[เรื่องสั้น] นกขมิ้น ตอนพิเศษ “ครั้งแรก” (22 มกราคม 2561)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น] นกขมิ้น ตอนพิเศษ “ครั้งแรก” (22 มกราคม 2561)  (อ่าน 88255 ครั้ง)

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4751
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
มันเรียลมากจริง ๆ คู่นี้

ออฟไลน์ BAKA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3263
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-10
ซึ้งมากกกกก

คือมันจริงมากๆ ไม่จำเป็นต้องสวยหรูดูดีตลอดเวลา มีขึ้นมีลง มีมั่นคง มีหวั่นไหว

โอ๊ยยยย ชอบอ่ะ

ออฟไลน์ Raina

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 361
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-2
ชอบเรื่องละมุนละไมแบบนี้ ครอบครัวพ่อหมีอบอุ่นมาก อ่านแล้วอิจฉาผุดๆ   :กอด1:

ออฟไลน์ pigarea

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 779
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
กรี๊ด...นึกว่าไปจดทะเบียน

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +116/-6
ซึ้งจนน้ำตาคลอ ต่างฝ่ายต่างเรียนรู้กันไป
วีเป็นห่วงนกมาก เพราะนกไม่มีใครอีกแล้ว

ออฟไลน์ brapair

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 58
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
เค้าพัฒนากันแล้วค่ะแมมมมมม่
พอคบกันนานๆเข้าก็เริ่มจะเผยนิสัยด้านไม่ดีของตัวเองออกมาทีนี้วีร์ก็กลัวนกจะทิ้งไปเลยซื้อที่ผูกไว้ซะเลยยยย55555
น่ารักกก คู่ที่คบกันนานๆแล้วก็ต้องรับสิ่งไม่ดีในตัวอีกฝ่ายให้ได้ล่ะเนอะ แต่สิ่งที่ดีคือ พยายามปรับจูนหากัน เป็นอะไรยที่น่ารักมั่กกกก

ออฟไลน์ koikoi

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4040
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +311/-13

ออฟไลน์ wonderbe

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 847
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2
ชอบบบบบ ฮืออออ ชอบทุกตอนเลยย  :hao5:

ออฟไลน์ montisa2536

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อบอุ่นที่สุด ซึ้งที่สุด จริงที่สุด รู้สึกเหมือนวีกับนกเป็นคนจริงๆ ขอบคุณเรื่องราวดีๆค่ะ

ออฟไลน์ ketekitty

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ arij-iris

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2853
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-5
พาไปจดทะเบียนสมรสเลย เฮียวีร์

ออฟไลน์ obstacle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 46
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
ชอบมากครับ เรื่องนี้เคยอ่านแค่ตอนแรก
ไม่คิดว่าจะมีตอนต่อๆ มา พอได้กลับมาอ่านอีกรอบแล้วชอบมาก อ่านรัวๆ
ปกติชอบอ่านเรื่องสั้น แต่เรื่องนี้อยากให้เป็นเรื่องยาวเลยครับ
แต่เป็นแบบจบในตอน มาเรื่อยๆ อย่างนี้ก็น่ารักดี สนุกดี
หลากหลายอารมณ์ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลง การเติบโตอย่างชัดๆ ไปอีก
สำนวนการเขียนของคุณก็ดีมาก ชอบมากๆ ครับ คำผิดก็แทบไม่เห็น รู้สึกได้ถึงความใส่ใจจริงๆ
จะรอติดตามต่อไปนะครับ ผลงานเรื่องอื่นๆ ด้วย

สำหรับเรื่องนี่ชอบทวิชมาก ชอบตัวละครแบบนี้ พูดน้อย น่ารัก แต่ชัดเจน
นะวีร์ก็ด้วย ใจร้อน แต่เป็นห่วงตลอด ชอบเวลาเห็นคนลักษณะแบบนี้ทั้งคู่มาอยู่ด้วยกัน
ที่ชอบที่สุดก็ความเป็นห่วงเป็นใย ใส่ใจ และเข้าใจกันของทั้งคู่นี่แหละ มันดูเป็นเรื่องจริง
ชอบครับ ขอบคุณครับ

ปล. พูดคำว่าชอบเยอะมาก..  :ruready
ปล.2 อ้อ ชอบตอนคุณป๊าไม่ยอมให้เรียกลุงด้วย น่ารัก

ออฟไลน์ punchnaja

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +383/-5

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6924
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +267/-2
กลัวเวลาที่เค้าจะต้องแยกกันจริงๆ

ออฟไลน์ yujinna

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 1
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ poose

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อ่านแรกๆ ดูหม่นๆ เทาๆ
อ่านเรื่อยๆความสว่าง แสงอบอุ่นเริ่มมา
เห็นพัฒนาการของนก น่ารักขึ้น
ความเป็นธรรมชาติ คนปกติ สัมผัสได้ของคู่นี้
ชอบมากเลยค่ะ :o8:

ออฟไลน์ Sirada_T

  • We Will [Luk] You!!
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 503
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
เราว่ามันต้องมีต่อนะ เข้ามาอ่านเพราะนิ้วลั่นจริงๆ แต่อ่านแล้วชอบมากกกกกกก

ออฟไลน์ treenature

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +130/-0
นกขมิ้น ตอน ควันหลงสงกรานต์

ในช่วงวันหยุดสงกรานต์ ของทุกปี  ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะมีงานรวมญาติ
ตระกูลของชนะวีร์เป็นตระกูลใหญ่มีญาติในเถาในเครือมากอยู่  แต่ละปี แต่ละครอบครัวจะผลัดกันเป็นเจ้าภาพจัดงานรวมญาติ
ปีนี้เป็นความรับผิดชอบของครอบครัวชนะวีร์
แม่และป๊าต้องเตรียมการหลายอย่าง  ทั้งเรื่องอาหาร  เครื่องดื่ม และตกแต่งบ้าน
ธานิวัฒน์ที่ได้หยุดก่อนใครๆต้องเดินทางกลับลงไปช่วยเตรียมงาน
ยิ่งใกล้ถึงวันงาน ทวิชยิ่งกังวล
อาจจะมากกว่าตอนที่จะได้เจอป๊าและแม่เป็นครั้งแรกด้วยซ้ำ

“นกรออยู่ที่กรุงเทพก็ได้” 

ทวิชเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะนั่งดูทีวีอยู่ด้วยกัน หลังกลับจากที่ทำงาน และอาหารมื้อค่ำ
ชนะวีร์ละสายตาจากจอทีวี แล้วโน้มตัวมาโอบทวิชเข้าใกล้

“กลัวเหรอ”

มีแต่ความเงียบแทนคำตอบ
ชนะวีร์กดจมูกลงข้างแก้มแล้วพูดว่า

“ที่ให้นกไปด้วยเพราะวีร์ติดนก อยากอยู่กับนกตลอด ส่วนญาติก็แค่ไปรู้จักกันไว้ อย่าไปหวังให้เขาชอบหรือไม่ชอบ ดีไหม”

ทวิชพยักหน้าช้าๆ หลังจากคิดตามจนเข้าใจ 
อมยิ้มน้อยๆ และยกตัวขึ้นนิดเพื่อให้ปลายจมูกแตะเข้ากับแก้มคนที่ตัวสูงกว่า กระซิบเบาๆหลังเฉียดปลายจมูกใกล้ๆไรหนวดเป็นครั้งที่สอง

“ติด...เหมือนกัน”

ชนะวีร์ผละออกห่างเพื่อให้มองเห็นทวิชชัดๆ ทำสายตาเหลือเชื่อ เพราะคนตรงหน้าจู่ๆก็บอกความรู้สึกออกมาง่ายๆ ทั้งที่โดยปกติแล้วจะเงียบแสนเงียบ
ชนะวีร์ตะลึงอยู่เพียงครู่ก็หรี่ตาลงอย่างรู้ทัน

“ยังเก็บลูกอ้อนไว้กี่แบบหือ บอกมาเลยนะ” 

ว่าแล้วชนะวีร์ก็เข้าจู่โจมทวิช ด้วยการระดมจูบไปทั่วหน้า  ทวิชดิ้นขลุกขลักเพื่อให้หลุดจากการโจมตีด้วยริมฝีปาก ที่ชักลามปามจากการล้อเล่นเป็นสัมผัสอื่นที่เย้ายวนมากขึ้น การเคลื่อนริมฝีปากของชนะวีร์ช้าลง แต่ดูดดึงและเร่งอารมณ์ 
ในที่สุดทวิชก็ยอมจำนนและ หยุดดิ้น เอียงคอให้ได้รับสัมผัสจากปากอุ่นๆ  พลางระบายลมหายใจยาว

เมื่อชนะวีร์เว้นระยะให้หัวใจของทวิชเต้นช้าลงนิด จึงมีโอกาสได้ตอบคำถาม

“มีอีกหลายแบบ”

“หือ”  ชนะวีร์ ไม่เข้าใจ เพราะมัวแต่สนใจเนื้อตัวของทวิชจนลืมคำถามไปแล้ว

“คิดว่ายังอ้อนได้อีกหลายแบบเลย จะทำทุกแบบเลย ถ้ามันจะทำให้วีร์ไม่ไปไหน”

เป็นคำตอบที่มีอำนาจมากพอ ทำให้ชนะวีร์สามารถถอนริมฝีปากออกจากผิวนุ่มๆตรงใกล้ยอดอก แล้วสบตากัน
นกมองหน้าชนะวีร์อย่างซื่อๆ ทั้งๆที่คำตอบนั้นแสนเจ้าเล่ห์
ชนะวีร์ยิ้ม มันเป็นยิ้มที่ค่อยคลี่กว้างขึ้นทีละนิด จนสว่าง เหมือนแสงไฟสีขาวนวลตา เป็นรอยยิ้มที่กว้างมากขึ้นตามความรู้สึกมีความสุขในใจของชนะวีร์

รอยยิ้มของชนะวีร์เป็นรอยยิ้มที่ทวิชอดยิ้มตามไม่ได้สักที

“แค่นี้ก็ไปไหนไม่รอดแล้วครับ”

คืนนั้นชนะวีร์พิสูจน์ว่าประโยคที่ว่า “ไปไหนไม่รอด”  เสียจนทวิชไม่แน่ใจว่า ใครกันที่ “ไม่รอด”
.
.
.
บ่ายแก่ๆของวันที่ 11 เมษายน 2559 ชนะวีร์และทวิชก็เดินทางมาถึงบ้านที่ชุมพร
วี่แววความโกลาหล มีให้เห็นตั้งแต่ปากทางเข้าบ้าน
ต้นไม้หลายกระถาง ถูกยกออกไปเพื่อเคลียร์พื้นที่สำหรับงานเลี้ยง
มีเวทีเล็กตรงกลางสวน  ไฟประดับตามต้นไม้ 
เต็นท์สีขาวหลายหลังตั้งเรียงราย   ลูกน้องของป๊าหลายคนเดินกันขวักไขว่
แม่ยังคงต้อนรับทวิชและชนะวีร์ด้วยการกอดแน่นๆ  ผิดจากแต่ก่อนไปนิดที่ แม่จะกอดทวิชก่อน และกอดอยู่นานจนชนะวีร์ต้องแกล้งงอน   ส่วนป๊าก็ลูบหัวทวิชเบาๆเหมือนเคย

“พี่นกกกกก”   เสียงธานิวัฒน์ดังมาก่อนตัว

นี่ก็อีกคน ที่ติด “พี่นก” เสียจนชนะวีร์อยากจะงอนใส่  อะไรๆก็เรียกหาแต่ “พี่นก” ตลอดเลย

“วัฒน์ ต้องการแรงงานด่วนเลย มาช่วยแต่งเวทีหน่อยเถอะพี่ วัฒน์อยากได้ไอเดียเจ๋งๆ มาๆ”

ทั้งธานิวัฒน์และทวิชต่างชอบศิลปะ นี่คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คุยกันได้ถูกคอ 

“เจ้าวัฒน์ ให้นกมันพักเหนื่อยก่อน นั่งรถมาตั้งไกล”  ป๊าปราม แล้วหันไปทางทวิช

“ไปดูต้นไม้กับป๊าก่อน คราวก่อนที่เหมือนจะไม่รอดน่ะ ตอนนี้เอาลงดินแล้วนะ ออกดอกแล้วด้วย”  แต่ป๊าเองกลับโฉบเอาตัวทวิชไปต่อหน้าต่อตา

“อ้าว ป๊า ไหนให้พี่เค้าพักเหนื่อย”   ธานิวัฒน์ประท้วง

“เออน่า ให้นกมันไปดูต้นไม้กับป๊าก่อน มันปลูกของมันเอง เห็นแล้วจะได้ดีใจ” 

แล้วทั้งป๊าทั้งทวิชก็พากันเดินไปทางเรือนเพาะชำเงียบๆ

ทิ้งให้ชนะวีร์ แม่ และธานิวัฒน์  มองตามด้วยรอยยิ้มขำ 

ตอนนี้ทวิชกลมกลืนเป็นคนของที่นี่ไปแล้วจริงๆ
.
.
.
มื้อเย็นวันนั้น ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า

“ตกลงมีใครมาบ้างแม่”   ชนะวีร์ถามขึ้น

“เกือบหมดล่ะ”  แล้วแม่ก็หันไปอธิบายให้ทวิชซึ่งกำลังตั้งใจกินคั่วกลิ้งหมูไปด้วย ดื่มน้ำตามไปด้วย

“ญาติทางป๊าที่เป็นพี่น้องคลานตามกันมามีหกคนนะ แล้วยังมีที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกันอีกหลายคนเลย  ทีนี้ต่างคนต่างไปมีครอบครัว มีลูก มีหลาน  เวลารวมญาติที ก็เลยกลายเป็นงานใหญ่ มีทั้งพี่น้อง ทั้งสะใภ้ หลานเขย หลานสะใภ้ รวมๆแล้ว คราวนี้น่าจะมาสักเกือบหกสิบคนนะ”

นกได้แต่กระพริบตาปริบๆ   เพราะยังนึกภาพของการเจอญาติของชนะวีร์ในคราวเดียวถึงเกือบหกสิบคนไม่ออก และเริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ชนะวีร์ทั้งหลอกล่อทั้งปลอบให้ลืมคิดเรื่องนี้ไปได้สักพักแล้ว

ชนะวีร์ที่สังเกตทวิชอยู่ตลอด เอื้อมมือขวามาบีบมือของทวิชไว้
 
“คิดมากอีกแล้ว  แค่ยกมือไหว้คนที่ดูท่าทางแก่กว่า แล้วยิ้มก็พอแล้วน่า ทำได้ไหม”

ชนะวีร์แกล้งชะโงกหน้ามามองนกใกล้ๆ  นกจึงยู่ปากใส่ และไม่ตอบคำถาม
.
.
.
งานในคืนวันที่ 12 เมษายน มันมากมายและวุ่นวายเกินกว่าที่ทวิชจินตนาการไว้ทั้งหมด

ทั้งการเตรียมงาน ทั้งผู้คนที่มากมาย รถราจอแจ จนแทบจะต้องปิดซอยทั้งซอย
แรกๆทวิชเลี่ยงผู้คน โดยการเตร่เข้าไปช่วยงานอยู่ในครัว ปล่อยให้ป๊า และชนะวีร์รับแขก และญาติๆ ที่ทยอยกันเข้างานมา
แต่เมื่อใกล้เวลางาน  ทวิชก็ถูกชนะวีร์ตามตัวออกไป

ระหว่างเดินทางห้องครัวออกไปที่สนามหน้าบ้าน  ชนะวีร์คว้ามือของทวิชมาจูงแบบที่ทำเป็นปกติ
แต่ทวิชพยายามบิดข้อมือออก เมื่อเห็นว่ามีอาเจ็กคนหนึ่งยืนอยู่ ใต้เงาสลัว
ชนะวีร์ก็เห็น แต่ไม่ยอมปล่อยมือของทวิช กลับบีบแน่นขึ้นนิดหนึ่ง

“เจ็กเหลียง มายืนทำอะไรมืดๆตรงนี้ครับ”

“สูบบุหรี่น่ะ”   อาเจ็กที่อายุราวสี่สิบปลายๆ มีรูปลักษณ์ตามแบบฉบับคนเชื้อสายจีนที่ขาวจมูกโด่ง  หุ่นบางและดูขรึม ตอบสั้นๆ

เจ็กเหลียงมองมือของทั้งสองที่จับกัน แล้วตั้งคำถามต่อชนะวีร์โดยการเลิกคิ้วสูง

ชนะวีร์ยิ้มแทนคำตอบ

อาเจ็กจึงขมวดคิ้วแล้วส่ายหน้า  แล้วหันไปเพ่งพิจารณาทวิชแทน

ทวิชเกร็งขึ้นมานิดหนึ่ง เพราะสายตาของอาเจ็กเหลียงราวกับจะพยายามมองให้ลึกถึงกระดูกข้างใน   ได้แต่ก้มหน้าลงต่ำไม่กล้าสบตา

ชนะวีร์ดึงทวิชให้ยืนเยื้องไปข้างหลังเล็กน้อย ราวกับจะเอาตัวเองปกป้องทวิชเอาไว้

อาเจ็กเหลียงละสายตาจากทวิช มองหน้าชนะวีร์   “คิดดีแล้วหรือ”   

“ครับ”  ชนะวีร์ก็ตอบสั้นๆ แล้วขอตัวเดินออกมา

ทวิชรู้สึกว่าขาสั่นนิดๆ แล้วเกิดขี้ขลาดขึ้นมา แค่เจอญาติของชนะวีร์เพียงคนเดียว ยังได้รับปฏิกิริยาตอบกลับแบบนี้

ไม่เอาแล้วได้ไหม ไม่เจอได้ไหม

แต่ก็ไม่อยากสร้างปัญหาหรือทำให้ชนะวีร์พะวง จึงทำได้แค่เดินตามไปเงียบๆ

งานเลี้ยงเป็นโต๊ะจีน ที่โต๊ะหนึ่งๆนั่งได้สิบคน
ป๊าของชนะวีร์เป็นพี่คนโตในบรรดาพี่น้องทั้งหมดหกคน  โต๊ะนี้จึงจัดไว้ให้สำหรับป๊า และอาเจ็กทุกคน รวมถึง แม่ ที่ถือว่าเป็นสะใภ้ของลูกชายคนโต  น้าพวงทอง ภรรยาของเจ็กม๊อ น้องชายคนที่สองของตระกูล ตอนนี้เหลือเก้าอี้ว่าง  สองที่ แน่นอนว่าเก้าอี้ตัวหนึ่งต้องเป็นของชนะวีร์

เมื่อชนะวีร์มาถึงที่โต๊ะพร้อมทวิช

“อาเจ็กทุกคนฮะ น้าพวงทอง นี่ทวิชครับ” 

ชนะวีร์แนะนำเพียงแค่นั้น แล้วทวิชก็ไหว้อาเจ็กทุกคนรวมถึงน้าสะใภ้ด้วยกิริยาเรียบร้อย

เมื่อชนะวีร์นั่งลง และทวิชกำลังจะนั่งตาม
น้าพวงทองก็พูดขึ้นว่า

“อ้าว ตาวีร์ น้าว่าจะจองที่ไว้ให้ตาเคนน่ะ เขากำลังจะมาถึงแล้ว วีร์ให้เพื่อนไปนั่งกับเด็กๆโต๊ะนู้นดีไหมจ๊ะ วงนี้ให้ญาติๆเขาคุยกัน เดี๋ยวเพื่อนจะอึดอัดเสียเปล่าๆ”

นั่นสินะ

ทวิชก็เห็นด้วยจึงลุกขึ้น ชนะวีร์ก็ลุกตาม

“อ้าว แล้วตาวีร์จะไปไหนล่ะ น้าว่าจะให้ตาเคนมาปรึกษาเรื่องลงทุนซื้อที่ดินสักหน่อย”  น้าพวงทองท้วงขึ้นอีก

“นั่นสิ นั่งก่อน อั๊วก็มีเรื่องอยากคุยกับตาวีร์เยอะเลย”  อาเจ็กอีกคนหนึ่งพูดขึ้น

ชนะวีร์ทำท่าจะปฏิเสธ
ทวิชจึงแอบใช้มือดึงที่ขากางเกงเบาๆแล้วส่ายหน้า

“เดี๋ยวนกไปนั่งโต๊ะนู้นก็ได้”   นกพูดแค่นั้น แต่อ่านสายตาได้มากกว่านั้นว่า 

อย่าห่วงเลย ไม่เป็นไร

“งั้นเดี๋ยวพอเจ้าวัฒน์ดูแลเครื่องเสียงตรงเวทีเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ไปนั่งด้วย”   ป๊าบอก   

ชนะวีร์จึงปล่อยให้ทวิชเดินไปนั่งอีกโต๊ะหนึ่ง

เมื่อเดินไปถึงที่โต๊ะ ทวิชก็ทำตามคำแนะนำของชนะวีร์ทุกอย่าง คือ ยกมือไหว้คนที่คาดว่าจะมีอายุมากกว่า จากนั้นก็ยิ้มให้ทุกคน แล้วลงนั่งเงียบๆ

ทวิชเกร็งเล็กน้อย 

เพื่อนร่วมโต๊ะหลายคนดูจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ยกเว้นคุณน้าผู้หญิงสามคน ซึ่งน่าจะเป็นสะใภ้ของอาเจ็กคนใดคนหนึ่ง   คนที่นั่งทางด้านขวาของทวิชชื่อเอิร์ท ดูท่าทางเหมือนโดนบังคับให้มางานวันนี้  ส่วนคนที่นั่งตรงข้าม ชื่อคุง เป็นลูกชายคนเล็กของเจ็กม๊อ 

ทวิชอึดอัดกับสายตาของคุง  เป็นสายตาของเด็กเกเรที่เจอเหยื่อให้แกล้งเล่น  หรือไม่อีกที ก็เหมือนหมาจิ้งจอกเจอเหยื่อชิ้นโต  เป็นสายตาที่ทวิชเคยเห็นตอนเรียนชั้นมัธยม ที่คนเงียบๆอย่างเขามักกลายเป็นของระบายความก้าวร้าวเล็กๆน้อยๆของเด็กมีปัญหาที่มีจิตใจอ่อนแอ

ถึงแม้จะเคยเจอสายตาแบบนี้มาก่อน แต่ก็อึดอัดอยู่ดี

อึดอัดแค่ไหน  แต่ต้องอดทน

“หนูเป็นเพื่อนของตาวีร์หรือจ๊ะ”  คุณน้าคนหนึ่งทักขึ้น

“เอ่อ...ครับ”

“เป็นเพื่อนสมัยเรียนหรือจ๊ะ หรือว่าเพื่อนที่ทำงาน”  คุณน้าคนเดิม ที่ทราบชื่อภายหลังว่า น้าสมใจ ถามต่อไป

“ทำงานที่เดียวกันครับ”

“แปลกนะ ทุกปีไม่เห็นตาวีร์พาเพื่อนกลับมาบ้านด้วยในช่วงวันสงกรานต์เลย” คุณน้าสมใจหันไปคุยกับสะใภ้อีกคน

“แล้วจบที่ไหนมาล่ะคะ”  คุณน้าเป็นคนคุยเก่งมากๆ
 
เมื่อทวิชตอบไปว่าจบมาจากที่ไหน คุณน้าก็เริ่มต้นอวดเรื่องลูกของตัวเองที่นั่งอยู่ข้างๆทวิชทันที

“เนี่ย ตาเอิร์ทเขาก็เรียนที่เดียวกับหนูเลยนะ แต่เรียนวิศวะ เนี่ยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเลยนะคะ เพิ่งจะจบ ก็มีบริษัทชั้นนำมาขอจองตัวเลย...........”

คุณน้ายังพูดอะไรเกี่ยวกับลูกชายของเธออีกยืดยาว ทวิชก็ได้แต่ยิ้มตอบเป็นระยะๆเท่านั้น
ในขณะที่ ตาเอิร์ท ที่คุณน้าพูดถึงกลับนั่งทำหน้าเซ็งๆอยู่ข้างๆทวิชนี่เอง

ในโต๊ะยังมีบทสนทนาอีกมาก แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ทวิชไม่รู้

เหมือนโดนกันออกจากทุกบทสนทนาโดยสิ้นเชิง 

ซึ่งทวิชบอกตัวเองว่า มันไม่ได้เดือดร้อนมากนัก เพราะตั้งแต่สมัยเรียน ทวิชก็เคยชินกับการทำตัวให้กลืนหายไปในอากาศแบบนี้
เพียงแต่ช่วงหลัง  เมื่อมาเจอชนะวีร์และครอบครัวแล้ว กลับลืมความรู้สึกเหล่านี้ไป  ไม่ใช่ว่าทวิชสามารถหาบทสนทนามาชวนคุยได้เก่งขึ้นหรอก  เขายังคงเป็นแบบเดิมนั่นแหละ เพียงแต่การนั่งเงียบๆท่ามกลางครอบครัวของชนะวีร์ ให้ความรู้สึกสบาย และปลอดภัย

เวลาผ่านไปช้าจัง

ทวิชนั่งมองจานตรงหน้าบ้าง หรือมองมือของตัวเองบ้าง
เพราะเมื่อเงยหน้าขึ้นมาตรงๆทีไร ก็สบกับสายตาแบบนั้นของคนชื่อคุง เสียทุกที

ทวิชขยับตัวเล็กน้อย 

มัน...อึดอัด...

เมื่อเริ่มเสิร์ฟอาหาร ทวิชซึ่งไม่คุ้นเคยกับการกินโต๊ะจีนนัก  คงดูเงอะงะจนน่ารำคาญ
เอิร์ท ที่เลือกจะนั่งเล่นมือถือมาตลอดจึง คอยคีบอาหารให้ ตักกระเพาะปลาให้ และแนะนำวิธีการกินนู่นนี่อีกหลายอย่าง

“พี่ชื่ออะไรนะฮะ”  เอิร์ทถาม

“ทวิช”

เสียงของนกคงเบาไป ประกอบกับ นักดนตรีบนเวทีเริ่มเล่นเพลงแล้วด้วย

“อะไรนะพี่” เอิร์ทจึงเอนตัวเข้าใกล้ทวิช จนดูเผินๆเหมือนเอาหน้ามาซุกใกล้ๆ

“ทะ – วิช  เรียก นก ก็ได้”  คราวนี้ นกพูดให้ดังขึ้น

ชนะวีร์ที่คอยหันมองทวิชอยู่ตลอด ลุกพรวดขึ้น

“นก เอาข้าวไปให้เจ้าวัฒน์หน่อยสิ คอยคุมคิว กับเครื่องเสียง จนไม่มีเวลากินข้าวเลย”  ชนะวีร์เดินเข้ามายืนด้านหลังระหว่างเก้าอี้ของทวิชและเอิร์ท

“พี่วีร์ หวัดดีครับ”  เอิร์ทไหว้ชนะวีร์ที่อายุมากกว่า

“สบายดีนะเอิร์ท” ชนะวีร์ทักตอบแบบนิ่งๆ

“ครับ  พี่วีร์ล่ะครับ สบายดีป่าว แล้วปีนี้มีแฟนหรือยัง”

“มีแล้ว “

“เฮ้ยจริงดิ ไว้คราวหน้าพามาเปิดตัวเลยดิพี่”

“หึ หึ” ชนะวีร์ไม่ตอบแต่หัวเราะออกมา พลางวางมือลงบนไหล่ของทวิช แล้วตบเบาๆ

เอิร์ทมองตามมือนั้นแล้วขมวดคิ้ว

“นกไปขอข้าวจากในครัวนะ เอาข้าวผัดก็ได้ แล้วเอาไปให้ไอ้วัฒน์ที่ข้างเวทีนะ”  ชนะวีร์ก้มลงมาคุยกับทวิช ทำทีเป็นว่าเพราะเสียงเพลงมันดัง จึงต้องคุยกันข้างๆหู

แต่เปล่าหรอก

ชนะวีร์จงใจ ที่จะเอาริมฝีปากเข้าใกล้จนแทบจะแนบชิด

เอิร์ทที่จับสังเกตอยู่ตลอดยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น

เช่นเดียวกับคุง ที่มองตาไม่กระพริบ

ทวิชหน้าแดง และพึมพำขอตัว

แล้วรีบเดินไปในครัว
.
.
.
ระหว่างทางที่เดินไปห้องครัวนั้นค่อนข้างมืด

อีกแล้ว

อาเจ็กเหลียง ยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงที่เดิมเลย
ทวิชค้อมหัวให้ แล้วเร่งฝีเท้า ตั้งใจจะเดินผ่านไปให้เร็ว
แต่อาเจ็กกลับรั้งไว้ ด้วยการถามขึ้นมา

“เป็นอะไรกับเจ้าวีร์”

“ทำงานที่เดียวกันครับ”  ตอบแล้วทวิชก็ก้มหน้า

“ชื่อทวิช ใช่ไหม” 

“ครับ”

อาเจ็กเหลียงเดินออกมาจากมุมมืด  ใช้ปลายเท้าขยี้บุหรี่ให้ดับ แล้วผ่อนควันกลุ่มสุดท้ายออกมาจากปาก

อาเจ็กเดินเข้าใกล้ แม้จะเป็นการเดินเอื่อยๆเข้าหา แต่กลับให้ความรู้สึกกดดัน 

ทวิชที่ก้มมองแต่ปลายเท้าของตน ขยับออกห่างนิดหนึ่ง

“เมื่อเดือนก่อน วีร์มันมาขอซื้อที่ของผมไป ต่อมาไม่นาน ก็ได้ข้อมูลว่า ที่ดินผืนนั้นกลับมีผู้ครอบครองชื่อ ทวิช”

“....”

“คิดจะปอกลอกชนะวีร์มันหรือเปล่า ทำยังไง มันถึงโอนที่ดินเป็นสิบล้านให้ล่ะหือ”

ทวิชรู้สึกเหมือนตัวเองโดนวัตถุที่มีมวลขนาดหนักๆอัดกระแทกเข้าที่หัวใจอย่างจัง จนเจ็บและจุก ตากลมโตพร่าเบลอ เพราะหยาดน้ำตา

ปลายเท้าของตัวเองมันไม่ชัดอีกต่อไป

เสียใจที่ถูกมองแบบนั้น

“ผม...จะคืนให้ทุกอย่างครับ...ไม่ได้...ไม่ได้อยากจะได้อะไรเลย”   ทวิชเงยหน้าขึ้นสบตาอาเจ็กเหลียงในที่สุด

คำพูดที่พูดไปกลั้นสะอื้นไป ทำให้เจ็กเหลียงขมวดคิ้ว

“ก็ดี...คืนให้มันไป อย่าหลอกมันเลย”

คราวนี้ทวิชส่ายหน้ารัว  และพยายามจะเถียงอย่างที่สุด

“ไม่เคยหลอก  ผมไม่เคยหลอกวีร์เลย ไม่เคยอยากได้อะไรจากเขาเลย แค่ที่เขาให้ผมอยู่ตรงนี้ผมก็พอใจแล้ว”

ทวิชยกมือทั้งซ้ายขวาปาดน้ำตาที่พรูลงมาไม่หยุด ปาดเท่าไหร่มันก็ไม่แห้งหายไปสักที

“รักมันเหรอ เจ้าวีร์น่ะ”

“...”

จะตอบดีไหมนะ

ทวิชจะตอบออกไปดีไหม 

คำตอบของนกจะทำให้ชนะวีร์เดือดร้อนหรือเปล่า จะทำให้ถูกคนอื่นรังเกียจหรือเปล่า

ในขณะที่ทวิชเลือกที่จะเงียบ อาเจ็กเหลียงก็พูดต่อไป

“ไอ้ที่ทำอยู่เนี่ยมันผิดเพศ ผิดธรรมชาติ ผิดประเพณี ผู้ชายก็ต้องคู่กับผู้หญิง ถ้ายังขืนดันทุรังกันต่อไป เจ้าวีร์มันจะอยู่ในสังคมได้ยังไง ยิ่งมันเป็นหลานชายคนโตของตระกูลด้วย”

จริงสินะ ชนะวีร์จะโดนอะไรบ้างถ้าคนอื่นรู้ว่ารักอยู่กับเขา  ชนะวีร์จะแบกรับความรู้สึกไม่ดีจากคนอื่นไหวหรือเปล่า   

ยอมแพ้ดีไหมนก

วูบหนึ่ง ทวิชก็รู้สึกผิดราวกับว่าตนเองทำสิ่งที่ควรต้องโทษ

แต่ว่า... การที่ชนะวีร์ไม่มีทวิช และทวิชไม่มีชนะวีร์ มันจะดีจริงๆน่ะหรือ

มันดีกับใครกัน


คนรอบข้างคงพอใจ แต่เราจะทำให้พวกเขาพอใจทำไมกัน เราจำเป็นต้องกรีดเลือดออกจากหัวใจตัวเองเพื่อให้พวกเขามีความสุขเลยหรือเปล่า

ถ้าทวิชไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ชนะวีร์จะมีความสุขหรือ

ทวิชแน่ใจว่า   ไม่  


แม้ทวิชจะไม่แน่ใจในอะไรๆทุกอย่างในโลก แต่เรื่องหนึ่งที่ทวิชแน่ใจคือ ชนะวีร์รักทวิช และทวิชเองก็เช่นกัน

ถ้าอย่างนั้น....

“ผมจะอดทนครับ ขอแค่ให้ได้รักชนะวีร์ ผมจะอดทนทุกอย่าง”


ในที่สุด....

อาเจ็กอมยิ้ม

ในขณะที่ทวิชยังคงพยายามห้ามน้ำตาไม่ให้ไหล

อาเจ็กเหลียงก้าวเข้าใกล้อีกเพื่อพิจารณาคนตรงหน้าให้ชัดๆ  ทวิชตัวสั่นมากขึ้นด้วยความเกรงในตัวเอาเจ็ก แต่ก็ไม่ถอยหนี
แล้วก็เห็น ว่าในดวงตาโตๆของทวิช  ที่แม้จะเคลือบไปด้วยน้ำตา แต่นกก็ตั้งใจจะทำอย่างที่พูดจริงๆ 

จะอดทน จะไม่หนีไปเสียก่อนแม้จะกลัวแสนกลัว

“ต่อไปจะเหนื่อยและเจ็บกว่านี้นะ”    ทวิชสัมผัสได้ว่า น้ำเสียงของอาเจ็กแผ่วลง เมื่อเงยหน้ามอง ก็เห็นสายตาที่มีส่วนผสมของหลายความรู้สึกอยู่ในนั้น มันทั้งอ่อนแสงและเศร้าหมอง

ทวิชเริ่มรับรู้จุดประสงค์แท้จริงของอาเจ็กเหลียง

“รักแบบนี้มันต้องใช้ความเข้มแข็งเพิ่มขึ้นกว่ารักของคนอื่นถึงสองสามเท่าเลยนะ จะทำได้หรือ” 

อาเจ็กมองทวิชราวกับมองเห็นใครสักคนในอดีตซ่อนอยู่ในนั้น

ทวิชคิดว่าสิ่งที่สัมผัสได้นั้นไม่ผิดแน่ๆ

“ผมจะทำให้ได้ครับเจ็ก จะทำแทนส่วนของอาเจ็กด้วยครับ”

คราวนี้เจ็กเหลียงยิ้มกว้าง  แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นหัวเราะเสียลั่น

“ฉลาด ฉลาด กว่าที่มองไว้ ตอนแรกเหมือนลูกนกตัวสั่นๆ แต่ถ้าจะให้บินโฉบคู่นกใหญ่ ก็ทำได้นี่นะ”

สุดท้าย เสียงหัวเราะก็แผ่วลง  อาเจ็กทอดมองมา แล้วทิ้งท้ายเพียงว่า

“ฝากด้วยล่ะ”
.
.
.
ทวิชประคองถาดใบใหญ่ ที่มีทั้งข้าวผัด กระเพาะปลา หมูหัน และน้ำหวาน  ออกมาจากในครัว  เพราะคิดว่า ธานิวัฒน์ที่ป่านนี้ยังไม่ได้กินอะไรคงหิวมากแน่ๆ ข้าวผัดแค่จานเดียวก็กลัวจะไม่อิ่ม

ระหว่างที่ตั้งใจประคองทุกอย่างไม่ให้กระฉอก

อาคุงก็เดินเข้ามาขวาง

ทวิชยิ้มให้แล้วพยายามจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง

แต่อาคุงไม่ให้ไป

“เป็นเกย์เหรอ”

“...”

“คืนนี้ว่างป่ะ อยากคุยด้วย พักไหนอ่ะครับ”   

ทวิชรู้สึกว่า ขนลุกและตัวเย็น เมื่อรับรู้ได้ถึงความรู้สึกด้านลบที่อาคุงปล่อยออกมาคุกคามกัน

ทวิชพยายามจะบ่ายตัวหนี แต่ถาดอาหารที่ประคองอยู่ก็เป็นอุปสรรค

ตอนนี้จึงกลายเป็นว่า อาคุงเข้ามาแนบประชิดจากด้านหลัง แล้วจับแขนทั้งสองข้างของทวิชไว้แน่น

“ปล่อยผม”

“อย่าเล่นตัวน่า”

วินาทีที่อาคุงเคลื่อนหน้าเข้าใกล้แก้มของทวิช  กลิ่นลมหายใจกักขฬะ นั้นทำให้ทวิชลืมสติ

ทวิชสาดถาดในมือไปทางอาคุง  ถ้วยชามปลิวหล่น และแตกกระจาย อาหารบางส่วนหกรดอาคุง

ไม่ทันคิดอะไรทั้งสิ้น

ทวิชที่ยังถือถาดในมือ ก็ใช้มันทุบเข้าที่หัวของอาคุงอย่างแรง

“โอ้ยยยยย   อีตุ๊ด มึงงงงง”    อาคุงโมโหจัด ตวาดลั่นแล้วกระโจนเข้าใส่ทวิช

ทวิชหลบไม่ทัน โดนฝ่ามือฟาดเข้าที่แก้มจนหน้าสะบัด  รู้สึกมึน และเบลอ  อาคุงตามเข้ามาซ้ำ

คราวนี้ทวิชยกถาดขึ้นป้องกัน แล้วเหวี่ยงถาดเข้าที่ใบหน้าของอาคุงบ้าง

แต่เมื่อเลือดขึ้นหน้า อาคุงก็กระโจนเข้าผลักทวิชให้ล้มลง ถาดกระเด็นไปไกล  อาคุงขึ้นคร่อม

หลังจากตรงนี้ ทุกอย่างเหมือนเกิดขึ้นราวกับเป็นภาพช้า ทวิชเห็นสีหน้าโกรธแค้นบ้าคลั่งของอาคุง และสายตามีชัยของมันขณะหมัดเงื้อสูง ทวิชหลับตา เพื่อเตรียมรับกับความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้น

วีร์  ช่วยด้วย

คนแรกที่ทวิชนึกถึงในยามนี้คือเขา

(ต่อข้างล่าง)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-05-2016 07:44:47 โดย treenature »

ออฟไลน์ treenature

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +130/-0
หมัดไม่ได้กระแทกเข้าหน้าของทวิชตามที่คาดไว้

“พี่นก พี่นก”  เมื่อธานิวัฒน์เรียก ทวิชจึงลืมตาขึ้น

ภาพที่เห็นคือ  ชนะวีร์ที่ยืนกำหมัดแน่น กัดฟันจนกรามเบียดนูน  สายตาที่ชนะวีร์จ้องอาคุง เป็นสายตาที่ทวิชไม่เคยเห็น

มันเป็นสายตาที่  พร้อมจะทำให้ทุกอย่างเป็นผุยผง 

น่ากลัว

ทวิชยืนอยู่ตรงนี้ยังรู้สึกได้ ส่วนอาคุงที่หลบอยู่หลังอาเจ็กม๊อนั้นหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
 
ชนะวีร์ก็รู้ว่าตัวเองว่าน่ากลัว จึงพยายามสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้ โดยมีป๊ายืนแตะไหล่อยู่ข้างๆ

ธานิวัฒน์ประคองทวิชให้ลุกขึ้น

เมื่อเห็นแก้มที่บวมปูดของทวิชชัดๆ ธานิวัฒน์ก็สบถแล้วจะโผนเข้าหาอาคุง

ทวิชต้องเอาทั้งตัวรั้งไว้

ป๊าเองก็หันมาปรามด้วยสายตา

ชนะวีร์หันมา

เมื่อเห็นหน้าทวิช ตาของชนะวีร์ก็วาวโรจน์และจะพุ่งเข้าหาอาคุงอีกครั้ง ป๊าคว้าไหล่เอาไว้อีก

เจ็กเหลียงต้องเข้ามายืนขวางไว้ แล้วส่ายหน้าช้าๆ

“อย่าแลก วีร์”

ชนะวีร์หลับตา เพื่อสงบอารมณ์

ทวิชเดินเข้าไปใกล้ชนะวีร์

เอื้อมมือไปแตะที่ไหล่อีกข้างอย่างกล้าๆกลัวๆ   

ชนะวีร์ลืมตาช้าๆ เอื้อมมือแตะแผ่วที่แก้มและริมปากของทวิชที่ ปูดและปริแตก

ทวิชส่ายหน้า

ซึ่งตั้งใจจะหมายความว่า
 
“ไม่เป็นไรแล้ว และ อย่าทำอย่างนั้นเลย”

ชนะวีร์เข้าใจ  เขาพยักหน้าแล้วดึงทวิชเข้าสู่อ้อมกอด ใช้สองแขนโอบรอบศีรษะของทวิชเอาไว้เบาๆ  ซุกหน้าลงไปกับกลุ่มผมของคนตัวเล็ก แล้วถอนหายใจอยู่หลายที 

โดยไม่สนใจว่าจะมีใครมุงดูอยู่บ้าง โดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดหรือวิจารณ์แบบไหน

“มันเอาถาดตบผม ผมไม่ยอม”

จู่ๆอาคุงที่หวาดกลัวก็กลายเป็นอาคุงที่กร่างขึ้นอีก คงคิดว่า ตอนนี้มีแต่ญาติของตนทั้งนั้น และอาเจ็กม๊อ พ่อของตนก็ยืนอยู่ใกล้ๆ รวมทั้งน้าพวงทองผู้เป็นแม่ด้วย คงไม่มีใครกล้าทำอะไร

“คุงมันหาเรื่องก่อน”  เอิร์ท ที่ยืนอยู่เงียบๆตลอดพูดขึ้น

“ไม่จริง มันอ่อยผม แล้วผมด่ามัน มันเลยตีผม” อาคุงเถียงหน้าดำหน้าแดง

“แต่ผมเห็น”  เอิร์ทพูดนิ่งๆ 

อาคุงหน้าเสีย แต่   “มึงจะเห็นได้ไงไอ้เอิร์ท มึงอยู่ตรงไหน อย่ามามั่ว”

เอิร์ทไม่พูด แต่ชี้ขึ้นไปบนระเบียงบ้าน  เป็นระเบียงของห้องรับแขก ที่หากยืนบนนั้นจะมองเห็นเหตุการณ์ด้านล่างทั้งหมดได้

“ไม่จริง ไอ้เอิร์ทมันเข้าข้าง ไอ้เกย์นี่ เพราะเอิร์ทมันชอบเค้าอยู่ อย่าไปเชื่อ”

เอิร์ทถอนหายใจ แล้วยื่นมือถือส่งให้ อาเจ็กเหลียง จากนั้นหันไปพูดกับชนะวีร์ว่า

“ผมลงมาช่วยไม่ทัน ขอโทษด้วย ไม่คิดว่า พี่ทวิชจะโดนถึงขนาดนี้”

ในมือถือนั้น มีสองไฟล์  เป็นภาพจากมุมสูง ที่อาจไม่ชัดมากนัก แต่ก็มองออกว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร

ไฟล์แรกเป็นเหตุการณ์ตอนที่ ทวิชคุยกับอาเจ็ก  ก่อนจะเดินหายเข้าไปในทางครัว

อีกไฟล์หนึ่ง เป็นภาพนับตั้งแต่ ทวิชประคองถาดออกมา ด้วยใบหน้ายิ้มๆ จนถูกอาคุงหาเรื่อง  และภาพก็ตัดไปตอนที่นกถูกตบเข้าที่แก้ม เพราะเอิร์ทรีบวิ่งลงมาช่วย พร้อมตะโกนบอกชนะวีร์

“ลื้อผิดนะอาคุง ขอโทษพี่เขาด้วย”  อาเจ็กเหลียงตัดสินความ

“อาเหลียง นี่มันหลานนะ ทำไมลื้อเข้าข้างคนอื่น”  น้าพวงทองท้วงขึ้น ดูเป็นเดือดเป็นร้อน

“ยิ่งเป็นหลาน ยิ่งต้องสอน” เจ็กเหลียงพูดนิ่งๆ แล้วหันไปทางเจ็กม๊อ

“ว่าไงเฮีย”   

“มันผิดจริงๆ อั๊วขอโทษด้วยนะ อาเฮีย วีร์ และทวิช  ที่มันก่อเรื่อง จะลงโทษยังไงก็ว่ามา”

“ป๊า... อีตุ๊ดนี่ มันยั่วคุงนะ”   

“แต่เธอก็ผิดเหมือนกันที่ทำร้ายร่างกายลูกของฉัน”  น้าพวงทองดูจะไม่ยอมรับความจริงง่ายๆ และหันไปหาเรื่องกับทวิช

“เงียบ”  เจ็กม๊อตวาดภรรยาตัวเอง จนเธอต้องหยุดไป แต่สายตาสะท้อนชัดว่า ไม่ยอมจบ

ป๊าของชนะวีร์ หันมองหน้าทุกคน และเอ่ยเสียงดัง

“เชิญที่หน้าเวที”

พร้อมแหวกกลุ่มคนที่มายืนมุงเดินนำขึ้นเวทีไป

ญาติทั้งหมด ที่ละจากกิจกรรมรื่นเริงต่างๆ ทยอยเดินตามไปที่หน้าเวที บ้างก็นั่งลงตรงที่ของตน รอฟังคนที่มีศักดิ์และสิทธิ์ที่สุดในตระกูลกล่าวอะไรสักอย่าง

“เจ้านกมานี่”  ป๊าประกาศออกไมโครโฟนเสียงดังฟังชัด

ชนะวีร์จึงประคองนกตามขึ้นเวทีมา

“ทุกคนฟัง  นี่คือทวิช เขาเป็นคนของลูกชายอั๊ว ตาวีร์สรุปแล้วทวิชกับแกเป็นอะไรกัน”

ป๊าหันไปถามชนะวีร์ที่ยืดตัวเต็มความสูง ตามองแน่วแน่และตอบเสียงฉะฉาน

“เขาเป็นคนที่ผมรักครับ”

มีเสียงฮือฮาดังไปทั่วงาน

“ก็ได้ยินกันชัดๆแล้วนะ ดังนั้นอั๊วก็นับเขาเป็นคนในครอบครัวของอั๊วด้วย “

ป๊าหยุดพูดนิดหนึ่งแล้วจ้องหน้าของอาคุง จนอาคุงต้องก้มหน้าหนี

“เหตุการณ์ครั้งนี้ อั๊วจะไม่เอาความ แต่ต่อไปนี้ ไม่ว่าใครก็ตาม  ที่มุ่งคิดร้ายกับทวิช อั๊วและชนะวีร์จะไม่เว้นมันไว้อีกเป็นครั้งที่สอง “

ป๊าเว้นจังหวะการพูด เพื่อให้แน่ใจว่า อาคุงได้ยินและเข้าใจในเรื่องนี้  ซึ่งดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่กล้าเถียงอะไรออกมาอีก

เห็นดังนั้น ป๊าก็กวาดตามองญาติๆทั้งหลายแล้วพูดต่อว่า

“อั๊วต้องขออภัยที่ชนะวีร์จะไม่ได้มีภรรยาเช่นที่ลื้อหลายๆคนหวัง หรือคาดเอาไว้ แต่เขามีคนที่รักเขาแล้ว สำหรับอั๊ว อั๊วว่า มันพอแล้ว”

ป๊าพูดจบแล้วกวาดตามองจนทั่วอีกครั้ง  หลายคนซุบซิบกัน หลายคนทำท่าทางแสดงความยินดี   และไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมรับเรื่องแบบนี้ได้

น้าพวงทองกับอาคุงลุกออกจากที่นั่งแล้วเดินออกจากงานไป

มันเป็นธรรมดา เราจะหวังให้ทุกคนยอมรับและยินดีกับความรักในแบบนี้ก็คงไม่ได้

และหวังให้ทุกคนยอมรับความผิดและกลับตัวกลับใจเพียงชั่วข้ามคืนก็คงไม่ได้ 

เพียงแต่วันนี้สิ่งที่ป๊าทำ เหมือนกับเป็นการปลดล็อคความกดดันออกไปจากความรักของชนะวีร์และทวิชอีกเปลาะหนึ่งเท่านั้น

นับจากวันนี้ คงมีคนนำเรื่องของชนะวีร์และทวิชไปพูดถึง

เรื่องแบบนี้มันสนุกที่จะเก็บไว้นินทา หรือแต่งเติมให้เจ้าของเรื่องเสียหาย

แต่ก็ช่างมันเถอะนะ
.
.
.
ชนะวีร์พาทวิชมานั่งทำแผลภายในบ้าน

นกที่ดูตัวจ้อยลงกว่าเดิม เพราะไหล่ลู่ และเหมือนจะสั่นนิดๆ ทั้งปากที่ระบมเม้มเข้าหากัน มือจับกันแน่น ก่อนที่จะพูดออกมาเบาๆว่า

“ขอโทษนะ”

ชนะวีร์ละมือจากการทายาที่ปากและข้างแก้ม

“ไม่ผิดนี่ ไม่ต้องขอโทษหรอก”

“แต่ถ้าวันนี้นกไม่มา เรื่องคงไม่เกิด คนจะมองวีร์ไม่ดี”

ชนะวีร์โน้มตัวเข้าใกล้ แตะริมฝีปากเบาๆ

“อย่าคิดอย่างนั้นเลยนะครับ”

ชนะวีร์มองนกนิ่ง แล้วพูดช้าๆ

“ไหนตอบวีร์หน่อยสิครับ ว่าตอนนี้ในชีวิตของนก มีคนที่นกนับว่าเป็นครอบครัวกี่คน”

“ก็...ถ้าไม่นับยายกับแม่ที่ไม่อยู่แล้ว ก็มี วีร์ ป๊า แม่ แล้วก็วัฒน์...”   

“รวมสี่คนนะ นกฟังวีร์นะครับ คนที่นกต้องแคร์มากๆมีแค่สี่คน นอกจากนั้นแล้ว คนที่เจอในวันนี้เป็นญาติของวีร์ก็จริงอยู่ แต่ส่วนมากแล้วก็เป็นคนที่ผ่านมาเจอกันแค่ปีละครั้งเท่านั้นเอง อย่าแบกรับความรู้สึกของเขาไว้เลยนะครับ”

ถึงแม้คำพูดของชนะวีร์จะทำให้นกรู้สึกเข้มแข็งขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ความกังวลอย่างไรแล้วก็เป็นความกังวล นกมองชนะวีร์นิ่งด้วยตากลมโตที่ไหวระริกเพราะหยดน้ำตา

“นกกลัวพวกเขารังเกียจวีร์”

 ชนะวีร์ยิ้มปลอบ  “วีร์ไม่กลัวเลยสักนิด แต่วีร์กลัวนกไม่รักวีร์มากกว่า”

ริมฝีปากรูปของชนะวีร์จรดลงที่หน้าผาก

“ขอบคุณที่รักกันนะครับ ขอบคุณที่ยืนยันว่าจะอดทนฝ่าฟันไปด้วยกัน”

ทวิชหน้าแดง  แล้วบ่นอุบอิบ

“ในคลิบนั้นน่ะเหรอ อายจัง ทำไมเอิร์ทต้องถ่ายไว้ด้วยนะ”

“ดีจะตายที่ถ่ายไว้ได้ วีร์จะไปขอไว้แล้วเปิดดูทุกวันเลย”

“ไม่เอาๆ ห้ามเปิดดูแล้ว”  ทวิชหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม แล้วซบหน้าลงกับไหล่ของชนะวีร์

“วันนี้เหนื่อยจังเลย”  เสียงทวิชอู้อี้อยู่ที่ไหล่

ชนะวีร์ลูบหลังกล่อมทวิช แล้วกระซิบคุยกันเบาๆว่า

“เหนื่อยเพราะต้องเผชิญกับความรู้สึกของคนหลากหลายแบบเลยใช่ไหมครับ วันนี้นกเก่งมากเลยนะครับ เข้มแข็งขึ้นอีกระดับแล้วนะครับ”

ทวิชพยักหน้าหงึกหงักทั้งๆที่ยังซบหน้าอยู่อย่างนั้น

“ขึ้นนอนกันเถอะ” ชนะวีร์กระซิบอีก

นกเงยหน้าจากบ่ากว้าง

ตาเริ่มปรือ

“อาบน้ำไม่ไหว”

“เดี๋ยวจัดบริการอาบน้ำด่วนให้ครับ”

“สระผมด้วยนะ เหมือนจะโดนกระเพาะปลากระเด็นใส่ด้วย”

“ได้เลย เดี๋ยวแถมรางวัลพิเศษให้ด้วย”

“ไม่เอารางวัลได้ไหม เหนื่อยแล้ว”

“เถอะน่า รางวัลนี้ดีมากๆเลยน้า เบาสบายตัว”

"เดี๋ยวพรุ่งนี้เล่นน้ำไม่ไหว ยังไม่รับรางวัลได้ไหม"

ชนะวีร์และทวิชพากันจูงมือแล้วลุกขึ้น และเถียงกันเรื่องรางวัลพิเศษไปตลอดทางที่ขึ้นบันได ทิ้งงานเลี้ยงที่วุ่นวายไว้ด้านหลัง
.
.
.
แถวต้นไม้ที่เกิดเรื่องราวในคืนนี้   

ใครคนหนึ่งยืนปล่อยควันล่องลอยในอากาศ

เสียงสวบสาบทำให้เหลียวไปมอง

“สูบเยอะไปแล้วมั้งคืนนี้”

“สังเกตด้วยเหรอ”

“....”

“ทำไมตอนนั้น ถึงได้ไปอยู่บนระเบียงได้ล่ะ”

“...”

“ชอบทวิชใช่ไหม”

“มันใช่ที่ไหนล่ะ”  ใครอีกคนเสียงดังขึ้นมานิดหนึ่ง

ซึ่งเจ็กเหลียงกลับยิ้มที่กวนอารมณ์อีกฝ่ายได้

เงียบกันไปอีกครู่หนึ่ง  ทั้งสองต่างจ้องมองกลุ่มควันที่เคลื่อนลอยไป

“เรื่องนั้นน่ะ...ไม่ต้องฝากพี่ทวิชหรอก”

“หือ”

“ให้ผมทำแทนสิ ฝากมันไว้ที่ผม ความรักของเจ็กน่ะเอามาไว้ที่ผมได้ไหม”


--จบตอน--

เหนื่อยมากค่ะคุณ
เป็นตอนแรกของเรื่องนกขมิ้นที่ตัวละครเยอะ และมีการใช้งานตัวละครเกือบทุกตัวอย่างหนักหน่วง
(ไม่นับบรรดาแม่ๆในเรื่องวิชารักนะคะ เพราะเรื่องนั้นคิดบทให้แม่ๆง่ายกว่ามาก ฉากก็ไม่ซับซ้อนด้วย)
ในตอนนี้ พยายามจะให้คงอยู่ในรูปแบบการเขียนที่ใช้มาตลอด
แต่ค้นพบว่า ทำไม่ได้เลย เมื่อมันไม่ใช่ฉากเฉพาะระหว่างชนะวีร์กับทวิชแค่สองคนเท่านั้น เมื่อต้องพูดถึงตัวละครอื่นๆ ก็เอารูปแบบการเขียนของชนะวีร์และทวิชมาใช้ไม่ได้เลย เหมือนรูปแบบนั้นมันเป็นของพวกเขาสองคนเท่านั้นน่ะค่ะ 
ดังนั้นในตอนนี้ มันจึงมีการบรรยาย ที่ยาวยืด หลุดจากที่ควรเป็น และมีระดับดราม่า ประมาณน้ำในคลองแสนแสบ  มีตัวร้ายด้วยอ่า 
ตั้งใจจะเขียนตอนนี้ตั้งแต่ตอนหยุดสงกรานต์ค่ะ แต่ว่า....เผลอใจไปแต่งอีกเรื่องเสียก่อน
คิดว่า ยังทันอยู่นะคะ เป็นควันหลงสงกรานต์ควบวันฉัตรมงคลและวันพืชมงคล
ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ
สุขสันต์วันหยุดค่ะ
@ t o n s w i n d
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-05-2016 12:59:28 โดย treenature »

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4240
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +158/-16
 :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1:

กรีดร้ออออออออออออออออออออออองงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง


อะไรคืออาเจ็กเหลียงกะเอิร์ธธธธธธธธ

แล้วเจ็กรักใครมาก่อน ฮือๆๆๆๆๆๆ แอบเศร้าเล็กน้อย อดีตคนรักเจ็กไปไหนแล้ว

ไม่ๆๆๆ เราต้องมุ่งมั่นที่เอิร์ธ พิชิตใจอาเจ็กให้ได้นะคะ  o13

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ketekitty

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
กรี๊ดด ตอนพิเศษ นกเข้มแข็งมาก

ออฟไลน์ UNCHXLXX

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 740
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
น่ารักอีกแล้วววววว
วีร์ใจดีจัง แจกรางวัลพิเศษด้วย เอิ๊กๆๆ :z1:
ตอนท้ายคืออัลไล! เจ็กกับเอิร์ทนี่ยังไง เปิดเรื่องใหม่มั้ย 555555  :hao6:

ออฟไลน์ Faifull

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ชอบมากกกเลย มีต่อไหมมมอยากอ่าน

ออฟไลน์ BAKA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3263
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-10
เดึ๋ยวก่อนนนนนนนน

อะไรคือคู่ปิด แอร๊ยยยยยย เชียร์เอิร์ธด่วน!

ออฟไลน์ Duangjai

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 726
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
มีLikeกดLike. มีLoveกดLove ให้เลย

ฟินๆกับความรักอันมั่นคงทั้งของตัวเอกและครอบครัว


 :hao3:  :hao3:   :hao3:  :hao3:


อ้า..แล้วตอนท้ายเนี่ยเปิดอีกคู่เหรอ หน่วงนะถ้าแบบนั้นน่ะ

 :hao4:  :hao4:  :hao4:  :hao4:


....

ออฟไลน์ koikoi

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4040
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +311/-13
อ้าวๆอาเจ็กกับเอิร์ทอยากให้มีบทบาทอีกจัง

ออฟไลน์ arij-iris

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2853
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-5
ยังน่ารักเหมือนเดิมอ่ะ แต่ขัดใจตรงที่ไม่จัดการนังคุงเนี่ยล่ะ น่าจะตื๊บสักหน่อย เซ็งอ่ะ :m16: :m16:

ว่าแต่ตอนจบคืออัลไร มีอีกคู่หรอ?  :m12: :m12:

ออฟไลน์ ป้ากิ่งkingkarn

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 339
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ขออนุญาตระบายความในใจ ที่ไม่ได้มุ่งไปในทางตำหนิผู้แต่งแต่อย่างใดทั้งสิ้น
มีอยู่จริงๆหรือคะ?? คนที่รู้สึกสำนึก กังวล และหวาดกลัวทั้งหัวใจว่า อาจจะไม่เป็นที่ต้อนรับ
เป็นตัวปัญหา ต้องระวังเนื้อระวังตัวทุกกริยา ไม่แน่ใจอะไรเลย
เพราะต้องมาโดนจับผิดด้วยสายตาของญาติแฟน
เป็นไปได้ใช่ไหมที่เขา จะสามารถมีความมั่นใจพอที่จะเผชิญหน้าผู้ใหญ่
ที่มีท่าทีไม่พอใจ ถามคำถามโหดๆ ดูถูก และแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่ารังเกียจ
แล้วยังมีสติ มีความกล้าพอที่จะตอบคำถาม มั่นใจพอที่ จะแสดงความมั่นคงในรัก โดยลำพัง
นี่คือคำถามที่สงสัยเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่ ไม่ชอบอะไรในเนื้อเรื่องทั้งสิ้น
ป้าไม่เชื่อเรื่องการพาแฟนไปผ่านด่าน เอาชนะใจพ่อแม่ ญาติพี่น้อง
โดยเฉพาะการทำดี อดทน กล้ำกลืนฝืนใจ เพื่อให้ได้รับการยอมรับ
ป้าเชื่อเรื่อง การเคียงข้างกัน การให้ค่ากับคนที่คู่ควร การถนอมน้ำใจคนที่รักและแคร์คุณมากกว่า
ไม่ค่อยชอบกับการปล่อยแฟนใว้ในกลางวง รอให้มีคนโจมตี มีคนรอซ้ำ
โดยที่อีกคนทำเพียง ยืนให้กำลังใจอยู่ห่างๆนอกวง คอยอวยพรว่า
อย่ายอมแพ้ ทนๆให้ไหวนะ รับให้ได้สิ เดี๋ยวก็ได้รับการยอมรับ"สักวัน"
ซึ่งขอบคุณคุณคนแต่งที่ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ผ่านการกระทำของวีร์
ว่าถ้าคุณเข้มแข็งพอ คุณดูแลกันและกัน คุณอยู่เคียงข้างกันเสมอ
ไม่ว่ารักและชีวิตคู่ จะมีปัญหาแค่ไหน อย่างไร ทั้งคู่จะร่วมเผชิญหน้าและผ่านมันไปด้วยกัน
 :pig4:ขอบคุณมากสำหรับนิยายดีๆค่ะ^^
















ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1849
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
นกเข้มแข็งขึ้นมาก อดทนนะ

อะไรคืออาเจ็กเหลียงกับเอิร์ท อ้ากกกห

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-6
อาเจ็กกับเอิร์ธคืออะไรคะ วีร์นกนี่หลุดโฟกัสไปเลยยยย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด