+..▪..+"แสง.สุด.ท้าย"+..▪..+|ตอนที่ 15.3| อัพ 28-4-18> P.4 _*|จบแล้ว|*
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: +..▪..+"แสง.สุด.ท้าย"+..▪..+|ตอนที่ 15.3| อัพ 28-4-18> P.4 _*|จบแล้ว|*  (อ่าน 18116 ครั้ง)

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1525
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
ตามมม
ไม่อยากให้มีดราม่าเลยอะ
ฮือออ ขอหวานๆเถอะ
หม่นพอแล้ว แค่เรื่องของน้องอิส

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1


บทที่ 8 พี่ชาย?



      ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ทุกอย่างกำลังไปได้สวย...หลังจากที่จิณณ์ตามอิสระกลับมา ทั้งสองปรับความเข้าใจให้ตรงกัน เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง
       


"อื้ม...อิสเคยบอกพี่ว่า อยากดูหนังนี่ อยากดูเรื่องอะไรเป็นพิเศษไหม? วันนี้พี่ว่างจะได้นั่งดูหนังด้วยกัน"


      จิณณ์นึกขึ้นได้ว่า ตอนมาอยู่ด้วยกันใหม่ๆ อิสระเคยพูดลอยๆว่าตั้งแต่โดนจับอยู่แต่ในห้อง เขาไม่ได้ดูหนังเลย ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น อิสระโปรดปรานการดูหนังมาก นั่นจึงทำให้จิณณ์ถามในจังหวะที่อิสระยืนล้างจาน หลังจาก ทั้งสองเพิ่งจัดการอาหารเสร็จ ฟากอิสระหันไปยิ้มก่อนตอบ


"ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าที่ผ่านมา มันมีหนังอะไรน่าดูบ้าง พี่จิณณ์แนะนำแล้วกันครับ"


      จิณณ์พยักหน้า ยืนกอดอกพิงสะโพกบนเคาน์เตอร์อ่างล้างจาน รอเด็กหนุ่มล้างจานจนเสร็จ ก่อนจะเดินไปนั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน จิณณ์เลือกหนังแนวแรงบันดาลใจ เพราะเห็นว่าอย่างน้อย ช่วงที่ผ่านมา เด็กหนุ่มดูเครียด ถ้าได้ดูหนังสร้างกำลังใจสักหน่อยก็คงดี


     ทั้งคู่นั่งดูหนังอย่างตั้งใจ จนกระทั่งหนังดำเนินไปได้กลางเรื่อง


หมับ!


    อิสระหันขวับ มองคนที่ดึงแขนเขาไปกอดทำเป็นหมอนข้าง มิหนำซ้ำยังไถลตัวลงกึ่งนั่งกึ่งนอน เอนหัวมาพิงไหล่


    ยิ่งใกล้ชิด ก็ยิ่งรู้สึกไม่ดีต่อใจสักเท่าไหร่ เพราะใจเต้นแรงเกินไป


"ทำไม? พี่พิงไม่ได้เหรอ?"


    นั่งตัวแข็งทื่อ เมื่อเห็นสายตาจ้องมองอย่างมีคำถามพร้อมรอยยิ้มมุมปาก อิสระขนลุกซู่ รีบเบนสายตาจ้องหน้าจอทีวีเหมือนเดิม ก่อนตอบ


"ดะ...ได้ครับ"


    ได้คำตอบ จิณณ์ยิ้มและเอนหัวพิงไหล่อย่างสบายใจ แถมรัดแขนอิสระที่กอดไว้แน่นกว่าเก่า


     อิสระนั่งนิ่ง เพื่อซ่อนความรู้สึกที่อายและประหม่า มิหนำซ้ำ ตอนนี้ สติกระเจิดกระเจิงจนดูหนังไม่รู้เรื่องแล้ว

     เวลาผ่านไปสิบนาที เสียงประตูหน้าห้องก็ดังขัดขึ้นให้ทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน


"อิสไปเปิดประตูให้พี่หน่อยสิ"

"ครับ"


   อิสระผละจากพี่จิณณ์และลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู
       

    เพียงประตูเปิดออกกว้าง เด็กหนุ่มตาโตกับตุ๊กตาหมีที่นั่งหน้ามึนมองมาทางเขา ก่อนจะวกสายตามาหาพนักงานรปภ.คนเดียวกับที่อิสระเคยถามคราวก่อนว่าร้านสะดวกซื้ออยู่ไหน?


"คุณอิสระหรือเปล่าครับ?"

"ค...ครับ"

"มีคนฝากมาให้"


"คนที่ส่งมาให้ เขาชื่ออะไรครับ?"

"ไม่ได้บอกครับ"


"หรอครับ...ขอบคุณครับ"



     อิสระยืนมองอย่างประหลาดใจว่าใครส่งเจ้าตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลตัวใหญ่ยักษ์นี้มา    สะดุดตาตรงเสื้อน้องหมีมีเขียนว่า Happy new year



    นี่มันก็เลยวันปีใหม่มาได้หลายวันแล้ว...ทำไมยังมีคนส่งของขวัญมาให้อีก

     ยืนมองให้พนักงานรปภ.เดินไปก่อน จึงค่อยเปิดการ์ดมาอ่าน



'สวัสดีปีใหม่ ขอให้เป็นเด็กที่น่ารักแบบนี้ตลอดไปนะครับ'


    ในขณะที่อิสระกำลังอ่านอยู่นั้น คนตัวโตก้มลงกระซิบข้างหูด้วยประโยคเดียวกัน อิสระเขินจัดและหันไปจนปลายจมูกเฉียดกัน อิสระผละออก


"พี่จิณณ์แอบดูหรือครับ?"


"หนุ่มที่ไหนแอบส่งมา?"
ละสายตาจากการ์ดและไม่ยอมตอบคำถามเด็กหนุ่ม

 
"จะมีได้ยังไงครับ นี่...พี่จิณณ์ให้ผมหรอครับ"

"ในการ์ด มีระบุชื่อพี่หรือ?"


"ไม่มีครับ"

"ถ้างั้น จะใช่ของพี่ได้ยังไง ฮึ?"


    อิสระทำปากพองลม ก้มหน้าตอบ

"ก็ผมไม่มีใครนอกจากพี่นี่ครับ"


     จิณณ์สะดุดกึกตรงประโยคหลัง เขาอมยิ้มส่ายหน้าเมื่อเห็นคนทำตัวน่าสงสารจนแกล้งไม่ลง ที่ผ่านมาอิสระคงจะรู้สึกหดหู่น่าดู แซวนิดแซวหน่อยก็ดูจริงจังไปซะหมด


"โห...แกล้งไม่สนุกเลย อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ...ใช่...พี่เป็นคนซื้อให้เอง"

"พี่ซื้อให้ผมทำไมครับ?"


     จิณณ์ยิ้มมองหน้าเด็กหนุ่ม เขาเงียบเพราะหวนคิดว่าที่ผ่านมา เขาทำงานไม่ลืมหู ลืมตา รวมถึงเป็นช่วงที่มีปัญหากันทั้งสองฝ่าย จึงไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันในวันปีใหม่ กว่าจะรู้ก็ข้ามปีมาแล้ว



"อยากขอโทษสำหรับที่ผ่านมา เรามีปัญหาจนไม่ได้เคาท์ดาวน์ปีใหม่ด้วยกันเลย"

"ขอบคุณพี่จิณณ์ครับ แต่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย ผมนอนเคาท์ดาวน์คนเดียวข้ามปีจนไม่รู้สึกว่ามันน่าตื่นเต้นแล้วครับ"

   
      ที่ผ่านมา อิสระคงเหงาและทรมานมามาก เขาสงสารอิสระทุกที เวลาที่เด็กหนุ่มพูดถึงช่วงที่โดนขัง


"โอเคๆ เอาเป็นว่าที่ผ่านมาก็ช่างมัน จากนี้ อิสอยากทำอะไร อยากได้อะไร บอกนะ"


"ไม่เป็นไรครับ ผมเกรงใจ"

"ไม่ต้องเกรงใจ คิดซะว่าเราเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน อิสจะได้ไม่ต้องคิดมาก ถือซะว่า พี่เป็นพี่ชายอิสแล้วกันนะครับ โอเคไหม?"
จิณณ์ก้มหัวลงมา เขยิบเข้าไปใกล้ ประสานสายตากับอิสระแล้ววางมือหนาบนหัวทุย



    อิสระนิ่งไปนิด เพราะผิดหวังที่ได้ยินคำว่าพี่ชายออกมาจากปากคนตรงหน้า ลึกๆแล้วอิสระหวังที่จะได้ยินคำอื่นมากกว่า


     การที่พี่จิณณ์ตอบแบบนี้ เหมือนเขาถูกจำกัดสถานะไปเรียบร้อยแล้ว


"พี่ชายหรือครับ?"


"อื้ม...พี่ไม่อยากให้อิสมองว่าตัวเองเป็นคนอื่น จากนี้ อิสเป็นน้องพี่ เป็นครอบครัวเดียวกัน จะได้ไม่ต้องคิดมากว่าตัวเองเป็นแค่คนแปลกหน้า รู้ไหมครับ?"



"พี่ชายก็พี่ชายครับ"
อิสระซึมลง



"แล้วจะไม่ให้เจ้าหมีมันเข้ามาในห้องก่อนเหรอ มันจะน้อยใจนะ ปล่อยมันไว้แบบนั้น"

"ครับ"



    จากนั้นทั้งสองช่วยกันลากตุ๊กตาความสูงเกือบสองเมตรเข้ามาวางพิงหลังโซฟา และนั่งพักบนขอบพนักพิงให้หายเหนื่อย

 
    จิณณ์ยิ้มก่อนจะวางมือบนไหล่อิสระ บีบกระชับเบาๆ


"เผื่อพี่งานยุ่ง ก็ให้เจ้าหมีมันเป็นตัวแทนพี่เวลาพี่ไม่อยู่ห้องนะ อิสจะได้ไม่เหงา"

"ครับ"

"อิสอยากตั้งชื่อให้มันไหม?"




      อิสระมองเสื้อที่หมีใส่ก็เอ่ยชื่อมาด้วยรอยยิ้มบางเบา


 "นิวเยียร์แล้วกันครับ"   



      จิณณ์พยักหน้ารับ ในระหว่างนั้น  จิณณ์ควักเครื่องมือสื่อสารและกดอะไรสักอย่างบนหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะยกขึ้นเหนือหัวและเรียกอิสระ


"ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันเถอะ"


"ไม่ถ่ายได้ไหมครับ"



    หันขวับ ขมวดคิ้วมองเด็กหนุ่มที่ทำหน้าเหมือนคนกินยาขม


"อิสไม่ชอบถ่ายรูปเหรอ?"

"เปล่าครับ ผมแค่คิดว่า ผมไม่ได้ดูดีพอที่จะถ่าย"

   
    จิณณ์มองเด็กหนุ่มที่ตอกย้ำตัวเอง ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้น อิสระน่ารักจะตาย เป็นผู้ชายที่ปากนิด จมูกหน่อย เหมือนตุ๊กตาเด็กผู้ชาย มิหนำซ้ำยังแก้มแดงน่าหยิก ใครเห็นก็คงคิดว่า ดูน่ามองด้วยซ้ำ


     จิณณ์มั่นใจว่าก่อนหน้า อิสระไม่ใช่คนคิดมากแบบนี้ แต่เพราะช่วงเวลาสี่ปีที่เลวร้ายนั่นแหละมันเกาะกินจิตใจให้อิสระกลายเป็นคนกลัวและไม่มั่นใจตัวเองไปซะอย่างนั้น


    อาจต้องหาเวลาพาอิสระไปพบจิตแพทย์ เผื่อจะช่วยให้เด็กหนุ่มมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น แต่ก่อนจะคิดถึงเรื่องอนาคต เวลานี้ จิณณ์เองนั่นแหละที่ต้องเป็นคนช่วยอิสระให้มีจิตใจที่ดีขึ้นก่อน


ฟึ่บ!...


    ทันใดนั้น จิณณ์พาดแขน โอบไหล่อิสระให้ชิดกัน



"แต่สำหรับพี่ อิสน่ารักนะ ถ่ายรูปกันเถอะ"


      มองรอยยิ้มจริงใจ ก็เผลอขบริมฝีปาก อิสระยอมถ่ายภาพตามที่พี่จิณณ์ขอ


      คนอายุมากกว่า กดถ่ายอยู่หลายภาพ ก่อนจะลดมือลง นั่งดูรูปที่ตัวเองเพิ่งถ่ายไป

      อิสระแอบมองคนข้างกายที่นั่งดูรูปในโทรศัพท์มือถือพร้อมหลุดยิ้มออกมา


      นั่งมองพี่จิณณ์ในมุมเผลอๆ ก็ให้ความรู้สึกดีไปอีกแบบ รอยยิ้มกว้างที่ผุดบนใบหน้าหล่อเข้ม ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้พี่จิณณ์ดูน่าสนใจมากขึ้น




"อิสน่ารักนะเนี่ย ดูสิ"

     รีบละสายตาจากใบหน้าหล่อ ลดรอยยิ้มลงและกดสายตามองรูปที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่พี่จิณณ์ยื่นมาให้ดู 

    ในภาพมีเขา พี่จิณณ์ และเจ้าหมีตัวยักษ์อยู่ตรงกลาง

    ยิ่งดูรูปตัวเองก็ยิ่งรู้ว่าไม่ใช่...


    หลักฐานทนโท่ขนาดนี้ ยังจะกล้าเอาอะไรไปสู้

    เวลานี้ อิสระเป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่ได้ดูดีอะไร...

    เป็นคนไม่มีเงินติดตัวสักบาท...

    แถมยังเป็นคนพึ่งตัวเองไม่ได้...

    ดูยังไงก็ไม่เหมาะสมกับพี่จิณณ์เลยสักนิด


    หากอิสระยังชอบพี่จิณณ์ต่อไป คำตอบที่ได้รับ ไม่พ้นความผิดหวังแน่ๆ

   ก็มันจะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อพี่จิณณ์มีพร้อมทุกอย่าง

    การที่คนตัวโตยื่นสถานะมาให้ว่าเป็นแค่พี่ชาย เท่านี้ก็ดีพอแล้ว...


    อิสระคิดได้แล้วว่า เขาควรหยุดชอบตอนนี้ก่อนจะถลำลึกไปกันใหญ่


"พี่จิณณ์ไม่ต้องโกหกผมหรอก  ผมรู้ว่าตัวเองเป็นยังไง"



"ทำไมอิสพูดแบบนั้น?"


     
     อิสระยกแขนทั้งสองข้างเพื่อโชว์ให้พี่จิณณ์ดูถึงรอยแผลเป็นที่ยังไม่จางหาย



"วันที่ผมออกไปข้างนอก มีแต่คนรังเกียจผม แล้วพี่จิณณ์พูดมาแบบนั้น ผมรู้ว่ามันไม่ใช่"


ฟึ่บ!


    พูดจบไม่ถึงห้าวินาที จิณณ์ไม่พูดอะไร แต่กลับดึงตัวอิสระไปกอดกระชับแน่น


     มือหนาลูบหลัง ลูบไหล่ ก่อนเลื่อนมือไปลูบผมอย่างเอ็นดู จิณณ์ไม่อยากให้อิสระคิดแบบนี้แล้ว ตั้งแต่นั่งคุยมา อิสระก่นด่าตัวเองอยู่หลายครั้ง จนไม่อยากให้อิสระฝังหัวกับความคิดลบๆแบบนั้น เพราะสำหรับจิณณ์ไม่เคยรังเกียจอิสระสักนิด


     จิณณ์ไม่อยากให้อิสระเครียดหรือเป็นปมด้อยไปกว่านี้


"คนอื่นจะมองยังไงก็ช่าง แต่พี่ไม่เคยโกหก สำหรับพี่ อิสน่ารักเสมอ"



    ไม่ใช่แค่คำพูดที่ทำให้อิสระอบอุ่นจนหัวใจพองโต แต่การกระทำของพี่จิณณ์นั่นต่างหากที่ยิ่งเพิ่มความรักจนอิสระดีใจที่ยังมีคนใส่ใจเขาจริงๆ


     เป็นแค่พี่ชาย แต่ได้กำลังใจท่วมท้นขนาดนี้ อิสระยอมเป็นแค่น้องชายก็ได้...


     อิสระไม่พูดอะไรต่อ เพียงแค่กอดตอบไปเท่านั้น...



 
****1.1****


ได้แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ อิสระ :กอด1:
.
ขอบคุณจ้าาาาาาา

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-12-2017 20:43:41 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ Duangjai

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 684
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
รูปถ่ายจะเป็นหลักฐานทำให้ความลับแตกไหมนะ

เอาใจช่วยน้องอิสระนะ

ให้ได้เจอป้าที่จะแก้สถานการณ์ได้

...

 :ling3:  :ling3:  :ling3:  :ling3:  :ling3:

...


ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1525
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
โหหหห น้อง น้องน้องไปหาหมอเร็วๆนะ

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1


บทที่ 8 พี่ชาย?(2)



     หลังจากจิณณ์เห็นว่าอิสระคิดมากเรื่องรูปร่างตัวเอง เขาตั้งใจพาไปเข้าคอร์สทำผิว จนกระทั่งวันหนึ่ง
จิณณ์มัดมือชกเด็กหนุ่ม จับไปยืนอยู่หน้าร้านแล้วแท้ๆ แต่เด็กหนุ่มกลับค้าน ปฏิเสธหัวชนฝา แถมยังจะพาลโกรธกันอีกเพียงเพราะเหลือบเห็นราคาหน้าร้านว่าแพงหูฉี่ อิสระไม่อยากรบกวนพี่จิณณ์ให้รู้สึกแย่ไปมากกว่านี้ เนื่องจากกลัวว่าอีกฝ่ายจะด่าว่าเป็นภาระอีก


     เมื่อเด็กหนุ่มไม่โอเค จิณณ์เลยทำได้แค่ซื้อพวกครีมทาผิว ทาหน้ามาให้



      ผลของการเคลียร์ทุกปัญหา ดูเหมือนว่า จิณณ์ใส่ใจอิสระมากขึ้น จึงทำให้ทุกวันนี้ที่อิสระพักอยู่กับพี่จิณณ์รู้สึกอยากมีส่วนร่วมและตอบแทนกลับไปบ้าง จึงใช้แรงกายด้วยการทำอาหาร และทำงานบ้านทุกชนิดอย่างเต็มที่ ถึงแม้พี่จิณณ์จะออกไปดูงานข้างนอกทุกวัน แต่พอปรับความเข้าใจกัน อิสระก็เริ่มเข้าใจและไม่งอแงเท่าแต่ก่อน

 
       กลับมายังปัจจุบัน ขณะที่อิสระยืนดูดฝุ่นยามสาย เสียงดนตรีเมโลดี้ของเครื่องมือสื่อสารดังขึ้น หยุดชะงัก วกสายตาไปยังโต๊ะกลางตรงโซฟา


       เร่งฝีเท้าและก้มหยิบโทรศัพท์


"สวัสดีครับ"


[อิส พี่ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้บนห้อง...อีกสิบห้านาที อิสเอาลงมาให้พี่หน่อยได้ไหม?]

"ได้ครับ"


     บอกจุดวางกระเป๋าสตางค์ก่อนวางสาย อิสระเดินดุ่มๆไปเอาของมาเก็บไว้กับตัวเอง เมื่อเจอแล้ว อิสระแอบเปิดกระเป๋าสตางค์พี่จิณณ์ดูด้วยความอยากรู้


"หา! อีกสองวัน?"


     เพราะไม่เคยถามจึงไม่เคยรู้มาก่อน


    วันเกิดพี่จิณณ์ใกล้ถึงแล้ว... อิสระยังนึกไม่ออกว่าจะซื้ออะไร แต่อย่างน้อย อิสระต้องหาของขวัญให้พี่จิณณ์แน่ๆ...


     วางสายได้ไม่นาน จิณณ์ก็มาถึง อิสระรีบเอากระเป๋าสตางค์พี่จิณณ์ลงไปให้


    เสร็จเรียบร้อย เดินขึ้นห้องด้วยอาการของคนคิดไม่ตกกับของขวัญ ในเมื่อเงินติดตัวก็มีเพียงเงินในกระปุกที่พี่จิณณ์ทิ้งไว้ให้ซื้อของกินเท่านั้น


    อิสระไม่อยากพึ่งเงินพี่จิณณ์โดยไม่จำเป็น จึงคิดว่าควรทำอะไรที่ใช้เงินให้น้อยที่สุด...


   ตัดสินใจคว้าของสำคัญออกจากห้อง เพื่อเรียกแท็กซี่ไปห้างสรรพสินค้า


    ถ้าไม่ใช่พี่จิณณ์ อิสระก็คงไม่ทำแบบนี้ที่ต้องรวบรวมความกล้าในการออกมาข้างนอกเพียงลำพัง


"เรื่องแค่นี้ เราต้องทำได้สิ"


    ถึงที่หมาย...อิสระสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เป่าปากเบาๆ...เดินไปจุดประชาสัมพันธ์ถามหาร้านที่ต้องการซื้อของ


     หลายชั่วโมงที่อิสระเดินหาของตามที่ตั้งใจไว้ได้เกือบครบจนมาหยุดที่สุดท้าย ที่โซนซูเปอร์มาร์เก็ต


     เด็กหนุ่มเดินเลือกของอย่างอารมณ์ดี เขาอยากให้พี่จิณณ์เห็นถึงความตั้งใจจึงมุ่งมั่นในการทำของขวัญวันเกิดของพี่จิณณ์ให้ดีที่สุด


    จนกระทั่งได้ของครบทุกอย่าง อิสระแบกถุงเดินออกจากห้างสรรพสินค้าเพื่อเตรียมเรียกรถแท็กซี่ ถึงประตูด้านหน้าของห้างแล้ว...


หมับ!


"สวัสดีครับ คุณอิส"


    อิสระหันขวับ

เฮือก!


"พี่ชาย"



    อิสระสะดุ้งสุดตัว สะบัดมืออย่างไวและวิ่งไม่คิดชีวิต พ้นห้างมาไม่ไกล อิสระหันหลังไปก็ยังเห็นพี่ชายวิ่งไล่ตามไม่หยุด
 
     

ปึก!


    วินาทีนั้น อิสระสะดุดอิฐตัวหนอนที่กระเดิดขึ้นมาจากทางเท้า


"โอ้ย!"



     ข้าวของที่ซื้อมากระจัดกระจาย ใจเต้นแรงกว่าเก่าพร้อมเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นทั่วใบหน้า เมื่อเห็นคนตัวสูงใหญ่วิ่งใกล้เข้ามา

     อิสระพยายามจะลุกขึ้นแต่เจ็บหน้าขาและหัวเข่าที่กระแทกกับพื้นเกิดแผลถลอกเป็นทางยาว


     เด็กหนุ่มฝืนสังขาร ลากตัวเองไปเก็บของที่หล่นจนครบ และรีบลุกขึ้นหวังจะวิ่งหนี แต่ไม่ทันชายที่ยึดข้อมืออิสระไว้ได้เรียบร้อย


"พี่ชาย ปล่อยผมนะ ผมไม่กลับ..." อิสระพูดดักคอ น้ำตาไหลออกมาเพราะความเจ็บและความกลัวว่าอิสระภาพของเขาจะหมดลง


"คุณอิส เป็นอะไรมากไหมครับ?"


"ไม่ อย่ามายุ่ง" แค่พี่ชายโดนตัว อิสระก็ผวาและหวาดระแวง เพราะหวนไปนึกถึงคราวที่อิสระเคยทำออรัลเซ็กส์ให้


"ผมขอโทษครับ สำหรับที่ผ่านมา แต่ผมมาดี และผมสัญญาว่าจะไม่เอาเรื่องการเจอกันไปบอกคุณอิทธิพลด้วยครับ"
 
"ผมไม่เชื่อ"


     ตะโกนใส่หน้าอีกฝ่าย มิวายนิ่วหน้าด้วยความเจ็บและปวด



"อย่าเพิ่งทะเลาะกันเลย ผมว่าไปหาหมอก่อนเถอะ"



    ขมริมฝีปากแน่น สบตามองพี่ชายที่บอกด้วยรอยยิ้ม สุดท้ายอิสระต้องยอมฟังอย่างเสียไม่ได้



    ใช้เวลานานพอสมควรที่ทั้งสองออกจากคลีนิค ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ ชายช่วยประคองอิสระ ตอนนี้ เด็กหนุ่มผ่อนคลายลง หลังจากได้รู้เรื่องราวส่วนตัวของพี่ชาย อิสระจึงไว้ใจพี่ชายมากขึ้น


     ราวสี่สิบนาทีที่ชายขับรถมาส่งอิสระ และพยุงร่างที่บางกว่าเขาเข้าส่วนในอาคารแล้ว



"ขอบคุณครับพี่ชาย" เด็กหนุ่มบอกเสียงแผ่ว ขณะที่ยังเดินกะเผลกพร้อมสองมือหอบหิ้ว ข้าวของพะรุง พะรัง


"ให้ผมไปส่งคุณอิสที่ห้องดีกว่า คุณอิสเดินไหวเหรอ?"

"ไม่เป็นไรครับ ผมไปได้"

"ตามใจครับ ส่วนเรื่องเจอคุณอิสไม่ต้องกังวล ผมสัญญา...ว่า..."



ฟึ่บ!


   จิณณ์กระชากแขนอิสระอย่างแรง แทรกกลางระหว่างทั้งคู่


    เพียงแค่เห็นลูกน้องของคุณอิทธิพลอยู่ที่นี่...จิณณ์ใจคอไม่ดีเท่าไหร่


"โอ้ย!"


     ไม่รู้ว่าอิสระเจ็บ พอได้ยินเสียงสบถเท่านั้นแหละ จิณณ์หันขวับ กดสายตาลงต่ำ แล้วเห็นผ้าพันแผลเต็มขา

     จิณณ์ทรุดตัวลงฮวบ ใช้มือหนาแตะผ้าก๊อตที่ปิดแผลไว้อยู่


"คุณทำอะไรอิส?" เงยหน้าตวาดลูกน้องคุณอิทธิพลเสียงดัง


"พะ...พี่จิณณ์ครับ...ผมล้ม...เองครับ"


    ยังไม่ทันถามอิสระต่อ


"ทำไมคุณอยู่กับคุณอิส คุณเป็นคนพาคุณอิสหนีใช่ไหม?" ชายขัดขึ้นอย่างสงสัย เพราะตกใจที่เห็นแขกของคุณอิทธิพลอยู่ตรงนี้ ซึ่งไม่ต่างกับจิณณ์ที่สงสัยในตอนแรกเหมือนกัน


"ไม่ใช่เรื่องของคุณ แต่ผมไม่มีทางให้อิสกลับไปแน่ๆ"

 
    ยืนบอกเสียงเข้มอย่างไม่กลัว เพราะสิ่งที่กลัวยิ่งกว่า คือ กลัวว่าอิสระจะหนีไปอีก


    สาเหตุที่จิณณ์ยืนอยู่ตรงนี้ ทั้งๆที่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า จิณณ์เพิ่งวกรถกลับมาเอากระเป๋าสตางค์นั้น เป็นเพราะตอนโทรหาอิสระ ได้ยินเสียงคนคุยกันแต่ฟังไม่ค่อยได้ศัพท์รวมถึงเสียงตะกุกตะกักตลอดเวลา จิณณ์รู้สึกไม่ดีจึงกดวางแล้วโทรย้ำอีกครั้งกลับติดต่อไม่ได้


    กระวนกระวายใจจนต้องบึ่งรถกลับมา ขึ้นไปหาบนห้องจนทั่วแล้วไม่เจอ พอลงมาถึงเห็นอิสระยืนอยู่กับลูกน้องคุณอิทธิพลแล้ว


     ฟากอิสระหน้าซีดเผือกเพราะในตอนแรก อิสระโกหกพี่ชายว่า พักอาศัยอยู่กับเพื่อน สาเหตุเพราะไม่อยากให้พี่จิณณ์ตกเป็นอันตราย


   แต่ไม่คิดว่า...


"พี่จิณณ์ครับ ผมว่า เราขึ้นห้องกันก่อนเถอะ..."


     อิสระอ้อนวอนพี่จิณณ์ ในขณะเดียวกันก็หันไปบอกพี่ชาย


"พี่ชาย ผมขอล่ะ พี่กลับไปก่อน และขอร้องอย่าบอกคุณอิทธิพลนะครับ"


     ชายขมวดคิ้วมองหน้าสองคนสลับกัน แต่เพราะไม่อยากให้อิสระไม่สบายใจจึงตอบรับไปก่อน


"ครับ"


     ชายขอตัวกลับ และหันหลังเดินออกไปจากตัวอาคาร


     มองจนลับสายตา จิณณ์วกสายตากลับมาหาคนข้างๆ


"อิสไปเจอเขาได้ยังไง? รู้ไหมพี่เป็นห่วงมากแค่ไหน?"


"บังเอิญเจอน่ะครับ และไม่ต้องห่วง ทุกอย่างโอเคครับ พี่จิณณ์" อิสระว่าจบรีบซ่อนถุงไว้ข้างหลัง


"จะไม่ให้ห่วงได้ยังไง ดูสิได้แผลมาด้วย"

"ผมซุ่มซ่ามเอง และผมก็ไม่เจ็บเลยด้วย"

"มั่นใจนะอิส"


"ครับ"

"ทีหลังจะออกไปไหน โทรบอกพี่ด้วยนะครับ พี่เป็นห่วง เดี๋ยวพี่ขึ้นไปส่งอิสระแล้วจะรีบกลับมานะ"

"พี่จิณณ์ต้องไปไหนอีกหรอครับ?"

"ไปดูงานครับ งานพี่ยังไม่เสร็จ"
อิสระใจเต้นแรง

   
     แค่ติดต่อไม่ได้ พี่จิณณ์ถึงกับยอมทิ้งงานเพื่อมาหาอิสระเลยหรือ?


     หลังจากทั้งสองเงียบไปอึดใจ จิณณ์รวบเอวอิสระมาโอบประคองพาไปถึงห้อง อิสระอาย ใจสั่น แต่ก็ยอมปล่อยให้พี่จิณณ์ดูแลดีกว่าเจ็บตัวกว่านี้

   
     เมื่อทั้งสองเดินหายไปจากลานสายตา ร่างกำยำที่ยืนหลบอยู่มุมตึก แอบครุ่นคิดถึงการกระทำอีกฝ่าย ก่อนพึมพำออกมา...



"คุณชอบคุณอิสระ?"










...........





   ยามเช้าวันถัดมา...


   พี่จิณณ์แปะโพสต์อิทไว้ที่หน้าประตูห้องนอนว่าต้องกลับไปหาพ่อ อิสระจึงพอมีเวลาอยู่บ้าง...


    หลังจากที่อิสระทำของเล็กๆน้อยๆให้เป็นของขวัญวันเกิดเรียบร้อย  เขานั่งรอเวลาที่พี่จิณณ์กลับมาอย่างใจจดใจจ่อ
 
 
    ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ อิสระได้ยินเสียงก็อกแกกประตู หันไปมอง ยกยิ้มมุมปาก ลุกขึ้นไปหาคนที่อิสระเฝ้ารอ


    จิณณ์เอียงคอมองอย่างสงสัยที่วันนี้ เด็กหนุ่มมีท่าทีแปลกๆ



"เหนื่อยไหมครับ? พี่จิณณ์"


    อิสระไม่เคยถามจิณณ์มาก่อน


"หืม...ทำอะไรผิดมาหรือเปล่า? อิส"

"ทำไมล่ะครับ พี่จิณณ์"

"ก็อิสระใส่ใจพี่แปลกๆ"


    อิสระอึกๆอักๆ เพราะไม่รู้ตัวว่าเขาเผลอปฏิบัติกับพี่จิณณ์แตกต่างกว่าทุกที


"ผมแค่อยากดูหนังกับพี่จิณณ์นี่ครับ"


   นิ่งไปนิด ก่อนจะระบายรอยยิ้มละมุน จิณณ์ไม่เคยเห็นมุมที่อิสระออดอ้อนมาก่อน...



"เอาสิ พี่ก็อยากพักผ่อนเหมือนกัน"



    อิสระยิ้มกว้าง ปล่อยพี่จิณณ์เดินไปเลือกหนังและนั่งรอที่โซฟาก่อน ส่วนอิสระอ้างว่าจะเดินไปปิดไฟเพื่อสร้างบรรยากาศ


    หลายนาทีผ่านไป....เสียงคนร้องเพลงอวยพรวันเกิดดังลอยมาพร้อมแสงไฟสลัวๆจากเทียนวันเกิด


    จิณณ์ประหลาดใจมากว่าอิสระรู้ได้อย่างไรว่าวันนี้เป็นวันเกิดเขา


    รอยยิ้มหวานชวนมองของเด็กหนุ่ม ทำให้จิณณ์ชะงักไปนิด

   
    เป็นเซอร์ไพร์สที่จิณณ์ชอบสุดๆ


    อิสระทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ในขณะที่จิณณ์มองวุ้นสีแดงกุหลาบที่อยู่ในพิมพ์รูปหัวใจจนอดยิ้มไม่ได้


"สุขสันต์วันเกิดครับพี่จิณณ์ อธิษฐานสิครับ"


     จิณณ์เป่าเทียนวันเกิดและอธิษฐานเสร็จเรียบร้อย



"อิสรู้ได้ยังไง"

"พอดีตอนพี่จิณณ์ให้ผมเอากระะเป๋าสตางค์ลงไป ผมแอบดูบัตรประชาชนพี่จิณณ์ครับ"
บอกและมองตาละห้อยอย่างสำนึกผิด


"ร้ายนะ"


    อิสระยิ้มขำ


"พี่จิณณ์อธิษฐานอะไรหรอครับ?"

"ไม่บอกเรื่องของผู้ใหญ่"


"เชื่อครับว่าผู้ใหญ่ดูจากในบัตรประชาชนแล้วพี่อิสอายุมากกว่าอิสตั้งสิบ..."  อิสระแซว

"หยุดเลยนะอิส"


    อิสระหลุดขำ ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเท่านั้นหรอกมั้ง ที่รับไม่ได้ในเรื่องการถามอายุ ดูผู้ชายคนนี้สิถึงกับหน้าบูดแถมเปลี่ยนเรื่องทันควัน อิสระจึงว่าต่อ


"มันอาจเป็นของที่ไม่ได้มีราคาแพงเท่าไหร่ พี่จิณณ์โอเคใช่ไหมครับ"

"โอเคมากเลยแหละ...พี่ชอบนะครับ"



   อิสระเอ่ยขอบคุณที่ชอบ ก่อนจะยื่นการ์ดอวยพรวันเกิดสีแดงแบบป๊อปอัพที่อิสระทำเองกับมือ


     เมื่อจิณณ์เปิดการ์ด กระดาษรูปหัวใจก็กระเด้งออกมา พร้อมข้อความที่เขียนด้วยปากกาหมึกซึมสีดำด้วยลายมือของเด็กหนุ่มว่า



ถึงพี่จิณณ์

สุขสันต์วันเกิดนะครับ จากนี้ ขอให้พี่จิณณ์พบเจอแต่สิ่งที่ดีงามทุกด้านในชีวิต และขอบคุณที่ช่วยเหลือผมทุกอย่างนะครับ

ด้วยรักและขอบคุณ
อิสระ



     มองการ์ดที่มีคุณค่าทางใจ ก็นึกปลื้มใจที่อิสระทำให้สุดฝีมือ จิณณ์เดาได้ในทันทีว่าที่เมื่อวานอิสระออกไปข้างนอก เพราะตั้งใจทำของขวัญให้เขาแน่ๆ


    ทำไม อิสระน่ารักจัง...


    ทั้งสองยังอยู่ท่ามกลางความมืด เพราะหลังจากเซอร์ไพรส์วันเกิด อิสระก็ยังไม่ได้ลุกไปเปิดไฟ


     จู่ๆ จิณณ์จับถ้วยวุ้นที่อิสระถือดึงออกไปวางที่โต๊ะกลาง พร้อมวางการ์ดเอาไว้ ทันใดนั้น จิณณ์โน้มตัวไปใกล้อิสระ จนริมฝีปากแตะติ่งหู จิณณ์ลากริมฝีปากช้าๆเลื่อนลงมาที่ซอกคอ อิสระขนลุกซู่ที่โดนสัมผัส



"ขอบคุณนะครับ อิสระ"


     จิณณ์ผละและยกยิ้มมุมปาก แต่อิสระไม่กล้ามองหน้า เพราะมันรู้สึกวาบหวิวกว่าทุกที


"อิสครับ วันเกิดพี่ พี่มีสิทธิ์ขออะไรก็ได้ใช่ไหม?"

"ดะ...ได้ครับ แต่ต้องขอในสิ่งที่ผมหามาได้ด้วยนะ พี่จิณณ์"


"ได้แน่ๆ"

"พี่จิณณ์อยากได้อะไรครับ"

"...จูบ"


!!!

   อิสระชะงัก ตาค้าง จนจิณณ์รีบแก้สถานการณ์


"พี่ล้อเล่นครับ"


    อิสระถอนหายใจยาว ใบหน้าหล่อคืบคลานเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆเป่ารดใบหน้า อิสระจะผละออกแต่พี่จิณณ์กลับล็อกไหล่เขาสองข้าง



"จากนี้ พี่จะให้อิสเข้ามานอนกับพี่ในห้อง นอนบนเตียงกับพี่น่าจะสบายกว่าโซฟา"


"เอ่อ...ไม่เป็นไรครับ ผมนอนโซฟาดีแล้ว มันก็ไม่ได้ลำบากอะไรด้วยครับ"

   
     อิสระปฏิเสธ เพราะถ้าได้นอนใกล้ชิดกันแบบนั้น อิสระจะทำใจเลิกชอบพี่จิณณ์ไม่ได้แน่ๆ


     จิณณ์ยิ้มพร้อมสบตาจนอิสระแทบใจละลาย


"พี่ไม่ได้ให้อิสระตัดสินใจ เพราะสิ่งที่พี่พูดมันคือ การบอกว่าพี่ตัดสินใจให้แล้ว"

 

    แม้จะเป็นการมัดมือชก แต่ทำไมอิสระถึงกลับรู้สึกดีที่จะยินยอม


    เด็กหนุ่มเผลอสบตาอีกฝ่ายแล้วรีบก้มหน้างุด อิสระยังไม่ทันอ้าปากขอทางเลือก จิณณ์ก็บอกออกมาด้วยประโยคที่อิสระหวั่นไหว


"ถึงเวลาที่อิสควรมีคนนอนด้วยข้างๆนะ"





................................

เป็นความรักที่มันจะแทรกซึมทีละหน่อย (55555)
.
ขอบคุณจ้าาาาาาา

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-12-2017 00:26:36 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1
บทที่ 9 แฟน


 


    หลังจากโดนคำสั่งแบบนั้น มีหรือ? ที่อิสระจะกล้าหือกับเจ้าของห้อง จึงไม่น่าแปลกใจหากยามเช้า จะยังเห็นอิสระนอนเคียงข้างจิณณ์อยู่ คนอายุมากกว่านอนตะแคงข้าง ท้าวศรีษะมองเด็กหนุ่มอย่างอารมณ์ดี


      มือที่ว่างหวังยื่นไปแตะริมฝีปากอีกฝ่าย แต่จู่ๆ จิณณ์ชะงัก ดึงมือกลับ ก่อนจะเปลี่ยนจากปลายนิ้วเป็นริมฝีปากของตนเองที่ประทับลงบนกลีบปากนั้น


       จุมพิตแผ่วเบาไม่นานก็ผละออก  จิณณ์ยังคงอมยิ้ม มองเด็กหนุ่มที่นอนหลับใหลด้วยความรู้สึกถึงความเปลี่ยนไปของตัวเอง ยิ่งอยู่ใกล้อิสระมากเท่าไหร่ จิณณ์ยิ่งอยากสัมผัสมากขึ้นเท่านั้น


       ราวกับว่ามันไม่เคยพอ การใกล้ชิดกันบนเตียงนอนนุ่ม ทั้งผิวกายที่โดนกันอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้ยากจะหักห้ามใจที่จะไม่ทำอะไรได้เลยจริงๆ จิณณ์เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ กดริมฝีปากลงบนหน้าผากอิสระ แต่ไม่คิดว่า วินาทีนั้น จะเป็นจังหวะเดียวกับที่อิสระลืมตาตื่นขึ้นมา



"พี่จิณณ์ทำอะไรครับ?"


    จิณณ์ชะงัก ผละใบหน้าหล่อออกห่าง หยัดกายขึ้นนั่ง ละล่ำละลักบอก


"พี่จะปลุกเราน่ะสิ ตื่นแล้วหรือ?"

"ปลุกหรือครับ? แต่เมื่อกี้ ผมรู้สึกได้ว่าพี่จู..."

"อิสฝันล่ะสิ ถ้าตื่นแล้วก็ดี พี่อยากพาอิสไปพบจิตแพทย์ ไปลองปรึกษาเรื่องที่อิสกังวลๆอยู่น่ะ"



    เปลี่ยนเรื่องกระทันหันแบบนี้ ใครจะกล้าดึงดันถามเรื่องเดิมต่อ อิสระทำได้แค่ฟังหัวข้อใหม่ที่เอ่ยจากปากคนพี่


    อันที่จริง ก่อนหน้านี้ พี่จิณณ์เคยเปรยๆมาหลายรอบเหมือนกัน สำหรับการปรึกษาจิตแพทย์กับเรื่องที่อิสระยังมีความตื่นกลัวหรือไม่กล้าเข้าสังคม แต่อิสระคิดว่าตัวเองยังไม่พร้อม เพราะเขาไม่อยากให้ใครมองว่าเขาเป็นคนโรคจิต


"ผมไม่อยากไปครับ"


"อิสยังไม่พร้อมหรือ?"


"ใช่ครับ"



      จิณณ์ไม่อยากให้อิสระจมอยู่กับความคิดแง่ลบอีก  เขาอยากดึงความเป็นตัวตนของอิสระก่อนที่โดนขังสี่ปีกลับมา เพราะเขาเชื่อว่า เด็กหนุ่มตอนนั้นคงสดใส ร่าเริงกว่านี้


"ไม่ลองดูสักครั้งเหรอ พี่อยากเห็นอิสสดใส อยากเห็นอิสมีชีวิตที่ดีขึ้น"
ส่งยิ้มละมุน พร้อมลูบผมอิสระไปด้วย เด็กหนุ่มก้มหน้า ไม่อยากมองตาที่แฝงความจริงใจล้นเปี่ยม

   
     ยืนกรานมาได้ตั้งนาน สองนาน เพียงเจอการกระทำที่แสดงถึงความใส่ใจ ห่วงใย อบอุ่นแบบนี้ อิสระก็ไม่เคยแข็งข้อต่อได้สักที


"ผมไปก็ได้ครับ"


     จิณณ์ยิ้มดีใจทันที และจากนั้นทั้งสองรีบจัดการธุระส่วนตัวเพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาล



    ถึงที่หมาย อิสระกรอกข้อมูลเพื่อทำประวัติสำหรับผู้ป่วยใหม่  เสร็จเรียบร้อย ทั้งสองเดินขึ้นไปชั้นสอง เลี้ยวขวาไปยังแผนกจิตเวช ตรงดิ่งไปยังจุดประชาสัมพันธ์ที่มีพยาบาลยืนกันหนาแน่น



    มาโรงพยาบาลก็ออกจะบ่อย แต่ยอมรับว่านี้เป็นครั้งแรกที่ได้มายังแผนกนี้ จิณณ์กวาดตามองทุกคนที่นั่งกันเต็มพื้นที่ ภายนอกทุกคนดูเป็นคนธรรมดาและปกติเสียจนถ้าเห็นบนท้องถนนก็คงไม่คิดว่าทุกคนต่างมีปมและปัญหา จนถึงกับต้องมาหาที่พึ่งพิงทางจิตใจกันมากขนาดนี้


    ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก จิณณ์วกกลับมามองคนข้างกายตัวเองที่ตั้งแต่เดินเข้ามาถึงแผนก อิสระก้มหน้าตลอด


"อิสเป็นอะไรหรือเปล่า?"


    อิสระส่ายหน้า แต่ลึกๆนั่นเพราะความอายและกลัวว่าตนเองจะเป็นบุคคลน่ารังเกียจในสายตาคนอื่น


     จิณณ์ไม่ถามต่อ แค่พาอิสระไปยื่นประวัติ วัดความดันและชั่งน้ำหนัก รอไม่นาน พยาบาลก็เรียกไปซักถามประวัติเบื้องต้น เมื่อจัดการเรียบร้อย ทั้งสองยืนรอเรียกตามคิวเพื่อพบจิตแพทย์


    ลอบมองเด็กหนุ่มที่ประหม่าจนไม่เป็นตัวของตัวเอง จิณณ์จับมือเติมกำลังใจและโน้มหน้ากระซิบ


"อย่ากังวลนะครับ แค่เล่าให้หมอฟังกับสิ่งที่อิสเจอมา และไม่ต้องกลัว พี่จะไม่ไปไหน จะรออิสอยู่ตรงนี้"

"ผม...อยากกลับบ้าน พี่จิณณ์ ผมไม่อยากอยู่แล้ว ผมอายครับ" ยิ่งอยู่ในะระยะประชิด ก็เห็นเม็ดเหงื่อผุดซึมทั่วใบหน้าเด็กหนุ่มชัดเต็มสองตา มิหนำซ้ำ มือที่จิณณ์กุมไว้มั่นก็ชื้นเหงื่อ จนสังเกตได้


"ไม่ต้องอายนะอิส ดูคนรอบตัวอิสสิ ไม่มีใครสนใจอิสหรอก เพราะทุกคนก็มีปัญหาเหมือนกัน สิ่งที่พวกเขาสนใจคือ เขาแค่ต้องการใครสักคนรับฟังเรื่องราวของเขามากกว่า"


"แล้วคนที่รับฟังเรื่องราวของผม เป็นพี่จิณณ์ไม่ได้หรอครับ?"



    อึ้งไปครู่ใหญ่กับคำตัดพ้อ จิณณ์ตัดสินใจลากอิสระไปปรับความเข้าใจกันที่ห้องน้ำด้านนอก


    จิณณ์จับไหล่สองข้างเด็กหนุ่ม จ้องมองเข้าไปยังนัยน์ตาคนที่ดูออกว่าน้อยใจ


"อิสครับ ไม่ใช่ว่าพี่ไม่อยากฟังเรื่องของอิสนะ พี่รับฟังได้ทุกเรื่อง แต่พี่แค่ไม่มั่นใจว่าจะเป็นผู้ฟังที่ดีพอหรือเปล่า พี่เลยอยากให้อิสลองคุยกับคนที่เชี่ยวชาญก่อน ถ้าหมอมีคำแนะนำอะไร อิสค่อยมาบอกพี่ แล้วพี่จะช่วยดูแลอิสหลังจากนั้นเอง โอเคไหม? พี่ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ"


    ขบริมฝีปากเข้าหากันแน่นและหลบตา ก่อนจะพยักหน้าอย่างจำนน


"น่ารักจัง"



    หลังจากเปิดใจคุยกัน ทั้งสองเดินกลับมาที่เดิม

   
"อิสเล่าปัญหาให้หมอฟังทุกอย่างนะ หมอจะได้แก้ปัญหาให้ถูกจุด ตัวอิสจะได้ดีขึ้นด้วย"



"ทำไมพี่จิณณ์ดีกับผมจังครับ"
อิสระถาม จิณณ์นิ่ง ส่งยิ้ม แต่ยังไม่ทันตอบ พยาบาลขานชื่ออิสระพอดี


    สามสิบนาทีผ่านไปที่จิณณ์นั่งรออิสระเข้าไปคุยกับจิตแพทย์ในห้องอย่างใจเย็น สักพักใหญ่ๆ อิสระเดินออกมาจากห้องของจิตแพทย์ด้วยตาบ่วมตุ่ย


   จิณณ์ลุกพรวด


"อิสเป็นอะไร?"

"เปล่าครับ พี่จิณณ์"
ตาบวม แดง แต่ยิ้มได้ก็แสดงว่าคงไม่มีอะไรจริงๆ จากนั้น อิสระเดินเรื่องตามขั้นตอน รับยาเรียบร้อย ทั้งสองออกเดินทางจากโรงพยาบาลเพื่อกินข้าว


    ขึ้นรถมาไม่ทันไร อิสระเล่าทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ จิณณ์ลอบมองเป็นระยะๆ ก็เห็นใบหน้าเด็กหนุ่มดูโล่งใจ และเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ดวงตาที่เคยเคลือบความกลัว ความผวาไว้ ค่อยดูสดใสมากขึ้น


"เดือนหน้า ผมต้องมาหาหมอตามนัด พี่จิณณ์มากับผมนะครับ"
อิสระยื่นมือมาเกาะแขนเหมือนอ้อน จิณณ์กดสายตามองที่มือเด็กหนุ่ม ก่อนจะวกสายตากลับไปมองถนนข้างหน้า


"ได้สิ"

"ขอบคุณครับ พี่จิณณ์"
พูดจบ อิสระเอาหน้ามาถูไถ คลอเคลียแขนจิณณ์เหมือนลูกแมวขี้อ้อน แม้อิสระจะผละออกไปนานแล้ว แต่สิ่งที่ยังคงเหลือไว้กับตัวจิณณ์ คือ อาการใจสั่นและเต้นแรงไม่หาย

 
     บึ่งรถมาถึงห้างสรรพสินค้าได้ ก็รีบเข้าร้านอาหาร เพื่อหาของกินประทังความหิว แม้จิณณ์จะคุยกับอิสระตามปกติ แต่ในใจยังคงนึกถึงการกระทำก่อนหน้า เพราะอิสระไม่เคยทำตัวออดอ้อน น่ารักแบบนั้น


    กินไปคุยไป จนจัดการอาหารกันเสร็จ จิณณ์ตั้งใจพาอิสระเดินช็อปปิ้งซื้อของเพื่อเป็นรางวัลของคนที่เชื่อฟังคำขอ แต่ก่อนจะเดินเล่น จิณณ์แวะร้านกาแฟสุดหรูเติมพลังสักหน่อย


     สั่งเมนูเครื่องดื่มที่หน้าเคาน์เตอร์เสร็จ จิณณ์และอิสระกำลังเดินหาที่นั่ง แต่วินาทีนั้น มีคนพุ่งมากอดคออิสระจากด้านหลัง จนจิณณ์ที่เดินข้างๆยังตกใจหันขวับไปมอง

     
"มัตถ์" อิสระร้องอุทาน

   
"มัตถ์โคตรคิดถึงอิสเลย"
 


    น้ำตารื้นด้วยความตื้นตันใจเพราะไม่คิดว่าจะได้เจอมัตถ์อีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานกว่าสี่ปี


"อิสคิดถึงมัตถ์เหมือนกัน"


    อิสระรีบหันไปแนะนำมัตต์ให้พี่จิณณ์ได้รู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันก่อน เสร็จแล้วอิสระส่งสายตาอ้อนว้อนคนพี่


"พี่จิณณ์ ให้มัตถ์นั่งด้วยคนนะครับ"


    จิณณ์มองหน้าคนมาใหม่


"ได้สิ"


   ตลอดเวลาที่มีมัตถ์มานั่งร่วมวง อิสระดูยิ้มแย้มเป็นพิเศษ แววตาเต็มไปด้วยความสุขและตื่นเต้น จนจิณณ์รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน


    จิณณ์มองทั้งสองที่คุยเรื่องย้อนวัย ดูๆแล้วคงสนิทสนมกันพอสมควร พอมีจังหวะได้แทรก จิณณ์ก็ไม่รีรอ


"แล้วนี่เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยไหน?"

"ผมไม่ใช่เพื่อนอิสครับ ผมเป็นแฟนอิส"


   จิณณ์ชะงักงัน ก่อนจะถามย้ำกับอิสระเพื่อความแน่ใจ


"อิสเป็นแฟนกับมัตถ์มาก่อนหรือ?"

"ครับพี่จิณณ์ คนนี้แหละครับที่ผมเคยเล่าให้ฟัง"


     ทำไมจิณณ์ต้องเจ็บหัวใจขึ้นมาด้วยล่ะ?


     แล้วทำไมอยู่ดีๆ ก็เกิดไม่อยากจะนั่งตรงนี้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น



"พี่จิณณ์ครับ ถ้าวันนี้ ผมขอไปนอนบ้านมัตถ์ได้ไหมครับ?"


"ไม่ได้!"
จิณณ์ตะคอกอิสระ จนเด็กหนุ่มทั้งสองสะดุ้ง



    ทำไม จิณณ์ต้องหงุดหงิดและอารมณ์เสียใส่ ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นอะไรกับอิสระสักหน่อย

     และถ้าอิสระมีคนดูแลคนใหม่ มันก็ดีต่อตัวจิณณ์ที่ไม่ต้องลำบากอีกแล้วไม่ใช่หรือ?


"เอ่อ...พี่ขอโทษครับ อิสไปเถอะ"

"ขอบคุณนะครับ อิสไปนอนบ้านมัตถ์นะ"
ตอบขอบคุณพี่จิณณ์ อิสระหันไปบอกแฟนของตัวเองที่ไม่ได้เจอมาแสนนาน





 
****1.1****


สวัสดีปีใหม่ 2561
นะคะ
ขอให้มีแต่เรื่องที่ชวนยิ้ม ชวนแฮปปี้ตลอดปีเลย
.
.
ขอบคุณจ้าาาาาาา

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ FeaRes

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 741
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
อ้าว แฟนน้องอิสเหรอ?!!!
แล้วจะยังไงละนี่....

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1
บทที่ 9 แฟน(2)





     จิณณ์นั่งมองอิสระที่ดูมีความสุขทั้งแววตาและรอยยิ้ม จนอดคิดไม่ได้ว่าทำไมตอนอยู่กับเขา ถึงดูไม่มีความสุขเท่านี้...


     ในขณะที่มัวแต่มองอิสระ จึงไม่สังเกตว่ามีบางคนจ้องมองการกระทำจิณณ์อยู่เช่นกัน มัตถ์เห็นพี่จิณณ์จ้องมองไม่วางตา ไม่ว่าจะคุยหรือทำอะไรก็ตาม ดูเหมือนว่าจะอยู่ในสายตาของคนๆนี้ตลอด มัตถ์รู้สึกเกร็ง จึงกระซิบกระซาบกับอิสระ สักพักทั้งสองจึงขอปลีกตัว


      ขณะที่อิสระเดินนำหน้าไปกับมัตถ์ จิณณ์กระตุกแขนอิสระให้หันมาสนใจคนที่เดินตามหลังต้อยๆ


"อิสจะไปนอนบ้านมัตถ์ ไม่กลับไปเอาเสื้อผ้าที่ห้องก่อนเหรอ?"

"คงไม่ครับ เดี๋ยวผมใช้เสื้อผ้าของมัตถ์ก็ได้ครับ"


    ชะงักก่อนตอบ


"ตามใจแล้วกัน"

"ถ้างั้น ผมไปก่อนนะครับ พี่จิณณ์"

 
    พยักหน้าและส่งยิ้มบางเบาให้เด็กหนุ่ม ก่อนจะหยุดเดิน แล้วปล่อยให้เด็กทั้งสองแยกย้ายไปตามทาง




 

     เหมือนได้กลับไปใช้ชีวิตตามใจชอบอีกครั้ง อาจเป็นเพราะมัตถ์ คือ คนคุ้นเคย ที่อิสระไว้ใจ  ทุกอย่างที่อิสระแสดงออกมาจึงดูผ่อนคลายมากขึ้น มัตถ์พาอิสระเดินเล่นทั่วห้างสรรพสินค้า ได้ดูหนัง เล่นเกมส์ตู้ กินข้าวเย็นด้วยกันจนอิ่มหนำ จบกิจกรรมสร้างความสุข ทั้งสองก็พาตัวเองมาถึงคอนโดของมัตถ์ที่อิสระก็เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้ว่า มัตถ์ไม่ได้พักอาศัยที่บ้านกับพ่อแม่แล้ว


     งับประตูห้องไม่ทันไร มัตถ์ดันร่างอิสระติดผนัง รั้งต้นคอตะโบมจูบหนักหน่วงราวกับกระหายสัมผัสของกันและกันเป็นอย่างมาก


    เนิ่นนานพอสมควร กว่าทั้งสองจะผละออก มือหนาถลกเสื้ออิสระขึ้น มัตถ์ย่อตัว หวังจะใช้ลิ้นโลมเลียลานนม แต่มัตถ์เบิกตาโตเมื่อเห็นผิวกายที่เคยนวลเนียนละเอียด เต็มไปด้วยแผลเป็นหลายแห่ง

   
     มัตถ์หยุด กลับมายืนตัวตรงและดึงเสื้ออิสระลงมาดังเดิม


"เกิดอะไรขึ้นน่ะอิส"

"มัตถ์อย่ารู้เลย"



      ตอบอย่างไม่กล้าสบตา แม้จะเจอคนคุ้นเคยที่มีอะไรก็บอกกันทุกเรื่อง แต่อิสระก็ไม่กล้าบอกความจริงอยู่ดี

      มัตถ์เห็นอิสระทำหน้ายุ่งยากใจ เขาเป็นห่วงจึงดึงอิสระมากอด


"มัตถ์ไม่รู้ก็ได้ แต่อิสรู้ไหม? ว่าตอนที่อิสหายไปไม่ร่ำลากันสักคำ มัตถ์ทรมานมากนะ มัตถ์ตามไปหาอิสที่บ้าน พ่ออิสก็บอกว่าอิสตายแล้ว ตอนนั้นมัตถ์ไม่เข้าใจนะทั้งๆที่บอกว่าอิสตาย แต่บ้านอิสไม่ยอมให้เพื่อนสักคนไปงานศพเลย ตลอดเวลาที่ผ่านมา มัตถ์ร้องไห้จะเป็นจะตายอิสรู้ไหมว่ามัตถ์รักอิสขนาดไหน พอวันนี้ที่มัตถ์เห็นอิสไกลๆ มัตถ์วิ่งไปหาเพราะดีใจนะ"


"ขอบคุณนะ" อิสระดีใจที่ยังมีคนรักเขาอยู่ตรงนี้ อิสระกอดกลับ


"แล้วทำไมที่บ้านถึงต้องโกหกว่าอิสตายด้วยล่ะ"


      อิสระชะงัก


"เรื่องมันยาวน่ะ อิสขี้เกียจเล่า เอาเป็นว่ามัตถ์เป็นไงบ้างสี่ปีที่ผ่านมา"


     มัตถ์จูงมืออิสระมานั่งที่โซฟา และเริ่มเล่าอย่างตั้งอก ตั้งใจกับเรื่องราวที่ผ่านมา ทั้งเรื่องการเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ได้เจอเพื่อนใหม่ ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน ได้เที่ยวทะเล ภูเขา น้ำตกมากมาย


     ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน ชีวิตของมัตถ์ ช่างดูมีความสุข สนุกสนาน ผิดกับอิสระ ที่ต้องจมอยู่กับความมืดมิด น่ากลัวของชีวิตจนเป็นจุดดำฝังใจ


     อิสระนั่งฟังเรื่องเล่ามากมายที่มัตถ์ไม่ได้พูดอย่างเดียว เขายังทำท่าประกอบจนอิสระหัวเราะ ท้องคัด ท้องแข็ง


    ดูเหมือนว่าการไม่ได้เจอกันนาน ทำให้มัตถ์มีเรื่องมากมายที่เล่าได้ไม่รู้เบื่อ แต่เพราะอิสระรู้สึกเพลีย เขาหอมแก้มมัตถ์และพูดทิ้งท้าย


"อิสมีความสุขจัง อิสขอมาอยู่กับมัตถ์ได้ไหม?"


     มัตถ์อึกอัก ทำหน้าหนักใจ จนอิสระจับสังเกตได้จึงตอบแทน


"ถ้าไม่สบายใจอิสไม่อยู่ก็ได้นะ อิสขอโทษ"


"มะ...ไม่เป็นไรอิสมาอยู่ก็ได้ ว่าแต่ตอนนี้ อิสพักกับพี่จิณณ์อยู่ใช่ไหม?"


"ใช่"


"พูดตรงๆนะ มัตถ์หึงเวลาที่พี่จิณณ์ใช้สายตามองอิสน่ะ มันเหมือนนั่งมองคนรักยังไงก็ไม่รู้"


    อิสระใจเต้นแรงกับประโยคที่มัตถ์สันนิษฐาน


"ไม่หรอก พี่จิณณ์เป็นคนดีที่อยากช่วยเหลือคนอื่นเท่านั้นเอง มัตถ์เชื่อเถอะว่าไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น"

"ชมผู้ชายคนอื่นออกนอกหน้าแบบนี้ อิสคิดว่ามัตถ์จะหึงไหม?"

"ฮ่าๆๆ มัตถ์หึงอิสด้วยหรอ"

"ก็ใช่น่ะสิ หึงมากด้วย"


    ว่าจบก็แกล้งอิสระด้วยการพรมจูบทั่วใบหน้า และจักจี้ จนอิสระดิ้นพล่าน


"เลิกเล่นได้แล้ว มัตถ์ อิสเพลีย ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ"


     ยอมหยุดตามคำขอ และปล่อยให้อิสระลุกไปอาบน้ำด้วยสีหน้าลำบากใจ








...............



   
      ผ่านไปแล้วสามวัน อิสระมีความสุขมากที่ได้อยู่กับมัตถ์ ตัวตนของอิสระกำลังจะกลับมา เขาเริ่มเหมือนคนเดิมก่อนหน้า ไม่ค่อยกลัวสังคมและกังวลเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะในขณะเดียวกัน อิสระกินยาที่จิตแพทย์ให้มาควบคู่ไปด้วย


     สามวันมานี้ มัตถ์พาอิสระไปเที่ยว จนอิสระลืมความเครียดเป็นปลิดทิ้ง อันที่จริงวันนี้ อิสระยังอยากอยู่กับมัตถ์ต่อ ถ้าไม่ติดว่ามัตถ์มีธุระด่วนจึงมาส่งอิสระที่คอนโดของพี่จิณณ์ก่อน


     เดินเข้าห้องมาอย่างอารมณ์ดี แต่เมื่อประตูปิดลง หันหลังกลับมามองสภาพห้องที่สกปรกจนอิสระสีหน้าเปลี่ยนทันที

 
     ทุกก้าวที่อิสระเดินผ่านเต็มไปด้วย กระป๋องเบียร์ กับแกล้มที่หกกระจัดกระจายเต็มพื้น สองเท้าหยุดตรงโซฟา เห็นพี่จิณณ์นอนหมดสภาพ เสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ยออกจากขอบกางเกงแสล๊คก็นึกแปลกใจ


     เด็กหนุ่มย่อตัวลงข้างโซฟาและปลุกพี่จิณณ์


"พี่จิณณ์ครับ ผมกลับมาแล้วครับ"


    จิณณ์ลืมตา เมื่อปรับสายตาจนชัดเจนและเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นใคร เขาดึงร่างอิสระมากอดทันที


"พี่คิดถึงอิส"


    อิสระอึ้งไปนิด คนที่บอกด้วยเสียงหนักแน่น แววตาโหยหาจนอิสระใจสั่น ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง


"เกิดอะไรขึ้นครับพี่จิณณ์ ทำไมห้องรกแบบนี้?"


   ได้กอดเด็กหนุ่มสมใจแล้วก็ผละออก ส่ายหน้าน้อยๆ แต่แล้วก็หยุดชะงักเมื่อสายตาเหลือบเห็นรอยสีแดงกุหลาบที่ปรากฎบนต้นคอเด็กหนุ่มเขาเผลอใช้แรงบีบต้นแขนอิสระแรงราวกับต้องการให้แหลกคามือ


"พี่จิณณ์ ผมเจ็บนะ"

 
     เสียงเด็กหนุ่ม เรียกสติให้สบตาอิสระ ผ่อนแรงมือและถามเสียงแข็ง


"อิสกับมัตถ์ไปทำอะไรกันมา"
     
"ทะ...ทำไมพี่จิณณ์ถามแบบนั้นล่ะครับ"

 
      จิณณ์ไม่คิดว่าการหายไปไม่กี่วัน จะทำให้ทั้งสองสร้างสัมพันธ์ใหม่ได้รวดเร็วขนาดนี้ จิณณ์ประเมินอิสระต่ำไป


"ตอบสิ"

"ผม..."
อิสระพูดไม่ออก


    มองคนหลุบตาลง อ้ำอึ้ง


"อิสห้ามไปหาผู้ชายคนนั้นอีก"


    สบตาคนที่เพิ่งยื่นคำขาดด้วยความไม่เข้าใจ


"แต่มัตถ์เป็นคนเดียวที่เหลืออยู่และผมไว้ใจเขา อีกอย่างมัตถ์เป็นแฟนผม ทำไมผมจะไปหาไม่ได้"

"คนที่ไม่ได้เจอหน้ากันสี่ปี อิสยังคิดว่า เขาจะรอ? ไม่ใช่ว่ามีแฟนไหม่ไปแล้วหรือไง?"

"พี่จิณณ์อย่าว่ามัตถ์อย่างนั้นนะครับ"


    อิสระรู้ตัวว่าโกรธพี่จิณณ์และเริ่มโมโห เขายังไม่อยากเถียงกันในขณะที่ต่างฝ่ายต่างอารมณ์ร้อนใส่กัน อิสระจึงตัดบท


 "ผมขอตัวไปทำความสะอาดห้องก่อนแล้วกันครับ"




    อิสระลุกขึ้นยืน หมุนตัวไปหยิบไม้กวาด ที่โกยผง เพื่อมาเก็บกวาดขยะ


    ทันใดนั้น...


"ถ้าอิสมั่นใจว่าเขายังรักอิสอยู่ ก็ไปเถอะ..ดีเหมือนกัน อิสจะได้ไม่ต้องมาเป็นภาระพี่อีก"


    กลบความเสียใจด้วยการใช้คำพูดแรงไม่รู้ตัว จนลืมไปว่า "ภาระ" มันเป็นคำหนึ่งคำที่อิสระเคยเป็นปมฝังใจ

    และดูเหมือนว่า คำนี้ เปรียบเสมือนคมมีดที่ไปสะกิดแผลเก่าให้กลับมาเจ็บจี๊ดๆอีกครั้ง


    หน้าชา ตาร้อนผ่าว ใจโหวงๆ...อิสระหมุนตัวกลับไปสบตาพี่จิณณ์ กลั้นใจบอก


"ได้ครับและเงินที่พี่จิณณ์เคยให้ผมทั้งหมด ผมจะรีบหามาคืนนะครับ พี่จิณณ์จะได้ไม่ต้องมาว่าผมเป็นภาระอีก"


     ห้องเงียบเชียบจนบรรยากาศน่ากลัวกว่าที่คิด อิสระเป็นฝ่ายละสายตาก่อน หันหลังพร้อมยกมือปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม


    แยกย้ายกันอยู่มุมใครมุมมัน สักพักใหญ่ๆ เสียงจากบานประตูหน้าห้องก็ดังขึ้น จิณณ์เดินไปเปิดประตูก็พบเพื่อนสนิทของเขา



"เบื่อว่ะมึง กินเบียร์กัน"


   เพียงเห็นหน้าเพื่อนมาเปิดประตูก็พุ่งประโยคด้วยความต้องการของตนเอง โดยไม่สนเลยว่าเพื่อนหน้าอมทุกข์แค่ไหน


"เอาสิ"

"มึงเป็นอะไรวะ"
ฮูมถาม เมื่อเพิ่งสังเกตเห็นหน้าเพื่อนไม่ค่อยโอเคสักเท่าไหร่


    จิณณ์ไม่ตอบในสิ่งที่เพื่อนถาม แต่ทว่า


"ขออาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าแปปนึง"


      หลังจากที่จิณณ์เดินเข้าไปห้องนอนอยู่ราวชั่วโมง เขาเดินออกมาพร้อมเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงยีนส์สีซีดสุดเท่ เพิ่มเสน่ห์ด้วยกลิ่นน้ำหอม กลิ่นใหม่ที่เอาไว้ใช้เพื่อออกล่าเหยื่อ...


"เสร็จแล้ว" บอกเพื่อนเสร็จ ฮูมลุก แต่กลับดึงแขนอิสระมาด้วย


    จิณณ์ขมวดคิ้วมองหน้าเพื่อน


"กูเห็นน้องเค้าทำหน้าเบื่อ คงอารมณ์เดียวกัน ไปกันเยอะๆ ก็สนุกดี"


    จิณณ์ไม่ตอบ แค่เดินนำไปที่ประตูก่อน และจากนั้น ทุกคนก็เดินทางไปยังบาร์ที่อยู่ใจกลางกรุงตามที่ฮูมเสนอมา


    จนกระทั่ง ถึงร้านเรียบ เท่ด้วยการตกแต่งสีดำทั้งร้าน เพิ่มความหรูด้วยวัสดุหินอ่อนที่เป็นส่วนเสริมในการตกแต่ง ตั้งแต่เดินเข้ามาจะเห็นว่าลูกค้าร้านนี้มีทั้งคนไทยและคนฝรั่ง ซึ่งเป็นวัยทำงานเป็นส่วนมาก


     ฮูมเลือกนั่งหน้าบาร์  นั่งปุ๊ป พนักงานก็ยื่นรายการเครื่องดื่มมา จิณณ์และฮูมประเดิมแก้วแรกด้วยเบียร์สัญชาติเบลเยี่ยม ส่วนอิสระเลือกที่จะสั่งน้ำผลไม้


    พูดยังไม่ทันจบ ฮูมบอกแคนเซิลกับพนักงานและสั่งเบียร์ยี่ห้อเดียวกันที่ฮูมสั่งก่อนหน้าให้เด็กหนุ่มแทน

    เมื่อพนักงานเดินหันหลังลับตาไป

   ฮูมบีบไหล่อิสระและยิ้มเยาะ


"มาร้านแบบนี้ ต้องกินเบียร์เข้าใจไหมน้อง"

"แต่ผมไม่ได้ดื่มนานแล้วนะครับ ผม..กลัวว่า..."

"กลัวอะไร มีไอ้จิณณ์ทั้งคน"


    ฮูมว่าจบ ชะโงกหน้ามองเพื่อนที่ไม่มองมาทางฮูมแต่กลับจ้องเด็กหนุ่ม จนฮูมเดาสถานการณ์ตอนนี้ได้ไม่ยากเลยว่าเกิดอะไรขึ้น


    จนกระทั่ง เบียร์สามแก้วมาเสิร์ฟ คนอายุมากกว่า ยกดื่มขึ้นไม่รีรอ เหลืออิสระที่นั่งตรงกลางหันซ้ายแลขวา ก่อนจะก้มมองแก้วตัวเองและยกขึ้นดื่มบ้าง


    รสชาติเข้ม ขมปร่า อิสระหน้าแหยจนฮูมหัวเราะ ดันแก้วตัวเองไปชนกับแก้วของอิสระดังแก๊ง


"ครึ่งแก้ว น้อง"

"ไม่ไหวหรอกครับ"

"ดูพี่"
ฮูมว่าจบ ยกดื่มอึกๆจนระดับน้ำสีเหลืองทองลดเหลือครึ่งแก้วจริงๆ


     เพราะมีปัญหากัน อิสระเลยไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากพี่จิณณ์ให้ช่วยห้ามเพื่อนตัวเอง อิสระเริ่มไม่สนุก เขานั่งนิ่งอยู่นาน ก่อนตัดสินใจยกแก้วขึ้นดื่ม ทันใดนั้น ฮูมดันก้นแก้วเบียร์ให้สูงขึ้น อิสระเกือบสำลัก รีบดันแก้วเบียร์ออก จนเบียร์หกเลอะเทอะ ไหลลงคอเป็นทางยาว


    แค่กๆ...


    ตอนนี้ อิสระน้อยใจที่พี่จิณณ์ไม่คิดห้ามเพื่อนหรือช่วยอิสระสักนิดเลย

 
    อิสระต้องเข้าห้องน้ำไปทำความสะอาดเสื้อตัวเองที่เบียร์หกรดเสียก่อน


"ห้องน้ำไปทางไหนครับ?"


    ฮูมชี้นิ้วพร้อมอธิบายทาง


    จัดการธุระตัวเองเสร็จ อิสระเดินกลับโต๊ะโดยต้องผ่านคนกลุ่มใหญ่กว่าสิบคนที่เฮฮาอย่างสนุกสนาน และเสียงหัวเราะดังลั่น


 หมับ!


    อิสระเหวอ ใจตกไปที่ตาตุ่ม เมื่อมีคนกระชากอิสระจนเซไปนั่งตัก จากนั้นก็มีเสียงร้องฮิ้ว แต่มีเสียงคนหนึ่งที่ค้านขัดขึ้น


"เหี้ย! ปล่อยเลย เขาเป็นลูกค้าโต๊ะอื่น เมาแล้วเรื้อนนะมึง!"


 
   มองผู้ชายหน้าตี๋ที่ใบหน้าแดงจัด ปรี่เข้ามาตักเตือนเพื่อน และพยายามช่วยดึงอิสระให้ออกจากเพื่อนที่เมานั่งเอาหน้าซบหลังและกอดเอวอิสระอยู่


    คนต้นเหตุโวยวายไม่ยอมปล่อย จนผู้ชายหน้าตี๋ช่วยแงะ แกะมือ ทั้งยังเรียกเพื่อนคนอื่นๆมาช่วย ไม่นาน อิสระก็ออกจากการกอบกุมของคนเมาได้สำเร็จ



"ขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะครับ"


   ส่งยิ้มหวาน ดวงตาหยาดเยิ้ม อิสระยิ้มกลับเป็นมารยาท ทั้งๆที่ในใจยังคงเต้นแรงไม่หายกับเหตุการณ์ที่โดนคนเมาลวนลาม

"ไม่เป็นไรครับ ขอตัวก่อนนะครับ"


    อิสระรีบเดินให้พ้นทาง แต่เหมือนจะไม่พ้นอยู่ดี เพราะหนุ่มหน้าตี๋เดินตามมาข้างๆ


"ผมไปส่ง"


     อิสระไม่อยากต่อความทำได้แค่รีบเดินดุ่มๆ พอถึงหน้าบาร์ก็เห็นพี่ฮูมคุยกับพี่จิณณ์อย่างออกรสชาติ ยิ่งเพิ่มความขุ่นเคืองในใจที่พี่จิณณ์ไม่เป็นห่วง เป็นใยเหมือนทุกที


     ถึงที่แล้ว อิสระขอบคุณคนแปลกหน้า ทำให้จิณณ์และฮูมที่นั่งอยู่หันมาตามเสียง


      และวินาทีนี้ คนที่ดูหน้าเปลี่ยนที่สุด เห็นจะเป็น...


"ใคร?"



    จิณณ์ถาม เมื่อผู้ชายที่เดินมาส่งหันหลังเดินกลับไปแล้ว






......................................

สับสนอลหม่านนนน...^3^
.
.
ขอบคุณจ้าาาาาาา


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 806
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1
บทที่ 10 รู้ตัวช้า









"ผมก็ไม่รู้ครับ"

"พี่ถามอิสดีๆนะ"

"ก็ผมไม่รู้จริงๆนี่ครับพี่จิณณ์ ผมไม่ได้ถามชื่อ เขาเป็นลูกค้าที่นั่งด้านในร้านครับ"


    จิณณ์ถามอีก


"แล้วไปรู้จักได้ยังไง"

"เดี๋ยวๆ...ไอจิณณ์ มันใช่เวลาไหมวะ?...นี่มันเวลารีแลกซ์เว้ย ไม่ใช่มานั่งซักถามหน้าเครียดแบบนี้ เอ้าดื่มๆ..."



     ฮูมเบรกความตึงเครียดก่อนที่ทั้งสองจะทะเลาะกันบานปลาย และจากตอนแรกที่อิสระนั่งกลาง กลายเป็นจิณณ์ยึดที่นั่งตัวกลางและให้เด็กหนุ่มนั่งริมขวา นั่นจึงยิ่งทำให้อิสระเหมือนเป็นส่วนเกิน เพราะจิณณ์หันไปคุยกับฮูม โดยเบี่ยงตัวหันหลังให้

     ได้แต่นั่งมองแผ่นหลังคนตัวโตที่ไม่สนใจกัน ยิ่งทำให้รู้สึกว้าเหว่ โดดเดี่ยว

     สองมือกำแก้วเบียร์แน่น พลางครุ่นคิดถึงปัญหาที่ดูจะหนักกว่าเดิม เมื่อเรื่องราวที่ทะเลาะกันที่ห้องผสมกับเรื่องเมื่อสักครู่ด้วยแล้ว มันแย่จนอิสระไม่อยากนั่งตรงนี้


     อิสระไม่น่ามาตามคำชวนของพี่ฮูมเลย...


     พอไม่มีคนคุย อิสระก็กระดกเบียร์แก้วเดิมดื่มราวกับเป็นเพื่อนคู่ใจ ในหัวก็นึกแต่เรื่องพี่จิณณ์คนนี้ คนเดียว

   

     นั่งคิดไม่ตกอยู่คนเดียว จู่ๆ...


"ขอชนแก้วหน่อยสิ"

 
      เอี้ยวตัวมองผู้ชายหน้าตี๋ที่มายืนสะกิดไหล่อีกฝั่ง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างอิสระ ส่งยิ้มหวานเยิ้ม


    อิสระส่งยิ้มกลับไปเช่นกัน และยกแก้วดื่มตามคำชวน ตั้งใจจะซดให้หมดแก้วด้วยความน้อยใจที่พี่จิณณ์เมินเฉยใส่


     ดื่มเสร็จยกหลังมือเช็ดปาก และถาม


"ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลยครับ"


"ชื่อ "ทอย" ครับ"


"ผมชื่ออิสนะครับ"

"ดูเราน่าจะเด็กกว่า อายุเท่าไหร่เหรอ?"


"ยี่สิบสามครับ"


"เด็กกว่าจริงด้วย"


    ทั้งสองแนะนำตัวกันเสร็จ อิสระเหลียวมองพี่จิณณ์และพี่ฮูมก็ยังคุยกันราวกับว่าไม่มีอิสระนั่งอยู่ตรงนี้ ดังนั้น มันก็ไม่มีความจำเป็นที่อิสระต้องแนะนำตัวพี่ทอยให้พี่ฮูมและพี่จิณณ์ได้รู้จัก


    เมื่อไม่สนใจ ทำไมต้องแคร์?


     ช่วงเวลาสั้นๆแค่สิบห้านาทีที่ทอยและอิสระได้คุยกันนั้น ทว่า กลับสนิทสนมราวกับเป็นเพื่อนสนิทมาแต่ชาติปางก่อน ทอยหยอกล้อ คุยเล่นจนอิสระหายเบื่อเพราะมีเพื่อนคุย แต่ต้องพักเบรกซะก่อน เมื่ออิสระขอตัวเข้าห้องน้ำ ทอยเลยเดินไปเป็นเพื่อน


      เพียงสองคนนั้น เดินพ้นที่นั่ง ทันใดนั้น...


"เดี๋ยวมา"
จิณณ์บอกเพื่อน ก่อนจะทิ้งระยะและลุกตามไป

   
     ดูเหมือนไม่สนใจ แต่ตลอดเวลาที่ผู้ชายคนนี้เดินเข้ามา จิณณ์แอบฟังตลอด



     ถัดมายังในห้องน้ำ จัดการธุระเสร็จ อิสระออกมาจากห้องน้ำพร้อมพี่ทอย โดยที่ยังมีเรื่องคุยติดพันถึงหนังที่ทั้งสองชอบแนวเดียวกัน


     คุยกันอย่างออกรส แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นพี่จิณณ์ยืนรอด้วยรอยยิ้มน่ากลัวตรงเยื้องทางเข้าห้องน้ำ


"พี่จิณณ์มาเข้าห้องน้ำหรอครับ"
อิสระถามตามมารยาทที่บังเอิญมาประจันหน้ากัน



    ยืนมองใบหน้าคมคายที่แดงจัด แววตาฉายชัดถึงความไม่พอใจ แต่อิสระไม่รู้หรอกว่าทำไมพี่จิณณ์ต้องแสดงออกเช่นนั้น เมื่อพี่จิณณ์ยังยืนเงียบไม่ตอบ เด็กหนุ่มก็ไม่สนใจจะรอฟัง เดินผ่านพี่จิณณ์ไปพร้อมพี่ทอย แต่...


หมับ!
 

"พี่มารับอิส"

     
    เพราะแรงมือบีบหนักเข้าที่ต้นแขน ทำให้อิสระนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ เผลอสบตาคนตรงหน้าที่ดูออกว่าโกรธจัด


     อิสระไม่คิดว่าการทะเลาะกันก่อนหน้าจะทำให้พี่จิณณ์อารมณ์เสียถึงตอนนี้ อิสระไม่พูดอะไร ยืนจ้องคนทำหน้าถมึงทึง แววตาเกรี้ยวกราดจนอิสระหันไปบอกพี่ทอย


"พี่ทอยกลับโต๊ะพี่ก่อนก็ได้ครับ"
ไม่อยากให้คนใหม่รับรู้ว่า ตอนนี้ เขาและพี่จิณณ์มีปัญหากัน จึงตัดบทฝืนยิ้มหวานให้ทั้งๆที่ยังเจ็บต้นแขนจากแรงบีบรัดที่พี่จิณณ์ก็ไม่คิดจะปล่อย
   


    ทอยส่งยิ้มพร้อมพยักหน้าเชื่อฟัง แต่ลึกๆก็มีบางอย่างคาใจ ทอยคุยกับตัวเองไปด้วยว่าถ้าไม่กล้าตอนนี้ จะกล้าตอนไหน?... เมื่อทอยยอมรับว่า เจอคนถูกใจเข้าให้แล้ว

 
      ก่อนไป ทอยขยับตัวไปใกล้อิสระ


"พี่ชอบเรา ขอเบอร์โทรหรือไลน์หน่อยสิ" อิสระอึ้งไปนิด เพราะไม่คิดว่า การที่พี่ทอยเข้าหา มาคุย มาเล่นด้วยจะชอบอิสระเชิงรักแแบบคู่รัก



ฟึ่บ!


"แฟนเค้ายืนอยู่ข้างๆ ยังกล้าอีกหรอครับ?"
มีคนบอกชอบอิสระว่าตกใจแล้ว คำพูดพร้อมการกระทำที่เดินมาประชิดตัว โอบเอวอิสระของพี่จิณณ์ทำให้ตกใจยิ่งกว่า


    หันขวับมองพี่จิณณ์ กำลังอ้าปากถามก็มีใครอีกคนแหย่ให้กองไฟปะทุแรงขึ้นไปอีก


"แฟน?..เฮอะ!!...ใช่หรือครับ? ผมเดินไปหาน้องเขา คุยเล่นตั้งนาน ก็ไม่เห็นคุณจะแคร์อะไร" ทอยแค่นยิ้ม


    อิสระเริ่มหน้าซีดที่ทั้งสองต่างสาดอารมณ์แรงใส่กัน


    กลัวเป็นเรื่องใหญ่ อิสระหันไปสบตาพี่จิณณ์ อ้าปากขอร้องว่าพอเถอะ... ทว่า เสียงยังไม่ทันเปล่งออกจากลำคอ


    เสี้ยววินาทีนั้น จิณณ์จับปลายคางอิสระเชิดขึ้นและก้มลงไปประกบปากเพื่อจูบกัน


    ริมฝีปากอุ่นๆทาบทับลงบนริมฝีปากของอิสระอย่างรวดเร็ว ไม่ทันตั้งตัว อิสระเบิกตาโต ตกใจ ขนลุกซู่ทั่วกาย มิวายหัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกจากอก


    จิณณ์ยังไม่คิดหยุดหรือผละออกแต่กลับขมเม้มริมฝีปากล่าง ก่อนจะใช้เรียวลิ้นเตรียมจู่โจมเข้าไปด้านใน


    ก่อนจะเผลอตัว เผลอใจไปมากกว่านี้ อิสระดึงสติกลับมา ผลักอกพี่จิณณ์ออกห่าง



"ผมขอโทษนะครับพี่ทอย ผมขอตัวครับ"


    ขอโทษคนที่เพิ่งรู้จักกัน แต่กลับไม่ขอโทษคนที่คุ้นเคยกันมานาน เพราะอิสระไม่สนใจอะไรแล้ว เขาเดินดุ่มออกไปนอกร้าน เดินเลี้ยวขวาไปไม่ไกล พาตัวเองขึ้นบันไดสะพานที่เชื่อมไปทางสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส


     ไม่ถึงสองนาที จิณณ์วิ่งมากระชากแขนอิสระไว้ทันท่วงที

     ส่วนเรื่องทอยเป็นหน้าที่ฮูมที่จิณณ์ฝากให้ดักทางเรียบร้อยแล้ว...


"อิส หนีพี่ทำไม?"


    หยุดหันหลังมามองคนที่ทำอะไรตามอำเภอใจ ในสภาพน้ำตาคลอ


"พี่จิณณ์ ผมไม่ใช่ของเล่นนะครับ พี่เลิกเล่นกับความรู้สึกผมสักทีเถอะ"
 

    พอเห็นหยาดใสๆปริ่มดวงตา แถมมองมาอย่างตัดพ้อ จิณณ์รู้สึกวูบหวิวหัวใจแปลกๆ


"พี่ไม่เคยเล่น"


    อิสระเถียงกลับทันที


"ไม่เคยเล่น? แน่ใจหรอครับ ก่อนหน้านี้ พี่เพิ่งบอกผมว่าเป็นภาระอยู่เลย พอตอนนี้พี่ก็ทำมาเล่นละครบอกคนอื่นว่าเป็นแฟนกับผม มันหมายความว่ายังไงล่ะครับ" อิสระเหนื่อยและเดาใจไม่ถูกจริงๆ จึงพูดความรู้สึกทั้งหมดที่มีออกไป เพื่อหวังจะปลดปล่อยให้หัวสมองและหัวใจได้โล่งมากขึ้น


"พี่ขอโทษสำหรับที่ผ่านมา แต่ถ้าเรื่องของวันนี้ พี่ไม่ได้เล่นละคร ทุกอย่างมันเป็นความจริงจากใจ ความจริงคือพี่ชอบอิส อยากเป็นแฟนกับอิส เข้าใจพี่บ้างรึยัง?"


กึก!..

      ยืนอึ้ง ใจเต้นแรงกว่าเก่า...เพราะไม่รู้ว่าคำที่ออกจากปากพี่จิณณ์นาทีนี้ มันคือความจริงหรือเปล่า?


"พี่...จิณณ์เมาหรอครับ?"


"พี่อาจจะเมา แต่พี่รู้ตัวว่าพี่พูดอะไรออกไป"


    อิสระหลุบตาลง เม้มปากอย่างขบคิด 


"ผมขอตัวดีกว่าครับ"


    มันเร็วเกินไปที่คิดจะหาคำตอบให้เรื่องนี้ อิสระหมุนตัว แต่โดนจิณณ์กระตุกมือไว้


"จะไปไหน...อิสนอนกับพี่อยู่แล้ว ถ้าอยากกลับก็กลับด้วยกัน" ว่าจบ จิณณ์ลากอิสระมาริมถนนเพื่อยืนเรียกรถแท็กซี่


    จิณณ์ชะโงกตัวเข้าไปบอกปลายทางแก่แท็กซี่ จากนั้น ดึงมืออิสระให้ขึ้นรถไปด้วยกัน


"แล้วพี่ฮูมล่ะครับ"

"เดี๋ยวพี่จัดการเอง"


   รถเคลื่อนตัวได้ไม่ไกล ต่างฝ่ายต่างไม่พูดไม่จา และหันหน้าออกไปนอกรถ



'จบลงอย่างนี้ ทุกครั้งที่เราไม่พูดกัน...'


    ประโยคจากเพลงดังมาจากคลื่นเพลงไทยสากลที่พี่คนขับแท็กซี่เปิดค้างไว้ แม้เสียงเพลงจะช่วยให้บรรยากาศไม่เงียบเกินไป แต่เพลงที่ดังลอยมา เนื้อหากลับไม่สุขใจเท่าไหร่ ยิ่งทำให้อารมณ์ของคนสองคนดูหม่นเข้าไปอีก


      ฟากอิสระทอดสายตามองเหม่อข้างทางและไม่รู้ตัวว่าตัวเองเผลอยกมือลูบไล้ริมฝีปากตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ เพียงแค่นึกถึงตอนพี่จิณณ์จูบ ก็สัมผัสถึงความอบอุ่นของใครบางคนติดอยู่จางๆ และใจหวิวอย่างบอกไม่ถูก...


'ก่อนที่มันจะสาย บอกฉันให้เข้าใจ ว่าฉันทำพลาดไป...บอกกับฉันให้รู้อย่าเก็บไว้ข้างใน'

'ก่อนที่มันจะสาย ก่อนจะช่วยกันไม่ได้ บอกฉันให้เข้าใจ...'


.
.
.


'ฉันไม่เคยจะคิดสักนิด ไม่เคยคิดจะทำให้เธอเสียใจ

ฉันไม่เคยจะคิดทำร้าย มีแต่รักให้เธอหมดหัวใจ'


   เพลง 'ก่อนที่มันจะสาย' ของ Groove Riders  คือเพลงที่เล่นอยู่ตอนนี้ 


   ยิ่งพอตั้งใจฟังความหมายของเนื้อเพลง น้ำตาก็พาลจะไหล จนต้องรีบหลับตา เม้มปากแน่น สองมือโอบกอดตัวเองราวกับต้องการความอบอุ่นจากใครมาช่วยเติมเต็มให้ร่างกายและหัวใจที่หนาวเหน็บได้อุ่นขึ้น


    อิสระไม่เข้าใจจริงๆ เวลาที่อิสระวิ่งเข้าหา พี่จิณณ์ดูไม่สนใจ พอถึงเวลาที่ถอยห่าง พี่จิณณ์กลับวิ่งเข้ามาชิดใกล้จนอิสระทำตัวไม่ถูก


   และการเข้าใกล้ของเขาจนถึงกับเอ่ยปากชอบรอบนี้ ทำให้อิสระลำบากใจ เพราะพี่จิณณ์เข้ามาในจังหวะที่อิสระได้เจอมัตถ์แล้ว...


    ถูกที่ แต่ผิดเวลา...

    อิสระควรทำอย่างไรดี...



   ใช้เวลาพอประมาณกว่าจะถึงห้อง...


    ถอดรองเท้าเรียบร้อย อิสระเพิ่งได้ยินเสียงพี่จิณณ์เอ่ย


"อิสไปอาบน้ำก่อนสิ" หันไปมองเสียงละมุนไม่ขึงขังอย่างแปลกใจ หรือว่าพี่จิณณ์คิดได้แล้วเลยอารมณ์เย็นลง  แอบสงสัยแต่ก็ไม่อยากเอาเรื่องเก่าเก็บมาคิดให้วุ่นวายใจ


"ครับ"


     อิสระเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวและเข้าห้องน้ำไป

     สายน้ำจากฝักบัวเรน ชาวเวอร์ไหลลงจากหัวสู่ปลายเท้า ความเย็นของสายน้ำ ช่วยชะโลมความเครียดให้ลดลงได้บ้าง

     เงยหน้ารับน้ำเย็นฉ่ำ สองมือเสยผมที่ปรกหน้า


    ทันใดนั้น...


ฟึ่บ!...


    มืออุ่นๆอ้อมจากด้านหลังมารัดรอบเอวอิสระ เด็กหนุ่มลืมตา รีบหันขวับ ก็ตกใจที่ใบหน้าพี่จิณณ์ใกล้กันมากจนทำให้ใครอีกคนยื่นปากมาจุ๊บกัน

จุ๊บ..


    ผละออกด้วยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย


"พ..พี่จิณณ์ เข้ามาทำไม ผมยังอาบน้ำไม่เสร็จครับ?" จากที่หันแค่หน้า ตอนนี้ อิสระหันไปทั้งตัว และใช้มือผลักอกคนที่กอดอิสระอยู่


"พี่รอไม่ไหว"

"ถ้างั้น พี่อาบก่อนก็ได้ ผมรอข้างนอก"
อิสระรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ เพราะตอนนี้ ทั้งคู่ไร้เสื้อผ้าบังกาย ดังนั้น มันจึงหมายความว่าทั้งสองกำลังยืนเนื้อแนบเนื้อที่ทำให้อิสระใจสั่นและหน้าแดงจัดด้วยความอาย

"อิสไม่อยากอาบน้ำกับพี่หรอครับ?"





 
****1.1****

พี่จิณณ์คะ? พี่มาบอกชอบน้องอะไรป่านนี้คะ? แฮ่...ก็อย่างว่า ตามชื่อตอนอะเนอะ...หุหุ
.
ตอนนี้อยู่ที่น้องอิสแล้วล่ะ ว่าจะเลือกใคร...งืออออ

.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-01-2018 00:18:36 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ FeaRes

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 741
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
แฟนอิสจะต้องมีอะไรสักอย่างอะ มีแฟนใหม่แล้วรึอะไรเนี่ย
ตอนอิสะขออยู่ด้วยก็ดูอึกอัก มันต้องมีอะไรร
พี่จิณณ์เวลาอารมณ์ไม่ดีชอบพูดแทงใจน้องตลอดเลยยย //ตี
แต่ก็เชียร์พี่นะ--

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1

บทที่ 10 รู้ตัวช้า(2)



     มองคนถามด้วยสีหน้าปกติราวกับว่าการชวนอาบน้ำด้วยกันเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนชวนกินอาหารกลางวันกันอย่างไรอย่างนั้น


"ไม่ครับ"

"อิสรังเกียจพี่เหรอ?"

"ไม่ได้รังเกียจครับ แต่ผมแค่คิดว่าเราไม่ควรอาบน้ำด้วยกัน"



     ตอบไม่เต็มเสียง เพราะอายที่ต้องเปลือยล่อนจ้อนต่อหน้าพี่จิณณ์ทั้งยังมีเรือนร่างที่เต็มไปด้วยแผลไม่น่าดู
   

   เหลือบเห็นพี่จิณณ์กดสายตาลงต่ำแล้วหน้าร้อนผ่าว

   แววตาที่แสดงถึงความต้องการบางอย่างผนวกกับรอยยิ้มยั่ว

   อิสระยกมือปิดของสงวน ส่วนมืออีกข้างที่ว่างก็ปิดรอยแผลเป็นเท่าที่ทำได้


   รีบหลุบตาลง เมื่อเห็นพี่จิณณ์เดินก้าวมาข้างหน้า ดันไหล่อิสระจนแผ่นหลังติดผนัง จากนั้น จิณณ์จูบหน้าผาก จูบแก้ม และเชยคางอิสระเพื่อจูบริมฝีปากอิสระอย่างอ่อนโยน พร้อมกับกระซิบ


"ทำไมถึงคิดว่าไม่ควรล่ะ ในเมื่อพี่จะทำให้อิสมีความสุขนะ"


   คนตัวโตโน้มตัวไปใกล้ ใช้สองมือกอดเอวอิสระหลวมๆ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นต่างจากความเย็นจากสายน้ำที่อิสระได้รับก่อนหน้า


    ใบหน้าหล่อซบลงตรงลาดไหล่ ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดจนอิสระเริ่มรู้สึกตัวร้อนแปลกๆฝ่ามือคนตัวโตก็ลูบไล้ทั่วสะโพกเริ่มเลื้อยมายังช่วงต้นขา ยิ่งชิดใกล้แบบเปลือยกายทำให้แก่นกายทั้งสองถูไถกัน จนอิสระต้องหาทางตัดบทเพื่อเอาตัวรอดออกจากห้องน้ำ


"คะ...ความสุขอะไรครับ พี่จิณณ์? ผมว่าพี่จิณณ์เมา เดี๋ยวผมออกไปรอข้างนอกดีกว่า"


     ว่าจบ จิณณ์ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้นห้องน้ำ



"พี่จิณณ์ทำอะไรน่ะ ผมไม่ตลกนะครับ"


    มองคนนั่งคุกเข่า จนใบหน้าหล่ออยู่ระดับเดียวกับแก่นกายอิสระ ก็พอจะเดาออกว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น

    ไม่ฟังคำ จิณณ์ยืดตัวขึ้นเล็กน้อยพรมจูบเบาๆที่บาดแผลทุกจุดที่อยู่บนตัวอิสระ

 
จุ๊บ... จุ๊บ...จุ๊บ...



    เงยหน้ามองอิสระทั้งแววตาหวานฉ่ำแฝงเสน่ห์เหลือร้าย

    อิสระกดสายตามองพี่จิณณ์ เป็นจังหวะที่อีกฝ่ายไม่ละสายตา จ้องมองราวกับคนหื่นกระหาย

   

"อิสจะได้รู้ไว้ว่าพี่ไม่เคยรังเกียจ"



    ผละออกมาแค่บอกคำ ก่อนจะทำต่อ อิสระไร้เรี่ยวแรงทันทีที่ริมฝีปากอุ่นประทับลงบนผิวกายอีกครั้ง



"พ...พี่จิณณ์...พอเถอะ...ครับ"


      ปากบอกห้าม แต่อารมณ์ลึกๆข้างในเคลิ้มไปกับทุกสัมผัสที่ริมฝีปากอุ่นของใครอีกคนแตะโดนเนื้อหนัง


"ให้พี่ได้ลองก่อน ถ้าอิสรู้สึกไม่ดี พี่จะพอ..."


    มองคนเอ่ยคารมณ์ร้ายกาจ ฉลาดพูดมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์


    อิสระกลืนน้ำลาย ใจคอไม่ดีเท่าไหร่ เมื่ออีกฝ่ายว่าจบ เลื่อนมือลงไปจับแท่งร้อนของอิสระรูดรั้งช้าๆ ริมฝีปากก็ลากไล้ และขบเม้มตรงโคนต้นขาด้านใน...


จุ๊บ... จ๊วบ... จ๊วบ...


    ความเสียวซ่านก่อตัวขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ ทุกขณะที่ริมฝีปากและสัมผัสมือของอีกคนโดนตัว  ยิ่งเห็นสายตาพี่จิณณ์ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้อิสระใจสั่นอย่างน่าประหลาด


    หลบสายตาป่าเถื่อนด้วยการหลับตาหนี ศรีษะพิงผนังห้องน้ำ


    ระงับอารมณ์และห้ามใจตัวเองไม่ไหว ปลายเท้าจิกเกร็งทันทีเมื่อพี่จิณณ์ใช้ปากครอบแท่งร้อน ขยับรูดขึ้น - รูดลงตามจังหวะอย่างรู้งาน


    ขาสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ เมื่อการขยับปากของคนตัวโตเริ่มเร็วขึ้น จนร่างกายอ่อนระทวย รู้สึกถึงความเสียวกระสัน ซาบซ่านจนเผลอยื่นมือไปขยี้ผมคนข้างล่างอย่างลืมตัว



"อาห์....."


    หลุดร้องเสียงหลง ดังก้องห้องน้ำ อิสระไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งมานานแล้ว ไม่นานนัก เด็กหนุ่มก็ถึงฝั่งฝัน ยังไม่ทันอ้าปากบอก ของเหลวสีขาวขุ่นพุ่งเข้าปากคนที่ยังออรัลเซ็กส์ให้


พรวด!


     จิณณ์ผละออก ยกยิ้มกรุ้มกริ่ม เงยหน้าสบตามองด้วยแววตากึ่งแซว ก่อนจะใช้หลัง
มือปาดของเหลวสีขาวขุ่นที่เลอะขอบปาก


    เห็นสีหน้าพี่จิณณ์ อิสระทรุดตัวลงฮวบ ยกมือปิดหน้าด้วยความอาย และเอ่ยขอโทษพี่จิณณ์ที่บอกไม่ทัน



     ไม่ตอบ แต่ดันไหล่อิสระจนหลังติดผนัง

     ใจเต้นแรงมากกว่าทุกทีเมื่อเห็นรอยยิ้มกรุ่มกริ่มนั้นแฝงความร้ายกาจอย่างบอกไม่ถูก



   พี่จิณณ์ไม่พูดอะไร กลับจู่โจมเข้ามาจูบอิสระอย่างรุนแรง อิสระไม่เคยเห็นมุมเร่าร้อน ป่าเถื่อนของพี่จิณณ์มาก่อน


   เรียวลิ้นสอดเข้าโพรงปากอุ่นๆ ตวัดปลายลิ้น หยอกเย้า เกี่ยวกระหวัด รุก ไล่ เล่นอย่างมีชั้นเชิง จนอิสระสู้ไม่ไหว ได้แค่ทำตามคนเชี่ยวชาญ


   เนิ่นนานพอสมควรที่ทั้งสองจูบดูดดื่ม จิณณ์ผละออกก่อนจะปิดท้ายด้วยการใช้ปากแตะปากกันอย่างแผ่วเบา


"อาบน้ำกันเถอะ"

"พี่จิณณ์...ไม่...อยาก...เอ่อ...เอิ่ม....คือว่า"


   อิสระอายหน้าแดง พูดตะกุกตะกัก  เพราะรู้สึกไม่ดีที่ตัวเองมีความสุขเพียงคนเดียว ส่วนอีกคนยังไม่ถึงฝั่งฝัน


"พี่บอกแล้วไงครับว่าอยากให้อิสมีความสุขมากกว่า"


     แกล้งถามไปอย่างนั้น เพราะเอาเข้าจริง อิสระก็ไม่กล้าทำให้เหมือนกัน


     ดึงมือมาปิดหน้าตัวเองอีกรอบเพราะไม่กล้าสู้หน้า


   นี่มันบ้าไปแล้ว...เรื่องราวมันจบลงแบบนี้ได้ไง ก่อนหน้านี้ ทะเลาะกันจะเป็นจะตาย แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นอิสระพลาดท่า เสียทีให้พี่จิณณ์ไปซะได้


     ได้ยินเสียงหลุดขำเบาๆ จากนั้นก็มีมืออุ่นๆมาดึงมืออิสระออกจากหน้าและจุ๊บปากเบาๆ พยุงตัวเขาลุกขึ้นยืนให้อาบน้ำตามคำบอกก่อนหน้า


     ค่อยยังชั่ว ที่พี่จิณณ์ไม่คิดจะทำอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้ อิสระอาบน้ำเสร็จก็รีบออกมาก่อนอีกคนที่ยังไม่เรียบร้อย


     แต่งตัวแล้วก็มานั่งคิดหนักอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ว่าลึกๆแล้ว อิสระมีใจให้ใครมากกว่ากัน?

    มัตถ์? หรือ พี่จิณณ์?


    ยังสับสน หาทางออกไม่ได้ จึงกระโดดขึ้นเตียงเตรียมหลับ อีกอย่าง ก็หนีความจริงกับสิ่งที่พี่จิณณ์เพิ่งทำให้เขาก่อนหน้ายังไงล่ะ

    ถ้าไม่ชิ่งหลับ มีหวังเจอสายตาแทะโลมจนต้องอายอีกรอบแน่ๆ


    ผ่านไปสักพัก ก็ยังข่มตานอนไม่ได้ จนกระทั่ง ความยวบจากเตียงนอนอีกฝั่งที่ยุบตัวจากน้ำหนักตัวของใครอีกคน อิสระทำเนียนเหมือนว่าหลับไปแล้ว


     ไม่วินาทีต่อมา อิสระสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อพี่จิณณ์ดึงตัวเขาไปใกล้และกอดจนแผ่นหลังชิดอกของเจ้าตัว ก่อนจะจุมพิตหลังต้นคออิสระ


"ฝันดีนะ อิส"
   

    ใจเต้นแรง ขนลุกซู่..เพราะหวั่นไหวอย่างหนักกับอาการที่แสดงออกถึงความรักของพี่จิณณ์ซึ่งอิสระเองสัมผัสได้

 
    มันเป็นความรักที่อิสระโหยหา อยากได้จากพี่จิณณ์มาตลอด แต่วันนี้ พี่จิณณ์มาทำให้อิสระในวันที่เขาจำต้องเดินจากไปแล้ว


     หลุดยิ้มออกมาไม่รู้ตัว ไม่น่าเชื่อว่า การได้นอนหลับภายใต้อ้อมกอดของคนที่รัก บนเตียงเดียวกัน มันเติมกำลังใจและความสุขได้มากจริงๆ...






.............




   วันถัดมา อิสระตื่นแต่เช้า เพราะตั้งใจให้มัตถ์มารับเร็วหน่อย หวังจะหลบหน้าใครบางคน



    พลิกตัวตะแคงหันไปมองใบหน้าหล่อที่หลับสนิท ใบหน้าเปื้อนยิ้มดีใจที่อย่างน้อยก่อนจะต้องจากกันไป อิสระก็ได้รู้ความในใจจากพี่จิณณ์


     แม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้คบกัน แต่อิสระคิดว่ามันก็เกินพอสำหรับคนธรรมดาอย่างเขาแล้ว 


    ก่อนลุกจากเตียง อิสระขยับตัวไปใกล้พี่จิณณ์จนได้กลิ่นกายเฉพาะตัว


    กลิ่นที่นิยามเป็นรูปธรรมไม่ได้ แต่รู้ว่าอยู่ด้วยรู้สึกอบอุ่นและสบายใจ



    ยื่นปากไปหอมแก้มพี่จิณณ์แผ่วเบา และรีบลุกจากเตียงไปจัดการธุระของตัวเองให้เสร็จทันพี่จิณณ์ตื่นขึ้นมา


    ไม่นานที่อิสระใช้เวลาจัดการทุกอย่างเรียบร้อย อิสระแบกกระเป๋าเสื้อผ้า เตรียมก้าวเดินออกจากห้อง


แกร๊ก..



"อิส"

    หยุดชะงักอยู่หน้าบานประตู แต่ไม่หันหลังไปมอง



"จะหนีไปโดยไม่คิดร่ำลากันหน่อยหรือ?"


    เสียงเศร้าเอ่ยจนรู้สึกผิด อิสระหมุนตัวหันไปมองคนที่ตัดพ้ออย่างน้อยใจ


"ผมขอโทษครับ พี่จิณณ์"


    จิณณ์เร่งฝีเท้าไปประชิดตัวอิสระ ยืนมองคนที่เอาแต่ก้มหน้า ไม่กล้าสบตากัน


"ขอกอดได้ไหม?"


    เงยหน้ามอง คนที่ส่งยิ้มอบอุ่น อิสระจึงพยักหน้าแทนคำตอบ เพราะลึกๆก็อยากกอดกับพี่จิณณ์เหมือนกัน


"หมดหน้าที่พี่แล้วสินะ"


     ไม่มีกิริยาเกรี้ยวกราด บึ้งตึง ขึงขัง ตรงกันข้าม มีแต่ความรักที่อิสระสัมผัสได้.

    ไม่อยากไป...ก็ต้องไป...

     อิสระตอบกลับด้วยการกระชับกอดแน่น


    ส่วนเรื่องเมื่อคืน อิสระไม่ถาม เพราะไม่อยากได้ยินคำตอบที่ชวนเจ็บว่า 'พี่เมาจำอะไรไม่ได้' 


"ขอโทษที่รู้ตัวช้า ว่า...พี่รักอิส...มารู้ตัวอีกทีก็ไม่ทันแล้วใช่ไหม?"



กึก!


   กลั้นหายใจไปครู่หนึ่ง และชะงักกึก


   พี่จิณณ์จำเรื่องเมื่อคืนได้?




"มัตถ์มารอแล้ว ผมลงไปข้างล่างดีกว่าครับ"


    ผละออกอย่างไว เพราะกลัวพี่จิณณ์จับได้ว่าอิสระหวั่นไหวกับสิ่งที่พี่จิณณ์พูดเหมือนกัน


"พี่ขอลงไปส่งด้วยได้ไหม?"

"ครับ"



    จิณณ์และอิสระเดินเข้ามาในกล่องสี่เหลี่ยมคับแคบที่กำลังดิ่งลงไปชั้นล่าง สร้างความอึดอัดใจให้ทั้งสองเพราะไม่มีใครพูดอะไร ความเงียบเชียบชวนกระอักกระอ่วนในหัวใจ ทั้งที่ความเป็นจริง ต่างฝ่ายต่างมีคำพูดเป็นล้านคำที่อยากบอกออกไป


   ถึงชั้นที่หมาย ประตูลิฟต์เปิดออกกว้าง จิณณ์และอิสระเดินออกจากกล่องสี่เหลี่ยม มุ่งไปหามัตถ์ที่นั่งรออยู่ก่อน


   เมื่อมัตถ์เห็นจิณณ์ก็ลุกพรวด และยกมือไหว้สวัสดี


"โอ้โห! พี่จิณณ์ถึงกับลงมาส่งอิสระเลยหรือครับเนี่ย!!"


   อิสระมองค้อน เพราะไม่ขำที่มัตถ์แซวพี่จิณณ์


"อิสจะไปอยู่กับคนอื่นแล้ว คงไม่ได้เจอกันอีก พี่ก็ต้องลงมาส่งสิครับ"


"คนอื่นที่ไหนกันเล่าครับ อิสเป็นแฟนผมนะ ไม่ต้องห่วง ผมดูแลได้ดีพอๆกับพี่อยู่แล้วครับ"

"มัตถ์!!"
อิสระลืมตัวปรามเสียงดัง จนมัตถ์โคลงศรีษะมอง อิสระรีบต่อประโยคอย่างกลัวจับได้


"รีบไปกันเถอะ..."


     ก่อนก้าวเดินไปหามัตถ์ อิสระหันหลังไปหาพี่จิณณ์



"ขอบคุณนะครับพี่จิณณ์ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมมีความสุขมากที่ได้อยู่กับพี่"


     อิสระน้ำตาคลอ เมื่อเห็นว่าพี่จิณณ์ทำท่าจะยกมือมาเช็ดน้ำตาให้ อิสระรีบใช้ปลายนิ้วเกลี่ยน้ำตาตัวเองอย่างกลัวว่ามัตถ์เห็นแล้วจะน้อยใจ


    ไหนๆก็จะเป็นถ้อยคำส่งท้ายแล้ว จิณณ์จึงฝืนตอบด้วยรอยยิ้ม ทั้งๆที่ซ่อนน้ำตาไว้ลึกสุดใจ เก็บความรู้สึกทุกสิ่งที่มันจะแสดงออกว่าปวดร้าวไว้ข้างใน


"พี่ก็มีความสุขมากเหมือนกันครับ"


    จู่ๆความรู้สึกถึงความว่างเปล่าในหัวใจก็โผล่ขึ้นมา

    ใจหาย...

    เมื่อต้องรู้ว่าอิสระจะต้องไปแล้วจริงๆ..

   
    เด็กหนุ่มยกมือไหว้พี่จิณณ์ ก่อนจะเดินไปหามัตถ์

    เพียงแค่เด็กหนุ่มหมุนตัวไปหาใครอีกคน


    จิณณ์ยื่นมือหวังจะรั้ง แต่เขาตัดสินใจชักมือกลับมาแนบลำตัว
 
    ยืนมองคนที่เพิ่งรู้ตัวว่ารักเดินห่างออกไปเรื่อยๆ

 
"ขอให้มีความสุขนะอิสระ"


    คำอวยพรที่ทำได้แค่พูดในใจ เพราะไม่มีสิทธิ์ในตัวอิสระอีกแล้ว




....................................


"สุขแบบหน่วงๆ"
.
พี่จิณณ์ลุคส์นี้ช่าง..... :o8: :-[ :o8:
เอิ่ม! พอจะทำเรื่องอย่างว่านี้
ปากหวานมาเลยนะ 5555+
.
.
รู้ตัวช้าในเวลาที่ทัน
ยังมีโอกาสสูงกว่ารู้ตัวช้าในเวลาที่สายเกินไป...
.
ทันหรือไม่ทันก็คงต้องถามใจอิสระแล้วล่ะ!...
ให้เวลาน้องสับสนไปก่อน..
.
ขอบคุณคนอ่านที่น่ารัก

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1

บทที่ 11 จะบอกเธอว่ารัก





      ขึ้นรถมาได้สักพักใหญ่ๆ อิสระก็เอาแต่เงียบ ไม่พูด ไม่จา จนมัตถ์จับอาการได้ถึงความเปลี่ยนไป ไม่เหมือนวันที่เจอกันวันแรกๆ


"เป็นอะไร อิส"

"เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร"
เสียงเอื่อยๆตอบกลับไป

"โกหก ตั้งแต่ขึ้นรถมาอิสก็ซึม นั่งเหม่อเหมือนคนโหยหาอะไรบางอย่าง หรือถ้าให้พูดตรงๆ อิสดูอยากกลับไปหาพี่จิณณ์นะ"

"ไม่ใช่อย่างนั้นนะมัตถ์ อิสแค่เพลียน่ะ"
รีบแย้งทันควัน

"ว่าแต่เอ้!!....แค่เห็นว่าอิสจะไป ทำไมพี่จิณณ์ต้องทำหน้าเหมือนหมาโดนทิ้งขนาดนั้น"

"มัตถ์!! พี่จิณณ์เค้าอายุมากกว่าเรานะ พูดจาให้มันดีๆหน่อย"

"หืม?...ดูอิสปกป้องพี่จิณณ์จังเลยนะ"

"มัตถ์จะหาเรื่องทะเลาะอีกนานไหม? อิสปวดหัวแล้วนะ"

"มัตถ์ขอโทษครับ มัตถ์แค่หึงน่ะ อิสหอมแก้มมัตถ์หน่อย แล้วมัตถ์จะไม่ยุ่งแล้ว"



    ละสายตามองจากท้องถนน หันมามองอิสระทั้งน้ำเสียงออดอ้อน

    อิสระมองคนทำหน้าทะเล้นแล้วใจอ่อน จึงขยับ โน้มตัวไปหอมแก้มคนขับรถ


ฟอด!


"ขออีกทีสิ"

"มัตถ์ขับรถอยู่ มันไม่ใช่เวลามาอ้อนเอาอะไรตอนนี้นะ"

"นะครับ อิส...นะครับ"


    อิสระมองค้อน แต่ก็ยอมทำตามหอมแก้มไปอีกครั้ง พอผละออกไม่ทันไร



"ครั้งสุดท้าย" มัตถ์พูดอมยิ้ม ทำแก้มพองลม แต่โดนตัดบทจนหน้าจ๋อยในฉับพลัน

"ไม่เอาแล้วมัตถ์...อิสง่วง ถ้าถึงแล้ว ปลุกอิสด้วยนะ" พูดพร้อมหลับตาเอนศรีษะพิงกระจกอย่างดูออกว่ารำคาญ


   แวบหนึ่ง...มัตถ์หันไปมองอิสระ แล้วลอบถอนหายใจ ที่มัตถ์ทำไปก็เพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่างและตัวมัตถ์เองก็รู้คำตอบแล้ว



    หลังจากที่พาอิสระมาอยู่คอนโดตัวเอง สองเท้าก้าวถึงห้องไม่ทันไร มัตถ์ก็ขอปลีกตัวไปหลับสักหน่อย เพราะถ้าอิสระไม่อ้อนวอนให้ไปรับแต่เช้า มัตถ์ก็คงไม่ไปให้แน่ๆ


     พอมัตถ์หายไปนอน ทางฝั่งอิสระก็นั่งเหม่อที่โซฟา  คว้าเครื่องมือสื่อสาร มาจ้องหน้าจอที่ค้างไว้ตรงรายชื่อเบอร์โทรของคนที่เขาเพิ่งลาจากมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน


      ทำไม คิดถึงพี่จิณณ์จัง อิสระรู้สึกแปลกๆในหัวใจ แต่แล้วต้องตาโต ตกใจ เมื่อไม่กี่นาทีต่อมา สิ่งที่เขาเห็น คือ การปรากฏเบอร์เดียวกับที่จ้องเมื่อสักครู่โทรเข้ามา


    เครื่องมือสื่อสารสั่นอยู่ในมือ อิสระกำแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอด...ก่อนจะเลื่อนสไลค์หน้าจอ



"สวัสดีครับ"


[เป็นไงบ้าง?]


    นั่งชันเข่าอยู่บนโซฟาด้วยอาการใจสั่น แต่ก็แกล้งหยอกเอินกลับไป


"เราเพิ่งแยกกันมาเองนะครับ"


[พี่ขอโทษ......] ปลายสายเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดต่อ


[พี่แค่อยากจะโทรมาถามว่าเรื่องนัดจิตแพทย์ครั้งต่อไป อิสยังอยากให้พี่ไปเป็นเพื่อนอยู่ไหม?]


กึก!


   มือกำโทรศัพท์แน่นกว่าเก่า


   ทำไมประโยคนี้ถึงมีอิทธิพลต่อหัวใจจนรู้สึกปวดหน่วงหนึบอย่างน่าประหลาด


"ผม...คงไปกับ..."


[พี่ขอโทษ พี่ลืมไปว่าจะหวังให้มันเป็นเหมือนเดิมได้ยังไง ในเมื่ออิสก็คงต้องไปกับมัตถ์อยู่แล้วนี่]

"พี่จิณณ์...ครับ คือ..."

[พี่ไม่กวนอิสดีกว่า]

"ไม่กวนครับ พี่จิณณ์" หลุดพูดไป ทั้งๆที่อุตส่าห์บอกตัวเองว่า ต้องทำใจ

[จริงหรืออิส?]

"ครับ"


    ทั้งๆที่บอกว่าไม่กวน แล้วทำไมพี่จิณณ์ถึงเงียบไปนานนักล่ะ


"พี่จิณณ์เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?"

[พี่คิดถึงอิส]



   น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว พี่จิณณ์ไม่ควรเล่นกับความรู้สึกเขาแบบนี้ อิสระอุตส่าห์ออกมาอยู่ข้างนอกแล้ว  ทำไมพี่จิณณ์ถึงพยายามเข้ามาใกล้ วนเวียนไม่ห่าง อิสระสับสนในหัวใจจนไม่รู้จะต้องทำตัวยังไง



    เงียบไม่กล้าพูด กลัวหลุดเสียงสะอื้น และเป็นจิณณ์เองที่พูดต่อด้วยน้ำเสียงติดกังวล


[พี่ขอโทษ... อันที่จริงพี่ไม่ควรทำแบบนี้แล้ว พี่ไม่ควรทำให้อิสลำบากใจ]


"ผมก็ต้องขอโทษเหมือนกันครับ พี่จิณณ์..ผมเองก็ไม่อยากนอกใจมัตถ์ด้วยครับ"



    ไม่รู้ว่าพูดตรงไปไหม? แต่อิสระอยากให้พี่จิณณ์เข้าใจว่าเขาเองก็มีแฟนแล้ว


[นั่นสิ...พี่ดูเลวไปเลย...ถ้างั้นพี่คงต้องวางสายแล้วล่ะ?]

"ขอบคุณครับ พี่จิณณ์"



     มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องไม่ใช่หรือ? อิสระต้องการชัดเจนว่า เขามีแฟนแล้ว? ไม่ควรมีใครอีก แต่พอพี่จิณณ์วางสาย อิสระกลับปล่อยโฮรีบฟุบหน้าลงกับเข่าอย่างทรมานหัวใจ


     ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่อิสระร้องไห้จนผล็อยหลับไป...






.............
 

   

      ราวห้าโมงเย็น ที่อิสระยังหลับไม่ตื่น มัตถ์ยืนมองคนนอนคุดคู้ตัวงออยู่บนโซฟาก็ได้แต่ส่ายหน้าระอา ก่อนจะสาวเท้าไปหา ก้มตัวลงมองใบหน้าใกล้ๆและอมยิ้ม


ฟอด!


     อิสระปรือตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย


"มัตถ์ตื่นแล้วหรอ?" เสียงแหบแห้งถาม

"ใช่...กินข้าวกัน มัตถ์หิ๊ววหิว..." พูดพร้อมลูบท้องตัวเอง
 

     อิสระพยักหน้า ค่อยๆหยัดกายขึ้นมานั่งบนโซฟา และลุกขึ้นยืน กำลังจะก้าวเท้า ก็โดนมือหนาจับไว้


"อิสร้องไห้หรอ? ทำไมตาบวมอย่างนี้"



    อิสระอึกอัก ก่อนตอบ


"เปล่าสักหน่อย อิสขอไปล้างหน้าก่อนนะ"


   ว่าจบเร่งฝีเท้าให้ก้าวพ้นตรงนี้ไวๆ พอจัดการตัวเองเสร็จ อิสระก็เดินไปหามัตถ์ที่นั่งรอที่โซฟา พร้อมจะออกไปหาอะไรกินกัน


    ในระหว่างเดินทาง มีสายเรียกเข้ามายังมือถือของอิสระ เด็กหนุ่มเห็นเป็นป้าแก้วดีใจรีบสไลค์หน้าจอเพื่อพูดคุย


    ยิ้มแป้นแล้นทันทีที่ได้ยินข่าวดี เมื่อป้าแก้วบอกว่า ได้ที่อยู่ของป้านัน พี่สาวของแม่อิสระพร้อมเบอร์ติดต่อ โดยคนที่ไปตามสืบมาให้ก็คือ พี่ชาย อิสระแปลกใจแต่ก็นึกขอบคุณที่พี่ชายช่วยกันขนาดนี้


    แม้จะวางสายแล้ว แต่ก็ยังยิ้มแก้มปริที่ได้ฟังข่าวดี รีบเล่าให้มัตถ์ฟังด้วยความตื่นเต้น ดีใจ และอ้อนให้มัตถ์พาไปส่งที่บ้านป้านันในวันพรุ่งนี้
 

    ถึงที่หมาย ทั้งสองเลือกร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำข้างทางง่ายๆ ซึ่งไม่ไกลจากคอนโดเท่าไหร่ จับจองที่นั่งกันได้ก็สั่งเมนูกับเจ้าของร้าน


    ตั้งแต่ป้าแก้วโทรมาบอกข่าวดี อิสระก็ยิ้มตลอดเวลา จนมัตถ์พลอยยิ้มตามไปด้วย



    ไม่นาน บะหมี่ต้มยำทะเลน้ำข้น และ เส้นเล็กต้มยำทะเลน้ำข้น ที่ทั้งสองสั่งพิเศษถูกวางตรงหน้าของทั้งคู่ ควันร้อนๆ กลิ่นหอมๆของเครื่องปรุงลอยมาจากชามยิ่งชวนน้ำลายสอ เพิ่มความน่ากินไปอีกตรงที่สีสันจัดจ้านของน้ำต้มยำ ปลาหมึกชิ้นโต และกุ้งตัวใหญ่ จัดวางสวยงาม... ไม่รีรอทั้งสองคว้าตะเกียบคีบเส้น สูดเข้าปาก ซดน้ำรสเผ็ดร้อนอย่างไม่กลัวปากพอง


     ต่างฝ่ายต่างกินไม่สนใจกัน จนกระทั่ง สิบห้านาทีต่อมา ก๋วยเตี๋ยวในชามก็หมดเหลือเพียงน้ำติดถ้วย


"อร่อยจัง มัตถ์"

"อิสชอบมัตถ์ก็ดีใจ นี่ร้านโปรดมัตถ์เลย"

"ชอบมาก ขอบคุณนะมัตถ์ที่ดูแลอิสดีขนาดนี้"

"ดูแลดีเท่าพี่จิณณ์รึเปล่าน้าา?"


     อิสระชะงัก เขาอุตส่าห์ ลืมเรื่องพี่จิณณ์ไปได้แล้ว ทำไมมัตถ์ต้องมาพูดถึงบุคคลที่สามด้วย


"เรียกพี่เขามาคิดเงินเถอะ มัตถ์"


     พอเห็นสีหน้าของคนที่มีรอยยิ้มในตอนแรก แปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง มัตถ์ไม่เล่นต่อ และลุกขึ้นไปจ่ายเงิน


     เสร็จเรียบร้อย อิสระและมัตถ์เดินเล่นที่ตลาดนัดข้างๆกันต่อ หวังจะย่อยอาหารที่เพิ่งกินกันไปเมื่อสักครู่


     เพิ่งบอกว่าอิ่ม แต่ทั้งสองยังซื้อของกินกันได้อีก ทั้งกล้วยทับ, เม็ดขนุน, และน้ำสตรอเบอร์รี่ปั่น


     เดินช็อปปิ้งกันอย่างเพลิดเพลิน เมื่อรู้ว่าของกินเริ่มเต็มไม้ เต็มมือทั้งสองจึงเดินกลับไปที่รถ


      ในขณะนั้น มัตถ์ให้อิสระรอในรถก่อน ส่วนมัตถ์เดินไปซื้อของที่เซเว่น อีเลฟเว่น ตั้งใจจะซื้อเบียร์ไปติดห้องสักสอง-สามกระป๋อง


     สิบห้านาทีผ่านไป มัตถ์สอดตัวเข้ามาในรถ และพูดกับอิสระทันที


"เมื่อกี้ มัตถ์เจอพ่ออิสด้วย"

 
     กึก!


"มัตถ์ออกรถเดี๋ยวนี้!!"
โวยวายและมีท่าทางลุกลี้ ลุกลน


"เดี๋ยวๆใจเย็นสิ ทำไม เกิดอะไรขึ้น?"


"ไปให้พ้นตรงนี้ก่อน แล้วมัตถ์จะเล่าอะไรก็ค่อยเล่า เร็วๆสิมัตถ์..."


"ก็ได้ๆ อิสอย่าดุมัตถ์สิ"


      เมื่อรถเคลื่อนตัวด้วยความเร็ว อิสระคิดว่าปลอดภัยแล้ว จึงถามมัตถ์ทันที


"มัตถ์คุยอะไรกับเขาบ้าง?"

"มัตถ์แกล้งบอกว่าเจออิสที่ห้าง แล้วถามต่อว่า จำได้ว่าพ่ออิสบอกว่าอิสตายแล้ว ทำไมยังเห็นอิสอยู่ได้ เขาบอกว่ามัตถ์ตาฝาดและโบ้ยมาว่ามัตถ์กำลังขุดคุ้ยเรื่องเก่าทำให้เขาเครียดเพราะกลับไปคิดถึงลูกอีกครั้ง"


     ฟังคำคนตลบตะแลง แล้วรู้สึกขยะแขยงอย่างบอกไม่ถูก แต่สิ่งที่อิสระกังวลใจตอนนี้ คงเป็นเรื่องของความห่วงมัตถ์มากกว่า



"มัตถ์ รู้ไหมว่ามัตถ์ไม่ควรไปต่อล้อต่อเถียงกับเขา ดีเท่าไหร่ที่เขาไม่ยกปืนมายิงน่ะห้ะ"

"แหม! มัตถ์ก็รู้หรอกน่า ในเซเว่น คนพลุกพล่านขนาดนั้น มัตถ์เชื่อว่าพ่ออิสไม่กล้าหรอก เป็นพ่อประสาอะไรแช่งให้ลูกตายทั้งๆที่ยังไม่ตาย และยังมาด่ามัตถ์ว่าทำให้เขาคิดถึงลูก...ตลกว่ะ"

"มัตถ์เล่นกับใครไม่เล่น อิสเริ่มเป็นห่วงมัตถ์แล้วนะ"

"เอาน่า มัตถ์พูดไปแล้วนี่ ถ้ามัตถ์เป็นอะไรไปนะ มัตถ์จะมาเข้าฝันอิสคนแรก"

"มัตถ์อย่าพูดแบบนั้น อิสไม่ตลกนะ พอเหอะ อิสไม่อยากเครียด มัตถ์ขับรถไปเถอะ"
ว่าจบก็หันหน้าหนีไปนอกหน้าต่างรถ


     เพราะมัตถ์ยังไม่รู้ความจริงเรื่องที่อิสระโดนขังมานานกว่าสี่ปี  มัตถ์จึงไม่เห็นความชั่วช้า เลวทรามของคุณอิทธิพลว่าร้ายแรงขนาดไหน


      อิสระได้แต่ภาวนาขอให้คุณอิทธิพลปล่อยผ่านเด็กปากดีคนนี้ไปแล้วกัน เพราะถ้าคุณอิทธิพลคิดจะทำอะไรมัตถ์ อิสระมั่นใจว่าเขาทำได้แน่นอน...

 
   
       ถึงห้อง อิสระก็อ้อนมัตถ์ด้วยการชวนดูหนัง เพราะตลอดสี่ปีที่ผ่านมา อิสระพลาดภาพยนตร์ดีๆไปเยอะ และอยากรู้ว่ามีหนังอะไรน่าดูบ้าง มัตถ์ตกลงแต่มีข้อตกลงว่าต้องอาบน้ำก่อน


      จัดการตัวเองเสร็จกันทั้งคู่ ก็มานอนดูหนังรักบนเตียงด้วยกัน ระหว่างนั้น มัตถ์ดื่มเบียร์ไปด้วย


     จนกระทั่ง ผ่านไปไม่ถึงครึ่งเรื่อง มือใครบางคนก็เลื้อยมาแตะผิวอิสระ ใต้ผ้าห่มที่ทั้งสองนอนคลุมตัวอยู่


"มัตถ์ อย่าเพิ่งเล่น อิสจะดูหนัง"


"พักเบรคหน่อยสิ"
ปากว่า มือก็เริ่มเลื่อนไปยังหว่างขาอิสระ



      อิสระมองหน้ามัตถ์ก็รู้ได้ทันทีว่า มัตถ์ต้องการอะไร...

      นิ่งเงียบไปสักพัก ก่อนจะตัดสินใจยื่นหน้าไปหอมแก้มมัตถ์ แต่เปล่าเลยสิ่งที่มัตถ์อยากได้มากกว่านั้น เมื่อมัตถ์ยกมือประคองใบหน้าอิสระ และจูบกัน


      ไม่นานนักที่ทั้งสองผละออก มัตถ์สะบัดผ้าห่มออกจนหล่นลงพื้นข้างเตียง เลื่อนมือลงต่ำลูบไล้หน้าท้อง ล้วงเข้าไปยังกางเกงขาสั้นของอิสระ


"มัตถ์พอก่อน"

"นิดนึงนะ?"

"ไม่!!"


      ตอบเสร็จ กอดอดสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง มัตถ์หมั่นไส้ท่าทางจึงแกล้งจี้จุดอ่อน จั้กจี๊ จนอิสระดิ้นพล่านรอบเตียง



      เสียงหัวเราะดังลั่น เพราะโดนแกล้งจนเกือบขาดใจตาย อิสระร้องให้มัตถ์หยุดหลายครั้ง มัตถ์ก็ไม่ยอม จนกระทั่ง...สองมือที่จี้เอวอิสระอยู่ชะงัก ตาค้าง



"อิสมีอะไรกับพี่จิณณ์แล้วใช่ไหม?"

"มะ..มัตถ์ถามแบบนั้นทำไม?"

"อิสตอบมาก่อนว่าใช่ไหม?"

"ไม่ได้มี แต่เอ่อ..คือ เอิ่ม...พี่จิณณ์ช่วยให้อิสเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นนั้น..."


   ไม่เคยโกหก จึงตกใจเมื่อโดนจับได้ และหลุดพูดความจริงจนหมดเปลือก โดยลืมถามไปว่ามัตถ์รู้ได้ยังไง อิสระว่าจบยกมือปิดหน้าทั้งอายและรู้สึกผิดที่นอกใจแฟนตัวเอง


"มัตถ์...อิสขอโทษ อิสไม่ได้คิดจะนอกใจมัตถ์เลยนะ"


   อีกคนนั่งมองคนขอโทษเสียงสั่นรีบดึงมืออิสระออกและยื่นปากไปแตะริมฝีปากอีกฝ่าย


"ไม่ต้องอธิบายแล้ว มัตถ์ไม่โกรธ"

"มัตถ์ไม่โกรธ?"


    มัตถ์ส่ายหน้าและอมยิ้ม


"ไม่โกรธอิส แต่โกรธไอ้พี่จิณณ์ของอิสมาก พูดเลย!!"


     อิสระหน้าแดงจัดเมื่อมัตถ์ใช้คำว่า 'พี่จิณณ์ของอิส'


     หลุบตาลงก่อนถามต่อ



"พี่จิณณ์ไม่ใช่ของอิสนะ มัตถ์"


"หึๆ ใช่ไม่ใช่ไม่รู้...แต่บอกได้เลยพี่จิณณ์แม่งโคตรร้ายกาจเลยว่ะ"


"อะ...อะไรหรอ?"



    อิสระถามเสียงสั่นๆ มัตถ์หัวเราะในลำคอ ก่อนจะแบะต้นขาอิสระและชี้หลักฐานให้ดู อิสระลุกขึ้นนั่ง ชะโงกหน้ามองต้นขาด้านในที่มีรอยจ้ำสีแดงหลายจุด



    หน้าแดงและรู้สึกอาย เพราะไม่คิดว่าพี่จิณณ์จะทำร่องรอยราวกับประทับตราให้รู้ว่าก่อนหน้านี้ใครเคยเป็นเจ้าของ


    อิสระเม้มปากเงียบอย่างยอมจำนานต่อหลักฐาน



"อิสเลวเอง อิสขอโทษนะ"

"เลิกคิดว่าตัวเองผิดได้แล้ว ก็ดี...มัตถ์มีเรื่องจะบอกอิสเหมือนกัน"

"อะไรมัตถ์?"

"อย่าเพิ่งพูดอะไร ฟังมัตถ์ก่อน เรื่องแรก เฮ้อ!...มัตถ์คิดว่า ตอนนี้ อิสไม่ได้ชอบมัตถ์แล้ว
ล่ะ ส่วนเรื่องที่สอง มัตถ์ขอโทษนะ มัตถ์มีแฟนแล้ว"


     อิสระอึ้ง ตาโต และใจโหวงๆขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ แต่ในทางกลับกัน ดันรู้สึกดีที่ได้ยินว่ามัตถ์มีคนอื่นแล้ว



"ตอนที่มัตถ์เห็นอิสที่ร้านกาแฟ ยังคิดว่าตัวเองตาฝาดเลย พอรู้แน่ว่าเป็นอิส...มัตถ์ดีใจมากๆ อยากคุย อยากถามอิสมากมายว่าหายไปไหน เกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนั้น มัตถ์ยังไม่กล้าบอกความจริงเพราะมัตถ์ไม่อยากให้อิสเครียด แต่อิสต้องเข้าใจมัตถ์ด้วยนะว่าตอนที่มัตถ์รู้มา คือ อิสตายแล้ว อิสรู้ไหมว่า ตอนนั้น มัตถ์เสียใจมากจริงๆ กว่ามัตถ์จะเริ่มทำใจ คบใครได้อีกคนก็หลังจากนั้น ตั้งสองปี"

"มัตถ์ถึงไม่โกรธที่รู้ว่าอิสกับพี่จิณณ์...เอ่อ..."

"ใช่ เหมือนการมีประเด็นนี้ ทำให้มัตถ์กล้าบอกความจริงกับอิสด้วยแหละ มันช่วยให้มัตถ์โล่งและไม่อึดอัดที่จะพูดออกไป จริงๆแล้ว มัตถ์ก็แอบพิสูจน์อาการอิสด้วยการ ที่มัตถ์แกล้งแขวะพี่จิณณ์ตอนอยู่บนรถ มัตถ์พูดแบบนั้นเพื่อจะดูปฏิกิริยาว่าอิสรู้สึกอย่างไรและก็เป็นไปตามคาด อิสออกตัว เถียงแทน เพราะอิสเข้าข้างพี่จิณณ์มากกว่ามัตถ์ พอมาเรื่องหอมแก้ม ตอนเราคบกัน อิสระจำได้ไหมว่า ทุกทีอิสจะเป็นคนเข้ามาหอมแก้มมัตถ์ก่อนและไม่อิดออดที่มัตถ์จะขอให้หอมหลายรอบ แต่พอคราวนี้มันต่างก็เลยยิ่งชัดเจน"

     อิสระเงียบเพราะสิ่งที่มัตถ์อธิบาย ยิ่งทำให้อิสระเหมือนมองเห็นตัวเองมากขึ้น

     มัตถ์วางมือทาบบนหลังมืออิสระและพูดต่อ


"มัตถ์คิดว่า ตอนแรกที่เราเจอกัน ดูเหมือนรักกัน คงเป็นเพราะเราได้กลับมาเจอคนที่ทำให้เราสบายใจมากกว่า แต่ลึกๆแล้ว มันไม่ใช่ความรักแบบคู่รักอีกแล้ว"

 
     อิสระน้ำตาคลอที่มัตถ์พูดจี้จุด อิสระขอบคุณมัตถ์และยอมเล่าความจริงว่า ก่อนหน้านี้พี่จิณณ์ก็เพิ่งสารภาพความรู้สึกเหมือนกัน


"แต่อิสไม่กล้ากลับไปแล้ว"

"ทำไมล่ะ ในเมื่อพี่จิณณ์ก็รักอิส"


"อิสเพิ่งตัดบทบอกเค้าไปว่าอิสมีมัตถ์แล้วน่ะ"

"โธ่..แค่นี้เอง เดี๋ยวมัตถ์ช่วย ว่าแต่ทิ้งไว้สักวันก่อนนะ ค่อยเคลียร์ มัตถ์อยากเห็นคนบางคนขาดใจตาย"


"ถ้ารู้อย่างนี้แล้ว ทำไมมัตถ์ไม่ให้อิสไปล่ะ"

"หมั่นไส้พี่จิณณ์ นี่มันหยามกันชัดๆเลย มาทิ้งรอยไว้ทั้งๆที่รู้ว่าอิสต้องมาหามัตถ์เนี่ย!"



     อิสระก้มหน้ารับผิด


"ขอโทษนะ มัตถ์"

"ขอโทษทำไม อิสไม่ได้ผิดสักหน่อย อะ...อะ...เชื่อมัตถ์...รออีกนิด เดี๋ยวมัตถ์ไปส่งถึงเตียงเลย"

"มัตถ์!! อย่าแซวนะ แค่นี้อิสก็อายจะแย่อยู่แล้ว"


     อิสระยกมือปิดหน้า จนมัตถ์หัวเราะออกมาดังลั่น


"โอเคครับ มัตถ์ไม่แซวแล้ว แต่อิสจำไว้อย่างหนึ่งนะ ไม่ว่ายังไงก็ตาม มัตถ์ช่วยอิสได้เสมอ เพราะอย่างน้อยเราก็เคยรักกัน"



    เงยหน้ามองมัตถ์ด้วยรอยยิ้ม จากนั้นทั้งสองกอดกันกลม ก่อนที่อิสระจะเล้าหลือให้มัตถ์เล่าเรื่องแฟนของตัวเองให้อิสระได้ฟัง....




****1.1****

มาเอาใจช่วยเด็กหนุ่มประสบการณ์ด้านความรักต่ำ
กันหน่อยเนอะ...
น้องเค้าน่ารักนะ...
.
.
ขอบคุณจ้าาาาาา

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
ระแวงว่าอิทธิพลจะมาเอาตัวน้องกลับไปน่ะสิ

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1
บทที่ 11 จะบอกเธอว่ารัก (2)







     วันถัดมา...



     มัตถ์พาอิสระไปหาป้านันตามที่ให้สัญญา จนกระทั่งถึงบ้านหลังใหญ่โต ทั้งสองยืนกดกริ่งหน้าบ้านสักพักถึงจะมีคนออกมา ซึ่งก็เป็นป้านันนั่นเอง


    ยืนช็อก ตาโต ตกใจมากที่เห็นอิสระตัวเป็นๆอยู่ตรงหน้า...เพราะป้านันก็รู้มาแบบเดียวกับที่มัตถ์รู้ว่าอิสระตายแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ เธอเองก็เคยทะเลาะกับอิทธิพลอย่างรุนแรงที่ไม่ได้เข้าไปดูหลานเป็นครั้งสุดท้ายด้วย


     ป้านันจับอิสระพลิกตัวไป-มาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา สองมือจับใบหน้าเพื่อพิสูจน์ชัดๆ ก่อนจะโผกอดอิสระด้วยความดีใจ  ฟากอิสระร้องไห้ตื้นตันใจที่ได้เจอญาติที่เหลืออยู่...


    ป้า-หลานกอดกันกลมอยู่นาน ก่อนจะพาเข้าไปนั่งคุยในบ้านต่อ ส่วนมัตถ์ขอเดินเตร็ดเตร่รออยู่ข้างนอก เผื่ออิสระอยากได้ความเป็นส่วนตัว




     นั่งยังไม่ทันไร ป้านันยิงคำถามมากมายจนไม่เว้นช่องว่างให้อิสระได้ตอบ และเพราะเห็นเป็นพี่สาวของแม่ อิสระจึงยอมบอกความจริงว่าที่หายหน้าไปกว่าสี่ปี อิสระไม่ได้ตาย แต่เขาถูกขังอยู่ในบ้าน

 
     หญิงวัยเกษียณดูตกใจไม่น้อย เธอถึงกับตาโต อ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน จนต้องถามย้ำกับอิสระอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ..


      เด็กหนุ่มพยักหน้ายืนยัน จากนั้นป้านันสวมกอดอิสระด้วยความสงสาร เธอโกรธอิทธิพลมาก ที่ทำกับหลานตัวเองขนาดนี้ ยิ่งพออิสระมาบอกแบบนี้ เธอเองก็รู้สึกผิดที่พอตั้งแต่น้องสาวเสียชีวิตไป เธอก็ละเลยหรือไม่สนใจจะถามไถ่อิสระให้มาอยู่ในการดูแลของเธอเลยไม่เคยสักครั้ง


        เมื่ออิสระบอกความจริง ป้านันถามต่อถึงสาเหตุที่ออกมาอยู่ข้างนอกได้


        เพียงแค่คิด อิสระหน้าแดงเมื่อนึกถึงคนที่ช่วยเขาออกมา ผุดรอยยิ้มเขิน ก่อนจะเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมด


       ป้านันดีใจที่ได้เห็นอิสระอีกครั้ง และเพื่อชดเชยที่ก่อนหน้า เธอไม่ได้เหลียวแลหลานชาย จึงยินดีให้อิสระมาอยู่ที่นี่ด้วยกันและอยากได้อะไร ป้านันก็จะหามาให้ตามต้องการ อิสระดีใจ ยกมือขอบคุณป้านันที่ยังนึกถึงกัน


        สักพักใหญ่ๆ อิสระกับมัตถ์ขอตัวกลับไปสะสางปัญหาต่างๆ..อย่างน้อย อิสระก็ใจชื้น เพราะตอนนี้มีที่พักพิงแห่งใหม่ ไม่ต้องตะลอนย้ายที่พักบ่อยๆแล้ว


        ร่ำลาเสร็จ มัตถ์และอิสระก็ออกเดินทางกันต่อ...


"รู้นะว่า คิดถึงใครอยู่ มัตถ์ไม่แกล้งก็ได้ เดี๋ยวจะพาไปหาพี่จิณณ์ที่คอนโด เอาไหม?"


        จะไม่ให้ใจอ่อนได้อย่างไร ก็พอขึ้นรถมา อิสระเอาแต่นั่งเหม่อลอย เหงาหงอยไม่ยอมหันมาคุยกับมัตถ์สักนิด


"มัตถ์โกรธไหม? ที่อิสไม่ยอมทำตามที่มัตถ์บอก"

"เรื่องของความรักมันห้ามกันได้ที่ไหนล่ะ?"

"ถ้างั้น มัตถ์พาอิสไปหน่อยน่ะ"

"ได้...แต่ต้องจูบมัตถ์ก่อน แล้วจะพาไป?"

"ไม่! มัตถ์มีแฟนแล้วนะ"
อิสระตอบเสียงแข็ง

"ก่อนหน้านี้ อิสยังจูบมัตถ์ได้เลย"

"ก็ตอนนั้น ยังไม่รู้ว่ามัตถ์มีแฟนนี่"

"อ๊ะๆ...ก็ได้ๆ..."

"ขอบคุณนะ"



      อิสระยิ้มกว้างดีใจที่จะได้ไปเซอร์ไพร์สใครบางคนและบอกความจริงในใจให้ได้รู้







........




     สองชั่วโมงที่ทั้งคู่เดินทางถึงคอนโด อิสระไม่รอมัตถ์ รีบแจ้นเข้าสู่ตัวอาคาร เร่งฝีเท้าไปหน้าลิฟต์อย่างรวดเร็ว


     กดตัวเลขของชั้นที่ต้องการ ลิฟต์ก็เคลื่อนไปสู่ชั้นบน...


    ตึ้ง!


     ประตูลิฟต์เปิดออกกว้าง อิสระก้าวเท้าไวๆไปที่ห้อง


"อิส รอมัตถ์ด้วยดิ"

"มัตถ์ก็เร็วๆหน่อยสิ"


    หันไปบอกแต่ไม่ยอมหยุดเดิน จนกระทั่งสองขา พาตัวเองมาถึงหน้าห้อง อิสระยืนเหงื่อแตก ใจเต้นตูมตาม ก่อนจะเคาะประตูเรียก


ก๊อก ก๊อก ก๊อก!


    ไร้วี่แวว คนมาเปิดประตูให้...


    ยื่นมือกำลังจะเคาะอีกหน แต่ประตูก็ถูกเปิดออกกว้าง


   อิสระชะงัก เมื่อคนที่เขาควรจะได้เห็นคือพี่จิณณ์ แต่คนตรงหน้ากลับไม่ใช่...


"พ...พี่ทอย"

"อะ...อิส"

[/i]
    ราวกับเจอผี ต่างฝ่าย ต่างหน้าซีด เพราะไม่คิดว่าจะได้มาเจอกันในสถานที่แบบนี้...



"ทำไมพี่ทอยมาอยู่ที่นี่ครับ?"



    แผ่วเบาจนแทบหายไปในลำคอ เพราะลึกๆก็กลัวคำตอบที่ได้ยิน


    ทำไมมันถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้ ในเมื่อวันนั้น อิสระยังเห็นพี่จิณณ์กับพี่ทอยไม่ลงรอยกันอยู่เลย  แล้วทำไม? ทำไม? พี่ทอยกับพี่จิณณ์ถึงได้มาอยู่ในห้องเดียวกันแบบนี้


    อิสระน้ำตาคลอเมื่อความคิดที่จินตนาการไปต่างๆนานามันพรั่งพรูไปในแง่ร้าย


    ความรู้สึกที่อยากสารภาพความในใจมันจุกจนพูดไม่ออก อิสระเสียใจ กำลังหันหลังกลับ



"อ้าว!...น้องอิส"


    ชะงักและหันขวับไปมองอีกครั้งอย่างตกใจกว่าเก่า


"พะ...พี่ฮูม"

   
    แวบหนึ่ง อิสระสังเกตเห็นพี่ทอยก้มหน้าทันทีที่พี่ฮูมเดินออกมา อิสระมองพี่ฮูมที่นุ่งเพียงผ้าขนหนูผืนเดียว แขนแข็งแกร่งวางพาดไหล่พี่ทอยทำให้อิสระแปลกใจเล็กน้อย


"มาหาไอ้จิณณ์มันหรอ?"

"คะ...ครับ?"

"มันกลับไปอยู่คอนโดมันแล้วล่ะ"

"ทำไมล่ะครับ?"

"อ้าว!..ถามมาได้ ก็คนโดนทิ้ง ใครจะอยากอยู่ล่ะ อีกอย่างที่มันต้องดิ้นรนมาอยู่ที่นี่ก็เพราะน้อง พอน้องไป มันก็ไม่จำเป็นต้องหลบหรือหนีใครแล้วนี่" อิสระจุกกับคำพูดที่ทั้งตรงและแรง

"แต่ผมเพิ่งจะไม่อยู่แค่วันเดียวเอง ทำไมพี่จิณณ์ย้ายออกเร็วจังล่ะครับ?"


     อิสระใจหายที่รู้ข่าวแบบนี้ จากตอนแรกที่สงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างพี่ฮูมกับพี่ทอย เขาลืมไปทันที


"มันมีแค่เสื้อผ้า ข้าวของเฟอร์นิเจอร์ที่นี่ พี่ก็ตกแต่งมาตั้งแต่แรก  ถ้าไม่รักมันก็อย่าเซ้าซี้เลย กลับไปเถอะน้องอิส"

"พี่พูดให้มันดีๆหน่อย แล้วรู้ได้ไงวะ ว่าอิสไม่รักพี่จิณณ์น่ะ ห้ะ..." มัตถ์แก้ตัว และเถียงแทน เพราะรู้สึกว่าเพื่อนพี่จิณณ์คนนี้ปากจัดพอสมควร อิสระยกมือแตะแขนเพื่อนเพื่อปรามๆ

"ก็..."

"ผมรักพี่จิณณ์ครับ พี่ฮูม"

 
   บอกแค่นั้นก็หมุนตัวกลับไปยังทางเดิมที่มา พ้นประตูไม่ไกล อิสระได้ยินเสียงลอยตามมา

   
"ถ้าอยากไปเจอไอ้จิณณ์ ก็ไปหามันที่ร้านอาหารละกัน มันอยู่ที่นั่น"


   อิสระหยุดชะงักเมื่อได้ยินคำตอบ ก่อนจะจับแขนมัตถ์ให้เดินเร็วขึ้น


   ขณะที่เดิน อิสระก็ไหว้วานมัตถ์ให้ช่วยพาไปคอมมูนิตี้มอลล์ที่มีร้านอาหารพี่จิณณ์ตั้งอยู่ที่นั้น


    มัตถ์ไม่มีอิดออดอะไรสักนิด ทำให้อิสระซึ้งในน้ำใจ เอ่ยขอบคุณมัตถ์ซ้ำๆที่วันนี้เป็นสารถี รับส่งไม่มีบ่น ซึ่งมัตถ์เองก็ทำด้วยความเต็มใจเพียงเพราะอยากช่วยอิสระให้สมหวังเหมือนกัน



    ตลอดทั้งวัน ช่างเป็นการเดินทางที่ต้องฝ่าการจราจรรถติดพอสมควร   

    อิสระร้อนใจที่รถไม่ขยับเยื้อน เพราะกลัวว่า ถ้าเดินทางถึงร้านแล้วจะคลาดกับพี่จิณณ์ไปเสียก่อน


     กว่าจะเดินทางถึง ก็ค่ำมืดแล้ว อิสระกวาดตามองหาร้านจนทั่ว ไม่นานสายตาปะทะกับร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง


      เร่งฝีเท้าจนถึงทางเข้าร้านก็มีพนักงานต้อนรับทักทาย อิสระรีบบอกว่ามาหาใคร พนักงานดูตกใจพอสมควร


      พนักงานเชิญอิสระให้นั่งรอสักครู่ก่อน จากนั้นเธอก็ไปตามมาให้

      ราวสิบนาที ที่อิสระได้ยินเสียงคนพูดมาจากทางด้านหลังของเขา


"ขอโทษนะครับ"


     พออิสระหันไปเห็นพี่จิณณ์ ก็ยิ้มกว้างอย่างหุบไม่อยู่ อิสระรีบผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง


"พี่จิณณ์"


     อิสระรู้ได้อย่างไร ว่าจิณณ์อยู่ที่นี่...

     แม้จะดีใจที่เห็นแต่ลึกๆก็มีความเศร้าใจซ่อนอยู่..


"มาที่นี่ มีอะไรหรือเปล่าครับ?"

"มีครับ"



    อิสระเดินก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวเพื่อเข้าใกล้พี่จิณณ์มากกว่าเดิม


"เรื่องนัดพบจิตแพทย์ครั้งหน้า พี่จิณณ์เป็นคนพาผมไปได้ไหมครับ?"


    จิณณ์ยืนนิ่งไปครู่ ก่อนจะผุดรอยยิ้มจาง


"ได้สิ แต่บอกพี่ได้ไหม? ว่าพี่ไปในฐานะอะไร?"


   อิสระเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ตอนอยู่ในรถมีคำพูดในหัวมากมายที่อยากจะบอก อยากสารภาพความรู้สึกทั้งหมดที่มี แต่พอเจอหน้าจังๆ กลับพูดไม่ออกเพราะไม่กล้า


    ข้างในใจเต้นตูมตาม ยืนจับมือตัวเองจนบิดเบี้ยว  เงียบอยู่นานจนตัดสินใจสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เงยหน้าสบตาพี่จิณณ์อย่างมุ่งมั่น


"คนรักครับ"


     ฟึ่บ!

     ทันใดนั้น... อิสระตกใจเมื่อพี่จิณณ์กระชากแขนอย่างแรงเพื่อเดินออกจากร้าน
 
 
     เดินดุ่มๆโดยที่มือก็ไม่ยอมปล่อยข้อมืออิสระ จนถึงป้ายบอกทางไปห้องน้ำ ทั้งสองเดินเลี้ยวเข้าไปยังตรอกทางเดินแคบๆ และเข้าสู่ตัวห้องน้ำกว้างขวาง จิณณ์ดึงมือให้อิสระเข้าไปในห้องน้ำปิดประตู ใส่กลอน จากนั้นดึงตัวอิสระมากอด


    จิณณ์อยากทำตั้งแต่อยู่ในร้านแล้วทันทีที่ได้ยินคำนั้น แต่เพราะพนักงานอยู่เยอะ จึงต้องรักษาหน้าความเป็นเจ้าของร้านไว้ซะก่อน


    แขนแข็งแกร่งโอบกอดอิสระแน่นจนร่างเล็กกว่าจมอกคนตัวโต


"ที่บอก มันเป็นเรื่องจริงใช่ไหม?"

"จริงครับ ผมรักพี่จิณณ์ ผมรู้ตัวแล้วว่า ผมไม่ได้รักมัตถ์ และมัตถ์เองก็มีแฟนอยู่แล้วด้วย"

"ขอบคุณนะ อิส ขอบคุณ"


"ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่จิณณ์ พี่ดีกับผมทุกอย่าง จนผมไม่เคยคิดเลยว่า ในชีวิตจะมีใครทำให้ผมได้มากขนาดนี้ ผมไม่มีอะไรด้วยซ้ำ แต่พี่ก็ยังมารักคนอย่างผม?"


"ก็เพราะไม่มีอะไรไง"



     อิสระชะงัก เมื่อเห็นคนตรงหน้าพูดตรงๆออกมา


"อิสจะได้รู้ว่าพี่ไม่ได้คาดหวังทรัพย์สินเงินทองหรืออะไรจากตัวอิสมากไปกว่า...."


     
     ผละออกจากอ้อมกอด ลูบแก้มอิสระแผ่วเบา ก่อนจะกดจูบบนหน้าผาก ดึงมืออิสระไปวางบนอกข้างซ้ายของเจ้าตัว โดยที่มีมือจิณณ์วางทาบทับไว้

     มืออุ่นๆกำลังจับจังหวะการเต้นของหัวใจได้ชัดเจนว่าเต้นเร็วแค่ไหน


"...หัวใจ..."



    อิสระเขิน หน้าแดง หลบตาคนยิ้มกรุ้มกริ่ม และไม่คิดว่าคนอย่างพี่จิณณ์จะพูดอะไรแบบนี้ได้



"พี่ว่าพี่รีบออกไปเคลียร์งานที่ร้านก่อนดีกว่า"


    ตัดบท เพราะไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ เพราะจิณณ์อยากรีบกลับไปนอนกอดอิสระจะแย่อยู่แล้ว


"ครับ"


   บอกความในใจกันหมดเปลือก ทั้งคู่เดินออกมาจากห้องน้ำห้องเดียวกัน แต่ต้องหน้าร้อนผ่าว เมื่อเห็นคิวคนยืนรอต่อเพียบ


   ทั้งสองก้มหน้าเร่งฝีเท้าเดินออกจากห้องน้ำ พ้นมาไกล มองหน้ากัน แล้วระเบิดหัวเราะพร้อมกันอย่างรู้ความนัย


    ในระหว่างที่รอพี่จิณณ์ อิสระปล่อยให้มัตถ์กลับก่อน พร้อมขอบคุณมัตถ์ที่มาส่งและคอยช่วยเหลือทุกอย่าง


     จนกระทั่ง เวลาผ่านไปชั่วโมงเศษๆ จิณณ์ก็เดินมาหาอิสระที่นั่งรออยู่


"ขอโทษนะที่ให้รอนาน"

"ไม่นานเลยครับ"



     ส่งยิ้มและวางมือบนกลางศรีษะเด็กหนุ่มโยกไป-มา ก่อนจะพากันเดินออกจากร้านเพื่อนเดินทางกลับคอนโด


    ใช้ระยะเวลาพอสมควรก็ถึงห้อง ทั้งสองถอดรองเท้าเสร็จ จิณณ์จับมืออิสระพร้อมบอก


"ไปอาบน้ำกัน"



    หน้าร้อนผ่าวทันทีที่ได้ยิน เพราะพอบอกว่าอาบน้ำก็นึกถึงครั้งก่อนที่พี่จิณณ์ทำออรัลเซ็กส์ให้


"พี่จิณณ์อาบก่อนเถอะครับ ผมรอได้"


   หมุนตัวหันมารั้งเอวอิสระดึงให้ไปประชิดตัว กดหน้าลงต่ำ เคลื่อนไปใกล้จนจมูกชนกัน


"ทำไมล่ะ อิสอายหรอ?"


"เอ่อะ...ก็..."

"พี่อยากทำให้อิสมีความสุขอีกนี่ครับ อิสรู้ไหม? พี่ยังจำหน้าอิสวันนั้นได้อยู่เลย"



   จบคำนั้น อิสระผลักอกห่างออก ก้าวถอยหลัง ยกมือปิดหน้า


"ทะลึ่ง! อย่าพูดให้ผมอายสิครับ"

"อ้าว! ...พี่พูดความจริง ก็หน้าอิสวันนั้้น มัน...แบบว่า..."


"พี่จิณณ์!!"


   จิณณ์กลั้วหัวเราะ ยกมือ ทำท่าแคะหู


"ตะโกนทำไมครับ? พี่ก็อยู่ใกล้ๆแค่นี้เอง ฮึ!.ไปอาบน้ำกันเร็วสิครับ"


   อิสระหน้าแเดง ส่ายหน้ารัว จนจิณณ์ขำกับท่าทางเงอะๆงะและหน้าแดงจัดจนจิณณ์อยากจะจับมาฟัดให้หายอยาก

   ยิ้มและเดินไปหาอิสระ กอดอีกครั้ง หอมแก้มและบอก


"ไม่แกล้งละ พี่อาบน้ำก่อนนะครับ"

"ครับ...อ้อ! เดี๋ยวครับพี่จิณณ์"


    คนอายุมากกว่า ทำหน้าสงสัย เมื่อเห็นอิสระดูทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้และลนลานแปลกๆ มองท่าทางเด็กหนุ่มที่ดูโทรศัพท์มือถือตัวเอง จากนั้นก็ขมวดคิ้วก่อนจะมาขอเครื่องมือสื่อสารของจิณณ์...


    เขาส่งเครื่องมือสื่อสารไปให้อิสระ


    ยืนกอดอก มองคนมุ่งมั่นกับการหาอะไรบางอย่าง จนอดจะอยากรู้ไม่ได้ พอชะโงกหน้าดู อิสระก็เบี่ยงตัวหนี


    สักพัก อิสระก็ยกยิ้มเขินๆ จากนั้น เสียงเพลงก็แผดเสียงดังขึ้นมาจากโทรศัพท์มือถือ


'และใครจะรู้ รักที่มีอยู่
เก็บในใจมาแสนนาน เก็บมันอยู่จนล้นใจ
ก็เธอนั้นอยู่สูง สูงเกินไป
ไม่มีทางที่หัวใจ มันจะได้พูดไป ให้ฟัง....'


    หรี่ตามองอิสระที่ดูออกอาการชอบอก ชอบใจ


"ผมให้พี่จิณณ์ครับ"
บอกเสร็จก็เดินมาใกล้ ยกโทรศัพท์ไปแนบหูพี่จิณณ์...


    ถึงจังหวะท่อนฮุกของเพลง จะบอกเธอว่ารัก ของ The Parkinson พอดี


...
'จะบอกเธอว่ารักหมดไปทั้งหัวใจ เธอได้ยินไหม?หยุดมันไม่ไหว
ตั้งแต่แรกเจอ
อ่อนแอทุกครั้งแค่เพียงได้เห็นแววตาของเธอ ...'
...
...
'แค่เพียงต้องการให้เธอได้รู้...'


   ยืนฟังคนส่งเพลงแทนความรู้สึกในใจก็อดอมยิ้มไม่ได้ อิสระยิ่งทำให้จิณณ์นักมากขึ้น เพราะเขาสัมผัสได้ถึงความจริงใจและตั้งใจที่อิสระมอบให้


  ช่างเป็นความสุขที่แม้จะดูเรียบง่าย แต่ประเมินค่าไม่ได้
 

  อิสระ คือ ความสุขทั้งทายกายและทางใจของเขา



"ทำไมถึงให้เพลงนี้ครับ" ถามทั้งๆที่เพลงก็ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ

 "ผมได้ยินตอนมัตถ์เปิดฟังในรถ ผมชอบเนื้อหาครับ มันตรงกับความรู้สึกผมที่ผมมีให้พี่...อื้อ....อี้อิน"


    ไม่ใช่ไม่อยากฟังคำสารภาพ แต่คิดว่าเวลานี้การกระทำสำคัญที่สุด จิณณ์โยนโทรศัพท์ลงบนเตียง ใช้สองมือประคองใบหน้า เคลื่อนริมฝีปากไปประกบจูบริมฝีปากปากอีกฝ่าย ดูดและขบเม้มเบาๆ ที่ริมฝีปากล่าง ก่อนจะสอดเรียวลิ้นกวาดต้อนน้ำหวานอย่างหื่นกระหาย


   เร็วจนไม่ทันตั้งตัว อิสระแทบยืนไม่อยู่ จู่ๆขาก็อ่อนปวกเปียก ไร้เรี่ยวแรง เมื่อได้รับรสจูบที่เริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ


   ทั้งสองยังจูบกันเนิ่นนาน สักพักใหญ่ๆ จิณณ์ถึงผละออก ก่อนใช้เรียวลิ้นเลียวนริมฝีปากที่บวมเจ่อปิดท้าย


"พี่รักอิสนะ"

"เหมือนกันครับ แต่ผมคิดว่า ผมน่าจะรักพี่จิณณ์มากกว่า"
พอกล้าเผยความรู้สึกในตอนแรกได้ ทีนี้ อิสระก็ชักเอาใหญ่


"ปากหวาน เดี๋ยว พี่ค่อยรวบยอดทีเดียวละกัน เพราะพี่ว่าพี่คงต้องรีบไปอาบน้ำก่อน"
 


    ยีผมอิสระเล่น ก่อนจะผลุบหายเข้าห้องน้ำไปพร้อมผ้าเช็ดตัว


    พอจิณณ์ลับตาไปในลานสายตา อิสระยืนกุมอกข้างซ้ายที่ยังใจเต้นแรงไม่หาย อิสระเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงพร้อมรอยยิ้มที่หุบไม่อยู่


     นอนทั้งๆที่อมยิ้ม ก่อนจะพักสายตาระหว่างรอพี่จิณณ์อาบน้ำ แต่ไม่รู้ตัวเลยว่าวันนี้ที่วิ่งวุ่นไปนู้นนี้ทั้งวัน ทำให้อิสระเพลียจัด จนผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยที่มาพร้อมความสุขซ่อนอยู่...



................................




หวานกันได้สักที..เย้! 555+

ขอบอกๆ...
ก่อนอื่นแจ้งก่อน อาจมีคนอ่านคิดว่า...ช่วงนี้อาจดูเหมือนแผ่วๆ ไม่หวือหวา เราตั้งใจให้ช่วงนี้มันปูเป็นเรื่องจิณณ์กับอิสระเป็นหลักค่ะ เรื่องดูเหมือนธรรมดาๆๆหน่อย
แต่จากนี้จะเป็นยังไง  ขอให้อดใจรอกันอีกนิด...เพราะจะจบเรื่องแล้วค่ะ...
...
ถ้าคิดเห็นยังไงบอกกันได้เน้อ
...
.
ขอบคุณจ้าาาาาา :mew1: :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1


บทที่ 12 ฮันนีมูน


 
   


  "พี่จิณณ์จะพาผมไปไหนครับ?"


    เสียงตกใจดังลั่นรถจนจิณณ์สะดุ้งเฮือก


"เบาๆสิครับ อิส พี่แค่พามาเปลี่ยนบรรยากาศ" 
มองถนนข้างหน้า ก่อนจะชำเลืองมองอิสระพลางยิ้มมุมปาก


     ได้คำตอบ อิสระนั่งเงียบ กวาดตามองรอบตัวเอง และเบี่ยงไปทอดสายตามองออกไปนอกรถอย่างไม่เข้าใจ เพราะเท่าที่จำได้ คือตัวเองนอนเล่นอยู่บนเตียง แต่ทำไม ตอนนี้ ถึงมานั่งในรถที่กำลังมุ่งหน้าไปไหนก็ไม่รู้...

"พี่จิณณ์ผมอยากรู้ว่าเราจะไปไหนกันครับ!"

"เดี๋ยวก็รู้!"
ยังไม่ยอมบอกและยิ้มอย่างมีเลศนัย ทำให้อิสระยิ่งแปลกใจ เนื่องจากไม่คุ้นเส้นทาง รู้เพียงแค่ตอนนี้เพิ่งหกโมงเช้า อิสระพึมพำก่อนจะตัดสินใจตัดบทด้วยการหลับตาลงอีกรอบ

   
    ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง คนที่นอนพักสายตา ต้องตื่นขึ้น เมื่อได้รับลมเย็นๆจากด้านนอกปะทะเข้าใบหน้า เส้นผมปลิวตามแรงลม เมื่อจิณณ์ลดกระจกลงทำให้เด็กหนุ่มสัมผัสถึงอากาศหนาวเย็นพร้อมความสดชื่นของโอโซนธรรมชาติจากสองข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ปกคลุมทอดเป็นทางยาวตลอดแนว

     

      สูดลมหายใจเข้าจนลึกเต็มปอด หลุดยิ้มกว้างพร้อมยื่นมือออกไปนอกตัวรถโดยอัตโนมัติ


      ปรายตามองอิสระ แม้จะเห็นแวบๆก็ยังจับอาการได้ว่าอิสระมีความสุข


"ชอบไหม?"


     อิสระเหลียวมองก็ยิ้มอย่างหุบไม่อยู่


"ชอบมากครับ พี่จิณณ์"


     อิสระไม่ได้มาเห็นความเป็นธรรมชาติที่ชวนให้สบายตาแบบนี้มานานแล้ว พอมาเจออะไรแบบนี้ อิสระก็รู้สึกดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาด


     รถยังคงมุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่เคี้ยวคด และไม่นานก็ถึงที่หมาย


     ผากล้วยไม้ คือ ป้ายที่อิสระเห็น ซึ่งเป็นสถานที่ที่จิณณ์พาอิสระมาพักผ่อนที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก วนหาที่จอดรถได้ทั้งสองก็ลงจากรถ


     อิสระใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น และไม่นึกโกรธที่พี่จิณณ์ไม่ยอมบอกในตอนแรก เพราะตอนนี้ อิสระรู้แล้วว่าพี่จิณณ์อยากทำเซอร์ไพร์ส


     จังหวะที่จิณณ์เข้าไปจุดติดต่อ-เช่าเต็นท์ อิสระน้ำตาคลอกับความจริงที่เกิดขึ้นตรงหน้า เพราะอิสระไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนทุ่มเท ใส่ใจเขามากขนาดนี้

    รีบซับน้ำตา เพราะถ้าพี่จิณณ์เห็นก็กลัวเข้าใจผิด


"ไปกันครับ"

 "เราจะกางเต็นท์กันที่นี่หรอครับ?"

"อื้ม!"


    ระหว่างเดินที่ต่างฝ่ายต่างช่วยกันถือของพะรุงพะรัง อิสระแอบเคืองเรื่องไร้สาระ


"ทำไมพี่ไม่บอกผมก่อนว่าเราจะมาเที่ยว ผมใส่ชุดเดิมแบบนี้ แสดงว่าผมยังไม่ได้อาบน้ำใช่ไหมเนี่ย?"

"ใช่ครับ"


"พี่จิณณ์อะ!"


      หน้าแดงเมื่อนึกสภาพตัวเองตอนนอนเมื่อคืน ทำไม อิสระถึงหลับลึกขนาดนี้ ถึงไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนพาหนีมาถึงที่นี่


       เด็กหนุ่มเดินก้มหน้าเงียบเพราะแอบเขินมาตลอดทาง จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงจุดที่ไม่ไกลจากตรงที่จอดรถไว้เท่าไหร่นัก จิณณ์เลือกจุดกางเต็นท์ ที่มีพื้นที่ไม่กว้างมาก หากมีคนมากางเต็นท์ใกล้กัน จำนวนเต็นท์ก็จะน้อยกว่าลานอื่นๆ เพราะจิณณ์อยากสวีทกับอิสระได้อย่างเต็มที่


      ทั้งสองวางข้าวของลงบนพื้นหญ้า ก็ช่วยกันจัดแจง กางเต็นท์อย่างขะมักเขม้น ใช้เวลาไม่นานก็เรียบร้อย จิณณ์แบกกระเป๋าเป๋มุดเข้าเต็นท์เพื่อไปเก็บสัมภาระ


"เข้ามาสิครับอิส"

    อิสระยืนเก้ๆกังๆก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน

    จังหวะที่อิสระรูดซิปเต้นท์เสร็จ ไม่ทันไร

หมับ!

     แขนแข็งแกร่งกอดรัดอิสระจากด้านหลังจนร่างอิสระถลาไปกระแทกแผ่นอกจิณณ์


"พี่จิณณ์ผมยังไม่ได้อาบน้ำนะครับ?"
บอกห้ามทันทีที่จิณณ์จูบหลังคอ

"ช่างสิ...พี่ไม่สน อยากกอด อยากหอมจะแย่"

    ใบหน้าที่จิณณ์ไม่เห็นเลยว่าแดงจัดราวกับลูกมะเขือเทศ
 
 
"พี่จิณณ์ ปล่อยก่อนเถอะ ผมเหนียวตัวอยากอาบน้ำครับ" คนโดนกอดร้องห้าม แต่มิวายยิ้มจนแก้มปริ


"ไม่ต้องอาบหรอก ให้พี่กอดก่อนนะ"


    ฟังคนพูดจาออดอ้อน แล้วใจสั่น อิสระจับแขนทั้งสองข้างของพี่จิณณ์ให้คลายอ้อมกอด หมุนตัวไปประจันหน้า


"แต่ถ้าผมอาบน้ำเสร็จ ตัวผมก็จะเย็นๆดี มันไม่น่ากอดกว่าหรอครับ?"

"เข้าใจพูดนะอิส ก็ได้ครับว่าแต่ให้พี่ไปเป็นเพื่อนไหม?"


     พูดไป มือก็ยกมาลูบแก้มอิสระอย่างเอ็นดู

 
     อิสระสัมผัสได้ว่าพอเป็นแฟนกัน พี่จิณณ์ดูแสดงออกว่าใส่ใจกันมากขึ้น


"ไม่เป็นไรครับ ผมไปได้" บอกให้พี่จิณณ์มั่นใจว่าดูแลตัวเองได้ดีจริงๆ

"พี่รอนะ"

     มองคนหน้าเพลีย ก็รู้สึกซึ้งใจที่พี่จิณณ์ให้ความสำคัญกันมากถึงเพียงนี้

    มันไม่มีความจำเป็นอะไรด้วยซ้ำที่พี่จิณณ์ต้องขับรถมาไกลหลายร้อยกิโลเมตร นอกซะจากว่าพี่จิณณ์อยากให้เขามีความสุข

จุ๊บ!


   อิสระยื่นปากไปจุ๊บริมฝีปากพี่จิณณ์เบาๆเป็นของขวัญ และรู้ว่าสิ่งที่อิสระทำยังน้อยกว่าที่พี่จิณณ์ทำให้ทั้งหมดด้วยซ้ำ


"ผมจะรีบมา รอผมนะ"


    คว้าเสื้อผ้าและของใช้ในการอาบน้ำก็ออกไปยังห้องน้ำ


    อากาศหนาวเย็นจนอิสระชักอยากเปลี่ยนใจ แต่ติดตรงที่เมื่อคืนก็ไม่ได้อาบน้ำและไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่ก็จำใจต้องฝืนทน


     เพียงเปิดฝักบัว สายน้ำที่โดนตัวทำเอาอิสระสบถด้วยความหนาวเย็น ยืนกอดอก ตัวงอเป็นกุ้ง เพราะไม่รู้ว่าน้ำจะเย็นยะเยือกขนาดนี้ ยืนทำใจอยู่นานสองนานกว่าจะให้น้ำโดนตัวได้แต่ละที

      กระทั่ง อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็เร่งฝีเท้ากลับไปที่เต้นท์  จังหวะที่เสียงรูดซิบเต็นท์ดังขึ้นทำให้คนที่นอนพัก ลืมตาตื่นและลุกพรวดขึ้นมานั่ง อิสระรู้สึกผิดที่ทำให้พี่จิณณ์ตื่น


"ผมขอโทษครับที่ทำให้พี่จิณณ์ตื่น"

"ว่าจะรอ แต่เพลียน่ะเลยเผลอหลับไปเฉยเลย"


      อยากเอาใจคนที่ยอมขับรถพามาเที่ยวและเปลี่ยนบรรยากาศ เด็กหนุ่มโผเข้าไปกอดพี่จิณณ์และหอมแก้มทั้งสองข้าง


"ดีขึ้นไหมครับ"


      กลิ่นหอมอ่อนๆของครีมอาบน้ำและผิวเนียนๆเย็นๆที่มาถูไถจิณณ์ ทำให้เขารู้สึกดี จิณณ์กอดกลับและฝังจมูกลงซอกคออิสระ จังหวะที่คนตัวโตขบเม้มดึงดูดเนื้อนุ่มนิ่ม มือหนาสอดเข้าใต้เสื้อยืดแขนยาว ลูบไล้หน้าท้อง เคลื่อนไปยังยอดอกถู คลึงวนและบีบเบาๆจนอิสระหลุดเสียงครางตามมาด้วยเสียงร้องห้าม


"พี่จิณณ์ อย่า!"

    ผละออกมาถาม

"ทำไมล่ะครับ?"

"ผม..คือ"
อิสระอายไม่กล้าบอกว่าพอเปลี่ยนที่ เปลี่ยนบรรยากาศ อิสระวูบหวิว และอ่อนไหวง่ายกว่าทุกครั้ง


"พี่จิณณ์เพลียมา ผมนวดให้ดีกว่าครับ"


    เจอข้อเสนอของเด็กหนุ่ม คนหล่อหยุดมือและเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ


"อิสนวดเป็น?"

"ก็พอได้ครับ พี่จิณณ์นั่งดีๆ เดี๋ยวผมนวดให้"


     จากตอนแรกที่จิณณ์นั่งหันหน้าหาอิสระ ก็หันหลังให้แฟนได้ปรนนิบัติ

    อิสระนวดและบีบช่วงท้ายทอยไล่ลงมาจนถึงต้นคอโดยลงน้ำหนักกดค้างไว้และปล่อย ทำแบบนี้ซ้ำๆสักพัก อิสระก็เริ่มไล่ลงมานวดบริเวณบ่าทั้งสองข้าง บรรจงใช้ปลายนิ้วค่อยๆลงน้ำหนักกดจากบ่าเข้าหาต้นคอทำไปเรื่อยๆ


"อื้ม!...ดีจังเลย อิส"



     จังหวะที่อิสระพักมือ จู่ๆจิณณ์ทิ้งตัวลงนอน วางหัวลงบนตักของอิสระ

"ปวดหัวจัง"


   พอยิ่งเผยความรู้สึกต่อกัน ดูเหมือนพี่จิณณ์จะยิ่งทำตัวอ้อนขึ้นทุกวันๆ

    อิสระส่ายหน้าน้อยๆกับความเจ้าเล่ห์ ก่อนจะยื่นมือตัวเองค่อยๆนวดคลึงเบาๆเป็นวงกลมบริเวณขมับทั้งสองข้าง ค่อยๆเคลื่อนเข้าไปสู่จุดกึ่งกลางของหน้าผากวนสู่จุดเดิม ก่อนจะไล่ไปยังสันจมูกหว่างคิ้ว ตามด้วยหัวตา



    อิสระยิ้ม มือก็ยังคงนวด ปรนนิบัติให้พี่จิณณ์ยังไม่มีลดละ สักพักเสียงของคนที่เอ่ยปากชมชอบก็หายไปเหลือเพียงเสียงของลมหายใจที่ดังสม่ำเสมอ


     ไม่บ่นสักนิดที่ต้องมานั่งนวด แถมขาเริ่มชาเพราะเหน็บกินขาจากเหตุที่คนตัวโตยังคงนอนหนุนตัก

     เพราะหากเทียบกับสิ่งที่พี่จิณณ์ทำให้ตลอดที่รู้จักกันมา อิสระตอบแทนได้เพียงเล็กน้อยจริงๆ...


"ขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้ผมได้เจอพี่จิณณ์นะครับ ผมไม่เคยรักใครมากเท่าพี่เขาเลย พี่จิณณ์ดีกับผมมากจริงๆ...ผมรักพี่ อย่าทิ้งผมนะพี่จิณณ์"


     ถ้าจิณณ์ได้ยิน คงตอบรับทันควันว่าไม่มีทางทิ้งอิสระไปอย่างแน่นอน แต่ประโยคที่เอื้อนเอ่ยออกมา กลับไร้ซึ่งคนฟัง คำพูดลอยๆที่อิสระตั้งใจระบายออกไปเท่านั้น เพราะถึงต่อให้จิณณ์ตื่นขึ้นมา อิสระก็จะไม่พูดเก็บเอาไว้ให้ตัวเองรู้คนเดียวก็พอแล้ว


     สามชั่วโมงผ่านไป จิณณ์ตื่นขึ้นมาก็เห็นคนข้างกายนอนเอาหัวซุกอกเขา

    อมยิ้มดีใจกับความสุขง่ายๆ ความสุขที่แค่มีอิสระนอนเคียงข้าง..


    และไม่รู้เป็นอะไร แค่อิสระนอนใกล้ๆ จิณณ์ก็อยากกอด อยากรัด อยากฟัดอย่างหื่นกระหาย จิณณ์วาดแขนไปโอบอิสระ โน้มตัวไปใกล้เพื่อบรรจงจูบหน้าผาก จูบปลายจมูก และจบด้วยการประทับจูบบนริมฝีปากอีกฝ่าย อิสระที่หลับอยู่ก็ปรือตามามอง


"ตื่นแล้วหรอครับ พี่จิณณ์?"

"ครับ...หิวรึยัง ออกไปหาอะไรกินกันไหม?"


      อิสระพยักหน้า จากนั้นทั้งสองก็ลุกขึ้นนั่งมึนๆ ก่อนจะตั้งสติ ออกจากเต็นท์ไปหาของกินให้อิ่มท้อง


      หลายชั่วโมงที่สองใช้เวลาไปกับการเดินทาง กินข้าว และได้ตั๋วส่องสัตว์ไว้ดูสำหรับคืนนี้มาด้วย


      ทั้งสองกลับมาที่เดิมก็ตกใจ  เพราะไม่น่าเชื่อว่า แค่ไม่กี่ชั่วโมงที่ทั้งสองออกไปหาอะไรกิน จะเห็นความแตกต่างของผู้คนอย่างเห็นได้ชัด อิสระมองรถที่จอดเต็มพื้นที่ ผู้คนเดินขวักไขว่ ซึ่งคนที่มาส่วนใหญ่ก็มีทั้ง คู่รัก ครอบครัว และเพื่อนกลุ่มใหญ่ ได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของกลุ่มคนที่เดินสวนกัน อิสระก็มีความสุขแทน

    นี่สินะ... ความสุขที่ทุกคนต้องการ ช่วงเวลาแห่งการได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณภาพ

     เดินผ่านผู้คนมากมายมาจนถึงเต็นท์ของตัวเองก็ต้องตกใจ เมื่อตอนนี้ พื้นที่ที่เคยว่างกลับเต็มไปด้วยเต็นท์อัดกันหนาแน่น   ซึ่งเต็นท์ที่ใกล้กันกับอิสระ เป็นกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ที่ช่วยกันกางเตนท์ขนาดใหญ่กันอยู่

     เด็กคนหนึ่ง ที่เห็นทั้งสองถอดรองเท้า กำลังจะมุดเข้าเต็นท์ก็ตะโกนขึ้นและทักทายอย่างเป็นมิตร


"สวัสดีครับพี่! ยินดีที่ได้รู้จัก อาจมีเสียงดังกันบ้าง คงไม่ว่ากันนะครับ"

"ครับ!" จิณณ์และอิสระยิ้ม แต่จู่ๆอิสระตกใจ เมื่อพี่จิณณ์บีบมือแน่นเข้าเต็นท์ไป


    เข้ามาได้แล้ว อิสระรีบถาม


"เมื่อกี้ พี่จิณณ์เป็นอะไรครับ?"

"มีคนมองอิส"
อิสระโคลงศรีษะมองด้วยความฉงน อิสระงงเพราะนึกไม่ออกและแทบไม่ได้สังเกตเลยด้วยซ้ำ

"คิดมากไปรึเปล่าครับ ผมไม่เห็นมีใครมองเลย"

"น้องผู้ชายที่ยืนข้างๆคนที่บอกเรื่องเสียงดัง เขามองอิสแล้วอมยิ้ม"

"เฮ้อ! พี่จิณณ์ ปล่อยให้เขามองเถอะครับ ยังไงเขาก็เอาผมไปไม่ได้อยู่ดี เพราะคนที่จะเอาผมได้ก็นั่งอยู่ตรงนี้แล้ว"



    ไม่เคยคิดจะกล้าหรอกที่ต้องเอ่ยคำหวานเลี่ยนแบบนี้ แต่พอแรงจับมือเมื่อสักครู่รวมถึงแววตาดุดันที่แสดงออกว่าหึงหวง คำหวานหูนี่แหละที่จะช่วยคลายอารมณ์บูดได้ดีที่สุด


     อิสระพูดจบ จิณณ์ดันไหล่อิสระให้นอนราบลงกับพื้น และขึ้นคร่อมเด็กหนุ่ม


"พี่จิณณ์จะทำอะไรครับ!" ว่าเสียงตระหนกตกใจ


"ก็อิสเพิ่งบอกพี่ว่าคนที่จะเอาอิสได้ คือ พี่?"

 
    นึกคำพูดตัวเองได้แล้วอยากตบปาก จะบ้าตาย!!...

    ความหมายที่อิสระต้องการจะสื่อ คือ เอาหัวใจอิสระไปได้ แต่พี่จิณณ์ดันไปเข้าใจความหมายที่มันล่อแหลมไปกว่านั้น


"พี่จิณณ์ ตอนนี้เราไม่ได้มีแค่เต็นท์เดียวแล้วนะ"

"ไม่เห็นเป็นอะไรเลย"

"พี่จิณณ์!"

"ก็ได้ๆครับ งั้นพี่ขอนอนกอดอย่างเดียวก็ได้ อิสไม่รำคาญที่พี่กอดใช่ไหม?"

 "ถ้าเป็นพี่จิณณ์ให้กอดไว้ทั้งคืนก็ไม่เคยคิดรำคาญเลยครับ...อื้อ!"



    ก็อยากจะหยุดแค่กอด ไม่อยากเตลิดไปทำอย่างอื่น แต่ดูสิ คำพูด คำจาเด็กหนุ่มที่หวานหยดย้อยแกมยั่วยวนขนาดนี้ จิณณ์จะห้ามใจไหวได้อย่างไร


     จูบดูดดื่ม ลึกซึ้ง จนเหมือนวิญญาณอิสระจะหลุดออกจากร่าง อิสระรู้สึกว่าตัวเองอ่อนยวบและระทวยไปกับเรียวลิ้นที่ช่ำชองกวาดสำรวจทั่วโพรงปาก ก่อนจะมาหยอกเย้า เกี่ยวกระหวัด รัดรึงกับลิ้นของอีกฝ่ายที่ฉาบไปด้วยน้ำหวาน
 

"พี่ครับๆ"


    ทั้งสองผละออกจากกัน ใบหน้าหล่อผุดยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อเห็นแฟนตัวเองปากเจ่อ หน้าแดงจัด จนอยากฟัดต่อถ้าไม่ติดว่ามีคนเรียก


     เป็นอิสระที่ออกไปรับหน้าก่อนที่จิณณ์จะโผล่หัวออกตามไป



"ผมเอาขนมมาให้ครับ และอยากขอโทษล่วงหน้าด้วยถ้าคืนนี้พวกผมอาจเสียงดัง"

"ขอบคุณครับ"

"พี่อยากจะออกมานั่งเล่นกับพวกผมก่อนไหมครับ"

"ไม่เป็นไรครับ / เอาสิครับ"
หันขวับมองอิสระที่ตอบรับเด็กหนุ่มคนที่ทำให้จิณณ์หัวเสีย


    จิณณ์จำใจต้องออกจากเต็นท์ไป แต่พอออกมาแล้ว จิณณ์กลับเห็นเด็กแปลกหน้าคนเดียว


"เพื่อนน้องหายไปไหนกันหมด"

"มีไปซื้อขนม และมีแยกไปถ่ายรูปด้วยครับ พอดีว่าคืนนี้ พวกผมจะก่อไฟ-ปิ้งย่างกัน พี่ๆสนใจมาร่วมวงไหมครับ"

"ไม่ครับ พี่จะไปส่องสัตว์"
จิณณ์ตอบแทนอิสระ

"ไปรวมกับคนอื่นหรอครับ?" เด็กหนุ่มขี้สงสัยเอ่ยถาม จนจิณณ์เริ่มรำคาญใจ

"เปล่าครับ พี่เหมาทั้งคัน"

"อยากไปด้วยจัง!"


      ชักไม่พอใจที่ยุ่งย่ามเรื่องคนอื่นเกินไป จังหวะที่อิสระหันไปมองเหมือนขออนุญาต ทันใดนั้น...


"เรามาฮันนีมูนกันนะอิส"


    อิสระและเด็กคนนั้น ต่างยืนช็อกและอึ้ง

    สักพักใหญ่ๆ เด็กแปลกหน้าถึงค่อยๆผุดรอยยิ้มยียวน


"โคตรแมนอะพี่ กล้าเปิดเผยดี...ผมชอบ เอาเป็นว่าถ้าพี่สองคนอยากสนุกกับพวกผม ผมรอนะครับ อ่อ...ผมชื่อป้างนะครับ" ยกมือไหว้อย่างเป็นทางการ จากนั้น อิสระก็แนะนำตัวพร้อมพี่จิณณ์


     คุยเป็นพิธี อิสระเห็นพี่จิณณ์ยังหน้ามุ่ย จึงขอตัวป้างเข้าเต็นท์ก่อน


"ผมขอโทษนะครับพี่จิณณ์ ผมแค่อยากลองฝึกเข้าสังคมครับ"

"ไม่เป็นไร พี่ผิดเองที่หวงอิสเกินไป"



****1.1****

 :katai2-1: :z1: :mew1:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
1.1 ? 

คือยังมีต่อ?

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2499
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +131/-5
มันจะหวานๆ แต่ยังอึมครึม

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1

บทที่ 12 ฮันนีมูน(2)










     เมื่อทั้งสองปรับความเข้าใจกัน ระหว่างรอเวลาไปดูสัตว์ตามเวลานัดหมาย จิณณ์เลือกจะชวนอิสระถามเรื่องราวเพิ่มเติม เผื่อมีบางเรื่องที่จิณณ์ไม่รู้ เขาจะได้เข้าใจตัวตนคนรักได้มากขึ้น



       จนกระทั่งถึงเวลาในยามค่ำ ทั้งสองเดินไปจุดนัดหมาย มีเจ้าหน้าที่ขานเบอร์ที่ระบุในตั๋ว จิณณ์และอิสระเดินไปยังรถกระบะ ปีนขึ้นไปนั่ง โดยข้างหลังมีเด็กน้อยคอยยืนส่องไฟอยู่


       เมื่อรถเคลื่อนตัว ก็สัมผัสได้ถึงอากาศหนาวเย็นจนอิสระนั่งขดตัว จิณณ์ที่นั่งซ้อนหลังอิสระสังเกตเห็นจึงกางผ้าห่มที่พกมาเพื่อคลุมตัวทั้งสองคน


"หายหนาวไหม?" เหลียวมองคนถามที่ทำสายตากรุ้มกริ่ม พลันเหลือบมองเด็กวัยประถมที่ยืนส่องไฟเหล่มาเป็นระยะๆ


"ก็ดีขึ้นครับ พี่จิณณ์ มีเด็กอยู่ตรงนี้ด้วยนะ"



     บอกห้ามทันทีที่พี่จิณณ์วางคางเกยบ่า เอียงหน้ามอง ก็รู้นะว่าหนาว แต่ไม่ต้องใกล้ชิดกันขนาดนั้นก็ได้


     จิณณ์จ้องมองเด็กน้อยด้วยสายตาดุดัน จนเด็กกลัวรีบหันกลับไป ทันใดนั้น...


    จิณณ์ใช้มือหนึ่งจับท้ายทอย ส่วนมืออีกข้างวางทาบบนใบหน้าอิสระเพื่อจะประกบจูบได้อย่างถนัดถนี่



จุ๊บ จ๊วบ จ๊วบ...


    และไม่ใช่การจูบแบบปากแตะปาก แต่เป็นจูบดูดดื่ม ลึกซึ้ง แต่ไม่นาน จิณณ์ผละออกจากกัน


"เป็นการมาฮันนีมูนที่มีความสุขจัง ได้นั่งรถเปิดประทุน ชมวิวด้วย"


      มองหน้าคนพูดเพ้อเจ้อแล้วหน่ายใจ


"พี่จิณณ์อะบ้าที่สุดเลย คิดจะทำอะไรก็ทำ แล้วมาพูดเป็นตุเป็นตะว่าฮันนีมูนอีก"


"ฮ่าๆๆ...เอาน่า มันคือความสุขของพี่"




       หลุดยิ้มเมื่อพี่จิณณ์เกาจมูกแก้เก้อและดูเขินที่เล่นมุกอะไรไม่เข้าท่า อิสระจึงหันตัวกลับไปมองหาสัตว์ที่เผื่อจะย่างกรายออกมาให้ยลโฉม จากนั้น ทั้งสองนั่งกอดกันภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวไปตลอดทาง
 
   
        และแม้ว่าการส่องสัตว์รอบนี้จะผิดหวังนิดหน่อย เพราะไม่เห็นอะไรนอกจากกวาง แต่น่าแปลกที่ทั้งคู่กลับมีความสุขที่ได้นั่งรับลม ตากอากาศในบรรยากาศโรแมนติกสุดๆ

 
       เสร็จภาระกิจ อิสระและจิณณ์เดินส่องไฟฉายกลับมายังที่พักตนเอง กระทั่ง เดินมาใกล้เต็นท์แล้วทั้งสองเห็นวัยรุ่นนั่งก่อกองไฟล้อมวง ปิ้งย่างและนั่งร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน


      จังหวะนั้น อิสระประสานสายตากับป้างที่หันมามองทางเขาพอดี ป้างยักคิ้ว และส่งรอยยิ้มเจ้าชู้แกมทะเล้นในขณะที่เล่นกีตาร์อยู่ ทำให้อิสระเผลอหลุดยิ้มไปโดยไม่คิดอะไร เพียงเพราะรู้สึกว่าป้าง มีความคล้ายมัตถ์ราวกับเป็นพี่น้องกันอย่างไรอย่างนั้น



"อิสครับ!"

"ครับ?"



     เพียงหันไปเห็นหน้าพี่จิณณ์ที่ดูนิ่งกว่าตอนแรก และหรี่ตามองเหมือนจับผิด อิสระรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน


"ผมไม่ได้คิดอะไรกับป้างนะ"


     จังหวะนั้น...

     ป้างตะโกนเรียกทั้งสองให้มานั่งร่วมวงด้วยกัน

     อิสระส่ายหน้าปฏิเสธทันทีเพราะกลัวพี่จิณณ์น้อยใจ ขณะเดียวกัน จิณณ์กลับพยักหน้ารับและดันแขนอิสระให้เดินนำไป


    แปลกใจว่าทำไมรอบนี้พี่จิณณ์ตอบรับ แต่อิสระไม่อยากชวนทะเลาะจึงตามใจ
 
     เด็กๆต่างยิ้มแย้มเป็นมิตรและแหวกที่ แหวกทางให้สมาชิกใหม่ได้นั่งรวมวงด้วยกัน

 
     นั่งไม่ทันไร เด็กสาวยื่นแก้วพลาสติกบรรจุเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาให้ทั้งสอง จิณณ์และอิสระต่างรับมาดื่มเพื่อไม่ให้เสียมารยาท

   
     พอนั่งรวมกลุ่ม ถึงได้รู้ว่าป้างเป็นคนคุยเก่งมาก จึงไม่แปลกใจที่ป้างถึงกล้าชวนพวกเขาคุยทั้งๆที่ไม่รู้จักกันมาก่อน เพราะเด็กหนุ่มมีความเป็นมิตรสูง และช่วงที่ป้างเล่นมุข แซวเพื่อนตัวเองอย่างทะลึ่งตึงตัง ทั้งกลุ่มก็หัวเราะครืน แต่จังหวะที่คนอื่นๆขำก๊ากกัน อิสระเห็นความแตกต่างชัดเจน ก็คือ หญิงสาวในกลุ่มไม่ได้มีอารมณ์ร่วมตาม เอาแต่จ้องพี่จิณณ์อย่างไม่ละสายตา


      เห็นอย่างนั้น จึงทำทีหันไปมองทางพี่จิณณ์อย่างเนียนๆ ก็เห็นพี่จิณณ์มองผู้หญิงคนนั้นกลับเช่นกัน และเป็นพี่จิณณ์เองที่เบนหน้าหนีก่อน...

 
    พี่จิณณ์ก็รู้ว่ามีคนแอบมอง...


    แล้วทำไมใจต้องวูบหวิวขึ้นมาด้วยก็ไม่รู้ อิสระเม้มปากเงียบ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ


    อย่าบอกนะที่อยู่ดีๆอาการอิสระเปลี่ยนไป เพราะหึง

    แม้จะเปลี่ยนบทสนทนา แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ตั้งใจมองคนรักของอิสระอย่างให้รู้ว่า...ชอบ...

     
   
    อิสระซดเบียร์หมดแก้ว ก่อนจะสะกิดน้องที่นั่งข้างกันให้รินเบียร์ต่อ จิณณ์ที่เห็นแฟนตัวเองกระดกเบียร์ไปเมื่อสักครู่ถึงกับตกใจ ยกมือแตะแขน


"อิส ไหวหรอ? พอก่อนไหม? เดี๋ยวเมานะ"

"ไม่เป็นไรครับ นานๆที ให้ผมได้ผ่อนคลายบ้าง"

"ตามใจครับ"

 

     เมื่อเวลาผ่านไป อิสระก็อยากดูท่าทีแฟนตัวเองเหมือนกันว่าสนใจหรือเล่นด้วยกับผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า?  อิสระหันไปมองพี่จิณณ์ปรากฏว่า พี่จิณณ์พยายามก้มหน้า บ้างก็มองไปยังทิศทางที่ไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่


ฟึ่บ!


   ใบหน้าหล่อขมวดคิ้วเป็นปม เมื่อจู่ๆอิสระดึงมือจิณณ์ไปวางบนตัก เอนหัวซบไหล่จิณณ์ ทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้หันมองเป็นตาเดียว


"หืม!..อิสเมาแล้วใช่ไหม?" แปลกใจที่อิสระกล้าแสดงออกต่อหน้าคนอื่นกลางที่สาธารณะ

"เมา-ไม่เมาแล้วทำไมครับ? พี่จิณณ์ไม่อยากให้อิสทำแบบนี้หรอ?"


   เดี๋ยวก่อนนะ...จิณณ์ถึงกับอึ้ง และงงเป็นไก่ตาแตกที่เห็นอิสระเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ มิหนำซ้ำยังกล้าเล่นหู เล่นตา พูดจาออดอ้อนกว่าทุกที จิณณ์ชักมือกลับและลุกขึ้นยืนเต็มความสูง



"ดีใจที่ได้รู้จักกับพวกน้องๆนะ แต่ต้องขอโทษด้วย พรุ่งนี้พี่ต้องเดินทางกลับแต่เช้า ขอตัวก่อนนะครับ"



   อิสระยังไม่อยากกลับเข้าเต็นท์เลย เพราะอยากแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของพี่จิณณ์ให้ผู้หญิงคนนั้นได้รับรู้มากกว่านี้หน่อย แต่พอพี่จิณณ์มัดมือชกลากอิสระให้ไปด้วย อิสระยิ่งเข้าใจผิดคิดว่าพี่จิณณ์ไม่ชอบที่อิสระเปิดเผยว่าทั้งสองคบกันแบบคู่รัก


   เข้าเต็นท์มาได้ อิสระที่ตามมาทีหลัง รูดซิปเต็นท์ หมุนตัวหันไปก็เห็นพี่จิณณ์นั่งขัดสมาธิ-กอดอกจ้องมองอิสระด้วยแววตาเหมือนไม่พอใจ ก็ไม่รู้หรอกว่าโกรธเรื่องอะไร แต่อิสระหาทางง้อด้วยวิธีที่คิดว่าพี่จิณณ์หายโกรธแน่ๆ


     กัดปากอย่างยิ้มๆ ปีนขึ้นไปนั่งคร่อมตัก สองมือโอบรอบคอ กดหน้าลงซบบ่าพี่จิณณ์และค่อยๆใช้ปากหยอกเย้า คลอเคลียซอกคอพี่จิณณ์ จนคนตัวโตหายใจผิดจังหวะ รีบตัดบทถาม


"เมาใช่ไหม? อิสไม่เคยเป็นแบบนี้"

"ทำไมล่ะครับ พี่จิณณ์ไม่ชอบหรอ?"
ถามเสียงยั่ว

"ใช่ครับ...พี่ไม่ชอบ"


    เด็กหนุ่มรีบผละมาจ้องตาคนรัก กระพริบตาปริบๆ ทำหน้าน่าสงสาร ฟากจิณณ์พยายามข่มใจ กลืนน้ำลายอยู่หลายรอบ เมื่อคนนั่งตักขยับตัวไปมาจนแก่นกายเขาเริ่มตื่นตัว


     เหตุที่จิณณ์ไม่ชอบ เพราะเวลาอิสระเมา ใบหน้าของเด็กหนุ่มโคตรยั่วยวนเลย และจิณณ์ก็ไม่อยากให้เด็กชื่อป้างได้เห็น จึงรีบลากอิสระเข้ามาในเต็นท์ แต่พอเข้ามาจิณณ์แทบบ้า เมื่ออิสระกำลังยั่วจนเขาจะตบะแตก


    คิดอยู่ในหัวสมองว่าจะขอน้องดีๆหรือปล้ำซะเลย...เมื่อจิณณ์ทนไม่ไหวแล้ว

    ขณะที่คิดอยู่ ไม่กี่นาทีถัดมาจิณณ์เหวอที่อิสระเป็นฝ่ายโน้มหน้ามาประกบจูบเขาก่อน


     ไม่คิดว่า พอน้องเมา จะเปลี่ยนเป็นคนละคนขนาดนี้ น้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อนทุกอย่าง น้องจูบอ้อยอิ่งเหมือนแกล้ง มือก็อยู่ไม่สุข สอดเข้าใต้กางเกงขายาวของจิณณ์หยอกล้อกับแก่นกายของคนตัวโต ลูบไล้ช้าๆจากโคนถึงปลาย

     ในขณะที่มือยังคงลูบคลำของสงวน อิสระถอนริมฝีปากมามองคนรักด้วยสายตาหวานฉ่ำ


"ให้อิสได้ลองบ้างนะ"



     โอ้ย! อิสระจะรู้ไหมว่าการเล่นหู เล่นตา ขยับโยกตัวไปมาบนตักของเขา โดยยังไม่ทำอะไรไปมากกว่านี้ จิณณ์ก็แย่แล้ว


"มั่นใจนะว่าจะทำให้พี่"


     ทำเป็นถามย้ำและวางฟอร์มนิ่งไปอย่างนั้น เพราะกลัวอิสระจะตกใจถ้าเขาแสดงความหื่นกระหายมากเกินไป


"มั่นใจครับ"



    แม้อิสระไม่ช่ำชอง เชี่ยวชาญขนาดรู้งานไปทุกอย่าง แต่ความใสซื่อของอิสระนี่แหละที่ทำให้จิณณ์หลงรักจนโงหัวไม่ขึ้น จังหวะที่ปากเด็กหนุ่มครอบลงจนสุดแก่นกาย ขยับขึ้นลงช้าๆพร้อมหยาดน้ำใสไหลเยิ้มจนชุ่มด้วยแล้ว มันยิ่งกระตุ้นให้จิณณ์เสียวซ่าน วาบหวามจนไม่สนใจว่าเสียงจะดังรอดไปถึงข้างนอกหรือไม่?


"ซี้ดดด...อาห์ อิส...อาห์..."


    ลืมตามามองใบหน้าน้องที่แดงก่ำขยับปากและศรีษะไปตามจังหวะขึ้น-ลงส่งผลให้คนที่โดนกระทำมีอารมณ์มากขึ้น มือหนากดล็อคศรีษะเด็กหนุ่มไว้มั่น แอ่นสะโพก และกระแทกตามจังหวะของตัวเองเร็วขึ้นเรื่อยๆ ไม่กี่นาทีถัดมา จิณณ์ก็ถึงฝั่งฝัน ปลดปล่อยความสุขที่ถึงจุดสูงสุด


แค่ก...แค่ก...แค่ก


     ตั้งใจให้เด็กหนุ่มรับน้ำของความสุขโดยไม่ยอมบอกก่อนว่าจะสำเร็จความใคร่ พอเด็กหนุ่มผละออกมานั่งเช็ดปากตัวเองลวกๆ จังหวะที่อิสระเอามือออก เลียริมฝีปากตัวเองที่เลอะคราบน้ำสีขาวขุ่น ไหนจะใบหน้าแดงจัดที่ลามไปถึงหู จิณณ์อยากฟัดจนทนไม่ไหว กระเถิบตัวไปใกล้ ดันไหล่อิสระนอนราบกับพื้น จิณณ์โน้มตัวลงตามทาบ ทับบนตัวอิสระ ขบเม้มลงบนต้นคอร้อนผ่าว พลางไล้ปลายนิ้วผ่านเนื้อผ้าจนถึงท้องน้อยถึงจะค่อยสอดมือเข้าใต้เสื้อยืด ลากวนไปมาพร้อมเอ่ยเสียงกระซิบ


"อิสทำให้พี่แล้ว พี่ทำให้อิสบ้างนะครับ"


     กัดปาก อมยิ้ม มองพี่จิณณ์อย่างอายๆ จากนั้น อิสระวางข้อศอก ดันกายขึ้นมากึ่งนั่งกึ่งนอน ยกมือลูบใบหน้าคนหล่อและพูดเสียงเล็ก เสียงน้อย...


"อิสอยากได้ของพี่มากกว่า"


กึก!

    ดวงตาเบิกโต อ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำพูดตรงไปตรงมาอย่างไม่มีอ้อมค้อม


    ก็ถ้าอิสระจะอนุญาตขนาดนี้...มีหรือจิณณ์จะขัดใจ เพราะมันเป็นสิ่งที่จิณณ์โหยหาเช่นเดียวกัน


"ได้สิครับ ระวังจะติดใจนะ"

   

    ไม่พูดพร่ำทำเพลง จิณณ์บรรจงขมเม้มริมฝีปากช่างพูดนั้นทันทีราวกับว่ามันคือของหวานที่อยากละเลียด เล็ม ลิ้มรสอย่างเชื่องช้า แต่ทว่า อารมณ์ภายในกลับตรงกันข้าม มันร้อนรุ่มจนอ้อยอิ่งไม่ไหว


    ไม่กี่วินาทีถัดมา การจูบละมุนก่อนหน้าแปรเปลี่ยนเป็นจูบดูดดื่ม หนักหน่วง เร่าร้อน จนลูกชายของทั้งสองตื่นตัว ขยายขนาดโตเต็มวัยพร้อมสู้
 

     เพราะเตรียมการมาดีเหมือนรู้ มือหนาควานสะเปะสะปะหากระเป๋าใบเล็กที่วางใกล้หมอน คว้าของสำคัญบีบใส่มือตัวเอง จากนั้น คนเชี่ยวชาญ ยกขาเรียวของเด็กหนุ่มชันเข่า ก่อนจะใช้นิ้วสอดแทรกประตูหลังช้าๆ เมื่อเด็กหนุ่มคลายความเกร็ง จิณณ์เพิ่มนิ้วจากหนึ่งเป็นสอง ขยับเข้าออกซ้ำๆ อิสระสุขซาบซ่าน และเสียวกระสันจนหลุดเสียงร้องครางลั่นเต็นท์


     จิณณ์ยกยิ้มชอบใจที่ทำให้คนรักออกอาการ เล้าโลมอยู่นานจนทุกอย่างเป็นใจแล้ว
กิจกรรมแห่งรักก็เกิดขึ้น


    แหละเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองมีเซ็กซ์กัน ทว่า มันไม่ใช่เซ็กซ์แค่กายต้องการเพียงอย่างเดียว แต่เพราะหัวใจก็ถวิลหาด้วย มันจึงเป็นเซ็กซ์ที่เติมเต็มความรักได้อย่างสมบูรณ์แบบ


    ท่วงท่า จังหวะจะโคน การสัมผัสกันเนื้อแนบเนื้อ ไออุ่นจากกาย ไหนจะลมหายใจที่เป่ารดกันยิ่งทวีคูณให้การร่วมรักกันครั้งนี้ แฮปปี้อย่างที่ทั้งสองไม่เคยรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อน


     โดยเฉพาะยิ่งได้ร่วมรักกันในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ยิ่งสร้างความแปลกใหม่ ตื่นเต้นและมันยังไปกระตุ้นอะดรีนาลินทำให้รู้สึกเสียวกระสัน ซาบซ่าน เร้าใจ เร่าร้อนทั้งคู่เป็นอย่างมาก


      จิณณ์คิดว่า คืนนี้ เขาจะต้องทำให้อิสระประทับใจและจดจำไม่ลืมแน่นอน และที่สำคัญ มันไม่มีทางจบแค่รอบเดียวแน่ๆ...
     


 
 


.............



      พักแรมแค่คืนเดียว ดูเหมือนทั้งสองจะรักและเปิดเผยกันมากขึ้น
     
      และแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องเดินทางกลับกรุงเทพ




      ตั้งแต่นั่งรถกลับมา คนที่ไม่ยอมหันไปทางคนขับ เอาแต่มองออกไปนอกกระจกรถก็มีแต่อิสระที่เขินเมื่อนึกเรื่องเมื่อคืนที่หึงพี่จิณณ์ จนไปอ่อยเขาก่อนและยอมมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง พอตอนเช้า พี่จิณณ์เอาแต่ส่งสายตาล้อเลียน แถมแซวเรื่องตอนมีเซ็กซ์กัน ว่าเสียงของอิสระร้องดังจนเล็ดรอดออกไปนอกเต็นท์ เพราะมีคนข้างนอกตะโกนว่ากลับมา ทำให้อิสระยกมือปิดหน้าด้วยความอาย ฟากจิณณ์ระเบิดหัวเราะอย่างหยุดไม่อยู่
   

 "เมื่อคืนพี่มีความสุขมากเลย โดยเฉพาะตอนที่..."
เป็นเรื่องที่แซวได้ยันลูกบวช แม้จะได้นอนแค่สามชั่วโมงก็ต้องเดินทางออกจากเขาใหญ่ แต่สำหรับจิณณ์บอกเลยว่ามีความสุขและคุ้มค่ามากๆ   


"พี่จิณณ์ หยุดพูดนะ!" 
 


      มันเป็นบทเรียนสอนใจเลยว่าอิสระจะไม่เอาความงี่เง่าหึงหวงบ้าบอ มาเป็นประเด็นอีกแล้วก็ยอมรับว่าตัวเองเริ่มก่อน แต่ก็ไม่คิดหรอกว่า ความเมาจะทำให้อิสระกล้ามีเซ็กซ์กันในเต็นท์ ทั้งๆที่รายล้อมไปด้วยเต็นท์คนอื่นๆอีกนับสิบ แหละในช่วงเข้าด้าย-เข้าเข็ม ใครจะอดทนกลั้นอารมณ์ตัวเองไหว จึงมีบ้างที่อิสระเผลอร้องเสียงดังออกไป ไม่แปลก ที่ตื่นขึ้นมาอิสระรีบไล่พี่จิณณ์ให้เก็บข้าวของ เก็บเต็นท์โดยไวที่สุด ก่อนที่คนในเต็นท์รอบข้างจะตื่นกันขึ้นมา



"อิสอายทำไมครับ เราเป็นแฟนกันนะ เรื่องแบบนี้มันปกติ เดี๋ยวครั้งต่อไปก็ชิน"

"ไม่เอาแล้ว ผมไม่เอาด้วยแล้ว..."

"ฮ่าๆ...ถ้าอิสหึงพี่แล้วเป็นแบบนี้ พี่ทำให้อิสหึงบ่อยๆดีกว่า"

       
      ใช่...พี่จิณณ์รู้แล้วว่า การยั่วยวนของอิสระเมื่อคืนเกิดจากการหึง เพราะอิสระหลุดพูดความจริง


"พี่จิณณ์ เมื่อไหร่จะเลิกแซวเนี่ย ผมอายนะครับ"

"โอ๋ๆ...ก็ได้ครับ แล้วสรุปเราจะไปบ้านป้าอิสคืนนี้เลยใช่ไหม?"



       จิณณ์รู้เรื่องที่อิสระเจอญาติตัวเอง เพราะอิสระเล่าให้ฟังตั้งแต่เมื่อวานช่วงขับรถไปกินข้าว


"ใช่ครับ ป้านันอยากเจอพี่จิณณ์"

"เพราะ?"

"เพราะป้านันรู้ว่าพี่จิณณ์เป็นคนช่วยผมไงครับ"

"ป้าอิสเห็นคงตกใจแน่ๆ คนอะไร...นิสัยดีแล้วยังหล่ออีก"
หันขวับมองแฟนตัวเอง ที่กล้าเล่นมุขชมตัวเองอย่างมั่นใจ ดูเหมือนเมื่อคืน จะเป็นจุดเปลี่ยนหลายๆอย่างรวมถึงการแสดงตัวตนของทั้งคู่ก็ชัดมากขึ้นเช่นเดียวกัน



"พี่จิณณ์ไปเอาความมั่นใจนี่มาจากไหนครับ คิดเองใช่ไหม?"
อิสระแกล้งเหน็บ มองคนยิ้มมุมปากก่อนตอบ


"คิดเองไหมไม่รู้ แต่เมื่อคืนก็มีคนหึงพี่ที่มีน้องผู้หญิงแอบมองพี่ จนต้อง..."

"พี่จิณณ์ พอเลยครับ...โอเคๆ ผมไม่เถียงแล้วก็ได้ พี่จิณณ์หล่อมากและนิสัยดีสุดๆ พอใจรึยังครับ"
พอเห็นคนรักประชด จิณณ์หลุดหัวเราะอีกรอบ และหยุดแซวกลับเพราะเหนื่อยจะโต้เถียง


    แต่เอาจริงๆ จิณณ์ก็ชอบช่วงเวลาสบายๆแบบนี้เหมือนกัน ช่วงเวลาที่คุยเล่นกันอย่างไม่ต้องมีเรื่องให้กังวล ว้าวุ่นใจอีก


"พี่รักอิสนะ"


      โคลงศรีษะจ้องมองคนอายุมากกว่าที่อยู่ดีๆก็เปลี่ยนบทมาโรแมนติกไม่บอก ไม่กล่าว



"ผมก็เหมือนกันครับ"

"ถ้าวันนั้น พี่ไม่ไปหาคุณอิทธิพลกับพ่อ พี่ก็คงไม่ได้เจออิสและรักกันแบบนี้เนอะ..."


    นึกเรื่องราวเก่าๆก็อมยิ้ม นั่นสิ ถ้าพี่จิณณ์ไม่มาช่วยอิสระ เขาจะได้รับความรักดีๆแบบนี้ไหมนะ?


"ใช่ครับ ไม่น่าเชื่อเหมือนกัน ถ้าพี่ไม่ช่วยผม เราก็คงไม่มีโอกาสได้เจอได้สานสัมพันธ์กันต่อ ผมอยากรู้วันนั้น ทำไมพี่ถึงตัดสินใจช่วยผมหรอครับ?"

"บอกไม่ถูกเหมือนกัน รู้แค่ว่า ถ้าตอนนั้นพี่ไม่ช่วย พี่จะรู้สึกไม่สบายใจ"

"ทั้งๆที่พี่ไม่รู้จักตัวตนผมมาก่อน พี่ก็ยอมเสี่ยงตายมาช่วย?"
อิสระถามย้ำ

"อาจเป็นเพราะพี่รู้อนาคตมั้งครับว่าพี่จะมีคนรักที่น่ารักแบบนี้ เลยคิดว่าคุ้มที่จะเสี่ยง!"


     ใจเต้นแรงขึ้นมากับประโยคที่หวานเลี่ยน ทว่า จริงใจ


"โถ่ พี่จิณณ์ผมอยากรู้ความจริงนะ"

"จะอยากรู้ไปทำไม ในเมื่อตอนนี้เรารักกันแล้ว มันไม่ดีหรอกหรอ?อย่าคิดให้ปวดหัวเลยอิส"

"แต่ผม..."

"อดีต ก็คือ อดีต ปัจจุบันพี่รักอิส รู้ไว้แค่นี้ก็พอแล้ว"


     คำตอบที่มาพร้อมสายตาละมุน รอยยิ้มอบอุ่น อีกคนจึงทำได้แค่หลบตา และยิ้มกับคำตอบของคนรัก

     นั่นสิ จะนั่งเอาอดีตมาคิดมากไปทำไม ในเมื่อปัจจุบัน ทั้งสองรักกันมันก็ดีเกินพอ


.
.
.

     
     ห้าโมงกว่าๆทั้งสองเดินทางมาถึงบ้านป้านัน
   

     เมื่อทั้งคู่ลงรถมา อิสระแนะนำพี่จิณณ์ให้ป้านันรู้จัก ใบหน้าหญิงวัยกลางคนเปื้อนยิ้มทันทีเมื่อได้รู้จักคนใจดีที่ช่วยเหลือและดูแลอิสระทุกอย่าง นอกจากจะเป็นผู้ชายที่รูปร่างหน้าตาดีแล้ว ยังจิตใจดีอีก



      เธอเอ่ยขอบคุณหลายรอบ แถมชมจิณณ์ไม่ขาดปากว่าทั้งหล่อและนิสัยดี จนอิสระแอบภาคภูมิใจอยู่ไม่น้อยที่ได้คบกับคนจิตใจงดงามเช่นนี้


     หลังจากป้านันเอ่ยว่าเตรียมอาหารมื้อเย็นไว้เรียบร้อยแล้ว เธอเดินเข้าไปก่อน  หลังจากป้านันคล้อยหลังไปไม่นาน จิณณ์ยิ้มกว้าง และโน้มตัวไปกระซิบข้างหูอิสระที่เดินมาข้างๆกัน


"ดีใจไหม? ได้แฟนเพอร์เฟกท์แบบนี้"

     
     พอมีคนชมนิด ชมหน่อยล่ะเอาใหญ่ อิสระกลอกตาเป็นเลขแปดกับคำโอ้อวดของแฟนตัวเอง



"เดี๋ยวนี้กล้าพูดจังเลยนะครับพี่จิณณ์ เบื่อคนหลงตัวเองจัง ผมไปหาพี่ทอยดีกว่า อ้ะ!พี่จิณณ์!"


   อิสระตกใจ ร้องเสียงหลง เมื่อคนรักกระชากเอวเข้าหาตัวและถามเสียงเข้ม


"นี่ไปแลกเบอร์กันตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมถึงไม่บอกพี่? ห้ะ...อิสเอามือถือมาให้พี่...นี่อิส..."


     ทำหน้านิ่ง อันที่จริงกลั้นขำ ที่แฟนตัวเองทึกทักเอาเองแถมโยนคำถามใส่มาเป็นชุด จนอิสระต้องหยุดเล่น


"ผมล้อเล่นครับพี่จิณณ์ อย่าโกรธผมเลยนะ ผมรักพี่จิณณ์คนเดียวจริงๆครับ รักมากด้วย เอ้! แต่จะว่าไป ผมก็เก่งเหมือนกันนะเนี่ย ทำให้คนมั่นใจว่าเพอร์เฟกท์ เสียศูนย์ได้เหมือนกัน...ฮ่าๆ"

"อิส.."


"ฮ่าๆๆ...ดีใจๆ แกล้งได้สำเร็จแล้ว"


     เห็นหน้าคนรักงอนตุ๊บป่อง อิสระมองซ้าย มองขวาว่ามีใครอยู่นอกบ้านบ้างไหม? เมื่อเห็นว่าปลอดคน อิสระรีบจุ๊บปากพี่จิณณ์ไวๆ แล้ววิ่งเข้าบ้านไปก่อน ปล่อยให้คนพี่ส่ายหน้ากับความทะเล้นของแฟนตัวเอง


"จะน่ารักไปแล้วนะอิส"


      เมื่อทั้งสองหย่อนกายนั่งลง บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยกับข้าวกับปลาที่ชวนน้ำลายสอ หญิงวัยกลางคนที่ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมานมนาน พอได้เจอหลานและมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามา ดูป้านันจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เธอเป็นฝ่ายชวนคุยก่อน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการชวนคุยกับจิณณ์มากกว่า ที่สำคัญยังยกยอปอปั้นจนอิสระแอบมองค้อนคนที่เอาแต่อมยิ้มอย่างภาคภูมิใจอยู่บ่อยๆ


     คุยได้สักพัก จิณณ์เห็นว่า ป้านันดูชอบอก ชอบใจเขาไม่น้อย พอมีจังหวะ จิณณ์ตัดสินใจพูดความจริง



"ป้านันครับ ผมมีเรื่องจะบอก ผมไม่ใช่แค่คนที่ช่วยน้องออกมาอย่างเดียว ตอนนี้ ผมรักน้องด้วย ผมกับอิส เราคบกันอยู่ครับ"


    อิสระหันขวับ เขย่ามือพี่จิณณ์ใต้โต๊ะราวกับไม่ให้พูดอะไรอีก


    ป้านันนิ่งไปครู่ ก่อนจะผุดรอยยิ้มเอ็นดู


"ป้าก็พอรู้ การกระทำจิณณ์เองก็ดูแสดงออกชัดเจน ถ้างั้นป้าฝากจิณณ์ดูแลอิสด้วยแล้วกันนะ"

"ยินดีครับ ผมจะดูแลอิสให้ดีที่สุดครับ"

"ถ้าเป็นไปได้ ป้าอยากให้อิสมาอยู่กับป้า แต่ถ้าจิณณ์จะย้ายมาอยู่ด้วยป้าก็ไม่ว่าอะไร"



    ทั้งสองมองหน้ากันยิ้มๆ ก่อนจะหันไปยกมือไหว้ขอบคุณป้านันที่ให้ความกรุณาและเอ็นดูแก่ทั้งคู่...


    เวลาผ่านไปจนกระทั่ง ทุกคนหมดเรื่องคุยและจัดการอาหารกันไม่เหลือ ต่างก็แยกย้ายไปพักผ่อน


    วางสัมภาระในห้องนอน ก็สลับกันอาบน้ำ กระทั่งทั้งสองทำธุระส่วนตัวเสร็จ เตรียมหลับพักผ่อน จิณณ์ดึงอิสระมาซุกในอ้อมกอดอบอุ่น จูบกลางกระหม่อม ก่อนบอกราตรีสวัสดิ์ และต่างฝ่ายต่างเข้าสู่ห้วงนิทรา





กึก กึก ครืด ครืด...กรี้ดดดด! ฮืออออออ!



     ไม่ถึงชั่วโมงดี จู่ๆก็มีเสียงเหมือนของแข็งหล่นกระแทกพื้นปนกับเสียงกรีดร้องอันน่าโหยหวนดังขึ้นมา จนจิณณ์สะดุ้งตื่น เด้งตัวลุกขึ้นนั่ง เหลือบมองคนข้างๆที่ยังหลับสนิท


     ใจคอไม่ดี เพราะเสียงที่ได้ยินค่อนข้างน่ากลัว จิณณ์หย่อนเท้าลงพื้น เดินย่องเบาๆไปแนบหูที่บานประตูเพื่อฟังเสียง


"มีอะไรครับพี่จิณณ์" อิสระที่เพิ่งรู้สึกตัว ลืมตาถามเสียงงัวเงีย

"ชู่ววว์" ยกนิ้วชี้แตะปากส่งสัญญาณ ก่อนจะรีบเดินไปหาคนรักหย่อนกายลงนั่งข้างเตียง


"พี่ว่า ขโมยขึ้นบ้าน พี่จะออกไปดู อิสอย่าออกไปนะ"
กระซิบเตือนคนรัก

"ไม่เอา ผมไปด้วย" บอกเสียงแหบแห้ง

"อิสอย่าให้พี่เป็นห่วงสิครับ อยู่ในห้องนี่แหละ"

"ไม่!...ผมอยากไปกับพี่ ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ ผมไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว"



     จิณณ์เกือบดุอิสระแล้วที่ดื้อไม่รู้จักเวล่ำเวลา แต่เพราะตั้งสติ ยั้งปากได้ทัน ว่าสิ่งที่อิสระดึงดันจะไปด้วยให้ได้นั้นเพราะน้องก็รักและเป็นห่วงจิณณ์นั่นเอง


"อิสบอกว่าไม่มีอะไรจะเสีย แต่พี่มี...พี่ไม่อยากเสียอิสไป" สัญชาตญาณมันบอกเขาว่าไม่ได้หูฝาด และเชื่อว่าเสียงที่ได้ยิน มีคนบุกขึ้นบ้านแน่นอน จิณณ์จึงไม่อยากให้อิสระออกไปเพราะไม่รู้ว่าข้างนอกนั้นมันอันตรายแค่ไหน


     ชะงักที่พี่จิณณ์บอกเสียงจริงจังอย่างเป็นห่วง แต่อิสระก็เป็นห่วงพี่จิณณ์ไม่น้อยไปกว่ากัน


"แต่ผมเป็นห่วงพี่จิณณ์นี่ครับ"


    รอยยิ้มผุดบนใบหน้าหล่อเหลา เขาใช้ปลายนิ้วลูบไล้กรอบหน้าเด็กหนุ่ม

 จุ๊บ!

    และจิณณ์จุมพิตที่ริมฝีปากเด็กหนุ่ม


"พี่เอาตัวรอดได้ เชื่อพี่นะครับ"


    อิสระไม่ตอบ แต่ยื่นมือไปกุมมือพี่จิณณ์แน่นราวกับไม่อยากให้ไป อิสระใจเต้นตูมตามอย่างกลัวว่าพี่จิณณ์จะตกเป็นอันตราย


     ใบหน้าหล่อแต้มยิ้ม ดึงมืออิสระออกและลุกไปหาอาวุธที่ป้องกันตัวได้ เหลือบเห็นไม้เบสบอลวางพิงอยู่ข้างโต๊ะเครื่องแป้ง เขาพกติดตัวไป ในขณะมือที่ว่างจับลูกบิด ค่อยๆเปิดประตูอย่างเบามือที่สุด...





...................................
.

ขอบคุณทุกการอ่านและคอมเมนท์จ้าาา
  :mew1: :man1: :man1:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
เสียงอะไรน้อ?

 :pig4: :pig4: :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-02-2018 20:55:11 โดย DrSlump »

ออฟไลน์ ygff0429

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 12
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ตามมมมมมม ทำไมตัดจบได้ค้างขนาดเน้  :fire: :fire: :fire:

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1


บทที่ 13 ที่พึ่ง









      เดินตัวเกร็งออกมาจากห้องนอน ค่อยๆย่องอย่างระมัดระวัง จนมาหยุดยืนนิ่งพิงผนังตรงทางเดินลงบันได เห็นข้างล่างเปิดไฟสว่างโร่ คนตัวโตรีบหลบ ตั้งสติ ในมือกำไม้เบสบอลแน่น เมื่อได้ยินเสียงคนร้องไห้สะอื้นดังใกล้กว่าที่คิด เป็นไปได้ว่าพวกโจรหยุดอยู่บริเวณที่พักบันได


      จิณณ์ค่อยๆชะโงกหน้าไปอีกครั้ง ใช้ตาข้างเดียวแอบมองก็เห็นคนสี่คนยืนล้อมวงอยู่ แต่วินาทีนีั้น ดวงตาเบิกกว้าง เมื่อเห็นคนที่จิณณ์รู้จักอยู่ในกลุ่มนั้น....


     คุณอิทธิพลและลูกน้องคนสนิทของเขา...


    ใจเต้นตึกตัก ตึกตัก เพราะไม่คาดคิดว่าจะเจอเหตุการณ์นี้ เม็ดเหงื่อผุดซึมขึ้นทั่วใบหน้า มือที่กำไม้เบสบอลเริ่มชื้นเหงื่อขึ้นมา ชะโงกหน้ามองอีกครั้งเพื่อดูสถานการณ์ตรงหน้าว่าต้องทำอย่างไรต่อไป จิณณ์เห็นป้านันนั่งคุกเข่า สภาพหน้าตาไม่น่าดู รอยช้ำปรากฏหลายจุด หน้าผากโน ใต้ดวงตาและโหนกแก้มบวมปูด


     จิณณ์รับไม่ได้เมื่อเห็นสภาพป้านันโดนซ้อม เธอแก่แล้ว ไม่ควรต้องเจออะไรแบบนี้


"มึงกล้ามากเลยนะที่แจ้งตำรวจจับกู หึๆ...แต่ไม่มีใครทำอะไรกูได้หรอก"


"ไอ้ชั่วเอ้ย ฉันขอสาปแช่ง...โอ้ย...
"


ผัวะ...


"หุบปากซะ บอกมา มันอยู่ไหน?"




        เสียงทะเลาะของคนสองคน ทำให้จิณณ์ไม่มีสมาธิในการวางแผน เขาเป่าปาก สูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอดอยู่หลายครั้ง ตั้งสติเท่าที่ทำได้


        ถ้าถามว่าจิณณ์กลัวไหมบอกเลยว่ากลัว แต่สิ่งที่กลัวมากไปกว่า คือ กลัวว่าอิสระจะเป็นอะไร...กลัวว่าคุณอิทธิพลจะพาตัวน้องกลับไปขังที่เดิม


      กดดันพอสมควรที่ต้องหาทางออกในสถานการณ์คับขันเช่นนี้



"พี่จิณณ์ครับ!" สะดุ้งเฮือก รีบออกจากภวังค์ความคิด หันไปหาคนรักที่นั่งคุกเข่าหลบหลังเขา


"อิส พี่บอกไปว่าไง!"

"ผมขอโทษครับพี่จิณณ์ แต่ผมเป็นห่วงพี่ครับ"
ก้มหน้าบอก เพราะพอพี่จิณณ์ดุใส่ อิสระก็เกิดน้ำตารื้นขึ้นมาเสียอย่างนั้น



"พี่ขอโทษครับ"



    จิณณ์ลืมตัวที่ดุ พอเห็นคนรัก ปากสั่น ตาแดง รีบเอ่ยขอโทษ ทันใดนั้น...


"พวกมึงจับอีนั่นขึ้นมาบนนี้ซิ"


      เสียงบ่งบอกว่าใกล้เข้ามา จิณณ์ลุกพรวด จูงมืออิสระรีบวิ่งกลับไปยังห้องนอน


      เข้ามาในห้อง ทั้งสองหลบหลังบานประตูที่เปิดแง้มไว้ด้วยอาการหวาดกลัว ใจเต้นรัวจนกลัวหัวใจวาย


"อิส ฟังพี่นะครับ ห้ามส่งเสียงอะไร คนข้างนอกไม่ใช่โจร แต่เป็นพวกคุณอิทธิพล"


     เมื่อได้ยินคำบอก เด็กหนุ่มตาโตตกใจกลัว ใบหน้าซีดเผือก ปากสั่น ตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด


"พี่จิณณ์ผมไม่กลับไปนะครับ ผมไม่กลับ ไม่เอา" บอกและส่ายหน้ารัว จิณณ์สงสารและเห็นใจคนรักที่ตระหนกตกตื่น ดึงตัวอิสระมากอดปลอบประโลม


"ชู่ว์ววว์ เบาๆครับอิส ใจเย็นๆ พี่ไม่มีทางให้อิสไปโดนทรมานแบบนั้นอีกแน่ๆ"

 
     ลูบหัว ลูบไหล่คนรักอย่างอ่อนโยน จิณณ์ปวดใจขึ้นมาเมื่อร่างเล็กที่ซุกในอ้อมอกเขากำลังร้องไห้


     น้ำตาเปียกชื้นซึมผ่านเนื้อผ้าจนจิณณ์รับรู้ได้...เขาผละเด็กหนุ่มออกจากอก จูบซับน้ำตา พร้อมย้ำว่าให้ใจเย็น จากนั้น จิณณ์มองลอดช่องเล็กๆของประตูที่แง้มไว้เพื่อดู


     ทางฝั่งพวกอิทธิพล ลากป้านันขึ้นมาหยุดอยู่หน้าห้องของเธอที่อยู่ตรงข้ามและเยื้องออกไปจากห้องอิสระไม่ใกล้ ไม่ไกล     


     แอบดูการกระทำของอิทธิพลที่ย่อตัวลง มือหนากระชากผมหญิงวัยกลางคนอย่างแรงเพื่อให้เธอเชิดหน้าขึ้น


"มึงจะบอกไหม? ว่าไอ้อิสมันอยู่ไหน? ถ้ามึงไม่บอก มึงก็เตรียมตายได้เลย"


"ไม่..."


"กูให้โอกาส ไอ้ชาย ค้นบ้านให้ทั่ว"


      ได้ยินคำสั่ง คนในห้องกลั้นหายใจไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จิณณ์จะลุกหาที่หลบในห้อง แต่เสียงป้านันแทรกขึ้นทำให้จิณณ์ชะงักเพื่อฟังต่อ


"อิสก็ลูกแกแท้ๆ ทำแบบนี้ได้ไง ความเป็นพ่อยังมีอยู่ไหม? ไอ้สารเลว ไอ้ชาติชั่ว ถ้าฉันพูดความจริงว่าอิสไม่ได้อยู่ที่นี่ แกไม่ฟัง ก็ฆ่าฉันเลยสิ ไอ้จัญไร...ฉันจะได้ไปอยู่กับน้องฉันบนสวรรค์ซักที"

   
      จู่ๆอิทธิพลก็หัวเราะเสียงดังลั่น ก่อนจะใช้เท้าถีบยอดอกหญิงวัยกลางคนจนหงายหลัง จากนั้น อิทธิพลกระชากแขนป้านันให้ลุกขึ้นมานั่ง



"มึงกล้าด่ากูหรออีแก่ กูไม่น่ามีลูก ไม่น่าคบหากับคนอย่างพวกมึง หึๆ...ไม่แปลกที่ไอ้อิสจะติดเชื้อร่านมา"


      ในขณะเดียวกัน ด้านในห้องที่แอบฟังอยู่ต่างอึ้ง และมีหนึ่งคนสะอึกสะอื้น จิณณ์หันไปเห็นอิสระร่ำไห้ก็พอรู้เหตุผล กุมมืออิสระแน่นอย่างสงสารจับใจที่ต้องเจอพ่อเลวและไร้สามัญ สำนึกเช่นนี้


      ตอนนี้ จิณณ์ได้แต่ปลอบประโลมให้อิสระนิ่งไว้ก่อน และหันไปดูเหตุการณ์อีกครั้ง


       อิทธิพลเรียกร้องหามีดจากลูกน้องคนสนิท ชายยื่นมีดพับที่เหน็บไว้ด้านหลังให้แก่เจ้านาย


      หากสายตาคนที่เห็นตอนนี้ คงเข้าใจว่า การหยิบอาวุธขึ้นมาโชว์ คือ แค่เอาไว้ขู่ แต่ไม่มีใครคิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น


     มีดปลายแหลมคมกริบกำลังกรีดเข้าที่ลำคอ คนเลือดเย็นยังไม่คิดหยุด นั่งมองดูแผลที่ตัวเองทำอย่างไม่สะทกสะท้านอะไร เลือดสีแดงข้นไหลทะลักออกมาจากปากแผล สาดกระจายเต็มพื้น และวินาทีนั้น...


   
"ป้าอื้มมม!" จิณณ์ตั้งสติ รีบตะครุบปากอิสระ


"เสียงอะไร ไอ้ชายไปดูซิวะ"


"ครับ"



   เป็นไง เป็นกัน จิณณ์คิดว่าหนีไม่ทัน เขาก้าวถอยห่างจากประตู ดันอิสระไปหลบอยู่ข้างหลัง สองมือยกไม้เบสบอลขึ้นตั้งท่า เตรียมสู้...แม้ในใจจะหวั่นกลัวอยู่ไม่น้อย...


   หลับตา สูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอด เพียงลืมตาขึ้นมา ทั้งชายและจิณณ์ปะทะสายตากัน


ตึก ตึก ตึก...


    ใจเต้นแรง จิณณ์กลืนน้ำลายลงคอ ยืนเหงื่อท่วม


    ต่างฝ่าย ต่างนิ่ง จิณณ์รอดูท่าทีของอีกฝ่าย ที่ดูตกใจแต่ไม่มีทีท่าจะเข้ามาล็อคตัวหรือทำอะไร


   ชายก้าวถอยหลังจะออกไปจากห้องนอน ถึงประตูแล้ว ทันใดนั้น...




"นายครับ!"



    เสียงตะโกนของชาย ทำให้จิณณ์เหวี่ยงไม้เบสบอลเตรียมฟาด แต่ชายกลับส่งสัญญาณมือเป็นท่ายกหูโทรศัพท์ ก่อนจะพูดต่อจากนั้น


"ไม่เจออะไรครับ เสียงที่ได้ยินอาจเป็นหนูก็ได้ครับ"



     จิณณ์ยืนชะงัก เมื่อลูกน้องคนสนิทของอิทธิพลกำลังช่วยเขาทั้งคู่...


     หลังจากที่ชายเดินออกไปพร้อมล็อคประตูห้องให้เบ็ดเสร็จ จิณณ์ถอนหายใจยาว โล่งใจ ที่ทั้งคู่ปลอดภัย แต่ก็สบายใจได้ไม่เต็มร้อย เมื่อป้านันต้องมาสละชีวิตตัวเอง โดยภาพที่ป้านันโดนปาดคอเลือดทะลักก็ยังติดตาอยู่



      หันหลังไปหาคนรัก และโผกอดที่รอดตายจากการผ่านเหตุการณ์ระทึกมาได้


"พี่ขอโทษนะครับที่ไม่สามารถช่วยป้าอิสได้"


"มะ...ไม่ใช่..คะ..ความผิดพี่จิณณ์ครับ"


      ร่ำไห้ สะอึกสะอื้นบอก และกอดพี่จิณณ์แนบแน่นกว่าเก่า


"พะ...พี่จิณณ์ ผมกลัวครับ ผมจะตายไหม?"


"ไม่...อิสต้องไม่ตาย พี่จะไม่ให้อิสตายแน่ๆ"


      ทรมานเป็นบ้า ที่ต้องทนดูคนรักร้องไห้เป็นวรรค เป็นเวรจนพูดไม่เป็นภาษา ช่วงที่ปลอบใจก็จะเผลอน้ำตาไหลตามซะให้ได้ แต่ก็ต้องบอกตัวเองให้เข้มแข็ง เพื่อให้อิสระมั่นใจว่าเขาเป็นที่พึ่งได้


       แม้จะอยู่ในห้องที่ดูเหมือนว่าจะปลอดภัย แต่ทั้งสองก็ยังไม่แน่ใจ เครียดและหวาดกลัวอยู่ทุกนาที กลัวว่าอิทธิพลจะไม่เชื่อชายและพยายามบุกเข้ามา


      ขณะที่ทั้งสองนั่งอยู่ที่พื้นปลายเตียง ก็ยังคงหวาดหวั่นเป็นระยะๆ แต่แม้จะกลัวจนจิตตกแค่ไหนจิณณ์จับมืออิสระไม่ปล่อย เพราะอยากให้น้องเชื่อมั่นในตัวเขา


      ตอนนี้ ทั้งสองไม่มีทางเลยรู้ว่า อิทธิพลจะออกจากบ้านหลังนี้ไปตอนไหนและเมื่อไหร่? จึงได้แต่นั่งเกร็งเพื่อรอเวลาที่เหมาะสมในการลุกไปดู


      สองชั่วโมงผ่านไป จิณณ์ทนไม่ไหว เดินย่องไปยังบานประตู ย่อตัวลงต่ำ แนบหน้าลงกับพื้น มองลอดช่องว่างขอบประตูล่าง ส่องดูก็ไม่เห็นมีใครอยู่ด้านนอกแล้ว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ตัดสินใจเปิดประตู เดินออกไปก็พบว่าไม่มีใครอยู่จริงๆ แม้แต่กองเลือดที่พื้นก็ถูกทำความสะอาด เช็ดถูจนไม่เหลือไว้ซึ่งร่องรอยของหลักฐาน



"ไปหมดแล้วครับอิส"


    เดินมาบอกคนรัก อิสระกระโจนมากอดราวกับคนขาดที่พึ่ง จิณณ์รู้สึกแย่ที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่จะปกป้องญาติคนสุดท้ายของอิสระ
 
   จิณณ์ดันอิสระออกห่าง จูบซับน้ำตาซ้ำๆ และเอ่ยเสียงหนักแน่นว่า...


"คราวนี้พี่ช่วยป้าอิสไม่ได้ แต่พี่สัญญาว่าจะช่วยและปกป้องอิสจนสุดความสามารถ อิสไม่ต้องกลัวนะ"


      อิสระไม่ตอบรับ ได้แต่ยืนสะอึก สะอื้น ยกมือปาดป่ายน้ำตาลวกๆ


"ฮือๆๆๆๆ"



      คิดอยู่ในใจ ทำไมชีวิตอิสระถึงต้องเจออะไรที่เลวร้ายเช่นนี้ มองใบหน้าคนรักแล้วปวดใจไม่จางหาย...


      พอได้รักอิสระเต็มหัวใจแล้ว จิณณ์มั่นใจได้เลยว่าถ้าเกิดได้เจอะเหตุการณ์ระทึกแบบนี้อีกครั้ง...


     จิณณ์พร้อมปกป้องคนรัก แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็ยอม...




     
   
****1.1****
:m15: :m15: :m15: :m15: :m15: :m15: :m15: :m15: :m15:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-02-2018 23:08:51 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

ช่างโหดเหี้ย-จริง ๆ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด