———— ลั่นดาล ———— (ตอนพิเศษ๑) ๐๔.๐๑.๖๒
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ———— ลั่นดาล ———— (ตอนพิเศษ๑) ๐๔.๐๑.๖๒  (อ่าน 92754 ครั้ง)

ออฟไลน์ Emmaline

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 90
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๐) ๒๖.๐๖.๖๑
«ตอบ #60 เมื่อ27-06-2018 15:47:59 »

ที่เดาไว้หลายๆอย่างถูกต้อง และเื่องนี้ถูกใจมากค่า
 :impress2:

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๐) ๒๖.๐๖.๖๑
«ตอบ #61 เมื่อ27-06-2018 19:13:07 »

วนมาอ่านอีกรอบ รอบที่แล้วลืมเม้นท์ค่ะ ยิ่งอ่านยิ่งประทับใจการใช้ภาษาในเรื่อง เผ็ดร้อนและดิบเถื่อนมากค่ะ ตัวละครทุกตัวเหมือนเป็นสีดำกันหมดยกเว้นหนูดาไว้คนนึง คุณตำรวจนี่เราคิดว่าก็น่าจะสงสัยภัคอยู่นะคะ แต่ด้วยแรงราคะนั้นก็เลยต้องยกยอดไปก่อน หาทางให้เรื่องจบสวยยังไงดี นอกจากเชียร์ให้ธันวาร่วมมือกับภัคฆ่าให้หมดแล้วหนีไปครองรักกันข้างนอก สามีคนแรกเด็ดขนาดนี้ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมลีลามัดใจผู้ชายได้เยอะ มาอย่างมีชั้นเชิงจริงๆค่ะ ยอมมม  :hao7:

ออฟไลน์ naruxiah

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 947
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๐) ๒๖.๐๖.๖๑
«ตอบ #62 เมื่อ27-06-2018 22:16:45 »

น้องภัคแอบแรดร้ายอ่ะ​ สุดยอดกับการฆาตกรรม​ รึภัคจะบงการธันวา​ ที่แน่ๆธันวาน่าจะมีส่วนในการตายของเหม​ ในเรื่องนี่หนูดาไม่ร้ายอยู่คนเดียวเลย​ คิมคือคนมาไขปริศนา​ โอ้ยยยพลอตเรื่องนี้สุดยอดมากค่ะ o13

ออฟไลน์ Tpoltiw

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๐) ๒๖.๐๖.๖๑
«ตอบ #63 เมื่อ27-06-2018 23:29:11 »

 :haun4:  :jul1:  :katai1:ยอมรับว่าเลือดกหมดตัวมากครับเรื่องนี้ยอมจริงๆ. คนแต่งแต่งได้ดีมากครับ.  เงื่อนซ้อนเงื่อนไปอีก อ่านมาที่แรกเครียดตาม. พอมาโจ๊ะพรึ่มๆกับธันวาอีก. เลยเลิกเครียดเอาสนุกพอ 5555 แต่งได้ดีมากครับ  :katai2-1: :katai2-1: :z10:

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1063
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๐) ๒๖.๐๖.๖๑
«ตอบ #64 เมื่อ28-06-2018 05:12:57 »

อ่านจบไปหาข้อมูลเรื่อง  ออโต้อีโรติค  จัดเป็นโรคทางเช็กซ์เบี่ยงเบนทางเพศ  เราคิดว่าภัคไม่ได้จงใจฆ่าเหมแต่อาจพลาดพลั่งมือไปเพราะเหมต้องขอให้รัดรัดอวััยวะเพศเพื่อบรรลุจุดยอด  หรืออีกทางเหมอาจเล่นเซ็กซ์คนเดียวรัดอวัยวะเพศรัดคอเองก็ได้เพราะมีการล๊อคกลอนประตูไว้ ตอนน้องดามาเคาะเรียกห้องล๊อคนี่แล้วภัคมาตามน้องดา   เพราะเราไปอ่านมาผู้ป่วยโรงนี้มักแอบทำคนเดียวล๊อคห้องขังตัวเอง  หรืออาจให้คู่ขาทำให้ 

    แต่ภัคนายร้ายแรดเงียบนะ 

ออฟไลน์ Piima

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 685
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๐) ๒๖.๐๖.๖๑
«ตอบ #65 เมื่อ28-06-2018 13:15:38 »

แซ่บบบ

ออฟไลน์ Psycho

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๐) ๒๖.๐๖.๖๑
«ตอบ #66 เมื่อ28-06-2018 17:12:06 »

มาเจอเรื่องนี้แล้วตามไปเหมายันแล้วกลับมาอ่านเรื่องนี้ต่อ

ออฟไลน์ Emmaline

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 90
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๐) ๒๖.๐๖.๖๑
«ตอบ #67 เมื่อ28-06-2018 18:19:46 »

อูยยยย ภัคแซ่บมากค่า  :haun4:
นี่เดาว่าภัคพลั้งมือฆ่าเหมขณะมีเซ็กซ์แล้วธันช่วยวางแผนอำพราง และคุณพ่อที่น้องดาเห็นคืนนั่นเป็นคุณตำรวจ

ออฟไลน์ กระเหี้ยนกระหือรือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๐) ๒๖.๐๖.๖๑
«ตอบ #68 เมื่อ28-06-2018 20:34:28 »

๑๒





บุคคลแรก ๆ ที่ใครหลายคนเห็นในวันลืมตาดูโลกคงเป็นหน้าพ่อแม่  แต่สำหรับเด็กกำพร้าคำว่าบิดามารดาสะกดยังยาก รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรก็ไม่แม้จะหลงเหลือติดอยู่ในความทรงจำ ธันวาที่ได้ชื่อมาเพราะถูกพบในถังขยะช่วงเดือนธันวาคมโตมากับสถานสงเคราะห์แถวย่านชุมชนแออัดและมีชีวิตอยู่อย่างอัตคัดกับเด็กอีกประมาณสิบกว่าชีวิต

ไม่เคยมีใครได้กินข้าวครบสามมื้อ อย่างหรูก็แค่สองและวันนั้นต้องเป็นวันที่มีผู้ใหญ่ใจดีหอบข้าวหอบของมาบริจาคพ่วงท้ายด้วยนักข่าวยาวเป็นหางว่าว พวกที่เรียกตัวเองว่าเป็นคนใจบุญสุนทานยืนถ่ายรูปคู่กับเด็ก ๆ เพื่อเอาไปทำข่าว ป่าวประกาศความเมตตาที่มีต่อเพื่อนร่วมโลก

ในขณะที่เด็กหลายคนหลงมีความสุขไปกับน้ำใจที่แสนฉาบฉวยและจอมปลอม เชื่อว่าจะมีพ่อแม่อุปถัมภ์มารับไปเลี้ยงดูอย่างดีอย่างที่เจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์ชอบกรอกหู แต่เด็กชายเจ้าของนัยน์ตาว่างเปล่ากลับรู้ดีว่านั่นเป็นคำลวงที่แสนอันตราย ก็แค่หลอกให้มีชีวิตอยู่เพื่อฝันลม ๆ แล้ง ๆ ไปวัน ๆ เพราะถ้ามีจริงจำนวนเด็กก็คงจะลดลงไปตั้งนานแล้ว คงไม่มานั่งหน้าสลอนท่องบทสวดขอบคุณพระเจ้าก่อนกินข้าวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา   

เด็กชายธันวามองเห็นความจริงที่ว่าตัวเองนั้นมีทางเลือกอยู่อย่างจำกัดและแทนที่จะทนอยู่เพื่อกัดก้อนเกลือกินกับพวกเด็กที่ชะตากรรมเดียวกันในสถานสงเคราะห์ พออายุสิบสี่ก็เลือกหนีออกมาจากสถานที่ที่แอบตั้งชื่อให้ว่ากรงขังเพื่อมาเจอกับโลกที่หมักหมมไปด้วยความโหดร้ายและความป่าเถื่อนยิ่งกว่า

เด็กผู้ชายช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อจะทำอะไรได้นอกจากวิ่งเข้าหาโอกาสแทนการนั่งรอ แต่เพราะยังเป็นผู้เยาว์ เจ้านายตามร้านอาหารก็ไม่อยากจะจ้างให้เป็นปัญหา บอกว่าต้องรอสักอายุสิบเจ็ดสิบแปดแล้วค่อยกลับมาใหม่ แต่เพราะเป็นคนไม่ใช่หุ่นยนต์ที่อยู่ได้ด้วยแบตเตอรี่ ชั่ววูบหนึ่งคิดว่าจะทำการจี้ปล้นคนเดินผ่านไปผ่านมาในยามวิกาลเพื่อเอาเงินที่ได้นั้นมาซื้อข้าวกิน แต่สุดท้ายก็ใจไม่หินพอจะทำร้ายใคร ได้แต่นั่งหลบอยู่ข้างถังขยะ มองหมาแมวคุ้ยหาอาหารโดยไม่คิดจะทำการเข้าไปคุ้ยแย่งด้วยอีกคน จนกระทั่งวันนึงจับผลัดจับผลู อยู่ดี ๆ ก็ได้เป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อเพราะโชคเข้าข้าง ผู้จัดการร้านกำลังรับสมัครพนักงานพอดี รายได้ขั้นต่ำต่อวันช่วยประทังชีวิตให้รอด บวกกับความขยันทำงานล่วงเวลาจนมีเงินก้อนพอเช่าห้องเท่ารูหนูที่อยู่ในย่านเสื่อมโทรมของสังคมประเทศนี้เลยก็ว่าได้

ทุกวันเด็กชายที่กลายเป็นหนุ่มตัวสูงใหญ่จะต้องเดินผ่านสถานอโคจรที่มองลอดกระจกไปจะเห็นโสเภณีที่กวักมือเรียกเป็นพัลวัน หันไปอีกข้างก็จะเจอพวกพี้ยา มีทั้งผู้ค้าและผู้ขาย ไหนจะพวกขี้เหล้านอนเมาแอ๋เหมือนหมาข้างถนน

แต่คนมันดีโดยสันดาน ถึงได้เดินผ่านพวกนั้นมาได้และไม่เคยแม้แต่จะคิดอยากลองเลยสักครั้ง ทุกวันของเด็กหนุ่มมีแต่คำว่างานอย่างเดียว รวมถึงไม่ได้ข้องเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหนทั้งที่เป็นวัยเจริญพันธุ์ จนเพื่อนร่วมงานยังแซวอยู่บ่อยครั้งว่าลองหาดูสักคนสิชีวิตจะได้มีสีสัน แถมหน้าตาดีแบบนี้ถ้าประกาศว่าโสดสาวน้อยสาวใหญ่คงจะวิ่งมาต่อแถวกันให้ล้นร้านเป็นแน่ แต่ขนาดโดยยุแหย่วันเว้นวัน คนพูดน้อยมาตั้งแต่จำความได้ก็ยังยืนยันว่าไม่ต้องการ

ธันวาในตอนนั้นไม่ได้ปรารถนาจะหาภาระเพิ่มให้กับตัวเองและปฏิเสธการเป็นเด็กในความสังกัดของใคร หลายครั้งที่ความหล่อเหลาเข้าตากรรมการจนขนาดมีเอเจนซี่ใหญ่ ๆ ร่อนการ์ดเชิญให้ไปลองทดลองงานในวงการมายา แต่เด็กหนุ่มก็เอาแต่ส่ายหน้าและเรียกลูกค้าคนถัดไปมาคิดเงิน ตัดช่องทางแจ้งเกิดของตัวเองด้วยเหตุผลไม่อยากให้ใครมาค้นประวัติ มัวแต่ลีลาท่ามากจนบางทีก็ทำคนรอบข้างหมั่นไส้ ลามไปยังคนไม่รู้จักมักจีกัน

จำได้ว่าวันนั้นฝนเพิ่งหยุดตกไม่นานก็ล่ำลาเพื่อนร่วมงานตามปกติ ผ้าใบกลางเก่าค่อย ๆ ย่ำไปบนน้ำนองที่เอ่อขังตามท้องถนน เกือบจะพ้นโค้งอยู่แล้วเชียวแต่ก็โดนใครไม่รู้เหนียวรั้งไว้ด้วยการคว้าไหล่จนต้องหันใบหน้ากลับมามองและจ้องหน้าตายระหว่างใช้สมองระลึกว่าเรารู้จักกันหรือเปล่า ซึ่งไอ้ท่าทางสบตาซึ่ง ๆ หน้าทำเอาเจ้าถิ่นเนื้อเต้น เห็นแล้วอยากสั่งสอนให้รู้จักเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ ความจริงก็แค่คนเสียพนันที่ไม่รู้จะไประบายอารมณ์โมโหที่ไหนเลยเอามาลงกับคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เสียงห้าวตะโกนลั่นตรอกว่าทำเป็นเท่นักเหรอมึงก่อนจะกระโจนเข้าใส่ ตะบั้นหน้าจนคนไม่ทันตั้งตัวถอยหลังไปหลายก้าวและเมื่อถึงคราวต้องสู้ก็ไม่มีถอย

เสียเปรียบอย่างเดียวตรงที่จำนวนคนน้อยกว่า หากวัดกันที่สรีระ ความยาวแขนขายังไงศึกนี้ก็สูสี แต่พอดีอีกฝ่ายไม่ได้เล่นงานแบบตัวต่อตัวเหมือนพวกกลัวจะแพ้ เพื่อนพ้องแห่กันเข้ามารุมทำลายเด็กหนุ่ม ตะลุมบอนจนเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายได้แผลเหวอะหวะและกระอักเลือด น่ากลัวว่าจะมีกระดูกหลายชิ้นเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม ก่อนสภาพจะยิ่งดูเริ่มไม่เหมือนคน ฟกช้ำจนแทบจำเคล้าเดิมไม่ได้ เละเทะแทบไม่เหลือชิ้นดี …บางทีถ้าในตอนนั้นไม่มีเสียงตะโกนหลอกว่าตำรวจมา ชีวิตมนุษย์ของธันวาก็คงจะจบลงอย่างน่าเสียดายและกลายเป็นแค่ผีไร้ญาติเฝ้าตรอก     

เปลือกตาอันแสนหนักอึ้งพยายามฝืนมองใบหน้าของพลเมืองดีที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาดูอาการบาดเจ็บพร้อมตะโกนโหวกเหวกโวยวายให้คนช่วยเสียงหลง แถมยังกล้าคุกเข่าลงบนพื้นอย่างไม่กลัวเสื้อผ้าจะสกปรกแต่อย่างใด

นั่นเป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มผู้แสนเดียวดายได้สัมผัสกับความอ่อนโยนและได้ยินน้ำเสียงซึ่งเจือปนไปด้วยความเป็นห่วงจริง ๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังได้นอนหนุนตักที่นิ่มอย่างกับนุ่นระหว่างรอคอยความช่วยเหลือไปพลาง ๆ 

‘นายทำใจดี ๆ ไว้นะ! เฮ้ ได้ยินฉันไหม อย่าเพิ่งสลบนะ!’

อยากจะตอบกลับว่าได้ยิน แต่ติดที่ไม่มีแรงแม้แต่จะขยับปากเลยทำแค่นอนหายใจพะงาบ ๆ แอบหลุบตามองเงานางฟ้าผ่านแอ่งน้ำชำจนกระทั่งภาพทุกอย่างดับไป ก่อนจะมารู้ทีหลังว่าคนที่ช่วยชีวิตให้รอดจากเงื้อมมือมัจจุราชชื่อภัค คนเดียวกับตอนนี้ที่กำลังฆ่ากันให้ตายทั้งเป็นและพร้อมจะเฉดหัวกันลงนรกทุกเมื่อ 

 











ช่วงบ่ายกว่าน้าชายที่ตื่นสายกว่าวันที่แล้ว ๆ มา ถูกหลานสาวชวนเล่นซ่อนแอบด้วยกันอย่างกระตือรือร้น โดยกฎกติกามีอยู่ว่าจะหลบซ่อนตรงไหนก็ได้แค่ขอเป็นในบริเวณบ้าน แค่ผลัดกันเป็นฝ่ายซ่อนและอีกฝ่ายต้องหา ทั้งคู่สลับบทบาทไปมารอบแล้วรอบเล่าจนกระทั่งวนกลับมาถึงตาผู้ใหญ่ต้องก้าวเท้าไปทั่วอย่างไร้จุดหมายอาศัยการเดาสุ่ม ถ้าโชคดีก็เจอไว ถ้าโชคร้ายก็จะเป็นเหมือนตอนนี้ที่กำลังเดินออกมาถึงข้างนอกตัวบ้านและลัดเลาะไปตามเงาไม้

แต่ระหว่างค้นหาอยู่ดี ๆ นั้นภัคก็ได้ยินเสียงฝีเท้าสืบเข้ามาใกล้อย่างกระชั้นชิด ทีแรกคิดว่าเป็นหนูดาที่คงแอบออกจากที่ซ่อนแล้วหวังจะวิ่งมาแกล้งชนให้ตกใจ แต่พอได้สัมผัสกับพละกำลังมหาศาลขนาดอุ้มจนตัวลอยจากพื้นก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่ ไหนจะมือที่ยื่นมาปิดปากซึ่งมีขนาดต่างจากมือเด็กมากนัก  “อื้อ!”  ร่างบางดิ้นรนยามโดนบุคคลปริศนาดักฉุดกลางทางก่อนจะลากเข้ามุมอับสายตาคนภายในเวลาชั่วอึดใจ       

คนตระหนกเกือบกัดมือใหญ่เพื่อเอาตัวรอด โชคดีที่อีกคนทันเอามือออกก่อนแล้วแสดงตัวว่าเป็นใคร ที่แท้โจรลักพาตัวตอนกลางวันแสก ๆ ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลแต่เป็นนายตำรวจที่ไม่รู้ว่ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่และเซอร์ไพรส์กันด้วยการเล่นอะไรแผลง ๆ อีกตามเคย

“ถ้าผมหัวใจวายตายขึ้นมาจะทำยังไง”  คนกลัวจริงเอ่ยระคนหอบ   

ส่วนคนชอบใจที่แกล้งร่างบางได้สำเร็จก็ยืนยิ้มหน้าระรื่นขณะรวบกอดร่างที่พยายามขืนตัวออกจากวงแขนไว้แน่น ๆ  “ผมก็คงจะรีบฆ่าตัวตายตามคุณไปเลยน่ะสิ”

“คิดว่าตัวเองเป็นโรมิโอหรือไงคุณ”  ภัคยังหงุดหงิดไม่หาย ไม่ใช่แค่ย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ยังแสดงอาการที่บ่งบอกว่าไม่ชอบเอามาก ๆ ผ่านทางสีหน้าบึ้งตึง

แต่ก็ใช่ว่าคิมหันต์จะสำนึกหรือสลด ยังเย้าแหย่คนอารมณ์เสียไม่เลิกผ่านการออดอ้อนออเซาะ  “แล้วหน้าตาอย่างผมพอจะเป็นโรมิโอของคุณได้หรือเปล่าล่ะ”  อุตส่าห์ทิ้งระยะให้ได้มีเวลาคิดแล้วค่อยตอบ แต่นอกจากร่างบางจะไม่พูดอะไรแล้วยังไม่ยอมมองหน้าอีกด้วย   

คนที่เล่นพิเรนทร์จนได้เรื่องจึงต้องเออออเอาเอง  “ไม่ตอบจะถือว่าได้นะ”  ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการง้ออย่างเต็มรูปแบบ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียกับพวงแก้มอมชมพูไม่ห่าง ยิ่งอีกฝ่ายยังนิ่งยิ่งเอาใหญ่ พอเห็นว่าไม่ขัดขืนหน่อยก็เริ่มใช้กลีบปากขบผิวกายละเอียด หายใจรดต้นคอขาวเนียนที่ตั้งตรงขณะเคลื่อนริมฝีปากลงต่ำท่ามกลางการยืนเฉย   

ไม่หลบแต่ก็ไม่ให้ความร่วมมือแต่อย่างใด ภัคไม่ไหลไปตามน้ำแม้คิมหันต์จะพยายามเรียกร้องความสนใจอย่างหนัก  “เดี๋ยวก็มีคนมาเห็นหรอก”  แต่ก็ยังดีที่มีน้ำใจเตือนให้รู้จักระวัง 

“ผมไม่ได้จะทำอะไรสักหน่อย”  ปากปฏิเสธแต่มือนี่กำลังเฟ้นตามร่างกายบางหวังจะกระตุ้นอารมณ์บ่มความต้องการให้งอกเงย  “ผมกำลังเล่นซ่อนหากับหนูดาอยู่นะ จะดีมาก ๆ ถ้าคุณช่วยผมตามหาแก”  แต่ก็ลงเอยด้วยคำว่าไม่สมปรารถนา เพราะไม่ว่าจะเล้าโลมอย่างไร คนโดนสัมผัสก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง  “ก็ได้ ๆ” 

นายตำรวจเป็นฝ่ายยอมแพ้และผละตัวออกทันทีที่ตระหนักได้ว่าร่างบางคงจะยังโกรธ รวมถึงยืนรอรับการลงโทษโดยไม่มีข้อแก้ต่างใด ๆ อย่างลูกผู้ชาย

คิมหันต์เดาว่าสุดท้ายแล้วตัวเองคงจะโดนทุบสักปัก ไม่ได้คิดว่าร่างบางจะเขย่งตัวขึ้นมาจูบแบบไว ๆ ถ้ารู้ตัวก่อนก็คงจะรั้งไว้ไม่ปล่อยให้เป็นแค่เพียงการเอาปากแตะปาก แต่เป็นอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน กำลังรู้สึกผ่อนคลายเวลามือเรียวสัมผัสโดนใบหน้าที่ปรากฏร่องรอยของการอดหลับอดนอนอย่างชัดเจน ที่ภัคงอนได้ไม่นานก็เพราะมองเห็นความอิดโรยเหล่านั้น จนออกอาการเป็นห่วง ลูบหน้าลูบตาที่ดูง่วงเหงาหาวนอนพิกล ความจริงแล้วในวินาทีนี้นายตำรวจน่าจะอยากได้หมอนมากกว่าอยากได้ตนเสียอีก
 
“ตัวเองจะไม่ไหวอยู่แล้วยังมีหน้ามาทำลามกใส่คนอื่นอีก”

คนโดนบ่นหัวเราะเบา ๆ แล้วฉวยเอามือเรียวข้างนั้นมาหอม  “ผมไหวน่า” 

“เอากระจกไหมครับ จะได้รู้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพไหน”  บางทีที่คนตรงหน้าทำตัวหื่นกามอาจจะแค่กำลังเบี่ยงเบนความสนใจเพราะไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนล้าของตัวเองอยู่ก็เป็นได้ แล้วถ้าจะให้ใจร้ายใส่อีกคงกลายเป็นคนใจดำน่าดู  “เมื่อคืนทำงานจนไม่ได้นอนเลยเหรอครับ”

“อยู่บ้านก็ใช่ว่าผมจะได้หลับนี่”  มีการยอกย้อนแล้วสวมกอดคนที่เถียงไม่ออกจากทางด้านหลังอย่างอ้อน ๆ ภัคได้แต่เหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างที่วางเกยอยู่บนบ่าตัวเองพลางถอนหายใจ ไม่คิดเอาความแต่กลับเสนอสิ่งดี ๆ ให้ในฐานะของคนรักที่อยากให้คนที่รักได้พักผ่อน  “ขึ้นไปนอนข้างบนดีไหม เดี๋ยวผมหาหนูดาก่อนแล้วเราค่อยไปกันนะ”

“ผมก็อยากจะขึ้นไปนอนเหมือนกัน แต่ผมยังทำงานไม่เสร็จเนี่ยสิ” 

เพราะยังมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบถึงได้หอบงานการกลับมาทำที่บ้านอย่างจนใจ แล้วที่เดินหลบออกมาตามหาร่างบางก็เพราะอยากอยู่กับของสวย ๆ งาม ๆ อยู่กับคนที่ทำให้รู้สึกสบายใจมากกว่า ไม่ใช่ต้องทนยืนรำคาญกับเสียงเอะอะโวยวายเวลาผู้หญิงสองคนทะเลาะกัน นายตำรวจสามารถเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าได้จากประสบการณ์เมื่อคราวก่อนและไม่ผิดจากที่คาดไว้สักนิด ขนาดอยู่ไกลยังได้ยินเสียงทะเลาะเบาะแวงแว่วดังมาจากในตัวบ้าน 

“นั่นเสียงโมรีนี่ครับ”     

“พอดีผมนัดเธอมาสอบปากคำใหม่อีกรอบน่ะ”

“สอบปากคำใหม่อีกรอบเหรอ ทำไมล่ะ”

“ดูเหมือนคุณจะสนใจเรื่องคดีมากกว่าผมอีกนะ”  แซวเล่นในประเด็นที่ค่อนข้างอ่อนไหวต่อใจคนฟัง อาจจะตั้งใจหรือไม่เจตนา นัยน์ตาดำไม่บ่งบอกเลยว่ากำลังรู้สึกอะไร

“ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไรครับ”  หากยังทำตัวงี่เง่าต่อไปมีหวังไม่นานคงถูกทิ้ง ถึงจะรู้ในความจริงข้อนี้ดีแต่มันก็อดไม่ได้ ไหนเคยบอกว่าจะเล่าทุกอย่างให้ฟังแล้วมาพูดบ่ายเบี่ยงอย่างนี้มันหมายความว่าอย่างไรถ้าไม่ใช่คิดจะมีความลับหรือพยายามปกปิดบางอย่าง     

“ภัค~”  เรียกแล้วรั้งร่างคนที่ทำท่าจะเดินหนีกลับมากอดเอวไว้หลวม ๆ เหมือนเดิม  “แค่สอบปากคำธรรมดาน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”  คิมหันต์ไขข้อข้องใจและไม่ลืมย้ำอีกรอบ  “จริง ๆ นะ”

“แน่ใจนะครับ”   

“ไม่ใช่ว่าคุณกำลังหึงผมหรอกเหรอ เห็นผมต้องยุ่งกับเธออีกคุณเลยกลัวผมจะชอบคุณโมรีเหมือนน้องชาย…?”

“ถ้าคุณชอบเธอผมก็คงห้ามอะไรคุณไม่ได้หรอก”

“งั้นคุณจะยอมยกผมให้เธอเหรอ” 

“ไม่มีวัน”  ภัคหมุนตัวกลับหลังหันแทบจะวินาทีเดียวกับที่ให้คำตอบด้วยน้ำเสียงกระด้าง ขู่คิมหันต์ทางสายตาว่าถ้าจะนอกใจกันก็เอาสิแต่งานนี้คงได้มีการนองเลือดเกิดขึ้นแน่และจบไม่สวยอย่างแน่นอน   

“เวลาหึงคุณยิ่งดูเซ็กซี่เป็นบ้า”   

“คุณคงง่วงจนตาพร่าแล้วล่ะ”  นับถือเลยกับการพาเปลี่ยนประเด็นได้อย่างเป็นธรรมชาติ สามารถโยงเรื่องนั้นเรื่องนี้เข้าด้วยกันจนบางทีก็ตามไม่ทันและนายตำรวจนึกว่าตัวเองกำลังโดนปั่นหัวเล่นอยู่ซะอีก  “แล้วผมจะต้องสอบปากคำใหม่อีกรอบด้วยไหมครับ มีใครคนอื่นอีกหรือเปล่า”

“วันนี้มีแค่พี่สาวคุณกับคุณโมรี อ่อ… นอกเสียจากว่าคุณจะรู้ว่าเหมันต์มีรสนิยมทางเพศแบบไหนน่ะนะ คุณถึงจะถูกสอบปากคำด้วยอีกคน”     

“รสนิยมทางเพศ…”  ทวนเสียงเบา  “แล้วผมจะไปรู้รสนิยมทางเพศเขาได้ยังไง” 

“นั่นสิเนอะ คนที่จะรู้ได้ก็ต้องมีแต่คนที่เคยนอนกับน้องชายผมเท่านั้น”  คิมหันต์พูดเองเสร็จสรรพก่อนจะถามคำถามเดียวกับร่างบางด้วยซุ่มเสียงจริงจัง  “แล้วคุณเคยนอนกับเขาหรือเปล่าละภัค” 

เพราะรู้จักกันมาก่อนจึงเข้าใจว่าอีกฝ่ายแค่ถามเล่น ๆ

ร่างบางเห็นสีหน้าเคร่งเครียดแล้วก็หลุดหัวเราะ  “คุณถามเอาตลกเหรอ”     

“เปล่า ผมถามจริง ๆ”   

ทุกอย่างแน่นิ่งท่ามกลางบรรยากาศกระอักกระอ่วน ก่อนนายตำรวจจะทวนประโยคคำถามอีกครั้งอย่างช้า ๆ ชัด ๆ  “ผมถามว่าคุณเคยนอนกับน้องชายผมหรือเปล่า” 

ภัคเหมือนโดนหมัดปริศนาต่อยเข้าที่หน้าจนน็อคไป เกือบจะล้มหงายหลังยังดีที่ได้มือใหญ่คว้าตัวไว้ทันก่อนคิมหันต์จะรีบถามอาการด้วยความตกใจว่าเป็นอะไรหรือเปล่า 

“คงเพราะเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับน่ะครับ”   

“งั้นเรากลับเข้าบ้านกันเถอะ” 

พอเสนอความเห็นเสร็จ นายตำรวจก็ช้อนร่างคนจะเป็นลมขึ้นด้วยท่าเจ้าสาว แต่คนถูกอุ้มกลับทำสีหน้าเหมือนไม่ดีใจที่กำลังจะได้เข้าวิวาห์ สงสัยคงเพราะกังวลว่าเจ้าบ่าวจะรู้ความจริงว่าเคยมีประวัติอันฉาวโฉ่มาก่อน













“นายเห็นตอนที่ยัยนั่นยอกย้อนฉันไหม ฉันละอยากจะตบมันให้เลือดกบปาก”  หญิงสาวกัดฟันพูดระหว่างทุบกำปั้นลงกับพนักแขนเพื่อระบายความเคียดแค้นที่มันอัดแน่นอยู่ในทรวง  “ฉันอยากทำให้มันเสียโฉมจะได้ไม่มีหน้าไปเป็นเมียน้อยใครเขาอีก ฉันอยากจะฉีกมันเป็นชิ้น ๆ”  ก่อนสายตาที่อยากกินเลือดกินเนื้อกันจะตวัดมองชายผิวซีดที่ยืนห่างไปเป็นวาแล้วบอกความปรารถนาจากก้นเบื้องของหัวใจให้ฟังอย่างเปิดเผย     
     
“ฉันอยาก …อยาก อยากให้มันหายไปจากโลกใบนี้ได้เลยยิ่งดี”

มินตราแจ้งเจตนารมณ์อย่างตรงไปตรงมา ถึงไม่พูดคำว่า ‘ฆ่า’ ออกมาชัด ๆ แต่เป็นใครได้ยินก็สามารถตีความความต้องการลึก ๆ นั้นออกและภาระหนักก็มากองอยู่บนฝ่ามือของธันวาในชั่วพริบตา ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่การฆ่ากลายเป็นส่วนหนึ่งของงานดูแลคนพิการ อยากปฏิเสธแต่ก็กลัวโดนเฉดหัวไล่ออกจากเคหะสถาน

บางทีคนที่น่าสงสารที่สุดอาจจะเป็นพูดน้อยคนนี้ จากเด็กหนุ่มที่สภาพแวดล้อมไม่มีผลแต่กลับโอนอ่อนให้กับคำพูดขายฝัน เพราะเล็งเห็นโอกาสในอนาคตถึงได้เชื่อคำคนผ่านโฆษณาที่คิดดูแล้วก็ไม่ได้หลอกลวงผู้บริโภคตรงไหน ที่โกรธภัคไม่เคยลง ส่วนหนึ่งคงเพราะร่างบางพูดความจริงทุกอย่างและเป็นตัวเองที่คาดหวังมากเกินไป

ทั้งที่ตอนนั้นจะไม่ตอบรับความเมตตาของร่างบางก็ได้
แต่ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจเลือกทางเดินนี้เอง       


‘งั้นนายมาทำงานกับฉันไหมล่ะ เงินเดือนอาจจะไม่มาก แต่นายจะมีข้าวกินครบทั้งสามมื้อแล้วก็มีที่พักด้วยนะ’

‘งานอะไรเหรอครับ’

‘ดูแลคนพิการ พี่สาวของฉันเอง...’



“นี่ ได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่าธัน”

หญิงสาวค่อย ๆ ย่างก้าวด้วยเท้าตัวเองมาหยุดตรงหน้าธันวาที่หลุบตามองแต่พื้น
“เป็นอะไร”  มินตราถามด้วยความสงสัยหาได้เป็นห่วงมากมาย

“เปล่าครับ”  และในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมบอกก็ขี้เกียจจะเค้นเอาความ แค่ถามคำถามเดิมซ้ำตามประสาคนต้องการความมั่นใจว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด  “ตกลงนายได้ยินที่ฉันสั่งหรือเปล่า”

“ได้ยินครับ”

“ดี”  มินตราพูดแค่คำสั้น ๆ แล้วสะบัดก้นเดินไปยังหน้ากระจก เดินได้มั่นคงมากขึ้นหลังจากซุ่มทำกายภาพบำบัดมานาน หญิงสาวรวบผมแล้วมัดเพื่อเตรียมจะอาบน้ำอาบท่า ระหว่างเปลื้องผ้าทีละชิ้นก็ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีไปด้วยและก่อนเดินเข้าห้องน้ำไปไม่ลืมหันกลับมาสั่งอีกคนว่าช่วยเตรียมชุดนอนให้ที   

ขี้ข้ายืนยิ้มให้ตัวเองอย่างขมขื่น นึกสมเพชตัวเองขึ้นมาที่อุตส่าห์หวังไว้เสียดิบดีว่าจะได้เป็นมากกว่าแค่เด็กกำพร้าที่มาจากชุมชนแออัด หากรู้ล่วงหน้าว่าโตขึ้นมาแล้วจะต้องเป็นในสิ่งที่คนรอบข้างต่างยัดเยียดให้ ก็คงจะกลั้นใจตายตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาแล้ว 










ฤดูหนาวก็ไม่ใช่ แต่อากาศกำลังเย็นจัดเพราะสายฝน คิมหันต์กกกอดภัคไว้ตลอดค่อนคืนก่อนจะสะดุ้งตื่นเพราะเสียงริงโทน มือใหญ่ค่อย ๆ ควานหาต้นกำเนิดเสียงดังทั้งที่ยังหลับตาสองข้าง มีสายฉุกเฉินโทรเข้ามากลางดึกและเจ้าของโทรศัพท์ต้องรีบรับสายก่อนเสียงที่ดังอย่างต่อเนื่องจะทำให้อีกสองคนที่นอนร่วมเตียงตื่นจากนิทรา

นายตำรวจสะบัดหัวสองสามทีแล้วลุกขึ้นนั่งพลางกดรับสาย เป็นฝ่ายฟังคนอีกฟากพูดอย่างเดียว มีเหลียวกลับมามองคนด้านหลังที่ขยับตัวลุกขึ้นนั่งนิดหน่อยแล้วค่อยหันหน้ากลับไป ช่วงเวลาเดียวกันนั้นร่างบางก็ได้เอื้อมมือเปิดโคมไฟฝั่งที่ใกล้สุดและได้ยินคนนั่งหันหลังให้พูดว่าจะรีบตามไป 

“ใครโทรมาเหรอครับ”  ถามในตอนที่สายโทรศัพท์ถูกตัดไปแล้วเรียบร้อย     

“ลูกน้องน่ะ”  ตอบพร้อมกับยืนขึ้นเต็มความสูง ไอ้ท่าทางเหมือนกำลังจะไปไหนสร้างความงุนงงให้กับคนนั่งมองเป็นอย่างมาก  “มีเรื่องอะไรเหรอครับ” 

“ลูกน้องโทรมาตามไปสถานที่เกิดเหตุ” 

“สถานที่เกิดเหตุ… กลางดึกแบบนี้เนี่ยนะครับ”  ย้อนถามพลางขยับหลบเพื่อให้นายตำรวจโน้มตัวลงมาหอมแก้มลูกสาวได้ถนัด คิมหันต์หอมกระหม่อมร่างบางปิดท้ายแล้วค่อยเฉลยว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ตื่นเต็มตา  “โมรีเสียชีวิตแล้วนะ”

ภัคชะงักค้างนั่งเบิกตาโตด้วยความตกใจ คนเพิ่งเห็นกันอยู่หลัด ๆ มันก็อดใจหายไม่ได้ เสียดายความอ่อนเยาว์ ยังสาวเกินไปที่จะหมดอายุขัย ร่างบางได้รู้ข้อมูลแค่ว่าเมียน้อยอีกคนของพี่เขยไม่ได้ตายตามธรรมชาติ ส่วนคนรู้เรื่องราวดีไม่ยอมบอกว่าเป็นอุบัติเหตุหรือเพราะอะไร แค่ทิ้งท้ายว่าเดี๋ยวรีบไปรีบกลับตอนล่ำลากันตรงหน้าประตูบ้าน

“ขับรถดี ๆ นะครับ” 

น้ำเสียงเป็นห่วงย้ำเรื่องความปลอดภัย เห็นสายฝนด้านนอกแล้วก็ไม่อยากให้คนต้องขับรถรีบร้อน ภัคยืนกอดอกเพราะลมที่พัดเข้ามาปะทะตามร่างกายระหว่างมองไฟท้ายรถยนต์เคลื่อนออกไปจากบริเวณรั้วบ้านอย่างช้า ๆ

รอส่งจนกระทั่งแสงสีส้มกลืนไปกับความมืดถึงได้เลิกยืนอยู่กับที่ ร่างบางเตรียมจะปิดประตูบ้าน แต่จู่ ๆ ก็มีมือหนึ่งรั้งบานไม้ไว้จากด้านนอกตอนที่ฟ้าร้องเสียงดัง แสงสีขาวปรากฏจนพื้นที่โดยรอบสว่างวาบ นัยน์ตาสั่นระริกถึงได้เห็นสภาพเปียกโชกของธันวาที่ดูก็รู้ว่าคงเดินตากฝนกลับมาหลังจากออกไปทำธุระในยามวิกาล   


‘อยากจูบฉันเหรอ’

‘ครับ’  ยอมรับหน้าตายและกลายเป็นคนถามที่ต้องอายแทน

‘จะไม่ปฏิเสธหน่อยเหรอ’  หัวเราะแก้เขินน้อย ๆ แล้วค่อยเขยิบตัวเข้าใกล้จนไหล่เกยกับชายหนุ่มที่ยังจ้องหน้าไม่เลิก  ‘แล้วนายเคยจูบกับใครมาก่อนหรือเปล่า’ 

เจ้าของผิวกายขาวซีดส่ายหน้า ก่อนที่ร่างบางจะยอมรับตรง ๆ  ‘ฉันก็ไม่เคยเหมือนกัน’

คงเพราะบรรยากาศเป็นใจ จากจูบแรกถึงได้เลยเถิดไปถึงขั้นตกล่องปล่องชิ้น นอนแบกับดินกินกลางทราย ร่วมรักอย่างร้อนแรงภายใต้แสงอาทิตย์ที่เจิดจ้า ความระอุทะละร้อยองศา จากวันนั้นมาตราตรึงจวบจนปัจจุบัน



“ธัน …? ธันวา ตกลงจะไม่เข้ามาใช่ไหม” 

ภัคเปล่งเสียงดังจนชายหนุ่มที่ขังตัวเองในภวังค์ได้สติและก้าวเท้าเข้ามาในบ้านในที่สุด ทำแค่ยืนมองร่างบางปลดสายรัดเอวแล้วถอดชุดคลุมตัวนอกออก มือเรียวใช้ชุดตัวเองซับเส้นผมกับตามกรอบหน้าที่เต็มไปด้วยหยดน้ำอย่างคล่องแคล่ว  “เดี๋ยวก็ได้เป็นหวัดหรอก”

ไม่วายบ่นคนที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เข้าไปทุกขณะ  “เดี๋ยวฉันหาอะไรอุ่น ๆ ให้ดื่ม”

ยิ่งร่างบางทำดีด้วยมากเท่าไหร่ ธันวาก็เหมือนคนที่ใกล้จะสำลักน้ำตายไปทุกที
ไม่มีทางลบอีกคนไปจากใจ ในเมื่อยังทำราวกับเป็นห่วงเป็นใยกันเหมือนดั่งเช่นวันวาน 
บอกมาเลยว่า ‘ฉันไม่ต้องการนายแล้ว’ ยังจะดีเสียกว่า

ไม่ใช่มาต่อเติมความหวังผ่านประโยคบอกเล่าธรรมดาที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นประโยคเชิญชวนก็ได้เหมือนกัน  “คืนนี้ ‘เขา’ ไม่อยู่นะ เห็นว่าต้องรีบไปที่ไหนเนี่ยแหละ รู้ไหมว่าโมรีตายแล้วนะ”  ภัคเล่าให้ฟังตามปกติแล้วก็ชะงักไปอย่างไม่มีเหตุผล เสมือนคนฉุกคิดอะไรได้ ก่อนจะช้อนนัยน์ตามองหน้าคนพูดน้อย  “นี่นาย…” 

ต่างฝ่ายต่างผวาเพราะเสียงฟ้าร้อง เสียงดังกึกก้องทำหูแทบดับ ตามด้วยแสงสีขาวที่ทำให้เห็นข้าวของภายในบ้านอย่างชัดเจน รวมถึงเห็นสีหน้าของซาตานที่หมายมั่นจะเอาชีวิต

ก็แค่วนรถกลับมาเอาของที่ลืม ไม่เคยคิดว่าจะเจอกับภาพบาดตาบาดใจ

คิมหันต์ไม่ใช่ซาตานหรอก ก็แค่คนที่กำลังถูกนอกใจ มีเขาเหมือนกันแต่เป็นควายต่างหาก               












------------------------------
หลายคนมาถูกทางแล้วนะคะ แต่ว่าหลังจากนี้จะมีเซอร์ไพรส์อีกแน่นอน มันก็จะซับซ้อนหน่อยๆจนคนแต่งเริ่มเครียดเอง55555555555 55 ยังไงคอมเม้น บวกเป็ด หรือติดแท็ก #ลั่น_ดาล ในทวิตได้เลยนะคะ ตุ๊กติ๊กจะรออ่านความเห็นค่า
ปล.ลังเลว่าจะอัพลงอีกตอนดีไหม ดีไหมเอ่ย

ติดตามข่าวสาร
◕‿◕。 นิยายที่แต่งจบแล้ว ---> เหมายัน 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-09-2018 22:44:16 โดย กระเหี้ยนกระหือรือ »

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๑) ๒๘.๐๖.๖๑
«ตอบ #69 เมื่อ28-06-2018 21:04:19 »

จบตอนแบบอ้าปากค้างเลย ก็คิดไว้ว่าธันวาออกไปฆ่าโมรีตามที่มินตราสั่งแน่ๆ แต่คนฆ่าเหมันต์นี่หรือภัคจะเป็นแค่คนเห็นเหตุการณ์กันนะ แบบธันวาหึงหวงเลยฆ่าเหมันต์ ส่วนความพีคสุดท้ายนั้นไม่คิดว่าคิมหันต์จะกลับมาเจอฉากเด็ด นี่ถ้ากลับมาก่อนหน้านี้วันนึงเด็ดกว่านี้แน่นอน นึกไม่ออกเลยว่าคุณตำรวจจะทำยังไงกับภัคต่อ ขออีกตอนค่าาา  :katai1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๑) ๒๘.๐๖.๖๑
« ตอบ #69 เมื่อ: 28-06-2018 21:04:19 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ suck_love

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 799
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-1
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๑) ๒๘.๐๖.๖๑
«ตอบ #70 เมื่อ28-06-2018 21:09:32 »

คือตอนนี้

งงไปหมดแล้วค่าาาาาา
ธันวาสองศพหรือเปล่า

คนสั่งคนละคนงี้

ออฟไลน์ manami1155

  • ~I Still Love You~
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1750
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +99/-1
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๑) ๒๘.๐๖.๖๑
«ตอบ #71 เมื่อ28-06-2018 21:24:00 »

อ่าวววววว...กำของเวรจริงๆ
พระรองจะรีบกลับมาทำไมคะ
พระเอกนายเอกเค้ากำลังจะสวีทกัน
555555

ธันฆ่าโมรีเพราะมินตราสั่ง
คนที่ฆ่าคนอื่นได้ง่ายขนาดนี้
แสดงว่าไม่ใช่พึ่งทำครั้งแรก
เพราะงั่นมีความเป็นไปได้สูงมาก
ที่ธันจะฆ่าเหมมันต์

ยิ่งอ่านยิ่งลุ้นยิ่งเครียด
สรุปใครฆ่าเหมมันต์
โดเรม่อนของไทม์เมชชีนย้อนเวลาด่วน!!!!

ออฟไลน์ TanyaPuech

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +530/-23
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๑) ๒๘.๐๖.๖๑
«ตอบ #72 เมื่อ28-06-2018 23:17:07 »

โอ้ยยย  สนุกมากกก ลุ้นตลอด ลึกลับดี
นี่ชอบภัคมาก นายเอกในฝันเลย แซ่บถึงทรวง เวลาด่ากะมินตรานี่ถึงใจ
ชอบตรงภัค ฉลาด ไม่ใส และสู้นี่แหล่ะ
มินตรานางโง่ๆและเดาถูกว่านางตอแหลเรื่องขา
ธันน่าสงสารอะ สองตอนหลังนี่เชียร์ธันมาก
รักภัค บูชาภัคสุด
คิมหันต์นี้ว่ามีลับลมคมใน  ไม่ธรรมดาอะ อาจตะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
นี่ว่าคิมหันต์รู้ทุกอย่าง แต่แอ๊บโง่และรอหลักฐานมากกว่า
คิมหันต์ดูจงใจเข้าหาภัคเกินไป เหมือนตั้งใจไม่ให้หนี
เหตุอาชญากรรมนี่ว่า ภัคไม่ได้ตั้งใจฆ่าเหมันต์ แต่บังเอิญเซ็กซ์พิศดารไปหน่อยเลยตาย
เลยให้ธันผู้จงรักภักดีมาช่วยอำพรางคดี 
ละนี่ว่าคิมหันต์ต้องเห็นเหตุการณ์ตอนตาย เพราะไม่งั้นน้องดาจะเห็นเงาใครโบกมือให้
โมรีตายเพราะธันโดนมินตราสั่ง ธันโดนทั้งมินตราและภัคสั่งเลยตัดพ้อเรื่องเลือกไรเองไม่ได้
วิเคราะห์และเดาล้วนๆ
สุดท้ายคิมหันต์เห็นธันแซ่บกับภัค โอ้ยยน ลุ้นมาก
สนุกมากเลย ตามหานิยายแนวนี้มานาน ชอบ ดาร์กดี

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5340
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๑) ๒๘.๐๖.๖๑
«ตอบ #73 เมื่อ28-06-2018 23:47:47 »

 :katai2-1:


ชอบธันวา มาตั้งแต่เริ่มแล้ววว ❤️❤️

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๑) ๒๘.๐๖.๖๑
«ตอบ #74 เมื่อ29-06-2018 03:58:21 »

เชรดดดดดดด!!!!!พีคคค เอาแล้ววว กล่องแพนโดร่า บึ้มๆไหมงานนี้!! 555555 //ก่อนอื่นเลยขอกรีดร้องดังๆหน่อยค่ะ กรี๊ดดดๆๆๆ 555 เพิ่งเห็นว่าไรท์คนเดียวกันกับ *เหมายัน* เรื่องนี้ชอบบมากกกกก กลายเป็นว่าหลงชอบผลงานคนเดิมซ้ำๆ ขอเป็น FCทันที  5555 คิดว่าจะหาผลงานอื่นของไรท์อ่านอยู่หลังจบเหมายันนานแล้ว เพิ่งรู้ว่าปรับมาจากแฟนฟิค ซึ่งเวอร์ชั่นนี้เราไม่อ่านเลย ไม่สันทัดจริงๆ 5555  ทำให้พลาดนิยายดีๆไป ต้องขอบคุณนะคะที่ทำเวอร์ชั่นวายไทยออกมา  5555 ทำให้เราไม่พลาดนิยายน้ำดีอย่างนี้ ชอบความดาร์กความเทาหม่นผสมอีโรติกซ่อนหลอนนิดๆ คือใช่เลย โอ๊ยยยยยยยชอบบบบบ ^^ //อ่านรวดเดียว 11 ตอน ใจแทบขาดแต่ละตอนนี้กลั้นหายใจอ่านมากอะ ลุ้นเว่อร์วัง 5555 ขมวดคิ้วตลอด พลิกไปมา แต่ละตอนความคิดเปลี่ยนทุกที นี้ยังนั่งงงอยู่เลย สรุปแล้วยังไงว่ะ กูสงสัยอะไรอยู่ กูยังไม่เคลียร์ประเด็นไหน เนี้ยชอบ มึนดี 55555 NCนี่ สุดยอด บรรยายซะเสียวตามเลย ซี๊ดดดด 55555 //ที่อยากรู้คือจะมีใครดับความร่านของภัคได้ไหม 555555555 ถ้าไฟร่านยังไม่มอด สิ่งที่วาดไว้ว่าอยากมีบ้านหลังเล็กๆอยู่เพียงเรา3คนนี้จะเกิดขึ้นได้หรอ ฉากสุดท้ายที่คิมเห็นตะกี้คือผลสรุปหลายเรื่องหลายอย่างได้นะ หวังว่าจะใช้โอกาสนี้เป็นเหตุผลในการลองดับไฟร่านดูจะได้ไหม ดับสิ่งที่ภัคคาดหวังไว้ ก็นายมันเป็นคนแบบรักนะแต่ก็ยังร่าน 555 ไม่ได้จำใจด้วย สมยอม ไม่พอมีบอกเสียดายอีกที่สละผัวคนแรก 5555555 คิมห่างเลย เย็นชาใส่ไม่ต้องใช้ความรุนแรง จับคนร้ายด้วย สติกลับคืนมา อย่าหลงไป นี้เหมือน #ทีมคิม เลยนะ  55555 ส่วนเรื่องอื่นนั้นของเม้นท์ในตอนต่อไป คือมันยาวแล้ว พอก่อน 555555 แต่จะบอกว่าโคตรรรรชอบบบบบบบ ดีใจที่ไม่พลาด รอตอนหน้าใจจดจ่อค่ะ  :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-06-2018 04:02:37 โดย blove »

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 507
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-2
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๑) ๒๘.๐๖.๖๑
«ตอบ #75 เมื่อ29-06-2018 04:42:42 »

โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย กลับมาอ่านใหม่แบบ11ตอนรวด อ่านไปก็สืบตัวฆาตกรไป
ภัคนี่เป็นนายเอกที่เราชอบมากกกกกกก โอ้ยแซ่บลื้ม สรุปหนูมีผัวกี่คนคะ
เอาจริงๆตอนแรกภัคน่าสงสัยสุด เหมือนหลักฐานทุกอย่างชี้ว่าภัคนี่แหละ
แต่อ่านไปอ่านมาก็คิดว่าคนร้ายจะเดาง่ายขนาดนั้นเลยหรอ คิดมากไปอี๊กกกกกกก

แต่พอมาตอนล่าสุดนั้น.... ธันว๊าาาาาาาา ธันวามีส่วนเกี่ยวข้องแน่ๆ
แล้วที่คิมกลับมาเห็นนี่คือเห็นตอนกำลังคุยกัน หรือตอนกำลังตอกเสาเข็มกันอยู่นะ
ฮือออออออออออ ไม่อยากจะคิดเลยว่าภัคต้องเจอกับอะไร

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2877
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๑) ๒๘.๐๖.๖๑
«ตอบ #76 เมื่อ29-06-2018 06:22:01 »

ไม่อยากเดาเลยค่ะ กลัวพลิก

แล้วทำไมภัคทำแบบนี้ล่ะ ที่คิมหันต์คืออะไร
ภัคเอ้ย จะไม่รุ่งก็แบบนี้แหละ คนเราก็พลาดได้นะ
คิมมาเหมือนรู้ว่าใครเป็นใคร แต่แค่อยากยืนยัน

แม่ร้ายมากค่ะ ทำกับลูกได้ขนาดนี้
แถมยังโกหกเรื่องขาอีก สุดยอด
แต่ที่สุดกว่าคือธัน


ออฟไลน์ water

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 59
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๑) ๒๘.๐๖.๖๑
«ตอบ #77 เมื่อ29-06-2018 08:12:52 »

ใครเป็นคนทำร้ายหนูดานี่เดาไม่ถูกเลย อาจจะเป็นธันวาหรือเปล่า?
ลุ้นมากกก

ออฟไลน์ water

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 59
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๑) ๒๘.๐๖.๖๑
«ตอบ #78 เมื่อ29-06-2018 09:04:22 »

โอ้ววววว เฉลยมาทีละปมๆ ลุ้นทุกตอนเลยยยยค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-06-2018 09:30:05 โดย water »

ออฟไลน์ water

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 59
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๑) ๒๘.๐๖.๖๑
«ตอบ #79 เมื่อ29-06-2018 09:29:41 »

สงสารธันวาอ่ะ ความควายยังไม่ทันหายเลย ถึงกับต้องไปฆ่าโมรีตามคำสั่งอีกมันจะเกินไปแล้ว
ธันนี่ก็โดนเต็มๆ ลึกธันก็เป็นคนดีนะ ทุกคนดูมีทางเลือกแต่ธันแทบไม่มีแล้วก็ด้วยความที่รักภัคอีกก็ดูจะยังไปไหนไม่รอด
หลงเข้ามาแล้ว เห้ออออ ภัคก็พอภัคอ่ะ แต่ละคน

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๑) ๒๘.๐๖.๖๑
« ตอบ #79 เมื่อ: 29-06-2018 09:29:41 »





ออฟไลน์ Psycho

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๑) ๒๘.๐๖.๖๑
«ตอบ #80 เมื่อ29-06-2018 14:49:24 »

ถ้าให้เดาคิดว่าภัคฆ่าตอนกำลังมีอะไรกัน ส่วนคนที่เอาไปแขวนคอคือธัน

ออฟไลน์ Piima

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 685
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๑) ๒๘.๐๖.๖๑
«ตอบ #81 เมื่อ29-06-2018 16:58:16 »

โอ้ยยย

ออฟไลน์ กระเหี้ยนกระหือรือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๑) ๒๘.๐๖.๖๑
«ตอบ #82 เมื่อ29-06-2018 21:37:13 »

๑๓





แต่เดิมก็โกรธอยู่เป็นทุน แล้วก็ยิ่งหงุดหงิดหัวเสียเข้าไปใหญ่เมื่อภัคคือสาเหตุหลักที่ทำให้เสียการเสียงานจนต้องขอตัวกลับบ้านกลางคันทั้งที่ยังตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุไม่เสร็จดี สมาธิถูกบั่นทอน เหมือนเห็นภาพพลอดรักซ้อนในตาจนไม่สามารถโฟกัสกับงาน เป็นเหตุให้ต้องโยนให้ลูกน้องจัดการแทนทั้งหมด 

รถยนต์คันใหญ่เดินทางไวราวกับแสง ขับแซงซ้ายแซงขวา รวมถึงขับฝ่าสัญญาณไฟจนคนที่อยู่ในเหตุการณ์ทำผิดจราจรต่างก็ตั้งคำถามว่าคนขับมันจะรีบร้อนไปตายที่ไหน คิมหันต์เหมือนมีไฟสุมอก ความรู้สึกไม่ต่างจากตกนรกทั้งเป็นและถ้ามัจจุราชคิดจะหยุดกันด้วยความตายก็จะขับรถชนให้กระเด็นตายเป็นรอบสอง ขอถามให้หายข้องใจว่าทำไมไม่เลิกทำนิสัยเก่าแล้วหลังจากนั้นใครจะมาเอาตัวไปชดใช้กรรมก็เชิญตามสบาย 

ยามที่ล้อใหญ่หักเข้าโค้งสู่เขตตัวบ้าน เสียงเครื่องยนต์คุ้นหูก็ทำคนนั่งกลัดกลุ้มรนราน ตอนแรกสรรหาประโยคมากมายไว้เตรียมอธิบายดิบดี แต่พอได้ยินฝีเท้าหนักย่ำขึ้นมาตามบันได ใจภัคก็ยิ่งเต้นระส่ำตามประสาคนกลัว ไม่รู้ว่าจะรับมือกับสถานการณ์อย่างไรเพราะไม่เคยถูกใครจับได้คาหนังคาเขา ให้เป็นพี่สาวมาเห็นยังสบายใจเสียกว่าเพราะรายนั้นคงไม่จำเป็นต้องมานั่งรักษาน้ำใจกัน แต่กับคิมหันต์มันแตกต่างออกไป สาบานได้ว่าไม่ได้หวังให้นายตำรวจเป็นแค่คู่นอน แต่คือคนที่อยากนอนกอดไปด้วยตลอดชีวิต

ยอมรับว่าผิดและคิดไว้แล้วว่าจะกลับตัวกลับใจ เหลือก็แต่ว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาจะเชื่อหรือไม่เท่านั้น แต่ก็เข้าใจว่ากว่าคำพูดจากปากคนปลิ้นปล้อนจะดูน่าเชื่อถืออาจต้องใช้เวลา ไม่ว่าช้าหรือเร็วก็จะรอคอยอย่างมีความหวัง

“รักมันเหรอ…”  นายตำรวจที่ก้าวเข้ามาในห้องมองคนยืนหน้าซีดด้วยนัยน์ตาขวาง หลังจากเปิดประเด็นอย่างตรงไปตรงมาก็เว้นช่วงเวลาให้ร่างบางได้ตั้งสติ ระหว่างยืนรอคำตอบที่น่าพอใจก็พยายามควบคุมร่างกายที่สั่น ยืนกำหมัดด้วยความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด 

“คุณเอาอะไรมาพูด” 
จนเมื่อได้ยินคำตอบที่ไม่ตรงกับคำถาม หนำซ้ำร่างบางยังมีหน้าถามกลับเสมือนไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป ชนวนระเบิดลูกใหญ่ถูกจุดขึ้นและมีเวลาแค่หนึ่งนาทีในการให้คนในพื้นที่โดยรอบหนีไปซะก่อนที่จะได้รับความอันตราย   

“ฉันถามว่ารักมันเหรอ”  พอโกรธทีไรสรรพนามเปลี่ยนไปทุกที แต่ก็ยังดีที่ไม่หยาบคายถึงขั้นมึงกู 

“ผมเปล่า”

โชคร้ายที่ไม่มีใครสักคนเตือนภัคว่าต้องหนี รู้ตัวอีกทีก็ตอนได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส 

“ถ้างั้นทำไมถึงกล้าขัดคำสั่งฉัน…”

“ผมก็แค่เห็นธัน…!”  ยังพูดไม่ทันจบประโยคดี ฝ่ามือกร้านก็ปะทะเข้าที่แก้มซ้ายอย่างจังและส่งผลให้ทั้งร่างชาดิก คนโดนตบแน่นิ่งไปหลังได้ลิ้มรสชาติคาวที่คละคลุ้งอยู่ในปากระหว่างมีหยดน้ำกลิ้งตกจากหางตา เป็นภาพที่ช่างน่าเวทนาแห่งปีของภัค ทั้งแววตาทั้งสีหน้าแสดงออกถึงความเสียใจ แต่ก็ไม่ได้ช่วยกระตุ้นต่อมสงสารของนายตำรวจเลย แถมคนเพิ่งลงไม้ลงมือไปยังเอ่ยเสียงรอดไรฟัน  “ห้ามเรียกชื่อมันต่อหน้าฉัน”

ภัคหันใบหน้ากลับมามองตรงแล้วยกมือคลำหน้าตัวเองแผ่วเบาราวกับไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง โดยที่ไม่รู้ว่ายิ่งแก้ไขกลายเป็นยิ่งบานปลาย พูดอะไรไปก็เหมือนโกหก  “แต่เราสองคนไม่ได้ทำอะไรอย่างที่คุณคิดจริง ๆ นะ”

“รู้เหรอว่าฉันคิดอะไร”  คิมหันต์หัวเราะเหอะในลำคอเสียงดังก่อนจะกระชากต้นแขนขาวดึงเข้าหาตัว  “ฉันก็แค่คิดว่านายมันเป็นพวกมักมาก ไม่มียางอายจนกล้าทำเรื่องชั่ว ๆ ในบ้าน ถ้าเมื่อคืนฉันไม่กลับมาเห็นก็คงจะพากันเข้าไปกกบนห้องใช่ไหม”  พูดเองเออเองเป็นตุเป็นตะ ทั้งที่เมื่อคืนก็เห็นแค่ว่าอีกคนกำลังเช็ดตัวที่เปียกให้ชายอื่น แต่กลับพูดลำดับเหตุการณ์ได้อย่างแม่นยำอย่างกับว่าแอบติดกล้องวงจรปิดไว้ตามมุมอับของบ้าน นายตำรวจกำลังทำภัคพูดไม่ออก จากที่เก่งเกมจ้องตาก็มาแพ้ราบคาบเอาในคราวนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังยืนยันหนักแน่นที่จะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา 

“ผมเปล่า”

“เปล่าอะไร!”  ตะคอกใส่ด้วยความฉุนเฉียวเมื่อเค้นยังไงผู้ร้ายปากแข็งก็ยังไม่ยอมรับท่าเดียว  “กล้าทำก็ต้องกล้ารับสิภัค”

“แล้วคุณจะให้ผมยอมรับอะไร ยอมรับว่านอนกับธันน่ะเหรอ ใช่ ผมนอนกับเขา เรามีความสุขกันมากเวลาคุณไม่อยู่…!” 

ตอนแรกอยากได้ความจริง แต่พอได้ฟังในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ สุดท้ายภัคก็โดนทั้งขึ้นทั้งร่อง โดนตบเป็นหนที่สองจนหน้าหันและมีรอยนิ้วปรากฏบนปรางแก้มอย่างชัดเจน เด่นขึ้นมาพอ ๆ กับหยาดน้ำตาที่เริ่มไหลเป็นสาย ใช้หลังมือเช็ดออกก็ไม่มีประโยชน์   

“นายวอนหาเรื่องเองนะ”  พูดเหมือนจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ไม่แม้แต่จะรู้สึกผิด แล้วคนมือหนักก็คิดว่ามันสมควรแล้วกับคนช่างยั่วให้โกรธ งานนี้ภัคโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเองที่ไม่รู้จักซื่อสัตย์ แต่เหนือสิ่งอื่นใดนายตำรวจเกลียดที่เคยให้โอกาสแต่อีกคนกลับทำพังพินาศย่อยยับ   

“แล้วผมต้องทำยังไงคุณถึงจะหายโกรธ”  ถามตรง ๆ เพราะจับต้นชนปลายไม่ถูก ภัคไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรให้เรื่องราวมันดีขึ้น ได้แต่เม้มปากกลั้นเสียงสะอื้น ยืนร้องไห้ราวกับเด็กหลงทาง มาดนางร้ายถูกน้ำตาชะล้างออกไปจนไม่เหลือเคล้าเดิม  “ผมขอโทษนะ”  ทำท่าจะเดินเข้าหา แต่คนไม่มีอารมณ์อยากจะกอดก็รีบผลักออก 

“ไม่ต้องมาจับตัวฉัน”  คิมหันต์อยากจะจัดการกับอารมณ์ตัวเองตามลำพังและเลือกยืนหันหลังให้ร่างบางเนื่องจากไม่อยากเห็นภาพที่ชวนให้ใจอ่อน เสียงถอนหายใจดังขึ้นไม่ทันไรก็พอดีกับที่หนูดาเปิดประตูห้องเข้ามาด้านใน เรียกหาน้าชายอย่างได้จังหวะ  “น้าภัค”

ผู้ใหญ่ทำสัญญาสงบศึกกันชั่วคราวโดยอัตโนมัติและคนถูกหลานสาวเรียกหาก็มัวแต่ซับน้ำตาจนลืมว่ามีเลือดกบมุมปาก หลังจากเช็ดแก้มจนคิดว่าสะอาดหมดจดก็คุกเข่าต่อหน้าเด็กหญิงที่เดินเข้ามาหาถึงตัว  “ว่ายังไงคะ”  พยายามฝืนยิ้มทั้งที่เจ็บริมฝีปากไปหมด

“น้าภัคเลือดออก”  ดวงตากลมโตมองเห็นคราบสีแดงที่มุมปากน้าชายก็ตกใจ พอสัมผัสโดนใบหน้าก็รู้สึกถึงความชื้น ยกมือขึ้นกุมแก้มข้างที่มีรอยช้ำด้วยความอ่อนโยน  “น้าภัคร้องไห้ทำไม”  คิดว่ากลั้นได้แล้วเชียวแต่เจอคำถามเดียวจากคนที่ห่วงใยเข้าไป ทำนบก็พังทลาย น้ำตาไหลบ่าเวลาที่ฝ่ามือเล็กช่วยเช็ดน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา     

“เปล่าสักหน่อย น้าภัคไม่ได้ร้องไห้นะ”  ปฏิเสธแม้ว่าจะเห็นหลักฐานกันอยู่ทนโท่

ก่อนจะตัดสินใจรีบปาดน้ำตาออกอย่างลวก ๆ กลัวเด็กหญิงจะเป็นห่วงจนพาลไม่สบายใจไปด้วยอีกคน   

“คุณพ่อคะ น้าภัคร้องไห้”  จู่ ๆ หนูดาก็บอกเรื่องน้าชายกับคนเป็นพ่อเพราะความไม่รู้ มีการเรียกให้คนยืนขมวดคิ้วเข้ามาดูใกล้ ๆ เพราะนึกว่าผู้ใหญ่จะช่วยอะไรได้ แต่นอกจากจะอยู่เฉย ๆ ยังเรียกให้ลูกเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาแทน  “หนูดามาหาพ่อ” 

“แต่น้าภัค…”

“พ่อบอกให้มาหาพ่อ”  คิมหันต์เอ่ยเสียงดังกังวานขณะทำสีหน้าดุดัน   
พาลลงกับเด็กหญิงอย่างไม่มีเหตุผล ก่อนจะฉวยร่างเล็กมาจากคนเป็นน้า

“ถ้าหนูต้องอยู่กับพ่อแค่สองคน หนูจะอยู่ได้ไหม”  นายตำรวจถามคำถามแปลก ๆ ทันทีที่คุกเข่าตรงหน้าลูก หนูดาถูกดึงเข้ามาสู่เกมแห่งการประชดประชัน ใช้เป็นเครื่องมือในการทำให้ร่างบางเจ็บปวดรวดร้าว เพราะใครต่างก็รู้ดีว่าอีกคนมีหลานสาวเป็นจุดอ่อน ภัคลุกขึ้นยืนทั้งน้ำตาเมื่อเผลอคิดไปว่าในอนาคตอันใกล้อาจจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน 

“แล้วน้าภัคละคะ น้าภัคจะไปไหน”  ตากลมสบตาผู้ใหญ่สองคนสลับไปมาอย่างสับสน  “จะไม่มีใครคนอื่นทั้งนั้น นอกจากเราสองคน แค่หนูกับพ่อตกลงไหมคะ”  หนูดายืนครุ่นคิดว่าที่คุณพ่อพูดหมายความว่าอย่างไร เด็กวัยห้าขวบคล้ายจะตามไม่ทันจนต้องพึ่งสัญชาตญาณและสะบัดตัวให้หลุดจากการจับไว้ ก่อนจะเดินกลับมากอดขาน้าชาย

“ไม่ หนูจะอยู่กับน้าภัค” 

“หนูดา…!”  มือใหญ่จะคว้าข้อมือเล็กแต่ไม่ทัน   

“คุณไม่ควรพาลมาลงกับเด็กนะ แกไม่เกี่ยวอะไรด้วย”  ภัครีบดันร่างเล็กให้หลบอยู่ด้านหลังตัวเอง กลัวเด็กจะโดนหางเลขตอนเห็นนายตำรวจมีท่าทีเดือดดาล  “อีกอย่างหนูดาก็ไม่ใช่ลูกของคุณจริง ๆ คุณไม่มีสิทธิ์เอาแกไปไหนทั้งนั้น”   

“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ในเมื่อหนูดาเป็นลูกของฉัน”  คิมหันต์ยืนยันเสียงแข็ง ในแววตาน่ากลัวแทรกซ้อนไปด้วยความจริงจังมากกว่าคำว่าอยากเอาชนะ ก่อนจะย่างสามขุมเข้าใกล้แล้วไม่ใช่แค่คว้าต้นแขน ยังบีบเนื้อแน่นจนภัคเผลอร้องเสียงหลง  “ผมเจ็บ”  เลือกบอกความรู้สึกออกไปจนได้ยินโดยทั่วกันแล้วถึงได้หลานสาวช่วยไว้ท่ามกลางความชุลมุน

เด็กหญิงเข้าใจว่าคุณพ่อกำลังทำร้ายน้าชายจึงสอดตัวเข้ามาคั่นกลาง ยืนระหว่างผู้ใหญ่แล้วผลักคนใจร้ายให้ออกห่าง ระดมทุบขา รวมถึงพูดจาไม่น่ารัก เป็นครั้งแรกที่ตะเบ่งเสียงใส่คนอายุเยอะกว่า  “หนูเกลียดคุณพ่อแล้ว! คุณพ่อทำน้าภัคร้องไห้!”

การที่กำปั้นกระทบต้นขาจนเกิดเสียงไม่ได้บอกเพียงแค่ว่าลงแรงไปมากแค่ไหน แต่หมายความว่าในไม่ช้าเจ้าของกำปั้นเองก็จะเจ็บมือด้วยเช่นกัน จนคิมหันต์ต้องปล่อยภัคเพื่อให้มาห้ามร่างเล็กอีกที  “หนูดาไม่เอานะ อย่าทำแบบนี้”  ร่างบางพยายามที่จะรั้งร่างเล็ก ๆ ออกมาแต่ไม่ได้ผลจนต้องใช้ตัวเองเป็นกำบัง คุกเข่าคั่นกลางระหว่างพ่อที่ยืนทำหน้าไม่ถูกกับลูกที่เบะปากร้องไห้  “หนูดา คุณพ่อไม่ได้ทำอะไรน้าภัคเลยนะ”  ลูบหน้าลูบตาเด็กหญิงไปพลางระหว่างเช็ดหน้าบ้าง  “เห็นไหมน้าภัคไม่ได้ร้องไห้เลยสักนิด”  หลังจากทำให้เห็นแล้วว่าไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่บนหน้าก็โอบกอดร่างเล็กที่โถมตัวเข้าหาไว้แนบแน่น หนูดายกแขนขึ้นคล้องคอน้าชายและไม่ยอมเงยหน้ามองคนเป็นพ่อ 

“เราลงไปข้างล่างกันดีกว่าเนอะ”  ภัคอุ้มเด็กหญิงขึ้นแล้วกะจะพาออกไปจากห้องอย่างที่ปากว่า 

“แต่ฉันยังคุยกับนายไม่เสร็จ”  คิมหันต์เดินมาดักหน้าอย่างรวดเร็ว

“คุณก็เห็นว่าหนูดาเป็นยังไง”  ไม่มีใครไม่เห็นหรอกว่าสถานการณ์มันแย่แค่ไหน นายตำรวจยังตกใจกับภาพลูกตะโกนบอกว่าเกลียดอยู่ซ้ำ ๆ คำพูดหักหามน้ำใจดังก้องในหูราวกับมีใครเปิดระบบกรอเทป มันเจ็บปวดกว่าตอนอกหักหลายเท่าจนต้องก้าวเท้าออกไปด้านข้าง ยอมหลีกทางให้เพราะกลัวลูกจะเกลียดไปมากกว่านี้ แต่ก่อนจะปล่อยไปจริง ๆ ก็มีการกระซิบกระซาบขู่เสียงเบา  “อย่าคิดว่ามีหนูดาช่วยแล้วจะรอดไปได้ทุกครั้งนะ” 

ร่างบางสะบัดข้อศอกออกจากอุ้งมือใหญ่แล้วเดินออกจากห้องไปอย่างสงบ
ทิ้งนายตำรวจไว้กับอารมณ์ขุ่นมัว ลดตัวลงนั่งกับเตียงก่อนจะเขวี้ยงหมอนไปอีกทาง





มีต่อด้านล่าง...



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-09-2018 22:44:42 โดย กระเหี้ยนกระหือรือ »

ออฟไลน์ กระเหี้ยนกระหือรือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๑) ๒๘.๐๖.๖๑
«ตอบ #83 เมื่อ29-06-2018 21:45:15 »


ภัคมีเวลานั่งทบทวนเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ครึ่งค่อนวัน ขณะได้หลานสาวช่วยป้ายยาที่มุมปากและคอยสร้างเสียงหัวเราะให้เป็นระยะ ๆ แต่พอเด็กหญิงก้มหน้าก้มตาลงไปวาดรูปอย่างเก่า ร่างบางก็กลับมาทำสีหน้าเศร้าสร้อย เหม่อลอยตามประสาคนมีเรื่องในใจ ว่างหน่อยเป็นไม่ได้ จิตใจก็เริ่มฟุ้งซ่านจนต้องหางานให้ตัวเองทำ     

“รออยู่ในห้องนะคะ เดี๋ยวน้าภัคมา”  ร่างบางที่อาสาจะไปเอาขนมมาให้บอกทิ้งท้ายกับหนูดาแล้วค่อยเปิดประตูห้องออกมา แต่เมื่อหมุนตัวกลับหลังหันก็เจอกับภาพชวนเคืองตา นั่นคือภาพของคิมหันต์ที่ก้าวขึ้นบันไดมาขณะอุ้มมินตราที่แสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะทราบเรื่องความร้าวฉานของคู่รักไวไฟแล้ว

แววตาถึงได้ปรากฏแต่คำว่าสมน้ำหน้าตอนส่งสายตาหาน้องชาย เธอมีแผนร้ายว่าจะอาศัยช่องว่างระหว่างทั้งคู่เพื่อแทรกแซง วันนี้ยังไม่ทันได้แกล้งสำออยด้วยซ้ำนายตำรวจก็ยอมทำตามใจทุกอย่าง แถมยังรีบพาขึ้นมาด้านบนหลังจากที่บ่นว่าเหนียวตัวและอยากอาบน้ำ

สำหรับมินตรามันคือช่วงเวลาแห่งการตักตวงและกอบโกยโดยไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น

สำหรับคิมหันต์เรียกว่าการเอาคืนคนที่ยืนนิ่งไปราวกับช็อก 

ส่วนภัคแทบหยุดหายใจขณะมองทุกอย่างเป็นภาพช้า มันนานโขกว่าพี่สาวจะเปิดประตูให้แทนคนมือไม่ว่างได้แล้วนายตำรวจก็เป็นคนอุ้มพาเข้าห้องไป ร่างบางได้สติอีกครั้งเพราะเสียงล็อกกลอนจากข้างในและสาวเท้าเข้าใกล้ประตูอย่างลืมตัว เกิดความกลัวไปต่าง ๆ นานา แค่คิดว่าชายหญิงอยู่ข้างในห้องสองต่อสอง ไหนจะเคยเป็นของกันและกันมาก่อนจิตใจมันก็ว้าวุ่นแปลก ๆ มือเรียวเกือบจะเคาะประตูไม้และเตรียมโวยวายให้บ้านแตก พร้อมจะแหกอกกันไปข้าง แต่พอตระหนักได้ว่าตนไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะสร้างความวุ่นวายได้จึงต้องหักห้ามใจ ลดมือลงกำไว้ข้างลำตัว 

ภัคก้าวถอยหลังออกมาจากตรงนั้นทันทีก่อนจะเดินสวนกับชายที่ตามใบหน้ามีร่องรอยฟกช้ำ กลางดึกเมื่อวานคิมหันต์ไม่ได้ออกไปทำงานอย่างหุนหันพันแล่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังต่อยชู้รักจนโหนกแก้มเขียวช้ำทำให้มีสภาพยับเยินพอประมาณ ทั้งสองคนเดินผ่านกันไปเฉย ๆ อย่าว่าแต่เอ่ยคำทักทาย หน้านี่ยังแทบไม่มองกัน

ปฏิบัติตัวฉันท์คนแปลกหน้า ส่วนเรื่องที่ผ่านมาก็ให้มันกลายเป็นเพียงอดีตซะ

ภัคเองก็ไม่ได้อยากจะทำตัวใจไม้ไส้ระกำ แต่ในยามคับขัน อยู่ห่างกันไว้คงเป็นทางออกที่ดี แล้วก็เชื่อว่าคนอย่างธันวาจะเข้าใจในการกระทำที่แสนเย็นชา หวังว่าจะไม่ถือสาที่เบี่ยงมือหลบจนอีกมือคว้าได้แต่ลมเปล่า ๆ

คนนึงแสดงออกว่าอยากจบความสัมพันธ์อันยาวนานเพื่อหันไปคบกับชายคนใหม่ที่รู้จักภายในเวลาช่วงสั้น ๆ หวังพึ่งน้ำบ่อหน้าโดยไม่รู้เลยว่าในน้ำนั้นอาจจะมียาพิษป่นเปื้อน ถึงมีใครเตือนก็ดูท่าจะไม่ฟัง ของอย่างนี้คงต้องปล่อยไปตามยถากรรม ก็ได้แต่หวังว่าจะกลับลำทัน ความจริงแล้วควรจะเข็ดขยาดกับพฤติกรรมโมโหร้ายและล้มเลิกความคิดอยากกลับไปคืนดีให้หมด เลือกคนผิดคิดจนตัวตาย รักผู้ชายที่รู้จักแค่ชื่อเสียงเรียงนาม ระวังสักวันความตายจะถามหา

บางทีอาจเป็นเวรกรรมที่ตามมาทวงคืนในรูปแบบของความรัก มีเหยื่อที่เกิดจากความรุนแรงมากมายแต่ที่คนเหล่านั้นเลือกจะไม่แจ้งความจับก็เพราะคำว่ารัก ภัคยังทำหลายอย่าง ๆ เหมือนปกติทั้งที่รู้ว่าไม่มีอะไรเหมือนเดิมสักอย่าง ยกเว้นการเดินไปหานายตำรวจเองถึงห้อง ไม่มีหน้าจะไปให้อีกคนมองแล้วก็เข้าใจว่าคืนนี้คงไม่มีแขกมาหาที่ห้องเช่นกัน

น้าชายกล่อมหลานสาวพาเข้านอนจนผล็อยหลับไปด้วยกันทั้งคู่ แต่กลางดึก จู่ๆ ก็รู้สึกแน่นหน้าอกและมวนท้อง ลองขยับร่างกายแต่ก็ไม่เป็นไปตามปรารถนา จนเมื่อลืมตาถึงได้รู้ว่าไม่ใช่กำลังโดนผีอำ แต่โดนคนด้วยกันจับเปลืองผ้า รีบดึงกางเกงนอนออกจากช่วงขาอย่างลวก ๆ แล้วตามด้วยการล่วงละเมิดทางเพศอย่างรุนแรง มือใหญ่แหกแข้งแหกขาคนที่อยู่ในอาการตกใจ แล้วสอดใส่อวัยวะสืบพันธุ์อย่างรีบร้อน   

ภัคนอนผวาขณะรีบยกมือปิดปาก ระหว่างถูกกระทำชำเลาราวกับตุ๊กตายางก็ได้กลิ่นเหล้าโชยมาจากร่างกายอีกคนจนนึกว่าไปตกถังแอลกอฮอล์ที่ไหนมา ฤทธิ์น้ำเมาทำเอานายตำรวจขาดสติและมอบความกล้าหาญให้อย่างไร้ขีดจำกัด แทนที่สมรรถภาพทางเพศจะเสื่อมลงอย่างที่โฆษณาเครื่องมึนเมาเตือน เลือดยิ่งร้อน คิมหันต์ยิ่งแสดงถึงพละกำลัง   

ส่วนคนเดียวที่เดือดเนื้อร้อนใจก็คือร่างบางที่เหลือบมองด้านข้างเป็นระยะ กลัวหนูดาที่นอนร่วมเตียงจะตื่นขึ้นมาเห็นพฤติกรรมอันหยาบคายของผู้ใหญ่ น้าชายพยายามส่งสายตาอ้อนวอนคนบนร่าง อย่างน้อยผ่อนแรงลงหน่อยก็ยังดี ช่วยปรานีกันสักนิด แต่สงสัยจะขอร้องผิดคน นอกจากจะไม่เพลาการเคลื่อนไหว ยังเสือกแก่นกายเข้าออกเร็วขึ้น

คิมหันต์ฉุดร่างที่พยายามขืนตัวไว้กับที่นอนขึ้นมา ก่อนภัคจะอาศัยจังหวะนั้นดันร่างใหญ่กว่าออกจากตัว นึกอยากจะปกป้องตัวเองขึ้นมา กระวีกระวาดหลบหนีจากการโดนข่มขืน ยืนหลังแนบกับผนังระหว่างนายตำรวจยอมเล่นตามน้ำ กลายเป็นชายโฉดที่มีความโกรธเป็นแรงขับเคลื่อนจนนำไปสู่การกระทำการอุกอาจต่าง ๆ ย่างสามขุมเข้าหาร่างบางที่มองหาทางหนีทีไล่ให้เลิ่กลั่ก นัยน์ตาหวั่นวิตกมองประตูซึ่งเป็นทางออกเดียวสำหรับห้องนี้ไม่วางตา

ก่อนร่างกายใหญ่จะขยับมายืนบดบังทัศนียภาพ คิมหันต์กำลังปลดเสื้อนอกออกจากตัวอย่างใจเย็น ส่วนภัคเหมือนเห็นภาพปัจจุบันซ้อนทับกับอดีตอีกทีขณะมีฉากล่อแหลมบางฉากผุดขึ้นมาในหัว …จุดเริ่มต้นของการมีผัวคนเดียวกับพี่สาว พี่เขยเมามายบุกเข้ามาปลุกปล้ำในคืนเดือนมืด ถูกขืนใจจนอีกฝ่ายสำเร็จความใคร่แล้วน้องเมียก็ตกกระไดพลอยโจน โดนลากเข้าสู่วงจรอุบาทว์และตกอยู่ในสถานะชู้นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ร่างบางค่อย ๆ ปล่อยให้น้ำตาไหลผ่านสันจมูกขณะโดนกดหัวกับชั้นวางของและถูกล่วงเกินช่องทางด้านหลัง กัดปากอดทนจนเลือดซิประหว่างบีบมือกับขอบไม้ ใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวในยามที่แฝดพี่กระทำพฤติกรรมเดียวกับที่แฝดน้องเคยทำอย่างโหดร้าย เอาความสุขตัวเองเป็นใหญ่ ส่วนใครจะเป็นจะตายก็ช่าง

การกระแทกกระทั้นยังคงดำเนินต่อไป นายตำรวจเร่งเครื่องเพื่อทำเรื่องที่ค้างคาให้เสร็จ เห็นอีกฝ่ายไม่คัดค้านก็ยิ่งทำด้วยแรงบันดาลโทสะ เอวสอบขยับรวดเร็วเมื่อเห็นหนทางบรรลุอยู่ร่ำไร ประเคนความบัดซบให้อย่างต่อเนื่อง กระเสือกกระสนจนเสร็จสมอารมณ์หมาย ร่างกายของภัคกระตุกก่อนแล้วคนยืนซ้อนหลังค่อยกระตุกตามแล้วค่อยชักแก่นกายกลับหลังจากหลั่งในจนสารคัดหลั่งไหลย้อยลงตามโคนขา พอเห็นว่าหมดค่าก็ปล่อยมือจากเอวคอดทันควัน คิมหันต์ดึงกางเกงขึ้นมาปิดของลับ ยืนรูดซิปค้ำหัวร่างบางที่กล้ามเนื้อขาอ่อนแรงจนล้มลงไปนั่งกองกับพื้นห้องอย่างหมดสภาพ

ภัคทำแค่มองปลายเท้าใหญ่ด้วยสายตาว่างเปล่าและแม้ว่าสองเท้านั้นจะค่อย ๆ ก้าวเดินจากไป แต่ไออุ่นก็ยังกรุ่นอยู่บนพรมสีน้ำตาล นัยน์ตาเหม่อลอยมองอยู่อย่างนั้นระหว่างระลึกถึงเหตุการณ์อัปยศ ไม่ว่าจะเป็นคนน้องหรือคนพี่พอย่ำยีกันเสร็จก็เดินจากไป ไม่มีการขอโทษสักคำ ร่างบางหลุดขำทำเหมือนมีเรื่องตลกเสียเต็มประดาขณะน้ำตาหยดลงหยดแล้วหยดเล่า ค่อยเปลี่ยนมานั่งกอดเข่าร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง เอามือปิดปากตัวเองตอนที่ต้องการกรีดร้องและประคองกอดตัวเองไว้เพื่อคลายหนาวในยามที่แดดส่องเข้าไม่ถึง 

   













แม้เวลาจะล่วงเลยเข้าสู่เที่ยงวันแต่บรรยากาศกลับมืดครึ้มไม่ต่างจากตอนเช้าตรู่ กรมอุตุวิทยารายงานว่าจะมีพายุเข้า ภัคที่มีสีหน้าอิดโรยจึงต้องช่วยหลานสาวเก็บของ ระหว่างเก็บสีไม้เข้ากล่อง จู่ ๆ หนูดาก็พูดถึงความปรารถนาที่ทำเอาคนเป็นน้าชายยิ่งหดหู่ รู้สึกโดนเดี่ยวหลังจินตนาการล่วงหน้าไปคนเดียว  “น้าภัค หนูอยากไปโรงเรียน” 

“หนูดารู้เหรอคะว่าโรงเรียนคืออะไร”

“โรงเรียนใหญ่กว่าบ้านใช่ไหมน้าภัค แล้วก็มีเพื่อน ๆ ด้วย”

“หนูไม่อยากอยู่กับน้าภัคแล้วเหรอ” 

คนเป็นน้าถามเสียงเศร้า พอคิดว่าหลานสาวจะต้องไปมีสังคมใหม่ ๆ ก็เกิดกลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นบุคคลสาบสูญและถูกลืมเลือนไป ร่างบางอยู่ในช่วงอ่อนไหวง่ายเพราะเมื่อคืนฝันร้ายที่ไม่เคยปริปากบอกใครดันถูกย้อนรอย เปราะบางทางอารมณ์ บาดเจ็บทางใจ แล้วหนูดาก็คือยาชนิดเดียวที่เยียวยาความทรมานนั้นได้

ส่วนเด็กหญิงเองก็เหมือนจะรู้ว่าน้าชายต้องการเพื่อนมากกว่าตัวเองเสียอีก  “หนูไม่ไปโรงเรียนแล้วก็ได้ค่ะ”  จึงยอมตกปากรับคำอยู่เป็นเพื่อนก่อนจะลุกขึ้นยืนบนม้านั่งแล้วรั้งหัวกลมของคนอายุมากกว่าซบกับอก ภัคยกมือโอบเอวเล็กตอบและปล่อยให้เด็กน้อยกอดปลอบใจท่ามกลางสายลมที่พัดแรงขึ้นเป็นระยะ ๆ ก่อนจะสงบลงอย่างน่าประหลาดในตอนที่แขกไม่ได้รับเชิญเดินเข้ามาขัดจังหวะหลังจากยืนสังเกตการณ์เป็นพัก     

“เห็นแก่ตัว ไหนว่ารักนักหนาทำไมถึงไม่ปล่อยให้เด็กได้มีอนาคต”  นายตำรวจถือวิสาสะนั่งลงข้าง ๆ ฝั่งร่างบางที่ขยับตัวออกห่างแทบในทันที ซึ่งคิมหันต์ก็พอเข้าใจว่าทำไมอีกคนถึงมีท่าทีแบบนั้น ถึงจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวและความทรงจำอันเลือนราง แต่ภาพเหตุการณ์ขืนใจก็ยังชัดเจนอยู่ รู้ตัวว่าผิดแต่ติดที่ไม่อยากขอโทษให้เสียฟอร์ม ถึงยอมพูดจริงก็ใช่ว่าคนฟังจะอภัยให้ 

“หนูดา เราเข้าไปในบ้านกันดีกว่าค่ะ”

“แต่ว่า”

“ถ้าหนูดาไม่ไป งั้นน้าภัคไปคนเดียวก็ได้”  ทำตัวแสนงอนไม่สมเป็นผู้ใหญ่ น้าชายทิ้งหลานสาวไว้กับคนเป็นพ่อที่มองตามไม่คลาดสายตา จนเมื่อเห็นว่าหายไปแล้วถึงได้กลับมาสนใจเด็กหญิงที่ยืนมองนิ่ง ๆ และเว้นระยะห่าง คิมหันต์ใช้เวลาเกือบทั้งวันในการง้อขอคืนดี กว่าลูกสาวจะยอมถอนคำพูดว่าไม่เกลียดคุณพ่อแล้วก็เล่นเอาเหนื่อย 

งานจับโจรดูง่ายดายมากนักหากเทียบกับการทำหน้าที่พ่อเลี้ยงเดี่ยวอย่างเต็มรูปแบบ นายตำรวจแทบไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว อย่างมากก็ได้แค่เข้าห้องน้ำ แต่มันก็เป็นความลำบากที่มีความสุข ลูกสาวเดินตามพ่อต้อย ๆ ติดสอยห้อยตามไปทุกหนทุกแห่ง มีงอแงเรียกหาน้าภัคบ้าง แต่พอบอกว่าจะพาออกไปซื้อขนมข้างนอก เด็กหญิงก็รีบวิ่งออกจากบ้านเป็นคนแรก แต่ถึงจะมีขนมเต็มไม้เต็มมือจนคิมหันต์ต้องช่วยถืออีกแรง หนูดาก็ยังถามหาภัคไม่คาดปากทั้งยังพูดเรื่องความดีความชอบของน้าชายไม่หยุด ส่วนคุณพ่อมีหน้าที่เป็นผู้ฟัง

หากร่างบางคิดส่งเด็กมาเพื่อล้างสมองกันก็ถือว่าได้ผล ความโกรธหดเหลือเท่าเม็ดถั่วและแทนที่ด้วยความรู้สึกผิดมหันต์ที่ดันทำร้ายนางฟ้าผู้แสนใจดีของลูกสาวจนร้องห่มร้องไห้

“เราเอาขนมไปแบ่งน้าภัคกันดีไหมคะ”  วางแผนจะใช้เด็กหญิงเป็นสื่อกลางเชื่อมความสัมพันธ์อันสั่นคลอน แต่คิมหันต์ก็ต้องมีอันฝันสลาย ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ยืนคอตกไปตาม ๆ กันเมื่อพบว่าประตูห้องล็อกจากด้านในบ่งบอกว่าไม่ต้อนรับใครทั้งนั้น สองพ่อลูกจึงต้องเดินจูงมือกันกลับอีกห้องและถึงได้เห็นว่ามีคนเตรียมข้าวของเครื่องใช้ของเด็กหญิงไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

แม้แต่แก้วบ้วนน้ำลายเจ้าหญิงก็เตรียมไว้ให้เสร็จสรรพ ที่คิมหันต์ต้องทำมีแค่กางผ้าขนหนูรอรับยามหนูดาเดินตัวปลิวออกมาจากห้องน้ำ พาพัดแป้งแต่งตัวด้วยชุดนอนสีฟ้าก่อนจะช่วยสางผมที่เปียกอย่างเก้ ๆ กัง ๆ มีครั้งหนึ่งกระตุกหวีเสียแรงจนเด็กหญิงร้องด้วยความเจ็บปวด นายตำรวจถึงกลับหน้าเสียและขอแก้ตัวใหม่ ใช้น้ำหนักมือเบากว่าคราวแรก

พ่อแยกจากลูกไปอาบน้ำ แต่แค่สามสี่นาทีให้หลังลูกสาวก็ปีนลงจากเตียงและเดินมาเคาะประตูห้องน้ำเรียกเสียงดัง  “คุณพ่อคะ คุณพ่อ…”

คิมหันต์ที่อยู่ในระหว่างสวมเสื้อผ้าตะโกนออกมาว่าจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ แต่เมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมาจริง ๆ ก็ได้เห็นว่าเด็กหญิงทำมือกำลังทำไม้ราวกับสนทนาอยู่กับใครบางคนทั้งที่ตรงนั้นมีเพียงความว่างเปล่า 

“หนูดา…?” 

เด็กน้อยหันตามเสียงเรียกแล้วทำหน้าฉงน ทำไมคุณพ่อมีสองคนล่ะ แต่พอหันกลับมามองตรงหน้าคุณพ่อคนที่ทำแค่ยืนเฉยก็สลายหายไป เป็นเวลาเดียวกับที่นายตำรวจรีบเดินเข้ามาช้อนตัวลูกน้อยออกจากตรงนั้นพลางพูดเสียงดังฟังชัด ประกาศเตือนความจำอย่างไม่มีความเกรงกลัวต่อสิ่งลี้ลับ  “ผีก็อยู่ส่วนผีนะ”  พี่ชายบอกกับน้องซึ่งไม่รู้ว่ายังวนเวียนอยู่ในห้องหรือเปล่าแล้วค่อยพาหนูดาเข้านอน กอดไว้กับอกอย่างหวนแหน 

“น้าภัคอยู่ไหนคะ ให้น้าภัคมานอนกับเราด้วยได้ไหม” 

เด็กหญิงรู้สึกไม่ดีอย่างประหลาดและต้องการน้าชายมากที่สุดในชั่วโมงนี้   

“อะไร ๆ ก็น้าภัคนะเรา”

“หนูอยากให้น้าภัคเล่านิทานให้ฟัง”

“พ่อก็เล่าได้เหมือนกันนะ สนุกด้วย กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…”

“หนูอยากให้น้าภัคหอมหน้าผากหนูก่อนนอน”   

“โอเค ๆ หนูอยากให้ภัคทำอะไรอีกไหม พ่อจะได้ไปบอกเขาทีเดียว” 

คิมหันต์ยอมยกธงขาวและทำตามบัญชาลูกสาวแต่โดยดี แต่การเดินมาตามร่างบางให้ไปด้วยกันนั้นใช่ว่าจะราบรื่นตั้งแต่นาทีแรก หลังยืนเคาะประตูอยู่ห้านาทีแล้วคนด้านในยังไม่มีท่าทีว่าจะเปิดประตูให้ สุดท้ายเสียงทุ้มตัดสินใจเอ่ยบอกว่าหนูดาเห็นอะไรบางอย่างเข้า

พอรู้ว่าหลานสาวเพิ่งเจอกับอะไร ภัคก็รีบเปิดประตูและเดินออกมาในทันที ลดทิฐิบ้าบอ แม้จะยังโกรธคนพ่อแต่ก็แยกแยะได้ว่าคนลูกไม่มีความผิดใด ๆ น้าชายเปิดประตูเข้ามาในห้องและเมื่อเห็นหน้า หลานสาวก็ร้องไห้หาด้วยความคิดถึง เพราะเรื่องราวรัก ๆ ใคร่ ๆ และความงี่เง่าของพวกผู้ใหญ่ ตารางเวลานอนของหนูดาจึงได้รวนและกว่าจะหลับก็จวนเข้าสู่วันใหม่ ร่างบางอยู่กล่อมจนเด็กหญิงสลบไสลคาอกและค่อยเอาลงนอนราบกับเตียงอย่างแผ่วเบา

พอดีกับที่มีเงาดำพาดผ่านเตียงนอน คิมหันต์เดินมาหยุดดูผลงานและยืนรอจนน้าชายห่มผ้าให้หลานเสร็จเรียบร้อย ในขณะที่ภัคเหลือบมองการมีอยู่ของนายตำรวจแค่เล็กน้อยแล้วทำเหมือนไม่เห็น ลุกขึ้นเดินตัดผ่านหน้าไปเสียเฉย ๆ  “จะไปไหน”  จนหัวหลักหัวตอที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลต้องเอ่ยทักเสียงเรียบ 

“หนูดาหลับแล้ว ผมก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อ”

“กล่อมลูกแล้วไม่คิดจะกล่อมพ่อด้วยเหรอ”

“คุณบอกมาดีกว่าต้องการอะไร ถ้าไม่มีผมจะได้ไปนอน”

“ฉันต้องการภัคคนที่นับจากนี้จะพูดแต่ความจริง ให้ได้ไหมล่ะ”  กล้าถามก็กล้าตอบ ขี้เกียจเสียเวลากับการพูดอ้อมไปอ้อมมาเต็มที  “มานี่มา”

ภัคมองท่าทางกางแขนออกแล้วถึงกลับหลุดขำก่อนจะขยับปาก  “คิดจะตบหัวแล้วลูบหลังกันงั้นเหรอ”

“ถ้าไม่เดินมา งั้นฉันเดินเข้าไปหาเองนะ”  ปากว่าขาก็ออกเดินและแม้ว่าร่างบางทำท่าจะหนีแต่ก็ไม่เกินความสามารถ มือใหญ่ทันคว้าตัวแล้วหมุนให้กลับมาคุยกัน  “ฉันขอโทษ”   

“คุณทำอะไรผิดเหรอถึงต้องมาขอโทษผม”  ย้อนถามเสียงสั่น รีบสะบัดตัวให้หลุดจากการเกาะกุม ภัคแทบจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ในตอนที่รับรู้ถึงอุณหภูมิร่างกายของอีกคน ไม่อยากแสดงออกถึงความอ่อนแอแต่มันอดไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ทุบตีนายตำรวจ หวังจะทำให้ปวดร้าวได้เท่ากับที่ตนประสบ

คิมหันต์ปล่อยให้ร่างบางระดมตบหน้าจนกว่าจะหายโกรธ จนแก้มแดงเถือกไปข้างมือภัคก็เริ่มอ่อนแรงพอกัน เมื่อเหนื่อยจะเล่นงานตามร่างกาย ก็เปลี่ยนจากการประทุษร้ายคนหน้าด้านหน้าทนเป็นพูดประชดประชัน ด่าทออย่างหยาบ ๆ คาย ๆ ด่าว่านิสัยเสียบ้างล่ะ ลามไปถึงไอ้หน้าตัวเมีย พูดสาดเสียเทเสียใส่จนแทบสำลักน้ำลายและหายใจไม่ทัน   

แต่ยิ่งดิ้นเชือกก็ยิ่งรัด เถาวัลย์เหนียวเกินกว่าจะใช้แค่มือเปล่าแกะออก ลองได้สวมกอดแล้วไม่มีทางปล่อย คิมหันต์ยืนคอยอย่างสงบ จนภัคอารมณ์เสถียรมากขึ้น ปล่อยระบายความอัดอั้นเต็มที่  “ด่าพอหรือยัง ถ้าพอแล้วจะได้จูบ”  ก่อนจะถึงทีตัวเองบ้าง ประกบปากที่พูดไม่หยุดด้วยอวัยวะเดียวกัน แต่ไม่มีการรุกล้ำหรือบุ่มบ่ามทำตามอำเภอใจ กลับเคารพในการเลือกของอีกฝ่าย ถอยได้ทุกเมื่อถ้าอยากถอย แต่ถ้าอยากปล่อยมือคงยากหน่อย     

ภัคถอยตัวออกเพราะอยากมองหน้า แต่น้ำตาทำให้เห็นอะไรไม่ชัดและมองพลาดไป บางทีชาติก่อนอาจจะทำร้ายตำรวจไว้เยอะ พอมาเจอกันชาตินี้จึงต้องชดใช้ให้อย่างหนัก ความรักทำให้คนโง่เขลาเบาปัญญา สมองทำงานได้ช้าลง ผิดกับใจที่พร้อมจะอภัยให้กับคนที่ไม่สมควรได้รับโอกาส แค่เพราะคนคนนั้นเอ่ยปากขอโทษ ร่างบางที่เกือบจะหลุดพ้นจากวงจรเดิม ๆ ก็วนลูปกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง เป็นคนที่สวรรค์จงเกลียดจงชัง ลิขิตทางเดินให้มาแบบนี้   

ท้ายที่สุดกลีบปากก็งับกันอย่างอ้อยอิ่งแล้วนิ่งค้างไป ไม่กี่วินาทีต่อมาก็เกิดการทำซ้ำอยู่เรื่อย ๆ จนปากแทบเปื่อยยุ่ยถึงได้เลิกลาแล้วเปลี่ยนมาคลอเคลียกัน คิมหันต์จูบรอยช้ำที่มุมปากภัคอย่างอ่อนโยน กลัวการที่ปากแตะโดนจะทำให้ระคาย จึงแผ่วเบาให้ได้มากที่สุด     

“คืนนี้นอนด้วยกันนะ สัญญาว่าจะไม่ทำอะไร”  เอ่ยชวนในขณะที่ช่วยเช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือ ส่วนร่างบางก็ไม่ได้ปฏิเสธถือเป็นอันตกลง ภัคนิ่งเงียบไปขณะยืนคิดว่าจะพูดเรื่องนั้นขึ้นมาดีหรือไม่ กลัวว่าเรื่องของธันวาจะทำลายบรรยากาศดี ๆ ที่มีต่อกัน แต่สุดท้ายก็กลั้นใจพูด  “ผมติดหนี้บุญคุณเขา…”   

เว้นวรรคให้นายตำรวจได้ทำความเข้าใจว่าเขาในที่นี้คือเขาไหน คิมหันต์ถอนหายใจเสียงดัง 

“แต่มันก็มีวิธีตอบแทนบุญคุณคนเป็นร้อยเป็นพันนะภัค”

“คุณก็เห็นว่าผมไม่มีอะไรเลย ทรัพย์สินมีค่าติดตัวสักชิ้นก็ไม่มี”

“แล้วมั่นใจแค่ไหนว่าหมอนั่นไม่ได้กำลังหลอกนายอยู่”

“หมายความว่าไง ผมตามไม่ทัน”

“งั้นฉันจะถามใหม่ หมอนั่นข่มขู่เพื่อให้นายยอมทำตามที่มันต้องการหรือเปล่า”

“เขา…”  เข้าใจคำถามอย่างทะลุปรุโปร่งและรู้ดีว่าเรื่องมันจะลงเอยอย่างไรหากไม่ใส่สีตีไข่เข้าไปหน่อยเพื่อทำให้ตัวเองดูน่าสงสาร  “ครับ เขาข่มขู่ผม”

“ฉันจะเอามันเข้าคุก”

“ยะ อย่าให้ถึงขั้นต้องเข้าคุกเข้าตะรางเลยนะ ผมขอร้อง”

“ห่วง…?”

“แล้วพี่สาวผมล่ะ เธอจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีคนดูแล”

“มินน่าจะมาได้ยินเองกับหูนะว่าน้องชายห่วงเธอมากแค่ไหน”   

“อย่างน้อยก็ขอให้ผมได้มีเวลาหาคนใหม่ เมื่อหาได้เราค่อยไล่เขาไปก็พอ”

“สามอาทิตย์ ฉันให้เวลาแค่สามอาทิตย์”

“แต่ว่า… ก็ได้ครับ”

“ถ้าครบสามอาทิตย์แล้วนายยังทำให้หมอนั่นออกไปเองไม่ได้ ฉันก็จะจัดการด้วยวิธีของฉันเอง” 












------------------------------
ขอบคุณทุกๆคอมเม้นและทุกๆแท็กมากเลยนะคะ ตุ๊กติ๊กมีความสุขมากที่ได้อ่าน เป็นกำลังใจให้กันไปจนจบเรื่องเลยนะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ แท็ก #ลั่น_ดาล

ติดตามข่าวสาร
◕‿◕。 นิยายที่แต่งจบแล้ว ---> เหมายัน 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-07-2018 21:01:21 โดย กระเหี้ยนกระหือรือ »

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1885
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๒) ๒๙.๐๖.๖๑
«ตอบ #84 เมื่อ29-06-2018 22:18:36 »

มาแนวมนต์รักอสูร ตบจูบ ตบจูบ แต่เหมือนเป็นวังวน ที่หาทางออกไม่ได้ยังไงไม่รู้เน๊อะ

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 507
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-2
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๒) ๒๙.๐๖.๖๑
«ตอบ #85 เมื่อ29-06-2018 22:28:00 »

โอ้ยยยยยยยยยยย ยิ่งอ่านยิ่งเครียดค่าาาาาา ตอนคิมตบหน้าภัคนี่เราตกใจมากเลย ทำน้องได้ไงห๊ัะะ
ภัคคือไม่ได้ตั้งใจจะเป็นชู้กับเหมป่ะ แต่อีเหมสารเลมาข่มขืนถึงห้อง ปวดหัวไปหมด...

อยากตัดช้อยว่าภัคไม่ได้ฆ่าออกไปเลยอ่ะ เราว่าภัคไม่ได้ทำ แต่ไม่รู้จะหลอกซ้อนหลอกมั้ย ฮือๆ
อยากอ่านต่ออีกค่า อยากอ่านทุกวันทุกวัน :katai1:

ออฟไลน์ Emmaline

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 90
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๒) ๒๙.๐๖.๖๑
«ตอบ #86 เมื่อ29-06-2018 23:24:21 »

ภัคคค ถ้าธันรู้ว่าเราพูดถึงเขาแบบนี้ เขาพูดความจริงมา เราแย่เลยนะ :katai4:

ออฟไลน์ manami1155

  • ~I Still Love You~
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1750
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +99/-1
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๒) ๒๙.๐๖.๖๑
«ตอบ #87 เมื่อ29-06-2018 23:42:49 »

ฮือออออออ
ตอนคิมพูดว่า"ฉันขอโทษ"นี่เราแทบร้องไห้ตามภัคเลยค่ะ
เห็นไหมภัคคิมหันต์ไม่เหมือนเหมมันต์นะ

รู้อดีตของการต้องยอมเป็นชู้ของภัคแล้วเศร้าจังเลยค่ะ
น้ำเมานี่มันทำให้คนหลายเป็นปีศาจได้จริงๆ
เดาว่าเหมมันต์คงใช้เรื่องนี้มาขู่ภัคให้หลับนอนด้วย
พอธันรู้เลยฆ่าเหมมันต์เพื่อช่วยภัค
มันต้องแบบนี้แน่ๆค่ะคุณผู้ชมมมมม

ออฟไลน์ suck_love

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 799
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-1
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๒) ๒๙.๐๖.๖๑
«ตอบ #88 เมื่อ29-06-2018 23:59:29 »

ตอนแรกเดาว่าเรื่องนี้ไม่มีผี
ยังไงเนี่ย งงไปหมดล้าวววววว  :katai1:

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
Re: ———— ลั่นดาล ———— (๑๒) ๒๙.๐๖.๖๑
«ตอบ #89 เมื่อ30-06-2018 03:21:59 »

เดี๋ยวก๊อนนนนนคิมมม สติๆ ก็รู้ว่าหึงนะก็เข้าใจอยู่ว่าไม่อยากให้เขาอยู่ใกล้กันแต่มันมีคนตายในบ้านนะ!! เพราะงั้นผู้ต้องสงสัยมากสุดคือคนในบ้านควรจะเก็บไว้สังเกตุไหม หรือว่าไง หรือว่าเป็นแผนล่อ แบบก็สงสัยพวกเขาอยู่ไงเลยจะลองดูปฎิกิริยาคนที่ตัวเองสงสัย ว่าจะดิ้นกันยังไงบ้าง เห้!! คิมไม่น่าจะคิดได้นะ อยากไล่ออก คงเพราะหึงนั่นละ(มั้ง) 5555555 //พายุลูกนี้ดับไฟร่านได้เหลือแค่ควันจางๆจริงๆ 555555 ถึงจะไม่มอดสนิทเลยก็ถือว่าดีมากแล้ว จะทำอะไรอีกต้องคิดหนักแล้วละ ความไม่มีความสุขในเซ็กส์ครั้งนี้ถือว่าสาสมแล้วที่ภัคได้รับเมื่อคิดไปถึงความสุขของเซ็กส์จนทำให้มะเขือเทศหล่นพื้นกระจาย55555 ถึงจะฟังดูโหดร้ายแต่เมื่อยามเห็นว่าตอนนั้นภัคไม่ได้รู้สึกผิดอะไรต่อคิมเลย ร้ายไปกว่านั้นยังคิดไปถึงว่าเสียดายที่สละผัวคนนี้ให้กับพี่ แต่ถ้ากลับกัน ณ ตอนนั้นภัครู้สึกผิดกับคิมมากจนแทบจะไม่รู้รสเซ็กส์กับธันเพราะกังวล จะให้ทำยังไงได้ ต้องฝืนทำอยากจะทดแทนบุญคุณให้รางวัลให้มันจบๆไป ความรู้สึกเราจะเปลี่ยนไปทันทีเลย จะสงสารภัคที่โดนข่มขืนโดยคนรัก แต่นี้ถือว่าสาสมแล้ว แต่ว่านะเราก็โกรธคิม โกรธระดับนึง ที่ตบภัคตั้งสองครั้ง แต่ก็นะถ้าลองเป็นตัวเองได้ยินกับหูว่าเขาเอากันขนาดนั้นคงไม่แค่ตบ อาจเอาปืนมายิงเลยก็ได้ 555555 //ถือว่าโอเคผ่านไปได้ด้วยดีที่คิมยังรู้สำนึกรับผิดขอโทษยอมให้เขาทุบตีต่อว่าแรงๆ ก็ไม่ว่าอะไร ดีแล้วที่ลงเอยแบบนี้ แต่อยากรู้ใจภัคที่มีต่อเหม โอเคครั้งแรกเพราะโดนเหมข่มขืน แล้วครั้งต่อๆมาละ มีความสมยอมจนกลายมีความรักปนบ้างไหม แล้วทำไมตอนนั้นถึงครางชื่อเหม....เพราะรักหรือเพราะเกลียด ตอบดีๆนะภัค 5555555 เซ็กส์ครั้งแรกกับภัคของคิมนั้น ทำให้รู้เลยว่าภัคเคยมีเซ็กส์กับเหม หลังรู้ผลชันสูตร ที่คิมถามภัคว่าเคยเอากันกับเหมไหม แล้วภัคโกหกพร้อมเลี่ยง รู้เลยว่าภัคโกหก ถ้าคิมโฟกัสอีกหน่อยอาจจะได้รู้ฆาตรกรตัวจริงเร็วยิ่งขึ้น คึคึ!! กูเครียดดดว้อยยยย กูอิน 5555555 //ยิ่งภัคสารภาพว่าเอากับธันเพราะอะไร เรายิ่งมั่นใจว่าภัคไม่ได้ฆ่า (เดาไว้ก่อนหน้าคือ:มินฆ่า ธันอำพราง ภัคปกปิด) จะเป็นยังงี้รึป่าวนาาา?? 55555 ลุ้นต่อๆ //อีกอย่างที่ได้จากตอนนี้คือคิมเองก็ไม่ได้รู้อะไรเยอะมาก่อนเลย คือก่อนหน้าเราคิดว่าคิมรู้แทบทุกอย่าวแต่แกล้งงโง่ ป่าวเลย คิมไม่รู้อะไรจริงๆ ต้องสืบสวนเองหมด แต่ที่ติคิมตอนนี้คือยังตั้งสติไม่ได้ อารมณ์มาก่อนสอบสวนหาความจริง ถ้าแยกเรื่องส่วนตัวกับงานออกได้กว่านี้อีกนิดนึง จะเบิกเนตรเลย คึคึ!! อยากรู้แล้วววววใครคือฆาตรตัวจริง รออ่านตอนต่อไปค่ะ ภัคจะทำยังไง อิอิ!!! สนุกกกกมากกกก ชอบจริงๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-06-2018 03:55:45 โดย blove »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด