◑ MAKE FRIEND ◐ ★ เพื่อนรัก★ UP ตอนที่ 31-33 {06/02/60} END
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ◑ MAKE FRIEND ◐ ★ เพื่อนรัก★ UP ตอนที่ 31-33 {06/02/60} END  (อ่าน 18487 ครั้ง)

ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
◑  MAKE FRIEND ◐ 
★ เพื่อน ● รัก★
7




ต้นกัดฟันกรอด เค้ายังคงไม่กล้าตัดสายจากคนที่โทรหา แต่จะให้ทนยืนฟังเฉยๆมันก็ไม่ได้ ต้นจึงหันไปหยิบโทรศัพท์ภายในห้องมากดต่อสายหาเพื่อนอีกคนของฟ้า และน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้

/สวัสดีครับ/

ปลายสายรับด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

“คีย์ใช่ไหม นี่ต้นนะ”

ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ท่าทางคงกำลังตกใจกับน้ำเสียงที่ร้อนรนของคนที่โทรหา

/ว่าไง เป็นอะไรรึเปล่าเนี้ย?/

“เราไม่ได้เป็น แต่ฟ้ากำลังจะเป็น”

/ห่ะ ฟ้ามันเป็นอะไร!?/

“อธิบายทีหลังได้ไหม ตอนนี้เราต้องรีบไปหาฟ้าก่อน คีย์มีกุญแจหรือรู้เบอร์ห้องฟ้ารึเปล่า?”

/ไม่มีหรอกกุญแจ แล้วถึงจะรู้เบอร์ห้องแต่ถ้าไม่ใช่คนในพาเข้าก็เข้าไม่ได้อยู่ดี/

“เหี้ยเอ๊ย!!”

/ใจเย็นๆแล้วเล่ามาสิว่าเกิดอะไรขึ้น/

ต้นเหลียวไปมองยังโทรศัพท์ที่อยู่ในมืออีกข้าง เสียงอึกทึกคึกโครมยังคงดังเล็ดลอดออกมาให้ใจสั่นไหว

“น้ำ”

/น้ำมันทำไม?/

“น้ำกำลังจะข่มขืนฟ้า”

ปลายส่ายนิ่ง คีย์อึ้งจะแทบพูดไม่ออก

/ไม่จริงน่า มันเป็นเพื่อนกันมาเกือบสิบปีเลยนะ/

“แล้วไอ้เสียงร้องขอความช่วยเหลือของฟ้าที่เราได้ยินนี่คืออะไร คีย์เราไม่มีเวลามาพูดเล่น ไปช่วยฟ้ากับเราที”

/ได้ๆ เจอกันที่คอนโดฟ้าเลย แค่นี้นะ/

ต้นวางโทรศัพท์ลงก่อนจะรีบรุดไปหยิบกุญแจรถและมุ่งตรงสู่คอนโดเป้าหมายในทันที






น้ำจับฟ้าให้พลิกมานอนหงายก่อนจะรวบมือทั้งสองข้างของคนใต้ร่างไว้เหนือหัว ฟ้าสบโอกาสตอนที่น้ำกำลังสาละวนกับมือเค้ายกขาขึ้นยันโครมเข้าให้จนน้ำปลิวไปกระแทกกับตู้เสื้อผ้าด้านหลัง น้ำกัดฟันกรอด ฟ้ารีบผุดลุกขึ้นตั้งท่าจะวิ่งหนีออกจากห้องแต่ไปยังไม่ทันจะถึงประตูก็โดนรวบเอวจากด้านหลังแล้วโยนจนตัวลอยไปนอนอยู่บนเตียงเช่นเดิม

ฟ้าจุกจนตัวงอ คราวนี้น้ำไม่พลาดที่จะแทรกตัวอยู่ตรงระหว่างขาทั้งสองข้างทำให้ฟ้าไม่สามารถถีบเค้าได้อีก ฟ้าดิ้นพล่านมือข้างหนึ่งหลุดจากการจับกุมจึงฟาดใส่หน้าน้ำซ้ำลอยชกจนเลือดไหลลงมาจากมุมปาก ฟ้านิ่งงัน หัวใจเจ็บแปร๊บขึ้นมาอีกครั้ง น้ำชะงักยกมือปาดรอยเลือดที่ไหลอาบก่อนจะกดตาลงต่ำจ้องมองมายังคนทำที่มีสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน

“ขะ ขอโท...อื้อออออ!”

ฟ้ายังพูดไม่จบดีน้ำที่เส้นสติขาดผึ่งได้ก้มลงประกบปากจูบให้ฟ้าได้ลิ้มชิมรสชาติเลือดสดๆอย่างเค้าบ้าง น้ำทั้งดูดทั้งกัดจนแทบจะกระชากเรียวปากเล็กนั้นให้หลุดคาปาก สัญชาตญาณดิบได้ถูกปลุกขึ้น น้ำรวบมือทั้งสองข้างของฟ้าให้ขึ้นไปอยู่ด้านบนอีกครั้งก่อนจะเลื่อยมือตนไปประชากเสื้อเชิตนักศึกษาของฟ้าจนขาดหลุดลุ่ย ฟ้าสะดุ้งเฮือก

“อื้ออออ!!”

ฟ้าร้องได้เพียงแค่นั้นเพราะน้ำยังคงไม่ปล่อยปากเค้าให้เป็นอิสระ ฟ้าลอบสบตาดุ เค้ารับรู้ได้แค่เพียงความโกรธที่สิงสู่อยู่ภายในไม่มีวี่แววของความเห็นใจเลยแม้แต่น้อย

ฟ้าสะดุ้งอีกครั้งเมื่อรับรู้ถึงเสียงการปลดเข็มขัด คราวนี้ฟ้าดิ้น ถ้าขาทำอะไรไม่ได้ก็ต้องเอามือให้รอดไว้ก่อน สองมือของฟ้าขัดกันไปมาจนมือหนาเริ่มคลาย ฟ้ากระชากแรงๆอีกทีสองทีน้ำจึงผละออกจากปากแล้วก้มลงไปคลอเคลียอยู่ที่หน้าอกแทน ทันทีที่ปากชื้นคลอบลงที่จุกเล็กนั้นฟ้ารู้สึกเหมือนโดนไฟฟ้าสถิต ทั่วร่างกระตุกเรี่ยวแรงหดหายได้แต่อ้าปากส่งเสียงที่น่าอายนั้นออกมา ฟ้าไม่เคยบอกใครว่าจุดอ่อนเค้าอยู่ตรงนี้ ยิ่งฟ้าเป็นคนไวต่อสัมผัส ยิ่งทำให้ปฎิกิริยานั้นเพิ่มพูนขึ้นเป็นสองเท่า น้ำลอบยิ้มเมื่อได้รู้ถึงสิ่งใหม่และดูเหมือนฟ้าจะโอนอ่อนจนน่าพอใจ น้ำทั้งดูดทั้งคลึงจนเมื่อขบกันไปเบาๆคนใต้ร่างกลับสะดุ้งเฮือก

“หึ”

ความรู้สึกยินดีนี้คืออะไร ความรู้สึกพอใจนี้มาได้ยังไง มันน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าการไปยุ่งกับผู้หญิงทั้งหมดตั้งแต่ที่เคยทำมาเลยด้วยซ้ำ

น้ำยืดตัวขึ้นลอบมองคนใต้ร่างที่หอบหายใจหนักๆอยู่กับที่ ฟ้าที่มีผิวขาวเนียนละเอียดผิดกับผู้ชายทั่วไปตอนนี้กลับแดงเทือกไปแทบทั้งตัว ใบหน้าหวานยิ่งหยาดเยิ้มมากกว่าเดิมอีกเท่าตัว ดวงตากลมนั้นรื้อไปด้วยหยาดน้ำตาถึงแววตาจะออกตำหนิแต่กลับดูดื้อรั้นจนน่าทำให้ยอมจำนน

กริ๊งงงงง!!!

เสียงโทรศัพท์ประจำห้องดังขึ้น น้ำหันควับไปมองด้วยแววตาหงุดหงิดเนื่องจากโดนขัดจังหวะ ฟ้าถือโอกาสนี้ถกตัวหนีแต่ก็ไม่พ้น

“น้ำ”

“หุบปาก”

“หยุดเถอะ”

“บอกให้หุบปากไง!”

ฟ้าส่ายหัวแล้วขยับเข้ามาโอบกอดน้ำจนน้ำนิ่งงัน ไฟที่โหมกระหน่ำเมื่อครู่ได้มอดลงอย่างน่าเหลือเชื่อ เพียงแค่ได้รับอ้อมกอดจากคนๆนี้กลับมา เพียงแค่นั้นจริงๆ

“เราขอโทษ เราผิดเอง น้ำหยุดฝืนตัวเองเถอะนะ”

จากที่นิ่งงันกลับกลายเป็นความขุ่นมัวในใจอีกครั้ง

“ใครบอกว่าเราฝืน?”

เสียงที่เข้มขึ้นทำให้ฟ้าผละออกมามองหน้า น้ำขมวดคิ้วจนยุ่ง

“แต่น้ำไม่ได้ชอบผู้ชาย ไม่เคยทำกับผู้ชาย”

“ใครบอกว่าไม่เคย”

คราวนี้เป็นฟ้าที่ต้องชะงัก

กรี๊งงงงง!!!

“อะไรอีกวะแม่ง!”

น้ำสถบแล้วลุกออกจากเตียงเดินไปยังโทรศัพท์ที่แผดเสียงดังลั่นอยู่ที่ด้านนอกปล่อยให้ฟ้าเอาแต่มองตามจนสุดสายตา

น้ำเคยทำกับผู้ชายมาก่อน..อย่างนั้นเหรอ

แปร๊บ

ฟ้ายกมือขึ้นกุมตรงตำแหน่งที่มันเจ็บแปร๊บขึ้นมาทันที ตำแหน่งของหัวใจ ตำแหน่งที่อกด้านซ้าย

“เราต้องการพักผ่อน ไม่ต้องรับใครทั้งสิ้น ให้กลับไปทั้งหมดนั้นแหละ!”

เสียงน้ำที่ดังลั่นหลังจากรับโทรศัพท์ไม่นานนั้นทำให้ฟ้ากลับคืนสติ เสียงน้ำวางโทรศัพท์ดังตบท้ายก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของเจ้าตัวจะโผล่เข้ามาที่ห้องด้วยแววตาขุ่นมัวหนักกว่าเก่า

“ใครโทรมา?”

“รีแซปชั่น โทรมาบอกว่าคีย์กับไอ้เหี้ยนั้นมาหา”

ฟ้าเหลียวไปยังโทรศัพท์มือถือของตนทันที แต่น้ำนั้นเดินพุ่งตรงไปหยิบขึ้นมากดดูก่อนจะยกยิ้ม

“สายตัดไปแล้ว คงใกล้บ้าแล้วมั่งถึงขั้นให้คีย์พามาหาถึงนี่”

ฟ้าเม้มปากแน่น เค้าลอบมองน้ำที่ยังคงมีความคุกรุ่นอยู่ภายในแววตา

“ขอเราโทรไป...”

“ไม่ได้!”

น้ำตะวาดเสียงขุ่นมือที่กำโทรศัพท์สีขาวฟาดสิ่งที่อยู่ในมือไปจนโดนพนังดังลั่นร่างแหลกละเอียด ฟ้าได้แต่มองตามตาค้าง

“น้ำ!”

“อยากติดต่อมันนักรึไง ห่ะ!?”

“เราแค่จะโทรบอกคีย์ว่าเราไม่เป็นอะไร”

น้ำนิ่งเงียบ แต่แววตายังคงไม่ลดละไฟที่คุกรุ่นอยู่ภายใน

“นะ เราจะบอกแค่นั้นจริงๆ พวกเค้าจะได้หายห่วงแล้วกลับกันไปไง”

น้ำสถบก่อนจะเดินหายออกไปจากห้องนอนแล้วกลับเข้ามาพร้อมกับโยนโทรศัพท์สีดำเครื่องของตนมาให้กับฟ้า

“ใช้เครื่องเราโทร เบอร์คีย์มีบันทึกไว้อยู่แล้วแต่ไอ้เหี้ยนั้นเลิกคุยไปเลย”

ฟ้าเม้มปากแน่นแต่ก็ต้องพยักหน้ารับ เค้าหยิบโทรศัพท์มากดปลดล็อคอย่างง่ายดายเพราะต่างฝ่ายต่างก็รู้รหัสของกันและกันอยู่แล้ว ฟ้าจะใช้เลขวันเดือนปีเกิดของน้ำส่วนน้ำนั้นก็ใช้เลขวันเดือนปีเกิดของฟ้า ถือเป็นตกลงกันเมื่อสมัยที่ต่างฝ่ายต่างอ้อนพ่อแม่ให้ซื้อไอโฟนให้พร้อมๆกันจนเลยมาถึงปัจจุบัน

/ฮัลโหล ไอ้เหี้ยน้ำ! มึงทำอะไรฟ้า!!/

ทันทีที่ต่อสายไปรอฟังเสียงสัญญาณไม่ถึงสองวินาทีปลายสายก็รับแถมยังตะคอกใส่ซะดังลั่น ดีที่ฟ้าเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหูได้ทันไม่งั้นมีหูดับแน่ น้ำที่ยืนอยู่ตรงหน้าถึงกับยกยิ้มขำขันเมื่อเค้าได้ยินเสียงด่าที่เล็ดลอยออกมานั้นด้วย

“คีย์ใจเย็น นี่ฟ้าพูด”

/ฟ้า! ฟ้าเป็นไงบ้าง ไอ้เหี้ยนั้นมันทำอะไรฟ้า!?/

“ปะ ป่าว”

ฟ้าตอบได้ไม่เต็มเสียงนักพลางลอบมองคนตีหน้าขึงที่ยืนอยู่ตรงหน้า

/แต่ต้นมัน..../

“เราไม่เป็นไรจริงๆคีย์ ขอบใจที่เป็นห่วงแต่เราโอเค”

/ฟ้า/

คีย์เอ่ยเสียงแผ่วเหมือนจะเข้าใจความหมายที่เพื่อนตัดบทตนไปแบบนี้

“เราโอเคจริงๆ”

/สุดท้ายก็แพ้ยกสินะ ได้ ถ้าฟ้ายืนยันแบบนั้นเราก็จะถอยเหมือนกัน แต่บอกไว้เลยนะว่าถ้ามันทำฟ้าเมื่อไหร่ เราก็พร้อมจะฆ่ามันด้วยเหมือนกัน/

ฟ้ากดยิ้มให้กับความห่วงใยของเพื่อน ดวงตาสีดำรื้อน้ำเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับปริ่ม

“ขอบใจ แต่เราไม่อยากให้เพื่อนเป็นฆาตกรนะ”

/ยังจะมาพูดเป็นเล่นอีก เข้าใจความซีเรียสของคนอื่นเค้าไหมเนี้ยห่ะ/

“ขอโทษๆ”

/ให้ตายสิ งั้นเรากลับละ ส่วนเรื่องต้น...เดี๋ยวเราจัดการให้..../

“ขอบใจนะ รักคีย์จัง”

ฟ้าพูดด้วยรอยยิ้ม เล่นเอาคนทมึนทึกถึงกับฉุนจัดจนคว้างเอาโทรศัพท์ไปแนบกับหูตัวเอง

“จบเรื่องแล้วนะ”

/ไอ้เหี้ยนี่ อย่าทำให้เป็นเรื่องเป็นราวสิวะ ทำอะไรไม่เห็นใจคนอื่นก็หัดเห็นใจฟ้าบ้าง มันเป็นเพื่อนรักมึงไม่ใช่รึไง?/

“เออ รู้ เพื่อนที่โคตรจะรักเลยด้วย แค่นี้แหละ”

น้ำกดวางสายทันทีที่พูดจบ เค้าเมียนมองไปยังฟ้าที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่ปลายเตียง ผมสาวสีดำขลำยังคงแผ่สยายเนื่องจากยางรัดได้หลุดไปตั้งแต่ช่วงที่เค้าตะลุมบ่อนกันที่โซฟาด้านนอก น้ำล้วงมือลงไปหยิบยางรัดผมสีดำที่กระเป๋ากางเกงตนแล้วจึงเอื้อมมือไปรวบผมยาวที่นุ่มลื่นจากทางด้านหน้า กลายเป็นว่าเหมือนเค้ากำลังโอบกอดฟ้าอยู่กลายๆ ฟ้าชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างไหนจะเผลอกลั้นหายใจไปหลายวิ หัวใจภายในอกเต้นรัวอย่างไม่รู้กาลเทศะ

มาเต้นแรงเอาตอนนี้ถ้าคนใกล้ๆได่ยินเข้าเค้าจะไม่แย่เอารึไง

น้ำผละออกเมื่อจัดการเรียบร้อยแล้ว ผมยาวถูกรวบเป็นมวยไว้อยู่ทางด้านหลัง ใบหน้าหวานไร้สิ่งบดบังทำให้เค้าเห็นเสี้ยวหน้าของคนตรงหน้าได้อย่างเต็มที่ ตอนนี้น้ำสงบลงแทบจะเป็นปกติแล้ว แปลกที่เพียงแค่ได้รับอ้อมกอด ได้โอบกอดคืน ได้รับความใกล้ชิดคืนกลับแค่นี้ก็ทำให้ไฟทุกอย่างที่สุมอยู่ในอกมอดมลายหายไปจนหมดสิ้น

“ไปล้างหน้าล้างตาแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ซะ เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

ฟ้าพยักหน้ารับแล้วผุดลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ตรงข้าม ทันทีที่ปิดประตูลงกลอนฟ้าก็ปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาทันที ความอดกลั่นในหลายๆความรู้สึกได้ไหลทะลักไม่ขาดสายแต่กลับไม่มีเสียงสะอื้นแม้แต่น้อย ฟ้าเงยหน้ามองดูเงาสะท้อนของตนเองที่กระจกเงาแล้วก็ได้แต่นึกสังเวชในใจ แต่สักพักมือเรียวก็ยกขึ้นมาลูบที่ริมฝีปากเบาๆ ความรู้สึกอุ่นซ่านยังคงอยู่ ความเจ็บแปร๊บยังคงมี แม้แต่รสชาติของกันและกันยังคงไม่จางหาย

น้ำที่ยังคงยื่นนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาสีอ่อนติดคมดุกำลังล๊อกแล๊กไปมาอย่างหาที่สิ้นสุดไม่ได้ สมองประมวลผลเรื่องราวต่างๆที่เกิดจากอารมณ์และโทสะ เค้าไม่ได้รู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเองแต่กลับรู้สึกไม่ดีที่ตัวเค้านั้นไม่อาจปฏิเสธคนๆนั้นได้ อย่าว่าแต่ปฎิเสธเลย เค้าแทบจะฉุดดึงให้กลายมาเป็นคนของตนอย่างสมบูรณ์แบบแล้วด้วยซ้ำ ดีที่มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกสติก่อน มือหนายกขึ้นมาลูบที่ริมฝีปาก เกิดอาการเจ็บแปร๊บเล็กน้อยเพราะแรงต่อยและฟาดจากคนที่เค้าใส่อารมณ์ด้วยก่อน แต่ทว่า...ความรู้สึกที่ได้รุกล่ำเข้าไปในเรียวปากของอีกฝ่าย กลับยังตราตรึงมาจนบัดนี้ และเป็นสัมผัสที่ทำให้ใจเต้นแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุ

เมื่อฟ้าจัดการตัวเองเสร็จออกมาน้ำก็นั่งรออยู่ที่โซฟาแล้ว ยังไม่ทันมีใครพูดอะไรเสียงอ๊อดหน้าห้องก็ดังขึ้น ฟ้าเดินเลี่ยงไปกดอินเตอร์โฟนดูเมื่อรู้ว่าเป็นรูมเซอร์วิสจึงเปิดให้เข้ามา พนักงานสาวเข็นรถเข็นเข้ามาพร้อมกับลำเลียงชุดมื้ออาหารเที่ยงที่น้ำโทรไปสั่งไว้ที่โต๊ะทางข้างหน้าเคาร์เตอร์ครัว เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยน้ำก็เดินมายื่นเงินให้บอกไม่ต้องทอนที่เหลือให้เป็นทริปพนักงานยิ้มร่าแล้วจึงกล่าวลาก่อนจะออกจากห้องไป น้ำเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะจัดแจงชามอาหารของตนมาไว้ตรงหน้าก่อนจะเหลียวมองฟ้าที่ยังยืนนิ่งด้วยความงุนงง
ทำไมน้ำทำตัวได้ปกติจนน่าใจหายแบบนี้

“ยืนเอ๋ออะไร มากินข้าวดิ หิวไม่ใช่รึไง?”

คำพูดส่งๆที่เค้าบ่นว่าหิวเมื่อตอนกลับเข้าห้องมาช่วงแรกดังขึ้นมาในโสตประสาท นี่น้ำยังจำได้อีกเหรอ ฟ้าพยักหน้ารับแล้วเข้ามานั่งฝั่งตรงข้าม มองดูชุดอาหารญี่ปุ่นที่เจ้าตัวสั่งมาสองชุดก่อนจะลงมือกิน น้ำลอบมองฟ้าที่ค่อยๆกินเหมือนจะเหม่อลอยไปด้วย เค้าเลื่อนถ้วยขนาดเล็กที่มีอยู่เพียงถ้วยเดียวไปให้ฟ้า ฟ้ามองมันก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเค้า

“อะไร?”

“ไข่ตุ๋น”

เค้าตอบเพียงแค่นั้นแล้วก้มลงกินต่อ ฟ้าแทบกลืนน้ำตาลงคอ ไม่ว่าคนๆนี้จะเอาแต่ใจจะใจร้ายถึงขนาดไหนแต่มันกลับมีมุมที่ทำให้ฟ้าต้องใจอ่อนด้วยอยู่ร่ำไป นี่สินะ ถึงได้ตัดใจไม่ได้สักที

มื้ออาหารจบลงโดยที่แทบไม่มีใครปริปากพูดคุยกันเลย นอกจากคำถามสั่นๆอย่างอิ่มไหม เอาอีกไหม ฟ้าเป็นคนเคลียร์โต๊ะอาหารน้ำจึงไปนั่งรอที่โซฟาหน้าชั่นทีวีและโฮมเทียร์เตอร์ เค้านั่งรอไม่นานฟ้าก็กลับมานั่งข้างๆพร้อมกับแก้วน้ำส้มสำหรับเค้า น้ำยิ้มอย่างพอใจแล้วเอื้อมมือไปยกแก้วน้ำส้มขึ้นมาดื่ม

“มีเรื่องจะพูดกับเราไม่ใช่เหรอ?”

ฟ้าเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นน้ำยังคงนิ่งเงียบไม่มีท่าทีจะพูดอะไร น้ำละสายตาจากจอทีวีมามองหน้าฟ้าก้อนจะเอ่ยปาก

“เราจะเข้ามาอยู่ที่นี้เป็นการถาวร”

ฟ้าถึงกับหันควับไปมองคนพูด

“ขอป้าอรได้แล้วเหรอ?”

ใช่ว่าน้ำจะไม่เคยขอออกมาอยู่คนเดียว น้ำเคยขออยู่หลายครั้งแล้วแต่ป้าอรแกก็กลัวไม่มีใครอยู่รอแกที่บ้านแกเลยไม่ยอมให้น้ำออกมาอยู่เองสักที

“ใช่”

ฟ้ากระอักกระอ่วง ถึงแม้ที่นี้จะมีห้องนอนสำหรับน้ำอยู่อีกห้องแต่เค้าก็ไม่คิดว่าน้ำจะมาอยู่เป็นการถาวรแบบนี้เลย ไม่แม้แต่จะหวัง

“ทำหน้าอย่างนั้นไม่อยากให้อยู่รึไง?”

น้ำพูดเมื่อสังเกตุเห็นสีหน้าเจ้าของห้อง

“ป่าว”

“งั้นก็ดี เพราะต่อจากนี้เราจะไปเรียนพร้อมกันและกลับพร้อมกัน”

เป็นอีกครั้งที่ฟ้าเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ

“เราจะมาทวงคืนคนของเรา ฟ้าเป็นของเรา และจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปด้วย”










ทางด้านของคีย์ก็กำลังกระอักกระอ่วงใจพอสมควรเช่นกัน คีย์ลอบมองต้นที่ยังคงตีหน้าตึงขับรถด้วยความเร็วชนิดที่ต้องจับสายเบลไว้ไม่กล้าปล่อยแม้แต่วินาทีเดียว กว่าเค้าจะคะยั้นคะยอให้ต้นออกมาจากคอนโดฟ้าได้ก็ใช้เวลาไปนานพอสมควร แถมอาการโกรธจัดของต้นผู้ที่เค้าเคยเห็นแต่ใบหน้าที่ยิ้มแย้มนั้น ก็ดูน่ากลัวใช่ย่อย

“ต้น”

“.....”

เจ้าของชื่อยังคงเงียบ

“ต้น ไปหาอะไรกินกันก่อนดีไหม? เราหิวแล้วอะ”

“........”

ต้นไม่ตอบแต่ลดความเร็วลงและหักเลี้ยวไปยังอีกทาง คีย์มองดูเส้นทางไปเรื่อยๆจนต้นเลี้ยวเข้าไปยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เค้าหาที่จอดรถไม่นานก็เจอโชคดีที่พอมาถึงปุ๊บก็มีคนออกปั๊บไม่งั้นคงต้องวนหลายรอบ วิ่งช่วงเที่ยงของวันหยุดแบบนี้ด้วยแล้ว

“อยากกินอะไร?”

ต้นถามขึ้นเมื่อทั้งคู่ลงมาจากรถและพากันเดินตรงเข้าไปยังด้านใน คีย์แอบแปลกใจที่ต้นเริ่มจะควบคุมตัวเองได้ไวเกินคาด เมื่อกี้ยังดูน่ากลัวๆอยู่เลยพอลงจากรถได้นี่ปรับโทนเสียงเป็นปกติได้ไวชะมัด

“อะไรก็ได้ ต้นอยากกินไร?”

“เราไม่ค่อยอยาก พูดให้ถูกคือกินไม่ลง”

“ทำไมละ?”

“ห่วงฟ้า”

คีย์นิ่งไปแป๊บก่อนจะแย้มยิ้มแล้วตอบกลับ

“ไม่ต้องห่วงมันหรอก มันบอกมาเองว่าโอเค เราก็ต้องเชื่อใจมัน”

“เราเชื่อใจฟ้าแต่ไม่เชื่อใจไอ้เหี้ยนั้น”

พอพูดถึงน้ำแล้วต้นก็อดที่จะโมโหขึ้นมาอีกรอบไม่ได้ เหมือนเค้าเป็นไปแล้วน้ำคือน้ำมัน เพียงแค่หยดเพียงน้อยนิดไฟก็สามารถที่จะโหมกระหน่ำขึ้นได้ในทันที คีย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอาเข้าจริงเค้าก็ยังห่วงอยู่นิดๆแต่จะทำไงได้ เห็นอย่างนี้ฟ้าก็หัวรั้นใช่ย่อยเหมือนกันนะ

“ต้นของกินอะไรเป็นพิเศษไหม?”

ต้นหันมามองคีย์พลางขมวดคิ้วที่ถูกเปลี่ยนเรื่องคุยแบบกะทันหัน

“ข้าวต้มทรงเครื่อง”

เค้าตอบเสียงแผ่วพร้อมต่อท้ายในใจว่าเป็นร้านที่ฟ้าเคยพาไปเท่านั้นด้วย นั้นเปรียบเหมือนเป็นเดทแรกของเค้ากับฟ้าเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ฟ้าจะไม่คิดอะไร แต่เค้าก็เต็มใจที่จะคิดไปเองแบบนี้ แค่คิดก็สุขใจ ของแค่นี้ก็คงจะไม่เดือดร้อนใครหรอกมั่ง

“ในห้างมันมีที่ไหนละ?”

คีย์เอ็ดพลางส่ายหัวเบาๆ

“ฟ้าชอบกินอะไรเหรอ?”

ต้นถามบ้าง ตอนนี้พวกเค้าทั้งคู่ขึ้นมาจนถึงโซนร้านอาหารแล้วเพียงแต่ยังไม่มีใครตัดสินใจได้ว่าจะกินอะไร

“ฟ้ากินได้หมดนะแต่ต้องไม่เผ็ดและไม่มีเห็ด อ้อๆ มันชอบไข่ตุ๋นเป็นพิเศษด้วย จำได้มันเคยเล่าให้ฟังว่าแม่ชอบทำให้กินตอนเด็กมันเลยติดมาจนทุกวันนี้”

ต้นลอบยิ้มเมื่อได้ยินเรื่องราวของคนที่รัก ถึงแม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆแต่เค้าก็อยากที่จะรับรู้ คีย์เองก็แอบเห็นรอยยิ้มนั้นด้วยเช่นกัน เค้ายิ้มตามด้วยความยินดีถึงแม้จะแอบหน่วงในใจนิดๆแต่มันก็ยังดีกว่าการเงียบและตีหน้าเครียดอย่างตอนที่อยู่บนรถ

“งั้นกินอาหารญี่ปุ่นกันเหอะ”

คีย์สรุป ต้นจึงพยักหน้ารับแล้วให้คีย์เดินนำไปยังร้านที่เป็นเป้าหมาย เค้าอดที่จะยกยิ้มให้ความร่าเริงของคีย์ไม่ได้ ถึงแม้เค้าจะไม่สนิทกับคีย์เท่าฟ้าแต่เค้าก็รู้ว่าคีย์นั้นเป็นคนดีและรักเพื่อนขนาดไหน เค้าดีใจที่ฟ้ามีเป็นเพื่อนคีย์และเค้าก็ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับคีย์เช่นกัน


TBC....

‘เพื่อน’ อีกคู่ หึหึ

 :hao7: :hao7: :hao7:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-12-2016 15:51:13 โดย MyMinT1990 »

ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
◑  MAKE FRIEND ◐ 
★ เพื่อน ● รัก★

8



เช้าวันรุ่งขึ้นฟ้าตื่นขึ้นมาด้วยความมึนเบลอ ร่างโปร่งพลิกไปมาด้วยความเกียจคร้านก่อนจะนอนนิ่งรำลึกถึงเหตุการณ์ของเมื่อวาน ตั้งแต่น้ำประกาศว่าจะมาอยู่ที่นี้อย่างถาวรเค้าก็หลบหายเข้าไปในห้องนอนเล็กไปเลย ฟ้าเองก็เข้าห้องนอนใหญ่ของตนด้วยความมึนงงจนเผลอหลับมาตื่นก็ต้องที่น้ำเคาะประตูแต่ตัวก็ยืนพิงกรอบประตูอยู่ด้วย น้ำเรียกฟ้าออกไปทานมื้อเย็นที่น้ำสั่งร้านอาหารด้านล่างให้ขึ้นมาส่งถึงห้องพัก พอพ้นมื้อเย็นน้ำก็เอ่ยชวนดื่มเบียร์ดูบอลทางเคเบิลจนฟ้าเริ่มกรึ่มนั้นแหละเค้าถึงได้ขอตัวเข้าห้องมานอน
จะว่าไป…น้ำมันทำตัวได้โคตรจะปกติ ทั้งๆที่เมื่อช่วงเช้าของวันนั้นยังอาละวาทจะจับกดเค้าอยู่เลย

ก๊อกๆๆ

ฟ้าสะดุ้งเฮือกแล้วหันไปมองที่หน้าประตูจนเห็นผู้ที่เคาะประตูแต่ก็ยืนค่ำอยู่ที่กรอบประตูเช่นเคย

“ตื่นแล้วก็ลุกดิ ทำตัวเป็นแมวไปได้”

ฟ้าขมวดคิ้วมุ้น

“แมว?”

เหมือนตรงไหน?

น้ำลอบยิ้มแล้วเดินเข้ามากระชากผ้าห่มผืนหนาจนเผยให้เห็นร่างโปร่งที่นอนเหยียดตัวอยู่บนเตียง ผิวที่ขาวโพนโผล่พ้นขอบเสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้นผ้านิ่มที่ฟ้าชอบใส่นอนเป็นประจำเพราะมันใส่สบายแต่กลับดูยั่วสายตาสำหรับผู้พบเห็นไม่น้อย

“ใช่ ไม่เคยสังเกตุเหรอเวลาแมวตื่นมันจะชอบเหยียดตัวแบบที่ฟ้าทำเมื่อกี้เป๊ะ แถมยังชอบคลอเคลียมุดเข้าใต้ผ้าห่มหรือหมอนด้วย”

ฟ้าอ้าปากค้าง

“นี่เข้ามาเห็นตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบ!?”

“หึ ตั้งแต่ยังไม่ตื่นด้วยซ้ำ”

ตอนแรกน้ำก็ว่าจะมาปลุกแต่พอเห็นคนหลับตาพริ้มแล้วก็อดจะจ้องมองอยู่เฉยๆไม่ได้ น้ำลอยสังเกตุเพื่อนสนิทอย่างไตร่ตรองและเจาะลึก นานเท่าไหร่แล้วที่เค้าไม่ได้สังเกตุเพื่อนคนนี้ถึงขนาดที่เคนมันยังจับสังเกตุฟ้าได้มากกว่าเค้าด้วยซ้ำ น้ำประเมินดูด้วยสายตาจนสรุปได้ว่า ฟ้าผิวซีดกว่าที่คิด หน้าเรียวจนน่าแปลกใจ ขนตายาวเป็นแพถึงขนาดนี้เชียวเหรอ ริมฝีปากเรียวได้รูปนั้นมันน่าดูดน่ากัดถึงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ยิ่งคิดเค้ายิ่งถอนหายใจ คนกระทั่งคนหลับเริ่มยุกยิกและตื่นขึ้นมาในที่สุด

“แล้วมีอะไร? วันนี้วันอาทิตย์นะ ขอนอนต่อไม่ได้รึไง?”

น้ำหัวเราะหึพร้อมดึงผ้าห่มหนีมือเรียวที่เอื้อมมาคว้าไว้ ฟ้าติดนิสัยชอบกอด ข้างๆตัวฟ้าต้องมีอะไรสักอย่างไว้ให้กอดไม่ว่าจะเป็นหมอนข้างหรือผ้าห่มก็ได้ แต่นี้เจ้าตัวเล่นถีบหมอนข้างลงข้างเตียงแล้วเลยกะจะคว้าสิ่งที่อยู่ใกล้กว่าอย่างผ้าห่มมากอดแทน แต่ก็มีมารผจญซะงั้น

“ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวฟ้า อยู่คนเดียวเหลาะแหละอย่างนี้ประจำเลยใช่ไหม?”

“ถ้าใช่แล้วจะทำไม?’

“ดี งั้นเราจะเข้ามานอนด้วยทุกวัน จะได้ดัดนิสัยคนไปในตัว”

ฟ้ายันตัวลุกขึ้นจ้องหน้าคนพูดแทบไม่ทัน น้ำหัวเราะชอบในแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาโยนใส่หัวเพื่อน

“ไปอาบน้ำ เราให้เวลายี่สิบนาที ไม่งั้นโมโหหิวขึ้นมาฟ้าต้องรับผิดชอบ”

พูดจบผู้บุกรุกก็เดินหนีหายออกจากห้องไปโดยไม่สนใจเจ้าของห้องที่มองตามตาปริบๆ ฟ้ายันกายลุกขึ้นยืนเดินเข้าห้องน้ำไปพร้อมกับความมึนงง

ไม่ถึงยี่สิบนาทีฟ้าก็เดินออกมาจากห้องด้วยชุดเสื้อยืดลายกราฟฟิกสีขาวกับกางเกงขาสั้นใส่อยู่ห้องธรรมดาๆ เค้ามองไปเห็นน้ำที่ยังคงนั่งจ้องจอทีวีอยู่ที่โซฟาแล้วก็ต้องเผลอถอนหายใจ ฟ้ายอมรับว่าเค้าไม่ชินเอาเสียเลย ไม่ชินกับการใกล้ชิดกันที่มากขึ้นจนแทบจะเรียกได้ว่ายี่สิบสี่ชั่วโมงเลยก็ว่าได้ มันมากเกินความจำเป็นสำหรับคนที่กำลังหลีกหนีและตัดใจอย่างเค้า

“ฟ้า”

เป็นอีกครั้งที่ฟ้าต้องสะดุ้ง เค้าเงยหน้าไปมองคนเรียกที่เดินมาอยู่ตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

“มะ มีอะไร?”

“เหม่ออะไร?”

เสียงแข็งดุถามขึ้นพร้อมใบหน้าที่ติดดุขึ้นมานิดหน่อย

“เปล่า”

“อย่ามาโกหก เราเดินมายืนอยู่ตรงหน้าฟ้ายังไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ ทำไม? การที่เรามาอยู่มันทำให้ลำบากใจถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?”

ฟ้ารีบส่ายหัวหวืดโดยทันที และนั้นก็ทำให้คนถามคลายกังวลลงมาอีกนิดหน่อย แต่ก็ยังคงมีอีกเรื่องอยู่ดีนั้นแหละนะ

“หรือจะคิดมากเรื่องไอ้เหี้ยนั้น”

“เค้าชื่อต้น”

“จะชื่ออะไรก็ช่างหัวมัน นี่ตกลงฟ้าคิดเรื่องมันจริงๆใช่ไหม!?”

“เปล่า”

น้ำนิ่งเงียบแต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่คนตรงหน้า

“น้ำหิวแล้วไม่ใช่เหรอ อยากกินอะไรละ?”

ฟ้าเลือกที่จะเลี่ยงบทสนทนาด้วยการเข้าครัวแทน น้ำไม่ได้ตอบอะไรแต่เดินตามฟ้าไปยังโซนครัว ฟ้านิ่งไปนิดเมื่อเห็นหม้อข้าวต้มที่ยังคงร้อนๆวางอยู่ที่เคาเตอร์

“น้ำทำเหรอ?”

ฟ้าอดที่จะอึ้งไม่ได้ รู้อยู่หรอกนะว่าน้ำพอจะทำอาหารเป็นบ้างแต่ปกติเจ้าตัวออกจะไม่ชอบทำเพราะขี้เกียจมายืนร้อนๆอยู่หน้าเตา

“อยู่กันสองคนถ้าไม่ใช่เราแล้วจะใครละ? ไอ้เหี้ยต้นเหรอ?”

ฟ้าลอบถอนหายใจแล้วหลี่ตามองผู้ชายตัวโตที่เดินมาเคียงคู่กัน ตัวออกจะโตแต่ทำไมขี้ใจน้อยแถมยังช่างประชดประชันแบบนี้ด้วยนะ

“มองอะไร?”

“มองคนโตแต่ตัว”

“ฟ้า”

น้ำขู่เสียงเข้มแต่ฟ้ากลับหัวเราะขำ เค้าเดินเข้าไปหยิบถ้วยชามมาตักใส่จนครบสองถ้วยแล้วจึงถือมาวางที่โต๊ะทานข้าว น้ำเองก็แยกไปเปิดตู้เย็นหยิบกล่องน้ำส้มสำหรับเค้าและกล่องนมสำหรับฟ้ามาอย่างละกล่องพอวางไว้ที่โต๊ะแล้วก็หันไปหยิบแก้วมาสองใบ

“อืม อร่อยนี่”

น้ำไหวไหล่มือก็เทนมให้อีกคนก่อนจะเทน้ำส้มให้ตัวเอง ทั้งคู่กินกันไปเงียบๆจนอิ่มฟ้าเลยอาสาล้างถ้วยชามเอง น้ำกลับไปยังหน้าทีวีกดเปิดไล่ดูรายการต่างๆไปเรื่อยๆอย่างสบายกายสบายใจ ไม่นานฟ้าก็เข้ามาสมทบพร้อมด้วยจานแอปเปิ้ลที่ปอกพร้อมกินได้ทันที

“กินด้วยดิ”

น้ำเอ่ยเมื่อเห็นฟ้าหยิบเข้าปากคำแล้วคำเล่าแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะวางจานลงจากมือแถมยังไม่สนใจเค้าอีกด้วย

“เรื่อง ไปปอกเอาเองดิ”

“อะไรว๊า เราเป็นคนทำมื้อเช้าให้กินนะ”

“แต่วัตถุดิบเป็นของเราไง ถือว่าเจ๊ากัน”

“อย่ามากวนตีนฟ้า เอามานี่”

“ม่าย”

ฟ้าอมยิ้มขำแล้วเลื่อนจานในมือหนีไปอีกทาง น้ำชะงักไปนิดแต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงประดับอยู่ที่ข้างแก้ม แววตาคมจ้องมองคนด้านข้างอย่างเหย้าหยอก

“ฟ้า”

“อะไร?”

“เอามานี่”

พูดจบก็กระโจนเข้าใส่ ฟ้าแทบจะถล่าลงไปนอนราบกับพื้นโซฟายาว

“เดี๋ยวจานตก”

“กลัวตกก็ปล่อยดิ”

“จะบ้ารึไง ขืนปล่อยก็ตกอยู่ดีป่ะ”

“งั้นก็ปล่อยให้มันตกไปเลย”

“น้ำ!”

ฟ้าร้องลั่นเมื่อโดนกรงเล็บเสือร้ายตะปบเข้าที่สีข้าง ความบ้าจี้ทำให้ฟ้าอยากจะแดดิ้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากเพราะจานที่ยังคงถือไว้มั่นในมือ น้ำยิ้มกริ่มเมื่อเห็นท่าทีน่าหยอกเย้านี้ เค้าไล่บีบไล่เค้นตามเนื้อนิ่มไปเรื่อยๆ มือซนซุกไซ้ไปจนเลยเข้าไปในสาบเสื้อผืนบาง น้ำแอบชะงักเมื่อเผลอจ้องมองผิวเนื้อขาวสะอาดแต่กระชับจนน่าบีบเค้น น่ากัดให้เป็นรอย น่าซุกไซ้ให้ได้รสสัมผัส

เพล้ง!

ในที่สุดจานในมือก็ร่วงหล่นลงพื้น น้ำได้สติตอนนั้นเอง

“ให้ตายสิ”

เค้าสถบแผ่วเบาทั้งที่ใจยังเต้นรัวเหมือนกลอง

“เห็นไหมละ บอกแล้วว่าอย่าเล่นๆ”

“ฟ้าผิดเองที่ไม่เอามาให้เราแต่แรก”

น้ำพูดพร้อมกับเหยียดกายขึ้นนั่งเหมือนก่อนหน้า ฟ้าเลยสบโอกาสลุกขึ้นแล้วก้มลงไปจัดการกับเศษจานที่แตก

“โอ้ย!”

ฟ้ารีบหดมือกลับโดยไวเมื่อโดนขอบจานที่หมิ่นแตกบาดจนเลือดซิบ

“ฟ้า!”

น้ำตกใจกับเสียงร้อง เค้ารีบผุดลงมาดูมือเรียวที่กอบกุมกันไว้ เลือดยังคงหยดลงพื้นจนน่าใจหาย

“ไปหาหมอกัน”

“บ้าเหรอน้ำ แผลแค่นี้เอง”

“แต่เลือดฟ้าออกเยอะไป เราไม่วางใจ”

“ไม่มีใครตายเพราะเศษจานบาดมือหรอกน่า”

“แต่มีคนตายเพราะเสียเลือดมากไป ไปหาหมอกัน”

“ไม่ๆๆ ขอห้ามเลือดก่อน”

“ฟ้า”

“น้ำฟังเราหน่อยดิ เราขอไปล้างแผลแล้วก็ห้ามเลือดก่อน ถ้ามันยังไม่โอเคเราจะไปหาหมอ โอเคนะ”

ฟ้าไม่รอให้น้ำท่วงใดๆเค้าลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปล้างแผลที่อ้างล่างชาม พอคิดว่าสะอาดพอจึงเอาออกมาดูเลือดปรากฎว่าเลือดหยุดไหลแล้วเช่นกัน ฟ้าหยิบทิชชู่มาซับมือจนแห้งแล้วจึงหันไปชูให้คนช่างห่วงเห็นกับตาแต่น้ำก็ยังขมวดคิ้วมุ่น

“ไปทำแผลให้เรียบร้อย เดี๋ยวทางนี้เราจัดการเอง”

ฟ้าพยักหน้ารับแต่โดยดี

“ระวังด้วยนะน้ำ”

“รู้แล้ว เราไม่ซื่อบื่อเหมือนฟ้าหรอก”

“เอ๊ะ!”

“ไปทำแผล”

“ชิ”

ฟ้าจิ๊ปากเหมือนขัดใจก่อนจะหันหน้าหนีเพื่อให้ใครบางคนไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มกว้างที่ผุดออกมาจากใจ...ด้วยความปิติจนเอ่อล้น...






“เจ็บไหม?”

ฟ้าหันไปมองคนถามที่นอนหนุนตักเค้าอยู่ ตอนนี้ฟ้ากับน้ำกลับมาดูหันกันตามปกติที่โซฟาตัวเดิม ฟ้าหัวเราะหึและนั้นก็ทำให้น้ำหันมามองหน้าเคืองๆ

“ขำอะไร?”

“น้ำถามเป็นรอบที่หกแล้วนะ”

“เหรอ”

“นี่เรายี่สิบแล้วนะไม่ใช่สองขวบ”

“ตัวอะใช่ แต่สมองอะสองขวบชัดๆ”

“น้ำ!”

“เรียกทำไมครับหนูฟ้า”

ฟ้ากัดฟันกรอดแต่หน้ากลับแดงก่ำ คนที่เรียกเค้าอย่างนั้นมีเพียงป้าอรที่เป็นแม่ของน้ำ เธอเอ็นดูฟ้าเหมือนลูกแท้ๆไม่พอยังเอ็นดูแบบลูกสาวอีกต่างหาก ถึงแม้ฟ้าจะยอมรับในรูปร่างหน้าตาไหนจะผมที่ยาวสยายเหมือนผู้หญิงนี้ก็เถอะ แต่ก็ยังอดตะหงิดกับการถูกเรียกเหมือนผู้หญิงไม่ได้อยู่ดี

“หมูน้ำเอ๊ย”

“จุ๊ๆ ตอนนี้ฟิตแล้วครับ เห็นไหม ซิกแพ็คเน้นๆเนื้อแน่นๆ”

น้ำพูดไปก็เลิกเสื้อขึ้นมาโชว์แผงกล้ามท้องเป็นลอนแน่นกระชับ ฟ้าหน้าแดงกว่าเก่าจนน้ำหัวเราะหึ

“ลองจับดูดิ”

“ไม่ต้องมาโชว์พาว ไปไกลๆเลยไม่ต้องมานอนตักเรา”

“อะไรวะ แค่นี้ทำงก”

“เราจะไปทำรายงานในห้อง”

“เอาออกมาทำตรงนี้ก็ได้ เดี๋ยวช่วย”

“ไม่อะ ไม่มีสมาธิ”

“เราไม่กวนหรอกน่า”

“ขอละน้ำ มันเป็นงานเขียนแบบแปลน ต้องใช้สมาธิจริงๆ”

น้ำจ้องสบตากับฟ้าอยู่ครู่ก่อนจะพยักหน้าแล้วผุดลุกขึ้นนั่งดีๆ ฟ้าเลยได้ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินตรงดิ่งเข้าห้องโดยที่ไม่หันกลับไปมองใครบางคนที่จ้องมองเค้าตลอดเวลาจนลับหายไปในห้องนอนของตนเอง น้ำทิ้งตัวลงนอนอีกครั้งแล้วถอนหายใจหนักๆอย่างคิดไม่ตก ช่วงนี้เค้าสับสนหนักกว่าทุกครั้ง เค้ายอมรับว่าตลอดเวลาที่รู้จักกันเค้าแอบมีความสับสนเล็กๆนี้เกิดขึ้นเสมอ แต่นับวันมันยิ่งทวีความรุนแรงจนแทบคุมไม่อยู่ อย่างเช่นเรื่องวันนั้น ถ้าไม่มีเสียงโทรศัพท์เข้ามาขัดเค้าก็อาจจะทำเรื่องเลวร้ายกับฟ้าเข้าก็ได้ ฟ้าต้องเสียใจมากแน่ๆ

“บ้าจริง”

ส่วนฟ้าเมื่อเข้ามาในห้องปุ๊บเค้าก็ทิ้งตัวลงนอนที่เตียงนุ่มทันที เรื่องงานนั้นเป็นความจริงแต่จะบิดเบือนบ้างก็ตรงที่เค้าทำเสร็จไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว ฟ้านอนนิ่งๆขบคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาแล้วก็อดเจ็บแปร๊บไม่ได้ เค้าไม่อยากอยู่อย่างมีความสุขเหมือนเมื่อครู่เพราะเมื่อทุกอย่างมันมลายหายไปเค้ากลัว กลัวว่าใจจะรับไม่ไหว

ฟ้าเหลียวมองไปยังบานกระจกที่กั้นไปยังระเบียงด้านนอก ข้างๆนั้นเป็นโต๊ะเขียนหนังสือของฟ้าเองและด้านบนนั้นเค้าได้ห้อยกีต้าร์โปร่งไว้ตัวหนึ่ง ฟ้าผุดลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบมันลงมา เค้าเล่นกีต้าร์เป็นเพราะน้ำสอนตอนมัธยม

“ฟ้าไม่หัดเล่นไว้เหรอ ผู้ชายที่เล่นกีฬาเก่งดนตรีก็ได้นะเท่ห์จะตาย”

ฟ้าเผลอยิ้มเมื่อคิดถึงคำบอกเล่าของน้ำในช่วงวัยคะนอง ฟ้านั่งลงที่เก้าอี้แล้วตั้งกีต้าร์ไว้กับตัก เค้าเช็ดฝ่นที่จับอยู่เพียงเล็กน้อยด้วยกระดาษทิชชู่ ควานหาปี๊กกีต้าร์ในลิ้นชักไม่นานก็เจอ ฟ้าเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ดูจะหม่นไปนิด เมฆครึ้มบดบังแสงแดดไปจนหมด ฟ้าเปิดบานกระจกออกนิกหน่อยเพื่อรับลมเย็นจากภายนอก ถึงแม้การเปิดแอร์จะเย็นฉ่ำใจแต่ก็ไม่ได้กลิ่นของการมีชีวิตตามธรรมชาติอย่างกลิ่นฟ้ากลิ่นฝน มือซ้ายกำคอจับคอร์ดเพลงในขณะที่มือขวาเก่าข้าๆจนเป็นท่วงทำนอง

ฟ้าเล่นดนตรีเป็นแต่เป็นคนร้องไม่เก่ง ด้วยเสียงที่เหมือนผู้หญิงนั้นทำให้เค้าอายที่จะร้องจึงไม่ค่อยได้ฝึกฝน มีเพียงเพลงเดียวเท่านั้นที่เค้าได้ยินครั้งแรกก็นึกอยากจะร้องขึ้นมา

The Way [Montonn & Hanna]

“It’s the way you say my name
make it sound like music.
Oh I can’t resist your call.
It’s the way you take the blame,
even though we both know that it may have been all my fault,
all my fault....”
เสียงที่เธอเรียกชื่อฉัน
มันเหมือนกับเสียงดนตรีเลยนะ
ฉันต้านเสียงเรียกจากเธอไม่ได้จริงๆ
เพราะเธอยอมเป็นคนผิดเสมอ
ถึงแม้เราต่างรู้ดีว่าฉันเป็นคนผิดเองทั้งหมดก็เถอะ
ทั้งหมดคือความผิดฉัน


น้ำได้ยินเสียงดนตรีแว่วมาจากห้องนอนใหญ่เค้าจึงเดินเลียบๆเคียงๆไปแง้มบานประตูดู รอยยิ้มกว้างฝุดขึ้นบนใบหน้าหล่อ นานเท่าไหร่แล้วที่เค้าไม่ได้เห็นฟ้าในช่วงเวลาแบบนี้ ตั้งแต่พวกเค้าเข้ามหาลัยและฟ้าย้ายมาอยู่คอนโดก็เหมือนอะไรหลายๆอย่างที่พวกเค้าเคยทำร่วมกันจะค่อยๆหายไปอย่างไม่ทันนึกคิด

“It’s the way you keep me safe,
oh we know I’m crazy.
Oh I almost lost it all.
It’s the way you heals the pain,
god it was amazing.
oh how you save my tortured soul.
oh you save my tortured soul.....”
เพราะเธอทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยเสมอ
เราทั้งคู่ก็รู้ว่าฉันมันบ้า
ฉันเกือบจะเสียทุกๆอย่างไปแล้ว
เพราะเธอเยียวยาความเจ็บปวดของฉัน
มันสุดยอดจริงๆนะ
เพราะเธอช่วยจิตวิญญาณที่แสนทรมานของฉัน
เธอช่วยจิตวิญญาณที่แสนทรมานของฉันไว้


เสียงหวานยังคงร้องเพลงโดยที่ไม่รับรู้ถึงสายตาของใครอีกคน ใบหน้าเรียวแหงนขึ้นมองท้องฟ้าสีหม่น ลมจากภายนอกพัดเข้ามาปกทะผมยาวดำให้พริ้วไหวตามแรง เสียงหวานปนเศร้าทำให้ใจคนฟังกระตุก เค้าเกิดความรู้สึกอยากจะเข้าไปกอด เข้าไปปลอบ แต่...ฟ้าไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ฟ้าแค่ร้องเพลง ร้องได้เข้าถึงอารมณ์มากจนเค้าคิดมากไปเอง

“It’s the way you say my name,
make it sound like music.
Oh I can’t resist your call.
It’s the way you take the blame,
even though we both know that it may have been all my fault,
all my fault.
all my fault.
all my fault.”
เสียงที่เธอเรียกชื่อฉัน
มันเหมือนกับเสียงดนตรีเลยนะ
ฉันต้านเสียงเรียกจากเธอไม่ได้จริงๆ
เพราะเธอยอมเป็นคนผิดเสมอ
ถึงแม้เราต่างรู้ดีว่าฉันเป็นคนผิดเองทั้งหมดก็เถอะ
ทั้งหมดคือความผิดฉัน
ฉันผิดเองทั้งหมด
ฉันผิดเองทุกครั้ง


เป๊ะๆๆ

เสียงปรบมือทำให้ฟ้าสะดุ้งและหันไปมองยังต้นตอของเสียง เค้าเบิกตากว้างเมื่อเห็นน้ำยืนอยู่ที่ปลายเตียง

เค้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

“ไหนบอกว่าเข้ามาทำงาน?”

“ก็ ก็ต้องบิ้วอารมณ์ก่อนไง”

“อื้อหือ การเขียนแบบต้องบิ้วอารมณ์ด้วยดนตรีงั้นสิ”

“ก็เราชอบของเรา”

น้ำหัวเราะขำแล้วเดินเข้าไปเปิดบานกระจกให้กว้างกว่าเดิมก่อนจะนั่งแหมะลงที่ขอบพื้นห้องหย่อนขาออกไปยังระเบียง ลมเย็นๆพัดปะทะหน้าทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมานิดหน่อย เค้าเห็นดีเห็นงามกับห้องที่อยู่สูงของฟ้าก็คราวนี้แหละ

“เล่นบ้างดิ”

ฟ้ายื่นกีต้าร์มาให้อย่างว่าง่าย น้ำรับมาตั้งท่าให้มั่นลองดีๆพอให้คุ้นชินมือแล้วจึงนึกถึงเพลงที่อยากจะเล่น ตอนนี้ฟ้าหันไปสนใจกับอะไรสักอย่างบนโต๊ะข้างๆนั้นแล้ว เค้าจ้องมองคนผมยาวครู่หนึ่งเพลงก็ฝุดขึ้นมาในหัวจนเผยให้เห็นรอยยิ้มจางๆ เพลงนี้ฟ้าชอบให้เค้าร้องมากเมื่อช่วงที่เค้าสอนฟ้าเล่นกีต้าร์ใหม่ๆด้วยเหตุผลที่ว่า เอ็มวีมันน่ารัก น้ำส่ายหัวนิดหน่อยก่อนจะเริ่มอินโทร

Photograph [Ed Sheeran]

“Loving can hurt, loving can hurt sometimes
But it’s the only thing that I know
When it gets hard, you know it can get hard sometimes
It is the only thing that makes us feel alive...”
ความรักนั้นเจ็บปวด บางครั้งมันก็เจ็บนะ
แต่มันเป็นสิ่งเดียวที่ฉันรู้จักนี่นา
เมื่ออะไรๆมันยากลำบาก บางทีก็มันลำบากนะ
ความรักมันคือสิ่งเดียวที่ทำให้เรามีชีวิตชีวาได้


ฟ้าชะงักมือที่กำลังเหลาดินสอ ดวงตากลมมลเผลอหันไปสบตาเข้ากับเจ้าของเสียงทุ้มต่ำ

“We keep this love in this photograph
We made these memories for ourselves
Where our eyes are never closing
hearts are never broken
And time’s forever frozen still...”
เราเก็บรักนี้เอาไว้ในรูปภาพ
เราสร้างความทรงจำนี้ไว้เพื่อตัวเราเอง
ที่ที่ดวงตาของเราไม่มีวันหลับ
หัวใจไม่มีทางแหลกสลาย
และเวลาหยุดนิ่งไปตลอดกาล


“น้ำ”

น้ำหยุดร้องแล้วเลิกคิ้วมองคนเรียกกะทันหัน

“ว่า?”

“เสียงเพี้ยนวะ ออกไปร้องข้างนอกเลยไป เราจะทำงานแล้ว”

“ชิ ไล่กันจริงนะ กำลังได้ฟิลเลยด้วย ใจร้ายวะฟ้า”

น้ำบ่นอุบแต่ก็ยอมออกไปตามที่ฟ้าบอก เค้าก็ไม่ได้อยากกวนการทำงานของใครหรอกนะ แต่การได้นั่งเล่นกีต้าร์อยู่ข้างๆกันมันทำให้รู้สึกดีมากกว่าเล่นอยู่คนเดียวนี่นา แต่ก็ช่างมันเถอะ

ฟ้ามองตามหลับคนขี้บ่นไปจนได้ยินเสียงประตูห้องปิดลงเบาๆ ทันใดนั้นหยาดน้ำตาใสก็ไหลรินลงอย่างเงียบเชียบ มันไม่ใช่การร้องไห้ฟูมฟาย มันเป็นเพียงหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างช้าๆ เพื่อระบายอารมณ์ในช่วงเวลาหนึ่ง ก็แค่นั้น


TBC....

เอาใจไม่ถูกจริงๆ สุขในความเศร้า หัวเราะเคล้าน้ำตา โฮ~
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-12-2016 18:33:50 โดย MyMinT1990 »

ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
◑  MAKE FRIEND ◐ 

★ เพื่อน ● รัก★

 

9

 

 

น้ำเล่นกีต้าร์ไปจนเพลินเผลอแป๊บเดียวท้องก็ประท้วงอีกรอบ เค้าหันไปมองที่นาฬิกาประดับผนั้ง เกือบเที่ยงเข้าให้แล้วสิ น้ำนิ่งคิดถึงมื้อเที่ยงจนตัดสินใจได้จึงเดินไปเคาะประตูห้องนอนใหญ่แต่ก็ไร้ซึ่งการตอบรับใดๆ น้ำขมวดคิ้วแล้วค่อยๆบิดลูกบิดเข้าไปยังด้านใน มีเสียงเพลงจากโฮมเทียเตอร์เปิดคลอเบาๆและเจ้าของห้องก็ฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะทำงาน น้ำเดินตรงเข้าไปใกล้เค้าใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปิดหน้าขึ้นเผยให้เห็นรูปหน้าของคนหลับอย่างชัดเจน

“ขี้เซาอย่างกับแมว”

เค้าพึมพำด้วยความขำขัน สายตามองจ้องไปรอบๆจนไปสบเข้ากับเศษซากโทรศัพท์ที่ตนเป็นคนทำให้มันอยู่ในรูปแบบนั้น ความรู้สึกผิดพุ่งชนจนเค้าจุกไปทั้งใจ

“ฟ้า”

“อื้อ”

ฟ้างัวเงียตื่นขึ้นมากำลังจะขยี้ตาก็โดนมือหนาของน้ำรั้งไว้ได้ทัน

“เมื่อไหร่จะแก้ได้นะ ไอ้นิสัยชอบขยี้ตาเนี้ย”

บ่นไปก็หันไปดึงทิชชู่ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลมาให้ฟ้าเข็ดแทน หน้าหวานยู่เล็กน้อยแต่ก็ยอมรับทิชชู่มาซับขอบตาเบาๆ

“ถ้าจะเข้ามาบ่นก็เชิญกลับทางเดิมเลยครับ”

“กวนตีนละ เราจะมาชวนไปห้าง”

“ไปไม?”

“ตอนแรกกะจะแค่กินข้าวแต่คงต้องไปไอสตูดิโอด้วยแล้ว”
 
ฟ้าเลิกคิ้ว น้ำเลยได้แต่ส่ายหัว

“โทรศัพท์ตัวเองพังทั้งทีนี่ลืมได้ง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ?”

ฟ้าอ้าปากร้องอ้อก่อนจะยืดแขนขึ้นบิดตัวจนน้ำหัวเราะขำ รู้ว่าฟ้าไม่ค่อยโอเคที่เค้าเปรียบเทียบว่าเจ้าตัวเหมือนแมวแต่อากัปกิริยาทุกสิ่งอย่างมันเหมือนจริงๆ โดยเฉพาะเวลาอ้อน

อ้อนเหรอ

น้ำนิ่งไปนิดหน่อยเมื่อภาพใจมโนจิตของเค้าเป็นภาพการอ้อนของฟ้าในช่วงวัยมัธยม

ฟ้าเลิกอ้อนเค้าตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ย

“เหม่ออะไรน้ำ ขยับหน่อยดิ๊ เราจะไปล้างหน้า”

น้ำพยักหน้าแล้วเดินหนีหายออกจากห้องไปทั้งอย่างนั้น ฟ้าได้แต่มองตามงงๆแต่ก็พยายามไม่คิดมากแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตา

ฟ้าเดินออกมาจากห้องตนด้วยชุดใหม่แต่น้ำกลับยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่โซฟา น้ำแทบไม่รู้สึกถึงสิ่งรอบข้าง ตอนนี้ในหัวสมองเค้ากำลังเรียบเรียงเรื่องราวของฟ้าจนจับจุดอะไรได้บางอย่าง
 

“น้ำ”


เฮือก!


น้ำหันไปมองฟ้าที่ตีหน้ามุ้ยอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

“เสร็จแล้วเหรอ?”

“อืม”

“งั้นก็ไปกันเถอะ”

ว่าแล้วเค้าก็ลุกขึ้นคว้ากระเป๋าตังค์และกุญแจรถแล้วเดินตามฟ้าไปยังหน้าประตู น้ำใช้รถของตัวเองในการเดินทางโดยที่ฟ้าเองก็รู้ดีว่าน้ำไม่ค่อยชอบนั่งรถเค้าสักเท่าไหร่ ฟ้าคิดแล้วก็อดขำไม่ได้ เรื่องมันมีอยู่ว่าตอนที่ฟ้าซื้อรถใหม่ๆแล้วด้วยความเห่อเค้าจึงอยากจะขับรถของตัวเองไปในทุกที่จนน้ำทนไม่ไหวที่ต้องขับกันคนละคันทั้งที่ไปทางเดียวกันอยู่เป็นอาทิตย์ เมื่อทนไม่ไหวน้ำเลยบอกให้ฟ้ากลับมานั่งรถตนแต่ฟ้าไม่ยอมน้ำเลยต้องไปขับมินิของฟ้าแทน แน่นอนว่ามินิมันเล็กกว่าเบนซ์ของน้ำมากโขน้ำเลยแทบกระดิกตัวไม่ได้ขับก็ไม่ถนัดพอลงรถได้นี่สถบสาบานยกใหญ่ว่าจะไม่ขับมันอีกแน่นอน

เด็กเอาแต่ใจเอ๊ย

ฟ้านึกคิดถึงห้วงเวลาในอดีตจนน้ำขับมาถึงห้างละแวกใกล้เคียงในที่สุด แน่นอนว่าคนระดับน้ำต้องได้ที่จอดโดยทันทีเพราะบัตรสักใบในกระเป๋า น้ำและฟ้าลงจากรถก็มุ่งตรงเข้าสู่ตัวห้าง เนื่องด้วยช่วงนี้เป็นเวลาเที่ยงและยังเป็นวันหยุดคนจึงพุ่งพล่านมากกว่าปกติ

“กินไรดีอะน้ำ?”

“ฟ้าอยากกินไรรึเปล่า?”

ฟ้าส่ายหัวเป็นคำตอบ เค้ากินได้หมดทุกอย่างที่ไม่เผ็ดและไม่มีเห็ดเป็นส่วนผสม

“คนโคตรเยอะเลยวะ”

น้ำบ่นอุบขณะที่เดินนำฟ้าดูร้านอาหารไปเรื่อยๆ ฟ้าเองก็เดินดูเดินเลือกตามหลังจนรู้สึกตัวอีกทีน้ำก็กลืนหายไปกับฝูงชนซะแล้ว

“คลาดกันจนได้”

ฟ้าส่ายหัวระอาก่อนจะล้วงหาโทรศัพท์เพื่อโทรหาน้ำแต่ทว่า…

โทรศัพท์พังนี่นา

“ชิปหายกัน”

ฟ้าสถบเบาๆพลางยกมือขึ้นลูบเส้นผมที่หล่นลงมาปิดกรอบหน้า นึกรำคาญอยู่พอสมควรแต่เค้าก็ไม่ค่อยชอบมัดรวบไว้สักเท่าไหร่ด้วยสิ จะรวบเฉพาะเวลาที่พอใจเท่านั้นด้วย

ฟ้ามองซ้ายแลขวาแล้วก้าวเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ เค้าไม่มีกะจิตกะใจจะเลือกกินอะไรแล้วตอนนี้

“ฟ้า!”

เจ้าของชื่อใจชื้นขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก ฟ้าสอดส่องมองไปตามต้นตอของเสียงจนเห็นน้ำเดินตีหน้านิ่วคิ้วขมวดเข้ามาอย่างไว พอมาถึงตัวก็จับหมับเข้าที่ไหล่เค้าแรกๆพร้อมออกแรกเขย่าจนแทบจะเวียนหัวไปอีก

“ทำอะไรของฟ้านะ เดินเหม่อเป็นเด็กไปได้ โทรศัพท์ตัวเองก็ไม่มี จะยืนรออยู่ที่เดิมดีๆก็ไม่ ถ้าคลาดกันจริงๆจะหากันเจอไหมห่ะ!!!”

จัดมาแบบชุดใหญ่เนื้อๆเน้นๆเครื่องเคียงไม่ต้องเพราะแค่นี้ก็จุกแล้ว

“ขอโทษ”

“ให้ตายสิฟ้า ทำไมต้องทำให้เราเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลยวะ”

ถึงแม้จะดีใจกับคำว่าเป็นห่วง แต่ช่วงเวลาที่อีกคนกำลังซีเรียสแบบนี้ก็ไม่สมควรแสดงกิริยาเช่น…ยิ้มกว้าง…ออกไปสินะ

เดี๋ยว…ทำไมรู้สึกว่าตัวเองกำลังยิ้มแบบนี้ละ

“ยิ้มอะไร?”

นั้นไงละ ยิ้มออกไปจริงๆด้วย

“ก็…ดีใจ”

“เรื่อง?”

“ก็ดีใจที่ห่วงขนาดนี้ไง”

“แหง่งละ ก็เพื่อนกันมากี่ปี”

อาจจะฟังดูเหมือนเป็นคำตอบง่ายๆธรรมดาๆที่หลุดออกมาจากปากคนพูดแต่กลับมาผลกระทบต่อใจคนฟังมากกว่าที่คิด

ฟ้าแทบล้มทั้งยืน

หัวใจที่พองโตก่อนหน้านี้แตกเป็นเสี่ยงๆอย่างไม่มีชิ้นดี

“ไหนๆร้านมันก็เต็มเกือบหมดละ เราก็ไปซื้อโทรศัพท์ก่อนแล้วค่อยมากินทีหลังแล้วกัน ไหวไหมฟ้า รึจะกินก่อน?”

“ยังไงก็ได้”

ฟ้าตอบเสียงเรียบนิ่งที่ติดจะเหินห่างจนคนถามใจกระตุก

“ฟ้าเป็นอะไร?”

“เปล่านี่”

“แต่น้ำเสียงกับหน้าตามันไม่เป็นอย่างที่พูดนะ”

ฟ้ายกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองทันที

“หน้าเราเป็นยังไงเหรอ?”

“เหมือนคนจะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ”

“บ้าน่า เราจะร้องทำไม?”

“นั้นสินะ งั้นไปไอสตูดิโอกัน”

พูดจบน้ำก็เอื้อมมือมาจับมือฟ้าพร้อมกับหันหลังกลับกะจะเดินจูงมือกันไปจะได้ไม่คลาดกันอีกแต่ฟ้ากลับสะบัดมือน้ำออกอย่างแรงจนหลุดและเจ้าตัวก็หันมามองด้วยความงง

“เป็นอะไรฟ้า?”

“เราเดินเองได้”

“ขืนปล่อยเดี๋ยวก็คลาดสายตาอีก จับมือแหละดีสุดละ”

“เราไม่ใช่เด็กสามขวบนะน้ำ”

ที่สำคัญ…เราไม่ใช่ของตายที่จะให้มาหยอกล้อกับหัวใจและความรู้สึกของเราเล่นๆด้วย

“อย่าดื้อดิฟ้า”

ฟ้าเหยียดยิ้มพร้อมกับหันไปดูรอบๆจนได้รู้ว่าตนและน้ำได้ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงแม้จะไม่ใข่ไทยมุงแต่ก็มองกันให้ควักอยู่ดี

“น้ำไม่กลัวคนอื่นมองว่าเป็นเกย์รึไง?”

ฟ้าพูดจับจุดและนั้นก็ทำให้น้ำหันไปมองรอบๆด้วยเช่นกัน ฟ้าหัวเราะหึในลำคอก่อนจะเดินผ่านน้ำไปโดยไม่รีรอ ตอนนี้กระบอกตาเค้าร้อนผ่าว เค้าอยากหายไปจากตรงนี้แต่ก็ทำไม่ได้ ทั้งๆที่เค้าพยายามหลีกเลี่ยงแต่มันก็เกิดขึ้นจนได้

อย่าคิดที่จะหวังอีกนะไอ้ฟ้า

ไม่ว่ายังไงคนๆนั้นก็ไม่มีทางก้าวผ่านจุดๆนั้นมายังชีวิตด้านนี้ที่มีเค้าอยู่ได้หรอก ยังไม่เราก็ไม่มีทางมาบรรจบกันได้ จำไว้!

ตลอดเวลาที่เลือกโทรศัพท์ฟ้าแทบไม่ได้สนใจในสิ่งที่พนักงานแนะนำเลยสักนิด เค้าเอาแต่เงียบและพยักหน้าเมื่อน้ำถามนู้นนี่นั้นจนในที่สุดก็เลือกได้ตนเลยหยิบซิมการ์ดออกมาให้พนักงานนำไปใส่และเปิดเครื่องทดลองระบบภายใน กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็ตกบ่ายเข้าไปแล้วแต่ฟ้ายังไม่มีทีท่าว่าจะหิวเลยแม้แต่น้อย อย่าว่าแต่หิวเลย เค้าไม่แม้แต่อยากอาหารซะด้วยซ้ำ

“ฟ้า กินไรดีอะ?”

น้ำถามเสียงอ่อนเมื่อทั้งคู่เดินออกมาจากไอสตูฯแล้ว น้ำเองก็รู้ถึงความผิดปกติของฟ้าแต่เค้าก็ไม่รู้จะทำยังไง ในเมื่อฟ้าก็ไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไรแบบนี้เค้าก็ง้อไม่ถูกหรอกนะ

ง้อเหรอ…เพื่อนเค้าง้อกันด้วยไหมวะ

“ฟ้า ตอบเราหน่อยดิ นี่เราหิวจะตายแล้วนะ เลือกมาสักร้านได้ไหมอะ?”

“น้ำก็เลือกเอาสิ”

“แต่เราอยากกินร้านที่ฟ้าอยากเข้า”

“งั้นร้านนี้”

ฟ้าชี้ส่งๆไปจนน้ำมองตามและสิ่งที่นิ้วมือเรียวชี้ไปนั้นก็คือร้านพิซซ่า

“พิซซ่านี่นะ?”

ฟ้าถอนหายใจก่อนจะชี้ไปอีกทาง อีกทาง และอีกทางจนน้ำจับมือไว้นั้นแหละถึงได้หยุด

“ไง ตกลงอยากเข้าร้านไหนละ เราชี้ถูกรึเปล่า?”

น้ำส่ายหัวหน่อยๆแล้วจึงจับมือฟ้าลากเดินตรงไปเรื่อยๆ ฟ้าขมวดคิ้วมองตามมือก่อนที่จะพยายามดึงออกแต่ก็ไม่หลุด ทุกครั้งที่ฟ้าพยายามแกะมือออกจากมือน้ำ น้ำก็จะยิ่งกระชับมือเค้าให้แน่นขึ้นไปอีก

“น้ำ ปล่อยมือเรา”

"ไม่!"

“น้ำ คนมองกันหมดแล้วนะ”

“ช่างหัวเค้าสิ ตอนนี้เราห่วงแค่ฟ้า ถ้าเราทำอะไรให้ไม่พอใจก็ขอโทษ แต่เราไม่ชอบที่ฟ้าเป็นแบบนี้เลย”

น้ำพูดพร้อมกับหยุดเดินและหันหน้ามาหาฟ้า ฟ้านิ่งเงียบด้วยความอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน

“ขอละฟ้า ถ้าฟ้าเป็นอะไรหรือไม่ถูกใจไม่สบายใจอะไรก็บอกเราหน่อยได้ไหม ไม่ใช่เงียบอมพะนำอยู่คนเดียว เราอยู่ด้วยกันมากี่ปีฟ้า เรามันไม่น่าไว้ใจถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ก็…เปล่า….”

“งั้นทำไมไม่บอก ทำไมไม่พูด”

“น้ำ เบาๆก็ได้ คนมองกันหมดแล้วอะ”

“ก็บอกว่าช่างเค้าไง เค้าอยากเสือกเรื่องของชาวบ้านก็ปล่อยเค้าไป!’

ฟ้าอ้าปากค้าง เค้าอยากจะเข้าไปตะคลุบปิดปากไอ้คนหุนหันพลันแล่นแต่ก็ไม่ทันซะแล้ว ฟ้าเหลียวมองซ้ายขวาเมื่อรับรู้ได้ถึงเสียงที่แซงแซ่มากขึ้น

“น้ำ กลับกันเถอะ”

“ไม่ เราอยากกินข้าวที่นี้”

“งั้นก็เลือกร้านสักทีสิ”

“เราอยากให้ฟ้าเลือก”

ให้ตายสิน่า ฟ้าได้แต่สถบในใจ พอดีสายตาฟ้าเหลือบไปเห็นร้านอาหารไทยที่กำลังมีลูกค้าทยอยเดินออกเค้าเลยชี้มือไปทางนั้นทันที น้ำก็พยักหน้ารับแล้วเดินจูงมือเค้าเดินตรงไป อยากจะบอกอยู่แหละว่ามีโทรศัพท์แล้วไม่จำเป็นต้องจับมือก็ได้ อารมณ์ตอนนี้ก็ซอฟลงมาหน่อยแล้วด้วย

แต่ลึกๆก็ไม่อยากปล่อยมืออยู่ดีแหละนะ

“สวัสดีค่ะ สองท่านนะค่ะ”

ฟ้าได้สติในตอนนี้เอง น้ำตอบรับพนักงานก่อนจะพาฟ้าเดินตามพนักงานเข้าไปนั่งที่โต๊ะว่า ฟ้าแอบสังเกตได้ว่าพนักงานเค้าเมียนมองมายังมือของพวกเค้าก่อนจะมองหน้าแล้วก็ยิ้ม ผู้คนรอบข้างก็คงเห็นกันหมดแล้วและไหนจะการนั่งที่นั่งติดกันนี่ด้วย ฟ้าไม่ใช่คนต้นคิดเรื่องที่ต้องนั่งติดกันนะ แต่เป็นน้ำที่ไม่ยอมปล่อยมือและลากเค้าลงมานั่งข้างๆด้วยเอง

“สั่งสิ”

น้ำยื่นเมนูมาให้ฟ้าสั่งฟ้าเลยยกมืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกกุมขึ้นเปิดดูรายการแล้วสั่งจนเรียบร้อย แน่นอนว่าเค้าต้องสั่งเผื่อคนข้างๆด้วยเพราะน้ำเอาแต่ยกมือเท้าคางกับโต๊ะแล้วเหม่อมองออกไปนอกบานกระจกที่ภายนอกเป็นวิวของท้องถนนยามแดงเปรี้ยงในตอนบ่าย มือของเรายังคงกุมกันอยู่อย่างนั้นจนอาหารถูกนำมาเสิร์ฟถึงได้คลายในที่สุด ตลอดมื้ออาหารแทบไม่มีใครปริปากพูดอะไรกันอย่างเคย

 

เมื่ออิ่มหนำสำราญอารมณ์เบิกบานกันแล้วก็พากันออกจากร้านไปเดินเล่นกันต่อ น้ำเลยถือโอกาสแวะไปดูพวกโซนกีฬาเพราะเดือนหน้าจะมีแข่งกีฬามหาลัยและเค้าจะคงได้เป็นตัวเต็งในการจับยัดให้แข่งในกีฬาเกือบทุกประเภท

“ปีนี้จะลงเล่นไรบ้างอะน้ำ?”

ฟ้าถามขณะที่นั่งรอคุณชายเค้าเลือกรองเท้าสำหรับเล่นบาสอยู่เบาะข้างๆ

“กะจะลงน้อยหน่อย ขี้เกียจวิ่งไปมาแต่ละโดม”

“เหรอ”

“แล้วฟ้าละ?”

น้ำหันมาถามพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จนฟ้าเบ้ปากใส่ รู้ทั้งรู้ว่าฟ้าไม่ชอบเล่นกีฬายังจะมาถามอีก

“ปีนี้จะลงหลีดมืออีกป่ะ?”

น้ำถามอีกครั้งส่วนฟ้านั้นส่ายหัวรัวเลย

“หึหึ ทำไมละ ดูดีออก”

“เหนื่อยเชี่ยๆ ไหนจะแต่งนงแต่งหน้าอีก ไม่เอาอะไม่ชอบ”

“แต่ฟ้าแต่งแล้วสวยจริงๆนะ มองเพลินไม่มีเบื่อเลยด้วย”

แก้มขาวถึงกับขึ้นสีระเรื่อเมื่อได้ยินอย่างชัดเจน คนๆนี้นี่ บทจะตรงก็ตรงบทจะไม่พูดก็เงียบกริบ

“แต่เรารำคาญ”

น้ำเลิกคิ้ว

“รำคาญอะไร?”

“ก็หลังจากนั้นมันมีคนเข้ามาวุ่นวายกับเราเพิ่มเป็นสองเท่า ดีที่ไม่คบคนในมหาลัยไม่งั้นคงบรรลัยกันละ”

“………”

น้ำถึงกับเงียบกริบ เค้าลืมคิดถึงข้อนี้ไปเสียสนิท ถ้าเค้ามองว่าฟ้าสวยว่าฟ้าน่ารักได้คนอื่นมันก็ต้องมองแบบนั้นได้เหมือนกัน แค่คิดก็ชักจะไม่ชอบใจขึ้นมาแล้วสิ

“น้ำ เลือกได้รึยังเนี้ย?”

“อ้อ อืม เอาคู่นี่แหละ”

น้ำตอบแล้วหยิบคู่ที่ลองไปให้พนักงานคิดเงิน เมื่อเรียบร้อยแล้วก็เดินออกมาหาฟ้าที่ยืนรออยู่หน้าร้าน เค้าจ้องมองฟ้าแทบไม่ละสายตา เค้าไม่อยากให้ใครว่าวุ่นวายกับคนๆนี้ ไม่อยากให้ใครมามองคนๆด้วยความเสน่หาแบบนั้น เค้าไม่อยากให้คนๆนี้มีใครอื่นหรือแม้แต่คู่ควงเหมือนอย่างที่ผ่านมา

…มันมากไปรึเปล่าวะไอ้น้ำ มึงมีสิทธิ์อะไรในตัวเค้าเหรอ…

น้ำถึงกับสะอึกในความคิดของตัวเอง

“น้ำ”

น้ำเผลอสะดุ้งนิดหน่อย พอมองไปทางฟ้าปรากฏว่าเค้าทั้งสองได้เดินมาจนถึงที่จอดรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“นี่ละเมอเดินป่าวเนี่ย?”

“จะบ้ารึไง”

“แปลกๆนะ เหม่อตลอดเลย มีอะไรรึเปล่า?”

เค้าอดที่จะรู้สึกดีกับความห่วงใยนี้ไม่ได้

“นิดหน่อยนะ”

“ให้เราขับไหม?”

“ไม่เป็นไร ยังไหวอยู่”

“แน่ใจนะ?”

“อืม แต่ที่ไม่ไหวคือหัวใจ”

ฟ้าถึงกับขมวดคิ้ว

“ไม่รู้เป็นอะไร ช่วงนี้มันชอบเรียกร้องอะไรแปลกๆ อย่างเช่นอยากให้ฟ้าเป็นของเราคนเดียวคนอื่นอย่าแม้แต่จะมอง…”

ฟ้าอ้าปากค้างไปแล้ว

“ฟ้าช่วยเอามันไปวินิจฉัยหน่อยสิ ว่าไอ้ความรู้สึกแบบนี้ มันคืออะไร?”

 

Tbc…..


ออฟไลน์ zuu_zaa

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2043
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-1

ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
◑  MAKE FRIEND ◐ 

★ เพื่อน ● รัก★

 

10

 

 

“พะ พูดอะไรวะน้ำ เราเรียนสถาปัตไม่ได้เรียนหมอ อยากรู้ก็ไปหาหมอเองดิ หมอจิตแพทย์ด้วยยิ่งดีเลย ไอ้คนประสาทกลับ!”

 

น้ำยิ้มขำเมื่อนึกถึงคำพูดและอากัปกิริยาเขินอายหน้าแดงแปร๊ดของใครอีกคน มันยังคงเหมือนม้วนเทปที่กรอกลับไปกลับมาด้วยความหรรษา และเมื่อกลับมาถึงห้องปุ๊บเจ้าตัวก็หายลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเองปั๊บ ปล่อยให้ใครอีกคนเอาแต่นั่งยิ้มทั้งที่ดูข่าวกีฬาที่ไม่มีอะไรให้เบิกบานเลยสักนิด

 

ไม่รู้สินะ ก็แค่รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

 

ครืน ครืน

 

เสียงการสั่นไหวของโทรศัพท์สีดำเครื่องหรูดังขึ้นเรียกความสนใจจากเจ้าของ น้ำหันไปเอื้อมหยิบมาดูชื่อหน้าจอพอรู้ว่าเป็นใครจึงสไลด์รับสายในที่สุด

 

“ว่าไงไอ้เคน?”

 

/เงียบกริบกันหมดเลยไอ้พวกเชี่ย ไลน์กลุ่มนี่ไม่มีใครสนใจจะเปิดอ่านกันเลยใช่ไหม!?!/

 

“อะไรของมึงเนี้ย ไปกินรังแตนจากไหนมาวะ”

 

/ไม่ต้องมาพูดเลยไอ้น้ำ มึงแหละตัวดี มึงเข้าไปที่บาร์###เสือกไม่ชวนกูเลยนะมึง/

 

น้ำชะงักไปนิด ที่เคนพูดนั้นคือการไปบาร์เพื่อจับตามองฟ้าในวันนั้น วันที่ได้เห็นฟ้ากับไอ้เหี้ยต้นเต็มๆสองตา

 

/เงียบไอ้สัส มาสำนึกผิดตอนนี้ก็ไม่ช่วยอะไรแล้วโว้ย นอกจากออกมาหากูเดี๋ยวนี้/

 

“อะไรของมึง?”

 

/มาหากูนี่ กูอยู่ที่ร้าน###แถวทองหล่อ เพื่อนพี่กูเปิดใหม่ช่วยทำตัวหล่อให้เป็นประโยชน์โดยการโผล่หน้ามาถ่ายรูปโปรโมตร้านสักแอ๊คสองแอ๊คดิ/

 

“ร้านอะไรวะ กูยังไม่อยากเมาแต่หัววันแบบนี้นะ”

 

/Bar&Restaurantครับท่าน/

 

“เออๆ งั้นเดี๋ยวกูถามฟ้าก่อน มึงโทรหาคีย์เลย”

 

/จัดให้!/

 

พอวางสายจากอีกคนน้ำก็เมียนมองไปยังประตูห้องของอีกคน แอบห่วงเหมือนกันว่าฟ้าจะเหนื่อยเพราะเมื่อเช้าก็พุบอยู่กับโต๊ะเหมือนไม่ได้นอนเต็มอิ่ม น้ำลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปบิดลูกบิดประตูดู ปรากฎว่ามันไม่ได้ล็อค จะเรียกว่าเป็นความเคยชินที่เลินเล่อหรืออะไรก็ช่างแต่มันทำให้เค้าค่อนข้างพอใจพอสมควร

 

น้ำเดินเข้าไปข้างในกำลังจะเอ่ยปากเรียกแต่ก็ต้องหุบปากฉับเมื่อเค้าเห็นว่าฟ้ากำลังนอนคว่ำแผ่หลาฟุบหน้าลงกับหมอน

 

นอนอีกแล้ว

 

“ฟ้า”

 

คนถูกเรียกขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะยันส่วนบนขึ้นแล้วมองเหลียวซ้ายแลขวาเหมือนเด็กน้อยมองหาพ่อแม่

 

น้ำเผลอยิ้มอย่างไม่รู้ตัว

 

“มีอะไร?”

 

ฟ้าถามกลับน้ำเสียงงัวเงียก่อนจะพลิกตัวนอนตะแคงแล้วดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมากอดก่าย

 

“ไปอดหลับอดนอนมาจากไหน ได้ข่าวว่าเมื่อคืนเข้านอนก่อนเราอีกนะ”

 

“ช่างเราเหอะน่า วันนี้วันหยุดนะได้ข่าว”

 

ถึงแม้ตาจะยังคงหลับพริ้มแต่ฝีปากยังคงโต้ตอบด้วยความเคยตัว น้ำหัวเราะใรลำคอก่อนจะล้มตัวลงไปกอดหมับเข้าที่เอวเล็กแล้วออกแรงรัดเหมือนงูพันเหยื่อ

 

“น้ำ! เล่นอะไรปล่อยเลยเราอึดอัด!!”

 

ฟ้าดิ้นคลุกคลัก ดวงตากลมมลเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆก็ถูกจู่โจม

 

“หมั่นเขี้ยว”

 

น้ำพูดลอดไรฟันแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เค้าเพิ่มแรงรัดจนโดนฟ้าด่าลั่นห้อง เค้าหัวเราะอย่างสาแก่ใจที่ได้แกล้งฟ้าจนได้กลิ่นหอมๆจากคนตัวขาว ฟ้าไม่ค่อยพรมน้ำหอมนั้นเค้ารู้ดี แต่กลิ่นที่เค้ารับรู้นี่มาจากไหน น้ำก้มลงซบที่เรือนผมนิ่ม ฟ้าชะงักค้างเมื่อรับรู้ถึงสัมผัสที่ผิดปกติ น้ำไม่สนใจกับปฎิกิริยานั้นและยังคงไล่ตามเรือนผมสีดำขลำลงไปถึงหลังใบหู ไล่ลงไปยังซอกคอขาว

 

“นะ น้ำ”

 

ฟ้าเสียงสั่น อย่าว่าแต่เสียงเลยเพราะตอนนี้เค้าก็แทบจะสั่นไปทั้งตัวแล้ว ยิ่งหัวใจยิ่งหวั่นไหวแรง

 

น้ำไม่สนใจ เค้ายังคงไล่ตามกลิ่นหอมหวานนั้นไปจนถึงลาดไหล่บาง เค้าใช้ปลายจมูกโด่งเกลี่ยเส้นผมยาวให้หลุดออดจากไหล่นั้นจนเผยเห็นผิวเนื้อขาวๆที่โผล่พ้นสายคอเสื้อกล้ามออกมา ขอดีของการใส่เสื้อกล้ามคือสบายแต่ข้อเสียคือถอดง่ายและถูกรุกล่ำง่ายเช่นกัน

 

“น้ำ!”

 

ฟ้าทนไม่ไหว เค้าเอ่ยเรียกคนตัวใหญ่เสียงเข้มก่อนจะพลิกร่างมาผลักดันให้น้ำผละถอยออกไปแต่ผลมันกลับตรงกับข้าม นอกจากน้ำจะไม่สะทกสะท้านแล้วกลายเป็นฟ้าที่หันหน้ามาซบอยู่แทบอกพอเงยหน้าขึ้นมองก็สบเข้ากับดวงตาเฉี่ยวนั้นเข้าพอดิบพอดี

 

ดวงตาทั้งสองคู่จ้องมองกันอยู่อย่างนั้น สภาวะรอบข้างหยุดนิ่งและเงียบสงบไปในชั่วพริบตา ฟ้าเป็นผ่านยอมแพ้และเสหลบแต่มือหนาของใครอีกคนกลับจับที่ปลายคางแล้วดึงให้หันกลับมาหากันใหม่ ดวงตาดำนิลสั่นระริกด้วยความหวั่น ผิดกับดวงตาสีอ่อนเฉี่ยวดุที่นิ่งดุจกำลังข่มขวัญเหยื่อในกรงเล็บ

 

“นะ..อุ๊ป!”

 

ฟ้าเพียงแค่อ้าปากกำลังจะเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าแต่ในจังหวะเดียวกันนั้นน้ำก็ก้มลงมาประกบปากจูบและสอดแทรกลิ้นร้อนเข้ามาอย่างไว ฟ้าได้แต่นิ่งอึ้งจึงไม่ทันได้คัดค้านต้านทานในสิ่งที่กำลังรุกล่ำอยู่ภายใน แต่ไม่นานความรู้สึกแปร๊บๆที่ริมฝีปากก็เรียกสติของฟ้าให้กลับมา

 

“อึก! อื้อๆ!!”

 

ฟ้าส่งเสียงอื้ออึงประท้วงพร้อมกับมือที่พยายามผลักคนตรงหน้าออก น้ำนึกรำคาญเลยคว้ามือเล็กทั้งสองข้างรวบไว้เหนือหัว ฟ้าใจเต้นรัวด้วยความหวาดระแวงในสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ถึงแม้มันเป็นหนึ่งในสิ่งที่เค้าปรารถนาแต่ก็ไม่ใช่ในรูปแบบนี้แน่ มันต้องเป็นเพียงแค่ความฝันสิ ไม่ใช่ความเป็นจริงที่เกิดเพราะอารมณ์ชั่ววูบแบบนี้

 

“น้ำ!”

 

ทันทีที่น้ำผละถอยจากริมฝีปากที่เริ่มจะบวมเจ่อของคนด้านล่างฟ้าก็ร้องเอ็ดเสียงดัง น้ำไม่สนใจ เค้ายังคงไล่ซุกไซ้ไปตามแก้มเนียน เค้าจรดปลายจมูกโด่งคลอเคลียด้วยความออดอ้อนก่อนจะสูดดมความหอมอย่างชื้นใจ ความรู้สึกตื้นตันในใจก่อตัวอย่างช้าๆ ความปรารถนาจากเบื้องลึกค่อนๆผุดขึ้นมาเป็นกระแสไฟฟ้าที่คอยกระตุ้นบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ภายในกาย เมื่อสมใจกับแก้มนุ้มเค้าจึงไล่ลงไปยังซอกคอขาว ยิ่งลงต่ำกลิ่นหอมชวนยั่วนั้นก็ยิ่งเด่นชัด เค้าเกลี่ยปลายจมูกลงไปเรื่อยๆจนเจอจุดที่พอเหมาะเค้าจึงจะกดปากลงจูบและดูดชิมความหวานที่แสนยั่วยวน ฟ้าสถบทันทีพร้อมกับอาการเกร็งไปทั่วทั้งร่าง น้ำกดยิ้ม เค้าพอใจจนภายในออกพองฟู

 

“น้ำหยุด”

 

แน่นอนว่าน้ำไม่สนใจ มือข้างที่ว่างเลิกชายเสื้อฟ้าขึ้นจนถึงอก น้ำเงยหน้ามองคนใต้ร่างที่หน้าง้ำหน้างอแต่แดงแปร๊ดจนอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ตอนนี้ทุกสิ่งของคนตรงหน้าดูยั่วยวนมาก มากจนเค้าใจสั่น ความต้องการพรุงพร่านอย่างไม่อยากที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น้ำเลื่อนมือไปนวดคลึงที่ยอดอกเล็กเบาๆ ฟ้าสะดุ้งโหย่งทันที เสียงครางเคลือที่เล็ดลอดออกมาจากเรียวปากบางนั้นน่าฟังจนอยากจะได้ยินมากกว่านี้ ต้องการมากกว่านั้น

 

“อ๊ะ น้ำ”

 

“แข็งแล้วนี่”

 

ฟ้าแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนี ความเห่อร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างนั้นคือหลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกถึงความมีอารมณ์อย่างรุนแรงต่อการกระตุ้นของคนตรงหน้า ฟ้าเม้มปากแน่นแล้วคว้าหมอนมาปิดหน้าปิดตา น้ำหัวเราะขำกับสิ่งที่เห็น ฟ้าอายได้น่ารักมาก

 

“ฟ้า”

 

“อะไรวะ!?”

 

โว้ๆ มีขึ้นวะซะด้วย

 

“เขินเหรอ?”

 

“สมควรถามไหม ก็เห็นๆอยู่”

 

“เอาน่า เดี๋ยวเราช่วยเอาลง”

 

ฟ้ากระทุ้งเข้าใส่คนที่แทรกตัวมาอยู่ตรงกลางระหว่างขาไปที น้ำหัวเราะร่วนแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

 

“ไม่เอา เราจัดการเอง”

 

“อย่าดื้อฟ้า”

 

“เห้ย!”

 

ฟ้าร้องเสียงหลงเมื่อคนตรงหน้าล้วงมือลงไปกำในส่วนนั้นของเค้าไว้แน่น น้ำดึงหมอนออกจากฟ้าแล้วขว้างมันทิ้งลงพื้นไป ฟ้าได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความอายส่วนน้ำก็แลบลิ้นเลียริมฝีปากด้วยดวงตาเจ้าเล่ห์ เค้าก้มลงไปเลียที่ตุ้มไตเล็กสีชมพูระเรื่อที่แข็งปั๊ง ฟ้าหลุดเสียงร้องแล้วแอ่นตัวขึ้นอย่างเผลอตัว ตรงนี้มันเป็นจุดอ่อนของฟ้า น้ำจำได้จากการสัมผัสในคราวที่แล้ว ฟ้ายกมือขึ้นปิดปากตัวเองเมื่อด้านบนก็ถูกโลมเลียจนขนลุกขนชัน ส่วนด้านล่างก็ถูกรูดรั้งจนออกร้อนไปทั้งร่าง ไม่รู้กางเกงบอลที่ใส่นอนถูกถอดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนนี้ฟ้าแทบจะเปลือยเปล่าไปทั้งตัว ผิวขาวดั่งหยวกแดงระเรื่อเป็นหย่อมๆ มันน่ากัดน่าจูบน่าดูดดึงไปทุกสัดส่วน น้ำอดที่จะทึ่งไม่ได้เมื่อได้รับรู้ถึงสิ่งเหล่านี้ เค้าอยู่กับฟ้ามาตั้งแต่เด็ก ใช่ว่าจะไม่เคยแก้ผ้าอาบน้ำด้วยกัน แต่ฟ้าในตอนนั้นกับฟ้าในตอนนี้ ทำไมมันแตกต่างกันถึงขนาดนี้ ฟ้าทำไมถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้

 

...หรือสิ่งที่เปลี่ยนจะไม่ใช่ฟ้า แต่เป็นเค้าเอง...

 

“นะ น้ำ อื้ออออ”

 

ฟ้าเอื้อมมือมาผลักบ่าน้ำเมื่อความรู้สึกเบื้องลึกเริ่มตีตื้นขึ้นมา นิ้วเรียวกดจิกอย่างเผลอตัว ปากบางเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง ลมหายใจหอบกระเส่านั้นฟังดูยั่วอย่างไม่รู้ตัว น้ำลอบมองและสังเกตปฎิกิริยาทุกสิ่งอย่างจนสิ่งใหญ่โตกลางกายเค้าเริ่มปวดฉุ

 

“ฟ้า”

 

น้ำเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว ทำให้ดวงตากลมสีนิลรื้อน้ำจนหวานเยิ้มเหลียวมามองสบตากัน เค้าก้มลงประกบปากจูบอีกครั้งและครั้งนี้ฟ้าจูบกลับด้วยความร้อนแรงไม่ต่างกัน แขนเรียวโอบรอบคอน้ำและจิกเกร็งเมื่อน้ำเพิ่มจังหวะในอีกมือ ฟ้าร้องครางเคลือในลำคอไม่นานร่างบางก็กระตุกเฮือกแล้วสั่นระริก น้ำรับรู้ได้ถึงของเหลวที่ถูกปล่อยออกมาจนเลอะไปทั้งมือ เค้าปล่อยปากให้คนตรงหน้าหอบหายใจโกยเอาอากาศเข้าปอดอย่างเต็มที่ พอเหลียวมองไปยังด้านล่างก็เห็นหยาดน้ำสีข้นเปราะเปื้อนอยู่เต็มหน้าท้องขาว น้ำกวาดสิ่งเหล่านั้นมาไว้ที่นิ้วก่อนจะลากลงไปยังช่องทางด้านหลังและนั้นก็ทำให้ฟ้าสะดุ้งอีกครั้ง

 

“น้ำ ไม่นะ!”

 

น้ำไม่ตอบแต่ยังคงวนนิ่วไปเรื่อยๆ ฟ้าเริ่มดิ้นจนน้ำต้องรวบมือทั้งสองข้างของฟ้าไว้ด้วยมือข้างเดียว ดีหน่อยที่ฟ้ากำลังอ่อนเปรี้ยเพลียแรงอยู่ไม่งั้นเค้าก็คงจับไม่ได้อย่างนี้ น้ำกัดปากตัวเองก็จะสอดนิ้วมือลงไปที่ช่องทางนั้นทีละนิด มันทั้งคับทั้งแน่นจนแทบจะขยับไม่ได้ ฟ้าอ้าปากส่งเสียงครางอย่างหลุดมาด มือที่กำลังดึงรั้นให้หลุดจากพัฒนาการหยุดชะงักลงทันที น้ำค่อยๆแทรกนิ้วลงไปเรื่อยๆจนสุดความยาว เค้ายืดตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองคนตรงหน้าอย่างให้ชัดเจนมากขึ้น ฟ้าอ้าปากส่งเสียงครางเมื่อนิ้วด้านในซุกไซ้วนไปมา ตากลมหลี่ลงด้วยความมึนเบลอ มือเรียวจิกเกร็งอยู่กับเบาะอย่างน่าสงสาร

 

“เจ็บเหรอ?”

 

ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากคนที่ถูกถาม น้ำถอนหายใจแต่ก็ไม่ได้ถอนนิ้วออกมา เค้าวนไปเรื่อยๆเพื่อสร้างความคุ้นชินและขยายในส่วนนั้นจนไปโดนเข้ากับจุดอ่อนไหวเข้า ฟ้าสะดุ้งเฮือกส่งเสียงผิดแปลกจนน้ำยิ้มกริ่ม ด้านล่างน้ำตาไหลลงจากหางตาอีกฝั่งที่น้ำมองไม่เห็น มือหนาวนจี้อยู่ที่จุดๆนั้นจนฟ้าเริ่มรุ้สึกแข็งขื่นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อด้านในนั้นอ่อนนุ่มและยืดหยุ่นพอสมควรแล้วน้ำจึงถอยทัพ เค้ายืดตัวขึ้นแล้วหันมารูดซิปกางเกงตัวเองลง รู้สึกเซ็งนิดหน่อยที่ลืมเปลี่ยนชุดจึงยังคงอยู่ในชุดยีนส์ที่ค่อนข้างจะเสียเวลาถอด แต่ก็ช่างมันเถอะ ฟ้าไม่แม้แต่จะเมียนมองมาทางน้ำเลยสักนิด ตอนนี้เค้าเหนื่อย เหนื่อยไปหมด ทั้งกายทั้งใจ

 

“อ๊า!!!!”

 

ฟ้าร้องลั่นเมื่อสิ่งใหญ่โตนั้นกำลังแทรกตนเข้าสู่ช่องทางเล็ก ฟ้าเผลอรัดจนน้ำซี๊ดปากออกมาเบาๆ

 

“ฟ้า ผ่อนคลายหน่อย”

 

น้ำเอ่ยขอแต่ฟ้าทำได้เพียงส่ายหัวรัวๆ ตอนนี้หยากน้ำตาได้ไหลลงอาบแก้มให้น้ำได้เห็นอย่างเต็มตา น้ำหยุดตนไว้เพียงครึ่งแล้วเอื้อมมือมาเกลี่ยหยาดน้ำสีใสนั้นให้อย่างแผ่วเบา

 

“เจ็บเหรอ?”

 

ฟ้าพยักหน้าทั้งที่ปากยังคงเม้มแน่นจนออกซีด

 

เจ็บไปหมดในทุกๆสิ่ง

 

“แป๊บเดียวนะ แค่ผ่อนคลายแป๊บเดียว เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว”

 

“..........”

 

“นะครับ”

 

ฟ้าไม่ตอบแต่สะดุ้งเมื่อน้ำแทรกกายเข้ามาอีกครั้ง ฟ้าพยายามผ่อนลงหายใจจนกลายเป็นความคลายตนจนคนด้านบนแทรกกายเข้ามาได้สุดทาง ฟ้ารู้สึกจุกหน่วงและแน่นไปหมดอย่างที่ไม่เคยเป็น ถ้าไม่ใช่เพราะเค้าห่างหายมานานก็คงเป็นเพราะของๆน้ำนั้นใหญ่จนเกินไป

 

“จะขยับแล้วนะ”

 

“อ๊ะ!”

 

ทันทีที่พูดจับน้ำก็ถอดส่วนนั้นออกจนเกือบหลุดแล้วกระแทกเข้ามาใหม่ทีเดียวเน้นๆหนักๆจนฟ้าจิกเกร็งไปทั้งร่าง เสียงผิวเนื้อกระทบกันดังลั่นแข่งกับเสียงร้องครางของคนด้านล่าง น้ำซี๊ดปากด้วยความเสียวซ่าน คนตรงหน้าหวานฉ่ำไปทุกหยาดหยด ดวงตาลื้อน้ำนั้นฉ่ำวาวจนยากที่จะละสายตา เสียงครางกระเส่าที่เริ่มแหบพล่าแต่น่าฟังจนอยากจะทำให้ร้องไปนานตราบที่จะนานได้ ร่างบางที่ไหวคลอไปตามแรงส่งจากเค้า น้ำกัดฟันแน่นเพื่อข่มอารมณ์ดิบ เค้าไม่เคยคิดว่าฟ้าจะยั่วได้ขนาดนี้ ไม่เคยคิดว่าจะอร่อยได้ถึงเพียงนี้ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะรู้สึกดีได้ถึงขนาดนี้ และไม่อยากจะเชื่อว่าใจตนจะเต้นแรงได้ถึงเพียงนี้เช่นกัน

 

น้ำยังคงตะกรุมตะกราม‘กิน’คนตรงหน้าต่อเนื่องไปกว่าสองชั่วโมง ฟ้านั้นปลดปล่อยไปกว่าสามรอบในขณะที่น้ำกำลังจะสุขสมเป็นรอบที่สอง ฟ้ายังคงส่งเสียงครางอยู่เรื่อยๆจนน้ำจับฟ้าพลิกคว่ำหน้ายกสะโพกตึงขึ้นสูงแล้วสอดใส่เข้าไปหนักๆอีกครั้ง ถึงแม้จะมีบ้างที่ฟ้าห้ามไม่ให้แรง บอกให้ทำเบาๆ แต่ทุกครั้งที่เค้าลงแรงหนักหน่วง ด้านในฟ้าก็จะตอดรัดจนแทบทนไม่ไหว ร่างกายพยศพอๆกับเจ้าของร่างจริงๆ น้ำกระแทกลงลึกจนไปโดนจุดอ่อนไหวอยู่หลายรอบ เค้าเน้นย้ำจนฟ้าดึงทึ้งผ้าห่มจนแทบขาด มือจิกเกร็งเหมือนทนต่อความเสียวจากภายในไม่ไหว ฟ้ากำลังจะเสร็จเป็นรอบที่สี่

 

“พร้อมกันนะ”

 

น้ำก้มลงบอกเสียงแผ่วที่ข้างหูยิ่งทำให้ซาบว่านมากกว่าเดิม

 

“ฟ้า”

 

น้ำเอ่ยเรียกเสียงอ่อน ฟ้าบลือตาขึ้นแล้วหันมาหา ดวงตาสองคู่สบประสานก่อนจะหลับลงอีกครั้งเมื่อใครอีกคนเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้แล้วประกบปากจูบด้วยความเสน่หา ทุกสิ่งเร้าร้อนจนแทบทนไม่ไหว ร่างสองร่างสอดประสานจนแทบหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ทั้งคู่ครางเคลือในลำคอเมื่อใกล้จะถึงจุดๆนั้น ฟ้าเลื่อนมือไปช่วยในส่วนของตนจนในที่สุดความร้อนนั้นก็ปะทุออกมาพร้อมๆกับน้ำที่ปล่อยออกมาจนล่นช่องทางเล็กไหลลงมาอาบหน้าขาที่ยังคงชัดสูง ฟ้าทรุดกายลงนอนราบกับที่นอนเมื่อน้ำเอาส่วนใหญ่โตของเค้าออก

 

“ฟ้า”

 

น้ำเรียกพร้อมเกลี่ยเส้นผมที่ติดอยู่กับกรอบหน้าออกอย่างเบามือ เค้าพึ่งมานึกได้ว่าได้ทำรุนแรงเกินไปก็ตอนนี้ ตอนที่เต็มอิ่มและเห็นเลือดสีแดงสดไหลลงมากับน้ำรักสีขาวขุ่น

 

“ไม่เป็นไร”

 

เสียงแหบพล่าตอบกลับมาด้วยความอ่อนแรง ฟ้ายอมรับว่าลึกๆแล้วเค้าเองก็ยอมจำนนไปกว่าครึ่ง เพราะฉะนั้นนี่ไม่ใช่การขืนใจ แต่ก็ไม่ใช่การร่วมรักเช่นเดียวกัน

 

“มันก็แค่เซ็กส์ เราไม่เป็นอะไรหรอก”

 

น้ำขมวดคิ้ว

 

“หมายความว่าไง?”

 

“หมายความว่าไม่ต้องมาคิดมากไง แค่ต่างคนต่างช่วยปลดปล่อยให้กันและกัน ไม่ต้องมาห่วงให้มากเกินความจำเป็น”

 

ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่เอ่ยบอกกับน้ำแต่ฟ้าเองก็เจ็บปวดกันมันเหมือนกัน อย่าให้เทียบเลยว่าใครจะเจ็บกว่า เพราะคนที่ได้แต่แอบรักนั้นต้องแพ้อยู่วันยันค่ำ ถึงแม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมน้ำต้องทำอย่างนี้แต่เค้ามั่นใจว่ามันไม่ใช่เพราะความรัก

 

...แบบที่เค้าอยากจะได้...

 

น้ำนึกฉุนจนเผลอกระชากคนที่ฟุบหน้าลงกับหมอนขึ้นมามองหน้ากัน แต่เมื่อเห็นความเปียกชื้นของหยาดน้ำตาที่อาบแก้มนั้นแล้วเค้าก็แทบกลืนคำต่อว่าลงคอทันที

 

“ออกไป”

 

“ฟ้า”

 

“ออกไปเถอะน้ำ เราขอจัดการกับตัวเองนะ”

 

“แต่ว่า...”

 

“น้ำ...ฟ้าขอ...”

 

การเรียกแทนตัวด้วยชื่อแสดงถึงความจริงจังจนน้ำต้องยอมจำนน เค้ายืดกายที่เปลือยเปล่าขึ้นแล้วเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่ตกเกลื่อนแล้วเดินออกจากห้องไปในที่สุด

TBC…..

เค้าได้กันแล้วอะตัว ว้ายๆๆๆๆ >////<

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2248
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +168/-9
มันต้องอย่างนี้สิ น้ำพัฒนาความสัมพันธ์ลึกซึ้งไปอีก
แต่อีกคนกลับมองเป็นแค่SEX ...เฮ่ยเหนื่อยใจ

ต่างคนต่างรักกันไม่ใช่หรอ

ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
◑  MAKE FRIEND ◐ 

★ เพื่อน ● รัก★

 

11

 

 

 

 

“เห้ยๆไอ้น้ำ เพลาๆหน่อยก็ได้เว้ย”

 

เคนเอ่ยท้วงพลางยกมือห้ามปรามเเพื่อนแต่น้ำยังคงไม่สนใจ ตอนนี้เค้ากำลังนั่งดื่มเหล้าจนเหมือนอาบอยู่ที่ร้านอาหารกึ่งบาร์ของเพื่อนพี่ของเคน คีย์ที่นั่งอยู่อีกฝั่งก็ได้แต่นั่งดื่มไปมองไปไม่ได้ออกมาห้ามเหมือนอย่างเคน

 

“ถ้าไอ้ฟ้ามามึงคงสงบกว่านี้สินะ”

 

นั้นแหละคือประเด็นที่ทำให้น้ำแทบอาบเหล้าทั้งที่ตอนแรกเปรยว่าไม่อยากกินแต่ตอนนี้อะไรก็ห้ามไม่อยู่

 

“นั้นดิ ฟ้ามันทำงานเสร็จตั้งนานแล้วนี่ ไม่น่าจะยุ่งถึงขนาดมาไม่ได้ทั้งที่อยู่กันครบกลุ่มนะ”

 

คีย์เอ่ยขึ้นบ้างจนน้ำถอนหายใจหนักๆ ถ้าจะให้พูดความจริงก็คือฟ้าไม่ยอมพูดคุยอะไรเลยมากกว่า เมื่อน้ำออกมาจากห้องจนสงบสติอารมณ์ตัวเองได้แล้วก็กะจะกลับไปที่ห้องนั้นใหม่ แต่ทว่าคราวนี้ห้องกลับล็อค พอเคาะเรียกก็ไม่มีเสียงตอบโต้จนเคนโทรตามเค้านั้นแหละถึงได้รู้ว่าฟ้าส่งข้อความบอกว่ายุ่งและไปด้วยไม่ได้

 

“ไอ้น้ำ”

 

คีย์หันมาเรียกน้ำด้วยน้ำเสียงที่จริงจังจนน้ำหันกลับไปมอง เคนเองก็มองคนทั้งคู่ไปมาด้วยความแปลกใจ ไม่บ่อยที่เค้าจะเห็นคีย์เข้าสู่โหมดจริงจังแบบนี้ ปกติออกจะเฮฮาปาร์ตี้เฟรนลี่ไปทั่ว

 

“มีอะไร?”

 

“มึงทำอะไรฟ้า?”

 

คีย์ยิงตรงแต่น้ำยังคงนิ่ง มีเพียงเคนเท่านั้นที่ไม่ได้รับรู้เรื่องราวอะไรกับเค้าเลย

 

“เห้ย ไอ้น้ำมันจะไปทำอะไรไอ้ฟ้าได้ มึงคิดอะไรอยู่วะคีย์?”

 

“ไม่รู้เรื่องกับเค้ามึงก็เงียบไปเลยเคน ว่าไงไอ้น้ำ มึงทำอะไรฟ้า?”

 

“หึ”

 

น้ำทำได้เพียงยกยิ้มแล้วหัวเราะเยาะในลำคอ เค้าไม่ได้หัวเราะใส่ใครแต่เป็นการหัวเราะเยาะให้ตัวเองที่ไปทำอะไรหุนหันแบบนั้น ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เค้าเริ่มคุมตัวเองไม่ได้ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เค้าเริ่มคุมอารมณ์และความรู้สึกไว้ไม่อยู่

 

คีย์เห็นปฎิกิริยาแบบนั้นจึงลุกขึ้นกระชากคอเสื้อน้ำขึ้นอย่างหาเรื่อง ถึงแม้คีย์จะตัวเล็กกว่าแต่ก็ใช่ว่าเค้าจะต้องทนยอมเสมอไป คีย์กัดฟันกรอดมองจ้องสบตากับคนตรงหน้าเขม่งแต่น้ำกลับทำได้เพียงแค่จ้องกลับใบหน้านิ่งดังพระอิฐพระปูน

 

…ทว่าถ้าสังเกตดีๆจะเห็นแววตาอันสั่นไหวอยู่ภายในเบื้องลึกของดวงตาคู่เฉี่ยว…

 

“ตกลงมึงทำจริงๆใช่ไหม?”

 

คีย์ถามเสียงเข้มลอดไรฟันในเชิงขู่ เค้าไม่สนใจแม้กระทั่งเคนที่ลุกขึ้นมาห้ามเพราะกลัวจะมีการลงไม่ลงมือกัน ดีที่พวกเค้าเลือกที่นั่งอยู่ชั้นสองซึ่งยังไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่บวกกันคนทั้งคู่ไม่ได้ทำเสียงดังจนเป็นจุดสนใจจึงยังไม่มีคนนอกหันมามอง

 

“จะทำหรือไม่ทำมันก็เป็นเรื่องของกูกับฟ้าป่าววะ?”

 

พลั๊ก!

 

แล้วสิ่งที่เคนกลัวก็เกิดขึ้น คีย์ประเคนหมัดหนักๆใส่น้ำทันทีที่น้ำพูดจบ เห็นตัวเล็กแบบนั้นก็ใช่ว่าจะแรงน้อยซะเมื่อไหร่ น้ำที่ยอมโดนแบบเต็มๆจึงหงายล้มจากโซฟาที่นั่งลงไปกองอยู่กับพื้น

 

“คีย์! หยุด!!”

 

เคนรีบตรงหลี่เข้ามาห้ามเพื่อนในขณะที่น้ำได้แต่นั่งนิ่งยกหลังมือขึ้นเช็ดรอยเลือดที่ไหลลงมาจากมุมปาก

 

สมควรแล้วละ

 

น้ำยิ้มให้กับความคิดในเบื้องลึกของตน

 

“ไอ้สัสเอ๊ย! มึงทำกับฟ้าได้ไงวะ!?! ไอ้ฟ้ามันให้ความสำคัญกับมึงอย่างกับอะไรดีแต่มึง….เหี้ยเอ๊ย!!!”

 

คีย์ได้แต่นึกฉุนแทนฟ้า เมื่อพูดได้แค่นั้นเค้าเลยหันกลับไปนั่งแหมะยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกเหมือนจะยังค้างในอารมณ์ เคนได้แต่มองเพื่อนทั้งสองสลับไปมาอย่างงุนงง น้ำเองก็เอาแต่นิ่ง เมื่อเคนเข้าไปช่วยประคองน้ำถึงได้ลุกขึ้นและกลับมานั่งลงที่เดิม คีย์ไม่พูดอะไรด้วยอีกนอกจากยกแก้วขึ้นดื่มและกดโทรศัพท์เป็นระยะ

 

“เอาจริงๆคือนี่พวกมึงไม่มีใครคิดที่จะบอกกูเลยใช่ไหมว่านี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?”

 

ทั้งน้ำและคีย์ต่างหันหน้าหนีกันไปคนละทาง

 

“เห้ย อย่ามาแบ่งแยกงี้ดิวะ กูก็เพื่อนมึงป่ะ แม่งน่าน้อยใจชิปส์”

 

“มึงโลกสวยต่อไปก็ดีแล้วไอ้เคน อย่ามารับรู้เรื่องระยำเลย”

 

คีย์เอ่ยขึ้นในที่สุด

 

“เห้ย แรงไปป่าวมึง”

 

“กูว่าไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกวะ ถ้าอีกฝ่ายแม่งไม่เต็มใจ”

 

คีย์ยังคงสัมทับสายตาก็จ้องมองไปยังใครอีกคนในเชิงตำหนิ น้ำวางแก้วในมือทันทีก่อนจะเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ

 

“พอดีเต็มใจกันทั้งสองฝ่ายวะ”

 

ถึงแม้จะมีขัดขืนบ้างในช่วงแรกก็เถอะ

 

คีย์แทบสะอึก เค้ารู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของฟ้าดี และเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้วผลกระทบจากมันละ

 

“มึงรู้สึกยังไงกับมันวะ ถึงได้ทำ?”

 

คีย์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคำตอบนั้นจะเป็นอย่างที่ฟ้าและเค้าต้องการให้เป็น แต่ทว่า…น้ำกลับเงียบไม่ตอบโต้ใดๆออกมา

 

“เชี่ยน้ำ มึงบอกกูมา?”

 

“เฮ้ๆ ขอร้องละ เล่าให้กูฟังหน่อยเถอะครับ กูงงชิปหายวายป่วงแล้วเนี้ย”

 

“หุบปากไปก่อนไอ้เคน ไว้เคลียร์ได้แล้วจะเล่าให้ฟังชนิดเม็ดต่อเม็ดเลย ว่าไงละไอ้น้ำ มึงตอบกูมาตรงๆไม่ต้องมาอมพะนำเหี้ยอะไรละ”

 

น้ำยังคงเงียบ มือหนายกแก้วเหล้าขึ้นจรดปากก่อนจะกรอกของเหลวภายในแก้วลงคอจนหมดในรวดเดียว

 

“ไอ้น้ำ!”

 

“กู…ไม่รู้วะ มันสับสนไปหมด”

 

คนถามขมวดคิ้วมุ้ยก่อนจะตบโต๊ะดังปังเสียงดังจนเคนสะดุ้งโหย่ง

 

“นี่มึงทำทั้งๆที่มึงบอกว่าสับสน?”

 

“ก็เออ แล้วก็อารมณ์มันพาไปด้วย”

 

“มึงจะบอกว่าทำไปเพราะมีอารมณ์เฉยๆเนี้ยนะ?”

 

“ตอนทำอะใช่ แต่พอเสร็จแล้วอะไรหลายๆอย่างมันตีรวนไปหมด กูว่ากูรวนแล้วนะ แต่ฟ้านี่รวนกว่ากูอีก”

 

“ฟ้ามันทำไม?”

 

“ไล่กูออกจากห้องทันทีนั้นแหละ แถมยังล็อคห้องไม่พูดไม่จากับกูไปเลย”

 

คีย์ยกยิ้มอย่างสาแก่ใจ

 

“สมน้ำหน้า”

 

“อย่ามาตอกย้ำให้เครียดมากกว่าเดิมจะได้ไหมวะ ทีกับไอ้พวกคู่ควงทั้งหลายทำไมไม่เห็นเป็นอย่างนี้สักคน”

 

“ก็เพราะมึงเห็นมันเป็นเพื่อนไง”

 

“ก็เพื่อน แต่เพราะเป็นเพื่อนไงเลยอยากจะช่วย”

 

“ช่วยในเรื่องอย่างว่าอะนะ”

 

“ก็เออดิ”

 

“ถ้ากูอยากแล้วมึงจะช่วยกูไหม?”

 

น้ำนิ่งเงียบ ภายในหัวจินตนาการตามที่คีย์เสนอจนได้บทสรุป

 

“ถ้าแค่มือนะพอได้”

 

แต่กับฟ้า…เค้ากลับต้องการมากกว่านั้น…

 

“ไอ้เหี้ยน้ำ!!!”

 

น้ำยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้ง เค้าเองก็ใช่ว่าจะไม่เครียด แค่ฟ้าไม่ยอมตอบรับเค้าแค่นี้ก็ทั้งเครียดทั้งเจ็บร้าวไปทั้งอกแล้ว

 

“แม่งเอ๊ย!”

 

คีย์สถบเมื่อได้รับคำตอบในหลายๆเรื่อง เค้าเชื่อว่าน้ำทำไปโดยที่ไม่ได้มีความรู้สึกเดียวกับฟ้าเลย แล้วอย่างนี้ฟ้าจะเป็นยังไง ตอนนี้ฟ้าจะตกอยู่ในสภาพไหน ว่าแล้วคีย์ก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาฟ้าทันที

 

“เลขหมายที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”

 

เสียงหวานใสดังตอบกลับมาแต่คนฟังไม่ได้อารมณ์ดีอยากจะฟังเสียงนี้นักหรอก คีย์กดโทรซ้ำๆแต่ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมจนเคนและน้ำขมวดคิ้วจนเป็นปม

 

“มีอะไรคีย์?”

 

“ติดต่อฟ้าไม่ได้วะ”

 

คีย์ลองกดโทรอีกครั้งและก็ยังคงเป็นเช่นเดิม

 

“เดี๋ยวกูโทรเข้าคอนโด”

 

น้ำหยิบโทรศัพท์ตัวเองออกมาโทรบ้างแต่ก็ไม่มีคนรับสาย เค้าโทรอยู่สามสี่รอบและก็เป็นเหมือนเดิม

 

“ไปที่คอนโดกันเหอะวะ กูห่วงฟ้า”

 

คีย์เสนอและทุกคนก็เห็นด้วย ไม่นานรถหรูสองคันก็ขับเข้ามาจอดเทียบที่คอนโดของฟ้า ชายทั้งสามรีบรุดเข้าไปกดลิฟท์เพื่อขึ้นไปยังชั้นบนด้วยความกระสับกระส่าย สักพักลิฟท์ก็มาและพาทุกคนขึ้นไปยังชั้นบน น้ำควานหาคีย์การ์ดและกุญแจด้วยมือที่สั่นเทา เวลารีบแล้วทุกอย่างมักจะดูเก้งก้างไม่ได้ดั่งใจนั้นท่าจะจริงเพราะกว่าเค้าจะเปิดบานประตูได้เค้าก็เสียเวลาไปหลายนาที เอาซะเกือบหัวร้อนทุกประตูแล้วด้วยซ้ำ

 

ปึกๆๆๆ!!!

 

“ฟ้า!”

 

เมื่อเข้าห้องได้คีย์ก็พุ่งไปทุบประตูห้องนอนใหญ่พลางร้องเรียกบุคคลผู้เป็นเจ้าของห้องที่คาดว่าน่าจะอยู่ภายในทันที เคนเองก็ช่วยเรียกมีเพียงน้ำที่ยืนอยู่ห่างๆมองด้วยสายตาหวาดหวั่นใจ

 

ฟ้าอย่าทำอะไรโง่ๆนะ

 

“ฟ้า!”

 

ปึกๆๆๆ!!!

 

“ทุบประตูเข้าไปเลยดีไหมวะ?”

 

เคนออกความเห็นเมื่อเอียงหูแนบกับบานประตูแล้วแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงใดๆเลย

 

“แต่นี่เป็นประตูแบบออโต้ล็อค โคตรจะแข็งเลยนะเว้ย”

 

“แล้วจะให้ทำไงละวะ”

 

ทั้งคู่เงียบคิดอยู่สักพักก็ได้ยินเสียงครูดมาจากทางฝั่งบานกระจก พอมองไปก็เห็นน้ำรูดบานกระจกเปิดออกทอดไปยังระเบียงที่อยู่ด้านนอก กระจกบานนี้เป็นเหมือนลูกเล่นของห้องริมสุด มันสามารถเลื่อนได้แต่ไม่มีขอบหรืออะไรที่บ่งบอกว่าเป็นประตูเลยสักนิด ถ้าไม่ใช่เข้าของห้องก็คงไม่รู้และเข้าใจว่าระเบียงนี้มีบานประตูอยู่ที่ห้องนอนใหญ่เท่านั้น

 

แต่น้ำนั้นรู้ทุกอย่าง

 

“ไอ้เหี้ยน้ำ มีทางไปก็ไม่บอกมาตั้งแต่แรก มัวแต่ให้เคาะอยู่ได้”

 

คีย์บ่นอุบพลางก้าวยาวๆตามน้ำไป แต่เมื่อไปถึงคนนำทางก็หายเข้าไปในห้องนอนใหญ่ซะแล้ว ฟ้าหละหลวมในการล็อคห้องเสมอและนั้นก็ทำให้เค้าอดที่จะห่วงไม่ได้

 

เมื่อเข้าไปยังด้านในห้องนอนใหญ่คีย์ก็ต้องตกตะลึงกับคราบของเหลวสีแดงปนขาวขุ่นบนเตียงนอนใหญ่ หมอนผ้าห่มกระจัดกระจายไปคนละทิศทาง กรอบรูปแจกันแม้แต่โคมไปก็นอนแน่นิ่งแตกเป็นเสี่ยงๆอยู่ที่พื้น ข้าวของภายในถูกทำลายระเนระนาดอย่างไม่มีชิ้นดี

 

แต่ทว่า…กลับไม่เห็นเจ้าของห้องแม้แต่เงา

 

“ฟ้า”

 

น้ำเอ่ยเรียกพลางดึงประตูห้องน้ำออกแล้วหายเข้าไปสอดส่อง ทุกอย่างยังคงว่างเปล่าแต่พื้นภายในเปียกชื้นแสดงว่าคงพึ่งถูกใช้ไปไม่นาน เค้าโผล่ออกมาก็เห็นคีย์และเคนยืนอึ้งอยู่ที่หน้าประตูระเบียง เค้าไม่สนคนทั้งสองแล้วเข้าไปลื้อหาของสำคัญที่โต๊ะทำงานของฟ้า

 

“ไม่มี”

 

น้ำพึงพำเบาๆ

 

“นี่มันอะไรวะน้ำ แล้วฟ้าอยู่ไหน?”

 

“ไม่รู้”

 

“เห้ย!”

 

เคนอุทานเสียงหลง

 

“โทรศัพท์ กระเป๋าตังค์กับกุญแจรถไม่อยู่”

 

“งั้นแสดงว่าต้องออกไปไหนสักทีแต่ไม่ได้บอกเรา”

 

เคนสรุปแต่คีย์กลับไม่คิดอย่างนั้น

 

“ฟ้ามันไม่มีทางไปไหนมาไหนทั้งที่สภาพจิตใจไม่โอเคแบบนี้แน่”

 

“มึงรู้ได้ไงว่ามันไม่โอเค?”

 

“มึงก็แหกตาดูสภาพห้องมันดิเคน”

 

“เออวะ โคตรเละ”

 

“หรือจะกลับบ้าน?”

 

น้ำคิดขึ้นได้เค้าก็หยิบโทรศัพท์ออกมาต่อสายหาทางบ้านของฟ้าทันที เค้ารอสายไม่นานแม่บ้านของทางนั้นก็มารับสาย

 

“ผมขอสายฟ้าครับ?”

 

/คุณฟ้าไม่อยู่บ้านค่ะ/

 

“ไม่อยู่เหรอครับ แล้วไม่อยู่แค่ตอนนี้หรือไม่อยู่มานานแล้วครับ?”

 

/ไม่อยู่มาสักพักแล้วค่ะ รู้สึกว่ากลับมาครั้งล่าสุดจะเป็นเมื่อปลายเดือนที่แล้วนะค่ะ/

 

น้ำใจหายวูบ

 

“ขอบคุณครับ แล้วถ้าเค้ากลับไป ช่วยบอกให้โทรกลับหาน้ำด้วยนะครับ”

 

/อ้อ คุณน้ำนี่เอง ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะเรียนคุณฟ้าให้นะค่ะ/

 

“ขอบคุณครับ”

 

“ว่าไงไอ้น้ำ?”

 

น้ำส่ายหัวช้าๆ

 

“ไม่ได้กลับบ้าน”

 

“งั้นมันจะไปไหนอีกนอกจากบ้าน?”

 

เคนเอ่ยถามและทำให้ทุกคนต้องฉุดคิด น้ำมืดแปดด้าน นอกจากพวกเค้าสามคนนี้แล้วฟ้าไม่มีเพื่อนคนอื่นที่พอจะไปพักอาศัยด้วยได้แน่ ยิ่งเป็นช่วงเวลาสับสนแบบนี้แล้ว

 

ฟ้าจะไปอยู่ที่ไหนได้บ้างนะ

 

แต่แล้วน้ำก็ฉุดคิดถึงบางสิ่งได้

 

“คีย์”

 

“อะไร?”

 

“ไอ้เหี้ยนั่นละ?”

 

“ไอ้เหี้ยไหนวะ?”

 

“ไอ้เหี้ยต้นนะ!?!”

 

“ไม่มีทาง”

 

น้ำขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินคีย์ตอบน้ำเสียงหนักแน่น

 

“ทำไมมึงมั่นใจขนาดนั้น?”

 

“ก็ตอนอยู่ที่ร้านกูยังคุยไลน์กับมันอยู่เลย”

 

“เชี่ย! งั้นฟ้าจะไปอยู่ที่ไหนได้อีกวะ!”

 

Tbc…


ออฟไลน์ salaseen

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ชอบบบบบบบบบ ทีมพี่น้ำ ฮี่ๆ ทีมพระเอก ปากแข็งไม่รู้ใจตัวเองแต่ขี้หวงแบบนี้เลาชอบ555555555555

ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
◑ MAKE FRIEND ◐ 

★ เพื่อน ● รัก★

 

12

 

 

 
ต้นกดล็อคโทรศัพท์ให้หน้าจอมืดสนิทก่อนจะเปิดประตูรถญี่ปุ่นสีขาวคันเล็กของตน เมื่อครู่พึ่งได้รับข่าวการหายตัวไปของฟ้าจากคีย์ที่เป็นเพื่อน

 

เค้าลอบถอนหายใจเนืองๆก่อนจะเข้าไปด้านในและปิดประตู ภายในตัวรถแอร์เย็นฉ่ำเพราะเค้าได้สตาร์ทเครื่องไว้ ต้นวางถุงของกินหลากหลายที่พึ่งไปซื้อมาลงกับตักก่อนจะหยิบน้ำส้มและนมออกมาอย่างละกล่อง

 

“ฟ้า รองท้องหน่อยไหม?”

 

คนถูกเรียกหันหน้าหนีจากวิวทางด้านนอกเพื่อมองคนเรียก เค้าจ้องมองดูกล่องน้ำส้มและนมในมือต้นที่ชูขึ้นให้ดูเหมือนจะให้เลือก ฟ้าเลือกนมอย่างไม่ต้องสงสัย คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าเค้าชอบนมแต่เกลียดน้ำส้ม ส่วนใครอีกคนนั้นเกลียดนมแต่ชอบดื่มน้ำส้มเป็นชีวิตจิตใจ

 

เอาอีกแล้ว เผลอคิดถึงอีกจนได้

 

ต้นมองดูคนเหม่อเจาะนมดูเหมือนไร้ซึ่งจิตวิญญาณ ตอนแรกเค้าก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะคีย์พูดอย่างหนักแน่นว่าฟ้าไม่เป็นอะไร จนกระทั่งเมื่อชั่วโมงที่แล้วฟ้ามาเคาะประตูหน้าห้องเค้าด้วยสภาพที่เรียกได้ว่า…โทรมทั้งกายโทรมทั้งใจ… ฟ้าร้องไห้จนตาบวมแดง ผมกระเซิงเหมือนไม่ได้ใส่ใจจะมัดมันและเสื้อผ้าที่ดูธรรมดาเกินกว่าจะเป็นชุดสำหรับการออกจากห้อง

 

ฟ้าไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากร้องไห้ซบอกเค้าและบอกอยากไปจากที่นี้ เค้าไม่รู้ว่าที่นี้ในความหมายของฟ้าหมายถึงที่ไหน แต่เค้าก็ยอมตามใจและพาฟ้าขับรถออกจากกรุงเทพฯในที่สุด

 

“ฟ้าเอาแซนวิชหน่อยไหม?”

 

คนถูกถามส่ายหัวเนืองๆ นมหมดกล่องไปแล้วแต่ฟ้าก็ยังถือและคาบหลอดคาปากอยู่อย่างนั้น

 

“กินหน่อยเถอะฟ้า ให้มีอะไรลงท้องหน่อยนะ”

 

ฟ้ายังคงนิ่ง น้ำจึงเลือกที่จะดึงมือข้างที่ถือกล่องนมของฟ้ามาแล้วแย่งกล่องออกมาสลับกับแซนวิชแฮมชีส ฟ้าจ้องมองต้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า มันเป็นสายตาเดียวที่ฟ้าได้แสดงออกมาตั้งแต่พบกันเมื่อชั่วโมงที่แล้ว ฟ้าคนเก่าหายไปไหน ไอ้เหี้ยนั้นมันทำลายฟ้าถึงขนาดนี้เลยเหรอ แค่คิดเค้าก็อยากจะหักพวงมาลัยไปต่อยหนักๆให้สาสมกับสิ่งที่ฟ้าต้องเจอ

 

ต้นเอากล่องนมเปล่าใส่ถุงขยะภายในรถก่อนจะเปลี่ยนเกียร์และเริ่มต้นขับรถต่อไป จุดหมายปลายทางที่เค้าคิดคือพัทยา

 

ก็พอรู้ว่าช่วงเวลาเศร้าๆใครหลายๆคนก็ไปทะเลกับเพื่อปล่อยตัวปล่อยใจปล่อยความทุกข์โศกไปกับผืนน้ำเค็มอันกว้างใหญ่ไพศาล และอีกประเด็นคือเค้ามีคนรู้จักอาศัยอยู่ที่นั้นด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องที่พักก็หายห่วงไปอีกเปาะ

 

ต้นขับรถมาถึงก็เกือบเย็นเข้าให้แล้ว เค้าโทรบอกรุ่นพี่ที่เป็นเจ้าของร้านอาหารกึ่งร้านเหล้าไว้แล้วในช่วงที่ฟ้าหลับ ทางนู้นก็สะดวกเผลอๆจะออกแนวดีใจเสียมากกว่าที่มีคนรู้จักมาหา ต้นขับเข้าไปจอดยังหน้าทาวโฮมส์แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชายหาดนัก เค้ายังคงสตาร์ทรถไว้แล้วลงมาโทรต่อสายหาเข้าของบ้านอีกที

 

“พี่โอ๊ตอยู่ไหน ผมมาถึงหน้าบ้านพี่แล้วเนี้ย?”

 

/เออๆ รอแป๊บ กูออกมาสั่งงานเด็กเดี๋ยวตีรถเข้าไปหา/

 

“ไม่ต้องรีบก็ได้พี่ แต่ผมอยากเข้าบ้านละ”

 

/ไอ้กวนตีน มึงไม่บอกให้กูขับช้าๆแต่ห้ามให้ใครแซงซะเลยละ/

 

“มุขเก่าวะพี่ เอาแบบนี้แหละดีแล้ว”

 

/หึ รอไปไม่เกินสิบนาทีถึง/

 

“ครับๆ”

 

เค้าวางสายแล้วเสมองไปยังคนหลับที่ยังอยู่ภายในตัวรถ ต้นบอกเจ้าของบ้านว่าจะพาเพื่อนมาด้วยคนหนึ่ง แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร

 

พี่โอ๊ตเป็นพี่ชายคนสนิทที่เคยอยู่บ้านข้างกันเพราะงั้นก็เหมือนพี่แท้ๆของต้นคนหนึ่ง ถึงจะกวนตีนไปหน่อยแต่ก็เป็นคนดีที่อบอุ่น เป็นพี่ชายที่ไว้ใจได้คนหนึ่งเลยทีเดียว

 

ยังไม่ทันจะถึงสิบนาทีรถเชฟโรเลตคันใหญ่ก็เข้ามาจอดเทียบอยู่ด้านข้าง ผู้เป็นเจ้าของรถดับเครื่องแล้วจึงเปิดประตูลงมา โอ๊ตเป็นชายหนุ่มร่างใหญ่เน้นกล้ามเนื้อเหมือนพวกเพาะกายแต่ก็ไม่ได้เล่นอย่างจริงจัง หน้าตาคมเข้มนั้นไว้หนวดเครานิดหน่อยแต่ก็เสริมความโหดให้เจ้าตัวไปเท่าตัว

 

“ไงไอ้น้อง”

 

โอ๊ตทักต้นผู้ที่เหมือนน้องชายแท้ๆของเค้าคนหนึ่ง ต้นเองก็ยิ้มก่อนจะเข้าไปกอดกันหลวมๆตบไหล่ดังปุ๊ๆแต่ต้นแทบกระอัก

 

“หึ แล้วไหนวะเพื่อนที่ว่า?”

 

“หลับอยู่ในรถ พี่เปิดบ้านเหอะ เดี๋ยวผมจะไปปลุกเค้า”

 

“ไม่ต้องปลุกก็ได้ เดี๋ยวกูอุ้มขึ้นห้องเอง”

 

คนเป็นพี่พูดกำกวมกวนตีนน้องพร้อมหยักคิ้วใส่ไปอีก ต้นเลยชกใส่อกโอ๊ตไปแรงๆแต่ก็จิ๊บจ๊อยสำหรับโอ๊ตอยู่ดี

 

“ผู้ชายเว้ยพี่”

 

“ก็ไม่เห็นเป็นไร เดี๋ยวนี้เกย์แม่งเกลื่อนเมือง”

 

“จริงเหรอพี่?”

 

“เออสิวะ มึงอยากรู้คืนนี้ไปร้านกับกูเลย รับรองมึงต้องตาค้าง”

 

“ขนาดนั้นเลย”

 

“ฝรั่งมันเปิดเผยเว้ย องอายอะไรไม่มี นัวเนียกันให้เห็นชนิดที่แทบจะโชว์สดเลยยังมี”

 

“พี่ก็พูดไป๊”

 

ปึ๊ก!

 

เสียงปิดประตูดังขึ้นเรียกความสนใจของคนทั้งคู่ให้หันไปมอง

 

“อ้าวฟ้า ตื่นแล้วเหรอ?”

 

ฟ้าพยักหน้ารับก่อนสายตาจะเอนเอียงไปทางใครอีกคน

 

“นี่พี่โอ๊ต พี่ชายเราเอง”

 

ฟ้าพนมมือไหว้แต่ไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกมา

 

“ดีๆ ตามสบายเลยนะ พี่อยู่นี่คนเดียวไม่ต้องกลัวใครมายุ่งวุ่นวายด้วยหรอก เข้าบ้านกันเถอะ”

 

ว่าแล้วเจ้าของบ้านก็หันไปเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือน ฟ้าก้าวตามต้นเข้าไปยังด้านในพร้อมกับเหลียวมองดูโดยรอบตามความเคยชินของว่าที่สถาปนิกนักออกแบบหนุ่มไฟแรง ที่นี้เน้นความเรียบง่ายตามสไตล์หนุ่มโสด ข้าวของไม่ค่อยมีอะไรมากจนมีพื้นที่ว่างเยอะและพลอยทำให้ดูโล่งตาดีไม่น้อย ฟ้านั่งลงที่โซฟาหน้าโทรทัศน์ตามที่ต้นบอกก่อนที่เจ้าตัวจะหายเข้าไปในครัวกับเจ้าของบ้าน

 

“แฟนมึงเหรอวะ?”

 

โอ๊ตถามด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ ต้นที่เทน้ำเปล่าใส่แก้วเกือบจะเทผิดจุดเมื่อได้ยิน

 

“เปล่าพี่ แต่กำลังจีบอยู่”

 

“มึงนี่ตาถึงวะ สวยขนาดนี้อนาคตนางแบบชัดๆ”

 

ต้นหัวเราะเสียงแห้ง

 

“นั้นผู้ชายนะพี่”

 

"เออวะ กูก็ลืมว่ามึงบอกแล้ว แต่แม่งสวยจริงอะไรจริง นี่มึงเปลี่ยนแนวตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?”

 

“ก็ตั้งแต่เจอเค้านั้นแหละ”

 

“รักแรกพบว่างั้น?”

 

ต้นระบายยิ้มอ่อนโยนเมื่อคิดถึงการพบกันครั้งแรกของเค้ากับฟ้า โอ๊ตเองก็ยิ้มตามเมื่อมองเห็นด้านอ่อนโยนของน้องชาย เค้ายกมือขึ้นตบไหล่น้องไปทีสองทีจนต้นเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้

 

“พยายามเข้าละ”

 

“แน่นอนอยู่แล้วแต่ก็ขอบคุณครับ”

 

ต้นยกแก้วน้ำออกไปให้ฟ้าพร้อมกับของตน ส่วนโอ๊ตนั้นได้ขึ้นไปดูห้องนอนที่ชั้นสองปล่อยให้น้องได้สวีตจีบกันตามสบาย

 

“ฟ้าโอเคขึ้นยัง?”

 

ฟ้ายกน้ำขึ้นดื่มแล้วพยักหน้ารับ แต่ยังไม่ทันจะได้วางแก้วเค้าก็เผลอทำแก้วหลุดมือด้วยความอ่อนแรง น้ำที่เหลือเกินครึ่งหกรดเจ้าตัวจนเปียกทั้งเสื้อและกางเกง ต้นตกใจแทนฟ้าที่ได้แต่มองนิ่งๆ ต้นรีบเอาแก้วไปวางก่อนจะมองหาผ้าแต่ก็ไม่เห็นจนได้ถอดเสื้อตัวเองออกแล้วนำมาซับให้ฟ้า ฟ้าลอบมองทุกการกระทำของต้นอยู่เงียบๆ ตอนนี้ฟ้าแทบจะตายด้านแต่คนๆนี้ยังทำดีกับเค้าต่อไปอย่างไม่ลดละ

 

“เห้ย เกิดอะไรขึ้น มึงถอดเสื้อทำไมเนี้ยไอ้ต้น?”

 

เจ้าของบ้านเดินลงมาเห็นน้องเปลือยท่อนบนอยู่ก็อดที่จะถามไม่ได้

 

“น้ำหกใส่ฟ้าวะพี่ ขอตัวไปเปลี่ยนชุดแป๊บ”

 

“เออๆ กูเคลียร์ห้องนอนให้ละ เตียงเดี่ยวนอนด้วยกันได้ใช่ไหม?”

 

โอ๊ตยิ้มกริ่มพลางตีคิ้วให้น้องไปด้วยอีก ต้นอ้าปากค้างแต่ฟ้าไม่ได้ท้วงใดๆเช่นกัน

 

ช่างมันก่อนแล้วกัน ต้นคิดในใจ

 

“ฟ้า ขึ้นไปเปลี่ยนชุดเหอะ"

 

ฟ้าหันมาจ้องต้นพลางเอียงคอในเชิงสงสัย

 

“มีอะไรเหรอ?”

 

“เราไม่มีชุดเปลี่ยน”

 

ในที่สุดฟ้าก็พูดกับเค้า ต้นอยากจะดีใจอยู่หรอกแต่นี่มันไม่ใช่เวลา

 

“ชุดเราไง เรามาค้างบ่อยเลยมีทิ้งไว้”

 

ฟ้าพยักหน้ารับอีกครั้งก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืน

 

“งั้นกูกลับร้านแล้วนะ มึงจะเข้าไปรึเปล่ากูจะจองโต๊ะไว้ให้?”

 

โอ๊ตหันไปพูดกับต้นเมื่อเห็นว่าทุกอย่างโอเคดีแล้ว

 

“คิดว่าคงไปแหละ จะพาฟ้าไปเปิดหูเปิดตาด้วย”

 

“กูว่าคนที่ควรเปิดน่าจะเป็นมึงนะ ขนาดนี้ท่าจะหูดับตาบอดไปแล้วมั่ง”

 

“เชี่ยพี่โอ๊ต!”

 

“ฮ่าๆๆๆ ตามสบายเลยนะฟ้า มีอะไรก็ใช่มันเอา ไม่ต้องทำเอง พี่อยากให้น้องพี่ได้ออกกำลังโดยการเป็นทาสคน”

 

“จะไปไหนก็ไปเลยพี่”

 

“โว๊ะ ไอ้นี่ มึงกล้าไล่เจ้าของบ้านเหรอวะ”

 

“กล้าไม่กล้าก็ไล่แล้วละวะ ฟ้าไปกับเถอะ”

 

ว่าแล้วต้นก็กุมมือฟ้าเดินผ่านเจ้าของบ้านขึ้นบันไดไปยังชั้นสองทันที ห้องที่ต้นพาฟ้าไปคือห้องเดิมที่ตนเคยมาพัก

 

“ฟ้าจะอาบน้ำด้วยเลยก็ได้นะ เดี๋ยวเราจะพาออกไปกินข้าวเย็นที่ร้านพี่โอ๊ต”

 

ฟ้าพยักหน้ารับต้นเลยลื้อเอาผ้าเช็ดตัวผืนสำรองมาให้ฟ้า ฟ้ารับไปแล้วเดินเข้าห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลกันนัก ดีที่บ้านหลังนี้มีห้องน้ำในตัวทุกห้องสมราคาที่แพงจนลากเลือด ต้นเตรียมชุดเสื้อยืดสีเทาคอวีผ้าบางใส่สบายกับกางเกงยีนส์สีเข้มของตนออกมาไว้ให้ฟ้า เค้ากะจากสายตาดูแล้ว ฟ้าไม่น่าจะตัวใหญ่ไปกว่าเค้าแน่ แต่อาจจะเล็กกว่านิดหน่อย ถ้ากางเกงหลวมยังพอมีเข็มขัดให้ใช้ได้แล้วตอนจะนอนค่อยเปลี่ยนเป็นขาสั่นใส่นอนสบายๆ

 

Rrrrrrrr

 

ต้นแทบสะดุ้งเมื่อเสียงโทรศัพท์ของเค้าแผดเสียงขึ้น เค้าหยิบขึ้นมาดูชื่อแล้วก็ต้องใจตุบๆต่อมๆ

 

“ฮัลโหลคีย์ เป็นไงบ้าง เจอฟ้ารึยัง?”

 

เค้าต้องแสร้งทำเป็นตื่นตกใจเต็มที่กับคนที่หายไปทั้งๆที่อยู่เคียงข้างเค้าจนถึงเมื่อกี้ ถึงแม้ฟ้าจะไม่ได้บอกให้เค้าโกหกแต่เค้าก็พอจะรู้ว่าฟ้าคงยังไม่อยากพบพวกเพื่อนๆในเวลานี้

 

โดยเฉพาะไอ้เหี้ยน้ำนั้น!

 

การที่ฟ้าเลือกที่จะมาหามาหาเค้าแทนที่จะไปหาเพื่อนคนสนิทอย่างคีย์นั้นเป็นหลักฐานสนับสนุนความคิดเห็นในข้อนี้เป็นอย่างดี

 

/ยังไม่เจอ โคตรเครียดเลยเนี้ย ไอ้น้ำแทบจะพังของหมดห้องละ/

 

สมน้ำหน้า

 

“เหรอ แล้วไม่มีสะกิตใจอะไรบ้างเลยเหรอว่าฟ้าจะไปไหนนะ อย่างเช่นที่ๆชอบไปหรือที่ๆมักจะไปเวลาเศร้า?”

 

/นั้นแหละปัญหา ฟ้ามันไม่ชอบอยู่ที่อื่นนะสิ มันติดห้องจะตายค้างที่อื่นนี่แทบไม่มีถ้าไม่จำเป็นหรือเรื่องอย่างว่า/

 

“เหรอ”

 

เรื่องอย่างว่าด้วยเหรอ ฟังแล้วชวนหึงมากพอตัวเลยแฮะ

 

/เอาจริงๆนะต้น/

 

“หืม?”

 

/ต้นไม่รู้จริงๆเหรอว่าฟ้าหายไปไหน?/

 

ต้นสะดุดลมหายใจไปแว๊บหนึ่ง ดีที่ไม่ได้สำลักไม่งั้นคงส่อพิรุจไปอย่างเต็มที่

 

“ไม่นะ เราจะไปรู้ได้ยังไงละ?”

 

/แต่แกนิ่งเกินไปวะ ก่อนหน้านี้ที่ติดต่อฟ้าไม่ได้โทรไม่รับแกยังจะเป็นจะตายถึงขั้นมาบุกคอนโดแต่นี้…มันหายตัวไปเลยนะ…/

 

เค้าถึงกับพูดไม่ออก

 

“บอกความจริงเราเหอะต้น เราเป็นห่วงฟ้า เราสัญญาว่าจะไม่บอกใครโดยเฉพาะไอ้น้ำ”

 

ต้นถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไรก็เกิดเสียวดังลั่นออกมาจากห้องน้ำ

 

“ฟ้า!”

 

ด้วยความห่วงจนลืมตัวต้นเลยเอ่ยเรียกคนในห้องน้ำเสียงดังทั้งที่โทรศัพท์ยังคงต่อสายอยู่ เค้าทิ้งโทรศัพท์ในมือลงเตียงอย่างไม่ใยดีแล้วรีบรุดไปยังห้องน้ำทันที

 

“ฟ้า! เป็นอะไรรึเปล่าฟ้า!? เปิดประตูให้เราหน่อย”

 

ต้นทั้งทุบประตูทั้งตะโกนถามด้วยความร้อนใจ แต่คนด้านในก็ยังเงียบจนเค้าแทบจะทนไม่ไหว เอาวะ ประตูพังก็แค่ซ่อม แต่ถ้าคนเป็นอะไรขึ้นมา…

 

แม่งเอ๊ย!!!

 

“ฟ้า ถ้ายังไม่มาเปิดเราจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ!”

 

กริ๊ก

 

ทันทีที่พูดจบเสียงปลดล็อคกลอนประตูก็ดังขึ้นก่อนจะเผยให้เห็นคนด้านในที่ยังคงเปียกตั้งแต่หัวจรดเท้า มีเพียงผ้าขนหนูพันหมิ่นๆอยู่ที่ช่วงเอวลงไปเท่านั้น

 

ต้นอ้าปากค้างเมื่อเห็นร่องรอยการขบกัดที่แดงช้ำอยู่ประปรายบางจุดออกม่วงไปแล้วด้วยซ้ำ ฟ้ายังคงจ้องมองต้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่าเช่นเดิม แต่ต้นน้ำตาคลอเบ้าไปแล้ว เค้าทั้งเสียใจทั้งแค้นใจแทนคนตรงหน้า ต้นดึงฟ้าเข้ามากอดโดยไม่สนใจว่าตนเองจะเปียกไปด้วย

 

“เราขอโทษ”

 

“ต้นมาขอโทษเราทำไม?”

 

“ขอโทษที่เราไม่ได้ปกป้องฟ้า ขอโทษที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย สัสเอ๊ย! ทำไมเราถึงแย่ขนาดนี้ด้วยวะ แค่ปกป้องคนที่ตัวเองรักยังทำไม่ได้!!”

 

ฟ้าเงียบกริบแต่ไม่นานก็ดันคนตรงหน้าให้ผละออกจากกัน ต้นยังคงจับแขนฟ้าทั้งสองข้างไว้แน่น ฟ้าจ้องมองกลับด้วยสายตาที่อ่อนลงกว่าเดิม

 

“ขอบใจนะต้น”

 

“ไม่…เราไม่สมควรรับมัน”

 

“รับไปเถอะ เราอยากขอบใจจริงๆ ขอบใจที่อยู่ข้างเรา

 

“เราจะอยู่ข้างฟ้าเสมอ”

 

ฟ้าส่ายหัวเบาๆ

 

“อนาคตมันเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้หรอกต้น”

 

ต้นเม้มปากแน่น

 

“ไปเปลี่ยนชุดเถอะ เปียกหมดแล้ว”

 

ต้นพยักหน้ารับอย่างยอมจำนนก่อนจะปล่อยมือจากฟ้า แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่ได้ต่อสายอยู่กับใคร ว่าแล้วก็รีบเข้าไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาทันที คีย์ยังคงไม่ได้ตัดสายไปแล้วดูท่าแล้วคงจะได้ยินหมดแล้วนั้นแหละ

 

“เออ…คีย์”

 

/ขอคุยกับฟ้าหน่อย/

 

เสียงคีย์เข้มจนต้นแอบสยอง มาแนวกดดันทางน้ำเสียงแบบนี้เลยเหรอเนี้ย ต้นหันไปมองคนที่กำลังแต่งตัวอยู่ไม่ไกลกันจนฟ้าหันมาเจอแล้วเลิกคิ้วให้ เค้าชูโทรศัพท์ที่หน้าจอมีชื่อคีย์เด่นหลาให้ฟ้าเห็น ฟ้าเลยเดินมารับโทรศัพท์แล้วเอาไปแนบหูตัวเอง

 

“คีย์”

 

/ไอ้เหี่ยฟ้า!!!/

 

เสียงด่าดังลั่นจนแทรกออกมาให้ต้นที่ยืนอยู่ไม่ไกลได้ยินไปด้วย แต่ฟ้ากลับยิ้มจางๆออกมา

 

/หายหัวไปแบบนี้รู้ไหมว่าคนอื่นเค้าเป็นห่วงกันแต่ไหน ทำให้คนอื่นเค้าต้องตามหากันให้วุ่นเนี้ยสนุกนักใช่ไหมห่ะ! แล้วโทรศัพท์ทำไมโทรไม่ติด มีเรื่องอะไรทำไมไม่มาบอก จะหนีไปหาเหี้ยที่ไหนก็ส่งข่าวกันบ้างสิวะ นี่ยังเห็นเราเป็นเพื่อนอยู่รึเปล่า ยังเห็นใจกันอยู่ไหมห่ะ!!/

 

ถึงจะด่ามาเต็มแต่เสียงนั้นกลับสั่นในช่วงท้าย ที่ด่ามาได้แบบไม่มีกั๊กอย่างนี้แสดงว่าอยู่คนเดียวสินะ ฟ้าได้แต่ยิ้มรับ

 

“ขอโทษ”

 

/ง่ายไปไหมฟ้า ตบหัวกระทืบซ้ำแล้วจะมาลูบหลังเอาง่ายๆแบบนี้เลยเหรอวะ คิดว่ามันง่ายไปไหมห่ะ!/

 

“คีย์ เราขอเวลาจัดการตัวเองหน่อยนะ”

 

/……../

 

คีย์ถึงกับพูดไม่ออกและนั้นก็ทำให้ฟ้ารู้ว่าคีย์คงจะพอรู้เรื่องราวนั้นไม่มากก็น้อย

 

“เราสัญญา ว่าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่ขอเวลาให้เราหน่อย ตอนนี้อะไรๆมันเกินเลยไปมากเกินไปแล้ว เราอยากทำอะไรสักอย่างให้มันเด็ดขาดสักที คีย์เข้าใจเราใช่ไหม?”

 

/ถ้าเราไม่เข้าใจแล้วใครจะมาเข้าใจละ/

 

น้ำเสียงของคีย์อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

 

“ขอบคุณ”

 

/เราให้เวลาสามวัน ห้ามเกินกว่านั้นนะไม่งั้นเราจะบุกไปฉุดตัวกลับมาเองกับมือ/

 

“น่ากลัวจัง ได้ข่าวว่าตัวเล็กกว่าเราไม่ใช่เหรอ”

 

/ตัวเล็กแล้วไง ไม่เคยได้ยินคำเปรยที่เค้าว่าเล็กพริกขี้หนูบ้างเหรอ เห็นอย่างนี้เราต่อยไอ้น้ำจนล้มคว่ำมาแล้วนะเว้ย/

 

ฟ้าถึงกับชะงัก ใจเต้นแรงทันทีอย่างห้ามไม่อยู่ ฟ้าเม้มปากแน่นพยายามข่มใจว่าอย่าไปอะไรกับคนๆนั้นให้มากนัก

 

/สรุปคือสามวัน โอเคนะ?/

 

“อืม คีย์อย่าไปบอกใครนะ”

 

/รู้แล้วน่า ให้ตายสิ ถ้ากลับมานี่ฟ้าก็ยืนเฉยๆให้เราต่อยสักหมัดหน่อยแล้วกัน ข้อหาทำให้ห่วงจนแทบบ้า/

 

“ได้สิ”

 

ฟ้าตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อน

 

/ตอแหล! งั้นแค่นี้แหละ เราจะไปแก้ต่างกับไอ้พวกนั้นให้แล้วที่มหาลัยก็ต้องลาอีก/

 

“ขอบใจ”

 

/เออๆ ไม่ต้องมาทำซึ้ง อีกสามวันเจอกัน ฝากบอกไอ้ต้นด้วยว่าดูแลเพื่อนเราให้ดีๆ ไม่ดีมีมวยอะ/

 

“หึ ได้ เดี๋ยวบอกให้”

 

แล้าปลายสายก็ตัดไปในที่สุด ฟ้าหันไปคืนโทรศัพท์กับต้นก่อนจะหันไปแต่งตัวต่อ ส่วนต้นก็เข้าไปอาบน้ำแบบไม่พูดไม่จา ต้นไม่ถามซักไซ้ฟ้ามาตั้งแต่แรกแล้วด้วยซ้ำ และนั้นก็เป็นสิ่งที่ฟ้าปรารถนา ต้นเริ่มจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับฟ้าในส่วนต่างๆมากขึ้นจนฟ้าเริ่มหวั่น

 

หวั่นว่าจะเผลอทำร้ายคนดีๆอย่างต้นไปโดยไม่รู้ตัว

 

Tbc…


ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
◑ MAKE FRIEND ◐ 
★ เพื่อน ● รัก★


13


 

 

เมื่อทั้งสองคนอาบน้ำเปลี่ยนชุดกันเรียบร้อยก็ตกเย็นย้ำเข้าพอดี ต้นพาฟ้ามายังร้านอาหารกึ่งผับที่อยู่ใกล้กับทะเลชนิดที่ห่างกันแค่เพียงผืนถนนคั่น ฟ้าลงจากรถปุ๊บก็ทอดสายตามองไปยังท้องทะเลสีคล้ำที่กำลังจะมืดในไม่ช้า ต้นรอฟ้ามองให้พอใจโดยที่ไม่ท้วงติงอะไรสักคำ เมื่อฟ้าหันไปหาเค้าก็ฉีกยิ้มกว้างไปให้

 

“เข้าข้างในกันเถอะ”

 

ฟ้าพยักหน้าให้ก่อนจะเดินตามต้นไปยังด้านในตัวร้าน ฟ้าเมียนมองไปรอบๆร้านเพื่อสังเกตไอเดียด้วยความเคยชิน ร้านนี้สร้างขึ้นแบบกึ่งปูนกึ่งไม้ จะบอกว่าเป็นสไตล์ลอฟก็ไม่เชิง แต่มันก็อิงธรรมชาติและทำให้พลอยรู้สึกสดชื้นไปด้วย ทั้งต้นไม้ประดับสีเขียวสด ไม้ระเบียงสีน้ำตาลเงา เสียงเพลงคลอเบาๆผสานกับเสียงคลื่น ลมทะเลพัดเข้ามาตลอดเวลาให้ความเย็นตามธรรมชาติแต่ก็มีห้องแอร์ที่อยู่ด้านในอีกด้าน กึ่งกลางร้านนั้นจะมีพื้นที่ยกสูงเป็นวงรีวงใหญ่ๆด้านบนนั้นมีเครื่องดนตรีและไมค์ตั้งอยู่

 

“สวัสดีครับ ไม่ทราบได้จองไว้ไหมครับ?”

 

พนักงานเดินเข้ามาถามเมื่อเห็นแขกเข้ามาภายในร้าน ฟ้าที่มัวแต่มองรอบๆหันไปมองตามเสียงจนเห็นต้นบอกพนักงานไปว่ามาในชื่อเจ้าของร้าน พนักงานร้องอ๋อแล้วผายมือไปยังโต๊ะด้านหน้าระเบียงที่หันไปทางทะเล

 

“โต๊ะที่สองริมสุดนั้นเลยครับ มุมนั้นสงบละได้รับกลิ่นอายทะเลดีสุดๆเลยด้วย”

 

พนักงานโฆษณาจนต้นยิ้มขำ เค้าอยากจะชมพี่ชายเหลือเกินว่าเข้าใจอบรมพนักงานให้เข้าใจพูดจา แบบนี้นอกจากจะไม่มีปัญหาด้านความไม่พอใจในที่นั่งแล้วยังสร้างความเป็นระเบียบของแขกโดยที่แขกไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่ากำลังถูกคุมเกมส์อยู่ ไอ้พี่จอมบงการเอ๊ย

 

“ฟ้าอยากกินไรก็สั่งได้เต็มที่เลย ไอ้พี่โอ๊ตมันเลี้ยง”

 

ฟ้ารับเล่มเมนูมาจากพนักงานก่อนจะเหลียวไปทางด้านหลัวของต้น แต่ยังไม่ทันที่ต้นจะหันไปมองก็ถูกตบหัวไปฉากใหญ่ด้วยฝีมือของพี่ชายคนสนิท

 

“โอ้ยพี่ ตบมาได้ผมสมองเสื่อมขึ้นมารับผิดชอบด้วยนะเออ”

 

“อย่างมึงปล่อยให้ตายๆไปเหอะ อยู่ก็หนักโลก”

 

“แรงวะพี่โอ๊ต”

 

“สม”

 

ต้นจิ๊ปากเบาๆในขณะที่โอ๊ตเองก็เข้ามานั่งข้างๆต้น ฟ้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามยิ้มจางส่งไปให้ผู้มาใหม่

 

“อื้อหือ อย่ายิ้มให้พี่มากครับน้อง เดี๋ยวพี่หลงแล้วไอ้ต้นมันจะอดเอา”

 

“พูดไรวะ!”

 

“ฮ่าๆๆๆ ดูดิ แค่นี้หน้าแดง ไอ้อ่อนเอ๊ย อย่างนี้จะจีบใครติดวะไอ้น้อง”

 

ฟ้าได้แต่หัวเราะเบาๆให้กับคนทั้งคู่ เค้ายอมรับว่าการไอ้มาอยู่แบบนี้มันทำให้เค้ารู้สึกดีขึ้นมาอีกนิด ต้นยิ้มกว้างเมื่อเห็นฟ้ายิ้มแถมยังหัวเราะเหมือนจะชอบใจ

 

“มีอะไร?”

 

ฟ้าถามขึ้นเมื่อเห็นต้นเอาแต่ยิ้มพลางจ้องเค้าอยู่อย่างนั้น โอ๊ตทำหน้าที่สั่งอาหารให้คนทั้งคู่จนเรียบร้อยแล้วจึงหันกลับมาผลักหันน้องชายคนสนิทจนต้นเกือบเซไปโชกเข้ากับราวระเบียงที่เป็นขอนไม้

 

“รุนแรงวะพี่โอ๊ต”

 

“เค้าถามทำไมมึงไม่ตอบ?”

 

“กำลังจะตอบแต่โดนพี่ขัดคอขึ้นมาก่อนเนี้ย โว๊ะ!”

 

ต้นเอ็ดพี่ชายแล้วจึงหันไปหาฟ้าอีกรอบ

 

“ฟ้าถามว่าไงนะ?”

 

“ไอ้น้องเวร ที่แท้ก็ไม่ได้ยินที่เค้าถาม”

 

“พี่หุบปากไปเลย”

 

“ดูมันสิฟ้า มันกล้าปืนเกลียวกับพี่ด้วยนะ แม่งเลว อย่าไปเอามันเลยมาอยู่กับพี่ดีกว่า”

 

“ไอ้พี่โอ๊ต!”

 

ฟ้าหลุดเสียงหัวเราะออกมาแผ่วๆก่อนที่พนักงานจะเข้ามาเสิร์ฟน้ำคั่นจังหวะการแกล้งของเจ้าของร้าน ฟ้ามองดูแก้วทรงสูงที่มีน้ำสีฟ้าใสและใบมิ้นท์ประดับเคียงคู่กับหลอดสีสวยที่ขดกับเป็นวงกลมด้วยความฉงน

 

“diamond blue ค๊อกเทลหวานสูตรเฉพาะของทางร้านนะ พี่เห็นว่าฟ้าเศร้าๆเลยอยากให้สดชื้นขึ้นมาบ้าง”

 

โอ๊ตกล่าวพร้อมกับรับแก้วเบียร์ไปให้ต้นและส่วนของตนเองด้วย ฟ้าลองดูชิมน้ำสีฟ้าใสนั้นไปอึกหนึ่งก่อนที่จะกระพริบตาปริบๆให้กับความหวานเย็นที่แอบซ่อนความมึนเมาเอาไว้ในส่วนลึก ถึงแม้ค๊อกเทลแก้วนี้จะไม่แรงแต่ฟ้าพนันได้ว่าหากเมาคือเมาลึกถึงขนาดไม่ได้สติกันเลยทีเดียว

 

“เป็นไง?”

 

โอ๊ตถามเมื่อตัวเองยกแก้วเบียร์กระดกทีเดียวหมดไปเกือบครึ่ง ส่สนต้นนั้นกินเพียงแค่จิบเดียวแล้วก็วาง เค้าไม่อยากดื่มมากเพราะห่วงฟ้า ถ้าเค้าเมาแล้วใครจะดูแลฟ้า ตอนแรกกะจะไม่ดื่มเลยด้วยซ้ำแต่ก็ต้องรักษามารยาทเมื่อพี่ชายเค้าสั่งมาให้แล้ว

 

“อร่อยครับ กินง่ายดีแต่ท่าจะเมาลึก”

 

“รู้ดีเหมือนกันนี่หว่า นี่นะ แก้วประจำสำหรับพวกที่อยากมอมสาวเลยละ พวกไม่คุ้นกับแอลกอฮอล์กินได้ไม่เกินสามแก้วหรอก”

 

ฟ้าพนักหน้ารับแล้วดึงหลอดขึ้นมาดูดใหม่ ยิ่งดื่มกลิ่นของเหล้ารัมยิ่งตีขึ้นจมูกทีละนิด ฟ้าไม่ค่อยรอบรู้เรื่องค๊อกเทลมากแต่เค้าอาศัยความคุ้นชินกับแอลกอฮอล์จึงพอรับรู้ได้ว่าสัมผัสแบบนี้มันคือเหล้าประเภทไหน

 

ทั้งสามคนนั่งดื่มนั่งคุยกันไปไม่นานอาหารก็ถูกนพมาเสิร์ฟ จากสองสามอย่างก็เพิ่มเป็นห้าหกอย่างจนฟ้าเริ่มขมวดคิ้ว

 

“เออ พี่โอ๊ตครับ”

 

“หืม..ว่าไงครับน้องฟ้า?”

 

“มันจะไม่เยอะไปหน่อยเหรอครับ เรากินกันแค่สามคนเองนะ”

 

“ไม่เป็นไรๆ กินไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็หมด กินเป็นกับข้าวไม่หมดก็เอามาแกล้มเหล้าเลยดิ คิดอะไรมาก”

 

โอ๊ตตอบชิลๆแล้วหันไปมองดูลูกน้องที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานกันไป ลูกค้าเองก็ทย่อยเข้ามาในร้านกันเยอะพอสมควรแล้ว ส่วนใหญ่คนที่มาจะเป็นชาวต่างชาติซะ80% และเน้นเหล้าเคล้ากามเพศจนฟ้าแอบตกใจที่เห็นฝรั่งคู่หนึ่งนัวเนียกันให้เห็นแบบโจ่งแจ้ง ต้นเองก็อ้าปากค้างส่วนเจ้าของร้านได้ต่หัวเราะขำขันเหมือนเป็นเรื่องตลก

 

“ขนาดนี้เลยเหรอพี่!?”

 

“นี่ยังเบาะๆนะเว้ย รอดูตอนดึกได้เลย ยิ่งดึกแม่งยิ่งเด็ด”

 

ฟ้าลอยฟังพี่น้องเค้าคุยกันไปกินข้าวในส่วนของตัวเองไปโดยที่มีต้นคอยตักอาหารให้อยู่ตลอด ฟ้าเองก็แปลกใจไม่น้อยที่ต้นมักจะตักในจานที่ดูท่าทางไม่ค่อยเผ็ดมาให้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงจานที่มีเห็ดเป็นส่วนผสมอีกด้วย

 

“ต้นรู้เหรอว่าเราชอบอะไรไม่ชอบอะไร?”

 

ต้นหัวเราะนิดหน่อยแล้วตักไก่ทอดกระเทียมพริกไทยมาใส่จานฟ้า

 

“รู้สิ คีย์เคยบอก”

 

“ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ย”

 

“ก็สนิทมาตั้งแต่แรกนี่เพียงแต่ฟ้าพิเศษมากกว่าใครก็แค่นั้น”

 

ฟ้าเหยียดปากหมั่นไส้ในความช่างหยอดของคนตรงข้าม เมื่อกินไปได้สักพักก็เริ่มอิ่ม รวมถึงค๊อกเทลที่หมดเกลี้ยงโอ๊ตเลยหันไปสั่งให้ใหม่ ฟ้านั่งหันหน้าไปรับลมทางทิศของผืนทะเลสีดำ ดวงดาวเบื้องบนระยิบระยับแข่งกับแสงไฟที่ด้านล่าง วันนี้ดวงจันทร์เกือบจะเต็มดวงแล้วและยังส่องแสงสว่างกระจ่างฟ้าอยู่ที่ด้านบนอีกด้วย

 

“ชอบไหม?”

 

ต้นถามน้ำเสียงอ่อนโยน เค้าลอบมองคนหน้าหวานมาสักพักแล้ว ใบหน้าสวยนั้นแหงนมองท้องฟ้าก่อนจะหลับตารับลมเย็นๆที่มาปะทะหน้า สายลมพัดผมยาวของฟ้าให้พริ้วไหวเสริมเสน่ห์ให้ผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี ยิ่งเห็นฟ้าใส่ชุดของตัวเองอยู่แบบนี้ด้วยแล้วเค้ายิ่งปลื้มจนอกจะแตกใจจะระเบิดเลยด้วยซ้ำ

 

“ชอบสิ ขอบคุณที่พามา”

 

“ไม่เป็นไร ไว้เราจะพามาบ่อยๆ พี่โอ๊ตมันขี้เหงาแต่เสือกไม่มีเมีย มาอยู่เล่นด้วยบ่อยๆพี่แกจะได้ไม่น้อยใจแล้วไปผูกคอตายให้เดือดร้อนคนอื่น”

 

“ไอ้น้องเวร จะด่าก็ด่ามาตรงๆไม่ต้องอ้อมไปม้อคนหนึ่งแล้วมาด่าอีกคนหนึ่ง”

 

ต้นหัวเราะขำพลางหลบหลีกการโจมตีจากพี่ชายตัวโตของเค้าไปด้วย ฟ้ามองคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้ม แต่ในใจก็แอบคิดถึงพี่ชายของตัวเองไปด้วย ฟ้ามีพี่ชายแท้ๆที่มีอายุมากกว่าถึง 8 ปีชื่อดิน ฟ้ากับดินไม่ค่อยสนิทกันนักเพราะอายุที่ห่างกันพอสมควรและไลฟ์สไตล์การเป็นอยู่ที่แตกต่างกันราวหน้ามือกับหลังมือ ดินจะค่อนไปทางพ่อ ตัวโตสูงใหญ่ชอบความท้าทายบุกน้ำลุยไฟและที่สำคัญ ดินทำตามที่พ่อหวังไว้ได้ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่การเข้ารับราชการตำรวจและตอนนี้กำลังดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับทั้งที่อายุยังน้อยอีกด้วย

 

ดินนะถืวว่าเป็นลูกรักของพ่อเลยก็ว่าได้

 

“ฟ้า”

 

ฟ้าได้สติจากการคิดเลยเถิดแล้วเงยหน้าไปมองคนเรียกอย่างต้น

 

“ทำหน้าอย่างนั้นอีกแล้วนะ ยิ้มอยู่ดีๆไหงกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ละเนี้ย”

 

“หน้าแบบไหนเหรอ?”

 

“ก็เหม่อๆลอยๆเหมือนคิดไม่ตกอกหักเอาใจไม่ถูกทำอะไรไม่ได้หรือพูดอะไรไม่ออกไง”

 

ฟ้าหลุดหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อได้ยิน

 

“อะไรละนั้น”

 

“หึ ยิ้มออกแล้วใช่ม่า ทีนี้ก็ยิ้มตลอดเลยนะ ฟ้าเหมาะกับรอยยิ้มที่สุด”

 

“ยิ้มตลอดเค้าก็หาว่าบ้ากันพอดี”

 

“งั้นฟ้าก็ตอบกลับไปว่า ถึงจะบ้าแต่ก็น่าร๊ากกกกน๊าาาาา”

 

ฟ้าส่ายหัวเนืองๆทั้งที่ปากฉีกยิ้มกว่าเสียงหัวเราะดังมาไม่ขาดสาย ต้นเองเมื่อเห็นฟ้ายิ้มได้หัวเราะออกก็ยิ่งปลื้มใจ รอยยิ้มของคนที่รักเป็นอะไรที่พิเศษสำหรับเค้า และเค้าก็อยากที่จะรักษามันไว้ตลอดไป

 

“แหม มดขึ้นโต๊ะเลยเว้ย”

 

โอ๊ตอดที่จะแซวไม่ได้ ต้นหันไปมองค้อนแต่ฟ้ากลับเฉยแล้วยกแก้วหยิบหลอดขึ้นมาจิบต่อ พวกเค้าคุยกันต่อไปไม่นานทางด้านเวทีก็มีผู้คนขึ้นไปเช็คเครื่อง ฟ้ามองตามไปอย่างสนอกสนใจ

 

“ฟ้าอยากขึ้นไปโชว์หน่อยไหม?”

 

โอ๊ตเอ่ยถามเมื่อเห็นฟ้าเอาแต่จ้องมอง ฟ้าส่ายหัวเบาๆ

 

“ผมร้องไม่เก่งครับ แต่กีต้าร์พอได้”

 

“งั้นเดี๋ยวเราร้องให้ เราร้องเพลงเพราะนะ”

 

“อย่าไปเชื่อมัน ไอ้นี้แม่งโม้ มาร้องทีแขกพี่หนีหายไปหมดเลย เจ้งๆๆ”

 

“พูดงี้หลังร้านเลยไหมพี่?”

 

“ที่ท้าเนี้ย มั่นใจแล้วเหรอไอ้น้อง?”

 

“ทำไมต้องมั่นใจ แค่จะให้ไปดูดบุหรี่ที่หลังร้าน ฮ่าๆๆๆ”

 

“ไอ้น้องเหี้ย”

 

ฟ้ามองความสนิทสนมของคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มบางที่ข้างแก้ม แล้วเสียงอินโทรเพลงก็ดังขึ้น แค่อินโทรเพลงแรกก็ทำให้ฟ้าต้องชะงักค้าง ไม่นานเสียงทุ้มนุ่มลึกของนักร้องชายและเสียงใสกังวานของนักร้องหญิงประจำวงก็ปลดปล่อยเสียงสอดประสานไปกับท่วงทำนอง ฟ้าหันไปให้ความสนใจที่เวทีอีกครั้ง

 

Gnash – I Hate U I Love U feat. Olivia O’Brien

 

Feeling used
But I’m
Still missing you
And I can’t
See the end of this
Just wanna feel your kiss
Against my lips
And now all this time
Is passing by
But I still can’t seem to tell you why
It hurts me every time I see you
Realize how much I need you

รู้สึกเหมือนถูกหลอกใช้
แต่ฉัน
ก็ยังคิดถึงเธออยู่
และฉัน
มองไม่เห็นจุดจบของเรื่องนี้เลยจริงๆ
ฉันแค่อยากจะสัมผัสถึงจูบของเธอ
ที่ประทับบนริมฝีปากของฉัน
และเวลาเหล่านี้
มันกำลังผ่านเลยไป
และฉันก็บอกเธอไม่ได้เลยว่าเพราะอะไร
ฉันถึงเจ็บปวดทุกๆครั้งที่ได้เจอเธอ
และรู้ตัวว่าฉันต้องการเธอมากเพียงใด

 

 

“ต้น”

 

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมามองคนที่เรียกตน เค้าเลิกคิ้วนิดหน่อยในเชิงถาม

 

“ว่าไงครับ?”

 

“เราขอไปเดินเล่นที่หาดหน่อยนะ”

 

ต้นขมวดคิ้วทันที

 

“มันมืดนะฟ้า อันตรายออก”

 

“ไม่เป็นไรหรอก เราไปไม่ไกล แถมไฟจากร้านก็สว่างจะตาย”

 

“ยังไงก็อันตรายอยู่ดี”

 

“ต้น เราอายุ20และก็เป็นผู้ชาย เราดูแลตัวเองได้”

 

“แต่ไม่ใช่กับที่นี้ฟ้า ที่นี้อันตรายแค่ไหนเรารู้ดี ถ้าอยากลงไปเดี๋ยวเราไปด้วย”

 

“ต้น เราขอนะ เราอยากไปเดินรับลมคิดอะไรนิดหน่อย สัญญาว่าจะอยู่แค่โซนหน้าร้าน”

 

ต้นชั่งใจอยู่นานก่อนจะพยักหน้ารับ เค้าแพ้ฟ้าเสมอไม่ว่าจะกรณีใดๆ ฟ้ายิ้มอ่อนให้แล้วจึงลุกขึ้นแล้วเดินตรงออกไปยังด้านหน้าร้าน โอ๊ตที่ลุกออกไปคุยกับพนักงานแถวนั้นพอเดินกลับมาไม่เห็นฟ้าจึงเอ่ยถามขึ้น

 

“ฟ้าละ?”

 

“ออกไปเดินเล่น”

 

“เห้ย! แล้วกล้าปล่อยให้ไปคนเดียวได้ไงวะ แถวนี้แม่งอันตราย”

 

“ผมห้ามแล้วแต่ก็....”

 

“ใจอ่อนไม่เข้าเรื่อง มึงลุกไปตามเลย ถ้าเค้าไม่กลับก็ไปอยู่เป็นเพื่อน จีบเค้ายังไงถึงกล้าปล่อยให้เค้าตกอยู่ในอันตรายวะ”

 

โอ๊ตบ่นอุบแต่นั้นก็ทำให้ต้นจุกไปไม่น้อย ก่อนหน้านี้เรื่องที่คอนโดนั้นเค้าก็เสียใจที่ปล่อยให้ฟ้าตกอยู่ในอันตรายใปยกหนึ่งแล้วแต่รอบนี้...เค้าจะไม่ยอมอีกแล้ว...

 

ต้นวางแก้วแล้วรีบลุกขึ้นเดินไวๆตรงออกจากร้านโดยที่มีพี่ชายตัวโตจ้องมองด้วยความระอากึ่งเอ็นดู

ต้นเดินข้ามถนนไปถึงหาดในเวลาไม่นาน เค้ามองฝ่าความมืดไปจนเห็นฟ้านั่งอยู่ที่โขดหินไม่ไกลจากเค้านัก ต้นเลือกที่จะแอบมองเค้าอยู่ห่างๆเพื่อให้ฟ้าได้อยู่กับตัวเองตามที่ต้องการแต่ตนก็ไม่อาจละสายตาไปจากฟ้าได้แม้แต่วินาทีเดียว

 

ลมทะเลเย็นจนเกือบหนาวยังคงพัดผ่านนำแรงส่งให้ผมสีดำนิลกาฬพริ้มสะบัด ใบหน้าหวานจ้องมองไปยังผืนน้ำเบื้องหน้าอย่างเรียบนิ่ง ร่างบางนั่งกอดเข่าอยู่เหมือนพยายามจะกอดปลอบตัวเอง เสียงเพลงจากทางร้านยังคงดังแว่วมาให้ได้ยิน

 

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วไม่รู้แต่ต้นก็ยังคงจ้องมองฟ้าอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งได้รับรู้ถึงสิ่งที่คืบคลานเข้ามา เค้าขมวดคิ้วเมื่อเห็นผู้ชายชาวต่างชาติสามคนเดินตรงไปยังฟ้า ต้นรีบเดินเข้าไปหาทันทีแต่ก็ช้ากว่าทางนู้นที่อยู่ใกล้กับเป้าหมายมากกว่าเค้า ฟ้าถูกรบกวนโดยการดึงแขนให้หันไปสนใจ หนึ่งในนั้นเอ่ยถามราคาค่าตัวทั้งที่ฟ้าบอกปัดไปแล้วว่าไม่ใช่แต่ทางนั้นก็ดูเหมือนจะไม่เชื่อ

 

ต้นเดินไปแทรกกลางระหว่างที่ฝ่ายนั้นกำลังจะดึงฟ้าให้ตามไปด้วยกัน เค้าผลักหน้าอกของคนที่จับแขนฟ้าไว้จนมันเซล้ม มือที่จับคลายออกเพื่อผยุงตัว สองคนที่เหลือเห็นเพื่อนล้มจึงตั้งท่าจะเข้ามาหาเรื่องต้นแต่ยังไม่ทันจะถึงตัวก็มีเสียงใครบางคนตะโกนก้องบอกให้หยุดทุกการกระทำ  ต้นจำได้ว่าเสียงดังกัมปนาทนี้คือเสียงของใคร และดูท่าทางไอ้ฝรั่งสามตัวนั้นมันจะกลัวเจ้าของเสียงนั้นพอตัว ต้นจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่นึกกลัว ถึงแม้โอ๊ตจะไม่เข้ามาขัดเค้าก็พร้อมที่จะสู้เต็มที่อยู่แล้ว โอ๊ตเดินมาถึงพอดีกับที่ไอ้พวกสามตัวนั้นเดินหนีหายไปที่ทางเดิม ต้นถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วจึงหันกลับไปมองฟ้าที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่ด้านหลัง

 

“ผิดจากที่เราพูดซะที่ไหนละ”

 

“ขอโทษ”

 

“ทั้งสองคนโอเคนะ?”

 

โอ๊ตถามเมื่อเดินเข้ามาถึงตัวคนทั้งคู่ ต้นพยักหน้าให้เป็นคำตอบก่อนจะฉุดมือฟ้ามาจับแล้วพากลับไปยังร้านทันที ฟ้าเองก็เดินตามไปเงียบๆสายตาจ้องมองไปยังมือของเค้าที่มีมือของต้นกอบกุมอยู่อย่างนั้น

 

Tbc....

ถึงคราวพี่ต้นทำคะแนนบ้างละ หึหึ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2248
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +168/-9
ไม่สิต้น นายไม่ใช่พระเอก
ฟ้ากลับมาหาน้ำเถอะ น้ำมันรักแก แค่มันปากแข็งแค่นั้นเอง

ออฟไลน์ นางฟ้าเชียงชุน

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 358
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
ไม่เคยเชียร์พระรองเลย แต่เรื่องนี้ขอดันต้นเป็นพระเอก :hao7:

ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
◑ MAKE FRIEND ◐ 

★ เพื่อน ● รัก★
 

14

 

 

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้นฟ้าตื่นขึ้นมาเพราะแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาภายในห้อง พอปรับสายตาเพ้งมองไปก็เห็นท้องฟ้าสว่างสดใสมีก้อนเมฆประปรายลอยละล่องอย่างอิสระเสรี ฟ้าขยับตัวยืดเส้นยืดสายนิดหน่อยแล้วจึงนอนมองดูท้องฟ้านั้นต่อไปโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคนที่ยืนมองอยู่ตรงหน้าประตูห้อง ต้นแย้มยิ้มเมื่อเห็นอาการเอื่อยเฉื่อยของคนบนเตียง เค้าได้รู้จักอีกด้านหนึ่งของฟ้าเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างแล้วนั้นคือนอกจากจะขี้เซาแล้วยังชอบนอนแช่อยู่บนเตียงอีกด้วย

 

เมื่อคืนหลังจากที่ต้นพาฟ้ากลับมายังร้านพวกเค้าก็อยู่ต่ออีกไม่นานแล้วก็พากันกลับมาที่บ้านเพื่อพักผ่อน แต่กว่าจะได้พักก็เกิดสงครามย่อยๆอีกอย่างนั้นก็คือการเถียงว่าใครจะนอนเตียงและใครจะนอนฟูกด้านล่าง แน่นอนว่าต้นอาสาจะนอนฟูกแต่ฟ้าก็เถียงคอเป็นเอ็นว่าจะนอนเอง ดีที่พี่โอ๊ตกลับมาสงบศึกให้โดยการให้ต้นไปนอนกับพี่แกในอีกห้อง ฟ้าจึงได้ครองเตียงไปโดยปริยาย

 

“ฟ้า”

 

ฟ้าเอี้ยวตัวมามองคนเรียกก่อนจะยิ้มอ่อนแต่ต้นกลับมองว่ามันสว่างสดใสจนใจเต้นรัว

 

“อรุณสวัสดิ์”

 

ฟ้าเอ่ย ต้นหัวเราะเสียงแผ่วแล้วกล่าวตอบ ต้นอยากจะกดหยุดช่วงเวลานี้ไปตลอดชีวิต เค้ากำลังรู้สึกมีความสุขมาก มากเสียจนไม่อยากเชื่อว่าเค้าจะเป็นได้ถึงขนาดนี้

 

“หลับสบายดีไหม?”

 

ฟ้าพยักหน้าให้แทนคำตอบแล้วคว่ำหน้ามุดหมอนแล้วเหยียดกายอีกรอบ ต้นหัวเราะให้ความน่าเอ็นดูนี้

 

“ฟ้าเหมือนแมวเลยเนอะ”

 

ฟ้าชะงัก แต่ต้นไม่ได้สังเกตุเห็นเค้าจึงเดินไปเอาเสื้อผ้าไปใส่ตู้เพิ่มเติมพลางพูดจ้อต่อไป

 

“พี่โอ๊ตให้มาปลุกแน๊ะ เห็นบอกว่าวันนี้จะพาไปนั่งชิลที่หาด เราบอกไปแล้วนะว่าเราจะพาไปเองไม่อยากกวนพี่เค้าแต่พี่แกไม่ยอม มีการมาโวยว่าเราจะกั๊กน้องฟ้าของเขาไว้คนเดียว เรานี่ฉุนเลยอะ เลยตอกกลับไปว่าฟ้าไปเป็นของพี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ หึหึ”

 

ต้นเก็บเสื้อผ้าใส่ตู้เสร็จเลยหันมามองคนที่ยังนอนนิ่งอยู่บนเตียง เค้านึกขำที่ฟ้านอนคว่ำหน้าอยู่นานสองนาน นอนแบบนั้นจะหายใจออกไหมนั้น

 

“ฟ้า ตายรึยังนะ?”

 

“ตายแล้ว”

 

“ตายแล้วงั้นใครตอบเราเนี้ย?”

 

“ผีไง พอตายก็กลายเป็นผีมาหักคอคนช่างจ้อ”

 

“โหดเนอะ”

 

“แน่นอน”

 

ฟ้ายืนตัวขึ้นนั่งอ้าปากหาวหวอดๆแล้วจึงก้าวลงจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ ต้นมองตามจนบานประตูปิดเค้าเลยออกมาจากห้องนอนแล้วตรงไปเตรียมมื้อเช้าที่ชั้นล่าง ต้นตื่นแต่เช้าเพื่อไปซื้อโจ้กเจ้าดังมาไว้ตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว โอ๊ตเองก็ตื่นแล้วเช่นกันและตอนนี้ก็กำลังไปจ๊อกกิ้งที่หาดใกล้ๆ ต้นเทโจ้กใส่หม้อแล้วเปิดไฟอุ่นจนร้อนได้ืี่จึงนำไปเทใส่ชาม เค้าทำจนครบสามโอ๊ตก็กลับมาพอดี

 

“หอมแฮะ ร้านแป๊ะโกว้ใช่ไหมเนี้ย?”

 

“ใช่”

 

“โห ลงทุนขับรถไปซื้อซะไกล กะให้หลงหัวปักหัวปำเลยสิไอ้น้อง”

 

“บ้าเหรอพี่ แค่โจ้กถ้วยเดียวจะไปหลงอะไรขนาดนั้น”

 

“ไม่แน่นะเว้ย ไม่เคยดูหนังไทยหลังข่าวรึไง ไอ้แฟนเตรียมมื้อเช้าให้ด้วยความรักอะไรแบบนั้นนะ คนกินนี่ปลื้มแล้วปลื้มอีก ไหนจะชมเปาะอร่อยอย่างนั้นรักอย่างนี้ เล่นหวานจนกูงดน้ำตาลไปสามวันอะ”

 

“อย่างพี่นี่ดูละครหลังข่าวด้วย?”

 

ต้นอดที่จะแปลกใจไม่ได้เพราะพี่ชายหุ่นแน่นกล้ามเป็นมัดๆแถมไว้หนวดเคลาแบบนี้เนี้ยนะ ดูละครหลังข่าว

 

“ไม่ได้ตั้งใจจะดูเว้ย แต่พวกป้าแม่ครัวเค้าเปิดทิ้งไว้ กูที่นั่งคุมอยู่แถวเคาเตอร์จ่ายอาหารเลยพลอยได้ดูไปด้วย”

 

“อ้อ”

 

“เออ นั้นแหละ กูไปอาบน้ำแพร๊บ เดี๋ยวลงมากิน แล้วฟ้าละตื่นรึยัง?”

 

“ตื่นแล้วอาบน้ำอยู่”

 

“เอาเสื้อกูไปเพิ่มแล้วใช่ไหม?”

 

ต้นพยักหน้าแทนคำตอบ

 

“ขอบคุณนะพี่โอ๊ต”

 

“เออๆ เรื่องแค่นี้ไม่ต้องมาทำซึ้ง ไว้กูซื้อบ้านซื้อรถให้มึงค่อยซึ้ง”

 

“จะบ้าไง จะมาซื้อให้ผมทำไม!?”

 

“กูเปรียบเปรยไอ้ห่า”

 

ต้นหัวเราะร่วนจนโดนโอ๊ตเตะไปทีก่อนจะวิ่งปรู๊ดขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของบ้านสวนกับฟ้าที่กำลังเดินลงมาพอดี

 

“อรุณสวัสดิ์ครับพี่โอ๊ต”

 

“อรุณสวัสดิ์ครับคนสวย พี่ขอขึ้นไปอาบน้ำแป๊บเดี๋ยวลงมาทานมื้อเช้าด้วยนะจ้ะ จุ๊ฟๆ”

 

โอ๊ตแกล้งพูดเสียงดังเพื่อให้ไอ้น้องขี้หวงด้านล่างได้ยินและก็เป็นไปตามนั้น ต้นตะโกนโหวกเหวกมาจนโอ๊ตหัวเราะชอบใจแล้วเดินหนีขึ้นไปในที่สุด ฟ้ายกยิ้มขำกับความครึกครื้นที่มีมาให้ได้สัมผัสกันตั้งแต่เช้า พอลงมาถึงด้านล่างก็เห็นต้นกำลังรินน้ำใส่แก้วอยู่พอดี บนโต๊ะมีชามโจ๊กควันลอยฟุ้งหอมหวนชวนทานมาก ตรงกลางยังมีปาท่องโก๋อีกห้าหกคู่

 

“นั่งสิฟ้า ถ้าหิวก็กินก่อนเลยไม่ต้องไปรอไอ้พี่โอ๊ตมันหรอก”

 

“บ้าดิ เสียมารยาท”

 

“โอ๊ย มันไม่ถือหรอกฟ้า ที่ได้ยินเมื่อกี้มันม้อเล่น อย่าไปซีเรียส หิวก็กินเดี๋ยวจะเจ็บท้องเอาน่า”

 

“หึ เรายังไม่หิวเท่าไหร่ รออีกเดี๋ยวก็ได้”

 

“โอเคครับ โอเค ยอมหมดเลยครับถ้าเป็นฟ้า”

 

“นี่ก็ม้อเล่นตลอด หยอดได้สม่ำเสมอจริงๆ”

 

“หยอดสม่ำเสมอนะไม่เถียงแต่ม้อเล่นนี่เถียงขาดใจอะ เราไม่ได้ม้อเล่นนะ แต่เราม้อจริงเลยต่างหาก”

 

“เราควรภูมิใจใช่ไหมเนี้ยที่โดนม้อจริงใส่แบบนี้?”

 

“ใช่เลย โดยเฉพาะโดนคนหล่อแสนดีอย่างเราม้อ ฮ่าๆๆๆ”

 

ฟ้าได้แต่ส่ายหัวพลางยกยิ้มขำขันไปด้วย ต้นเดินเอาแก้วน้ำมาวางไว้ให้ก่อนจะหยิบของตนและของโอ๊ตไปวางไว้ข้างๆชามโจ๊ก

 

“ต้นดูแลคนเก่งจัง”

 

“เหรอ ปกติของเรานะ”

 

“เราว่าต้นน่าจะเป็นพี่คนโตซะอีก ดูแลคนเก่งอย่างนี้น่าจะมีน้องสักคนสองคนสิ”

 

“ไม่เห็นเกี่ยว เราดูแลได้หมดแต่จะพิเศษหน่อยถ้าคนนั้นเป็นคนพิเศษ”

 

ต้นตอบพลางหยักคิ้วหลิวตาไปทางฟ้า ฟ้าเผลอเหยียดปากกีอกตาจนต้นหลุดหัวเราะ ไม่นานโอ๊ตก็ตามลงมาสมทบและพวกเค้าก็ทานมื้อเช้ากันไปคุยกันไปถึงทริปที่โอ๊ตอาสาเป็นไกด์นำเที่ยวเอง เมื่อทานมื้อเช้าเสร็จฟ้าอาสาล้างถ้วยชามในขณะที่โอ๊ตกับต้นเตรียมความพร้อมที่ตะออกไปเที่ยวทะเลกัน

 

“นี่หอบอะไรไปบ้างเนี้ย?”

 

ฟ้าถามเมื่อเห็นต้นสะพายกระเป๋าเป้กีฬาผ้าร่มใบโตของโอ๊ต

 

“เสื้อผ้าผ้าขนหนูโลชั่นกันแดดแว่นกันแดดหมวกแก๊ปแล้วก็ของจิปาถะอีกนิดหน่อย”

 

“เอาไปทำไม?”

 

“อ้าว ก็เผื่ออยากเล่นน้ำไง มาถึงทะเลไม่ลงทะเลเค้าเรียกว่ามาไม่ถึงนะฟ้า”

 

“เราไม่เล่นน้ำทะเลมาหลายปีแล้ว”

 

ต้นถึงกับอ้าปากเหวอ

 

“จริงดิ? ทำไมละ?”

 

“ก็น้ำมันไม่สะอาดเราไม่ชอบ สู่ไปเล่นน้ำสระจะดีกว่า”

 

“เยอะวะฟ้า”

 

“โห กล้าว่าเราด้วย”

 

“เปล่าครับคุณชาย ใครจะกล้าว่าคุณชายละครับ”

 

“เห้ย ทั้งสองคนนะ จะไปเที่ยวรึจะจีบกันอยู่บ้านครับ?”

 

สิ้นสุดคำแซวของโอ๊ตฟ้ากับต้นก็หลึดหัวเราะออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย พวกเค้าเดินทางโดยใช้รถคันใหญ่ของโอ๊ต เจ้าถิ่นพาฟ้าไปยังเส้นรอบนอกเพื่อเที่ยวชมถนนหนทางด้านข้างก่อน จริงๆแล้วเค้าอยากพาไปสวนนงนุชด้วยซ้ำแต่ก็ไม่อยากออกไปขนาดนั้นเลยพาไปดูสัตว์น้ำที่อันเดอร์วอเตอร์เวิร์ลแทน

 

ฟ้าที่ไม่ค่อยได้มาพัทยาสักเท่าไหร่ดูท่าจะตื่นตาตื่นใจไม่ใช่น้อย ท่าทีสนใจเหมือนเด็กๆแบบนี้ทำให้ต้นอดที่จะหลงผู้ชายผมยาวคนนี้ไม่ได้ จากที่หลงอยู่แล้วก็ยิ่งหลงลึกลงไปอีกเท่าตัว ท่าจะถอนตัวไม่ขึ้นแล้วสิทีนี้

 

เมื่อออกจากอันเดอร์วอเตอร์เวิร์ลโอ๊ตก็พาฟ้าตระเวนเข้าวัดก่อนจะไปโผล่ที่จุดชมวิวเขาพระตำหนัก ถึงแม้แดดจะแรงแต่ฟ้าก็มีหมวกที่ต้นเอามาเผื่อพร้อมกับโบ๊ะกันแดดแบบจัดหนักจัดเต็มตามคำสั่งคุณพ่อเบอร์สองอย่างต้น

 

“ฟ้า เอาน้ำไหม?”

 

ต้นยื่นน้ำขวดเย็นชื้นใจไปให้ฟ้าที่เอาแต่ยืนจ้องมองไปยังวิวด้านล่าง แดดร้อนมากแต่ฟ้ากลับไม่สนใจกับมันเลยสักนิด ถึงแม้ผิวขาวๆจะทากันแดดไว้อย่างดีแต่ก็ยังมีรอยแดงจนต้นนึกห่วง

 

“ขอบคุณ”

 

“ฟ้า เข้าร่มหน่อยไหม ยืนตากแดดนานๆเดี๋ยวไม่สบายเอานะ”

 

โอ๊ตที่ยืนกินน้ำอยู่ไม่ไกลได้แต่จ้องมองน้องที่เฝ้าดูแลคนอีกคนด้วยรอยยิ้ม เค้าอดที่จะดีใจไม่ได้ที่เห็นน้องคนสนิทได้รู้จักความรักกับเค้าเสียที ถึงแม้คนอีกคนนั้นจะยังไม่มีปฎิกิริยาตอบสนองที่น่าพอใจก็ตาม

 

สู้เว้ยไอ้น้อง

 

“หึ ขี้ห่วงเวอร์ไปป่ะ เราไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นซะหน่อย”

 

“เหอะน่า เพื่อความสบายใจของเรา”

 

“ห่วงขนาดนี้ ไม่ให้นอนอยู่บ้านเฉยๆไปเลยละต้น”

 

“ไม่ต้องมาแขวะเลย ป่ะๆ ลงไปนั่งเล่นที่หาดดีกว่า เห็นพี่โอ๊ตบอกว่าจะปล่อยให้เล่นที่หาดจนเย็นแล้วค่อยไปดูการแสดงช่วงค่ำที่ซานโตรินี่แล้วค่อยปิดท้ายมื้อเย็นที่วอกกิ้งสตรีท”

 

“อ้าว แล้วพี่โอ๊ตไม่ไปร้านเหรอ?”

 

“เป็นเจ้าของก็งี้แหละ จะอู้ตอนไหนก็ได้ น่าหมั่นไส้เนอะ”

 

“เห้ย! กูได้ยินนะเว้ย!!”

 

ต้นกับน้ำระเบิดหัวเราะออกมาทันทีก่อนจะพากันไปขึ้นรถแล้วมุ่งหน้าสู่ชายหาดด้านล่าง โอ๊ตพาน้องทั้งสองคนมานั่งที่เต้นท์ของเพื่อนที่รู้จักกันจึงได้โต๊ะนั่งมุมดีติดหาดอย่างไว ฟ้านั่งมองผู้คนเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานทั้งๆที่แดดของเมืองพัทยามันร้อนน้อยซะเมื่อไหร่ โอ๊ตทำหน้าที่สั่งอาหารอีกเช่นเคยส่วนต้นนั้นกำลังกดโทรศัพท์ยิกๆเหมือนคุยติดลมอยู่กับใครสักคน

 

“ฟ้า”

 

ฟ้าที่นั่งอยู่อีกฝั่งคนเดียวหันมามองคนเรียกแต่ต้นไม่เอ่ยอะไรต่อแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นเล็งแล้วกดแชะไปสองสามภาพ

 

“จะถ่ายทำไมไม่บอกดีๆนี่เรายังไม่ได้แอ๊คท่าเลยอะ”

 

“หึ ฟ้าอยู่ท่าไหนมุมไหนก็ดูดีน่า เชื่อเรา”

 

เหมือนจะได้ยินเสียงแหวะมาจากคนข้างๆต้นเลยกระทุ้งศอกใส่เจ้าของเสียงจนโดนโอ๊บเกี่ยวคอมายีหัวจนยุ่งเหยิงไปหมด ฟ้าสบโอกาสเลยแย่งเอาโทรศัพท์ต้นไปกะจะดูรูปแล้วคืนแต่หน้าจอที่ค้างอยู่นั้นกลับเป็นช่องแชตของต้นกับเพื่อนสนิทของเค้า ข้อความล่าสุดของต้นคือภาพที่ถ่ายเมื่อกี้นั้นแหละและสาเหตุที่ถ่ายก็เพราะคีย์ขอนั้นเอง

 

“เข้าใจรึยังละ ว่ามีคนห่วงและพร้อมจะอยู่ข้างฟ้ามากขนาดไหน ทั้งเราทั้งพี่โอ๊ตไหนจะคีย์อีก”

 

ฟ้ายิ้มรับแล้วคืนโทรศัพท์ให้ต้นไป ฟ้าเมียนมองดูท้องทะเลอีกนิดหน่อยก่อนที่จะล้วงเอาโทรศัพท์ของตนที่ปิดเครื่องไว้แต่ยังพกไปไหนมาไหนด้วยความเคยชิน ฟ้ามองมันอย่างชั่งใจ เค้าอยากเปิดเครื่องแต่ก็กลัวเกินกว่าที่จะทำ ต้นมองฟ้าที่จ้องโทรศัพท์อยู่นานแล้วจึงกดคอลไลน์ไปหาคีย์ ไม่นานหน้ากวนๆของคนตัวเล็กที่สุดในกลุ่มก็โผล่มาในจอ

 

/มีอะไร?/

 

“ฟ้า”

 

ต้นไม่ตอบคีย์แต่กลับยื่นโทรศัพท์ไปให้ฟ้าแทน ฟ้าเห็นอย่างนั้นแล้วก็รีบรับโทรศัพท์ไปแทบไม่ทัน ใบหน้านิ่งเมื่อครู่กลับกลายมาเป็นรอยยิ้มที่น่าพอใจ ต้นปล่อยให้คีย์กับฟ้าคุยกันอยู่อย่างนั้นจนอาหารทยอยมาเสิร์ฟฟ้าก็โชว์คนที่ปลายสายให้อิจฉาเล่นๆไปด้วย ต้นกับโอ๊ตมองไปก็ยิ้มไป ต้นแกะกุ้งแกะปูไปใส่จานของฟ้าที่มือไม่ว่างเนื่องจากถือโทีศัพท์อยู่จนฟ้าต้องพูดห้าม

 

“พอแล้วต้น แกะกินเองบ้างก็ได้ เราก็มีมือทำเองไหม”

 

/มีอะไรฟ้า?/

 

“ดูต้นดิ แกะกุ้งแกะปูมาใส่จานเราจนล้น นี่ถ้าเราอ้วนกลับไปก็โทษคนนี้เลยนะ”

 

ฟ้าฟ้องเพื่อนที่ปลายสายจนคนทางนี้ส่ายหัวเบาๆ คีย์หัวเราะขำก่อนจะแซวออกกลับมาเล็กๆน้อยๆแล้วก็กลับไปคุยกันเรื่องงานที่อาจารย์สั่งระหว่างที่ฟ้าลากันต่อ ฟ้าเองก็ฟังไปกินไปอย่างเพลิน ฟ้าคุยไปอีกสักพักคีย์ก็ขอวางสาย เมื่อวางสายจากคีย์ไปแล้วเห็นระยะเวลาการคุยในข้อความที่ช่องแชตแล้วก็อดที่จะตกใจไม่ได้ นี่เค้าคุยเพลินไปร่วมชั่วโมงเลยเหรอเนี้ย

 

“ต้น เราขอโทษนะที่คุยเพลินไปหน่อย ไว้เดี๋ยวเราช่วยค่าเน็ตรอบเดือนนี้นะ”

 

ฟ้าพูดพลางยื่นโทรศัพท์ไปคืนต้น ต้นส่ายหัวปฎิเสธแล้ววางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะเช่นเดิม

 

“ไม่ต้องหรอก เราอยากให้ฟ้าคุยกับคีย์เอง เราเต็มใจ”

 

“แต่เราไม่สบายใจ”

 

“ถือซะว่าเป็นของขวัญจากเราสิ”

 

“เนื่องในโอกาสอะไรไม่ทราบ?”

 

“เนื่องในโอกาสที่เรารักกันในอนาคตไง”

 

“เวอร์!”

 

“ฮ่าๆๆๆๆๆ”

 

พวกเค้ากินมื้อเที่ยงกันจนอิ่มแล้วก็พากันเอนหลังพักผ่อนไปตามอัธยาศัย ฟ้านอนมองทะเลผ่านแว่นกันแดดของโอ๊ตจนเผลอหลับ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ต้นกำลังใช้ผ้าขนหนูคลุมตัวให้ฟ้า

 

“อ้าว ทำให้ตื่นซะได้ ฟ้าความรู้สึกไวจัง”

 

ฟ้ามองต้นที่เปลือยท่อนบนและเปลี่ยนไปใส่กางเกงบอลซะแล้ว

 

“จะไปเล่นน้ำเหรอ?”

 

“ยังหรอก เปลี่ยนไว้เฉยๆ”

 

“ไปเล่นก็ได้นี่ จะรออะไร?”

 

“เฝ้าคนหลับอยู่ไงครับ”

 

“เราก็ตื่นแล้วไง ไปเล่นเหอะ แล้วพี่โอ๊ตละ?”

 

“นู้นไง”

 

ฟ้ามองตามที่ต้นชี้จนเห็นพี่ชายร่างใหญ่กำลังขับเจ็ตสกีเล่นอย่างสนุกสนาน รายนั้นก็เปลี่ยนชุดโชว์กล้ามอกกล้ามแขนใส่แต่กางเกงบอลเหมือนต้นเช่นกัน ฟ้าโบกมือตอบเมื่อเห็นฝ่ายนั้นโยกมาให้

 

“ต้นไปเล่นกับพี่โอ๊ตเถอะ”

 

“เราอยากเล่นน้ำกับฟ้ามากกว่าไอ้พี่โอ๊ตอะ ฟ้าไม่ไปเล่นกับเราเหรอ?”

 

ต้นทำทีอ้อนแต่ฟ้าก็ยังส่ายหัว

 

“งั้นเราก็ไม่เล่น”

 

“เห้ย ไม่เอางี้ดิ ถ้าเรามาแล้วต้นต้องหมดสนุกงั้นเราจะไม่ไปไหนด้วยอีกแล้วนะ”

 

“โหดวะฟ้า โอเคๆไปเล่นก็ได้ แต่ถ้ามีอะไรก็ตะโกนเรียกเราได้เลยนะ”

 

“ผมไม่ใช่เด็กครับ ไปเล่นเลยไป๊”

 

“หึหึ”

 

ต้นยิ้มกว้างก่อนจะเดินตรงไปยังหาด โอ๊ตเห็นน้องมาจึงขับเข้ามาจอดเทียบแล้วให้ต้นเข้าไปคุยอะไรด้วยจนสักพักต้นก็ไปเอาเสื้อชูชีพมาใส่แล้วก้าวขึ้นเจ็ตสกีอีกคัน ฟ้ามองดูคู่หูพี่น้องที่ดูท่าจะท้าดวลกันด้วยรอยยิ้ม ความทรงจำครั้งสุกท้ายที่มาทะเลคือช่วงสงกรานต์เมื่อสองปีที่แล้ว ฟ้ากับน้ำไปทะเลที่หัวหินพร้อมกับครอบครัวของน้ำ การไปเที่ยวในครั้งนั้นนอกจากจะสนุกแล้วยังมีการเฟลด้วยนิดหน่อยตรงที่ฟ้าเกิดอาการฝืนขึ้นแทบทั้งตัว พแไปหาหมอจึงได้รู้ว่าฟ้าแพ้น้ำทะเล ตอนแรกก็งงว่าแพ้ได้ไงเพราะฟ้าก็เคยเลยมาตั้งแต่เด็ก ถึงจะไม่บ่อยแต่ก็ไม่เคยแพ้แบบนี้แน่ หมอเลยสรุปออกมาว่าแพ้เพราะความสกปรก

 

คิดถึงอีกแล้วสิ

 

“Excuse me”

 

เสียงทักเป็นภาษาอังกฤษดังขึ้นเรียกความสนใจของฟ้า ฟ้าหันไปมองจนเจอชาวต่างชาติชายคนหนึ่งยืนยิ้มกว้างให้เค้าอยู่ด้วยชุดสบายๆ

 

“Yep?”

 

“Why sit alone?”

 

“My Brother and my friend were playing there.”

 

“Will disturb you? If I wanted to sit for a friend.”

 

ฟ้าขมวดคิ้วทันที แต่ยังไม่ทันได้ตอบโต้อะไรต้นก็เดินอาดๆเข้ามาถึงโต๊ะและยืนแทรกกลางระหว่างฟ้ากับฝรั่งตาน้ำข้าวคนนั้น

 

“Ooh! Hi”

 

“ What is problem with my boyfriend?”

 

ฟ้าถึงกับอ้าปากค้างแต่คนพูดไม่ได้สนใจอาการของเค้าเลยสักนิด ฝรั่งตาน้ำข้าวยกมือขึ้นทั้งสองข้างในเชิงยอมแพ้แล้วเดินหันหลังกลับไปยังทิศทางเดิมทันที

 

“ให้ตายสิ จะเสน่ห์แรงไปถึงไหนวะฟ้า”

 

“อ้าว ว่าเราอีก เราอยู่เฉยๆนี่ก็ผิดเหรอ”

 

“ผิดสิ ผิดที่เสน่ห์แรง เราต้องทนหึงไปอีกนานเท่าไหร่วะเนี้ย”

 

“หึงทำไม? เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย อีกอย่าง ไอไปตกลงเป็นบอยเฟรนยูตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?”

 

“ก็…มันพลั้งปากไปอะ”

 

“หึหึ กันท่ากันจริงเชียว เมื่อกี้ถ้าไม่มาขัดนี่เราอาจได้แฟนเป็นชาวต่างชาติเชียวนะ”

 

“หึ ฝรั่งขี้นกนะสิไม่ว่า”

 

ฟ้าหลุดหัวเราะในที่สุดแต่ต้นก็ยังคงตีหน้าบึ้งเหมือนเด็กโดนขัดใจอยู่อย่างนั้น

 

“จู่ๆโผล่มางี้แล้วการแข่งละ แพ้ละสิเนี้ย”

 

“รู้ได้ไงว่าเราแข่ง?”

 

“ผมอายุ 20แล้วครับ แล้วนี่ก็เป็นการบอกครั้งที่ 3 แล้วด้วย”

 

“ไอ้ต้น!”

 

ว่าแล้วชายร่างใหญ่ก็เดินมาด้วยรอยยิ้มร้าย ต้นจิ๊ปากเบาๆไม่นานผู้เป็นพี่ก็เดินมากอดคอน้องชายพลางตบไหล่ปุๆ

 

“อย่าลืมที่พนันกันนะไอ้น้อง 55555”

 

ฟ้าเลิกคิ้ว

 

“ไปพนันอะไรกันไว้เนี้ย?”

 

ฟ้าเอ่ยถามไม่เจาะจงแต่ต้นกลับยังคงเงียบส่วนโอ๊ตก็ลอบมองน้องชายยิ้มๆ

 

“เอาเหอะ ไม่บอกก็ไม่เป็นไร ยังไงก็ไม่เกี่ยวกับเราอยู่แล้วนี่”

 

“ใครบอกไม่เกี่ยว”

 

โอ๊ตพูดขึ้นในที่สุดและนั้นก็ยิ่งทำให้ฟ้าอยากที่จะรู้

 

“ต้น”

 

“…..….”

 

“เกี่ยวกับเราด้วยเหรอ?”

 

“………”

 

“พนันอะไรกันเหรอ บอกเราหน่อยดิ?”

 

“……….”

 

“แม่งป๊อด”

 

“พี่โอ๊ต!”

 

ฟ้าได้แต่ลอบมองคนทั้งคู่สลับกันไปมา คนหนึ่งหน้าเริ่มเห่อแดงส่วนอีกคนก็เอาแต่ยิ้มเจ้าเล่ห์

 

“คืองี้นะฟ้า…”

 

“หยุดเลยพี่โอ๊ต ผมขอเปลี่ยนข้อต่อรองได้ไหมวะ”

 

“จัสเซย์โนครับน้องรัก ลูกผู้ชายคำไหนคำนั่นสิวะ แม่งกากอยู่อย่างนี้เมื่อไหร่มันจะพัฒนา”

 

“พี่ไม่รู้จักคำว่าค่อยเป็นค่อยไปรึไงวะ”

 

“ไม่รู้จักวะ ชีวิตพี่ติดไฮสปีตตลอดชีพนะไอ้น้อง หึหึ”

 

“แม่ง”

 

ฟ้าได้แต่มองคนทั้งคู่ต่อล้อต่อเถียงกันตาปริบๆจนต้นหันมาสบตากันในที่สุด ฟ้าพยายามมองในเชิงอ้อนด้วยการช้อนตามองและจ้องให้ลึกซึ้งเข้าไปถึงภายใน ต้นแสดงความลำบากใจออกมาอย่างชัดเจนก่อนจะยกสองมือลูบหน้าแล้ววางปิดหน้าตาตัวเองไว้อย่างนั้นจนมีเสียงอู้อี้ตอบออกมาให้ได้ยิน

 

“หอมแก้ม”

 

“ห่ะ?”

 

ไอ้จะบอกว่าได้ยินมันก็ได้ยินอยู่หรอก แต่อยากจะถามย้ำให้ชัดๆกว่านี้อีกสักหน่อยอะนะ

 

“เราต้องหอมแก้มฟ้า…ก็แค่นั้นแหละ”

 

ฟ้าอึ้งไปนิดแต่ก็หลุดยิ้มเมื่อเห็นคนพูดหน้าแดงแปร๊ดอย่างไร้เดียงสา อยากถามมากว่าตั้งแต่โตมาเค้าเคยผ่านเรื่องอย่างว่ามารึยังแต่ถ้าถามออกไปจริงๆคงจะเสียมารยาทน่าดู

 

“ก็เอาสิ”

 

ต้นหันมามองฟ้าแบบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ฟ้ายิ้มตอบแล้วยื่นแก้วเข้าไปหา ต้นยังคงนิ่งอึ้งจนฟ้าถอนหายใจแล้วดึงต้นให้ย่อลงมาหาก่อนจะยื่นตัวไปหอมแก้มคนไร้เดียงสาเอง

 

“แค่นี้ได้ไหม หรือต้องทั้งสองข้าง?”

 

ฟ้าถามเหมือนปกติจนโอ๊ตหัวเราะชอบใจ

 

“สองเลยสิฟ้า”

 

ฟ้าพยักหน้ารับพี่ชายตัวโตแช้วก้มลงไปหอมอีกข้างจนต้นที่อึ้งอยู่แล้วยิ่งอึ้งหนัก ตอนนี้หัวใจเค้าทำงานหนักมาก เรียกว่าหนักจนเกินไปชนิดที่แทบจะช็อคคาความสุขที่พึ่งได้รับเลยก็ว่าได้

 

ฟ้าหอมแก้มเค้า

 

แถมยังเป็นคนเริ่มเองด้วย

 

พระเจ้าครับ ผมนิพพานแล้วครับ

 

“อ้าว แค่นี้มีช็อค ไอ้ป๊อดเอ๊ย”

 

Tbc… ..

ฟิลกู๊ดบ้างอะไรบ้าง ^_^

 

ออฟไลน์ krayfanxing

  • เออนั่นล่ะ
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 88
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
ยังไงๆเราก็ชอบน้ำมากกว่าต้นนะ มันเป็นความรู้สึกว่าฟ้ากลังเกินไปแล้ว ลองบอกน้ำไปหรือยังว่าตัวเองรู้สึกยังไง แค่กลัวที่จะเสียเพื่อน ถ้ามันเหนื่อยฟ้าลองสู้กับปัญหาดิพุ่งชนไปเลย ดีกว่าเจ็บซ้ำๆ แบบนี้ สำหรับต้นก็ใช่ว่ามีสิทธิ์จีบฟ้านะแต่บ้างทีมันดูยุ่งยากวุ่นวายเกินไปอ่ะ เราว่าปฏิเสธทางการกระทำแบบชัดเจนแล้วนะ ถ้าวันที่ทั้งฟ้ากับน้ำกล้าที่จะรู้ใจตัวเองขึ้นมาต้นจะไม่ไปลงกับคีย์เหรอ ลางสังหรณ์แปลกๆว่าจะยุ่งวุ่นวายกว่านี้แน่ๆ ปล.ให้โอกาสพระเอกคนกากของเราจะแสดงความรู้สึกให้ฟ้าเห็นด้วยเถอะ

ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1

◑ MAKE FRIEND ◐ 
★ เพื่อน ● รัก★


15

 

 

“พรุ่งนี้เราจะกลับกรุงเทพฯ”

 

จู่ๆฟ้าก็พูดขึ้นทำให้ต้นที่กำลังลื้อของออกจากกระเป๋าถึงกับทำขวดโลชั่นกันแดดตกพื้นเสียงดัง ปุ๊! ฟ้าที่นั่งอยู่ปลายเตียงหันไปมองแล้วก็ช่วยก้มหยิบมันขึ้นมาแล้วยื่นไปให้ต้นที่นิ่งค้างอยู่ไม่ไกล

 

“เป็นอะไร?”

 

“ปะ เปล่า”

 

แค่ช็อคที่ช่วงเวลาดีๆกำลังจะหมดลง ช่วงเวลาที่เค้าอยากจะสต๊อปไว้ให้ได้นานที่สุด...แต่มันก็กำลังจะหมดลงแล้ว

 

“ฟ้า มั่นใจแล้วเหรอ? ถ้ายังไม่โอเคจะอยู่ต่อก็ได้นะ พี่โอ๊ตไม่ว่าอะไรหรอก”

 

ต้นวางทุกอย่างไว้แล้วหันมาพูดกับฟ้า ฟ้าจ้องมองดวงตาที่ฉายแววความห่วงใยมายังเค้าแบบไม่ปิดบัง ฟ้ายิ้มให้แต่ก็ส่ายหัวไปด้วย

 

“ยังไงเราก็ต้องกลับไปสู่โลกความเป็นจริงนะต้น จะหนีตลอดไปไม่ได้”

 

“ก็เราห่วงฟ้า”

 

“เราไม่เป็นไร ก่อนหน้านี้ก็แค่เสียสมดุล ตอนนี้มันโอเคขึ้นแล้ว เพราะงั้น...”

 

“เรารู้ว่าฟ้าเข้มแข็ง แต่เราก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี ผิดเหรอที่เราจะห่วงคนที่เรารักนะ”

 

ฟ้าเงียบกริบ รอยยิ้มฝุดขึ้นมาบนใบหน้าหวานก่อนจะโน้มตัวไปดึงต้นที่ยืนอยู่ใกล้ๆเข้ามากอด ฟ้าซุกหน้าเข้ากับอกต้นจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นระรัว

 

“ใจเต้นแรงจัง”

 

“โดนฟ้ากอดขนาดนี้ใครไม่ใจเต้นก็ไม่ใช่คนละ”

 

“หึ ขอบคุณนะ”

 

ต้นไม่ตอบอะไรแต่กลับยกมื้อขึ้นโอบคนตรงหน้าแทน

 

“ต้น”

 

“หืม?”

 

ต้นก้มลงไปมองคนเรียกที่ยังคงซุกหน้าอยู่ในอ้อมกอดของเค้า

 

“เป็นแฟนกันไหม?”

 

 

 

 

 

 

เพล้ง!

 

เสียงแก้วตกแตกดังสนั่นจนคนละแวกนั้นต้องหันมามองเป็นตาเดียว น้ำได้แต่ยกมือค้างสายตาจ้องมองไปยังเศษแก้วที่หลุดจากมือเข้าลงสู่เบื้องล่างด้วยสายตาที่ขุ่นมัว เค้าใจกระตุกแปลกๆ มันวูบโหวงเหมือนมีอะไรสักอย่างแต่เค้าก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

 

“เชี่ยน้ำ เกิดมือไม้อ่อนอะไรตอนนี้วะ”

 

เคนเอ็ดตะโรตามประสาแต่ก็ไม่ได้ลุกขึ้นมาดูอะไรเพราะพนักงานของร้านได้เข้ามาทำความสะอาดกันแล้ว ตอนนี้พวกเค้าทั้งคู่ออกมากินมื้อเย็นกันที่ห้าง หลังจากที่ฟ้าหายตัวไปน้ำก็แทบไม่อยู่กับล่องกับลอย ถึงแม้คีย์จะมาบอกว่าฟ้าติดต่อมาแล้วแต่ไม่ยอมบอกว่าอยู่ที่ไหนก็เถอะ

 

“กู รู้สึกแปลกๆวะ”

 

“ยังไงวะ?”

 

“มันโหวงๆ”

 

“คิดมากไอ้ห่า กินๆเข้าไปข้าวนะ แล้วตกลงคืนนี้จะไปกับกูไหม?”

 

“เออ ไปแม่งหมด”

 

 

 

 

 

 

“อ้าว มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่?”

 

โอ๊ตเดินออกมาตรวจดูความเรียบร้อยของร้านจนมาเจอต้นกับฟ้าที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะเดิมโซนเดิมเลยเข้าไปทัก วันนี้หลังจากเล่นน้ำเสร็จพวกเค้าก็พากันกลับทั้งที่ตอนแรกว่าจะไปตะลุยต่อแต่ต้นเห็นว่าฟ้ามีอาการเพลียแดดเลยต้องยกเลิกไป พอไปส่งน้องทั้งสองคนกลับบ้านแล้วตนก็ออกมาดูร้านจนถึงปัจจุบันนี้เลย

 

“สักพักแล้วพี่”

 

ต้นตอบยิ้มๆหน้าตาแช่มชื้นจนโอ๊ตสังเกตได้แถมยังนั่งติดชิดข้างกันซะด้วย

 

“มีเรื่องดีๆอะไรเกิดขึ้นป่าววะไอ้ต้น แม่งหน้าบานเป็นจานดาวเทียมมาเลย หรือจีบฟ้าติดแล้ววะ?”

 

ต้นสำลักน้ำที่กำลังดื่มในทันทีส่วนฟ้าก็ได้แต่ยิ้มขำ

 

“เห้ย! อย่าบอกนะว่าเรื่องจริง!! ฟ้า ทำไมทำกับพี่อย่างนี้ละครับ พี่แซบกว่าไอ้ก้างนี้ตั้งเยอะนะ เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะครับคนสวย”

 

“เชี่ยพี่โอ๊ต ไปไกลๆเลยไป๊ มาวอแวอะไรกับแฟนผม”

 

“โอ๊ะโอ ดูเหมือนจะมีคนเห่อสถานะใหม่ซะด้วย ไอ้กากเอ๊ย”

 

“พี่โอ๊ต!”

 

“ฮ่าๆๆ โอ้ย น่ากลัวๆ พวกหัวรุนแรงแบบนี้ระวังนะฟ้า แล้วจะหาว่าพี่ไม่เตือน ฮ่าๆๆๆ”

 

ว่าแล้วคุณพี่ท่านก็เดินหนีหายไปในร้านก่อนที่จะโดนไอ้น้องคนสนิทประเคนตีนใส่สะก่อน ต้นได้แต่ขบเคี้ยวเขี้ยวฟันหมุบหมับไล่หลังส่วนฟ้าก็ได้แต่ยิ้มอยู่เหมือนเดิม

 

“ทำไมวันนี้อาหารมาเสิร์ฟช้าจังวะ”

 

ต้นบ่นอุบก่อนจะหันไปหยิบแก้วน้ำเปล่าของฟ้ามาใส่น้ำแข็งเติมน้ำเปล่าให้ ฟ้าเมียนมองดูคนใจร้อนที่ดูแลเค้าดีเสมอต้นเสมอปลาย

 

“ใจร้อนจริง”

 

“ฟ้าหิวไม่ใช่รึไง?”

 

“ก็หิวแต่ยังพอไหว นี่ก็เวอร์ตลอด”

 

“ครับๆ เอาที่สบายใจเลยครับ ผมยอมคุณคนเดียวนี่แหละครับคุณแฟน”

 

“คนอะไร บ้าเห่อจริง”

 

ต้นไหวไหล่ไม่ยีหละจนฟ้าหัวเราะขำ ไม่นานอาหารก็ทยอยมาเสิร์ฟและต้นก็ทำหน้าที่ได้ดีเช่นทุกครั้ง ฟ้าได้รับการเอาใจดูแลจนแทบจะไม่ต้องทำอะไรด้วยตัวเองเลย ถึงแม้มันจะสบายกายแต่ก็ใช่ว่าจะสบายใจไปทั้งหมด

 

ฟ้ายอมรับว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกในแง่นั้นกับต้น แต่เค้าอยากที่จะรู้สึก อยากที่จะเปลี่ยนแปลงใจตัวเองจึงได้ใช้ความรู้สึกของต้นเป็นตัวฉุดดึง เหมือนเป็นการหลอกใช้ความรักของต้นอยู่กลายๆ ถ้าฟ้ารักต้นได้นั้นก็ถือว่าดีไป แต่ถ้าไม่...เค้าก็จะกลายเป็นคนใจร้ายไปโดยปริยาย

 

‘คนเลวที่หลอกใช้ความรู้สึกคนอื่นเพื่อตัวเอง’

 

ฟ้ายิ้มให้กับสิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัว

 

“ฟ้า”

 

เจ้าของชื่อหันไปมองยังคนเรียกก่อนที่จะเลิกคิ้วในเชิงถาม

 

“เหม่ออะไร ง่วงเหรอ?”

 

ฟ้าส่ายหัว เสียงเพลงสากลในท้วงทำนองของเพลงAll of me ของ John Legend เรียกความสนใจให้ฟ้าได้ไม่น้อย นักร้องที่ขึ้นมาร้องเป็นคนละวงกับเมื่อคืนก่อน วงนี้มีนักร้องชายเพียงคนเดียวแต่เสียงนุ่มมากทีเดียว

 

“ฟ้าชอบเพลงสากลเหรอ?”

 

“ไม่รู้สิ แต่ฟังค่อนข้างบ่อย”

 

“แล้วรู้จักเพลงไทยเพราะๆบ้างไหม?”

 

ฟ้านิ่งคิดไปนิดก่อนจะพยักหน้ารับ

 

“งั้นหมดชั่วโมงดนตรีสดเราขึ้นไปร้องเล่นกันดีไหม?”

 

ฟ้าหันไปมองคนชวนด้วยความฉงน

 

“ได้เหรอ?”

 

“หึ ผมนี่ใครครับ”

 

“อ้าว ตัวเองยังไม่รู้แล้วคนอื่นเค้าจะรู้ไหมละ?”

 

“กวนวะฟ้า”

 

“หึหึ”

 

ฟ้ากับต้นนั่งกินกันไปไม่นานโอ๊ตก็เข้ามาร่วมแจม ที่โอ๊ตไม่ได้มาร่วมแต่แรกเพราะต้องเข้าไปดูบัญชีที่ดองไว้ตั้งแต่เมื่อช่วงกลางวันที่หายไปเที่ยวมานั้นเอง และแล้วก็หมดช่วงเวลาของวงดนตรีของร้าน ต้นเลยจูงมือฟ้าไปยังเวทีโดยได้รับอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของร้านเรียบร้อยแล้ว แขกเหลื่อมากมายดูท่าจะงงงวยกับการโผล่ขึ้นบนเวทีของสองหนุ่ม คนหนึ่งผิวขาวหน้าหวานผมยาวดำขลำส่วนอีกคนรูปร่างพอกันแต่ดูสูงและหนากว่าผมสั้นทรงโอปป้าเกาหลีบวกกับหน้าตี๋ๆนั้นก็ดูดีใช่ย่อย

 

“Hi”

 

ต้นทักทายผ่านไมค์เป็นภาษาอังกฤษเนื่องจากแขกส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติแต่ก็มีคนไทยผสมอยู่ด้วยเป็นประปราย

 

“Everyone have been listening to Universal Music melodic enough. Therefore, I want to you hear some Thai song.”(ผมคิดว่าพวกคุณคงได้ฟังเพลงสากลเพราะๆกันมามากแล้วเพราะฉะนั้นผมเลยอยากให้คุณได้ฟังเพลงไทยสักเพลง)

 

ฟ้าที่หยิบกีต้าร์ขึ้นมาเตรียมพร้อมก่อนจะหันไปมองนักร้องจำเป็นที่หันมามองเค้าเช่นกัน

 

“This is the 'ปล่อย' of 'ป๊อป ปองกูล' invitation to hear it.”

 

ฟ้าแย้มยิ้มก่อนจะเกากีต้าร์ขึ้นอินโทลเพลงจนเหล่าแขกเหลือเริ่มที่จะยิ้มตามอินโทลที่เพราะพริ้ง นิ้วเรียวยาวเคลื่อนไหวไปตามคอร์ทอย่างลื่นไหลจนต้นยังอดตื่นตาตื่นใจไม่ได้ เค้าไม่คิดว่าฟ้าจะเล่นกีต้าร์เก่งขนาดนี้

 

เก็บอารมณ์ เก็บเอาเรื่องราวนั้นทิ้งไป
เก็บเอาแรงที่จะใช้รักใครไว้กับตัวเอง
ดีกว่าเอาไปเสียน้ำตา

 

ฟ้าเหลียวไปมองยังคนร้องที่เริ่มเปร่งเสียงทุ้มเมื่อถึงช่องจังหวะ ฟ้าเองก็แปลกใจที่ได้ยินเสียงร้องอันแตกต่างจากช่วงเวลาปกติ มันดูดีแต่ทว่า...กลับคล้ายเสียงร้องของใครบางคนอีกด้วย...ดวงตาสดใสเริ่มหม่นขึ้นทั้งที่ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม

 

เก็บเอาใจ เก็บเอารักที่ให้เขาไป
เก็บเอาความตั้งใจ
และฝันที่เคยวาดไว้กับเขา
เก็บคืนมาอย่าเปลืองหัวใจ

ฝืนใจเอาหน่อย
ถึงยังรักแต่เขาไม่รัก
เราคงต้องปล่อย
ปล่อยให้เขาไปดีกว่า

 

มือเรียวยังคงดีดตามปกติแต่ใจกลับจมดิ่งไปตามเนื้อเพลงที่ได้ฟัง ภาพของคนที่รักฝุดขึ้นมาเรื่อยๆดั่งน้ำที่ไหลลงบนพื้นทราย ถึงจะไหลรินไม่ขาดสายแต่มันก็เหือดหายไปในเวลาอันรวดเร็ว

 

แล้วมันจะผ่านไปด้วยดี
แล้วใจของเธอจะเปลี่ยนไป
แล้ววันหนึ่งเขาจะหายไป
แม้วันนี้จะยังรู้สึก แม้จะยังคิดถึงเขาอยู่ทุกลมหายใจ

 

หยาดน้ำตาไหลลงมาจากดวงตามล ฟ้าหยุดมือที่เล่นจนต้นหันไปมอง เค้าลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปสวมกอดฟ้าแนบอกตน

 

“แล้วมันจะผ่านไปด้วยดี แล้วใจของเธอจะเปลี่ยนไป แล้ววันหนึ่งเขาจะหายไป แม้วันนี้จะยังรู้สึก แม้จะยังคิดถึงเขาอยู่ทุกลมหายใจ...”

 

เสียงปรบมือดังขึ้นแซงแซ่ ฟ้าเริ่มตั้งสติได้และผละออกจากต้นช้าๆ

 

“โอเคไหม?”

 

ฟ้าพยักหน้าให้ ต้นยิ้มก่อนจะเอื้อมมือไปเช็ดหยาดน้ำตาที่เปรอะแก้มเนียน

 

“ต่อไหม?”

 

“อืม”

 

ต้นยิ้มกว้างแล้วหันไปคุยกับแขกนิดหน่อยก่อนจะเริ่มเล่นเพลงกันต่อไป ฟ้ากับต้นร้องเล่นไปกว่าสามสี่เพลงก็หยุด แขกที่ชอบอกชอบใจก็พากันยื่นทิปมาให้จนได้ค่าขนมไปว่าพันบาท

 

“โหยย๊ะ ได้ทิปเยอะขนาดนี้ท่าจะรุ่งในอาชีพนักร้องนะเนี้ยเรา”

 

ต้นพูดเมื่อเห็นจำนวนเงินทั้งหมด ตอนนี้เค้าและฟ้ากลับมานั่งดื่มกันต่อที่โต๊ะเดิมแล้ว ฟ้าส่ายหัวขำขันในความขี้เล่นของคนด้านข้างแล้วเลื่อนเงินไปที่ด้านหน้าของต้นทั้งหมด

 

“อะไรอะ?”

 

“ก็ให้ต้นไง”

 

“ไม่เอาอะ ฟ้าเก็บไว้เหอะ”

 

“เรามานี่เราแทบไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายอะไรเลยนะ ต้นเอาไปเถอะคิดซะว่าเพื่อความสบายใจของเรา”

 

ต้นเงียบไปหลายนาทีแต่ก็ยอมรับไปในที่สุด พวกเค้าเปลี่ยนจากน้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอร์เพราะโอ๊ตได้รู้ว่าพวกเค้าทั้งคู่จะกลับกรุงเทพฯพรุ่งนี้เลยอยากที่จะเลี้ยงส่งพร้อมกันเสียงพูดคุยที่สนุกสนาน

จริงๆก็มีแค่ต้นกับโอ๊ตที่ตีกันไปมาให้ฟ้าได้หัวเราะขำขันเสียมากกว่า เมื่อเวลาล่วงเลยไปจนค่อนคืนฟ้าเลยชวนต้นกลับส่วนโอ๊ตต้องอยู่คุมร้านจนกว่าร้านจะปิดในช่วงตีสอง ต้นขับรถช้าๆอย่างระมัดระวังเพราะเค้าดื่มไปค่อนข้างมากแต่ก็ไม่ถึงกับเมา ฟ้าเองก็ใช่ย่อย

 

“ฟ้า”

 

ต้นเอ่ยเรียกฟ้าที่พริ้มหลับคอพับคออ่อนอยู่ด้านข้าง เค้าขับรถมาจอดที่หน้าบ้านและลงไปเปิดประตูก่อนจะกลับมาปลุกคนหลับที่ยังคงอยู่บนรถ ฟ้าขยับตัวนิดหน่อยแต่ก็ยังคงไม่ตื่น ต้นยกยิ้ม ปกติฟ้าจะความรู้สึกไวเค้าปลุกแค่ครั้งเดียวก็ตื่นแต่เพราะวันนี้ดื่มไปค่อนข้างมากฟ้าเลยน่าจะหลับลึกกว่าทุกวัน

 

“ฟ้าตื่นก่อนครับ”

 

“อื้อ”

 

“อือก็ลุกสิ”

 

“อย่ากวนน่าน้ำ”

 

เหมือนโดนสายฟ้าฟาดเข้าที่กลางอก ต้นตัวชาว๊าบในขณะที่คนพูดนั้นยังคงไม่รู้สึกตัว ต้นเม้มปากแน่นกลั่นใจปลุกฟ้าอีกรอบแต่ก็ยังคงไม่ตื่นเหมือนเดิม ต้นเลยตัดสินใจขั้นเด็ดขาดโดยการอุ้มฟ้าขึ้นด้วยท่าเจ้าสาว ถึงแม้ฟ้าจะหน้าสวยหวานปานหญิงสาวแต่ฟ้าก็ไม่ได้ร่างบางถึงขนาดที่อุ้มขึ้นแล้วไม่รู้สึกอะไร

 

แต่ต้นก็ไหว เค้าพาฟ้าขึ้นไปยังห้องวางลงนอนที่เตียงอย่างเบามือแล้วจึงกลับไปล็อครถปิดประตูลงกลอนจนเรียบร้อย ต้นกลับเข้ามาในห้องอีกรอบเค้ายืนจ้องมองดูฟ้าที่หลับสนิทด้วยรอยยิ้มอ่อน ต้นรู้ดีว่าฟ้ายังไม่ได้รักเค้าแต่ถึงอย่างนั้น....เค้าก็ยอมตกหลุมพลางของฟ้าต่อไปเรื่อยๆ

 

“อื้อออ”

 

ฟ้าขยับตัวพลิกร่างไปอีกทางจนชายเสื้อเลิกขึ้นจากเอวคอดเผยให้เห็นผิวเนื้อขาวที่ด้านใน ต้นรู้สึกร้อนวูบขึ้นมาอย่างกั๊กไม่อยู่ ต้นขยับเข้าไปดึงผ้าห่มขึ้นคลุมแล้วกดปรับแอร์อีกหน่อย เค้านั่งลงข้างๆเตียงเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าขึ้นไปทัดกับหูให้คนที่ยังคงหลับ ต้นนั่งจ้องมองฟ้าอยู่ร่วมนาทีโดยที่ไม่อาจละสายตาไปไหนได้ เค้าพอใจที่จะอยู่อย่างนี้ต่อไป เค้าภูมิใจที่อย่างน้อยก็ได้เป็นตัวเลือกให้ฟ้าหันมาเห็นค่า

 

ฟ้าขยับตัวอีกครั้งและครั้งนี้ก็ทำให้หัวฟ้าเกือบจะสุดขอบของหมอนหนุน ต้นเลยต้องเข้าไปประคองท้ายทอยของฟ้าขึ้นแล้วขยับหมอนเสียใหม่ เมื่อต้นประคองหัวคนรักลงก็ต้องชะงักไปนิดกับความใกล้ชิดที่ค่อนข้างมากของหน้าเค้ากับฟ้า ต้นเผลอลดตาลงมองริมฝีปากเรียว เค้าละสายตาไม่ได้จนกระทั่งใบหน้าของเค้าค่อยๆเลื่อนเข้าไปใกล้จนริมฝีปากประกบกันพอดี ความอุ่นร้อนภายในอดปะทุขึ้นดังภูเขาไฟที่กำลังระเบิด ต้นจูบเพียงแผ่วเบาอยู่ที่ด้านนอก เค้าไม่อยากรุกล่ำถ้าฟ้าไม่เต็มใจ แต่ทว่ามือของฟ้ากลับยกขึ้นมานวดคลึงที่ท้ายทอยของเค้า ต้นตกใจแต่กลับผละถอนไม่ได้จนสัมผัสได้ถึงลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้ามาในปากเค้าอย่างช้าๆ

 

ฟ้าตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่!?

 

ต้นโดนฟ้ารุกจนสติกระเจิดกระเจิง ความต้องการภายในกายร้อนระอุจนปวดหนึบ ฟ้าผละปากออกด้วยรอยยิ้มเหยียดและสายตาที่หยาดเยิ้ม ต้นจ้องมองใบหน้าหวานที่ดูยั่วยวนมากเป็นเท่าตัว

 

“อยากเหรอ?”

 

ฟ้ากระซิบถามเสียงแผ่วที่ข้างหูจนต้นขนลุกซู่ไปทั้งตัว เสียงหัวเราะคิกคักของคนด้านล่างทำให้ต้นต้องยืดตัวขึ้นอย่างจำยอม เค้าไม่อยากฉวยโอกาสตอนฟ้าเมา

 

“ฟ้านอนเถอะ เดี๋ยวเราจะไปอาบน้ำ”

 

“ไม่อยากทำแล้วเหรอ?”

 

เค้าถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเจอคนตัวบางถามด้วยเสียงอ่อนใบหน้าอ้อนช้อนตามองเข้าไปอีก

 

“เราไม่อยากเป็นคนฉวยโอกาส”

 

“ก็ไม่ต้องเป็นสิ เรามีสติแถมตอนนี้ เราเป็นแฟนกันแล้วไม่ใช่เหรอ?”

 

ต้นรู้สึกใจพองโตที่ได้ยินคำว่าแฟนออกจากปากฟ้า รอยยิ้มพอใจฝุดขึ้นบนใบหน้าจนฟ้ายิ้มกว้างกว่าเดิม ฟ้าเอื้อมมือไปดึงต้นเข้ามาใกล้แล้วยกตัวเข้าหาประกบปากจูบอีกครั้ง คราวนี้ต้นตอบรับเค้าเป็นอย่างดี จากตอนแรกที่ฟ้าคิดว่าต้นไม่ประสานั้นเค้าแทบจะขอคืนคำเพราะลิ้นร้อนที่พริ้วไหวภายในโพรงปากหวานนั้นเคลื่อนไหวอย่างเชี่ยวชาญ ฟ้าเริ่มหอบเมื่อเริ่มหายใจไม่ทันการณ์ ต้นเลยผละปากออกมาแล้วไล่เกลี่ยปลายจมูกสูดดมความหอมของพวงแก้มเนียน จากแก้มไล่ลงไปยังคาง จากคางลงไปยังคอ มือหนาเองก็เคลื่อนไหวไปตามเอวมลและแหวกเข้าภายในสาบเสื้อยืดเนื้อบาง ฟ้าเม้มปากแน่นข่มเสียงจากความร้อนวูบทางกาย

 

“อึ๊ก!”

 

ฟ้าหลุดเสียงร้องเมื่อรับรู้ได้ถึงคมเขี้ยวของคนด้านบน

 

“ขอโทษ เจ็บเหรอ?”

 

ต้นรีบเงยหน้าขึ้นมาลูบข้างแก้มฟ้าในเชิงปลอบโยน เค้าลุ่มหลงในความหวานตรงหน้าจนหน้ามืดตามัวเผลอกัดต้นคอขาวเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของอย่างกับเด็กๆ ฟ้าส่ายหัว

 

“ต่อเถอะ”

 

ต้นยิ้มกว้างแล้วยืดตัวขึ้นถอดเสื้อของตัวเองออกอย่างไวก่อนที่จะก้มลงไปจุ๊บปากเรียวอีกครั้ง ต้นค่อยๆถอดเสื้อผ้าของฟ้าออกทีละชิ้นสลับกับเรียวปากที่ก้มลงดูดไล่ไปทุกจุด รอยแดงปรากฎอยู่ทั่วร่างเพราะผิวขาวของฟ้านั้นขึ้นสีง่าย เมื่อต้นได้มองร่างกายที่เปลือยเปล่าของฟ้าใจที่ลิงโลดอยู่แล้วกลับยิ่งกระหน่ำหนักกว่าเดิม ความต้องการที่ปวดฉุนั้นแทบจะทนไม่ไหว ต้นจับขาเรียวขึ้นมาพาดบ่าแล้วกัดเข้าที่ต้นขาขาวเบาๆพอให้ฟ้าได้ซี๊ดปากเล่นๆ

 

“ต้น”

 

“หืม?”

 

“มีถุงยางไหม?”

 

ต้นหยุดชะงัก เค้าลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเลย

 

“หึ ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้น เรามีอยู่ในกระเป๋าตังค์ ไปเอาสิ”

 

ต้นพยักหน้าแล้วเอี้ยวตัวไปหยิบกางเกงของฟ้ามาหยิบกระเป๋าตังค์ พอเปิดออกเค้าก็เจอเข้ากับภาพเด็กผู้ชายสองคนกอดคอแล้วยิ้มกว้างให้กับกล้องเป้นอย่างแรก ต้นพอมองออกว่าหนึ่งในนั้นคือฟ้า แต่อีกคน....ใคร?....

 

“เจอไหม?”

 

“เจอๆ”

 

ต้นรีบหาสิ่งที่ต้องการแล้ววางกระเป๋าไว้ที่หมอนหนุนอีกใบ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยต้นจึงเริ่มลาดน้ำมันใส่กองไฟอีกครั้ง ฟ้าทั้งเร้าร้อนและยั่วยวนจนต้นตาพล่า เค้าโหมกระหน่ำกายใส่คนด้านล่างจนเตียงไหวคลอนดังเอี๊ยดอ๊าดผสมผสานกับเสียงครางหวานของคนตรงหน้า ฟ้าบิดเร้าร่างกายตามแรงที่สาดใส่จนแทบหลอมละลาย ต้นยัดเยียดความรู้สึกของตนผ่านการโหมกระหน่ำในแต่ละครั้ง มันมากมาย มันหนักแน่น มันลึกซึ้งจนแทบทนไม่ไหว ฟ้ากวาดมือไปดึงทึ้งผ้าปูที่นอนจนยับย้น พอดีกับจังหวะที่โหมแรงทำให้มือเค้าไปโดนหมอนและกระเป๋าที่อยู่ด้านบนได้ตกลงมา ฟ้าหันไปมองกระเป๋าตนที่เปิดอ้าจนเห็นภาพเด็กชายด้านใน น้ำตาของเค้าไหลลงจากหางตาพร้อมๆกับจังหวะที่รุนแรงในเฮือกสุดท้าย ฟ้าครางลั่นเมื่อความต้องการได้ถูกปลดปล่อยออกมาในที่สุด ต้นเองก็หอบหายใจหนักๆแล้วล้มตัวลงมานอนซบอยู่ที่ลาดไหล่ขาว

 

“ต้นรักฟ้านะครับ”

 

ฟ้าร้องไห้อย่างเงียบเชียบ เค้านึกขอบคุณที่ภายในห้องมืดสนิทและความเหนื่อยได้ทำให้เค้าหลับลงอย่างรวดเร็ว

 

TBC....

 เลือกสงสารใครดีน้อ

ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5784
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-10
เห้อออออ สงสารทุกคน แต่ฟ้าน่าสงสารที่สุด

ออฟไลน์ Mylovelysunshine

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ชอบมากกกกกกกกกกกกก สงสารฟ้า เราว่าน่ำอาจจะรู้สึกกลัวถูกลดความสัมพันธ์แค่นั้น  :monkeysad: :sad11: มาต่อเร็วๆนะคะ อยากอ่านตอนกลับกทม.แล้ว
ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
◑ MAKE FRIEND ◐ 

★ เพื่อน ● รัก★

 

16

 

 

 

 

คีย์เดินดุ่มๆเข้าตึกเรียนหลังจากที่พี่ครีมมาส่งเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว จริงๆก็ใช่ว่าเค้าจะขับรถไม่ได้เพียงแค่ไม่อยากขับ เห็นการจราจรเมืองหลวงของประเทศแล้วถอนหายใจสิบเฮือกยังน้อยไปต่อการติดไฟแดงเพียงแยกเดียว สาหัสสากันขนาดนั้นแต่สถิติการซื้อรถใหม่ของคนไทยก็พุ่งขึ้นทุกปี ไม่เข้าใจว่าจะออกกันมาทำไมนักหนาแล้วก็มาบ่นรถติดงั้นติดงี้ เหอะ

 

“อ้าว”

 

คีย์อุทานเบาๆเมื่อเห็นเพื่อนร่วมก๊วนต่างคณะนั่งหน้าเครียดอยู่ที่โต๊ะในโถงของตึก ที่ตีหน้าเครียดมีแค่น้ำเพียงคนเดียวเท่านั้นแหละส่วนเคนก็จิ้มโทรศัพท์ในมือจึ๊กๆไม่สนใจใครอยู่ข้างๆ

 

“มาทำไรคณะเราอะ?”

 

เวลาอารมณ์ดีๆคีย์มักจะใช้สรรพนามเหมือนฟ้า คือการแทนตัวว่าเรา ทั้งที่คนที่พูดเพราะเป็นปกติอย่างฟ้านั้นไม่ค่อยจะสังเกตสักเท่าไหร่ ทั้งเคนและน้ำเองก็ติดเหมือนกัน แต่ติดไปพูดกับฟ้าเท่านั้นส่วนเวลาคุยกันเองก็กูๆมึงๆตามประสาชายโฉด

 

“มารอฟ้า”

 

น้ำเป็นคนตอบโดยที่มีเคนพยักหน้าหงึดหงักรับอยู่ข้างๆ คีย์เกือบสำลักน้ำลายตัวเอง เค้านะรู้แล้วว่าฟ้าอยู่ไหนเพราะได้ติดต่อผ่านต้นเมื่อคืนจนฟ้ามาคุยเองในที่สุด เมื่อประเด็นหลักอย่างการหายตัวไปของฟ้าคลายปมประเด็นรองที่เหลือคือพวกที่ยังไม่รู้นี่สินะ

 

คีย์นิ่งคิดไม่นานก็ถอนหายใจ เค้ารู้และเข้าใจฟ้ามากที่สุดทั้งๆคนที่น่าจะเข้าใจน่าจะเป็นน้ำที่โตด้วยกันมา บอกตาตรงว่าแรกๆคีย์ก็ไม่ค่อยชอบหน้าน้ำสักเท่าไหร่ ขี้เก๊กที่หนึ่ง ชอบทำตัวเหมือนตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของโลกยิ่งได้มารู้ความจริงเรื่องที่ฟ้าแอบรักน้ำเค้ายิ่งนึกฉุนแทนฟ้า แต่จะทำไงได้ในเมื่อฟ้าขอร้องไว้ ฟ้าอยากให้เพื่อนที่ฟ้าสนิทได้สนิทสนมกันตามประสาคนจิตใจดี คีย์เลยยอมๆไปจนผ่านมายันปัจจุบัน

 

“ไอ้คีย์”

 

“อะไร?”

 

คีย์หันมาหาคนเรียกแล้วก็เห็นว่าดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเฉียบเย็นนั้นจ้องอยู่ก่อนแล้ว ไอ้นี่เวลานิ่งตามันจะดุมากแต่ถ้ามองฟ้าแล้วอย่างกับคนละคน

 

“ฟ้าไม่ได้ติดต่อมาเลยเหรอวะ?”

 

คีย์ส่ายหน้าเป็นคำตอบ ก็ไม่ได้ติดต่อมาจริงๆนี่มีแต่เป็นเค้าที่ติดต่อไปแถมยังได้คุยแล้วด้วย เค้าไม่ได้โกหกนะ

 

“เฮ้ย~”

 

น้ำถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหันไปมองยังทางเข้าทั้งสองทางสลับกันไปมา คีย์นึกใจอ่อนแต่ก็ยังคงปิดปากเงียบ เค้าวางกระเป๋าแล้วทรุกตัวลงนั่งตรงข้ามเพื่อนทั้งสองคน

 

“พวกมึงกลับไปเหอะ มารออยู่อย่างนี้แล้วถ้าไอ้ฟ้าไม่มาพวกมึงก็ขาดเรียนฟรีๆเลยนะเว้ย”

 

คีย์พยายามหว่านล้อมให้น้ำล่าถอยแต่น้ำยังคงส่ายหัวปฎิเสธ

 

“ฟ้าไม่ชอบขาดเรียน เรารู้”

 

“มึงคิดว่ามันอุสาหายไปแบบนั้นแล้วจะยังโผล่มาให้มึงเจอง่ายๆอยู่เหรอ?”

 

น้ำถึงกระชะงัก ดวงตาดุนั่นเมียนมองลงล่างก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกที

 

“แต่กูคิดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆวะคีย์ กูรวนไปหมดแล้วเนี้ย”

 

“งั้นก็ไปพัก”

 

“ไม่ได้ ตราบใดที่ไม่เจอฟ้าใจมันไม่สงบยังไงก็พักไม่ได้”

 

คีย์ถึงกับถอนหายใจเนืองๆบทจะดีมันก็ดีแต่เวลาร้ายมันก็ไม่คิดหน้าคิดหลังอะไรเลย

 

“ฟ้าไม่มาหรอกน่า”

 

น้ำหันควับมามองคีย์ทันทีที่คีย์พูดจบ

 

“หมายความว่ายังไงวะ?”

 

“วันนี้ฟ้ามันลา จริงๆมันก็ขอลาสามวันด้วยซ้ำ”

 

“ทำไมมึงรู้ มึงติดต่อฟ้าได้แล้วเหรอวะ!?”

 

น้ำแทบจะกระโจนเข้าไปเขย่าคีย์เพื่อเค้นเอาคำตอบแต่ดีที่ยังมีโต๊ะคั่นกลางระหว่างพวกเค้าอยู่ คีย์กรอกตาเนืองๆแล้วพยักหน้ารับ

 

“ฟ้าอยู่ไหน!? คีย์ฟ้าอยู่ไหน!?! บอกเรามานะว่าฟ้าอยู่ไหน!!?!!”

 

“ใจเย็นๆดิไอ้น้ำ คนมองหมดแล้ว”

 

“ช่างมัน มึงบอกกูมาว่าฟ้าอยู่ไหน!?!”

 

“ก่อนที่กูจะบอกมึง มึงต้องตอบคำถามกูก่อน”

 

“ว่ามาเลย”

 

“ถ้ากูบอกไปว่าฟ้าอยู่ที่ไหนแล้วมึงจะทำยังไงต่อไป?”

 

“ก็ไปหาสิวะ”

 

“ไปทำไม มึงไม่คิดบ้างเหรอว่ามันหนีไปอาจเป็นเพราะมันไม่อยากเจอมึง?”

 

น้ำถึงกับสะอึก แววตาเฉี่ยวนั้นวูบไหวไปชั่วขณะ

 

“แต่กูอยากขอโทษฟ้า”

 

“ขอโทษไปแล้วไอ้อะไรวะ! ไอ้ฟ้ามันเสียใจไปแล้ว!!”

 

“เห้ยๆคีย์ มึงใจเย็น จะว่าไอ้น้ำคนเดียวก็ไม่ถูกนะเว้ย ได้ข่าวว่าฟ้ามันก็สมยอม ถึงจะไม่เต็มใจแต่มันก็ยอมไปแล้ว และอีกอย่างเรื่องที่มันควงคนไม่ซ้ำหน้านั้นก็เป็นความจริงแล้วมันจะมาเสียใจห่าอะไรกับอีแค่ได้กับไอ้น้ำครั้งเดียววะ?”

 

เคนที่ทนฟังมาสักพักถือโอกาสพูดแทรกขึ้นมาบ้าง ถึงแม้เค้าจะรู้เรื่องหลังคนอื่นแต่ด้วยความที่เค้าช่างสังเกตพอตัวจึงไม่ค่อยจะแปลกใจสักเท่าไหร่ เค้ายังเผลอคิดเลยด้วยซ้ำว่าสองคนนี้ต้องมีซัมติงกัน

 

“แต่ไอ้ฟ้ามัน…ช่างเถอะ เอาเป็นว่าถ้าไอ้ฟ้ากลับมากูขอให้มึงอย่าทำแบบนี้กับมันอีกนะน้ำ แล้วมันจะไปอะไรยังไงกับใครมึงก็ไม่ต้องไปยุ่ง แต่ก่อนมึงก็ไม่เห็นจะเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรเลยนี่?”

 

“กูก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่กูไม่ชอบไอ้เหี้ยนั้น”

 

“ต้นมันเป็นคนดี เรายืนยันได้”

 

น้ำชะงัก

 

“ปล่อยให้ฟ้ามันไปเจอกับความรัก…(ครั้งใหม่)…บ้างเหอะวะน้ำ นั้นมันเพื่อนรักมึงไม่ใช่เหรอวะ”

 

น้ำได้แต่เงียบฟังนิ่งๆ ดวงตากล้าฉายแววสับสนและสั่นไหวแต่ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเพราะน้ำเอาแต่ก้มลงมองดูมือตัวเอง มือข้างที่เผลอทำร้ายฟ้า

 

“ถ้ามึงรู้สึกผิดมึงก็อย่าทำให้ฟ้ามันลำบากใจอีก กูขอแค่นี้ได้ไหมวะ?”

 

น้ำไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ได้ปฎิเสธ เค้าไม่กล้ารับปากว่าจะไม่ทำให้ฟ้าลำบากใจอีก

 

“กูไปเรียนละ”

 

คีย์ถอนหายใจกับความดื้อรั้นของน้ำก่อนจะพูดแล้วลุกขึ้นยืน

 

“เดี๋ยวดิ แล้วฟ้าอยู่ไหน? มึงยังไม่บอกกูเลยนะคีย์”

 

“ทะเล”

 

“ห่ะ?”

 

“ฟ้ามันไปทะเล แต่จะทะเลที่ไหนกูไม่บอกนะ รู้ไว้แค่ว่ามันสบายดีและอีกสามวันถึงจะกลับมา…ไปละ”

 

คีย์พูดจบก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปขึ้นลิฟท์ของตึกทันที เคนมองตามจนสุดสายตาส่วนน้ำนั้นกำลังครุ่นคิดถึงข้อมูลที่ได้มาใหม่

 

“เอาไงต่อดีละทีนี้”

 

เคนพูดถามเสียงแผ่ว เค้าเดาใจน้ำไม่ออกเลยสักนิด อย่าว่าแต่น้ำเลย ตอนนี้เค้าแทบเดาใจใครไม่ออกสักคน ทุกสิ่งอย่างมันดูแปลผันไปหมดเหมือนความสัมพันธ์ตลอดปีกว่าๆที่ผ่านมามันเป็นเหมือนความฝัน

 

“กู…อยากไปตามหาฟ้า”

 

“แล้วมึงรู้เหรอว่าจะไปตามที่ไหน? ทะเลเมืองไทยมันมีน้อยซะเมื่อไหร่ละ?”

 

น้ำจำได้ว่าฟ้าไม่เคยไปทะเลเลยนอกจากที่ไปกับครอบครัวเค้าเพียงสองครับ แน่นอนว่านอกจากนั้นก็มีไปเที่ยวตามเข้าบ้างแต่ก็ไปพร้อมตนเองตลอด ถ้าเป็นทะเลที่ฟ้าคุ้นกะคงจะหนีไม่พ้นหัวหิน

 

“เงียบเลย กลับตึกเหอะวะ เดี๋ยวต้องเข้าเรียนในอีกสิบนาทีนี้แล้วนะ”

 

“กูฝากมึงลาเรียนให้กูหน่อยดิไอ้เคน”

 

“เห้ย มึงรู้เหรอว่าไอ้ฟ้ามันอยู่ไหน?”

 

“กูพอจะเดาๆได้แต่ไม่ชัวร์เท่าไหร่”

 

“แล้วมึงจะไปตายเอาดาบหน้าอะนะ?”

 

“เออ ยังดีกว่าอยู่เฉยๆแล้วใจไม่สงบ แยกกันตรงนี้เลยแล้วกัน ไปนะ”

 

“เออๆ มีอะไรโทรบอกกูด้วยละจะได้ช่วยๆกัน”

 

“อืม”

 

ว่าแล้วน้ำก็รีบเดินไวๆไปยังที่จอดรถจนไปขึ้นรถของตัวเองในที่สุด เค้าเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าออกสู่ถนนใหญ่และเตรียมจะออกจากกรุงเทพฯทันทีโดยที่ไม่ได้บอกใคร คนที่รู้มีเพียงเคนเท่านั้น น้ำลองกดโทรศัพท์โทรออกไปด้วยแต่ปลายสายก็ยังคงติดต่อไม่ได้เช่นเดิม น้ำหงุดหงิดพอสมควรแต่ดีหน่อยที่การจราจรไม่ค่อยหนาแน่นจึงทำให้เค้าไม่อาการแย่ไปกว่านี้ น้ำขับรถถึงหัวหินในช่วงสายเกือบจะเที่ยงวัน แดดร้อนๆที่ส่องแสงเปรี้ยงป้างนั่นทำให้เค้าต้องคลายเนคไทปลดกระดุมเสื้อลงอีกสองเม็ดด้วยความร้อนก่อนจะหยิบแว่นขึ้นมาใส่ น้ำก้าวลงจากรถทันทีที่มาถึงรีสอร์ทชื่อดังที่เค้าและครอบครัวเคยมาพักอยู่บ่อยครั้ง ถึงแม้ผู้คนมากมายที่เดินเหินกันไปมาจะจ้องเค้าตาไม่กระพริบแต่น้ำก็ไม่คิดจะสนใจ ตอนนี้เค้าต้องการที่จะเจอแค่คนๆเดียวเท่านั้น

 

“####รีสอร์ทสวัสดีค่ะ มีอะไรให้ทางเรารับใช้ค่ะ?”

 

พนักงานรีเซ็ปชั่นหน้าสวยเอ่ยทักทายพลางพนมมือไหว้ต้อนรับแขกอย่างมีมารยาท

 

“ผมมาหาคนที่ชื่อนภนท์ สถิตานนท์ครับ รบกวนเรียกเค้ามาพบผมหน่อย”

 

“รอสักครู่นะค่ะ”

 

รีเซ็ปชั่นสาวหันกลับไปเช็ครายชื่อที่คอมฯยิกๆไม่เกินสิบนาทีก็ลุกขึ้นมาคุยกับน้ำต่อ

 

“ทางรีสอร์ทไม่มีลูกค้าตามชื่อให้มาเลยคะ ไม่ทราบว่ามีข้อผิดพลาดอะไรรึเปล่าค่ะ?”

 

“ไม่มีชื่อเหรอครับ?”

 

“ใช่ค่ะ”

 

น้ำเม้มปากแน่น

 

“งั้นคงจำที่ผิด ขอบคุณมากนะครับ”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ”

 

น้ำหันกลับออกมาขึ้นรถตัวเองสตาร์ทแต่ยังไม่ออกตัว เค้าทุบกำปั้นใส่พวกมาลัยไปครั้งเพื่อระบายอารมณ์ผิดหวัง ถ้าไม่มาที่นี้ งั้นจะไปอยู่ที่ไหน รีสอร์ทที่พักก็ตั้งมากมาย

 

“โถ่เว้ย!”

 

น้ำฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยเพื่อสงบสติอารมณ์และครุ่นคิด ถ้าเป็นตัวเอง ถ้าเป็นตัวเค้าเองเวลาเครียดๆมักจะไปที่ไหน ไม่ใช่สิต้องเป็นเวลาเสียใจ ในเมื่อเลือกที่จะมาทะเลก็ต้องอยากเห็นทะเล คนอินดี้อย่างฟ้าน่าจะมีฟิลนั่งกินลมชมพระอาทิตย์ตกเพื่อสงบจิตสงบใจตัวเองสินะ งั้นที่พักก็น่าจะเป็นสักที่ที่ติดหาด

 

พอได้บทสรุปน้ำจึงออกรถแล้วเทียวถามแต่ละที่ที่มีพื้นที่ติดหาดไล่ตั้งแต่ต้นไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะที่พักขนาดไหนเค้าก็แวะให้หมดแต่ก็ยังไม่พบเลยแม้แต่เงา น้ำไล่ไปจนครบก็ตกเย็นย้ำเข้าให้แล้วถ้าจะหาต่อก็ต้องเป็นที่ๆเลยจากหาดไปอีก

 

แต่ทำไมเค้าเริ่มท้อซะแล้วละ

 

น้ำใจเสียทุกครั้งที่ได้รับคำตอบว่าไม่มีคนชื่อนี้มาพักตั้งแต่วันยันค่ำ มันบันทอนจิตใจจนไม่อยากจะลุยต่อทั้งๆที่ก็รู้ว่าทำไม่ได้ ยังไงเค้าก็ต้องหาฟ้าให้เจอ

 

ครืน ครืน

 

เสียงการสั่นของโทรศัพท์ที่เค้าวางไว้เบาะด้านข้างเรียกความสนใจของเค้าให้หันไปหา จากที่เคยหวังว่าฟ้าจะติดต่อมาบัดนี้เค้าแทบจะเลิกหวัง และก็เป็นไปตามนั้น คนที่โทรมาไม่ใช่ฟ้าแต่เป็นแม่ของเค้าเอง

 

“ครับแม่”

 

/น้ำอยู่ไหนจ้ะ แม่มาหาที่คอนโดก็ไม่อยู่กันทั้งคู่เลย?/

 

“ผมอยู่…มหาลัยครับ กำลังประชุมโปรเจ็ตงานกับเพื่อนๆอยู่”

 

/อ้าวเหรอจ้ะ งั้นแม่ไม่กวนแล้วละกัน แม่แค่มาแถวนี้เลยแวะเอาขนมปังเจ้าดังมาให้นะจ้ะ ถ้าไม่อยู่กันแบบนี้ก็อดไปแล้วกัน/

 

“หึ ขอบคุณครับแม่”

 

/เสียงเหนื่อยๆนะตาน้ำ พักบ้างก็ได้นะลูก/

 

เค้าอยากจะตอบนักว่าเหนื่อยแค่ไหนก็ไม่สามารถที่จะพักได้ แม้แต่จะหลับตาลงเค้ายังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ทำไมแต่ทุกครั้งที่หลับตาภาพในช่วงเวลาที่เค้าทำกับฟ้ามันจะฉายชัดขึ้นมาเรื่อยๆ เหมือนมาคอยตอกย้ำว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทั้งน้ำเสียงกึ่งร้องครางกึ่งร้องห้าม ทั้งแววตาที่หวานเยิ้มและรื้อน้ำ ทั้งสีหน้าที่เค้าไม่เคยเห็น ทั้งรูปร่างที่บิดเร้า ทุกอย่างมันยังเด่นชัดอยู่ทุกนาที

 

/น้ำ?/

 

“อ๊ะ ครับ”

 

/หนักแล้วลูกแม่ กลับมาพักเถอะลูก ถ้าไม่เร่งก็อย่าพึ่งทำ/

 

“ครับแม่”

 

/อยู่กับหนูฟ้าก็ดูแลกันนะลูก ไม่ใช่เอาแต่ใจใส่เค้าอย่างเดียว/

 

“ผมดูเป็นอย่างนั้นเหรอแม่?”

 

/น้อยซะเมื่อไหร่ละ อยู่กับหนูฟ้าทีไรเราชอบทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตซักที ชอบอ้อนก็เท่านั้น พอหนูฟ้าขัดเข้าหน่อยนี่แทบจะองค์ลง แม่ละเพลียแทนหนูฟ้าจริงๆ/

 

“แม่ครับ ที่พูดนะใช่ผมแน่เหรอ?”

 

/หึ ไม่รู้สึกตัวเลยรึไงเรา/

 

“ก็….”

 

/เอาเถอะ โตจนป่านนี้แล้วก็น่าจะคิดเองได้แล้วนะ แม่วางละเดี๋ยวจะขับรถแล้ว/

 

“ครับแม่ ขับรถระวังด้วยนะ”

 

/จ้า/

 

น้ำถือโทรศัพท์ค้างพลางจ้องมองมันเขม่ง ถึงแม้ผู้เป็นแม่จะวางสายไปได้สักพักแล้วแต่เค้าก็ยังคงนึกถึงคำพูดของแม่อยู่ในหัวทุกถ้อยคำ โดยเฉพาะความจริงที่พึ่งรู้เวลาที่เค้าอยู่กับฟ้า

 

น้ำปลดล็อคโทรศัพท์แล้วต่อสายหาเพื่อนอย่างเคนทันที ไม่นานปลายสายก็รับน้ำเสียงดูร้อนรนตื่นเต้นพอตัวทีเดียว

 

/ไงมึง เจอไอ้ฟ้าแล้วใช่ไหมวะ!?/

 

“เปล่า ยังไม่เจอ”

 

/อ้าว แล้วนี่มึงอยู่ไหน? กลับมาถึงกรุงเทพฯรึยัง?/

 

“กูว่าจะค้างที่นี้ พรุ่งนี้ฝากลาให้อีกวันหนึ่งด้วยนะ”

 

/ได้ ไม่มีปัญหา/

 

“เคน”

 

/อะไรวะ เสียงเครียดชิปหาย มึงพักบ้างก็ได้นะเว้ย เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตกตายก่อนเจอหน้าไอ้ฟ้าไม่รู้ด้วยนะ/

 

น้ำยิ้มน้อยๆให้กับความเป็นห่วงที่ปนแช่งมากลายๆ

 

“เออน่า กูยังอยู่จองเวรจองกรรมกับมึงอีกนาน มึงเลิกพล่ามแล้วฟังกูถามก่อนดิวะ?”

 

/เออๆ ว่ามา/

 

“มึงคิดว่าตอนกูอยู่กับฟ้ามันแตกต่างจากตอนกูอยู่กับมึงไหมวะ?”

 

/มากอะสัส โคตรจะแตกต่าง แต่กูก็เข้าใจนะเพราะมึงกับฟ้ารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กส่วนกูพึ่งรู้จักแค่ปีกว่าๆ/

 

“ขอละเอียดกว่านั้นดิ ประมาณว่าแตกต่างยังไงงี้อะ?”

 

/ก็อย่างเช่นเวลามึงหิวปุ๊บ มึงจะคิดถึงมันก่อนเลย พอคิดถึงก็ไลน์นัดไปหาอะไรกินพร้อมกันไม่ว่ามันจะอยู่ไหนหรือจะไกลจากมึงขนาดไหน ถ้าเป็นกู มึงไม่มีทางมาทนรอกินพร้อมกูหรอกแล้วกูก็ไม่ทนไปกินข้าวกับมึงในขณะที่ตัวเองมีเวลาพักเที่ยงไม่ถึงชั่วโมงแบบนั้นด้วย หรือเรื่องที่มึงพกยางรัดผมไว้เผื่อมันตลอดเวลานั้นก็ด้วย เยอะวะ กูขี้เกียจไล่เลยเนี้ย/

 

“ขนาดนั้นเลยเหรอวะ?”

 

/เออดิ ถ้าไม่ใช่เพื่อนกันกูคงคิดว่าเป็นแฟนกันไปแล้ว แต่ก็นะอย่างที่รู้ๆว่ามึงกับมันก็มั่วไปเรื่อยไม่เห็นจะจริงจังกับใครเหมือนๆกันแบบนี้ คงไม่มีทางมาบรรจบกันหรอกมั่ง/

 

น้ำนิ่งเงียบให้กับสิ่งที่ได้ฟังและยืนยันบางอย่างภายในหัวของเค้า นี่เค้าทำกับฟ้าแบบนั้นมาโดยตลอดเลยเหรอเนี้ย

 

/ไอ้น้ำ/

 

“เออๆ”

 

/เงียบไอ้ห่า แล้วมึงถามเรื่องนี้ทำไมวะ?/

 

“แค่ตอกย้ำอะไรบางอย่างนะ”

 

/ใจมึงนะเหรอ?/

 

น้ำเสียงเหมือนคนกลั่นหัวเราะถามกลับจนน้ำหมุนหัวคิ้ว

 

“ทำไมมึงคิดงั้นวะ?”

 

/กูก็แค่เดา ถ้ามันจะเป็นจริงกูก็เอาใจช่วยนะ ยังไงกูก็รับพวกมึงได้เสมอแหละ/

 

“มึงหมายความว่ายังไง?”

 

/มึงรู้ด้วยตัวเองจะดีกว่านะกูว่า/

 

“………..”

 

/หมดคำถามแล้วใช่ไหม กูจะได้ว่าง พอดีว่าจะออกไปหาสาววะ โทษทีเพื่อน/

 

“ไอ้สัส จะไปไหนก็ไปเลย”

 

/หึหึ ตามหาให้เจอนะครับ หัวใจของตัวเองนะ/

 

พูดจบเคนก็วางสายปั๊บปล่อยให้คนโทรหาหน้านิ้วคิ้วขมวดอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์ที่มีเพียงประวัติการโทร

 

หัวใจของเค้า…ฟ้านะเหรอ…นี่มันเรื่องจริงเหรอ….

 

Tbc…

อีกคนกำลังถอยส่วนอีกคนก็พึ่งจะวิ่งเข้าหา เอาเข้าไปสิ  :sad4:

ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1

◑ MAKE FRIEND ◐ 
★ เพื่อน ● รัก★


17

 

 

 

ฟ้ากลับมาถึงคอนโดในช่วงบ่ายของวัน จริงๆเค้ากับต้นก็พากันออกมาจากพัทยาตั้งแต่เช้าแล้วแต่มีการแวะนู้นแวะนี่อยู่เรื่อยๆกว่าจะถึงกรุงเทพฯก็ตกบ่ายอย่างที่เห็น ฟ้าขับรถตัวเองที่จอดไว้ที่หอต้นกลับมา เค้ามองไปยังล็อคข้างๆที่ยังคงว่างก็เบาใจ เบนซ์สีเทาควันบุหรี่ไม่อยู่นั้นหมายความว่าน้ำไม่อยู่เช่นเดียวกัน ถึงแม้ตัวฟ้าเองจะเตรียมตัวเตรียมใจตั้งรับการเผชิญหน้าไว้แล้วแต่เอาเข้าจริงมันก็ยังหวั่นอยู่ไม่น้อย ฟ้าเดินเข้าตึกกดลิฟท์ไม่นานก็ขึ้นมาจนถึงห้อง เค้าจับลูกบิดด้วยอาการสั่นเล็กน้อย ความกลัวเริ่มเข้าครอบงำทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าใครอีกคนคงไม่อยู่

 

แต่ถ้าอยู่ละ

 

ถ้ารถจอดอยู่ที่อื่นแล้วตัวคนยังคงอยู่ละ

 

ใจเย็นๆน่าไอ้ฟ้า แกต้องทำเหมือนปกติ แค่ทำเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เหมือนอย่างที่เคยทำมาตลอดสิบปี

 

ฟ้าบิดลูกบิดแล้วผลักบานประตูเข้าไปยังด้านใน ภายในห้องเงียบสงัดและมืดสลัว ฟ้าเผลอถอนหายในเมื่อเห็นอย่างนั้น เค้าถอดรองเท้าแล้วเอาเก็บที่ตู้แล้วจึงเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อรินน้ำดื่มก่อนจะเดินเข้าห้องนอนใหญ่ของตน

 

ฟ้ามองดูห้องที่ถูกทำความสะอาดและเปลี่ยนชุดที่นอนให้ใหม่อย่างเรียบร้อย น้ำทำให้อย่างนั้นเหรอ ฟ้ายกยิ้มที่มุมปากเมื่อคิดถึงภาพเพื่อนตัวโตที่ออกจะคุณหนูแต่มาเปลี่ยนชุดที่นอนให้เค้าแล้วก็อดขำไม่ได้ ปกติน้ำทำซะที่ไหนละ ขนาดอาหารใส่ท้องตัวเองยังนานๆทีถึงจะทำ

 

ฟ้าส่ายหัวไล่ความคิดที่เริ่มจะวนกลับไปหาคนที่ไม่ควรคิดถึงเมื่อคิดจะตัดใจแล้วเดินไปล้มตัวลงนอน มือเรียวควานหารีโมตแอร์แล้วจึงกดเปิด ความเย็นพัดผ่านทำให้ห้องดูน่าอยู่มากขึ้น ฟ้าลุกไปเปิดม่านแล้วจึงกลับมาล้มตัวลงนอนใหม่อีกรอบและรอบนี้ทำให้เค้าหลับลึกในที่สุด

 

ฟ้ามารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่สะดุ้งตื่นเพราะมีใครบางคนโถมตัวใส่เข้าเสียเต็มแรง เค้าพยายามเพ่งมองฝ่าความมืดภายในห้องจนได้กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยเค้าจึงแน่ชัดว่าเป็นใคร

 

“น้ำปล่อย ตัวโตอย่างกับควายยังกล้าโถมตัวลงมาได้ ไม่กลัวเรากระดูกหักรึไงห่ะ”

 

น้ำชะงักก่อนจะค่อยๆคลายกอดแล้วเลือนตัวออกจนสบตากับฟ้าในที่สุด ถึงแม้ภายในห้องจะมืดมิดเพราะเป็นช่วงเวลาค่ำแถมยังไม่ได้เปิดไฟแต่คนทั้งคู่กลับมองเห็นแววตาของกันและกันได้อย่างชัดเจน

 

“ขอโทษ”

 

เสียงน้ำที่สั่นไหวและแผ่วเบาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบในที่สุด ฟ้ารู้สึกวูบในอกที่ได้ยินแต่ก็ต้องเก็บงำอาการเอาไว้ในเบื้องลึกของหัวใจ

 

“เรื่อง?”

 

“ที่เราทำไปก่อนหน้านี้…ทั้งหมดเลย”

 

“รู้ว่าผิดก็อย่าทำอีก แต่ตอนนี้ช่วยลุกออกไปก่อนได้ไหม หนัก!”

 

น้ำยอมล่าถอยโดยการลุกไปยืนอยู่ข้างๆเตียง ฟ้ายันตัวลุกขึ้นนั่งมองไปยังบานกระจกระเบียงจนเห็นว่าภายนอกท้องฟ้ามืดซะแล้ว นี่เค้าหลับยาวมาตั้งแต่บ่ายสองเลยเหรอเนี้ย

 

“ตอนนี้กี่โมง?”

 

“ทุ่มครึ่ง”

 

ฟ้าพยักหน้าแล้วเดินไปเปิดไปจนภายในห้องสว่างจ้า และเมื่อหันไปมองใครอีกคนเค้าก็ต้องขมวดคิ้ว

 

“น้ำไปทำอะไรมาทำไมโทรมงี้ละ?”

 

ฟ้าพูดพร้อมกับเดินตรงมายังน้ำที่ยังคงตีหน้าสลดหูลู่หางตกอยู่ที่เดิม ถึงจะดีใจที่ฟ้ากลับมาถึงจะดีใจที่เห็นฟ้ายังคงห่วงแต่ทุกสิ่งอย่างนั้นยิ่งตกย้ำว่าเค้าได้ทำร้ายคนที่ดีกับตัวเองขนาดนี้ ทำร้ายคนที่คอยดูแลคอยห่วงใยเค้ามากมายไม่แพ้พ่อแม่ของเค้าเลย ฟ้าเป็นเหมือนส่วนหนึ่งในครอบครัวแต่เค้ากลับทำให้ฟ้าเสียใจถึงขนาดต้องหนี

 

น้ำปวดหนึบในอกจนต้องโน้มตัวลงไปกอดร่างบางของฟ้า ใบหน้าเข้มที่เริ่มมีหนวดเคลาขึ้นเป็นตอซบลงที่ลาดไหล่ ฟ้านิ่งงั้น มือที่เคยจับหน้าเพื่อนตัวสูงยังคงยกค้าง

 

“ขอโทษนะ ขอโทษที่ทำให้เสียใจแต่อย่าทิ้งเราไปอีกได้ไหม ฟ้าอย่าทิ้งน้ำอีกได้ไหม…นะครับ”

 

เสียงออดอ้อนนั้นทำให้คนฟังน้ำตาเอ่อคลอ ฟ้าเม้มปากแน่น มือทั้งสองทิ้งตัวลงด้านข้างไม่ได้กอดปลอบ ไม่ได้สัมผัสใครอีกคนที่กำลังกอดเค้าแน่น

 

“น้ำ”

 

“ครับ”

 

“ปล่อยเถอะ เราอึดอัด”

 

“ไม่ เราไม่ปล่อยจนกว่าฟ้าจะรับปาก”

 

“เราก็ไม่ได้ทิ้งน้ำนี่ เราก็แค่หนีเที่ยวไปตามประสา”

 

“แล้วทำไม่ต้องตัดขาดการติดต่อจากทุกคน?”

 

“เราก็มีช่วงเวลาที่อยากอยู่คนเดียวบ้างนะน้ำ และตอนนี้เราเริ่มหิวแล้ว ถ้าไม่ปล่อยเราถีบจริงๆด้วยนะ”

 

น้ำเผลอยกยิ้มเมื่อสิ่งที่ฟ้าพูดมันค้านกับสภาพความเป็นจริงมากถึงขนาดไหน ตัวก็เล็กกว่าแถมยังอยู่ในอ้อมกอดของเค้าอีก แบบนี้จะถีบเค้าได้ยังไงกันละ

 

น้ำผละตัวคลายอ้อมกอดช้าๆพอดีกับที่เส้นผมยาวหลุดจากการทัดหูลงมาปิดกรอบหน้าเค้าเลยล้วงหยิบยางรัดผมสีดำออกมาจากกระเป๋า

 

“เดี๋ยวมัดผมให้”

 

ฟ้าจ้องหน้าสบตากับน้ำแป๊บๆแล้วพยักหน้าให้ น้ำยิ้มกว้าง เค้ารู้ว่าฟ้าไม่ชอบรัดผมแต่ถ้าเค้าบอกจะรัดให้ฟ้าก็ไม่เคยขัด ไม่เคยเลยแม้แต่ครั้งเดียว แล้วทำไมถึงพึ่งจะมาสังเกตเห็นเอาตอนนี้ละ

 

น้ำรวบเส้นผมสีดำลื่นมือไปยังด้านหลังโดยที่พวกตัวเค้ายังคงหันหน้าเข้าหากัน กลิ่นน้ำหอมจางๆจากตัวน้ำทำให้ฟ้าหน้าแดงก่ำแบะใจเต้นแรง เค้าภาวนาเหลือเกินว่าน้ำคงจะไม่ได้ยินมันเข้า ส่วนน้ำก็สติแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเช่นกัน ใจเค้าเต้นรัวอย่างกีบกลองทั้งๆที่แค่ได้กลิ่นหอมๆจากตัวของคนด้านหน้า น้ำลอบมองผิวเนื้อขาวๆที่เค้าเคยสัมผัส ที่เค้าเคยขบเม้ม ที่เค้าเคยลิ้มชิมรสแล้วอาการร้อนรุ่มที่จุดกลางกายก็เริ่มปวดหน่วง

 

ไม่เอาน่า นี่เค้ามีอารมณ์กับฟ้าอีกเหรอ

 

“เสร็จรึยัง?”

 

“อะ อ้อ เสร็จแล้ว”




 

 

 

ครืน ครืน


 

เสียงการสั่นของโทรศัพท์ดังแทรกให้คนทั้งคู่หันไปสนใจ เป็นโทรศัพท์ของฟ้าที่สั่นไหวแล้วชื่อผู้โทรเข้าก็ไม่ใช่ใคร ฟ้ายิ้มน้อยๆก่อนจะเดินไปกดรับ เสียงสดใสถามกลับมาทันทีโดยที่ไม่ทิ้งช่องว่างให้ฟ้าได้ทักทาย

 

/ไม่ทราบว่ามีโทรศัพท์ไว้ประดับบารมีอย่างเดียวเหรอครับคุณฟ้า โทรไปกี่รอบๆก็ไม่มีวี่แววจะรับสายกันเลยนะ ก่อนหน้านี้ก็บอกแล้วไงว่าถึงห้องแล้วให้โทรหา แล้วนี่มันกี่โมงแล้วครับคุณ/

 

ฟ้าเผลอหัวเราะเสียงแผ่วกับน้ำเสียงที่เหมือนเด็กโข่งเอาแต่ใจ

 

“ที่ห้องไม่มีนาฬิกาเหรอครับคุณ ถึงได้โทรมาถาม”

 

/กวนละครับ อย่ามาเบี่ยงประเด็ดนะ ตอบเรามาเลย/

 

“ตอบอะไร กี่โมงนะเหรอ ทุ่มครึ่งครับ”

 

/ฟ้า/

 

“หึหึ พอดีมาถึงแล้วหลับยาวมาจนถึงเมื่อกี้นะเลยไม่ได้รับสาย แล้วโทรมามีไร อย่าบอกนะว่าแค่โทรมาเช็ค?”

 

/ไม่ได้รึไงเล่า?/

 

ฟ้าส่ายหัวเนืองๆก่อนจะทรุดตัวนั่งลงที่ขอบเตียงและสายตาก็มองไปเห็นน้ำที่ยังคงยืนตีหน้าบึ้งกอดอกอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

 

“ก็เปล่า”

 

/พึ่งตื่นอย่างนี้แสดงว่ายังไม่ได้กินมื้อเย็น งั้นออกไปกินด้วยกันดีไหมเราก็ยังไม่ได้กิน/

 

“ทำอะไรอยู่ทำไมถึงยังไม่ได้กิน?”

 

/เคลียร์งานที่ค้างนะ ทำเพลินไปหน่อยเลยลืมกิน/

 

“ขอให้ปวดท้องตาย”

 

/แช่งแฟนไม่ดีนะครับ/

 

“เห่อจริง”

 

/เราพอใจอะ ตกลงตามนี้นะ อีกสิบนาทีลงมารอที่หน้าคอนโดเลย เดี๋ยวไปรับ/

 

“ไม่คิดว่าเราจะปฎิเสธหน่อยเหรอ?”

 

/ฟ้าไม่ใจร้ายกับเราอย่างนั้นหรอก หึหึ/

 

“มั่นใจจริงนะ ได้ ให้เวลาแค่สิบนาทีนะ เกินนั้นเรากลับขึ้นห้องคืออด”

 

/อย่าใจร้ายกับผมนักสิคุณ/

 

“หึหึ หมดไปแล้วสิบวินาทีครับ”

 

/เห้ย! งั้นวางเลย ไปแล้วครับไปแล้ว/

 

พูดจบสายก็ถูกตัดไปโดยทันที ฟ้าได้แต่มองจ้องด้วยความขบขันและเมื่อน้ำเห็นว่าสายถูกตัดไปแล้วเค้าจึงเดินเข้ามาเผชิญหน้ากับฟ้าอีกครั้ง

 

“ใครโทรมาเหรอ?”

 

“ทำไม?”

 

“ฟ้า อย่ากวนดิ บอกเรามาว่าใครโทรมาเมื่อกี้”

 

“เราไม่จำเป็นต้องรายงานน้ำทุกเรื่องนะ”

 

“ไอ้เหี้ยนั้นใช่ไหม?”

 

น้ำถามกลับเสียงเข้มขึ้นและนั้นก็ทำให้ฟ้าขมวดคิ้วมุ้ย ฟ้าดูจะไม่ชอบใจแต่ก็ไม่ตอบโต้เค้าลุกขึ้นยืนตั้งท่าจะเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่ก็โดนน้ำดีงรั้นแขนไว้ซะก่อน

 

“เรายังคุยกันไม่จบเลยนะฟ้า”

 

“แต่เราไม่มีอะไรจะคุย”

 

“ฟ้าทำไมชอบหนีจังวะ”

 

“เราไม่ได้หนี แค่จะไปอาบน้ำ”

 

“โอเคๆ งั้นอาบเสร็จค่อยมาคุยกัน”

 

ฟ้าเม้มปากแน่นก่อนจะสะบัดแขนจนหลุดจากการจับกุมของเพื่อนตัวโต ฟ้าเดินเข้าห้องน้ำไปทั้งทีโดยที่ไม่คิดจะเหลียวกับมามองน้ำที่เดินไปนั่งรอที่ปลายเตียง ฟ้าถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเข้ามาภายในและปิดประตูลงกลอนเรียบร้อย เค้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกอย่างมันจะดูปกติราบเรียบเหมือนเช่นทุกครั้งที่เค้าทั้งสองเป็นมาตลอดสิบปี หวังว่าทุกอย่างมันจะไม่พังทลายดัวยความหวั่นไหวของเค้า ไม่ว่าจะสถานะเพื่อนที่สนิทหรือแม้แต่ครอบครัวที่รักก็ตาม

 

ฟ้ายืนตากน้ำเล่นจนเริ่มหนาวเลยหันมาอาบน้ำอย่างจริงจังจนผ่านไปร่วมสิบนาทีก็เสร็จ ระหว่างที่เค้ากำลังเช็ดตัวอยู่นั้นเค้าก็ได้ยินเสียงน้ำกำลังพูดอะไรสักอย่างอยู่ ฟ้าพยายามฟังแต่ก็ไม่มีเสียงบุคคลที่สามแสดงว่าคงคุยโทรศัพท์ ฟ้าหันไปมองตัวเองในกระจกอีกครั้งก่อนจะใส่เสื้อคลุมที่ไม่ค่อยได้ใช้ออกไปยังด้านนอก จะไม่คลุมก็ไม่ได้เพราะร่องรอยสีแดงระเรื่อเป็นจุดๆยังคงชัดเจนบนผิวกายขาว ฟ้ามองไปที่น้ำซึ่งคุยโทรศัพท์อยู่จริงๆแต่โทรศัพม์เครื่องนั้นเป็นสีขาว โทรศัพท์ของน้ำต้องเป็นสีดำสิ ว่าแล้วเค้าก็มองหาเครื่องของตัวเองและก็ไม่เห็น

 

“น้ำ!”

 

ผู้ที่ถูกเรียกหันมามองฟ้าด้วยใบหน้าที่โกรธจัด ฟ้ารู้ได้ทันทีว่าเป็นใครที่ถือสายอยู่อีกฟาก

 

“เอาโทรศัพท์เราคืนมา”

 

แน่นอนว่าน้ำไม่ให้ น้ำกดวางสายแล้วโยนลงเตียงในที่สุด เค้าก้าวเดินมาหาฟ้าก่อนจะจับแขนแล้วกระชากแรงๆจนฟ้าเซไปชนเข้ากับคนที่ดึง

 

“ไปเที่ยวตามประสานี่หมายถึงการไปเที่ยวกับมันอย่างนั้นใช่ไหม?”

 

เสียงเข้มดุจนฟ้ายังต้องเสียวสันหลัง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนฉาดแววความกรุ่นโกรธจนฟ้าไม่กล้าสบตา

 

“นี่เหรอคนที่บอกว่า ‘อยากมีช่วงเวลาที่อยากอยู่คนเดียว’...ถ้าอยากอยู่คนเดียวแล้วไอ้เวรนั้นมันโผล่หัวไปด้วยทำไม!?!”

 

คราวนี้ไม่ใช่แค่กดเสียงเข้มแต่น้ำหลุดตะคอกออกไปซะดังลั่นห้อง ฟ้าสะดุ้งนิดหน่อยแต่ก็ยังคงเก็บอาการไว้ได้เป็นอย่างดี

 

“แล้วทำไมจะไปไม่ได้?”

 

“ก็แล้วทำไมถึงต้องเป็นมัน คีย์ก็ไปด้วยได้ เคนเองก็ได้ หรือแม้แต่เรา!”

 

ฟ้าเม้มปากแน่นเมื่อแรงบีบที่แขนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆด้วยแรงโทสะของคนตรงหน้า

 

“เราเจ็บนะ”

 

น้ำพยายามข่มอารมณ์คุกรุ่นของตัวเองแล้วจึงคลายมือสบกับที่ฟ้าสะบัดแขนตัวเองอย่างแรงจนผละออกจากกันในที่สุด น้ำเท้าแขนกับเอวตนก่อนจะหันมามองฟ้าอีกครั้งและคราวนี้เค้าต้องตาเบิกกว้างเมื่อลองไล่ตามสาบเสื้อที่เกือบจะหลุดจากลาดไหล่ขาวนั้นมีสีแดงระเรื่อเป็นจ่ำๆอยู่สองสามจุด

 

หัวใจที่เต้นรัวของเค้ายิ่งทวีความรุนแรงขึ้นแถมยังปวดหนึบจนแทบจะร้องไห้ น้ำกัดปากเข้ามากระชากเสื้อคลุมอาบน้ำของฟ้าออกจนเผยให้เห็นร่องรอยทั้งหมด ฟ้าเบิกตากว้างพยายามจะจับเสื้อให้ขึ้นมาคลุมใหม่แต่น้ำก็ดึงยื้อไว้อยู่อย่างนั้น

 

ตอนนี้ฟ้ายอมรับว่าเค้ากลัวน้ำ

 

กลัวสายตาที่แทบจะมอดไหม้ทุกสิ่งอย่างภายในพริบตา

 

“ฝีมือมันเหรอ?”

 

เสียงเข้มถามขึ้นเหมือนจะเป็นคำถามปกติแต่กลับแอบแฝงไปด้วยความเย็นยะเยือกจนฟ้ามีอาการสั่นนิดๆ

 

“ตอบ!”

 

ฟ้าสะดุ้งเฮือกก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ

 

“แม่งเอ๊ย!!!”

 

น้ำสถบเสียงดังก่อนจะผลักฟ้าจนล้มลงบนเตียงส่วนตัวเองก็เดินไวๆออกจากห้องไป ฟ้ามองตามด้วยความงุนงง ตอนแรกคิดว่าน้ำจะทำอะไรรุนแรงกับตนซะอีกแต่พอได้ยินเสียงปิดประตูห้องดังมาอีกเค้าก็ชักตะหงิดในใจ

 

ฟ้ารีบลุกไปหยิบเอาโทรศัพท์ของตนมาเปิดดูประวัติการโทรแล้วก็เริ่มเข้าใจ ต้นต้องมาถึงคอนโดและรออยู่ข้างล่างแล้วและน้ำน่าจะรู้และกำลังลงไปหาเรื่อง

 

“ไม่ได้การ”

 

ฟ้ารีบลงจากเตียงแล้วรื้อเสื้อผ้ามาใส่ไวๆก่อนจะหยิบโทรศัพท์และคีย์การ์ดออกจากห้องไปในที่สุด แต่เมื่อไปถึงลิฟท์ก็ต้องเสียเวลายืนรออีกหลายนาทีกว่าจะมาและพาลงสู่ชั้นล่าง

 

ทันทีที่ประตูลิฟท์เปิดเสียงเอะอะก็ดังมาให้ได้ยิน ฟ้ารีบมองไปตามต้นตอของเสียงแล้วก็เห็นน้ำกับต้นกำลังถูกผู้ชายแปลกหน้ากำลังจับแยกอยู่ที่สวนหย่อมติดถนนทางเข้าที่จอดรถของคอนโด ฟ้ารีบวิ่งเข้าไปแทรกตรงกลางและก็ได้เห็นผลของการใช้กำลังปรากฎอยู่ที่หน้าของคนทั้งสอง ต้นปากแตกจนเลือดไหลลงมาตามคางข้างแก้มมีรอยบวมช้ำส่วนน้ำคิ้วแตกและมีรอยถลอกที่แขนซ้าย ฟ้าปรายตามองคนทั้งคู่ด้วยสายตาตำหนิจนทั้งต้นและน้ำต่างก็หยุดการตั้งท่าที่จะกระโจนใส่กัน ผู้คนรอบข้างที่ช่วยมาห้ามเลยพลอยถอนหายใจอย่างโล่งอกไปด้วย ฟ้าหันไปขอโทษและขอบคุณพวกเค้าก่อนที่จะแยกย้ายกันในที่สุดจะเหลือก็เพียงแค่ตัวการทั้งสองและฟ้าที่ยังคงยืนคั่นกลางไว้อยู่อย่างนั้น

 

“ขึ้นไปทำแผลบนห้อง ทั้งคู่เลย”

 

น้ำตวัดสายตาไปมองฟ้าทันที

 

“ฟ้าจะให้มันเข้าห้องงั้นเหรอ?”

 

“แล้วทำไมจะไม่ได้ นั้นมันห้องของเรานะ”

 

“มันก็เป็นห้องของเราเหมือนกัน!”

 

“แล้วใครใช้ให้มีเรื่องกันจนได้แผล ไม่ไปทำแผลที่ห้องงั้นก็ไปโรงพยาบาล เอาอย่างนั้นไหมละ!?”

 

ต้นยืนกอดอกมองดูฟ้าและน้ำขึ้นเสียงใส่กันอยู่เงียบๆ ตอนแรกเค้าก็ตกใจที่จู่ๆน้ำก็พุ่งเข้ามาหาเรื่องแต่ด้วยความไม่ชอบขี้หน้ากันอยู่แล้วเลยกลายเป็นซัดกันนัวเนียจนมีคนเข้ามาจับแยกและฟ้าก็โผล่มาในที่สุด ดูจากความโกรธของน้ำแล้วต้นก็พอจะเดาได้ถึงสาเหตุ แต่สิ่งที่เค้าไม่อยากจะยอมรับคือฟ้ายังคงใจอ่อนกับน้ำอยู่ดี ดูอย่างเมื่อกี้ที่น้ำไม่อยากให้เค้าขึ้นไปข้างบนและฟ้าก็หาข้อตกลงใหม่มาให้โดยที่หลีกเลี่ยงการยอมรับตรงๆว่าตามใจน้ำ

 

“ต้น”

 

“หืม?”

 

ต้นหันมาตอบรับฟ้าที่เดินเข้ามาเรียกโดยที่ปล่อยให้น้ำทำหน้าเป็นหมาบ้าอยู่ที่ด้านหลัง

 

“ไปโรงพยาบาลกัน”

 

“ครับ”

 

และเค้าก็ได้แต่ยิ้มให้ฟ้าต่อไปด้วยใจที่จำยอม

 

 

 

TBC......

 

ออฟไลน์ นางฟ้าเชียงชุน

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 358
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
หวงก้างสุดๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5784
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-10
ไงล่ะน้ำ แกกำลังจะเสียฟ้าไปแล้ว

ออฟไลน์ Tennyo_Y

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 767
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-2
สงสารฟ้า ต้นแค่มาช้า ฟ้าแค่ใช้ต้นเป็นเครื่องมือ วินวิน ต้นได้ตัวฟ้า แต่ไม่ได้ใจ อยากให้ต้นได้ทั้งใจและตัวฟ้าไปเลยนะบางที แต่อย่างว่า คนเรามักมองไม่เห็นขนตาตัวเอง

น้ำก็แค่ผช ที่ยึดมั่น ถือดี เอาจริงถ้ารู้ใจตัวเอง ก็ให้อภัยได้นะ เพราะคู่นี้เขาไม่ได้มีสัญญาอะไร ฟ้าเองก็รู้แต่ต้น น้ำ แค่ยังไม่รู้สึกตัว ที่มั่วไปทั่ว เพราะหาคนมาแทน เติมเต็ม

สงสารน้ำ ที่จนตอนนี้ยังไม่ตาสว่าง เอาใจช่วย น้ำให้ได้รักกับฟ้า คือไม่เชียร์ต้นนะ ต้นอยากลอง ก็ได้ อีกอย่างต้นก็ได้น้ำแล้ว แลกกันกับความรู้สึก

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2248
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +168/-9
น้ำแกอย่าใจร้อนดิ

ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1

◑ MAKE FRIEND ◐ 

★เพื่อน ●รัก★

 

18

 

 

 

ต้นกับน้ำนั่งตีหน้าบึ้งตึงโดยที่มีฟ้านั่งคั่นกลางด้วยความเหนื่อยและหน่ายใจเป็นอย่างยิ่ง ตอนนี้พวกเค้าทั้งสามกำลังนั่งรอเคลียร์เงินค่ารักษาและรับยาก่อนจะกลับ ต้นมีอาการพกช้ำบริเวรใบหน้าด้านซ้ายและปากแตกส่วนน้ำพกช้ำที่ท้องแผลถลอกที่แขนและหางคิ้วแตก ตอนแรกฟ้าก็แปลกใจเพราะต้นน่าจะเจ็บหนักกว่าน้ำเพราะน้ำเป็นคนเริ่มทว่ามันกลับกันจนเค้าได้ฟังเรื่องพร้อมกับหมอนั้นแหละถึงได้รู้ว่าน้ำโดนต้นถีบเข้าที่ท้องจนเซไปชนกระถางต้นไม้แขนครูดจนได้แผลแถมยังเอาหัวไปโหม่งกับเหลี่ยมของเสาอีก

 

เวรของกรรม

 

“นายนที นีอ้อน อีเมอร์สัน กรุณามารับยาที่ช่อง4ด้วยค่ะ”

 

เสียงป่าวประกาศชื่อของน้ำดังขึ้นแต่เจ้าตัวไม่มีท่าทีที่จะลุกเลยแม้แต่น้อง ฟ้าเลยหันไปตบขาดังเพี๊ยะจนน้ำถึงกับสะดุ้ง

 

“เค้าเรียกแล้วนะ ลุกดิ”

 

“เหอะ ขืนลุกไปฟ้าก็ได้อยู่กับมันสองคนดิ”

 

ฟ้าถึงกับถอนหายใจ นี่เป็นครั้งที่สองที่น้ำใช้ข้ออ้างนี้กับเค้า ในตอนแรกก็เรื่องรถที่จะใช้ขับมาโรงพยาบาลนี่แหละ ต้นจะให้ใช้รถเค้าเพราะจอดอยู่ใกล้กว่าแต่น้ำไม่ยอม น้ำจะใช้รถตัวเอและจะให้ฟ้าไปกับเค้าด้วย ไปๆมาๆก็เกือบวางมวยอีกรอบ ฟ้าเลยยุติโดนการเอารถตัวเองพาไปและให้ทั้งคู่นั่งเบาะหลังจะได้ไม่แย่งกันนั่งหน้าคู่กับเค้าอีก

 

ทำไมมันน่าปวดหัวแบบนี้ยะ

 

“คุณนที นีอ้อน อีเมอร์สันคะ กรุณามารับยาที่ช่อง4ด้วยค่ะ”

 

เสียงประกาศดังขึ้นเป็นรอบที่สองและนั้นก็ทำให้ฟ้าต้องจิ๊ปากออกมา

 

“งั้นเดี๋ยวไปเอาให้”

 

ฟ้าพูดขึ้นในที่สุด น้ำยกยิ้มอย่างถูกอกถูกใจก่อนจะเสมองไปยังใครอีกคนที่ขบเคี้ยวเขี้ยวฟันอยู่ ฟ้าลุกขึ้นยืนกำลังจะก้าวเดินแต่ต้นก็ดึงมือไว้ซะก่อน น้ำขมวดคิ้วทันที

 

“เดี๋ยวเราไปเป็นเพื่อน”

 

ควับ!

 

น้ำดึงมือต้นออกจากมือฟ้าอย่างแรงก่อนที่ทั้งคู่จะลุกขึ้นจ้องหน้าตั้งท่าจะวิ่งเข้าใส่กันอีกครั้ง

 

“หยุดเลย ทั้งคู่นั้นแหละ”

 

ต้นหันหน้าหนีส่วนน้ำก็ได้แต่สถบเสียงเบา

 

“นายนพรัตร แสงเนตร กรุณามารับยาที่ช่อง 2 ด้วยค่ะ”

 

ต้นยิ้มทันทีที่ได้ยินชื่อตัวเอง

 

“ไปกันเถอะฟ้า เค้าเรียกชื่อเราแล้วเหมือนกัน”

 

“มึงก็ไปของมึงสิวะ จะมาเอาฟ้าไปด้วยทำไม!”

 

“เสือก”

 

“ไอ้!!”

 

“พอ!”

 

ฟ้าสุดจะทน เค้าตะเบ็งเสียงเข้มห้ามคนทั้งคู่ก่แนจะทิ้งตัวลงนั่งที่เดิม

 

“ไปรับเองทั้งคู่นั้นแหละ เร็วด้วย เราหิวแล้ว”

 

ต้นเป็นฝ่ายที่หันหลังแล้วเดินตรงไปรับยาที่ช่องทางรับก่อนส่วนน้ำยังคงฟึดฟัดอยู่ครู่หนึ่ง

 

“น้ำ”

 

ฟ้าเรียกเค้าไว้และเมื่อน้ำหันไปหาฟ้าก็ยื่นกระเป๋าเงินของตนไปให้

 

“ไม่ได้เอาเงินมาด้วยไม่ใช่รึไง เอาไปจ่ายก่อนสิ”

 

น้ำพยักหน้ารับแล้วรับไปถือไว้ก่อนจะเดินไปยังช่องรับยา เมื่อฟังพยาบาลหน้าเหี้ยวๆบ่นเรื่องยาและเวลาจนชวนง่วงสักพักน้ำก็ต้องไปจ่ายเงินอีกช่องซึ่งต้องต่อคิวหลังต้นพอดี ต้นเหลียวมามองนิดหน่อยจนเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของน้ำ เค้าคงจะไม่สนใจเลยถ้ามันไม่ใช่ประเป๋าเงินของคนรักของเค้า

 

“กลับไปรอกับฟ้าเลยไป๊ เดี๋ยวกูจ่ายเผื่อส่วนของมึงให้”

 

“ไม่จำเป็น”

 

“หึ ไม่ต้องมาทำเป็นปากเก่ง ขนาดค่ารักษามึงยังเอาของฟ้ามาจ่ายนี่นะ”

 

“กูลืมเอากระเป๋ามาแล้วฟ้าให้ยืม กูกับฟ้าใช้เงินด้วยกันเป็นปกติ แค่นี้ชิลๆ”

 

น้ำยกยิ้มที่มุมปากพร้อมกอดอกยืดอกแสดงความเหนือกว่าจนต้นคิ้วกระตุก

 

“แต่กูไม่อยากให้ฟ้าต้องมาเสียเงินให้กับมึง อย่าว่าแต่เงินเลย แม้แต่เวลาและอากาศที่ใช้หายใจกูยังไม่อยากให้ใช้ร่วมกันกับมึงสักอย่าง!”

 

“มันจะมากไปแล้วนะเว้ย!”

 

“ต้น! น้ำ!!”

 

สิ้นเสียงตะคอกห้ามดุๆของฟ้าคนทั้งคู่ก็หันหน้าหนีไปคนละทาง เมื่อจ่ายเงินเป็นที่เรียบร้อยก็พากันตรงไปยังรถ

 

“หิวมากไหมฟ้า?”

 

ต้นถามเสียงอ่อน เค้าห่วงฟ้าจะหิวจนปวดท้องเพราะนี่ก็เสียเวลามามากพอควร ฟ้าไม่ตอบแต่พยักหน้าให้แทน ต้นเลยมองซ้ายมองขวาหาศูนย์อาหารหรือเซเว่นเผื่อได้ซื้อให้ฟ้าได้รองท้องไปก่อน

 

“รีบกลับห้องสิ ในตู้เย็นน่าจะมีอะไรกินอยู่นะ”

 

น้ำพูดเสียงแข็ง ถึงจะยังหงุดหงิดกับใครอีกคนแต่เค้าก็ห่วงฟ้าไม่น้อยเช่นกัน

 

“ทำไมไม่มีเซเว่นแถวนี้เลยวะ”

 

ต้นบ่นพึมพำจนฟ้าส่ายหัว

 

“ไว้แวะกินระหว่างทางก็ได้ เราไม่เป็นไร”

 

“ก็ได้/ได้ดิ”

 

ทั้งต้นทั้งน้ำตอบรับอย่างพร้อมเพียงก่อนจะหันไปจ้องแล้วแยกเขี้ยวใส่กันซะงั้น ฟ้าหลุดหัวเราะเสียงแผ่วแล้วจึงปลดล็อครถแล้วเข้าไปประจำที่คนขับ ต้นและน้ำก็เข้ากันคนละฝั่งแต่พอนั่งลงตัวกลับต่างคนต่างหันออกนอกหน้าต่างคนละทางพยายามไม่สนใจกันและกันซึ่งนั้ยฟ้าก็คิดว่าดีแล้ว รถเคลื่อนตัวออกจากโรงพยาบาลไปเรื่อยๆจนเจอร้านก๋ยวเตี๋ยวเจ้าอร่อยเข้าฟ้าเลยจอดเทียบใกล้ๆ น้ำหันไปมองแล้วก็กดยิ้มชอบใจจนต้นขมวดคิ้วสงสัย ฟ้าไม่พูดพร่ำทำเพลง เค้าลงจากรถได้ก็เดินดุ่มๆนำคนทั้งคู่ไปหาโต๊ะนั่งทันที และปัญหาเดิมก็เกิดขึ้นอีกเมื่อทั้งต้นและน้ำต่างจ้องหน้าส่งสายตาปานขั่วไฟฟ้ากระทบกระทั้งกันเพื่อแย่งพื้นที่นั่งข้างๆฟ้า ฟ้าถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วย้ายตัวเองไปนั่งที่หัวโต๊ะ

 

“ทีนี้ก็นั่งกันคนละฝั่ง จบนะ ใครไม่จบก็ไปนั่งโต๊ะอื่น”

 

เพียงเท่านั้นคนทั้งคู่จึงค่อยๆนั่งลงตามที่ฟ้าบอกอย่างเงียบเชียบจนพนักงานมารับออเดอร์

 

“ฟ้าอยากกินไร?”

 

ต้นหันไปถามความเห็นฟ้าตามความเคยชินแต่น้ำกลับตอกขึ้นมาทันควัน

 

“มาร้านก๋วยเตี๋ยวฟ้าคงอยากกินข้าวผัดกระเพรามั่ง”

 

“น้ำ”

 

ฟ้าปรามเสียงข่มแต่น้ำไม่สนใจ

 

“บะหมี่เกี้ยวน้ำหมูแดงพิเศษสองครับ อ้อ ไม่ใส่ผักโรยทั้งสองนะ”

 

น้ำหันไปสั่งกับพนักงานแบบรวดเดียวจบ ฟ้าเองก็พยักหน้าให้

 

“สั่งดิเฮ้ย โอ้เอ้ชิปหาย”

 

ต้นส่งสายตาจิกกัดไปให้คนตรงข้ามก่อนจะหันไปถามฟ้าอีกครั้ง

 

“ฟ้าจะกินไรเดี๋ยวเราสั่งให้?”

 

“อ้อ ไม่เป็นไรน้ำมันสั่งเผื่อแล้วนะ”

 

เป็นอีกครั้งที่บนใบหน้าเข้มมีรอยยิ้มแห่งชัยชนะประดับอยู่ ต้นจิ๊ปากอย่างขัดขุ่นในใจแต่ก็หันไปสั่งออเดอร์ในส่วนของตนและเครื่องดื่ม สักพักน้ำเปล่าสองขวดและแก้วสามใบมีน้ำแข็งใส่มาจนเต็มก็ถูกนำมาเสิร์ฟ ต้นที่อยู่ใกล้จัดการเปิดขวดแล้วเทน้ำใส่แก้วสองใบซึ่งก็คือของเค้าและของฟ้า ส่วนอีกใบเค้าไม่แม้แต่จะแตะหรือชายตามอง น้ำขบกรามกรอดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เค้าคว้าแก้วอีกใบมาใกล้ตนแล้วเอาน้ำอีกขวดมาเปิดและรินใส่จนเต็ม

 

“ผิวแดงๆนะฟ้า โดนแดดเยอะละสิเนี้ย”

 

จู่ๆต้นก็พูดขึ้นพร้อมกับจับแขนฟ้ามาพลิกหน้าพลิกหลังดูจนน้ำหันควับไปดึงแขนอีกข้างจนฟ้าเซตามแรงดึง

 

“จะดึงทำเหี้ยอะไร?”

 

ต้นถามเสียงเข้มแต่มือก็ยังไม่ยอมปล่อย

 

“แล้วมึงจะจับทำเหี้ยอะไรวะ?”

 

น้ำเองก็ใช่ว่าจะยอม  ฟ้ายังไม่ทันจะห้ามปรามอะไรก๋วยเตี๋ยวที่สั่งก็ถูกนำมาเสิร์ฟทีเดียวสามชามอย่างพร้อมเพียง ต้นกับน้ำเลยต้องปล่อยมือในที่สุด มื้อเย็นมื้อนี้เป็นอะไรที่เงียบและชวนอึดอัดที่สุดเท่าที่ทั้งสามคนเกิดมาเลยก็ว่าได้ ฟ้าพยายามไม่สนใจใครและตั้งหน้าตั้งตากิน

 

“ซี๊ด”

 

ต้นเผลอซี๊ดปากเบาๆเมื่อซดน้ำซุบแล้วไปโดนแผลแตกที่มุมปาก ฟ้าเลยวางช้อนแล้วหยิบแก้วน้ำให้ต้นดื่มล้างบรรเทาอาการแสบ

 

“อย่ากินให้โดนแผลสิต้น”

 

“พูดง่ายเนอะ มันอยู่ตรงปากพอดีไหมฟ้า”

 

“กวน อยากมีอีกสักรอยไหม?”

 

“ถ้าเป็นรอยกัดนะยอมทั้งตัวเลยครับคุณ”

 

ตึก!

 

ฟ้าและต้นหันมองตามเสียงที่ดังลั่นโต๊ะทันที เป็นน้ำที่กระแทกแก้วลงกับโต๊ะ น้ำต้องมองต้นด้วยสายตาที่วาวโรจน์จนฟ้าเริ่มใจไม่ดี ถ้าน้ำโกรธจัดๆใครก็เอาไม่อยู่ซะด้วยสิ

 

“รีบกินเถอะ เดี๋ยวเย็นหมดแล้วจะไม่อร่อย”

 

ฟ้าตัดบทจนคนทั้งคู่ยอมก้มหน้าก้มตากินด้วยความเงียบที่ชวนอึดอัดนี้ต่อไป เมื่ออิ่มกันแล้วพวกเค้าก็พากันกลับโดยทันที แต่ยังไม่ทันที่จะถึงคอนโดโทรศัพท์ของฟ้าก็ดังขึ้น ฟ้าหยิบออกมาดูเมื่อเห็นเป็นชื่อคีย์จึงกดรับแล้วเปิดสปีคเกอร์โฟนคุยเลย

 

“ว่าไงคีย์”

 

/เปิดโทรศัพท์ได้แล้วเหรอ แล้วนี่อยู่ไหน?/

 

“กรุงเทพฯ”

 

/อ้าว มาถึงเมื่อไหร่วะ?/

 

“ช่วงบ่ายๆนะ นี่ก็…ออกมาหาอะไรกินกำลังจะกลับ”

 

/เหรอ แล้วเจอไอ้น้ำรึยัง?/

 

“อืม ตอนนี้ก็อยู่ด้วยกัน”

 

/เชี่ย ถ้าจะดีกันง่ายขนาดนั้นก็อย่ามาผิดกันให้คนอื่นเค้าเดือดร้อนสิวะ/

 

“ขอ…”

 

“บ่นเชี่ยไรนักหนาวะคีย์”

 

ฟ้ายังพูดไม่ทันจะจบน้ำก็พูดแทรกขึ้นมาซะงั้น เค้าไม่ชอบใจนิดหน่อยที่คีย์กล่าวโทษฟ้าแบบนั้นถึงแม้จะเป็นการกล่าวโทษที่ไม่ได้จริงจังอะไรแต่เค้าก็ไม่ชอบอยู่ดี

 

/อย่าเสือกดิวะไอ้น้ำ กูจะคุยกับฟ้า/

 

“ไม่เสือกไม่ได้วะ พอดีกูก็ได้ยิน”

 

/ไอ้ห่านี่ พวกมึงหักพวงมาลัยมาให้กูโบกกบาลทีดิ๊ หมั่นไส้แม่ง/

 

ฟ้าหลุดหัวเราะออกมาเบาๆส่วนน้ำก็ส่ายหัวหน่ายใจกับเพื่อนตัวเล็กที่ห้าวผิดกับรูปลักษณ์

 

“มึงอยู่ไหนวะ?”

 

/ร้านพี่ขวัญ/

 

“ไปร้านเหล้าคนเดียวนี่นะ?”

 

/กูบอกตอนไหนว่ามาคนเดียว/

 

“เอ๊าไอ้นี่”

 

/หึ กูอยู่กับไอ้เคน จริงๆมันก็โทรหามึงแล้วนะน้ำแต่มึงไม่รับสาย กูแค่จะโทรมาถามไถ่ไอ้ฟ้าแต่ไงๆถ้าอยู่ด้วยกันงั้นก็มาแม่งด้วยกันนั้นแหละ โอเคไหมวะฟ้า?/

 

ฟ้ามองไปทางต้นที่ยังคงมองออกนอกหน้าต่างรถอยู่นิ่งๆผ่านทางกระจกมองหลัง

 

“กินเหล้าตลอด”

 

/โทษเชี่ยเคนดิ๊ มันเกิดอุตริทิ้งอีกคนแล้วจะมาหาอีกคน พวกมึงแม่งลาเรียนกันทั้งคู่กูเลยต้องมารับกรรมฟังมันบ่นแถมยังลากมาตั้งแต่หัวค่ำอะ/

 

“หึ”

 

/ไม่ต้องมาหัวเราะเลยฟ้า รีบมากันทั้งคู่นั้นแหละ กูให้เวลาสิบนาที/

 

“เหี้ยคีย์ จากสุขุมวิทไปพระราม8นี่มึงให้เวลาพวกกูสิบนาทีจะให้เหาะไปเหรอวะ”

 

น้ำพูดแทรกทันทีที่ได้ยิน

 

/เออๆ เพิ่มเป็นสิบห้า/

 

“สัส”

 

“พอเลยทั้งคู่นั้นแหละ กัดกันตลอดไม่เบื่อบ้างรึไง?”

 

/โทษไอ้น้ำดิ มันเริ่มก่อน/

 

“อ้าวไอ้คีย์”

 

“หยุดพูดเลยน้ำ”

 

“อะไรว๊า ฟ้าลำเอียงวะ”

 

/หึหึ/

 

“แค่นี้นะคีย์ เดี๋ยวเราโทรบอกอีกทีแล้วกัน”

 

/ไม่ต้องโทร เราจะถือว่าตกลงมาทั้งคู่/

 

พูดจบแล้วก็วางสายไปทันทีปิดโอกาสไม่ให้คนทางนี้ได้ปฎิเสธแต่อย่างใด ฟ้าหัวเราะหึในลำคอแล้วก็ขับรถต่อไปไม่นานก็กลับมาถึงคอนโด ฟ้าจอดรถต่อท้ายรถของต้นที่จอดอยู่ริมฟุตบาทด้านหน้าของมินิมาร์ทหน้าคอนโด ฟ้าเดินไปส่งต้นที่รถโดยที่น้ำยังคงยืนค่ำรถมินิของฟ้าอยู่คนเดียว

 

“ฟ้าจะไปต่อใช่ไหม?”

 

ต้นถามด้วยใบหน้าเรียบตึง ฟ้าพอจะดูออกว่าต้นไม่ชอบใจที่เค้าจะไปเมาแต่คีย์ก็ไม่ให้ปฎิเสธซะด้วยสิ

 

“ใช่ ไม่อยากให้ไปเหรอ?”

 

“ป่าวหรอก เราไม่ได้ใจแคบขนาดนั้น เพียงแต่เราห่วงฟ้านะ”

 

“ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอกน่า เพื่อนกันทั้งนั้น”

 

“คีย์กับเคนนะไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้นั้นนะสิ”

 

ต้นพูดพร้อมหันไปมองใครอีกคนที่เริ่มจะตีหน้าบึ้งเพราะเห็นว่าฟ้ากับต้นคุยกันนานเกินไปแล้ว

 

“ช่างเค้าสิ”

 

“ช่างไม่ได้ มันอยู่ห้องเดียวกับฟ้าใช่ไหมละ โคตรน่าเป็นห่วง”

 

“ห้องเรามีสองห้องนอนนะต้น เรากับน้ำอยู่กันคนละห้อง”

 

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ฟ้าเปลี่ยนไปอยู่กับเราดีไหม ยังไงเราก็แฟนฟ้านะ เราไม่สบายใจถ้าฟ้ายังคงอยู่ร่วมชายคากับมัน”

 

“คุยนานเกินไปแล้วนะฟ้า”

 

ฟ้าและต้นหันไปมองยังเสียงท้วงที่ดังแทรกเข้ามา ฟ้าถอนหายใจแล้วจึงหันกลับมาคุยกับต้นต่อ

 

“เอาเป็นว่า ถ้าเราเมาเราจะโทรให้ต้นมารับแล้วกัน โอเคนะ”

 

ต้นยิ้มจางก่อนจะก้มลงฉกหอมแก้มคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนเค้าไปฟอดใหญ่ๆ แน่นอนว่ามีเสียงโวยวายมาจากใครอีกคนแต่ฟ้ารีบออกไปห้ามทัพซะก่อน ต้นหัวเราะชอบใจที่เห็นน้ำโวยวายอย่างหงุดหงิด เค้าโบกมือลาฟ้าแล้วจึงขึ้นรถแล้วขับออกจากคอนโดไปในที่สุด

 

“ฟ้าไปปล่อยให้มันหอมทำไมวะ!”

 

น้ำยังคงโวยวายไม่เลิกแต่ฟ้าไม่ตอบแล้วเดินกลับเข้าตึกโดยที่มีน้ำเดินตามทั้งที่ยังคงหงุดหงิดอยู่อย่างนั้น ฟ้าพยายามแล้ว พยายามที่จะหันไปให้ความสนใจแก่ต้นที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนกันให้มากกว่าน้ำที่ยังคงตราตรึงอยู่ในใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“หนึ่งชัวโมงผ่านไป”

 

คีย์เอ่ยลอยๆเมื่อเหนเพื่อนทั้งสองเข้ามานั่งลงที่เก้าอี้ว่างทั้งสองตัว น้ำที่นั่งข้างเคนพยักหน้าให้เพื่อนก่อนจะรับแก้วมายกขึ้นดื่ม ส่วนฟ้าก็ยิ้มๆไม่ได้เอ่ยทักทายใคร

 

“บ่นจังวะคีย์”

 

“หุบปากไปเลยไอ้น้ำ”

 

ฟ้าส่ายหัวเนืองๆแล้วเอื้อมมือไปรับแก้วเหล้ามาจากเคน

 

“โอเคดีนะมึง”

 

เคนถามด้วยรอยยิ้มแต่ฟ้ากลับขมวดคิ้วฉงน

 

“งง ทำงง ก็ไอ้ที่หนีไปเที่ยวเนี้ย โอเคดีไหม?”

 

“อ้อ ก็ดี”

 

ฟ้าตอบเพียงแค่นั้นแล้วก็ยกแก้วขึ้นดื่ม สายตาเค้าเมียนมองไปรอบๆร้านอาหารกึ่งเหล้าที่พอตกดึกก็จะกลายเป็นคลับไปโดยปริยาย

 

“คนเยอะดีนะ”

 

“ใช่ เห็นว่ามีเลี้ยงอะไรสักงานด้วยนี่แหละ เห็นห้องวีไอพีด้านบนไหม นั้นนะถูกเหมาหมดทั้งสามห้องเลย”

 

ฟ้าพยักหน้ารับพลางมองไปยังด้านบนที่เป็นห้องกระจกติดกันทั้งสามห้อง ถึงแม้จะมองไปแต่คนด้านนอกก็ไม่สามารถมองเห็นคนด้านในอยู่ดีจะมีก็แต่คนด้านในที่สามารถมองเหนคนด้านนอกได้อย่างชัดเจน

ทั้งสี่คนดื่มไปคุยกันไปเหมือนเดิมโดยที่คีย์จะคุยกับฟ้าเป็ฯส่วนใหญ่และเคนจะคอยมองเหล่สาวไปกับน้ำ จะมีผิดปกติก็ตรงที่น้ำไม่ค่อยกระตือรือล้นที่จะม้อสาวไปกับเคนสักเท่าไหร่และคีย์ที่เริ่มติดแชตมากขึ้นจนฟ้าอดที่จะท้วงไม่ได้

 

“เดี๋ยวนี้แกมีคนคุยด้วยบ่อยขนาดนี้เลยเหรอคีย์ แฟน?”

 

“บ้าดิ เรายังคงโสด แต่ไอ้ที่คุยอยู่นี่ก็เรื่องแกทั้งนั้นเลยฟ้า”

 

ฟ้าตีหน้างงคีย์เลยยื่นโทรศัพท์ที่เปิดหน้าแชตค้างไว้มาให้ฟ้าดู มันเป็นข้อความแชตของต้นและคีย์ที่ส่วนใหญ่เป็นการคุยในเรื่องของฟ้าจริงๆ

 

“นี่สนิทกันถึงขนาดนี้เชียว”

 

ฟ้าอดที่จะแปลกใจไม่ได้เพราะสำนวนการพูดคุยค่อนข้างจะไม่มีกั๊กเหมือนคุยกับคนอื่นๆ

 

“ก็ไม่ขนาดนั้นนะ”

 

“สนิทกันก็ดีแล้ว อย่าให้เราปวดหัวไปมากกว่านี้เลย”

 

“ทำไมวะ?”

 

“ก่อนหน้าที่จะมานี่น้ำมันก็พึ่งมีเรื่องกับต้นมา”

 

“ห่ะ!?!”

 

คีย์อุทานซะดังลั่นจนเคนและน้ำถึงกับหันมามองอย่างพร้อมเพียง

 

“มีอะไร?”

 

น้ำถามโดยไม่เจาะจงคนตอบจนฟ้าส่ายหัวเป็นคำตอบไปให้เค้าเลยพยักหน้ารับรู้แล้วหันไปคุยกับเคนต่อ ดีที่เสียงดนตรีค่อนข้างดังเพราะเป็ฯช่วงเวลาดึกดื่นจนกลายเป็นคลับ ทั้งสองคู่เลยได้คุยกันแบบกระซิบกระซาบและนั้นก็ทำให้อีกคู่ไม่สามารถได้ยินในสิ่งที่พวกเค้าคุยกันได้

 

“ไปมีเรื่องกันได้ยังไงวะฟ้า เล่ามาเลย เล่ามาให้หมด”

 

คีย์เค้นต่อเมื่อเห็นว่าน้ำและเคนหันกลับไปคุยกันต่อ

 

“ก็ต้นมันมารับเราที่คอนโดเพราะมีนัดกินข้าวกัน แต่น้ำมันไปรับโทรศัพท์เราที่ต้นโทรมาตอนถึงตึกพอดี”

 

“มันเลยลงไปซัดเค้า?”

 

“ใช่ เราก็พึ่งอาบน้ำเสร็จไงเลยต้องแต่งตัวอีก กว่าจะลงไปห้ามได้ก็น้วมกันทั้งคู่แล้ว”

 

“โอ้ย อย่างกับละครหลังข่าว นี่ศึกชิงชายรึไงเนี้ย”

 

“เวอร์ละ จะมาชิงอะไรเรา พวกนั้นแค่หมั่นไส้กันเองเราไม่เกี่ยวนี่”

 

“ไม่เกี่ยวบ้าอะไร ที่มันหมั่นไส้กันก็เพราะแกไม่ใช่เหรอวะ”

 

ฟ้าเงียบกริบอย่างเถียงไม่ออก

 

“ในกรณีต้นกพอจะเข้าใจว่าทำไมมันหมั่นไส้ไอ้น้ำ แต่ไอ้น้ำมันจะไปหมั่นไส้อะไรไอ้ต้นมากมายวะ”

 

“มึงก็หันไปถามมันดิ”

 

“น้ำ”

 

ฟ้าถึงกับสะดุ้งก็เค้าไม่คิดว่าคีย์จะกล้าหันไปเรียกน้ำเอาจริงๆ

 

“อะไร?”

 

“มึงไปหมั่นไส้อะไรไอ้ต้นนักหนาวะ?”

 

ฟ้าหันหน้าหนีเมื่อเห็นว่าน้ำหันมามองยังตนเอง

 

“ไม่ถามฟ้าดูละ”

 

“เอ๊า มันเรื่องของมึงเว้ย จะไปถามไอ้ฟ้าได้ไง”

 

“เรื่องของกูก็เหมือนเรื่องของฟ้าด้วยนั้นแหละ ฟ้ากับกูก็คนๆเดียวกัน”

 

ฟ้าถึงกับสำลักเหล้าไอโครกเครก คีย์เองก็อึ้งไปกับคำตอบที่ได้แต่เคนกลับหัวเราะชอบใจ

 

“เจ๋งเว้ยเพื่อนกู”

 

“มึงนี่มโนเก่งขึ้นนะไอ้น้ำ”

 

“มโนตรงไหน พวกมึงก็รู้กันดีแล้วนี่”

 

ฟ้ากำลังจะอ้าปากท้วงขึ้นบ้างแต่ก็มีใครบางคนมาสกิตจนต้องหันไปมองซะก่อน

 

“สวัสดีครับ”

 

ชายหนุ่มแปลกหน้าที่มาสกิตฟ้าเอ่ยทักขึ้นด้วยรอยยิ้ม ทุกคนในโต๊ะต่างงุนงงกับผู้มาใหม่เพราะไม่มีใครรู้จักแม้แต่ตัวฟ้าเองก็ตาม แต่ฟ้าก็ยังยิ้มรับแล้วเอ่ยทักอย่างสุภาพตามปกติ

 

“ตรงๆเลยนะ ผมชอบคุณนะ ขอเบอร์โทรไลน์ไอ้จีเหรอเฟสหน่อยจะได้ไหมครับ?”

 

ครบองค์มาก

 

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ฟ้าคงจะสานสัมพันธ์ต่อเพราะคนที่เข้าหาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรแถมดูจากการแต่งตัวแล้วก็ดูท่าจะภูมิฐานพอสมควร แต่ก็นะ...

 

“ขอโทษครับ ผมคงให้ไม่ได้”

 

ทั้งคีย์และเคนต่างก็อ้าปากเหวอแต่น้ำกลับยิ้มกริ่ม พวกเพื่อนของฟ้าจะรู้ดีว่าฟ้าเองก็เจ้าชู้ การที่ปฎิเสธคนที่เข้าหาทั้งที่ดูดีไปแทบจะทุกส่วนแบบนี้จึงเหนือความคาดหมายมากถึงมากที่สุด

 

“ทำไมละครับ หรือว่า...”

 

ชายหนุ่มลากเสียงยาวแล้วไล่มองผู้ร่วมโต๊ะจนไปสะดุดเข้ากับแววตาดุของน้ำ

 

“มีแฟนแล้วสินะ”

 

ฟ้ายิ้ม

 

“งั้นก็ขอโทษด้วยนะครับ”

 

พูดจบก็เดินจากไปด้วยใบหน้าสงดลงนิดหน่อย ฟ้าลอบถอนหายใจแล้วหันมายกแก้วขึ้นดื่มจนไปสะดุดเข้ากับรอยยิ้มของน้ำที่ดูจะปลื้มปริ่มยิ่งกว่าผลการเรียนได้เอเสียอีก

 

“ฟ้า ไม่สบายรึเปล่าเนี้ย?”

 

คีย์ถามพร้อมกับยกมือขึ้นอังหน้าผากนาบกับแก้มจนฟ้าหลุดหัวเราะขำ

 

“อะไรของคีย์เนี้ย?”

 

“ปกติเหยื่อชั้นเลิศแบบนั้นมาแกไม่มีทางพลาดอะ แต่นี่เลยไม่สนใจซะงั้น”

 

“ก็เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันนะสิ”

 

“ยังไงวะ?”

 

“มึงนี่ก็เข้าใจอะไรยากวะคีย์ ขนาดไอ้คนเมื่อกี้มันยังเข้าใจอะไรได้ง่ายกว่ามึงเลย”

 

น้ำพูดแทรกเสียงขำขันแต่คีย์ตวัดสายตาไปมองค้อนดุๆ คีย์ไม่เชื่อว่าฟ้าจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนจริงๆเพราะเค้ายังมั่นใจว่าฟ้ายังตัดใจจากน้ำไม่ได้แน่ๆ

 

“มึงเงียบไปเลย แม่งยิ้มอยู่ได้บ้าป่าววะน้ำ”

 

น้ำไหวไหล่

 

“สรุปว่าไงฟ้า?”

 

ฟ้ายิ้ม

 

“ก็ตามนั้นแหละ”

 

“ตามไหนวะ?”

 

“เรามีแฟนแล้ว”

 

คีย์อ้าปากค้างเบิกตากว้างในขณะที่เคนสำลักเหล้าที่กำลังเอาเข้าปาก น้ำยังคงนั่งไขว่ห้างแล้วยิ้มออกมาเมื่อทั้งคีย์และเคนหันไปมองเค้าเป็นตาเดียว

 

“มองกูทำไม?”

 

“นี่พวกมึงไปลงเอ่ยกันตอนไหนวะเนี้ย?”

 

เป็นเคนที่ถามน้ำกลับ

 

“พูดบ้าอะไรวะเคน เรากับน้ำไม่ได้เป็นอะไรแบบนั้นสักหน่อย ก็รู้อยู่ว่าน้ำมันไม่ใช่เกย์”

 

คราวนี้เป็นน้ำที่ตวัดสายตาไปมองจ้องที่ฟ้า

 

“งั้นเป็นใครวะฟ้า?”

 

คีย์ถามขึ้นบ้างและฟ้าที่ยกแก้วขึ้นดื่มอยู่เลยชี้ไปที่โทรศัพท์ของคีย์ที่วางอยู่บนโต๊ะ คีย์ขมวดคิ้วมุ้ยแต่ไม่นานก็ต้องเบิกตากว้างอีกครั้ง

 

“อย่าบอกนะว่า...”

 

“อืม ต้นนั้นแหละที่เป็นแฟนเราในตอนนี้”

 

TBC....


ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1

◑ MAKE FRIEND ◐ 

★เพื่อน ●รัก★

 

19

 

 

 

ดวงตาสีน้ำตาอ่อนบลือขึ้นอย่างยากลำบาก มือหนายกขึ้นมาลูบหน้าเบาๆก่อนที่จะผงกขึ้นเพราะเสียงการสั่นของโทรศัพท์เครื่องหรู น้ำหันไปคว้ามาดูก่อนจะกดตัดสายแล้วล้มตัวลงนอนเช่นเดิมแต่ผู้ร่วมเตียงกลับงัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยนี่สิ

 

“กี่โมงแล้วค่ะน้ำ”

 

เสียงหวานเอ่ยถามก่อนจะเลื่อนตัวเข้ามากอดแนบอิงแอบกับชายหนุ่ม น้ำตอบไปว่าแปดโมงทั้งที่ดวงตายังคงหลับนิ่ง

 

“ปอมีเรียนเก้าโมง น้ำไปส่งปอที่มหาลัยหน่อยนะ”

 

น้ำไม่ตอบแต่ปล่อยให้ตัวเองหลับลึกไปอีกครั้ง เค้าไม่อยากจะสนใจอะไรทั้งสิ้นแม้แต่ร่างกายที่เปลือยเปล่าของสาวสวยข้างกาย

 

หลังจากที่ฟ้าประกาศตัวถึงสถานะที่ไม่โสดนั้นน้ำก็แทบไม่ได้เจอหน้าฟ้ามาร่วมสัปดาห์แล้ว ไม่ใช่ไม่อยากเจอแต่มันเจอไม่ได้ ใจมันบีบคั้นจนแทบอยากจะร้องไห้เมื่อนึกถึงใบหน้าหวานที่พูดออกมาจากปากเรียวว่าใครคือแฟนที่แท้จริง วินาทีนั้นเหมือนมีคนเอามีดมากรีดลงกลางใจ เหมือนใครมากระชากมันออกมาจากอกแล้วก็กระทืบซ้ำ มันเจ็บจนจุก เจ็บจนต้องหนีหน้ามาถึงทุกวันนี้

 

 

 

 

 

 

 

“ไอ้เชี่ยน้ำ!”

 

ทันทีที่ร่างสูงใหญ่มาดแมนแฮนซัมของน้ำก้าวลงจากรถเสียงเรียกกึ่งด่าก็ดังลั่นมาในทันที คนที่กล้าด่าแมยังเสียงดังไม่อายใครแบบนี้มีเพียงหนึ่งเดียวนั้นคือเคน

 

“มีอะไร?”

 

น้ำถามกลับพลางกดรีโมตล็อครถแล้วเดินผ่านหน้าเพื่อนที่ยืนตีหน้าบึ้งอย่างไม่ค่อยสนใจ เคนจิ๊ปากแล้วเดินตามไปกอดคอเพื่อนที่แทบไม่โผล่หน้าโผล่ตามาเรียนตามวิสัย จริงๆน้ำก็ไม่ได้ขยันเข้าเรียนอยู่แล้วดีหน่อยที่สมองดีไม่งั้นคงไม่รอดแต่ช่วงนี้กลับยิ่งหนัก ทั้งสัปดาห์โผล่มาแค่สองวันยังมี

 

“กูโทรหาก็เสือกตัดสายนะไอ้ห่า”

 

“กูนอน”

 

“มึงคงลืมว่าวันนี้มึงมีแข่ง”

 

น้ำขมวดคิ้วนิดหน่อยเพราะตัวเองลืมไปแล้วจริงๆ

 

“แข่งไรวะ?”

 

“บาสไง งานกีฬามหาลัยเริ่มตั้งแต่เมื่อวานละไอ้ควาย”

 

“เหรอ”

 

“ยังจะมาเหรออีก มึงตัวจริงไม่ใช่รึไง ถึงจะไม่ค่อยโผล่มาซ้อมแต่พี่แซ๊คก็ไม่ได้เอาชื่อมึงออกนะเว้ย แถมยังมีการบอกให้กูลากมึงไปแข่งให้ได้อีก เสียเวลากูชิปหาย”

 

“งั้นมึงจะไปไหนก็ไปเลยไป”

 

“ไม่ได้วะ กูต้องลากมึงไปโรงยิมให้ทันเวลาแข่งซะก่อน ไม่งั้นไอ้พี่แซ๊คเอากูตาย”

 

น้ำทำได้แค่เพียงพยักหน้ารับ พอดีกับที่เค้ามาถึงห้องเรียนในรายต่อไปเลยเข้าไปนั่งแล้วฟุบหน้าลงกับโต๊ะทันที เคนที่เดินตามมานั่งข้างๆก็ได้แต่มองพลางถอนหายใจไปเฮือกใหญ่

 

“มึงไม่ได้กลับไปนอนห้องเลยเหรอวะ?”

 

เคนถามเสียงอ่อน เค้ารู้ว่าน้ำไม่ได้กลับไปนอนที่คอนโดเพราะฟ้าโทรมาถามไถ่เรื่องน้ำกับเค้าทุกวันแต่พอบอกว่าให้โทรไปถามเองก็ไม่โทร

 

“แล้วไง?”

 

“ก็ไม่แล้วไง แต่ถ้ามึงจะไปค้างที่อื่นหรือไม่กลับห้องก็บอกไอ้ฟ้ามันบ้าง มันก็ห่วงมึงนะ”

 

“หึ”

 

น้ำได้แต่เค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ห่วงอย่างนั้นเหรอ ถ้าห่วงจริงแล้วทำมไม่กล้าติดต่อมาเองละวะ

น้ำฟุบอยู่อย่างนั้นจนได้เวลาเรียนเค้าถึงได้เงยหน้าจึ้นมาตั้งใจเรียนจนจบคาบและเข้าสู่ช่วงเวลาพักกลางวัน น้ำกับเคนตัดสินใจกินข้าวที่โรงอาหารคณะเพราะมีเรียนต่อในตอนบ่ายก่อนที่จะเข้าไปรวมตัวกับคนอื่นที่โรงยิม น้ำแทบไม่ปริปากพูดอะไรทั้งยังมีบรรยากาศชวนอึดอัดแผ่ออกมาจนเคนแทบจะทำตัวไม่ถูก แต่ก่อนฟ้าจะยุ่งกับใครเพื่อนเค้าก็ยังคงยืดอย่างภาคภูมิใจว่ายังไงมันก็คือที่หนึ่งที่ฟ้าแคร์แต่พอฟ้าประกาศตัวว่ามีแฟนมันคงเหมือนล้มทั้งยืน

 

เสียหน้าไม่เท่าไหร่แต่ไอ้เสียใจมันคงจะเป็นหนักกว่าที่คิด

 

ทุกสิ่งอย่างที่เค้าเฝ้าสังเกตุกำลังตกตะกอนเป็นกลุ่มก้อนแต่ทว่าจู่ๆฟ้าก็มาทำให้มันขุ่นขึ้นมาอีกซะงั้น

จู่ๆมาพลิกล็อคแบบนี้ ไอ้เราก็เปไปเหมือนกันนะเว้ย

 

“ไอ้น้ำ”

 

เคนเรียกเพื่อนหลังจากที่กลืนข้าวคำสุดท้ายลงท้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว น้ำเหลือบตาขึ้นมามองคนเรียกนิดหน่อยก่อนจะก้มลงไปสนใจกับโทรศัพท์ในมือดังเดิม

 

“มึง...ชอบฟ้าจริงๆเหรอวะ?”

 

น้ำชะงักค้าง นิ้วที่กำลังรัวพิมพ์ตอบสาวในแชตหยุดนิ่งเหมือนกับลมหายใจที่สะดุดไปชั่วครู่

 

“ถ้ามึงชอบมันแล้วทำไมมึงไม่บอกมัน...”

 

“กู...ไม่รู้”

 

“ไม่รู้เรื่องไหนวะ ไม่รู้ใจตัวเองหรือไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ชิงบอกมันไปก่อนที่มันจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน”

น้ำส่ายหัววางโทรศัพท์แล้วยกมือทั้งสองข้างขึ้นลูบหน้าลูบตา

 

“ไม่รู้แม่งหมด”

 

“เวร”

 

“เออ โคตรเวรโคตรกรรมเลยด้วย”

 

“แล้วมึงไม่คิดจะคิดอะไรให้มันแจ่มแจ้งชัดเจนบ้างไงวะ กูพูดตรงๆนะ การที่อยู่กับมึงตอนนี้แม่งโคตรอึดอัดอะ มึงดูเหมือนอยู่แค่ตัวใจไม่รู้หายไปไหนแล้วถามคำตอบคำทำอะไรไม่ปรึกษาใครอยากจะไปไหนก็ไป กูเข้าใจว่ามึงอยากจะปลีกวิเวกไปอยู่คนเดียวแต่สภาพมึงที่เป็นแบบนี้กูเห็นแล้วไม่กล้าปล่อยวะ”

 

น้ำพยักหน้ารับรู้แล้วแย่งแก้วน้ำเคนมาดูดไปอึกใหญ่ๆ

 

“มึงคิดว่ามันง่ายรึไงกับการก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างคู่ปกติกับคู่เกย์ แถมฟ้ามันเพื่อนกูมาเป็นสิบปี เออ กูยอมรับว่ากูอาจจะรู้สึกตัวช้าไปหน่อยแต่...แม่งก็ยังยากอยู่ดีละวะ...”

 

“สรุปที่มึงหลบหน้าไอ้ฟ้าคือมึงคิดไม่ตกเรื่องนี้ไม่ใช่โกรธที่มันมีแฟน”

 

“ทั้งคู่”

 

“เรื่องโกรธไอ้ฟ้านะมึงเลิกโกรธมันไปเหอะวะ เท่าที่กูสังเกตุดูระว่างที่มึงหายไปนะไอ้ฟ้าแม่งห่วงมึงมากกว่าสนใจแฟนมันอีก ถ้ากูเป็นแฟนฟ้านะกูบอกเลิกแม่งละ มาห่วงผู้ชายอีกคนมากกว่าแฟนตัวเอง”

 

น้ำได้แต่นิ่งฟังอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินสักเท่าไหร่ หัวใจที่บีบรัดเหมือนจะค่อยๆพองตัวด้วยความหวังและความตื้นตันดีใจ

 

“เอาเถอะ ถ้าตัดสินใจได้ยังไงก็เกริ่นล่วงหน้าหน่อยแล้วกัน อย่ามาเซอร์ไพร์สอย่างไอ้ฟ้านะ กูหัวใจวายตายใครจะรับผิดชอบ”

 

น้ำหลุดยิ้มให้กับความกวนของเพื่อนซี้

 

“แก่แล้วก็งี้”

 

“ใครบอกว่ากูแก่ ออกจะฟิตปั๊งเว้ย”

 

“หึหึ”

 

เมื่ออิ่มกันแล้วทั้งน้ำและเคนเลยพากันย้ายสาระร่างไปยังห้องเรียน จริงๆทั้งคู่ก็ไม่ได้พิศวาทอยากจะเรียนอะไรมากมายแต่ข้างนอกมันร้อนเลยพากันเข้ามานั่งตากแอร์งีบไปพลางรอเวลาเข้าเรียน

 

 

 

 

 

 

4 โมงเย็น ณ โรงยิมที่ใช้สำหรับแข่งบาสระหว่างคณะเศรษฐศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ ฟ้าเดินเข้าไปด้านในพร้อมกับเคนที่เดินตามต้อยๆ เมื่อเห็นแล้วว่าฝั่งตัวเองอยู่ด้านไหนจึงเดินตรงเข้าไปโดยที่ไมได้เหลียวมองใครเลยสักคน

 

“โอ้ มาแล้วเว้ยได้บุคคลลึกลับ”

 

ทันทีที่ไปถึงและยกมือไหว้รุ่นพี่แต่ละคนจนครบกัปตันทีมซึ่งก็คือพี่แซ๊คถึงได้เอ่ยปากแซวรุ่นน้องคนเก่งของทีม น้ำไม่ตอบอะไรแต่ยิ้มอ่อนๆให้คนได้ยินเสียงกรี๊ดจากแสตนด์ทางด้านหลังนั้นแหละเค้าถึงได้เงยหน้าขึ้นไปมอง ทำไมคนมาดูมันเยอะงี้วะ

 

“กูอยู่ตั้งนานไม่ยักกะมีสาวกรี๊ดสักแอะ ไอ้นี้มาไม่ถึงสิบวิแวะกรี๊ดกันสนั่น สวรรค์แม่งไม่ยุติธรรม”

 

“ยังไม่ชินอีกเหรอวะพี่แซ๊ค ว่าแต่มึงเหอะน้ำ หายหัวไปร่วมสัปดาห์งี้เส้นจะไม่ยึดเอาไงวะ”

 

เพื่อนร่วมทีมที่ชื่อโจ้หันไปแซวกัปตันก่อนจะเดินมาตบไหล่น้ำปุๆ

 

“เอาชุดมาเปลี่ยนดิจะได้ลงไปวอร์มที่สนาม”

 

โจ้พยักหน้าให้น้ำแล้วจึงหันไปหยิบถุงที่ใส่ชุดสำหรับนักกีฬาบาสของคณะให้น้ำ น้ำเลยเอาเป้ของตนไปไว้กับเคนที่นั่งรออยู่ที่แสตนด์ด้านหลังจุดพักนักกีฬาฝั่งตนเองก่อนจะเดินหายไปเปลี่ยนชุดที่ห้องเปลี่ยน บอกตามตรงว่าน้ำไม่ค่อยมีอารมณ์แข่งสักเท่าไหร่เค้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่านัดแรกนี้เค้าต้องแข่งกับคณะไหน แต่ด้วยหน้าที่แล้วเค้าก็ต้องมา

 

ไงๆก็รีบเล่นรีบจบเอาละกัน

 

เมื่อน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วออกมาเสียงกรี๊ดก็ยังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เค้าไม่ได้หันไปสนใจเหล่าบรรดากองเชียร์จนเสียงนั้นดังอีกละลอกเมื่อนักกีฬาจากอีกฝั่งเดินเข้ามาที่จุดพักของอีกฟาก ฝั่งของฟ้าใส่ชุดสีน้ำเงินตัดขาวส่วนอีกฝ่ายนั้นสีส้มตัดดำ เค้าคงไม่สนใจอะไรถ้าใครบางคนในกลุ่มนักกีฬาฝ่ายนั้นไม่ใช่คนที่ฟ้าพึ่งเปิดตัวไปว่าเป็นแฟน ต้นเองก็หันมามองที่น้ำเช่นกัน ดวงตาแข็งกร่าวนั้นดูดุดันและแสดงความเป็นศัตรูชัดเจนกว่าเก่ามาก น้ำเผลอยกยิ้มเหี้ยวก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่ฝั่งของตน

 

“แข่งกับสถาปัตฯเหรอพี่?”

 

น้ำถามเสียงเรียบ มือก็รับเอาลูกบาสมาทุ่มลอดขาเล่นๆให้มือคุ้นกับสัมผัส

 

“ใช่ แต่ปีนี้มีไอ้คิดกับไอ้แมตเล่นด้วยนี่สิ งานหยาบชิปหาย ไหนจะน้องไหม่ฝีมือใช่ย่อยอย่างไอ้ต้นนั้นอีก”

 

 “เดี๋ยวผมประกบไอ้นั้นเอง”


“หืม มึงรู้จักกันเหรอวะ?”

 

“นิดหน่อยพี่”

 

“แต่มึงเป็นเซ็นเตอร์นะ อย่างมันกูว่าน่าจะเป็นชู้ตติ้งการ์ด”

 

“งั้นผมจะเป็นตัวฟรี”

 

“เห้ย! ไม่ได้ซ้อมมาเป็นสัปดาห์จู่ๆจะมาเป็นตัวฟรีมันจะไม่หนักไปเหรอวะ”

 

“ผมไหว”

 

“เอาจริงเหรอวะ?”

 

น้ำพยักหน้ารับ

 

“เออๆ ก็ได้ งั้นกูขอวางเกมส์ใหม่แป๊บ มึงไปวอร์มกับพวกที่เหลือก่อนไป”

 

เมื่อได้ตามต้องการแล้วน้ำเลยลุกขึ้นเดินตรงเข้าไปหาโจ้ที่กำลังเดาะบอลรอบตัวไปมาอยู่ในสนาม ฟ้าแย่งลูกจากเพื่อนโดยอาศัยจังหวะการดีดคืนตัวของลูกบาสก่อนจะวิ่งอ้อมหลังไปยังห่วงชูตที่อยู่ไกลออกไป

 

“เชี่ยน้ำ!”

 

โจ้ร้องลั่นเมื่อโดยแย่งลูกไปต่อหน้าต่อตา โจ้วิ่งตามไปแย่งคืนแต่ก็ไม่ทัน น้ำอาศัยความคล่องตัวและทักษะด้านกีฬาที่โดดเด่นของตัวเองกระโดดขึ้นไปดั้งค์ลูกกับแป้นในทันที เสียงลูกที่ถูกตบใส่แป้นด้านบนนั้นทำให้ทุกสายตาหันมามองเป็นตาเดียวก่อนที่เสียงกรี๊ดจะกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้ง น้ำหยักคิ้วหลิ่วตาพร้อมยกยิ้มเจ้าเล่ห์ให้โจ้ที่อ้าปากค้างด้วยความตกใจ ถึงจะเคยซ้อมด้วยกันมามากแต่น้ำก็ไม่เคยดั้งค์อย่างนี้ให้เห็นเลยสักครั้ง

นักกีฬาทั้งสองฝ่ายวอร์มกันอยู่คนละฝั่งจนกระทั่งกรรมการมาและเป็นช่วงเวลาการวางแผนเป็นครั้งสุดท้าย แซ๊คแจกแจงรายละเอียดของแผนไม่นานเสียงเรียกลงสนามมาจากกรรมการก็ดังขึ้น

น้ำกับต้นได้เผชิญหน้ากันอีกรอบแต่ต่างฝ่ายต่างไม่พูดคุยทักทายใดๆเหมือนอย่างคนอื่น สำหรับเค้าทั้งสองคนนั้นมีเพียงสายตาที่ประดุจดาบคมที่คอยฟาดฟันใส่กันเท่านั้น

 

เสียงหวีดร้องของสัญญาณบอกการเริ่มเกมส์ดังขึ้น แซ๊คที่เป็นคนปัดลูกมาได้จึงเปิดเกมส์ให้แก่ฝั่งเศรฐศาสตร์ได้อย่างสวยงาม เสียงเอี๊ยดอ๊าดของรองเท้าเสียงสีกับพื้นดังลั่นแข่งกับเสียงเชียร์ที่ดังไม่แพ้กัน การเล่นยังคงเป็นไปตามแผนในขณะที่น้ำคอยที่จะขัดต้นและต้นก็แทบไม่ปล่อยน้ำให้เล่นได้อย่างถนัด ทั้งคู่ขับเขี้ยวกันจนเพื่อนร่วมทีมจับสังเกตุถึงความผิดปกติได้แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่ง

 

“หึ แพ้แล้วพาลเหรอมึง”

 

ต้นเป็นคนแรกที่เอ่ยระหว่างที่ทั้งคู่กำลังกันท่าจากการได้ครองลูกจากเพื่อนร่วมทีม น้ำคิ้วกระตุกแต่ก้ยังข่มอารมณ์ไว้ได้

 

“ผลยังไม่ตัดสินอย่างพึ่งร้อนตัวหน่อยเลยวะ”

 

“กูชนะ มึงก็น่าจะรู้แล้วนะ”

 

“มั่นใจเหรอ?”

 

คำถามนั้นทำให้รอยยิ้มที่มุมปากของต้นต้องหายไปในที่สุด ภาพที่ฟ้าคอยห่วงคอยพะวงกับไอ้ที่อยู่ตรงหน้าเค้ามันเด่นชัดมาเป็นฉากๆ ทั้งๆที่มีเค้าอยู่ด้วยแต่กลับเป็นเหมือนอากาศธาตุที่ไร้ตัวตน

 

“รู้แล้วสินะ คราวหลังก็อย่ามั่นให้มากเดี๋ยวล้มแล้วคนรอกระทืบซ้ำมันจะมีเพิ่ม”

 

เมื่อน้ำพูดจบโจ้ก็ส่งบอลมาให้พอดีเค้าจึงตั้งท่าเตรียมผละออกจากการคุมของต้น น้ำวิ่งฝ่าการกีดกันของฝ่ายจนไปถึงตำแหน่งที่เหมาะสมที่จะชูตแต่ต้นก็เข้ามาขัดไว้ซะก่อน

 

“อย่าหวังเลยว่ากูจะปล่อยไปง่ายๆ”

 

น้ำเสียงที่ดุดันอย่างเกรี้ยวกราดทำให้น้ำยิ้มพอใจ

 

“โทษทีวะ แต่มันเป็นของกูมาตั้งแต่แรก”

 

ว่าจบน้ำก็หมุนตัวถอยหนีไปจากต้นก่อนจะวิ่งเข้ามาใหม่พร้อมกับดีดตัวกระโดดขึ้นสูงกะดั้งค์ให้สาแก่ใจ ต้นเองก็กระโดดเข้าไปขัดและในจังหวะที่น้ำยัดลูกลงห่วงได้ศอกเค้าไปกระแทกโดนต้นเต็มๆทำให้คนโดนทิ้งตัวลงสู่พื้นอย่างแรงไปอีกทอด น้ำเองก็ตกใจเพราะเค้าไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้เกิดเหตุแบบนี้และนั้นก็ทำให้เค้าลงผิดท่าจะข้อเท้ารับแรงและเคล็ดจนเจ็บแปร๊บ น้ำกัดฟันพยายามพยุงร่างไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตุในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่ต่างก็เริ่มเข้าไปมุงดูต้น

 

“หึ”

 

น้ำหัวเราะในลำคอก่อนจะเดินตรงไปยังที่พักฝั่งเค้าช้าๆ

 

“ไอ้น้ำ”

 

พี่แซ๊คเป็นคนแรกที่เห็นน้ำเดินออกมานั่งจึงเดินตามมา

 

“ผมขอออกวะพี่ ให้ไอ้ฟิล์มลงแทนผมแล้วกัน”

 

“เห้ย มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นเว้ย มึงไม่ต้องออกก็ได้”

 

“ผมไม่มีอารมณ์เล่นแล้ววะพี่ โทษที”

 

น้ำกับแว๊คมองหน้าสบตากันจนแซ๊คยอมพยักหน้าให้ในที่สุด น้ำลุกขึ้นเดินไปทางเคนแล้วชี้มือไปที่ประตูเป็นสัญญาณบอกว่าจะกลับเคนเลยเดินแทรกผู้คนไปยืนรอน้ำที่เดินตามออกมาอย่างช้าๆ เค้าพยายามไม่แสดงอาการอย่างสุดความสามารถแต่ยังไม่ทันจะพ้นโรงยิมใครบางคนก็โผล่เข้ามาพร้อมด้วยแววตาที่ฉุนเฉียว

 

“ฟ้า”

 

เค้าเอ่ยเรียกชื่ออย่างเผลอตัว

 

“เคน ประคองน้ำหน่อย”

 

“ห่ะ?”

 

เคนตีหน้างงแต่น้ำหันหน้าหนีไปพร้อมกับจิ๊ปากเบาๆ

 

“ไม่เห็นไงว่าน้ำมันเท้าแพลง”

 

“อ้าว ไมไม่บอกวะไอ้น้ำ มานี่เลยมึง”

 

จากที่ไม่มีใครรู้ก็กลายเป็นรู้กันหมดในช่วงเวลาไม่นาน น้ำที่ถูกเคนประคองและมีฟ้าที่ถือกระเป๋าตาม มาหยุดยืนอยู่ที่ข้างรถของตน

 

“กุญแจรถละวะเคน?”

 

“อยู่ในกระเป๋า ฟ้าหาดูดิ”

 

ฟ้าพยักหน้ารับแล้วค้นไม่นานก็เจอ เค้าหยิบขึ้นมากดปลดล็อคแล้วเปิดประตูด้านข้างคนขับให้เจ้าของรถที่ขาแพลงขึ้นไปนั่ง

 

“เดี๋ยวเราไปกับน้ำเอง เคนขับรถเรากลับไปเลยก็ได้นะ”

 

“ได้ๆ ฝากไอ้น้ำด้วยแล้วกัน”

 

ฟ้าพยักหน้ารับก่อนจะเข้าไปประจำที่คนขับ ไม่นานรถสปอร์ตหรูสีเทาควันบุหรี่ก็โลดแล่นสูงท้องถนน น้ำไปปริปากพูดอะไรกับฟ้าเลยสักคำจนกระทั่งฟ้าขับพาเค้ามายังโรงพยาบาลเอกชนละแวกนั้น

 

“ลงไปหาหมอหน่อยนะน้ำ”

 

“ไม่”

 

ฟ้าถอนหายใจ

 

“อย่าทำตัวเป็นเด็กดิวะ ไปหาหมอหน่อยเดี๋ยวมันจะอักเสบเอา”

 

“แค่นี้ไม่ถึงตายหรอกน่า”

 

“น้ำ”

 

“ก่อนที่จะห่วงเรา ไปห่วงแฟนตัวเองดีกว่าไหมฟ้า โดนศอกไปเต็มๆแบบนั้นคงเลือดอาบไปแล้วมั่ง”

 

ฟ้าถอนหายใจอีกครั้ง

 

“ต้นมีคนดูเยอะแล้ว”

 

“อ้อ นี่สงสารเราที่ไม่มีใครสนว่างั้น จริงๆแล้วฟ้าก็ไม่ต้องมาสนใจเราก็ได้นะ”

 

“น้ำ! มันไม่....”

 

ครืด ครืด

 

เสียงการสั่นของโทรศัพท์น้ำดังขึ้นแทรกบทสนทนาของทั้งคู่ น้ำหยิบขึ้นมาดูชื่อก่อนที่จะกดยิ้มที่มุมปาก

 

“ครับหยก”

 

ฟ้าเผลอกัดริมฝีปากตัวเองทันที

 

“ใช่ครับพี่เจ็บขา ไปได้ข่าวมาจากไหนห่ะเรา”

 

เสียงการพูดคุยที่ออดอ้อนทำให้ฟ้ากำมือกับพวงมาลัยรถแน่น น้ำเองถึงแม้จะคุยโทรศัพท์อยู่แต่หางตาก็คอยสอดส่องจ้องมองคนด้านข้างตลอดเวลา เรือนผมดำเงานั้นทิ้งตัวปิดรูปหน้าที่กำลังก้มอย่างข่มอารมณ์แต่มือเรียวกลับกำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดโผล่

 

“งั้นเดี๋ยวพี่จะไปให้นวดให้นะครับ แล้วเจอกันครับ”

 

“............”

 

“ช่วยขับรถไปส่งที่คอนโด###หน่อยได้ไหม?”

 


TBC.........

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-01-2017 21:11:07 โดย MyMinT1990 »

ออฟไลน์ noina

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 720
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
สนุกมากจ้า  สู้ๆคุณคนเขียน

ออฟไลน์ oilzaza001

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 626
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
ถ้าน้ำจะกวนตีนขนาดนี้ก็ปล่อยๆฟ้าไปให้คนอื่นดูแลเหอะ คนที่เค้าไม่ทำให้น้ำเสียใจอ่ะ เหอะๆ

ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5784
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-10
โอ้ยยยย อึดอัด อึมครึม อิน้ำก็ขยันประชดฟ้าเหลือเกิน ส่วนน้ำคงจะลืมไปแล้วมั่งว่ามีแฟนชื่อต้น

ออฟไลน์ MyMinT1990

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1

◑ MAKE FRIEND ◐ 

★ เพื่อน ● รัก★

 

20

 

 

 

“เป็นไงบ้างวะต้น!?”

 

เสียงผู้คนอื้ออึงพร้อมกับเข้ามาล้อมรอบพากันช่วยพยุงและดูที่หัวของต้นทำให้เจ้าตัวอดที่ตะซาบซึ้งใจไม่ได้ แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าเค้าไม่เหลียวไปเห็นคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนลุกขึ้นจากที่นั่งด้านบนสุดแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งลงไปดักหน้าใครบางคนที่พึ่งฉะกันกับเค้าเมื่อครู่

 

ฟ้ายังคงห่วงมัน ห่วงเสมอไม่ว่าจะอยู่หรือไม่ได้อยู่ด้วยกัน

 

“ดีนะที่หัวไม่กระแทก แล้วเอาก้นลงแทนเนี้ยน่าจะระบม พักก่อนเหอะวะ”

 

ต้นพยักหน้ารับคำบอกกล่าวของหัวหน้าทีมที่ชื่อพี่ตี๋ พี่คิดกับพี่แมตที่ตัวค่อนข้างใหญ่เลยเข้ามาช่วยพยุงผมไปยังจุดพักนักกีฬา ตอนนี้ฟ้ากับมันหายออกไปจากสนามแล้วและผมก็ตามไปไม่ได้ด้วย

 

ตอนนี้จะหัวแตกแขนหักก็คงไม่เจ็บเท่าใจดวงนี้ที่กำลังร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง

 

“พวกพี่ไปแข่งต่อเหอะ ผมโอเค”

 

“อยู่นี่ไม่ต้องลงแล้วนะเว้ย เกิดเป็นอะไรขึ้นมากูทำคืนพ่อแม่มึงยังไม่ได้ด้วย”

 

ต้นฝืนยิ้มให้กับมุขฝืดของหนุ่มรุ่นพี่แล้วจึงตอบรับ ขณะที่เกมส์กำลังเริ่มต้นใหม่และเค้ากำลังเหม่อมองทั้งที่ใจไม่ได้จดจ่อไปกับมันเลยสักนิด จู่ๆก็มีผ้าเย็นๆมาทาบกับแก้มให้ได้สะดุ้งเล่นๆ ต้นหันไปมองจนพบกับคีย์ที่ยังคงยื่นผ้าเย็นมาให้อยู่อย่างนั้น

 

“เอาไปประคบตรงที่ถูกกระแทกซะ”

 

“อะ อืม ขอบคุณนะ”

 

พอต้นรับผ้ามาประคบคีย์ก็ถอนหายใจแล้วเข้ามานั่งลงข้างๆซึ่งว่างอยู่พอดี

 

“นานรึยัง?”

 

ต้นเลิกคิ้วพลางหันไปมองคนถามด้วยความงงงวย

 

“คบกับฟ้านานรึยัง? ทำไมเราดูไม่ออกแล้วก็ไม่เห็นบอกกันสักคำ”

 

ต้นเค้นยิ้ม

 

ทำไมเค้าจะไม่รู้ละว่าฟ้าเอ่ยปากขอเค้าเป็นแฟนทำไม แต่ทั้งที่รู้เค้าก็ยังเลือกที่จะปิดหูปิดตาตั้งท่าเป็นคนโง่ดักดานต่อไปเพียงแค่ขอให้ได้อยู่ใกล้ๆได้เข้าไปมีบทบาทกับชีวิตของฟ้า ของคนที่เค้ารักบ้าง

 

“ถ้าให้ไล่ก็คงสัปดาห์กว่าๆ”

 

คราวนี้เป็นคีย์ที่เลิกคิ้ว

 

“อย่าบอกนะว่าเป็นช่วงที่ไปทะเลกันนะ?”

 

ต้นยังคงยิ้มแต่สายตากลับมองลงต่ำ

 

“เชี่ยเหอะ ช่วงนั้นไอ้ฟ้ามันไม่มั่นคงอยู่นะเว้ย แล้วมึงไปรับปากกับมันทำไม?”

 

สมกับที่เป็นเพื่อนกันจริงๆ รู้ลึกรู้ซึ้งดีชะมัด

 

“เรารักฟ้า นั้นคือเหตุผลเดียว”

 

คีย์ถึงกับชะงักค้าง ปากเล็กที่กำลังจะเอ่ยอะไรสักอย่างหุบฉับแล้วหันกลับไปมองยังเกมส์กีฬาเบื้องหน้า

 

“ตั้งแต่โตมา กูยังไม่เคยเห็นใครมีความรักแล้วมีความสุขเลยสักคน”

 

ต้นเงยหน้ามองคนพูดที่เหมือนจะเอ่ยเป็นประโยคบอกเล่าลอยๆไม่น่าสนใจแต่กลับมีความหนักหน่วงในน้ำเสียง

 

“คีย์ไม่เคยมีแฟนเหรอ?”

 

คีย์ไม่ตอบแต่หน้าเริ่มเห่อแดงทั้งๆที่ยังคงตีหน้านิ่งได้อย่างแนบเนียน ต้นเผลอหัวเราะออกมาเสียงแผ่วจนคีย์หันมามองค้อนนั้นแหละเค้าถึงได้ชูมือสองข้างให้ในเชิงยอมแพ้

 

“คีย์ก็ออกจะน่ารัก ทำไมถึงไม่มีแฟนละ?”

 

“ใครสั่งใครสอนให้ชมผู้ชายว่าน่ารักวะ!”

 

“เอ๊า เราพูดความจริงเหอะ”

 

“จะจริงไม่จริงก็ช่าง แต่เราไม่อยากได้ยิน!”

 

“ครับๆ ไม่พูดแล้วครับ”

 

“ไอ้เชี่ย”

 

“ทำไมชอบสถบจังวะ ทีฟ้ายังพูดซะเพราะ”

 

“ก็นี่มันกู ไม่ใช่ไอ้ฟ้า!!!”

 

สิ้นเสียงตะคอกลั่นนั้นคีย์ก็ผุดลุกขึ้นเดินดุ่มๆตรงไปยังทางประตูทันที ต้นได้แต่อ้าปากเหวอตกใจที่อีกฝ่ายไม่พอใจมากถึงขนาดนั้นแต่จนแล้วจนรอดก็ฝุดลุกขึ้นเดินตามคีย์ออกไปบ้าง

 

และก็เจอตัวคนช่างวีนกำลังนั่งกอดเข่าอยู่ใต้ต้นไม้ไม่ไกลจากโรงยิมสักเท่าไหร่ ต้นยืนมองคนตัวเล็กที่ดูเหมือนกำลังบ่นอะไรสักอย่างคนเดียวทั้งที่จมูกและตาแดงก่ำ ต้นรู้สึกผิดขึ้นมาทันที เค้าไม่รู้ว่าคีย์จะเกลียดการถูกเปรียบเทียบถึงขนาดนี้

 

“คีย์”

 

คนถูกเรียกสะดุ้งเฮือกก่อนจะเชิดหน้าหันหนีจนต้นเผลอยิ้มไปด้วยไม่ได้

 

“เราขอโทษนะ เราไม่ได้ตั้งใจจะเปรียบเทียบคีย์กับฟ้าจริงๆ”

 

คีย์ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเพียงแต่การหันหน้ากลับมามองสบตากันแค่นี้ต้นก็รู้แล้วว่าคีย์ได้ให้อภัยเค้าแล้ว ต้นยิ้มกว้างก่อนจะเอื้อมมือไปให้คนที่ยังคงนั่งจุมปุกอยู่ด้านล่าง คีย์มองหน้าต้นสลับกับมือไปมาจนต้นพยักหน้าอีกครั้งคีย์จึงเอื้อมมือมาจับและลุกขึ้นยืนในที้สุด

 

“พึ่งรู้จะเนี้ยว่าคีย์ตัวสูงถึงแค่อกเราเนี้ย”

 

“ไอ้ต้น!”

 

“ฮ่าๆๆ โอเคๆ ยอมแล้วครับ คีย์ว่างไหมไปกินข้าวเป็นเพื่อนเราหน่อยสิ”

 

“ชิ มาชวนคนอื่นกินข้าวงี้แฟนจะไม่ว่าเอาเหรอวะ”

 

“ไม่หรอก วันนี้คงไม่ได้เจอกันแล้วแหละ”

 

คีย์ถึงกับเงียบกริบ เค้าก็ลืมไปว่าฟ้ามันไปไหน และเมื่อกี้ยังพึ่งคุยเรื่องซีเรียสมาหยกๆ

 

“ขอโทษนะ”

 

“หือ?”

 

“ก็…ที่พูดเรื่องฟ้าอะ”

 

“หึ ไม่เป็นไร ตอกย้ำเรามากๆก็ดี เราชอบ”

 

“เป็นมาโซฯรึไงวะ?”

 

“ก็ไม่รู้สินะ”

 

“ไอ้ต้น”

 

“โอ้ย หิวชะมัด กินอะไรดีน๊า~”

 

“เชี่ยนี่”

 

ถึงจะด่าแต่ปากทำไมถึงได้ฉีกยิ้มกว้างอย่างนี้ละ มุงบ้าไปแล้วไอ้คีย์ บ้าไปแล้ว

 

 

 

 

 

 

ควันบุหรี่ลอยละล่องไปตามแรงลมของชั้นยี่สิบกว่าๆ น้ำได้แต่นั่งเหม่อมองท้องฟ้าปล่อยให้บุหรี่ในมือมอดไหม้ไปตามกาลเวลาโดยไม่นึดจะเหลียวแลทั้งๆที่กะจะสูบเพื่อระงับความฟุ้งซ่านในอก แต่มันก็ศูนย์เปล่า เสียงเลื่อนเปิดของบานกระจกหนาดังขึ้นแต่น้ำก็ยังคงนิ่งไม่ไหวติง

 

“น้ำ จะนั่งอยู่แบบนั้นไปถึงเมื่อไหร่”

 

น้ำไม่สนใจเจ้าของห้องตัวจริงที่เป็นสาวสวยคู่ควงชั่วครั้งชั่วคราว หยกเป็นหญิงสาวไฮโซที่ฉลาดเฉลี่ยวพอสมควร ทั้งที่เจ้าหล่อนก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วแต่ก็ยังคงหลงเสน่ห์ผู้ชายตรงหน้านี้ิอยู่ดี

 

“เหม่อลอยอย่างนี้ คิดถึงใครอยู่เปล่า?”

 

หญิงสาวถามกระเส้ากะจะหยอกเล่นแต่น้ำกลับเผลอทำบุหรี่หลุดมือซะงั้น เธอมองคนตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา ถึงตอนโทรหาจะพูดจาออดอ้อนกอร้อกอติกแต่พอมาถึงจริงๆกับไม่สนใจกันสักนิดเอาแต่นั่งมองท้องฟ้าด้วยสีหน้าที่ว่างเปล่า ไม่ได้เคร่งขลึมหรือตีหน้ามาดเท่ห์ส่งสายตาน่าหลุ่มหลงเช่นเดิม

 

“อกหักมาเหรอ?”

 

เป็นอีกครั้งที่น้ำแสดงอาการออกมาให้ได้เห็น

 

“อย่าพูดบ้าๆน่าหยก”

 

หญิงสาวยกยิ้มกับอาการรนของน้ำก่อนจะเดินมานั่งหมิ่นๆอยู่ตรงที่เท้าแขนของเก้าอี้ น้ำขยับตัวนิดหน่อยทิ้งบุหรี่ที่มอดไหม้ไปเกือบหมดลงกับที่เขี่ยพร้อมกับโอบเอวหญิงสาวเอาไว้หลวมๆ

 

“บอกหยกหน่อยสิว่าสาวคนไหนที่เป็นผู้กุมหัวใจหนุ่มเจ้าเสน่ห์ของมหาลัยไว้ได้”

 

น้ำพ่นลมหายใจพร้อมกับเหยียดยิ้ม

 

“บอกหยกไม่ได้เหรอ ยังไม่ได้เปิดตัวกันสินะ”

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกน่า”

 

“ในที่สุดก็ยอมรับออกมาสักทีว่ามีคนๆนั้นอยู่จริง”

 

น้ำตวัดสายตามามองนางจิ้งจอกสาวที่เอาแต่ยิ้มส่งสายตากรุ่มกริ่มอยู่ข้างๆ ความเจ้าเล่ห์นี้หล่อนได้มาจากใครกันนะ

 

“มีอะไรก็ปรึกษาหยกได้นะ หยกเจอมาหมดทุกรูปแบบของสิ่งที่เรียกว่ารักแล้วแหละ”

 

น้ำนิ่งไปนิดก่อนจะปล่อยมือจากเอวคอดแล้วยกมือขึ้นกุมขมับหลับตานิ่งแต่คิ้วขมวดกันจนเป็นปม

 

“เค้า…ไปเป็นแฟนคนอื่นแล้ว”

 

“หืม คนๆนั้นนะเหรอ?”

 

“ใช่”

 

“โห หลงรักคนมีเจ้าของซะด้วย”

 

“แต่เรามั่นใจว่าเค้าแคร์เรามากกว่าคนที่มันให้สถานะแฟนซะอีก”

 

“เอิ่ม น่างงพอตัวเลยนะเนี้ย”

 

“ใช่ไหมละ เราถึงได้เครียดอยู่เนี้ย”

 

“แล้วน้ำเคยถามเค้าไหมละ ว่าทำไมถึงแคร์น้ำมากกว่าแฟนเค้า?”

 

“ไม่อะ”

 

“แล้วเคยบอกรักเค้ารึเปล่า?”

 

น้ำร้อนวูบที่หน้าทันทีที่ได้ยินคำว่ารักโพล่งออกมา นี่เค้ารักฟ้าจริงๆใช่ไหม

 

“ไม่เคย”

 

“ซึนเจอซึนสินะ”

 

“หมายความว่าไง?”

 

“หมายความว่าพวกความรู้สึกช้ามาเจอกัน เราว่าบางทีคนๆนั้นอาจจะรู้สึกเหมือนน้ำแต่ไม่รู้ใจตัวเองก็ได้”

 

“ไม่มีทาง เค้าพึ่งเป็นแฟนกับไอ้นั้นก็ตอนที่เราเริ่ม…แสดงอาการแปลกๆออกไปเองนะ”

 

“แสดงอาการแปลกๆ?”

 

“เพื่อนเราบอกว่ามันเป็นอาการของคนที่หึงหวงกัน”

 

“อ่าห่ะ”

 

หญิงสาวเงียบไปในขณะที่ดวงตาโตจ้องมองไปยังน้ำที่ยังคงเมียนมองไปยังผืนฟ้าที่ค่อยๆดับแสงลงทุกวินาที

 

“เท่าที่ฟัง เหมือนคนนั้นของน้ำกำลังหนีน้ำอยู่เลยนะ”

 

“เค้าเคยหนีหายไปแล้วรอบหนึ่ง แต่พอกลับมาก็เหมือนปกติทุกอย่าง ยกเว้นไอ้แฟนที่จู่ๆมันก็โผล่เข้ามา”

 

“นั้นแหละที่เค้าเรียกว่าหนี หนีทั้งภายนอกภายในเลยด้วย”

 

น้ำหันมาสบตากับสาวเจ้าที่จ้องเค้าอยู่ก่อนแล้ว

 

“ลางสังหรณ์ของเราแม่นนะ และเราก็กำลังสังหรณ์ว่า…เค้าคนนั้นมีใจให้น้ำแน่ๆแต่อาจจะกลัวอะไรสักอย่างอยู่เลยต้องผลักดันตัวเองออก”

 

 

 

 

 

 

 

สิบกว่านาทีต่อมาน้ำก็กลับมายังคอนโดของตนและฟ้าหลังจากที่ไม่ได้กลับมาร่วมสัปดาห์ ระหว่างที่ขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นของตนในหัวเค้าก็คิดถึงคำพูดและคำแนะนำจากหญิงสาวที่พึ่งมาส่งและกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

 

ติ๊ง!

 

เสียงลิฟท์เรียกสติของน้ำให้กลับมาก่อนที่จะก้าวเดินอย่างช้าๆเนื่องจากอาการปวดยังคงระบมอยู่ไม่น้อย

 

กริ๊ก!

 

เสียงปลดล็อคประตูดังขึ้นหลังจากที่น้ำเสียบคีย์การ์ดเข้าไป เค้าค่อยๆแง้มบานประตูจนกว้างพอแล้วจึงก้าวเดินเข้าไปภายใน ทุกอย่างเงียบเชียบอย่างที่เค้าคิด ถึงแม้ฟ้าจะอยู่แตฟ้าก็ไม่ใช่คนที่ชอบออกมานั่งเล่ยข้างนอกสักเท่าไหร่ ฟ้าชอบหมกตัวอยู่แต่ในห้องนอน สังเกตุจากของส่วนตัวทุกอย่างทั้งกีต้าร์หนังสือคอมพิวเตอร์หรือแม้กระทั่งเกมส์เพลย์เองก็ล้วนอยู่ข้างในห้องนอนหมด ห้องนั่งเล่นเลยกลายเป็นพื้นที่ีร้างที่มีเพียงโซฟา โต๊ะเตี้ยและโทรทัศน์

 

น้ำเมียงมองไปยังบานประตูห้องนอนใหญ่ก่อนจะล้มตัวลงนั่งที่โซฟา เค้าแทบจะถล้าลงนอนด้วยความเหน็ดเหนื่อย สายตาเฉี่ยวพลันมองไปยังนาฬิกาดิจิตอลบนชั้นเหนือจอทีวีขนาดใหญ่

 

สองทุ่มกว่าแล้วเหรอเนี้ย

 

เพราะไฟที่เปิดสว่างโล่นั้นทำให้เค้าไม่ได้สังเกตุถึงช่วงเวลา น้ำลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อรินน้ำดื่มแต่ก็ต้องชะงักกับหม้อข้าวต้มทรงเครื่องที่เย็นชืดจนเป็นไข ปริมาณที่ทำมันสำหรับคนสองคน ในเมื่อฟ้าคิดว่าเค้าคงไม่กลับแน่ๆในคืนนี้แล้วทำไม…

 

…หรือว่าจะพาไอ้นั้นมา…

 

…แต่ก็ไม่น่าปล่อยไว้จนเย็นชืดขนาดนี้นี่…

 

ด้วยความสงสัยน้ำจึงเดินไปยังบานประตูห้องนอนใหญ่แล้วลงมือเคาะเสียงดังพอให้คนข้างในได้ยิน

 

แต่กลับไม่มีการตอบสนองจากคนที่อยู่ข้างในเลย

 

“ฟ้า”

 

น้ำตัดสินใจทั้งเคาะทั้งเรียกไปอีกรอบแต่ก็ยังเงียบเช่นเดิม

 

“ฟ้า!”

 

น้ำเพิ่มเสียงให้ดังขึ้นด้วยใจที่เริ่มอยู่ไม่สุข เมื่อผลมันยังเป็นเช่นเดิมเค้าจึงลองบิดลูดบิดดูและมันก็ไม่ได้ล็อค น้ำเปิดประตูพรวดพราดเข้าไปภายในจนเห็นได้ว่าภายในห้องนั้นกลับมืดมิดผิดกับด้านนอก เค้ากวาดตามองเตียงที่ถูกขึงจนเรียบตึง ผ้าห่มพับเป็นระเบียบแล้วก็โล่งใจ ฟ้าคงไม่อยู่ที่นี้สินะ

 

ในขณะที่กำลังจะหันหลังออกจากห้องแสงสว่างจากโต๊ะโคมไฟข้างหัวเตียงก็สว่างวาบขึ้น น้ำขมวดคิ้วแล้วเดินเข้าไปใกล้ มันโชว์ข้อความจากไอ้คนที่ฟ้าเรียกมันว่าแฟนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางจอ ดีที่ฟ้าไม่ได้ตั้งเป็นการส่วนตัวไม่งั้นเค้าคงไม่เห็นข้อความที่ถามว่า ‘ฟ้าอยู่ไหน ทำไมไม่รับสายเราเลย’ แบบนี้

 

ทิ้งโทรศัพท์ไว้งั้นเหรอ

 

น้ำเปิดโคมไฟใดล้มือแล้วกวาดตาไปยังโต๊ะเขียนหันสือ เค้าเห็นกระเป๋าเป้ที่ฟ้าชอบใช้วางอยู่ ข้างๆมีกระเป๋าตังค์ใบย่อมและคีย์การ์ด

 

ไม่ได้ออกไปไหนงั้นเหรอ

 

ถ้างั้นฟ้าอยู่ที่ไหนละ

 

“ฟ้า”

 

ยังคงเงียบกริบ

 

“ฟ้า!”

 

น้ำเริ่มใจไม่ดีจนต้องวิ่งออกไปเปิดที่ห้องนอนเล็กและก็ไม่เจอ เค้ากลับมายืนอยู่ที่กลางห้องมองไปยังระเบียงที่ว่างเปล่า

 

“ฟ้าอยู่ไหน!? เราไม่เล่นนะ!?!”

 

ยังคงไม่มีเสียงตอบรับจนมีบางอย่างมาสติต่อมความคิดของเค้าให้ก้าวเดินไปยังห้องนอนใหญ่อีกครั้ง

 

เค้ามั่นใจว่าฟ้าต้องอยู่ในห้อง เพียงแต่จะอยู่ตรงไหน

 

น้ำเดินตรงไปยังห้องน้ำที่มืดสนิทไม่แพ้กันแต่เมื่อจะหันกลับออกมาหางตาก็ไปสดุดเข้ากับแสงสะท้อนจากผิวน้ำที่อ่างด้านใน

 

“ฟ้า!”

 

น้ำเปิดไฟก่อนจะพุ่งตัวเข้าไไปยังอ่างที่มีร่างอันเปลือยเปล่าและขาวซีดนอนอยู่ด้านใน ฟ้ายังคงหลับไม่ได้สติอยู่เช่นเดิม น้ำรีบอุ้มฟ้าออกมาจากอ่างแล้วพาไปนอนลงที่เตียงก่อนที่จะจับหน้าฟ้ามาตบปลุกเบาๆ

 

“ฟ้า! ฟ้า!!”

 

ฟ้ายังคงนิ่งน้ำเลยต้องรีบโทรเรียกรถพยาบาลโดยด่วนที่สุด

 

อย่าเป็นอะไรนะฟ้า

 

เรากลับมาแล้ว กลับมาหาฟ้าแล้ว ฟ้าอย่าหนีเราไปไหนอีกนะ

 

Tbc.. …

หลังจากนี้จะค่อยๆหวาน ความเจ็บจะค่อยๆทุเลาลงค่ะ ^_^

เอาใจเอฟซีพี่น้ำหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าไรท์ลำเอียงไม่ให้พระเอกออกโรงบ้างเลย 555+

ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5784
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-10
อ่าว...ฟ้า เกิดไรขึ้น

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด