Love Story ธันว์-ไนท์...หัวใจใกล้กัน ตอนจบ [22-01-2018]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Love Story ธันว์-ไนท์...หัวใจใกล้กัน ตอนจบ [22-01-2018]  (อ่าน 13696 ครั้ง)

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7621
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
เมื่อไหร่ธันว์ กับไนท์ จะเปิดใจกัน คุยกันให้ชัดเจนซักที  :เฮ้อ: :เฮ้อ: :เฮ้อ:
ทั้งที่จูบกันไปแล้ว แล้วดูเคมีต้องกันซ้า  :-[
หึงกันไป งอนกันมา ทั้งที่หวั่นไหวกันไปแล้ว  :z3: :z3: :z3: 
ซีก็ตามธันว์เฉยเลย
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: 

ออฟไลน์ FeaRes

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 746
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
มองในแง่ดีไม่ได้อ่าาาา นี่มันไม่ใช่เข้ามาห้ามแต่เรียกว่าเข้ามาขัด!
ธันว์ๆๆๆ สนใจไนล์ก่อนเซ่ แล้วก็ยังไม่รู้ว่าไนล์ไม่ได้คุยกับโชนแล้ว เห้อออ
คุยกันสิ คุยกันน เคลียร์กันนน จะร้องไห้อยู่แล้วยังจะไม่เคลียร์กันอีกก //ตี
 :serius2:

ออฟไลน์ Pithchayoot

  • พิชญ์ชยุตม์
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 370
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-2
อย่ารุนแรงมากน้าาา  เค้าเป็นพวกหัวใจอ่อนแอ...TT

ออฟไลน์ Bboyseries

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
    • เพจนิยาย Bboyseries


ตอนที่ 8

ผมกลับถึงห้องคิดว่าจิตใจจะโปร่งขึ้นหากว่าได้นอนพัก
แต่พลันได้รับข่าวร้ายจนนอนไม่หลับ
เมื่อญาติจากต่างจังหวัดแจ้งมาว่าแม่ผมป่วยออดๆ แอดๆ
อยากให้ผมกลับไปเยี่ยม

ผมถามกลับว่าท่านเป็นอะไร ไปหาหมอหรือยัง
แต่ญาติที่ติดต่อมาไม่ได้บอกข้อมูลอะไรเพิ่ม
บอกแค่เพียงว่าหากหาเวลากลับมาเยี่ยมบ้านได้ก็ควรจะมา
ผมรีบรับปากว่าจะลาพักร้อนกลับไปให้เร็วที่สุด แต่ยังกำหนดวันไม่ได้
ญาติผมไม่ได้ว่าอะไร เข้าใจว่าแจ้งผมกะทันหันเกินไป

ผมนั่งถอนหายใจ นึกถึงเรื่องกระทบจิตใจที่ถาโถมเข้ามาสู่ใจพร้อมๆ กัน
แล้วรู้สึกปวดหัวขึ้นมาจนแทบระเบิด

วันใหม่ ผมเริ่มรู้ตัวว่าไม่สบาย แต่ก็ไม่ได้คิดจะหยุดงาน
ผมยังหอบร่างพาสังขารที่โดนทำร้ายจากพิษไข้ไปทำงานเช่นปกติ
อาศัยซื้อยาลดไข้กินพอประทังไว้ โดยพักเรื่องธันว์เอาไว้
พยายามไม่ครุ่นคิดอะไรให้หัวที่ปวดอยู่แล้วต้องปวดซ้ำ

อีกอย่างยังมีเรื่องใหญ่กว่านั้นที่ผมต้องคิดคือเรื่องที่แม่ไม่สบาย

ผมทำงานไปด้วยความยุ่งและวุ่นวายกับปัญหาที่ต้องแก้ระหว่างวันของฝ่ายไอที
มีเวลาว่างหน่อยก็ติดต่อหาที่บ้านไปเพื่อถามไถ่อาการของแม่
และแจ้งว่าผมลาพักร้อนกลับบ้านได้ในวันศุกร์นี้

ผมวางเพื่อนรอบกายในโลกโซเชี่ยลลงด้วยการไม่ติดต่อใคร
ไม่ว่าจะกับไอซ์ที่ยังคงตื้อส่งข้อความทักทายผมเป็นรายชั่วโมง
หรือกับใครคนอื่นที่ผมเคยรู้จักผ่านๆ มา

แน่นอนที่สุดว่าธันว์คือหนึ่งในนั้นที่ผมไม่ตามติดหรือไถ่ถามความเป็นไปของมันด้วย

แต่ตลอดทั้งวันธันว์มันก็ไม่ได้ส่งข้อความใดๆ มาหาผมเช่นกัน

จนหมดวันที่ผมกำลังจะเลิกงาน ซึ่งมืดกว่าปกติ
สายเรียกเข้าจากธันว์จึงดังขึ้นมา ผมกดรับสายมัน
ทักทายหามันด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า เพราะปวดหัวมาทั้งวัน

“ว่าไงธันว์”

“ทำไมเสียงมึงดูไม่ดีเลยไนท์” ธันว์มันทักถามกลับมา ผมจึงบอกออกไปตรงๆ

“กูไม่ค่อยสบายน่ะ”

“เฮ้ย เป็นอะไรมากป่าววะ แล้วตอนนี้มึงอยู่ไหน”
น้ำเสียงธันว์ดูตกใจหน่อยๆ แต่ผมรู้สึกยินดีได้ไม่เต็มใจนักเมื่อนึกถึงภาพที่มันกับซีอยู่ด้วยกันเมื่อวาน
และมันเพิ่งจะติดต่อหาผมมาจนเกือบจะมืดแบบนี้

“แค่ปวดหัว เพิ่งเลิกงานกำลังจะกลับห้อง” ผมตอบ เก็บของเสร็จลุกเดินออกจากแผนก
ระหว่างทางก็คุยกับธันว์ไป ไม่อยากทำตัวงี่เง่าด้วยการตัดสายมันทิ้ง อย่างน้อยก็คงไว้ซึ่งสถานะเพื่อน
แม้ผมจะเริ่มรู้ใจตัวเองว่าคิดกับมันเกินกว่านั้นก็ตาม

ผมเดินคุยกับธันว์จนลงมาถึงชั้นล่างของตึก
ไม่ได้คุยเรื่องที่จะไปฟิตเนสกันเหมือนเช่นทุกเย็น
นึกสงสัยอยู่หรอกว่าทำไมธันว์มันไม่ชวนผมไป
จะเป็นเป็นเพราะด้วยมันรู้ว่าผมไม่สบายหรือเพราะมันไม่อยากให้ผมไปขัดคอตอนมันคลุกคลีกับซี
ที่น่าจะนัดกันมาก็สุดจะเดาได้    

ผมขอวางสายจากธันว์เพื่อจะเดินไปขึ้นรถกลับห้องที่หน้าตึก
มันยอมวางโดยง่าย ผมยืนถอนหายใจไล่ความล้าทั้งหมดทิ้ง
กำลังจะก้าวเดิน พลันต้องตกใจเมื่อมีมือหนึ่งมาคว้าข้อมือผมไว้

ผมไม่รอช้าที่จะหันไปมองว่าใครกันนึกอยากมาทักผมตอนนี้

“ไอ้ธันว์” ผมเอ่ยชื่อเรียกธันว์ออกมาเบาๆ
เมื่อมองไปทางนั้นแล้วเห็นธันว์มันยืนหน้านิ่งมองผมอยู่

“มึงมาที่ตึกกูได้ไง” ผมถามใหม่ แกะมือธันว์ออก
รู้สึกเกรงใจสายตาคนที่เดินผ่านไปมาอยู่
ธันว์มันยอมปล่อยโดยง่าย แล้วตอบคำถามที่ทำให้ผมอึ้งไป

“กูมารอรับมึงนานละ เห็นมึงไม่ลงมาซะทีเลยโทรตามนั่นล่ะ”

“ทำไมต้องมารับกู” ผมถาม ธันว์มันจ้องหน้าบอก

“ก็กูอยากมา”

ผมหลบตา ตอนนี้ผมกลายเป็นคนไม่กล้าจ้องตาขึ้นมาธันว์มันขึ้นมาซะอย่างนั้น
นาทีต่อมาธันว์มันยกมือขึ้นแตะหน้าผากผมถามใหม่

“ไม่สบายเป็นไงบ้าง ไปหาหมอมั้ย”

“ไม่อ่ะ กูซื้อยามากินละ มึงอย่าทำแบบนี้เดี๋ยวคนมอง” ผมตอบปัดมือธันว์ออก
นั่นล่ะเสียงมันจึงเข้มขึ้นคล้ายดุ

“มึงนี่มันแคร์จิตใจใครไปทั่วนะไนท์ ยกเว้นกูเนี่ย”

“มันไม่ใช่แบบนั้น นี่มันตึกที่ทำงานกู” ผมอธิบาย ธันว์มันถอนหายใจเบาๆ
ก่อนจะชวนผมเดินไปยังที่จอดรถของมัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-01-2018 11:52:26 โดย Bboyseries »

ออฟไลน์ Bboyseries

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
    • เพจนิยาย Bboyseries

ผมยอมเดินตามธันว์ไปห่างๆ ทำไมพอรู้ว่าหัวใจผมคิดยังไงกับมัน
ผมถึงกลายเป็นคนกล้าๆ กลัวๆ ที่จะเดินคู่กับมันก็ไม่รู้

“เดินช้าแบบนี้ไหวมั้ยวะมึง ไปหาหมอเถอะ เดี๋ยวกูพาไป”
ธันว์มันหยุดหันมาว่าตอนเดินมันถึงรถแล้ว
ผมไม่รู้จะตอบว่ายังไงจึงเดินก้มหน้าก้มตาไปเงียบๆ
กระทั่งเข้าไปนั่งคู่กับธันว์บนรถมันก็ถามอีก

“ไม่พูดไม่จาแบบนี้สงสัยต้องจับฉีดยาซะล่ะมั้งถึงจะหาย”

“มึงอย่ามาทะลึ่งไอ้ธันว์” ผมหลุดคำพูดแรกออกไป
เข้าใจในความหมายแฝงของมันดี

ธันว์มันหันมามองจ้องหน้าว่า

“ขู่แค่เนี่ยปากไวขึ้นมาเลยนะที่รัก”

“มึงอย่ามากะล่อนกับกูให้มากนัก ขับรถไป กูอยากกลับห้องไปนอนพัก”
ผมยกมือปัดหน้ามันหนีไปทางอื่น

“เขินอะไรกูวะ แต่ก่อนไม่เห็นเป็นเลย” ธันว์มันยังไม่วายเหย้าแหย่อีก
ผมเลยทำท่าจะลงจากรถ เอ่ยว่า

“ถ้ามึงไม่รีบออกรถกูลงเดินไปขึ้นรถหน้าตึกกลับเองนะไอ้ธันว์”

“จ้า ขู่จัง ยอมไม่รู้จะยอมยังไงแล้วเนี่ย” ธันว์มันว่า ยอมเคลื่อนรถออกไปตามเส้นถนน
ผมจึงกลับมานั่งเงียบเสียงตามเดิม ครู่หนึ่งธันว์มันจึงถามย้ำอีก

“ไม่ไปหาหมอแน่นะ”

“อืม” ผมตอบสั้นๆ

“แล้วหิวมั้ย แวะกินอะไรก่อนป่าว” ธันว์มันถามอีก
คราวนี้ผมผมอดที่จะมองจ้องหน้ามันไม่ได้
ยังไม่ทันพูดอะไรธันว์มันก็เอ่ยออกมาซะก่อน

“มองอะไร ถามแค่นี้ไม่ได้ไง”

“ถ้ากูบอกใช่มึงจะขับรถไปเงียบๆ มั้ย”
ผมไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ จึงบอกออกไปแบบนั้น

ไม่รู้สิ นึกถึงเมื่อวานกับวันนี้ธันว์มันดูเป็นคนละคนยังไงยังงั้น

เมื่อวานมันเพิ่งจะเอาใจซีต่อหน้าผม แล้ววันนี้มันจะมาเอาใจผมเพื่อต้องการอะไร

ธันว์มันยอมเงียบเสียงลงจริงๆ ตามที่ผมบอก ผมจึงกลับมานิ่งดังเดิม
รู้สึกล้าจนอยากจะงีบหลับ แต่มันไม่น่าใช่สิ่งที่ควรจะทำ
กับการที่จะต้องหลับพักสบายแล้วให้คนที่มีน้ำใจมารับ
ต้องขับรถฝ่าจราจรอันแน่นขนัดในตอนเย็นไปเพียงลำพัง
ผมจึงฝืนร่างกายนั่งคู่ไปกับธันว์จนรถติดไฟแดง

“เพลียก็ปรับเบาะนอนก่อนมั้ยไอ้ไนท์ ไม่ต้องฝืนหรอก
กูไม่ใช่คนที่มึงจะต้องมาเกรงใจนะ”
ธันว์มันหันมามองเอ่ยบอก ผมปากแข็งไป เพราะนึกเกรงใจมันจริงๆ

“กูไม่เป็นไร มึงขับรถไปเถอะ ไม่ต้องมาสนใจกูมาก”

“เห็นมั้ยว่ามันติดไฟแดง ให้กูขับฝ่าไปเลยมั้ยล่ะ จะได้ตายโหงคู่กันเนี่ย 
อาการดื้อกะกูเนี่ยมึงยังไม่หายอีกหรือไง เห็นเป็นมาแต่เมื่อวานละนะ”
ธันว์มันขึ้นเสียง ผมขี้เกียจเถียงกับมันจึงปรับเบาะเอนนอน

“ก็แค่เนี่ย หนาวป่าวเดี๋ยวกูปรับแอร์ให้” ธันว์มันส่งเสียงมาอีก ผมจึงบอกปัด

“เออ มึงจะทำอะไรก็ทำเถอะ”

ผมเผลอหลับไปในตอนไหนไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนธันว์มันปลุก
ผมงัวเงียลุกนั่งตัวตรง รู้สึกหนักอึ้งที่หัว จนเผลอยกมือขึ้นกุม

“ไหวมั้ยวะมึง ปะ ถึงโรงพยาบาลละ”

โรงพยาบาล ผมนึกทวนสิ่งที่ธันว์มันบอกในใจก่อนจะหันมองรอบบริเวณ
ธันว์มันจอดรถไว้ในเขตโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งจริงๆ

ผมหันกลับมามองหน้าธันว์เอ่ยบอก

“บอกแล้วไงว่ากูซื้อยามากินแล้ว มึงพากูมาหาหมอทำไมไอ้ธันว์”

“มึงอย่าดื้อได้มั้ยไอ้ไนท์ ตัวมึงร้อนยังกะไฟ
ยาที่มึงซื้อมากินเมื่อไหร่มันจะหาย”

ผมเงียบ มันก็จริง ยาลดไข้ที่ผมซื้อมากินตอนเช้ายันตอนเที่ยง
ไม่ได้ทำให้พิษไข้ผมลดลงเลยสักนิด

แต่ก็นั่นล่ะ ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมของผม ผมจึงบอก
   
“บัตรประกันสังคมกูไม่ได้อยู่ที่นี่”
   
“คือกูพามึงมากูต้องจ่ายให้ป่ะวะ บัตรนั่นถ้ามึงจะใช้มึงก็ไปใช้ของมึงเอง
อย่าพูดมาก ลงไปหาหมอให้เขาตรวจดูได้แล้วว่ามึงไม่ได้เป็นอะไรมาก
กูจะได้สบายใจ ห่วงนะโว้ยถึงพามาเนี่ย”
   
ผมเงียบ ยอมลงจากรถอย่างว่าง่าย

ที่สุดธันว์มันก็พาผมไปยังเวชระเบียนเพื่อติดต่อขอพบหมอจนได้
   
ระหว่างเดินมาหาที่นั่งรอพบหมอผมชาหน่อยๆ เมื่อมีเสียงหนึ่งเรียกชื่อ
   
“พี่ไนท์”
   

ออฟไลน์ Bboyseries

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
    • เพจนิยาย Bboyseries

ผมหยุดหันไปมองเห็นโชนยืนยิ้มให้อยู่
ผมหันกลับไปมองทางธันว์ซึ่งขณะนี้สังเกตเห็นได้ชัดว่าสีหน้ามันเรียบเฉย
ต่างกับตอนที่มันเดินพาผมมา ใจหายเมื่อธันว์มันเอ่ย
   
“กูรอในร้านกาแฟโน่นนะ ยังไงคุยกะน้องเขาก่อนก็ได้
ตรวจเสร็จเดี๋ยวกูกลับมาหา ขอตัวนะโชน”
   
ธันว์เดินลิ่วๆ ไปยังร้านกาแฟที่ว่าโดยไม่รอฟังคำพูดใดๆ จากผมหรือโชนเลย
ผมได้แต่มองตามหลังจนเห็นมันเดินไปสั่งเครื่องดื่มตรงเคาน์เตอร์จึงหันมาคุยกับโชน
   
“ไม่สบายเหรอโชน”
   
“เปล่าครับ ไอ้ต้าร์น่ะ โชนแค่พามันมา ตอนนี้มันตรวจอยู่”
โชนบอก ผมพยักหน้าเข้าใจ โชนจึงชวนผมหามุมนั่งคุย
   
“พี่ไนท์ไม่สบายเหรอครับ”
   
“อืม”
   
“แล้วเป็นอะไรมากมั้ย ทำไมไม่โทรหาโชน ถ้าจะมาที่นี่ โชนจะได้ไปรับ”
   
“พี่ไม่ได้จะมาแต่ไอ้ธันว์มันพามาน่ะ จริงๆ ก็แค่เวียนหัวแหละ แต่ไอ้ธันว์มันคงคิดว่าพี่เป็นหนัก”
   
“ดูพี่ธันว์ห่วงพี่ไนท์เนอะ”
   
“ตามประสาเพื่อนน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”
   
“มีโชนก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ครับ”
   
“จริงสินะ พี่กับโชนไม่ได้เหมือนเดิมแล้วนี่นา”
   
“แต่เราก็ยังเป็นพี่เป็นน้องกันอยู่ มีอะไรพี่ไนท์ก็ยังติดต่อโชนได้นะ”
   
“อืม ไว้เดี๋ยวพี่ติดต่อไป”
   
“ทำไมอ่ะ ยังไม่ถึงคิวตรวจเลย จะไม่คุยกับโชนแล้วเหรอ”
   
“ก็พี่ไม่สบายไง เดี๋ยวโชนจะติดไข้เอา”
   
“จริงป่าว กลัวพี่ธันว์หึงป่าว ดูดิ มองมาใหญ่เลย”
   
“อย่าไปมองแซวมันน่าเดี๋ยวมันเตะพี่เอา”
   
“สายตามองมาแบบนี้คงไม่เตะมั้ง คงทำอย่างอื่นมากกว่า”
   
“ไม่เตะงั้นก็คงต่อยน่ะแหละ”
   
“แล้วถ้าไม่ต่อยไม่เตะล่ะ”
   
“เฮ้อ เลิกมองมันและก็หยุดแซวได้แล้ว เดี๋ยวมันปล่อยพี่กลับห้องเองหรอก”
   
“อ้าว โชนก็นั่งหัวโด่อยู่นี่ กลัวไรอ่า โชนไปส่งพี่ไนท์ให้ก็ได้ถ้าพี่ธันว์ทำงั้น
แต่พี่ธันว์เขาไม่ทำหรอก เชื่อดิ”
   
“ทำไมโชนมั่นใจขนาดนั้น”
   
“โชนมองออกน่า”
   
“อืม เลิกคุยถึงมันเถอะ พี่ขอนั่งเงียบๆ รอตรวจนะ”
   
“โชนนั่งด้วย รอไอ้ต้าร์มันออกมาพอดี แต่ขอโชนแตะหน้าผากหน่อยดิ ว่าพี่ไนท์ตัวร้อนมากป่าว”
   
โชนยกมือขึ้นแตะหน้าผากผมจริงๆ

ด้วยความที่โชนขอมาอย่างสุภาพผมเลยไม่ปัดป้องใดๆ
สักพักโชนจึงวางมือลงเอ่ยยิ้มๆ
   
“ก็น่าจะไข้สูงนะ พี่ธันว์เขาก็ใช้ได้นะเนี่ย ดูอาการคนใกล้ตัวเป็นด้วย
เอาใจใส่พามาตรวจอีกต่างหาก คบเลย คนนี้โชนเชียร์”
   
“เหอะ โชนยังไม่รู้จักมันดีเหมือนพี่โชนก็พูดได้ดิ”
   
“ทำไมอ่า พี่ธันว์เจ้าชู้เหรอ”
   
“ดูคนออกด้วยเหรอเรา”
   
“โห หน้าตาขนาดนั้น หุ่นขนาดนั้น จะเหลือเหรอครับ”
   
“อืม มั้ง พี่ไม่คุยจริงๆ ละนะ โชนจะนั่งต่อมั้ย”
   
“โชนไปรอไอ้ต้าหน้าห้องตรวจโน่นก็ได้ มีอะไรโทรหาโชนนะ”
   
โชนเดินจากไปแล้ว ผมอดไม่ได้ที่จะหันไปมองยังมุมที่ธันว์มันนั่งอยู่
รู้สึกหายใจไม่ทั่วปอดยังไงไม่รู้เมื่อเห็นธันว์มันเดินหน้าตึงเดินตรงมากลับมาหา
ไม่นานมันก็พาร่างมันนั่งลงข้างผมเอ่ยว่า
   
“กูยังต้องรอมึงอยู่มั้ย”
   
“มีนัดกับใครมึงก็กลับไปดิ” ผมปากไวว่ามัน

มาถึงก็ถามคำถามแปลกๆ แบบนี้ มันพาลกันชัดๆ
   
“เจอเด็กเข้าหน่อยถีบหัวกูส่งทั้งปีนะมึง” ธันว์มันสวนกลับ ผมจึงว่าให้บ้าง
   
“แล้วมึงกลับป่ะละ ก็ยังนั่งกวนประสาทกูอยู่นี่”
   
“ปากดี แล้วมีปัญญาจ่ายมั้ยค่ายาที่นี่ มีกูจะได้กลับ”
   
“มึงอย่าดูถูกกูมากไอ้ธันว์ ถ้ามึงอยากกลับมึงก็กลับ อย่ามาพูดจาเหี้ยๆ แบบนี้กับกู”
   
ผมจ้องหน้าธันว์ เมื่อรู้สึกหวั่นไหวในคำพูดเชิงดูถูกของมัน
แต่แทนที่ธันว์มันจะสำนึกว่าผมกำลังตกอยู่ในภาวะเสียความรู้สึก
ซึ่งคงส่งผ่านไปบ้างทางแววตา มันกลับว่าให้ผมต้องช้ำหนักกว่าเดิม
   
“เออ กูไปก็ได้ มึงไม่ต้องไล่ซ้ำหรอก
ค่ายาถ้าไม่มีก็ไปขอเด็กมึงเอาเองละกันนะ”
   
ธันว์ลุกเดินผ่านร่างผมไป ผมฝืนแข็งใจไม่มองตาม
นึกเสียใจที่ธันว์มันไม่ดีกับผมให้ตลอดรอดฝั่ง

แล้วแบบนี้ผมจะกล้าเปิดใจคุยเรื่องความรู้สึกกับมันตรงๆ ได้ยังไง?

โปรดติดตามตอนต่อไปครับ

.........................................................

ผ่านมา 8 ตอนกันแล้ว เป็นยังไงกันบ้างครับ
ชอบหรือไม่ชอบยังไง พูดคุยกันได้น้า
จะพยายามอัพไม่ให้ขาดตอน อ่านยาวๆ กันไปจนจบ
แต่กระทู้หล่นเร็วมาก ยังไงใครที่ชื่นชอบ
ฝากร่วมด้วยช่วยกัน ดูแลกระทู้กันหน่อยเนอะ  :mew2:

.....................................................................................

@fahsai จริงๆ ไนท์ก็เกือบใจอ่อนละน้า แต่ดูธันว์ทำดิ #ทีมไนท์ จ๊าก ผู้เขียนลำเอียง อิอิ

@♥►MAGNOLIA◄♥ เอาใจช่วยทีมไหนครับเนี่ย เลือกไม่ได้  #ทีมคนเขียน ก็ได้นะ แหะๆ

@FeaRes แบบนี้แหละลิ้นกับฟัน ตอนได้เสียกันแล้วจะรู้สึก เอ๊ะ ยังไง อิอิ

@พิธ นอกเรื่องได้มั้ย รูปประจำตัวน่ารักอ่า ชอบๆ

@ ทุกคนที่ติดตาม ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันครับผม


ออฟไลน์ FeaRes

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 746
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
อันนี้ไม่โทษโชนเลยนะ น้องเขาก็ดี พูดดีคุยดี ดีกว่าตอนก่อนหน้านี้อี---
ธันว์อย่าหึงงี่เง่าเซ่ //ตีๆ ไนล์กลับเองแน่ๆเลย...

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1978
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
ชอบค่ะคุณบอย  สนุกมากกกก
ธันว์ขี้หึงมากนะเนี่ย  เมื้อไหร่จะได้เปิดใจกันละเนี่ย

ออฟไลน์ Bboyseries

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
    • เพจนิยาย Bboyseries

ตอนที่ 9

ผมเดินเข้าห้องตรวจด้วยอาการล้าในใจ ให้ข้อมูลกับหมอตามอาการ
หมอลงความเห็นว่าแค่ไข้ธรรมดา ไม่ได้มีอะไรน่าห่วงมาก

เฮ้อ ร่างกายผมไม่ได้เป็นอะไรมากก็จริง แต่จิตใจข้างในผมนี่สิ มันเริ่มล้าพิกล

ผมเดินออกมาจากห้องตรวจ ชะงักไปเมื่อเห็นธันว์มันกลับมานั่งผมอยู่ที่เดิม
อย่าบอกนะว่ามันกลับมารอผม ผมยืนสบตามันอยู่หน้าห้องตรวจ สักพักธันว์มันจึงเดินตรงมาหาผม เอ่ยถาม

“หมอว่าไงบ้าง”

“เป็นมะเร็ง อยู่ได้แค่ถึงพรุ่งนี้” ผมตอบกวนออกไป นึกถึงอาการและถ้อยคำสุดท้าย
ที่ธันว์มันว่าใส่หน้าผมก่อนเดินจากไปจึงไม่พร้อมจะพูดดีกับมันนัก

“คือกูกลับมานี่เพราะห่วงปะ ทำไมต้องกวนวะ”ธันว์มันว่า อย่างว่าแหละ ผมกับมันคบกันมานาน
มันก็น่าจะดูอาการผมออกว่าผมไม่ได้ตอบคำถามมันจริงจัง

“แล้วใครให้มึงกลับมา” ผมว่าแล้วเดินไปทางแผนกรับยา
ธันว์มันเดินขึ้นมาตีคู่เอ่ยขึ้น

“เมื่อกี้กูขอโทษ กูแค่โกรธที่มึงไล่กู”

“ช่างมันเถอะ แล้วนี่มึงกลับมาทำไม” ผมบอกปัดแล้วถาม

“ก็มาดูแลมึงต่อไง สรุปเป็นอะไรมากมั้ย” ธันว์มันเหมือนจะกลับมาดีดังเดิม
ผมไม่มีเหตุผลที่จะกวนมันกลับ จึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเช่นปกติ

“แค่ไข้ธรรมดาน่ะ”

“ก็ดี โล่งอกไป กูจะได้ไม่ต้องจ่ายค่ายาเยอะ” ธันว์มันว่ากลับมา ผมหันมองมัน
กำลังจะด่ามันกลับ แต่ไม่ทัน เพราะธันว์มันชี้หน้าเอ่ยสั่ง

“หยุด รู้นะว่าจะด่ากู กูแค่แหย่เล่น เป็นหมื่นกูก็จ่ายได้ถ้ามึงจะหาย”

ธันว์มันเดินไปทางแผนกรับยา ไม่สนใจว่าผมกำลังยืนมองมันด้วยความรู้สึกใด

แน่ล่ะ ผมกำลังรู้สึกสับสนว่าธันว์มันเป็นคนยังไงกันแน่
เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย โดนไบโพล่าร์กินหรือไงก็ไม่รู้ เออนะ ผมพาลมันไปถึงนั่น

ธันว์มันจ่ายค่ายาให้ผมเสร็จสรรพ ผมรั้นว่าจะจ่ายเองมันก็ไม่ยอมท่าเดียว
ผมจึงปล่อยมันให้มันทำอย่างที่มันอยากจะทำ

ออกจากโรงพยาบาล ธันว์พาผมไปกินข้าวพาผมไปกินข้าว แล้วจึงพากลับห้อง
ถึงห้องผมแทนที่มันจะกลับเหมือนเช่นเคยๆ มันกลับเอ่ยว่า

“กูขอค้างด้วยนะ”

“ห้องกูไม่ได้นอนสบายเหมือนห้องมึงนะ” ผมว่า โดนมันสวนกลับมาเสียงดุ

“เดี๋ยวกูเตะ มึงเห็นกูติดสบายตั้งแต่เมื่อไหร่”

ผมเงียบเสียง รู้สึกล้าร่างกายเกินกว่าจะตอบโต้ได้จึงพาธันว์มันขึ้นห้องไปเงียบๆ
เปิดประตูเข้าห้องและปิดประตูลงได้ ธันว์มันก็ตรงสวมกอดผมทางด้านหลังทันที
ผมตกใจนิดๆ แต่ก็ตั้งสติเอ่ยบอกมัน

“คือมึงให้กูวางของเก็บของก่อนได้มั้ยธันว์”

“ได้ แล้วหลังจากนั้นเราทำอะไรกันดีล่ะ” ธันว์ว่ากลับ มองจ้องตาผม จนผมหลบวูบแทบไม่ทัน

ออฟไลน์ Bboyseries

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
    • เพจนิยาย Bboyseries

“มองแค่เนี่ยจะละลายเลยเหรอมึง รีบหลบตากูเชียว” ธันว์มันว่าอีกยิ้มๆ ผมจึงผลักมันออกจากตัว ไล่มันไปนั่งอย่างคนเป็นแขก ซึ่งควรจะทำ

“มึงไปนั่งเฉยๆ ก่อนได้มั้ย เดี๋ยวกูเอาน้ำมาให้”

“เอาใจกูก็เป็นนี่ น่ารักจัง” ธันว์มันเอ่ยในตอนที่ปล่อยให้ผมเป็นอิสระได้
ผมเพียงส่ายหน้าให้มัน ก่อนจะเดินไปวางของที่ติดมือมา
จัดการเปิดแอร์ แล้วตรงไปทางตู้เย็น คิดจะไปเอาน้ำมาให้ธันว์

มือกำลังจะเปิดตู้เย็น ธันว์มันก็เดินมาประกบด้านหลังเอ่ยบอก

“กูดูแลตัวเองได้ มึงไปอาบน้ำกินยานอนพักเถอะไป”

ผมหันมาส่งสายตาเป็นเชิงเตรียมจะบอกว่า
นี่ไม่ใช่หน้าที่แขกของห้องที่ต้องทำในตอนที่ใบหน้าผมกับธันว์ใกล้กันแค่คืบ
แต่ก็ช้ากว่าธันว์ที่ส่งสายตาดุๆ สั่งผม พร้อมเอ่ย

“อย่าดื้อ ไม่งั้นกูจูบ”

“คิดว่ากูกลัวเหรอ” ผมว่ากลับ คิดจะหันกลับไปจัดการเปิดตู้เย็นต่อ
แต่โดนธันว์มันกระชากร่างให้หันกลับมา พร้อมกับที่มันก้มลงประกบปากจูบผมจริงๆ
ซึ่งคราวนี้ผมสัมผัสได้ถึงอารมณ์บดขยี้ ซึ่งรุนแรงกว่าที่มันจูบผมครั้งแรกหลายเท่า

ลิ้นที่ไวของมันล่วงล้ำเข้ามาตวัดเกี่ยวที่ลิ้นผมด้วยความเร่าร้อน
สักพักมันจึงผ่อนหนักผ่อนเบา ทำเอาผมสะท้านสั่นจนยากจะควบคุมอารมณ์หวามภายใน ซึ่งกำลังก่อตัว

ธันว์เหมือนกับรู้ว่าผมไม่ได้ต่อต้านอะไรมันแล้ว
ริมฝีปากของมันที่บดขยี้ริมฝีปากผมตั้งแต่แรกจึงเบาแรงลง
เปลี่ยนเป็นรสสัมผัสของการจูบที่อ่อนโยนทะนุถนอม

ปลายลิ้นของมันที่วาดผ่านปลายลิ้นผมอย่างนุ่มนวลและเร่าร้อนในบางจังหวะ
ทำให้ผมยกมือกอดร่างมันเอาไว้ เพราะไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะยืนไหว

ธันว์มันกอดรับผมไว้เช่นกัน สองแขนมันโอบประคองแผ่นหลังผมไว้
ออกแรงบีบกระชับในจังหวะที่เราสองปล่อยให้ปลายลิ้น
สัมผัสกันและกันอย่างไม่มีใครต่อต้านใคร 

เวลาเนิ่นนานที่ผมกับธันว์ใช้เวลากอดจูบกันอยู่เช่นนั้น

สัมผัสของร่างกายต่างรับรู้ว่าจิตใจภายในกำลังต้องการกันและกันจนยากจะหยุดไหว

ในตอนสุดท้ายที่ธันว์มันกำลังโอบพาร่างผมเพื่อไปที่เตียง
สำนึกในใจว่าผมยังไม่พร้อมที่จะสานสัมพันธ์กับมันแบบลึกซึ้งถึงขั้นมีอะไรกัน
ทำให้ผมแข็งขืนผละร่างออกจากมันตอนที่ธันว์มันพาร่างผมมาถึงที่นอนได้สำเร็จ

“ทำไมอ่ะไนท์ มึงก็รู้ว่ามึงก็ต้องการกู”

ธันว์มันเอ่ยถามผม ตอนเราถอนปากออกจากกันแล้ว แต่ร่างก็ยังโอบกอดชิดกันอยู่

ใบหน้าเราตอนนี้จึงแทบจะชิดกัน ผมเลี่ยงไม่ได้ที่จะจ้องตาธันว์
ซึ่งมันก็ส่งสายตาของคนที่ต้องการมีอะไรกับผมออกมาอย่างชัดเจน

ผมหาทางเลี่ยงออกไปเมื่อคิดว่ามันยังไม่ถึงเวลา

“มึงไม่เกรงใจโชนแล้วเหรอ”

“อยู่กันสองคน มึงอย่าพูดถึงคนอื่นได้มั้ยไนท์”

สายตาของธันว์ส่งมาตัดพ้อผมอย่างชัดเจน

แต่ไม่สิ ผมไม่ควรอ่อนไหวไปกับมันง่ายๆ
เชื่อได้แค่ไหนว่าสายตานี่มันจะส่งออกมาจากใจจริงๆ

“ก็มันยังไม่ถึงเวลาที่เราจะทำแบบนี้กัน” ผมบอกออกไปใหม่

“แล้วกูต้องรอนานแค่ไหน” ธันว์มันถามเสียงเบา

“ไม่รู้ กูตอบไม่ได้ เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นล่ะ”
ผมว่า ยอมรับว่ากลัวเหลือเกินที่จะสานสัมพันธ์กับธันว์
คนซึ่งหัวใจผมยังไม่ไว้ใจในความซื่อตรง ซื่อสัตย์ ว่ามันจะหยุดอยู่ที่ผมคนเดียว

“สุดท้าย มึงก็ใจแข็งกับกูเหมือนเดิม”

ธันว์มันดูเศร้าๆ ยอมปล่อยร่างผมให้เป็นอิสระ
เราสองคนหันหน้าหนีซึ่งกันและกัน ความคิดธันว์ตอนนี้ผมไม่รู้
แต่ความคิดผมตอนนี้คือ

ผมยังไม่พร้อมที่จะวางใจไว้ให้มันดูแลจริงๆ

โปรดติดตามตอนต่อไปครับ

ขอบคุณ FeaRes ขอบคุณ warin ด้วยครับ ติดตามต่อจนจบน๊า ^__^


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7621
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
แล้วไนท์ ก็ปอดอีกและ  :ling1: :ling1: :ling1:

ออฟไลน์ Bboyseries

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
    • เพจนิยาย Bboyseries

ตอนที่ 10

ดึกแล้ว ผมกับธันว์นั่งอยู่คนละมุมห้อง โดยที่ผมนั่งจมอยู่กับความคิดสับสนภายในใจ
ไม่รู้จะจัดการการกับความรู้สึกตัวเองยังไง แม้จะรู้ใจตัวเองดีแล้วว่าตอนนี้ผมมีความรักและต้องการธันว์มากกว่าคำว่าเพื่อน
แต่ก็แอบหวั่นว่าหากผมเปิดใจออกไปแล้วยอมมีอะไรกับมันความสัมพันธ์ของเราจะต้องสะดุด
ไม่ได้สวยงามอย่างที่ใจหวัง เพราะยังฝังใจอยู่ว่าตัวตนแท้ๆ ของธันว์เป็นแบบไหน

มันเป็นคนเจ้าชู้ ชอบคนง่าย หากผมกับมันเป็นอะไรซึ่งมากกว่าเพื่อนกันแล้ว
วันใดวันหนึ่งมันเกิดมีใครมาติดพัน หรือคนที่ติดพันมันอยู่อย่างซี
มาเรียกร้องสิทธิว่าเป็นหนึ่งในคนที่มีความสัมพันธ์กับมันอันลึกซึ้งเช่นกัน
แล้วผมจะทนเห็นมันเอาเวลาไปใส่ใจคนเหล่านั้นได้ยังไง

ขนาดสถานะของผมกับมันยังไม่ชัดเจนว่าเป็นคนรักซึ่งเปิดตัวชัดเจน
การที่มันเทียวหยอกเทียวจีบใครๆ ไปทั่วผมยังหวั่นไหวอยู่ได้ไม่น้อย 

ด้านธันว์ตอนนี้นั่งเล่นโทรศัพท์ของมันอยู่เงียบๆ
ผมไม่รู้ว่ามันท่องโลกออนไลน์ในด้านไหน หรือคุยกับใคร
เพราะไม่อยากจะก้าวก่ายในความเป็นส่วนตัวของมัน
แม้แต่ความคิดของมันตอนนี้ผมก็ยังคงไม่สามารถรับรู้ได้
แต่เมื่อเห็นเวลามันผ่านไปนานมากแล้วที่เราสองคนไม่ได้คุยกันเลย
ผมจึงตัดสินใจถามมันออกไปเพื่อทำลายความเงียบ

“ง่วงยังวะธันว์”

“ยัง” ธันว์มันตอบออกมาสั้นๆ ห้วนๆ
สายตามันยังจับจ้องอยู่กับการเล่นโทรศัพท์
ผมอดห่วงเรื่องสายตามันไม่ได้ที่จดๆ จ้องๆ อยู่กับแต่กับโทรศัพท์เครื่องนั้นจึงเอ่ยเตือน

“เลิกเล่นได้แล้วมั้งโทรศัพท์ กูว่ามึงมาอาบน้ำนอนเหอะ”

ธันว์เงยหน้าหน้าขึ้นมามองผม จัดการปิดโทรศัพท์ในมือ
ผมนึกดีใจที่อย่างน้อยมันยังฟังผม แต่แล้วผมก็ต้องใจหายเมื่อมันลุกเอ่ยขึ้น

“มึงนอนเถอะ กูว่าจะกลับละ”

“อ้าว ไหนว่ามึงจะนอนที่นี่ไง” ผมทำใจดีถาม สะท้านในใจกับคำพูดของมัน

“เชื่ออะไรกับคำพูดของกูล่ะ ไปล่ะ ไว้คุยกัน”

ธันว์มันเดินออกจากห้องไป ผมไร้เรี่ยวแรงที่จะส่งเสียงหรือเดินตามถามไถ่ว่ามันเป็นอะไร
สำนึกสุดท้ายของความคิดผมคือมันคงโกรธที่ผมกับมันไม่ได้จบลงบนเตียงอย่างที่มันตั้งใจ

นี่ยังไงล่ะ บทพิสูจน์ว่ามันคิดกับผมแค่เรื่องพวกนี้จริงๆ

ธันว์ออกจากห้องไปนานแล้ว ผมยังคงนั่งจมอยู่กับความเงียบงัน
ผมในจินตนาการตอนนี้คือธันว์มันคงออกไปหาใครสักคน
ที่พอจะตอบสนองอารมณ์ความต้องการ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ของมัน

แล้วใครคนนั้นคือใครกันล่ะ ซี หรือคนรู้จักที่ผ่านๆ มาของมัน
แต่จะใครก็ตามเถอะ นาทีนี้ธันว์มันจะรู้มั้ยว่าการกระทำของมันกำลังทำให้ผมร้องไห้ออกมา

ผมปาดน้ำตาไล่ความรู้สึกเหนื่อยล้าและภาพจินตนาการว่า
ตอนนี้ธันว์มันกำลังคลุกคลีซุกไซร้อยู่กับใครทิ้งไป
ลุกเดินไปหยิบโทรศัพท์ตรวจเช็คความเคลื่อนไหวก่อนเข้านอน

สายตาสะดุดกับข้อความของไอซ์ซึ่งส่งมามากกว่าใคร
ในข้อความหนึ่งไอซ์ถามถึงวันเสาร์นี้ว่าตกลงผมจะไปปั่นจักรยานยังสวนรถไฟตามที่ผมเคยได้เอ่ยปากไว้หรือไม่
ผมตอบไอซ์กลับไปว่าผมลาพักร้อนกลับบ้านศุกร์นี้ คงไม่ได้ไป พิมพ์ขอโทษเจ้าตัวไปนิดหน่อย
ไอซ์เงียบไปพัก ก่อนจะพิมพ์ข้อความถามไถ่ว่าบ้านผมอยู่ที่ไหน ขอไปเที่ยวด้วยได้มั้ย
ผมปฏิเสธไปในตอนแรก แต่ไอซ์กลับโทรศัพท์ผ่านไลน์เข้ามาเอ่ยออดอ้อนผมว่ากำลังเบื่ออากาศกรุงเทพฯ
อยากหาที่พักสมองปั่นจักรยานเล่นให้สบายใจ

ออฟไลน์ Bboyseries

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
    • เพจนิยาย Bboyseries

ไอซ์เอ่ยตัดรอนต่างๆ นาๆ หาว่าเขาเป็นคนน่ากลัวขนาดที่ผมไม่อยากจะคบหาพูดคุยมากเลยเหรอ
ผมถึงได้ไม่ค่อยยินดียินร้ายที่จะผูกมิตรด้วยเท่าไหร่

ด้วยความที่ผมไม่อยากให้ไอซ์คิดมาก
ผมถึงบอกว่าผมขอคิดดูก่อนในเรื่องที่เจ้าตัวขอตามผมกลับเที่ยวบ้านด้วย

ไอซ์ยอมฟังโดยง่าย เราสองคนจึงเลิกพูดคุยกันหลังจากนั้น

วันใหม่ ร่างกายผมดีขึ้น อาจจะเพราะฤทธิ์ยาซึ่งได้มาจากโรงพยาบาลเอกชน
ที่ธันว์พาผมไปหามาเมื่อวานนั่นล่ะ ร่างกายผมรู้สึกสดชื่นขึ้น
แต่ในใจผมกลับยังไม่ฟื้นคืนจากความรู้สึกเจ็บล้าจากเมื่อคืนเลยสักนิด

วันนี้ธันว์หายไปไม่ติดต่อมาตลอดทั้งวันจนเที่ยง
ไม่แปลกหรอก ก็เมื่อคืนเราลาจากกันด้วยไม่ดีเท่าไหร่

จากเที่ยงไปเย็นธันว์ก็ยังไม่ติดต่อมา
ผมเองก็ไม่รู้จะเริ่มต้นส่งข้อความไปหามันยังไง
เอาไว้ตอนเจอกันในฟิตเนสเย็นนี้ค่อยทักค่อยทายมันก็คงจะได้
มันคงจะไม่ใจร้ายเย็นชากับผมเหมือนเช่นเมื่อคืนอีกหรอกมั้ง

ผมมาถึงฟิตเนส อดไม่ได้ที่จะใช้สายตามองหาร่างของธันว์
เมื่อมองไม่เห็นแม้เงา ผมจึงเดินไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้ายังห้องล็อคเกอร์ด้วยอารมณ์หงอยเหงา

ขณะนั่งก้มผูกเชือกรองเท้าอยู่
เสียงคุ้นหูซึ่งกำลังเหมือนพูดคุยโทรศัพท์ดังผ่านเข้ามาทำให้ผมอดที่จะใจกระตุกไปไม่ได้

ผมจำได้ว่าน้ำเสียงนั่นเป็นเสียงของซี
และคนปลายสายที่เจ้าตัวพูดด้วยน่าจะเป็นธันว์ 
เพราะผมได้ยินซีพูดชัดเจนว่า

“มาไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับพี่ธันว์
แล้วนี่นอนพักไปกี่รอบแล้วครับเนี่ย จะรอซีอยู่ที่ห้องมั้ย
หรือว่าพี่ธันว์จะกลับคอนโดเลย อย่าลืมทานอะไรด้วยนะครับ
ซีซื้อเตรียมไว้ให้ในตู้เย็นแล้ว จะได้มีแรง เห็นเมื่อคืนใช้แรงกับซีซะเยอะ เป็นห่วง
อ้อ แค่นี้ก่อนนะครับพี่ธันว์ พอดี ผมเจอพี่ไนท์ อะไรนะครับ
ไม่ให้ซีบอกพี่ไนท์เหรอครับว่าเมื่อคืนพี่ซีมาหาผมที่ห้อง ได้ๆๆครับ ”

เหมือนซีจะวางสายไปแล้ว ผมรีบผูกเชือกรองเท้าให้เสร็จ
คิดจะลุกเดินหนี ไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับซีเท่าไหร่นักในตอนนี้ 
แต่โชคไม่ดีที่ซีดันเดินเข้ามาทักผมซะก่อน

“พี่ไนท์ หวัดดีครับ”

“อืม หวัดดี” ผมจำใจทักกลับ
พยายามหลบตาไม่ให้ซีมองเห็นว่าผมกำลังตกอยู่ในอาการเช่นไร
แต่เหมือนจะหลบไม่พ้นเมื่อซีทักมา

“พี่ไนท์ตาแดงๆ เป็นอะไรครับ ไม่สบายยังไม่หายเหรอ”

“ใครบอกซีว่าพี่ไม่สบาย” ผมฝืนใจถาม ทั้งๆ ที่พอจะรู้คำตอบ
เห็นซีแสดงท่าทีอึกๆ อักๆ จึงว่าต่อ

“ไอ้ธันว์ใช่มั้ย”

“ปะ เปล่าครับ” ซีทำหน้าเจื่อนปฏิเสธผม ผมจึงพยายามฝืนยิ้มปลอบ

“เป็นอะไร เมื่อกี้พี่ได้ยินหมดแล้ว เมื่อคืนไอ้ธันว์คงไปหาซีมาใช่มั้ย”

“ขะ ครับ พี่ไนท์โกรธมั้ย” ซีแสดงออกเหมือนคนตกใจ
ผมจึงยิ้มกลบเกลื่อนบอกไป

“อะไรพี่จะโกรธทำไม พี่กับไอ้ธันว์ไม่ได้เป็นอะไรกันนี่นา”

“แต่เมื่อกี้พี่ธันว์ไม่ให้ซีบอกว่าพี่เขาไปหาซี
หากพี่สองคนไม่ได้เป็นอะไรกันทำไมพี่ธันว์ถึงกลัวว่าพี่ไนท์จะรู้ล่ะ”

“ไม่รู้มัน มันประสาทมั้ง ช่างมันเถอะ พี่ไม่ได้คิดอะไรจริงๆ สบายใจเถอะน่า”

ผมว่าเสร็จแล้วกำลังจะเดินจากไป แต่ซีร้องเรียกเอาไว้อีก

“พี่ไนท์”

“ว่า” ผมหันกลับมาถาม

“พี่ไนท์อย่าให้พี่ธันว์รู้นะว่าพี่ไนท์รู้แล้วว่าพี่ธันว์ไปค้างกับซีมาเมื่อคืน
ผมกลัวพี่ธันว์คิดว่าซีฟ้องพี่ไนท์อ่ะ”

“สบายใจได้ พี่ไม่เคยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวไอ้ธันว์มันหรอก” ผมตบไหล่ซีเป็นเชิงปลอบ

“ขอบคุณครับ” ซีมีสีหน้าเหมือนดีขึ้นมา ผมยิ้มบางๆ ให้ส่งท้ายก่อนเดินจากไป

คล้อยหลังจากซีมาน้ำตาผมไหลได้อีกครั้ง จนต้องรีบหามุมนั่งปาดมันทิ้งก่อนที่ใครจะทันมองเห็น

TBC

ออฟไลน์ FeaRes

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 746
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
ซีคุยโทรศัพท์จริงๆปะ หรือแค่จงใจพูดให้ไนล์ได้ยิน ก็เห็นไนล์นี่นา...
แล้วธันว์อะ ดูพูดจา เชื่ออะไรกับคำพูดของนาง อะโห เขาคงยอมคบ... //ตี

ออฟไลน์ zuu_zaa

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2033
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-1

ออฟไลน์ Bboyseries

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
    • เพจนิยาย Bboyseries

ตอนที่ 11

ผมโหมออกกำลังกายหวังให้ลืมเรื่องที่ได้ยินซีคุยโทรศัพท์กับธันว์
พยายามไม่คิดถึงความสัมพันธ์ที่สองคนนี้มีต่อกันในเมื่อคืน
มันก็ดีขึ้นในบางช่วง แต่ในบางจังหวะที่ซีแวะเข้ามาทักทายผม
ทำให้ผมอดหวนคิดถึงภาพเหล่านั้นอีกไม่ได้

ในใจผมไม่อยากวุ่นวายอะไรอีก จึงคิดจะออกจากที่นี่ไวขึ้น
เพื่อหลบหน้าซีไปซะ แต่ก็ไม่วายเจอซีอีกในห้อง
ล็อคเกอร์ ในขณะเปลี่ยนที่ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมกลับ

“อ้าวพี่ไนท์ พี่ธันว์เพิ่งโทรมาบอกเองว่ากำลังจะเข้ามา
พี่ไนท์ไม่อยู่รอเจอเหรอครับ” ซีทักทายผมมา

“ไม่อ่ะ พี่อยากเจอมัน” ผมหลุดเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเครียดขรึม

ดูเอาเถอะ เมื่อก่อนผมคือคนที่ธันว์คอยรายงานความเคลื่อนไหวการเข้าออกที่นี่
แต่เดี๋ยวนี้ซีกลับเป็นคนที่รับรู้ความเป็นไปของธันว์มากกว่าผม
แน่ล่ะ ผมอดที่จะตรวจเช็คดูข้อความว่าธันว์มันจะทักทายอะไรผมมามั้ย แต่สุดท้ายก็ไม่มี

การที่มันจะเข้ามาที่นี่และเลือกที่จะบอกกับซี
ก็แสดงว่ามันไม่ได้สนใจที่จะมาเจอกับผม
แล้วเรื่องอะไรที่ผมจะต้องอยู่รอเจอหน้ามัน

“เสียงพี่ไนท์พูดเหมือนโกรธเลย” ซีเอ่ยกลับมาเสียงเบา
ผมจึงรีบปรับอารมณ์ตัวเองให้เป็นปกติ

ซีไม่ได้ผิดอะไร ผมไม่น่าทำให้เจ้าตัวต้องมามีภาวะลำบากใจในการที่จะคบหากับธันว์

“เฮ้ย พี่ไม่ได้เป็นอะไร เสียงพี่เป็นงั้นเหรอ”
ผมว่ากลับ ยิ้มกลบเกลื่อนความรู้สึกน้อยใจข้างใน

“แล้วพี่ธันว์โทรบอกพี่ไนท์หรือเปล่าว่าจะมา” ซีถามอีก
ยิ่งย้ำให้ผมรู้สึกน้อยใจเพิ่มขึ้นในการตอบออกไป

“ไม่อ่ะ พี่กับไอ้ธันว์ไม่ได้ตามติดชีวิตกันขนาดนั้น พี่กลับนะ”
ผมพยายามเอ่ยให้ซีสบายใจ ก่อนจะรีบเดินออกไปจากสถานที่ที่ผมคิดว่าจะไม่เข้ามาอีกหลายวัน

อย่างน้อยที่สุดก็เริ่มจากพรุ่งนี้ มะรืนนี้ที่ผมที่ผมลาพักร้อนกลับบ้าน
ซึ่งเสาร์อาทิตย์เองผมก็คงจะอยู่ที่บ้าน คงไม่ได้แวะผ่านมาที่นี่

ความคิดเช่นนี้ผมไม่ได้หลบหน้าไอ้ธันว์ใช่มั้ย ไม่สิ ผมไม่ได้หลบมัน
ผมคิดจะกลับบ้านอยู่แล้ว หากไม่ได้หลบ แล้วผมควรจะบอกความเคลื่อนไหวของผมกับมันดีมั้ย

บอกไปแล้วมันจะใส่ใจแค่ไหนล่ะ ในเมื่อคนที่มันใส่ใจมากกว่าผมตอนนี้คือซี
สามสี่วันนี้ไป ผมควรจะห่างมันไปแบบเงียบๆ ดีกว่า

บางทีการหนีจากสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยนี่อาจจะทำให้ผมลืมมันได้เบาบางมากยิ่งขึ้น

ไอซ์ติดต่อหาผมเฉกเช่นปกติในตอนที่ผมนั่งรถกลับห้อง
เอ่ยทวงคำตอบว่าผมตัดสินใจได้หรือยังว่าจะให้เจ้าตัวกลับไปเที่ยวที่บ้านเกิดได้ด้วยหรือไม่
ไม่รู้ว่าผมนึกเห็นใจไอซ์หรือภายในใจกำลังอ่อนแอจึงตอบตกลงให้ไอซ์กลับบ้านพร้อมผมได้ในวันศุกร์นี้

ออฟไลน์ Bboyseries

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
    • เพจนิยาย Bboyseries
วันใหม่ ผมเริ่มต้นใช้ชีวิตเช่นวันอื่นๆ สิ่งที่แปลกไปคือธันว์หายไป
ไม่โทรมาพูดคุย ไม่ไลน์ถึงผมตั้งแต่เช้าจรดเย็น

ผมเองเมื่อคิดจะห่างมันไปแบบเงียบๆ จึงไม่ติดต่อมันกลับไปเช่นกัน
จนล่วงเวลามาเช้าวันศุกร์ ซึ่งผมจะต้องกลับบ้านยังต่างจังหวัด
ซึ่งคือจันทบุรี ไอซ์อาสาขับรถพาไป เพราะเตรียมจักรยานไปปั่นรับบรรยากาศใหม่ๆ ที่นั่น
ผมไม่ได้ขัดใจ ผมกับไอซ์จึงได้เจอหน้ากันอีกครั้งในตอนที่ไอซ์ขับรถมารับผมที่ห้อง

“ไม่ลำบากใจใช่มั้ยที่ให้ผมกลับด้วยแบบนี้”
ไอซ์เอ่ยถามผมในตอนที่เราเจอหน้ากัน

“ทำไมนายถึงคิดแบบนั้น” ผมถาม

“ไม่รู้ดิ เห็นพี่ไนท์ใช้เวลาคิดนาน”

“นานอะไรแค่ข้ามวันเอง ว่าแต่นายขับรถไกลๆ ไหวแน่นะ
พี่ขับรถไม่เป็น คงช่วยอะไรนายไม่ได้” ผมตอบ นึกห่วงอยู่ว่าเด็กวัยรุ่นอย่างไอซ์
จะขับรถระยะไกลได้ชำนาญแค่ไหน

“แค่เมืองจันทร์เอง ไอซ์เคยขับไปน่า
ไม่ไหวก็หยุดพักระหว่างทาง พี่ไนท์ไม่ต้องเครียด”
ไอซ์คุยกับผมด้วยท่าทางสนิทขึ้น ชวนผมขึ้นรถ
ผมเพียงยิ้มให้นิดๆ จากนั้นผมกับไอซ์จึงออกเดินทาง

ไอซ์ขับรถชำนาญทางตามที่บอกจริงๆ ผมแทบไม่ได้แนะนำอะไรมาก
ระหว่างนั่งคู่กันไป ไอซ์กลายเป็นฝ่ายชวนผมคุยซะมากกว่า
เราคุยกันหลายเรื่อง ที่สุดเจ้าตัวจึงถาม

“ดูพี่ไนท์ไม่ค่อยพูดเลย มีอะไรให้คิดอีกหรือเปล่าครับ”

“ก็หลายเรื่อง ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เรื่องที่บ้าน”
ผมตอบ นึกแล้วก็ตลกที่ผมหอบความรู้สึกเคว้งมาขึ้นรถกับไอซ์อีกหน

คราวก่อนก็เรื่องโชน แล้วคราวนี้ล่ะผมกำลังเคว้งเพราะใคร ไอ้ธันว์หรือเปล่า?

“เรื่องงาน งานพี่คงยุ่ง เรื่องที่บ้าน เป็นห่วงเหรอครับที่แม่ไม่สบาย
ส่วนเรื่องส่วนตัว อืม ทะเลาะกับไอ้โชนมาอีกหรือเปล่า”
ไอซ์เดา เจ้าตัวรู้แล้วถึงสาเหตุที่ผมลาพักร้อนกลับบ้านครั้งนี้จึงเดาถูก
แต่ที่ผิดคือตอนนี้ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องโชน แต่คนที่ผ่านเข้ามาในห้วงความคิดผมตอนนี้คือไอ้ธันว์
ซึ่งมันจะรู้มั้ยว่าตอนนี้ผมกำลังคิดถึงมันมากมาย
ในบางจังหวะผมแอบคิดไปด้วยซ้ำว่าคนที่อยู่ข้างกายผมตอนนี้น่าจะเป็นมัน

“พี่กับโชนไม่ได้คบกันแล้ว”
ผมตัดธันว์ออกไปในห้วงความคิด เอ่ยบอกไอซ์ถึงสถานะผมกับโชนในตอนนี้

“ถึงว่า ไอซ์ถึงได้เข้าถึงพี่ได้ในตอนนี้” ไอซ์ว่า ผมรู้สึกไม่ดีจึงบอก

“พี่ไม่ใช่คนมีนิสัยดึงใครมาแทนที่ใครนะไอซ์
ที่พี่ให้ไอซ์มาเพราะเห็นไอซ์อยากมา ไม่เกี่ยวว่าพี่จะเลิกกับโชน”
 
“โห พี่ไนท์ซีเรียสจัง ไอซ์แค่แซวเล่น ไอซ์เคยบอกพี่โนท์แล้วไงว่านี่มันยุคไหนแล้ว
การคบๆ คุยๆ เลิกๆ มันเป็นเรื่องปกติน่า อย่าคิดมาก”

ผมถอนหายใจในความคิดของไอซ์
ใช่สินะ ใครคนหนึ่งคงคิดเหมือนไอซ์ในตอนนี้ถึงได้ทำตัวผีเข้าผีออกกับผม
จนผมเริ่มสับสนในตัวตนที่แท้จริงของมัน แน่ล่ะ ใครคนนั้นคือไอ้ธันว์

ไอซ์ขอพักรถพักร่างยังปั้มระหว่างทาง
ผมเห็นด้วย เพราะยังเหลืออีกครึ่งทางกว่าจะไปถึงบ้านผม
เราสองคนแยกกันไปคนละมุมในตอนที่ลงยืดเส้นยืดสาย
โดยไอซ์หลบไปยืนคุยโทรศัพท์กับคนรู้จักในมุมหนึ่ง
ผมเองจึงหยิบโทรศัพท์ออกมาตรวจดูความเคลื่อนไหวเช่นกัน
ใจเต้นหน่อยๆ ตอนที่เห็นข้อความส่งมาจากธันว์

“เป็นไงบ้างไนท์ หายไข้ยัง เย็นนี้เจอกันที่ยิมป่าว”

เอาแล้วไง ผมจะตอบธันว์มันว่าไงล่ะทีนี้
มันคงยังไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวผมอยู่ห่างจากมันเป็นร้อยกิโลเมตร
แต่ถึงรู้มันคงไม่รู้สึกอะไรมั้ง ผมจึงตัดสินใจพิมพ์ตอบกลับไป

“ไข้ดีขึ้นแล้ว แต่เย็นนี้คงเจอมึงไม่ได้ กูกำลังกลับบ้าน”

ธันว์อ่านข้อความผมแล้ว สักพักมันจึงโทรเข้ามาถามผมเสียงแปลกใจ

“นี่มึงกลับบ้านที่จันทร์เหรอไอ้ไนท์”

“อืม” ผมตอบกลับไปสั้นๆ ธันว์มันถามกลับมาซะยกใหญ่

“กลับยังไง กลับกับใคร โชนไปส่งหรือเปล่า ทำไมกูไม่เห็นจะรู้เรื่องวะ”

“เปล่า โชนไม่ได้มาส่ง” ผมตอบ เริ่มรู้สึกผิดที่ผมไม่ได้บอกธันว์ว่าผมจะกลับ

“แล้วมึงไปไงวะ ทำไมไม่บอกกู กูจะได้ขับรถไปส่ง” ธันว์ต่อว่ากลับมา
ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะเอ่ยตอบธันว์มันไปว่ายังไง แต่จู่ๆ ไอซ์ก็เดินเข้ามาเรียกผมใกล้ๆ ว่า

“พี่ไนท์ไปกันต่อยัง”

“เสียงใครไอ้ไนท์ ใครไปกับมึง” น้ำเสียงธันว์เครียดขรึมขึ้นมาทันที
ผมอึกๆ อักๆ ไม่รู้จะตอบยังไง แล้วก็ต้องใจหายเมื่อธันว์มันตัดสายทิ้งไปเสียดื้อๆ

“เดี๋ยวก่อนไอซ์ พี่ขอคุยกับเพื่อนแป็บนึง” ผมหันไปตอบกับไอซ์ตอนตั้งสติได้
ไอซ์จึงเดินผมไปรอที่รถ ไม่รอช้า ผมรีบโทรกลับไปหาธันว์ทันที เพื่ออธิบายว่าไอซ์คือใคร

ธันว์ไม่รับสายผม ผมเริ่มกระวนกระวาย ตัดสินใจพิมพ์ถามมันไปทางไลน์

“ทำไมมึงตัดสายกูทิ้งวะธันว์”

“กูไม่มีอะไรจะคุยกับมึงละ ไม่ต้องติดต่อกูมาอีก”

ธันว์มันพิมพ์ตอบกลับมา ผมใจหายวาบ พิมพ์ถามกลับไปใหม่

“มึงเป็นอะไรวะธันว์ กูอยากคุยกับมึงนะ”

สถานะข้อความผมไม่มีการเปิดอ่าน ผมรอเป็นนาที ธันว์มันก็ไม่อ่านข้อความผม
ผมจึงลองโทรติดต่อมันกลับไปใหม่ มันตัดสายผมทิ้งเช่นตอนก่อนหน้า
ผมเริ่มใจสั่น นี่ผมต้องทำยังไงให้ธันว์มันยอมพูดกับผมได้ ใครก็ได้บอกผมที

TBC
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-01-2018 12:56:32 โดย Bboyseries »

ออฟไลน์ FeaRes

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 746
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
ธันนนนนนน มีเหตุผลหน่อยยยยยย
ฟังก่อนได้ไหมเล่า งี้เลยเรอะ มากไปอะ มากไปป //ตี

พิมพ์บอกทิ้งไว้ในแชทนั้นแหละไนล์...

ออฟไลน์ Bboyseries

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
    • เพจนิยาย Bboyseries

ตอนที่ 12

ผมเดินกลับมาที่รถหาไอซ์อย่างคนเลื่อนลอย
ไม่กล้าส่งข้อความหรือโทรศัพท์กลับไปกวนธันว์มันอีก
ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงส่งข้อความตัดรอนผมมาแบบนั้น
มันเองก็หายไปจากผมแล้วไปมีความสุขกับใครต่อใครเช่นกัน
สิ่งที่มันทำมันคิดว่าผมจะไม่รู้สึกอะไรหรือไง
การที่ผมหายเงียบมาแบบนี้แทนที่จะนึกห่วงใยความรู้สึกผมบ้าง
แต่กลับทำเป็นขึงขังเป็นโกรธจนพาลจะตัดขาดไม่ให้ผมติดต่อไป
มันจะใจร้ายกับผมไปหน่อยหรือเปล่า

“พี่ไนท์เป็นอะไร หน้าตาดูไม่ดีเลย”
ไอซ์ทักผมตอนผมขึ้นไปนั่งคู่บนรถได้

“เปล่า ไม่มีอะไร เราไปต่อเถอะนะ”
ผมฝืนยิ้มบอกกับไอซ์ ไอซ์จึงขับรถออกไปเงียบๆ

ไอซ์พาผมกลับถึงบ้านได้
หลายคนที่บ้านดูสีหน้าไม่ดีในตอนที่ผมถามถึงอาการป่วยที่แม่ผมเป็น

“แม่เป็นโรคไต ตอนนี้นอนพักอยู่โรงพยาบาล”
หนึ่งในญาติบอกกับผม ผมตัวชา ถามทุกคนว่าทำไมไม่มีใครบอกผม
ทำไมถึงให้ผมเข้าใจว่าแม่แค่ไม่สบายตามวัย

“เพิ่งจะตรวจเจอเมื่อวานนี่เอง แม่ไนท์เป็นคนขอเองว่าอย่าเพิ่งบอกอะไรไนท์
ไม่อยากให้ไนท์คิดมากระหว่างเดินทาง เพราะไหนๆ ไนท์ก็จะมาวันนี้แล้ว”
ญาติคนเดิมบอกผมอีก เมื่อรับรู้เช่นนั้นผมจึงไม่รอช้าที่จะเดินทางไปยังโรงพยาบาลที่แม่ผมรักษาตัวอยู่
โดยไอซ์นั่นเองเป็นคนพาไป

“ใจเย็นๆ นะพี่ไนท์ หมอเดี๋ยวนี้เก่งจะตาย รักษาถูกวิธีเดี๋ยวแม่ก็หายเนอะ”
ไอซ์เอ่ยปลอบผมระหว่างทางไปโรงพยาบาล ผมพยายามไม่คิดไปไกลอย่างที่ไอซ์บอก
แต่พอไปถึงโรงพยาบาล ได้คุยกับแม่ และพูดคุยกับหมอ
ผมแทบยืนไม่อยู่เมื่อหมอบอกผมว่าแม่ผมเป็นไตวายระยะสุดท้าย
   
“แล้วแม่ผมมีทางรักษาหายมั้ยครับหมอ”
ผมถามหมอถึงแนวทางการรักษา
   
“แค่ดีขึ้นเรื่อยๆ กับยื้อเวลาเท่านั้นครับหายขาดคงยากหน่อย” หมอตอบผมมาแบบนั้น
ก่อนจะแนะแนวทางการรักษาว่าการยื้อเวลาแม่ที่ดีที่สุดคือได้รับการฟอกไต ซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
   
“คนไข้ไม่มีประกันสุขภาพ ในส่วนนี้หากทางญาติพร้อม การยื้อเวลาให้คนไข้ก็จะมีมากขึ้น”
 
ผมเซล้า ฐานะครอบครัวผมไม่ได้ดีอะไร พี่น้อง ญาติๆ รอบกายก็แค่เพียงชาวบ้านชาวสวนธรรมดา
แต่ละคนไม่ได้มีเงินเก็บหลายแสนหลายล้านแต่อย่างใด

ผมเองก็เพิ่งเริ่มต้นทำงานได้ไม่กี่ปี เงินเก็บที่มีก็ไม่ไม่รู้ว่าจะช่วยยื้อชีวิตแม่ผมได้นานแค่ไหน
แต่ยังไงผมก็ต้องหาทางร่วมด้วยช่วยกันกับญาติๆ เพื่อยื้อลมหายใจให้แม่ผมอยู่ไปได้นานๆ ให้ได้

“ไอซ์พอจะช่วยอะไรได้บ้างมั้ยพี่ไนท์”
ไอซ์เอ่ยกับผมในตอนที่เราเดินออกมาจากโรงพยาบาล

“แค่ให้กำลังใจพี่ก็ขอบคุณมากแล้วไอซ์ เดี๋ยวพี่กับญาติๆ หาทางออกกันเอง”
ผมตอบไอซ์ไปตอนนั้น ทั้งๆ ที่ยังคิดหาหนทางการยื้อลมหายใจแม่ของผมไว้ให้นานที่สุดด้วยวิธีใด

ผมกลับเข้ามาใช้ชีวิตทำงานในเมืองในวันจันทร์ แม้จะนึกห่วงแม่เพียงใด
แต่ผมก็ไม่สามารถอยู่เฝ้าได้ เพราะต้องทำงานหารายได้ช่วยญาติๆ อีกแรง

เงินเก็บที่มีผมก็ถอนออกมาให้ญาติๆ ซึ่งรับภาระเฝ้าไข้แม่ของผม
เหลือเอาไว้แค่ใช้จ่ายส่วนตัวยามต้องใช้ชีวิตในเมืองไม่กี่บาท

ไอซ์แสดงน้ำใจด้วยการมอบเงินเก็บของตัวเองให้ญาติๆ ผมส่วนหนึ่ง
ผมนึกเกรงใจไม่อยากให้ญาติรับไว้ เพราะผมกับไอซ์ไม่ได้สนิทกันมาก
ขนาดที่ไอซ์จะต้องมาทำอะไรแบบนี้ แต่ไอซ์ก็รั้นมอบให้อยู่ดี

จำนวนเงินนั้นแม้มันจะไม่มากมายนัก แต่ผมก็รู้สึกซึ้งในน้ำใจของไอซ์
และรับปากว่าจะพยายามหาใช้คืนให้หมด

“เอาที่พี่ไนท์สบายใจเลยครับ ไอซ์ช่วยพี่ไนท์ได้ตามกำลังของไอซ์
เรื่องใช้คืน พี่ไนท์พร้อมเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น หรือจะลืมๆ มันไปเลยก็ได้
ไอซ์พอเข้าใจว่าการฟอกไตให้แม่พี่ไนท์ค่าใช้จ่ายมันไม่น่าจะธรรมดา”

ไอซ์บอกผมว่าแบบนั้นในตอนที่เราคุยเรื่องนี้กัน

หลายวันที่ผมกลับเข้ามาทำงาน ผมกับธันว์ยังไม่มีโอกาสได้เจอกันเลยสักวัน
แน่ล่ะการที่ผมกำลังเครียดกับปัญหาเรื่องที่แม่ผมต้องเข้ารับการฟอกไต
ทำให้ผมไม่มีกะจิตกะใจที่จะหาความสำราญใดๆ ให้ตัวเอง
กระทั่งกิจกรรมการออกกำลังกายยังฟิตเนสที่ประจำของผมกับธันว์ผมก็ยังไม่มีกำลังใจที่จะไป
ผมกับธันจึงเหมือนจะหายจากการติดต่อกันไปช่วงหนึ่ง

จนเย็นวันศุกร์ หลังเลิกงาน ผมเตรียมจะกลับบ้านไปเยี่ยมดูอาการของแม่อีกครั้ง
คราวนี้ผมคิดจะไปรถโดยตู้สาธารณะ ผมมาถึงท่ารถกลางเมืองเพื่อจะเดินทางตอนใกล้ๆ ค่ำ
ถึงได้เจอกับธันว์ ซึ่งกำลังมากับซี ผมใจกระตุกหน่อยๆ เมื่อคิดว่าสองคนน่าจะเที่ยวไหนกันมา

ผมพยายามหลบหน้าธันว์ในตอนแรก แต่ก็หลบไม่พ้น จนในที่สุดเราจึงได้เผชิญหน้ากัน

“มึงจะไปไหนไนท์” ธันว์มันเอ่ยถาม

“กลับบ้าน” ผมตอบ พยายามไม่มองภาพที่ซียืนชิดร่างกับมัน

“บ้านไหน จันทร์หรือเปล่าเพิ่งไปมาไม่ใช่เหรอ”
ธันว์มันถามอีก สายตามันคงเห็นว่าผมกำลังยืนอยู่ท่ารถตู้

“อืม” ผมตอบสั้นๆ อีกครู่ซีจึงทักผมบ้าง

“บ้านพี่ไนท์อยู่จันทร์เหรอครับ น่าไปเที่ยวจัง”

“อืม แต่พี่ขอตัวนะรถจะออกแล้ว” ผมรีบเดินหนีจากที่ยืนอยู่ ตรงจะไปขึ้นรถตู้
กำลังจะไปถึงก็พลันต้องตกใจเมื่อโดนฉุดแขนไว้
ไม่ใช่ใครที่ไหนที่ฉุดไว้ แต่เป็นธันว์ ซึ่งผมไม่รู้ว่ามันตามผมมาตอนไหน
แล้วซีไปไหนถึงปล่อยมันมาหาผมแบบนี้

“ปล่อยกูธันว์ รถมันจะออกแล้ว” ผมหันมาสั่งธันว์ ธันว์มันไม่ฟัง
ตรงกันข้ามมันกลับลากผมไปอีกทาง ซึ่งผมไม่รู้ว่ามันจะพาไปไหนจึงโวยวาย

“มึงจะพากูไปไหนไอ้ธันว์ ปล่อยกู กูจะไปขึ้นรถ นี่มันเที่ยวสุดท้ายนะมึง”

“เลิกพูดแล้วตามกูมาได้ปะ เดี๋ยวกูขับรถพาไปเอง” ธันว์มันหันมาว่าดุๆ
ก่อนจะฉุดผมไปจนไปถึงที่จอดรถของมัน มันเปิดประตูรถให้ผมแล้วผลักผมเข้าไปนั่ง
จัดการปิดประตูเสร็จแล้วมันจึงอ้อมไปขึ้นอีกฝั่ง

นาทีนี้เราสองคนจึงมองสบตากันอีกครั้ง ผมจึงถามขึ้น

“ซีไปไหน”

“จะให้เขาไปด้วยมั้ยล่ะ” ธันว์มันตอบกวนกลับมา ก่อนจะหันไปสตาร์ทรถขับพาผมออกไป
ผมถอนหายใจออกมา ไม่รู้ว่าธันว์มันจะมาอารมณ์ไหนกับผมอีก

“ถอนหายใจทำไม หนักใจนักเหรอที่เป็นกูพากลับบ้าน”
ธันว์มันเอ่ยออกมาเสียงเข้ม ผมจึงว่ามันกลับไปบ้าง

“มึงจะเอายังไงกับกูมึงเลือกเอาสักทางได้มั้ยวะธันว์
มึงเพิ่งไล่ให้กูไม่ต้องติดต่อมึงมึงลืมแล้วหรือไง”

“แล้วคราวนั้นมึงให้ใครพามึงกลับบ้านล่ะ กูเคยบอกมึงแล้วใช่มั้ย
ว่าถ้ามึงจะไปไหนกับใครกูยอมให้มึงไปกับเด็กมึงแค่คนเดียว”

“มึงหมายถึงโชน”

“เออดิ หรือมึงคบซ้อนไว้หลายคน”

“นั่นมันนิสัยมึงไม่ใช่กู”

“เออกูมันคนเจ้าชู้ กูมันคนใจง่าย
กูมันคนส่ำส่อนคบใครไม่เลือก ในสายตามึงอ่ะ
กูไม่เคยมีอะไรดีเลยสักอย่าง” ธันว์มันเอ่ยว่าคล้ายประชด

ผมเห็นบรรยากาศท่าจะไม่ดีจึงขอให้มันจอดรถ

“มึงจอดรถเหอะธันว์ กูกับมึงตอนนี้คงคุยอะไรกันยาก”

“แล้วใครล่ะที่ทำให้มันยาก” ธันว์มันขึ้นเสียงกลับ ผมเงียบ
ก่อนจะยอมเอ่ยออกไปเบาๆ

“ถ้าเป็นเพราะกู กูขอโทษ ปล่อยกูลงเถอะ มึงกับกูคงมาไกลกันได้แค่นี้”

ธันว์ชำเลืองหน้ามามองผม สักพักมันจึงเอื้อมมือมากุมมือผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาลง

“ขอสักครั้งให้เราใช้ใจพูดกันได้มั้ยวะไนท์”


ติดตามตอนต่อไปครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-01-2018 18:23:33 โดย Bboyseries »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ FeaRes

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 746
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
แล้วใครล่ะทำให้มันยาก.... อะโห ยังจะไปถามเขาอี๊กกก
พูดเหมือนไนท์ผิดคนเดียวเลยนะ ตัวเองไม่เหรอธันนน
เคลียร์กันซะะะะะ
 :katai1:

ออฟไลน์ onlyplease

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 339
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
เบื่อธัน เรียนจบมาแล้วจริงป่ะเนี่ยยย
คนแบบนี้ใครอยากจะฝากชีวิตฝากหัวใจ
เหนื่อยยยย  :z6: :z6:

ออฟไลน์ Bboyseries

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
    • เพจนิยาย Bboyseries

ตอนที่ 13

ผมรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาที่ขอบตา ความรู้สึกสับสน กดดัน เหนื่อยล้า
ถาโถมทบทับใจจนยากจะควบคุม ที่บ้านก็กำลังเกิดปัญหาใหญ่ในการหารายจ่าย
มาช่วยในการฟอกไตแม่ของผม ผมเองแม้ไม่ใช่เสาหลัก เฉกเช่นญาติพี่น้องคนอื่นๆ
แต่ในหน้าที่ของความเป็นลูกก็คงจะอยู่เฉยไม่ได้

เรื่องของหัวใจตอนนี้ก็ดูท่าจะมีปัญหาในการเลือกเดิน
ไม่เข้าใจว่าผมคบกับธันว์มาได้ตั้งนาน ทำไมความผูกพันเกินกว่าเพื่อนถึงเกิดขึ้นกับมันได้ในตอนนี้
ตอนที่มันดูเหมือนจะตัวจริงในการคบหานั่นก็คือซี

ผมแกะมือธันว์ออกยกมือขึ้นเช็ดขอบตา
เมื่อรู้สึกว่าหยดน้ำที่เอ่อซึมทำท่าคล้ายจะไหลออกมา
ประจานสายตาธันว์ว่าผมกำลังอ่อนแอ

“เฮ้ย เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม ไม่ต้องร้อง”
ธันว์เปลี่ยนมาใช้มือแตะที่ต้นคอผมตบเบาๆ เป็นเชิงปลอบ
น้ำเสียงของมันฟังดูอ่อนโยนกว่าปกติ ผมจึงรีบเช็ดขอบตาเอ่ยบอกกับมันตรงๆ

“กูมีเรื่องให้คิดหลายอย่างน่ะ”

ธันว์เลื่อนมือลงมาจับมือผมไว้ดังเดิมเอ่ยขึ้นอีก

“ตอนนี้กูนั่งอยู่ข้างๆ มึงนะ มึงไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
เชื่อใจกู พูดกับกู กูไม่ปล่อยให้มึงเดินลำพังหรอก”

ธันว์บีบกระชับมือผม ผมหันมองหน้ามัน
มันเองก็ละสายตาจากถนนเพียงแวบมาสบตาผม เอ่ยขึ้น

“ขี้แยนะมึงน่ะ ไม่เอาไม่ร้อง และจากนี้ถึงบ้านมึงห้ามชวนกูทะเลาะ เข้าใจนะ”

ผมไม่ตอบว่าอะไร หันกลับมานั่งนิ่งๆ
เผลอยกมือขึ้นกุมสัมผัสหลังมือธันว์ตอนมันบีบกระชับจับมือผม
รู้สึกอายขึ้นมาหน่อยๆ เมื่อธันว์มันเอ่ยว่า

“ว่าง่ายๆ แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย แบบนี้กูจะไปไหนรอดว้า”

ตลอดเส้นทางที่นั่งคู่กันไป ธันว์กลับเป็นคนเดิมที่ผมคุ้นเคย
นั่นคือการเป็นคนร่าเริงอารมณ์ดี คอยพูดจาเหย้าแหย่ผมเช่นวันเก่าๆ ก่อนที่เราจะมีปัญหาเคืองกัน
เห็นมันเป็นแบบนั้นผมก็ไม่รู้จะมีท่าทีงี่เง่าเอาแต่คิดโน่นคิดนี่ไปทำไม
จึงลองปล่อยความรู้สึกแท้จริงของใจที่มีต่อมันให้เต็มความต้องการ
แต่ยังไม่ได้เอ่ยปรึกษาและเคลียร์ปัญหาใดๆ กับมันอย่างจริงๆ จังๆ
เพราะอยากให้มันมีสมาธิกับการขับรถมากกว่า

ธันว์ขับรถพาผมผ่านมาครึ่งทาง ผมกลัวว่ามันจะล้าจึงเสนอ

“พักหน่อยมั้ยธันว์ มึงขับมาไกลแล้วนะ”

“ห่วงกูเหรอ” มันหันมาว่ายิ้มๆ

“เปล่า กูห่วงตัวเอง กลัวมึงพาไปไม่ถึงบ้าน”
ผมเอ่ยไปอย่างนั้น จากบรรยากาศดีๆ ที่ผ่านมา
ธันว์มันจึงเพียงเหย้าแหย่กลับมาตามนิสัย

“ว้า หลงตัวเองอีกแล้วกู”

แม้จะพูดเช่นนั้น แต่มันก็ขับรถเข้าไปยังจุดพักรถตามที่ผมแนะนำอยู่ดี

บรรยากาศตอนนี้มืดแล้ว ผมกับธันว์ลงจากรถพร้อมกัน
ธันว์มันเดินมาโอบคอผมเดินไปยังร้านกาแฟมุมสวย ซึ่งยังคงเปิดอยู่

“ขอกินกาแฟหน่อยนะ ตาจะได้แข็งเหมือนอย่างอื่น”
มันเอ่ยข้างหูผมตอนพาผมเดินไป ผมจึงใช้ข้อศอกกระทุ้งที่ท้องมันเบาๆ เข้าใจดีว่ามันสื่อถึงอะไร

“โอ้ย เจ็บนะ” ธันว์มันร้อง มันแกล้งเจ็บนะแหละ ผมรู้ดี จึงไม่ได้เอ่ยอะไร

สักพักเราสองคนจึงเดินคู่กันเข้าในร้าน ธันว์มันให้ผมสั่งเครื่องดื่มก่อน
ผมจึงสั่งเครื่องดื่มเย็นมาแก้วหนึ่ง จ่ายเงินเสร็จรอรับของ
พอได้มาผมจึงเดินไปหามุมนั่งรอธันว์ยังนอกร้าน
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของร้านที่จัดไว้ภายใต้แสงไฟ โอบพันตามไม้ประดับดูสวยตา

สายตามองธันว์ที่กำลังยืนสั่งเครื่องดื่มต่อจากผม
สักพักมันจึงเดินออกมาหาผม โดยที่ไม่มีแก้วเครื่องดื่มติดมือมาด้วย
ผมจึงถามตอนมันนั่งลงฝั่งตรงข้ามผม

“กาแฟมึงอ่ะ”

“เดี๋ยวเขาเอามาเสิร์ฟ” ธันว์ตอบยิ้มๆ มองจ้องตาผม
สายตาของมันทำผมเขินได้อย่างประหลาดจึงค้อนมันกลับ

“มองอะไรวะ”

“คืนนี้มึงเสร็จกูแน่” ธันว์มันว่า ผมจึงยกมือปัดหน้ามันไปทางอื่น

“โอ้ย ผมเสียทรงหมดหล่อหมด” ธันว์มันเอ่ย

“แล้วมึงจะหล่อไปอวดใคร”
ผมปากไวว่าให้ ธันว์มันหันมาสบตาเอ่ยล้อผมอีกยิ้มๆ

“หึงเหรอจ๊ะ”

ผมยังไม่ทันได้ตอบอะไร พนักงานหญิงของร้านก็ถือถ้วยกาแฟมาเสิร์ฟ
ที่แท้ธันว์มันก็สั่งกาแฟร้อน มิน่ามันถึงไม่ได้รอรับ

พนักงานหญิงคนนั้นเดินมาทางผมกับธันว์
แต่สายตากลับมองผมแล้วอมยิ้มนิดๆ
ทำเอาผมสงสัยว่าหน้าผมเปื้อนอะไรมาหรือเปล่า

สักพักพนักงานคนนั้นก็เดินมาถึงแล้ววางแก้วกาแฟร้อนลงบนโต๊ะ ตรงหน้าธันว์เอ่ยว่า

“ลาเต้ร้อนได้แล้วค่ะ”

ธันว์เอ่ยขอบคุณพนักงานเสิร์ฟไป
ในตอนนั้นผมจึงมองไปที่ถ้วยกาแฟ
มันไม่ใช่กาแฟร้อนธรรมดา

แต่มันเป็นลาเต้ร้อนลายลาเต้อาร์ตรูปหัวใจดวงสวย

“ของกู มองทำไม”
ธันว์มันว่าก่อนจะจับตรงจานรองแล้วเลื่อนมาวางไว้ตรงหน้าผม
จ้องตาผมเอ่ยบอก

“แต่กูให้มึง”

ผมพูดไม่ออก ก้มมองถ้วยลาเต้อาร์ตรูปหัวใจ
อดไม่ได้ที่หันเข้าไปทางร้าน
เห็นพนักงานสองสามคนในนั้นมองมาอมยิ้ม
ลอบมองมาคล้ายๆ จับอาการความเคลื่อนไหวของผมกับธันว์

“กูขอรีเควสเองบอกให้เขาทำรูปหัวใจดวงสวยๆ จะเอาไปเซอร์ไพรส์แฟน”
ธันว์มันเอ่ยบอก ผมไม่รู้จะไปทางไหนต่อ
จึงคิดจะดูดน้ำในแก้วของผมแก้เก้อ แต่ธันว์มันกับแย่งไปเอ่ยว่า

“แก้วนี้ของกู ส่วนหัวใจนี่ของมึง”

ธันว์มันดูดแก้วน้ำของผม แต่สายตาจ้องมาทางผม
มันกะเอาให้ผมละลายตายไปตรงนั้นให้ได้เลยหรือเปล่าก็ไม่รู้

“ไม่เห็นมีน้ำตาลเลย กูจะกินยังไง” ผมเอ่ยว่า
ยอมรับว่าสายตาที่ธันว์มมันจ้องมองผมทำหน้าผมร้อนร้อนวูบวาบ

“แค่ความหวานจากกูก็พอแล้วมั้ง น้ำตาลคงไม่ต้องหรอก”
ธันว์มันเอ่ยว่าอีก เล่นเอาผมไปต่อไม่เป็นจึงยกถ้วยกาแฟถ้วยนั้นขึ้นจิบ
แก้อาการเขินอายจากสายตาของธันว์ที่มันมองจ้องไม่เลิก

อืม ลาเต้อาร์ตลายหัวใจถ้วยนี้ มันหวานแบบไม่ต้องเติมน้ำตาลจริงๆ

TBC

ออฟไลน์ FeaRes

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 746
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
ขึ้นๆลงๆนะธันว์อะ ตอนที่แล้วยังตึงๆกะเขาอยู่เลยย
อะๆตอนนี้ซอร์ฟๆ ไม่ทะเลาะกันดีละ บรรยากาศเก่าๆ
เคลียร์ๆกันสักทีน้ออ พูดให้หมดดดดดด
 :katai1:

ออฟไลน์ Pithchayoot

  • พิชญ์ชยุตม์
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 370
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-2
อยากให้ธันว์หนักแน่นกว่านี้ นี้ยังดีนะไนท์ยังยอมฟัง ไม่งั้นนายไอซ์ได้เป็นพระเอกแทนแน่

พี่บอยรูปโปรไฟล์พิธอ่ะ นัองสกายครับ  น้องเสดงเป็นตาโจลูกใจเริง  แต่ตอนนี้น้องไม่สบายกำลังรักษาตัวอยู่ครับ

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ Bboyseries

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
    • เพจนิยาย Bboyseries

ตอนที่ 14

ธันว์พาผมกลับถึงบ้านก็ดึกมากหน่อย
ผมยังไม่ได้บอกถึงสาเหตุว่าทำไมผมถึงกลับบ้านถี่แบบนี้
คืนนี้ผมให้มันพักที่บ้านผม ห้องเดียวกับผมไปก่อน
พรุ่งนี้เช้าผมถึงคิดจะไปเยี่ยมแม่ กำลังคิดอยู่ว่าจะบอกมันตั้งแต่คืนนี้
หรือว่าจะให้มันรู้พรุ่งนี้ดีว่าตอนนี้แม่ผม
กำลังเผชิญโรคร้ายนอนพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล

แต่แล้วตอนอยู่ในห้องกัน ธันว์มันก็เอ่ยถามผม 

“แม่ไปไหนอ่ะไนท์ เมื่อกี้ไม่เห็นมึงจะแนะนำให้กูรู้จักเลย”

ผมเงียบ ยอมบอกมันไปตามตรง เพราะยังไงๆ พรุ่งนี้มันก็คงรู้

“แม่กูเข้าโรงพยาบาล”

“อ้าว เป็นไรอ่ะ”

“โรคไตน่ะ” ผมตอบเพื่อให้ฟังดูเบาลง
ไม่อยากเอ่ยให้ต้องสะเทือนใจว่าจริงๆ
แม่ผมกำลังเผชิญกับอาการไตวายระยะสุดท้าย

“อืม ถึงว่ามึงถึงกลับบ้านถี่กว่าแต่ก่อน ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวแม่คงหาย
พรุ่งนี้พากูไปเยี่ยมท่านด้วย” ธันว์บอก ผมพยักหน้ายิ้มจางๆ
ธันว์มันเหมือนจะรับรู้ว่าผมคงกำลังคิดมากอยู่มันจึงเดินเข้ามาดึงผมเข้าไปกอดเอ่ย

“กูไม่รู้นะว่าแม่เป็นขนาดไหน แต่มึงอย่าเพิ่งคิดอะไรมากนะ
ตอนนี้กูยืนอยู่ตรงนี้ มีอะไรที่กูพอจะช่วยได้มึงบอกกูมาได้เลย
กูบอกมึงแล้วว่ากูไม่ใช่คนที่มึงจะมาเกรงใจ”

น้ำตาผมไหลออกมาด้วยความตื้นตันใจ แต่ไม่หรอก
ผมคงไม่บอกธันว์มันหรอกว่าแม่ผมต้องฟอกไตเป็นระยะ
และต้องมีค่าใช้จ่ายมากเพียงใด ถ้าหากผมจะให้มันยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
ผมก็ขอให้มันเป็นตัวช่วยในวันท้ายๆ ที่ครอบครัวผมหมดซึ่งหนทางแล้วจริงๆ

ตอนนี้มันเพิ่งเริ่มต้น เงินเก็บและทรัพย์สินที่มีของแต่ละคนในบ้านยังพอพยุงกันไปได้
ไม่แน่ปาฏิหาริย์อาจจะเกิดขึ้นกับแม่ผมก็ได้
ท่านอาจจะรักษาให้หายได้ก่อนที่เงินทองทรัพย์สินของครอบครัวผมจะหมดไป

“ร้องไห้อีกละ ยังไงเนี่ย คืนนี้กูต้องนอนเช็ดน้ำตามึงทั้งคืนป่ะเนี่ยไอ้ไนท์”
ธันว์มันผละร่างออกมา ยกมือเช็ดน้ำตาให้กับผม ผมเริ่มดีขึ้นจึงบอกมันยิ้มๆ

“มึงขับรถมาหลายชั่วโมงไปอาบน้ำแล้วนอนพักเถอะไป”

“แล้วมึงอ่ะ” ธันว์มันถามผมกลับ

“ก็จะนอนเหมือนกัน”

“งั้นอาบพร้อมกัน” มันส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้ผม ผมจึงบอกมันดุๆ

“แต่มึงห้ามลามปามกะกู นี่มันบ้านกู กูยังเกรงใจญาติกูอยู่
อีกอย่างแม่กูก็กำลังนอนป่วย”

“เออนะ กูรู้ กูสะกดคำว่ากาลเทศะเป็นไอ้ห่า”

“เหรอ คำพูดมึงเชื่อได้งั้นสิ”

“นี่มึงย้อนกูป่ะเนี่ย”

“งั้นมั้ง” ผมผละออกจากร่างธันว์ จัดเตรียมหาเสื้อผ้าไว้ให้มันเปลี่ยนใส่เพื่อจะนอน

“เฮ้อ มีคนเอาใจมันดีแบบนี้นี่เอง คราวหลังให้กูมาเที่ยวบ้านมึงบ่อยๆ นะ”
ธันว์เดินมาเอ่ยใกล้ๆ ผม ผมอดไม่ได้ที่จะนึกถึงซีขึ้นมาจึงว่า

“แล้วมึงเอาซีไปไว้ตรงไหน”

“ซีเกี่ยวอะไรด้วย” ธันว์มันทำหน้างงๆ ผมจึงว่า

“นิสัยนะมึงไอ้ธันว์ หัดจริงใจกับใครเป็นป่ะวะ”

“จริงใจอะไรวะ” ธันว์ดูยังงงๆ อยู่ ผมกำลังจะถามว่าตกลงความสัมพันธ์ของมันกับซีคือยังไง
เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นซะก่อน ผมจึงเดินไปเปิด
เจอหน้าญาติเอ่ยถามว่าผมกับธันว์จะกินอะไรกันมั้ย
จะได้หุงหาทำกับข้าวให้

ผมหันมาขอความเห็นจากธันว์ ธันว์มันบอกแล้วแต่ผม
ผมจึงขอให้ญาติทำกับข้าวสองสามอย่างไว้ให้ก็พอ คิดว่าธันว์มันคงหิวแหละ
แต่มันคงเกรงใจไม่กล้าบอกตรงๆ

ญาติรับคำเดินหายไปแล้ว ผมจึงเดินมาไล่ธันว์รีบไปอาบน้ำ
จะได้เสร็จทันพอดีกับสำรับกับข้าวที่ญาติผมจะเตรียมไว้ให้
โดยลืมหัวข้อสนทนาสุดท้ายเอาไว้เสียสนิท
ธันว์มันจึงลากผมเข้าไปอาบด้วยอย่างที่มันขอ

ที่โต๊ะกินข้าวด้านล่าง มีญาติผมบางส่วนคอยดูแลโน่นนั่นนี่ให้สามสี่คน
ธันว์เอ่ยชวนทุกคนทานข้าวด้วยกัน ทุกคนปฏิเสธที่จะร่วมวง
แต่สิ่งที่ธันว์มันทำ มันไม่รู้หรอกว่าญาติๆ ผมกำลังชื่นชมมารยาทมันเพียงใด
ทุกคนดูท่าจะพูดคุยกับธันว์ได้สนิทชิดใกล้มากกว่าคราวที่ไอซ์มาซะอีก

ตอนกลับขึ้นห้อง ผมจึงอดที่จะแซวธันว์มันไม่ได้

“เข้าหาผู้ใหญ่เก่งนะมึงไอ้ธันว์”

“ก็เผื่อวันไหนลูกหลานอย่างมึงงอแงทะเลาะกับกู กูจะได้มีกองหนุนไง”
ธันว์มันเอ่ยตอบกลับมา ผมจึงว่ามันกลับ

“มึงนี่มันร้ายได้ทุกเรื่องจริงๆ”

“ร้ายแบบนี้ก็มีคนเอาอยู่ละกันน่า” ธันว์มันจ้องตาผม ผมจึงแกล้งถามว่าใคร
มันไม่ตอบแต่กลับโผเข้าหาผมแล้วพาล้มลงไปนอนยังที่นอนด้วยกัน

“คืนนี้ขอนอนกอดนะ” มันเอ่ยข้างหูผม ผมนึกขอบใจที่มันไม่ลามปามอะไรมากไป
ตามที่ผมขอเพราะมันดูไม่สมควรกับสถานการณ์ เห็นมันเชื่อฟังดีจึงแกล้งแหย่มันไป

“ว้า มึงป๊อดนี่หว่า อดเลยกู นึกว่าจะโดนอะไรมากกว่านั้นซะอีก”

“ปากดีตลอดนะมึงไอ้ไนท์ พอกูต้องการล่ะเล่นตัว เดี๊ยะ”
ธันว์มันว่ากลับ เอื้อมมือมานอนกอดผมชิดร่าง
ผมตกใจเผลอดึงดัน มันจึงดุ

“อะไร แค่กอด พูดจารู้เรื่องน่า ไม่ได้งี่เง่าเหมือนมึง”

“นี่มันบ้านกูห้องกูนะเว้ยมึง ว่ากูมากๆ
เดี๋ยวกูไล่ไปนอนกลางสวนทุเรียนซะนี่”
ผมขู่ว่ามันกลับ มันจึงย้อนมา

“กลัวที่ไหน ตอนนี้กูมีกองหนุนครึ่งบ้าน”

“คนเจ้าชู้นี่แม่งหาคะแนนได้กับทุกคนจริงๆ”
ผมว่ามันกลับ ธันว์มึงแซวผมมา

“จ้า มึงอ่ะรักเดียวใจเดียวตายล่ะ คราวก่อนพาใครมาบ้านกูยังไม่เคลียร์เลยนะ”

“แล้วมึงมีสิทธิ์มาเคลียร์อะไรล่ะ เข้าใจผิดคิดว่าตัวเองชื่อโชนหรือไง”
ธันว์มันชะงักตอนผมเอ่ยแซวกลับในข้อนี้ สักพักมันจึงลุกขึ้นจับผมพลิกร่างนอนหงาย
ใช้มือสองข้างล็อคแขนผมไว้แล้วก้มลงบดขยี้จูบปากผมแบบที่มันเคยทำ
มันทำแบบนั้นอยู่เป็นนาทีจึงถอนปากออกมาจ้องตาผมเอ่ยว่า

“ต้องให้กูทำแบบนี้ใช่มั้ยถึงจะยอมเลิกพูดถึงคนอื่นตอนอยู่กับกู”

“กะ กู เลิกพูดก็ได้ ปล่อยกู กูจะนอน” ผมบอกออกมาเสียงสั่น
ธันว์มันยอมปล่อยร่าง ผมจะขยับตัวหนีมัน มันรีบคว้ากอดเอาไว้ขู่ใหม่

“ขืนดิ้นหนีคราวนี้กูไม่แค่จูบมึงนะไนท์”

ผมยอมเงียบเสียงนอนนิ่งๆ
ก่อนจะยอมให้ร่างนอนหลับภายใต้อ้อมกอดของธันว์ในที่สุด


ออฟไลน์ Bboyseries

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
    • เพจนิยาย Bboyseries
ตอนเช้า ผมกับธันว์เข้าเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาล 
ธันว์มันถึงได้รู้ว่าแม่ผมป่วยในระยะไหน
มันพาผมเอ่ยออกมาปลอบใจ ผมก็ได้เพียงแค่รับฟัง ที่สุดมันก็เอ่ย

“ฟอกไตค่าใช้จ่ายเยอะนะมึง ครอบครัวมึงไหวกันเหรอวะ”

“ไหวไม่ไหวก็ต้องหาทางยื้อให้ได้นานที่สุดนั่นล่ะ”
ผมพูด ไม่อยากนึกถึงวันข้างหน้าให้จิตใจห่อเหี่ยว
สักพักธันว์มันก็เอ่ยออกมา

“เอาเงินเก็บกูไปช่วยใช้จ่ายก่อนมั้ย มันไม่ได้มากมายหรอก
แต่ก็น่าจะพอช่วยอะไรได้บ้าง”

“มึงยังไม่ได้ทำงานเลยนะธันว์ อย่ามาลำบากกับกูเลย”
ผมบอก ธันว์จึงบอกว่ามันอยากช่วยจริงๆ
เงินเก็บที่มีคือเงินใช้จ่ายสมัยเรียนที่ครอบครัวจ่ายสำรองเอาไว้ให้
แต่มันยังไม่ได้ใช้จ่ายจนหมด ก็เก็บเอาไว้เผื่อฉุกเฉิน
ซึ่งตอนนี้เวลานี้ภาวะลำบากที่ผมกำลังเจอก็เปรียบเป็นภาวะฉุกเฉินของมันเช่นกัน

ผมนึกถึงอาการป่วยของแม่แล้วจะมัวมาเล่นแง่ก็ใช่เรื่อง
จึงบอกให้มันไปคุยเรื่องนี้กับญาติๆ ซึ่งเป็นเสาหลักของบ้านผมผมเอาเอง
ส่วนญาติจะจัดการยังไง และหนทางทางใช้คืนเป็นแบบไหน
ญาติๆ ผมก็คงมาแจ้งมาผมอีกทีนั่นล่ะ

ธันว์พยักหน้าเข้าใจ และบอกจะสานต่อเรื่องนี้เอง

“เสียดายเนอะ กูไม่น่าเลือกงานเลย หากกูได้ทำงานคงได้ช่วยอะไรมึงมากกว่านี้”
ธันว์มันเอ่ยสีหน้าครุ่นคิด ผมจึงปลอบมันไปว่าแค่มันแสดงความมีน้ำใจแค่นี้
ผมก็ไม่รู้จะขอบคุณและตอบแทนคืนมันยังไงแล้ว

“มึงก็เลิกกับโชนมาเป็นแฟนกูซะทีดิ” ธันว์มันเอ่ยออกมาทีเล่นทีจริง
ในสถานการณ์ตอนนี้ผมคิดว่าไม่ควรจะมาคุยเรื่องพวกนี้จึงตอบมันไป

“พักเรื่องพวกนี้ไปก่อนได้มั้ยธันว์ ตอนนี้กูไม่พร้อมจะคุยเรื่องพวกนี้จริงๆ”
ผมบอกตามความรู้สึก แค่วันนี้ ตอนนี้ มันกับผมกลับมายิ้มแย้มให้แก่กันดังเดิมผมก็สุขใจแล้ว
เรื่องขอหัวใจขอให้มันเป็นเรื่องรองลงไปจากเรื่องโรคร้ายที่แม่ผมกำลังเผชิญเถอะ

ผมกับธันว์กลับเข้ามาในเมืองในตอนต้นสัปดาห์
ผมคิดจะบอกเลิกสัญญาการเป็นสมาชิกฟิตเนสเพื่อควบคุมรายจ่ายตัวเอง
ตอนเจอกับธันว์ในวันต่อมาที่ฟิตเนส ธันว์จึงเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ค่อยสบายใจว่า

“แล้วกูกับมึงจะได้เจอกันอีกมั้ย ถ้ามึงไม่มาออกกำลังกายที่นี่น่ะ”

“แล้วทำไมมึงกับกูจะต้องเจอกันแค่ในนี้ด้วยล่ะวะ
เจอกันข้างนอกไม่ได้หรือไง” ผมว่า ธันว์มันจึงเอ่ยว่าการเจอกันข้างนอกมัน
คงได้แค่รอให้ผมว่างจากโชนนั่นล่ะ ผมถึงจะมีเวลาให้มัน
ผมยังไม่พร้อมจะบอกว่าผมเลิกกับโชนไปแล้ว
เพราะยังแอบระแวงสถานะของมันกับซีเช่นกัน ผมจึงว่า

“ขนาดกูยังทำใจได้ให้มึงเจอกับซีอย่างอิสระในยิม
แล้วทำไมมึงจะทนรอให้กูว่างจากโชนเพื่อเจอมึงไม่ได้ล่ะธันว์”

ธันว์มันเงียบ ก่อนจะเอ่ยว่า

“อืม มึงว่าไงก็ว่างั้น เข้าใจว่ามึงคงผูกพันกับโชนมากกว่ากู
เราสองคนก็เป็นชู้กันไปแบบนี้ล่ะ แปลกดีเหมือนกัน”

“ชู้อะไร กูกับมึงยังไม่ได้เป็นอะไรกัน มึงอย่ามามั่ว”
ผมว่ากลับ รู้สึกไม่ค่อยดีกับคำนิยามที่ธันว์มันตั้งให้ ธันว์มันจึงถอนหายใจเอ่ยว่า

“เฮ้อ กูนี่แม่งน่าสมเพชเนอะ เป็นแฟนมึงว่ายากละ เป็นชู้มึงยังยากไปอีก”

“รอหน่อยได้มั้ยล่ะ รอให้แม่กูหายก่อนแล้วเราค่อยมาพูดเรื่องนี้กัน”
ผมเอ่ยให้กำลังใจมัน ถ้ามันจะจริงใจกับผมจริงๆ
มันก็น่าจะอดทนรอได้ในคำขอของผม

“โอเค รอก็รอ แต่กูขอให้มึงบอกกูอย่างได้มั้ย
ว่าใครที่มึงพากลับบ้านไปด้วยคราวก่อน”
ธันว์มันวกกับมาในเรื่องที่มันยังไม่เคลียร์ ผมนึกแหย่มันเล่นจึงว่า

“คิดว่ามึงเจ้าชู้ได้คนเดียวหรือไง กูก็มีคนคนอื่นนอกจากโชนบ้างดิ”

“ไนท์ มึงอย่ามาล้อกูเล่นนะ” ธันว์มันว่ากลับมาเสียงดุ
ผมจึงแซวมันกลับอย่างที่มันแซวผมบ่อยๆ

“มึงหึงเหรอ”

“ปากดี อย่าให้มีอีกละกัน คราวนั้นกูจะยอมหลับหูหลับตาไม่ถือสาก็ได้อะ
แต่บอกไว้ก่อนว่าห้ามมีคราวหน้า ถ้ามึงจะกลับบ้าน ไม่โชนก็กูแค่นั้นที่ไปส่งมึงได้
ถ้าไม่ฟังกูล่ะกู มึงจะได้รู้ว่าคนเจ้าชู้แบบกูในสายตามึงจะจัดการกับคนที่เพิ่งหัดเจ้าชู้กับมึงยังไง”

ธันว์มันยกมือขึ้นชกอกผมเบาๆ ผมจึงชกกลับบ้างพลางว่า

“กูกลัวตายล่ะ”

ขณะจะชักมือกลับธันว์มันรีบคว้าหมับที่ข้อมือผมแล้วดึงผมเข้าหาตัว
มองจ้องตาเอ่ยว่าเสียงเย็น

“หรือจะลอง”

“มึงอย่ามาหื่นแถวนี้ ปล่อยกู เดี๋ยวคนมอง”
ผมว่าหันมองรอบกายกลัวใครจะมาสนใจภาพที่ผมยืนชิดร่างมันจริงๆ
ธันว์หันมองตามยอมปล่อยร่างผมแต่ไม่วายเอ่ยกำชับเสียงดุ

“คราวหลังอย่าท้า”

ผมเลิกสนใจมัน เดินหนีไปเล่นเครื่องเล่นต่อ
สักพักมีกลุ่มคนเดินเข้ามาทักทายมันสองสามคน
ก็น่าจะเป็นชายรักชายนั่นล่ะ มันยิ้มให้นิดๆ กับคนกลุ่มนั้น
คุยกันได้ไม่นานมันก็เดินมาหาผมเอ่ยบอก

“แค่คนรู้จักไม่ต้องมองหรอก รู้น่าว่าหวงอยู่”

“มึงอย่ามาหลงตัวเอง” ผมว่าให้

ธันว์มันไม่ตอบว่าอะไร เพียงแต่เล่นเครื่องเล่นไม่ห่างกายผมหลังจากนั้น

TBC


ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1978
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
ขอบคุณค่ะ  เหอๆๆมาต่อทุกวันเลย  ขอบคุณค่ะ
ชอบ  สนุก  เข้มข้รและแอบลุ้น มาว่าเมื่อไหร่จะเป็นแฟนกัน

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด