◑ MAKE FRIEND ◐ ★ เพื่อนรัก★ UP ตอนที่ 31-33 {06/02/60} END
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ◑ MAKE FRIEND ◐ ★ เพื่อนรัก★ UP ตอนที่ 31-33 {06/02/60} END  (อ่าน 18614 ครั้ง)

ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.เมื่อนิยายจบแล้วให้แก้ไขหัวกระทู้ต่อท้ายว่าจบแล้ว


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0















◑  MAKE FRIEND ◐ 
★ เพื่อน ● รัก★








ฟ้า
ความเจ็บปวด ผิดหวัง ปวดร้าว มันคือส่วนหนึ่งในชีวิตเราไปแล้ว
ถ้ามันจะเพิ่มมากไปกว่านี้เราก็ไม่สะทกสะท้านหรอก
เราชินจนชา ชินกับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนรักแล้วจริงๆ








น้ำ
ความขัดแย้ง ยอกย้อน สับสนคือสิ่งที่เรากำลังเป็น
ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้นกับคนที่ไม่ชอบเรื่องวุ่นวายอย่างเรา
แต่สิ่งเดียวที่เรารู้คือสาเหตุของมัน
สาเหตุที่มาจากความรู้สึกของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนรัก








“คนรักกัน แต่ไม่อาจใช้ชีวิตร่วมกัน ก็เหมือนเข็มทั้งสองของนาฬิกา ที่ได้ใช้ชีวิตในห้วงเวลาเดียวกัน แต่ไม่อาจได้เดินเคียงข้างกัน”












Intro


รถเบนซ์สปอร์ตสีเทาควันบุหรี่แล่นฉิวอวดโฉมความเท่ห์ระดับไฮคลาสเข้าไปยังคอนโดหรูติดรถไฟฟ้ากลางมหานครใหญ่ น้ำผ่อนคันเร่งก่อนจะถอยเข้าไปจอดยังล็อคประจำเคียงข้างมินิคูเปอร์สีแดงสด เค้ายกยิ้มที่มุมปากแล้วจึงดับเครื่องเปิดประตูก้าวออกมายืนเต็มความสูง ดวงตาโฉบเฉี่ยวที่อยู่ภายใต้แว่นกันแดดแบรนด์ดังเหลียวมองไปยังประตูเข้าตึกซึ่งมีเสียงคนทะเลาะกันดังแว่วมาให้ได้ยิน เค้าคงจะไม่สนใจเลยถ้าเสียงที่เค้าได้ยินนั้นไม่ใช่เสียงของเจ้าของรถคันข้างๆ ไม่ใช่เสียงของเจ้าของห้องที่เค้ากำลังมาหา ไม่ใช่เสียงของฟ้า เพื่อนรักของเค้าเอง

“ไอ้เหี้ย! ปล่อยกู!!”

“กูจะปล่อยก็ต่อเมื่อมึงเอาผัวใหม่มึงมายืนยันต่อหน้ากู!”

“กูจะเอามาไม่เอามามันก็เรื่องของกู ปล่อยสิวะ!”

น้ำลอบถอนหายใจเมื่อมาเจอกับสถานการณ์อันแสนคุ้นเคย ขายาวก้าวตรงเข้าไปหามือสองข้างล้วงเข้ากับกระเป๋ากางเกงยีนส์สีเข้ม ดีหน่อยที่วันนี้เค้าแต่งตัวมาค่อนข้างดูดีกว่าทุกวันเพราะมีนัดดริ้งส์ต่อในรอบดึก ไม่งั้นคงไม่สมฐานะผัวใหม่ให้ไอ้เพื่อนรักมันใช้แอบอ้าง

ฟ้าหันมาเห็นเค้าแล้วแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากอะไร ผู้ชายอีกคนที่คาดว่าเป็นผัวที่ไอ้เพื่อนตัวดีกำลังจะสลัดทิ้งก็หันมามอง น้ำยกยิ้มเท่ห์ๆตามแบบฉบับแต่พอไปใกล้ตัวเค้าก็จับแขนไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั้นบิดจนมันร้องลั่นก่อนจะพลิกตัวจับทุ่มจนเกิดเสียงดังสนั่น มันก็ร้องโอดครวญอยู่ที่พื้นต่อไป

“อย่ามายุ่งกับเมียกูอีก นี่คือคำเตือน”

“น้ำ”

“ขึ้นห้อง”

เค้าแกล้งตะเบ็งเสียงดุตามบทบาทชนิดที่หากมีคนนำรางวัลออสก้ามายื่นให้ต่อหน้าก็ยังน้อยไป น้ำฉุดกระชากฟ้าให้เข้าไปในตัวตึกใช้คีร์การ์ดที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงสแกนเปิดลิฟท์แล้วพานำเข้าไปยังด้านใน ทันทีที่ประตูลิฟท์ปิดสองมือที่กุมกันอยู่ก็ปล่อยผละออกจากกันทันที น้ำถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ

“ขอบใจ”

ฟ้าเอ่ยเสียงแผ่ว น้ำถอดแว่นแล้วหันไปมองคนด้านข้างด้วยสายตาตำหนิ ฟ้าที่ร่างบางกว่าน้ำแต่ส่วนสูงไล่เลี่ยกันนั้นยังคงก้มหน้างุด ผมยาวถึงเอวถูกปล่อยจนบดบังหน้าตาหวานผิดเพศจนมักถูกเข้าใจผิดอยู่บ่อยๆ

ถ้าน้ำคือนิยามของคำว่าโซแฮนซั่ม ฟ้าก็คือนิยามของโซบิ้วตี้นั้นเอง

และอีกอย่างที่พวกเค้าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงนั้นก็คือ ฟ้าเป็นเกย์แต่น้ำนั้นไม่ใช่

“อีกแล้วนะฟ้า บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ระวัง ไอ้พวกแรงๆแบบนี้ฟ้าไปยุ่งกับมันทำไม ถ้าเรามาไม่ทันรู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น!”
เทศนามหากาฬเริ่มต้นขึ้นแล้ว ฟ้าลอบคิดในใจเพียงลำพัง

“ก็…”

“ก็อะไร!?”

“ก็ช่วงแรกเค้าก็ดูแลดี”

“ดูแลดีหรือลีลาดีพูดให้ถูก”

“น้ำอ่า”

“ไม่ต้องมาใช้น้ำเสียงอย่างนี้เลย เราไม่ใจอ่อนด้วยหรอก ขอละฟ้า ให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม จะเอาทั้งทีเอาที่มันดีๆหน่อยสิวะ”

“แล้วมันดูกันง่ายๆซะเมื่อไหร่ละ”

“มันก็ใช่ แต่ทำไมทุกคนถึงไม่อยากปล่อยฟ้าทั้งนั้นเลยวะ เราเบื่อกับการแกล้งเป็นผัวแกล้งเป็นแฟนเพื่อเป็นไม้กั้นหมาแล้วนะ”

“ขอโทษ”

ปิ๊ง!

เสียงลิฟท์ช่วยชีวิต

ฟ้าลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วก้าวออกจากลิฟท์นำน้ำไปยังห้องพักของตน






“ไอ้ฟ้ามันมีเรื่องอีกแล้วเหรอวะ?”

เคนเพื่อนในกลุ่มอีกคนเอ่ยถามน้ำที่กำลังยกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปาก ดวงตาเฉี่ยวสีน้ำตาลอ่อนตามสไตล์หนุ่มลูกครึ่งเฉมองไปยังเพื่อนหน้าหวาน ตอนนี้ฟ้ากำลังพูดคุยหยอกล้ออยู่กับคีย์เพื่อนอีกคนซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยกัน ผมยาวสีดำพริ้วไหวไปตามแรงลมเนื่องจากพวกเค้าเลือกนั่งกันที่โซนเอ๊าดอร์บนดาดฟ้าของผับชื่อดัง

“ทำไมมึงคิดงั้นวะ?”

น้ำมองดูฟ้าแล้วก็ไม่เห็นมีร่องรอยอะไรบ่งบอกถึงการมีเรื่องมีราวเลยสักนิด

“มันอะเลิทเกินไป”

“ห่ะ?”

“มึงโตมากับมันซะเปล่า แค่นี้ยังมองมันไม่ออก”

เคนพูดขำๆแล้วยกแก้วขึ้นดื่ม น้ำไม่ได้ตอบโต้อะไรนอกจากดื่มไปเงียบๆสายตาก็มองจ้องเจ้าตัวอย่างไม่วางตา

“ตกลงมันมีเรื่องมาจริงป่าวละ?”

น้ำพยักหน้าตีคิ้วแทนคำตอบ

“เรื่องแบบเดิม?”

“เออ”

“ฮ่าๆๆๆ มึงได้เป็นผัวมันอีกแล้วสินะ”

เป็นอันรู้กันหมดทั้งกลุ่มแก๊งค์ทั้งเรื่องรสนิยมของฟ้าและเรื่องปัญหาที่พวกเค้าคอยช่วยเหลือกันอยู่เสมอ น้ำส่ายหัวหน่อยๆเมื่อมองไปยังเจ้าตัวต้นเรื่องและก็พบว่ามันมองมาที่เค้าอยู่ก่อนแล้ว

“มีไร?”

ฟ้าส่ายหัว

“เอาชนเว้ย ชน!!!”

เป็นคีร์ที่เปลี่ยนบรรยากาศให้กลับมาคลื่นเครงอีกครั้ง พวกเค้าทั้งสี่คนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เข้าเรียนมหาลัยใหม่ๆโดยที่น้ำกับเคนเรียนเศรษฐศาสตร์ส่วนฟ้ากับคีร์เรียนสถาปัตฯ น้ำพาเคนมาทำความรู้จักกับฟ้าในขณะที่ฟ้าก็พาคีร์มาทำความรู้จักกับน้ำ เลยกลายเป็นการรวมกลุ่มดั่งปัจจุบันในที่สุด

“น้ำ”

ฟ้าเอ่ยเรียก น้ำหยุดคุยกับสาวหุ่นสะบึมที่เข้ามาทักเพื่อหันไปหาคนเรียก

“ว่า?”

“ร้อน รัดผมให้หน่อย”

เค้าส่ายหัวหลุดยิ้มแล้วลุกขึ้นเดินข้ามฝั่งไปหาเจ้าเด็กน้อยช่างงอแง ถึงแม้ฟ้าจะไม่ได้ดูบอกบางแต่ฟ้าก็ร่างเล็กกว่าเค้าอยู่พอตัว การคิดว่าฟ้าเป็นเด็กจึงกลายเป็นความเคยชินของน้ำที่ไว้ใช้เรียกฟ้าในใจเพียงคนเดียว

มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบยางรัดผมสีดำที่มีติดตัวไว้ตลอดเวลา น้ำรวบผมยาวที่นุ่มนิ่มสีดำเงาสลวยมีกลิ่นหอมอ่อนๆของเจ้าตัวพอให้ได้เคลิมนิดๆ น้ำชอบเล่นผมของฟ้าเพราะมันทั้งนิ่มทั้งหอม ฟ้าเองก็รู้ดีจึงไว้ยาวมาโดยตลอดไม่เคยตัดเลยตั้งแต่สมัยมัธยม ดีที่เค้าทั้งคู่เรียนโรงเรียนคอนแวนจึงไม่เคร่งเรื่องทรงผมเหมือนอย่างโรงเรียนรัฐ

“เสร็จแล้ว”

“ขอบใจ”

แล้วน้ำก็กลับมานั่งที่เดิมหันไปคุยกับสาวสวยดั่งเดิมฟ้าเองก็ลุกไปคุยกับหนุ่มที่ส่งสายตามาหาอยู่พักใหญ่ๆ เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติเช่นทุกครั้งที่มาดริ้งส์ด้วยกัน ต่างคนต่างความสนใจ เพราะงั้นจึงเดินกันคนละทางโดยที่ไม่มีใครก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ยกเว้นแต่เพียงกรณีฉุกเฉินอย่างเช่นเมื่อตอนเย็นเท่านั้นที่น้ำจะเข้ามาช่วยฟ้าโดยการแกล้งเป็นคนรักในขณะที่ฟ้าก็เคยจับแยกผู้หญิงให้น้ำ

ต่างคนต่างอาศัยกัน เป็นทั้งเพื่อนสนิท เพื่อนสมัยเด็ก และเพื่อนรัก

นั้นคงเป็นนิยามของความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่



Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-02-2017 17:09:25 โดย MyMinT1990 »

ออฟไลน์ Lilyrum

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 248
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-2
เพื่อนสนิทคู่นี้จะลงเอยยังไงน้าา

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2249
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +169/-9
ฟ้าและน้ำจะจบลงยังไงน้า...

ติดตามตอนต่อไป

ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
◑  MAKE FRIEND ◐ 
★ เพื่อน ● รัก★

1




ณ บ้านใหญ่สามชั้นครึ่งของตระกูลเศรฐาสกุล หนุ่มน้อยยืนมองดูความหรูหราอู่ฟู่ดังในละครทีวีที่แม่เคยเปิดดูบ่อยๆด้วยความตกตะลึง

“ฟ้า มานี่สิลูก”

แม่เอ่ยเรียกเค้า เด็กน้อยจึงละสายตาจากทุกสิ่งแล้ววิ่งเข้าไปหาผู้เป็นมารดา วันนี้แม่บอกจะพาเค้ามาหาเพื่อน เพื่อนที่อายุเท่าเค้าและเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของป้าอรเพื่อนสนิทแม่

“สวัสดีค่ะคุณเมขลา คุณหญิงท่านรออยู่ที่ห้องรับรองแล้วค่ะ”

หญิงวัยกลางคนออกมาต้อนรับและพาพวกเขาเข้าไปยังด้านในของตัวบ้าน ฟ้าเมียนมองรอบข้างด้วยความอึ้งปนทึ้ง มันมีสีทองสว่างไสวไปแทบทุกสิ่ง แม้แต่พื้นยังปูด้วยหินอ่อนสีไข่สวยงาม ถึงแม้ทางบ้านของฟ้าเองจะไม่ได้ยากจนแต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยถึงขนาดนี้ บ้านเค้าเป็นบ้านสองชั้นพออยู่พอกินเพราะพ่อที่เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่นั้นมีนิสัยมัธยัสถ์พอสมควร

“มาถึงกันแล้วเหรอเมย์”

เสียงสดใสของหญิงเจ้าของบ้านเอ่ยทักเมื่อเห็นเพื่อนสนิทเดินเข้ามาภายในห้องรับรอง ฟ้าหันไปสบตากับหญิงสาวสวยผมยาวสีดำสนิท การแต่งตัวถือว่าดูดีค่อนไปทางเปรี้ยวผิดกับแม่เค้าที่ค่อนข้างจะสวยหวานกว่า เรียวปากสีแดงสดนั้นยิ้มกว้าง ดวงตาหันมามองสบตากับเค้า

“นี่น้องฟ้าใช่ไหมค่ะ?”

อรพินเอ่ยทัก ฟ้าพนมมือไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่ตามที่ได้ถูกสั่งสอนมาเป็นอย่างดี

“ตายแล้ว มารยาทดีมาก น่ารักกว่าตาน้ำอีกนะเนี้ย”

“อรก็พูดไป แล้วน้องน้ำไปไหนซะละ?”

“ยังไม่ตื่นนะ ให้แม่นมไปปลุกแล้วก็ไม่ยอมตื่น งอแงจะนอนต่ออย่างเดียว เอาแต่ใจไม่มีใครเกิน”

“หึหึ พูดแบบนี้ลูกมาได้ยินจะเสียใจเอานะ”

“ฉันอิจฉาเธอจริงๆ สอนลูกยังไงให้น่ารักได้แบบนี้เนี้ย”

สองสาวเริ่มต้นเข้าสู่วงการสนทนาประสาแม่ๆอย่างเต็มตัว ฟ้าจึงขออนุญาตออกไปเดินเล่นที่สวนด้านนอกแทน เค้าจำได้ว่าเห็นเหมือนมีแอ่งน้ำอยู่แว๊บๆ และพอเค้าเดินไปจนถึงก็เห็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่มีศาลาทรงไทยตั้งอยู่ตรงกลาง บนผิวน้ำมีดอกบัวผุดขึ้นมาเป็นหย่อมๆ ถึงแม้น้ำจะไม่ใสเหมือนในสระว่ายน้ำแต่ก็ไม่ได้ดูน่ากลัว ฟ้าทรุดตัวลงนั่งที่ขอบสระแล้วจ้องมองปลาที่แวกว่ายอยู่ในนั้น วันนี้อากาศดีมีเมฆมากทำให้ไม่มีแดดแรงๆให้ได้ร้อน สายลมเย็นพัดผ่านมาเป็นละลอกทำให้เส้นผมสีดำที่ถูกตัดให้เป็นทรงบ๊อบพริ้วไหวไปตามแรงลม

บ๊อกๆ

เสียงเห่าของลูกหมาดังขึ้นเรียกสติที่กำลังเหม่อลอยของเด็กน้อย ฟ้าหันไปมองตามเสียงก็เห็นลูกหมาขนฟูสีน้ำตาลอ่อนกำลังวิ่งเข้ามาหา ฟ้ายิ้มกว้างพอดีกับที่ลูกหมาตัวนั้นมาถึงตัว มันเข้ามาดมอยู่รอบๆตัวฟ้าพลางส่ายหางไปมา ฟ้ารวมเจ้าตัวเล็กเข้ามากอดก่อนจะขยี้หัวด้วยความเอ็นดู

“เป็นหมาของบ้านนี้ใช่ไหม ชื่ออะไรนะเรา?”

“บัดดี้”

แน่นอนว่าลูกหมาในอ้อมกอดไม่สามารถที่จะตอบเค้าได้แน่ๆ ฟ้าเงยหน้าไปมองยังต้นเสียงที่ดังตอบจนเห็นเด็กผู้ชายผมสั้นสีน้ำตาลอ่อนตาก็สีอ่อนเดินตีหน้านิ่งเข้ามาหาจนมาหยุดอยู่ตรงหน้าเค้าในที่สุด

“เธอเป็นลูกน้าเมย์เหรอ?”

ฟ้าขมวดคิ้วกับการเรียกเค้าว่า ‘เธอ’ แต่ก็ยังพยักหน้าให้

“ไหงเราต้องมาเป็นเพื่อนกับผู้หญิงด้วยเนี้ย น่าเบื่อจริง”

ฟ้านึกขัดใจขึ้นมาทันที

“เราพึ่งรู้นะว่าผู้หญิงกับผู้ชายเป็นเพื่อนกันไม่ได้”

“ใช่ไง เดี๋ยวอนาคตมันก็มีเรื่องรักๆใคร่ๆกันมาแทรกจนทำให้เสียเพื่อน”

ท่าทางเด็กคนนี้จะมีภาวะทางสมองก้าวล่ำกว่าอายุไปเยอะหรือไม่ก็ดูหนังดูซีรี่ย์มากจนเกินไป

อืม น่าจะเป็นอันหลังซะมากกว่านะ

“ถ้างั้นที่ผู้ชายกับผู้ชายเป็นเพื่อนกันได้เพราะไม่ต้องมีเรื่องรักๆใคร่ๆเข้ามาให้เสียเพื่อนใช่ไหม?”

ลองเล่นด้วยสักหน่อยคงน่าสนุก

“ฉลาดเหมือนกันนี่”

ฟ้าเบ้ปากก่อนจะลุกขึ้นยืน

“งั้นเราก็เป็นเพื่อนกันได้”

ฟ้าพูดด้วยรอยยิ้ม น้ำหันควับมาจ้องหน้าคนหน้าหวานทันที

“ก็พูดอยู่เมื่อกี้ว่าเป็นไม่ได้”

“เราเป็นผู้ชาย”

คราวนี้น้ำถึงกับตาเบิกกว้างอ้าปากพะงาบๆเหมือนพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

“จริง!?”

ฟ้าพยักหน้ารับ

“พิสูจน์ดูไหมละ?”

“ยังไง?”

ฟ้ายิ้มกว้างก่อนจะดึงมือเพื่อนใหม่มาจับลงที่เป้ากางเกง น้ำถึงกับกลืนน้ำลายไปเอือกใหญ่ๆ

“เชื่อรึยัง?”

น้ำพยักหน้ารับ

“เด็กๆ มากินขนมกันเร็ว”

เสียงผู้ใหญ่เรียกทำให้ฟ้าละความสนใจจากน้ำไปชั่วครู่ น้ำเองก็เริ่มตั้งสติใหม่

“ไปกินขนมกัน”

น้ำเอ่ยชวนพลางยื่นมือมาให้เหมือนจะพาเดินเข้าไปยังบ้่นของตน ฟ้ายิ้มกว้างจนตาหยี่

“อืม”

เค้าตอบเสียงสดใสและความเป็นเพื่อนก็เริ่มต้นขึ้นหลังจากนั้นเป็นต้นมา














“ฟ้า”

ฟ้าลิมตาขึ้นมองคนเรียก คนตรงหน้ายิ้มกว้างก่อนจะก้มลงมาประทับจูบลงตรงหน้าผากมล

“อรุณสวัสครับ”

คนตรงหน้าเอ่ยทัก ฟ้ามองดูจนรู้ว่าเจ้าตัวอาบน้ำแต่งตัวเตรียมจะออกไปทำงานแล้วจึงพยุงร่างที่เต็มไปด้วยรอยรักขึ้นนั่งพิงที่หัวเตียง

“พี่แบงค์จะไปทำงานแล้วเหรอครับ?”

ฟ้าเอ่ยถามเสียงติดแหบเล็กน้อย สงสัยเมื่อคืนคงใช้เสียงมากเกินไปแฮะ

“ใช่ครับ เราจะนอนต่อก็ได้นะแต่เมื่อคืนเห็นเราบอกว่ามีเรียนพี่เลยต้องปลุก”

“ตอนนี้กี่โมงแล้วครับ?”

“พึ่งเจ็ดโมงกว่าครับ”

“งั้นผมออกไปพร้อมพี่ดีกว่า พี่ไปส่งผมที่คอนโดหน่อยนะ”

ฟ้าอ้อนและแน่นอนว่าคนตรงหน้าต้องใจอ่อน เวลาฟ้าอ้อนใครคนๆนั้นมันจะใจอ่อนและยอมเค้าเสมอ จะมีก็แค่น้ำเท่านั้นที่ทนทานต่อแรงอ้อนของเค้าได้

“อาบน้ำเลยไหม?”

“ไม่ครับ ล้างหน้าแปรงฟันพอ เดี๋ยวไปอาบที่ห้อง”

คนอายุมากกว่าพยักหน้ารับแล้วปล่อยให้หนุ่มหน้าหวานเดินเปลือยไปยังห้องน้ำ เค้าแอบใจเต้นอยู่ในอกเมื่อเห็นร่างบางระหงส์และผิวที่ขาวจัด เสน่ห์ของคนๆนี้เหลือล้นจริงๆ

ฟ้ามาถึงคอนโดภายในเวลาไม่นานโดยที่แบงค์มาส่งถึงด้านหน้าคอนโดตามที่เค้าบอก แบงค์คือคนที่พึ่งเจอกันเมื่อคืนที่ไปเมากับพวกเพื่อนและพอสปาร์คกันได้เข้ากันดีคุยกันรู้เรื่อง เค้าเลยขอตัวกลับก่อนโดยไม่ได้บอกใครว่ากลับไหน น้ำเองก็ติดสาวอยู่เลยไม่ได้โยเยอะไรทางเลยโล่งไม่ต้องมาหลบคำถามคำเทศจนได้รอยมาเต็มตัวอย่างที่เห็น

“หือ”

ฟ้าเลิกคิ้วอุทานเบาๆเมื่อเห็นรองเท้าส้นเข็มสีแดงสดถูกถอดระเกะระกะอยู่กับรองเท้าหนังที่เค้ารู้ดีว่าเป็นของใคร ฟ้านิ่งไปนิดพยายามสอดส่องสายตาดูด้านในแต่ทุกอย่างยังคงเงียบกริบ เค้าถอดรองเท้าของตัวเองแล้วเอาเก็บเข้าชั้นด้านข้างก่อนจะเดินตรงเข้าไปยังห้องนอนของตนที่เป็นห้องนอนใหญ่ เค้าคิดถูกที่ซื้อคอนโดที่มีสองห้องนอน ถึงแม้ทุกคนจะถามว่าซื้อเผื่อใครมาอยู่ด้วยแต่เค้าก็ไม่ได้บอก ไอ้ตัวการมันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเค้าซื้อแบบนี้ก็เพื่อมัน

แต่ไม่ใช่เพื่อให้มันเอาสาวมานอนกกแบบนี้หรอกนะ

ปึง!

ฟ้าปิดประตูห้องน้ำแล้วพาตัวเองไปยืนท่ามกลางสายน้ำอุ่นๆจากฝักบังด้านบน ผมยาวสีดำขลำลู่ไปตามแผ่นหลังเนียน ผิวที่ขาวจัดมีสีแดงระเรื่อขึ้นเมื่อสัมผัสกับความอุ่นร้อนของสายน้ำ ใบหน้าหวานแหงนขึ้นรับความไหลหลั่งจากสายน้ำเบื้องบน ปล่อยให้มันไหล่ลงไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะน้ำจากฝักบัวหรือน้ำตาจากดวงตาหม่นดวงนี้

เมื่อไหร่มันจะหายไปสักทีนะ ไอ้ความรู้สึกแบบนี้

ผ่านไปร่วมชั่วโมงฟ้าจึงจัดการทุกอย่างจนเรียบร้อย ร่างบางอยู่ในชุดนักศึกษากึ่งเป็นทางการเพราะเค้าไม่ชอบผูกไท แขนเสื้อก็ถูกพับขึ้นมาจนถึงข้อศอก ผมยาวถูกเป่าดรายจนแห้งเรียงตัวยาวสลวยเช่นเดิม ฟ้ามีเรียนสิบโมงครึ่งตอนนี้อีกสิบนาทีจะเก้าโมงฉะนั้นเค้ายังเหลือเวลาให้ไปสู้รบกับการจราจรมากพอสมควร

“มีเรียนเหรอ?”

ทันทีที่เปิดประตูห้องนอนออกไปเสียงของเพื่อนสนิทก็ดังทักขึ้น ฟ้าหันไปมองคนพูดที่นั่งยกน้ำส้มขึ้นดื่มด้วยท่าทีชิลๆแล้วก็อดหมั่นไส้ไม่ได้

“เมื่อคืนหนักรึไง ตื่นสายเชียวนะ”

“หึ ก็พอตัว”

“แล้วผู้หญิงละ ไม่ออกมาทานมื้อเช้าด้วยกันเหรอ?”

“กลับไปแล้ว”

“อ้อ”

“ว่าแต่ฟ้าเหอะ”

“เราทำไม?”

“เมื่อคืนไปกับใคร?”

ฟ้าแอบหลบตาโดยการเดินหนีไปเปิดตู้เย็นหยิบนมเทใส่แก้วแล้วยืนดื่มมันหน้าตู้นั้นแหละ

“ฟ้า”

“อะไรเล่า”

“คนใหม่ใช่ไหม?”

“อืม”

“หวังว่าคงไม่เหมือนครั้งที่แล้วอีกหรอกนะ”

“ไม่หรอกน่า คนนี้เค้าเป็นผู้ใหญ่ ใจดีมากด้วย”

“ก็ดี”

“……”

ฟ้าถึงกับชะงักมือที่กำลังวางแก้วไว้ที่ซิงค์ ถึงจะไม่ชอบฟังน้ำบ่นแต่การได้ยินการแสดงความยินดีด้วยแบบนี้เค้ากลับไม่ชอบยิ่งกว่า

“ไปแล้วนะ ฝากล้างแก้วด้วยแล้วกัน”

“ได้ๆ”

ว่าแล้วฟ้าก็เดินถือกระเป๋าเป้ของตนตรงไปยังประตูหยิบรองเท้ามาสวมก่อนจะรีบออกจากห้องไปในที่สุด

น้ำได้แต่มองตามคนรีบร้อนไปจนได้ยินเสียงบานประตูปิดจึงลุกขึ้นมาจัดการล้างแก้วทั้งของตนและของเจ้าของห้อง ภาพที่เค้าเห็นฟ้าเดินจับมือกับผู้ชายคนใหม่ออกจากบาร์ตรงไปยังรถของอีกฝ่ายยังเด่นชัดอยู่ในหัว ฟ้าคงไม่รู้หรอกว่าเค้าเห็นเพราะเค้าแอบมองจากทางด้านบนโดยที่ฟ้าไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง จู่ๆแก้วในมือก็หลุดร่วงลงด้านล่างเกิดเสียงดังสนั่นจนเจ้าตัวสะดุ้งโหย่ง

“ให้ตายสิ ทำแก้วตกแตกอีกจนได้”









“ฟ้า”

คีย์เอ่ยเรียกเพื่อนหน้าหวานที่กำลังซุกหน้าลงกับแขนตัวเองเหมือนนอนหลับทั้งๆที่เค้าก็รู้ว่าฟ้าไม่มีทางหลับเวลาอยู่ข้างนอกแบบนี้ ฟ้าเงยหน้าขึ้นมามองคีย์พอรู้ว่าเป็นเพื่อนเลยยืดตัวขึ้นบิดขี้เกียจนิดหน่อยก่อนจะหันไปยิ้มจางแต่ผู้คนรอบข้างหน้าเคลิ้มกันเป็นแถบ ตอนนี้พวกเค้าอยู่ที่ม้านั่งใต้ถุนตึกคณะซะด้วยสิ คนเพียบเลย

“หิววะ ไปกินข้าวกันเหอะ”

“มื้อไหนกันเนี้ย เอานี่เรามีแซนวิชทูน่า”

“ขอบใจ”

ฟ้ารับแซนวิชจากคีย์มาแล้วแกะกินทันที แค่นมแก้วเดียวก่อนออกมามันจะไปอยู่ท้องอะไร จริงๆแล้วถ้าน้ำไม่มาพูดนั้นพูดนี่ด้วยฟ้าอาจจะใจดีทำมื้อเช้าทานด้วยกันแต่มันดั๊นมีเรื่องให้หงุดหงิดก่อนนี่สิ

“ดูเหมือนอารมณ์เสีย ทำไม ผู้ชายคนเมื่อคืนไม่ถึงใจเหรอ?”

คีย์ถามแซวๆแต่ฟ้ากลับพยักหน้ารับ

“เห้ย! จริงดิ?”

“ล้อเล่น”

“ไอ้ฟ้า!”

“หึหึ ถึงขั้นขึ้นไอ้ด้วยเว้ย”

“ทำเป็นเล่นไป แล้วตกลงเป็นไร?”

“น้ำมันพาสาวมากกที่ห้องแล้วเมื่อเช้าก็พูดไม่ถูกหูเท่าไหร่”

“อ้อ”

คีย์พยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจ เอาตรงๆก็คือเข้าใจไปถึงแก่นแท้ชนิดที่เจ้าเพื่อนตัวดีมันยังไม่ยอมรับตัวมันเองเลยด้วยซ้ำ

“แกก็พาผู้ชายขึ้นห้องไปประชันกับมันเลยดิ”

“บ้าเหรอ เราไม่เคยพาผู้ชายขึ้นห้องเว้ย และจะไม่พาใครขึ้นไปด้วย”

ถึงแม้ฟ้าจะมีคู่ควงมากมายแต่เค้าก็ไม่เคยพาใครขึ้นไปข้างบนเลยสักคน อย่างมากก็ให้มาส่งที่หน้าคอนโดเหมือนอย่างเมื่อเช้า ดีที่ระบบรักษาความปลอดภัยของคอนโดอยู่ในระดับสูง แม้แต่ลิฟท์คนที่จะใช้ได้ยังต้องมีคีย์การ์ดซะด้วยซ้ำ

“แต่มึงพาน้ำเข้าห้อง”

“มันเป็นเพื่อน”

“เหรอออออ”

“เยอะวะคีย์”

“ใครกันแน่ที่เยอะ เยอะจนกินเวลาไปกี่ปีแล้วละ”

ฟ้าถึงกับพูดไม่ออก เค้างับแซนวิชชิ้นสุดท้ายเข้าปากเคี้ยวแก้มตุ้ยก่อนจะกลืนแล้วหยิบน้ำเปล่าข้างตัวมากระดกขวดจนหมดเกลี้ยง

“ไปเรียนกันเถอะ”

“หึ เบี่ยงประเด็นเรื่อย หนีให้มันได้ตลอดนะฟ้า แต่จำไว้ว่าหนีอะไรก็หนีได้ แต่หนีใจตัวเองไม่ได้หรอก”

“ครับๆท่านอาจารย์ครับ กระผมจะจำไว้จนวันตายเลยครับ”

“ให้มันจริง”

สองหนุ่มหัวเราะครื่นเครงไปจนถึงลิฟท์ ฟ้ากดเรียกไม่นานลิฟท์ก็มา

“รอด้วยครับ!”

เสียงตะโกนดังขึ้นเมื่อฟ้าและคีย์เข้าไปข้างในแล้วเตรียมตัวจะกดปิด ฟ้ารีบกดเปิดค้างไว้จนบุคคลที่ร้องเรียกเมื่อครู่เข้ามาภายในด้วยอาการหอบแถมยังมีเหงื่อผุดเต็มไปหมด

“ขอบคุณ”

ฟ้าพึ่งเห็นหน้าคนนี้ชัดๆก็ตอนที่เค้าหันมาขอบคุณ บอกตามตรงว่าหล่อพอสมควรแต่ก็ยังไม่สู่น้ำอยู่ดี น้ำมันหล่อเข้มมาดแมนสไตล์ของนอกตัวบึกๆแต่คนนี้ออกแนวไอดอลเอเชียร่างเล็กกว่าหน้าตาดูอบอุ่นใจดีกว่าด้วย

“วิ่งมาจากไหนละเนี้ย เหงื่อเต็มเลย”

“โรงจอดรถนะ นี่เลทมาสิบห้านาทีแล้วด้วย”

“เรียนกับอาจารย์อะไร?”

“ศุภาวิณี”

“โห้ อาจารย์แม่เลยเว้ย รับรองเข้าห้องไปได้เจอเสียงหวีดร้องชนิดสิบแปดหลอดยังน้อยไปเลย”

คีย์พูดขึ้นบ้างอย่างนึกสนุกและก็ได้ผล คนเข้าสายถึงกับหน้าสลดเสียจนฟ้าอดหัวเราะขำไม่ได้

“อ๊ะ โทษที”

ฟ้าพูดเมื่อเห็นว่าดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาที่เค้าเขม่ง

“ผมชื่อต้น ศิลอุต(ศิลปอุตสาหกรรม)ปีสอง คุณละ?”

ฟ้าเลิกคิ้วชี้นิ้วเข้าหาตัว ต้นเลยพยักหน้ายืนยันให้อีกที

“ฟ้า สถาปัตภายใน(สถาปัตยกรรมภายใน)ปีสองเหมือนกัน”

“ดีเลย งี้ก็เป็นเพื่อนกันได้ดิ”

“หึ อยากเป็นเพื่อนหรือมากกว่านั้นกันแน่นะ”

คีย์พูดขึ้นจนต้นเลิกลักหันไปมอง

“อ่า โทษที แล้วคุณ..”

“ก็นึกว่าจะไม่ถาม เราชื่อคีย์ เรียนเหมือนฟ้านั่นแหละ”

“อ้อ”

“แล้ว…”

“ครับ?”

“นายต้องไปเรียนชั้นไหน?”

เท่านั้นแหละ ต้นหันควับไปมองที่จอตัวเลขชั้นแทบไม่ทัน ตอนนี้มันขึ้นมาจนถึงชั้นบนสุดที่ฟ้าและคีย์ต้องออกไปเรียนแล้วด้วย ต้นอ้าปากค้างเมื่อรู้ว่าตัวเองลืมกดชั้น ฟ้าหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้งก่อนจะก้าวเดินนำหน้าคีย์ออกไปจากลิฟท์

“ฟ้า!”

คนด้านในร้องเรียกเค้าซะเสียงดัง ฟ้าหันไปมอง

“แล้วเจอกันนะ”

ฟ้าไม่ตอบอะไรแต่หันหน้ากลับมาเดินตรงไปยังห้องเรียนต่อ

“เสน่ห์แรงไม่เคยเปลี่ยน”

คีย์บ่นอุบส่วนฟ้าก็ไหวไหล่ไม่สนใจ

“แล้วดูมันพูดนะ มั่นใจซะเหลือเกินว่าจะได้เจอแกอีก”

“ก็ไม่รู้สินะ”

“ไหนบอกไม่เล่นคนในมหาลัย?”

“ก็ไม่ได้จะเล่นซะหน่อย”

“งั้นจริงจัง?”

“ก็เปล่าอีกนั้นแหละ”

“เอาดีๆดิไอ้ฟ้า”

คีย์ชักมาน้ำโหกับเพื่อนหน้าหวานแต่ชอบกวนอารมณ์เป็นที่หนึ่ง

“ไม่ได้ยินเหรอที่เค้าบอกว่าเป็นเพื่อนกันได้นะ?”

ฟ้าพูดขึ้นเมื่อเดินตามคีย์เข้าไปนั่งในที่ประจำเป็นที่เรียบร้อย

“แล้วไง?”

“ก็ผู้ชายด้วยกันมันเป็นได้แค่เพื่อน”

“อย่ามาดราม่าฟ้า เกย์คนอื่นเค้าก็คบกันเยอะแยะไป”

“แต่ถ้าเริ่มจากเพื่อน มันก็อีกกรณีไง”

“เช่นไอ้น้ำ”

“หึ”

“ถ้าต้นมันพุ่งเป้ามาบอกว่าขอจีบแกเลย แกคงตกลงละสิ”

“ก็ไม่รู้สินะ”

“ให้ตายเถอะฟ้า อย่าเอาเรื่องยุ่งมาใส่ตัวจะได้ไหมวะ ถ้าจะไปกับต้นก็ปล่อยๆไอ้ความรู้สึกเดิมๆนั้นได้ละ แต่ถ้าแกยังเก็บมันไว้ มันก็จะเข้าอีหรอบเดิมนะ”

ฟ้าได้แต่นิ่งฟัง

“เราพยายามแล้ว”

“แต่ก็ตัดไม่ได้”

ฟ้าเสมองออกนอกหน้าต่างแทนคำตอบ

“งั้นก็บอกมันไปตรงๆ”

“บอกก็ไม่ได้”

“บอกไปเถอะ ถึงมึงจะเจ็บกลับมามากมายขนาดไหนก็ยังดีกว่าเจ็บเรื้อรังต่อไปตลอดชีวิตนะเว้ย”

ฟ้าได้แต่ลอบถอนหายใจ คีย์เองก็พูดถูก ฟ้าเองก็รู้อยู่แก่ใจ

แต่ว่า…

…มันก็ยังทำไม่ได้อยู่ดี



Tbc…

สวัสดีกับเรื่องใหม่ของไรท์ค่ะ เรื่องนี้ดราม่ามาเต็ม ไรท์อยากเขียนดราม่าแบบสุดจิตสุดใจดูบ้างนะค่ะ เลยกลายมาเป็นเรื่องนี้ไปโดยปริยาย ยังไงก็ขอบคุณสำหรับการติดตามและกำลังใจนะค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-11-2016 00:57:41 โดย MyMinT1990 »

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7744
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
น้ำ ฟ้า ถึงอยู่คนละที่
แต่มีที่เจอกันได้นะ ที่ขอบฟ้าไง
กับมีแต่น้ำฝนที่หล่นจากฟ้าลงมาสู่น้ำข้างล่าง
เหมือนน้ำตาฟ้าที่ไหลเพราะน้ำ
น้ำ ฟ้า ที่เป็นคนก็อยู่ข้างๆ กัน
จะเปลี่ยนสถานะได้มั้ยนะ
      :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ oilzaza001

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 626
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
ช่วงนี้เจอแต่เรื่องดราม่าาา  :katai1: :katai1:

ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
◑  MAKE FRIEND ◐ 
★ เพื่อน ● รัก★

2





ครืน ครืน

ฟ้าเหลียวไปมองโทรศัพท์สีขาวยี่ห้อดังของตนเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงสั่นระดับ 2.4 ริกเตอร์(เวอร์วัง) เค้ากดยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นชื่อแอคไลน์ของผู้ที่ส่งมาหา

พี่น้ำคนจริงไม่ซิงแต่อร่อย เที่ยงนี้กินข้าวไหน?

ฟ้าเห็นชื่อแอคครั้งแรกแทบขำกลิ่ง ไม่รู้เพื่อนสนิทคนนี้มันมั่นหน้ามากจนเกินไปหรือว่าบ้ามากถึงมากที่สุดกับแน่

NamFha ยังไม่รู้ อยากกินอะไรละ?

ฟ้าพิมพ์ตอบกลับไป เป็นปกติที่พวกเค้าทั้งสี่คนจะรวมตัวกินมื้อเที่ยงด้วยกันในวันที่ต้องเข้ามหาลัย

พี่น้ำคนจริงไม่ซิงแต่อร่อย ปลาดิบ
NamFha ฟูจิ?
พี่น้ำคนจริงไม่ซิงแต่อร่อย ได้ หรืออยากไป ZEN
NamFha ฟูจิแหละ แต่น้ำจะเข้าเรียนทันเหรอ เริ่มบ่ายตรงไม่ใช่รึไง?
พี่น้ำคนจริงไม่ซิงแต่อร่อย ทันสิ เราจะเอานินจาไป
NamFha ตอนนี้อยู่บ้าน?
พี่น้ำคนจริงไม่ซิงแต่อร่อย ใช่ กลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
NamFha ฝากความคิดถึงให้ป้าอรด้วยสิ ลุงสเวนไม่อยู่บ้านใช่ไหม?
พี่น้ำคนจริงไม่ซิงแต่อร่อย แด๊ดไม่อยู่บ้านเหมือนเคยแหละ เดี๋ยวบอกมัมให้ว่าลูกชายคนเล็กคิดถึ๊งคิดถึง

ฟ้าหลุดหัวเราะออกมานิดหน่อยเมื่ออ่านจบ แม่ของน้ำหรือก็คือป้าอรเอ็นดูเค้าเหมือนเป็นลูกชายคนเล็กของบ้าน พอไปหาแต่ละทีเล่นประคบประหงมเสียจนลูกชายแท้ๆบ่นอุบว่าแม่ลำเอียง แต่ถ้าน้ำไปบ้านฟ้าก็โดนพ่อเค้ากั๊กตัวให้อยู่คุยด้วยตลอด พ่อชอบความแมนๆตัวโตๆของน้ำมากกว่าร่างสูงโปร่งบางอย่างฟ้า

NamFha งั้นเจอกันที่ฟูจิเลย ขับรถระวังด้วย
พี่น้ำคนจริงไม่ซิงแต่อร่อย สติกเกอร์โอเค

ฟ้าปิดล็อคหน้าจอแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม พอหันกลับไปสนใจอาจารย์หน้าชั้นเรียนอีกครั้งคีย์ก็สกิดไหล่ยิกๆ

“มีอะไร?”

คีย์ไม่ตอบแต่ยื่นโทรศัพท์ของตัวเองมาให้ฟ้าดู มันเป็นภาพของเค้าขณะที่กำลังฟุบหน้าลงกับแขนตัวเองแต่ก็ยังมีอีกเสี้ยวหน้าที่โผล่ขึ้นมาเผยความขาวกระจ่างใสของผิว มันเป็นภาพในมุมแอบถ่ายที่ลงในเพจคิ้วบอยของมหา’ลัย ฟ้ามีรูปในนั้นเยอะแยะเลยทำให้ยอดขอแอดเฟรนในเฟสและนอดฟอลโล่ในไอจีก็เพิ่มขึ้นทุกวัน

“แล้วไง?”

“อ่านคอมเม้นต์รึยัง?”

ฟ้าหันกลับไปดูอีกครั้ง


SSaSiKan ผิวสวยเวอร์ขนาดหญิงแท้ยังอาย
Mamay พี่ฟ้าสวยเสมอค่ะ ขนาดหลับเห็นแค่เสี้ยวหน้านู๋ยังเคลิ้ม
กรรรรกร ผมนั่งถัดไปอีกสามโต๊ะ รู้ด้วยว่าใครเป็นคนถ่าย 555
NumBer.1 เมื่อคืนไม่ได้นอนละสิ

ฟ้าขมวดคิ้วมุ้ย คอมเม้นท์สุดท้ายนะเป็นชื่อเฟสของน้ำ แต่ร้อยวันพันปีน้ำไม่เคยจะมาคอมเม้นท์รูปเค้าสักครั้ง ส่วนมากก็ไลท์อย่างเดียว แต่ทำไมมาคอมเม้นท์ที่รูปนี้ละ แถมยังเป็นคำพูดแซวที่ออกจะกำกวมอยู่นิดๆหน่อยๆ

KiTTy แก๊ พี่น้ำเค้ารู้อะไรอะแก๊
O-por ฉันไม่อยากจะจิ้นแต่มันหยุดฟินไม่ได้เลยค่ะ อร๊ายยยย
วันวัน พี่น้ำช่วยพูดให้เคลียร์ทีค่ะ อะไรยังไงกันน๊า

นั้งไง กระแสรีแอคชั่นคู่จิ้นน้ำฟ้าได้กลับมาแล้ว จริงๆเรื่องคู่จิ้นมันก็มีมาสักพักเพราะเราสองคนค่อนข้างจะอยู่ด้วยกันบ่อยๆแถมยังสนิทกันถึงขั้นสกินชิปแบบไม่แคร์สายตาใคร แล้วชื่อเฟสของฟ้ายังเป็น ‘NumFha’ เหมือนกับไลน์อีกด้วย เลยได้โดนเพ้งเล็งไปในที่สุด

“หน้าแดงละ”

คีย์เห็นใบหน้าหวานค่อยๆมีสีแดงระเรื่อขึ้นก็อดที่จะแซวไม่ได้

“พูดมาก”

ฟ้าเลิกอ่านแล้วส่งโทรศัพท์คืนให้คีย์

“เออ เที่ยงนี้ไปกินฟูจิกัน”

“คิดไงไปกินข้างนอกเนี้ย ห้างออกจะไกลแถมรถยังเยอะ”

“น้ำมันอยากกินปลาดิบ”

“อ้อ ตามใจกันจริ๊ง”

“เราก็อยากกินด้วยแหละ”

“เหรอออออ”

“เงียบน่า ตั้งใจเรียนกันได้ละ”

คีย์หัวเราะเสียงแผ่วก่อนจะหันไปมองยังอาจารย์ที่คอยสไลด์ภาพบนจอโปรเจ็คอยู่เรื่อยๆ พวกเค้าเรียนกันไปเงียบๆจนกระทั่งหมดคาบในช่วงเวลาเที่ยงพอดี ฟ้าจึงเดินนำออกไปยังลิฟท์เพื่อลงไปยังชั้นล่าง วันนี้คีย์ไม่ได้เอารถมาเพราะงั้นพวกเค้าจึงต้องออกไปด้วยมินิสีแดงสดของฟ้า

ชื่อฟ้าแต่ชอบสีแดง

ทุกครั้งที่เห็นรถตัวเองฟ้าจะนึกถึงคำพูดนี้ขึ้นมา แล้วรอยยิ้มก็ฝุดขึ้นบนใบหน้าเมื่อคิดถึงภาพคนที่พูดไปด้วย น้ำเคยท้วงเมื่อตอนที่พากันไปเลือกรถ ตอนนั้นเถียงกันแทบตายเรื่องสีของรถเพราะน้ำอยากให้ฟ้าใช้สีโมโนโทนธรรมดาจะได้ไม่เด่นไปกว่านี้อีกอย่างคือน้ำชอบสีเทาดำ ส่วนฟ้านั้นชอบสีสด ยิ่งสีแดงแบบนี้ยิ่งถูกใจ

“ฟ้าครับ”

ยังไม่ทันได้เดินถึงรถเสียงเรียกชื่อฟ้าก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ฟ้าและคีย์หันกลับไปมองพร้อมๆกันจนเห็นต้นกำลังวิ่งเหยาะๆเข้ามาหาท่าทางเหมือนพึ่งจะเรียนเสร็จเหมือนกัน

“ว่าไง”

ฟ้าเอ่ยเมื่อต้นเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าแต่ก็ยังไม่พูดอะไรเพราะมัวแต่หอบแฮกอยู่

“ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันไหม เดี๋ยวเราเลี้ยง”

“โห สายเปย์ซะด้วย”

คีย์แซวเสียงแผ่วเรียกสายตาตวัดดุของเพื่อนไปทีหนึ่ง ส่วนต้นเองก็ได้แต่ยืนเกาท้ายทอยแก้เก้ออยู่ตรงหน้า

“ขอบใจที่ชวนแต่เรามีนัดแล้วนะ”

“อ่า...งั้นเหรอ....”

คนตรงหน้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากฟ้าจะนิ่งจนน่าปวดใจแล้วก็มีแต่คีย์เท่านั้นที่หัวเราะคิกคักเหมือนเจอเรื่องอะไรน่าขำนักหนา

“งั้นไว้คราวหน้าก็ได้ แล้วเจอกันนะ”

“อืม”

“จริงนะ ห้ามผิดคำพูดนะ”

ฟ้าเลิกคิ้วเมื่อเห็นสีหน้าจากสลดอยู่เมื่อกี้แปรเปลี่ยนเป็นหน้าชื่นตาบานทันทีที่เค้าตอบรับ ฟ้ากดยิ้มบางๆแต่กลับทำให้คนมองหัวใจเต้นระรัว

“งั้นขอเบอร์ฟ้าหน่อยสิ”

“หืม ขอเบอร์เพื่อนเรางี้ จะจีบเพื่อนเราเหรอต้น?”

คีย์แกล้งถามให้ต้นเขินเล่นๆแต่กลับผิดคาดเมื่อต้นตอบกลับมาหน้ายิ้มแป้น

“ใช่”

ฟ้าถึงกับนิ่ง นั้นไงละ ผิดอย่างที่คิดซะเมื่อไหร่

“โคตรตรงเลยเว้ย แต่โทษทีนะ เพื่อนเราไม่คบกับคนในมหาลัยวะ”

“ถ้าเราย้ายมหาลัยแล้วฟ้ายอมคบด้วยเราก็จะทำนะ”

ฟ้าถึงกับหลุดขำ

“อย่าเวอร์น่าต้น”

“เราพูดจริง”

“งั้นเราถามอย่างหนึ่งสิ”

“ได้ ว่ามาเลย”

“ทำไมถึงจีบเรา?”

“ก็ชอบไง ไม่ชอบจะจีบเหรอ?”

ฟ้าส่ายหัวเนืองๆ

“แค่ชอบมันไม่พอหรอกต้น การคบกันเป็นแฟนกัน มันต้องมีความรู้สึกที่มากกว่านั้น เราเจอกันแค่ครั้งสองครั้งต้นอย่าพึ่งมาปักใจกับเราเลย ลองกลับไปคิดดูดีๆแล้วกันนะ เราไปละ”

พูดจบฟ้าก็กดรีโมตรถปลดล็อคแล้วเปิดประตูรถทันที ฟ้าแทบไม่มองมายังต้นอีกเลยในขณะที่ต้นมองฟ้าอย่างไม่ละสายตา

“โทษทีนะพวก เราช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ”

คีย์พูดกับต้นพร้อมตบไหล่กว้างปุๆแล้วจึงเดินตามเข้าไปในรถ ฟ้าที่สตาร์ทรถรออยู่ก่อนแล้วจึงเลือนถอยหลังและขับออกไปในที่สุด ฟ้ามีลางสังหรว่าต้นต้องไม่เลิกล้มไปเพียงเพราะคำพูดไม่กี่ประโยคของเค้าแน่ แววตาแน่วแน่นั้นจ้องมองมาที่เค้าตรงๆพร้อมเอ่ยปากพูดอย่างชัดเจนเหมือนไม่มีอะไรมาขัดขวางเจ้าตัวได้

น่าอิจฉา

สิบกว่านาทีต่อมาฟ้าและคีย์ก็มาถึงห้างในที่สุด เวลาเที่ยงในวันธรรมดาถึงคนจะไม่เยอะมากแต่ก็มีเดินกันให้ควักอยู่ดี ฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา เที่ยงจะครึ่งแล้วแต่พวกเค้าพึ่งถึง ป่านนี้น้ำกับเคนคงรอจนท้องไส้ปั่นป่วนไปแล้วละมั่ง

“ฟ้า เดินช้าๆก็ได้เดี๋ยวก็ชนคนอื่นเค้าหรอก”

“โทษที”

“ร้อนใจขนาดนั้น?”

“อืม กลัวพวกนั้นรอนานไง”

“โอ้ย พวกมันปล่อยให้เรารอเป็นชั่วโมงยังมีเลย อย่าไปคิดมากดิ ถือซะว่าแก้แค้นมันไง”

ฟ้าพยักหน้ารับแล้วตั้งหน้าเดินไปยังร้านต่อไป ไม่นานก็มาถึง พอเข้าไปด้านในฟ้าก็สอดส่องมองหาน้ำทันที ไม่นานก็เจอเพราะเคนหันมาเห็นแล้วชูไม้ชูมือเรียก

“กว่าจะมาได้”

เป็นไปตามคาด น้ำบ่นอุบทันทีที่น้ำกับคีย์เข้ามานั่งที่ฝั่งตรงข้าม

“โทษที รถเยอะนะ”

“ช่างเถอะ เราสั่งไปแล้วนะ น่าจะใกล้มาแล้วแหละ”

ฟ้าพยักหน้ารับ เค้าไม่ได้เรื่องมากอะไรกับมื้ออาหารอยู่แล้วถ้าตราบใดที่ไม่มีสิ่งที่เค้าแพ้นั้นก็คือเห็ด ไม่นานอาหารก็ทยอยมาเสิร์ฟอย่างที่น้ำบอก ฟ้ามองรายการอาหารที่เต็มจนแทบล้นแล้วก็อดที่จะมองค้อนคนสั่งไม่ได้

“อะไร? ไม่ต้องมามองเราแบบนั้นเลยนะฟ้า”

“สั่งมาเนี้ย คิดว่ากินหมดไหม?”

“ไม่หมดก็มีตัวช่วย”

“อะไร?”

“ฟ้าไง”

“เราก็คน ไม่ใช่ตัวกำจัดของเหลือ”

“เอาน่าๆ อย่าพึ่งโมโหหิวดิ กินเลยๆ นี่กุ้งเทมปุระ อ้อ นี่ๆไข่ตุ๋นของโปรด”

ฟ้าถึงกับอ่อนลงเมื่อได้ยินชื่อของโปรดของตนออกมาจากปากคนตรงข้าม น้ำรู้ดีว่าเค้าชอบอะไรและไม่ชอบอะไรเนื่องจากอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก แน่นอนว่าฟ้าก็รู้ว่าน้ำชอบหรือไม่ชอบอะไรเช่นกัน ทั้งสี่คนกินไปคุยกันไปประสาเพื่อนจนเกือบหมดและใกล้บ่ายเข้าไปทุกที

“น้ำไปก่อนเลยก็ได้ ใกล้บ่ายแล้วนะ”

ฟ้าบอกเพราะตนกับคีย์ว่าจะดูหัวต่อรอเรียนอีกวิชาตอนบ่ายสาม

“เอางั้นก็ได้”

น้ำรับคำแล้วลุกขึ้นยืน แต่ทว่าเจ้าตัวกลับไม่ได้เดินออกจากร้านไปแต่อย่างใด น้ำเดินไปหยิบทิชชู่ที่มุมโต๊ะก่อนจะเอามาเช็ดขอบปากด้านล่างให้เพื่อนสนิทที่กินเลอะแทบจะทุกครั้งที่กินข้าวด้วยกัน

“ขอบใจ”

“ไม่เป็นไร”













“ฟ้า”

คีย์เอ่ยเรียกเพื่อนหน้าหวานเมื่อหนังในจอได้จบไปสักพักแต่ฟ้ายังคงนั่งนิ่งอยู่เหมือนเดิม

“ว่า?”

“เหม่ออยู่เหรอ หนังจบแล้วนะ”

“อ้าวเหรอ โทษที”

ฟ้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะบิดซ้ายบิดขวาแก้อาการเมื่อยเนื้อตัวก่อนจะเดินนำออกจากโรงหนังไปยังด้านนอก เค้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเป็นเวลาบ่ายสองครึ่งแล้วจึงตัดสินใจกลับเข้ามหาลัยเลย คีย์เองก็ไม่ขัด พวกเค้ากลับมาถึงตึกเรียนในเวลาไม่นานและสิ่งที่ทำให้เค้าทั้งคู่ต้องตกใจอีกคือคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะหน้าตึก ต้นนั่งเล่นมือถืออยู่ตรงนั้นมาสักพักใหญ่ๆพอเค้าเห็นคนที่รอคอยกำลังเดินเข้ามาเค้าก็ผุดลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาทันที

“นี่อยู่ตรงนี้นานเท่าไหร่แล้วเนี้ย?”

ฟ้าเอ่ยถามเสียงเครียด

“แค่...ครึ่งชั่วโมงได้มั่ง เราเรียนเสร็จไวนะ”

“เพื่อ?”

“หืม?”

“ทำอย่างนี้เพื่ออะไร เราบอกแล้วไงว่าเราไม่สนใจคนในมหาลัย”

“งั้นเราจะย้ายมหาลัยวันพรุ่งนี้เลย”

“ต้นอย่ามาเล่นลิ้น ที่เราพูดก่อนที่จะออกไปนะไม่เข้าใจเลยใช่ไหม?”

 “เข้าใจดิ”

“งั้นก็เลิกหวังซะ”

“เลิกไม่ได้”

ฟ้าถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่

“โคตรคนจริงเลยเว้ย”

“คีย์”

“อะไรฟ้า เราแค่พูดตามที่คิด ต้องอย่างนี้สิถึงจะเหมาะสม”

“คีย์”

“โอเคๆ ไม่ยุ่งก็ได้”

“ถึงฟ้าจะยังไม่ชอบเราก็ไม่เป็นไร แต่เรามั่นใจว่าต่อไปฟ้าต้องชอบเราแน่ๆ”

ฟ้าถึงกับหลุดยิ้มขำ

“ไปเอาความมั่นใจขนาดนั้นมาจากไหน?”

“จากใจไง คนอย่างไอ้ต้นนะ ถ้าสนใจอะไรคือทุ่มให้จนสุดกำลัง แล้วถ้าอยากได้อะไรก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาเหมือนกัน”

“..............”

“ตอนนี้ฟ้ายังไม่มีใครในใจไม่ใช่เหรอ งั้นเราก็ยัง....”

“มีแล้ว”

“..........”

“เรามีคนในใจแล้วต้น มีมานานแล้วด้วย”

“แต่เราไม่คยเห็นหรือแม้แต่ได้ยินว่าฟ้ามีแฟนเลย”

“เราไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศนี่”

ฟ้ายิ้มเย็น ถ้าเป็นคนอื่นๆคงเลิกเข้ามาวอแวตั้งแต่ประโยคแรกที่ฟ้าพูดตัดฉับไปแล้ว ไม่เคยมีภาคบังคับที่ต้องงัดไม้ตายอย่างพูดถึงคนๆนั้นออกมาแบบนี้หรอก

“เราขอตัวไปเรียนก่อนนะ”

พูดจบฟ้าก็ดึงมือคีย์ตรงเข้าไปในตัวตึกทันที คีย์ได้แต่มองคนทั้งคู่สลับกันไปมา ทั้งที่เค้าตั้งใจจะเชียร์ต้นเพื่อฟ้าจะได้ตัดใจได้ แต่ฟ้าเองกลับจัดโอกาสนั้นทิ้งด้วยตัวของเค้าเอง แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่ถึงจะตัดใจและลืมความรักที่ไม่มีวันได้รับกลับมาได้กันละ

“ฟ้า”

“ถ้าจะพูดเข้าข้างต้นก็เงียบไปเลยนะคีย์”

“ก็จะพูดอะ”

ฟ้าถึงกับปล่อยมือที่จับคีย์อยู่ลงแล้วหันกลับมาหา ตอนนี้คนทั้งคู่อยู่ในลิฟท์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และก็ยังมีนักศึกษาคนอื่นอยู่ด้วยอีกสามสี่คน

“ไปถึงห้องค่อยคุย”

คีย์บอกแล้วจึงหันไปสนใจตัวเลขชั้นที่ตรงดิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่นานพวกเค้าก็มาถึงห้องเรียนที่เป็นห้องสโลป เพื่อนๆในห้องเอ่ยทักกันประปรายฟ้ากับคีย์ก็ทักตอยตามประสาแต่ที่นั่งประจำของคนทั้งคู่คือชั้นเกือบบนสุดและติดชิดริมหน้าต่าง ฟ้าเป็นคนชอบนั่งริมหน้าต่างคีย์เองก็ไม่มีปัญหาที่จะนั่งด้วย

“ว่ามา”

“ใจร้อนวุ้ย ทีเมื่อกี้ยังไม่อยากให้พูดเลย”

“เราก็จะรับฟังแล้วก็จบๆไปไง”

“ใจร้าย”

คีย์ทำหน้าเหมือนกลัวพลางชันมือแนบอกขดตัวหนีแบบแอคติ้งโอเวอร์สุดๆ ฟ้าหลุดหัวเราะเสียงแผ่ว การที่อยู่กับคีย์มันทำให้ฟ้ามีอารมณ์ที่สมดุลมากจริงๆ ถ้าเค้าอยู่คนเดียวหรือมีเพื่อนที่ซีเรียสพอๆกันคงได้เส้นเลือดในสมองแตกตาย แต่ถ้าติ่งต๊องไปก็ไม่ไหว แบบคีย์นี่กำลังดี จริงจังได้เล่นด้วยได้แถมยังเป็นคนดีมากกว่าที่เห็นซะด้วยซ้ำ

“แต่เอาเข้าจริงเราเชียร์ต้นนะ”

ฟ้าชะงักเมื่อจู่ๆคีย์ก็พูดโพล่งเข้าเรื่องอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“คิดดูนะฟ้า ถ้าฟ้าคบกับต้นฟ้าอาจจะตัดใจและเลือกทางที่มันสามารถเดินต่อไปได้ไง ไม่ใช่ไปต่อไม่ได้หันหลังกลับก็ไม่ได้แบบนี้”

ฟ้าก้มหน้ามองต่ำ ใช่ว่าฟ้าจะไม่รู้ถึงข้อนี้ แต่ความรู้สึกที่ค่อยๆแทรกซึมมาเป็นสิบปีใช่ว่าจะหายไปได้ง่ายๆ แค่ต้นคนเดียวก็ใช่ว่าจะทำให้ฟ้าตัดใจได้เหมือนกัน เผลอๆอาจทำให้ต้นเสียใจเพิ่มขึ้นไปอีก สู่ปฎิเสธตั้งแต่เริ่มแรกตอนยังไม่ถล่ำลึกกันเค้าไปมากกว่านี้จะดีกับต้นมากกว่า

“เรารู้นะว่าฟ้าคิดอะไร?”

ฟ้าเงยหน้ามองเพื่อน

“นี่เป็นเจนญาณทิพย์รึเปล่าเนี้ย?”

“อย่ามาเล่นดิฟ้า คนเค้าอยู่ในโหมดจริงจังอยู่นะ ไม่รู้เรื่องเล๊ย”

ฟ้ากรอกตาพยักหน้ารับ

“เอาเป็นว่าอย่าไปคิดเองฝ่ายเดียว ไม่ต้องมาทำตัวเป็นพ่อพระ ในเมื่อฟ้าเจ็บได้คนอื่นก็เจ็บได้ แล้วถ้าคนนั้นจะเจ็บเพราะความกระเสือกกระสนจะเข้ามาเจ็บเองมันก็เป็นความผิดของเค้าไม่ใช่ฟ้า”

“ทำไมฟังดูเหมือนปัดความรับผิดชอบจังวะ”

“ฟ้าจะไปรับผิดชอบอะไรมัน มันสิต้องรับผิดชอบฟ้า”

“เห้ย ยังไม่ได้เป็นอะไรกันนะ”

“พูดเผื่อไว้ไง”

“เหรออออ”

“ใช่ และที่สำคัญ...”

“........”

เราเบื่อที่จะเห็นฟ้าเจ็บอยู่คนเดียวแล้ววะ












ตลอดทั้งคาบเรียนฟ้าเอาแต่มองจ้องออกไปที่นอกหน้าต่าง คีย์มองเพื่อนอย่างนึกเป็นห่วง เค้าไม่อยากเห็นเพื่อนต้องเจ็บปวดอีกก็จริงแต่ก็ไม่ชอบที่จะเห็นฟ้าเครียดแบบนี้เหมือนกัน ฟ้าเป็นคนร่าเริงถึงแม้จะชอบเก็บงำความรู้สึก

“ฝนตก”

ฟ้าพึมพำขึ้นมาคีย์เลยมองออกไปที่ด้านนอกบ้าง สายฝนกำลังโปรยปรายไม่นานก็กระหน่ำหนักจนเห็นเป็นหมอกสีขาวไปทั่ว

“จริงสิ!”

จู่ๆฟ้าก็พึมพำขึ้นมาอีก เจ้าตัวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิดแอปแชตด้วยใบหน้ากังวล

“มีอะไรเหรอ?”

“น้ำมันเอานินจามา แล้วฝนตกหนักอย่างนี้...”

คีย์ลอบพ่นลมหายใจ

“มันอายุ20แล้วนะฟ้า แค่นี้มันไม่ตายหรอกน่า”

“แต่ถ้าไม่สบายขึ้นมา”

“ฟ้า เรารู้ว่าฟ้าห่วง แต่ถ้ามันจะโง่ขับรถฝ่าสายฝนกลับก็สมควรแล้วนะ คนปกติเค้าต้องรู้ดิว่าควรรอฝนหยุดก่อนแล้วค่อยเดินทาง”

ฟ้าพยักหน้าหงึดหงัก คีย์ยิ้มแล้วล้วงอาช็อคโก้แลตบาร์ออกมาให้เพื่อนเคี้ยวเล่นแก้เครียด ไม่นานชั่วโมงเรียนก็จบลง ฟ้ากับคีย์เดินลงจากตึกแทนการยืนอออยู่กับคนหมู่มากที่รอลงลิฟท์พร้อมๆกัน พวกเค้าเดินลงมาเรื่อยๆจนถึงชั้นล่างสุด สายฝนยังคงโปรยปรายอยู่บ้างแต่ก็ไม่ค่อยแรงสักเท่าไหร่แล้ว ฟ้าเดินตีคู่คีย์ไปยังหน้าตึกใบหน้าหวานที่กำลังแย้มยิ้มหัวเราะกับสิ่งที่เพื่อนพูดหุบลงทันทีที่เหลือบไปเห็นใครบางคนที่เค้าพึ่งพูดจาตัดความหวังไป ต้นยังคงนั่งรอเค้าอยู่ที่เดิม และโต๊ะที่ต้นนั่งก็อยู่นอกตัวตึก ถึงจะมีหลังคาแต่ด้วยความแรงของสายฝนเมื่อคู่และความชื้นที่พื้นก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าต้นต้องโดนฝนจนเนื้อตัวชื้นไปด้วยแน่ๆ

“ต้น”

ฟ้าเอ่ยเรียกเสียงแผ่วแต่เจ้าของชื่อก็ยังคงได้ยิน ใบหน้าหล่อออกตี๋เอเชียแยกยิ้มกว้างก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามาหา พอเข้ามาใกล้ฟ้าเลยได้สังเกตคนตรงหน้า เสื้อผ้ามีความเปียกชื้นอยู่พอสมควร เส้นผมสีดำนั้นก็มีล่องรอยของความชื้นอยู่เช่นกัน

“ไปตากฝนทำไมเนี้ย เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก”

ต้นยิ้มกว้างกว่าเก่า ดวงตาหม่นเมื่อครู่เรื่องมีประกายขึ้นมานิดหน่อย

“ห่วงเราเหรอ?”

ฟ้าถอนหายใจแล้วส่ายหัวไปมา

“ตามมานี่”

“ฟ้า งั้นเรากลับก่อนนะ”

“หืม ไหนบอกว่าจะไปกินบิงชูด้วยกันไง?”

ฟ้าหันไปถามคีย์เมื่อได้ยินสิ่งที่เพื่อนพูด ตอนที่ลงมาคุยกันว่าเจอบิงชูน่าอร่อยทางเน็ตแล้วอยากไปกิน ฟ้าที่ยังไม่อยากกลับห้องเลยเอ่ยชวนและตกลงว่าจะไปกินก่อนแยกย้าย

“พอดีพี่ครีมอยากให้ไปช่วยงานนะ โทษทีนะ”

“เชื่อได้เหรอ?”

“เห็นเราเชื่อถือไม่ได้ขนาดนั้นเลย?”

“ใช่”

“ฟ้า!”

“ฮ่าๆๆ เราล้อเล่น ไปเถอะ ฝากหวัดดีพี่ครีมด้วยนะ”

“ได้ๆ งั้นไปละ บาย บายนะต้น”

“บาย”

พอคีย์เลยลับสายตาไปอีกทาง ฟ้าเลยมุ่งหน้าเดินตรงไปยังรถของตนที่จอดไว้ไม่ไกล เค้ากดปลดล็อคแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูหลังก่อนจะลื้อหาผ้าเช็ดตัวผืนเล็กที่เค้าพกไว้เผื่อใครบางคนที่ชอบว่ายน้ำแล้วมักลืมผ้าเช็ดตัว พอเจอฟ้าก็ถอยหลังออกมาพร้อมผ้าในมือแต่เมื่อหันหลังไปก็ต้องชะงักเมื่อต้นมายืนอยู่ใกล้จนเรียกได้ว่าแทบจะชนกันได้แล้วด้วยซ้ำ

“ใกล้ไปไหม เหยิบออกไปอีกดิ๊”

ต้นหัวเราะบาๆแต่ก็ทำตามอย่างว่าง่าย

“เอานี่ผ้า เช็ดหัวให้แห้งก่อนเดี๋ยวเป็นหวัดมาละยุ่ง”

ต้นรับผ้าไปทำตามแต่สายตายังคงจ้องมองฟ้าไม่วางตา ใช่ว่าฟ้าจะไม่รับรู้แต่จะปล่อยไปแบบไม่สนใจก็จะใจร้ายเกินไปหน่อย ยังไงก็เพื่อนร่วมคณะนินะ

“ฮัดชิ้ว!”

เสียงจามเบาๆนั้นทำให้ฟ้าหันกลับไปจ้องคนตรงหน้าดุๆ

“ยังไมม่ทันจะพ้นวันเลย”

“ปกติเราแข็งแรงนะ แต่ช่วงนี้โหมงานหนักไปหน่อยนะ”

“งั้นก็รีบกลับไปกินข้าวกินยานอนได้ละ”

“ยังไม่อยากกลับอะ”

“แล้วไง”

“อยากไปกับฟ้า”

“ไปไหน?”

“ไปกินบิงชูไง คีย์ไม่ว่างแต่เราว่างนะ ว่างทั้งตัวทั้งใจเลยด้วย”

“เสี่ยววะ แล้วเราก็บอกแล้วว่า...”

“ฟ้าอย่ามาโกหกเรา ฟ้านะไม่มีแฟน เราสืบมาแล้ว”

ต้นพูดพลางตีคิ้วเป็นพร็อบไปจนโดนฟ้าตบหัวไปทีด้วยข้อหาทำให้หมั่นไส้

“โหย รุนแรงวะ ตบหัวเรางี้เราฉี่รดที่นอนจะทำไง”

“ถ้าจะเด็กขนาดนั้นก็เอาที่สบายใจเลยต้น”

“งั้นไปด้วยกันนี่แหละคือสบายใจสุด”

ฟ้าส่ายหัวระอาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากเดินไปยังอีกฝั่งเปิดประตูรถแล้วก้าวเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ ต้นมองตามฟ้าไปจนกระจกฝั่งใกล้เค้าเลื่อนลง

“จะไปก็ขึ้นมา ชักช้าทิ้งไว้นี่อย่ามาร้องไห้ทีหลังนะ”

ต้นยิ้มกว้างก่อนที่จะกุลี้กุจอเปิดประตูเข้าไปนั่ง ฟ้ายิ้มขำแล้วจึงออกรถไปโดยที่ไม่สังเกตุเห็นน้ำที่ยืนมองทุกการกระทำอยู่อีกฟากของตึก น้ำมาหาฟ้าเพราะตัวเองเปียกเลยจะมาเอาผ้ากับเพื่อนสนิทแต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยเรียกผ้าผืนนั้นก็โดนใช้โดยผู้ชายอีกคน ผู้ชายที่เป็นนักศึกษาเหมือนกันกับเค้าทั้งสองคน น้ำรู้จักฟ้าดีแน่นอนว่าเค้าต้องรู้ว่าฟ้าไม่เคยคบใครถึงจะมีผู้ชายผ่านมามากหน้าหลายตาแต่ก็ไม่ใช้การคบและที่แน่ๆคือไม่มีใครเป็นนักศึกษาของที่นี้เลยสักคน พูดให้ถูกคือฟ้าไม่เล่นกับคนในมหาลัย

แล้วที่เค้าเห็นนี่คืออะไร?

มันไม่ใช่การกระทำของคนที่คิดด้วยกันแค่คำว่าเพื่อนแน่ๆ โดยเฉพาะแววตาของผู้ชายคนนั้นที่มองไปยังฟ้า

น้ำเผลอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว ภายในใจของเค้าร้อนรุ่มผิดกับอากาศที่เริ่มจะลดต่ำลงเพราะสายฝนที่พึ่งกระหน่ำไปเมื่อครู่ น้ำหันหลังกลับไปยังนินจาคันใหญ่ของตน เค้าเลือกที่จะขับกลับบ้านทั้งๆแบบนั้น จะไม่สบายหรืออะไรก็ช่างมัน ตอนนี้เค้ากำลังหงุดหงิดจนไม่อยากจะสนใจอะไรแล้ว


TBC....

เปลี่ยนพระเอกตอนนี้ทันไหมอะ มีความชอบต้นมากกว่าน้ำอีก เง้อ~

 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-11-2016 21:13:36 โดย MyMinT1990 »

ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5784
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-10
เหมือนต้นจะเป็นตัวกระตุ้นความรู้สึก ^^

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7744
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
กระตุ้นไปเยอะๆ เลย ชอบบบบ :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
ต้น ดี มั่นคง รักน้ำแน่วแน่ เชียร์เลย
ฟ้า ยอมให้ต้นเข้าใกล้
ก็ต้องมีอีกหลายคนเข้าหาฟ้าแน่ๆ
น้ำ รู้ใจตัวเองซะที หวงฟ้าแล้วสิ
      :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:


ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
◑  MAKE FRIEND ◐ 
★ เพื่อน ● รัก★

3



วันต่อมาฟ้ามีเรียนแต่เช้าเค้าจึงไม่ได้ไปคลุกอยู่กับใครเหมือนอย่างเมื่อคืนก่อน ถ้าถามเรื่องของต้นเค้าบอกได้คำเดียวว่าไม่มีอะไรในกอไผ่แน่ๆ เพราะเมื่อวานที่พากันออกไปนั้นคือไปกินข้าวต้มร้านใกล้ๆแล้วก็ส่งต้นขึ้นบีทีเอสเป็นอันจบ อ้อ แล้วที่เปลี่ยนจากบิงชูเป็นข้าวต้มก็เพราะเห็นอาการขนลุกขนชันของต้นแล้วฟ้าก็อดที่จะห่วงนิดๆไม่ได้ พาไปกินอะไรร้อนๆอุ่นๆคงจะดีกว่าการไปกินไอศครีมเย็นๆในห้องแอร์แหละนะ


ครืน ครืน


การสั่นของโทรศัพท์ทำให้ฟ้าต้องละความสนใจจากการแต่งตัวแล้วเหลียวไปมอง เค้าติดนิสัยตั้งระบบสั่นตามน้ำจนกลายเป็นความเคยชิน พอฟ้าเห็นชื่อผู้โทรเข้าเค้าถึงกับขมวดคิ้วมุ้ย

“สวัสดีครับป้าอร”

แม่ของน้ำจะโทรมาหาเค้าทำไมแต่เช้า ถ้าไม่ใช่เรื่องของลูกชายเพียงคนเดียว

/สวัสดีจ้ะน้องฟ้า วันนี้น้องฟ้าว่างรึเปล่าเอ่ย?/

“ผมมีเรียนถึงบ่ายสอง มีอะไรรึเปล่าครับ?”

/ตาน้ำเค้าไม่สบายนะจ้ะ แล้วป้าก็มีนัดประชุมสำคัญตอนบ่าย ก็อย่างที่รู้แหละเนอะว่าตาน้ำเค้าไม่ชอบให้พวกแม่บ้านเข้าไปวุ่นวายกับเค้ายกเว้นป้ากับน้องฟ้า ป้าเลยอย่างให้น้องฟ้ามาอยู่เป็นเพื่อนตาน้ำจนกว่าป้าจะกลับได้ไหมจ้ะ?/

ฟ้าแอบใจกระตุก อย่าบอกนะว่าเมื่อวานฝ่าฝนกลับบ้านจริงๆ

“ได้ครับ เรียนเสร็จแล้วผมจะรีบเข้าไป”

/ขอบใจมากจ้ะ/

ฟ้าลดโทรศัพท์ลงเมื่อปลายสายได้ตัดสัญญาณไปเรียบร้อยแล้ว เค้ายอมรับว่าตอนนี้เค้าห่วงน้ำมาก น้ำร่างกายแข็งแรงก็จริงแต่ถ้าไม่สบายขึ้นมาก็จะเป็นหนักเหมือนภฒิคุ้มกันปิดสวิตไปชั่วคราว ยิ่งเจ้าตัวเกลียดการกินยาด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ฟ้ากลั้นใจขับรถเข้ามหาลับเพื่อเรียนตามปกติทั้งที่ใจอยากจะหักเลี้ยวเปลี่ยนเส้นทางไปที่บ้านเศรษฐาสกุลใจจะขาด ฟ้าลงจากรถก้าวเดินเข้าไปในตึกโดยที่มีคีย์ยืนรออยู่ไม่ไกล

“ไง หน้านิ่วมาเลย มีอะไรเหรอ?”

“น้ำไม่สบาย”

คีย์พยักหน้าเข้าใจ

“มันโง่รึบ้ากันแน่วะ”

“เราห่วงน้ำอะ”

“ใจเย็นๆ มันอยู่บ้าน มีคนดูแลเยอะแยะไป”

“แต่ป้าอรมีประชุมตอนบ่าย แล้วกว่าเราจะเรียนเสร็จก็บ่ายสอง ช่วงหนึ่งชั่วโมงนั้นน้ำไม่มีใครดูแลเลยนะคีย์”

“พวกแม่บ้านทั้งหลายแหล่นั้นละ”

“น้ำไม่ชอบให้แม่บ้านไปวุ่นวายด้วยนอกจากพ่อแม่และก็เรา”

“ลูกแหง่ได้อีกนะเพื่อนเรา”

“อย่าทำเป็นเล่นดิคีย์ เราซีเรียสอยู่นะ โคตรห่วงมันเลยเนี้ย”

“อย่าพึ่งตีโพยตีพายดิ ฟ้าไม่คิดบ้างเหรอว่ามันอาจจะเรียกพวกที่ควงอยู่ให้มาดูแลนะ อย่างไอ้น้ำไม่น่าจะขัดสนคนดูแลได้นะ”

ฟ้าถึงกับสะอึก เค้าพูดอะไรไม่ออกเหมือนความห่วงใยเมื่อครู่ได้ถูกเหยียบย้ำไปในชั่วพริบตา มันก็จริงอย่างที่คีย์พูด น้ำเจ้าชู้ออกขนาดนั้น คนควงออกจะเยอะแยะ น้ำอาจจะเรียกใครสักคนให้มาดูแลก็ได้

ใครสักคนที่เป็นผู้หญิง

ใครสักคนที่ไม่ใช่เพื่อน




“ฟ้า”

ฟ้าสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเรียก แต่คนเรียกไม่ใช่เพื่อนตัวเล็กอย่างคีย์

“ต้น”

ต้นก้าวยาวๆเข้ามาหาฟ้าด้วยใบหน้าดีใจอย่างที่สุด เค้าไม่คิดเลยว่าจะได้เจอฟ้าแต่เช้าขนาดนี้ ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะมีความบังเอิญอยู่บนโลก ดูท่าเค้าต้องขอตารางเรียนของฟ้ามาไว้กับตัวแล้วสิ

“หวัดดีฟ้า หวัดดีคีย์”

“หวัดดี”

“เมื่อวานข้าวต้มอร่อยมาก ขอบใจนะที่พาไป วันนี้ไปกินเอ็มเคกันไหม? เดี๋ยวเราเลี้ยงตอบแทน”

คีย์ลอบยิ้มก่อนจะเมียนมองไปที่เพื่อนของเค้า

“เย็นนี้เรามีธุระนะ”

“ว๊า น่าเสียดาย คนดังนี่นัดเยอะเนอะคีย์”

“ก็ไม่รู้สินะ”
 
คีย์ตอบรับเสียงกรุ่มกริ่ม

“งั้นเปลี่ยนเป็นมื้อเที่ยงแทนได้ไหม?”

ต้นหันกลับไปต่อรองกับฟ้า

“เราไม่อยากออกไปกินข้างนอก”

“กินที่โรงอาหารก็ได้ ขอแค่มีฟ้าอยู่เราก็อยู่ได้กินง่าย ตามใจฟ้าหมดเลย”

คีย์ถึงกับผิวปากหวือแต่ฟ้ายังคงนิ่งตีหน้านิ่วอยู่เหมือนเดิม

“ฟ้า?”

“จะทำอะไรก็ทำเถอะ เราจะไปเข้าเรียนแล้ว”

พูดจบฟ้าก็เดินผ่านหน้าต้นไปทางลิฟท์ทันที ต้นกระพริบตาปริบๆมองตามด้วยความสงสัยก่อนจะหันไปทางคีย์ที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมสายตาจ้องมองไปยังฟ้าเหมือนกันกับเค้า

“ฟ้าเป็นอะไรอะ?”

ต้นถามขึ้น คีย์ลอบถอนหายใจแล้วหันมามองสบตาเหมือนอยากจะขอความช่วยเหลือ

“ฟ้าอารมณ์ไม่ดีอยู่นะ”

“เพราะเรารึเปล่า?”

คีย์ส่ายหัว

“คนในใจมันไม่สบาย มันเลยห่วงมากไปหน่อย”

คีย์ตอบตามความเป็นจริงพร้อมกับลอบสังเกตสีหน้าของต้นไปด้วย ต้นสลดลงอย่างเห็นได้ชัด จะบอกว่าอิจฉาก็อิจฉาแต่ตอนนี้เค้ายังไม่ได้สิทธิ์นั้น ไม่ได้แม้แต่เข้าไปอยู่ในห้วงความคิดของฟ้าเลยด้วยซ้ำ

“เฮ้ อย่าทำหน้างั้นดิ เราจะบอกอะไรให้นะว่าถึงแม้ฟ้าจะรักเค้าคนนั้นแต่มันก็คบกับเค้าไม่ได้หรอก”

ต้นตีหน้างง

“ทำไมละ? เค้าไม่รักตอบเหรอ?”

ยอมรับว่าแอบใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็ต้องรีบเก็บอาการ

“เราไม่รู้หรอก แต่ถ้าต้นจะรุกจีบ เราจะเชียร์”

“จริงนะ ขอบใจ”

“แต่ต้นต้องสัญญากับเราว่าจะไม่ทำให้ฟ้าเสียใจ”

“สัญญาลูกผู้ชายเลย”

“หึ ดี งั้นนี่เบอร์เรากับฟ้า”

คีย์ยื่นโพสอิทที่เขียนเบอร์โทรพร้อมชื่อของพวกเค้าทั้งคู่ไปให้ต้น คนรับยิ้มหน้าชื่นตาบานจนคีย์อดยิ้มตามไม่ได้

“คีย์! ลิฟท์มาแล้วนะ”

ฟ้าตะโกนเรียกเพื่อนหลังจากที่เห็นยืนคุยอะไรสักอย่างกับต้นมาสักพัก คีย์หันไปพยักหน้าให้เพื่อนแล้วจึงหันมาพูดกับต้นอีกครั้ง

“เมมแบอร์แล้วไลน์จะเด้งขึ้นเอง พยายามเข้าละ”

คีย์ตบไหล่ต้นให้กำลังใจไปอีกทีสองทีก่อนจะเดินตรงไปหาฟ้าที่รออยู่ในลิฟท์








ครืน ครืน

อาการสั่นของโทรศัพท์ทำให้ฟ้าละสายตาจากจอกันไปมอง มันเป็นแจ้งเตือนการแอดเพื่อนใหม่ของโปรแกรมไลน์ และชื่อพร้อมภาพที่โชว์หลานั้นคือต้นไม่ผิดแน่ ฟ้าหลี่ตามองจ้องไปที่เพื่อนข้างๆ คีย์เองก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เค้าก็ยังตีหน้าซื่อไม่รับรู้อะไรอยู่เหมือนเดิม

“เชียร์กันจริงนะ”

“แน่นอน”

ฟ้าถอนหายใจแล้วเลิกสนใจโทรศัพท์กลับเข้าสู่โหมดเรียนอย่างจริงจังต่อจนหมดคาบในช่วงเวลาเกือบเที่ยง อาการสั่งของโทรศัพท์เค้าก็เกิดขึ้นมาอีก คราวนี้ถึงกับโทรเข้าเลยแฮะ ฟ้าคิดในใจแล้วจึงสไลด์รับสายจากเบอร์แปลก

“ครับ”

/อ๊ะ รับด้วย/

“ก็คุณโทรเข้ามาหาผม ผมก็ต้องรับสิ”

/ฟ้ารู้ไหมว่าเราเป็นใคร?/

“ไม่รู้ครับ ผมไม่เคยเห็นเบอร์นี้มาก่อนและจำไม่ได้ด้วยว่าเคยให้เบอร์ตัวเองไปกับใครบ้าง”

ฟ้าแกล้งคืนพร้อมกับจิกตาไปทางคีย์ที่ได้แต่ไหวไหล่หันไปเก็บสมุดแลคเชอร์และชีสต่างๆไปเงียบๆ

/โหย ที่ได้ยินว่าคนน่ารักมักใจร้ายนี่ท่าจะจริงแฮะ/

“ตกลงโทรมานี่มีเรื่องอะไรเหรอครับ?”

/ฟ้าอย่าพึ่งหงุดหงิดดิ เราต้นเองนะ เราจะโทรมาทวนเรื่องมื้อเที่ยงของเราไง?/

มื้อเที่ยวของเรา?

ช่างกล้าพูด

ฟ้าลอบยิ้มจางในความกล้าและบ้าบิ่นของคนปลายสาย คีย์ที่มองดูอยู่ห่างๆจึงได้แต่ยิ้มตามอย่างมีความหวัง เค้าหวังว่าสักวันฟ้าจะเลิกเศร้าเลิกรักและเลิกกักขังหัวใจตัวเองไว้กับคนๆนั้นสักที ไม่ใช่ว่าเค้าเกลียดน้ำหรอกนะ เค้ากับน้ำก็สนิทกับพอตัวแต่เค้าไม่ชอบในความรักที่ฟ้ามีให้น้ำอยู่ฝ่ายเดียวก็เท่านั้น

“อ้อ เหรอ”

/อะไรอะ อย่าบอกนะว่าลืมไปแล้ว/

“หึ ก็ไม่เชิง”

/ใจร้ายวะ/

“งั้นก็เลิกยุ่งกับเราไปเลยสิ”

/บอกแล้วไงว่าเลิกไม่ได้/

“............”

/เจอกันที่โรงอาหารกลางนะ ฟ้าอยากกินอะไรเดี๋ยวเราซื้อไว้รอ/

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปซื้อเอง”

/เราบอกแล้วไงว่าจะเลี้ยง/

“ทำไมต้องเลี้ยง เราไม่ใช่ผู้หญิงไม่ต้องมาเอาใจด้วยวิธีนี้”

/แต่เราอยากทำให้คนที่เราชอบไง/

“.........”

/น่านะ/

“เราอยากกินสุกี้แห้งไม่ใส่เห็ด”

/โอเคครับ แล้วคีย์ละ?/

“คีย์จะกินไร?”

ฟ้าหันไปถามเพื่อน คีย์กรอกตาอย่างครุ่นคิดสักพักก็ตอบกลับไป

“กระเพราปลาหมึก”

ฟ้าบอกไปตามนั้น ต้นรับคำแล้วก็วางสายไปพวกเค้าจึงได้เวลาออกจากห้องเรียนกันสักที ไม่กี่นาทีต่อมามินิคูเปอร์สีแดงสดก็เข้ามาจอดแถวโรงอาหารกลาง ฟ้ากับคีย์ลงจากรถเดินตรงไปยังด้านในด้วยท่าทีปกติและก็ต้องเผชิญกับสายตาที่จ้องมองมายังพวกเค้าอย่างสนอกสนใจเหมือนเช่นเคย ฟ้ามองหาต้นไม่นานก็เจอเพราะทางต้นก็ชูไม้ชูมือเรียกอยู่ก่อนแล้ว

“ไง รอนานป่ะ?”

คีย์เป็นคนทักเมื่อทั้งคู่เดินเข้ามาจนถึงโต๊ะ ฟ้าจ้องมองดูจานชามอาหารที่สั่งด้วยสายตานิ่งๆผิดกับคนตรงข้ามที่ยิ้มกว้างจนหุบไม่ลง

“ขอบใจนะ”

ฟ้าเอ่ยพลางนั่งลงเตรียมกิน คีย์เองก็เช่นเดียวกัน ทั้งสามคนกินไปช้าๆไม่ค่อยเร่งรีบเท่าไหร่ ต้นจะชวนคุยบ้างเป็นระยะโดยที่ฟ้าไม่ค่อยให้ความร่วมมือเช่นเดิม ไม่นานฟ้าก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นของโทรศัพท์ เค้าหยิบขึ้นมาดูปรากฏว่าเป็นหนึ่งในคู่นอนของเค้านั้นเอง

“ครับพี่แบงค์”

ทั้งคีย์และต้นถึงกับเผลอสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย

/หายไปเลยนะเด็กดีของพี่/

“ผมมีเรียนครับ”

/พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรพอดีคิดถึงเลยโทรหานะ ตอนนี้เที่ยงพอดีนี่เนอะ ทานข้าวรึยังครับ?/

“กำลังทานอยู่เลยครับ”

/ได้อะไรกินนะ?/

“สุกี้แห้ง”

/ฟังแล้วอยากเลย/

“ก็ไปซื้อกินสิครับ”

/อยากสุกี้แค่ไปซื้อก็จบ แต่ถ้าอยากกินฟ้าอีกนี่...พี่ต้องทำยังไงครับ?/

“ก็นัดล้วงหน้า แต่วันนี้ผมไม่ว่างนะ”

/ฟ้านี่ ไม่มีมู้ดกับเค้าซะเลย/

“ผมไม่ชอบอ้อยอิ่งอะ”

/ครับๆ งั้นเจอกันคืนวันศุกร์ดีไหม? ฟ้าจะได้ไม่ต้องรีบตื่น/

ฟ้านิ่งคิดจนสายตาหันไปสบเข้ากับต้นที่กำลังตีหน้าตึงอยู่ ฟ้ายกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากเมื่อปิ๊งไอเดียอะไรสักอย่างขึ้นมาได้

“ได้ครับ มารับผมที่คอนโดหน่อยนะ”

/ได้สิ/

“ผมก็คิดถึงพี่นะ แล้วเจอกันครับ”

ฟ้าชิงตัดสายก่อนที่คนปลายสายจะได้พูดอะไรต่อ ฟ้าเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วหันกลับมากินต่อด้วยท่าทีปกติ

“คิวแน่นจริ๊ง”

คีย์แซะ ฟ้าไหวไหล่แล้วจึงตอบกลับ

“แน่นอน”

“พี่แบงค์นี่ใครวะ?”

“คนที่เจอวันก่อนไง”

“ที่ไปบาร์อะนะ”

ฟ้าพยักหน้ารับ

“เออ ก็หล่อดี”

“ไปเห็นหน้าเค้าตอนไหนวะ?”

คราวนี้ฟ้าเป็นฝ่ายงงบ้าง เพราะคืนนั้นฟ้ามั่นใจว่าไม่มีใครในกลุ่มเค้าได้เจอหน้าพี่แบงค์แน่ๆ

“ก็เห็นตอนเกี้ยวอยู่กับแกที่หน้าบาร์นั้นแหละ เพื่อนเราหายออกไปนานเราก็ต้องตามไปดูดิ”

“เลยเจอฉากเด็ดเลยว่างั้น”

“หึหึ”

แกร๊ง!

เสียงช้อนส้อมกระทบกับจานดังขึ้นเรียกความสนใจของทั้งคู่ให้หันไปมอง ฟ้านะยิ้มเยาะแต่คีย์กลับทำหน้าเห่ยเกแทน

“โทษทีต้น เม้าท์เพลินไปหน่อย”

ฟ้าเอ่ยก่อนจะยกน้ำเปล่าขึ้นกระดกดื่มทั้งขวด ต้นนี่ก็บริการดีเหมือนกันนะ มีข้าวมีน้ำครบเซ็ตเลย

“ไม่เป็นไร ว่าแต่...เสาร์อาทิตย์นี้ฟ้าว่างรึเปล่า?”

ยังไม่ล้มเลิกความคิดอีกเหรอเนี้ย

“อืม วันเสาร์ไม่น่าจะไหว แต่ถ้าวันอาทิตย์นะได้ ทำไมเหรอ?”

“เราอยากชวนไปเดทกัน”

ฟ้าแย้มยิ้ม

“เดทมันใช้กับคนที่เป็นแฟนกันนะต้น”

“งั้นฟ้าก็เป็นแฟนกับเราสิ”

ฟ้าถึงกับส่ายหัว คนตื้อเก่งขนาดนี้พึ่งจะเคยเจอนี่แหละ

“จู่ๆมาขอกันง่ายๆงี้เลยเหรอ คิดตื้นเกินไปรึเปล่าต้น”

“เราไม่ชอบอ้อยอิ่งอะ”

ฟ้าชะงักเมื่อเจอตอบกลับด้วยคำพูดที่ตนพึ่งพูดไป คีย์ยิ้มกริ่มให้กับมวยคู่เอก

“ถ้าพร้อมจะเป็นแฟนเราเมื่อไหร่ ก็โทรมาบอกได้ทุกเมื่อนะ ฟ้า”











ฟ้าขับรถตัวเองเข้าไปจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ก่อนที่จะจ่ำอ้าวเข้าไปในตัวบ้านอย่างคุ้นเคย ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสองกว่าๆแล้ว ป้าอรออกจากบ้านไปชั่วโมงกว่าๆแล้วและน้ำก็อยู่คนเดียวชั่วโมงกว่าๆแล้วเหมือนกัน

ฟ้าเดินขึ้นบันได้ไปยังชั้นสามของบ้านที่ทั้งชั้นเป็นของลูกชายเพียงคนเดียวเพราะทุกห้องล้วนเป็นห้องที่ถูกจัดตกแต่งตามความต้องการของน้ำ ทั้งห้องนอน ห้องออกกำลังกาย ห้องดูหนัง แล้วก็โซนนั่งเล่นหน้าบันได ฟ้าเดินตรงไปยังหน้าประตูห้องนอนก่อนจะค่อยๆเปิดเข้าไป

ภายในห้องสไตล์โมเดิร์นเน้นโทนสีดำเทาอย่างที่เจ้าตัวชอบ เค้าหยุดยืนหายใจเข้าออกลึกๆผ่อนลมหายใจจนเป็นปกติแล้วจึงก้าวย่างเข้าไปช้าๆ สายตาจองฟ้ามุ่งตรงไปที่เจ้าของห้องที่นอนแน่นิ่งอยู่บนที่นอนขนาดใหญ่ ที่นอนของน้ำไม่ใช่เตียงแต่เป็นบล็อคที่สูงขึ้นจากพื้นพอประมาณ

ฟ้าเดินอ้อมไปดูถาดอาหารและถ้วยยาด้านข้างแล้วก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดื้อยังไงก็ยังดื้ออยู่อย่างนั้น ไม่ชอบกินยานะพอเข้าใจ แต่ไม่ลุกมากินข้าวด้วยนี่มันก็ไม่ไหวนะ

ฟ้าจัดการต่อสายภายในลงไปที่ครัวให้แม่บ้านอุ่นข้าวต้มขึ้นมาให้ใหม่แล้วเอาถ้วยที่เย็นชืดนี้กลับลงไป ส่วนเค้าก็หาผ้ามาชุบน้ำเพื่อเช็ดตัวให้ระหว่างรอ ตัวของน้ำยังคงร้อนผ่าวจนฟ้าคิดว่าต้องถึงขั้นพาไปโรงพยาบาลซะด้วยซ้ำ

“อื้อออออ”

คนป่วยขยับหนีพลางส่งเสียงรำคาญเมื่อมีสิ่งรบกวนการนอนพักผ่อนของเค้า ฟ้าพยายามจับร่างใหญ่ให้นอนนิ่งๆและเช็ตตัวให้อีกที แต่ทว่ามือหนากลับจับข้อมือเค้าแล้วออกแรงดึงจนเค้าถึงกับถล่าล้มลงนอนอยู่บนเตียง เท่านั้นยังไม่พอ มือข้างที่ดึงปล่อยออกแล้วหันมากอดรัดเค้าแน่นจนเหมือนงูพันเหยื่อจนแทบแหลก

“น้ำปล่อย”

“อื้อ”

“อื้อก็ปล่อยดิ”

“เงียบน่า..ฟ่าง”

ถึงแม้จะเป็นเสียงที่เบาหวิวและติดแหบจนแทบฟังไม่ออกแต่ฟ้าก็มั่นใจว่าเค้าได้ยินอย่างชัดเจน มันชัดเจนมาก มากถึงขนาดสะเทือนไปทั้งอก ร้าวไปทั้งใจ

“เออ..คุณฟ้าค่ะ...”

ฟ้าหลุดจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงแม่บ้านที่นำข้าวต้มอุ่นๆขึ้นมาให้

“วางไว้นั้นเลยครับ ทีเหลือเดี๋ยวผมจัดการเอง”

แม่บ้านพยักหน้ารับเอาถาดวางไว้ที่โต๊ะใกล้ๆแล้วรีบเดินออกจากห้องไปอย่างไว

หัวใจจะวายตาย

“น้ำ ตื่น”

“อื้อ”

“อื้อก็ตื่นดิ จะได้กินข้าวกินยา”

คราวนี้คนละเมอถึงกับเงียบ จนอ้อมแขนเริ่มคลายออกนั้นแหละฟ้าถึงรู้ว่าน้ำตื่นแล้วจริงๆ ฟ้าลุกขึ้นลงจากที่นอนก่อนจะหันไปยืนกอดอกจ้องมองคนป่วยตาดุ น้ำยังคงพลิกร่างไปมาอย่างงัวเงีย

“ฟ้าเหรอ?”

“อืม”

“มาตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“สักพัก ลุกมากินข้าวกินยา”

“ไม่หิว”

“ไม่หิวก็ต้องกิน แล้วนี่ไปทำอีท่าไหนถึงป่วยซะขนาดนี้”

“.........”

“น้ำ ลุก”

“เมื่อวาน...ตากฝนนิดหน่อย”

ฟ้าถอนหายใจอีกเฮือก เค้าเคยคิดเกี่ยวกับคนๆนี้ผิดซะที่ไหนละ

“...ก็เลยว่าจะไปเอาผ้ากับฟ้าที่ตึกคณะ”

ฟ้าถึงกับนิ่งค้าง ตัวชาว๊าบอย่างไม่ทราบสาเหต

“แล้ว?”

“คนๆนั้นเป็นใคร? ทำไมฟ้าถึงให้ผ้าของเรากับมัน”

“จริงๆแล้วมันเป็นของเรานะน้ำ เราจะให้ใครมันก็เรื่องของเราสิ”

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองไปยังคนพูดด้วยความไม่พอใจ

“ปกป้องมัน?”

“น้ำอย่าหาเรื่อง”

“เราเปล่าหาเรื่อง”

“ไอ้ที่น้ำกำลังทำอยู่นี่แหละที่เรียกว่าหาเรื่อง พอเลย ลุกขึ้นมากินข้าวกินยา ถ้ายังไม่ลุกเราโทรเรียกรถพยาบาลจริงๆด้วยนะ”

น้ำทำเสียงจิ๊จ๊ะเบาๆแต่ก็ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ฟ้าเห็นอย่างนั้นเลยเดินไปยกถาดข้าวต้มมาวางไว้ข้างๆก่อนจะเอาโต๊ะเตี้ยสำหรับเขียนหนังสือมาวางคลอบขาของคนป่วยแล้วยกถาดมาวางให้ต่อหน้า

“มองเราทำไม กินสิ”

“ใครเป็นคนทำ?”

“ไม่รู้ ทำไมเหรอ?”

“มันมีเห็ด”

ฟ้าก้มลงมองตามที่น้ำบอก มันมีเห็ดอยู่จริงแต่เป็นเห็ดหอม สงสัยแม่บ้านจะต้มข้าวต้มสูตรจีนสินะ

“แล้วไง?”

“เราไม่ชอบ”

“ไม่ชอบก็ไม่ต้องตักเข้าปาก อย่าโง่ดิน้ำ”

“ใครกันแน่ที่โง่ ถ้ามันมีเห็ดด้วยแบบนี้ฟ้าก็กินกับเราไม่ได้สิ”

คราวนี้ฟ้าถึงกับเลิกคิ้ว

“เราไม่ได้บอกว่าจะกินด้วยเลยนะ”

“แต่เราจะให้กินแล้วก็ป้อนเราไปด้วย”

“อย่ามางอแงน้ำ ทำไมไม่สบายรอบนี้ถึงงอแงขนาดนี้ห่ะ”

“เราไม่รู้ เราแค่พูดตามที่เรารู้สึก...”

“.......”

“แล้วตอนนี้ความรู้สึกอย่างเดียวที่เรามีคืออยากให้ฟ้าดูแลเราแบบนี้ไปตลอด”

“.......”

“ฟ้าห้ามคบใครนะ”




TBC....
เปลี่ยนดีไหมๆๆๆ โอ้ย หมั่นไส้พี่น้ำแรงส์
 :ling1: :ling1: :ling1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-11-2016 16:50:36 โดย MyMinT1990 »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2249
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +169/-9
แอบรักกันอยู่ทั้งสองฝ่าย เปิดใจ คุยกันได้ไหม จะได้มีความสุข

ชอบน้ำ :)

ออฟไลน์ นางฟ้าเชียงชุน

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 358
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
พระเอกเรื่องนี้ ถ้าไม่ชัดเจน ก็อย่าทำตัวหวงก้างดิว้าาาาา  :katai1: :katai1: :katai1:

สงสารฟ้า TT แอบสงสารต้นด้วย

ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5784
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-10
หวงก้างอะดิน้ำ

ออฟไลน์ mkianit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-3
มารอค่าาา  :pig4:

ออฟไลน์ ดาวโจร500

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 660
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-3
ทำไมคีย์เสือกจัง

ยุ่งเรื่องคนอื่นเกินไปรึเปล่า

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7744
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
เฮอะ.....น้ำไม่พอใจที่ฟ้าสนิทสนมกับต้น
ให้ผ้าขนหนูที่ตัวเองเคยใช้ ให้ต้นใช้
แต่น้ำ ยังมีหญิงเป็นคู่นอน แถมเรียกชื่อให้ฟ้าได้ยิน
แต่น้ำไม่ยอมให้ฟ้า คบใคร มันยังไง.....กันแน่
ตัวเองไม่ชัดเจนกับฟ้า มีหน้ามาห้ามฟ้า งง  :katai1: :katai1: :katai1:
อยากได้แบบนี้ น้ำก็ขอคบกับฟ้าสิ
เลิกกับคู่นอนให้หมด ได้หรือเปล่า
      :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1

◑  MAKE FRIEND ◐ 
★ เพื่อน ● รัก★

4





“พูดอะไรนะน้ำ”

ฟ้าแทบลืมหายใจ แว๊บหนึ่งฟ้ารู้สึกเหมือนตนเองกำลังโดนหวงแบบที่ตัวเองหวังแต่พอคิดไปคิดมา...มันไม่น่าใช่ น้ำไม่เคยเห็นเค้าคบกับใครเลยสักคน ตลอดเวลาฟ้าก็จะมีน้ำเป็นที่หนึ่งเสมอ งั้นไอ้อาการหวงนี้มันอาจจะเป็นเหมือนการหวงของเล่นของเด็ก หวงเพื่อนที่สนิทจนกลัวว่าพอมีคนอื่นให้ใส่ใจแล้วตัวเองจะกลายเป็นหมาหัวเน่า

“ไข้ขึ้นเหรอ เลอะเทอะใหญ่ละ”

“เราพูดจริงนะฟ้า”

“แล้วถ้าคิดกลับกันละ ถ้าเราบอกให้น้ำห้ามคบใครบ้างน้ำจะทำยังไง?”

“เราก็ไม่ได้คบใครอยู่แล้ว”

น้ำตอบหน้าตาย มือหนาเริ่มยกขึ้นมาจับช้อนในชามข้าวต้มแล้วคนวนไปวนมา

“เราคงถามผิดงั้นเอาใหม่ ถ้าเราบอกให้น้ำอย่าคบใคร…น้ำจะรู้สึกยังไง?”

มือที่คนข้าวต้มหยุดชะงักก่อนที่จะมีรอยยิ้มร้ายฝุดขึ้นมาบนใบหน้า

“ก็ดีนี่”

“ดี?”

“ก็ฟ้าหวงเรา ทำไมจะไม่ดีละ”

ฟ้าถึงกับกรอกตา นี่น้ำคงคิดอะไรตื้นๆตามประสาอีกละสิ

“เลิกเล่นแล้วกินเข้าไปได้แล้ว เดี๋ยวก็เย็นชืดหมด”

น้ำพยักหน้ารับแล้วค่อยๆตักกินโดยมีฟ้านั่งมองอยู่ริมเตียง ถึงแม้น้ำจะป่วยแต่ความดูดีของอีกฝ่ายกลับไม่ลดลงเลย ฟ้าลอบมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า เส้นผมสีอ่อนนั้นดูไม่เป็นทรงจนน่าขำ ผิวสีแทนสว่างดูซีดเซียวลงเหมือนใบหน้า

“มองขนาดนั้นมากินด้วยกันเลยไหม?”

น้ำพูดติดขำจนคนมองสะดุ้งเล็กน้อย

“บ้าดิ ก็รู้อยู่ว่าเราแพ้เห็ด”

“พูดเล่นหรอกน่า เรารู้ว่าเราหล่อไม่ต้องจ้องขนาดนั้น”

ฟ้าเบ้ปากแล้วหันไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา ฟ้าไล่ดูโซเชียลต่างๆไปอย่างไม่มีจุดหมาย จนกระทั่งเข้าไลน์แล้วไปสะดุดตาเข้ากับไทม์ไลน์ของคนช่างตื้อเข้า

ต้นกล้า

ชื่อเหมาะกับตัวจัง กล้าสมชื่อมาก

‘ไม่เคยเชื่อในพรหมลิขิตหรือสิ่งบังเอิญทั้งหลายแหล่ แต่พอหันขึ้นไปเจอท้องฟ้าแล้ว เราก็ได้รู้ว่ามันมีอยู่จริง’

ยอดแชร์ยอดไลท์กระจายมาก นี่ขนาดในไทม์ไลน์นะเนี้ย ถ้าในฟีดเฟสจะบูมขนาดไหน ว่าแล้วก็ลองเข้าไปสอดส่องดูในทันที

‘เป็นมื้อธรรมดาที่ไม่ธรรมดา’

พร้อมแนบด้วยภาพถ้วยข้าวต้มทรงเครื่องสองชามในมุมแอบถ่าย ฟ้ายกยิ้ม คาดว่าต้นน่าจะถ่ายตอนที่เค้ากำลังง่วนอยู่กับการตักเครื่องปรุงเพราะตอนนี้ก็เห็นเจ้าตัวหยิบจับโทรศัพท์แบบแปลกๆอยู่ด้วย

“ยิ้มอะไรนะ?”

น้ำเอ่ยแทรกขึ้นทำให้ฟ้าหันไปหา

“ห่ะ?”

“เราถามว่ายิ้มอะไร? มีอะไรน่าสนใจเหรอ?”

“เปล่าๆ แค่แคปชั่นน่าขำทั่วไปนะ”

“เราดูหน่อย”

ฟ้ากดปิดไลน์แล้วรีบเปิดเฟสก่อนจะยื่นไปให้คนป่วยที่อยากดู ฟ้าเห็นว่าข้าวต้มในถ้วยพร่องลงไปมากแล้วเลยชี้ถามประมาณว่าอิ่มเหรอ น้ำก็พยักหน้ารับทั้งที่ยังสาละวนกับโทรศัพท์ของฟ้าอยู่ ฟ้าเอาถ้วยไปเก็บที่โต๊ะด้านหน้าใกล้ประตูแล้วถือแค่ถ้วยใส่ยากับแก้วน้ำดื่มเข้ามายื่นให้น้ำ น้ำเหลือบตามองแล้วก็ต้องเบ้ปากหันหนี

“อย่ามาหนีนะน้ำ กินยาแล้วนอนให้หายรึจะไปโรงพยาบาลนอนค้างสักคืนสองคืน เลือกเอา”

“โว๊ะ ฟ้านี่”

ถึงจะเอ็ดแต่ก็ยอมหันหลับมายกยาใส่ปากแล้วกรอกน้ำตามจนหมดแก้ว ฟ้ายิ้มกริ่มเดินเอาแก้วไปเก็บแล้วกลับมาหาคนอยู่บนเตียง ฟ้าเอาหลังมืออังหน้าผากวัดไข้จนรู้ว่าลดลงกว่าตอนก่อนเช็ดตัวพอสมควรแล้ว คงไม่ต้องพาไปโรงพยาบาลอย่างที่ขู่ ฟ้าเหลียวมองคนป่วยที่เปลี่ยนจากโซเชียลเป็นเกมส์แล้วก็ส่ายหัว

“น้ำ เลิกเล่นแล้วนอนซะ”

“ขออีกสิบนาที”

“สัญญา?”

“สัญญาครับ”

ฟ้ายอมให้เจ้าของห้องเล่นโทรศัพท์เค้าต่อไปจนคาดการว่าน่าจะพอแล้วเลยหันไปแย่งเองกลับคืนมา น้ำหน้าหงิกหน้างอแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ในเมื่อตัวเองสัญญาไปแล้ว ฟ้าดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้น้ำเมื่อเจ้าตัวล้มตัวลงนอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“น้ำ”

ฟ้าเอ่ยเรียกเพราะมือหนาของคนป่วยที่กำลังนอนหลับตาพริ้มได้เอื้อมมาจับมือเค้าไว้

“อยู่นี่แหละ”

ฟ้าไม่ตอบอะไรแต่ยอมนั่งลงตรงขอบเตียงจนน้ำขยับเข้ามาใกล้อีกมือก็ยังจับมือฟ้าไว้ไม่ยอมปล่อย ฟ้ารอจนคิดว่าคนป่วยน่าจะหลับลึกไปแล้วค่อยดึงมือออกจากการจับกุม ขืนให้สกินชิปไปมากกว่านี้มีหวังกำแพงที่อุสาสร้างได้พังทลายลงมาแน่ๆ กำแพงใหญ่ที่หนาแน่นพอเพื่อกักเก็บความรู้สึกเบื้องลึกของเค้า เก็บไว้ไม่ให้คนๆนี้ได้รู้ ห้ามให้น้ำรู้เป็นอันขาด ไม่งั้นแม้แต่สถานะเพื่อนก็คงจะพังทลายไปกับหัวใจที่ช้ำเลือดช้ำหนองนี้





ก๊อกๆ

ฟ้าลืมตาขึ้นเพราะเสรยงเคาะประตูเมื่อครู่ ภายในห้องมืดสนิทจนเค้าได้รู้ตัวว่าตัวเองเผลอนั่งหลับไปนานขนาดไหน พอมองไปเห็นคนป่วยยังนอนหลับสนิทเลยเอื้อมมือไปวัดอุณหภูมิที่หน้าผากดูอีกที
โอเค หายเป็นปกติแล้ว

“อุ้ย ยังหลับอยู่เหรอเนี้ย”

เสียงอุทานของป้าอรดังขึ้นฟ้าจึงหันไปมองก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงไปเปิดโคมไฟพอให้มีแสงสลัวแล้วยกมือไหว้ผู้ใหญ่เจ้าของบ้าน

“สวัสดีครับป้าอร”

“ไหว้พระเถอะจ้ะน้องฟ้า ว่าแต่ตาน้ำอาการเป็นยังไงบ้างจ้ะ?”

“หายแล้วครับ กว่าจะให้กินข้าวกินยาได้ก็ลำบากเอาการอยู่”

“ปกติของเค้าละ ยังไม่ชินอีกเหรอค่ะ”

ฟ้าได้แต่ยิ้มแหย่

“อ๊ะ ตอนนี้กี่โมงแล้วครับ?”

“ทุ่มครึ่งแล้วจ้ะ นี่ป้าก็ว่าจะมาชวนลงไปกินข้าว”

“อ่า ผมขอตัวกลับเลยดีกว่าครับ”

“อ้าว มีธุระเหรอจ้ะ ป้าขอโทษนะที่ประชุมนานไปหน่อยนะ”

“ไม่เป็นไรครับ จริงๆก็ไม่ใช่ธุระสำคัญอะไร เอาเป็นว่าผมลาเลยแล้วกันนะครับ”

หญิงเจ้าของบ้านพูดอะไรไม่ออกเมื่อเห็นท่าทีรีบร้อนกึ่งลนลานของอีกฝ่าย เธอได้แต่ยิ้มรับแล้วรับไหว้โดยที่ไม่ได้ลงไปส่งตามที่เจ้าตัวขอ อรพินหันกลับไปยังเตียงที่ลูกชายเพียงคนเดียวของเธอนอนอยู่

“อ้าว ตื่นแล้วเหรอน้ำ”

เธอทักขึ้นเมื่อเห็นเจ้าตัวโตลืมตาเหม่อมองออกไปยังระเบียงกระจก น้ำไม่ตอบผู้เป็นแม่แต่ยันตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะก้าวลงจากเตียงแล้วเดินผ่านมารดาไปยังห้องน้ำ

“ทะเลาะอะไรกันรึเปล่าเนี้ย”

อรพินพึมพำตามหลังลูกชายที่เข้าห้องน้ำไปแล้ว เธอส่ายหัวหน่อยๆให้ความเอาแต่ใจของลูกชาย การที่เด็กทั้งสองคนนี้ทะเลาะกันส่วนใหญ่ก็มาจากความเอาแต่ใจของลูกชายเธอทั้งนั้น น้องฟ้าออกจะเป็นเด็กดีคอยเอาใจอดทนอยู่กับเด็กไม่รู้จักโตอย่างตาน้ำมาตลอด

“จริงๆเล๊ย ลูกคนนี้”









ฟ้ากลับมาถึงคอนโดนในเวลาไม่นาน พอเปิดประตูเข้ามาได้เจ้าตัวก็ทิ้งร่างลงนอนแผ่หลากับโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อน เหนื่อยกายนะไม่เท่าไหร่ แต่เหนื่อยใจนี่สิ...ที่สาหัส

ฟ้านอนอยู่อย่างนั้นร่วมครึ่งชั่วโมงจนรู้สึกได้ถึงการสั่นของโทรศัพท์ เค้าหยิบมันออกมาดูชื่อพอรู้ว่าเป็นใครจึงสไลด์รับสายเนืองๆ

“ว่าไงต้น?”

/ไม่ได้ว่าไงครับ แค่คิดถึงฟ้า/

ฟ้าพ้นลมหายใจก่อนจะยกยิ้มอ่อน ยอมใจมันจริงๆให้ตายสิ

“ถ้าไม่มีอะไรงั้นเราวางแล้วนะ”

/เห้ย! อย่าพึ่งวางนะ!!/

รีแอคชั่นที่ดูโอเวอร์นั้นทำให้ฟ้าหลุดหัวเราะจนคนที่ปลายสายได้ยินและยิ้มกว้างตามไปด้วย ตอนนี้ต้นกำลังกินข้าวต้มที่ซื้อมาจากร้านที่ฟ้าเคยพาไปกิน แต่แปลกที่มันไม่อร่อยเหมือนวันนั้นเลยสักนิด

/แกล้งเราเหรอ?/

“เปล่า เราจะวางจริงๆ”

/ใจร้ายวะ/

“พึ่งรู้?”

/หึหึ จะร้ายแค่ไหนเราก็รักเหมือนเดิมอยู่ดี/

ฟ้านิ่งไปนิดหายใจติดขัดไปหน่อยที่ได้ยินคำว่ารักแทนที่ปกติต้นจะพูดว่าชอบซะมากกว่า

“พูดง่ายจังนะ”

/ก็มันจริงแล้วจะให้พูดยากไปทำไมละ เราก็ตรงๆแบบนี้แหละ ฟ้าชอบไหม?/

ฟังดูเหมือนจะถามความชอบทั่วไปแต่เชื่อเถอะ ไอ้คนถามมันต้องไม่คิดแค่นั้นแน่

“ไม่”

/หึหึ ว๊าแย่จัง/

ฟ้าหลุดหัวเราะอีกรอบเมื่อได้ยินคำแบ๊วๆที่ไม่เข้ากับเสียงห้าวของคนพูดเลยสักนิด ต้นแตกต่างจากน้ำอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้น้ำจะขี้เล่นหน่อยแต่น้ำจะออกแนวเก๊กๆทำตัวแมนแต่กลับเลือนลอย ส่วนต้นจะขี้เล่นแบบกวนๆกะล่อนลื่นไหลแต่กลับแอบแฝงไปด้วยความแน่วแน่และเที่ยงตรง

“ต้น”

ฟ้าเอ่ยเรียกน้ำเสียงจริงจังจนคนปลายสายถึงกับวางช้อนในมือแล้วยืดตัวขึ้นเตรียมฟังประโยคต่อมาอย่างตั้งอกตั้งใจ

“ออกไปดื่มกันหน่อยไหม?”

รอยยิ้มฝุดขึ้นมาบนใบหน้าหล่อของคนฟังในทันที







“ไอ้น้ำ”

น้ำทำทีไม่สนใจคนที่เอ่ยเรียก ตอนนี้เค้าอยู่ในบาร์แถวมหาลัย ก็รู้อยู่แก่ใจว่าไม่สบายพึ่งหายไม่ควรที่จะมาเที่ยวในสภาวะแบบนี้แต่มันอดไม่ได้จริงๆ พออยู่คนเดียวแล้วมันคิดมาก ในหัวมีแต่เรื่องของฟ้าคนเค้าก็ไม่อยากจะให้มันถล่ำลึกไปกว่านี้ ทำไมต้องคิด แต่เพื่อนสนิททำไมต้องไปคิดมากขนาดนั้นทั้งที่แต่ก่อนฟ้าควงใครเค้าก็ไม่เห็นจะคิดอะไรมากอย่างนี้เลยสักคน

หรือเพราะเค้ามีลางสังหรณ์ว่าคนนี้มันต้องไม่เหมือนอย่างที่ผ่านมา

จะว่าไปมันก็ไม่เหมือนที่ผ่านมาจริงๆ ฟ้าไม่เคยเล่นกับคนที่มหาลัยใครๆต่างก็รู้ดีจึงไม่ค่อยมีใครพยายามที่จะเข้าหาเท่าไหร่ทั้งที่เจ้าตัวก็เป็นที่หมายปองมากจนเค้ายังทึ่ง ฟ้าไม่เคยใจดีกับคนที่พยายามรุกล่ำความเป็นส่วนตัวของเค้า

“ไอ้เชี่ยน้ำ สนใจพวกกูด้วยครับ”

“อะไรของมึง?”

น้ำหันไปถามเสียงขุ่น เคนเลยส่ายหัวแล้วลุกขึ้นมานั่งข้างๆตลไหลไปอีกทีสองที

“กูจะบอกว่ามึงเพลาลงหน่อยก็ได้ พึ่งหายไข้มาไม่ใช่รึไง กระดกอย่างกับจะอาบ เปลืองเหล้าเว้ย”

“เปลืองก็ช่าง เงินกู”

“ครับพี่ครับ ผมรู้ครัวว่าพี่รวย แต่กูขอพูดหน่อยเหอะวะ มึงมีอะไรให้เครียดถึงขนาดนั้นเลยรึไง?”

น้ำยังคงเงียบแล้วยกแก้วเหล้าในมือขึ้นดื่มต่อจนหมดแก้วแล้วก็ชงใหม่ ที่น้ำเลือกที่จะชงเองเพราะพนักงานชักช้าไหนจะชงจางขัดใจไปหมด

“พูดเพื่อนมึงจะเห้ย มีอะไรก็ปรึกษากันได้”

น้ำนิ่งคิดก่อนจะวางแก้วแล้วเอ่ยปากในที่สุด

“มึงก็รู้ว่ากูไม่เคยคบใครจริงจังใช่ไหม?”

เคนพยักหน้ารับ

“แล้วสมมุติว่ากูกำลังคุยๆกับคนที่คิดว่าจะคบด้วยอยู่แบบลับๆแล้วมึงมาเจอเข้างี้ มึงจะรู้สึกยังไงวะ?”

เคนคิดตามไม่นานก็ตอบกลับ

“แรกๆคงโกรธแหละ ก็แม่งเพื่อนกันแต่ไม่มีบอก จะปิดบังกันเพื่อ? แต่หลังจากนั้นก็คงดีใจด้วย เพื่อนจะมีเป็นคนเป็นตนสักทีนี่หว่า”


“เหรอ”

“นี่มึงไปแอบคบกับใครเค้าเข้าละเนี้ย”

“เปล่า”

เคนพยักหน้าเข้าใจแล้วยกแก้วขึ้นดื่มปล่อยให้ไอ้เพื่อนตัวดีมันนั่งจ้องมองอะไรสักอย่างต่อไป แต่จู่ๆเค้าก็คิดอะไรขึ้นได้

“หรือว่า...”

“ฟ้า”

เคนยังไม่ทันได้พูดจบน้ำก็ตาเบิกกว้างพร้อมด้วยเอ่ยชื่อเพื่อนสนิทของเค้าออกมา เคนหันไปมองตามสายตาของน้ำแล้วก็เห็นร่างสูงโปร่งที่มีผมยาวสลวยเดินเข้ามาภายในร้านพร้อมด้วยใครสักคนที่เค้าไม่รู้จัก ฟ้ามาด้วยชุดเสื้อยืดคอวีที่คว้านลึกโชว์ผิวที่ขาวเนียน คอระหงมีสร้อยแฟชั่นสีดำสามเส้นไขว้ไล่ระดับลงมาถึงหน้าอด ท่อนล่างเป็นกางเกงยีนส์สีซีดมีรอยขาดตามแฟชั่นนิยมและรองเท้าผ้าใสสีขาวตามโทนของชุด นับว่าเป็นชุดที่เรียกสายตาของผู้คนในร้านได้มากถึงมากที่สุด

เคนยังคงจ้องมองไปที่ฟ้าจนกระทั่งทั้งสองคนเดินเลี่ยงไปนั่งอยู่อีกฝั่ง เค้ามั่นใจว่าฟ้าไม่เห็นพวกเค้าแน่ๆ ไม่งั้นคงเดินเข้ามาทักแล้ว

“ไอ้น้ำ อย่าบอกนะว่าที่มึงถามกูเมื่อกี้นี้...เป็นฟ้านะ?”

น้ำไม่ตอบแต่กระดกเครื่องดื่มในแก้วจนหมดภายในรวดเดียวทั้งที่สายตายังคงจับจ้องไปที่ฟ้าแทบไม่กระพริบ เคนถึงหับส่ายหัว

“มึงจะไปอะไรกับมันมากว๊า เดี๋ยวมันพร้อมก็มาบอกเองแหละน่า”

“กูไม่ชอบ”

“ห่ะ”

“กูไม่อยากให้มันมี”

“แล้วมึงมีสิทธิ์อะไรไปห้ามมัน”

น้ำถึงกับสะอึก

“กูเป็นเพื่อนรักมัน เพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกันเลยนะ”

“แล้วไง ก็แค่เพื่อน ไม่ใช่เจ้าชีวิต”

“มึงช่วยขยายความคำว่าเจ้าชีวิตหน่อยสิวะ?”

“กูก็ไม่ค่อยรู้ละเอียดนะ อาจจะประมาณว่าคนที่มันอยากจะอยู่ด้วยไปตลอดชีวิตละมั่ง”

“กูก็อยากอยู่กับมันอย่างนี้ไปตลอดชีวิตนะ”

“ไม่ใช่เว้ย ต้องไม่ใช่ในฐานะเพื่อนดิ”

“มึงจะบอกว่าต้องอยู่ในฐานะแฟนเหรอ?”

“ต้องลึกซึ้งกว่านั้น”

“อะไร?”

“คนรัก”








“ฟ้า”

ฟ้าหันมาหาคนเรียกที่นั่งคุมเชิงอยู่ข้างๆ ดวงตาสีดำเริ่มหยาดเยิ้มเมื่อได้แอลกอฮอล์เข้าร่างกายไปมากพอสมควรแล้ว น้ำลอบกลืนน้ำลายไปเอือกหนึ่งเมื่อสบตาเข้ากับฟ้า ผมยาวคลอเคลียอยู่ที่ช่วงไหล่ตัดกับสีผิวที่ขาวจัด

“ว่า?”

“เมาแล้วเหรอ?”

ฟ้าหัวเราะเสียงแผ่ว ใบหน้าหวานฉีกยิ้มกว้างมากกว่าทุกทีจนต้นอดทึ่จะใจเต้นแรงไม่ได้ ขอบคุณผู้ที่คิดค้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดครับ

“เราคอแข็งจะตาย แค่นี้จิบๆ”

“แล้วคีย์ละ?”

“มาไม่ได้”

ต้นพยักหน้ารับแล้วยกแก้วของตนขึ้นดื่ม เค้ามองดูบรรยากาศโดยรอบโดยที่ฟ้าเองก็สนใจแต่นักดนตรีบนเวที ต้นอดที่จะเสมองใบหน้าด้านข้างของคนหน้าหวานไม่ได้ เค้าดีใจแทบแย่เมื่อได้ยินคำเชิญชวนนั้น จากที่คิดจะกินข้าวดูหนังธรรมดาในวันหยุดจู่ๆก็ได้ข้ามขั้นมานั่งดริ้งค์เหล้าด้วยกันสองคนซะงั้น เค้าสาบานได้ว่าตอนแรกไม่ได้คิดถึงเรื่องสิบแปดบวกอะไรนั้นเลยแต่พอคิดได้ว่ามาร้านเหล้าก็ต้องกินและเมื่อกินแล้วก็ต้องเมา แล้วถ้าเมา...เค้าจะอดใจในเรื่องอย่างว่าได้ไหมนะ ทั้งที่พยายามไม่คิดแต่เมื่อมาเจอการแต่งตัวของฟ้าในค่ำคืนนี้แล้ว เค้าก็แทบกลั่นใจตาย หวั่นไหวมากถึงมากที่สุดอะบอกเลย ต้นสะดุ้งเมื่อฟ้าหันมาสบตาเค้าเข้าพอดี

“จ้องมากๆเราก็เขินเป็นนะ”

ฟ้าพูดแค่นั้นแล้วก็หันไปมองยังเวทีต่อ ดูท่าฟ้าคงจะเป็นคนชอบฟังเพลงมาก เห็นพึมพำตามเพลงได้แทบทุกเพลงเลยด้วย ต้นกดยิ้มแล้วเสมองไปยังอีกด้าน จนกระทั่งรู้สึกได้ถึงสายตาของใครบางคนเข้า จริงๆก็รู้สึกมาได้สักพักแล้วแต่เค้าพยายามไม่สนใจจนคิดว่ามันนานมากเกินไปแล้วเค้าเลยหันไปมองหาเจ้าของแววตานั้น ไม่นานเค้าก็เจอ เป็นคนที่นั่งอยู่คนละฟากกับเค้าแล้วยังอยู่ในมุมของเงามืดสลัวอีกต่างหาก เรียกได้ว่าเป็นโต๊ะหลบมุมเลยก็ว่าได้ ต้นเคยเห็นหน้าคนนั้นในโซเชียล ในเพจดังอย่างคิ้วบอยของมหาลัยก็ด้วย และที่สำคัญ...คนๆนั้นรู้จักกับฟ้า

“ฟ้า”

เค้าเอ่ยเรียกเพื่อจะบอกถึงคนๆนั้นแต่ฟ้ายังไม่ทันจะหันมาหาก็มีคนเดินเข้ามาหาคนหน้าหวานซะก่อน เรียกได้ว่าเข้ามาจีบซึ่งๆหน้าทั้งที่ก็เห็นอยู่ว่าเค้าก็นั่งอยู่ข้างๆ ต้นชักจะหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย

“สวัสดีครับคนสวย”

คนมาใหม่ทักทายพร้อมรอยยิ้ม ฟ้ายิ้มตอบพร้อมคำทักทายตามปกติ

“สวัสดีครับ”

“คุณดูดีมากจนผมอดที่จะเดินเข้ามาทำความรู้จักด้วยไม่ได้เลยจริงๆ”

“ขอบคุณ”

ต้นนึกฉุนจนต้องหันหน้าหนีพลางยกแก้วขึ้นดับความร้อนรุ่มภายในใจจนสายตาไปสบเข้ากับคนๆนั้นอีก เค้าจ้องสบตาจนได้รู้ถึงรอยยิ้มที่เหมือนจะส่งยิ้มเยาะมาให้ นั้นยิ่งทำให้ต้นไม่สบอารมณ์เพิ่มขึ้นไปอีก ทว่าไฟที่กำลังโหมกระหน่ำในใจก็พลันดับวูบลงเพราะคนข้างๆได้เอ่ยบางประโยคขึ้นมา

“ขอบคุณสำหรับคำชวนครับ แต่ผมมีคนมาด้วยและไม่คิดที่จะไปที่อื่นกับใคร”

“ไหนคุณบอกว่ายังฟรีไงครับ?”

“ฟรีจริง แต่กำลังพิจารณาอยู่หนึ่ง”

ต้นเผลอฉีกยิ้มอย่างไม่รู้ตัว ฟ้าที่เหล่มามองเลยเห็นเข้าพอดี เค้าเองก็ยิ้ม ต้นและฟ้าสบตากันอยู่อย่างนั้นจนผู้มาใหม่จำต้องล่าถอย

“ขอบคุณนะ”

ต้นเอ่ยพูดขึ้นในที่สุด

“เรื่อง?”

“ที่เก็บเราไว้พิจารณา”

ฟ้าหัวเราะเสียงแผ่ว

“หลงตัวเองวะต้น”

“อย่าตัดความหวังกันงี้ดิฟ้า”

“หึหึ”

“ฟ้า”

“ว่า?”

“เราชอบฟ้าจริงๆนะ ชอบมากจนกลายเป็นรักแล้วเนี้ย”

ใบหน้าหวานที่แยกยิ้มค่อยๆหุบลงจนกลายเป็นหน้านิ่ง ต้นคงจะสลดใจถ้าไม่สังเกตุเห็นความแดงระเรื่อที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นจนลามไปถึงคอ

ฟ้าเขิน

“ฟ้าครับ”

“อะไรอีก?”

“เขินแล้วน่ารักวะ”

“หุบปากไปเลยนะต้น”

“โว้ มาบทโหดซะด้วย”

“เราโหดได้มากกว่านี้อีกนะ เพียงแค่ตอนนี้ยังไม่เผยให้เห็นเฉยๆหรอก”

“ไม่เป็นไร เรายังมีเวลาเห็นทุกสิ่งที่เป็นฟ้าไปอีกนาน”

“...........”

“เป็นแฟนกันนะ ไม่ใช่สิ เป็นแฟนต้นนะครับ?”

“..........”

“ฟ้า”

“หุบปากแล้วยกแก้วดื่มไปเงียบๆเลยนะ”

ต้นยิ้มรับคำคนเขินจนหน้าแดงเถือก ฟ้าได้แต่สถบในใจ ให้ตายสิ ตั้งแตจ่เกิดมาไม่เคยเห็นใครตรงเผ่งได้เท่ามันเลย

ฟ้ากับต้นพากันดื่มไปคุยสัพเพเหระไปเรื่อยจนเข้าสู่วันใหม่ไปหลายสิบนาทีฟ้าเลยชวนกลับ ต้นเองก็พยักหน้ารับไม่ขัดใจคนกำลังกรึ่ม ฟ้าบอกว่าตัวเองคอแข็งแต่ที่เค้าเห็นนี่คือเริ่มจะเซแล้วด้วยซ้ำ ผิดกับต้นที่ดื่มเท่าไหร่ก็ไม่เห็นจะเมาสักที ดีแล้วที่ต้นเป็นคนอาสาไปรับฟ้าเอง

“ฟ้า มาเราช่วย”

ต้นอาสาเมื่อเห็นฟ้าเดินไปชนใครสักคนจนตัวเองเซไปหลายก้าว ฟ้าหันมามองที่ต้นก่อนจะยื่นมือมาหา นี่เป็นครั้งแรกที่ฟ้ายอมให้เค้าสัมผัส ต้นเข้าไปโอบรอบเอวบางแล้วพาออกไปยังหน้าร้านได้สำเร็จ พอไปถึงรถเค้าจึงปล่อยมือแล้วหันมาค้นหากุญแจรถของตัวเองแทน ฟ้ายืนพิงข้างรถอยู่ต่อหน้าได้แต่จ้องมองไปยังต้นด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ถูก

“ต้น”

“ครับ?”

ต้นเงยหน้าขึ้นมามองสบตาฟ้า ดวงตานั้นสั่นไหวเล็กน้อยจนต้นเริ่มใจไม่ดี

“มีอะไรรึเปล่าฟ้า?”

“ต้นรักเราจริงดิ?”

“จริงสิ ไม่รักจะหน้าด้านตามตื้นขนาดนี้เหรอครับ”

“ทั้งๆที่รู้ว่าเราไม่สนใจนี่นะ”

“ฟ้าสนใจเราไปแล้วเหอะ”

ฟ้ายิ้มจางแต่ดวงตายังคงหม่นหมอง

“งั้นเปลี่ยนเป็นทั้งที่รู้ว่าเรามีคนในใจแล้วนี่นะ”

ต้นนิ่งงัน จู่ๆก็เกิดเดดแอร์ขึ้นมาชั่วขณะ

“เรารักเค้าเหมือนกับที่ต้นรักเรา แต่...”

“..........”

“ต้นยังดีกว่าเราตรงที่ต้นยังมีโอกาสคบกับเราได้ แต่เราไม่มีโอกาสที่จะคบกับเค้าเลย”

“ขอถามได้ไหมว่าทำไม?”

ฟ้านิ่งเงียบ ดวงตากลมลื้อน้ำจนปริ่มขอบ ต้นเม้มปากแน่นฝืนตัวเองไม่ให้ถามมั้งที่ใจอยากประโคมคำถามไปเป็นสิบ เค้าเอื้อมมือไปจับมือฟ้าเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายังคงนิ่งไม่ได้ผลักไสจึงถือวิสาสะดึงเข้ามาในอ้อมแขน ต้นโอบกอดฟ้าในเชิงปลอบ

“ไม่เป็นไร เรารอได้ ถ้าฟ้าอยากจะตัดใจจากคนนั้นแล้วหันมาหาเรา เรายินดีรอฟ้าเสมอ”

“ทั้งที่ไม่รู้ว่าเราจะตัดใจได้รึเปล่านะเหรอ?”

“ถ้าฟ้าคิดจะทำ มันต้องได้สิ”

“เหรอ”

ลองมาหลายปีแล้ว แต่สุดท้ายก็ยิ่งถล่ำลึก

“ฟ้า”

ต้นผละคนหน้าหวานออกจากอกก่อนจะเอ่ยเรียกซ้ำ

“หืม?”

“เรามาพยายามไปด้วยกันไหม?”

“.........”

“ฟ้าพยายามตัดใจ เราก็พยายามชนะใจฟ้าไง”

ฟ้าก้มหลบตาเพื่อคิดทบทวน

“จะลองดู”

ต้นยิ้มกว้าง

“งั้นเป็นแฟนกันนะ”

“มากไปละ อย่ามาเนียน”

“โถ่ฟ้าอะ กำลังได้ที่เลย”

“ที่เท่ออะไร ปลดล็อครถได้ละ ยุงเยอะ”

“ครับๆ”









อีกฟากของร้านสองหนุ่มได้ยืนมองคนทั้งคู่อยู่อย่างเงียบๆ แม้พวกเค้าจะไม่ได้ยินคำพูดใดๆแต่สิ่งที่เห็นเต็มสองตานั้นคือหลักฐานประกอบข้อสันนิฐานได้เป็นอย่างดี

“แสดงว่าฟ้ามีแฟนอย่างที่มึงพูดจริงๆสินะไอ้น้ำ”

เคยเอ่ยเสียงเรียบแต่น้ำกลับกำมือแน่นขึ้นไปอีก น้ำกับเคนเดินตามคนทั้ง๕ออกมาตั้งแต่แรก เค้าไม่อยากแสดงตัวให้ฟ้าเห็นเพื่อที่จะแอบมองเพื่อความแน่ใจ

ทั้งที่บอกไปแล้วว่าอย่าคบใคร แต่ก็ไม่คิดจะฟังกันเลยสินะ

“น้ำ”

“กลับเหอะ”

“มึงเป็นอะไร หน้าตาแม่งโคตรน่ากลัว”

“ไม่มีอะไรหรอกน่า”

“ขอให้มันจริง”

น้ำกดยิ้มเจ้าเล่ห์

ในเมื่อพูดดีๆแล้วไม่คิดจะฟัง งั้นต้องเป็นเจ้าชีวิตสินะ

เจ้าชีวิตทั้งที่ไม่ใช่คนรัก


TBC....

ชี้แจงนิสนะค่ะ
เรื่องนี้น้ำอยากครอบครองฟ้าไว้กับตัวเองจริงแต่ไม่ให้สถานะคนรักค่ะ ทำไมนะเหรอ เพราะทิฐิไง น้ำเชื่อมาโดยตลอดว่าผู้ชายด้วยกันคบกันในแง่นั้นไม่ได้มันไปไม่รอดสู่อยู่แบบเพื่อนจะดีกว่า แต่ก็หึงหวงเหมือนกัน ออกแนวหมาหวงก้างแหละนะ ส่วนฟ้านะรู้ใจตัวเองดีและรู้จักคนอย่างน้ำดีด้วยจึงไม่สามารถบอกความรู้สึกตัวเองกับน้ำได้ กลายเป็นแอบรักแบบไม่มีทางสมหวังเลย
บทสรุปจะเป็นอย่างไร คนทั้งคู่จะหันมารักกันได้ไหม หรือจะเป็นรักสามเศร้าสี่เศร้า
อันนี้ยังไม่บอก ต้องติดตามกันต่อไปเนอะ
ปล.ขอบคุณสำหรับกำลังใจและคอมเม้นต์ค่ะ
 :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2249
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +169/-9
ขอแค่อย่าทำร้ายความรู้สึกของกันและกันก็พอ

เรายังชอบน้ำ ผู้ชายนิสัยเอาแต่ใจ555


ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5784
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-10
น้ำนี่ยังไงนะ เดี๋ยวก็เชียร์ต้นซะเลย

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7744
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
น้ำ นี่ยังไงกัน :katai1: :katai1: :katai1:
ไม่บอกความรู้สึกของตัวเอง
มีแต่ความหวง หวงแบบไหน ตัวเองก็ไม่รู้
ก่อนหน้านี้ ก็เห็นฟ้ามีแฟน ทำไมไม่หวง
มันต่างกันตรงที่เรียนม.เดียวกันหรอ
แล้วนี่ยังไม่ทันคุยกับฟ้าเรื่องต้น เลย
ก็คิดจะเป็นเจ้าชีวิตของฟ้า ซะละ
ข้ามขั้นคนรัก ไปเลย
      :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
◑  MAKE FRIEND ◐ 
★ เพื่อน ● รัก★

5




มินิคูเปอร์สีแดงสดขับมาจอดเทียบที่ช่องจอดข้างตึกเรียนเป็นปกติ ฟ้ารวบกระเป๋าเป้แล้วจึงลงจากรถย่างก้าวเข้าตึกโดยไม่สนใจสายตาสาธารณชนที่กำลังจ้องเค้าเป็นตาเดียว ฟ้าจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้ทุกอย่าง และนั้นก็ทำให้ฟ้าที่ตื่นขึ้นมาแต่เช้าต้องนั่งเหม่อคิดวิเคราะห์วนเวียนถึงคำพูดเหล่านั้นอยู่นาน นานจนเกือบจะทำให้เค้าเข้าเรียนสาย

“ฟ้า ทางนี้”

ตีย์เอ่ยเรียกเมื่อเห็นเพื่อนเดินเข้ามาในตึก คีย์เองก็ยืนรอฟ้าอยู่ที่จุดเดิมตรงแถวหน้าลิฟท์ ถ้าเค้าไม่เห็นฟ้าเค้าก็จะยังไม่ก้าวหนีไปไหน ถือว่าเป็นเพื่อนที่ดีจนเกินไปเลยก็ว่าได้ ฟ้ายิ้มกว้างให้คีย์แล้วจึงกากันเข้าลิฟท์มุ่มตรงสู่ห้องเรียน

ครืน ครืน

โทรศัพท์ของฟ้าสั่น ฟ้าละสายตาจากชีสเรียนตรงหน้ามามองดู

 
ต้นกล้า อรุณสวัสดิ์ เราพึ่งตื่นอะ เข้าเรียนสายอีกจนได้
ต้นกล้า สติ๊กเกอร์หมีบราวเศร้า

 
ฟ้าแย้มยิ้มก่อนจะปลดล็อคแล้วพิมพ์ตอบกลับ

 
NumFha สมน้ำหน้า
ต้นกล้า ไรว๊า แทนที่จะเห็นใจกัน
NumFha ทำไมต้องเห็นใจ ตัวเองทำตัวเองป่ะ
ต้นกล้า ใช่สิ๊ ได้เราแล้วก็งี้
NumFha ได้เหี้ยสิ
ต้นกล้า ไม่อยากได้เหี้ยครับ อยากได้ฟ้า

 
ฟ้าถึงกับเบ้ปาก อยากจะบอกให้คนช่างป้อยอไปสมัครเป็นประธารสมาคมมุขเสี่ยวจริงๆ

 
NumFha เสี่ยวเอาโล่เหรอ? รีบมาเรียนได้ละเอาแต่เล่นอยู่นั้นแหละ
ต้นกล้า ไม่ได้เล่นครับ เราพูดจริง
NumFha สติ๊กเกอร์โคนี่จ้องหน้าโหด
ต้นกล้า ครับๆไปเรียนก็ได้ครับ เอาเข้าจริงเราก็อยู่มหาลัยแล้วแหละ แต่ยังไม่ถึงห้องเรียน
NumFha รีบสิ ติดเอฟมาจะขำให้
ต้นกล้า ไม่มีทาง มีแต่จะได้เอพลัส
NumFha มั่นไปไหม?
ต้นกล้า แล้วหมั้นไว้ก่อนได้ไหมอะ

 
ยังคงเล่นไม่เลิก ฟ้าส่งจุดสามจุดกลับไปแล้วก็ออกจากแอปพลิเคชั่น เค้าวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมแล้วหันกลับมาตั้งใจเรียนต่อ แต่ไม่นานก็มีไลน์เด้งขึ้นมาอีกซะงั้น ฟ้าพ้นลมกรอกตาคิดว่าน่าจะเป็นต้นคนเดิมที่ตอบกลับแต่มันไม่ใช่

 
Fha’sNUM เที่ยงนี้กินข้าวไหน?

 
ฟ้าขมวดคิ้วมุ้ย น้ำงั้นเหรอ แล้วทำไมถึงเปลี่ยนชื่อแอคไลน์แบบนี้

 
NumFha ยังไม่รู้ อยากกินไรละ?
Fha’sNUM ฟ้าอยากกินไร?

 
โดนถามกลับซะงั้น แปลก ปกติน้ำจะบอกสิ่งที่ต้องการมาเลยนี่นา
 
NumFha ก๋วยเตี๋ยวไหม? กินที่โรงอาหารกลางก็ได้น้ำมีเรียนตึกใกล้ๆนั้นใช่ไหมละ
Fha’sNUM ได้ งั้นเดี๋ยวไปรับ
 
เป็นอีกครั้งที่ฟ้าต้องแปลกใจ
 
NumFha เราเอารถมา จะมารับทำไม?
Fha’sNUM ก็อยากไป พอใจอะ
 
คนเอาแต่ใจก็ยังคงเอาแต่ใจวันยันค่ำ
 
NumFha น้ำเอารถไรมา?
Fha’sNUM SLK
NumFha งั้นไม่ต้องมารับนั้นแหละดีแล้ว
Fha’sNUM ทำไม?
NumFha คีย์ไปด้วยนะ รถมีสองที่นั่งจะไปกันยังไงไม่ทราบ
Fha’sNUM เคนจะไปรับคีย์ส่วนฟ้ามากับเรา จบนะ ห้ามแย้ง เรียนได้แล้วครับ
 
ฟ้ายังคงแย้งอยู่ในใจ แทนที่จะให้เค้าเอารถไปเองก็จบเรื่อง ไม่รู้จะมารับให้มันยุ่งยากเพิ่มทำไม

“มีอะไรเหรอ?”

คีย์เอ่ยถามเมื่อเห็นฟ้าจ้องโทรศัพท์นิ่งเงียบไปนานทั้งๆที่หน้าจอก็ล็อคไปแล้ว

“น้ำกับเคนจะมารับไปกินข้าวเที่ยงที่โรงอาหารกลาง”

“หืม มารับทำไมเราขับไปเองเหมือนปกติก็ได้นี่”

“นั้นแหละที่เราสงสัย”

“เหรอ ชักแปลกๆแฮะ”

ประโยคหลังคีย์พึงพำเบาๆไม่ให้ฟ้าได้ยิน ดีที่ฟ้าไม่ได้สนใจจะฟังอยู่แล้วเลยปล่อยผ่านไปในที่สุด ฟ้าและคีย์เรียนไปจนถึงช่วงเวลาพักเที่ยง พอลงจากตึกไปก็เจอเบนซ์ SLK สีเทาควันบุหรี่จอดเป็นจุดเด่นอยู่กับบีเอ็มแซดสี่สีดำเงา น้ำที่ยืนโชว์ความหล่อด้วยชุดนักศึกษากึ่งทางการกับแว่นกันแดดแบรนด์ดังเคียงคู่กับเคนที่มาในมาดหล่อไม่แพ้กัน ไม่ต้องพูดถึงเป้าสายตาของผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาเลย ยิ่งตอนที่น้ำหันมาเจอฟ้าแล้วเผยรอยยิ้มกว้างนั้นอีก เสียงกรี๊ดดังแว่วมาจนฟ้าอดหมั่นไส้ไม่ได้

“มานานแล้วเหรอ?”

ฟ้าเอ่ยถามเมื่อเดินไปใกล้เพื่อนทั้งสอง คีย์เองทักทายเพื่อนทั้งสองโดยการพยักหน้าให้ตามสไตล์

“สักพัก ไปกันเถอะเดี๋ยวโต๊ะเต็ม”

ฟ้าพยักหน้ารับพอจะเดินเข้าไปเปิดประตูรถก็ต้องชะงักเมื่อเจ้าของSLKคันสวยได้หันไปเปิดประตูให้เป็นที่เรียบร้อย

“เอ๋ออะไร ขึ้นรถดิ”

ฟ้ากระพริบตาปริบๆก่อนจะก้าวขึ้นรถไปอย่างเงียบๆ น้ำปิดประตูแล้วจึงเดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ คีย์เองก็ไปนั่งคันของเคนที่ด้านหลัง ไม่นานรถทั้งสองคันก็มุ่งหน้าสู่โรงอาหารกลางที่อยู่ตรงไกลจากตึกสถาปัตฯไปพอสมควร พอรถทั้งคู่มาจอดเทียบไม่ไกลจากตัวอาคารของโรงอาหาร ทุกสายตาล้วนจับจ้องมายังรถซุปเปอร์คาร์คันหรูกันเป็นตาเดียว ยิ่งเมื่อบุคคลที่ลงจากรถมามีแต่ระดับหน้าตาดีติดท๊อปชาร์ตยิ่งเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆปนความหมั่นไส้ของชายหนุ่มไปพร้อมๆกัน

ฟ้าที่เป็นคนเดินนำเข้าไปข้างในตัวโรงอาหารเหลียวซ้ายแลขวาไม่นานก็เจอโต๊ะว่างที่เป็นโต๊ะยาวสำหรับหกคนเข้า พวกเค้าจึงพากันไปนั่งก่อนจะแยกย้ายไปหาซื้อของกินตามที่อยาก

“ฟ้าเอาไร เดี๋ยวเราไปซื้อให้”

“เตี๋ยวไก่มะระเส้นเล็ก”

น้ำพยักหน้ารับแล้วลุกขึ้นเดินตรงไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวที่ฟ้าบอก ฟ้าที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเพียงผู้เดียวจึงยกโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นฆ่าเวลาระหว่างรอ ฟ้าจะไม่แปลกใจอะไรเลยถ้าหากไม่ได้เห็นตัวเลขของการแจ้งเตือนมากมายขนาดนี้ ฟ้าเปิดเข้าไปดูในทันทีแล้วก็ได้รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะโพสพร้อมรูปเป็นสิบจากเพจคิ้วบอยของมหาวิทยาลัย และที่สำคัญคือทางเพจได้แท๊คชื่อฟ้าและน้ำเข้าไปด้วย
 
‘ตำนานคู่จิ้นน้ำฟ้าได้กลับมาแล้ว’
 
ฟ้ากรอกตา เค้ากดเข้าไปดูรูปที่ถูกแอบถ่ายตอนที่ตนยืนคุยอยู่หน้าตึกจนกระทั่งขึ้นรถมาที่นี้ด้วยความทึ่ง เวลาไม่นานนี่โดนถ่ายได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี้ย แถมช็อตที่น้ำเปิดประตูให้เค้านี่บูมมาก ยอดไลน์ถล่มทลายจนไม่อยากจะเชื่อสายตา มิน่ายอดติดตามและแอดเฟรนในเฟสเค้าถึงได้เพิ่มขึ้นมามากขนาดนี้

“มีอะไร?”

คีย์เอ่ยถามเมื่อมาถึงโต๊ะพร้อมด้วยจานข้าวราดแกงและน้ำเปล่าอีกสองขวด ขวดหนึ่งเป็ยของตัวเองส่วนอีกขวดนั้นซื้อมาเผื่อฟ้า เคนเองก็เดินตามกันมาติดๆ เคนเองก็กินข้าวราดแกงและมีขวดน้ำแป๊บซี่สองขวดในมือ

“เพจคิ้วบอยเล่นงานเราอีกแล้วอะคีย์”

ฟ้าทำเสียงอ้อนพร้อมท่าทางเหมือนจะร้องไห้จนคีย์ยิ้มขำ

“เล่นงานแบบไหน ถ่ายรูปจนทำหน้าแย่ๆลงเหรอ?”

“ป่าว”

“หรือจับไปจิ้นกับต้น”

“บ้าดิ”

“ใครวะ?”

เคนถามขึ้นเมื่อได้ยินชื่อบุคคลที่สาม ฟ้าหันหน้าหนีส่วนคีย์ก็เอาแต่ยิ้มกรุ่มกริ่ม เคนกำลังจะเค้นเอาคำตอบต่อแต่น้ำก็เข้ามาขัดซะก่อนพร้อมด้วยถ้วยก๋วยเตี๋ยวสองใบในมือ

“เห้ย ทำไมไม่เรียนให้ไปเอาละ ถือมางี้ไม่ร้อนเหรอ?”

น้ำโวยวายพร้อมกับรุดไปรับเอาถ้วยอย่างไว

“ไม่เท่าไหร่ เราปรุงให้แล้วนะฟ้า รับรองอร่อยเหาะ”

“ลองไม่อร่อยดูสิ เราจะให้ไปซื้อให้ใหม่เลย”

“ไม่มีทาง ฝีมือระดับนี้”

ฟ้าจัดการชิมดูก่อนจะพยักหน้าให้ น้ำยิ้มกว้างแล้วจึงหันมาจัดการในส่วนของตัวเองต่อ คีย์และเคนลอบสังเกตุคนทั้งคู่ในคนละแง่มุม เคนนั้นมองดูฟ้าเพราะภาพที่เห็นเมื่อคืนนี้ส่วนคีย์นั้นมองน้ำที่เริ่มมีหลายอย่างแปลกๆไปจากเดิม

ฟ้า

ทุกสายตาหันไปมองผู้มาใหม่ที่เอ่ยเรียกชื่อเพื่อนของเค้า เจ้าของชื้อหันไปมองก่อนจะแย้มยิ้มนิดๆ

“ต้น ทำไมมาอยู่นี้ละ?”

“มากินข้าวดิ ถามแปลกๆ”

ต้นตอบพลางเมียนมองไปทางคนทั้งสามที่เหลือ

“หวัดดีคีย์ แล้วก็พวกนายด้วยนะ”

ต้นทักทายด้วยรอยยิ้มกว้างตามแบบฉบับผู้ชายเฟรนลี่อารมณ์ดี

“นี่น้ำ นั้นเคน เพื่อนเราแต่เรียนเศรษฐศาสตร์”

ฟ้าแนะนำต้นเลยพยักหน้ารับ

“แล้วแกไม่คิดจะแนะนำเพื่อนใหม่กับเราหน่อยเหรอฟ้า?”

เคนถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ ดวงตาเปร่งประกายเหมือนเจอเรื่องสนุกอะไรสักอย่างนั้นทำให้ฟ้าถึงกับลอบถอนหายใจ นึกสนุกอะไรขึ้นมาอีกนะ

“นี่ต้น”

“แค่เนี้ย?”

“แล้วจะเอาแค่ไหนละเคน?”

“ประมาณว่าเป็นอะไรกันงี้ไง”

“เพื่อน”

เคนผิวปากหวือ ในขณะที่น้ำเอาแต่เงียบจ้องหน้าคนมาใหม่นิ่งอยู่อย่างนั้น ต้นเองก็รู้สึกตัวว่ากำลังโดนจ้องแต่ก็พยายามไม่พูดหรือทำอะไรที่จะทำให้เกิดเรื่อง นี่มันโรงอาหารกลางนะแถมยังมีฟ้าอยู่ตรงนี้ด้วย อย่าห่ามให้เห็นจะดีกว่า

“ฟ้าครับ”

“หืม?”

“นั่งด้วยได้ป่าว?”

ฟ้าเหลือบมองที่นั่งอีกสองที่ซึ่งว่างอยู่ข้างเค้าและข้างคีย์ที่ฝั่งตรงข้ามก่อนจะพยักหน้า ต้นเลยหายออกไปซื้อข้าวมากินปล่อยให้ทั้งโต๊ะเข้าสู่โหมดเงียบอีกครั้ง

“เพื่อนเหรอ”

น้ำพึงพำออกมาเบาๆพร้อมด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในลำคอ ฟ้าที่ได้ยินเพียงคยเดียวถึงกับเลิกคิ้วแล้วหันมามอง ฟ้านะกินจนเกือบอิ่มแล้วแต่พอมองดูก๋วยเตี๋ยวในถ้วยของน้ำมันกลับขึ้นอืดจนแทบไม่มีน้ำซุปอยู่ในชาม

“ทำไมไม่กินละน้ำ”

น้ำหันมามองสบตากับคนถาม ฟ้ารู้ดีว่าน้ำชอยอาหารประเภทเส้นมาก ที่ชวนกินก๋วยเตี๋ยวก็เหมือนเป็นความเอาใจอยู่กลายๆเช่นกัน

“ฟ้าไม่เคยมีเพื่อนนอกจากพวกเราสี่คนนี่”

ฟ้านิ่งเป็นคำตอบ ก็จริงอย่างที่น้ำพูด ตั้งแต่เด็กฟ้าจะไม่สนิทกับใครจนพามาแนะนำกับน้ำนอกจากคีย์ นี่มันเหนือความคาดหมายไปนิดสำหรับฟ้าแต่ค่อนข้างมากสำหรับน้ำ

“ก็แค่อยากลองมีเพิ่มขึ้นมาบ้าง”

“ทำไมถึงอยากมีละ?”

“แล้ววันนี้ทำไมช่างซักจังน้ำ จู่ๆเกิดอยากเป็นเจ้าหนูจำไมเหรอ”

ฟ้าเฉไฉไม่อยากตอบพอดีกับที่ต้นกลับมาที่โต๊ะน้ำจึงหันหน้าหนีไปกินในส่วนของตนต่อ คีย์กับเคนนั้นกินกันหมดแล้วจึงได้แต่นั่งเล่นมือถือพลางลอบมองสถานการณ์ของสามคนตรงหน้านี้แทน

“ฟ้ากินไก่ป่าว?”

ต้นกันมาถามพลางคีบชิ้นเนื้อไก่ขึ้นมาจ่ออยู่ตรงหน้าคนหน้าหวาน ฟ้าหันไปมองกำลังจะอ้าปากรับแต่เสียงช้อนตกกระทบชามดังแกร๊งนั้นเรียกความสนใจของเค้าซะก่อน น้ำยังคงหันหน้าหนีไม่มองมาทางฟ้าแต่เสียงนั้นเกิดขึ้นจากฝีมือน้ำแน่ๆ ฟ้าหันไปมองสบตากับคีย์ที่เหมือนจะเห็นทุกช็อตเต็มสองตา คีย์ส่ายหน้าเบาๆให้ฟ้าและนั้นก็ทำให้ฟ้าหันไปทางต้นต่อ

“ขอบใจนะแต่เราอิ่มแล้ว”

ต้นพยักหน้าเข้าใจแล้วกินไก่ชิ้นนั้นเอง ฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นบ้างเพื่อหลีกหนีสภาวะชวนอึดอัดนี้ น้ำดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ดีเอามากๆและก็ทำให้ทุกคนพลอยอึดอัดไปด้วย

“วันนี้ฟ้าเรียนถึงกี่โมง?”

ต้นถามขึ้นเมื่อตัวเองกินอิ่มแล้ว ฟ้าเองก็ตอบทั้งที่ยังไม่ละสายต่ออกจากโทรศัพท์ในมือ

“สี่ครึ่ง ทำไมเหรอ?”

“จะชวนไปกินบิงชู วันก่อนๆที่ฟ้าบอกว่าอยากกินแต่กลับพาเราไปกินข้าวต้มแทนไง วันนี้เลยจะพาไปกิน”

ฟ้ากรอกตาคิดนิดหน่อย

“วันนี้ไม่ได้”

“ทำไมละ?”

“วันนี้วันศุกร์ เรามีนัดแล้ว”

ซึ่งเป็นนัดกับพี่แบงค์ ต้นเองก็คิดขึ้นมาได้เลยอดที่จะทำหน้าหง่ำหน้างอไม่ได้

“ฟ้าลืมที่เราคุยกันเมื่อคืนแล้วเหรอ?”

ต้นถามเสียงเบา เค้าพยายามจะให้ฟ้าได้ยินเพียงคนเดียวเพื่อเป็นการรักษาเกียรติของอีกฝ่ายแต่ทว่าคนที่นั่งข้างอย่างน้ำก็ได้ยินอยู่ดี น้ำกำมือแน่นกัดฟันกรอดพยายามไม่หันไปมองคนทั้งคู่เพราะกลัวว่าจะอดไม่ไหวแล้วถล่าไปตั๊งหน้าไอ้หน้าม้อนั่นสักทีสองที

“ไม่ได้ลืมแต่มันไม่เห็นจะเกี่ยวกับเรื่องที่เรามีนัดวันนี้ตรงไหน?”

“เกี่ยวสิถ้าคนที่ฟ้าไปด้วยเป็นผู้ชายอีกคน”

“แล้ว?”

“ก็เรา….”

“ไปกันได้รึยัง?”

น้ำทำทีถามเคนเสียงดังติดเข้มจนฟ้าสะดุ้งนิดหน่อย ต้นหันไปมองก็สบเข้ากันดวงตาดุกร่าวเหมือนจะหาเรื่องเค้ามากกว่าช่วงแรกซะอีก ท่าทางไม่ดีซะแล้วสิ

“งั้นเราไปนะ ค่อยคุยกันในไลน์ บายนะฟ้า บายนะทุกคน”

ฟ้ากับคีย์พยักหน้ารับแต่เคนกับน้ำนิ่งไม่มีการตอบโต้ใดใด ต้นลุกขึ้นยืนมือหนึ่งถือจานข้าวของตัวเองกะจะเอาไปเก็บแล้วเดินออกจากโรงอาหารไปอีกทางเลยแต่สายตาหันไปเห็นว่าฟ้าก็ยังไม่ได้เอาถ้วยของตนไปเก็บเหมือนกันต้นเลยยื่นมือไปคว้ามาถือไว้แบบไม่ถามความเห็นของเจ้าตัวสักคำ ฟ้ามองตามตาปริบๆกำลังจะอ้าปากห้ามแต่ต้นก็รีบปลีกตัวเดินหนีออกไปก่อน ฟ้าจึงได้แต่ขบเขี้ยวอยู่ในใจเพียงคนเดียว หลังจากที่ทุกคนเอาถ้วยชามไปเก็บแล้วก็พากันกลับโดยที่น้ำไปส่งฟ้าที่ตึกเหมือนกับคีย์ที่มีเคยมาส่ง น้ำยังคงนิ่งเงียบตีหน้าเครียดจนฟ้าไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถาม ขืนได้คุยตอนอารมณ์ไม่ดีมีแต่จะโดนพาลซะเปล่าๆ สู้รอให้อารมณ์ดีกว่านี้แล้วค่อยคุยกันก็ไม่สาย…ละมั่งนะ

“ขอบใจที่มาส่ง”

ฟ้าเอ่ยเมื่อน้ำจอดรถที่ริมฟุตบาทหน้าตึกเรียนของฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฟ้ากำลังจะหันไปเปิดประตูรถเพื่อลงแต่น้ำก็ดึงแขนเค้าไว้ซะก่อน

“เลิกเรียนแล้วรีบกลับห้องนะ”

ฟ้าเลิกคิ้ว

“ทำไม?”

“เปล่า”

“แต่เรามีนัด”

“กับใคร? คนเมื่อกี้นะเหรอ?”

น้ำยิ้มเยาะ ไม่คิดว่าคนๆนั้นจะเริ่มมีอิทธิพลกับการใช้ชีวิตของฟ้าถึงขนาดนี้ แต่เท่าที่เห็นและฟังเมื่อตอนอยู่ที่โรงอาหารมันก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีถึงความสัมพันธ์ที่พัฒนาถึงขนาดที่พวกเค้ายังงงกันเป็นแถว

“ป่าว กับพี่แบงค์ คนที่เจอที่บาร์เมื่อวันที่ไปดริ้งส์กันครั้งล่าสุดนะ”

ถ้าเป็นคู่ควบแบบไม่มีความสัมพันธ์ทางใจมาเกี่ยวข้องฟ้ามักจะบอกกับน้ำได้แบบไม่ต้องคิดอะไรมากเพราะน้ำไม่เคยยุ่งวุ่นวายอยู่แล้วเหมือนอย่างที่เค้าไม่ยุ่งวุ่นวายกับสาวในสต็อคของน้ำเช่นกัน แต่แล้วทำไมต้องหงุดหงิดในเรื่องของต้นด้วยละ

“แคนเซิลซะ”

นั้นคือสิ่งที่แปลกประหลาดจนฟ้าถึงกับพูดไม่ออก

“ลงไปสิ ใกล้เวลาเรียนแล้วไม่ใช่รึไง”

ฟ้ากระพริบตาปริบๆแต่ยังไม่ขยับร่างกายน้ำจึงโน้มตัวผ่านหน้าฟ้าชนิดที่แนบชิดจนฟ้าเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ น้ำกดเปิดประตูให้ก่อนจะกลับมานั่งเหมือนเดิมแต่มีรอยยิ้มร้ายปรากฏอยู่บนใบหน้า ฟ้าก้าวลงจากรถพร้อมปิดประตูให้จนรถของน้ำแล่นออกไปยังท้องถนนเบื้องหน้า คีย์เดินเข้ามาตบบ่าเบาๆและนั้นก็ทำให้ฟ้าได้สติ

“เอ๋ออะไรเนี้ย ขึ้นห้องได้ละ”

“อืม”


Tbc… .
สารภาพมาว่ามีใครแอบหวังให้พี่น้ำปล้ำพี่ฟ้า 5555
ขอโทษที่ทำให้ผิดหวังค่ะ แต่ก็มีฉากคล้ายๆกันอยู่นะ อิอิ
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์และกำลังใจค่ะ

 :hao7: :hao7: :hao7:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-11-2016 18:55:15 โดย MyMinT1990 »

ออฟไลน์ mkianit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-3
เห้อมน้ำหวงก้างมากไปอะ  :ling1:

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2249
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +169/-9
อึ้งเล็กน้อยเพราะไม่ใช่อย่างที่คิด

เป็นกำลังใจให้น้ำนะ เด็กเอาแต่ใจของเจ้ :)


ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
◑  MAKE FRIEND ◐ 
★ เพื่อน ● รัก★
6




เมื่อเรียนเสร็จฟ้าไม่ได้กลับห้องโดยทันทีตามที่น้ำบอกแต่ฟ้าเลือกที่จะไปกินบิงชูกับต้นตามที่ได้คุยไลน์กันไปเมื่อก่อนหน้านี้ จะบอกว่าคุยก็คงไม่ใช่ต้องเรียกว่ายื่นข้อเสนอให้กันและกันจะถูกกว่า ในเมื่อฟ้าตกปากรับคำกับต้นไปแล้วว่าจะพยายามตัดใจจากคนๆนั้นในขณะที่ต้นก็จะช่วยและรออย่างไม่รุกล่ำ ฟ้าจึงต้องเลิกการทำตัวเลือนลอยไปกับคนนั้นทีคนนี้ทีเหมือนอย่างที่กำลังจะไปในคืนวันนี้

“สรุปฟ้าจะไปหาเค้าจริงๆใช่ไหม?”

ต้นถามย้ำตีหน้างอเหมือนเด็กถูกขัดใจ มือก็ตักบิงชูใส่ปากตัวเองไปจนฟ้ายิ้มบาง ฟ้ามองว่าต้นนั้นเหมือนเด็ก เด็กติดพี่ที่ชอบเรียกร้องความสนใจ

“ใช่”

“โคตรไม่ชอบเลย”

“อย่างอแง”

“ทำอย่างกับเราเป็นเด็กไปได้ เราป่าวงอแงนะ แค่ห่วงฟ้า”

“ห่วงหรือหวงไม่ทราบ”

ฟ้าลองถามขำๆแต่ต้นกลับตอบรับซะเต็มปากเต็มคำว่า ‘ทั้งสอง’ พร้อมทำสีหน้าจริงจังจนฟ้าไม่กล้าพูดต่อ ยอมรับว่าแพ้ความเที่ยงตรงและแน่วแน่นี้แต่มันก็ยังไม่แรงพอที่จะทำลายกำแพงของฟ้าไปได้ แน่ละ กำแพงปิดกั้นจากทุกคนให้มีแค่น้ำกับฟ้านั้นมันก่อร่างสร้างตัวมากว่าสิบปี จู่ๆจะมาทำลายง่ายๆก็คงไม่ใช่ละ

“เราจะไปด้วย”

“จะบ้าเหรอ มันเป็นนัดของเรากับเค้านะ เอาคนอื่นไปด้วยก็เสียมารยาทสิ”

ต้นสลดลงกับคำว่าคนอื่นที่ออกมาจากปากฟ้าแบบไม่แม้แต่จะใคร่ครวญคิด ฟ้าเห็นสีหน้าสลดนั้นแล้วก็อดรู้สึกแย่ไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่าตัวเองนั้นกำลังหลอกใช้ความรู้สึกของต้นเพื่อให้ตัวเองตัดใจโดยที่ไม่มีเปอร์เซ็นที่จะตอบกลับความรู้สึกนั้นแก่ต้นเลยก็ตาม แต่ฟ้าก็อดที่จะใจอ่อนด้วยไม่ได้อยู่ดี ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เห็นจะเป็นแบบนี้ หรือช่วงนี้หัวใจอ่อนล้าเต็มทนแล้วนะ

“ให้ไปด้วยก็ได้ แต่อยู่คนละโต๊ะนะ”

ต้นหน้าชื่นตาบานขึ้นทันที เค้าพยักหน้ารัวๆแล้วตักบิงชูหวานๆขึ้นมาจ่อปากให้คนตรงข้าม ฟ้ายิ้มให้ก่อนจะอ้าปากรับ ทั้งคู่กินไปช้าๆรอเวลานัดจนกระทั่งบุคคลที่นัดโทรมาคอนเฟิร์มว่าเปิดโต๊ะรอที่บาร์แล้วฟ้าจึงมุ่งหน้าไปพร้อมกับต้น ต้นรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกที่เอารถตัวเองไปเก็บไว้ที่หอก่อนเพราะเมื่อได้ไปบาร์แบบนี้ฟ้าคงจะดื่มแล้วถ้าปล่อยให้ขับรถกลับเองคนจะอันตรายน่าดู เค้าห่วงคนๆนี้มากกว่าที่คิดซะอีก

ไม่กี่นาทีพวกเค้าก็มาถึงบาร์เจ้าเดิมที่เคยมาเมื่ออาทิตย์ก่อน ที่พูดว่าเจ้าเดิมเพราะมันคือบาร์ประจำของฟ้า น้ำ คีย์และเคน ฟ้าเดินนำต้นไปยังด้านในก่อนจะมองไปยังโต๊ะที่แบงค์บอกมาก่อนหน้านี้ พอเห็นคนที่นัดฟ้าจึงบอกต้นให้ไปเปิดโต๊ะอื่นนั่งรอพร้อมกับชี้ไปในเชิงบอกว่าตนจะอยู่ที่โต๊ะนั้น ต้นพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายฟ้าจึงเดินตรงไปยังโต๊ะที่ว่าทันที แบงค์หันมาเจอฟ้าแล้วก็ยิ้มกว้าง วันนี้เค้าอารมณ์ดีที่ได้เจอคนหน้าหวานอีกครั้งจึงสั่งของแพงอย่างบรั่นดีมาจิบ

“รอนานไหมครับ?”

ฟ้าพูดทักแล้วเดินไปนั่งยังอีกฝั่ง

“ไม่นานหรอก ฟ้ามานั่งนี่สิ”

พูดพร้อมกับตบเบาะข้างๆตนไปด้วยแต่ฟ้าส่ายหัว

“นั่งนี่แหละครับ สบายออกไม่ต้องไปเบียดกัน”

“แต่พี่อยากให้ฟ้าเบียดนะ”

แบงค์พูดพร้อมแย้มยิ้มโชว์เสี้ยวหน้าหล่อเหลา ฟ้ายิ้มตอบ เค้ายอมรับว่าแบงค์เป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง ถ้าไม่ติดที่ว่าเค้ามีใครอยู่ในใจแล้วเค้าอาจจะตกหลุมรักผู้ชายคนนี้ได้ง่ายๆ แบงค์เป็นคนอัธยาศัยดีและรู้การรู้งาน เวลาไหนควรหยอดเวลาไหนควรเงียบและควรรุกเอาตอนไหน ถือว่านอกจากจะหน้าตาดีแต่งตัวภูมิฐานมีหน้าที่การงานที่เลิศแล้วยังถือว่าเป็นว่าที่สามีที่เพอร์เฟ็กสำหรับคู่ครองเลยก็ว่าได้ แต่คู่ครองคนนั้นไม่ใช่ฟ้าแน่นอน

ฟ้ารับแก้วเหล้าสีทองอำพันมาจากพนักงานก่อนจะชูให้คนตรงข้าม แบงค์ละเมียดละไมจิบลิ้มรสความลึกล้ำของบรั่นดีราคาแพงพร้อมด้วยอาหารตาอย่างคนตรงหน้า ฟ้ารู้ถึงสายตาจาบจวยนั้นแต่ก็ไม่ได้ขัดอะไร เค้าได้แต่มองไปทางโต๊ะเล็กที่ห่างกันไปไม่ไกล ต้นนั่งยกขวดเบียร์ขวดเล็กอยู่ที่นั้น ฟ้าเห็นสีหน้าหงุดหงิดพร้อมด้วยอาการยกดื่มอึกๆขนิดที่แทบจะดื่มต่างน้ำแล้วก็ได้แต่พ้นลมหายใจ

ก็บอกแล้วว่าอย่างมา เพราะเมื่อมาก็ต้องเห็นและเจ็บเองแบบนี้ไง

“ฟ้ามีเรื่องเครียดเหรอ?”

ฟ้าหันไปสนใจผู้ร่วมโต๊ะเมื่อได้ยินคำถาม เค้าส่ายหน้าเป็นคำตอบแต่แววตาสงสัยยังคงจ้องมองมาไม่หยุดหย่อน ฟ้าถอนหายใจวางแก้วแล้วยืดตัวนั่งพิงเบาะดีๆ

“ผมว่าเราควรจะหยุดความสัมมพันธ์แบบนี้กันสักที”

มือที่กำลังยกแก้วขึ้นจิบหยุดชะงัก ดวงตาสีดำจ้องมองคนพูดด้วยความไม่เข้าใจ

“ผมขอโทษที่ต้องพูดแบบนี้ แต่ผม...”

“มีตัวจริง?”

ฟ้านิ่งไปนิดก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ

“งั้นแล้วทำไม...”

“ผมขอโทษ”

ฟ้าไม่ต้องการชี้แจงเหตุผลและเค้าหวังว่าคนที่รู้การรู้งานอย่างแบงค์จะเข้าใจ และแบงค์ก็เข้าใจจริงๆ แบงค์ไม่เซ้าซี้ต่อแต่ชวนฟ้าดื่มและพุดคุยสัพเพเหระไปเรื่อยๆเหมือนคนรู้จักที่มาดื่มเหล้าด้วยกันเฉยๆ ฟ้าเบาใจไปเปาะถึงแม้จะมีความรู้สึกผิดอยู่ลึกๆก็ตาม

“ผมว่าผมต้องขอตัวกลับแล้วละครับ”

ฟ้าเอ่ยหลังจากที่มองดูเวลาเห็นว่าใกล้จะเที่ยงคืนแล้วและต้นก็เลิกกินตั้งแต่หมดขวดที่สาม คงไม่เมาหรอกนะแค่เบียร์ขวดเล็กสามขวด

“งั้นขอให้โชคดี ถ้าคิดถึงก็โทรหาพี่ได้เสมอนะ”

“ขอบคุณครับ”

ฟ้ายิ้มรับแล้วลุกขึ้นยืนเดินตรงไปยังโต๊ะของต้นโดยมีสายตาของแบงค์จับจ้องอยู่ตลอดจนคนทั้งคู่เดินหายออกจากบาร์ไป แบงค์ถอนหายใจแล้วเอนกายลงพิงกับเบาะด้านหลัง พูดตามตรงก็อยากจะยื้ออยากจะรั้งแต่เค้ามองคนอย่างฟ้าออก ฟ้าไม่ชอบแน่ถ้าเค้าจะทำและถ้าเค้าอยากอยู่ในความทรงจำด้านดีของอีกฝ่ายเค้าจำต้องยอมรับในสิ่งที่ฟ้าขอ

ทั้งที่เค้าออกจะชอบคนหน้าหวานขนาดนี้แท้ๆ

“ฟ้าโอเคไหม?”

ต้นถามขึ้นเมื่อพวกเค้ามาถึงรถมินิสีแดงของฟ้า ฟ้าส่ายหัวแต่ต้นก็ยังไม่วางใจเพราะคนหน้าหวานตาบลือจนหวานเยิ้มไปกับหน้า บอกได้คำเดียวว่าใครเห็นฟ้าตอนนี้แล้วไม่หลงนี่มันต้องตายด้านชัวร์ร้อยเปอร์เซ็น

“เดี๋ยวเราขับรถให้ เอากุญแจมา”

“ไม่เป็นไร เราขับไหว”

“อย่าดื้อสิ เอากุญแจมาเดี๋ยวขับไปส่งถึงคอนโดเลย”

“แล้วต้นจะกลับยังไง ขับไปส่งเราที่คอนโดแล้วก็ให้เราขับไปส่งต้นที่หอพักอีกทีงี้เหรอ?”

ฟ้าพูดติดตลกแต่ต้นไม่ขำด้วย

“ด้วยเรานั่งแท๊กซี่กลับเอง”

“ไม่เอา เดี๋ยวไปส่งเอง”

“ฟ้าอย่าดื้อ”

“กล้าขัดเราเหรอ?”

ต้นถึงกับเงียบ ไม่ใช่กลัวจนไม่กล้าขัดแต่เค้าปลงกับคนเมาที่บอกว่าตัวเองขับรถไหว

“เราคอแข็งกว่าต้นอีกนะ”

“ครับๆ ไปส่งเราก็ได้แต่เราขอขับเองนะ”

ฟ้ายิ้มกว้างแล้วล้วงเอากุญแจให้ต้นในทันที ต้นยิ้มอ่อนเมื่อเห็นอีกด้านของคนหน้าหวาน ฟ้าเปิดประตูเข้าไปนั่งเมื่อต้นปลดล็อคแล้วเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับ ต้นขับตรงไปยังหอพักของตนจริงๆแต่ไม่คิดที่จะให้ฟ้าขับกลับแน่นอน เค้าจะพาฟ้าขึ้นไปค้างที่ห้องจนแน่ใจว่าฟ้าส่างจนน่าวางใจจึงจะปล่อยให้กลับ ต้นขับมาไม่นานก็ถึง หอของเค้าเป็นหอพักขนาดใหญ่ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยดีพอสมควร ต้นไม่ได้ร่ำรวยถึงขนาดซื้อคอนโดอยู่แต่ก็พอมีฐานะที่จะอยู่ในหอพักขนาดใหญ่แบบนี้

“ฟ้า”

ต้นเอ่ยเรียกเมื่อขับรถเข้ามาจอดยังที่จอดรถใต้หอ ฟ้าที่เผลอหลับงัวเงียตื่นขึ้นมาก่อนจะมองไปรอบๆ

“นี่มันที่ไหนกันอะ?”

“ที่จอดรถหอเราเอง ลงเถอะ”

“ลงไปไหน?”

ฟ้าตีคิ้วยุ่งแต่ต้นกลับยิ้มกว้าง

“ขึ้นไปห้องผมไง ฟ้าไปพักสักงีบให้ส่างกว่านี้ก่อนแล้วค่อยกลับนะ ถือว่าเราขอ”

ฟ้ามองหน้าต้นนิ่งๆพินิจพิจารณาสักครู่ก่อนจะพยักหน้าตกลง ต้นลิงโลดจนแทบอยากกระโดดเข้าไปกอดคนหน้าหวานแต่ก็ต้องห้ามใจไว้ ต้นลงจากรถมายืนรอฟ้าข้างนอกไม่นานคนหน้าหวานก็ตามลงมา เค้ากดล็อตแล้วยื่นกุญแจคืนเจ้าของแล้วก็เดินนำเข้าไปยังด้านใน ฟ้าลอบมองตัวตึกไปเรื่อยๆ ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นหอพักแต่มันก็ดูดีพอสมควร ต้นสแกนนิ้วเพื่อเปิดประตูเข้าไปยังด้านใน กดลิฟท์ด้านหน้าไม่นานลิฟท์ก็มา ห้องของต้นอยู่ที่ชั้น5 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด วิวสวยอากาศก็ดีมีแอร์มีตู้เย็นครบครัน ฟ้าลอบสังเกตุเครื่องตกแต่งสไตล์ซอฟลอฟ ทุกสิ่งเน้นโทนสีน้ำตาลลายไม้ ดูอบอุ่นและอิงธรรมชาติ

“ฟ้าเข้าไปนอนที่ห้องนอนเลยก้ได้นะ เดี๋ยวเราเอาน้ำไปให้”

ต้นดูตื่นเต้นมากเมื่อมีคนที่ตนชอบอยู่ในห้องของเค้า ใช่ว่าเค้าจะไม่เคยมีแฟน แต่คนที่เค้าชอบถึงขนาดนี้ก็พึ่งมีฟ้านี่แหละที่เป็นคนแรกของใจ

“ไม่อะ ขอนอนตรงนี้แทนได้ม่ะ?”

ฟ้าชี้ไปที่โซฟาเตี้ยสีส้มอิฐ ถึงจะเรียกว่าโซฟาแต่มันกลับคล้ายกองผ้าห่มนวมที่เอามาทับถามกันจนกลายเป็นก้อนผ้าชิ้นใหญ่เสียมากกว่า ดูท่าทางจะนุ่มดีแต่ไม่ค่อยเป็ระเบียบเรียบตึง

“ไม่ดีหรอก มันนุ่มเกินเดี๋ยวฟ้าปวดหลัง”

“งั้นนอนพื้น”

“โถ่ฟ้า อย่าให้เราต้องรู้สึกแย่จะได้ไหมอ่า”

ฟ้ายิ้มขำ

“โอเคๆ งั้นนอนเตียง แล้วต้นจะนอนไหน?”

“เรายังไม่นอน ขอทำงานอีกนิดหน่อย”

“โอเค งั้นตีสองปลุกเราทีนะ ป่านนั้นเราคงส่างแล้วแหละ”

ต้นพยักหน้ารับฟ้าจึงเดินผละเข้าไปที่ห้องซึ่งคาดว่าคงเป็นห้องนอน ต้นมองตามจนบานประตูปิดลง เค้าใจพองฟูจนแทบลอย แต่ก็ต้องระงับอาการแล้วเดินไปเปิดตู้เย็นรินน้ำเย็นๆใส่แก้วก่อนจะเดินเอาไปให้คนเมาที่ห้องนอน พอเปิดประตูได้ต้นก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย คนหน้าหวานนอนหลับตาพริ้มด้วยท่วงทางที่เรียกเสียงใจเต้นได้เป็นอย่างดี ไม่สิ มันเต้นโครมครามเลยซะมากกว่า ต้นเลียบๆเคียงๆเข้าไปวางแก้วที่โต๊ะตั้งโคมไฟข้างเตียงแล้วนั่งลงที่ริมเบาะใกล้ร่างของคนหน้าหวาน เค้าเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าออกจากกรอบหน้าหวานแล้วยกยิ้มพราย ลมหายใจที่สม่ำเสมอบ่งบอกว่าฟ้าหลับลึกไปแล้ว

“ขอบคุณที่ไว้ใจกัน”

ต้นพูดเพียงแค่นั้นแล้วกดจูบลงที่เรือนผมหอม เค้าลุกขึ้นยืนเมียนมองร่างโปร่งอีกรอบแล้วจึงเดินออกจากห้องไป เมื่อภายในห้องตกอยู่ในความมืดและเงียบอีกครั้ง ดวงตาสีดำนิลโพล่งขึ้นท่ามกลางความมืด ฟ้ายังไม่หลับและเค้าก็ได้ยินทุกถ่อยคำอย่างชัดเจน ฟ้าขมวดคิ้วมุ้ยเมื่อรับรู้ได้ถึงความจริงใจของอีกฝ่าย ทำไมใจเค้าไม่หันมาหาคนๆนี้นะ ทำไมต้องไปรักคนใจร้ายที่ไม่คิดจะรักกันเลยสักครั้ง รักในแบบที่เค้ารัก รักที่ไม่ใช่ความรักแบบเพื่อนสนิท






“ต้น!”

ต้นสะดุ้งโหย่ง รีบผุดลุกขึ้นจากโซฟาก่อนจะเหลียวมองไปยังต้นตอของเสียง ฟ้ายืนหน้าขึงตึงกอดอกอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

“มะ มีอะไรเหรอฟ้า?”

“ทำไมไม่ปลุกเราเมื่อคืน”

เสียงติดดุตอบกลับมาจนต้นได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆไปให้ เค้าเหลียวมองนาฬิกาเห็นว่าล่วงเลยเข้าสู่เช้าวันใหม่ไปได้สองสามชั่วโมงแล้ว ถ้าเป็นวันปกติก็เรียกว่าสายเลยแหละ แต่นี่วันเสาร์จะนอนยาวขนาดไหนก็ได้

“เราปลุกแล้วนะ แต่ฟ้าไม่ตื่น เราเลยปล่อยให้นอนต่อไปอะ”

“บ้าจริง”

ฟ้าสถบแล้วรีบรุกไปที่ประตูหน้า ต้นหน้าตาตื่นทันทีที่เห็นท่าทีแบบนั้น

“ฟ้าจะรีบไปไหน?”

เค้าถามพลางเดินตามฟ้าออกจากห้องมายังลิฟท์

“กลับ”

“ทำไมต้องรีบขนาดนั้นละ วันนี้วันเสาร์นะ ไม่มีเรียน”

“ช่างเราเหอะ”

“ทางบ้านไม่ให้ค้างที่อื่นเหรอ?”

“ป่าว”

“งั้น...”

“แต่เราต้องรีบกลับอยู่ดี ขอบคุณสำหรับเมื่อคืนนะ”

ต้นมองตามร่างโปร่งที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากลิฟท์ไปเปิดประตูและมุ่งตรงไปยังลานจอดรถชั่นล่าง เค้าเฝ้ามองจนมินิคูเปอร์สีแดงสดขับออกไปสู่ท้องถนนด้านหน้า ต้นลอบถอนหายใจ ไม่รู้หรอกว่ารีบเพราะเรื่องอะไรแต่ถ้าฟ้ายอมเปิดใจให้เค้าสักนิด...เดี๋ยวฟ้าก็คงจะบอกเค้าเองแหละนะ...





แกร๊ก!

เฮือก!!

ฟ้าถึงกับสะดุ้งโหย่งเมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปก็เจอเข้ากับสายตาดุที่ฉายแววโรจน์ของใครบางคนเข้า น้ำจ้องมองร่างโปร่งที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางตื่นกลัว ตุถึงอย่างนั้นเค้าก็ไม่ลดโทษะที่มอดไหม้อยู่ภายในนี้ได้

“มาอยู่นี่ได้ไงอะน้ำ?”

ฟ้าลองถาม แต่น้ำยังคงนั่งจ้องเค้านิ่งอยู่เหมือนเดิม

“งั้นเรา...”

“ไปไหนมา?”

เสียงเข้มติดดุเอ่ยขัด

“ไปบาร์”

“แล้วค้างกับคนนั้น?”

“..........”

ฟ้าได้แต่เงียบ ถ้าบอกว่าไม่ได้ไปกับพี่แบงค์ก็คงถามต่อว่าไปค้างที่ไหนกับใคร แล้วถ้ายิ่งรู้ว่าไปกับต้น ระบิดคลง ทำไมน้ำต้องไม่ชอบต้นขนาดนั้นด้วยนะ

“เงียบทำไม?”

“เราหิว มีอะไรกินบ้างอะ?”

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องฟ้า”

น้ำขึ้นเสียงพร้อมลุกขึ้นไปจับแขนคนตรงหน้าไว้แน่น ฟ้านิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะอาการเจ็บแปร๊บ

“น้ำเราเจ็บ”

“เมื่อคืนไปกับไอ้เหี้ยต้นมาใช่ไหม? ไปค้างกับมันใช่ไหม!?”

ฟ้าเบิกตากว้าง น้ำรู้ได้ยังไง

“หึ เถียงไม่ออกละสิ ไม่ต้องงงว่าทำไมเราถึงรู้เพราะเรากำลังจะบอกว่าเมื่อคืนเราก็อยู่ที่บาร์นั้นไง”

ฟ้านิ่งอึ้ง

“ถูกใจมันมากงั้นเหรอ ชอบมันมากถึงขนาดไม่สนใจในสิ่งที่เราพูดแล้วงั้นเหรอ?”

ฟ้าส่ายหัวรัว

“ไม่ใช่”

“ปากบอกว่าไม่แต่การกระทำมันตรงกันข้าม!”

ฟ้าพูดไม่ออก เค้าไม่เข้าใจว่าทำไมน้ำถึงได้โกรธอะไรมากมายถึงขนาดนี้

“น้ำเป็นอะไร?”

น้ำกดยิ้มที่มุมปาก

“เราก็เป็นเพื่อนฟ้าไง เป็นเพื่อนที่สำคัญกว่าใคร และเป็นเพียงคนเดียวที่ฟ้าให้ความสำคัญ!”

“น้ำ มันไม่มากไปเหรอ”

“มากไปยังไง ในเมื่อที่ผ่านมามันก็เป็นอย่างนี้มาโดยตลอดแต่พอมีไอ้เหี้ยนั้นโผล่เข้ามา....”

น้ำกัดฟันกรอด

“ฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนไป”

ฟ้านิ่วหน้าเพราะน้ำเพิ่มแรงที่บีบรัดจนเกิดเป็นรอยแดง

“น้ำปล่อย”

“ไม่ปล่อย”

“แต่เราไม่ใช่ของตายนะเว้ย! น้ำมีได้แล้วทำไมเราจะมีไม่ได้!!”

ฟ้าสุดจะกลั่น อารมณ์ผิดหวังทวีความรุนแรงขึ้นจนจุกอก

“เรามีได้เพราะเราไม่ได้รัก แต่ฟ้ากำลังจะรักมัน”

เสียงเข้มกดต่ำจนพาลทำให้บรรยากาศเย็นยะเยือก

“เอาอะไรมาพูด”

ฟ้าพูดเสียงอ่อน การได้ยินคนที่ตัวเองรักกล่าวหาว่าตนรักกับอีกคนมันเจ็บใช่ได้ดีเหมือนกัน

“เอาสิ่งที่เห็นไง ฟ้าคิดว่าเราตาบอดหูหนวกอยู่รึไง เราเป็นคนที่รู้จักและเข้าใจฟ้าที่สุดนะ”

ฟ้ากดยิ้มเยาะ

“แต่ตอนนี้ไม่ใช่”

ตึก!

น้ำกระชากฟ้าจนลอยลิ้วไปกระแทกโซฟาอย่างแรง ถึงแม้โซฟาจะนุ่มพอสมควรแต่ด้วยแรงส่งที่มีมากจึงทำให้ฟ้าจุกไปพอสมควร น้ำไม่รอให้ฟ้าตั้งหลักได้ เค้าถล่าเข้ามาค่อมทับร่างโปร่ง มือทั้งสองข้างกระชากปกเสื้อเชิตของฟ้าขึ้นจนคนด้านล่างตัวลอยขึ้นตามแรงยก วินาทีแรกที่ฟ้าลืมตาขึ้นมองก็ต้องตกใจกับใบหน้าที่ใกล้กันเพียงคืบ แต่ดูเหมือนน้ำจะไม่รับรู้ถึงปฎิกิริยานี้

“ตอนนี้อะไรๆก็เป็นมันไปหมดแล้วงั้นสิ”

ฟ้าไม่ตอบแต่ผลักคนด้านบนออกแรงๆแล้วต่อยเข้าที่เสี้ยวหน้าด้านข้างเสียเต็มแรง น้ำเซไปชนเข้ากับพนักพิงโซฟาก่อนจะยกมือขึ้นลูบ เค้ากัดฟันแน่น ฟ้าไม่เคยรุนแรงกับเค้าถึงขนาดต่อยกันแบบนี้ เพราะมัน เพราะไอ้เหี้ยนั้นคนเดียว

ในขณะที่สถานการณ์ยังคงมาคุ จู่ๆก็เกิดเสียงสั่นเคลือของโทรศัพท์แทรกขึ้นมา ฟ้ารับรู้ได้ถึงแรงสั่นที่กระเป๋ากางเกงตน เค้ากำลังจะเอื้อมมือลงไปหยิบแต่น้ำไวกว่า เค้าฉกเอาโทรศัพท์ขึ้นไปดูสายโทรเข้าก่อนจะยิ้มร้ายจนฟ้าเริ่มรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ

“น้ำเอาคืนมา”

น้ำไม่ตอบแต่กลับสไลด์รับสายแล้วเอาไปแนบหูตัวเอง ฟ้าเงียบรอฟังเสียงที่สอดแทรกออกมา คับคล้ายคับคลาว่าจะเป็นต้น เค้าพยายามดิ้นเร้าเพื่อเอื้อมไปแย่งโทรศัพท์กลับคืนมาแต่ก็ศูนย์เปล่าเมื่อตัวเค้าแทบครึ่งอยู่ภายใต้ร่างกายที่กำยำของน้ำ น้ำมันแรงเยอะเสียงยิ่งกว่าอะไรดี

“อย่ามายุ่งกับเมียกูอีก”

เสียงเข้มตอบกลับผู้ที่อยู่ปลายสาย ฟ้าชะงัก เช่นเดียวกันคนที่โทรเข้ามาด้วยความเป็นห่วง

“เชี่ย! ปล่อย ใครเป็นเมียมึง!!”

การที่ฟ้าขึ้นคำหยาบแสดงว่าถึงขีดสุด น้ำนึกฉุน ก่อนหน้านี้ไม่ว่าเค้าจะใช้สถานะจอมปลอมนี้กับใครฟ้าก็ไม่มีอาการโกรธจัดแบบนี้  หึ แล้วยังจะบอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับไอ้เหี้ยนี่อีกเหรอ ไม่ได้การ เค้าต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

/มึงเป็นใครไอ้สัส มึงทำอะไรฟ้า/

ปลายสายตะโกนมาด้วยโทสะเช่นกัน ต้นห่วงฟ้ามาก มากจนอยากจะหายตัวแล้วมาอยู่ข้างๆคนหน้าหวาน

“ปล่อยนะ”

“หุบปาก!”

/ไอ้เหี้ย อย่าทำอะไรฟ้านะมึง!/

น้ำกดยิ้มร้าย ฟ้าลอบมองเสี้ยวหน้านั้นอย่างโกรธเคือง ไม่ชอบใจ ไม่ชอบเลยจริงๆกับแววตาเจ้าเล่ห์ที่เค้าไม่เคยเห็น
น้ำเป็นอะไร ทำไมถึงต้องทำแบบนี้

“หึ ผัวจะทำอะไรกับเมียได้ละ ถ้าไม่ใช่....”

“ไม่นะ ไม่เอา ไม่เอาแบบนี้ น้ำปล่อย!!!”

คนปลายสายชะงักค้าง อารมณ์คุกรุ่นพาลหยุดกระทันหันเมื่อได้ยินชื่อบางคนดังแว่วมากับเสียงที่คุ้นเคย

น้ำ...อย่างนั้นเหรอ

ภาพผู้ชายที่อยู่อีกด้านข้างๆคนหน้าหวานฝุดขึ้นมาในหัว แววตาชิงชังที่ส่งมาให้เค้าตรงๆนั้นมันชัดเจนจนต้นเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้

รัก...แต่ไม่สามารถคบกันได้อย่างนั้นเหรอ

กึ๊ก!

/ฟ้า!!!/

น้ำยิ้มกริ่มเมื่อได้ยินเสียงตะโกนมาจากโทรศัพท์สีขาวเครื่องหรู ตอนนี้น้ำวางโทรศัพท์ไว้เหนือเตียง มือทั้งสองข้างกำลังจับร่างโปร่งกดลงที่นอนด้วยท่าคว่ำหน้า ฟ้าดิ้นพล่านแต่ก็สู้แรงของน้ำไม่ได้อยู่ดี

“น้ำ จะทำอะไรนะ!?”

ฟ้าถามเสียงตื่นกลัว แต่น้ำไม่สน

“ทำให้มันรู้ไงว่าฟ้าเป็นของใคร”


TBC....

 :katai4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-11-2016 18:43:15 โดย MyMinT1990 »

ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5784
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-10
น้ำบ้าไปแล้ว

ออฟไลน์ นางฟ้าเชียงชุน

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 358
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
เกลียดคนหวงก้าง :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ Lilyrum

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 248
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-2
ใครก็ได้ไปดึงสติน้ำที - -
เราพอเห็นคำผิดบ้างนิดหน่อย รุกล้ำสะกดแบบนี้นะคะ แล้วก็โทสะ ใช้ส.เสือค่ะ :)

ออฟไลน์ mkianit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-3
ขอเชือกยาวๆคะ  :z10: ดึงสติน้ำทีสงสารฟ้าเลยงื้ออ

ออฟไลน์ mkianit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-3
ขอเชือกยาวๆคะ  :z10: ดึงสติน้ำทีสงสารฟ้าเลยงื้ออ

ออฟไลน์ Pimjean

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 57
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ชอบ^^

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด