บันทึกรัก...ไร่แสงจันทร์ 20++ Yaoi (คู่กัด) EP.12_ P.5 จบแล้ว 15/03/2017
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: บันทึกรัก...ไร่แสงจันทร์ 20++ Yaoi (คู่กัด) EP.12_ P.5 จบแล้ว 15/03/2017  (อ่าน 31270 ครั้ง)

ออฟไลน์ shcheribrand

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 72
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
รอตอนต่อไป รอลูกพี่ทิวอ่ะ  :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7039
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
เพ่ทีวววมาวววแบบ นี้. จะ ล่าวว ไหว. เร้อออออ.    :hao6:

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
รอตอนต่อไป~

ออฟไลน์ Jessiebier

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 359
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
 :really2:ตอนหน้าจะเกิดอะไร๊รรรร รอเธอรอไรท์ :mew1: :hao7: :pig2:

ออฟไลน์ TanYung0209

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 288
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +70/-2
บันทึกรัก…ไร่แสงจันทร์

Writer : Tan-Yung 0209

File : เมื่อผมมีผัว(เมีย)เป็นคู่กัด















“อืม.ม…” ผมครางออกมาเบาๆ คอของผมแห้งผากจากแอลกอฮอล์ที่ดูดน้ำในร่างกายของผมไป ผมลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก สาเหตุคงมาจากอาการเมาค้างและ…



‘แปะ’



แขนของสมาชิกอีกคนในห้องวางตกที่หน้าท้องของผม ผมก้มดูก็แทบช็อค!!! ทั้งผมและเป็นเอกอยู่ในสภาพเปล่าเปลือย จากนั้นภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก็ฉายขึ้นมา



เมื่อวานในตอนเที่ยง



ผมที่กลุ้มใจจากการที่ถูกไอ้เอกหรือเป็นเอกของใครหลายคนจูบเข้า ผมเครียด ไม่ใช่เครียดเพราะถูกจูบ แต่ผมเครียดที่ถูกจูบแล้วผมกลับไม่รู้วึกรังเกียจมันแม้แต่น้อย ถ้าเจอหน้ามันผมเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายผมก็เลือกที่จะเดินไปหาคุณสิบทิศ



“สวัสดีครับคุณสิบทิศ” ผมยกมือไหว้เจ้านายหนุ่ม



“สวัสดีทิว มารายงานตัวใช่ไหม? ยังไม่ถึงเวลานี่” คุณสิบทิศก้มมองนาฬิกาเพราะผมมาเร็วกว่าเวลาที่นัดไว้



“ผมไม่ได้รายงานตัวครับ ผมมีเรื่องจะขอร้องคุณสิบทิศครับ” ผมเอ่ย มือก็กำกางเกงยืนตรงขาเอาไว้แน่น



“ขอร้องอะไร? ถ้าช่วยได้ฉันก็จะช่วย” คุณสิบทิศเอ่ยอย่างอารมณ์ดี



“คือผม..ผมอยากจะย้ายกลับไปนอนที่บ้านคนงานไร่องุ่นครับ แต่คุณสิบทิศไม่ต้องห่วงนะครับผมยังมาทำงานที่ฟาร์มโคนมเหมือนเดิม” ผมทั้งขอร้อง ในใจก็เต้นตุบตับอยากให้คุณสิบทิศอนุญาต



“ทะเลาะกับเป็นเอกหรือเปล่า?” คุณสิบทิศถามผม ตาเหยี่ยวก็มองจิกมา นี่ถ้าผมบอกทะเลาะกันคงโดนไล่ออกแน่



“ไม่ได้ทะเลาะกันครับ” ผมตอบกลับไป



“แน่นะ?” คุณสิบทิศถามทวนอีกรอบ แถมมองผมเหมือนคาดคั้นคำตอบ



“แน่ครับ” ผมตอบ



“ถ้าไม่มีปัญหากันก็อยู่ด้วยกันต่อ” คุณสิบทิศเอ่ย มือก็หยิบแฟ้มเอกสารด้านหลังมาเซ็น



“คุณสิบทิศครับ กรุณาผมเถอะครับ ผมสัญญาว่าจะไม่สร้างความวุ่นวายอีก” ผมร้องขออีกรอบ ยังไงผมจะต้องย้ายกลับไปบ้านพักไร่องุ่นให้ได้



“นายก็บอกฉันมาสิว่า ทำไมถึงย้ายห้อง ฉันขอความจริงนะทิว ฉันเชื่อว่านายนักเลงพอ” คุณสิบทิศวางปากกาแล้วมาพูดกับผมโดยเน้นประโยคสุดท้ายเล่นเสียผมกดดันไม่น้อย



“ผมถูกไอ้เอกมันจูบเอาครับ” ผมกลั้นใจพูดออกไป คุณสิบทิศชะงักเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าแสดงออกว่าเข้าใจความรู้สึกผม



“อืม ฉันเข้าใจแล้วแต่ฉันอยากให้นายอยู่กับเป็นเอกต่อนะทิว”



“ทำไมล่ะครับคุณสิบทิศ?” ผมถามกลับไปอย่างรวดเร็ว



“ฉันคิดว่าฉันมองนายไม่ผิดนะทิว นายใจร้อนก็จริงแต่นายมีข้อดีคือเป็นคนตรงและกล้าที่จะสู้ ปัญหา ที่เป็นเอกจูบนายทำไมนายไมลองเผชิญหน้าสู้กับเป็นเอกล่ะ? อีกฝ่ายจะได้รู้ว่าแค่จูบคนอย่างนายไม่คิดมากหรอก?” คุณสิบทิศเอ่ย มือก็ตบบ่าผมเบาๆ อย่างที่คุณสิบทิศพูดปัญหาร้อยแปดพันเก้าผมผ่านมาเยอะแล้ว เรื่องจูบกับแค่เรื่องแปลกใหม่ในชีวิตผมต้องผ่านไปได้อีกแน่



“แล้วผมจะต้องทำยังไงต่อดีครับ บอกตรงๆผมเข้าหน้ามันไม่ติด”



“ทำตัวให้ปกติสุดแล้วก็เพิ่มความนิ่งเอาไว้ ให้ดูว่านายไม่เกรงกลัวและเหนือกว่าเป็นเอก อ่อ ดีไม่ดี ทางเป็นเอกเองอาจจะไม่คิดอะไรกับจูบก็ได้” คุณสิบทิศพูดทั้งรอยยิ้ม บางทีเป็นเอกอาจจะลืมไปแล้วก็ได้ ซึ่งผมอยากจะคิดอย่างนั้น ถ้าหากไม่ใช่เพราะหลายคือก่อนมันเที่ยวมาจับตัวแนวลวนลามจนผมต้องกัดมัน



“อย่าเครียดสิเพราะเดี๋ยวจะทำงานที่ฉันสั่งไม่ไหว?”



“งานอะไรครับ?” ผมถาม ความสงสัยเริ่มประเดประดังเข้ามา



“จัดสถานที่งานประจำปีของไร่เรา”



วันนั้นทั้งวันผมเลยอยู่ที่ลานหน้าเวที คอยจัดโต๊ะจัดของร่วมกับคนงานไร่อื่น วันนี้ถือว่าเป็นงานหนักสำหรับผมเลยก็ว่าได้ แต่ผมก็รู้สึกดีเพราะมันทำให้ผมไม่คิดฟุ้งซ่าน



จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนเกือบเย็น เป็นเอกก็มาช่วยงานผม พอปฏิเสธมันก็ยังตามตื้อผมจนจะเป็นเงาของผมไปแล้วครับ พอจัดสถานที่เสร็จผมกับเป็นเอกก็ต้องแสร้งทำดีต่อหน้าผู้อื่น เป็นเอกคอยตีเนียนโอบเอวผมบ้างล่ะ ผมก็เลยโอบไหล่มันกลับบ้าง ก่อนจะไปช่วยคุณสิบทิศออกจากแอลลี่ หลังจากที่ช่วยจนเจ้านายพ้นภัย ผมก็กระดกเหล้าเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่าจนเมาแทบจำอะไรไม่ได้ เชี่ยเอ๊ย!!! นึกให้ออกสิวะเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ตั้งสติไว้ไอ้ทิว ตั้งสติเอาไว้….ตอนกลับห้องรู้สึกว่าเป็นเอกหิ้วมาพอหลังจากนั้นก็..เช็ดตัว…เดี๋ยวๆ…หลังจากนั้นมัน...เหี้ยเอ๊ย!!!!



ผมจำเหตุการณ์ทั้งหมดได้แค่คิด ผมก็แทบอยากจะนอนหลับไม่ตื่นไปเลย



..

..

..



“ถ้ากูจะให้มึงสอนวิธีเอาสาวให้ มึงจะสอนกูไหม?” เป็นเอกแกล้งถาม ผมหรี่ตามองแล้วคลี่ยิ้ม



“ได้สิ…กูจะสอนมึงเอง” ผมในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและสติก็พลั้งปากพูดไป ก่อนที่ปากจะถูกปิดด้วยปากอีกครั้ง



ผมเอนไปด้านหลังแล้วนอนลงกับเตียง เป็นเอกก็ตามมาคร่อมทับทันทีโดยที่ปากของเราไม่ห่างออกจากกันสักวินาทีเดียว ต่างฝ่ายต่างฉกฉวยความหวาน ตักตวงรสจูบของกันและกันจนสติกระเจิดกระเจิง ผมดูดปลายลิ้นเป็นการส่งท้ายแล้วผละปากออก เป็นเอกถอดเสื้อตัวเองออก ผมก็เลยลุกขึ้นนั่งแล้วโอบเอวหนาไว้ เป็นเอกเองก็จับบ่าผมเอาไว้แน่น



“ซี๊ด….” เป็นเอกร้องออกมาทันทีที่ฟันซี่ขาวของผมขบกัดตามซอกคอตามด้วยใช้ลิ้นตวัดตามรอยฟันที่ทำเอาไว้ เป็นเอกคงจะเสียวน่าดู สังเกตได้จากมือของมันที่ขย้ำบ่าของผมแน่น



“อ่า.า….” ผมถึงกับครางออกมา เมื่อถูกเป็นเอกเอาคืน เป็นเอกไม่ได้กัดผมหรอกครับแต่มันดูดเม้มคอผมแรงมากจนผมจิกเล็บไปที่เอวและข่วนไปตามแผ่นหลังกว้าง



ต่างคนต่างก็สร้างรอยไปจนทั่วคอ เป็นเอกก็ดันตัวผมให้นอนลงบนอีกครั้ง พร้อมเลื่อนปากลงมาที่แผ่นอกที่กระเพื่อมถี่จากการหายใจเร็วของผม



‘จุ๊บ…จุ๊บ’



เป็นเอกดูดยอดอกของผมจนเกิดเสียงสลับซ้ายขวา ความเสียวซ่านแล่นผ่านทั่วแผ่นหลัง มือของผมกดหัวคนบนร่างให้แนบแน่นกับอกของผมเอง เป็นเอกทั้งดูดทั้งใช้ลิ้นเลียจนยอดอกผมช้ำแดง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองผมที่กำลังมองมันเช่นกัน สายตาของเป็นเอกไม่ต่างจากหมาป่าล่าเนื้อ ผมกระตุกยิ้มนิดๆแล้วพลิกตัวเป็นเอกให้นอนตะแคงข้างๆผม เราสองคนหันหน้าเข้าหากัน



“อ๊ะ!!” เป็นเอกร้องออกมา เมื่อโดนผมกัดเข้าไปที่ปลายคาง ผมเปลี่ยนเป็นฝ่ายคร่อมมันกลับแล้วไล่กัดไล่งับตามร่างกายของเป็นเอกจนทั่ว โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องที่ดูเหมือนว่าเป็นจุดอ่อนเพราะผมลากลิ้นทีไร หน้าท้องเป็นลอนมักจะหดเกร็งอยู่ร่ำไป



“พะ…พอก่อน” เป็นเอกบอกกับผมเสียงสั่น ผมหยุดชะงัก ใบหน้าแสดงออกว่าไม่สบอารมณ์เพราะผมรู้สึกอยากปลดปล่อยตามประสาลูกผู้ชายแถมกำลังเมาอีกตังหากอารมณ์ดิบจึงถูกกระตุ้นได้ง่ายกว่าปกติ



“มะ..ไม่อยากพอ” ผมพูดเสียงแหบพร่า



“ช่วยกันนะมึง” เป็นเอกเอ่ยแล้วคว้ามือผมมาวางที่กลางกายมันที่คับพองผ่านกางเกงยีนส์ตัวหนา เช่นเดียวกับมือมันที่วางอยู่กลางกายผมเช่นกัน



เราทั้งสองคนก็ปลดซิบกางเกงของกันและกัน ฝ่ามือร้อนล้วงเข้าไปในกางเกงชั้นในผม ส่วนผมก็ลูบมันผ่านผ้าบางจนแก่นกายของเป็นเอกล้นออกนอกกางเกงใน



“อ่า.า……อะ..อา.า..”



“อืม.ม….ซี๊ด.ด…อ่าาา”



เสียงครางร้องประสานเป็นทำนองเดียวกับมือที่ขยับช้าๆและเร่งเป็นจังหวะเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ เป็นเอกเอกจับท้ายทอยผมให้ก้มต่ำแล้วจูบผมอย่างกระหาย ผมเองก็จูบตอบกลับไป เราสองคนนอนล้มกลิ้งไปมาบนเตียง ผลัดกันนอนทับจนสุดท้ายก็หยุดที่ขอบเตียง ผมถูกเป็นเอกนอนทับ เป็นเอกคว้ามือผมทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะของผม ผมที่เริ่มอ่อนแรงจากฤทธิ์เหล้ารวมกับการถูกเร้าโลมก็ทำได้เพียงนอนหอบและมองเป็นเอกที่เบียดตัวเข้าหาผมและรวบแท่งร้อนทั้งของผมและของมันเอาไว้ในมือข้างเดียว



“อ่ะ..อ่า.า…เร็ว.ว..อีก…อืม.ม..”



“ของมึงร้อนว่ะ..อ่า.า….กูอยากใช้ปากดับร้อนชิบหาย”



เป็นเอกเอ่ยเสียงกระเส่า ผมเองก็นอนครางด้วยความเสียวซ่านที่ถูกอีกฝ่ายมอบให้ ยิ่งผมได้ยินเสียงเป็นเอกคราง อารมณ์ของผมก็ยิ่งพลุ่งพล่านจนใกล้ปลดปล่อย



“อ่ะ..อะ..อ๊ะ..อ่า.า…จะออกแล้ว..เร็ว.ว…อืม.ม..”



เป็นเอกได้ยินผมเอ่ยก็ปล่อยมือแล้วจับขาผมแยกออก เป็นเอกขยับตัวก้มหน้ามาตรงกลางกายผม ปากร้อนค่อยๆครอบแก่นกายผมแล้วรูดรั้งรัว ไม่นานผมก็ปลดปล่อยออกมา



“อ่า.า..ส์…”



ร่างกายของผมกระตุกเกร็งน้ำสีขาวขุ่นถูกปลดปล่อยเข้าไปในปากของเป็นเอก ปลายเท้าของผมจิกกับเตียง มือก็กำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ เป็นเอกดูดกลืนน้ำของผมจนหมดแล้วผละปากออก จากนั้นก็ใช้ลิ้นเลียน้ำรักที่ยังหลงเหลืออยู่ตรงส่วนปลายแท่งร้อนของผมเบาๆ



จากนั้นผมก็หลับไปเพราะความเพลียและจำอะไรไม่ได้ ตื่นมาก็พบตัวเองนอนเปลือยอยู่กับเป็นเอกแถมที่หน้าท้องผมมีคราบน้ำรักแห้งเกรอะกรังอยู่ด้วย ผมกำลังสับสนในเมื่อมันกินน้ำของผมไปแล้ว น้ำที่อยู่บนหน้าท้องนี่ของใคร



“ตื่นแล้วเหรอ?..อืม” เป็นเอกที่ตื่นตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้เอ่ยถาม แล้วขยับมานอนตักผม แขนของมันก็กอดเอวผมแน่น



“เหี้ยเอกปล่อยกู!!! มึงบอกมาเดี๋ยวนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น!!!”



“มึงคิดว่าเกิดอะไรขึ้นล่ะ? หลักฐานก็มีนะ น้ำของกูที่กูปล่อยเลอะหน้าท้องมึงไง” เป็นเอกตอบอย่างอารมณ์ดี ผิดกับผมที่ขมวดคิ้วเป็นปม นี่ผมพลาดท่าให้มันปล้ำเหรอเนี่ย!!!!



“ทำไมทำหน้าเครียดล่ะเมีย? กูยังไม่ได้เสียบมึงนะเมียก็แค่เกือบ” มันเงยหน้าขึเนมาถามผม แล้วจับมือผมมาแนบแก้มมันอีก



“ใครเมียมึงไอ้สัตว์!!!”



“ก็มึงไง…ทิว” เป็นเอกเอ่ย น้ำเสียงจริงจังจนผมแปลกใจ



“ทำไม? มึงนึกสนุกอะไรห๊ะ!!!!” ผมตวาดกลับไป มีอย่างที่ไหนอยากได้ผมเป็นเมีย



“กูอยากเอามึง เอามึงมาทำเมีย มานอนครางใต้ร่างกู ชัดยัง?”



“ฮึ!!! ถ้ามึงอยากเป็นเมียกู กูก็ว่าไปอย่าง” ผมยกยิ้มให้มัน เป็นเอกเงียบก่อนจะพูดขึ้นมาว่า



“เอาอย่างนี้ไหม? คืนนี้เราสองคนไปประกวดหนุ่มหล่อประจำไร่ ถ้าใครชนะคนนั้นจะต้องเป็นผัว ส่วนคนแพ้ต้องเป็นเมีย” เป็นเอกยื่นข้อเสนอ คราวนี้เป็นฝ่ายผมที่เงียบบ้าง



“เงียบแบบนี้หรือว่าป๊อด? ได้ข่าวว่าลูกพี่ทิวแห่งไร่องุ่นไม่กลัวใคร สงสัยเรื่องโกหกว่ะ”



“ใครป๊อด มึงพูดให้ดีไอ้เป็นเอก เรื่องแค่นี้กูชนะมึงแน่นอน” ผมพูดสวนกลับไป



“ถ้าอย่างนั้นแสดงว่า….”



“กูตกลง!!!”

















...............................

มาแล้ว ป่วยแล้วเน้ออออ

ตอนนี้ใสใส ใสใส

ในขณะที่พี่เอกมีลุงชิตเป็นแบ็ค พี่ทิวก็มีคุณสิบทิศเป็นแบ็ค (คุณสิบทิศอยากให้ทิวปราบเอกเพื่อที่จะไม่ให้เอกยุ่งกะพี ร้ายยยย)



ตอนหน้าใครผัว ใครเมียติดตามกันนะคะ อิอิ

เอาเป็นว่าเฮฮาปาจิงโกะ

ป.ล. ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเม้นกันนะคะ จุ๊บ

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
ที่แท้สิบทิศมีแผน (เพื่อประโยชน์แอบแฝงของตัวเอง) ก็ว่าอยู่นะว่าคำแนะนำฟังดูแปลก ๆ

ออฟไลน์ TanYung0209

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 288
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +70/-2
บันทึกรัก…ไร่แสงจันทร์

Writer : Tan-Yung0209

File : เมื่อผมมีเมีย(ผัว)เป็นคู่กัด 07

 

 

 

 

 

 

 

“และแล้วก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอยแล้วนะครับ...นั่นก็คือการประกวดหนุ่มหล่อประจำปีแห่งไร่แสงจันทร์ของเรา!!!!” ลุงชิตผู้ทำหน้าที่เป็นพิธีกรคู่กับป้าศรีในค่ำคืนนี้พูดเปิดงาน เสียงโห่ร้องโดยเฉพาะสาวน้อย สาวใหญ่ทั้งในไร่หรือบุคคลทั่วไปที่เข้ามาดูผู้เข้าประกวดชนิดที่ว่าติดขอบเวที

 

“ใช่ค่ะ ซึ่งปีนี้มีหนุ่มหล่อในไร่ของเราที่คัดสรรมาแล้วห้าคนและขอบอกว่าทุกคนหน้าตาดีไม่มีใครแพ้ใครเลยค่ะ” ป้าศรีพูดขึ้นมาเรียกเสียงกรี๊ดจากผู้หญิงเกรียวกราว

 

“เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมลุงชิตอดีตหนุ่มหล่ออันดับสามของไร่และป้าศรีคนสวยประจำไร่จะขอประกาศรายชื่อผู้เข้าประกวดเลยนะครับ”

 

“คนแรกนะคะ ฟาร์มโคนมส่งเข้าประกวด....เรย์ค่า!!!!!” ชายหนุ่มชื่อเรย์ก็ขึ้นบนเวทีและเดินไปมาอวดหุ่นสูงโปร่ง ยิ้มหวานที่มีลักยิ้มบุ๋มลึกอยู่ตรงแก้ม ตาสองชั้นดูหวานเสียจนผู้หญิงยังอาย เรียกได้ว่าแค่คนแรกก็เรียกเสียงเชียร์ได้จากผู้ร่วมงาน

 

“เสียงเชียร์ดังสนั่นมากเลยนะครับสำหรับหนุ่มฟาร์มโคนม ต่อไปลุงชิตขอแนะนำผู้เข้าประกวดคนที่สองมาจากทีมงานคนเลี้ยงม้าในไร่ของเรา....เมฆครับ!!!!” ชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งร่างสูงกำยำ ตาคมดั่งเหยี่ยวใบหน้านิ่งเย็นชาเหมือนพระเอกที่หลุดมาจากนิยายโรแมนซ์ พอปรากฏตัวขึ้นมาเสียงเชียร์ก็ดังไม่แพ้เรย์ผู้เข้าประกวดคนแรก

 

“ผ่านไปสองคนแล้วนะคะ เรามาต่อคนที่สามเลยนะคะ....ทิว หนุ่มหล่อจากไร่องุ่นค่า!!!” ทิวเดินขึ้นเวทีด้วยความหล่อรวมทั้งท่าทางแบดบอย ดูมีสเน่ห์เหลือร้าย ทำให้เป็นที่จับตามองของทุกคนและถือว่าเป็นตัวเก็งของงานวันนี้

 

“เพื่อความรวดเร็วเรามาต่อคนที่สี่เลยนะครับ....เป็นเอก หนุ่มหล่อจากไร่ส้ม!!!!” ผมขึ้รเวทีเป็นคนสุดท้าย ทุกย่างก้าวผมมาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่ขโมยใจคนไปเกือบทั้งไร่ ผมเดินรอบเวทีก่อนจะไปหยุดยืนใกล้กับทิว ซึ่งเรียกเสียงกรี๊ดได้ดี วันนี้ผมต้องชนะไม่ใช่เพราะรางวัลจากไร่แต่…ผมต้องการคนที่ยืนข้างๆเป็นของผม เป็นรางวัลในค่ำคืนนี้

 

“ยิ้มจนเมื่อยปากยังมึง” ทิวคงจะอดไม่ได้ที่จะพูดแขวะ อย่างว่าใกล้กันทีไรต้องมีเรื่องให้จิกกัดกันตลอด

 

“อิจฉากูหรือไง? มึงเองก็ยืนเก๊กจนเมื่อยหน้าแล้วนี่”  ผมไม่ยอมให้ทิวแขวะอยู่ฝ่ายเดียวก็พุดสวนกลับไป หลังจากที่กัดกันพอเป็นพิธีเราสองคนก็ยืนสงบทำตัวปกติต่อไป ขืนยุกยิกอาจโดนเพ่งเล็งได้

 

“ทุกปีไร่ของเราจะมีผู้เข้าประกวดจากไร่ในส่วนต่างๆแค่สี่คนแต่ปีนี้พิเศษสุดนะคะเพราะคุณสุดท้ายเรียกได้ว่ามาสมัครก่อนเวลาประกวดเพียงไม่กี่นาที” ป้าศรีกล่าว ซึ่งคนที่ยืนอยู่หลังเวทีอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้

 

“ใช่ครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาผู้เข้าประกวดคนสุดท้าย คุณสิบทิศเจ้าของไร่ส่งเข้าประกวด....พีครับ!!!” เสียงปรบมือต้อนรับการเปิดตัวของพี หนุ่มร่างโปร่งหน้าตาดีผิวขาวน้ำนม ลักษณะไม่ต่างจากลูกผู้ดีจนไม่คิดว่าจะมาทำงานอยู่ในไร่ ใบหน้านิ่งๆที่เก็บความตื่นเต้นเอาไว้โดยเจ้าตัวไม่รู้เลยว่าแววตาของตนไม่สามารถปิดความรู้สึกเขินอายจนคนที่เห็นอดจะเอ็นดูไม่ได้โดยเฉพาะคุณสิบทิศที่อดจะภูมิใจคนรักไม่ได้ นี่คุณสิบทิศคงจะอวดเมียให้คนทั้งำร่ได้รู้จักแน่นอน

 

“มาครบกันทุกคนแล้วนะครับ แต่ละคนความหล่อสูสีกันจนไม่รู้ว่าใครจะได้ครองตำแหน่งแต่ที่แน่ๆเลยนะครับ พี ผู้ประกวดหมายเลขห้าครองตำแหน่ง...เมียเจ้าของไร่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว” ลุงชิตพูดแซว พีหน้าแดงแจ๋ไม่คิดว่าโดนลุงชิตแกล้งออกอากาศแบบนี้ ส่วนกองเชียร์ก็โห่แซวรับมุกของลุงชิตโดยเฉพาะส้มจี๊ดที่ผันตัวมาเป็นสาววายนั้นกรี๊ดจนคอหอยแทบพัง

 

“เอาล่ะค่ะ ทุกคนเห็นหน้าค่าตาผู้เข้าประกวดกันไปแล้วจะเห็นได้ว่าหล่อกันทุกคน ซึ่งถ้าตัดสินที่หน้าตาบอกเลยว่าทุกคนตัดสินลำบากแน่ๆ ดังนั้นเราจะให้ผู้เข้าแข่งขันแสดงความสามารถกันค่ะ” ป้าศรีเอ่ย

 

“ดังนั้นเราจะให้ผู้เข้าประกวดไปเตรียมตัวสำหรับการแสดงที่หลังเวทีก่อนแต่ทุกคนไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรดูนะคะเพราะช่วงพักเบรกแบบนี้ ไร่ของเราเตรียมการแสดงจากกลุ่มแม่บ้านไร่แสงจันทร์ เชิญชมได้เลยครับ” พอสิ้นเสียงลุงชิต ผู้เข้าประกวดทุกคนก็รีบลงหลังเวที กลุ่มแม่บ้านก็ขึ้นมาร้องมาเต้นกันอย่างสนุกสนานจนคนที่มาดูก็พลอยเต้นตามไปด้วย

 

“คุณพีเตรียมการแสดงอะไรเหรอครับ?” เรย์ถามคนรักของเจ้านาย พีมองเรย์ที่ตอนนี้เปลือยท่อนบนส่วนท่อนร่างใส่กางเกงมวย วันนี้เรย์จะแสดงรำแม่ไม้มวยไทย

 

“ผมยังไม่รู้จะแสดงอะไรเลยครับ?” พีตอบ ก่อนจะเริ่มครุ่นคิดว่าจะแสดงอะไรดี จะว่าไปพีคงเพิ่งจะโดนส่งตัวมาประกวดอย่างฉุกละหุกเลยไม่รู้จะทำอะไร แสดงอะไร

 

“เรย์ใครใช้ให้มึงถอดเสื้อโชว์หุ่นขี้ก้าง มึงรีบไปใส่เสื้อเลยนะ” เมฆที่เดินเข้าพูดดุเรย์มือก็ถือดาบคู่ในมือ เรย์หน้ามุ่ยก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อกล้ามมาใส่

 

ผมเองก็ถอดเสื้อเผยรอยกัดจางๆของทิว พอทิวเห็นมันก็รีบเอาผ้ามาคลุมตัวผม

 

“มึงจะถอดเสื้อทำไม?” ทิวถามเสียงดุ ตาก็ไล่มองตามรอยบนตัวผม

 

“กูแสดงตีกลองสะบัดชัย ทำไมหวงกูเหรอเมีย?” ผมถามเสียงทะเล้นแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้

 

“หวงเหี้ยมึงสิ” ทิวด่ากลับไม่พอยังเอาขลุ่ยมาตีเข้าที่แขนผมอีก มันนี่ซาดิสของแท้เลย

 

“ก็เห็นเอาผ้ามาคลุมตัวกู”

 

“รอยฟันกูเต็มตัวไม่เห็นเหรอวะ!!”

 

“เรื่องนั้นมึงไม่ต้องห่วง กูไปซื้อรองพื้นมาแล้ว มึงเองก็อย่าใช้แรงเป่าขลุ่ยมากล่ะเพราะคืนนี้ต้องมาเป่าปี่ให้กู” ผมพูดหยอก ทิวกัดฟันข่มอารมณ์ มันคงไม่อยากโวยวายหลังเวทีแต่คนอย่างทิวถ้าไปง่ายๆก็ไม่ใช่มัน มือเรียวชูนิ้วกลางด่าผมแทนการใช้เสียง ผมหัวเราะเบาๆ สมกับที่เป็นมึงจริงๆเลยทิว

 

จากนั้นผมก็แต่งตัวต่อทั้งนุ่งผ้าเอง ทารองพื้นเองก็อาศัยมุมมืดที่พอมีไฟสลัวเล็กน้อยในการทา ผมไม่อยากให้ใครเห็นเพราะเจ้าของรอยเขาหวง ฮ่า ฮ่า ฮ่า พอจัดการตัวเองเสร็จ ผมก็พบว่าพีกำลังยืนหน้าเครียด

 

“พี คิดไม่ออกเหรอว่าจะแสดงอะไร?” ผมถาม

 

“ครับพี่เอก” พีตอบไปตามตรง

 

“ถ้าอย่านั้นก็เอาสิ่งที่พีชอบสิ เอาที่แบบพอนำมาแสดงได้” ทิวพูดขึ้นมาบ้าง พีก็คิดตามก่อนจะยิ้มออกมาทำให้ทุกคนเบาใจว่าสุดที่รักของคุณสิบทิศมีรอยยิ้มออกมาแล้ว

 

เมื่อจบการแสดงจากกลุ่มแม่บ้าน พิธีกรบนเวทีก็เรียกผู้เข้าประกวดออกไปแสดงความสามารถกันตามลำดับ ส่วนคนที่ไม่ได้ถูกเรียกก็นั่งรออยู่หลังเวที ทุกคนแสดงออกมาได้ดี ได้รับเสียงปรบมือและเสียงโห่จากกองเชียร์กันดังสนั่น โดยเฉพาะพีที่ร้องเพลงรักหวานๆจนทั้งไร่เป็นสีชมพู

 

“ลุงแทบจะเบาหวานขึ้นเลยครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยังไงขอเชิญผู้เข้าประกวดทุกคนขึ้นมาบนเวทีนะครับระหว่างนี้ลุงจะขออธิบายวิธีการตัดสินนะครับ ให้คนที่มีดอกกุหลาบในมือซึ่งเราได้เปิดขายอยู่ข้างเวทีตั้งแต่เริ่มการแข่งขัน ดอกกุหลาบมีจำนวนหนึ่งร้อยดอกซึ่งสามารถซื้อได้คนละหนึ่งดอกเท่านั้นใครที่มีดอกกุหลาบในมือก็นำมามอบให้กับผู้เข้าประกวดที่ชอบได้เลยครับ” ลุงชิตอธิบายให้คนในงานฟังซึ่งการตัดสินนี้ก็มีมาตั้งแต่จัดการประกวดครั้งแรก ผมลุ้นในใจให้ฟ้าเข้าข้าง ให้คนชอบการแสดงกลองสะบัดชัยของผมมากกว่าเพลงขลุ่ยของทิว

 

“ผู้เข้าแข่งขันคนไหนได้ดอกกุหลาบเยอะสุดคนนั้นชนะ และอันดับอื่นๆก็จัดตามจำนวนดอกกุหลาบที่ได้ค่ะ” ป้าศรีอธิบายต่อ ตอนนี้ผู้เข้าประกวดทุกคนรวมทั้งผมมายืนชิดขอบเวทีเพื่อเตรียมรับดอกกุหลาบ ส่วนคนที่มีกุหลาบในมือก็เริ่มทยอยเข้าแถวให้กับคนที่ชอบอย่างเป็นระเบียบ ถ้าคาดคะเนด้วยสายตา ผมกับทิวนั้นก็ถูกคนมอบดอกไม้ให้มากมายจนยากที่จะรู้ว่าใครมากกว่า

 

การมอบดอกไม้ให้แก่ผู้เข้าประกวดก็เสร็จสิ้นลง เจ้าหน้าที่นับดอกกุหลาบซึ่งก็คือเหล่าคนงานต่างก็ช่วยนับกันอย่างขมักเขม่น ในระหว่างนี้ลุงชิตกับป้าศรีก็พูดคุยกับผู้เข้าประกวดพอหอมปากหอมคอ เหงื่อของผมผุดขึ้นตามหน้าผากด้วยความตื่นเต้น ผมลอบมองไปที่คนใกล้ตัว ทิวเองมีอาการประหม่าเช่นกัน ทิวคงจะลุ้นเหมือนกับผมเพราะผลแพ้ชนะมันจะทำให้โชคชะตาของเราสองคนแปรเปลี่ยนไปตลอดกาล ไม่นานผลคะแนนและการจัดอันดับก็เสร็จสิ้น ผลตัดสินก็ถูกส่งมาให้พิธีกรทั้งสองคน

 

“ในที่สุดเราก็มาถึงช่วงสุดท้ายแล้วนะครับป้าศรี”

 

“ใช่ค่ะลุงชิต ตอนนี้ผลคะแนนก็อยู่ในมือของดิฉันแล้วแต่ก่อนที่จะประกาศก็ขอเชิญคุณสิบทิศ เจ้าของไร่แสงจันทร์ขึ้นมาบนเวทีมอบรางวัลให้กับผู้เข้าประกวดค่ะ” ป้าศรีพูดเชิญร่างสูงขึ้นมาบนเวที ทุกคนในงานไม่ว่าจะเป็นผม  ทิว พี เมฆและเรย์หรือจะเป็นผู้คนที่มาร่วมงานต่างก็ตื่นเต้นกับการประกาศผล

 

“ต่อไปเราจะประกาศผู้ที่ได้รองชนะเลิศอันดับที่สองได้แก่....เมฆ จากทีมงานคนเลี้ยงม้าครับ” สิ้นเสียงลุงชิต เมฆก็เดินออกมาหน้าเวที เสียงเชียร์จากคนเลี้ยงม้าก็ดังขึ้นมา

 

“ขอแสดงความยินดีกับเมฆด้วยนะคะ ต่อไปนี้ป้าศรีก็จะขอประกาศรองชนะเลิศอันดับหนึ่งนะคะ ได้แก่... ทิว จากไร่องุ่นค่า” ทิวยิ้มกว้าง ขายาวก็ก้าวออกมายืนใกล้กับเมฆ แวบนึงผมเห็นแววตาสั่นเครือของมัน ตอนนี้ที่เหลืออยู่อีกด้านหนึ่งของเวทีก็เหลือ ผม พีและเรย์ ถ้าผมไม่ได้รางวัลก็เท่ากับผมแพ้ ผมต้องได้ที่หนึ่ง…ที่หนึ่งเท่านั้น

 

“มาถึงการประกาศผลผู้ที่ได้ตำแหน่งชนะเลิศแล้วนะคะ เชื่อว่าทุกคนรอคอยกันว่าใครจะได้”

 

“ใช่ครับ ที่จริงแล้วดอกไม้ที่ทุกคนได้รับห่างกันแค่ไม่กี่ดอกด้วยซ้ำเพราะปีนี้มีแต่คนหน้าตาดี ลุงเองยังไม่รู้ให้ดอกไม้ใครเลย” ลุงชิตพูดต่อ ผมกำหมัดแน่น ชีวิตไม่เคยต้องมาเครียดจากการลุ้นอะไรแบบนี้มาก่อน

 

“และผู้ที่ได้ตำแหน่งชนะเลิศ ได้แก่.......เป็นเอก หนุ่มไร่ส้มของเรา ได้ที่หนึ่งสมชื่อเลยค่ะ” ป้าศรีประกาศผล ทุกคนส่งเสียงเฮ ร่วมปรบมือให้กำลังใจ คุณสิบทิศก็มอบช่อดอกไม้รวมถึงเงินรางวัลให้กับผู้ชนะและผู้เข้าประกวดที่ไม่ได้รับตำแหน่งอีกสองคน

 

“ตอนนี้ก็เสร็จสิ้นการประกวดแล้ว ขอเชิญทุกคนกลับไปพักผ่อนได้ส่วนใครที่ไม่ง่วง เดี๋ยวจะมีการแสดงดนตรีสดให้ทุกคนได้ครื้นเครง ร้อง เต้นกันให้ถึงเช้าเลยครับ” ลุงชิตประกาศเรียกปรบมือและความพอใจให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก

 

ผู้เข้าประกวดและพิธีกรก็ทยอยลงจากเวที ผมคว้าหมับที่ข้อมือของทิว ทิวพยายามกระชากมือตัวเองออกแต่ผมก็จับไว้แน่น ผมชอบนะเวลาที่มันพยศแบบนี้ ผมอดใจไม่ไหวอยากลากมันกลับห้องเร็วๆ

 

‘เอี๊ยด!!!’ เสียงอะไรบางอย่างดังมาจากด้านบน พอมองขึ้นไปก็เห็นว่าสปอร์ตไลท์กำลังตกลงมา

 

“พีระวัง!!” คุณสิบทิศเห็นว่าวัตถุขนาดใหญ่กำลังจะตกใส่คนรัก มือหนาผลักร่างโปร่งให้ห่างออกไป

 

‘โครม!!!!’

 

“พี่สิบทิศ!!!!!” พีร้องออกมาสุดเสียง คุณสิบทิศหลบไม่ทันโดนสปอร์ตไลท์กระแทกเฉียดหัวและที่แขนจนร่างสูงล้มลงไปนอนกับพื้น

 

“พี่สิบทิศ...ฮึก...ฮือ..อ.. อย่าเป็นอะไรนะครับ” พีวิ่งมาหาร่างที่ไร้สติของสิบทิศพร้อมกับร้องไห้ออกมาไม่อายใคร ผม ทิว และคนงานคนอื่นๆต่างก็รีบยกสปอร์ตไลน์ออกและติดต่อเรียกรถโรงพยาบาล

 

“ฮือ...พี่สิบทิศ.ฮึก...เลือด.....” พีพูดเสียงสั่น ก่อนที่สติจะดับวูบลงไปอีกคน คราวนี้คนงานต่างก็รีบปฐมพยาบาลให้ พอรถพยาบาลมาถึงทั้งสองคนก็ถูกส่งขึ้นรถพยาบาลเพื่อทำการรักษาต่อทันที

 

ค่ำคืนที่น่าจะกลายเป็นค่ำคืนแสนสนุกกลับกลายเป็นว่างานกร่อย หลายคนทยอยกลับไปฟังข่าวของคุณสิบทิศ รวมทั้งผมและทิวที่กลับมาที่ห้องเช่นเดียวกัน

 

‘หมับ’

 

ผมกอดเข้าที่เอวของทิวที่บางกว่าของผมเล็กน้อย ทิวที่กำลังเดินก็หยุดชะงักแล้วขืนตัวออกจากอ้อมกอด ผมก็เลยจัดการกอดแน่นกว่าเก่า

 

“ไอ้เอกปล่อยกูได้แล้ว” ทิวเอ่ย เสียงมันดูเหมือนคนอ่อนแรง ผมเลยคลายกอด ทิวก็เดินตรงไปนอนบนเตียงต่อสีหน้าเป็นกังวล

 

“เป็นอะไร?” ผมล้มลงนอนข้างๆแล้วกอดมันต่อ คราวนี้มันไม่ได้ขืนตัวแต่แววตาของมันแสดงความเครียดออกมา

 

“กูกลัวคุณสิบทิศเป็นอะไรไป” ทิวพูดเสียงแผ่ว ท่าทางทิวคงกังวลจริงๆ

 

“คุณสิบทิศต้องไม่เป็นอะไร มึงอย่าห่วงเลย” ผมพูดปลอบ

 

“ไม่ให้กูห่วงได้ยังไง คุณสิบทิศเป็นเจ้านาย เป็นผู้มีพระคุณและให้โอกาสเด็กที่ถูกตัดหางปล่อยวัดอย่างกูทำงาน จริงสิ มึงไม่ห่วงก็ไม่แปลก มึงจ้องจะแดกน้องพีอยู่นี่”

 

“ทิว กูไม่ได้คิดกับพีเกินพี่น้อง กูเองก็เป็นห่วงคุณสิบทิศเหมือนกัน” ผมเอ่ยอย่างจริงจัง

 

“กูไม่เชื่อหรอกว่ามึงไม่ได้คิดอะไรกับน้องพี” ทิวเหยียดยิ้มใส่ผม ผมถอนหายใจหนักๆให้กับคนที่คิดเองเออเองแบบมัน

 

“แล้วอยากรู้ไหมว่ากูคิดอะไรกับมึง” ผมจับคางของอีกฝ่ายให้หันมามองหน้าของผม

 

“คิดอะไร?” ทิวถามกลับ คิ้วหน้าทั้งสองขมวดเป็นเชิงถาม

 

ผมไม่พูดอะไรแต่โน้มหน้าเข้าไปหา ทิวเหมือนจะรู้ตัวก็เลยผละหน้าออก ถึงอย่างนั้นผมก็จับปลายคางเอาไว้แน่นและบีบแรงๆจนทิวเปิดปากออกมา ผมอาศัยจังหวะนี้ประกบปากสอดลิ้นเข้าไปในโพลงปากอุ่น

 

“ฮืม..”

 

ผมพึงพอใจกับรสจูบ ลิ้นตวัดกวาดชิมจนทั่วอยากกระหายราวกับได้ชิมขนมหวาน ทิวในตอนนี้ก็มีท่าทีอ่อนลงก็ตวัดลิ้นตอบพร้อมกับเอียงศีรษะรับจูบของผมที่บดเบียดจนตัวผมเองรู้สึกแสบปาก

 

ผมค่อยๆขยับตัวคร่อมกายของร่างหนาในขณะที่ริมฝีปากยังคงติดกัน มือทั้งสองข้างของผมก็ไล่ปลดกระดุมของอีกฝ่ายทีละเม็ด ทีละเม็ด จนถึงเม็ดสุดท้าย จากนั้นผมก็ถอนจูบโดยที่มีน้ำลายเชื่อมติดกัน ผมถอดเสื้อตัวเองออกแล้วโยนลงเตียงแล้วก้มหน้ามองใบหน้าหล่อที่ปากแดงเจ่อ

 

“ทิว…กูทวงสัญญา”

 

“อืม กูรู้แล้ว อยากทำอะไรก็รีบทำจะได้เสร็จๆ” ทิวพูดกับผมโดยที่ตาก็มองผมนิ่ง มันคงเตรียมใจไว้แล้วสินะ ตั้งแต่ผลแพ้ชนะถูกประกาศบนเวที

 

ผมก้มหน้าซุกไซร้คอช้าๆ ปากก็ดูดเม้มเบาๆให้พอเป็นรอยแดง ทิวครางเบาๆแล้วเม้มปากแน่น ผมก็ยิ่งอยากแกล้งคนที่ปากเก่งขี้โวยวายหายไปไหนแล้วเนี่ย สงสัยคงต้องปลุกให้ตื่นเสียหน่อย

 

“เหี้ย!!..กัดกูทำไม” ทิวดันหัวผมออกหลังจากที่ผมฝังเขี้ยวไปยังบ่าเนียน ผมกระตุกยิ้ม ทิวจอมโวยวายกลับมาแล้ว

 

“กูอยากกัดว่ะ มึงเองก็เสือกนอนนิ่งจนกูคิดว่ากูเอากับตอไม้” ผมพูดแล้วใช้มือลูบแก้มทิวเบาๆ

 

“หรือว่ามึงไร้น้ำยา?” ผมพูดยั่วโมโห ให้ตายสิผมว่าผมโรคจิตแน่นอน แทนที่จะจับมันทำเมียให้เสร็จๆไปแต่กลับอยากให้มันโมโหมากกว่า พูดตรงๆเลยครับการที่มันยอมผมง่ายๆทำผมหมดอารมณ์ไปมากโข

 

“อย่ามาหยามกูนะ!!!” ทิวตะคอกใส่ผม ในที่สุด การยั่วโมโหของผมก็ประสบความสำเร็จ

 

“แสดงมาสิ…ให้กูรู้” ผมยิ้มให้ ทิวเลยจับท้ายทอยของผมไว้แน่นแล้วยื่นหน้าเข้าหา ริมฝีปากของเราสองคนก็แตะกันอีกรอบ ทิวจูบผมอย่างเร่าร้อน ดุเดือดตามนิสัยที่ไม่ยอมคนซึ่งเข้าทางผมเป็นที่สุด

 

ผมเองก็จูบตอบ มือก็ปลดกางเกงของทิวออกไปด้วย ผมใช้มือลูบเบาๆที่ชั้นในสีเข้มไม่นานมังกรที่หลับใหลก็ตื่นขึ้นมาจนล้นขอบกางเกงใน

 

“อืม..ม…”

 

ทิวครางในลำคอเมื่อผมใช้นิ้วโป้งถูวนส่วนปลายที่แก่นกายของมัน ผมผละปากแล้วไล่จูบตั้งแต่ซอกคอลงมาถึงแผงอกขาวที่มีรอยจูบจางๆของผม ครั้งนี้ผมก็ซ้ำรอยเก่าจนแดงช้ำก่อนจะใช้ปากดูดดุนยอดอกสีเข้มจนเกิดเสียงและเพิ่มความเสียวซ่านด้วยการใช้ลิ้นตวัดรัวรับกับจังหวะมือที่เริ่มขยับขึ้นลงตรงแก่นกาย

 

ใบหน้าของคนที่ถูกกระทำบูดเบี้ยวจากการที่พยายามข่มอารมณ์ ผมก็ยิ่งเร่งมือจนทิวเปิดปากครางออกมา ทิวก้มมองผมตาเขียวสงสัยมันคงจะโมโหที่ผมแกล้งมัน ก่อนที่เจ้าตัวจะสอดมือเข้ามาในกางเกงผมแล้วนวดเค้นแท่งร้อนของผมที่ระอุ

 

“ซี๊ด..ด..เร็วอีกหน่อย”

 

ผมร้องบอกพร้อมดึงกางเกงตัวเองลงเพื่อให้ทิวสามารถทำได้สะดวกขึ้น ทิวก็จัดให้แถมใช้เล็บลากครูดเบาๆจนผมเสียวไส้ เราสองคนต่างก็รูดรั้งแก่นกายกันและกันจนทิวปลดปล่อยออกมา ส่วนผมก็คว้าข้อมือของทิวให้หยุดก่อนที่ผมจะปลดปล่อยไปด้วย

 

“กูอยากแตกในตัวมึงมากกว่า” ผมกระซิบข้างหูแล้วเม้มเบาๆ จากนั้นผมก็ลุกขึ้นนั่งแล้วดึงกางเกงยีนส์ที่แสนเกะกะของทิวออก ผมจับขาของมันให้อ้าออกแล้วแทรกตัวเข้าไปนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างขา

 

“หยุด…มึงจะด่ากูใจไม่ถึงก็ได้..แต่…” ทิวบอกกับผม สีหน้าเป็นกังวลมาก ผมเข้าใจมันนะครับ ชายทั้งแท่งอยู่ๆจะให้มารับมันคงจะรู้สึกไม่ดี

 

“ไม่เอา กูหยุดไม่ได้….” ถึงผมจะเข้าใจมันแต่ผมขอเห็นแก่ตัว

 

ผมหันไปไล่จูบขาของมันตั้งแต่เข่าไล่ลงมาเรื่อยๆจนถึงขาอ่อนท่ามกลางเสียงร้องห้ามของทิว โดยเฉพาะขาอ่อนด้านในที่ผมจงใจทำรอยเอาไว้จนไม่เหลือที่ว่าง ผิวมันลื่นกว่าที่คิดแถมยังขาวมากเสียด้วย อาจเป็นเพราะแดดที่ทำให้ผิวนอกร่มผ้ามีสีเข้มแต่พอเปลือยแบบนี้ ทิวเป็นผู้ชายที่ผิวดีคนนึงเลยทีเดียว

 

“อึก…มึงหยุด..หยุดเดี๋ยวนี้”

 

ทิวร้องห้าม มือของมันพยายามผลักหัวผมที่ใช้ลิ้นเลียรอบช่องทางสีชมพูอ่อนอย่างลุ่มหลง อยากผลักอยากดันก็ทำไป ผมใช้มือดันขายาวให้อ้าออกกว่าเดิมแล้วออกแรงดันขาให้ชิดติดอกของทิว

 

พอช่องทางชุ่มไปด้วยน้ำลายและน้ำสีขาวขุ่นของทิวที่ออกมาก่อนหน้านี้ที่ไหลลงมาเปื้อนที่ช่องทาง ผมก็สอดนิ้วเข้าไปช้าๆ

 

“อึก”

 

ทิวกัดปากแน่นไม่ยอมส่งเสียงออกมา ทิวกำลังอดทนต่อความเจ็บปวด ผมเองก็พยายามเบามือที่สุดด้วยการกดนิ้วเข้าออกช้าๆแล้วเพิ่มนิ้วเป็นสองนิ้ว

 

“อย่าเกร็งนะมึง” ผมพูดกับมัน เมื่อเห็นว่าช่องทางเริ่มขยายมากกว่าเดิมแต่ไม่พอที่จะรับสิ่งที่ใหญ่กว่านิ้วได้

 

“อ่า….า…”

 

ทิวหลุดครางออกมา ผมรู้ทันทีว่านั่นคือจุดกระสัน ผมกระแทกนิ้วหนักเข้าไปจุดเดิมอีกสามสี่ครั้ง จนได้ยินเสียงครางแหบสเน่ห์ร้องบอกราวกับว่าพร้อมปรับตัว ผมเอานิ้วออกแล้วจับแท่งร้อนที่พร้อมรบจ่อเข้าไปแทน

 

“เชี่ย..เจ็บ..ไอ้เหี้ยเอกกูเจ็บ!!!” ทิวโวยวาย

 

“อ่า.า…แน่นชิบหาย..อืม” ผมไม่สนคำด่า ผมสนแค่ว่ากายของเราสองคนเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว

 

ผมเริ่มขยับกายเข้าออกช้าๆเนิบนาบ พร้อมประกบปากจูบให้ทิวได้ผ่อนคลายสลับกับเค้นหน้าอกกว้าง จากเสียงร้องเจ็บปวดก็กลายเป็นดีขึ้น ผมก็เร่งสะโพกกระแทกหนักขึ้นกว่าเก่า

 

“อ่ะ..จุก…อือ…กูจุก” ทิวครางออกมา ใบหน้าเหยเกแสดงว่าจุกจริงๆ ผมเลยผ่อนแรงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เบากว่าช่วงแรก

 

“อ่า..า..ของมึงมันตอดกูแล้วว่ะ” ผ่านไปไม่นานผนังนุ่มในตัวของมันก็ตอดรัดจนผมแทบขยับไม่ได้ ทิวมีอารมณ์ร่วแล้วผมเองก็จะไม่เกรงใจเช่นกัน

 

“อ่ะ..อ่า..า….อ่ะ”

 

“อ่า…เสียวว่ะ..อืม”

 

ผมเร่งจังหวะขึ้นเรื่อย เราทั้งสองคนต่างครางระงมไม่ใครยอมลดเสียง ผมมองไปที่ใบหน้าของทิว ผมอยากเก็บภาพนี้ไว้ซึ่งดูเหมือนผมจะจ้องนานไปหน่อย ใบหน้าของคนปากดีถึงได้แดงระเรื่อ…ดูแล้วน่ารักไปอีกแบบ

 

‘พั่บ พั่บ พั่บ’

 

เสียงเนื้อกระทบกันในช่วงนาทีที่ผมกำลังจะปลดปล่อย แรงกระแทกที่ส่งเข้าไปทำให้นอกจากจะเกิดเสียงแล้วร่างกายของคนใต้ร่างก็โยกคลอนจนทิวจิกเล็บขีดข่วนไปตามแผ่นหลังของผม

 

“ยังไม่วายทำร้ายกูอีก…อ่า..า..” ผมทำทีเป็นบ่น รู้สึกแสบหลังขึ้นมานิดๆ เห็นทีต้องจัดหนักแล้ว

 

“โอ๊ย…ไอ้เหี้ยเอก..กู..เจ็บ..อ่ะ..อ่า..เจ็บ” ทิวด่าผมแล้วข่วนแขนแทนหลัง นี่คิดจะข่วนผมทั้งตัวหรือไง

 

ต่อให้มันข่วนผมเป็นร้อยแผล ผมก็หยุดที่จะทำรักมันไม่ได้ ผมขยับเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดผมก็ปลดปล่อยน้ำสีขาวขุ่นออกมาในช่องทางอุ่น ทิวเองก็ปลดปล่อยออกมาเช่นกันก่อนที่เปลือกตาของคนที่โดนกระทำจะหลับลง ผมอยากทำมันต่อนะแต่ก็เห็นว่าอีกคนไม่ไหวแล้ว

 

“หลับแล้วเหรอวะ….กูยังไม่บอกรักมึงเลย…ฟอด” ผมพึมพำแล้วหอมแก้มเบาๆ คืนนี้เป็นคืนที่ผมมีความสุขที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.................................

 

มาแล้วนะจ๊ะ มาแล้วคนดี

Nc กากอย่าคาดหวังนะจ๊ะ

ไรท์ยังคงไม่สบาย เลยแต่งช้า โทษทีนะคะ

ป.ล. อยากทำเล่มนิยายชุดนี้มีคนสนใจไหม ถ้ามีสัก10คน อาจจะทำนะคะ

 

ขอบคุณที่เฝ้าติดตามนะคะ อ่าน เม้น ดีจายยยย

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
เขาแซ่บกันแล้ว...

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
สนุกล่ะงานนี้!

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9082
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ TanYung0209

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 288
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +70/-2
บันทึกรัก…ไร่แสงจันทร์

Writer : Tan-Yung0209

File : เมื่อผมมีเมีย(ผัว)เป็นคู่กัด 08















ผมตื่นขึ้นมาในเช้าอีกวันตามระบบกลไกการตื่นนอนของผมที่มักจะตื่นเช้าเป็นปกติ แต่เช้าวันนี้มันไม่ได้ปกติสำหรับผมเลย อาการปวดเมื่อยตามร่างกายรวมทั้งอาการเจ็บแสบบริเวณช่องทางที่ถูกเป็นเอกชำแหละมันส่งผลให้ผมขยับตัวได้อย่างลำบาก



ผมขยับตัวช้าๆ มือก็จับแขนที่พาดเอวของผมให้ออกไป ผมเลิกผ้าห่มออกก็พบว่าตามตัวและขาของผมไม่มีน้ำสีขาวขุ่นปนเลือดเปรอะเปื้อนอยู่เล็กน้อย ผิดกับตามตัวของผมที่สะอาดสงสัยคนที่นอนหลับข้างๆคงจะเช็ดทำความสะอาดให้เพียงแต่ไม่สะอาดพอ



“จะไปไหน” เสียงทุ้มมาพร้อมกับมือที่จับแขนผมที่กำลังจะลุกออกจากเตียง ผมหันไปก็พบว่ามันนอนจ้องผมอยู่



“ห้องน้ำ” ผมตอบกลับไปสั้นๆ



“เดี๋ยวกูพาไป” เป็นเอกไม่พูดเพียงอย่างเดียว เขายังลุกมานั่งโอบเอวผมไว้อีกด้วย



“ไม่ต้องกูไปเองได้ แล้วมึงก็ไม่ต้องมาโอบเอวกู กูไม่ใช่สาวน้อยหรือเด็กในสต๊อกของมึง” ผมพูดเสียงนิ่งแล้วรีบลุกขึ้นยืน ผลที่ได้คือผมเซเล็กน้อยดีที่ผมจับบ่ากว้างของเป็นเอกไว้ทัน



“มึงแม่งดื้อ…ดื้อชิบหาย” เป็นเอกมันบ่นใส่ผมแล้วพยุงผมเข้าห้องน้ำ ที่จริงมันไม่พยุงผมเองก็เดินเข้าห้องน้ำได้นะครับ



พอเข้าไปในห้องน้ำเป็นเอกก็ไม่ยอมออก ผมเองก็ไล่มันไป มันก็ไม่ยอมออก พอผมจะชกแรงยกแขน ยกมือก็เสือกไม่มี จนมันหัวเราะเยาะใส่ ผมทำได้เพียงกำหมัดแล้วหันหลังอาบน้ำให้กับมัน ผมได้ยินมันหัวเราะเบาๆตามด้วยเสียงน้ำที่ตักอาบรดตัว…



“มึงนอนพักไป ไม่ต้องไปทำงาน” เป็นเอกบอกกับผมที่กำลังเลือกกางเกงยีนต์ในตู้เสื้อผ้า



“ทำไมกูต้องนอนพักด้วย กูไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย” ผมเอ่ย



“ก็เมื่อคืนมึงโดนกูเอา” เป็นเอกเอ่ย ผมชะงักก่อนจะทำสีหน้าเรียบเฉย



“อ่อ พอดีกูไม่รู้สึกอะไร” ผมแต่งตัวเสร็จก็เดินออกจากห้อง แวบหนึ่งผมเห็นสีหน้าเศร้าๆของเป็นเอก ผมว่าผมตาฝาดเพราะว่ามันจะเศร้าเรื่องอะไร



ผมเดินออกมาจากห้องพัก ที่ว่าไม่รู้สึกอะไรก็โดนตราหน้าว่าโกหก ผมปวดตรงสะโพกเดินทีแทบอยากจะล้มที ให้ตายสิไม่คิดว่าจะปวดมากขนาดนี้เลย ทั้งที่ผมลองเปิดดูคลิปโป๊เกย์เพื่อเอาไว้รุกเป็นเอก ผมจำได้ว่าคนรับร้องครางอย่างสุขสมดูมีความสุข แม่ง…หลอกลวง!!!!!



“เฮ้ย!! ไอ้ทิวจะไปเยี่ยมคุณสิบทิศกับพีหรือเปล่า?” ลุงชิตที่ตะโกนมาตากอีกฟากหนึ่งของร่องน้ำในสวน ทำให้ผมที่สติหลุดลอยไปก่อนหน้านี้กลับเข้าร่าง



“ไปครับลุง” ผมรีบตอบโดยไม่ต้องคิดอะไร



“ผมไปด้วย!!!!” เสียงคนที่ผมไม่อยากจะได้ยินมากที่สุดก็ดังตามหลังมา เป็นเอกวิ่งมายืนใกล้ผมแล้วกอดเอวผมเอาไว้หลวมๆ ลุงชิตมองหน้าผมสลับกับเป็นเอกก็ยกยิ้มขึ้นมา ลุงชิตยิ้มทำไม?



“งั้นก็ตามข้ามา เดี๋ยวขึ้นรถไปพร้อมกันเลย” ลุงชิตเอ่ยแล้วเดินนำเราสองคนไปที่รถ ผมเองก็แกะมือที่มากอดเอวออก พอปัดออกจากเอวมันก็มากอดคอ ผมก็ดึงออกอีก คราวนี้ก็มาจับมือแถมจับแน่นอีก



“มึงจะมาจับมือกูทำไม?” ผมพูดเสียงเบาๆพร้อมชักสีหน้าใส่



“เผื่อมึงล้ม”



“กูไม่ได้อ่อนแอ” ผมสะบัดมือออกแล้วเดินขึ้รถไปนั่งคู่กับลุงชิต



“เออ ไอ้เอกข้าปวดมือว่ะ เอ็งมาช่วยขับที” ลุงชิตบอกเป็นเอกให้มาขับรถแทน ส่วนตัวเองก็ไปนั่งเบาะหลัง เป็นเอกก็ไม่ขัดข้องเข้ามานั่งประจำที่คนขับแล้วส่งยิ้มให้ผม ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนแกล้งเลยครับ



ระหว่างที่เดินทางไปโรงพยาบาล ลุงชิตมักจะเป็นคนชวนคุยถามโน่น ถามนี่ ส่วนใหญ่ก็จะคุยกับเป็นเอก ส่วนผมก็นั่งเงียบเพราะไม่ได้สนิทกับคนที่ไร่ส้มสักเท่าไหร่



“ไอ้ทิว เป็นอะไรวะทำไมวันนี้เงียบๆ หรือว่าเมื่อคืนพักผ่อนไม่พอ” ลุงชิตถามมันรู้สึกจี้จุดมากเลยครับ



“เปล่าลุง ผมไม่รู้จะพูดอะไร นั่งฟังดีกว่า” ผมตอบ



“แปลกนะ ข้าคิดว่าวันนี้ข้าจะได้ฟังพวกเอ็งกัดกันเสียอีก” ลุงชิตพูดอย่างอารมณ์ดี



“ผมกลัวว่าทะเลาะต่อหน้าลุงแล้วลุงจะไปบอกคุณสิบทิศแบบนี้ผมก็โดนไล่ออกสิ” ผมยกกฏบัดดี้ขึ้นมาอ้าง ลุงชิตก็ยิ้มให้…ยิ้มแบบมีเลศนัยด้วยสิ ผมรู้สึกเหมือนรู้เรื่องอะไรบางอย่างเกี่ยวกับผมและเป็นเอก



ก่อนที่ผมจะฟุ้งซ่านไปไกลกว่านี้ เราทั้งสามก็มาถึงโรงพยาบาล พอลงจากรถลุงชิตก็เดินนำพวกเราไปยังห้องของผู้ป่วย



“เดี๋ยวแวะหาพีก่อนละกัน เมื่อคืนสลบไปคงจะตกใจน่าดู” ลุงชิตเอ่ย แล้วเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าพีกำลังทานยาอยู่พอดี



“ลุงชิต พี่เอก พี่ทิว” พียกมือไหว้ทั้งที่มีสายน้ำเกลือระโยงระยาง ภายในคืนเดียวทำให้แววตาสดใสของพีเปลี่ยนเป็นเศร้าหมอง พีคงจะรักคุณสิบทิศมาก ผมเองก็ลอบมองเป็นเอกเช่นกันมันเองก็คงจะรู้เหมือนที่ผมรู้สึกนึกคิดในตอนนี้



“เป็นไงบ้าง?” ลุงชิตถาม



“พีไม่เป็นอะไรครับ ว่าแต่พี่สิบทิศอยู่ไหนครับ?” พีถามหาคนรักสีหน้าเป็นกังวล เป็นผมถ้าเห็นคนรักโดนเหล็กตกลงมาใส่แบบนั้นผมคงจะอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน แต่…ทำไมผมถึงเห็นภาพเป็นเอกโดนเหล็กทับด้วย



“มึงเป็นอะไรไอ้ทิว ยืนสลัดหัวตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว” เป็นเอกหันมาถามผม



“เปล่า เดี๋ยวพี่ไปหารถเข็นมาให้นะพี เดี๋ยวเราจะไปเยี่ยมคุณสิบทิศพร้อมกัน” ผมตอบปฏิเสธแล้วหันไปบอกกับพีเพื่ออาสาไปเอารถเข็น ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไป



‘อึก’



ผมกัดปากแน่นผมรู้สึกเจ็บแปลบบริเวณสะโพก ไม่น่าเดินเร็วเลย…แม่ง ถึงจะเจ็บผมก็กัดฟันเดินหารถเข็นต่อไป



‘หมับ’



มือของผมถูกกุมเอาไว้ด้วยมืออีกคน ผมหันไปมองก็พบว่าเป็นคนที่ผมไม่อยากจะเจอหน้ามากที่สุด



“หน้ามึงซีด ตัวก็เริ่มร้อน กูว่ามึงไม่สบายว่ะทิว” เป็นเอกเอ่ย มือที่ว่างก็เอามาแตะหน้าผากผมอีก



“เรื่องของกู!!! ปล่อยมือกูได้แล้ว” ผมสะบัดมือใส่ ผมไม่ชอบแสดงอาการอ่อนแอหรือป่วยให้ใครได้เห็นโดยเฉพาะคนที่ผมไม่ชอบขี้หน้าอย่างเป็นเอก



“มึงจะเสียงดังในโรงพยาบาลไม่ได้ อ่อ กูเองไม่คิดจะปล่อยมือมึงด้วย” เป็นเอกเอ่ยแล้วคว้าข้อมือผมมาจับใหม่ จนกระทั่งเจอรถเข็นเป็นเอกถึงจะยอมปล่อยมือแล้วเป็นเข็นรถไปรับพี



“น้องพีนั่งเลยเดี๋ยวพี่เข็นให้” ผมพูดกับพีที่ลุงชิตพยุงให้ลงจากเตียง



“ไม่ต้องเดี๋ยวกูเข็นเอง” เป็นเอกเข้ามายืนแทรกตัวผมให้ออกไปแล้วเข็นพีไปหาคุณสิบทิศที่อยู่ไม่ไกลจากห้องของพีมากนัก ผมที่เดินตามหลังก็ได้แต่คิดว่าเป็นเอกคงจะห่วงพีมากจนอยากจะทำทุกอย่างเพื่อพี เพียงได้เข็นรถให้ก็ยังดี…พอคิดแล้วทำไมผมถึงเจ็บแล้วไอ้ความรู้สึกไม่พอใจ มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?”



“สวัสดีครับ คุณสิบทิศ” ผม เป็นเอกและลุงชิตยกมือไหว้เจ้านายที่นอนอยู่บนเตียง รอบศีรษะมีผ้าก็อตสีขาวและแขนก็มีเฝือกอ่อนใส่เอาไว้ เล่นเอาผมตกใจเลยทีเดียวแต่คนที่ตกใจมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นคนที่นั่งร้องไห้น้ำตาคลออย่างพี เล่นเอาคุณสิบทิศทั้งปลอบ ทั้งกอด ทั้งโอ๋ สรุปคือคนเจ็บหนักกำลังปลอบใจคนมาเยี่ยมแทน



จากนั้นพวกเราก็พูดคุยกัน คุณสิบทิศฝากลุงชิตและให้ไปบอกลุงพลช่วยดูแลไร่โดยรวม และฝากฝังผมกับเป็นเอกช่วยงานลุงชิตและลุงพลในระหว่างที่คุณสิบทิศรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ผมก็รับปากอย่างดีเพราะใจของผมนับถือคุณสิบทิศอยู่ไม่น้อย หลังจากที่สั่งงานเราก็พูดคุยกันอีกพักใหญ่ก่อนจะขอลากลับไร่ไป อีกทั้งอยากให้คนไข้ได้พักผ่อน



“ลุงชิตครับ ลุงช่วยแวะคลีนิคยาหน่อยสิครับ” เป็นเอกเอ่ยแล้วจอดรถตรงข้างทาง



“ไม่สบายเหรอวะ ทำไมเอ็งไม่ให้หมอตรวจที่โรงพยาบาลล่ะ?” ลุงชิตถาม



“เปล่าครับลุง ผมก็แค่จะซื้อยาติดไว้ในห้องเฉยๆ” เป็นเอกตอบแล้วลงจากรถไป



“ไอ้ทิว ข้าว่าวันนี้เอ็งเงียบผิดปกตินะ” ตอนนี้ทั้งรถเหลือผมกับลุงชิตแค่สองคน ลุงชิตเลยเปิดประเด็นถาม



“จะให้ผมเถียงกับมันเหรอลุง? พอเถียงกันเป็นเรื่องอีก ลุงไม่รำคาญเหรอ? แล้วอย่างที่ผมบอกตอนขามาว่าผมกลัวโดนไล่ออก” ผมเอ่ยน้ำเสียงแหบแห้ง อยู่ๆก็รู้สึกร้อนผ่าวในคอขึ้นมา



“ข้าไม่ได้หมายความว่าให้เอ็งทะเลาะกับไอ้ทิวแต่ปกติแกจะพูดมากวันนี้เอ็งเงียบจนข้าผิดสังเกต ‘มีอะไรกับไอ้เอกหรือเปล่า?’” ลุงชิตถามโดยเน้นเสียงที่ประโยคสุดท้ายเล่นเอาผมแทบสะดุ้ง ดีที่ประคองสติทำให้เก็บอาการไว้ทัน ผมไม่ต่างอะไรกับวัวสันหลังหวะเลย



“ก็ไม่มีอะไรครับลุงชิต” ผมตอบสั้นๆ เป็นจังหวะเดียวที่เป็นเอกกลับมาพอดี ลุงชิตเลยไม่ถามอะไรต่อ



ไม่นานเราก็กลับมาถึงไร่แสงจันทร์ ด้วยฝีมือไม่สิ! ฝีตีนของเป็นเอกที่ขับเร็วจนผมแทบอ้วกออกมา เห็นทีต้องกลับห้องไปเอายามากินเสียก่อน



“อ้าว ทิวจะไปไหน?”



“ว่าจะกลับห้องก่อนครับ เดี๋ยวผมจะแวะเข้าช่วยงานลุงนะครับ” ผมบอกลุงชิต แล้วเดินตรงไปที่ห้อง



“เชี่ย!!” ผมอุทานออกมา อยู่ๆพื้นในห้องมันเอียงๆจนผมเซไปข้างหน้า



“ระวังหน่อยสิ” แขนของเจ้าของเสียงเข้ามากอดจากด้านหลังตรึงผมไว้แนบอกทำให้ผมรอดจากการหน้าทิ่มไปกับพื้น…ถึงอย่างนั้นผมยอมหน้าทิ่มดีกว่าโดนให้คนที่คุณรู้ว่าใครมาสวมกอด



“ปล่อยกู!!!” ผมโวยวาย อยากจะชกมันใจจะขาดแต่ร่างกายมันเสือกไม่มีแรงนี่สิคือปัญหา



“ปล่อยแล้วมึงก็ล้มลงสิ ถ้ากูไม่ตามมาก็คงนอนกองตายไปแล้ว” เป็นเอกพูดกับผมเสียงดุ



“กูจะตายก็เรื่องของกูมึงมาเสือกอะไรด้วย” ผมพูดสวนกลับไป



“กูกลัวมึงมาตายเดือดร้อนคนจัดงานศพอีกแต่กูว่ามีแรงเถียงกับกูได้ขนาดนี้คงมีแรงกินยา” เป็นเอกเอ่ยแล้วล็อคตัวผมให้ล้มหงายหลังทับมันบนเตียงกว้าง ไม่ใช่แค่ใช้แขนล็อคอย่างเดียวนะครับ เป็นเอกมันใช้ขาก่ายผมด้วย



“เหี้ย!!! มาล็อคกูทำไม?”



“ถ้ามึงอยากให้กูปล่อยมึงต้องกินยา”



“เออ!!!”



สุดท้ายเป็นเอกก็ปล่อยตัวผมให้นอนบนเตียง ส่วนมันก็ไปเตรียมยามาให้ ผมเองก็ดันนอนเงียบไม่พูดอะไร ที่ไม่พูดไม่ใช่อะไรหรอกครับแค่หาจังหวะเอาคืน



“เอา แดกซะ” เป็นเอกยื่นเม็ดยากับแก้วน้ำมาให้ ผมก็รับยาแล้วนำเข้าปากตามด้วยน้ำ ไม่มีท่าทีอิดออดขัดขืนแต่อย่างใด



‘พรวด…’ ใช่ครับ…ผมพ่นยา พ่นน้ำใส่หน้ามันจมเปียกโชก



“มึงทำเหี้ยอะไร ไอ้ทิว!!!!” เป็นเอกตะคอกใส่ผม มันคงจะโมโหมากซึ่งเป็นไปตามความตั้งใจของผม



“ก็พ่นยาใส่มึงไง กูไม่แดก ไม่ต้องมาทำดีกับกู!!!”



“กูให้มึงแดกมึงไม่แดกดีๆเองนะทิว” เป็นเอกมองผมสายตาเรียบนิ่ง เหอะ! คิดว่าผมจะกลัวมันหรือไง?



“กูไม่แดกมึงจะทำอะไรกู?” ผมแสะยิ้ม สงครามประสาทครั้งนี้ผมต้องชนะ



“กูจะทำอย่างนี้ไง?”



เป็นเอกพูดจบมันเอายาซัดเข้าปากตัวเองแล้วดื่มน้ำเข้าไป ในขณะที่ผมมองการกระทำและยังคงงุนงงอยู่นั้นเป็นเอกก็เข้าประกบปากผมแล้วสอดลิ้นดันยาเข้ามาในปากพร้อมกับน้ำที่ถ่ายเทเข้ามาด้วย ทั้งเม็ดยาและน้ำก็ไหลเข้าคอผมถึงอย่างนั้นเป็นเอกก็ไม่ยอมถอนปาก มันจูบผมเนิบนาบแล้วปิดท้ายด้วยการดูดลิ้นเบาๆ



“หึ ยังจะดื้ออีกไหม?” คราวนี้เป็นฝ่ายเป็นเอกที่ยิ้มมุมปาก



“ดื้อ ใครดื้อ พูดซะหน่อมแน้ม สัตว์!!!” ผมด่ามัน ให้ตายสิมันว่าผมดื้อ ผมไม่ใช่เด็กอนุบาลนะครับ อีกอย่างที่หน้าเจ็บใจถึงผมจะด่ามันก็ยังยิ้มได้ ผมโคตรเกลียดมันเลยที่ไม่สะทกสะท้านกับคำด่าของผม สัตว์!!!!!!!!!





















..................................

ลูกพี่ทิวจะด่าเหี้ย ด่าสัตว์ พี่เป็นเอกไม่สะท้านเพราะรักบังตา (แหวะ)

อีกอย่างลูกพี่ทิวไม่รู้ว่าพี่เป็นเอกแก่กว่า1ปี

เด็กอนุบาลของพี่เป็นเอก 5555555



มีแอบหึง แอบซึน แอบมึนด้วย

ถึงอย่างนั้นแม้จะถูกแทงจากข้างหลังพี่ทิวก็ยังทำตัวปกติต่อไป ความหน่อมแน้มไม่ใช่สไตล์ลูกพี่ทิวเลย



สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านเม้นเป็นกำลังใจนะคะ ติชมได้ค่าา

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9082
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ TanYung0209

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 288
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +70/-2
บันทึกรัก…ไร่แสงจันทร์

Writer : Tan-Yung0209

File : เมื่อผมมีเมีย(ผัว)เป็นคู่กัด















“ทิว อ้าปาก กูจะป้อนยาให้” ผมบอกกับคนตรงหน้าที่ตอนนี้อ้าปากอย่างว่าง่าย



“อ้ามมม” ทิวงับช้อนที่มียาน้ำเข้าไปในปาก



“ดีมากว่านอนสอนง่ายแบบนี้ กูรักตายเลย” ผมลูบแก้มทิวเบาๆ



“ไอ้เอกกูร้อน มึงเช็ดตัวให้หน่อยสิ” ทิวส่งสายตาอ้อนมาให้ผม เห็นแล้วผมยิ่งหลงมันหัวปักหัวปำ



เคร้ง!!!



ทุกอย่างมันไม่เป็นไปตามที่คิดเลยครับ ผมคิดว่าหลังจากที่ได้มันมาเป็นเมีย ถึงผมจะคิดว่ามันเป็นเมียคนเดียวก็ตามเถอะ ทิวเองน่าจะกลัวผมสักนิดไม่ก็ลดความกระด้างกระเดื่องกับผมบ้าง เห็นหลายคนที่ผมรู้จักที่เขามีแฟนเป็นผู้ชาย บางคนเล่าว่าหลังจากเมียโดนเสียบจะขี้อ้อน น่ารัก จะออกแนวลูกแมวตัวน้อยที่ขู่เราแต่ก็คลอเคลียเราอยู่ดี แต่ทิวมันไม่ใช่!!!!!



ดื้อรั้น!!! ดื้อเงียบ!!! ดื้อบริสุทธิ์ ทุกอย่างที่มันทำตอนนี้คือดื้อที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น  ไม่มีความหวาน ไม่มีความอ่อนแอให้เห็น ทิวทำตัวราวกับว่าเรื่องคืนนั้นไม่ส่งผลกับการดำเนินชีวิตแต่อย่างใด ผิดกับผมที่ตามติดทิวแจ จนทิวรำคาญไล่ด่าผมในตอนคนอื่นไม่อยู่หลายรอบ ถึงจะไล่เป็นพันรอบผมก็ไม่ไปอยู่ดี



“จะตามอะไรกูนักหนา!!! ไม่ไปทำงานหรือไง?” ทิวที่กำลังเดินไปไร่องุ่นหันมาขึ้นเสียงใส่ผม



“ไร่ส้มช่วงนี้เพิ่งเก็บผลส่งขายไปเลยไม่มีอะไรทำ” ผมตอบ



“งั้นมึงก็ไปนอนที่ห้องสิ จะมาตามกูเพื่อ?!” ทิวถามผมต่อ ใบหน้าบึ้งตึงจนผมอยากจะหยิกแก้มให้หายหมั่นเขี้ยว



“กูอยากตามเมียกู ที่สำคัญกูรู้มาว่าไร่องุ่นช่วงนี้ไม่มีอะไรทำเหมือนกันนี่นาแล้วทำไมมึงถึงยังจะไป?” ผมขยับเข้าไปใกล้แล้วยื่นหน้าเข้าหาใบหน้าหล่อของอีกฝ่ายในระยะประชิด จนทิวหน้าเหวอเล็กน้อยก่อนที่จะรีบตีหน้านิ่งต่อ



“ใครเมียมึง มึงพูดให้ดีๆนะไอ้เอก” ทิวพูดใบหน้าไม่พอใจ



“ก็มึงไง เรื่องคืนนั้นจำไม่ได้เหรอ?” ผมยกยิ้ม ทิวเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมาว่า



“อ๋อ เรื่องคืนนั้น พอดีว่ากูไม่รู้สึกอะไรก็แค่พนันกัน” ทิวพูดจบมันก็รีบเดินหนีไป คราวนี้ไม่ได้หนีเข้าไร่องุ่นแต่ทิวกลับเดินตรงไปยังบ้านใหญ่ของคุณสิบทิศ



ลืมบอกไปครับว่าคุณสิบทิศออกจากโรงพยาบาลแล้ว สร้างความโล่งอกโล่งใจให้กับคนในไร่ ที่สำคัญเมื่อวานนี้พ่อของพีได้มาที่ไร่ทำให้ทุกคนรู้ว่าพีไม่ใช่คนธรรมดากลับเป็นทายาทเจ้าของบริษัทส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่ของประเทศ แถมยังรวยมีสัมปทานรังนกรวมทั้งเกาะส่วนตัวอยู่ทางใต้อีก พ่อของพีหรือคุณชัชวินนั้นไม่ได้มาคนเดียว เขายังมากับคนรักรวมทั้งลูกชายและลูกเขยด้วย คุณสิบทิศถึงกับเจอศึกหนักเลยครับ



“เฮ้!!! รอกูด้วย” ผมวิ่งตามทิวไป คิดแล้วก็ตลกเมื่อก่อนทิวเข้ามาหาเรื่องผม ตอนนี้กลายเป็นผมที่เป็นฝ่ายเข้าหาแทนเพราะใกล้ถึงเวลาที่ผมกับทิวจะต้องแยกออกจากกันหมดความเป็นบัดดี้กันแล้ว



“สวัสดีครับ” ทิวยกมือไหว้สิบทิศรวมถึงคุณชัชวินที่กำลังนั่งอยู่ด้วย



“มีอะไรทิวหรือเปล่าถึงได้มาถึงบ้านใหญ่พร้อมกับเป็นเอก?” สิบทิศถาม ทิวมันก็เหลือบมองผมนิดๆ



“ผมมาเยี่ยมคุณสิบทิศครับแล้วคิดว่าจะขอลางานสักสามวัน” ทิวเอ่ย เล่นเอาผมคิ้วขมวดนี่มันคิดจะหนีผมใช่ไหม?



“เอาสิ จะว่าไปตั้งแต่นายมาอยู่นี่นายเองก็ไม่เคยลางานเลย เอาเป็นว่าฉันอนุญาต” คุณสิบทิศเอ่ย ทิวถึงกับยิ้มออกมาผมรู้สึกหงุดหงิดไม่อยากจะให้มันยิ้มให้ใคร



“ขอบคุณมากครับ”



“แล้วจะหยุดกลับบ้านเหรอครับ?” พีเป็นฝ่ายถามขึ้นมาบ้าง



“ไม่ๆ พี่จะไปเที่ยวเกาะล้าน” ทิวตอบ



“กูไปด้วย!!” ผมพูดโพล่งขึ้นมา ทุกคนหันมามองผมเป็นจุดเดียวเพราะปกติผมจะเป็นคนนิ่งๆเงียบๆแต่กลายเป็นว่าผมติดนิสัยเสียงดังมาจากทิว ทิวเองก็ติดนิสัยเงียบๆไปจากผมเสียได้



“จะตามกูไปทำไม?” ทิวถามผมสีหน้าไม่พอใจ



“กูกับมึงเป็นบัดดี้ มึงไปไหนกูจะไปด้วย”



“ถ้ากูจะไปนรกมึงจะตามกูไปไหม?”



“ไม่…เพราะกูจะพามึงขึ้นสวรรค์มากกว่า” ผมยิ้มกว้าง ทิวกัดฟันกรอดคงจะรู้ความหมายที่ผมสื่อออกไป



“คุณสิบทิศผมขอลาหยุดด้วยครับ” ผมพูดกับเจ้านาย



“เอาสิ ช่วงนี้ไร่ส้มไม่มีงานอะไร ฉันอนุญาต”



“พี่ทิวมีที่พักหรือยังครับ?” ลิเคียวน้องชายของพีถาม อ่อ ผมได้ยินข่าวลือแสบชนิดที่คุณสิบทิศยังปวดขมับ



“ยังเลย พี่คิดว่าจะไปหาตอนไปถึง”



“เอาอย่างนี้ ไปพักที่รีสอร์ทของน้องเคียวก็ได้ น้องเคียวให้พักฟรีเลย อ่อ กับพี่เป็นเอกด้วยนะครับ” ลิเคียวยื่นข้อเสนอ ใครบอกว่าลิเคียวแสบผมว่า ลิเคียวน่ารักใจดีมากกว่า



“เอ่อ พี่เกรงใจ” ทิวปฏิเสธ



“พี่ก็ด้วย” ผมเองก็ปฏิเสธเช่นกัน



“ถ้าไม่ไปพักน้องเคียวงอนคอยดูสิ” ลิเคียวหน้าบึ้งใส่ ทิวถึงกับทำอะไรไม่ถูก ส่วนผมเองก็เห็นคุณชัชวินนั่งมองเราสองคนไม่วางตาราวกับว่าผมไปชกลูกชายของเขา ผมว่าทิวเองก็สัมผัสได้ถึงอาการเสียวสันหลังนี้



“พี่ไปพักก็ได้ครับ”



“พี่เองก็ด้วย”



สรุปแล้วเราสองคนก็ต้องพักที่รีสอร์ทของลิเคียวโดยที่ลิเคียวเป็นคนจัดการติดต่อห้องพักรวมถึงรถที่จะให้พวกเราสองคนใช้เที่ยวรอบเกาะด้วย



วันเดินทาง



คุณสิบทิศให้เราสองคนยืมรถขับไปชลบุรีครับ แน่นอนว่าทั้งผมทั้งทิวปฏิเสธแต่คุณสิบทิศก็สั่งให้เอาไปไม่อย่างนั้นจะหักเงินเดือน ผมเลยต้องเอารถไป



“ขับช้า รู้งี้กูขับเองดีกว่า” ทิวบ่น



“กูไม่อยากเฉียดนรกไปกับมึง ที่สำคัญมึงไม่เคยขับรถทางไกล กูขับน่ะถูกต้องแล้ว” ผมเอ่ย แล้วขับรถเรื่อยๆไม่รีบเร่ง ส่วนหนึ่งผมอยากอยู่กับมันนานๆ



“ขับช้าก็ถึงช้า กูอยากพักผ่อนเร็วๆ อุตส่าห์จะมาคนเดียวมึงก็เสือกตามมาแถมยังมาถ่วงเวลากูอีก” ทิวหงุดหงิดใส่ผม ผมรู้สึกเสียใจลึกๆทั้งๆที่รู้ว่ามันขี้โวยวาย ปากไว ถึงอย่างนั้นคำว่า ‘ตัวถ่วง’ มันกลับมีอิทธิพลกับผม



“เออ ให้ออกจากเมืองแล้วกูจะเหยียบให้ถึงที่ไม่เกินสองชั่วโมง”



ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ พอออกจากเมืองผมเหยียบชนิดที่ไม่ไว้หน้าอินหน้าพรหม ทิวเองก็ดูจะพอใจเพราะฮัมเพลงดูแล้วมีความสุข ผมก็ขับไปเรื่อยท่ามกลางเสียงเพลงซึ่งไร้เสียงของพวกเราที่พูดคุยกัน เผลอแป๊บเดียวทิวหลับไปแล้วครับ มันสบายจนหลับเห็นแล้วอยากลักหลับในรถชิบหาย แต่ต้องข่มใจเอาไว้



‘ถึงรีสอร์ทเมื่อไหร่มึงเสร็จกูอีกรอบแน่ทิว!!!’



ไม่เกินสองชั่วโมง เราก็ขับรถมาถึงท่าเรือซึ่งเราจะซื้อตั๋วจากที่นี่และขึ้นเรือไปยังเกาะล้าน



“ทิวๆ…ตื่นได้แล้ว” ผมปลุกคนนอนหลับที่หน้างอจากการโดนปลุก



“กูจะนอน” เด็กดื้อพึมพำออกมาเบาๆแล้าเอาหน้าซุกกับประตูรถ



“มึงจะไม่ไปเกาะล้านใช่ไหม?” ผมกระซิบข้างหู ได้ผลทิวตื่นขึ้นมาแถมหันมาทางผมจนปลายจมูกโด่งของเราเฉียดกัน แก้มขาวๆของทิวขึ้นสิเล็กน้อย



“ไปสิ รีบไปซื้อตั๋วดีกว่า” พอได้สติทิวก็หลบหน้าผมแล้วลงจากรถ เราสองคนเอาสัมภาระออกมาเดินทางขึ้นเรือไปยังเกาะล้าน



“โอ๊ะ!!” ระหว่างที่เดินไปขึ้นเรือก็มีชาวต่างชาติเดินชนกับทิว



“Oh, Sorry!!” หนุ่มตาน้ำข้าวรีบขอโทษทิว ทิวพอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตั้งใจจึงยิ้มให้แล้วเดินตามผม



“รีบมา” ผมคว้าข้อมือของทิวแล้วรีบขึ้นเรือโดยหันไปมองฝรั่งที่มองมาที่ทิวและผมเช่นกัน ผมไม่ถูกชะตาและรู้สึกได้ว่าผู้ชายคนนี้ชอบทิว หวังว่าผมจะไม่เจอผู้ชายคนนี้ที่เกาะล้าน



“เฮ้ย!! มึงปล่อยกู” ทิวเอ่ย มันไม่กล้าโวยวายให้เป็นจุดสนใจเพราะคนนั่งอยู่บนเรือเต็มไปหมด



“อืม” ผมเองก็นึกขึ้นได้ว้าตอนนี้อยู่บนเรือแล้วก็ปล่อยข้อมือของทิวออก พร้อมกับเรือที่แล่นออกจากฝั่งทำให้เรือโคลงเคลงเล็กน้อย



“เชี่ย!!!” ทิวเซถลา ผมรีบคว้าเอวของมันมากอด ทุกการกระทำตกอยู่ในสายตาของนักท่องเที่ยวที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดีครับเขาจะได้รูว่าไอ้ทิวเมียผม



“เลิกกอดกูได้แล้วกูจะนั่ง” ทิวพูดเสียงเข้ม ผมก็ทำตามแต่โดยดีผมรู้ว่ามันเขินก็แววตามันฟ้องชัดขนาดนั้น



เรือแล่นไปเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ระหว่างทางเราก็มองคลื่นทะเล มองวิวไปเรื่อยเปื่อย ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป ผมไม่ได้ถ่ายรูปวิวนะครับ ผมถ่ายทิวที่นั่งมองทะเลด้วยรอยยิ้มบางๆ พร้อมกับแสงอาทิตย์คอยสาดส่องกายเล็กน้อย เป็นภาพที่ชวนมอง



“ถึงสักที~” ทิวพูดออกมาอย่างอารมณ์ดีเมื่อเรือจอดเที่ยบท่าบนเกาะล้าน ผมเองก็โทรหาคนที่รีสอร์ทให้ออกมารับ ไม่นานคนของรีสอร์ทก็ขับมอเตอร์ไซค์มา



“สวัสดีครับ ใช่คุณเป็นเอกกับคุณทิวหรือเปล่าครับ”



“ใช่ครับ” ผมตอบ



“ไม่ทราบว่าขับมอเตอร์ไซค์เป็นไหมครับ?”



“ขับเป็นครับ”



“ถ้าอย่างนั้นรบกวนคุณเป็นเอกขับรถคนนั้นะครับแล้วให้คุณทิวซ้อนท้าย ส่วนผมจะนั่งไปกับลูกน้องขับนำหน้าไป” พนักงานเอ่ย ผมก็ตกลงดีเสียอีกที่ทิวซ้อนท้ายผม



“รีบขึ้นมา” ผมบอกทิวที่ยืนเก้ๆกังๆ ดูหน้าก็รู้ว่าไม่อยากจะนั่งซ้อนท้ายผมแต่เหตุการณ์บังคับทิวเลยต้องนั่งด้วยความจำยอม



ผมขับรถตามพนักงานรีสอร์ทไปไม่นานก็ถึงที่พักริมทะเล รีสอร์ทของน้องเคียวสวยงามแต่ละห้องก็ลอยอยู่บนน้ำเป็นหลังๆ



“คุณทิว คุณเป็นเอกเชิญเช็คอินค่ะ” พนักงานกล่าวต้อนรับ ผมก็ไปเช็คอินแล้วรับกุญแจห้อง



“มีห้องเดียวเหรอครับ?” ทิวถาม ผมเองก็คิดว่าจะจัดให้สองห้องเหมือนกัน



“ห้องเดียวค่ะ” พนักงานตอบ



“ผมขอเปิดอีกห้องครับ” ทิวเอ่ย ผมเองก็ไม่พูดขัดอะไร ถึงขะนอนแยกห้องผมก็จัดการรวบตัวมานอนกับผมได้อยู่ดี



“ขอโทษด้วยนะคะ ห้องพักเต็มแล้ว คุณลิเคียวเองก็แจ้งมาเพียงห้องเดียว” พนักงานสาวอธิบาย สรุปผมกับทิวก็ได้นอนห้องเดียวกัน ต้องขอบคุณลิเคียวมากที่ช่วยจัดการ ไอ้ที่เขาลือว่าแสบผมเริ่มจะเชื่อแล้วสิ แต่ถ้าแสบแล้วจอมวางแผนแบบนี้ผมก็ชอบนะครับเพราะจะทำให้คืนนี้ผมจัดการกอดทิวให้หายอยาก

































................. ........

มาแล้วววว

ไรท์เปื่อยเลยอัพช้า ไม่ป่วยก็ช้า 5555

อ่อ ตอนหน้าเสียเลือด แถมอยู่ริมทะเลแบบนี้ชวนนึกถึงฉากจับปลาฉลามของคุณชัชวินกับพี่คีร์ -.,-



ไม่อยากพูดเยอะแล้ว ไรท์ขอตัวไปพักก่อนนะคะ รักคนอ่าน รักคนเม้น รักคนให้กำลังใจ รักทุกคน จุ๊บ



ฝากติดตามด้วยนะคะ

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
อยากได้แมวน้อยแต่ดูท่าจะได้เสือหนุ่มมาแทนนะเอก

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
ฮันนีมูนเหรอคู่นี้?

ออฟไลน์ เมื่อนั้นฝันว่า

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 321
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ boonpa

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2397
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-9
 :pig4: คู่นี้เดี๋ยวรักกันเดี๋ยวตีกันสมกันดีจริง ๆ

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2359
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
เหมือนมีเทพอุ้มสมนะคู่นี้   :katai2-1:

ออฟไลน์ Jessiebier

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 359
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
รอเป็นเอกกินทิวริมทะเลจ้า :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7039
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
 :mew1: เป็นกำลังใจให้คนเขียนนะคะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9082
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ TanYung0209

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 288
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +70/-2
บันทึกรัก...ไร่แสงจันทร์

Writer : Tan-Yung0209

File : เมื่อผมมีเมีย(ผัว)เป็นคู่กัด













ผมนั่งมองรอยแดงตรงมุมปากของคนที่นั่งกินปลาอยู่ตรงข้าม รอยแดงที่เกิดจากหมัดของผมเอง



“นั่งมองกู อยากแดกปลากูหรือไง?” เป็นเอกถามผมน้ำเสียงขุ่นเคือง



“กูดูรอยชกต่างหากล่ะ…เหมาะกับมึงดี” ผมยิ้มขำ สมหน้ำหน้าใครใช้ให้มันมาเล่นแผลงๆใส่ผม



“กูยอมให้ชกนะ ถ้ากูได้…..” เป็นเอกไม่พูดต่อเพราะรู้ดีว่าผมนั้นเข้าใจว่ามันพูดถึงอะไร



“หุบปาก รีบแดกไปเลยเดี๋ยวกูจะขับรถชมเกาะอีก” ผมรีบเปลี่ยนเรื่อง



“เออ กูรู้ว่ามึงเขินเรื่องที่กูจับไข่มึงในห้อง”



“สัตว์!!!!!”



หลังจากที่ระงับอารมณ์ไปพลาง กินข้าวไปพลาง ในที่สุดเราทั้งสองคนก็ทานข้าวเที่ยงเสร็จเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นผมก็นั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์โดยมีเป็นเอกเป็นคนขับเที่ยวรอบเกาะ ผมไม่อยากนั่งซ้อนท้ายเลยครับแต่ทางรีสอร์ทจำกัดมอเตอร์ไซค์หนึ่งห้องต่อหนึ่งคัน ผมว่าน้องลิเคียวต้องแกล้งแน่ๆ



อีกอย่างพอจะติดต่อเช่ารถจากข้างนอกก็ถูกเป็นเอกยึดโทรศัพท์มือถือ ยังไม่พอมันจับผมกอดฟัดแล้วจับความเป็นชายของผม จนผมต้องประทับหมัดลงบนใบหน้ากว่าจะกลับไปที่ไร่แผลมันคงหายพอดี



“ไอ้เอกหยุดรถ กูอยากเล่นน้ำที่นี่” ผมบอกให้สารภีประจำตัวหยุดรถที่หาดตาแหวนแต่มันก็ไม่ยอมหยุด



“ไอ้เอกไม่ได้ยินหรือไง!!!” ผมตะโกนใส่เพราะคิดว่ามันขับมอเตอร์ไซค์อยู่อาจจะไม่ได้ยิน



“ได้ยินแล้วแต่กูไม่จอด แดดร้อนเปรี้ยงผ่าหัวขนาดนี้เดี๋ยวมึงป่วยพอดี รอบ่ายสามบ่ายสี่เดี๋ยวกูพามา” เป็นเอกตอบ ผมหงุดหงิดขึ้นมาทันที



“อะไรวะ เสือกตามกูมาไม่พอยังจะห้ามกูอีก!!!” ผมขึ้นเสียงใส่ เป็นเอกก็เลยหยุดรถ



“ก็กูกลัวมึงไม่สบาย” เป็นเอกเห็นผมโมโหก็เลยพูดเสียงเย็นใส่ เย็นแค่ไหนผมก็ไม่ทน



“กูแข็งแรง” ผมถอดเสื้อแล้าปาใส่หน้าเป็นเอก ขาสองข้างก็จ้ำอ้าวก้าวลงไปที่ทรายสีขาว



“ทิวรอด้วย” เป็นเอกพูดไล่หลัง ผมไม่ฟังในหัวมีแค่ผมอยากเล่นน้ำเท่านั้น



‘พลั่ก’



ยังไม่ทันได้เปียกน้ำผมก็ชนกับใครบางคนที่วิ่งเข้ามาพอดี แม่งไม่มีตาหรือไงวะ



“Are you Ok?” คำพูดถูกเปล่งออกมาพร้อมกับมือที่ยื่นเข้ามาช่วยผม พอเงยดูก็พบว่าเป็นฝรั่งที่ชนกับผมตรงท่าเรือ



“you’re welcome” ผมไม่จับมือของอีกฝ่าย ผมลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองทำให้คนที่ยื่นมือต้องยืนเก้อ



“Really?”



“Yes” ผมตอบส่งๆ มันจะถามอะไรหนักหนา ผมรำคาญรีบเดินไปข้างหน้าเพราะรู้สึกว่าเป็นเอกเดินตามทันแล้ว



“What’s your name?” มือใหญ่ยักษ์ของฝรั่งหัวดำคว้าเข้าที่แขนของผม สงสัยวอนหาตีนแล้ว



“You do not need to know the name of him. But you shoud to know…He is my boyfriend” ไม่ใช่คำตอบของผมครับ ผมไม่ได้พูด คนที่พูดคือเป็นเอกที่สำคัญมันดึงผมเข้าไปกอด





“ใครเมียมึง?” ผมดันตัวออกแต่เป็นเอกยิ่งกอดแน่น





“หรือมึงอยากเป็นเมียไอ้ฝรั่งนี่” เป็นเอกกระซิบข้างหูแล้วลากผมไปอีกทาง





“ปล่อยกูได้แล้ว” พอลับตาฝรั่งผมก็ผลักเป็นเอกออกส่วนตัวเองก็ลุยน้ำทะเลสีฟ้า





“อย่าไปที่ลึกๆสิไอ้ทิว”





“กูว่ายน้ำเป็นหรอก” ผมตอบกลับไปแล้วกระโจนตัวไปข้างหน้าว่ายน้ำอย่างสบายใจ ถึงแดดจะร้อนจนแสบผิวผมก็ไม่หวั่น



“มาแข่งดำน้ำกันเอาไหม?” เป็นเอกถาม แข่งดำน้ำนี่เข้าทางแชมป์อย่างผมที่ตอนเด็กๆผมมักจะดำน้ำแข่งกับเพื่อนในคลองข้างบ้าน





“เอาสิ กูขอบอกว่ากูเป็นแชมป์เรื่องนี้” ผมบอกกับมัน เป็นเอกก็ยิ้มให้อย่างไม่นึกเกรงกลัว





“ก็ลองดูแล้วจะได้รู้ว่าใครจะโผล่หัวขึ้นจากน้ำก่อน” เป็นเอกพูดด้วยความมั่นใจ





“กูให้สัญญาณเอง 1…2…3”



ทั้งผมทั้งเป็นเอกก็ดำน้ำลงไปหลังจากที่ผมให้สัญญาณ มือขอเป็นเอกก็มาคว้าคอแล้วล็อกท้ายทอยของผมเอาไว้ เป็นเอกใช้จังหวะที่ผมกำลังตกใจอยู่นั้นมันก็เข้ามาประกบปากจูบผมอย่างรวดเร็ว



“ฮือ”



ผมครางฮืออยู่ในลำคอ ปลายลิ้นชื้นเกี่ยวตวัดหยอกล้อในปากคอยชักนำให้ผมจูบตอบ ออกซิเจนถูกถ่ายทอดให้กันและกันจนหมดสิ้น ผมที่เริ่มหายใจไม่ออกก็ตีหลังอีกฝ่าย เป็นเอกก็ยอมถอนจูบแต่โดยดี



‘แฮ่ก…แฮ่ก…’



ผมกอบโกยอากาศเท่าที่จะทำได้ โดยที่เป็นเอกโผล่จากน้ำตามมาติดๆ ผมมองมันติดจะเคืองนิดๆ ส่วนเป็นเอกนะเหรอครับยิ้มกว้าง คงสนุกมากที่ได้แกล้งผมแบบนี้





“มึงโผล่ขึ้นจากน้ำก่อน มึงแพ้” เป็นเอกพูดหน้าตาย





“ก็ใครใช้ให้มึงมา…” ผมเว้นคำที่ทุกคนก็รู้ว่าคือคำอะไรเอาไว้ ผมไม่อยากพูดเพราะแค่คิดก็รู้สึกร้อนหน้าขึ้นมา





“ก็กูอยากจูบมึง” เป็นเอกเอ่ยด้วยสีหน้ากวนๆ ผมรู้สึกว่าช่วงนี้มันเป็นฝ่ายที่ชอบตอแยผม ไม่ใช่ผมที่ชอบหาเรื่องมัน





“ถ้าเงี่ยนมากก็ไปจูบกับคนอื่นสิวะ”





“มึงพูดเองนะทิว” เป็นเอกถาม





“เออ” ผมก็ตอบยืนยัน ตาก็มองเป็นเอกที่เหมือนจะหงุดหงิด





“เชิญมึงเล่นน้ำทะเลไป เดี๋ยวกูจะไปจีบผู้หญิงตรงโน้นหน่อย” พูดจบเป็นเอกก็เดินไปยังกลุ่มผู้หญิง





“อยากจะทำอะไรก็ทำ” ผมพึมพำ สายตาก็มองตามหลังของเป็นเอกไปแล้วเล่นน้ำต่อ





.

.

.





ไม่รู้ว่าผมเล่นน้ำจนนานขนาดไหน พอยกมือมาดู มือก็ย่นๆเหี่ยวไปซะแล้ว คงถึงเวลาที่ผมจะต้องขึ้นฝั่ง ผมมองหาเป็นเอกเพื่อจะเอากุญแจรถ เหอะ! นึกว่าจะไปไหนไกลเป็นเอกนั่งอยู่กับผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง ตัวผู้หญิงก็นั่งเบียดมันจนจะสิงร่างกันอยู่แล้ว ความรู้สึกไม่พอใจก็ครอบงำจิตใจผม เห็นทีผมต้องทำอะไรสักอย่าง





ผมเดินเข้าไปกลางวง ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่งุนงงว่าผมคือใคร เป็นเอกเองก็ตกใจเช่นกันที่เห็นผมมายืนอยู่ตรงหน้า





“เมีย ผัวเล่นน้ำเสร็จแล้วกลับห้องกันดีกว่า” ผมพูดกับเป็นเอกแล้วดึงแขนให้คู่กัดลุกขึ้นมา เป็นเอกก็ลุกขึ้นมาไม่มีท่าทีขัดขืน เข้ามทางผมเลยครับ ผมจับเอวหนามากอดเอาไว้ ตอนนี้ผู้หญิงทั้งกลุ่มนั่งอ้าปากค้าง เหวอกันไปเลยทีเดียว





“ผัวพี่มาตามแล้ว พี่กลับก่อนนะครับ” เป็นเอกเอ่ยกับผู้หญิงทั้งกลุ่มแล้วโบกมือลา ก่อนจะเป็นฝ่ายมาเกี่ยวผมแล้วลากผมออกจากวง โธ่เว้ย!! คิดว่ามันจะเสียหน้า ที่ไหนได้ไอ้เหี้ยนี่หน้าด้านกว่าที่คิด





“เอากุญแจมานี่” พอถึงรถผมก็แบมือเอากุญแจรถทันที





“ใส่เสื้อก่อนแล้วกูจะให้” เป็นเอกยื่นเสื้อผมก็รับมาใส่เพราะเริ่มแสบผิวขึ้นมาบ้างแล้ว





“ผัวขับนะเมียจะซ้อนท้าย” เป็นเอกส่งกุญแจมาให้โดยไม่ลืมพูดแซวผม ถึงห้องเมื่อไหร่พ่อจะกระทืบให้



ผมเป็นคนขับ เป็นเอกเป็นคนซ้อนท้าย ในที่สุดผมก็ได้ขับรถสักที พูดเลยว่าผมมีความสุขกับการเอาหน้าโต้ลมแบบนี้ แต่ความสุขอยู่กับเราได้ไม่นานหรอกครับ เป็นเอกขัดความสุขด้วยการกอดเอวแล้วเอาหน้ามาแนบแผ่นหลังของผม







“มากอดกูทำไม?”





“เมียอยากกอดอ่ะ” เป็นเอกทำเสียงออดอ้อน โอ๊ย!! กวนตีนกูชิบ





“อยากกอดก็กอดไป” ผมพูดประชด เป็นเอกก็ประชดกลับด้วยการกอดแน่นยิ่งกว่าเดิม





ในที่สุดก็ถึงรีสอร์ท ผมรู้สึกเปลืองตัวเพราะเป็นเอกไม่ใช่แค่กอด มือหนายังลูบจนหน้าท้องผมหดเกร็ง พอลงจากรถผมก็เดินจ้ำเข้าห้องทันที





“ผัวจ๋า อาบน้ำไหมเมียอาบให้”เป็นเอกยังคงรักษาความกวนตีนคงเส้นคงวา





“มึงทำแบบนี้ทำไม?” ผมถาม ผมสุดจะทนแล้ว





“ทำอะไร?” เป็นเอกถามกลับ พอเห็นผมพูดจริงจังก็หยุดเล่น





“มึงตามกูมาทำไม? มึงมาลุ่มล่ามกับกูทำไม?” ผมถามต่อ ไหนๆก็อยู่กันสองคน ถ้าโกรธเคืองก็ชกกันให้จบๆในห้องนอน





“นี่มึงยังไม่รู้อีกเหรอ?”  เป็นเอกนั่งลงบนเตียงเอามือลูบหน้า เหมือนคนที่กำลังเหนื่อยใจ





“ถ้ารู้กูจะถามมึงหรือไง?” ผมตอบ





“ที่กูทำไปทั้งหมดเพราะกูรักมึง” คำตอบของเป็นเอกทำให้ผมถึงกับตะลึง รักอย่างนั้นเหรอ? เป็นเอกรักผม…ที่สำคัญหัวใจของผมก็เต้นแรงไปกับคำพูดเสียด้วยสิ





“อย่ามาเล่นตลกเลย กูไม่ขำ” ผมพูดค่อ ในใจก็หวั่นว่าเป็นเอกคงอยากตะเอาคืนผมเพราะผมชอบหาเรื่องมันอยู่บ่อยครั้ง





“กูรักมึง รักจริงๆ เชื่อกูสิ” เป็นเอกดึงผมเข้าสวมกอดแน่น ปากก็พร่ำบอกรัก





“อยากให้กูเชื่อมึงก็พิสูจน์สิ” ผมยื่นข้อเสนอวัดใจคนที่โอบร่างผมไว้





“ว่ามาสิ”





“เป็นเมียกูสิให้กูรุกมึง…ทำได้ไหมเป็นเอก?”







...............70%................















.........................

ช่วงนี้ใกล้สอบ ไรท์ต้องทำข้อสอบเก็บคะแนนและตรวจงาน งานเข้าจริงจัง

ออฟไลน์ TanYung0209

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 288
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +70/-2
......30%...


 “ถ้าการให้มึงรุกแล้วมึงเชื่อ กูก็จะยอม ขอแค่มึงรักกูเหมือนกับที่กูรักก็พอ” เป็นเอกตกลงพร้อมกับมีเงื่อนไขให้ ผมหรี่ตามองเป็นเอกที่สีหน้าจริงจังไม่ต่างจากผม





“ว่ายังไง? ถ้ามึงรักกู กูก็จะยอมเป็นให้มึงเอา” เป็นเอกเห็นผมเงียบก็ถามย้ำ ผมฉุกคิดว่าผมรักมันหรือไม่ เพราะตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันไม่มีวันไหนที่จะไม่ชกหรือจิกกัดเหน็บแนม พอได้อยู่ด้วยกันได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น ลึกๆผมรู้สึกดีที่ได้อยู่กับมันและรู้สึกแย่ที่มันไปอยู่กับคนอื่น





“กูไม่รู้ ที่รู้ๆกูไม่ชอบเวลามึงอยู่กับคนอื่น” ผมตอบแล้วรีบหมุนตัวเข้าไปในห้องน้ำ ผมไม่อยากให้เป็นเอกรู้ว่าผมเขินนิดๆ





“เดี๋ยวสิ มึงหึงกูถูกไหม?..ฮึ หน้าแดงด้วย” เป็นเอกคว้าบ่าผมแล้วกระชากให้ผมยืนเผชิญหน้า



“แดดเผากูเหอะ อีกอย่างปล่อยกูได้แล้วกูจะอาบน้ำ”



“แล้วมึงจะไม่เอากูหรือไง? มึงหึงกูแสดงว่ามึงรักกู” เป็นเอกเอ่ย มือหนาก็ลูบเบาๆตรงแผงอกกว้างของผม คิดจะอ่อยกันหรือไง



“มึงเริ่มก่อนนะไอ้เอก” ในเมื่อเสนอมาผมก็จัดให้



ผมประกบปากจูบแล้วดันตัวของเป็นเอกเข้าไปชิดกับฝาผนังห้องน้ำอย่างแรง  ลิ้นร้อนคอยตวัดเชื้อเชิญให้เข้าไปในปาก มือก็ผลัดกันถอดเสื้อถอดกางเกงจนร่างกายของเราทั้งคู่เปลือยเปล่า



เนื้อแนบเนื้อจนสัมผัสถึงอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นของอีกฝ่าย ลิ้นที่โดนดูดดุนจนแสบปลายลิ้นไปหมดจนผมต้องเอาคืนด้วยการขบกัดหนักๆจนของเหลวรสเฝื่อนของเลือดติดปลายลิ้น



“แม่ง..มึงโรคจิตชิบหาย” เป็นเอกผละปากบ่นก่อนจะกัดปลายคงผมเบาๆ



“ถ้ามึงไม่ชอบก็อย่ามารักกับกู” ผมมองมันด้วยแววตานิ่งๆ



“กูชอบ จัดหนักๆเลยนะมึง” เป็นเอกยิ้ม แล้วโอบกอดผมแน่นจนกลางกายของเราเบียดเสียดกันจนแข็งขืน



ไม่รู้อะไรดลใจเราสองคนถึงได้ทำอะไรเหมือนกัน มือของผมและเป็นเอกต่างจับแก่นกายของอีกคนแล้วขยับรูดขึ้นลงช้าๆชวนเสียวท้อง



“อืม…ม….ทิว”



“อือ..เอก..อ่า.า..”



ต่างคนต่างครางกระเส่า ก่อนที่ผมจะก้มหน้าสร้างรอยฟันตรงซอกคอขาว เป็นเอกก็เอียงคอให้ผมกัด ถึงอย่างนั้นปากของมันก็ซนพอที่จะเม้มรอยตามบ่าและกระดูกไหปลาร้าของผมจนแดงเป็นจ้ำๆ เราสองคนใช้ปากและมือพากันไปถึงจุดเสียว



“เชี่ย..เจ็บ” เป็นเอกร้องออกมา ฟันของผมขบกัดตรงซอกคอ ผมยกยิ้มแล้วเอื้อมหยิบผ้าขนหนูผืนยาวขึ้นมามัดข้อมือเป็นเอกเอาไว้



“สายอุปกรณ์นะมึง”



“สายเอสต่างหากล่ะ” ผมตอบแล้วมิวายที่จะตีก้นของเป็นเอกแรงๆ เป็นเอกยิ้มออกมาราวกับท้าทายให้ผมจัดหนักๆแรงๆเน้นๆ จากนั้นมันก็ใช้มือที่ถูกมัดคล้องคอผมเอาไว้



“ส่วนกูสายเอ็ม” เป็นเอกจับผมจูบอีกรอบ พอผละออกก็เอาแขนที่คล้องคอออกแรงๆจนผ้าขนหนูคลายออก



“แต่กูชอบรุกเอสว่ะ”



“เฮ้ย!!”



ในขณะที่ผมกำลังฟังมันพูด เป็นเอกก็พลิกตัวผมให้ติดกับฝาผนังแทน คนตรงหน้าค่อยๆย่อตัวลงแล้วจับแก่นกายผมเข้าปาก



“อื้ม…เดี๋ยว…กูต้องรุกมึงสิ..อ่ะ”



ผมร้องค้าน เป็นเอกก็เหมือนไม่สนใจแถมยังเร่งปากรูดจนผมแทบยืนไม่ติด กลางกายผมปวดหนึบไปหมด เป็นเอกพอเห็นว่าผมกำลังจะปลดปล่อย ก็เอาปากออก





“อย่าเพิ่งรีบ…ออกพร้อมกูดีกว่านะเมีย” เป็นเอกเงยหน้ามอง ผมเองก็กำลังหมดแรงรวมถึงต้องการจะปลดปล่อยจึงใช้มือจับแท่งร้อนของตัวเอง



“ไม่เอาดิ…ไม่ช่วยตัวเอง”



“มึงก็รีบหันหลังให้กูเอามึงสิ”



“ไม่…กูจะเอามึง” เป็นเอกยืนขึ้นแล้วเบียดตัวเข้าหา อีกทั้งใช้ขามาแทรกกลางตรงระหว่างผมเอาไว้ แก่นกายของผมเสียดสีกับขาอ่อนของเป็นเอกเบาๆจนมีน้ำใสๆปริ่มออกมาตรงส่วนปลาย



“ไหนมึงบอกจะให้กูเอามึงไงล่ะ?” ผมถามกลับไป



“เอา…เป็นผัวต่างหาก” พูดจบ มือหนาก็ยกขาผมข้างนึงแล้วย่อตัวแทรกแก่นกายเข้ามาในร่างกายของผมที่ไม่ทันจะตั้งตัว



“เหี้ย..เจ็บ..อ่ะ…เจ็บ” ถึงจะเคยโดนมันเอามาแล้วผมก็ยังเจ็บอยู่ดี



“หายใจลึกๆ ผ่อนคลายจะได้ไม่เจ็บ” เป็นเอกกระซิบข้างหู มือที่ว่างก็คอยบดขยี้ยอดอกของผมให้รู้เสียวกลบความรู้สึกเจ็บ



“ตอดชิบหาย..อ่า..า…กูขอกระแทกเลยละกัน” เป็นเอกยิ้มพลางแกล้งครางไปพลาง





“ไม่ต้องมาขออะไรกู สัด!!! นึกจะเสียบก็เสียบเข้ามา..อ่ะ…อ่า.า…” ผมตะคอกใส่มัน ไม่พอผมยังกัดบ่าให้มันนึกเจ็บบ้าง





“อ่า…กัดแรงๆเลย”



ผมฝังเขี้ยวลงไป ยิ่งเป็นเอกกระแทกมาแรงเท่าไหร่ผมก็ยิ่งกัดแรงมากขึ้น เป็นเอกคงจะเมื่อยที่ต้องยกขาผม เลยดันตัวผมไปนั่งที่เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า



“อ่ะ..อ่า.า..อะ…อ้ะ…อ๊ะ” ผมครางระงม



พอนั่งปุ๊บเป็นเอกก็ยกขาผมให้แยกออก ตามด้วยการแทรกกายที่ลึกยิ่งกว่าเก่าจนภายในของผมตอดรัด ยิ่งเป็นเอกขยับก็ยิ่งตอดรัด ร่างกายผมตอบสนองต่อเป็นเอกอย่างดีจนไร้ที่ติ

“อ่า.า…..”



“อืม.ม..ทิว.ว…มึงทำกูเสียวว่ะ”



“อึก..หยุดทำไม?” เป็นเอกขยับกายได้สักพักอยู่ๆมันก็หยุดขยับ ทำแบบนี้ผมก็ค้างสิครับ เป็นเอกไม่ตอบ กลับถอนกายแล้วจับผมยืนหันไปส่องกระจก ผมเห็นเงาของตัวเองที่มีอีกคนยืนซ้อนหลัง แขนแกร่งรั้งเอวผมแล้วรวมกายกับผมอีกครั้ง



“ขยับสิ” ผมกลายเป็นคนอ้อนวอนแทน จะทำยังไงได้ผมอยากปลดปล่อย



“บอกรักกูก่อน..อืม..” เป็นเอกกระซิบข้างหู ตาก็มองใบหน้าผมผ่านกระจก แววตาที่สื่ออกมาทำให้ผมใจสั่นจนต้องหันไปทางอื่น



“ไม่..บอก” ผมปฏิเสธ ผมว่ามันเองก็อยากจะขยับเต็มที เอาสิผมไม่บอกมันก็ไม่ได้ขยับนะ



“บอกผัวสักนิดนะเมีย…ผัวบอกรักเมียแล้วเมียไม่บอกรักผัวบ้างเหรอ?” เป็นเอกพูดเสียงพร่า มือข้างที่กอดเอวผมก็เลื่อนลงต่ำ นิ้วโป้งก็กดลงตรงส่วนปลายไม่ให้ผมได้ปลดปล่อย มืออีกข้างก็จับคางผมให้หันหน้ามามองกระจก



“อย่าทำแบบนี้..ทรมานนะ..อืม..”



“บอกรักผัวก่อน…” เป็นเอกยังคงตอแยไม่เลิก



“เออ…กูรักมึง..อื้อ..อ่า.า.. อ่ะ…เบาหน่อย..” สิ้นคำบอกรักเป็นเอกก็กระแทกผมทันที กระแทกอย่างหนักหน่วงจนผมจุกไปหมด



“เบาไม่ได้..ผัวไม่อยากยั้ง…ซี๊ด.ด…” เป็นเอกคำรามมือกก็ขยับแก่นกายผมรับจังหวะสะโพกที่คอยสวนเข้าออกในกายผม



“อ่า.า….จะปล่อยแล้ว..ว…”



“ปล่อย.ย..อืม.ม…พร้อมกันนะ”



ถึงเป็นเอกจะสั่งให้ปล่อยพร้อมกัน ผมก็ดันแซงนำหน้าไปเสียก่อน น้ำสีขาวขุ่นทะลักจนเต็มฝ่ามือของเป็นเอกและกระเซ็นไปโดนกระจกที่สะท้อนท่วงท่าการร่วมรักของเราทั้งสองในครั้งนี้ ก่อนที่เป็นเอกจะปลดปล่อยเข้ามาในตัวผมจนได้รับความรู้สึกที่อุ่นวาบ



“กูรักมึงนะทิว..ฟอด” เป็นเอกหอบ ริมฝีปากหนาจรดลงแก้มของผม จากนั้นก็ใช้คางเกยบ่า เป็นเอกกอดผมแน่นไม่ยอมปล่อยและที่สำคัญมันไม่ยอมถอนตัวออกและเริ่มขยับกายอีกครั้ง!!!

















 

 

 

 

.........................

มาแล้วกับ 30% ที่เหลือ nc ไม่เก่งนะคะ ขอโทษด้วยถ้าหวัง nc 55555

ช่วงนี้งานยุ่งอัพช้าขออภัยจริงๆ

รอหน่อยนะคะขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
นึกว่าเป็นเอกจะยอมให้ทิวกดจริง ๆ เสียอีก
บังคับบอกรักกันอย่างนี้เลยเหรอ

ออฟไลน์ เมื่อนั้นฝันว่า

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 321
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เมื่อไหร่ทิวจะได้กดเอกอ่าา

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7039
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
 :jul1:   โอ้โห ร้ายจริงนะผัว

ออฟไลน์ TanYung0209

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 288
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +70/-2
บันทึกรัก…ไร่แสงจันทร์

Writer : Tan-Yung0209

File : เมื่อผมมีผัว(เมีย)เป็นคู่กัด 11















“ทิว หยุดงอนกูได้แล้ว” ผมพูดกับคนข้างๆที่นั่งเงียบไม่ยอมพูด



“กูไม่ได้งอน กูแค่โกรธ!!!” ทิวกระแทกเสียงใส่ ผมไม่แปลกใจหรอกที่เมียผมจะโกรธขนาดนี้



“ก็รีบหายโกรธก่อนที่เราจะถึงไร่ก็แล้วกันนะ…ฟอด” ผมพูดแล้วหอมแก้มมันเป็นพลังงานให้กับตัวเอง



“มึงอยากตายรึไง!!! ขับรถเลย!!!”



“ครับๆ”



เมียสั่งต้องทำตาม ช่วงนี้ต้องยอมมันก่อนเพราะผมเองก็เอาแต่ใจจับมันปล้ำทั้งสองคืนติดต่อกันตลอดที่อยู่บนเกาะล้าน แถมก่อนออกจากเกาะผมก็จัดทิวส่งท้าย ทิวเลยโกรธผมตั้งแต่บนเกาะจนตอนนี้เข้าเขตตัวจังหวัดที่เราทำงานกันแล้ว ทิวก็ยังหน้ามุ่ยอยู่ดี



“ทิว อย่าโกรธกูนะ กูขอโทษที่อดใจไม่ไหว”



“มึงลองมารับบ้างสิ แม่งล่อกูทั้งคืนไม่พอยังมาตอนเข้าอีก” ทิวเอ่ยน้ำเสียงเคืองนิดๆ



“ทิว…” ผมยื่นมือจะจับแขนมันเอาไว้ แต่ทิวกลับสะบัดออก



“ไม่ต้องมาจับตัวกู”



ผมถอนหายใจแล้วขับรถต่อไป ไม่ใช่แค่เรื่องที่ทิวโกรธผมอย่างเดียว ผมหนักใจเรื่องความรู้สึกที่ทิวมีค่อผมด้วย ถึงปากจะบอกรักผม ร่างกายจะยอมผมแต่…หัวใจของทิวยังไม่ยอมและไว้วางใจผมไม่เต็มร้อย



“ทิว หายโกรธกูนะกูอยากให้มึงอารมณ์ดี” ผมยังคงง้อต่อไป



“ใครทำกูอารมณ์เสียล่ะ?”  ทิวพูดพร้อมเหล่มองมาทางผม



“กูทำมึงอารมณ์เสีย กูเลยขอโทษไง” ผมยอมรับความผิดทุกประการ



“อืม” ทิวตอบออกมาสั้นๆ



“อืมนี่คือหายโกรธกูแล้วถูกไหม?” ผมถาม



“อืม”



“ทิว วันนี้พอถึงไร่ก็เป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ด้วยกันนะ กูอยากมีความสุขกับมึงให้มากๆ” ผมพูดต่อ



“ก็แค่แยกห้อง ไม่ใช่ว่าจะไม่เจอนี่” ทิวเอ่ย ก็ถูกของมันนั่นแหละยังไงก็เจอกันแต่สำหรับผมเจอแค่กินข้าว หลังเลิกงานมันน้อยไปครับผมอยากเจอกับมันอีกอยากนอนกกนอนกอดทั้งคืน



“กูอยากอยู่กับมึงตลอดเวลา” ผมพูดไปตามความรู้สึก…หลงเมีย



“เหอะ…ก็แค่หลงกูสินะ” ทิวพูดออกมามีความเหยียดในน้ำเสียง ผมดูออกว่าคงจะไม่พอใจ



“ทิวกูรักมึง มึงเชื่อใจกูสิ”



“รักกกูหรืออยากเอาชนะกูกันแน่ล่ะ?” ทิวถาม มุมปากก็ยกยิ้มราวจะประชดประชัน



“คือกู…”



“ไม่ต้องพูดแล้ว ถึงไร่แล้ว”



ผมไม่ทันได้ตอบทิวก็พูดเบรคผมเอาไว้ อุตส่าห์ขับไม่รีบแล้วเชียวในที่สุดถึงไร่จนได้ ผมขับรถไปจอดไว้ที่ลานจอดรถ พอรถจอดสนิททิวก็ลงจากรถแล้วหยิบกระเป๋าโดยไม่คิดจะรอผมเลย



“ไม่คิดจะรอผัวหรือไง?” ผมที่รีบจ้ำอ้าวตามมาคว้ามือเรียวมากุม



“หยุดพูดว่ามึงเป็นผัวกูสักที” ทิวพูดออกมา ความไม่พอใจถูกถ่ายทอดผ่านน้ำเสียง



“หรือว่าไม่จริง?” ผมถามกลับ



“มึงถามตัวเองก่อนเถอะ”



ชัดเลยครับ ทิวยังไม่ไว้ใจผมยังคิดว่าผมทำกับมันเพียงเพราะจะเอาชนะ ผมบอกรักมันทั้งวันทั้งคืนไม่คิดจะเชื่อกันเลยหรือไง



ทิวเดินนำหน้าผมไปไกลแล้ว พอแบบนี้นิสัยเหมือนผู้หญิงขี้งอนไม่มีผิด ถ้าเมื่อก่อนคงกระชากเสื้อผมชกไปแล้ว เออ ลืมไปตอนนี้ผมกับทิวติดคดีกันทั้งคู่



“พี่เอกเที่ยวสนุกไหมครับ?” พีที่เดินมากับเหมและน้องไผ่ถามผม



“สนุกครับ” ผมตอบ



“แล้วพี่ทิวไปไหล่ะฮะ?” น้องไผ่ถามถึงคนรักของผม



“ไอ้ทิวเดินกลับไปบ้านพักแล้วครับ”



“ว่าจะชวนพวกพี่ไปงานปาร์ตี้รอบกองไฟคืนนี้นะครับ ยังไงน้องไผ่ฝากพี่เอกบอกพี่ทิวด้วยนะฮะ”



“ได้เลยครับ พี่ขอตัวกลับก่อนนะครับ” ผมรับปากแล้วบอกลาไปทีเดียว ต้องรีบกลับห้องเผื่อทิวเล่นแผลงๆไม่ให้ผมเข้าห้อง



‘แกร็ก’



ประตูห้องไม่ได้ล็อกที่สำคัญ เมียนอนถอดเสื้อเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงเสียด้วย นี่มันอ่อยผมอยู่ใช่ไหม? ทิวคงรู้ตัวว่าถูกจ้องเลยเหลือบมองผมก่อนจะเล่นโทรศัพท์ต่อ



“อ่อยกูเหรอ?” ผมวางกระเป๋าแล้วนอนหนุนตักกว้าง



“อ่อยเหี้ยอะไร แล้วไปนอนบนหมอนสิวะไม่ใช่มานอนบนตักกู” ทิวเอ่ย มือก็กดแป้นพิมพ์ไม่สนใจผมเลย



“ก็มึงถอดเสื้อ” ผมหันหน้าซุกหน้าท้องลอนของมันที่มีรอยแดงจางๆจากการประทับตราของผม



“กูร้อน!!!” ทิวโวยวายแต่มือมันก็ไม่ยักจะดันหัวผมออก ผมก็เลยนอนหนุนตักมันต่อไป



‘ก็อก..ก็อก’



เสียงเคาะประตูขัดจังหวะ ผมเลยต้องลุกจากตักของทิวไปเปิดประตู ในใจก็คิดถ้าเจอหน้าพ่อจะชกให้ฟันหักเลยโทษฐานมาขัดขวางความสุข



“คุณชัชวิน…” ไอ้ที่จะชกผมต้องเก็บโครงการนี้ไว้ก่อน ก็คนมาเคาะดันเป็นผู้ทรงอิทธิพลต่อเจ้าของไร่



“ฉันมีเรื่องให้เธอและทิวช่วย” คุณชัชวินเอ่ยทั้งผมและทิวต่างก็มองหน้ากัน



.

.

.



ท้องฟ้าทาสีดำ พวกเราก็ได้จัดปาร์ตี้รอบกองไฟที่จัดขึ้นเฉพาะคนภายในครอบครัวของคุณสิบทิศและคุณชัชวิน โดยมีคนนอกที่ได้รับเชิญก็คือ พี่เหมหมอเจ้าของไข้น้องไผ่และผมกับทิวเท่านั้น



ในระหว่างที่ทุกคนอยู่รอบกองไฟ ผมกับทิวเราสองคนต่างซุ่มอยู่ด้านนอกตามแผนของคุณชัชวินที่ทำทีให้เราทั้งสองคนแกล้งลักพาตัวพิสูจน์ความรักระหว่างลูกชายกับคุณสิบทิศ



“แม่งยุงกัด” ทิวยืนตบยุงอยู่ใกล้ๆผม เหอะ จะไม่ให้กัดได้อย่างไรในเมื่อทิวเล่นใส่เสื้อกล้ามมายืนตากยุง



“ทำไมไม่ใส่เสื้อแขนยาว” ผมดุมัน



“ก็กูร้อน” ทิวเอ่ย มันคงร้อนจริงๆเพราะเหงื่อผุดเต็มใบหน้าจนผมอยากจะโลมเลีย



“จ้องกูอยากมีเรื่องหรือไง?” ทิวคงจะรู้ว่าผมจ้องเจ้าตัวนานจึงได้ถามผมด้วยประโยคชวนกาเรื่อง



“ใช่…เรื่องบนเตียง” ผมกระซิบข้างหูแล้วขบติ่งหูนิ่มเบาๆ



“เตียงบ้านมึงสิ!” ทิวถีบผม ดีที่ผมหลบทัน



“จะไปไหมล่ะบ้านกู?” ผมกวนตีนกลับ



“ไอ้…..”



ไม่ทันที่ทิวจะได้ด่าผม ผมก็ได้ยินเสีงดังมาจากอีกทางหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากพวกเรามากนัก



“น้องพี”



“อ้าว พี่ทิว พี่เอก ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ?” พีถาม



“พี่มารอพีนั่นแหละ” ทิวตอบ



“รอ?” พีทำหน้าสงสัย



“ใช่รอ พีมากับพี่ดีกว่าเดี๋ยวพี่จะเล่าให้ฟัง” ผมเอ่ย พีก็เดินตามเราสองคนโดยดีไม่มีท่าทีอิดออดอะไร เราทั้งหมดเดินมาถึงเรือนเล็กก็เจอกับผู้ชายสวมชุดดำใบหน้าก็มีหมวกไหมพรมคอยปกปิดอำพลางเอาไว้ ในมือก็ถืออาวุธสีเงินแวววับ

“ส่งเด็กนั่นมา ถ้าพวกมึงไม่อยากตาย” คำพูดแรกที่เจอกันคนร้ายก็พูดประโยคนี้ขึ้นมา



“พวกกูไม่ส่งน้องชายให้มึงหรอก” ผมพูดกับคนร้าย ทิวเองก็จับพีให้ยืนอยู่ด้านหลังโดยตนคอยกันท่าไว้



“พวกมึงเลือกเองนะ” ชายชุดดำพูดออกมาพร้อมพุ่งตัวเข้ามาทำร้ายผมตอนทีเผลอ ดีที่ผมหลบทัน

 

เราทั้งสองคนต่อสู้กัน แต่คนร้ายได้เปรียบกว่าเพราะมีอาวุธจึงแทงเฉียดหน้าท้องของผมจนล้มลงนั่งกองกับพื้น อุปสรรคของคนร้ายยังไม่จบเพราะยังเหลือทิวที่ใช้ตัวเองบังพีเอาไว้



“พี่เอก!!!!” พีร้องออกมา ร่างกายก็เริ่มสั่นเทาด้วยความกลัว



“กูจะถามมึงอีกครั้ง...มึงจะออกไม่ออก ถ้าไม่...มึงได้นอนกองแบบไอ้นั่นแน่” ชายชุดดำพูดกับทิวพร้อมกับมองผมที่บาดเจ็บอยู่

 

“ไม่ออก!!!” ทิวตั้งมั่นจะปกป้องคนรักของเจ้านาย ทิวผลักตัวพีที่ยืนตัวสั่นให้ออกห่าง

 

คนร้ายเห็นว่าทิวเองก็คงไม่ยอมก็เข้าไปต่อสู้ ทั้งสองคนสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใครคนหนึ่งสู้เพื่อปกป้อง อีกคนสู้เพื่อทำลาย



“อั่ก....” ทิวเซถลาเมื่อถูกคนร้ายถีบเข้าไปที่หน้าท้องก่อนจะได้ร้องออกมาอีกรอบเมื่อถูกคนร้ายใช้มีดฟันเข้าไปที่แผ่นหลังทันทีที่ปลายมีดกรีดลงผิวหลังเลือดสีแดงฉาดก็พุ่งออกมา ก่อนจะล้มลงไปอีกคน ผมกัดฟันกรอดมันบังอาจทำร้ายเมียผม



“พี่ทิว!!!” พีร้องออกมาก่อนจะช็อกหมดสติลงไปกับพื้น คนร้ายจึงเดินเข้าไปหาพีแล้วจับร่างไร้สติอุ้มขึ้นมาพาดบ่า



‘หมับ’ ถึงจะบาดเจ็บแต่ผมก็รวบรวมแรงจับขาของคนร้ายเอาไว้ไม่ให้เดินออกไปได้



“มึงนี่ชอบเจ็บตัวจริงๆ” คนร้ายสะบัดเท้าออกจากมือหนาและเตะเสยหน้าของผม หน้าของผมชาวาบขึ้นมาทันที



“บอกเจ้านายมึงด้วยให้รอกูติดต่อมาเองและห้ามแจ้งตำรวจเป็นอันขาดเพราะกูรู้ทุกความเคลื่อนไหวของพวกมึง” คนร้ายพูดกับผมและทิว ก่อนจะเดินตรงไปที่รถที่จอดห่างไม่ไกลนักออกไปจากไร่ ทิวและผมเองก็พยายามช่วยพยุงกันและกันเดินมาบอกทุกคนที่ปาร์ตี้รอบกองไฟ ก่อนที่เราทั้งสองจะถูกหามส่งโรงพยาบาล ผมภาวนาให้เราทั้งสองคนได้ฟื้นขึ้นมาไม่สูญเสียใครคนใดคนหนึ่ง































.....................

เอาใจช่วยพี่เอกพี่ทิวด้วยนะคะ

ตอนหน้าจบแล้ววววววววววว

กรี๊ด

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านมาเม้นนะคะ รักนะคะ

#ไปดูหน้ากากนักร้องแล้ว บัย


ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
เดี๋ยวนะ ละครฉากนี้สมจริงไปไหม แค่จะพิสูจน์ความจริงใจเองไม่ใช่เรอะ

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
รักกันแล้ว?

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2359
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
คืออัลรัย   :hao4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด