@@@The Taste of Love...อิ่มรักรสโอชา - First Anniversary (30/6/63)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: @@@The Taste of Love...อิ่มรักรสโอชา - First Anniversary (30/6/63)  (อ่าน 46375 ครั้ง)

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


คุณผู้อ่านคงอ่านการ์ตูนกันด้วยใช่ไหมคะ? คนเขียนนั้นอ่านการ์ตูนมากกว่านิยายค่ะ ทุกวันนี้เวลาเขียนเรื่องนี้ในหัวก็จะมีภาพแบบการ์ตูนโผล่ขึ้นมา ในการ์ตูน ช่วงท้ายเล่มมักจะมีตอนแถมสั้นๆ หรือบางครั้งก็แค่การ์ตูน 4 ช่องที่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากเนื้อเรื่องหลัก อาจจะเกิดก่อน หลัง หรือระหว่างเรื่องหลักซึ่งอาจจะเสริมเนื้อเรื่องหลักให้สมบูรณ์ขึ้น หรืออาจจะแค่เป็นเรื่องไว้อ่านเล่นเฉยๆ โดยส่วนตัวแล้ว บางครั้งชอบอ่านเนื้อเรื่องเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้มากกว่าเรื่องหลักเสียอีก ก็เลยทำส่วน Side Stories นี้ขึ้นมาค่ะ มันจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ยาวพอให้เป็นตอนหลักได้ เอาไว้อ่านเล่นๆ ตอนที่เนื้อเรื่องหลักยังอยู่ในช่วงพัก หรือตอนคนเขียนขี้เกียจค่ะ



---- [SP] Side Stories#1 Happy Thanksgiving ----





"สวัสดีครับ อาปา"

ฆาเบียร์ยิ้มแป้นใส่กล้องที่ติดแล็ปท็อปของเขา บนหน้าจอคือคริสซึ่งอยู่ที่บ้านของเขาในพาโล อัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย

"Happy Thanksgiving ครับ"

ฆาเบียร์ทำสิ่งที่เป็นธรรมเนียมระหว่างเขาสองคน หลังๆ มาแม้เขาทั้งคู่จะไม่ได้ฉลองเทศกาลขอบคุณพระเจ้านี้อีกตั้งแต่อันเดรสและคาตาลิน่าจากไป เขาจะต้องหาทางไปกินข้าวกับคริสหรือถ้าติดธุระก็จะต้องโทรไปหาอาปาผู้เดียวดายของเขา

"Happy Thanksgiving นะ ฆาบี้ แล้วนี่เรายังไม่หลับอีกเหรอ?"

คริสถาม นี่เป็นเวลาเกือบบ่ายสองโมงที่แคลิฟอร์เนีย ซึ่งก็แปลว่าที่ไทยน่าจะประมาณตี 3 กว่า

"อ๋อ ผมหลับไปแล้วครับ แต่พอดีตื่นมาเลยนึกได้ว่าผมยังไม่ได้โทรหาอาปาเลย"

"แล้วเจล่ะ หลับไปแล้วเหรอ?"

คริสยิ้มกริ่มถามถึงลูกชายคนโปรดคนใหม่ที่เขาเห็นรางๆ ว่ากำลังนอนสบายอยู่ข้างๆ ตัวลูกบุญธรรมของเขา ฆาเบียร์ยิ้มอายๆ เขาตั้งใจจะโทรหาคริสก่อนหน้า​นี้ตอนที่เจนยุทธยังตื่นอยู่แต่ก็ถูกคนตัวเล็กทำให้เขวจนกระทั่งเผลอหลับกันไปทั้งคู่ แล้วตอนนี้ไอ้ตัวดีก็ไม่อยู่ในสภาพที่จะคุยได้ เขาก็เลยต้องคุยคนเดียว

"หลับแล้วครับ"

ฆาบี้หันหน้าจอแล็ปท็อปไปที่เจที่นอนคว่ำหน้าอยู่ข้างๆ โดยลืมนึกไปว่าคนตัวเล็กที่เปลือยทั้งตัวนั้นแทบไม่มีผ้าห่มปกกาย เขาสะดุ้งเมื่อสังเกตเห็นแล้วรีบหันหน้าจอกลับแทบไม่ทันแล้วลนลานรีบห่มผ้าให้เจ เสียงคริสหัวเราะเบาๆ อย่างถูกใจดังออกมาจากลำโพง


"ฆาบี้ ลูกต้องถนอมๆ เจหน่อยนะ ยั้งๆ มือบ้าง"

คริสพูดกลั้วหัวเราะ เขาเห็นรอยแดงเป็นจ้ำๆ ที่กระจายอยู่ตามหลังและไหล่ของเจอย่างชัดเจน ฆาเบียร์หน้าแดงก่ำและยิ่งเขินหนักเมื่อเห็นเมลิน่าและริคกี้ที่ชูคอสลอนอย่างอยากรู้อยากเห็นอยู่ที่ด้านหลังคริส

"เฮ้ย สองคนนั่นน่ะ ยุ่งอะไรด้วย ฉันจะคุยกับอาปา?"

ฆาเบียร์โวยคนสนิททั้งสองของเขาแก้เขิน ช่วงหยุดยาววันขอบคุณพระเจ้าปีนี้อาปาพาทั้งเมลิน่าและริคกี้ซึ่งต่างเป็นลูกกำพร้ากลับมาที่สหรัฐฯ ด้วย สองคนนั้นหัวเราะคิกคักกันใหญ่เมื่อเห็นสีหน้าของเขา

"เฆเฟ่คะ ชอบของขวัญวันเกิดไหมคะ?"

ยัยเลขาฯ ตัวแสบที่รู้ใจเขาไปหมดทุกอย่างถามขึ้นหน้าตาเฉยต่อหน้าคริสที่หันไปถามเมลิน่าว่าเอาอะไรให้เขา เจ้าหล่อนก็โบ้ยให้คริสมาถามเขาเอง แล้วจะให้เขาตอบอาปาว่ายังไง เขาอ้ำอึ้งอยู่นานจนริคกี้กระซิบบอกคริสแทน ผู้เฒ่าคริสก็ได้แต่โคลงหัวในความห่ามของเลขาฯ สาวที่เขาเห็นหน้ามาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ฆาเบียร์โบกมือไล่ลูกน้องทั้งสองให้ไปไกลๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ


"ผมว่าผมคงไม่ต้องห่วงอาปาจะเหงาแล้วปีนี้ มีสองคนนี้อยู่ด้วยสงสัยจะครึกครื้นเกินไปด้วยซ้ำ"

"อืมม์ อาปาพาริคกี้มาดูที่เรียนต่อน่ะ ปีหน้าจะส่งเขามาเรียนโทอีกใบที่ม. S แต่ก็ยังคิดว่าหรือจะส่งไปทางฝั่งตะวันออกดี ก็คงแล้วแต่เจ้าตัวจะตัดสินใจ"

คริสตั้งใจจะผลักดันลูกชายคนเดียวของแอนดี้ผู้เคยเป็นน้องชายให้ก้าวหน้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฆาเบียร์ซึ่งถูกชะตากับลูกน้องหนุ่มคนนี้ก็สนับสนุนเต็มที่ เขามองว่าริคกี้เป็นเด็กดี ขยัน ตั้งใจทำงาน แต่อาจจะซื่อบื้อไปบ้างในบางเรื่องและทำให้เขาขัดใจบางครั้งเพราะท่าทีของเจที่ดูสนิทสนมกับหนุ่มคนนี้ซึ่งเขาก็พยายามจะมองข้ามมันไป แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้เขาไว้ใจและพร้อมสนับสนุนริคกี้คือเขารู้ว่าหนุ่มคนนี้รักและเทิดทูนคริสแค่ไหน

"ถ้าริคกี้มาเรียนต่อที่ม. S ก็ดี จะได้มาอยู่ดูแลอาปาด้วย"

ฆาเบียร์ยิ้ม ทุกวันนี้คริสใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐฯ มากกว่าที่ฮ่องกง เขาจะบินกลับไปที่นั่นตอนที่มีงานใหญ่ของบริษัทหรืองานสังคมสำคัญๆ ที่เหลือเขาปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฆาเบียร์ทั้งหมด ส่วนบริษัทของพ่อเขาที่ฮ่องกงนั้นมีการจ้างคนมาบริหารอยู่แล้ว ส่วนบริษัทที่สหรัฐฯ ทีมบริหารที่ขึ้นตรงกับคริสก็พร้อมที่จะทำงานกับฆาเบียร์ในวันที่คริสลงจากตำแหน่งอยู่แล้ว ไม่มีใครที่สงสัยความสามารถของสิงห์หนุ่มคนนี้ ผู้เฒ่าคริสพร้อมแล้วที่จะส่งผ่านทุกอย่างให้กับลูกของเขา เหลือเพียงแต่รอให้ฆาเบียร์พร้อมเท่านั้น


"งั้นผมไม่กวนอาปาแล้ว ไว้เจอกันอีกทีตอนผมกลับสหรัฐฯ นะครับ"

ฆาเบียร์บอกลาคริสก่อนที่จะปิดหน้าต่างสนทนาลง เขาปิดแล็ปท็อปและดึงหูฟังออกจากหู เขาหันไปมองคนตัวเล็กที่นอนหลับอย่างหมดเรี่ยวแรง ฆาบี้ไล้หลังมือไปกับใบหน้าน้อยๆ นั้นและก้มลงจูบแก้มเจเบาๆ เขาเหลือเวลาอยู่กับมันอีก 3 วัน เขาถอนหายใจเมื่อนึกถึงวันเวลาอันเปลี่ยวเหงาที่ต้องอยู่ห่างกัน ถึงจะรู้ว่ายังไงก็ต้องกลับมาเจอกันแต่เขาก็อดใจหายไม่ได้ทุกครั้ง เขาหวังว่าวันเวลาที่พวกเขาจะได้อยู่ร่วมกันตลอดเวลาจะมาถึงในอีกไม่ช้า แต่ในตอนนี้พวกเขาก็คงต้องตักตวงเวลาทุกนาทีที่อยู่ด้วยกันอย่างคุ้มค่า


"Cada dia te quiero mas, mi vida"

'ฉันรักนายมากขึ้นทุกวัน, ที่รักของฉัน'


ฆาเบียร์กระซิบแผ่วๆ ที่ข้างหูของคนรักที่นอนสลบไสลอยู่ เขาหลงใหลทั้งกายและใจของหนุ่มร่างเพรียวคนนี้จนนึกไม่ออกแล้วว่าเขาจะใช้ชีิวิตโดยปราศจากคนๆ นี้ไปได้อย่างไร

ฆาบี้ดูเวลา เกือบตีสี่แล้ว เขาควรต้องพาเจนยุทธไปอาบน้ำชำระกาย แต่ดูท่าทางเจจะยังไม่ยอมตื่นง่ายๆ ฆาเบียร์ลุกขึ้นจากเตียง ร่างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามงดงามเดินเข้าไปในห้องน้ำเล็กและจัดการเปิดน้ำอุ่นใส่ในอ่าง เขารอจนน้ำได้ที่แล้วจึงกลับมาที่เตียงแล้วอุ้มร่างเพรียวที่หลับสนิทขึ้นและพาเดินเข้าไปในห้องน้ำไป


#####################################

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
คริสกับเมลิน่าและริกกี้นี่อารมณ์เหมือนคนแก่อยู่กับลูกหลานเลย

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3737
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- [SP] Side Stories #2 ----

One Night Only




ฆาเบียร์ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มนั่งอยู่ในบาร์หรูในย่าน Lan Kwai Fong อย่าง Lily & Bloom เขาเริ่มกรึ่มๆ บ้างแล้วเพราะเพิ่งออกมาจากงานเลี้ยงแต่งงานของเลขาฯ คนหนึ่งของเขา หลังงานเลิกเขาและลูกน้องก็พากันมาดื่มต่อที่ย่าน Lan Kwai Fong นี้ แต่คนอื่นได้ขอปลีกตัวไปร้านที่คึกคักกว่า ส่วนเขาอยากจะนั่งดื่มเงียบๆ ที่ร้านหรูแบบนี้มากกว่า เขานั่งอยู่ที่บาร์บริเวณชั้น 2 ของร้านที่ตกแต่งด้วยสไตล์อเมริกันยุค 1920's เขานั่งจิบค้อกเทลรสเลิศของทางร้านพร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศกลางคืน เขาไม่ได้ออกมาเที่ยวแบบนี้มาพักใหญ่แล้ว นานๆ ทีออกมาผ่อนคลายบ้างก็ดี

"Martinez แก้วนึงครับ"

เสียงนุ่มๆ ดังขึ้นข้างตัวเขา ฆาเบียร์สะดุ้งแล้วนึกได้ว่ามันคือชื่อค้อกเทลอย่างหนึ่งของทางร้านที่ประกอบด้วยจิน เหล้ามาราชชิโน่ สวีท เวอร์มุธและออเรนจ์ บิทเทอร์ เขาหันไปมองชายหนุ่มที่สั่งค้อกเทลชื่อเหมือนนามสกุลเขา ชายหนุ่มร่างบางคนนั้นอยู่ในชุดสูทเข้ารูปสีน้ำตาลและเสื้อคอเต่าสีครีมดูหรูหรา ใบหน้าหวานภายใต้ผมดำขลับที่จัดแต่งทรงไว้อย่างเนี้ยบหันมาสบตาเขาแล้วยิ้มน้อยๆ ตาคู่งามที่เหมือนจะยิ้มได้นั้นทำให้เขาเคลิ้ม

"ผมขอมาร์ติเนซเหมือนกันครับ"

เขาสั่งค้อกเทลแบบเดียวกัน เมื่อได้มาเขาก็ยกแก้วขึ้นน้อยๆ ให้กับชายหนุ่มคนนั้นซึ่งก็ทำเช่นเดียวกันกลับมา



"มาบ่อยเหรอครับ?"

ฆาเบียร์ซึ่งเคยเป็นขาประจำที่บาร์นี้ก่อนที่เขาจะเจอเจนยุทธถามขึ้น ช่วงหลังนี้เวลามาดื่มเขาจะไม่ค่อยทักทายใคร มักจะดื่มและกลับห้องทันที แต่มีบางอย่างในตัวหนุ่มคนนี้ที่ทำให้เขาอยากค้นหาและทำความรู้จัก

"มาครั้งแรกครับ ผมไม่ค่อยได้เที่ยวกลางคืนที่ฮ่องกงเท่าไหร่"

รอยยิ้มบางๆ ที่ริมฝีปากคู่นั้นทำให้ใจเขาสั่นได้ หน้าตาของชายหนุ่มคนนี้ตรงสเป็คของเขา ตาหวานๆ ปากสวยๆ แบบนี้กระตุ้นเร้าให้เขาเกิดความปรารถนาขึ้นมา เขาพยายามข่มใจไว้ ร่างบางนั้นนั่งไขว้ห้างน้อยๆ ทำให้ขากางเกงที่เป็นแบบสลิมฟิตแนบติดไปกับขาและเน้นให้เห็นช่วงสะโพกแน่นๆ ฆาเบียร์ไม่ได้ตั้งใจมองแต่มันก็เด่นขึ้นมากระทบตาเขา เขาพยายามเบือนหน้าหนี

"คุณไม่ใช่คนแถวนี้เหรอครับ?"

ฆาเบียร์ชวนคุยต่ออย่างไร้จุดหมาย

"สำคัญด้วยเหรอ?"

ปากสวยๆ เม้มเบาๆ ไปที่ปากแก้วค้อกเทลและจิบเหล้าสีสวยเข้าไป

"เราคงเจอกันแค่คืนนี้คืนเดียว ไม่จำเป็นต้องรู้จักหรอกว่าผมเป็นใคร"



นิ้วเรียวงามนั้นไล้เบาๆ ที่หลังมือของเขาที่วางบนเคาเตอร์อย่างเชื้อเชิญ ฆาเบียร์หน้าร้อนวาบ สัมผัสและคำพูดแบบนี้เขารู้ความหมายของมันดี ปลายนิ้วอุ่นๆ นั้นกระตุ้นเร้าอารมณ์ของเขาที่เริ่มพลุ่งพล่านขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะฤทธิ์แอลกอฮฮล์ แต่อีกส่วนหนึ่งก็เพราะเขาห่างหายเรื่องแบบนี้มาเกือบเดือนแล้วตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่กลับเชียงใหม่

"ผม...ผมมีคนรักแล้ว"

เขาพยายามตัดบท แต่กลับยิ่งทำให้อีกฝ่ายรุกเร้าเขาหนักขึ้น ร่างบางนั้นเอนกายเข้ามาใกล้เขา

"ผมไม่ถือ ผมเองก็มีแฟนแล้วเหมือนกัน"

ริมฝีปากสีชมพูคู่นั้นกระซิบแผ่วที่ข้างหูเขาแล้วยังใช้ลิ้นดุนเบาๆ ที่ติ่งหูของเขา ฆาเบียร์ร้อนวูบทั้งตัวเมื่อมือเรียวงามลูบไล้ต้นขาแกร่งภายใต้กางเกงผ้าเนื้อดีของเขา ความตื่นเต้นจากการถูกสัมผัสอย่างโจ่งแจ้งทั้งๆ ที่อยู่ในที่สาธารณะกำลังจะเอาชนะสติของเขา ฆาเบียร์เรียกบาร์เทนเดอร์มาสั่งเครื่องดื่มเพิ่มเพื่อเบรคสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น มาร์ตินี่ถูกยกมาวางไว้ข้างหน้าเขา แต่เขากลับยกมันดื่มไม่ลง มือของคนที่เขยิบเข้ามานั่งชิดตัวเขากำลังทำให้เขาเพริดไป มือเรียวนั้นลูบไล้บริเวณหน้าขาเขา และเลื้อยลงไปที่ต้นขาด้านในและสูงขึ้นจนเฉี่ยวไปเฉี่ยวมากับส่วนสงวนของเขา ฆาเบียร์อยากสะบัดตัวให้พ้นหรือเอามือปัดมือขาวๆ นั้นแต่ก็เหมือนจะหมดแรงลงไป เขากัดปากแน่นและปล่อยให้เจ้าของปากสวยๆ นั้นทำตามใจไป แต่มือสวยๆ ข้างนั้นพลันยกออกไป รอยยิ้มอย่างยั่วเย้าปรากฎขึ้นบนใบหน้าหวานๆ นั้น

"ผมพอแล้วดีกว่า เชิญคุณเอาอารมณ์ที่ค้างจากผมไประบายกับคนรักเถอะ"

เสียงหัวเราะเสนาะหูดังออกมาจากปากสีชมพูนั้น คนแปลกหน้ารูปงามวางเงินค่าค้อกเทลไว้ที่เคาเตอร์แล้วเดินจากไป ฆาเบียร์ขบกราม เขารู้สึกเสียหน้าอย่างแรง เขาวางเงินไว้ที่เคาเตอร์และเดินตามไปดึงแขนของร่างบางนั้นแล้วลากเข้าไปในห้องน้ำ เขาผลักร่างนั้นติดกำแพงและบดริมฝีปากลงไปที่ปากสวยๆ นั้นซึ่งปิดสนิทในตอนแรกก็ก็ทนแรงกระตุ้นไม่ไหวและเปิดรับลิ้นร้อนๆ ของเขา มือของชายหนุ่มดึงชายเสื้อของเขาขึ้นและลูบไล้แผ่นหลังเปลือยอันแข็งแรงของเขา เขาซุกไซร้ที่ซอกคอและใบหูจนอีกฝ่ายครางเบาๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว



"ไม่ ไม่ใช่ที่นี่..."

เสียงแหบพร่าดังออกมาจากร่างที่ถูกเขาตรึงไว้กับผนัง ฆาเบียร์ขบกราม เขาทนไม่ไหวอีกแล้ว ความอัดอั้นจากการที่ไม่ได้ระบายมาพักใหญ่ทำให้เขาขาดสติ

"งั้น ไปห้องผม"

ฆาเบียร์คว้าข้อมือเพรียวแล้วโทรเรียกคนขับรถ เขาไม่ขับรถเองในวันที่รู้ว่าจะต้องดื่ม เมื่อรถโรลสรอยส์ โกสต์คันงามของบริษัทมาถึง คนขับเปิดประตูให้เขาและชายหนุ่มขึ้นนั่งเบาะหลัง ฆาเบียร์จับชายหนุ่มขึ้นนั่งบนตัก พวกเขาทั้งคู่ลูบไล้ซุกไซร้กันตลอดทางจนถึงอาคารอันเป็นที่ตั้งของโรงแรมริทซ์คาร์ลตั้น ฆาเบียร์ซึ่งใจเต้นไม่เป็นระส่ำพาชายหนุ่มหน้าหวานคนนั้นขึ้นลิฟท์ไปยังชั้น 102 ซึ่งเป็นล็อบบี้โรงแรมและต่อลิฟท์ไปยังชั้น 109 ทั้งคู่เดินคลอเคลียกันไปยังห้อง พวกเขาแนบกายเข้าหากันทันทีที่ประตูปิด อารมณ์ดิบเถื่อนในใจทะลักล้นออกมาท่วมคนทั้งสอง ฆาเบียร์ดันร่างบางให้นอนลงบนเตียงนุ่มก่อนจะซุกไซร้ฟอนเฟ้นร่างบางนั้น เขาสังเกตว่านอกจากที่ในห้องน้ำที่บาร์แล้ว ชายหนุ่มพยายามเลี่ยงการจูบปากกับเขา ซึ่งเขาก็ไม่ว่าอะไร ยังมีอะไรให้ทำมากกว่านั้นอีกเยอะ


ฆาเบียร์ถอดเสื้อนอกสีน้ำตาลของชายหนุ่มออก เขาเขี่ยไล้ตุ่มไตที่ชูชันปรากฏเป็นรอยให้เห็นเด่นชัดผ่านผ้ายืดเนื้อบาง เขาใช้ลิ้นดูดดุนและใช้ฟันขบมันเบาๆ จนผ้าสีขาวครีมนั้นเปียกจนเห็นสีแดงระเรื่อผ่านเนื้อผ้า ฆาเบียร์ดึงเสื้อยืดคอเต่าของชายหนุ่มให้หลุดพ้นกายก่อนที่จะจูบไล้ดูดดุนเม็ดทับทิมคู่งามนั้นต่อจนร่างบางสยิวกายเยือกขึ้นอย่างทนไม่ไหว เสียงครางปานละเมอดังออกมาจากปากสวยๆ นั้น มือเรียวลนปลดกระดุมเสื้อเชิร์ตสีขาวสะอาดของฆาเบียร์ เขาสลัดเสื้อตัวนั้นทิ้ง แต่ก่อนที่ฆาเบียร์จะลงต่ำไปด้านล่าง ร่างเพรียวที่แรงเยอะกว่าที่คิดก็พลิกขึ้นคร่อมกายเขา รอยยิ้มอย่างมีชัยปรากฎขึ้นบนริมฝีปากของชายหนุ่ม เขากลับเป็นฝ่ายฟอนเฟ้นร่างของฆาเบียร์ซึ่งก็ลองปล่อยให้คนแปลกหน้าทำตามใจดู

มือขาวผ่องรูดซิปกางเกงซึ่งอัดแน่นไปด้วยแก่นกายที่ขยายตัวเต็มที่ของฆาเบียร์ ชายหนุ่มทำตาโตเมื่อเห็นมันชัดๆ ปากคู่สวยเริ่มขยับทำงานของมัน ฆาเบียร์ซี้ดปากเมื่อถูกเลียไล้ไปตามแก่นกาย ลิ้นร้อนๆ ที่พลิกพริ้วอย่างช่ำชองทำให้เขาแทบคลั่งจนต้องคำรามออกมาดังๆ

"อูย คุณเก่งจริงๆ"

ฆาเบียร์ขยุ้มกลุ่มผมดำสนิทนั้นแล้วเสยสะโพกขึ้นตามจังหวะการรูดไล้ ปากสวยๆ คู่นั้นช่างวิเศษเหลือเกิน เขาแทบทนไม่ไหวแล้ว เขาครางออกมาพร้อมปล่อยน้ำสีขาวขุ่นออกมาเต็มปากสีชมพูคู่นั้น ฆาเบียร์ที่หอบกระเส่าพลันสยิวกายขึ้นเมื่อลิ้นร้อนๆ สัมผัสกับช่องทางด้านหลังของเขา

"คุณ..."

เขานึกว่าเขาจะได้เป็นฝ่ายกกกอดในคืนนี้ หากดวงตาคู่สวยที่ช้อนมองขึ้นมาอย่างเว้าวอนทำให้เขาใจอ่อนยวบ เขาพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต

"ใส่ถุงนะ"

เขาพูดสั้นๆ อีกฝ่ายชูของที่เตรียมมาพร้อมแล้ว ฆาเบียร์ชันเข่าขึ้นเตรียมพร้อมรับสิ่งที่อีกฝ่ายจะประเคนให้ ร่างเพรียวดึงตัวฆาเบียร์มาที่ขอบเตียง เขานั่งลงที่หว่างขาของร่างกำยำแล้วใช้ปากเลียไล้ที่ช่องทางสีแดงก่ำนั้น ฆาเบียร์ขบกรามแน่น ปลายลิ้นร้อนที่ฉกเข้าออกช่องทางของเขาทำให้เขารู้สึกแทบขาดใจ เขาต้องบิดกายเร่าๆ พร้อมครวญครางออกมาอย่างสุดกลั้นเมื่อลิ้นเปลี่ยนเป็นนิ้วมือสองนิ้วที่ชุ่มไปด้วยเจลหล่อลื่น ชายหนุ่มหน้าหวานคนนี้รู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไร ทุกการเคล่ื่อนไหวของนิ้วเขาทำให้ร่างกำยำบนเตียงผวาเยือก



"คุณนี่เซ็กซี่จริงๆ ให้ตายเหอะ"

หนุ่มหน้าหวานครางออกมา เขาเองก็จะทนไม่ไหวแล้ว ร่างใหญ่กำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแกร่ง แผงอกหนา หน้าท้องเป็นลอนกลับมานอนระทวยด้วยความเสียวที่เขาป้อนให้ มันเป็นภาพที่ทำให้เขารู้สึกถึงอำนาจของตน เขารูดกางเกงผ้าเนื้อดีของตนลงและปลดปล่อยแก่นกายขนาดเกินตัวออกมา เขารูดใส่ถุงยางและชะโลมแก่นกายด้วยเจลใส ร่างกำยำข้างหน้าเหมือนทนรอไม่ไหว ฆาเบียร์ดันช่องทางของตนเข้าหาแท่งลำนั้นทันทีที่มันสัมผัสปากทาง ชายหนุ่มขบกรามแน่น แม้ช่องทางแคบนั้นดูจะคุ้นเคยกับการถูกรุกล้ำแต่มันก็ยังบีบรัดแท่งลำของเขาจนรู้สึกเจ็บ เขาดันต้นขาแข็งแรงคู่นั้นให้อ้ากว้างก่อนจะเสยสะโพกหนักๆ ใส่ เสียงครางพร้อมคำสบถอย่างหยาบโลนเป็นภาษาสเปนดังมาจากร่างกำยำนั้น ฆาเบียร์สะบัดหน้าไปมาเพราะความเสียวที่ได้รับ ทุกครั้งที่ชายหนุ่มกระแทกเข้ามามันโดนเข้ากับจุดกระสันของเขา

"เปลี่ยนท่าเถอะ เดี๋ยวแตกก่อน"

เสียงแหบพร่าร้องขอ ชายหนุ่มตอบสนองตามคำขอนั้น เขาเปลี่ยนมานั่งบนเตียง ฆาเบียร์หันหลังให้ร่างนั้นและร่อนสะโพกกระแทกบนแก่นกายที่ขยายตัวเต็มช่องทางฉ่ำเยิ้มของเขา ฆาเบียร์ใช้มือทั้งสองยันขาเพรียวแต่แข็งแรงนั้นเพื่อทรงตัว เสียงครางกระเส่าดังออกมาจากปากบางของเขา เขารู้สึกเต็มกล้้นแล้ว ชายหนุ่มรู้ได้จากช่องทางที่บีบรัดถี่ยิบว่าชายร่างใหญ่จวนถึงจุดแล้ว เขาพลันรั้งร่างฆาเบียร์ให้หยุดแล้วพลิกกายให้ฆาเบียร์โก้งโค้ง มือทั้งสองของฆาเบียร์จับแน่นที่หัวเตียง ชายหน้าหวานที่คุกเข่าประกบอยู่ด้านหลังโยกเอวถี่ยิบเข้าหาช่องทางแคบรัด ฆาเบียร์ก็ร่อนสะโพกสู้อย่างไม่ยอมแพ้ เขาขบกรามแน่น เหงื่อกาฬไหลออกมาทั่วกาย เขาไม่ได้รู้สึกแบบนี้มาพักใหญ่แล้ว เขารู้สึกถึงการตอดถี่ยิบที่ช่องทางด้านหลังก่อนที่จะหลั่งออกมาโดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องสัมผัสแก่นกายเขาด้วยซ้ำ เขาฟุบหน้าลงกับเตียงอย่างหมดแรง ชายแปลกหน้าพลันจับเขานอนตะแคงและลงนอนซ้อนหลังเขา มือของเขารูดไล้แก่นกายที่เริ่มขยายตัวของฆาเบียร์ ปากของเขาซุกไซร้ที่ลำคอสีแทนของหนุ่มละตินร่างใหญ่



"ห้ามทิ้งรอย!"

ฆาเบียร์รีบห้ามคนที่ทำท่าจะดูดดึงเนื้อที่ลำคอของเขาด้วยเสียงเฉียบขาด เสียงหัวเราะเบาๆ ดังอยู่ที่ข้างหูเขา ฆาเบียร์ครางลั่นอีกครั้งเมื่อแท่งลำร้อนกระแทกกระทั้นกายอย่างหนักหน่วง ไม่นานทั้งสองก็คำรามลั่นออกมาพร้อมกันก่อนทุกอย่างจะหยุดนิ่งลง ร่างบางฟุบอยู่กับไหล่กว้างของฆาเบียร์ เสียงหอบหายใจแผ่วๆ ทำให้ฆาเบียร์อดไม่ได้ต้องพลิกกายไปกอดกระชับร่างของชายหนุ่มไว้ แต่ร่างนั้นดันตัวออกทันควันและผละออกจากเตียงเดินไปที่หน้าต่างกระจกใสสูงจากพื้นถึงเพดาน ร่างเปลือยนั้นยืนกอดอกจ้องมองทิวทัศน์ฮ่องกงยามค่ำคืนที่เห็นอยู่ลิบๆ เบื้องล่างจากความสูง 109 ชั้น ฆาเบียร์เดิมตามมาโอบเอวบางนั้นและซุกไซร้ซอกคอขาวนั้น

"กลับไปที่เตียงเถอะ"

ฆาเบียร์กระซิบด้วยเสียงเว้าวอน เขายังรู้สึกไม่เต็มอิ่มจากสัมผัสของชายหนุ่มคนนี้หากร่างบางนั้นขยับตัวออกจากอ้อมกอดของเขา

"ไม่ล่ะ ผมต้องไปแล้ว แฟนผมเขารออยู่"

ปากสวยๆ คู่นั้นสัมผัสเบาๆ ที่แก้มของเขาก่อนจะเดินจากไปทิ้งฆาเบียร์ให้ยืนเดียวดาย



ชายหนุ่มหน้าหวานเปิดน้ำจากก๊อกที่ซิงค์น้ำขนาดใหญ่ในห้องของคนรัก เขาวักน้ำล้างหน้าและล้างเจลบางส่วนออกจากผม  เดี๋ยวตอนอาบน้ำค่อยสระออกอีกที เขาถอนหายใจเมื่อนึกถึงร่างที่เขาได้กกกอดไป เซ็กส์ในคืนนี้ถึงใจจริงๆ แต่ก็ยังเหมือนขาดอะไรไป เขาสะดุ้งเมื่อมีแขนล่ำสันโอบเข้าที่เอวบางพร้อมกับริมฝีปากคู่ร้อนที่ซุกไซร้ข้างหู เขาหันไปจูบเบาๆ ที่ปากของแฟนหนุ่มร่างใหญ่ จูบนั้นค่อยๆ หนักหน่วงขึ้นลิ้นของทั้งสองเลียไล้เกี่ยวพันกัน เขาดูดดึงริมฝีปากร้อนๆ ของคนรักอย่างนุ่มนวล ทั้งสองป้อนจูบให้กันจนพอใจ ชายหนุ่มหอบหายใจพร้อมซบหน้าลงที่อกกว้าง นี่สินะที่ขาดไป เซ็กส์ที่ขาดจูบเปี่ยมรักแบบนี้ก็เป็นแค่เซ็กส์ดาดๆ เขาดึงคนรักร่างใหญ่เข้าในส่วนอาบน้ำและเปิดฝักบัว ควันขาวๆ จากน้ำร้อนที่กระทบอากาศเย็นของห้องคลุมร่างทั้งสองที่แนบกายเข้าหากันอีกครั้ง


"นายน่ะ ขี้โกง"

เสียงทุ้มติดแหบตัดพ้อขึ้นเบาๆ ชายหนุ่มหน้าหวานปรายตามองคนรักที่กำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมให้เขา คนตัวโตแสนงอนของเขาทำหน้ามุ่ย

"โกงตรงไหน ผมทำตามกฎทุกอย่าง"

ชายหนุ่มหน้าหวานพูดกลั้วหัวเราะเบาๆ เขาหยิบต่างหูเพชรสีน้ำเงินที่ถอดเก็บไว้มาใส่คืนที่หูซ้าย แล้วหันไปหาใบหน้าคมเข้มที่ทำหน้าเซ็ง

"ก็บอกแล้วว่าให้ทำตัว hard to get แต่คุณทำไม่ได้เองนะ ฆาบี้"

เจนยุทธหันไปแลบลิ้นให้ฆาเบียร์ที่ควรต้องทำใจแข็งแต่ในที่สุดก็อดทนต่อการยั่วยวนของเขาไม่ได้

"แล้วนี่ถ้าเจอหนุ่มๆ ถูกสเป็คคนอื่นทำแบบนี้เข้าคุณจะไม่นอกใจผมเหรอ?"

เจทำหน้าบูดใส่คนรักใจง่ายของเขา ฆาเบียร์ถอนหายใจ เขาไม่เคยเล่าให้เจฟังหรอกว่าเขาเจอเหตุการณ์แบบคืนนี้มากี่ครั้งแล้วช่วงที่อยู่ฮ่องกง หลายครั้งที่เขาออกไปดื่มตอนกลางคืน โดยเฉพาะตอนที่ไปร้านที่เป็นที่นิยมของเหล่าคนรสนิยมเดียวกัน เขาโดนรุกเร้าหลายต่อหลายครั้ง บางครั้งหนักหนากว่าที่เจทำกับเขาคืนนี้อีก แต่ไม่มีใครที่จะสั่นคลอนจิตใจเขาได้และถูกเขาปฏิเสธกลับไปทุกราย หากคืนนี้ แค่เหลือบตาไปเห็นเจนยุทธในลุคแปลกตาเขาก็สั่นไปทั้งตัวแล้ว ไม่ต้องพูดถึงตอนมันไล้มือไปบนหน้าขาเขา เขาแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มแข่งแล้ว


"คราวนี้ผมชนะพนันคุณ จะเอาอะไรดีน้า?" เจนยุทธยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

"งั้นผมขอกินคุณอีกรอบแล้วกันนะ"

เจนยุทธจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากบางที่จูบตอบอย่างอ่อนหวาน รอบนี้เขาจะร่วมรักอย่างนุ่มนวลกับฆาเบียร์ไม่ใช่เซ็กส์เร่าร้อนแบบ "คนแปลกหน้า" อย่างเมื่อสักครู่ ฆาเบียร์ช้อนร่างเพรียวของเจขึ้นและพาเดินไปที่เตียงนุ่ม เสียงอุทานของเจที่ถูกโยนลงเตียง เสียงหัวเราะเบาๆ ของฆาเบียร์ และเสียงจูบดังมาจากเตียงนุ่มนั้น


"อ้อ แล้วอย่าลืมมื้อใหญ่อลังการที่มาเก๊าตามสัญญาด้วยล่ะ"



-----------------------------------------------

มาสัญญากับคนอ่านไว้ก่อนว่าเดือนหน้าพาไปมาเก๊าแน่นอนค่าาาา

พยายามลองเขียนให้ดูเหมือนฆาบี้นอกใจ แต่อ่านแล้วก็ยังไม่ค่อยเนียนน้อ เดาออกกันตั้งแต่แรกหรือเปล่าคะว่าหนุ่มปริศนาคืออิน้องเจ? ถ้าสงสัยว่าเจมาได้ไง เดี๋ยวจะมีพูดถึงนิดหน่อยในเนื้อเรื่องในอนาคตค่ะ สรุปคือ มางานแต่งงานในฐานะคนรักของฆาเบียร์ แล้วก็เกิดอยากเล่นสนุกกันขึ้นมาค่า



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-09-2017 02:11:46 โดย La Vida Sin Tu Amor »

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1

(ตอนนี้ยาวเฟื้อยมากค่ะ)


---- ยามห่าง ----




6:00 น. Palo Alto, California



ฆาเบียร์ตื่นขึ้นมากดโทรศัพท์ซึ่งตั้งปลุกไว้อย่างง่วงงุน เขาควานหาคนข้างตัวมากอดแต่ก็เจอแค่ความว่างเปล่า เขานอนงงอยู่สักพัก ใช่สินะ นี่เขาไม่ได้อยู่ที่เชียงใหม่แล้ว เขาถึงฮ่องกงเมื่อ 4 วันที่แล้วและเพิ่งมาถึงสหรัฐฯ เมื่อวาน ฆาเบียร์ดึงหมอนข้างใบโตมากอดกระชับแล้วซุกหน้าลงไปโดยจินตนาการว่าเป็นร่างเพรียวของเจนยุทธ เขาฉีดน้ำหอม Lanvin Oxygene กลิ่นเดียวกับที่เจใช้ลงไปบนหมอนใบนั้นเพื่อที่เขาจะได้รู้สึกเหมือนมันยังอยู่ข้างๆ เขาสูดกลิ่นเครื่องเทศและสมุนไพรซึ่งเป็นกลิ่นหลักของน้ำหอมนั้นเข้าไปเต็มปอด กำลังใจในการทำงานของเขาเต็มเปี่ยมแล้ว


ฆาเบียร์ลุกขึ้นจากเตียง ร่างเปลือยที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเดินไปหยิบกางเกงที่เขาโยนทิ้งไว้ข้างเตียงมาใส่และเดินลงไปชั้นล่างของบ้านใหญ่หรูหราที่เขาอาศัยอยู่กับอาปา เขาเข้าไปในยิมน้อยๆ ของเขา ฆาเบียร์อบอุ่นร่างกายแล้วเริ่มวิ่งบนสายพานเป็นเวลา 45 นาที จากนั้นถึงมาบริหารแยกเฉพาะส่วนเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ เขาใช้เวลา 1 ช.ม. กว่าๆ ในยิมน้อยนั้น ถึงจะทำงานยุ่ง ฆาเบียร์มักหาเวลาดูแลร่างกายเสมอ ตอนอยู่ฮ่องกงเขาก็ใช้เวลาในยิมของโรงแรมไม่ก็ในสำนักงานซึ่งเขามีเครื่องออกกำลังสามสามเครื่องอยู่ในห้องที่จัดไว้ให้เขาโดยเฉพาะ มีแค่ตอนอยู่กับเจนยุทธเท่านั้นที่เขาได้ละเลยกิจวัตรนี้ไปบ้างแม้เจจะมียิมน้อยๆ ในห้องก็ตาม


เขาจำได้ว่าเมื่อเขากลับเชียงใหม่ครั้งแรก ก่อนกลับฮ่องกงเขาได้ลองชั่งน้ำหนักดูแล้วก็ต้องช็อคกับตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมาเกือบสองกิโล ยิ่งรอบนี้ที่เขาอยู่กับเจถึงเกือบสองสัปดาห์น้ำหนักเขาขึ้นมาจนตัวเขานั้นอยากร้องไห้ โดยปกติแล้วเขาเป็นคนระวังเรื่องอาหารการกิน แต่เมื่ออยู่กับเจนยุทธแล้วมันแทบเป็นไปไม่ได้เลย ไอ้เจ้าตัวเล็กของเขามันทั้งกินจุ ไม่เลือกและไม่ระวังเรื่องอาหารใดๆ ทั้งนั้น เขายังสงสัยว่าทำไมเจจึงดูน้ำหนักไม่ขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย แต่จะให้เขาปฏิเสธมันตอนกินเขาก็ทำไม่ลง ดวงตากลมโตที่จ้องมาของมันทำให้เขากินอาหารอร่อยขึ้นมาก สิ่งที่ทำได้ก็คงต้องใช้เวลาที่ไม่ได้อยู่กับเจรีดน้ำหนักออก



ฆาเบียร์เดินออกจากห้องออกกำลังกายมาแล้วก็เจอกับคริสที่ใส่ชุดทำงานพร้อม

"อ้าว ฆาบี้ วันนี้ตื่นเช้าเชียว หายเจ็ทแล็กแล้วเหรอ?"

"พอไหวแล้วครับ รอบนี้ไม่ค่อยแย่เท่าไหร่"

ฆาเบียร์ยิ้มแย้มตอบคริส รอบนี้เขาจะอยู่สหรัฐฯ ยาวถึงสองสัปดาห์และหวังว่าจะได้ใช้เวลากับอาปาให้เต็มที่

"งั้นเดี๋ยวอาปาจะให้เขาเตรียมสำรับเช้าไว้ให้ รีบๆ ไปอาบน้ำอาบท่าซะ"

คริสโบกมือไล่ลูกบุญธรรมของเขาให้ขึ้นไปอาบน้ำ ฆาเบียร์วิ่งเหยาะๆ ขึ้นบันไดไป เขาใช้เวลาอาบน้ำไม่นานนัก เขาเลือกชุดสูทสีเทาอ่อนออกมาจากราวที่แขวนสูทสารพัดสีไว้ เขาจัดการแต่งตัว เซ็ตผม และหยิบเอาซองการ์ดบางๆ ยี่ห้อดังใบหนึ่งมา เขาดึงรูปที่ขอบเริ่มเยินแล้วรูปหนึ่งออกมาประทับจูบเบาๆ มันเป็นรูปของเจที่จูงมือเขาเดินในสวนที่ม่อนแจ่ม ใบหน้าน่ารักนั้นหันกลับมายิ้มกว้างให้เขา เขาเก็บรูปนั้นกลับเข้าไปในซองการ์ดและเอามันเสียบไว้ที่กระเป๋าเสื้อเชิร์ตข้างซ้ายแนบกับตำแหน่งหัวใจก่อนที่จะหยิบต่างหูของแม่ขึ้นมาใส่ที่หูขวาเป็นอย่างสุดท้าย




22:00 น. เชียงใหม่ ประเทศไทย




เจนยุทธนั่งน้ำลายยืดอยู่หน้าทีวี วันว่างๆ ของเขาไม่มีอะไรที่จะสุขไปกว่าได้ดูช่อง Food Channel ในเคเบิลทีวี ตอนนี้เขากำลังดูรายการ Diners, Drive-ins and Dives ของโฮสต์ชื่อดังอย่าง Guy Fiery ซึ่งนำคนดูไปตามดูร้านอาหารเล็กๆ แต่เจ๋งโคตรทั่วสหรัฐฯ ตอนนี้ในทีวีเป็นร้านที่ดังเรื่องบาบีคิว เจตาลอย พรุ่งนี้เขาต้องไปจัดร้าน The Duke's แน่นอน

RRrrrrrrr


"ไง ไอ้ปรินซ์ เออ กูอยู่บ้าน"

"..."

"ไรวะ? ก็ไหนว่าวันนี้นัดสาวไว้ไม่ให้กูไปด้วย ไหงตอนนี้มาชวนยิกๆ"

"..."

"โดนเท? เออ บอกไอ้ซันซันว่ากูสมน้ำหน้า"

"..."

"เออๆๆ พวกมึงรออยู่นั่นแหละ โต๊ะเดิมใช่ไหม? เดี๋ยวกูเข้าไป"


เจถอนหายใจ ไอ้เพื่อนเลวพวกนี้พอสาวทิ้งก็ถึงเห็นค่าเขา เจกดปิดทีวีและลุกขึ้นแต่งตัวง่ายๆ แค่เสื้อยืดกางเกงยีนส์แล้วเดินออกไปหาพวกเพื่อน

"ไง ไอ้ซันไปไหนแล้ว?" เจทักปรินซ์ที่นั่งอยู่คนเดียว

"มันบอกว่าจะเข้าไปเต้นให้ลืมสาวอ่ะ"

ปรินซ์ตอบเซ็งๆ พร้อมยกเหล้าขึ้นจิบ

"เนี่ยน้า ริจีบเด็กก็งี้ เค้าไม่เอามันจริงหรอก งั้นเดี๋ยวกูตามเข้าไปดูมันหน่อย"

"ไม่ต้องหรอกมั้ง? มึงไม่ต้องห่วงมันหรอก เจ เดี๋ยวมันก็หาใหม่ได้"

ปรินซ์ตอบอย่างรู้จักเพื่อนรักของตัวดี ไอ้ซันเพื่อนของพวกเขาเป็นประเภทตกหลุมรักคนนั้นคนนี้ไปได้ทั้งปี พวกเขาชินกับมันแล้ว

"เอาน่ะ กูจะได้เข้าไปทักไอ้ตั้มมันด้วย"

เจนยุทธพูดถึงบาร์เทนเดอร์สุดหล่อน้องรหัสของเขาและลุกเดินเข้าไปในโซนเต้น ปรินซ์ยกเหล้าขึ้นกระดกจนหมดแก้ว ก่อนจุดบุหรี่สูบและพ่นควันอย่างเซ็งๆ สักพักแล้วก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้

"เฮ้ย ชิบหาย ไอ้ตั้มเหรอ?"

เขารีบลุกขึ้นแล้วเดินตามเจเข้าไป


"ไงจ๊ะ น้องตั้มสุดหล่อ เป็นไงมั่งวะ  วันนี้คนไม่ค่อยเยอะ ไม่ค่อยยุ่งล่ะสิ"

เจทักทายน้องรหัสหน้าหล่ออย่างอารมณ์ดี

"พี่เจ หวัดดีครับ"

บาร์เทนเดอร์หน้าหล่อยิ้มกว้างทักทายพี่รหัสคนสนิทของเขา

"กูยังไม่ได้ขอโทษมึงจริงๆ จังๆ เรื่องวันนั้นเลยว่ะ"

เจนยุทธหมายถึงวันที่เขากับฆาเบียร์ใช้มันเพื่อยั่วเย้าอีกฝ่าย

"ขอโทษจริงๆ ว่ะ กูสนุกกันเกินไปหน่อยไม่ได้คิดถึงความรู้สึกมึง"

เจทำหน้าสลด ยกมือขอโทษไอ้น้องรหัส เขาจำสีหน้าผิดหวังของมันได้ ก็แหงล่ะ เมียตัวโตของเขาเสน่ห์แรงซะขนาดนั้นใครกันจะไม่เคลิ้ม

"ไม่เป็นไรอ่ะ พี่ ผมลืมๆ มันไปแล้ว แต่ถ้าพี่จะเลี้ยงเหล้าผมซักแก้วผมก็ไม่ว่านะ"

ตั้มหัวเราะฝืนๆ ใจของเขายังนึกถึงเหตุการณ์คืนนั้นไม่ลืม

"เอาสิ มึงจะกินอะไร จัดมาเลย ขอกูแก้วนึงด้วย"

เจพูด เขาสายเปย์อยู่แล้ว ยิ่งกับไอ้น้องรหัสคนดีของเขาด้วย พวกเขานั้นสนิทกันมากตอนสมัยเรียน ทั้งเรื่องเที่ยวและเรื่องเรียน เขาสนิทกับมันโดยไม่ใส่ใจว่าใครจะเอาไปซุบซิบนินทา น้องของเขาคนนี้แสดงออกมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วว่าไม่สนผู้หญิง แต่กับเจ ตั้มมีแต่ความเคารพให้เสมอมา



ตั้มผสมลองไอส์แลนด์ ไอซ์ทีให้ตัวเองแก้วหนึ่งและอีกแก้วให้เจ เขาส่งแก้วให้เจซึ่งยกมือขึ้นรับ ปลายนิ้วของเจสัมผัสหลังมือของเขาเบาๆ แล้วก็เหมือนถูกไฟช็อต เขาสะดุ้งปล่อยแก้วแต่ดีที่เจนยุทธรับไว้ทัน

"เห้ย เป็นอะไรวะมึง ตกใจอะไร?"

เจซึ่งตกใจไม่แพ้กันถามตั้มซึ่งหน้าแดงแปร๊ด ตั้มไม่ตอบแต่เสไปรับออเดอร์ลูกค้าคนอื่น ใจของเขาเต้นระรัวไปหมด ตั้งแต่วันนั้น เขาไม่อาจสลัดภาพเจนยุทธที่โน้มตัวน้อยๆ มาหาเขา ใบหน้าใสๆ นั้นช่างอ่อนหวาน เขารู้ว่าพี่รหัสของเขาหน้าตาน่ารัก แต่เขาไม่เคยสังเกตเลยว่าขนตาของเจยาวขนาดนั้น ไหนจะแก้มที่ขาวนวลเนียน ริมฝีปากรูปกระจับที่ดูนุ่มละมุน และที่ทำให้เขาเหมือนจะหยุดหายใจคือเม็ดสีทับทิมที่โผล่รำไรจากเสื้อที่ชุ่มน้ำนั้น​ เขาทำค้อกเทลให้ลูกค้าคนอื่นเสร็จแล้วหันกลับมาหาเจ แล้วก็สะท้านใจ ใบหน้าน้อยๆ ของเจนั้นส่อแววร้อนใจ ดวงตากลมโตที่จ้องเป๋งมาที่เขาทำให้ใจเขาสั่นระรัว

"มึงเป็นอะไรวะตั้ม ทำไมดูไม่ร่าเริงเหมือนทุกที มึงยังโกรธกูอยู่เหรอวะ?"

เจถามอย่างรู้สึกผิด สงสัยเขาต้องหาของมาสังเวยไอ้น้องรหัสหน่อยแล้ว บาร์เทนเดอร์หน้าหล่อลังเลพักหนึ่งก่อนจะขยับมือไปกุมมือพี่รหัสที่วางไว้บนเคาเตอร์

"พี่เจ ผม...ผม" เขาพูดตะกุกตะกัก

"เฮ้ย ไอ้ตั้ม กูขอเบียร์ขวดดิ๊"

เสียงห้าวๆ ของพี่ปรินซ์ดังแทรกความคิดที่อยู่ในหัวของเขา มือของเขาที่กุมมือพี่รหัสถูกแขนล่ำๆ ของเพื่อนพี่รหัสเบียดออกไป

"ไอ้ปรินซ์ เล่นเหี้ยไรวะ เดี๋ยวมือกูช้ำหมด"

เจบ่นอุบอิบ ไอ้เพื่อนของเขาที่ตัวเล็กกว่าฆาเบียร์ไม่เท่าไหร่ดันเบียดตัวแทรกเข้ามาที่เคาเตอร์โดยเอาแขนควายๆ ของมันมากระแทกมือเขาได้ ปรินซ์หัวเราะหึๆ ดีที่เขานึกได้ว่าป๋าฆาบี้ได้ฝากเขาให้สังเกตอาการไอ้รุ่นน้องหน้าหล่อคนนี้ไว้ เขาเห็นได้จากท่าทางและสายตาของมันว่ามันคงเริ่มคิดอะไรๆ กับไอ้เจเข้าให้แล้ว แต่ดูท่าว่าไอ้เพื่อนโง่ของเขามันจะยังไม่รู้ตัว


'ไม่ต้องห่วงครับป๋า ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด'


ไม้กันหมาตัวล่ำที่เห็นฆาเบียร์เป็นไอดอลไปแล้วคิดในใจ ปรินซ์หัวเราะหึๆ ใส่เจนยุทธและส่งสายตาดุๆ ให้ตั้มที่ส่งขวดเบียร์ให้เขาและจ้องกลับมาอย่างไม่เกรงกลัว



"แล้วผัวมึงเป็นไงมั่ง ไอ้เจ" ปรินซ์ถามเจนยุทธหน้าตาเฉย

"ห่านี่ พูดเบาๆ ก็ได้" เจหน้าแดงแปร๊ด

"ผัว เผออะไร เมียโว้ย เมีย..." คนปากแข็งกลั้นใจพูด

"ป๋ามึงอ่ะ สบายดี ตอนนี้อยู่เมกา เดี๋ยวคงกลับมาอีกทีช่วงคริสต์มาส มึงเตรียมต้อนรับด้วยล่ะ"

เจนยุทธยิ้มเมื่อนึกถึงคนรัก ปรินซ์ได้ทีขยี้ใจรุ่นน้องที่คิดไม่ซื่อต่อ

"แล้วอยู่ไกลๆ กันมึงไม่คิดถึงป๋ากูมั่งเหรอวะ?"

"มึงพูดปุ๊บ กูคิดถึงปั๊บเลยว่ะ" เจถอนหายใจ

"แต่ไม่เป็นไรหรอก ไงๆ ก็คุยกันทุกวันอยู่แล้ว อีกอย่างกูรู้ว่ายังไงๆ เค้าก็ต้องกลับมาหากู"

เจยิ้มละไมเมื่อนึกถึงเวลาที่คนตัวโตของเขากลับบ้าน ตั้มมองรอยยิ้มแบบที่เจไม่เคยมีให้ใครอย่างปวดใจ ปรินซ์แอบชำเลืองดูหน้าหล่อๆ ที่สลดลงของรุ่นน้องอย่างเห็นใจ แต่มันควรจะตัดใจได้แล้ว



"ฮ้ายยยย เพื่อนๆ มารอกูหรา?"

เสียงไอ้ซันที่เมาได้ที่ดังมาจากด้านหลัง สองหนุ่มหันไปดู เพื่อนร่างอ้วนเตี้ยของพวกเขาเดินเป๋ไปเป๋มาเข้ามาหา ปรินซ์ถอนหายใจ สงสัยจะได้เวลากลับแล้ว

"เจ ช่วยกูลากไอ้ซันกลับโต๊ะหน่อยว่ะ"

ปรินซ์ได้ทีชวนเจกลับ เจพยักหน้าแล้วหันไปลาตั้ม

"ไปก่อนนะไอ้น้อง ไว้วันหลังกูมาเม้าด้วยใหม่"

เจนยุทธโบกมือลาน้องรหัสซึ่งโบกมือตอบอย่างใจลอย ก่อนจะช่วยปรินซ์ประคองเพื่อนที่ตัวไม่เบาออกไป




12:00 น. ห้องทำงานของฆาเบียร์



RRrrrrr


"ไง เจ ทำไมวันนี้นอนดึกจัง?...งานเยอะอีกแล้วเหรอ?"

ฆาเบียร์นิ่วหน้า ถ้าเวลาไทยตอนนี้ก็คงเกือบตี 2 แล้ว เจของเขาทำงานหามรุ่งหามค่ำอีกแล้ว? เขามองหน้าน้อยๆ ของเจที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่ แสงในห้องค่อนข้างน้อย แต่เขาเห็นจากแสงไฟรางๆ ว่าเจนั้นตาหรี่ปรือ

"ไม่ช่าย ผมไปดื่มกับปรินซ์กับซันซันมา"

เจนยุทธตอบเขากลับมา เสียงของเจกรึ่มได้ที่ ฆาเบียร์ขมวดคิ้ว ทำไมกินกันถึงตีสองเชียว เจหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นคนตัวโตทำหน้าหงิก

"ซันซันมันโดนสาวทิ้งมาอ่ะ พวกผมเลยอยู่ปลอบมันหน่อย ก็กินกันจนผับปิดแล้วก็ลากมากินกันต่อที่ห้อง"

"...ไอ้สองตัวนั่นเมาพับไปแล้ว"

เขาหันกล้องให้ฆาเบียร์ดูสองหนุ่มที่นอนหมดสภาพอยู่บนเตียงข้างๆ เขา ฆาเบียร์ยิ้มออกมา เจให้สองคนนั้นนอนฝั่งที่เจนอนทุกครั้งส่วนตัวเองย้ายมานอนฝั่งที่ฆาเบียร์นอนเป็นประจำ

"ผมไม่ยอมให้ใครมานอนแทนที่คุณหรอกน่า วางใจได้" คนตัวเล็กพูดยิ้มๆ

"อืมม์ อย่าลืมเอาหมอนข้างวางกั้นไว้ด้วยล่ะ"

คนขี้หวงกำชับ เขารู้ว่าหนุ่มๆ พวกนี้มักมานอนค้างห้องเจตอนที่เมาจนกลับบ้านไม่ไหว

"งั้นเดี๋ยวฉันวางก่อนก็ได้ เจจะได้นอนพัก"

เจพยักหน้า เขาเองก็ค่อนข้างเมามากแล้วคืนนี้

"ขอโทษนะ ฆาบี้ที่ผมไม่ได้คุยด้วย" ฆาเบียร์ยิ้มให้คนรัก

"ไม่เป็นไรหรอกเจ แค่เห็นหน้าเจฉันก็ดีใจแล้ว ไว้คืนนี้ก่อนนอนฉันจะโทรหานะ..."



"...ถึงตอนนั้น ฉันไม่ปล่อยเจแน่ๆ"

เจนยุทธหน้าร้อนวาบ เขาเข้าใจความหมายของฆาเบียร์ดี สายตาวิบวับนั้นทำให้เขาอยากจะเปลี่ยนใจไม่ยอมนอนเสียจริงๆ

"ขอฉันจูบมัดจำเจไว้ก่อนได้ไหม?" เจพยักหน้าเบาๆ

"งั้นหลับตาลงสิ คนดี..."

คนที่ผ่านอะไรมามากกว่าเป็นฝ่ายนำ

"จินตนาการว่าริมฝีปากของฉันแตะลงที่ปากของเจ..."

เจนยุทธหลับตาลงและนึกภาพตามเสียงทุ้มนั้น

"ฉันเม้มริมฝีปากล่างของเจแล้วดูดเบาๆ"

"ผมก็ดูดปากบนคุณช้าๆ แล้วใช้ลิ้นเลียไล้ช้าๆ อ้าปากสิที่รัก" เจกระซิบแผ่วเบา

"ฉันรับเอาปลายลิ้นของเจเข้ามา แล้วใช้ลิ้นฉันลูบไล้มันเบาๆ และหนักขึ้น"

เจส่งเสียงครางเบาๆ ออกมา เขาคิดถึงสัมผัสของฆาเบียร์เหลือเกิน เขาใช้นิ้วของตัวเองแทนลิ้นร้อนๆ ของฆาเบียร์



"เจจ๋า พอก่อนดีกว่านะ ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว"

ฆาเบียร์เลือกที่จะหยุดลงแค่นั้นเมื่อเห็นท่าเจนยุทธกำลังจะเตลิดไปไกล เขาไม่อยากให้เพื่อนของเจจะตื่นขึ้นมาเจอเขาทั้งสองแสดงหนังสดผ่านดาวเทียมกัน เจถอนหายใจเบาๆ

"งั้นผมไปนอนก่อนนะ ฆาบี้ ก่อนนอนก็โทรมานะ"

เจจูบลงที่นิ้วของตัวเองแล้วแตะลงที่หน้าเลนส์ ฆาเบียร์ทำแบบเดียวกันกลับมา

"รักนะ เด็กดื้อของฉัน"

"ผมก็รักคุณนะ ตาลุงบ้า"

เจหัวเราะคิก ก่อนที่จะตัดสายไป ทิ้งให้ฆาเบียร์บ่นพึมพำกับคำส่งท้ายของคนรักที่อายุน้อยกว่าเกือบรอบ ​



ฆาเบียร์ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน เที่ยงกว่าแล้ว เขาควรไปหาอะไรกินก่อนจะกลับมาประชุมต่อตอนบ่าย สำนักงานของเขาซึ่งเป็นอาณาจักรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานหลักพันคนนั้นตั้งอยู่บริเวณชานเมือง โดยมากฆาเบียร์จะกินข้าวกับพวกพนักงานในคาเฟเทเรียของบริษัท แต่บางครั้งคริสก็จะชวนฆาเบียร์ออกมากินข้าวกันนอกสำนักงาน อย่างวันนี้พวกเขาแวะไปที่ร้านอาหารกรีกอย่าง Evvia ที่ดาวน์ทาวน์ พาโล อัลโต

"ผมว่าจะขายคอนโดที่ซานฟรานนะครับ"

ฆาเบียร์พูดขึ้น พร้อมกับจิ้ม Dolmathes หรือข้าวห่อใบองุ่นดองเข้าปาก

"หืมม์? ทำไมล่ะ? ลูกชอบที่นั่นไม่ใช่เหรอ? เมื่อก่อนเห็นต้องไปนอนที่นั่นตลอด เย็นมานี่แทบไม่เห็นหัวเลยนะ" คริสถามยิ้มๆ แต่สายตาของเขาส่อแววรู้ทัน

"ก็...ก็ผมไม่จำเป็นต้องใช้คอนโดนั่นแล้วครับ"



สำหรับฆาเบียร์ คอนโดนั้นมีไว้สำหรับพาคู่ขาของเขาไปหาความสุขหลังจากท่องราตรีในช่วงสุดสัปดาห์หรือเมื่อเขามีเวลาว่าง ยิ่งหลังๆ มาเรียกว่าเขาเข้าไปนอนที่นั่นมากกว่านอนที่บ้านคริส ชีวิตของเขาก่อนเจอเจนยุทธนั้นยามกลางวันเขาทำงานอย่างหนัก จากนั้นยามเย็นหลังกินข้าวที่บ้านหรือร้านอาหารกับคริสแล้ว เขาก็เข้าเมืองใหญ่อย่างซาน ฟรานซิสโกไปปาร์ตี้อย่างสุดเหวี่ยงและมักจบลงด้วยเซ็กส์อย่างเร่าร้อนที่ห้องคอนโดของเขา พอเช้ามาเขาก็ขับรถไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านก่อนไปทำงาน ถ้าทันก็จะกินข้าวเช้าที่บ้านกับคริสก่อน

"ก็ดีเหมือนกัน จะได้เห็นหน้าเห็นตากันมั่ง บ้านมันกว้างอยู่คนเดียวมันก็เหงาบ้างนะ"

คริสแกล้งทำเสียงเศร้า ฆาเบียร์หน้าจ๋อยลง สมัยก่อนเขามัวแต่ใช้ชีวิตของตัวเองอย่างสุดเหวี่ยงโดยลืมนึกถึงคนในครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่ของเขา

"ขอเวลาผมอีกสักหน่อยนะครับ อาปา ถ้าสาขาที่ฮ่องกงมั่นคงแล้วผมจะกลับมาอยู่ที่นี่เต็มตัว"

"ถ้าลูกพร้อมเมื่อไหร่ก็บอกมา อาปาก็จะได้เกษียณซะที..."

"...ว่าแต่มันจะดีมากนะ ถ้าบ้านเรามีคนอยู่เพิ่มเป็น 3 คน"

คริสหัวเราะเบาๆ  ฆาเบียร์หน้าแดง ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิด แต่เขาคิดว่ามันอาจจะยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องนี้กับเจ เขาเสพูดไปเรื่องอื่นและกินอาหารที่เริ่มทยอยมา



"ลูกดูเจริญอาหารขึ้นนะ"

คริสดูฆาเบียร์กิน Moussaka หรือเนื้อแกะอบกับมะเขือม่วง มันฝรั่งและซอสโยเกิร์ตจานโตจนหมด ปกติแล้วฆาเบียร์มักกินน้อยเหมือนแมวดม

"ดูมีความสุขขึ้นมากด้วย เมื่อก่อนลูกจะยิ้มและหัวเราะตอนอยู่กับอาปาหรือกับคนสนิทๆ เท่านั้น แต่ตอนนี้ลูกอารมณ์ดีกับคนอื่นด้วย รู้ตัวไหม?"

ฆาเบียร์หยุดคิด เขาก็รู้สึกตัวเหมือนกัน ชีวิตของเขาเหมือนผ่อนคลายขึ้นไม่ได้จมอยู่กับความเศร้าเหมือนสมัยก่อน ตอนนอนเขาไม่ต้องพลิกไปพลิกมาอยู่นานกว่าจะหลับแล้วตื่นขึ้นมาเพราะฝันร้ายตอนกลางดึกเหมือนสมัยก่อน เขามักจะคุยโทรศัพท์กับเจนยุทธจนหลับไปทุกคืน แต่ถ้าคืนไหนไม่ได้คุยกัน เขาก็ยังสามารถหลับลงได้ง่ายกว่าสมัยก่อนมาก

"ผมก็ไม่นึกเหมือนกันครับว่าเจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตผมได้มากขนาดนี้ ถึงผมกับเจจะคบหากันได้ไม่ถึงปีและอยู่ด้วยกันจริงๆ ไม่นานนัก แต่ผมก็รู้ว่าเจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของผม"



ฆาเบียร์ยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อพูดถึงคนตัวเล็กของเขา คริสน้ำตาซึมที่เห็นใบหน้าเปี่ยมสุขของลูกชายบุญธรรม สำหรับเขาในตอนนี้ไม่หวังจะได้อะไรนอกเหนือจากเห็นลูกชายคนนี้มีความสุข เขาเอื้อมมือไปบีบมือลูกชายแน่น

"แล้วอยู่ห่างเจขนาดนี้ ลูกไหวเหรอ?"

คริสถามขึ้นอย่างเป็นห่วง เขากลัวฆาเบียร์จะมีอาการเหมือนช่วงที่แล้วขึ้นมาอีก หากฆาเบียร์หัวเราะเบาๆ

"สบายมากครับ อาปา ผมในตอนนี้ไม่เหมือนตอนนั้นแล้ว ตอนนี้ผมรู้ดีว่าไม่ว่าจะยังไงเจก็ยังจะรอผมอยู่ที่เชียงใหม่ อีกอย่างเราก็คุยกันทุกวัน ไม่มีอะไรทำให้ผมเป็นแบบครั้งก่อนอีกแล้วครับ"

คริสถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาคงทนเห็นฆาเบียร์ในสภาพนั้นอีกไม่ไหวแน่ๆ ทั้งสองกินอาหารจนหมดแล้วเดินทางกลับไปยังสำนักงาน



ช่วงบ่ายของฆาเบียร์ใช้ไปกับการประชุมและสรุปงาน ช่วงใกล้ปลายปีแบบนี้มักวุ่นวายเสมอ กว่าจะหมดวันเขาก็แทบหมดพลัง อาการเจ็ทแล็กเริ่มกลับมา ตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงเย็น แต่ถ้าที่ฮ่องกงก็คือแปดโมงเช้าซึ่งถือว่าเลยเวลานอนมานานแล้ว แต่เขาจะยังงีบไม่ได้ ฆาเบียร์ฝืนตัวเดินเข้าห้องน้ำในห้องทำงานของเขาซึ่งเป็นห้องอาบน้ำและมีห้องแต่งตัวอยู่ด้วย เขาอาบน้ำและเปิดตู้เสื้อผ้าออกหยิบทักซิโดซึ่งเมลิน่าเตรียมไว้ให้ออกมา เลขาฯ ของเขาคนนี้ถือเป็นผู้รู้ใจจริงๆ งานของเขาในวันนี้ยังไม่จบ ค่ำนี้เขาต้องไปร่วมงานแบล็คไทที่ซาน ฟรานซิสโกกับอาปา เขาแต่งตัวโดยไม่ลืมเอาซองการ์ดที่ใส่รูปเจไว้แนบไว้ที่หัวใจเหมือนเดิม เขาจัดแต่งทรงผมด้วยเจลทำให้ผมที่ปกติยาวปรกคอเรียบแปล้และไม่ลืมใส่ต่างหูสีน้ำเงินคู่งามนั้นด้วย

"พร้อมแล้วครับ อาปา"

เขาเดินมาหาคริสซึ่งอยู่ในทักซิโดสีดำเช่นกัน ก่อนจะพากันเดินไปขึ้นรถลิมูซีนที่รออยู่หน้าสำนักงาน


(ต่อคอมเมนท์ล่างนะคะ)




ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- ยามห่าง ---- (ต่อ)



8:00 น. เชียงใหม่ ประเทศไทย



เจนยุทธสะดุ้งตื่นมาเพราะเสียงกรนสนั่นของเพื่อนทั้งสองที่แข่งกันกรนกรอกหูเขา

"อูย ปวดหัวชิบ"
เจบ่นพึมพำ เขาไม่ได้แฮงค์แบบนี้มาพักใหญ่แล้ว เขาลุกขึ้นห่มผ้าให้ไอ้เพื่อนตัวแสบทั้งสองที่ถีบผ้าห่มออกไปจนหมดแล้วกลับลงนอนเหมือนเดิม



19:00 น. ซาน ฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย




ฆาเบียร์และคริสมาถึงโรงแรมห้าดาวแห่งใหม่แถบยูเนี่ยน สแควร์ วันนี้เป็นงานแกรนด์ โอเพนนิ่งของโรงแรม เขาลงรถที่ประตูทางเข้าและเดินเข้าไปในงาน พวกเขาทักทายเหล่าวีไอพีซึ่งมาร่วมงาน และสุดท้ายก็ทักทายก็เจ้าของงานซึ่งก็คือเพื่อนชาวฝรั่งเศสของคริสซึ่งเป็นเจ้าของเครือโรงแรมใหญ่ระดับโลกนี้ ฆาเบียร์มองหาเพื่อนรักเพื่อนแค้นของเขาผู้เป็นลูกชายของท่านประธานฯ

"ไง ฆาบี้ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"

เจ้าตัวยุ่งโผล่มาแล้ว พวกเขาไม่ได้เจอกันเลยตั้งแต่ไอ้ตัวยุ่งมาวอแวกับเจนยุทธที่ฮ่องกงในคราวนั้น ฌอง ริเชลิเยอ ลากแขนเพื่อนที่เคยร่วมเตียงกันเป็นครั้งคราวออกมาจากพวกผู้ใหญ่

"ไงวะ หายหัวไปเลย ไม่เจอหน้าเจอตา กูนึกว่าตายห่าไปแล้ว"

เจอหน้ากันมันก็ทักเพราะๆ แบบนี้เลย

"กูยังอยู่ดี ขอบใจที่เป็นห่วง"

เขาพูดหน้านิ่งๆ ฌองเหลียวซ้ายแลขวาเหมือนหาใครสักคน

"แล้วเด็กมึงไม่มาด้วยเหรอวะ หน้าหวานๆ ก้นแน่นๆ นั่นน่ะ หรือว่ามึงทิ้งไปแล้ว ถ้าเบื่อแล้วกูขอนะ"

ฆาเบียร์ตาวาวโรจน์ขึ้นมาทันที แต่ก่อนจะระเบิดลงเขาก็เห็นแววยั่วเย้าในตาไอ้เพื่อนเลว เลยเหลือแค่ด่าขมุบขมิบออกมาเบาๆ

"เออๆ กูไม่พูดเล่นแล้วก็ได้"

คนที่เคยเป็นเซ็กส์เฟรนด์ของฆาเบียร์พูดยิ้มๆ เขาเห็นความสัมพันธ์ของสองคนนี้ผ่านเพจของฆาเบียร์มาโดยตลอดและเขาก็รู้สึกดีใจกับเพื่อนคนนี้ที่หาคนมาเยียวยาจิตใจได้เสียที แต่เขาก็อดแกล้งมันไม่ได้ ก็เพื่อนเขาตอนโกรธมันน่ารักไม่หยอกนี่นา



"แล้วเมื่อไหร่มึงจะพาเขามาเปิดตัวจริงๆ จังๆ ในฐานะแฟนวะ?" ฌองถามอย่างสงสัย

"กูก็โพสต์ในเพจตลอดแล้วไง"

"ไม่ กูหมายถึงออกงาน ออกสื่อ ประกาศตัวว่าคนนี้คือแฟนมึง อะไรแบบนี้"

ฆาเบียร์เงียบ เขาลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเลย เขาเคยมีพาเจไปงานที่ฮ่องกงครั้งสองครั้ง แต่ก็ไม่ใช่งานที่ออกสื่ออะไรมากมาย เจมักจะหลบไปยืนนอกกล้องตอนที่มีการถ่ายรูปหรือว่าเขาต้องให้สัมภาษณ์อะไร

"เอางี้ มึงพาเขามางานนี้ รับรองว่าได้เปิดตัวใหญ่แน่นอน กูเชิญพวกมึงทั้งคู่เลยแล้วกัน"

ฌองยื่นซองสีเงินพิมพ์หน้าซองด้วยสีน้ำเงินเข้มให้ฆาเบียร์ ฆาบี้เลิกคิ้วถามอย่างสงสัย

"เปิดดูสิ"

ฌองพูดยิ้มๆ ฆาเบียร์เปิดดูแล้วทำตาโต

"ตุลาหน้า ที่ Chateau ของพ่อกูที่โพรวองซ์ ถ้ามึงไม่มากูจะตามไปด่ามึงถึงบ้าน"

ฌองยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนที่จะลากฆาเบียร์ไปหาอะไรกิน




13:00 น. เชียงใหม่ ประเทศไทย



เจยกจานที่เขาใช้กินข้าวผัดไปล้าง วันนี้เขาทำอาหารกินง่ายๆ ที่ห้องเพราะตื่นสายและไม่ได้ออกไปไหน  เขาและพวกเพื่อนๆ เพิ่งฟื้นคืนชีพมาเมื่อ 11 โมงนี้เอง พวกเพื่อนๆ ที่ได้นอนเต็มตื่นก็พากันลากสังขารกลับบ้านหลังจากล้างหน้าล้างตาล้างตัวเร็วๆ แล้ว ส่วนเขาอาบน้ำอาบท่าแล้วก็มาทำอะไรง่ายๆ กิน

เจดูนาฬิกา แล้วถอนหายใจ ปกติฆาเบียร์มักจะโทรมาประมาณเที่ยงๆ ซึ่งเท่ากับประมาณสี่ทุ่มของฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ แต่คืนนี้ฆาเบียร์ไลน์มาบอกว่าเขาอาจกลับดึกหน่อยเพราะติดงานเลี้ยงและอาจจะไปดื่มต่อกับเจ้าของงานอย่างฌอง เมื่อนึกถึงหนุ่มฝรั่งเศสหน้าหวานแต่ร่างล่ำบึ้กแล้วเจนยุทธก็อดร้อนใจไม่ได้เมื่อนึกถึงสัมพันธ์เก่าก่อนของคนทั้งสอง ถึงฆาเบียร์จะบอกลั่นว่าไม่มีอะไรแล้ว แต่ในใจเขาก็ยังอดห่วงไม่ได้ เจถอนหายใจและหยิบกุญแจรถเวสป้าคันใหม่เอี่ยมของเขาที่ซื้อมาใช้แทนน้องเวฟน้อยที่พลีชีพไป ตอนแรกเขาอยากได้รุ่น PX Touring Limited Edition สีฟ้าน่ารักที่หน้าตาเป็นแบบวินเทจ แต่เมื่อดูล้ออันบอบบางและขนาดคันของมันแล้วเขาคงเอาเมียตัวโตของเขาซ้อนไม่ได้ เลยเลือกรุ่น GTS Super 300 ABS ซึ่งใหญ่และแรงที่สุดในบรรดารถเวสป้ามาแทน ส่วนสีเขาต้องเลือกสีเขียวแป๋นอยู่แล้ว



เจขี่รถออกไปนั่งเล่นที่ร้านกาแฟแถวนิมมานเหมินท์ ตอนแรกกะจะไปร้าน Ristr8to แต่ก็คนแน่นจนเข้าไม่ได้สุดท้ายก็จบลงที่ร้านเล็กๆ แต่โปรไฟล์เจ๋งอย่าง Impresso อีกเช่นเคย

"ไง เจ วันนี้มาคนเดียวเหรอ?"

พี่แน่เจ้าของร้านทักเขาซึ่งพยักหน้ารับอย่างหงอยๆ เข้ามาร้านนี้ทีไรก็คิดถึงคนตัวโตที่เป็นลูกค้าประจำร้านนี้ทุกที

"เหมือนเดิมนะ?"

เขาพยักหน้ารับ ครู่หนึ่งก็ได้ม็อคค่ากลิ่นหอมกรุ่นมา ลาเต้อาร์ตของร้านนี้สวยไม่แพ้ร้านดังไหนๆ ในเชียงใหม่เลย สำหรับเจแล้ว ร้านนี้ถือเป็นหนึ่งในร้านกาแฟฝีมือเยี่ยมในจังหวัดเชียงใหม่ที่มักถูกมองข้ามไปเพราะหน้าตาร้านที่ดูเรียบๆ

"80 บาทครับ"

เจนยุทธยื่นแบงค์ 100 ให้และรับเงินทอนมา ย่านนิมมานฯ จะหาได้กี่ร้านที่สั่งเครื่องดื่มแล้วจ่ายใบร้อยแล้วได้เงินทอนมากัน เจค่อยๆ จิบกาแฟจนหมดแก้วโดยให้เหลือฟองนมที่ยังมีลายอยู่ที่ก้นแก้วแล้วถ่ายรูปส่งไปในไลน์ให้ฆาเบียร์

'อยู่ที่ร้านประจำของเรา คิดถึงคุณแล้วอ่ะ'

เขานั่งทอดหุ่ยอยู่ที่ร้านอีกพักหนึ่งแล้วขี่รถกลับไปที่คอนโด




ประมาณ 00:30 คลับดังสักแห่งในซาน ฟรานซิสโก



ฆาเบียร์นั่งดูฌองเต้นอยู่กับสาวๆ อย่างเบื่อๆ ไอ้เพื่อนตัวแสบของเขาคนนี้เป็นไบเซ็กชวล บางทีเขาก็อิจฉาชีวิตของมันที่ทำอะไรแบบไม่ต้องคิดมากได้ มันฟันดะทั้งสาวและหนุ่ม แถมยังมาให้เขาฟันนานๆ ทีอีกต่างหาก แต่คืนนี้ดูท่าทางแล้วมันคงจะหิ้วสาวทรงสะบึมสักคนจากแถวนี้กลับห้องเป็นแน่แท้ ฆาเบียร์มองไปรอบกาย ถ้าเป็นสักเจ็ดแปดเดือนที่แล้วเขาคงเพลิดเพลินกับบรรยากาศรอบข้างอันแสนเร่าร้อน แสงสีที่เคยทำให้เขาตื่นเต้นกลับกลายเป็นแสบตาน่าเวียนหัว กลิ่นน้ำหอมและกลิ่นคนเคล้ากับกลิ่นบุหรี่ทำให้แสบจมูกจนทนไม่ได้ มีคนคุ้นหน้าคุ้นตาแวะมาขอชนแก้วกับเขานับครั้งไม่ถ้วน หนุ่มๆ ทั้งที่หน้าหวานและหุ่นล่ำแซ่บที่เขาเคยสนุกด้วยก็พากันมาถามไถ่ว่าเขาหายไปไหนมา บางคนก็แทบจะเข้ามานั่งตักเขาอยู่แล้ว แต่เขาก็บอกปัดๆ ไปบอกว่าไม่สบายบ้าง พรุ่งนี้ต้องทำงานเช้าบ้าง

"ฆาบี้ แชมเปญอีกแก้วไหม?"

ฌองที่มือล้วงเข้าไปในอกเสื้อของนางแบบสาวทรงโตที่นั่งแทบจะสิงมันอยู่แล้วถามขึ้น เขาขยับจะเทแชมเปญยี่ห้อแพงให้ฆาเบียร์ที่รีบยกมือปิดปากแก้วไว้

"กูว่ากูพอแค่นี้ก่อนดีกว่า ยังไม่อยากเมามากว่ะ"

เขาดื่มไปหลายแก้วพอสมควร คืนนี้เขาบอกคริสแล้วว่าจะนอนที่คอนโด



ติ๊ง

เสียงไลน์ดังขึ้น ฆาเบียร์รีบหยิบโทรศัพท์ออกมาดูแล้วก็ต้องยิ้มกว้างออกมาเมื่อเห็นรูปลาเต้อาร์ตที่ก้นแก้วกาแฟ เขารีบพิมพ์ตอบกลับไป

'คิดถึงเหมือนกัน เดี๋ยวจะกลับแล้ว ไว้คุยกันนะ'



"มึงนี่เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ รู้ตัวไหม?"

ฌองที่ไม่ได้เมาเท่ากับท่าทางที่แสดงออกพูดขึ้นหลังจากแอบชะโงกดูรูปในโทรศัพท์ของเพื่อน

"...ไม่ใช่ในทางร้ายนะ ในทางที่ดี"

เพื่อนตัวดีของเขายิ้มให้อย่างจริงใจ ในอดีตฆาเบียร์อาจจะดูมีความสุขและสำราญไปกับชีวิตกลางคืน แต่ไม่เคยสักครั้งที่เขาจะเห็นฆาเบียร์ยิ้มกว้างออกมาแบบนี้

"เอ้า มึงรีบๆ กลับไปได้ละ มานั่งทำหน้าเป็นลูกหมารอเจ้าของแบบนี้ กูเบื่อว่ะ"

ฌองรีบดันหลังเพื่อนรักของเขาให้ลุกขึ้นและสั่งให้ผู้ติดตามคนหนึ่งของเขาไปส่งฆาเบียร์ที่คอนโด

"ฝากบอกเจย์ด้วยล่ะว่ากูฝากความระลึกถึงมาให้"

ฆาเบียร์พยักหน้ารับคำ

"เออ ฆาบี้..."

ฌองดึงมือเขาไว้ตอนที่เขากำลังจะหันตัวเดินไป

"อะไรวะ?"

ฆาเบียร์หันกลับมา เพื่อนตัวดีของเขาก็ดึงตัวเขามากอดไว้แน่น

"...ฝากบอกเด็กมันด้วยว่ากูขอบใจที่ช่วยทำให้มึงรักใครเป็นสักที กูดีใจกับมึงมาก จริงๆ นะ"

ฌองกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูก่อนจะหอมแก้มซ้ายขวาของเขาตามแบบชาวยุโรป ฆาเบียร์ยิ้มให้กับคำพูดของเพื่อนรัก เขาตบไหล่เพื่อนเบาๆ ก่อนจะออกจากคลับดังนั้นไป




15:30 น. เชียงใหม่ ประเทศไทย


เจนยุทธที่เคลิ้มหลับไปหน้าทีวีสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงไลน์คอลล์ เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสไลด์รับสาย คนตัวโตของเขายิ้มเผล่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ถึงจะมีผ้าห่มคลุมครึ่งกายเขาก็รู้ว่าภายใต้ผ้านั้นเปลือยเปล่า เขาส่งเสียงทักทายฆาเบียร์พร้อมสอดส่ายสายตาดูรอบข้างตัวคนรัก

"นี่ หาอะไรอยู่เหรอ เจ"

ฆาเบียร์พูดกลั้วหัวเราะ เขาคิดว่าเขารู้ว่าไอ้ตัวเล็กหาอะไรอยู่

"มันอยู่ไหน?"

เจหน้าคว่ำถามหาคู่กัดของเขา เขายังจำความแสบสันต์ของเพื่อนฆาเบียร์คนนี้ได้

"มันไหน?"

ฆาเบียร์แกล้งทำท่างง

"อ๋อ ฌองเหรอ? อาบน้ำอยู่น่ะ"

เจนยุทธทำตาลุก นี่พากันกลับมานอนห้องด้วยจริงๆ เหรอ? ฆาเบียร์อมยิ้มกับท่าทางของคนรัก

"ฉันล้อเล่นน่า่ เจ ไอ้ฌองมันคงกำลังเพลินอยู่กับนางแบบนมตู้มๆ อยู่"

ฆาเบียร์หัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นเจบ่นเป็นหมีกินผึ้ง



"เจจ๋า..."

คนตัวโตเข้าโหมดอ้อนแล้ว

"คิดถึง"

"ฮึ เมื่อกลางวันเพิ่งคุยกันไป ไม่ต้องมาทำคิดถงคิดถึงหรอก คุณฆาเบียร์"

เจกัดฟันพูด...แต่ก็ใจอ่อนยวบเมื่อเห็นสายตาเว้าวอนของฆาบี้

"เจไม่คิดถึงฉันเหรอ?"

เจนยุทธเกลียดสายตาแบบหมาน้อยนี้จริงๆ

"อือ คิดถึงก็ได้"

'คิดถึงมากต่างหากล่ะ...มากจนอยากทะลุจอมือถือเข้าไปหาได้เลยด้วยซ้ำ' เจคิดในใจ



ทั้งคู่คุยถึงเรื่องราวสารพัด กิจกรรมที่แต่ละคนไปทำมา เจบ่นคิดถึงคริสเมื่อฆาเบียร์เล่าให้ฟังว่าเขาตกลงใจจะขายคอนโดที่ซานฟรานและไปอยู่กับคริสเต็มเวลาทุกครั้งที่กลับไปสหรัฐฯ และเขายิ้มเขินๆ เมื่อฆาเบียร์ฝากคำของฌองมาให้ ไอ้ฝรั่งเศสคนนี้คงไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เขาคิด

"นี่สรุปว่าคุณเบื่อเที่ยวแล้วเหรอ?" เจถามขึ้น

"อือ ฉันรู้สึกว่ามันไม่ได้สนุกเหมือนเมื่อก่อนแล้ว"

"อือ แก่แล้วก็งี้แหละ"

ฆาเบียร์จิ๊ปาก คำก็แก่ สองคำก็แก่

"ทำเป็นปากดีไปนะเจ เจอกันคราวหน้าคนแก่คนนี้จะทำให้เจสลบคาเตียงเลย คอยดูเถอะ"

ฆาเบียร์ส่งสายตาวับวาวให้คนตัวเล็กของเขาที่นั่งหน้าแดงเมื่อนึกถึงตอนอยู่ด้วยกันที่สมุย เขากลัวใจคนตัวโตคนนี้จริงๆ

"ใครกันแน่จะเป็นฝ่ายหมอบคาเตียง ไว้วัดกันคราวหน้าเลยแล้วกัน"

เจส่งสายตากลับไปอย่างไม่เกรงกลัว คราวหน้าเขาต้องเป็นฝ่ายชิงกดก่อนให้ได้ ทั้งสองแลกคารมกันสักพักก่อนที่จะกลายเป็นพร่ำคำรักให้กัน



"เจจ๋า...เข้าห้องซักทีสิ"

คนตัวโตเว้าวอน เขาง่วงนอนแล้วแต่ยังมีภารกิจอีกหนึ่งอย่างต้องทำ เจนยุทธหน้าแดง ถ้าฆาเบียร์บอกให้เขาเข้าห้องมันหมายถึงอย่างเดียว เจถือโทรศัพท์เดินเข้าไปในห้องนอน และจับมันวางลงที่สแตนด์บนโต๊ะที่ยื่นเข้ามาบนเตียง เขาลงนอนเอนอิงหัวเตียง

"ไม่ถอดเสื้อผ้าหน่อยเหรอเจ?"

เสียงหอบกระเส่าของฆาเบียร์ดังอยู่ในหูเขา คนตัวโตคงเริ่มไปก่อนแล้ว เขามองภาพที่หน้าจอซึ่งฆาเบียร์ก็ตั้งโทรศัพท์ไว้บนสแตนด์เหมือนกัน เขาเห็นได้ชัดว่ามือของคนตัวโตยุกยิกอยู่ใต้ผ้าห่ม

"ถ้าอยากถอด ก็ถอดให้ผมหน่อยสิ" เจนยุทธยั่วเย้า

"เจ...ฉันค่อยๆ ใช้มือเขี่ยไล้ที่ยอดอกของเจผ่านเสื้อนะ"

ฆาเบียร์กระซิบเบาๆ เจนยุทธขยับตามคนตัวโตบอก นิ้วของเขาเขี่ยดุนดึงที่ตุ่มไตที่เริ่มชูชันผ่านเนื้อผ้า เขาสยิวกายขึ้นน้อยๆ ฆาเบียร์เองก็ลูบไล้ร่างกายตัวเอง เจส่งเสียงครางออกมาเมื่อฆาเบียร์ให้เขาล้วงมือเข้าไปใต้เสื้อและลูบไล้ตัวเองเพิ่ม ไม่ช้าเจก็ถอดเสื้อยืดของตัวเองออก และดึงโทรศัพท์มาให้ฆาเบียร์เห็นเม็ดสีทับทิมที่แดงก่ำ เขารู้สึกร้อนไปทั้งตัวและพร้อมจะขยับไปส่วนอื่นแล้ว



"ทีนี้ฉันปลดกระดุมและรูดซิปกางเกงยีนส์ของเจออก ถอดมันออกไปเลย"

เจนยุทธทำตาม กางเกงในสีขาวสะอาดที่มีแก่นกายขนาดเกินตัวอัดแน่นอยู่ทำให้ฆาเบียร์ร้อนเร่าไปทั้งตัว ต่อให้เขาทำแบบนี้กันบ่อยแค่ไหน เขาก็ยังตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เห็นภาพมัน

"เจจ๋า...นึกภาพฉันค่อยๆ เลียไล้ที่ส่วนปลายของมันนะ ช้าๆ"

เจปลดปล่อยส่วนนั้นของเขาออกมาจากกางเกงในและใช้มือคลึงเบาๆ ฆาเบียร์เองก็ดึงผ้าห่มที่คลุมตัวออกให้เห็นเนื้อตัวเปลือยเปล่า มือของเขาก็รูดไล้ที่ส่วนของตน ทั้งคู่หยิบถุงยางที่วางอยู่ใกล้ตัวมาใส่ เจบอกฆาเบียร์ว่าให้นึกว่ามือของเขาที่รูดไล้ตัวเองนั้นกำลังสัมผัสตัวฆาเบียร์อยู่ ทั้งคู่กระซิบนำทางอีกฝ่ายให้ทำตาม ไม่นานอารมณ์ของทั้งสองก็พุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุด

"โอย เสียวมากเลย เจจ๋า"

"เร่งอีกนิด ฆาบี้ ผมจวนแล้ว"

ทั้งคู่ครางออกมาอย่างเสียวซ่านก่อนที่จะปลดปล่อยออกมาไล่เลี่ยกัน



"ฆาเบียร์ครับ"

เจกระซิบแผ่วๆ กับหูฟังพร้อมจ้องตาฆาเบียร์ที่อยู่ในโทรศัพท์ เขาซบหน้าลงกับหมอนข้างใบโตซึ่งฉีดน้ำหอมกลิ่น Marc Jacobs Men ที่ฆาเบียร์ทิ้งไว้ให้

"...Te quiero mucho"

ฆาเบียร์ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำรักเป็นภาษาของพ่อแม่เขา

"Phom Rak Khun, Jay"

ฆาเบียร์พูดคำที่เขาท่องมาสิบกว่าปีให้เจฟัง เจ้าตัวน้อยทำตาโตแล้วหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา ถึงฆาเบียร์จะออกเสียงตลกไปบ้างแต่คำรักในภาษาไทยทำให้เจต้องหลั่งน้ำตาออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาจรดจูบที่ปลายนิ้วและประทับมันไว้ที่เลนส์กล้องเนิ่นนาน ฆาเบียร์ก็ทำเช่นกัน

"หลับฝันดีนะครับ คนดีของผม"

"ฉันจะฝันถึงนายนะ เจนยุทธ"

สำหรับฆาเบียร์นั่นคือฝันดีที่สุดของเขาแล้ว เขาหาวออกมาก่อนจะพลิกกายกอดหมอนข้างที่มีกลิ่นของคนรักและหลับตาลง เจรอจนฆาเบียร์หลับสนิทแล้วถึงกดตัดการสนทนา เขาลุกขึ้นจากเตียงไปทำความสะอาดร่างกายก่อนจะยกโทรศัพท์โทรหานพ



"พี่นพ ช่วงนี้งานเข้าหรือยัง?"

"..."

"โอเค 15 ตอนใช่ไหม? ตอนยาวหมดเลยเหรอ?"

"..."

"เด้ดไลน์อีก 2 อาทิตย์? งั้นผมขอ 10 ตอนแล้วกัน โอเค โอเค เมล์มาแล้วกันพี่ ขอบคุณครับ"

เจวางสาย โอเค กำลังใจทำงานเขาเต็มที่แล้ว เขาใส่เสื้อผ้าและหยิบแล็ปท็อปไปเตรียมไว้ที่เคาเตอร์ในครัว



----------------------------------------------

ตอนนี้ยาวจริงๆ แฮะ แต่ไม่อยากตัดเป็นสองตอนเลยปล่อยมันยาวๆ ไปแบบนี้ แต่ก็รู้สึกเหมือนหาสาระอะไรไม่เลยค่ะ ฮ่าๆๆๆ อย่างน้อยก็มีร้านกาแฟมานำเสนอร้านนึงนะคะ ร้านนี้เป็นร้านโปรดของน้องสาวคนเขียนซึ่งเป็นคอกาแฟ ร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านกาแฟร้านแรกๆ บนถนนนิมมานฯ ช่วงที่เริ่มบูมใหม่ๆ เป็นร้านที่เรียกว่า underrated และมักถูกมองข้าม ตัวเจ้าของร้านเองก็เหมือนจะมีดีกรีอะไรสักอย่างเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ เอารีวิวไปดูแล้วกันนะคะ

ร้าน Impresso https://www.wongnai.com/reviews/b85d71c15bf14746a895a6563e291965

https://thisismicheler.wordpress.com/2017/04/17/i-m-p-r-e-s-s-o-%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B9%88/

ร้านกาแฟเชียงใหม่นี่ผุดเหมือนดอกเห็ดเลยค่ะ มีเยอะมากให้กินทั้งปีวันละร้านก็คงไม่หมด ที่ดังๆ ก็มี Ristr8to ที่เจ้าของเพิ่งไปคว้าตำแหน่งแชมป์โลกลาเต้อาร์ทมาหมาดๆ  Akha Ama ร้านนี้ดังกาแฟดริป  Impresso ราคาไม่แพงและดี  Graph ร้านนี้ได้ยินมานานว่าเจ๋งแต่ไม่เคยกินเพราะว่าไม่มีที่จอดรถ  Asama อยู่นอกเมือง กาแฟเริ่ด บรรยากาศดี  October ร้านเล็กๆ บนถนนเข้ามช. ทางประตูที่เคยมีปั๊มปตท. ร้านนี้เจ้าของร้านชอบสั่งเม็ดกาแฟจากโรงคั่วเล็กๆ จากต่างประเทศมาให้ลูกค้าได้ลองเป็นประจำ ส่วนร้านสุดท้ายที่อยากแนะนำเป็นร้านเบเกอรี่ที่ทำโดยใช้ยีสต์หมักเอง แถมกาแฟของเขาก็ดีไม่แพ้ใครคือ Khagee ค่ะ  พวกนี้คือร้านที่ไม่ใช่ร้านแฟรนไชส์ ส่วนกาแฟแฟรนไชส์ของเชียงใหม่แท้ๆ ซึ่งหาได้ทั่วไปก็มี วาวี มิ่งมิตร แล้วก็ รสนิยม(Roastniyom) ค่ะ อาจจะมีแบรนด์อื่นๆ ที่ตกหล่นอีกก็ต้องขออภัยค่ะ ส่วนคนเขียนโดยมากสิงอยู่สตาร์บัคส์เพราะมีที่จอดรถและนั่งได้นานกว่าร้านเล็กๆ ค่ะ แหะๆๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-09-2017 21:23:18 โดย La Vida Sin Tu Amor »

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
ได้ลิสต์ร้านกาแฟดี ๆ อีกแล้ว
รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1



---- ก่อนกลับบ้าน ----


RRrrrrrr


เจรีบถลามาสไลด์หน้าจอรับสายที่ดังอยู่พักใหญ่แล้ว

"ไง เจ เฮ้ย!!"

ฆาเบียร์ที่ยิ้มแป้นอยู่อุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นลิ้นใหญ่ๆ เลียแผล่บเข้าที่เลนส์กล้องโทรศัพท์ของเจ แล้วก็เห็นเขี้ยวขาวๆ ในปากกว้างๆ ก่อนที่โทรศัพท์จะมืดไป

"โรซ่า ไอ้หมาเลว เอาโทรศัพท์มานี่"

เขาได้ยินเสียงเจเอ็ดตะโรอยู่ไกลๆ เป็นภาษาไทยพร้อมกับภาพที่สั่นไหวไม่หยุด ครู่ใหญ่เขาถึงเห็นมือเจเอื้อมมาตะปบโทรศัพท์ไว้

"ฮัลโหล ฆาบี้ ขอโทษนะ"

เจหอบหายใจ ไอ้หมาทรยศมันทำเขาแสบอีกแล้ว เจหยิบโทรศัพท์ของเขามาพลิกซ้ายพลิกขวาดูแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่ได้เสียหายอะไร น้องโน้ต 8 เครื่องนี้เขาเพิ่งถอยมาเมื่อเดือนที่แล้วแทนเครื่องเก่าที่ตายสนิทไปพร้อมกับน้องเวฟ

"เอ่อ เกิดอะไรขึ้น เจ"

"ก็ไอ้หมูทรยศอ่ะสิ มันได้ยินเสียงคุณปุ๊บก็โดดงับโทรศัพท์วิ่งหนีผมไปเลย"

เจหันหน้าเลนส์ไปหาโรซ่าที่นอนหงายแอ้งแม้งยอมแพ้อยู่

"แก ไอ้หมาเลว คืนนี้อดขนม เข้าใจไหม?"

เจแยกเขี้ยวใส่โรซ่าที่ลุกขึ้นมาทำหน้าบ้องแบ๊วน่าสงสาร

"เจ อย่าไปดุมันเลย สงสารมัน"

ฆาเบียร์พูดแล้วก็หัวเราะก๊ากออกมา เขาฟังไม่ออกหรอกว่าเจดุหมาว่าอะไร แต่ท่าทางของทั้งคนทั้งหมานั้นช่างตลกเหลือเกิน

"พอเลย ไม่ต้องไปให้ท้ายมัน นี่ถ้าอยู่ด้วยกันคุณทำมันเสียนิสัยแน่" เจบ่นอุบอิบ

"แล้วนี่กลับบ้านเหรอ?" เจพยักหน้า

"คุณถึงฮ่องกงแล้วเหรอ?"

"ใช่ ถึงตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว บินตั้ง 15 ชั่วโมงกว่า เหนื่อยมากเลยแล้วก็คิดถึงเจใจแทบขาด"

ฆาเบียร์อ้อนคนรักของเขา เจนยุทธหัวเราะหึๆ คนนั่งเฟิร์สคลาสมามันจะเหนื่อยได้แค่ไหน



"แล้วคุณกลับมาเมื่อไหร่น่ะ? วันมะรืนใช่ไหม?"

ฆาเบียร์บอกเขาว่าจะกลับเชียงใหม่วันที่ 23 เพื่อให้ทันช่วงคริสต์มาสและอยู่ยาวถึงหลังปีใหม่

"มันก็ใช่ แต่...เอ่อ"

ฆาเบียร์อึกอัก เจนยุทธหน้าจ๋อยลงทันที

"ทำไมเหรอ? กลับไม่ได้อีกแล้วเหรอ?" เขาทำหน้าผิดหวัง

"ไม่ใช่ๆ กลับน่ะกลับแน่..."

ฆาเบียร์ถอนหายใจ เจค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย

"แต่จะไม่ได้กลับคนเดียวสิ..."

เจนยุทธเลิกคิ้วอย่างสงสัย

"ก็อาปาจะพาทั้งริคกี้ทั้งเมลิน่าตามมาหาพวกเราที่เชียงใหม่หลังคริสต์มาสน่ะสิ"

คนตัวโตถอนหายใจ กับคริสน่ะไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ตัวยุ่งทั้งสองโดยเฉพาะเมลิน่าคงทำให้ชีวิตเขาวุ่นวายขึ้นแน่ๆ เจยิ้มอย่างดีใจที่เขาจะได้เจอคริสอีกครั้ง



"คืนนี้นอนบ้านแม่เหรอเจ?"

เจหันหน้ากล้องไปรอบๆ ให้ฆาเบียร์ดูแทนคำตอบ เขากำลังนั่งอยู่ที่ชานบ้านของพี่จืด ตะวันกำลังจะตกดินและอากาศเย็นของเดือนธันวาคมทำให้เจกายสะท้านน้อยๆ

"งั้นคืนนี้ก็อดสินะ..."

ฆาเบียร์รำพึงเบาๆ เจหน้าแดงซ่าน 'คนแก่บ้าลามก' เขาโคลงหัวเบาๆ

"คิดอยู่อย่างเดียวเลยเหรอ? หา?"

คนตัวเล็กแยกเขี้ยวใส่คนตัวโตที่หัวเราะร่วนอยู่ ฆาเบียร์แค่ล้อเล่นกับคนรักของตัวเอง อีกสองวันพวกเขาก็จะได้เจอกันแล้ว เขาย่อมรอได้แน่

"แม่เรียกกินข้าวแล้ว ผมไปก่อนนะ เดี๋ยวก่อนนอนผมโทรหาอีกที"

เขาจูบที่ปลายนิ้วแล้วประทับลงที่กล้องเหมือนที่ทำทุกครั้ง ฆาเบียร์ก็ทำเช่นเดียวกันก่อนจบการสนทนา เจลุกขึ้นแล้วเดินนำไอ้หมาอ้วนที่ตามติดเขาแจไปที่โต๊ะกินข้าว เขามานอนบ้านแม่เป็นคืนที่สองแล้วเพราะรู้ว่าเมื่อคืนฆาเบียร์คงไม่โทรมาเพราะอยู่ระหว่างเดินทาง เขาพยายามจะมาหาแม่อย่างต่ำเดือนละครั้งและถ้าเป็นไปได้ก็จะพาฆาเบียร์มากินข้าวกับแม่ด้วยอีกครั้ง เจนยุทธเองก็รู้สึกเหมือนกันว่ามันน้อยไปหน่อย แต่ช่วงนี้เขาใช้เวลาไปกับการปั่นงานทำให้ไม่ค่อยได้กลับ แต่นี่ก็ยังดีกว่าสมัยก่อนที่เขามัวแต่เพลินกับการเที่ยวกลางคืน ช่วงนั้นเขาแทบจะเรียกว่าสองเดือนกลับไปบ้านทีด้วยซ้ำ



"ไง เจ ฆาเบียร์โทรมาเหรอ"

เจสะดุ้งเมื่อพี่อิ่มย่องมากอดคอเขาหมับ เขาหันไปทำหน้าบูดใส่พี่สาวที่อายุมากกว่าเกือบสิบปี เจ๊อิ่มของเขาถึงจะเป็นถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยแต่เมื่ออยู่กับเขาก็เป็นเหมือนเพื่อนเล่นมากกว่า ยิ่งช่วงนี้พี่อิ่มก็เหมือนจะสนอกสนใจชีวิตของเขาเป็นพิเศษ

"ชิ อิป้าสาววายนี่ ไม่ต้องเลย คราวที่แล้วเจยังไม่ได้คิดบัญชีกับเจ๊เลยนะ"

น้องน้อยของบ้านบ่นพี่สาวที่นั่งลงโอบไหล่น้องชายที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ อิ่มหัวเราะคิกคักเมื่อนึกถึงตอนเจโทรมาโวยลั่นตอนที่เห็นรูปล่าสุดที่อิ่มโพสต์ลงในเพจของฆาเบียร์

"เจ๊อ่ะ ขยันเอาเจไปขายจริง"

ไอ้น้องชายโอดครวญแล้วซบหน้าบนไหล่พี่สาว นิสัยขี้อ้อนของเขาได้มาจากการเป็นน้องชายคนเล็กที่อายุห่างกับพี่ๆ เป็นรอบ

"ก็เจอยู่กับฆาเบียร์แล้วน่ารักดีก็ต้องบอกต่อให้คนอื่นรู้สิ"

อิ่มพูดยิ้มๆ เจบ่นอุบอิบว่าก็ถ่ายรูปตอนพวกเขาจูงมือกันหรือยืนยิ้มให้กันก็ได้ ทำไมต้องเอารูปตอนที่เขาดึงฆาเบียร์ไปจูบลงด้วย แถมคนตัวโตที่รู้ว่าตัวเองถูกถ่ายอยู่ก็จ้องที่กล้องด้วยแววตาแพรวพราวอีกต่างหาก

"แม่ดาข้าวแล้วเน่อ มากิ๋นกั๋นได้แล้ว"

เสียงฟองนวลเรียกลูกๆ มากินข้าว เจรีบลุกไปที่โต๊ะกินข้าวทันทีพร้อมมีหมูดำโรซ่าเดินตาม อิ่มยกโทรศัพท์ขึ้นมากดโพสต์รูปเจนั่งหน้าแดงคุยไลน์กับฆาเบียร์ก่อนที่จะลุกตามไป



เจนยุทธที่อิ่มหนำสำราญกับอาหารฝีมือแม่แล้วเดินตามฟองนวลเข้าไปในครัว เขากลับบ้านคราวนี้ก็กะมาขอยืมข้าวของจากแม่ไปทำอาหารเหมือนคราวที่แล้ว เขาเลือกๆ ของมาหลายอย่าง

"หม้อเหล็กหล่อใบนี้เจเอาไปเลยก่อได้เน่อ แม่บ่ค่อยได้ใจ๊ มันหนักโตย ยกบ่แป๊ละ"

'หม้อเหล็กหล่อใบนี้ เจเอาไปเลยก็ได้นะ แม่ไม่ค่อยได้ใช้ มันหนักด้วย ยกไม่ไหวแล้ว'


ฟองนวลพูดถึงหม้อเหล็กหล่อสีสันสวยงามที่เคลือบเอนาเมลด้านในแบบที่เรียกว่า Dutch Oven ยี่ห้อดังจากฝรั่งเศสที่ลูกสาวซื้อให้ปีที่แล้ว เจยิ้มอย่างดีใจ ให้เขาซื้อเองก็คงไม่ซื้อเพราะว่ามันแพง

"ยินดีจ้าดนักครับ แม่ เดียวเจจะใจ๊แป๋งคัวหื้อฆาเบียร์กิ๋นวันคริสต์มาสอีฟ"

'ขอบคุณมากครับแม่ เดี๋ยวเจจะใช้ทำอาหารให้ฆาเบียร์กินวันคริสต์มาสอีฟ'


เจทำท่าเขิน เขาหยิบสูตรอาหารที่เขาจดๆ มาให้ฟองนวลดู ซึ่งแม่ของเขาก็ได้ให้คำแนะนำและยังหยิบวัตถุดิบหลายๆ อย่างจากที่บ้านให้ไปอีกด้วย แถมยังบอกว่าพวกผักสลัดนี่ให้ถอนจากบ้านไปได้เลย ไม่ต้องเสียเงินซื้อ เจนยุทธทยอยเอาพวกของแห้งไปใส่รถไว้ก่อน พรุ่งนี้เขาคงกลับคอนโดเร็วหน่อยเพราะมีอะไรต้องเตรียมหลายอย่าง เขานั่งคุยกับแม่ พี่อิ่มและครอบครัวพี่จืดจนดึกก่อนจะแยกย้ายกันเข้านอน



"หลับแล้วเหรอ ฆาบี้?"

เจถามคนตัวโตที่ทำหน้าง่วงงุน

"อือ งีบไปนิดนึงน่ะ เจ สงสัยจะยังไม่หายเจ็ทแล็ก" ฆาเบียร์หาวหวอดๆ

"งั้นไปนอนเถอะ ผมไม่กวนแล้ว"

"ไม่เอา ฉันอยากคุยกับเจ เราไม่ได้คุยกันตั้งคืน คิดถึง"

คนตัวโตเริ่มงอแง เจหัวเราะเบาๆ เขาถามเรื่องการเดินทาง เล่าเรื่องไอ้หมูโรซ่าให้ฟังแถมหันโทรศัพท์ให้ฆาเบียร์คุยกับสาวน้อยของเขาที่มานอนเฝ้าบนเตียง

"คริสต์มาสนี้อยากทำอะไรเป็นพิเศษไหม ฆาเบียร์"

"..."

ทางนั้นเงียบเสียงไป เจดูที่หน้าจอก็เห็นคนรักของเขาหลับตาพริ้มและกรนออกมาเบาๆ เจยิ้มบางๆ และจรดจูบบนนิ้วและแตะหน้าเลนส์

"รักนะครับ คนดีของเจ"

เขากระซิบแผ่วเบาก่อนตัดการสนทนาไป



เจลาแม่และพี่ๆ กลับบ้านในตอนสายๆ เขาขนของกลับไปเก็บที่คอนโดก่อนที่จะไปซุเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังของเชียงใหม่อย่างริมปิงสาขามีโชคพลาซ่า เจเปิดสมุดโน้ตเล็กๆ ของเขาที่จดของที่ต้องซื้อสำหรับอาหารมื้อพิเศษวันมะรืน จริงๆ เจอยากมาซื้อของพรุ่งนี้และทำอาหารพรุ่งนี้เย็น แต่เขาไม่อยากให้ฆาเบียร์เห็นเซอร์ไพรส์ของเขาเลยต้องมาซื้อของตอนนี้และเริ่มทำพรุ่งนี้เช้า เจแอบตื่นเต้นเล็กๆ และหวังว่ามันจะออกมาดี

"เนื้อวัว มันฝรั่ง แครอท โอเค ได้แล้ว"

เจเดินไปหยิบมะเขือเทศบดในกระป๋องมา และเดินไปที่แผนกเครื่องเทศหยิบยี่หร่าและใบกระวานมาจากชั้น

"เออ ใช่ ต้องไม่ลืมกะทิ"

เจเดินไปหยิบกะทิกล่องมาจากชั้น ที่จริงแม่จะเอากะทิที่คั้นเองให้มาจากบ้านแต่เขาก็กลัวว่ามันจะหืนไปซะก่อนจะทำอาหารก็เลยใช้กะทิกล่องก็ได้ เขาไปที่ชั้นของเย็นและหยิบไข่ไก่สดอย่างแพงที่แช่ในตู้เย็นมาแผงหนึ่งและไปเลือกดูไวน์ที่แผนกไวน์แต่ไม่เจอที่โดนใจเลยยังไม่ซื้อ



เจขับรถออกจากมีโชคพลาซ่าและยูเทิร์นและรีบชิดซ้ายแล้วเลี้ยวเข้าไปที่โครงการ Fifth Avenue ที่อยู่ไม่ไกลกันนัก เขาขับเข้าไปจนสุดโครงการและจอดรถที่หน้าร้าน Enoteca Great Fine Wine ร้านนี้เคยเป็นร้านอิตาเลียนในดวงใจของเขาและพี่นพ ตอนหลังเชฟฟิลิปโปซึ่งเป็นหัวหน้าเชฟของทางร้านย้ายไปอยู่เวียดนาม ตั้งแต่นั้นพวกเขาก็รู้สึกว่าอาหารไม่ได้อร่อยเท่าเดิม แต่ที่นี่ยังคงเป็นที่ๆ ดีที่สุดที่จะซื้อหาของสำหรับทำอาหารอิตาเลียนรวมทั้งไวน์และพวกแฮมและชีสจากอิตาลีอีกด้วย เพราะที่นี่เป็นร้านของบ. Buonissimo ซึ่งเป็นบริษัทผลิตและนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารจากอิตาลีที่ดีที่สุดของเชียงใหม่

เจเลือกซื้อแฮมไปหลายชนิดรวมทั้งชีสอีกด้วย เขายังซื้อมาร์ซาล่าไวน์ ซึ่งเป็นพอร์ทไวน์หรือไวน์หวานสัญชาติอิตาเลียน เขาลังเลระหว่างไวน์ฝรั่งเศสกับไวน์อิตาเลียน สุดท้ายก็เลือกไม่ได้อยู่ดี เขาถอนหายใจ เรื่องไวน์ ให้พ่อคนบ้าไวน์มาเลือกเองแล้วกัน เจเดินเข้าไปในส่วนขายอาหารแห้งและแช่แข็ง เขาได้ขนมปังขาไก่มากินกับแฮมแล้วก็ซื้อพวกราวิโอลี่และตอเตลลินี่โฟรเซ่นที่ทางร้านทำเองและซื้อซอสพาสต้าอย่างซอสมะเขือเทศและซอสเพสโต้ซึ่งก็คือใบเบซิลปั่นกับน้ำมันมะกอก ชีสและพวกถั่วของทางร้านไปด้วย พวกนี้เขามักซื้อเก็บไว้ติดตู้เย็นตลอด บางวันถ้าขี้เกียจทำอะไรกินมากเขาก็จะต้มพาสต้าแล้วคลุกซอสกิน อย่างเพสโต้ บางครั้งเขาก็เอาไปทาเนื้อไก่แล้วย่าง หรือไม่ก็ผสมมายองเนสนิดหน่อยก็ได้เป็นน้ำสลัดรสเพสโต้แล้ว



]​ (ftp://www.picz.in.th/images/2017/09/22/enoteca-L.jpg[/img)



เจหอบสารพัดของขึ้นห้องอย่างเหนื่อยอ่อน เขาเก็บพวกของสดเข้าตู้เย็นและพวกของแห้งใส่ตู้เก็บของ แต่ก่อนหน้านั้นเขาถ่ายรูปกองของที่ซื้อมาแล้วส่งไปให้ฆาเบียร์ดู พร้อมแนบข้อความไปว่า

'ผมพร้อมสำหรับมื้อเย็นวันคริสต์มาส อีฟแล้ว...คุณล่ะ?'


คนตัวโตของเขาตอบมาว่า

'พร้อมแล้ว แล้วเจล่ะ พร้อมสำหรับหลังอาหารไหม? ฉันพร้อมสุดๆ เลย รอรับนะจะ Mia'


เจหน้าร้อนผ่าว จะให้เขาทำยังไงกับคนแก่จอมหื่นนี่ดีนะ?



เจเข้าไปอาบน้ำอีกรอบ ถึงตอนนี้จะเข้าฤดูหนาวเต็มตัวและอากาศค่อนข้างเย็นในเวลากลางคืน แต่ตอนกลางวันที่แดดออกจ้า ท้องฟ้าใสไร้เมฆทำให้เชียงใหม่ไม่ได้ต่างอะไรจากตอนฤดูร้อนเลย หลังอาบน้ำเสร็จเขาก็ใส่แค่กางเกงในและเสื้อยืดเข้ามาที่ครัว เจนยุทธจัดแจงต้มราวิโอลี่ไส้เห็ดที่เขาซื้อมาเมื่อกี้ เมื่อได้ที่แล้วเขาก็ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ จากนั้นตักซอสมะเขือเทศสำหรับพาสต้าที่เพิ่งซื้อมาเช่นกันลงคลุก เขามักซื้อของพวกนี้เก็บไว้ติดตู้เย็นตลอด บางวันถ้าขี้เกียจทำอะไรกินมากเขาก็จะต้มพาสต้าแล้วคลุกซอสกิน อย่างเพสโต้ บางครั้งเขาก็เอาไปทาเนื้อไก่แล้วย่าง หรือไม่ก็ผสมมายองเนสนิดหน่อยก็ได้เป็นน้ำสลัดรสเพสโต้แล้ว

เจใช้มีดขูดชีสขูดพาร์มิจาโน่ เรจจาโน่ หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่าชีสพาร์มีซานแบบบ่ม 36 เดือนที่เขาเพิ่งซื้อมาเช่นกันลงไปในจานพาสต้า จากนั้นเอาผักสลัดที่เขาเด็ดมาจากต้นที่แม่ให้มาใส่ลงในชามสลัด แม่ให้เขามาทั้งสลัดบัตเตอร์เฮ้ด ไอซ์เบิร์กและเร้ดโอ๊คที่เขาเอาสำลีชุบน้ำพันรากมันไว้แล้วใส่ในตู้เย็น เขาหั่นมะเขือเทศราชินีที่ีมีติดตู้เย็นอยู่แล้วลงไปสี่ห้าลูกแล้วราดน้ำสลัดบัลซามิครสจี๊ดจ๊าดที่ซื้อมาจากร้านอิตาเลียนอย่าง Arcobaleno ลงบนผักสลัดนั้น​ แค่นี้เขาก็ได้อาหารมื้อหนึ่งแล้ว มื้อนี้ไม่มีเนื้อสัตว์เลยเพราะตอนเย็นเขามีนัดกินหมูจุ่มกับนพ ซึ่งแน่นอนว่าเขาจัดเต็มแหงๆ เจนั่งลงกินอาหารบนเคาเตอร์ครัวโดยไม่ลืมถ่ายรูปส่งไปให้ฆาเบียร์ดูด้วย



เจนยุทธที่นั่งๆ นอนๆ ดูทีวีสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงดังจากโทรศัพท์ เขาหยิบมันมากดปิดเสียงปลุกที่ตั้งไว้ เกือบห้าโมงแล้ว เขานัดนพไว้ตอนห้าโมงครึ่งที่ร้านหมูจุ่ม เขาแต่งตัวและขับรถออกไปยังร้านประจำอย่าง กั๊ดจัง ที่สี่แยกหนองหอย เขาจอดรถแล้วก็เห็นว่ารถของนพจอดอยู่แล้ว เขาเดินเข้าไปในร้านและเจอนพที่เริ่มกินก่อนแล้ว เขาทักทายนพและวางของทิ้งไว้ที่โต๊ะ เขาเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบถาดเนื้อสด เนื้อหมัก หมูหมัก ไส้อ่อน และลูกชิ้นนิดหน่อยมา สำหรับเขาแล้ว ร้านนี้เป็นร้านหมูจุ่มที่เขาชอบที่สุด ด้วยราคา 199 บาทรวมน้ำ ของหวานและไอติมแท่งของวอลล์ก็นับว่าคุ้มค่ามากแล้ว แถมน้ำจิ้มที่เป็นแบบน้ำจิ้มซีฟู๊ดของที่นี่ยังอร่อยแซ่บกว่าทุกร้านอีกด้วย

"ผักกาดขาวกี่ถาดดี พี่นพ?"

"6 ไปเลย"

นพก้มหน้าก้มตากินแบบแทบไม่มองหน้าเขา เขาเดินไปหยิบผักมาเพิ่ม ฆาเบียร์ชอบหาว่าเขาไม่กินผักนอกจากสลัด แต่จริงๆ เขากินนะ แค่ไม่ได้กินให้เห็นแค่นั้นเอง



เจตอกไข่ใส่ถ้วย ตี แล้วเอาเนื้อสดลงคลุก ก่อนจะคีบสองสามชิ้นลงลวกในกระชอน อย่างหนึ่งที่ทำให้เขากับนพเข้ากันได้เพราะวิถีในการกินนั่นนี่ที่ตรงกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ คือหมูจุ่ม เขากับนพเป็นประเภทค่อยๆ ลวกเนื้อกินทีละหน่อย และต้มพวกลูกชิ้นของใครของมันลงไป แทบจะเรียกว่านับลูกกันไว้เลย ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอต้องไปกินกับเพื่อนคนอื่นที่เป็นแบบตีไข่ เอาเนื้อใส่แล้วเทลงหม้อมันทั้งหมดเลย เขาก็จะรู้สึกอึดอัดเพราะเขาเป็นคนกินเยอะและกินเร็ว จะตักกินเยอะ ก็กลัวเพื่อนไม่อิ่ม ก็เลยพาลกลายเป็นว่ามื้อนั้นกินไม่อร่อยไปเสียอีก เนื้อย่างก็มีปัญหาเหมือนๆ กัน เขาถึงไม่ค่อยไปกินพวกจุ่มๆ ย่างๆ กับคนอื่นที่ไม่ใช่นพ

"เกือบลืม ถ่ายรูปส่งให้ฆาบี้ก่อน"

เจยกกล้องขึ้นถ่ายรูปอาหาร อย่างหนึ่งที่เขาทำตลอดตอนที่ฆาเบียร์ไม่อยู่คือส่งรูปอาหารที่ตัวเองกินให้ฆาเบียร์ดูจะได้รู้สึกเหมือนนั่งกินด้วยกัน แต่ทางนั้นไม่ค่อยยอมส่งที่ตัวเองกินมาให้เขาดู คิดว่าคงเพราะกลัวโดนบ่นว่ากินน้อย



"พี่นพ พี่วัฒน์ไม่มาเหรอ ปีนี้?" นพส่ายหน้า

"ช่วงนี้ติดคุมสอบมิดเทอมน่ะ หลังจากนั้นก็ส่งคะแนน ก็เลยบอกว่าให้มาเอาหลังคริสต์มาสแล้วกัน แกก็เลยจะมา 27 กลับต้นเดือนม.ค. เพราะว่าเปิดเทอมวันที่ 8 มั้ง"

นพตอบ เขาบ่นว่าจริงๆ เขาไม่ค่อยชอบให้วัฒน์มาช่วงเทศกาลเท่าไหร่หรอกเพราะว่าเชียงใหม่จะคนเยอะมาก แย่งกันกินใช้สุดๆ จะพาไปไหนก็ไม่ได้ สุดท้ายก็ได้แค่อยู่บ้าน ไม่ก็เข้าห้าง ดูหนังไปตามเรื่อง แต่รายนั้นเขาบอกว่าไม่ต้องพาไปไหนก็ได้ แค่ใช้เวลาด้วยกันก็พอ

"ก็ดีออก พี่นพ จะได้ใช้งานอะไรที่มันไม่ค่อยได้ใช้ไง"

เจหัวเราะคิกคัก นพหน้าแดงพึมพำด่าไอ้น้องเลว วัฒน์มาหาเขาบ่อยน้อยกว่าฆาเบียร์ที่อยู่ต่างประเทศกลับมาหาเจนยุทธอีก

"ใครจะไปเหมือนพวกมึงล่ะ โดดเข้าหากันตลอดเวลา นี่กูได้ข่าวมาว่าพอหายงอนกันคราวที่แล้วก็ไปทำห้องน้ำผับแทบพังเลยเหรอ?"

นพได้ข่าวเวอร์ๆ มาอีกแล้ว

"เห็นว่าดังลั่นไปจนถึงบู้ธดีเจเลยเหรอวะ?"

"พี่นพ เว่อร์ไปแล้ว!" เจหน้าแดงแปร๊ด

"แล้วนี่ใครคาบข่าวไปบอกพี่อีกล่ะเนี่ย?"

นพหัวเราะร่วนและไม่ยอมบอก แต่เจนยุทธรู้ว่าไม่ใช่ใคร หน้าห้องน้ำตอนนั้นก็มีแค่ไอ้ปรินซ์ไอ้ซันซันสองตัวนั่นแหละ เจโคลงหัวอย่างจนปัญญา เขาพลาดเองที่ปล่อยให้สองคนนั้นได้ยินเข้าจนได้



เจกินหมูจุ่มไป คุยเม้ากับนพไปจนอิ่มหนำกันทั้งคู่ ข้อดีอีกข้อหนึ่งของร้านนี้คือไม่จำกัดเวลา ตอนนี้ในร้านคนแน่นขนัดแล้ว อากาศเย็นๆ ของฤดูหนาวทำให้ร้านหมูจุ่มและหมูกะทะในเชียงใหม่คึกคัก

"เออ มะรืนว่างป่าว พี่นพ? ผมว่าจะชวนกินข้าวอ่ะ"

เจที่กำลังดูดไอติมแท่งหลากสีอย่างเมามันถามขึ้น

"วันมะรืน คริสต์มาสอ่ะเหรอ? แล้วมึงไม่กินกันสองคนกับไอ้ฆาบี้มันอ่ะ?" เจนยุทธส่ายหน้า

"ผมจะกินข้าวกันสองคนวันคริสต์มาสอีฟอ่ะ แล้ววันคริสต์มาส ผมว่าน่าจะให้มันครึกครื้นหน่อย เลยว่าจะชวนพี่กับไอ้สองแสบนั่นมากินข้าวด้วยกัน" นพพยักหน้า

"ได้สิ ว่างอยู่ ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ ว่าแต่จะกินอะไรดีล่ะ?"

"ผมว่าอยากกินพวกปิ้งๆ ย่างๆ ที่มันต้องแย่งกันกินหน่อยอ่ะ จะได้สนุกสนานกัน"

"..." นพแนะนำขึ้นมาร้านหนึ่ง เจนยุทธทำตาโตอย่างถูกใจ

"เออ ใช่ๆ ที่นั่นก็ดี มีผักด้วย ฆาบี้น่าจะชอบ แถมไม่จำกัดเวลาอีก ผมก็ไม่ได้ไปกินนานแล้วด้วยนะเนี่ย"

เจยิ้มพร้อมทำตาลอยเมื่อนึกถึงรสชาติเนื้อของร้านนั้น

"...ไว้ผมคอนเฟิร์มกับสองคนนั่นแล้วจะบอกเวลาไปอีกทีนะ"

เจเรียกเด็กพนักงานมาคิดตังค์ สองคนจ่ายเพียง 398 บาท เขามากินร้านนี้ทีไรก็แฮ้ปปี้ทุกครั้งเลย

"เออ เจ อย่าลืมของที่มึงฝากกูซื้อ เดี๋ยวเดินไปเอาที่รถด้วย" เจเดินตามนพไปที่รถ นพเปิดประตูหลังรถแล้วหยิบถุงออกมาสองถุง

"เอ้า สตรอเบอรี่จากกาดหลวง สองโลตามที่สั่ง แล้วนี่ฝากคนเขาสั่งมาให้"

เจเปิดถุงหลังดูแล้วก็ยิ้มร่า เขาได้ของโปรดของฆาเบียร์มาให้เจ้าตัวแล้ว เขาถามไถ่ราคาแล้วจ่ายตังค์ให้นพเสร็จสรรพแล้วลากันกลับไปยังที่พัก



]​ (ftp://www.picz.in.th/images/2017/09/22/ce3bf434dc212655730506c31490bcd6.jpg[/img)


(ล้นอีกแล้ว ต่อคอมเมนท์หน้านะคะ)


ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- ก่อนกลับบ้าน(ต่อ)  ----




เจนยุทธกลับมาถึงห้อง เขาเอาสตรอเบอรี่ใส่ตู้เย็นไว้ แค่นี้ทุกอย่างก็ครบแล้ว เขาหยิบรายการอาหารที่จะเสิร์ฟในวันคริสต์มาสอีฟออกมาดูแล้วลองจัดดูว่าจะต้องทำอะไรก่อนหลัง เขาจะเสิร์ฟอาหารแค่ 3 คอร์สไม่รวมจานแฮมกับชีส วันพรุ่งนี้เขาจะเริ่มทำจานหลักก่อนเพราะมันต้องใช้เวลานานและเขาไม่อยากทำให้ฆาเบียร์เห็นในเช้าวันนั้นเพราะว่าเขาต้องการจะเซอร์ไพรส์คนรักของเขา ก่อนมื้ออาหารเขาจะเตรียมสลัด หุงข้าว แล้วพอกินเสร็จเขาถึงจะทำของหวาน จริงๆ เขาอยากทำอีกหลายอย่าง อย่างซุปและพาสต้า แต่พอนึกถึงคนตัวโตแต่กินเท่าแมวดมแล้ว เขาว่าเผลอๆ ฆาบี้จะอิ่มตั้งแต่กินแฮมแล้วด้วยซ้ำ



"เดี๋ยวนะ เจ ฉันหาที่เงียบๆ คุยก่อน!!"

เสียงปลายสายตะโกนใส่หูเจนยุทธเพื่อแข่งกับเสียงเพลงรอบข้าง ฆาเบียร์เดินเข้าไปในห้องน้ำของสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่าน Lan Kwai Fong เจเห็นได้จากแสงสีด้านหลังเมื่อครู่ว่าคนรักของเขากำลังอยู่ในสถานบันเทิง

"อะไร หนีเที่ยวเหรอ?" 

เจถามอย่างอารมณ์ดี เขารู้ว่านานๆ ทีคนรักของเขาจะออกถ้ำมาสนุกบ้างก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องไปหวงหรือห่วงอะไร

"อือ พวกเด็กๆ มันลากมา"

ฆาเบียร์หมายถึงพวกพนักงานของเขา ซึ่งไม่แคล้วมีเมลิน่าเป็นต้นความคิด

"...ศุกร์สุดท้ายก่อนหยุดยาวคริสต์มาสกับปีใหม่น่ะ"

ฆาเบียร์บอกเจ พวกลูกน้องเขาก็คงกะมาปล่อยผีกันเต็มที่ คืนนี้คงยาวแน่ๆ เขาซึ่งเป็นคนเลี้ยงก็คงต้องอยู่ต่อด้วย

"งั้น คืนนี้ฉันคงโทรไปดึกหน่อยนะ ถ้าหลับแล้วก็ไม่ต้องรับสายนะ เจ"

"อือ กลับระวังๆ ล่ะ ขับรถมาเองหรือมีคนขับมารับ?"

"วันนี้ขับเองน่ะ ฉันกะไม่กินเหล้ามากอยู่แล้ว คงซักสองสามแก้วแล้วหยุดรอให้สร่างก่อนกลับน่ะ"

เจนยุทธยิ้ม คนรักของเขาดูแลตัวเองดีขึ้นมาก



"ไม่ต้องห่วงนะเจ ฉันระวังตัวแน่ ฉันจะไม่ลืมว่าชีวิตฉันไม่ใช่แค่ของฉันคนเดียวแล้ว"

ฆาเบียร์หยอดคำหวานมาอีกแล้ว เจหน้าแดง ไม่ใช่แค่ฆาบี้หรอกที่คิดแบบนี้ เขาเองก็คิดเหมือนกัน เขาดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ได้ไปกินเหล้าเมาเละเทะเหมือนเมื่อก่อน ถ้าจะเมา ก็จะลากเพื่อนกลับมากินที่ห้องมากกว่า

"งั้น ไปสนุกต่อเถอะ ฝากทักทายทุกคนด้วยนะ"

"โอเค เจ เดี๋ยวฉันไปก่อน...เฮ้ย อะไรวะ?!"

ฆาเบียร์อุทานอย่างตกใจเมื่อมีคนโอบคอเขา และมีปากนุ่มๆ พยายามจูบเขา

"คุณฆาเบียร์ ผมไม่ได้เจอคุณตั้งนาน คิดถึงจัง"

หนุ่มผมทองหน้าหวานที่ตาสีฟ้าใสนั้นมีแววเมามายซบหน้าลงกับอกฆาเบียร์ที่พยายามดันตัวออกจากอ้อมกอดนั้น เมื่อสลัดหลุดเขารีบเผ่นพรวดเข้าไปในห้องน้ำห้องหนึ่งแล้วปิดล็อค

"เจ เจ ยังอยู่ไหม?"

เขารีบระล่ำระลักถามไปที่ปลายสายแต่ก็มีเพียงแต่ความเงียบ สายของเจหลุดไปแล้ว

"เชี่ย!! แบตหมด...โธ่โว๊ย!"

เขาฟาดมือลงกับผนังอย่างเจ็บใจ เขารู้สึกเกลียดชังตัวเองในอดีตเหลือเกิน ฆาเบียร์โผล่หัวออกไปดูนอกห้องน้ำ ชายหนุ่มซึ่งเขาจำได้ว่าเป็นหนึ่งในคู่ขาเก่าของเขาเมื่อนานมากแล้วก็ไปแล้ว เขารีบเดินกลับไปหากลุ่มพนักงานของเขาที่ยังเต้นรำกินดื่มกันอย่างสนุกสนาน เขาส่งเงินให้เมลิน่าจำนวนหนึ่งให้ดูแลค่าใช้จ่ายในคืนนี้และขับรถออกมาจากผับอย่างรวดเร็ว



เมื่อถึงห้อง ฆาเบียร์รีบเสียบโทรศัพท์กับที่ชาร์จแล้วเปิดเครื่องขึ้น แต่ก่อนที่เขาจะทันโทรกลับหาเจนยุทธ เสียงไลน์คอลล์ก็ดังขึ้น เขารีบกดรับอย่างรวดเร็ว

"ฮัลโหล เจ...ฉันขอโทษ ฉัน..."

เขารีบขอโทษคนตัวเล็กที่ปลายสายเร็วปรื๋อ แต่ก็ถูกทางนั้นพูดแทรกมา

"ฆาบี้ คุณโอเคไหม? เป็นอะไรหรือเปล่า?"

เจรีบถามไถ่คนรักด้วยความร้อนใจ เขาเห็นภาพบาดตานั้นก็จริงแต่ก็สังเกตเห็นสีหน้าและเสียงร้องอย่างตระหนกของฆาเบียร์อีกทั้งภาพที่เหมือนกับทางปลายสายรีบพรวดหนีคนๆ นั้นเข้าไปในห้องน้ำก่อนที่สายจะตัดไปทำให้เขาเป็นห่วงมากกว่าที่จะมาหึงหวงอะไร แล้วพอโทรไลน์กลับมันก็ดังโดยไม่มีใครรับ พอโทรทางไกลเข้าเบอร์ของฆาเบียร์ที่ฮ่องกงก็กลายเป็นฝากข้อความ มันยิ่งทำให้เขาห่วงมากขึ้น สายตาที่ส่อแววห่วงใยของเจนยุทธยิ่งทำให้ฆาเบียร์รู้สึกละอายจนบอกไม่ถูก

"เจ...ฉัน...ฉันไม่เป็นอะไร เมื่อกี้แบตหมดน่ะ"

"ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ผมตกใจหมด โทรไปตั้งหลายรอบก็โทรไม่ติดเลย"

ฆาเบียร์ดูที่โทรศัพท์ มีเมสเสจแจ้งว่ามีคนโทรเข้าเบอร์ฮ่องกงของเขาหลายสิบครั้ง

"แล้วนี่ทำไมอยู่ที่ห้องแล้วล่ะ? ทิ้งพวกนั้นได้ไง?"

เจนยุทธสังเกตเห็นฉากหลังซึ่งเป็นห้องของโรงแรมริทซ์ คาร์ลตั้นอันเป็นที่พักของฆาเบียร์

"นี่ขับรถหรือเหาะมาเนี่ย? มันยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเองนะ ขับรถระวังๆ หน่อยสิ ฆาบี้"

ฆาเบียร์บ่นอุบอิบว่าเขาไม่ได้ขับเร็วอะไรซักหน่อย

"แล้วนั่นใครน่ะถึงทำให้คุณตกใจเหมือนเห็นผีจนถึงขั้นต้องหนีเข้าห้องน้ำแบบนั้น"

เจนึกขำอยู่ในใจเมื่อนึกถึงสีหน้าตระหนกของฆาเบียร์​ แต่เขาก็ปั้นหน้าเคร่งเครียดใส่คนรัก

"แอบซุกกิ๊กไว้งั้นเหรอ?"

เขาทำเสียงดุขู่คนตัวโตที่รีบปฏิเสธลั่น

"ไม่ใช่นะเจ แค่คนเคย เอ่อ...รู้จัก ตอนอยู่สหรัฐฯ แต่เห็นว่าย้ายมาทำงานแถวนี้ แต่ฉันไม่ได้ติดต่อกับเขานานแล้วนะ นายต้องเชื่อฉันนะ เจ"



ฆาเบียร์เหงื่อแตกซิกทั้งที่แอร์ในห้องเย็นจัด เขากลัวคนตัวเล็กจะเข้าใจผิดไปจริงๆ เจนยุทธถอนหายใจ

"ผมไม่ว่าอะไรคุณหรอก ฆาเบียร์ ผมเห็นทีท่าคุณแล้วก็คิดว่าคุณคงไม่มีอะไรกับเขาแล้ว"

"ฉันเสียใจจริงๆ ที่เจต้องมาเจอกับอดีตเลวๆ ของฉัน ฉันเกลียดตัวเองที่เคยมั่วไปทั่วแบบนี้ที่สุด"

ฆาเบียร์หน้าสลด เขาเกือบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว เจนยุทธมองคนตัวโตของเขาด้วยความสงสาร เขาอยากกอดร่างนั้นเต็มแก่แล้ว

"ฆาเบียร์ คุณไม่ต้องเสียใจไปหรอก ผมเข้าใจคุณดี ผมเองก็ใช่มีอดีตที่ซื่อใสสะอาดที่ไหน เพียงแต่อดีตของผมเป็นพวกสาวๆ ก็เหมือนที่ผมกับคุณเจอพี่พลอยคราวที่แล้ว ก็ไม่ต่างกันหรอก" เจถอนหายใจ

"ผมอยากให้รู้ว่าผมไม่ใส่ใจว่าในอดีตคุณจะผ่านอะไรมาบ้าง ตราบใดที่มันไม่มาสร้างปัญหาถึงในปัจจุบันผมก็โอเค ต่อให้จะมีพวกกิ๊กเก่าๆ ของคุณมาเจ๊าะแจ๊ะอีกเป็นสิบเป็นร้อยคนก็เหอะ...ผมอาจจะมีหวั่นไหวบ้าง แต่มันไม่ทำให้ผมเลิกรักคุณหรอกนะ"

เจส่งยิ้มหวานให้ฆาเบียร์ที่สัญญาลั่นว่าเขาไม่มีวันทำลายความไว้ใจของเจที่มีต่อเขา

"ดีมาก เพราะผมอาจจะไม่หึงบรรดากิ๊กเก่าๆ ของคุณ แต่ไม่ได้แปลว่าผมไม่ขี้หึง ถ้าผมจับได้ว่าคุณมีกิ๊กสักคนในตอนนี้หรือในอนาคต รับรองว่าคุณจะไม่มีวันได้เป็นฝ่ายไปจิ้มใครได้อีกในชีวิตนี้แน่ๆ"

เจยิ้มเย็นพร้อมตั้งมือเป็นสันและทำท่าฟันลงข้างล่าง ฆาเบียร์ใจหายวาบพร้อมกุมส่วนสงวนของตัวเองอย่างลืมตัว



ทั้งสองคนคุยเล่นหยอกล้อกันพักใหญ่ก่อนที่ฆาเบียร์จะขอตัวไปอาบน้ำอาบท่า

"เดี๋ยวฉันกลับออกมาแล้วจะมาให้เจทำโทษให้เต็มที่เลย" ฆาเบียร์พูดยิ้มๆ

"ไม่เอาอ่ะ คืนนี้ผมไม่ยอมทำอะไรกับคุณแล้ว" เจทำท่าเมินคนตัวโต

"อ้าว ไหนบอกว่าไม่งอน" ฆาเบียร์ทำหน้ามุ่ย

"ไม่ได้งอน...แต่อยากให้คุณอดกลั้นไว้ก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เจอกันแล้วนะ"

เจพูดยิ้มๆ ฆาเบียร์ยิ้มกว้าง ใช่สินะ พรุ่งนี้พวกเขาก็ได้เจอกันแล้ว

"งั้น คืนพรุ่งนี้เตรียมตัวไว้เลยนะ เจจ๋า รับรองว่าฉันไม่ให้เจได้นอนแน่"

ใบหน้าที่ยิ้มกริ่มของคนตัวโตทำให้เจหมั่นไส้เต็มประดา

"ฆาเบียร์ครับ ผมต่างหากที่จะไม่ยอมให้คุณได้นอน เตรียมตัวรอไว้ได้เลย รับรองว่าคุณลุกไม่ขึ้นแน่"

เจนยุทธหัวเราะหึๆ​ ก็มาลองดูว่าใครจะได้เป็นฝ่ายได้กอดกันแน่



"หลับฝันดีนะครับ คนดี ไว้พรุ่งนี้เจอกันนะ"

เจบอกลาคนตัวโตที่อาบน้ำพร้อมนอนแล้วและส่งจูบให้เหมือนทุกครั้งและตัดการสนทนา แต่คืนนี้เขายังไม่นอนทันที เจลุกจากเตียงเข้าไปในครัว เขาจัดเตรียมอุปกรณ์และพวกวัตถุดิบแห้งที่ต้องใช้ทำอาหารพรุ่งนี้มาวางไว้ที่เคาเตอร์ เขาเช็คของสดว่าซื้อทุกอย่างมาครบแล้วเรียบร้อย เขาเช็คสูตรที่เตรียมไว้และคัดลอกลงในสมุดจดสูตรของเขา ยังไงเขาก็ยังชอบเปิดสูตรจากสมุดมากกว่าเปิดจากในแท็บเล็ต เมื่อเช็คว่าทุกอย่างครบเรียบร้อยแล้วเจถึงได้กลับเข้านอน

-------------------------------------------------

ก่อนอื่นต้องขอสารภาพก่อนว่า ช่วงนี้กำลังอยู่ในภาวะ "ตัน" ค่ะ เริ่มเขียนไม่ค่อยออก ฉะนั้นแต่ละตอนอาจจะมาช้าหน่อยนะคะ หวังว่าจะยังมีคนรออ่านเรื่องนี้อยู่น้อ รู้สึกว่าพอสองคนนี้อยู่ห่างกันแล้วเขียนยากจัง สงสัยต้องจับมาเจอกันบ่อยๆ กว่านี้

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2481
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3737
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0
 :katai2-1: o13 :katai2-1:

ชอบสำนวนของคุณนักเขียนมากครับ
บางทียังเผลอว่าเป็นเรื่องจริงซะอีก  อินจัด

 :L2: :pig4: :L2:

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1
:katai2-1: o13 :katai2-1:

ชอบสำนวนของคุณนักเขียนมากครับ
บางทียังเผลอว่าเป็นเรื่องจริงซะอีก  อินจัด

 :L2: :pig4: :L2:


ขอบคุณมากค่ะที่ชอบและติดตามอ่าน ถ้าเรื่องกินเที่ยวที่มีภาพประกอบนี่ของจริงแน่ๆ ค่ะ กับพวกร้านหลายๆ ร้านในเชียงใหม่ที่อ้างถึงก็เช่นกัน ส่วนเรื่องอื่นบางทีก็ได้จากการค้นข้อมูลมาเพิ่ม บ้างก็มาจากเรื่องที่เคยได้ยินได้ฟังมาค่ะ คนเขียนเองก็สนุกกับการเขียนเรื่องนี้มากค่ะ คิดเหมือนกันว่าหลังเรื่องนี้ก็อาจจะไม่มีปัญญาเขียนเรื่องอื่นแล้ว เพราะปล่อยของมาซะหมดแหล่ว

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- Before XMas Eve ----




8:00 น. 23 ธันวาคม 2560



เจนยุทธพรวดพราดลุกขึ้นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก เขางัวเงียปิดมันแล้วนอนต่อมาสองรอบแล้ว รอบนี้เขานึกได้ว่าต้องรีบตื่นมาทำอาหาร เขาเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาล้างตัว แล้วก็ใส่แค่เสื้อยืดกับกกน.ออกมาเหมือนเดิม วันนี้เขาจะทำอาหารที่จะเป็นเซอร์ไพรส์สำหรับฆาเบียร์ในวันพรุ่งนี้

เจหยิบวัตถุดิบที่ต้องใช้ออกมาจากตู้เย็น เขาหยิบห่อเนื้อออกมาเปิดแล้ววางทิ้งไว้บนเคาเตอร์ครัวให้หายเย็น เขาซื้อเนื้อส่วนน่องลายที่มีเอ็นแทรกมาเพราะความชอบส่วนตัวและเนื้อส่วนสันไหล่หรือ Chuck ซึ่งเหมาะต่อการตุ๋นนานๆ โดยที่ไม่ทำให้เนื้อแห้งเกินไป เขาสั่งมาอย่างละครึ่งกิโลโดยขอให้ทางซุเปอร์ฯ หั่นเป็นลูกเต๋าขนาดพอดีคำให้ เขาหั่นหัวหอมใหญ่ 1 หัวอย่างหยาบๆ และปอกกระเทียมจีน 3 กลีบแล้วสับหยาบๆ เช่นกัน เขาเอาหม้อ Dutch oven ที่แม่ให้มาขึ้นตั้งไฟกลางค่อนสูง แล้วใส่น้ำ 2 ถ้วย เนื้อ หัวหอม กระเทียมและใบกระวาน 2 ใบลงไป แต่เขาดูแล้วเนื้อออกจะเยอะไปนิดนึง เขาเลยใส่น้ำเพิ่มให้มันพอท่วมเนื้อ จากนั้นปิดฝาและตั้งเวลาไว้ 2 ชั่วโมงที่นาฬิกาบนเตา นานๆ ทีเขาก็เปิดมาเช็คทีนึง

เมื่อต้มเนื้อไปได้เกือบๆ 2 ชั่วโมง เขาหยิบมันฝรั่งขนาดกลาง 6 หัว และแครอท 2 หัวออกมา เขาปอกมันฝรั่งและแครอทและหั่นออกเป็นลูกเต๋าขนาดพอดีคำ เจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากำลังจะกดโทรออกแต่ก็นึกได้ เขาเดินกลับห้องนอนเพื่อใส่กางเกงนอนและจากนั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นโทรออก


"สวัสดีครับ อาปา เจครับ"

เจยิ้มละไมให้คริสที่อยู่จ้องมองเขาอย่างปราณีจากหน้าจอโทรศัพท์

"..."

"ผมสบายดีครับ แล้วอาปาล่ะครับ? นั่งเครื่องมาตั้งนาน เหนื่อยไหมครับ? อาปาพักเยอะๆ นะ ผมเป็นห่วง"

คริสซึ่งตอนนี้อยู่ที่ฮ่องกงแล้วหัวเราะแล้วตอบว่าเขาไม่เหนื่อย แต่มีเจ็ทแล็กนิดหน่อย

"โทรมานี่ เริ่มทำแล้วใช่ไหม? ขออาปาดูหน่อยซิ?"

คริสถาม เจหันหน้ากล้องไปทางหม้อแล้วเปิดฝาออกให้คริสดู

"อ้อ ใช้ได้แล้ว เดี๋ยวใส่ผักได้เลย"

เจหันให้คริสดูผักแล้วถามว่าหั่นขนาดนี้ได้ไหม คริสตอบรับว่าใช้ได้แล้ว เจนยุทธวางโทรศัพท์ไว้บนแท่นวาง แล้วใส่มันฝรั่งกับแครอทลงไป จากนั้นใส่พวกเครื่องเทศและสมุนไพรอย่างออรีกาโน่ ใบผักชีและยี่หร่าลงไปตามสูตรแล้วใส่มะเขือเทศบดในกระป๋องลงไปอีก 3 ช้อนโต๊ะ



"เจ อย่าลืมผง Achiote ด้วย"

คริสเตือนขึ้น เจนึกได้และหยิบผงเครื่องเทศซึ่งคริสส่งมาให้เขาจากสหรัฐฯ ออกมาและใส่ลงไป 1 ช้อนชา กลิ่นหอมเฉพาะตัวของมันอวลไปทั่วห้อง เขาปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย จากนั้นคนทุกอย่างให้เข้ากันแล้วลดไฟลงเป็นไฟต่ำ เจหันกลับไปหาคริสที่ยังคงดูเขาอยู่

"อาปา เป็นอะไรครับ?!"

เจถามอย่างตกใจเมื่อเห็นผู้เฒ่าคริสยกมือขึ้นปาดน้ำตา

"ไม่มีอะไรหรอก เจ ฉันแค่คิดถึงตอนที่ฉันคอยกำกับคาตาลิน่าตอนทำเมนูนี้"

คริสยิ้มให้เจนยุทธบางๆ ความทรงจำเก่าๆ ที่หวนคืนมาทำให้เขาอดหลั่งน้ำตาออกมาไม่ได้ ตั้งแต่คาตาลิน่ากับอันเดรสจากไป เขาก็ทำใจทำอาหารจานนี้ไม่ได้ ฆาบี้เองก็ไม่ได้ร้องขอ ประกอบกับหน้าที่การงานที่รัดตัวทำให้พวกเขาทั้งสองลืมๆ มันไปจนกระทั่งเจขอให้เขาสอนทำเมนูนี้ตอนหลังจากพวกเขากลับจากสมุย เขาได้ส่งสูตรพร้อมกับ Achiote ซึ่งเป็นเครื่องเทศที่ใช้กันแพร่หลายตามแถบละตินอเมริกาให้เจเพราะไม่แน่ใจว่าเจจะหาได้ที่ไทย ภาพของเจที่ตั้งใจทำสตูว์แบบปูเอร์โต ริโกให้ฆาเบียร์มันซ้อนทับกับภาพของคาตาลิน่าซึ่งตั้งใจทำอาหารจานนี้ให้เหล่าคนที่เธอรัก



เจนยุทธขอตัวไปทำอาหารต่อให้เสร็จก่อนที่จะขอบคุณและบอกลาคริส เขาเคี่ยวสตูว์ต่อโดยเปิดฝาไว้และคนเป็นครั้งคราวจนกระทั่งแครอทและมันฝรั่งนิ่ม ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20-25 นาที เจปิดไฟและยกหม้อสตูว์ออกจากเตา เขาตักมันขึ้นชิม มันก็อร่อยดีนะ มีกลิ่นหอมๆ ของเครื่องเทศแปลกๆ ชนิดนั้น แต่เขาก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดีว่ารสชาติจริงๆ ของมันต้องเป็นแบบไหน เขาถ่ายรูปสตูว์ที่เคี่ยวเสร็จแล้วส่งให้คริสดู

'เสร็จแล้วครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่ารสชาติมันจะเหมือนไหม?'

'ไม่ต้องกังวลหรอก เจ อาปาว่าไม่ว่ายังไงฆาเบียร์ต้องดีใจที่ได้กินมันแน่ๆ'


นี่คือคำตอบของผู้เฒ่าคริส



เจปิดฝาหม้อสตูว์และทิ้งมันไว้ให้เย็น ที่จริงเขาอยากทำมันในเช้าวันคริสต์มาส อีฟ ซึ่งก็คือพรุ่งนี้แต่ก็กลัวฆาเบียร์จะเห็นและไม่เซอร์ไพรส์เลยต้องทำทิ้งไว้ตั้งแต่วันนี้ พรุ่งนี้เย็นเขาค่อยอุ่นมันอีกทีก่อนเสิร์ฟ

เจนยุทธที่เหงื่อท่วมทั้งตัวยกนาฬิกาขึ้นดู เกือบเที่ยงแล้ว เขาเดินกลับเข้าห้องไปอาบน้ำแต่งตัวจากนั้นกลับออกมาอุ่นพวกไส้อั่ว หมูทอดและข้าวเหนียวที่แช่ช่องฟรีซไว้มากิน บ่ายนี้เขาว่างแล้ว



ติ๊ง


เสียงไลน์ดังขึ้น เขายกขึ้นดู

'ตอนนี้อยู่สนามบินแล้วนะ เครื่องออก 15:20 น.'

'ถึงเชียงใหม่ประมาณ 17:35 หวังว่าจะไม่ดีเลย์ ไว้เจอกันนะ Mi alma'


เจนยุทธยิ้มและพิมพ์ตอบกลับไป

'วันนี้ผมจะไปรับเอง ไม่ต้องนั่งแท็กซี่กลับมาเองนะ คิดถึงใจจะขาดแล้ว'


คนตัวโตของเขาส่งสติ๊กเกอร์รูปหมาลาบราดอร์ทำท่าวิ่งเริงร่ากลับมาให้ ตั้งแต่เจอหมูดำโรซ่าของเขา ฆาเบียร์ไล่ซื้อสติ๊กเกอร์รูปหมาลาบราดอร์มาเสียหลายชุด เจอมยิ้มในความแอบติงต๊องของคนรัก

'เดี๋ยวก่อนขึ้นเครื่องจะไลน์คอลล์มาหานะ'

ฆาเบียร์ทิ้งท้ายมาแบบนั้น เจนยุทธนั่งเล่นนอนเล่นดูทีวีพักใหญ่ เขาเดินไปเช็คหม้อสตูว์เป็นระยะๆ จนในที่สุดเมื่อเห็นว่ามันเย็นสนิทแล้ว เขาเอามันใส่ในตู้เย็นทั้งหม้อโดยไม่ลืมติดโพสต์อิทไว้บนนั้น



Rrrrrrrr


"เจ เครื่องจะออกแล้วนะ น่าจะตรงเวลา"

ฆาเบียร์ยิ้มละไม เขาจะได้เจอหน้าคนรักแล้ว

"โอเค ไว้เจอกันที่สนามบิน เดี๋ยวผมอาจจะนั่งรอที่ร้านกาแฟ ถ้าคุณผ่านต.ม. แล้วก็โทรบอกนะผมจะวนรถไปรับ"

ฆาเบียร์ตอบรับและบอกว่าเขาประกาศเรียกขึ้นเครื่องแล้ว เขานั่งชั้นธุรกิจซึ่งต้องขึ้นก่อน ฆาเบียร์ส่งจูบลาคนรักและตัดการสนทนาไป



เจดูนาฬิกา เขามีเวลาอีกสามชั่วโมงกว่าเครื่องของฆาเบียร์จะลง เขาเลยตัดสินใจเตรียมของเพิ่มอีกหน่อย เจวอร์มเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส หยิบเอาถาดอบออกมา เอากระดาษไขกรุถาดไว้แล้ววาง prosciutto หรือแฮมดิบแบบอิตาเลียนแผ่นบางเฉียบที่เขาซื้อมาจากร้าน Enoteca ลงไป 6 แผ่น เมื่อเตาร้อนได้ที่เขานำมันเข้าอบเป็นเวลาประมาณ 10 นาที

จากนั้นเจเปิดตู้เย็น เอาส้มออกมา 2 ลูก เขาล้างเปลือกมันด้วยน้ำอุ่นและขัดมันเบาๆ เพื่อพยายามเอาแว็กซ์ที่เคลือบส้มออก จากนั้นขูดผิวส้มออกมา ที่จริงสูตรนี้ต้องใช้เครื่องปั่นๆ แต่ด้วยความขี้เกียจเขาจะเขย่ามันแทน เขาเอาขวดน้ำสลัดที่หมดแล้วซึ่งเป็นแก้วออกมา เขาบีบน้ำส้มจากส้มที่ขูดผิวออกไปลงในขวด จากนั้นใส่น้ำผึ้ง ผิวส้มขูด น้ำส้มสายชูบัลซามิค และน้ำมันมะกอกตามลงไป เขาทุบกระเทียมจีน 1 กลีบจนแหลกและใส่ลงไปด้วย ปรุงด้วยเกลือและพริกไทยตามสูตร

เขาเปิดดูแฮมสดที่อบไว้ มันเริ่มกรอบแล้ว เขาปิดเตาแล้วเอาออกมาวางทิ้งไว้บนกระดาษทิชชู่ซับมัน จากนั้นก็หันมาปิดขวดน้ำสลัดที่ใส่ส่วนผสมไว้แล้วและเขย่าอย่างแรงเป็นเวลาครู่หนึ่ง เขาลองเปิดดูและเห็นมันยังไม่ค่อยเข้ากันเลยเขย่าต่ออีกพักหนึ่งจนรู้สึกว่าเข้ากันดี เขาชิมแล้วก็รู้สึกว่ารู้งี้เอาเครื่องปั่นออกมาปั่นตามสูตรดีกว่า แต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วเพราะว่าส้มเขาหมดไปเรียบร้อย การทำอาหารบางครั้งมันก็ไม่มีทางลัดจริงๆ แต่รสชาติมันก็ไม่ได้แย่นัก ก็หวังว่าฆาเบียร์จะพอกินได้

เจหันไปดูแฮมสดที่วางผึ่งไว้ มันเย็นแล้วและกรอบได้ที่ตามที่อยากได้ เขาบี้มันเป็นชิ้นเล็กๆ และเอาใส่กล่องพลาสติกไว้ เขาเก็บทั้งแฮมและน้ำสลัดเข้าตู้เย็นสำหรับมื้อเย็นของวันพรุ่งนี้ เจนยุทธทำความสะอาดครัวและจัดการล้างอุปกรณ์ทั้งหลายที่เขาทิ้งไว้ในซิงค์ บางส่วนที่ใส่เครื่องล้างจานได้เขาก็เอาใส่ไว้

"โอเค เรียบร้อยซะที"

เจนยุทธปาดเหงื่อ เขาลงนั่งที่โซฟา ซิงค์เพลงกับลำโพงให้เปิดคลอเบาๆ เขาตั้งนาฬิกาปลุกไว้สี่โมงครึ่งและลงนอนงีบสักพัก



ห้าโมง...เจขับน้องอัซซูรี่ไปจอดที่ลานจอดรถของสนามบินเชียงใหม่ที่แน่นเอี้ยดตลอดเวลา เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่รู้จักทำตึกจอดรถเสียที เขาจอดรถฝั่งผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศ เขาเดินเข้าในตัวสนามบินและไปสั่งกาแฟที่ร้านสตาร์บัคส์

"หวัดดีครับ พี่เจ"

น้องพนักงานที่คุ้นหน้าคุ้นตาเขาดีทักขึ้น

"วันนี้ไปไหนครับ?"

"มารับคนอ่ะ เดี๋ยวขอลาเต้เย็น แก้วกลาง เพิ่มช็อตกาแฟแล้วก็ใส่ equal ซองนึงนะ"

เจสั่งกาแฟแบบง่ายๆ จริงๆ สั่งสตาร์บัคส์ไม่ได้ยากเหมือนที่คนอื่นเขาว่ากันเลย ไม่เห็นต้องท่องยาวเหมือนท่องคาถา แค่ให้เข้าใจก็พอ เขารอกาแฟที่เคาเตอร์ เมื่อได้แล้วก็หาที่นั่งรอ เขานั่งเล่นเกมอ่านนั่นอ่านนี่พักหนึ่งก็ได้ยินเสียงประกาศว่าเครื่องของสายการบินคาเธ่ย์ดราก้อนมาถึงแล้ว เขารออีกประมาณครึ่งชั่วโมงฆาเบียร์ก็โทรเข้ามา

"ผ่านต.ม.แล้วนะเจ เดี๋ยวรอรับกระเป๋า"

ฆาเบียร์ใช้เบอร์ไทยของเขาโทรหาเจ เขาใช้มือถือแบบสองซิมซึ่งใส่ทั้งเบอร์ไทยและเบอร์ฮ่องกงไว้ เจตอบรับและออกไปนั่งรอบนรถ เมื่อฆาเบียร์บอกว่าเขาออกมาแล้วเจจึงวนรถไปรับ ฆาเบียร์ยืนยิ้มรอเขาที่หน้าประตูแล้ว เขาถือเสื้อหนาวที่ใส่มาจากฮ่องกงไว้ในมือและอีกมือถือลากกระเป๋าขนาดเคบินไซส์ เจลงรถไปเปิดท้ายรถให้ฆาเบียร์เอาของไว้ เมื่อเอากระเป๋าขึ้นไว้แล้ว ฆาเบียร์ก็รวบเจไว้ในอ้อมกอดและหอมแก้มใสๆ นั้นฟอดใหญ่ คนตัวเล็กอุทานลั่น นี่มันประเจิดประเจ้อเกินไปแล้ว เจทุบอกฆาเบียร์พลั่กใหญ่แต่คนตัวใหญ่ก็ยังหอมเขาต่ออีกฟอดก่อนจะหัวเราะร่วนแล้วปล่อยเขาไป เจรีบพุ่งตัวขึ้นรถทันที ฆาเบียร์ปิดท้ายรถแล้วเดินขึ้นนั่งเคียงข้างเจที่ทำหน้าตูม



"เจจ๋า ยังไม่หายงอนอีกเหรอ?"

ฆาเบียร์ง้อคนตัวเล็กที่นั่งเงียบมาตลอดทางจนถึงคอนโด

"คุณมาร์ติเนซ นี่เมืองไทยนะเฟ้ย เล่นกอดๆ หอมๆ กันหน้าสนามบินเลยนี่ก็ไม่ไหวนะ" เจโวยเบาๆ

"แต่ถ้าเป็นที่นี่ทำได้ใช่ไหม?"

ฆาเบียร์ไม่รอคำตอบจากเจ เขาโน้มตัวไปประทับจูบแบบเร็วๆ ที่ปากเจ คนตัวเล็กหลับตาพริ้ม ฆาเบียร์จูบซ้ำไปอีกครั้ง คราวนี้นานขึ้น เขาดูดเม้มริมฝีปากล่างของคนรักเบาๆ ขณะที่เจจูบตอบด้วยการดูดดึงริมฝีปากบนของฆาบี้

"อือ..."

เจเม้มปากแน่นเมื่อฆาเบียร์พยายามจะดันลิ้นร้อนๆ เข้ามาในปากของเขา

"พอก่อนๆ เดี๋ยวยาว"

เจหายใจหอบ คนตัวโตของเขานี่น่ากลัวจริงๆ

"ต่อกันข้างบนนะ คนดีของผม"

เจกระซิบเบาๆ ที่หูฆาเบียร์และรีบดับเครื่องรถ ฆาเบียร์รีบเปิดประตูลงรถไปหยิบกระเป๋า เขารีบไปกดลิฟท์รอตอนที่เจล็อครถ เมื่อขึ้นถึงห้อง โดยไม่รอให้ประตูปิดสนิท ฆาเบียร์ดึงเจเข้าไปกอดแน่น เขาซบหน้าลงกับไหล่ของร่างที่เล็กกว่า

"ขอฉันอยู่ท่านี้แป๊บนึงนะ เจ"

เขากระซิบแผ่วๆ ที่หูของเจ และคลึงปากไปตามต้นคอและพวงแก้มของเจนยุทธที่ได้แต่ยืนนิ่งๆ ปล่อยให้คนตัวโตลวนลามตามใจ เขาโอบแขนไปกับหลังของฆาเบียร์ เขาโหยหาสัมผัสจากคนตัวโตเหลือเกิน



"เดี๋ยวสิ ฆาบี้...ไม่เอา"

เจนยุทธร้องลั่นเมื่อถูกคนตัวโตยกตัวลอยขึ้นจากพื้นแล้วพาเดินเข้าห้องนอน ฆาเบียร์ดันร่างเจลงกับเตียงและเริ่มสัมผัสอย่างเอาแต่ใจ เจโวยลั่นในตอนแรกแต่คำบ่นก็กลายเป็นเสียงครางเบาๆ อย่างพึงใจเมื่อริมฝีปากของฆาเบียร์จูบไล้ไปทั่วแผงอกที่ปราศจากเสื้อ ฆาเบียร์มือไวเหลือเกิน เสื้อของเขาถูกถอดออกไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้และในตอนนี้กางเกงจ็อกเกอร์ของเขาก็กำลังจะปลิวหายตามไปด้วย

"ฆาเบียร์ เดี๋ยว อย่าพึ่ง ผมยังไม่พร้อม" เจห้ามฆาเบียร์

"แค่ข้างนอก ได้ไหมคนดี? ฉันทนจะไม่ไหวแล้ว"

ฆาเบียร์กระซิบเสียงกระเส่า เจตอบคำถามด้วยสัมผัสของเขา เขาเอื้อมมือไปปลดซิปกางเกงของฆาเบียร์และปลดปล่อยแท่งลำที่ขยายจนดันกางเกงให้โป่งพองขึ้น เจกอบกุมมันไว้และเริ่มรูดไล้เบาๆ โดยเน้นยำที่ส่วนปลาย ฆาเบียร์สูดปากเบาๆ ด้วยความเสียวซ่าน เขาขยับตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียงและปล่อยให้เจจัดการที่เหลือ เจรูดไล้ส่วนสงวนของฆาเบียร์อีกครู่หนึ่งก่อนที่จะครอบมันด้วยริมฝีปากอุ่นๆ ลิ้นร้อนๆ ของเขาเขี่ยเบาๆ ที่ส่วนรูร่องตรงปลายอย่างยั่วเย้า ฆาเบียร์คำรามออกมาเบาๆ

"อย่าแกล้งกันสิ เจ!"



เจนยุทธเหลือบตามองหน้าคนตัวโตที่เหยเกด้วยความเสียว แต่ก็ไม่หยุด เขาไล้ลิ้นไปกับส่วนปลายและใช้มือรูดกำที่โคนสลับกับดูดหนักๆ เสียงครางดังออกมาเป็นระยะๆ จากปากของฆาเบียร์ เขาทนไม่ไหวต้องใช้มือกดหัวเจไปกับแท่งลำและดันสะโพกให้มันเข้าลึกขึ้น เจขยับปากรับแท่งลำนั้น ถึงเขาจะรับมันเข้าไปได้ไม่หมด แต่เขาก็พยายามดูดกลืนมันให้ได้มากที่สุด ฆาเบียร์เชิดหน้าขึ้นด้วยความเสียว เขาจะทนไม่ไหวแล้ว เจเร่งรูดดูดดุนหนักๆ อีกพักหนึ่งฆาเบียร์ก็ปล่อยน้ำรักออกมาจนทะลักล้นปากน้อยๆ นั้น เจกลืนกินมันไปจนหมด

"หึ สบายตัวคนเดียวเลยนะ"

เจตัดพ้อคนตัวโตที่นั่งตัวอ่อนระทวยที่หัวเตียง ฆาเบียร์ดึงร่างคนตัวเล็กมาจูบโดยไม่รังเกียจรสชาติน้ำรักของตนที่ยังหลงเหลือในปากของเจ เขาป้อนจูบที่ทำให้เจต้องสิโรราบอยู่ใต้ร่างของเขา ฆาเบียร์ขึ้นนั่งคร่อมบนตักของเจนยุทธและถูไถส่วนช่องทางด้านหลังของเขาไปกับแท่งลำที่ตั้งตรงของเจ เจนยุทธครางกระเส่า สัมผัสแบบนี้ก็ทำให้เขารู้สึกได้เหมือนกัน เขาดันร่างคนตัวโตให้นอนลง เขาจับขาทั้งสองของฆาเบียร์ให้ชิดกันก่อนที่จะเสือกส่วนแข็งเกร็งของตัวเองเข้าไปที่หว่างขาที่ชิดกันแนบแน่นนั้น แท่งลำของเขาทั้งสองเบียดถูไปด้วยกันเช่นเดียวกับถุงเนื้อทั้งสองนั้น เสียงครางดังออกจากปากของทั้งสองอย่างกลั้นไม่อยู่ พวกเขาคิดถึงสัมผัสของอีกฝ่ายเหลือเกิน เจเร่งจังหวะขึ้นจนกระทั่งปลดปล่อยออกมาเต็มหน้าขาของฆาเบียร์ เขาใช้มือรูดไล้ให้ฆาเบียร์ที่ก็จวนจะไปอีกรอบเต็มแก่แล้วอีกพักหนึ่งก่อนที่ฆาบี้จะปลดปล่อยออกมาบ้าง



เจนยุทธหายใจหอบซบอยู่บนอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามแน่นๆ ของฆาเบียร์

"นี่กลับมาไม่คิดจะทักจะทายอะไรกันเลยเหรอ" เจบ่นเบาๆ

"ก็นี่ไง ทักแล้ว"

คนตัวโตจอมหื่นยิ้มกริ่ม จะมีการแสดงความคิดถึงแบบไหนที่จะดีไปกว่าแบบนี้

"แล้วเจไม่รู้สึกดีเหรอ?"

ฆาเบียร์ถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน เจหลบตาที่มีประกายวิบวับนั้น

"ดีสิ"

เขาพูดเสียงแผ่วเบา และจูบเบาๆ ที่ตำแหน่งของหัวใจของคนรัก

"ดีจนแทบไม่อยากจะรีบเสร็จเลย"

เขาซุกหน้าลงกับอดฆาเบียร์ด้วยความเขิน ฆาเบียร์พลิกกายขึ้นทาบทับคนตัวเล็ก

"งั้นอีกรอบไหม คนดี? คราวนี้ฉันไม่หยุดแค่ข้างนอกแล้วนะ"

ฆาเบียร์ขยับหน้าลงไปแทบจะชิดกับหน้าเจ เจนยุทธร้องลัั่น เขาไม่ยอมเป็นฝ่ายโดนกดเด็ดขาด คนตัวเล็กพยายามดิ้นหนี แต่ก็ถูกคนตัวโตที่หัวเราะร่ากดไว้จนหนีไปไหนไม่ได้ ฆาเบียร์แกล้งคนรักพักหนึ่งก่อนที่จะยอมปล่อยเจไป เขากดมันไม่ลงหรอกถ้ามันไม่ยอม

"ขี้โกงนี่"

เจหน้าคว่ำ คืนนี้เขาไม่มีทางยอมให้ฆาเบียร์ได้กกกอดเขาแน่นอน

"คืนนี้ฉันค่อยมาจัดการเจต่อแล้วกันนะ ตอนนี้ฉันขอไปอาบน้ำก่อน เหนียวไปทั้งตัวแล้ว"

ฆาเบียร์พูดยิ้มๆ เจหน้าแดงวูบ ก็ไม่เหนียวได้ไง พี่แกปล่อยออกมาตั้ง 2 รอบ ไหนจะของเขาอีก ฆาเบียร์ลุกขึ้นแล้วฉุดมือเจให้ลุกขึ้นด้วยก่อนที่จะดันหลังคนตัวเล็กเข้าไปในห้องน้ำ ทั้งคู่อาบน้ำลูบไล้สบู่ให้กัน มีเล่นสนุกกันบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เกินเลยอะไร พวกเขาจบลงที่การยืนจูบกันอย่างดูดดื่มและเนิ่นนานภายใต้สายน้ำอุ่นๆ ความคิดถึงของพวกเขาส่งผ่านกันทางสัมผัสร้อนๆ แต่อ่อนหวานแบบนี้



"เจจ๋า ฉันคิดถึงเจมากๆ เลย"

ฆาเบียร์พึมพำที่ข้างหูของคนตัวเล็ก

"ผมก็ไม่ต่างกัน ฆาบี้ ต่อให้รู้ว่ายังไงคุณก็ต้องกลับมา แต่ผมก็ใจหายทุกครั้งที่คุณจากไป"

เจซบหน้าลงบนอกกว้างนั้น ฆาเบียร์เชยคางของคนรักขึ้นและพรมจูบไปทั่วใบหน้า เขาเห็นหยดน้ำน้อยๆ ที่หางตาของเจแต่ไม่แน่ใจว่าคือน้ำตาหรือหยดน้ำ เขาจูบลงไปที่หยดน้ำนั้น...มันเค็ม เขาถอนหายใจ ก็ใช่ว่าเขาจะอยากไป แต่ด้วยภาระหน้าที่ทำให้เขายังต้องเดินทางไปจากคนรักของเขา เขากอดกระชับเจไว้แน่น เขาหวังว่าเจจะหนักแน่นพอที่จะรอวันที่พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป


(ต่อคอมเมนท์ถัดไป)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-09-2017 21:10:47 โดย La Vida Sin Tu Amor »

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- Before XMas Eve (ต่อ) ----



“หิว...”

คนตัวเล็กที่นั่งให้ฆาเบียร์ไดร์ผมให้โอดครวญขึ้น ตอนแรกเขากะพาฆาเบียร์ไปกินข้าวที่ร้านเหมยเจียงก่อนแล้วค่อยเข้าบ้าน แต่มาโดนคนแก่ลามกปล้ำหอมแก้มที่สนามบินเสียก่อนจนหมดอารมณ์กินข้าว ตอนนี้ก็ปาเข้าไปสองทุ่มแล้ว ร้านก็คงใกล้ปิดเต็มที

“งั้นเดี๋ยวฉันทำอะไรให้กินนะ”

ฆาเบียร์เดินออกห้องนอนและตรงดิ่งไปที่ตู้เย็น เจนยุทธใจหายวาบรีบเดินตามไปโดยเร็วแต่ไม่ทัน ฆาเบียร์เปิดประตูตู้เย็นแล้ว เขาชะงักไปเมื่อเห็นหม้อใบโตในนั้น บนฝาหม้อติดโพสต์อิทเขียนตัวหนังสือตัวเบ้งไว้ว่า

'ห้ามเปิด!!!!'

เขาหันไปเลิกคิ้วถามเจ

“มื้อเย็นพรุ่งนี้ ห้ามเปิดดูก่อนล่ะ”

เจนยุทธพูดยิ้มๆ ฆาเบียร์ขมวดคิ้ว ยิ่งห้ามเขายิ่งอยากรู้ แต่ถ้าเจ้าตัวอยากทำเซอไพรส์เขาขนาดนี้ก็ตามใจ ไว้รอดูก็ได้



เจชวนฆาเบียร์แต่งตัวเพื่อออกไปหาอะไรกินข้างนอก เขาหยิบหมวกกันน็อคส่งให้ฆาเบียร์ใบหนึ่ง เจ้าตัวรับมาอย่างงงๆ

“จะเอามอเตอร์ไซค์ไปเหรอ เจ?”

ฆาเบียร์ถามอย่างกังวล เขาไม่อยากให้เจขี่มอเตอร์ไซค์อีกเลยตั้งแต่เจไปรถล้มที่หน้าบ้านนพคราวที่แล้ว เจหัวเราะ

“ไม่ต้องห่วงน่า ผมไม่พาคุณไปเจ็บตัวหรอก”

เจนยุทธพาฆาบี้ลงมาที่น้องเวสป้าสีเขียวแปร๋นคันใหม่ของเขา ฆาเบียร์ลูบๆ คลำๆ มันอย่างถูกใจ เขาเห็นรูปมันจากตอนที่เจส่งให้ดูก่อนหน้านี้ แต่ตัวจริงของมันยิ่งน่ารัก

“จริงๆ ผมอยากได้รุ่นที่เลียนแบบรุ่นคลาสสิค แต่ดูแล้วตัวมันเล็กเกิน เอาคุณซ้อนอาจจะไม่ถนัด ก็เลยซื้อรุ่นนี้ที่ใหญ่และแรงที่สุด”

เจพูดยิ้มๆ เขาหยิบหมวกกันน็อคออกมาจากใต้เบาะอีกใบหนึ่งแล้วสวมลงบนหัว จากนั้นเขาพาฆาเบียร์ที่กอดเอวเขาแน่นออกเดินทางฝ่าลมหนาวของเดือนธันวาคมไปยังย่านกาดหลวง เขาจอดรถไว้ที่หลังกาดดอกไม้ริมน้ำปิงและพาฆาเบียร์เดินผ่านหน้าศาลเจ้าปุงเถ่ากงไปที่ถนนวิชยานนท์ที่ผ่ากลางระหว่างตลาดต้นลำใยและตลาดวโรรส



“ย่านนี้ตอนกลางคืนแทบจะกลายเป็นถนนคนเดินไปแล้วล่ะ”

เจอธิบาย สองข้างทางเต็มไปด้วยแผงขายของทั้งเสื้อผ้า ของฝากและที่สำคัญที่สุดคืออาหาร เจแวะซื้อนั่นนี่ตลอดทาง ฆาเบียร์ก็ขอจิ้มชิมๆ บ้าง เมืองไทยนี่ช่างเป็นสวรรค์ของคนรัก street food จริงๆ ฆาเบียร์ยกหมูปิ้งในมือขึ้นกัดแล้วตามด้วยข้าวเหนียว ส่วนเจเคี้ยวไส้ย่างตุ้ยๆ

“ไส้ย่างร้านนี้อร่อยสุดๆ ผมไม่รู้ร้านชื่ออะไร รู้แต่ช่วงก่อนห้าโมงเขาจะขายในซอยข้างตลาดต้นลำใย พอเย็นๆ ถึงจะเข็นรถเข็นออกมาที่ถนน”

“ผมเรียกว่า 'ไส้ย่างชายฉกรรจ์' เพราะสมัยก่อนคนขายจะเป็นพี่ผู้หญิงเจ้าของร้านกับลูกน้องชายล้วนตัวล่ำๆ ใส่เสื้อกล้ามสองสามคน ประมาณนี้ แต่ตอนนี้เหลือคนเดียวแล้วมั้ง”

เจจิ้มหูหมูย่างมาเคี้ยวหยับๆ แล้วจิ้มลิ้นย่างที่นิ่มละมุนไม่แห้งจนเกินไปส่งให้ฆาเบียร์

“ลิ้นย่างไหม ฆาบี้?”

“กินสิ...”

ฆาบี้ตอบยิ้มๆ หากดาวทั้งคู่บนใบหน้าของฆาเบียร์ทอแสงวับวาวให้เจนยุทธได้ใจสั่นอีกแล้ว ฆาเบียร์ดึงเจนยุทธเข้าไปที่มุมปลอดคนและป้อนจุมพิตอ่อนหวานให้ เขาส่งลิ้นเข้าไปรัดลิ้นเรียวของเจที่เข้าพัวพันกับลิ้นเขาแบบไม่ยอมแพ้กัน ฆาเบียร์ดูดลิ้นนิ่มนั้นเบาๆ อย่างอ้อยอิ่งก่อนจะถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดายเมื่อคนตัวเล็กทำท่าจะหายใจไม่ทัน

“ลิ้นไหนก็ไม่อร่อยเท่าลิ้นเจนะ”

คนหน้าไม่อายพูดขึ้นหน้าตาเฉย เจนยุทธผลักอกกว้างนั้นด้วยความเขินอาย ถึงเขาจะไม่หน้าบางนักแต่จะให้มาแสดงความรักกันได้ทุกที่ทุกทางแบบฝรั่งนี่เขาก็ยังไม่ชิน เขาลากคนตัวโตออกจากมุมปลอดคนกลับไปที่ถนนเหมือนเดิม



"เอ้า ชิมไหม?"

เจส่งแก้วพลาสติกใสที่ใส่สตรอเบอรี่คลุกน้ำตาลให้ฆาเบียร์ซึ่งพลิกๆ ดูอย่างสนใจก่อนจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูป

"อร่อยดีนะ สตรอเบอรี่เปรี้ยวๆ เข้ากับน้ำตาลกับเกลือได้ดี"

แถวบ้านเขามักกินสตรอเบอรี่กับวิปครีมหรือครีมสดมากกว่า เอามาคลุกน้ำตาลกินสดเลยแบบนี้ไม่ค่อยมี

"สตรอเบอรี่ที่ไทยมันไม่ค่อยหวานนักน่ะ จะออกเปรี้ยวมากกว่า กินแบบนี้แหละอร่อย นี่ยังมีแบบคลุกพริกเกลือด้วยนะ ก็หั่นๆ สตรอเบอรี่พอดีคำ คลุกกับน้ำตาล เกลือ พริกป่นให้เข้ากัน จากนั้นแช่ตู้เย็นให้น้ำตาลมันละลายเคลือบสตรอเบอรี่นะ อร่อยสุดยอดเลย ขอบอก"

เจปาดน้ำลายที่เริ่มสอเมื่อนึกถึงรสชาติของสตรอเบอรี่คลุกพริกเกลือ

"ไว้ผมจะทำให้กินนะ"

เจนยุทธนึกได้ว่าเขามีสตรอเบอรี่ในตู้เย็นกิโลหนึ่ง ตอนแรกเขากะว่าจะเอามาของหวานวันพรุ่งนี้ แต่สงสัยว่าคงต้องเจียดมาทำสตรอเบอรี่คลุกให้คนตัวโตซะแล้ว

"มีร้านอาหารเอาสตรอเบอรี่มายำด้วยนะ ไม่ใช่สลัด แต่ยำแบบยำไทยเลย เด็ดมาก"

ฆาเบียร์จดลงสมุดตามเคย คนไทยนี่ช่างพลิกแพลงเหลือเกิน


เจเดินนำฆาเบียร์กลับไปที่รถเวสป้าสีเขียวแปร๋นและพาขี่ไปยังตลาดทองคำข้างตลาดสันป่าข่อย คนตัวโตกอดเอวเขาแน่นเหมือนเดิมจนเขาชักไม่แน่ใจว่าฆาเบียร์กลัวตกหรือแค่อยากแต๊ะอั๋งเขา

"นี่ คุณ ถึงแล้ว เลิกกอดได้แล้ว"

เขาบอกคนตัวโตที่เอาคางเกยไหล่เขา หมวกกันน็อคบนหัวฆาเบียร์นั้นหนักหลังเขาเต็มทนแล้ว ฆาบี้ถอนหายใจอย่างเสียดายก่อนจะปล่อยร่างเพรียวนั้นและลงจากรถอย่างอิดออด

"มาทำอะไรที่นี่น่ะ เจ?"

"หาข้าวเย็นกินสิ"

ฆาเบียร์อ้าปากค้าง แล้วที่เจกินไปตั้งเยอะที่กาดหลวงเมื่อกี้ไม่ใช่ข้าวเย็นหรอกหรือ เจนยุทธมองหน้าคนรักแล้วหัวเราะเบาๆ

"เมื่อกี้น่ะ ของกินเล่น ป่ะ ลงรถเถอะ"

ร้านที่เจพาฆาเบียร์มาคือร้านขนมจีนสันป่าข่อยในตลาดทองคำ

"ร้านนี้เปิดถึงตีสี่เลยนะ ตอนเรียนอยู่ ช่วงสอบเวลาออกไปอ่านหนังสือดึกๆ ผมก็แวะกินร้านนี้ก่อนเข้าบ้านบ่อยๆ"

เจนยุทธพูดพลางตักเส้นขนมจีนราดแกงเผ็ดเนื้อเข้าปาก วันนี้เขากินขนมจีนเหมือนทุกครั้ง ส่วนของฆาเบียร์เขาสั่งเป็นข้าวให้เพราะกลัวคนที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศจะท้องเสียเพราะเส้นขนมจีน เขาสั่งแกงไก่และแกงเผ็ดเนื้อเป็นถ้วยมาวางตรงกลาง แล้วสั่งข้าวและเส้นเปล่ามาต่างหาก

"ฉันนึกว่าเจจะกินขนมจีน...เอ่อ น้ำอะไรนะที่ใส่เลือดกับมะเขือเทศน่ะ"

"อ๋อ น้ำเงี้ยวเหรอ? ไม่อ่ะ ไงๆ ผมก็ว่าที่แม่ทำอร่อยที่สุด"

เจนยุทธกับพี่ๆ ติดรสขนมจีนเด็ก ซึ่งก็คือน้ำเงี้ยวแบบเผ็ดน้อย ใส่เลือดเยอะๆ ที่แม่ทำให้กินตั้งแต่เด็กจนโต ฉะนั้นไปกินที่ไหนก็ไม่มีทางถูกปากเท่ากับของที่บ้านแน่นอน

"ของร้านนี้ที่อร่อยที่สุดสำหรับผมคือแกงเผ็ดเนื้อ ผมว่ารสชาติมันถึงเครื่องดี เนื้อก็ไม่แย่ด้วย"

ฆาเบียร์ชิมตามแล้วก็เห็นด้วย แกงเนื้อของที่นี่เข้มข้นดีจริงๆ แต่ฆาเบียร์กินไปไม่มากนักเพราะยังตื้อจากข้าวเหนียวหมูปิ้งอยู่ แล้วปล่อยให้เจจัดการที่เหลือไป



"คนที่นี่กินกันดึกจริงๆ นะ นี่มันก็สี่ทุ่มแล้วฉันยังเห็นร้านอาหารและแผงลอยเปิดเต็มไปหมด"

"ใช่แล้ว ที่เชียงใหม่ หรือที่กรุงเทพฯ และอีกหลายๆ เมืองก็คงเป็นเหมือนกัน นอกจาก 7-11 กับพวกฟาสต์ฟู้ดแล้ว คุณยังสามารถหาของกินอื่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง..."

"...เรามีร้านที่เปิดขาย 24/7 อย่างโจ๊กสมเพชรกับพวกร้านที่เปิดขายดึกดื่นอย่างไก่ทอดเที่ยงคืน เนตรดวงดาว ลาบบังเกอร์ ที่เปิดยาวไปถึงตีสามตีสี่"

"...หรืออย่างตลาดโต้รุ่งที่เป็นที่นิยมในพวกนักท่องเที่ยวอย่างที่กาดช้างเผือก หรือที่ประตูเชียงใหม่ ที่กำลังมาแรงอีกที่คือหน้าวัดเจ็ดยอดที่มีอาหารอร่อยราคาประหยัด"

ฆาเบียร์นั่งฟังเจนยุทธอย่างเพลิดเพลิน เขาชอบเจเวลามันพูดถึงอาหารจริงๆ หน้าตาของเจดูมีความสุข แววตาเป็นประกาย บางทีเขาก็สงสัยนะว่าเจรักเขาเท่ากับที่รักอาหารหรือเปล่า



"เจชอบอาหารแบบนี้ ทำไมเจไม่เลือกเดินสายเชฟหรือสายการจัดการด้านอาหารล่ะ?"

ฆาเบียร์ถามขึ้นอย่างสงสัย เจขมวดคิ้ว

"ผมก็เคยคิดนะ แต่พอลองเข้าจริงๆ ถึงรู้ว่าไม่เวิร์ค"

เจนยุทธเล่าว่าตอนเรียนการโรงแรม เขาก็ต้องลงวิชาการจัดการครัวและการประกอบอาหาร มันก็โอเคอยู่หรอกแต่เขาเป็นพวกทนร้อนไม่ค่อยได้ จะให้ไปยืนหน้าเตาร้อนๆ ทั้งวันเขาก็ไม่สู้ แต่ที่เขาทนไม่ได้ที่สุดคือตอนต้องต้องทำโปรเจ็คท์การจัดการภัตตาคารตอนปลายเทอมโดยแบ่งเป็นกลุ่มๆ และต้องบริหารร้านอาหารของทางสาขาวิชาเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยที่ต้องจัดอาหารเป็นคอร์ส 3-4 อย่าง แต่ก่อนที่จะเข็นเมนูอาหารออกมา ต้องมีการให้อาจารย์และเชฟที่มีชื่อเสียงจากโรงแรมในเชียงใหม่มาเป็นคนชิมด้วย กลุ่มของเขาอุตส่าห์ไปหาสูตรไก่อบแบบแคว้น Basque ของสเปนมา

"แต่เชฟดังคนนั้นอ่านเมนู ชิม แล้วบอกกับพวกผมว่าไก่บาบีคิวของคุณรสอ่อนไปนะ ไม่รู้สึกถึงซอสบาร์บีคิวเลย..."

"...Barbecue บ้าอะไรกัน Basque เว้ย บาสก์!"

ฆาเบียร์หัวเราะตัวงอเมื่อนึกถึงภาพนั้น คนตัวเล็กของเขาคงโกรธจนหน้าดำหน้าแดงแน่ๆ เพราะขนาดที่พูดถึงในตอนนี้เจยังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้นใจ เจบอกว่าตอนนั้นไม่ได้เถียงอะไรไปเพราะไม่อยากหักหน้าคนแก่ แต่ในวันนั้นเขาเลิกคิดที่จะเป็นเชฟเพราะเห็นแล้วว่าตัวเองอีโก้จัดเกินไปที่จะทนเป็นลูกน้องเชฟระดับสูงกว่าที่อาจมีความรู้เรื่องอาหารน้อยกว่าเขา



"โดนแค่นี้ผมยังทนไม่ไหวเล้ย"

เจนยุทธหัวเราะเบาๆ

"ผมเลยคิดว่าอาหารของผมมีให้แค่ตัวเองและคนที่ผมรักก็พอ อีกอย่าง ผมก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองทำอาหารเก่งหรืออร่อยนักหรอก ผมแค่ชอบกิน ชอบเรียนรู้เรื่องอาหาร ก็แค่นั้นเอง"

"ฉันอยากกินอาหารของเจไปตลอดชีวิตเลยนะ"

ฆาเบียร์พูดยิ้มๆ เจหน้าแดงแปร๊ด

"ผมก็อยากกินพาสต้าคาร์โบนาร่าของคุณไปตลอดเหมือนกันนะ"

เจพูดเบาๆ ฆาเบียร์จับมือของเจขึ้นมาจูบเบาๆ กลางตลาดหากคราวนี้เจไม่ได้บ่นหรือดึงมือหนีแต่อย่างใด



หลังกินข้าวเสร็จ เจพาฆาเบียร์ขี่รถวนไปที่ไนท์บาร์ซาก่อนที่จะอ้อมไปยังถนนเจริญประเทศและมุ่งหน้าไปยังสะพานเหล็กที่ข้ามแม่น้ำปิง เขาลืมไปว่าเขาตั้งใจจะพาฆาเบียร์ไปเดินเล่นที่ขัวเหล็กแห่งนี้ก็เลยพาขี่รถย้อนไปอีกครั้ง

"ขัวเหล็กเนี่ย เป็นการจำลองสะพานนวรัฐเดิมที่เป็นสะพานเหล็กก่อนจะเปลี่ยนเป็นสะพานคอนกรีตมาน่ะ..."

เจเดินจูงรถเวสป้าของเขาเดินเคียงคู่กับฆาเบียร์บนทางเท้า บนสะพานมีวัยรุ่นนั่งพลอดรักกันบ้าง คุยกันบ้างเป็นกลุ่มๆ เขามองด้วยความไม่ค่อยไว้วางใจนัก เขาดันหลังฆาเบียร์ให้เดินนำหน้าเขาไปเล็กน้อยโดยมีตัวเองเดินระวังหลังให้ แม้จะแต่งชุดลำลอง แต่ฆาเบียร์ก็ยังดู 'แพง' เกินกว่าจะมาเดินท่อมๆ กลางคืนแบบนี้

"...ส่วนตัวสะพานเหล็กซึ่งเป็นสะพานนวรัฐเดิมจริงๆ ทางอำเภอปายของแม่ฮ่องสอนขอไปใช้ต่อ ซึ่งกลายเป็นสะพานประวัติศาสตร์ข้ามแม่น้ำปายในตอนนี้"

"...สะพานเหล็กหรือขัวเหล็กนี้มาโด่งดังจากหนังไทยเรื่อง 'เพื่อนสนิท' ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตนักศึกษาม.ช. น่ะ...ฆาเบียร์ ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่า ขึ้นรถเถอะ"

เจรีบเรียกฆาเบียร์ขึ้นรถเมื่อเห็นมีคนท่าทางไม่น่าไว้วางใจเริ่มเดินตามพวกเขา ขัวเหล็กนี้ในตอนกลางวันอาจดูปลอดภัย แต่ในช่วงกลางดึกมันกลายเป็นที่มั่วสุมของวัยรุ่นและขี้ยาไปแล้ว เขาน่าจะพาฆาเบียร์มาเร็วกว่านี้หน่อย

เจนยุทธขี่รถลงสะพานเหล็กด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ เมื่อพ้นตรงนั้นได้พวกเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและหัวเราะให้กัน เจขี่รถพาฆาเบียร์กลับทางสะพานนวรัฐ ผ่านมาทางถนนท่าแพที่ดูสะอาดตาเพราะไม่มีเสาและสายไฟฟ้าให้รุงรัง เขาพาฆาเบียร์ผ่านลานข่วงประตูท่าแพแล้วเข้าในเขตคูเมือง เขาเลือกขี่ผ่านวัดวาต่างๆ บนถนนราชดำเนิน เขาไม่ค่อยได้พาคนตัวโตออกมาขี่รถกลางคืนมากนัก ปกติจะพานั่งรถยนต์เสียมากกว่า



"ขี่เวสป้าเที่ยวในเมืองแบบนี้มันเหมือนเรื่องโรมัน ฮอลิเดย์เลยนะ เจรู้จักไหม?"

ฆาเบียร์พูดถึงฉากคลาสสิิคของหนังเรื่องนี้ตอนที่เจ้าหญิงแอนน์ผู้มาเยือนโรมแอบออกหนีเที่ยวและเจอกับหนุ่มนักข่าวอย่างโจที่พาเธอตระเวนเที่ยวเมืองโดยใช้รถเวสป้า

"งั้นผมเป็นเกรกอรี่ เป็ค แล้วคุณเป็นออเดรย์ เฮปเบิร์นใช่ไหม?"

เจยิ้มมุมปาก ฆาบี้ปรามาสคนว่างงานที่ดูหนังมามากแบบเขาไปเสียแล้ว

"หน้าตาน่ารักๆ อย่างเจต่างหากที่เป็นออเดรย์"

ฆาบี้ตอบยิ้มๆ คนตัวเล็กทำหน้ามุ่ยและบ่นพึมพำ เขาไม่ได้อยากเกิดมาหน้าตาแบบนี้เท่าไหร่หรอกนะ ฆาเบียร์ที่เริ่มรู้สึกหนาวเพราะอากาศยามดึกกระชับวงแขนเข้ากับร่างอุ่นๆ ของคนที่ขี่รถอยู่ เจเลี้ยวรถเข้าย่านนิมมานเหมินท์ที่พลุกพล่านเพราะเป็นวันเสาร์ บรรดานักท่องราตรีมารวมตัวกันบนถนนที่กลางวันและกลางคืนต่างกันโดยสิ้นเชิงสายนี้

เจจอดรถที่ลานจอดของคอนโด เขาถอดหมวกกันน็อคเก็บไว้ใต้เบาะและเดินจูงมือฆาเบียร์ขึ้นไปที่ห้อง



"ไว้เราไปขี่รถเล่นกันแบบนี้อีกนะ"

คนตัวโตที่ชักติดใจเวสป้าคันใหม่ของเจพูดขึ้น อากาศเย็นๆ ของเชียงใหม่ยามค่ำคืนทำให้การขี่รถท่องราตรีน่ารื่นรมย์ขึ้น หากเจส่ายหัว

"เชียงใหม่ตอนดึกๆ บางทีก็ไม่ค่อยปลอดภัยน่ะ ตอนนี้ยิ่งมีข่าวพวกแกงค์วัยรุ่นที่รวมตัวกันหลายสิบคันออกตระเวนบนถนนด้วย"

"...แต่ถ้าออกไม่ดึกมากก็โออยู่อ่ะ ถ้าอยากไปก็บอกนะ"

"เจก็สอนฉันขี่เวสป้ามั่งสิฉันจะได้พาเจซ้อนท้ายบ้าง"

ฆาเบียร์ยิ้มพลางนึกภาพเจนยุทธกอดเอวเขาบนรถเวสป้า มันคงโรแมนติกน่าดู แต่เขาก็โดนเจดับฝันทันที

"ไม่ ข้อแรก คุณไม่มีใบขับขี่ สอง คุณไม่คุ้นเคยกับการขี่มอเตอร์ไซค์และการจราจรของเชียงใหม่ด้วย..."

"...และสาม คุณสำคัญเกินกว่าที่ผมจะปล่อยให้คุณไปเสี่ยงแบบนั้นได้ ถ้าคุณเป็นอะไรไป ผมคง..."

เสียงของเจหายไปในลำคอพร้อมก้อนสะอื้นที่จุกขึ้นมาแทน ฆาเบียร์ลุกจากโซฟามาสวมกอดเจที่ยืนเก็บของที่เคาเตอร์ครัวจากด้านหลัง เขาซบหน้าลงกับไหล่ของเจ

"ไม่ขี่แล้วก็ได้ เจจ๋า"

เขาถอนหายใจพร้อมกระชับวงแขนแน่นเข้าอีก

"เราเลิกคุยเรื่องนี้กันดีกว่า"

ฆาเบียร์หันร่างเจนยุทธกลับมาแล้วจุมพิตแผ่วๆ ที่หน้าผาก

"เจจ๋า...เข้าห้องกันดีกว่า นะ"

เขากระซิบเบาๆ ที่หูเจ เจหน้าแดง เขาเข้าใจความหมายของคนตัวโตดี เจปิดไฟที่ห้องด้านนอกและเดินตามคนตัวโตเข้าไปในห้องนอน


------------------------------------------------------


ยาวยืดอีกหนึ่งตอนแล้วค่าาาา

แจกสูตรก่อนนะคะ

สตูว์เนื้อสไตล์ Puerto Rican https://goo.gl/PwvP3y

สลัดของเจ อิงสูตรมาจากสูตรนี้ค่ะ

Spinach Salad with Orange Vinegrette https://goo.gl/s2LeXs




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-09-2017 22:35:07 โดย La Vida Sin Tu Amor »

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
แหม ชวนกันเข้าห้องอีกละนะ อิอิ

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- รสแห่งรัก ----




"ฆาเบียร์ ผม...อื๊อ อา ตรงนั้นแหละ"

เจนยุทธครางกระเส่าแทบไม่เป็นภาษา มือของเขาขยุ้มผมสลวยสีน้ำตาลเข้ม​ของฆาเบียร์ที่กำลังดูดเลียแท่งลำของเขาอย่างหนักหน่วง แต่ก่อนที่เขาจะทันถึงสวรรค์ ฆาเบียร์ก็หยุดและสูดปากเบาๆ แล้วซบหน้าลงกับหน้าขาของเขา ร่างกำยำของเมียตัวโตของเขาสั่นสะท้านก่อนที่จะปลดปล่อยออกมา เจกดปิดสวิตช์ของเล่นรูปร่างแปลกแล้วดึงฆาเบียร์ที่ฟุบหน้าหอบกระเส่าอยู่กับตัวเขาให้ขึ้นมานอนซบอก

"ที่รักครับ คุณทำผมค้างนะ..." เจพูดยิ้มๆ

"...ชิงเสร็จก่อนแบบนี้ แปลว่าอะไรรู้ไหม?"

ฆาเบียร์หลบตา เขาไม่น่าไปพนันกับไอ้เด็กแสบคนนี้เลย ก่อนหน้านี้เขากับเจเถียงกันว่าใครใช้ปากเก่งกว่ากัน

'รับรองฉันจะทำให้เจเสร็จก่อนที่ฉันจะเสร็จเพราะไวเบรเตอร์แน่ๆ’

'งั้นใครเสร็จก่อนอยู่ล่างนะ...'  คนตัวเล็กยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์



ฆาเบียร์อยากเขกหัวตัวเองจริงๆ ที่ปากไวไปแบบนั้น ก็เจดันหยิบไอ้ของรูปร่างแปลกนั่นมาล่อหน้าล่อตาเขา ฆาเบียร์ถอนหายใจ

"ทีนี้ได้เวลามาลองกันแล้วว่าระหว่างผมกับไวเบรเตอร์อะไรจะดีกว่ากัน"

เจกดสวิตช์อีกครั้ง ฆาเบียร์สะดุ้งเฮือกแล้วบิดกายด้วยความเสียวซ่าน เจนยุทธใส่ถุงยางบนแก่นกายที่แข็งเกร็งและชะโลมเจลจนมันปลาบ เขาขยับกายไปที่ด้านหลังของฆาเบียร์ก่อนจะปิดสวิตช์ของเล่นนั้น ฆาเบียร์ซี้ดปากเมื่อของทรงแปลกนั้นถูกดึงออกจากร่างและสะท้านกายเมื่อช่องทางแคบของเขาถูกแทนที่ด้วยความแข็งเกร็งของเจนยุทธ เจเริ่มขยับกายส่งความเสียวซ่านให้คนรักที่ฟุบหน้าไปกับที่นอน



"เจ เดี๋ยว...อ๊ะ เจ หยุดก่อน"

ฆาเบียร์ครางกระเส่า เขาบอกให้เจหยุดก่อน เจหยุดกายตามที่ฆาเบียร์บอก

"ฉันอยากลองอะไรหน่อย"

ฆาเบียร์นึกถึงบางอย่างที่เขาทำนานๆ ที เขาจำได้ว่าคู่ขาของเขามักดิ้นพราดและครางลั่นเมื่อเขาทำแบบนั้น เขาอยากรู้ความรู้สึกนั้นว่าเป็นอย่างไร เขาบอกเจถึงสิ่งที่เขาอยากทำ เจนยุทธยิ้มร่าอย่างสนใจ เขาลงนั่งแยกขาและชันเข่าขึ้นเล็กน้อยและฆาเบียร์ลงนั่งคร่อมบนแก่นกายของเจและขยับให้มันชำแรกเข้าไปในช่องทางสีแดงก่ำของเขา ทั้งคู่เอนกายไปข้างหลัง อ้าขาตั้งเข่าขึ้นแล้วใช้แขนทั้งสองค้ำยันฟูกไว้เพื่อทรงตัว ฆาเบียร์ยกสะโพกให้ลอยขึ้น จากนั้นทั้งคู่ก็ไสสะโพกเข้าหากันช้าๆ

"อูย เจ มันลึกมากเลย"

ฆาเบียร์ครางลั่น พวกเขาเร่งความเร่งขึ้น จังหวะของทั้งสองประสานกันอย่างรู้ใจ เสียงครางกระเส่าดังออกมาจากทั้งสองร่างที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ช่องทางของฆาเบียร์กระตุกถี่ยิบ เจรู้แล้วว่าคนรักของเขากำลังเสียวถึงขั้นสุด เขาเอื้อมมือไปดึงฆาเบียร์มากอดไว้แน่น ฆาบี้กอดเจนยุทธแน่นและเปลี่ยนเป็นฝ่ายบดเบียดสะโพกลงบนแก่นกายของเจซึ่งใช้มือช่วยรูดไล้แก่นกายที่จวนระเบิดแล้วของเขา ริมฝีปากของเจคลอเคลียอยู่ที่ใบหูและซอกคอของฆาเบียร์ เขาพร่ำกระซิบคำรักใส่หูของเมียตัวโตของเขาที่แผดเสียงออกมาด้วยความหฤหรรษ์ถึงขีดสุดพร้อมกับน้ำสีขาวขุ่นที่ฉีดออกมาเต็มมือของเขา ฆาเบียร์กดสะโพกหนักๆ ลงอีกไม่กี่ครั้งก่อนที่เจจะสะท้านไปทั้งกายและเรียกชื่อเขาออกมาดังๆ ร่างทั้งสองล้มลงไปนอนกอดรัดกันแน่นบนที่นอน



"เจจ๋า ฉันรักเจเหลือเกิน รักมากที่สุด"

ฆาเบียร์กระซิบเสียงกระเส่าที่หูของคนตัวเล็กที่นอนหอบอยู่กับอกของเขา เขากอดร่างเพรียวนั้นไว้แน่นเหมือนกลัวจะหนีหายไป

"ฆาเบียร์...ผมก็รักคุณ แต่ปล่อยก่อน หายใจไม่ออกแล้ว"

เจทำเสียงเหมือนจะตาย ฆาเบียร์รีบปล่อย เขาลืมตัวไปหน่อย เจหายใจแรงๆ คนตัวโตนี่ช่างไม่รู้แรงตัวเองเลย เขาขยับตัวมานอนบนหมอนเดียวกับฆาเบียร์

"ฆาเบียร์ ท่าของคุณนี่สุดๆ เลย"

"ฉันรู้ ดีใช่ไหมล่ะ? ฉันก็รู้สึกดีมากเลย มิน่าล่ะพวกนั้นถึงร้องกันลั่นเชียว"

เขาเผลอพูดถึงเหล่าคนในอดีตของเขามาโดยไม่รู้ตัว เจเม้มปากแน่น แต่ก็ตัดสินใจปล่อยไปโดยไม่พูดอะไร

"ขอโทษ เจ ฉันไม่ได้ตั้งใจ"

คนตัวโตของเขาเหมือนจะนึกได้ขึ้นมาและขอโทษขอโพยเขาใหญ่ เจถอนหายใจ

"ช่างมันเถอะ ฆาเบียร์ เรื่องที่มันแล้วไปแล้วก็ปล่อยไป"

"...ถ้าคุณอยากทำอะไรเป็นพิเศษก็บอกผมแล้วกัน แต่ขอให้ผมเป็นฝ่ายทำให้ ผมจะใช้ท่าของคุณกดคุณให้ลุกไม่ขึ้นเลย คอยดูสิ"

ปีศาจน้อยของเขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ มันทำตาแป๋วไร้พิษภัยใส่เขาอีกแล้ว เป็นซะแบบนี้แล้วเขาจะหนีไปไหนรอด



"อูย..."

เจร้องขึ้นเบาๆ หลังอาบน้ำเขารู้สึกแสบที่หลังนิดหน่อย ฆาเบียร์พลิกร่างเพรียวมาดูแล้วก็ต้องใจหาย เขาเผลอใช้เล็บจิกและข่วนหลังเจจนเป็นรอยเล็บเต็มไปหมด

"คุณเสียวขนาดนั้นเลยเหรอ? ผมนอนกับสาวๆ มาเยอะ เล็บยาวๆ ทั้งนั้นยังไม่เคยมีใครทิ้งรอยไว้ขนาดนี้เลยนะเนี่ย"

เจนยุทธเผลอพูดขึ้นมา ทีนี้ก็ถึงตาคนตัวโตเป็นฝ่ายหน้าคว่ำให้คนตัวเล็กได้งอนง้อบ้าง ทั้งสองผลัดกันป้อนคำหวานและแลกจูบกันจนกระทั่งผลอยหลับไปในที่สุด



เช้าวันคริสตมาสอีฟของทั้งสองเริ่มขึ้นจากการมอบจูบหวานๆ ให้กันยามเช้าและนัวเนียกันต่อพักใหญ่ก่อนที่เจดูนาฬิกาแล้วรีบเด้งกายออกจากเตียง เขาจะมามัวโอ้เอ้ไม่ได้ เจลากฆาเบียร์ที่ทำท่าอยากจะนอนต่อให้ลุกขึ้นมาช่วยเขาทำนั่นนี่ เจไล่ฆาเบียร์ไปอาบน้ำขณะที่ตัวเองไปเปิดลังเก็บของแล้วดึงเอาต้นคริสต์มาสปลอมสูงสองฟุตออกมาพร้อมกับถุงของประดับ เขามีของพวกนี้ติดบ้านไว้เพราะบางปีเขากับเพื่อนก็เคยนึกสนุกฉลองคริสต์มาสกันตามประสาคนไทยที่หาเรื่องกินเหล้ากันได้ทุกเทศกาล

"คุณเอาของพวกนี้ติดต้นไม้ให้หน่อย"

เจใช้ฆาเบียร์ให้เอาของประดับติดต้นไม้ให้ มันมีทั้งสายรุ้ง สายไฟ LED หลากสีแบบเสียบปลั๊ก ของประดับรูปแก้วจากสตาร์บัคส์ บอลมันวาวลูกเล็กๆ หลากสี และดาวทองดวงใหญ่สำหรับติดยอดต้นคริสต์มาส เจมีกระทั่งถุงเท้าใส่ของขวัญขนาดใหญ่ด้วย

"เจ...เราไม่มีเตาผิงนะ จะให้เอาไปแขวนไหน?"

ฆาบี้ทำตาปริบๆ มองถุงเท้าในมือ

"แขวนข้างประตูระเบียงก็ได้ ถ้าซานต้าจะมาจริงๆ ก็คงเข้าทางนั้นแหละ"

เจตอบยิ้มๆ เขาเอาต้นคริสต์มาสปลอมวางบนโต๊ะเล็กและตั้งไว้ใกล้ๆ ประตูระเบียงเพราะตรงนั้นมีปลั๊กไฟ เขาลองเสียบปลั๊กดู ไฟ LED ก็ติดสว่างขึ้น ฆาเบียร์ยิ้มกับภาพที่เห็น คนตัวเล็กของเขาจริงจังเหลือเกิน เขานึกถึงแม่ของเขาที่ชอบเทศกาลคริสต์มาสมาก แม่จะจัดบ้านเพื่อรับเทศกาลล่วงหน้ากว่าครึ่งเดือน หลังๆ มาคาตาลิน่าใช้ต้นสนจริงที่พวกเขาต้องเดินทางไปเลือกซื้อจากดงสนที่ปลูกไว้เพื่อขายที่นอกเมืองและตกแต่งมันอย่างหรูหรา​ ต้นคริสต์มาสน้อยของเจนยุทธอาจอลังการสู้ต้นคริสต์มาสของแม่เขาไม่ได้ หากความใส่ใจและความรักที่อยู่ในนั้นไม่ต่างกัน เขากอดเอวร่างเพรียวที่ยืนจัดต้นคริสต์มาสน้อยนั้นและจุมพิตที่หลังคอขาวๆ นั้น

"ขอบใจนะ เจ"

"อือ..."

คนตัวเล็กของเขาตอบรับและหันมาจุ๊บปากเขาเบาๆ

"เดี๋ยวผมไปอาบน้ำก่อน คุณเตรียมตัวให้พร้อมล่ะ เดี๋ยวเราจะออกไปซื้อของกัน"

เจนยุทธเดินเข้าไปในห้องน้ำ ฆาเบียร์รีบเดินไปที่กระเป๋าเดินทางของตัวเอง เขาเปิดมันออกและหยิบกล่องของขวัญออกมากล่องหนึ่ง เขาเอามันซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าส่วนของตัวเอง เขาจะเอามันออกมาวางไว้ใต้ต้นคริสต์มาสน้อยในวันพรุ่งนี้



เจขับรถพาฆาเบียร์มาที่ริมปิงซุเปอร์มาร์เก็ตสาขานิ่มซิตี้เดลี่ วันนี้เขาจะพาคนตัวโตมาเลือกไวน์

"แล้วจะเอาไปกินกับอะไรล่ะ?"

"ถ้าอาหารไทยก็น่าจะไวน์ขาวทำจากองุ่น Riesling หรือ Gewürztraminer​​ ที่มีแอลกอฮอล์ต่ำหน่อย"

"เอ่อ..."

เจเกาหัวแกรกๆ เขาไม่นิยมไวน์เท่ากับพวกเหล้าอย่างอื่น

"ก็มีพวก Cold cut กับ ชีส แล้วก็ตามด้วยสลัดที่น้ำเป็นรสส้ม เมนคอร์สเป็นเนื้ออ่ะ"

"งั้น ขวดนี้ก็น่าจะโอเค"

ฆาเบียร์หยิบไวน์แดงมีส่วนผสมขององุ่น Syrah จาก Rhône​​ ราคากลางๆ มาขวดหนึ่ง เจโล่งอกที่ฆาเบียร์ไม่เลือกอิ Chateau Latour ราคาห้าหลักมา แต่ก็ต้องตาเหลือกเมื่อพี่แกหยิบแชมเปญ Dom Perignon ปี 2006 ราคาหมื่นต้นๆ มาแทน

"ฆาบี้ เอาแค่ Veuve หรือ Moët พอแล้ว"

เจนยุทธหมายถึงแชมเปญราคาประมาณ 3-4,000 บาท แต่คนตัวโตทำหูทวนลม เขาหยิบไวน์ขาวจาก Chablis ของ Joseph Drouhin มาอีก 2 ขวดแล้วเดินลิ่วไปจ่ายเงิน ก่อนเจรู้ตัว ฆาเบียร์ก็รูดบัตรจ่ายซื้อไวน์สี่ขวดนี้ไปเรียบร้อย

“เดี๋ยวไป Enoteca ต่อได้ไหม เจ ฉันอยากซื้อไวน์เพิ่มอีก”

คนตัวโตที่กำลังจะถมห้องเขาด้วยไวน์ถามขึ้น รอบที่แล้วที่มา ฆาเบียร์สั่งซื้อตู้แช่ไวน์อย่างดีจากห้างฯ มาตู้หนึ่งและของเพิ่งมาส่งเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว เจถอนหายใจ เขาเองไม่ได้นิยมไวน์ขนาดนั้น เขาเป็นสายซิงเกิลมอลท์กับค้อกเทลมากกว่า

“วันนี้วันอาทิตย์ ร้านปิด ไว้ผมจะพาไปวันหลังนะ”

คนตัวโตทำหน้าเสียดาย คราวที่แล้วเขาเห็นไวน์ Amarone กับ Barolo จากอิตาลีกับไวน์จาก Napa Valley แจ่มๆ ที่นั่นหลายตัว ไว้เขาค่อยไปสอยคราวหน้า เขาเดินกลับเข้าไปในเซลลาร์ของริมปิงและไปเลือกหยิบๆ ไวน์ราคากลางๆ ที่เอาไว้ดื่มกับมื้ออาหารทั่วๆ ไปกับดื่มเล่นๆ มาอีก 4 ขวด เจก็ได้แต่กุมขมับ



ทั้งสองคนหิ้วถุงไวน์กลับขึ้นไปที่คอนโด ฆาเบียร์จัดไวน์ใส่ชั้นโดยเอาพวกไวน์ขาวไปเก็บในตู้ไวน์เก่าของเจที่ใช้เก็บซิการ์และไวน์แดงใส่ตู้ใหม่ เขาฮัมเพลงไปด้วยขณะติดป้ายไว้ที่แต่ละขวดว่าซื้อที่ไหนและวันไหน

“โอเค เสร็จละ”

“ดี เพราะผมหิวเต็มแก่แล้ว”

เจเด้งตัวลุกจากโซฟา เดี๋ยวรีบกินข้าวรีบกลับมาห้องแล้วเขาจะเริ่มทำอาหารซัก 4 โมงเย็น ไหนจะต้องเผื่อเวลาไว้เพราะฆาเบียร์อาจจะมานัวเนียกับเขาอีก เดี๋ยวจะทำอะไรไม่ทันพอดี

“ฉันก็หิว...หิวเจ”

นั่นปะไร ไม่ทันคิดจบ ฆาเบียร์ก็ส่งสายตาร้อนแรงให้เจนยุทธพร้อมทั้งดึงร่างคนตัวเล็กเข้าไปในอ้อมอก เจพยายามดิ้นหนีแต่ก็โดนปล้ำจูบไปหลายฟอดจนกระทั่งเสียงท้องร้องของเจดังขึ้นมาช่วยเจ้าตัวที่กำลังตัวอ่อนระทวยเพราะรสจูบของคนตัวโต

“ก็บอกแล้วว่าหิวๆ ก็ไม่ฟังกันเลย”

เจหน้าแดงก่ำแล้วชกเบาๆ ไปที่ต้นแขนของคนที่นอนหัวเราะตัวงออยู่บนโซฟา

“โอเคๆ ไปกินข้าวกัน”

ฆาบี้ลุกขึ้นและดึงร่างเพรียวที่เสื้อผ้าเริ่มหลุดลุ่ยให้ลุกขึ้นตาม จากนั้นทั้งคู่ก็เดินออกไปหาอะไรกินแถวๆ คอนโดของเจ



“เจ จะสี่โมงแล้วนะ”

ฆาเบียร์เตือนเจ พวกเขานั่งชิลกันอยู่ที่ร้านกาแฟร้านประจำของพวกเขาทั้งคู่ ก่อนหน้านี้พวกเขาแวะไปกินมื้อเที่ยงเบาๆ กันที่ร้านสลัดดังย่านนิมมานเหมินท์อย่าง Salad Concepts ก่อนที่จะมานั่งที่ร้านกาแฟ เจร่ำๆ จะเดินเข้าร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าโปรดของเขาอย่างร้าน ‘เนื้อตุ๋นรสเยี่ยม’ ที่อยู่ตรงข้ามร้าน Impresso แต่ฆาเบียร์รั้งไว้ก่อน

เจกับฆาเบียร์เดินออกจากร้านกาแฟ เจทำตาละห้อยมองร้านก๋วยเตี๋ยวสลับกับหน้าฆาบี้จนสุดท้ายเขาก็ได้ลูกชิ้นลวกมาถุงหนึ่ง เจเดินยิ้มกริ่มจิ้มลูกชิ้นกินตลอดทาง โดยป้อนให้เมียตัวโตของเขาบ้าง ไม่นานพวกเขาก็ถึงห้อง

“จะให้ฉันช่วยทำอะไรมั่ง เจ?”

เขารู้ว่าคืนนี้เจตั้งใจทำอาหารให้เขากิน แต่เขาก็ไม่อยากนั่งเฉยๆ รออย่างเดียว

“อืมม์ งั้นคุณไปจัดโต๊ะก็ได้ วันนี้อากาศดี เราจะนั่งกินกันนอกห้อง โอเคไหม?”

ฆาเบียร์พยักหน้า ระเบียงห้องของเจซึ่งเป็นห้องขนาดใหญ่ที่สุดของคอนโดและเป็นห้องมุมนั้นใหญ่พอที่จะวางทั้งเก้าอี้อาบแดดและชุดโต๊ะกินข้าวเล็กๆ เขาเอาผ้าปูโต๊ะสีขาวออกมาปูโต๊ะนั้น เขาค้นเทียนที่จุดไปบ้างแล้วได้มาแท่งหนึ่ง

“เจ มีเชิงเทียนไหม?”

เจนยุทธตะโกนบอกมาว่าไม่มี ฆาเบียร์ยืนหันรีหันขวางแล้วหันไปเห็นขวดไวน์เก่าที่เจวางรวมๆ กันไว้ เขาเลือกมาขวดหนึ่งแล้วเอาน้ำใส่ไว้ครึ่งขวดเพื่อถ่วงให้หนัก จากนั้นเอาเทียนใส่ที่ปากขวด เขายิ้มอย่างพอใจที่มันใส่ได้พอดี เขาวางมันไว้ที่กลางโต๊ะ เขาเตรียมจาน ช้อน ส้อม มีดออกมาวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ เช่นเดียวกับแก้วน้ำและแก้วไวน์ ฆาเบียร์มองโต๊ะน้อยๆ นั้นอย่างพอใจ แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว แต่เขาว่ามันยังโล่งๆ ไปหน่อย เขาหันไปเห็นของประดับต้นคริสต์มาสที่เหลืออยู่ก็เลยเอามาประดับโต๊ะ



เจที่กำลังเตรียมอาหารในครัวเหลือบไปมองฆาเบียร์ที่ง่วนกับการจัดเตรียมโต๊ะ เมียตัวโตของเขาเหมือนเด็กที่กำลังเพลิดเพลินกับของเล่น ฆาเบียร์เดินเข้าเดินออกห้องหยิบนั่นฉวยนี่ไปจัดแต่งโต๊ะ ตอนนี้เขากำลังนั่งเขียนอะไรสักอย่างอยู่อย่างตั้งใจ

เจนยุทธในครัวก็เริ่มทำในสิ่งที่ต้องทำ ก่อนอื่นเขาเด็ดผักสลัดที่แม่ให้มาทั้งบัตเตอร์เฮ้ด ไอซ์เบิร์กและเร้ด โอ๊ค เขาตัดมันออกเป็นขนาดพอดีกินและล้างในน้ำสะอาด จากนั้นใส่ที่สลัดน้ำจากผักที่เขาซื้อมาจาก IKEA เผื่อให้ผักแห้ง จากนั้นเอาผักที่เตรียมไว้ใส่อ่างสลัดและแช่ในตู้เย็นไว้เพื่อรอเสิร์ฟ

จากนั้นเขาหุงข้าวมัน โดยเริ่มจากซาวข้าวหอมมะลิ 2 ถ้วย จากนั้นผสมกะทิกล่อง 0.75 ถ้วยกับน้ำ 0.75 ถ้วย ที่จริงแล้วในสูตรที่เขาหามาได้จากบล็อกของคุณ swin แห่งพันทิปให้ใช้หางกะทิ แต่สำหรับคนที่ใช้กะทิกล่องก็ต้องใช้วิธีเจือจางมันเอา เขาใส่เกลือลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสจากนั้นกดปุ่มหุงข้าว ในสูตรให้ใส่ใบเตยด้วย แต่เขาจะกินข้าวมันกับสตูว์เนื้อก็เลยคิดว่ากลิ่นใบเตยคงจะไม่เหมาะกับอาหารฝรั่งนัก

ผ่านไป 10 นาทีเขาเปิดดูข้าว เมื่อเห็นน้ำเริ่มแห้ง เขาเติมกะทิกล่องลงไปอีก 1 ถ้วยโดยไม่ต้องผสมน้ำเพิ่มและคนข้าวให้คลุกเคล้ากับกะทิ จากนั้นหุงข้าวต่อไปจนกระทั่งไฟตัด เขาเปิดดู ข้าวจะยังแฉะอยู่เหมือนที่ในสูตรบอก เขากดปุ่มหุงต่อไปจนเมื่อเห็นว่าข้าวเริ่มแห้งแล้วจึงปลดปลั๊กไฟ 


ระหว่างหุงข้าว เจยกหม้อสตูว์ออกมาเพื่ออุ่น ฆาเบียร์ทำท่าจะเดินมาดูว่ามันคืออะไร แต่เจไม่ยอมให้ดู เขาสั่งให้คนตัวโตไปนั่งรอที่โซฟาโดยยกสารพัด cold cuts ซึ่งมีทั้งมอนตาเดลล่า ซาลามี่ ชอริโซ่ ปาร์ม่าแฮมและของแพงอย่างอิเบริโก้แฮมให้ฆาเบียร์กินไปก่อนพร้อมกับขนมปังขาไก่และขนมปังบาแก็ตต์ ฆาเบียร์เทไวน์แดงจาก Rhône​ ที่เขาเปิดทิ้งไว้ให้หายใจได้ครู่หนึ่งแล้ว มันคงยังไม่ได้ที่ แต่ก็เอามาจิบเล่นๆ ไปก่อน เขาใช้ปาร์ม่าแฮมพันบนขนมปังขาไก่แท่งโตแล้วกำลังจะกัดกินแต่ก็โดนเจเดินมาจิ๊กไปจากมือ ฆาเบียร์ได้แต่โคลงหัวแล้วทำให้ตัวเองใหม่อีกชิ้นหนึ่ง

เจนยุทธเอาอ่างสลัดออกมาจากในตู้เย็นพร้อมด้วยแฮมกรอบและน้ำสลัดที่เตรียมไว้เมื่อวาน เขาตั้งพวกมันทิ้งไว้ก่อน เขาเริ่ม​อุ่นสตูว์บนเตาโดยเติมน้ำลงไปเล็กน้อยเพื่อไม่ให้มันแห้ง จากนั้นปิดฝาและต้มไฟอ่อน เขาเปิดคนเป็นพักๆ จนเห็นว่ามันร้อนได้ที่จึงปิดไฟ

"คุณจะให้ผมเสิร์ฟอาหารให้เป็นคอร์ส หรือว่าจะยกทั้งหมดไปไว้ที่โต๊ะเลย?"

เจตะโกนถามฆาเบียร์ผู้นั่งเหม่อลอยอยู่

"หือ เจว่าไงนะ?"

ฆาบี้ถามกลับไป เจนยุทธทวนคำถามมาอีกครั้ง

"ยกไปไว้ทั้งหมดก็ได้เจ เราจะได้นั่งกินพร้อมๆ กันโดยเจไม่ต้องมาคอยเดินไปเดินมาในครัว"

ฆาเบียร์ยิ้มบางๆ ให้เจแต่ใจเขากำลังคิดไปเรื่องอื่น ​เขาได้กลิ่นอะไรบางอย่างอวลอยู่ในห้อง กลิ่นที่เขาคุ้นเคยแต่จำไม่ได้ว่ามันคือกลิ่นของอะไร



เจราดน้ำสลัดที่เขาทำพลาดลงไปบนผักและคลุกเคล้าให้เคลือบใบผักจนทั่ว เขายังจะไม่โรยแฮมกรอบจนกว่าจะถึงเวลากิน เขาลองตักสลัดชิมดู มันก็ไม่แย่นักแต่คราวหน้าเขาคงเอาใส่เครื่องปั่นตามสูตรแทนที่จะมาเขย่าแบบนี้ เจตักข้าวมันใส่ถ้วยข้าวแบบมีฝา เขายังเตรียมพาสต้าเส้นแบนอย่างเฟตูชินี่ไว้ให้ฆาเบียร์ด้วยเผื่อพ่อคนกลัวอ้วนจะไม่อยากกินข้าวมัน

เจนยุทธยกทุกอย่างออกไปไว้ที่โต๊ะ เขาอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นโต๊ะที่ฆาเบียร์บรรจงแต่งนั้น เขาเอาของประดับต้นคริสต์มาสที่เหลือมาวางตรงนั้นตรงนี้ เขาเอาโบว์สีทองและสีแดงมาติดที่ขวดไวน์พร้อมกับช่อลูกฮอลลี่ที่มีใบเขียวซึ่งเจอุตส่าห์ติดไว้ที่ต้นคริสต์มาส พี่แกก็ยังไปดึงมาติดที่ขวดไวน์ ฆาเบียร์จัดจานไว้อย่างดีเช่นกัน เขาเตรียมจานใบใหญ่สำหรับเมนคอร์สและเอาจานใบเล็กที่เข้าชุดกันวางซ้อนไว้ด้านบนสำหรับสลัด บนจานสลัดคือแผ่นรายการอาหารที่เขาเห็นคนตัวใหญ่ตั้งอกตั้งใจทำ ฆาเบียร์ไปค้นเอากระดาษพิมพ์การ์ดที่เจได้แถมมาตอนซื้อปรินท์เตอร์มาตัด เขาวาดรูปต้นคริสต์มาสเล็กๆ ลงไป ที่มุมด้านหนึ่ง แล้วรูปดาวที่มุมบน แถมด้วยตัวการ์ตูนหน้าตาประหลาดยืนจับมือกันอีกคู่หนึ่ง ทั้งหมดวาดด้วยสีไม้ เขาใช้หมึกดำเขียนรายการอาหารลงไปด้วยลายมืออันงดงาม


J&J's 1st Xmas Eve Dinner

Starter


Assorted Cold Cuts Platter

######

Salad

Mixed Green with Orange Vinaigrette

######

Main

SURPRISED!!

######

Dessert

Zabaione

######

Later tonight 'til dawn

Jay's love


'ดึกถึงเช้า ความรักของเจ'

เจนยุทธหน้าแดงก่ำ ตาบ้านี่กะจะกินเขาถึงเช้าจริงๆ เหรอ?

(ต่อคอมเมนท์ถัดไป)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-02-2018 03:42:45 โดย La Vida Sin Tu Amor »

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- รสแห่งรัก (ต่อ) ----


เจรีบจัดวางอาหารลงบนโต๊ะ หกโมงกว่าแล้ว ข้างนอกห้องก็มืดแล้ว อากาศเริ่มเย็นลง เขายกหม้อสตูว์ออกมาวางไว้ที่โต๊ะแล้วใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กห่อไว้ไม่ให้เย็นไปเสียก่อน จากนั้นวางหม้อข้าวมันไว้ใกล้ๆ โดยมีสลัดวางไว้กลางโต๊ะ เขาเดินกลับเข้าไปหยิบลำโพงบลูทูธยี่ห้อ Bose ตัวน้อยของเขาออกมาและเปิดเพลงคลอเพื่อกลบเสียงจากผับใกล้ๆ เจจุดเทียนที่กลางโต๊ะแล้วเรียกคนตัวโตให้ออกมา ฆาเบียร์ยกจานแฮมและขวดไวน์ออกมาด้วย เขารินไวน์ใส่แก้วให้เจแล้วลงนั่งตรงข้ามโดยไม่ลืมถ่ายรูปอาหารบนโต๊ะ

"แด่คริสต์มาสอีฟครั้งแรกของเรา"

เจพูดและยกแก้วขึ้นชนกับแก้วฆาบี้เบาๆ

"...และสำหรับทุกๆ ครั้งที่จะตามมา"

ฆาเบียร์ตอบรับ ทั้งคู่กินพวกแฮมจนหมด จากนั้นเจโรยแฮมกรอบบนสลัดแล้วคลุกอีกครั้งแล้วตักเสิร์ฟให้ฆาเบียร์

"ใช้ได้เลยนี่เจ น้ำสลัดให้รสชาติที่สดชื่นมากเลย แฮมกรอบนี่ก็ให้สัมผัสกรุบๆ ดี"

ฆาเบียร์ชมเปาะ เจโล่งใจที่น้ำสลัดมันไม่ออกมาทุเรศนัก

"ที่จริงสูตรเค้าให้ใช้สปิแนชน่ะ ผมก็ว่าจริงๆ ก็น่าจะอร่อยกว่าเพราะรสมันน่าจะเข้ากับน้ำส้มกว่าผักสลัดทั่วไป แต่นี่ก็ไม่แย่เนาะ"



ทั้งคู่กินไปคุยกันไปจนหมดชาม ซึ่งถือว่าเยอะพอสมควร เมื่อจบจานสลัดก็ถึงคราวของเซอร์ไพรส์ของเจนยุทธ เจเอาผ้าที่ห่อหม้อเหล็กหล่อสีสวยออกและเลื่อนมันไปตรงหน้าของฆาเบียร์

"ผมตั้งใจทำจานนี้เพื่อคุณนะ ฆาบี้"

ฆาเบียร์ค่อยๆ เปิดฝาออก กลิ่นอันคุ้นเคยพวยพุ่งขึ้นมาเตะจมูกเขา เขาเบิกตาโพลงเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในหม้อนั้น

"เจ...นี่มัน..."

"ชิมสิ ฆาบี้แล้วบอกผมหน่อยว่าอร่อยไหม"

เจนยุทธพูดยิ้มๆ ฆาเบียร์ใช้ช้อนกลางตักสตูว์นั้นใส่จานและตักขึ้นชิม จากนั้นก็วางช้อนและซบหน้าลงกับโต๊ะ ไหล่ทั้งสองของเขาสั่นสะท้าน เจใจหายวาบ นี่เขาไปทำให้คนตัวโตสะเทือนใจมากกว่าที่จะดีใจหรือเปล่า? เขารีบลุกไปนั่งคุกเข่าข้างๆ คนรักและกอดร่างนั้นไว้แน่น

"ฆาบี้ ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณสะเทือนใจ"

เจน้ำตาคลอ เขาคิดง่ายไปหรือเปล่าว่าสตูว์หม้อนี้จะทำให้ฆาเบียร์ดีใจ แต่ดูเหมือนว่ามันจะยิ่งทำให้ฆาเบียร์นึกถึงพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปมากกว่า น้ำตาของเจหยดหยาดลงบนมือของฆาเบียร์ ฆาเบียร์เงยหน้าขึ้นมาแล้วคว้าตัวเจนยุทธมากอดไว้แน่น

"ไม่ เจ ฉันไม่ได้เสียใจ ฉันดีใจต่างหาก"

ฆาเบียร์ยิ้มกว้าง น้ำตาที่นองหน้าเขานั้นเป็นน้ำตาแห่งความดีใจ เขาไม่นึกว่าในชีวิตนี้จะมีโอกาสได้กินรสชาตินี้อีก รสของอาหารเพียงอย่างเดียวที่แม่ของเขาทำเป็น ตั้งแต่เสียพ่อกับแม่ไป คริสก็ไม่เคยทำสตูว์เนื้อแบบปูเอร์โต ริโก้ให้เขากินอีก เขาเองก็ไม่เคยขอเพราะไม่อยากทำให้คริสสะเทือนใจ เขาเคยขอสูตรจากคริสไปทำกินเอง แต่ถึงรสชาติจะเหมือน หากความรู้สึกของมันก็ไม่เหมือนกัน ที่เขาอยากกินคือรสชาติของความรักที่ใส่ลงไปในอาหารจานนี้และในที่สุดเขาก็ได้กินมันอีกครั้งในวันนี้



"ขอบใจเจมากที่ทำให้ฉันจำรสของมันได้ ขอบใจ ขอบใจจริงๆ"

ฆาเบียร์เพียรจูบเพียรหอมเจนยุทธครั้งแล้วครั้งเล่าจนเจต้องขอให้เขาหยุด

"ฆาบี้ สตูว์เย็นหมดแล้ว กินก่อนเถอะ"

ฆาเบียร์พยักหน้า เขาตักสตูว์นั้นใส่จานอีกหลายๆ ช้อน เจเลื่อนหม้อข้าวไปให้

"ผมหุงข้าวมันแบบไทยมาให้ด้วย ผมว่ารสชาติของกะทิน่าจะเข้ากับสตูว์ที่มาจากทางประเทศที่เป็นเกาะแบบปูเอร์โต ริโก้ แต่ถ้าคุณไม่อยากกินของมันๆ ผมมีเส้นพาสต้าให้ด้วยนะ"

ฆาเบียร์ไม่ลังเลที่จะตักข้าวมันช้อนใหญ่ใส่ลงในจาน เขาตักมันกินกับสตูว์เนื้ออย่างเอร็ดอร่อย น้ำตาของฆาเบียร์หยดลงมาอีก ความรักที่อัดแน่นในอาหารจานนี้มันเอ่อขึ้นท่วมใจเขา เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อได้ลิ้มรสชาติแบบไทยๆ ซึ่งเป็นของเจนยุทธและรสชาติแบบละตินอเมริกาของสตูว์ของแม่ไปพร้อมๆ กัน

"สัญญากับฉันนะ เจ ว่าจะทำข้าวมันกับสตูว์นี้ให้ฉันกินไปตลอดชีวิต"

ฆาเบียร์วางช้อนและกุมมือเจซึ่งยังนั่งอยู่ข้างๆ คอยดูเขากิน เจนยุทธพยักหน้า ฆาเบียร์ตักข้าวพร้อมสตูว์ป้อนให้เจ

"สตูว์นี้ต้องคู่กับข้าวมันแบบนี้เท่านั้นเพราะมันคือรสชาติของความรักของเจกับฉัน​"

คนตัวโตก้มลงจุมพิตเบาๆ ที่ปากของคนตัวเล็กอีกครั้ง รสชาติหวานมันของกะทิผสานกับกลิ่นอันเข้มข้นเฉพาะตัวของเครื่องเทศจากละตินอเมริกาอวลอยู่ในปากของคนทั้งสอง



"กินไหวไหม ฆาเบียร์?"

เจซึ่งกลับมานั่งที่นั่งของตนถามขึ้น ฆาเบียร์ตักข้าวและสตูว์ใส่จานไว้ซะเยอะ เขากลัวคนตัวโตที่ปกติกินน้อยเหมือนแมวดมจะกินไม่หมด

"สบายมาก เจ จะให้กินหมดหม้อก็ยังไหว"

ฆาเบียร์ยกไวน์ขึ้นจิบและตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี

"...แต่ฉันก็อยากเก็บไว้ให้อาปากินด้วยน่ะ"

"คุณจะกินให้หมดเลยก็ได้ ผมแบ่งไว้ให้อาปาแล้ว"

เจเล่าให้ฆาเบียร์ฟังด้วยว่าเขาได้สูตรรวมทั้งเครื่องเทศที่หายากในไทยมาจากคริส ฆาเบียร์ได้แต่รู้สึกขอบคุณอาปาของเขาอยู่ในใจ ความรักที่เขาได้จากคนทั้งสองนี้ทำให้เขามีความสุขจนบรรยายออกมาไม่ได้

เจกินข้าวส่วนของเขาด้วยความสุขใจ เขาเหลือบมองหน้าของฆาเบียร์ที่กินไปยิ้มไปแล้วก็อดยิ้มกว้างออกมาไม่ได้ คู่รักคู่อื่นอาจจะเพลงประจำตัว แต่คู่ของเขามีอาหารที่เป็นของพวกเขาทั้งสอง



คนทั้งคู่กินไป จิบไวน์ไป หยอกล้อกันไปจนอิ่มหมีพีมัน พวกเขานั่งดื่มไวน์แดงจากแคว้น Rhône​ จนหมดขวด จากนั้นเจก็ยกหม้อสตูว์ที่เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งเข้าไปใส่ตู้เย็น ต่อจากนี้ถึงเวลาของหวานแล้ว มันเป็นอีกอย่างหนึ่งที่เขาหนักใจเพราะไม่เคยทำมาก่อน

"เดี๋ยวผมจะไปทำของหวานนะ คุณมาช่วยหน่อยได้ไหม?"

ตอนแรกเจตั้งใจจะทำเองหมด แต่เขาก็มาคิดว่าให้ฆาเบียร์ได้มีส่วนร่วมด้วยจะดีกว่า ฆาเบียร์ค่อยๆ ขยับตัว เขาลิงโลดใจจนเผลอกินเยอะกว่าทุกทีไปมาก ตอนนี้เขาอิ่มตื้อจริงๆ ฆาเบียร์เดินเข้าไปในครัว เจส่งสตรอเบอรี่ซึ่งล้างและซับจนแห้งแล้วให้เขา

"เดี๋ยวผมจะทำ Zabaione คุณจัดการสตรอเบอรี่ให้หน่อย จะหั่นเล็กๆ หรือสไลซ์บางก็ได้"

ฆาเบียร์ตัดสินใจหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วใส่มันลงในแก้ววิสกี้แบบสั้น 2 แก้ว เจนยุทธเปิดสูตร Zabaione ของ Tyler Florence จากช่อง Food Network ที่เขาจดไว้และเริ่มทำตาม เจใส่น้ำลงในหม้อขนาดกลางและตั้งไฟให้เดือดน้อยๆ โดยใช้ไฟกลางค่อนข้างต่ำ เขาแยกไข่แดง 4 ฟองใส่ลงในชามเหล็กที่จะวางบนปากหม้อได้พอดี เขาเติมน้ำตาล 1/4 ถ้วยลงในไข่แดงและใช้ตะกร้อมือตีจนขึ้นฟอง แล้ววางชามเหล็กบนปากหม้อโดยไม่ให้ก้นแตะน้ำที่เดือดอยู่ เขาตีส่วนผสมของไข่อย่างต่อเนื่องและพร้อมกันนั้นค่อยๆ เทเหล้ามาซาล่า 1/4 ถ้วยลงไปอย่างช้าๆ โดยไม่หยุดตี เขาต้องคอยระวังไม่ให้มันเดือดเพราะไม่อย่างนั้นจะได้ไข่กวนมาแทน เขาตีแรงๆ เป็นเวลาประมาณ 5 นาทีจนกระทั่งมันหนืดขึ้นและเป็นสีเหลืองนวล

เจปิดไฟและใช้ผ้าจับของร้อนจับชามเหล็กที่ร้อนจัดและยกมันออกมาวางไว้ที่เคาเตอร์ เจถอนหายใจอย่างโล่งอก เขานึกว่าจะทำมันพังเสียแล้ว เขาตักส่วนผสมในชามใส่ลงในแก้วทั้งสองที่เตรียมไว้ จากนั้นส่งให้ฆาเบียร์เอาแก้วทั้งสองใส่ถาดและยกไปวางที่โต๊ะกินข้าวข้างนอก ตอนฆาบี้เดินกลับเข้ามาเจกำลังใช้นิ้วปาดเศษคัสตาร์ดที่เหลือในชามกิน



"ขอฉันชิมมั่งสิ เจ"

เจใช้นิ้วปาดคัสตาร์ดแล้วส่งให้ถึงปากเขา ฆาเบียร์ค่อยๆ ใช้ลิ้นตวัดไล้ที่นิ้วเรียวนั้นและอมนิ้วของเจเข้าไปเกือบสุดก่อนที่จะรูดริมฝีปากตามความยาวนิ้วช้าๆ โดยที่ปลายลิ้นยังยั่วเย้าอยู่กับปลายนิ้ว เจขบกรามแน่น คนตัวโตของเขานี่ช่างยั่วยวนนัก

"เจจ๋า เราข้ามไปกินอย่างอื่นเลยไม่ได้เหรอ?"

คนตัวโตได้ทีอ้อนใหญ่ แต่คนตัวเล็กที่แสนจะใจแข็งไม่ยอมง่ายๆ เขาอุตส่าห์ทำขนมแล้ว ไงๆ ก็ต้องกินให้หมดก่อน ฆาเบียร์คอตกเดินไปนั่งที่โต๊ะอย่างยอมแพ้ เขาตักคัสตาร์ดอุ่นๆ แบบอิตาเลี่ยนนั้นเข้าปากคำโต

"อ๊ะ หอมเหล้ามากเลย เจ"

ฆาเบียร์อุทาน กลิ่นหอมๆ และรสชาติเข้มข้นของมาร์ซาล่าไวน์ฟุ้งอยู่ในปากเขาอีกทั้งยังมีความมันของไข่แดง คำแรกเขาตักแต่เนื้อคัสตาร์ดชิม คำที่สองเขาตักเอาสตรอเบอรี่ขึ้นมาด้วย รสชาติหวานอมเปรี้ยวของสตรอเบอรี่ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับคัสตาร์ดแบบอิตาเลี่ยนนี้ ฆาเบียร์กินไปก็ชมไป เจเองก็จ้วงๆ กินด้วยความเร็วสูง เขาถูกใจของหวานชนิดนี้ตั้งแต่กินครั้งแรกที่ร้าน Arcobaleno แต่จะให้ซื้อไวน์ทั้งขวดเพื่อทำขนมกินมื้อเดียวก็ออกจะเกินไปหน่อย ถ้าไม่ใช่โอกาสพิเศษแบบนี้เขาก็คงไม่ทำ

"นี่ใช้มาร์ซาล่าของอิตาลีเลยใช่ไหม เจ ไม่ใช่ Port หรือ Sherry?"

ฆาเบียร์ถามถึงไวน์หวานที่เจใช้ในขนมนี้ เจนยุทธพยักหน้า เขาซื้อแบบที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ ถึงจะไม่ใช่มาร์ซาล่าชั้นเยี่ยมที่สุดแต่ก็ไม่ขี้เหร่นัก เจเดินไปหยิบขวดมาให้ฆาเบียร์ดู



"ผมมีพวกชีสด้วยนะ เผื่อคุณจะอยากเอามากินกับไวน์ แต่มันก็ช้าไปหน่อยแล้วนะ"

เขาซื้อชีสพาร์มีจาโน่ เรจจาโน่ บ่ม 36 เดือนมา แล้วก็ยังมีบรี กอร์กอนโซล่า แล้วก็มีชีสที่ใส่เห็ดทรัฟเฟิลด้วย เขาเสิร์ฟผิดขั้นตอนไปหน่อย ที่จริงแล้วมันควรจะต้องเสิร์ฟก่อนขนมแต่เขาก็ลืมไปซะสนิท

"จริงๆ ฉันก็อิ่มแล้วนะ เจ แต่ว่าถ้าเจอยากกินก็เอามาก็ได้"

เจหน้าบานและไปหยิบจานชีสที่เขาจัดไว้แล้วออกมาพร้อมกับแก้วใหม่อีก 2 ใบเผื่อฆาเบียร์จะอยากดื่มมาร์ซาล่าไวน์ด้วย เขาไม่มีแก้วเล็กสำหรับพอร์ทไวน์เลยใช้แก้วไวน์ขาวแทน ในจานชีสนั้นมีชีสทั้งสี่อย่างซึ่งตัดแบ่งมาไม่มากนัก แล้วยังมีขนมปังแคร็กเกอร์ วอลนัท องุ่นสด มะเดื่อและแอปริคอทแห้ง เขาหยิบกระปุกน้ำผึ้งในตู้เย็นมาด้วย ส่วนฆาเบียร์เก็บจานที่ใช้แล้วไปวางในซิงค์น้ำ

ตอนฆาเบียร์เดินกลับออกมา เจย้ายไวน์และจานชีสไปที่โต๊ะระหว่างเก้าอี้อาบแดด 2 ตัว เจส่งแคร็กเกอร์ที่วางชีสบรีกับวอลนัทไว้ข้างบนให้ฆาเบียร์ เขาราดน้ำผึ้งลงไปบนนั้นเล็กน้อย ฆาเบียร์รับไปกัดกินอย่างถูกใจ ไวน์มาร์ซาลาที่เจนยุทธซื้อมาก็เข้ากับชีสพวกนี้ได้ดี

"ทรัฟเฟิลชีสนี่ก็อร่อยนะ หอมเห็ดทรัฟเฟิลจริงๆ"

ฆาเบียร์เคี้ยวตุ้ยๆ แล้วยกไวน์ขึ้นดื่มตาม ทั้งสองเพลิดเพลินกับรสชาติของชีสและไวน์และฟังเพลงเพราะๆ จากเพลย์ลิสต์ของเจ



"เดี๋ยวฉันเอาจานไปเก็บก่อนนะ"

ชีสหมดลงแล้ว ส่วนไวน์เหลืออีกนิดหน่อย ฆาบี้เดินเอาจานไปเก็บในครัว เขาเดินกลับมาแล้วไปนั่งเบียดเจบนเก้าอี้ตัวเดียวกันหน้าตาเฉย เจบ่นพึมพำแต่ก็ปล่อยให้คนตัวโตเอนนอนโดยตัวเองขยับขึ้นนอนพังพาบบนอกกว้างนั้นครึ่งตัว

"อาหารอร่อยมาก เจนยุทธ ฉันขอบใจจริงๆ ที่ตั้งใจทำอาหารให้ฉันกินในคืนนี้"

เขาจูบเบาๆ ที่เรือนผมดำขลับของเจ

"อืมม์ หอม Zabaione"

เจขยับตัวขึ้นจุมพิตเบาๆ ที่ปากคนรักและซบหน้าลงกับแผงอกแข็งแรง

"ผมดีใจมากที่ได้มีโอกาสใช้เวลากับคุณ ฆาบี้ ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน"

ฆาเบียร์กอดร่างเพรียวไว้แน่น ถ้าเป็นไปได้เขาก็ไม่อยากปล่อยมือจากเจไปเลย เขาหอมแก้มที่แดงระเรื่อเพราะฤทธิ์ไวน์ฟอดใหญ่

"หน้าร้อนหมดแล้ว เมาแล้วเหรอ เจ?"

เจพยักหน้าเบาๆ เขาไม่ค่อยถูกโรคกับไวน์เท่าไหร่ ยิ่งวันนี้เจอไวน์หวานด้วย เขายิ่งมึนหนักเข้าไปอีก มันทำให้เขากล้าทำในสิ่งที่ไม่เคยกล้าทำ ถึงเจจะผ่านอะไรมาเยอะ แต่เขาก็ไม่เคยกล้าทำอะไรกับสาวคนไหนแบบเอาท์ดอร์



เจนยุทธขยับกายขึ้นคร่อมร่างกำยำที่เอนนอนบนเก้าอี้ เขาจุมพิตเบาๆ ที่ปากของฆาเบียร์ที่จูบเขาตอบก่อนที่จะจูบหนักขึ้น ทั้งคู่ดูดดึงริมฝีปากของอีกฝ่ายด้วยความกระหายอยาก เวลาเกือบเดือนที่ผ่านมาแม้พวกเขาจะได้ช่วยกันปลดปล่อยผ่านทางโทรศัพท์แต่ความคะนึงหานั้นไม่ได้เจือจางไปด้วย สัมผัสอุ่นๆ ของร่างกายอีกฝ่ายคือสิ่งที่พวกเขาต้องการ แม้จะผ่านการสัมผัสร่วมรักกันไปแล้วเมื่อวาน แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความปรารถนาในตัวอีกฝ่ายลดลงเลย

เจดูดลิ้นร้อนๆ ของฆาเบียร์ที่ส่งเข้ามาในปากของเขาและบดเบียดลิ้นของตนเข้ากับมัน ฆาบี้ครางเบาๆ ในลำคอ เจขยับไปซุกไซร้ที่ซอกคอของคนรัก เขาเม้มปากที่ติ่งหูและขบใบหูเบาๆ ก่อนที่จะขยับย้ายลงมาจูบที่ไหปลาร้า เขาแกะกระดุมเสื้อเชิร์ตสีขาวสะอาดของฆาเบียร์ออกจนหมดและไล้มือไปตามแผงอกกว้าง เขาจูบเบาๆ ตรงตำแหน่งของหัวใจที่เต้นแรงนั้นและลากลิ้นเรียวไปจนถึงตุ่มไตสีน้ำตาลอ่อนบนยอดอกของฆาเบียร์ ใบหน้าคมเข้มของฆาบี้แดงซ่านเพราะความเสียวกระสัน เสียงครางเบาๆ ดังออกมาจากปากคู่บางเมื่อเจดูดตุ่มไตนั้นแรงๆ

เจนยุทธใช้นิ้วเขี่ยกระตุ้นยอดอกที่แข็งเป็นไต ริมฝีปากของเขาลากเลื้อยลงมาตามกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แข็งแรง คนรักของเขาคงออกกำลังกายหนักตอนที่ไม่ได้อยู่กับเขา เขารู้สึกว่ากล้ามเนื้อของฆาเบียร์เฟิร์มและแข็งแกร่งขึ้นเช่นเดียวกับส่วนที่แข็งดันอกเขาอยู่ตอนนี้ เจเม้มปากเบาๆ ที่ตำแหน่งนั้นผ่านกางเกงผ้าเนื้อดี ฆาเบียร์ครางกระเส่าเพราะสัมผัสนั้น

"เจ...ที่ระเบียงนี่เลยเหรอ?"

เจนยุทธไม่ตอบแต่กลับรูดซิปกางเกงของคนตัวโตลง เขาลากลิ้นไปบนผ้ายืดสีขาวที่ห่อหุ้มแท่งลำอันแข็งแกร่งไว้ และเงยหน้าขึ้นสบตากับฆาเบียร์แล้วคลี่ยิ้มออก รอยยิ้มอันสดใสของเจทำให้ฆาเบียร์หมดคำพูดและปล่อยให้คนตัวเล็กทำตามอำเภอใจ



-----------------------------------------------------


แฮ่...ตัดตรงนี้ก่อนนะคะ บางทีก็สงสัยว่าสองคนนี่มันเป็นกระต่ายหรือยังไง ปล้ำกันได้ตลอดเวลา แต่ก็ นะ คนเค้านานๆ เจอกันที ก็จัดไปให้หายคิดถึงเนอะ

ว่าแล้วก็มาแจกสูตรกันต่อ

วิธีหุงข้าวมันกะทิ https://goo.gl/mqBwsL

สูตร Zabaione https://goo.gl/PpRzVY
 

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- Feliz Navidad ----



"เจ เจจ๋า มันแน่นมากเลย เจ"

ฆาเบียร์หอบหายใจหนักๆ และกระซิบเสียงกระเส่าที่ข้างหูของคนตัวเล็กที่ครางด้วยความเสียวซ่าน หลังจากเจใช้ปากให้ความสุขฆาเบียร์ที่ระเบียงแล้ว คนตัวโตก็อุ้มร่างเจนยุทธกลับเข้ามาในห้องนอน พวกเขาทั้งสองกลับมาร่วมรักกันอย่างร้อนเร่าบนเตียงใหญ่ของเจ

ฆาเบียร์เสยสะโพกหนักๆ ส่งแก่นกายของเขาเข้ายังช่องทางคับแคบของเจที่ตอดถี่ด้วยความเสียวซ่าน เจกระตุกกายเยือกขึ้นเมื่อแท่งลำนั้นกระแทกเข้าที่จุดเสียวอย่างเต็มที่ เขาแนบหลังกับแผงอกแข็งแรงของฆาเบียร์ ดวงตาของเจหรี่ปรือ หน้าแดงก่ำ เขาเอื้อมมือไปโอบคอฆาเบียร์เพื่อทรงตัว ริมฝีปากของคนตัวโตซุกไซร้ที่ซอกคอของเขาแล้วยังกระซิบคำหวานใส่หูเขาเป็นระยะๆ

"ฆาบี้!"

เจอุทานอย่างตกใจเมื่อฆาเบียร์พลันเอนหลังลงบนเตียงและรั้งร่างเขาให้นอนหงายทับไปบนอกกว้าง ขาของฆาเบียร์ดันขาทั้งสองของเจให้อ้ากว้างคร่อมขาของฆาเบียร์ซึ่งก็กางออกเช่นกัน เจซี๊ดปากเมื่อฆาเบียร์เสยสะโพกเข้ากายเขาถี่ยิบ เขาเองก็บดสะโพกลงกับแก่นกายร้อนๆ นั้น ฆาเบียร์ใช้มือข้างหนึ่งช่วยชักรูดแท่งลำของเจซึ่งกระตุกถี่

"เจ เจจ๋า... โอ...ฉันรักเจเหลือเกิน...Phom rak khun!"

เสียงแหบทุ้มที่บอกรักเป็นภาษาไทยอยู่ข้างหูทำให้เจนยุทธทนไม่ไหว เขาคำรามลั่นและปล่อยน้ำรักออกมาอย่างแรงจนมันพุ่งไปจนถึงอก เขายังครางไม่หยุดปากเพราะร่างที่อยู่ข้างใต้ยังไม่ยอมหยุด ฆาเบียร์ยังไม่หนำใจ เขาชะลอดึงจังหวะเพื่อให้ความสุขนี้อยู่กับเขาต่ออีกนิด เขาซุกไซร้ริมฝีปากไปกับซอกคอขาวของร่างที่นอนทับอยู่เบื้องบน เจหันหน้ามาจูบริมฝีปากบางคู่นั้นเนิ่นนาน เขาขยับสะโพกลงเบียดแก่นกายแข็งเกร็งนั้นเพิ่มอีก ร่างกายทั้งสองทำงานสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว



"ฆาเบียร์ ฆาเบียร์ครับ ผมไม่ไหวแล้ว"

ร่างเพรียวของเจนยุทธกระตุกเฮือกขึ้นอีกครั้ง ช่องทางของเจตอดถี่ยิบขึ้นอีกครั้ง แขนทั้งสองของเขาโอบคอฆาบี้แน่น  ฆาเบียร์ที่ยืนอยู่เร่งเครื่องเต็มที่ เขาดันหลังเจให้ติดผนังห้องน้ำ แขนแข็งแรงของเขารองอยู่ใต้ขาทั้งสองของเจนยุทธและใช้มือประคองบั้นท้ายเจไว้ เขาฟิตร่างกายให้แข็งแรงไว้เพื่อการนี้ เจโน้มคอเขาไปประกบจูบอย่างดูดดื่ม ก่อนที่เขาจะรู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆ ที่หน้าท้องพร้อมๆ กับที่ช่องทางอันรัดแน่นของเจทำให้เขาต้องปลดปล่อยออกมาอย่างแรง

ฆาเบียร์หอบหายใจหนักๆ กับไหล่ของคนตัวเล็กที่ก็ฟุบหน้าไปบนบ่าของเขาเช่นกัน เขาค่อยๆ ปล่อยร่างเพรียวนั้นลง แล้วก็ต้องรีบประคองไว้เมื่อเจขาอ่อนและแทบทิ้งตัวลงกับพื้นห้องน้ำ เขาถอดถุงยางออกทิ้งในถังขยะก่อนจะมาเปิดน้ำอุ่นๆ จากเรนชาวเวอร์แล้วลูบไล้สบู่ให้เจที่แทบจะหลับคาอกเขาอยู่แล้ว เขาหอมแก้มใสๆ นั้นฟอดใหญ่ ก่อนจะกอดเจไว้แน่น



"¿​Sabes, mi amor que pienso en ti todo el tiempo?

'รู้ไหม ที่รัก ว่าฉันคิดถึงนายตลอดเวลา?'

ฆาเบียร์กระซิบแผ่วๆ ที่หูของเจนยุทธที่หลับตาพริ้มนอนซบอยู่บนอกของเขา

"อือ ผมก็คิดถึงคุณเหมือนกัน"

เสียงอันง่วงงุนนั้นพึมพำตอบเขามาเป็นภาษาอังกฤษ ฆาเบียร์ขมวดคิ้ว เจเข้าใจภาษาสเปนที่เขากระซิบบอกไปได้ยังไง? นี่เขาชักสงสัยแล้วว่าเจ้าตัวเล็กคงไปแอบเรียนภาษาสเปนมาแน่ๆ เขาสังเกตมาได้พักใหญ่แล้วว่าเจออกเสียชื่อเขาชัดขึ้น เมื่อก่อนเจจะออกเสียงชื่อเขาว่า kabier คือออกเสียงเป็นตัว ค กับ บ อย่างชัดเจน แต่ช่วงหลังนี้เขาจะออกเสียงได้ถูกต้องขึ้นโดยออกเสียงตัว ฮ เบาๆ แทรกมากับตัว ค เหมือนพ่นลมหายใจน้อยๆ ออกมาด้วย และกัดปากเล็กน้อยออกเสียงตัว V แทรกมากับตัว บ เบาๆ

"นายนี่มันเจ้าเล่ห์นักนะ เจ"

เขาพึมพำเบาๆ กับตัวเอง เขาต้องหาทางจับผิดเจ้าตัวเล็กให้ได้



ฆาเบียร์ดูนาฬิกา ตีหนึ่งกว่าแล้ว ตอนนี้เข้าวันคริสต์มาสแล้ว เขาค่อยๆ ขยับร่างของเจให้ลงนอนหนุนหมอน ส่วนตัวเองลงเตียงไปเปิดเอาของขวัญที่เขาหอบมาจากฮ่องกงออกมา เขาเดินออกไปนอกห้องที่ปิดไฟมืดแล้วและเอามันใส่ไว้ในถุงเท้าขนาดใหญ่ของเจที่แขวนอยู่ใกล้ๆ ต้นคริสต์มาสปลอมที่ระยิบระยับด้วยไฟ LED

"เอ๊ะ..."

ฆาเบียร์เลิกคิ้ว ในถุงเท้านั้นมีของอยู่แล้ว เขาเปิดไฟห้อง ในนั้นมีกล่องของขวัญขนาดไม่เล็กอยู่ เขาเอื้อมมือจะหยิบมันออกมาดู

"ห้ามแอบดูก่อนนะ"

เสียงเจือความง่วงของเจดังขึ้นข้างหลังเขา ฆาเบียร์หันไปดู เจที่ยังเดินเซๆ ขยี้ตาเดินออกมาจากห้องนอน เจ้าตัวเล็กของเขาหาวหวอดๆ ฆาเบียร์ยิ้มมุมปาก เขาจะแกล้งคนง่วงดูสักหน่อย

 ​


​"​¿Es esto el regalo para mí?

'นี่เป็นของขวัญของฉันเหรอ?'


ฆาบี้ถามออกมาเป็นภาษาสเปน

"อือ ถ้าไม่ใช่ของคุณแล้วจะเป็นของใครล่ะ?"

คนตัวเล็กที่ทั้งง่วงทั้งมึนลืมตัวตอบออกไปเป็นภาษาอังกฤษ​

"​¿​De Verdad?"


'จริงอ่ะ?' ฆาเบียร์ยังแกล้งถามต่อ ​

"Si, verdad"

'เออ ใช่สิ'
เจนยุทธตอบกลับมาเป็นภาษาสเปนอย่างชัดถ้อยชัดคำด้วยความรำคาญ แล้วก็นึกออกมาได้ว่าเสียรู้คนตัวโตให้แล้ว



"เห้ย!"

เจนยุทธอุทานออกมาแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องทันที ฆาเบียร์หัวเราะร่วน เขาวางของขวัญของเขาไว้ใต้ต้นคริสต์มาสปลอมก่อนที่จะถอดปลั๊กไฟ LED แล้วถึงเดินตามเจเข้าห้องนอนไป

ฆาเบียร์โถมกายลงทับคนตัวเล็กที่นอนใช้ผ้าห่มคลุมโปงอยู่ เขาปล้ำกอดเจที่พยายามดิ้นหนี จนในที่สุดรัดร่างเพรียวนั้นไว้ในอ้อมแขน เขาดึงผ้าห่มออกเผยให้เห็นเจที่หน้าแดงไปถึงหูด้วยความอาย

"​¿​​Entiendas españo​l?

'นายเข้าใจภาษาสเปนด้วยเหรอ?'


​"ไม่ พูดอะไรไม่รู้เรื่อง"

เจพยายามดึงผ้ากลับไปคลุมหัว

"เจจ๋า งั้น ¿Puedo besarte​?"

'ขอจูบหน่อยได้ไหม?'


คนตัวเล็กหน้าแดงส่ายหน้า ฆาเบียร์ยิ้มกริ่มแล้วกระซิบเบาๆ ที่หู

"¿Puedo --- otra vez?"

'ขอ --- อีกทีได้ไหม?'


เจนยุทธทุบแขนคนตัวโตที่พยายามลวนลามแถมยังขอ --- ตัวเองหน้าตาเฉย


"ไม่เอาแล้วโว้ย แกล้งกันนักนะ"

เจลุกขึ้นมาทำหน้างอ

"ใช่ ผมไปเรียนภาษาสเปนมา มีปัญหามะ? ก็พูดกรอกหูกันอยู่ทุกคืนๆ แต่ไม่ยอมบอกความหมาย ผมก็อยากรู้มั่งอ่ะ"

ทีนี้ถึงตาคนตัวโตเขินบ้าง แสดงว่าที่เขาพร่ำบอกคำรักเจเป็นภาษาสเปนทุกคืนๆ นั้น เจ้าตัวเล็กของเขาเข้าใจทั้งหมด

"ก็ไม่เข้าใจ ทีภาษาสเปนพูดได้ แล้วทำไมไม่บอกผมตรงๆ เป็นภาษาอังกฤษอ่ะ?"

เจทำหน้านิ่วด้วยความไม่เข้าใจ ถ้าสมัยก่อนตอนฆาเบียร์ยังไม่ได้บอกรักเขาเป็นจริงเป็นจังก็พอเข้าใจ แต่ตอนนี้พวกเขาก็ตกลงคบหากันแล้ว ฆาเบียร์ก็ยังติดนิสัยแอบบอกรักในภาษาสเปนอยู่ดี

"แต่ไม่เป็นไร คุณอยากพูดอะไรพูดไป เดี๋ยวผมจะฟังให้รู้เรื่องเอง โอเค๊?"

"นายไปเรียนภาษาสเปนที่ไหน?"

ฆาเบียร์ซักไซร้ยกใหญ่ว่าเจไปเรียนที่ไหน เรียนกับใคร

"ครูหล่อไหม? หือ? แล้วทำไมสอนแต่คำรักๆ ใคร่ๆ แบบนี้"

"หล่อมาก...หนุ่มสเปนแต่ไปโตที่ฝรั่งเศส"

เจอมยิ้ม ฆาบี้โวยลั่นว่าเขาจะสอนเองแล้วให้เจเลิกเรียน

"หล่อเมื่อสี่ห้าสิบปีที่แล้วน่า ตอนนี้อ.โทนี่แกจะ 70 แล้ว ขี้หึงเหมือนกันนะ คุณ"

เจนยุทธหัวเราะร่วน เขาบอกว่าเขาจำๆ เอาว่าฆาบี้พูดกับเขาว่ายังไง แล้วเอาไปถามอ.โทนี่

"อาจารย์เค้ายังเคยแซวเลยว่า 'แฟนสาว' ของผมน่ะโรแมนติกมาก"



"เจ...แล้วทำไมครูเขาสอนคำแบบที่ฉันพูดไปเมื่อกี้ด้วย?"

ฆาเบียร์เริ่มตีหน้ายักษ์ คำที่เขากระซิบใส่หูเจเมื่อกี้มันไม่ควรมีสอนในสถาบันไหนๆ เจนยุทธหัวเราะเขินๆ บอกว่าคำนั้นเขาลองไปเปิดหาดูในกูเกิล

"ก็ไม่รู้อ่ะ เผื่อได้ใช้สักวัน"

"คืนนี้ได้ใช้แน่"

คนตัวโตยิ้มหื่นให้คนรัก เจรีบมุดกลับเข้าผ้าห่มอย่างรวดเร็ว เขาไม่ยอมเสียท่าอีกแน่นอนในคืนนี้ ฆาเบียร์ก็พยายามดึงผ้าห่มออก สองคนยื้อยุดฉุดผ้ากันพักใหญ่สุดท้ายเจก็แพ้แรงคนตัวโตที่จับเขาได้ในที่สุด หากฆาเบียร์ไม่ได้ทำอย่างที่พูดไว้ เขาแค่นั่งกอดร่างเจไว้พร้อมพรมจูบพร้อมกระซิบคำหวานใส่หูของคนรัก

"เจ...Te quiero mucho, mi amor"

'ฉันรักนายมาก ที่รักของฉัน'


"Eres el sol y la luz de mi vida"

'นายเป็นเป็นดวงตะวันและเป็นแสงสว่างแห่งชีวิตฉัน'

ตาพริบพราวคู่งามของฆาเบียร์ที่จ้องตรงมาที่เจนยุทธทำให้เขาอดไม่ได้จนต้องป้อนริมฝีปากของตนให้กับริมฝีปากคู่งามที่เผยอรออยู่แล้ว

"Yo tambien estoy enamorado de ti"

'ผมก็หลงรักคุณเช่นกัน'
เจยิ้มกว้างให้กับคนรักของตน

"ฉะนั้น ขอ --- นะ"

เจนยุทธกระซิบข้างหูฆาเบียร์ด้วยคำที่ฆาบี้กระซิบใส่หูเขาก่อนหน้านี้ ฆาเบียร์หน้าแดงก่ำ ปกติเขามักเป็นฝ่ายพูดคำนี้ใส่คนอื่น เขามองหน้าใบหน้าน้อยๆ ที่ทำตาเว้าวอนแล้วก็เอนกายลงบนที่นอนแทนคำตอบก่อนที่จะดึงร่างเพรียวนั้นตามมา ค่ำคืนนี้คงยังอีกยาวนักสำหรับคู่รักร้อนๆ คู่นี้



เจนยุทธตื่นมาตอนเช้าด้วยความสดชื่น เมื่อคืนนี้แม้เขาพูดไว้ซะใหญ่โตว่าจะกินฆาเบียร์ แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็เพียงนอนกกกอดแลกจูบและคำรักกันจนหลับไปทั้งคู่แค่นั้น เขาขยับกายเพื่อซุกหาไออุ่นจากอ้อมอกของคนตัวโตแต่ก็หาไม่เจอ เขาขยับกายขึ้นนั่ง แล้วก็ได้กลิ่นหอมๆ มาจากห้องครัวผ่านทางประตูห้องที่แง้มอยู่เล็กน้อย เขาลุกขึ้นไปหาเสื้อยืดและชั้นในใส่แล้วเดินออกไปนอกห้อง ร่างกำยำของฆาเบียร์ยืนทำอะไรง่วนอยู่ที่หน้าเตา

เจยืนกอดอกยิ้มมองร่างหนั่นแน่นที่ใส่เพียงกางเกงสะดอบางๆ กับผ้ากันเปื้อน ฆาเบียร์เดินไปเดินมา เปิดปิดตู้เย็นเอานั่นนี่ออกมา บนโต๊ะมีถาดที่เขามักใช้เสิร์ฟอาหารบนเตียง บนนั้นมีจานเปล่า 2 ใบ ถ้วยใส่กราโนล่ากับโยเกิร์ตและแก้วใส่น้ำผลไม้ เจเดินไปกอดเอวคนตัวโตที่สะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็หันมารับจูบจากเจนยุทธ

"Feliz Navidad ครับ ฆาเบียร์"

'สุขสันต์วันคริสต์มาส'


นั่นคือสิ่งที่เจบอกฆาเบียร์และเขาก็บอกแบบเดียวกันกลับมา



"ทำอะไรกินเนี่ย หอมจัง"

เจชะโงกหน้าไปดูของในกะทะ ฆาเบียร์กำลังจี่เฟรนช์โทสต์ไส้เบค่อนแบบที่เคยทำให้เขากินมาก่อน แต่เขาเหมือนได้กลิ่นแอลกอฮอล์ด้วย

"ฉันใส่มาร์ซาล่าที่เหลือเมื่อวานลงไปหน่อยนึงน่ะ ถ้าพูดถึงคริสต์มาสก็ต้องนึกถึง eggnog แต่เราไม่ได้ซื้อไว้ ฉันก็เลยลองทำเลียนแบบกลิ่นรสมันดู"

เอ้กน็อกที่ฆาเบียร์พูดถึงคือเครื่องดื่มที่ทำจากไข่ ครีมและเหล้า ซึ่งมันก็เกือบเหมือนกับ Zabaione ที่เขาทำเมื่อวานเพียงแต่จะเหลวกว่าเพราะใส่ครีมและใช้บรั่นดี รัมหรือวิสกี้แทนมาร์ซาล่าไวน์

"ฉันเติมครีมลงไปในไข่ที่ใช้ชุบแทนนม ส่วนไข่ก็ใช้แต่ไข่แดง แล้วก็ใส่มาร์ซาล่าอีกหน่อย ส่วนเครื่องเทศวันนี้ฉันใส่แค่ผงจันทน์เทศอย่างเดียวเลย หวังว่าจะกินได้นะ"

ฆาเบียร์ตักเฟรนช์โทสต์ขึ้นจากกะทะ วางบนจานและหั่นทะแยงเหมือนแซนวิช เขาจัดวางซ้อนกันแล้วหยิบมือถือมาถ่ายรูปก่อนจะส่งให้เจชิม ซึ่งเขาหยิบมาเคี้ยวตุ้ยๆ

"อืมม์ แปลกดี ฆาบี้ กลิ่นไวน์หอมฟุ้งเลย แต่ผมว่าเนื้อไข่มันหนักไปนิด ที่จริงใช้ไข่ทั้งฟองเลยน่าจะโอเคกว่าแค่ไข่แดงอย่างเดียว"

ฆาเบียร์ตัดชิมแล้วก็ต้องเห็นด้วยกับเจ คราวหน้าถ้าทำอีกเขาคงใช้ไข่ทั้งฟอง แต่คราวนี้มันก็ไม่ได้แย่มาก ถือว่ารอดตัวไป พวกเขาตัดสินใจนั่งกินที่เคาเตอร์แทนที่จะเข้าไปกินในห้องตามที่ฆาเบียร์ตั้งใจไว้ตอนแรก



"เออ ฆาบี้ คุณต้องไปโบสถ์เช้าวันคริสต์มาสไหม เดี๋ยวผมพาไป"

เจถามแบบคนไม่ค่อยรู้ธรรมเนียมคริสต์เท่าไหร่ ฆาเบียร์ส่ายหัวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

"ที่บ้านฉันคนที่ไปโบสถ์คือพ่อและแม่ แล้วพวกท่านจะไปมิสซาตอนเที่ยงคืนของวันคริสต์มาสอีฟน่ะ ส่วนเช้าวันคริสต์มาสจะเป็นวันอยู่กับครอบครัว"

เจหน้าเสีย เขาดันลากคนตัวโตมากินข้าวกันสำราญใจในวันที่พี่แกต้องไปโบสถ์

"ไม่เป็นไรหรอก เจ ฉันเองก็ไม่ได้ทำแบบนั้นมานานแล้ว อีกอย่างสำหรับบ้านเราที่ยังอิงธรรมเนียมทางปูเอร์โตริโก้ซึ่งเย็นวันคริสต์มาสอีฟคือวันกินดื่มเฉลิมฉลอง จากนั้นก็จะพากันไปโบสถ์ตอนดึก ส่วนวันคริสต์มาสคือวันพักผ่อน"

"...แล้วฉันเองก็ไม่รู้ด้วยว่าที่ไทยนี่เขาฉลองกันแบบไหน โบสถ์ไหนมีพิธีอะไรกี่โมงบ้าง"

เขาดูนาฬิกาแล้วบอกว่าตอนนี้คงไม่น่าทันแล้วด้วย เจตอบว่าเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ไหนมีงานอะไรบ้าง คริสต์มาสสำหรับเขาก็คือเทศกาลเฉลิมฉลองแบบที่เห็นตามสื่อทีวี เขาบอกฆาเบียร์ว่าปีหน้าเขาต้องทำการบ้านให้ดีกว่านี้และให้ฆาเบียร์ได้ฉลองคริสต์มาสแบบถูกต้องให้ได้ ฆาบี้ยกมือขยี้ผมคนรักที่นั่งทำหน้ามุ่ย

"ไม่เป็นไรหรอก เจ เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ที่ไทยเขาทำแบบไหน ฉันก็จะทำแบบนั้นแหละ ไม่ต้องคิดมากหรอก"


(ต่อคอมเมนท์ล่าง)


ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- Feliz Navidad (ต่อ) ----



ฆาเบียร์เก็บจานไปล้างคราบมันออกและเอาใส่ในเครื่องล้างจาน จากนั้นเดินกลับมาหาเจนยุทธ

"กินข้าวแล้ว ก็ได้เวลาเปิดของขวัญ มาดูซิว่าเจเอาอะไรให้ฉัน"

เขาพูดยิ้มๆ บอกเจที่ทำท่างงๆ

"อ้าว Boxing Day หรือวันแกะของขวัญมันวันที่ 26 ไม่ใช่เหรอ?"

เจถามอย่างสงสัย เขารู้จักวันบ็อกซิ่งเดย์ก็เพราะดูจากฟุตบอลอังกฤษที่จะมีแมทช์ใหญ่วัน Boxing Day เขาเลยลองไปกูเกิลหาดู มันก็บอกว่ามันเป็นวันแกะของขวัญ

"อ๋อ นั่นมันธรรมเนียมอังกฤษกับประเทศที่เคยเป็นเมืองขึ้นนะ ถ้าที่อื่นอย่างสหรัฐฯ หรือยุโรปประเทศอื่นก็แกะกันเช้าหรือค่ำวันที่ 25 นะ เจ"

ฆาเบียร์บอกคนตัวเล็กของเขา เจถอนหายใจ เขาคงต้องเรียนรู้ธรรมเนียมอะไรใหม่หมดแล้ว ฆาเบียร์เดินไปยกต้นคริสต์มาสปลอมมาพร้อมกับหยิบของขวัญของเขาและของขวัญของเจในถุงเท้าอันใหญ่มาวางที่เคาเตอร์ครัว เขายังได้หยิบช่อใบไม้ปลอมที่มีลูกไม้กลมๆ สีขาวติดอยู่มาด้วย เขาค้นเจอเจ้านี่ในลังของแต่งต้นคริสต์มาสของเจ เขาคิดว่าเจ้าตัวอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร



คนตัวโตเดินเข้ามาหาเจนยุทธ

"เจ รู้ไหมนี่อะไร?"

เจส่ายหัว ฆาเบียร์ชูช่อนั้นขึ้นเหนือหัวตัวเองแล้วดึงตัวเจเข้าไปแนบกาย

"ทีนี้รู้หรือยัง?"

เจนยุทธพยักหน้าที่เริ่มแดงซ่านของเขา ฆาเบียร์ก้มลงจูบปากน้อยๆ สีแดงระเรื่อที่เผยอน้อยๆ รออยู่ เขาจุมพิตด้วยความอ่อนโยน ริมฝีปากอุ่นและนิ่มของเจทำให้เขารู้สึกดีได้ทุกครั้ง เขาดูดดึงมันเบาๆ โดยไม่ใช้ลิ้นรุกรานเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นฝ่ายเจเองที่ทนไม่ได้ต้องใช้ลิ้นของตนไล้เลียริมฝีปากของคนตัวโต รสชาติหวานมันของเฟรนช์โทสต์และกลิ่นหอมๆ ของมาร์ซาลาไวน์และจันทน์เทศยังคงตกค้างในโพรงปากของฆาเบียร์ ลิ้นของเจนยุทธซอกซอนเกี่ยวพันอย่างนิ่มนวลกับลิ้นของคนตัวโต ก่อนจะค่อยๆ ถอนกลับไปอย่างอ้อยอิ่ง

"มิสเซิลโท"

เจตอบพร้อมเสียงหอบเบาๆ เขาเคยเห็นในหนังที่พระเอกนางเอกเผอิญเดินเข้าไปอยู่ใต้ช่อไม้กาฝากชนิดนี้แล้วจำต้องจูบกันตามธรรมเนียม เขาไม่เคยรู้ว่ามันหน้าตาแบบนี้ เขานึกว่ามันเป็นแค่ของตกแต่งเฉยๆ

"จริงๆ คุณไม่เห็นต้องใช้มันก็จูบผมได้นี่นา"

เจพูดขึ้นแล้วก็หน้าแดงเอง ฆาเบียร์หัวเราะร่วนแล้วก็โยนมันทิ้งไปและเริ่มทำตามคำชักชวนของคนตัวเล็กอีกครั้ง

"เจ...ฉันอยากแกะของขวัญแล้ว"

ไม่พูดเปล่า มือของคนตัวโตเลื้อยวูบไปในเสื้อของเขา เจอุทานลั่น นี่เพิ่งกินข้าวเสร็จพี่แกก็จะไม่ปล่อยเขาแล้ว ก่อนจะทันรู้ตัวเขาก็ถูกดันตัวลงบนโซฟาโดยมีใบหน้าที่ยิ้มกริ่มของฆาเบียร์ค่อยๆ ขยับลงมาชิดหน้าของเขา



"ฆาเบียร์ พอแล้ว หยุดเถอะ"

เจหอบอย่างเหนื่อยอ่อนและอ้อนวอนคนตัวโต ฆาเบียร์หยุดมือชั่วครู่ก่อนจะลงมือจั๊กกะจี้เอวเจนยุทธใหม่ เสียงหัวเราะของเจดังลั่นห้อง เจไม่ยอมแพ้เมื่อสบโอกาสเขาก็หาจังหวะขึ้นคร่อมตัวฆาเบียร์จนได้แล้วจั๊กกะจี้คนตัวโตแทน ฆาเบียร์ดิ้นหนี สุดท้ายพวกเขาทั้งคู่ก็ตกตุ้บลงมากองบนพื้นพรมนุ่มๆ ทั้งคู่มองหน้ากันก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น ฆาเบียร์ขยับตัวขึ้นนั่งบนโซฟาและลากเจนยุทธขึ้นมานั่งอิงแอบตัวเขา เจซบหน้าลงบนไหล่ของคนตัวโตซึ่งโอบแขนกระชับไหล่ของเขา เจจูบซอกคอที่มีกลิ่นน้ำหอมมาร์ค เจค็อบจางๆ เขาสูดดมกลิ่นอายที่เขาสุดแสนคิดถึงนั้นให้มันตราตรึงเข้าไปในใจ หัวใจของเขาพลันเจ็บปวดขึ้นมา

"คิดถึง...รู้ไหม?"

เจกระซิบที่ข้างหูของฆาเบียร์ คนตัวโตลอบทอดถอนใจ เขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยวเหงาในน้ำเสียงของเจ เขาดึงร่างเพรียวให้มานั่งคร่อมตักเขา เจกอดร่างกำยำของฆาเบียร์ไว้แน่น เขาซบไหล่ลงกับบ่ากว้างแล้วอดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาออกมา

"อย่าร้องไห้สิ เจ"

ฆาเบียร์ดึงเจมาเผชิญหน้ากับเขา เขาเชยคางของคนรักที่ก้มหน้าหลั่งน้ำตาเงียบๆ ฆาเบียร์ประคองใบหน้าของเจไว้แล้วจูบเบาๆ เพื่อซับน้ำตา เขาแนบแก้มลงกับแก้มใสๆ ของเจ

"ฉันเองก็คิดถึงเจนะ ฉันอยากให้รู้ไว้..."

ฆาเบียร์กระซิบแผ่วๆ ที่หูของคนรักแล้วถอนหายใจอย่างอัดอั้น เสียงถอนหายใจของฆาบี้ทำให้เจนยุทธกล้ำกลืนน้ำตาไว้ เขาไม่อยากทำให้คนรักของเขาไม่สบายใจ เขาดันตัวออกแล้วคลี่ยิ้มอย่างงดงามให้ฆาเบียร์ คนตัวโตยิ้มกว้างกลับมาให้เขา ทั้งคู่ยิ้มให้แก่กัน ฆาเบียร์ยื่นมือไปกุมมือของเจแน่น

"Mi alma, ไม่ว่าฉันจะไปไหน อยู่ไกลแค่ไหน ใจฉันจะยังอยู่กับเจตลอดเวลา"

ฆาเบียร์ยกมือของเจนยุทธขึ้นจรดที่ริมฝีปาก เจดึงมือคนตัวโตมาจูบบ้าง

"ไม่ว่าคุณจะอยู่ไหน ไกลแค่ไหน ความคิดถึงของผมก็จะตามคุณไปตลอดเช่นกัน"

ฆาเบียร์ดึงคนตัวเล็กมากอดแนบแน่นให้สมกับความคิดถึง เขารู้สึกถึงหัวใจของเจนยุทธที่เต้นอยู่แนบอกของเขา



"โอเค ผมสบายใจขึ้นละ ป่ะ แกะของขวัญกันเถอะ"

เจนยุทธระบายลมหายใจออกจากปาก เขาดันตัวออก ปาดน้ำตาที่เหลืออยู่ แล้วลุกพรวดขึ้น วันนี้ไม่ใช่วันที่เขาจะมาคร่ำครวญพร่ำเพ้อ เขาดึงร่างคนตัวโตให้ลุกขึ้นจากโซฟาไปที่เคาเตอร์ครัว เจหยิบของขวัญของตัวเองขึ้นมาแล้วส่งให้ฆาเบียร์ และฆาบี้หยิบกล่องของตัวเองส่งให้คนรัก

"ไม่มีการ์ดเหรอ เจ?"

"ถามจริง! เดี๋ยวก็เห็นเองน่า"

เจนยุทธหยิบการ์ดของคนตัวโตขึ้นมาอ่าน ฆาเบียร์ไม่ได้ทำการ์ดเองแต่ซื้อการ์ดยี่ห้อดังมา

 'นายคือของขวัญที่ดีที่สุดของชีวิตฉัน Merry Xmas ยอดรัก'




ฆาเบียร์นั่งยิ้มดูคนตัวเล็กที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อ่านการ์ดของเขาอย่างมีความสุข แค่เห็นเจมีความสุขเขาก็ดีใจแล้ว ฆาเบียร์นึกถึงวันเวลาเก่าๆ ที่ผ่านมา คริสต์มาสของเขาผ่านไปกับการสังสรรค์ ตอนพ่อแม่ยังอยู่ พวกเขาก็จะใช้เวลาค่ำวันคริสต์มาสอีฟด้วยกัน ตอนกลางคืนพ่อแม่ของเขาก็จะไปโบสถ์ ส่วนเขาก็มุ่งหน้าเข้าเมืองใหญ่ไปสังสรรค์แล้วก็สะโหลสะเหลกลับบ้านมากินข้าวเช้าและแกะของขวัญจากนั้นก็หลับยาวถึงเย็นเพื่อกินมื้อใหญ่อีกมื้อที่บ้าน

เมื่อพ่อแม่ของเขาไม่อยู่แล้ว ค่ำวันคริสต์มาสอีฟก็มักกลายเป็นวันที่เขาและคริสเปิดบ้านกว้างของพวกเขาเพื่อรับแขกเหรื่อในงานเลี้ยงสุดอลังการ หลังจากงานเลี้ยงเขาก็มุ่งหน้าไปปาร์ตี้ตามคลับต่อและจบลงด้วยการหิ้วใครสักคนกลับมานอนที่คอนโดก่อนที่จะกลับไปหลับยาวที่บ้านในวันคริสต์มาส คริสต์มาสกลายเป็นเทศกาลที่ไม่อยู่ในความทรงจำของเขา บางปีเขาลืมกระทั่งเตรียมของให้อาปาด้วยซ้ำ

คริสต์มาสกลายเป็นแค่อีกโอกาสที่จะสนุกสุดเหวี่ยงโดยที่ไม่ต้องใส่ใจว่าต้องตื่นมาทำงานต่อในวันถัดไป แต่ก็เหมือนทุกครั้ง ความสนุก ความสุขทางกายที่เขาได้รับก็มลายหายไปในยามรุ่งเช้า เขาไม่เคยตื่นขึ้นมาพร้อมร่างอุ่นๆ ของคู่ขาในตอนเช้า ทุกคนมักจากไปเองหรือเขาเดินจากมาไม่นานหลังเสร็จกิจ เว้นแต่จะเมากันมากจนเผลอหลับไป หาเมื่อรู้ตัวตื่นขึ้นมา เขาก็จะลุกออกจากเตียงไปทันที เขาไม่เคยคิดอยากใช้เวลาอ้อยอิ่งพลอดรักอยู่บนเตียงต่อหลังจากนั้น ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นดาราวัยรุ่น นายแบบหนุ่มชื่อดัง หรือเหล่านักกีฬาอาชีพ ไม่มีใครที่เคยเปิดประตูเดินเข้ามาอยู่ที่กลางใจของฆาเบียร์ บาเลนติน มาร์ติเนซ เด ลา โรซ่าได้

ฆาเบียร์มองเงาตัวเองที่สะท้อนจากตาสีดำของเจนยุทธ เขาคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ต่างจากเขาคนที่หลงระเริงแสงสีที่ซาน ฟรานซิสโกอย่างไร แล้วชายหนุ่มธรรมดาๆ คนนี้มีอะไรดี ทำไมถึงได้จับใจเขานัก



"นี่ จะแกะของขวัญหรือยัง แกะๆๆ อยากเห็นแล้ว"

เสียงของเจนยุทธปลุกเขาจากภวังค์

"งั้น แกะพร้อมกันนะ 3 2 อ้าว ขี้โกงนี่เจ!"

เจนยุทธไม่ทันรอให้เขานับเสร็จก็ชิงแกะห่อของขวัญของเขาออกแล้ว ชายหนุ่มตาเบิกโพลงเมื่อเห็นกล่องกระดาษสีเขียวอ่อนที่มีตรามงกุฎบนนั้น เขาดึงเอากล่องแข็งสีเขียวเข้มในนั้นออกมาแล้วเปิดออก ในนั้นเป็นนาฬิกาโรเล็กซ์รุ่น Yacht Master ขนาดบอยไซส์ที่มีหน้าปัดสีช็อคโกแลตและตัวเรือนเป็นโลหะและ everose gold สีออกชมพู

"สวยมากเลย ฆาเบียร์! ขอบคุณมากครับ!"

เจนยุทธหันไปขอบคุณฆาเบียร์ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ฆาเบียร์รู้ใจเขาจริงๆ ว่าเขาชอบนาฬิกาที่หน้าปัดเรียบๆ ไม่มีหน้าปัดเล็กน้อยหรือตัวเลขเยอะๆ ที่รกรุงรัง เขาลองหยิบมันขึ้นใส่อย่างกระตือรือร้น มันพอดีกับข้อมือเพรียวของเขา แต่ทันใดเจก็พลันนึกได้ถึงราคาของมัน ถึงมันจะไม่ใช่นาฬิการุ่นที่แพงมากของโรเล็กซ์แต่มันก็อยู่ที่หกหลักกลางๆ อยู่ดี

"เอ่อ นี่คุณซื้อของแพงให้ผมอีกแล้วอ่ะ ของขวัญของผมนี่มันกระจอกมากเลยนะถ้าเทียบกับของคุณอ่ะ"

เจนยุทธทำหน้าจ๋อย ของขวัญของเขานั้นหลักพันกลางๆ แค่นั้นเอง

"เจ ไม่ต้องกังวลไปหรอกน่า ฉันให้ก็เพราะอยากให้ ไม่ต้องไปคิดถึงมูลค่าราคาของมันได้ไหม?"

คนตัวโตพูดอย่างอารมณ์ดี อะไรที่ทำให้เจชอบเขายอมจ่ายเพื่อหามาให้ได้ทั้งนั้น



"ฉันจะเปิดของขวัญของเจแล้วนะ"

ฆาเบียร์ยิ้มและแกะห่อของขวัญของเจ เขาเปิดกล่องกระดาษที่บรรจุของนั้นแล้วก็ตะลึง ของขวัญของเจนยุทธคือกล่องดนตรีที่บรรจุอยู่ในครอบใสที่ประกบด้านบนล่างด้วยไม้สีเข้ม บนไม้ที่เป็นฐานนั้นมีเพลทสีทองเขียนไว้ว่า


'Eres el regalo más precioso de mi vida​'

'คุณคือของขวัญล้ำค่าที่สุดในชีวิตของผม'



คำบนแผ่นนั้นแทบจะเป็นคำเดียวกับคำในการ์ดของเขา หากของขวัญของเจนยุทธนั้นล้ำค่ายิ่งกว่าของขวัญของเขานัก เขามองที่ชิ้นไม้ชิ้นบนของกล่องเพลงนั้น ด้านบนชิ้นไม้นั้นเป็นตุ๊กตาเรซิ่นตัวน้อยในชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม ร่างนั้นยืนกอดอกแยกขาน้อย ใบหน้าของตุ๊กตาที่ดูละม้ายคล้ายตัวเขานั้นเชิดขึ้นไปบนฟ้าน้อยๆ เหมือนมองไปยังอนาคตอันสดใสที่รอคอยอยู่ข้างหน้า

"เจ ฉันชอบมันมากเลย ขอบใจจริงๆ นะเจที่คิดทำให้ฉันถึงขนาดนี้"

ของขวัญของเจนั้นเป็นของที่เจสั่งทำเพื่อเขาโดยเฉพาะ เป็นของที่ไม่มีชิ้นอื่นใดเหมือนอีกแล้ว ตอนนี้กลับเป็นเขาเองที่รู้สึกละอายใจที่ใช้แค่เงินเลือกซื้อของให้เจ ตอนนี้ฆาเบียร์ตอบคำถามตัวเองได้แล้วว่าทำไมเขาถึงได้รักชายหนุ่มคนที่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้านัก



"นี่ๆ จะไม่ฟังหน่อยเหรอว่าเป็นเพลงอะไร?"

ฆาเบียร์ไขลานที่ก้นกล่อง เสียงเพลงอันแสนไพเราะของกล่องดนตรีดังขึ้น เขาจำมันได้ทันที เสียงไพเราะของกล่องดนตรีคุณภาพดีในท่อนฮุคของเพลง 'Can't Take My Eyes off You' ดังขึ้นซ้ำๆ จนกระทั่งลานหมด เขาไขลานมันอีกครั้งและฟังมันอย่างถูกใจ เขาร้องเพลงนั้นออกมาเบาๆ ตามเสียงเคาะไร้คำร้องของกล่องดนตรี


I love you baby. And if it's quite all right, I need you baby...To warm the lonely nights. I love you baby. Trust in me when I say​.

ฉันรักนาย ที่รัก และถ้ามันจะโอเค ฉันต้องการนาย ที่รัก เพื่อให้ความอบอุ่นแก่คืนอันเปลี่ยวเหงา ฉันรักนาย ที่รัก โปรดเชื่อในสิ่งที่ฉันพูด

Oh pretty baby, don't bring me down, I pray. Oh pretty baby, now that I've found you... Stay and let me love you, baby. Let me love you.

คนดีของฉัน อย่าทำให้ฉันผิดหวังเลย ฉันขอร้อง คนดีของฉัน ตอนนี้เมื่อฉันเจอนายแล้ว โปรดอยู่ และให้ฉันรักนายเถิด ที่รัก ให้ฉันได้รักนาย



"Let me love you..."

ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่งามของฆาเบียร์จ้องลึกเข้าไปในตาสีดำของเจนยุทธ พร้อมๆ กับเพลงท่อนสุดท้ายที่จบลง ฆาบี้ดึงร่างเพรียวของเจมาประทับจูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกรักในตัวชายหนุ่มร่างเพรียวคนนี้มันท่วมท้นใจของเขาเหลือเกิน

"โอ เจ นายทำให้ฉันรักนายมากขึ้นเรื่อยๆ เลยนะ รู้ตัวไหม?"

ริมฝีปากที่คลอเคลียอยู่ที่ใบหูของเจกระซิบแผ่วเบา

"ผมก็รักคุณมากขึ้นทุกวันๆ ฆาเบียร์ ยิ่งอยู่ห่างกัน ผมยิ่งรักคุณ"

"...คุณเองก็เป็นของขวัญที่เยี่ยมที่สุดสำหรับผมเช่นกัน mi amor"

หัวใจของฆาเบียร์พองโตเมื่อได้ยินเจเรียกตัวเองว่าที่รักในภาษาแม่ของเขา

"เจจ๋า ขอบใจจริงๆ สำหรับของขวัญชิ้นนี้ ฉันจะเก็บมันไว้อย่างดีที่สุด"



ฆาเบียร์บรรจงเก็บกล่องดนตรีใส่กล่อง ไว้เขาจะหากล่องที่แข็งแรงกว่านี้มาใส่ตอนเขาหอบมันกลับไปฮ่องกงด้วย เจนยุทธเองก็ง่วนกับการตั้งเวลานาฬิกาใหม่เรือนสวยของเขา ฆาเบียร์เดินกลับเข้าไปในห้องนอน เขาเปลี่ยนใจเอากล่องดนตรีออกมาตั้งไว้ข้างหัวเตียง เขาตั้งใจจะฟังมันก่อนนอนทุกวัน เขาหยิบเอากล่องอีกใบออกมาด้วย

"เอ๊ะ คุณซื้อนาฬิกาแบบเดียวกับที่ให้ผมด้วยเหรอ?"

เจนยุทธถามเมื่อเห็นของในกล่องของฆาเบียร์ เขาพยักหน้าแต่บอกเจว่านาฬิกาของเขาใหญ่กว่าเล็กน้อยคือ 40mm เมื่อเทียบกับบอยไซส์ขนาด 37mm ของเจ

"ก็ตามขนาดตัวอ่ะนะ นี่จริงๆ ถ้าสีนี้มีไซส์ 44mm ฉันก็คงซื้อเรือนนั้น"

ปากเขาพูดแบบนั้นแต่ตาของเขาไปจับจ้องส่วนอื่นของเจแทนที่จะจ้องข้อมือ เจนยุทธบ่นพึมแล้วทำท่าจะแย่งของฆาเบียร์มาใส่แทน คนตัวโตหัวเราะลั่นและหนีคนตัวเล็กที่ไล่จับเขาไปรอบห้อง



ยามเที่ยงทั้งสองคนเดินออกไปหาอะไรเบาๆ กินที่ย่านนิมมานเหมินท์ตามเคย

"เจ ทำไมวันนี้กินน้อยจัง? ไม่สบายหรือเปล่า?"

ฆาเบียร์ถามอย่างสงสัย ตัวเล็กของเขากินก๋วยเตี๋ยวร้านเนื้อตุ๋นรสเยี่ยมไปแค่ชามเดียวและต่อด้วยเกาเหลาอีกชามซึ่งถือว่าน้อยกว่าปกติ

"ผมไม่ได้ป่วยอะไร ฆาบี้ แต่วันนี้เรามีแผนจะไปล้มวัวกัน"

"นายหมายถึงอะไร เจ ฉันไม่เอาด้วยนะ ฆ่าวัวเนี่ย"

คนตัวโตขมวดคิ้ว เจนยุทธหัวเราะเบาๆ

"เนื้อย่างอ่ะ เนื้อย่าง วันนี้เย็นเราจะไปกินบุฟเฟต์เนื้อย่างร้านประจำของผมกับพี่นพ ผมนัดพี่เขาไว้ที่นั่นตอนห้าโมงครึ่ง"

ฆาเบียร์ยกนาฬิกาเรือนใหม่ของเขาขึ้นดู อ๋อ นี่มันเกือบบ่ายสองแล้ว มิน่าเจถึงยอมกินน้อยเพราะกลัวจะไปอืดก่อนตอนกินบุฟเฟต์

​"งั้นกินเสร็จแล้วเรากลับเลย ไม่ต้องแวะกินขนมกับกาแฟละ ไม่งั้นเดี๋ยวยาว โอเคไหม?"

​เจพยักหน้าตอบรับ เขารีบกินจนเสร็จแล้วเดินกลับห้องพร้อมกับฆาเบียร์



เมื่อถึงห้อง ฆาบี้เอากล่องดนตรีมาเล่นต่ออย่างชอบอกชอบใจ

"นี่เจสั่งจากญี่ปุ่นเลยเหรอ?"

ฆาเบียร์ถามเมื่อเห็นชื่อภาษาญี่ปุ่นติดอยู่ตรงชิ้นส่วนของกลไก เจส่ายหน้า

"ไม่หรอก ผมสั่งในเชียงใหม่นี่แหละ จาก CM Music Box  แต่ส่วนกลไกน่ะเขานำเข้าจากญี่ปุ่น"

"งานเนี้ยบดีนะ"

ฆาเบียร์พลิกซ้ายขวาดู

"จะบอกว่าผมสั่งให้อาปากล่องนึงด้วยนะ แต่เป็นแบบมาตรฐานไม่ได้สั่งทำพิเศษแบบของคุณ"

เจยังบอกอีกว่าเขามีขวัญให้ทั้งเมลิน่าและริคกี้อีกด้วย ฆาบี้ยิ้มออกมา นี่แหละเจนยุทธที่เขาหลงรัก

"แล้วอาปาจะมาวันไหนนะ ฆาเบียร์?"

"อืมม์ คิดว่าไม่ 27 ก็ 28 น่ะ"

"แล้ว...สองคนนั่นเขาไม่ต้องอยู่ใช้เวลาช่วงปีใหม่กับครอบครัวเหรอ?"

เจถามอย่างสงสัย เขาหมายถึงเมลิน่ากับริคกี้

"สองคนนั้นเหรอ? ไม่ต้องอยู่กับครอบครัวหรอก"

ตาแป๋วๆ ที่จ้องหน้าเขาแบบรอคอยคำตอบทำให้ฆาเบียร์ตัดสินใจเล่าออกไปให้เจฟัง

"...คือเรื่องมันเป็นแบบนี้..."

------------------------------------------------

ตัดตอนไว้ตรงนี้ก่อนนะคะ

ในตอนนี้มั่วสองอย่างคือสูตร eggnog french toast กับภาษาสเปนที่ใช้ในบทนี้นะคะ แบบว่ามั่วมาก ได้อากู๋ช่วยเป็นระยะๆ

วันนี้ไม่มีสูตรอาหารมาแจก แต่มีร้านกล่องดนตรีมาแจกแทน

CM Music Box ค่ะ https://www.facebook.com/cmmusicbox

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

@@@The Taste of Love...อิ่มรักรสโอชา - Feliz Navidad [27/9/60]
« ตอบ #139 เมื่อ: 27-09-2017 07:24:11 »





ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- ล้ม(วัว) ----



"เมลิน่ามาจากปูเอร์โต ริโก้เหมือนพ่อของฉัน เขาเข้าออกบ้านฉันตั้งยังเป็นวัยรุ่นแล้ว"

ฆาเบียร์พูดยิ้มๆ

"คือในช่วงที่ฉันเข้าวิทยาลัย บริษัทของพ่อก็กำลังเริ่มไปได้ดี พ่อกับอาปาก็เริ่มคิดจะให้อะไรคืนแก่สังคม"

"อย่างที่เคยเล่าให้ฟัง พ่อของฉันเป็นเด็กกำพร้าที่โตมาในโบสถ์ของคุณพ่อฆาเบียร์ที่เมืองหลวงอย่างซาน ฆวน"

เจพยักหน้าว่าจำได้

"ช่วงนั้นคุณพ่อฆาเบียร์เสียพอดี พ่อกับอาปาเลยเข้าไปรับช่วงเด็กพวกนั้นต่อโดยตั้งเป็นมูลนิธิขึ้น เมลิน่าเองก็เป็นเด็กที่โตมาในสถานรับเลี้ยงของหลวงพ่อ และเป็นเด็กรุ่นที่อายุเยอะที่สุดที่ยังอยู่ที่นั่น"

"มูลนิธิของพ่อกับอาปาส่งเสียเด็กพวกนั้นจนเรียนจบม. ปลาย ไม่ก็อาชีวะ คือให้พวกเขาเลี้ยงตัวเองได้ ส่วนเด็กที่มีแววเรียนดี พ่อจะส่งให้เรียนต่อจนถึงระดับอุดมศึกษาในประเทศ ส่วนคนที่เก่งจริงๆ ก็จะได้รับทุนมาเรียนต่อที่สหรัฐฯ เมลิน่าก็เป็นเด็กชุดแรกที่ได้มาที่นี่"

ฆาเบียร์ยิ้มเมื่อนึกถึงเด็กสาวร่างเพรียวท่าทางก๋ากั่นที่เขาเจอในตอนนั้น เมลิน่าและเด็กรุ่นเดียวกันอีก 3-4 คนมาที่นี่ตั้งแต่ตอนอายุ 18 เพื่อเข้าเรียนระดับอุดมศึกษา เมลิน่าเลือกเรียนที่ UCLA ในด้านไอทีกับบริหารธุรกิจ หลังเรียนจบ เมลิน่าซึ่งสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนอันสูงลิ่วไม่ได้เลือกทำงานกับบริษัทชั้นนำที่ไหน แต่เลือกมาทำงานกับบริษัทของอันเดรสและคริส เมลิน่าปาวารณาตัวว่าอยากตอบแทนบุญคุณของอันเดรสที่ช่วยพลิกชีวิตเด็กกำพร้าของเธอให้ได้รับการศึกษาและชีวิตที่ดี ตลอดเวลาที่เรียนอยู่ เมลิน่าและเด็กๆ คนอื่นก็ติดต่อกับครอบครัวของอันเดรสมาตลอด พวกเขามาเยี่ยมเยียนเป็นประจำซึ่งก็เป็นช่วงที่ฆาเบียร์เรียนจบกลับมาที่บ้านพอดีจึงได้พบเด็กพวกนี้บ่อยครั้ง

เมลิน่าเข้ามาทำงานกับอันเดรสในฐานะเลขาฯ ฝึกหัดของเขา แต่ไม่ถึงสองปีหลังจากนั้นอันเดรสก็เสียชีวิตลง หน้าที่ใหม่ของเมลิน่าคือรับหน้าที่เป็นเลขาฯ ของฆาเบียร์ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เมลิน่าทำมาจนถึงทุกวันนี้

"เมลิน่ามีแบ็คกราวด์ด้านไอทีด้วย ฉันเลยให้ช่วยเรื่องบล็อกกับเพจของฉันด้วย"

"ฉะนั้น ครอบครัวของเมลิน่านอกจากพวกเด็กๆ ที่สถานเลี้ยงดูก็คือพวกเราที่บริษัทนั่นแหละ"

ฆาเบียร์พูดยิ้มๆ

"แล้วมูลนิธิของพ่อคุณยังอยู่ไหม?"

"อยู่สิ ฉันกับอาปาทำตามความประสงค์ของพ่อ เราช่วยเด็กมากมายให้มีชีวิตใหม่"

"...ยิ่งปีนี้เราคงต้องทำงานกันหนัก หลังเฮอริเคนมาเรียเข้าตอนเดือนกันยาฯ บ้านเกิดของพ่อฉันเสียหายมากเลยนะ เจ ฉันก็คุยกับอาปาอยู่ว่าเราจะช่วยให้มากที่สุดเท่าที่จะช่วยได้"

ฆาบี้ถอนหายใจเมื่อนึกถึงสภาพที่เขาได้เห็นจากทางทีวี



"ส่วนริคกี้เนี่ยพ่อเขาเสียไปแล้ว ครอบครัวคนอื่นเท่าที่รู้ก็ไม่มีใครเหลือ อาปารับอุปการะส่งเสียเขาเรียนตั้งแต่ตอนม.ปลายหลังจากที่พ่อเขาตาย เพราะพ่อของริคกี้เคยเป็นคนในครอบครัวของอาปา..."

ฆาเบียร์ตัดสินใจเล่าเรื่องราวของแอนดี้ผู้เป็นพ่อของริคกี้ให้เจนยุทธฟัง เขาเล่ายาวไปจนถึงเรื่องราวชีวิตของคริสด้วย เจเช็ดน้ำตาป้อยๆ เมื่อได้ฟังถึงตอนที่สองพี่น้องได้พบกับเป็นครั้งสุดท้าย

"โอย โคตรเกลียดอิป้าเจดนั่นเลย"

เจโวยวายขึ้น

"...โลภมากไม่คิดถึงลูกตัวเองมั่งเลย สงสารคุณแอนดี้อ่ะ ริคกี้ด้วย"

ฆาเบียร์ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ยังติดที่หางตาเจ คริสและเขาเองก็สงสารครอบครัวนี้เช่นกัน พวกเขาถึงได้ตั้งใจจะผลักดันริคกี้ให้ไปไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

"เออ ว่าแต่คุณแอนดี้ไม่ใช่ลูกพ่อของอาปาแน่ใช่ไหม? การทำหมันสมัยก่อนก็อาจหลุดได้นา"

"อืมม์ อาปาก็บอกฉันว่าหลังๆ มาอาปาก็เคยคิดเหมือนกัน แต่ในตอนที่อาปายังหนุ่มเทคโนโลยีการตรวจดีเอ็นเอยังไม่แพร่หลาย ไม่เคยมีใครคิดจะพิสูจน์เรื่องนี้กัน..."

"...ตอนหลังมาพออาปารับริคกี้เข้าทำงานก็ต้องมีการตรวจสุขภาพ อาปาก็ให้เขาเอาตัวอย่างเลือดไปตรวจดีเอ็นเอเทียบกับของอาปาด้วย"

"แล้วผลว่าไงอ่ะ"

เจนยุทธถามอย่างอยากรู้

"ไม่ตรง ไม่มีความเกี่ยวพันเป็นญาติกันเลย"

"โอย สงสารอ่ะ"

เจนยุทธบ่นขึ้นมา เขาสงสารทุกคนที่เกี่ยวพันกับเรื่องนี้ ยกเว้นงูพิษอย่างอิป้าเจดตามที่เจเรียก เขาแอบคิดว่าพ่อของคริสใจร้ายน่าดูเหมือนกัน แต่ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะไม่อยากให้คริสต้องมีปัญหาภายหลัง

"นี่ ผมว่าจะไม่ถามละ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้อ่ะ"

"...ในฐานะของทายาทของอาปา คุณโอเคกับเรื่องนี้ไหมอ่ะ?"

"เรื่องไหนเหรอ เจ?"

"เรื่องที่อาปาจะสนับสนุนริคกี้ จะยกอะไรๆ ให้เขาด้วยน่ะ"

เจถามขึ้นด้วยความสงสัยว่าฆาเบียร์โอเคกับเรื่องนี้ไหม? แต่ฆาเบียร์ตีความสิ่งที่เจถามผิดไปไกล อาจจะด้วยความที่ยังคิดว่าคนมักเข้าหาตัวเองเพราะเงิน เขาขมวดคิ้วและทำหน้าตึง

"เจถามแบบนี้ทำไม? ฉันก็ต้องโอเคอยู่แล้วสิ นายต้องสนเรื่องนี้ทำไม? หรือนายกลัวว่าฉันจะจนลงแล้วไม่เหลืออะไร?"

ฆาเบียร์ยังพล่ามอะไรออกมาอีกหลายอย่าง อารมณ์ของเขาพลุ่นพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

"...ไม่ต้องห่วงหรอกเจ นอกจากทรัพย์สินของอาปา ฉันก็ยังมีส่วนของฉันและพ่ออยู่ ยังมีพอเลี้ยงเจอีกเยอะ"

ฆาเบียร์หัวเราะแค่นๆ ในใจเขาผิดหวังเมื่อคิดไปเองว่าในที่สุดเจก็ไม่ต่างกับคนอื่นที่เข้าหาเขาเพราะฐานะ



'เพี๊ยะ'

ฝ่ามือที่ไม่เบานักของเจนยุทธกระทบหน้าเมียตัวโตของเขาจนสะบัดไปด้วยความแรง

"พูดแบบนี้ คุณคิดว่าผมจะมาเกาะคุณอย่างนั้นสิ ฆาเบียร์"

เจแค่นหัวเราะ

"...ผมนึกว่าเราทำความเข้าใจกันแล้ว แต่ลึกๆ ในใจคุณก็ยังไม่ไว้ใจผมใช่ไหม คุณมาร์ติเนซ"

เขาถอดนาฬิกาเรือนใหม่ของเขาขว้างไปที่อกของฆาเบียร์ด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ

"เอาของๆ คุณคืนไป"

เจนยุทธถอดต่างหูคู่งามของคาตาลิน่าวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าฆาเบียร์

"ผมถาม เพราะแค่อยากรู้เฉยๆ ว่าคุณคิดยังไง..."

เจตะโกนใส่หน้าฆาเบียร์ด้วยเสียงที่สั่นเครือ

"ส่วนหนึ่งผมก็ห่วงความรู้สึกคุณในฐานะคนที่เคยเป็นลูกรักของอาปาว่าคุณจะโอเคไหมที่จะมีคนมาแบ่งความรักจากอาปาไป แต่ถ้าคุณจะคิดไปแบบนั้นก็ตามใจคุณ"

นัยน์ตาของเจนยุทธทอแววเจ็บปวด ขนาดนี้แล้วฆาเบียร์ก็ยังไม่เข้าใจเขา ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาทั้งสองมีทะเลาะกันง๊องแง๊งเล็กๆ น้อยๆ บ้าง แต่เรื่องเดียวที่ทำให้เจปรี๊ดแตกได้อย่างจริงจังมีแค่เรื่องแบบนี้เท่านั้น เจลุกขึ้นและเดินกลับเข้าไปในห้องนอนแล้วล็อคประตู ฆาเบียร์นั่งตัวแข็งทื่อกุมแก้มอยู่ นี่เป็นครั้งที่สองในชีวิตที่เขาโดนตบ ครั้งแรกคือนพในตอนเช้าหลังจากที่โดนเขาขืนใจ เขาได้สติเมื่อเสียงไลน์ในโทรศัพท์เขาดังขึ้น

'ผมโทรบอกพี่นพให้มารับคุณแล้ว หวังว่าพอผมออกมาก็จะไม่เจอคุณอีก'

'ของๆ คุณทั้งหมด ผมจะส่งตามไปที่บ้านพี่นพให้ทีหลัง ไม่ต้องห่วง แม้แต่ชิ้นเดียวผมก็ไม่เอาไว้'




ฆาเบียร์ลุกพรวดเดินไปที่ประตูห้องนอน เขาพยายามเปิดเข้าไปแต่เจล็อคประตู เขาตบประตู

"เจ เจ ออกมาคุยกันก่อน!"

ไม่มีคำตอบจากคนในห้อง แต่มีเสียงประตูตู้ปิดเปิดดังโครมคราม ฆาเบียร์ทุบประตูอีกด้วยความร้อนใจ เขาทุบจนมือของเขาแดงก่ำ

"เจ เจ...ฉันขอโทษ เปิดประตูให้ฉันเถอะ!"

เขาร้องขอเจนยุทธ แต่ก็ยังไม่มีเสียงตอบ

"เจ ฉันผิดไปแล้ว ยกโทษให้ฉันเถอะ เจ"

ฆาเบียร์กระซิบแล้วซบหน้าแนบกับประตู เขาใช้หน้าผากโขกประตูเบาๆ ด้วยความอัดอั้นตันใจ สติของเขากลับมาแล้ว เขาเป็นบ้าอะไรถึงพูดแบบนั้นออกไป เขาเผลอคิดไปได้อย่างไรว่าเจจะเป็นเหมือนคนอื่นๆ ที่เขาเคยควงด้วย เขาทรุดตัวลงนั่งเหม่อลอยกับพื้นห้อง เขานึกไปถึงรอบที่แล้วที่พวกเขาทะเลาะกัน นึกถึงตอนที่เขาคิดว่ากำลังจะเสียเจไป เขาเอนหลังพิงประตูห้องนอน เหงื่อเขาไหลโทรมกาย อาการนั้นมันกลับมาอีกแล้ว แต่ช่างหัวมันปะไร ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญอีกแล้ว น้ำตาเขาไหลรินออกมา



"เห้ย ไอ้ฆาบี้ มึงเป็นอะไร"

เขาได้ยินเสียงของนพดังขึ้นจากไกลๆ

"นพ มึงมารับกูเหรอ?"

ฆาเบียร์พูดเบาๆ นัยน์ตาของเขาเหม่อลอย เขาไม่รู้ว่าตัวเองนั่งอยู่แบบนี้นานเท่าไหร่แล้ว

"กูไม่ไป กูจะอยู่นี่ กูจะอยู่กับเจ"

น้ำตาของเขาไหลออกมาอีก นพซึ่งเข้ามาในห้องเพราะกุญแจสำรองที่เจเคยให้ไว้เผื่อยามฉุกเฉินหลังจากกดกริ่งอยู่นานนั้นตกใจกับภาพที่ได้เห็น เขาเคยได้ยินเจเล่าถึงอาการของฆาเบียร์แต่ไม่เคยเห็นของจริงมาก่อน เพื่อนตัวโตของเขาเริ่มพูดไม่รู้เรื่องและทำท่าจะลงนอนกับพื้นห้อง

"เวรละ ไอ้ฆาบี้ มึงจะมานอนตรงนี้ไม่ได้ แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน?"

"เจโกรธกู มันโกรธกูอีกแล้ว กูมันโง่เอง ไปพูดกับมันแบบนั้น กูมันโง่..."

นพค่อยๆ ซักถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ฆาเบียร์ซึ่งเหมือนคนเพ้อก็ระบายทุกอย่างออกมาหมด

"มึงก็ใจดีๆ ก่อน ฆาบี้ ไอ้เจมันโกรธง่ายหายเร็ว เดี๋ยวมันก็หาย เดี๋ยวกูคุยกับมันให้"

เมื่อได้ระบายออกมา อาการของฆาเบียร์ก็ดีขึ้นเล็กน้อย นพเดินไปตบประตูห้องนอน

"เจ มึงเปิดประตูหน่อย มาคุยกันดีๆ ก่อนไหม?"

คนตัวเล็กในห้องยังคงเงียบเสียง

"เจ มึง ออกมาเหอะ ไอ้ฆาบี้มันไม่ได้ตั้งใจพูดหรอก ยกโทษให้มันเถอะ"

นพเริ่มร้อนใจเขาค้นลูกกุญแจในพวงที่เจให้มาแล้วลองไขดูทุกดอก



'แกร๊ก'

นพรีบผลักประตูเปิดออกและเดินเข้าไปในห้อง ฆาเบียร์รีบลุกเดินตามเข้าไป ในห้องนั้นเละเทะไปหมด เจเอาเสื้อผ้าและข้าวของทั้งหมดของฆาเบียร์มากองไว้บนเตียงและบนพื้น ตัวเขาเองนอนขดอยู่บนเตียงโดยซุกหัวไว้ใต้หมอน นพกำลังจะเดินไปดูเจ แต่ฆาเบียร์พรวดเข้าไปถึงตัวก่อน นพถอยออกมายืนดูห่างๆ

"งั้น พวกมึงเคลียร์กันซะ ไอ้ฆาบี้ ถ้าต้องการความช่วยเหลือก็เรียกกู"

นพโคลงหัว เขาจะต้องปวดหัวกับไอ้สองตัวนี้อีกกี่รอบ ฆาเบียร์ดึงหมอนออก คนตัวเล็กนอนหลับสนิทโดยมีคราบน้ำตาเป็นทางบนหน้า ที่นอนที่เปียกชื้นแสดงให้เห็นว่าเขาคงร้องไห้จนหลับไป ฆาเบียร์เขย่าปลุกเจเบาๆ เจสะดุ้งเฮือก แล้วรีบขยับห่างออกจากตัวเขา

"เข้ามาได้ยังไง? ออกไปเดี๋ยวนี้!"

เขาออกปากไล่คนตัวโตอย่างไม่มีเยื่อใย

"เจ...ฉัน ฉันขอโทษ ฉันผิดไปแล้ว ยกโทษให้ฉันเถอะ ฉันเข้าใจผิดไปเอง ฉัน..."

"เหอะ เก็บคำขอโทษของคุณไว้เถอะ คุณมาร์ติเนซ สุดท้ายแล้วในใจคุณก็ไม่ไว้ใจผม ก็ยังดูถูกผมอยู่ดี แบบนี้เราคงอยู่ด้วยกันต่อไปไม่ได้"

เจพูดออกมายาวเหยียดด้วยความอัดอั้นตันใจ ถ้าคนตัวโตยังมีความคิดแบบนี้ เขาก็จะไม่อยู่ให้ดูถูกมากไปกว่านี้ ที่น่าโมโหที่สุดคือนี่มันก็เป็นเรื่องเดิมกับที่เขาทะเลาะกันเมื่อคราวที่แล้ว เรื่องเงิน เรื่องฐานะ คนตัวโตคนนี้ไม่ได้คิดบ้างเลยหรือไง

ฆาเบียร์คอตก คนตัวเล็กคงยังไม่ให้อภัยเขาง่ายๆ คราวนี้เป็นความผิดของเขาเต็มๆ ที่ด่วนสรุปอะไรไปเองโดยรู้ทั้งรู้ว่าเจไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่ๆ แต่เขาก็ยังอดคิดมากไม่ได้จนพูดแบบนั้นออกไป ตอนนี้เขาก็คงต้องไปก่อนและรอให้เจอารมณ์เย็นลง ฆาบี้ถอนหายใจ แล้วลุกขึ้นยืน

"ถ้าเจต้องการ ฉันก็จะออกไปก่อน แต่อยากให้เจรู้ว่าฉันเสียใจกับสิ่งที่พูดออกไป และหวังว่าเจจะยกโทษให้ฉัน"

ฆาบี้เดินโซเซออกห้องไป เขามึนไปหมดแล้วตอนนี้

"ถ้าเสียใจนัก คราวหลังก็ไม่ต้องพูดมันออกมานะ คุณมาร์ติเนซ"

เจนยุทธพูดไล่หลังร่างกำยำที่ปิดประตูตามหลังอย่างแผ่วเบา




'โครม'

"เห้ย ไอ้ฆาบี้ มึง... ไอ้เจ ไอ้เปรตเจ มึงรีบออกมานี่เร็วๆ"

เสียงเก้าอี้ล้มและเสียงโวยวายของนพทำให้เจนยุทธรีบพรวดออกไปนอกห้องนอน เมียตัวโตของเขานอนหายใจหอบถี่ ตัวเกร็งอยู่บนพื้น โดยมีนพยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ข้างๆ

"พี่นพ ขอถุงกระดาษ เร็ว!"

เจรีบสั่งนพ เขาชี้ไปที่ถุงบนเคาเตอร์ครัว ตัวเองลงนั่งคุกเข่าประคองคนตัวโต ฆาเบียร์มีอาการไฮเปอร์เว็นติเลชั่นอีกแล้ว ที่เขาต้องทำคือให้เจ้าตัวหายใจในถุงกระดาษเพื่อเพิ่มคาร์บอนไดอ็อกไซด์ในเลือด วิธีนี้อาจไม่ได้ผลกับทุกคนแต่สำหรับฆาเบียร์ที่เคยปรึกษาแพทย์มาแล้ว วิธีนี้ถือว่าใช้ได้กับเขา เจขยับฆาเบียร์ให้นั่งพิงอกเขาแล้วเอาถุงกระดาษครอบปากและจมูก

"หายใจลึกๆ ฆาเบียร์ แบบที่หมอเคยสอน..."

เจเอาถุงออกเมื่อเห็นว่าฆาเบียร์เริ่มดีขึ้น ฆาบี้ที่เริ่มได้สติพยายามหายใจโดยใช้หน้าท้องแบบที่เคยเรียนมา อาการหายใจหอบถี่ของเขาเริ่มลดลงจนกระทั่งเป็นปกติ

"ยาอยู่ไหน?"

เจนยุทธถามห้วนๆ ฆาเบียร์อุบอิบตอบเบาๆ ว่ายาหมดแล้ว ปกติเขาจะพกยาที่ช่วยอาการนี้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น แต่ช่วงนี้เขาไม่เกิดอาการนี้แล้วแถมยังเห็นว่ามาที่เชียงใหม่ก็คงไม่มีโอกาสเกิดอาการนี้อีกก็เลยไม่ได้ติดมาเพิ่ม เจถอนหายใจ เขาขอให้นพช่วยประคองฆาเบียร์ขึ้นนั่งบนโซฟาแล้วเดินไปในห้องนอน เขากลับมาพร้อมกับยาที่ฆาเบียร์ต้องกิน คริสเคยให้เขาไว้ติดห้องเผื่อเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น เขายื่นยาพร้อมแก้วน้ำส่งให้ฆาเบียร์ซึ่งกินลงไปอย่างว่าง่าย

"ทำไมถึงไม่รู้จักระวังตัวบ้าง คุณมาร์ติเนซ"

ฆาเบียร์หน้าจ๋อย ชัดเจนว่าเจนยุทธยังเคืองเขาอยู่ เจถอนหายใจแล้วหันไปพูดกับนพที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆ

"พี่นพ ขอบคุณมากนะพี่ที่อุตส่าห์มารับ แต่สงสัยวันนี้ตานี่จะยังไปด้วยไม่ไหว ไว้ถ้าโอเคแล้วจะขอเอาไปฝากบ้านพี่นพจนกว่าอาปาจะมานะครับ"

ฆาเบียร์แสนปวดใจเมื่อได้ยินคำพูดของเจจนเขาอยากจะชักหรือเป็นลมไปอีกสักรอบ แต่มันก็คงไม่ได้ผล เขาเอื้อมมือไปจับมือเพรียวของเจแต่ก็ถูกปัดทิ้งไม่ใยดี




'ป้าบ'

นพตบหัวไอ้น้องชายด้วยความหมั่นไส้ เขาคบมันมานานพอที่จะรู้ว่านี่คือการงอนแบบโง่ๆ ของมัน แต่ในใจมันไม่ได้คิดแบบนั้นเลยสักนิด เขาเห็นสีหน้าที่ร้อนใจจนแทบจะร้องไห้ของมันตอนฆาเบียร์ล้มลงไป ถ้ามันไม่ใส่ใจจริงๆ มันก็คงปล่อยให้เขาลากคนตัวโตไปส่งโรงพยาบาลคนเดียวแน่ๆ

"ไอ่วอกน่อยนี่"

นพด่าเป็นคำเมืองก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้ภาษาอังกฤษเหมือนเดิม

"มึงน่ะ ไม่ต้องมาทำงอนโง่ๆ ได้ไหม ผัวมึงจะชักตายอีกรอบแล้ว"

"เมียโว้ย บอกหลายรอบแล้วว่าเมียๆๆๆ"

เจเผลอแว๊ดเถียงออกมาอย่างลืมตัว ฆาเบียร์ใจพองโตเมื่อได้ยินเจนยุทธยังเรียกเขาว่าเมียเต็มปากเต็มคำ นพหัวเราะหึๆ เขานึกแล้วไม่ผิด

"เจจ๋า..."

ฆาเบียร์เอื้อมมือไปแตะมือของของเจ

"ไม่ต้องมาจับ!"

คนตัวเล็กแว๊ดขึ้น ความโกรธของเขาหายไปหมดตอนที่เห็นฆาเบียร์นอนตัวเกร็งอยู่บนพื้นแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ความงอนและความน้อยใจเล็กน้อยเท่านั้น แต่จะให้ยอมยกโทษให้ง่ายๆ อิตาบ้าที่นั่งทำหน้าซื่อบื้ออยู่ตรงหน้าก็คงไม่รู้สึกรู้สมอะไร ฆาเบียร์ดึงมือกลับ เขาก้มหน้าลง

"ฉันเสียใจจริงๆ เจ ฉันไม่ควรคิดแบบนั้นเลย..."

"...ฉันเข้าใจที่เจจะโกรธและไม่อยากเจอหน้าฉัน ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวฉันจะไปกับนพเอง"

ฆาเบียร์ฝืนยิ้มให้เจนยุทธ เขาลุกขึ้นแล้วเดินเซน้อยๆ ไปหยิบกระเป๋าเงินและโทรศัพท์ที่วางไว้บนเคาเตอร์ครัว

"...เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะเข้ามาเก็บของ แต่ฉันขออย่างหนึ่งได้ไหมเจ?..."

ฆาเบียร์เดินกลับมาแล้วส่งต่างหูของคาตาลิน่าคืนให้เจนยุทธ

"ฉันไม่ขอรับมันคืน ถ้าเจไม่เอา จะเอาไปทิ้งที่ไหน ก็ตามใจเลย"

เจนยุทธไม่ยอมยื่นมือมารับต่างหูนั้น ฆาเบียร์ถอนหายใจ เขากำลังจะเอามันไปวางไว้ที่เคาเตอร์ครัวเมื่อเจเปิดปากพูดขึ้น

"ถ้าอยากคืนให้นัก ก็มาใส่คืนให้เองสิ"

ฆาเบียร์ยืนงง

"ต่างหูน่ะ ตาบื้อ"

ฆาเบียร์ลนลานนั่งคุกเข่าลงที่หน้าเก้าอี้นวมที่เจนั่งอยู่และบรรจงใส่ต่างหูของแม่ที่หูซ้ายของคนตัวเล็ก เขาขยับจะจุมพิตที่ปากสวยๆ นั้นแต่เจเบี่ยงตัวหลบ

"ผมยอมให้ ไม่ได้แปลว่าผมหายโกรธคุณ ฆาบี้ ผมแค่ไม่อยากให้คุณมาเป็นลมเป็นแล้งในห้องผมอีกและไม่อยากให้พี่นพต้องมามีภาระเพิ่มอีก"

เจตวัดสายตาดุๆ ส่งให้คนตัวโต นพตะโกนบอกมาจากครัวว่าไม่ต้องเอาเขามาอ้าง เจหันไปบ่นไอ้พี่ชายเบาๆ เป็นภาษาไทย

"อีกอย่าง ผมหิวแล้ว นี่ก็จะถึงเวลานัดแล้ว ผมไม่อยากเสียนัด ไว้กินข้าวเสร็จแล้วผมจะกลับมาคิดบัญชีกับคุณทีหลัง"

เจนยุทธทำเสียงจริงจัง แต่ฆาเบียร์โล่งใจเมื่อเห็นแววตาเจ้าเล่ห์ในตาของคนรัก เขาค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าเจคงหายโกรธเขาแล้วแต่ทีนี้แค่ต้องมารอดูว่าเจ้าตัวเล็กจะ "ทำโทษ" เขายังไง


ฺ(ต่อเมนท์ถัดไป)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-09-2017 22:15:23 โดย La Vida Sin Tu Amor »

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- ล้ม(วัว) ---- (ต่อ)



"เออ ไง มึง ถึงร้านหรือยัง?"

เจนยุทธโทรหาซันซัน

"โอเค พวกมึงกินกันไปก่อนเลย เอาแบบ 670 เหมือนทุกทีนะ เดี๋ยวกูไปช้าหน่อย สั่งเผื่อด้วย เนื้อจานใหญ่ 2 กุ้ง 10 ตัว เนื้อสัน 2 ชิ้น เอาแค่นี้ก่อนอ่ะ เดี๋ยวรีบไป"

เจวางหูโทรศัพท์ เขายิ้มกริ่มเมื่อนึกถึงรสชาติอาหารที่เขาจะได้กิน นพซึ่งขับรถพาคู่รักเพี้ยนๆ ไปที่ร้านมองหน้าเจอย่างหมั่นไส้

"เรื่องกินมาก่อนจริงๆ นะ มึงอ่ะ แล้วนี่มึงหายโกรธหรือยังวะ?"

เขาพูดกับเจเป็นภาษาไทย เจก็ตอบกลับมาเป็นภาษาไทยเช่นกัน

"โหย พี่นพ เห็นพี่แกเป็นลมไปแบบนั้นผมก็ใจจะขาดแล้ว ทนโกรธไม่ไหวหรอก แต่ก็ของอนหน่อยเหอะ"

ไอ้น้องตัวดีของเขาทำเสียงอ่อยๆ

"เนี่ยน้า กูก็เตือนพวกมึงตั้งแต่คราวที่แล้วละ เวลาจะทะเลาะกันให้คิดดีๆ คิดถึงตอนจะเสียเขาไปด้วย นี่ถ้าวันนี้มันเป็นอะไรหนักกว่านั้น เป็นแบบที่กู้กลับมาไม่ได้ มึงนั่นแหละที่จะมานั่งเสียใจนะไอ้เจ"

เจนยุทธหน้าจ๋อย เขาก็รู้อยู่หรอก แต่ว่าวันนี้สิ่งที่ฆาเบียร์พูดและคิดนั้นช่างใจร้ายกับเขาเหลือเกิน

"แล้วไม่ต้องพามันไปหาหมอแน่เหรอวะ?"

นพถามอย่างสงสัย จากสายตาเขามันดูร้ายแรงมาก

"ไม่ต้องอ่ะ พี่ มันเป็นอาการที่ไม่ได้เป็นอันตรายอะไร แค่แก้ไขให้หายก็โอเคละ แต่เดี๋ยวคงต้องถามเรื่องหยูกยาให้เรียบร้อย"

"งั้นเดี๋ยวคืนนี้กินข้าวเสร็จให้อารมณ์ดีแล้วพวกมึงก็เคลียร์กันซะนะ เรื่องนี้ทะเลาะกันมาสองรอบแล้ว ต้องรีบเคลียร์ ไม่งั้นก็จะมีปัญหาเดิมซ้ำๆ ตลอด แต่ก็ใจเย็นๆ กับมันหน่อยนะ กูขอ"

เจพยักหน้า เขาต้องคุยกับฆาเบียร์ให้รู้เรื่องซักที เขาขอบคุณนพที่มาช่วยเป็นกันชนให้พวกเขา นพยกมือขยี้หัวไอ้น้องชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดู

"เฮ้ สองคนนั้นน่ะ พูดอะไรกัน ให้ฉันเข้าใจด้วยได้ไหม?"

ฆาเบียร์ซึ่งนั่งหน้าตูมอยู่ที่เบาะหลังส่งเสียงมาอย่างขัดใจ คนตัวเล็กหันมามองแล้วสะบัดหน้าหนี ส่วนเพื่อนตัวกลมคนเคยรักของเขานั้นหัวเราะคิกคักแถมยังเอื้อมมือไปโอบไหล่เจโชว์เขาอีก ฆาบี้นั่งหน้าตึงมาตลอดทางจนถึงร้านเนื้อย่างชื่อดังของเชียงใหม่อย่างซูซูรัน



เจนยุทธลงรถด้วยความดี๊ด๊า เขาไม่ได้มาที่นี่พักใหญ่แล้วและตอนนี้เขาพร้อมล้มวัวเต็มที่ กลิ่นหอมๆ ของเนื้อย่างทำให้เขาลืมเรื่องขุ่นเคืองใจไปซะสนิท เขาเดินเข้าร้านโดยไม่รอใครและเดินไปยังโต๊ะที่ซันซันกับปรินซ์นั่งย่างเนื้อรออยู่แล้ว เขาลงนั่งตรงข้ามปรินซ์ ฆาเบียร์ทักทายสองหนุ่มและเลื่อนเก้าอี้จะลงนั่งข้างเขาแต่เจชี้ให้เขาไปนั่งหัวโต๊ะและให้นพนั่งข้างเขาแทน

"ขอฉันนั่งข้างเจไม่ได้เหรอ?" คนตัวโตทำหน้าเว้าวอน

"นี่ก็ข้างแล้วนี่ แค่คนละด้านของโต๊ะ คุณย่างไม่ทันพวกผมอยู่แล้ว นั่งตรงนั้นไปเดี๋ยวผมจัดการให้ อยากกินอะไรก็บอก"

ฆาเบียร์สบายใจขึ้นเมื่อได้ยินเหตุผลของเจ เมื่อเจอของกินเจก็โยนเรื่องขุ่นเคืองทิ้งไปก่อน เขาบอกฆาเบียร์ว่าวันนี้พวกเขาสั่งบุฟเฟต์ราคา 670 บาท ซึ่งประกอบด้วยเนื้อลาย เนื้อสัน และเนื้อติดมันแบบคัดพิเศษแล่เป็นแผ่นบาง กุ้งแม่น้ำไซส์ใหญ่กว่าที่มีให้ตักในบุฟเฟต์ และเนื้อสันที่หั่นมาแบบสเต๊ก นอกเหนือจากนั้นก็ยังสามารถตักอาหารอีกหลายอย่างได้จากไลน์บุฟเฟต์ หรือสั่งพวกแป้งอย่างอุด้งร้อน เย็น ข้าวปั้นและข้าวยำเกาหลีได้จากใบสั่งบนโต๊ะ  เขาชวนฆาเบียร์ให้ลุกไปตักอาหาร

"ในไลน์ก็มีพวกของที่ให้ย่างๆ อย่างแซลมอน ซาบะ ไก่ ตับไก่ ปลาหมึก หอยหวานอะไรพวกนี้ ช่วงที่แล้วเขาเคยมีหอยหลอดด้วย แต่คงไม่ค่อยมีคนกิน หลังๆ มานี่ผมก็ไม่เห็นอีก"

"อ๊ะ ปลาไข่นี่ ไม่ต้องหวังว่าจะเจอไข่นะ หลังๆ มาผมตักไม่ค่อยเจอแบบมีไข่ สงสัยเขาจะเอาปลาไข่ตัวผู้มา แต่คุณจะลองก็ได้นะ"

เจหัวเราะร่วนบอกฆาบี้ที่กำลังจะคีบปลาไข่ ฆาเบียร์วางที่คีบลงอย่างเสียดาย เขาตักแซลม่อนมานิดหน่อย เจตักไก่กับตับไก่มา 2-3 ชิ้น หอยหวาน 2-3 ตัว และเนื้อดิบหั่นหนาๆ และเนื้อที่เผาไฟแค่ผิวด้านนอก

"พวกนี้เป็นซาชิมิเนื้อน่ะ คุณจิ้มมันกับน้ำจิ้มนี้แล้วกินกับกระเทียมขูดและวาซาบิ"

เจชี้ให้ดูน้ำจิ้มที่เขียนไว้ว่าน้ำจิ้มซาชิมิเนื้อ น้ำจิ้มที่นี่มีหลายแบบมาก ทั้งน้ำสุกี้ น้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำจิ้มสีเขียวซึ่งเจบอกว่าเป็นแบบดั้งเดิมที่สุดของร้าน ซอสโชยุ ซอสโชยุหวานซึ่งก็คือน้ำหมักเนื้อของร้านนี้ ฆาเบียร์ยังไม่กล้ากินเผ็ดมากนัก เขาเลยเอามาแค่โชยุและโชยุหวาน ส่วนอย่างอื่นเขาจะขอชิมจากเจ เจตักมาแค่น้ำจิ้มซีฟู้ดและโชยุ เขาตักกระเทียมขูดและวาซาบิมาอีกด้วย



"คุณนี่ตัวกินผักจริงๆ นะ ฆาเบียร์"

เจยิ้มอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นคนกลัวอ้วนคีบผักสลัดคอสหรือที่อเมริกันเรียกว่าโรเมนใส่จานจนเกือบเต็ม ผักคอสที่นี่สวยกว่าร้านสลัดหลายๆ ที่ เขานึกว่าฆาบี้จะทำเป็นสลัด แต่เขากลับยกกลับโต๊ะทั้งอย่างนั้น นอกจากผักคอสแล้ว ที่ร้านยังมีพวกผักสำหรับย่างอย่างเห็ดหลายๆ ชนิด พริกหวาน หัวหอม และข้าวโพดอ่อน นอกเหนือจากของสำหรับย่าง ที่ร้านยังมีซุปและข้าวหน้าเนื้อ โอโคโนมิยากิและพวกลูกชิ้นทอด ของพวกนี้เจบอกฆาเบียร์ว่าไม่ต้องตักไปให้รกท้อง

"เจ ร้านนี้เขาไม่มีหมูเหรอ?"

ฆาเบียร์ถามอย่างสงสัย

"ร้านนี้เจ้าของเป็นมุสลิมน่ะ ฉะนั้นจะมักเห็นครอบครัวมุสลิมมากินที่นี่บ่อยๆ"

เจนยุทธกำลังจะเริ่มย่าง วันนี้โต๊ะของเขาออกจะเล็กไปหน่อยสำหรับคน 5 คน เตาก็เล็กด้วย ก็คงต้องจัดสรรที่กันดีๆ หน่อย ดีที่เพื่อนสองคนที่มากันก่อนหน้าเริ่มลดความเร็วกันแล้ว ก็เลยไม่ค่อยแย่งกันเท่าไหร่

"คุณดูเนื้อสิ ฆาเบียร์ ลายสวยเชียว"

เจชี้ให้ดูเนื้อสามอย่างที่มาบนจานใหญ่ มันประกอบด้วยเนื้อสันหรือเซอร์ลอยน์แผ่นใหญ่ที่ติดมันด้านบน เนื้อติดมันแผ่นสี่เหลี่ยมเล็ก และเนื้อชิ้นเล็กที่มีลายงดงามแทรกในเนื้อ ฆาเบียร์ถอนใจ วันนี้ไขมันในเลือดเขาคงขึ้นไปอีกเยอะ เจย่างเนื้อให้เขาชิมอย่างละชิ้น สำหรับเนื้อเซอร์ลอยน์นั้น ด้วยความที่มันสไลซ์ออกมาบาง เจจึงจับมันทบแล้วจึงย่าง

"มันจะทำให้เราได้เนื้อที่ยังแดงๆ ด้านในอยู่"

เจบอกเขาแบบนั้น อย่างหนึ่งที่เขากับเจนยุทธชอบเหมือนกันคือเนื้อย่างที่ไม่สุกมาก ประเภทจี่ข้างละสิบวิ แบบนั้น เจย่างเนื้อมาให้เขาได้ความสุกแบบที่เขาชอบพอดี เขาชิมทั้งสามอย่างโดยใช้ผักห่อก่อนกินแล้วก็สรุปว่าชอบเนื้อลายที่สุด รองลงมาคือเซอร์ลอยน์ ส่วนน้ำจิ้ม เขาว่าน้ำจิ้มซีฟู้ดที่เจตักมาก็อร่อยดี แต่ที่เขาชอบที่สุดคือผงหมาล่าที่มีวางไว้ให้ทุกโต๊ะ เขาชอบรสชาติเผ็ดซ่าที่ปลายลิ้นของมัน มันทำให้เขานึกถึงพวกอาหารเสฉวนที่เคยกินที่ฮ่องกง

"หมาล่าเป็นของใหม่สำหรับคนเชียงใหม่นะ เพิ่งมาบูมเมื่อสองสามปีที่ผ่านมานี่เอง ตอนนี้คุณไปที่ไหนก็จะเจอร้านปิ้งย่างที่ใส่หมาล่าเปิดเต็มไปหมด ไว้ซักวันจะพาไปกินแล้วกันนะ"

เจเล่าไปคีบเนื้อไป ฆาเบียร์มองเจอย่างเพลิดเพลิน คนตัวเล็กของเขาและอีกสามคนก้มหน้าก้มตากินเหมือนไม่ได้มาด้วยกัน แต่สงครามแย่งที่ปิ้งบนตะแกรงทำให้การกินมื้อนี้สนุกสนาน




"เอ้า กุ้ง"

เจคีบกุ้งตัวโตที่ปิ้งเสร็จร้อนๆ ขึ้นมาแล้วจัดการแกะให้เขาเสร็จสรรพ

"หวานจัง"

ฆาเบียร์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ชมกุ้งที่คนรักแกะให้

"โอ๊ย มดกัด น้องๆ โดนกัดกันไหมครับ?"

ไอ้เพื่อนตัวแสบของเขาบ่นขึ้นมาดังๆ สองหนุ่มเพื่อนเจที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามได้แต่หัวเราะแหะๆ ส่วนเจนั้นทำหูทวนลม



"อ่ะ เจ กูป้อน"

คนขี้แกล้งอย่างนพคีบเนื้อลายที่ปิ้งได้ที่แล้วป้อนใส่ปากไอ้เจตัวแสบที่ก็อ้าปากรับอย่างดี แล้วยังคีบป้อนนพคืนอีกต่างหาก ทั้งสองคุยกันหัวเราะคิกคักเป็นภาษาไทยแล้วก็ทำท่าเหมือนนึกได้เลยเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ

"นึกถึงตอนพี่นพพาผมมาร้านนี้ครั้งแรกเนาะ ตอนนั้นผมไม่รู้เลยว่าจะกินอะไรได้มั่ง"

"ก็เมื่อก่อนมึงไม่ค่อยกินเนื้อนี่ มาถึงก็จะกินแต่ไก่กับไส้กรอกท่าเดียว"

"ใช่ๆ กูก็จำได้ว่าเมื่อก่อนมึงไม่กินเนื้อนี่ เจ" ซันซันเสริม

"อือ กูมาเริ่มกินหลายๆ อย่างก็ตอนกินข้าวกับพี่นพนี่แหละ ทั้งเนื้อวัว เครื่องใน หลายๆ อย่างอ่ะ ต้องขอบคุณพี่นพจริงๆ ที่เปิดโลกทัศน์การกินให้กับผม"

เจนยุทธพูดยิ้มๆ แล้วหันไปยิ้มหวานให้กับนพ

"อ่ะ พี่นพ ผมแกะกุ้งให้"

เจยื่นกุ้งที่แกะแล้วให้นพ แต่ก่อนจะถึงจานนพ ฆาเบียร์ก็ดึงมือเขาให้ส่งกุ้งเข้าปากของตัวเองแทน

"เห้ย ฆาเบียร์ ผมแกะให้พี่นพ อยากกินก็บอกดิเดี๋ยวผมแกะให้ใหม่"

คนตัวเล็กของเขาดุมา ฆาเบียร์ที่รู้สึกคันยุบยิบในหัวใจตั้งแต่เห็นสองคนนั้นพูดหยอกล้อป้อนกันไปป้อนกันมาแล้ว รู้สึกตกใจตัวเองเมื่อรู้ตัวว่าเขากำลังหึงนพกับเจ คนขี้แกล้งตัวโตที่นั่งอยู่ข้างเจนยุทธเหมือนจะรู้สึกตัวแล้ว และส่งสายตายิ้มๆ มาให้เขา ทั้งๆ ที่เขาเห็นแววตาขี้เล่นของมัน เขาก็อดหัวร้อนวูบขึ้นมาไม่ได้เมื่อเห็นนพยื่นหน้าไปกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเจ ปากนพแทบจะสัมผัสแก้มใสๆ ของเจอยู่แล้ว ฆาเบียร์ลุกพรวด แล้วดึงเจให้ลุกแล้วดันให้ไปนั่งแทนที่เขาแล้วตัวเองลงนั่งแทนที่เจ

"มึงไม่ต้องเจ๊าะแจ๊ะกับเจมากนักก็ได้ นพ"

ฆาเบียร์พูดเสียงแข็ง นพหัวเราะก๊ากออกมา

"เห็นไหม กูบอกมึงแล้ว ไอ้เจ"

นพหันไปคุยกับเจที่นั่งหน้าแดงก่ำอยู่ที่หัวโต๊ะ เขาเคยเปิดอกคุยกับนพว่าเขาเคยกลัวว่าฆาเบียร์จะยังรักนพอยู่แล้วเห็นเขาเป็นแค่ตัวแทน ถึงปากเขาจะบอกฆาเบียร์ว่าเขาไม่กังวลแล้วแต่ลึกๆ ในใจก็ยังมีบ้าง นพนั้นรับประกันกับเขาว่าเรื่องนี้ไม่มีวันเกิดขึ้นแน่นอน และบอกเขาว่าถ้าสบโอกาสเหมาะๆ เขาจะพิสูจน์ให้ดูว่าในตอนนี้ฆาเบียร์ให้ความสำคัญเจมากกว่าเขามากและวันนี้เขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ฆาเบียร์ทำหน้างงๆ หันไปถามเจที่นั่งหน้าแดงอยู่ เมื่อเจบอกให้ฟังฆาเบียร์ก็พาลนั่งหน้าแดงไปด้วยอีกคน

"ฉันก็บอกแล้วว่าไม่คิดอะไรแล้วไง"

ฆาเบียร์บ่นพึมพำ เจคีบเนื้อย่างชิ้นสวยส่งให้อย่างเอาใจ คนตัวโตของเขาก็อ้าปากรับอย่างคุ้นชิน

"กินเนื้อเยอะๆ นะ ฆาเบียร์"

เจกำชับ เขาเคยอ่านเจอว่าการกินโปรตีนช่วยเพิ่มสารสื่อประสาทที่ทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวยและกระปรี้กระเปร่าได้



อาหารมื้อนี้ผ่านไปด้วยความอร่อยและสนุกสนาน พวกเขาย่างไปคุยไป ด้วยความที่ร้านนี้ไม่จำกัดเวลามันทำให้พวกเขากินได้แบบไม่ต้องเร่งรีบมากนักและมีเวลาคุยกัน เจมองภาพคนรักตัวโตของเขาคุยกับเพื่อนๆ ทั้งสองด้วยความอิ่มใจ ฆาเบียร์กำลังให้คำแนะนำในด้านการลงทุนและการบริหารให้กับเพื่อนของเขาทั้งคู่ ทั้งสองคนโดยเฉพาะปรินซ์มองฆาเบียร์อย่างเคารพมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เมื่อมีโอกาสพวกเขามักหาเวลามาคุยกับเมียตัวโตของเจเสมอ ทั้งสองคนกำลังผลัดกันเล่าว่าพวกเขาได้เอาเรื่องที่ฆาเบียร์สอนไปใช้กับธุรกิจของแต่ละคนอย่างไร

เจนยุทธยิ้มอย่างสุขใจ มื้อเย็นวันคริสต์มาสที่เขาเตรียมให้ฆาเบียร์วันนี้เป็นไปตามเป้าหมายแล้ว เขาต้องการให้มันเป็นมื้อที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยรอยยิ้มและหัวเราะ แม้จะมีเรื่องก่อนหน้านั้น อีกทั้งคนตัวโตของเขาจะดันหึงและไม่ค่อยรู้สึกสนุกในทีแรกก็ตาม แต่เท่าที่ดูในตอนนี้อาหารมื้อนี้ก็ได้ทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีแล้ว

เจคีบสัปปะรดที่เขาเอาลงไปย่างไว้ขึ้นมาใส่จานแต่ยังไม่ทันกินก็โดนฆาเบียร์ฉวยไปใส่ปากเคี้ยวหยับๆ

"อร่อยดีนะ เจ ทำให้ฉันนึกถึงบาร์บีคิวช่วงหน้าร้อนแถวบ้านเลย"

ฆาเบียร์พูดยิ้มๆ เจทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

"ตายห่าน ลืมไปซะสนิทเลย...ว่าจะมาชวนทุกคนไปงานเลี้ยงสิ้นปีที่บ้านพี่จืดที่แม่แตงน่ะ"

เขาดันลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปซะสนิท ทั้งสามคนตอบรับว่าน่าจะไปได้แต่ขอเช็คกับทางบ้านก่อน

"ผมลืมบอกคุณด้วยอ่ะ ฆาเบียร์ ผมว่าจะชวนอาปากับสองแสบไปด้วย ไม่รู้พวกเขาจะว่างกันหรือเปล่า"

"เดี๋ยววันนี้ถ้าเข้าบ้านฉันจะลองถามเมลิน่าให้นะ แต่คิดว่าไม่มีปัญหา"

"แม่...เอ่อ แม่ก็ชวนอยู่น่ะ บอกว่าอยากทำความรู้จักกับอาปาของคุณไว้"

เจหน้าแดง คำของแม่เขาคือ 'ไหนๆ ก็เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว' ฆาเบียร์พยักหน้ารับรู้ ในใจเขากังวลเล็กๆ เพราะไม่รู้ผู้ใหญ่ของพวกเขาทั้งคู่จะคุยเรื่องอะไรกัน



เจนยุทธลุกจากที่นั่งและไล่ฆาเบียร์กลับไปนั่งที่เดิมของตัวเองส่วนตัวเขาเดินไปตักของกินมาเพิ่มแล้วเดินกลับมาที่โต๊ะ

"ไอ้ปรินซ์ มึงปล่อยมือเลย จะขูดหาเลขหวยเหรอ?"

เจตีหน้ายักษ์ใส่เพื่อนสนิทอย่างลืมตัว ปรินซ์ซึ่งกำลังลูบๆ คลำๆ กล้ามแขนที่ฆาเบียร์เบ่งให้ดูรีบลดมือลงอย่างงงๆ คนตัวโตเองก็ทำหน้างงเล็กน้อยเพราะไม่เข้าใจภาษาไทย เขาก็ยิ้มน้อยๆ ออกมาเมื่อนพแปลให้เขาฟัง ดูท่าแล้วเจยังมีทีท่าหวงเขาอยู่แสดงว่าก็คงไม่ได้โกรธเขามากอย่างที่กังวล

"อะไรของมึง ป๋าเขากำลังแนะนำกูเรื่องการบิลด์กล้าม"

ปรินซ์ตอบกลับมาเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อนตัวล่ำของเจเกาหัวแกร่กๆ นี่เขาทำอะไรผิดไป? เขาแค่ขอคำแนะนำในการสร้างกล้ามเนื้อจากหนุ่มใหญ่ร่างงามคนนี้แค่นั้นเอง

"ใช่ เจ ปรินซ์แค่ขอคำแนะนำจากฉันเอง ไม่ต้องหึงหรอกนะ"

คนตัวโตของเขาส่งสายตาแพรวพราวมาให้ เจนยุทธหน้าแดงก่ำ สองหนุ่มบ้ากล้ามหันไปคุยกันต่อ ไม่คุยเปล่ายังมีการเลิกเสื้อโชว์ซิกซ์แพ็คงามๆ ให้กันดูอีกทำเอาคนโต๊ะใกล้ๆ มองกันเป็นตาเดียว คนตัวเล็กก็ได้แต่จิ๊ปากแล้วนั่งหน้ามุ่ยกินไอติมที่ตักมาก่อนที่มันจะละลายหมด เขาหันไปดุคนตัวโตที่ทำท่าจะถอดเสื้อโชว์กล้ามอกกลางร้าน



"กูก็อยากมีกล้ามมั่งอ่ะ"

ซันซันผู้อ้วนเตี้ยแต่บ่นขึ้นมาอย่างเซ็งๆ เขาพยายามแล้วแต่มันก็ยิ่งทำให้ตัวดูหนาขึ้นไปอีก

"ไม่ต้องหรอกมึง เป็นแบบนี้แหละดีีแล้ว กอดแล้วนิ่มดี" ปรินซ์พูดขึ้นลอยๆ

"เชี่ยปรินซ์!"

ซันซันหน้าแดงแปร๊ด พูดอะไรไม่ออก

"เอ๊ะๆ พวกคุณมึงครับ กูพลาดอะไรไปหรือเปล่าเนี่ย?"

เจนยุทธเลิกทำหน้างอแล้วเข้าโหมดเผือกเต็มที่แทน

"ไม่มีอะไรทั้งนั้นโว้ย ไอ้ปรินซ์มันพูดแกล้งกู ห่านนี่ มึงก็บอกไอ้เจไปสิวะ"

ซันซันระล่ำระลักปฏิเสธแล้วหันไปด่าเพื่อนเลวที่นั่งยิ้มๆ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เจหันไปอธิบายให้ฆาเบียร์ที่ทำหน้างงๆ เพราะไม่เข้าใจที่พวกนี้พูดกัน คนตัวโตทำท่าเข้าใจแล้วหันไปทำตาโตใส่ซันซัน

"ยินดีต้อนรับนะ ซัน"

นพที่นั่งตรงข้ามซันซันพูดกลั้วหัวเราะ หนุ่มลูกร้านเพชรยิ่งกระวนกระวายเข้าไปใหญ่ ปฏิเสธลั่นว่าไม่มีอะไรจริงๆ

"โอเคๆ กูล้อเล่น ไม่ต้องไปล้อไอ้ซันมันละ จบเนาะ"

คนต้นเรื่องพูดยิ้มๆ แล้วก้มหน้าก้มตาแกะกุ้งกินต่อ เจนยุทธมองหน้าเพื่อนทั้งสอง เขาไม่ค่อยเชื่อนัก เขาหมายมั่นปั้นมือว่าต้องขุดหาความจริงมาให้ได้


] (ftp://www.picz.in.th/images/2017/09/27/Suzuran-L.jpg[/img)


----------------------------------------------------

ตีกันอีกแล้ว แหะๆๆ เรื่องมันเรียบๆ คนเขียนชักเบื่อค่ะ

ส่วนเรื่องปรินซ์กับซันซัน ถ้าไม่ขี้เกียจจะมาเขียนเล่นๆ ซักตอน แต่ไม่น่าจะยังไม่พัฒนาไปไหนไกลมากค่ะ

มีสาระกันบ้าง...เรื่องอาการ Hyperventilation หรือหอบจากอารมณ์ค่ะ https://goo.gl/upUC1C



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-09-2017 21:07:14 โดย La Vida Sin Tu Amor »

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
เกือบไปแล้วนะฆาเบียร์

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- Sex is Prohibited ----​


"เจ เจกินไอติมไปแล้วไม่ใช่เหรอ?"

ฆาเบียร์ถามเจที่กำลังเคี้ยวเนื้อตุ้ยๆ

"ก็เหมือนอาหารฝรั่งเศสไง มีซอร์เบท์ล้างปากระหว่างมื้ออาหารคาว"

คนตัวเล็กอ้างหน้าตาเฉย เนื้อจานที่สองของเขาเพิ่งมา คราวนี้เขาสั่งจานกลางซึ่งขนาดไม่ได้ต่างจากจานใหญ่มากนัก เจปิ้งเนื้อส่งให้ฆาเบียร์แต่คนตัวโตปฏิเสธลั่น เขาอิ่มขึ้นมาจนถึงคอหอยแล้ว คืนนี้สงสัยต้องพึ่งยาช่วยย่อยแน่ๆ ด้วยวัย 40 ปี ระบบย่อยอาหารของเขาไม่ได้ดีเหมือนตอนหนุ่มๆ แล้ว



"นพ มึงยังกินไหวอยู่เหรอวะ?"

ฆาเบียร์ขมวดคิ้วดูเพื่อนวัยเดียวกันซึ่งเริ่มเนื้อจานที่ 2 เช่นกัน แต่เขากินจานเล็ก

"หมดจานนี้ก็คงพอแล้วว่ะ อายุขนาดนี้แล้วกูกินน้อยลงเยอะ"

ฆาเบียร์อ้าปากค้าง นี่เรียกว่าน้อยแล้ว?

"โหย เมื่อก่อนนะ พี่นพกินพอๆ กับผมแหละ จานใหญ่ 2 จานสบายๆ"

"มึงนี่ก็เผากูจริง ไอ้เจ สมัยก่อนจานมันเล็กกว่านี้นี่หว่า"

นพเล่าว่าเขากินเนื้อย่างร้านนี้มาตั้งแต่สมัยจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ

"...อย่างน้อย 15 ปีแล้วมั้ง ตอนนั้นบุฟเฟต์หัวละ 180 หรือ 280 นี่แหละ มีแต่เนื้ออย่างเดียว สำหรับกูบุฟเฟต์เนื้อย่างร้านอื่นๆ ไม่มีร้านไหนสู้ซูซูรันได้"

"เจเคยพากูไปกินอีกร้านนึง ไม่จำกัดเวลาเหมือนกัน ชื่ออะไรนะ เจ?"

ฆาเบียร์นึกถึงร้านบุฟเฟต์เนื้อย่างร้านดังของเชียงใหม่อีกร้านหนึ่ง

"Yuu Dai ที่ Star Avenue น่ะ พี่นพ ที่เราเคยไปกันสามสี่รอบน่ะ"

"อ๋อ ร้านนั้น เออ นั่นก็ใช้ได้"

ร้านนั้นเป็นร้านใหม่ที่เพิ่งเปิดได้ปีกว่าและเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว

"ร้านนั้นพวกของกินอย่างอื่นเยอะกว่าที่ซูซูรัน แต่สำหรับเนื้อ กูว่าที่นี่อร่อยกว่า"

เจนยุทธพยักหน้าเห็นด้วยกับนพ

"ใช่ๆ ร้านนั้นผมว่าเนื้อเค้าไม่ค่อยคงที่ บางทีดีบางทีไม่ดี แต่ผมชอบไปกินของอย่างอื่นมากกว่า"



เจบอกฆาเบียร์ว่าที่ยูได มีราคาให้เลือก 3 ราคา 590 890 และ 1,290

"ที่เรากินทุกครั้งคือ 890 น่ะ ฆาเบียร์ ถ้า 1,290 จะได้เนื้อฮิดะจากญี่ปุ่นหรือล็อบสเตอร์นอกเหนือจากบุฟเฟต์ปกติ แต่ไม่ใช่แบบไม่อั้นนะ ให้คนละชุด"

"...สำหรับผม ผมว่า 890 คุ้มสุด"

ข้อดีของที่ยูไดคือมีของให้เลือกกินมากรายการกว่า มีทั้งหอยเชลล์ หอยนางรม ลิ้นวัว เครื่องในวัวและหมูสไตล์ญี่ปุ่นหลายรายการ มีซูชิและพวกข้าวราดแกงกะหรี่ด้วย

"มีปลาไข่ที่คุณชอบด้วย จำได้ไหม ฆาเบียร์ คุณกินไปซะเยอะเลยนี่"

ฆาเบียร์ยิ้มอายๆ ทำไมจะจำไม่ได้เขากินไปเกือบสิบตัวจนลืมอ้วนเลยทีเดียว

"เจก็ไม่ห้ามฉันเลย ปล่อยฉันกินอยู่ได้"

"โอ๊ย อยู่กับไอ้เจป๋าไม่มีทางผอมหรอกครับ ไอ้บ้านี่มันไม่มีเบรค"

ปรินซ์แซวเพื่อนตัวเล็กแต่กินจุของเขา

"ผมเคยไปกินร้านนั้นกับมัน ทั้งๆ ที่กินเนื้อและสารพัดอย่างไปจนอิ่มแล้วมันยังสั่งไดฟุกุสตรอเบอรี่มากินอีก 6 ลูก ไส้ชาเขียวอีก 2 ลูก"

"เว่อร์แล้ว ไอ้ปรินซ์ มึงก็กินกับกูด้วย ไม่ต้องมาใส่ความ"

เจโวยกลับมา เขากินไปแค่ 5 ลูกเอง ไม่ได้เยอะอะไรซักหน่อย​



] (ftp://www.picz.in.th/images/2017/09/29/Yuudai-L.jpg[/img)



"จริงๆ ถ้าพูดถึงเนื้อย่างแบบญี่ปุ่นผมชอบอีกร้านนะ"

ซันซันพูดกับนพที่เริ่มเลื้อยไปกับโต๊ะเพราะความอิ่ม

"พี่นพเคยไปลองร้าน Horumon หรือยัง?"

"เออ เคยไปสิ ไปกับเจนั่นแหละ แต่มันไม่ใช่บุฟเฟต์นี่”

เจพยักหน้ารับคำนพ เขาบรรยายให้ฆาเบียร์ฟังถึงความอร่อยล้ำของร้านนั้น

"เนื้อย่างที่นั่นนะ เยี่ยมสุดๆ เลย เป็นเนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ในบรรยากาศเหมือนร้านหมูกะทะ"

เจนึกขำเมื่อนึกถึงเก้าอี้และโต๊ะไม้โทรมๆ ของร้านนั้น แถมบรรยากาศร้อนอบอ้าวของร้าน

"ตรงข้ามร้านเป็นคาราโอเกะพม่าสองสามร้าน คือนั่งย่างเนื้อควันโขมง กินอาหารญี่ปุ่น จิบเบียร์คิรินเคล้ากับเพลงพม่าที่ดังลอดมาจากคาราโอเกะ"

เจนยุทธเล่าให้คนรักฟังด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

"ใกล้ๆ กันเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ เจ้าของเดียวกันกับร้าน Horumon แหละ คุณสั่งอาหารข้ามร้านมากินได้ คนญี่ปุ่นมากินกันเยอะเลย"

นพเล่าเสริมให้ฆาเบียร์ซึ่งฟังอย่างสนใจ เขาบอกเจให้พาเขาไปสักวันเพื่อที่จะได้บันทึกภาพไปลงบล็อก​ เจถามว่าไปพรุ่งนี้เลยไหม? ฆาเบียร์ร้องลั่นบอกว่าเขาคงไม่อยากกินเนื้อไปอีกพักใหญ่ ทุกคนนั่งกินไปหัวเราะกันไปอย่างสนุกสนาน เวลาล่วงเลยผ่านไปกว่าสองชั่วโมงนับจากพวกเขาเริ่มนั่ง


]

 (ftp://www.picz.in.th/images/2017/09/29/Horumon-L.jpg[/img)


"โอย อิ่ม"

เจนยุทธนั่งเอนที่เบาะข้างคนขับ เขาลูบพุงที่ป่องขึ้นน้อยๆ อย่างมีความสุข ฆาเบียร์ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับแทนนพที่นั่งหมดสภาพอยู่บนเบาะหลังมองดูคนรักอย่างเหนื่อยใจ เจกินเนื้อไป 1 จานใหญ่ 1 จานกลาง กุ้งอีกเกือบ 10 ตัว ไหนจะของกินอย่างอื่นอีก เขาไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้าตัวเล็กเอาอาหารพวกนี้ไปเก็บไว้ที่ไหนหมด

"นพ...ถึงคอนโดแล้ว มึงขับรถกลับไหวแน่นะ?"

ฆาเบียร์หันไปถามเพื่อนตัวกลมที่ทำท่าเหมือนจะหลับมิหลับแหล่

"เออๆ ไหวอยู่ ไม่ต้องห่วง มึงห่วงตัวเองก่อนเหอะ ไอ้ฆาบี้"

ฆาเบียร์หน้าจ๋อย เขาเกือบลืมไปแล้วว่าเขากับเจนยุทธต้องคุยกันเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

"จะให้กูอยู่เป็นเพื่อนก่อนไหม?"

นพถามแต่ในใจเขาคิดว่าตอนนี้เจคงอารมณ์ดีพอที่จะคุยกับฆาเบียร์ดีๆ แล้ว ฆาเบียร์ส่ายหัว เขาต้องรับเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

"มึงคุยเคลียร์กันให้เรียบร้อยนะ เรื่องแบบนี้อย่าเก็บไว้ให้เป็นปัญหาทีหลัง จำไว้ มีอะไรให้รีบเคลียร์ อย่าทิ้งไว้นาน"

นพที่เข้าประจำที่คนขับเรียบร้อยบอกฆาเบียร์ซึ่งประคองเจที่สะลึมสะลือเพราะความอิ่มไว้ในอ้อมอก ฆาเบียร์พยักหน้าแล้วโบกมือลาเพื่อนก่อนที่จะพาคนตัวเล็กขึ้นไปบนห้อง



"อืมม์..."

เจนยุทธทำเสียงงึมงำ เขารู้สึกร้อนไปหมดทั้งตัว คงเพราะกินเนื้อไปเยอะ

"ตื่นแล้วเหรอ เจ?"

เสียงทุ้มแหบของฆาเบียร์ดังอยู่ข้างหูเขา เขารู้สึกถึงริมฝีปากของคนตัวโตที่คลึงอยู่ที่ข้างแก้มของเขา เจลืมตาขึ้นและพบตัวเองนอนซบอกของคนตัวโตบนโซฟา เขาดันตัวออกและลุกขึ้นนั่ง

"รังเกียจฉันขนาดนั้นเลยเหรอ เจ?"

ฆาเบียร์พูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ เจนยุทธเจ็บแปลบในอกเมื่อเห็นแววตาที่ปวดร้าวของคนตัวโต เขาขยับตัวออกเพราะรู้สึกร้อนต่างหาก แต่คนตัวโตเหมือนจะคิดมากอีกแล้ว เจนั่งลงบนเก้าอี้นวมใกล้ๆ โซฟา

"ฆาบี้ เราต้องคุยกันหน่อย"

เจนยุทธถอนหายใจยาวแล้วมองคนที่ทำหน้าน่าสงสารอยู่ข้างหน้าเขา

"เรื่องนี้...สองครั้งแล้วนะ ฆาเบียร์ มันจะต้องเป็นแบบนี้อีกกี่รอบ?"

"ฉัน ฉันขอโทษจริง เจ ฉันไม่รู้ว่าฉันคิดอะไรอยู่ รู้ทั้งรู้ว่าเจไม่หวังอะไรจากฉัน ฉันก็ยังพูดทำร้ายจิตใจเจออกไป"

ฆาเบียร์กลั้นสะอื้น วันนี้เขารู้สึกอ่อนไหวเหลือเกิน เจนยุทธขมวดคิ้ว

"ฆาเบียร์ ผมขอถามอย่างหนึ่ง..."

"...คุณกินยาตามหมอสั่งครบหรือเปล่า?"

เจนยุทธหมายถึงยาสำหรับอาการซึมเศร้าที่ฆาเบียร์ได้รับจากหมอตั้งแต่ช่วงที่เกิดเรื่องที่ฮ่องกงคราวที่แล้ว ตั้งแต่ตอนนั้นฆาเบียร์ต้องกินยาเพื่อปรับเคมีในสมองอย่างต่อเนื่องและมีการปรับยาตามอาการอย่างสม่ำเสมอ

"กินครบ เจ ฉันกินไม่เคยขาดเลย แต่เดี๋ยวนะ..."

ฆาเบียร์ทำท่านึกบางอย่างออก

"ก่อนมาไทยรอบนี้ หมอปรับยาให้ฉัน มีการลดปริมาณลงแล้วปรับยาบางตัว หรือว่า..."

เจนยุทธระบายลมหายใจอย่างโล่งอก รอยยิ้มสดใสกลับมาบนใบหน้าน้อยๆ นั้น เขาลุกขึ้นไปนั่งตักฆาเบียร์แล้วกอดไว้แน่น

"แสดงว่าที่คุณพูดออกมาเมื่อตอนบ่ายมันก็อาจเป็นเพราะสมองคุณมันคิดเรื่อยเปื่อยไปเอง ไม่ใช่ความตั้งใจของคุณใช่ไหม ฆาเบียร์?"

ฆาบี้ๆกอดคนรักของเขาตอบแน่น

"ฉันไม่เคยคิดกับเจแบบนั้นเลย จริงๆ นะ ฉันสาบานเลยก็ได้ ฉันไม่เคยคิดว่าเจจะมาเกาะฉันหรือว่าหวังทรัพย์สินอะไรฉันเลย ที่ฉันพูดออกไปเมื่อตอนบ่าย มันเป็นความคิดฟุ้งซ่านที่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมาจากไหน เชื่อฉันนะเจ เชื่อฉัน"

เจนยุทธตบหลังปลอบคนตัวโตเบาๆ เมื่อรู้สึกว่าเขาจะเริ่มสติแตกอีกครั้ง เจจุมพิตแผ่วๆ ที่ปากคนตัวโตผู้น่าสงสารของเขา ต่อหน้าคนอื่นฆาเบียร์อาจจะดูมั่นใจในตัวเอง สง่างามและเข้มแข็ง แต่มีเพียงเขา คริสและคนใกล้ชิดไม่กี่คนที่รู้ว่าจริงๆ แล้วฆาเบียร์อ่อนแอและเปราะบางแค่ไหน



"ผมต้องขอโทษคุณด้วย ฆาบี้ ผมน่าจะสังเกตออกตั้งแต่เมื่อตอนบ่ายแล้ว ผมเองก็ไม่น่าจะใจร้อนใส่คุณแบบนั้น"

เขาลูบแก้มที่เริ่มปรากฎรอยช้ำน้อยๆ ของฆาเบียร์

"เจ็บไหม คนดีของผม"

ฆาเบียร์ส่ายหน้าและบอกว่าไม่เจ็บ เจจูบที่รอยช้ำนั้นและแนบแก้มลงไปกับแก้มคนตัวโต เขากระซิบคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฆาเบียร์ดันตัวเจออก เขาจับไหล่ทั้งสองของคนรักไว้แน่นและจ้องมองลึกเข้าไปในตา

"เจ ฉันอยากให้เจรู้ว่าถ้าสติสัมปชัญญะฉันยังสมบูรณ์อยู่ ฉันไม่มีวัน ไม่มีวันคิดว่าเจจะมาหวังทรัพย์สินอะไรของฉัน..."

เจนยุทธถอนหายใจ เขาก็รู้หรอกว่าฆาเบียร์ไม่มีวันคิดแบบนั้น แต่การที่เขาพูดออกมาตอนไร้สติ มันก็หมายถึงว่าในจิตใต้สำนึกของเขาคิดแบบนั้นอยู่หรือเปล่า?

"ผมเข้าใจ ฆาเบียร์ แต่ผมว่ามันก็คงถึงเวลาที่เราต้องมาเคลียร์เรื่องนี้กันซะที เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย"

เจเข้าโหมดจริงจังอีกครั้ง

"ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมไม่เคยให้พวกผู้หญิงของผมต้องจ่ายอะไรให้ แล้วกับคุณที่เป็นคนรักของผมมันก็ต้องยิ่งกว่านั้น”

“…ต่อไปนี้ เมื่อมาอยู่เมืองไทย ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของคุณ ผมจะจัดการให้เอง ไม่ต้องหารครึ่งอะไรแบบเมื่อก่อนแล้ว เว้นแต่อะไรที่เป็นค่าใช้จ่ายเรื่องงานของคุณ เรื่องนั้นคุณก็จัดการเอง เหมือนที่เคยคุยกันไว้..."

ฆาเบียร์ขยับปากจะประท้วง แต่เจไม่ยอมให้เขาเถียง

"แต่ถ้าผมไปที่ฮ่องกง ถ้าไปส่วนตัว ค่าใช้จ่ายของผมทั้งหมดผมจัดการเอง แม้กระทั่งกินข้าวผมก็จะจ่ายเองเว้นแต่ต้องไปเรื่องงานของคุณ ตอนนั้นคุณค่อยดูแลให้ผมเหมือนที่เราเคยคุยกันไว้"

"ส่วนถ้าไปเที่ยว ก็หารครึ่งหรือแล้วแต่ว่าใครเป็นคนจัดการเรื่องที่พัก เราอาจจะแบ่งกันเลือกที่พักคนละ 2 คืน หรืออะไรแบบนี้ ผมอาจจะไม่ได้พักห้าดาวตลอดเวลาแบบคุณ แต่คุณก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของผม โอเคไหม?"



"เจ...แต่เจจะไหวเหรอ? ฉันไม่อยากให้เจต้องทำงานหนักมากเหมือนช่วงที่แล้วเพื่อมาซัพพอร์ทค่าใช้จ่ายของฉัน"

ฆาเบียร์พูดเสียงอ่อยๆ เขาเองก็ไม่อยากให้คนรักของเขาต้องลำบาก

"ผมถึงอยากจะมาปรึกษาเรื่องนี้กับคุณ...อย่างที่คุณรู้ ผมมีเงินที่ได้จากแม่อยู่ก้อนหนึ่ง ประมาณห้าล้านบาท ทุกวันนี้ผมฝากกินดอกอันน้อยนิดอยู่ในแบงค์..."

"...วันนี้ผมได้ยินคุณให้คำปรึกษาเรื่องการลงทุน เรื่องหุ้นอะไรพวกนั้นกับปรินซ์และซัน ผมเลยอยากขอให้คุณช่วยผมเรื่องการลงทุนหน่อย ผมเคยเล่นหุ้นมาบ้าง แต่หลังๆ มาไม่ค่อยได้ตามและเคยเล่นแต่ตลาดไทย ผมอยากให้คุณช่วยสอนเรื่องตลาดนอกและช่วยเลือกหุ้นหน่อย จะได้ไหม?"

ฆาเบียร์รับปากอย่างแข็งขันว่าเขาจะทำแบบนั้นแน่นอน

"ผมไม่อยากใช้และไม่อยากได้เงินคุณ เข้าใจไหม ฆาเบียร์ และต่อไปนี้ ห้ามซื้อของแพงให้ผมอีกนอกจากของใช้เวลาออกงาน นั่นเชิญตามสบายเพื่อที่จะได้สมฐานะของคุณ"

"กระทั่งของขวัญวันเกิดหรืออะไรแบบนั้นก็ห้ามเหรอ เจ"

ฆาบี้ถามเสียงอ่อยๆ เจถอนหายใจ ขืนอนุญาตก็คงไม่แคล้วได้ของราคาหกเจ็ดหลักมาแน่ๆ

"อนุญาติให้ราคาไม่เกินห้าหลักไทยเท่านั้น โอเคไหม?"

จริงๆ เขาอยากจะให้แค่สี่หลักด้วยซ้ำ แต่ก็กลัวคนตัวโตจะอกแตกตายซะก่อน ฆาเบียร์รีบพยักหน้าตกลง

"เอ่อ...แต่ของที่ซื้อไปแล้ว ก็ไม่นับใช่ไหมเจ"

คนตัวโตรีบล้วงกระเป๋าหยิบเอานาฬิกาโรเล็กซ์เรือนงามที่เจขว้างใส่เขาเมื่อตอนบ่ายออกมา

"รับไปเถอะนะ เจ ฉันขอร้อง"

เจจ้องมันอย่างจนปัญญา และรับมาในที่สุด

"ของมันซื้อมาแล้ว ทำไงได้ แต่ขอให้มันเป็นของแพงอย่างสุดท้ายที่คุณจะซื้อให้ผม..."

"...ได้โปรดเถอะนะ ฆาเบียร์ ทั้งหมดนี้ ขอให้ผมได้ทำตามที่พูดไว้ ขอให้ผมได้รู้สึกว่าผมยังมีศักดิ์ศรีเหลืออยู่บ้าง"

เจเสียงเครือ ถึงเขาจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่คำพูดของฆาเบียร์เมื่อตอนกลางวันก็ทำร้ายจิตใจเขาเหลือเกิน คนตัวโตก็น้ำตาร่วง เขารู้สึกแย่กับสิ่งที่ตัวเองพูดออกไปเหมือนกัน



(ต่อคอมเมนท์ถัดไป)




ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1



---- Sex is Prohibited (ต่อ) ----



ฆาเบียร์กุมมือทั้งสองของเจนยุทธไว้แน่น เขายกมันขึ้นจูบและสัญญาหนักแน่นว่าเขาจะไม่ทำให้เจได้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจแบบนี้อีก ต่อให้ใจจริงของเขาคิดว่าทุกอย่างที่เขามีก็เท่ากับเป็นของเจนยุทธด้วยเช่นกันแต่เขาก็ไม่ได้พูดออกไปให้คนตัวเล็กได้อารมณ์เสียอีก เจทำหน้าเคร่งเครียดและบอกฆาบี้ว่าโทษฐานที่ทำให้เขาเสียใจ ฆาเบียร์ต้องถูกเขาทำโทษ

"เจจะทำโทษฉันยังไงก็ได้ ฉันยอมทุกอย่าง จะให้ล้างส้วม ล้างจาน หรือทำอะไร ฉันยอมทำให้เจหมดถ้ามันจะทำให้เจหายน้อยใจ"

"ถ้าอย่างงั้น งดมีเซ็กส์กันเป็นเวลา 3 วัน"

เจนยุทธพูดด้วยท่าทีขึงขัง ฆาเบียร์อ้าปากค้าง

"เจ...พูดเล่นใช่ไหม? สามวัน? นีี่ฉันห่างเจมาตั้งเกือบเดือนมันยังไม่พออีกเหรอ?"

ฆาเบียร์คร่ำครวญ ที่ผ่านมาสองวันนี้เขายังลิ้มรสคนรักของตัวเองยังไม่เต็มอิ่มเลย นี่ต้องเสียเวลาอันมีค่าไปอีกตั้ง 3 วัน

"I'm dead serious! Sex is prohibited for 3 days, got it?"

'จริงจังสิโว้ย ห้ามมีเซ็กส์เป็นเวลา 3 วัน เข้าใจ๋?'


"เอ่อ หมายถึงแค่ intercourse ใช่ไหมเจ?"

ฆาเบียร์หวังว่าเจจะห้ามแค่ไม่ให้มีการสอดใส่เท่านั้น หากคนตัวเล็กส่ายหน้า

"ทั้งหมดนั้นแหละ ห้ามขาด ถ้าอยากทำก็ไปทำเอง ผมไม่เกี่ยว"

เจยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

"แต่ระหว่างนั้น ผมก็จะยั่วคุณให้เต็มที่เหมือนกัน ก็ทนอัดอั้นไปแล้วกันนะ"

คนตัวเล็กหัวเราะหึๆ แบบนี้ก็หวังว่าจะเข็ดกันซะบ้าง

"แต่เจ การอัดอั้นแบบนั้น มันอาจทำให้อาการฉันแย่ลงก็ได้นะ"

คนตัวโตยกเรื่องสุขภาพของตัวเองมาอ้างอย่างหน้าตาเฉย แต่เจไม่ใส่ใจ

"นี่เป็นอีกอย่างที่คุณต้องทำ พรุ่งนี้ โทรหาหมอคุณที่ฮ่องกงซะ ไปปรึกษาอาการกันให้เสร็จสรรพ รายงานผลเรื่องการปรับยาด้วย ถ้าต้องเปลี่ยนอะไรยังไง เราจะได้ให้หมอทางนี้จัดการให้"



ฆาเบียร์ทำตาละห้อย สามวัน...เวลาอันมีค่าของเขาหลุดลอยไปแล้วตั้งสามวันเพราะคำพูดกับความคิดบ้าๆ ของเขา ต่อไปนี้เขาต้องระวังมากขึ้นเพื่อไม่ทำให้คนตัวเล็กนั้นได้น้อยใจเรื่องนี้อีก

เจนยุทธซ่อนยิ้ม ที่จริงมันไม่ใช่เรื่องของการทำโทษอะไรหรอก แต่เขาไม่อยากให้คนตัวโตที่อายุอานามก็ใช่น้อยต้องมาออกแรงเพื่อมีเซ็กส์กับเขามากนัก อีกอย่างหนึ่ง เขาอยากลองอะไรบางอย่าง เขารู้สึกว่าระหว่างพวกเขาสองคนหลังๆ นี้เจอหน้ากันก็มีแต่โดดขึ้นเตียง เขาเริ่มรู้สึกโหยหาบทสนทนาและความรู้สึกคนึงหาที่มีให้กันตอนก่อนที่จะคบหากันจริงจัง เขาอยากรู้สึกถึงความเย้ายวน ความอยากแต่ไม่กล้าเปิดเผย ความต้องการที่ต้องรอกว่าจะได้รับการตอบสนอง เขาอยากลองว่าสามวันที่ห่างหายจากกันนั้นจะสร้างให้มันกลับมาได้หรือเปล่า

"งั้น เริ่มวันนี้ใช่ไหมเจ?"

คนตัวโตกะลักไก่ให้เริ่มวันนี้ซึ่งเหลืออีกไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็จะขึ้นวันใหม่แล้ว

"ไม่ เริ่มเช้าตรู่พรุ่งนี้ แล้วไปจบอีก 3 คืนข้างหน้า โอเคไหม?"

"โอเค งั้นแสดงว่าคืนนี้ฉันก็ยังมีเวลาอยู่สินะ เจ"

ไม่พูดเปล่า คนตัวโตอุ้มเจนยุทธซึ่งร้องลั่นขึ้นและพาเดินเข้าไปในห้องนอน



“ปล่อยเลย ไม่เอา ผมยังอิ่มอยู่ เดี๋ยวอ้วกใส่เลยนี่!”

เจผลักอกคนตัวโตที่กอดปล้ำเขาอยู่ ฆาบี้หัวเราะร่วน เขาปล้ำหอมแก้มใสๆ ไปหลายฟอดก่อนจะปล่อยคนตัวเล็กในอ้อมอกให้เป็นอิสระ แต่เจที่หลุดจากวงแขนล่ำสันนั้นก็ไม่ได้หนีไปไหน เขานอนเคียงข้างเอาหัวหนุนแขนเมียตัวโตของเขา

“เมียครับ…”

หลังๆ มาเขาไม่ค่อยเรียกฆาเบียร์ด้วยคำนี้เท่าไหร่

“อย่าทำผมเสียใจแบบนี้อีกนะ คุณจะด่าจะว่าผมเรื่องไหนก็ได้ แต่เรื่องนี้ ผมขอ”

น้ำตาเจหยดมาอีกครั้งด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ว่าจะควงสาวอายุมากกว่าหรือรวยกว่าขนาดไหน เขาไม่เคยทำตัวให้ใครได้เรียกว่าเกาะผู้หญิงกิน เขาไม่เคยให้ใครเลี้ยงแม้จะมีหลายคนยื่นข้อเสนอ แต่เขาก็ปฏิเสธแถมด่าซ้ำไปทุกราย เขาเป็นฝ่ายจ่ายให้ผู้หญิงทุกครั้งที่ไปเดทหรืออย่างมากที่สุดก็คือหารกันออก พ่อแม่เลี้ยงเขามาไม่ให้เอาเปรียบใครเรื่องเงินเรื่องทองและเขาก็ชัดเจนเรื่องนี้มาตลอด เขาถึงได้เสียใจมากเมื่อถูกเมียตัวโตของเขากล่าวหาแบบนั้น ยิ่งนึกเขาก็ยิ่งน้อยใจ

ฆาเบียร์ใจหายเมื่อเห็นน้ำตาของเจ จากที่หยดหยาดมาเล็กน้อยกลายเป็นไหลพรั่งพรูออกมา เจซบหน้าสะอึกสะอื้นลงกับอกกว้างของฆาบี้ เขาทุบเบาๆ ไปที่อกแน่นนั้นด้วยความเจ็บใจ

“ฉันขอโทษ ขอโทษจริงๆ เจ”

ฆาเบียร์กระซิบเสียงเครือ

“คุณ…ฮึก…คุณทำให้ผม…ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแมงดา”

“…ผมไม่ใช่…เข้าใจไหม? ไม่ใช่!”

เจกระแทกเสียง ฆาเบียร์รัดร่างเพรียวนั้นแน่น

“ฉันเข้าใจแล้ว เจ ฉันเข้าใจ ฉันจะไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก ขอร้องล่ะ เจ อย่าคิดว่าตัวเองเป็นแบบนั้นเลย ฉันผิดไปแล้ว”

“…ร้องไห้มาเถอะ เจ ระบายออกมาให้เต็มที่ จะตีจะด่าฉันยังไง ก็ทำมาเลย ไม่ต้องเก็บมันไว้ อย่าให้มันคั่งค้างในใจ”



ฆาเบียร์รู้สึกถึงน้ำตาของเจที่ชุ่มอกเสื้อของเขา ร่างเพรียวนั้นสั่นเทาด้วยแรงสะอื้น เขาปล่อยเจให้ระบายความรู้สึกที่คั่งค้างออกมา ฆาบี้โอบเจไว้จนคนตัวเล็กค่อยๆ สงบลง

“ดีขึ้นหรือยัง เจ?”

เจนยุทธปาดน้ำตาแล้วดันตัวออกจากอ้อมอกอุ่นของฆาเบียร์ เขายันตัวขึ้นนั่ง ฆาเบียร์ก็ขยับตัวขึ้นนั่งประจันหน้ากับคนรัก แววตาของคนตัวโตมีทั้งความรู้สึกละอายและสำนึกผิด นัยน์ตาของฆาเบียร์แดงก่ำ เขาเองก็ผ่านการหลั่งน้ำตาอย่างหนักมาเหมือนกัน

“เจพอจะยกโทษให้ฉันได้แล้วหรือยัง?”

เสียงทุ้มแหบของคนตัวโตกล่าวขึ้นอย่างเว้าวอน เจถอนหายใจ

“ผมไม่ได้โกรธคุณ ฆาเบียร์ แค่น้อยใจตัวเอง…ว่าผมมันห่างชั้นกับคุณนัก แค่จะดูแลเมียทั้งคนให้ดี ผมยังทำไม่ได้ ”

“โธ่ เจ…”

น้ำตาของฆาเบียร์ทำท่าจะหยดหยาดลงมาอีกแล้ว เจเอื้อมมือไปกุมมือคนตัวโตแล้วบีบเบาๆ ฆาเบียร์ดึงตัวเจนยุทธเข้าไปกอดแน่น

“นายคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตฉันนะ เจนยุทธ ขอให้จำสิ่งนี้ไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้นายมั่นใจในเรื่องนี้"

เจกอดคนรักของเขาตอบ

"และฉันรักเจ รัก รัก รัก..."

เสียงทุ้มแหบของคนตัวโตกระซิบแผ่วๆ ที่หูของเจนยุทธ ทุกคำว่ารักมาพร้อมกับจูบร้อนๆ ที่ประทับไปทั่วใบหน้าน้อยๆ หัวใจของเจนยุทธชุ่มชื้นด้วยสัมผัสนั้น จุดสุดท้ายที่ริมฝีปากของฆาเบียร์ประทับนิ่งคือริมฝีปากรูปกระจัับของเจ เจจูบตอบเบาๆ

"ผมก็รักคุณ ฆาเบียร์ มาติเนซ"

คนตัวเล็กกระซิบแผ่วๆ และจูบซ้ำที่ริมฝีปากบางของฆาเบียร์ เขาเม้มแผ่วๆ ที่ริมฝีปากล่าง ฆาเบียร์ตอบสนองสัมผัสดูดดื่มนั้นด้วยลิ้นร้อนๆ ที่ลากเลื้อยเข้าสู่โพรงปากของเจ ฝ่ามือร้อนๆ ของฆาเบียร์ลูบไล้แผ่นหลังแข็งแรงของเจนยุทธที่อยู่ภายใต้เสื้อยืด มือของเจไล้ที่หลังคอของฆาบี้



"ข้อห้ามสามวันของนายเริ่มตอนรุ่งสางใช่ไหม"

ตาคู่งามที่ฉายแววปรารถนาของฆาเบียร์จ้องลึกเข้าไปในตาของเจนยุทธ

"งั้นเราก็เหลืออีกหลายชั่วโมงกว่าจะเช้า..."

"อือ..."

เจหน้าแดงซ่าน เขาหลบตาลงแล้วตอบรับด้วยเสียงแผ่วเบา ฆาเบียร์ยิ้มละไมและจุมพิตลงที่ปากน้อยๆ นั้นอีกครั้ง

"งั้น เราจัดการของพวกนี้ก่อน ดีไหม?"

เจพูดอายๆ และชี้ไปที่ข้าวของของฆาบี้ที่เขารื้อมากองไว้จนเต็มเตียงฟากหนึ่ง ฆาเบียร์ปัดๆ มันลงไปบนพื้นอย่างไม่ใยดี

"เรียบร้อยแล้ว"

คนตัวโตพูดหน้าตาเฉยแล้วทำท่าจะกดเจลงบนเตียง เจนยุทธทำหน้ายักษ์ทุบไหล่หนานั้นเบาๆ

"ฉันไม่ใช่คนรื้อออกมาซะหน่อย"

คนตัวโตโอดครวญแต่ก็แพ้สายตาคนตัวเล็ก พวกเขาช่วยกันเก็บของเข้าตู้จนหมด ฆาเบียร์บ่นอุบอิบว่ารู้งี้ไม่ซื้อเสื้อผ้ามาเยอะขนาดนี้ก็ดี



"ดูสิ เสื้อแบบนี้ฉันมีตั้งสามตัว จะซื้อซ้ำกันทำไมเนี่ย?"

เจนยุทธก็ได้แต่ขำตาแก่ขี้บ่นของเขา เขาแขวนเสื้อสูทตัวสุดท้ายเข้าตู้แล้วปิดประตู เมื่อหันกลับมาเขาก็ถูกผลักติดประตูตู้และถูกริมฝีปากร้อนๆ ซุกไซร้ตามพวงแก้มและซอกคอ เจพยายามดิ้นหนีแต่คนใจร้อนไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ ฆาเบียร์ทำตามใจตัวเองจนเจอ่อนระทวยไปทั้งตัวเว้นแต่ส่วนสำคัญที่แข็งขืนดันต้นขาของร่างกำยำที่แทรกมาถูไถระหว่างขาทั้งสองของเขา

"อาบน้ำกันไหม เจ?"

ฆาเบียร์กระซิบเบาๆ ที่ข้างหู เจพยักหน้า เขากำลังจะเดินเข้าห้องน้ำใหญ่แต่ฆาเบียร์รั้งตัวไว้

"แช่น้ำอ่างกันดีกว่า เดี๋ยวเจไปเปิดน้ำร้อนเตรียมไว้..."

"...แล้วฉันจะขอเตรียมตัวสักหน่อย เดี๋ยวตามไปนะคนดี"

เจนยุทธจ้องตาคนตัวโตของเขาที่ยืนยิ้มละไม เขาจะให้ฆาเบียร์งดมีเซ็กส์ 3 วัน เขานึกว่าคืนนี้ฆาเบียร์จะอยากเป็นฝ่ายกกกอดเขาให้หนำใจ

"คืนนี้ฉันเป็นของเจทั้งตัวและหัวใจ โปรดรับไว้ด้วยนะ ที่รักของฉัน"

ฆาเบียร์ส่งรอยยิ้มและสายตากระชากใจให้เขาก่อนที่จะดึงประตูห้องน้ำใหญ่ปิด เจใจลอยเดินไปเตรียมน้ำร้อนใส่อ่าง เขาล้างเนื้อล้างตัวก่อนจะลงไปนอนแช่ในน้ำร้อนๆ ซึ่งใส่เกลืออาบน้ำหอมกรุ่นเอาไว้ เขาซิงค์มือถือกับลำโพงและเปิดเพลงคลอเบาๆ น้ำร้อนๆ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายจนหลับตางีบไปพักใหญ่



"อือ...ฆาเบียร์"

เจสูดปากเบาๆ เมื่อถูกคนตัวโตที่แทรกตัวลงนั่งด้านหลังของเขาสัมผัสที่ตุ่มไตสีทับทิม ริมฝีปากร้อนๆ ของฆาเบียร์ขบเม้มไปตามหลังคอและไหล่ของคนตัวเล็ก ทิ้งรอยสีเข้มไว้เป็นทาง

"ไหนว่าจะแช่น้ำไง ทำแบบนี้ก็ไม่ได้แช่กันพอดีสิ...อ๊ะ"

เจสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงแท่งลำที่ถูไถอยู่กับบั้นท้ายของเขา เขาหันไปทำตาเขียวใส่คนตัวโตที่หัวเราะเบาๆ

"ไม่เข้าไปหรอก เจ ไม่ต้องห่วง"

เจนยุทธยกตัวขึ้นเล็กน้อยให้ส่วนสำคัญของฆาเบียร์ถูไถไปกับรอยแยกระหว่างก้อนเนื้อหนั่นแน่นทั้งสองของเขา ฆาบี้ครางเบาๆ เขาต้องข่มใจอย่างมากไม่ให้รุกล้ำเข้าไปในช่องทางสีชมพูนั้น เขาดันตัวเจให้คุกเข่ากับพื้นอ่างและอกแนบกับขอบอ่าง เขาเร่งขยับสะโพกให้แก่นลำถูไถระหว่างก้อนเนื้อทั้งสอง มือของเขาเหนี่ยวสะโพกเจแน่น

"เจ โอ เจ...ฉัน..."

ฆาเบียร์ซี๊ดปากแล้วปลดปล่อยออกมาบนลาดสะโพกงอนงามของเจนยุทธ เขาหยิบผ้ามาเช็ดน้ำรักของตัวเองออกเพื่อไม่ให้ปนเปื้อนลงไปในอ่าง เจหันกายกลับมาหาคนรัก เขาดึงตัวฆาเบียร์ให้นั่งพิงอกของเขาและกอดร่างกำยำนั้นไว้



"แช่น้ำกันก่อนนะ คนดีของเจ"

เขาซบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างของฆาเบียร์ แขนของเขาโอบร่างกำยำไว้หลวมๆ

"เจจ๋า...จะไม่ทำเหรอ?"

"เดี๋ยวสิ จะใจร้อนไปไหน ยังเหลือเวลาอีกตั้งหลายชั่วโมง หรือว่ารอบเดียวจะไม่พอ หือ?"

เจนยุทธกระเซ้าคนรักของเขา ฆาเบียร์หน้าแดง เขาไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย

"ขอผมกอดคุณแบบนี้อีกสักหน่อยนะ ผมคิดถึงสัมผัสแบบนี้จริงๆ"

เสียงของเจเจือความเหงาที่ทำให้ใจของฆาเบียร์สั่นสะท้าน เขาหันมาจุ๊บปากคนรักเบาๆ และเอนกายให้หัวพิงไหล่เจโดยให้คางเจเกยไว้ที่บ่าของเขา

"เจพูดแบบนี้ทำให้ฉันไม่อยากกลับเลย รู้ไหม?"

ฆาเบียร์ถอนหายใจ เขาเหลือเวลาอยู่ที่นี่อีกเก้าวัน ยิ่งอยู่นาน เขายิ่งทำใจกลับไปทำงานยากขึ้น เจนยุทธใช้นิ้วม้วนผมสีน้ำตาลยาวปรกคอของเมียตัวโตเล่น เขาจูบเบาๆ ที่ต้นคอของฆาเบียร์

"ไม่เป็นไรหรอก ฆาบี้ ผมอยู่ได้ ไงๆ คุณก็ต้องกลับมา ใช่ไหมล่ะ? คุณจะตัดใจทิ้งสุดหล่ออย่างผมไปได้ยังไง?"

ฆาเบียร์หันมามองคนที่พูดออกมาได้ไม่อายปาก เจยักคิ้วให้คนรักที่ได้แต่โคลงหัว ทั้งสองอิงแอบร่างแช่น้ำอุ่นกันต่ออย่างสบายอารมณ์



"เจ...คือว่า..."

ฆาเบียร์พูดเบาๆ ขึ้น

"เอ่อ เรื่องของริคกี้น่ะ"

"อืมม์ ผมเข้าใจแล้วว่าคุณโอเค ไม่ได้มีปัญหาอะไร"

ฆาเบียร์ส่ายหน้า ที่เขาจะพูดไม่ใช่เรื่องนั้น

"เปล่า เจ ฉันจะบอกว่าเรื่องที่อาแอนดี้เคยเป็นคนในครอบครัวอาปาน่ะ ริคกี้เขายังไม่รู้นะ คนที่รู้เรื่องนี้มีแค่อาปา ฉันและทนายประจำตัวของอาปาที่ฮ่องกงแค่นั้น ฉะนั้น..."

เจนยุทธพยักหน้าว่าเขาเข้าใจ แล้วทำท่ารูดซิปปาก ฆาเบียร์หัวเราะเบาๆ

"เจไม่ต้องห่วงหรอกนะว่าฉันจะน้อยใจเรื่องริคกี้ ตอนนี้ฉันน่ะตกจากตำแหน่งลูกรักอาปาเรียบร้อยแล้ว..."

"...ลูกรักคนใหม่อาปาน่ะ นี่ คนนี้"

ฆาเบียร์จิ้มไปที่แก้มนิ่มๆ ของเจที่นั่งหน้าแดงอยู่

"เจอหน้าฉันทีไรก็ถามถึงตลอดเลย เจเป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม เจอย่างนั้น เจอย่างนี้ เดี๋ยวจะซื้อนั่นซื้อนี่ให้เจ นี่ฉันชักหึงแล้วนะ..."

"โหย คุณไม่ต้องหวงอาปาหรอกน่า ยังไงๆ คุณก็เป็นเบอร์หนึ่งอยู่ดีหรอก"

เจพูดอ่อยๆ ฆาเบียร์จะน้อยใจที่คริสมาสนใจตัวเขามากกว่าหรือเปล่านะ

"ไม่ เจ ฉันไม่ได้หวงอาปา แต่ฉันหึงเจต่างหาก เจออาปาทีไรก็ลืมฉัน บางทีก็คุยกันจุ๋งๆ จิ๋งๆ อยู่สองคน ฉันหึงนะ"

คนตัวโตที่ใช้คำว่า jealous ในภาษาอังกฤษขยายความ เจทุบไหล่คนตัวโตดังบึ้ก เมียบ๊องๆ ของเขาหึงไปทั่วแม้กระทั่งคริส



"ทุบอีกทีสิเจ ฉันกำลังเมื่อยพอดี"

คนตัวโตพูดหน้าตาเฉย เจถอนหายใจแล้วลงมือนวดไหล่และต้นคอให้คนรัก

"อา นั่นแหละ ดีมากเลย เจ อ๊ะ...อืมม์ แรงอีกนิด"

เสียงครางอย่างสบายตัวและเสียงซี๊ดปากของฆาเบียร์กระตุ้นเร้าอารมณ์ของเจนยุทธ เขาเปลี่ยนจากการนวดเป็นการลูบไล้ตามร่างกายของคนตัวโต ริมฝีปากของเขาเริ่มซุกซน มันขบเม้มตามต้นคอ ไหล่ เลาะเล็มที่ติ่งหู ฆาเบียร์ครางเบาๆ เมื่อลิ้นของเจไล้ไปตามใบหูของเขา เจรู้จุดสยิวของเขาดีเหลือเกิน

"น้ำเริ่มเย็นแล้ว เดี๋ยวผมจะทำให้ตัวคุณอุ่นขึ้นนะ"

เสียงที่แหบพร่าด้วยอารมณ์ปรารถนาของเจกระซิบแผ่วๆ ที่หูของเมียตัวโต มือของเขาลูบไล้ไปตามแผงอกกว้างของฆาเบียร์

"อืมม์ ตั้งเชียว"

เจใช้นิ้วหนีบดึงตุ่มไตสีน้ำตาลอ่อนของคนรัก ฆาเบียร์ขยับกายให้สะโพกถูไถไปกับแก่นกายที่ขยายเต็มที่ของเจ เขาซี๊ดปากเบาๆ เมื่อเจเขี่ยกระตุ้นยอดอกของเขา ส่วนมืออีกข้างของเจเกาะกุมแก่นกายของเขา เจค่อยๆ นวดคลึงจนมันขยายจนล้นมือของเขา เจจิ๊ปากอย่างอิจฉา ฆาบี้หัวเราะเบาๆ แล้วพลันสะดุ้งเฮือกเมื่อเจใช้นิ้วบี้เบาๆ ที่ส่วนปลายอันไวด้วยสัมผัส

"อูย แกล้งกันนักนะ ที่รัก อ๊ะ..."

คนขี้แกล้งขยี้ต่ออย่างมันมือ ผู้ชายด้วยกันย่อมรู้ดีว่าสัมผัสแบบไหนจะสร้างความหฤหรรษ์ได้มากที่สุด นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ว่าสาวคนไหนก็ทำให้เขาได้ไม่ถึงใจเท่าฆาเบียร์ เขาดันร่างฆาเบียร์ให้อยู่ในท่าเดียวกับเขาเมื่อครู่นี้ แต่เขาจะไม่หยุดแค่ที่ฆาเบียร์ทำเมื่อกี้แน่ เขาจุมพิตไปบนหลังที่สั่นระริกด้วยความเสียวปนกับความหนาว



"เจจ๋า ทำให้ฉันร้อนที"

คนตัวโตอ้อนวอน เจจูบไล่มาจนถึงสะโพกแข็งแรง เขาจูบเบาๆ ที่ต้นขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม และเลียไล้ที่ถุงเนื้ออันห้อยย้อย เขาใช้ลิ้นเลียลากตามรอยใต้ถุงเนื้อไปจนถึงปากทางสีแดงก่ำของฆาเบียร์ ลิ้นร้อนๆ ของเขาชำแรกเข้าทำให้ร่างกำยำนั้นไหวเยือกและส่งเสียงครางออกมาเบาๆ เจนยุทธเก่งขึ้นมากจริงๆ เขาเลียนแบบสัมผัสของฆาบี้และนำมันกลับมาปรนเปรอให้คนรักร่างกำยำของเขา เขาใช้ลิ้นและมือปรนนิบัติคนรักจนหอบกระเส่าด้วยความเสียวซ่าน เจแทนที่ลิ้นด้วยนิ้วเรียวของเขา เขากระแทกย้ำๆ เข้าที่จุดเสียวของฆาเบียร์จนคนตัวโตสูดปากลั่น

ฆาเบียร์ร่อนสะโพกรับนิ้วทั้งสามของเจ เขาอยากได้ของที่ใหญ่กว่านั้นแล้ว เจหัวเราะเมื่อฆาเบียร์หันมาร้องขอเขาด้วยภาษาสเปนคำที่ฆาเบียร์บอกว่าไม่มีสอนในสถาบันไหน เขาดึงนิ้วออกและจัดการคนรักตามที่ร้องขอ

"อา เจ นั่นแหละ โอย..."

คนตัวโตครางลั่นอย่างถึงใจเมื่อแกนกายของเจนยุทธกระแทกกระทั้นเขาจนสั่นไปทั้งร่าง เจขยับกายด้วยความช่ำชอง เขารู้ใจเมียรักของเขาว่าชอบแบบไหนจะจัดการให้จนฆาเบียร์เสร็จสมไปอีกรอบ ส่วนตัวเขานั้นยังไม่ยอมจบง่ายๆ เขาหยุดพักเพื่อดึงจังหวะชั่วครู่ก่อนที่จะดึงฆาเบียร์ให้ลงนั่งคร่อมตักเขา ฆาเบียร์บดเบียดสะโพกลงอย่างรู้งาน ความรู้สึกเสียวซ่านที่ช่องทางแคบนั้นยังไม่หายไปง่ายๆ มือทั้งสองของเจง่วนอยู่กับยอดอกที่ชูชันของฆาเบียร์ สะโพกของเขาก็กระแทกสวนกับสะโพกที่บดเบียดลงมาของฆาบี้

เจนยุทธคำรามลั่นที่ข้างหูของเมียตัวโตของเขาและปลดปล่อยออกมาอย่างแรงหลังจากฆาเบียร์เสร็จเป็นครั้งที่สาม ฆาบี้ซี้ดปากออกมาเพราะรู้สึกได้ถึงแรงฉีดของมัน เจหอบหายใจกับไหล่ของคนรักก่อนที่จะค่อยๆ ถอนส่วนสงวนของเขาออกมา


--------------------------------------------


เจจะหาเรื่องแกล้งฆาเบียร์เล่นอีกแล้วววววว

ร้านเนื้อย่างสามร้านโปรดของคนเขียนนะคะ

ร้านซูซูรันค่ะ https://www.wongnai.com/restaurants/suzuran

ร้าน Yuu Dai https://www.facebook.com/yuudaiyakiniku/

ร้าน Horumon ร้านนี้ไม่บุฟฯ นะคะ https://www.wongnai.com/restaurants/chiangmai-horumon

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
แหมจ้า ขนาดทำโทษยังมีการสั่งลา ฮา

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- วันที่หนึ่ง ----



"สมใจหรือยังครับ? วันนี้เมียของเจร้อนแรงจริงๆ"

คนตัวเล็กพูดยิ้มๆ ก่อนจะจุ๊บปากฆาเบียร์ที่นอนระทวยอยู่ใต้ร่างของเขาบนเตียงนุ่ม หลังจากล้างเนื้อล้างตัวเสร็จแล้ว พวกเขาก็ขึ้นเตียง หลังจากพร่ำบอกคำรักกัน แลกจูบกันไปมา สัมผัสกันนิด นัวเนียกันหน่อย ฆาเบียร์ก็ถูกเจนยุทธทำให้ต้องคำรามลั่นออกมาเป็นครั้งที่สี่ ฆาเบียร์พูดอะไรไม่ออก เขารู้สึกดีจนหัวหมุนไปหมดแล้ว เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมสาวๆ ถึงได้ติดใจเจนัก ฆาเบียร์รู้สึกโหวงๆ เมื่อเจถอนแก่นกายของตัวเองออกแล้วลงมานอนซบอกของเขา

"ทำซะผมหมดแรงเลยนะ คุณอ่ะ"

ฆาเบียร์มองหน้าเจ้าตัวเล็กที่ทำหน้าบ้องแบ๊วออดอ้อนเขา เขางับแก้มใสๆ นั้นอย่างมันเขี้ยว ใครกันแน่ที่หมดแรง​ หน้าตาน่ารักดูไม่มีพิษมีภัยแบบนี้ทำให้เขาแทบลุกไม่ขึ้นมากี่ทีแล้วนะ

"ไม่ต้องทำเป็นพูดดีเลย เจ"

ฆาเบียร์บ่นคนตัวเล็กที่หัวเราะคิกคัก จริงๆ เจยังมีแรงเหลือแต่เขาไม่อยากให้คนตัวโตต้องสลบไสลไป เพียงแค่นี้เขาก็พอใจแล้ว เขาตระคองกอดคนรักร่างกำยำไว้อย่างทะนุถนอม เขาลอบถอนหายใจเบาๆ ไม่เพียงแต่ฆาเบียร์ที่ต้องทรมานกับช่วงสามวันข้างหน้านี้ ตัวเขาเองก็จะแย่เอาเหมือนกัน แต่มันก็เป็นเรื่องที่ต้องทำ

"ทนหน่อยนะครับ ที่รักของเจ"

เจกระซิบที่ข้างหูของคนตัวโตที่นอนหลับอย่างหมดแรงกับอกของเขา เขาขยับจัดท่าให้ฆาเบียร์นอนสบายที่สุดและตัวเองลงนอนอิงแอบข้างเมียตัวโตของเขา เขาซุกหาไออุ่นจากร่างกำยำนั้นและหลับไปอย่างรวดเร็ว



เจนยุทธสะลึมสะลือตื่นมาเพราะแสงแดดที่ลอดผ่านม่านเข้ามา เขาหยิบนาฬิกาขึ้นมาดูแล้วสะดุ้งโหยง สิบเอ็ดโมงแล้ว เขาหันไปหาคนรักร่างกำยำ ฆาเบียร์ยังคงหลับอย่างสบายอารมณ์อยู่ ริมฝีปากบางนั้นมีรอยยิ้มน้อยๆ เจอดใจไม่ได้ต้องจุ๊บเบาๆ ไปทีนึง เจค่อยๆ ลงเตียงและใส่เสื้อยืดกับกกน. วันนี้เขาจะเตรียมอาหารเช้าซึ่งดูท่าทางจะกลายเป็นอาหารเที่ยงให้คนรักเสียหน่อย เขาเห็นสูตรนี้ทางทีวีในรายการของคู่รักประจำช่อง Food Network อย่างดาราสาว Debi Mazar และนักดนตรีหนุ่มชาวอิตาเลียน Gabriele Corcos จากรายการ Extra Virgin

เจเปิดตู้และหยิบของที่เขาซื้อมาก่อนหน้านี้จากซุเปอร์ฯ วันนี้เขาจะทำกราโนล่าสูตรพิเศษให้คนกลัวอ้วนเสียหน่อย เจวอร์มเตาที่อุณหภูมิ 275 องศาฟาเรนทไฮท์หรือ 135 องศาเซลเซียส เขาผสมส่วนผสมอย่างอัลมอนด์แผ่น ข้าวโอ๊ตแห้ง และเนื้อมะพร้าวแห้งไม่แต่งรสในปริมาณตามสูตรลงในอ่างผสม เขาใช้มือบี้วอลนัทดิบให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วใส่ในอ่างผสม เขาไม่ได้ซื้อเมล็ดสนตามในสูตรมาเพราะมันแพงและใช้เม็ดทานตะวันแทน จากนั้นเขาราดส่วนผสมเปียกอย่างน้ำมันมะพร้าว น้ำผึ้ง และเมเปิลไซรัปปริมาณตามสูตรลงไปบนส่วนผสมแห้ง โรยเกลือตามลงไปนิดหน่อยและคลุกเคล้าผสมทุกอย่างให้เข้ากันดี

เจเทส่วนผสมลงบนถาดแบนที่กรุด้วยกระดาษไข เขาแผ่มันให้ทั่วถาด เขาต้องใช้ถึง 2 ถาดจึงจะพอ เขาอบมันในเตาอบที่วอร์มไว้แล้วเป็นเวลา 30 นาที ระหว่างนั้นเขาก็เก็บจานชามที่ทิ้งไว้ในเครื่องล้างจานและทำนั่นทำนี่ เมื่อครบเวลา เขาเอาถาดออกมาจากเตาอบ โรยแอปริคอทแห้งที่หั่นๆ ไว้ลงไปแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากับส่วนผสมร้อนๆ จากนั้นเจทิ้งมันไว้ให้เย็น กลิ่นหอมของกราโนล่าอบใหม่ฟุ้งไปทั่วห้อง



"ทำอะไรกินน่ะ เจ หอมจัง"

คนตัวโตเดินหาวออกมา เจหันไปมองแล้วต้องหน้าร้อน ฆาเบียร์เดินตัวเปล่าเปลือยออกมาหน้าตาเฉย เขาไล่คนตัวโตกลับไปใส่ผ้าผ่อนให้เรียบร้อย แต่เมียดื้อของเขาทำตาวิบวับแล้วเดินตรงรี่มาหาเขาและกอดเขาหมับ ริมฝีปากร้อนๆ ของฆาเบียร์ซุกไซร้ไปที่ซอกคอของเจนยุทธ เจรู้สึกถึงสิ่งที่พองตัวทิ่มก้นเขาอยู่

"ฆาเบียร์ ผมบอกคุณว่ายังไง?"

เจตัดใจทำเสียงเข้มใส่คนตัวโตที่ทำหน้าจ๋อยค่อยๆ ปล่อยตัวเขา เจถอนหายใจ เขาหันตัวไปจุ๊บปากคนรักผู้น่าสงสารเบาๆ

"เจ...ไหนว่า...?"

"ผมบอกว่าห้ามมีเซ็กส์ ไม่ได้แปลว่าห้ามแสดงความรัก แค่คุณต้องเก็บไอ้นี่ให้อยู่ในกางเกงแค่นั้น เข้าใจมะ?"

เจนยุทธโบ้ยปากไปที่ส่วนที่เริ่มสงบลงของฆาเบียร์ คนตัวโตยิ้มร่า เขากอดเจและจุ๊บเบาๆ ที่ริมฝีปากรูปกระจับนั้น

"มอร์นิ่งคิสจ้ะ mi vida"

เจจุ๊บตอบ เขาซ่อนยิ้ม ถ้าให้งดแสดงความรักด้วยตัวเขาเองนั่นแหละที่จะลงแดงตายซะก่อน

"ไป ไปใส่ผ้าผ่อนมาก่อนแล้วมากินมื้อเช้ากัน ผมทำกราโนล่าให้คุณนะ ชอบไม่ชอบก็บอก ถ้าชอบจะทำเพิ่มใส่โหลไว้ให้"

เจนยุทธดันร่างคนตัวโตให้กลับไปในห้อง เขาหันกลับมาจัดการกราโนล่าที่เย็นลงแล้ว เขาตักมันใส่โหลแก้วที่มีฝาปิดแน่นหนา สูตรนี้ทำกราโนล่าได้ 3 ถ้วยตวง สำหรับคนกินน้อยแบบฆาเบียร์ก็คงได้สามสี่วัน เขาเตรียมกรีกโยเกิร์ตกับผลไม้สดออกมาให้ด้วย เจหยิบถ้วยสำหรับซีเรียลออกมาสองถ้วยและหยิบซีเรียลแบบกล่องของตัวเองออกมาด้วย ตัวเขาไม่ชอบกราโนล่านัก เขาว่ามันเคี้ยวยากไปหน่อย



เจเปิดตู้เย็นอีกรอบเมื่อนึกได้ว่าเขาลืมนมสด เขาหยิบนมไขมันต่ำออกมาวางไว้ที่เคาเตอร์ด้วย ตั้งแต่คบฆาเบียร์ เขาเปลี่ยนเรื่องอาหารการกินไปบ้างเช่นกัน เขากินผักมากขึ้น เปลี่ยนนมจากนม full-fat เป็นแบบ not-fat เขาพยายามกินข้าวและแป้งต่อมื้อน้อยลง แต่ก็ยังทำได้ยากอยู่ดี แต่ก็ดีกว่าไม่ทำเลย เขาเริ่มแคร์สุขภาพตัวเองมากขึ้น เช่นเดียวกับการใช้ชีวิตอย่างอื่น เขาขับขี่รถระวังขึ้นไม่ห้าวและใจร้อนเหมือนสมัยก่อน เจยิ้มละไมให้เมียตัวโตที่ใส่กางเกงเลบางๆ เดินออกมาจากห้องนอน วิถีชีวิตเขาเปลี่ยนไปเพราะอยากมีชีวิตอยู่กับคนๆ นี้ไปนานๆ

ฆาเบียร์ลงนั่งที่เคาเตอร์ครัว เจเปิดโหลกราโนล่าแล้วส่งให้ ฆาบี้ตักมันใส่ถ้วยซีเรียล เขาชิมมันเปล่าๆ นิดหน่อยแล้วชมเปาะ เจยิ้มอย่างดีใจ สำหรับเขาเมื่อเห็นคนมีความสุขเพราะอาหารที่เขาทำก็ถือว่าอาหารมื้อนั้นได้บรรลุเป้าหมายของมันแล้ว

"เจไม่กินเหรอ?"

ฆาเบียร์ที่เคี้ยวกราโนล่าหยับๆ ถามขึ้น เขากินโดยราดกรีกโยเกิร์ตและใส่สตรอเบอรี่สดที่ยังเหลือจากวันคริสต์มาสอีฟกับแอปเปิ้ลหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เจเอื้อมมือมาตักกราโนล่าในถ้วยของคนตัวโต

"อืมม์ ก็อร่อยดีนะ แต่ผมกินซีเรียลเหมือนเดิมดีกว่าน่ะ"

คนขี้เกียจเคี้ยวตักซีเรียลของตัวเองเคี้ยวตุ้ยๆ เขาใส่สตรอเบอรี่กับพวกอัลมอนด์ลงไปนิดหน่อย

"น้ำมะเขือเทศมะ?"

เจยกกล่องน้ำมะเขือเทศเทใส่แก้วตัวเองและถามฆาเบียร์ คนตัวโตพยักหน้า เจเทใส่แก้วให้ เขาเหยาะซอสพริกทาบาสโก้กับโรยเกลือลงไปให้นิดหน่อยและส่งให้ฆาเบียร์ คนตัวโตยิ้ม คนรักของเขารู้ใจเขาจริงๆ ว่าชอบปรุงน้ำมะเขือเทศให้รสเหมือนกับค้อกเทลอย่างบลัดดี้ แมรี่ แต่ไม่ใส่เหล้าและซอสวูสเตอร์เชียร์



ฆาเบียร์วางช้อนลงในชามเปล่า เขามีเรื่องที่ต้องคุยกับเจ แต่ก็กลัวคนตัวเล็กจะเคืองอีก เขาอ้ำๆ อึ้งๆ จนเจนยุทธถามขึ้นว่ามีอะไร

"เอ่อ เจ...คือ เรื่องเมื่อคืน..."

เจเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่าเรื่องไหน?

"เรื่องข้อตกลงของเราน่ะ คือ เอ่อ..."

"...เจบอกว่าเจไม่อยากดูเหมือนมาเกาะฉันกิน แต่ถ้าเราทำแบบที่เจบอกทุกอย่าง มันก็เหมือนกับฉันมาเกาะเจกินนะ"

ฆาเบียร์ระบายลมหายใจออกอย่างโล่งอก เขาได้พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไปจนได้ เจที่ตอนแรกทำท่าจะบ่นก็ชะงักไปและทำท่าครุ่นคิด

"ฉันขอเปลี่ยนอะไรหน่อยได้ไหม?..."

"...เรื่องที่เชียงใหม่กับตอนไปเที่ยวฉันยอมรับตามข้อเสนอของเจ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เชียงใหม่ ฉันจะยกให้เจจัดการ เว้นแต่ที่เกี่ยวกับเรื่องงาน แต่ถ้าไปที่ฮ่องกงหรือสหรัฐฯ ก็ขอให้ฉันได้เป็นฝ่ายจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายให้เจบ้างได้ไหม?"

เจนยุทธครุ่นคิด ที่ฆาบี้พูดมันก็จริง เขาก็คงต้องยอมพบกันครึ่งทาง

"ผมยอมให้แค่ค่ากินอยู่นะ โอเคไหม? แต่ค่าใช้จ่ายส่วนตัว พวกซื้อของ ซื้อขนม อะไรพวกนี้ ค่าตั๋วเครื่องบิน ผมจะจ่ายเอง ได้ไหมครับ?"

เจทำตาอ้อนวอน ฆาเบียร์ถอนหายใจ เอาวะ อย่างน้อยได้แค่นี้ก็ยังดี เขายื่นมือไปกุมมือเรียวของเจซึ่งบีบมือเขาตอบเบาๆ การใช้ชีวิตร่วมกันก็ต้องใช้การพูดคุยและทำความเข้าใจกันให้มาก โดยเฉพาะความสัมพันธ์ทางไกลแบบของเขาทั้งสอง ฆาเบียร์ยังได้ขอเจอีกว่าถ้ามีอะไรที่คับข้องหมองใจ ขอให้ระบายมันออกมา อย่าได้เก็บไว้จนระเบิดเหมือนเมื่อคืน

"คุณหมายถึงตอนไหนล่ะ ฆาเบียร์? หมายถึงตอนที่ผมระเบิดจนทำคุณร้องครางลั่นน่ะเหรอ?"

เจพูดยิ้มๆ มีเหรอเขาจะไม่รู้ว่าฆาเบียร์พูดถึงตอนไหน แต่เขาอยากจะยั่วเย้าคนตัวโตเล่นแค่นั้น ฆาบี้หน้าแดงก่ำแล้วบ่นพึมพำใหญ่ คนตัวเล็กบอกให้เขางดมีเซ็กส์ แต่ก็ยังจะขุดเรื่องเมื่อคืนมาพูดทำให้เขาอดนึกถึงความรู้สึกเมื่อคืนไม่ได้ ​

"ยั่วกันจริงนะ เจ"

คนตัวโตทำท่าจะเอื้อมมือมาคว้าร่างเพรียวมากอด เจหัวเราะลั่นและรีบพริ้วกายหนีเข้าห้อง ฆาเบียร์ได้แต่ส่ายหัว เขาเก็บชามซีเรียลทั้งสองใบและแก้วใส่เครื่องล้างจานก่อนจะเดินตามเจนยุทธเข้าห้องไป



"อืมม์..."

เจครางเบาๆ ในคอ ปากนิ่มๆ ของฆาเบียร์นั้นทำให้เขารู้สึกดีทุกครั้งที่ได้จุมพิต ทั้งคู่แลกจูบกันใต้ฝักบัวเหมือนทุกวัน แต่วันนี้พวกเขาทำเพียงแค่ช่วยฟอกสบู่และชำระกายให้อีกฝ่ายและแลกจุมพิตกันแค่นั้น ฆาเบียร์นั้นทำตามบทลงโทษของเจนยุทธอย่างเคร่งครัด หากเป็นคนตัวเล็กเองที่ใจเต้นระรัวจนแทบจะฝืนกฎของตัวเอง

'ไม่ได้ๆ ยอมไม่ได้ ไม่งั้นเดี๋ยวพี่แกจะไม่เข็ดซักที'

เจท่องไว้ในใจ ก่อนที่จะดันตัวฆาเบียร์ออกห่าง เขาจุ๊บเบาๆ ที่แก้มตอบของเมียตัวโตก่อนจะปิดน้ำและดึงผ้าเช็ดตัวมาเช็ดกายให้กันและกัน ฆาเบียร์ลอบถอนหายใจ แค่ครึ่งวันแรกเขายังพอไหว เหลืออีกสองวันครึ่ง เขาต้องพยายามทำตามคำขอของคนรักให้ได้ แต่เขาก็ยังอดที่จะเกาะกุมบั้นท้ายงามของเจและบีบเบาๆ ไม่ได้ เจ้าตัวก็ไม่ได้บ่นอะไรเพราะเห็นแล้วว่าเขาไม่ได้มีท่าทางจะรุกล้ำเกินไปกว่านั้น



"เดี๋ยววันนี้บ่ายๆ ไปหาแม่กันนะ ผมจะไปคุยเรื่องงานปีใหม่ด้วย"

ฆาเบียร์พยักหน้า ดีเลย กลับมาได้สามวันแล้วเขายังไม่ได้ไปหาแม่ของเจเลย เขายังคิดถึงแม่สาวน้อยตัวดำปี๋ของเจอีกด้วย ฆาเบียร์หยิบเสื้อเชิร์ตกับยีนส์เรียบๆ ออกมาเตรียมไว้ เจมองคนตัวโตของเขา แม้ช่วงหลังๆ ฆาเบียร์จะแต่งตัวแบบสบายๆ ขึ้นตอนอยู่เชียงใหม่ เช่นใส่เสื้อยืดคอกลมหรือคอวีธรรมดากับกางเกงขาสั้นผ้าแบบเบอมิวด้าหรือยีนส์เก๋ๆ ที่ดูแฟชั่นจ๋า  แต่ทุกครั้งที่ไปหาแม่ ฆาเบียร์จะพยายามแต่งตัวเรียบร้อยเสมอ อย่างน้อยเสื้อที่เขรใส่ไปต้องเป็นเสื้อมีคอปก ไม่เสื้อเชิร์ตก็เสื้อโปโลกับยีนส์เรียบๆ หรือกางเกงชิโน่ นั่นก็คงเพราะอยากให้ผู้ใหญ่ประทับใจ

“เจจะกินอะไรก่อนหรือเปล่า กินแค่ซีเรียลอิ่มเหรอ?”

ฆาบี้ถามคนตัวเล็กกินจุ เจนยุทธบอกว่าเดี๋ยวอุ่นสตูว์ที่เหลือวันนั้นกินก็ได้

“คุณจะกินกับผมด้วยไหม?”

ฆาเบียร์บอกว่ากิน ถ้าเป็นอย่างอื่นเขาอาจขอผ่าน แต่สตูว์หม้อนี้นั้นเขาอยากลิ้มรสมันจนคำสุดท้าย เจอุ่นสตูว์หม้อนั้นบนเตาโดยใส่น้ำเพิ่มลงไปนิดหน่อย เมื่อได้ที่ เขาตักเส้นพาสต้าที่ลวกไว้เมื่อวันก่อนใส่จานและเอาใส่ไมโครเวฟ ฆาเบียร์บอกว่าเขาขอนิดเดียวพอ เจตักสตูว์ที่เหลืออยู่ราดลงไป ไหนๆ มันก็ใกล้หมดแล้ว เขาเลยตักมันมาหมดแล้วยกมาวางตรงหน้าเมียตัวโตของเขา

ฆาเบียร์อึ้งมองสตูว์จำนวนไม่น้อยที่กองพูนจาน เขานึกว่าเจจะตักมาให้เขานิดหน่อย

“น่า เดี๋ยวก็หมด ถ้ากินไม่หมดก็ส่งให้ผม”

เจก้มหน้าก้มตากินสตูว์ ฆาเบียร์ตักอาหารรสชาติเดียวกับรสมือแม่เข้าปากแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เจเหลือบมองรอยยิ้มของฆาเบียร์ด้วยหัวใจที่พองโต ความพยายามของเขาในการทำสตูว์หม้อนี้ไม่เสียเปล่าจริงๆ

“ยิ่งหลายวันยิ่งอร่อยนะเจ รสชาติมันซึมซาบเข้าเนื้อจริงๆ เนื้อชิ้นที่ติดเอ็นนี่ก็เปื่อยกำลังดีเลย…”

เจหัวเราะแล้วบอกว่ามันเหมือนเวลาที่เขาทำแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่น จานที่อร่อยที่สุดคือจานสุดท้ายที่ผ่านการเคี่ยวมาแล้ว 3-4 ครั้ง

“ไว้วันหลังผมจะทำให้คุณชิมนะ”

ฆาบี้พยักหน้า เขากวาดสตูว์คำสุดท้ายเข้าปาก เขานึกว่าจะกินไม่หมด แต่รสชาติแห่งความทรงจำนี้ชวนให้เขาต้องตักมันเข้าปากคำแล้วคำเล่า

“ผง achiote ที่อาปาหาให้มาก็ยังเหลืออีกเยอะ ถ้าคุณอยากกินอีกก็บอกนะ ไว้ผมทำให้กินอีก”

เจนยุทธพูดยิ้มๆ เมื่อเห็นคนตัวโตแทบจะใช้นิ้วกวาดจาน ฆาเบียร์ยิ้มเขินๆ เขาถามว่าเจแบ่งเก็บให้คริสแล้วใช่ไหม เจพยักหน้าบอกว่าเขาแบ่งใส่ช่องฟรีซไว้แล้ว



เจเทน้ำเย็นจากเหยือกส่งให้ฆาเบียร์ เขาเก็บถ้วยชามใส่เครื่องล้างและเปิดเครื่อง ส่วนหม้อ Dutch oven นั้นเจค่อยๆ ทำความสะอาดมันอย่างทะนุถนอม เขาเท baking soda ลงในถ้วยเล็กๆ แล้วเทน้ำลงไปผสมและคนๆ มันให้เข้ากัน เขาใช้ฟองน้ำแตะๆ ส่วนผสมนั้นแล้วค่อยๆ ขัดเอาสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ภายนอกหม้อออกจนหมด จากนั้นก็ถึงคราวของด้านในหม้อซึ่งเคลือบ enamel ไว้ สารเคลือบนี้ช่วยไม่ให้เศษอาหารติดกับก้นหม้อแต่ถ้าทำความสะอาดไม่ถูกวิธี สารนี้ก็จะหลุดหายไปจนหมดค่า คราวนี้คราบสตูว์ไม่ใช่คราบฝังแน่น เขาใช้ส่วนผสมเบ้กกิ้งโซดากับน้ำค่อยๆ ขัดมันออกได้ แต่ถ้าเป็นคราบไหม้หรือคราบฝังแน่น เขาเคยอ่านเจอว่าให้แช่น้ำร้อนใส่เบ้กกิ้งโซดาทิ้งไว้ข้ามคืนหรือไม่ก็ต้มน้ำร้อนกับเบ้กกิ้งโซดาและแช่ทิ้งไว้ หม้อแบบนี้ถ้ารักษาดีๆ ก็จะใช้งานได้หลายสิบปีเลยทีเดียว

ฆาเบียร์เดินมาดูเจทำความสะอาด Dutch Oven อย่างสนใจ เจนยุทธดูเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่น่าจะทำอะไรเป็น แต่ถ้าเป็นเรื่องในครัวเจ้าตัวเล็กของเขาถือว่ารอบรู้มากทีเดียว เขาแอบเหลือบดูใบหน้าน้อยๆ ที่มีเหงื่อซึมออกมาเพราะออกแรงจัดการกับหม้อใบโต ฆาเบียร์อดไม่ได้ต้องหอมแก้มใสๆ นั้นสักที เจอุทานออกมาก่อนที่จะเอามือที่เปื้อนคราบสตูว์ป้ายฉับเข้าที่หน้าคนตัวโต ฆาเบียร์เอาแก้มที่เปื้อนนั้นเช็ดเข้ากับเสื้อของเจ ทั้งสองกอดปล้ำกันอยู่ที่หน้าซิงค์ก่อนที่จะจบลงด้วยจูบอันอ่อนหวาน



"สามวันเชียวเหรอ เจ?"

ฆาเบียร์โอดครวญออกมาเบาๆ เขายกตัวเจขึ้นนั่งบนเคาเตอร์ครัว ตัวเองนั่งบนสตูลแล้วซบหน้าบนตักของเจนยุทธ

"ใช่ สามวัน ถ้าคุณรักผม แค่นี้ทนหน่อยได้ไหม?"

เจทำเสียงขึงขัง เขาปัดมือคนตัวโตที่ทำท่าจะซุกซน ฆาเบียร์ถอนใจ

"...หรือถ้ามีอะไรกันไม่ได้แล้วคุณจะไม่รักผมแล้ว?"

ฆาเบียร์ปฏิเสธลั่น เซ็กส์เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของชีวิตคู่ของเขาและเจก็จริง แต่ก็มีสิ่งอื่นอีกหลายอย่างที่ทำให้เขารักเจ้าตัวแสบคนนี้

"ฉันทนได้แน่ เจ สามวัน ไม่มีปัญหา"

ตอนอยู่ห่างกัน รอเป็นเดือนเขายังทำได้ แค่สามวันเขาต้องทำให้ได้

"ดีมาก เพราะแบบนี้ผมถึงรักคุณไงล่ะ"

เจก้มลงจูบริมฝีปากบางๆ ของคนตัวโตเขาส่งลิ้นร้อนๆ เข้าไปเกาะเกี่ยวกับลิ้นของฆาเบียร์อยู่พักใหญ่ก่อนจะถอนออกไป ฆาเบียร์มองเจตาละห้อย เจออิแบบนี้เขาก็ชักไม่มั่นใจในตัวเองแล้ว

"แกล้งกันนักนะ เจนยุทธ"

เจหัวเราะหึๆ เขาเองก็อยากจะสัมผัสเมียตัวโตจะแย่อยู่แล้ว แต่เขาเองก็ต้องอดกลั้นเอาไว้

"นี่ แล้วคุณโทรหาหมอเรื่องยาหรือยัง?"

เจเปลี่ยนเรื่อง ฆาเบียร์พยักหน้า

"หมอบอกว่าให้กินตามที่เปลี่ยนไปนั่นแหละ แรกๆ มันก็ยังจะแกว่งหน่อย แต่สักพักจะดีขึ้น ไม่ต้องห่วงนี้ ตอนนี้ฉันรู้ตัวละว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉะนั้นฉันจะคอยสังเกตอารมณ์ตัวเองเอง"

เจระบายลมหายใจอย่างโล่งอก เขาเองก็ต้องคอยดูอาการของเมียตัวโตเช่นกัน



"จะบ่ายสองแล้ว แต่งตัวกันเถอะจะได้ไปหาแม่"

เจดูนาฬิกาแล้วชวนฆาเบียร์ออกบ้าน ทั้งสองแต่งเนื้อแต่งตัวและพากันเดินทางไปยังบ้านพี่จืดที่แม่แตง

"นี่ ฆาบี้...ผมลืมบอกไปอีกอย่าง ไอ้ที่ผมบอกคุณว่าห้ามซื้อของแพงๆ ให้น่ะ ผมหมายถึงสำหรับแม่ผมและพี่ๆ ด้วยนะ เข้าใจไหม?"

เจที่ขับรถอยู่หันไปกำชับเมียตัวโตของเขา ฆาเบียร์พยักหน้า

"โอเค ฉันเข้าใจแล้วเจ ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะทำตามคำเจว่า"

"นี่ไม่ใช่ว่าไปซื้อมาเรียบร้อยแล้วนะ"

เจขมวดคิ้ว ฆาเบียร์รีบปฏิเสธลั่น เขาแอบถอนหายใจ เดี๋ยวเขาค่อยฝากนาฬิกากับสร้อยข้อมือที่เขาเตรียมให้แม่และอิ่มใจไว้กับคริส 


(ต่อคอมเมนท์ถัดไปค่ะ)

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- วันที่หนึ่ง (ต่อ) ----




น้องอัซซูรี่ของเจพาพวกเขาทั้งสองมายังบ้านของพี่จืดที่แม่แตง เจพาฆาเบียร์ไปไหว้ฟองนวลที่ยิ้มต้อนรับคนรักตัวโตของลูกชายด้วยความยินดี

"แม่ โรซ่าลอ?"

'แม่ โรซ่าล่ะ?'


เจถามหาสาวน้อยคนสวยของเขา ฟองนวลยังไม่ทันตอบ เขาก็ได้ยินเสียงประตูเปิดอย่างแรง หมาหมูตัวใหญ่ของเขาวิ่งพรวดออกมาจากห้องนอนของเขาซึ่งกลายเป็นที่นอนเล่นของมันช่วงกลางวัน เช่นเคย มันวิ่งเลยผ่านเขาไปกระโดดโลดเต้นอยู่กับฆาเบียร์ซึ่งหัวเราะร่าและนั่งคุกเข่าลงเล่นกับลาบราดอร์ดำตัวอ้วนตั้บ เขาพูดจาทักทายเจ้าหมา ปล่อยให้มันเลียหน้าเลียตา เจได้แต่โคลงหัว แล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นรอยยิ้มและตาที่เป็นประกายของฆาเบียร์

เมื่อเล่นกับคนตัวโตจนหนำใจแล้ว โรซ่าถึงค่อยเดินมาเอาตัวเบียดขาเจ้านายของตัวเอง เจตบก้นมันเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็ดูเหมือนมันจะไม่รู้สึกรู้สมอะไร เจชวนแม่กับฆาเบียร์ไปนั่งคุยกันที่โซฟา วันนี้พี่อิ่มไม่อยู่ เขาก็จะพูดกับแม่ภาษาไทย ไม่ก็ทำหน้าที่แปลให้ฆาเบียร์เอง

"คืนสิ้นปี๋นี่เจจวนไผมาพ่อง?"

ฟองนวลถามว่าเจชวนใครมาตอนวันสิ้นปีบ้าง เจบอกว่าเขาชวนพี่นพกับแฟนและปรินซ์กับซันซันมา

"แล้วอาจจะมีคุณคริสกับเลขาฯ ของฆาบี้แหมสองคนมาโตยครับ"

เจหันไปถามฆาเบียร์ว่าตกลงเขาได้ถามอาปาหรือยังว่าจะมางานปีใหม่ได้ไหม?

"อาปาบอกว่าอาปาจะมาแน่นอนครับ"

ฆาเบียร์หันไปตอบฟองนวลเป็นภาษาอังกฤษ อาปาของเขาจะมาถึงเชียงใหม่ในวันที่ 28 ซึ่งคืออีก 2 วันข้างหน้า ฟองนวลจดจำนวนแขกที่จะมาลงในกระดาษเพื่อที่เธอจะได้จัดเตรียมอาหารให้พอเพียง เจถามว่าแขกของพี่ๆ มีใครบ้างซึ่งก็ได้แก่พวกเพื่อนๆ ของพี่ทั้งสอง รวมๆ กับพวกลูกจ้างในไร่และที่โรงส่งผักของพี่จืดก็เท่ากับหลายสิบคนอยู่

"หมู่คนงาน แม่จะหื้อเปิ้นซื้อลาบมาเลี้ยงกั๋น แล้วก่อหื้อละอ่อนมันยะกับข้าวเมืองหื้อ แล้วหมู่ลูกจะกิ๋นอะหยังกั๋นพ่อง?"

'พวกคนงานแม่จะให้เค้าซื้อลาบมาเลี้ยงกัน และให้เด็กมันทำกับข้าวพื้นเมืองให้ แล้วพวกลูกจะกินอะไรกัน?"


เจบอกแม่ว่าทำปิ้งย่างแบบทุกปีก็ได้ ที่บ้านเขามีเตาบาบีคิวขนาดใหญ่ที่ทำจากถังน้ำมันซึ่งซื้อจากงานราชฑัณฑ์อยู่ ฟองนวลพยักหน้าแล้วจดลงไป เจบอกว่าก่อนวันงานเขาจะมาช่วยแม่เตรียมของ เขาหันไปแปลให้ฆาเบียร์ฟัง เมียตัวโตของเขาทำท่าทางสนใจ เขาอยากเห็นบาร์บีคิวแบบไทยๆ ว่าเป็นอย่างไร



"ให้ฉันช่วยทำอะไรก็บอกนะเจ

"คุณก็ทำซังเกรียอีกสิ ฆาเบียร์ คราวนี้ทำซักสองอ่างเลยดีมะ?"

ฆาเบียร์หยิบสมุดโน้ตที่เขาพกติดตัวขึ้นมาจดของที่เขาต้องซื้อ เขาถามเจถึงจำนวนคนที่คิดว่าจะดื่มซังเกรียและคำนวนดูว่าต้องใช้ของจำนวนเท่าไหร่บ้าง เจมองคนตัวโตที่มีท่าทางจริงจังกับงานแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ฟองนวลบอกว่าเธอจะเป็นคนจัดเตรียมของปิ้งย่างอย่างไก่และซี่โครงอ่อนให้ เจบอกว่าเขาเองจะซื้อกุ้งและปลาหมึกมาและขอให้แม่ทำน้ำจิ้มซีฟู้ดให้หน่อย

"เดียวเจถามอ้ายนพหื้อโตยว่าเปิ้นจะเอาอะหยังมาสู่โตยก่อ"

'เดี๋ยวเจถามพี่นพให้ว่าจะเอาอะไรมาด้วยไหม'


คราวที่แล้วที่ทำบาร์บีคิวกันนพเอาหมูสะเต๊ะเจ้าอร่อยที่เคยอยู่ในตลาดอนุสารมา เขายังจำความอร่อยของมันได้ ฆาเบียร์นั่งขำเจที่คุยไปทำท่าปาดน้ำลายไป คนตัวเล็กที่เพิ่งกินสตูว์จานเบ้อเริ่มมาไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วเริ่มบ่นหิวแล้ว เขานั่งคุยกับแม่เรื่องงานอยู่อีกพักใหญ่ ฆาเบียร์เองก็ฟังบ้างเล่นกับเจ้าหมาโรซ่าที่มานอนเฝ้าเขาบ้าง



​"อั้นเดียวเจปิ๊กก่อนเน่อครับ"

​'งั้นเดี๋ยวเจกลับก่อนนะครับ'


เจนยุทธบอกลาแม่ของเขา ตอนแรกแม่ของเขาถามว่าพวกเขาจะกินข้าวที่นี่ไหม แต่พวกเขาไม่อยากรบกวน เจรู้ว่าถ้าเป็นวันปกติที่ลูกๆ ไม่ได้กลับบ้านทันมื้อเย็น แม่ของเขาจะไม่ค่อยกินมื้อเย็นหนักมาก อาจจะกินแค่สลัดหรืออาหารจากมื้อเที่ยงและไม่ได้ลงมือหุงหาอาหาร โดยปกติพี่จืดที่จะกลับบ้านจากโรงส่งผักมาตอนค่ำๆ ก็มักจะหาอะไรกินมาก่อนแล้ว ส่วนอิ่มใจจะกลับมานอนบ้านช่วงวันที่ไม่มีสอนเช้าหรือช่วงสุดสัปดาห์ แต่วันนี้พี่อิ่มไปงานแต่งงานของเพื่อนก็เลยจะกลับเข้าบ้านมาดึกๆ


ฟองนวลสั่งให้เด็กตัดผักสลัดและพวกมะเขือเทศสดใส่ตะกร้าให้เจเอากลับบ้านไปด้วย กลับมาบ้านทีไรเขาต้องได้อะไรติดไม้ติดมือไปด้วยทุกที เจหอมแก้มแม่เพื่อลาส่วนฆาเบียร์ยกมือไหว้

"See you on the 30th ครับ แม่"

ฆาเบียร์ลาแม่ของคนรัก ตอนนี้เขาเริ่มใช้ภาษาไทยเช่นคำว่า "ครับ" ลงท้ายเมื่อคุยกับฟองนวลเพื่อความสุภาพและเรียกแม่ของเจว่า "แม่" เป็นภาษาไทย เจยิ้มให้กับคนรักที่พยายามใช้ภาษาไทยแม้จะยังไม่ชัดนัก ฟองนวลหัวเราะเบาๆ และบอกทั้งคู่ว่าคราวหน้าถ้าว่างเธอจะเริ่มสอนภาษาไทยง่ายๆ ให้ฆาเบียร์ ซึ่งคนตัวโตก็ตอบรับด้วยความยินดี



"นี่จะเรียนภาษาไทยจริงๆ เหรอ?"

เจที่กำลังขับรถถาม ฆาเบียร์พยักหน้าแล้วพูดยิ้มๆ ว่าเขาจะได้เข้าใจเวลาเจกับนพงุบงิบคุยกันสองคน เจทำหน้ามุ่ยและบ่นพึม แต่ภาษาไทยไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เขาคิดว่าคนตัวโตที่ไม่ค่อยว่างนักคงเรียนมันได้ไม่ง่ายนัก สำหรับฆาเบียร์ ถึงปากเขาจะบอกเจไปแบบนั้น แต่ความตั้งใจจริงๆ ของเขาคือเพื่อที่จะพึ่งตัวเองได้บ้างเผื่อเวลาที่เขามาแล้วเจไม่ว่าง เขาจะได้ไปไหนมาไหนคนเดียวได้โดยที่สามารถสื่อสารกับคนรอบข้างได้ง่ายๆ

เจขับรถเข้ามาในเขตคูเมืองเชียงใหม่ ตอนนี้กระเพาะน้อยๆ ของเขากำลังร้องโครกครากด้วยความหิว ตอนนี้ก็หกโมงแล้ว ฟ้ามืดเต็มที่ ในเมืองคึกคักไปด้วยคนที่ออกมาหาของกิน วันนี้เขาจะพาฆาเบียร์มากินของโปรดของเขาที่ช่วงหลังนี้ไม่ค่อยได้กินเท่าไหร่ เขาเลี้ยวรถเข้าจอดในลานเล็กๆ ข้างร้าน Miguel's Cafe บนถนนชัยภูมิตรงข้ามตลาดสมเพชร

"อาหารเม็กซิกันเหรอ เจ?"

ฆาเบียร์ถาม เขาเห็นจากป้ายที่หน้าร้าน เจพาเขามานั่งในร้านที่ลูกค้าส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ พนักงานเสิร์ฟสาวท่าทางคล่องส่งเมนูให้พร้อมกับทักทายเป็นภาษาอังกฤษอย่างชัดเจน เจบอกว่าเขาขอดูเมนูก่อน ฆาเบียร์สำรวจเมนูอย่างสนใจ

"เป็น Tex-Mex นี่นา เจ ไม่ใช่เม็กซิกันจริงๆ"

ฆาเบียร์พูดเบาๆ เจพยักหน้าแล้วบอกว่าเขาคิดว่าถ้าบอกว่าเป็นเท็กซ์เม็กซ์คนไทยอาจจะงงว่ามันคืออะไร เพราะสำหรับคนที่นี่แล้วนี่คืออาหารเม็กซิกัน

"ผมก็เพิ่งรู้ตอนหลังๆ ตั้งแต่ดูช่อง Food Network นี่แหละว่ามันไม่เหมือนกัน แต่ผมก็ไม่รู้ว่ามันต่างกันตรงไหน"

ฆาเบียร์จึงเล่าให้ฟังว่าอาหารเท็กซ์เม็กซ์คืออาหารที่ถือกำเนิดขึ้นในรัฐเท็กซัส เป็นความพยายามเลียนแบบอาหารของชาวเม็กซิโกที่เป็นเพื่อนบ้านโดยใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น

"สังเกตง่ายๆ นะเจ หัวใจหลักของอาหารเท็กซ์ เม็กซ์คือเนื้อวัวและแป้งสาลี ซึ่งทั้งสองอย่างนี้หาได้ยากในเม็กซิโก เนื้อสัตว์ที่ใช้ในอาหารเม็กซิกันจะต่างกันไปตามแคว้น มีทั้งหมู ไก่ อาหารทะเลแต่ไม่ค่อยมีเนื้อวัว ส่วนแป้งนั้นทางเม็กซิโกใช้แป้งข้าวโพดมากกว่า"

"...ส่วนผสมหลักอื่นๆ ในอาหารเท็กซ์ เม็กซ์ที่ไม่เห็นในอาหารเม็กซิกันคือยี่หร่า ถั่วดำ ผักกระป๋องอย่างมะเขือเทศกระป๋องและชีสสีเหลืองอย่างเชดดาร์ชีส"



เจฟังอย่างตั้งใจ วันนี้เขาได้ความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นอีกแล้ว พวกเขาอ่านเมนูและสั่งอาหารมาอย่างแรกที่ยกมาทำให้เจหน้าเซ็ง เขาสั่งตอร์ติย่ากับกัวกาโมเล่ ซึ่งเป็นเครื่องจิ้มที่ทำจากอโวคาโด้ ทั้งสองอย่างมาน้อยมากในราคา 100 บาท เขาบ่นเบาๆ กับฆาเบียร์ เขาจำได้ว่าคราวที่แล้วที่มากินมันได้เยอะกว่านี้

"งั้นเดี๋ยวงานปีใหม่ฉันจะทำให้เจกินชามใหญ่ๆ เลย ดีไหม?"

ฆาเบียร์พูดยิ้มๆ เจยิ้มกว้างแล้วทำท่าทางประจบประแจงคนตัวโต เขาเอาแผ่นตอร์ติย่าจิ้มกัวกาโมเล่แล้วป้อนให้คนตัวโตโดยไม่สนสายตาคนรอบข้าง ฆาเบียร์ชิมๆ กัวกาโมเล่แล้วค่อนข้างมั่นใจว่าเขาทำอร่อยกว่าแน่นอน ทั้งคู่กินตอร์ติย่ายังไม่ทันหมดจานที่สองก็ยกมาเสิร์ฟ เจเนื้อเต้น นี่คือของที่เขารอกิน

"Texas Chain Gang Chili ของโปรดผมเลย"

คนตัวเล็กจ้วงช้อนลงในชิลลี่ซึ่งก็คือเนื้อบดและถั่วปินโตต้มในซอสรสจัดและโปะหน้าด้วยชีสเยิ้มๆ และซาวร์ครีม เจนยุทธทำหน้าเหมือนเห็นสวรรค์เมื่อกินมันเข้าไป ฆาเบียร์ตักชิมแล้วก็ต้องยอมรับว่ามันอร่อยจริง เจฉีกแผ่นแป้งตอร์ติย่าลงจิ้ม แต่ฆาเบียร์ตักชิลลี่ใส่แผ่นแป้งและห่อมัน เจกินไปเล่าไปถึงร้านอาหารเม็กซิกันอีกร้านที่เขาอยากลองนักลองหนา

"ร้านชื่อ Salsa Kitchen น่ะ เมื่อก่อนร้านเปิดอยู่บนถนนห้วยแก้ว ตอนหลังเขาย้ายไปอยู่แยกรวมโชค ใกล้ๆ บ้านพี่นพ ผมเคยเห็นเฟซบุ๊คเขา ผมว่าอาหารเขาดูเป็นเม็กซิกันแท้ๆ กว่าร้านนี้"

เจบอกว่าสักวันเขาจะลองชวนนพไปกินดู แล้วถ้าเวิร์คก็จะพาฆาเบียร์ไปกิน เจพูดพลางใช้แผ่นตอร์ติย่ากวาดซอสที่เหลือในชามชิลลี่ ฆาเบียร์มองอย่างหนักใจ เขาเริ่มรู้สึกอิ่มหลังจากกินจานนี้เข้าไป และตอนนี้เขาชักกังวลเมื่อเห็นอาหารอีกสองจานที่พนักงานยกมาเสิร์ฟ



"Steak Chimichanga กับ Ranchero Enchiladas เนื้อค่ะ"

ฆาเบียร์มองแป้งห่อเนื้อขนาดใหญ่ที่วางอยู่ตรงหน้าทั้งสองจานอย่างจนปัญญา ข้อแตกต่างของสองอย่างนี้คือ enchiladas เป็นแผ่นแป้งตอร์ติย่าข้าวโพดนึ่งและไส้เป็นเนื้อบด ซอสที่ราดมาคือซอสเอนชิลาดาสโปะด้วยซาวร์ครีมและชีส ส่วนสเต๊กชิมิชังก้าคือแป้งตอร์ติย่าที่ทำจากแป้งสาลีห่อเนื้อสเต๊กแล้วนำไปทอดจนแป้งกรอบ จากนั้นราดซอสและโปะทับด้วยกัวกาโมเล่ ซัลซ่าสด และซาวร์ครีม โดยมีซัลซ่าสดทำจากมะเขือเทศและผักกาดแก้วหั่นฝอยแนมมาด้านข้าง

ฆาเบียร์ชิมทั้งสองอย่างไปได้ไม่ถึงครึ่งก็ต้องยอมแพ้ปล่อยให้เจจัดการที่เหลือ เขาอึ้งไปเมื่อได้ยินเจสั่งของหวานเพิ่ม ที่เจสั่งคือแผ่นแป้งห่อแอปเปิลแล้วนำไปทอดโปะด้วยไอศกรีม เขายอมแพ้สายตาเว้าวอนของเจ้าตัวเล็กจนต้องตัดชิมคำหนึ่ง ไส้แอ้ปเปิ้ลที่ผัดกับคาราเมลร้อนๆ ปรุงด้วยอบเชยเข้ากับไอศกรีมเย็นๆ มันอร่อยจนเขาลืมอ้วนและต้องตักเพิ่มมาอีกหลายคำ

"ถ้าฉันพุงยื่นเจต้องรับผิดชอบด้วยนะ ยิ่งออกกำลังกายไม่ได้อีกตั้งสามวันด้วย"

ฆาเบียร์โอดครวญ

"คุณก็โหนบาร์เข้าไปสิ เครื่องออกกำลังกายก็มี เชิญเลย"

เจนยุทธพูดยิ้มๆ คนตัวโตเริ่มงอแงอีกแล้ว เจสั่งคิดเงิน จากนั้นขับรถพาคนตัวโตกลับไปที่ห้อง

] (ftp://image.goosiam.com/imgupload/upload43/w58BJFZIAgEG.jpg[/img)



"เจ..."

เสียงแหบพร่าจากริมฝีปากที่จูบคลึงอยู่ที่ต้นคอของเขาทำให้เจนยุทธแทบทนไม่ไหว มือของฆาเบียร์โอบหลวมๆ ที่เอวของเขา ความอุ่นจากร่างที่นอนเบียดเสียดแนบชิดหลังเขาที่นอนตะแคงอยู่ทำให้ใจเขาร้อนรุ่ม แต่เจก็พยายามแข็งใจทำเป็นหลับแต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อมือร้อนๆ ของฆาเบียร์รุกล้ำสู่พื้นที่หวงห้ามทางด้านหน้า มือร้อนๆ นั้นบีบคลึงเบาๆ จนส่วนสงวนของเขาตื่นจากหลับไหล เจนยุทธหลุดปากครางออกมาแผ่วๆ เขาแกล้งทำเป็นหลับไม่ไหวแล้ว

"ฆาเบียร์ คุณสัญญากับผมแล้ว..."

เจพยายามทำเสียงเข้มแต่เสียงที่ออกมานั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยอารมณ์ ฆาเบียร์หัวเราะเบาๆ ริมฝีปากของเขายังคงรุกรานแถวต้นคอและพวงแก้มของเจ

"เจห้ามฉันมีเซ็กส์กับเจ แต่นี่ฉันปลดปล่อยให้เจ ก็ไม่น่านับนะ..."

"...ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ล่วงเกินส่วนอื่นของเจแน่ๆ ขอให้ฉันได้ให้ความสุขเจด้วยเถอะ"

เจนยุทธซึ่งเคลิ้มไปกับสัมผัสนั้นทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสัมผัสอันช่ำชองนั้น ไม่นานเขาก็ล่องลอยสู่วิมานด้วยมือของฆาเบียร์ ในความเคลิบเคลิ้มนั้นเขาได้ยินคำรักที่ฆาเบียร์พร่ำบอกออกมา



"Yo tambien te amo, Javi"

'ผมก็รักคุณ ฆาบี้'


เจพูดงึมงำก่อนจะหลับไป ฆาบี้ค่อยๆ ลงเตียงและเข้าห้องน้ำไปเพื่อจัดการตัวเอง ไม่นานเขาก็กลับออกมา

"ฝันดีนะ คนใจร้ายของฉัน"

ฆาเบียร์จูบแก้มของคนรักเบาๆ เขาลงนอนหนุนหมอนใบเดียวกับเจและนอนกอดร่างอุ่นๆ ที่นอนตะแคงหันหลังให้เขา หมดไปแล้ว 1 วัน เหลืออีก 2 วัน เขาหวังเหลือเกินว่าเจจะใจดีลดโทษให้เขา เขาถอนหายใจและจูบลงบนหลังแข็งแรงนั้น​ก่อนจะหลับตาลงและเข้าสู่ห้วงนิทรา



------------------------------------------------

จะไหวไหมเนี่ย ทั้งฆาเบียร์ทั้งเจ

โซนสาระนะคะ

สูตรกราโนล่า https://goo.gl/z8JbmS

การทำความสะอาด Dutch Oven ค่ะ https://goo.gl/Nh4Cnp

ความต่างของอาหารเม็กซิกันกับอาหาร Tex-Mex https://goo.gl/Grb75r

เฟซบุ๊คของร้าน Miguel’s Café ค่ะ https://goo.gl/KqgqCD

เฟซบุ๊คของร้าน Salsa Kitchen https://goo.gl/rdyPjY




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-10-2017 00:47:25 โดย La Vida Sin Tu Amor »

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1



---- วันที่สอง ----


เจรู้ตัวตื่นขึ้นมายามเช้า เขางัวเงียพลิกกายกอดซุกหาความอบอุ่นจากร่างใหญ่แข็งแรงที่นอนอยู่เคียงข้าง มือเขาเปะป่ายหาบางสิ่งตามความเคยชิน นิ้วมือเจไต่เดียะไปตามหน้าท้องไร้ไขมันของคนตัวโตก่อนจะซุกหาไออุ่นจากสิ่งที่เริ่มพองตัวขึ้นเมื่อถูกเขาสัมผัส

"เจ...จะแกล้งฉันเหรอ?"

เสียงทุ้มติดแหบไร้แววง่วงดังขึ้นที่ข้างหูของเจนยุทธ เจสะดุ้งเมื่อนึกได้และรีบชักมือกลับหากโดนมือใหญ่แข็งแรงจับข้อมือไว้และกดให้อยู่ที่ตำแหน่งเดิม เจช้อนตามองใบหน้าคมเข้มที่เริ่มมีไรหนวดขึ้นเขียวครึ้มของคนตัวโต ริมฝีปากของฆาเบียร์นั้นยิ้มพราย ตาคู่งามนั้นฉายแววพึงพอใจ

"ปล่อยมือเลย ฆาบี้ ผมเผลอไปโดนเฉยๆ "

เจโวยเพื่อแก้เขิน ฆาเบียร์กระชับวงแขนที่โอบร่างเพรียวนั้นไว้ มือแข็งราวคีมเหล็กของเขายังคงกดข้อมือเจให้แนบไปกับแก่นกายของเขาจนเจยอมแพ้ไม่พยายามดึงมือออกอีกและเริ่มบีบคลึงมันเบาๆ

"อืมม์ เจ นั่นแหละ ดีมาก..."

ฆาเบียร์ส่งเสียงเบาๆ อย่างพึงใจ มือของเจอุ่นดีเหลือเกิน

"โอ๊ย!"

คนตัวโตที่กำลังเพลินร้องออกมาลั่นเมื่อเจบีบของสำคัญเขาค่อนข้างแรงก่อนที่เจ้าตัวดีจะหัวเราะและดิ้นหลุดจากวงแขนของเขา เจเผ่นแผล็วลงไปยืนข้างเตียง ฆาเบียร์ลุกขึ้นนั่งทำหน้ามุ่ย เขาไม่ได้เจ็บอะไรแค่ตกใจเฉยๆ

"ใจร้าย"

ฆาเบียร์ตัดพ้อคนรัก เจนยุทธยืนหัวเราะร่วนอยู่ข้างเตียงก่อนจะดึงมือเมียตัวโตของเขาให้ลุกไปอาบน้ำด้วยกัน



เจที่ใส่เสื้อยืดกับกางเกงบอลนั่งขัดสมาธิบนโซฟา มือเขาถือถ้วยซีเรียลและตักกินพลางดูทีวีไปด้วย ฆาเบียร์เทกราโนล่าที่เจทำให้ลงใส่ถ้วย พร้อมตักโยเกิร์ตลงโปะ วันนี้เขาหั่นกล้วยสุกใส่ลงไปด้วย เขาถือถ้วยพร้อมเอาขวดน้ำเย็นและแก้วน้ำมาวางและลงนั่งข้างเจนยุทธ

"หนัก!"

เจดันร่างใหญ่กำยำของฆาเบียร์ที่ทิ้งน้ำหนักพิงร่างเขาออกห่าง เขาใช้ช้อนแอบตักกราโนล่าในถ้วยของฆาบี้กินคำใหญ่ๆ ฆาเบียร์มองคราบโยเกิร์ตขาวๆ ที่ติดปากน้อยๆ นั้น ใจเขานึกเตลิดไปไกลแล้ว พอรู้ตัวอีกทีลิ้นของเขาก็กำลังเลียคราบโยเกิร์ตที่ปากสวยๆ นั้นแล้ว

"อืมม์...คุณ อย่าซนสิ...อื๊อ"

สุดท้ายคนตัวเล็กก็เผยอปากรับลิ้นของเขา ฆาเบียร์วางถ้วยกราโนล่าบนโต๊ะกลางเตี้ยๆ และดึงถ้วยซีเรียลจากมือเจไปวางก่อนที่มันจะหก เขาดันร่างคนตัวเล็กให้นอนเอนไปบนโซฟา รสจูบอันร้อนแรงของฆาเบียร์ทำให้เจใจเต้นระรัว แต่ฆาเบียร์ก็ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น มือเขาไม่ได้เปะป่ายซุกซนเหมือนทุกครั้ง แค่โอบรอบร่างของเจเท่านั้น คนตัวโตรักษาคำพูดของเขาอย่างเคร่งครัด เขาจุมพิตร่างเพรียวที่อยู่ใต้ร่างเขาจนพอใจก่อนที่จะปล่อยเจที่หอบหายใจถี่หน้าแดงก่ำให้เป็นอิสระ

"มัดจำไว้แค่นี้ก่อน ครบสามวันเมื่อไหร่ เจไม่รอดมือฉันแน่"

ฆาเบียร์กระซิบเบาๆ ก่อนลุกผละไป คนตัวเล็กชักหนักใจเสียแล้ว



"ฆาบี้ ตื่นเถอะ...ฆาเบียร์ครับ"

เจเขย่าปลุกคนตัวโตที่นอนหนุนตักเขาอยู่บนโซฟาเบาๆ หลังหายไปในห้องพักหนึ่งฆาเบียร์ก็กลับออกมากินกราโนล่าจนหมด เขาลงนอนหนุนตักเจอ่านนั่นนี่จากไอแพดของเขาก่อนจะผลอยหลับไป เจนั่งนิ่งๆ ปล่อยให้เมียตัวโตของเขาหลับส่วนตัวเองก็ดูนั่นนี่ในทีวีจนเวลาผ่านไปนับชั่วโมง ตอนนี้เขาปลุกคนตัวโตเพราะใกล้จะได้เวลาที่พวกเขานัดกินมื้อเที่ยงกับนพและวัฒน์แล้ว ฆาเบียร์ไม่ยอมตื่นแถมยังพลิกตัวซุกหน้าลงกับตักอุ่นๆ ของเจ เจนยุทธหัวเราะคิกออกมาเพราะความจั๊กกะจี้ ไรหนวดของฆาเบียร์ถูไถไปกับขาอ่อนที่โผล่พ้นกางเกงบอลขากว้างที่เลิกขึ้นสูงจนถึงต้นขายามนั่ง

"แกล้งกันเหรอ...!"

เจร้องออกมาเมื่อคนตัวโตพ่นลมหายใจร้อนๆ ลงไปที่กลางตัวเขา ฆาเบียร์ไม่ตอบแต่จูบเบาๆ บนเนื้ออ่อนๆ ที่ต้นขาของเจ เจหลับตาปี๋กัดกรามแน่น ฆาเบียร์ไม่สัมผัสส่วนสงวนของเขาเลย แต่ไล้ริมฝีปากกับเนื้ออ่อนๆ ใกล้ๆ บริเวณนั้น มันทำให้เจตัวเกร็งไปหมด เขาเผลอแยกขาออกน้อยๆ นั่นยิ่งทำให้ฆาเบียร์รุกคืบเข้าไปใกล้จุดอันตรายมากขึ้น แต่สุดท้ายคนตัวโตก็หยุดและพลิกตัวนอนหงายเหมือนเดิม ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้ม เช่นเดียวกับแววตาแพรวพราวที่เต็มไปด้วยความสนุกที่ได้แกล้งคนรัก เจผลักเมียขี้แกล้งของเขาจนกลิ้งตกโซฟาและรีบเดินหนีเข้าห้องนอนโดยมีเสียงหัวเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดีของฆาบี้ดังไล่หลังมา

เจนยุทธถอดเสื้อยืดและกางเกงบอลออกจนเหลือแต่ชั้นในตอนที่คนตัวโตเดินตามเข้าห้องมา เขาดึงร่างเพรียวเข้ามาแนบอกและจุ๊บเบาๆ ที่ปาก แล้วกอดกระชับร่างนั้นไว้กับอก สัมผัสอุ่นๆ ของเนื้อเจทำให้เขาผ่อนคลายได้ทุกครั้ง



"ปล่อยก่อน ฆาเบียร์ หายใจไม่ออก"

คนที่ตัวเตี้ยกว่าโอดครวญ หน้าของเขาถูกกดให้ซุกอยู่กับช่วงไหล่ของฆาเบียร์ คนตัวโตหอมเรือนผมดำขลับที่กรุ่นกลิ่นแชมพูฟอดใหญ่และปล่อยเจให้เป็นอิสระ ฆาเบียร์เปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อยืดออกมาสวมหัวให้เจ เจ้าตัวยื่นแขนออกมาแล้วยักคิ้วให้เขาแล้วพยักเพยิดให้เขาแต่งตัวให้ ฆาเบียร์จนปัญญาต้องจับแขนเจใส่แขนเสื้อทีละข้าง เขาหยิบกางเกงยีนส์ในตู้หลายๆ ตัวมาให้เจเลือก เจเลือกยีนส์ดีเซลสีสนิมตัวเก่ง แล้วลงนั่งไขว่ห้างรอบนเตียง ฆาเบียร์ลงนั่งคุกเข่าหน้าเจ เขายกขาขวาที่เรียวแต่แข็งแรงของเจขึ้น นิ้วของเขาลากไล้ไปตามเรียวขาขาวที่แทบไม่มีขนหน้าแข้งของเจก่อนที่จะสวมกางเกงเข้ากับขาข้างนั้น เขาทำเช่นเดียวกันกับขาข้างซ้าย ฆาเบียร์ค่อยๆ ดึงกางเกงที่ค่อนข้างพอดีตัวนั้นขึ้นไปจนถึงต้นขา

เจแยกขาน้อยๆ ให้ตัวของฆาเบียร์นั่งกลางหว่างขาของเขา ฆาเบียร์ดันตัวเจให้นอนลงและพลิกตัวคนรักให้นอนคว่ำ เขาขยับกายขึ้นทาบทับร่างที่นอนคว่ำชูสะโพกเด่นแล้วจูบเบาๆ ที่ต้นคอขาวเนียน และไล่จุมพิตลงมาตามแนวกระดูกสันหลัง สัมผัสร้อนๆ ของริมฝีปากผ่านเสื้อยืดเนื้อบางทำให้เจตัวสั่นสะท้าน สัมผัสสุดท้ายของฆาเบียร์อยู่ที่บั้นเอวเปล่าเปลือยเหนือแนวชั้นใน ฆาเบียร์ดึงกางเกงยีนส์ของเจขึ้นพ้นสะโพกและล้วงมือไปด้านหน้าเพื่อกลัดกระดุม เขายิ้มน้อยๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงส่วนสงวนที่พองนูนขึ้นมาภายใต้เป้ากางเกงคับแน่นนั้น เขาแกล้งสัมผัสมันเบาๆ ทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือกขึ้นและรีบขยับกายหนี

เจนยุทธลุกขึ้นยืนหอบเบาๆ ข้างเตียง นี่เป็นการแต่งตัวครั้งที่เหนื่อยที่สุด เขาชักคิดแล้วว่าสามวันนี้เขาคงโดนคนตัวโตยั่วมากกว่าที่จะเป็นฝ่ายยั่วคนรักตามที่ตั้งใจเอาไว้ ฆาเบียร์เดินผละไปแต่งตัวบ้าง เขาเลือกกางเกงยีนส์สีน้ำเงินแบบเรียบๆ กับเสื้อยืดคอกลมพอดีตัวสีขาว ถึงตอนนี้เชียงใหม่จะเป็นกลางฤดูหนาวแต่ก็ไม่ได้หนาวขนาดที่ต้องใส่เสื้อแขนยาว ยิ่งช่วงกลางวันที่ฟ้าใสแจ๋วแบบนี้ อากาศนั้นร้อนไม่ได้ต่างจากฤดูอื่นเลย เขายัดชายเสื้อใส่ในกางเกงโชว์เข็มขัดยี่ห้อดังจากนั้นพับแขนเสื้อขึ้นนิดหน่อยให้ปลายแขนขึ้นไปเกือบชิดต้นแขน เจนยุทธมองคนตัวโตที่บรรจงจัดแต่งเส้นผมให้เรียบแปล้อย่างหมั่นไส้ ลุคของฆาเบียร์วันนี้คือหนุ่มแบ้ดบอยย้อนยุคแบบเจมส์ ดีน

"เอ้า ใส่นี่ด้วย จะได้ครบสูตร"

เจยื่นเสื้อหนังสีดำแบบไบเกอร์แพงระยับของแซงต์โลรองต์ให้ฆาเบียร์พร้อมกับแว่นตาดำอันโปรดของเขา ฆาเบียร์รับแว่นมาใส่แต่เสื้อหนังเขาถือพาดบ่าไว้เป็นพร็อบเฉยๆ เจหยิบมือถือมาถ่ายรูปคนตัวโตซึ่งโพสต์ท่าให้เขาถ่ายอย่างดี เจพิมพ์ข้อความประกอบและโพสต์มันลงเพจของฆาบี้

'นี่คือชุดไปกินมื้อเที่ยงในวันสบายๆ ของพ่อเจ้าประคุณ -_-" '



สองหนุ่มเดินประสานมือกันลงไปที่รถของเจ เจนยุทธส่งกุญแจรถให้ฆาเบียร์ ช่วงหลังมานี้เขาปล่อยให้คนตัวโตเป็นฝ่ายขับรถบ่อยขึ้น มันดีเสมอที่ได้นั่งสบายๆ บนรถของตัวเอง

"นพนัดที่ไหนนะ เจ?"

"ร้านเจี่ยท้งเฮงใหม่ ใกล้ๆ บ้านพี่นพน่ะ"

เจนยุทธเปิด google map ให้มันนำทางจากคอนโดเขาไปที่ร้านเจี่ยท้งเฮง สาขาฟ้าฮ่าม

"ร้านนี้เริ่มเปิดครั้งแรกที่ย่านกาดหลวงนะ อยู่ในตลาดนวรัฐซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นคุ้มของเจ้าแก้วนวรัฐตรงฝั่งตรงข้ามตลาดวโรรส"

เขาเล่าให้ฆาเบียร์ฟังถึงร้านอาหารจีนที่เปิดมายาวนานตั้งแต่ปี 2500 นับจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลา 60 ปีแล้ว​ เจเล่าไปเรื่อยๆ ฆาเบียร์ก็ฟังไปอย่างเพลินๆ

"ร้านนี้เป็นอาหารจีนแบบแต้จิ๋วนะ แล้วก็ยังมีอาหารไทยขายด้วย ต้มยำกุ้งเขาอร่อยไม่เบาเลย ผมยังชอบกุ้งแช่น้ำปลาของเขาด้วย"

"...ร้านนี้เป็นที่ฝากท้องของครอบครัวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมากเลยนะ ไม่แปลกที่จะเห็นภาพพวกเจ้าสัวรวยๆ ของเชียงใหม่แต่งตัวสบายๆ มากินข้าวที่ร้านสาขาในเมือง ถือว่าเป็นร้านรสชาติคุ้นเคยของคนเชียงใหม่รุ่นเก่าเลย"

"ฉันนึกถึงร้าน Fook Lam Moon ของฮ่องกงเลย ร้านนั้นเขาเรียกว่าเป็น Millionaire's cafeteria หรือโรงอาหารของเศรษฐีเลยนะ"

"เห้ยๆ ไม่ถึงขนาดนั้น ร้านนี้ไม่ใช่ร้านหรูแบบนั้น อาหารเป็นอาหารจีนพื้นๆ ที่กินได้ทุกวัน ราคาไม่แพงมากด้วย วัตถุดิบเขาไม่ได้ดีมากขนาดร้านอย่างแยงซีเจียงหรือฟูเจี้ยนของรร.ดาราเทวี พวกเป็ดปักกิ่ง หมูหัน หูฉลามพวกนั้นก็มีอยู่แต่ไม่ได้หรูเท่ากับที่อื่น เดี๋ยวดูเมนูก็รู้เอง"

เจหัวเราะ หวังว่าฆาเบียร์คงไม่หวังว่ามันจะออกมาดีขนาดร้านนั้นนะ

"แต่ด้วยความที่ถูกและรสชาติค่อนข้างดี มีการปรับให้เข้ากับลิ้นคนไทย ทำให้มีลูกค้ากลุ่มครอบครัวเยอะ กินมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าถึงรุ่นหลานน่ะ"



ฆาเบียร์เลี้ยวรถเข้าลานจอดรถขนาดใหญ่หน้าตึกอันโอ่อ่า

"โห ร้านใหญ่เหมือนกันนี่ ที่จอดรถเยอะเชียว"

เจหัวเราะหึๆ แล้วบอกว่าถ้าวันไหนที่มีงานอย่างงานแต่งงาน ที่จอดรถขนาดหลายร้อยคันนี้อาจเต็มจนถึงขั้นต้องจอดนอกร้านกันเลยทีเดียว

"ร้านนี้จุคนได้ 2,000 คนนะ ฆาเบียร์"

คนตัวโตอ้าปากค้าง

"ด้านบนเป็นห้องจัดเลี้ยงหลายๆ ห้องเลยนะ แล้วยังสามารถยุบรวมเป็นห้องใหญ่แล้วจัดงานอย่างงานแต่งงานได้ด้วย"

เจเล่าให้ฟังว่าเมื่อปีที่ผ่านมาเพื่อนของเขาแต่งงานที่นี่ด้วยเหตุผลว่าอาหารอร่อยกว่าตามโรงแรม ซึ่งเขาก็เห็นด้วย มันเป็นงานแต่งงานแรกที่เขาเคยไปแล้วรู้สึกว่าอาหารรสชาติดีตั้งแต่จานแรกถึงจานสุดท้าย

เจนยุทธพาฆาเบียร์เดินเข้าไปในร้าน เขาบอกชื่อนพกับพนักงานต้อนรับด้านหน้าซึ่งพาเขาไปยังโต๊ะซึ่งนพกับวัฒน์นั่งรออยู่แล้ว เจกับฆาบี้ทักทายวัฒน์ซึ่งพึ่งลงรถไฟมาเมื่อเช้าและลงนั่งที่โต๊ะ



"พี่นพสั่งอะไรไปหรือยัง?"

"อือ กูสั่งเป็ดปักกิ่งไปตัวแล้ว กำลังคิดว่าจะเอาหมูหันด้วยดีไหม แต่ก็ว่าจะรอถามพวกมึงก่อน"

เจนยุทธรีบห้ามนพไว้ก่อน ถ้าสั่งหมูหันด้วยก็คงไม่แคล้วได้กินอาหารแค่สองสามอย่าง เอาไปแตกเป็นอาหารอย่างอื่นดีกว่า เจส่งเมนูที่มีทั้งภาษาไทย อังกฤษและจีนให้ฆาเบียร์ คนตัวโตของเจเปิดๆ ดูด้วยความสนใจ

"เจ ทำไมมันถูกจัง? พวกผัดผักเริ่มต้นที่ 80 บาทเอง"

เจบอกว่าสาขาเก่าในเมืองอาหารเริ่มที่ 60 บาท เมื่อสี่ห้าปีที่แล้ว เริ่มที่จานเล็ก 40 บาทแต่ตอนหลังมาเขาตัดจานเล็กออกเหลือแค่จานกลางกับใหญ่แทน

"ถูกกว่าร้านข้าวต้มบางร้านอีกนะ มึงรู้ไหม?"

นพพูดกลั้วหัวเราะ เขาหันไปถามวัฒน์ว่าจะกินอะไร ดร.หนุ่มใหญ่บอกว่าเขาขอหอยทรายผัดพริกสดเหมือนทุกที เจกับนพมีปัญหาเดียวกันคืออยากกินไปเสียทุกอย่าง พวกเขาใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะสั่งอาหารได้ลงตัว

อย่างแรกที่ถูกยกมาก่อนคือเป็ดปักกิ่งซึ่งนพสั่งมาล่วงหน้าแล้ว ถึงจะเป็นร้านที่เปิดทั้งวัน แต่สำหรับมื้อกลางวันของที่นี่จะสั่งเป็ดปักกิ่งได้จนถึงบ่ายโมงครึ่งเท่านั้น

เจนยุทธคีบหนังเป็ดกรอบๆ วางบนแผ่นแป้งนึ่ง แป้งที่นี่ติดจะหนาไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้แย่มาก เขาคีบแค่แตงกวาใส่ให้คนตัวโตเพราะรู้ว่าเจ้าตัวไม่ค่อยชอบกินต้นหอมสดนัก จากนั้นราดซอสเป็ดปักกิ่งเหนียวๆ ลงไป เขาม้วนมันและพับปลายจากนั้นส่งให้คนรักที่รับมากัดกิน

"เป็ดปักกิ่งของไทยจะไม่เหมือนของที่ฮ่องกงนะ ฆาบี้"

"อืมม์ ของที่ฮ่องกงจะเสิร์ฟพร้อมเนื้อเลย บางร้านก็แล่เนื้อติดมากับหนังด้วยเลย แล้วของไทยเอาเนื้อไปทำอะไรน่ะ?"

"ที่ไทยเราเอาเนื้อไปทำอาหารได้อีกอย่างหรือสองอย่างแล้วแต่ร้านนะ บางร้านคิดเงินค่าทำเพิ่ม แต่ของที่นี่ไม่คิด"

ฆาเบียร์พยักหน้า ความต่างอื่นก็คือเรื่องเครื่องเคียง ที่ฮ่องกงบางที่จะให้แคนตาลูปกับหัวไชเท้าดองหั่นเป็นแ่ท่งมาด้วย ซอสของร้านนี้ก็ยังต่างกับที่ฮ่องกง มันออกจะใสและรสชาติไม่ค่อยเข้มข้นเท่าไหร่ เขาบอกข้อนี้กับเจ แต่เจบอกว่าถ้าเป็นร้านอื่นซอสจะเป็นแบบคล้ายกับที่ฮ่องกง แต่ที่เจี่ยท้งเฮงนี้จะต่างไปซึ่งเขาไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่ากินได้



เจห่อเป็ดส่งให้ฆาเบียร์อีก วัฒน์ที่นั่งดูอยู่สะกิดคนรักให้ห่อให้บ้าง นพทำท่าไม่สนใจแต่ในที่สุดก็ห่อส่งให้คำหนึ่ง ดร.หนุ่มรับมากินด้วยท่าทางดีใจออกนอกหน้าจนนพบ่นหมั่นไส้แฟนหน้ามึนของเขา ฆาเบียร์และเจแอบยิ้มให้กันเพราะรู้ว่านพที่ปากหนักและชอบทำท่าไม่สนใจวัฒน์นั้นที่จริงรักแฟนของตัวเองแค่ไหน ทั้งสี่คนคุยไปกินไป ไม่นานนักเป็ดตัวไม่ใหญ่นักนั้นก็หมด

อาหารอื่นๆ ค่อยๆ ทะยอยมา พวกเขาสั่งอาหารหลายอย่างมาก มีทั้งหอยทรายผัดพริกสด เห็ดหูหนูผัดไข่ ผักโขมผัดหมูสับ หมูกรอบ ขาห่านอบหมี่ เนื้อปลากะพงต้มเผือก และอาหารไทยรสแซ่บๆ อย่างยำตีนเป็ดและกุ้งแช่น้ำปลา ฆาเบียร์อึ้งกับอาหารที่วางเรียงรายเต็มโต๊ะ ถึงนพและเจจะสั่งอาหารจานกลางมา แต่มันก็เยอะอยู่ดี

"จะกินหมดกันเหรอ?"

ฆาเบียร์บ่นออกมาเบาๆ

"หมด"

สองหนุ่มกินดุประสานเสียงกันตอบออกมา เจนยุทธคีบหมูกรอบป้อนให้ฆาเบียร์ซึ่งอ้าปากรับมาเคี้ยวๆ

"อืมม์ รสชาติใช้ได้นี่"

"ก็โออ่ะ แต่ถ้าพูดถึงหมูกรอบ ก็ต้องร้านแยงซีเจียง หมูกรอบร้านนั้นไม่เลี่ยนไม่มันเลยสักนิด"

ฆาเบียร์นึกถึงรสชาติของหมูกรอบอบซอสกะปิของร้านพี่น้องของแยงซีเจียงอย่างเหมยเจียงแล้วก็ต้องยอมรับว่าของร้านนั้นอร่อยกว่าจริงๆ เขาตักหอยทรายผัดพริกสดมากินกับข้าว แล้วก็ตักเพิ่มต่ออีกหลายคำ



"หอยทรายมันเป็นหอยน้ำจืดน่ะ ไม่รู้ว่าเขาเอาเปลือกมันออกยังไงเนาะ"

"...หอยทรายผัด กับเห็ดหูหนูผัดไข่นี่เป็นของขึ้นชื่อของที่นี่ทั้งคู่เลยนะ"

เจตักเห็ดหูหนูผัดไข่ให้ฆาเบียร์ เขาบอกว่าของที่นี่ผัดแห้งดีและไม่หวงไข่ ฆาเบียร์คีบกุ้งแช่น้ำปลาขึ้นมาดู ร้านนี้ใช้กุ้งตัวใหญ่และสวย กุ้งของที่นี่ขนาดดึงหางออกแล้วยังใหญ่ล้นช้อนโต๊ะ แถมยังมาให้ตั้ง 7 ตัวในราคา 140 บาท เขายกกุ้งใส่ปากโดยละไม่กินมะระเข้าไปด้วย

"อร่อยเนาะ"

เจนยุทธทำหน้าฟินเมื่อได้ลิ้มรสเนื้อกุ้งสดหวานกับน้ำยำสุดแซ่บ เขาบ่นกับนพว่าน่าจะสั่งเป็นจานใหญ่มาก็ดีและทำท่าจะสั่งเพิ่มอีกจานแต่ถูกฆาบี้ห้ามไว้

"ยำตีนเป็ดมะ พี่วัฒน์?"

นพคีบยำตีนเป็ดวางในจานให้วัฒน์ เขารู้ดีว่านี่คือของโปรดของแฟนหนุ่ม ตีนเป็ดกรุบๆ กับน้ำยำรสดีทำให้นักธรณีหนุ่มกินมันได้ไม่รู้เบื่อ ส่วนฆาเบียร์คีบผักสลัดในจานกินอย่างเอร็ดอร่อย เจยิ้มบางๆ วันนี้พวกเขาสั่งจานผักมาแค่อย่างเดียวคือผักโขมผัดหมูสับ พ่อตัวกินผักของเขาคงรู้สึกว่าไม่พอ เจตักเนื้อปลาต้มเผือกที่เขาทิ้งให้มันเดือดอยู่สักพักจนน้ำงวดลงเล็กน้อยใส่ถ้วยแจกให้ทุกคน ปลากะพงต้มเผือกของที่นี่นับว่าอร่อยไม่แพ้ใคร แต่ต้องรอให้น้ำงวดก่อนสักนิดรสชาติถึงจะเข้มข้นขึ้น

"หืมม์ ใช้ได้เลยนะ เผือกมันเริ่มเปื่อยและทำให้น้ำซุปข้นขึ้น..."

"...ไว้ถ้าอาปามา เราพามากินข้าวที่นี่สักวันไหม เจ ฉันว่าอาปาน่าจะชอบ"

เจทำหน้ากังวล เขาถามฆาบี้ว่าคริสจะกินอาหารพื้นๆ แบบของร้านนี้ได้เหรอ วัตถุดิบมันก็ไม่ได้ดีเด่อะไรนักหนา ไปกินร้านอย่างแยงซีเจียงหรือตามโรงแรมอาจจะดีกว่า

"อาปาไม่ใช่เป็นคนกินยากหรือต้องกินหรูอะไรนะ เจ สมัยฉันยังเด็กพวกเราก็พากันไปกินร้านจีนบ้านๆ ตามไชน่าทาวน์ออกบ่อย ตอนนี้ก็ยังไปบ้าง ไม่ต้องกังวลไปหรอก"

ฆาเบียร์บอกว่ารสมือของร้านนี้เองก็ไม่ได้แย่อะไร อร่อยกว่าร้านแถวไชน่าทาวน์หลายๆ ร้านด้วยซ้ำ



นพคีบเส้นหมี่ในหม้อขาห่านอบหมี่แบ่งให้ทุกคนพร้อมกับขาห่านที่อบมาจนเปื่อย เจชิมแล้วบ่นอุบว่าวันนี้เขาทำเค็มเกินไปหน่อย แต่เส้นหมี่นั้นยังอร่อยเหมือนทุกครั้ง ฆาเบียร์ที่กินจนเหนื่อยทำหน้าตกใจเมื่อพนักงานยกอาหารมาเสิร์ฟเพิ่ม

"เมี่ยงเป็ดน่ะ"

"...มันคือเนื้อของเป็ดปักกิ่งน่ะ เขานำไปสับแล้วผัดใส่เครื่อง เวลากินก็เอาผักห่อแล้วกินแบบนี้"

เจใช้ผักสลัดห่อเนื้อเป็ดสับคำโตและส่งให้ฆาเบียร์ นพก็เอาใจวัฒน์ด้วยการห่อป้อนให้บ้าง เจมองปากบางของฆาเบียร์ที่อ้ารับเมี่ยงคำโตเข้าไป เขาอดไม่ได้ที่จะแอบเอื้อมมือไปไล้หน้าขาของคนตัวโตที่อยู่ใต้โต๊ะ ฆาบี้ที่กำลังยกน้ำขึ้นดื่มสะดุ้งและไอจนหน้าแดงเพราะสำลักน้ำ เจใจหายวาบและรีบส่งทิชชู่ให้คนรักที่ตวัดสายตาดุๆ คาดโทษเขามา เจนยุทธนั่งจ๋อยตักเมี่ยงเป็ดกินเงียบๆ พลางฟังนพกับฆาเบียร์คุยกันเรื่องนั่นนี่

(ต่อคอมเมนท์ถ้ดไปค่ะ)


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-10-2017 12:04:25 โดย La Vida Sin Tu Amor »

ออฟไลน์ La Vida Sin Tu Amor

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1


---- วันที่สอง (ต่อ) ----



เจสะดุ้งเฮือกขึ้นบ้างเมื่อรู้สึกถึงนิ้วมือของฆาเบียร์ไต่เดียะอยู่ที่ต้นขาของเขา เขาขยับเก้าอี้เข้าใกล้คนตัวโตทำทีเป็นว่าเพื่อฟังนพที่นั่งตรงข้ามฆาเบียร์พูดได้ชัดขึ้น เขาเอนกายน้อยๆ เพื่อบังสายตาคนข้างนอก ฆาเบียร์มองหน้าคนรักอย่างรู้ทัน เขาขยำต้นขาแข็งแรงของเจเบาๆ และรุกคืบขึ้นเบื้องบน

“อ๊ะ…”

เจอุทานออกมาอย่างลืมตัวเมื่อฝ่ามือใหญ่หนาตะปบลงบนส่วนบอบบางของเขา

“…ผม…ผมเกือบลืมถามไปว่าวันปีใหม่พี่นพจะเอาหมูสะเต๊ะมาอีกป่าว”

เขารีบหาเรื่องมาคุยกลบเกลื่อน หากพี่ชายคนสนิทมองหน้าเขาอย่างระอา

“พวกมึงนี่นะ ร้านอาหารก็ยังไม่เว้น เห็นใจกูหน่อยเหอะ”

นพพูดด้วยน้ำเสียงระอาเป็นภาษาไทย เจหน้าแดงก่ำ เขารีบปัดมือของฆาเบียร์ออกให้พ้นตัว หากคนตัวโตยังไม่หยุด เขายกมือขึ้นโอบคอเจและไล้นิ้วมือไปตามต้นคอ เจนยุทธขนลุกไปทั้งตัว เขารีบกระเถิบเก้าอี้ออกห่างพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ ของเมียตัวแสบของเขา



ติ๊ง...

เสียงไลน์ในโทรศัพท์ของเจดัง เขาหยิบขึ้นมาดู เป็นนพที่ส่งข้อความมา

'ฆาบี้มันเป็นอะไรวะ ทำไมดูหื่นเป็นพิเศษ?'

เจพิมพ์ตอบไปเรื่องสัญญาของเขากับฆาเบียร์

'เออ นั่น พวกมึงนี่ก็ขยันหาเรื่องเล่นกันเนาะ...'

'ระวังเหอะ ครบสามวันแล้วตรูดพังแน่มึง'

เจแอบถอนหายใจ เขาเองก็หวั่นๆ อยู่เหมือนกัน เขาแอบคิดว่ารู้งี้ไม่เล่นพิเรนทร์แบบนี้ก็ดี เขาแอบมองคนตัวโตที่คุยกับนพและวัฒน์อยู่ หรือเขาจะยอมเลิกสัญญาตั้งแต่คืนนี้ดี?



"พุทราทอดมาแล้วครับ"

พนักงานเสิร์ฟเอาของหวานที่พวกเขาสั่งล่วงหน้าไว้อย่างพุทราทอดมาเสิร์ฟ ความกังวลของเจปลิวหายไปเหลือแต่ความสนใจในของโปรดของตัวเอง เขารีบจิ้มชิ้นแรกด้วยความเร็วสูงตัดหน้านพไปเสี้ยววินาที เขาเอามันเข้าปากแล้วก็ต้องรีบกินน้ำตามเข้าไปเพราะความร้อน ฆาเบียร์หัวเราะในความตะกละของคนรัก ตัวเขานั้นจิ้มมาชิ้นหนึ่ง ค่อยๆ เป่าจนแน่ใจว่าเย็นลงแล้วจึงส่งเข้าปากของเจ คนตัวเล็กยิ้มหวานจ๋อยให้เขาและรับมันเข้าปากกินอย่างเอร็ดอร่อย ฆาเบียร์จิ้มให้ตัวเองอีกชิ้นหนึ่ง นับว่าใช้ได้เลยทีเดียว แป้งด้านนอกทอดมาดี ไส้รสชาติดี ไม่หวานเกิน พวกเขาผลัดกันจิ้มกินคนละหน่อย ไม่นานพุทราทอดจานโตก็หมดลง

"อิ่มจัง" เจบ่น

"ถ้าไม่อิ่มมึงต้องไปหาหมอแล้วไอ้เจ แดรกข้าวไปตั้งสามจาน"

นพที่มีท่าทางอิ่มจัดอีกคนตะโกนเบาๆ ข้ามฟากโต๊ะมา เจนยุทธหัวเราะแหะๆ แก้เขิน

"แล้วมึงอ่ะ ฆาบี้ กินอิ่มไหม กินข้าวน้อยยังกะแมวดม"

นพถามฆาเบียร์ที่กินข้าวไปทัพพีกว่าๆ แล้วจิ้มอาหารอย่างละนิดละหน่อย แต่หนักกินเป็ดปักกิ่ง เมี่ยงเป็ด ผัดผักและปลาต้มเผือก

"อิ่มสิ สำหรับกูนี่นับว่าเยอะแล้ว มึงเหอะ นพ ดูแลสุขภาพมั่ง อายุไม่น้อยแล้วนะ"

ฆาเบียร์บ่นเพื่อนตัวกลมของเขาซึ่งโวยลั่นว่าเขายังไม่แก่ คนที่แก่คือวัฒน์ต่างหาก พวกเขาสรวลเสเฮฮาคุยเล่นกันอีกพักหนึ่งจึงได้สั่งคิดเงิน ซึ่งฆาเบียร์ตาโตเพราะราคาเป็ดปักกิ่งที่ตัวละแค่ 900 บาท



 (ftp://image.goosiam.com/view.asp?uid=435939&s=0n7dbIbYGTTI)

"เออ เจ มึงเอานั่นให้ฆาบี้กินยัง?"

นพถามถึงของที่เขาให้เจไปพร้อมๆ กับสตรอเบอรี่ พวกเขากำลังเดินกลับไปที่รถ

"เออ ยังเลยพี่ ผมลืมไปซะสนิท เดี๋ยวเย็นนี้ค่อยเอาออกฟรีซมาอุ่นให้พี่แกกิน ขอบคุณที่เตือนนะ"

"แล้ววันนี้มึงจะไปสั่งกุ้งกับปลาหมึกใช่ไหม?"

นพถามถึงพวกซีฟู้ดที่เจจะสั่งมาสำหรับเลี้ยงวันสิ้นปี

"สั่งที่ไหนดีอ่ะ พี่นพ ทุกทีผมสั่งผ่านร้านสามย่านซีฟู้ดแต่ตอนนี้ร้านเขาปิดไปแล้ว ไม่รู้จะสั่งไหนเลย"

"มีหลายร้านนะ ตลาดสดทะเลทองแถวแม่เหียะ เจ๊น้องกาดเมืองใหม่ หรือเฮียตั้มกาดต้นลำใยก็ได้ ไม่ก็สั่งที่ริมปิงสิ แต่อาจจะแพงหน่อย ไม่งั้นก็แมคโคร"

"...อีกร้านใกล้ๆ แถวนี้ก็มหาชัยซีฟู้ด เมื่อก่อนเหมือนจะชื่อสิมิรัน ร้านอยู่เส้นแม่โจ้นี่แหละ เลยร้านข้าวต้มบาทเดียวไปใกล้ๆ แม่โจ้บาซาร์"

นพทิ้งท้ายไว้ก่อนจะลาทั้งสองและขับรถพาวัฒน์กลับบ้าน เมื่อขึ้นรถเจก็นั่งหาข้อมูลร้านที่นพให้ข้อมูลมาแล้วก็ได้ข้อสรุปว่าไปสั่งเอาจากริมปิงก็ได้ปลอดภัยสุด เขาไม่ได้ใส่ใจว่าจะต้องราคาถูกมากอยู่แล้ว เมื่อตัดสินใจได้เขาก็พาฆาเบียร์ไปที่ริมปิงสาขามีโชคพลาซ่าและตรงไปจัดการสั่งปลาหมึกและกุ้ง กุ้งเขาเอากุ้งก้ามกรามและกุ้งกุลามาอย่างละ 3 กิโล ปลาหมึกอีก 5 กิโล โดยจะมารับเอาวันที่ 31



เจพาฆาเบียร์มานั่งรถเล่น ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายสองกว่าๆ เขาเลยพาฆาบี้ขึ้นไปที่ม่อนแจ่มอีกครั้ง คนตัวโตงอแงเล็กน้อยบอกว่าถ้าอยากนั่งเล่นก็กลับไปนั่งเล่นที่ห้องก็ได้ แต่เจไม่ยอม ถ้ากลับไปห้องตอนนี้ก็ไม่แคล้วโดนฆาเบียร์เข้ามานัวเนียอีกแน่ๆ ในตอนนี้เขากลัวใจตัวเองมากกว่ากลัวเมียตัวดีของเขา

บ่ายสามกว่าๆ พวกเขาทั้งคู่ก็ขึ้นมาถึงม่อนแจ่ม แต่เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลเจเลยต้องจอดรถไว้ที่ลานด้านล่างและนั่งรถของชาวบ้านแถวนั้นที่รับจ้างรับส่งคนขึิ้นไป

"อากาศเย็นเหมือนกันนะ"

ฆาบี้บ่นพร้อมทำท่าหนาว เจนยุทธหยิบผ้าห่มผืนบางที่เขามักพกติดรถไว้ติดตัวไปด้วยก่อนขึ้นรถกะบะที่มารับส่ง เมื่อถึงยอดม่อนแจ่ม ด้านบนนั้นมีคนมากพอสมควร เจรีบจูงมือฆาเบียร์เดินเข้าด้านในร้านกาแฟ เห็นคนเยอะๆ เขาก็หมดอารมณ์เดินเที่ยวแล้ว โชคดีที่มีคนลุกบริเวณบาร์พอดี พวกเขาจึงนั่งที่นั่น เจเดินไปสั่งกาแฟอเมริกาโน่ร้อนให้ฆาเบียร์ ส่วนตัวเองสั่งนมอุ่นซินนาม่อน ซึ่งก็คือนมอุ่นๆ โรยผงอบเชยและมีอบเชยแท่งจุ่มมาด้วย เขาใช้ผ้าห่มผืนบางห่มตัวคนตัวโตที่สั่นน้อยๆ ด้วยความหนาว อุณหภูมิบนนี้เย็นกว่าในเมืองหลายองศา ยิ่งในวันนี้มีลมพัดค่อนข้างแรงด้วย

"เป็นฝรั่งทำไมขี้หนาวล่ะ คุณน่ะ?

เจถามอย่างสงสัย เขาสังเกตหลายหนแล้วเหมือนกันว่าชาวตะวันตกที่มาเที่ยวไทย ถ้าเจออากาศเย็นๆ หน่อยทุกคนจะหยิบเสื้อหนาวมาใส่ในขณะที่คนไทยอย่างเขาเริงร่าท้าอากาศหนาวด้วยเสื้อแขนสั้น

"ก็เพราะพวกเรารู้น่ะสิว่าความหนาวมันอันตราย มันทำให้เราป่วยได้ง่ายๆ ยิ่งถ้าคนเคยอยู่ในถิ่นหนาวจัดอย่างตอนที่ฉันไปเรียนที่มินเนโซต้าด้วยนะ อากาศหนาวนั่นทำให้ถึงตายได้ ฉะนั้นถ้าเจอหนาวหน่อยพวกเราก็ต้องรีบทำให้ร่างกายอบอุ่น ใส่ผ้าพันคอ ถุงมือ อะไรพวกนั้น"

เจทำท่าเข้าใจ มันก็คงเหมือนคนไทยที่เลี่ยงการตากแดดเพราะนอกจากจะทำให้ดำแล้วยังเสี่ยงต่อการเกิดอาการฮีทสโตรคหรือเป็นลมแดดด้วย



เจนยุทธโอบไหล่คนตัวโตให้อิงแอบร่างตัวเองใต้ผ้าผวยผืนเดียวกัน เขาจิ้มเค้กซุคินี่ที่สั่งมากินเล่นใส่ปากคนตัวโต ฆาเบียร์นิ่วหน้าน้อยๆ เขาไม่ค่อยชอบรสขมของซุคินี่เท่าไหร่ แถมขนมบนนี้ก็ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่นัก เจกินไปเองคำหนึ่งแล้วก็ทำหน้าเซ็งๆ ฆาบี้อดไม่ได้ต้องหอมแก้มที่แดงเพราะลมหนาวของเจ

"เป็นอะไร เจ ทำไมเงียบไป มีอะไรหรือเปล่า?"

ฆาเบียร์ถามด้วยความเป็นห่วง คนตัวเล็กของเขาจู่ๆ ก็เงียบไปและทำหน้าตึง

"ไม่มีอะไรหรอก ฆาบี้ ไม่มีอะไรจริงๆ"

เจพยายามยิ้มให้เขา แต่ฆาบี้ดูออกว่ามีอะไรบางอย่างกวนใจเจ เขาถามจนเจยอมเปิดปากพูด

"ผมได้ยินอะไรที่ทำให้ไม่สบายใจนิดหน่อยน่ะ"



"ตั๋ว ผ่อกู้นั้นลอ ตั๋วว่าแม่นก่อ?"

'เธอ ดูคู่นั้นสิ เธอว่าใช่ไหม?'

"โคะ นั่งอิงปอจะสิงกั๋นขนาดนั้นแล้ว แม่นก่ะ...ต๋ายๆ ผ่อลอ หอมแก้มกั๋นโตย บ่อายเลยเนาะ"

"โห นั่งอิงเหมือนจะสิงกันขนาดนั้นแล้ว ใช่สิ ตายๆ ดูสิ หอมแก้มกันด้วย ไม่อายเลยเนาะ'

หญิงวัยกลางคนสองคนที่นั่งไม่ห่างจากพวกเขาทั้งคู่นักเริ่มนินทาพวกเขาด้วยเสียงที่ไม่ค่อยเบานัก

"จ๊ะเนาะ ป้อจายโตยกั๋นแต๊ๆ ตั๋วว่าแม่นคนไทยก่อ?"

'อี๋เนาะ ผู้ชายด้วยกันแท้ๆ เธอว่าใช่คนไทยไหม?"

"บ่ฮู้เหมือนกั๋น ถ้าคนไทยก่อกล้าแต๊เนาะ ปล่อยเปิ้นหอมเอาๆ สงสัยจะอย่างว่าเหียละก้า"

'ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าคนไทยก็กล้าจังเนาะ ปล่อยเค้าหอมเอาๆ สงสัยจะเป็นอย่างว่าล่ะมั้ง"

"เปิ้นก่อว่าอั้นนา ยังละอ่อนแต๊ๆ ฝรั่งนั่นก่อหน้าต๋าดี ยะหยังต้องมาซื้อกิ๋นเหียเนาะ?"

'ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ ยังเด็กแท้ๆ ฝรั่งนั่นก็หน้าตาดี ทำไมต้องมาซื้อกินเนาะ?"



ทั้งคู่ยังพูดนั่นนี่อีกสารพัด แต่เจก็พยายามข่มใจไม่ฟัง การโดนนินทาเรื่องเป็นเกย์หรืออะไรนั้นไม่กวนใจเจนักเพราะเขาโดนบ่อยแล้ว เขายอมรับสภาพตั้งแต่เริ่มคบฆาเบียร์แล้วว่าจะต้องโดนคนในสังคมมอง จริงๆ เขาก็โดนเม้าแบบนี้ตั้งแต่ก่อนเจอฆาเบียร์แล้วด้วยหน้าตาที่ออกไปทางหวานของเขา แต่การโดนนินทาว่าเป็นผู้ชายหากินนั้นต่างหากที่กวนใจเขา เมื่อฟังเรื่องจากเจจบ ฆาเบียร์นั้นโกรธจนตัวสั่น เขาลุกพรวดจะเดินไปหาเรื่องป้าๆ พวกนั้นแต่เจนยุทธดึงมือเขาไว้

"มันเลี่ยงไม่ได้หรอก ฆาบี้ที่จะโดนคนนินทาเพียงเพราะเราแตกต่าง ผมโดนบ่อยแล้ว..."

"...บ่อยจนผมคิดว่าในเมื่อเราไม่ได้ทำอะไรผิด เราก็ไม่ต้องอายและไม่ต้องไปสนใจคนที่เขานินทา พูดได้พูดไป เพราะเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่าอยู่แล้ว..."

เจถอนหายใจ ทำไมเขาจะไม่เคยโดนแบบนี้ สมัยก่อนตอนเขาควงสาวๆ คนนั้นคนนี้ บ่อยครั้งที่เขาเที่ยวกับผู้หญิงที่สูงอายุกว่าอย่างพี่พลอยหรือพวกรุ่นเดียวกัน แต่ด้วยความที่เขาหน้าเด็กและแต่งตัวเหมือนเด็กทำให้คนมองว่าเขาเป็นเด็กหนุ่มที่ผู้หญิงพวกนั้นเลี้ยงไว้ เขาถูกนินทาต่อหน้าหลายต่อหลายครั้งจนชินแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าขนาดมาคบฆาเบียร์ก็ยังโดนมองว่าเป็นแบบนั้นอีก

"...แต่บางทีได้ยินบ่อยๆ มันก็ท้อบ้างน่ะ"​

เจบ่นให้ฆาเบียร์ฟังเขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคนในสังคมบ้านเขาถึงชอบเม้าต่อหน้ากันนักโดยที่รู้ทั้งรู้ว่าเจ้าตัวจะได้ยิน ไม่ว่าจะเรื่องนี้ หรือเรื่องรูปร่างหน้าตา เขาเคยไปร้านกาแฟกับพี่นพแล้วเดินผ่านป้าๆ โต๊ะหนึ่ง ป้าคนหนึ่งในโต๊ะก็พูดกับเพื่อนออกมาดังๆ ประมาณว่า "โห ดูสิ ทำไมคนนั้นอ้วนจัง" แต่เพราะเป็นพี่นพที่ไม่เคยกลัวใคร พี่แกเลยเดินกลับไปด่าป้าคนนั้นถึงโต๊ะจนป้าแกเดินหนีออกร้านไป

ถึงจะยังโกรธอยู่ ฆาเบียร์ก็อดขำออกมาไม่ได้เมื่อนึกถึงเพื่อนอารมณ์ร้อนของเขา คนอย่างนพคงไม่ยอมให้ใครได้ด่าเปล่าแน่ๆ แต่คนตัวเล็กของเขาล่ะ ใบหน้าน้อยๆ ของเจนั้นแดงก่ำเพราะพยายามข่มอารมณ์ของตนเอง

ฆาเบียร์ถอนหายใจ เขาเข้าใจความลำบากของการเป็นคนเอเชียและมีแฟนต่างชาติอยู่บ้าง ลูกน้องที่สหรัฐฯ ของเขาคนหนึ่งแต่งงานกับสาวฟิลิปปินส์ พอกลับมาเยี่ยมบ้านของผู้หญิงที่มะนิลา สาวเจ้าที่เป็นถึงนักศึกษาปริญญาเอกนั้นเดินทางไปเยี่ยมพ่อแม่ ส่วนทางสามีเข้าเช็คอินที่โรงแรมก่อน พอถึงตอนเย็นเมื่อหล่อนมาถึงกลับถูกทางโรงแรมมองว่าเป็นผู้หญิงหากินและปฏิบัติแย่ๆ ด้วย แล้วสำหรับเจของเขาที่เป็นผู้ชายอีกด้วยก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกมองแย่ๆ



"เจ งั้นต่อไปนี้เวลาอยู่นอกบ้าน เราไม่ต้องแสดงออกอะไรกันมากก็ได้ ฉันไม่อยากให้คนมองเจไม่ดี​"

ฆาเบียร์พูดเสียงอ่อยๆ เขาเองก็ชอบเผลอแสดงความรักกับเจในที่สาธารณะ หากเจปฏิเสธเขาด้วยการดึงฆาเบียร์ไปประทับจูบแผ่วๆ ฆาเบียร์ได้ยินเสียงอุทานจากก๊วนเม้าข้างหลังพร้อมกับคำพูดภาษาไทยที่เขาไม่เข้าใจ เขาจูบตอบคนรักของเขาเบาๆ ด้วยความอิ่มใจ เจรวบผ้าผวยแล้วดึงฆาเบียร์ให้ลุกขึ้นและจับมือคนตัวโตเดินออกจากร้าน เขาเดินเฉียดเข้าไปใกล้โต๊ะป้าพวกนั้น

"พวกป้าน่ะ เลิกเม้าได้แล้ว คนนี้น่ะเมียผม ผมมั่นใจว่าเรารักกันมากกว่าที่ผัวป้ารักป้าแน่ๆ ไม่งั้นป้าคงไม่ว่างมาปากหอยปากปูคอยนินทาชาวบ้านแบบนี้หรอก"

เขาโอบเอวเมียตัวโตแล้วเดินออกห่างจากกลุ่มป้าที่นั่งอึ้งอยู่ไปขึ้นรถกลับลงไปที่ลานจอด ฆาเบียร์ที่ยังงงๆ ถามเจที่นั่งยิ้มกริ่มด้วยความสะใจว่าเจพูดกับหญิงกลุ่มนั้นว่าอย่างไร เขาฟังออกแค่คำว่าเมียและรัก เจแปลคร่าวๆ ให้ฟัง ฆาเบียร์หัวเราะลั่น

"แสบจริงนะ เจ แต่ฉันไม่ได้เป็นแค่เมียเจนะ..."

คนตัวโตทำสีหน้ากรุ้มกริ่ม เจหน้าแดงก่ำ เขาทำหูทวนลมและไม่สนใจฆาเบียร์อีก

ตลอดทางที่เจขับรถกลับลงมาในเมือง ฆาเบียร์กุมมือเขาตลอดเวลาเหมือนจะพยายามให้กำลังใจเขา ในใจเจรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ถ้าได้อยู่กับคนๆ นี้ไม่ว่าจะกี่ร้อยกี่พันคำนินทาเขาก็คิดว่าเขาจะสามารถผ่านมันไปได้โดยไม่รู้สึกเสียใจ เขาดึงมือคนตัวโตขึ้นจูบเบาๆ และฆาเบียร์ก็ทำเช่นเดียวกัน


------------------------------------------------

จบ "วันที่สอง" ไม่ลงในหนึ่งตอนซะงั้น ฮ่าๆๆ ไว้ต่ออีกหน่อยตอนหน้าแล้วกันนะคะ

จริงๆ มีรูปแนบด้วย แต่เว็บฝากไฟล็ปิดชั่วคราว เดี๋ยวค่อยมาเติมรูปทีหลังค่ะ


เพจร้านเจี่ยท้งเฮงค่ะ http://jiarestaurant.com/




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-10-2017 00:43:45 โดย La Vida Sin Tu Amor »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด