[เรื่องสั้น] นกขมิ้น ตอนพิเศษ “ครั้งแรก” (22 มกราคม 2561)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น] นกขมิ้น ตอนพิเศษ “ครั้งแรก” (22 มกราคม 2561)  (อ่าน 88324 ครั้ง)

ออฟไลน์ treenature

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +130/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง
เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเว็บบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง
ของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิต
ที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่า
เรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็ปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมล์ของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผู้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน
 ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ
เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ Webmaster , administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเว็ป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเว็บอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็ป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณา
เป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่
หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเว็บไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาตเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก
เมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ)
จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ขอฝากเรื่องสั้นที่เขียนค่ะ
เรื่องสั้นของพัฒน์กับโอ๊ต    จบแล้ว
ป๊าครับผมจะไม่ดื้อ  ลบแล้ว
นกขมิ้น  จบแล้ว
รับจ้าง  จบแล้ว
วิชารัก101  ยังไม่จบ
แพ้  จบแล้ว
เป็นเช่นรัก ยังไม่จบ
❤|ตรรกะ|เวลา|ปูปา|ความรัก|❤ ยังไม่จบ
April fools me จบแล้ว
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-06-2018 00:28:03 โดย treenature »

ออฟไลน์ treenature

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +130/-0
Re: [เรื่องสั้น] นกขมิ้น (จบในตอน)
«ตอบ #1 เมื่อ05-12-2015 02:45:34 »

นกขมิ้นเหลืองอ่อน ค่ำแล้วจะนอนไหนเอย

ทวิช อยู่บ้านสวนกับยายจนอายุหกขวบ เป็นช่วงเวลาหกปีที่ทวิชมีความสุขมากที่สุด เขาวิ่งเล่น กิน และนอน โดยไม่เคยรู้ว่าความทุกข์มันเป็นอย่างไร นอกเสียจากตอนหกล้มเลือดไหลเต็มหัวเข่า ร้องไห้จ้ามาให้ยายทำแผลให้ ซึ่งนั่นแย่ที่สุดแล้วสำหรับเด็กชายทวิช

ยายทำกับข้าวอร่อย ตัวยายอุ่น ทุกคืนยายจะกล่อมเขานอนด้วยการตบก้นเบาๆ จนกว่าเขาจะหลับ เป็นอย่างนี้จนกระทั่งคืนสุดท้าย.....

....นกขมิ้นเหลืองอ่อน ค่ำแล้ว จะนอนไหนเอย....

ยายร้องเพลงนี้กล่อมเขาทุกคืน เขาไม่รู้ว่ามันชื่อเพลงอะไร แต่เขาชอบท่อนนี้ที่สุด คืนนั้นก่อนผล็อยหลับลง เด็กน้อยได้แต่สงสัยว่า นกขมิ้น มันหน้าตาเป็นยังไงนะ

เช้าวันนั้น เด็กชายทวิชได้เรียนรู้ความเสียใจเป็นครั้งแรกในชีวิต ยายยังนอนอยู่ข้างเขา แต่ไม่หายใจแล้ว ตัวยายเย็นไปหมด เย็นจนเด็กชายต้องกอดยายไว้เอง แล้วร้องไห้อยู่อย่างนั้น

....

เด็กชายทวิชต้องย้ายเข้ากรุงเทพ มาอยู่กับแม่ แม่ซึ่งในสมัยที่เขายังอยู่กับยาย  มาหาเขาได้ ปีละสองครั้ง ครั้งละสามวัน ในตอนนั้น ทวิชไม่คิดน้อยใจอะไรกับวันเวลาสั้นๆที่ได้เห็นหน้าแม่ เพราะการอยู่กับยายก็มีความสุขดี ไม่ได้รู้สึกขาดอะไร เพียงแต่มีความไม่คุ้นเคยและไม่กล้าที่จะคุยด้วยเท่านั้น

แม่มีห้องชุดขนาดกลาง ซึ่งนับว่าไม่แย่เลยสำหรับการอยู่ในเมืองหลวงเช่นนี้ เด็กชายได้รู้จัก ”ความกลัว” เพิ่มขึ้นอีกอย่าง เป็นความกลัวเมื่อต้องอยู่ต่างที่ กลัวความห่างเหินระหว่างแม่กับเขา และกลัวความสูญเสียแบบที่เจอที่บ้านสวน แม่ของเขาเป็นคนเงียบ พูดน้อย และมักมีมุมส่วนตัวที่เด็กน้อยเข้าไม่ถึงอยู่เสมอ แม่ยิ้มน้อยมากเมื่อเทียบกับยาย และเหมือนมีเรื่องในใจให้คิดตลอดเวลา

ทวิช เด็กชายที่ร่าเริง เริ่มพูดน้อยลง อาจเป็นไปตามนิสัยของแม่ สิ่งที่แม่มักทำอยู่เสมอ คือยิ้มให้เขานิดหนึ่ง ยกมือลูบหัว แล้วหันหลังไป  แม่ใช้เวลาส่วนมากจมจ่อมอยู่กับรูปที่แม่วาด แต่ละรูปให้ความรู้สึกซึมเซา 

เด็กชายได้แต่มองดูแผ่นหลังเล็กบางของแม่ ที่มักจะงองุ้ม และบางทีก็สั่นไหว


อย่างน้อยมือของแม่ก็อุ่น... ทวิชบอกตัวเองอย่างนั้น


หลายคืนที่ทวิชต้องนอนคนเดียว

เด็กชายกลัว มันมืด และมักเห็นภาพคืนก่อนที่ยายจะจากไปเสมอ คืนนั้นยายยังตบก้นเขาเบาๆ แล้วร้องเพลงนั้นอยู่เลย

...ค่ำคืน ฉันยืนอยู่เดียวดาย เหลียวมองรอบกาย มิวายจะหวาดกลัว...

จู่ๆทวิชก็นึกเนื้อร้องท่อนนี้ออก มันเหมือนฝังอยู่ในความทรงจำโดยไม่ได้ตั้งใจจะท่องจำ


“ฮัลโหล...แม่...”  ทวิชตัดสินใจโทรหาแม่ เสียงอะไรบ้างไม่รู้ดังลั่นไปหมด


“นอนก่อนนะ...วิช... แม่กลับดึก” แม่พูดแค่นั้นแล้ววางสายไป


เขาไม่กล้าเข้านอน คิดได้แต่ว่า การตื่นมันดีกว่าการหลับ เพราะเขาหลับลงไปในคืนนั้น เขาเลยสูญเสีย  เด็กป. 1 คนหนึ่งฝืนลืมตาจนสุดความสามารถ




ที่โรงเรียน เด็กชายทวิช พูดน้อย ไม่กล้าแสดงออก แต่มักทำคะแนนได้ดีในวิชาด้านศิลปะและภาษา

นี่เป็นสิ่งที่ครูมักเขียนลงในรายงานสำหรับผู้ปกครอง

เขาจึงเลือกเรียนตามความถนัดที่ครูเขียน

เขาเรียนอักษรศาสตร์ ไม่ได้เลือกทัศนศิลป์ เพราะไม่อยากนั่งอยู่หน้าผืนผ้าใบอันแสนเศร้าแบบแม่ ทวิชแค่รู้สึกว่า ถ้าเขาวาดรูป รูปของเขาคงให้อารมณ์ไม่ต่างจากรูปของแม่

ในมหาวิทยาลัย ทวิชเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างเงียบๆ ทุกเย็นหลังหมดวิชาเรียน จะมีนักศึกษาชายตัวผอมๆคนหนึ่ง เดินก้มหน้าและหลังค่อมเล็กน้อยเข้ามานั่งเงียบๆในห้องสมุด ทุกคืนเขาอยู่จนห้องสมุดปิด โดยไม่ได้พูดกับใคร ทวิชชอบที่จะอยู่กับความเงียบแบบนี้  ไม่ได้อึดอัด ความจริงชายหนุ่มก็มีเพื่อนอยู่บ้างที่พอไปกินข้าวด้วยกันได้ เพียงแต่ชายหนุ่มไม่รู้ว่า การสนิทสนมและมีเพื่อนฝูงเฮฮามันจะช่วยให้ความสุขได้อย่างไร

เขาขอพอใจอยู่แค่นี้ 


จนเข้าทำงานได้ปีกว่า ทวิชก็พบกับความสูญเสียอีกครั้ง

แม่จากไปแล้ว

ทิ้งข้อความไว้เพียงสั้นๆ


“แม่ขอโทษ”


น้ำตาเขาหยดลงบนคำขอโทษนั้น




ทวิชมีชีวิตที่เงียบลงกว่าเดิม เช้าไปทำงานในตึกสูงกลางเมืองใหญ่ เย็นเข้าห้องสมุด หรือดูหนังรอบดึก กลับเข้าห้องหลังเที่ยงคืน เพื่อให้เหลือเวลาช่วงกลางคืนบนเตียงกว้างๆนี่น้อยที่สุด

เขาไม่ชอบเตียงsizeขนาดนี้เลย มันเหงา มันน่ากลัว แต่มันก็เป็นเตียงของแม่ ที่เขาไม่คิดจะเปลี่ยน บางคืนเขาเลยหอบเอาหมอนและผ้าห่มไปนอนตรงซอกเตียง ที่มีพื้นที่พอให้นอนหงายได้อย่างพอดีเท่านั้น


เช้าวันทำงาน ที่จวนเจียนเวลาเช่นนี้ มีคนรอลิฟท์เยอะมาก ทวิชเดินลากเท้าไปต่อคิว ประตูปิดตรงหน้าเขาพอดี เขาต้องรอรอบต่อไป

เมื่อเข้าลิฟท์ได้ ทวิชต้องเดินเข้าไปในสุดอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขายืนให้แนบไปกับผนังให้มากที่สุด ข้างหน้าเขามีพนักงานออฟฟิศที่สูงกว่าทวิชพอสมควร หน้าของทวิชอยู่แค่ประมาณแผ่นหลังของเขาเท่านั้น ชายคนนั้นถูกเบียดให้ถอยจนหลังมาชนกับจมูกของเขา 


กลิ่นเหมือนไข่เจียวหมูสับ


เสื้อของผู้ชายคนนั้นที่ติดอยู่กับปลายจมูกของทวิช เป็นกลิ่นนั้นจริงๆ

เมื่อถึงชั้นสิบ ทวิชก็ได้ออกจากลิฟท์ พลางคิดว่า เย็นนี้เขาจะกินไข่เจียวหมูสับบ้าง


เช้าวันต่อมา ในลิฟท์ตัวเดิม


อีกแล้ว


ผู้ชายคนเดิม หลังชนอยู่กับจมูกเขา 

วันนี้เขาหันมาขอโทษนิดหนึ่งด้วย และทวิชได้กลิ่นไข่เจียวเหมือนเดิม  กระเป๋าสะพายที่ชายหนุ่มคนข้างหน้าปัดมาไว้ทางเขามันอุ่นๆ สงสัยจะเป็นกล่องข้าว

วันนี้ ทวิชเพิ่งมีโอกาสเห็นหน้า ชายเจ้าของกลิ่นไข่เจียวชัดๆ เขาเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีทีเดียว ตัวทวิชเองไม่ได้มองเขาอย่างคนที่ชื่นชอบผู้ชาย แต่อาจเป็นเพราะใช้ความรู้สึกของศิลปินแบบคนวาดรูปที่มักชอบมองสิ่งที่สวยงาม และมองสัดส่วนใบหน้าของคน

เมื่อคนน้อยลง ชายคนนั้นจึงได้เปลี่ยนที่ยืน เขาหันมายิ้มกับทวิช ซึ่งได้แต่ยิ้มรับแบบเร็วๆแล้วหลบสายตา


เช้าอีกวันหนึ่ง


ทวิชไม่ได้เจอผู้ชายตัวสูงที่มีกลิ่นไข่เจียวคนนั้นอีก เขาหันมองหา ไม่หรอก เขาแค่สงสัยน่ะ ว่าทำไมยังไม่มา


คงตื่นสายล่ะมั้ง


เมื่อถึงชั้นสิบ


ทวิชพบว่า มีกล่องทับเปอร์แวร์ ที่ข้างในเป็นข้าวไข่เจียวสีเหลืองน่ากิน บนกล่องมีกระดาษเขียนด้วยลายมือหวัดๆ


“ผมให้ เห็นทำจมูกฟุดฟิดๆ กับไข่เจียวของผมมาสองวันแล้ว”   ไม่มีชื่อคนให้ แต่มีเบอร์โทร



หนึ่งอาทิตย์หลังจากนั้น

ทวิชไม่เคยสนิทกับใครมาก่อน เขาจึงไม่รู้ว่า หนึ่งอาทิตยนี่มันเร็วไปสำหรับการเป็นเพื่อนกันระหว่างเขากับ ชนะวีร์ หรือเปล่า
ชนะวีร์ ที่ตอนนี้ทวิชเรียกว่า วีร์ กำลังทำกับข้าวอยู่ที่ห้องของทวิช

ห้องที่มีครัว แต่ไม่เคยได้ใช้งานที่ถูกต้องตามจุดประสงค์สักเท่าไหร่

วีร์ทำอาหารเก่ง  ที่ได้กลิ่นไข่เจียวจากเขาทุกเช้า เพราะเขาต้องทำใส่กล่องให้น้องชายคนเล็ก และเผื่อตัวเองด้วย


“ไข่เจียวมันง่ายสุดน่ะ” วีร์อธิบาย

แต่ความจริง วีร์ทำกับข้าวได้หลายอย่างเลย อย่างวันนี้กำลังแสดงฝีมือทำแกงเขียวหวาน
เพราะเมื่อวันก่อน ทวิชนั่งเขี่ยข้าวแกง ที่เป็นข้าวราดแกงเขียวหวานไปมา


“ไม่ชอบแล้วสั่งมาทำไมอ่ะ” วีร์คงรำคาญที่เห็นนั่งอยู่ท่านี้นานแล้ว


“อยากกิน เมื่อก่อนตอนเด็กๆจำได้ว่า ยายทำอร่อย แต่กินได้ไม่มากเพราะมันเผ็ด ยังเด็กอยู่ แต่กลิ่นมันหอมมากเลยนะ เหมือน

ยายจะตำเครื่องแกงเอง กลิ่นมันไม่เหมือนอย่างนี้เลยอ่ะ”  ทวิชไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขาเป็นคนขี้บ่น จนมาเจอกับชนะวีร์


“แล้วทำไม โตมาไม่กินอ่ะ ยังกินเผ็ดไม่ได้เหรอ”


“ยายไม่อยู่แล้ว” ทวิชตอบเสียงแผ่ว แล้วก้มหน้าลงมองจานข้าว




นั่นเป็นที่มาของการทำแกงเขียวหวานในวันนี้
ชนะวีร์รบเร้ามาขอใช้ครัวห้องทวิช บอกว่าจะแสดงฝีมือพ่อครัวเอก


“แต่เครื่องแกงนี่ ไม่ได้ตำเองนะ ให้แม่ตำให้อ่ะ ไม่รู้จะชอบหรือเปล่า แม่ทำกับข้าวเก่งนะ พูดแล้วจะหาว่าคุย วันหลังจะชวนไปกินฝีมือคุณนาย แต่คงต้องเป็นหยุดยาว บ้านกูอยู่ไกล ไปทีต้องใช้เวลาให้คุ้ม” 

ชนะวีร์เป็นคนฟันสวย ฟันขาวเรียงกันเป็นระเบียบ ปากบนหนากว่าปากล่าง รอยหยักของปากชัดเจน ปากจะนุ่มไหมนะ....


ทวิชฟังชนะวีร์พูดเจื้อยแจ้วไป ก็มองหน้าของพ่อครัวไปด้วย แล้วความคิดมันก็ผุดขึ้นมาเอง เป็นความคิดที่แม้แต่ตัวของทวิชเองก็ตกใจ


คืนนั้นฝนตกใหญ่ทั่วกรุง


ชนะวีร์เลยกลับบ้านไม่ได้


“กูนอนด้วยละกัน” ชนะวีร์ขอกันง่ายๆ หลังจากโทรเช็คแล้วว่า วันนี้น้องชายกลับไปถึงบ้านที่ต่างจังหวัดเรียบร้อบแล้ว


“ศุกร์เสาร์อาทิตย์แบบนี้ปกติมึงทำอะไรอ่ะ” ชนะวีร์ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆทวิช ที่นั่งกอดหมอนอยู่บนโซฟา


ทวิชไม่ค่อยชินกับ กู มึง ที่ชนะวีร์ใช้เท่าไหร่ เขาเลยขมวดคิ้ว


“เรา ชอบไปห้องสมุด แล้วก็ดูหนัง” ทวิชเน้นเสียงที่คำว่า เรา หนักๆ


ชนะวีร์เหลือบตามองทวิชนิดหนึ่ง  “ไม่ชอบให้พูด กู มึง ก็บอกชื่อเล่นมาดิ จะได้เรียกถูก”  เขาเลิกคิ้ว แล้วจ้องตาทวิช


ทวิชหลบตา “เรียกวิชก็ได้ แม่เรียกอย่างนั้น”


“แสดงว่า มีชื่อเล่นแต่ไม่ให้เรียกเหรอ กะ เอ้ย เราชื่อชนะวีร์ แม่เรียกวีร์ เพื่อนเรียก ไอ้นะ บางทีจะอ้อนแม่ กู เอ้ย เราก็เรียกตัวเองว่า นะวีร์ มันฟังน่ารักมุ้งมิ้งดี ฮ่าฮ่า” ชนะวีร์เล่าอย่างอารมณ์ดี


“มีชื่อเล่น ชื่อนก ทวิชก็แปลว่านก ยายตั้งให้ ยายฝันว่ามีนกตัวเล็กๆบินมาเกาะที่บ่า ตอนก่อนที่เราจะเกิดน่ะ”


“งั้นเรียกว่า นก นะ แล้วก็เรียกเราว่า วีร์ โอเค้?”  ชนะวีร์รวบรัด  พลางลุกขึ้นบิดขี้เกียจ


ชนะวีร์ตัวสูงมากจริงๆ ไม่ผอม ไม่อ้วน ดูเหมือนคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ “ขออาบน้ำเลยได้ป่าว ง่วงละ” วีร์อ้าปากหาวหวอดๆ




ปัญหาตอนนี้คือ ทวิชตัวเล็กว่าชนะวีร์มาก


“วีร์นอนทั้งอย่างนี้ก็ได้” ตอนนี้คนตัวสูง ยืนอวดกล้ามเนื้อท้อง และไหล่อันบึกบึนบนเรือนกายเปลือยเปล่า ท่อนล่างพันผ้าเช็ดตัว


ทวิชส่ายหน้าหวือ รีบเดินตรงไปค้นในตู้อีกครั้ง สุดท้ายก็ได้กางเกงเล กับเสื้อกล้ามที่ทวิชพยายามดึงให้ยืดมากที่สุด


“นอนก่อนเลยนะ” ทวิชบอกก่อนเข้าห้องน้ำ


ใจเขาเต้นตุบๆไม่หยุด ทำไมต้องตื่นเต้นกับการมีชนะวีร์อยู่ในห้องนอนขนาดนี้ด้วยก็ไม่รู้ คงเป็นเพราะไม่เคยมีเพื่อนน่ะ ทวิชหาเหตุผลให้ตัวเอง


 ชนะวีร์ยังไม่นอน


ทวิชเดินก้มหน้าเลี่ยงไปตากผ้าเช็ดตัว


“มานี่เลยมึง เอ้ย นก จะไปนอนพื้นทำไมอ่ะ” วีร์ชะโงกหน้าลงมาถามทวิชที่เอาหมอนกับผ้าห่มลงมาจัดไว้ที่ซอกเตียง


“นอนบนเตียงไม่ค่อยหลับ นอนตรงนี้หลับง่ายกว่า ไม่ได้รังเกียจอะไรนะ วีร์นอนเลยตามสบาย”  ทวิช เส มองหมอน มองผ้าห่มขณะที่พูด


“นอนข้างบนนี่แหละน่า นะ ถ้าทำแบบนี้ครั้งต่อไป ไม่กล้ามานอนด้วยแล้วอ่ะ” ทำไมวีร์ต้องทำหน้าตาอ้อนขนาดนั้นนะ

ทวิช ย้ายกลับขึ้นมานอนบนเตียง

คืนนี้เตียงไม่กว้างแบบทุกคืน

ชนะวีร์หลับไปสักพักแล้ว ส่วนทวิชนอนไม่หลับ แต่การนอนไม่หลับในคืนนี้ก็ไม่ได้แย่มากนัก

ทวิชนอนตะแคงมอง ชนะวีร์ที่นอนหงาย มือหนึ่งยกสูงเหนือหัว อีกมือวางไว้บนอก มีเสียงกรนเบาๆ
ทวิชนอนนับจังหวะหายใจของชนะวีร์  ไออุ่นของชนะวีร์ทำให้เขาสบายใจอย่างบอกไม่ถูก  นกน้อยขยับเข้าไปใกล้ชนะวีร์อย่างลืมตัว ไม่นานก็ผล็อยหลับไป


“นก! นก! ตื่นเดี๋ยวนี้”  ชนะวีร์เรียกทวิช ด้วยเสียงค่อนข้างดัง พร้อมเขย่าตัว


ทวิชนอนละเมอ แรกๆ ละเมอเหมือนร้องเพลงอะไรเกี่ยวกับนก ถ้าฟังไม่ผิดเหมือนจะได้ยินคำว่า นกขมิ้น หลังจากนั้น ทวิชก็ร้องไห้ และเริ่มร้องสะอึกสะอื้น จนเขาต้องปลุกขึ้นมา





“เป็นอย่างนี้บ่อยไหม” ชนะวีร์ถาม หลังยื่นแก้วนมร้อนให้


“ทุกคืนล่ะมั้ง ถ้าเรื่องร้องไห้ แต่ละเมอนี่ไม่เคยรู้มาก่อน” ทวิชเล่า เขารู้แต่ว่า เขาร้องไห้ตอนหลับแทบทุกคืน ตาแดง น้ำตาเปียกหมอนไปหมด เช้ามาก็เหนื่อยเหมือนคนนอนไม่สนิท


“เพลงอะไรนะที่ละเมอน่ะ” ชนะวีร์ถาม


“นกขมิ้น...” 


ทวิชเริ่มต้นจากตรงนั้น แล้วเรื่องราวของยาย ของแม่ ก็พรั่งพรูออกมาไม่หยุด เขาร้องไห้หนักที่สุดในชีวิต ทำนบความกดดัน ปมต่างๆในใจระเบิดออกมาพร้อมหยดน้ำตา ชนะวีร์กอดเขาไว้ แล้วโยกตัวไปมาเบาๆ




คืนที่สอง ทวิชยืนงงอยู่กลางห้องนอน มองชนะวีร์ที่จัดการวางข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ


“มีไม้แขวนเสื้อน้อยไปหน่อยนะ วีร์ถอดเอาไม้แขวนจากเสื้อยืดนี่ แล้วพับเก็บก่อนละกันนะ ขอยืมใช้ก่อนสองอัน เดี๋ยวค่อยไปซื้อมาเพิ่ม ต้องใช้แขวนเสื้อเชิ้ต รีดมาแล้วเดี๋ยวยับ”

ชนะวีร์หันมายิ้มให้คนที่ยังทำหน้าอึ้งๆ แล้วหันไปจัดของอย่างอื่นต่อ


คืนนั้น ทวิชรู้สึกประหม่าที่มีชนะวีร์นอนอยู่ใกล้ๆ ชนะวีร์หลับตาก็จริง แต่เขารู้ว่าวีร์ยังไม่หลับ ก็เมื่อคืนเขานอนมองจังหวะหายใจของชนะวีร์ตอนหลับ นับตามจนจำได้แม่น ว่ามันเป็นยังไง แถมนี่ก็ไม่มีเสียงกรน

ทวิชตัดสินใจนอนหันหลังให้ พยายามข่มตาหลับ ไม่นาน มือใหญ่ของชนะวีร์ก็คว้าเอาตัวเขาให้ขยับเข้าใกล้ กลายเป็นแผ่นหลังของทวิชสัมผัสอยู่กับไออุ่นจากตัวชนะวีร์ มือข้างหนึ่งของชนะวีร์เอื้อมมาตบเบาๆเป็นจังหวะที่อกของทวิช พลางร้องเพลงกล่อมขึ้นเบาๆ


...เจ้าดอกขจร นกขมิ้นเหลืองอ่อน ค่ำแล้วจะนอนไหนเอย...

ทวิชหันกลับมามองหน้าชนะวีร์อย่างอึ้งๆ   ชนะวีร์เกาหู แล้วหัวเราะแก้เขิน


“ฮะ ฮะ มันเพี้ยนใช่ป่าว ร้องเพลงไม่ค่อยเพราะอ่ะ ยิ่งเพลงนี้เพิ่งไปหาฟังมาเมื่อกลางวัน แถมเป็นเพลงสมัยก่อน ไงก็ทนๆฟังเอาหน่อยนะ” 

ชนะวีร์ยังคงเขิน แต่จ้องลึกลงไปในตาของทวิช ซึ่งบัดนี้มีน้ำตาเคลือบกลบจนพร่าเลือน


ชนะวีร์กดหัวของทวิชให้จมลึกลงไปในอก แล้วเริ่มต้นกล่อมทวิชอีกครั้ง คราวนี้เนื่องจากทวิชหันหน้าเข้าหา เขาจึงเอื้อมมือมาตบก้นของทวิชเบาๆ


“นอนนะครับ นก ต่อไปนี้วีร์จะเป็นคนกล่อมเองนะ ฝันดีนะครับ” ชนะวีร์จูบหน้าผากทวิชแผ่วเบา



ทวิช เจ้านกน้อยที่บอบช้ำ นอนหลับสนิททุกคืนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
.
.
.
--จบ--

หมายเหตุ


บางคืนก็ถูกหลอกล่อ ทำให้เหนื่อยมากๆจนนอนหลับคาอกชนะวีร์ไปเลย


@tonstreenature

เพิ่งค้นพบตอนแต่งจบแล้วว่า ชื่อ  ทวิช ที่แปลว่า นก มีเสียงและความหมายคล้ายกับคำว่า tweet และ twitter เลยเนอะ
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-10-2017 11:49:16 โดย treenature »

ออฟไลน์ magarons

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1062
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +68/-6
Re: [เรื่องสั้น] นกขมิ้น (จบในตอน)
«ตอบ #2 เมื่อ05-12-2015 09:38:21 »

น้ำตาไหลพรากๆ ทวิช น่าสงสารจัง ดีแล้ว มีคนค่อยอยู่ข้างๆ

ออฟไลน์ phai

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
Re: [เรื่องสั้น] นกขมิ้น (จบในตอน)
«ตอบ #3 เมื่อ05-12-2015 14:35:01 »

ชอบบบ มีตอนพิเศษมั้ยคะ  :กอด1:

ออฟไลน์ azure

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 881
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
Re: [เรื่องสั้น] นกขมิ้น (จบในตอน)
«ตอบ #4 เมื่อ05-12-2015 20:37:14 »

เป็นนิยายที่อบอุ่นมาก สุดท้ายทวิชอยู่ไม่ต้องเดียวดายอีกต่อไป :กอด1:

ออฟไลน์ phana_qbz

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: [เรื่องสั้น] นกขมิ้น (จบในตอน)
«ตอบ #5 เมื่อ05-12-2015 20:57:26 »

ทำไมละมุน อ่านแล้วเหมือนนั่งอยู่ที่ระเบียงบ้านรับแดดยามเช้า งื้ออเ

ออฟไลน์ koikoi

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4040
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +311/-13
Re: [เรื่องสั้น] นกขมิ้น (จบในตอน)
«ตอบ #6 เมื่อ05-12-2015 21:34:43 »

ตอนแรกๆเศร้าเหงาแต่จบซึ้ง

ออฟไลน์ treenature

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +130/-0
สวัสดีค่ะ  มีสองตอนสั้นๆ ในหนึ่ง reply เลยนะคะ

นกขมิ้น ตอน เสพติด

ตั้งแต่มีชนะวีร์เข้ามาในชีวิต ทวิชรู้สึกได้ว่า นอกจากจะเรียนรู้นิสัยใจคอของชนะวีร์แล้ว เขายังรู้จักตัวเองเพิ่มขึ้นในอีกหลายแง่มุม

ทวิชรู้สึกว่าชนะวีร์มีอิทธิพลต่อตัวเขาสูงมาก เป็นแรงบางอย่างที่ทวิชพยายามอย่างมากที่จะต้านทานไว้แต่ก็ยังทำไม่สำเร็จเสียที

เขาติดชนะวีร์มาก รู้สึกว่าอยากอยู่ใกล้ๆในทุกๆวินาที  ในตอนแรกๆ ทวิชถึงกับเดินตามชนะวีร์ไปทั่วห้อง
ส่วนชนะวีร์ก็เดินทำนู่นทำนี่ไปไม่ได้หยุดเหมือนกัน   


“เดี๋ยวไปซื้อต้นไม้มาปลูกเพิ่มตรงระเบียงเนอะ ต้นนี้วีร์เอามาจากห้อง เลี้ยงไม่ยาก รดน้ำไม่ต้องมาก”

ชายหนุ่มร่างสูงพูดพลางเดินเอาบัวรดน้ำไปเก็บที่ โดยมีทวิชที่ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอะไรเดินตามหลังไป


ชนะวีร์หยุดมองทวิช แล้วอมยิ้มล้อเลียน


ทวิชขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “ยิ้มอะไร” 


แล้วรีบกระโดดออกจากห้องน้ำแทบไม่ทัน เมื่อเห็นชนะวีร์รูดซิบกางเกง ทำท่าจะควักอะไรบางอย่างออกมา


((บ้าจริงๆเลย เดินตามเข้าไปถึงห้องน้ำได้ยังไงนะ))

เมื่อชนะวีร์ออกมาจากห้องน้ำ ก็พบทวิชนั่งกอดหมอนอิงอยู่ที่โซฟา เรียกว่ากอดคงไม่ถูก เรียกว่าเอาหน้ามุดเข้าไปในหมอนเลยต่างหากเพราะจมูกกับปากกดจมลึกเข้าไปในหมอน โผล่มาให้เห็นแต่ตาโตๆ  เขาอมยิ้มขำ แล้วเดินเข้าครัวเตรียมทำกับข้าวมื้อเย็น

คราวนี้ทวิชไม่ได้เดินตามชนะวีร์แล้ว แต่มองตามชนะวีร์อยู่ตลอด อารมณ์เหมือนลูกหมาตัวเล็กๆที่กลัวความสูงจนไม่กล้ากระโดดลงจากเก้าอี้มาวิ่งเล่น ได้แต่มองตาละห้อยอยู่อย่างนั้น

ขณะรอน้ำเดือด ชนะวีร์ก็แกล้งเดินผ่าน ทำทีไปหยิบของในห้องนอน จากนั้นก็โฉบไปหอมหน้าผากนั่นเสียหนึ่งที คราวนี้ทวิชอายจนต้องซบหน้าลงไปกับหมอน เหลือให้เห็นแต่หูแดงๆ


สิบห้านาทีหลังจากนั้น ก็เป็นชนะวีร์เองที่ทนไม่ได้ เขาเดินกลับไป ยกตัวทวิชมาวางไว้ตรงเค้าท์เตอร์ใกล้อ่างล้างจาน

.
.

ทวิชกลายเป็นคนคิดมาก เขากังวลว่า การที่เขาติดชนะวีร์มากเกินไปจะทำให้ชนะวีร์รำคาญ แล้วคงจะเบื่อไปในที่สุด

ทวิชจึงพยายามที่จะรักษาระยะห่างจากชนะวีร์เอาไว้บ้าง

มีคืนหนึ่งที่ทวิชตื่นขึ้นมากลางดึก แล้วย้ายลงไปนอนตรงซอกเตียง แต่เช้าขึ้นมาก็พบว่าตัวเองถูกอุ้มกลับมานอนอยู่ในอ้อมแขนของชนะวีร์

เมื่อไปทำงานในตอนเช้า ทวิชพยายามจะเดินให้ช้า เขามองตามแผ่นหลังเหยียดตรงของชนะวีร์ ชนะวีร์เหมือนคนที่อยู่ท่ามกลางแสงแดดอุ่นๆ ส่วนเขาเหมือนเงาสลัวๆในตอนพลบค่ำ สักวันเขาอาจเดินตามแผ่นหลังนี้ไม่ทัน


คนตัวสูงหยุดเดิน แล้วย้อนกลับมาจูงมือของเขา 


มือชนะวีร์อุ่นที่สุด



ในลิฟท์โดยสารที่อัดแน่นด้วยพนักงานของบริษัท ชนะวีร์จะให้ทวิชเดินเข้าไปด้านในสุด แล้วเอาตัวเองบังไว้อีกที

เมื่อถึงชั้นสิบ ทวิชไม่ได้เอ่ยลาอะไร เพียงถือโอกาสในช่วงเวลาสั้นๆ แอบกดจมูกลงกับแผ่นหลังนั้น
.
.
.

ไม่ใช่เพียงแต่ทวิชหรอกที่รู้สึกเสพติดการมีชนะวีร์  ชนะวีร์เองก็เช่นกัน

และเขาเสพติดทวิชมาได้สักเกือบปีก่อนหน้านั้นแล้ว


ชนะวีร์เป็นคนกระฉับกระเฉง พลังชีวิตเต็มเปี่ยมทุกเช้า คงเป็นเพราะเหตุนี้ เขาจึงรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นพนักงานออฟฟิศชายคนนี้ ที่ดู ง่วง เนือย อยู่ตลอดเวลา 

เขาให้เห็นผลกับตัวเองว่า

เขารู้สึกรำคาญที่เห็นคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตามองพื้น และมักปล่อยให้ตัวเองโดนแซงคิวขึ้นลิฟท์ไปก่อนเสมอ

รำคาญที่แทบทุกเช้าจะเห็นซื้อ มัคคีอาโต้ ร้อน ใส่นมถั่วเหลือง โรยชินนาม่อน แก้วขนาดกลาง แล้วเอาแต่นั่งเหม่อให้ควันกาแฟลอยกรุ่นๆ สุดท้ายก็จิบไปนิดเดียว เสียดายตังค์มาก

คงเพราะผู้ชายตัวเล็กๆคนนี้ ใช้ชีวิตในสปีดที่ต่างจากเขามาก มันเลยทำให้เขาสังเกตเห็นได้ง่าย


เห็นนั่งขมวดคิ้วกับคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะทำงานที่ชั้นสิบ


เห็นนั่งเขี่ยข้าวกลางวันอยู่ในโรงอาหารของบริษัทที่ชั้นสาม


แต่กลับอมยิ้มนิดๆตอนอ่านหนังสือในห้องสมุดที่อยู่ไม่ไกล และนั่งอยู่นานจนค่ำมืด


นี่เขาไม่ได้ตั้งใจจะตามติดชีวิตของผู้ชายธรรมดาๆคนนี้จริงๆนะ ก็แค่...


บังเอิญ


บังเอิญ อยากเข้าไปยืมหนังสือสักเล่มบ้างเท่านั้นเอง
.
.
.
ฝนตกหนักในเวลาเลิกงานอีกแล้ว

เขาแค่ยืนรอให้ฝนซาน่ะ ทั้งๆที่มีรถ จะกลับเลยก็ได้ แต่รอให้ฝนซาสักหน่อยน่าจะดีกว่า

ไม่ได้รอให้ คนตัวบางๆที่ยืนต่อแถวหนาวสั่นอยู่นั่น ได้ขึ้นรถแท็กซี่สักคัน เปล่าหรอก แค่ออกมายืนมองฝนน่ะ

และในเช้าบางวัน ก็ไม่ได้รอที่จะได้ขึ้นลิฟท์ไปพร้อมๆกับเขาหรอก


ไม่เลย


จริงๆ
.
.
.
----------------------------
นกขมิ้น ตอน โกรธ

ทวิชไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับชนะวีร์มันมีชื่อเรียกว่าอะไร  และทวิชก็ไม่ได้สนใจที่จะถาม การมีชนะวีร์อยู่มันดีมากๆแล้ว ถึงแม้บางครั้ง จะมีเรื่องไม่เข้าใจกันบ้าง หรือบางทีทวิชจะโกรธชนะวีร์มากๆ แต่ก็ไม่เคยคิดอยากให้ชนะวีร์ห่างไปจากเขาเลย


ทวิชก็เพิ่งเคยโกรธใครมากๆเป็นครั้งแรกนี่แหละ


คืนนั้นชนะวีร์ต้องพาลูกค้าชาวต่างชาติไปเลี้ยงรับรอง


เขาเมา และกลับพร้อมรอยลิปสติกที่หลังหู ที่เจ้าตัวคงไม่ทันได้เห็น


คืนนั้นทวิชไม่ยอมให้ชนะวีร์กล่อมนอน ไม่ยอมนอนบนเตียงด้วย และไม่มองหน้าเลยตลอดทั้งเช้ารุ่งขึ้น

เป็นชนะวีร์เองที่เดินตาม คอยก่อกวน สุดท้ายก็กักตัวเขาไว้ตรงโซฟาไม่ให้ลุกไปไหน


“นกโกรธอะไรวีร์”


“ไม่มีอะไร”


ทวิชเบือนหน้าหนี ไม่อยากเห็นหน้าวีร์ในตอนนี้เลยจริงๆ ทุกทีถ้าโดนจ้องหน้าขนาดนี้ เขาจะเขินมากๆ แต่ไม่ใช่ในเวลานี้


“หน้าบึ้งขนาดนี้ ยังจะบอกว่าไม่มีอะไรอีก ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะ วีร์ทำอะไรผิดอ่า บอกวีร์หน่อยนะครับ นกจ๋า”


วันนี้การอ้อนของชนะวีร์ใช้ไม่ได้ผล
.
.
“ฮัลโหล ครับ สวัสดีครับคุณเจน เมื่อคืนหลับสบายดีไหมครับ ครับ ผมนี่เกือบเป็นเจ้าภาพที่ไม่ได้เรื่องซะแล้ว เมาก่อนลูกค้าเสียอีก” 

ชนะวีร์ยิ้มไปคุยโทรศัพท์ไป


เท่านั้นเอง สติของทวิชก็ขาดผึง กระโจนเข้าแย่งโทรศัพท์จากมือชนะวีร์แล้วขว้างลงพื้นสุดแรง จากนั้นก็ยืนหอบฮักๆ น้ำตานองหน้า จ้องหน้าชนะวีร์อยู่อย่างนั้น   

ทวิชห้ามใจตัวเองอย่างที่สุดไม่ให้ตรงเข้าไปทุบตีชนะวีร์ การทำร้ายร่างกายกันมันแย่ ถึงแม้เขาจะแรงน้อยกว่าชนะวีร์มาก แต่ก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน ยังไงเสียชนะวีร์ก็ต้องเจ็บ เขาจะไม่ทำเด็ดขาด


“นก...”  ชนะวีร์เรียกเขาเบาๆ แล้วเดินเข้าใกล้


“ห้ามเข้าใกล้นะ ถอยออกไปเลย”  ทวิชตวาด เขาไม่อยากตีชนะวีร์ 


ชนะวีร์มีหรือจะฟัง กลับพุ่งเข้ารวบตัว


ทวิชดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุดจากอ้อมกอดนี้ ดิ้นจนเหนื่อย ดิ้นจนเหมือนได้ระบายแรง ระบายความโมโหออกไป


เหลือบตามองชนะวีร์


ซึ่งกำลังยิ้มกว้าง


ทวิชหงุดหงิด จึงงับเข้าให้


ชนะวีร์ร้องลั่น แต่ไม่ปล่อยอ้อมแขน
.
.

ชนะวีร์บอกว่าทวิชหึง


ไม่ใช่เสียหน่อย  ทวิชเถียง


ชนะวีร์สอนให้ทวิชหัดแสดงความโกรธออกมา ทวิชเพิ่งจะรู้ว่า การแสดงว่าโกรธ ไม่ใช่เป็นเรื่องผิด และไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยความรุนแรง


“ถ้าครั้งต่อไป นกรู้สึกโกรธอีก นกพูดออกมาเลย บอกวีร์ได้ทุกเวลา ไหนลองพูดซิ นกโกรธแล้วนะ เร็วดิ ลอง” 


ชนะวีร์บังคับหรือสอนกันแน่เนี่ย


ทวิชหน้ามุ่ย


“ถ้านกไม่พูด เราจะไม่ได้เคลียร์กัน มันจะสะสม นานๆไปเราจะลืมว่าเราโกรธทำไม แต่กลับไม่ลืมอารมณ์โกรธนั้น แล้วความโกรธอาจกลายเป็นเกลียด”


จนแล้วจนรอด ทวิชก็ไม่พูด


ดื้อมาก


“เอางี้ งั้นถ้าต่อไป นกโกรธอะไรวีร์ นกเดินมากัดวีร์เลย โกรธน้อยกัดเบาๆ โกรธมากกัดแรงๆ” 

ชนะวีร์หาทางออกให้กับคนดื้อเงียบ


ทวิชพยักหน้า พร้อมกับกัดลงตรงใบหูข้างที่เคยเลอะรอยลิปสติกเสียหนึ่งที


ชนะวีร์กลับหัวเราะ


แล้วทำไมคืนนั้น ถึงกลายเป็นทวิชเองที่โดนกัดตรงนั้นตรงนี้ไปทั่วจนต้องร้องครางออกมา ก็ไม่รู้


ฮื่อ ชนะวีร์โกรธอะไรนักหนา


--จบตอน--
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-10-2017 11:49:53 โดย treenature »

ออฟไลน์ ฟาง ฟ่างง ฟ๊างง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ทวิชน่ารักมากๆๆๆๆๆๆค่ะ ชอบจังค่ะ อบอุ่นดี  :-[

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4240
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +158/-16
 :z3:

กรีดร้อง

น่ารักมากกกกกกกกกกก

ชอบทวิชเวลาเขิน -///////- อยากให้วีร์แกล้งวิชเยอะๆเลย น้องนกอายแล้วน่าฟัดที่สุด  :laugh:


ขอบคุณนะคะ แต่ถ้ามีตอนต่ออีกจะเลิฟยิ่งขึ้นค่ะ ฮี่ๆๆๆ  :hao3:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ cinnsin

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 301
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
อร๊ายยยยย ขุ่นพ่อขุ่นแม่ขาาาา  ขอเลือดกรุ๊ปวายด่วนนนน น > <
ปล. ชนะวีย์โกรธให้ 'หนักๆ' ไปเลยค่ะ ชอบบบบบบ  :z1: :z1:

ออฟไลน์ magarons

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1062
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +68/-6
ขอพื้นที่ตายด่วนค่ะ ความฟินมันติดคอ หายใจไม่ออกกกกกก

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-7
ชีวิตของทวิชน่าสงสารมากอ่ะ ถ้ายายไม่เสียไปซะก่อนอะไรๆก็อาจจะดีกว่านี้
ชนะวีย์มาช่วยเติมเต็มชีวิตของทวิชจริงๆสินะ

ออฟไลน์ little_pig

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 39
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5912
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-9
วีร์ดูเป็นผู้ชายที่อบอุ่นมากๆ ใจเย็นด้วย ขนาดนกเขวี้ยงโทรศัพท์แตกยังไม่โกรธนกเลย

ออฟไลน์ koikoi

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4040
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +311/-13
น่ารักที่สุดชอบฉากเดินตามอ่ะเหมือนลูกเจี๊ยบเดินตามแม่เจี๊ยบเลย

ออฟไลน์ treenature

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +130/-0
นกขมิ้น ตอน ความกลัว

ทวิชไม่เคยบอกชนะวีร์ว่าชอบดูหนังรอบดึก มีอยู่ครั้งหนึ่ง ทวิชหนีมาดูหนังที่อยากดูคนเดียว เพราะรอให้ชนะวีร์ว่าง หนังคงออกโรงไปเสียก่อน

หนังสนุกมาก

ทวิชยังคิดถึงหนังที่เพิ่งดู ตอนที่เดินออกจากโรงหนัง

ทวิชก้าวขาไม่ออก และรู้สึกกลัวชนะวีร์ขึ้นมา

ชนะวีร์นั่งอยู่ตรงนั้น หน้าโรงหนังที่ 11 หลังพิงพนัก ยื่นขาเหยียดยาว

คงเป็นท่าทางที่สบายๆ ถ้าชนะวีร์จะไม่ยกมือขึ้นกอดอก และมองตรงมาที่ทวิชอย่างแน่วแน่

ทวิชกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว

ชนะวีร์ไม่พูด ลุกขึ้น และเริ่มออกเดิน

ทวิชก้มหน้า และลากเท้าตามไป

เขาไม่เคยบอกวีร์ว่า จะมาดูหนัง ทำไมชนะวีร์ถึงรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ ?

ทวิชรู้สึกกลัว กลัวอะไรนะ

อ่อ เขากลัวความโกรธของชนะวีร์นั่นเอง

กลัวท่าทางมึนตึงแบบนั้น

ไม่เอาแบบนี้นะ ไม่อยากให้โกรธเลย

ทวิชเงยหน้าเพื่อจะก้าวตามชนะวีร์ให้ทัน แต่กลับพบว่า ข้างหน้าว่างเปล่าและมัวสลัว

ตรงนี้เป็นลานจอดรถ ปกติทวิชกลับออกไปอีกทางหนึ่งเพราะไม่ขับรถ

รถของวีร์คงจอดที่ชั้นนี้ละมั้ง

ทวิชหมุนซ้ายและเดิน

ไม่มีใครเลย แม้มันจะไม่มืดสนิทแต่เขาคิดว่าตัวเองกำลังหลงทาง

จู่ๆ ทวิชก็เริ่มมีความกลัวอีกแบบ

มือเริ่มเย็น

การหาชนะวีร์ไม่เจอในเวลาแบบนี้มันน่ากลัว

ไม่ใช่เด็กแล้วนะนก อย่าร้องด้วยเรื่องแค่นี้  ทวิชดุตัวเองในใจ

มีเสียงคนวิ่ง

ทวิชไม่แน่ใจว่าจะใช่ชนะวีร์ไหม เขาลืมหยิบมือถือติดตัวมา

รู้สึกถึงความเครียดเขม็งในตัวเอง  อะไรในตัวสักอย่างบิดเป็นเกลียว

เสียงฝีเท้านั้นใกล้เข้ามา แต่ยังไม่ถึงเสียที

มาถึงเร็วๆเถอะ

จะใช่หรือไม่ใช่ก็เถอะ

รู้ไปเลยดีกว่าการรอคอยแบบนี้

ทวิชหลับตานิ่งๆ และตั้งใจฟังเสียง รองเท้ากระทบพื้น

ใกล้เข้ามาแล้ว  ทวิชยังไม่ยอมลืมตา

เสียงเดินเปลี่ยนเป็นวิ่ง

ทวิชยิ่งพยายามปิดตาให้แน่น สองมือกำชายเสื้อตัวเอง

เสียงวิ่งหยุดลง

เสียงหอบหายใจ

แฮ่ก

แฮ่ก

ความคุ้นเคยบางอย่างส่งผ่านมาในอากาศ

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเสียงหอบหายใจ กลิ่นไอจากตัว หรือความร้อนของร่างกาย

ทวิชโผเข้าหา โดยไม่ลืมตา

ได้ยินเสียงตึกตัก ที่คราวนี้ไม่ใช่เสียงรองเท้า

แขนของทวิชกอดเจ้าของหัวใจนั้นแน่นเข้า เมื่อถูกดุเสียงดัง พร้อมแรงมือที่ฟาดลงที่ก้นสองครั้งหนักๆ

“อย่าทำอย่างนี้อีกนะนก คราวหน้าจะตีไม่ยั้งเลย”  ชนะวีร์เสียงดัง

“หนีมาดูหนังคนเดียว แลัวยังทะเล่อทะล่าเดินหายไปอีก”

ตลอดทางกลับบ้าน

ชนะวีร์ยังคงบ่น เหมือนหมีขี้หงุดหงิดด้วยข้อความประมาณนี้ไปตลอดทาง

ทวิชแกล้งทำตัวหดลงไปกับเบาะ แล้วซ่อนรอยยิ้มไว้กับความมืดของห้องโดยสาร

คืนนี้ ทวิชได้เรียนรู้ความกลัวเพิ่มขึ้นอีกสามอย่างแล้ว

สองอย่างเป็นความกลัวของทวิชเอง ที่เกิดขึ้นตอนชนะวีร์โกรธ และ ตอนหลงอยู่ในลานจอด

อีกอย่างเป็นความกลัวของชนะวีร์ ที่กลัวว่าทวิชจะหายไป

ทวิชดีใจกับความกลัวของชนะวีร์จังเลย


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-10-2017 11:50:38 โดย treenature »

ออฟไลน์ double9JH

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1974
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-6
เลยกลายเป็นคนเงียบๆเลยตอนทวิชมาอยู่กับแม่

แต่ตอนนี้ก้มีคนเคียงข้างแล้วเนอะ น่ารักจริงๆ :mew1:

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-7
เห็นชื่อทวิช แล้วนึกถึงนกสัญลักษณ์ของทวิตเตอร์

ออฟไลน์ magarons

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1062
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +68/-6
โหยย น่ารักมากก ทวิชคือคนที่น่ารักนะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4240
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +158/-16
น้องนกเริ่มมีพัฒนาการเรื่อยๆ

แอบดีใจ ><

เอาอีกนะคะ จุฟฟฟ  :mew1:

ออฟไลน์ treenature

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +130/-0
นกขมิ้น ตอน ดื้อ ดุ และ เลิกรัก


ชนะวีร์ไม่ได้ใจดีกับทวิชตลอด

จะเรียกว่ายังไงดีล่ะ

ทวิชจะไม่ได้ทุกอย่างอย่างที่อยากได้น่ะ บางทีทำอะไรไม่ถูก ไม่ควรก็จะโดนชนะวีร์ดุอยู่บ่อยๆ

เรียกว่า ไม่ตามใจกัน ก็คงจะได้

ตัวทวิชเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นคนเอาแต่ใจขนาดนี้ คิดว่าเมื่อก่อนไม่เคยเป็นเลยนะ

แต่พอใช้ชีวิตกับชนะวีร์ไปสักพัก

ทวิชก็กล้าที่จะแสดงหน้าตาบูดบึ้ง เรียนรู้ที่จะไม่ยิ้มถ้าไม่อยากยิ้ม

และ ทดลองดื้อในเรื่องที่ตัวเองไม่เห็นด้วย

ชนะวีร์เองก็ใช่ย่อย บางทีก็ดุแสนดุเลยล่ะ แถมยังเป็นจอมบงการ

ทวิชคิดว่าชนะวีร์นั่นแหละที่เป็นคนเอาแต่ใจที่สุด

มีอยู่ช่วงหนึ่ง ทวิชติดเกมในไอแพดมาก จะเริ่มเล่นตั้งแต่เริ่มนั่งในรถตอนเย็นๆ เลยไปจนถึงดึกดื่น มันสนุกมาก ตอนที่กำลังเล่นอยู่ มันรู้สึกว่า

เดี๋ยวจะเลิกแล้ว ขออีกนิด ขออีกนิด สุดท้ายก็มักจะเลิกเล่นเมื่อเลยตีหนึ่งไปแล้ว

ชนะวีร์ไม่ชอบใจเลย แต่ไม่พูด และใช่ว่า ทวิชจะไม่รู้

แต่มันสนุกน่ะ สนุกมากๆเลย วางไม่ลงเลยจริงๆ

จนเย็นวันหนึ่ง ตอนที่ชนะวีร์ทำหน้าที่ขับรถกลับบ้าน

ทวิชหาไอแพดจนทั่วรถ จำได้แม่นว่าถือมันติดมือมาวางไว้ในรถ

จนแน่ใจแล้วว่า ชนะวีร์เอามันไปซ่อนแน่ๆ

ทวิชปีนกลับมานั่งที่เบาะหน้า

โกรธ

ทำไมต้องแกล้งด้วย

"ทำไมไม่ให้เล่น" ทวิชถามโดยไม่มองหน้า

ชนะวีร์หันมามองคนทำหน้าง้ำ "แล้วไม่เล่นวันนึงมันจะเป็นอะไรไป"

ไม่เห็นจะเป็นคำตอบเลย นี่มันกวนกันชัดๆ

"ทำไมถึงเล่นทุกวันไม่ได้"  ทวิชเริ่มจะโมโหแล้ว

"ทำไมถึงต้องเล่นทุกวันด้วยล่ะ"

ตอบอย่างนี้ ไม่ต้องตอบดีกว่า

ทวิชเอามือทุบที่คอนโซลรถดังปัง

ชนะวีร์ตบไฟเลี้ยวเข้าข้างทางแล้วจอดทันที

ทวิชเกร็งตัว เตรียมพร้อม ก็ทวิชไม่ผิดสักหน่อย ชนะวีร์มาแกล้งทำไม แค่เล่นเกมเอง

ผิดคาด ชนะวีร์ไม่พูดอะไรเลย ตามองตรงไปข้างหน้า มือกำพวงมาลัยแน่น แน่นมากๆแบบที่มันอาจจะยุบเป็นรอยนิ้วลงไปเลยก็ได้

ทวิชเริ่มรู้ตัวว่า สิ่งที่ทำอาจจะเกินไป

"วีร์" ทวิชเรียกเบาๆ

ไม่ตอบ

"วีร์"  คราวนี้เรียกด้วยเสียงอ้อนๆ

ชนะวีร์ยังคงมองตรงไปข้างหน้า  เปิดไฟเลี้ยวแล้วนำรถกลับสู่ถนนอีกครั้ง

จนถึงห้อง  ชนะวีร์ก็ยังไม่ยอมพูดกับทวิชสักคำ และมีสีหน้าเครียดขรึม

แต่ก็ยังคงทำหน้าที่โดยปกติ

ยังทำกับข้าวง่ายๆให้กิน

ทวิชพยายามไปเดินวนเวียนในครัว ช่วยยื่นของส่งให้

ข้าวมื้อนั้นไม่อร่อยเลย...

.

.

.

ทวิชนั่งอยู่ในห้องน้ำนานเป็นชั่วโมง ปล่อยให้น้ำไหลผ่านตลอดศีรษะ

ร้องไห้เป็นเด็กเล็กๆ 

กัดแขนตัวเองไว้ไม่ให้เสียงสะอื้นดังลอดออกไป

ชนะวีร์คงไม่รักแล้ว แค่ทวิชโมโหออกไป ชนะวีร์ก็ไม่รักกันเสียแล้ว 

ต่อไปทวิชจะไม่กล้าโกรธอีกแล้ว จะไม่โมโห ไม่หน้าบึ้งอีกแล้วล่ะ

ทวิชไม่ได้ใช้ผ้าซับน้ำที่ผมเลยตอนออกจากห้องน้ำ ชนะวีร์เปิดโคมไฟทิ้งไว้ดวงหนึ่ง แล้วนอนตะแคงไปอีกด้าน

ทวิชได้แต่ยืนมองแผ่นหลังนั้นอยู่กลางห้อง ปล่อยให้น้ำรินไหลจากเส้นผมรดลงบนบ่าอยู่อย่างนั้น

หันกลับไปที่ตู้เสื้อผ้า อาศัยแสงสลัว ค้นเอาชุดนอนออกมาใส่

ไอแพดวางอยู่ในตู้เสื้อผ้า พร้อมโน๊ตหนึ่งแผ่น

"เชิญ"

เท่านั้นเอง ทวิชก็ร้องไห้โฮออกมา

ปีนขึ้นเตียง เขย่าตัวชนะวีร์ไม่หยุด

มันผิดมากเลยหรือ ทำไมต้องประชดกันขนาดนี้

"มาคุยกันให้รู้เรื่องเลย วีร์ อย่ามาแกล้งหลับนะ ฮือ ฮือ ฮือ"

ชนะวีร์ลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้าเฉยชา

"ก็คืนให้แล้วไง ไปเล่นให้ปวดตาไปเลยสิ"

อย่าประชดได้ไหม ขอร้อง

"ก็บอกกันดีๆสิ ว่าไม่ให้เล่นเพราะอะไรอ่ะ ทำไมต้องกวนกันด้วย ฮือ ฮือ ฮึก" ทวิชโวยวายออกไป และเริ่มร้องหนักขึ้น

"บอกแล้วจะเชื่อเหรอ ดื้อขนาดนี้ เดี๋ยวนี้วีร์บอกอะไร นกไม่เชื่อสักอย่าง บอกว่าอย่าทำก็จะทำ ไม่ให้ไปดูหนังคนเดียวยังจะไป พูดอะไรไปก็ทำตรงกันข้ามหมด" ชนะวีร์เองก็เริ่มเสียงดังขึ้นมา

ทวิชแค่รู้สึก กลัว กลัวที่ตัวเองติดการมีชนะวีร์มากเกินไป

กลัวจะมัวเมากับทุกอย่างของชนะวีร์ จนกลายเป็นของตาย

กลัวจะถูกกลืนไป กลัวจะว่าง่ายเกินไป

คนที่ถูกครอบครองจนหมดแบบนั้นมันคงหมดความหมายไปสักวัน

ทวิชจึงพยายามที่จะวิ่งหนีออกมาบ้าง ยังไม่อยากเป็นคนที่ชนะวีร์เบื่อในสักวันหนึ่ง


ไม่บอกหรอก จะไม่บอกเหตุผลงี่เง่า ที่ทำให้ต้องทำตัวดื้อขนาดนี้ออกไปหรอก


ทวิชเถียงไม่ทันแล้ว เพราะร้องไห้หนักจนแทบหายใจไม่ทัน

กลั้นเสียง โฮ โฮ ไม่อยู่เลย

ทวิชจึงยกแขนขึ้นกัดแบบเดียวกับที่ทำในห้องน้ำ

"หยุดร้องเดี๋ยวนี้นะ" คราวนี้ชนะวีร์ตวาดลั่น

ทวิชสะดุ้ง และร้องดังกว่าเดิม

"มานี่ เอาแขนออก นก อย่าดื้อ บอกให้มานี่"

ชนะวีร์ ดึงแขนของทวิชออกจากปาก กวาดเอาตัวทวิชเข้าสู่อ้อมแขน

ทวิชขืนตัว

ชนะวีร์ออกแรงมากขึ้น

ทวิชยังไม่ยอม

"นี่อยากให้โมโหกว่านี้ใช่ไหม มานี่" เสียงดังและห้วน

ทวิชร้องไห้ดังขึ้นอีกระดับ สะอื้นฮัก ฮัก ขณะยอมคลานเข้าสู่อ้อมแขนของชนะวีร์โดยดี

"เล่นจ้องจอแบบนั้นหลายชั่วโมง นอนก็ไม่พอ เอามือขยี้ตาบ่อยมาก รู้ตัวบ้างไหมว่าวีร์เป็นห่วง หือ"  ในที่สุดชนะวีร์ก็ยอมอธิบาย

"ก็บอกนกดีๆสิ วีร์ชอบสั่งไม่ชอบอธิบาย" เสียงทวิชอู้อี้เต็มที เพราะคัดจมูกไปหมด

ชนะวีร์ถอนหายใจยาว "โอเคครับ ต่อไปจะพยายามอธิบายนะว่าทำไม แต่นกก็ต้องดื้อให้น้อยกว่านี้หน่อยนะ ตกลงไหมครับ"

ทวิชพยักหน้า

ชนะวีร์หยิบกระดาษทิชชู่ยกมาปิดจมูกให้ทวิชสั่งขี้มูก ทวิชจะถือกระดาษทิชชู่เองก็ไม่ยอม

"สั่งเบาๆ แล้วคราวหน้าก็ห้ามกัดแขนตัวเองอีก นี่ไปนั่งกัดแขนตัวเองในห้องน้ำด้วยใช่ไหม เอาแขนมาดูซิ น่าตีจริงๆ"

ชนะวีร์เริ่มเข้าโหมดพ่อหมีขี้บ่น

ชนะวีร์ทายาแล้วเช็ดหัวเปียกๆของทวิชจนแห้ง ตลอดเวลาทวิชกำชายเสื้อนอนของชนะวีร์ไว้ไม่ยอมปล่อย เมื่อชนะวีร์จะไปตากผ้าเช็ดตัว ทวิชรั้งชายเสื้อเอาไว้

ก้มหน้างุด และบอกเบาๆว่า

"ขอโทษ"

ชนะวีร์ยิ้มมุมปาก แล้วลูบหัวเบาๆ

"ขอโทษเหมือนกันครับ ดีกันแล้วนะ"

"ถ้านกดื้ออีก ต่อไปจะเลิกรักนกไหม" คนดื้อตัดสินใจถามเรื่องที่ตนเองกังวล

"ถึงดื้อมากกว่านี้ก็จะไม่เลิกรักหรอก จะดุจนกว่าจะเลิกดื้อเลย ดีไหม"

"อื้อ ดุได้ แต่ห้ามเลิกรักนะ"

"ครับ ดื้อได้แต่ห้ามเลิกรักเหมือนกัน"

ทวิชยังคงติดเกมอยู่ แต่เมื่อไหร่ชนะวีร์บอกว่าพอแล้ว ทวิชก็จะวางโดยดี

ระหว่างชนะวีร์และทวิช ยังมีเรื่องให้ ปรับตัวกันอีกมาก
ที่ดื้อก็เพราะรัก

ที่ดุก็เพราะรัก

และที่ทะเลาะก็เพราะรัก

เพราะอย่างนั้น จะเลิกรักกันทำไม

--จบตอน--
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-10-2017 11:57:57 โดย treenature »

ออฟไลน์ ฟาง ฟ่างง ฟ๊างง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
น่ารักจังค่ะ feel good สุดๆ
นกน้อยกับพ่อหมี ><

ออฟไลน์ May@love

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 986
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-2
นกน่ารักว่ะ ค่อยๆปรับตัวและเรียนรู้กันและกัน

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4240
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +158/-16
นกดื้อเอามากๆ

แต่พอเข้าใจเหตุผล

ดื้อแต่ก็น่ารักนะนกน้อย:3

ออฟไลน์ magarons

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1062
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +68/-6

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-7
เรื่องแบบนี้เป็นธรรมดาของชีวิตคู่นะ แต่คนเขียนเขียนออกมาได้น่ารักเหลือเกิน

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5912
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-9

ออฟไลน์ cinnsin

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 301
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
โหยยย น่ารัก น่ารัก รักกันนานๆนะะะ > <

ออฟไลน์ koikoi

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4040
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +311/-13

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด