คุณแม่รับจ้าง ภาค 2 [ฟ้า-บีท] >>เจ้าเล่ห์แสนรัก<< 20 THE END. [31/03/18]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: คุณแม่รับจ้าง ภาค 2 [ฟ้า-บีท] >>เจ้าเล่ห์แสนรัก<< 20 THE END. [31/03/18]  (อ่าน 26163 ครั้ง)

ออฟไลน์ ๛ナーリバス๛

  • ~~~๛NaaribuS๛~~~ ~ [TBL-081-588]
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1500
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +898/-26
    • NaaribuSS
อ้างถึง


ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ


นิยายของนิที่ลงไว้ที่ เล้านะคะ.... :o8: :impress2: จบแล้วทุกเรื่องค่ะ

]เซ็ต U แนวมหาวิยาลัย[
+ ผมถูก My Fanclub~~จับกด!!XX+    ตุลย์-ปอนด์ :m25:

...กู “รับ”  ไม่ได้... (ถ้าไม่ได้รัก)   กิ๊ง-กันย์ :-[

!พี่คะ รับกะเทยทานเพิ่มไหมคะ! ฐา-โต้ง :m20:

]MPREG SET[
หมอครับ... ผมอยากมีลูก [MPREG] (น่ารักอบอุ่น)
คุณแม่รับจ้าง (ดราม่า)

ภาคต่อ... เจ้าเล่ห์แสนรัก (กำลังแต่ง)


ติดตามข่าวสารรวมเล่มและพูดคุยกับนักเขียนได้ที่
ฝากเพจ

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-03-2018 20:23:05 โดย ๛ナーリバス๛ »

ออฟไลน์ ๛ナーリバス๛

  • ~~~๛NaaribuS๛~~~ ~ [TBL-081-588]
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1500
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +898/-26
    • NaaribuSS
Re: <spin of mpreg set>เจ้าเล่ห์...แสนรัก
«ตอบ #1 เมื่อ23-07-2017 17:14:35 »

ชี้แจงก่อนนะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต่อยอดมาจาก นิยาย MPREG ที่แต่งจบไปแล้วคือ หมอครับ ผมอยากมีลูก /คุณแม่รับจ้าง
สองเรื่องนี้เป็น MPREG (ท้องได้แบบวิทยาศาสตร์)

เจ้าเล่ห์แสนรัก จะมีตัวละครจากทั้งสองเรื่องนี้โผล่มาบ้าง (เกี่ยวเนื่องกับคุณแม่รับจ้าง*) มีเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องเชื่อมโยง ถ้าอ่านสองเรื่องแรกก่อนก็จะเข้าใจที่มาที่ไปมากขึ้น แต่หากไม่อ่านก่อนแล้วมองข้ามเรื่องตรรกะการท้องไปก็สามารถอ่านแยกได้

หมายเหตุ* แม้ว่าเรื่องหลักทั้งสองนั้นจะมีตัวละครท้องได้ แต่ภาคนี้ซึ่งเป็นภาคต่อ... ตัวเอกท้องไม่ได้นะคะ
*สามารถ อ่านภาคแรกๆ ได้ตามลิงค์นี้นะคะ
]MPREG SET[
หมอครับ... ผมอยากมีลูก [MPREG] (น่ารักอบอุ่น)
คุณแม่รับจ้าง (ดราม่า)

เจ้าเล่ห์แสนรัก 
BY
๛ナーリバス๛


-1-



   ต่อให้ไม่ต้องออกแรงทำอะไรให้เหนื่อย แต่การเดินทางหลายชั่วโมงบนเครื่องบินก็ทำให้เมื่อยล้า หลังจากบินกลับจากญี่ปุ่น สิ้นสุดงานไกด์ทัวร์เรียบร้อย บีทก็คิดเพียงว่าอยากจะกลับคอนโดแล้วนอนหลับยาวๆ สักตื่นแล้วค่อยโทรไปหาคนรัก ทว่าความคิดนั้นก็เป็นหมัน

เขาหลับไปได้ไม่นานก็มีใครบางคนโทรมา เมื่อเห็นว่าเป็นคนที่น่ารำคาญที่สุดคนนั้น ชายหนุ่มก็หงุดหงิดใจจนกดปิดเสียงมือถือแล้วหลับไปทั้งอย่างนั้น มิไยดีว่าอีกฝ่ายจะโทรมากี่สายหรือส่งข้อความมากี่ครั้ง

ท้ายที่สุดเขาก็หลับไปได้ไม่กี่ชั่วโมง เมื่อตื่นเต็มตาแล้วจึงควานหาโทรศัพท์มากดดู

ชายคนนั้นโทรเข้ามาหลายสายไม่พอ ยังทิ้งข้อความไว้ในโปรแกรมไลน์อีกด้วย

   “นี่คุณรู้หรือยัง เรื่องที่พี่อิฐนอกใจคุณ”

   “ไม่ใช่แค่แอบมีกิ๊กนะ ยังพามาอวดถึงบริษัทด้วย”

   “นี่... ถ้าไม่รีบมา เดี๋ยวจะจับไม่ได้นะ!”

   เพราะข้อความพวกนั้นทำให้เขาอดรนทนไม่ไหวโทรไปถามคนรัก เพียงแต่ติดต่อไม่ได้ โทรหาเลขาก็บอกว่ามีแขกคนสำคัญ ไหนๆ ก็ตื่นแล้วและหลับไม่ลงอีกจึงตัดสินใจไปดูให้เห็นกับตา ถ้าคนเจ้าเล่ห์นั่นโกหกแม้แต่คำเดียวละก็ เขาไม่ยกโทษให้แน่ แต่ใครจะรู้ว่าเรื่องราวกับพลิกผัน วินาทีที่ฝ่าด่านเลขาคนงามเข้าไปในห้องทำงานของประธานบริษัทแล้วพบว่ามีเด็กหนุ่มหน้าใสอยู่ในห้องนั้นด้วย หัวใจของเขาก็แทบแหลกสลาย

   หลังจากฟังคำแก้ตัวมากมาย ถึงไม่พอใจแค่ไหนที่อีกฝ่ายปิดบังแต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว นอกจากแกล้งทำเป็นนิ่งยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างสงบ... ผิดกับในใจที่กำลังสับสนและกังวลอย่างหนัก...

   ถึงแม้จะเป็นคนแค่คนที่ถูกจ้างมาเพื่ออุ้มท้องให้ แต่ถ้าอยู่บ้านเดียวกันตลอดอย่างนั้นอาจมีสักวันที่สายเกินแก้ไม่ใช่หรือ ภายใต้ท่าทีนิ่งเงียบต่อหน้า ทว่าตั้งแต่ตอนนั้นเขาก็ได้แต่คิด... หาวิธีทำทุกอย่างเพื่อรักษาสิ่งที่ตัวเองรักและหวงแหนไว้ ไม่ว่าวิธีไหนก็ตาม


   “คุณติดหนี้ผมครั้งหนึ่งนะ” เป็นข้อความสั้นๆ ที่ส่งมาหลังจากทุกอย่างผ่านไปแล้ว

   ถึงเขาจะไม่ชอบขี้หน้าหรือไม่เคยไว้ใจตัวม้าเร็วส่งข่าวนั่นนักก็เถอะ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองติดหนี้เขาหนึ่งครั้งจริงๆ อย่างน้อยการที่เขาสอดมือเข้ามายุ่งก็ทำให้บีทรู้ความจริงทุกอย่างไวขึ้น...

   แต่ครั้งแรกผ่านไปไม่เท่าไรก็มีครั้งที่สอง

   หัวใจเขาเจ็บหนึบไปหมดตอนที่รู้ว่าอิฐแอบไปเที่ยวภาคเหนือกับเด็กนั่น ปิดบังเขาที่ทำงานที่ญี่ปุ่นเหมือนเขาเป็นคนโง่ เขาสู้เก็บความเจ็บช้ำน้ำใจเพราะความรักไม่ปริปากอะไรแม้แต่คำเดียวเพราะไม่อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีร่วมกันมาตั้งสี่ปีพังทลายไป จนกระทั่งมีครั้งที่สาม

   เขาก็รู้สึกว่าเขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว...



   ชายหนุ่มแอบขับรถออกมายังงานเลี้ยงฉลองครบรอบของเครือ “อิทธิฤทธิ์กรุ๊ป” ตามคำยุแยงของ “แผ่นฟ้า” ลูกพี่ลูกน้องที่ขัดแย้งกับอิฐเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจมานาน

   อันที่จริงบีทไม่เข้าใจความซับซ้อนเรื่องผลประโยชน์รวมถึงความขัดแย้งเรื่องหุ้นส่วนของพวกเขาสองพี่น้องนักแต่เพราะได้ยินอิฐบ่นถึงน้องชายตัวดีให้ฟังบ่อยๆ จึงพลอยระมัดระวังตัวตามไปเท่านั้น เพราะเขาไม่ต้องการถูกใช้เป็นเครื่องมือใดๆ ทั้งนั้น 
ทว่าครั้งนี้ต่างออกไป หลังจากถูกโกหก ปิดบังซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขาก็ยอมรับว่าการที่มีแผ่นฟ้าคอยส่งข่าวของคนรักให้กลายเป็นเรื่องดี  เขาไม่รู้หรอกว่าแผ่นฟ้าทำแบบนี้ไปทำไม ทำให้เขาทะเลาะกับอิฐแล้วอีกฝ่ายได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา รู้เพียงว่าความรักทำให้คนตาบอด ความหึงหวงยิ่งแล้วใหญ่มันทำให้เขาขาดความยั้งคิดใดๆ ไม่สนใจแล้วว่าใครจะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ ใครจะเป็นหรือตายขอแค่อิฐอยู่กับเขา...

บรรยากาศงานเลี้ยงทั้งสดใสและครึกครื้นแต่บรรยากาศในใจของบีทช่างมืดทะมึน คนรักของเขาตอนนี้กลับไปเอาอกเอาใจคนอื่น

ใช่สิ! เด็กคนนั้นทั้งเด็กกว่า เข้ากับแม่เขาได้ดีจนได้สินสอดเป็นมีหุ้นส่วนบริษัทไว้รองรัง แล้วตอนนี้ยังมีลูกด้วยกันอีก มีหรือที่อิฐจะไม่พะเน้าพะนอ

เขาปั้นหน้ายิ้มจนเหนื่อยรอจนอิฐแยกตัวออกไป กลิ่นน้ำหอมกลิ่นที่คุ้นเคยจากตัวคนรัก เมื่อมันติดอยู่ที่กายผู้อื่นกลับสร้างความหงุดหงิดจนคันยิบไปทั้งฝ่ามือ

หลังจากประทะฝีปากกันสองสามคำ เขาก็ทนไม่ไหวแล้ว...   

หึ! แต่มีหุ้นส่วนในกำมือแล้วยังไง ถ้ามารหัวขนนั่นตายไป ยังเหลืออะไรให้ต่อรองอีก

คิดเพียงเท่านั้นสองมือก็เผลอผลักร่าง “คนสกปรก” นั่นลงสระน้ำไปแล้ว

เขายืนมองร่างที่ตะเกียกตะกายอยู่ในสระด้วยความคิดว่าถ้ากำจัด “พวกเขา” ไปแล้ว ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เหมือนเมื่อสี่ปีก่อน


++++++++++



   หลังจากเข้ารับตำแหน่งประธานบริษัทแทนบิดาที่เพิ่งเสียชีวิตไป อิฐก็เริ่มหยิบจับงานแต่ละอย่างอย่างจริงจัง และเข้าร่วมทัวร์หนึ่งเพื่อศึกษางาน...

   ตอนที่ไปทัวร์ญี่ปุ่น อิฐได้พบไกด์หนุ่มคนหนึ่งซึ่งคาดว่าอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เขาเป็นคนตัวสูงขาว ผมตัดสั้น บุคลิกที่มั่นใจนั่นมีเสน่ห์มากทีเดียว และมีบางอย่างในตัวที่ดึงดูดความสนใจไปจากเขา จนกระทั่งมีช่วงเวลาที่ลูกทัวร์แยกย้ายกันเที่ยวตามอัธยาศัย อิฐแอบเดินตามไกด์หนุ่มไปเงียบๆ

   “คุณเดินตามผมมาทำไม” คำถามค่อนข้างไม่พอใจ...

   “ผมมาคนเดียว”

   “ก็เที่ยวคนเดียวไปสิ”

   “คุณเป็นไกด์นะ ก็ต้องพาผมเที่ยวสิถึงจะถูก”

   “ตอนนี้มันช่วงฟรีสไตล์ อยากไปไหนก็ไปสิ”

   “ผมอยากไปกับคุณ...” อีกฝ่ายถอนใจรำคาญ นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกชอบ...

   “ผมชื่ออิฐ คุณชื่ออะไร บ้านอยู่ไหน ขอเบอร์ได้ไหม”

   “ผมขอไม่ตอบคำถามนอกหน้าที่” เขาตอบแล้วเดินเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง อิฐเดินตามเข้าไปแล้วถือวิสาสะนั่งโต๊ะเดียวกันกับเขา

   “คุณไม่ชอบผู้ชายเหรอ?”

   “....”

   “จริงอ่ะ? นี่เรด้าผมเสียเหรอเนี่ย”

   “เปล่า... ผมไม่สนใจลูกทัวร์”

   “อ้าว ทำไมล่ะ?”

   “ทริปนึงผมเจอคนแบบคุณไม่รู้เท่าไร ถ้าใส่ใจจริงจังกับคำพูดพวกนี้ คงเสียใจไม่รู้กี่ครั้ง กี่หน”

   “ถ้างั้น ผมจะจีบคุณตอนเรากลับไทยแล้วได้ไหม?”

   “เอาสิ ถ้าเราเจอกันอีก... ผมจะบอกชื่อกับเบอร์แล้วกันนะ” เขาตอบอย่างไว้ตัว อิฐพยักหน้าหงึกหงัก ไม่ตามเซ้าซี้เขาอีก
   



   “ทานข้าวกันสักมื้อสิคุณไกด์ ก่อนจาก...” อิฐร้องขอเมื่อกลุ่มทัวร์เดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว

   “ผมไม่ชอบงานเลี้ยงส่ง เราควรเลี้ยงฉลองที่ได้พบกันอีกครั้งมากกว่า” อีกฝ่ายยิ้มกวน

   “ได้... หวังว่าคุณจะไม่ผิดคำพูด” เขารับคำยิ้มๆ ก่อนจะกลับบ้านไปด้วยอารมณ์เบิกบาน

   ไม่เกินสามวันเขาก็เรียกพบไกด์ทัวร์ที่ถูกตานั่นมาพบ...

   คนหนึ่งยังเป็นไกด์ แต่คนหนึ่งมิใช่ลูกทัวร์แต่เป็นประธานบริษัท!   .

   “คุณสนุกมากใช่ไหมที่หลอกผมเนี่ย” ไกด์หนุ่มเอ่ยถามเสียงนิ่ง...

   “ผมไม่ได้หลอกคุณนะ แค่ไม่ได้บอกเท่านั้นเองว่าตัวเองเป็นใคร ไม่ใช่เหรอ?” อิฐตอบ

   “แล้วไง? จะเอาอะไรอีกล่ะ?”

   “ทานข้าวกันสิ ฉลองที่ได้เจอกันอีกไง อีกอย่าง... คุณสัญญาว่าถ้าเราเจอกันอีกคุณจะบอกชื่อกับเบอร์โทรไม่ใช่เหรอ?” เขาทวงสัญญาทันที

   “บีท...ชื่อผม”

   “เบอร์ด้วยครับ”

   “42”

   “ผมขอเบอร์โทร... ไม่ใช่เบอร์รองเท้า!”

   “ผมบอกจะให้เบอร์ แต่ไม่ได้บอกว่าเบอร์อะไรนี่”

   “โอเค... งั้นไปข้าวด้วยกันก่อนก็ได้ อย่างอื่นค่อยว่ากัน...”

   
++++++++++


   สี่ปีแล้วที่คบกันมา

บีทยังเหมือนเดิม อิฐก็ยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความรู้สึกอยากมีลูก...

   บีทไม่เข้าใจความคิดของอิฐ... เป็นเกย์แล้วทำไมอยากมีลูก ถ้าอยากมีลูกทำไมไม่ชอบผู้หญิง แต่งงานมีครอบครัวอย่างคนปกติ ไม่รู้สึกแปลกหรือไงถ้าผู้ชายสองคนจะเลี้ยงดูเด็ก...

   การมีลูกสำหรับเขามันคือภาระอันหนักอึ้ง มันคือการสูญเสียอิสระในการใช้ชีวิตเพื่อดูแลคนอื่น

   ยิ่งคิดก็ยิ่งขำ... นึกภาพตัวเองตอนอุ้มเด็กสักคนพาดบ่าไม่ออกเลย!

   เขาผิดตรงไหนที่ปฏิเสธการตั้งท้อง  ปฏิเสธการเสี่ยงอันตรายและการทำลายความสุขของตัวเอง

   แต่อิฐล่ะ? คิดยังไงถึงได้จ้างคนอื่นมาอุ้มท้องให้ อนุญาตให้เขาได้รับทุกอย่างไม่ต่างจากคนรัก พาไปอยู่บ้าน ดูแลเลี้ยงดูออกนอกหน้า... ถึงอีกฝ่ายจะพยายามบอกว่าไม่ได้คิดอะไร แต่ใครบ้างจะไม่หวาดระแวงในเมื่อกี่รายมาแล้วที่ “รักแท้แพ้ใกล้ชิด”

   แล้วเขาผิดหรือไงเล่าที่ทำทุกอย่างเพื่อขับไล่มือที่สาม ทำทุกอย่างเพื่อรักษาของรักของตัวเอง

   เออ! ก็ได้...

   เขาผิด... ที่โมโหจนตัดสินใจชั่ววูบผลักผู้ชายคนนั้นจนตกสระน้ำ

   แอบรู้สึกสะใจที่เห็นเขาตะเกียกตะกายโดยไม่คิดจะลงไปช่วย และไม่รู้สึกผิดเลยจนกระทั่งได้เห็นสายตาเย็นชาจากอิฐ ชั่ววินาทีนั้นเองที่หัวใจราวกับถูกกระชากออกไป

   สี่ปีที่คบกันมา เขาไม่เคยเห็นอิฐทำสีหน้าน่ากลัวอย่างนี้มาก่อน มีเสียงหนึ่งร้องบอกว่า เขากำลังจะเสียคนรักไปจริงๆ

   ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ความอัดอั้นที่สั่งสมระเบิดออก ราวกับว่าสี่ปีที่ผ่านมาทั้งสองเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันเลย

   เขาไม่เคยรู้ว่าอิฐจะอยากมีลูกมากขนาดนี้ ไม่เคยรู้ว่าในสายตาอีกฝ่ายเขากลายเป็นคนเห็นแก่ตัว ไม่เคยรักครอบครัวอีกฝ่าย

   หึ! แล้ว “เธอคนนั้น” เคยทำอะไรให้รักให้เคารพบ้างเล่า?

   ทั้งสายตาเหยียดหยามที่มองมาตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ กี่ครั้งกี่หนที่หาผู้หญิงมาให้ลูกชายเพื่อขัดขวางความรักของพวกเขา จนล่าสุดถึงกับวางแผนยกหุ้นให้ผู้ชายคนนั้นเพื่อกดดันอิฐ มีใครเห็นบ้างว่าเขาต่างหากที่เป็นผู้ถูกกระทำ

   ไม่... ไม่มีเลย...

   ใครว่าคนที่เข้มแข็งเจ็บไม่เป็น ร้องไห้ไม่เป็น

   ช่วงเวลาที่เขาเจ็บและร้องไห้ก็มีอยู่ เพียงแต่น้อยครั้งจะยอมให้ใครเห็นเท่านั้นเอง

   แต่พูดไปก็เท่านั้น... คนเข้มแข็งต้องทนรับความโหดร้ายมากกว่าความเมตตา


   
   วันละคน... ภาพผู้ชายไม่ซ้ำหน้าที่ได้เจอตามสถานที่อโคจรถูกส่งไปในไลน์หลายครั้งแล้ว

   คำว่าอ่านแล้วที่ปรากฏขึ้นมา แต่ไม่มีคำตอบยิ่งทำให้หัวใจของเขาราวถูกกรีด มันร้าวลึกจนเกิดเป็นแผล...

   แคร์กันบ้างไหม หึงหวงกันบ้างไหม หรือตอนนี้หมดใจจนไม่ไยดีกันแล้ว...

   คำถามเหล่านั้นวนเวียนไปมา ด้วยความหวังเล็กๆ ว่าเขาจะตอบกลับ แสดงอาการหึงหวงและขอร้องให้ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิม

   ทว่า ก็ได้เจอแค่ความว่างเปล่า

   ไม่ตอบ... คือคำตอบทั้งหมดแล้ว

   วินาทีนั้น น้ำตาที่พยายามฝืดฝืนกล้ำกลืนลงคอมันหลั่งรินออกมาแบบไม่รู้ตัว เขาก้มหน้าฟุบลงกับโต๊ะซึมซับความรู้สึกของคนพ่ายแพ้ที่โดนทอดทิ้ง ความทุกข์ทรมานของการสูญเสีย ระหว่างนั้นที่นั่งข้างๆ ก็ยวบลง

   “เลิกทำแบบนี้เถอะ... คุณก็รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ พี่อิฐเขาไม่มีทางกลับมาหรอก”

   บีทไม่ถึงขนาดจำเสียงเขาได้ แต่เมื่อฟังบริบทแล้วก็พอเดาออกว่าผู้พูดเป็นใคร เขาผงกหัวขึ้นจากโต๊ะแล้วหันไปมองผู้พูดทันทีด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร

   “อย่ามายุ่งได้ไหม? คุณน่าจะรู้ว่าผมอารมณ์ไม่ดีอยู่!” คำตอบบ่งบอกว่าไม่สบอารมณ์ หลังมือปาดความเปียกชื้นที่ปลายขนตาแล้วเบือนหน้าหลบ

   “คนอกหักที่ไหนจะอารมณ์ดี...” เพราะคำพูดของแผ่นฟ้าทำให้บีทเจ็บจี๊ดเหมือนถูกเข็มทิ่ม เขาลุกพรวดพราดขึ้นจากที่นั่งตั้งใจจะหนีออกจากที่นั่น...

   “ร่วมมือกับผมไหม?” แผ่นฟ้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ

   “คุณพูดถึงอะไร?” คำถามนั้นสามารถฉุดข้อเท้าของเขาให้หยุดลงได้...

   “ทำร้ายตัวเองไปก็เปล่าประโยชน์ ทำไมคุณไม่ร่วมมือกับผมหาวิธีแก้แค้นล่ะ?”

   “ยังไง?”

   “ร่วมมือกับผม ทำให้คนที่คุณต้องเจ็บได้รับบทเรียนบ้าง ถ้าโชคดีพี่อิฐอาจจะกลับไปหาคุณ แต่ถ้าโชคร้ายก็ไม่มีอะไรต้องเสีย ยังไงทำร้ายคนอื่นก็ดีกว่าทำร้ายตัวเองไม่ใช่เหรอ?””

   “แล้วคุณล่ะจะได้อะไร?”

   “ถ้าโชคดีอาจจะได้อิทธิฤทธิ์กรุ๊ป... ถ้าไม่สำเร็จก็เท่าทุน”

“คุณคิดว่าผมจะโง่ ปล่อยให้คุณใช้เป็นเครื่องมือได้ง่ายๆ งั้นเหรอ?” บีทยกมุมปากเหมือนยิ้มแต่ดวงตากลับไม่ยิ้ม

   “ไม่ได้เรียกว่าหลอกใช้... เขาเรียกว่าพึ่งพากันต่างหาก” เขาแก้ต่าง “แต่เอาเถอะ ถ้าคุณไม่เชื่อใจผม ก็ช่วยไม่ได้ละนะ” แต่เมื่อเห็นวี่แววว่าอีกฝ่ายจะไม่ใส่ใจคำชวนของเขาแผ่นฟ้าก็ออกตัว เขาไม่อยากเซ้าซี้เกินพอดีจนดูเหมือนกดดัน
ส่วนคนฟังก็นิ่งเงียบใช้ความคิดราวกับกำลังตกลงเรื่องธุรกิจพันล้านก็ไม่ปาน แต่แล้วก็เหมือนปลงตก

   “เอาสิ... เห็นแก่ที่คุณใจดีคอยเป็นม้าเร็วส่งข่าวให้ตลอด เป็นพันธมิตรกันชั่วคราวคงไม่เสียหายอะไรมั้ง”

   
+++++++++++
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-07-2017 17:40:46 โดย ๛ナーリバス๛ »

ออฟไลน์ pamazier24

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-2
Re: <spin of mpreg set>เจ้าเล่ห์...แสนรัก
«ตอบ #2 เมื่อ23-07-2017 17:14:57 »

รอเลยค่ะ

ออฟไลน์ mizuamechang

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 16
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: <spin off☻ mpreg set>เจ้าเล่ห์...แสนรัก
«ตอบ #3 เมื่อ23-07-2017 21:21:57 »

 ไม่รู้สิคะ แต่เกลียดที่สุดเลย คนประเภทมาทีหลังละแย่งของคนอื่นเนี่ย ไม่มีปัญญาหาเอง ผู้ชายก็แย่เหลือทน ทำอะไรไม่คิดถึงใจแฟนตัวเองเลย :m31: :m31: :m31:

ออฟไลน์ azure

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 772
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
Re: <spin off☻ mpreg set>เจ้าเล่ห์...แสนรัก
«ตอบ #4 เมื่อ23-07-2017 22:25:20 »

เรื่องก่อนหน้านี้ จำได้ว่าบีทเองก็แรง แต่จริงๆบีทก็น่าสงสาร เพระอิฐนอกใจบีทจริงๆนั้นแหละ :mew5:

ออฟไลน์ ๛ナーリバス๛

  • ~~~๛NaaribuS๛~~~ ~ [TBL-081-588]
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1500
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +898/-26
    • NaaribuSS
Re: <spin off☻ mpreg set>เจ้าเล่ห์...แสนรัก
«ตอบ #5 เมื่อ25-07-2017 18:25:08 »

ตอนที่ 2

บีทจอดรถที่หน้าร้านไอศกรีมแห่งหนึ่ง แผ่นฟ้าโทรตามเขาให้มาดูอะไรดีๆ พอก้าวเท้าลงจากรถแล้วเจอคู่กรณีที่เหมือนจะทะเลาะกันอยู่ เขาก็อดชื่นชมแผ่นฟ้าขึ้นมาไม่ได้...

“ยืนยันใช่ไหมว่าที่ไอ้ฟ้าพูดมาเป็นเรื่องโกหก เธอไม่ได้คิดจะหักหลังฉันใช่ไหม?”

*“อย่าถามผมเลยครับ... ถามใจตัวเองเถอะ”*เก่ง... ฉลาดดีนี่ที่ใช้คำพูดแบบนี้มาทำให้คนฟังหวั่นไหว แต่คนอย่างอิฐน่ะเหรอ? ที่จะเชื่อคำพูดแบบนั้น...

สองคนนั้นมองหน้ากันนิ่งนานเหมือนจะวัดใจทว่า... ในที่สุดก็มีคนแพ้...

“ก็ได้ ฉันเชื่อเธอ เชื่อในความรักของเธอ...”

บีทกำมือแน่น... แค่นยิ้มอย่างเจ็บปวด...

รอจนสองคนนั้นกลับกันไปแล้ว บีทเดินเข้าไปหาแผ่นฟ้าในร้าน

แผ่นฟ้าเห็นบีทจึงยกมือเรียกพนักงาน บีทสั่งกาแฟแก้วหนึ่งส่วนแผ่นฟ้าสั่งไอศกรีมอีกถ้วย

“คุณมาช้าไปนะ ไม่ทันเห็นอะไรสนุกๆ เลย” แผ่นฟ้าทักทายพร้อมรอยยิ้มอารมณ์ดี

“ไม่ช้าหรอก ผมเจอเขาสองคนที่หน้าร้านด้วย” บีทตอบเสียงเรียบ หน้าไม่มีแม้รอยยิ้มติดจะบึ้งตึงด้วยซ้ำ คนฟังจึงมีสีหน้าประหลาดใจ

“แล้วทำไมสีหน้าไม่ดีเลย”

“ดูเหมือนว่าแผนการของคุณจะล้มเหลวนะ แค่ไม่กี่ก้าวเค้าก็ปรับความเข้าใจกันได้แล้ว”

“จริงเหรอ? ผมนึกว่าพี่อิฐจะโมโหใหญ่โตเสียอีก แล้วคุณจะทำยังไงต่อไปล่ะ?”

“ผมเหรอ?” บีทเลิกคิ้ว

“ก็แผนของผมล้มเหลว ต่อไปก็ควรเป็นคุณออกโรงสิ”

“จะให้ผมทำยังไงอีก ถ้ามีหนทางละก็ผมคงไม่ร่วมมือกับคุณ” ขนาดส่งรูปพวกนั้นไปเขายังไม่สนเลยนี่ สีหน้าบีทหม่นลงเล็กน้อย

“ผมคิดอะไรออกได้อย่างหนึ่ง อยู่ที่คุณจะช่วยหรือเปล่า”

“ให้ช่วยยังไงล่ะ?” บีทถามอย่างสงสัยใคร่รู้ แผ่นฟ้าทำท่าจะตอบแต่ไอศกรีมมาเสิร์ฟเสียก่อน แผ่นฟ้าจึงชะงักไสถ้วยไอศกรีมไปให้คนตรงหน้า

“ผมสั่งกาแฟแล้ว”

“กินของหวานๆ จะทำให้รู้สึกดีนะ” แผ่นฟ้าเถียง แต่บีทไม่ยอมทำตาม

“กินสักหน่อยเถอะ ถ้าคุณไม่กิน ผมไม่พูดต่อนะ” บีทขมวดคิ้วไม่พอใจที่อีกฝ่ายบังคับ แต่ดื้อต่อไปอีกฝ่ายก็ไม่ยอมพูดต่อเสียทีจนเขารำคาญ ในที่สุดชายหนุ่มก็จำต้องหยิบช้อนตักไอศกรีมเข้าปากจนได้

อร่อยจัง... นี่เขาไม่ได้กินไอศกรีมมานานแค่ไหนแล้วนะ

แผ่นฟ้าเห็นบีททำหน้าตกตะลึงในรสชาติก็ยิ้มออก เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงคล้ายล้อเลียน

“อร่อยใช่ไหม?”

“ก็ดี... ว่าแต่จะพูดธุระต่อได้หรือยัง” บีทช้อนตามองอีกฝ่ายเขินๆ รีบเปลี่ยนเรื่อง

“อ๋อ ผมคิดว่าถ้าเราแกล้งหลอกพี่อิฐว่าคุณเป็นอะไรสักอย่างที่ญี่ปุ่นจะดีไหม”

“เพื่ออะไรล่ะ?”

“คุณไม่อยากรู้เหรอว่าพี่อิฐเขาห่วงคุณบ้างรึเปล่า”

“ถ้าแคร์จริง คงจะมาตั้งนานแล้ว...” บีทเถียงเสียงเศร้า

“ไม่เหมือนกันสิ ถ้าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจะไม่เป็นห่วงเป็นไย ใจอ่อนน่ะคงเกินไปหน่อย ถ้าพี่อิฐยอมไปหาคุณที่นู่น คุณก็หาทางรั้งเขาเอาไว้สักสองสามวัน หาวิธีคืนดี”

“แล้วถ้าเขาไม่เชื่อล่ะ?”

“เอาน่า... เดี๋ยวผมจัดการเรื่องนี้เอง”

ไม่ยากอย่างที่คิด แผ่นฟ้าแค่สั่งให้เลขาใช้เบอร์ของบริษัทโทรไปแจ้งข่าวร้ายกับอิฐ ลูกพี่ลูกน้องของเขาก็รีบดิ่งไปญี่ปุ่นในทันที เขาไม่รอช้ารีบใช้เหตุผลนี้โจมตีอิฐในที่ประชุม เรียกร้องให้มีการเลือกประธานบริษัทคนใหม่เร็วขึ้นกว่าเดิมก่อนที่พี่ชายจอมเจ้าเล่ห์ของเขาจะกำจัดนายยงยุทธออกไปเสียก่อน

ยังไม่ทันที่อิฐจะกลับมา จู่ๆ เขาก็ได้รับแจ้งว่าพี่สะใภ้ของเขาผู้ซึ่งมีหุ้นหลักในเครืออิทธิฤทธิ์เกือบ 30% มาพบยงยุทธที่บริษัท ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าคนที่เขาใช้เงินซื้อจะเห็นแต่เงินหรือความสัมพันธ์เก่าก่อนมากกว่ากัน ดังนั้นเขาจึงคิดจะไปขัดขวางการเจรจานั้น ใครจะคิดว่าเมื่อเปิดประตูเข้าไปกลับพบเด็กหนุ่มคนนั้นทรุดอยู่ที่พื้น สีหน้าไม่ดีนัก

“เกิดอะไรขึ้น!!” แผ่นฟ้าเอ่ยถาม เดินเข้าไปหาคนท้องที่นั่งอยู่ที่พื้นไหล่พิงโต๊ะทำงานมีสีหน้าเจ็บปวด

“เอ่อ... แม็กเขาหกล้มน่ะ ก็ไม่แรงอะไรนะ ไม่รู้ทำไมดูเหมือนเจ็บมาก...” ยงยุทธตอบด้วยน้ำเสียงที่แสดงความงุนงง แต่แผ่นฟ้ากลับรู้สึกโมโห บัดซบเอ๊ย!! จนป่านนี้... ไอ้บ้านี่ยังไม่รู้หรือไงว่าเด็กนี่ท้องอยู่

“คนท้อง” นะเว้ย ล้มไปแบบนั้นมันจะไม่ “แรง” ได้ยังไง!!

แผ่นฟ้ารีบเดินเข้าไปหาช้อนอุ้มแม็กม่าขึ้นมาในอ้อมแขนแล้วเดินออกไปทันที

ขอให้ทันทีเถอะ ขืนเด็กนี่เป็นอะไรไป โดนพี่อิฐฆ่าตายพอดี!!

แผ่นฟ้ารีบนำแม็กม่าส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพราะในเวลาแบบนี้เขาเองก็ตกใจจนคิดอะไรไม่ออกเช่นกัน ทว่าเนื่องจากเป็นเคสที่ไม่เคยพบมาก่อนและเด็กทารกในครรภ์อาจจะไม่แข็งแรงอยู่ก่อนแล้วแพทย์จึงช่วยไว้ไม่ทัน แผ่นฟ้าที่รับข่าวร้ายเป็นคนแรกหน้าห้องฉุกเฉินก็หดหู่ใจไม่น้อย

ขนาดเขาเป็นแค่อา...ยังรู้สึกแย่เลย ถ้าพี่อิฐรู้เข้าจะเสียใจขนาดไหนกัน

ความรู้สึกเหล่านั้นกระแทกหัวใจตัวเองไม่หยุด

วันต่อมาแผ่นฟ้าไปเยี่ยมแม็กม่าที่โรงพยาบาล เมื่อเขาได้รับคำขอบคุณกับเรื่องที่เหมือนตัวเองเป็นต้นเหตุอยู่ส่วนหนึ่ง ชายหนุ่มก็อดรู้สึกหดหู่ใจไม่ได้ อีกทั้งเรื่องราวเริ่มบานปลายเมื่ออิฐรู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีบุคคลอื่นเข้ามาเอี่ยว แผ่นฟ้าถอนหายใจอย่างหนักอกเมื่อเห็นพี่ชายเป็นเดือดเป็นแค้นทำท่าเหมือนจะฆ่าคนให้ได้ เขาตามอิฐมาที่บริษัทพยายามจะห้ามอิฐที่ไม่พูดไม่จา ตรงปรี่เข้าไปกระทืบยงยุทธเหมือนอยากให้ตายคาตีนเสียตรงนั้น กว่าจะแยกตัวออกมาได้ ฝ่ายนั้นก็สะบักสะบอมถึงขั้นต้องหามเข้าโรงพยาบาลเพราะกระดูกซี่โครงหักไปหลายซี่

เรื่องคราวนั้นกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต หากแผ่นฟ้าไม่ไปไกล่เกลี่ยกับยงยุทธที่โรงพยาบาลเสียก่อนคงโดนฟ้องข้อหาพยายามฆ่าแต่อิฐก็คล้ายจะไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด เขายินดีปลดตัวเองออกจากตำแหน่งประธานบริษัทเพื่อสงบข่าวลือ ไม่เพียงเท่านั้นหลังจากแม็กม่าออกจากโรงพยาบาลไม่นานก็ยังหนีหายไปอีกด้วย อิฐซึ่งร้อนใจพยายามตามหาของรักก็เหมือนละเลยอิทธิฤทธิ์ไปโดนปริยาย

อยู่มาวันหนึ่งอิฐก็มาที่บริษัทนำใบโอนหุ้นที่เหลือเพียงการเซ็นชื่อรับเพียงอย่างเดียวก็เสร็จสิ้นแลกกับข้อเสนอสองสามข้อที่จะว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ง่าย

1.      ไล่ยงยุทธออกจากงาน

2.      แต่งตั้งคนอื่นเข้ามาอยู่ในตำแหน่งกรรมการฝ่ายบริหารแทนคนเก่าแน่นอนว่าเขาจะเป็นฝ่ายเลือกเอง

3.      ภายในครึ่งปีทำกำไรมากกว่าเดิม 5%

ที่ยากคงเป็นข้อสุดท้ายข้อเดียว แต่ถึงอย่างไรแผ่นฟ้าไม่อาจปฏิเสธ ถือว่าเป็นข้อเสนอที่น่าตกใจด้วยซ้ำ ในเมื่อเพียงเซ็นชื่อลงในกระดาษแกร็กเดียวบริษํทนี้ก็คงคืนกลับไปเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาโดยสมบูรณ์แล้วแท้ๆ แต่ลูกพี่ลูกน้องของเขากลับไม่ทำ ไม่แปลกหรือไงกัน?

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ เป็นผลดีกับเขาทั้งสิ้น แผ่นฟ้าอดตกใจไม่ได้ที่สิ่งที่ตัวเองเฝ้าหวังจู่ๆ ก็สำเร็จอย่างง่ายดาย แต่ไม่รู้ว่าทำไมเขากลับไม่รู้สึกยินดีเท่าที่ควร

“ยินดีด้วยนะ” คำนั้นหลุดมาจากริมฝีปากสวยได้รูป ทว่าทั้งๆ ที่เป็นถ้อยคำแสดงความยินดี น้ำเสียงกลับเรียบสนิทไร้อารมณ์

แผ่นฟ้าเงยหน้าจากโต๊ะทำงานตัวใหม่ ห้องนี้เคยเป็นห้องของอิฐมาก่อน แต่เมื่อแต่งตั้งประธานบริษัทคนใหม่แล้วเขาก็ย้ายมาห้องนี้แทน เมื่อเห็นบีทยืนตรงหน้า แผ่นฟ้าก็อดคิดไม่ได้ว่าไกด์หนุ่มจะรู้สึกยอกแสยงใจบ้างไหมนะ ที่ต้องกลับมายังสถานที่เดิมแต่ใครคนเดิมไม่อยู่แล้ว...

“ขอบคุณ... สำหรับผมคงเป็นข่าวดี แต่สำหรับคุณ ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีเท่าไรนะ” ถึงแม้เขาเคยแนะนำให้บีทแก้แค้น แต่เขาย่อมรู้ดีว่าจุดประสงค์หลักของบีทคือการกลับไปคบกับอิฐเหมือนเดิม

“ทำไมจะไม่ดีล่ะ? อิฐถูกทิ้ง บริษัทก็ต้องเสียไป สะใจผมมากเลยละ” ถึงจะพูดอย่างนั้นแผ่นฟ้าก็ยังรู้สึกว่าอีกฝ่ายไมได้สุขสมอย่างปากว่าอยู่ดี คงไม่ต่างจากความผะอืดผะอมของเขาเท่าไรนัก เพราะสิ่งที่เขาต้องการต้องแลกมาด้วยชีวิตเล็กๆ ชีวิตหนึ่งทีเดียว...

“คุณไม่คิดว่าพี่อิฐจะหาเจอหรือสักวันเขาจะกลับมาบ้างหรือไง?” แผ่นฟ้าหยั่งเชิงถาม เรื่องสามีภรรยาทะเลาะกันจนหนีออกจากบ้านมันก็ต้องมีกันบ้าง ไม่แน่ไม่กี่วันพี่สะใภ้ของเขาอาจจะกลับมาก็ได้

“ถ้าเป็นผู้ชายที่ทิ้งตัวเองที่ยังท้องอยู่กลับไปหาแฟนเก่า อยู่พลอดรักกันจนตัวเองต้องแท้งไป คิดว่าจะยกโทษให้อภัยกันได้ง่ายๆ เหรอ? กว่าจะหายโกรธ บางทีตอนนั้นอิฐอาจจะมีคนใหม่ไปแล้วก็ได้นะ”

“ตอนที่ผมไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาลน่ะพี่อิฐกลับมาแล้ว เขาดูเหมือนไม่โกรธ...”

“นั่นมันก่อนที่ผมจะไปเยี่ยมมั้ง”

“คุณได้ไปเยี่ยมด้วยเหรอ?...”

“น่าจะเรียกว่าไปซ้ำแผลมากกว่า” สายตาเย็นชามุ่งร้ายทำให้แผ่นฟ้าพอจะเดาได้ว่า บีทคงไปพูดอะไรบางอย่างจึงเป็นเหตุให้แม็กม่าต้องหนีไป

“ทั้งๆ ที่เขาเพิ่งจะแท้งลูกเนี่ยนะ! จิตใจคุณทำด้วยอะไรเนี่ย!” เมื่อเขาคิดถึงสีหน้าแววตาของคนที่ต้องสูญเสียแล้วก็อดเคืองใจขึ้นมาไม่ได้ จึงเผลอตัวตวาดถาม

“แม้แต่คุณก็ยังเข้าข้างเขาเหรอ?” บีทถามด้วยน้ำเสียงผิดหวัง คิดมาตลอดว่าคนตรงหน้าจะอยู่ฝั่งเดียวกัน

“ไม่ได้เข้าข้าง ก็แค่ไม่คิดว่าคุณจะเลือดเย็นขนาดนี้...”

บีทกำมือแน่นอย่างโมโหจัด ทั้งๆ ที่ตอนแรกแผ่นฟ้าเป็นคนบอกเขาเองแท้ๆ ให้แก้แค้น แต่เมื่อทุกอย่างลุล่วงกลับกลายเป็นว่าเขาเป็นคนเลือดเย็น...

“เพราะมันเสียลูกไปใช่ไหม ใครๆ ถึงต้องสงสาร แล้วผมล่ะมีใครสงสาร มีใครเห็นใจ กับคนที่แย่งของของคนอื่นไป... ต้องสูญเสียบ้างก็สมควรแล้วนี่!” น้ำเสียงของเขาใส่อารมณ์ ในใจยังเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

“ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเขาจะไม่อยู่ พี่อิฐก็ไม่กลับมาหาคุณ” แผ่นฟ้าตอกกลับสีหน้าคล้ายหยัน

“นี่คุณกำลังหัวเราะเยาะเย้ยผมงั้นเหรอ?”

“เปล่า ก็แค่คิดว่าถ้าไม่พูดคุณคงไม่รู้ตัวสักที”

หึ! เมื่อแผ่นฟ้าได้ครองครองอิทธิฤทธิ์ตามที่ตัวเองหวังแล้ว แต่ตัวเขากลับสูญเสียคนรักไปอย่างไม่มีวันได้กลับ เขาผิดตรงไหนที่ปลอบใจตัวเองว่าการที่เห็นหายนะของอิฐคือสิ่งที่เขาปรารถนา

“คุณก็พูดได้สิ ก็ตอนนี้คุณได้ทุกอย่างแล้วนี่ มีแต่ผมที่ไม่เหลืออะไร!!” บีทตะคอกกลับ มือเขากำแน่นอย่างโกรธเคือง ระเบิดความอัดอั้นออกมาจนน้ำตาปริ่ม แต่เขาจะไม่ยอมให้ผู้ชายคนนี้เห็นน้ำตาเป็นครั้งที่สอง บีทพลิกตัวกลับมาอย่างเจ็บแค้นใช้ส้นมือปาดเช็ดหยดน้ำออกจากหางตา

“บีท!!”

บีทไม่สนใจเสียงเรียกของแผ่นฟ้าเลย เขารีบเดินออกมาที่หน้าลิฟท์แต่ดูเหมือนว่าคงต้องรออีกพักกว่าลิฟท์จะมาถึง เมื่อเห็นแผ่นฟ้าเดินตามมาทันเขาก็ตัดสินใจเดินไปที่บันไดแทน

“บีท... บีท...” เสียงเรียกผสมเสียงฝีเท้าไล่ตามมาอย่างกระชั้น ประกอบกับบันไดลื่นทำให้บีทที่รีบวิ่งมาเกิดลื่นไถลจนตกบันได

“บีท!!”

++++++++++

ออฟไลน์ ไร้เงา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 16
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :hao5: ทำไมบีทน่าสงสารแบบนี้  :hao5: :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
แล้วแต่มุมมองสินะ ตอนมองอีกมุมก็เห็นใจฝ่ายโน้น พอมามองมุมนี้ก็เห็นใจฝ่ายนี้
สุดท้ายแล้วทุกคนต่างน่าเห็นใจ ต่างก็มีเหตุผล ความเจ็บปวดของตัวเอง และได้รับผลกระทบจากการกระทำของคนอื่น

ออฟไลน์ ๛ナーリバス๛

  • ~~~๛NaaribuS๛~~~ ~ [TBL-081-588]
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1500
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +898/-26
    • NaaribuSS
-3-

หลังจากประสบอุบัติเหตุตกบันไดดังกล่าว บีทก็มีแผลฟกช้ำตามร่างกายและเจ็บขามาก แม้มีทิฐิในใจแค่ไหนก็ตามแต่เพราะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จึงต้องยอมให้แผ่นฟ้าพาตัวส่งโรงพยาบาลในที่สุด

“กรรมตามสนองชัดๆ” ถ้อยคำที่คล้ายสมน้ำหน้าทำให้บีทมีสีหน้าบูดบึ้ง เมื่อแผ่นฟ้าไม่รู้สึกสงสารเขาเลยที่ตกบันไดลงมาขาหักต้องเข้าเฝือกนอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลแบบนี้

“แล้วมันเรื่องอะไรของคุณล่ะ?” ความโมโหทำให้บีทตะคอกกลับไป

“คนอุตส่าห์พามาส่งโรงพยาบาล ไม่คิดจะขอบคุณกันบ้างหรือไง?” แผ่นฟ้าทักท้วงทวงบุญคุณหน้าตาเฉย

บีทยกมุมปากคล้ายแยกเขี้ยวเมื่อคิดว่าเพราะเขารีบหนีอีกฝ่ายนั่นแหละถึงต้องตกบันได!

“เหอะ! ใครขอร้อง...” คำตอบเชิดหยิ่งตามนิสัย ซ้ำสะบัดหน้าไม่มองคนที่เฝ้าไข้อยู่เลย แผ่นฟ้าอดคิดถึงแม็กม่าไม่ได้ว่าฝ่ายนั้นเรียบร้อยอ่อนหวานกว่าเยอะ แบบนี้สิพี่อิฐถึงเปลี่ยนใจ...

“ให้ผมบอกพี่อิฐไหม?” แผ่นฟ้าถามเป็นงานเป็นการ อดคิดไม่ได้ว่าบีทคงอยากเห็นหน้าลูกพี่ลูกน้องของเขาในตอนที่ไม่สบาย

“ไม่ต้องหรอก เด็กเลี้ยงแกะน่ะไม่มีใครเขาเชื่อแล้ว” บีทแค่นยิ้มขมขื่น

แผ่นฟ้าคิดตาม คงเพราะก่อนหน้านี้ดันโกหกอิฐเรื่องเป็นตายมาแล้ว หากคราวนี้ไปบอก อิฐอาจจะไม่เชื่อ หากเขาไม่ยอมมาละก็ บีทคงเจ็บปวดใจมากกว่าเดิมอีก

“งั้นก็ช่วยไม่ได้ ระหว่างนี้ผมจะดูแลคุณแทนแล้วกัน” แผ่นฟ้าเอ่ยลอยๆ คล้ายไม่เต็มใจแต่ไม่มีทางเลือก ทำให้บีทค่อนข้างหงุดหงิด

“ใครอยากให้คุณมาดูแลไม่ทราบ หมดธุระก็กลับไปเถอะ ผมมันก็แค่คนเลือดเย็นไร้หัวใจคนหนึ่ง อยู่คนเดียวได้สบาย ไม่ตายง่ายๆ หรอก” แผ่นฟ้ากลั้นยิ้มเมื่อคิดว่าอดีตแฟนพี่ชายช่างจดช่างจำขุดคำที่เขาต่อว่าเอามาประชดประชันแบบนี้

“จะเอางั้นเหรอ? งั้นก็ขอให้หายไวๆ นะ” แผ่นฟ้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเหมือนโล่งอกที่ไม่ต้องดูแลเขาแล้ว

บีทขมวดคิ้ว ยิ่งโมโหหนักเมื่ออีกฝ่ายมีทีท่าเช่นนั้น ทว่ากักเก็บอารมณ์ไม่โวยวายออกมารอจนอีกฝ่ายสืบเท้าก้าวออกจากห้องไป

“ไอ้บ้าเอ๊ย!!”

โรงพยาบาลมีแต่ความน่าเบื่อเงียบเหงา นอกจากจากฝ่ายบุคคลที่ยกกระเช้ามาให้ตามสวัสดิการของบริษัทแล้วนอกนั้นเขาก็ต้องนอนพักรักษาตัวในห้องพิเศษคนเดียวไม่มีใครมาเยี่ยม เพราะบีทเป็นคนไม่มีครอบครัว พ่อเขาตายตั้งแต่ยังเล็ก แม่แต่งงานใหม่แล้วย้ายไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศ ส่งแต่เงินมาส่งเสียลูกชายคนเดียวเรียนจนจบเหมือนแค่ทำไปตามหน้าที่ เขาเกลียดแม่ที่ทำให้เขาเกิดมาแต่ดูแลเขาไม่ได้ เกลียดลุงป้าหัวโบราณขี้บ่นจู้จี้ชอบยุ่งวุ่นวายกับรสนิยมส่วนตัวของเขา หลังจากทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้จึงแยกย้ายออกมาอยู่คนเดียว ไม่คิดจะติดต่อญาติพี่น้อง ทำราวกับว่าแท้จริงแล้วเขาเกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่ จนเวลาผ่านไปราวเจ็ดแปดปีแล้ว บางทีก็สงสัยว่าญาติๆ อาจจะลืมหน้าเขาไปแล้วก็ได้

เขาอยู่คนเดียวจนชินแล้วก็จริง และไม่ลำบากอะไรเลยตอนที่อยู่โรงพยาบาล ทว่าเมื่อหมอกำหนดวันให้เขากลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ เขาก็เริ่มกังวลถึงการใช้ชีวิตคนเดียวในระหว่างที่ยังไม่ถอดเฝือก จึงวางแผนว่าจะจ้างนางพยาบาลสักคนไปดูแล แต่ช่วงนี้กลับไม่มีนางพยาบาลคนไหนว่างเลย...

บีทกำลังกังวลใจแต่กลับไม่รู้จะบอกหมออย่างไรให้เขาพักอยู่ที่นี่ต่อไปอีก จนสายแล้วยังนอนครุ่นคิดอยู่บนเตียงคนไข้อยู่อย่างนั้น แผ่นฟ้ามาหาเขาในวันนี้เอง มาถึงแล้วเห็นสีหน้าเคร่งเครียดเป็นกังวลก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือสงสารดี

“มาทำไม...” คนที่โผล่หัวมาในตอนกำลังลำบากหลังจากหายหน้าไปเกือบสองอาทิตย์ทำให้บีทจับเขาเป็นเหมือนสิ่งระบายอารมณ์ในทันที

“เอาเสื้อผ้ามาให้น่ะสิ คุณคงไม่อยากใส่ชุดเก่ากลับบ้านหรอกใช่ไหม?”

นั่นสิ เขาเป็นแค่ผู้ป่วยไร้ญาติ เพราะไม่มีคนมาเยี่ยม ข้าวของเครื่องใช้ที่ญาติควรเตรียมมาให้ในวันออกจากโรงพยาบาลก็ไม่มีคนหาให้ โชคดีแค่ไหนที่พักอยู่ในห้องพิเศษ ถ้าเป็นโรงพยาบาลรัฐละก็ คงจัดได้ว่าเป็นเพียงคนไข้อนาถาไร้คนเหลียวแล

“อ๋อเหรอ?” บีทส่งเสียงประชด

“จะขอบคุณสักคำก็ไม่มี คุณนี่มันสุดๆ ไปเลย ผมไม่เคยเจอใครโคตรหยิ่งขนาดนี้” แผ่นฟ้าต่อว่าตรงๆ น้ำเสียงคล้ายจะหัวเราะในทีจนบีทเค้นสายตาไปหา

“ผมไม่ได้ขอร้องนี่...”

“ถือซะว่าผมแส่ไม่เข้าเรื่องเองก็ได้ แต่ถึงยังไงก็ไม่อยากจะถูกหาว่าใจไม้ไส้ระกำปล่อยให้คนขาหักกลับบ้านคนเดียวทั้งๆ แบบนี้ ลดทิฐิลงสักนิดแล้วรับน้ำใจของผมไว้คงไม่ตายหรอกมั้ง”

“หึ... พอไว้ใจก็หักหลังกันอีกน่ะเหรอ” บีทแค่นเสียง จนป่านนี้ยังไม่ลืมความรู้สึกพวกนั้น...

ถูกล่อลวงให้เป็นพวกแต่สุดท้ายกลับถูกเย้ยหยันดูแคลน ต่อว่าหาว่าเลือดเย็น!

“ขอโทษ ถ้าทำให้รู้สึกไม่ดี คุณไม่ผิดหรอก ผมผิดเอง ผมเป็นคนเริ่มต้นทุกอย่างเอง คุณพอใจไหม?”

“เหอะ!” บีทส่งเสียงขึ้นจมูก ไม่เห็นรู้สึกดีกับการรับผิดส่งๆ แบบนั้น

“ยังไงก็ช่างเถอะ คุณรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าซะจะได้กลับกัน ผมไม่มีเวลามาทะเลาะกับคุณทั้งวันหรอก”

“ก็แล้วใครบอกให้มารับล่ะ” บีทเค้นเสียงตอบ แผ่นฟ้าเกาคอทำหน้าปั้นยาก

บีทชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นกิริยาแบบนั้น เวลายุ่งยากใจ บางทีอิฐก็ชอบเกาคอแบบนี้เหมือนกัน อาจจะเป็นแค่ความบังเอิญแต่ทำไมแค่เรื่องเล็กๆ เขาก็ยังจดจำได้ บางครั้งก็อดโกรธตัวเองไมได้เหมือนกัน

“เลือกเอาว่าจะเปลี่ยนชุดเองหรือจะให้ผมเปลี่ยนให้ บอกไว้ก่อนว่าผมไม่ได้มีความอดทนสูงอย่างพี่อิฐหรอกนะ” แผ่นฟ้าขู่เมื่อการเจรจาไม่เป็นผล จากไม้อ่อนคงต้องกลายเป็นไม้แข็ง

บีทนั่งนิ่ง ทำหน้าเฉยเมยต่อคำขู่นั้น แผ่นฟ้ากลอกตา ไม่อยากเชื่อเลยว่าบีทจะดื้อรั้นขนาดนี้ ถึงแผ่นฟ้านึกรำคาญใจอยู่ที่ต้องมาปรนนิบัติ “คนอื่น”  แต่ด้วยนึกในใจว่าเขาเป็นต้นเหตุให้บีทกลายเป็นคนพิการแบบนี้คงต้องทำอะไรเพื่อไถ่โทษบ้างจึงต้องจำใจอย่างที่ขู่จริงๆ ทว่าเมื่ออีกฝ่ายแตะลงที่ปมเชือกชุดพยาบาลบีทก็ปัดมือเขาออกพร้อมกับส่งสายตาเขียวใส่

“ไม่ต้อง... ผมเปลี่ยนเองก็ได้”

หลังจากบีทเปลี่ยนเสื้อเรียบร้อยแล้วก็นั่งบนรถเข็นรอให้แผ่นฟ้าจัดการเรื่องค่ารักษาและรับยาราวกับนางพญาก็มิปาน อันที่จริงบีทก็ไม่รังเกียจหากจะมีใครคอยดูแลช่วยเหลือเขา ทว่าสิ่งหนึ่งที่บีทจะไม่ทำคือการ “เอ่ยปากขอร้อง” เท่านั้นเอง ดังนั้นหากอีกฝ่ายยืนยันว่าจะทำให้ด้วยตัวเอง บีทจึงทำเป็นไม่ใส่ใจ

เห็นท่าทีอย่างนั้นแล้วแผ่นฟ้ารู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้จริงๆ เขายังจำเรื่องราวสมัยเมื่อหลายปีก่อนได้ตอนที่อิฐยังจีบบีทใหม่ๆ บีทก็เย่อหยิ่งเป็นนางพญาอย่างนี้ ดังนั้นตอนที่บีทใจอ่อนยอมเป็นแฟน อิฐจึงแลดูภาคภูมิใจมาก ลองคิดว่าถ้าเป็นเขา คงไม่มีน้ำอดน้ำทนกับการจีบคนแบบนี้นานๆ แน่!

แต่ถ้าเปลี่ยนจากการจีบเป็นดัดนิสัยละก็ อาจจะน่าสนุกก็ได้… ใครจะรู้

“คุณจะพาผมไปไหนเนี่ย!” บีทเอ่ยถามพร้อมคิ้วขมวดเล็กน้อยเมื่อเส้นทางที่แผ่นฟ้าพาไปเป็นคนละเส้นกับทางไปคอนโดของเขา

“บ้านผมน่ะสิ” แผ่นฟ้าเอ่ยเสียงเรียบไม่ได้หันไปมองเพาะกำลังขับรถ

“จะพาผมไปที่นั่นทำไม?”

“ก็ผมไม่รู้ว่าบ้านคุณไปทางไหนนี่”

“แล้วทำไมไม่ถามล่ะ!” บีทเสียงดังอย่างไม่พอใจ ทำเสียงเหมือนเจ้านายดุข้ารับใช้

“เถอะน่า อยู่บ้านผมสบายกว่าเยอะ ขืนปล่อยคุณกลับไปอยู่คนเดียวคงอดตายกันพอดี” แผ่นฟ้าบอกด้วยเสียงขี้เล่น

บีทขมวดคิ้วอย่างกังวล อดนึกระแวงไม่ได้ว่าอีกฝ่ายอาจจะวางแผนกลั่นแกล้งอะไรตนเองหรือเปล่า ทว่าเพราะทิฐิในใจจึงไม่อาจแสดงความหวาดกลัวออกไปได้

“อ้อ... คงคิดจะชดเชยความผิดที่ทำให้ผมตกบันไดใช่ไหม?” บีทตอบกลับอย่างไว้ตัว ทั้งยังเอ่ยย้ำความผิดเพื่อให้อีกฝ่ายสำนึก

“ประมาณนั้นแหละมั้ง” แผ่นฟ้ากลั้นยิ้มตอบคลุมเครือ

แล้วทั้งสองก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกจนกระทั่งถึงบ้านของแผ่นฟ้า ซึ่งบีทเคยจินตนาการว่ามันคงเป็นบ้านหลังใหญ่โอ่โถงสวยงามกว้างขวางเหมือนบ้านของอิฐ แต่เมื่อไปถึงกลับเล็กกว่าที่คิดเยอะเลย

“อาจจะไม่ใหญ่โตอย่างบ้านพี่อิฐนะ ขอโทษด้วยที่ทำให้ผิดหวัง” บีทผงะไปเล็กน้อยเพราะหากเทียบบ้านนี้กับคอนโดแล้วก็ยังกว้างกว่ากันอยู่ดี แต่เขาไม่ชอบพูดถ่อมตัวจึงไม่ตอบอะไร ทั้งๆ ที่ใจจริงเขาไม่ชอบบ้านใหญ่เลยสักนิด ยิ่งบ้านใหญ่แค่ไหนเมื่อเทียบกับจำนวนคนที่อยู่ในบ้านแล้วมันกลับทำให้รู้สึกเหน็บหนาว

“คุณพาผมมาแบบนี้ปรึกษาพ่อหรือยัง” บีทอดถามไม่ได้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้พามาในฐานะคนรัก ทว่าเหตุการณ์เมื่อครั้งไปบ้านอิฐครั้งแรกยังคงฝังอยู่ในความทรงจำส่วนลึกอยู่ดี

“พ่อไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก บ้านนี้ผมซื้อเอง” แผ่นฟ้าไม่ได้อธิบายว่าเพราะมารดาเสียไปหลายปี พ่อก็มีความสุขกับการมีบ้านเล็กบ้านน้อยไม่ค่อยได้กลับบ้าน เขาจึงไม่รู้สึกว่าบ้านเก่าคือบ้านที่จำเป็นต้องกลับเพราะปกติก็เจอพ่อที่ทำงานมากกว่าบ้านเสียอีก จึงตัดสินใจซื้อบ้านใหม่ย้ายออกมาอยู่คนเดียว

“อ้อ... อยู่คนเดียวเหรอ?”

“นอกจากคนรับใช้ก็มีลูกอีกหนึ่ง” แผ่นฟ้าตอบยิ้มๆ

“ฮะ!!” บีทร้องเสียงหลง

นี่อย่าบอกว่าคนเกลียดเด็กอย่างเขา สุดท้ายยังต้องมาอยู่กับเด็กอีกเหรอ แค่คิดก็อารมณ์เสียแล้ว!

โฮ่ง โฮ่ง!

เสียงประสานทักทายทันทีที่เจ้าของบ้านเข็นรถเข็นของบีทเข้าไป เมื่อเห็นแผ่นฟ้าย่อตัวลงกอดมันปล่อยให้สุนัขตัวนั้นเลียหน้าเลียตาก็เดาได้ทันทีว่าที่แท้แผ่นฟ้าก็มีลูกเป็นหมานี่เอง…

ค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย...

ลูกของแผ่นฟ้าเป็นสุนัขพันธุ์ “บางขวด” ชื่อโฟร์วิลด์ คนเป็นพ่อเล่าว่าตอนซื้อโฟร์วิลล์มาใหม่ๆ ก็เหมือนอัลเซเชียนอยู่หรอกเพราะมีขนสีน้ำตาลปนดำเหมือนลูกหมาพันธ์อัลเซเชียนทั่วไปเพียงแต่ขนปุยกว่าหน่อยแต่พอโตขึ้นลักษณะยิ่งเหมือนบางแก้ว แต่เพราะสีน้ำตาลปนดำนั่นเลยถูกเรียกว่า “บางขวด” เป็นทำนองล้อเลียนแทน แต่เจ้าตัวกลับบอกว่าชอบลักษณะผสมแบบนี้อยู่เหมือนกัน

เจ้าสี่ล้อ... มันกลัวบีท เมื่อเจ้านายเลิกเล่นด้วยแล้วทิ้งมันไว้ มันก็จ้องมองแขกผู้มาใหม่ด้วยสายตาสนเท่ห์ เมื่อบีทหันไปส่งสายตาคมใส่ เจ้าหมาตัวใหญ่ก็เห่าด้วยเสียงทุ้มน่ากลัว  ทว่าเมื่อเขาแกล้งหมุนล้อรถเข็นเข้าไปหา ลูกชายเจ้าของบ้านก็หน้าตาเลิกลั่กถอยหลังอย่างชั่งใจก่อนจะวิ่งหนีหายไปทันที...

“ตัวใหญ่แท้ๆ แต่ขี้ขลาดชะมัด” บีทสบประมาทแล้วหลุดเสียงหัวเราะสั้นๆ

แผ่นฟ้าเดินกลับมาทันได้ยินเข้าพอดีจึงหัวเราะตอบ

“คุณน่ะโชคดีแล้วที่มันขี้ขลาด ถ้ามันดุละก็นอกจากขาหักคงมีแผลเหวอะทั้งตัว...”

บีทหน้าบึ้งส่งสายตาคมกริบเป็นเชิงไม่พอใจที่อีกฝ่ายขัดคอ

“งั้นคุณก็ผิดเต็มๆ ที่ไม่ดูแลสัตว์เลี้ยงให้ดีจนมาคุกคามคนอื่น แทนที่จะส่งผมกลับคอนโดกลับมาพามาอยู่สถานกักกันแบบนี้...”

“สถานกักกันเลยเหรอ? ถ้าเป็นงั้นจริงก็เหมาะสมกับคุณดี เผื่ออยู่ไปนานๆ จะเปลี่ยนสันด... เอ้อนิสัยให้ดีขึ้นบ้าง”

“คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนผมหรอกนะ”

แผ่นฟ้ายิ้มกวนย่อตัวลงนั่งข้างรถเข็น...

“อย่าเย็นชานักเลยน่า ที่ผมพามาอยู่นี่ก็เพราะสงสารคนขาหักอย่างคุณนะ แทนที่จะบ่นควรซาบซึ้งน้ำใจกันถึงจะถูก”

“ผมไมได้...” ยังไม่ทันที่บีทจะเอ่ยประโยคชินปากออกไปอีกฝ่ายก็เอ่ยสวนขึ้นมาเสียก่อน

“ขอร้อง? ก็หัดทำซะบ้างสิ ถ้าทำเป็นละก็ชีวิตคุณคงไม่ตกต่ำแบบนี้หรอกเชื่อไหม?” บีทกัดฟันกรอด คล้ายเดาได้ว่าแผ่นฟ้าหมายถึงอะไร “ที่จริงป้าทิพย์น่ะ เป็นคนปากร้ายแต่ใจดี ถ้าคุณลดทิฐิเข้าหาสักหน่อย ป่านนี้คนที่อยู่ข้างๆ พี่อิฐก็คงเป็นคุณ”

“เรื่องตอแหลแบบนั้นน่ะ ผมไม่ทำหรอก”

“บางครั้งการยอมเสียอะไรเล็กน้อยบ้างมันก็ไม่เลวร้ายอะไรนักหรอก… ไม่เคยได้ยินหรือไง love me love my dog”

“รักหมามันง่ายกว่ารักคนนี่... อย่างน้อย หมามันคงไม่มองเราด้วยสายตาเหยียดหยามแบบหัวจรดเท้าแบบนั้น”

“นั่นสินะ  เพราะหมามันไม่หยิ่งไร้สาระแบบคน... เพราะงั้นผมถึงชอบอยู่กับหมามากกว่า” แผ่นฟ้าตอบกลับด้วยหน้ากวนๆ บีทลอบเม้มปากเพราะเข้าใจว่าอีกฝ่ายหลอกด่าตัวเอง “เนอะ โฟร์วิลด์”

บีทแยกเขี้ยวเมื่อเห็นแผ่นฟ้าหันไปขอความคิดเห็นจากลูกชาย ที่หมอบตัวอยู่ห่างๆ

โฮ่ง! แล้วที่น่าโมโหกว่าคือเจ้าสี่ล้อดันตอบรับซะอีก...

เก่งดีนี่... คุยกับหมาก็รู้เรื่อง!

++++++++++


ออฟไลน์ azure

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 772
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
จริงๆเราว่า เรื่องนี้บีทไม่ใช่คนผิดนะ
เพียงแต่บีทกับอิฐมีความต้องการไม่เหมือนกัน
อิฐอยากมีลูกแต่บีทไม่ เลยทำให้เป็นเรื่อง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ kunt

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 700
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +42/-1
ถึงจะเป็นเรื่องแยกออกมาแต่ก็นิสัยไม่ดีอยู่ดี แม้จะมองจากอีกด้าน เฮ้อออออ

ออฟไลน์ ๛ナーリバス๛

  • ~~~๛NaaribuS๛~~~ ~ [TBL-081-588]
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1500
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +898/-26
    • NaaribuSS
Re: เ จ้ า เ ล่ ห์ แสนรัก ตอนที่ 3 [28/07]
«ตอบ #11 เมื่อ29-07-2017 20:21:32 »

-4-

แม่บ้านแจ้งว่าจัดห้องพักใหม่ไว้เรียบร้อยแล้ว แผ่นฟ้าไสรถเข็นของบีทเข้าไปในห้องพลางแนะนำแม่บ้านสองคนให้รู้จัก คนหนึ่งชื่อนวล อีกคนชื่อโฉม

“นี่คุณบีทเป็นเพื่อนฉัน จะมาพักรักษาตัวจนกว่าขาจะหาย ฝากดูแลด้วยนะ”

“ได้ค่ะคุณฟ้า” ทั้งสองตอบรับแล้วหันมายิ้มเป็นมิตรให้บีท

บีทหันมองหน้านิ่ง รู้สึกเหมือนแก้มตายจนไม่อาจขยับยกขึ้นยิ้มได้เลย เขาไม่ใช่คนร่าเริงช่างพูดที่เข้าหาคนไม่รู้จักอย่างสนิทสนมได้ทันทีเสียหน่อย หญิงสาวที่ยิ้มให้จึงหน้าเจื่อนไปเล็กน้อยรีบจับมือกันถอยออกจากห้องไป เล่นเอาแผ่นฟ้าเผลอถอนใจออกมา

“ต้องอยู่นี่อีกหลายวัน ผูกมิตรกันไว้ดีกว่า เดี๋ยวโดนแกล้งไม่รู้ด้วย” แผ่นฟ้าเตือน ทั้งที่ไม่ได้คิดจริงจังสักนิด คนรับใช้ของเขาไม่มีสิทธิ์แกล้งเพื่อนเจ้านาย แต่อดพูดเพราะอยากเตือนสติบีทไม่ได้ว่าไม่ได้อยู่บ้านตัวเอง

“แล้วผมทำอะไรที่แสดงว่าเป็นศัตรูเหรอ?”

“อย่างน้อยก็ควรยิ้มสักนิดไม่ใช่เหรอ? ไม่เห็นต้องมองคนอื่นตาขวางเลยนี่”

“ไม่ได้มองตาขวางซะหน่อย ก็มองปกติ อันที่จริงแล้วผมว่ามันเป็นเรื่องแปลก ถ้าจะให้ยิ้มหวานใส่คนที่รู้จักกันครั้งแรก ก็ไม่ได้รู้จักมักจี่คุ้นเคยกันสักหน่อย จะให้ทำเหมือนรู้จักกันมานานได้ยังไง”

“คุณนี่มัน...สุดๆ ไปเลย พี่อิฐเขาชอบอะไรในตัวคุณกันน้า ผมล่ะสงสัยจริงเชียว!” แผ่นฟ้าเอ่ยอย่างระอาเต็มที คนฟังคล้ายสะดุดใจหน่อยหนึ่งแต่ไม่ได้เอ่ยตอบ

นั่นสิ... อย่าว่าแต่แผ่นฟ้าสงสัย ตอนนี้บีทเองก็สงสัยเหมือนกันว่าตกลงแล้วเขามีอะไรที่สู้เด็กคนนั้นไม่ได้บ้าง

ถ้าย้อนเวลากลับไปยอมอุ้มท้องให้ จะไม่ต้องเลิกกันหรือเปล่านะ

หลังจากทะเลาะกับบีทอยู่ครึ่งวัน แผ่นฟ้าก็ต้องกลับไปที่บริษัทอีก ตกเย็นบีทโทรไปบอกให้แผ่นฟ้าให้ซื้อกางเกงในมาเพิ่ม เพราะสองตัวที่มีคงไม่พอ ตัวหนึ่งใส่อยู่อีกตัวคงไว้ใส่คืนนี้ จะให้ ซักคืนนี้พรุ่งนี้คงแห้งไม่ทัน แผ่นฟ้าเพิ่งนึกขึ้นได้เหมือนกันเพราะทีแรกไม่ได้คิดจะพาอีกฝ่ายกลับมาบ้าน แต่จู่ๆ ก็เปลี่ยนใจเพราะรู้สึกทั้งสมเพชและอยากดัดนิสัย ดังนั้นพวกของใช้ส่วนตัวจึงไม่ได้จัดเตรียมให้แต่แรก ของอย่างอื่นคงพอทำเนายืมใช้กันได้บ้างแต่ของส่วนตัวมากๆ อย่างกางเกงในนี่คงให้ยืมกันไม่ได้แน่ ชายหนุ่มจินตนาการเห็นบีทตะโกนว่า ยอมตายดีกว่าใช้ของแบบนั้นร่วมกับเขา

แผ่นฟ้าหลุดยิ้มขณะที่รถติดไฟแดงพลางกรอกเสียงลงไปในบลูทูธ

“พรุ่งนี้ได้ไหม รถติดจะตาย ขี้เกียจเข้าไปในห้าง” รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายต้องไม่ยอมแต่เขาก็ยังนึกสนุกที่จะถามลองใจ

“เข้าไปทำไมล่ะ แวะซื้อข้างทางมาสิ”

“จะไปรู้เหรอ เห็นคุณทำตัวผู้ดีซะขนาดนั้น กลัวใช้ของถูกแล้วผื่นขึ้น เดี๋ยวจะโวยวายด่าผมขึ้นมาอีก”

“เหอะ! ลงท้ายคุณมันก็คิดแต่จะแดกดันผม”

“เปล่าซะหน่อย หวังดีหรอก” แผ่นฟ้าเฉไฉ

“ซื้อมาซะ! อย่าคิดว่าผมจะขอฟรี จะจ่ายให้ทั้งค่าของทั้งค่าน้ำมันให้ด้วย” แผ่นฟ้าตาโตไม่เข้าใจตรรกะของอีกฝ่าย ถึงบ้านเขาจะไม่ได้ใหญ่โตอย่างบ้านพี่อิฐแต่คิดว่าเขางกกะอีแค่ค่ากางเกงในไม่กี่ตัวนี่ไม่มากไปหน่อยหรือ...

“นี่... ผมเป็นประธานนะไมใช่คนรับใช้คุณ”

“พาผมไปส่งบ้านสิ จะได้ไม่ต้องมารับใช้ ถ้าบังคับให้ผมอยู่ที่นี่ คุณก็ต้องทำตามสิ่งที่ผมบอกซะ”

“นี่ๆ เวลาขอร้องคนอื่นน่ะควรพูดดีๆ กว่านี้สิ ไม่ใช่ว่าจะไม่ทำให้ซะหน่อย แต่หัดพูดดีๆ ไม่เป็นหรือไง?”

“ไม่เป็น...” ชัดถ้อยชัดคำ

“ผมสอนให้แล้วกัน คุณฟ้า... ช่วยกรุณาซื้อกางในให้ผมด้วยเถอะครับ” แผ่นฟ้ารีบพูดเป็นตัวอย่างดัดเสียงเล็กเสียงน้อยคล้ายอ้อน อันที่จริงแล้วเขาไม่ได้คิดว่าอีกฝ่ายจะยอมพูดหรอก แต่การได้แกล้งอีกฝ่ายกลายเป็นเรื่องสนุกไปแล้ว

“โรคจิต...” บีทกัดฟันด่าลอดสายโทรศัพท์

“ว้า... รู้แล้วเหรอเนี่ยว่าผมโรคจิต เอ้า! รีบพูดเข้าสิ ไม่งั้นพรุ่งนี้คุณคงต้องโทงเทงไม่มีกางเกงในใส่จริงๆ แล้วละ ยกเว้นแต่ว่าจะกล้ายืมกางเกงในผมไปใส่ก็อีกเรื่องนึงนะ” แผ่นฟ้ายั่วโมโหเขาต่อ

“เลิกกวนโมโหผมเสียที ไม่อย่างนั้นผมจะอาละวาด”

“ผมควรกลัวคนขาหักอาละวาดใส่สินะ แหม... น่ากลัวจัง”

“ผมจะพังบ้านคุณ จับหมาคุณมาทารุณ” บีททำเสียงอาฆาตที่คล้ายไม่ได้พูดเล่น ไอ้เรื่องบ้านน่ะไม่เท่าไร แต่เรื่องหมานี่ทำเอาแผ่นฟ้าหุบยิ้ม

“เดี๋ยวๆ นี่คุณแค่ขู่ใช่ไหม” แผ่นฟ้าขมวดคิ้ว นึกห่วงเจ้าโฟร์วิล หมาตัวโตแต่ขี้ขลาดขึ้นมาเลย

“ไม่รู้สิ... คนเลือดเย็นอย่างผมน่ะ คิดว่าจะกล้าทำหรือเปล่าล่ะ?” บีทตอบเสียงเย็น แผ่นฟ้าทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก กำลังจะพูดขอรอมชอมอีกฝ่ายก็พูดต่อ “ซื้อมาซะนะครับ ถ้าไม่อยากให้ลูกชายเจ็บตัวไปมากกว่านี้”

“มากกว่านี้... คุณทำอะไรโฟร์วิลน่ะ ฮัลโหล ฮัลโหล!” แผ่นฟ้าตะโกนใส่ ทว่าอีกฝ่ายวางสายไปแล้ว

ครึ่งชั่วโมงต่อมาก็ถึงบ้าน แผ่นฟ้าคว้าถุงกางเกงในรีบลงจากรถ เพียงเดินไปถึงหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงเจ้าลูกชายเปล่งเสียงร้องโหยหวนเหมือนหมาบาดเจ็บ หัวใจชายหนุ่มหล่นวูบ

เกินไปแล้ว! ไม่คิดเลยว่าบีทใจดำอัมหิตแม้แต่กับสัตว์เล็กๆ อย่างนั้นได้ เขาจ้ำพรวดเข้าบ้านมาตามเสียงร้องนั้นอย่างโมโหมาถึงห้องบีทแล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องอย่างแรงด้วยแรงโทสะ

“พอซะที หยุดทารุณหมาของผมได้แล้ว!”

ครั้นตะโกนออกไปก็ต้องชะงัก เพราะประตูที่เปิดเหมือนจะกระแทกบางอย่าง แล้วก็พบว่าหมอของตัวเองล้มลงไป ส่วนบีทนั่งอยู่บนรถเข็นอ่านหนังสืออยู่ห่างไปมาก

“มาก็ดี จะได้เอามันออกไป ผมเองก็หนวกหูแล้วเหมือนกัน”  บีทบอกแบบไม่ใส่ใจ แผ่นฟ้าย่นคิ้วรีบเดินไปหาหมาของตัวเองใกล้ๆ พลางลูบหัวปลอบโยน มันส่งเสียงหงิงๆ ออดอ้อนแผ่นฟ้า

“นี่คุณทำอะไรมันบ้างเนี่ย” แผ่นฟ้าถามเสียงดุ

“เปล่านี่”

“โกหก! ถ้าไม่ทำแล้วทำไมมันร้องเสียงดังล่ะ”

“ก็แค่จับขังไว้ให้มันอยู่เป็นเพื่อน ตอนแรกก็ไม่ร้องหรอก แต่พอได้ยินเสียงรถมาถึงมันก็ร้องโวยวาย มันคงอยากออกไปต้อนรับเจ้าของแต่เปิดประตูเองไม่ได้เลยส่งเสียงโหยหวนตะกายประตู” บีทตอบราบเรียบ

ที่แท้เป็นอย่างนี้นี่เอง ปกติแผ่นฟ้าไม่เคยได้ยินโฟร์วิลด์โวยวายคงเพราะไม่เคยขังไว้ แม้จะมีกรงของมันอยู่ก็เปิดไว้ตลอดเวลาเข้าออกได้สะดวกอยู่ดี

“ทำไม... คิดว่าผมจะจับหมาคุณตัดขาตัดแขนเหรอ?” บีทเบ้ปากส่งสายตาเย้ยหยัน

“สรุปว่าจะไม่ทำใช่ไหม ผมจะได้ไม่ต้องกลัวเวลาคุณขู่อีก”

“เปล่า ไม่ได้บอกไม่ทำ แต่รอจนกว่าจะรู้ว่าคุณจะฟังที่ผมพูดไหมต่างหาก ได้ไหมล่ะ ของที่ต้องการ?”

“ชิ เอาไปเลย” แผ่นฟ้าเดาะลิ้น โยนถุงกางเกงในขึ้นไปบนเตียง แล้วลุกขึ้นยืนตบแผงคอโฟร์วิลด์ ก่อนจะพากันออกไป

รอจนประตูห้องปิดลงแล้วบีทจึงผ่อนคลายลง ถอนใจยาวอย่างโล่งอก โชคดีที่แผ่นฟ้าห่วงหมามากพอที่จะไม่แกล้งเขา ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมซื้อของที่ต้องการมาบีทคงแย่ จะให้ไปฝากแม่บ้านซื้อให้ก็ยิ่งแล้วใหญ่   ถึงจะขู่ว่าจะทำร้ายหมาก็เถอะแต่ที่จริงใครจะทำลง คงได้แต่โมโหแต่ก็ทำอะไรไม่ได้หรอก...

Beat แปลว่าชนะ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้เขาไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อสิ่งใดง่ายๆ ต่อให้อยู่ในฐานะผู้อาศัยก็ตาม ชายหนุ่มก็ไม่ยอมเจียมเนื้อเจียมตัวจนเมินเฉยต่อสิ่งที่ตัวเองต้องการแม้แต่น้อย

“ผมอยากอ่านหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ” อันที่จริงแผ่นฟ้าไม่ได้กลับบ้านดึก แต่เพราะบีทไม่ได้ชอบดูทีวี หากไม่มีธุระสำคัญก็ไม่จำเป็นต้องออกจากห้องมารอเขากลับบ้านก็ได้ แต่วันนี้กลับรออยู่มืดๆ จนสองทุ่มกับมือถือเครื่องหนึ่ง

แผ่นฟ้าคิดว่าบีทน่ารำคาญ แต่ก็ตอบไปส่งๆ ว่าถ้าไม่ลืมพรุ่งนี้จะซื้อมาให้ แล้วเขาก็ลืมจริงๆ ตอนแรกคิดว่าไม่ร้ายแรงอะไร แต่บีทกลับเข้าใจว่าอีกฝ่ายอยากแกล้งเขาและไม่รู้ว่าควรเอาคืนอย่างไรจึงหันไปจัดการเจ้าโฟร์วิลด์ จับมันกล้อนขนหางจนแหว่งวิ่น แผ่นฟ้ากลับมาเจอหมาตัวเองขนแหว่งก็แทบช็อคโวยวายหาว่าบีททารุณกรรมสัตว์

“แค่ขนเดี๋ยวมันก็งอกใหม่ได้ ผมไม่ได้จะทำร้ายหมาหรอก คนที่อยากทำร้ายน่ะคือเจ้าของหมาต่างหาก” ถ้าพรุ่งนี้ผมไม่ได้หนังสือพิมพ์ คงต้อง Grooming ให้มันอีกรอบแล้ว”

แผ่นฟ้าแยกเขี้ยวใส่

“ถ้าคุณยุ่งกับหมาผมอีก ผมจะจับคุณขังไว้ในห้อง!!”

“ตามสบาย น่าจะรู้ว่าคนอย่างผมเจ้าคิดเจ้าแค้นแค่ไหน ถ้าคุณคิดจะขังผมอย่างนั้นจริงๆ ไม่ว่าหนึ่งวันหรือหนึ่งชั่วโมง ไว้ผมออกมาได้เมื่อไร เรื่องถึงตำรวจแน่ๆ อยากให้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ไหม ประธานบริษัทยักษ์ใหญ่โรคจิตกักขังหน่วงเหนี่ยวพนักงานบริษัท”

“คนอย่างคุณนี่มัน!”

“หรือถ้าไม่อยากให้ผมทำร้ายหมาก็เอาหมาไปขังไว้แทน หรืออีกทางก็พาผมไปส่งคอนโด” บีทยิ้มร้าย

แผ่นฟ้าชะงักไปแล้วก็เข้าใจ ที่แท้บีทกำลังหาเรื่องเขาเพื่อให้พากลับไปส่งเท่านั้นเอง เรื่องอะไรจะยอมให้อีกฝ่ายบรรลุเป้าหมายโดยง่าย เดี๋ยวจะหาว่าเขาไม่แน่จริง

“เดี๋ยวพรุ่งนี้จะกำชับจะบอกโฉมซื้อให้ ผมยุ่งๆ คงไม่มีเวลาซื้อให้ทุกวันหรอก” แผ่นฟ้าตอบรับข้อเรียกร้องแรกแล้วยุติการทะเลาะง่ายๆ

บีทหุบยิ้ม รู้สึกขัดใจที่อีกฝ่ายไม่ปล่อยเขาไปเสียที แต่เขาก็ยังไม่เลิกความคิดจะป่วนอีกฝ่ายอยู่ดี

“ฝากกดเงินให้ที เอาสลิปมาด้วย” บีทว่าเปิดกระเป๋าหยิบเอทีเอ็มออกมา

“อยู่บ้านผมคุณยังต้องใช้เงินด้วยเหรอ?”

“ใช้สิ ผมก็ฝากแม่บ้านคุณซื้อของบ้างนะ ใจดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ลิสต์รายการให้คุณไปซื้อให้ด้วย”

“เหอะ! ต้องขอบคุณสินะ”

“ไม่ต้องก็ได้... เรื่องแค่นี้เอง” บีทยิ้มเสแสร้ง ยื่นบัตรเอทีเอ็มแล้วบอกรหัสสี่หลัก

“หือ... ไว้ใจผมขนาดนั้นเลย” แผ่นฟ้ายิ้มล้อเลียน

“ระดับประธานบริษัทคงไม่สิ้นคิดขนาดขโมยเงินแค่หยิบมือในธนาคารของผมละมั้ง”

“อาจจะไม่ทำให้รวย แต่ก็สะใจดีไม่ใช่เหรอ?” แผ่นฟ้ายิ้มเจ้าเล่ห์

“ตามสบาย แต่อย่าเผลอล่ะ ผมฆ่าหมาคุณตายแน่”

“เอ๊ะ! นี่คุณมีปมอะไรกับหมาหรือเปล่า เอะอะก็จะทำร้ายมัน โฟร์วิลด์มันผิดตรงไหน”

“ผิดตรงที่มีเจ้านายอย่างคุณไง”

หมดคำพูด แผ่นฟ้าเป็นฝ่ายหยุดต่อล้อต่อเถียงแล้วยอมรับผิดแต่โดยดี แม้จะไม่ชอบที่อีกฝ่ายเอาลูกรักมาขู่แต่ก็ยังดีที่บีทไม่ได้ทำอะไรรุนแรง การตัดขนเล็กน้อยคงไม่ทำให้โฟร์วิลด์รู้สึกแย่ เพราะมันก็มองไม่เห็นตัวเอง ขอแค่ไม่ทำร้ายให้เจ็บตัวก็พอแล้ว

เอาเถอะ อีกอาทิตย์กว่าบีทก็ถอดเฝือกแล้ว ตอนนั้นโฟร์วิลด์คงพ้นเคราะห์ ชายหนุ่มได้แต่ปลอบใจตัวเอง

แต่ที่ไหนได้ แค่ไม่กี่วันเจ้าหมาสองรางนั่นก็กลับลำไปติดบีทซะแล้ว! ไม่ได้นึกคับแค้นใจเรื่องโดนกล้อนขนเลยสีกนิดเดียว! เสียงแรงที่เขานึกห่วง!

สุดสัปดาห์แผ่นฟ้าหยุดอยู่บ้าน เขาเล่นกับโฟร์วิลด์อยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน บีทหมุนล้อรถเข็นออกมาจากบ้าน

“โฟร์วิลด์” เสียงบีทใสสว่างกว่าปกติ เจ้าสี่ล้อที่เล่นอยู่กับแผ่นฟ้าดีๆ เมื่อได้ยินเสียงเรียกกลับหันขวับแล้ววิ่งไปหาเจ้าของเสียงซะอย่างนั้น

“ระวัง” แผ่นฟ้าร้องอย่างตกใจ เพราะเข้าใจว่าเจ้าหมาแสนร่าเริงจะกระโจนเข้าใส่คนพิการให้เจ็บเอาได้ ทว่าความห่วงใยของเขากลับเป็นหมัน เมื่อเจ้าของเสียงเรียกเพียงตั้งมือเป็นเชิงห้ามแล้วออกเอ่ยว่า...

“sit” หลังคำสั่ง หมาตัวโตก็หย่อนก้นลงติดพื้นสนามหญ้าขาคู่หน้าเหยียดตรงอย่างสง่างามราวกับรูปปั้น

“good boy” บีทกล่าวชมพร้อมยิ้มแล้วสั่งต่อ “down”

โฟร์วิลด์หมอบลง ตอนแรกแผ่นฟ้าคิดว่าโฟร์วอลด์อาจจะกลัว แต่สังเกตดีๆ ไม่เหมือนกลัวเพราะถูกทำร้ายแต่เป็นเคารพเชื่อฟัง ที่น่าทึ่งคือสามารถสั่งให้ทำอะไรต่างๆ โดยไม่ใช่ขนมล่อ

“play dead” แล้วสัตว์ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาก็หงายท้องนิ่งทำท่าแกล้งตายทันที

“good” ชมแล้วโน้มตัวลงลูบหัวมันอย่างอ่อนโยน

“ทำได้ยังไง” แผ่นฟ้าถามอย่างข้องใจเมื่อเดินตามไปยืนใกล้ๆ

“ฝึกน่ะสิ คิดว่าอยู่ดีๆ มันจะทำได้เหรอ?”

“ผมหมายถึงให้มันทำโดยไม่ต้องใช้ขนมต่างหาก” แผ่นฟ้าแก้ไข เพราะปกติแล้วหมาทั่วไปจะฉลาดฝึกได้ทุกพันธุ์อยู่แล้ว แรกๆ ที่เลี้ยงแผ่นฟ้าก็ฝึกคำสั่งง่ายๆ อย่างนั่ง หมอบ คอย ได้บ้างด้วยการใช้ขนมหมา (ขนมหมาที่จริงทำมาจากเนื้อสัตว์ไม่เหมือนขนมคน) แต่เพราะช่วงหลังไม่ว่างประกอบกับเป็นคนนิสัยสบายๆ ไม่เคร่งเครียดจึงไม่ได้ฝึกต่อ แม้โฟร์วิลด์จะรักเขาก็ตาม แต่ส่วนใหญ่มักจะทำตามคำสั่งต่อเมื่อมีขนมเท่านั้น หากในมือไม่ได้ถือขนมไว้มันก็จะทำเมินไม่สนใจ

“ตอนแรกก็ให้ขนมไปก่อนตอนหลังให้น้อยลงจนไม่ให้เลยมันก็ชินไปเอง เปลี่ยนจากขนมเป็นคำชมแทน” บีทตอบแล้วยีหัวโฟร์วิลด์แรงขึ้นอีก แต่เจ้าหมาไม่มีทีท่าไม่พอใจเพราะมันเป็นหมาที่มีนิสัยซื่อสัตย์ต่อเจ้าของอยู่แล้ว

“อ้อ... น่าแปลกนะ เข้ากับคนไม่ได้แท้ๆ แต่กับหมากลับสนิทได้ง่าย” แผ่นฟ้าแสร้งทำเสียงประหลาดใจ

“คงเพราะหมามันอาจจะฟังภาษาคนไม่ได้ แต่มันเข้าใจอารมณ์ของคนละมั้ง”

“นั่นสินะ” แผ่นฟ้ารับคำเนือยๆ พลางคิดว่าเพราะบีทเป็นคนประหลาดที่แตกต่างจากคนทั่วไปในสังคม...

คนทั่วไปมักชอบเข้าหาคนที่แข็งแกร่ง ทำตัวอ่อนแอให้ถูกปกป้อง แต่เขากลับชอบอวดเก่ง ชอบสร้างบางอย่างมาห่อหุ้มตัวเองให้ดูเหมือนเข้มแข็ง เป็นคนที่ไม่สามารถแสดงความอ่อนแอของตัวเองออกมาตรงๆ

คนทั่วไปต่อให้คิดร้ายแค่ไหนก็มักพูดดีๆ เสแสร้งเพื่อเอาตัวรอด แต่บีทกลับไม่สามารถยอมอ่อนข้อให้กับเรื่องเล็กน้อยเพื่อให้ตัวเองผ่านมาได้ ทักษะการเข้าสังคมต่ำจนทำร้ายตัวเองแบบนี้ก็เหมาะแล้วที่จะอยู่แต่กับหมาเพราะไม่เข้าใจภาษาคน ต่อให้พูดอะไรแย่ๆ แสดงท่าทางหยิ่งทะนงออกมามันก็ไม่โกรธ

“นี่... ต่อให้สอนมันจนเก่งแล้วก็เถอะ ถ้าไม่ได้ฝึกมันทวนคำสั่งบ่อยๆ มันก็ลืม ถ้าผมกลับไปแล้ว นอกจากเล่นกับมันก็ฝึกมันบ้างรู้ไหม” ดูสิ หมาก็ของเขาแท้ๆ จะทำอย่างไรก็ได้ อีกฝ่ายมีสิทธิ์อะไรมาสั่งเขา...

สิ่งที่ผุดในใจเหมือนไม่พอใจจางๆ ทว่าคำพูดที่ตอบออกไปกลับไม่เป็นเช่นนั้น

“ผมไม่ชอบฝึกหมา ถ้าคุณชอบก็กลับมาฝึกมันเองสิ”

“คุณจะให้ผมถ่อมาตั้งไกลเผื่อฝึกหมาเหรอ บ้าหรือเปล่า?” แม้คำพูดจะคล้ายต่อว่าแต่บีทกลับยิ้มออกมา เพราะอยู่ด้วยกันหลายวันจนผูกพันไม่น้อย ใจจริงก็อยากกลับมาหามันอยู่หรอก แต่หากแผ่นฟ้าไม่เอ่ยปากชวน คนอย่างบีทหรือจะกล้าบากหน้ามาได้ ดังนั้นเมื่ออีกฝ่ายอนุญาตให้เขากลับมาอีก บีทจึงดีใจอย่างบอกไม่ถูก

ทั้งๆ ที่เอ่ยคำพูดแบบนั้นออกไปแต่สีหน้าและดวงตากลับไม่อาจกลบกลืนความดีใจนั้นมิด รอยยิ้มน้อยๆ แต่ดวงตาที่เป็นประกายนั้นเป็นยิ้มที่จริงใจอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนและดูสวยงามมากอย่างไม่น่าเชื่อ ระหว่างที่นิ่งค้างมองบีทหันไปหยอกล้อเล่นกับโฟร์วิลด์อย่างร่าเริงชายหนุ่มก็คล้ายอยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้น พลันเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา มันประหลาดมากจนไม่อยากเชื่อตัวเองด้วยซ้ำ

ไม่อยากให้บีทกลับไป

“ถ้าไม่อยากกลับมาหาหมา จะกลับมาหาคนผมก็ไม่ว่าหรอก”

+++++++++


คนที่เคยอ่านภาคที่แล้วคงจะคิดว่า  เรื่องนี้เป็นนายเอกแล้วบีทก็ยังนิสัยไม่ดีอยู่ดี  555

จำเป็นเหรอที่นายเอกพระเอกต้องเป็นคนดีเสมอไป ใครๆ ก็ต้องนิสัยไม่ดี เห็นแก่ตัวอยู่วันอย่างค่ำ นี่แหละถึงเรียกว่า "มนุษย์"

เรื่องนี้นำเสนอตัวละครในอีกแง่มุมเท่านั้น ไม่ได้ปรับคาแร็กเตอร์ตัวละคร บีทก็ยังคงเป็นบีท ดังนั้นนายเอกเรื่องนี้อาจจะหัวรุนแรงบ้างก็ช่วยไม่ได้นะคะ *-*




ออฟไลน์ little_pig

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: เ จ้ า เ ล่ ห์ แสนรัก ตอนที่ 4 [29/07]
«ตอบ #12 เมื่อ29-07-2017 23:59:35 »

เย้ๆๆ ในที่สุดก็มีเรื่องของบีท  เราว่าเราเข้าใจบีทนะ เราว่าบีทเป็นผู้ถูกกระทำอ่ะก็ไม่แปลกที่บีทจะแสดงออกมาอย่างนี้
เป็นกำลังใจให้นักเขียน สู้ๆนะคะ

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
Re: เ จ้ า เ ล่ ห์ แสนรัก ตอนที่ 4 [29/07]
«ตอบ #13 เมื่อ30-07-2017 01:03:48 »

บีทก็มีมุมน่ารัก ๆ แบบนี้อยู่นะนี่
สำหรับเรานะ ถ้าเป็นคนที่รัก แม้เขาจะร้ายกาจ (สักเล็กน้อย) เราก็จะมองว่ามันน่าเอ็นดูน่ะค่ะ ฮา

ออฟไลน์ ๛ナーリバス๛

  • ~~~๛NaaribuS๛~~~ ~ [TBL-081-588]
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1500
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +898/-26
    • NaaribuSS
-5-

บีทเลิกคิ้วจ้องมองแผ่นฟ้าด้วยความแปลกใจแต่แล้วก็นึกได้ว่าอีกฝ่ายคงปากพล่อยตามนิสัยเจ้าชู้ของเขา บีทยกมุมปากแล้วตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า “ผมว่าเป็นไอเดียที่แย่กว่าเดิมเสียอีก”

คำตอบของบีททำให้แผ่นฟ้าหน้าเจื่อนไป นึกก่นด่าตัวเองว่าไม่น่าพูดจากำกวมแบบนั้น ป่านนี้บีทอาจจะเข้าใจผิดก็ได้ว่าเขาจีบ...

เหอะ! ที่แวบเข้ามาในสมองว่าไม่อยากให้ไปหรืออยากให้กลับมานั่นน่ะ ก็แค่สถานการณ์พาไปเท่านั้นเอง ใครจะไปคิดแบบนั้นจริงๆ

“วันนี้คุณว่างทั้งวันหรือเปล่า?” จู่ๆ บีทก็ถามขึ้นมา ทำให้เจ้าของบ้านที่กำลังถกเถียงกับตัวเองส่งสายตาแสดงถึงคำถาม บีทจึงพูดต่อทันที  “ผมอยากกลับคอนโด”

คำพูดสั้นๆ ของบีททำให้แผ่นฟ้ายิ้มออก ถ้าอีกฝ่ายเก่งกาจเรื่องทำลายความมั่นใจของเขา เขาเองก็จะทำลายความหวังของอีกฝ่ายได้เช่นกัน “บอกแล้วนี่ว่าไม่ได้ ไม่ให้ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าจะถอดเฝือก”

“ผมอยากกลับไปเอาของ” น้ำเสียงของบีทฟังอ่อนหวานขึ้นเล็กน้อย ไม่มีท่าทีเกรี้ยวกราด ถือดีอย่างปกติ จนแผ่นฟ้านึกในใจว่า พูดดีๆ ก็พูดได้นี่นาทำไมไม่ทำบ่อยๆ

“จะเอาอะไรล่ะ”

“ก็พวกครีมบำรุงผิว น้ำหอม ที่โกนหนวด อะไรแบบนี้แหละ” แผ่นฟ้าย่นคิ้วเอียงคอมองหนวดเคราหรอมแหรมที่ปลายคางอีกฝ่ายแล้วก็เห็นด้วย ปกติแล้วบีทมักอยู่ในลุคสะอาดสะอ้านอยู่เสมอ ไม่ว่าเสื้อผ้าหน้าผมจะดูเนี้ยบกริบ หนวดเคราไม่เคยปล่อยให้รกรุงรังแบบนี้มาก่อน

“ใช้ของผมก็ได้”

“ไม่อยากใช้ของร่วมกับคนอื่น” บีทตอบกลับชัดถ้อยชัดคำ ฟังดูไว้ตัวจนน่าหมั่นไส้

“เฮ้อ อยากได้อะไร ยี่ห้อไหน จดมาแล้วกันเดี๋ยวจะซื้อมาให้” แผ่นฟ้าสรุป ลงท้ายก็ไม่ได้ตามใจบีทอยู่ดี บีทถอนใจอย่างเคืองขัด พลางคิดหาเหตุผลต่อแล้วก็นึกขึ้นได้ในนาทีต่อมา

“ผมจะไปเอาโน้ตบุ๊กด้วย”

“ใช้ของผม...” ยังไม่ทันจบประโยคบีทกลับเอ่ยขัด

“ผมไม่ทิ้งข้อมูลส่วนตัวไว้ในคอมของคุณเด็ดขาด” แผ่นฟ้าสูดปากเหมือนกินของเผ็ดนึกชื่นชมบีทในใจที่ช่างสรรหาเหตุผลมาเถียงเขา แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ จนแล้วจนรอดชายหนุ่มกัดฟันกรอดแล้วยิ้มร้ายตอบกลับไป

“โอเค... งั้นเอากุญแจกับคีย์การ์ดมา ผมไปเอาให้ก็ได้”

“ใครจะยอมให้คุณเข้าห้องผมง่ายๆ” บีทยังคงเถียงต่อ

“โอ๊ย... ถ้าผมอยากเข้าห้องคุณจริงๆ มันก็ไม่ยากอย่างที่คิดหรอก!”

สองคนจ้องตากันไปมาแต่เมื่อเดาได้ว่ายังไงแผ่นฟ้าก็ไม่ยอมทำตามที่เขาเรียกร้อง บีทก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากชักสีหน้าขยับหมุนรถเข็นกลับเข้าไปในบ้านแล้วดำเนินชีวิตเหมือนทุกวัน

ตั้งแต่บีทมาอยู่บ้านแผ่นฟ้า เจ้าของบ้านไม่เคยอยู่บ้านตอนกลางวัน เช้ามารับอาหารเช้าง่ายๆ อ่านหนังสือพิมพ์แล้วก็ออกไปทำงาน กลับถึงบ้านตอนหัวค่ำ ทำเหมือนในบ้านมีเพียงเขาเหมือนเดิม เขาไม่เคยรู้หรอกว่าบีทใช้ชีวิตอยู่ยังไงในแต่ละวัน ก็เพิ่งมีโอกาสสังเกตเห็นวันนี้

คงเพราะงานของบีทไม่ใช่งานสำนักงานจึงไม่มีเวลาทำงานที่แน่ชัด ซ้ำญี่ปุ่นยังมีเวลาห่างจากไทยสองชั่วโมง ชีวิตประจำวันจึงไม่เป็นเวลา ไม่รวมว่าก่อนหน้ายังอยู่แต่โรงพยาบาล ได้แต่กินนอนทั้งวัน เมื่อมาอยู่บ้านแผ่นฟ้า เขาจึงตื่นสายและใช้เวลาส่วนมากในห้องน้ำ เพราะขาหักทำให้ไม่ว่าจะอาบน้ำหรือเช็ดตัวก็ใช้เวลานานกว่าปกติ เสร็จธุระก็ออกมากินข้าวพร้อมอ่านหนังสือพิมพ์ จากนั้นก็เล่นกับสุนัข ตอนบ่ายจิบชาทานของว่าง นั่งเล่นมือถือ ตอนเย็นก็ทานข้าวพร้อมดูทีวี ถ้าไม่มีธุระจะคุยกับเจ้าของบ้านก็เข้าห้องนอนแต่หัวค่ำ

บีทไม่ใช่คนอัธยาศัยดีที่จะสนิทสนมกับใครง่ายๆ แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ที่ทำตัวเป็นปรปักษ์แล้วสร้างความลำบากให้ตัวเองเหมือนกัน เพื่อให้แม่บ้านของแผ่นฟ้าช่วยเหลือเกื้อกูลตัวเองได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ เขาก็ใช้เงินแก้ปัญหา ต่อให้พวกนางจะปฏิเสธเพราะเป็นหน้าที่ แต่บีทก็ยังยัดเยียดให้รับไปเป็นสินน้ำใจหรือให้แบบอ้อมๆ จำพวกฝากซื้อของเล็กๆ น้อยๆ แล้วไม่รับเงินทอน ดังนั้นความคิดเรื่องพาบีทมาอยู่บ้านเพื่อดัดนิสัยหรือกลั่นแกล้งให้ลำบากนั้นเป็นความคิดที่แสนงี่เง่า!

ไปไปมามาแผ่นฟ้ากลับต้องกลายเป็นเบ๊โดยไม่รู้ตัว เพราะความอยากเอาชนะของตัวเองที่ไม่ยอมพาบีทไปส่ง เลยต้องรับภาระแทนอีกฝ่ายหลายอย่าง ทั้งต้องสั่งยามให้คอยดูแลรถของเจ้าตัวที่จอดทิ้งไว้ที่บริษัทไม่ให้ใครมาขโมยไปหรือป้องกันใครจะแจ้งตำรวจว่าไร้เจ้าของ ธุระปะปังเล็กน้อยอย่างการกลับไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟที่คอนโด และถึงแม้บีทจะไม่ได้สั่งให้เขาซื้ออะไรอย่างที่เสนอ ตกเย็นแผ่นฟ้าก็ยังออกไปซื้อของข้างนอก เมื่อกลับมาถึงบ้านชายหนุ่มก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นบีทนั่งหน้าทีวีในมือถือจานข้าว กินไปดูทีวีไป ดูผ่อนคลายอย่างกับอยู่บ้านตัวเอง ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะได้เห็น ครั้นได้ยินเสียงเขาเดินเข้าใกล้ อีกฝ่ายก็เพียงชำเลืองตามองแวบเดียวแล้วหันกลับไปอีก ไม่คิดจะเปลี่ยนอิริยาบถนั้นสักนิด แผ่นฟ้าจึงแอบเดินเข้าไปในห้องบีทแล้วก็พบว่าสิ่งที่อีกฝ่ายอยากได้ก็มีอยู่แล้วทั้งนั้น

ครีมบำรุงผิว ครีมกันแดด มีดโกนหนวด

จริงสิ ของพวกนี้ถ้ามีเงินซะอย่างก็ฝากแม่บ้านของเขาไปซื้อใหม่ได้ไม่ยาก ที่บีทร้องขออย่างเอาแต่ใจโดยอ้างเหตุผลต่างต่างนานาก็แค่อยากจะกวนประสาทเขาเท่านั้นเอง แต่เขาก็ยังบ้าจี้ไปหาซื้อของพวกนี้ทั้งที่ไม่จำเป็น คิดตามแล้วหงุดหงิดจนถึงกับปาของในมือทิ้ง

ชายหนุ่มหุนหันเดินออกจากห้องน้ำ ปล่อยให้ข้าวของที่ซื้อมากลิ้งหลุนๆ กระจัดกระจายโดยไม่สนใจอีก ครั้นเดินออกมาเจอบีทเปิดประตูเข้าห้องมาทั้งรถเข็นก็ยังไม่คลายความเคืองใจ ใบหน้าจึงยังบึ้งตึงอยู่

“คุณเข้ามาทำไม?”

“ถึงตอนนี้คุณจะครอบครองห้องนี้อยู่ แต่ความจริงมันก็ยังเป็นบ้านผมอยู่นะ”

“ผมรู้ แต่แค่สงสัยว่าคุณมีธุระอะไรต่างหาก” บีทใช้เสียงเคร่งเครียดพร้อมแววตาไม่ไว้วางใจ

แผ่นฟ้าสืบเท้าเข้าใกล้ ยกยิ้มไม่น่าดู โน้มหน้าลงมาจนห่างเพียงนิดเดียว แล้วถามเหมือนจะเยาะ

“ทำไม กลัวผมจะทำอะไรคุณเหรอ?”

แม้ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายโกรธอะไรอยู่ แต่บีทก็รู้สึกได้ว่าแผ่นฟ้าไม่ได้อยู่ในอารมณ์ปกติจึงได้แต่นิ่งเงียบไม่อยากพูดอะไรเพื่อประเมินสถานการณ์ ใบหน้าระแวดระวังทำให้อีกฝ่ายยกมุมปากสูงขึ้นอีก “เพิ่งจะรู้ว่ากลัวผมเป็นด้วย นึกว่าจะปากเก่งเป็นอย่างเดียว”

“ผมเนี่ยนะจะกลัวคุณ นอกจากบังคับขู่เข็ญไม่ให้ผมออกจากบ้าน อย่างคุณมีปัญญาทำอะไรมากกว่านี้อีก?” บีทยกยิ้มดูแคลน เขาดูทางออกว่าแผ่นฟ้าเป็นคนแบบไหน ต่อให้ไม่สนิทอะไรกันนักแต่ก็รู้จักผ่านปากอิฐอยู่ดี อีกฝ่ายไม่ใช่คนที่ชอบใช้กำลังแก้ไขปัญหา เป็นพวกเหลี่ยมจัด เจ้าเล่ห์ ความคิดซับซ้อนจนเข้าใจยากก็จริง แต่ต่อให้ไม่พอใจอะไรขึ้นมาเขาก็ไม่คิดหรอกว่าอีกฝ่ายจะลงมือทำร้ายเขา

ถ้าแผ่นฟ้าเป็นคนโหดร้ายขนาดนั้นจริงๆ คงไม่พาเขาไปส่งโรงพยาบาล ไม่พาเขามาอยู่ที่บ้าน และคงไม่ยอมช่วยเหลือเขายามที่ต้องลำบาก ไม่จำเป็นเลยจริงๆ

ไม่มีคำตอบนอกจากรอยยิ้มเดิมๆ แผ่นฟ้าสบตาบีทนิ่ง ยกมือขึ้นจับปลายคางสากลูบไปมา ใบหน้าที่ยื่นเข้ามาใกล้จนเกือบชิดนั่นเกินความคาดหมายของบีท เขาเผลอกลืนน้ำลายลงคอหนึ่งอึกจนลูกกระเดือกขยับเลื่อนขึ้นลง ลมหายใจหยุดชะงักเต็มไปด้วยความสับสนว่าควรเอ่ยห้ามดีหรือไม่...

บางทีแผ่นฟ้าอาจจะแค่อยากทดสอบว่าเขากลัวหรือเปล่า หากเอ่ยปากออกไปคงโดนหัวเราะเยาะ

ลงท้ายก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะเคลื่อนประทับลงที่ปากของเขา บีทจึงเอ่ยขึ้นขัดด้วยเสียงเรียบๆ ว่า

“อิฐบอกว่าคุณไม่ชอบผู้ชาย...”

“พี่อิฐพูดถึงผมแบบนั้นเหรอ?” แผ่นฟ้าชะงักแล้วถามขึ้น

“เขาเข้าใจผิดงั้นเหรอ?”

“ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจ ว่ากันว่ารสนิยมทางเพศอาจจะเป็นกรรมพันธุ์ แม้ผมไม่ได้สนิทสนมกับพี่อิฐมากนักแต่ก็เป็นญาติกัน ใครจะรู้ว่าส่วนลึกในใจผมอาจจะเป็นอย่างเขาก็ได้”

“ไร้สาระ” บีทว่าอย่างตรงไปตรงมา

“นั่นสิ ผมก็ว่างั้น เรื่องที่ชอบคนอย่างคุณน่ะเป็นเรื่องไร้สาระที่สุดเลยแหละ” แผ่นฟ้าเบี่ยงตัวออก เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงคล้ายหงุดหงิด

นั่นเป็นเพราะว่าหลายปีที่ผ่าน เขารู้สึกอคติกับบีทมาก การที่พี่ชายที่เขาชื่นชมมาตลอด ต้องมาตามตูดจีบไกด์ผู้เย่อยิ่งนั้นเป็นภาพที่เขาไม่ค่อยอยากเชื่อสายตานัก มีทั้งสมเพชเวทนาและความไม่เข้าใจเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งว่าผู้ชายคนนี้มีอะไรที่ดึงดูดใจพี่ชายของเขากันแน่ ครั้นเขาเอ่ยเตือนด้วยความหวังดีถึงข้อเสียของการคบผู้ชาย อีกฝ่ายก็ดันเข้าใจว่าเขาเหยียดเพศ กลายเป็นโดนเกลียดอย่างไร้เหตุผลเรื่อยมา...

ถ้าหากเขาต้องตกอยู่ในสถานะเดียวกัน คงเป็นเรื่องที่รับไม่ได้อย่างแรงเลย

ปัง!! ประตูห้องเปิดออกแล้วปิดลงเสียงดังเหมือนเจ้าของบ้านบันดาลโทสะ บีทเหลียวมองอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่ทุกอย่างจะกระจ่างแจ้งตอนที่เข้ามาในห้องน้ำแล้วพบของที่อีกฝ่ายตั้งใจซื้อมาให้

แผ่นฟ้าคงคิดว่าเขาดื้อรั้น คิดว่าเขาหาเรื่องกวนประสาท คิดว่าเขาเย่อหยิ่งไม่ยอมรับความช่วยเหลือ

ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ แต่เหตุผลที่แท้จริงคืออะไร เขาไม่อาจบอกให้อีกฝ่ายรู้ ปล่อยให้เข้าใจแบบนั้นไปนั่นแหละดีแล้ว

เช้าวันต่อมาบีทตื่นเช้าจึงทันได้ร่วมโต๊ะกินข้าวพร้อมแผ่นฟ้า ชายหนุ่มนั่งนิ่งทำเป็นไม่สนใจรถเข็นที่เคลื่อนเข้ามาจอดที่ข้างโต๊ะกินข้าวห่างกันเพียงเหลี่ยมโต๊ะ ใช้ช้อนคนข้าวต้มปลาหอมกรุ่นไปมาก่อนจะเป่าอยู่สองสามทีแล้วจึงป้อนเข้าปาก ไม่ได้หันมาพูดคุยกับเขา บนโต๊ะมีเพียงเสียงช้อนกระทบชามเพียงแผ่วเบา

แผ่นฟ้าทำเป็นไม่สนใจบีทอยู่ชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น จนกระทั่งกลิ่นหอมบางอย่างโชยมาเตะจมูก คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นกลิ่นที่เขาบรรจงเลือกอยู่นานสองนาน ด้วยความคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะชอบ แต่สุดท้ายก็โยนทิ้งไว้บนพื้นห้องน้ำอย่างมิไยดี ชายหนุ่มเหลือบตาไปมองอย่างไม่แน่ใจ อย่าบอกว่าบีทเก็บเอาของพวกนั้นมาใช้...

ความประหลาดใจทำให้หันไปมองอีกฝ่ายเต็มตา หนวดเคราเขียวของเมื่อวานถูกโกนออกจนเกลี้ยงเกลา ผิวหน้าเปล่งปลั่งสว่างกว่าปกติเล็กน้อย ลำคอยาวขาวสวยน่ามองประดับด้วยลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงเพราะกลืนน้ำเปล่าลงคอ

บีทวางแก้วน้ำลงข้างๆ แล้วหันคอมาพอจึงสบสายตาที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว

“มองอะไรคุณ?”

แผ่นฟ้ากะพริบตา คล้ายหลุดออกจากภวังค์ รีบเบือนหน้าหนี นึกก่นด่าตัวเองขึ้นมาอีก...

ของสวยๆ งามๆ มีมากมายทำไมไม่มอง ไปนั่งมองลูกกระเดือกชาวบ้าน บ้าไปแล้วแผ่นฟ้า

บีทเห็นแผ่นฟ้าเบือนหน้าไปเข้าใจว่ายังไม่หายโกรธ จำต้องเอ่ยขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้

“ขอบคุณนะที่ซื้อของมาให้ น้ำหอมกลิ่นนี้ถูกใจผมกว่ากลิ่นที่ใช้อยู่อีก”

“งั้นเหรอ?” ตอบรับแค่นั้นแล้วก็ไม่มีอะไรพูดต่อ ทั้งๆ ที่รู้สึกได้ว่าเป็นคำชมที่อีกฝ่ายตั้งใจพูดเพื่อเอาใจเขาก็ตาม สุดท้ายแล้วมันก็นำไปสู่เรื่องเดิม

“ถ้าการพาผมไปส่งมันลำบากมาก ผมขึ้นแท็กซี่ไปเองก็ได้นะ”

“ผมนึกว่าเราพูดเรื่องนี้กันจบแล้วซะอีก”

“จะจบได้ยังไงในเมื่อคุณไม่สนใจสิ่งที่ผมพูดเลย...”

“งั้นก็บอกเหตุผลมาสิว่าคุณจะกลับไปทำอะไรกันแน่ คิดตามยังไงก็คิดได้แค่คุณดื้อด้าน... ที่นั่นไม่มีใครอยู่ อยู่ที่นั่นคุณก็ไม่มีคนดูแล ผมอุตส่าห์อาสาดูแลคุณแต่ว่า...”

“ทำไมจะไม่มี... บางทีเขาอาจจะกลับมาก็ได้นี่!” คล้ายความอดทนสิ้นสุด บีทตะโกนเถียงเสียงดังด้วยอารมณ์จนหน้าแดงก่ำ

“เขาเหรอ?” แผ่นฟ้าเลิกคิ้วพลางนึกตาม ชายหนุ่มยกมุมปากน้อยๆ จ้องมองบีทที่เบือนหน้าหนี เหมือนพูดอะไรที่ผิดพลาดออกมาโดยไม่ได้ยั้งคิดจึงไม่กล้าแม้จะสบตา

จนป่านนี้เขาเพิ่งจะเข้าใจ การที่บีทดื้อรั้นแง่งอนไม่ยอมมาอยู่กับเขา หาเหตุผลตั้งมามายเพื่อจะกลับไป ไม่ใช่ไม่อยากรบกวนเขา หรือกลัวเขาจะกลั่นแกล้ง เหตุผลที่แท้จริงคือส่วนลึกในใจก็ยังหวังว่าสักวันอิฐจะกลับมา

“เอาสิ! หัวเราะได้เลย พูดสิ! ว่าผมมันช่างเพ้อฝัน เอาเลยสิ!! รออะไรอยู่ล่ะ?” บีทกำมือแน่นเอ่ยท้าทายอย่างเจ็บปวด

เห็นบีทเป็นแบบนั้นแล้วแผ่นฟ้าก็พูดอะไรไม่ออก อคติในใจค่อยๆ เบาบางจางหาย เอ่ยตอบคล้ายให้กำลังใจ

“ผมจะหัวเราะคุณทำไม ผมกับคุณก็ตกอยู่ที่นั่งเดียวกันนั่นแหละคือเป็นคนแพ้”

“ผมน่ะใช่ แต่คุณไม่... คุณได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว คุณชนะเขา”

“ตรงไหนที่เรียกว่าชนะ แต่เดิมน่ะผมอยากได้หุ้น30เปอร์เซ็นต์ พอมารวมกับของเดิมที่มีก็จะได้เป็นเจ้าของที่ถูกต้อง แต่นี่หุ้นก็ไม่ได้แต่กลายเป็นประธานบริษัท ทำงานงกๆ แบ่งปันผลให้คนอื่นกินสบายๆ ไม่เห็นจะดีตรงไหน”

“บ่นมาก ก็ลาออกเลยสิ ใครบังคับล่ะ?”

“พ่อไง อุตส่าห์กดดันทุกทางอยากให้ผมเป็นประธานบริษัท”

บีทรับฟังเงียบๆ ไม่รู้จริงๆ ว่าควรออกความเห็นอย่างไรออกไป

“แต่ข้อดีก็มีอยู่นะ พ่อบอกว่าถ้าเป็นประธานแล้วจะไม่บังคับใจผมเรื่องอื่นอีก” แผ่นฟ้าหยุดปาก นึกสงสัยว่าจะพูดเรื่องส่วนตัวให้อีกฝ่ายฟังทำไมจึงตัดบท “เดี๋ยวสายๆ ผมพากลับคอนโดแล้วกัน”

“จริงเหรอ?”

“อือ แต่รับปากอะไรผมอย่างนึงได้ไหม?”

“อะไร?”

“ถ้าพี่อิฐไม่ได้มา คุณห้ามดื้อกับผมอีกนะ”

แผ่นฟ้าคิดไว้แล้วว่าอิฐไม่มีทางกลับมาหาบีทอีกแน่จึงยื่นข้อเสนออย่างนั้น การที่ฝ่ายนั้นยื่นข้อเสนอแปลกๆ คงเพราะวางแผนทำอะไรบางอย่างจนไม่มีเวลากลับมาดูแลบริษัท ก่อนหน้านี้เขามีโอกาสไปเยี่ยมคุณนายพิณทิพย์เพื่อดูลาดเลาจึงทราบว่าอิฐไม่อยู่บ้านสักพักแล้ว บางทีตอนนี้คงอาจจะหายไปตามหาแม็กม่าอยู่ที่ไหนสักแห่ง

แต่เมื่อพาบีทกลับมาที่คอนโด ไม่เพียงเป็นอย่างที่คาดคิด ร้ายกว่านั้นอิฐยังอุตส่าห์เอากุญแจกับคีย์การ์ดมาคืนด้วย แผ่นฟ้าไม่แปลกใจหรอกที่เป็นอย่างนั้น อิฐเป็นคนใจแข็งอย่างนี้แต่ไหนแต่ไรแล้ว ยามรักก็รักฝังจิตฝังใจให้ได้ทุกอย่าง ยามชังก็ตัดเยื่อขาดใยไม่หลงเหลือ แต่เมื่อนึกถึงช่วงที่เคยรักกันแล้ว สิ่งที่อิฐทำก็โหดร้ายจนแผ่นฟ้านึกสาปแช่งพี่ชายอยู่ลึกๆ

“ตั้งแต่เมื่อไร” บีทถามที่ฟรอนท์หน้านิ่ง

“เดือนที่แล้วค่ะ” แสดงว่าตั้งแต่บีทขาหักใหม่ๆ

เจ้าของคำถามพยักหน้ารับเหมือนไม่รู้สึกรู้สาแล้วหมุนล้อรถเข็นจากไป

แผ่นฟ้าเดินตามเขาไปพลางคิดว่า ไม่รู้สึกอะไรงั้นเหรอ? ไม่มีทางเป็นอย่างนั้นแน่

หลังจากได้โน้ตบุ๊ก เสื้อผ้า ของใช้บางอย่างที่จำเป็น แผ่นฟ้าก็ถามว่า “ต้องการอะไรอีกไหม”

“ไม่แล้วละ กลับกันเถอะ” ความกระตือรือร้นตอนมาและตอนกลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง แผ่นฟ้าเหมือนถูกอีกฝ่ายดูดกลืนพลังชีวิตจนตัวเองเหือดแห้งตามไปด้วย

ทั้งคู่ออกจากคอนโด แผ่นฟ้าเก็บของเสร็จแล้วยังต้องอุ้มร่างที่ค่อนข้างหนักนั่นขึ้นรถ พับรถเข็นเก็บแล้วจึงไปประจำที่นั่งคนขับ ความหดหู่ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วทำให้แผ่นฟ้าตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปในห้าง ตั้งใจว่าจะพาคนขาหักออกมาสูดอากาศปลอดโปร่ง บางทีการเที่ยวนอกบ้านอาจจะทำให้คนป่วยชุ่มชื่นสดใสก็ได้

“กลับเถอะ เที่ยวแบบนั่งรถเข็นนี่ไม่สนุกเลย ระดับสายตาต่ำเตี้ยจนมองอะไรไม่เห็น อีกอย่างคุณคงลำบากด้วย” บีทบอก

“ไม่นี่ เพิ่งเคยเข็นรถเข็นเข้าห้างวันแรก แปลกดีออก”

“อาจจะเจอกับคนรู้จักก็ได้นะ”

“แล้วไงล่ะ?”

“ก็...”

“เข้าไปกินนี่กันดีกว่า” ยังไม่ทันที่บีทจะบอกเหตุผล แผ่นฟ้าก็เอ่ยขัด แล้วหักเลี้ยวรถเข็นกะทันหันพาบีทเข้าไปในร้านอาหารปิ้งย่างร้านหนึ่ง

คนขาหัก แค่ลุกนั่งยังลำบาก ดังนั้นคนนำทางพาไปไหนก็ขัดไม่ได้ ทำได้แค่เลือกเมนูอาหารที่อยากกินเท่านั้น

“ได้มาเที่ยวก็ดีเหมือนกันนะ ตั้งแต่รับตำแหน่งเนี่ย ผมแทบไม่ได้ออกไปลอยชายที่ไหนเลย” แผ่นฟ้าพยายามชวนคุย

“ก็ไปสิ ได้เป็นประธานแล้วยังมีอะไรต้องเครียดอีกเหรอ?”

“มีสิ เยอะแยะไปหมด ปัญหาร้อยแปดพันเก้าที่ต้องแก้ไข พรุ่งนี้ก็มีประชุมใหญ่ ต้องกลับไปสู้รบปรบมือกับพวกตาแก่ปากมากอีก เป็นแค่ตัวแทนหุ้นส่วนรายย่อยแท้ๆ เอะอะก็บอกว่าถ้าคุณอิทธิพลยังอยู่ เหอะ! คนก็ไม่อยู่แล้วจะพูดถึงอีกทำไม” บ่นเพลินจนลืมตัวเอ่ยถึงคนที่ไม่ควรพูดถึงอีกจนได้ และท้ายประโยคเจือน้ำเสียงหงุดหงิด กว่าจะรู้ตัวว่าพลาดก็สายไปแล้ว เขาเหลือบตาขึ้นสังเกตสีหน้าคนร่วมโต๊ะว่าเป็นอย่างไร แต่บีททำเป็นไม่สน

“ไม่แน่นะ เขาอาจจะอยากกดดันให้คุณพยายามมากขึ้นก็ได้ ไม่ว่าใครก็ไม่อยากยอมแพ้คนเก่าหรอก” คำพูดของบีทมีเหตุผล และน้ำเสียงไม่ได้ย่ำแย่เท่าไร แผ่นฟ้าจึงได้ใจถามต่อ

“คุณเองก็คงคิดอย่างนั้นใช่ไหม?”

“คิดอะไร?”

“คิดว่าพี่อิฐเก่งกว่าผมไง” แผ่นฟ้าเหมือนกำลังขุดหลุมฝังตัวเอง รู้ว่าอีกฝ่ายคงต้องเหยียบย่ำซ้ำเติมก็ยังเปิดโอกาสให้ แต่กลับผิดคาดเพราะบีททำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

“ไม่รู้สิ ผมเป็นแค่ไกด์ระดับล่าง ไม่สนเรื่องงานฝ่ายบริหารหรอก จะเก่งหรือไม่เก่งก็ได้ ขอแค่ไม่ทำบริษัทเจ๊งก็พอแล้ว ผมยังไม่อยากตกงาน” เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้หัวเราะเยาะเขาตอนที่กำลังแย่ บีทจึงเก็บวาจาเผ็ดร้อนไว้เปลี่ยนเป็นให้กำลังใจแทน พูดจบบีทก็ยิ้ม ทำให้แผ่นฟ้ารู้สึกดีขึ้นที่อีกฝ่ายไม่เปรียบเทียบทับถมเขา จึงได้ใจลำลาบละล้วงต่อไปอีก

“ถ้าไม่ได้ชอบพี่อิฐเพราะทำงานเก่ง ถ้าอย่างงั้นคุณชอบอะไรในตัวเขาเหรอ?”

“ชอบเพราะมาจีบน่ะสิ” บีทตอบสั้นๆ ในมือถือตะเกียบคีบหมูบนเตาขึ้นมาเคี้ยวหยับๆ อย่างเอร็ดอร่อย

“แค่เนี้ย? ” แผ่นฟ้าทำเสียงสูง เขาคิดว่าบีทจะตอบอะไรยืดยาวอันแสดงถึงมาตรฐานอันสูงส่งเสียอีก ซึ่งอันที่จริงแล้วเขาคิดไปเองทั้งนั้น

“แล้วจะให้แค่ไหน ผมมีงานทำเลี้ยงดูตัวเองได้ ถ้าอีกฝ่ายไม่เลวร้ายจนมาเบียดเบียนทำให้เดือดร้อนก็ถือว่าโอเค ทำงานเก่งไหมไม่สำคัญ ขอแค่เอาเก่งก็พอแล้ว” บีทตอบง่ายๆ กึ่งจริงกึ่งเล่น

เห็นบีทพูดคุยอย่างร่าเริงอย่างเดิมก็ค่อยโล่งอก จึงสอดปากเสนอแนะอย่างลืมตัว

“ถ้าเงื่อนไขมันง่ายขนาดนั้น แล้วยังจะรอพี่อิฐไปทำไม หาคนใหม่เอาเก่งๆ มาแทนก็จบแล้ว”

แผ่นฟ้าพูดจบก็นึกสงสัยตัวเองเหมือนกันว่าเขาแนะนำออกไปเพราะหวังดีต่ออีกฝ่ายหรือหวังดีต่อตัวเองกันแน่ ส่วนคนฟังนิ่งอั้นเพราะคำถามนั้นกระทบใจ ตะเกียบที่กำลังพลิกหมูบนเตาจึงชะงักไปอึดใจหนึ่ง

นั่นสิ ยังจะรอไปอีกทำไมอีก รอแล้วรอเล่าก็มีเพียงแค่ความว่างเปล่า... บีทถามตัวเองชั่วอึดใจแล้วก็เหมือนเพิ่งบรรลุธรรม เงยหน้าขึ้นยิ้มกว้าง

“จริงของคุณ... ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ถ้าคิดว่าเงื่อนไขมันง่าย งั้นฝากช่วยหาแบบนั้นให้สักคนนะ”

++++++++++++

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
จะว่าไปคู่นี้ก็น่ารักดีนะ

ส่วนเรื่องของอิฐกับบีท คงต้องบอกว่าคู่กันแล้วไม่แคล้วกัน ดังนั้นพอไม่ใช่คู่กันยังไงมันก็ต้องพรากจากอยู่ดี ไม่อยากจะพาไปดราม่าเรื่องใครแย่งสามีใครอีก แค่ทั้งสองคนไม่ได้คู่กันเท่านั้นเอง พอคลาดกันไปก็ย่อมต้องไปเจอคนใหม่

ออฟไลน์ Fasai25448

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 49
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ชอบบบบบ  :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

เงื่อนไขของบีท อยู่ที่เอาเก่ง อะจ๊ากกกก  :z3: :z3: :z3:
แผ่นฟ้า เอาเก่งปะ    o18
      :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ ๛ナーリバス๛

  • ~~~๛NaaribuS๛~~~ ~ [TBL-081-588]
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1500
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +898/-26
    • NaaribuSS
-6-

              เขากำลังถูกล่อลวง หัวสมองบอกว่ามันคือกับดัก... แผ่นฟ้ากำลังต่อสู้กับตัวเองอีกคนที่ร้องเตือนอย่างนั้น แต่อีกใจก็นึกแย้ง กับดักแล้วยังไงล่ะ ทำไมจู่ๆเขาก็นึกอยากจะกระโดดลงไป...

“ไม่ต้องทำหน้าจริงจังขนาดนั้นก็ได้ ผมพูดเล่น” แต่เหมือนคำพูดนั้นจะเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา เพราะแผ่นฟ้าเอ่ยสวนกลับไป

“ถ้าหากผมอาสาเป็นคนคนนั้นเสียเองล่ะ คุณจะว่ายังไง?”

เมื่อได้ฟังคำตอบที่ไม่คาดคิดว่าจะได้รับ บีทที่กำลังอมยิ้มก็ผงะไป ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างสุดกลั้นราวกับพบเจอเรื่องขบขันที่สุด

                “คุณนี่ตลกร้ายนะ” บีทยังไม่หยุดขำ เขาคิดวิเคราะห์สถานการณ์ในตอนนี้แล้วเดาว่าคนตรงหน้าอาจจะแค่ปากพล่อย คิดอะไรก็พูดโพล่งออกมาโดยไม่ทันได้ยั้งคิดเหมือนที่ผ่านมาก็ได้

                แผ่นฟ้าย่นคาง นึกฉุนที่อีกฝ่ายมองคำพูดของเขาเป็นเรื่องล้อเล่น แต่ยังกล่าวย้ำอีกคำ

“ใครว่าตลก ผมจริงจังนะ อย่างน้อยช่วงหนึ่งเราก็เคยร่วมมือกัน แล้วก็จริงของคุณว่าตอนนี้ผมได้สิ่งที่ต้องการมาเกือบหมด แต่คุณกลับ... ผมไม่อยากเห็นคุณเป็นแบบนี้เลย ถ้าผมพอจะช่วยอะไรได้...”

                บีทหุบยิ้ม เขาขมวดคิ้วน้อยๆ จ้องมองแผ่นฟ้าแล้วชักสีหน้า ตีความจากคำพูดแล้วเขากำลังถูกสงสาร

                “ถึงคุณจะเห็นความอ่อนแอของผมบ่อยๆ แต่ผมก็ไม่ได้น่าสมเพชถึงขนาดต้องให้คุณมาช่วยเรื่องแบบนี้หรอก” แววตาที่ส่งมาเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว บีทกลับไปเป็นคนที่หยิ่งยโสคนเดิมอย่างรวดเร็ว

                “เฮ้ อย่าโกรธสิ ผมหวังดีกับคุณนะ”

                “ผมไม่ต้องการ ไม่ว่าคุณหรือว่าใครทั้งนั้น ผมรู้แล้วว่าผมไม่สามารถเชื่อใจใครได้ทั้งนั้น นอกจากตัวเอง”

                นั่นสิ ด้วยนิสัยของบีท ไม่มีทางยอมรับความสงสารเห็นใจจากเขาง่ายๆ อยู่แล้ว หากยิ่งพูดอีกฝ่ายคงยิ่งโมโหแผ่นฟ้าจึงเงียบลง  อีกอย่างเขามัวแต่คิดว่าถ้าบีทลืมอิฐไปได้ก็คงดีก็เลยเผลอเสนอตัวออกไปแต่กลับลืมไปเลยว่าพวกเขากำลังคุยอะไรกันอยู่ 

สิ่งที่บีทต้องการไม่ใช่ใครสักคนที่มาดูแลให้หายเศร้าแต่ให้ช่วยหา “ผู้ชายที่เอาเก่ง” สักคน นั่นแปลว่าถ้าเขาเสนอตัวไปและบีทตกลง พวกเขาก็ต้อง...

คิดดูอีกที อาจจะโชคดีแล้วที่บีทปฏิเสธ ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะต้องมาเสียใจทีหลังก็ได้ ถึงแม้เขาจะไม่ได้รังเกียจบีทขนาดนั้น แต่เขาก็ไม่ได้เป็นเกย์เหมือนอิฐ ไม่เคยทำเรื่องอย่างว่ากับผู้ชาย อย่าว่าแต่จะเก่งจะทำเป็นหรือเปล่าเขาก็ไม่แน่ใจ...

เมื่อกลับมาถึงบ้าน แผ่นฟ้าและบีทไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก พอแผ่นฟ้าวางบีทลงบนรถเข็น บีทก็ไสรถเข็นของตัวเองเข้าห้องไป แล้วหลังจากนั้นบรรยากาศระหว่างเขากับบีทก็กลายเป็นอึมครึม พวกเขากลายเป็นคนแปลกหน้าที่บังเอิญอยู่ในบ้านเดียวกันนับจากวันนั้น สัปดาห์ต่อมากบีทก็ถอดเฝือกแต่ยังเดินเหินไม่คล่องต้องใช้ไม้คำยันตลอด ชายหนุ่มจึงต้องทนอยู่บ้านแผ่นฟ้าอีกอาทิตย์กว่าๆ จึงสามารถกลับคอนโดได้

                อาจจะเพราะแผ่นฟ้าคุ้นชินที่มีใครบางคนอยู่ที่บ้านนอกจากหมาตัวหนึ่งและคนรับใช้ เมื่อบีทยืนยันว่าจะกลับไป แผ่นฟ้าจึงใจหายอยู่เหมือนกัน แต่ในเมื่อขาของบีทดีขึ้นแล้ว เขาก็ไม่มีเหตุผลใดจะรั้งตัวไกด์ผู้เย่อหยิ่งไว้อีก

                ถ้าเหตุผลที่ใช้อ้างกับบีทนั้นไม่มี เหตุผลสำหรับตัวเองยิ่งไม่มี

หรือถึงมี... เขาก็ไม่อยากหา อันที่จริงเขาก็ไม่ใช่คนใจดีที่จะเที่ยวไปแส่เรื่องของชาวบ้านทุกเรื่องสักหน่อย อะไรที่ควรยุ่งก็ยุ่งบ้าง แต่เรื่องของคนที่ไม่อยากให้ยุ่งแล้วเขาจะไปยุ่งด้วยทำไม ลืมไปเสียก็สิ้นเรื่อง คิดได้อย่างนั้นแผ่นฟ้าก็เหมือนจะสบายใจขึ้น

                ผ่านไปสองเดือนกว่าแล้วอิฐยังตามหาแม็กม่าไม่พบ แถมยังไม่ยอมกลับบ้าน นักสืบรายงานว่าสถานที่สุดท้ายที่เขาไปคือคลินิกหมอว่าน ผ่านไปนานนับสัปดาห์รถที่ใช้ยังจอดอยู่ที่เดิม แต่ตัวคนเหมือนหายสาบสูญไป ถ้าไม่ได้ออกไปกับใครในระหว่างที่นักสืบไม่เห็น ก็คงยังอยู่ในนั้น

                หลังจากฟังรายงานแล้วแผ่นฟ้าก็รู้สึกแปลกใจ เรื่องออกตามหาแม็กม่าไม่น่าจะเป็นความลับที่ต้องปิดบัง ถ้าจะออกตามหาโดยไม่ใช้รถงั้นก็จอดไว้ที่บ้านก็ได้ ทำไมต้องเอารถไปจอดไว้หลังคลินิกหมอ หรือถ้าอิฐป่วยไข้จนต้องไปหาหมอ ก็ควรไปโรงพยาบาลมากกว่าไปพักที่คลินิกสูตินรีเวชของหมอว่าน หรือเขาจะวางแผนอะไรอยู่...

                แผ่นฟ้าชะงัก ความที่เมื่อก่อนเอาแต่หาหนทางแย่งชิงหุ้นเพื่อดำรงตำแหน่งประธานบริษัทมาตลอด มาถึงตอนนี้ก็เลยยังไม่สิ้นสุดความกังวล ยังนึกระแวงญาติผู้พี่ไม่หาย แต่บางทีเขาอาจจะคิดมากไป หรือไม่การที่อิฐไม่อยู่ทำให้เขา “ว่าง” จนเกินไปก็ได้

                แผ่นฟ้าเพิ่งรู้สึกตัวว่าการมองดูความสำเร็จของใครสักคนแล้วพยายามไล่ตามมันสนุก ตื่นเต้นมากกว่าได้อะไรมาง่ายๆ แบบนี้ เพราะต่อให้ตอนนี้เขาจะได้บริษัทมามันก็ท่านั้น เขาไม่รู้สึกภาคภูมิใจอยู่ดีเพราะอิฐเป็นฝ่ายยอมแพ้เอง ไม่ใช่เขาที่ชนะ ลงท้ายแล้วเขาก็ไม่เคยชนะพี่ชายได้เลย

                เพราะเครียดเรื่องพี่ชายทำให้เขาหงุดหงิด เบื่องาน เมื่อสอบถามเลขาว่าวันนี้ไม่มีงานเร่งด่วนหรือนัดสำคัญ เขาจึงตัดสินใจตรงดิ่งกลับบ้านก่อนเวลา

ถึงที่บ้านจะไม่มีคน... ก็ยังมีหมา

แผ่นฟ้าปลอบใจตัวเองเมื่อขับรถกลับมา แต่เมื่อเลี้ยวรถเข้ามาใกล้ตัวบ้านกลับต้องแปลกใจเพราะมีรถที่เขาคุ้นตาจอดอยู่หน้าบ้าน รถคันนั้นเคยจอดอยู่ที่บริษัทแรมเดือน เป็นรถที่เขาต้องสั่งยามให้คอยดูแลเป็นพิเศษจนกว่าเจ้าของจะมารับมันกลับไป เขายังจำได้ว่าก่อนที่เจ้าของรถคันนั้นจะออกจากบ้าน เขากลั้นใจถามไปว่า

                “ไม่อยู่ต่ออีกหน่อยเหรอ?” เขาพูดลอยๆ ออกไปโดยไม่ได้ใส่ท่วงทำนองเป็นขอร้องหรือออกคำสั่งจนคนฟังก็คงเข้าใจว่าเขาแค่พูดออกไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้คิดจริงจัง

                “ผมหายดีแล้ว ไม่อยากรบกวนคุณมากกว่านี้” เขาตอบเรียบๆ จะว่าหยิ่งก็หยิ่ง จะว่าเกรงใจก็คงใช่ ไม่ว่าด้วยเหตุผลไหนอีกฝ่ายก็กำลังจะไปอยู่ดี

                “อื้อ... ถ้ามีอะไรก็ติดต่อมาแล้วกัน” เขาพูดได้แค่นี้

                “อือ” บีทรับคำในลำคอสั้นๆ ไม่มีคำขอบคุณหรือคำพูดอะไรอื่นอีก

นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายของเขาก่อนที่จะจากไป คำพูดสุดท้ายที่แผ่นฟ้ารู้ว่าเขาแค่รับปากไปตามมารยาทเท่านั้น แต่ความเป็นจริงต่อให้มีเรื่องราวคอขาดบาดตายแค่ไหน คนอย่างบีทไม่มีทางร้องขอความช่วยเหลือจากเขาเป็นอันขาด

                 ทั้งที่ทำใจไว้แล้วว่าต้องเป็นอย่างนั้น แต่ตอนนี้เจ้าตัวกลับมาที่บ้านของเขา จู่ๆ ความรู้สึกบางอย่างก็ตีตื้นขึ้นมาจนควบคุมไม่อยู่ เขาจอดรถต่อจากรถของบีท รีบลงจากรถอย่างรีบร้อน รีบจนไม่ได้กดกริ่งเรียกใครมาเปิดบ้านให้ แต่พยายามใช้กุญแจไขประตูเล็กหน้าบ้านเพื่อจะเข้าไป

                ครั้นเห็นใครบางคนนั่งอยู่ที่พื้นมือยีหัวเจ้าโฟร์วิลด์อย่างสนุกสนานเขาก็หลุดยิ้มออกมา ก่อนจะค่อยๆ ย่างเท้าเดินเข้าไปใกล้จนบีทหันมามอง เมื่อเขาหันมาเห็นหน้าเจ้าของบ้านเขาก็ทำหน้าพิลึก

                “ทำไมวันนี้กลับเร็วล่ะ?”

                “เบื่อๆ เลยอู้งาน หรือไม่ก็สังหรณ์ใจว่ามีคนมาหา” แผ่นฟ้าตอบยิ้มๆ

                “ลางสังหรณ์ของคุณบกพร่องแล้วละ เพราะผมไม่ได้มาหาคุณ” คำตอบอย่างไว้ตัวทำให้รอยยิ้มเจื่อนลงบางส่วนแต่ก็ยังปั้นหน้าถามต่อ

                “แล้วมาที่นี่ทำไม?”

                “มาหาหมา” คำตอบตรงไปตรงมาทำให้แผ่นฟ้าอ้าปากค้าง แล้วทวนคำเสียงสูง

                “อะไรนะ! คุณถ่อมาถึงนี่เพื่อมาหาโฟร์วิลด์งั้นเหรอ?” แผ่นฟ้าโวยวายคล้ายบีททำเรื่องแปลกประหลาดที่สุด

                “ใช่ แล้วคุณจะโมโหทำไม คุณเป็นคนบอกเองว่าผมกลับมาหามันได้ไม่ใช่เหรอ?”

                สิ่งที่บีทสวนกลับมาทำให้เขาใบ้กิน

นั่นสิ เขาโมโหทำไมกัน ก็แค่บีทไม่ได้มาหาเขา แต่อยากมาหาหมามากกว่าเขา เขาต้องโมโหด้วยหรือ

ไม่หรอก เขาไม่ได้โมโห เขาแค่ผิดหวัง เพราะเขาคาดหวังว่า...

“ถ้าคุณไม่พอใจขนาดนั้น ต่อไปผมไม่มาแล้ว” บีทสรุปง่ายๆ ที่เขายอมมาก็เพราะเห็นว่าแผ่นฟ้าดีกับเขาช่วงหนึ่ง คงไม่ใจแคบถึงขนาดไม่ยอมให้เขาได้พบหมา แต่ถ้าเจ้าของบ้านไม่เต็มใจเขาก็ไม่อยากฝืน

“ไม่...มาได้ ไม่ใช่สิ มาเถอะ” แผ่นฟ้ารีบทักท้วง ที่จริงเขาไม่ได้ไม่พอใจที่เห็นบีทที่นี่ ออกจะดีใจด้วยซ้ำ ถึงจะผิดหวังที่บีทไม่ได้มาหาตัวเอง แต่ช่างปะไร จะมาหาหมาหรือคนลงท้ายก็คือมา เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของบีทเขาจึงขยายความว่า “โฟร์วิลด์มันคงดีใจที่ได้เจอคุณ”

บีทหันไปมองเจ้าหมาข้างตัวแล้วก็ยิ้มอ่อนโยน มือเรียวลูบหัวมันเบาๆ เหมือนจะปลอบ มันหลับตาครางหงิงๆ เหมือนชอบใจ แผ่นฟ้าเผลอขมวดคิ้ว ค่อนขอดสุนัขของตัวเองว่า เจ้าของตัวเองก็ยืนอยู่ตรงนี้แท้ๆ แต่กลับไปอ้อนคนอื่นแบบนั้น มันหมายความว่ายังไง! 

“งั้นผมกลับละ” จู่ๆ บีทก็เอ่ยลา ทำเอาแผ่นฟ้าสะดุ้งหันมามอง

“ทำไมรีบกลับ”

“รีบที่ไหน ผมมาตั้งนานแล้ว”

“พอเห็นหน้าผมปุ๊บก็รีบกลับทันที มันเสียมารยาทนะ อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อนก็ได้”

“ไม่ดีกว่า ถ้ากลับช้าเดี๋ยวรถจะติด ไม่อยากกลับดึกน่ะ”

“งั้นก็ยังไม่ต้องกลับ ค้างที่นี่ก็ได้”

++++++++



ตกเย็น... แผ่นฟ้าเอาช้อนเขี่ยข้าวอยู่คนเดียว เพราะลงท้ายแล้วบีทก็กลับไปโดยไม่ยอมร่วมโต๊ะอาหารด้วย

แผ่นฟ้าไม่แน่ใจว่าเขาเคยเจอคนที่ดื้อขนาดนี้มาก่อนหรือเปล่า กับผู้หญิงเขาอาจเจอคำปฏิเสธทำนองนี้บ้างเหมือนกัน แต่เมื่อเขาพูดจาหว่านล้อมมากเข้าอีกฝ่ายก็ใจอ่อนไปเอง หรือต่อให้ปฏิเสธ เขาก็พอจะอ่านออกว่าส่วนใหญ่มันคือมารยาสาไถ เป็นหนึ่งในวิธีเรียกร้องความสนใจมากกว่า หรือเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองมากว่าอยากจะตัดเยื่อใยไปจริงๆ แต่สิ่งที่เขาได้รับจากบีทนั้นมันคงไม่ใช่ บีทกำลังย้ำคำพูดเดิมของเขาอยู่ต่างหาก ว่าเขาไม่ไว้เชื่อใจใครอีกแล้วนอกจากตัวเอง และเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือใดๆ จากใครทั้งนั้น

ถึงแม้บีทจะแสดงออกว่าตัวเองเข้มแข็งก็ตาม แต่คงเพราะที่ผ่านมาแผ่นฟ้าเคยเห็นทั้งน้ำตาและความอ่อนแอของอีกฝ่ายมาแล้วทำให้เขาแน่ใจว่าบีทคงไม่ได้สบายดีเวลาที่อยู่คนเดียว ไม่อย่างนั้นคงไม่ถ่อมาเยี่ยมหมาทั้งๆ ที่รู้ว่ารถจะติดหรอก

เขากินข้าวได้ไม่มากก็บอกให้แม่บ้านเก็บโต๊ะ แล้วถามว่าบีทมาที่นี่วันนี้เป็นครั้งแรกหรือเปล่า แม่บ้านตอบว่าเคยมาสองสามครั้งแล้วแต่เขาขอไม่ให้บอกแผ่นฟ้า ชายหนุ่มนิ่วหน้าแล้วประชด

“ถึงเขาจะเคยอยู่บ้านนี้ระยะหนึ่ง แต่ไม่ได้แปลว่าเจ้าของบ้านเปลี่ยนคนหรอกนะ ดังนั้นใครไปใครมาก็ควรรายงานให้เจ้าของบ้านรับรู้ถึงจะถูก”

“คุณบีทบอกว่าคุณฟ้าอาจจะงานยุ่งน่ะค่ะ ก็เลย...”

“ไม่ต้องพูดแล้ว... ถ้าวันหลังเขามาอีก โทรไปบอกด้วย”



+++++++++++


ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
แหม เคยชินเสียแล้ว จนอยากให้เขามาอยู่ด้วยสินะแผ่นฟ้า

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ๛ナーリバス๛

  • ~~~๛NaaribuS๛~~~ ~ [TBL-081-588]
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1500
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +898/-26
    • NaaribuSS
-7-


เพราะเป็นประธานบริษัททำให้การสืบเรื่องตารางงานไกด์คนหนึ่งไม่ใช่เรื่องยากอะไร และเมื่อรู้ว่าบีทว่างงานสองสามวัน แต่กลับไม่มีใครโทรมาหาเขาทำให้ชายหนุ่มค่อนข้างขัดใจ

หลังจากคาดคั้นจากคนรับใช้แล้วได้รับการยืนยันว่าบีทไม่ได้มาจริงๆ ไม่ใช่พวกเธอต้องการปิดบังแผ่นฟ้าก็ไม่ถามถึงอีก เพียงแค่นึกสงสัยว่าที่บีทไม่มาบ้านเขาเป็นเพราะเบื่อโฟร์วิลด์หรือไม่ชอบขี้หน้าพ่อมันกันแน่

ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ไม่มาก็คือไม่มา เขาจะทำอะไรได้เล่า?

แผ่นฟ้าพยายามปัดสิ่งกวนใจออกไปแล้วหันไปสนใจงานตรงหน้าแทน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนเก่งกาจอะไรมากมายแต่อย่างน้อยแค่กำไรมากกว่าเก่าห้าเปอร์เซ็นต์ก็ควรทำให้สำเร็จ

และเพื่อความสำเร็จ ชายหนุ่มก็ไม่สนใจวิธีการมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ดังนั้นเรื่องที่ว่าจะไปขุดโครงการที่อิฐเคยเสนอแล้วเขาคัดค้านจนตกไปกลับมาทำใหม่ เขาก็ทำได้โดยไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนแต่อย่างใด

แน่นอนว่าในวงการธุรกิจไม่มีใครตรงไปตรงมาหรอก มันก็ต้องเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการ คิดถึงแต่ผลประโยชน์ด้วยกันทั้งนั้นมิใช่หรือ?

เขาคิดเพียงเท่านั้น ไม่ได้คาดคิดเลยว่าโครงการที่เพิ่งอนุมัติไปจะทำให้ใครบางคนถ่อมาหาเขาถึงที่ทำงาน แค่เพื่อถามว่า...

“อิฐกลับมาทำงานแล้วเหรอ?” คนถามมีสายตาเป็นประกายอย่างตื่นเต้น

“หือ? เปล่านี่ ทำไมคุณถึง...” แผ่นฟ้าปฏิเสธแล้วถามอย่างข้องใจ

“ถ้าไม่ใช่... แล้วทำไมตอนนี้มีทัวร์ไปทตโทริ”

“อ๋อ...” ชายหนุ่มร้องเสียงยาว “เป็นโครงการที่ค้างอยู่ตั้งแต่สมัยพี่อิฐอยู่ก็จริงแต่ตอนนั้นไม่ผ่าน ผมเพิ่งหยิบขึ้นมาให้พิจารณาใหม่พอดี”

“งั้นเหรอ? ผมนึกว่า...” คำตอบฟังเลื่อนลอย สีหน้าที่มีชีวิตชีวาดูหงอยเหงาเศร้าสร้อยลงไปถนัดตา

แผ่นฟ้าไม่รู้หรอกว่าอิฐกับบีทเคยมีความหลังฝังใจอะไรกันที่นั่น แต่เขาพอจะเดาได้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายรู้สึกผิดหวัง

“พวกคุณคงเคยไปด้วยกันสินะ” แผ่นฟ้าเดาส่ง

 “ไม่เคยไปด้วยกัน ก็แค่เกือบ” บีทตอบเรียบๆ ทั้งที่สมองยังอัดแน่นไปด้วยความทรงจำ

เขาเป็นคนบอกอิฐเองว่าอยากให้บริษัทมีทัวร์ไปทตโทริ แล้วชวนว่าถ้าเขาว่างก็อยากให้ไปด้วยกัน

แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้ย้ำว่าเขาอยากไปมากแค่ไหน

คงเพราะส่วนใหญ่เขามักได้ไปที่ต่างๆ ในฐานะไกด์ แต่อันที่จริงเขาอยากจะไปเที่ยวในฐานะนักท่องเที่ยวธรรมดาบ้าง เขาอยากไปเที่ยวกับคนรักตามสบายโดยไม่ต้องสนใจงานหรือลูกทัวร์คนอื่นๆ

ตอนนั้นอิฐรับคำส่งๆ แล้วก็ไม่พูดถึงอีก บีทคิดว่าอิฐคงจะลืมไปแล้ว ไม่นึกว่าที่จริงเขาไม่ได้ลืม เพียงแค่โครงการนี้ผ่านช้าไปเท่านั้น ถ้าหากผ่านเร็วกว่านี้... หรือถ้าหากตอนนี้พวกเขายังไม่เลิกกัน คงได้ไปด้วยกันแล้ว

ความรู้สึกของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวังและเสียดาย

แผ่นฟ้ามองแววตาที่เหม่อลอยคล้ายหลุดไปในห้วยความทรงจำแล้วให้เจ็บหนึบในอกขึ้นมากะทันหัน

“ตอนแรกคุณคงคิดว่าพี่อิฐกลับมาแล้ว เลยอนุมัติทัวร์นี้เพื่อง้อคุณใช่ไหม?” แผ่นฟ้าเดาต่ออีก และเพราะสิ่งที่พูดมามันแทงใจดำ บีทจึงไม่ได้ตอบ เขาขยับตัวจะเดินออกจากห้องโดยไม่คิดจเอ่ยแม้คำลาด้วยซ้ำ

แผ่นฟ้าลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน เหมือนอดรนทนไม่ไหว เอ่ยถามไปด้วยน้ำเสียงคล้ายเยาะหยัน “จนป่านนี้แล้ว คุณยังคิดว่าพี่อิฐจะกลับมาง้อคุณอีกเหรอ?”

บีทชะงักเท้า เม้มปากแล้วกลืนก้อนน้ำลายที่จุกคออย่างยากลำบาก เขารู้ดีว่าตัวเองหวังมากเกินไป จนตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเขายังคงโง่งมคิดหวังเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีก

บีทยืนเงียบฟังถ้อยคำถากถางที่อีกฝ่ายสาดซัดเข้าหาโดยไม่สามารถหาคำใดมาโต้แย้ง

“ถ้าเขาคิดจะทำคงทำไปนานแล้ว... ผมจะบอกอะไรให้นะ ตอนนี้เขาไม่ได้ไปตามหาเด็กคนนั้นอย่างที่เราเข้าใจ แต่อยู่ที่คลินิกหมอว่านต่างหาก” ข่าวต่อมาทำให้บีทตาโต หมุนตัวกลับไปถามทันที

“คลินิก? เขาไปทำอะไรที่นั่น?”

“ผมก็ไม่รู้ จะว่าไม่สบายก็ไม่จำเป็นต้องพักรักษาตัวที่คลินิกสูติ-นรีเวชจริงไหม ไม่แน่นะ ตอนนี้เขาอาจจะกำลังหาวิธีมีลูกคนใหม่กับใครสักคนที่เราไม่รู้จักก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กคนนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นคุณ”

ดวงตาของบีทเบิกกว้าง แม้ว่าคำสันนิษฐานของแผ่นฟ้าจะเลื่อนลอยจนเขาไม่เชื่อทันทีก็ตาม แต่เรื่องที่อิฐอยู่ที่คลินิกก็น่าสงสัยจริงๆ

ใจหนึ่งก็สงสัย อีกใจก็เป็นห่วง ชายหนุ่มไม่อาจสลัดคำถามภายในใจตัวเองได้เลยว่าอิฐไปทำอะไรที่นั่น

ไม่ทันเอ่ยลาเจ้าของห้องเขาก็ผลุนผลันออกมาในทันที

ไม่ว่าอิฐจะอยู่ที่คลินิกเพราะป่วยไข้ก็ดีหรือด้วยเหตุผลอื่นก็ช่าง ยังไงวันนี้เขาต้องไปดูให้เห็นกับตา

++++++++++

เป็นอย่างที่แผ่นฟ้าบอกทุกคำ รถของอิฐจอดอยู่ด้านหลังคลินิกจริงๆ หลังจากคาดคั้นเอากับหมอว่านอยู่นานแล้วไม่ได้เรื่องอะไร บีทก็ตัดสินใจค้นคลินิกหมออย่างไม่มีทางเลือก ต่อให้ถูกห้ามเขาก็ไม่ฟังแล้ว

ในที่สุดเขาก็หาอิฐพบจนได้ สภาพคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้มีสายน้ำเกลือห้อยระโยงรยางค์ทำให้บีทค่อนข้างตกใจ รวมทั้งคนไข้ที่งีบกลางวันแล้วตื่นขึ้นมาเพราะเสียงประตูและเสียงหมอว่านร้องห้ามไม่ให้คนเข้ามาด้วย ดวงตาอิฐเบิกโพลงจ้องมายังแขกที่ไม่ได้รับเชิญสลับกับเพื่อนสนิทที่ส่งสายตาเหมือนจะขอโทษมาให้ อิฐคงไม่ดีใจนักหรอกที่อดีตคนรักมาเห็นตัวเองในสภาพนี้...แต่ในเมื่อบีทมาแล้วเขาจะทำอะไรได้ มีเพียงพยักพเยิดให้หมอว่านคล้ายจะบอกว่าไม่เป็นไร หมอว่านมีสีหน้าไม่ดีนักตอนที่ถอยหลังออกไปแล้วปิดประตูห้องลง

“คุณมาได้ยังไง” อิฐถามขึ้นมา คงเป็นคำพูดเดียวที่จะนึกออกเวลานี้แล้ว

                “คุณเป็นอะไร?” คำตอบกลับกลายเป็นคำถาม ระหว่างกวาดตามองอดีตคนรักบนเตียงคนไข้ด้วยแววตาไหวสั่น

                “ไม่ได้เป็น” อิฐตอบสั้นๆ

                “ถ้างั้น แล้วทำไมคุณถึงนอนแบ็บอย่างนี้ล่ะ?” บีทถามด้วยเสียงสั่นๆ

                “ผมผ่าตัดฝังมดลูกเทียม” อิฐตอบเสียงเบาคล้ายไม่อยากบอกแต่จำเป็นต้องบอก แต่คนฟังเหมือนจะช็อกยิ่งกว่าเมื่อได้รู้ความจริงเช่นนั้น

                “อะไรนะ!! ทำไมคุณต้อง...” บีทตะโกนอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“ผมก็แค่... อยากมีลูกมากก็เท่านั้น” อิฐตอบแล้วส่งยิ้มเศร้าๆ

“แต่คุณไม่จำเป็นต้องคลอดเองนี่!!”

“จำเป็นสิ ถ้าผมไม่ทำอย่างนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนมาแสดงความจริงใจให้แม็กเห็นแล้ว”

พอได้ยินคำตอบหน้าตาของคนฟังก็ดูไม่ได้แล้ว ราวกับได้รับฟังเรื่องที่สะเทือนใจอย่างหนัก ปกติแล้วเขาไม่ใช่คนร้องไห้เก่งก็ยังเจ็บหนึบที่เบ้าตาขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ กัดฟันถามด้วยเสียงที่พยายามระงับโทสะ

“เพื่อเด็กคนนั้น คุณยอมทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ”

                “ใช่ ผมยอม” คนบนเตียงยอมรับออกมาตามตรง

                “แล้วผมล่ะ? คุณเคยคิดจะทำแบบนี้เพื่อผมไหม?” ระหว่างที่เอ่ยถาม ปากคอก็สั่น ดวงตาคล้ายยจะพร่าเลือนขึ้นเรื่อยๆ

                “คุณไม่อยากมีลูกไม่ใช่เหรอ?”

                “ถ้าผมเปลี่ยนใจอยากมีล่ะ?” บีทไม่ตอบคำถามแต่ถามซ้ำ

                “คำตอบคงไม่สำคัญหรอก เพราะยังไงตอนนี้มันก็สายไปแล้ว”

+++++++++

                ตอนที่บีทเดินออกมาจากคลินิก แผ่นฟ้าจอดรถติดเครื่องเปิดแอร์อยู่ด้านหน้าสักพักแล้ว

                อันที่จริงแผ่นฟ้าไม่ได้ตั้งใจจะบอกบีทเรื่องของอิฐ ในเมื่อตัวเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอิฐมาทำอะไรที่นี่ แต่พอรู้สึกว่าบีทยังมีความคิดเพ้อเจ้อว่าอิฐจะกลับมาหาสติของเขาก็ขาดผึง ในใจคิดเพียงแค่จะหาคำพูดอะไรมาทำให้อีกฝ่ายตาสว่างสักทีก็เลยจงใจกุเรื่องขึ้นมา แต่ใครจะคิดเล่าว่าบีทจะใจร้อนบุกมาถึงนี่

                ชายหนุ่มได้แต่นั่งรออย่างกระวนกระวายใจเพราะไม่รู้ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป

                ถ้าอิฐป่วยเป็นโรคร้ายบางอย่าง กำลังจิตใจอ่อนแอ พอได้เจอคนรักเก่าที่มีจิตใจรักมั่นมาเยี่ยมด้วยความเป็นห่วง ทั้งคู่เกิดระลึกถึงวันเก่าๆ แล้วคืนดีกัน เขาจะทำยังไงดี อันที่จริงความสัมพันธ์ของบีทกับอิฐจะเป็นยังไงก็ไม่น่าเกี่ยวกับเขา เพียงแต่ไม่รู้ทำไมเขากลับไม่อยากให้มันเกิดขึ้น ให้เรื่องที่กุขึ้นมาเป็นจริงซะยังจะดีกว่า!

                ถึงจะคิดอย่างนั้นก็เถอะ แต่ตอนที่เห็นบีทเดินเหมือนคนไม่มีแรง มีสภาพเหมือนผีดิบตายซากเขาก็ผงะไปบ้างเหมือนกัน รีบเปิดประตูรถแล้วเดินเข้าไปหา

                “บีท... เกิดอะไรขึ้น?”

                เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมองเขา จริงอยู่บนใบหน้าซีดเซียวไม่มีน้ำตาหลงเหลืออยู่แล้ว แต่ดวงตาแดงก่ำ ขอบตาบวมแดงพอจะส่อว่าก่อนจะออกมาบีทคงร้องไห้อย่างหนัก

                ถูกแล้วละ บีทร้องไห้... แม้ว่าเขาจะพยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดความสามารถแต่ก็ไม่สำเร็จ

ใช่สิ ต้องเข้มแข็งขนาดไหนกันถึงทนรับความเจ็บปวดระดับนี้ได้ ในเมื่อเขาทุ่มเทความรักให้ผู้ชายคนเดียวมาตลอดสี่ปี ได้รับความรักและคำสัญญามากมาย บทจะทิ้งกันไป อีกฝ่ายก็ทำได้ง่ายดายขนาดนี้ มีแต่เขาที่แหละที่ยังตัดไม่ขาดเลยสักที ทำไมก็ไม่รู้

                “อย่ามายุ่ง!!” บีทตวาดอย่างมีโทสะ เดินผ่านคนถามอย่างไม่ใส่ใจ

                แผ่นฟ้าเร่งฝีเท้ามายืนขวางแล้วบอกด้วยเสียงจริงจัง

                “ไม่ยุ่งไม่ได้ คุณขับรถด้วยสภาพแบบนี้ไม่ได้หรอก มีหวังคว่ำพอดี”

                “ดีสิ! ตายไปซะเลยอาจจะดีก็ได้”

                “นี่!! ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลกนะ!! จะมาตายเพราะเรื่องแค่นี้เหรอ?” แผ่นฟ้าตะคอกใส่พลอยทำให้บีทผงะอึ้ง เรียกสติกลับมาได้บ้าง ริมฝีปากสั่นระริกคล้ายจะเถียงอะไรออกมาแต่แล้วก็เปลี่ยนใจไม่พูดออกไป

แผ่นฟ้าเห็นบีทไม่เถียงอะไรจึงพยายามลดเสียงให้นุ่มกว่าเก่า “มาเถอะ”

                บีทยอมเดินตามแผ่นฟ้าไปอย่างว่าง่าย เมื่อยัดบีทเข้าไปในรถได้สำเร็จเจ้าของรถก็โน้มตัวหยิบกล่องกระดาษทิชชู่ในรถส่งให้พลางแก้ตัว “โทษที ผมไม่พกผ้าเช็ดหน้า”

                บีทรับกล่องมาถือไว้ไม่ตอบอะไร แผ่นฟ้าจึงปิดประตูฝั่งซ้ายแล้วกลับไปประจำที่นั่งคนขับ

บีทนั่งเงียบ ดวงตาเลื่อนลอย แต่ดวงตาแห้งผากนั้น แดงเรื่อ

“อยากร้องก็ร้องมาเถอะน่า ไม่ต้องกลั้นไว้หรอก คนเราทุกคนเกิดมาก็แหกปากทั้งนั้น ไม่มีใครไม่เคยร้องไห้หรอก” แผ่นฟ้าโพล่งออกมาลอยๆ ก่อนที่รถเก๋งจะออกตัวอย่างนิ่มนวล

ทว่า... หลังจากนั้นก็มีเพียงความเงียบ บีทไม่อยากร้องไห้แล้ว

เพราะที่ผ่านมา... เขาร้องไห้มากพอแล้ว...

                บีทพอจะรู้หรอกว่าแผ่นฟ้าไม่ได้พาเขามาส่งที่คอนโด แต่ถึงจะพาออกนอกเส้นทางไปไหนเขาก็ไม่มีแก่จะทักถามเขาเอาแต่นั่งเงียบ ส่งสายตาที่มีอาการแสบเคืองนั่นมองไปนอกหน้าต่างเหม่อๆ จนกระทั่งรถหยุดลง

                สถานที่ที่รถจอดไม่ใช่สถานที่แปลกพิสดารอะไร เป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นขนาดกลางที่เขาเคยพักฟื้นอยู่ตอนขาหัก ถึงแม้สภาพจิตใจของเขาไม่ปกตินัก ทว่ายังพอฝืนยิ้มได้เมื่อเจอเจ้าสี่ล้อวิ่งเข้ามาทักทาย คงเพราะไม่เจอกันระยะหนึ่งมันจึงดีใจมากตะกุยตะกายใส่เขาไม่ยอมหยุด

                “โฟร์วิลด์ เบาๆ ได้ไหม?” แผ่นฟ้าร้องห้าม ทว่าบีทไม่ว่าอะไร เขาโน้มตัวลงกอดเจ้าขนปุยไว้แล้วลูบหัวมันเบาๆ เป็นเชิงปลอบให้มันสงบลงแทน

                “เขาว่ากันว่าหมาจะล่วงรู้อารมณ์ของคน บางทีมันอาจจะรู้ว่าคุณกำลังเศร้าเลยพยายามปลอบ” แผ่นฟ้าเอ่ยขึ้นมา

                “อ้อ...” บีทรับคำสั้นๆ โดยไม่มองคนพูด เขายังคงจับจ้องอยู่ที่หมาในอ้อมแขนแล้วพูดกับว่า “ขอบใจนะ แต่น่าเสียดายที่งานนี้อาจจะยากสักหน่อย”

                คำตอบนั้นแม้จะบอกกับสุนัข แต่แผ่นฟ้ากลับรู้สึกว่าบีทพยายามจะบอกเจ้าของด้วยอีกคน ต่อให้เขาพยายามเพียงไร แต่การลดทอนความรู้สึกเศร้าเสียใจของอีกฝ่ายยอมไม่ใช่เรื่องง่าย

                “เวลาเป็นยาดี วันเดียวอาจจะทำไม่สำเร็จ แต่ต่อไปก็ไม่แน่ ถ้าคุณไม่รังเกียจ ผมยกโฟร์วิลด์ให้คุณเลี้ยงดีไหม”

                บีทเงยหน้ามองเขา ดวงตาเผยความแปลกใจอย่างไม่บิดบัง

                “แทนที่มันจะปลอบผม ผมอาจจะต้องเป็นฝ่ายปลอบโยนมันที่ถูกเจ้านายทิ้งก็ได้”

                “ผมจะไปเยี่ยมบ่อยๆ” แผ่นฟ้าตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน ไม่ได้อธิบายว่าไปเยี่ยมหมาหรือคน...

                “คอนโดเล็กๆ จะไปเลี้ยงหมาตัวโตอย่างนี้ได้ยังไง ให้ผมย้ายมานี่ยังจะง่ายกว่า”       

“งั้น...ก็มาสิ” แผ่นฟ้ารีบตอบอย่างกระตือรือร้น กระแสเสียงแสดงความยินดีอย่างเปิดเผย จนบีทขมวดคิ้วที่อีกฝ่ายหยิบเอาคำพูดที่เขาแค่พูดไปโดยไม่ได้คิดจริงจังมาเป้นประเด็น เล่นใหญ่ขนาดนี้!

บีทจ้องหน้าเขานิ่งนาน  ระหว่างที่กำลังหวาดระแวงว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์ใดกันแน่จึงพยายามตีสนิทกับเขา ทำดีกับเขาขนาดนี้  จึงเปรยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “คุณใจดีกับผมมากไปแล้ว”

“ถือว่าชดเชยที่คนอื่นร้ายกับคุณไง” คำตอบที่ได้คล้ายกำลังประจบเอาใจ จนคนฟังยิ่งหนักใจกว่าเก่า

“นี่... อย่ามัวแต่อ้อมค้อมเลย บอกมาตามตรงดีกว่าคุณมีแผนการอะไรอยู่กันแน่” บีทพูดออกมาตรงๆ จ้องมองเขาด้วยสายตาจับผิด

“คุณมองโลกในแง่ร้ายเกินไปแล้ว” แผ่นฟ้าประท้วง

“ถ้าคุณมาเป็นผมตอนนี้คงมองโลกในแง่ดีไม่ออกหรอก”

คนฟังสะอึก พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ทอดถอนใจยืดยาว

เขาควรตอบอะไรดีล่ะ  ถ้าบอกว่าสงสารคงทำให้บีทอารมณ์เสีย จะบอกว่าเป็นห่วง อีกฝ่ายก็คงไม่เชื่ออยู่ดี

ใบหน้าแสดงความกลัดกลุ้มของชายหนุ่มทำให้บีทผ่อนคลายลง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเอ่ยเรียก

                “นี่แผ่นฟ้า”

                “หือ”

                “ยังจำเรื่องที่คุณอาสาจะช่วยผมได้ไหม”

                “ฮะ...” แผ่นฟ้าส่งเสียงสูง ดวงตาเบิกกว้างกะทันหัน เมื่อบีทพูดจบสมองเขากระหวัดไปถึงเรื่องที่คุยกันในร้านปิ้งย่าง เรื่องที่เคยอาสาจะแทนที่พี่อิฐ จู่ๆ หัวใจก็กระหน่ำรัวขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ แต่เพราะคำพูดนั้นทั้งสั้นและค่อนข้างคลุมเครือ แผ่นฟ้าจึงไม่ได้ปักใจว่าเป็นเรื่องนั้นเสียทีเดียว จึงพยายามใคร่ครวญว่าเคยอาสาทำอะไรอย่างอื่นอีกหรือไม่

ระหว่างที่ยังสายตามีความลังเลครุ่นคิดอยู่นั้น อีกฝ่ายก็พูดต่อ 

                “ถ้าผมตอบตกลงตอนนี้ จะยังทันอยู่ไหม?”


+++++++++++++++


ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
โอกาสมาแล้วต้องรีบคว้านะแผ่นฟ้า

ออฟไลน์ ๛ナーリバス๛

  • ~~~๛NaaribuS๛~~~ ~ [TBL-081-588]
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1500
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +898/-26
    • NaaribuSS
เจ้าเล่ห์แสนรัก

-8-



“แน่นอนอยู่แล้ว” แผ่นฟ้าตอบกลับไปทันทีราวกับไม่ทันได้คิด แต่อันที่จริงเขาคิดดีแล้วต่างหาก

เขาค่อนข้างมั่นใจว่าน่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน หรือต่อให้ไม่ใช่ แต่หากเป็นเรื่องที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงเขาก็คงยินดีทำอยู่ดี

สายตาของบีทแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ไว้ใจแผ่นฟ้า ชายหนุ่มไม่รู้สึกผิดหวังอะไร เพราะตัวเขาเองก็เปลี่ยนไปมากจริงๆ

ก่อนหน้านี้เขาไม่ค่อยชอบบีท เพราะอีกฝ่ายดูหยิ่งและเอาแต่ใจ เขามองภาพพี่ชายเอาอกเอาใจฝ่ายนั้นจนชินตา บางครั้งสงสัยว่าพี่ชายไม่เหนื่อยบ้างหรือไง แต่ครั้นมาเทียบกับตัวเองเวลาตามจีบใครสักคนหนึ่งก็เข้าใจว่า คนกำลังรัก กำลังหลงก็เป็นอย่างนี้แหละ แรกๆ ก็เอาอกเอาใจ ตามใจมากเป็นธรรมดา แต่สักวันก็มีวันจืดจาง เบื่อกันไปเอง จากนั้นก็มีคนใหม่...

                เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ความคิดของเขาก็เปลี่ยนแปลงไป จากที่เคยควงผู้หญิงมากหน้าหลายตาก็เริ่มเพลาลง กลายเป็นความเบื่อหน่าย เขาหันไปมองพี่ชายที่คบกับผู้ชายคนเดิมมาสามปีแล้วก็ยังรักกันดีอย่างริษยา

เขาก็อยากจะคบกับใครสักคน รักกันยาวนานอย่างนั้นบ้าง แต่ผิดที่เขาเป็นขี้รำคาญ เวลาเจอผู้หญิงมาวุ่นวายซักไซ้เรื่องส่วนตัวมากเกินไปก็พลอยหงุดหงิด อีกทั้งเป็นคนขี้ระแวงและช่างสังเกต ถ้าหากถูกนอกใจก็จะจับได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเขาก็เลยคบกับใครไม่ยืดสักที สุดท้ายแล้วเขาจึงกลายเป็นคนอาภัพรักไปโดยปริยาย ผิดกับพี่ชายคนดีที่มีพร้อมไปหมดทั้งทรัพย์ศฤงคารและความรักหวานชื่น...

                เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกับอิฐแท้ๆ ความจริงควรจะรักใคร่สนิทสนมกันตามประสาญาติ แต่น่าเสียดายที่มารดาเสียไปตั้งแต่ยังเด็ก บิดาเห็นว่าทรัพย์สินที่เหลือไว้ก็ไม่ใช่น้อยจึงใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายไม่หยุด ผ่านไปไม่กี่ปีก็เป็นหนี้ก้อนใหญ่ สุดท้ายแม้แต่เรือนหอก็เกือบหลุดจำนอง ตอนนั้นคุณลุงสงสารเขาเพราะอย่างน้อยก็เป็นลูกชายคนเดียวของน้องสาวที่เสียไป จึงช่วยไถ่ไว้ให้แล้วโอนเป็นชื่อของเขาจึงเหลืออยู่ แต่ก็เอ่ยปากว่าจะไม่ช่วยเหลืออะไรคุณพ่อซ้ำอีก แทนที่จะซาบซึ้งกลับทำให้คุณพ่อไม่พอใจ หลังจากนั้นพวกเขาจึงห่างเหินกับครอบครัวของลุงป้าไปหลายปี จนกระทั่งเขาเรียนจบคุณลุงจึงบอกให้เขามาทำงานที่บริษัทพร้อมทั้งโอนหุ้นในส่วนที่ควรจะเป็นของแม่มาให้ แต่ท่านคงไม่คิดหรอกว่าพอท่านเสียไป เขาจะกลายเป็นคนเนรคุณที่ทำได้ทุกวิธีเพื่อยึดตำแหน่งประธานบริษัทที่ท่านก่อตั้งมาอย่างนี้...

                อันที่จริงเขาก็แค่อิจฉา อยากจะเอาชนะพี่ชายตัวเองให้ได้เท่านั้นเอง ใครจะคิดว่าสุดท้ายเรื่องราวกลับเลวร้ายได้ถึงขนาดนี้ แต่ต่อให้นึกเสียใจตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร เด็กก็ตายไปแล้ว คนก็หนีไปแล้ว ต่อให้เขาปฎิเสธไม่รับตำแหน่งนั่นเพื่อไถ่บาปก็สายไปแล้วอยู่ดี

สิ่งที่เขาพอจะแก้ไขได้คงเหลือแค่บีทนี่แหละ...

ตอนแรกเขาอาจจะเคืองใจอยู่บ้างที่บีทยังคงเจ้าคิดเจ้าแค้นไม่เลิก แต่พอนึกดูดีๆ ตัวเองก็มีส่วนผิด ถ้าไม่สอดรู้สอดเห็นเอาเรื่องพี่อิฐไปฟ้องเขา ไม่ชักชวนเขามาเป็นพวกด้วยเรื่องแก้แค้น เรื่องราวอาจจะไม่ลุกลามใหญ่โต ถึงบีทจะร้ายกาจไม่ใช่ย่อยก็เถอะ แต่ช่วยไม่ได้นี่ เพราะอิฐก็ผิดที่นอกใจก่อน คงเพราะช่วงหลังๆ แผ่นฟ้าใกล้ชิดกับบีทกว่าเก่ามาก ได้เห็นความเจ็บปวดและความรักมั่นคงของเขา ชายหนุ่มจึงเผลอเข้าข้างอย่างไม่รู้ตัว สุดท้ายแล้วอคติที่เคยมีก็กลายเป็นความเห็นอกเห็นใจไปจนได้...

เขาเพียงแค่ชะล่าใจปล่อยให้ความสงสารครอบงำเพียงไม่นาน ไม่คิดว่าผลของมันจะร้ายแรงเพียงนี้

จาก “ไม่รู้จัก” กลายเป็น “คุ้นเคย”

จาก “เฉยชา” กลายเป็น “ห่วงใย”

จาก “นึกถึง” กลายเป็น “คิดถึง”

                กว่าจะรู้สึกตัวเขาก็ปล่อยให้อีกฝ่ายเข้ามามีอิทธิพลจนกลับตัวไม่ทันเสียแล้ว

                แต่ในขณะที่เขาเปลี่ยนไปขนาดนี้ อีกฝ่ายกลับไม่เปลี่ยนไปเลย... แผ่นฟ้าไม่รู้ว่าควรสงสารบีทหรือสงสารตัวเองดี

                เอาเถอะ เขาคงไม่ถึงกับหวังว่าบีทจะเลิกรักอิฐได้ภายในวันสองวัน แต่อย่างน้อยแค่พอทำใจให้หายเศร้าได้บ้างเขาก็ดีใจแล้ว ดังนั้นไม่ว่าอีกฝ่ายจะร้องขออะไร เขาก็คิดว่า... สามารถทำให้ได้ทั้งนั้น

                จะว่าไปแล้วแนวคิดสุดโต่งขนาดนั้น... อย่าว่าแต่บีทจะไม่เชื่อ เขาเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันแหละ!

                ไม่ทันตอบอะไรออกมาจู่ๆ บีทก็ยืดตัวขึ้นเต็มความสูงที่ไม่มากไม่น้อยไปกว่ากันนัก ดวงตาคู่สวยที่เบิกกว้างเมื่อครู่กลับเป็นปกติแล้ว มุมปากเหยียดยกขึ้นเล็กน้อยไม่ถึงกับยิ้มแต่ก็อ่อนโยนลง เขากระตุกสายจูงในมือพาโฟร์วิลด์เข้าบ้าน โดยไม่ต้องรอให้เจ้าของบ้านเชื้อเชิญเลย

                แผ่นฟ้าหมุนตัวมองตามเขาไป พร้อมกับคิ้วที่ขมวดเล็กน้อย อย่าว่าแต่บีทไม่เข้าใจเขา ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจบีทเหมือนกันว่าคิดอะไรอยู่กันแน่

                แผ่นฟ้าอู้งานอยู่บ้านทั้งวัน เพราะอยากอยู่เป็นเพื่อนบีทที่ไม่ได้ทำอะไรนอกจากเล่นกับหมา พวกเขาไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก แต่ชายหนุ่มก็โมเมไปเองว่าบีทคงจะอยู่กินข้าวเย็นด้วยจึงสั่งให้เด็กรับใช้จัดเตรียมกับข้าวไว้หลายอย่าง

                หลังกินข้าวเย็นไปได้ไม่มาก บีทก็รวบช้อนเสียงดัง ทำให้คนร่วมโต๊ะเหลือบตาไปมอง พลางคิดไปว่าคงถึงเวลาที่บีทจะงอแงให้เขาไปส่งบ้านแล้ว ทว่าผิดคาด

                “ผมจะไปอาบน้ำนะ ถ้าอิ่มแล้วก็ตามเข้าไปแล้วกัน” เขาบอกเรียบๆ แล้วลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะ

                แผ่นฟ้าเอี้ยวคอมองตามอย่างงุนงง บีทไม่ได้ขอให้เขาไปส่งทั้งๆ ที่เย็นป่านนี้แสดงว่าตั้งใจจะค้าง... แถมยัง...

                อาบน้ำ? ตามไป?

                หัวสมองพลันคิดถึงเรื่องใต้สะดือขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่แต่แล้วก็เตือนตัวเองให้สงบจิตใจลง

อันที่จริงเขาควรจะกินได้มากกว่านี้แต่เพราะความอยากรู้อยากเห็นทำให้รวบช้อนแล้วลุกขึ้นตามไปทันทีเช่นกัน

                เขาเปิดประตูห้องที่บีทเคยมาพัก ซึ่งไม่ได้ล็อกไว้ ด้านในไม่มีใครอยู่ มีเพียงเสียงน้ำฝักบัวเบาๆ ดังมาจากห้องน้ำส่วนตัว ข้าวของเครื่องใช้ยังคงอยู่เหมือนเดิม เพราะตอนที่อีกฝ่ายย้ายออกไปไม่ได้นำอะไรออกไปด้วย เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นของที่เขาซื้อให้ หรือไม่ก็เป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อยไม่มีราคาค่างวดอะไร ชายหนุ่มนั่งลงบนเตียงนุ่มพักใหญ่อีกฝ่ายก็ไม่ออกมาเสียที เขาจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็ควรอาบน้ำเหมือนกัน จึงกลับห้องตัวเอง ตอนที่เขาอาบน้ำเสร็จ และย้อนกลับมาอีก เป็นช่วงที่บีทเดินมาจากห้องน้ำพอดี

                สายตากระทบลงบนร่างผอมที่ยกผ้าขนหนูเช็ดผมเปียกปอนระต้นคอ ร่างกายมีเพียงผ้าขนหนูผืนหนึ่งปกปิดท่อนล่าง เปิดเผยผิวกายเนียนละเอียดงดงามอย่างคนชอบดูแลตัวเอง บีทไม่ใช่ผู้ชายตัวเล็กน่าทะนุถนอม เขาค่อนข้างสูงจนห่างไกลคำว่าน่ารัก แต่ก็ไม่ผอมบางจนเกินไปแม้ไมได้ฟิตหุ่นจนมีลอนกล้ามสวยงาม ทว่าก็ไม่มีไขมันส่วนเกินให้เห็น 

                บีทแสร้งทำเป็นไม่เห็นสายตาที่กวาดมองตัวเองอย่างละเอียด เขาไม่ใช่ไม่เคยเปลือยกายต่อหน้าคนอื่นเสียเมื่อไร สายตาที่จาบจ้วงหยาบโลนกว่านี้ก็เคยเจอมาแล้ว นับประสาอะไรกับสายตาอยากรู้อยากเห็นติดประหม่าแบบนี้

                “อาบน้ำมาแล้วเหรอ” บีทเดินเข้าไปใกล้เอ่ยถามเหมือนผู้ใหญ่ถามเด็ก

                “ที่จริงผมมาที่นี่ก่อนแต่คุณไม่ออกมาเสียทีเลยเปลี่ยนใจขึ้นไปอาบน้ำ” แผ่นฟ้าตอบตามตรง ไม่ได้ตั้งใจต่อว่าที่อีกฝ่ายอาบน้ำนานเลยสักนิดแต่อีกฝ่ายกลับเข้าใจผิด น้ำเสียงที่ตอบจึงเจือหงุดหงิดเล็กน้อย

                “ผมก็มีเรื่องที่จำเป็นต้องทำนี่นา” 

                “ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” แผ่นฟ้าตอบกลับยิ้มๆ ไม่ถือสา

                “อืม... งั้นก็ปิดไฟเถอะ” บีทยังคงหรุบตาลงมองพื้นห้อง เอ่ยแผ่วเบา

                “ปิดทำไม?”

                “รู้แล้วยังจะถามอีก”

                “เอ้า... ถ้ารู้ผมจะถามทำไม”

                “ก็คุณไม่ใช่เหรอไง ที่อาสาจะเป็นคนช่วยให้ผมลืมพี่ชาย ต่อให้คำพูดนั้นมันจะผ่านมาตั้งนานแล้ว แต่เมื่อกี้ผมก็ถามคุณซ้ำแล้วนี่นา แล้วคุณก็ตกลงแล้วด้วย... หรือว่าจะเปลี่ยนใจ?”

                แผ่นฟ้าคลี่ยิ้มออกมาพลางส่ายหน้า ใช่ว่าเขาจะโง่ไม่เข้าใจ แต่เขาแค่อยากขอคำยืนยันอย่างชัดเจนสักครั้งเท่านั้นแหละ เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องใหญ่ จะทำอะไรก็ควรเป็นขั้นเป็นตอน ละเอียดรอบคอบหน่อยสิ!

                “คุณคิดว่าดีแล้วใช่ไหมที่ทำแบบนี้?”

                “อาจจะไม่ แต่ก็เป็นวิธีเดียวที่คิดออกตอนนี้” บีทตอบโดยไม่มองหน้าเขา แม้ใบหน้าไม่แสดงความรู้สึกแต่กระแสเสียงก็เจือหม่นหมองอยู่ดี

                “งั้นก็ไม่ต้องปิดไฟหรอก ผมอยากเปิดโลกทัศน์” แผ่นฟ้าตอบ รอยยิ้มบางๆ แต่ดวงตากับร้อนแรงดังไฟ

                บีทไม่เห็นแววตาพวกนั้นเอาแต่คิดในใจว่า สำหรับคนที่คบแต่กับผู้หญิงมาตลอด ร่างกายของผู้ชายมันจะมีอะไรน่าดู แต่ก็ไม่อยากสาธยายเยิ่นเย้อจึงพูดออกมาตรงๆ ว่า

                “แล้วผมจะทำยังไง ถ้าคุณเกิดไม่สู้ขึ้นมากลางคัน”

                “นั่นมันเป็นปัญหาของคุณ...” แผ่นฟ้าตอบด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ แต่ทำให้คนตรงหน้าขึงตาใส่ “ผมรู้น่าว่าคุณมีวิธีแน่… ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณจะอยากปิดไฟเพราะจะได้จินตนาการถึงคนอื่นได้ถนัด”

                “นั่นมันก็เป็นเรื่องของผมนะ!”

                “ไม่เอาน่า คุณไม่ควรทำเรื่องเสียมารยาทอย่างนั้น” แผ่นฟ้าเตือนด้วยเสียงทุ้มพร่า ปลายนิ้วไล้ต้นคอบีทเบาๆ อย่างหยอกเย้า สัมผัสเปียกลื่นทำให้เขาเอ่ยต่อว่า “ผมคุณเปียก... ผมจะไปเอาไดร์ที่ห้องมาให้”

                ไม่ต้องรอคำอนุญาต ฝ่ายนั้นก็ผละออกไปแล้ว

                บีทถอนใจออกมาเฮือกหนึ่ง แล้วก้าวขาอย่างอ่อนแรงลงไปนั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งพลางทบทวนรอบที่ล้าน

คุ้มแล้วหรือที่เขาจะเสี่ยงแบบนี้ เขาจะมั่นใจได้อย่างไรว่าแผ่นฟ้าไม่ได้มีแผนการใดซุกซ่อนอยู่ ฝ่ายนั้นเจ้าเล่ห์แสนกลกลับกลอก ไม่น่าไว้ใจแต่แรกอยู่แล้ว  เดิมทีเมื่อได้ทุกอย่างตามต้องการ พวกเขาสองคนก็ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกันอีก แต่แผ่นฟ้าก็ยังตอแยเขาไม่ปล่อย ทำตัวเป็นคนดียื่นมือเข้าช่วยเขาหลายต่อหลายครั้ง ราวกับกำลังขุดหลุมหลอกล่อให้เขาตกลงไปในกับดัก เขาทั้งสับสนทั้งหวาดระแวง แต่สุดท้ายก็หลงเดินเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำอีก จนในที่สุดก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะหลับหูหลับตาทำเป็นมองไม่เห็น แผ่นฟ้าต้องการอะไรก็ช่างเขา เขารู้ว่าเขาต้องการอะไรก็เพียงพอ

ในเมื่อเขาตัดใจจากอิฐเองไม่ได้เขาก็ต้องให้คนอื่นมาทำแทน ซึ่งต้องเป็นแผ่นฟ้าคนเดียวเท่านั้น... เพราะต่อให้มีความสัมพันธ์กับผู้ชายทั้งโลกจะมีประโยชน์อะไร คนก็เลิกไปแล้ว เขาจะมีคนอื่นก็ไม่ผิด ก็คงหวังลมๆ แล้งๆ ว่าจะมีโอกาสกลับมาได้อยู่ดี ยกเว้นแต่กับคนที่เกี่ยวพันธ์กันทางสายเลือด ต่อให้ไม่ได้คลานออกมาจากท้องแม่เดียวกันแต่ก็ถือว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ขอแค่เขากัดฟันทนมีอะไรกับแผ่นฟ้าแค่สักครั้ง เรื่องของเขากับอิฐ... ถึงไม่ตัดก็ขาดอยู่ดี

                เสียงประตูเปิดออกแปลว่าแผ่นฟ้ากลับมาแล้ว บีทไม่ได้หันไปมอง แต่ถึงอย่างไรฝ่ายนั้นก็เดินมาหาเขาอยู่ดี ทำให้สองฝ่ายเผลอสบตากันผ่านกระจก ไม่มีคำพูดใดอีก แผ่นฟ้าแค่ลงมือไดร์ผมให้บีทเงียบๆ ทำเอาเขารู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ จำเป็นที่แผ่นฟ้าต้องเอาอกเอาใจเขาถึงขนาดนี้หรือไง แต่ไม่ใช่เขาจะไม่ชอบถูกเอาใจดังนั้นจึงไม่ได้ทักท้วงออกมาปล่อยให้ลมร้อนๆ เป่าผมตัวเองจนแห้งอย่างช้าๆ

                เพียงไม่นานเสียงลมก็หยุดลง แผ่นฟ้าถอดปลั๊กออกพันเก็บอย่างไม่รีบร้อน ทั้งสองฝ่ายคล้ายมีบรรยากาศอึดอัดเข้ามาแทนที่ ไม่รู้จะพูดหรือเริ่มทำอะไรก่อนดี... จนในที่สุดบีทก็เป็นฝ่ายลุกขึ้นเดินไปที่เตียงแล้วถามซ้ำอีกครั้ง

                “จะไม่ปิดไฟจริงเหรอ?”

                “หรือว่าคุณอาย?” แทนคำตอบตรงๆ แผ่นฟ้ากลับส่งคำถามเย้าแหย่

                บีทชะงักเท้าเมื่อเดินมาถึงปลายเตียงไม่ตอบคำถามนั้นตรงๆ เช่นกัน เขาหมุนตัวกลับมาประจันหน้าคนถามด้วยสีหน้านิ่งเฉย ขยับมือนิดเดียวปมผ้าขนหนูที่ผูกไว้ก็คลายออก เลื่อนหลุดลงมากองที่ปลายเท้า...

                ดวงตาคนมองคล้ายจะโตขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจแต่ก็เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยระหว่างที่สืบเท้าเข้าไปหา พลางเกี่ยวเอวอีกฝ่ายเข้ามาปะทะตัวคล้ายจะคุกคาม คนที่ยืนอยู่ไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้ จึงเงยหน้าจ้องเขาตัวแข็งทื่อ แต่ก็ไม่ได้ออกแรงปัดป้อง

                “คุณทำให้ความอดทนของผมลดลงเยอะเลย...” แผ่นฟ้าเอ่ยพร้อมรอยยิ้มปริศนา บีทเผลอขมวดคิ้วนิดหนึ่งอย่างไม่เข้าใจ ทว่าไม่ทันคิดอะไรมากมายเขาก็ถูกอีกฝ่ายรั้งศีรษะเข้ามาจูบเสียแล้ว

จูบนั้นเป็นจูบที่ค่อนข้างดุดัน ราวกับพยายามจะดูดกลืนพลังชีวิตอีกฝ่ายออกไป เนิ่นนานกว่าจะปลดปล่อย บีทพยายามควบคุมสติตัวเองปรับลมหายใจไม่ให้อึดอัด ทั้งๆ ที่หัวใจพลอยเต้นแรงขึ้นอย่างหวาดหวั่น แน่นอนว่าเขาไม่ได้ไม่ประสากับเซ็กส์แต่ก็ไม่ใช่จะยินดีกับมันในทุกรูปแบบเสียหน่อย ไม่ใช่ทนรับมันในรูปแบบรุนแรงไม่ได้แต่ก็ไม่นิยมเซ็กส์แบบป่าเถื่อน ถ้าหากเป็นคนรักกันก็ยังพอวางใจได้ว่าจะไม่ถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจจนเกินพอดี แต่อีกฝ่ายเป็นใคร เขาวางใจได้แค่ไหนเล่า สภาวะอารมณ์จึงค่อนข้างเครียด ยิ่งมือบอนลูบไล้ก้นเขาอย่างจาบจ้วงด้วยแล้ว ใบหน้าเขาเริ่มบิดเบี้ยวอย่างฝืดฝืน

“รังเกียจเหรอ? อะไรกัน อีกหน่อยผมก็เข้าไปอยู่ในตัวคุณแล้วแท้ๆ” ฟังคำพูดหยาบโลนพวกนั้นสิ บีทหน้าแดงเหมือนจะระเบิดออกมาพลางตวาด

“หุบปากเน่าๆ ของคุณเถอะ ก่อนที่ผมจะทนไม่ไหว...”

“ทำไม... คุณจะเปลี่ยนใจเหรอ? ไม่ทันแล้วน่า” แผ่นฟ้าหัวเราะ เขาโน้มตัวลงอุ้มบีทขึ้นมาวางไว้บนเตียง “ให้ตายเถอะ คุณหนักชะมัดยาด”

“ใครใช้ให้คุณอุ้มเล่า!”

“เอาน่า... แค่ขึ้นเตียงเอง ไม่ได้อุ้มข้ามธรณีประตูซะหน่อย” เขาเบียดร่างเข้าหา โน้มหน้าเข้าไปตอบใกล้ๆ

บีทเหลือบตาขึ้นมองเห็นรอยยิ้มขี้เล่นติดอยู่ตลอดเวลาทำให้รู้สึกหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมอีกแต่ก็ขี้เกียจคิดคำโต้เถียง อีกฝ่ายเห็นแววตาหาเรื่องที่มองสบแล้วให้มันเขี้ยวจนต้องฉกปากเข้าหา บีทหลับตาอัตโนมัติทำให้ริมฝีปากนั้นกดลงบนเปลือกตาของเขาอย่างที่อีกฝ่ายตั้งใจ รอยจูบกระจัดกระจายไปตามขมับจนถึงเส้นผม แถมยังขบติ่งหูแล้วดึงเบาๆ เหมือนสุนัขขี้เล่น

มือที่ว่างเปะป่ายมาบนหน้าอกบาง แตะสะกิดยอดอกไปมาจนบีทหน้าแดงจัด อดตกใจตัวเองไม่ได้ที่รู้สึกตื่นเต้นมากกว่าปกติ นั่นคงเป็นเพราะเขาเริดร้างจากเรื่องพวกนี้ไปนาน อีกทั้งคู่นอนก็ยังเป็นคนที่เขาไม่เคยจินตนาการในเรื่องพวกนี้มาก่อนอีกต่างหาก ทำให้เขากระอักกระอ่วนไม่น้อยที่ต้องมาพลีกายให้อีกฝ่ายชำเราอย่างนี้

ในขณะที่ทอดกายนอนนิ่งนั้นเขากำลังถูกเล้าโลมอย่างเนิบนาบ ถูกกอดถูกจูบอย่างอ่อนหวานถูกสัมผัสตามส่วนที่อ่อนไหวต่ออารมณ์จนร่างกายปั่นป่วนไปหมดแล้ว แต่ก็ยังหยิ่งในศักดิ์ศรีมากเสียจนไม่ยอมปล่อยเสียงครวญครางออกมาให้อับอาย

“พอเถอะ เข้ามาเลยได้ไหม...”  เขาเริ่มทนไม่ไหวแล้วกับการเป็นของเล่นให้อีกฝ่ายเย้าหยอก เขาไม่ได้อยากมีเซ็กซ์เพื่อสนองความใคร่เสียหน่อย สู้ใส่เข้ามาแล้วทำให้เสร็จๆ ไปเลยซะยังจะดีกว่า

“คุณไม่มีความอดทนเสียเลย” แผ่นฟ้าตอบคล้ายไม่ใส่ใจ ปลายลิ้นยังไล้เลียซอกหูของอีกฝ่าย ควานมือฟอนเฟ้นไปทั่วร่างอย่างย่ามใจ “ผมพยายามจะทำให้คุณลืมใครคนนั้น ถ้าไม่ทำให้คุณรู้สึกดีแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร”

บีทฮึดฮัดขัดใจพูดอะไรไม่ออก จะหัวเราะก็ไม่ได้จะร้องไห้ก็ไม่ดี ดวงหน้าเหยเกทำเอาแผ่นฟ้ากลั้นหัวเราะแทบแย่แล้ว นี่เป็นประสบการณ์บนเตียงที่แปลกที่สุดที่เคยมี ปกติแล้วคนที่เขานอนด้วยควรจะยินยอมพร้อมใจ หรือหากเปลี่ยนใจก็พูดออกมาตรงๆ แต่นี่อะไร อีกฝ่ายทำหน้าเหมือนถูกบังคับให้มาแต่จนแล้วจนรอดกลับไม่ดิ้นรนขัดขืน มันยิ่งกระตุ้นอารมณ์เขามากกว่าปกติจนอยากจะดึงดันใส่เข้าไปเสียเดี๋ยวนี้

ความรู้สึกในใจประดังเข้ามาจนหูพร่าตาลาย ปลายนิ้วเริ่มซุกซนสำรวจในส่วนที่ปรารถนา กลับพบว่าไม่ได้ฝืดเคืองอย่างที่ควรเป็น... แน่นอนว่าย่อมต้องไม่ใช่ความนุ่มลื่นที่ธรรมชาติจะสร้างได้ในส่วนนั้นแต่เป็นโลชั่นที่บีทใช้แก้ขัด

“นี่เหรอธุระที่คุณต้องทำ?” คำถามมีแววฉงนสงสัยมากกว่าอยากทำให้อาย แต่คนถูกถามยังหน้าร้อนผ่าว เบนหน้าหนีสายตาของเขาในทันที ทำให้คนถามพึงพอใจกับปฏิกิริยาที่ได้รับจนอยากได้เพิ่มไปอีก “ถ้าคุณเตรียมพร้อมขนาดนี้แล้ว เข้าไปตอนนี้เลยก็ได้สิ?”

บีทเม้มปาก เขาโมโหอีกฝ่ายจนแทบบ้าที่ช่างสรรหาคำพูดมาทำให้เขาอับอายได้เรื่อยๆ กระนั้นก็ยังข่มอารมณ์ตอบรับไปส่งๆ

“อือ”

แผ่นฟ้ายิ้มรับ นับถือน้ำใจบีทเพิ่มขึ้นอีก แต่มีหรือที่เขาจะทำอย่างนั้น เขาไม่อยากทิ้งโอกาสสักวินาทีจะละลายหน้ากากน้ำแข็งนั้นออกหรอก โน้มหน้าลงไปดูดึงยอดอกสีหวานตรงหน้า ส่วนปลายนิ้วที่สอดค้างลงไปในความคับแน่นก็ค่อยๆ ขยับเข้าออก ทำเอาคนใต้ร่างสะท้านเยือก แทบจะหลุดเสียงครางออกมาอยู่รอมร่อ แต่แล้วก็ได้แต่กัดฟันปล่อยให้ฝ่ายนั้นควานนิ้วรุกรานส่วนลับจนอ่อนนุ่ม เขานอนเอาแขนก่ายหน้าปิดบังดวงตาที่ปวดหนึบ นิ่วหน้าจนคิ้วแทบผูกเป็นโบอยู่แล้ว อีกฝ่ายก็ยังไม่เลิกทรมานเขาเสียที

กว่าฝ่ายนั้นจะดึงนิ้วออกไปได้ ท่อนขาขาวก็เกร็งจนสั่นระริก บีทยกแขนออกผงกหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่ แล้วก็ถึงกับเบิกตาค้าง...

เดิมทีเขาคิดว่าแผ่นฟ้าไม่เคยมีประสบการณ์กับผู้ชายมาก่อนคงต้องตกประหม่า จดๆ จ้องๆ ลังเลจนเขาต้องเป็นฝ่ายรุกเองอย่างแน่นอน ต่อให้ไม่ได้ต้องการเซ็กส์ที่ดีที่สุดแต่ก็หวังว่าจะไม่ห่วยจนเกินไป จึงใช้เวลาในห้องน้ำเตรียมช่องทางไว้เผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน ใครจะไปคิดว่านอกจากเขาไม่ต้องลงไม้ลงมือปลุกปั่นเจ้าหนอนชาเขียวให้เติบใหญ่เป็นมังกรแล้วจึงขึ้นคร่อมโยกเอวเอง กลับถูกฝ่ายนั้นจัดการจนอยู่หมัด มิหนำซ้ำฝ่ายนั้นยังเตรียมพร้อมถึงขนาดพกถุงยางมาเองอีกต่างหาก...

เขาจ้องฝ่ายนั้นจัดการสวมเกราะนิรภัยให้ท่อนเนื้อที่แข็งขึงขึ้นมาอย่างตกตะลึง หัวใจเต้นโครมครามเมื่อถูกจ่อความโอฬารบดเบียดผนังถ้ำ ดวงตาคล้ายถูกฝุ่นผงมากมายพุ่งเข้าหา พลอยแสบร้าวจนหยาดน้ำพราวปริ่ม

“ไม่ต้องกลัว ผมไม่ทำคุณเจ็บแน่” แผ่นฟ้าปลอบประโลมอย่างอ่อนโยนพลางจับนิ้วมือเรียวยาวขึ้นมาจูบทีละนิ้วอย่างรักใคร่แล้วเสือกกายเข้าหาทีละนิดอย่างใจเย็น ทว่าผนังอกของบีทกลับต้องรับแรงกระแทกที่หนักหน่วงกว่าเก่า

ใครว่าเขากลัวเจ็บกัน เขาแค่ยังรู้สึกอาลัยอาวรณ์กับความหลัง เพียงคิดว่าจะไม่มีทางหวนกลับไปสู่อดีตที่ทั้งเจ็บปวดและหวานชื่นของสี่ปีที่แล้ว ร่างกายก็ชาหนึบไปทุกส่วน ส่วนล่างที่ถูกสิ่งแปลกปลอมดุนดันเข้ามายังไม่เจ็บทรมานเท่าดวงตาที่แสบร้อน น้ำตาพลอยท่วมท้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

แต่จนป่านนี้แล้วจะเสียดายไปทำไม... อิฐก็พูดเองแท้ๆ ว่ามัน “สายไปแล้ว”

เขาหลับตาลงขับไล่สายน้ำให้ไหลลงมาที่หางตา ทว่ากลับขยับท่อนขาให้อ้ากว้างกว่าเดิมอีกนิดเพื่อรองรับความดุดันที่เคลื่อนไหว

แต่ไหนแต่ไรเขาก็ใจเด็ดอย่างนี้มาตลอด อีกสักครั้งจะเป็นอะไร...

ต่อให้นึกเสียใจมากแค่ไหน แต่ในเมื่อตัดสินใจลงไปแล้ว... เขาก็จะไม่เปลี่ยนใจทีหลัง...

++++++++++



หลังจากดราม่ามาหลายตอนทั้งๆ ที่บอกเองแท้ๆ ว่าเรื่องนี้ไม่ดราม่า... แต่ก็หนีนิสัยเสียตัวเองไม่พ้น แต่ต่อไปคงลดลงฮวบฮาบ เพราะแผ่นฟ้าเริ่มชอบบีทแล้วและเขาก็ไม่ชอบหลอกตัวเองซะด้วย ส่วนบีทเองก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะตัดอิฐแล้ว แม้วิธีการของนางจะเลือดเย็นไปหน่อย แต่เราก็ชอบบีทที่เป็นแบบนี้นะ 

                บีทเป็นพวกหัวรุนแรง ใจเด็ดมาแต่ไหนแต่ไร สิ่งที่ทำร้ายคนอื่นแต่ละอย่างก็ทำได้โดยไม่รู้สึกผิด บทจะจัดการกับตัวเองก็ใจแข็งได้จนวินาทีสุดท้าย แต่แบบนี้แหละถึงจะสมกับเป็นบีท

จะว่าไป บีทแทบไม่ได้แสดงฝีมือเคะที่จัดจ้านอย่างที่เคยคิดไว้ นั่นเป็นเพราะแผ่นฟ้าเริ่มชอบบีทแล้วเลยไม่มีอาการมะเขือเผาให้ต้องลงทุนขนาดนั้น 555  สุดท้ายนิก็ชอบให้เมะเก่งเรื่องอย่างว่าอยู่ดี 555+

ปล. เรื่องนี้ถึงแม้บีทจะเป็นนายเอก แต่นิคงไม่ได้เขียนให้บีทดีเด่อะไรมาก (เหมือนตอนเขียนแม็ก แม็กก็ไม่ได้เป็นคนดี นางแค่น่าสงสาร)  แค่อยากให้มองในมุมคนที่สูญเสีย โดยจะยังเก็บคาแร็กเตอร์ หยิ่งๆ ร้ายๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ ยังมีฉากที่เห็นบีทเป็นนางร้ายอีกหลายฉาก... แต่ต่อไปนางจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นบ้างหรือเปล่าก็ต้องรออ่านเช่นกัน ♥



++++++++++++

อ่านจบแล้วคอมเม้นท์ด้วยนะคะ ♥

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ aukuzt

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 107
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
ค้างมากมาย  :katai1: บีทหักดิบมากคะน้อง  อย่าใจแข็งนานนะน้องบีท รอตอนต่อไปคะ

ออฟไลน์ ijuney

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
สนุกมาก รีบมาต่อนะคะ

ออฟไลน์ ♀♥♀DearigA♂♥♂

  • ♥kacha♥
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 227
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0

ออฟไลน์ ๛ナーリバス๛

  • ~~~๛NaaribuS๛~~~ ~ [TBL-081-588]
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1500
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +898/-26
    • NaaribuSS
เจ้าเล่ห์แสนรัก

-9-

            บีทตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ภายใต้อ้อมแขนที่โอบกอดไว้ หลุดยิ้มไร้สาระออกมาเมื่อคิดว่าอ้อมกอดของใครคนนั้นยังคงอุ่นเสมอ เขาคว้าแขนนั้นมากอดไว้แล้วหลับตาลงอีก  ก่อนจะฉุกใจขึ้นได้ว่าความคิดนั้นช่างเพ้อเจ้อ!

             ใช้เวลาเรียบเรียงเรื่องราวแค่ชั่วครู่เท่านั้นก็จำได้ว่า... อ้อมกอดนี้เป็นของแผ่นฟ้าต่างหาก

               เมื่อคืนเขาตัดสินใจตัดขาดกับอิฐแล้ว โดยใช้แผ่นฟ้าเป็นเครื่องมือ ถึงจะดูเสียศักดิ์ศรีไปบ้างที่เป็นฝ่ายเชิญชวนก่อน แต่ทำไงได้เขาไม่มีทางเลือกนี่นา เอาเถอะ... อย่างน้อยเขาก็โชคดีอยู่บ้าง... ถึงแม้หน้าตาแผ่นฟ้าอาจจะไม่คมคายเท่าพี่ชายแต่ก็จัดว่าเป็นผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง ไม่ใช่คนขี้เหร่อ้วนฉุ เขาเลยไม่ต้องผะอืดผะอมมากนัก แผ่นฟ้าเสียอีกที่ควรจะลำบากใจมากกว่า... แต่ก็ผิดคาด

             บีทไม่เข้าใจว่าทำไมแผ่นฟ้าจึงตอบตกลงเขาง่ายๆ ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ได้ชอบผู้ชายเสียหน่อย เมื่อคืนนี้นอกจากแผ่นฟ้าจะตอบรับคำขอของเขาอย่างง่ายดาย ในระหว่างที่ทำเรื่องอย่างว่าก็ไม่มีทีท่าลังเลหรือรังเกียจ บีทเสียอีกที่จมอยู่ในความโศกเศร้าจนแทบจะไร้ความรู้สึก แต่นั่นก็แค่ตอนแรกเท่านั้นแหละ ร่างกายที่น่าสมเพชแถมยังร้างราเรื่องอย่างว่ามาพักใหญ่ พอถูกไฟราคาคะครอบงำก็ละลายเป็นขี้ผึ้ง เขาถูกพลิกคว่ำพลิกหงายเพื่อใช้ระบายความใคร่อยู่ครึ่งค่อนคืน ตื่นขึ้นมาทั้งอ่อนเพลียทั้งปวดเมื่อยไปหมด ส่วนตัวต้นเหตุแทนที่จะกลับห้องไปกลับปักหลักค้างคืนที่นี่...

เขาพลิกกายกลับไปหาคนที่นอนอยู่ข้างกัน ฝ่ายนั้นยังคงหลับสนิท ปล่อยให้เขาใช้สายตาพิจารณาอย่างละเอียด

             แผ่นฟ้าแทบไม่มีอะไรเหมือนอิฐ ฝ่ายนั้นเป็นผู้ใหญ่ ขี้เก๊กชอบวางมาดเคร่งขรึม ผิดกับน้องชายที่ดูรักสนุก คำพูดคำจาโผงผาง ผิวพรรณก็ขาวกว่ากันอยู่มาก ดูเป็นพี่น้องที่แตกต่างกันทุกอย่างไม่ว่าหน้าตาหรือนิสัย ถ้าจะมีส่วนที่คล้ายอยู่บ้างคงเรื่องความเจ้าเล่ห์แสนกล ซับซ้อนอ่านยาก

            แผ่นฟ้าค่อยเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างงัวเงีย สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าเคร่งเครียดของของบีท เขาเผลอคลี่ยิ้มอ่อนหวานออกมาจนบีทเบิกตากว้างอย่างไม่เข้าใจ

               ยิ้มทำไม มีอะไรน่ายินดี...

                สายตาที่จ้องตอบกลับมาทำให้รอยยิ้มของแผ่นฟ้าจืดเจื่อนลงเอ่ยกระเซ้าเสียงเล็กเสียงน้อย “อย่าทำหน้าดุอย่างนั้นสิ เมื่อคืนคุณออกจะน่ารัก”

                น่ารัก? คำพูดนั้นทำให้บีทแค่นยิ้ม แล้วเอ่ยเสียงประชด “งั้นเหรอ?”

                “โกรธอะไรอยู่ล่ะ คุณบอกให้ผมทำเองนะ ผมไม่ได้ข่มขืนคุณสักหน่อย”

                บีทเบะปาก ถึงมันจะเป็นเรื่องจริงแต่ที่พูดออกมาก็ทำให้เขาปลาบแปลบในอกไม่ได้อยู่ดี รอยยิ้มจึงฝาดเฝื่อนเล็กน้อย

                “ก็ใช่ แทนที่จะโกรธควรขอบคุณเสียมากกว่า”

                “ขอบคุณ?”

                “นอกจากจะเสียสละตัวเองแล้วยังเตรียมตัวมาอย่างดีด้วย”

                แม้จะพูดอ้อมๆ แต่แผ่นฟ้าก็พอจะเดาได้ว่าบีทหมายถึง “ถุงยาง”

                “ผมไม่ใช่ผู้ทรงศีลซะหน่อย จะมีเก็บไว้บ้างก็ไม่แปลกไม่ใช่เหรอ?”

                “ก็ขอบคุณอยู่นี่ไง” บีทตอบเนือยๆ

                อันที่จริงเขาคิดอย่างนั้นจริงๆ เรื่องที่ทำลงไปเป็นเพียงการตัดสินใจชั่ววูบ เขาเองก็ไม่ได้เตรียมของแบบนั้นมา แต่ก็อดโล่งใจไม่ได้ที่แผ่นฟ้ายังรู้จักป้องกัน อีกอย่างเพราะอีกฝ่ายใส่ถุงยางจึงไม่เหลือคราบคาวเหนาะหนะไว้ในร่างกายให้เขาต้องมาทำความสะอาดให้ยุ่งยากหลังจากร่างกายผ่านสงครามอันหนักหน่วง ไม่งั้นเขาคงหงุดหงิดน่าดู ทว่าคนฟังกลับคิดไปอีกอย่าง

                “ที่ผมใช้ก็เพราะความเคยชิน ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจคุณหรอกนะ” แผ่นฟ้าแก้ตัวเสียงอ่อย ตัวเขาเป็นเสือผู้หญิง ปกติก็ไม่เคยไว้ใจใครอยู่แล้วจึงใช้ถุงยางจนติดเป็นนิสัย แต่ถึงจะคิดอย่างไรก็ยังรู้จักโกหกเอาใจคู่นอนอยู่วันยังค่ำ ยิ่งเวลานี้เขารู้สึกกลัวว่าบีทจะโกรธจนหน้าหดเหลือสองนิ้ว 

                “ไม่ไว้ใจก็ดีแล้วนี่ ผมจะได้วางใจว่าคุณก็ไม่ไว้ใจคนอื่นด้วยเหมือนกัน” บีทตอบเรียบๆ พลางตวัดผ้าห่มออกจากร่าง ลุกขึ้นจากเตียงโดยปราศจากเสื้อผ้าแม้สักชิ้น

                ทันทีที่ขาถึงพื้นก็รู้สึกเจ็บยอกไปหมด แต่เขาน่ะหรือจะกล้าแสดงท่าทีอ่อนแอออกมา มีแต่ต้องฝืนข่มกลั้นตัวเองลากขาไปถึงห้องน้ำเท่านั้นแหละ

                แผ่นฟ้าลุกขึ้นนั่ง มองตามแผ่นหลังเรียบเนียนเลื่อนลงมายังแก้มก้นที่ขยับไหวอย่างเชื่องช้าแล้วถึงกับกลืนน้ำลายกรึ๊บ เมื่อคิดไปถึงค่ำคืนที่ผ่านมาร่างกายพลอยรุมร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ หากแต่ยังพอควบคุมตัวเองได้บ้าง

                เมื่อคืนเขาทำไปมากพอแล้ว ควรปล่อยให้อีกฝ่ายพักผ่อนซะบ้าง วันหลังค่อยว่ากันใหม่...

                +++++++

                อาหารเช้าเริ่มช้ากว่าทุกวัน แต่แผ่นฟ้าก็ไม่มีท่าทีเร่งร้อน เขาเป็นเจ้าของบริษัทนี่นา ถึงจะเกเรเข้างานสายบ้างก็ไม่มีใครกล้าว่าอยู่ดี

                “ถ้าคุณไม่รีบ ไปส่งผมที่คลินิกหน่อยได้ไหม ผมจะไปเอารถ”

                บีทบอกเรียบๆ แผ่นฟ้าเพิ่งนึกขึ้นได้เรื่องนั้น จนป่านนี้เขายังไม่รู้เลยว่าบีทไปเจอเรื่องอะไรที่นั่น แต่ถ้าหนักหนาขนาดเขายอมเปลืองตัวเพื่อตัดใจคงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยไม่อยากพาเขากลับไปที่นั่นอีก

                “ไม่รีบแต่ก็ไม่ควรช้ามาก เดี๋ยวเย็นนี้ผมไปเอาให้แล้วกัน”

                 “ไม่รบกวนดีกว่า เดี๋ยวผมนั่งแท็กซี่ไปเอาเองก็ได้”

                 “รีบใช้รถเหรอ?”

                “คืนนี้ผมต้องบินแล้ว”

                “ไปกี่วัน”

                “5วัน”

                ก็แค่ห้าวัน...แต่ทำไมแผ่นฟ้ารู้สึกว่ามันยาวนานนักนะ

“งั้นเดี๋ยวผมไปส่ง”

                “ไม่เอาหรอก ถ้าขากลับไปรับไม่ได้ เปลืองค่าแท็กซี่แย่”

                “ก็แล้วทำไมจะไปรับไม่ได้ล่ะ”

                “ไม่รู้สิ คุณอาจจะมีธุระกะทันหันขึ้นมาก็ได้”

                “งั้น... เอารถผมไปก็ได้ เดี๋ยวผมไปเอารถคุณมาใช้แทน”

                บีทมองแผ่นฟ้าด้วยสายตาระแวงระวัง เพราะอีกฝ่ายดีกับเขามากเกินไป แต่อีกฝ่ายมีเพียงรอยยิ้มใสซื่อแล้วบอกง่ายๆ ว่า

                “แต่ก่อนจะเอารถไปก็ช่วยไปส่งผมที่ทำงานก่อนแล้วกันนะ”

                หลังเลิกงานแผ่นฟ้านั่งแท็กซี่ไปคลินิกเพื่อเอารถของบีท ไหนๆ ก็มาแล้วจึงเข้าไปเยี่ยมพี่ชายด้วยเลย พอรู้เรื่องทุกอย่างก็พลอยจะเจ็บแค้นแทนบีทไม่ได้ ไม่แปลกใจเลยที่บีทยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อลืมอิฐ เพราะถ้าเป็นเขาก็คงทนไม่ได้เหมือนกัน

                นอกจากความเห็นใจแล้วยังเต็มไปด้วยความคิดถึง อยากปลอบประโลมอีกฝ่ายให้หายเศร้า เวลาห้าวันจึงผ่านไปอย่างเชื่องช้า วันที่บีทเดินทางกลับแผ่นฟ้าจอดรถของบีทไว้ที่บ้านตัวเอง จากนั้นจึงนั่งแท็กซี่ไปที่สนามบิน เพราะขืนขับรถไปเองบีทคงต้องรับรถคืนแล้วต่างคนก็ต่างกลับ แต่ถ้าเขาไม่ได้เอารถไปจะได้ดึงดันกลับมาด้วยกันได้

                บีทค่อนข้างแปลกใจเมื่อเห็นแผ่นฟ้าที่สนามบิน รอยยิ้มกว้างขวางทำให้เขาเดาใจอีกฝ่ายไม่ออกเลย

                “มาทำอะไรที่นี่?”

                “มารับคุณน่ะสิ” แผ่นฟ้าตอบตามตรง จงใจแย่งกระเป๋าเดินทางในมือบีทช่วยลากอย่างขันแข็ง บีทสับสนมึนงงแต่ก็เดินตามเขาออกไป

                “มารับทำไม ถึงมาก็ต้องแยกกันกลับ”

                “แต่ผมไม่ได้เอารถคุณมา”

                “ฮะ” บีทร้องเสียงสูง ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายคิดยังไงถึงนั่งแท็กซี่มารับเขา “ไม่เอารถมาแล้วจะเรียกว่ามารับได้ไง?”

                “นั่นสิ เรียกว่ามาพาคุณกลับบ้านต่างหาก ก็รถผมอยู่ที่คุณนี่นา”

                บีทผ่อนลมหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ถึงจะถกเถียงไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นมาจึงได้แต่เดินนำไปยังลานจอดรถที่ฝากเอาไว้ แล้วปล่อยให้แผ่นฟ้าขับรถพาเขาออกมาจากที่นั่น

                “ในกระเป๋าคงมีเสื้อผ้าของใช้พอสมควรแล้ว งั้นไปบ้านผมเลยไม่ต้องกลับคอนโดคุณก่อนหรอกเนอะ” แผ่นฟ้าโพล่งออกมาเหมือนเด็กเอาแต่ใจ

                “ใครบอกว่าผมจะไปบ้านคุณ”

                “ผมนี่แหละบอก ถ้าคุณไม่อยู่ใกล้ๆ ผมจะดูแลคุณได้ยังไงล่ะ”

                “แล้วทำไมต้องดูแลผมด้วย”

                “อ้าว... ก็ผมอาสาช่วยทำให้คุณลืมพี่...เอ่อ ทำให้คุณลืมแฟนเก่า ถ้าไม่ดีกับคุณ คอยดูแลคุณ แล้วจะให้ทำอะไร?” แผ่นฟ้าสาธยายอย่างเปิดอกถึงความจริงใจของเขา

                “อ๋อ...ที่แท้ก็... ไม่จำเป็นแล้ว แต่คืนเดียวก็พอแล้ว”

                “ฮะ พอแล้ว? หมายความว่าไง?”

                “คุณไม่จำเป็นต้องทำให้ผมลืมก็ได้ แค่ทำให้ผมรู้แก่ใจว่ากลับไปไม่ได้ก็พอแล้ว”

                “ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี”

                “นี่คุณลืมไปแล้วหรอว่าตัวเองเป็นใคร เป็นน้องชายที่จ้องแต่จะแย่งสมบัติเขาใช่ไหม แค่ที่ผมร่วมมือกับคุณมาตลอดก็ว่าแย่แล้ว แต่ตอนนี้ยังนอนด้วยอีก ลองคิดดูสิว่าอิฐจะดูถูกผมขนาดไหน...  อันที่จริง... ถึงไม่มีคุณเขาก็ไม่กลับมาอยู่แล้ว ผมก็แค่อยากจะตอกย้ำตัวเองซ้ำอีกเท่านั้นแหละว่าหมดหนทางแล้วจริงๆ ด้วยสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดขนาดนี้ถ้าผมมีอะไรกับคุณได้ เรื่องของผมกับเขา... ถึงไม่ตัดก็ขาดแล้ว”

             “อะไรนะ? ผมนึกว่า...”

                แผ่นฟ้าอึ้งไป พอคิดตามก็จริงเสียด้วย ขนาดตัวเขาเองถ้ารู้ว่าคนที่คบอยู่นอกใจ ต่อให้รักแค่ไหนก็ยังตัดใจเลิกได้เลย นับประสาอะไรกับคนอย่างอิฐ ทั้งเขาทั้งบีทต่างรู้จักผู้ชายคนนั้นดี ตั้งแต่แรกที่ตัดสินใจก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงง่ายๆ อยู่แล้ว ยิ่งถ้ารู้ว่าบีทมีความสัมพันธ์กับเขาที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกันด้วยแล้ว ต่อให้ยังรักกันอยู่ก็ไม่ทางยกโทษให้บีทหรอก

                เขาสะท้านอยู่ในอกลึกๆ ไม่รู้จะชื่นชมหรือโกรธเคืองดีที่บีทคิดอะไรพวกนี้ออกมาได้ ตอนแรกเขาหลงคิดว่าบีทจะคาดหวังในตัวเขา มองว่าเขาดีพอจะแทนที่อิฐได้ และไม่ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนเขาก็ยินดี แต่กลับกลายเป็นว่าไม่จำเป้นต้องเป็นเขา จะเป็นใครก็ได้แค่มีสายเลือดเดียวกันก็พอ ยิ่งถ้าเป็นเขาก็ยิ่งดี คงทำให้อิฐเจ็บใจกว่าคนอื่นสินะ...

                “ให้ตายสิ... คุณเลือดเย็นกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” แผ่นฟ้าพูดได้แค่นั้นทั้งที่ปากคอมันขมไปหมด...

                บีทแค่นยิ้มเศร้า

                “เพราะเป็นคนแบบนี้ไง เลยสมควรต้องอยู่คนเดียว” คำพูดนั้นแม้จะแผ่วเบาแต่ก็ยังทำให้คนฟังอดสะเทือนใจไม่ได้ พอได้ยินเสียงเศร้าๆ แล้วก็พลอยใจอ่อน

อันที่จริงแล้วบีทก็เป็นแบบนี้มาตลอด เขาคาดหวังอะไรจากบีทถึงจะพอใจ ในเมื่อตัวเองก็ไม่ได้ดีกว่ากันมากนัก ถ้าแม้แต่ตัวเขาเองยังโกรธ บีทก็ไม่เหลือใครแล้วจริงๆ นั่นแหละ

                “ไม่หรอก คุณยังเหลือผมอยู่ คุณจะนอนกับผมเพราะอะไรนั่นเป็นการตัดสินใจของคุณ เรื่องที่ผมอยากช่วยคุณก็เป็นการตัดสินใจของผมเช่นกัน ในเมื่อคิดจะช่วยแล้วก็จะช่วยให้ถึงที่สุด ไปอยู่ด้วยกันน่ะดีแล้ว...”

                “แต่ว่า...” บีทขมวดคิ้วอ้าปากเหมือนจะเถียงอะไรบางอย่าง ทว่าแผ่นฟ้าหันมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเอ่ยดักคอ

                “เราไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันสักหน่อย... อยู่กับผมก็ไม่เห็นเป็นไรนี่... ยกเว้นแต่ว่าคุณยังอยากรออยู่”

                บีทชะงักไปทันที ไม่ว่าเขาจะคิดยังไง จะตัดได้หรือเปล่า ถ้ายังคงอยู่ในสถานที่เดิม บรรยากาศเดิมๆ จากที่ไม่อยากรอก็คงจะต้องรออยู่อย่างนี้... สู้ไปซะดีกว่า

                “อือ... ที่จริงผมก็คิดอยู่ว่าจะขายคอนโดอยู่พอดี ระหว่างที่ยังหาที่อยู่ไม่ได้ ผมไปอยู่กับคุณชั่วคราวแล้วกัน”

พอถึงบ้าน ระหว่างที่บีทหยุดทักทายโฟร์วิลด์ แผ่นฟ้าลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปยื่นส่งให้คนรับใช้ที่ยืนรออยู่

“เอาไปไว้ที่ห้องฉันละกัน”

“ค่ะคุณฟ้า” อีกฝ่ายรับคำเสียงหวานลากกระเป๋าเข้าไปโดยไม่ถามสักคำ มีแต่เจ้าของกระเป๋าที่ขมวดคิ้ว ยืนขึ้นแล้วร้องถาม

“เดี๋ยวๆ ทำไมต้องเอาไปไว้ห้องคุณ”

“ห้องที่คุณอยู่ไฟมันเสียน่ะสิ”

“เสียก็ซ่อมสิ”

“คุณซ่อมเป็นเหรอ?”

“หน้าตาผมเหมือนช่างไฟหรือไง?”

“ถ้าใช่ก็เป็นช่างไฟที่หน้าตาดีเหมือนกันนะ”

บีทถอนใจยาวแล้วพูดต่อ “ผมซ่อมไม่เป็น ถ้าคุณซ่อมไม่ได้ก็เรียกช่างไฟมาสิ”

“ยุ่งยากจัง ไปอยู่ห้องผมแล้วมันไม่ดีตรงไหน?”

“ผมชอบอยู่คนเดียว...”

“แต่... ผมอยากอยู่กับคุณนี่” แผ่นฟ้าบอกพลางส่งรอยยิ้มอ้อน ดวงตาเป็นประกาย ทำเอาบีทผงะไปอึดใจก่อนจะตัดสินใจถามออกไปตรงๆ

“นี่คุณคงไม่ได้คิดจะให้ผมใช้ร่างกายจ่ายค่าเช่าบ้านหรอกนะ”

คำถามนั่นตรงไปตรงมาจนแผ่นฟ้าหลุดหัวเราะออกมาทันที “จะว่าไป ก็เป็นความคิดที่ดีนะ”

“งั้นผมกลับละ” บีทบอกด้วยใบหน้างอง้ำ ไม่ขำด้วย เพียงเอี้ยวตัวหมุนกายออก เจ้าของบ้านก็เคลื่อนเท้าก้าวมาขวางไว้แล้ว

“เดี๋ยวสิ... ผมล้อเล่น”

“ผมไปเป็นเพื่อนเล่นของคุณตั้งแต่เมื่อไร?” บีทถาม ดวงตาคมดุจับจ้องเขาอย่างไม่พอใจทำให้แผ่นฟ้ายิ้มไม่ออกแล้ว ใบหน้าสลดลงอย่างสำนึกผิด

“บีท...” เสียงนั้นคล้ายออดอ้อนระหว่างที่เอื้อมมือไปกุมมือเจ้าของชื่อไว้เบาๆ “ผมขอโทษ เดี๋ยวผมจะเข้าไปซ่อมไฟให้คุณ คุณอยากได้อะไรก็บอกผมได้ทุกอย่าง... อย่าไปเลยนะ”

บีทเหลือบตามองคนพูดอย่างประหลาดใจ ปกติแผ่นฟ้าเอาแต่กวนประสาท แต่ตอนนี้กลับยอมขอโทษแต่โดยดี ใช้น้ำเสียงออดอ้อนพูดจาเอาใจผิดวิสัย จนเขาพูดอะไรไม่ออก

เห็นใบหน้าของบีทลดความบึ้งตึงลงแผ่นฟ้าค่อยยิ้มออก เขาเดินเข้าไปในบ้านสั่งให้คนรับใช้ลากกระเป๋ากลับมาห้องเดิมส่วนตัวเองเดินไปหาอุปกรณ์มาซ่อมไฟ

บีทมองตามอย่างงุนงง แต่ตัวเขาเองก็เหนื่อยแล้วไม่อยากขับรถออกไปผจญรถติดอีกรอบ เลยยอมเดินเข้าไปด้านใน

แผ่นฟ้าเดินกลับมาพร้อมหลอดไฟดวงเดิมที่เขาอุตส่าห์ลงทุน “ทำให้มันดับ” ไปเมื่อเช้าเพื่อเป็นข้ออ้างให้บีทยอมนอนห้องเดียวกับเขา แต่สุดท้ายก็ต้องมาซ่อมให้มันติดอีกรอบเพื่อรั้งไม่ให้บีทกลับไป อดคิดไม่ได้ว่าความพยายามของเขาเสียเปล่าแท้ๆ 

แต่ช่างเถอะ... บีทจะอยู่ห้องนี้หรือห้องไหนก็ไม่สำคัญ

ในเมื่อยังอยู่ในบ้านเดียวกัน จะหนีเขาพ้นได้ยังไง?



++++++++++

แผ่นฟ้ารู้จักบีทนานพอๆ กับอิฐเลย เคยคิดมาตลอดว่าบีทเรื่องมาก เอาใจยากอย่างงั้นอย่างนี้ ถ้าเป็นตัวเองคงถอดใจไปนานแล้ว แต่ไปๆ มาๆ พอเริ่มหลงรักเสียเอง แผ่นฟ้าก็เป็นพวกทุ่มทุนสร้างไม่น้อยไปกว่ากันเลยนะ

*คอมเม้นด้วยนะคะ*

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
อืมมม.......แผ่นฟ้า เจ้าเล่ห์จริงๆ

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
รอดูพัฒนาการความสัมพันธ์ของคู่นี้ค่ะ เมื่อไหร่บีทจะใจอ่อนให้แผ่นฟ้าหนอ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด