4
ตอนนี้ ผมรู้สึกมึนๆ งงๆ กับความสัมพันธ์ระหว่างผมกับครามอยู่หน่อยๆ
จะว่าผมเป็นเพื่อนกับครามแล้วรึเปล่านะ? เพราะหลังจากวันนั้น ครามก็จะแวะมาหาผมที่ห้องอยู่บ่อยๆ มานั่งคุย ทำงาน บางทีก็ช่วยติววิชาที่ผมไม่ถนัด ในหนึ่งอาทิตย์ ก็ต้องมีเจอหน้ากันสักห้าวันเป็นอย่างน้อย
หรือจะบอกว่าเราเป็นเซ็กซ์เฟรนด์? ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เพราะผมกับครามไม่เคยเกินเลยไปถึงขั้นนั้นอีก
ผมโล่งใจที่เราไม่เกินเลยไปมากกว่านั้น เพราะผมไม่อยากเป็นเซ็กเฟรนด์กับเขา ไม่อยากให้เขามาคุยกับผมเพราะเรื่องอย่างว่า
แต่ถ้าจะบอกว่าผมเป็นเพื่อนจริง ก็คงพูดได้ไม่เต็มปากนัก เพราะปกติคนเป็นเพื่อนกัน ก็คงไม่จูบกันหรอกจริงไหม?
ปฏิเสธไมได้ว่าบางครั้งเวลาที่เราอยู่ใกล้กันในห้องแคบๆ จมูกโด่งก็มีเผลอมาชนแก้มผมบ้าง...หลังจากนั้นก็อาจจะเลยเถิดไปเป็นการจูบ
“เฮ้อ...”
ผมถอนหายใจอย่างคิดไม่ตกขณะนั่งเอนศีรษะพิงกับพนักเก้าอี้หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์
แม้ผมจะเสียพาสเวิร์ดโทรศัพท์ส่วนตัวให้ครามไปแล้ว แต่ก็ยังโชคดีที่ยังไม่เสียพาสเวิร์ดเข้าคอมพิวเตอร์ส่วนตัวให้อีกอย่าง
คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ มีความลับมากยิ่งกว่าในมือถือเสียอีก ปกติเวลาผมถ่ายรูป ผมจะอัพรูปลงเครื่องเก็บไว้ หลังจากนั้นก็ลบออกจากโทรศัพท์เพื่อไม่ให้เมมโมรี่เต็ม
ผมจะใช้คอมพิวเตอร์ในการแต่งรูปเพื่อลงบล็อกเกี่ยวกับภาพถ่ายของผม
สำหรับผมแล้ว ภาพถ่าย บ่งบอกเรื่องราวได้ดีกว่าคำพูด บ่งบอกบรรยากาศ และความรู้สึกได้ตรงกว่าคำบรรยายใดๆ และนี่คงเป็นเหตุผลที่ผมชอบถ่ายภาพทิวทัศน์ หรือถ้าเป็นภาพถ่ายของคน ก็จะเป็นตอนที่เขาไม่รู้ตัว
ผมคลิ้กโฟลเดอร์ภาพหนึ่งเพื่อเข้าไปดูรูปด้านใน
ชื่อของโฟลเดอร์คือ
Indigo ด้านใน เก็บรูปของ
คราม ไว้
จากเดิมผมมีรูปของครามไม่มาก แต่ระยะหลังมานี้ ผมมีโอกาส แอบ ถ่ายรูปเขามากกว่าแต่ก่อน มีหลายรูปในโฟลเดอร์นี้เคยเอาไว้ใช้โปรโมตเดือนของคณะสถาปัตย์ตอนปี 1
ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้อยู่ในคณะนี้ แต่ตอนนั้นก็จับพลัดจับผลูไปมีส่วนร่วมซะงั้น ผมถูกลากเข้าไปในกรุ๊ปแฟนคลับคราม และถูกใช้ให้หารูปครามเพื่อทำโปรเจ็กต์หรือแคมเปญต่างๆ
รูปตอนที่ครามนั่งใต้ร่มไม้
รูปของคนผมยาวกำลังช่วยเพื่อนแบกโต๊ะกิจกรรม
รูปตอนที่ร่างสูงกำลังเสยผมไปด้านหลัง หรือรูปตอนกำลังใช้แขนเสื้อนักศึกษาซับเหงื่อชื้นบนหน้าผาก
แต่ละรูปมีคนไลค์มากมายมหาศาล เรียกได้ว่าตอนนั้นผมน่าจะเป็นหัวคะแนนให้เขาได้ผ่านรูปถ่าย
ผมไม่เคยบอกครามเรื่องนี้ ไม่คิดจะบอก เพราะขืนบอกไป เขาอาจจะหาว่าผมโรคจิตชอบแอบถ่ายรูปก็ได้
ยิ่งพักหลังที่ผมได้ใกล้ชิดกับเขา รูปที่ผมแอบถ่ายก็เพิ่มมากขึ้นกว่าเก่า
อย่างเช่น รูปที่ผมแอบถ่ายแผ่นหลังกว้างนั่งทำงานที่โต๊ะตั้งพื้นในห้องเล็กจากระเบียง
รูปตอนที่ใบหน้าหล่อเหลาหลับอยู่บนเตียงของผม
รูปตอนที่ศีรษะของครามนอนทับอยู่บนตัก
รูปข้าวของเครื่องใช้อย่างชั้นหนังสือในห้องของเขา ระเบียงคอนโดที่เปิดรับลม ครีมโกนหนวดที่วางในห้องน้ำ
รูปเหล่านี้ผมไม่มีทางปล่อยให้หลุดออกไปให้ใครดู ไม่ใช่ว่ามันน่าอายหรืออะไร แต่ผมแค่อยากให้มันเป็นรูปที่มีผมเพียงคนเดียวที่จะได้เห็นเท่านั้น
ราวกับว่าเวลาได้มองรูปพวกนี้ ผมจะรู้สึกเหมือนได้รู้จักครามในมุมที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยรู้ว่าครามใช้น้ำหอมอะไร ไม่เคยรู้ว่าเขาชอบอ่านหนังสืออะไร ไม่รู้...ว่าเวลาที่อยู่ใกล้ๆ กลิ่นกายของเขาจะหอมแค่ไหน หรือริมฝีปากยามที่ประทับลงมา จะชอบหยอกล้อผมอย่างไร
“เฮ้อ”
ไม่รู้ว่าผมถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้ว คิดเรื่องของครามทีไร หัวใจจะรู้สึกคันยิบๆ ทุกที
ผมมีความสุขกับตอนนี้ ไม่ได้คิดกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์แบบนี้กับครามเลย เพราะแค่นี้สำหรับผมก็มากเกินพอแล้ว
มีสิ่งเดียวที่ผมกังวลก็คือตัวเองจะเผลอลืมที่ที่ตัวเองยืน แล้วไปเรียกร้องในสิ่งที่เกินเอื้อมน่ะสิ
ผมกดปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเปลี่ยนไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ครามบอกว่าคืนนี้จะมาค้างที่คอนโดผม เขามีหนังที่อยากจะให้ผมดูด้วยกัน
แค่คิดถึงอีกฝ่าย หัวใจก็เต้นตึกตักอีกแล้ว ผมพยายามกล่อมตัวเองให้ไม่คิดอะไรมากกว่านี้ แต่กล่อมเท่าไหร่ ก็ดูจะไม่ค่อยได้ผลเลยแฮะ
✻
✻
ครามแวะมาที่ห้องผมในตอนค่ำ พร้อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ดูหนังที่เขาอยากให้ผมดูด้วย
วันนี้ครามปล่อยผมไม่ได้รวบไว้เหมือนทุกครั้ง เสื้อยืดแขนสามส่วนสีเทาและกางเกงยีนทำให้เขาดูเท่ห์ไม่น้อย ดูเหมือนเขาจะแวะไปที่ไหนมาก่อนหน้า
“แดนกินข้าวเย็นรึยัง” คนร่างสูงถามเมื่อผมเดประตูให้เขาเข้ามาในห้อง
“กินแล้ว แล้วครามล่ะ”
“กินมากับเพื่อนก่อนมาที่นี้แล้ว” มือใหญ่ยกถุงกระดาษจากแบรนด์ในห้างขึ้นมาในแนวสายตา “เราซื้อมาฝาก เผื่อแดนหิว”
“ขอบคุณนะ” ผมยิ้มและรับของมาถือไว้ ครามไม่เคยมาหาผมมือเปล่า มีอะไรติดไม้ติดมือมาเสมอ แล้วไม่รู้ว่าอ่านใจได้หรือยังไง ของที่เอามามักจะเป็นของที่ผมชอบ รู้สึกเหมือนแก้มผมจะยุ้ยขึ้นกว่าเดิมแล้วด้วย
เรานั่งเอนหลังพิงข้างเตียงดูหนังกันจบไปสองเรื่อง ผมก็เริ่มหาวหวอด คงเพราะหนังที่ว่าเป็นหนังอาร์ตเข้าใจยาก และสมองผมก็เข้าไม่ค่อยจะถึง ครามเห็นเข้าก็เลยบอกผมให้นอน ส่วนเขาขออาบน้ำและออกมาทำงานต่ออีกนิดหน่อย
ตอนที่เดือนสถาปัตย์เข้าห้องน้ำไป สองหูได้ยินเสียงสายน้ำไหลแผ่วๆ ขับกล่อม ดวงตาของผมปรือ ในหัวพลางก็นึกไปถึงเช้าวันนั้นที่เราอาบน้ำด้วยกัน
แผงอกแผ่อุณหภูมิร้อนที่แนบกับแผ่นหลัง ฝ่ามือที่สัมผัสไปตามกาย ภายใต้สายน้ำชโลมร่าง
และแค่คิด...ใบหน้าของผมก็ร้อนฉ่า จนต้องรีบส่ายหน้าสะบัดความคิดไม่เข้าท่า
คนในห้องน้ำออกมาเห็นท่าทางน่าขันของผมเข้าพอดี จึงเอ่ยถาม
“หน้าแดงนะแดน เป็นอะไรรึเปล่า” มุมปากของครามยิ้มน้อยๆ ยิ่งทำให้ผมหน้าแดงกว่าเก่า
ผมไม่ได้ตอบ และครามก็ไม่ได้เค้นถามต่อ
เพราะห้องแคบ สองขายาวก้าวเพียงไม่กี่ก้าวจากหน้าห้องน้ำก็มาถึงข้างเตียง
ร่างสูงใหญ่ในกางเกงขาสั้นนั่งลงกับเบาะนอนที่พื้น กายช่วงบนเปลือยเปล่า บนบ่าพาดไว้ด้วยผ้าขนหนู เขายื่นมือไปกดพิมพ์หน้าคอมพิวเตอร์ เพื่อทำโปรเจ็กต์ออกแบบของคณะต่อ
ครามมาค้างกับผมหลายครั้งแล้ว ทุกครั้งจะให้ผมนอนเตียงแล้วตัวเองนอนพื้น ผมพยายามบอกให้เขาไปนอนบนเตียงตลอด แต่สุดท้ายก็บอกว่าจะให้เจ้าของห้องนอนพื้นไม่ได้ ผมคิดว่าบางทีเขาอาจไม่ชอบนอนเตียงเล็กก็เป็นได้ เพราะเตียงของผมเป็นขนาดซิงเกิ้ลเท่านั้นเอง
ผมนั่งอยู่บนเตียง และมองครามจากด้านหลัง พึ่งสังเกตว่าผมของอีกฝ่ายยังเปียกชื้น และลมจากเครื่องปรับอากาศก็เป่าอยู่เหนือศีรษะ มือเลยยื่นไปแตะที่ผ้าขนหนูเหนือบ่ากว้างโดยไม่รู้ตัว
โครงหน้าคมหันมามอง ผมจึงกลั้นใจบอก
“เราเช็ดผมให้นะ อากาศเย็น เดี๋ยวจะไม่สบาย”
เมื่อได้ยินคำตอบ ครามก็หันกลับไปมองหน้าจอต่อ เหมือนเป็นการอนุญาตกลายๆ
มือของผมกระชับผ้าขนหนูบนบ่าคนตรงหน้า แล้วค่อยๆ ซับเช็ดหยาดน้ำจากผมยาว นิ้วมือคอยสางเส้นผมดำไปด้วย
น่าแปลก ทั้งๆ ที่เขาใช้แชมพูและสบู่เดียวกันกับผม แต่มันกลับให้ความรู้สึกแตกต่างจากผมมาก กลิ่นจากกายของคราม คล้ายกลิ่นหอมที่สามารถล่อลวงคนให้ติดกับ ยากที่จะผละห่างออกไป
แผ่นหลังอุ่นของคนที่นั่งพื้นเอนพิงทับขาผม จนเส้นผมไม่เปียกชื้นเท่าเก่า คนร่างก็สูงโน้มศีรษะมาด้านหลัง ก่อนจะนอนทับกับตักผม
ผมก้มลงมองใบหน้าหล่อเหลา ที่เวลานี้ดูกลับหัวแปลกตา ถึงอย่างนั้นก็ยังดูสมบูรณ์แบบไม่เปลี่ยน
ครามยื่นมือมากอบกุมที่ข้างแก้มผม ดวงตาลุ่มลึกมองจ้องราวกับจะทำให้ผมตกอยู่ในห้วงมนต์ขลัง
เวลาราวกับจะหยุดนิ่งไปเนิ่นนาน
กระทั่งฝ่ามือของเขาเคลื่อนจากข้างแก้ม มากดศีรษะผมให้โน้มเข้าหาตัว หลังจากนั้นก็บรรจงประทับริมฝีปากที่ปลายคาง และเลื่อนมายังกลีบปากล่าง ปลายลิ้นค่อยๆ แทรกให้แนวฟันเผยอขึ้นตอบรับ
แล้วครามก็ผละออกไป ก่อนจะขึ้นมานั่งที่เตียงกับผม
พื้นที่ฟูกด้านข้างยวบลงไปตามน้ำหนัก และไม่ทันที่ผมจะตั้งตัว ครามก็โน้มใบหน้ามาอีกครั้ง
ครั้งนี้เจ้าของสองแขนแกร่งโอบร่างผม แผงอกกว้างแผ่อุณหภูมิร้อนผ่านเสื้อยืดที่ผมสวมใส่จนรู้สึกได้ แล้วแนบริมฝีปากประทับลงมา
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดมากี่ครั้ง ผมก็ไม่เคยขัดขืนเขาเลยสักครั้ง
เพราะสัมผัสของครามนุ่มนวลและอ่อนโยนจนผมวางใจหรือ? หรือเพราะเขาไม่เคยเกินเลยกับผมไปมากกว่าจูบอีก? ผมเองก็ไม่แน่ใจนัก
ผมไม่ใช่คนมีประสบการณ์ ไม่ค่อยรู้วิธีตอบรับ และไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มก่อน
หัวใจผมเต้นหนักหน่วง ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกแปลกกว่าเก่า เพราะอยู่ๆ ผมก็อยากเป็นฝ่ายโน้มนำสัมผัสบ้าง
มือของผมยกขึ้นวางแนบกับอกซ้าย ปลายนิ้วของผมสั่นขณะที่รู้สึกถึงแรงเต้นของหัวใจอีกฝ่ายผ่านผิวร้อน
จากมือเดียว เป็นสองมือ แล้วเลื่อนขึ้นกอบกุมใบหน้าหล่อเหลาอย่างที่ไม่เคยทำ ปลายลิ้นแตกไล้ริมฝีปากบน เพื่อให้ซึมวับเข้าไปในร่าง
มันหวาน และอุ่นซ่าน
เมื่อผมเลื่อนลงมายังริมฝีปากล่าง ผมได้ยินเสียงพึงพอใจในลำคอของอีกฝ่าย ผมจึงเม้มเน้นย้ำตรงส่วนนั้น
เป็นครั้งแรกที่ครามมีปฏิกิริยาแบบนี้ คงเพราะปกติเขาจะเป็นฝ่ายทำให้ผมพอใจตลอด
ทว่า ทั้งๆ ที่ผมเป็นฝ่ายคิดจะทำให้เขาพอใจ ร่างกายของผมกลับรู้สึกตื่นตัวเพราะเห็นการตอบรับของเขาที่ต่างไปจากเดิม
กายช่วงล่างยิ่งร้อนรุ่ม เมื่อปลายนิ้วของคนตรงหน้าสอดเข้าไปในเสื้อ แล้วสัมผัสไล่ลงมาตามแนวกระดูกสันหลัง
ผมรู้ว่าต้องผละตัวออก ก่อนที่จะควบคุมอะไรไม่ได้ไปมากกว่านี้ ถึงอย่างนั้นผมกลับปล่อยทุกสิ่งไปตามอารมณ์ ราวกับสติล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มัวเมายิ่งกว่าตอนที่ดื่มเหล้าเสียอีก
เมื่อมือใหญ่เลื่อนมาจับมี่สะโพก และดันให้ขยับเข้าหาตัว ครามก็ราวกับจะรู้สึกถึงบางสิ่งที่ดันกางเกงของผมเล็กน้อย แล้วเขาก็หยุดและเป็นฝ่ายผละออกเสียอย่างนั้น
“แดน นี่ก็ดึกแล้ว...นอนเถอะ”
“......”
เสียงทุ้มหวานรินรดข้างหู แต่เล่นเอาผมอ้าปากค้างเก้อ
ผมพึ่งเข้าใจก็วันนี้...ว่าการถูกปล่อยให้ค้างเติ่งกลางอากาศมันเป็นยังไง!
✻
✻
CONT.
มาต่อแล้ววว ครามทิ้งให้แดนค้างเติ่ง แต่ไรท์ไม่ทิ้งรีดให้ค้างนานแน่นอน จะรีบมาต่อจ้า
ไรท์ขอฝาก hashtag ทวิต
#คว้าเดือน หน่อยน้า ตอนนี้ไรท์เข้าทวิตไม่ได้ แต่เข้าไปอ่านแท็กตลอดเลย ขอบคุณทุกคอมเม้นต์เลยจ้า
เจอกันใหม่ตอนหน้าค่า