นนั้นเสร็จงานแล้ว ฉันคงต้องขอตัวก่อน”


“เชิญขอรับ ไอ้พุ่มไปส่งท่านขุนเสียสิ”


ท้ายประโยคนายแขวงไม่ลืมส่งลูกชายออกนอกหน้าอีกครั้ง พลางสะกิดให้คนยืนนิ่งรีบเดินตามท่านขุนกลับเรือน  เขาตามหลังบ่าวรับใช้อีกสองคน  แต่เมื่อพ้นประรำพิธีไปได้สักพัก เขาจึงเปลี่ยนไปเร่งแซงหน้าให้อยู่เยื้องด้านหลังร่างสูง ก่อนจะสูดลมหายใจลึกรวบรวมความกล้า เตรียมเรียงเรียงถ้อยคำที่ไม่ได้พูดเสียตั้งแต่แรก


“เออ...ท่านขุนขอรับ เรื่องนั้นกระผมอยากอธิบาย...”


“เรื่องที่พุ่มตั้งใจจะส่งจดหมายให้เจ้าอิงฟ้ามิใช่ฉันน่ะรึ”


เพียงประโยคเดียวกินใจความครอบคลุมโดยไม่ต้องขยายเพิ่มเติมอะไรอีก เพราะมันชี้ชัดตรงประเด็นคล้ายโดนมีดแหลมทิ่มแทงลงกลางใจ ได้แค่เพียงมองคนนำหน้า ซึ่งหยุดก้าวหันกลับมาพูดอย่างผู้เข้าใจเรื่องทั้งหมด

   
“ฉันคิดแล้วเทียวว่ามันแปลกที่ผู้ชายส่งกลอนรักมา แต่ฉันมิได้นึกเอะใจเพราะคิดว่าพุ่มคอยห่วงใยฉัน ที่แท้แล้วทั้งหมดพุ่มต้องฝืนใจทำ ต่อจากนี้พุ่มไม่ต้องมาสอนฉันเป่าขลุ่ย และไม่ต้องมาเดินส่งฉันกลับเรือนแล้ว ไปทำตามสิ่งที่พุ่มชอบเถิด”


ท่านขุนฟ้าเดินหันหลังจากไปแล้ว เหลือเพียงแค่พุ่มที่ยังยืนนิ่งตามลำพังอยู่อย่างนั้น เป็นนานเท่าไรไม่รู้ กระทั่งเพื่อนที่ตามมาเพราะห่วงต้องตบบ่าเรียกสติ


“เฮ้ย! ไอ้พุ่มเอ็งไม่เป็นไรใช่ไหม”


“เออ ข้าไม่เป็นไร”


เขาขยับปากตอบด้วยน้ำเสียงเบาหวิว  ...ใช่...เขาไม่เป็นอะไร ควรจะโล่งใจด้วยซ้ำ ในเมื่อความจริงถูกเปิดเผยแล้ว และท่านขุนเองก็ไม่ลงโทษต่อความผิดของเขาเลยสักนิด  ทว่าน่าประหลาดที่ความรู้สึกภายในกลับตรงกันข้าม มันอึดอัดทรมานเสียยิ่งกว่าตอนปิดบังเรื่องทั้งหมด


...ไม่ใช่หรอก สิ่งที่เขาทำให้ท่านขุนฟ้า เขาไม่เคยฝืนใจเลยสักครั้ง เขารู้สึกสนุกที่ได้อยู่ใกล้ ได้พูดคุยหัวเราะกับท่าน ที่สำคัญเขารับรู้แล้วว่า ‘เจ้าฟ้าพิโรธ’ ไม่ได้เป็นเช่นข่าวลือ หากท่านคือ ‘ขุนฟ้าภักดีภิรมย์’ ตามชื่อต่างหาก แน่นอนว่าเขาไม่สามารถปล่อยให้เรื่องทั้งหมดจบลงไปในรูปการนี้ และมีเพียงวิธีเดียวที่เขาพอจะทำได้


พุ่มรักตัดสินใจหยิบสมุดเขียนกลอนคู่ใจ พร้อมดินสอถ่านที่พกไว้ติดตัว ลงมือเขียนตัวอักษรร้อยเรียงคำกลอนที่กลั่นมาจากความรู้สึกข้างใน




                           ดอกฟ้าเอย ดอกฟ้า ล้วนมีมาก      หากแม้ยากหางามแท้ในใต้ล้า
                      มิใช่เพราะรูปโฉมนอกกายา                    แต่เพราะค่าของใจคนอันหมายปอง
                  โอ้ยามนี้เจ้าดอกฟ้ามาหน่ายหนี                 ฤทัยนี้สุดระทมทุกข์หม่นหมอง
                  วอนขอพบอีกครา ณ ริมคลอง                 หวังใจสองหวนใกล้ได้กลับคืน   


                                                                                         พุ่ม




เขาฉีกกระดาษออก พับครึ่งเป็นยื่นส่งให้เพื่อนโดยไม่ลืมย้ำเตือน
   

“ไอ้โสน ข้าฝากจดหมายให้ท่านขุนฟ้าที คราวนี้อย่าให้พลาดเป็นอันขาด”


คนรับพยักหน้าทำตามคำไหว้วาน โดยไม่ถามอะไรเพิ่มเติมอีก พุ่มรักมองตามหลังไอ้โสนไปทางเรือนใหญ่  ด้วยความหวังที่มีเต็มหัวใจ


...คราวนี้เขาจะขอบอกทุกความนัย ไม่คิดหนีปัญหาเพราะความลังเลใจอีกต่อไปแล้ว


...


..


.


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-03-2018 08:02:10 โดย BitterSweet »

ออฟไลน์ BitterSweet

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +712/-2
...

..

.

   
นับเป็นครั้งที่สองแล้วที่พุ่มรักเฝ้ารอคนด้วยความกระวนกระวายบนศาลาริมคลอง ทว่าคราวนี้แตกต่างจากครั้งแรก เพราะไม่ใช่ดอกฟ้าจากเมืองเหนือ แต่เป็นดอกฟ้าผู้งามสง่าไม่แพ้ใดในลุ่มน้ำแม่กลอง แม้รู้ทั้งรู้ว่าคนคนนั้นอาจไม่มาหาเนื่องด้วยวันนี้เป็นวันเปิดคลอง ซึ่งท่านขุนฟ้าต้องคอยดูแลจัดการรับเสด็จ กระนั้นเขาก็ยังรอด้วยความหวัง พยายามชะเง้อคอมองยังต้นสวน 


และแล้วเพียงไม่นานเขาก็ได้เห็นเงาตะคุ่ม ๆ ค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ หัวใจของพุ่มรักลิงโลดด้วยความตื่นเต้น พลันทุกสิ่งกลับหดฟีบลงเมื่อเห็นร่างนั้นชัดถนัดตา เพราะผู้ที่มาเยือนกลับเป็นหญิงสาวในชุดล้านนาบอบบาง พร้อมด้วยบ่าวรับใช้อีกสามสี่คน เขารีบลงไปนั่งบนพื้นยกมือไหว้คนมีศักดิ์สูงกว่า ซึ่งอีกฝ่ายก็แย้มยิ้มตอบรับเอ่ยถามเสียงหวาน
   

“มายะอะหยังรึอ้าย”
   

“มะ...มารอคนขอรับ”


พุ่มรักตอบตะกุกตะกัก รู้สึกเกร็งขึ้นมาทันที ด้วยทั้งประหม่าเมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่เขาเคยปอง และยังมีความสับสนในสมองว่าทำไมคนที่มาถึงกลายเป็นเจ้าอิงฟ้าไปได้ หรือไอ้โสนมันจะส่งจดหมายพลาดอีกแล้ว!


“ประเดี๋ยวพิธีจะเริ่มแล้ว อ้ายมิไปร่วมงานต้วยก้อเจ้า”


ตามปกติเขาคงรีบตอบรับคำชวนด้วยความปลื้มปิติไปแล้ว เพราะนี่นับเป็นโอกาสงามที่จะได้ใกล้ชิดเจ้าอิงฟ้า แต่ในยามที่เขามัวพะวงกับเรื่องอื่น เขาคงไม่อาจมีใจรื่นรมย์มากพอไปร่วมงานได้


“กระผมทราบขอรับ แต่กระผมมีคนสำคัญที่ต้องรออยู่”


พุ่มรักเลือกที่จะปฏิเสธอย่างไม่ลังเล ซึ่งเจ้าอิงฟ้าพยักหน้าเข้าใจพร้อมฝากคำอวยพรทิ้งท้าย


“เช่นนั้นข้าเจ้าขอฮื้ออ้ายพบคนตี๊รออยู่โวย ๆ เน้อเจ้า”


ดอกไม้งามเมืองเหนือเดินจากศาลาริมคลองพร้อมบ่าวรับใช้ ปล่อยให้พุ่มรักถอนหายใจด้วยความปลงในโชคชะตาสุดอาภัพ 


...ทำไมชีวิตเขามันถึงได้วุ่นวายอย่างนี้  สวรรค์ถึงส่งให้คนมาถูกที่แต่ผิดเวลา หรือคนที่รออยู่จะมาไม่ได้เสียแล้ว อันที่จริงก็ไม่น่าแปลก เพราะเขาทำผิดต่อท่านขุนฟ้ามากเพียงนั่น ใครจะอยากกลับมาเจอหน้าอีก แต่เขาก็ยังเขียนจดหมายไปหาด้วยความหวัง 

...เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อน ...เจ้าอิงฟ้าไม่ได้พูดถึงเรื่องจดหมายเลย แสดงว่าท่านไม่ได้รับ แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ไหน... 


“มิใช่ว่าส่งจดหมายให้ผิดคนอีกรึไร”


คำเฉลยเป็นเสียงถามจากด้านหลัง พุ่มรักรีบหันกลับไปพบคนซึ่งเฝ้ารอเดินเข้ามาใกล้พร้อมชูกระดาษในมือ หัวใจที่หดลงของเขากลับมาพองโตอีกครั้ง อย่างน้อยเขาก็รู้แล้วว่าท่านขุนได้อ่านมัน 


“มิผิดแน่ขอรับ กลอนบทนั้นกระผมตั้งใจมอบให้ ‘ท่านขุนฟ้าภักดีภิรมย์’ ขอรับ”


เขาเน้นย้ำชื่อชัดเจนด้วยน้ำเสียงจริงจัง  ก่อนจะพรั่งพรูความในใจทั้งหมดออกมาโดยปราศจากความลังเล
   

“กระผมขอโทษขอรับที่ไม่ได้บอกท่านขุนเสียตั้งแต่แรก เป็นความจริงที่กระผมส่งจดหมายให้ผิดคน แต่สิ่งที่กระผมทำให้ท่านขุนทั้งหมด กระผมไม่เคยฝืนใจหรือคิดรังเกียจท่านแม้แต่น้อย กระผมชอบช่วงเวลาที่ได้อยู่กับท่านขุน ได้พายเรือชมสวน ได้สอนท่านเป่าขลุ่ย ได้พูดคุยเรื่องต่าง ๆ กับท่าน  ทุกสิ่งกระผมทำด้วยใจทั้งสิ้น หากกระผมสร้างความขุ่นเคืองใด ๆ ให้ท่านขุน ขอเชิญท่านขุนเชิญลงโทษกระผมเถิด กระผมยินดีรับผิดทุกอย่างขอรับ”
   


สำหรับพุ่มรัก สิ่งที่น่ากลัวกว่าบทลงโทษ คือ....ความกลัวที่จะทำให้ท่านขุนเจ็บปวดใจ    


ท่านขุนฟ้านิ่งเงียบจนพุ่มนึกหวั่น  แต่แล้วก็เดินเข้ามาใกล้พลางยื่นกระดาษส่งให้จนเขาต้องขมวดคิ้วถาม   


“อะไรรึขอรับ”


“พุ่มยังมิได้จดหมายตอบของฉันมิใช่รึ”
   

คนตรงหน้าตอบกลับมาง่าย ๆ แม้จะยังไม่เข้าใจ แต่เขาก็เปิดกระดาษแผ่นนั่นออก อ่านข้อความที่ร้อยเรียงซึ่งส่งผลให้หัวใจของพุ่มสั่นไหว



                            อันดอกฟ้า เพียงดอกไม้ เช่นดาษดื่น       นับมีอื่นสักหมื่นแสนให้สรรหา
             หากแม้นเลือกแล้วว่าใช่ที่ต้องตา                    ขอจงพาดวงใจนั้นมาต้องกัน
                  ด้วยเพราะชิดสนิทใกล้ยิ่งติดตรึง                   มิอาจถอนความคำนึงถึงจอมขวัญ
              หวังเคียงคู่ครองมิ่งหมายในชีวัน                   สัญญามั่นผูกพันตราบชั่วนาน

                                                                                                  ฟ้า




ไม่คิดมาก่อนว่าท่านขุนจะแต่งกลอนได้หวานถึงเพียงนี้ ที่สำคัญมันคล้ายกับกลอนสารภาพรัก จนทำให้ใบหน้าของคนอ่านร้อนวูบ  แต่อย่างน้อยจดหมายในมือนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าท่านขุนไม่โกรธเขาแล้ว เพียงแต่ท่านคงไม่ลืมบทลงโทษจนต้องเอ่ยทวง


“ที่พุ่มบอกให้ฉันลงโทษได้ เช่นนั้นฉันจะขอลงโทษให้พุ่มสอนฉันเป่าขลุ่ย จนกว่าฉันจะพอใจได้หรือไม่”


เป็นทางเลือกที่ดีกว่าถูกหวายเฆี่ยนไปไกลโข เขาที่เต็มใจทำอยู่แล้วจึงรีบพยักหน้าด้วยความยินดี


“ได้ขอรับ กระผมจะสอนเอง”


พุ่มรักยิ้มกว้าง ดีใจที่ความสัมพันธ์ระหว่างท่านขุนฟ้าและเขากลับมาเป็นเหมือนดั่งเดิม  กระนั้นท่านขุนมิได้หยุดแค่เพียงคำขอเดียว


“แล้วฉันยังมีอีกอย่างที่อยากให้พุ่มสอน”


ในตอนนี้จะเป็นอะไรเขาก็ไม่ปฏิเสธทั้งนั้น เขากำลังจะขยับปากถาม หากแล้วก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อสบนัยน์ตาคมทอประกายตรึงเขาไว้เหมือนเช่นเดิมอีกครั้ง ผิดแต่คราวนี้ใบหน้าของอีกฝ่ายโน้มลงมาใกล้จนแนบชิด ก่อนจะได้ยินคำกระซิบข้างหู


“...พุ่มต้องสอนให้ฉันชอบพุ่มมากขึ้นทุกวันด้วย”


คำเพียงแผ่วเบา ทว่ามันกลับดังสะท้อนก้องลงกลางความรู้สึก จนหันใจของพุ่มรักเต้นรัวระราวทะลุออกจากอก เพราะมันช่วยตอบคำถามที่เขาเคยสงสัย


...ตอนนี้เขารู้แล้วว่าความ ‘ชอบ’ ของท่านขุนนอกจากกลอนและดนตรีแล้วคืออะไร


“ขะ...ขอรับ”


คนเขินก้มหน้าแดงก่ำพูดตอบ ท่านขุนยิ้มบางมองอย่างพึงใจ แล้วชวนให้เขากลับไปยังหน้าตลาด


“ไปกันเถิด พิธีเปิดคลองจะเริ่มแล้ว”


พุ่มพยักหน้า แล้วจึงเดินเคียงกันไปกับท่านขุนฟ้า ปล่อยให้มือทั้งสองขยับเข้าหากันให้ไออุ่นตลอดทางเดินในสวน 


สำหรับพุ่มรักเขาไม่รู้หรอกว่าความสัมพันธ์ของเขากับท่านขุนฟ้าต่อไปจะเป็นเช่นไร แต่ตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาตระหนักได้ชัดเจนในใจว่า...



...ในที่สุดพุ่มไม้น้อยก็เอื้อมถึงดอกฟ้าได้แล้ว


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                  จบ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-03-2018 07:56:36 โดย BitterSweet »

ออฟไลน์ kinjikung

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3210
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-8
นึกว่าพุ่มจะโดนเฆี่ยนหลังลายซะแล้ว ดอกฟ้าโน้มลงมาหาเองเลย

ออฟไลน์ ชีพจอน.

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 10
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
สงสารท่านขุนตอนรู้ว่าพุ่มส่งจดหมายผิด
แต่ก็ดีใจที่เคลียร์ใจกันได้เร็ว

แอบอยากให้มีเรื่องยาวจังเลยค่ะ :mew2: :mew2: :mew2:

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1232
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
ชอบมากค่ะ

ออฟไลน์ PiSCis

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 377
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-2
ชอบค่ะ :impress2:

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5329
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-6

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4282
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-7
ตอนส่งจดหมายให้ท่านขุนครั้งแรกนี่แอบคิดว่าแย่แล้ว! ผิดตัวจริงด้วย ฮา
ภาษาสวยค่ะ กลอนก็เพราะดี
ขอบคุณคนเขียนค่ะ

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2755
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
อยากอ่านตอนเค้าหวานกันมากกว่านี้ได้ฤาไม่ออเจ้า  o14 o14 o14

ออฟไลน์ WASAWATTE

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 210
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
อยากให้เป็นเรื่องยาว
อ่านแล้วติดอ่า ชอบๆ

ออฟไลน์ Naamtaan22

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ภาษาที่ใช้สวยมากค่ะ ไม่คิดว่าจะได้อ่านเรื่องแนวนี้แบบเป็นพีเรียดย้อนยุคแล้วไม่ดราม่า  สนุกมากเลยค่ะชอบค่ะ :mew1:

ป ล.กระแสแม่หญิงการะเกดมาแรงจริงๆ

ออฟไลน์ donutnoi

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2337
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-6
ชอบๆๆๆๆๆๆๆ ค่ะ   น่าจะยาวกว่านี้อีกนิดดดดดดดดดดดดดดดด    :mew1: :m
 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 604
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-2
โอ้ยยยยยยย อยุธยาโรแม๊น  :hao7: 5555555555555555

ออฟไลน์ Minzero

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 48
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

กรี๊ดดดด ฟิน :impress2:

ออฟไลน์ Psycho

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 365
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
ทำไมดีต่อใจขนาดนี้

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3732
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
หวานอ่ะ อิอิ

ออฟไลน์ nevergoodbye

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1326
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-2
ขออีกได้รึไม่เจ้าคะ  :o8:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Lilyrum

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-2
เขินมากเลยเจ้าค่ะ

ออฟไลน์ AdLy

  • ไม่ได้ Korea Fever แค่รัก ดงบังและเอสเจ เท่านั้น
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 645
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
ขออีกสักนิดได้ไหมเจ้าค่ะ

ออฟไลน์ Pittabird

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 849
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
น่ารัก หวานละมุน ย้อนยุคก็ฟินได้ :-[ ขอบคุณมากค่ะ

ออฟไลน์ nittanid33333

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
 :o8: :o8: :o8: :o8: :o8: :o8: :o8: :o8: :o8: :o8:
เขิลลลลล น่ารักมากกกกกกก

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5935
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-9
อยากอ่านต่อออออออ :call:

ออฟไลน์ skykick

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 58
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
   

            มีความพีเรียด  :impress2:





ออฟไลน์ aoihimeko

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-8
เขิน :mew3:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6949
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +267/-2
แต่กลอนเก่งมากเลยค่า

ออฟไลน์ no.fourth

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 928
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0

ออฟไลน์ Petit.K

  • Petit parapluie
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 876
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
ลุ้นแทบแย่ ว่านุ้งพุ่ม จะโดนหวายมั้น 5555555ที่ไหนได้เสน่ห์แรงจนท่านขุนหลงรัดเลย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด