... สิ บ ส อ ง เ ศ ร้ า ... l (II) ราชาวิหค l up : 31/08/17 [END]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ... สิ บ ส อ ง เ ศ ร้ า ... l (II) ราชาวิหค l up : 31/08/17 [END]  (อ่าน 369442 ครั้ง)

ออฟไลน์ saccarrum

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 142
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ฮืออออ รอพี่อ้ายนานมากกกกกก
ไม่อยากยกให้อิพี่สงครามแล้ว เราหวงพี่อ้ายยยย :ling1:

ออฟไลน์ Chiffon_cake

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 712
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1544/-12


ตอนที่ 5




08.21 น. โรงอาหารใต้หอสาม

มือของผมกำลังไล่กดอ่านข้อความในไลน์ที่มีคนส่งมาหาเมื่อเช้าอยู่

สงเหี้ย หอสอง : เด็กไอ้ตั้มเหี้ยอะไร ไม่เข้าใจโว้ย

“เหี้ย” ผมอ่านข้อความไอ้สงครามแล้วอดบ่นไม่ได้ กูก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง มึงเข้าใจกูม้ายยย

ตั้ม หอสี่ : ปกติกูชอบเลี้ยงข้าวเด็กกูอ่ะ มึงอย่าเพิ่งแดกอะไรเยอะละกัน

“โคตรเหี้ย” กำตะเกียบแน่นมากตอนอ่าน

PIPE : วันนี้ทำโปรเจ็กต์ตอนสิบเอ็ดโมงนะเว้ย อาจารย์ว่างแค่ตอนนั้นว่ะ

“ฉิบหายยยยย” คราวนี้ตะเกียบในมือผมหล่นกระจายชนิดที่ว่าน่าอายเป็นที่สุด พวกลูกหอเริ่มมองผมด้วยสายตาแปลกประหลาด

“ไหวป่ะเนี่ย” ทนายวางจานอาหารลงตรงหน้าผม “ทำไมดูไม่ค่อยมีสติ”

“งานเข้ากูเยอะ มึงไม่เข้าใจหรอก” ผมตอบเดือนหอปีนี้อย่างเซ็งๆ

“พี่สงครามเหรอ”

“ทำไมถึงคิดว่าเป็นเรื่องไอ้นั่น”

“อาสาเล่าให้ฟัง เห็นพี่กับพี่สงครามในเซเว่น” ทนายทำหน้ายิ้ม “แลดูมีซัมธิง”

“ซัมธิงค. อะไร”

“ดูคำพูดคำจาสิ ฮ่าๆๆ ผมล้อเล่น”

“เดี๋ยวกูก็แช่งให้แฟนมึงมีคนมารุม”

“ไม่ต้องแช่งหรอกพี่ มันกำลังโดนเลยเนี่ย” ทนายร้องเมื่อเห็นว่าอาสาที่กำลังสั่งอาหารอยู่มีพวกหอสองมายืนแซวอยู่ใกล้ๆ “ไอ้ห่านเป็ดเอ๊ย คลาดสายตากูไม่กี่วิ”

มันลุกขึ้นไปจัดการลากตัวแฟนตัวเองทันที ผมมองอย่างปลงๆ ชีวิตผมมีปัญหา ชีวิตไอ้ทนายมันก็มีปัญหา แม้จะเป็นปัญหาคนละแบบก็ตาม ผมดูไอ้ทนายมองขู่ใส่พวกหอสองอย่างเฉยชา จนกระทั่งนึกอะไรขึ้นมาได้

ไอ้สัด พวกหอสองมาทำเหี้ยอะไรแถวนี้!

“จะไปไหน” ผมกำลังจะไปจัดการแต่ถูกคนคนหนึ่งคว้าคอเสื้อผมเอาไว้จนตัวปลิว “มาคุยกับกูเลยไอ้เหี้ย”

เห็นหน้าสงครามวันนี้แล้วรู้สึกอยากหนีไปให้ไกลสุดขอบโลก ตอนนี้ปัญหาของผมมีอยู่อย่างมากล้น มันไม่จำเป็นที่จะต้องมาเพิ่มปัญหาให้ด้วยการมาแดกข้าวใต้หอคนอื่นแบบนี้ มันใช่เวลามั้ย

“นั่ง” เสียงมันวางอำนาจ ผมเหนื่อยจนไม่คิดจะขัด ใครจะคิดเหี้ยอะไรก็เรื่องของแม่งแล้ว

F*CK THE WORLD

อดมองไปที่อาสากับทนายอย่างเป็นห่วงไม่ได้ สงครามมองผมอย่างนึกรำคาญ ก่อนที่มันจะหันไปหาลูกหอของมันแล้วพยักเพยิดให้คนพวกนั้นออกไปจากหอสามซะ

พวกมันแห่กันเดินกลับไปภายในเวลาไม่ถึงห้าวินาที

ยอมใจแม่งจริงๆ ใช้แค่สายตาขู่ก็ได้ด้วย

“ทีนี้คุยกับกูได้หรือยัง”

“กูไม่รู้จะคุยอะไร”

“มึงไม่ตอบไลน์กู มึงกล้ามากอ่ะ”

“กูไล่อ่านอยู่ไอ้บ้า”

“มีคนทักมาหลายคนเหรอ”

“ก็เอ่อ...”

“เหี้ยตั้มใช่มั้ย”

“มึงเป็นพ่อกูแล้วเหรอสงคราม ถามจังเลยเนี่ย”

“พี่อ้าย มีอะไรหรือเปล่าพี่” คนเดียวในหอสามที่กล้าต่อกรกับสงครามทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ผม มันไม่ยอมให้อาสาไปนั่งฝั่งสงครามจึงลากให้นั่งอยู่อีกข้างของมัน โต๊ะที่นี่ก็มีเยอะแยะมั้ยล่ะทนาย “มีเรื่องอะไรกับพี่ผม”

“มาเสือกอะไรตอนนี้เนี่ย ถอยไป”

“เอาไง” ทนายเริ่มลังเลเพราะสงครามดูจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ มันหันมาหาผมอย่างขอความเห็น ผมถอนหายใจก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

น่าสงสารอาสาที่ถูกทนายลากไปลากมา คราวนี้ถูกลากไปนั่งที่อื่นเรียบร้อยแล้ว

เมื่ออยู่กันสองคน สงครามจึงเอ่ยปากพูดต่อ “ตอบมา รู้ว่าตัวเองสวยก็อย่าลีลา”

“สวยเหี้ยอะไร” อดเสียงดังขึ้นไม่ได้

“ไม่สวยหรือไง คนทักมาเยอะแยะแบบนี้”

“ไอ้ควายเสียงสั้นๆ”

“มึงด่าออกมาเลยดีกว่า”

“ค.”

“มีเรื่องเหี้ยอะไร และถ้ามึงไม่ตอบภายในสิบวิ กูคว่ำโต๊ะนี้แน่”

มันทำจริงๆ แน่ มันทำชัวร์ๆ ใครจะไปห้ามคนอย่างสงครามได้ ผมคอตกอย่างปลงๆ ไม่คิดว่าปัญหาที่ผมไม่เข้าใจจะถูกแชร์ให้สงครามมันได้รับรู้ ท่ามกลางสายตาของเด็กหอสามที่มองพวกเราอย่างประหลาดใจ ต้องขอบคุณออร่าความอำมหิตของสงครามที่คงทำให้คนภายนอกมองดูเหมือนผมถูกมันข่มขู่ตลอดเวลา ไม่มีทางญาติดีกันแน่นอน ผมจึงไม่ควรคิดมากว่าลูกหอจะมองผมยังไง

ผมเริ่มเปิดปากเล่า สงครามมีปฏิกิริยาตอบรับอย่างป่าเถื่อนขึ้นเรื่อยๆ พอผมเล่าเสร็จมันก็ลุกขึ้น จากนั้นมันก็เตะถังขยะแถวนั้นจนล้มกระจาย

ไอ้ฟายยยยยย สงสารแม่บ้านโรงอาหารโว้ย

“กูจะไปฆ่าสัดโอม มันเป็นคนเหี้ยยยย!”

“อย่าเสียงดัง”

“หรือจะฆ่าไอ้เหี้ยตั้มก่อนดี ง่ายดี จัดการไปทีละคน”

“สงคราม”

“กูไม่ชอบ ไม่ชอบโว้ย” มันกระทืบเข้าไปที่เก้าอี้ซึ่งติดกับโต๊ะผมจนสะเทือนไปหมด ผมสะดุ้งแล้วสะดุ้งอีก ไม่คิดว่าสงครามมันจะโมโหได้รุนแรงขนาดนี้ “มึงควรเป็นของเล่นของกูคนเดียว ไม่ใช่ของคนอื่น”

“นี่เรียกว่าคำพูดเหรอเนี่ย”

“ควรฆ่ามันยังไงดี ถีบลงจากยอดตึกหรือว่าผลักลงจากภูเขา”

“เหี้ยสงคราม ฟังกูอยู่มั้ยเนี่ย”

“อ้าย กูกำลังคิดหนักอยู่นะ”

“มันไม่เกี่ยวกับมึง”

“มันเกี่ยวตั้งแต่มึงทำหน้าไม่สบายใจแล้ว” สงครามร้อง ผมอดชะงักนิ่งมองมันอย่างทึ่งๆ ไม่ได้ มันเดินหนีไปทิ้งให้ผมอ้าปากค้างตามหลัง

ทนายกับอาสากลับมานั่งที่โต๊ะเดียวกันกับผมอีกครั้ง มึงสองคนนี่เป็นอะไรมากมั้ยเนี่ย

“ซัมธิง” อาสากระซิบกับทนาย

“ชัวร์” อีกฝ่ายก็เห็นดีเห็นงาม

ผมทำหน้าเย็นชาใส่เด็กสองคนนี้ก่อนจะเดินหนีไปอีกคน นึกขึ้นได้ว่าต้องรีบไปเจอเหี้ยตั้ม






ลานจอดรถหอสี่

ผมมีปัญหาครับตอนนี้ รถคันไหนเป็นของไอ้เหี้ยตั้มวะ รถแพงๆ พวกนี้ดูเหมือนกันไปหมดจนน่าตกใจ

“กูอยู่นี่” ไอ้ตั้มโบกมือเรียกจากรถยี่ห้อพอร์ช ผมถอนหายใจขณะเดินไปเปิดประตูขึ้นนั่งข้างคนขับ ไอ้ตั้มดูอารมณ์ดีกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด ดูมันมีความสุขยังไงชอบกล

มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นหรือเปล่าวะ

“ตั้ม กูว่ามึงกับกูมีเรื่องต้องคุยกัน”

“อะไรไอ้สัด”

“ไอ้สถานะเด็กมึงอะไรเนี่ย กูยังมึนๆ อึนๆ อยู่เลย”

“กูรู้” ตั้มพยักหน้า “มึงทำตัวตามปกติไปเลย อย่างน้อยก็ช่วยทำให้คุ้มกับเงินสองแสนที่กูเสียไป กูเป็นลูกนักธุรกิจ กูลงทุนกับอะไรกูต้องได้กลับคืนมาบ้าง...”

“เดี๋ยว” ใจผมโฟกัสไปที่จำนวนเงิน “สองแสนอะไร”

“หนี้ไอ้โอมมันแสนนึงไง กูอยากได้ตัวมึง กูก็ต้องจ่ายเป็นสองเท่า”

“เรื่องเหี้ยอะไรเนี่ย” ใครก็ได้ช่วยดีดนิ้วแล้วบอกผมทีว่าเรื่องทั้งหมดมันไม่จริง

“มึงจะดูตัวเลขในบัญชีที่หายไปมั้ยล่ะ” ตั้มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูเมสเสจแจ้งเตือนของธนาคาร เงินมันหายไปสองแสนจริงๆ จากเงินที่มีอยู่จำนวนมาก มีกี่หลักวะนั่นน่ะผมมองไม่ทัน ตัวเลขแม่งเยอะอย่างกับรหัสตัวเลขใต้บาร์โค้ด

“นี่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นกันเหรอวะ” ผมยังคงทำใจไม่ได้

“มึงก็เห็นสภาพไอ้โอมแล้ว”

“กูยังติดต่อมันไม่ได้เลย” ไอ้ญาติห่านี่

“ลูกหนี้ก็ชอบทำตัวเหมือนลูกหนี้นั่นแหละ ไม่รับสายใครง่ายๆ หรอก” ตั้มจับพวงมาลัย มันสตาร์ทรถไว้นานแล้วแต่ก็ยังไม่ยอมออกตัวสักที

“แล้วมึงช่วยกูทำไม”

คำถามนี้ของผมทำเอามันบีบพวงมาลัยแน่นขึ้น

“นี่อาจจะดูเป็นเรื่องล้อเล่นมากกว่าเรื่องเมื่อกี้อีกนะอ้าย”

“...”

“ลึกๆ แล้วกูอาจจะสนใจมึงอยู่” ท้ายประโยคของไอ้ตั้มแผ่วลงไปมากจนผมไม่ได้ยินอะไรเลย






สองแสน สองแสน สองแสน...

จำนวนเงินที่มากมายมหาศาล (สำหรับวัยอย่างผมซึ่งยังหาเงินเองไม่เป็น) มันลอยไปลอยมาอยู่ในหัว จนถึงวินาทีนี้ผมก็ยังติดต่อไอ้โอมมาเคลียร์เรื่องนี้ไม่ได้ ฉะนั้นตลอดช่วงเวลาทำโปรเจ็กต์กับไอ้ธัชและก็ไอ้ไปป์ ผมไม่มีสติเลย ใจมัวแต่คิดไปถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นซึ่งตลกราวกับเป็นนิยายที่คนสติไม่ดีแต่งขึ้น

มันเป็นความจริงที่ผมต้องเจอจริงๆ เหรอ นี่ผมกลายเป็นเด็กไอ้เหี้ยตั้มไปแล้วเหรอ เป็นแบบที่ผมไม่ได้สมัครใจจะเป็นเนี่ยนะ

“เมื่อเช้าใครมาส่งวะ” ไอ้ธัชเอ่ยระหว่างที่มันกำลังนั่งเช็กส่วนประกอบของเครื่องยนต์อยู่

“มึงสองคนไม่ได้มาด้วยกันเหรอ” ไปป์มองหน้าผมกับธัชสลับกัน ธัชมันส่ายหน้า ในขณะที่ผมนั้นไม่รู้จะตอบพวกมันดีหรือเปล่า

“รถหรูซะด้วยนะ” หน้าไอ้ธัชมีแววจับผิด “กูได้กลิ่นพวกหอสี่มาแต่ไกล”

“ไอ้เหี้ยตั้มน่ะ” ผมตอบ เพราะปิดไปเดี๋ยวมันก็หาทางไปสืบเองอยู่ดีว่ารถใคร

“ไอ้ตั้มเนี่ยนะ มึงไปญาติดีกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เมื่อวานมั้ง”

ไอ้ธัชเลิกคิ้วอย่างงงๆ ส่วนไอ้ไปป์ถึงกับเปลี่ยนสีหน้าไปเลย คล้ายกับต้องการคาดคั้นผมต่อยังไงชอบกล

“มึงก็รู้ว่าพวกหอสี่มันเจ้าเล่ห์จะตาย” ไปป์กล่าว “โดยเฉพาะประธานหอมัน มึงไปยุ่งกับมันทำไม”

“กูไม่ได้อยากยุ่งเลย แต่กูมีปัญหาส่วนตัวว่ะ”

“ปัญหาอะไร มึงมาหากูก็ได้นะเว้ยอ้าย”

“...”

“มึงเดือดร้อนเรื่องเงินเหรอ”

“ไม่ใช่โว้ย” พอมีพวกหอสี่มาเกี่ยวข้องทีไรเป็นอันต้องพูดถึงเงินทุกทีไป “ปัญหาส่วนตัวที่กูพูดไม่ได้ มันเกี่ยวกับครอบครัวกู”

ใครจะไปกล้าเล่าว่าญาติเป็นหนี้แล้วเอาตัวผมเป็นตัวชดใช้หนี้ นอกจากน่าอายแล้วยังน่าสมเพชฉิบหาย

“อย่าเพิ่งเซ้าซี้กูตอนนี้เลยว่ะ วินาทีนี้กูยังงงกับชีวิตกูอยู่เลย”

ธัชพยักหน้าเข้าใจเพราะรู้ว่าผมดูแลตัวเองได้ชัวร์ๆ แต่ไอ้ไปป์เนี่ยสิ ดูยังไงมันก็ไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ

“หรือมึงกับตั้มกำลังคุยกันอยู่?”

“ไม่ใช่” ผมรีบร้องปฏิเสธ

“ไม่มีใครได้นั่งรถไอ้ตั้มง่ายๆ นะ แม้กระทั่งเด็กมัน” ธัชเอ่ยลอยๆ “ประธานหอกูไปทำอะไรถูกใจประธานหอสี่เข้าล่ะเนี่ย”

“แล้วคนอย่างมึงไปรู้เรื่องของประธานหอสี่ได้ยังไง” ผมถามคืน

“โอ้ย ชีวิตพวกมันใครๆ ก็พูดถึง รวยมหาศาลล้านแปดขนาดนั้น”

“...”

“ตกลงมึงกับไอ้ตั้มไม่ได้มีอะไรกันใช่ป่ะวะอ้าย เพราะถ้ามีกูว่าลูกหอเราจะมีปัญหา ไม่มีใครชอบพวกหอสี่เลยนะเว้ย”

“กูไม่ได้ชอบมันโว้ยไอ้เหี้ยธัช”

“อะแฮ่ม” เสียงคนกระแอมขัดจังหวะบทสนทนาของพวกเรา เด็กคณะนิเทศฯ ปีสี่อย่างไอ้ตั้มมาปรากฎตัวอยู่ในตึกสาขาวิศวกรรมยานยนต์ได้ยังไงก็ไม่รู้ ทำให้ไอ้ธัชถึงกับทำไขควงหล่น

“มาทำเหี้ยอะไร” ไปป์ถามตั้มอย่างไม่ไว้ใจ

“มารับไอ้อ้าย” ตั้มตอบสีหน้าเฉยๆ

“ทำไมต้องมารับ ออกไปไกลๆ”

“เกิดอะไรขึ้น” ความวุ่นวายระลอกที่สามกำลังจะตามมา ไอ้สงครามซึ่งควรอยู่ในโรงเก็บเครื่องบินก็ดันมาโผล่ที่ตึกสาขาของผมอีกคน “มีเหี้ยอะไรกัน”

ไปป์มองหน้าสงคราม สงครามมองหน้าตั้ม ไอ้ตั้มมองหน้าผม ส่วนผมไม่รู้จะมองใครดี

“แม่เจ้าโว้ย” ไอ้ธัชถอยหลังกรูด ผมจะถอยหลังตามมันแต่ไอ้สงครามคว้าตัวผมเอาไว้

“มึงไม่ต้องไปไหนเลย”

“กูทำงานค้างไว้อยู่”

“มึงต้องไปคุยกับกูและก็ไอ้เหี้ยตั้ม”

ตั้มหันมาจ้องสงครามเขม็ง ผมเริ่มภาวนาในใจไม่ให้พวกมันใช้ความรุนแรงกันในนี้

“เออ ก็ได้” ผมวางปากกากับสมุดพร้อมออกไปกับพวกมันสองคน แต่ไอ้เหี้ยไปป์ก็คว้าแขนผมเอาไว้

“กูไปด้วยได้หรือเปล่า”

ผมไม่เข้าใจสีหน้ากับสายตาของไปป์ มันดูเป็นห่วงผมมากจนเกินไป

“ไม่ต้อง” สงครามตอบแทน จากนั้นก็กระชากแขนผมให้เดินไปข้างหน้า ไอ้ตั้มรีบเดินตามมา อาจเป็นเพราะมันกลัวว่าผมจะหัวคะมำจากแรงฉุดของไอ้สงคราม






ผม ไอ้ตั้ม และก็ไอ้สงครามยืนอยู่หน้าคณะวิศวฯ ท่ามกลางสายตาหลากหลายคู่ นานๆ ทีชาวบ้านชาวช่องจะมีโอกาสได้เห็นประธานหอสามคนยืนอยู่ด้วยกัน เขาคงมองเพราะมันเป็นเรื่องประหลาด ส่วนผมกำลังรู้สึกหวาดระแวงถึงขั้นหวั่นวิตก กลัวฉิบหายว่าสงครามมันจะทำอะไรไอ้เชี่ยตั้มตรงนี้ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นความสงบสุขของหอพักทั้งหกคงจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับฝ่ามือและก็ฝ่าตีนของไอ้สงครามเพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่มีใครกล้าลงมือกับมันก่อนหรอกครับ เว้นเสียแต่ว่าคนคนนั้นจะไม่รู้พิษสงของไอ้เหี้ยสงครามจริงๆ

“จะคุยตรงนี้ กลางแดดเปรี้ยงๆ เนี่ยนะ” ไอ้ตั้มผู้รักสบายเอามือปิดหน้ากันแดด

“สำอางจริงๆ ไอ้เหี้ยอ้ายต่างหากที่ควรกลัวแดดมากกว่ามึง”

“อ้าวไอ้สงคราม กูยืนอยู่เฉยๆ นะครับ” ไอ้เรื่องห่วงหล่อนี่ทำไมต้องโยนมาให้ชาวหอสามอย่างผมรับอยู่เรื่อย

“มีอะไรจะคุยก็ว่ามา” ตั้มที่สูงน้อยกว่าสงครามหน่อยพยายามหยีตาสู้แดด

“กูรู้เรื่องมึงกับไอ้เหี้ยนี่แล้ว” สงครามพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มแข็ง “กูไม่เห็นด้วย”

“มึงกำลังเสือกเต็มๆ”

“กูยอมรับ”

“...”

“ทำไงถึงจะไม่ให้ไอ้เหี้ยอ้ายมีสถานะว่าเป็นเด็กของมึง”

ณ ชั่วเวลาขณะนั้น ผมมองหน้าสงครามอย่างเผลอไผล จริงๆ เรื่องนี้แม่งโคตรจะไม่เกี่ยวกับมัน มันสามารถไปออกกำลังกายชิลๆ ไปเรียน ไปทำโปรเจ็กต์ ไปทำอะไรก็ได้โดยที่ไม่ต้องมาสนใจเรื่องนี้ แต่มันกลับสนซะงั้น อีกทั้งยังบากหน้ามาคุยกับไอ้เหี้ยตั้มโดยที่ไม่สนใจว่าตั้มจะเอาเรื่องนี้ไปขยายต่อหรือเปล่า

สถานะของเราสามคนแม้จะดูแข็งแกร่งแต่ก็ค่อนข้างเปราะบาง บางครั้งการเป็นประธานหอมันก็ทำให้เราทุกคนวางตัวยาก ที่แน่ๆ ผมไม่ควรสนิทกับประธานหออื่นมากจนเกินไป แต่ดูเหมือนไอ้ตั้มมันจะไม่แคร์ความจริงในเรื่องนี้เลย เพราะมันยังลากผมไปเป็นเด็กมันได้ ช่างบ้าบอจริงๆ

มันจะว่ายังไงเรื่องที่สงครามเพิ่งถามไป

“มึงถามจริงจังหรือมึงถามเล่นๆ” ตั้มเหลือบมองผมก่อนตอบสงคราม

“ดูหน้ากูเอาก็แล้วกัน”

มันจริงจัง...ไม่ต้องเสียเวลาสืบให้ยากเลยครับ

“ก็ต้องเสียเงินให้กูสองเท่า เหมือนที่กูจ่ายให้เจ้าหนี้ไอ้เหี้ยโอมก่อนจะได้ไอ้อ้ายมา”

ผมหลับตาลงอย่างเจ็บปวดรวดร้าว

กูเป็นคนไม่ใช่สิ่งของ แม่งโยนไปโยนมาเหมือนกูเป็นกระดูกให้หมามาแย่งกันแทะยังไงยังงั้น

“เท่าไหร่” สงครามดูไม่ตกใจกับเรื่องบ้าๆ พรรค์นี้ บ้านมันก็มีฐานะในระดับหนึ่งครับ คงจะชินกับอะไรแบบนี้ล่ะมั้ง ผมไม่เห็นจะเคยชินเหี้ยไรเลย

“สองเท่าของสองแสน”

“สี่แสน” สงครามมองหน้าผม จากนั้นก็ลากสายตาตั้งแต่ศีรษะไปจรดปลายเท้า “ราคาไอ้อ้ายแพงไปป่ะเนี่ย ลดหน่อยเด๊ะ”

ผมควรจะโกรธหรือรู้สึกยังไงกับเรื่องนี้ดีครับ สงครามแม่งกวนตีน

“ก็ถ้าไม่จ่าย...” ไอ้ตั้มคว้าไหล่ของผมหมับ “เชี่ยอ้ายมันก็ยังเป็นเด็กกู”

“ต้องเป็นนานเท่าไหร่”

“สัญญาที่ไอ้โอมมันทำไว้ก็หนึ่งเดือน”

สงครามมองผมก่อนจะถาม “ไหวป่ะเดือนนึง”

“ไหวก็บ้าดิวะไอ้สัด” ผมพยายามสะบัดแขนไอ้ตั้มออก สงครามเข้ามาช่วยด้วยการลากตัวผมไปอีกฝั่ง อย่าคิดว่ามันจะลากเบาๆ ครับ มันกระชากจนผมเกือบล้ม

พลังของแม่งไม่ใช่แค่พลังช้างสาร แต่เป็นแมมมอธสาร แรงเยอะขนาดนี้มึงไปเป็นยอดมนุษย์ช่วยกู้โลกดีกว่า

“กูขอโทรไปหาแม่ก่อน” สงครามพูด “เดี๋ยวกูจะจ่ายให้”

“ตอนนี้ถ้ากูยังไม่ได้ตังค์ อ้ายมันก็ยังต้องไปกับกู”

“กูไม่ให้ไป”

“เสือกไรสงคราม”

“กูเสือกเพราะกูต่อยเป็นเนี่ยแหละ มึงจะเอายังไงไอ้ตั้ม”

ไอ้ตั้มกระพริบตาปริบๆ มันไม่ยอมเสียมาดประธานหอง่ายๆ แต่ดูก็รู้ว่ามันเองก็แอบหวั่นหมัดของสงคราม

“กูให้เวลาไม่เกินสี่ทุ่ม” ตั้มพูดขึ้นในที่สุด

“เออ”

“ถ้าเกิน...มึงจะไม่มีโอกาสได้ตัวไอ้อ้ายอีก”

“รู้แล้ว”

ตั้มมองหน้าผม จากนั้นก็เดินหนีกลับไปยังรถของมัน ผมกำลังจะอ้าปากคุยกับสงคราม แต่อีกฝ่ายก็กดกุญแจรถแล้วเดินนำผมไปยังรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ชักช้าทำไมล่ะ ตามมาสิเดี๋ยวไม่ทัน”

“ไปไหนวะ”

“ไปหาเงินไงไอ้สัด สี่แสนนะเว้ยไม่ใช่สี่บาท”

ผมมองอย่างไม่เข้าใจ แต่เมื่อเห็นสงครามมันชักสีหน้าผมจึงรู้ตัวว่าควรรีบขึ้นรถ ก่อนที่มันจะโวยวายไปมากกว่านี้





[มีต่อนะคะ]







ออฟไลน์ Chiffon_cake

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 712
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1544/-12





“แม่ ยืมเงินหน่อยสี่แสน”

[!@#$%^&*!@#$%^&*!@#$%^&]

สงครามเอียงหูออกจากโทรศัพท์ขณะที่โทรหาแม่

“มีเหตุจำเป็นน่ะ ลูกหอถูกต่อยจนคางเหลืองเจ็บไปตั้งแปดคนอ่ะแม่ ไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา”

สกิลการตอแหลของมันนี่ถือว่าควรได้รับโล่รางวัล

“น่ารักมาก สี่แสนนะแม่”

สายตาของสงครามมองผมอย่างเซ็งๆ

“สองไม่ได้ สามไม่ได้ ต้องสี่”

ผมหลบสายตาสาวๆ ที่เดินผ่านไปมาและกำลังมองดูพวกเราอย่างสนอกสนใจ

“เนี่ย อยู่หน้าธนาคาร”

ใช่ ตอนนี้ผมกับมันกำลังอยู่หน้าธนาคารในห้างภารกร

“ถอนเงินรวดเดียวสี่แสนไม่ได้เหรอ ต้องมีลายเซ็นแม่เหรอ”

สงครามพูดอย่างเซ็งๆ ในระหว่างนั้นมีขบวนอะไรก็ไม่รู้เดินผ่านหน้าผมกับสงครามไป คนที่ยืนอยู่อย่างโดดเด่นท่ามกลางพนักงานกลุ่มใหญ่นั่นผมรู้สึกคุ้นหน้าอย่างประหลาด เหมือนเด็กหอสี่มอผมเลย

“พรุ่งนี้ก็ได้ แต่ต้องพรุ่งนี้นะแม่ ตอนนี้ผมขอเคลียร์ปัญหาเรื่องวันนี้ก่อน ขอบคุณมากครับ บุญคุณครั้งนี้จะไม่มีวันลืม สงครามยืมแล้วต้องคืน พูดคำไหนคำนั้น”

มันกดวางสายไปแล้ว จากนั้นมันก็ลุกขึ้นทำท่าเหมือนจะเดินไปขวางขบวนนั้น

“เฮ้ย มึงทำไรวะ”

ผมห้ามมันไม่ทัน สงครามไปยืนขวางทางชาวบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมรู้ครับว่ามันเป็นคนตามใจตัวเองแบบสุดโต่ง แต่ไม่คิดว่ามันจะทำขนาดนี้

“ไอ้คีน”

“ครับ พี่สงคราม” ที่แท้เด็กหอสี่คนนั้นก็คือไอ้คีนนี่เอง บ้านมันรวยที่สุดในจังหวัดนี้แล้วอีกทั้งห้างนี้ยังเป็นของที่บ้านมันอีกต่างหาก

“มีเรื่องจะคุยด้วย”

แม้แต่คีนยังเกรงใจสงคราม มันจัดการให้พนักงานเดินไปทางอื่นก่อนจะมายืนฟังสงครามพูดอย่างตั้งใจ

“ว่าไงครับพี่”

“ยืมเงินหน่อยสี่แสน พรุ่งนี้คืน”

ผมแทบจะเอามือปิดหน้าปิดตาตัวเองอยู่แล้ว ดูก็รู้ว่าคีนมันจะต้องตกใจหรือไม่ก็ช็อกที่จู่ๆ ใครก็ไม่รู้มายืมเงินหลายแสนแต่ทำเหมือนมายืมเงินสิบบาท

แปลกแต่จริง คีนมันดูไม่ตกใจขนาดนั้น อีกทั้งยังมองสงครามอย่างพินิจพิเคราะห์แบบอารมณ์ดีอีกต่างหาก

“มีเรื่องใช้เงินด่วนเหรอครับ”

“ใช่ ด่วนฉิบหาย”

“...”

“กูไปดีลอะไรบางอย่างไว้กับคนในหอมึงอ่ะ”

“บอกได้มั้ยครับว่าใคร”

“ไม่” สงครามตอบ “มันได้รู้กันพอดีว่ากูมาเอาเงินจากมึงก่อน”

คีนจ้องสงครามสลับกับผม ผมคิดว่าให้ตายยังไงคีนก็ไม่ให้ยืมง่ายๆ แน่ เงินมันไม่ใช่น้อยๆ ไอ้สงครามนี่ก็นะ ไม่รู้ใช้อะไรคิด ถึงได้...

“ได้สิครับพี่ ห้องทำงานผมอยู่ตรงโน้น เดี๋ยวผมจัดการเรื่องเงินให้นะ”

เหี้ยอะไรเนี่ยยยยยยยยย

“เออ ขอบใจ เดี๋ยวพรุ่งนี้กูคืน”

“ครับ ผมรู้ พี่พูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว”

สงครามมันน่าไว้ใจขนาดนั้นเลยเหรอวะคีน ผมอยากจะถามใจจะขาด แต่มนุษย์สองคนมันก็เดินตามกันไปจัดการเรื่องเงินเป็นที่เรียบร้อย ผมอ้าปากพะงาบๆ จะทักท้วงสงครามในเรื่องนี้ แต่สงครามไม่ยอมเปิดโอกาสให้ผมพูดเลย

จริงๆ มันไม่ยอมเปิดอกพูดเรื่องนี้กับผมตั้งแต่อยู่บนรถมันแล้วล่ะ

ไม่ได้ ผมจำเป็นต้องพูดกับมันเรื่องนี้

หลังจากที่สงครามคุยเรื่องเงินกับคีนจนเสร็จสิ้น ผมต้องลากตัวมันออกมาเพื่อปรับความเข้าใจ

“มึงไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น” สงครามในเวลานี้ดูดื้อดึงจนเหมือนเด็ก “สิ่งที่กูทำมันดีที่สุดแล้ว”

“ไม่ มันไม่ใช่เรื่องของมึง”

“...”

“เดี๋ยวกูจะลองไปพูดเรื่องนี้กับที่บ้านกู ยังไงมึงก็ไม่ควรมาเดือดร้อนเพราะกู ไม่ก็เพราะญาติกู”

มันพ่นลมพร้อมกับทำหน้าบึ้งตึง “กูตัดสินใจทำไปแล้ว”

“เอาเงินคืนไอ้คีนไป”

“ไม่”

“...”

“กูอยากทำเรื่องนี้ ปล่อยให้กูทำไป มึงอย่ามาเรื่องมากได้มั้ย”

“มันไม่...”

“อ้าย” สงครามบีบไหล่ผมพร้อมๆ กับจ้องเขม็งมายังดวงตาซึ่งเต็มไปด้วยความเกรงใจอีกทั้งยังรู้สึกหวาดหวั่นด้วย “กูอยากทำ กูยินดีที่จะทำ มึงไม่ต้องไปบอกเรื่องนี้กับคนที่บ้าน ปล่อยให้กูเป็นคนจัดการ”

“สงคราม”

“กูอยากทำเพื่อมึง”

“...”

“ให้กูได้ทำเพื่อมึงโดยตรงจริงๆ สักครั้งเถอะ ที่ผ่านมากูทำแบบอ้อมๆ ตลอดเลย” สงครามปล่อยผมก่อนจะเกาหัวแกรกๆ

“มึงไม่ฟังกูเลยใช่มั้ย”

“กูคิดว่าแบบนี้มันเท่ที่สุดแล้ว”

“ไม่เท่เลยโว้ย” ผมโวยวาย “กูจะโทรหาที่บ้าน กูจะ...”

สงครามเตะถังขยะในห้างจนผมสะดุ้งโหยง “ไม่ก็คือไม่ไง กูพูดไปแล้ว อย่ามาขัดใจกู”

“เชี่ยเอ๊ย...” เป็นอีกครั้งที่มันเอาแต่ใจ ผมมองดูสงครามที่เดินไปเดินมาด้วยสายตาขุ่นเคือง คนบ้าอะไรวะจู่ๆ ก็อยากมาเดือดร้อนเพราะผม ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองแท้ๆ

ใจมึงคิดอะไรอยู่วะสงคราม มึงทำทั้งหมดนี่ไปเพื่ออะไร...







ห้องเย็นเฉียบ เวลา 20.14 น.

สงครามนัดกับไอ้ตั้มไว้ที่นี่ ตรงหน้ามันคือซองบรรจุเงินจำนวนสี่แสนบาท ผมเอ่ยปากจะพูดกับมันอยู่หลายครั้ง แต่ก็ถูกมันยกมือห้ามไม่ให้พูดอะไรต่ออยู่เรื่อย

“มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะ” ผมพยายามเอ่ย “จริงๆ แล้วกูคิดว่าจะไปเคลียร์กับโอม”

“ไอ้เหี้ยนั่นน่ะเหรอ ชาติหน้ามั้งถึงจะได้เคลียร์”

“มันไม่เกี่ยวอะไรกับมึง”

“ถ้ารู้สึกผิดก็หุบปากซะ”

“เงินตั้งสี่แสนนะเว้ยสงคราม”

“แลกกับศักดิ์ศรีมึง แค่นี้ยังถือว่าเบา”

ผมไม่เคยคิดว่ามันจะจริงจังเรื่องผมขนาดนี้ การเป็นเด็กไอ้ตั้มแน่นอนว่าต้องเสียศักดิ์ศรีประธานหอ และสงครามไม่ยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้น แม่งโคตรนับถือน้ำใจมันเลย

เงินสี่แสนสำหรับผมอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่ผมคิดว่าจะหาทางเอาเงินนี้มาคืนมันให้ได้ในวันหนึ่ง

“ขอบใจนะ” ผมพูดอย่างซึ้งใจ

“อยากตอบแทนกูมั้ย” สงครามเหลือบมองผมทางหางตา “ตอบแทนแบบไม่ต้องคืนตังค์กู”

“ทำยังไง”

“สมุดโน้ตที่มึงชอบเขียนอ่ะ”

“...”

“ต่อไปนี้มึงเขียนแต่เรื่องของกูได้ป่ะ”

ผมอ้าปากค้างเติ่ง จริงๆ แล้วเรื่องนี้แม้แต่พ่อกับแม่ยังไม่รู้เลยว่าผมชอบเขียนโน้ตอะไรแบบนี้ทุกวัน

“ทำได้มั้ย”

ที่ผมเงียบเพราะไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนของผม และสงครามมันรับรู้ในส่วนนี้ นั่นเป็นอะไรที่ผมพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเลยทีเดียว

“สาด กูขอแค่นี้ก็ให้กูไม่ได้”

“ก็ได้ๆ” ไหนๆ โน้ตสุขใจของผมส่วนใหญ่ก็มีแต่ชื่อมันอยู่แล้วนี่ “แต่กูคิดว่ากูจะแถมให้มึงอีกเรื่อง”

“หา”

“เรื่องมีน” ผมหลับหูหลับตาพูด “กูจะช่วยมึงจีบมันเอง”

สงครามขมวดคิ้ว จ้องหน้าผมเขม็งเหมือนจะคาดคั้นเอาอะไรบางอย่าง จากนั้นมันก็นิ่ง จ้องซองเงินราวกับว่าสิ่งนี้จะให้คำตอบดีๆ แก่ตัวมันได้

ในบรรยากาศที่เงียบและแอร์ที่โคตรเย็นเฉียบ ผมได้คิดทบทวนถึงสิ่งที่ผมเพิ่งพูดออกไปด้วย เรื่องของมีนกับสงครามเป็นเรื่องที่ติดอยู่ลึกภายในใจผม คล้ายกับเป็นขอนไม้ใหญ่ที่ปิดกั้นความรู้สึกเอ่อล้นทะลักบางอย่างซึ่งอยู่ในหัวใจ

หากขอนไม้นี้หายไป สายน้ำแห่งความรู้สึกนั้นคงจะไม่มีอะไรมาขัดขวางได้อีก

แม้จะรู้สึกขัดๆ อยู่ไม่น้อย แต่เรื่องนี้ทำให้สงครามนิ่งคิดอยู่นานมากจนผมคิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องใหญ่สมราคาสี่แสนซึ่งมันจ่ายให้แก่ความเป็นอิสระและศักดิ์ศรีของผม

“ตกลง” สงครามพูดออกมาหลังจากที่เงียบไปหลายนาที ผมรู้สึกว่าภายในของผมมันกระตุกวูบหน่อยๆ “แต่กูขอเพิ่มเงื่อนไขอีกหนึ่งข้อ”

“เยอะ” ผมแกล้งพูด

“สี่แสนไม่ใช่จำนวนเงินที่น้อย”

สัดเอ๊ย ตอกย้ำเหี้ยๆ แม้ว่าผมจะทำเรื่องนี้เพื่อชดเชยเงินที่มันจ่ายให้ แต่ผมก็คิดว่าท้ายที่สุดก็จะหาเงินไปคืนมันอยู่ดี

“ว่ามา”

“กูต้องได้อ่านโน้ตของมึงทุกวัน”

“ไอ้เหี้ยเอ๊ย” ผมอดโอดครวญไม่ได้ “มันเป็นความลับ มึงจะมาอ่านความลับของคนอื่นได้ยังไง”

สงครามลอยหน้าลอยตาไม่สนใจ ดูก็รู้ว่าเรื่องนี้มันตกลงกับตัวเองก่อนที่จะมาตกลงกับผม แปลว่าคงไม่มีใครมาขัดใจพ่อเจ้าประคุณคนนี้ได้อีกแล้วล่ะ

“มันเป็นโน้ตที่กูเขียนเรื่องดีๆ ทุกวัน บางอย่างกูก็ไม่อยากให้มึงรู้ป่ะวะ”

อีกฝ่ายเหลือบมองหน้าผมก่อนจะยิ้มมุมปากน้อยๆ

“แต่กูอยากรู้ มึงต้องส่งมาให้กูอ่าน”

“แล้วถ้าเกิดกูตีกับมึงทั้งวัน ไม่มีเรื่องไหนดีเลยล่ะ”

“ก็เขียนไปเหอะ”

“...”

“ถ้ามึงเขียนเรื่องกู จะเรื่องไหนกูก็อยากอ่านหมดนั่นแหละ”

แบบนี้ก็เข้าทางผมสิ คืนนี้จะด่าแม่งให้ยับจนมันโมโหอยากเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง

กว่าไอ้ตั้มจะมาก็เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่ม มันรับเงินสงครามไปเปิดดูแล้วมองเพียงปราดเดียว จากนั้นก็จ้องหน้าผมสลับกับสงคราม

“จะจีบคนอยู่หอสามนี่มันยากจริงๆ โดยเฉพาะประธาน ไอ้เหี้ยนี่แม่งจีบยากสุดเลย”

“มึงว่าไงนะ” ผมเงี่ยหูฟังคำบ่นรำพึงรำพันของมัน

“เปล่า” ไอ้ตั้มลุกขึ้นยืน “สงคราม กูขอแนะนำให้มึงไปจัดการญาติไอ้อ้ายให้สิ้นเรื่องสิ้นราวก่อนที่มันจะใช้ไอ้อ้ายไปต่อรองอะไรอีก ดีนะที่เป็นกู ถ้าเป็นคนอื่นมึงคงไม่ได้มันกลับไปง่ายๆ แบบนี้”

“กูรู้แล้ว” สงครามพยักหน้า

ตั้มมองผมอย่างอาลัยอาวรณ์

“มึงรู้ใช่มั้ยว่าต้องเหยียบเรื่องนี้เอาไว้” สงครามเลิกคิ้วมองหน้าประธานหอสี่

“รู้สิวะ”

“...”

“แต่อีกไม่นานคนเขาก็คงจะรู้กันทั่ว พวกมึงเตรียมรับแรงกระแทกไว้ให้ดีๆ ล่ะ”

ตั้มยังคงมองหน้าผมอยู่อย่างนั้น

“ไปได้แล้วไอ้เหี้ยเอ๊ย” สงครามเกือบลุกขึ้นมาเตะไอ้ตั้มแล้วครับ


ห้อง 101

ใจผมเต้นไม่เป็นส่ำ พลิกตัวไปมาหลายล้านตลบแล้ว ไม่ว่าจะยังไงผมก็นอนไม่หลับ สิ่งที่สงครามเพิ่งทำแม่งกินใจผมมากเสียจนผมไม่สามารถไล่ใบหน้าของมันให้ออกไปจากหัวผมได้

มันจ่ายเงินดึงตัวผมกลับมาจากการเป็นเด็กไอ้ตั้ม อีกทั้งยังบากหน้าไปยืมเงินแม่ ยืมเงินไอ้คีน เด็กปีสามของหอสี่อีกต่างหาก คนอย่างสงครามเนี่ยนะไปยืมเงินเด็กหอสี่ ถ้าลูกหอมันรู้คงได้เสื่อมศรัทธาแน่ๆ แต่มันก็ทำอย่างนั้นเพราะผม

อดรู้สึกประทับใจแม่งไม่ได้เลย

โทรศัพท์ของผมสั่นเพราะมีข้อความเข้า เป็นข้อความจากสงเหี้ย หอสองที่ผมเริ่มจะคุ้นเคยแล้ว

สงเหี้ย หอสอง : ไหนโน้ตเรื่องกู
สงเหี้ย หอสอง : กูอยากอ่าน
สงเหี้ย หอสอง : รู้สึกว่าตัวเองเพิ่งทำอะไรเท่ๆ ลงไป
สงเหี้ย หอสอง : มึงต้องแอบเขียนเรื่องดีๆ ของกูอยู่แน่ๆ


น่าหมั่นไส้ฉิบหายยยยยย แม้จะรู้สึกอย่างนั้นแต่ปากผมก็ยิ้มนะ

AI : ยังไม่ได้เขียนเลย
สงเหี้ย หอสอง : เขียนดิไอ้สัด กูง่วงแล้วเนี่ย
AI : มันต้องออกมาจากอินเนอร์
สงเหี้ย หอสอง : อินเนอร์มึงไม่มาตอนตีสี่เลยล่ะวะ


ผมยิ้มขำ วางโทรศัพท์ลงก่อนจะจ้องหน้ากระดาษโน้ตสุขใจของวันนี้ที่ยังว่างเปล่า ผมสูดลมหายใจลึกๆ พลางคิดในใจว่าต่อไปนี้เรื่องราวของสงครามจะกลายเป็นเรื่องดีๆ ของผมในทุกๆ วันไปแล้วเหรอ

แปลกแต่จริงที่ลึกๆ ในใจไม่ได้ต่อต้านอะไรในเรื่องนี้เลย

โน้ตสุขใจ
1. สงครามมันจ่ายหนี้ให้แลกกับการที่เราไม่ต้องไปเป็นเด็กไอ้ตั้ม


เอ่อ ผมเขียนไม่ออกแล้วว่ะ ทำไมน่ะเหรอ เพราะผมรู้ว่าไอ้โน้ตนี้จะได้ไปอยู่ในสายตาของไอ้สงครามในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าซึ่งเป็นอะไรที่น่าอายโคตรๆ
โทรศัพท์ของผมสั่นอีกแล้ว

สงเหี้ย หอสอง : เร็วเข้า พ่อนักเขียน
สงเหี้ย หอสอง : นักอ่านอยากอ่านใจจะขาดรอนๆ แล้ว


เป็นคำพูดที่อยากแคปไปประจานลงเฟซบุ๊กมากว่าประธานหอสองมันทำตัวไม่สมกับมาดคูลๆ ของมันเลย

2. มันเป็นคนดีกว่าที่คิด
3. วันนี้ได้นั่งรถมันด้วย
4. ได้เจอมันในตึกสาขายานยนต์ ทั้งๆ ที่พวกเรียนการบินไม่ค่อยเดินผ่าน
5. ต่อไปนี้คงได้คุยกับมันเยอะขึ้น เพราะต้องช่วยมันจีบคนที่มันชอบ

AI : /แนบรูปโน้ตสุขใจ


สงครามมันอ่านปุ๊บก็เงียบปั๊บ ปกติถ้ามันจับโทรศัพท์อยู่มันจะตอบมาไวมากครับแต่ครั้งนี้กลับเงียบนานจนผิดปกติ ตอนที่มันตอบกลับมา ผมเลยรีบหยิบขึ้นมาอ่านอย่างรวดเร็วทันที

สงเหี้ย หอสอง : นี่คือสิ่งที่ออกมาจากใจมึงเหรอ
AI : โน้ตสุขใจของกูมีความศักดิ์สิทธิ์มากนะเว้ย
สงเหี้ย หอสอง : เออดี กูชอบ


ผมกลืนน้ำลาย หัวใจเต้นแรงตึกตัก รู้สึกดีใจกับเขินปนกัน

สงเหี้ย หอสอง : นอนได้แล้ว เด็กกู

อะ อะไรนะ

AI : เด็กมึงเหี้ยอะไรล่ะ
สงเหี้ย หอสอง : จะเป็นเด็กกูหรือจะให้กูเรียกว่าอ้ายสี่แสน
AI : อ้ายเฉยๆ ไม่ได้เหรอ
สงเหี้ย หอสอง : ไม่ได้แล้วเว้ยสัด
AI : เซ็งเลย
สงเหี้ย หอสอง : ฮ่าๆๆ







TBC*

ออฟไลน์ ploysure

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
แอบเห็นคำผิดอ่ะค่ะ
บทที่สอง ตอนช่วงที่ธัชคุยกับอ้ายเรื่องโปรเจ็คกับไปป์ ที่บอกให้ไปป์ไปคุยกับสงคราม จะได้ไม่มีปัญหา
พิมชื่อผิดจากไปป์เป็นชื่อธัชค่าา ;__;

ฉาหนุกกก รออ่านต่อ :mew1:

ออฟไลน์ veerapont

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 3
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ kredkaew26

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เค้าชอบอ่ะ  555 ว่าแต่อีพี่สงเอาไงแน่คะ จะมีน รึจะพี่อ้าย  เลือกสักทางเหอะค่ะ  คุณน้องจะได้เชียร์ถูก ^^  :impress2: :impress2: :impress2:

ออฟไลน์ Fujung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
ไม่ว่าจะนายเองหรือพระเอกเรื่องนี้ปากแข็งกันทุกคนเลย
สงครามไม่ได้ชอบมีนใช่มะ หรือแค่เคยชอบ ตอนนี้ก็ชอบอ้ายอยู่

โอมนี่ก็หน้าบีบคอจริงๆ เกลียดจริงพวกชอบเบียดเบียนคนอื่นเนี่ย

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
ดูเป็นเงื่อนไขการกู้เงินที่แปลก ๆ
ว่าแต่ พี่อ้ายเสน่ห์แรงไม่แพ้ลูกหอเลยนะคะ ฮี่ฮี่

ออฟไลน์ MorethanMore

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 94
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
เข้าใจคำว่า ราชาวิหคละ นกจริงจัง นกแบบ นกอะ สงสาร 555 แต่ละคน สรุปอ้ายสวยหรืออ้ายหล่อ นี่แอบงงเบา ๆ ตอนแรกอ่านทนายบอก พี่อ้ายโคตรหล่อ แบบบรรยายไม่ได้ แล้วไหงมาตอนนี้บอกอ้ายสวย ??

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
ตาแฉะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
คิดว่าตั้ม ไม่กล้ามองหน้าอ้าย
เพราะภาพวาดของการ์ตูนชายรักชายซะอีก  o18
แต่กลายเป็นเรื่องใหญ่กว่า เพราะโอมวางตัวอ้ายเป็นตัวประกันใช้หนี้   o22 o22 o22
แต่ก็คงเพราะภาพวาด และความหน้าตาดีของอ้ายนั่นแหละ
ที่ทำให้ตั้มสนใจอ้าย หรือที่ผ่านมาก้แอบชอบอยู่แล้ว
เหมือนอ้ายต้องกลายเป็นเด็กของตั้มจริงๆ

มีญาติเลวแบบนี้ เครียดโคตรๆ :z3:
รถอ้ายก็เอาไปใช้ เงินก็ยืมเงินอ้าย  :fire: :fire: :fire:
จนอ้าย การเงินปั่นป่วน จนแทบไม่มีเงินใช้เองซะด้วย :z3: :z3: :z3:

สงคราม ทำให้อ้ายบันทึกโน้ตสุขใจได้อย่างสุขใจ  :mew1:
ดูท่าต่างฝ่ายต่างชอบกัน
สงครามปากว่าชอบมีน แต่ไม่เห็นเข้าหา รุก อย่างที่ควรจะเป็น
แต่มาง้องอนอ้ายตลอดๆ อย่างผิดปกติวิสัย
หรือความชอบเปลี่ยนจากมีน เป็นอ้าย แต่ไม่รู้ตัวใช่มั้ย

แล้วสงคราม ก็รู้เรื่องที่อ้ายจะต้องกลายเป็นเด็กตั้ม  :เฮ้อ:
เรื่องอ้ายก็เป็นเรื่องที่มาเป็นที่หนึ่งของสงครามอยู่ซะด้วย(ยังไม่รู้ตัว)
แค่อ้ายโกรธ ก็ตามง้อซ้าาาาาา ก็ถ้าไม่รู้สึกไรๆ จะตามง้อทำไม
คงได้มีเรื่องเหนือความคาดเดาเกิดขึ้นแน่ๆ
รอตอนใหม่ สนุกกกก มากกกกกก  :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ ma-prang

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 473
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
รักพี่อ้ายยย
สงครามจีบมีนก็จีบไปนะ ส่วนพี่อ้ายเราจะเก็บไว้เอง ไม่ให้ด้วย ชิๆๆ

ออฟไลน์ Rumraisin

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 673
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
คู่นี้เค้าดูมึนๆกันนะ ชอบที่พี่สงครามเรียกพี่อ้ายว่าตัวแม่ ลูกหอยังดึงดูดขนาดนั้น ประธานหอจะไม่มีได้ยังไงเนอะ คิดแบบทนายและอาสาเลย มีซัมธิง ชัวร์   :hao7: ขอบคุณมากค่ะ สนุกดีได้อ่านยาวๆ  :กอด1:

ออฟไลน์ Chise

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 445
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
อย่างแรกที่ควรทำคือฆ่าเอี้ยโอมซะ โคดสารเลว
อ้ายต้องบอกพ่อแม่ได้แล้ว ตัดญาติกับมันไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกันอีก


ออฟไลน์ EoBen

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3322
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-6
ได้อ่านหลายตอนติดเลย ดีใจ


สงครามแปลกๆ ตกลงชอบใครกันแน่

ออฟไลน์ TachibanaRain

  • มาโกโตะเทนชิ
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +76/-3
กรี๊ดดดดดดพี่สงครามพี่อ้ายมาแล้ว แอบชอบพี่อ้ายตั้งแต่เรื่องก่อนหน้าแล้วมาเรื่องนี้คือดีพี่อ้ายฮอตเว่อร์ก็อย่างว่าละนะเป็นถึงประธานหอสามนี่ กับพี่สงนี่ยังไม่ชัวร์กับพี่แกแต่ก็ดูมีซัมธิงแต่ที่ชอบพี่อ้ายแน่ๆนี่น่าจะเป็นพี่ไปป์อะแล้วก็พี่ตั้มอีกคน และตอนนี้พี่อ้ายมาเป็นเด็กพี่สงแล้วจะเป็นยังไงต่อน่าติดตามมากแอบกลัวจะมีดราม่าฝั่งมีนนะเนี่ย

ปล.ขอฝากพี่สงกระทืบญาติพี่อ้ายด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ plafishy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 10
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ชอบคู่นี้มากเลยค่ะ
พี่สงครามในมุมมองของทนายกับอาสานี่ต่างกับพี่สงครามในมุมของพี่อ้ายมาก อ่านแล้วเขิน 55555

รออ่านตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ Ryoooo

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3152
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +288/-2
อย่างพีคคคค เกิดเป็นพี่อ้ายของเค้า ไม่ง่าายจริงๆ
ต้องไปจัดการอิโอมให้สิ้นซาก ร้ายกาจมาก กล้าทำกับบพี่อ้ายที่ยอมมันขนาดนั้นได้ยังไง

เราว่าพี่สงครามมีซัมติง อย่างที่อาสากับทนายคิดละน่าาา
และน่าจะไม่เกี่ยวกับเรื่องมีนแล้วด้วย
เกี่ยวพี่อ้ายคนเดียวเต็มๆแล้วรึเปล่าาาาาา

รอตอนอื่นๆค๊าาา สนุกมากกก
จุใจมากกกกก อ่านเพลินสุดๆ

ออฟไลน์ ก้อนขี้เกียจ

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
อ่านตาแฉะกันเลยทีเดียว ฮือออออออ ชอบพี่อ้าย //ส่งจูบ :mew1: :mew1: #สงครามอย่าเตะเรา

ออฟไลน์ pktherabbit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ฮืออออ...ป้าก็อยากเป็นเด็กพี่สงนะ...โถพ่อคุณสายเปย์

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ itsgonnabeme

  • It's me, not you.
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 264
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-2
ไม่ไหวแล้วววววววววววว
เจ้ไม่รู้จะอธิบายยังไง
แต่มันพีคมาก พีกทุกฉาก ชอบนิยายฟีลแบบนี้ที่สุด

สงครามกับอ้ายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวมาก
และพอมาอ่านภาคอ้าย อ้ายก็กลายเป็ยเคะเบอร์1ของเจ้ไปโดยปริยาย

คู่นี่คือที่สุดของที่สุด
ชอบความสัมพันธ์แบบมึนๆที่มันพัฒนาโดยไม่รู้ตัว

ขอบคุณน้องนุ่นสำหรับเรื่องราวดีๆที่ทำให้พี่ได้อมยิ้มและผ่อนคลายได้ตลอดนะจ้ะ

เป็นกำลังใจให้เสมอ รอตอนต่อไปอย่างใจจดจ่อจ้ะ

ปล.แอบไปดูพี่สงครามในเว็ปมา ทำไมจำนวนหน้าน้อยกว่าอาสา เจ้จิคราย เจ้อยากอ่านเยอะๆ5555

ออฟไลน์ JokerGirl

  • ∀Σ❤∀ΔΣ Forever^^
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2938
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-3
สนุกมากเลย ชอบความเถื่อน ดิบของพี่สงคราม ชอบพี่อ้ายน่ารักและฮาดี เป็นห่วงคนอื่นก่อนตลอด พี่สงครามดูแลเด็กพี่ดีๆ นะ :กอด1:

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ naezapril

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 122
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
สนุกกกกกก มาบ่อยๆเด้ออ้ายยย

ออฟไลน์ monkey_saru

  • ทำไมหัวใจถึงเอียงซ้าย...*
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
สง...แกยังคิดว่าตัวเองชอบมีนอยู่อีกหรอ ฮ่าๆๆ
ชอบตอนที่บอกว่า ต้องเป็นของเล่นของกูคนเดียว มีความเด็กน้อยโดนแย่งของอะ

ไปป์นี่แอบชอบพี่อ้ายด้วยไหมเนี่ยยย

ออฟไลน์ bigbeeboom

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 382
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
ชอบมาก รอเลยเปิดจองปุ๊ป จัดแน่ๆ

ออฟไลน์ saccarrum

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 142
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ชอบมากกกกกก.   :ling1: :ling1:
ทั้งกรี๊ดทั้งทุบเตียง เป็นเอามากอ่ะบอกเลย เราชอบพี่อ้ายมาก ชอบมากกกกกกก
แอบชอบตั้มอ้ายด้วยนะคะ มาแป๊ปๆแต่ทีม #ตั้มอ้าย ไปละ ฮ่าๆๆๆ
ช่างอิพี่สงครามมัน ถึงจะเท่จะคูลแต่พี่อ้ายต้องเป็นของเราคนเดียว

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4825
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
หนุกหนาน ๆ รอตอนต่อไปดีกว่า  :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ Wdf_mikeii

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
คิดถึงพี่อ้ายยยยยย :z3:

ออฟไลน์ donut4top

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 396
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
พี่อ้ายดูเขารู้ตัวแล้ว แล้วคุณสงล่ะคะเมื่อไหร่จะรู้หัวใจตัวเอง o18

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด