———— ลั่นดาล ———— (ตอนพิเศษ๑) ๐๔.๐๑.๖๒
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ———— ลั่นดาล ———— (ตอนพิเศษ๑) ๐๔.๐๑.๖๒  (อ่าน 92755 ครั้ง)

ออฟไลน์ fxxg0430

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๒) ๒๙.๐๖.๖๑
«ตอบ #90 เมื่อ30-06-2018 04:33:22 »

ยังคงสงสารธันวา คือนางอยุ่ของนางดีๆ ภัคลากนางเข้ามาในบ้านแล้วทำลายชีวิตธันด้วยความภัคดีที่ธันมี ธันบูชาและเห็นภัคเป็นพระเจ้า


ขอเดาว่าเรื่องนี้มีคนคิดฆ่าเหมและลงมือมากกว่าสอง คือยังตัดประเด็นที่ดาเห็นพ่อคืนนั้นไปไม่ได้ แล้วไหนจะภัคที่โกหกทุกอย่าง และธันคงช่วยภัค


1.คิมหันต์
2.ภัค+ธัน

เหมือนแบบคนแรกเข้ามาฆ่าแล้ว แต่ยังไม่ตาย มีคนที่อยากฆ่าตามมาทีหลังและทำให้ตาย แต่เรายังเดาไม่ออกว่า1กับ2ใครมาฆ่าก่อนหรือหลัง


ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๒) ๒๙.๐๖.๖๑
«ตอบ #91 เมื่อ30-06-2018 14:24:58 »

รู้สึกว่าตอนนี้ได้เบาะแสมาเยอะมาก และคิมอาจจะพลาดอะไรไปจากหลักฐานศพโมรีหรือเปล่า ใจนึงก็คิดว่าธันวาเป็นคนฆ่าทุกคนตามที่มินตราต้องการ ให้ทุกอย่างมันชี้ว่ามินตราเป็นคนฆ่าเพื่อจะได้ครองคู่กับภัค แต่ดันมีอีพี่คิมเข้ามาขวาง  :hao7:

ออฟไลน์ lalitalx

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 341
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-3
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๒) ๒๙.๐๖.๖๑
«ตอบ #92 เมื่อ30-06-2018 16:46:57 »

เรื่องนี้สนุกมากก เนื้อหาแน่นมาก ปริศานาเต็มไปหมด ติดตามอยู่นะคะ นี่สงสารธันนะ แต่ก็อยากให้ภัคคู่กับคิม อยากรู้พระเอก
มีส่วนเกี่ยวข้องก้ับปริศนาการตายของเหมันต์มั้ย ชอบการวางบทของพี่สาวกับนายเอกนะ เป็นตัวร้ายที่แบบร้ายสู้น้องไม่ได้ ฮา ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดน่ารำคาญ อารมณืนายเอกเจ้าน้ำตาถูกพี่สาวใจร้ายรังแกงี้ ชอบภาษาและการบรรยายเรื่องนี้มากๆ จะติดตามต่อไป

ออฟไลน์ boboman

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1238
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-2
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๒) ๒๙.๐๖.๖๑
«ตอบ #93 เมื่อ01-07-2018 04:05:52 »

เพิ่งได้เข้ามาตามอ่านรวดเดียว
ปริศนากะปมเยอะมากกก
ภัคคือเป็นนายเอกที่ทำนี่กุมขมับ 55555
นี่เป็นคนเดาเรื่องไม่ถูกเลย โอ้ยย ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมาก
ชอบบทอัศจรรย์จังค่ะ เซ็กซี่มาก 5555
อยากรู้ความจริงไวๆแล้วอ่ะ

ออฟไลน์ TanyaPuech

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +530/-23
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๒) ๒๙.๐๖.๖๑
«ตอบ #94 เมื่อ01-07-2018 23:05:39 »

 :o12:   สงสารธัน  ธันรู้คงใจสลาย
ภัคกับคิมหันต์ก็ศีลเสมอกัน

ออฟไลน์ Tpoltiw

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๒) ๒๙.๐๖.๖๑
«ตอบ #95 เมื่อ02-07-2018 23:55:52 »

 :hao6: :z3: o22 :3125:  นึกตอบจบไม่ออก.  คนแต่งนี้สุดยอดจ้าาาา.,        NC.  นี้เลือท้วมมมมม

ออฟไลน์ Jessiebier

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๒) ๒๙.๐๖.๖๑
«ตอบ #96 เมื่อ03-07-2018 01:14:52 »

ภัคเริด ชอบนายเอกที่มีผัวหลายคน แต่อยากให่เลือกธันวาอ่ะ กลัวธันวาจะกลับมาทำร้ายภัคถ้านางได่ยินที่ภัคพูดกับคิม

ออฟไลน์ water

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 59
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๒) ๒๙.๐๖.๖๑
«ตอบ #97 เมื่อ04-07-2018 11:15:02 »

เป็นตำรวจที่วุฒิภาวะต่ำมาก5555555

ออฟไลน์ กระเหี้ยนกระหือรือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๒) ๒๙.๐๖.๖๑
«ตอบ #98 เมื่อ04-07-2018 18:43:04 »

๑๔




“ขอโทษด้วยกับความใจร้อนของฉัน” 

คิมหันต์เอ่ยความในใจแทนการถามว่าวันนี้เป็นยังไงบ้างขณะหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับผู้ชายผิวซีดที่เที่ยงนี้ถึงคิวถูกสอบปากคำรอบสอง ซึ่งความจริงนายตำรวจไม่จำเป็นต้องทำเองก็ได้ แต่เพราะมีเรื่องอยากคุยด้วยตามประสาผู้ชายจึงแย่งงานลูกน้องมา       

ระหว่างที่คนมียศเปิดเอกสารการสอบปากคำครั้งก่อนดูคร่าว ๆ ธันวาก็นั่งนิ่งเป็นเป่าสาก สงบเสงี่ยมเรียบเฉยดั่งเช่นวันแรกที่เจอะเจอกัน โดยที่ตรงโหนกแก้มยังปรากฏความช้ำเลือดช้ำหนองชัดเจน โดดเด่นจนไม่มีทางที่คนฝากรอยไว้จะมองไม่เห็นผลงานของตัวเอง   

นัยน์ตาดำด้านเหลือบมองรอยช้ำดำเขียวบนใบหน้าอีกคนเพียงเล็กน้อย แล้วค่อยพูดเข้าประเด็นซึ่งไม่พ้นเป็นเรื่องส่วนตัวอีกตามเคย  “เมื่อคืนภัคอธิบายให้ฉันฟังชัดเจนแล้วว่านายไม่ได้เป็นอะไรกับเขาและดูเหมือนว่านายจะเข้าใจอะไรผิดไป …เขาไม่ได้รักนาย” 

จงใจลงน้ำหนักเสียงที่ประโยคสุดท้าย รวมถึงเปลี่ยนท่านั่งยกขาซ้ายพาดขาขวาแล้ววางท่อนแขนเท้ากับขอบโซฟาด้านหลัง ดูวางอำนาจอย่างกับราชาผู้กำชัยชนะศึกสงครามมาหลายคราและกำลังจะหยิบยื่นความพ่ายแพ้ให้กับศัตรูที่ยอมรับว่าดูไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่กันแน่ 

“เขาพูดแบบนั้นเหรอครับ” 

“นายก็พูดได้นี่”  คิมหันต์เอ่ยสวนเสียงดัง ซ้ำยังแสรงทำสีหน้าตกอกตกใจก่อนจะหัวเราะเพราะตลกกับการแสดงของตัวเองที่ช่างดูจอมปลอมเสียเหลือเกิน  “คิดว่าฉันแต่งคำพูดมาโกหกนายหรือไง”  เลิกขำได้ก็ย้อนถามและไม่รอเอาคำตอบก็พูดรอบใหม่  “เอาล่ะ เรามาเริ่มคุยเรื่องของนายกันบ้างดีกว่า นายเข้ามาทำงานที่บ้านหลังนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“แล้วคุณภัคไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้คุณฟังด้วยเหรอครับ”  ธันวาถามกลับหน้าตาย หงายการ์ดคนมาก่อนเพื่อตอกย้ำคิมหันต์ซึ่งมาทีหลัง  “ถ้าคุณอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับผม ถามคุณภัคเอาก็ได้ครับ เพราะเขารู้เรื่องผมดีที่สุดกว่าใคร”  ดูท่านายตำรวจจะประเมินอีกคนต่ำไป สุดท้ายเลยโดนเอาคืนพอให้แสบ ๆ คัน ๆ และบังเกิดสงครามประสาทขนาดย่อมขึ้นมา 
 
“ไอ้เรื่องที่ภัคชวนนายมาทำงานด้วยน่ะเหรอ”  สานต่อการทับถม ข่มว่ารู้เยอะด้วยการกล่าวอ้างถึงบางช่วงบางตอนที่สำคัญของบทสนทนา  “รู้ไหมว่าภัคพูดกับฉันว่ายังไง ‘ผมสงสาร เขาดูหมดหวัง ไม่มีที่ไปก็เลยลองชวนให้มาทำงานด้วยกัน แต่ผมไม่คิดว่าความปรารถนาดีของผมจะทำให้เขาเข้าใจผิดคิดว่าผมมีใจให้…’ ”  ใครชนะ ใครปราชัยก็เห็น ๆ กันอยู่ แล้วผู้แพ้ก็ได้แต่นั่งกำหมัด ถูกความเจ็บปวดกัดกินก้อนเนื้อในอกซ้ายจนน้ำตาตกใน

“เหมือนนายจะรักผิดคนนะ”  ไม่พูดก็ไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้หรอก

นี่เล่นตอกย้ำซ้ำเติมกันอย่างเลือดเย็น สัญญาเลยว่าถ้าเกิดธันวากระอักเลือดตาย นายตำรวจจะเป็นเจ้าภาพงานศพให้เอง  “เขายังบอกด้วยอีกว่าจำเป็นจะต้องตอบแทนเพราะติดหนี้บุญคุณนาย”  ได้ยินอะไรมาก็พูดไปอย่างนั้น ไม่ได้กลั้นกรองหรือเกาคำพูดให้ดูนุ่มนวลขึ้น แล้วยังมีหน้าขยายประเด็นด้วยความอยากรู้อยากเห็นอีกต่างหาก 

“เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิว่าบุญคุณอะไรกัน ฉันถามแทบตายภัคก็ไม่ยอมบอก ไม่รู้จะมีความลับอะไรนักหนาทำอย่างกับว่าฉันเป็นคนอื่นคนใกล้อย่างนั้นแหละ”  บ่นเป็นหมีกินผึ้งแล้วเพิ่งนึกได้ว่ามีอีกคนนั่งร่วมห้อง

ธันวาจ้องมองราวกับมีความแค้นส่วนตัว ซึ่งคิมหันต์ก็หาได้กลัวไม่เพราะเคยถูกฝึกสบตากับคนร้ายที่มักจะจ้องนายตำรวจด้วยความอาฆาตมาเป็นอย่างดี  “ก็ได้ จะไม่บอกกันก็ได้ เดี๋ยวฉันค่อยเค้นกับภัคเอาทีหลังเองแล้วกัน แต่ไหน ๆ ก็พูดเรื่องภัคขึ้นมาแล้ว งั้นฉันขอถามอะไรหน่อย นายชอบภัคที่ตรงไหน”

“นี่ไม่น่าใช่คำถามสำหรับใช้สอบปากคำนะครับ” 

“เถอะน่า มาถึงขั้นนี้แล้วเราก็ควรจะคุยกันไม่ใช่เหรอ ในเมื่อพวกเราสามคนก็เคยใช้เมียร่วมกัน”     

ธันวามองหน้าคิมหันต์ในตอนที่คิดว่าได้ยินอะไรผิดไป แต่นอกจากอีกคนจะไม่พูดแก้ให้ถูกยังยักไหล่ พยักหน้าว่าใช่ นายได้ยินถูก สามไม่ใช่สอง

“ผมจะตอบคำถามที่เกี่ยวกับการสอบปากคำเท่านั้น”     
   
“งั้นฉันตอบก่อนก็ได้ ฉันชอบที่ภัคช่างเอาใจ แบบ… นายก็คงพอเข้าใจใช่ไหม เขารู้วิธีมัดใจผู้ชายหน้าโง่ ๆ อย่างพวกเราให้อยู่หมัด เป็นงาน ทั้งเรื่องดูแลบ้านแล้วก็เรื่องบนเตียง นายเองก็คงจะชอบอย่างหลังเหมือนกันถูกไหม หรือไม่ใช่…?”  เห็นคนตรงหน้าเงียบไปก็ยิ่งทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ  “อย่าบอกนะว่านายไม่ได้หวังเรื่องนั้นน่ะ ให้ตาย นายนี่มันหน่อมแน้มกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะ”  ออกจะรู้สึกประหลาดใจปนขบขัน  “แต่สำหรับฉัน ฉันหวังว่ะ”

ประโยคสารภาพอย่างตรงไปตรงมาทำให้ธันวาขมับกระตุก ลังเลว่าจะลุกออกจากตรงนี้หรือปรี่เข้าตะบั้นหน้าอีกคนให้หายแค้นดี นอกเหนือจากอารมณ์กรุ่นโกรธก็ยังผิดหวังที่ร่างบางเลือกผิดคน รักโจรในคราบตำรวจ แค่เพราะมีอาชีพการงานที่ดีไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนดีไปด้วย  “ถ้าคุณภัคมาได้ยินเข้า เขาคงผิดหวังในตัวคุณมาก”

“คนรักกันก็ย่อมต้องมีผิดหวังกันบ้างเป็นธรรมดา แต่พนันกันไหมละว่าเขาจะทำอย่างไหน ระหว่างเดินเข้ามาตบหน้าฉันหรือเดินแก้ผ้าเข้ามาอ้าขาให้ฉันเอา”

“คุณภัคมีค่ามากกว่าจะให้คุณเอามานั่งพูดจาดูถูกนะครับ”   

“แล้วคนที่นายเทิดทูนนักหนาเขาเคยคิดจะเหลียวแลเวลาที่นายมีปัญหาบ้างไหมล่ะ”

“ถ้าคุณจะไม่สอบปากคำ งั้นผมขอตัวกลับไปทำงาน”

“ใจเย็นสิพวก โดนจี้ใจดำแค่นี้ทำเป็นน้อยใจไปได้”  ยกมือยอมแพ้แต่ไม่วายเหน็บแหนบคนที่ยอมลงนั่งอีกครั้งอย่างอดทนอดกลั้น  “ผลชันสูตรออกมาว่าน้องชายฉันไม่ได้ฆ่าตัวตายแต่มีใครบางคนทำให้เขาตาย ฉันก็แค่อยากรู้ว่านายรู้จัก ‘ใครบางคน’ ที่ว่านั่นหรือเปล่าก็เท่านั้น”  นายตำรวจตัดสินใจรายงานความจริงให้ผู้ต้องสงสัยทราบ แน่นอนว่าที่ทำแบบนี้ต้องมีเหตุผล  “นายเป็นใครบางคนที่ว่าหรือมีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่าธันวา” 

“เปล่าครับ”  ตอบด้วยความมั่นใจและจ้องตาคิมหันต์ไม่มีหลบ

“ฉันให้โอกาสตอบใหม่อีกที นายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่าน้องชายฉันหรือเปล่า”  เป็นการถามไม่ใช่การคาดคั้นเอาความท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลาย แต่อาจจะมีแค่นายตำรวจที่ดูสบายใจแปลก ๆ  “บอกฉันมาตรง ๆ เถอะน่า ถ้านายยอมสารภาพฉันจะกันนายเป็นพยาน …หรือนายพยายามปกป้องใครอยู่ ก่อนจะตอบว่าเปล่าอีกทีลองคิดให้ดี ๆ ก่อนนะ”

“ตั้งแต่คุณเข้ามาเหยียบในบ้าน ผมไม่เห็นว่าคุณจะดูเสียใจกับการตายของน้องชายคุณตรงไหน” 

“นายนี่มันพูดมากกว่าที่คิดแฮะ”   

“สิ่งที่ผมเห็นอยู่ตลอดเวลาก็คือคุณพยายามกะลอกะติดคุณภัคมากกว่าที่จะหาหลักฐานช่วยน้องชายตัวเอง”

“เพราะฉันมีหลักฐานจะเอาผิดคนร้ายมากพอแล้วต่างหากล่ะ” 

เหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัวคนฟัง นั่งมาตั้งนานเพิ่งจะได้เห็นสีหน้าเคร่งเครียดเป็นครั้งแรก  “คุณ… รู้ตัวคนร้ายแล้ว…?”

“ทำไม…? กลัวเหรอหรือว่ากำลังเป็นห่วงใครกันแน่ สำหรับคดีฆาตกรรมโทษอย่างต่ำก็ติดคุกตลอดชีวิต คิดดูสิว่าถ้าคนที่นายพยายามปกป้องต้องเข้าไปอยู่ในคุกกับพวกเดนคน นึกภาพออกใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น”  เป็นใครมาได้ยินก็คงจินตนาการภาพตามได้ไม่ยาก ชีวิตหลังลูกกรงก็คือตกนรกดี ๆ นี่เอง ความโหดร้ายจะไม่เหมือนกับเด็กที่แค่ส่งเข้าสถาบันดัดสันดาน การเป็นผู้ใหญ่มันยากและลำบากไม่รู้จักจบจักสิ้น ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด

“ใจคอจะไม่บอกอะไรฉันหน่อยเหรอ นี่ฉันอุตส่าห์เล่นเป็นตำรวจดีแล้วนะ”

“ผมก็นึกว่าคุณเป็นตำรวจเลวมาโดยตลอด”

“ใครจะไปดีแบบนายล่ะ”  ประชดเข้าให้แล้วตบท้ายด้วยรอยยิ้มจอมปลอม  “หวังว่าจะคงความดีแบบนี้ไว้นะ อย่าเพิ่งดีแตกเพราะเกิดกลัวขึ้นมาก็แล้วกัน”  นายตำรวจพูดทิ้งท้ายแล้วคว้ารายงานเดินออกจากห้องส่วนตัวของคนดูแลหญิงพิการ คิมหันต์เปิดประตูออกมาเจอภัคที่กำลังเดินไปเดินมาราวกับหนูติดจั่นและเมื่อเห็นว่าเป็นใครกันที่เดินออกมาก็รีบปรี่เข้าหาทันที 

“มีอะไรหรือเปล่า”  ออกปากถามร่างบางที่เดินเข้ามากอดเอวไว้หลอม ๆ     
     
“ผมแค่ไม่อยากอยู่ห่างคุณ”

“ไม่ใช่ว่ากำลังเป็นห่วงชู้รักหรอกเหรอ”

พูดดักอย่างรู้ทันและนั่นทำให้คนฟังหน้างอในชั่วพริบตา  “ไหนคุณว่าเราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีกแล้วไง ถ้าคุณยังเอาแต่ประชดประชันแบบนี้ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว”

“ไม่เอาน่า”

“ผมยอมยกโทษให้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะพูดจาไม่ดีกับผมยังไงก็ได้นะ แล้วถ้าคุณตบผมอีก คราวนี้ผมจะไม่ยอมอยู่เฉย ๆ แน่”   

“อยากโดนข้อหาทำร้ายเจ้าพนักงานหรือไง”

“ผมก็จะแจ้งจับคุณข้อหาทำร้ายร่างกายประชาชนเหมือนกัน”

“โหดจัง”

“ก็คุณนั่นแหละเริ่มก่อน”

“ผมขอโทษครับ”  กล่าวออกมาอย่างง่ายดายเพื่อเอาใจ ลูกไม้เดิมใช้ได้ผลกับคนเดิม ๆ ที่ครู่เดียวก็เบี่ยงหน้าหลบ ก้มหน้าหนีริมฝีปากหนาที่พอไม่สามารถจูบปากได้ก็ย้ายไปคลอเคลียแถวขมับ จนต้องภัคต้องรีบห้ามและยับยั้งเพราะกลัวจะมีใครมาเห็น

“จะอ้วก”  ไม่ทันแยกย้ายจอมทัพที่ก้าวขึ้นบันไดมาก็กลายเป็นพยานรักอย่างไม่เต็มใจ  “ตกลงว่าเครมคนน้องหรอกเหรอ อย่างนี้คนพี่ก็ช้ำใจตายแย่สิ”  ดูเหมือนว่าการที่ไม่อยู่บ้านหลายวันจะทำให้พลาดเรื่องสนุก ๆ ไปจนอดนึกเสียดายไม่ได้ 

“คุณจอมทัพ”

“สภาพดูไม่ได้เลยนะ”

จอมทัพยักไหล่รับกับคำทักทาย ค่อย ๆ กลับมามีบทบาทภายในบ้านอีกครั้งหลังหายหัวไปอยู่คอนโดเพื่อนเสียตั้งหลายวัน แถมการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มาตัวเปล่าแต่นำกลิ่นเหล้ากับบุหรี่ติดตัวมาด้วย ป่วยการจะตักเตือน ขอแค่อย่าทำให้ใครเดือดร้อนก็พอ 

“แล้วที่เรียกฉันกลับมามีอะไร หรือมีใครตายอีก ใช่พี่สาวนายหรือเปล่าที่ตาย ฉันจะได้สั่งทำป้ายหลุมศพให้เลย”

“ไม่มีใครตายเพิ่มทั้งนั้น แต่ถ้านายไม่ตอบคำถามลูกน้องฉันตามตรง นายได้ตายแน่” 

ชายหนุ่มผิวแทนที่แค่แวะมาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะออกไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจกลอกตาบนใส่คิมหันต์ที่เก่งแต่เบ่งอำนาจก่อนจะยกมือขอตัว เดินเข้าห้องตัวเองไปโดยมีสายตาสองคู่มองตาม แล้วความหนุ่มก็เตือนความจำให้ภัคนึกถึงใครอีกคนที่มีอายุไล่เลี่ยกันแต่ดันด่วนจากไปตั้งแต่อายุยังสาว ตอนนั้นว่าจะถามอยู่ว่าเรื่องราวมันเป็นมาอย่างไรแต่ก็ดันทะเลาะกันยกใหญ่เสียก่อน

“ผมถามเรื่องโมรีได้ไหมครับ ทำไมเธอถึง…”

“ตามรายงานบอกว่าเป็นฆ่าชิงทรัพย์”

“ฆ่าชิงทรัพย์…?”  ร่างบางกำลังคิดถึงวันที่นายตำรวจได้รับโทรศัพท์จากลูกน้องให้ออกไปสถานที่เกิดเหตุกลางดึกและนึกได้ว่าธันวากลับบ้านมาด้วยสภาพเปียกมะล่อกมะแล่ก     

คืนนั้นภัคไม่ได้สังเกตว่าชายหนุ่มผิวซีดถืออะไรติดมือกลับมาด้วยหรือเปล่าและเพราะไม่อยากจะกล่าวหาใครลอย ๆ จึงต้องออกตามหาหลักฐาน เพื่อลบล้างความคาใจ อาศัยช่วงเล่นซ่อนแอบกับหลานสาวลอบเข้ามาในห้องนอนคนอื่นอย่างถือวิสาสะและทำเรื่องเสียมารยาท เปิดตู้ดูมันทุกชั้น กวาดสายตามองของในลิ้นชัก หาบางอย่างไปทั่วห้องนอน ตรวจสอบแม้กระทั่งในปอกหมอน ตบ ๆ มือทั่วที่นอนก่อนจะเปิดผ้าห่ม แต่ขนาดก้มดูใต้เตียงก็ยังไม่พบความผิดปกติอะไร ไม่มีข้าวของแปลกตาเกินมา เหมือนของใช้ส่วนตัวจะลดลงไปด้วยซ้ำ 

แต่ร่างบางก็ยังไม่ลดละความพยายาม รีบเดินเข้ามาในห้องน้ำราวกับมีอะไรดลใจ ทั้งที่ก็แทบไม่มีพื้นที่ตรงไหนให้พอซ่อนสิ่งแปลกปลอม แต่ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลก็ยังคงไม่หายไปอยู่ดี นัยน์ตาสีน้ำตาลจึงมองบริเวณโดยรอบให้ถี่ถ้วนอีกครั้ง หันไปทางอื่นแล้วก็วกกลับมาที่โถสุขภัณฑ์สีขาวสะอาดตา ภัคเดินเข้ามาจด ๆ จ้อง ๆ มองฝาตรงบริเวณที่กดน้ำก่อนจะนับหนึ่งถึงสามในใจขณะภาวนาว่าขออย่าให้ใช่เถอะ ลุ้นระทึกจนมือไม้สั่น จนเมื่อตัดสินใจยกฝากระเบื้องออกก็เจอกับสิ่งของที่หายไป กระเป๋าสตางค์หน้าตาไม่คุ้นกำลังลอยอืดบนน้ำ แต่ร่างบางไม่กล้าหยิบขึ้นมาเพราะกลัวว่าจะได้รับคำยืนยันจากบัตรประจำตัวที่อยู่ด้านในว่าเจ้าของเป็นใคร ไม่มีคนปกติที่ไหนเอาของตัวเองมาลอยน้ำเล่นหรอก

มองจากรูปการแล้วก็คงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ภัคมองหลักฐานชั้นดีด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ยืนเหม่อจนฟื้นสติตอนที่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ มีคนขับรถออกไปจากรั้วบ้านกับมีใครบางคนกำลังจะเปิดประตูห้องเข้ามาด้านใน เสียงหมุนลูกบิดเป็นสาเหตุให้มือเรียวต้องปิดฝากระเบื้องลงไปอย่างเก่าอย่างรีบร้อนแล้วเดินออกมาประจันหน้ากับฆาตกรที่ยืนอึ้ง

ธันวานึกไม่ถึงว่าร่างบางจะย่างกรายเข้ามาในห้องนี้อีกหลังจากที่ตัดความสัมพันธ์ แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลจริง ๆ ที่ทำให้ชายหนุ่มยืนน้ำลายท่วมปาก ยิ่งเห็นภัคเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำก็ไม่รู้จะเริ่มอธิบายอย่างไร ไม่รู้ว่าเห็นไปแล้วหรือยัง เกิดไม่มั่นใจเพราะอีกคนเอาแต่ทำท่าทางเฉยเมย เตรียมจะเดินเลยไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

   ชินแล้วกับการถูกทำเหมือนเป็นธาตุอากาศ แต่มาวันนี้เพิ่งเคยได้เห็นแววตาที่วูบหนึ่งเจือไปด้วยความผิดหวังเป็นครั้งแรกจากภัคและสร้างความน้อยใจขึ้นมาขนาดทำตามคำสั่งใครต่อใครก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ลึก ๆ แล้วธันวากลัวการทำให้คนอื่นผิดหวังเพราะมีคนไม่มากที่จะกล้าตั้งความหวังกับคนไม่มีอะไรอย่างตัวเอง กับเด็กกำพร้าคนนึง

มือกร้านคว้าข้อมือขาวไว้แทบจะในทันทีโดยที่ยังนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าจะพูดอะไร

“ปล่อยเถอะ ฉันไม่อยากให้มีปัญหา” 

ภัคเอ่ยน้ำเสียงกระด้างแต่ยังเทียบไม่ได้กับนัยน์ตาเย็นชา

แต่แม้ว่าร่างบางจะใจร้ายด้วยมากแค่ไหน ธันวาที่จำได้ว่ามีเรื่องสำคัญอยากจะบอกก็อยากจะเตือนในฐานะคนรู้จัก ถึงการพูดบางอย่างออกไปอาจจะทำให้อีกคนมองตนในแง่ร้าย คิดว่ากำลังป้ายสีคู่แข่งทางความรัก แต่ยังไงก็ยอมให้ร่างบางมองว่ากำลังเอาความดีเข้าตัวเอาความชั่วเข้าคนอื่น

“ผมแค่อยากจะเตือนคุณไว้” 

ยอมปล่อยมือและเว้นระยะห่าง วางมือจากคนหมดรัก

ทั้งที่ความจริงตัวเองน่าจะเป็นคนเดียวที่สามารถช่วยร่างบางให้หลุดพ้นจากคนแบบนั้นได้แต่กลับถอดใจอย่างง่ายดาย ได้แต่เอ่ยว่าให้ระวังคนที่รักจะแว้งมาทำร้ายเข้าสักวัน  “เขาไม่ได้ดีอย่างที่คุณคิดหรอก”   

“นายหมายถึงใคร”

“เขารู้ …ว่าคุณเคยนอนกับน้องชายเขา”  และการแสรงทำราวกับไม่รู้ ย่อมมีเหตุผลอื่นแอบแฝงอยู่อย่างแน่นอน   





มีต่อด้านล่าง...



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-09-2018 22:45:19 โดย กระเหี้ยนกระหือรือ »

ออฟไลน์ กระเหี้ยนกระหือรือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๒) ๒๙.๐๖.๖๑
«ตอบ #99 เมื่อ04-07-2018 18:45:20 »


คิดแล้วก็ได้แต่สงสัยอะไรคือความยุติธรรม คนใช้ได้สิทธิ์สอบปากคำที่บ้าน ส่วนคนเป็นญาติต้องถ่อสังขารมาถึงสถานีตำรวจเพื่อตอบคำถามซ้ำ ๆ ซาก ๆ มีคำถามใหม่เพิ่มขึ้นมาเพียงไม่กี่ข้อที่พอฟังแล้วก็แอบหงุดหงิดใจเหมือนกัน

ไล่ต้อนอย่างกับอยากให้ตอบว่า ใช่ ฉันคือคนร้าย แต่จะให้ตอบอย่างนั้นได้ยังไงนับเป็นการฆ่าตัวตายไม่ใช่เหรอ…? จอมทัพที่ขอตัวกลับทันทีหลังให้ปากคำเสร็จเดินจ้ำอ้าวมาที่รถยนต์แล้วกดปลดสัญญาณล็อก เปิดประตูออกแล้วขึ้นนั่งตำแหน่งคนขับ แค่ปรับแอร์และเหยียบคันเร่งจนรถทยานออกจากลานจอดรถ สี่ล้อใหญ่หมุนวนบนถนนสายหลักแล้วค่อยหักเข้าโค้งก่อนถึงสี่แยกไฟแดง แยกตัวออกมาจากความวุ่นวายเพื่อใช้เส้นทางลัดไปสู่ที่นัดหมาย

ปลายทางก็คือคอนโดของเพื่อนในเอก รองเท้าหนังเหยียบเบรกได้ทันก่อนที่กั้นชนหน้าจะกระแทกกับผนังและเตรียมจะคว้าข้าวของเพียงไม่กี่อย่างลงจากรถ แต่ตอนที่กำลังปลดสายเข็มขัดนิรภัย หางตาดันเหลือบเห็นอะไรผิดสังเกตบริเวณที่วางเท้าเบาะนั่งด้านหลัง มันมีบางอย่างลักษณะคล้ายเคียงกับเท้าเด็ก

จอมทัพปลดพันธนาการแล้วรีบลงจากรถด้วยความสงสัย ขายาวเดินอ้อมมาเปิดประตูรถด้านข้างดูให้แน่ใจและทำอะไรไม่ถูกชั่วขณะเมื่อพบว่ามีเด็กบางคนซนจัดขนาดแอบขึ้นมาบนรถโดยไม่ได้รับอนุญาตแถมกำลังหลับฝันหวานอย่างไม่สนใจใคร

หนูดาน่าจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกพาออกมานอกบ้าน หลานสาวเผลอหลับไปในระหว่างเล่นซ่อนแอบ หลังจากวิ่งหาที่ซ่อนไปทั่วบ้าน สาวน้อยก็พบว่ามีรถหนึ่งคันจอดอย่างไม่มีระเบียบแถมประตูไม่ได้ล็อกอีกต่างหาก จึงลอบขึ้นรถแล้วใช้บริเวณวางเท้าเป็นที่ซ่อนตัวจากน้าชาย แต่สงสัยจะซ่อนแนบเนียนไปหน่อยถึงไม่มีใครมาหาสักที รอจนตาปรือก็ยังไม่มีวี่แววจนผล็อยหลับไป นับว่าโชคดีมากแค่ไหนว่าระหว่างที่จอมทัพลงจากรถไปให้ปากคำและดับเครื่องยนต์ เด็กหญิงไม่ขาดอากาศหายใจจนสลบไปเสียก่อน ยังนอนหายใจเข้าออกเสม่ำเสมอ กระทั่งเจอปลุกอย่างรุนแรง บวกกับแสงแดดที่แย้งตา ร่างเล็กลืมตาในที่สุดและลุกขึ้นนั่งทั้งสภาพงัวเงีย

หนูดากวาดสายตามองสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยอย่างงง ๆ ยังคงง่วงเหงาหาวนอนก่อนจะสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงตบเบาะ เด็กหญิงหันหน้ากลับมาเจอคนปากคอเราะร้ายแล้วกรีดร้องด้วยความตกใจสุดขีด เสียงกรี๊ดแหลมเล็กทำให้จอมทัพต้องยกมือปิดหูแทบไม่ทัน พอดีกับมีสายจากเจ้าของวันเกิดโทรมาตาม ต้องรับโทรศัพท์ทั้งที่ใช้อีกมืออุดหู

“เออ กูมาถึงแล้ว”  ดันหลุดปากบอกตำแหน่งไป คนในสายจึงยิ่งเร่งให้ขึ้นไปด้านบน แต่พอจะแจ้งเหตุจำเป็นเห็นทีว่ามีเรื่องต้องจัดการก่อน เพื่อนก็รีบด่วนตัดสาย ทิ้งคนหัวเสียไว้กับเสียงสัญญาณน่ารำคาญ  “เวรเอ้ย…”  จอมทัพสบถเสียงดังระหว่างหันกลับมามองเด็กหญิงนั่งร้องไห้  “ลงมา”  เข้าใช้กำลังกระชากแขนเล็กให้ลงจากรถด้วยสภาพทุลักทุเล

ท่ามกลางการขัดขืนหนูดายืนกระโดดเหยง ๆ บนพื้นด้วยเท้าเปล่า เด็กหนุ่มมองสองเท้าเล็กด้วยความขัดใจแล้วโยนรองเท้าสำรองที่เก็บไว้ในรถให้ใส่เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ให้ยืมรองเท้ามันก็ยังดีกว่าให้อุ้มเข้าเอวพาเดินไปทั่วคอนโดแล้วกัน จอมทัพยังไม่อยากถูกยัดเยียดให้เป็นพ่อใคร แต่ก็เตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องโดนเพื่อนฝูงแซวอย่างสนุกปาก

หนูดายังร้องไห้พลางใช้หลังมือเช็ดแก้มระหว่างอยู่ในลิฟต์ เด็กน้อยสะอึกสะอื้นยืนอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมแปลกใหม่กับคนคุ้นหน้าแต่ว่าก็ดันเป็นคนเดียวกับที่เคยทำร้ายกัน แค่ตื่นขึ้นมาไม่เจอหน้าน้าชายก็ขวัญเสียจะแย่ ยังต้องเผชิญหน้ากับคนหงุดหงิดง่าย อ้าปากแต่ละทีก็มีแต่คำหยาบคาย จอมทัพเป็นฝ่ายเดินนำออกไปจากลิฟต์เมื่อประตูเปิดออกแล้วก็ต้องวกเดินกลับเข้ามาคว้าต้นแขนเล็กและพาเดินไปด้วยกันทั้งสภาพแขนห้อย

เด็กน้อยจำต้องเดินตามคนเจ้าอารมณ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ น้ำตาเริ่มไหลน้อยลงจนกระทั่งได้พบกับโลกใบใหม่ที่ค่อยข้างมืด เด็กหญิงยืนหลบด้านหลังคนพามาเมื่อทุกสายตาในห้องหันกลับมาจ้องด้วยความสนใจ พี่ชายพี่สาวทั้งหลายเลิกสนใจเสียงเพลงและของมึนเมาชั่วขณะ ปาร์ตี้วันเกิดตอนกลางวันแสก ๆ เป็นอันหยุดชะงักเพราะความอยากรู้อยากเห็น

“มีลูกตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมไม่บอกกันบ้างวะ” 

เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยปากแซวแล้วได้นิ้วกลางเป็นคำตอบ จอมทัพตัดสินใจพาเด็กหญิงเดินฝ่าวงล้อมที่เต็มไปอบายมุข จูงมือเดินมาที่โซฟาซึ่งปราศจากคนจับจองแล้วออกคำสั่งเสียงดัง 

“นั่งอยู่ตรงนี้ อย่าไปไหน” 

ยืนเท้าเอวชี้หน้าเสร็จก็เดินออกไปรวมกลุ่มกับเพื่อนฝูง เคลียร์เรื่องที่ว่าแอบซุกลูกไว้ อธิบายคร่าว ๆ ว่ามีเหตุจำเป็นนิดหน่อยจึงต้องเอาเด็กติดสอยห้อยตามมาด้วย

แสงสีมากมายดูจะช่วยทำให้เด็กหญิงลืมกลัวไปชั่วขณะแล้วแทนที่ด้วยความตื่นตาตื่นใจ มือน้อยแบออกตอนที่มีประกายระยิบระยับพาดผ่าน มีแสงสะท้อนบนเพดานทำให้รู้สึกเหมือนว่ากำลังท่องอวกาศอยู่ หนูดามองไฟวิบวับรอบห้องตาเป็นประกายในขณะนั่งห้อยขาบนโซฟา ก่อนจะแอบทำตัวลีบเมื่อพวกพี่สาวเข้ามานั่งประคบข้างและชวนคุย

พวกเธอสอบถามว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใครด้วยน้ำเสียงสดใส มีการยื่นแก้วน้ำให้ดื่มอย่างใจดี ไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่ก็ชวดตำแหน่งนางงามรักเด็กไปเมื่อจอมทัพเดินเข้ามาขัด  “ถอยไป”  ออกปากไล่ให้ไปพ้น ๆ แล้วลดตัวลงนั่งแทนที่ว่างพลางวางจานขนมไว้บนโต๊ะแก้วหน้าโซฟา  “กินซะ”

คนอุตส่าห์หาขนมคบเคี้ยวมาให้กินรองท้อง เด็กหญิงกลับทำแค่นั่งมองอย่างหวาด ๆ เพราะน้าชายเคยเล่านิทานสโนไวท์กบคนแคระทั้งเจ็ดให้หลานสาวฟัง ว่าสโนไวท์ยอมกินแอปเปิ้ลที่ได้รับจากแม่มดจนกระทั่งสลบไป 

“ไม่มียาพิษหรอกน่า อย่าเว่อร์”  จอมทัพที่ถือแก้วติดมือมากระดกเหล้าเข้าปากเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้แก่เยาวชน ขอไฟแช็กจากคนเดินผ่านไปผ่านมาเพื่อจะจุดบุหรี่สูบ

“หนูเหม็น”  เด็กหญิงเป็นใบ้มานานและอาจจะเป็นไปอีกสักพักถ้าหากผู้ใหญ่ไม่เล่นพิเรนทร์สูบบุหรี่ในที่ปิดทึบ ลืมว่ามีอนาคตของชาตินั่งอยู่ร่วมห้อง

“อะไร”  นอกจากจะไม่สำนึกยังมีการเป่าควันบุหรี่ใส่หน้า

ควันสีเทากระจายฟุ้งจนหนูดาต้องรีบยกมือขึ้นปิดจมูก แสดงท่าทางรังเกียจอย่างชัดเจน แต่เห็นแบบนั้นก็ใช่ว่าจอมทัพจะสน ยังนั่งไขว่ห้างพ่นควันพิษออกสู่อากาศ ดื่มด่ำกับสาเหตุของมะเร็งปอดสลับกับยกแก้วเหล้าดื่มอีกสักหน่อยแล้วค่อยเอาบุหรี่จุ่มในน้ำจนไฟสีส้มดับในที่สุด 

“น้าภัคบอกว่าจอมทัพชอบทำตัวไม่น่ารัก”

“จะด่าว่าฉันเลวงั้นสิ”  น่าแปลกที่บรรยากาศระหว่างคนต่างวัยไม่ได้แย่อย่างที่คิด อาจเพราะผู้ใหญ่เข้าหาอย่างเป็นมิตรกว่าแต่ก่อน เด็กน้อยเองก็ค่อนข้างแปลกที่แปลกทางจึงฝากชีวิตไว้กับคนที่อย่างน้อยก็รู้จักเห็นมาตั้งแต่เกิด   

“จอมทัพอยู่ที่นี่เหรอ”

“อะไร”

“ไม่เห็นจอมทัพที่บ้านตั้งหลายวัน”

“ฉันจะอยู่หรือไม่อยู่บ้านมีใครสนใจด้วยหรือไง”  เลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ ถ้าเป็นคนอื่นถามก็ว่าไปอย่าง แต่คนที่แสดงท่าทางเป็นห่วงเป็นใยกลับเป็นเด็กที่เคยโดนตนทำร้ายจนเลือดตกยางออกเนี่ยสิ มีความจำเท่าปลาทองหรือไงถึงได้ลืมเรื่องราวบาดหมางง่ายขนาดนั้น  “หายกลัวฉันแล้วเหรอ”  ลองถามยั้งเชิงขณะหลุบตามองอย่างดุ ๆ  “แล้วใครสั่งใครสอนให้เรียกผู้ใหญ่ด้วยชื่อเฉย ๆ”  แทนที่จะแสดงอาการหวาดกลัวอย่างที่เคย ๆ เห็น ร่างเล็กกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เซมองไปทางอื่นเสียอย่างนั้น ถ้าน้าชายรู้ว่าทำตัวเสียมารยาทกับผู้ใหญ่คงได้โดนบ่นไปหลายวัน  “นี่ ฉันพูดด้วยอยู่นะ เฮ้…”

   ระหว่างที่คนโดนเมินกำลังเรียกร้องความสนใจ โทรศัพท์ก็มีสายโทรเข้า คำว่า ‘นรก’ เด่นหลาบนหน้าจอ ตอนแรกก็สงสัยว่ามีเหตุผลอะไรให้คนที่บ้านต้องโทรหา แต่พอเหลือบหางตามองด้านข้างก็ถึงบางอ้อ แล้วก็ยิ้มด้วยความสนุก

“ฮัลโหล ใช่ อยู่กับฉัน”  ไม่ผิดไปจากที่คาด น้าชายโทรมาถามเรื่องหลานสาวด้วยความร้อนใจและถ้าให้ทายก็คงใกล้จะหน้ามืดเป็นลมเต็มทีเมื่อรู้ว่าแก้วตาดวงใจอยู่กับชายหนุ่มที่เคยลั่นวาจาว่าอย่าได้เผลอก็แล้วกัน  “ฉันเคยบอกนายว่าไง ถึงตาฉันเอาคืนบ้างแล้วล่ะ”  พูดทิ้งท้ายอย่างมีเลศนัยแล้วกดตัดสายทิ้ง แย้มยิ้มเจ้าเล่ห์ระหว่างมองเด็กหญิงเอื้อมมือหยิบขนมกินทีละชิ้นอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว 




   คิมหันต์ที่ใช้ชีวิตเยี่ยงค้างคาวเข้าไปทุกขณะ ถึงเวลาบ่ายก็หลบอยู่ในถ้ำ เผลอหลับลึกหลังเอนตัวพิงกับพนักโซฟาได้ไม่นาน ก่อนจะโดนฝันร้ายเข้าครอบงำจนส่ออาการกระสับกระส่าย ยังคงฝันว่ามีใครสักคนหมายจะเอาชีวิตด้วยการบีบคอ แต่คราวนี้ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมจนเกิดการหลั่ง มันรุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ เจ้าของมือที่กุมรอบลำคอไม่ได้เป็นแค่เงาดำแต่หน้าตากลับเหมือนตัวเองทุกประการ มีเลือดไหลจากดวงตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น

คนเป็นน้องกำสองมือรอบลำคอพี่ชายไว้แน่น แล้วออกแรงบีบเพิ่มจนฝ่ายหายใจไม่ออกหน้าเริ่มเปลี่ยนสี อ้าปากค้างแถมยังนัยน์ตาเบิกโพลง โชคดีที่มีคนวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องหลังจากได้ยินเสียงไอโครกครากดังไปถึงข้างนอก ภัคชะงักแล้วหยุดมองภาพน่าแปลกใจชั่วครู่ ก่อนจะรีบเข้าช่วยนายตำรวจที่กำลังหลับตาและละเมอบีบคอตัวเองอยู่จนหน้าดำหน้าแดง เขย่าอย่างแรงเพื่อปลุกให้ได้สติ รวมถึงช่วยง้างมือที่กำรอบลำคอออก

ลืมว่าจะมาบอกเรื่องที่หนูดาหายไปกับจอมทัพ

แล้วก็ช่วยให้คิมหันต์รอดจากการสิ้นใจได้อย่างหวุดหวิด  “เกิดอะไรขึ้นครับ”

ร่างบางรีบถามยามอีกคนลืมตาตื่นจากความตาย  “หยิบน้ำให้ผมหน่อย”  นายตำรวจร้องขอเสียงสั่น วิญญาณยังไม่อยู่กับร่องกับรอย ภัคที่รีบหาน้ำมาให้ปล่อยอีกคนได้มีเวลาดื่มน้ำ ความเย็นอุณหภูมิห้องพอทำให้ใจเย็นลงตามลำดับ กลับมาสงบ  “ฝันร้ายน่ะ” 

คิมหันต์ลูบหน้าตัวเองระหว่างพูดไปด้วยเสียงเบา 

“อยากเล่าให้ผมฟังไหม”  ร่างบางที่อาสาเป็นผู้ฟังหย่อนก้นลงนั่งตรงที่ว่างด้านข้าง   

“บางทีอาจเป็นภาพก่อนตายของน้องชายและความเป็นฝาแฝดก็ทำให้ผมระลึกถึงตลอดเวลา”  น้ำเสียงทุ้มต่ำพูดถึงเรื่องที่วิทยาศาสตร์ก็ให้คำตอบไม่ได้ พอคนไม่มีฝาแฝดได้ฟังก็เกิดความสงสัย จินตนาการไม่ออกเท่ากับเรื่องที่มีคนเพิ่งบอกมา ‘เขารู้ …ว่าคุณเคยนอนกับน้องชายเขา’  นัยน์ตาสีน้ำตาลเอาแต่จ้องด้วยความเคลือบแคลงจนนายตำรวจถามว่ามีอะไร     

“ผมแค่สงสัยว่าเราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า”

“ตอนงานศพแม่ผมไง เมื่อหกเจ็ดปีก่อน”

“ไม่ใช่ ผมหมายถึงนอกเหนือจากนั้น”  คิมหันต์เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจว่าทำไมถึงอยากรู้ขึ้นมา  “ก็อาจจะเป็น…ในฝันละมั้ง”  ฉวยมือเรียวมากุมบนตักอย่างไม่มีเหตุผล แล้วพูดจาเหมือนคนยังไม่ฟื้นสติซะทีเดียว  “บางทีคนที่บีบคอผมในฝันอาจจะเป็นคุณ”

“บีบคอ…?”

ไม่มีคำอธิบายอะไรมากไปกว่ายกมือเรียวขึ้นมาวางรอบลำคอตัวเอง  “ลองบีบดูสิ”  สงสัยเป็นผลจากการที่ออกซิเจนไม่ไปเลี้ยงสมองชั่วขณะ ไม่เข็ดแม้ว่าจะรู้รสชาติความทรมานของการถูกบีบคอดี

“คุณจะบ้าเหรอ…”

เกือบจะหลุดหัวเราะด้วยความตลกถ้าไม่เผอิญเห็นแววตาจริงจังมองแกมกดดัน  “บีบ”

“ผมทำไม่ได้”  สองมือที่กุมรอบลำคอหนาสั่นอย่างเห็นได้ชัด เหมือนจะตามไม่ทันทั้งที่ก้าวนำคิมหันต์ไปหลายก้าว ไม่เข้าใจการกระทำของอีกฝ่ายเสียมากกว่าและจะไม่มีทางปล่อยให้หัวข้อนี้คงอยู่นาน ภัคยกเรื่องหลายสาวมาคั่นกลางหลังจากที่เพิ่งนึกออก น้าชายที่บกพร่องต่อหน้าที่จนหลานหายออกไปจากบ้านรีบแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยไม่รอเวลาให้ครบยี่สิบสี่ชั่วโมง  “เรื่องอื่นเอาไว้ก่อนได้ไหมครับ หนูดาหายออกไปจากบ้าน ผมเลยลองโทรหาคุณจอมทัพ แล้วแกก็อยู่เขา”

“ที่ไหน”

“ผมไม่รู้ แต่เขาพูดเหมือนจะทำอะไรบางอย่าง” 

ไม่ทันฟังให้จบ คิมหันต์ก็รีบคว้าแขนภัคลุกไปจากโซฟาด้วยกัน




“หนูง่วง”
เด็กหญิงบอกเสียงอ่อย

ภายในห้องกว้างไม่มีกิจกรรมไหนพอให้เยาวชนเข้าร่วมได้เลย สุดท้ายจึงได้แต่นั่งกินขนมกับแอบลองชิมน้ำอัดลมตามคำเชิญชวนของคนมากประสบการณ์ หนูดาออกนอกลู่นอกทางหนึ่งวัน ยังขัดเขินกับการคุยกับแปลกหน้า แต่ถ้ากับจอมทัพก็พอจะสนิทอยู่ในระดับหนึ่ง ยอมให้อีกฝ่ายถึงเนื้อถึงตัว หายกลัวไปมากหลังจากที่เมื้อกี้ได้น้ำอัดลมกระป๋องใหม่ ดื่มไปหลายอึกจนเดินเองไม่ไหวและได้คนพามาอุ้มพาเข้าห้องนอนเพื่อน

จอมทัพใช้ปลายเท้าเขี่ยก้นสหายที่กำลังใช้เตียงทำเรื่องอย่างว่ากับสาวที่พามา
“ออกไปไป ลูกกูจะนอน”  ออกปากไล่อย่างเย็นชาโดยไม่สนว่าอีกสองคนจะอยู่ในอารมณ์ไหน ผู้หญิงต้องรีบใส่เสื้อผ้า ส่วนสหายก็ยกนิ้วกลางให้ก่อนจะคว้าเสื้อยืดออกไปจากห้องอย่างเซ็ง ๆ   

“เมื่อกี้พี่สองคนเขาทำอะไรกันเหรอจอมทัพ” 

ตอนถูกวางร่างลงกลางเตียง หนูดาก็เอียงคอถามด้วยความใคร่รู้ 

“แก่แดด ไม่ใช่เรื่องที่เด็กต้องรู้สักหน่อย”

เด็กน้อยอมลมจนแก้มป่องแล้วนอนมองอีกคนนั่งลงบนเตียงเดียวกัน หยัดขายาวขึ้นมาหนึ่งข้างระหว่างเอนหลังพิงกับหัวเตียง 

“จอมทัพง่วงไหม” 

คนถูกถามเอียงหน้ามองคนถามเล็กน้อย  “จะว่าไปก็ไม่ได้นอนเต็มอิ่มมาหลายคืนเหมือนกัน”  จอมทัพขยับตัวลงนอนและจากที่ตอนแรกแบ่งโซนชัดเจน เป็นผู้ใหญ่ที่ล้ำเส้น เขยิบเข้าเขตแดนของหนูดาและนอนตะแคงต่ำกว่าร่างเล็ก โตแล้วแต่ก็ยังให้คนที่เด็กว่าลูบหัวเล่น ไม่ได้ปฏิเสธความมีน้ำใจ แค่นอนกอดอกเฉย ๆ แล้วปล่อยให้เด็กหญิงร้องเพลงกล่อม ลักจำพฤติกรรมมาจากน้าชายและเลียนแบบได้อย่างไม่มีที่ติ

น้ำเสียงอ่อนโยนนั้นดังแผ่ว ๆ แล้วก็เงียบหายไปอย่างเป็นปริศนา 
 
แต่จอมทัพที่ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้ารู้สาเหตุดี ชายหนุ่มผิวสีแทนค่อย ๆ ยกมือเล็กที่วางค้างไว้บนศีรษะตัวเองออก แล้วนอนมองดวงหน้าจิ้มลิ่มด้วยสายตายากแท้หยั่งถึง มองลึกลงไปเหมือนจะเห็นความลังเลและความสงสารอยู่หน่อย ๆ เกิดเห็นใจเด็กน้อยที่ดันมีแม่เป็นคนที่ตนเกลียดเข้ากระดูกดำทั้งที่ไม่เคยทำอะไรให้ อันที่จริงก็มีชะตากรรมไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ ล้วนเกิดมาในครอบครัวที่มีปัญหา พ่อแม่หย่าร้างกับพ่อแม่ไม่รักกัน

บทสรุปก็คือเด็กขาดความอบอุ่น แต่ก็ต้องยอมรับว่าน้าชายเลี้ยงหลานสาวให้โตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ พูดในแง่ของความน่ารัก ผิวพรรณที่ขาวอย่างกับนุ่นและนุ่มดุจขนนก มือหนึ่งวางลงบนท่อนขาเล็กที่แสนเรียบเนียน ความคิดน่ารังเกียจกำลังกัดกินจอมทัพอย่างช้า ๆ มือนั้นลูบย้อนขึ้นจนใกล้จะถึงชายกระโปรงและอะไร ๆ ก็คงจะเลวร้ายไปมากกว่านี้ถ้าไม่มีคนเปิดประตูห้องออกอย่างแรง   

หลังจากใช้เส้นสายให้เพื่อนตำรวจจารจรช่วยหาว่าป้ายทะเบียนเป้าหมายขับรถไปไหนคิมหันต์ถึงได้พบกับแหล่งกลบดานและเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาช่วยเด็กหญิงได้ทัน มือกร้านกระชากคอเสื้อจอมทัพให้ลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว  “แกคิดจะทำอะไรลูกฉัน!”  หมัดหลุน ๆ กระแทกเข้ากับหน้าคนที่เกือบจะทำอนาจารเด็กอย่างจังและนายตำรวจก็พร้อมตั้งข้อหาถ้าหากอีกฝ่ายไม่ยอมสารภาพว่าคิดจะทำอะไรกันแน่  “ฉันถาม!!”

“ใจเย็นสิพวก”  จอมทัพที่มีเลือดออกตามไรฟันกลับยิ้มเย้ยยันอย่างไม่กลัวตาย 

“ภัค พาหนูดาออกไป”  น้าชายทำตามที่นายตำรวจบอกทันที ปรี่เข้าช้อนตัวเด็กหญิงที่ยังหลับเป็นเจ้าหญิงนิทราขึ้นจากเตียง หนูดายังสลบไสลราวกับตกอยู่ภายใต้ฤทธิ์ของยานอนหลับและไม่ว่าใครจะทำเสียงดังสักแค่ไหนก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น

ชายสองคนที่ยืนประจันหน้ากันรอให้สองน้าหลานออกไปจากห้องเป็นที่เรียบร้อย แล้วคนอายุน้อยกว่าก็พาเข้าประเด็นสำคัญทันที ไม่มีการอ้อมโลกใด ๆ  “เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ ลูกฉัน…?”  ทวนประโยคที่ใครฟังก็คงแอบตะขิดตะขวงใจ แต่ไม่ใช่กับเด็กหนุ่มที่เพิ่งนึกอะไรดี ๆ ออก  “อ่อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ตอนแรกเกือบจะลืมไปแล้วนะเนี่ย ต้องขอบคุณหมัดนายที่ช่วยเตือนความจำฉัน”

“จะพูดอะไร”

“ยังต้องให้ฉันพูดอีกเหรอ”  คนเป็นต่อย้อนถามหน้าระรื่น       

นายตำรวจดันตัวอีกฝ่ายเข้ามุมห้อง มองซ้ายมองขวาให้มั่นใจว่าถ้าพูดอะไรไปแล้วจะไม่มีคนอื่นเข้ามาได้ยิน 
“นายรู้อะไรมา”

“ถ้าฉันเอาเรื่องนี้ไปบอกยัยมินตรา ยัยนั่นคงดีใจจนเนื้อเต้น”  จอมทัพพอจะเห็นลางแห่งความวุ่นวายในอนาคตอันใกล้ ถ้าแพร่งพรายความลับออกไปไม่ใครก็ใครต้องถูกแหกอกโทษฐานปกปิดความจริงที่ยิ่งกว่าละครเน่าน้ำ บทละครหลังข่าวยังต้องยอมแพ้

“นายต้องการอะไร” 

“ให้ได้แค่ไหนล่ะคุณตำรวจ”

“อย่าคิดจะขู่ฉัน”  คิมหันต์เลิกชายเสื้อขึ้นเพื่อโชว์ปืนที่เหน็บไว้ด้านหลังกางเกง

แต่เด็กหนุ่มก็หาได้เกรงกลัวไม่  “อย่าดีแต่ขู่สิคุณตำรวจ”

“นายเองก็คงไม่อยากให้ฉันเอาจริงสักเท่าไหร่หรอกใช่ไหม” 

“แล้วจะให้ส่งเลขบัญชีไปทางช่องทางไหนดีล่ะ”  ลอยหน้าลอยตาได้อย่างน่าหมั่นไส้และทำถ่อยด้วยการพ่นน้ำลายปดเลือดรดมือที่จับปกเสื้อไม่ปล่อย  “คงรู้นะว่าต้องจ่ายเท่าไหร่เป็นค่าปิดปากคนอย่างฉัน”  จอมทัพสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมแล้วตบบ่ากว้าง เป็นเหตุให้คิมหันต์โกรธจัดจนเผลอดึงปืนออกมาจากด้านหลัง ตั้งท่าจะยิงกะโหลกศีรษะของคนที่เดินลอยชายออกไป เกือบจะลั่นไกเพื่อทำให้เรื่องมันจบ ๆ แต่ท้ายที่สุดก็ตระหนักได้ว่าอีกคนยังไม่สมควรตาย โทษที่สาสมกับคนแบบนั้นไม่ควรจะเป็นอะไรที่ง่ายดายอย่างการส่งไปปรโลก แต่ทำให้รู้จัก นรก บนดินจริง ๆ   












------------------------------
แท็ก #ลั่น_ดาล

ติดตามข่าวสาร
◕‿◕。 นิยายที่แต่งจบแล้ว ---> เหมายัน 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-07-2018 21:02:00 โดย กระเหี้ยนกระหือรือ »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๒) ๒๙.๐๖.๖๑
« ตอบ #99 เมื่อ: 04-07-2018 18:45:20 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 507
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-2
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
«ตอบ #100 เมื่อ04-07-2018 19:29:27 »

โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยย ที่แน่ๆในตอนนี้คือธันวาฆ่ามินตรา
แล้วหนูดาก็น่าจะเป็นลูกคิมหันต์ไม่ใช่ลูกเหม
คิมเป็นตำรวจที่ไม่ได้ดีจริงๆ ไว้ใจไม่ได้เหมือนกัน หรือจริงๆแล้วคิมจะฆ่าพี่ชายตัวเอง... :ling1: :katai1:

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1885
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
«ตอบ #101 เมื่อ04-07-2018 20:03:04 »

พัวพัน เป็นงูกินหางไปเลย ตกลงแล้วเกี่ยวข้องโยงใยเป็นลูกโซ่เลยหรือนี่
 :hao7:

ออฟไลน์ anythinginitt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
«ตอบ #102 เมื่อ04-07-2018 22:16:10 »

ปมเยอะไปหมดแล้ววว

ออฟไลน์ manami1155

  • ~I Still Love You~
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1750
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +99/-1
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
«ตอบ #103 เมื่อ04-07-2018 22:46:49 »

งงไปกันใหญ่เลยทีนี้
 :really2: :really2:

สรุปธันวาเปนฆาตกรจริงๆใช่ไหม
แต่เหมือนคิมหันต์จะสงสัยภัค
แล้วจอมทัพแค้นอะไรนักหนา
ถึงต้องมาลงกับเด็กแบบหนูดา
แล้วหนูดานี้ลูกคิมหันต์ใช่ไหม

งือออออออ สับสนไปหมดละค่า
ได้แต่คิดแล้วก้สงสัยวนไปวนมา
 :katai1: :katai1:

ออฟไลน์ TanyaPuech

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +530/-23
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
«ตอบ #104 เมื่อ05-07-2018 02:25:42 »

เดาไม่ผิด หนูดาเป็นลูกคิมหันต์  ตอนนี้แอบรำคาญหนูดาเล็กๆ 5555
สงสารธันวา อย่าติดคุกนะ สงสาร
นี่ว่าภัคฆ่าแหล่ะ คิมหันต์ก็รู้ ธันวาช่วยเฉยๆ
คิมหันค์ร้ายอะ ร้ายมาก
สุดท้ายเรื่องนี้คนทีาจะน่าสงสารที่สุดคงเป็นภัค โดนหลอกแน่ๆ

ออฟไลน์ Nachar

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
«ตอบ #105 เมื่อ05-07-2018 06:48:11 »

ฆ่าตกรนี่ยังไม่ปักใจที่ใครอ่า แต่ที่แน่ๆคือหนูดาลูกคิมหันต์แน่ๆ มันเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆแล้ว :fire:

ออฟไลน์ sunsatoh

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 38
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
«ตอบ #106 เมื่อ05-07-2018 19:51:16 »

สนุกมากค่ะ

ออฟไลน์ happy-jigsaw

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 367
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
«ตอบ #107 เมื่อ06-07-2018 08:29:28 »

ลุ้นมาก

ออฟไลน์ คุณซี

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
«ตอบ #108 เมื่อ06-07-2018 13:34:24 »

ปมอลังการเวอร์ต้องแกะกี่วันถึงจะหมดดดดด

ออฟไลน์ naruxiah

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 947
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
«ตอบ #109 เมื่อ06-07-2018 19:57:39 »

เหมือนจะมีปมใหม่มินตราสั่งรึธันวาจัดเอง​ เด็กน้อยเป็นลูกคิมหรอ​ เพราะเหมเป็นเกย์ใช่มั้ย​ งั้นอะไรยังอ่ะโอ้ยปมมมม

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
« ตอบ #109 เมื่อ: 06-07-2018 19:57:39 »





ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
«ตอบ #110 เมื่อ07-07-2018 00:10:23 »

เอาระเบิดไปปาบ้านเลย ตายทุกคน จบง่ายๆ5555

ออฟไลน์ fxxg0430

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
«ตอบ #111 เมื่อ08-07-2018 03:10:21 »

ยืนันคำเดิม ว่าคิมฆ่า แต่ธันวาเข้าใจว่าภัคฆ่าเลยช่วยปิด ภัคลงมือจริง แต่เหมไม่ได้ตายเพราะภัคฆ่า (ภัคอาจจะลงมือเอง หรือยืมมือธนวาช่วยก็เป้นไปได้)

สงสารธันวา รักเขาแบบยอมตายถวายหัว แต่สุดท้ายเขาก็รักคนอื่น เจ็บแทนอ่ะ ที่คิมมันพูด คือพระเอกร้ายไปอี๊ก

จริงๆคิมเคยพูดหลายครั้งแล้วว่าดาเป็นลูกตัวเอง แต่ภัคไม่เคยเอะใจ นับว่าจอมทัพฉลาดมากจริงๆ

ออฟไลน์ Justccwpo

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
«ตอบ #112 เมื่อ09-07-2018 13:47:10 »

โอ้ยสนุกมากกกกกกอินเวออออออ  มาต่อเร็วๆนะคะ

ออฟไลน์ Jessiebier

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
«ตอบ #113 เมื่อ09-07-2018 21:21:03 »

สรุปแล้วคนที่ร้ายและรู้ทุกอย่างคือคิมหัน

ธันว่าสู้ๆค่ะ

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2497
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +130/-5
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
«ตอบ #114 เมื่อ15-07-2018 11:13:52 »

คิมหันต์ร้ายสุด ขนาดวิญญาณเหมยังอาฆาต

ออฟไลน์ boboman

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1238
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-2
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
«ตอบ #115 เมื่อ20-07-2018 10:49:46 »

หนูดาเป็นลูกคิมหันต์จริงๆ สินะ
อยากอ่านรวดเดียวจบเลยเนี่ย มันค้างคามาก

ออฟไลน์ Justccwpo

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
«ตอบ #116 เมื่อ20-07-2018 16:36:13 »

คถจุง

ออฟไลน์ กระเหี้ยนกระหือรือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๓) ๐๔.๐๗.๖๑
«ตอบ #117 เมื่อ29-07-2018 20:45:05 »

๑๕



   

“อยู่ไหนวะ” 

ท่ามกลางเสียงรื้อค้นจอมทัพก็สบถกับตัวเองด้วยความร้อนใจ แต่กลายเป็นว่ายิ่งตามหายิ่งไม่เจอ ของที่เคยอยู่ในลิ้นชักหายไปอย่างไร้ร่องลอยขณะเวลาลดเหลือลงน้อยเต็มที เด็กหนุ่มมีเวลาไม่มากหลังจากทำตัวลองดีและแน่นอนว่านี่เป็นการลักลอบเข้ามาในห้องทำงานของเจ้าของบ้านเพื่อหาเอกสารที่เคยเห็นผ่าน ๆ ตาเมื่อครั้งริอาจเป็นขโมย ตอนนั้นเจอโดยบังเอิญแต่เกิดถูกจับได้เสียก่อนว่ากำลังยักยอกทรัพย์เลยได้อ่านผลวินิจฉัยแบบข้าม ๆ

มันคือผลตรวจสุขภาพของเหมันต์ที่ปัจจุบันตกอยู่ในมือของพี่ชายร่วมสายเลือด 

“หานี่อยู่เหรอ”  ซองสีน้ำตาลเจ้าปัญหาถูกชูขึ้นกลางอากาศระหว่างคิมหันต์เดินล่วงกระเป๋าเข้ามาในห้องทำงานน้องชาย นายตำรวจยกยิ้มเย้ยหยันเมื่อเห็นคนปากสว่างอยู่ในอาการคับแค้นใจ มองมาด้วยสายตาอาฆาต ของแบบนี้มันใครดีใครได้ ถ้าไวมากพอก็จะกลายเป็นต่อเหมือนเช่นตอนนี้  “นายคิดว่าจะได้ค่าปิดปากจากฉันจริง ๆ น่ะเหรอ”   

จอมทัพนับเป็นคนที่ไม่ฉลาดเลยคนนึง นึกจะพูดอะไรก็พูด โดยไม่คำนึงว่าสุดท้ายแล้วคำพูดพวกนั้นจะกลับมาเล่นงาน แถมพลาดอย่างมหันต์ที่คิดจะเป็นศัตรูกับผู้ผดุงความยุติธรรม หารู้ไม่ว่าคนร้ายในคราบตำรวจมีถมเถไป

“นอกจากข้อหาอนาจาร นายจะโดนตั้งข้อหาบุกรุก แล้วก็ข้อหา …ครอบครองยาเสพติด”  ถุงยาที่หนูดาเคยเก็บได้ถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานมัดตัวคนกระทำผิด แต่โคเคนไม่กี่กรัมอาจทำให้ติดคุกสูงสุดแค่สิบปีและคิมหันต์แค่อยากมั่นใจว่าภายในยี่สิบหรือสามสิบปีข้างหน้าจะไม่ต้องเจอกับอีกคน จึงสั่งให้ลูกน้องค้นห้องของผู้ต้องหาทุกตารางนิ้ว

“ลองไปดูที่ห้องนายสิ”  คิมหันต์แนะและหลบทางให้จอมทัพเดินนำออกมาอย่างรีบร้อน   

คนที่สังหรณ์ใจแปลก ๆ รีบก้าวกลับมาที่ห้องของตัวเองและกวาดตามองนายตำรวจหลายนายกำลังวุ่นวายกับการค้นหาสิ่งผิดกฎหมาย ก่อนสายตาตกใจจะปะทะกับของกลางที่วางอยู่บนเตียงให้เกลื่อนกลาด ปริมาณมันมากพอให้เป็นผู้ขายในขณะที่ความจริงแล้วตนเป็นเพียงผู้เสพเท่านั้นและเด็กหนุ่มก็ตระหนักได้ในทันทีว่าโดนยัดยา

แล้วคนที่สามารถทำได้ขนาดนี้ก็มีคนเดียว  “มึง!”  จอมทัพกระชากคอเสื้อคิมหันต์แล้วออกหมัดไปที่หน้าอย่างจัง โดยที่เจ้าพนักงานก็ไม่ได้ปัดป้อง ออกจะยินดีที่ถูกชก พอเห็นรอยยิ้มมุมปากเด็กหนุ่มก็รู้แล้วว่าตัวเองตกหลุมพรางอีกครั้ง 

“ข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน”  และขณะคิดทำการหลบหนีก็มีคำสั่งเสียงเด็ดขาด  “จับตัวผู้ต้องหา!” 

นายตำรวจบัญชาการลงมา ลูกน้องก็ถลาเข้าจับกุมผู้ต้องหาไว้ทันที

“ปล่อยสิวะ! ฉันโดนยัดยา! มันยัดยาฉัน!” 

รุมสี่ต่อหนึ่งถึงพอต้านทานพฤติกรรมโวยวายและขัดขืนได้ ไม่ปล่อยให้แก้ต่างยึดหลักฐานเป็นหลัก การพาตัวผู้ต้องหาลงมายังชั้นล่างไปเป็นด้วยความทุลักทุเลท่ามกลางเสียงก่นด่าอย่างหยาบ ๆ คาย ๆ วาระสุดท้ายของคนช่างสอดหมดสภาพเหมือนหมาจรจัดที่กำลังถูกกวาดล้างตามถนน มันดิ้นรนอย่างหนักพลางร้องเสียงหลงเมื่อรู้ว่าหลังจากนี้ต้องใช้ชีวิตในกรงขัง วิ่งเล่นอย่างอิสระไม่ได้อีก ไม่ฆ่าก็เหมือนตาย เจ็บใจจนน้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบหน้านัยน์ตาแดงก่ำ แม้ไม่อยากก้าวขาออกห่างจากอิสรภาพ แต่ก็มีคนพยายามหามปีกออกห่าง กลายเป็นเครื่องเซ่นสังเวยอนาคตอันมืดมน     

นายตำรวจอุตส่าห์เดินมาส่งถึงรถแล้วใช้ซองเอกสารตบบ่าเสมือนให้กำลังใจคนต้องโทษร้ายแรง  “ฉันไม่เคยขู่ ทีนี้รู้แล้วนะ”  แอบเย้ยหยันผ่านคำพูดแล้วป้ายเลือดจากมุมปากลงบนชุดของจอมทัพที่กำลังจะหันมาถุยน้ำลายใส่ แต่ก็ถูกกดหัวแล้วยัดเข้าไปในรถตำรวจอย่างรวดเร็ว คิมหันต์เป็นคนปิดประตูให้แล้วโบกมือลารถที่เคลื่อนออกไปจากรั้วบ้าน     

ยืนรอจนบริเวณปลอดควันเทา ค่อยหันตัวกลับเข้าในบ้านและเงยหน้าสูดอากาศบริสุทธิ์จนชุ่มปอด ท่าทางผ่อนคลายบิดซ้ายบิดขวาไล่อาการเมื่อยขบตามร่างกาย ดูสบายใจหลังจากที่เพิ่งส่งใครบางคนเข้าตะราง ระหว่างนั้นก็เห็นภัคกำลังเดินลงบันไดมาอย่างระมัดระวัง

“ลูกล่ะ”  เสียงทุ้มถามหาหนูดา 

“อยู่บนห้องครับ”  รางวัลสำหรับคำตอบเป็นการหอมขมับอย่างรักใคร่  “ซองอะไรเหรอครับ”  ร่างบางถามถึงสิ่งที่อยู่ในมือ ส่วนคนถือของดังกล่าวแค่ส่ายหน้าแทนการตอบว่าไม่สลักสำคัญแล้วหอมแก้มนวลปิดท้ายก่อนเดินขึ้นบันไดไป

ภัคอดสงสัยว่าอะไรทำให้นายตำรวจอารมณ์ดีนักหนา แล้วเสียงวิวาทเมื่อครู่มาจากไหนกัน ได้แต่มองตามจากด้านล่างจนแผ่นหลังกว้างหายเข้าไปทางประตู 

คิมหันต์อยากขึ้นมาดูหนูดาด้วยตาตัวเองว่าปลอดภัย แม้จะให้หมอมาตรวจดูอาการเรียบร้อยแต่ใจก็ยังพลอยเป็นกังวล ตามประสาคนเป็นพ่อ ขณะลดตัวลงนั่งกับเตียงก็คว้ามือเล็กมาหอมเบา ๆ แล้วมองลูกสาวด้วยแววตาอ่อนโยน

“พ่อจ๋า…”  จนกระทั่งเด็กหญิงสะลึมสะลือเรียกหา

นายตำรวจกระชับมือเล็กไว้แล้วหอมซ้ำย้ำ ๆ อย่างไม่มีเบื่อแล้วพูดเพื่อให้สบายใจ  “พ่ออยู่นี่” 

“พ่อจ๋า”  ฤทธิ์ยาทำเพ้อและละเมอออกมาอีกครั้ง น้ำเสียงบางเบาราวกับไม่มั่นใจว่าเสียงที่ได้ยินใช่พ่อของตัวเองหรือไม่ สภาพที่น่าสงสารทำให้คนนั่งมองสังเวชใจและรู้สึกละอายที่แค่เด็กตัวเล็ก ๆ คนเดียวก็ยังดูแลไม่ได้ ขนาดเป็นลูกในไส้แท้ ๆ ยังไม่มีปัญหาแม้แต่จะปกป้อง แต่นับจากนี้จะขอใช้เกียรติของตำรวจเป็นประกัน ว่าจะไม่มีอะไรหรือใครมาทำร้ายได้อีกเด็ดขาด  “…พ่อจะรีบทำให้ทุกอย่างมันจบ อดทนอีกนิดนะคนเก่งของพ่อ”

 

‘ฉันเป็นหมัน’

‘แล้วมาบอกฉันทำไม’

‘นายจะได้กลับมารับผิดชอบในสิ่งที่ควรรับผิดชอบตั้งแต่แรกน่ะสิ’  แฝดน้องพูดกับแฝดพี่อย่างอารมณ์ดี ดูไม่เหมือนคนที่กำลังมาทวงคืนความยุติธรรมหลังจากที่รับเป็นพ่อลูกคนอื่นมานานหลายปี  ‘จริงอยู่ที่คืนนั้นพวกเราเมากันทั้งสามคน แต่ถึงจะไม่มีสติยังไง ฉันก็รู้ตัวดีว่าไม่ได้ข่มขืนใครแน่ ฉันก็เป็นแค่แพะและยัยนั่นก็เป็นแค่พวกความจำปลาทอง จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครพี่ใครน้อง ใครที่ขืนใจตัวเอง …ส่วนเด็กนั่นน่ะลูกนาย’ 

คำพูดร่ายราวทำเอาแฝดพี่น้ำลายท่วมปาก นั่งนิ่งไปอย่างตกตะลึง นึกไม่ถึงว่าแฝดน้องจะมองทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่งและไม่หลงกลไปกับการแอบสลับตัวเหมือนที่คนหลายคนเชื่อมาโดยตลอด …ย้อนกลับไปหลายปีก่อนตอนเป็นนักศึกษาปีสุดท้าย ตนและน้องชายหลงรักผู้หญิงคนเดียวกันถึงขั้นมีปากเสียง เพียงเพราะความเป็นพี่ก็จำใจที่จะต้องสละให้น้อง ขนาดแม่มาขอร้องเองก็ยากจะปฏิเสธและเป็นวันนั้นที่เลือกสังสรรค์เพื่อลืมเธอ

นัดเจอน้องชายเพื่อปรับความเข้าใจและไม่นึกว่ามินตราจะมาหา มันกลายเป็นปาร์ตี้ขนาดย่อม ตนดื่มเหล้าย้อมใจในขณะที่อีกสองคนก็มีเหตุผลของตัวเองเช่นกัน

ต่างคนต่างซัดแอลกอฮอล์เหมือนน้ำเปล่า จนเข้าสู่เช้าวันใหม่ก็เริ่มทรงตัวไม่ไหว ได้แต่นั่งคอพับคออ่อนกอดขวดเหล้า มึนเมาจนตราพร่าและแน่นอนว่าตอนนั้นยังเห็นหญิงสาวเป็นสมบัติส่วนตน แค่อยากส่งท้ายให้ความรักพัง ๆ จนกระทั่งนำไปสู่การข่มเหงรังแก ก็แค่จะมีอะไรด้วยเท่านั้นเหมือนอย่างที่ผ่าน ๆ มาจนเมื่อเป็นไปตามความปรารถนาก็เกิดตาสว่างสร่างเมาทันที

พอได้สติก็รนราน หันรีหันขวาง มองท่อนล่างที่เปลือยของหญิงสาวสลับกับน้องชายที่เมามาย เพราะรับปากไว้แล้วว่าจะเลิกยุ่ง แถมเล่นไม่สวมถุงยางโอกาสก็ท้องง่ายมากจนกลัว เลยทำการสลับตัว ลากน้องชายขึ้นเตียงนอนแล้วทำการถอดเสื้อผ้า จัดฉากเหมือนอย่างในละครน้ำเน่าก่อนจะจากไปอย่างลอยนวล รู้ข่าวอีกทีก็ตอนมินตรามาพร้อมผลตรวจตั้งครรภ์และฝ่ายผู้ใหญ่ต้องการให้แฝดน้องแต่งงานเป็นการรับผิดชอบ เพราะเหมันต์ยอมอย่างไม่มีเงื่อนไขและไม่ระแคะระคายถึงได้เบาใจและเก็บงำความลับไว้คนเดียวมาตลอด

แต่ตอนนี้จู่ ๆ กลับมาพูดจาเหมือนเป็นต่อ ปฏิเสธว่าไม่ใช่พ่อเด็กแต่ตัวเองแค่เล่นตามน้ำมาหลายปี           

‘ถ้านายเป็นหมันงั้นฉันก็ต้องเป็นด้วย ในเมื่อเราคือฝาแฝดกัน’  คิมหันต์ว่า

‘ฝาแฝดกันใช่ว่าทุกอย่างจะเหมือนกันนี่’  เหมันต์แย้ง  ‘จำตอนที่ฉันประสบอุบัติร้ายแรงตอนเด็กได้ไหม หมอบอกว่านั่นอาจจะเป็นสาเหตุ ก็ว่านอนกับผู้หญิงคนไหน ไม่ใส่ถุงก็ไม่เห็นจะท้อง’

‘ผู้หญิงพวกนั้นอาจจะกินยาคุมก็ได้’

‘ใครทำอะไรไว้ย่อมรู้แก่ใจดีนะพี่ชาย’

‘แล้วทำไมนายเพิ่งมารื้อฟื้นเอาตอนนี้ ทำไมไม่บอกทุกคนไปตั้งแต่ทีแรกเลยล่ะ ว่าฉันคือคนที่ข่มขืนมินตรา’

‘เพราะฉันมีเหตุผลน่ะสิ น้องชายยัยมินตราไง นายเองก็สนใจใช่ไหมล่ะ’


 

หลังจากจัดที่จัดทางดันร่างหนูดาเข้าด้านในเตียงเสร็จเรียบร้อย คิมหันต์เป็นคนอาสาทยอยปิดไฟแล้วค่อยเดินมาล้มตัวลงนอนข้างกายภัค รวบร่างบางมากอดแนบตัวประหนึ่งคืนนี้กลัวว่าอีกคนจะสลายหายไป

“เมื่อเย็นผมเพิ่งเห็นข่าวคุณจอมทัพในทีวี”  ดูเหมือนคดีมีสารเสพติดไว้ในครอบครองจะต้องถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล คนเป็นน้าก็แค่กลัวว่าหลานจะต้องไปให้การในฐานะคนพบสารเสพติด แค่คิดว่าเด็กหญิงจะต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องเสีย ๆ หาย ๆ ก็เริ่มไม่สบายใจ แต่นายตำรวจก็ยืนยันว่าจะกันลูกสาวออกห่างจากความวุ่นวาย ไม่ให้มีประวัติด่างพร้อยติดตัว   

ระหว่างหอมหัวไหล่มน ไล่สูดกลิ่นกายจาง ๆ อย่างกับคนติดโคเคนขั้นสุดท้ายก็พูดเปรยเหมือนเข้าใจสัจธรรม 

“ใครทำอะไรไว้ก็สมควรได้รับกรรมแบบนั้น”

 

‘พูดเรื่องอะไรของนาย’

‘ที่ฉันยอมรับเป็นพ่อเด็กแทนนายก็เพราะว่าจะได้อยู่ใกล้ ๆ ภัคไงล่ะ’  เหมันต์เล่าอย่างตรงไปตรงมา แล้วสันนิษฐานเผื่อส่วนของพี่ชาย  ‘ส่วนนายก็คงจะเริ่มชอบภัคหลังจากที่ยกยัยมินตราให้ฉันตามที่แม่ขอ เพราะนายเลยนะฉันถึงได้เริ่มสนใจภัค’ 

ครั้งแรกที่เจอกันกับร่างบางเป็นเพียงการเดินผ่านตอนไปมาหาสู่ถึงบ้านอดีตคนรัก หลังจากนั้นก็เจอข้างนอกบ้างแต่เป็นตัวเองมากกว่าที่เป็นฝ่ายเห็นจนเกิดเป็นความสนใจ ถูกชะตาก็ว่าได้ จนเมื่อต้องยกมินตราให้น้องชายก็กลายเป็นคนไร้พันธะ ไม่ผิดที่จะเริ่มมองหาความรักครั้งใหม่ แต่ในงานแต่งน้องชายก็ยังทำได้เพียงเมียงเท่านั้น ถ้าจะให้เล่าถึงการพูดคุยอย่างเป็นทางการ คงต้องย้อนไปงานศพพ่อแม่ของมินตราที่เกิดขึ้นหลังมีพิธีมงคลสมรสไปมาด ๆ

ในฐานะลูกชายคนเล็กภัคมีหน้าที่ดูแลแขกเรื่อในงาน แต่ด้วยปริมาณคนที่ไม่ใช่น้อย ๆ พลอยทำให้ตาลายไปบ้าง ขณะสามีคนปัจจุบันอย่างเหมันต์หอบหิ้วภรรยาที่ท้องโย้เดินมานั่งข้างหน้าเพื่อฟังพระสวด คิมหันต์ที่มาถึงวัดทีหลังใครอาศัยยืนไหว้ข้างนอก ด้วยสูทดำกับหน้าตาที่เหมือนกันพานพาให้น้องของอดีตคนรักทักว่ามายืนทำอะไรตรงนี้ ไม่ได้อยู่กับพี่มินตราหรอกเหรอ คนเป็นแฝดพี่เลือกจะเอออ่อตามไป สวมรอยเป็นน้องชายเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับร่างบาง

ภัคไม่ได้เฉลียวใจว่าในงานมีทั้งแฝดพี่และแฝดน้อง แล้วก็ไม่เคยรู้เลยว่าจะต้องมาผจญเวรผจญกรรมกับทั้งคู่ 

และดูเหมือนการชอบคน ๆ เดียวกันอยู่ร่ำไปจะเกิดจากความตั้งใจของฝ่ายหนึ่งเสมอ   

‘ฉันจะบอกความลับอะไรให้อย่าง …ฉันไม่เคยรักมินตรา’  เหมันต์สารภาพด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะยกมุมปาก ยิ้มอย่างผู้ชนะ  ‘ฉันแค่อยากจะแย่งทุกอย่างมาจากนายก็เท่านั้น’

แม้พ่อแม่จะสอนให้รักกัน แต่มันก็มักจะมีการขันแข่งเล็ก ๆ ระหว่างสายเลือด

เชือดเชือนกันไปมาเพื่อรักษาศักดิ์ศรี แต่สำหรับคนเป็นพี่ก็เพิ่งรู้ว่าน้องมีนิสัยอย่างนี้ ไม่แปลกที่จะช็อก

การเสียสละกลายเป็นช่องทางให้น้องชายมาเอาเปรียบแล้วเหยียบหัวเล่นอย่างสนุกสนาน 

‘ฉันรักภัค…’ ความจริงทั้งหมดมีเพียงเท่านี้ แต่ไม่เป็นการดีสักเท่าไหร่ที่พูดอย่างนี้ขึ้นมา

เหมือนชี้โพรงให้กระรอก บอกช่องทางเอาคืนเสร็จสรรพ

คิมหันต์เองก็มีความชอบอยู่เป็นทุน จึงพูดด้วยอารมณ์ ‘งั้นฉันก็จะแย่งภัคมาจากนายบ้าง’

‘ฉันจะบอกความจริงทุกอย่างกับทุกคน’

‘ไม่ได้!’

‘กลับไปรักกับมินตราไม่ดีหรอกเหรอ หนูดาเองก็ควรรู้ได้สักทีว่าใครเป็นพ่อที่แท้จริง’

‘นายจะไม่บอก’

‘ลองพนันกันไหมล่ะ’  คนเป็นแฝดพี่คว้าเอกสารที่เป็นหลักฐานชั้นยอดขึ้นมาฉีกแล้วโปรยทิ้งต่อหน้าต่อตาคนเป็นแฝดน้อง  ‘ไม่ต้องห่วง นี่แค่สำเนา’  คิมหันต์รวบนิ้วทั้งห้าเข้าด้วยกัน กำหมัดซ่อนไว้ใต้โต๊ะหลังโดนพูดดัก

แม้ตอนนั้นจะอับจนหนทาง
แต่ตอนนี้พวกปากสว่างก็ถูกกำจัดไปหมดแล้ว 

 

 

         

‘ตั้งแต่คุณเข้ามาเหยียบในบ้าน ผมไม่เห็นว่าคุณจะดูเสียใจกับการตายของน้องชายคุณตรงไหน’

ใช่ ดูไม่เสียใจเลยสักนิดเดียว สักเสี้ยววินาทีก็ไม่

ธันกำลังนั่งทวนประโยคที่ตัวเองเคยพูดตอกกลับนายตำรวจไปด้วยอารมณ์และพบข้อผิดสังเกต มันไม่สมเหตุสมผลที่คนในครอบครัวจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในคดี ในหนังยังมีการกันตัวออกไป เว้นแต่ว่ามีส่วนร่วมในการตายเลยอาศัยหน้าที่การงานเข้ามาจัดการ ควบคุมและอำพราง ปกปิดบางอย่างจากสายตาทุกคน 

เจ้าของผิวขาวซีดรอจนรถของคิมหันต์ขับออกไปจากเขตบ้านถึงได้ตัดสินใจแอบเข้ามาในห้องพักส่วนตัวเพื่อทำการรื้อค้น เริ่มต้นจากตู้เสื้อผ้า ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังตามหาหลักฐานประเภทไหน ขอแค่อะไรก็ได้ที่พอเป็นประโยชน์ จนเจอซองเอกสารสีน้ำตาลถูกแฟ้มสีดำวางทับไว้อย่างดีในลิ้นชัก บทความจริงจะกระจ่างก็ง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ

ผลตรวจเป็นหมันของเหมันต์ผ่านการถูกอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า ธันแค่อยากเข้าใจคำศัพท์ทางการแพทย์ที่ถูกระบุไว้ทั้งภาษาไทยและภาษาเทศ หากเหมันต์เป็นหมันถ้าอย่างนั้นหนูดาลูกใคร มันเกี่ยวกับการที่ตำรวจเลวแทนตัวว่าพ่อไหม เมื่อลองปะติดปะต่อความเป็นไปได้กับเหตุการณ์ที่เหมันต์ตายในบ้านเข้าด้วยกัน หรือจะเป็นคิมหันต์ที่…   

“ทำอะไรน่ะ!”

เสียงร้องทักอย่างดังทำให้ธันหันกลับมาเจอภัคที่กำลังมองอย่างจับผิด

ก่อนร่างบางจะเดินมาประชิดตัวแล้วคว้าแผ่นกระดาษไปถือ   

 “ฉันถามว่านายกำลังทำอะไร”  แทนที่จะหยุดอ่านสิ่งที่อยู่ในมือให้หายหน้ามืดกลับเอาแต่ยืนกดดัน แสดงออกผ่านสีหน้าว่าไม่ชอบใจที่ธันเข้ามาในห้องของคนอื่นโดยพลการ แถมทำเสียมารยาทด้วยการแอบอ่านเอกสารที่อาจจะเป็นความลับทางราชการของนายตำรวจ แค่นี้ในบ้านยังมีเรื่องน่าปวดหัวไม่พออีกเหรอ   

แล้วเมื่อไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจก็เป็นฝ่ายผลักธัน ดันร่างสูงโปร่งออกจากห้อง

“ออกไปจากห้องนี้ซะ”  จะยอมปิดหูปิดตาแล้วทำตามเจตนารมณ์เดิมคือแค่มาเอาผ้าไปซัก 

“คุณต้องฟังผม”  มีหลายเรื่องอยากพูดที่สุดท้ายแล้วล้วนสำคัญทั้งสิ้น คิดแค่ว่าจะทำยังไงให้ร่างบางตาสว่าง ยอมกระทั่งแม้ต้องเล่าความจริง  “…ผมโกหก” 

“จะโกหกอะไรมันก็เรื่องของนาย”

“แต่คืนนั้นผมไม่ได้เป็นคน…”

“นายไม่เข้าใจเหรอ!”  ภัคขึ้นเสียงดังอย่างเหลืออด ถูกปัญหาหลายวันมานี้กดดันจนฟิวขาด แล้วธันก็ดันเป็นคนเดียวที่สามารถร้ายใส่ได้ มองเป็นของตาย ต่อให้ถูกดุด่าก็จะไม่มีวันหันกลับมาตอบโต้  “นายฆ่าโมรี ดีแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกเขา”  ลึก ๆ แล้วก็อยากได้ธันวาคนที่ว่าง่าย ๆ กลับคืนมา คนที่พร้อมปฏิบัติตามแม้จะออกคำสั่งให้ไปตาย  “นายมีเวลาอีกสองอาทิตย์กว่าในการหาที่อยู่ใหม่”  ตอนแรกว่าจะแจ้งให้ทราบทีหลัง แต่บอกตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็ดี ขี้เกียจจะปิดบัง  “หวังว่าเงินเดือนที่เคยให้ไปจะทำให้นายเช่าบ้านดี ๆ ได้สักหลังนะ”

ภัคตั้งหน้าตั้งตาเก็บเอกสารใส่ซองอย่างเก่า ราวกับผีบางตา ความจริงอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ แต่ดันมองไม่เห็น

“เขาให้คุณเป็นคนมาบอกแบบนี้กับผมเหรอ”

“เราตกลงกันแล้ว” 

ธันรู้ว่า เรา ที่ว่าไม่ได้รวมความคิดเห็นของตนเข้าไป เป็นการตัดสินใจแค่ของคนทั้งคู่ 

“แต่ผมไม่อยากไปไหน ผมอยากอยู่กับคุณ”

“เรื่องของเรามันจบแล้วธัน มันจบแล้ว”  พูดน้ำเสียงเบื่อหน่าย ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน  “ฉันเลือกเขา”

“แม้เขาจะไม่ใช่คนดีเลยน่ะเหรอครับ แม้เขาจะโกหกคุณอยู่ก็ตามน่ะเหรอ”

“ใช่”  คนเรามีสิทธิ์เลือกทางเดินเป็นของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น ต่อให้ใครพยายามทัดทาน ถ้าใจมันเรียกร้องก็เลือกจะไม่ฟังเสียงของใคร แล้วคนไม่รักดีอย่างภัคก็เลือกจะสร้างอนาคตกับคนที่เชื่อว่าดี  “เราจบกันตรงนี้เถอะนะ”  จะคว้ามือกร้านแต่ถูกสะบัดออกอย่างเชื่องช้า ไม่อยากจะจับมือเป็นการยอมความแต่ก็ต้องรับสภาพคนอกหัก เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ธันแสดงอากัปกิริยาต่อต้าน แต่ภัคไม่โกรธเพราะเชื่อว่าถ้าประสบเหตุการณ์เดียวกันก็คงจะรู้สึกน้อยใจ

เจ้าของผิวซีดไม่พูดอะไรให้นัยน์ตาแดงก่ำเป็นภาพเล่าเรื่อง ลึก ๆ ก็เคืองโกรธ แต่ถึงร่างบางจะกุมความลับของตนและตนก็กุมความลับของร่างบาง ก็ไม่ได้ทำขนาดขู่ว่าจะเอาไปฟ้องตำรวจอย่างที่ภัคทำ กล้ำกลืนก้อนสะอื้นลงไป ยอมเลิกลาง่ายดายในเมื่อมันเป็นคำขอสุดท้ายจากผู้มีพระคุณ แต่ก็บอกใจตัวเองว่ามันต้องเป็นการใจสลายที่ไม่สูญเปล่า











----------------------------------------------------
 ขอโทษที่หายไปนานค่ะ ผิดไปแล้วววววว .ยกมือไหว้ คัมแบคแล้ว กลับมาอ่านกันก่อนนนนนน อ่อ ตอนนี้ตุ๊กติ๊กเปลี่ยนนามปากกาแล้วนะคะ เพจเดิมมีปัญหาก็เลยเปิดเพจใหม่ด้วย ไปติดตามกันได้ค่า
9crimes - นายคราม FANPAGE
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-09-2018 22:58:02 โดย กระเหี้ยนกระหือรือ »

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 507
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-2
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๔) ๒๙.๐๗.๖๑
«ตอบ #118 เมื่อ29-07-2018 21:32:25 »

รู้สึกมืดแปดด้านเลยค่ะตอนนี้้้​  :katai1:
คิมหันต์เลวมากอ่ะ​เลวจริงๆ​ เผลอๆคิมหัน์นี่แหละฆ่าเหม​ ส่วนธันวาสงสารธันมาก​ ฮือ​ นี่อยากรู้ว่าธันกุมความลับของภัคเรื่องอะไร​ เครียดจุมมมม :hao7:

ออฟไลน์ Meen2495

  • is allergic to drama.
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-4
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๔) ๒๙.๐๗.๖๑
«ตอบ #119 เมื่อ29-07-2018 22:00:15 »

 :katai1: ปมเยอะไปหมดเลยนะคะ
แบบว่าอย่างเยอะจนอึ้ง ๆ แล้ว

ขอให้จบดี๊ดีนะคะ จะรอติดตาม

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด