#Holler...เรียกฉันสิที่รัก#...ตอนที่ 67 (31/08/19) P.35 New!!
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: #Holler...เรียกฉันสิที่รัก#...ตอนที่ 67 (31/08/19) P.35 New!!  (อ่าน 110169 ครั้ง)

ออฟไลน์ klaew

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1350
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-2
หล่อโคตรๆ เลยเหรอ
ถ้าหล่อ แล้วทำไมทำแบบนี้กับพายล่ะ
อ้ะๆ หรือติดใจ

ออฟไลน์ utamon

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1049
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-2
เรื่องนี้น่าจะมีเงี่ยนงำ เหยย ผิดด โทษๆ 5555 เงื่อนงำสิ  o18

ออฟไลน์ cheezett

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 515
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
ใจร้ายมาก ค้างอย่างแรงงงง  :ling1: :ling1: :ling1:

ออฟไลน์ kimjuy_o

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 353
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +415/-2
ตอนที่ 3 มาแล้วค่ะ  :katai5: คลานช้าๆเข้ามาอัพ ฮ่าๆ เช่นเคยค่ะ หากมีคำผิดหรือขอผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ทีนี้ด้วยนะคะ ติชมได้ค่ะ จะรับฟังความเห็นทุกคนนะคะ  :bye2:
++++++++++++++++++
Holler…เรียกฉันสิที่รัก
ตอนที่ 3 Jitter.


Deep inside it was a rush
ลึกเข้าไปข้างในใจฉัน มันร้อนรน
What a rush
ร้อนรนอะไรอย่างนี้


        พิกัดโต๊ะที่ทางนั้นบอกกับพระพายทางไลน์มาคือชั้นสองของผับแห่งนี้และอยู่โต๊ะสุดท้ายมุมสุด พระพายรีบพิมพ์ไลน์บอกเก้าทันทีว่าต้องขึ้นไปชั้นสอง เพียงครู่เดียวพระพายรีบเดินขึ้นไปชั้นสองพลางมองหาโต๊ะนั้น

        ชั้นสองนี้ไม่มีใครเต้นดิ้นพล่านเหมือนชั้นล่าง ทุกโต๊ะมีคนนั่งเต็ม ทุกคนต่างจมอยู่กับความเป็นส่วนตัว บางโต๊ะก็นัวเนียสาวจนเหมือนจะได้เสียกันอยู่รอมร่อ แต่ภาพเหล่านั้นไม่ทำให้พระพายใจเต้นแรงเท่ากับความกลัวที่จะต้องเผชิญหน้าผู้ชายคนนั้น จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อได้เจอหน้ากัน จะพูดว่าอย่างไรดีหากได้เห็นหน้า ตอนนี้พระพายใจเต้นรัวอย่างหวาดกลัวและระทึกใจ

        ในที่สุดก็เดินมาใกล้ถึงโต๊ะที่ว่า แต่เมื่อมองไปเห็นพระพายกลับแปลกใจจนต้องหยุดชะงักฝีเท้าทันทีเพราะโต๊ะนั้นมีคนนั่งกันหลายคนแล้วใครคือคนที่นัดพระพายออกมา พระพายหันหลังทันทีก่อนที่จะมีใครหันมาเห็น รีบเปิดโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา พลางพิมพ์ข้อความส่งไปยังผู้ชายคนนั้นว่าคนๆนั้นคือใครสวมเสื้อสีอะไรเพื่อความแน่ใจแต่ไม่ได้รับคำตอบหรือการบ่งบอกว่าได้อ่านข้อความแล้ว พระพายเริ่มร้อนใจเพราะการที่จะเดินเข้าไปยังโต๊ะนั้นทั้งที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครพาลเสียเรื่องเอาได้

“มานั่งนี่สิ”

              เสียงกระซิบแว่วที่หู พระพายหันดูอย่างรวดเร็วไปยังข้างหลังพบชายคนหนึ่งรูปร่างสูง มองจากไฟสีสลัวตรงนี้ก็พอจะรู้ว่าเป็นลูกครึ่งฝรั่งชาติไหนสักแห่งเพราะเค้าโครงหน้าและความสูงนั้นดูอย่างไรก็ไม่ใช่คนไทย...หรือจะเป็นคนๆนี้ที่มีอะไรกับพระพายเมื่อคืนนั้น

“เร็วๆเข้า มีคนรออยู่” ชายคนนั้นพูดอีกครั้งก่อนที่จะดึงมือพระพายไปยังโต๊ะ...โต๊ะที่ถูกนัดหมายโต๊ะสุดท้ายที่อยู่มุมสุดของร้าน

        พระพายได้แต่งงๆกับการถูกลากมาแล้วจับให้นั่งลง ชั้นบนนี้ไม่ได้มืดเหมือนข้างล่าง พอจะเห็นหน้าของทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ โต๊ะนี้นั่งกันอยู่สี่คน ทุกคนหน้าตาดีราวกับถูกคัดสรรให้มาเป็นเพื่อนกันเพราะหน้าตาหรือการคบหาของคนกลุ่มนี้จะต้องคัดหน้าตาถึงจะเข้ากลุ่มได้ สายตาของทุกคนมองมาที่พระพายพร้อมยิ้มกริ่ม พระพายเริ่มหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก ใครคือคนๆนั้นคนที่นัดพระพายมาคือใครกันแน่ ใครสักคนที่อยู่ในกลุ่มนี้แล้วคือใครกัน?

“ดูท่าจะกลัวจนตัวสั่นเลยนะ” คนที่พาพระพายมาพูดขึ้น พระพายหันไปมองด้วยสายตาเคลือบแคลงใจ

“ไค มึงอย่าแกล้งเขาสิวะ” อีกคนหนึ่งพูดขึ้น

“นานๆทีมีอะไรแบบนี้มาให้แหย่หน่อย เห็นใจกูเถอะ” หนุ่มลูกครึ่งโอดครวญ

“ไอ้ฝรั่งโรคจิต” เพื่อนอีกคนพูดพลางหัวเราะ


         พระพายบีบมือของตัวเองแน่น ก้มหน้าพลางฟังบทสนทนาคนที่ชื่อไคพูดกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง พระพายไม่อยากที่จะทนก้มหน้าต่อไปเพราะใจนั้นอยากรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนนัดออกมา

“เอ่อ...” พระพายทำท่าจะพูดขึ้นมาแต่มีคนขัดขึ้นมาเสียก่อน

“ว่าแต่ชื่ออะไร?” เสียงของใครสักคนพูดขึ้นมา

“พระพาย”

“ชื่อน่ารัก หน้าตาก็น่ากิน” ไคพูดพลางเลียริมฝีปากท่าทางหื่นกระหายนั้นทำเอาพระพายขนลุก

“หยุดได้แล้วไค”


             เสียงเย็นยะเยือกนั้นพูดมาจากข้างหลังทำเอาพระพายสะดุ้งตัวเมื่อเห็นหน้า สีหน้าเย่อหยิ่งเจ้ายศเจ้าอย่าง ใบหน้านั้นรังสรรค์มาราวกับรูปปั้นหิน งดงาม หล่อเหลา แต่เยือกเย็นเหลือเกิน สายตาคมกริบจ้องมองต่ำมองมาที่พระพายที่ได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ร่างสูงชะลูดนั้นดันไคที่นั่งข้างพระพายออกก่อนที่จะนั่งลงแทนที่ พระพายฉุกคิดขึ้นมาทันทีว่ามีอะไรบางอย่างบ่งบอกว่าชายคนนี้คือคนๆนั้น คนที่มีความสัมพันธ์ข้ามคืนกับตน สังหรณ์ของพระพายบอกกับตัวเองเช่นนั้น

“พิธาน มึงมาช้ามาก มากจนกูจะแทะพระพายแล้ว” ไคว่า

“เงียบน่า” พิธานพูดขึ้น พลางจ้องมองหน้าของพระพาย

“สวัสดี ฉันชื่อพิธาน” พิธานจ้องหน้าของพระพายไม่วางตา สายตานั้นราวกับสะกดพระพายไม่ให้เสตาไปมองอย่างอื่นได้ รู้สึกร้อนรุ่มขึ้นในอกเหมือนสายตานั้นกำลังแผดเผาร่างก็ไม่มีผิด

“คุณคือ...” พระพายอ้ำอึ้ง หวั่นว่าความคิดที่แล่นอยู่ในหัวจะเป็นความจริง หากคนตรงหน้าเป็นคนๆเดียวกับที่คิดไว้...คงจะน่ากลัวมากเลยทีเดียว

“อะไรกัน จำไม่ได้เหรอ อย่างนี้ต้องรื้อฟื้นกันหน่อยดีไหม?”


             รอยยิ้มที่มุมปากยืนยันความจริงที่พระพายกลัว ความเย็นเฉียบไหลลงขา รู้สึกปากคอแห้งผาก ทำไมถึงรู้สึกหวาดกลัวกับใบหน้านิ่งๆของคนตรงหน้า น้ำเสียงเนิบๆราวกับคนสุภาพ แต่หากสายตานั้นเฉียบคมราวกับจะเข่นฆ่ากันให้ได้ พิธาน....แค่พบหน้ากันครั้งแรก พระพายก็บอกได้เลยว่าผู้ชายคนนี้...น่ากลัวเหลือเกิน

“ผมว่า...เราคุยกันตรงนี้ไม่ได้หรอก” พระพายอ้าปากพูดรัวเร็ว เพราะไม่ทราบแน่ชัดว่าคนอื่นๆที่นั่งอยู่ตรงนี้จะรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นหรือไม่ อีกทั้งเรื่องใจดีสู้เสือเป็นของถนัดของพระพายอยู่แล้ว

“อยากอยู่กันสองคนมากกว่าสินะ ก็เอาสิ” พิธานพูดก่อนที่จะดึงมือพระพายให้ลุกขึ้น

“เฮ้ยๆ จะรีบไปไหนวะพิธาน?” เพื่อนอีกคนถามขึ้น

“อย่ายุ่ง” พิธานพูดเท่านั้น ก่อนที่จะดึงพระพายให้ลุกขึ้นแล้วพาเดินลงบันไดไปยังชั้นล่าง พระพายมองหาเก้าที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่และมองเห็นทางนี้แล้ว เก้าทำท่าจะลุกขึ้น

“อย่าคิดว่าไม่รู้นะว่าพาคนอื่นมาด้วย” พิธานพูดเสียงเนิบๆพระพายตัวแข็งทื่อพร้อมทำท่าจะฝืนการลากจูงของคนตรงหน้าทันที

“รู้ได้ยังไง?” พระพายถามเสียงสั่น

“หึ...” เสียงขึ้นจมูกพลางมองไปยังชั้นสองพบว่าไค เพื่อนของพิธานเดินลงมาจากชั้นสองแล้วเช่นกัน

“มาให้กระทืบถึงที่เลยนะ” ไคพูดขึ้น พระพายหันไปมองที่เก้าที่ตอนนี้ยืนเบิกตากว้างอย่างตกใจ

“เพื่อนฉันกับเพื่อนนายมีเรื่องกันนิดหน่อย คงต้องปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเอง...โลกกลมจริงๆนะว่าไหม?”

“อย่าบอกนะว่า...” พระพายชักกลัวตัวเองที่คิดอะไรถูกไปเสียหมด ดูท่าคนที่เก้าหนีมาหลายเดือนจะเป็นไค หนุ่มลูกครึ่งเพื่อนของพิธาน


         ทีแรกพระพายคิดว่าเก้าต้องวิ่งหนีไคที่กำลังเดินดุ่มเข้าไปหาแน่ๆ แต่ครั้งนี้พระพายคิดผิด เก้าถลกแขนเสื้อพร้อมวางมวยกับไคที่สูงกว่าพอสมควร เห็นได้ชัดว่าเป็นมวยผิดคู่ ดูก็รู้ว่าไคได้เปรียบเก้ามากกว่าเห็นๆ ครั้งที่แล้วที่เก้าต่อยไคได้คงเพราะโชคช่วยจริงๆ

“ไอ้เก้า อย่านะ!!!” พระพายร้องขึ้นมา ไม่อยากให้เก้าเจ็บตัวเลยจริงๆ


             เก้าก้าวขาไปหาไคพอๆกับที่ไคเดินเข้าไปหาเก้าเช่นเดียวกัน เพียงเท่านั้นที่พระพายเห็น เพราะถูกคนที่ลากมาอย่างพิธานพาออกไปยังนอกร้านเสียก่อน ตอนนี้พระพายไม่อาจจะทราบชะตากรรมของเก้าได้และรวมถึงชะตากรรมจากนี้ไปของตัวเองด้วยเช่นกัน

“จะไปไหน?” พระพายร้องถามขึ้น

“อยากมาคุยไม่ใช่เหรอ?”


             พิธานพูดพลางลากพระพายขึ้นรถสปอร์ตคันสีดำของตัวเอง พระพายทำท่าจะวิ่งหนี เพราะรู้สึกไม่ไว้ใจคนตรงหน้า แต่ใจหนึ่งรู้ดีว่าเหตุผลของการที่มาที่นี่เพื่อมาคุยเรื่องรูปและคลิปในคืนนั้นนั่นเองจึงยอมเลยตามเลยนั่งอยู่บนรถจนได้

         รถหรูขับออกมาจากผับแห่งนั้น พระพายได้นั่งนิ่งๆอย่างใคร่ครวญ เพราะตอนนี้เก้าก็เจอศึกหนัก เรื่องจะมาช่วยนี่คงเป็นไปไม่ได้งานนี้คงต้องหวังพึ่งแต่ตัวเองเท่านั้น

         บรรยากาศในรถมีแต่ความเงียบ พระพายลอบมองเสี้ยวหน้าของคนที่กลังขับรถอยู่ ใบหน้านิ่งเรียบราวกับรูปปั้น ยังยืนยันคำเดิมว่าหน้าตาของคนๆนี้ราวกับรูปสลักหินอ่อนกรีกโบราณจริงๆ ดูสวยงามแต่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง คำพูดคำจาจะดูขี้เล่นแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะคุยเล่นด้วยได้ แม้จะเห็นหน้ากันไม่กี่นาทีก็พอจะรู้ว่ารับมือกับคนประเภทนี้ยาก


         รถคันนี้แล่นมาถึงคอนโดหรู พระพายจำได้ดีว่าที่นี่คือที่ไหน มันคือที่ๆเดียวกันที่พระพายเดินออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อนคือห้องของเจ้าตัวนั่นเอง เครื่องยนต์ดับสนิทตรงที่ลานจอดรถ พระพายกลืนน้ำลายลงคอ ต้องยอมรับว่ากลัวไม่น้อยแต่ก็ยังยากคุยกันให้จบๆไป
“ถึงแล้ว ไปกันเถอะ” พิธานว่า ก่อนที่จะลากพระพายให้ลงมาจากรถ และขึ้นไปยังลิฟต์ กดปุ่มชั้นบนสุด ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดพระพายถูกดันให้แนบกับผนังของลิฟต์อย่างรวดเร็ว


             พระพายตกใจกับการจู่โจมที่ไม่ทันจะตั้งตัวเช่นนี้ มือทั้งสองข้างของพิธานยันกับฝาผนังลิฟต์ราวกับจะกั้นพระพายไม่ให้หนี พละกำลังขนาดนี้มีหรือที่จะตอบโต้ได้ พระพายจึงทำได้แค่ก้มหน้าลงเพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับคนตรงหน้า

“ห่างกันไม่กี่วัน...คิดถึงกันบ้างรึเปล่า?” น้ำเสียงต่ำๆกดลงที่ซอกหูของพระพาย ฉับพลันขนลุกซู่ไปทั้งร่าง

“ปล่อย...ปล่อยนะ”

“อะไรกัน ท่าทางแบบนี้...” เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้น ก่อนที่ลิฟต์จะชะงักไปเพียงนิดและเปิดออก เป็นการบอกว่ามาถึงชั้นบนสุดแล้ว


        พิธานลากพระพายไปยังห้อง ซึ่งคอนโดชั้นนี้มีเพียงแค่สองห้องเท่านั้น ห้องทางฝั่งซ้ายมือไม่ทราบว่าเป็นของใคร แต่ฝั่งขวามือนั้นเป็นของพิธานซึ่งตอนนี้กำลังใช้การ์ดเปิดประตูอยู่ เมื่อครั้งที่แล้วพระพายไม่ทันได้สังเกตว่าชั้นนี้มีกี่ห้อง

        เปิดประตูเข้าไป พบไฟในห้องสว่างวาบทันที ห้องชุดที่ดูเรียบหรูกว้างขวาง ทุกอย่างดูเป็นสัดส่วน จัดสรรได้อย่างลงตัวแต่ตอนนี้ไม่ใช่การมาดูสิ่งของเหล่านี้ พระพายมีเรื่องต้องคุยกับเจ้าของห้อง

“เอ่อ...คุณ...คุณพิธาน” พระพายตัดสินใจเรียกชื่อ

“เรียกพิธานเฉยๆก็ได้ แบบนั้นฟังแล้วห่างเหิน”

“ที่นัดมา จะคุยเรื่องนั้นใช่ไหม?” พระพายกัดฟันถามออกไป พิธานดันให้พระพายนั่งลงตรงโซฟา ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆด้วยระยะห่างเพียงน้อยนิด พระพายพยายามขยับตัวออกให้ห่างที่สุดแต่ดูเหมือนจะยากเกินไปเพราะที่วางแขนกั้นอยู่นั่นเอง

“ใจร้อนจังนะ...แบบนี้สิที่ชอบ” พิธานพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะหยิบโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดที่คนมีเงินนิยมใช้อยู่ในตอนนี้ขึ้นมา เลื่อนหน้าจอไปมาก่อนที่จะเปิดคลิปอะไรสักอย่างขึ้นมา

“มุมสวยไหม?”


             พิธานถามเช่นนั้น พระพายมองภาพเคลื่อนไหวในจอราวกับถูกค้อนทุบหัว มันเป็นภาพของตัวพระพายเองที่กำลังอยู่ใต้ร่างของคนที่นั่งอยู่ข้างๆที่กำลังยกยิ้มมุมปากอยู่ สีหน้า ท่าทาง ส่งเสียงร้องผะแผ่ว ดูก็รู้ว่าไม่ได้ขัดขืนแต่พระพายมั่นใจว่าหากมีสติมากกว่านี้ มันจะไม่ใช่การสมยอมอย่างแน่นอน จากนั้นไม่นานนักในคลิปพระพายก็ถูกผ้าปิดตาและทำอะไรต่อมิอะไรกันอีกมากมาย เสียงร้องครางดังขึ้นมาเป็นระยะๆ พระพายเบือนหน้าหนี ดูเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะเห็นว่าพิธานนั้นมีคลิปอยู่ในมือจริงๆ

“ต้องการอะไร ถ้าเรื่องเงิน...ไม่มีให้หรอกนะ” พระพายถามพลางออกตัวอย่างชัดเจนถึงสถานะการเงินของตัวเอง

“เรื่องเงินฉันไม่ต้องการ...แต่อยากได้อย่างอื่นที่มากกว่านั้น”

“อยากได้อะไร?” พระพายใช้หางตามองพิธานเพราะไม่กล้าสบตาตรงๆ

“อยากได้ตัวนายไง...”
...
..
.

        ด้านเก้าที่ตอนนี้กำลังเดินดุ่มๆเข้าไปพร้อมประจันหน้ากับไค ง้างหมัดทำท่าจะซัดเข้ากับใบหน้าของไคให้ได้ ในใจพลางคิดไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าผู้ชายที่ได้เสียกับพระพายเพื่อนของตัวเองคือเพื่อนของอริที่ตามรังควาญตนมาตลอดหลายเดือน

“ใจเย็นๆสิ มาถึงจะซัดกันเลยรึไง?” ไคหัวเราะแผ่วๆ จับข้อมือของเก้าไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่จะมันจะซัดเข้ากับใบหน้าของตน

“มึงบอกกูมา ว่าเพื่อนมึงพาเพื่อนกูไปไหน?” เก้ากดเสียงต่ำถามออกไป

“เขาสองคนมีเรื่องต้องคุยกับ เหมือนเราสองคนไง” ไคยังคงยิ้มกริ่ม

“มึงจะเอาไงก็ว่ามา คราวนี้กูไม่ถอยแล้วก็ได้”

“จะเอาไงดี...นั่นสิ เอาไงดี” ไคทำท่าคิดหนัก ซึ่งนั่นไปกระตุ้นต่อมโมโหของเก้าให้เพิ่มขึ้นไปอีก

“มึงอย่าลีลา จะเอาไงก็ว่ามา อยากได้คำขอโทษจากกูใช่ไหม ได้...กูขอโทษ ขอโทษที่ไปยุ่งผู้หญิงของมึง พอใจรึยัง?”

“มาขอโทษเอาป่านนี้ ขี้โกงจังนะ”

“ขี้โกงอะไร ก็กูขอโทษมึงแล้วไง มึงจะเอาอะไรอีกหรืออยากชกกู เอาสิ ชกมาเลย แต่มึงต้องบอกมาว่าเพื่อนมึงพาเพื่อนกูไปไหน” เก้ายื่นหน้าเข้าไปหาไค

“แบบนี้ก็หมดสนุกสิ อีกอย่างเรื่องของพิธานเข้าไปยุ่งไม่ได้ โทษที คงบอกให้ไม่ได้” ไคว่าก่อนที่จะขยับหน้าเข้าไปเก้าให้ใกล้กว่าเดิม

“ถ้ามึงขยับเข้ามาอีกกูจะซัดหน้ามึงจริงๆนะ” เก้าว่าแต่เหมือนไคจะไม่ฟัง นั่นทำให้เก้าเลือกที่จะปล่อยมัดตรงเข้าไป

“โอ๊ย!!” เสียงเก้าร้องขึ้น เมื่อไคจับหมัดนั้นไว้ทันพร้อมพร้อมกับบิดแขนของเก้าไพล่หลังได้อย่างจับจังหวะถูกต้อง

“ไม่ยอมให้ต่อยอีกครั้งหรอกนะ” ไคพูดเสียงเย็นก่อนที่จะบีบแขนของเก้าให้แน่นขึ้นไปอีก

“ปล่อยสิวะ” เก้าที่ทั้งเจ็บทั้งโกรธที่ไม่สามารถสู้คนตรงหน้าได้ หากผ่านตรงนี้ไปไม่ได้ความหวังที่จะไปช่วยพระพายยิ่งไม่มีทาง

“อยากช่วยเพื่อนจริงๆเหรอ?” ไคถาม พลางดึงเก้าให้เข้ามาใกล้ๆตนกว่าเดิม

“ก็เออสิวะ” เก้าพูดพลางพยายามจะสะบัดตัวให้ออกห่างจากไคให้ได้มากที่สุด

“ถ้าอย่างนั้นมาแข่งกินเหล้ากันหน่อยเป็นไง” ไคยื่นขอเสนอให้

“มันใช่เวลาแข่งกันที่ไหนวะ?” เก้าร้องขึ้นมาเพราะเร่งรีบอยากไปช่วยพระพายแล้ว

“มีวิธีนี้เท่านั้นที่จะได้ช่วยเพื่อน..ว่าไงล่ะ สนรึเปล่า?” ไคถามอย่างใจเย็นอีกครั้ง

“แล้วถ้ากูชนะล่ะจะได้อะไร?”เก้ากระหยิ่มยิ้มย่องในใจขึ้นมาทันที เรื่องของมึนเมาเป็นเรื่องถนัดของเก้า คอทองแดงคือฉายาของเก้าสมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ถือว่าไคพลาดแท้ๆที่คิดจะมาแข่งเรื่องนี้กับเก้า

“ถ้านายชนะ ฉันจะยอมบอกที่อยู่ของเพื่อนฉันให้แล้วก็แถมเรื่องที่จะไม่ตามรังควาญนายอีก แต่บอกก่อน...ถ้านายแพ้ นายจะต้องอยู่ใต้คำสั่งฉันจนกว่าฉันจะพอใจ”

 “ตกลง แล้วอย่าคืนคำล่ะ”

“ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว” ไคพูด ก่อนที่จะปล่อยให้เก้าเป็นอิสระ ศึกระหว่างไคและเก้าได้เริ่มขึ้นแล้ว...
 
+++++++++++++++++++++
*Lyric : Crush By David Archuleta.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-08-2017 15:06:10 โดย kimjuy_o »

ออฟไลน์ pktherabbit

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
คุณพระ อิชั้นมีความกระหายหิวตอนต่อไปสูงมากค่ะ

ออฟไลน์ angelarty

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
พระพายโดนอีกแล้ววว กรี๊ดๆๆ><

ออฟไลน์ ก้มหน้าก้มตา

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
ทีแรกเข้ามาอ่านรู้สึกว่าน่าติดตาม

พอมารู้ว่าเป็นผู้แต่ง   #อย่าบอกใคร..ว่า...ฉันรักเธอ?

ยิ่งตามต่อเลยค่ะ


รอลุ้นทั้งเรืองเก้าและพระพายเลย พระพายอย่าไปยอมน่ะลูกก

ออฟไลน์ ammchun

  • Don't Worry,Be Happy
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1626
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-4
ทำไมมันกร๊าววววววใจขนาดเน้ :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-4
พระพายจะโดนกินอีกแล้ว  :oni1: :oni1: :oni1:

ออฟไลน์ Veesi3

  • coHon3 {ต้นฝ้าย}
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 879
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
 :hao7: :hao7: ตอนหน้าขอแบบละเอียดๆ แบบซุปเปอร์ฟูลเอชดีเลยนะคะ อร๊ายยยยยย อ่านแล้วรู้สึกเซ็กซี่ทุกตอนเลยอ่ะค่ะ 555555555555555555 ชอบบบบบบบ คู่เก้าไคนี้ติดตามมมมม  :hao6:   แต่ตอนนี้อยากตามติดข้างเตียงของพิธานมากกว่าค่า

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ silverrain

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 53
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
คุณพิธานอยากได้พระพาย

 :กอด1: :o8:

ออฟไลน์ utamon

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1049
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-2
*เกาะประตูห้องพิธาน*  :m22:

ออฟไลน์ klaew

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1350
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-2
จัดว่าเด็ด

ออฟไลน์ catka12

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
 :ling1: โอ้ยยยย...  :hao7: ลุ้นทั้งสองคู่เลยยยย... ดูแล้วท่าจะแซบ....  :hao6:

ออฟไลน์ แฟนตาเซีย

  • หืมม...?
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 650
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
ชอบทั้งคู่หลักและรองเลยยยย

ออฟไลน์ cheezett

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 515
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
เกาะติดชิดหน้าจอจ้าาาา  :ling1: :ling1: :ling1:

ออฟไลน์ kimjuy_o

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 353
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +415/-2
:katai5: :katai5: :katai5: กระดึ๊บๆ เข้ามาอัพต่อ เช่นเคยค่ะ หากมีคำผิดหรือข้อผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยด้วยนะคะ อ่านกันให้สนุกนะคะ  :bye2:

+++++++++++++++++++++
Holler…เรียกฉันสิที่รัก
ตอนที่ 4 Play the game.


Everything you want you will find in me.
ทุกสิ่งที่คุณต้องการ คุณจะพบในตัวฉัน
If you play my game.
ถ้าหากคุณเล่นเกมของฉัน


        แก้วแล้วแก้วเล่าที่ถูกกระดกดื่มกลืนเข้าไป ผ่านมาหนึ่งชั่วโมงแล้วที่ไคและเก้ายังคงนั่งแข่งหน้าต่อหน้าเพื่อนๆของไคซึ่งต่างก็พากันส่งเสียงเชียร์อย่างเมามันเพราะไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียว

“มึงยอมแพ้ไปเถอะ” เก้าหันไปพูดกับไคที่ตอนนี้ยังคงยิ้มอย่างเหนือกว่า

“อะไรกัน ไม่ไหวแล้วเหรอ?” ไคถาม ซึ่งตอนนี้เพื่อนอีกคนกำลังชงเหล้าให้อย่างว่องไว

“เสียหน้าต่อหน้าเพื่อนนี่จะน่าอายมากนะกูบอกเลย” เก้าว่าก่อนที่จะกระดกแก้วเข้าปากไปจนหมดหยดสุดท้ายจากนั้นก็ยื่นแก้วให้เพื่อนของไคชงเพิ่ม

“ใครแพ้เดี๋ยวก็รู้” ไคพูดก่อนที่จะกระดกแก้วต่อโดยไม่มีทีท่าว่าจะเมาเลยสักนิด


        ผ่านไปได้เพียงไม่นาน ขวดเหล้าเปล่าๆเริ่มเกลื่อนกลาดบนโต๊ะ ทั้งสองดื่มเข้าไปจนนับจำนวนไม่หวาดไม่ไหวแล้วและยังมองไม่เห็นว่าใครจะแพ้ใครจะชนะในการแข่งครั้งนี้เสียด้วยซ้ำไป

“เมื่อไหร่มึงจะล้มวะ?” เก้าถามอย่างหน่ายๆเพราะตั้งแต่เริ่มออกเที่ยว ยังไม่เคยเจอใครที่คอแข็งสูสีตัวเองเลยสักคน เพิ่งจะเห็นคนตรงหน้านี่เป็นครั้งแรกที่ดื่มเหล้าเหมือนน้ำเปล่าไม่มีท่าทีจะอ่อนลงเลยสักนิด

“กินจนร้านปิดก็คงไม่รู้ผล...เปลี่ยนกติกาหน่อยดีไหม?” เพื่อนของไคพูดขึ้น

“จะเปลี่ยนยังไง?” เก้าถามพลางกระดกแก้วล่าสุดที่เพิ่งชงเข้าปากจนหมด

“เปลี่ยนเหล้าสิ เตกีล่าหน่อยเป็นไง ใครล้มก่อนก็แพ้”

“เอาอย่างนั้นเลย?” ไคถามพลางยิ้มมุมปาก

“ก็เอาสิ ยังไงก็ไม่หวั่นหรอก”


             ตอนนี้ซากขวดเปล่าถูกเด็กเสิร์ฟเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว และถูกแทนที่ด้วยขวดเตกีล่าฝาเป็นรูปหมวกสีแดง ที่บรรจุของเหลวขาวใสราวกับน้ำเปล่าไว้พร้อมเครื่องเคียงอย่างเกลือและมะนาวผ่าซีกเล็กๆมาพร้อมกันด้วยแน่นอนว่าความแรงของเหล้าชนิดนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว

        เก้าที่มั่นใจในความคอแข็งของตัวเองก็เริ่มคิดผิด เพียงแค่ช็อตเล็กๆที่ใส่เข้าปาก ความร้อนบาดไปทั้งลำคอ ร้อนวูบลงไปถึงช่องท้อง คติที่ว่าหากกินเหล้าหลายตัวปนกันแล้วจะเมาแน่นอนท่าจะเป็นเรื่องจริงเพราะตอนนี้เก้าเริ่มมึนหัวหลังจากที่แข่งกระดกเตกีล่ากับไคเพียงไม่กี่ช็อตเท่านั้น

“อะไร...ไม่กี่ช็อตก็หน้าแดงแล้ว” ไคเริ่มเยาะเย้ยทันทีที่เห็นเก้าเริ่มคอตกคอพับ

“หุบปาก...” เก้าตะคอกทันที ก่อนที่จะกระดกเข้าไปอีกช็อตและพบว่าทุกอย่างเลือนหายไปกับตา ดับวูบราวกับถูกปิดสวิทช์เก้าคิดผิดแล้วจริงๆที่ยอมท้าแข่งในครั้งนี้...
...
..
.
“อยากได้ตัวนายไง...”


        สิ้นคำพูดนั้น พระพายได้แต่นั่งนิ่งเงียบงัน คนๆนี้ต้องการอะไร ทำไมถึงพูดประโยคนั้นออกมาได้ พระพายนิ่งไปคิดในใจอย่างรับรู้ความหายในคำพูดนั้น คำพูดที่ว่าต้องการตัวของพิธานนั้นหมายความว่าอะไร คงไม่พ้นต้องเป็นเครื่องบำบัดความใคร่อย่างแน่นอนและนั่นทำเอาพระพายตลกไม่ออก

“ไม่ตลก...มุกนี้ไม่ขำ” พระพายพูดออกมาเสียงเบา พิธานที่ได้ยินเช่นนั้นจึงหัวเราะเสียงแผ่วๆออก

“นี่คิดอะไรอยู่ เวลานี้ใครจะมาเล่นมุก...เอาจริงต่างหาก” พิธานว่าก่อนที่จะขยับตัวเข้าไปหาพระพายใกล้เข้าไปกว่าเดิม
“ไม่...ผมมาเพื่อจบเรื่องพวกนี้” พระพายกร้าวเสียงขึ้น

“ใจร้ายจัง ไม่คิดจะสานต่อกันจริงๆเหรอ?” พิธานยังคงคุมเกม ยิ่งทำให้พระพายรู้สึกถูกต้อนจนมุมเข้าไปกว่าเดิม

“ตอนนี้สถานะของนายไม่มีสิทธิ์มาต่อรองนะ รู้ตัวด้วย” พิธานเสียงเย็นชามาก มากเสียจนพระพายรู้สึกขนลุก

“แต่ผม...ไม่ต้องการแบบนั้น ปล่อยผมไปเถอะ” พระพายที่เริ่มรู้แล้วว่าไม้แข็งใช้กับคนๆนี้ไม่ได้ จึงเริ่มใช้ไม้อ่อนเข้าสู้บ้าง

“อะไรกัน ถึงกับอ้อนวอนกันเลยเหรอ?” พิธานว่าพลางหัวเราะแผ่วๆ ทั้งที่สีหน้ากำลังตึงเข้าไปทุกขณะ

“ผมไม่มีอะไรที่คุณต้องการหรอก ปล่อยผมไปดีกว่า สัญญาว่าจะไม่พูดเรื่องนี้กับใคร” พระพายแทบจะพนมมือขอร้องแล้วตอนนี้ อับจนหนทางที่จะให้พิธานยอมปล่อยตนไป ดูเหมือนพิธานเริ่มหมดความอดทนกับพระพายแล้ว

“พูดมาตกลงหรือไม่ตกลง ถ้าตกลงคลิปจะไม่หลุด แต่ถ้าไม่...ฉันจะทำให้นายไม่มีหน้ายืนอยู่ในสังคมได้เลยจะบอกให้” พิธานไม่ได้ใช้น้ำเสียงข่มขู่เลยสักนิด แค่เสียงเย็นยะเยือกบวกกับสีหน้านิ่งๆที่ดูก็รู้ว่าไม่ได้พูดเล่น ทำเอาพระพายน้ำตาแทบซึม


        ความเงียบโรยตัวท่ามกลางคนทั้งสอง พิธานที่รอคำตอบจากพระพายด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกกับพระพายที่ต้องตอบคำถามที่ยากที่สุดในชีวิต จะต้องทำอย่างไรจะเลือกศักดิ์ศรีที่มีอยู่น้อยนิดหรือจะเลือกให้ตัวเองถูกกดขี่ข่มเหงจากคนที่ไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน พระพายกำหมัดแน่น น้ำตาเอ่อซึมอย่างแค้นใจ ชาติที่แล้วทำกรรมอะไรไว้กับคนๆนี้ ชาตินี้ถึงต้องโดนจองเวรจองกรรมกันถึงขนาดนี้ แม้จะโมโหโกรธาขนาดไหนแต่พระพายก็ไม่ยอมให้น้ำตาไหลออกมาต่อหน้าคนๆนี้เป็นอันขาด รีบปาดน้ำตาที่ทำท่าจะซึมออกมาให้หมดไปเพื่อเผชิญหน้ากับชายที่มีดีแค่หน้าตาแต่จิตใจโสมมเหลือเกิน

“เราไม่เคยรู้จักกัน...ทำไมถึงต้องมาทำกับผมขนาดนี้ด้วย?” พระพายเค้นถามเสียงแผ่วเบารอดไรฟัน

“รู้อะไรไหม...ชีวิตคนเราก็เหมือนเกม ต้องลงมือเล่นถึงจะได้ในสิ่งที่ต้องการ ตอนนี้ฉันกำลังยื่นเกมให้นายเล่น ไม่สิ...ต้องเรียกว่าบังคับดีกว่า” พิธานว่า พลางจับคางของพระพายให้หันมามองหน้าตน

“นายต้องเล่น เพราะถ้านายไม่เล่น นายก็จะแพ้ คนแพ้ไม่มีที่ยืนหรอกรู้ไว้ด้วย” พิธานพูดต่อ พลางจ้องเข้าไปในตาดวงตาที่ติดจะแดงนิดๆของพระพายอย่างผู้ที่เหนือกว่า

“ก็ได้...ผมจะยอมเล่นก็ได้ แต่ผมขอเวลาที่จำกัด คงไม่มีเกมไหนที่ต้องเล่นไปตลอดหรอก จริงไหม?” พระพายรู้ซึ้งทันทีว่าถ้าไม่ยอมตกลงจะต้องมีสิ่งเลวร้ายตามมา การตอบตกลงที่จะเอาตัวเองเข้าไปพัวพันเรื่องบ้าๆพวกนี้จึงเกิดขึ้น

“ต่อรองเก่งจังนะ เอาเท่าไหร่ดี สามเดือนเป็นไง?” พิธานเสนอ พระพายถอนหายใจออกมา

“เดือนเดียวเท่านั้นพอ” พระพายบอก

“มันน้อยไป ขอสองก็แล้วกัน ตกลงตามนี้” พิธานไม่เปิดโอกาสให้พระพายได้พูดอะไรต่อ เพราะเจ้าตัวจัดการปิดปากของพระพายเสียเสร็จสรรพ


        พระพายนั้นไม่อาจจะจำรสจูบของพิธานในคืนนั้นได้ ถึงพระพายจะไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงมาก่อน แต่ใช่จะไม่เคยจูบใครมาก่อน ตอนมหาวิทยาลัยนั้นพระพายก็มีเรื่องกุ๊กกิ๊กตามวัยเหมือนคนทั่วไป เรื่องจูบอย่างน้อยๆก็สองสามครั้งแต่ครั้งนี้เป็นอะไรที่น่าตกใจ เพราะปกติแล้วพระพายจะเป็นฝ่ายนำผู้หญิงพวกนั้นเสียมากกว่าแต่สำหรับครั้งนี้พระพายกลายเป็นฝ่ายตาม


        จูบนั้นราวกับจะฉกชิงทุกอย่างออกมาจากร่างกาย เป็นจูบที่พระพายไม่อยากโกหกตัวเองเลยว่ามันดีมากจริงๆ ริมฝีปากของพิธานนั้นบางเฉียบแต่กลับรู้สึกถึงความอ่อนนุ่มที่ไม่คิดว่าผู้ชายจะมี กอปรกับความรู้สึกหยุ่นของปลายลิ้นที่สอดลึกเข้ามายังภายในปาก ทำเอาพระพายเตลิดไปไม่น้อย ทั้งที่เกลียดการกระทำของคนตรงหน้าแต่กลับมีอะไรบางอย่างจุดประกายขึ้นมาในอกซึ่งพระพายไม่อาจจะรู้ได้ว่ามันคืออะไร


        เสียงจูบจวบจาบดังเข้ามายังโสตประสาทการได้ยิน ทำพระพายรู้สึกอายขึ้นมาเสียดื้อๆ ทั้งๆที่ไม่สมควรจะอายกับคนๆนี้ คนที่เผลอมีอะไรไปด้วยแล้วแต่พระพายกลับใจเต้นแปลกไปเสียได้ ไม่รอช้าพระพายรีบยกมืออันสั่นเทาเพราะเริ่มไร้เรี่ยวแรงผลักคนที่กำลังปล้นจูบจากตน ผลักให้ออกห่างพร้อมเบือนหน้าหนี

“พอ..แล้ว” พระพายพูดตะกุกตะกักออกมา เพียงแค่จูบทำเอาไปเสียไกลจนแทบจะรั้งตัวเองไม่อยู่ ปล่อยให้ตัวเองล่องลอยไปกับรสจูบของคนที่ได้ชื่อว่าผู้ที่กำลังข่มขู่ตนอยู่

“พออะไรกัน นี่แค่เพิ่งเริ่มต้น”

“แต่..แต่วันนี้ไม่พร้อม” พระพายพูดออกไป พลางคิดต่อว่าจะหาข้องอ้างอะไรดี

“ยังตกใจอยู่สินะ ก็ได้ ฉันให้โอกาสนายได้ทำใจก่อนสักวันสองวัน เดี๋ยวฉันจะติดต่อไป และเมื่อนั้นถ้านายไม่มาหรือคิดเล่นอะไรตุกติก รู้ใช่ไหมว่าต้องเจอกับอะไร” พิธานว่า พระพายพยักหน้าอย่างจำยอม

“กลับเองนะ ไม่ไปส่ง” พิธานบอก ก่อนที่จะลุกขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองโดยที่ไม่หันกลับมามองพระพายแม้แต่นิดเดียว ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้แสดงท่าทีว่าต้องการอะไรจากพระพายอยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้กลับหันหลังกลับไปอย่างไม่สนใจอะไรเลย

“คนอะไรวะ แบบนี้ก็มีด้วย” พระพายยังคงงงๆและอึ้งกับท่าทีของพิธาน ดูอย่างไรก็เป็นคนแปลกๆ หรือจะเป็นโรคไบโพล่าร์ ที่ว่ากันว่าจะเป็นคนอารมณ์สองขั้ว เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย พระพายได้แต่ต่อว่าพิธานอยู่ในใจเพราะต่อหน้าไม่กล้าจะพูดจริงๆ หากทำเช่นนั้นน่ากลัวจะถูกซัดหน้าเอาได้


        พระพายเดินออกมาจากห้องของพิธานลงไปยังชั้นล่าง เรียกหาแท็กซี่ที่วิ่งผ่านอยู่ตลอดทั้งคืนเพื่อกลับไปยังห้องพักของตัวเอง พลางนึกไปถึงเก้าว่าป่านนี้จะเป็นอย่างไรแล้ว คิดได้อย่างนั้นจึงรีบหยิบโทรศัพท์กดโทรหาเก้าทันที

        โทรไปนานหลายนาทีแต่เก้าก็ไม่รับสายเสียทีจนพระพายเลิกโทร แม้จะร้อนใจบ้างที่เก้าหายไป แต่ใจหนึ่งก็รู้ดีว่าเก้าเอาตัวเองรอดได้อย่างสบายๆอยู่แล้ว พระพายจึงเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงพลางเอนหลังพิงเบาะรถพลางมองข้างทาง

        รถแท็กซี่แล่นไปได้อย่างรวดเร็วเพราะดึกแล้วรถราจึงมีน้อย แสงไฟข้างทางสีนวลเหลือง เห็นแล้วรู้สึกสบายตาแต่ผิดกับข้างในใจที่ไม่สบายเลยสักนิด พรุ่งนี้และวันต่อไปจะเป็นอย่างไร เวลาสองเดือนที่ตกปากรับคำผู้ชายคนนั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง พระพายถอนหายใจออกมาไม่มีน้ำตาสักหยดเพราะรู้ดีว่าผู้ชายคนนั้นไม่มีค่าพอที่จะเสียน้ำตาให้ จะอย่างไรก็ต้องเข้มแข็งเพื่อยืนหยัดและก้าวต่อไป มองโลกให้สวยงามเข้าไว้ แม้ว่าเรื่องในวันนี้จะเลวร้ายก็ตาม พระพายได้แต่คิดเพียงเท่านั้นก่อนที่จะหลับตาลง เพื่อให้ความฟุ้งซ่านเบาบางจางไป...
...
..
.

        ล่วงเลยเข้าวันใหม่ เก้าลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งในสภาพที่งัวเงียและปวดหัวหนัก ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะเมาค้างถึงขนาดนี้ เมามาจนเปลือกตาหนักห่วงแทบลืมไม่ขึ้น อีกทั้งวันนี้เป็นวันอังคาร วันทำงานปกติที่ไม่ใช่วันหยุดและสภาพนี้คงจะไปไหนไม่ได้จริงๆ

“ไอ้พาย...”


             เก้าพึมพำออกมา พอตั้งสติได้ก็โฟกัสมองรอบข้างพบว่าเป็นห้องนอนของตัวเองไม่ใช่ห้องของพระพายแต่อย่างใด เก้าลุกขึ้นมาอย่างโงนเงน ศีรษะแทบจะปักลงบนหมอนอีกครั้ง เลวร้ายเหลือเกินกับอาการเมาค้างเช่นนี้ รอบๆตัวมีแค่เสียงเครื่องปรับอากาศที่บ่งบอกว่ากำลังทำงานอยู่ สิ่งแรกที่นึกถึงคือพระพาย เก้าควานหาโทรศัพท์พบว่ามีสายไม่ได้รับจะพระพายอยู่หลายสาย แบตเตอรี่ก็ใกล้หมดเต็มที เก้าจึงรีบชาร์จแบตเตอรี่และต่อสายโทรหาที่ทำงานเพื่อลางาน โดยบอกข้ออ้างคลาสสิคอย่างไม่สบายท้องเสีย จากนั้นก็รีบโทรหาพระพายพร้อมกับเอนตัวลงนอนพลางหลับตา

“ฮัลโหลไอ้พาย” เก้ากรอกเสียงอันแหบแห้งของตัวเองลงไปทั้งๆที่ยังคงหลับตาอยู่

“เก้า มึงอยู่ไหน เมื่อคืนโทรไปตั้งหลายสาย” พระพายพูดเสียงเบาๆ คาดว่าตอนนี้น่าจะอยู่ที่ทำงาน เก้าจึงดึงโทรศัพท์ออกจากหู ลืมตาดูเวลาบนหน้าจอพบว่าสิบเอ็ดโมงแล้ว

“อยู่ห้องกูเอง” เก้าบอก และพลางนึกคิด...ภาพล่าสุดคืออยู่ที่ผับและกำลังแข่งดื่มเหล้ากับเจ้าลูกครึ่งตัวสูงนั่นแล้วจู่ๆทำไมถึงตื่นมาแล้วมาอยู่ในห้องของตัวเองได้นั่นคือสิ่งที่เก้ากำลังสงสัย

“มึงเมาหรอ?” พระพายถาม

“เออ ว่าแต่เมื่อคืนมึงไปไหน ไอ้นั่นมันทำอะไรมึงรึเปล่า?” เก้าถาม นี่คือสิ่งที่เก้ากำลังเป็นห่วง

“เรื่องนั้นค่อยพูดกัน ทำงานก่อน” พระพายพูด ก่อนที่จะรีบวางสายไป เก้าจึงใช้โอกาสนี้ในการหลับเอาแรงต่อเพราะไม่พร้อมจะทำอะไรจริงๆในตอนนี้...

...
..
.


        หลับไปนานแสนนานในความรู้สึกของเก้า พอลืมตาขึ้นมารอบนี้ค่อยรู้สึกดีขึ้นมากกว่าเดิม ปวดหัวนิดหน่อย อาการหนักๆค่อยลดลงแล้ว แต่เพียงรู้สึกคอแห้งเพียงเท่านั้น เก้าจึงลุกขึ้นขยี้ตาเบาๆ พลางเดินไปยังตู้เย็นอย่างคนชินทางทั้งที่ยังงัวเงีย หยิบขวดน้ำดื่มเย็นๆยกขึ้นดื่มดับกระหาย ก่อนที่จะกลับมายังเตียงนอน พบว่าตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงเย็นแล้ว เก้าจึงถอดเสื้อผ้าชุดเดิมที่ใส่ในเมื่อคืนออก แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเพื่อออกไปหาพระพายที่ป่านนี้น่าจะอยู่ที่ห้องแล้ว

        เก้าจัดการตัวเองเรียบร้อยและเดินทางมายังห้องของพระพาย เคาะสองสามทีพระพายก็เปิดประตูต้อนรับแล้วซึ่งตอนนี้ยังคงสวมชุดทำงานคาดว่าน่าจะเพิ่งกลับมา

“เป็นไงบ้างมึง เมื่อคืนเป็นห่วงแทบแย่” พระพายเอ่ยประโยคแรกทันทีที่เห็นหน้าเก้า

“กูสิต้องเป็นห่วงมึง มันทำอะไรมึงบ้างรึเปล่า?” เก้าถามกลับ

“กูเหรอ...ไม่เป็นอะไรหรอก มันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น” พระพายตอบเสียงอ้อมแอ้ม

“มึงอย่าปิดกูนะพาย บอกกูมาตรงๆ” เก้าถามเสียงจริงจัง เมื่อเก้าเริ่มเป็นแบบนี้พระพายรู้ดีว่าคงต้องบอกความจริงไป

“คือ...มัน...จะแบล็คเมล์กู ถ้ากูไม่ตอบตกลงข้อเสนอ” พระพายบอก

“ข้อเสนออะไร อย่าบอกนะว่ามันจะเอามึงจนกว่าจะพอใจ” เก้ากลัวสิ่งที่ตัวเองคิดจะเป็นจริงเหลือเกิน และเป็นไปตามคาด...พระพายพยักหน้าเป็นคำตอบด้วยสีหน้าที่สุดแสนจะมืดมน

“เลวเอ้ย กูว่าแล้วว่าต้องมาไม้นี้”

“ช่างเถอะ ยังไงกูก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ให้ๆมันไปจนกว่ามันจะพอใจนั่นแหละ ไม่นานหรอก สองเดือนเอง” พระพายว่า ตอนนี้อยู่ในสภาวะยอมรับ ทำใจและจำยอมกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“มึงจะไหวเหรอวะ ให้ใครที่ไหนไม่รู้มาทำแบบนั้นกับมึง” เก้าถามอย่างเป็นห่วง

“สบายมาก กูพระพายซะอย่าง” พระพายพยายามยิ้มออกมา เก้าที่เห็นแบบนั้นจึงเดินเข้าไปกอดพระพายทันที


        พระพายนิ่งเงียบไป น้ำตาที่คาดว่าน่าจะไหลแต่กลับไม่ไหลออกมา พระพายไม่ใช่คนร้องไห้พร่ำเพรื่อ เข็มแข็งและร่าเริงอยู่เสมอไม่ว่าจะเจอเรื่องเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม ขนาดตอนที่สูญเสียป้าผู้เป็นที่รักไป เวลาอยู่ต่อหน้าเพื่อนๆพระพายจะยิ้มเสมอแต่พอหลับหลังกลับไปนั่งร้องไห้ตลอดเวลา ซึ่งตอนนั้นเก้าก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย รู้ดีว่าพระพายพยายามทำตัวไม่ให้คนอื่นเป็นห่วงและไม่ยอมร้องไห้ต่อหน้าใครทั้งนั้น

“ถ้ามึงอยากร้อง ก็ร้องออกมา ยังไงกูก็จะอยู่ข้างมึง” เก้าตบหลังพระพายราวกับจะปลอบ พระพายยิ้มอ่อนๆพลางหลับตา ซบลงบนไหล่ของเก้าที่สูงกว่าตนเพียงนิดหน่อย

“ขอบใจ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวทุกอย่างก็จะผ่านไป แค่นี้กูสบายมาก...จริงๆนะ” พระพายว่า กอดตอบเก้าที่ดูจะเป็นห่วงพระพายมาก

“เออ อย่าทำเป็นแกร่งมาก เดี๋ยวจะอกแตกตาย” เก้าบอกก่อนจะผละออกมา

“เออน่า ว่าแต่มึงเหอะ เมื่อคืนคนที่ชื่อไคนั่นทำอะไรมึงบ้างเขาต่อยมึงรึเปล่า?” พระพายถาม

“ไม่หรอกมึง แข่งกินเหล้ากันว่ะแต่เมื่อคืนกูจำอะไรไม่ได้เลย สุดท้ายเหมือนวูบไป ไม่รู้ใครแพ้ใครชนะ” ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนนั้นตนดื่มเหล้ากับไค หนุ่มลูกครึ่งที่มีเรื่องและหนีมาตลอดหลายเดือนอีกทั้งยังไม่รู้ผลแพ้ชนะเลย

“แข่งไปทำไม?” พระพายถามอย่างสงสัย

“ก็ถ้ากูชนะ มันจะไม่ยุ่งกู แล้วจะบอกที่อยู่ของไอ้คนที่ลากมึงไปไง แต่มันคอแข็งสุดๆ กูนี่ล้มมันยากมาก เลยล่อซะยาว”

“มึงนี่ระดับตัวพ่อแล้วนะ ยังมีคนเหมือนมึงอีกเหรอ?” พระพายตกใจสุดๆที่ยังมีคนคอแข็งสู้เก้าได้

“เออ กูเองยังตกใจเลย แต่นี่มันหายเงียบไป แล้วเมื่อคืนกูก็ไม่รู้ว่ากลับมาห้องได้ยังไง” เก้ายังคงงงๆกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เชื่อมั่นว่าตนต้องชนะแน่ๆ

“มึงนี่นะ สิ้นคิดจริงๆ ไปทำแบบนั้นมึงคิดว่าจะช่วยกูได้รึไง สุดท้ายมึงก็เมาไปช่วยกูไม่ได้อยู่ดี” พระพายส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจในตัวเก้า คนอะไรคิดจะช่วยเพื่อนแท้ๆแต่ใช้วิธีที่สิ้นคิดสุดๆ

“เอาน่า เลือดมันขึ้นหน้านี่หว่า แต่กูขอโทษมึงนะที่ไปช่วยมึงไม่ทัน” รู้สึกผิดไม่น้อยที่เรื่องราวกลับบานปลาย

“ช่างมันเถอะ ชะตากรรมกูเอง ใครจะมาช่วยได้ แล้วนี่มึงจะมาอยู่กับกูต่อไหม?”

“กูว่ากูกลับไปอยู่ห้องกูดีกว่า เพราะมันคงไม่มายุ่งกูแล้วล่ะ”

“เอาอย่างนั้นก็ได้ ยังไงก็ติดต่อมาด้วยล่ะ อย่าหายไปเฉยๆอีก กูเป็นห่วง” พระพายบอก เก้าจึงเริ่มเก็บข้าวของ ก่อนที่จะบอกลาพระพายแล้วกลับไปยังห้องของตัวเอง


        เก้าสะพายกระเป๋าของตัวเองนั่งรถแท็กซี่กลับมายังห้อง พบว่ามีใครคนหนึ่งยืนพิงหน้าประตูห้อง เก้าจดๆจ้องๆ ก่อนที่จะเบิกตาโตขึ้นอย่างตกใจ

“เฮ้ย!! มึง” เก้าร้องออกมาก ชายคนนั้นจึงหันมายังทิศทางเสียงที่เก้าเปล่งออกมา

“มาแล้วเหรอ รออยู่ตั้งนาน”

              ชายคนนั้นเอ่ยขึ้นมา พลางส่งยิ้มมุมปากให้ ไม่ใช่ใครที่ไหน ชายผู้มีรูปร่างสูง หน้าตากระเดียดไปทางฝรั่งเช่นนี้คือไค คนที่แข่งดื่มเหล้าด้วยเมื่อคืนอีกทั้งยังพ่วงตำแหน่งเพื่อนของคนที่ทำเรื่องร้ายกาจกับพระพายเพื่อนของตนนั่นเอง...

++++++++++++++++++++++++++++
*Lyrics: Holler by Spice Girl.

ออฟไลน์ Dealta

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 106
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
สงสารพระพาย  คุณพิธานจะมาไม้ไหน หรือคูณพธานแอบรักพระพายมาตั้งนานแล้วไรงี้ เลยรวบหัวรวบหางพระพายซะ อร๊ายยยย

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-4

ออฟไลน์ cheezett

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 515
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
พระเอกเหมือนจะน่ากลัว แต่ก็น่ากลัวไม่สุด ครึ่งๆกลางๆ เหมือนสองบุคลิคเหมือนที่พระพายบอก555 เหมือนจะลึกลับ เหมือนจะใจร้าย แต่ความรู้สึกมันยังไงไม่รู้ แปลกจริงๆพระเอกเรา  :mew5:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ May@love

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 970
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-2
เรื่องน่าติดตามมากค่ะ  ปูเสื่อรอตอนต่อไปเลย

ออฟไลน์ utamon

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1049
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-2
ทำไมคุณพิธานแลดูร้ายล่ะ สงสารพระพาย :sad4:

ออฟไลน์ klaew

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1350
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-2
เหมือนจะคืบหน้า แค่เหมือนนะ
ยังคงต้องรอลุ้นต่อว่าคุณชายทั้งสอง
จะทำไง
ว่าแต่สองเดือนนี่ พอเหรอ

ออฟไลน์ ammchun

  • Don't Worry,Be Happy
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1626
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-4
พิธานใจร้ายยยยยยย :ling1:

ออฟไลน์ angelarty

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
พอครบสองเดือนปุ๊บพิธานหลงพระพายหนักแน่นอนอิอิ^^

ออฟไลน์ แฟนตาเซีย

  • หืมม...?
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 650
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5287
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +160/-5
หนุกหนาน ๆ รอตอนต่อไป  o13

ออฟไลน์ kimjuy_o

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 353
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +415/-2
ขออภัยที่มาช้านะคะ  :call: มีธุระนิดหน่อยเลยมาช้ากว่าที่คิดไว้ ตอนนี้เป็นคู่ของ ไคและเก้า ค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ เช่นเคยค่ะหากมีคำผิดหรือข้อผิดพลาดประการใด ก็ขออภัย ณ ทีนี้ด้วยนะคะ ติชมได้นะคะ ยินดีรับฟังทุกความเห็นค่ะ  :-[

++++++++++++++
Holler…เรียกฉันสิที่รัก
ตอนที่ 5 Boy & Boy.

The girls wanna play with boys
สาวๆก็อยากเล่นกับผู้ชายนั่นแหละ
And the boys wanna play with girls
และส่วนใหญ่ผู้ชายก็อยากจะเล่นกับสาวๆ
And the girls wanna play with girls
แต่มีสาวๆที่อยากเล่นกับสาวๆนะ
Boys wanna play with boys
ผู้ชายที่อยากจะเล่นกับผู้ชายด้วยกันก็มี


“มาแล้วเหรอ รออยู่ตั้งนาน”

             ไคพูดพลางยิ้มมุมปากให้เก้าที่ตอนนี้ยืนนิ่งอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมคนๆนี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ไคนั้นยังยืนกอดอกอย่างมีมาดซึ่งในสายตาของเก้า การจ้องมองเช่นนั้นเหมือนชวนหาเรื่องเป็นที่สุด

“มึงมาทำไม?”

“อ้าว ก็มาทวงสัญญาจากคนแพ้เมื่อคืนไง”

“แพ้อะไร เอาอะไรมาพูด” เก้าเถียงทันที ถึงจะน็อควูบไปแต่ก็มั่นใจว่าอีกฝ่ายก็ร่อแร่เต็มทนเหมือนกัน

“มีหลักฐานนะ จะดูไหมล่ะ” ไคว่าก่อนจะควักโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋ากางเกง สไลด์หน้าจอราวกับกำลังหาอะไรสักอย่างก่อนที่จะเดินเข้าไปหาเก้าพร้อมกับยื่นให้ดู

“นี่ไง ภาพยืนยันว่าเมื่อคืนนายน็อคก่อนฉัน”

              เป็นภาพของเก้าที่หมดสติฟุบหน้าลงกับโต๊ะ โดยที่มีไคที่ดูเหมือนจะเมาพอควรนั่งอยู่ข้างๆพลางชี้ไปยังเก้าราวกับจะบ่งบอกว่านั่นคือผู้แพ้และมีอีกหลายภาพที่เพื่อนๆของไคช่วยกันถ่าย เก้ากัดฟันกรอด หลักฐานคาตาขนาดนี้คงจะเฉไฉไม่ได้แล้วว่าใครแพ้ใครชนะ

“นิสัยเลวเหมือนเพื่อนมึงเลย” ผู้คนสมัยนี้มีสื่อมีเทคโนโลยีมักใช้ในทางที่ผิดกันทั้งนั้น รวมถึงเพื่อนของไคคนนั้นที่อัดคลิปเพื่อทำเรื่องเลวทรามกับพระพายด้วยเช่นกัน

“พิธานมันเลวยังไงล่ะ?” ไคถาม ราวกับไม่รู้เรื่องราวของเพื่อนที่ทำเรื่องไม่ดีลงไป

“ช่างเถอะ ว่ามา กูแพ้ จะให้กูทำอะไร?” เก้าถามอย่างไม่ยี่หระ ตนไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว ผู้ชายเหมือนกันไม่มีอะไรน่ากลัวทั้งนั้น

“แปลว่ายังจำได้สินะ ว่าจะทำตามคำสั่งของฉันทุกอย่าง” ไคถามทวนซ้ำ ถึงข้อตกลงของผู้แพ้   

“เออ อย่ายึกยือ พูดมาเร็วๆ”

“เอาไงดี ตอนนี้ยังคิดไม่ออก”

“อย่าชักช้าสิวะ กูแพ้กูก็พร้อมจะทำตาม ถ้ามึงลีลากูไม่สนแล้วนะ” เก้าบอกอย่างหัวเสีย

“มาเป็นเพื่อนกันไหม?”

“อะไรนะ เป็นเพื่อนกับมึงเหรอ?” เก้าถามกลับอย่างไม่เชื่อที่ได้ยินคำพูดนั้นของไค

“ใช่ มาเป็นเพื่อนกัน” ไคย้ำคำเดิมพลางยิ้มบางๆ

“กูไม่เอากับมึงหรอก”

“โอเค ขอเป็นเพื่อนดีๆไม่เอา ถ้าอย่างนั้นก็มาเป็นเมียไหมล่ะ?” ไคพูด พลางเดินเข้าไปหาเก้า

“มึงตลกแล้ว พูดอะไรหัดดูหนังหน้ากูบ้าง กูแมนขนาดนี้ จะให้เป็นเมียมึง ฝันไปเถอะ” เก้าโพล่งขึ้นมาอย่างโมโห ดูท่าไคจะมีความเป็นฝรั่งมากเกินไปถึงเล่นอะไรไม่รู้เรื่องรู้ราวแบบนี้

“ก็ไม่ได้จะให้ตลกเสียหน่อย ตอนแรกคิดว่าจะให้มาเป็นเพื่อนเฉยๆแต่ดันบอกว่าไม่ซะนี่ ถ้าอย่างนั้นก็เป็นอย่างอื่นก็แล้วกัน รู้สึกอยากลองกับผู้ชายพอดี” ไคบอก รอยยิ้มมุมปากนั้นดูกวนไม่น้อย

“โอเค กูจะเป็นเพื่อนมึง แค่นี้พอใจไหม?” ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ตกลงเป็นเพื่อนกันดีกว่าเป็นศัตรูตั้งเยอะจะได้อยู่อย่างสงบเสียที อีกทั้งได้รู้ความเคลื่อนไหวของพิธานเผื่อจะช่วยอะไรพระพายได้บ้าง เก้าจึงยอมรับการเป็นเพื่อนที่ไคยื่นให้

“พอแบบนี้แล้วเปลี่ยนใจง่ายจัง” ไคว่าอย่างอารมณ์ดี

“จะอะไรหนักหนาวะ เพื่อนก็เป็นให้แล้ว”

“ดี บอกก่อนนะ เพื่อนในความหมายของฉันคือทุกอย่าง ชวนไปไหนก็ต้องไป ให้ทำอะไรก็ต้องทำ เข้าใจที่พูดนะ” ไคย้ำถึงกฎของการเป็นเพื่อนในความหมายของตน

“เออ เพื่อนก็เพื่อน พูดจบก็กลับไปได้แล้ว”

“ไปฉลองการเป็นเพื่อนกันดีกว่า”

“กูเหนื่อย กูจะนอน ไว้วันหลังเหอะ” เก้าบอกปัดอย่างหงุดหงิด

“จำที่พูดไม่ได้เหรอ ว่าชวนไปไหนก็ต้องไป” ไคทวนคำพูดที่เพิ่งพูดไป

“มึงนี่นะ เฮ้อ..ไปก็ไป กูไปเก็บของก่อน ค่ำๆค่อยไป” เก้าว่า ก่อนที่จะผลักไคให้พ้นทาง แล้วเดินไปไขกุญแจห้องพักของตัวเอง

“ดูแบบนี้นายก็ตัวหนักเหมือนกันนะ” จู่ๆไคก็พูดขึ้นมา

“พูดอะไรของมึง?”

“สงสัยเมื่อคืนจะไม่รู้เรื่อง คิดว่าตัวเองเดินกลับมาห้องได้ในสภาพแบบนั้นรึไง”

“อย่าบอกนะเมื่อคืน...มึงมาส่งกูเหรอ?” เก้าถาม พลางหันไปมองหน้าไคที่ยืนยิ้มเยาะ

“ก็เป็นคนเดียวที่รู้ว่านายอยู่ไหนก็เลยต้องมาส่ง ช่วยไม่ได้นี่”


             เก้านิ่งเงียบไปไม่พูดขอบคุณหรืออะไรทั้งนั้น ก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องและโยนกระเป๋าเสื้อผ้าลงบนเตียงนอน รื้อเสื้อผ้าข้าวของออกมาเต็มที่นอนโดยที่มีไคเดินตามเข้ามาแล้วยืนดูอยู่เงียบๆ

         ระหว่างที่เก้ากำลังเก็บของนั้น พลางขบคิดอยู่ในใจตลอดเวลาว่าการตกปากรับคำกับคนที่จะเรียกว่าแปลกหน้าก็ไม่ใช่ รู้จักก็ไม่เชิงนั้นเป็นเรื่องถูกต้องหรือเปล่า ผู้ชายคนนี้ดูแล้วท่าทางจะเอาแต่ใจไม่น้อย ยิ่งคิดยิ่งอยากย้อนกลับไปเมื่อคืนนี้ จะไม่คิดเรื่องการแข่งขันอะไรแบบนั้นเลย พลาดท่าไปเสียได้แต่หากย้อนกลับไปก็แก้ไขไม่ได้แล้ว คงต้องยอมรับความจริง และเมื่อได้เป็นเพื่อนกับไคแล้ว แน่นอนว่าจะได้เข้ากลุ่มของไคแน่นอน เรื่องมันสำคัญก็ตรงนี้ ตรงที่จะได้เจอพิธาน ผู้ชายที่พยายามทำเรื่องเลวๆกับพระพายเพื่อนของตน

“มึงเข้ามาทำไม ออกไปสิวะ กูจะนอน” เก้าที่เก็บของเสร็จหันไปแหวไคที่ยังคงนั่งเอื่อยเฉื่อยทำตัวสบายเสมือนเป็นเจ้าของห้อง
 
“นั่งห้องเพื่อนนี่ผิดตรงไหน?” ไคถามด้วยสีหน้าเฉยเมย ยิ่งเห็นเก้ายิ่งไม่สบอารมณ์และบอกกับตัวเองว่าคิดผิดจริงๆที่ยอมเป็นเพื่อนกับคนๆนี้

“ก็กูบอกแล้วไงว่าไป แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ค่ำๆถึงจะไปกับมึงได้” เก้าขึ้นเสียงใส่ เริ่มหงุดหงิดทั้งตัวไคที่เข้ามาวุ่นวายและหงุดหงิดตัวเองที่เผลอไปตกปากรับคำเรื่องที่จะเป็นเพื่อนกัน

“ถ้าอย่างนั้นก็นั่งเล่นอยู่ในห้องด้วยกันแล้วค่อยออกไปพร้อมกันก็แล้วกัน” ไคว่า ก่อนที่จะลุกขึ้นไปหยิบนิตยสารเกี่ยวกับรถที่วางไว้มานั่งอ่าน

“ว่าแต่จะไปไหนวะ?” เก้าถามไค หลังจากที่เก็บของเสร็จ

“ไปที่บาร์ เหมือนเมื่อคืน”

“นี่พวกมึงไม่มีงานทำกันรึไง ถึงได้เที่ยวกันทุกคืนแบบนี้?” เก้าอดสงสัยไม่ได้

“มีสิ รับผิดชอบเยอะด้วย เลยต้องการทางแก้เครียดไง”

“มึงกับคนที่ชื่อพิธานนี่สนิทกันมากไหม?” จู่ๆเก้าก็ถามเรื่องนี้ขึ้นมา

“พิธานเหรอ อยากรู้ไปทำไม?” ไคถามกลับอย่างสงสัย

“ก็....ก็แค่อยากรู้” เก้าอ้ำอึ้งก่อนตอบ

“สนิทสิ ก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ประถม” 

“นี่กูแปลกใจตัวเองมากนะ ที่มายืนคุยกับมึงอย่างนี้ทั้งที่ตอนแรกมึงกับกูเหมือนจะฆ่ากันให้ตาย” เก้าถามพลางจ้องหน้าไคที่ยังคงนั่งยิ้มอารมณ์ดี

“จู่ๆคิดอะไรขึ้นมาล่ะถึงพูดแบบนั้น?” ไควางนิตยสารในมือลง พลางมองเก้ากลับ

“กูถามมึงจริงๆนะ เมื่อไม่ถึงเดือนก่อนมึงยังตามจองล้างจองผลาญกูอยู่เลย มาตอนนี้ทำไมมึงถึงมาอยากเป็นเพื่อนกับกูได้ล่ะ?” เก้าถามออกไปอย่างสงสัย

“ตอนนั้นก็ส่วนตอนนั้น ตอนนี้ก็ส่วนตอนนี้ มันคนละเรื่องกัน” ไคว่าพร้อมยิ้มกว้าง

“มึงบ้าไปแล้วรึไงมันเรื่องเดียวกันชัดๆ กูถามหน่อย ตอนนั้นมึงโคตรจะเกลียดขี้หน้ากูขนาดนั้น แล้วตอนนี้มึงกลับมาขอเป็นเพื่อนกู มึงกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?” เก้ายังคงซักไซ้ไล่เรียงถามอย่างไม่ยอม

“อ่า...รู้ทันจนได้สินะ” ไคถอนหายใจแต่ครั้งนี้รอยยิ้มอารมณ์ดีนั้นหายไปแต่เป็นรอยยิ้มที่ดูจะกลวงๆอย่างประดิษฐ์ขึ้นมา

“มึงพูดมาตรงๆเลยดีกว่า ว่ามึงต้องการอะไร?” เก้าวางของทุกอย่างในมือลง แล้วหันมายืนประจันหน้ากับไค

 “ก็ไม่อะไรมาก เรื่องตอนนั้นไม่ค่อยสนใจแล้ว เพราะผู้หญิงคนนั้นก็แค่ของเล่น ที่ไปหาเรื่องนั่นก็เพราะฆ่าเวลา”

“มึงจะบอกว่ามึงว่างมากจนต้องมาหาเรื่องกูเพื่อความบันเทิงของมึงอย่างนั้นเหรอ?” โมโหไม่น้อยเมื่อได้ยินจากปากของคนที่เก้ามั่นใจว่าชาตินี้ก็คงทำดีด้วยไม่ได้

“ใครบอกว่าว่าง ที่ทำไปก็เพราะรอเวลาที่เหมาะที่ควรต่างหาก” ไคยังคงพูดจากำกวม

“กูบอกให้มึงพูดตรงๆไง มึงจะอ้อมโลกหาพระแสงอะไรวะ?” เก้าติดจะรำคาญกับการวางมาดของไคเหลือเกิน

“จะให้พูดตรงๆก็ได้...เพราะนายเป็นเพื่อนกับพระพาย ฉันเลยต้องจับตานายไม่ให้นายเข้าไปยุ่งเรื่องของพิธานกับพระพาย รู้ใช่ไหม ว่าตอนนี้พิธานกำลังสนใจพระพาย” ไคพูดขึ้นมา ในที่สุดความจริงก็เปิดเผย

“สนใจ...มึงใช้คำว่าสนใจเหรอ ทำแบบนั้นกับคนที่ตัวเองสนใจนี่ชั่วมากว่ะ” เก้าขึ้นเสียง

“พิธานเขามีวิธีในแบบของเขา ฉันเองก็เข้าไปยุ่งไม่ได้”

“วิธีเลวๆแบบนั้น มึงนี่เป็นเพื่อนกันประสาอะไรวะ?” เก้าเริ่มหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิม

“วิธีแบบนั้น...แปลว่าพระพายบอกแล้วสินะ”

“มึงก็รู้ดีใช่ไหม ว่าเพื่อนมึงทำเลวอะไรไว้กับเพื่อนกู” เก้าเลี่ยงจะพูดตรงๆถึงเรื่องนี้

“ปกติพิธานไม่เคยทำอะไรแบบนั้นหรอกนะ นี่คงจะสนใจพระพายมากจริงๆเลยลงมือได้ถึงขนาดนั้น” ไคพูดไหลเรื่อย ราวกับพูดเรื่องท้องฟ้าอากาศ

“มึงว่าไงนะ มึงพูดแบบนี้แปลว่ามึงรู้เห็นเป็นใจกันหมดเลยใช่ไหม?” เก้าเริ่มจะอดรนทนไม่ไหวแล้ว น้ำเสียงเริ่มเข้มข้นตามอารมณ์โมโหเมื่อได้ยินความจริงของเรื่องราวทั้งหมด

“ก็นะ พิธานไม่ได้บอกอะไรมากหรอก ที่รู้ก็เพราะเห็นเลยเลยรู้ อีกอย่างพิธานดูจะถูกใจพระพายมาก ไม่ช่วยเพื่อนแล้วจะช่วยใครล่ะ จริงไหม?” ไคยกยิ้มมุมปาก

“มึงก็เลวเหมือนเพื่อนมึงนั่นแหละ แม่งเลวกันทั้งกลุ่ม” เก้าตะโกนใส่หน้าไคอย่างหมดความอดทน อีกทั้งพุ่งตัวเข้าไปหมายจะชกหน้าไค

“เอะอะก็ต่อย คิดว่าจะสู้ฉันได้อย่างนั้นเหรอ?” ไคว่า ก่อนที่จะจับหมัดของเก้าไว้ได้ทัน จากนั้นดึงเก้าเข้ามาหาตัวด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล

“มึงทำเหี้ยอะไรวะ มึงปล่อยกู!!!” เก้าร้องออกมา เมื่อถูกร่างสูงใหญ่เบียดเสียดอยู่เช่นนี้

“ก็จัดการกับคนที่อ่อนแอแต่คิดที่จะสู้ไง” ไคว่าก่อนที่จะก้มหน้าลงกัดใบหูของเก้า แรงกัดนั้นไม่เบาและไม่หนักแต่นั้นทำเอาเก้าร้องออกมาเพราะความเจ็บไม่น้อย

“โอ๊ย!!! มึงกัดกูทำไม ไอ้โรคจิต เหี้ย....” เก้าร้องโวยวาย

“ขืนยังโวยวายแล้วโดนกัดปากไม่รู้ด้วยนะ” ไคกระซิบที่หูของเก้าก่อนที่จะปล่อยเก้าให้เป็นอิสระ เก้าสะบัดตัวอย่างแรง พลางคิดในใจว่าครั้งนั้นที่ได้ต่อยหน้าไคนั้นตนทำไปได้อย่างไร เพราะหากมาเทียบเอาตอนนี้แล้ว เก้าสู้ไคแทบจะไม่ได้เลย

“พวกมึงมันเลว คอยดูกูจะช่วยพระพายออกจากเรื่องบ้าๆที่เพื่อนมึงเป็นคนทำ” เก้าประกาศกร้าวด้วยสีหน้าแดงก่ำเพราะความโมโห

“คิดว่าทำได้ก็ลองดู แบบนั้นคงต้องเจอกันหน่อยแล้ว” ไคว่าพลางยิ้มเยาะ

“แล้วมึงคิดเหรอว่าจะมาห้ามคนอย่างกูได้ มึงคิดผิดแล้วล่ะไอ้ลูกครึ่งหน้าโง่” เก้าว่า ก่อนที่จะเดินไปเปิดประตูอ้าซ่า พร้อมชี้นิ้วไปทางประตูเพื่อไล่ไคให้ออกไปจากห้อง

“มึงออกไปซะ มึงกับกูหมดธุระกันแล้ว” เก้าว่าและไคก็ยอมออกจากห้องแต่โดยดี

“แล้วก็ คืนนี้กูไม่ไป ไม่มีอารมณ์” เก้าตะโกนใส่ไคอีกรอบ

“นัดไม่เป็นนัด แบบนี้จะเป็นเพื่อนกันได้ยังไง” ไคยืนอยู่หน้าประตูถามเก้าที่ทำท่าจะปิดประตูใส่

“ตายอีกกี่สิบชาติมึงกับกูก็ไม่มีวันจะเป็นเพื่อนกัน จำใส่หัวมึงไว้เถอะ”

“เอาไว้เจอกันรอบหน้าก็ได้ ตอนที่พิธานนัดพระพายไปเที่ยวดีกว่า” ไคบอกอย่างอารมณ์ดี เก้ามองหน้าไคที่กำลังยิ้ม มันช่างกวนประสาทจนไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่า รอยยิ้มเยาะที่รู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะกระโดดเตะให้รู้แล้วรู้รอดไป

“มึงกับไอ้พิธานเพื่อนมึงเตรียมเจอกูได้เลย”

“ไว้เจอกัน เร็วๆนี้แหละ” ไคพูดแล้วเดินออกไปก่อนที่จะชะงักและหันหน้ามามองเก้าอีกครั้ง

“ไปนะ” ไคพูดเท่านั้นก่อนที่จะยักคิ้วพร้อมยิ้มบางๆ ซึ่งชวนน่าโมโหที่สุดในความคิดเก้า

“เออ..ไปตายที่ไหนก็ไป!!!” เก้าตะโกนเสียงดังก่อนที่จะปิดประตูอย่างรุนแรงจนเสียงดังสนั่นลั่นไปทั้งชั้น


        เมื่อปิดประตูลง เก้ารีบเดินไปที่ห้องน้ำ ยืนอยู่หน้ากระจกพลางมองหูที่แดงก่ำพลางรู้สึกโมโห ใบหูแดงเถือกอีกทั้งรู้สึกเจ็บจี๊ดรอยกัดยังติดอยู่ไม่ยอมหายไปง่ายๆ

“ไอ้เหี้ย เป็นหมาบ้ารึไง” เก้าบ่นพลางลูบหูอย่างเบามือ

“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง ได้เจอกับกูแน่” เก้ากัดฟันกรอดอย่างอาฆาต รีบอาบน้ำด้วยความรวดเร็วก่อนที่จะรีบโทรหาพระพายหลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ

“ไอ้พาย กูเอง จะบอกมึงว่าวันไหนที่ไอ้พิธานนั่นนัดมึง โทรมาบอกกูด้วย....เออน่า ไม่ต้องห่วง กูจะช่วยมึงเอง แค่นี่แหละ” เก้าพูดกับพระพายเพียงสั้นๆ ก่อนจะวางสายไป...

+++++++++++++++++++++++++++
   
*Lyrics : Boys & Girls By Will.i.am - ft. Pia Mia

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-09-2017 10:43:21 โดย kimjuy_o »

ออฟไลน์ pamhicc

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
คู่นี้ก็แรงกันทั้งคู่ แล้วพิธานนี่ยังไงชอบพระพายมากถึงต้องทำแบบนี้หรือเห้นเป็นของเล่น
รอลุ้นนะคะๆ ขอบคุณมากค่า  :pig4:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5287
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +160/-5
 :sad2: ฉงฉานหลานพระพาย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด