@@@The Taste of Love...อิ่มรักรสโอชา - First Anniversary (30/6/63)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: @@@The Taste of Love...อิ่มรักรสโอชา - First Anniversary (30/6/63)  (อ่าน 46360 ครั้ง)

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
รอตอนต่อไปค่ะ
ว่าแต่คุณคริสจะโสดตลอดชีวิตเหรอคะ

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1



---- Chris [Pt.3] ----



เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว คริสเรียนจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจตามที่พ่อเขาต้องการและกลับเข้าทำงานยังบริษัทคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ที่เดียวกับอันเดรส คาตาลิน่ากลับไปเรียนต่อโทจนจบหลังจากพักเลี้ยงลูกไป 1 ปี หลังจากนั้นเข้าทำงานในภาควิชาเต็มตัวในฐานะอาจารย์ และกำลังคิดเรียนต่อระดับปริญญาเอก พวกเขาสามคนผลัดกันดูแล​ฆาเบียร์จนเด็กน้อยเริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาล อันเดรสซึ่งได้รับหน้าที่สำคัญในบริษัททำเงินได้มากมาย เขาจ่ายค่าเรียนของคาตาลิน่าที่เคยยืมจากคริสได้หมดรวมทั้งให้ดอกเบี้ยอย่างงาม แต่ถึงจะได้เงินมากมาย เขาก็ไม่คิดย้ายออกจากบ้านหลังน้อยของเขาที่พวกเขาสร้างมาด้วยกันกับมือ ที่มุมหนึ่งของบ้านมีสีเป็นรูปรอยมือของพวกเขาสามคนประทับไว้ ส่วนคริส เขายังอาศัยอยู่ที่บ้านหลังตรงกันข้าม เขาให้นักศึกษาจากเอเชียเช่าบ้านชั้นบนของเขา เขาได้กลับไปฮ่องกงอีกครั้งเพื่อร่วมงานศพของย่า แต่นั่นก็เมื่อเกือบ 3 ปีมาแล้ว

ในด้านการงาน เขาและอันเดรสพยายามเดินนำกระแสโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีใหม่ๆ ถูกแนะนำมาอย่างต่อเนื่อง คอมพิวเตอร์กำลังจะเปลี่ยนโลกนี้เหมือนที่พวกเขาเคยคาดการณ์ไว้ อย่างในช่วงนี้ที่พวกเขากำลังตื่นเต้นกับการส่งอีเมล์ข้ามประเทศ อันเดรสกำลังสอนคาตาลิน่าให้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือพีซีซึ่งเป็นของใหม่มากจากบริษัทไอบีเอ็ม แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเท่าไหร่

คาตาลิน่าเองก็ก้าวหน้าขึ้น ไม่เพียงแต่เรื่องการงาน แต่ในเรื่องเป็นแม่บ้านแม่เรือนด้วย ตอนเธอมาสหรัฐฯ ใหม่ๆ เธอทำงานบ้านไม่เป็นสักอย่างซึ่งก็เช่นเดียวกันกับคริส ทั้งคู่ถูกเลี้ยงมาบนกองเงินกองทองและชินกับการมีคนคอยทำอะไรให้ อันเดรสต้องเป็นฝ่ายสอนทั้งคู่ให้ทำงานบ้าน ตั้งแต่ซักผ้า ถูพื้น ล้างรถ ไปจนถึงทำอาหาร ในตอนนี้ คริสทำทุกอย่างเองได้แล้ว เขาพอทำอาหารง่ายๆ กินเองได้โดยที่ไม่ท้องเสียแบบช่วงแรกๆ แต่สำหรับคาตาลิน่านั้น เข้าครัวเมื่อไหร่มีเรื่องเมื่อนั้น


"กรี๊ดดดดดดด"

เสียงกรีดร้องดังลั่นดังมาจากห้องครัว คริส อันเดรสและฆาเบียร์น้อยมองหน้ากันแล้วพากันวิ่งไปในครัวแล้วก็พบไฟกำลังลุกอยู่ในกะทะที่เคยมีปาเอย่าหรือข้าวผัดสเปนอยู่ สองหนุ่มช่วยกันดับไฟโดยเร็ว พวกเขาทำแบบนี้บ่อยแล้ว

"เธอนี่ก็ไม่เคยเข็ดเลยนะ"

คริสพูดอย่างระอาใส่คาตาลิน่าที่ยืนทำหน้าจ๋อยอยู่

"ก็ฉันอยากทำอะไรอร่อยๆ ให้พวกเธอกินมั่งนี่"

แคทพูดอย่างเซ็งๆ ก็ทำตามสูตรทุกอย่างแล้ว ผัดของสด เติมข้าวสารลงไปผัด แล้วทำไมมันไหม้ได้ เธอดูสูตรอีกที

"อ๋อ มันต้องใส่น้ำด้วยนี่เอง!"

คริสมองตามสูตรในมือแคทแล้วก็กุมขมับ นี่พวกเขาต้องดับไฟอีกกี่ครั้งกันนะ


"มามี๊ ฆาบี้อยากกินคุกกี้"

ฆาบี้น้อยร้องหาคุกกี้ฝีมือแม่ เรื่องประหลาดคือ แคททำอาหารไม่เป็นแต่กลับทำขนมได้อร่อยมากขนาดทำขายได้เงินเป็นกอบเป็นกำเวลาที่ภาควิชาจัดงานแฟร์ แคทหยิบคุกกี้ในโหลให้ลูกตอนที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อันเดรสเดินไปรับแล้วทำหน้างงๆ แล้วส่งโทรศัพท์ให้คริส

"ของนาย เค้าบอกว่าโทรมาจากฮ่องกง"

หัวใจของคริสตกวูบ เขารับโทรศัพท์ด้วยภาษากวางตุ้ง หน้าของเขาค่อยๆ ซีดเผือดลง แต่ยังพยายามคุมเสียงให้พูดตามปกติ คู่สามีภรรยาหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่และมองด้วยความเป็นห่วง เมื่อวางหูร่างของคริสก็ทรุดลงไปนั่งกองอยู่กับพื้น น้ำตาหลั่งไหลออกมาอย่างคุมไม่ได้

"พ่อ...พ่อตายแล้ว"

เสียงสั่นเครือปานจะขาดใจดังออกมาจากปากของเขา อันเดรสและคาตาลิน่าปรี่เข้ามาสวมกอดและปลอบโยนเพื่อนรักของพวกเขา หนุ่มน้อยฆาเบียร์ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็เข้ามากอดด้วย


คริสมาถึงฮ่องกงในอีกสองวันให้หลัง และได้พบกับทนายของครอบครัวซึ่งทำหน้าที่เป็นคนจัดการเรื่องงานศพซึ่งจัดแบบคริสต์ตามคำสั่งของอาปา คริสมองใบหน้าของพ่อในโลงที่ประดับดอกไม้อย่างงดงาม ใบหน้านั้นผอมซูบซีด พ่อของเขาไม่เคยบอกเลยว่าหมอตรวจพบมะเร็งปอดขั้นที่ 3 เขาไม่อยากให้ลูกของเขาต้องมาคอยกังวลกับสิ่งที่รักษาไม่ได้ ทุกครั้งที่โทรคุยกันพ่อของเขาบอกแค่ว่าสบายดี และบ่นว่าคิดถึงและอยากเจอเขา ส่วนเขาก็ได้แต่ผัดวันประกันพรุ่งไป

"ทำไมอาปาไม่บอกผม ถ้ารู้ ผมจะรีบมาทันที" เขาซบหน้าลงกับโลงนั้นและร่ำไห้

พิธีศพเป็นไปอย่างเรียบง่าย แม่เลี้ยงของเขาหล้่งน้ำตาที่เขาดูยังไงก็ดูเป็นแค่การแสดงบนเวทีงิ้วเท่านั้น เยื่อใยระหว่างสองคนนั้นไม่เหลืออยู่นานแล้ว กลับเป็นแอนดี้ในวัย 14 ปีเสียอีกที่ร้องไห้อย่างเศร้าเสียใจ เขากอดน้องชายต่างมารดาไว้แน่น

เมื่อจบงานศพ ทนายก็เรียกพวกเขามาเพื่อเปิดพินัยกรรมของอาปา ในนั้นมีจดหมายอยู่สามฉบับ ฉบับแรกเป็นจดหมายถึงทั้งสามคน ฉบับที่สองถึงเขา ฉบับที่สามถึงแม่เลี้ยงและแอนดี้

ทนายเปิดจดหมายฉบับแรก ในนั้นเป็นลายมือของอาปาเขียนบอกว่าเขาได้จัดตั้งทรัสต์ฟันด์ขึ้นมาเพื่อจัดการทรัพย์สินทั้งหมดของเขา นอกจากจ้างคนมาบริหารบริษัทแล้ว เขายังแบ่งทรัพย์สินไปลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ หุ้น กองทุนและอื่นๆ เป็นจำนวนเท่าไหร่ๆ และผู้ได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่จากทรัสต์ฟันด์นั้นคือคริส โดยมีแบ่งให้แอนดี้อีก 10% และเจดไม่ได้เลย และเขาแต่งตั้งคริสให้เป็นเจ้าบ้านคนใหม่ คริสตะลึงไปแต่ไม่มากเท่ากับเจดซึ่งรีบฉีกซองจดหมายของตัวเองดู ในซองนั้นมีเพียงจดหมายฉบับน้อยๆ ถึงแอนดี้ และโน้ตสั้นๆถึงเจด เขียนว่า 'ฉันทำหมันแล้ว' และใบรับรองแพทย์ของการทำหมันนั้นซึ่งลงวันที่หลังการตายของแม่คริสเพียง 2 ปี

คริสใจหายวาบมองหน้าคนซึ่งเคยเป็นน้องชายของเขา หนุ่มน้อยคนนั้นทำหน้าตาเหมือนจะอยากตายและวิ่งออกจากห้องนั้นไปโดยเร็ว ทิ้งไว้เพียงจดหมายที่ตกอยู่ คริสหยิบมาอ่านได้ความว่าพ่อเขารู้มานานแล้วว่าแอนดี้ไม่ใช่ลูกและเขาเสียใจที่ไม่อาจให้ความรักแก่แอนดี้เต็มที่ได้ แต่กระนั้นเขาทิ้งทรัพย์สินส่วนหนึ่งไว้ให้ในรูปของเงินรายปีซึ่งจะเพียงพอให้แอนดี้ได้ใช้ชีวิตและรับการศึกษาที่ดีได้ และถ้าเรียนจบ แอนดี้สามารถเข้ามาทำงานกับบริษัทของครอบครัวได้ในฐานะพนักงานระดับสูงคนหนึ่ง แอนดี้สามารถเลือกที่จะอยู่ที่บ้านนี้ในฐานะแขกหรือเลือกไปอยู่กับเจดก็ได้ แต่ต้องติดต่อทนายตลอดเพื่อรายงานความเป็นไปและรับเงิน

คริสอ่านจดหมายของเขา พ่อของเขาเขียนขอโทษที่ไม่เคยเล่าเรื่องราวอะไรให้คริสฟังและตอนนี้เขารู้แล้วว่ามันสร้างบาดแผลและรอยร้าวระหว่างพวกเขาสองคนเพียงไหน เขาเล่าว่านับแต่แม่ของคริสตาย ปู่ของคริสพยายามกดดันเขาให้แต่งงานใหม่กับหญิงสาวชาวจีนและรีบผลิตทายาทคนใหม่ที่ไม่มีเชื้อสายฝรั่งอย่างคริส เขาเลยขอแลกกับการเอาทรัพย์สินทั้งหมดมาบริหารเอง จากนั้นแอบไปทำหมันเพราะเขาไม่อยากมีลูกกับใครอื่นนอกจากกับแม่ของคริส เขาผัดผ่อนเรื่องแต่งงานใหม่มานานหลายปีโดยการทำงานอย่างหนักจนไม่มีเวลาหาใครอื่น จนในที่สุดพ่อแม่เขาบังคับให้แต่งงานกับดารางิ้วคนโปรดของพวกท่าน ซึ่งจากภายนอกเขาก็มองว่าผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาที่ดีได้ ด้วยกริยามารยาทที่เรียบร้อย ท่าทางที่ใจดีและดูเอาใจใส่ลูกชายของเขา แต่เมื่อเจดตั้งท้อง เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดแต่นั่นก็สายไปเสียแล้ว

'ส่วนหนึ่งที่ทำให้พ่อไม่ค่อยกลับบ้านมาเจอหน้าลูกเพราะพ่อทำใจมองหน้าลูกไม่ได้ ลูกเหมือนแม่ของลูกขึ้นทุกวันๆ'

คริสอ่านส่วนนี้ด้วยความร้าวรานใจ ไม่ใช่เพราะพ่อไม่อยากเห็นหน้าเขาแต่เป็นเพราะเขาเข้าใจความรู้สึกของพ่อดี เรื่องการที่ต้องเห็นใบหน้าที่เราคนึงหาแต่ไขว่คว้าไม่ได้อยู่ตรงหน้า

'แต่นั่นทำให้พ่อไม่รู้เลยว่าลูกถูกปฏิบัติด้วยแย่เพียงไหน'

เขาเล่าว่าเขามารู้เอาเมื่อตอนแอนดี้ที่อายุ 10 ขวบมาเล่าให้เขาฟังหลังจากคริสกลับสหรัฐฯ ไปแล้วว่าแม่ของเขาปฏิบัติกับพี่ชายใหญ่ที่เขารักอย่างเลวร้ายเพียงไหน ในวันนั้นเองที่เขาเริ่มคิดแผนการในวันนี้ขึ้น

'พ่อหวังว่าทั้งหมดนี้จะพอชดเชยสิ่งที่พ่อทำผิดต่อลูกไปได้บ้าง พ่อขอให้อิสระแก่ลูก ลูกไม่จำเป็นต้องกลับมาดูแลกิจการของพ่ออีก แต่ถ้าวันไหนที่ลูกพร้อมและต้องการลูกก็สามารถเอามันคืนไปได้ทุกเมื่อ'

จดหมายนั้นลงท้ายด้วยการขอโทษและกล่าวอำลา คริสน้ำตาไหลพราก เขาเสียทั้งน้องชายและพ่อไปพร้อมๆ กันในวันนี้


คริสได้ยินเสียงเจดเอ็ดตะโรลั่น เมื่อเขาและทนายออกไปข้างนอกก็เจอกับเจดพร้อมกระเป๋าเดินทางใบโต มือของเธอลากตัวแอนดี้ซึ่งหน้าซีดเผือดออกไปด้วย เจดกวาดเครื่องเพชรเท่าที่เหลือในตู้เซฟของตัวเองซึ่งเป็นส่วนน้อยไปจนหมด เธอบังคับแอนดี้ให้ไปกับเธอเพื่อที่จะเป็นหลักประกันว่าเธอจะยังคงได้เงินผ่านทางลูกชาย

"แอนดี้ นายรู้ใช่ไหมว่านายมีสิทธิ์อยู่ที่บ้านนี้ นายไม่จำเป็นต้องไปก็ได้"
คริสประกาศก้อง หากแอนดี้ก้มหน้าคางชิดอกและตอบเบาๆ ว่าเขาจะไปแม่ คริสถอนหายใจ เขาไม่มีสิทธิ์ห้ามเนื่องจากเจดยังมีสิทธิ์ในตัวแอนดี้อยู่

"งั้นก็แล้วแต่นาย แต่ขอให้จำไว้ว่าประตูบ้านนี้เปิดต้อนรับนายเสมอ...นายคนเดียวเท่านั้น"
นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่เขามีให้กับอดีตน้องชายคนนี้ ภายหลังจากเขากลับมาที่สหรัฐฯ เพียงสองปี น้องชายซึ่งตอนนั้นวัย 16 ปีหนีออกจากบ้านของแม่ผู้ละโมบและหายเข้ากลีบเมฆไป เขาทนเป็นเครื่องมือในการสูบเงินของแม่เขาไม่ไหว อีกทั้งยังละอายใจเกินกว่าที่จะรับเงินของคริสนี้ได้


คริสอยู่จัดการเรื่องเอกสารทุกอย่างอีกสองสัปดาห์ก่อนที่จะกลับสู่สหรัฐฯ

ที่นั่น ครอบครัวเดียวที่เหลืออยู่ของเขาคอยต้อนรับอยู่อย่างอบอุ่น พวกเขาพากันปลอบโยนคริสและผลัดกันไปอยู่เฝ้าคอยคุยคอยหาเรื่องเฮฮาให้ไม่ขาด คริสคิดว่าในชีวิตนี้เขาไม่ต้องการทรัพย์สินเงินทองอะไร ขอแค่ได้อยู่กับครอบครัวนี้ไปเรื่อยๆ ก็พอ


วันเวลาผ่านไปอย่างช้าบ้าง เร็วบ้าง โลกของพวกเขาสามคนหมุนรอบตัวหนุ่มน้อยฆาเบียร์ซึ่งเป็นเหมือนแก้วตาดวงใจของพวกเขา สำหรับฆาเบียร์อันเดรสและคาตาลิน่าคือ ปาปี๊และมามี๊ ส่วนเขาคืออาปา เขาเริ่มสอนภาษากวางตุ้งและจีนแมนดารินให้กับฆาเบียร์ สำหรับเขาแล้วเด็กคนนี้จะเป็นทายาทของเขาในอนาคต เขาไม่เคยเล่าเรื่องฐานะของเขาในฮ่องกงให้ครอบครัวนี้ฟังตั้งแต่แรกเพราะกลัวว่าจะถูกไล่กลับให้ไปช่วยพ่อบริหารงาน และไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเล่าในตอนนี้ เขาแค่บอกว่าพ่อทิ้งมรดกไว้ให้บ้างเท่านั้น ไว้ถึงเวลาที่เหมาะสมเขาค่อยเล่าให้เพื่อนสนิทพวกนี้ของเขาฟัง


"นี่ คริส มาช่วยฉันทำอาหารหน่อยสิ"

คริสทำหน้าเอือม เอาอีกแล้ว แม่คุณจะทำอะไรแตกหรือไหม้อีกล่ะคราวนี้ แคทบอกว่าวันนี้อันเดรสอายุครบ 30 ปี เธออยากทำอาหารปูเอร์โต ริกันแบบที่เขาเคยกินที่บ้านเกิดไว้เซอไพรส์เขา เธอไปขอสูตรมาจากเพื่อนชาติเดียวกันกับอันเดรสมาแล้ว

"ฉันจะทำสตูว์เนื้อแบบปูเอร์โต ริกัน ได้คริสมาช่วยน่าจะทำออกมาได้ดี" คริสเกาหัวแกร่กๆ

"นี่ ตอนนี้มันก็สี่โมงกว่าแล้วนะ อีกไม่กี่ชั่วโมงอันเดรสก็จะกลับบ้านแล้ว เธอจะทำทันได้ยังไง?"

สตูว์นี้ต้องใช้เวลาเคี่ยวกว่าสองชั่วโมง แคทยิ้มเผล่และชูของอย่างหนึ่งขึ้น

"นี่ไง หม้อแรงดัน ใส่ทุกอย่างลงไปมันก็จะต้มให้เปื่อยได้ในเวลาแค่แป๊บเดียว ฉันให้เพื่อนสอนใช้มาแล้ว"

อ่ะ เอาก็เอา ว่าไงก็ว่าตามกัน มันจะเสียหายได้แค่ไหนเชียว

พวกเขาใช้เวลาพอสมควรในการหั่นนั่น สับนี่ ก่อนที่จะโยนเนื้อกับพวกกระเทียม ใบกระวานและเติมน้ำลงไปเคี่ยวไว้

"เนี่ย ตุ๋นพวกนี้ให้เปื่อยก่อน แล้วค่อยต่อด้วยผักอย่างแครอทและมันฝรั่งทีหลัง"

แคททำท่าขึงขัง อืมม์ สงสัยเราจะได้กินอาหารฝีมือแคทเป็นครั้งแรกเสียกระมัง คริสคิดในใจ พวกเขาได้ยินเสียงอันเดรสเข้าบ้านมาพร้อมกับฆาเบียร์ที่เขาแวะรับจากโรงเรียนประถมระหว่างทางกลับบ้าน คริสและแคทออกไปต้อนรับ พวกเขานั่งคุยกันสักพักก่อนที่จะได้ยินเสียงระเบิดดังลั่นมาจากครัว ทุกคนรีบวิ่งเข้าไปดู แล้วต้องตะลึงกับภาพที่เห็น หม้อแรงดันระเบิด เนื้อในหม้อกระจายไปทั่วครัว ส่วนฝาพุ่งขึ้นเสียบเครื่องดูดควันด้านบน ตัวหม้อทะลุลงไปในเตาอบด้านล่าง ทำให้เค้กที่แคทกำลังอบไว้พลอยเละไปด้วย งานวันเกิดกลายเป็นงานทำความสะอาดใหญ่ อันเดรสโวยลั่น ไม่ใช่เพราะเสียดายครัวแต่เพราะห่วงภรรยาคนสวยนั่นเอง

"นี่ถ้าเธอยืนอยู่ในครัวจะเป็นยังไง?"

"ต่อไปนี้ ห้ามเธอทำอาหารอีก อนุญาตแค่อบขนมแค่นั้น เข้าใจไหม?"

แคทพยักหน้ายอมรับโดยดุษฎี เธอเองก็เข็ดไม่กล้าเข้าใกล้ครัวอีกพักใหญ่แน่ๆ อันเดรสถอนหายใจ

"ฉันคงต้องขอยืมครัวบ้านนายอีกพักใหญ่นะ คริส"

เขาตบไหล่คริสที่หอบหายใจจนตัวโยนจากการหัวเราะมากเกินไป หนุ่มน้อยฆาเบียร์เองก็กุมขมับด้วยความเหนื่อยใจในแม่ติงต๊องของเขา


ชีวิตของพวกเขาผ่านไปเรื่อยๆ จนเข้าสู่ช่วงปี 1990 คอมพิวเตอร์กลายเป็นของสำคัญในทุกวงการ คนธรรมดาก็สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่นี้ได้ ศัพท์ใหม่ๆ อย่าง World Wide Web, HTML และ Url กลายเป็นที่คุ้นหู อินเตอร์เน็ตได้เชื่อมโลกนี้เข้าด้วยกันอย่างที่คนในอดีตคงคาดไม่ถึง คริสกับอันเดรสกำลังคุยกันถึงความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจใหม่ อันเดรสที่เริ่มอิ่มตัวกับการทำงานในบริษัทใหญ่อยากขยับขยายมาทำธุรกิจของตัวเอง เขาถึงมาปรึกษาคริสซึ่งจบด้านบริหารธุรกิจมาด้วย พวกเขาคุยกันถึงการเกิดขึ้นของร้านหนังสือออนไลน์อย่าง Amazon และร้านโชห่วยอย่าง Ebay คริสเสนอว่าอันเดรสควรทำอะไรก็ได้เกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวซึ่งตัวเขาเองก็มองดูมาสักพักแล้ว เพราะเห็นจากความสำเร็จของการขายตั๋วเครื่องบินออนไลน์

"งั้นเดี๋ยวฉันจะไปหาข้อมูลมาแล้วไปเสนอแบงค์"

อันเดรสยิ้มร่า ถ้าไม่มีคริส เขาคงคิดถึงเรื่องนี้ไม่ออก


นอกจากจะเป็นที่ปรึกษาเรื่องธุรกิจแล้ว คริสยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเรื่องส่วนตัวให้กับหนุ่มน้อยฆาเบียร์อีกด้วย มีหลายอย่างที่เด็กหนุ่มไม่กล้าปรึกษากับพ่อแม่ เขาก็มักจะมาหาอาปาของเขา ซึ่งคริสพยายามให้คำแนะนำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขายังได้สอนเรื่องกริยามารยาท การวางตัวในสังคมให้เด็กหนุ่มอีกด้วย แต่เหมือนจะไม่ค่อยจำเป็นเพราะตัวคาตาลิน่าเองก็ได้เข้มงวดเรื่องนี้กับลูกพอสมควร แต่เรื่องที่ฆาเบียร์มาปรึกษาเขาในวันนี้ทำให้เขาไปไม่เป็นเหมือนกัน

"อาปา ผมจะทำยังไงดี?"

หนุ่มน้อยฆาเบียร์วัย 16 นั่งโอดครวญในห้องนั่งเล่นของบ้านเขา

"ผม...ผมคิดว่าผมชอบผู้ชาย"

คริสอ้าปากค้าง เด็กสมัยนี้ทำไมเปิดเผยนัก เขาตะกุกตะกักถามว่าเขาเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า

"ไม่ผิดแน่ครับ ผมอายุขนาดนี้ก็ยังไม่เคยคิดชอบผู้หญิงสักคน ผมอดเอาทุกคนไปเทียบกับแม่ไม่ได้"

คริสถอนหายใจ ก็แม่นายออกจะเพอร์เฟ็คท์ขนาดนั้น...ถ้าไม่นับเรื่องทำอาหารนะ แล้วหญิงไหนจะมาเทียบได้?

"ลูกแค่ยังหาคนที่ถูกใจไม่ได้หรือเปล่า?"

คริสถาม แต่ในใจเขาคิดว่าเขารู้คำตอบแล้ว ฆาเบียร์ส่ายหน้า

"ผมกลับชอบมองพวกหนุ่มๆ หุ่นล่ำๆ มากกว่าครับ เวลาเรียนพละ เข้าห้องน้ำทีไรผม...เอ่อ"

คริสมองฆาเบียร์ที่ทำหน้าแดงฉาน ด้วยจิตใจที่บอกไม่ถูก

"แล้วเธอ เอ่อ เอิ่ม" เขาจะพูดยังไงดี?

"แล้วเธอมีอารมณ์กับผู้ชายไหม?"

ฆาเบียร์หน้าแดงแป๊ด บ่อยครั้งที่เขาจินตนาการถึงเพื่อนชายในห้องตอนช่วยตัวเอง คริสถอนหายใจ ฆาเบียร์ไม่เหมือนเขาที่ปักใจอยู่กับคนแค่คนเดียว

"ฉันว่าเธอควรบอกให้พ่อแม่ของเธอรู้ มันอาจฟังดูน่ากลัว แต่เชื่อฉันเถอะ พวกเขารับได้"

เขานึกถึงคาตาลิน่า สำหรับอันเดรสน่ะ เขาไม่รู้ แต่สำหรับแคทแล้วเธอน่าจะรับได้ เหมือนที่เคยรับเขาได้


เย็นวันนั้นเขาพาเด็กหนุ่มไปนั่งคุยกับพ่อแม่ จริงดั่งคาด คาตาลิน่ารับความจริงเรื่องลูกชายของเธอเป็นเกย์ได้แม้จะตกใจในตอนแรก แต่อันเดรสนั้นเดินหนีออกนอกบ้านไปสงบสติอารมณ์ คริสตามไปคุย

"อันเดรส เราต้องคุยกันหน่อย นายรังเกียจเกย์อย่างนั้นเหรอ?"

อันเดรสถอนหายใจ สำหรับเขาแล้วเรื่องนี้มันทำใจยาก ลูกชายคนเดียวของเขาจะเป็นเกย์ไปได้อย่างไร

"ถ้าฉันบอกว่าฉันก็เป็นเกย์ นายจะรังเกียจฉันไหม?"

อันเดรสหันมามองอย่างตกตะลึง เขาอยู่กับคริสมานับสิบปีก็ยังไม่เห็นคริสไปมีแฟนมีหญิงที่ไหน หรือว่าที่คริสพูดจะเป็นจริง

"นาย..."

"ใช่ ฉันเป็นเกย์ ฉันรักชอบผู้ชาย" '

'ฉันรักนาย นายเพียงคนเดียว' คำนั้นดังอยู่แค่ในใจของคริสเท่านั้น

"นายถึงไม่เห็นฉันกับผู้หญิงคนไหน"

เขาปดไปว่าเขาไปหาผู้ชายนานๆ ทีนั่นนี่นู่น อันเดรสทำหน้าบอกไม่ถูก

"นั่นทำให้นายมองฉันต่างไปไหม? มองฉันเป็นคนเลวไหม?"

อันเดรสจ้องหน้าคริสนิ่ง สายตาที่มองทะลุไปถึงหัวใจทำให้คริสใจเต้นระรัว ความรู้สึกที่เขาพยายามปิดบังไว้พลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง

"ไ่ม่ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี หรือนายจะเป็นอะไร นายก็จะยังคงเป็นเพื่อนรักของฉันตลอดไป"

อันเดรสกอดเพื่อนรักของเขาแน่นกับลูกของเขาความรู้สึกก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน คริสลอบถอนหายใจ อ้อมกอดของเพื่อนที่เขาแอบรักอบอุ่นเสมอ พวกเขากลับเข้าไปในห้อง อันเดรสกอดลูกชายซึ่งร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งจนแน่น

"แหม ฉันนึกว่าเธอจะแอบสารภาพรักกับแฟนฉันซะแล้วนะยะ"

คาตาลิน่าแอบกระซิบกับคริสซึ่งชกเบาๆ เข้าที่แขนของเพื่อนสาว


ปีถัดมา บริษัทของทั้งสองก็เป็นรูปเป็นร่าง พวกเขาตั้งบริษัทรับจองห้องพักโดยเป็นเหมือนตัวกลางระหว่างเอเจนซี่ต่างๆ กับลูกค้า เขานำแผนการไปเสนอธนาคารโดยได้รับการตอบรับแบบเนือยๆ และได้รับเงินทุนมาก้อนหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับเป้าหมายที่ตั้งไว้

"ฉันจะร่วมลงทุนกับนายเอง"

คริสพูดขึ้น อันเดรสพูดอ่อยๆ ว่ามันต้องใช้เงินเยอะ คริสหัวเราะเบาๆ แล้วบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง คริสบอกว่าเขาจะใหัอันเดรสถือหุ้น 49% เขาจะลงเงินเพิ่มอีก 51% ที่เหลือ ซึ่งเป็นการลงทุนในนามของเขาเองเพียง 25% ส่วนอีก 26% นั้น

"ฉันยกให้ฆาเบียร์" อันเดรสตะลึง

"นี่คือของขวัญจากพ่อทูนหัวคนนี้"

อันเดรสเข้ากอดเพื่อนของเขาแน่น จากนั้นผละออกและยื่นมือไปจับกระชับกับมือของคริส

"งั้นก็ตามนั้น หุ้นส่วน"

คริสยิ้ม ในเมื่อเขาเป็นหุ้นส่วนชีวิตกับเพื่อนคนนี้ไม่ได้ เขาก็ขอได้ชื่อเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจก็แล้วกัน

-----------------------------------------------

เขียนไปเขียนมากลายเป็นละครชีวิตเรื่องยาวไปซะแล้วค่ะ สงสัยตัวเองจะถนัดแนวดราม่ามากกว่าสายฮา ถ้าใครไม่ชอบดราม่าก็อดใจรอนิดนึง จบเรื่องคริส 5 ตอนแล้ว รับรองฆาเบียร์ เจจะกลับมาหาแน่ๆ ค่ะ

ตอนนี้ยังคิดไม่ตกว่าตอนต่อไปจะพาฆาเบียร์ เจ ไปเที่ยวและรีวิวโรงแรมที่ไหนดี สมุย หรือกระบี่ดีคะ?



ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3737
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- Chris [Pt.4] ----



"อาปา นี่อเล็กซ์ เขาเป็น...เอ่อ เป็นแฟนผมครับ"

หนุ่มน้อยฆาเบียร์ในวัย 17 แนะนำแฟนให้เขารู้จักด้วยใบหน้าแดงก่ำ ​คริสยิ้มให้ชายหนุ่มหน้าหวานร่างเพรียวบางที่ยืนอยู่ตรงหน้า ฆาเบียร์ของเขาเองก็เติบโตเป็นหนุ่มน้อยหน้าตาดี ด้วยความสูง 180 เซ็นติเมตรที่ได้มาจากทางคาตาลิน่าที่สูงเพรียวเกือบเท่าอันเดรสที่รูปร่างไม่ใหญ่นัก เขามีรูปร่างสมส่วนแบบคนเล่นกีฬาซึี่งทำให้ฆาเบียร์โดดเด่นในโรงเรียนที่นักเรียนส่วนใหญ่มีเชื้อสายเม็กซิกันที่ตัวเล็กกว่า ฆาเบียร์เป็นนักซอคเกอร์ฝีเท้าดีของโรงเรียน ซอคเกอร์หรือที่ทั่วโลกเรียกกันว่าฟุตบอลเริ่มเป็นที่นิยมเพราะกระแสคลั่งฟีฟ่า เวิร์ล คัพซึ่งจัดที่สหรัฐฯ ในปี 1994

ชีวิตของลูกทูนหัวของเขาดำเนินไปบนเส้นทางสดใส เขากำลังจะจบม.ปลายด้วยคะแนนดีเยี่ยม เขาได้รับการตอบรับเข้าม. S ในสาขาเดียวกับคริสและอันเดรสและยังขอรับทุนการศึกษาจนจบปริญญาตรี อันเดรสและคริสได้เตรียมปูทางให้ลูกของพวกเขาให้เดินสายคอมพิวเตอร์และไอทีมาตั้งแต่ยังเล็กแล้ว  เรื่องหัวใจ ฆาเบียร์และอเล็กซ์รักกันอย่างลึกซึ้ง ทั้งคู่เป็นคนแรกของกันและกันและเข้านอกออกในบ้านของอีกฝ่ายโดยที่ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายรับได้กับความสัมพันธ์นั้น  พวกเขามีแผนที่จะย้ายไปอยู่ด้วยกันตอนเรียนป.ตรี เส้นทางของฆาเบียร์เหมือนโรยไปด้วยกลีบกุหลาบอันหอมหวาน ถ้าไม่เกิดเหตุในวันนั้นขึ้น


"คริส มานี่เร็ว!"

คาตาลิน่าวิ่งมาเรียกเขาที่หน้าบ้าน ใบหน้างามนั้นดูร้อนรน เขาไม่เคยเห็นเพื่อนสาวของเขาเป็นแบบนี้มาก่อน

"ฆาเบียร์อยู่โรงพยาบาล อันเดรสเขาล่วงหน้าไปก่อนแล้วจากที่ทำงาน เรารีบไปกันเถอะ"

คริสมือไม้สั่น รีบหยิบกุญแจรถมา คาตาลิน่าร้องไห้พลางเล่าให้เขาฟังว่าตำรวจไปเจอฆาเบียร์ในสภาพเมามายไม่ได้สติและถูกทำร้ายร่างกายอยู่ในตรอกแห่งหนึ่งในย่านดาวน์ทาวน์

"ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูก คริส ฉันไม่เข้าใจเลย"

แคทซบหน้าลงร้องไห้กับคอนโซลรถ คริสทำได้แค่ตบหลังเบาๆ เพื่อปลอบใจ ใจเขาเต้นระรัว และได้แต่หวังว่าฆาบี้จะไม่เป็นอะไรมาก

คาตาลิน่าและคริสไปถึงโรงพยาบาลและได้ทราบว่าอาการของฆาเบียร์ไม่ได้ร้ายแรงมากถึงขั้นเป็นอันตรายและเข้าพักฟื้นในห้องพักผู้ป่วย พวกเขาเข้าไปก็เจออันเดรสที่ตาแดงก่ำนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงของฆาเบียร์ แคทถลาเข้าไปดูลูกแล้วก็ต้องร้องไห้ออกมา ใบหน้าของฆาบี้บวมช้ำ ตาปิดไปข้างหนึ่ง ปากบวมเจ่อ แขนขามีร่องรอยถลอกปอกเปิกและมีผ้าพันไว้เป็นที่ๆ อันเดรสเล่าอาการของฆาเบียร์ให้ฟังว่าอาการทางกายนั้นไม่หนักมาก สมองไม่กระทบกระเทือน แต่ที่เป็นปัญหาตอนนี้คืออาการแอลกอฮอล์เป็นพิษ

"หมอบอกว่าฆาเบียร์ดื่มเหล้าเข้าไปเยอะมากจนร่างกายเกิดอาการช็อค ถ้าเจอช้ากว่านี้ก็คงไม่รอดแล้ว"

อันเดรสพูดด้วยเสียงสั่นเครือ ฆาเบียร์ไม่เคยกินเหล้าจนเมาขนาดนี้มาก่อน เกิดอะไรขึ้นกับลูกของเขากันแน่ หมอบอกว่าอาจใช้เวลาหลายวันกว่าที่ฆาเบียร์จะฟื้น ระหว่างนั้นทุกคนผลัดกันมาดูแลฆาเบียร์ที่นอนไม่ได้สติ


ในวันที่ 3 ฆาเบียร์ก็ลืมตาขึ้น สายตาของเขาว่างเปล่า ประกายตาที่เคยสดใสร่าเริงหายไปเหลือแต่ความเศร้าสลด

"อเล็กซ์..."

ฆาเบียร์พูดชื่อแฟนหนุ่มของเขาออกมาแผ่วเบา น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความปวดร้าว คริสสะท้อนใจ เป็นปัญหาหัวใจที่ทำให้ชายหนุ่มที่เป็นเหมือนลูกของเขาต้องอาการหนักขนาดนี้ ฆาเบียร์ใช้เวลาทั้งวันนั่งเหม่อลอย น้ำตาของเขาไหลออกมาเป็นพักๆ เขาไม่พูดไม่จากับใคร ได้แต่นั่งนิ่งอยู่แบบนั้น

คาตาลิน่ารีบรุดมาที่โรงพยาบาลเมื่อสามีโทรไปบอกว่าลูกฟื้นแล้ว เมื่อฆาเบียร์เห็นเธอ เขาก็ร้องเรียกหาแม่และปล่อยโฮออกมา แคทกอดปลอบลูกของเธอแน่น ฆาเบียร์ร้องไห้กับอกแม่อยู่พักใหญ่กว่าที่จะสงบลง สุดท้ายเขาก็เปิดปากพูด

ฆาเบียร์ซึ่งเลิกซ้อมซอคเกอร์เร็วได้แวะไปหาอเล็กซ์ซึ่งไม่มาเรียนเพราะบอกเขาว่าป่วย แต่เมื่อมาถึงบ้านแฟน เขากลับได้ยินเสียงครวญครางอย่างเสียวซ่านจากห้องนอน หัวใจของเขาแหลกสลายลงเมื่อเจอแฟนหนุ่มกำลังนั่งคร่อมแก่นกายควอเตอร์แบ็คคนดังของโรงเรียน สองคนนั้นแยกออกจากกันแทบทันที เขาน้ำตาไหลพรากเมื่อควอเตอร์แบ็คหนุ่มเยาะเย้ยว่าเขามันโง่ที่ไม่รู้ว่าอเล็กซ์คบซ้อนมานับเดือนแล้ว

"เซ็กส์แกมันห่วย แฟนแกมันถึงต้องมาหาฉัน"

เสียงหัวเราะอย่างบาดหูกับอเล็กซ์ที่ได้แต่มองเมินโดยไม่มีคำขอโทษใดทำให้เขาหนีออกจากบ้านนั้นอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีเขาก็มาที่ย่านกลางคืนอันเป็นที่พบปะของเกย์แถบดาวน์ทาวน์ เขาเตร็ดเตร่อยู่นอกบาร์เพราะอายุยังไม่ถึงจนสุดท้ายเจอคนที่ยอมซื้อเหล้าให้เขา เขากรอกเหล้าเข้าปากอึกแล้วอึกเล่า โดยไม่สนใจมือหยาบหนาของคนใจดีที่ลูบไล้ตัวเขา หลังจากนั้นเขาจำอะไรไม่ได้มาก เขาเหมือนจะถูกบังคับให้ใช้ปากให้อีกฝ่ายเป็นการตอบแทน แต่เขาก็เมามากจนอาเจียนรดคนๆ นั้นซึ่งโมโหจัดจนชกต่อยเขาอย่างรุนแรง เขาโซเซวิ่งหนีมาล้มลงที่ตรอกน้อยนั้นจนกระทั่งมีคนมาพบเข้า

ฆาเบียร์ร่ำไห้และพร่ำขอโทษพ่อแม่ อันเดรสโมโหมากจนจะแล่นไปหาอเล็กซ์ที่บ้าน คริสและคาตาลิน่าต้องดึงตัวไว้ ยิ่งฆาเบียร์เห็นท่าทีของพ่อยิ่งเสียใจจนมีอาการหายใจหอบถี่ มือเท้าเกร็งและหมดสติไปจนต้องตามหมอ หมอบอกว่ามันคืออาการไฮเปอร์เวนติเลชั่นซึ่งเกิดจากความเครียด

ไม่กี่วันหลังฟื้นฆาเบียร์ก็ออกโรงพยาบาล หมอแนะนำให้เขาเข้าพบจิตแพทย์เพราะอาการเครียดและซึมเศร้าอย่างรุนแรง ทางครอบครัวของเขาตัดสินใจไม่แจ้งความเพราะไม่อยากขุดคุ้ยเรื่องราวให้กระทบจิตใจเด็กหนุ่ม พวกเขาไปทำเรื่องขอหยุดเรียนชั่วคราว ด้วยความที่เป็นเด็กเรียนดีมาตลอดและกำลังจะเรียนจบในอีก 1 เดือนข้างหน้า โรงเรียนจึงอนุโลมให้มาสอบเพียงอย่างเดียว


คริสซึ่งรับหน้าที่มาเฝ้าฆาเบียร์ในวันนี้มองหน้าลูกทูนหัวที่นอนหลับเพราะฤทธิ์ยาบนเตียงด้วยความเห็นใจ ความสดใสร่าเริงที่เคยมีในตัวของฆาเบียร์ปราสนาการไป เหลือเพียงสายตาที่ปวดร้าวและชอกช้ำ เขาฝังตัวอยู่ในห้องนอน แต่ก็นอนไม่หลับ เขาตื่นขึ้นมาร้องไห้ทุกคืน และหลับได้ด้วยยาเท่านั้น ซึ่งเขาต้องการมันมากขึ้นทุกที

คริสแว่วเสียงกริ่งที่หน้าบ้าน เขาเปิดประตูก็เจออเล็กซ์ยืนอยู่

"เธอต้องการอะไร?"

คริสถามด้วยน้ำเสียงขุ่นขึ้ง เด็กหนุ่มว่าเขาต้องการมาพบและขอโทษฆาเบียร์ แต่คริสปฏิเสธไม่ให้พบ เขาซึ่งไม่เคยก่นด่าใครกระทั่งแม่เลี้ยงตัวร้ายของเขากลับด่าและสาปแช่งอเล็กซ์อย่างรุนแรง

"อาปาครับ...ไม่เป็นไรครับ ผมไหว"

เสียงแผ่วๆ ของฆาเบียร์ที่เดินโซเซออกมาจากห้องนอนบอกคริส เขายืนเกาะบ่าคริสไว้แน่นเพื่อประคองกาย

"ฉัน ฉันขอโทษ ฆาบี้ ฉันผิดไปแล้ว ฉันแค่หลงทางไป คนที่ฉันรักคือนายคนเดียว"

เด็กหนุ่มพร่ำขอโทษและบอกว่าเขาได้เลิกรากับคนๆ นั้นไปแล้วและขอโอกาสอีกครั้ง เขายังรอให้ฆาเบียร์ไปเรียนด้วยกันอยู่ ฆาบี้นิ่งเงียบฟังคำจากปากที่สั่นระริกนั่น คริสลอบมองดูใบหน้าของลูกน้อยของเขาแล้วก็ต้องตัวชาเมื่อเห็นแววตาเรียบเฉยไร้อารมณ์นั้น สิ่งที่อเล็กซ์ทำไปนั้นส่งผลลึกล้ำมากจนเกินคาด รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้มของฆาเบียร์ ยิ้มที่คริสไม่เคยเห็นมาก่อน

"พูดจบแล้วใช่ไหม?"

ฆาเบียร์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา จากนั้นไล่อเล็กซ์ไปอย่างไร้เยื่อใยโดยบอกว่าพวกเขาไม่มีทางกลับเป็นเหมือนเดิม และขอบคุณอเล็กซ์ที่ทำให้รู้ว่ารักแท้นั้นไม่มีจริง เขาผลักร่างบางของอเล็กซ์ให้พ้นประตูและปิดมันดังปัง คริสขมวดคิ้วมองหน้าฆาเบียร์ หวังว่านี่จะเป็นแค่คำพูดเพราะความโกรธ แต่แววตาและสีหน้าของฆาเบียร์ทำให้เขากลัว


เย็นวันนั้นฆาเบียร์บอกกับพ่อแม่ว่าเขาจะไม่รับทุนเรียนต่อที่ม. S แต่จะขอเวลา 1 ปีจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง เขาขอพ่อแม่ไม่ให้ห้ามในสิ่งที่เขาจะทำ คริส อันเดรสและคาตาลิน่าปรึกษากันและยอมตกลงตามนั้นภายใต้ข้อแม้ว่าเขาต้องเข้ารับคำปรึกษาจากจิตแพทย์อย่างต่อเนื่อง

"...และลูกต้องไม่ลืมว่าพวกเราจะอยู่เคียงข้างลูกตลอด ไม่ว่าลูกจะเลือกทางไหนก็ตาม"

อันเดรสยังบอกอีกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องเรียน เขาจะเรียนที่ไหนก็ได้ตามใจ เด็กคอมอย่างพวกเขาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ประสบความสำเร็จได้ กระทั่งในโรงรถก็ตาม อันเดรสยกตัวอย่างอัจฉริยะอย่างสตีฟ จ็อบส์ ฆาเบียร์สวมกอดพ่อของเขาและร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

แม้จะยังมีอาการซึมเศร้าฆาเบียร์กัดฟันไปสอบจนเสร็จ เขาเดินสวนกับอเล็กซ์ในโถงทางเดินอย่างไม่ใยดี และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาได้เจอกับคนเคยรักคนนี้

ฆาเบียร์จบมัธยมปลายด้วยคะแนนไม่สวยนัก แต่อย่างน้อยเขาก็เรียนจบ เขาใช้ชีวิตช่วงซัมเมอร์โดยต้องรับมือกับอาการซึมเศร้า และมีโรคแพนิคร่วมด้วย เขาประหม่าและตื่นเต้นง่าย ฉุนเฉียว นอนไม่หลับ บ่อยครั้งที่เขาโกรธและทะเลาะกับที่บ้านอย่างไม่มีเหตุผล แต่ทุกคนที่บ้านก็พยายามทำความเข้าใจกับอาการของเขา เขาเข้านอนทุกคืนโดยใช้ยาช่วย เขาเริ่มออกเที่ยวเตร่กลางคืนและเปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้า ส่วนมากเป็นคนอายุมากกว่าที่ซื้อเหล้าให้เขาได้ แต่จะเมาแค่ไหนเขาก็ไม่ลืมที่จะป้องกันทุกครั้งตามที่สัญญากับครอบครัว

เวลาผ่านไป อาการซึมเศร้าของเขาก็ไม่หาย แม้จะเที่ยวหนักแค่ไหน กกกอดร่างอุ่นๆ แทบทุกคืน หรือกินยานอนหลับมากเท่าไหร่ก็ไม่ได้ช่วยให้ช่องว่างในใจของเขาหายไป แต่ตลอดเวลากว่าครึ่งปีนั้นครอบครัวคอยอยู่เคียงข้างเขามาตลอด เขามองใบหน้าที่เป็นห่วงของพ่อ แม่และอาปาและตัดสินใจจบเรื่องนี้


"ผมจะเข้ารับการบำบัดอย่างจริงจัง"

ฆาเบียร์หมายถึงการเข้ารับบำบัดการติดเหล้าและยานอนหลับของเขารวมถึงอาการซึมเศร้าในสถานบำบัด

"และหลังจากนั้น ผมจะกลับไปเรียน ผมลองดูๆ แล้วคิดว่าจะลองยื่นใบสมัครไปที่นี่"

เขายื่นโบรชัวร์ของวิทยาลัยเล็กๆ แห่งหนึ่งในรัฐมินเนโซต้า เขาติดใจหมู่อาคารเก่าแก่อายุนับร้อยปีและที่นี่ก็ยังมีคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่เป็นสาขาวิชาที่เขาสนใจด้วย อีกอย่าง มันห่างไกลจากแคลิฟอร์เนียมากและบรรยากาศก็ต่างจากที่นี่ไปโดยสิ้นเชิง สำหรับเขาแล้ว เขาถือคำของพ่อที่บอกว่าเด็กคอมอย่างพวกเขา ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถสร้างชื่อให้ตนเองได้
คริสดีใจมากที่ในที่สุดฆาเบียร์ก็เริ่มคุมสติตัวเองได้ อันเดรสและคาตาลิน่าก็เช่นกัน พวกเขายอมรับในสิ่งที่ฆาเบียร์เสนอมา


ลูกชายของพวกเขาใช้เวลาในสถานบำบัดอีกไม่กี่เดือนก็สามารถเลิกใช้ยาและเหล้าเพื่อจัดการกับความซึมเศร้าได้ อาการของเขาดีขึ้นตามลำดับ ยิ่งเมื่อย้ายไปที่มินเนโซต้าแล้วเขาก็แทบจะหายเป็นปกติ เหลือแต่เรื่องเปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้าที่เขาไม่สามารถเลิกได้ แต่ทางบ้านก็เบาใจเมื่อรู้ว่าฆาเบียร์ไม่เคยลืมป้องกัน

คาตาลิน่าย้ายตามลูกชายที่เธอยังเห็นเป็นเด็กน้อยอยู่ตลอดเวลาไปที่มินเนโซต้า เธอเข้าสอนที่มหาวิทยาลัยในมินเนอาโปลิส ฆาเบียร์มาหาแม่เดือนละสองครั้ง ไม่ก็แคทแวะไปหาหรือว่าเจอกันที่มอลล์ระหว่างทาง อันเดรสและคริสยังมีภาระต้องรับผิดชอบเรื่องบริษัทที่ตั้งใหม่ของพวกเขาและไม่สามารถย้ายตามไปได้ แต่อันเดรสจะบินไปอยู่กับแคทแทบทุกสุดสัปดาห์ ส่วนคริสที่รับหน้าที่เป็นซีอีโอของบริษัทตามคำขอร้องของอันเดรสซึ่งไม่ถนัดด้านบริหารต้องอยู่ประจำที่บริษัทซึ่งตั้งอยู่ในซิลิคอน แวลลี่ย์ และแทบไม่ได้ไปหาแคทและฆาเบียร์เลย หากมันทำให้เขามีเวลาอยู่กับอันเดรสแทบจะตลอดเวลา ความรู้สึกเดิมๆ ที่เขาพยายามข่มไว้ตอนเป็นวัยรุ่นกลับมาอีกครั้ง


คริสเดินกลับไปกลับมาหน้าห้องผ่าตัด อันเดรสกำลังเข้ารับการผ่าตัดเอาไส้ติ่งที่เกือบแตกออก มีแว่บหนึ่งตอนเขาพาเพื่อนรักที่ปวดท้องจนแทบดิ้นตายมาส่งโรงพยาบาลที่เขาคิดว่าเขากำลังจะเสียคนที่เขารักสุดใจคนนี้ไป เขายิ้มออกมาอย่างโล่งอกเมื่อหมอบอกว่าการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดีและอีกไม่กี่วันก็กลับบ้านได้

คริสลูบหัวเพื่อนรักที่นอนหลับเพราะฤทธิ์ยาอยู่บนเตียงอย่างอ่อนโยน เขายกมืออันแสนอบอุ่นของอันเดรสขึ้นมาจูบแผ่วๆ และแนบไว้ที่แก้ม

"นายรู้ไหมว่าฉันห่วงนายแค่ไหน ฉันแทบขาดใจเมื่อนึกว่าฉันอาจจะเสียนายไป"

เขาถอนหายใจ ก่อนที่จะพูดคำรักที่เขาไม่เคยกล้าแม้จะคิดพูดมันออกมา

"ฉันอยากให้นายรู้เหลือเกินว่าฉันรักนาย รักจนสุดหัวใจและฉันจะไม่มีวันทิ้งนายและครอบครัวไปไหนเป็นอันขาด ฉันขอให้สัญญา"

เขาก้มลงจุมพิตหน้าผากของอันเดรส ก่อนจะฟุบนอนลงข้างร่างที่หลับไหลนั้น


อันเดรสลืมตาขึ้นและค่อยๆ ยันกายขึ้นนั่งมองเพื่อนสนิทที่ฟุบหน้าหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย เขาถอนหายใจยาว เขาได้ยินทุกสิ่งที่คริสพูดออกมา เขายกมือลูบผมสีน้ำตาลอ่อนของเพื่อนรักอย่างแผ่วเบา ทำไมเขาจะรู้สึกไม่ได้ว่าเพื่อนคนนี้คิดกับเขาแบบไหน ตัวเขาเองไม่ได้ซื่อบื้อจนไม่รู้อะไรเลยแบบที่คาตาลิน่าเคยปรามาสไว้ แต่เขามาแน่ใจเอาก็ตอนที่คริสบอกเขาว่าตัวเองเป็นเกย์

"ฉันรับรู้ความรู้สึกของนาย คริส รับรู้มาตลอด และฉันขอบใจในความรักที่นายมีให้ฉันและครอบครัว ฉันจะไม่มีวันลืมเลย" เขากระซิบแผ่วเบา

"ฉันอยากให้นายรู้ว่าฉันเองก็รักนาย เพื่อนรัก และต้องขอโทษด้วยที่ไม่อาจตอบสนองความรู้สึกของนายได้"

อันเดรสถอนหายใจ มีช่วงเวลาหนึ่งก่อนจะพบคาตาลิน่าที่เขาเคยไม่แน่ใจในความรู้สึกของตนเองที่มีต่อคริส แต่หากปัจจัยหลายๆ อย่างไม่ว่าจะเรื่องความเชื่อทางศาสนาและยุคสมัยที่ทำให้เขาข่มความรู้สึกนั้นเอาไว้

"ฉันขอสัญญาว่าฉันและครอบครัวก็จะไม่มีวันทิ้งนายไปไหนจนกว่าชีวิตจะหาไม่"

เขาจรดจูบบนปลายนิ้วและแตะลงแผ่วเบาบนริมฝีปากบางของคริสแทนคำสัญญา ก่อนจะทอดกายนอนโดยกุมมือของเพื่อนรักคนนี้ไว้แน่น


เวลาเวียนผ่านไป เว็บไซต์ของอันเดรสและคริสเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาเปลี่ยนมาติดต่อโดยตรงกับทางโรงแรมโดยไม่ผ่านเอเจนซี่  เขาพัฒนารูปแบบเว็บไซต์ให้ง่ายต่อการจองของผู้ใช้และก้าวขึ้นเป็นเว็บชั้นนำในด้านการจองโรงแรม  บริษัทของเขามีพนักงานเพิ่มจากหลักสิบเป็นหลักร้อย คริสยุ่งมากขึ้นแต่ก็ยังเจียดเวลาบินกลับไปฮ่องกงบ้าง ถึงเวลาแล้วที่เขาจะเข้าไปสานงานของพ่อ เขาใช้คอนเน็คชั่นในฮ่องกงมาเกื้อหนุนกับงานของบริษัทที่สหรัฐฯ แต่ก็ยังเป็นแค่ส่วนเล็กๆ

"คริส วันขอบคุณพระเจ้าปีนี้นายจะมาหาพวกเราหรือเปล่า?"

อันเดรสคุยกับคริสที่ยังอยู่ที่ฮ่องกง

"ปีนี้ฆาเบียร์จะพาเพื่อนมาบ้านด้วยนะ"

คริสขมวดคิ้ว เจ้าลูกชายตัวดีของเขาไม่เคยพาใครกลับบ้านมาด้วยสักครั้ง หรือนี่จะเป็นคนพิเศษ เขาคิดอย่างลิงโลดใจ ที่จริงเขากะจะไม่กลับไปในปีนี้แต่เรื่องแบบนี้พลาดไม่ได้เสียแล้ว เขาเร่งเคลียร์งานโดยเร็วพลัน


"อาปาครับ นี่นพ เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากเมืองไทย เขาเป็นรูมเมทของผม"

ฆาเบียร์แนะนำหนุ่มน้อยชาวเอเชียร่างท้วมหน้าตาดูอ่อนวัย เขามองอย่างสนใจ เด็กคนนี้ไม่ใช่สเป็คของฆาเบียร์เลยสักนิด แต่เมื่อดูท่าทางของลูกที่มีต่อเด็กไทยคนนี้แล้วมันทำให้คริสยิ้มอย่างสุขใจ เขาที่เห็นฆาเบียร์กลายเป็นคนที่ไม่ผูกพันกับใครก็ชวนให้หวั่นใจว่าลูกชายคนนี้ของเขาจะกลายเป็นคนที่รักใครไม่เป็น แต่ในตอนนี้เขาเห็นบางสิ่งในแววตาของฆาเบียร์ เจ้าตัวอาจจะยังไม่รู้ตัว แต่เขามั่นใจว่าลูกประทับใจหนุ่มน้อยคนนี้เข้าให้แล้ว

 จริงดั่งคาด ไม่นานหลังจากนั้น ฆาเบียร์ก็โทรศัพท์มาปรึกษากับเขาเรื่องความรู้สึกของตนเอง คริสเริ่มใจเสียเมื่อรู้ว่านพนั้นน่าจะมีคนในดวงใจอยู่แล้ว แต่ฆาเบียร์เองก็บอกว่าเขาจะไม่ย่อท้อและทำให้นพรักเขาให้ได้ แต่คริสก็กลัวเหลือเกินว่าลูกทูนหัวของเขานั้นจะผิดหวัง

สิ่งที่เขากลัวก็เป็นจริงขึ้น ฆาเบียร์กลับไปมีอาการซึมเศร้าและหดหู่ในช่วงจบเทอม เขากลับแคลิฟอร์เนียด้วยอาการของคนใจสลาย เขาเล่าทุกสิ่งอย่างให้คริสฟังโดยขอร้องไม่ให้บอกพ่อแม่ เขาไม่อยากให้พ่อแม่รู้ว่าเขาได้ขืนใจนพ ทั้งคู่รู้แค่ว่านพไม่รับรักฆาเบียร์และกลับไทยไปโดยไร้เยื่อใย

"ผมมันเลวระยำที่ทำกับมันไปแบบนั้น"

ฆาบี้ร่ำไห้กับอกคริสซึ่งกอดปลอบเขาอย่างอ่อนโยน การได้ระบายออกมาทำให้ฆาเบียร์สบายใจขึ้น เขาไปหาหมอเป็นช่วงสั้นๆ ก่อนที่อาการจะกลับเป็นปกติ


โลกก้าวผ่านเข้าสหัสวรรษใหม่อย่างมั่นคง หลายสิ่งหลายอย่างได้เกิดขึ้นในช่วงต้นสหัสวรรษใหม่ ทั้งความแตกตื่นเรื่อง y2k และการก่อการร้ายครั้งใหญ่ สำหรับครอบครัวเขา ฆาเบียร์เรียนจบด้วยคะแนนสูงลิ่วและได้เข้าไปฝึกงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งโดยอาศัยคอนเน็คชั่นของคริสและอันเดรสก่อนที่จะกลับมาทำงานกับบริษัทของที่บ้าน เขาและแม่ย้ายกลับมาอยู่พาโล อัลโต ทุกอย่างดูจะไปได้ด้วยดี คริสในวัย 40 เศษกลายเป็นซีอีโอแถวหน้าของวงการให้บริการท่องเที่ยวออนไลน์ แต่เว็บของเขายังคงจำกัดอยู่แค่การให้บริการด้านที่พัก

"อาปา ผมว่าเราน่าจะเพิ่มอะไรเข้าไปในเว็บของเรานะ"

ฆาเบียร์ผู้เพิ่งเริ่มเข้ามาทำงานในบริษัทพูดกับคริส

"เราน่าจะนำเสนอด้านอื่นเช่นมีการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ให้คนอ่านได้รีวิวโรงแรม ร้านอาหารหรือที่ๆ เขาได้ไปมาด้วย มันจะทำให้คนรู้สึกมีส่วนร่วมกับเว็บของเรา ไม่ใช่เข้ามาเพื่อจองโรงแรมอย่างเดียว"

คริสคิดตามอย่างสนใจ เขามอบหมายให้ฆาเบียร์เป็นคนทำโปรเจ็คท์นี้

(ต่อ)

คำมันล้นค่ะ ต่อเมนท์ต่อไปนะคะ



ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1



 ---- Chris Pt.4 (ต่อ) ----



ปี 2006

แนวคิดของฆาเบียร์ทำให้เว็บไซต์ของเขาเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว นอกเหนือจากให้บริการจองที่พักแล้ว เว็บของเขายังเป็นแหล่งข้อมูลทุกอย่างเท่าที่คนต้องการเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางยอดนิยม การเปิดให้คนที่ได้ใช้บริการหรือไปเที่ยวจริงๆ ได้รีวิวอย่างอิสระทำให้คนอ่านรู้สึกมีส่วนร่วมและคล้อยตาม

คริสเดินทางมาที่ฮ่องกง ในที่สุดเขาก็ได้ข่าวของแอนดี้ผู้เคยเป็นน้องชายของเขา แต่มันไม่ใช่ข่าวดี หลังจากพยายามเสาะหามานานหลายปี คนของเขาพบแอนดี้ป่วยหนักอยู่ในโรงพยาบาลเล็กๆ หลังหนีจากเจดไป แอนดี้ใช้ชีวิตอย่างแร้นแค้น เขาเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 16-17 ปี จากคุณชายที่เคยอยู่สุขสบาย เขาต้องทำงานทุกอย่างที่หาได้แต่เขาก็ไม่คิดกลับไปร้องขอเงินจากบ้านของคริส ถึงคริสจะบอกว่าเขามีสิทธิ์แต่เขาก็ละอายแก่ใจเกินกว่าจะทำเช่นนั้น สิ่งที่แม่ของเขาทำกับครอบครัวนี้มันเลวร้ายเกินกว่าเขาจะชดใช้ให้ได้ จึงได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมไป

แอนดี้แต่งงานกับคนรักตอนอายุ 20 ปีและมีลูกชายหนึ่งคน แต่ไม่นานนักเขาก็ถูกเมียรักทิ้งไปหาชายอื่น เขาพยายามเลี้ยงลูกโดยลำพังและให้การศึกษาขั้นพื้นฐานแก่ลูกแม้จะหมายถึงการทำงานอย่างหนักก็ตาม สุดท้ายสังขารเขาก็พ่ายแพ้ให้กับสารพัดโรคที่รุมเร้า

ทันทีที่รู้ข่าวของแอนดี้ เขาสั่งให้คนย้ายน้องชายของเขาจากโรงพยาบาลรัฐเข้ามาที่โรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุดของฮ่องกง แต่มันสายเกินไปแล้ว เวลาของแอนดี้เหลืออีกไม่มาก

คริสเปิดประตูเข้าในห้องพิเศษของโรงพยาบาล

"คุณคริส..."

แอนดี้เรียกชื่อเขาแผ่วๆ คริสกลั้นน้ำตาเมื่อเห็นสภาพอดีตน้องชายที่ใบหน้าและร่างกายซูบผอม ริ้วรอยแห่งความลำบากบนใบหน้าทำให้แทบดูไม่ออกว่านี่คือชายวัย 38 ปี

"เรียกฉันพี่ใหญ่เหมือนเดิมสิ แอนดี้"

เขากุมมือที่ซูบซีดคู่นั้น มือของน้องช่างเย็นเหลือเกิน

"พี่ใหญ่"

แอนดี้หลับตาสะอื้นไห้

"ผมขอโทษ"

"ทำไมนายต้องหนีไป มันไม่ใช่ความผิดของนายสักนิด"

คริสตัดพ้อ เขาโทษตัวเองที่ไม่ได้พลิกแผ่นดินหาน้องตั้งแต่แรก เขาไม่ควรปล่อยไว้เนิ่นนานขนาดนี้ พวกเขาถามไถ่ถึงชีวิตของอีกฝ่ายกันพักใหญ่ ก่อนที่แอนดี้จะไอถี่ๆ และหอบอย่างเหนื่อยอ่อน คริสบอกว่าเขาจะปล่อยให้แอนดี้ได้พักผ่อน แต่แอนดี้เอื้อมมือมาฉุดมือเขาไว้

"พี่ใหญ่ ผมมีเรื่องจะขอร้อง ถือว่าเป็นคำขอก่อนตาย" คริสใจสะท้าน

"ผมห่วงลูกของผม ผมอยากให้พี่ช่วยดูแลเขาแทนผมด้วย แต่ขอร้องอย่าได้รับเขาเป็นทายาทหรืออะไร ผมไม่อาจเอื้อมถึงขนาดนั้น ขอแค่เขาได้เรียนจบ ได้มีงานทำ"

"...และอย่าบอกเขา อย่าให้เขารู้ว่าพ่อและย่าของเขาเป็นใครและทำอะไรไว้กับพี่บ้าง ผมขอแค่นี้"

แอนดี้พูดพร้อมน้ำตาที่ไหลนองหน้า คริสกอดร่างน้องชายแน่น ทั้งคู่สะอื้นไห้

"ฉันให้สัญญา แอนดี้ ฉันจะคืนสิทธิ์ของนายให้กับลูกชายของนาย เขาจะได้รับการศึกษาอย่างดีที่สุดและสูงที่สุดเท่าที่เขาปรารถนา นายไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลเขาเอง"

แอนดี้พยักหน้าช้าๆ และหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน คริสปลีกตัวออกมาเพื่อปล่อยให้เขาพักผ่อน เขาเดินสวนกับหนุ่มน้อยในชุดนักเรียนวัยประมาณ 17-18 ปีคนหนึ่งตรงโถงทางเดิน นี่คงเป็นลูกชายของแอนดี้


แอนดี้เสียชีวิตลงในอีก 3 วันให้หลัง หลังงานศพ เขาขอพบลูกชายของแอนดี้เพื่อพูดคุย เขาได้รู้ว่าแอนดี้บอกลูกชายว่าเขาเคยเป็นเด็กในบ้านของคริสซึ่งเป็นเจ้านายผู้มีพระคุณของครอบครัวเขา เขาสั่งเสียให้ลูกชายเขามาทำงานรับใช้ครอบครัวของคริสในอนาคต คริสแอบหลั่งน้ำตาให้กับความเจียมตัวของน้องชาย

คริสเสนอทุนการศึกษาให้กับลูกชายของแอนดี้ ตอนแรกเขาว่าจะส่งหนุ่มน้อยไปเรียนถึงต่างประเทศแต่เด็กหนุ่มปฏิเสธ เขาเจียมตัวพอๆ กับพ่อของเขา คริสได้แต่ทอดถอนใจ เขาตกลงส่งชายหนุ่มให้เรียนจบอย่างน้อยปริญญาตรีโดยมีเงินรายเดือนให้สูงพอสมควร จากนั้นจะเรียนต่อหรือไม่ก็สุดแท้แต่ตัวของเด็กหนุ่มเอง แต่เมื่อเรียนจบเขาต้องเข้ามาทำงานกับบริษัทของคริส ความตั้งใจของคริสคือเขาจะนำเงิน 10% ของทรัสต์ฟันด์ที่แอนดี้ควรได้ใส่ไว้ในบัญชีให้หนุ่มน้อยไปเรื่อยๆ และเขาจะให้เด็กหนุ่มคนนี้เรียนรู้งานในหลากหลายตำแหน่งจนกระทั่งพร้อมเขาจึงจะยกบริษัทในเครือสักบริษัทหนึ่งให้ แต่ก่อนอื่นเขาต้องดูให้แน่ใจว่าเด็กคนนี้จะตั้งใจทำงานและเป็นคนดีจริง

"ฉันลืมถามไป เธอชื่ออะไรนะ?"

ใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นยิ้มเศร้าๆ ก่อนที่จะตอบคริส

"ผมชื่อริคกี้ครับ"


คริสอยู่จัดการงานที่ฮ่องกงพักใหญ่ เขาโทรคุยกับทางสหรัฐฯ แทบทุกวัน งานของเขาทางนู้นก็ยุ่งไม่แพ้กัน

"อันเดรส นายจัดการอะไรเองไหวแน่นะ?" เขาถามอันเดรส

"ไม่มีปัญหา เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันก็จะไปงานกาล่าที่นิวยอร์คในฐานะประธานบริษัท โก้ไม่หยอกนะเนี่ย"

อันเดรสผู้เกลียดการออกงานสังคมกล่าว เขาและภรรยาจะเดินทางไปที่นั่นแทนคริสซึ่งติดภารกิจที่ฮ่องกง

"แล้วฆาบี้ล่ะ?"

"โอ๊ย รายนั้นเหรอ มันมัวแต่ง่วนทำงาน กลางคืนก็ไปอยู่กับหนุ่มๆ บ้านช่องไม่ค่อยกลับ"

อันเดรสบ่นลูกชายเจ้าสำราญของเขา

"ไม่รู้เมื่อไหร่มันจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนซักที ฉันล่ะกลัวนักว่ามันจะรักใครไม่เป็น"

คริสกล่าวอย่างหนักใจ อันเดรสหัวเราะ

"ไม่ต้องห่วงมันหรอก เดี๋ยวถ้าเจอมันก็จะรู้สึกเอง คนอย่างมันถ้าลงได้รักใครสงสัยจะหลงเขาจนโงหัวไม่ขึ้นแน่" นี่คือคำทำนายของอันเดรส


คริสสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมเหงื่อเต็มหน้า ใจเขาเต้นถี่เร็ว เขาฝันร้ายว่ามีคนควักหัวใจเขาออกไปจากอก เขาลุกจากเตียงไปล้างหน้าล้างตาตอนที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาฟังสิ่งที่ปลายสายพูดแทบไม่รู้เรื่อง หูของเขาอื้อไปหมด

"ไม่! มันไม่จริง ฉันแค่ฝันร้ายไป"

เขาตะโกนลั่นก่อนทุกอย่างจะดับวูบไป

คริสนอนตัวงอสะอื้นไห้เบาๆ บนที่นั่งแสนสบายชั้นเฟิร์สคลาสของสายการบินชื่อดัง รักเดียวของชีวิตเขาจากเขาไปแล้ว เครื่องบินเล็กแบบเช่าเหมาลำที่อันเดรสและคาตาลิน่านั่งอยู่ประสบอุบัติเหตุตกลงระหว่างทางไปมหานครนิวยอร์ค ไม่มีผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นั้น

เมื่อคืนเขาหมดสติไปครู่ใหญ่ พอฟื้นขึ้น เขารีบโทรหาฆาเบียร์อย่างร้อนใจ ลูกชายของเขา ญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง

"ฮัลโหล"

คริสน้ำตาไหลออกมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงแห้งแล้งไร้วิญญาณนั้น

"ฆาบี้ นี่อาปานะ"

ปลายสายปล่อยโฮออกมาดังลั่นเมื่อได้ยินเสียงเขา

"อาปา ผมไม่เหลือใครอีกแล้ว"

คริสหลับตาลง เสียงของฆาเบียร์กรีดลึกลงไปในใจเขา

"ฉันกำลังจะกลับบ้าน..."


คริสโทรเช็คฆาเบียร์ทุกๆ ชั่วโมง เขายังได้โทรสั่งให้คนในบริษัทไปคอยเฝ้าดูไม่ให้ฆาเบียร์ทำร้ายตัวเอง เขายังจำถึงตอนที่ฆาเบียร์เสียคนรักไปได้ คราวนี้มันยิ่งร้ายแรงกว่าหลายเท่านัก ใจคริสร้อนดั่งไฟ เขาอยากหายตัวกลับไปอยู่เคียงข้างลูกทูนหัวของเขาเสียในตอนนี้

คริสลงรถคันงามของเขาแล้วรีบขึ้นลิฟท์ไปยังห้องชุดขนาดใหญ่ของฆาเบียร์ในซาน ฟรานซิสโก เขาถามอาการของฆาเบียร์จากคนของเขาที่นั่งเฝ้าอยู่ในห้อง

"คุณฆาเบียร์หลับไปแล้วครับ หมอเพิ่งมาฉีดยาให้สักชั่วโมงที่แล้ว"

เมื่อทราบข่าว ฆาเบียร์ล้มทั้งยืนและมีอาการช็อคเกร็งเหมือนที่เคยเกิดเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เมื่อฟื้นขึ้น เขานั่งขดตัวร้องไห้อยู่ที่มุมห้อง เขาพยายามทำร้ายตัวเองหลายครั้งแต่ห้ามไว้ทัน คริสเดินเข้าห้องนอนของฆาเบียร์ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ใบหน้าของร่างกำยำที่นอนไม่ได้สติอยู่นั้นซีดไร้สีเลือด คราบน้ำตายังคงอยู่บนแก้มไร้สี ตาที่หลับอยู่นั้นบวมช้ำ เขาบีบกระชับมือใหญ่นั้นแน่นก่อนจะฟุบหน้าหลับไปข้างเตียงอย่างอ่อนเพลีย

คริสตื่นขึ้นเมื่อรู้สึกถึงแรงดึงที่มือ เขาลืมตาขึ้นเห็นฆาเบียร์นั่งเหม่อลอยอยู่บนเตียง

"ฆาบี้..."

เขาเรียกเบาๆ ใบหน้านั้นหันมาสบตาเขาก่อนที่จะปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น คริสอดไม่ได้ที่จะน้ำตาร่วงพรูออกมา ทั้งสองกอดกันร้องไห้อย่างเศร้าสลด ความสูญเสียนั้นมากเกินที่คนๆ หนึ่งจะรับไหว

"อาปา ผมไม่เหลือใครแล้ว ไม่เหลือเลย"

ลูกตัวโตของคริสซบหน้ากับอกเขา คริสกลั้นสะอื้น เขาต้องทำตัวเป็นที่พึ่งของฆาเบียร์ให้ได้ เขาตบไหล่ใหญ่หนานั้นเบาๆ

"ลูกยังมีอาปาอยู่นะ อาปาจะไม่ทิ้งลูกไปไหนแน่นอน"

ทั้งคู่ร้องไห้อย่างเงียบงันให้กับผู้เป็นที่รักซึ่งล่วงลับไป



-------------------------------------------------------------------


พรุ่งนี้จะจบเรื่องของคริสนะคะ แล้วจะขอหนีไปเที่ยวสักสามสี่วันแล้วกลับมาโพสต์เรื่องฆาเบียร์ เจ อีกทีสัปดาห์หน้าค่ะ




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-08-2017 06:31:48 โดย La Vida Sin Tu Amor »

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3737
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
ริคกี้จะมีบทบาทอะไรกับคริสไหมนะ
รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1




---- Chris [Pt. 5] ----


งานศพของสองสามีภรรยาจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ทั้งสองเสียชีวิตจากแรงกระแทกและร่างไม่ได้เสียหายมากนักจึงสามารถจัดงานแบบเปิดโลงได้ คริสในฐานะเพื่อนและหุ้นส่วนทางธุรกิจเป็นคนจัดการงานศพ ส่วนฆาเบียร์ในวัย 27 ปีได้แต่นั่งนิ่งและเหม่อลอยอยู่บนเก้าอี้ เขาไม่แม้แต่จะเดินเข้าไปลาพ่อแม่ของเขา ได้แต่นั่งน้ำตาไหลเป็นระยะๆ อยู่อย่างนั้น
คริสรอจนฆาเบียร์และแขกคนสุดท้ายกลับไป เขาจึงเข้าไปร่ำลาร่างไร้วิญญาณของเพื่อนทั้งสอง

"หลับให้สบายนะ คาตาลิน่าเพื่อนรัก ไม่ต้องห่วงฆาเบียร์นะ ฉันจะคอยดูแลเขาเอง"
น้ำตาเขาคลอเบ้าพร้อมลูบผมสีน้ำตาลเข้มของคาตาลิน่า จากนั้นเดินมายืนมองร่างของคนที่ยึดครองหัวใจเขากว่า 30 ปี ใบหน้าของอันเดรสเหมือนคนหลับใหล เขาอยากเขย่าร่างนั้นแรงๆ เพื่อปลุกให้คนๆ นั้นตื่นขึ้นมาหัวเราะร่าแล้วบอกเขาว่านี่เป็นแค่การเล่นตลก

"ลาก่อนสุดที่รักของฉัน"
คริสกระซิบแผ่วเบา น้ำตาหลั่งไหลออกจากตาทรงเม็ดอัลมอนด์นั้นอย่างควบคุมไม่ได้
"ฉันจะยังรักนายตลอดไปจวบจนชีวิตจะหาไม่"
เขาจุมพิตลงแผ่วเบาที่ริมฝีปากเย็นชืดนั้นและข่มใจหันหลังเดินจากมา

ฆาเบียร์หลับไปแล้วด้วยยากล่อมประสาทอย่างแรง มันเป็นสิ่งที่เขาทำทุกคืนหลังงานศพ คริสกังวลว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอยเมื่อสิบปีที่แล้วซึ่งก็เป็นไปตามคาด อาการซึมเศร้าและโรคแพนิคของฆาบี้กลับมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นหนักกว่าเดิม เขาไม่กิน ไม่นอน ไม่ทำอะไร เอาแต่นั่งซึมเซา ในตอนแรกเขาเอาแต่ดูอัลบั้มรูปพ่อแม่ พอเผลอเขาก็จะหาทางทำร้ายตัวเอง จนคริสต้องเก็บอัลบั้มรูปและสิ่งของที่จะใช้ทำร้ายตัวเองได้ออกไปให้หมด เมื่อเห็นแบบนั้นฆาเบียร์ก็ยิ่งอาละวาดหนัก เขาด่าทอคริส พยายามจะพุ่งเข้ามาทำร้าย แต่คริสก็กอดเขาไว้อย่างใจเย็น เขายกมือห้ามไม่ให้คนที่เฝ้าอยู่มายุ่งแล้วปล่อยให้ฆาเบียร์ทุบหลังไหล่เขาจนหลับเพราะความเหนื่อยอ่อนไปเอง เหตุการณ์เป็นแบบนี้มานับเดือน สุดท้ายหลังจากผ่านการปรึกษากับจิตแพทย์ผู้ชำนาญ ฆาเบียร์ถูกส่งเข้าสถานบำบัด เขาต้องกินยาเพื่อปรับเคมีในร่างกายและรับการรักษาจากจิตแพทย์
คริสพยายามฝืนตัวเองให้ยิ้มแย้มและทำงานต่อไปได้ เขาจะล้มไม่ได้ ทั้งฆาเบียร์และพนักงานบริษัทต่างหวังพึ่งเขาอยู่ ต่อหน้าคนอื่นเขาดูเข้มแข็งและจัดการงานทุกอย่างได้อย่างไม่มีที่ติ แต่ในตอนกลางคืนเมื่อไฟดับลง เขานอนกอดตัวเองร่ำไห้คิดถึงผู้เป็นที่รักทั้งสอง โดยเฉพาะอันเดรสซึ่งเป็นรักแรกและรักเดียวของเขา เขาเองก็อยากจะตามสองคนนั้นไปเสียให้สิ้นเรื่อง สิ่งเดียวที่รั้งเขาไว้อยู่คือฆาเบียร์ ในวันที่ฆาเบียร์เกิดนอกเหนือจากจะขอให้เขารับฆาเบียร์เป็นลูกแล้ว คาตาลิน่ายังได้กระซิบฝากฝังลูกไว้กับเขา
"ขอให้เธอช่วยประคองและเป็นกำลังใจให้ฆาเบียร์ในตอนที่พวกเราไม่อยู่แล้วด้วย"
ในตอนนั้นเขายังดุแคทว่าพูดเป็นลางไม่ดี แต่ไม่เคยนึกเลยว่าเขาจะได้ทำแบบนั้นจริงๆ เขานึกถึงร่างน้อยๆ ที่เขาโอบอุ้มไว้ในอกในตอนนั้นพร้อมกับคำสัญญาที่ให้ไว้กับแคท มันทำให้เขายืนหยัดต่อไปได้

"นี่อะไรครับ อาปา?"
ฆาเบียร์ซึ่งดีขึ้นมากและอยู่ในช่วงพักฟื้นจากการรักษาถามขึ้น เขามองเอกสารปึกใหญ่ตรงหน้าอย่างสงสัย
"เอกสารรับบุตรบุญธรรม อาปาจะรับลูกเป็นลูกบุญธรรมตามกฎหมาย"
"ผมก็คิดว่าตัวเองเป็นลูกของอาปามาตลอดอยู่แล้วนะครับ"
คริสนั่งลงตรงหน้าฆาเบียร์
"อาปาอยากทำให้มันถูกต้องตามกฏหมาย เพื่อที่ลูกจะได้สืบทอดทุกอย่างที่อาปามีได้หลังจากที่อาปาไม่อยู่แล้ว"
ฆาเบียร์ทำตาแดงๆ เขาเพิ่งเสียพ่อแม่ไปไม่ถึงปี คริสก็จะมาพูดเรื่องตายกับเขาอีก เขาบอกว่าเขาไม่ได้อยากได้ทรัพย์สมบัติอะไร แค่อยากให้คริสอยู่กับเขาไปนานๆ คริสถอนหายใจ
"ฆาเบียร์ ปาปี๊ของลูกไม่อยู่แล้ว มันถึงเวลาที่ลูกจะต้องเข้ามาบริหารบริษัทนี้แล้ว อาปาจะยกทุกอย่างคืนให้ลูก"
ฆาเบียร์ปฏิเสธลั่น เขาเพิ่งอายุ 27 จะรับผิดชอบบริษัทที่มีพนักงานหลายร้อยคนได้อย่างไร? คริสบอกเขาว่าในช่วงแรกเขายังจะอยู่ช่วยงานฆาเบียร์ แต่เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เขาส่งไม้ต่อให้ฆาเบียร์
เขายังได้เล่าให้ฆาเบียร์ฟังเป็นครั้งแรกถึงบรรดาธุรกิจของเขาในฮ่องกง แผนการที่เขาเตรียมไว้เพื่อสนับสนุนงานของบริษัทแม่ในสหรัฐฯ ทุกอย่างนี้เขาเตรียมไว้ให้ลูกคนสำคัญของเขา การที่เขารับฆาเบียร์เป็นลูกบุญธรรมเพื่อให้การโอนถ่ายหรือสืบทอดทรัพย์สินทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นภายหลังนั้นง่ายขึ้น ฆาเบียร์อึ้งเมื่อนึกถึงความรับผิดชอบใหญ่หลวงที่รออยู่ข้างหน้า
"เรามาช่วยกันทำบริษัทที่ปาปี๊ของลูกสร้างมากับมือนี้ให้ยิ่งใหญ่กันเถอะนะ ฆาเบียร์ เพื่อเป็นเกียรติให้แก่อันเดรส"
นี่คือภาระที่คริสตั้งใจวางไว้บนบ่าของฆาเบียร์เพื่อที่จะทำให้เขาจดจ่ออยู่กับมันจนลืมความเศร้าที่กัดกินจิตใจ

อันที่จริงคริสมีอีกเหตุผลหนึ่งที่รับฆาเบียร์เป็นลูกบุญธรรม หลังการเสียชีวิตของอันเดรสและคาตาลิน่า ยายที่ไม่เคยพบหน้าของฆาเบียร์ก็ติดต่อมา คาร์เมนผู้เป็นแม่ของคาตาลิน่าเริ่มติดต่อกับลูกสาวที่ห่างเหินกันไปนานของเธอมาตั้งแต่ตอนที่ฆาเบียร์เข้าวิทยาลัย กาลเวลาที่ล่วงเลยทำให้ทิฐิของทั้งสองมลายไป แต่ด้วยความไม่สะดวกหลายประการ สองแม่ลูกจึงยังไม่มีโอกาสพบหน้ากันจนกระทั่งสายเกินไป มาถึงตอนนี้คาร์เมนต้องการพบหน้าฆาเบียร์และให้เคลมสัญชาติอาร์เจนติน่าเพื่อกลับมารับช่วงต่อกิจการของครอบครัวที่นั่น ฆาเบียร์ซึ่งไม่ได้ใส่ใจยายคนนี้นักก็ยังผัดผ่อนมาตลอด
สำหรับคริส เขาเกรงว่าถ้าลูกของเขาตัดสินใจรับช่วงต่อกิจการของครอบครัวทางนั้นแล้วก็อาจจะถูกความเป็นสายเลือดเดียวกันดึงให้ห่างจากเขาไป แล้วเขาที่เป็นแค่พ่อปลอมๆ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดเลยจะเอาอะไรไปสู้? เขาคงทนไม่ได้ที่ต้องอยู่โดยปราศจากลูกน้อยที่เขาเลี้ยงมาตั้งแต่ยังแบเบาะ เขาจึงชิงรับฆาเบียร์เป็นลูกบุญธรรมและวางบริษัทไว้ในมือของฆาเบียร์เพื่อดึงลูกคนนี้ให้อยู่กับเขาต่อไป นี่เป็นความเอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวครั้งเดียวที่คริสเคยแสดงออกมา

เมื่อเดินเรื่องเสร็จและฆาเบียร์กลายเป็นลูกบุญธรรมของคริสอย่างเป็นทางการ คริสพาเขามาแนะนำต่อคณะกรรมการของบริษัท ในอดีตฆาเบียร์มืชื่อเป็นผู้ถือหุ้นแต่ไม่ได้มีส่วนในการบริหาร แต่ตอนนี้เขาเข้ามาทำหน้าที่กรรมการบริษัทแทนพ่อโดยมีคริสนั่งเป็นประธานแทนและคงตำแหน่งซีอีโอเหมือนเดิม ฆาเบียร์ปฏิเสธที่จะรับหุ้นของพ่อไว้ทั้งหมดแต่แบ่งคืนให้คริสซึ่งตอนนี้ถือหุ้น 51% และเขาถือ 49% ที่เหลือและรับตำแหน่งรองประธานในชื่อ ฆาเบียร์ มาร์ติเนซ เขาไปลงเรียนเอาวุฒิบัตรด้านการบริหารจัดการและการตลาดที่เกี่ยวกับโซเชียลมีเดียและกลับเข้ามาทำงานในบริษัทในฐานะประชาสัมพันธ์โดยใช้ชื่อฆาเบียร์ บาเลนติน เด ลา โรซ่า ช่วงก่อนพ่อเสียเขาเริ่มเข้ามาทำงานในฝ่ายไอทีโดยเน้นงานด้านระบบและไม่ได้โผล่หน้าให้ใครเห็นมากนักจึงไม่มีใครจำได้ว่าหนุ่มใส่แว่นหัวฟูที่มักงมอยู่กับคอมคนนั้นเป็นคนเดียวกับชายหนุ่มร่างผึ่งผายที่มีดวงตาแพรวพรายและใบหน้ายิ้มละไมในชุดสูทสุดเนี้ยบคนนี้

ฆาเบียร์ทำงานของเขาที่ได้รับมอบหมายอย่างไม่ขาดตกบกพร่องทั้งด้านการกำกับควบคุมด้านระบบ งานบริหารและในฐานะประชาสัมพันธ์ นับจากวันที่คริสมอบภาระอันใหญ่หลวงนี้ให้ฆาเบียร์ ลูกของเขาได้เดินหน้าทำให้เว็บไซต์จองโรงแรมเล็กๆ ที่เขากับอันเดรสสร้างขึ้นเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อนพัฒนากลายเป็นเว็บไซต์ที่ทุกคนคิดถึงเป็นอันดับแรกๆ เมื่อจะเดินทาง ฆาบี้พัฒนาเว็บไปในแนวทางที่ตนตั้งไว้คือไม่เพียงแต่ให้มีการจองโรงแรม เขายังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้รีวิวและแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นคือเขาเชิญบรรดาบล็อกเกอร์ชื่อดังทั้งหลายให้มาเข้าร่วมนำเสนอการท่องเที่ยวในแบบของพวกเขา โดยมีตัวเขาเองเป็นหนึ่งในนั้นโดยใช้ชื่อ บาเลนติน เด ลา โรซ่า เกย์หนุ่มรูปงามผู้มีชีวิตหอมหวานดั่งดอกกุหลาบ เขาพาเหล่าฟอลโลเวอร์ของเขาท่องไปทั่วโลกผ่านบล็อกและสื่อโซเชียลของเขา
ภายในเวลา 5 ปี  คริสและฆาบี้นำเว็บไซต์ของพวกเขาเข้าตลาดหลักทรัพย์โดยมีบริษัทที่อันเดรสตั้งขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ รองลงมาเป็นบริษัทของคริสที่ฮ่องกงซึ่งมีฆาเบียร์เป็นรองประธานบริหาร พวกเขาระดมทุนได้มากพอจนสามารถซื้อเว็บไซต์พันธมิตรอื่นๆ ในตอนนี้บริษัทของเขามีครบทั้งการจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน รถเช่า แพ็คเกจทัวร์ ทุกอย่างที่คนจะนึกถึงเมื่อต้องเดินทางท่องเที่ยว ผู้บริหารของเว็บไซต์เป็นชุดเดียวกันกับบริษัทแม่และขยายจากมีพนักงานหลักร้อยไปเป็นหลักพันและมีมูลค่ารวมหลายพันล้านเหรียญ

คริสมองลูกบุญธรรมวัย 35 ปีของเขาที่ยืนสนทนากับคู่ค้าของบริษัทเป็นภาษากวางตุ้งอย่างฉาดฉานด้วยความภาคภูมิใจ

'อันเดรส คาตาลิน่า ลูกของพวกเราโตมาเป็นชายหนุ่มที่เพียบพร้อมและสง่างามแล้วนะ'
เขากระซิบบอกเพื่อนรักบนฟ้า

คริสเรียกพนักงานหนุ่มวัย 20 ต้นในชุดสูทคนหนึ่งที่เดินผ่านมาและเรียกฆาบี้ที่ส่งคู่ค้าของบริษัทเสร็จแล้วให้เข้ามาทำความรู้จัก
"ฆาเบียร์ อาปาจะแนะนำพนักงานใหม่ให้รู้จัก นี่ริคกี้ เขาพึ่งเข้ามาทำงานเมื่อต้นปีนี้ อาปาจะให้เขาเรียนรู้งานที่นี่ไปก่อน แล้วจะให้เขาไปช่วยลูกตอนเราขยายสาขามาที่เอเชียนะ"
ฆาเบียร์เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม คริสพยักหน้าเบาๆ ตอบรับ เขาได้เล่าเรื่องของแอนดี้และริคกี้ให้ฆาเบียร์ฟังจนหมดแล้ว
"นายต้องเรียนรู้งานให้มากๆ นะ ริคกี้ เพราะถ้ามาทำงานให้ฉันแล้ว ฉันจะไม่ปราณีหรอกว่านายเป็นคนของพ่อ" ฆาเบียร์พูดยิ้มๆ เขาต้องเตรียมชายหนุ่มคนนี้ให้พร้อมสำหรับงานบริหารในอนาคต ริคกี้ยิ้มแหยๆ เขาได้ยินกิติศัพท์ความโหดและความเขี้ยวลากดินของท่านรองฯ ที่ภายนอกดูเป็นเพลย์บอยคนนี้มามากนัก เขาหวังว่าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง

"ฮัลโหล...อ๊ะ ฌอง ขอตัวนะครับ"
ฆาเบียร์ขอตัวไปรับโทรศัพท์จากฌอง เพื่อนร่วมวงการประชาสัมพันธ์ซึ่งเป็นคู่แข่งด้วยเพราะทำงานกับบริษัท T....A... ซึ่งทำธุรกิจแบบเดียวกัน
"อืมม์ ฉันอยู่ฮ่องกง ใช่...นายก็อยู่นี่เหรอ? งั้นคืนนี้มาดื่มกันหน่อยไหม?"
"...เหอะ ทำเป็นปากดี คืนนี้ฉันไม่ให้นายได้นอนแน่"

ฆาเบียร์หัวเราะกระหึ่ม คริสส่ายหัวอย่างอ่อนใจ สำหรับลูกของเขาคนนี้อะไรก็ดีหมดเสียอยู่แค่เรื่องเดียว นับตั้งแต่เขาพลาดรักจากหนุ่มน้อยคนไทยในช่วงเรียนปี 3 เขาก็ไม่เคยจริงจังกับใครอีก ฆาเบียร์มองหาคนเพื่อมีสัมพันธ์ทางกายไม่ใช่ทางใจ ยิ่งหลังจากพ่อแม่เสีย ฆาเบียร์ยิ่งทำตัวเย็นชาและทำตัวเหมือนคนไร้หัวใจ เขาทุ่มเวลาไปกับการทำงาน ส่วนเวลาที่เหลือเขาออกปาร์ตี้และพาหนุ่มๆ ไม่ซ้ำหน้ากลับมานอนที่คอนโดแทบทุกคืน แต่มันไม่เคยทำให้เขามีความสุขที่แท้จริง รอยยิ้มละไมบนใบหน้าเขานั้นมีไว้เพื่อเวลางาน รอยยิ้มกว้างแบบจริงใจของเขานั้นมีไว้ให้อาปาของเขาเท่านั้น
"คืนนี้ไม่กลับมานอนบ้านใช่ไหม?"
คริสถามฆาเบียร์ที่เพิ่งคุยโทรศัพท์เสร็จอย่างรู้ทัน ฆาบี้ยิ้มกว้างให้เขา
"อาปาไม่ต้องรอนะ ผมไม่กลับ"
คริสพยักหน้าแล้วบ่นเบาๆ
"เรานี่นะ เมื่อไหร่จะหาแฟนเป็นตัวเป็นตนซะทีล่ะ มันก็นานแล้วนะ"
เขาพูดถึงครั้งสุดท้ายที่ฆาเบียร์มีความรัก ซึ่งนานจนเขาจำแทบไม่ได้แล้ว ฆาบี้ถอนหายใจ
"ผม...ไม่รู้สิครับ ผมยังไม่เจอคนที่ใช่ แต่ไม่ต้องห่วงนะอาปา ถ้าเจอใครถูกใจ ผมบอกอาปาคนแรกแน่นอน"
ฆาเบียร์ยิ้มอย่างประจบประแจงให้คริส
"เอาเถอะๆ ตามใจลูกแล้วกัน แต่ยังไงอย่าลืมป้องกันล่ะ"
ฆาเบียร์รับคำอย่างแข็งขัน คริสถอนหายใจ ยังดีที่ลูกของเขาปฏิบัติตามคำขอของที่บ้านเรื่องนี้อย่างเคร่งครัดเสมอมา
"ผมคงอยู่ต่อฮ่องกงอีกหลายวัน ไว้เจอกันที่บ้านนะครับ"
ฆาเบียร์พูดก่อนขอตัวไปหาคู่ขาอย่างฌอง ริิเชลิเยอ

ตั้งแต่อันเดรสกับคาตาลิน่าตายไป ฆาเบียร์ไม่เคยกลับไปนอนที่บ้านน้อยของพ่อแม่อีกเลย เช่นเดียวกับคริสที่แทบไม่อยากเข้าไปในบ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำของคนที่เขารักหลังนั้น พวกเขายังคงเก็บบ้านหลังน้อยนั้นไว้และให้คนไปปัดกวาดดูแลอย่างสม่ำเสมอ คริสขายบ้านของเขาที่อยู่ตรงข้ามบ้านหลังนั้นและซื้อคฤหาสน์สไตล์สเปนหลังงามที่สร้างในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ที่ชานเมืองพาโล อัลโต ฆาเบียร์ซึ่งก็มีชื่อเป็นเจ้าของบ้านร่วมจะกลับมานอนที่นี่ในช่วงสุดสัปดาห์ ส่วนวันธรรมดาเขาจะนอนที่คอนโดหรูของเขาในซาน ฟรานซิสโก
คริสให้คนตัดเอาผนังส่วนที่มีรอยมือของเขา อันเดรส และคาตาลิน่าประทับอยู่จากบ้านหลังน้อยของพวกเขามาใส่กรอบและตั้งไว้ที่บ้านหลังใหม่เพื่อที่ความทรงจำแสนสุขจากบ้านนั้นจะยังคงอยู่กับเขาตลอดไม่ว่าจะย้ายไปที่ใด
ทั้งคริสและฆาเบียร์เหมือนมีชีวิตและบ้านที่แสนสบายแต่ทั้งคู่รู้ดีว่าทั้งคอนโดหรูและบ้านหลังนี้ที่งามขนาดลงนิตยสารมาแล้วหลายฉบับไม่ได้ให้ความสุขและความอบอุ่นแก่พวกเขาได้เท่ากับบ้านหลังน้อยที่พวกเขาทำใจกลับเข้าไปไม่ได้หลังนั้นเลย เวลาเดียวที่คริสและฆาเบียร์จะสามารถหัวเราะได้เต็มเสียงก็คือเมื่อพวกเขานั่งลงกินข้าวและพูดคุยกันซึ่งฆาเบียร์พยายามจะทำให้ได้สัปดาห์ละ 2-3 วัน แต่บางครั้งหน้าที่การงานทำให้เขาห่างเหินพ่อบุญธรรมคนนี้ไปบ้างแต่ก็พยายามชดเชยด้วยการพูดคุยทางโทรศัพท์ แต่ในวันนี้เขาต้องเจออาปาให้ได้ เขามีเรื่องสำคัญจะเล่าให้อาปาของเขาฟัง เขานัดทานมื้อค่ำกับคริสที่ร้านอาหารฝรั่งเศสร้านโปรดของคริสอย่าง Gary Danko ในซาน ฟรานซิสโก

"สวัสดีครับ อาปา มาถึงนานหรือยังครับ?"
ฆาเบียร์ในวัยใกล้ 40 ทักทายพ่อบุญธรรมวัย 60 เศษของเขา
"สักพักแล้วล่ะ ว่าไงเรา นานๆ จะนัดอาปากินข้าวที วันนี้มีอะไร?"
คริสสังเกตได้ถึงแววตาท่าทางที่สดใสของฆาเบียร์ เขาไม่เห็นสีหน้านี้มานานมากแล้ว
"คือ ผมเตรียมงานเรื่องสาขาใหม่ของเราที่ฮ่องกงเรียบร้อยแล้วครับ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าผมจะเดินทางไปดูความเรียบร้อยที่นู่น"
ฆาเบียร์หยุดพูดแล้วยิ้มอย่างเขินอาย
"แล้ว ผมจะขอแวะกรุงเทพฯ ซักพักนะครับ พอดีว่าผมนัดเจอนพไว้ที่นั่น"
ท่าทีที่ขวยเขินเหมือนหนุ่มน้อยทำให้หัวใจคริสเต้นแรงด้วยความลิงโลด วันหนึ่งเมื่อสองปีกว่าที่ผ่านมาฆาบี้มาบอกเขาอย่างตื่นเต้นว่าเขาติดต่อกับนพผู้ซึ่งเขาให้ใจไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วได้แล้ว จากวันนั้น เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวฆาเบียร์ทีละน้อย ลูกของเขาดูร่าเริงสดใสขึ้น ยิ้มมากขึ้น แต่ก็ยังคงความเป็นเพลย์บอยอยู่เช่นเดิม
"ตามสบายเลย ฆาบี้ ลูกจะอยู่ที่นั่นไปจนก่อนถึงงานเปิดตัวบริษัทเลยก็ได้ ยังไงเราก็ทำงานกันออนไลน์ได้อยู่แล้ว"
ฆาเบียร์ยิ้มกว้างให้เขา แล้วบอกว่าจะถือโอกาสหาข้อมูลมาลงบล็อกไปด้วยเลย
"หวังว่าตอนงานเปิดตัวลูกจะพาคนมาหาอาปาด้วยนะ"
คริสกระเซ้าลูกน้อยของเขาที่นั่งยิ้มหน้าบานอยู่ตรงหน้า

(ต่อ)

ตัวหนังสือเกิน ต่อเมนท์ล่างนะคะ

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


(ต่อ)


เวลาผ่านไปเกือบเดือน ฆาเบียร์ไปถึงกรุงเทพฯ แล้ว เขาส่งรูปเขาที่ถ่ายกับนพและชายอีก 2 คนมาให้คริส เขาดูท่าทางมีความสุขดี สามวันถัดมา เขาได้รับข้อความจากฆาเบียร์เล่าเรื่องที่กรุงเทพฯ

'นพมีแฟนแล้วครับ'
คริสนิ่วหน้าอย่างเป็นกังวล
'แต่ไม่ต้องห่วงครับ อาปา ผมสบายดี'
เขาค่อยเบาใจลง ด้วยวัยเกือบ 40 ฆาเบียร์ของเขาคงไม่เปราะบางเหมือนตอนเป็นวัยรุ่นแล้ว
'ผมจะขึ้นไปเชียงใหม่สักพัก แล้วจะติดต่อมาอีกทีครับ'
เชียงใหม่ เขาจำได้ว่าหัวเมืองทางเหนือของไทยแห่งนี้เป็นบ้านเกิดของนพ สงสัยว่าลูกของเขาจะยังคงไม่ถอดใจ

'ถึงเชียงใหม่แล้ว ผมนอนที่นี่นะ'
คริสขมวดคิ้วดูรูปที่ฆาเบียร์แนบมา ดูยังไงก็ดูเป็นห้องชุดในคอนโดของใครสักคนไม่ใช่โรงแรมหรูอย่างที่ฆาเบียร์มักเข้าพัก
'ห้องเจ เพื่อนของนพครับ'
ฆาเบียร์ตอบสั้นๆ คริสจำชื่อนั้นไว้
หลายวันผ่านไป คริสได้ยินชื่อนั้นบ่อยขึ้น ฆาเบียร์เล่าให้เขาฟังเรื่องหนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักที่เขาเห็นยืนอยู่ข้างนพในรูปแรกที่คริสส่งมาให้ เขาเล่าเรื่องเปิ่นๆ ที่เจทำ เรื่องความกินจุและแสนตะกละของมัน เรื่องนิสัยห่ามๆ ที่ไม่เข้ากับหน้าตาน่ารักๆ นั้น

'มันน่ะ เสือห่มหนังกระรอกชัดๆ เลยนะ อาปา'

ฆาเบียร์ที่วีดีโอคอลล์กับเขายิ้มหัวเราะ แววตาของเขาสดใสเป็นประกายจนทำให้คริสเผลอยิ้มกว้างตอบไป

ฆาเบียร์อยู่เชียงใหม่ได้ 7 วันแล้วและดูท่าทางว่าเขาจะยังไม่ยอมกลับง่ายๆ คริสนั่งเซ็นเอกสารอยู่ในห้องทำงานตอนที่เมลิน่า เลขาฯ และหัวหน้าทีมแอดมินบล็อกของฆาเบียร์มาขอพบเขา
"คุณฆาเบียร์ส่งคลิปนี้มาให้ลงบล็อกค่ะ ดิฉันคิดว่าบอสควรได้ดูก่อน"เมลิน่าพูดยิ้มๆ

ในวีดีโอนั้นเขาเห็นสิ่งที่ฆาเบียร์ไม่เคยเอาลงในบล็อกมาก่อน เขาไม่เคยโพสต์รูปคนที่เขาอยู่ด้วยสักครั้ง แต่ในคลิปนี้ชายหนุ่มหน้าใสที่ชื่อเจกำลังทำอาหาร ภาพร่างเพรียวที่ใส่เสื้อยืดตัวโคร่งยาวคลุมสะโพกเพียงตัวเดียวอวดท่อนขาเปลือยเปล่าและลูกชายของเขาที่เปลือยท่อนบนนั้นชวนให้คนที่ได้ดูคิดไปไหนต่อไหน กริยาท่าทางที่เขินอายของเด็กคนนั้นและแววตากรุ้มกริ่มของลูกชายตอนที่สองคนนั่งกินข้าวด้วยกันแสดงถึงความใกล้ชิด

"...แต่ที่อร่อยที่สุด ก็เพราะมีคนนั่งกินด้วยกันนี่แหละ"
ประโยคทิ้งท้ายของฆาบี้ในคลิปทำให้น้ำตาคริสไหลออกมา นี่เป็นคำพูดติดปากของคาตาลิน่าที่มักพูดเวลาพวกเขานั่งกินข้าวพร้อมหน้ากัน เขายิ้มออกมาอย่างสุขใจ เขาสังหรณ์ว่าลูกของเขาคงเริ่มคิดอะไรบางอย่างกับเด็กคนนี้ เขาเลื่อนดูภาพที่ฆาเบียร์ส่งมาอีก หลายๆ ภาพมีเจในหลากหลายอิริยาบทอยู่ในนั้น และที่สะดุดตาคือรูปมือเรียวๆ ของร่างเพรียวนั้นจูงมือใหญ่ของลูกชายเขาในสวนที่งดงาม

'ให้ตั้งชื่ออัลบั้มนี้ว่า The Best of Chiang Mai นะ'
ฆาเบียร์เขียนกำกับมาแบบนั้น
"เอ่อ ตกลงบอสจะอนุญาตให้เอาคลิปนี้ลงได้ใช่ไหมคะ?"
เมลิน่าตัดสินเอาจากสีหน้าที่ยิ้มแย้มของคริส เขาผงกหัวและบอกว่าต่อไปนี้คลิปหรือรูปที่มีรูปเจให้เอาลงได้เลย ไม่ต้องถามอีก

ฆาเบียร์อยู่ไทยต่ออีกสามสัปดาห์ เขาไม่ค่อยส่งข้อความมาหาคริสเท่าไหร่แล้ว แต่ทุกครั้งที่ได้คุยกันจะต้องมีเรื่องเจมาให้ได้ฟัง รูปที่ส่งมาให้อัพโหลดลงโซเชียลมีเดียก็มีรูปเจนยุทธมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงรูปครอบครัวของหนุ่มน้อยคนนั้น ฆาเบียร์ไม่มีทีท่าจะกลับ จนเมื่อใกล้จะครบกำหนดปลอดวีซ่าเมลิน่าต้องโทรตามฆาเบียร์ซึ่งลืมไปเสียสนิท เขาบ่นเมลิน่าเสียยืดยาว แต่ก็ยอมมาที่ฮ่องกงแต่โดยดี

"สวัสดีครับ อาปา"
ฆาเบียร์ทักทายคริสที่เพิ่งลงจากเครื่องบิน คริสมองหน้าลูกชายตัวดี เขาดูอิ่มเอิบไปด้วยประกายแห่งความสุข
"ไงเรา ท่าทางดูมีความสุขดีนี่ เชียงใหม่นี่มันมีอะไรดีนักหนา ฆาบี้ของอาปาถึงไม่ยอมกลับ"
ฆาเบียร์นั่งหน้าแดงเหมือนหนุ่มวัยรุ่นเพิ่งหัดรัก คริสมองอย่างมีความหวัง ในที่สุดลูกของเขาก็เจอคนที่ถูกใจแล้ว
"ไหน เล่ารื่องเด็กเจนี่ให้อาปาฟังหน่อยซิ?"
ฆาเบียร์เริ่มเล่าเรื่องของเจให้อาปาของเขาฟังทันทีที่รถคันงามของคริสเคลื่อนออกจากสนามบิน

"ฆาบี้ นอนไม่หลับเหรอลูก?"
คริสถามฆาเบียร์ที่เดินกลับไปกลับมาอยู่ที่โถงบ้านใหญ่ของเขาที่วิคตอเรียพีค นี่มันตีสามแล้ว แต่ลูกของเขายังดูงุ่นง่าน หน้าของเขาซูบตอบลงเพราะกินอะไรไม่ค่อยได้มาตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
"ครับ อาปา ไม่รู้ทำไม ผมนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว อาปามียานอนหลับไหมครับ"
คริสถอนหายใจ เขาไม่อยากเอายาให้ฆาเบียร์เลย แต่เขาก็หาแวเลี่ยมจากตู้ยาให้ไป

ฆาเบียร์ออกจากเชียงใหม่มาเข้าสัปดาห์ที่ 3 แล้ว ปัญหาเรื่องเซิร์ฟเวอร์ที่สหรัฐฯ ทำให้ฆาเบียร์ที่เป็นผู้ดูแลโดยตรงต้องกลับไปที่สำนักงานใหญ่ คริสซึ่งกลับไปพร้อมกันไม่สบายใจเอามากๆ กับทีท่าของลูกคนนี้ เขามีอาการกินไม่ได้นอนไม่หลับและหงุดหงิดง่ายอีกแล้ว ช่วงสองสัปดาห์แรก เขายังพอดูโอเคบ้างคงเพราะพอจะได้พูดคุยกับหนุ่มหน้าตาน่ารักคนนั้น แต่เมื่อมาที่สหรัฐฯ ฆาเบียร์เลือกที่จะไม่ติดต่อไปโดยอ้างว่าไม่อยากให้ทางนู้นเป็นห่วงเขา แต่นั่นทำให้อาการของเขาแย่ลง ทุกคนที่สำนักงานไม่มีใครเข้าหน้าเขาติด แถมเมื่อวานฆาเบียร์ยังระเบิดอารมณ์ใส่คริสในเรื่องไม่เป็นเรื่องซึ่งเขาไม่เคยทำมานานมากแล้ว ครั้งสุดท้ายคือเมื่อตอนที่เขาเอาอัลบั้มรูปของพ่อแม่ฆาเบียร์ไปซ่อนตอนพวกเขาเสียใหม่ๆ ชายหนุ่มคนนั้นมีอิทธิพลต่อจิตใจฆาเบียร์ขนาดนั้นเลยทีเดียว?

คริสเดินผ่านห้องฆาเบียร์ที่บ้านเขาในพาโล อัลโต เมื่อเขาได้ยินเสียงฆาเบียร์ละเมอร้องเรียกชื่อเจดังลั่นตามด้วยเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น เขารีบเข้าไปในห้องนอนลูกและเจอฆาเบียร์ลุกขึ้นนั่งซบหน้ากับเข่า เหงื่อเขาโทรมกาย เมื่อคริสถามเขาก็ปล่อยโฮดังลั่นเรื่องราวต่างๆ พรั่งพรูออกมา ทั้งเรื่องที่เขามีครั้งแรกกับเจอย่างไร เรื่องของคนเหงาสองคนที่มาเจอกัน เรื่องที่เขานอนหลับได้สนิทในอ้อมอกเจนยุทธอย่างที่ไม่เคยทำกับคนอื่นมาก่อน เรื่องที่เขาหลงเสน่ห์ร่างเพรียวนั้นจนโงหัวไม่ขึ้น

"ผมไม่อยากจากเขามาเลย อาปา ไม่อยากเลย"
ฆาเบียร์ซึ่งมีอาการเมามายร้องไห้อย่างไร้สติ คริสกอดลูกชายของเขาไว้แน่ เมื่อฆาเบียร์สงบลงแล้ว เขาขอยาที่โต๊ะข้างเตียง คริสอึ้งไปเมื่อเห็นทั้งขวดเหล้าและขวดยาระงับประสาทอย่างแรงอย่างโปรแซ็คและซาร์แน็กซ์วางอยู่ วันรุ่งขึ้นคริสขอร้องให้ฆาเบียร์หยุดพักจากการทำงาน แต่เขาปฏิเสธและไม่ยอมรับฟังอะไรจากคริสอีก เขาแค่อยากจะทำงานนี้ให้มันเสร็จๆ
หนึ่งสัปดาห์ก่อนงานเปิดตัว คริสและฆาเบียร์กลับไปยังฮ่องกง ฆาเบียร์ที่ยังมีอาการเครียดหนักไม่พูดคุยกับใครเลยนอกจากคุยเรื่องงาน

"บอสคะ แย่แล้วค่ะ คุณฆาเบียร์..." เสียงอันร้อนรนของเมลิน่าดังมาตามสาย
คริสปล่อยหูโทรศัพท์แล้วรีบวิ่งออกไปยังห้องทำงานของฆาเบียร์ ลูกของเขานอนไม่ได้สติบนพื้น เขามีอาการชักเกร็งเหมือนที่เคยเป็นในอดีต

"ไม่ เจ อย่า อย่าทิ้งฉันไป เจ"
นี่คือสิ่งที่ฆาเบียร์ละเมอออกมาตลอด 2 คืนที่นอนในโรงพยาบาล คริสที่เฝ้าอยู่แทบขาดใจไปกับสิ่งที่เห็น เวลาหนึ่งเดือนกับชายหนุ่มคนนั้นทำให้ลูกของเป็นไปได้ถึงปานนี้?
หลังจาก 2 คืนในโรงพยาบาล เขาย้ายฆาเบียร์ไปที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัลอันเป็นที่จัดงาน ฆาเบียร์ปฏิเสธที่จะอยู่ห้องชุดขนาดใหญ่ที่สบายกว่าแต่เลือกห้องขนาดย่อมลงมาที่เขาบอกว่าทำให้นึกถึงห้องที่เขาเคยใช้ชีวิตกับเจนยุทธ ในวันนั้นเขาเอาแต่นอนอยู่บนเตียง เมื่อกินอะไรก็อาเจียนออกมาหมด สิ่งที่ทำให้เขาสงบลงได้คือเหล้าและยากล่อมประสาท คริสให้หมอมาให้น้ำเกลือและอาหารเหลวให้ฆาเบียร์ถึงโรงแรม ในช่วงที่ฆาเบียร์นอนไม่ได้สติ คริสเองก็เป็นคนคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ลูกน้อยของเขา เขาไม่รู้แล้วว่าจะทำอย่างไร อาการของฆาเบียร์คราวนี้ดูเลวร้ายกว่าครั้งอื่นๆ ที่่ผ่านมา คริสร้องไห้ออกมาด้วยความคับแค้นใจที่เขาช่วยอะไรลูกของเขาไม่ได้เลย

"บอสคะ..." เลขาฯ สาวของฆาเบียร์โทรศัพท์มาหาเขา
"คุณเจติดต่อมาค่ะ ฉันถือวิสาสะส่งตั๋วเครื่องบินให้เขาบินมาฮ่องกงค่ำนี้ เครื่องจะลงตอนสี่ทุ่มค่ะ"
คริสตาเบิกโพลง เขาลืมนึกถึงวิธีนี้ไปเสียสนิท
"เมลิน่า เดี๋ยวให้รถมารับฉันหน่อย ฉันจะไปรับเจด้วย"

ชายหนุ่มหน้าตาน่ารักที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาทำหน้างุนงงและสับสนเมื่อคริสบอกว่าเขาเป็นพ่อบุญธรรมของฆาเบียร์ เขาเล่าเรื่องของฆาเบียร์ให้เจฟังอย่างใจเย็น ใบหน้าน้อยๆ นั้นฉายแววปวดร้าวเมื่อได้ฟังเรื่องราวและอาการของฆาเบียร์ เขาเห็นได้จากนัยน์ตากลมโตนั้นว่าเด็กคนนั้นก็รู้สึกบางอย่างกับลูกชายของเขาเหมือนกัน เขาหวังว่ายาขนานนี้ของเขาจะช่วยฆาเบียร์ได้

"...ช่วยพาเขาคนที่เธอเคยรู้จักกลับมา"
นั่นคือคำขอร้องของพ่อปลอมๆ อย่างเขาก่อนที่จะปล่อยคนคู่นั้นอยู่ด้วยกันตามลำพัง

เช้าวัดถัดมา เขาที่ใจร้อนเป็นไฟชวนเมลิน่าไปดูอาการของฆาเบียร์ เขาเสียบกุญแจที่ประตูและเข้าห้องไปได้ง่ายๆ เพราะทั้งคู่ไม่ได้ล็อคสลักด้านใน คริสร้อนใจเมื่อไม่เห็นทั้งฆาเบียร์และเจบนเตียงหรือที่ไหนในห้อง ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงอะไรบางอย่างจากในห้องน้ำ

"อ๊ะ ฆาบี้ อย่า...อือ...ผมเสียว"
เสียงครางกระเส่าของเจนยุทธดังลอดประตูห้องน้ำออกมา สลับกับเสียงหัวเราะร่าของฆาเบียร์ คริสยิ้มกว้างออกมาทันที ลูกชายของเขาได้ยาถูกโรคแล้ว ฟังจากเสียงที่ดังไม่ขาดสายน้้น ดูท่าทางว่าฆาเบียร์จะแข็งแรงขึ้นเร็วกว่าที่คิดมาก
"เรานั่งรอกันเถอะ สงสัยจะอีกนาน"
เขาหันไปบอกเมลิน่าที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ข้างๆ เจและฆาบี้ถึงกับสะดุ้งเมื่อออกห้องน้ำมาเจอเขา คริสซ่อนยิ้มเมื่อเห็นฆาบี้หน้าซีดตอนที่รู้ว่าเขากับเจเจอกันแล้ว เขาอมยิ้มเมื่อลูกชายที่ไม่เคยลงให้ใครของเขาทำท่าหงอคนตัวเล็กกว่าที่ว่าเขาฉอดๆ เรื่องที่ปล่อยให้อาการหนักขนาดนี้ และคริสต้องยิ้มกว้างออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่เมื่อทั้งคู่แสดงความรักกันต่อหน้าเขา สุดท้ายคริสขอให้ฆาเบียร์พักไปจนกว่าจะถึงวันงาน
คริสขอบคุณเจนยุทธและบอกให้เรียกตัวเขาว่าอาปาเหมือนที่ฆาบี้เรียก คริสหัวเราะร่าและกอดเจไว้แน่นเมื่อเจเรียกเขาตามนั้น ครอบครัวเล็กๆ ที่มีกันแค่ 2 คนของเขาได้ขยายใหญ่ขึ้นแล้ว เขาแอบเช็ดน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาตอนที่ลูกทั้งสองคนของเขาไม่ได้มอง

"อยู่กับคุณเจนี่สนุกดีครับ"
ริคกี้ที่เขาส่งให้ไปพาเจนยุทธเที่ยวในวันที่ฆาเบียร์ต้องเตรียมงานขั้นสุดท้ายรายงาน เขาเล่าให้ฟังว่าเจให้เขาพาไปกินนั่นนี่ตามโพยแล้วก็บ่นใหญ่ว่าโพยเชื่อไม่ได้ แถมยังลากเขาที่ทำตัวเป็นคนขับรถไปนั่งกินด้วยอย่างไม่ถือตัวแถมยังแย่งจ่ายเงินอีก คริสฟังแล้วก็ยิ้ม ความสดใสของชายหนุ่มคนนี้นี่เองที่ช่วยเยียวยาลูกของเขา เขาก็ได้แต่หวังว่าจะไม่มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นระหว่างสองคนนั้นอีก

เรื่องที่เขากลัวเป็นจริงขึ้นเมื่อวันงานมาถึง หลังจากที่เขาเปิดตัวฆาเบียร์ผู้เป็นทายาทต่อหน้าสื่อมวลชนและเหล่าแขกวีไอพี ฆาเบียร์ก็ขึ้นมาที่โพเดียมเพื่อแนะนำตัวและกล่าวขอบคุณ คริสสังเกตเห็นสีหน้าตกใจของฆาเบียร์ที่ชะงักไปเล็กน้อย เขามองตามสายตาของฆาบี้แล้วก็ตัวชาวาบ เจนยุทธในชุดสูทแบบวัยรุ่นยืนอยู่ที่สุดห้องด้วยสีหน้าสับสนก่อนที่จะหมุนกายเดินออกจากห้องนั้นไป เด็กคนนั้นคงรู้สึกถึงความแตกต่างของฐานะของคนทั้งสอง

"ฆาบี้ ลูกไปตามเจก่อน เดี๋ยวอาปาจัดการทางนี้เอง"
คริสกระซิบกับฆาเบียร์อย่างร้อนรน แต่ลูกของเขาก็ปฏฺิเสธ เขายังมีหน้าที่ๆ ต้องทำ คริสเรียกริคกี้ที่ยืนหน้าซีดอยู่มาสั่งการเร็วปรื๋อ

เวลาผ่านไปกว่าชั่วโมง เจนยุทธก็ยังไม่ปรากฏตัว คริส ฆาเบียร์และบรรดาวีไอพีก็ย้ายขึ้นไปยังงานเลี้ยงต้อนรับที่ห้องชั้นบน คริสคอยสังเกตท่าทางของฆาบี้อย่างเป็นห่วงและก็เป็นดั่งคาด ลูกของเขาเริ่มมีอาการของโรคแพนิคอีกแล้ว เขาดูงุ่นง่าน เหงื่อออกโทรม มือไม้สั่น เขากรอกแชมเปญเข้าปากอย่างหงุดหงิด คริสทอดถอนใจ เจนยุทธคงถอดใจและเลือกที่จะทิ้งลูกของเขาไปเสียแล้ว อีกไม่นานเขาคงต้องส่งฆาเบียร์กลับเข้าสถานบำบัดเหมือนที่เคยเป็นมา เขากำลังจะไปบอกฆาเบียร์ให้เข้าไปนอนพักก่อนเมื่อได้ยินเสียงนั้น

ติ๊ง
เสียงลิฟท์เปิดดังขึ้น คริสหันไปมองแล้วต้องยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เจนยุทธในชุดสูทแบบสุภาพพร้อมทรงผมเรียบแปล้ยืนอยู่ตรงนั้น เขาปรามาสเด็กคนนี้ไปเสียแล้วที่นึกว่าเขาจะถอดใจและหนีจากฆาเบียร์ไปง่ายๆ เขามองเด็กคนนั้นเดินไปดึงแก้วแชมเปญออกจากมือของฆาเบียร์ และเมื่อเห็นสีหน้าที่แช่มชื่นของฆาเบียร์ตอนออกมาจากห้องทำงานเล็กกับเจแล้วเขาก็รู้ว่าเขาไม่มีอะไรต้องห่วงอีกต่อไป

คริสยืนยิ้มมองลูกทั้งสองของเขาที่ยืนเคียงคู่กันพร้อมคุยกับแขกเหรื่ออย่างสุขใจ ความรู้สึกของฆาเบียร์ที่มีต่อเจนยุทธแสดงออกมาเด่นชัดตอนที่เขาสติขาดผึงเข้าไปโวยวายฌองคู่ขาเก่าที่มาเกาะแกะเจต่อหน้าคนอื่น ยิ่งตอนที่ฆาบี้เรียกเจว่าเพื่อนคนพิเศษต่อหน้าบรรดาแขกผู้ใหญ่คริสยิ่งอยากหัวเราะออกมาด้วยความปิติ หน้าที่ของเขาเสร็จสมบูรณ์แล้ว เขามองขึ้นเบื้องบนและกระซิบถึงคนผู้เป็นที่รักของเขาทั้งสอง

'อันเดรส คาตาลิน่า ไม่ต้องห่วงฆาบี้แล้วนะ ในที่สุดเขาก็ได้ความสุขและหัวใจที่หายไปนานคืนแล้ว'



-------------------------------------------------------
ขอจบพาร์ทของอาปาคริสไว้ตรงที่งานเลี้ยงค้อกเทลนะคะ ไม่งั้นจะยาวไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้นแน่ เดี๋ยวคนเขียนจะขอหนีเที่ยวสักแปร๊บแล้วจะกลับมาใหม่สักสัปดาห์หน้า แล้วจะเริ่มเรื่องหวานๆ ของฆาเบียร์กับเจนยุทธต่อ คู่นี้ยังมีต่ออีกยาวค่ะ เขียนไปเรื่อยๆ อ่านไปเรื่อยๆ อย่าพึ่งเบื่อกันก่อนนะคะ

ส่วนที่ถามเรื่องริคกี้กับคริส ตอนแรกก็แอบคิดเหมือนกัน แหะๆๆ แต่เอาเข้าจริงๆ ตัวคริสเองคงมองริคกี้เหมือนลูกเหมือนหลานค่ะ เขาเองที่ปักใจอยู่กับพ่อของฆาเบียร์มากว่า 40 ปีคงไม่่สามารถเปลี่ยนไปมองใครอื่นได้ ตามเนื้อเรื่องแล้วคริสเองก็ไม่ได้ประกาศตัวเป็นเกย์โต้งๆ เขาเคยลองไปหาคนอื่นแล้วแต่ก็ทำใจให้มีอะไรไม่ได้ คงเป็นแบบว่าถ้าไม่ใช่เธอฉันทำไม่ลง อะไรงี้มากกว่าค่ะ ตอนนี้ริคกี้เองก็กำลังตกหลุมรักสาวรุ่นพี่ ซึ่งถ้าไม่ขี้เกียจเกินไปก็จะหาทางเขียนลงในเรื่องด้วยค่ะ 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-08-2017 20:26:58 โดย La Vida Sin Tu Amor »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
รอตอนต่อไปค่ะ
เดินทางปลอดภัยนะคะคนเขียน

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3737
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1
@@@The Taste of Love...อิ่มรักรสโอชา - I'm Home! [18/8/60]
«ตอบ #72 เมื่อ19-08-2017 04:36:09 »




---- I'm Home! ----



ฆาเบียร์ในชุดสูทลงรถแท็กซี่ที่หน้าคอนโดบนถนนนิมมานเหมินท์ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้เจอเจหลังจากครั้งสุดท้ายที่อยู่ด้วยกันที่ฮ่องกงเมื่อสามสัปดาห์ก่อน ครั้งแรกที่เขาได้กลับ "บ้าน" ใจเขาเต้นแรงเมื่อนึกถึงใบหน้าใสๆ ที่รอต้อนรับเขาอยู่ เขาคิดถึงตัวอุ่นๆ ของเจเหลือเกิน เขาแทบทนรอไม่ไหวที่จะได้สัมผัสริมฝีปากนุ่มๆ นั้น

เขาแตะคีย์การ์ดลงบนประตูและเปิดออก

"I'm home!"

"ยินดีต้อนรับกลับบ้านของเราครับ" เสียงสดใสร้องตอบกลับมา


ฆาเบียร์ทิ้งกระเป๋าลงที่หน้าประตูแล้วก้าวพรวดเข้าไปกอดร่างเพรียวที่ยืนอยู่ที่เคาเตอร์ครัวแล้วยกขึ้นจนตัวลอย เจร้องออกมาด้วยความตกใจ แล้วก็หัวเราะในความดราม่าของฆาบี้ คนตัวโตปล่อยร่างเพรียวนั้นลงแล้วจุมพิตแผ่วเบาไปที่หน้าผาก


"คิดถึง" เขาจูบแก้มใสๆ

"อือ...คิดถึงเหมือน....อื๊อ..."

ยังไม่ทันพูดจบ ริมฝีปากของเจก็ถูกคนตัวโตครอบครอง ปากบางๆ ที่ร้อนฉ่าดูดดึงริมฝีปากน้อยๆ ของเจนยุทธ จากริมฝีปากล่างย้ายไปริมฝีปากบน ลิ้นของฆาเบียร์ซอกซอนไปในโพรงปากของเจ เจดูดลิ้นร้อนนั้นก่อนจะส่งลิ้นของตัวเองไปโลมไล้โคนลิ้นร้อนในปากของฆาเบียร์ ต่างฝ่ายต่างใช้จุมพิตแสดงความคิดถึงของตน เจนยุทธยกแขนโอบรอบคอของฆาเบียร์ที่นั่งลงบนสตูลสูงหน้าเคาเตอร์ครัว ฆาเบียร์ใช้มือช้อนใต้สะโพกและยกเจให้ขึ้นนั่งคร่อมตักของเขา อกของทั้งคู่เบียดกันแน่น

เจนยุทธหอบหายใจเพราะรสจูบอันแสนวาบหวามนั้น เขาหน้าแดงซ่านเมื่อรู้สึกถึงการขยายตัวของสิ่งที่เขานั่งทับไว้ ฆาเบียร์หัวเราะแล้วกระซิบเบาๆ

"พร้อมให้ฉันหรือยัง เจจ๋า?"

เจส่ายหน้าระรัว พร้อมพยายามลงจากตักนั่น แต่ฆาเบียร์รั้งตัวไว้ ถ้าเจยังไม่พร้อมเขาก็ยอมที่จะรอต่อไป ฆาบี้จูบแก้มใสนั้นหนักๆ อีกทีหนึ่งก่อนจะซบหน้าลงกับไหล่เล็กแต่แข็งแรง เขาฝังใบหน้าไปกับซอกคอขาวนวลของเจ

"หอมจัง...แต่ เอ๊ะ..." เขาทำจมูกฟุดฟิด

"กลิ่นบุหรี่ แอบหนีเที่ยวมาเหรอ?"

เจขมวดคิ้ว เขาว่าเขาสระผมดีแล้วนะ เมื่อกี้เขาแวะไปหาปรินซ์กับซันมาแค่แป๊บเดียวเอง กลิ่นติดซะแล้ว

"จมูกดีจริง ชาติก่อนเป็นหมาตำรวจเหรอ?"

ฆาเบียร์ทำหน้ามุ่ย ก็ไหนบอกเขาว่าปั่นงาน เจดูสีหน้านั้นออก เลยอธิบายให้ฟัง

"พอดีปรินซ์กับซันซันมันแวะมาแถวนี้ เลยแวะไปหาพวกมันหน่อย กินเหล้าไปสองแก้วเอง..."

"...นะ อย่างอนนะครับ คนดี"

เขาพูดและเชยคางที่มีรอยบุ๋มน้อยๆ ขึ้น และมองสบตาพร้อมส่งสายตาเว้าวอนเหมือนที่เขาเคยทำกับสาวๆ ที่เคยควงเวลางอน เขาใช้นิ้วไล้แก้มตอบๆ ของฆาบี้เบาๆ ฆาเบียร์มองตาปริบๆ ไอ้กระรอกปลอมนี่เห็นเขาเป็นสาวๆ หรือไง? แต่สายตาเว้าวอนของมันนั่นร้ายกาจนัก เขาถอนหายใจ

"อือ ไม่งอนหรอก ไม่ใช่สาวๆ"

เขากระแทกเสียงอย่างลืมตัว...เอ นี่คือการงอนแบบสาวๆ หรือเปล่านะ? เจซ่อนยิ้ม เขาซบหน้าลงที่ไหล่ของฆาเบียร์

"ผมคิดถึงคุณใจจะขาดอยู่แล้ว ขออยู่ท่านี้อีกแป๊บนะ"

แค่นี้ ฆาเบียร์ก็ลืมที่แอบงอนเมื่อกี้ไปซะเรียบร้อย เขาแพ้ทางลูกอ้อนของหนุ่มหน้าใสคนนี้จริงๆ

"เหม็นเหงื่อเหมือนกันแฮะ" เจเปรยออกมา

"คุณไปอาบน้ำอาบท่าก่อนดีกว่า"


เจโดดลงจากตักของฆาเบียร์แล้วดึงคนตัวโตให้ลุกขึ้น เขาช่วยถอดเสื้อนอกของฆาเบียร์ออก แล้วไปเก็บกระเป๋าที่ถูกโยนไว้หน้าประตูอย่างไม่ใยดีมาให้ฆาเบียร์

"จะแช่น้ำด้วยไหม? เดี๋ยวผมไปเตรียมน้ำร้อนให้"

ฆาเบียร์พยักหน้า ก็ดีเหมือนกัน แช่น้ำอุ่นๆ ให้ผ่อนคลายก่อนที่จะจัดการอะไรๆ ที่คั่งค้างให้เรียบร้อย ในหัวเขาคิดไปถึงความหวานที่เขาจะได้รับในคืนนี้แล้ว


ฆาเบียร์ถอดเสื้อผ้าใส่ตะกร้าไว้ในห้องนอนใหญ่และเข้าไปล้างเนื้อล้างตัวเอาคราบเหงื่อไคลออก เจนยุทธเข้ามาบอกว่าน้ำในอ่างได้ที่แล้ว ฆาเบียร์เดินใส่ผ้าเช็ดตัวหมิ่นเหม่เข้าไปในห้องน้ำในห้องนอนเล็กที่กลายเป็นยิมย่อมๆ เขาชวนเจให้ลงมาแช่น้ำด้วยกัน แต่เจปฏิเสธเพราะอ่างห้องเขาคงเล็กเกินไปสำหรับสองคน

เจนยุทธปล่อยคนตัวโตให้แช่น้ำที่เขาใส่เกลืออาบน้ำที่มีกลิ่นหอมลงไปด้วย เขาอยากให้ฆาเบียร์ที่เหนื่อยล้าจากการทำงานรู้สึกสบายที่สุดเมื่อได้กลับบ้าน เจปิดคอมที่ตอนแรกเปิดไว้เพื่อนั่งทำงาน เขาปิดไฟในห้องโถงแล้วเข้ามานอนรอฆาเบียร์บนเตียง เขาเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้พร้อมที่หัวเตียง เมียตัวโตของเขากลับบ้านทั้งทีเขาก็ต้องจัดหนักให้สมกับความคิดถึง


เจสะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วดูนาฬิกา ตายล่ะ เขาเผลอหลับไปเกือบชั่วโมงแล้ว เขามองไปรอบๆ แล้วขมวดคิ้ว ฆาเบียร์ก็ยังไม่ออกจากห้องน้ำ เขาใจหายวาบ รีบเดินไปที่ห้องน้ำเล็กแล้วผลักประตูเปิดออก เขาโคลงหัวเบาๆ เมื่อเห็นฆาเบียร์เอาหัวพิงผนังห้อง​หลับคาอ่างอาบน้ำ น้ำในอ่างเย็นหมดแล้ว เมียตัวโตของเขาคงง่วงมากจริงๆ ดีนะที่ไม่จมน้ำไปซะก่อน เจเขย่าปลุกฆาเบียร์ให้ลุกขึ้นซึ่งเขาก็งัวเงียตื่นมา

เจเช็ดตัวให้ฆาเบียร์ที่อยู่ในสภาพง่วงจัดแล้วประคองเขามานอนลงที่เตียง แผนที่จะจัดหนักคนตัวโตนี้ซะให้หายคิดถึงในคืนนี้คงต้องพับไปก่อน เขานอนลงบนหมอนเดียวกันกับร่างที่หลับสนิทไปแล้วและจุมพิตที่ริมฝีปากบางนั้นเบาๆ

"คิดถึงนะครับ สุดที่รักของเจ"

เขากระซิบเบาๆ เป็นภาษาไทย หน้าเขาแดงซ่านเมื่อเรียกฆาเบียร์แบบนั้น เขาซุกกายเข้ากับอ้อมอกเปลือยเปล่าของคนที่หลับไปแล้วพลางฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะ ไม่นานเขาก็หลับสนิทไป


ฆาเบียร์ตื่นมาด้วยความสดชื่นเพราะได้พักผ่อนเต็มที่ เมื่อคืนเขานอนได้เต็มตื่นจริงๆ เขามองไปรอบตัวเพราะยังงงๆ ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ช่วงหลังนี้เขาเดินทางบ่อยจนบางทีจำไม่ได้ว่าคืนนี้นอนที่ไหน เขายิ้มออกมาอย่างสุขใจเมื่อเห็นเจนยุทธที่นอนอยู่เคียงข้าง นั่นแปลว่าเขาถึงบ้านแล้ว

'แต่ เอ๊ะ...'

เขาสำรวจสภาพร่างกายตัวเองแล้วก็สบถออกมาเบาๆ เมื่อนึกได้ว่าเมื่อคืนตัวเองได้เผลอหลับและเสียเวลาอันล้ำค่าไปคืนหนึ่งอย่างน่าเสียดาย ฆาบี้ค่อยๆ ลงจากเตียงโดยไม่ให้เจนยุทธตื่น เขาเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเอง


"อ๊ะ...อืมม์"

เจนยุทธครางออกมาทั้งๆ ที่หลับตา เขารู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัว เขารู้สึกถึงสัมผัสอุ่นๆ ที่แกนกาย บางอย่างกำลังกระตุ้นเร้าบริเวณส่วนปลายที่ไวต่อสัมผัส เขาครางออกมาอย่างสุดกลั้นเมื่อความอุ่นหยุ่นและเปียกชื้นนั้นครอบครูดลงตามแนวยาวของแท่งร้อนเขาจนมิดทั้งอัน เจลืมตาขึ้นก็เห็นผ้าห่มบริเวณช่วงล่างของเขาโป่งนูนขึ้น เขาดึงผ้าห่มออก เมียตัวโตของเขากำลังโจมตีส่วนสงวนของเขาอย่างเร่าร้อน เขาเพลินไปกับภาพนั้น ตาแพรวพรายคู่นั้นช้อนขึ้นมองหน้าของเขา ปากบางๆ ที่ห่อหุ้มรูดไล้รอบแกนกายแข็งของเขานั้นช่างเย้ายวนเหลือเกิน เจนยุทธครางออกมาอีกแล้วใช้มือขยุ้มกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มนั้นแล้วเด้งเอวตามจังหวะเลียรูด เขาคำรามออกมาอย่างขัดใจเมื่อฆาเบียร์หยุดและถอนปากออก คนตัวโตยิ้มพราย เขายันตัวขึ้นคร่อมเจที่ทำหน้ามุ่ยอยู่แล้วเอื้อมมือไปหยิบเจลที่หัวเตียงแต่ไม่หยิบถุงยางมาด้วย

"ฆะ ฆาบี้ จะทำอะไรน่ะ"

เจนยุทธถามอย่างหวาดๆ ฆาเบียร์หัวเราะเบาๆ เจน้อยของเขานี่ขี้กลัวจริงๆ

"น้ำแรก ฉันขอ"

เขากระซิบเบาๆ ที่ข้างหู และจูบเบาๆ ที่ข้างแก้มแดงก่ำนั้น เขายันกายขึ้นนั่งคุกเข่าคร่อมกลางตัวของเจนยุทธ เจมองตามร่างกำยำที่งามสมบูรณ์นั้น ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่แผงอกกว้างและกล้ามท้องเป็นลอนนั้นเร้าอารมณ์เขาได้มากกว่าหน้าอกอิ่มๆและเอวคอดๆ เขาซี้ดปากออกมาเมื่อเห็นฆาเบียร์ค่อยๆ ใช้นิ้วที่ชะโลมเจลชำแรกเข้าในช่องทางแคบด้านหลังของตัวเอง ปากของฆาบี้เม้มแน่น ภาพนั้นช่างยั่วยวนเหลือเกิน เจขยับกายขึ้นนั่งแล้วบดจูบปากบางๆ ของคนตัวโตอย่างรุนแรง นิ้วเรียวยาวทั้งสามของฆาเบียร์ยังคงขยับควานลึกในช่องทางของตัวเอง ตาคมนั้นฉ่ำเยิ้ม เขาคงสัมผัสถึงจุดเสียวภายในช่องทางแคบนั้นแล้ว เสียงครางเบาๆ ในลำคอดังออกมาจากปากที่ยังประกบแน่นกับปากของเจนยุทธ เจถอนปากของเขาออก ฆาเบียร์หอบหายใจถี่ๆ ใบหน้าเข้มสมชายนั้นแดงระเรื่อ เจเอื้อมมือไปจับข้อมือแข็งแรงที่ไพล่ไปด้านหลังสะโพกงอนที่เชิดเด่นอยู่นั้นและช่วยขยับเร่งเร้า ฆาบี้สะดุ้งเฮือกตามแรงขยับของเจที่ช่วยให้นิ้วทั้งสามชำแรกเข้าลึกขึ้น


"อ๊ะ เจ หยุดเถอะ..."

ฆาเบียร์ร้องออกมาอย่างลืมตัว เขาพยายามถอนนิ้วออก ความเสียวเพิ่มมากขึ้นจนเขากลัวจะถึงฝั่งก่อนที่จะรับแกนกายของเจ แต่เจที่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์จับข้อมือเขาไว้แน่น ไอ้ตัวเล็กของเขาแรงเยอะจริงๆ นิ้วของเขาขยับเข้าออก ควาน งัด ตามแรงมือของเจนยุทธ เขารู้สึกถึงแรงตอดถี่ยิบที่ช่องทางด้านหลังนั้น และยิ่งทนไม่ไหวเมื่อเจใช้อีกมือรวบแกนกายเขาและรูดไล้ไปพร้อมๆ กับแท่งลำร้อนของตัวเอง เจขยับมืออีกไม่กี่ทีฆาเบียร์ก็ร้องลั่นและปล่อยน้ำขุ่นขาวให้พุ่งออกมาเต็มที่ บางส่วนกระเซ็นขึ้นไปติดแก้มและริมฝีปากน้อยๆ ของเจ ฆาเบียร์ซบหน้าลงหอบหายใจกับไหล่ของเจครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้ลิ้นเลียน้ำรักของตัวเองที่ปากและแก้มใสๆ นั้น

"ร้ายนักนะเรา"

เขากระซิบที่หูเจแล้วใช้ปากคลึงจูบพวงแก้มนั้นอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะขยับทำท่าจะลุกออกจากเตียง เจนยุทธดึงคนตัวโตไว้

"แล้วจะปล่อยให้ผมค้างงี้เหรอ?"

เจ้ากระรอกน้อยโอดครวญพร้อมทำตาเว้าวอน ฆาเบียร์หัวเราะเบาๆ แล้วเอนกายลงนอนแยกขาน้อยๆ บนเตียง มือของเขาลูบไล้เรือนกายพร้อมกระดิกนิ้วเรียกคนขี้อ้อน เจนยุทธทำตาลุกวาวแล้วรีบทาบกายลงบนร่างกำยำนั้นทันที



"เจ ตื่นได้แล้ว บ่ายกว่าแล้ว"

ฆาเบียร์ที่พึ่งตื่นจากหลับใหลเขย่าปลุกคนที่นอนกอดแขนเขาแทนหมอนข้าง เจทำเสียงงึมงำแล้วซุกหัวลงที่อกของเขา ฆาบี้ดึงเจลุกขึ้นจนได้และไล่ให้เข้าไปอาบน้ำก่อน ส่วนเขาค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ เพราะความเสียวแปลบเล็กๆ ที่ช่องทางด้านหลัง เมื่อลุกขึ้น น้ำรักขุ่นข้นของเจก็ไหลเป็นทางลงมาตามขาของเขา เขาเดินกระย่องกระแย่งเข้าห้องน้ำไปเพื่อไม่ให้มันเลอะลงพื้น เจนยุทธที่ยืนรอในห้องน้ำหัวเราะคิกคักเพราะขำท่าทางของเมียตัวโตของเขา

"ก็บอกเองว่าขอน้ำแรก ไงล่ะ"

"แล้วมันมีแค่น้ำแรกซะที่ไหนเล่า?"

ฆาเบียร์บ่นเป็นหมีกินผึ้ง เจฉีดน้ำใส่ตัวเขาด้วยความคิดถึงเสียหลายยก เจนยุทธดึงหัวฝักบัวที่แขวนผนังไว้มาช่วยล้างทำความสะอาดช่องทางที่ตอนนี้แดงก่ำให้ จากนั้นเปิดน้ำอุ่นๆ จากเรนชาวเวอร์แผงใหญ่บนหัวแล้วดึงตัวฆาเบียร์เข้ามากอดแน่น


"คิดถึง...คิดถึง...คิดถึง"

เขาพร่ำบอกคนตัวโต ปากน้อยๆ บรรจงจูบสร้างรอยรักไว้ที่แผงอกกว้างนั้น ก่อนที่จะมาจบตรงตำแหน่งของหัวใจ เขาไม่เคยกล่าวคำรักกับคนๆ นี้เลย อาจจะเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ตอบสนองอย่างที่หวังไว้เพราะเขาเองก็ไม่เคยได้ยินฆาเบียร์เอ่ยคำรักออกมาเสียทีแม้เจ้าตัวจะแสดงออกบ่อยครั้งว่าขาดเขาไม่ได้ เขาได้แต่หวังว่าการกระทำต่างๆ จะสื่อความรู้สึกของเขาให้กับคนตัวโตได้

ฆาเบียร์อุ่นวาบขึ้นที่หัวใจ เขารับรู้ความรู้สึกของคนตัวเล็กที่อยู่ด้านหน้าได้หลายครั้งแล้วว่าเจเองก็ใจตรงกันกับเขา แต่ในเมื่อเจนยุทธยังไม่ยอมกล่าวคำรักออกมา เขาเองก็ไม่อยากพูดอะไรเพื่อเป็นการเร่งรัดเอาคำๆ นั้นจากปากของเจ เขาเชยคางของร่างเพรียวนั้นขึ้นและจูบแผ่วๆ ที่ริมฝีปากรูปกระจับนั้น

"ฉันก็คิดถึงเจมาก ไม่ได้เจอตั้งสามสัปดาห์ คิดถึงใจจะขาด บางทีก็คิดถึงมากจนเหมือนจะหายใจไม่ออก"

เจทำท่าตกใจ แล้วถามอาการของเขาด้วยความเป็นห่วง แต่ฆาเบียร์ก็บอกว่าเขายังโอเคและยังไม่มีอาการของโรคเก่า ช่วงที่ห่างกันพวกเขาโทรคุยกันแทบทุกวัน อีกอย่าง เขาคอยคิดในใจเสมอว่าไม่ว่าจะเป็นอย่างไร จะห่างกันนานแค่ไหน สุดท้ายเจก็ยังจะรอเขาอยู่ที่บ้าน


"te extraño​ muchos, mi amor"

เขากระซิบแผ่วๆ เจนยุทธหน้าร้อนผ่าว ฆาเบียร์ไม่รู้ว่าเขาแอบไปเรียนภาษาสเปนมาและเขาก็ไม่คิดจะบอก ต่อให้เรียนมาได้ไม่นานแต่เขาก็พอจะแปลคำที่อีกฝ่ายพูดมาได้ ส่วนแรกของประโยคน่ะ ไม่เท่าไหร่ แต่ส่วนหลังนั้นทำให้เจนยุทธแทบละลาย​

'ฉันคิดถึงนายมาก ที่รักของฉัน'

เขาทุบอกฆาเบียร์เบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ ทำไมทีภาษาสเปนพูดได้แล้วภาษาอังกฤษไม่ยอมพูด ฆาบี้งงถามว่าทุบทำไม เจก็เสพูดไปเรื่องอื่น



"หิวไส้จะขาดแล้ว"

เจนยุทธที่กำลังใช้ไดร์เป่าผมสลวยยาวปรกคอของฆาเบียร์บ่นขึ้นมา เกือบบ่ายสองแล้วกระเพาะน้อยๆ ของเขายังไม่มีอะไรมาเติมเต็มเลย

"ป่ะ กินข้าวกัน"

เจดึงมือฆาเบียร์ที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จให้รีบออกห้อง

"เจ...รองเท้าคนละสีกันนะ"

ฆาบี้ทักขึ้น เขานึกขำว่าเจน้อยของเขาคงหิวจนตาลายแล้วจริงๆ เจนยุทธหน้าแดงรีบเปลี่ยนรองเท้าใหม่


เจขับรถพาฆาเบียร์ไปที่ศูนย์การค้า Maya ที่สี่แยกรินคำ เขาไม่พูดไม่จาลากฆาบี้เข้าร้านอาหารร้านหนึ่ง

'The Duke's?'

ฆาเบียร์อ่านป้ายชื่อร้านในใจ เขาเปิดดูเมนูแล้วก็เจออาหารที่ดูคุ้นตา

"ร้านนี้เป็นร้านอาหารสไตล์อเมริกันน่ะ"

ฆาเบียร์พยักหน้ารับรู้ ดูจากเมนูแล้ว อาหารของที่นี่เป็นสไตล์อเมริกันคลาสสิคอย่างแฮมเบอเกอร์ซึ่งในเมนูบอกว่าเป็น Gourmet hamburger คือใช้วัตถุดิบคุณภาพดีและมีการใส่ลูกเล่นลงไปเช่นซอสบลูชีส ไหนจะยังมีซี่โครงบาบีคิว สเต๊ก แซนวิชร้อนแบบต่างๆ พิซซ่าแบบอเมริกัน รวมถึงอาหารเม็กซิกันสไตล์เท็กซัสอย่าง Nachos Grande หรือบูริโต้ เจน้ำลายยืดดูเมนู เขาพลิกไปพลิกมาไม่รู้จะสั่งอะไรดีเพราะอยากกินทุกอย่าง


"ขอ Portuguese Beans Soup เอาแบบถ้วยเล็กนะ แล้วก็ Warm Spinach Salad ครับ"

ฆาเบียร์สั่งกับพนักงานซึ่งพูดภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี

"สองอย่างนี่เอามากินด้วยกันนะ" เขาหันไปบอกเจที่ยังคงเลือกอยู่

"แล้วผมขอ Roasted Porchetta เป็นเมนคอร์สนะครับ"

เขาเลือกจานนี้เพราะมันดูจะมีผักให้เยอะสุดแล้วแถมยังเสิร์ฟมาพร้อมกับสลัดผัก เขาบอกพนักงานว่าขอน้ำสลัดเป็นแบบฝรั่งเศสซึ่งไม่ใส่มายองเนส เจยิ้มมองคนตัวโตสั่งอาหาร ฆาเบียร์สุภาพกับคนที่มาให้บริการเสมอ ในฐานะที่เคยเรียนการโรงแรม ไม่มีสิ่งไหนที่เขาชอบไปกว่าแขกที่ปฏิบัติต่อพนักงานอย่างสุภาพ มันสะท้อนถึงวิธีที่ฆาเบียร์ถูกเลี้ยงมา เจนยุทธนึกไปถึงคริส อาปาของฆาเบียร์ก็ปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียมเช่นกัน นึกๆ แล้วเขาก็อดคิดถึงคริสไม่ได้ เดี๋ยวคืนนี้คงจะต้องขอฆาเบียร์ต่อวีดีโอคอลล์คุยกับคริสให้หน่อย

"เจ เลือกได้หรือยัง?" ฆาบี้ถามเจที่นั่งคิดเพลินๆ อยู่

"ได้แล้ว เอ่อ ผมขอ Steak Tips เอาลงตรงกลางนะครับ แล้วก็แซนวิชคูบาโน่ แล้วก็...อืมม์"

เขาสั่งเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้ฆาเบียร์เข้าใจด้วย

"ฆาบี้ ผมอยากกินพิซซ่าด้วยอ่ะ" เขาหันไปหาคนตัวโต

"...นะๆๆๆ ถาดเล็กก็ได้ ถ้าไม่หมดก็เก็บกลับบ้าน"

เขาเกาะแขนอ้อนฆาเบียร์ที่ส่งสายตาประมาณว่า 'นี่ก็เยอะแล้วนะ' โดยไม่อายสายตาพนักงาน เรื่องกินเขาถือคติด้านได้อายอด ฆาเบียร์ถอนหายใจแล้วก็ตกลง เจหันไปสั่งพิซซ่าหน้าไก่กระเทียม


ฆาเบียร์อึ้งกับขนาดของอาหารที่พนักงานยกมาเสิร์ฟ ทุกอย่างจานใหญ่เบิ้มเหมือนที่เสิร์ฟในร้านอาหารที่สหรัฐฯ ไม่ได้ลดขนาดลงมาสำหรับคนเอเชียเหมือนอย่างร้านอื่นๆ แล้วเขาจะกินหมดไหม? เจนยุทธยิ้มกริ่มมองอาหารที่อยู่บนโต๊ะ เขาจิ้มสเต๊กทิปส์ที่เป็นเนื้อสันหั่นเต๋าและเห็ดในซอสพริกไทยอ่อน เขายิ้มและทำหน้าฟินเมื่อลิ้มรสของเนื้อแสนนิ่มนั้น เจจิ้มเนื้อชิ้นหนึ่งแล้วป้อนให้ฆาเบียร์ที่อ้าปากรับ แต่เจชักหนีแล้วไล้มันที่ปากฆาเบียร์เบาๆ ใบหน้าเขายิ้มละไม ฆาเบียร์หน้าร้อนวาบ

"เหมือนเช้าหลังจากคืนแรกของเราเลยนะ"

เจเปรยขึ้น เขาพูดถึงตอนที่เขายั่วเย้าฆาเบียร์ตอนมื้อเช้าบนคลับเลาจ์ของโรงแรมอินเตอร์คอนกรุงเทพฯ เช้าหลังจากคืนที่เขาได้ลิ้มรสร่างกายผู้ชายเป็นครั้งแรก

"ตอนนั้นผมคิดว่าคุณเซ็กซี่มากเลยรู้ไหม?"

เจกระซิบเบาๆ เมื่อเห็นโต๊ะข้างๆ เริ่มเหล่มอง ฆาเบียร์จับมือเจให้นิ่งแล้วงับเนื้อชิ้นนั้นไป เขาเขินจนไม่รู้รสเนื้อชิ้นนั้นแล้ว ทำไมเขาจะจำไม่ได้ล่ะ เขาจำได้ว่าสัมผัสนิ่มๆ ของเนื้อชิ้นนั้นทำให้เขาเกิดอารมณ์ขึ้นมาซะดื้อๆ

"อืมม์ ทำไมจะจำไม่ได้ นายน่ะมันแสบนัก"

เขาแก้เขินด้วยการจิ้มสลัดผักสปิแนชเข้าปากแล้วก็ทำตาโต

"อ๊ะ อร่อยนี่"

ที่ร้านนำน้ำสลัดที่ทำจากหัวหอมผัดใส่เห็ดและเบค่อนจากนั้นปรุงรสด้วย apple cider vinegar ให้มีรสเปรี้ยวนำราดลงไปบนสปิแนชหรือผักปวยเล้งฝรั่งดิบที่คนมักเข้าใจผิดว่ามันคือผักโขม ความร้อนของน้ำสลัดทำให้ผักสุก ฆาเบียร์จิ้มซ้ำอย่างติดใจ เขาต้องเอาไปลองทำเองดูซะแล้ว แต่เขาจะทำยังไงกับไอ้นี่ดี? ฆาเบียร์มองซุปถั่วแบบโปรตุเกสที่วางอยู่ข้างหน้าอย่างหนักใจ เขานึกว่ามันจะเป็นซุปถั่วเบาๆ ที่มีถั่วเยอะแล้วเนื้อนิดหน่อย ที่ไหนได้

"เจ...นี่มันซุปแน่เหรอ?"

ถ้วยน้อยๆ นั้นอัดแน่นไปด้วยไส้กรอกและเนื้อหมูอบที่ฉีกเป็นชิ้นๆ มา ไหนจะมีมันฝรั่งชิ้นโตอีก แทบไม่มีน้ำในถ้วยนั้นเลย เจบอกว่าเดี๋ยวเขาช่วยกินให้ ไม่ต้องห่วง ฆาเบียร์ชิมแล้วก็ติดใจ สุดท้ายก็กินไปเกือบครึ่งถ้วย


"ดีแล้ว กินเยอะๆ" เจนยุทธพูด

"คุณน่ะ ซูบไปนะ รู้ตัวไหม? เมื่อคืนน่ะผมรู้ได้เลยว่าคุณตัวเบาไป"

ฆาบี้หน้าแดง เสียงเจนั้นเบาซะที่ไหน ฝรั่งโต๊ะข้างๆ เริ่มซุบซิบกัน เขาก็รู้ตัวว่าตัวเองเพรียวขึ้น แต่ส่วนหนึ่งก็เพราะช่วงนี้ทำงานหนัก เขาไม่มีเวลาไปเข้ายิมสร้างกล้ามให้กับตัวเอง สงสัยต้องเริ่มมีวินัยแล้ว แต่เขาก็ชดเชยด้วยการระวังเรื่องอาหารการกิน แต่ถ้าอยู่เชียงใหม่กับเจนี่เขาต้องอ้วนแน่ๆ ดูแต่ละอย่างที่เจ้าตัวเล็กของเขาสั่งสิ

ฆาเบียร์มองเจกัดแซนวิชคูบาโน่ชิ้นใหญ่เบิ้มที่เสิร์ฟมาถึง 2 ชิ้น เขาขอชิมนิดหน่อยแล้วก็ทึ่งที่รสชาติมันเหมือนกับที่สหรัฐฯ ไม่มีผิดเพี้ยน รสของ pulled pork หรือหมูอบฉีกเป็นฝอยที่ปรุงมาอย่างดีเข้ากันกับแฮม ชีส แตงกวาดองและมายองเนสรสเผ็ดได้อย่างกลมกล่อม ไหนจะขนมปังฟอคคาชาที่ทางร้านอบเองอีก จานนี้เสิร์ฟมาพร้อมหอมทอดกรอบอร่อย ซึ่งฆาเบียร์อดไม่ได้ต้องกินไปถึง 2 ชิ้น

"ตอนแรกผมก็ไม่คิดสั่งไอ้เจ้าแซนวิชชื่อประหลาดนี่หรอก แต่ผมเคยได้ดูรายการของช่อง Food Network รายการนึงที่พาไปดูร้านที่ขึ้นชื่อด้านแซนวิชชนิดนี้ ผมงี้นั่งน้ำลายยืดอยู่หน้าทีวีเลย" เจกัดแซนวิชเข้าไปอีกคำใหญ่

"...พอลองสั่งดู โอ๊ย ติดใจเลย ก็เลยกินมันแทบทุกครั้งที่มานี่แหละ"


ฆาเบียร์จัดการกับ Roasted Porchetta ที่เป็นจานหลักของเขา เนื้อสันในหมูถูกยัดมาด้วยเครื่องที่ปรุงมาอย่างดี จากนั้นม้วนเป็นแท่งกลมแล้วห่อด้วยเบค่อนก่อนจะนำไปอบและเอาออกมาหั่นเป็นชิ้นกลมๆ แล้วราดด้วยซอสเห็ด จานนี้เสิร์ฟพร้อมผักตามฤดูกาลและมันฝรั่งผัด เขาก็เลือกกินแต่ผักแล้วจิ้มมันฝรั่งแค่สองสามชิ้น

"เจอิ่มแล้วเหรอ?"

เขาถามอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นเจนยุทธเหลือแซนวิชไว้อีกครึ่งหนึ่ง เจส่ายหัว

"พิซซ่ามาแล้วค่ะ"

พนักงานสาวยกพิซซ่ามาวางบนโต๊ะ เจส่งจานแซนวิชของเขาให้พนักงานและขอให้ห่อกลับบ้าน

"เจ เราสั่งถาดเล็กไม่ใช่เหรอ?"

ฆาเบียร์ตะลึงกับขนาดของพิซซ่าที่ถูกยกมาวาง เขาอดไม่ได้ต้องยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปไว้ โดยเอาส้อมวางเทียบ

"ใช่ นี่แหละถาดเล็กของร้านนี้ เริ่มต้นที่ 12 นิ้ว ถาดกลาง 14 นิ้ว และถาดใหญ่ 16 นิ้ว"

เจนยุทธพูดหน้าตาเฉยพร้อมกับหยิบพิซซ่าใส่ถาดให้ฆาเบียร์ซึ่งนั่งกุมขมับ เขาอิ่มจนจะถึงคอหอยอยู่แล้ว

"น่าๆ ไม่หมดก็เก็บกลับบ้าน เอาใส่ฟรีซไว้ก็ได้"

คนตะกละพูดพลางเคี้ยวพิซซ่าหยับๆ ฆาเบียร์ตัดพิซซ่าชิม แป้งของที่นี่บางแต่ไม่แข็ง ด้วยความที่ตัดเป็นสี่เหลี่ยมและหนักเครื่องทำให้ยกขึ้นกัดแบบที่เขาทำกับพิซซ่าทั่วไปไม่ได้ เจสั่งหน้าไก่กระเทียมมาซึ่งเป็นพิซซ่าสีขาวคือไม่ใส่ซอสพิซซ่าที่ทำจากมะเขือเทศแต่เป็นซอสชีสพาร์มีซานและกระเทียม เนื้อไก่ถูกปรุงรสมาอย่างดี ชีสกับซอสก็อร่อย กลิ่นของชีสและกระเทียมช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้ดี...แต่ตอนนี้เขาไม่ไหวแล้วจริงๆ เขากินไปสองคำแล้วก็ส่งคืนให้เจนยุทธซึ่งกินพิซซ่าหมดไปประมาณ 1 ใน 3 แล้วก็ส่งไปห่อกลับบ้าน เจร่ำๆ จะสั่งขนมอย่างชีสเค้กที่เจ้าตัวบอกว่าอร่อยเด็ดมากมากิน แต่ฆาเบียร์ห้ามไว้ เขาอยากจับเจมาผ่าท้องดูจริงๆ ว่ากระเพาะของเจทำจากอะไร


] (ftp://www.picz.in.th/images/2017/09/04/thedukes.jpg[/img)


"ผมยังไม่ได้ถามเลย คราวนี้คุณจะอยู่กี่วัน"

เจถามขึ้น มือเขาถือถุงอาหารข้างหนึ่งส่วนอีกข้างเกาะกุมมือใหญ่อันอบอุ่นของฆาเบียร์ไว้ เขาไม่แคร์สายตาหรอกว่าคนอื่นจะมองอย่างไร

"น่าจะ 5 คืนนะ ฉ้นบอกที่ออฟฟิศแล้วว่าถ้ามีอะไรด่วนให้ติดต่อมา แต่ถ้าไม่ด่วนห้ามรบกวนเด็ดขาด"

ฆาเบียร์เปิดประตูน้องอัซซูรี่ของเจขึ้นนั่งข้างคนขับ

"พูดถึงที่ออฟฟิศ ทุกคนเป็นไงมั่ง? เมลิน่าสบายดีไหม? ริคกี้ล่ะ ผมล่ะคิดถึงจัง"

"หึ!"

ฆาเบียร์ทำหน้าตึงเมื่อเจบอกว่าคิดถึงชายอื่น เจนยุทธหัวเราะคิกคัก เขารู้หรอกว่าคนตัวโตนี้ขี้หวงแค่ไหน เขาชะโงกหน้าไปหอมแก้มฆาเบียร์ฟอดใหญ่

"เมียครับ...อย่างอนสิครับ"

เจพูดด้วยเสียงออดอ้อน

"ฉันไม่ได้งอน"

จ้ะ พ่อคุณ ไม่งอนเลย เสียงแข็งมาเชียว

"นะครับ คนดีของเจ เดี๋ยวเจ..."

เจนยุทธกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูฆาเบียร์ซึ่งยิ้มออกมาได้

"จริงนะ?"

เจพยักหน้าเบาๆ ฆาเบียร์เนื้อเต้น เขาจะได้ลองสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนแล้ว

"งั้น กลับบ้านกันเถอะ"

แหม คนดีของเขาใจร้อนจริง สงสัยกลัวเขาเปลี่ยนใจ แต่เขาคงต้องรอให้หายอิ่มกว่านี้ก่อนถึงจะค่อยทำตามสัญญา เจนยุทธออกรถและมุ่งหน้ากลับไปยังคอนโดของเขาที่อยู่ไม่ไกล





ว่าแต่ ไอ้การอาบน้ำให้โดยเอาตัวเข้านวดแบบสาวอ่างเขาทำกันนี่มันทำยังไงนะ? เขาเองก็ไม่เคยเที่ยวอาบอบนวดเสียด้วย เดี๋ยวคงต้องโทรไปถามผู้มีประสบการณ์อย่างไอ้ปรินซ์กับไอ้ซันดูซะแล้ว



---------------------------------------------------------------

มาแถมเรื่องวันว่างๆ ของฆาเบียร์กับเจให้อีกตอนก่อนหนีไปเที่ยวค่ะ ไว้กลับมาแล้วค่อยมาต่อเรื่องสองคนนี้เต็มๆ ต่อ แต่คงจะไม่ได้อัพถี่เหมือนช่วงที่แล้วนะคะ ว่าแต่ช่วงเขียนเรื่องของอาปาคริสไม่มีฉากเลิฟๆ เลย แทบลงแดงตาย มาวันนี้เขียนเรื่องสองหนุ่มจอมหื่นนี่ก็ขอจัดเบาๆ ซะหน่อย   :laugh: :laugh: :laugh:


เอาเมนูร้าน The Duke's มาให้ดูเล่นกันค่ะ

เมนู The Duke’s https://thedukes.co.th/menu/



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2017 23:02:03 โดย La Vida Sin Tu Amor »

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3737
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0
 :man1:

 :L1: :pig4: :L1:

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1



---- วันที่เธอไม่มา ----


เจนยุทธฮัมเพลงพลางใช้กรรไกรทำครัวตัดครัวซองต์ชิ้นงามที่เขาซื้อมาจากเบเกอรี่ของรร.ดาราเทวีออกเป็นชิ้นๆ ตามยาว วันนี้เขาจะทำช็อคโกแลตครัวซองต์พุดดิ้งตามสูตรของไลฟ์สไตล์บล็อกเกอร์คนดังอย่าง ว่านน้ำ ณ พันทิป   เขาใช้ครัวซองต์ 2 ตัวตามในสูตร ปกติถ้าทำกินเองเขาจะใช้ครัวซองต์ที่ซื้อตามซุเปอร์ฯ อย่างท็อปส์หรือริมปิง แต่วันนี้ฆาบี้จะกลับบ้าน เขาต้องใช้ของดีทำเพื่อต้อนรับสุดที่รักของเขาหน่อย เจหน้าแดงเมื่อเขาเผลอเรียกฆาบี้ด้วยคำๆ นี้ในใจ แม้เขายังไม่เคยเรียกเจ้าตัวด้วยคำว่า honey, dear หรือ darling ออกมาโต้งๆ แต่ในห้วงคำนึงของเขาได้เผลอใช้คำนี้เรียกเมียตัวโตของเขาบ่อยครั้ง

เจผสมไข่ 1 ฟอง ไข่แดง 2 ฟองและส่วนผสมอื่นๆ ตามสูตรเพื่อใช้เป็นเนื้อพุดดิ้ง จากนั้นเอาครัวซองต์ที่ตัดเป็นชิ้นยาวลงไปคลุกเคล้ากับส่วนผสมนั้นแล้วแช่ทิ้งไว้สักพักให้ซึมเข้าไปในเนื้อครัวซองต์ จากนั้นแบ่งครึ่งหนึ่งใส่ในถาดแก้วทนไฟแล้วเอาดาร์คช็อคโกแลตปริมาณตามชอบโรยเป็นชั้นกลาง และเอาครัวซองต์ที่เหลือโปะทับแต่อย่าให้เต็มพิมพ์ เขาเคยใส่เยอะเกิน ผลคือมันล้นทะลักจนเลอะเต็มเตาอบต้องทำความสะอาดกันสนุกสนาน เขาเอาเนยโรยหน้านิดหน่อยแล้วเข้าอบในเตาที่วอร์มไว้แล้วด้วยไฟ 160 องศาเซลเซียส เพียง 20-25 นาที ห้องเขาก็หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นเนยและไข่ เขาเร่งไฟบนอีกหน่อยและอบต่ออีก 5 นาทีเพื่อให้หน้ากรอบเกรียมเล็กน้อย


] (ftp://www.picz.in.th/images/2017/09/04/1508006_10152328544287341_1783405298721215367_n.jpg[/img)


"ขอจ้วงก่อนละนะ"

เจพึมพำ กว่าฆาเบียร์จะมาก็ค่ำๆ ไม่ก็ดึก เจ้าตัวคงยังไม่กินของอ้วนๆ แบบนี้ตอนดึกๆ แน่ เขาขอกินก่อนแล้วกัน เจตัดพุดดิ้งหอมหวานนั้นมาส่วนเล็กๆ แล้วตักไอศกรีมวนิลายี่ห้อดีที่สุดเท่าที่จะหาซื้อได้มาช้อนใหญ่ๆ วางโปะลงไปบนพุดดิ้งร้อนๆ นั้น ตามสูตรต้องกินกับช็อคโกแลตซอสไม่ก็ผลไม้แห้งแช่รัม แต่คนขี้เกียจอย่างเขาแค่ใส่ไอศกรีมแบบนี้ก็ดีถมแล้ว เจนยุทธทำหน้าฟิน แป้งครัวซองต์กรุ่นกลิ่นเนยนั้นชุ่มฉ่ำไปด้วยเนื้อพุดดิ้งเยิ้มๆ ที่หอมไข่และวนิลา รสหวานมันตัดกับรสขมเข้มของดาร์คช็อคโกแลต ความร้อนของเนื้อพุดดิ้งที่ปะทะกับความเย็นของไอศกรีมยิ่งทำให้มันอร่อยมากขึ้น เขายอมอ้วนเพราะขนมจานนี้

เจมองพุดดิ้งที่เหลืออยู่เกือบเต็มถาดตาละห้อย เขาอยากกินมันรวดเดียวหมดจริงๆ แต่เขาจะเก็บมันไว้ให้ฆาเบียร์ คราวนี้พวกเขาไม่ได้เจอกันกว่าสี่สัปดาห์แล้ว ต่อให้คุยกันตลอด ความคนึงหานั้นก็ยังท่วมท้น


ตึ่งตึงตึ๊ง... เสียงโทรไลน์ดังขึ้น เป็นฆาเบียร์วีดีโอคอลล์มา

"ไง คุณ วันนี้เครื่องลงกี่โมง ให้ผมไปรับไหม?" เจถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง

"...ผมทำขนมไว้ให้ด้วยนะ คุณต้องบ่นแน่ว่าอ้วน แต่รับรองว่าคุ้มกิน"

ฆาเบียร์ถอนใจเมื่อเห็นใบหน้าน้อยๆ ที่ยิ้มละไม

"เอ่อ... เจ คือ"

เจหุบยิ้มเมื่อเห็นท่าทางอ้ำอึ้งของฆาเบียร์

"ไม่ได้กลับเหรอ?"

เจนยุทธถามเบาๆ ฆาเบียร์รู้สึกปวดใจที่เห็นใบหน้านั้นสลดลง

"อืมม์...มีงานด่วนเข้ามาน่ะ ผมไม่อยากไปเลย แต่ติดจริงๆ"

ฆาเบียร์บ่นออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เขาบ่นเรื่องลูกค้านั่นนี่นู่นอีกยาวยืด เจรับฟังอย่างอดทน เขารู้ว่าฆาบี้เองก็เซ็งพอๆ กับเขา และเขาไม่ควรทำให้คนตัวโตต้องคิดมากอีก

"...อยู่ๆ จะมาให้ผมต้องไปสมุยด่วน จะให้คนอื่นไปแทนก็ไม่ยอม ไม่รู้อะไรนักหนา แล้วทำไมต้องเป็นสัปดาห์นี้ด้วย..." ฆาเบียร์หยุดพูดทันที เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

"ไม่เป็นไรน่า เดี๋ยวเสร็จเรื่องก็ค่อยกลับมา"

เจซึ่งไม่ได้สังเกตที่ท่าของฆาเบียร์พูด

"ดีเลย ผมจะได้เหมาขนมคนเดียว ไม่ต้องแบ่ง" เจนยุทธฉีกยิ้มกว้างให้คนตัวโต

เจถอนหายใจ เขาตัดพุดดิ้งมากินอีกหน่อย จิ้มไป 2-3 คำแล้วก็เททิ้งลงถังขยะ เขารู้สึกไม่ค่อยอยากกินมันละ เขาเอาพุดดิ้งที่เหลือใส่กล่อง

"ฮัลโหล พี่นพ ว่างป่าว เดี๋ยวเจไปหา จะเอาขนมไปฝาก"


"มึงนี่นะ งอนเค้าก็บอกไปให้รู้ว่างอน อย่าเก็บไว้ให้ค้างๆ คาๆ สิ"

นพบ่นหนุ่มรุ่นน้องที่เขารักเหมือนน้องชาย

"ดูกูกับไอ้พี่วัฒน์สิ คบกันมาได้ทุกวันนี้เพราะเวลามีเรื่องไม่พอใจอะไร กูก็พูดออกมาเลย ไม่ให้ได้เก็บเอามาระเบิดใส่เขาทีหลัง"

"แหม นั่นก็เพราะพี่วัฒน์เขากลัวพี่ป่าวเหอะ หงอเป็นเต่าซะขนาดนั้น"

เจค้านขึ้น เขานึกถึงดร.หนุ่มใหญ่แฟนของนพซึ่งไม่มีปากมีเสียงใดๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าพี่ชายของเขาคนนี้ นพอึ้งไป

"เฮ้ย คนมันรักกันหรอกเว้ย พอคบกันนานๆ ก็รู้นิสัยกันว่าอะไรพูดได้ พูดไม่ได้ ตอนไหนต้องยอม ตอนไหนต้องแย้ง"

นพพูดเพราะกลัวเสียฟอร์ม จริงๆ แล้วเขาไม่ค่อยจะเป็นฝ่ายยอมหรอก มีแต่ฝ่ายนู้นเป็นคนลงให้ ไอ้น้องชายตัวดีของเขาหน้าจ๋อยลง

"แล้วถ้าคนที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสถานะของตัวเองเป็นอะไรล่ะ พี่นพ จะให้มีสิทธิ์ไปพูดอะไรได้"

นพกุมขมับ ไอ้เจมันฟุ้งซ่านอะไรของมัน

"อะไรของ มึงวะ เจ ฆาบี้มันออกจะชัดเจนว่ามึงสำคัญกับมันแค่ไหน" เจนยุทธก้มหน้าครุ่นคิด

"ทางกายมันก็ใช่อ่ะ พี่นพ ก็คุยกันทุกวัน เจอกันก็บอกกันว่าคิดถึง ก็กอดกัน ก็..."

เจก็เล่าไปเรื่อยเปื่อยถึงสารพัดอย่างที่ฆาเบียร์ทำตอนกลับไทย นพทำตาโตเรื่องความร้อนแรงของทั้งคู่


"โอ๊ย พอๆๆ พวกมึงนี่นะ"

เขาเอามือปิดปากเจที่พูดดังขึ้นๆ แล้วหันซ้ายหันขวาดูว่าไม่มีใครสนใจเรื่องวาบหวามที่เจเล่า แล้วลดเสียงลงพูดเบาๆ

"...พวกมึงนี่นะ ไฟเจอไฟแท้ๆ ขนาดนี้แล้วมึงยังจะสงสัยอะไรอีกวะ มันเป็นรุกแท้ๆ แถมเป็นเพลย์บอยอีกต่างหากมาตลอดชีวิตแต่ก็มายอมให้มึงทำปู้ยี่ปู้ยำซะขนาดนี้ ยังจะมากลัวเขาไม่คิดอะไรด้วยอีกเหรอ?" นพตบหัวไอ้เด็กอ่อนหัดเรื่องความรัก

"ก็ ก็...ผมสมัยก่อนตอนเล่นๆ กับพวกสาวๆ ก็ทำแบบนี้นี่ ขอให้ได้ จะให้พูดคิดถึง ทำหวานอะไร ผมก็ทำหมด"

นพถอนหายใจ ทำไมเขาจะจำเจนยุทธแบบนั้นไม่ได้ สาวๆ ที่เขารู้จักก็โดนมันจับกินตับมาหลายคนแล้ว แต่ดีที่พวกนั้นก็เป็นขาแรงเหมือนกันเลยอาการไม่หนักเท่าไหร่ แต่เขาก็พอเข้าใจที่มันกังวล

"แล้วตอนมึงเล่นๆ กับสาวๆ มึงกล้าประกาศออกสื่ออย่างเฟซ อย่างไอจีไหมล่ะ ว่าคบใคร?" เจส่ายหน้า

"แล้วมึงได้ดูเพจฆาบี้มั่งมะ?"

เจส่ายหน้าอีก เขาเคยดูเพจนั้นครั้งเดียวก็ตอนที่รู้ว่าโดนเอารูปไปใส่ไว้นั่นแหละ เขาอายเกินไปที่จะดู

"เอ้า มึงดูซะ"


นพเปิดเพจ Valentin de la Rosa ที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเพจเป็น Javier Valentin Martinez de la Rosa ไปแล้ว ในเพจมีการประกาศเรื่องที่เขาจะโพสต์น้อยลงเนื่องจากภาระหน้าที่การงานที่เปลี่ยนไป ตั้งแต่งานเปิดตัวสำนักงานที่ฮ่องกง ตัวตนที่แท้จริงของเขาก็ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนและกลายเป็นที่รู้จักในสังคมมากขึ้นในฐานะผู้บริหารหนุ่มไฟแรงรวยเสน่ห์ แต่ถึงเขาจะโพสต์เรื่องกินๆ เที่ยวๆ ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ น้อยลง แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยขาดเลยคือรูปของเขาที่เชียงใหม่กับไม่ว่าจะเป็นรูปพิซซ่าที่ the duke's รูปอาหารที่แม่เขาทำ และอื่นๆ แต่ที่มีมากที่สุดคือรูปของเจในอิริยาบทต่างๆ เขาเรียกส่วนนี้ของบล็อกและในเพจของเขาว่า 'ที่พักใจ'


เจนยุทธดูรูปตัวเองที่นอนหลับพริ้มอยู่บนอกของคนถือกล้องที่ทำสายตาวิบวับมองเขาอยู่พร้อมแค็ปชั่น "My happiness, my peace, my Jay"  ด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก

'ความสุขของผม ความสงบของผม เจของผม'

"หึ!!"

ทีแบบนี้พูดได้ ต่อหน้าเขาไม่เคยเห็นพูดอะไร

"เนี่ย มันออกจะประกาศชัดเจนว่ามึงเป็นคนสำคัญของมัน เนี่ยๆ มึงดูนะ ตอนนี้พวกแฟนเพจตอนนี้อุดมไปด้วยสาววายน่ะไปขุดหาสารพัดข่าวหรือเรื่องฆาบี้หรือเรื่องมึงมาโพสต์..."

นพเลื่อนๆ หน้าจอให้ดูรูปถ่ายจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง

"เนี่ย คนนี้แค็ปนี่มาจากเว็บ Page Six ของนิวยอร์ค โพสต์"

นพพูดถึงข่าวหน้าหกของหนังสือพิมพ์ดังที่เป็นหน้าข่าวสังคมและเซเล็บ ดารา ซึ่งพูดถึงการเปิดตัวฆาบี้ในฐานะทายาทผู้สืบทอดอาณาจักรท่องเที่ยวออนไลน์

."..แต่ที่เพจซิกซ์สนใจมากกว่าคือการเปิดตัว 'เพื่อนคนสนิท' ของ มร.มาร์ติเนซ..."

ในข่าวนั้นมีรูปเขาในชุดสูทสุภาพยืนยิ้มเคียงคู่ฆาเบียร์ โดยมีคริสยืนยิ้มมองทั้งคู่อยู่ คนถ่ายรูปต้องเป็นหนึ่งในลุงป้าขาเผือกแน่ๆ

"เนี่ย ถ้าฆาบี้เค้าอยากปิดเรื่องมึง เค้าก็ลบรูปพวกนี้ทิ้งไปแล้ว" นพพูดให้กำลังใจไอ้น้องชาย

"หึ ใช้ผมเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์หรือเปล่า..."

เจนยุทธที่ยังน้อยใจไม่หายเริ่มพาล เขาเลื่อนเพจของฆาบี้ดูเรื่อยๆ

"เฮ้ย!!!"

เจอุทานลั่นร้านกาแฟที่พวกเขานั่งแช่อยู่จนนพตกใจ นพคว้าไอแพดของเขามาดูแล้วต้องหัวเราะก๊ากออกมา ที่หน้าจอเป็นรูปฆาบี้ใช้จมูกสัมผัสแก้มสีแดงระเรื่อของเจ ฉากหลังของรูปไม่ใช่ที่ไหนแต่คือแปลงผักที่บ้านพี่จืด รูปถูกโพสต์โดยลูกเพจที่ชื่อ Imjai Pattara

"อิป้าสาววายนั่น!!!"

เจนั่งหน้าแดงก่ำ คนโพสต์ไม่ใช่ใคร พี่อิ่มนั่นเอง เขาคลิกดูรูปอื่นที่อิ่มโพสต์แล้วก็ต้องฟุบหน้าลงกับโต๊ะอย่างหมดแรง เอาน้องชายมาขายแท้ๆ เขาจะทำยังไงกับพี่สาวของเขาคนนี้ดี?

"เห็นหรือยัง ถ้าฆาบี้มันไม่คิดจริงจังกับมึง มันไม่ปล่อยให้เป็นแบบนี้หรอก"

นพพูดกระตุ้นเจ ชี้ให้ดูว่าฆาเบียร์กดไลค์ทุกรูปของอิ่มใจ

"แต่เขาไม่เคยพูดว่ารักผมหรือคุยให้เคลียร์เรื่องสถานะของเราเลยนะพี่นพ"

นพกุมขมับอีกรอบ ไอ้เจมันโง่หรือซื่อบื้อกันวะ

"แล้วที่มันกลับมาหามึงทุกครั้งที่ว่างนี่คืออะไรวะ"

นพที่เริ่มหมดความอดทนเริ่มว๊ากใส่หนุ่มรุ่นน้อง

"บางที...บางทีเขาอาจจะแค่ติดใจเซ็กส์ของผมก็ได้ เรารู้จักกันจริงๆ เกินครึ่งปีมาไม่นาน แถมที่อยู่ด้วยกันจริงๆ นับเป็นวันแล้วก็ไม่ถึง 2 เดือนเลยนะ"

เจน้ำตาคลอ เขาคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้ว พวกเขาเจอหน้ากันก็ไม่พ้นนัวเนียกัน มีอะไรกันตลอด บางทีฆาบี้อาจจะแค่ติดใจรสชาติแปลกใหม่ที่เขาป้อนให้ก็ได้


"ฆาบี้มันไม่เคยพูดสักนิดเลยเหรอวะ?"

นพถามอย่างสงสัย ทีตอนเขาเป็นรูมเมทกับมัน มันก็ไม่ได้พูดออกมายากนักหนาอะไร เจถอนหายใจ แล้วบอกว่าพวกเขาไม่เคยพูดกันต่อหน้า เขาเคยได้ยินฆาเบียร์กระซิบภาษาสเปนใส่หูเขาต้อนเคลิ้มๆ ใกล้หลับหลายครั้ง เขาถึงแอบไปเรียนมาเพื่อที่เขาจะได้เข้าใจ

"ทำไมทีในภาษาสเปนที่เขาคิดว่าผมไม่เข้าใจเขาถึงพูดออกมาได้ง่ายๆ แต่ไม่ยอมพูดเป็นอังกฤษให้ผมเข้าใจล่ะ?" เจบ่นออกมา

"มันอาจจะเขินมั้ง" นพเดามั่วๆ

"แล้วทำไมมึงไม่บอกมันก่อนวะ?" นพพูดสิ่งที่เจไม่กล้าคิดทำ

"ก็...ก็ผมกลัว กลัวว่าถ้าบอกไปแล้วมันไม่ใช่อ่ะ? เกิดที่เขาเคยพูดใส่หูผมมาเป็นแค่คำหวานตามประสาพวกเชื้อชาติโรแมนติกโดยไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งเหมือนอย่างที่ผมคิดล่ะ"

เจนยุทธที่เคยเป็นฝ่ายโปรยคำหวานป้อนให้สาวๆ โดยไม่คิดอะไรกล่าวอย่างคิดมาก

"กูก็ไม่รู้ว่ะ ไอ้น้อง แต่กับกูตอนนู้น บทมันจะพูดมันก็พูดออกมาเลย แล้วก็โดนกูปฏิเสธทันควันเลย"

เจหน้าสลดไปเมื่อนพพูดถึงความหลังของเขากับฆาบี้

"...บางทีมันอาจจะคิดว่ามึงยังไม่พร้อม เพราะมึงก็ไม่เคยคบผู้ชายมาก่อน อาจจะคิดว่ามึงยังสับสน เลยให้เวลามึงตัดสินใจมั้ง"

นพเดามั่วๆ ออกมาอีก เจนั่งนิ่งคิดหนัก

"มึงมัวแต่ช้าเอาแต่อมพะนำ ระวังจะโดนมือดีมาฉกมาก่อนนะเว้ย" นพขู่เข้าไปอีก

"... ไม่งั้นกูนี่แหละ จะขอคืน หมั่นไส้นัก ไอ้สองคนนี่"

นพกระแทกเสียงหนักๆ เจนยุทธใจหายวาบ ที่เขากลัวที่สุดนี่ไม่ใช่หนุ่มรูปงามที่ไหน แต่เป็นหนุ่มใหญ่ร่างกลมที่เคยอยู่ในใจฆาเบียร์มาเกือบ 20 ปีคนนี้นี่เอง

"ไม่ได้!! ปล่อยไปแล้วห้ามเอาคืน เมียผม ผมหวง"

เจนยุทธเผลอร้องลั่น แล้วก็ต้องหน้าแดงเมื่อคนรอบข้างหันมามองใหญ่ นพปิดปากกลั้นหัวเราะจนตัวโยน

"มึงไปคิดดูดีๆ แล้วกัน ถ้ามึงแน่ใจความรู้สึกตัวเองก็บอกไปซะ อย่างน้อยก็ยังดีกว่าอยากบอกแต่ไม่มีโอกาสได้บอกอีกแล้วแบบกูนะ"

เจเอื้อมไปกุมมือพี่ชายที่มีสีหน้าสลดลงเมื่อนึกถึงชายหนุ่มรุ่นน้องนัยน์ตาคมผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

"ได้ พี่นพ ครั้งต่อไปที่ผมเจอฆาเบียร์ ผมจะลองดู แต่ถ้าอกหักกลับมา พี่ต้องเลี้ยงมื้อใหญ่ปลอบผมนะ"

เจตัดสินใจในที่สุด นพรับปาก เขามั่นใจว่าเขาไม่ได้เสียเงินแน่นอน


เมื่อฆาเบียร์ไม่กลับมา เจก็ทำกิจวัตรประจำวันไปตามปกติ ช่วงนี้งานแปลยังไม่เข้า เขาก็ไปกินข้าวกินกาแฟกับนพ ไปเดินห้าง ดูหนัง ส่วนเย็นวันนี้เขามีนัดกับอาจารย์สอนภาษาสเปนซึ่งเขาเรียนสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

"อาจารย์โทนี่ครับ Querido นี่แปลว่าอะไรครับ?"

เจถามอาจารย์ส่วนตัวผู้สอนภาษาสเปนของเขา

"แปลว่า ที่รักน่ะ ใช้สำหรับเพศชาย ทำไม? แฟนใช้คำนี้เรียกคุณเหรอ? หวานจริงๆ นะแฟนคุณเนี่ย"

อาจารย์โทนี่ซึ่งพูดภาษาไทยได้อย่างชัดเจนแซวขึ้น เจนยุทธหน้าแดง

"ไม่ใช่แฟนครับ เอ่อ เพื่อนสนิทครับ?" อาจารย์พยักหน้าหงึกหงัก

"เหรอ? งั้นผมว่าเพื่อนสาวของคุณคนนี้คงไม่คิดกับคุณแค่เพื่อนแล้วล่ะ"

'เพื่อนหนุ่มต่างหาก' เจแอบแย้งในใจ

"แล้วคำว่า Te necesito ล่ะ อาจารย์?"

เขาพยายามจำสารพัดคำที่ฆาบี้ขยันเป่าหูเขามาถาม

"อ๋อ แปลว่า I need you"

เจหัวใจพองโตไปกับสิ่งที่ได้ยิน แต่เขาอยากได้ยินคำพวกนั้นจากปากของฆาเบียร์โดยตรงแบบที่เจ้าตัวตั้งใจพูดให้เขาเข้าใจ ไม่ใช่มากระซิบยามเผลอเพราะรู้ว่าเขาไม่เข้าใจแบบนี้


เจนยุทธนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง สี่วันแล้วที่ฆาเบียร์ไม่ส่งข่าวอะไรมา เขาแค่ได้พูดคุยกันสั้นๆ ช่วงก่อนนอนเพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะสามารถนอนหลับได้สนิท แต่ตัวเขาเองกลับข่มตานอนไม่ลง

เขาหยิบมือถือขึ้นมาเปิดเฟซบุ๊คแล้วเข้าไปที่หน้าเพจของฆาเบียร์ เขาทำสิ่งที่เลี่ยงมาตลอดคือกดไลค์และฟอลโลว์เพจนั้น หลังจากอ่านมันพักใหญ่ เขาตัดสินใจพิมพ์บางอย่างลงไป


Jay Pattarapreeda   I miss you.

พร้อมแนบรูปฆาบี้ที่ยืนหันหลังใส่ผ้ากันเปื้อนผัดสปาเก็ตตี้อยู่หน้าเตาลงไปแล้วกดโพสต์ เจนั่งมองโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง

"ลบดีกว่าว่ะ"

เจพึมพำ แล้วหยิบโทรศัพท์ขัึ้นมา แต่ก่อนจะทันกดลบ ก็มีข้อความขึ้นเตือน

Javier Valentin Martinez de la Rosa liked your post on his page.

ตามด้วย

Javier Valentin Martinez de la Rosa commented on your post on his page

เจนยุทธคลิกเข้าไปดู ฆาเบียร์คอมเมนท์เป็นภาษาอังกฤษความว่า

"ผมก็คิดถึงคุณมาก.."

เจพิมพ์ตอบไป

"ยังไม่นอนอีก นอนได้แล้ว ดึกแล้ว พักผ่อนเยอะๆ งานเสร็จแล้วเจอกันนะ"

เขาเผลอพิมพ์ไปซะยาวยืดเพราะลืมไปว่านี่เป็นหน้าเพจสาธารณะ พอนึกได้ก็กดส่งไปซะแล้ว สักพักฆาเบียร์ก็คอมเมนท์มาเป็นสติกเกอร์รูปการ์ตูนหน้าตาบ้องแบ๊วกับคำว่า OK เจขำในมุมกุ๊กกิ๊กที่เขาไม่นึกว่าฆาเบียร์จะมี เขาหน้าแดงเมื่อตัดสินใจกดส่งรูปตัวการ์ตูนถือหัวใจดวงใหญ่และมีหัวใจน้อยๆ วิบวับขึ้น สักพักฆาเบียร์ก็ส่งรูปจิ้งจอกสองตัวจูบกันมา เจนยุทธอมยิ้ม ถ้าการบอกรักจริงๆ มันง่ายแบบนี้ก็ดีสินะ เขานอนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อ่านเพจของฆาเบียร์จนผลอยหลับไป


สองวันผ่านไป เมลิน่าที่มีสีหน้าร้อนรนได้ติตต่อเข้ามา

"คุณเจคะ แย่แล้ว คุณฆาเบียร์อาการกำเริบอีกแล้ว..." เจนยุทธใจหายวาบ

"ฉันจะส่งตั๋วไปให้ทางอีเมล์ พรุ่งนี้ริคกี้จะรอรับคุณที่สนามบินสมุยนะคะ"



------------------------------------------------------------

กลับมาแล้วค่ะ ตอนนี้อาจจะเวิ่นเว้อนิดๆ เพราะเขียนตอนไปเที่ยว อารมณ์เลยฟุ้งๆ หน่อย แหะๆๆ เดี๋ยวจะโพสต์รวดเดียว 3 ตอนนะคะ อีกสองตอนจะยกเอาตอนพิเศษจากเรื่อง Para Ti...คำ "รัก" นี้แด่เธอ อย่างตอน My Name is Javier มา เพื่อให้คนที่ยังไม่ได้อ่านเรื่องฆาบี้กับนพช่วงเป็นรูมเมทกันไม่ต้องเสียเวลาคลิกไปอ่านเรื่องนั้นนะคะ และในตอนหน้าอาจจะมีตัวละครในตอนนั้นโผล่มาอีกหน่อยก็เลยเอามาให้อ่านกันก่อนค่ะ



สูตรครัวซองต์พุดดิ้งค่ะ อร่อยจริง คอนเฟิร์ม

https://wan-nam.com/wannam-chocolate-croissant-pudding/




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2017 23:04:53 โดย La Vida Sin Tu Amor »

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


สองตอนถัดไปนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับฆาเบียร์และนพช่วงที่เป็นรูมเมทกันนะคะ ยกมาจากเรื่อง Para Ti...คำ "รัก" นี้แด่เธอ ช่วงที่แล้วได้อ้างถึงเล็กน้อย แต่ว่าในตอนหน้าจะมีตัวละครจากเรื่องนั้นโผล่ออกมาอีกนิดหน่อยก็เลยขอยกทั้งตอนมาให้อ่านกันคนที่ยังไม่ได้อ่านเรื่องนั้นจะได้ไม่งงว่าเรื่องมันเป็นยังไงค่ะ แล้วจะได้รู้ด้วยว่าทำไมเจถึงกังวลเรื่องนพกับฆาเบียร์นัก ในสองตอนนี้ นพปักใจอยู่กับ "ราฟา" ตัวเอกของเรื่อง Para Ti ที่เป็นรุ่นน้องชมรม ราฟาเป็นลูกครึ่งไทย - สเปน ค่ะ




---- SP – My Name Is Javier [Pt. 1] ----




"สวัสดี ผมชื่อนพ นายชื่ออะไร?"

เสียงใสๆ ทักผม ผมงงไปเล็กน้อยที่เปิดประตูห้องตัวเองมาเจอคนแปลกหน้ากับกระเป๋าใบโต

"เอ่อ ผมชื่อฆาเบียร์ คุณเป็นใคร?"

ผมถามอย่างสงสัย ผมนึกว่าปีนี้ผมจะไม่มีรูมเมทเสียอีก

"ผมชื่อนพ ออกเสียงเหมือน Nope ที่แปลว่าไม่น่ะ ผมเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากประเทศไทยจะมาอยู่ที่นี่ปีนึง"

ปากบางส่งเสียงเจื้อยแจ้วไม่หยุด พร้อมส่งมือมาเช้คแฮนด์

"คุณผู้ดูแลหอจัดผมให้มาอยู่ห้องนี้ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ"


ผมเจอนพครั้งแรกตอนก่อนเปิดเทอมประมาณ 1 สัปดาห์ครับ ผมอยู่ห้อง 810 นี้มา 2 ปีแล้ว เดิมทีผมมีรูมเมทแต่เขาเพิ่งจะตัดสินใจย้ายออกเมื่อก่อนเปิดเทอมไม่นาน ทำให้ห้องนี้มีเตียงว่างเตียงหนึ่งซึ่งตอนนี้ถูกหนุ่มน้อยชาวเอเชียคนนี้กับกระเป๋าใบโตยึดครองไปแล้ว


อ้อ ขอผมแนะนำตัวเองก่อน ผมชื่อ ฆาเบียร์ บาเลนติน มาติเนซ เด ลา โรซ่า เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ด้านคอมพิวเตอร์ ในวิทยาลัยแห่งหนึ่งในรัฐทางเหนือของสหรัฐอเมริกา ​ผมเป็นอเมริกันเชื้อสายละติน พ่อผมมาจากปัวเอร์โต ริโก้และตอนนี้มาทำงานที่รัฐอันหนาวเย็นแห่งนี้ ส่วนตัวผมเกิดที่นี่และเป็นอเมริกันเต็มตัวครับ

ผมดูร่างสันทัดที่ง่วนกับการรื้อนั่น ขนนี่ออกจากกระเป๋า แล้วสังเกตเห็นบางอย่าง

"นพ ยูมีเครื่องนอนหรือยัง?"  ตาสีน้ำตาลเข้มนั้นมีแววฉงน

"ผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่ม...มีหรือยัง?"

"ต้องมีด้วยเหรอ? เค้าไม่ได้เตรียมให้?"

สงสัยรายนี้จะไม่เคยอยู่หอมาก่อนแน่ ผมเปิดตู้ค้นผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนและปลอกผ้านวมส่งให้

"เดี๋ยวผมพาไปรับหมอนกับผ้าห่มที่แม่บ้านหอนะ" ปากบางนั้นคลี่ยิ้มอย่างดีใจ

"ขอบคุณมาก ฆาเบียร์"

ผมแปลกใจที่หนุ่มเอเชียคนนี้ออกเสียงชื่อผมได้ถูกต้อง

"ผมนึกแล้วว่าคุณต้องเป็นคนดีแน่ๆ "  ผมกระตุกยิ้มที่มุมปาก 'ถ้านายรู้จักฉัน นายจะไม่คิดแบบนั้นแน่'


ผมเป็นผู้ชายแบบที่หลายคนอาจเรียกว่า เสือ ครับ แต่ผมไม่ใช่เสือผู้หญิงหรอก แต่เป็นเสือผู้ชายครับ ผมถูกใจใคร คนนั้นมักจะไม่หลุดมือผม ผมพร้อมใช้ทุกวิธีเพื่อให้ได้คนๆ นั้นมา แต่ไม่ได้จะอวดหรอกนะครับ ส่วนมากน่ะผมไม่ค่อยต้องพยายามนักก็มักได้สิ่งที่หวัง ผมไม่ได้หน้าตาหล่อเฉียบเหมือนดารา แค่คมเข้มตามมาตรฐานละติโน่ แต่สิ่งที่มักทำให้คนตกหลุมเสน่ห์คือดวงตาวับวาวของผมที่มักทำให้คนที่อยู่ใต้ร่างผมอ่อนระทวยเหมือนต้องมนต์ ผมมีรูปร่างสูงปานกลาง มีมัดกล้ามอันเกิดจากการออกกำลังกายเป็นประจำ ซิกซ์แพ็คผมแน่นไม่หยอกนะครับ

อวยตัวเองพอแล้ว เดี๋ยวคุณๆ จะหมั่นไส้ผมเอา ผมมาสนใจคนตรงหน้าผมนี่ก่อนดีกว่า ผมโล่งใจหน่อยที่นพไม่ใช่สเป็คของผม เขาดูจืดชืดไป แถมยังอวบๆ เกินไปนิด ผมชอบแบบตัวบางๆ หน้าหวานๆ ไม่ก็ต้องแมนๆ กล้ามแน่นๆ ไปเลย เพราะมันท้าทายดีครับ  ก็ดี ผมจะได้คบเขาเป็นเพื่อนได้อย่างสะดวกใจ จะได้ไม่เป็นเหมือนจอช รูมเมทคนเก่าของผมซึ่งสุดท้ายดันไปมีอะไรลึกซึ้งกันเข้าซะงั้น ทีนี้ก็นรกแตกเลยครับ ผมจะกระดิกตัวไปหาคนนั้นคนนี้ก็ลำบาก สุดท้ายก็ทะเลาะกันแล้วเขาก็ขนข้าวขนของย้ายออกไปซะดื้อๆ ยุ่งครับ ยุ่งมากกกกกก

"นพ หิวยัง?" ผมถาม นพพยักหน้าอย่างเร็ว

"งั้นเราไปที่สนามหลังตึกลาร์สันกัน วันนี้มีงานแคมป์ไฟ เป็นธรรมเนียมตอนเปิดเรียน ของกินเพียบ เดี๋ยวผมพาไป ของน่ะเดี๋ยวค่อยมารื้อ"

ที่งานเรานั่งปิ้งมาชเมลโล่กับไส้กรอกและคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ผมได้รู้ว่านพเป็นเด็กแลกเปลี่ยนในโครงการของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือของไทยและจะมาอยู่ที่นี่เพียงปีเดียว ตอนแรกผมนึกว่าเขาเป็นเด็กปีหนึ่งเพราะหน้าตาอ่อนวัยแบบชาวเอเชียแต่ที่จริงแล้วเราอายุเท่ากัน นพเคยผ่านการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนตอนมัธยม แต่ไม่เคยอยู่หอมาก่อนและนี่เป็นครั้งแรกที่นพได้อยู่ตัวคนเดียวโดยไม่มีใครคุม สนุกแน่ๆ ครับ


สัปดาห์แรกของเทอมผ่านไป หลังพิธีต้อนรับนักศึกษาใหม่และลงทะเบียนก็ถึงเวลาเรียนแล้ว อย่างวันนี้พวกผมก็มีเรียนเช้ากันทั้งคู่

"ฆาเบียร์ ตื่นๆ สายแล้ว!!"

ผมซึ่งปาร์ตี้หนักไปหน่อยเมื่อคืนรีบตาลีตาเหลือกลุกขึ้น สลัดกางเกงนอนออก แล้วหยิบเสื้อผ้าในตู้มาใส่ นพรีบเบือนหน้าหนีไปจากร่างเปลือยของผม ผมแอบเห็นพวงแก้มนั้นเข้มขึ้นจนเป็นสีกุหลาบ...ผมชักสงสัยแล้วสิครับ ตอนนี้ผมยังไม่ได้แสดงให้นพเห็นว่าผมเป็นเกย์เพราะผมไม่แน่ใจว่าเขาจะคิดยังไงกับผม คนเอเชียมักจะหัวอนุรักษ์นี่นา แต่ เอ เมืองไทยก็เป็นแดนสวรรค์ของชาวทรานส์ฯ  ไว้ผมค่อยลองพิสูจน์ดูครับ


ผมตรึงร่างบางนั้นไว้บนโซฟา ปากผมดูดดุนริมฝีปากสีกุหลาบนั้น ลิ้นร้อนของเราบดเบียดกันอย่างกระหาย มือของผมปะป่ายไปตามอกเนียนและกำลังจะยึดกุมแกนกายแข็งนั้นตอนที่ไฟห้องสว่างวาบขึ้น

"เฮ้ย!!!"

นพซึ่งไขประตูห้องเข้ามาเจอร้องลั่นอย่างตกใจ หนุ่มน้อยที่อยู่ใต้ร่างรีบดันตัวผมออก ผมรั้งร่างนั้นไว้แนบอก

"นพ...ขอผมใช้ห้องแป๊บนึงนะ ไม่นานหรอก นั่งรอนอกห้องก็ได้"

นพพยักหน้าอย่างใจลอยแล้วปิดประตูห้องตามหลังอย่างเบามือ ผมกลับไปจัดการกับเหยื่ออันโอชะต่อและทำให้แน่ใจว่าเสียงครวญครางของหนุ่มน้อยนั้นจะดังพอให้ถึงหูคนที่รออยู่นอกห้อง


หลังจากหนุ่มน้อยซึ่งผมยังไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำคนนั้นกลับไป นพที่หน้าแดงก่ำก็เข้าห้องมา ผมทำทีขอโทษขอโพยที่ไม่ระวังจนให้ต้องมาเห็นอะไรแบบนั้น

"นพรังเกียจหรือเปล่าที่ผมเป็นเกย์ บอกได้นะ ถ้าผมทำให้นพไม่สบายใจ"

ผมแกล้งตีหน้าเศร้าถาม นพส่ายหน้า

"ไม่หรอก ฆาเบียร์ ผมไม่รังเกียจหรอก..." ก่อนที่จะยืนยันสิ่งที่ผมสงสัย

"ผมก็ เอ่อ...ชอบผู้ชายเหมือนกัน"

ผมงี้ตบเข่าฉาดเลย เซนส์ผมมันไม่พลาดอยู่แล้ว ผมทำท่าดีใจที่ว่าได้รูมเมทที่เป็นแบบเดียวกัน หลังจากพูดคุยกันสักพัก นพก็ดูมีทีท่าผ่อนคลายขึ้น

"ผมว่าจะถามนพนานแล้ว ทำไมคุณถึงออกเสียงชื่อผมถูก?"

เพื่อนชาวต่างชาติของผมส่วนใหญ่ออกเสียง Javier เป็นจาเวียร์มั่ง เฮเวียร์มั่ง แต่นพออกเสียงถูกเป๊ะ

"เอ่อ พอดีผมมีเพื่อนสนิทที่เป็นลูกครึ่งสเปนครับ เขาสอนการออกเสียงภาษาสเปนให้ผมบ้างเหมือนกัน"

'อืมม์...เพื่อนสนิทที่ว่านี่ทำให้คุณแก้มแดงแจ๋แบบนี้ได้ด้วยเหรอ?'

ผมคิดในใจ มองดูคนที่ก้มหน้างุดด้วยความเขินอายอยู่ข้างหน้า

"คุณเรียกผม ฆาบี้ ก็ได้นะ"


ฤดูกาลผันเปลี่ยนไป ใบของต้นเมเปิ้ลที่ปลูกทั่วไปในวิทยาลัยน้อยๆ แห่งนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานสลับกับใบต้นแป๊ะก๊วยสีเหลืองทอง อากาศหนาวเย็นลงอย่างรวดเร็ว

"หนาวโว้ย"

 นพรวบคอเสื้อแจ็คเก็ตแน่น พอสนิทกันหนุ่มน้อยเรียบร้อยคนต้นเทอมก็ไม่อยู่แล้วครับ เหลือแต่ไอ้นพจอมโวยวายและกวนส้น พวกเรากำลังฝ่าฝนปนน้ำแข็งของฤดูใบไม้ร่วงไปกินข้าวที่โรงอาหารกลาง

"วันนี้มีอะไรกินเนี่ย?" นพยืนส่องใบเมนูหน้าโรงอาหาร

"โอ้ วันนี้มีกริลล์ชีส ดีเลย แถวหมูอบจะได้ว่าง ไม่รู้ไอ้เด็กพวกนี้จะชอบกินกริลล์ชีสอะไรนักหนา ต่อคิวกันซะยังกับไม่เคยกินแซนวิช"

ผมขำมันที่บ่นกะปอดกะแปดไปตามเรื่อง ค่าเทอมที่วิทยาลัยนี้รวมค่าอาหารไปแล้วครับ เรามีอาหารดีๆ กิน 3 มื้อ มีอาหารให้เลือกหลายอย่างซึ่งมีทั้งซุป สลัดหรือผักเคียง ของเรียกน้ำย่อย จานแป้ง จานเนื้อ หรือมังสวิรัติก็มี แถมยังมีขนมให้อีกด้วย นพเดินแวะซุ้มนั้นทีนี้ทีจนได้ของกินมาเต็มถาด

"กินเยอะอีกละวันนี้ แก้มยุ้ยหมดแล้ว" ผมเอื้อมมือไปหยิกแก้มเต่งนั้น

"เรื่องของกู ไม่ได้กลัวอ้วนเหมือนมึงนิ ไอ้ฆาบี้"

มันเบ้หน้าดูกริลล์ชีสหนึ่งชิ้นกับสลัดบนถาดผม

"แดกขนาดนี้ไม่ต้องวิ่งเป็นชั่วโมงเหรอ ชีสเชียวนะมึง"

มันประชดให้ ผมหัวเราะหึๆ ใส่ความติงต๊องของมัน สองสามเดือนที่ผ่านมานี่ผมเรียนรู้นิสัยมันเยอะเลยครับ มันเป็นคนตลก ร่าเริง ยิ้มเก่ง แต่บางทีก็รู้สึกว่ามันยังมีสิ่งที่ซ่อนในใจไม่ได้เปิดเผยมาทั้งหมด แต่ก็นับว่ามันเป็นเพื่อนที่ดี คบได้ครับ


"โอยยย อิ่ม ท้องจะแตกแล้ว" มันเดินลูบพุงนำผมเข้าประตูห้อง

"อิ่มแล้วก็ต้องต่อด้วยของหวาน" ผมพูดยิ้มๆ

"ของหวานอะไรอีกอ่ะ กูแดกไม่ไหวแล้ว" ผมชูซีดีที่ยืมมาให้มันดู มันทำตาวาว

"ให้ไวๆ เปิดเลย"

มันกุลีกุจอนั่งลงที่หน้าคอมพ์ ผมรีบเปิดแผ่นนั้น ตานพจ้องเป๋งไปที่ร่างเปลือยของชายหนุ่มสองคนในจอคอมพ์ แก้มมันแดงก่ำเมื่อเห็นปากของนักแสดงขยับรูดขึ้นลงตามแท่งลำแข็งของอีกฝ่าย เมื่อดูไปสักพักมันก็ขอตัวไปห้องน้ำซึ่งเป็นห้องน้ำรวม

"กูไม่ไหวแล้วว่ะ ไปก่อนนะ"

ทุกครั้งที่ต้องการถึงขีดสุดมันจะต้องไประบายออกเองที่ห้องน้ำรวม ผมเคยเสนอตัวช่วยมัน แต่มันก็ไม่ตอบรับความหวังดีของผม ผมก็สงสัยว่ามันทนไม่มีอะไรกับใครได้ยังไง นี่ก็มาอยู่ได้หลายเดือนแล้วผมก็ไม่เห็นมันจะไปสนใจผู้ชายที่ไหน มีแต่มาระบายออกตอนดูหนังโป๊กับผมแค่นั้น ผมสงสัยว่ามันคงมีแฟนอยู่ที่เมืองไทยอยู่แล้ว ซึ่งน่าจะเป็นคนใดคนหนึ่งในบรรดารูปที่มันติดไว้ข้างเตียงมัน


ผมละความสนใจจากจอคอมแล้วหันไปดูรูปพวกนั้น นอกจากรูปครอบครัวแล้วยังมีรูปคนจากชมรมฟันดาบที่นพเคยบอกผมว่ามันเล่นอยู่ 3 ปี มันพูดด้วยความภูมิใจว่ามันเป็นศิษย์รักของนักกีฬาทีมชาติไทยด้วย ซึ่งน่าจะเป็นชายหนุ่มคนที่ห้อยเหรียญทองอยู่นั่น ผมไล่ดูรูปมาแล้วก็สะดุดตาเข้ากับร่างสูงร่างหนึ่ง ใบหน้าของร่างนั้นดูก็รู้ว่ามีเชื้อสายตะวันตก แววตาอันคมวาวส่องประกายระยิบระยับ

'มีเชื้อละตินแน่นอน'

ผมคิดอยู่ในใจ แล้วก็ฉุกคิดขึ้นว่านี่คงเป็น "เพื่อนสนิท" ที่สอนภาษาสเปนให้นพเป็นแน่แท้

"งั้นก็น่าจะเป็นคนนี้สินะ...ตัวจริงของนาย" ผมพึมพำออกมา

"ตัวจริงอะไรเหรอ?"

เสียงใสๆ ถาม ผมสะดุ้งเฮือก มันเข้ามาเงียบๆ จนไม่ทันรู้ตัว

"ไม่มีอะไร แค่สงสัยว่าคนไหนเป็นแฟนตัวจริงของนายที่ไทย" ผมตอบไปตรงๆ

"เห้ย บ้า แฟนอะไร ไม่มี๊"

มันอายม้วนเลยครับ อ่ะ ไม่มีก็ไม่มี เชื่อ

"เป็นไง สบายตัวแล้วสิ? ก็บอกแล้วให้หาหนุ่มซักคนจะได้ไม่ต้องเมื่อยทำเอง" ผมกระเซ้ามัน

"จะได้รู้ว่าหนุ่มฝรั่งน่ะเด็ดกว่าหนุ่มไทยแค่ไหน"

มันทำเฉย ไม่ตอบว่ะ ผมว่าไม่เกินสามเดือนมันต้องทนไม่ไหวแล้วนอกใจแฟนมันแน่


สามเดือนผ่านไป มันก็ยังไม่มีใคร ผมงี้ยอมใจมันจริงๆ ครับ อะไรจะเหนียวแน่นขนาดนั้น ในตอนนี้ผมค่อนข้างแน่ใจแล้วครับว่าชายหนุ่มร่างสูงตาแพรวพราวคนนั้นคือตัวจริงของมัน ไม่งั้นมันไม่เที่ยวพกกระดาษเอสี่ที่มีรูปวาดเท้าใหญ่ยักษ์ใบนั้นติดตัวไปไหนมาไหนด้วยหรอก ผมเห็นมันเดินเข้าออกร้านรองเท้าเป็นว่าเล่นตั้งแต่มาถึง พอผมถามมันก็บอกว่าเพื่อนฝากซื้อ...แหม ทำให้ขนาดนั้นคงไม่ใช่เพื่อนหรอกม้าง นพ?



เดือนมกราคม...รัฐทางเหนืออันหนาวเย็นนี้ก็ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน Interim หรือเทอมสั้นๆ ที่คั่นระหว่างเทอม 1 กับเทอม 2 เพิ่งจะเริ่มขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปผมกับนพยิ่งสนิทกันมากขึ้น ช่วงขอบคุณพระเจ้าที่ผ่านมาผมหนีบมันกลับบ้านไปด้วย พ่อแม่ผมชอบมันมากครับ บอกว่ามันคุยสนุก ผมก็ดีใจที่ได้มันเป็นเพื่อนจนเสียดายว่ามันน่าจะอยู่เรียนต่ออีกหลายๆ ปี ช่วงคริสต์มาสกับปีใหม่มันลงไปเที่ยวทางใต้ น่าจะอะลาบาม่า พอกลับมาผมงี้แซวมันใหญ่ว่ามันติดสำเนียงคนใต้กลับมาด้วย


"นี่ ค่ำนี้ว่างป่าว?"

ผมถามมันหลังกินข้าวเย็นเสร็จ มันตอบว่าว่าง

"งั้น...แอบเอาถาดข้าวยัดใต้เสื้อหนาวมา เดี๋ยวจะพาไปเล่นสนุก" มันทำท่างงๆ แต่ก็ทำตาม

ผมพามันไปที่หลังตึกโอลด์ เมน ซึ่งเป็นอาคารเก่าแก่ที่สุดของวิทยาลัยซึ่งมีอายุกว่า 100 ปี ด้านหลังของอาคารเป็นเนินลาดชันซึ่งตอนนี้ถูกทับถมไปด้วยหิมะ นพทำตาวาวเมื่อนึกออกว่าผมพามาทำไม มันซึ่งเคยอาศัยอยู่นอร์เวย์มา 1 ปีคงเคยเล่นไถลลงเนินแบบนี้แล้ว

"เคยเล่นไหม?" ผมถาม

"อือ เคย แต่ตอนอยู่นู่นใช้ยางรถยนต์ ไม่ก็ผ้ายาง"

เราสองคนดึงถาดออกมารองนั่งแล้วเริ่มไถลลงเนินอย่างรวดเร็ว เสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของมันดังก้อง พอถึงตีนเนินมันเสียหลักเอียงวูบ แต่ไม่เอียงเปล่ามันดึงผมให้ล้มกลิ้งไปกับมันด้วย ผมคว้าตัวมันไว้แล้วขืนตัวไม่ให้กลิ้งต่อ ร่างผมคร่อมทับร่างมัน ลมหายใจร้อนๆ ของมันปะทะหน้าผม...อกของเรารับรู้ถึงการเต้นของหัวใจของอีกฝ่าย ตาของเราประสานกันนิ่ง ปากบางนั้นแดงระเรื่อเพราะความหนาว  โดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของผมกับมันลดลงไปทีละน้อยจนแทบจรดกัน


“ฆาเบียร์...อย่า"

เสียงนั้นแหบพร่า ผมได้สติแล้วผละกายออก ทิ้งตัวลงนอนข้างๆ มัน ความเงียบปกคลุมรอบกายเราทั้งสอง

"เอ่อ..." เสียงแผ่วๆ ทำลายความเงียบ

"เห้ย ไม่ต้องคิดมาก ลืมๆ มันไปเหอะ" ผมว่า แต่หัวใจผมมันคันยุบยิบจริงๆ

"มะ ทำ สโนว์แองเจิ้ลกันดีกว่า"

ผมพูดพลางนอนวาดแขนขาไปมาบนหิมะจนกลายเป็นรูปเหมือนนางฟ้า มันก็ทำตามเงียบๆ ใต้แสงดาวพราวพราย


จากวันนั้น ผมเริ่มมองมันไม่เหมือนเดิม ทุกท่าทาง ทุกการเคลื่อนไหวของมันช่างจับใจผม แต่ผมซึ่งไม่เคยปล่อยให้ใครหลุดมือกลับกลัวเกินไปที่จะรุกเร้าหนุ่มน้อยตัวกลมคนนี้ ผมกลัวว่าถ้าผมทำอะไรมันไป ความเป็นเพื่อนของเราจะเปลี่ยนไป เหมือนจอชและอีกหลายๆ คนก่อนหน้านั้น ผมรักการเป็นเพื่อนมันมากกว่าที่จะอยากครอบครองตัวมัน


"อา เฮเวียร์ แรงๆ อีก ลึกๆ"

เสียงกระเส่าที่เรียกชื่อผมแบบผิดๆ น่าขัดหูดังก้องเต็มห้อง ผมเสือกแก่นกายผมเข้าลึกช่องทางที่คุ้นชินกับแท่งลำนั้นอย่างเต็มเหนี่ยว ร่างแน่นเต็มไปด้วยมัดกล้ามของนักอเมริกันฟุตบอลดาวเด่นประจำวิทยาลัยซึ่งเป็นคู่ขาลับๆ ของผมผวาขึ้นอย่างเสียวกระสันทุกครั้งตามแรงกระแทก ผมมองใบหน้าที่เหยเกนั้นแล้วจินตนาการเห็นเป็นหน้ากลมๆ ของนพ

"โอยย เสียว ผมจะออกแล้วนะ"

ผมครางต่ำๆ อย่างสะใจพร้อมกระแทกแรงๆ ไปอีกสองสามทีก่อนจะหลั่งออกมาเต็มถุงยาง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมจินตนาการถึงมันตอนที่ช่วยตัวเองหรือกระทั่งตอนนอนกับคนอื่น ผมอยากรู้นักว่ามันจะทำอย่างไรตอนโดนคนอื่นกอด จะครางอย่างไร ใบหน้ากลมๆ ของมันจะบิดเบี้ยวแค่ไหน ปากบางๆ นั้นจะเม้มแน่น หรือจะเผยอออก แค่คิดถึง ส่วนนั้นของผมก็แข็งเกร็งขึ้นมาอีก ผมหันไปบดปากกับร่างแน่นที่นอนหอบอยู่ข้างๆ และยกกายขึ้นทาบทับอีกรอบ


ฤดูใบไม้ผลิเริ่มคืบคลานเข้ามา หิมะละลายไปเกือบหมดแล้ว ดอกสโนว์ดร็อปสีขาวตัดกับก้านและใบสีเขียวสด ดอกโครคัสสีม่วงกับเหลืองทองและแดฟโฟดิลสีเหลืองใสเริ่มชูช่อบานสลอน ผู้คนเริ่มสลัดเสื้อผ้าตัวใหญ่หนาและใส่เสื้อคาดิแกนเบาบางแทน

"ติดกระดุมไม่ได้!!!"

เจ้าของเสื้อที่ดูเหมือนจะเล็กไป 1 เบอร์แล้วบ่นอย่างเสียอารมณ์

"ดีนะที่กางเกงยีนส์กับเสื้อยืดที่เตรียมมายังพอใส่ได้บ้าง ไม่งั้นได้เสียตังค์ซื้อใหม่หมดแน่" นพคุ้ยตู้เสื้อผ้าทำหน้าเซ็ง

"ก็กินจังอ่ะ ไม่ออกกำลังกาย มันก็น้ำหนักขึ้นสิ" ผมว่า มันทำหน้ามุ่ยใส่

"ก็ขี้เกียจอ่ะ ช่วงที่แล้วก็หนาวจะตาย แค่เดินไปเรียนแล้วกลับหอก็หมดพลังแล้ว"

"ใครจะเหมือนมึงล่ะ กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน"

มันพูดพลางมองมาที่ซิกซ์แพ็คของตัวผมที่ใส่แค่บ็อกเซอร์อย่างอิจฉา เราชินกับการโป๊ให้อีกฝ่ายเห็นแล้วครับ แต่ช่วงหลังๆ มานี่ ผมชักไม่ค่อยอยากเห็นมันโป๊เท่าไหร่ เพราะน้องชายผมมันพาลจะมีปฏิกริยาขึ้นเมื่อเห็นอกที่เริ่มตั้งเต้าน้อยๆ ยอดอกทับทิม กับพุงขาวเนียนของมัน ผมคงต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ

"เซ็กส์ก็เป็นการออกกำลังกายที่ดีนะ..."ผมหลุดปากพูดออกไป

"...สนไหม จัดให้...อุ๊บ" 

หมอนลอยมากระแทกหน้าผมเต็มๆ เลยครับ มันทำหน้าบึ้งใส่ผม

"ไม่เอา ก็บอกแล้วไง เราเพื่อนกันนะ ไม่ต้องมาล้อเล่นงี้เลย"

มันทำกับผมแบบนี้ทุกครั้งที่ผมหยอดมัน คงนึกว่าผมแกล้งมันเล่น

"เออๆ ไม่เล่นก็ได้ ป่ะ ไปห้างฯ กันดีกว่า ไปหาซื้อเสื้อหนาวใหม่กัน"


พวกเราอยู่ในร้านยอดนิยมของหนุ่มสาวอเมริกันอย่าง Gap นพกำลังลองเสื้อสเว็ตเตอร์ในห้องลอง มันเรียกผมเข้าไปดูด้วยเพื่อขอความเห็น

"ตัวนี้เป็นไง?"

ผมงี้ไม่เข้าใจรสนิยมมันจริงๆ ชอบแต่สีชมพู สีฟ้าอ่อน ลายจุด อะไรแบบนี้

"ไม่ไหวมั้ง สีอ่อนทำให้ดูตัวใหญ่"

มันหน้ามุ่ย ถอดเสื้อไหมพรมแขนยาวตัวนั้นออก แต่ดันดึงเอาเสื้อยืดตัวในติดไปด้วย ผมเลยต้องช่วยดึงชายเสื้อไว้ให้ ผมถือโอกาสโอบมือไปด้านหลังมัน จนเหมือนเรากอดกัน อกของผมแทบเบียดอกมัน

"ทำไรวะ ไอ้ฆาบี้ ดีๆ หน่อยดิ"

มันเอ็ด ผมถอนใจปล่อยมือ จังหวะดึงมือกลับ ปลายนิ้วผม "บังเอิญ" ไปไล้ผ่านหัวนมสีชมพูของมัน

"อ๊า" มันครางเบาๆ อย่างลืมตัว

"ตั้งใจหรือเปล่าวะ?" มันถามเสียงเขียว

"เปล๊า" ผมปฏิเสธ ผมนี่มันนิสัยไม่ดีจริงๆ


“เออ คืนนี้มี salsa night ที่โอเล่ คาเฟ่ ไปไหม?”

ผมพูดถึงกิจกรรมที่จัดในคาเฟ่ของโรงเรียน คืนนี้เป็นงานปาร์ตี้ที่จะมีการเปิดเพลงแนวเต้นรำแบบละตินอย่างซัลซ่าและเมอเรงเก้ ผมไม่เคยพลาดงานนี้เพราะเป็นโอกาสที่ดีในการหว่านเสน่ห์ ปกติผมจะไปคนเดียวแต่คราวนี้ผมชวนนพน้อยของผมไปด้วย

“ไปๆ กูยังไม่เคยเต้นซัลซ่าเลย” หนุ่มน้อยตรงหน้าผมพูดอย่างตื่นเต้น

“ว่าแต่ ไปชุดนี้ไม่ได้นะนพ”

ผมกวาดตามองร่างอวบในกางเกงยีนส์ทรงปล่อยและเสื้อยืด

“มะ เดี๋ยวป๋าจัดให้”

ผมยักคิ้ว พลางกระดิกเครดิตการ์ดในมือ แม้ยังเรียนอยู่ แต่ผมทำเงินได้บ้างจากการเขียนโปรแกรมขาย

“!Ay! Papi!” ‘อ๊าย ป๋าขา’

นพทำเสียงสะดิ้งใส่ผม เราหัวเราะใส่กันอย่างสุขใจ อยู่กับมันแล้วสบายใจจัง


“โหย เท่เกินไปไหมวะ? กะฟาดเรียบทั้งงานหรือไง” เสียงใสนั้นแซว

ค่ำนี้ผมใส่กางเกงสแล็คและเสื้อเชิร์ตรัดรูปสีดำพร้อมรองเท้าหนังมันปลาบและผมที่เซ็ตไว้เรียบแปล้ ผมมองตัวเองในกระจก จัดปกเสื้อให้ตั้งขึ้น ปลดกระดุมลงสองสามเม็ดเพื่ออวดมัดกล้ามและขนรำไรที่อก ผมหันไปหาเจ้าของเสียงนั้นแล้วยิ้มอย่างพึงใจ ร่างนั้นใส่เสื้อเชิร์ตแขนยาวสีขาวบางเบาที่ยัดชายลงกางเกงยีนส์เข้ารูปที่ทำให้ดูขาเพรียวยาวขึ้น ผมขยับกายเข้าไปช่วยจัดเสื้อผ้ามัน ผมพับแขนเสื้อมันขึ้นถึงข้อศอกแล้วปลดกระดุมเสื้อมันลงอีกจนเห็นแผงอกขาวเนียนของมัน

"คนเอเชียนี่ผิวดีเนอะ"

ผมไล้นิ้วตามผิวนิ่มละเอียดนั้น มันสะดุ้งเล็กน้อย

"เอ้า หันหลัง เดี๋ยวจัดการผมให้"

ผมแกะหนังยางที่เจ้าตัวมัดผมยาวระต้นคอของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจออก ตั้งแต่มานี่มันยังไม่ตัดผมเลยครับ 'เปลืองตังค์' มันบอก ผมหยิบหลอดผลิตภัณฑ์แต่งผมมาบีบใส่ฝ่ามือแล้วขยี้จัดทรงให้ผมหยักศกสีดำขลับ

"อย่าไปหยิบผิดเอาเจลอื่นมาแทนนะเฟ้ย"

มันหมายถึงเจลหล่อลื่นซึ่งผมวางทิ้งไว้อย่างเปิดเผยที่หัวเตียง

"อันนั้นเดี๋ยวป๋าจะใส่ที่อื่นให้แทนนะครับ"

ผมกระเซ้ามันกลับ หลังๆ พวกผมพูดสองแง่สองง่ามใส่กันเป็นประจำครับ ผมน่ะหยอดจริงหวังได้ แต่มันก็คงไม่คิดอะไร

"อ่ะ เรียบร้อย"

ผมดูผลงานตัวเองอย่างพอใจ ผมหยักศกดำขลับของมันสยายล้อมกรอบหน้าทำให้หน้ากลมๆ นั้นเรียวขึ้น เจลที่ผมใช้แต่งผมเป็นแบบ wet look ทำให้ดูเหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ

"นี่ถ้าใส่แว่นดำปิดตาชั้นเดียวก็เหมือนหนุ่มละตินแล้วนะเนี่ย"

ผมกระเซ้ามันซึ่งมองตัวเองในกระจกอย่างพึงใจ


"แล้วมันเต้นไงล่ะเนี่ย?"

นพมองเหล่าชายหญิงที่วาดลวดลายบนฟลอร์ตามจังหวะเพลงอันเร่าร้อน

"เดี๋ยวสอน มาสิ"

ผมดึงมันลุกขึ้น รุนร่างนั้นไปที่กลางฟลอร์

"นี่ มือขวาจับมือซ้ายกู มือซ้ายโอบไปที่ข้างไหล่นี่ ไม่ใช่โอบเอว" ผมจัดท่าให้มัน

"ฟังจังหวะนะ...จังหวะแรกยืนท่าเริ่มต้น นับในใจไว้ ถ้านพเต้นนำ ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าหนึ่งก้าวนับหนึ่ง เปิดส้นเท้าขวาขึ้น ปิดส้นเท้าขวาลงนับ 2 ชักเท้าซ้ายกลับนับ 3 นับที่ 4 ให้ยืนเฉยๆ ตรงท่าเริ่มต้น จากนั้นนับ 5 ก้าวเท้าขวาไปข้างหลัง นับ 6 ย่ำเท้าซ้ายกับที่ นับ 7 ชักเท้าขวากลับสู่ตำแหน่งเริ่มต้น นับ 8 ยืนนิ่ง จากนั้นก็วนต่อไปเรื่อยๆ ถ้าอยู่ในตำแหน่งเต้นตามก็ทำสลับกัน เริ่มจากถอยก่อน  " (ผู้เขียน -- วิธีเต้นนะคะ www.addicted2salsa.com/how-to-dance-salsa)


ดูท่าคนข้างหน้าผมจะไปไม่เป็นแล้วครับ


"งั้น เดี๋ยวกูนำ มึงก้าวเท้าตาม...จำไว้ว่าอย่าเครียด ให้สนุกไว้ พริ้วไว้!"

ตอนแรกมันก็เหยียบเท้าผมบ้างครับ แต่หลังจากสองสามเพลงมันก็เริ่มคุ้น และด้วยการนำขั้นเทพของผม (ไม่ค่อยอวยตัวเองเลย) มันก็เต้นได้เหมือนคนที่เต้นมานาน ใบหน้ากลมนั้นแดงก่ำและชุ่มเหงื่อ ปอยผมที่เปียกชื้นสะบัดไปตามแรงหมุนตัวของเราสองคน มันหัวเราะอย่างเริงร่า ผมเผลอมองอย่างเพลิดเพลินพร้อมโอบกระชับเอวมันเข้าจนอกและกลางกายเราชิดกันแต่ก่อนที่ผมจะทันฝังหน้าลงกับซอกคอขาวเนียน เพลงก็จบ


"โอย เหนื่อย ไม่ได้เหงื่อออกแบบนี้มานานแล้ว"

มันนั่งลงที่โต๊ะ ใช้แผ่นพับโฆษณาโบกต่างพัด

"สนุกมาก ขอบใจมึงมาก ฆาบี้"

แค่ได้เห็นริมฝีปากบางนั้นยกยิ้มผมก็ชื่นใจแล้วครับ

เสียงเพลงใหม่ดังขึ้น สาวๆ บนฟลอร์พากันร้องกรี๊ดกร๊าด

"เพลงอะไรน่ะ คุ้นๆ"

นพถาม หนุ่มหน้ากลมคนนี้ชอบฟังเพลงภาษาสเปนเป็นพิเศษครับ


"No Me Ames ของมาร์ค อันโธนี กับเจโล แต่นี่เป็นเวอร์ชั่นซัลซ่า" หนุ่มสาวบนเวทีเต้นกันอย่างเร่าร้อน

"อ๋อ เพลงผัวเมียตีกัน" ผมขำที่มันจำเหตุการณ์ใน MV ของเพลงนี้ได้


"เจ๊โลร้องว่า

No me ames para así olvidarte de tus días grises

Quiero que me ames sólo por amarme

อย่ารักฉันเพื่อให้ลืมวันอันแสนหมองหม่น ฉันอยากให้คุณรักฉันเพราะตัวคุณรักฉันจริงๆ



แล้วมาร์คก็ร้องตอบว่า

No me ames, tú y yo volaremos

Uno con el otro y seguiremos siempre juntos

อย่ารักผม เราสองจะออกโบยบินไป เคียงข้างกันและตลอดไปตราบชั่วนิรันดร์"



นพน้อยของผมชอบให้ผมแปลเพลงภาษาสเปนให้ฟังครับ แต่เมื่อฟังมันมักใจลอยไปไหนต่อไหนแทนไม่รู้ วันนี้ก็เช่นกัน ใบหน้ากลมนั้นหมองลงเล็กน้อย ผมเดาว่ามันคงคิดถึงใครสักคนอยู่ ผมถอนหายใจ


"Te amo..."

หูผมฝาดไปหรือเปล่า ผมจ้องหน้ามัน แทบจับไหล่มันเขย่า

"มึงว่าไงนะ?"

ใจผมเต้นระรัวแทบจะหลุดออกมานอกอกอยู่แล้ว

"เอ่อ...กูถามมึงว่า เต อาโม แปลว่าอะไร" ใจผมห่อเหี่ยวลง

"มันแปลว่า ผมรักคุณ..."

ผมกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง


"...แต่กูชอบใช้คำอื่นมากกว่า"


"คำไหนอ่ะ? ความหมายเหมือนกันเหรอ?"

มันถาม ผมจ้องตามันนิ่ง...พยายามส่งความรู้สึกทั้งหมดไปทางสายตา

"Te quiero..."

"ห้ะ? ว่าไงนะ? เพลงมันดัง กูไม่ได้ยิน"

ผมยื่นหน้าไปกระซิบที่ข้างหูมันด้วยเสียงที่แหบพร่า...


"Te quiero, Noppito (นพน้อย)"


มันผงะไผ สบตาผมและเห็นว่าผมไม่ได้พูดเล่น มันเบือนหน้าหนีก้มมองพื้น...

"กูเหนื่อยว่ะ กลับก่อนนะ"

มันพูดและลุกเดินออกไป ทิ้งผมนั่งอยู่คนเดียวกับดนตรีอันเร่าร้อน


(ต่อตอนถัดไป)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-08-2017 06:47:35 โดย La Vida Sin Tu Amor »

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- [SP] – My Name Is Javier Pt.2 ----


(ต่อ)


คืนนั้นผมไม่กลับห้อง แต่ไปนั่งกินเหล้ากับพวกเพื่อนกลุ่มเด็กเชื้อสายละตินด้วยกันจนถึงเช้า


ผมเข้าห้องไปในตอนเช้าด้วยสภาพสุดโทรม ทันเวลาที่นพกำลังจะออกไปเรียนพอดี มันมองผมด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก

"ทำไมไม่กลับห้องวะ กูอุตส่าห์เปิดไฟรอ"

"...ใกล้สอบแล้ว มึงถนอมตัวมั่ง อย่าเที่ยวหนักนัก" น้ำเสียงมันยังแสดงความอาทร

"มึงต้องสนทำไมวะ นพ กูถามจริงๆ จะใส่ใจทำไม?"

ผมกระชากเสียงถาม มันผงะไป ใจผมเจ็บแปล๊บเมื่อเห็นน้ำตาที่รื้นขึ้นตาคู่นั้น

"...มึงจะมาทำดีกับกูทำไม ในเมื่อมึงไม่ได้มีใจให้กูเลย" หน้ากลมๆ ของมันแดงก่ำขึ้น

"ไอ้ฆาบี้ มึงเป็นเหี้ยอะไร?”

มันผลักอกผมด้วยแรงโมโห

“...กูไม่เข้าใจ มึงไม่ชอบที่เราเป็นอยู่เหรอ? เป็นเพื่อนกันแบบนี้ไม่ดีตรงไหน?"

มันกระชากคอเสื้อผมแล้วตะโกนใส่หน้า

"กูอยู่กับมึงแบบนี้ กูมีความสุขดี มึงเป็นเพื่อนกู เพื่อนสนิทคนเดียวที่นี่ กูไม่อยากจะเป็นอย่างอื่น..."

มันปล่อยคอเสื้อผม แล้วลงไปนั่งกุมหัวบนเตียง ผมยืนนิ่ง

"ถ้าเป็นอย่างอื่น สักวันเราก็ต้องทะเลาะกัน ยิ่งนิสัยเจ้าชู้ๆ แบบมึงเนี่ย กูไม่อยากต้องมาเกลียดมึงทีหลัง"

มันพึมพำพร้อมน้ำตาคลอเบ้า ผมทรุดตัวลงนั่งข้างมัน

"กูขอโทษ นพ กูห้ามใจตัวเองไม่ได้"

"มึงอาจจะแค่หลงผิดเพราะมึงยังไม่ได้กู ไอ้ฆาบี้..." มันพูดแทงใจผม

"...แต่หลังจากนั้นล่ะ? ฉะนั้น กูขอล่ะ อีกสองเดือนกูก็กลับแล้ว ขอกูกลับไปแบบยังมีมึงเป็นเพื่อนจะได้ไหม?"

มันทำเสียงโศก ผมถอนหายใจยาว...

"ถ้ามันเป็นความต้องการของมึง นพ...กูจะให้ตามมึงขอ"


หลังจากวันนั้นทุกอย่างกลับเป็นปกติ ผมพยายามทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมัน ช่วงวันหยุดอีสเตอร์ มันก็ไปบ้านผมอีกเหมือนเดิม ผมพยายามใช้เวลาที่เหลือกับมันให้มีค่าที่สุด เรานอนคุยกันภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันทั้งคืน เราหัวเราะให้กับเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเกือบปีที่ผ่านมา

"ฆาบี้ พรุ่งนี้มึงไปเป็นเพื่อนกูซื้อของหน่อยสิ"

มันชวนผมไป The Mall of America ห้างฯ ใหญ่ที่สุดในประเทศซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลบ้านผม มันยกเอากระดาษเอสี่ที่มีรูปเท้าใหญ่เขียนอยู่มาดู กระดาษนั้นเปื่อยไปมากแล้วเพราะถูกดึงเข้าดึงออกกระเป๋าตังบ่อยครั้ง

"ซื้อของให้แฟนอ่ะสิ" มันหน้าแดง

"เห้ย น้องเว้ย น้อง ไม่ใช่แฟน"

หึ...น้อง น้องที่มึงมักเผลอครางชื่อออกมาตอนทำอะไรกุกกักๆ ใต้ผ้าห่มน่ะสิ อย่าคิดนะว่าผมไม่ได้ยิน

'ราฟา...'

ผมยังจำชื่อที่เสียงกระเส่านั้นเผลอเรียกออกมาได้


ที่เดอะ มอลล์ มันก็เดินเข้าออกร้านรองเท้าเหมือนเดิมครับ หลังผ่านไป 5 ชั่วโมง เดินไป 3 ชั้น 4 ห้างฯ นพก็เจอของที่มันตามหา...รองเท้ากีฬาเบอร์ 16 หนึ่งคู่ครับ มันนั่งกอดกล่องรองเท้ายักษ์นั่นอย่างทะนุถนอมตลอดทางกลับบ้านผม

"นี่ กูไปเดินเป็นเพื่อนมึงมาโคตรนาน เมื่อยขาจะตายละ ขอรางวัลหน่อยดิ"

ผมทำตาเว้าวอนใส่มันที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จแล้วยืนเช็ดผมอยู่หน้ากระจก

"อือ เอาดิ ให้ทำไร? ให้นวดขาให้มะ?"

"คืนนี้ กูขอนอนกอดมึงได้ป่าว?"

มันหยุดเช็ด หันมาหาผม ทำหน้าครุ่นคิด...ผมชอบเวลามันกัดปากบางๆ ของมันจริงๆ เห็นแล้วมันช่างชวนให้จินตนาการไปไหนต่อไหน

"ก็ได้ เห็นแก่ที่มึงยอมตามใจกู...แต่กอดเฉยๆ ห้ามทะลึ่งนะโว้ย" มันสำทับ


ร่างอวบๆ นี่มันอุ่นจริงๆ ครับแถมยังนุ่มนิ่มไปหมด ผมเคยแต่กอดหนุ่มๆ ตัวบางๆ ไม่ก็กล้ามแน่นๆ แต่ไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มร่างอวบตรงหน้าผมจะทำให้รู้สึกดีได้ขนาดนี้ กลิ่นสบู่แชมพูอ่อนๆ จากตัวมันทำให้ผมอดไม่ไหวที่จะฝังหน้าลงไปที่หลังคอขาวเนียนนั่น ผมจูบพรมไปตามลาดไหล่ของนพ

"ไอ้ฆาบี้..."

เสียงเย็นเยือกดังออกมาจากปากคนที่ผมนึกว่าหลับไปแล้ว...ผมใจหายวาบ

"ไอ้จูบคอ จูบไหล่ กูจะยอมทนให้ แต่มึงเก็บงูมึงที่ทิ่มหลังกูซะ ไม่งั้นกูตัดมันทิ้งแน่"

เสียงเหี้ยมนั้นมีแววเอาจริง ผมกลัวแล้วค้าบบบบ


ปีการศึกษานี้กำลังจะจบลงแล้วครับ ฤดูกาลสอบกำลังจะผ่านพ้นไป อีกไม่นานภาพไอ้นพที่นั่งเคี้ยวซีเรียลตุ้ยๆ อยู่ข้างหน้าผมจะกลายเป็นแค่ความทรงจำ ผมไม่อยากให้มันจบลงเลย...

"..."

มันพูดอะไรซักอย่าง

"หือ ว่าไงนะ?"

"กูว่า..."

มันกลืนซีเรียลคำสุดท้ายลงคอ

"วิทยาลัยนี้ดีเนาะ มีมื้อดึกให้ช่วงสอบด้วย"

โรงอาหารที่นี่จัดไลน์อาหารมื้อดึกที่เรียกว่า late night breakfast ที่มีอาหารเหมือนช่วงมื้อเช้าให้กับพวกนักศึกษาที่อยู่อ่านหนังสือสอบจนดึกดื่นด้วย

"มึงก็จะยัดให้หมดทุกอย่างที่มีเลยงิ?"

"ก็กูเครียด" มันหยิบแซนวิชเนยถั่วมากินต่อ...

"...ไม่ได้กลัวอ้วนเหมือนมึงนี่ แดกแต่ผักผลไม้" ผมมองมันกินอย่างเอ็นดู

"มึงสอบเสร็จมะรืนใช่ไหม? ไอ้นพ" มันพยักหน้า

"กูสอบเสร็จพรุ่งนี้ ค่ำวันมะรืนบ้านไอ้เก้บมันจะจัดปาร์ตี้ฉลองสอบเสร็จ มึงไปด้วยไหม?"

ไอ้เก้บที่ว่านี่คือ  กาเบรียล เพื่อนกลุ่มหนุ่มๆ ละติโน่ของผม มันอยู่บ้านข้างนอกวิทยาลัย ที่นั่นเราจะกินเหล้าอะไรได้เต็มที่

"ไปสิ มีเต้นซัลซ่าอีกป่าว กูอยากเต้นอีก" ไงก็ได้ เพื่อนเอ๋ย ตามใจมึงเลย

"อือ มึงควรเต้นมาก จะได้เอาแคลอรี่พวกนี้ออกให้หมด"

ผมหลบเปลือกกล้วยที่มันปามาแทบไม่ทันเลยครับ นพของผมนี่โกรธก็ยังน่ารัก


ที่บ้านไอ้เก้บมีเสียงเพลงเต้นรำดังกระหึ่มออกมาดังถึงถนน เสียงคนหัวเราะพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ทุกคนต่างปลดเปลื้องความเครียดที่สะสมมาตลอดช่วงสอบ

"งานนี้เบียร์เหล้าไม่อั้นโว้ย"

ไอ้เก้บเจ้าของบ้านประกาศก้อง บ้านมันเป็นเศรษฐีจากแคลิฟอร์เนีย แค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกครับ

"นพ อย่ากินเยอะนะ มึงยิ่งคออ่อนอยู่"

ไอ้นพน้อยของผมซดเบียร์เข้าไปสองขวดแล้วครับ หน้ากลมๆ ของมันเริ่มแดงระเรื่อ

"น่าๆ นานๆ ที เดี๋ยวกูก็กลับไทยแล้ว ถึงเมา ไงๆ มึงก็ลากกูกลับไหวใช่มะ?" 

มันเริ่มพูดอ้อแอ้ละ ไม่ได้การ สักพักคงต้องลากกลับแล้ว

"งั้นเดี๋ยวกูมานะ ขอไปหาพวกเพื่อนๆ ก่อน กินแต่เบียร์พอนะมึง อย่างอื่นอย่าแตะ"

ผมสำทับก่อนที่จะเดินไปไล่ทักทายพวกเพื่อนๆ จากนั้นก็เดินไปเข้าห้องน้ำ พอออกมาก็กลับถูกมือแข็งแรงคู่หนึ่งผลักผมกลับเข้าไปในห้องน้ำพร้อมปิดล็อคตาม ก่อนที่ผมจะทันทำอะไร ปากที่ร้อนผ่าวก็ประกบลงที่ปากผม ลิ้นอุ่นพยายามสอดแทรกเข้ามาพันเกี่ยวกับลิ้นของผม ผมซึ่งไม่ได้แตะต้องใครมาพักใหญ่แล้วเคลิ้มตามสัมผัสที่คุ้นเคยนั้นและจูบตอบไปอย่างเร่าร้อน มือของเราเปะป่ายตามร่างกายกันและกัน แต่ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อมือสากนั้นเริ่มรุกเร้าแกนกายผมซึ่งแข็งขึ้นจนแทบระเบิด ผมได้สติรีบผลักร่างนั้นออกไป


"จอช พอได้แล้ว หยุด!"

ผมตวาดใส่รูมเมทเก่า ฝ่ายนั้นทำท่าหงุดหงิดมากที่ถูกขัดอารมณ์

"ทำไมล่ะ ฆาบี้ ทำไมตอนนี้ทำมาเป็นเล่นตัว?"

ดวงตาวาวโรจน์คู่นั้นแดงก่ำ มันคงเมามาก

"เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว จอช อย่ามาแตะตัวผมอีก" ผมเสียงแข็ง

"เฮอะ คุณเคยแคร์ด้วยเหรอว่าต้องเป็นอะไรกันถึงจะเอาได้?..." ผมนิ่งเงียบไป

"...เมื่อก่อนเอาไปทั่ว ไม่เห็นจะแคร์ ทำไมตอนนี้มาทำไม่ได้ล่ะ?..."


นั่นสิ ทำไมล่ะ ผมเลิกโปรยเสน่ห์ไปทั่วมาพักใหญ่โดยไม่รู้ตัว


"เพราะมันใช่ไหม? ไอ้อ้วนหัวดำที่คุณหนีบไปหนีบมาด้วยตลอด เสียใจด้วยนะ มันกำลังนัวเนียกับไอ้นันโด้อยู่ที่โซฟานั่น"

จอชตะคอกใส่หน้า ผมหัวร้อนไปหมด รีบเปิดประตูห้องน้ำพรวดออกไป เสียงจอชหัวเราะอย่างสะใจไล่หลังมา กลับมาที่โต๊ะ ผมแทบขาดใจเมื่อเห็นไอ้ตัวแสบนั่งคอพับคออ่อนอิงซบร่างหนึ่งอยู่ ร่างนั้นคือไอ้นันโด้ อริผมเอง ไม่รู้ทำไมมันชอบมาวอแวกับคนที่ผมสนใจ จอชเองมันก็เป็นคนแย่งไป ผมกัดกรามแน่นเมื่อเห็นไอ้นันโด้ฝังหน้าซุกไซร้ซอกคอที่ไร้สตินั่น มือของมันลูบไล้แผ่นหลังเนียน หัวใจผมเต้นแรง เลือดขึ้นหน้า ผมไม่เคยรู้สึกหึงหวงใครแบบนี้มาก่อนในชีวิต ผมเดินพรวดเข้าไปกระชากตัวนพออกมาจากไอ้นันโด้


"ไป นพ กลับบ้าน!"

ผมตะโกนกรอกหูมัน บีบแขนมันแน่น

"อือ หนวกหูน่า ยังม่ายกลับ วันนี้สนุกจัง" มันงึมงำ

"นี่ คนเค้าไม่อยากไป มึงจะไปฝืนทำไม ปล่อยมันมาสนุกกับกูต่อดีกว่า"

ไอ้นันโด้พูดด้วยน้ำเสียงยียวน ผมไม่สนใจมัน จับนพเอนนอนบนเก้าอี้นวม ทำไมมันถึงเมาขนาดนี้นะ ผมอยู่ห่างตัวมันแป๊บเดียวเอง ผมกวาดตามองที่โต๊ะ เหอะ...แก้วช็อตเตกิล่าวางเรียงกันเป็นสิบ


"ไอ้นพ มึงกินไปกี่ช็อต?"

"หือ อาราย?" มันพยายามลืมตาตี่ๆ ของมัน

"กูกินไปสี่ห้าอึกเอ๊ง เหล้าแก้วนิดเดียว ใส่มะนาวเปรี้ยวๆ กินง๊ายง่าย ไม่เป็นราย ไม่มาวววว"

บร๊ะเจ้า...สี่ห้าแก้ว แถมเบียร์อีกสองขวด นพเอ๊ยยยยย มึงหาเรื่องใส่ตัวแล้ว

"เพื่อนมึงดี๊ ดี เค้าสอนกูกินด้วย"

มันอ้อแอ้ต่อ ผมหันขวับไปหาไอ้นันโด้ทันที

"มึง..."

"เออ กูสอนมันกิน มีอะไรมะ? นพครับ ยังเหลืออีกห้าแก้ว ต่อให้หมดเลยไหมครับ?"

มันเมินผม หันไปเจ๊าะแจ๊ะนพต่อ ไอ้ตัวดีลุกขึ้นนั่งทั้งๆ ที่ตายังปิด มือควานหาแก้วเหล้า

"นพ ไม่ต้องกิน พอแล้ว กลับ" ผมดึงมือให้มันลุก

"เดี๋ยวสิครับ คุณบอกผมว่าจะกินให้หมดนี่?"

ไอ้นันโด้ตื๊อต่อ กูชักรำคาญแล้วโว้ย ผมหยิบแก้วเล็กๆ พวกนั้นขึ้นมากระดกพรวดๆ จนหมด

"หมดเรื่องยัง? กูจะได้พานพกลับ" ไอ้นันโด้ยิ้มยียวน

"หึ หวงก้างเหรอวะ ไอ้ฆาบี้"

"หวงก้างอะไร นี่เด็กกู"

ผมปดไป มันหัวเราะเยาะ

"เท่าที่กูได้ยินมา มึงยังไม่ได้มันเลยไม่ใช่เหรอ?..."

ผมหน้าร้อนวูบ ไม่ใช่เพราะจากแอลกอฮอล์ที่เพิ่งกระดกลงไป

"เห็นว่ามึงตามมันต้อยๆ เหมือนลูกหมาตามเจ้าของ...เกิดอะไรขึ้นกับนักล่าอย่างมึงวะ? ไร้น้ำยาแล้วเหรอ? ฮ่าๆๆ"


ผมนิ่งเงียบ นั่นสิ เกิดอะไรขึ้นกับผม ถ้าเป็นผมคนเก่า นพคงไม่หลุดมือผมมานานขนาดนี้


"ถ้ามึงไม่มีน้ำยาเอาแล้ว กูขอนะ"

มันเอื้อมมือไปลูบไล้หน้าท้องขาวเนียนที่โผล่พ้นเสื้อที่เลิกขึ้นของนพ ผมปัดมือมันออกโดยแรง ดึงร่างที่เมามายนั้นขึ้นมาประคองไว้

"มึงไม่ต้องยุ่ง ไอ้นันโด้ ไปดูไอ้จอชในห้องน้ำซะ เมาเหมือนหมาจนจะมาปล้ำกูอยู่แล้ว"

ไอ้นันโด้หน้าเปลี่ยนสี รีบลุกไปทันที


ผมเรียกแท็กซี่มาส่งผมกับไอ้ตัวดีที่หอ ผมประคองมันเดินเข้าตึก กลิ่นกายมันผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์ปลุกเร้าประสาทของผม ร่างนุ่มนิ่มเต็มไม้เต็มมือนั้นอ่อนปวกเปียก ผมควรทำยังไงกับมันดี

เมื่อถึงห้อง ผมจับมันขึ้นนอนบนเตียง ถอดรองเท้าและกางเกงยีนส์หนาออกให้ ผมหาน้ำมาเช็ดหน้าเช็ดตัวให้มัน แต่ก็ต้องหน้าร้อนวูบเมื่อเห็นแท่งลำที่เริ่มแข็งเกร็งขึ้นในกางเกงในสีขาวนั้น

"นพ กูจะทนไม่ไหวแล้วนะ..."

ผมกระซิบเบาๆ ใส่หูมัน แต่ก็พยายามข่มใจเช็ดเนื้อตัวมันไป

"กูอยู่หนายวะ?"

ไอ้ตัวดียันกายลุกขึ้นนั่งทำตาปรือ มันคงสร่างเมามั่งแล้ว

"อยู่หอ..." ผมก้มหน้าก้มตาเช็ดตัวต่อ

"...มึงเมามาก นอนพักเหอะ" 

'ขอเหอะนพ อย่าพึ่งชวนกูคุยเลย ไม่งั้นกูสติขาดผึงแน่'

ผมนึกในใจ พยายามเบี่ยงตัวไม่ให้มันเห็นความผิดปกติในตัวของผม ทั้งกลิ่นและสัมผัสอันนวลเนียนของผิวกายมันทำให้อารมณ์ผมที่ถูกจอชปลุกไว้เมื่อครู่พลุ่งพล่านขึ้นอีก ผมบังคับบางส่วนของผมไม่ได้อีกแล้ว มันล้มตัวลงนอนต่อ ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก


ไม่ได้การละ ต้องจัดการให้ลูกชายมันสงบซะหน่อย ผมเปิดคอม เปิดลิ้นชักสุ่มๆ เลือกหนังสักแผ่นมาแล้วเปิดดู ผมดูร่างกายในจอกอดก่ายสอดแทรกกัน มือผมขยับขึ้นลงตามไอ้ลูกชายที่แข็งตัวเต็มที่

"ไอ้ฆาบี้ ทามรายวะ?"

ผมชะงักกึก...มันยังไม่หลับเหรอ? ผมจะทำไงดี...ในที่สุด เสียงชั่วๆ ในหัวผมก็ชนะ

"เปิดหนังโป๊ กูอยาก"

ผมตอบไปอย่างนั้น เอาวะ อย่างมากมันก็คงมาดูด้วยแล้วต่างคนต่างไปทำอะไรของตัวเองเหมือนเดิม

"เห้ย กูดูด้วย" นั่นปะไร


แต่แทนที่มันจะมานั่งห่างๆ เหมือนทุกที มันกลับมานั่งแปะซ้อนข้างหลังผมแล้วเอาคางเกยที่ไหล่ สัมผัสเนียนนุ่มของร่างร้อนผ่าวที่เปลือยท่อนบน อีกทั้งกลิ่นลมหายใจผสมแอลกอฮอล์ของมันทำให้ไฟของผมลุกฮือ ผมทนไม่ไหวแล้วครับ ผมไม่อยากเป็นเพื่อนที่ดีแล้ว ผมอยากได้มัน และผมต้องได้เดี๋ยวนี้


"ไอ้ฆาบี้ เก็บงูก่อน ไม่ไปทำในห้องน้ำวะ?"

มันบ่นขึ้น แต่ก็ลงนั่งข้างๆ ผม ตาจับจ้องไปยังร่างในจอที่ครวญครางอย่างเสียวซ่าน หน้ากลมๆ ของมันขึ้นสีเข้ม มันกัดปากบางๆ ของมันอีกแล้วครับ สติของผมขาดผึง


"ช่วยกูที นพ...กูไม่ไหวแล้ว"

ผมพูดเสียงแหบพร่าพร้อมส่งสายตาเว้าวอน ผมดึงมือมันไปเกาะกุมแท่งลำร้อนของผม มันมองลึกเข้ามาในตาผมด้วยสายตาลังเล ทำไมผมถึงรู้สึกว่ามันไม่ได้มองผมอยู่นะ แต่ผมไม่สนใจแล้ว มันจะใช้ผมเป็นตัวแทนใครก็ช่าง ผมขอแค่ได้กกกอดร่างนี้ก็พอ


มันขยับมือช้าๆ ไปตามแก่นกายของผมเป็นสัญญานว่ามันโอเค ผมล้วงมือเข้าไปในกางเกงในของมันและลูบไล้แกนกลางที่ตื่นตัวเต็มที่ นิ้วของผมไล้ลากไปตามส่วนหัว เขี่ยอย่างแผ่วเบาที่ส่วนปลาย นิ้วโป้งคลึงบริเวณคอหยัก มันส่งเสียงครางออกมาเบาๆ ผมรูดมือตามแนวยาวของมันไม่กี่ครั้งก่อนที่มันจะพ่นน้ำสีขาวขุ่นออกใส่มือผม ผมดึงกระดาษมาเช็ดมือและขยับตัวมันมานั่งคร่อมตัก ตอนนี้มันกำลังเคลิ้มตาลอยครับ ปากผมซุกไซร้ที่ซอกคอขาวเนียน นิ้วผมเขี่ยคลึงยอดอกสีแดงระเรื่อ ลมหายใจหอบหนักของมันบอกผมว่ามันคงไม่ขัดผมแน่แล้ว ผมประกบปากผมกับปากนิ่มของมัน ลิ้นผมเข้าพัวพันกับลิ้นหนา จูบของมันงุ่มง่ามเหมือนคนไม่เคย คงไม่ค่อยมีใครได้ปรนเปรอมันเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะบริการมันให้ถึงใจ ผมปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเราทั้งคู่อย่างรวดเร็วและผลักมันลงไปที่เตียงและเอนกายลงทาบทับ ผมพรมจูบทั่วทั้งกายที่บิดเร่าด้วยแรงปรารถนา ปกติผมมักปรนเปรอคู่รักผมด้วยปากก่อน แต่วันนี้ผมใจเย็นรอไม่ไหวแล้ว ผมหยิบถุงยางมาใส่พร้อมเทเจลลงที่นิ้วแล้วเสือกพรวดเข้าช่องทางอันคับแคบ


'แม่ง แน่นเหมือนยังไม่เคยเลยว่ะ'


ผมนึกในใจ แต่ไม่น่า ก็มันมีแฟนแล้วนี่? สงสัยคงเพราะมันร้างมานาน ใบหน้าของนพเหยเกเพราะความเจ็บแต่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสูดปากเมื่อนิ้วผมโดนจุดเสียว ผมค่อยๆ ขยับนิ้วเข้าออกแล้วค่อยเพิ่มขึ้นเป็นสองและสามนิ้วจนกระทั่งช่องทางนั้นฉ่ำเยิ้มไปด้วยเจล ผมจับส่วนปลายลำของผมจ่อที่ช่องทางสีชมพูและดันพรวดเข้าไปทีเดียว มันผวาเฮือกขึ้นกอดผมทั้งตัว ผมดันตัวมันกลับลงไปนอนต่อ ดันเข่าทั้งสองมันชิดอกพร้อมเริ่มสาวแท่งลำผมช้าๆ


"เจ็บ ฆาบี้...กูเจ็บ อย่า...เอาออกไปเถอะ กูขอ"


มันอ้อนวอนทั้งน้ำตา ผมที่หน้ามืดไปแล้วทำหูทวนลมและตั้งหน้าตั้งตาซอยไม่ยั้ง ผมไม่ไหวแล้วจริงๆ ขอจัดหนักรอบนี้ก่อนแล้วเดี๋ยวผมจะบริการมันอย่างนิ่มนวลทีหลัง เสียงร้องด้วยความเจ็บของมันกลายเป็นเสียงครางด้วยความเสียวซ่าน ผมดึงแก่นกายผมออกมาจนเกือบสุดแล้วกระแทกกลับไปหนักๆ ช่องทางแคบนั้นตอดรัดแท่งเสียวของผมจนแทบทนไม่ไหว ผมพลิกตัวมันให้นอนคว่ำ สะโพกลอยเด่นขึ้น ผมเอามือโอบเอวมันข้างหนึ่ง อีกข้างรูดไล้แก่นกายของมันไปด้วย ผมกระหน่ำแทงช่องเสียวของมันต่อ ผมอ่อนโยนไม่ไหวแล้วครับ ผมอยากได้มันเหลือเกิน ร่างที่อ่อนปวกเปียกนั้นครางจนไม่มีเสียงแล้วซบหน้าลงกับหมอน


"โอว...นพ มันรัดมาก กูจะไม่ไหวแล้ว"


ผมพลิกให้มันลงนอนหงายอีกครั้ง ผมอยากดูหน้ามันตอนจะเสร็จ ใบหน้ากลมนั้นแดงก่ำ ตาหรี่ปรือ ปากแดงนั้นเม้มแน่น ผมจูบพรมไปทั่วหน้ามันแล้วฝังหน้าไปกับต้นคอ มันส่งเสียงครวญครางอย่างลืมตัว ผมเร่งซอยยิกเมื่อช่องทางแคบนั้นตอดรัดผมถี่


"โอย กูเสียว ไม่ไหวแล้ว จะออกแล้ว...ราฟา..."


มันหลั่งออกมาเมื่อสิ้นเสียงเรียกชื่อคนที่อยู่ในใจมัน ผมแทบอยากหยุดแต่ช่องทางนั้นบีบรัดแท่งร้อนของผมจนทนไม่ไหวต้องพ่นน้ำสีขาวขุ่นออกมาเต็มที่


ผมถอนหายใจเบาๆ และถอนแท่งลำที่เริ่มอ่อนตัวออกมา

ผมรู้ตัวว่าผมทำเรื่องไม่น่าให้อภัยไปแล้วครับ จากประสบการณ์...ผมรู้สึกได้เมื่อเริ่มสอดใส่ว่านพน่าจะยังไม่เคยผ่านมือใครมา แต่ผมหน้ามืดเกินกว่าที่จะหยุดหรือว่าอ่อนโยนกับร่างนั้นได้...ผมลงนอนข้างร่างอวบที่หลับไหลไปแล้วเพราะความอ่อนเพลีย ปลายนิ้วผมไล้แก้มใสเป็นพวงนั้น แล้วก้มจูบปากบางที่เผยอน้อยๆ นั้นอย่างแผ่วเบา


"Te quiero, mi amor"

ผมรักคุณ ที่รักของผม
...ผมกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูนั้น ก่อนที่จะนอนตะคองกอดมันจนหลับไป


ผมสะดุ้งตื่นเมื่อคนที่นอนข้างกายขยับตัว ผมพลิกตัวไปกอดร่างนุ่มนิ่มนั้น ปากซุกไซร้ไปทั่ว พร้อมกลั้นใจทำเสียงร่าเริงถามไป

"ตื่นแล้วเหรอ นพที่รัก เป็นไงมั่งเมื่อคืน? อยากให้ฆาบี้บริการอีกรอบไหม เช้านี้"

มันยกมือขึ้นปัดมือผมออกอย่างเย็นชา ใบหน้าเรียบเฉยนั้นทำให้ผมกลัว...นพยันกายลุกขึ้น ใบหน้านั้นเหยเกด้วยความเจ็บ ผมพยายามช่วยนพยืนแต่ร่างอวบนั้นเบี่ยงหนีแถมยังสะบัดมือผมออก

'ซวยแล้วกู'

"เอ่อ นพ กูขอโทษ เมื่อคืนกูเผลอจัดเต็มไปหน่อย เจ็บไหม?"

'เจ็บแน่ล่ะ ใส่ไม่ยั้งไปซะขนาดนั้น' ผมคิดอย่างรู้สึกผิด

มันเมินผม ไม่ตอบ แต่ไปคุ้ยเอากางเกงในใหม่กับเสื้อยืดมาใส่ ผมกลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอ พร้อมเนียนถามสิ่งที่อยากรู้

"มันส์ไหมมึง? นี่ไม่ได้ทำนานแค่ไหนแล้วเนี่ย แน๊น แน่น ตอดกูซะแรงเชียว" ผมทำตลกเผื่อมันจะขำมั่ง


สิ่งต่อไปที่ผมรู้คือหมัดลุ่นๆ ต่อยเปรี้ยงเข้าปลายคางผม มันบอกคุณว่ามันต่อยผมทีเดียวใช่ไหม? จริงๆ แล้วหนึ่งหมัด ตบหน้าอีกสองที พร้อมเตะเข้าที่กล่องดวงใจอีกครั้งครับ มันยืนคร่อมร่างผมที่นอนตัวงออยู่บนพื้น ตาแดงก่ำนั้นรื้นไปด้วยน้ำตา

"นานแค่ไหนเหรอ? นี่มันครั้งแรกของกู แม่งใส่มาไม่ยั้ง ห่าเอ๊ย..."

มันกระแทกเสียงด้วยความเจ็บใจ พร้อมใช้หลังมือปาดน้ำตา


"ก็เคยบอกมึงแล้ว ว่ากูไม่เอา ไม่ทำ มึงก็ยังจะทำ" น้ำตาหลั่งไหลเป็นสายจากตาคู่นั้น

"กูบอกแล้วว่ากูอยากเป็นเพื่อนมึง ไม่ได้เป็นอย่างอื่น ทำไมมึงทำให้กูไม่ได้?..."


ผมเจ็บแปล๊บขึ้นที่หัวใจ นี่ผมทำร้ายจิตใจคนที่ผมรักไปเสียแล้ว ผมผวาเข้ากอดเอวนพ

"กูขอโทษ นพ กูไม่รู้ กูเมามากจนขาดสติ กูไม่น่าทำเลย"

ผมปดมันไปแต่น้ำตาที่ไหลออกจากตาผมนั้นของจริง ผมไม่กล้าบอกมันว่าผมรู้ตัวเต็มที่ ส่วนที่ทำไปนั้นเพราะรักมันและอยากครอบครองเป็นเจ้าของมัน ผมรู้ว่าในตอนนี้ผมไม่อยู่ในฐานะที่จะพูดอะไรได้ ผมฉวยโอกาสพรากเอาสิ่งที่ตัวมันควรจะเป็นฝ่ายยกให้คนที่มันรักด้วยความเต็มใจไปเสียแล้ว

มันดันตัวผมออก แล้วนั่งลงบนเตียง ถอนหายใจ...

"ช่างมันไปแล้วกัน กูมันก็เป็นผู้ชาย จะให้มาคร่ำครวญเหมือนสาวๆ เสียพรหมจรรย์ก็ใช่ที่ กูก็จะถือว่าให้ให้หมามันกินแล้วกัน"

เจ็บครับ...เจ็บมาก มันด่ามันเตะมันต่อยผมให้ตายไปเลยยังจะดีกว่าแบบนี้

"นพ...กู..." มันยกมือห้าม

"ไม่ต้องพูดแล้ว ฆาเบียร์"

เรียกกันเต็มยศแบบนี้...เอามีดมาแทงเลยดีกว่าครับ

"กูจะคิดว่ากูฝันไป มันเป็นแค่ one time thing ต่อไปนี้ มึงกับกู เราเป็นแค่เพื่อนร่วมห้องกัน ที่ผ่านมาทั้งหมด กูจะถือว่ามันหมดค่าลงแล้ว"

ผมใจหายวาบ ไม่นึกว่าจะหนักหนาสาหัสขนาดนี้

"อีกสี่ห้าวันกูก็จะกลับแล้ว ก็ดี จะได้ไม่ต้องมีอะไรติดค้างกัน"

น้ำตาผมไหลออกมาไม่รู้ตัว แต่จะให้ผมทำอะไรได้ ผมเลือกความเสียวซ่านชั่วครู่มากกว่ามิตรภาพระหว่างเรา ตอนนี้แทนที่จะได้คนรักผมกลับเสียเพื่อนสนิทไปแล้ว นพเดินออกห้องไป ทิ้งผมให้นั่งซึมอยู่บนพื้นห้อง


วันเวลาอันน้อยนิดที่เหลือ ผมพยายามง้อนพเต็มที่ แต่มันก็แสดงทีท่าเย็นชากับผมชัดเจน ผมทั้งขอโทษ หาขนมมาฝาก ซื้อดอกไม้มาให้ หรือกระทั่งทำเนียนกอดมันอ้อนมัน ที่ได้มาก็มีแต่ท่าทางเป็นปฏิปักษ์ ผมจะคลั่งตายอยู่แล้วครับ ยิ่งเห็นมันเก็บข้าวเก็บของเตรียมกลับไทย หัวใจผมยิ่งแทบระเบิด แทนที่ผมจะได้ใช้เวลาช่วงสุดท้ายด้วยกันในฐานะเพื่อนสนิท ผมกลับทำลายมันไป ผมทำได้ยังไง ไม่น่าเลย


วันสุดท้ายของเราสองคนก็มาถึง ผมแค่ลุกไปอาบน้ำ พอกลับเข้าห้องมาก็เจอแต่ความว่างเปล่า ผมรีบใส่เสื้อผ้าแล้ววิ่งตามลงมา ทันเจอมันที่หน้าหอพอดี มันกำลังให้เพื่อนร่วมชั้นมันสักคนถ่ายรูปมันกับหอพักให้ ผมรีบวิ่งเข้าไปหา พอเพื่อนมันเห็นผมก็รีบกวักมือเรียกผมมาเข้ากล้องด้วย ผมรีบก้าวเท้าเดินไปอยู่ข้างๆ มัน ผมมองหน้ามันเป็นครั้งสุดท้าย ใบหน้านั้นปั้นปึ่งเย็นชา ผมถอนหายใจเบาๆ...


"เอ้า มองกล้องหน่อย..."


ผมไม่ยอมให้มันกลับไปเฉยๆ แบบนี้...



"1..."


ผมจะฝากอะไรบางอย่างให้มัน


"2..."


เพื่อที่มันจะไม่ลืม...ไม่ลืมว่าเราเคยได้ใกล้ชิดกัน


"3..."


ผมโอบเอวมัน และก้มลงจูบต้นคอขาวเนียนนั้นเป็นครั้งสุดท้าย


แชะ...



ผมกับนพขาดการติดต่อกันมาหลายปีแล้วครับ ก็ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่มันเดินจากผมไปที่หน้าหอนั่น ผมเพียรส่งทั้งอีเมล์ msn กระทั่งส่งจดหมายไปหามัน แต่ก็ไร้คำตอบใดๆ จากทางนั้น ผมได้รับจดหมายจากมันแค่ 1 ฉบับหลังจากมันกลับไปไม่นานซึ่งผมเก็บมันไว้ในกล่องอย่างมิดชิดเหมือนเป็นความทรงจำที่ปิดล็อคเก็บไว้

ชีวิตผมดำเนินต่อไป ผมกลับมาเป็นฆาเบียร์คนเก่าที่หว่านเสน่ห์ไปทั่วแต่ไม่เคยรักใครจริง หัวใจผมมันปิดตายไปแล้วตั้งแต่วันที่ผมเลือกที่จะทำลายคนที่ผมรักด้วยมือของผมเอง ตอนนี้ผมเลือกตั้งใจทำงานอย่างหนักและมีสัมพันธ์เพียงชั่วคืนเพื่อแค่ระบายความใคร่ ชีวิตผมมีเพียงแค่นั้น


วันนี้ ผมไขกุญแจเปิดกล่องนั้นออกอีกครั้ง เปิดซองจดหมายนั้น ในซองนั้นไร้ข้อความ มีเพียงรูปถ่าย 1 ใบ มันเป็นรูปถ่ายใบสุดท้ายของเราสองคนที่หน้าหอพัก ผมยกมันขึ้นดูแล้วใจผมก็พลันเต้นรัว ในภาพผมกำลังโอบเอวอวบนั้น หน้าผมฝังลงที่ซอกคอขาว แต่สิ่งที่ผมเพิ่งสังเกตเห็นหลังจากผ่านมาหลายปีคือใบหน้าของนพ ตอนถ่ายรูปผมเห็นมันทำหน้าปั้นปึ่ง แต่ในรูปนี้เห็นได้ชัดว่าริมฝีปากบางนั้นกลับเผยอยิ้มน้อยๆ อย่างลืมตัว


ผมเปิดหน้าเฟซบุ้ค ทำในสิ่งที่ผมไม่กล้าทำมานาน ผมกรอกชื่อจริงมันลงไปช่องค้นหา และมันอยู่ตรงนั้น...นพน้อยของผม ผมกดปุ่มขอแอดเฟรนด์มันไปอย่างไวและได้แต่ภาวนาขอให้มันรับแอด


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-08-2017 06:48:16 โดย La Vida Sin Tu Amor »

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3737
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1




---- สมุย ----



เครื่องบินของบางกอก แอร์เวย์สเที่ยวบินที่ PG 244 ออกจากเชียงใหม่เมื่อเวลา 9:00 น. เจนยุทธกระวนกระวายจนแทบนั่งไม่ติด เขาอยากไปถึงสมุยเร็วๆ เวลา 1 ชั่วโมง 45 นาทีของการเดินทางนั้นยาวราวชั่วกัปกัลป์ นี่เป็นครั้งที่ 2 นับจากครั้งที่ฮ่องกงซึ่งเขาได้ข่าวเรื่องอาการของฆาเบียร์ เขานึกว่าอาการนั้นจะหายไปแล้วเสียอีก

"เมื่อสองวันก่อนยังดีๆ อยู่เลย ทำไมถึงเป็นมาอีกได้นะ"

เจพึมพำกับตัวเอง เขาสลัดหน้าให้ภาพของฆาเบียร์ที่นอนเพ้อไม่ได้สติบนเตียงหลุดออกไปจากหัว คิดมากไปก็เท่านั้น เขาต้องพยายามข่มตานอนพักเผื่อว่าคืนนี้จะต้องรอเฝ้าดูอาการคนป่วย เจนยุทธหลับตาลงและไม่นานก็เข้าสู่ห้วงภวังค์

เครื่องบินมาถึงสนามบินเกาะสมุยเมื่อเวลา 10:45 เจออกมายังส่วนผู้โดยสารขาเข้าก็เจอใบหน้าที่คุ้นเคยรออยู่แล้ว

"ริคกี้ ฆาเบียร์เป็นยังไงมั่ง?"

เขาถามเลขาฯ หนุ่มของฆาเบียร์ด้วยความร้อนใจ ริคกี้หลบตาเขา

"เอ่อ แล้วเจ่เจ้ เอ๊ย เมลิน่าบอกคุณเจว่ายังไงมั่งครับ?"

ริคกี้ไม่ยอมตอบคำถามเขาแต่ไปโบ้ยให้เมลิน่า

"เมลิน่าก็ไม่ยอมบอกฉัน ทำไม? อาการคราวนี้หนักมากเหรอ? บอกฉันมาเถอะ"

เจนยุทธใจร้อนเป็นไฟ ทำไมไม่มีใครยอมพูดอะไรกับเขา หรือว่า... น้ำตาของเจเอ่อคลอขึ้นมา ริคกี้ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยื่นทิชชู่ให้

"คุณเจอย่าพึ่งคิดไปไกลครับ ผมว่าคุณไปดูด้วยตาตัวเองก่อนดีกว่า นะครับ"

เจพยักหน้าแล้วเดินตามริคกี้ไปอย่างใจลอย ในสมองเขาโล่งไปหมด


"คราวนี้ฉุกละหุก ผมหาเช่าได้แค่รถแคมรี่นะครับ คุณเจอยากได้รถที่นั่งสบายกว่านี้หรือเปล่า?"

เจบอกว่าไม่เป็นไร สำหรับเขาตอนนี้จะเอามอเตอร์ไซค์มารับเขาก็ไม่เกี่ยงขอให้พาเขาไปหาฆาบี้ได้ก็พอ ริคกี้ขึ้นนั่งคู่กับคนขับซึ่งเป็นคนท้องที่และบอกเส้นทาง เจขึ้นนั่งด้านหลัง เขาเหม่อมองออกนอกหน้าต่างขณะรถเคลื่อนตัวออกจากสนามบินสมุย เขาเป็นห่วงเมียตัวโตของเขาใจแทบขาดแล้ว

รถวิ่งออกจากสนามบินและลัดเลาะไปตามแนวหาด ในช่วงแรกแถบหาดบ่อผุดมีบรรดารีสอร์ทตั้งขวางทิวทัศน์ แต่เมื่อผ่านหาดแม่น้ำเข้าแถบหาดบางปอ เจก็อดตื่นตาตื่นใจไปกับน้ำทะเลสีฟ้าสดใสที่สะท้อนแดดเป็นประกายระยิบระยับไม่ได้ ทรายสีขาวตัดกับโขดหินสีดำสร้างภาพที่เหมือนหลุดมาจากโปสการ์ด แถบนี้มีร้านอาหารริมชายหาดหลายร้านซึ่งหลายแห่งดูเป็นเพิงๆ แต่เจรู้ว่าร้านพวกนี้มักจะอร่อย เขายังได้ผ่านร้านจันทน์หอมซึ่งเป็นสาขาหลักของร้านอาหารปักษ์ใต้ร้านโปรดของเขาที่เชียงใหม่ด้วย แม้ตอนนี้ร้านที่เชียงใหม่จะเปลี่ยนเจ้าของไปแล้ว แต่ความอร่อยก็ยังคงเดิม

รถแล่นขึ้นเนินสูงที่กั้นกลางระหว่างอ่าวบางปอและทางไปหาดหน้าทอน เมื่อรถขับลงเนิน เจก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาเพราะทิวทัศน์อันงดงามเบื้องหน้า ภาพที่ปรากฏเบื้องล่างสุดปลายเนินคือห้วงน้ำสีน้ำเงินใหญ่สุดลูกตา พร้อมเกาะแก่งน้อยใหญ่ที่เห็นอยู่ลิบๆ

"สวยจัง"

เจพึมพำออกมาเป็นภาษาไทย เขาไม่ได้เห็นทะเลไทยมาหลายปีจนลืมแล้วว่ามันสวยแค่ไหน

"สวยใช่ไหมครับ คุณเจ? ผมว่าทะเลของไทยนี่สวยไม่แพ้ที่ไหนๆ เลย"

ริคกี้ถามมาเป็นภาษาอังกฤษเหมือนอ่านใจเขาออก

"วิวที่โรงแรมที่คุณฆาเบียร์พักอยู่สวยกว่านี้อีกครับ คุณต้องชอบแน่ๆ" ริคกี้หันมาพูดยิ้มๆ เจนยุทธหน้าสลดเมื่อได้ยินชื่อฆาบี้ คนตัวโตจะเป็นอย่างไรแล้วบ้างนะ

"ฉันคงไม่มีกระใจดูวิวอะไรแล้วล่ะ ริคกี้ ขอคนรถเร่งหน่อยนะ ฉันอยากเจอฆาเบียร์เร็วๆ"

ริคกี้หน้าจ๋อยไปเมื่อได้ยินน้ำเสียงเศร้าของเจ เขาหันไปบอกคนรถซึ่งเร่งความเร็วขึ้นอีกหน่อย



รถวิ่งตามทางอีกครู่ใหญ่ก็เลี้ยวเข้าซอยเล็กแคบซึ่งมีป้ายปากทางว่า InterContinental Baan Taling Ngam

"อินเตอร์คอนติเนนทัล บ้านตลิ่งงาม อินเตอร์คอนอีกแล้วเหรอ?" เจอ่านตามป้าย

"ครับ ทางเรามีคอนแทคท์กับเครือนี้ ได้เรทพิเศษ ก็เลยเลือกที่นี่ให้คุณฆาเบียร์"

ริคกี้ตอบ เขาบอกคนขับให้ขึ้นไปที่ล็อบบี้บนยอดเนินซึ่งต้องผ่านทางเล็กชันและคดเคี้ยวเล็กน้อย เมื่อรถจอด ริคกี้ยกกระเป๋าเดินทางขนาด 25 นิ้วใบหนึ่งออกมาพร้อมกับกระเป๋าหนังใบย่อมอีกใบหนึ่ง

"เสื้อผ้าคุณเจอยู่ในกระเป๋าเดินทางใบนี้แล้วนะครับ ส่วนกระเป๋าหนังใบนี้ คุณคริสฝากมาให้คุณฆาเบียร์ครับ ผมจะฝากกระเป๋าเสื้อผ้าไว้กับเบลแต่กระเป๋าหนังนี้มีของสำคัญ ผมคงต้องรบกวนคุณเจหน่อย"

"อ้าว เดี๋ยวคุณจะไม่ไปหาฆาเบียร์กับผมเหรอ ริคกี้?"

ริคกี้ตอบว่าเขาต้องไปรอรับคริสซึ่งจะมาจากฮ่องกงตอนประมาณ 2 ทุ่ม เจยิ่งใจแป้วเมื่อได้ยินว่าคริสถึงขั้นต้องมาหาฆาเบียร์ด้วยตัวเอง แสดงว่าอาการคราวนี้ต้องหนักมากแน่ๆ ริคกี้เดินนำเจขึ้นไปที่ล็อบบี้โรงแรมซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งตกแต่งแบบไทยร่วมสมัย เจตื่นตะลึงกับภาพที่เห็นจากล็อบบี้ที่อยู่บนเนินสูง ตรงหน้าของเขาคือวิวพาโนราม่าของท้องทะเลสีฟ้าครามสลับสีน้ำเงินเข้มเป็นช่วงๆ ถัดเข้ามาคือชายหาดและดงต้นมะพร้าว ตรงกลางมีสะพานเทียบเรือที่ทอดยาวออกไปกลางน้ำ ภาพนั้นงามจนทำให้เขาแทบหยุดหายใจ

"คุณเจครับ" ริคกี้เรียกเจที่ยืนตะลึงอยู่เบาๆ

"เชิญคุณเจไปนั่งก่อนนะครับ เดี๋ยวผมไปจัดการเรื่องกระเป๋าก่อน"

เจลงนั่งที่เก้าอี้นุ่มสบายตรงล็อบบี้ ระหว่างนั้นก็มีพนักงานสาวยกน้ำกระเจี๊ยบเย็นๆ มาให้พร้อมผ้าเย็นและพวงมาลัย เจกรอกเอกสารเข้าพักที่โรงแรมและรับคีย์การ์ดจากพนักงาน

"คุณมาร์ติเนซเข้าพักตั้งแต่เย็นวานแล้วค่ะและตอนนี้อยู่ที่ห้องค่ะ"

พนักงานสาวซึ่งแนะนำตัวว่าชื่อสุและเป็นบัทเลอร์หรือต้นห้องประจำวิลล่าของฆาเบียร์ตอบเมื่อเจนยุทธถามหาฆาเบียร์ เจรีบลุกขึ้นและบอกริคกี้ที่เดินกลับมาว่าเขาจะไปหาฆาเบียร์แล้ว

"คุณฆาเบียร์อยู่ห้องบีช พูลวิลล่าครับ เดี๋ยวผมจะให้พนักงานเรียกรถบักกี้ให้"
]

(ftp://www.picz.in.th/images/2017/09/04/InterConSamui-Lobby.jpg[/img)


เจนยุทธนั่งรออีกครู่ใหญ่รถบักกี้หรือที่เรียกว่ารถกอล์ฟก็มารับที่ล็อบบี้ เจร่ำลากับริคกี้และนั่งรถบักกี้ลงไป ทางลงไปที่ห้องนั้นต้องผ่านทางคดเคี้ยวเล็กน้อยลงไปยังชายหาด ตัวรีสอร์ทส่วนที่ติดหาดตั้งอยู่บนถนนสาธารณะ รถพาเจเลี้ยวเข้าไปในส่วนของรีสอร์ทที่มีรั้วรอบขอบชิด สุพาเจเดินเข้าไปยังห้องพักซึ่งเป็นวิลล่าตั้งอยู่หน้าหาด เจบอกว่าเดี๋ยวเขาจะเอากระเป๋าเข้าห้องไปเอง เขาแตะคีย์การ์ดเปิดประตูเข้าห้อง แล้วก็ต้องงงไปเล็กน้อย ครั้งที่แล้วที่เขาไปหาฆาเบียร์ที่มีอาการป่วยที่ฮ่องกง ห้องนั้นมืดมิด ฆาเบียร์ปิดผ้าม่านทุกผืนที่มีจนแสงแทบส่องเข้ามาไม่ได้ แต่ห้องนี้เปิดโล่ง ประตูกระจกที่กว้างทั้งผนังที่ปลายเตียงนั้นเปิดให้ลมเข้า ที่หน้าประตูนั้นคือชานห้องที่มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่พอประมาณ ศาลาและเก้าอี้อาบแดด 2 ตัว เขาเห็นรอยเท้าเปียกน้ำ จากสระว่ายน้ำที่อยู่ข้างนอกเข้ามาในห้องซึ่งแสดงว่าเจ้าของรอยเท้าพึ่งขึ้นจากน้ำหมาดๆ

"ยังว่ายน้ำได้ น่าจะไม่เป็นอะไรมากแล้วมั้ง"

เจระบายลมหายใจอย่างโล่งอก เขาได้ยินเสียงน้้ำจากฝักบัวเลยตัดสินใจเดินสำรวจสักนิด ประเมินด้วยสายตาแล้ว บริเวณห้องนอนและห้องแต่งตัวรวมทั้งส่วนสระว่ายน้ำน่าจะกว้างราวๆ ห้องที่ฮ่องกง แต่เขายังไม่เห็นส่วนห้องน้ำเลยบอกไม่ได้ว่าใหญ่แค่ไหน เครื่องเรือนที่นี่ดูเหมือนออกมาจากบ้านไร่ของชาวอเมริกันทางใต้ที่ร่ำรวยในหนังย้อนยุคช่วงที่ยังมีการค้าทาส ส่วนการตกแต่งเป็นแบบไทยร่วมสมัย เจนยุทธนึกชมถึงความกลมกลืนของการออกแบบห้องที่นี่ เจยืนพิงกรอบประตูชมวิวทะเลที่อยู่เลยสนามหญ้าด้านหน้าออกไปไม่กี่สิบก้าวเมื่อเขาได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิดออก เจหันหน้าไปเมื่อได้ยินฆาเบียร์พูดอะไรบางอย่างเป็นภาษากวางตุ้ง



ฆาเบียร์เดินเช็ดผมออกห้องน้ำมา ท่อนบนอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามอันสมบูรณ์ของเขามีน้ำเกาะพราว ท่อนล่างเขาสวมเพียงกางเกงเลเนื้อบางเบาซึ่งทางโรงแรมเตรียมไว้ให้ เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่ตรงห้องแต่งตัวหน้าห้องน้ำ

"อาปา มาแล้วเหรอครับ ผมนึกว่าจะมาค่ำนี้"

เขาถามเป็นภาษากวางตุ้งและเดินออกไปยังส่วนห้องนอน เขาเห็นร่างเพรียวร่างหนึ่งยืนพิงกรอบประตูกระจกแต่แสงจ้าที่ลอดเข้ามาทำให้เขามองเห็นไม่ถนัด เขาเดินใกล้เข้าไป ใจเขาเต้นแรง

"เจ!"

เขาอุทานออกมาลั่น ใบหน้าน้อยๆ ของเจนยุทธมองเขาอย่างงุนงง ฆาเบียร์รีบสาวเท้าเข้าไปดึงร่างที่เขาคิดถึงจนหมดใจนั้นเข้ามากอดกระชับในอ้อมอก หัวใจเขาเต้นระรัว

"มาได้ยังไง?"

เขาจับไหล่ร่างเพรียวนั้นเขย่าเบาๆ จากนั้นใช้ฝ่ามือใหญ่ประคองหน้าน้อยๆ ของเจนยุทธแล้วประทับจูบแผ่วเบาลงไปที่ริมฝีปากจูบเขาตอบอย่างเต็มใจ ทั้งคู่แลกเปลี่ยนความคิดถึงกันอย่างเงียบงันอยู่พักใหญ่ ก่อนเจจะดันตัวออกห่าง

"นี่พวกคุณเล่นอะไรกันอยู่ คุณก็ดูแข็งแรงดีแต่ทำไมทางฮ่องกงบอกผมว่าคุณมีอาการขึ้นมาอีกแล้ว?" เจถามเสียงขึงขัง ฆาเบียร์ขมวดคิ้ว

"ใครบอกเจว่าฉันป่วย?" ฆาเบียร์ถามงงๆ

"ก็เมลิน่าโทรมาบอกผมเมื่อวานว่าคุณไม่สบายอีกแล้ว ให้ผมขึ้นเครื่องมาสมุยด่วนวันนี้ บอกว่าให้มาตัวเปล่าเลยไม่ต้องเอาอะไรมา พอมาถึงริคกี้ก็มารับ พอถามอาการคุณเขาก็ไม่บอก บอกให้มาดูเอง..."



พูดยังไม่ทันจบ ฆาเบียร์ก็ขอตัวยกหูโทรศัพท์โทร พอทางนั้นรับเขาก็ว๊ากใส่หูโทรศัพท์เป็นภาษาสแปนิช จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นภาษากวางตุ้งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงจนเกือบเหมือนจะตัดพ้อ เจนยุทธได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ลอดออกมาทางโทรศัพท์ เขาจำได้ว่านั่นเป็นเสียงของคริส ฆาเบียร์คุยกับคริสสักพักก็วางสาย ระบายลมหายใจยาวออกปากแล้วหันมาหาเจ

"ขอโทษนะเจ เป็นฝีมืออาปาที่อยากจะเซอร์ไพรส์ฉัน" คนตัวโตทำหน้าจ๋อย

"งั้นผมก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว ก็กลับได้แล้วสิ"

เจแกล้งทำหน้าง้ำ แล้วเดินไปลากกระเป๋า ฆาเบียร์รัวบเอวเจนยุทธไว้แน่นจากด้านหลัง

"มาแล้ว ไม่ให้กลับหรอก"

เขาจูบคลึงที่ต้นคอแล้วไล่ลงมายังลาดไหล่ เจยืนตัวแข็ง เขาคิดถึงสัมผัสอุ่นๆ ของปากฆาเบียร์ เขาหันหน้าไปรับจูบจากเมียตัวโตของเขา คราวนี้เป็นจูบแบบปลุกเร้าไฟในตัว ลิ้นของฆาเบียร์ซอกซอนพันเกี่ยวกับลิ้นเรียวของเขา เจนยุทธถอนปากออกแล้วหันร่างไปเผชิญหน้ากับคนตัวโต ฆาเบียร์ดึงกายของเจให้แนบชิดกับตัวเขาแล้วส่งลิ้นเข้าริมฝีปากรูปกระจับที่เผยอรับ เสียงดูดดุนลิ้นอย่างกระหายของพวกเขาทำให้เจนยุทธหน้าแดงซ่าน เขาร้อนไปทั้งตัวแล้วตอนนี้ ปลายนิ้วของเขาไล้ไปตามอกกำยำของฆาเบียร์ ก่อนที่จะเขี่ยวนที่ตุ่มไตบนอกทั้งสองข้าง เขาหนีบดึงเม็ดที่เป็นไตน้อยๆ นั้น แล้วใช้ปลายนิ้วเขี่ยไล้ วนไปรอบๆ ใช้ฝ่ามือกดคลึง เขารู้สึกถึงกล้ามเนื้อหลังที่เขม็งตึงขึ้นด้วยความเสียวซ่านของฆาเบียร์ บางส่วนของฆาเบียร์โป่งนูนดันกางเกงเลเนื้อบางที่พันหมิ่นเหม่อยู่ระดับสะโพก เจหน้าร้อนวาบเมื่อเห็นว่าส่วนสงวนของเขาก็คับแน่นเป้ากางเกงยีนส์ที่เขาสวมอยู่



"ฆาเบียร์...ผมอยาก..."

เขากระซิบเสียงกระเส่าที่ข้างหูของฆาเบียร์ ฆาบี้มองหน้าน้อยๆ ของเจนยุทธที่แดงก่ำด้วยแรงปรารถนาแล้วก็สุดจะทานทนไหว เขาช้อนร่างเพรียวนั้นขึ้นอุ้ม เจร้องลั่นใช้มือเกาะคอเขาไว้แน่น เขาวางร่างเพรียวนั้นลงบนเตียงที่อยู่ไม่ห่าง แต่ก่อนที่จะโถมกายเข้าหา เจนยุทธรีบชี้ให้เขาปิดประตูกระจกและผ้าม่านซะ ต่อให้อยากขนาดไหน เขาก็ยังไม่อยากเล่นหนังสดให้ใครๆ ดู ฆาเบียร์รีบทำตาม เมื่อหันกลับมาก็เจอเจที่เปลือยท่อนบนรออยู่ ท่อนล่างของเจแกะกระดุมกางเกงออกหมดแล้ว เหลือแค่กางเกงยีนส์และกางเกงในให้เขาเป็นคนปลดเปลื้อง เม็ดทับทิมสีแดงระเรื่อที่อกของเจนยุทธแข็งเป็นไตเพราะเจ้าตัวใช้นิ้วเขี่ยไล้เล่นเบาๆ ปากน้อยๆ นั้นเม้มแน่น ฆาเบียร์โถมกายลงทาบทับร่างนั้น เขาจูบไล่ลงมาจากซอกคอขาวผ่อง ช่วงไหปลาร้า แผงอกไม่กว้างแต่แข็งแรง แล้วใช้ลิ้นฉกเลียที่เมล็ดทับทิมทั้งสองเม็ดแล้วใช้ฟันขบเบาๆ เจสะดุ้งเฮือกขึ้นพร้อมใช้มือตะปบผมเขา ฆาเบียร์เลียไล้ต่อไป เขาดูดตุ่มไตนั้นเบาๆ แล้วใช้ลิ้นตะวัดเลียรอบ สลับดูดดุน เขาทิ้งรอยรักสีกุหลาบไว้ที่ตำแหน่งที่ตั้งของหัวใจของเจ เจยันกายฆาเบียร์ให้นั่งคุกเข่าบนเตียง

เจนยุทธใช้มืออันสั่นเทาแก้สายกางเกงเลของฆาเบียร์ออก ทันทีที่กางเกงคลาย แท่งลำยักษ์ของฆาเบียร์ก็ดีดผึงออกมา เจย่อตัวลงลงใช้ลิ้นเลียไล้อย่างกระหาย เขาใช้ลิ้นเลียพริ้วที่ส่วนปลายก่อนจะตวัดลิ้นลงตามแท่งลำจนถึงโคน แต่ก่อนที่เขาจะทันใช้ปากครอบลงไปบนแท่งร้อนนั้น เขาก็ถูกฆาเบียร์ดึงตัวขึ้น ฆาบี้ช่วยเจนยุทธถอดยีนส์ที่ค่อนข้างแนบเนื้อนั้นออก และรูดกางเกงในสีขาวบางตัวนั้นออก ฆาเบียร์ลงเอนกึ่งนอนหนุนหมอนแล้วให้เจลงนั่งคร่อมหน้าเขา เจหน้าแดง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้กับผู้ชาย ฆาเบียร์ใช้มือรั้งสะโพกของเจให้ส่วนนั้นของเจนยุทธเข้ามาลึกในคอของเขาซึ่งทำแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว เจหลับตาขบกรามแน่น ปากของฆาเบียร์ไม่รูดไล้เปล่า แต่ยังดูดหนักๆ เป็นระยะๆ เจอดไม่ได้ต้องขยับสะโพกตามจังหวะเบาๆ ถ้าเข้าลึกไปฆาเบียร์ก็จะตบก้นเขาให้เบาๆ หน่อย

เจเองก็ใช้ริมฝีปากน้อยๆ ครอบลงที่แกนกายของฆาเบียร์ ลิ้นของเขาเลียไล้ไปตามแท่งลำและไล้วนหนักๆ ที่คอหยักและส่วนหัวที่ไวต่อสัมผัส ปากน้อยๆ ของเขาเร่งเร้ารูดส่วนแข็งเกร็งนั้น  นิ้วของเจกดคลึงไปตามรอบช่องทางเสียว เจถอนปากออกและใช้น้ำลายชะโลมนิ้วเรียวของเขาและค่อยๆ ชำแรกเข้าไปยังรูร่องอันแคบเล็กนั้น ฆาเบียร์เอาแก่นกายเจออกจากปาก เขากลัวจะเผลอขบมันเข้าเพราะความเกร็ง เจนยุทธหันไปมองยิ้มๆ เมียรักของเขาช่างห่วงใยสวัสดิภาพเจน้อยของเขาจริงๆ เขาใช้น้ำลายชะโลมเพิ่มที่ปากทางเข้านั้นแล้วค่อยๆ บิดหมุนนิ้วตามความเคยชิน เขาค่อยๆ เพิ่มเข้าไปอีกสองนิ้วและขยับมันไปพร้อมๆ กับปากที่ครอบลงดูดไล้ส่วนที่แข็งเกร็งนั่น ฆาเบียร์หยุดใช้ปากให้เจแต่ใช้มือรูดไล้ให้แทน เจรู้จากร่างกายที่กระตุกน้อยๆ ของฆาเบียร์ว่าเขาได้สัมผัสจุดกระสันภายในช่องทางนั้น เขาเร่งจังหวะทั้งมือและปาก ฆาเบียร์ครางต่ำๆ ออกมาอย่างเสียวกระสันก่อนที่จะคำรามก้องพร้อมน้ำรักที่ฉีดพุ่งทะลักล้นปากน้อยๆ ของเจนยุทธ



"แค่กๆ โอ๊ย ทำไมแรงแบบนี้ล่ะ ฆาบี้"

เจบ่นพึม คราวนี้มากทั้งปริมาณและความแรงที่ฉีดออกมาจนเขาแทบสำลัก เขาคายน้ำขุ่นข้นนั้นออกมาแล้วนำมาชะโลมส่วนที่ยังแข็งเกร็งไม่ได้รับการปลดปล่อยของตนและที่ช่องทางสีแดงระเรื่อนั้น เขานั่งคุกเข่าตรงกลางระหว่างขาของฆาเบียร์และดันขาทั้งสองออกกว้าง แล้วใช้แขนช้อนใต้เข่าทั้งสองของคนตัวโต เขาค่อยๆ กดแท่งร้อนของตนเข้าที่ช่องทางแคบนั้น ฆาเบียร์ซี้ดปาก

"เจ...มันตึงมากเลย"

เจพยักหน้า เม้มปากแน่น ความคับแน่นของช่องทางนั้นทำให้เขาเข้าไปไม่ได้ เขาปล่อยขาฆาเบียร์ข้างหนึ่งและค่อยๆ นวดเฟ้ยทางแคบนั้นสลับกับรูดไล้แก่นกายที่เริ่มแข็งเกร็งอีกครั้งของฆาเบียร์ เขารอจนรู้สึกว่าช่องทางนั้นผ่อนคลายพอแล้วจึงเสือกพรวดเข้าไปทีเดียว ฆาเบียร์เผลอร้องลั่น แต่ก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสูดและซี้ดปากเมื่อเจเริ่มขยับ พวกเขาอยู่ท่านี้กันสักครู่ก่อนที่ฆาเบียร์จะผวาเฮือกขึ้นมากอดรัดร่างของเจไว้ เจนยุทธค่อยๆ เอนนอนลงปล่อยให้ฆาเบียร์ขึ้นคุมเกมเอง ฆาบี้ชันเข่าขึ้นเอนกายไปด้านหลังเล็กน้อยและใช้มือยันขาของเจไว้ เขาขย่มหนักๆ บดสะโพกและควงหมุน เจครางออกมาไม่เป็นสรรพ ผู้ชายร่างกำยำที่อยู่ตรงหน้าเขาดูเซ็กซี่มากในท่านี้ ฆาเบียร์สะบัดหน้าด้วยความเสียว เหงื่อเขาออกโทรมทั้งตัว เจนยุทธรู้สึกถึงแรงตอดรัดภายใน เขากระแทกสะโพกสวนเข้าไปตามจังหวะ ไม่นานทั้งครู่ก็ครางลั่นออกมาพร้อมกับร่างฆาบี้ที่ซบลงกับอกของเจ

"ดีไหมครับ ที่รักของผม"

เจกระซิบแผ่วๆ แล้วก็แทบกัดลิ้นตัวเอง เขาหลุดคำว่า my love ออกไปเป็นครั้งแรก แต่ดูเขาคิดว่าฆาเบียร์คงจะไม่ทันฟังหรืออาจจะเหนื่อยเกินที่จะได้ยิน หรืออาจจะคิดว่าเป็นคำหวานหลังการมีเซ็กส์เท่านั้น แต่เจหารู้ไม่ว่าทางฝ่ายฆาบี้ใจเต้นระรัวแค่ไหนที่ได้ยินคำเรียกนั้น ฆาเบียร์ยกมือปาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาน้อยๆ แต่ทำเหมือนปาดเหงื่อ ในที่สุดเขาก็ได้ยินเจพูดคำนั้นออกมา แต่...มันก็อาจจะเป็นแค่คำหวานหลังมีเซ็กส์ก็เป็นได้ เขาก็คงต้องรอต่อไปจนกว่าเจนยุทธจะพร้อมพูดต่อหน้าเขา

ทั้งคู่นอนกอดกันอีกพักใหญ่ก่อนจะพากันเดินเข้าไปชำระร่างกายในห้องน้ำที่เจค่อนขอดว่ากว้างเกือบครึ่งของห้องคอนโดเขา พวกเขาลูบไล้ฟอกสบู่ให้กัน เจมองอ่างจากุซซี่ทรงกลมขนาดใหญ่กลางห้องตาเป็นมัน คืนนี้เขาต้องนอนแช่น้ำให้ได้ ทั้งคู่ช่วยกันเช็ดตัวและใส่กางเกงเลที่ทางรีสอร์ทมีให้

"เออ จริงสิ"

เจอุทานขึ้นมาเมื่อเห็นกระเป๋าหนังใบนั้น

"ริคกี้ให้ผมเอานี่ให้คุณกับมือ บอกว่าอาปาฝากมาให้"

ฆาเบียร์เห็นกล่องใส่ไวน์แดงขวดหนึ่งพร้อมโน้ตแปะอยู่ เขาเปิดดูแล้วทำตาลุกวาวแล้วเก็บมันใส่เซลลาร์ที่มีให้ในห้องอย่างทะนุถนอมโดยไม่ยอมให้เจดู เจบ่นกะปอดกะแปดว่าเขาหวงของ ในกระเป๋านั้นยังมีกล่องอีกหนึ่งกล่อง ค่อนข้างหนักและมีซองจดหมายเขียนไว้ว่า จากทีมเลขาฯ เขาแง้มดูแล้วรีบปิดลงและเอาเก็บไว้ในตู้เซฟ เขาดึงเจที่ทำท่าจะถามอะไรขึ้นไปนอนบนเตียง

"บ่ายสองกว่าๆ เอง จะนอนแล้วเหรอ ฆาเบียร์?"

เจนยุทธถามขึ้น แต่เขาก็เริ่มง่วงหน่อยๆ แล้วนะ

"ใช่ งีบเอาแรงก่อนดีกว่า ตอนเย็นๆ ฉันจองไพรเวท ดินเนอร์ไว้ ตอนแรกนึกว่าจะกินกับอาปา ที่ไหนได้ ได้กินกับ Mi Corazón แทน"

ฆาเบียรเรียกเจว่าดวงใจฉันเป็นภาษาสเปน เจอุ่นวาบที่หัวใจ แต่เขาก็ทำเป็นง่วงงุนแล้วเบียดตัวซุกอกของฆาเบียร์ที่อ้าแขนรออยู่แล้ว

และคำกระซิบหวานหูของบ่ายนี้คือ

"Mi sueño más dulce eres tú​"

'ฝันที่หวานที่สุดของฉันก็คือเธอ'



] (ftp://www.picz.in.th/images/2017/09/04/InterConSamui-room.jpg[/img)


]
(ftp://www.picz.in.th/images/2017/09/04/InterConSamui-bath.jpg[/img)


------------------------------------------------------



ทริปสมุยมาแล้วค่า แต่คงเป็นสั้นๆ ยาวไม่กี่ตอน แต่จะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นค่ะ รออ่านกันนะคะ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2017 23:11:10 โดย La Vida Sin Tu Amor »

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
รอตอนต่อไปค่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3737
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- จอชจอมยุ่ง ----



"ฮัลโหล จอช นี่ฆาบี้นะ..."

เจงัวเงียตื่นขึ้นมาเพราะเสียงคุยโทรศัพท์ของฆาเบียร์

"เย็นนี้จะขอเปลี่ยนแพลนหน่อย อือ ใช่ ดินเนอร์..."

ฆาเบียร์ขยับกายลงจากเตียงและเดินไปคุยนอกห้องโดยไม่ทันดูว่าคนที่นอนอยู่ข้างๆ ได้ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นและดันกายลุกขึ้นนั่ง

'จอช...ดินเนอร์'

เจนยุทธคิดถึงสองสิ่งที่ได้ยินเมื่อสักครู่ การมาของเขามารบกวนแพลนของฆาเบียร์กับหนุ่มปริศนาคนนั้นหรือเปล่านะ เจยิ้มหยันให้ตัวเอง แบบนี้ยังไงเล่าเขาถึงยังไม่กล้าพูดอะไรที่จะเป็นการผูกมัดฆาเบียร์ไว้ เขายังไม่เคยคิดมั่นใจว่าหนุ่มธรรมดาๆ จากเชียงใหม่อย่างเขาจะมัดใจเพลย์บอยหนุ่มใหญ่ที่พร้อมทั้งรูปและทรัพย์อย่างฆาเบียร์ได้

"ก็ต้องรอดูกันไป" เขาพึมพำเบาๆ กับตัวเอง

"รอดูอะไรเหรอ?"

พ่อตัวดีที่ทำให้เขาต้องกังวลเดินยิ้มเผล่เข้าห้องมา แล้วนั่งลงที่ปลายเตียงนุ่ม เขาเห็นหน้าที่ยิ้มละไมนั่นแล้วก็อดหงุดหงิดไม่ได้

"ไม่มีอะไร"

เจปฏิเสธหากหางเสียงนั้นเจือความขุ่นข้องจนฆาเบียร์สัมผัสได้ เขาขมวดคิ้วเล็กๆ เจนยุทธเป็นอะไรนะ? เจใจหายวาบกับน้ำเสียงตัวเองที่ออกจากปากไป เขานึกถึงคำของนพที่ว่าไม่ควรเก็บความรู้สึกให้ทับถมอยู่ในใจ มีอะไรให้บอกให้ถาม

'ผมจะมีสิทธิ์ทำแบบนั้นได้จริงๆ เหรอ พี่นพ'

เจนยุทธคิดอย่างคนไม่มั่นใจ ฆาเบียร์มองหน้าใสๆ ของเจที่สลดลงอย่างงุนงงแล้วก็นึกขึ้นมาได้

"เจได้ยินที่ฉันคุยโทรศัพท์เมื่อกี้สินะ?"

ฆาเบียร์ถามยิ้มๆ แล้วล้มตัวลงนอนหนุนตักของเจนยุทธ เจพยักหน้าน้อยๆ

"หึงฉันเหรอ?"

เจนยุทธชักเกลียดนัยน์ตาแพรวพรายที่ส่อแววยั่วเย้านั่นแล้วสิ มือใหญ่ๆ ที่กำลังซุกซนคู่นั้นอีก

"บ้าดิ ใครหึงคุณ!"

เขาผลักหัวคนตัวใหญ่ลงจากตัก ร่างใหญ่กำยำนั้นขยับขึ้นนั่ง แขนล่ำสันนั้นโอบเอวเขาไว้แล้วฉุดให้ขยับมานั่งบนตักแข็งแรง ฆาบี้หอมซอกคอขาวที่เขาแสนจะคิดถึง กายเจสะท้านเบาๆ เขาเองก็คิดถึงสัมผัสอบอุ่นของคนตัวโตนี้เหลือเกิน เขากำลังจะเอี้ยวคอไปจุมพิตฆาเบียร์แต่ก็ชะงักเมื่อได้ยินสิ่งที่ฆาเบียร์พูดต่อไป

"จอชเป็นรูมเมทเก่าของฉัน เขาเพิ่งย้ายมาเป็น Assistant Director of Sales and Marketing ที่นี่ได้ไม่นาน"

ฆาเบียร์พยายามซ่อนแววซุกซนในตา เขาอยากแกล้งคนตัวเล็กปากแข็งคนนี้สักหน่อย

"เราเคยคบกันช่วงสั้นๆ ตอนเป็นรูมเมทก่อนที่ฉันจะเจอนพ"

'ที่จริงก็ไม่เชิงคบหรอกนะ เป็นเรื่องเซ็กส์ล้วนๆ มากกว่า'

ฆาบี้คิดในใจ เขาอยากดูว่าเจจะมีอาการยังไง เขาชอบเห็นเจ้าตัวเล็กนี่งอน เขาว่าหน้าน้อยๆ ที่แดงก่ำ คิ้วที่ขมวดกับปากน้อยๆ ที่เม้มแน่นของเจตอนงอนนั้นน่ารักดี เขาเคยเห็นท่าทางนั้นบ่อยๆ เวลาเจโดนเขาแย่งของอร่อยในจานไปกิน แต่คราวนี้เจแสดงทีท่าต่างไป


เจนยุทธยิ้มเศร้าๆ แล้วย้ายกายลงจากตักของฆาเบียร์และลงจากเตียงไปยืนบนพื้น

"งั้น ผมก็คงมาผิดจังหวะจริงๆ สินะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมโทรบอกเมลิน่าให้เรียนอาปาเองว่าผมมีงานด่วนต้องรีบกลับเชียงใหม่ ผมไม่รบกวนเวลาของคุณแล้ว"

เจหันกายเดินเข้าห้องน้ำไป ฆาเบียร์ใจหายวาบ เขาไม่นึกว่าเจจะคิดไปไกลขนาดนั้นเขาโดดลงเตียงแล้วรีบสาวเท้าเดินตามไปรวบร่างที่ยืนซึมอยู่หน้าอ่างล้างหน้ามากอดแน่น

"อย่าไปเลยนะ เจ ฉันกับจอชไม่มีอะไรกันจริงๆ เราเป็นแค่เพื่อนกัน จริงๆ เราแทบไม่เจอกันด้วยซ้ำ เจอกันทีก็เพราะเรื่องงานล้วนๆ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น"

ฆาบี้ระล่ำระลักพูด เจนยุทธซ่อนยิ้ม มีหรือที่เขาจะไม่รู้สึกถึงความซุกซนที่เจือในน้ำเสียงของฆาเบียร์ที่เล่าเรื่องจอช คนขี้แกล้งก็ต้องได้บทเรียนบ้าง

"แล้วเรื่องดินเนอร์ล่ะ?" เจถามเสียงเย็น

"ก็...ตอนแรกฉันให้เขาจัดดินเนอร์ให้ฉันกับอาปา แต่ตอนนี้เป็นเจมาแทนเลยให้เขาเปลี่ยนอาหารจากแบบเป็นคอร์สเป็นซีฟู้ดบาร์บีคิวแบบไม่อั้นแทน น่าจะเหมาะกับเจกว่า เป็นคอร์สกลัวเจไม่อิ่ม"

ได้ยินเรื่องของกิน เจก็แฮ้ปปี้ เขาจับไหล่คนตัวโตเขย่า

"นี่พูดจริงใช่ไหม?..."

"จริง ฉันกับจอชไม่.."

"เรื่องซีฟู้ดน่ะ ไม่อั้นจริงหรือเปล่า"

ฆาเบียร์อ้าปากค้างมองเจ้าตัวเล็กที่ยืนทำตาปิ๊งปั๊งอยู่ตรงหน้า นี่สรุปว่าไม่งอนเขาแล้วใช่ไหม? เขาพยักหน้าตอบรับ เจรีบรุนหลังเขาออกห้องน้ำแล้วบอกให้แต่งตัว ฆาเบียร์หัวเราะลั่น คนตัวเล็กนี่ใจร้อนจริงๆ

"ใจเย็นๆ ก่อน ฉันให้เขาจัดอาหารไว้ตอนทุ่มนึง เผื่ออาปาลงเครื่องมาจะได้ทันกินด้วย" เจทำหน้าจ๋อย

"ผมหิวไส้จะขาดแล้วอ่ะ เที่ยงยังไม่ได้กินอะไรเลย เมื่อวานค่ำกับเมื่อเช้าบนเครื่องก็กินอะไรไม่ค่อยลง"

ฆาบี้มองหน้าใสๆ นั้นด้วยความรู้สึกซึ้งใจ เขารู้ว่าที่เจกินอะไรไม่ลงนั้นก็เพราะห่วงเขาที่เจคิดว่าป่วย เขายกมือขึ้นขยี้ผมยุ่งๆ ของเจนยุทธด้วยความเอ็นดู

"เดี๋ยวฉันสั่งรูมเซอร์วิสให้ จะกินอะไรเลือกมาเลย"



"เจ ไม่ลงน้ำจริงๆ เหรอ?"

ฆาเบียร์เกาะขอบสระน้อยของห้องพูลวิลล่าถามเจซึ่งนั่งอิ่มอยู่ที่ศาลาริมน้ำ

"ผมอิ่มอ่ะ ลงน้ำตอนนี้จุกแหงๆ"

เจโอดครวญ เขากินสปาเก็ตตี้ทะเลซอสไวน์ขาวไปหนึ่งจานกับเบอร์เกอร์เนื้อวากิว ส่วนฆาเบียร์กินซีซาร์สลัดใส่กุ้งย่างและแบ่งเบอเกอร์ของเขามาหน่อยนึง ฆาเบียร์ดันตัวขึ้นจากสระด้วยท่าทีคล่องแคล่ว เขาใส่กางเกงว่ายน้ำแบบผ้ายืดขาสั้นสีน้ำเงินเข้มอันรัดรึง เจนยุทธมองกล้ามเนื้ออันงดงามของฆาเบียร์อย่างอิจฉา ด้วยวัยใกล้ 40 ฆาเบียร์มีไหล่กว้าง แผงอกแข็งแรงและมีกล้ามเนื้อชัดเจน เอวคอดเป็นตัววีแถมยังมีวีไลน์ลงมาถึงส่วนสงวนอย่างชัดเจน ซิกซ์แพ็คเป็นลอนนั้นก็ไม่ได้ดูปูดโปนจนน่าเกลียด กล้ามเนื้อแขนขาก็ยังกระชับแน่น

เจก้มลงมองตัวเอง ถึงเขาจะไม่ได้ผอมแห้งแรงน้อยจนไม่มีกล้าม ตามแขนขาเขาก็มีกล้ามเนื้อแข็งแรงแต่เป็นกล้ามที่ไม่ได้ปูดโปนเพราะไม่ได้เล่นเวทให้มันดูใหญ่ ไหล่ของเจผายตั้งตรง อกมีกล้ามเนื้อไม่ได้ลีบแบน ส่วนที่ท้องก็มีลอนเล็กๆ ที่ไม่ได้ชัดมากนัก แต่ยังไงเสียเขาก็ดูตัวลีบเล็กเมื่อเทียบกับเมียตัวโตของเขา ยิ่งเห็นชัดๆ ใต้แสงอาทิตย์แบบนี้ยิ่งรู้สึกน้อยใจในรูปร่างของตัวเอง

"โอ๊ย อยากสูงขึ้นอีกซักสิบเซ็นต์"

เจซึ่งสูง 170 บ่นออกมาดังๆ คนที่สูง 180 เศษหัวเราะในความไม่รู้จักพอของเจนยุทธ

"ฉันว่าเจเป็นแบบนี้ก็เหมาะดีนะ น่ารักดี"

แล้วคำว่าน่ารักนี่มันใช่คำชมหนุ่มหล่อซะที่ไหนล่ะ? เจประท้วงในใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่าความหน้าตาน่ารักของเขานั้นทำให้เขาได้กินสาวๆ มาหลายต่อหลายคนแล้ว อ้อ และที่ไม่สาวด้วยอีกคนหนึ่ง เจปรายตามองคนที่หลงกลเสียท่าให้เขาในวันแรกที่เจอ เขาลุกขึ้นเดินไปนั่งตักและใช้มือโอบรอบคอคนที่เอนกายนอนอาบแดดที่ซันเบ้ด

"คุณคิดว่าผมน่ารักจริงๆ เหรอ?"

เขาพยายามปั้นหน้าน่ารักสุดชีวิตและส่งสายตาปิ๊งปั๊งให้ ฆาเบียร์จูบแก้มใสๆ นั้นด้วยความมันเขี้ยว แล้วก็ช้อนร่างของเจขึ้นอุ้มแล้วหย่อนลงน้ำพร้อมกับโดดตามลงไป เจนยุทธโวยลั่นแล้วไล่ถีบคนตัวโตที่พุ้ยน้ำหนีอย่างคล่องแคล่วไม่นานเสียงหัวเราะแล้วเสียงโวยวายก็หยุดลงเมื่อร่างทั้งสองแนบชิดและริมฝีปากประกบกันแน่น


เจหอบหายใจแล้วส่งเสียงเบาๆ อย่างพึงใจ เขาคิดถึงรสจูบนี้จนแทบคลั่ง

"ฆาบี้ใจร้าย"

เขาตัดพ้อ เขาตกลงใจทำตามที่นพแนะนำ เมื่อมีอะไรขุ่นข้องหมองใจ ก็ให้แสดงออกให้อีกฝ่ายรู้จะได้ไม่ต้องเกิดความรู้สึกค้างคา

"ผมคิดถึงคุณมาก ไม่ได้เจอกันตั้งเกือบเดือนครึ่งเลยนะคราวนี้ ผมเหงามากเลย คุณรู้ไหม อยากกินข้าวด้วย อยากกอด อยากหอม อยากเข้านอนพร้อมกัน อยากตื่นเช้ามาเห็นหน้ากัน อยาก..."

เขาทุบเบาๆ ไปที่อกกว้างนั่น แล้วซบหน้าเข้า น้ำตาหยดน้อยๆ ไหลลงมาตามแผงอกหนั่นแน่นนั้น ฆาเบียร์ถอนหายใจ เขาก็รู้ตัวว่ารอบนี้เขาไปนานจริงและเขาก็ดีใจที่เจแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมา เขาดูออกตอนที่คุยกันทางวีดีโอคอลล์ว่าเจนยุทธผิดหวังแค่ไหนแต่ก็ต้องทนฝืนใจทำร่าเริงเพื่อไม่ให้เขาห่วง

"เจของฉัน..."

ฆาเบียร์พูดด้วยเสียงหวานฉ่ำ เขาประคองใบหน้านั้นแล้วใช้นิ้วปาดน้ำตา

"ฉันขอโทษจริงๆ และฉันไม่โกรธถ้าเจจะแสดงทีท่าผิดหวังหรืออะไรออกมา โอเคไหม?"

เขาจูบเบาๆ ที่หน้าผากนวลเนียน

"...ถ้ามีอะไร ขอให้บอกให้พูดกันตรงๆ ได้ไหม?" เจจิ๊ปาก

"ชิ ใครกันแน่ที่ชอบไม่พูดอะไรตรงๆ"

เขาน่ะ ไม่ใช่คนชอบเก็บอมพะนำอะไรหรอก พ่อตัวดีข้างหน้านี่ต่างหาก ความลับเยอะจริงๆ ฆาเบียร์หัวเราะแหะๆ อย่างสำนึกผิดแล้วแกล้งขึ้นขี่หลังคนตัวเล็กกว่าซึ่งเซวูบเพราะน้ำหนักไม่ใช่น้อยของคนตัวใหญ่ เสียงเอะอะลั่นดังขึ้นอีกครั้ง



เจนยุทธเกาะขอบสระดูทะเลที่อยู่ห่างออกไปโดยมีสนามหญ้ากั้นกลาง

"ตลกดีเนาะ คนเรา มาถึงทะเลแล้วแต่กลับมาเล่นน้ำสระแทน"

เขาพูดขึ้นเบาๆ ฆาเบียร์พยักหน้าเห็นด้วย สมัยหนุ่มกว่านี้ ถ้าเขาได้มีโอกาสมาทะเล เขาก็ไม่พลาดที่จะลงไปสัมผัสพื้นทราย ไปว่ายน้ำทะเลให้คลื่นซัดสาดกายให้หนำใจโดยไม่สนใจว่าหาดนั้นจะมีคนแออัดแค่ไหนหรือไม่สนใจว่าจะมีขยะลอยในทะเลแถบนั้นมากขนาดไหน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความคิดคนก็เปลี่ยน หลังๆ มา สำหรับเขา การมาทะเล ถ้าไม่ใช่ต้องทำข้อมูลเพื่อลงในบล็อก เขาแทบไม่ได้ลงสัมผัสน้ำทะเลจริงๆ อย่างมากก็แค่เดินเล่นเรื่อยเปื่อยไปตามชายหาดให้คลื่นแผ่วๆ ซัดสาดเท้าเปล่าเปลือยของเขา หรือแค่จุ่มกายลงให้พอเปียกสักพักหนึ่งแล้วก็ขึ้นมานอนอาบแดดริมหาดแค่นั้น ยิ่งเมื่อหน้าที่การงานเขาหนักขึ้นเขายิ่งใช้เวลาบนชายหาดน้อยลง แต่มาพักผ่อนหย่อนใจในสระส่วนตัวมากขึ้น

"งั้น เราลงทะเลกันไหม?"

ฆาเบียร์ชวนเจ เขามาอยู่สมุยได้นับสัปดาห์แล้วแต่ยังไม่ได้ลงแช่น้ำทะเลเลย เจนยุทธยิ้มกว้าง เขาอยากลงทะเลใจแทบขาดแล้ว ฆาเบียร์ขึ้นจากน้ำและฉุดเจขึ้นมาตาม เขาหันกลับไปหาเจแล้วชะงักไป

"ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ไม่ปงไม่ไปมันแล้ว" ฆาเบียร์ทำหน้าคว่ำ

"อ้าว ได้ไงอ่ะ? ก็ไหนว่าจะลงทะเล"

ฆาเบียร์หน้าง้ำชี้ไปที่ท่อนล่างของเจ เจมองตามแล้วก็หน้าแดง กางเกงเลสีอ่อนเนื้อบางเบาที่เขาใส่อยู่นั้น เมื่อเปียกน้ำมันก็ทั้งบางและแนบเนื้อจนรัดรึงเห็นทุกสิ่งอย่างของเขา ภาพนั้นคงดูเซ็กซี่มากเพราะคนข้างหน้าเขานั้นทำสายตาเหมือนอยากจะถอดมันออกเต็มแก่แล้ว ในกระเป๋าเดินทางที่ทางฮ่องกงเตรียมมาให้ก็เหมือนจะไม่ได้เตรียมกางเกงว่ายน้ำมาให้เขาด้วย

"งั้น...ใส่กางเกงในลงแทนได้ไหมอ่ะ?" เจนยุทธเว้าวอน เขาอยากเล่นน้ำทะเลจริงๆ

"ไม่ได้ มีแต่สีขาว โป๊อยู่ดี"

โหย แล้วทีตัวเองใส่กางเกงว่ายน้ำแนบเนื้อที่คับจนเป้าแทบจะระเบิดอยู่แล้วเขายังไม่เห็นว่าอะไรเลย...แต่ เอ เขาก็ไม่อยากให้หนุ่มๆ หรือสาวๆ แถวหาดมาจ้องเมียตัวโตของเขาเหมือนกัน เจถอนหายใจ เขาก็คงได้แต่ทำใจ

"เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาไปซื้อกางเกงว่ายน้ำที่เซ็นเฟสสมุย โอเคไหม?"

ฆาเบียร์ยื่นข้อเสนอ เจยิ้มกว้างพยักหน้าตกลง

"...แต่ต้องเป็นแบบกางเกงเซิร์ฟเท่านั้นนะ แบบอื่นฉันไม่ยอม" คนขี้หวงสำทับ

"งั้น คุณก็ต้องเปลี่ยนเป็นแบบเดียวกัน เพราะไอ้กางเกงว่ายน้ำแบบนี้ผมไม่ยอมให้คุณใส่ไปเดินหาดแน่"

เจมองตาคว่ำ ฆาเบียร์ก้มลงมองตามแล้วก็หัวเราะออกมา แหม ก็เห็นเจในกางเกงบางเบาที่เปียกโชกแนบเนื้อแบบนี้ส่วนสงวนของเขาก็อดมีปฏิกริยาไม่ได้ มันแทบจะพุ่งทะลุกางเกงว่ายน้ำออกมาอยู่แล้ว เขาตอบตกลง

"ขี้หวงเหมือนกันนะเรา" เขากระเซ้าคนตัวเล็ก

"เออ หวงสิวะ เมียแบบนี้มีอยู่คนเดียว แร่ดอีกต่างหากไม่เก็บไว้ดีๆ รับรองโดนคาบไปกินแน่"

เจบ่นอุบอิบเป็นภาษาไทย ซึ่งฆาเบียร์ยิ้มกริ่ม เขาฟังออกแต่คำว่า เมีย และ แร่ด แต่ก็พอจะดูออกจากท่าทางว่าหมายความประมาณไหน

"งั้นเราไปอาบน้ำอาบท่ากันเถอะ เดี๋ยวขึ้นไปที่ล็อบบี้กัน ห้องนี้รวมสิทธิประโยชน์แบบคลับมาด้วย ซึ่งก็คือได้ค้อกเทลฟรีพร้อมคานาเปตั้งแต่ช่วง 6 โมงถึง 2 ทุ่ม เราขึ้นไปดื่มดูพระอาทิตย์ตกดินกันก่อนแล้วช่วงทุ่มค่อยลงไปกินข้าวกัน โอเคไหม?"

เจพยักหน้า ถ้าเรื่องกินเขาโอเคหมดแล้ว ทั้งสองจูงมือกันเข้าห้องเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัว


ห้าโมงครึ่ง รถบักกี้มารับทั้งสองจากจุดรอรถใกล้ๆ ห้องขึ้นไปยังล็อบบี้ เจนยุทธชำเลืองมองฆาเบียร์ วันนี้เมียของเขาแต่งตัวดีอีกตามเคย เขาใส่กางเกงชิโน่สีครีมพับขาขึ้นเล็กน้อยกับรองเท้าหนังลำลองสีน้ำตาลยี่ห้อทอดส์ ท่อนบนเขาใส่เสื้อฮาวายสีน้ำเงินลายต้นปาล์มไซส์พอดีตัวและพับแขนขึ้นให้เห็นไบเซ็บที่งามสมบูรณ์ เจมองอย่างหมั่นไส้ ถ้าหุ่นไม่ดีใส่เสื้อฮาวายลายพร้อยแบบนี้ออกมาได้ดูเท่ยากจริงๆ สำหรับเขาหลังจากคุ้ยกระเป๋าเสื้อผ้าที่ทางฮ่องกงเตรียมไว้ให้ก็ได้กางเกงยีนส์ทรงเบอร์มิวด้ายาวเท่าเข่าสีซีดเล็กน้อยกับเสื้อยืดขาวเนื้อบางเบามา และคลุมทับด้วยเสื้อเชิร์ตบางๆ สีฟ้าพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ตอนแรกฆาเบียร์ดูไม่ค่อยสบอารมณ์ที่เขาดึงๆ คอเสื้อยืดจนย้วย

"นี่ถ้าก้มก็เกือบจะเห็นหัวนมอยู่แล้วนะ"

คนตัวโตบ่นอุบอิบ เจเกาหัวแกรก เขาเป็นผู้ชายจะต้องกลัวใครเห็นหัวนมทำไมกัน? สุดท้ายฆาเบียร์ยอมให้เขาใส่ชุดนี้เพราะไม่อย่างนั้นเขาจะบังคับฆาเบียร์ให้กลัดกระดุมเสื้อจนถึงคอ พ่อคุณที่กลัวคนอื่นโป๊นั้นก็ชอบโชว์กล้ามอกที่อุตส่าห์เสียเวลาเพาะมาเหมือนกัน วันนี้เขาปลดกระดุมลงไม่ใช่แค่ 2 แต่ 3 เม็ดโดยอ้างว่าร้อน มันฟังขึ้นไหม?


(ต่อคอมเมนท์ล่าง ตัวหนังสือเกินอีกแล้วค่า)


----------------------------------------------------------------

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2017 23:13:36 โดย La Vida Sin Tu Amor »

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- จอชจอมยุ่ง ----

(ต่อ)




เมื่อถึงล็อบบี้ พนักงานเดินนำทั้งสองไปยัง Air Bar ซึ่งอยู่ต่ำลงไปจากล็อบบี้เล็กน้อย

"ที่นี่ช่วงเย็นคนอาจจะเยอะเพราะเขามานั่งจิบดื่มชมพระอาทิตย์ตกดินกันน่ะ เราเลยต้องรีบมาเร็วหน่อย"

ฆาเบียร์ตอบเจนยุทธที่บ่นว่าจะต้องมานั่งตากแดดร้อนๆ กันทำไมตั้งแต่ยังไม่หกโมง พวกเขานั่งลงที่บาร์ยาวริมระเบียง ด้านหน้าของพวกเขาคือทิวทัศน์ของทะเลที่เวิ้งว้าง มีเกาะ 5 เกาะเรียงรายกันดูงามแปลกตา ดวงอาทิตย์กำลังเริ่มคล้อยต่ำลงตามลำดับ หากแดดที่ยังร้อนแรงก็ยังทำให้เจนยุทธนั้นเหงื่อซึมจนอดบ่นไม่ได้ออกมา เขาเป็นคนไทยนะ ร้อนแบบนี้ถ้าอยู่ที่บ้านเขาก็คงเปิดแอร์แล้วมุดหัวนอนบนเตียงแล้ว ไม่มาตากแดดหน้าดำแบบนี้หรอก

เมื่อได้เวลา พนักงานก็ยกเมนูเครื่องดื่มและคานาเป้มาให้เลือก แก้วแรกของเจและฆาเบียร์เลือกเป็นโพรเซ็คโค่ซึ่งเป็นคำเรียกสปาร์คลิ่ง ไวน์จากอิตาลี

"¡Salud!"

ฆาเบียร์พูดคำภาษาสเปนที่เทียบกับคำว่า "Cheers" ในภาษาอังกฤษ

"ดื่ม!"

เจนยุทธพูดคำภาษาไทยที่มีความหมายแบบนั้น จริงๆ แล้วถ้าในวงเหล้าเพื่อนฝูงเขาคงพูดคำว่า "ชน!" มากกว่า แต่มันฟังดูเป็นวงเหล้าขาวเกินไปและไม่เหมาะสมกับแก้วแชมเปญฟลูทที่อยู่มือเขาตอนนี้

ทั้งคู่ยกแก้วขึ้นดื่ม ฆาเบียร์วางแก้วแล้วทำหน้าจริงจังพูดกับเจ

"เจ เอ่อ ที่จริงวันนี้เป็นวัน..."

"ฆาบี้!"

เสียงสดใสเรียกชื่อฆาเบียร์จากด้านหลังของทั้งสองคน ฆาเบียร์หันไปมองแล้วยิ้มกว้างจากนั้นลุกขึ้น เจนยุทธมองตามและเห็นหนุ่มใหญ่ชาวต่างชาติใบหน้าหล่อเฉียบแต่งตัวในชุดทำงานเดินเข้ามาหาและเข้ามากอดฆาเบียร์แน่น ฆาบี้หัวเราะลั่น

"ไง จอช ได้เจอตัวกันซะทีนะ"

ฆาเบียร์ทักทายอดีตรูมเมท เมื่อวานตอนเขาเข้าเช็คอินเป็นวันหยุดของจอชพอดี เขาเลยได้แต่โทรคุยกันเรื่องดินเนอร์ในวันนี้ หลังจากถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันแล้ว ฆาเบียร์ก็เรียกจอชให้มาเจอเจ

"จอช ฉันขอแนะนำให้รู้จัก นี่เจนยุทธ ภัทรปรีดา...เจ เอ่อ ของฉัน"

เจที่มัวแต่มองตามอดีตรูมเมทของฆาเบียร์ไม่ได้ใส่ใจกับคำห้อยท้ายที่ฆาเบียร์พูด

"สวัสดีครับ ผมโจชัว วีลเลอร์ เรียกผมจอชแบบที่ฆาบี้เรียกก็ได้ครับ"

จอชยื่นมือมาทักทายเจซึ่งจับมือตอบอย่างเป็นงาน เขาแอบสังเกตดูจอช ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูเนี้ยบและเกลี้ยงเกลา เครื่องหน้าของจอชดูออกไปทางคนที่มีเชื้อสายชาวยุโรปเหนือมากกว่าไม่ได้คมเข้มแบบละติโน่เหมือนฆาเบียร์ ผมสีทองเข้มนั้นถูกหวีเสยไว้อย่างดี ร่างของจอชสูงพอๆ กับฆาเบียร์ซึ่งสูง 180 ต้นๆ แต่เพรียวบางกว่ามาก

"ผมว่าผมเคยเห็นคุณที่ไหนมาก่อนนะ เจย์"

จอชออกเสียงเรียกชื่อเจแบบภาษาอังกฤษ Jay

"ไม่ต้องเลย ฉันรู้ว่านายเข้าไปดูเพจฉันมาแล้ว ฉันเห็นนายกดไลค์รูปฉันกับเจตั้งหลายรอบ"

ฆาเบียร์โอบคอเพื่อนหนุ่มแล้วโน้มลงขยี้หัว ตอนเป็นรูมเมทกันเขาเล่นแบบนี้กับมันบ่อยๆ

"เอ่อ...พวกคุณสนิทกันดีจัง" เจพูดออกมา

"ครับ พวกผมเป็นรูมเมทกันอยู่สองปีจนกระทั่งผมย้ายออกตอนก่อนขึ้นปี 3"

จอชพูดยิ้มๆ ปีแรกน่ะเป็นรูมเมทกันเฉยๆ แต่ปีที่ 2 น่ะ แทบจะเรียกว่าเป็นเซ็กส์เฟรนด์กันอยู่เกือบทั้งปี ฆาบี้รีบกระแอมไอออกมาดังๆ เขาล่ะกลัวจริงๆ ว่าจอชจะหลุดพูดอะไรที่ทำให้ไอ้ตัวเล็กของเขาเข้าใจผิด จอชทำเมินฆาเบียร์แล้วหันไปเล่าสารพัดวีรกรรมของฆาเบียร์ให้เจที่ยิ้มแห้งๆ ฟัง ฆาบี้รีบฉุดไม้ฉุดมือจอชออกมาให้ห่างเจ แล้วพูดนัยว่าจะคุยเรื่องดินเนอร์เย็นนี้


"เฮ้ย! ปล่อยเดี๋ยวนี้"

เสียงใหญ่ห้าวดังขึ้นมาจากด้านหลังของทั้งสามคน เมื่อหันไปเจก็ต้องตกใจกับชายเชื้อสายละตินหน้าเข้มร่างใหญ่เหมือนหมี ที่ยืนทะมึนอยู่ด้านหลัง ร่างนั้นน่าจะสูงเกิน 190 เซ็นต์เป็นแน่แท้

"ไอ้นันโด้!"

ฆาเบียร์แค่นเสียงเมื่อเจอคู่ปรับเก่าร่างใหญ่คนนี้ เขาปล่อยมือจอชแล้วเดินอาดๆ เข้าไปประจันหน้ากับร่างใหญ่ยักษ์นั้นก่อนที่จะหัวเราะให้กันแล้วกอดกันแน่น

"ไงวะมึง ยังหวงแฟนเหมือนเดิมนะ"

ฆาเบียร์ชกเฉี่ยวๆ เข้าที่คางของอดีตคู่ปรับตัวโต แม้เขาจะเคยเขม่นกันตอนช่วงเรียน แต่ความที่นักศึกษาเชื้อสายละตินแถวนั้นมีน้อย สุดท้ายแล้วก็ต้องสนิทกันเป็นเรื่องธรรมดา ถึงนันโด้เคยมาเกาะแกะนพในงานเลี้ยงก่อนปิดภาคแต่นั่นก็เพื่อเป็นการกวนประสาทฆาเบียร์ซึ่งเขาคิดว่าจอชยังมีใจให้อยู่ แต่พอเห็นว่าฆาเบียร์ไม่ได้มีทีท่าสนใจจอชและปักใจอยู่แต่กับนพก็คลายความเป็นศัตรูกันลง สุดท้ายก็ติดต่อกันมาเป็นระยะหลังจากเรียนจบ

จอชและนันโด้นั่งลงข้างเจนยุทธและฆาเบียร์ ฆาบี้ส่งกระเป๋าไวน์ที่ได้มาจากคริสให้จอชซึ่งเปิดดูแล้วทำตาโตเช่นกัน

"ที่บอกไว้เมื่อเช้าน่ะ ตั้งทิ้งไว้ก่อนดีแคนติ้งซัก 2-3 ชั่วโมงนะ มันเก่ามากแล้ว ก็คงพอดีกินข้าวไปได้สักครึ่งทาง ฝากด้วยนะ รักษายิ่งชีพนะเว้ย"

จอชรับคำ เขาเดินเอาไวน์ไปส่งให้พนักงานที่ดูอาวุโสที่สุดในนั้นและสั่งตามนั้น เจนยุทธขมวดคิ้ว ไวน์อะไรต้องใช้เวลาก่อนดีแคนติ้งซึ่งทำเพื่อรอให้มันตกตะกอนตั้ง 2-3 ชั่วโมง?

คนทั้งสี่นั่งคุยกันพร้อมรอดูพระอาทิตย์ตกเหนือหาดตลิ่งงาม จอชและนันโด้แสดงความเสียใจกับฆาเบียร์เรื่องพ่อแม่ ถึงจะติดต่อกันเป็นระยะๆ แต่ฆาเบียร์แทบไม่เคยเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังเท่าไหร่ แต่ประวัติของฆาเบียร์ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะพร้อมๆ กับการเข้ารับตำแหน่งบริหารของเขา

"นี่ฉันติดต่อกับทางเว็บของนายมาตลอดตั้งแต่ที่โรงแรมเก่าจนกระทั่งที่นี่ นายก็ยังไม่เคยบอกฉันเลยว่านายเป็นผู้ถือหุ้น แสบจริงๆ"

จอชหัวเราะ เขาแซวว่าเขาน่าจะใช้สิทธิ์ "เพื่อนเก่าแก่" ในการดีลกับทางเว็บ ฆาบี้หัวเราะเจื่อนๆ และหวังว่าจอชจะไม่หลุดพูดอะไรเรื่องอดีตออกมา เจนยุทธได้แต่นั่งยิ้มฟังเพื่อนเก่าสามคนคุยกันพลางชมตะวันที่คล้อยต่ำลงจนทำให้ขอบฟ้ามลังเมลืองไปด้วยแสงสีส้มทอง ทางนันโด้กับฆาเบียร์ก็หลุดคุยกันเป็นภาษาสเปนหลายครั้งจนจอชต้องดุแฟนหมีของเขาว่าให้พูดภาษาอังกฤษ


พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วทิ้งไว้แต่แสงสีชมพูอันงดงาม จอชกับนันโด้ขอตัวไปกินมื้อค่ำและปล่อยให้เจและฆาเบียร์มีเวลาส่วนตัว

"สนิทกันน่าดูเลยนะ คุณกับจอชเนี่ย นี่ถ้าไม่มีนันโด้มาด้วยผมคงนึกว่าพวกคุณยังชอบพอกันอยู่"

เจพูดโดยไม่มองหน้าฆาเบียร์ สายตาเขาเหม่อมองดูท้องฟ้าที่ฉาบไปด้วยสีส้มปนชมพู ฆาเบียร์ยื่นมือไปกุมมือเจ

"ไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอกเจ ระหว่างฉันกับจอชในตอนนั้นมีแค่เรื่องเซ็กส์เท่านั้น"

ในส่วนของเขาน่ะใช่ แต่จอชนั้นคิดกับเขามากกว่านั้นแน่นอนถึงได้ทำใจไม่ได้ที่จะเห็นเขากับคนอื่นอีกมากหน้าหลายตาและย้ายออกจากห้องเขาไปทันทีที่นันโด้เข้าหา หากเขาไม่มีทางพูดเรื่องนี้ให้เจนยุทธฟังแน่ๆ

เจหันหน้ามาหาฆาเบียร์

"แล้วเราล่ะ ฆาบี้ มันมีแค่เรื่องเซ็กส์หรือเปล่า?"

ฆาเบียร์อึ้งไป แต่ก่อนที่เขาจะทันตอบอะไร คุณสุ บัทเลอร์สาวก็เข้ามาบอกว่าโต๊ะดินเนอร์พร้อมแล้ว เชิญทั้งสองคนลงไปได้ ฆาเบียร์ไม่เคยรู้สึกขอบคุณที่โดนขัดจังหวะมากเท่ากับตอนนี้


] (ftp://www.picz.in.th/images/2017/09/04/sunsets.jpg[/img)


ทั้งคู่นั่งรถบักกี้ลงไปยังจุดจอดรถ บัทเลอร์สาวพาเขาไปยังจุดที่เงียบสงบและปลอดคนแห่งหนึ่งบนแนวชายหาดของโรงแรม ณ ที่นั้นมีโต๊ะอาหารที่ถูกจัดไว้อย่างงดงามตั้งอยู่ภายใต้เสาไม้สี่เสาที่คลุมไว้ด้วยผ้าขาวบางพริ้วจนเหมือนเป็นกระโจม ใต้เสาไม้แต่ละเสามีตะเกียงแบบโมรอคโคตั้งอยู่ ใกล้ๆ กันนั้นมีไต้ขนาดใหญ่ที่จุดไฟลุกโชนหลายอันปักอยู่บนพื้นทรายเพื่อให้แสงสว่าง โต๊ะถูกตกแต่งด้วยดอกไม้อย่างสวยงามและมีกลีบดอกไม้โปรยปรายอยู่รอบๆ ภายนอกกระโจมมีโต๊ะยาวพร้อมเตาบาบีคิวขนาดกะทัดรัด มีพ่อครัวคอยย่างให้ตามสั่งพร้อมพนักงานเสิร์ฟอีก 1 คน เจนยุทธอึ้งไปถึงความหรูหรา ตอนแรกเขานึกว่าจะเป็นแค่โต๊ะ เก้าอี้บนหาดแค่นั้น บรรยากาศแบบนี้เหมือนการเฉลิมฉลองหรือจะขอแต่งงานกันเลยก็ไม่ปาน เขาหน้าแดงเมื่อนึกถึงอย่างหลัง หวังว่าฆาบี้จะไม่ทำอะไรแผลงๆ แบบนั้นนะ

ทั้งสองคนลงนั่งบนเก้าอี้ ที่จริงแล้วจุดนี้ก็เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ตกดิน แต่ฆาเบียร์ยืนยันว่าดูจากบาร์ด้านบนสวยกว่าแน่นอน อีกทั้งพวกเขายังกะจะรอคริสซึ่งจะลงเครื่องเวลาสองทุ่มโดยประมาณ ในตอนแรกฆาเบียร์ถามเจว่าอยากจะกินข้าวที่บนหาดหรือบนสะพานเทียบเรือซึ่งทอดยาวไปในทะเล เจนยุทธตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่าบนหาด เหตุผลที่เจให้นั้นทำให้ฆาเบียร์ยิ้มอย่างปลื้มใจ

"สะพานมันยาว แถมต้องขึ้นบันไดอีกหลายขั้น ถ้าอาปามาทีหลังก็ต้องเดินเหนื่อย กินบนหาดก็ได้ง่ายดี"

จิตใจแบบนี้ของเจนยุทธนี่แหละที่ทำให้ฆาเบียร์หลงใหลในคนตัวเล็กนี้จนหัวปักหัวปำ แล้วเมื่อไหร่กันนะที่คนๆ นี้จะรู้ตัวสักทีว่าตัวเองพิเศษแค่ไหน?


พนักงานเสิร์ฟยกแชมเปญ Veuve Clicquot Le Grande Dame ปี 2004 ที่แช่ในถังน้ำแข็งจนเย็นเฉียบมาให้

"ผมไม่ได้สั่งนะ"

ฆาเบียร์บอกอย่างงงๆ พนักงานตอบว่าเป็นอภินันทนาการจากคุณโจชัวหรือจอชนั่นเอง

แชมเปญขวดนี้เข้ากันได้ดีกับอาหารทะเลอย่างกุ้งมังกรภูเก็ต กุ้งลายเสือ กุ้งแชบ๊วย ปลาหมึก ปลากระพงย่างในใบตอง หอยนานาชนิดที่ถูกย่างส่งออกมาเติมเต็มกระเพาะของเจนยุทธ นอกจากอาหารทะเลแล้วยังมีเนื้อวากิวออสเตรเลีย เนื้อแกะและไก่อีกด้วย เจเพลิดเพลินไปกับอาหารรสโอชาจนลืมเรื่องที่กังวลไปเสียสนิท ฆาเบียร์ก็กินได้มากกว่าปกติเพราะมีเจอยู่ด้วย ทั้งคู่ต่างอิ่มเอมไปกับอาหารทะเลรสเลิศที่เสิร์ฟออกมาไม่อั้้นจนสุดท้ายกระทั่งเจก็ยังขอยอมแพ้ เขาจิ้มหางล็อบสเตอร์ตัวสุดท้ายเข้าปากพร้อมทำหน้าฟิน คืนนี้เขานอนหลับสบายแน่ๆ

แชมเปญพร่องลงไปกว่าครึ่งขวดแล้วเมื่อเสียงเพลงอันไพเราะจากไวโอลินดังขึ้น จอชเดินยิ้มเข้ามาพร้อมกับเสียงเพลง Salut D'Amour ของ Elgar ตอนเป็นนักศึกษาแม้จะเรียนสายบริหารธุรกิจแต่จอชก็ยังเป็นนักไวโอลินฝีมือเยี่ยมของวงออเคสตร้าในวิทยาลัยน้อยๆ ที่เด่นด้านดนตรีนี้

เจและฆาเบียร์ตบมือเมื่อท่อนโซโล่ยาวสามนาทีนั้นจบลง จอชยังเล่นต่ออีกสองสามเพลงก่อนที่พนักงานเสิร์ฟจะค่อยๆ ดับไฟที่หน้ากระโจมจนเหลือแต่แสงเทียนบนโต๊ะ เพลงสุดท้ายที่จอชเล่นนั้นคุ้นหูเจ มันคือเพลงแฮ้ปปี้ เบิร์ธเดย์ เมื่อเพลงจบ พนักงานเสิร์ฟก็ยกเค้กช็อคโกแลตก้อนย่อมๆ เข้ามา พร้อมกับขวดไวน์ที่คริสให้มาและดีแคนเตอร์หรือขวดพักไวน์ พนักงานวางขวดดีแคนเตอร์ไว้บนโต๊ะและค่อยๆ เทไวน์ลงไปอย่างเบามือเพื่อไม่ให้ตะกอนที่กองอยู่ก้นขวดหลุดรอดลงไปในนั้น


เจหันไปมองหน้าฆาบี้ผู้ทำหน้าแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแล้วมองที่เค้ก บนนั้นเขียนว่า

"Happy 40th Birthday, Javi"

เจนยุทธมองหน้าฆาเบียร์ซึ่งกลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอ เขาเดาใจไอ้ตัวเล็กไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ จอชผู้ไม่รู้อะไรเลยกล่าวสุขสันต์วันเกิดฆาเบียร์ด้วยเสียงสดใส เขาบอกว่าเขานึกได้เมื่อเห็นปีที่ขวดไวน์ว่าวันนี้คือวันเกิดของฆาเบียร์ เจหันไปมองขวดไวน์ เหอะๆ มันคือ La Tache ไวน์เบอร์กันดีที่เป็นตัวรองท็อปจากผู้ผลิตไวน์ที่แพงที่สุดในโลกอย่าง Romanée-Conti​  ตัว La Tache เองก็ถือเป็นไวน์ราคาแพงระยับที่มีคนตามหามากที่สุดขวดหนึ่งของโลก ไวน์ขวดนั้นเป็นวินเทจ 1977 ซึ่งเป็นปีเกิดของฆาเบียร์

ฆาเบียร์หันไปกระซิบอะไรบางอย่างกับจอช

"ชิบ...!"

จอชหลุดปากอุทานออกมา เขายืนหันรีหันขวางแล้วรีบขอตัวไปอย่างด่วนพร้อมกับเรียกคนอื่นๆ ไปด้วย ทิ้งพนักงานเสิร์ฟไว้แค่คนเดียวที่ลนลานจุดไฟที่ไต้จนสว่างไปทั่วบริเวณ


-----------------------------------------------------------------------------

โอ้ จอช!!!!

เพลง Salut D'Amour ของ Elgar ที่จอชเล่นค่ะ เห็นในคอมเมนท์บอกว่าเวอร์ชั่นนี้ยังเล่นเร็วไปหน่อย แต่ไม่เป็นไร คนเขียนชอบหน้าตาคนเล่นเป็นการส่วนตัวค่ะ แหะๆๆๆ https://goo.gl/WwrzDr

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2017 23:15:00 โดย La Vida Sin Tu Amor »

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
โธ่จอช แย่งซีนฆาร์เบียร์เสียแล้ว

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1



---- ของขวัญ ----



"วันนี้เป็นวันเกิดคุณเหรอ ฆาเบียร์?"

เจนยุทธพูดนิ่งๆ ตาของเขารื้นไปด้วยน้ำตา ทำไมฆาบี้ไม่เคยบอกเขาเลย

"ผม...ผมยังไม่มีอะไรให้คุณเลย"

เจก้มหน้าลง เขานี่ช่างไม่รู้อะไรเลย ฆาบี้กุมมือทั้งสองของเจไว้

"แค่เจมาที่นี่ก็เป็นเหมือนของขวัญให้ฉันแล้วนะ ที่ฉันไม่บอกก็เพราะตอนแรกกะไปบอกและฉลองกับเจสองคนที่เชียงใหม่ แต่ก็ดันมีงานเข้ามาซะนี่"

ฆาเบียร์กุมขมับ แต่ก่อนที่เขาจะทันพูดอะไรอีกก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา ริคกี้เดินนำคริสเข้ามายังกระโจมน้อยๆ ริมหาด ฆาเบียร์รีบลุกไปหาอาปาของเขา ระฆังพักยกมาช่วยเขาไว้พอดี  พนักงานเอาเก้าอี้ที่เตรียมไว้แล้วมาเสริมให้ คริสลงนั่งและรับไหว้เจนยุทธแล้วหันไปถามฆาเบียร์ด้วยสีหน้ายิ้มๆ

"ไง ฆาบี้ เจ ได้ไวน์ของอาปาหรือยัง นี่อาปาเก็บไว้หลายปีเลยนะเพื่อเอามาเปิดในวันพิเศษของลูก หายากมากเลยนะรู้ไหม เขาว่าปีนี้มันเป็นปีที่ไม่ค่อยดีของไวน์ฝรั่งเศส แต่ไหนๆ มันก็เป็น La Tache ที่เป็นไวน์โปรดของลูก สุดท้ายก็หามาจนได้"

คริสที่ช่างพูดเป็นพิเศษในคืนนี้ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย หน้าที่จ๋อยอยู่แล้วของเจนยุทธยิ่งสลดลงอีก เขากับฆาเบียร์นี่รู้จักกันแค่ผิวเผินจริงๆ สินะ ดูสิ วันเกิดของฆาเบียร์เขาก็ยังไม่รู้เลย

"ผมยังไม่ได้ชิมเลยครับ ก็ว่ากำลังจะลองเหมือนกัน ดีที่อาปามาพอดีจะได้ดื่มด้วยกันเลย พวกผมเพิ่งกินแชมเปญหมดไปขวดหนึ่ง ต่อไวน์อีกขวดก็จะเยอะไปหน่อย อาปากินข้าวมาหรือยังครับ?"

คริสตอบว่าเขากินบนเครื่องมาแล้ว ฆาเบียร์กวักมือเรียกริคกี้ที่ยืนอยู่ห่างๆ ให้มานั่งด้วยกัน ตอนนี้เขาต้องการกำลังเสริม ยิ่งคนมากยิ่งดี ริคกี้นั่งลงอย่างเกรงใจ แล้วหันไปทักทายเจ เจนยุทธทักตอบอย่างสนิทสนม ใบหน้าของเจดูแช่มชื่นขึ้นเล็กน้อย ฆาเบียร์พยายามข่มใจไม่ให้ออกอาการหวงคนตัวเล็กที่ดูจะคุยกับคนวัยเดียวกันอย่างเลขาหนุ่มของเขาอย่างออกรสออกชาติ



"เกิดอะไรขึ้น ทำไมบรรยากาศดูตึงเครียดพิกล?"

คริสแอบกระซิบถามเป็นภาษากวางตุ้ง ฆาเบียร์ถอนหายใจแล้วเล่าให้ฟังเบาๆ คริสจุ๊ปาก ไอ้ลูกชายคนนี้ก็เหลือเกิน เรื่องสำคัญแบบนี้ทำไมไม่บอกเจ หรืออย่างน้อยควรจะบอกตัวเขาจะได้ไม่ต้องแพลนอะไรให้แบบนี้

"เอ่อ เป็นอย่างไรบ้าง เจ อาหารอร่อยไหม? เห็นฆาบี้บอกว่ากินบาบีคิวกันนี่?"

คริสถาม เจนยุทธที่เริ่มยิ้มออกตอบว่าอร่อย แล้วจาระไนว่าเขากินอะไรบ้าง คริสแย้มยิ้ม

"ดีนะที่ปีนี้มีเจมากินข้าวกับพวกเราด้วย วันเกิดของฆาบี้ทุกปีก็จะมีอาปากับฆาบี้กินข้าวกันแค่สองคน อาปาก็รออยู่ว่าเมื่อไหร่จะมีคนที่ 3 มากินด้วยซักที"

เจนยุทธนั่งก้มหน้างุด คริสพูดต่อ

"ปีนี้พอดีมีงานติดพัน อาปาเลยเห็นว่าไหนๆ ก็ไหนๆ เราก็เลยน่าจะถือโอกาสมาฉลองวันเกิดฆาบี้พร้อมกัน 3 คน ที่โรงแรมสวยๆ แบบนี้ เจชอบที่นี่ไหม?"

เจนยุทธบอกว่าชอบ ซึ่งเขาก็ชอบจริงๆ ทุกอย่างมันลงตัวไปหมด คริสซ่อนยิ้ม เขากำลังหาทางออกให้ไอ้ลูกชายตัวดีของเขา

"...แต่อาปาไม่รู้ว่าจริงๆ ว่าฆาเบียร์เขามีแผนจะทิ้งอาปาไปฉลองกับเราแค่ 2 คนที่เชียงใหม่ ถ้ารู้นะ อาปาจะไม่ให้เขาอยู่สมุยต่อหรอก"

เจนยุทธทำตาโต เขาหันไปดุฆาเบียร์เรื่องที่จะทิ้งคริสมาฉลองกับเขา ฆาเบียร์ทำท่ากลัวแต่ก็ชุ่มชื่นหัวใจที่อย่างน้อยเจก็ยอมคุยกับเขาแล้ว

"ฉันขอโทษที่ไม่ได้บอกเจก่อน ฉันกะให้มันเป็นเซอร์ไพรส์"

เขากุมมือเจนยุทธ แล้วหันไปก้มหัวขอบคุณอาปาที่หาทางลงให้เขา

"อย่าโกรธฉันเลยนะเจ"

ฆาเบียร์มองลึกไปในตาเจด้วยสายตาเว้าวอน เจถอนหายใจ ใครจะไปต้านทานสายตาทรงพลังคู่นี้ได้



"ไม่ต้องกังวลหรอก เจ ฆาบี้เขาไม่ได้ต้องการของขวัญมีค่าอะไรหรอก สำหรับเขาแล้ว การได้อยู่พร้อมหน้าครอบครัวสำคัญที่สุด ใช่ไหม?"

คริสหันไปถามลูกชายตัวดี พร้อมลุ้นให้ฆาบี้ตอบออกมาดีๆ

"ใช่ สำหรับฉัน การที่ได้นั่งกินข้าว นั่งดื่ม ได้พูดคุยร่วมกันกับเจกับอาปาแบบนี้มันคือของขวัญที่วิเศษกว่าไวน์แพงๆ หรือของขวัญชิ้นเลิศใดๆ ในโลกนี้นะ"

พูดจบ ฆาเบียร์ก็แอบขโมยจูบจากริมฝีปากรูปกระจับสีแดงระเรื่อของเจที่นั่งอยู่ข้างๆ เขา

"แค่ได้ทำแบบนี้ก็ชื่นใจแล้ว..."

คนตัวโตทำหน้ากรุ้มกริ่ม​ เจนยุทธหน้าร้อนวาบ คนหน้าไม่อาย อาปานั่งอยู่ตรงนั้นแท้ๆ คริสหัวเราะร่า



"เอา ไหน ฆาบี้ รินไวน์มาหน่อยซิ มันน่าจะใช้ได้แล้วนะ"

ฆาเบียร์ยกมือห้ามพนักงานที่ทำท่าจะช่วยรินให้ แล้วจัดการรินไวน์จากดีแคนเตอร์ใส่แก้วเบอร์กันดีที่กลมใหญ่กว่าแก้วไวน์แดงปกติ เขารินเพียงเล็กน้อยให้คริสกับตัวเองเพื่อชิมก่อน ทั้งคู่แกว่งแก้วเพื่อดูและดมกลิ่นไวน์อย่างชำนาญก่อนจะยกขึ้นชิม ฆาเบียร์ขมวดคิ้ว

"อืมม์ ไวน์แดงยุโรปปี 1977 นี้มันไม่ค่อยอร่อยจริงๆ ครับ อาปา" คริสพยักหน้าเห็นด้วย

"...คือมันก็ไม่ถึงกับแย่นะ แต่ถ้าเทียบกับไวน์ตัวเดียวกันจากปีอื่นที่ฉันเคยกิน มันสู้ไม่ได้ ทั้งกลิ่น รส อะไรพวกนั้น แต่ถ้าเทียบว่ามันมาจากปี 1977 ที่เป็นปีที่ไวน์แดงโซนยุโรปห่วยแตกที่สุดแล้วก็ยังนับว่าดีเกินคาด"

เขาหันไปตอบคำถามเจที่ว่ามันแย่จนกินไม่ได้เลยเหรอพร้อมกับเทไวน์จำนวนมากขึ้นให้กับตัวเอง คริส เจแล้วก็ริคกี้ที่ตอนแรกปฏิเสธลั่นด้วยความเกรงใจแต่ก็ถูกบังคับให้รับไป เจนยุทธชิมดู เขาก็ว่ามันไม่ได้แย่อะไร ความหอมแบบไวน์เบอร์กันดียังคงอบอวล มันให้รสแบบผลไม้ปานกลางก่อนจะทิ้งรสเครื่องเทศจางๆ ไว้ในปาก สำหรับเจแล้ว นี่นับเป็นไวน์รสเลิศที่สุดขวดหนึ่งที่เขาเคยกิน


"ตอนแรกอาปาลังเลว่าจะเลือก Petrus หรือขวดนี้มาดี เพราะได้ยินว่าสำหรับปี 77 เปตรุสดีกว่า แต่ก็เลือกเอาที่ลูกชอบแล้วกัน"

ฆาเบียร์นึกโล่งใจว่าอย่างน้อยอาปาไม่ได้คิดจะหาไวน์ราคาเกือบครึ่งล้านอย่าง Romanée-Conti​ มาให้

"...แต่อาปานึกแล้วว่าไวน์ขวดนั้นต้องไม่ได้เรื่องเลยหาอีกขวดที่เวิร์คแน่ๆ มาให้"

คริสให้ริคกี้หยิบกล่องสีทองอร่ามของแชมเปญชื่อดังอย่าง Louis Roederer Cristal Brut Millesime ออกมา

"ขวดนี้ก็วินเทจ 1977 แต่รับรองว่าออกมาดีกว่าพวกไวน์แดงแน่"

ฆาเบียร์กรอกตา อาปาเขานี่สายเปย์จริงๆ ลา ตาชขวดเมื่อครู่นี้ก็น่าจะเกือบ 1,500 ดอลล่าร์สหรัฐฯ แล้วไหนจะคริสตาลอีก ริคกี้ส่งแชมเปญราคาเกือบ 1,000 ดอลล่าร์ขวดนั้นให้พนักงานเอาไปแช่ให้เย็นเฉียบ ทั้งสี่คนนั่งดื่มไวน์เบอร์กันดีกันต่อ เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะๆ สำหรับฆาเบียร์แล้วนี่เป็นวันเกิดที่ยอดเยี่ยมที่สุดนับตั้งแต่พ่อแม่ของเขาจากไป



ไวน์แดงหมดแล้ว ก็ถึงเวลาเปิดแชมเปญขวดที่สองของวัน ฆาเบียร์ที่เริ่มหน้าตึงๆ ยืนขึ้นดีดจุกขวดไม้คอร์กของแชมเปญคริสตาลเปิดดังปังท่ามกลางเสียงเชียร์ของเจและริคกี้ที่หน้าแดงแจ๋เพราะฤทธิ์ไวน์ เขารินแชมเปญแจกทุกคนและชนแก้วกัน ผู้เฒ่าคริสที่ดื่มเพียงเล็กน้อยนั่งมองบรรดาเด็กรุ่นใหม่ที่เป็นเหมือนลูกหลานของเขาด้วยความสุขใจ เมื่อแชมเปญพร่องไปได้เล็กน้อย คริสก็ขอตัวกลับห้องโดยมีริคกี้ตามไปส่งนายท่านที่เป็นเหมือนผู้ให้ชีวิตใหม่แก่เขา ทั้งคู่พักที่ห้อง Club Panoramic Ocean Suite ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาต่ำลงมาจากล็อบบี้หนึ่งชั้น ริคกี้ผู้เจียมตัวนอนที่โซฟาแม้ผู้เฒ่าคริสจะอนุญาตให้ขึ้นมานอนบนเตียงใหญ่ด้วยได้ก็ตาม

ฆาเบียร์และเจนยุทธเองก็กลับไปที่ห้องของตน ทั้งคู่เดินไปบนชายหาดที่น้ำเริ่มขึ้นสูง น้ำทะเลซัดสาดเท้าเปลือยเปล่าของทั้งคู่ รอยเท้าทั้งสองที่เดินเคียงคู่กันประทับบนชายหาดเป็นแนวยาว มือของทั้งคู่เกาะกุมกันแน่น มืออีกข้างของฆาเบียร์ถือตะกร้าใส่รองเท้าที่โรงแรมเตรียมไว้ให้ ส่วนมืออีกข้างของเจถือขวดแชมเปญคริสตาลที่รสชาติยังคงดีมากอย่างที่คริสว่าจริงๆ เจยกขวดนั้นขึ้นกระดกอึกน้อยๆ ฆาเบียร์โวยว่าอย่าพึ่งกินหมดต้องเหลือให้เขาด้วย

"งั้น ก็กินสิ"

เจนยุทธพูดพร้อมสายตายิ้มพราย เขายกขวดขึ้นจิบอีกอึกน้อยๆ ฆาเบียร์ยิ้มกริ่มอย่างรู้ทันแล้วก้มหน้าลงดูดดื่มแชมเปญนั้นจากปากน้อยๆ ของเจ

"อืมม์ ทั้งหอม ทั้งหวาน"

เขาไม่ได้พูดถึงแชมเปญแน่นอน เจปล่อยมือฆาเบียร์และยกแขนขึ้นโอบรอบคอของเมียตัวโตของเขาและโน้มคอลงมาประทับจูบอันดื่มด่ำ ทั้งคู่ยืนจุมพิตกันบนหาดทรายโดยมีน้ำซัดสาดเท้าอยู่ครู่ใหญ่

"สุขสันต์วันเกิดครับ ฆาบี้ของผม"

เจกระซิบแผ่วๆ ที่หูของฆาเบียร์ ฆาบี้กอดร่างเพรียวแนบอก

"เจคือของขวัญที่ดีที่สุดของฉัน รู้ตัวไหม?"

เขาจูบแผ่วเบาที่หน้าผากของคนตัวเล็ก เจส่งเสียงตอบรับเบาๆ ในลำคอ แล้วกอดร่างสูงใหญ่นั้นตอบ ทั้งคู่แลกจูบกันอีกครู่หนึี่งแล้วชวนกันเดินกลับห้อง



"เออ แล้วพวกทีมเลขาฯ เขาเอาอะไรให้คุณน่ะ? สำคัญขนาดต้องเก็บในเซฟเลยเหรอ?"

แชมเปญแพงระยับหมดขวดแล้ว เจที่กำลังเตรียมจะอาบน้ำถามถึงกล่องที่ฆาเบียร์เอาเก็บเข้าตู้เซฟไว้อย่างดี ฆาเบียร์หัวเราะออกมาแล้วเปิดตู้เซฟเอากล่องที่ว่ามาให้เจดู เมื่อเปิดกล่องออกมาเจนยุทธก็ต้องหน้าแดงซ่าน แล้วหันไปมองหน้าฆาเบียร์ ที่ยืนหัวเราะไม่หยุด ในกล่องนั้นล้วนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้บนเตียง มีตั้งแต่เจลรสช็อคโกแลตที่ใช้ตอนโหมโรง น้ำมันนวด เจลหล่อลื่น ของเล่นผู้ใหญ่ ถุงยางหลายกล่องซึ่งมีทั้งขนาดของฆาเบียร์และของเขาที่ไม่รู้ว่าคนซื้อรู้ได้อย่างไร ไปจนถึงแส้เล็กๆ และกุญแจมือหุ้มนวม

เจนยุทธยกไวเบรเตอร์ที่มีรูปทรงเรียวยาวและมีรูปร่างเหมือนลูกประคำใหญ่ๆ หลายขนาดเรียงกันขึ้นดู ของเล่นสำหรับชาย-ชายพวกนี้เป็นของใหม่สำหรับเขา เขานึกไม่ออกเลยว่าจะใช้มันยังไง แล้วไอ้ที่เหมือนจุกนมนี่คืออะไร? เขายกขึ้นถามฆาเบียร์แล้วก็หน้าร้อนวูบเมื่อผู้เชี่ยวชาญกระซิบตอบเขา

"ฝีมือยัยเมลิน่าแน่นอน"

ฆาเบียร์โคลงหัวเมื่อนึกถึงเลขาฯ สาวคู่ใจ ความคิดหลุดโลกแบบนี้มีหล่อนคนเดียวเท่านั้น เขาเปิดการ์ดอ่านก็จริงตามคาด ลายมือที่เขียนบนการ์ดเป็นของเมลิน่าที่อวยพรยาวยืดโดยมีใจความหลักๆ ว่า

"มีความสุขมากๆ ในวันเกิดปีนี้นะคะและช่วยอ่อนโยนกับคุณเจด้วยแต่อย่างไรก็ขอให้เกรงใจห้องข้างๆ ด้วยนะคะ, Jefe"


โดยมีลายเซ็นต์ของเจ้าตัวและคนอื่นๆ ในทีมเลขาฯ อยู่ด้านล่าง ฆาเบียร์โคลงหัว พวกนี้ไม่รู้หรอกว่าคนที่ต้องขอให้อ่อนโยนน่ะ ไม่ใช่เขา แต่เป็นไอ้เจ้าเจตัวแสบต่างหาก อุปกรณ์ครบขนาดนี้ คืนนี้เขาจะโดนจัดหนักอะไรบ้างนะ?



"เดี๋ยวฉันจะลงสระอีกรอบ เจจะลงด้วยไหม?"

ฆาเบียร์ถาม เขาปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจนเปลือยเปล่าทั้งตัว เขาขี้เกียจใส่กางเกงว่ายน้ำ อีกทั้งดึกขนาดนี้คงไม่มีคนเดินผ่านหน้าห้องเขาแล้ว เจนยุทธปฏิเสธบอกว่าเขาขอไปเข้าห้องน้ำก่อนแล้วกะว่าจะนอนแช่น้ำสักพักฆาเบียร์ทำท่าจะเปลี่ยนใจไปแช่อ่างจากุซซี่ด้วยแต่เจไม่ยอม เขารีบเดินหนีเข้าห้องน้ำไปแล้วปิดล็อค

เจหายไปนานจนฆาเบียร์นึกเป็นห่วงว่าจะหลับคาอ่างอาบน้ำไป เขาขึ้นจากน้ำแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวชายหาดมาพันกาย แต่ก่อนที่เขาจะทันเดินเข้ามาในห้อง เจก็เดินออกมายังบริเวณริมสระว่ายน้ำ เขาใส่กางเกงเลตัวเมื่อกลางวันแล้วคลุมทับด้วยเสื้อคลุมอาบน้ำโดยไม่รัดสายคาดเอวโชว์แผงอกขาวเนียนและตุ่มไตสีทับทิม มือของเขามีผ้าเช็ดตัวผืนน้อยคลุมอยู่

เจนยุทธมาหยุดยืนตรงหน้าฆาเบียร์ด้วยหน้าที่แดงก่ำ ฆาเบียร์แอบรู้สึกว่าคืนนี้เจของเขาแลดูเย้ายวนกว่าทุกที เจเม้มปากบางๆ แสดงว่าเขากำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง

"ฆาเบียร์ครับ..." เจพูดขึ้นเบาๆ

"ในวันเกิดของคุณในปีนี้ ผมไม่ได้เตรียมอะไรให้คุณ..." ฆาเบียร์กลั้นหายใจรอฟัง

"แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมมีให้คุณในคืนนี้ มันอาจไม่ได้มีราคาค่างวดอะไร แต่ผมก็ตั้งใจอยากมอบมันให้กับคุณ"

เขาปล่อยผ้าเช็ดตัวผืนน้อยที่ถือไว้ลง เผยให้เห็นข้อมือเพรียวทั้งสองที่ถูกพันรวบไว้ด้วยริบบิ้นสีทองที่ใช้ผูกกล่องของขวัญของทีมเลขาเมื่อครู่นี้ มันถูกมัดไว้เป็นโบว์ ฆาเบียร์แทบหยุดหายใจ

"ผมพร้อมแล้ว...ได้โปรดรับตัวผมไว้ด้วย ฆาเบียร์..."

เขาขยับกายเข้าใกล้และส่งมือของเขาให้กับคนตัวโตที่ยืนตะลึงอยู่


"Tonight, I'm all yours"


ฆาเบียร์ปากคอสั่น เขาเข้าใจถูกหรือเปล่า เขาจับไหล่ของเจแล้วจ้องลึกเข้าไปในตากลมคู่งามนั้น

"เจ เจหมายความอย่างที่ฉันคิดหรือเปล่า?" เจนยุทธพยักหน้าอย่างเอียงอาย

"เจไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้นะ อย่าฝืนใจตัวเองเพียงเพราะอยากจะเอาใจฉันในวันเกิดหรอก"

ฆาเบียร์ระล่ำระลักพูด เขาไม่อยากใช้วันเกิดของเขากดดันเจให้มอบกายให้เขา โอเค เขาก็แอบคิดนิดหน่อย แต่มันก็เป็นแค่ความฝันลมๆ แล้วๆ ของเขา หากเจส่ายหน้าและบอกว่านี่คือความตั้งใจของเขา ซึ่งก็เป็นอย่างที่เจ้าตัวพูด เจนยุทธได้ครุ่นคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้ว เขาพร้อมแล้วเรื่องที่จะมอบกายให้ฆาเบียร์และได้ให้เมียตัวโตของเขาได้ปลดปล่อยและทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด เพียงแต่ว่าจังหวะและเวลามันยังไม่เหมาะสม แต่ในคืนนี้ไม่มีอะไรที่จะหยุดเขาได้ ที่เขาหายไปนานในห้องน้ำก็เพื่อเตรียมตัวเองให้พร้อมแบบที่เคยอ่านมาในเน็ต

"ถ้าอย่างนั้น ฉันขอรับของขวัญวันเกิดของฉันแล้วนะ"

ฆาเบียร์รวบมือทั้งสองของเจที่ยื่นมาแล้วใช้แรงดึงเบาๆ ร่างเพรียวนั้นก็เข้ามาอยู่ในอ้อมอกแข็งแรงของเขา เขาอุ้มร่างของเจขึ้นแล้วพาเดินเข้าไปในห้องนอนและวางเจนยุทธลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม ฆาเบียร์ก้มลงจูบหน้าผากและตามด้วยริมฝีปากแสนหวานของของขวัญชิ้นงามของเขาก่อนที่จะเดินไปปิดประตูและผ้าม่าน เขาเดินกลับมาที่เตียงด้วยท่าทีของสิงห์ที่พร้อมตะปบเหยื่ออันโอชะ เจนยุทธใจเต้น ท่าทีแบบนี้ของฆาเบียร์นี่แหละที่เขาอยากเห็น


-----------------------------------------------------

ตัดตอนตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวยาว

สังเกตว่าจอชโผล่มาทีไรต้องมีคนเสียตัว (ฮา)




ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
ได้เป็นฝ่ายกินเสียทีนะฆาเบียร์
ไม่ต้องรอจอชหรอกค่ะคนเขียน คู่นี้เขาร้อนแรงชอบแสดงความรักต่อกัน (หัวเราะ)

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1
ได้เป็นฝ่ายกินเสียทีนะฆาเบียร์
ไม่ต้องรอจอชหรอกค่ะคนเขียน คู่นี้เขาร้อนแรงชอบแสดงความรักต่อกัน (หัวเราะ)

จะหมดมุกเขียนฉากเลิฟๆ ของสองคนนี้แล้วค่ะ -_-" แต่จะให้นัวเนียกันน้อยลงก็ไม่ใช่เจกับฆาเบียร์สิเนอะ

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
ใช่ค่ะคนเขียน (ยิ้มพร้อมพยักหน้ารัว ๆ)

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3737
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1



ตอนนี้แซ่บเว่อร์ทั้งตอนนะคะ ใครไม่นิยมข้ามไปแล้วลงไปอ่านแค่ช่วงย่อหน้าท้ายๆ ก็พอค่า


---- Primera Vez...ครั้งแรก ----




"ฉันจะขอแกะของขวัญเลยแล้วกันนะ"


ฆาเบียร์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานขัดกับสายตาร้อนแรงที่ฉายแววปรารถนาเหมือนจะกินคนตัวเล็กเข้าไปทั้งตัว เขาคุกเข่า่ลงที่ปลายเตียงแล้วค่อยๆ รุกคืบเข้าหาเจนยุทธ เขาจับปลายเท้าขาวผ่องของเจไว้แล้วจูบไล่ตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าพรมเรื่อยขึ้นไป พร้อมเลิกขากางเกงเลที่แสนกว้างนั้นขึ้นสูงไปจนถึงต้นขา เขาพรมจูบและทิ้งรอยจูบสีกุหลาบไว้ตามทาง เจกายสั่นสะท้าน ฆาเบียร์ซุกหน้าลงบนต้นขาด้านในอันแสนขาวเนียน เขาขบเม้ม เลียไล้ใกล้ส่วนสงวนเข้าทุกทีจนเจส่งเสียงครางออกมาเบาๆ ซึ่งยิ่งเหมือนเติมเชื้อไฟให้เขา ฆาเบียร์เอื้อมมือจะแกะสายรัดกางเกงเลของเจนยุทธ แต่ก็พลันนึกได้ เขาขยับกายขึ้นคร่อมร่างบาง เขาก้มหน้าไปยังระดับอกของเจ ริมฝีปากที่ยิ้มพรายจรดลงไปที่หลังมือของเจที่ยังถูกริบบิ้นพันรัดข้อมือไว้

"ต้องแก้โบว์ก่อน"

ฆาเบียร์พึมพำ ริมฝีปากเขาเปะป่ายจูบไล้อยู่ที่มือของเจที่ประสานวางไว้ที่อกเนียน

"อ๊ะ ฆาเบียร์ ไหนว่าจะแกะโบว์"

เจครางกระเส่าและบิดกายด้วยความเสียวซ่านเมื่อถูกริมฝีปากและลิ้นร้อนๆ ไล้โลมแถวเม็ดสีทับทิม ฆาเบียร์หัวเราะในคอเบาๆ และบอกว่าเขาตั้งใจจะแกะโบว์จริงๆ แค่พลาดไปหน่อยเท่านั้น หลังจากงับผิดงับถูกจนเจดิ้นเร่าๆ ไปหลายครั้งจะด้วยจงใจหรือไม่ก็ตาม ในที่สุดฆาเบียร์ก็ใช้ฟันดึงริบบิ้นจนคลายจากข้อมือทั้งสองของเจจนได้ ทันทีที่มือเป็นอิสระเจก็โน้มคอคนตัวโตมาจูบอย่างกระหาย ฆาเบียร์ก็จูบตอบอย่างดุดัน ลิ้นร้อนๆ ของฆาเบียร์ซอกซอนควานหาลิ้นของเจนยุทธ เขาดูดมันเบาๆ แล้วส่งลิ้นตัวเองเข้าไปคลึงเคล้า มือทั้งสองของเขาก็ง่วนอยู่กับเม็ดทับทิมคู่งามของเจ เสียงครางแผ่วๆ ดังออกมาจากปากของเจแล้วก็พลันดังขึ้นเมื่อฆาเบียร์เอื้อมมือลงสัมผัสส่วนสงวนของเจผ่านกางเกงผ้าเนื้อบาง


"แกะโบว์แล้ว ฉันแกะห่อของขวัญต่อแล้วนะ"

ฆาบี้พูดยิ้มๆ เขาปลดเปลื้องชุดคลุมอาบน้ำของเจออกและโยนไปข้างเตียง จากนั้นคลายเชือกกางเกงเลและดึงออกพ้นขาทั้งสอง เขาตะลึงเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใต้

"ผมเจอมันในกระเป๋าที่ทางฮ่องกงให้มา"

เจนยุทธยิ้มอายๆ ฆาเบียร์กลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก แท่งร้อนของเจที่ขยายตัวเต็มอัดแน่นอยู่ในกระเปาะผ้าลายเสือดาว กางเกงนั้นมีเพียงสายคาดรอบเอวที่รั้งกระเปาะผ้านั้นไว้ กับสายเส้นเล็กเรียวที่รั้งไว้ใต้ก้น ทำให้บั้นท้ายหนั่นแน่นของเจนั้นเปิดเปลือย

"ชอบไหม?"

เจชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งและบิดกายน้อยๆ ทำให้ช่องทางด้านหลังเด่นชัดขึ้น ฆาเบียร์พยักหน้ารัวๆ และรีบสลัดผ้าเช็ดตัวออก เขาอยากจะฝังตัวลงไปในนั้นเต็มแก่แล้ว แต่เขาต้องอดทนไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เจนยุทธต้องเจ็บตัว เขาลงนั่งขัดสมาธิตรงหน้าเจ

"ยั่วนักนะเรา"

เขาคำรามต่ำๆ และยกร่างเพรียวนั้นขึ้นนั่งคร่อมตักเขาและซุกไซร้ใบหน้าไปที่เม็ดทับทิมของเจที่แข็งเป็นไต เขาใช้ลิ้นเขี่ยดูดดุนมันอย่างไม่รู้เบื่อ มือของเขาลูบไล้แก่นกายของเจนยุทธผ่านกางเกงผ้าตัวจิ๋วนั้น เขารู้สึกได้ถึงน้ำใสๆ ที่เยิ้มแฉะผ่านเนื้อผ้า เขาควรให้เจได้ปลดปล่อยก่อนที่จะจัดการกับของขวัญชิ้นงามนี้ เขาล้วงมือเข้าใต้ผ้าบางๆ นั้นและจัดการอย่างชำนาญ เจร้องครวญครางออกมาอย่างลืมตัว แต่ก่อนที่เขาจะทันถึงฝั่งฝัน ฆาเบียร์พลันหยุดมือเมื่อนึกได้ถึงของในกล่องที่ได้มา เขาขอให้เจลงนอนและหันไปหยิบกล่องที่เจ้าตัวเอามาวางไว้ให้ที่ข้างเตียงแล้ว เขาหยิบของหลายอย่างออกมาวาง เจมองตามด้วยความเขินอาย จะใช้ของพวกนี้จริงๆ เหรอ?

ฆาเบียร์หยิบเจลรสช็อคโกแลตมาแล้วเตรียมชะโลมลงไปที่แท่งร้อนของเจ แต่ก่อนอื่นเขาใช้นิ้วป้ายมานิดนึงแล้วส่งให้เจชิม เจอ้าปากรับนิ้วของเขาแล้วเลียไล้ตั้งแต่ปลายนิ้วไปจนถึงโคนจากนั้นใช้ปากดูดรูดนิ้วนั้นก่อนจะใช้ปลายลิ้นเลียไล้ริมฝีปากตัวเองช้าๆ

"อืมม์...อร่อย"

สายตาเยิ้มฉ่ำที่ชม้อยชะม้ายมาทำให้ฆาเบียร์สั่นไปทั้งตัว...เขาเปลี่ยนใจแล้ว เขาลงนั่งขัดสมาธิแล้วเอาเจลนั้นชะโลมบนส่วนสงวนของตัวเองแทน เจนยุทธรีบตามเข้ามาดูดเลียไล้ ฤทธิ์ไวน์และแชมเปญที่ยังอยู่ในกระแสเลือดทำให้เขาร้อนแรงกว่าทุกที เขาจัดการแท่งร้อนของฆาเบียร์เหมือนกำลังกินไอศกรีมแท่งแสนอร่อย ฆาบี้ซี้ดปากมองตามปากน้อยๆ ที่ขยับขึ้นลงอย่างเพลินตา มือของเขาขยุ้มผมสีดำสนิทเอาไว้ด้วยความเสียว เจดูดเลียเอาเจลหยดสุดท้ายเข้าปากไป

"เฮ้ย!"

ฆาเบียร์อุทานขึ้นอย่างตกใจ เมื่อเจทำท่าจะลงต่ำไปกว่าส่วนสงวนของเขา เจนยุทธหัวเราะก๊าก

"ล้อเล่นน่า ไม่ต้องห่วง คืนนี้สัญญาต้องเป็นสัญญา"

ฆาเบียร์ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เล่นพอแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะเอาจริง

ฆาเบียร์ดึงตัวเจขึ้น เขาจูบปากน้อยๆ นั้น รสช็อคโกแลตหวานๆ ยังติดอยู่ที่ปากรูปกระจับ เขาซุกไซร้ต่ำลงมายังซอกคอ อกเนียน เขาผลักเจให้นอนลงและจูบไล่ต่ำลงมายังหน้าท้องที่เป็นลอนน้อยๆ เขาแวะประทับจูบที่บริเวณสะดือและใช้ลิ้นไล้ในหลุมน้อยๆ ที่เป็นจุดบอบบางนั้น จากนั้นเขาจูบลูบโลมส่วนปลายแกนกายในกระเปาะผ้าน้อยๆ นั้นและใช้ฟันดึงเอากางเกงผ้านั้นให้หลุดออกจากส่วนแข็งเกร็งที่แทบจะดีดผึงใส่หน้าเขา จากนั้นจูบไล่ตามเรียวขาขึ้นมายังถุงเนื้อทั้งสองที่เขาดูดอมมันเข้าไปทั้งอัน เจดิ้นเร่าตามแรงสัมผัส ฆาเบียร์หัวเราะเบาๆ เขารู้ดีว่าส่วนไหนที่เป็นจุดอ่อนของคนตัวเล็ก จากนั้นฆาเบียร์จูบไล่ตามแท่งลำที่แข็งจนแทบระเบิดขึ้นไปถึงปลาย เจนยุทธขบกรามด้วยความเสียวซ่านเมื่อลิ้นร้อนๆ ของฆาเบียร์เกี่ยวพันไล้กับส่วนสงวนของเขา ฆาเบียร์เริ่มกลืนกินเขาเข้าไปทีละน้อยจนกระทั่งมิด จากนั้นก็เริ่มขยับ ความอุ่นจากปากของฆาบี้ทำให้เขาแทบทนไม่ไหว แรงดูด ลิ้นร้อนๆ ลีลาที่แสนจะช่ำชองของฆาเบียร์ส่งให้เจขึ้นสวรรค์ไปในเวลาไม่นาน


เจนยุทธนอนหอบหายใจถี่ แล้วก็สะดุ้งเฮือกเมื่อฆาเบียร์ดึงเอากางเกงในตัวจิ๋วที่ชักจะเกะกะออกและเริ่มเลียไล้ที่ช่องทางสีชมพูของเขา

"ฆาเบียร์...ไม่ต้องก็ได้"

เขาบอกเสียงกระเส่า แล้วก็ต้องสะดุ้งอีกเมื่อรู้สึกถึงปลายลิ้นเรียวที่เลียไล้รอบๆ ก่อนที่จะชำแรกเข้าไปในช่องทางที่ยังไม่เคยถูกใช้นั้น ลิ้นร้อนๆ แทรกเข้าไปอย่างคุ้นชินและตวัดคว้านในแบบที่ทำให้เจรู้ว่าครั้งแล้วๆ มาที่เขาทำไปนั้นมันยังเป็นแค่ขั้นอนุบาล เขาแทบดิ้นตายไปกับสัมผัสนั้น ฆาเบียร์ถอนลิ้นออกไปแต่ส่งนิ้วใหญ่ๆ เข้าไปแทน เขาค่อยๆ ใช้นิ้วกลางที่ชะโลมเจลแล้วนวดเฟ้นบริเวณปากทางแคบนั้นให้เจผ่อนคลายก่อนที่จะส่งปลายนิ้วเข้าไปยังช่องทางแคบเล็กนั้น

"เอ๊ะ ทำไมมันนิ่มแล้วล่ะ?"

ฆาเบียร์พึมพำ แม้ทางนั้นจะรัดแน่นมากแต่มันก็ควรจะเข้าได้ยากกว่านี้ เจยิ้มเขินๆ บอกว่าเขาได้พยายามทำให้ช่องทางนั้นนิ่มลงเองตอนที่เขาอยู่ในห้องน้ำเมื่อครู่

"ขี้โกงนี่!"

ฆาเบียร์หน้ามุ่ย เขาอยากเป็นคนแรกที่ได้เปิดซิงช่องทางนั้น ขนาดพวกไวเบรเตอร์ที่ทีมเลขาฯ ให้มาเขายังไม่ยอมใช้เลย แต่ เอาวะ เป็นเจเองที่เป็นคนเปิดทางไว้ ก็ไม่นับว่าเป็นคนอื่นที่ไหน เขาขยับนิ้วกลางของเขาจนแน่ใจว่ามันจะสัมผัสกับต่อมลูกหมากหรือที่เปรียบเหมือนจีสปอตของผู้ชาย เขาขยับนิ้วเพื่อกระตุ้นมันซึ่งส่งให้เจนยุทธครวญครางออกมาดังลั่น ฆาบี้ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เขาส่งนิ้วเข้ามาเพิ่มอีกสองนิ้วและกระตุ้นเร้าจนกระทั่งเจทนไม่ไหวต้องหลั่งออกมาอีกครั้ง ตอนนี้เขาคิดว่าเจพร้อมแล้ว ฆาเบียร์ลงนั่งพิงหัวเตียงเคียงข้างเจที่นอนหอบหายใจถี่ด้วยความเสียว


"เจจ๋า...พร้อมจะเป็นของฉันหรือยัง?"

เขากระซิบถามเบาๆ เจหน้าแดงซ่านและพยักหน้าน้อยๆ ฆาเบียร์ยิ้มกว้าง เขาดึงตัวเจนยุทธให้ขึ้นมานั่งคร่อมตักเขา

"สำหรับคนที่ยังไม่เคย ท่านี้ดีกว่า เจจะได้คุมได้และไม่เจ็บมากนัก"

ฆาเบียร์หยิบเจลหล่อลื่นมาชะโลมแกนกายของเขาและช่องทางแคบเล็กนั้น ก่อนจะให้เจค่อยๆ กดสะโพกลงบนแท่งร้อนที่ตั้งตรงของเขา เจนยุทธเม้มปากแน่นเมื่อส่วนปลายของฆาเบียร์เริ่มชำแรกผ่านช่องทางสีชมพูเข้าไป เขาทำหน้าเหยเกและน้ำตาเม็ดน้อยๆ ก็หยดเผาะออกมาเมื่อมันเริ่มเข้าลึกขึ้น

"เจ อย่าเกร็งนะ ช้าๆ ไม่ต้องรีบ"

ฆาเบียร์กัดฟันพูด ช่องทางนั้นมันรัดแน่นเหลือเกิน ตอนนี้เขาอยากจับตัวเจนยุทธมากระแทกกระทั้นให้สาแก่ใจ แต่เมื่อเห็นน้ำตาของเจแล้วเขาก็ต้องยอมทน เจซี้ดปากและหลับตานิ่งเมื่อแก่นกายของฆาเบียร์เข้าไปในตัวเขาจนหมด

"อึดอัดจัง"

คนตัวเล็กบ่นออกมา น้ำตายังรื้นออกมาที่หัวตา ฆาเบียร์ถามอย่างห่วงใยว่าเขาเจ็บไหม? เจ็บสิ...แม้จะน้อยกว่าที่คิดเพราะฆาเบียร์นุ่มนวลและช่วยเขาไว้มากแต่ก็ยังเจ็บมากอยู่ดี น้ำตาของเจยิ่งไหลออกมาเมื่อนึกถึงเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดของฆาเบียร์ตอนที่เขาใช้กำลังพรากเอาครั้งแรกของคนตัวโตมา ฆาบี้จะเจ็บกว่านี้สักแค่ไหนนะ?

"ไหวไหม? ไม่ต้องทำก็ได้นะ"

ฆาเบียร์ถามอย่างเป็นห่วง เจกัดฟันตอบกลับมาว่าเขายังไหว คืนนี้เขาจะต้องให้ความสุขคนในดวงใจของเขาให้ได้

เจนยุทธค่อยๆ ขยับกายขึ้นลงอย่างงุ่มง่าม อาศัยที่เคยเห็นสาวๆ ทำ เขาลองเลียนแบบท่าทางนั้น ฆาเบียร์มองร่างเพรียวที่พยายามขี่เขาอยู่อย่างเอาเป็นเอาตายด้วยความซาบซ่านใจ เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าในที่สุดเขาจะได้ตัวมันมา เขาจ้องมองแกนกายของตนที่ขยับเข้าออกช่องทางสีชมพูนั้นอย่างเสียวซ่าน ความรู้สึกมันช่างวิเศษเหลือเกิน ช่องทางแคบเล็กของเจนยุทธดูดกลืนเขาอย่างเยี่ยมยอด แต่ความรู้สึกในใจนั้นยิ่งลึกล้ำกว่าทางกายมาก แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้เป็นคนแรกของคู่นอนของตน แต่ความรู้สึกที่ได้จากเจนั้นช่างแตกต่างจากคนอื่น มันมีทั้งความตื้นตัน ความขอบคุณและความอิ่มใจที่ได้เป็นคนแรกของคนที่ตนรัก

ฆาเบียร์อดใจไม่ได้จนต้องคำรามออกมา ช่องทางน้อยๆ นั้นตอดรัดแก่นกายของเขาถี่ยิบ ภายในของเจนั้นอบอุ่นและเหมือนมีแรงดึงดูดที่ทำให้เขาแทบทนไม่ได้ เขาดันกายขึ้นมากอดรัดร่างเพรียวนั้นซึ่งส่งเสียงครางเหมือนละเมอออกมาจากลำคอ การที่ให้เจอยู่ข้างบนทำให้เจสามารถควบคุมท่าทางและความแรงได้ ปากของฆาเบียร์เข้าประกบแน่นกับปากของเจที่ยังมีทีท่าเจ็บปวด เขาดูดดึงริมฝีปากน้อยๆ นั้น และส่งลิ้นเข้าไปพัวพันเพื่อให้เจลืมความเจ็บปวดที่ด้านล่าง เมื่อเขารู้สึกว่าเจผ่อนคลายเต็มที่แล้ว เขาดันร่างอีกฝ่ายลงติดเตียง ถึงเวลาที่เขาเข้าคุมเกมเองแล้ว

"เจจ๋า ต่อจากนี้คือของจริงแล้วนะ พร้อมหรือยัง?"

เจนยุทธมีสีหน้าหวั่นๆ เล็กน้อยแต่ก็พยักหน้า เขาอยากให้ฆาเบียร์มีความสุขที่สุดในคืนนี้ ฆาเบียร์ลุกขึ้นนั่งคุกเข่า เขาดันขาทั้งสองของเจให้ยกสูงขึ้นพาดบ่าของเขาและสะโพกยกลอยขึ้นจากพื้นน้อยๆ เจหน้าแดงซ่าน ท่านี้ทำให้เขาเห็นช่องทางของตัวเองที่กำลังถูกรุกรานอยู่ชัดเจนเหลือเกิน ฆาเบียร์เริ่มขยับสะโพกช้าๆ เขาไม่แน่ใจเลยว่าจะสามารถอ่อนโยนกับเจได้ในคืนนี้ ความปรารถนาในตัวเจมันท่วมท้นเสียจนเขาอาจจะขาดสติได้



"อ๊ะ อ๊า ฆาบี้"

เจบิดกายเร่าๆ ร้องครวญครางออกมาอย่างสุดกลั้น พร้อมๆ กับเสียงคำรามดังลั่นของฆาเบียร์ เจนยุทธรู้สึกได้ถึงความอุ่นของน้ำรักของฆาเบียร์ที่ฉีดพ่นออกจนเต็มช่องทางของเขา ทั้งสองทำรักกันมานานเกือบชั่วโมงแล้วและนี่เป็นครั้งที่ 3 หรือ 4 หรือ 5 กันนะที่เจถึงจุด ตัวเขาเองก็จำไม่ได้ แต่สำหรับฆาเบียร์นั้นยังเป็นแค่ครั้งแรก เจลูบผมสีน้ำตาลเข้มของฆาเบียร์ซึ่งซบหน้าหอบหายใจอยู่บนอกของเขา เมียตัวโตของเขาทั้งอึดและช่ำชองเหลือเกิน ท่าที่ฆาเบียร์งัดเอามาใช้นั้นเขายังไม่เคยทำเลยสักนิด สงสัยต้องขอเรียนรู้เพื่อเอามาใช้บริการเจ้าตัวบ้างเสียแล้ว เจต้องหน้าแดงขึ้นมาเมื่อนึกได้ว่าถ้าจะเรียนรู้ก็หมายถึงเขาต้องให้ฆาเบียร์จัดการซ้ำอีก

"ฆาบี้ครับ..."

เขาเรียกคนตัวโต ซึ่งนอนพักนิ่งๆ อยู่บนอกเขา

"ผมทำให้คุณมีความสุขบ้างไหม?"

เขาถามอย่างไม่มั่นใจ เขากลัวว่าตัวเองจะจืดชืดจนน่าเบื่อหรือเปล่า

"สุขสิ สุขที่สุดในชีวิตเลย"

คนตัวโตตอบ หัวใจของเขามันพองโตจนคับอกไปหมดแล้ว ในที่สุดเขาก็ได้เจนยุทธมาครอบครอง เขาพลิกกายนอนหงายโดยดึงเอาคนตัวเล็กขึ้นนอนซบนอกกว้างของเขา

"ไม่ใช่แค่สุขกายนะเจ ฉันยังสุขใจด้วย ในที่สุดเราก็เป็นของกันและกันโดยสมบูรณ์แล้วนะ"

เขาพูดยิ้มๆ เจยิ้มอายๆ และซบหน้าลงกับอกแกร่งนั้น ฆาเบียร์มองหน้าน้อยๆ ที่ยังแดงซ่านจากกิจกรรมที่เพิ่งจบเสร็จสิ้นไป คืนนี้เจของเขาดูเย้ายวนเหลือเกิน เขาหวนนึกถึงตากลมที่หรี่ปรือเพราะความเสียวซ่านและปากที่เม้มแน่นตอนที่เจอยู่บนตัวเขา แกนกายของเขาที่ยังซุกอยู่บริเวณช่องทางแคบเล็กนั้นก็เริ่มมีปฏิกริยาขึ้นอีกแล้ว เจนยุทธสะดุ้งเบาๆ

"เจจ๋า" ฆาเบียร์พูดด้วยเสียงหวานหยด

"ขออีกรอบนะ..."

เจมองตาแพรวพราวคู่นั้นแล้วก็ได้แต่พยักหน้าตอบตกลง



"โอย เจ มันแน่นมากเลย ตอดด้วย ฉันจะไม่ไหวแล้ว"

ฆาเบียร์ซึ่งเหงื่อโซมทั้งกายยืนอยู่หน้าเตียงและกระแทกสะโพกหนักๆ ส่งแท่งลำที่ยังแข็งแกร่งเข้าช่องทางสีแดงก่ำของเจซึ่งนอนตะแคงอยู่บนเตียง ขาข้างหนึ่งของเจนยุทธยกขึ้นพาดไหล่ฆาเบียร์ อีกข้างงอพาดบนเตียง เจเองก็ซี้ดปากด้วยความเสียว ท่านี้เข้าลึกจริงๆ เขาใช้มือรูดไล้แกนกายของตัวเองไปด้วย ก่อนที่จะคำรามออกมาแผ่วๆ อย่างหมดแรง เขาเสร็จหลายรอบจนแทบไม่มีอะไรออกมาแล้ว เมื่อเห็นเจนยุทธถึงฝั่งแล้วฆาเบียร์ก็หยุดและอุ้มเจขึ้น เจร้องลั่น ส่วนนั้นของฆาเบียร์ยังคาอยู่ในตัวเขา เขาเลี่ยงไม่ได้ต้องยกมือขึ้นโอบคอของฆาเบียร์และใช้ขาทั้งสองกระหวัดเกี่ยวเอวของคนตัวโตไว้ ฆาเบียร์ที่ใช้แขนและมือรองบั้นท้ายของเจดันสะโพกสวนเข้าไปหนักๆ สองสามทีก่อนจะพาเจเดินเข้าไปที่ห้องน้ำ เจสูดปาก จังหวะการเดินของฆาเบียร์ทำให้ส่วนแท่งลำของเขาสัมผัสเข้ากับปุ่มกระสันของเจอย่างจัง เจฝังหน้าลงไปที่คอของฆาเบียร์เพื่อหยุดเสียงครางของตัวเอง เขาอิจฉาฆาเบียร์ที่รูปร่างใหญ่โตแข็งแรงทำให้ทำอย่างนี้ได้ ตัวเขาคงไม่สามารถแบกน้ำหนักเมียตัวโตของเขาได้แบบนี้

"ดีไหม เจ"

ฆาเบียร์ถามเสียงกระเส่า เจพยักหน้า ฆาเบียร์ขบกรามแน่น ช่องทางของเจนยุทธทั้งรัดทั้งตอดจนเขาจะไปๆ หลายรอบแล้วแต่ยังกลั้นไว้เพราะความเสียดาย เขาพาเจเข้าไปยังห้องอาบน้ำและจับเจนยุทธพิงผนังโดยปล่อยขาลงข้างหนึ่ง เจที่แทบยืนไม่ไหวก็ต้องหัวสั่นหัวคลอนอีกครั้งเพราะแรงกระแทกกระทั้นจากฆาเบียร์ เกมรักในห้องน้ำดำเนินไปอีกพักหนึ่งก่อนที่ทั้งคู่จะส่งเสียงครางยาวออกมาพร้อมกัน


ฆาเบียร์ใช้ฝักบัวล้างตัวให้กับเจนยุทธที่นั่งตัวอ่อนปวกเปียกพิงผนังบนที่นั่งหินแกรนิตในห้องอาบน้ำ เขาไล้มือตามกรอบหน้าน้อยๆ นั้นอย่างสงสาร เขาไม่นึกว่าตัวเองจะทำไปได้ขนาดนี้ พออายุอานามเริ่มมากขึ้น เซ็กส์ของเขาก็เน้นที่คุณภาพมากกว่าปริมาณและระยะเวลา เขาเน้นให้ความสุขแก่คู่นอนโดยใช้เวลาที่เหมาะสมและเพื่อปลดเปลื้องความต้องการของตนแค่นั้น แต่ในคืนนี้เขาเหมือนกลับไปเป็นเหมือนตอนหนุ่มแน่นอีกครั้ง ร่างกายของเจนยุทธทำให้เขาอยากกกกอดลิ้มชิมความหวานได้อย่างไม่จบสิ้น เขาประทับจูบลงบนริมฝีปากน้อยๆ ซึ่งจูบเขาตอบทั้งๆ ที่ยังหลับตา


"แช่น้ำกันไหมเจ?"

เจลืมตาน้อยๆ แล้วพยักหน้า เขาแทบไม่มีเสียงจะพูดแล้ว ฆาเบียร์ลุกขึ้นไปเปิดน้ำร้อนใส่อ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง เขาเอาผ้าเช็ดตัวมาห่มให้เจเพื่อกันหนาวระหว่างรอน้ำเต็มอ่าง เมื่อน้ำได้ที่ เขาช้อนตัวเจขึ้นและวางลงในอ่างลึกและก้าวตามเข้าไปนั่งเคียงข้างเจ เขาเปิดระบบจากุซซี่ให้กระแสน้ำพวยพุ่งออกมานวดเนื้อตัว ความร้อนของน้ำทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายเต็มที่ เจนยุทธทำท่าเหมือนจะสัปหงกหน้าทิ่มน้ำ เขาจึงขยับย้ายร่างเล็กนั่นให้มานั่งพิงอกของเขาและใช้มือกอดกระคองไว้ เขาก้มลงจูบแก้มใสๆ นั้นแล้วซุกหน้าไปกับคอขาวๆ เขาอดใจไม่ไหวต้องจุมพิตไล่ไล้ไปตามลำคอ เจที่เขานึกว่าหลับไปแล้วหันกลับมาจุมพิตเขาตอบ เจดูดดึงริมฝีปากของเขาก่อนที่จะส่งลิ้นเข้ามาเลียไล้ตามไรฟันและซอกซอนเข้าไปคลึงลิ้นของเขา เจดึงมือเขาเข้าไปเกาะกุมส่วนสงวนของเจที่เริ่มพองตัวขึ้นเล็กน้อย ฆาเบียร์จุ๊ปาก ไม่ใช่แค่เขาที่ไม่พอ เจนยุทธเองก็ใช่ย่อยเช่นกัน

"ยังไม่พอเหรอ"

ฆาเบียร์ถามยิ้มๆ เจนยุทธหน้าแดง เขาห้ามตัวเองไม่ได้จริงๆ ฆาเบียร์ขบเม้มไปที่ต้นคอขาวและทิ้งรอยรักที่คอของเจ มือที่ชำนาญของเขาช่วยเร่งเร้าไฟสวาทที่คุกรุ่นขึ้นมาอีกให้เจ มืออีกข้างก็เขี่ยดุนไปที่เม็ดทับทิมน้อยๆ ไม่นานเจก็ปลดปล่อยออกมา

เจหอบหายใจ แต่ก็ต้องหน้าร้อนวาบเมื่อรู้สึกถึงแก่นกายของฆาเบียร์ที่ตื่นเต็มที่ขึ้นอีกครั้ง

"เจจ๋า..."

ฆาบี้ครางกระเส่าที่หูของเขา เจนยุทธหันมาใช้ปากหยุดคำพูดนั้นพร้อมกับยกสะโพกขึ้น เขาใช้มือจับแท่งร้อนของฆาเบียร์จ่อที่ร่องเสียวของตนและดันเข้าช้าๆ ฆาเบียร์ที่ตอนแรกจะขอแค่ภายนอกสูดปากเพราะความฝืดและคับแน่น

"โอ๊ย"

เจทำหน้าเหยเก ครั้งก่อนๆ อะไรๆ ก็ง่ายเพราะมีเจลหล่อลื่น แต่คราวนี้มันช่างคับแน่นตึงไปหมด ฆาเบียร์ใจหายวาบ เขาขยับจะถอนตัวออกแต่เจนยุทธดันสะโพกตาม

"อย่านะ..." เจส่งสายตาดุๆ มาที่เขา

"จูบผมที จูบแบบที่ทำให้ผมลืมเจ็บเลยนะ"

ฆาเบียร์จุมพิตแผ่วเบาที่ริมฝีปากน้อยๆ ที่เผยอรับลิ้นร้อนๆ ของเขา จากนั้นก็เพิ่มความหนักหน่วงขึ้น เขาส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดของเขาลงไปกับจูบนี้ เจที่ก็จูบเขาตอบอย่างเร่าร้อนครางเบาๆ ในลำคอและสะบัดหน้าออกครางอู้เมื่อฆาเบียร์ดันแก่นกายที่เข้าไปแล้วครึ่งหนึ่งเข้าไปจนสุด เจนยุทธเริ่มขยับช้าๆ และเร่งจังหวะขึ้น ฆาเบียร์ใช้นิ้วเขี่ยเร่งเร้าที่ตุ่มไตของเจที่เด้งกายอยู่บนตักของเขา หลังของเจแนบชิดกับแผงอกกว้างของเขา เขาพรมจูบไปตามใบหู ลำคอ และแผ่นหลังขาวเนียน เจสูดปากด้วยความเสียวซ่าน คืนนี้เขารู้สึกร้อนรักเหลือเกิน เขาบดเบียดสะโพกลงหนักๆ ไปในทิศทางต่างๆ แบบที่เคยเห็นสาวๆ ของเขาทำ ฆาเบียร์ครางกระเส่า เจช่างร้อนแรงเหลือเกิน เขาใช้มือกดที่สะโพกเจเพื่อช่วยคุมจังหวะและกระแทกกายสวนขึ้นหนักๆ

ฆาเบียร์ให้เจนยุทธคุกเข่าและใช้มือจับขอบอ่างไว้เขาดันสะโพกเจขึ้นโดยมีตัวเขาคุกเข่าประกบอยู่ด้านหลัง เขาจับสะโพกหนั่นแน่นนั้นไว้และเสือกแก่นกายเข้าอย่างหนักแน่นและรุนแรง เจสะดุ้งเฮือกแต่ก็เด้งรับแรงกระแทกนั้น ฆาเบียร์ทนไม่ไหวแล้ว เขาเร่งจังหวะอย่างไม่ยั้ง เสียงครางระงมของทั้งสองดังไปทั่วห้องน้ำกว้าง ไม่นานเจก็ซบหน้าลงกับขอบอ่าง เขาเสร็จไปอีกรอบแบบแทบไม่มีอะไรออกมาแล้ว ส่วนฆาเบียร์เองก็ฉีดน้ำรักออกมาจนล้นทะลักช่องทางสีแดงระเรื่อนั้น


เจนยุทธทิ้งร่างลงในน้ำ สมองเขาว่างเปล่าไปหมดแล้ว ตาของเขาพร่ามัวด้วยความเสียวอย่างที่สุด ฆาเบียร์ใจหายวาบเมื่อเห็นสีเลือดจางๆ ในน้ำ รอบหลังนี้เขาคงจะรุนแรงเกินไปจริงๆ เขาช้อนร่างเจที่อ่อนปวกเปียกซบขอบอ่างออกมาชำระล้างร่างกายให้และอุ้มไปที่เตียงนอน เขาจุ๊ปากเมื่อเห็นสภาพเตียงที่ยับยู่ยี่และเต็มไปด้วยคราบน้ำรัก แต่ที่เขาไม่ทันสังเกตก่อนหน้านี้คือหยดเลือดสดๆ ที่กระเซ็นเปรอะไปทั่ว พอตื่นมาคนตัวเล็กต้องเดินไม่ไหวแน่ๆ เขานึกด่าตัวเองที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ฆาบี้วางเจลงบนเตียงส่วนที่สะอาดที่สุดส่วนตัวเขานอนทับคราบเปรอะเปื้อนโดยใช้เสื้อคลุมอาบน้ำและผ้าเช็ดตัวปูทับไปก่อน เขามองออกไปนอกหน้าต่างผ่านรอยแยกของผ้าม่าน ตะวันเกือบจะขึ้นแล้ว พวกเขาควรจะนอนพักผ่อนกันเสียที เขาหันไปตะคองกอดเจที่พลิกกายนอนคว่ำอยู่ เจ้าตัวเล็กของเขาพูดอะไรงึมงำโดยมีชื่อเขาอยู่ด้วย

"อะไรนะ เจ?" เขาถาม

"ฆาบี้..." เจนยุทธพูดงึมๆ งำๆ


"ผมรักคุณ...รักคุณ...รัก..."


เจพูดคำรักออกมาเป็นภาษาไทยหากฆาเบียร์รู้สึกอุ่นวาบที่หัวใจ มีหรือที่เขาจะไม่รู้จักประโยคนี้ เขาเคยพร่ำท่องมันมาเกือบยี่สิบปีโดยหวังว่าสักวันจะได้พูดคำรักเป็นภาษาไทยให้นพฟังและหวังว่าจะได้ยินคำนั้นจากปากนพ สมัยก่อนเขาเคยจินตนาการถึงความรู้สึกที่ได้ยินคำรักนี้จากรูมเมทตัวกลมของเขา แต่มาวันนี้เมื่อเขาได้ยินคำนี้จากปากของเจนยุทธแทน มันยิ่งเต็มตื้นไปกว่าที่เขาเคยคิดจินตนาการไว้ หัวใจของเขาพองโต รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นมาบนใบหน้าโดยไม่ได้ตั้งใจ เขารู้สึกเหมือนชายหนุ่มที่เพิ่งมีรักครั้งแรก เขารู้ตัวแล้วว่าความรู้สึกครั้งก่อนๆ ที่เขาเคยมีให้อเล็กซ์และนพมันเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกที่เขามีให้ชายหนุ่มคนที่เป็นเจ้าของตัวเขาคนนี้


"And I love you too, Jay."



เขากระซิบคำรักตอบ คนตัวน้อยซึ่งสลบไสลไปแล้วคงไม่ได้ยิน แต่ไม่เป็นไร พวกเขายังมีเวลาอีกมากมายที่จะบอกคำรักให้แก่กัน

ฆาเบียร์จูบแก้มใสสีแดงระเรื่อของเจก่อนที่จะกอดร่างอุ่นๆ นั้นไว้และเข้าสู่ห้วงนิทราไปด้วยความอ่อนเพลีย


----------------------------------------------------------------


ฮิ้ววววววววววววว จุดพลุ!!!! น้องเจถึงขั้นสลบเลยค่า


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-08-2017 05:08:30 โดย La Vida Sin Tu Amor »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด