10 CM : รักที่ส่วนต่าง 10 CM 3/5/2016 จบแล้วครับ + มีเวบตูนแล้วครับ ลิ่งอยู่เม้นสุดท้าย
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: 10 CM : รักที่ส่วนต่าง 10 CM 3/5/2016 จบแล้วครับ + มีเวบตูนแล้วครับ ลิ่งอยู่เม้นสุดท้าย  (อ่าน 75303 ครั้ง)

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-17
ป๊าเก้านี่กดดันเอาเรื่องอยู่ แต่ถ้าเด็กเครียดมากจะกลายเป็นกดดันตัวเองแล้วอาจจะระเบิดขึ้นมาก็ได้

 :katai1:

แอบสงสารเก้า TvT

แต่ทำไมต่อไม่ชอบเก้านะ?? เพราะเคยได้ยินข่าวของเก้ามาเหรอยังไง??

ออฟไลน์ DREAM COME TRUE

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 379
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
เอิ่ม...ซับซ้อนมาก
สรุป ชอบต้อง แต่เพราะคิดว่าต้องชอบผู้หญิง แล้วต่อก็ไม่ชอบตัวเอง เลยยอมเจ?
เข้าใจนะ อารมณ์แบบว่า ถึงชอบแต่ต้องตัดใจ เพราะเค้าไม่ใช่
เลยเลือกคนที่เค้าชอบเราดีกว่า

ส่วนพ่อเก้า ไม่ไหวนะ ไม่ชอบเลย ตั้งแต่วันแม่ละ

ออฟไลน์ DREAM COME TRUE

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 379
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
หายไปหลายวันแล้วนะครับ รออยู่

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-17
 o22

เจแบบ........ บัดซบมาก

อุตส่าห์เชียร์ให้เปนพระเอก

จงลงเหวไปซะเถอะ  :z6: :z6: :z6: :z6:

ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
o22

เจแบบ........ บัดซบมาก

อุตส่าห์เชียร์ให้เปนพระเอก

จงลงเหวไปซะเถอะ  :z6: :z6: :z6: :z6:


กราบขออภัยงามๆ ทุกท่าน ตอนที่ลงนี้ เป็นภาคต่อจากนี้ (ภาค3)

ในมือตอนนี้มี 4 ภาค ในเรื่องตอนนี้เป็นภาค 2 เนื่องด้วยความเมา เลยคว้าเอา

ภาค 3 ที่ยังมาไม่ถึงมาลงก่อน

ได้โปรดลืมมะนไปซะ

ขอขอบพระคุณ

ปล. ตอนนี้ยังแฮงค์อยู่

 :ling3: :ling2:  :ling2:

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-17
 :really2:

เหมือนโดนสปอยล์ล่วงหน้า 1 ซีซั่น

แต่ว่ายังไงเจก็น่ากระทืบอยุ่ดี  :z6: :z6: :z6: :z6: :z6: :z6: :z6:

ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
ตัวตนและคำสารภาพ : ตอนที่ 2.1 ซินนามอนโรลกับหูฟัง

   ทุกๆวันของปิดเทอม ผมทำทุกอย่างเหมือนๆกัน เช้ามาตื่นนอน อาบน้ำ เตรียมตัวไปเรียนวาดรูป ในกระเป๋าสีน้ำตาลของผม จะพกหนังสือ ปากกา ดินสอ เอาไว้ เผื่อว่าจะได้นั่งอ่านหนังสือกับเขาบ้าง (สุดท้ายก็ไม่) ก่อนออกจากบ้านก็จะไเอาหูฟังยัดใส่ลงช่องเล็กๆไปด้วย แล้วดึงให้ห้อยแต่สายออกมา เมื่อออกจากบ้านผมถึงจะกดปุ่มเล่นเพลง

   มันเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะเดินไปไหนมาไหนคนเดียวโดยไม่เปิดอะไรฟัง ต่อให้มันจะวนไปมาเท่าไร ผมก็ยังฟังอยู่ ยิ่งเสียงภายนอกดังเท่าไร ผมก็จะกดเพิ่มเสียงกลบเสียงอื่นออกไป มันทำให้รู้สึกว่าโลกแหง่ความเป็นจริงที่ผมเห็นมันจางหายไปซ้อนทับกับโลกใบเปล่าๆว่างๆ ที่มีแค่ผมคนเดียวในโลกสีซีดจางใบนั้น

   ไอ้หนังสือที่ผมแบกไปมาทุกวันเนี่ยก็ใช่ว่าจะได้ใช้ ผมแทบไม่เคยได้หยิบมาอ่านจนจบเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าจะแบกมาด้วยทำไม หลังจากเรียนวาดรูปเสร็จผมก็จะไปนั่งอยู่ในร้านกาแฟ วาดอะไรเล่นไปเรื่อยเปื่อย รอเวลากลับบ้าน

   วันไหนที่ไม่ได้เรียน ผมก็จะมาสิงที่ร้านกาแฟตั้งแต่เปิด ...ไม่รู้จะไปไหน วันที่ไม่มีเรียนนี่แหละ ผมถึงจะได้เอาวิชาอื่นออกมานั่งอ่าน แก้เบื่อ

   ถ้าพวกมันเห็นผมเข้ามันคงถามกันแน่ๆ

   'เรียนทำไมวะ ไอ้วาดรูปเนี่ยไม่ได้ใช้สอบไม่ใช่เรอะ'

   'ใช่ เพราะผมไม่รู้จะเรียนอะไร สมัครก็ไม่ทันแล้วด้วย'

   'ไม่หรอก เก้า นายไม่อยากอยู่บ้านมากกว่า'

   'คงจะจริง'

   กว่าจะได้เจอกับพวกสามตัวนั้นอีก คงต้องรอถึงสุดสัปดาห์นี้ เป็นศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ สุดท้ายของปิดเทอม มันเล่นนัดกันทิ้งทวนก่อนเปิดเทอมใหม่ ฉลองขึ้นชั้นใหม่ไปในตัว

   ตลอดเวลาปิดเทอมที่ผ่านมา พวกมันทุกคนท่าทางจะยุ่งมาก จะได้คุยกันก็แค่สั้นๆทางโทรศัพท์เท่านั้น ไอ้แมคเองดูมันจะตั้งใจมากเป็นพิเศษ เห็นอย่างนี้มันก็คงจะแบบซุ่มอยู่เหมือนกัน มันคงกะว่าจะเอาคณะสถาปัตฯให้ได้แน่ๆ

   ส่วนไอ้ต้องปกติผมก็ไม่ได้โทรไปกวนมันอยู่แล้ว ทุกครั้งที่ได้คุยกับมัน มันจะเป็นฝ่ายโทรมาหาผม แล้วมักจะห่วงว่าไม่ได้เรียนพิเศษเดี๋ยวจะสอบไม่ได้บ้าง เดี๋ยวเปิดเทอมจะเรียนไม่ทันบ้าง สงสัยผมคงมีสถานะเทียบเท่ากับน้องชายมันไปแล้ว

   ไอ้เจนี่โทรหาผมบ่อยที่สุด ส่วนมากจะเป็นเรื่องที่ไม่เป็นสาระซะมากกว่า ดูๆแล้ว สงสัยมีมันนี่แหละที่ไม่ได้ไปเรียนเหมือนผม (เดาเอานะ) ถ้าไม่เรียนแล้วเก่งอย่างมันก็ดี

   อ้อ ใช่ เมื่อวันก่อนมันมีโทรมานี่นา

   “โหลๆ เก้าเหรอ” ปลายสายพูดขึ้น

   “ครับ พูดอยู่” ผมกำลังนั่งเล่นเกมส์ไปด้วย

   “เป็นไงมั่งวะมึง อาทิตย์นี้ คิดถึงกูมั่งมั้ย” น้ำเสียงมันไม่มีความกระดากเลย

   “ไม่อะ เฉยๆ ปิดเทอมก็ดี” ผมยังสนใจเกมส์ตรงหน้ามากกว่า

   ผมคิดถึงพวกมันทุกคนแหละ เพราะว่าพวกมันทำให้ผมไม่ชินกับการอยู่คนเดียวอีกแล้ว แล้วผู้ชายด้วยกันที่ไหนจะบอกว่าคิดถึงกันมั่งเล่า

   “โห เออ งี้ไม่ต้องมาเจอกูแล้วดิ ว่าจะชวนซะหน่อย” เสียงมึงน่ะ กูรู้ว่ามึงอยากชวน

   “อ้าว นี่คือมึงจะชวนกู? อยากเจอก็บอกดีๆดิ ถ้าน่าสนใจกูจะไปนะ” เล่นตัวดีกว่า

   “ก็ศุกร์สุดท้ายก่อนเปิดมึงทำไรละ”

   “ว่างนะ ยังไม่รู้เลยวะ เอ้ยๆ มึงลืมที่ไอ้แมคชวนไปบ้านมันเหรอ”

   “ไม่ลืม ก็เดี๋ยวเจอกันศุกร์ไง ไอ้แมคนัดวันเสาร์”

   “แล้วมึงจะชวนกูไปไหนละ”  แล้วช่วยจบเป็นเรื่องๆได้มั้ย

   “ตอบก่อนดิ คิดถึงกูมั้ย”

   “ไอ้ห่า เอาไงของมึง”

   “กูคิดถึงตูดมึงนะ เก้า”

   “บาย กูไปเล่นเกมดีกว่า”

   “โอ๋ๆๆๆๆ ไม่เล่นแล้วๆ ชวนจริงๆ ก็กูกะว่าจะไปเจอกับมึงก่อนอะ ศุกร์เย็นเจอกันที่สยามนะ หน้าสยามเซนก็ได้ เดี๋ยวกูหามึงเอง”

   “โอเค”

   “เอ้อ แล้วมึงนัดกูที่นั่นทำไมวะเจ เจอกันแถวบ้านแมคไม่ง่ายกว่าเหรอ”

   “ก็กูจะชวนมึงไปเดินเล่นไง อย่าเพิ่งขัดอารมณ์กูดิ”

   ผมละเสียวทุกทีเวลามันใช้คำว่า อารมณ์

   “เอออ ตามใจมึง”

   “เออ แล้วเรียนเป็นไงมั่งละมึง อยู่คนเดียวเหงามั้ย”

   “ก็เรื่อยๆนะ ก็สนุกดี ตอนแรกกูว่าไปสมัครเรียนเพื่อเปิดเทอมไว้ด้วย แต่แม่งก็ไม่ทันอีก ไม่รุคนมันจะแห่กันไปแย่งกันเรียนอะไรหนักหนา” ผมกำลังเริ่มจะบ่นละ

   “งี้ปิดเทอมมึงทำไรวะ นอนเกาไข่กับถูหนอนเหรอ”

   “คว.... ไอ้บ้า ก็เรียนวาดรูปไปไง”

   “จริงๆ มึงเข้าเอกชนก็ได้นี่เก้า บ้านมึงก็ไม่ใช่ว่าไม่มีตังค์” ไอ้เจพูดมาก็ใช่

   “ไม่รู้ว่าแล้วแต่พ่อกู”

   “นี่มึงมีปัญหากับพ่ออีป่าวเนี่ย”

   “ไม่เชิงหรอก”

   ผมไม่อยากเล่าให้มันฟังมาก จากประสบการณ์ผม เวลาเรามีปัญหาคนรอบข้างมักจะไม่อยากฟัง มันทำให้ดูเหมือนเราเป็นเด็กมีปัญหา เช่นเดียวกัน เวลาทะเลาะกันในกลุ่มอย่าไปเล่าให้คนอื่นในกลุ่มฟัง มันดูน่าสมเพช เหมือนเราวิ่งหาคนเข้าข้าง

   ผมไม่เล่าดีกว่า

   “เออ น่า ไม่หรอก ดูกูดิ เรียนๆก็เหมือนไม่เรียน”

   “กูเห็นตอนสอบมึงก็ทำได้ไม่ใช่เหรอ”

   “รู้ได้ไง มึงมาแอบดูกูทำเหรอไง ห้องสอบคนละห้องแท้ๆ ไม่ไหวเลย ต้องระวังตัวละ เก้าชอบแอบมอง”

   “เวร มึงเป็นไรมากมั้ยวันนี้  เงี่ย... เหรอ”

   “ป่าวหรอก กูแค่อยากคุยกับมึง”

   “….. ก็คุยกับมึงอยู่นี่ไง เอ่อ … ตอนนี้ก็มีแค่เราสองคนนี่ มีไรอยากพูดก็พูดมาสิ” ผมกดรีโมทปิดเสียงเกม

   “.....อือ” ไอ้ อือ เนี่ยคืออะไร

   “มึงเจอต้องมั้ยอะ” มันถามผม

   “ไม่เลย มันว่าจะเอาชีทมาให้ก็ไม่เห็นนัดมา”

   “ป่านนี้คงไปกับต่อแล้วก็เด็กใหม่มันละมั้ง”

   “คงงั้นแหละมึง” มันคงลืมผมไปแล้วนั่นแหละ

   หลังจากคุยไรไปเรื่อย (ผมต้องห้ามมันคุยเรื่องต่ำกว่าสะดือ) แล้วมันก็ขอตัววางสาย

   “เออ งั้นกูนอนก่อนนะมึง ฝันดีวะเก้า คิดถึงกูมั่งนะ”

   “เออ ฝันดี .... เอ่อ... กูก็คิดถึงมึงนะ นิดนึงอะ” แล้วผมก็วางเลยทันที (ก็คนมันอายอยู่นี่นะ)

   เผลอยิ้มออกมาจนได้ ไม่รุ้ว่าหน้าด้านพูดออกไปได้ยังไง แต่พอตั้งสติดีๆ ความรู้สึกของผมมันก็ขัดแย้งกันเอง ผมอาจจะต้องการพูดไปเพื่อให้มันสบายใจ หรือ จริงๆแล้ว ผมกำลังหลอกตัวเองให้คิดถึงมันนะ

   ผมล้มตัวลงบนเตียง สับสนอยู่กับตัวเอง ก่อนจะถามมันว่าคิดยังไงกับผม ผมก็ควรจะจัดการความรู้สึกตัวเองให้ดีก่อนดีกว่าว่าจะเอายังไงกับมัน









   วันศุกร์ ในที่สุด ก็มาถึง

   ผมใส่เสื้อยืดสีครีมที่ตัวใหญ่กว่านมนิดหน่อย กางเกงสีน้ำตาลเข้มขายาวพับขา รองเท้าคอนเวิสสีขาว แล้วแน่นอนไม่ลืมกระเป๋าสะพายข้างที่ไว้ใส่หูฟัง ผมพยายามทำตัวช้าๆ จะได้ไม่ค้องไปคอยมัน

   เมื่อใกล้ได้เวลา ผมยัดหูฟังไว้แล้วเดินออกจากบ้าน รอรถเมล์สาย 79 วิ่งตรงไปลงสยาม ไม่หยุดเปลี่ยนสาย บนรถคนดูจะไม่แน่นมาก

   ผมนั่งลงที่ท้ายรถ ตำแหน่งเดียวกับที่ผมกับเจเคยนั่งกัน แล้วเจซบผมหลับเป็นครั้งแรก แค่วันนี้เป็นรถคนละสาย

   เหม่อมองออกไปข้างนอกรถ ดูรถที่แล่นผ่านไปด้วยความเร็วจนเหมือนกับเป็นเส้นสีเหยียดยาวผ่านออกไป ทำไมคนขับวันนี้ขับช้านักนะ หรือผมใจร้อนกันแน่ะ

   เด็กคู่ข้างหน้านั่งเหย้าแหย่กันอยู่สองคน เป็นเด็กชายหญิงจากโรงเรียนอื่น

   นึกถึงตัวเองตอนจีบสาวครั้งแรก ตอนนั้นผมเห็นคนหนึ่งหน้าตาสวย ตัวเล็กแบบบาง (เล็กกว่าผมอีก) ผมยาวประบ่าหันมาส่งยิ้มให้ก่อนเดินไปเข้าห้องน้ำ เราเดินส่งยิ้มกันไปมา ก่อนเธอจะหนีไปเข้าห้องน้ำ

   ผมตัดสินใจยืนรออยู่ จนเมื่อเค้าออกมา ผมจึงเดินเข้าไปขอเบอร์

   สาวคนนั้นยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี ได้เบอร์มาอย่างง่ายดาย

   จนถึงวันนี้ ผมยังไม่เคยโทรไปหาเลยสักครั้ง

   ผมจีบใครไม่เป็น ไม่สิ ให้โทรไปจะคุยเรื่องอะไรกันดีละ ถ้าเป็นพวกต้องมันคงจะชำนาญ แต่ผมไม่รู้จะคุยอะไร ไม่มีเรื่องน่าสนใจจะไปเล่าให้ฟัง

   โทรไปพอไม่มีเรื่องคุยมันก็จะกลายเป็นน่าเบื่อซะเปล่าๆ สาวคนนั้นน่ารักซะด้วย คิดๆแล้วก็เสียดาย ถ้ายิ้มตอบกันขนาดนี้ก็คงมีใจให้กันบ้างละนะ ผมทำลายโอกาสตัวเองไปแล้ว

   มาวันนี้ โชคดีเป็นของเธอละมั้งที่ผมไม่ได้ทิ้งเบอร์ตัวเองไว้

   เธอเลยไม่สามารถติดต่อมาหาผมได้ แล้วเราก็ไม่ต้องรู้จักกัน

   “คิดถึงกูมั่งนะ" เสียงเจมันเด้งกลับเข้ามาในหัวผม

   จะให้กูคิดถึงแบบไหนละมึง

   สาย 79 มาทิ้งผมอยู่หน้าสยามเซนเตอร์ อีกเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัด ผมจึงตัดสินใจออกมายืนฟังเพลงรอมันอยู่ที่ร้านกาแฟชั้นล่างสุด

   ยืนนานชักเมื่อย เก้าอี้กลมทรงประหลาดวางอยู่ตรงลานกว้าง ผมลงนั่งสักตัวบนสีที่ถูกใจ สีน้ำเงินสด ช่างตัดกับชุดผมจริงๆ

    เด็กผู้ชายรูปร่างเตี้ย เอ่อ ไม่เตี้ยหรอก เท่าผมนี่แหละ แต่ตัวใหญ่แบบนักกีฬา (มันทำให้ดูเตี้ย)

   ไอ้บูมนี่หว่า มันมาทำอะไรวะ

   "ไง ไอ้ตุ๊ดนั่งรอใคร" มันก็ยังอุตส่ามองมาเห็นจนได้

   "มันหนักตรงส่วนไหนของหัวมึงเหรอ" ผมไม่อยากให้วันนี้เริ่มต้นแบบนี้เลย ผมตอบไม่มองหน้ามัน

   "นี่กูถามดีๆนะ เป็นไงห้องเรียนใหม่"

   “ก็ดี"

   “มีเพื่อนใหม่แล้วดิ เพื่อนมึงนี่ มีใครสนใจมึงป่าววะ" บูมมันลงมานั่งกอดคอผม

   "ถ้าไม่มีจริงๆ มาหากูได้นะ ช่วงนี้เมียกูไม่ค่อยว่างวะ"

   ผมไม่ตอบอะไร หันไปมองหน้าม้นตรงๆ ทำปาก ค ว ย แล้วชูนิ้วกลางให้มัน

   "เออๆ จำไว้  ระวังจะแห้วนะมึง"

   สายตาเจ้าเล่ห์มองสำรวจมาทางผม

   "ไปป่าว ห้องน้ำห้างเลยก็ได้ ไม่ได้ทำนานแล้วนะมึง” มันดึงแขนผม

   "กูไม่เงี่ย...วะ"

   "หึหึหึหึ” มันลงมานั่งหัวเราะ

   “แล้วมึงมากับใคร”

   “กูก็มาเดทกับเด็กกูไง” บูมยิ้มกวนๆ

   “กูเตือนด้วยความหวังดีนะ” มันจะมาเตือนผมทำไม

   อ้าวไหนบอกแฟนมันไม่ว่าง

   นึกย้อนไป ตอนนั้นบูมเป็นคนเข้ามาทักผมก่อนและเป็นเพื่อนคนแรกสมัยม.ต้น  พวกเราตั้งแก๊งกันขึ้นมา พวกผมมีด้วยกัน 6 คน หัวโจกจะไม่ใช่ผม (แหงละเนอะ คนน่ารักๆอย่างผมจะไปทำอะไรได้) ผมเป็นแค่หน่วยหน้าเวลาตีกันเฉยๆ (ฮ่าๆ)

   มีครั้งนึงเราเกิดการทะเลาะกันกับเด็กห้องอื่น จนตอนนี้ผมลืมไปแล้วว่าทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร

   "เฮ้ย เย็นนี้ลุยแม่งเลยมั้ย"

   "ห้องไหน 6 ปะ นัดแม่งหลังเลิกเรียนเลยก็ได้"

   "เออ เอาไอ้พวกห้องเราไปด้วย”

   ผลของการตีกันกันไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เรื่องมันอยู่ที่ว่าผมกับบูมมานั่งพักกันอยู่ข้างโรงยิม ไอ้แถวๆทางเดินที่ใช้จัดงานวิทย์น่ะแหละครับ

   "เหนื่อยวะ กลับไปอาบน้ำถูเจี๊ยวให้แข็งเล่นดีกว่า"

   "อะไรนะ" ผมหันไปถาม

   "ก็ไอ้นั่นไง ม.1 แล้วนะ ทำเป็นไม่รู้"

   ผมแกล้งเซ่อต่อไป ยังงงว่าหัวข้อนี้ขึ้นมายังไง

   "เออ นี่เก้าถามหน่อยดิ"

   "มึงจะถามไร"

   "คือว่า ... กูสงสัยน่ะ กูอยากรู้ว่า เอ่อ ตัวเล็กๆอย่างมึง มีเอ่อ ผม ขึ้นยังวะ"

   "บนหัวกูเนี่ยอะไร"

   "หัวล่างเว้ย ควาย"

   "ถามทำเชี่ยไรเนี่ย"

   "กูอยากรู้ ขอดูหน่อยดิ"

   ".....บ้าเหรอ"

   บูมมันยังพยายามตื้อให้ได้

   นั่นเป็นครั้งแรกที่มันขอแล้วก็มีตามมาอีกหลายครั้ง จนมีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่ผมใจอ่อน ไม่รู้วันนั้นผมเองก็เป็นบ้าไรขึ้นมา ผมคงหงุดหงิดกับคำขอของมันมากๆ หรือ.... ไม่รู้สิ ผมลากมันไปห้องน้ำบนตึกเรียนชั้นสูงๆหน่อย คนจะน้อยหลังเลิกเรียนแล้ว

   "อยากดูนักใช่มั้ย เอาสิ แต่กูมีข้อแม้"

   "อะไรอะ กูยอมมึงหมดอะ” มันทำหน้าดีใจสุดๆ

   “มึงต้องแก้ผ้าหมดเลยให้กูดูก่อน" ผมมั่นใจว่ามันไม่กล้า

   มันไม่กล้าหรอกครับ ไอ้บ้านี่ปากดีตลอด แต่ไม่เคยจะใจถึงอะไรสักอย่าง เป็นแต่ชอบกวนตีนชาวบ้าน มันเองก็ชอบแหย่ผมบ่อยๆ แต่เมื่อเอาจริงมันก็หนีไป

   “พูดเองนะมึง” เสียงมันต่ำลงอย่างหน้าประหลาด ผมคิดว่ามันจะต่อยกับผมซะอีก

   มันถอดเสื้อกางเกงพละกับกางเกงในสีขาวตัวจิ๋วลงอย่างรวดเร็ว เอ่อ ผมอึ้งมาก แม่งเอาจริงเหรอวะ ตัวมันก็เตี้ยกว่าผม บูมมันเล่นกีฬาตลอดตั้งแต่เด็กดังนั้นรูปร่างมันจึงแน่นๆแบบนักกีฬาแต่ไม่คล้ำ ผิวเนียน ไม่มีขนสักเส้น

   ส่วนนั้นที่ขนาดเท่านิ้วชี้ ชี้ตรงมายังหน้าผม

   ตอนนั้นผมยังสูงกว่ามัน นี่สินะ มันถึงได้อยากรู้ ไม่แปลกสำหรับเด็กผู้ชายที่จะอยากรู้อยากเห็น โดยเฉพาะเรื่องอย่างว่าด้วย (แต่ทำไมมันต้องเป็นกับผม) มันเหมือนเป็นการเปรียบเทียบขนาดของตัวเองกับคนอื่น

   ถึงตรงนี้มันก็หันมาทางผมแล้วชี้มาที่กางเกง ชุดพละรร.เราถอดง่าย ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมผมต้องมาใจดียอมมัน วันที่ดันใส่ชุดพละด้วย ชุดพละมันก็แค่เสื้อยืดกับกางเกงวอมสีเขียวเท่านั้นเอง จะถ่วงเวลาซักหน่อยก็ไม่ได้

   "เออ รู้แล้ว” ผมจำใจตอบ

   อยากดูก็ดูไป ถึงตรงนี้ก็ต้องยอมแล้วละครับ ผมจึงต้องยอมจำใจถอดกางเกงให้มันดู ไม่สิจ้องแต่โดยดี ตอนนี้ของผมมันก็ไม่ธรรมดาแล้วด้วย เริ่มมีอาการแล้ว ผมใช้ชายเสื้อยาวๆปิดส่วนโคนเอาไว้ ไม่อยากให้มันเห็นว่า ของผมมีแล้ว

   “พอได้รึยังวะ"

   มันชะโงกหน้าเข้ามาดูใกล้ๆอย่างสนใจ
   
   นั่นคือครั้งแรก มันจับอย่างมันมือ เอ่อ มันไม่ใช่ของเล่นนะมึง มันจะชอบจับอย่างกับว่าเป็นของมันเอง บางทีก็ในห้องเรียน หรือได้จังหวะใครเผลอมันก็จะทำ

   เกิดมาไม่เคยเห็นเหรอไงวะ หลังจากนั้นมามันก็ชอบมาเล่นแบบนี้บ่อยๆ พอมันขึ้นม.3 ดูเหมือนไอ้นิสัยนักเลงแต่ไม่แน่จริงของมันจะยังรักษาไม่หาย แม้กระนั้นมันก็โตขึ้นมาก มันเริ่มไล่ทันผมแล้ว

   วันหนึ่งมันบอกผม

   "เฮ้ย กูมีแฟนแล้ววะ ญ ด้วย”

   เรื่องของมึงสิ ดีกับกูซะด้วย ยังกะที่ผ่านมากูคิดไรกับมึงงั้นแน่ะ ดีกูจะได้หมดเวรกรรมกัน

   "มึงไม่เหงานะ เดี๋ยวกูเอาไปบอกคนอื่นให้” มันพูดออกมาหน้าตาระรื่นแล้วเดินมากอดคอผม

   “สัด เอานี่ไปก่อนเลย”

   ตอนนั้นผมโมโหมาก เลยฟาดปากมันเข้าไปที ด้วยหมัดนะครับ ตั้งแต่นั้นมา มันกับผมเลยไม่มองหน้ากันแถมที่มันบอกว่าจะเอาไปพูดต่อ มันก็เลยทำจริงๆซะด้วย คนทั้งรร.เลยรู้กัน แต่ไม่มีใครรู้ว่ามันนั่นแหละเป็นคนเริ่มทำกับผม

   บูมตัดส่วนนั้นออกไป มันเล่าต่อแต่ส่วนที่ของผม

   สรุปได้ว่าไอ้ตุ๊ดที่ใครๆเรียกก็มาจากมันนี่แหละ มันถึงเป็นตัวฉิบหายตามชื่อของมัน บูม!!! เรื่องนี้รู้ไปถึงครูในรร. แล้วไม่ยักกะมีใครจะออกมาช่วยอะไร มีแต่คนอยากรู้อยากเห็น ตอนนี้เวลาเดินไปไหนคนก็จะเข้ามาถามว่า จริงๆมั้ยๆ

   พอขึ้นม.4 ได้ทีเลือกสายที่จะเรียน ผมเลยเลือกที่จะทิ้งคนอื่นๆไว้แล้วแยกไปเรียนสายที่คนไม่อยากจะไปกัน เพราะเหตุนี้คำถามที่ไอ้เจถามผมว่าเหงามั้ย คำตอบคือ เหงาครับ

   "เฮ้ย เก้า รอนานป่าว โทดทีวะ สายเลย"

   "อะ ป่าวๆ กำลังคิดไรเพลินๆ”

   ไอ้เจมาในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ บนเสื่อมีลายเสี่ยวๆอยู่ อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจความหมายเลย “Fcuk Who Live” กางเกงยีนสีซีดขาดที่เข่านิดหน่อยกับเสื้อสีเขียวพาสเทล ไปด้วยกันได้อย่างดี โคตรจะเข้ากับบุคคลิกมันเลย แถมด้วยรองเท้าโอนิซึกะสีส้มคาดเขียว

   ทำไมมันแบกเป้ใบใหญ่มาด้วยวะ ยังกับยัดบ้านลงไป ท่าทางหนักน่าดู
   
   "หิวป่าว เดี๋ยวกูเลี้ยงข้าวขอโทษ” มันโบกมือขึ้นข้างนึง

   "เฮ้ย ไม่เป็นไร ว่าแต่มึงจะเลี้ยงอะไรแพงๆดีละ”

   ป๊าบ!!! นั่นไง นิสัยมันอีกอย่าง ปากว่ามือถึง

   “หน้าด้านเอาจริงนะมึง”

   "กูหิวน้ำวะ เดี๋ยวแวะร้านนี้หน่อยมะ กินขนมปังกินกัน"

   ผมไม่สนใจไอ้บูม ปล่อยทิ้งมันไว้อย่างนั้น

   "กินแต่ขนมปังได้มั้ย น้ำน่ะเดี๋ยวค่อยกิน” มันจ้องมาที่เป้าผมแล้วยิ้ม

   "เจ ถ้าจะพูดงี้ กูอยากนะ" ผมเดินเข้าไปใกล้มันมากๆ จนตอนนี้จมูกเรา 2 คนจะชนกันแล้ว ผมหยุดจ้องตามันอยู่อย่างนั้น

   "กูอยากเตะมึง ไอ้ทะลึ่ง” ผมเอามือจะไปคว้าคอเสื้อมันมา

   ดันรู้ทัน หลบได้

    มันหัวเราะร่าวิ่งหนีวนไปมา แต่เดี๋ยวนะครับ โลกนี้ไม่ได้มีกันอยู่ 2 คน เราอยู่กลางสยามนะ คนคงมองกันมาเป็นตาเดียว เด็กผู้ชายบ้าไรสองคนม.ปลายด้วย มาวิ่งไล่จับกันในสยามเซ็นเตอร์ ไม่รู้ว่าเค้ามองว่าเป็นเด็กไม่รู้จักโตรึเปล่า

   "พอเหอะ สัด อายเค้า" ผมพยายามบอกมันเงียบๆ แล้วออกเดินนำไป

   "ครับๆ คุณแม่"

   แม่? มารดามึงอะเหรอ ผมได้แต่คิดในใจ เดินก้มหน้าอายๆออกไปร้านกาแฟที่อยู่ใกล้ที่สุด ผมเป็นคนชอบกินชามากกว่ากาแฟครับ เวลามาข้างนอกร้อนๆ

   ถ้าวันไหนมีเงินเหลือติดตัว ก็อยากจะกินชาเย็นๆสักแก้วทุกที พอทำบ่อยเข้าๆมันก็ยิ่งกลายเป็นนิสัยประจำ ผมเลยหันไปมองมันว่ามันตามมาหรือไม่ ตอนนี้เจกำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่ง หน้าตายิ้มร่าตามผมมาต้อยๆ

   ข้างหลังมัน เก้าอี้ที่ผมนั่งรอเมื่อกี้ ไอ้บูมหายไปแล้ว

   "งั้นกูเอาชามะนาว กับ ซินนามอนเค้ก 2 ชิ้นนึง"

   "แค่นี้เหรอวะมิน่ามึงไม่อ้วนเลย"

   “เหรอ ได้”

   “พี่ครับ ชาขอ 4 แก้ว เค้กขออย่างละหนึ่งชิ้นในตู้ แล้วก็ตรงนั้นเอากลับบ้านด้วย”

   ป๊าบ!!!!

   “สั่งกลับไปให้เตี่ยมึงกินเหรอ เยอะขนาดนี้กูว่าเลี้ยงได้ทั้งบ้านมึงเลย” เจโวยวายใหญ่

   “พี่อย่าไปฟังมัน ฟังผมพอ” เจ หันไปพูดกับพนักงานสาว

   "พี่ครับ งั้นของผมเป็นแซนวิชแฮมชิสใหญ่ กับ ชามะนาวแล้วของไอ้นั่นเอาเท่าที่มันสั่งตอนแรกนั่นแหละ"

   นั่นดูมันเพิ่งจะบ่ายกินอีกมื้อแล้วเหรอ ช่วงนี้เห็นเจมันอ้วนขึ้นนิดนึงปกติมันก็ไม่ถึงกับอ้วนนะครับ คือ ยังไงดีแค่เกือบอวบ พอตอนนี้มันปิดเทอมกินเยอะ ตัวมันเลยดูมีเนื้อขึ้นอีกหน่อย ทับผมคงหนักแน่ๆ (เฮ้ย!!!) ไม่ครับ ไม่มีทาง ไม่ใช่ความหมายแบบนั้น

   ผมนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ดูผู้คนเดินไป นั่งรอไอ้บูมเอาของกินมาวางที่โต๊ะ

   โต๊ะข้างๆผมมีผู้หญิง 2 คนกำลังมองมาทางนี้ พนันสิบเอาหนึ่งเลยว่า พวกเธอไม่ได้มองมาที่ผมแน่ๆ เจเองถึงหน้าตาจะไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่ก็มีบางอย่างสะดุดตาผู้หญิงอยู่ หุ่นกำลังดี (ช่วงนี้พองไปหน่อย) ใบหน้าเป็นมิตรยิ้มน้อยๆที่อารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา ทำให้ใครๆอยากเข้าใกล้

   ที่สำคัญสูงและใส่แว่น เสปคนิยมสาวๆเลยนี่

   แต่พอรู้จักแล้วนิสัยน่ารำคาญสุดๆไปเลยละ แต่.... เอะ ผมก็รับกับนิสัยนั้นได้ดีนะ

   ดูเหมือนพวกเธอเองกำลังสงสัยใคร่รู่นิดๆว่า พวกผมนั่งรอใครอยู่ทั้งร้านมีกันแค่ไม่กี่คน ที่เค้าเตอร์เหลืออีกคนเดียว

    เด็กผู้ชาย 2 คนมานั่งร้านกาแฟด้วยกัน 2 ต่อ 2 เอะ หรือมันไม่แปลก ผมอาจจะคิดไปเอง

   "เฮ้ย เป็นไรวะ มาเดทนะเว้ยทำหน้าเหมือนตูดเลย" เจ มันพูดมาผม ขณะที่เดินผ่าน ผู้หญิงสองคนที่นั่งโต๊ะก็มองตามตูดเจ มาเลย

   "เดทอะไรละ พูดเบาๆก็ได้คนเข้าใจผิด" ผมมองไปที่โต๊ะข้างๆแวบนึง

   นั่นไง เริ่มมีการซุบซิบกันแล้ว

   " ฮ่าๆๆๆๆ แหมๆ”

   มันเอามือจับมือผม ผมสะบัดออก

   “มึงยังไม่กินมาเหรอ” ผมถามมัน

   “นิดนึง รอมากินกับมึงอีกที” มันตอบพลางจัดของลงบนโต๊ะ

   “เก้า เมื่อกี้มึงคุยไรกับคนนั้นวะ”

   “อ้อ นิดหน่อยน่ะ” เจไม่จำเป็นต้องรู้

   "เออ แล้วเช้านี้มึงไปไหนมา" ผมเปลี่ยนเรื่อง

   "ก็แวะไปธุระนิดหน่อย แล้วตรงมาหาแกเลย"

   "อ้อเหรอ มิน่าดูมึงหิว”

   "มึงก็หิวกูรู้ แดกๆซะ กูเลี้ยง” มันก้มหน้าก้มตาแกะแซนวิช

   "เออ ขอบใจนะ" พูดจบคำปุ๊บ ผมอ้าปากกัดขนมก่อนเลย ซินนามอนร้านนี้ถูกใจผมเสมอ

   "อร่อยมั้ยวะ" เจ มองมาที่ปากผม

   “ก็ดีกูชอบอะ” ผมพูดแบบขนมเต็มปาก

   "มึงสั่งไรนะ" ผมถามมันบ้าง

   "แซนวิชแฮมวะ เยอะดี กูชอบ" เจ ทำเสียงเลียนแบบผม

   "มิน่าแม่งอ้วน" กูกำลังก้มลงดูดน้ำ

   "โอ้ย สัดนี่เตะกูทำไม”

   “ก็มึงว่ากูอะ"

   ได้ยินอีกเรอะ

   "ไหน กูชิมดิ" มันทำท่าจะยื่นปากมากัดซินนามอนผม

   "เอาไปแดกเองไป" ผมรีบวางใส่ถาดมันก่อนจะเป็นที่ผิดสังเกตไปมากกว่านี้

   "ว้า ป้อนหน่อยก็ไม่ได้ อยากรู้อร่อยกว่ากูมั้ย”

   มันพูดถึงตรงนี้ผมแทบจะเอาถาดโยนใส่หัว ไม่สิ ฟาดหน้ามันเลยดีกว่า คนอะไรวะพูดเรื่องแบบนี้ไม่อาย
   
   ผมยังคิดอยู่ว่าจะทำยังไงกับถาดแล้วก็หน้ามันดี  ยกฟาดจริงๆเลยดีมั้ย ไม่ดี เสียดายของกิน

   เจ เหลือบไปเห็นผู้หญิงคู่นั้นกำลังแอบมองแล้วนินทาผม (ใช่ แน่ๆ) เจ เริ่มสงบปากคำแล้วรีบกินให้หมด สีหน้าเปลี่ยนไปเลย ว่าไปเมื่อกี้ก็น่ารักดีอยู่ แต่พอมาถึงตอนนี้เจดูจะไม่สบอารมณ์เอามากๆแล้ว

   บรรยากาศตึงเครียด ลอยขมุกขมัวอยู่เหนือหัวพวกผม ปกคลุมจานขนมและแซนวิช รีบกินรีบอิ่มดีกว่า พอผมยกชิ้นสุดท้ายเข้าปาก เจเองก็กัดรวบที่เหลือเข้าปากเหมือนกัน

   ไม่รอช้า มันรีบสะกิดให้ผมออกจากร้านทันที ผมเลยต้องถือชามะนาวที่ยังดูดไปไม่ถึงครึ่งแก้วไปด้วย นี่แหละครับเจ เวลามันไม่พอใจอะไรสักอย่างอาการมันจะออกมาทันที

    เอะ แล้วน้ำเจละ มันลืมไว้เหรอ

   "เฮ้ย น้ำมึงอะ"

   "น้ำกูยังมี หลายวันแล้วด้วย แต่ถ้าหมายถึงชาละก็กูลืมวะ" มันตอบพร้อมหันมายิ้มกวนตีน

   เฮ้ยยยยยย มันคิดคำพวกนี้ออกมาได้ไงเนี่ย (วะ)

   "กินกับมึงนะ"

   “แค่.....ชามะนาวนะ”  ผมต้องพูดช้าๆ ชัดๆ จ้องหน้ามัน

   "สัด อายเป็นด้วย”

   ผมรู้สึกหน้าร้อนเล็กน้อย รีบหลุบตาลงมองพื้นอยู่อย่างนั้น ผมเองก็แอบเพลอไปคิดเรื่องอย่างนั้นจนได้ มันเกือบจะตื่นขึ้นมาแล้ว เจมันต้องเอามือมาพาดวางลงบนคอแล้วออกแรงดันผมไป  ไม่เหมือนมือของต้องที่วางลงอย่างแผ่วเบา... ทว่าหนักแน่น และรู้สึกไว้ใจได้

   "เดี๋ยวๆ มึงจะไปไหนน่ะ" ผมถามมัน

   “ไปดูของฝั่งสยามร้อนมั้ย"

   “หา....อือ ก็ได้”

   พวกเราใช้เวลาเดินวนเวียนอยู่ร้านแถวนั้นพักใหญ่ๆ ดีที่ฝนไม่ตก ตอนนี้อากาศประเทศไทยก็ไม่รู้เป็นอะไรเดาอะไรก็ไม่ได้

   บ่ายๆ วันธรรมดาคนไม่เยอะมาก เดินอยู่นาน แต่ก็ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เปิดเทอมก็ใส่แต่ชุดนักเรียน จะหาเสื้อผ้าไปทำไมเยอะแยะ

    ร้านแถวนี้ก็ไม่มีไรน่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับพวกผม  พวกเราเข้าร้านนี้ออกซอยนั้นไปเรื่อย คนขายก็มองพวกเราแปลกๆ ผู้ชายมาเลือกเสื้อผ้ากันเอง แถมบรรยากาศรอบตัวไอ้เจไม่ธรรมดาซะด้วย คนรอบข้างต้องรู้สึกแน่ๆ

   มันดูแลผมอย่างกับคนเป็นแฟนมัน

   "เหนื่อยยัง" มันหันมาถามผม แล้วยักคิ้วให้

   "ยัง เดินไปเหอะ"

   "กูคิดว่ามึงจะอยากดูอะไรซะอีก อุตส่าห์พามาเดิน”

   "อ้าว อย่าโบ้ยกูดิ มึงจะดูของไม่ใช่เหรอ”

   “ป่าวกูพามึงมาตะหาก"

   กลายเป็นว่าเจมันตั้งใจพาผมมาเดินดูนั้นนี่ ก็เข้าใจแหละครับ เดทกับผู้ชายมันไม่เหมือนไปกับผู้หญิงตรงที่ไม่มีหวานแหววอะสิครับ ทำอะไรออกนอกหน้ามากก็ไม่ได้ อารมณ์กุ๊กกิ๊กก็น้อยกว่า มันจะไปสนใจอะไรละครับ เกม การ์ตูนเข้าร้านพวกนี้ยังง่ายกว่าเลย

   "เบื่อมั้ย มึง" ผมหยุดเดินแล้วสะกิดถามมัน

   "มึงมากับกู กูไม่ใช่ผู้หญิงมึงคงจะเบื่อ” ผมบอกมันไปตรงๆ

   "ถ้าเบื่อกูจะยังอยู่กับมึงตรงนี้เหรอ" มันหันมายิ้มให้หนึ่งทีแล้วเดินเข้าร้านเครื่องประดับไป

   "ว้า ไม่มีไรถูกใจเลย"

   "มึงจะเอาไรละ"

   "ม่ายรู้ เก้าละ"

   "อืมมม ไม่รู้วะ”

   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-10-2015 11:26:48 โดย Monet »

ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
 ตัวตนและคำสารภาพ : ปิดเทอม : 2.2 ซินนามอนโรลกับหูฟัง

       ท่าทางเริ่มกร่อย พวกเราเลยต่อไปอีกสักซอย บางครั้งมันจะหันมาถามผมว่าสนใจอะไรมั้ย อยากได้อะไรรึเปล่า ไม่มีคำตอบสำหรับผม แค่เดินตามมันก็สนุกแล้วบางที เดินไปเรื่อยเปื่อยปล่อยตัวปล่อยใจไปกับวันหยุดสั้นๆ มันก็ดี

   ฟ้าใกล้มืดแล้วตกลงว่ายังไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย มันเองก็เห็นคงผมมองโน่นนี่หน้าตาลอยๆ

   "นี่ดูหนังมั้ย" เจ ชวนผม

   "มีเรื่องไรเข้าละ"

   "ไม่รู้ไปดูหน้าโรงละกัน"

   "มึงจะดูฝั่งไหนอะ"

   "อืมมม สยามมะ"

   "ไงก็ได้" พูดจบผมก็ออกเดินนำไป เราก็อยู่ฝั่งนี้อยู่แล้วนี่

   หน้าโรงมีหนังฝรั่งเรื่องนึง เป็นหนังรักแบบพระเอกกับนางเอกรักกันไม่ได้ มันเป็นหนังรักเศร้าๆที่ดูแล้วก็ไม่เชิงว่าอบอุ่นออกมาแล้วยิ้มหรือจะให้เสียน้ำตาดี

   หนังเองน่าสนใจดีครับ พอดูไปมากๆบางทีมันก็แวบขึ้นมาถึงตัวเราเอง ความรักมันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปอย่างใจซะทุกครั้ง ทุกคนเองก็มีเหตุผลที่ต้องเลือก บางครั้งด้วยความจำเป็นของชีวิต ที่เราไม่มีสิทธิ์จะจัดการอะไรให้ไปได้อย่างใจเสียทุกอย่าง

    แล้วผมกับเจจะจัดการกันไปได้แค่ไหน

   ผมคิดว่ามันก็รู้ไม่ต่างจากผม เรา 2 คนผูกพันธ์กันแค่กายเท่านั้น แต่ใจละ มันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมเองก็ไม่ได้แน่ใจกับมันมากถึงขนาดกล้าบอกว่า รักมัน แล้วมันก็ไม่เคยเรียกร้องว่าจะเป็นอะไรกับผม

    ไม่มีอะไรผูกมัด ก่อนมาเจอผมมันก็รักชอบผู้หญิง แล้วตอนนี้มันก็น่าจะยังเป็นอย่างนั้นอยู่

   ดังนั้นเรื่องระหว่างเราจึงเป็นความลับของคนสองคน ที่ไม่ต้องเล่าให้ใครฟังและไม่ควรมีใครรู้

   เวลาที่หนังฉายใบหน้าของเจที่โดนแสงไฟสลัวจากจอหนัง ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่นั้นมันคืออะไร บางทีมันอาจจะคิดถึงเรื่องราวของเราอยู่บ้างก็ได้ ผมแอบหันไปมองหน้ามัน

   ใบหน้าของเจก็เรียบเฉย ไร้อารมณ์ แถมดูจะจริงจังเกินไปซะด้วย

   พอกลางๆเรื่อง ผมแอบหันไปดูอีกที .........​เจผลอยหลับไป

   เมื่อหนังจบเรา 2 คนเดินออกจากโรงหนัง เรากำลังกลับไปที่จุดเริ่มต้นที่เราเจอกันของวันนี้ ไม่มีเสียงพูดคุยกันระหว่างเดินออกจากโรง มีแต่เสียงคนรอบกายที่ค่อยๆลดน้อยลง เสียงรถบนถนนแล่นผ่านที่นานๆจะมีเสียงดังมาที  แสงไฟวิบวับสว่างอยู่หน้าห้าง

   วันนี้กำลังจะหมดลงอีกวัน เปิดเทอมกำลังใกล้เข้ามา

   “เฮ้อ หนังสนุกมั้ยเจ”  ผมเลยถามขึ้น

   “ก็ดีอะ”

   มันหาว

   “มึงหลับไม่ใช่เหรอ”

   “หลับเหี้ยไร กูแค่พักสายตาเว้ย” มันทำหน้ากวนๆ แต่ตายังปรืออยุ่เลย

   “เออ กูว่ามึงพักนานนะ จบเรื่องเลย ไม่เอายันเช้าเลยละ”
   
   “อ้อ จะให้เอามึงยันเช้าอะเหรอ” มันหันมาตาลุกวาว

   “สัด”  ผมวิ่งไล่เตะมันแถวนั้นแหละ

   “โอ้ยๆ พอๆ วันนี้กูค้างบ้านมึงนะเก้า” จู่ๆมันโพล่งขึ้น

     “หือ เอาจริงงะ แล้วชุดละ”

   “กูเอามาด้วย อันไหนไม่มีก็ยืมมึง” มันพูดหน้าตาเฉยเหมือนมันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร

    เดี๋ยวนะ แสดงว่ามันเตรียมตัวมาแล้วเหรอ

   “อ้าว อย่าทำขาดนะมึง มึงยิ่งอ้วนๆอยู่ แล้วกางเกงในก็ไม่มีไซส์มึงนะ” ผมเอาศอกยันเอวมัน

   มันหลบ

   “สัด ตัวกูใหญ่กว่ามึงหน่อยเดียว ส่วนกางเกงในน่ะไม่ได้อยู่แล้ว ของกูใหญ่กว่า ฮ่าๆ”

   ผมไม่ตอบไร ขูนิ้วกลางให้มันเป็นพอ

   “หิวอีกมั้ยวะมึง”

   “ไม่ละ กลับกันเหอะ” ผมตอบมัน

   มันเอามือมาแตะข้อมือผมไว้ พอให้รู้สึกแล้วเดินไปรอที่ป้ายรถเมล์

   บนรถเมล์ยามดึกอันเงียบสงัด ผมถามถึงคนอื่นๆบ้างว่าเป็นอย่างไร ดูท่าทางเจเองจะไม่มีคำตอบน่าตื่นเต้นอะไรให้กับผม ทุกคนไปเรียน แล้วก็เตรียมตัวเปิดเทอม

   รถเมล์ช่วงนี้มีที่ว่างมากมาย เราสองคนเลือกนั่งติดกันที่ริมหน้าต่างด้านนึงของตัวรถ ที่นั่ง 2 ที่ติดกัน ผมเปิดหน้าต่างรับลมยามดึก ลมแรงโชยเข้ามา เรานั่งกันเงียบๆ ไม่ต้องกลัวใครจะรบกวน

   รถออกตัวไปได้สักพัก

   เจหันมาซบลงที่ไหล่ผมแล้วหลับตาลง แรงกระแทกจากจังหวะรถวิ่งขึ้นลงเป็นเหมือนแรงกล่อมให้เจนอนหลับเป็นอย่างดี

   ผมหยิบหูฟังออกมาจากกระเป๋า ใส่หูฟังเข้าที่หูข้างขวา ส่วนข้างซ้ายผมใส่ให้มัน

   มันส่ายหัว

   “เอ้า ของฝาก”

   มันชูหูฟังสีฟ้าสดใสแบบครอบหัวให้ผม

   “กูให้มึง” มันยื่นของมาให้ ส่วนหน้ามองออกไปทางประตูรถ

   “ขอบใจนะ”

   ผมเปลี่ยนหูฟังแล้วครอบลงไปบนหัว

   มันเสียงโลกภายนอกได้ดีเลย เงียบสนิท เมื่อเพลงขึ้น มีแต่เสียงเพลงกับเสียงในหัวผมเท่านั้น

   เจมาซบใกล้ๆหูฟัง มันคงอยากจะฟังด้วย

   กดเล่นเพลง หูฟังที่หูขวาผมกำลังเล่นเพลง  เพลงเดียวกันที่ก้องอยู่ในหูซ้ายของเจ

   ในใจไม่เคยมีผู้ใด จนความรักเธอเข้ามา
   ทำให้ดวงตาฉันเห็นความสดใส ข้างกายไม่เคยมีผู้ใด
   จนความรักเธอเมตตา เป็นพลังให้ฉันสู้ต่อไป
   บนโลกที่โหดร้าย เหลือเกิน

   เสียงเพลงนี้ตัดเสียงโลกภายนอกออกไปแค่ครึ่งนึง เพราะหูฟังอีกข้างอยู่ที่เจ มีเพียงเรา 2 คน บนรถที่ว่างเปล่า กับสายลมต้นฤดูหนาว แล้วก็เพลงๆหนึ่ง เพลงที่เจ ขอให้ป๋าเล่นให้ผมวันนั้น ตัวรถกำลังวิ่งแล่นออกไป

   ต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะถึงบ้าน

   ผมใช้เวลาคิดเรื่องเกี่ยวกับมัน ในปิดเทอมนี่แหละที่ผมจะถามว่า มันคิดยังไงกับผม

   แต่ตอนนี้ แม้ว่าโลกนี้ไม่ได้มีแค่เรา2 คน แต่อย่างน้อยบนรถคันนี้มันก็มีแค่เรา ในรถเล็กๆ ขนาดกำลังพอเหมาะ ไม่มากไปจนน่ารำคาญ หรือน้อยไปจนรู้สึกเหงา อากาศก็ดี พอคิดแล้ว ผมกำลังค่อยๆหลับตาลงบ้าง ปล่อยใจไปกับเสียงเพลงต่อไปที่กำลังจะถูกเล่น

   ไม่รู้ว่ามันสังเกตุเห็นมั้ย ก่อนออกจากร้านชา ผมแอบเอาขนมชิ้นที่มันซื้อให้ 1 ใน 2 ชิ้นเก็บกลับไปกินที่บ้านด้วย

        มันอุตส่าให้ผมนี่เนอะ

 :bye2:

อันนี้ถูกต้องจริงแล้วจ้า

แยกเป็นสองเพราะเกิน 20000 ตัวอักษร นะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-10-2015 11:27:43 โดย Monet »

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5947
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-16
เข้ามาขอบคุณคนแต่ง
ที่เขียนเรื่องนี้มาลงในเล้าให้อ่านกัน

เพราะไม่ได้อ่านเรื่อง(เล่า)แนวๆนี้มานานแล้ว
บอกตรง...ถูกใจมาก

ยังอ่านไม่หมด
แต่ติดหนึบเลย

+1 เป็นกำลังใจให้คนแต่ง
จะไปอ่านต่อแล้วนะ


ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
เข้ามาขอบคุณคนแต่ง
ที่เขียนเรื่องนี้มาลงในเล้าให้อ่านกัน

เพราะไม่ได้อ่านเรื่อง(เล่า)แนวๆนี้มานานแล้ว
บอกตรง...ถูกใจมาก

ยังอ่านไม่หมด
แต่ติดหนึบเลย

+1 เป็นกำลังใจให้คนแต่ง
จะไปอ่านต่อแล้วนะ

ขอบคุณนะครับ เห็นคนเม้นกันน้อยคิดว่าจะไม่มีคนสนใจซะแล้ว  :hao5:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ imymild

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 354
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1

ออฟไลน์ DREAM COME TRUE

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 379
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
มีสปอยอะไรหลุดมารึ?

ว่าแต่ บูมน่าหมั่นไส้อะ ไม่ชอบคนแบบนี้เลย

ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
10 CM ตัวตนและคำสารภาพ : ตอนที่ 3.0 เลือก       

        รถเขย่านิดหน่อย ทำให้ผมลืมตามขึ้นมามอง ผมทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง ตอนนี้รถกำลังวิ่งอย่างเร็วในความมือ ใกล้ผ่านหน้าบ้านแมคแล้ว ผมสลีมสลือ อีกด้าน เจยังนอนหลังพิงอยู่ที่ไหล่ผม เสียงเพลงจากหูฟังยังดังอยู่ กลบเสียงภายนอกเอาไว้

   ที่นี่ผมได้แวะมาแค่หนเดียวในช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา

   วันหนึ่งหลังปิดเทอมไปได้สักพัก ผมแวะไปที่บ้านแมคระหว่างทางกลับบ้าน วันนั้นก็ไม่มีอะไรจะทำแล้วที่สยาม จะนั่งฟังเพลงเฉยๆก็น่าเบื่อ เลยกลับบ้านเร็วผิดปกติ แต่จะตรงเข้าบ้านเลยก็ยังไม่อยาก

   บ้านแมคปิดเทอมก็ดูจะไม่แตกต่าง ร้านยังเปิดเหมือนเดิม แต่ดูเงียบลงไปนิดหน่อย

   เมื่อขึ้นไปบนชั้นลอย มุมซ่องสุมประจำของพวกเรา ผมเห็นไอ้แมคนั่งเล่นกีต้าร์อยู่ บ่ายวันนั้นอากาศร้อน

   “เป็นไงวะมึง ทำไรอยู่” ผมตะโกนถามมันจากชั้นล่าง

   “ชั้นลอยๆ ขึ้นมาเลย”

   “หวัดเด เป็นไงมั่งวะ”

   “เชี่ยเก้านี่ ถามยังกับคนแก่”

   “เออดีมึง นอนอยุ่บ้านเล่นเกม สบาย” ด่าผมเสร็จมันตอบต่อเลย

   “มึงนอนอยุ่บ้านตลอดเลยเหรอ”

   แมคมันใส่ชุดนอนอยู่บ้าน เป็น บอกเซอร์ เสื้อกล้าม เปิดผิวขาวๆแบบลูกคนจีน ขนจักแร้โผล่รำไร รู้สึกว่ามันจะสูงขึ้นอีกแล้ว ดูจากขายาวๆที่เลยบอกเซอร์ออกไป จำได้ว่าตอนม.ต้น เดินผ่านกันยังตัวใกล้ๆกันอยู่เลย ดูเหมือนเวลาจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับความสูงผมเท่าไร นอกนั้นสูงขึ้นหมด

   นั่งไม่ดีมันจะโผล่เอานะ

   “มึง สบายไปป่าวปิดเทอมน่ะ กูยังไปเรียนบ้างเลยนะ”

   “เออน่า เชื่อกูเหอะ กูทำได้ละกัน” มันตอบผมไป จ้องหน้าพัดลมไป

   เสียงมันแปร่งเพราะพูดใส่พัดลม ทำเป็นเด็กเล่นไปได้

   “มึงมาทำไรวะ” มันถามขึ้น

   “อ้าว ก็ทางผ่านก็แวะมาหาว่ามึงอยุ่มั้ย”

   “ไม  ไม่เจอไอ้เจเหงาเหรอไง”

   “สัด” ผมพยายามถึบมัน แต่... ขาผมไม่ถึง

   “เออ มึงได้คุยกับไอ้เจมั่งป่าววะ” แปลกที่มันกลับเป็นคนถาม

   “ก็...บ้าง ทำไมเเหรอ”

   “ป๊าว กูเห็นมึงสนิทกันเป็นพิเศษ ตัวติดกันกว่ากูอีก ช่วงนี้กูไม่ได้คุยกับมันเลย”

   “นิดนึงน่ะมึง”

   จะให้บอกว่าที่สนิทเพราะอะไรดีละ เรื่องอย่างว่าหรือว่า.. เจ มันคิดอะไรด้วยกันแน่

   “แล้วต้องละเก้า มึงเจอมั้ย”

   “ก็ไม่เหมือนกันวะ เฮ้ย แมคมึงรู้ไรมาป่าววะ”

   “ป๊าว”

   ผมชักรู้สึกเย็นๆขึ้นมาที่สันหลังแล้ว ถ้ามันรู้เข้าจะทำหน้ายังไงละเนี่ย ผมกับไอ้เจเป็นอะไรกัน เอ่อ ไม่สิ ผมกับไอ้เจไม่ได้เป็นไรกัน แค่มีอะไรกันเฉยๆ แต่เอะ...ถึงยังงั้นก็เหอะ ถ้ามันรู้มันก็ไม่ดีอยู่ดีนี่หว่า ไม่รู้ว่ามันจะรับได้หรือเปล่า

   ไอ้เจมันหลุดปากอะไรไปมั้ยเนี่ย

   “แล้วต้องละ มึงเจอมั้ย” ผมถามมันกลับ

   “ไม่วะ มึงเหอะ ทำไมไม่ลองโทรคุยกับต้องมันดูบ้างละ มันอาจจะอยากคุยกับมึงก็ได้นะ”

   คำถามหรือคำแนะนำกัน?

   “อา... ต้องมันชอบแกล้งกูนี่”

   “มึงคิดงั้นจริงเหรอ” ป๋ายังพูดต่อ ขณะกำลังหันกลับไปที่กีตาร์มุมห้อง

   “……..” ผมนั่งฟังมันเล่นไป ไม่มีคำใดๆออกมาจากปากผม

   หลังๆมานี้ต้องเองก็ดูจะใจดีกับผมบ้าง ผมเลยไม่แน่ใจ ยิ่งเจอมันไปกับผู้หญิงคนนั้น ผมก็คิดว่ามันไม่ควรจะเกินเลยกับมัน

    หมดการถามไถ่เรื่องคนอื่นเพียงเท่านี้

   “เก้า มึงมีใครมาจีบป่าววะ”

   “คือไรวะ”

   “ช่วงนี้นะ” มันถามไม่หันหลังมา

   “ก็ ....มีวะ”

   “มีตอนที่กูนั่งอยู่คนเดียวในสยามเซ็นน่ะ แต่มันออกจะแปลกๆนิดหน่อย”

   ผมเล่าให้มันฟัง
   .
   .
   .

   มีวันหนึ่งผมนั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยเปื่อยอยู่ที่ร้านกาแฟ ร้านประจำของผมที่ชั้นล่างสยามเซ็นเตอร์  วันนั้นมีกลุ่มเด็กชายหญิง ไม่รู้ชั้นที่เรียน แต่ดูแล้วน่าจะโตกว่าผม สงสัยว่าจะเป็นพวกเด็กรร.อินเตอร์สักแห่ง ดูจากผมแล้วก็การแต่งตัว

   เด็กผู้ชายผมยาวกว่าทรงที่เด็กทั่วไปตัดคนนึงเดินเข้ามทักทายผมก่อน

   ‘เฮ้ มาคนเดียวเหรอ’

   ผมเงยหน้าขึ้นมอง เอาหูฟังออก

   ‘อือ’  ไม่ได้ยินหรอกว่าเค้าถามอะไร ผมอือไปอย่างนั้นเอง

   ‘มาคนเดียวเหรอ’ คนนั้นถามอีก

   ไม่รอคำตอบ

   ‘นั่งด้วยดิ’

   ทั้งสามคนพากันลงมานั่ง

   แยกเป็นฝั่งตรงข้าม 2 ข้างผม 1 คน เด็กผู้หญิง นั่งข้างผม

   ในกลุ่มนั้นมีกันแค่ 3 คน นั่นทำให้ผมสบายใจขึ้นเพราะรู้สึกว่าไม่โดนรุมแล้ว

   ‘ชื่อไรอะ’

   ‘เก้า’

   ‘นี่ แพท แอม เรา เจม นะ’ คนที่ทักผมก่อนแนะนำว่ามันชื่อ เจม

   ‘นี่ๆ แอมเค้าชอบนายอะ’

   คราวนี้คนชื่อแพทพูดมั่ง   

   ผมเลยหันไปยิ้มให้ผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงผมบ๊อบ ตัดแบบแฟชั่น ไม่น่าใช่เด็กรร.รัฐ ทั่วไปแน่ๆ ทำผมได้ด้วย

    ‘นายสนเค้าเปล่าละ’

   ผมไม่ตอบ กำลังงว่า อยู่ๆมาบอกชอบกันยังงี้เลยเหรอ

   ‘นี่ แอม เกิดเค้าไม่เอาเธอ เราเอานะ’ คนที่ชื่อเจมพูดขึ้น ดูดีๆแล้วเหมือนจะเป็นลูกครึ่ง

   เจม ผมสีน้ำตาลอ่อน ตาก็สีน้ำตาล สีมันเสมอกันเหมือนไม่ได้ทำสีผมมา

   ‘เอาเราเหรอ”’ ผู้หญิงคนนั้นชี้ไปที่ตัว

   ‘เปล่า เอาคนนี้’ เจม ชี้นิ้วมาทางผม

   ที่เหลือนั่งหัวเราะกันเหมือนเป็นเรื่องปกติ

   หา!!! ผมต้องหันไปมองหน้าพวกนั้นสลับกันไปมา นี่ผู้ชายบอกว่าจะเอาผู้ชายกันหน้าตาเฉยงี้เหรอ

   ‘ว่าไงอะ เก้า เอาคนไหน’ ผมส่ายหัว ไม่ตอบ

   ‘งั้นไปเดินเล่นกันมั้ย’

   ดูท่าจะบอกว่า ‘ไม่ไป’ ก็คงไม่มีประโยชน์สินะ เล่นทำหน้าเหมือนวิงวอนให้ไปด้วยซะขนาดนี้

   พอผมยืนขึ้น

   ‘เก้าตัวเล็กกว่าที่คิดนะ’

   ‘ก็คงงั้นอะ’ ผมได้แต่ก้มหน้า

   แย่เนอะ ที่ตัวเล็ก

   ‘ตัวเล็กอะดีแล้ว น่ารักดีออก’ เจมเดินเข้ามาตบไหล่

   พวกนั้นลากผมไปเดินดูของในห้าง เดินวนไปมาร้านนี้ทีร้านนั้นที

   แอมเป็นผู้หญิงจัดว่า สวย แต่งตัวเก่ง ดูดีไปหมด ผมชอบนะ ถึงว่าจริงๆแล้วผมจะชอบผู้หญิงผมยาวก็เถอะ

   ทำไมมันรู้สึกแปลกๆ เหมือนทำตัวไม่ถูก เวลาพวกนนั้นแยกกันไปดูของในร้านแล้วทิ้งผมให้อยู่กับแอม 2 คน เหมือนผมทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรดี

   แอมเองก็เดินยิ้มอารมณ์ดี  เหมือนอะไรก็ได้ พูดอะไรก็ได้ แอมได้แต่รับฟัง พยักหน้าเห็นด้วย ไม่ก็หัวเราะไปกับเรื่องเล่าแปลกๆที่ผมเล่าให้ฟัง

   ท่าทางแอมจะชอบผมจริงๆ

   ‘เก้า อันนี้น่ารักมั้ย’  แอมหยิบของกระจุกกระจิกอะไรสักอย่างมาถามผม

   ตอนนี้พวกเราไปแวะที่ร้านขายของเล่นประหลาดๆบนชั้น 4

   ‘ก็ดี แต่เราว่าอันนี้ดีกว่า’

   ผมหยิบอีกตัวที่อยู่ข้างๆชูให้ดู

   ‘เออจริงด้วย เก้าเข้าใจเลือกนะ’

   แอมยิ้มให้

   ผมรู้สึกดี แต่ผมก็ไม่รู้สึกสนิทใจ เหมือนมันเกร็งๆแล้วทำตัวไม่ถูก

   กลัวว่าจะทำให้แอมไม่ถูกใจ กลัวว่าทำอะไรไปจะไม่เป็นการให้เกียรติแอมในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง

   ผมเงยหน้าจากชั้นวางของที่เป็นเหมือนขาเหล็กยื่นออกมา แต่ละอันวางห้อยที่เสียบหูโทรศัพท์รูปร่างน่ารัก เป็นตัวการ์ตูนนั้นนี้บ้าง เป็นของกินพวกขนมปังบ้าง

   ตอนนั้นเองที่ผมเผลอถอนหายใจ

   เจมหันมาเห็นเข้า

   เราสบตากัน

   ‘นี่ แอม เรายืมตัวเก้าแปบนะ’

   เจมมากอดคอผมแล้วดึงไปทางมุมขายพวกกรอบโทรศัพท์ ที่อยู่ถัดไปอีก 2 แถว ปล่อยให้แอมเลือกตัวปิดรูโทรศัพทย์อยู่อย่างนั้น

   ‘เก้า ช่วยเลือกหน่อยดิ”’

   ‘เอาไปให้แฟนเหรอ’

   เจมมองหน้าผมงงๆ

   ‘ปล่าว ใช้เอง’

   ‘อา.. เดี๋ยวนะ ใช้รุ่นไรอะ ไหนดูหน่อยดิ’

   เจม ล้วงกระเป๋า เอามือถือมาให้ดู

   ผมเลยก้มๆเงยๆหาให้มัน

   ‘นี่ไง เราว่าอันนี้จะเหมาะ’

   ‘เออ จริงด้วย’

   เจมลองเอาไปทาบๆกับโทรศัพท์ดู

   ‘ดูแล้วน่าจะทนดี แล้วก็ไม่เทอะทะด้วย’

   ‘จริง’

   เจมหันมายิ้มให้

   ‘เก้าดูสบายใจกว่านะ เวลาอยู่กับผู้ชาย’ เจมคว้ากรอบมือถือไปดู

   ‘หือ จริงเหรอ’

   เจมมองตาผม

   ‘ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไรนะ พวกเราเรียนอินเตอร์ มันเป็นเรื่องธรรมดาน่ะ นายคงไม่ชิน’

   ‘….’

   ผมยังไม่พูดอะไร

   เจมตบไหล่ผมทีหนึ่ง

   ‘เดี๋ยวเราเดินไปที่ห้องน้ำชั้นบนนะ แอบขึ้นบันไดไป พวกนั้นไม่เห็นหรอก’

   เจมเดินไปบอกพวกนั้นให้ไปดูพวกของเล่นตั้งโชว์ทางด้านโน้น

   ‘เดี๋ยวตามไปขอดูตรงนี้แป๊บ’

   ผมทำเป็นดูที่ชาจไฟสำรอง

   พอพวกนั้นหายไปหมด ผมเดินเร็วๆตรงขึ้นบันไดกลางในร้านขึ้นไปที่ชั้น 5

   ออกจากร้านแล้วเลี้ยวซ้าย ตรงเข้าไปที่ห้องน้ำ

   ‘ไง มานี่ดิ’

   เจมดึงมือผมเข้าห้องน้ำห้องหนึ่งที่อยู่ด้านในสุด

   ‘มี...’

   เจมเอามือปิดปากผมเบาๆ

   ก่อนจะค่อยๆขยับหน้าเข้ามาใกล้ ตัวเบียดเข้ามาชนกับผม

   ผมเอามือยันตัวเอาไว้ไม่ให้ เข้ามาใกล้ไปกว่านี้

   ตัวแน่นเกร็ง ท่าทางจะเป็นนักีฬา มือที่กดลงไปบนอกเจอกล้ามเนื้อแน่นๆน

   เจมขยับเข้ามาใกล้ขึ้นๆ

   ผมก็ไม่ได้ปฎิเสธอะไร เจมก็จัดว่าหล่ออยู่ ดูดีทุกกระเบียดตั้งแต่ผมจนถึงรองเท้า สังเกตุดีๆ เจมแต่งตัวดี ไม่เหมือนตุ๊ดที่เดินตามสยาม เรียกว่าถ้าไม่บอกก็คิดว่าเป็นแค่ผู้ชายแต่งตัวเฉยๆ

   กลิ่นน้ำหอมฉุนแตะจมูก

   เจมก้มหน้าเข้ามาใกล้จนชิดกับคอผม

   แต่แล้ว ก็เปิดประตูออก

   ‘แค่นี้ก็รู้แล้ว’

   ‘ไม่ต้องห่วงนะ เราไม่บอกใครหรอก’   

   ‘นายตั้งใจเหรอ’

   ผมมองหน้า

   ‘เปล่าหรอก เก้าน่ารัก แต่เราไม่ทำไรหรอกนะ คิดว่าเราเป็นพวกยังงั้นรึไง’

   อา.... ผมสินะ ที่เป็นพวกอย่างนั้น ถ้าเจมทำจริงผมจะหยุดมันมั้ย

   ‘ไปเถอะ’

   เจมกวักมือก่อนจะเดินเร็วๆกลับลงไปชั้นล่าง

   ผมเดินกลับเข้ามาจากทางเดินที่ชั้น 5 ลงไปชั้น 4

   ‘งั้น เดี๋ยวเราพาพวกนั้นไปเอง’ เจมเดินมากระซิบ

   ‘นายไม่กล้าบอกใครใช่มั้ยละ เราเข้าใจ’

   ‘เอางี้ มีไรโทรหาเราได้นะ เราเองก็ชอบผู้ชายน่ะ ยังไงก็ถ้ามีปัญหาอะไรไม่สบายใจ ก็คุยกับเราได้ ทุกเรื่องเลยนะ’

   เจมขยิบตาให้หนึ่งที

   ‘แพทมันจีบแอมอยู่ด้วยน่ะ’

   ‘คราวหน้า ถ้าเก้าไม่เปลี่ยนใจมาต่อกันนะ’

   เจมแลกเบอร์กับผมไว้ แล้วมันก็ลาผม ไปพาพวกนั้นออกจากร้านไป ผมก้มหน้าแกล้งทำเป็นดูของ ทำให้เหมือนกันว่า มองไม่เห็นพวกนั้นแล้วไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เหมือนกับว่าเงยหน้าขึ้นมาแล้วพวกนั้นหายไปเอง
   
   แอมกับอีกคนคงงงน่าดูว่าเกิดอะไรขึ้น
   
   พอเงยหน้าขึ้นมาพวกนั้นก็หายไปหมดแล้ว

   นั่นสิ ผมสนิทใจเวลาอยู่กับพวกผู้ชายมากกว่า
   
   แล้ว เจ กับ ต้องละ ผมสบายใจจะอยู่กับใครมากกว่าละ

   …ผมก็คงจะเป็นแน่นอนแล้วละนะ
   .
   .
   .
   
   ผมให้แมคฟังจนเล่าจบ ตัดแค่ตอนที่เจมมาคุยกับผมสองคนออกไป

   มันยังไม่ถึงเวลา

   “‘เสียดายวะ ถ้าเป็นกูนะสานต่อไปแล้ว”

   “ไม่ต้องมึงหรอก ไอ้เจหรือไอ้ต้องก็ด้วยแหละ”

   “ฮ่าๆๆๆๆ มึงนี่ มองต้องเป็นคนยังไงวะ เจน่ะกูไม่เถียงนะ” แมคหันมามองผมแล้วยิ้มๆ

   “แล้วทำไมพวกนั้นหายไปหมดละ”

   “ไม่รู้วะ”

   ผมโกหก

   “ว่าแต่เรื่องต้องเหอะ” ผมกลับมาเรื่องเดิม

   “เอออ เรื่องของไอ้ต้อง กูเห็นมันเดินกับหญิงงานวิทย์  ปิดเทอมก็น่าจะไปด้วยกันป่านนี้ได้กันเป็นผัวเมียไปแล้วมั้ง” ผมลองหยั่งเชิงว่าแมคมันรู้อะไรมั้ย

   แมควางกีตาร์ลง แล้วเดินมาทางผม

   “ถามมันเอง!!! มันก็คงจะรอมึงไปถามอยู่แหละ”

   “ไม่ กูไม่ชอบเสือกเรื่องคนอื่น”

   “เหรออออออ แล้วจะเสียใจทีหลังนะ”

   ผมตบหัวมัน ไอ้บ้านี่ เมายามาเหรอ

   เราข้ามไปประเด็นอื่น เรื่องเดิมๆ นักร้อง เพลง เกม หนัง เอ.... เรื่องเดิมจริงๆด้วย แต่ในใจผมกับตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง

   “กูกลับละนะ เย็นละ”

   “กลับดีๆมึง ว่างๆลองโทรหาต้องมันมั่งละ” แมคพูดโดยไม่มองมาที่ผมมีแค่เสียงที่แว่วออกมาจากบันไดติดกับชั้นลอย

   “เออ เก้า ก่อนปิดเทอมอะ ถ้ามึงฉลาดสักนิดนะ ไอ้เจมันเลิกกับแฟนหญิงของมันแล้ว กูไม่รุ้เห็นผลหรอกนะ แต่อย่าไปถามมันละ ท่าทางมันไม่ชอบเอามากๆ กูลองแล้ว ถ้ามันดูเศร้าๆ ถ้ามันมาก็คุยๆกับมันแล้วกัน”
   
   “อย่าเสียบแทนละ ถ้าจะเอานะ ถามกูกูว่าไอ้ต้องดีกว่าวะ ฮ่าๆๆๆๆ” มันหัวเราะเสียงแหลมมาเลย

   “ไอ้บ้าขึ้นห้องไปมึง คราวหลังชะโงกแต่ตัวมานะ ไม่ต้องเอาขาพาดบันไดไปพูดไป เห็นไปถึงขนมึงแล้ว”

   ผมชูนิ้วกลางให้มัน

   ไม่เห็นหรอกครับ แค่อะไรดำๆ มันไม่ได้ใส่กางเกงใน ถ้าเห็นจริงผมคงตกใจไปแล้ว

   ไอ้เจมันไปเลิกกันตอนไหนวะ แล้วไอ้เชี่ยนี่ทำไมมันพาดพิงให้ไปลงต้องตลอดเลย

 :bye2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-10-2015 11:28:42 โดย Monet »

ออฟไลน์ DREAM COME TRUE

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 379
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
บางที เก้าก็คิดเยอะไป อาจทำให้พลาดเรื่องดีๆหลายอย่างนะ

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9405
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
ตามอ่านเสียหลายตอน มาให้กำลังใจคนเขียนฮะ :L2:
ทำไมแมคต้องทำเป็นมีลับลมคมในตลอดเลย บอกก็บอกไม่หมด นี่คนอ่านก็อยากรู้ เพราะแอบสมัครเข้าทีมต้องนะเนี่ย :hao3:

ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
ตัวตนและคำสารภาพ : ตอนที่ 4.0 ค้างบ้าน       

       เสียงแตรปลุกเก้าออกมาจากความคิด รถเมล์แล่นมาจากฝั่งตรงข้ามบ้านแมค ถ้ามาจากรร.จะลงรถที่ฝั่งบ้านแมค แต่นี่กลับจากสยาม จึงอยู่ฝั่งตรงข้าม

   บนถนนเงียบสงัด เวลานี้รถหายไปจากท้องถนนเกือบจะหมดแล้ว ผมปลุกมันเบาๆอีกที ดูท่าทางมันจะยังไม่ตื่นเต็มตาเดินดูงัวเงีย มือเกาะบ่าผมเอาไว้

   บ้านผมต้องเดินเข้าซอยไปอีกสักพักนึง มันจะไหวมั้ยเนี่ย

   มันเดินเกาะไหล่ตามผมไปเงียบๆ เมื่อมาถึงหน้าบ้าน เจออกจะตกใจกับบ้านผมนิดหน่อย มันคงคิดว่าบ้านผมจะใหญ่โต จริงๆแล้วมันก็เป็นแค่ตึกแถวคล้ายๆบ้านแมคแหละครับ

   บ้านเป็นแบบตึกสามชั้น เดินเร็วๆ 20 นาทีจากบ้านแมคมายังบ้านผม

   เวลานี้ห้องนอนของผมที่ชั้นบนสุดปิดไฟมืด แสดงว่าเจ้าของห้องยังไม่อยู่ และก็ไม่มีใครเข้าไปในห้อง

   หลังๆมานี่ผมต้องเริ่มลอคห้องบ่อยๆ บางครั้งกลับบ้านมามีไฟเปิดทิ้งเอาไว้ แสดงว่ามีคนเข้ามาในห้อง

   เข้ามาทำอะไร ไม่รู้?

   ในห้องผม ผ้าม่านจะเปิดทิ้งเอาไว้ เช้าๆผมเป็นคนตื่นยากน่ะครับ ดังนั้นแสงอาทิตย์จึงช่วยได้ ถ้าห้องมืดๆมันก็คงจะน่านอนต่อแล้วผมก็จะสายทุกที บ้านอื่นที่อยู่ตรงข้ามไม่มีค่อยมีคนอยู่ ดังนั้นบางทีหน้าต่างที่อยู่สูงครึ่งตัวบนผม จะเปิดผ้าทิ้งเอาไว้แวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าก็คงไม่เป็นไร

   มีห้องน้ำในห้องนอนก็ช่วยได้ตรงที่ไม่ต้องเดินแก้ผ้าออกจากห้องนอนเพื่อไปห้องน้ำ (ยิ่งโตแล้วยิ่งไม่ควร) ปกติอาบน้ำเสร็จผมก็จะเดินแก้ผ้าไปมาในห้องเพื่อแต่งตัวบ้าง ทำนั่นนี่บ้างน่ะแหละ ไม่มีใครให้อาย

   ใหม่ๆก็เขินนิดหน่อย กลัวคนมองพอแน่ใจว่าไม่มีคนอยู่แล้ว บ่อยๆเข้าก็กลายเป็นชินไป

   แต่วันนี้มีแขกมา

   “เก้า ที่บ้านแกใครอยู่มั่งวะ”

   “พ่อ แม่ สองคนเอง”

   “ดีวะ บ้านกูคนเยอะสัด  พ่อ แม่ พี่ น้อง ลูกของพี่” มันทำหน้าตาเบื่อนิดหน่อย

   “ไม่ดีเหรอ น่าสนุกออก”

   “ไม่เห็นจริง พี่น้องหลายคน ทำอะไรแชร์กันไม่เห็นจะสนุกเลย”

   “แล้วจะให้กูไปฝากตัวกับพ่อแม่มึงตอนไหนวะ” มันถามขึ้นทันทีหลังจบประโยคเมื่อกี้

   “พ่อกูไปทำงานรอบดึก น่าจะยังไม่กลับ ป่านนี้แม่กูน่าจะนอนอยู่บนห้องแล้วมั้ง”

   “ว้า งี้จะเป็นลูกเขยได้ไง”

   “สัดนี่ ขอตบสักทีเหอะ”

   “แน่ะ เดี๋ยวนี้กล้านะ แรกๆนี่เงียบๆนะมึง”

   “ก็ปรับให้เหมาะกับมึงไง”

   “ขึ้นห้องเหอะ” ผมชักขี้เกียจทะเลาะกับมันแล้ว

   บันไดบ้านผมทำจากไม้ เวลาเดินก็จะมีเสียงดังเอี๊ยดอ๊สด เวลาเกือบสี่ทุ่ม แม่ผมน่าจะเข้านอนแล้ว ช่วงนี้เห็นไม่ค่อยสบาย ไฟในบ้านวันนี้ปิดมืดหมดแล้ว เป็นสัญญาณชัดเจนว่า คนที่อยู่ในบ้านน่าจะเข้าห้องไม่ก็นอนกันไปแล้ว ผมจึงทำท่าทางบอกให้เจมันเดินอย่างเงียบๆ แล้วเลิกชวนผมทะเลาะซะที

   มาถึงห้องนอนผมที่ชั้น 3

   “น่ารักดีนี่นา” ทันทีที่มันเปิดประตูห้อง มันก็โพล่งออกมาเลย

   “นี่มึงชมกูจริงๆเหรอ” ผมทำท่าเขินใส่มัน

   “กูชมห้องมึงเว้ย”

   หลังจากเจเดินเข้าห้องผมมาเรียบร้อยทั้งตัวและของแล้ว มันทิ้งกระเป๋าเป้หนักๆของมันลงพื้นห้อง วางพิงไว้ตรงมุม ผมคิดว่าลอคห้องไว้จะดีกว่า อย่างน้อยก็กันไว้ก่อน ไม่รู้ว่ามันจะทำอะไรแผลงๆชึ้นมาเดี๋ยวจะกลายเป็นว่า ใครเปิดเข้ามาจะได้พบชมกับเหตุการณ์ไม่น่ามองเข้า แล้วผมเนี่ยแหละครับจะที่มีปัญหากับพ่อแม่

   ตอนนี้ผมหันไปหาเจ เห็นมันกำลังจัดแจงถอดเสื้อออกแล้วพาดไว้ที่เก้าอี้ ถอดกางเกงลงเหลือแต่บอกเซอร์ แล้วไปเดินมานั่งบนเก้าอี้

   ในห้องนอนผม ผมเอาโซฟามาใช้แทนเก้าอี้นั่ง ที่ทำงานพ่อเวลาเลหลังของเก่าออกแล้วแต่งออฟิสใหม่ พ่อก็จะชอบซื้อมาใช้ต่อที่บ้าน ผมเลยได้มาในราคาถูกแถมนั่งสบาย แม้จะเก่าไปหน่อย

   “ร้อนวะ"

   เจบ่น

   "เอาแอร์มั้ยมึง” ผมกำลังจะเดินไปดันสวิตช์แอร์ขึ้น

   “เอาดิ ร้อน"

   “เออๆ" ผมเดินไปเปิดแอร์

   เสียงฟู่ออกมาจากเครื่องปรับอากาศที่แขวนไว้ใต้ฝ้าด้านในสุด

   “เก้ามานี่ดิ กูหิวน้ำวะ" มันกวักมือหยอยๆ

   “เออๆ เดี๋ยวลงไปเอาให้ แล้วมึงมีไรวะ”

   เดี๋ยวก่อนนะนี่มันห้องนอนของผม ผมเป็นเจ้าของห้องไม่ใช่หรอ ทำไมรู้สึกเหมือนผมทำตามคำสั่งมันพิกลๆ ตอนนี้มันทำหน้าตาทะเล้นแล้วมองมาทางผมยังไม่ลดละ แถมยังกวักมือไม่เลิก จะทำจนข้อมือหักเลยมั้ยมึง

   "อะไรของมึง" ผมพยายามไม่สนใจ เดินไปที่โต๊ะแล้วเก็บของ

   “โซฟามึงนอนสบายอะ มานอนด้วยมั้ย" คราวนี้มันล้มตัวลงไปนอนเลย

   "ไปเปิดเกมเล่นไป กูรู้มึงอยาก แล้วน้ำน่ะไม่เอาแล้วใช่มั้ย” มาถึงก็เล่นผมก่อนเลย

   มันลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยดี แล้วทันใดมันพุ่งมาหอมจับไอ้นั่นของผม ก่อนกระโดดพลุบไปที่ทีวีอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างเกิดเร็วมาก ผมว่าผมชักชินกับนิสัย มันแล้วละนะ แต่ถ้าเจอยังงี้ผมเองก็ทำตัวทำหน้าไม่ถูกเหมือน

   ถ้าปล่อยให้มันทำแบบนี้ต่อไป น่าจะไม่ดีแน่

   ดีที่คืนนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่ามันเอาพลังงานมาจากไหน สุดท้ายเด็กก็ยังเป็นเด็กเมื่อเจอเกมที่ถูกใจ เจอกิจกรรมที่อยากทำ มันก็ลืมเรื่องอื่นๆไปหมดกลายเป็นว่า มันสนใจอยุ่ที่เกมเพียงอย่างเดียวแล้วในตอนนี้

   ขนาดผมไปเอาน้ำมาให้มัน มันยังไม่เหลียวตามามองเลย

   มันเล่นเกมจนตาจะปิดคาจอทีวีจริงๆ สุดยอดมากครับ ของกินขนมน้ำ วางอยู่หน้ามัน ไม่รู้ว่าใจคอมันจะหลับไปทั้งยังงี้เลยเหรอ ตัวคงเหม็นเน่าน่าดุ

   ที่นอนผมติดกับโซฟาเลย ดังนั้นเวลามันเล่นเกมแล้วผมไปนอนเล่นบนเตียง ยกตัวขึ้นมาหน่อยก็จะเห็นมันนั่งหันหลังเยื้องๆอยู่ ที่เป็นอย่างนี้เพราะผมชอบตรงที่เวลาอยากจะขึ้นเตียงก็พลิกตัวข้ามโซฟามาเลย

   "เฮ้ย มาเล่นด้วยกันดิ” มันชวนผม ทั้งๆที่เหมือนมันจะหลับ

   "เออๆๆ" ถึงตรงนี้ผมเลยลุกจากเตียงแล้วเดินไปนั่งข้างมัน

   บอกเซอร์มันตอนนี้นั่งจน ตูดโผล่ออกมาครึ่งหนึ่งแล้ว ผมหันไปมอง ช่วงนี้เจมันดูอ้วนขึ้นจริงด้วย ดูเหมือนพุงน้อยๆมันจะใหญ่ขึ้น แล้วผิวที่เคยขาวตอนนี้ก็คล้ำขึ้นนิดหนึ่ง หัวนมสีที่เคยชมพูเริ่มเปลี่ยนไป มันเริ่มโตขึ้นอีกแล้วสินะ

   เทียบกับต้องแล้วถึงต้องจะผอมกว่า แต่ภาพมันวันนั้น มันทำให้ผมมีอารมณ์มากกว่าเจในตอนนี้ซะอีก สำหรับผมภาพของต้องวันนั้นยังไงมันก็ไม่ลบหายไปจากหัวสมองผมง่ายๆเลย

   "เร็วดิ เกมจะเริ่มแล้ว"

   "เออๆ"

   “มึงไม่เหนื่อยนะ”

   "ไม่อะ เฉยๆ ปิดเทอมเวลามีค่า จะรีบปล่อยให้หมดไปได้ยัง”

   นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมาหาแถมมานั่งเล่นกับผมถึงที่บ้าน ไม่สิ มันมาค้างเลยต่างหาก เอะ มันจะอยู่กี่วันละเนี่ย (ช่างมันก่อน) ไอ้กระเป๋าใหญ่ใบนั้นตกลงว่าไม่มีไรเกี่ยวกับการเรียนเลย ตอนที่มันเปิดกระเป๋าแล้วเอาของออกมนั้น ผมแอบคุ้ยดูเจอแต่เสื้อผ้า แสดงว่ามันตั้งใจกะอยู่จนเปิดเทอมเลยรึ

   "เก้า มึงผ่านตรงนี้ยัง"

   "ไม่วะ กูวิ่งเข้าไปแล้วตาย” ผมก็งี้แหละครับ บางทีอย่าไปใช้หัวคิดให้มันมาก เล่นเกมก็เหมือนกัน

   "ห่า คิดหน่อยดิวะ วางแผนก่อนจะทำอะไรอะ” 

   “อ้าว มึงเก่ง มึงเล่นดิ”

   “ผ่านให้กูดูหน่อยนะ ไอ้เก่ง”  ผมชักหงุดหงิดนิดๆ

   “กูผ่านแล้วได้อะไร” มันกดปุ่มหยุดเกมแล้วหันมาทำหน้าทะเล้น

   นี่แสดงว่าผมต้องอยู่กับการหยอดของมันยังงี้ไปอีกจนกระทั่งเปิดเทอมเนี่ยนะ

   “นี่ไงจัดการตรงนี้ก่อน เดี๋ยวดูนะ” มันหันมาแล้วเอา มือมาจิ้มๆแขนผม

   ปล่อยให้มันเล่นไปเรื่อยๆ แม่งขนาดไม่บอกว่าจะเจออะไร มันยังเล่นจนผ่านได้

   “เออ มึงเก่ง สัด” แม่งทำได้จริงๆด้วย

   สมเป็นมันจริงๆ คิดหาทางจัดการปัญหาได้ดีแบบเด็กสายวิทย์ วางแผนก่อน? แวบเดียวที่ใบหน้าของบูมปรากฏขึ้นมา ไอ้บ้านั่นเกลียดมันจริงๆ ทำไมผมเห็นไอ้เจกลายเป็นบูมไปได้ มันมีอะไรคล้ายกันเหรอ

   “แล้วมึงจะให้อะไรกูเป็นรางวัล” มันจิ้มถี่อีก ไอ้นี่เป็นอะไรนะ ชอบจิ้มจริงๆ

   ผมตัดสินใจลุกเดินหนีไปทำอย่างอื่นดีกว่า

   "อย่าเพิ่งหนีนะมึง อนู่เป็นเพื่อนกูด้วย” สั่งผมอีก

   "เออๆ" แม่งเอาแต่ใจจริง

   มันเล่นไปก็บ่นไป เวลาเรียนไม่เห็นจะดูตั้งใจเท่านี้เลย

   "ชาร์ตไฟป่าว" ผมเหลือบไปมองที่โทรศัพท์ของเจ

   "ช่างมัน ไม่เป็นไร"

   “เดี๋ยวกูปิดเครื่องเลย เปลืองค่าไฟบ้านมึง" พูดแล้ว เจก็หันมากดปิดทันที

   มันจะเกรงใจอะไรหนักหนา ปกติเคยมีที่ไหน ผมคิดว่ามันจะเข้าห้องมาแล้วรื้อค้นนั่นนี่ซะอีก กลายเป็นนอกจากเล่นเกมอย่างเดียวแล้ว มันก็ดูสงบเสงี่ยมดีนี่

   "มึงนี่นะ ใครติดต่อมาทำไง” แล้วทำไมผมต้องเป็นห่วงโทรศัพท์มันด้วยวะ

   "เก้า เรียกชื่อกูก็ได้นะ เจ น่ะ ไม่ใช่มึง" มันส่งสายตาจริงจังลอดแว่นมาแวบนีง

   "ครับ พ่อ!!!” โอ้ย มันมาเพื่อ????

   ไอ้เจ ที่กำลังเล่นเกมอยู่ สายตาไม่ละจากจอก็จริง แต่ขามันหันมาถีบผม 2 ทีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันอ้าขากว้างมากกางเกงที่หลวมอยู่แล้วเลยหล่นลงไปกองที่ข้อเท้า สภาพตอนนี้กลายเป็นว่า มันไม่เหลือกางเกงอยู่แล้ว ไม่สิ มันเกี่ยวอยู่ที่ไอ้ตรงนั้นอย่างเดียว บอกเซอร์มันหลวมอ้าจนไม่รู้จะบรรยายว่ายังไง

   สายตาผมมันดันไปหยุดจับจ้องอยู่ตรง เอ่อ ส่วนที่นูนเกี่ยวกางเกงไว้ออกมาของมัน แย่ละ รีบหยุดเหอะ แย่แล้วๆๆๆ
   
   "ดึกแล้ว อาบน้ำก่อนเหอะ มึง เอ่อ เจ” ผมรีบไล่มันไปดีกว่า

   มันทำท่าจะหยุดเล่น

   "เออ แล้วบอกบ้านละใช่มั้ย” ผมก็ยังสงสัย

   "เออน่า ไม่เป็นไรหรอก" มันตอบรำคาญ

   "งั้นไอ้คุณเจ เชิญเสด็จไปอาบน้ำ” ผมเอื้อมตัวไปกดหยุดเกมเอาไว้ ลีลานัก

   “ถูหลังให้กูหน่อยดิ" ท่าทางมันยังไม่หยุด

   "ผ้าเช็ดตัวอยู่นี่ วันนี้กูเหนื่อยไม่มีรมณ์" พูดจบ ผมแอบหันหลังแลบลิ้นให้ตัวเอง

   พอเห็นมันลุกเดินไปทางห้องน้ำแล้ว ผมจึงไปกดรีโมทเปลี่ยนเป็นทีวีปกติ กำลังหาช่องทั่วไปดู เพราะหยุดเกมเอาไว้รอมันมาต่อ

   ผลุบ จอผมดำมืด ใครปิดไฟวะ

   "สัด เจ บอกเซอร์มึงจะโยนใส่หน้ากูทำไม”  แม่ง ครอบหัวมิดเลย

   ผมเห็นตูดมันแวบๆไวๆเดินเข้าห้องน้ำไป แม่งเอ้ย ยิ่งทำงี้ผมยิ่งชอบนะ เอ้ย ใจไม่ดีนะ

   ‘ไหนมึงบอกมึงจะถามไอ้เจให้รู้เรื่องก่อนไง’

   แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเริ่มคุยยังไง ไอ้บ้านี่ก็ยั่วผมจังเลย

   มันอาบน้ำอยู่ไม่นาน (เอะหรือนาน) ใจผมที่นั่งรอนี่ลุ้นระทึกเลยว่า มันจะทำอะไร เอ่อ หมายถึงมันจะทำอะไรต่อ ไม่ใช่ทำอะไรในห้องน้ำ เอ่อ แบบว่า นั่นแหละ แล้วก็ไม่ใช่ว่าผมอยากจะมีอะไรนะ แต่ถ้ามันจะยั่วกันยังงี้ นี่แหละครับผู้ชาย ถึงความสัมพันธ์จะไม่เคลียร์ แต่เรื่องอย่างว่ามาก่อน

   ตอนนี้เสียงน้ำหยุดลงแล้ว พร้อมอารมณ์ที่กระเจิดกระเจิง ผมคิดว่าผมควรรีบเข้าไปอาบน้ำต่อก่อนดีกว่า ไม่ใช่จะมาคิดได้อะไรตอนนี้นะครับ แต่จะเอะอะมีอะไรกัน มันก็ออกจะแปลกๆ ยังไงมันก็ยังถือว่าเป็นเพื่อนผม

   "ไปอาบได้แล้วไป" มันพูดพร้อมเดินออกมาด้วยผ้าขนหนูตัวเดียว

   ผมจะทำอะไรได้ถ้าไม่เดินไปปลดมันออกแล้ว จับของมันซะเลย ฮ่าๆๆ เปล่าครับ!!! ผมเดินก้มหน้าตรงไปห้องน้ำ ปล่อยร่างอวบนิดๆ ยืนแห้งรออยู่อย่างนั้นแหละ เดี๋ยวมันจะหาว่าผมใจง่าย ตอนเดินผมตัวสั่นไปหมดแล้ว

   ผมปิดประตุห้องน้ำแล้ว จัดแจงเสื้อผ้าตัวเอง เปิดให้น้ำอุ่นไหลผ่าน ไอ้บ้าเจแม่งอาบน้ำเย็น น้ำแรกที่ออกมาเล่นเอาสะดุ้ง

    คำพูดของแมคมันสะดุดใจผมอยู่ ทำไมผมไม่ลองคุยกับต้องดูงั้นเหรอ ยังไงละ ปกติก็ไม่คุยกันนี่ แล้วเจละ ถ้าแมคมันไม่รู้อะไรเรื่องผมมันก็ไม่น่าคิดว่าผมจะยังไงกับต้อง ดังนั้นคำพูดมันจึงไม่มีความหมายใดๆเป็นพิเศษ แต่ถ้ามันรู้ .... แปลว่า

   โอ้ย ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว ทำไมช่วงนี้คิดอะไรไม่รอบนะ ไหนจะไอ้เจ ไหนจะเรื่องไอ้ต้องที่แมคเอามาให้อีก

   เดี๋ยว เจ เองก็เพิ่งเลิกกับแฟนมันไม่ใช่เหรอ มันยังไงกันวะ หรือไอ้ที่มันมาเพราะว่ามันกำลังอกหักอยู่ไอ้แมคมันท่าจะบ้า ช่างมันเหอะ จะพูดชัดๆเลยก็ไม่ได้

   พอขี้เกียจจะคิดละ เปิดน้ำราดหัวซะหน่อยจะได้ไม่ฟุ้งซ่านไปกว่านี้ แต่ความรู้สึกแปลกๆกับคำพูดแมคนี่มันอะไรกัน

   ผมอาบน้ำอยู่นานเหมือนกันออกไปก็ไม่มีไรทำ มันคงยึดเอาเครื่องเกมผมเป็นสมบัติส่วนตัวไปแล้ว ตอนนี้กระจกห้องน้ำมีกลายเป็นฝ้าจากไอน้ำร้อนเกาะอยู่ ไม่สะท้อนภาพของใครออกมาอีก

   หลังจากอาบน้ำจนมั่นใจว่าสะอาดดีแล้ว ผมเช็ดตัว แต่งตัวในห้องน้ำ ก่อนจะเปิดประตูออกมาเจอกับภาพ ไอ้บ้าเจ มันนั่งเล่นเกมเอาเป็นเอาตายจริงๆด้วย เล่นแบบไม่สนใจใคร สนใจ
ดลกภายนอก สนใจผม (กู)

   มันมีอย่างอื่นที่เล่นเอาผมผงะ เล่นเอาเซถอยหลังไปเลย

   “ทำไมมึงไม่ใส่เสื้อผ้าวะ" ผมไม่กล้ามองมันตรงๆ

   "กูจะยืมของมึงอะ กูลืมเอาชุดนอนมา" มันหันมายิ้มแหะๆ

   "กระเป๋าตั้งเบ้อเร่อเบ่อร่า ขนไรมาวะ"

   "ขนมกับชุดเที่ยว"

   หมดคำจะด่า มันเลยไอ้นี่ห่วงกินจริงๆ สักวันมันคงได้กลายเป็นหมูแน่ๆ แต่ผมว่ารีบหาให้มันดีกว่า จะปล่อยมันยืนแก้ผ้าโทงๆงี้ตลอดท่าจะไม่ไหว

   "เออๆ เดี๋ยวกูหาให้”

   ผมเลยเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า ว่าจะแกล้งมันบอกไม่มีชุดให้ใส่ดีมั้ย แต่อย่าเลย บอกไปมันก็คงไม่ใส่เดินแก้ผ้าเทงๆหน้าตาเฉยแน่ๆ แล้วคนที่ลำบากตัวลำบากใจจะกลายเป็นผม

   "เอา นี่ได้แล้ว”
   
   ผมโยนเสื้อกับกางเกงให้มันไป หวังว่ามันคงไม่ใส่แล้วปลิ้นนะ

   "เค ขอบใจ” มันรับไปแล้ววางไว้ข้างๆ

   ‘จะให้กูใส่ให้มั้ย’ เกือบแล้ว ดีนะยังไม่ได้พูดออกไป

   “รีบใส่สิไอ้สัด” ผมโวยวาย

   แต่แทนที่มันจะเปลี่ยนในห้องน้ำ มันตั้งใจแน่ๆ มันหันหลังเสร็จ ปลดผ้าขนหนูออก โชแผ่นหลังเปลือยเปล่ายาวไปถึงขา สายตาผมทอดไล่จากต้นคอขาวๆ บ่า หลัง เอว ร่องก้น ภาพตัดไปที่ขา  แม่งตั้งใจชัดๆ หลังจากเอาตัวเข้าไปในเสื้อผ้าเส็รจ มันก็หันมาทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

   ผมเผชิญหน้ามัน สายตาประสานกัน แม้จะเพียงแค่แวบเดียวแต่ ผมต้องหลุบตาลง บางส่วนกำลังตื่นแล้วผมควรจะรีบกลับไปนั่งทำตัวเป็นปกติจะดีกว่า

   “ชุดใส่ได้มั้ย” ผมพูดไม่หันไปมอง

   “ก็ดี ฟิตไปนิด” มันก็ตอบไม่มอง

   กางเกงตึงแน่นเน้นออกมาให้เป็นรูป

   "มานั่งเล่นเกมต่อดิมึง กูอยากดู" เอ่อ. อยากดู? ผมพูดอะไรออกไป ผมน่าจะหาคำอื่นนะ

   "เออ กูก็ว่ามึงอยากดู" พูดจบมันคว้าที่บังคับเล่นต่อ หันหางตามาทางผมแวบนึง

   สัดเอ้ย ผมตะโกนดังๆในใจ ดังสุดเท่าที่จะทำได้ มันแกล้งผมชัดๆ อยากเอาหัวโขกกำแพงตายตอนนี้เลย ป่านนี้หน้าผมคงแดงไปถึงหูแล้ว

   เพิ่งนึกขึ้นได้ เกิดใครต้องติดต่อมันฉุกเฉินทำไง

   "ตกลงแบตมึงพอเหรอวะ ไม่คิดชาตหน่อยเหรอ"

   ผมแค่เปลี่ยนเรื่องแก้เขิน แต่ดูแล้วเป็นการเปลี่ยนหัวข้อที่แย่มาก จากเรื่องวนลงต่ำแถวๆใต้สะดือมากลายเป็นเรื่องแบตโทรศัพท์

   "เออน่า ไม่เป็นไรกูโทรบอกบ้านแล้ว” โทรตอนไหนวะ

   "แล้วมึงจะอยู่กี่วัน" ผมชักสงสัย

   "ก็จนหมดปิดเทอม" มันตอบไม่มองหน้าผม

   "เดี๋ยวมันแค่สามวันเองนะมึง พูดซะยังกับว่านาน”

   "ใช่ไม่นาน แต่มันแน่" มันหันมายักคิ้ว รัวๆให้ผม

   โอ้ย วันหยุดของผม!!! ถ้ามันบอกว่ามันสนุกละก็ผมเหนื่อยแน่ๆ แต่เดี๋ยวนะ ผมจะเหนื่อยทำไม ในเมื่อมันก็มาเล่นกับผมก็ดีละนี่จะได้ไม่เบื่อ จะเหนื่อยเรื่องอะ....ไร ไม่ๆๆๆๆ ไม่มีทาง ไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นแน่นอนแค่นี้ผมก็ใจง่ายแล้ว สักวันมันได้หน้าแล้วก็คงจะลืมผมไป ผมจะยอมมันง่ายๆอีกแล้ว ไม่ได้เด็ดขาด

   “ตกลงมึงจะเล่นด้วยมั้ย หรือจะไม่เล่น หือ" มันทำท่าไม่พอใจแล้ว

   "ค้าบบบบบ" รีบไปนั่งข้างมันก่อนมันจะโมโหดีกว่า

   สรุปว่าคืนนั้นพวกเราก็นอนก่ายกันเป็นที่เรียบร้อยยิ่ง เรียบร้อยจริงๆครับ เพราะว่ามันหลับก่อนคาเก้าอี้โซฟาแสนสบาย นอนกางแขนกางขา ส่วนผมรีบหนีไปนอนที่เตียงดีกว่า พอแอบลุกมาดู ผมอดหัวเราะไม่ได้ ไอ้เจที่มันเล่นจนหลับคาทีวี นี่มันเด็กม.4 หรือเด็กประถมวะ

   ก่อนขึ้นเตียงผมไม่ลืมที่จะเอาผ้าห่มมาห่มให้มัน ตอนห่มให้ก็ดันเหลือบไปมองจุดนูนบนร่ายกายมัน ไอ้นี่มานอนบ้านคนอื่น กางเกงในก็ไม่ใส่  เฮ้ย!!! สงสัยผมจะเป็นเอามากเพราะมันแท้ๆเลย สติผมชักจะบ้าบอไปกันใหญ่แล้ว

   เห็นท่านอนมันขนาดนี้จะมองยังไง ก็ไม่ไหว และถึงจะเกิดอารมณ์ก็ไม่สู้แล้วแล้วครับ ขอผมนอนเหอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้าน่าจะดึกกว่าวันนี้

   เย็นพรุ่งนี้เป็นวันที่ป๋ากับต้องนัดกัน มันเปลี่ยนนิดหน่อยจากเย็นวันอาทิตย์ เป็นเย็นพรุ่งนี้ พวกมันคงจะเก็บวันสุดท้ายไว้พักเตรียมตัวไปเรียน

   ส่วนผมจะใช้วันพรุ่งนี้นี่แหละ ถามมันว่ามันจะเอายังไงกับผม

   ถ้ามันคิดกับผมแค่เพื่อนจริงๆ มันก็ควรต้องหยุดเพราะว่ามันจะไม่ดีกับมัน แล้วก็ผู้หญิงของมัน ผมมันเป็นผู้ชาย ถึงมันจะมาทำกับผมกี่ทีผมก็ไม่เสียหายหรอก แต่เกิดต่อไปในอนาคตแฟนมันรู้ว่า มันเคยมีไรกับผมมาก่อน แถมบ่อยด้วย

   ผมคงจะสงสารผู้หญิง แล้วถ้าเวลานั้นมาจริงๆ มันก็คงเลือกผู้หญิงมากกว่าผมแหงๆ แล้วจะทำกันต่อไปให้มีความรู้สึกดีต่อกันไปทำไม

   … เฮ้อ ... กว่าจะคิดได้นะ ไอ้เก้า

   คืนนั้นผมหลับทีหลัง มัวคิดถึงที่ผ่านมาจนวันก่อนวันสุดท้ายของปิดเทอม ไม่สิ ต้องบอกว่าทั้งปิดเทอมของผมมันไร้สาระจริงๆครับ คนอื่นเค้าไปเรียนพิเศษกันโครมครามแต่ผม ไปเรียนวาดรูป นอนอยู่บ้าน ฟังเพลง ออกไปนั่งร้านกาแฟ จิบชา เรื่อยเปื่อย 

   ยังอดคิดไม่ได้เลยว่าถ้าเปิดเทอมขึ้นมาผมจะเรียนตามคนอื่นทันหรือไม่ แถมถ้าต้องออกไปทำโจทย์หน้าห้องอีกก็คงโดนแกล้งอีก ไม่รู้ว่าคราวนี้เจจะช่วยผมมั้ย

   คราวนั้นที่เจมันช่วยผมไว้นี่ ถ้าผมเป็นผู้หญิงที่มันชอบแล้วละก็ มันคงจีบติดแน่ๆไปแล้ว ขนาดผมที่คิดว่ามันไม่มีทางไปเกินเพื่อน ยังอดใจเต้นไปกับท่าทางพระเอกของมันไม่ได้

   กลับมาที่เรื่องเดิมก่อน ก่อนหน้าที่ผมไปเจอกับเจที่สยามนั้น มีโทรศัพท์จากป๋าเข้ามา

   "เฮ้ย พรุ่งนี้เย็นมาบ้านกูมั้ย พ่อแม่พี่น้องไม่อยู่ ทางสะดวก” เสียงร่าเริงสุดๆมาจากปลายสาย

   "นัดทำไรวะ ใครไปบ้าง” ผมสงสัย

   "ก็พวกเราไง 4 คนมึง พอดีนึกได้ว่าไม่มีคน เลยกะชวนมาตั้งวงกัน"

   "อ้อ ไปก็ได้กูอยากดูพวกมึงรำ” ผมแหย่ไป

   "....วย เล่นมาได้ เสี่ยวสัด” ป๋าพูดหัวเราะมา

   "กูขอโทษษษษษษษษ" ป๋าเป็นคนที่ทนมุขเสี่ยวได้น้อยมาก

   "งั้นตามนี้ เก้ามึงมาถ้ามีของกินไรมาก็ติดมือมาละมึง อย่ามาเป็นภาระ” นั่นมันฝากผมอีก

   "โอเค รับทราบ"

   "เออ อีกอย่างเก้า มึงโทรบอกกเจด้วย แมร่งปิดมือถือติดต่อไม่ได้ สงสัยหนีเมียแหงๆ สันดาน"

   "ฮะ?..."

   "เออ ฝากชวนมันด้วย" ป๋าพูดรีบวางไป

   หมายความว่าไงวะ นี่เจ มันหนีเมียมา ไม่สิมีเมียแล้วเหรอ หรือแฟนวะ ไอ้พวกนี้ก็ชอบพูดเกินจริง ไม่ๆๆเดี๋ยวสิ ประเด็นคือ มันมีผู้หญิงแล้วงั้นเหรอหรือป๋ามันแค่แกล้งพูด ตกลงแม่งเลิกหรือคบกันแน่วะ

   คืนนั้นผมเลยนอนไม่ค่อยหลับ มันไม่ใช่ความรู้สึกผิดที่เจ จะมีผู้หญิงหรือผมรู้สึกผิดที่มีอะไรกับเจ

   ผมนอนสับสนอยู่สักพักพยายามรวบรวมคิดคิด หาเหตุผลให้ได้ว่านี่มันเรื่องอะไรกัน แล้วทำไมผมต้องไปรู้สึกไม่ดีด้วย ผมกับเจไม่ได้เป็นอะไรกัน ที่สำคัญกว่านั้น เจเป็นผู้ชาย แล้วผมก็เป็นผู้ชาย เจมันไม่มีทางจริงจังกับผมหรอก

   มันแค่ความต้องการของเด็กวัยรุ่น 2 คน เพียงแต่ว่าความสัมพันธ์แบบนี้จะลงเอยสวยงามได้แค่ไหน สักวันนึงมันอาจจะทิ้งผมไป ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของผม หรือถ้ามันจะคบผมจริงจัง มันก็ไม่ใช่เรื่องของผมที่จะห่วงผู้หญิงคนนั้นเช่นกัน แต่แค่รู้สึกแปลกๆนิดหน่อย เหมือนเวลามีเพื่อนแล้วมันจะสนิทก็ไม่ใช่ จะไม่รู้จักเลยก็ไม่เชิง แบบความสัมพันธ์ไม่ชัดเจน

   นั่นสินะ ผมไม่รู้จักอะไรลึกๆเกี่ยวกับ เจ เลย

.
.
.


   “เก้า กูขอกอดมึงนะ” เสียงมันดึงผมขึ้นมาจากภวังค์

   “หา อะไรนะ” ผมกำลังเคลิ้มๆเลยฟังไม่ถนัด
   
   เจมันปีนข้ามโซฟามาแล้วเอาตัวซุกเข้าไปในผ้าห่มผม มันจับผมหันไปอีกด้านแล้วกอดจากด้านหลัง ตัวมันแนบติดตัวผมเลย ตั้งแต่หน้าผากมันที่ซุกอยู่ที่ต้นคอ หน้าอก ท้อง หว่างขา ขาเราเกี่ยวกวัดกัน ก่อนมันจะกดหน้าลงมาแนบที่ต้นคอผมแน่นขึ้น

   ตอนนี้เจคงจะหลับไปแล้ว ผมที่กำลังได้ที่เลยเมื่อกี้พอเจ มันข้ามมาปลุกผมแบบไม่ทันตั้งตัว ตอนนี้เลยต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าผมจะหลับได้อีก

   แต่ไม่หลับ ตอนนี้กี่โมงแล้วนะ

   ผมหันไปมองหน้าเจตอนหลับ ไอ้ตี๋แว่นที่นอนอยู่ข้างๆผมนี่ นอนหลับหน้าตากำลังสบาย ตอนนี้มันพลิกตัวคลายอ้อมกอดออกไปแล้ว ริมฝีปากหน้าสีชมพู ผมตรงดำสนิท กับจมูกเล็กๆ ท่าทีกวนตีนตลอดเวลา อยู่กับมันได้ไม่เบื่อจริงๆ

   จู่ๆ เจก็ลืมตาขึ้นมา แล้วหันมาทางผม

   “นอนไม่หลับเหรอ เก้า”

   ผมไม่ตอบ

   เจเลยนอนมองผมอยู่อย่างนั้น

   “รู้สึกยังไงกับเรา” มันถามขึ้นมา

   “ก็ดี มึงก็..​เป็นเพื่อนที่ดีคนนึง” ผมตอบ ตามองที่เตียง

   “พูดเหมือนเก้ามีเพื่อนเยอะเลยนะ”

   อา.. มันพูดถูก คนอย่างผมไม่มีสิทธิ์เลือกมากนัก บางครั้งถ้า มีใครเข้ามา คว้าไว้ก่อนดีกว่าไม่มี
   
   “แล้วมึงละ คิดถึงผู้หญิงคนนั้นมั้ย” ผมถามมันบ้าง
   
   ผมก็ไม่รู้หรอกว่า ที่พวกมันพูดถึงคนไหน ผมก็แค่แกล้งถามมันไปยังงั้นเอง  ถ้ามันมีคนที่ชอบจริงๆ บางทีมันก็คงจะคิดถึงคนๆนั้น

   เจไม่ตอบแต่กลับพลิกตัวมาทับผม จากน้ำหนักและแรงที่มันกดลงมา ผมแทบไม่ต้องขัดขืนเลย รู้แน่ว่า ถึงจะออกแรงเท่าไร เจก็คงไม่ขยับ จากน้ำหนักตัวที่มากกว่าของมัน

   “บอกให้เรียกขื่อไง”

   เจก้มลงมาจูบหน้าผากผม ริมฝีปากแนบแน่นแต่นุ่มนวล เจประทับริมฝีปากอยู่นานมาก แล้วก็เริ่มถอยห่างเล็กน้อย แต่เลื่อนลงมาที่คอแทน

   “อะ....” สติผมกำลังหลุดออกไป ทุกอย่างกำลังจะเป็นไปตามสัญชาตญาณ อีกครั้งที่เรื่องแบบในห้องวิทย์จะเกิดขึ้น อีกครั้งที่กิจกรรมหลักเลิกเรียนของเราจะเริ่มขึ้น ที่นี่ในห้องนอนของผม

   “พอเถอะ” ผมพยายามพูดออกไปอย่างยากลำบาก

   แต่ร่างกายส่วนล่างที่ดุไม่เป็นใจ เจเองก็เช่นกัน ค่อยๆโยกสะโพกเบาๆ ลำตัวท่อนล่างเบียดกันแน่นผ่านผ้ากางเกงบอกเซอร์บางๆ

   ผมตอบรับมันด้วยการกดที่แนบแน่น มันจึงเริ่มท่าทางที่ร้อนแรงกว่าเดิม มือเริ่มปัดป่ายไปทั่ว ส่วนล่างที่ยังบดเบียดกันอยู่เริ่มรุนแรง หนักหน่วงกว่าเดิม มันพยายามล้วงมือผ่านเสื้อเข้ามาบีบหัวนมผม เจในตอนนี้ช่างดูรุนแรง และต้องการเหลือเกิน

   ‘บางทีมันอาจจะไม่เป็นอย่างที่มึงคิดนะ’ คำพูดของบูมลอยเข้าหัวผมมา

   “เป็นไรไปเก้า เจ็บเหรอ” มันหยุดแล้วถาม

   “ป่าว โทษที อยู่ๆกูนึกถึงไอ้บูมตอนกลางวันขึ้นมา” ผมหันหน้าหนี

   
   เจ ขยับตัวออกไปจากผม ลงไปนอนหงายข้างๆ มือลูบหัวผมอยู่
   
   “คิดมากน่ามึง ไม่มีไรหรอก” เจพูดเบาๆ

   “ฝันดีนะมึง” มันไซร้ที่คอผมหนึ่งที

   กิจกรรมคืนนั้นหยุดลงเฉยๆอย่างนั้นเอง ด้วยคำพูดของผม เหมือนผมพูดอะไรผิดไป ตอนนี้เจหันหลังให้ผมแล้ว ทุกทีถึงผมจะไม่ยอมแต่ถ้ามันจะทำ มันก็จะทำ วันนี้มันกลับหยุด

   บางทีผมไม่น่าจะไปห้ามมันเลย ยอมๆมันไป

   หรือ

   บางทีมันอาจจะเมีอะไรอย่างอื่นที่ผมคิดไม่ถึง

   บางทีผมน่าจะทำความเข้าใจไอ้เจให้มากกว่านี้

   บางทีมันอาจจะ.......


   “อา... ฝันดีมึง” ไม่รู้ว่าผมจะทำหน้ายังไงตอนพูดออกไป แต่มันอดรู้สึกดีไม่ได้จริงๆ

 :bye2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-10-2015 11:29:24 โดย Monet »

ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
ตามอ่านเสียหลายตอน มาให้กำลังใจคนเขียนฮะ :L2:
ทำไมแมคต้องทำเป็นมีลับลมคมในตลอดเลย บอกก็บอกไม่หมด นี่คนอ่านก็อยากรู้ เพราะแอบสมัครเข้าทีมต้องนะเนี่ย :hao3:

ขอบคุณนะครับ

ว่าไปตั้งแต่จบภาคแรก ยังไม่ได้พูดอะไรเลย

ส่วนตัวคนเขียนคิดว่า ในกลุ่มแต่ละกลุ่ม มันจะมีพวกคนที่รู้ทุกอย่างแต่ไม่พูดจาอะไร แอบเก็บอมเอาไว้ ตอนนี้กว่าเก้าจะแน่ใจตัวเอง เอ... ต้องบอกว่ายอมรับตัวเองสิ ก็ล่อไปภาคสอง

ทีนี้ก็เหลือแต่ตัวเอกทั้งสองคนละนะ ว่าจะเอายังไงกับใจตัวเอง

รอให้ถึงภาค 4 นะ *-*

ออฟไลน์ DREAM COME TRUE

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 379
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
เจทำตัวน่ารักๆก็เป็นนะ แต่ยังไงความสัมพันธ์แบบนี้ก็อึมครึมนะละ

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5947
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-16
ยิ่งอ่านยิ่งสับสน
เดาใจใครไม่ถูกเลยซักคน

เหมือนจะใช่แต่กลับไม่ใช่
เหมือนจะไม่ใช่แต่คล้ายว่าจะใช่

โอ๊ยยยยยยย...ตามอ่านต่อดิ
อิอิ

+1 ให้กับตอนนี้

ออฟไลน์ lightseeker

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 112
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
เชียร์ให้เป็น เจเก้า  :hao7:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9405
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
ชีวิตรักวัยรุ่นมันก็คงอย่างนี้สินะ แบบมึนๆ อึนๆ  :m7:
แต่ตอนนี้ที่งงที่สุดก็คือเจนี่แหละ สำหรับเก้าเป็นคนพิเศษใช่ไหมอ่า  :hao3:
มีจนถึงภาค 4 นี่ตอนเข้ามหาลัยกันเลยใช่ไหมฮะ  :impress2:

ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
ชีวิตรักวัยรุ่นมันก็คงอย่างนี้สินะ แบบมึนๆ อึนๆ  :m7:
แต่ตอนนี้ที่งงที่สุดก็คือเจนี่แหละ สำหรับเก้าเป็นคนพิเศษใช่ไหมอ่า  :hao3:
มีจนถึงภาค 4 นี่ตอนเข้ามหาลัยกันเลยใช่ไหมฮะ  :impress2:

จบเรื่องแหละครับไม่ถึงมหาลัยหรอก

เอ... สำหรับเก้าเจก็เป็นคนพิเศษนะครับ ชีวิตม.ปลายใครๆก็พิเศษทั้งนั้นแหละ

ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
5.0 ตัวตนและคำสารภาพ : เซเว่น

        เสาร์สุดท้ายของปิดเทอม วันนี้เป็นวันที่นัดเจอกับพวกมัน ทั้งปิดเทอมผมรอวันนี้นี่แหละ แต่ เอะ ว่าไป ไม่เช้าสิเกือบเที่ยงเข้าไปแล้ว ปกติปิดเทอมแล้วไม่มีเรียนก็สายยังงี้แหละครับ พวกเราลากสังขาร ที่เหนื่อยชนิดว่า ทำกิจกรรมเปิดเทอมทั้งเทอมยังน้อยกว่านี้ (เว่อไป)

    แหงสิ เล่นเกมกันยันดึกแถมก่อนหน้านั้นก็เดินตะลอนๆที่สยามด้วย

   ถึงจะแค่วัน 2 วันก็เหอะ แต่ผมไม่ได้อึดถึกเหมือนคนทั่วไปสักหน่อย กว่าจะลุกขึ้นมาได้ แถมถ้านอนไม่พอมากๆ ผมก็จะไม่สบายอีก แล้วเดี๋ยวคงต้องไปเตรียมของไปบ้านป๋า กำลังคิดอยู่ว่าจะไปซื้อที่ไหนดี ผมกำลังรวบรวมแรงลืมตาแล้วลุกจากเตียง

   “ส่วนนั้นของกูคิดถึงมึงวะเก้า" อยู่ๆมันก็พูดขึ้นมา ผมลืมไปเลยว่าไอ้นี่นอนอยู่ข้างๆ

   "กูก็นอนอยู่ข้างมึงเนี่ย ส่วนไหนของมึง”

   เวลาเล่นเกมมันก็ชอบมาก่ายผมอยู่แล้ว แต่ว่ามันไม่ได้กระตุ้นให้เกิดอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น สมาธิ สายตา เลือดไปหล่อเลี้ยงสมอง และสองนิ้วเพื่อหาทางผ่าน ดังนั้นไม่ว่ามันจะทำยังไงท่าไหนผมก็ไม่สนใจ มันเองก็ไม่ใส่ใจเหมือนกัน

   นานๆครั้งแค่นั้นที่มันจะนอนตักผมไปเล่นไป หรือ บ่อยกว่าหน่อยก็จะเอาขาพาดขาผมเหมือนที่ทำตอนอยู่ในห้องเรียน แต่ไม่ได้เขย่าหรืออะไรทั้งนั้น เกมคือสิ่งที่อยู่ตรงหน้าที่สำคัญกว่า ที่ทำไปเหมือนจะเกิดจากความเคยชิน

    แต่คราวนี้ เต็มๆ

   "สัมผัสได้มั้ยละมึง มันทิ่มมึงอยู่” ไอ้เชี่ยนี่พูดออกมาไม่มียางอายเลย

   มันพลิกตัวมากอดผม กดส่วนที่แข็งเกร็งเข้ามาแน่น

   "เหี้ย เช้ามาก็เริ่มเลยนะ" ผมพยายามเค้นเสียงแหบพร่าแบบคนเพิ่งตื่นออกมา

   "ก็มันหลายวันละนี่หว่า"

   "หลายวันคืออะไรวะ" ผมชักหงุดหงิด

   "เอาน่า ทำกับกูหน่อยนะ" มันเริ่มเข้ามากอดแน่นขึ้น ซุกไซร้ ซอกคอผม ใครสอนให้มันทำอย่างนี้วะ

   "ไม่เอา มึง”

   “ เดี๋ยวต้องออกไป ซื้อของอีกไง" ผมพยายามแข็งขืน

   "ส่วนนั้นมึงไม่ปฎิเสธนะ" มันเริ่มควานมือลงต่ำไปเรื่อยๆ วนๆอยู่แถวหัวนมแล้วกำลังจะคืบคลานลงไป

   “มึงรู้ได้ยังไง”

   มันไม่ตอบ แต่เอามือคลำลงไปอีก

   "พอ มึงใช้มุกนี้หลายทีละ เปลี่ยนมั่ง"

   พูดจบผมรีบสะบัดตัวขึ้นไปอาบน้ำ ถ้าทำตอนนี้คงพอดีหมดแรงก่อน แล้วจะเอาแรงไหนไปเจอคนอื่นด้วย พอผมตั้งท่าลุกเสร็จ ตูดพ้นเตียงได้ไม่นานกำลังเข้าห้องน้ำไป

   “งั้นคืนนี้นะ" มันตะโกนไล่หลังมา

   "คว...." ถึงจะตอบไปยังงั้นแต่ผมก็ยิ้มให้กับความพยายามของไอ้หื่นนั่น แล้วก็... อือ คงจะเป็นความบ้าของผมละมั้ง

   ถ้ามันจะจริงจังกับผมกว่านี้สักหน่อย ก็คงจะดี

   เออ พ่อกับแม่ ไม่เห็นหน้ามาหลายวันแล้ว หายไปไหนกันนะ

   ผมไม่ได้คิดต่อ แค่เปิดน้ำแล้วอาบให้เสร็จเลย

   เย็นวันนี้ผมกะว่าไปสักเกือบๆเลยเวลานัดเลย เพราะไม่รู้จะไปก่อนทำไม ผมเองก็ไม่ได้บอกไอ้ป๋ามันด้วยว่า เจ มันจะไปรึเปล่า หลังจากวันนั้นผมก็ไม่ได้คุยกับมันอีก

   พอเจมานอนที่บ้าน ผมก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะโทรหามัน แค่อยู่กับไอ้เจก็วุ่นวายพอแล้ว อีกอย่างถ้าไปก่อนเวลานานคงต้องไปนั่งรอพวกมันด้วย ไอ้พวกนี้บทจะมาสายก็สายแบบไม่สนใจใครอยู่แล้ว

   “ตามึงแล้วเจ”

   มันลุกอย่างว่าง่าย ไอ้ตรงนั้นยังลุกตามตัวมัน จ้องมาทางผมอยู่

   “มึงไม่หดเลยใช่มั้ย”

   “ยังงะ รอมึง”

   มันเอามือกำๆรูดๆให้ดู

         ส่วนหัวผงกหงึกทุกครั้งที่รูดขึ้นดูบวมเป่ง และหดลงเล็กน้อยเมื่อรูดลง

   “รีบไปเลย ทนไม่ไหวก็ในห้องน้ำนั่นแหละ”

   “ฮ่าๆๆๆๆๆ” มันถอดกางเกงลงหมด โชว์ตูดขาวๆแล้วโยนบอกเซอให้หน้าผม

   ห่า นี่

   ผมแต่งตัวรอมัน

   วันนี้ต้องจะมามั้ยนะ..........

   ไม่นาน เสียงประตูห้องน้ำเปิด

   ตามมาด้วยมันที่ออกมาจากห้องน้ำ ผมไม่คิดว่ามันจะแต่งตัวออกมาจากห้องน้ำเลย (มันเอาเสื้อผ้าไปตอนไหนวะ) ส่วนผมน่ะเสร็จตั้งแต่มันเข้าไปอาบแล้ว ไอ้การที่ไปเล่นบ้านป๋าเนี่ย คิดว่าคงไม่ต้องหล่ออะไรมั้งครับ ยังไงก็คงไม่ได้เจอใครอยู่แล้วนอกจากคนกันเอง 4 ตัวเดิมๆขาประจำ

   คิดได้ยังงี้แล้วผมเลยใส่แค่ขาสั้นกับเสื้อยืด ง่ายดีครับ ไม่รู้จะใส่ยีนส์ เสื้อเชิ๊ตอะไรไปทำไม พอเห็นไอ้เจที่เปิดประตูห้องน้ำออกมาแค่นั้นแหละ ผมนี่อดขำไม่ได้เลย มันยิ่งกว่าผมอีก

   “เฮ้ย มึงจะไปชุดนี้จริงเหรอ” ผมถามมัน

   “อ้าวก็แค่ไปนั่งเล่นบ้านมัน จะหล่อทำห่าอะไรวะ”

   “ก็ให้ดูดีหน่อยดิวะ”

   “นี่ไม่ดีตรงไหน แค่หน้ากูก็กินขาดแล้ว” มันชี้ไปที่ชุดแล้วก็หน้า

   “เสื้อกล้ามเนี่ยนะ”

   คือ ตอนนี้เจมันล่อเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น แล้วเป็นกางเกงขาสั้นแบบที่ใส่อยู่บ้านเลยด้วย ถ้าจะให้ชัดหน่อยกางเกงประเภทกางเกงเล่นบอล เล่นบาสน่ะครับ นั่งอ้าทีไข่ออกแน่ๆ เสื้อกล้ามก็เก่าซะ แม่งชุดอาแป๊ะขายของร้านโชว์ห่วยนี่

   “มึงก็ไม่บอกกูนี่หว่าว่าวันนี้จะไปบ้านพวกมัน กูเลยไม่เอาชุดมา”  เจบอกผม

   “เออวะ กูลืมจริงๆ โทษๆ” ผมลืมบอกมันไปสนิทเลย

   “แล้วนี่ไปไงมาไงนัดกันได้วะ แถมไม่มีใครบอกกูด้วยนะ สัด” มันเริ่มทำหน้าไม่พอใจ

   “ก็มันบอกมันติดต่อมึงไม่ได้ แล้วไหนๆกูก็จะเจอมึงอยู่แล้วเลยจะบอกให้เอง”

   “สัด บอกก่อนกูเจอมึงสิ ไม่งั้นกูจะได้เอาเสื้อผ้ามา”   

    เออ  แล้วทำไมผมไม่โทรไปบอกมันวะ ผมก็งงตัวเอง
   
   “มึงใส่กางเกงวันที่มาก็ได้นี่” ผมชี้ไปที่กางเกงมันที่ตากอยู่

   “ไม่เอา กูจะใส่วันกลับ”

   ไอ้นี่ เรื่องเยอะอีก
   
   “ตามใจมึง อย่านั่งให้ไข่ลอดละ”

   “ไข่กู มึงจะสนทำไม”

   “สัด” ผมนี่ไม่รุ้จะพูดยังไงกับมันเลย

   “ตามใจ ไข่มึงก็ของมึง”

   “หรือมึงอยากเป็นเจ้าของ” มันพูดจบยิ้มแหยๆ แล้วชี้ลงข้างล่าง
   
   ไม่มีคำตอบจากปากผมครับ นอกจาก เอานิ้วกลางไปดูซะ
   
   “แล้วนี่มึงพร้อมจะไปยัง”

   “เออๆๆ แล้วนี่จะไปแวะซื้อของที่ไหนวะ”
   
   “เซเว่นดิมึง ง่ายๆ เอาไรนักหนา”  ผมคิดว่าเซเว่นนี่แหละ สะดวกสุดละ ขึ้เกียจเข้าห้าง

   “แล้วมึงจะใส่ชุดนี้ไปจริงอะ” ผมถามมันอีกครั้ง

   “เออดิ ไข่กูออกมึงก็เอามือกุมไว้แล้วกัน” มันพูดจบแล้วก็เดินไป

   เรื่องของไข่มัน!!!!

   พวกเราเดินออกจากบ้านไป วันนี้ไม่เย็นแต่ก็ไม่ร้อน อากาศปลายปีประเทศไทยก็คงยังงี้แหละครับ ไม่ร้อนมากก็ร้อนน้อย  สำหรับผมมันก็โอเคอยุ่เพราะยังไงผมก็ขี้หนาวกว่าคนอื่นอยู่แล้ว อากาศร้อนแบบนี้เลยยังพอไหว

   พูดถึงขี้หนาว เมื่อคืนนอนติดกับเจมันก็อุ่นดี

   เวลาไปนอนไหนผมจะเป็นคนที่เปิดแอร์เบาที่สุดเสมอ ขี้หนาวน่ะครับ ยิ่งหนาวแอร์นี่ยิ่งไม่ชอบเลยมันแปลกๆยังไงไม่รู้ เหมือนเย็นๆวาบๆ คล้ายๆเวลาอาบน้ำมาแล้วเช็ดตัวไม่แห้งยังไงยังงั้น

   จากบ้านออกไปถึงเซเว่นก็เดินสัก 15 นาทีแดดยังงี้ไม่มีผลกับผม แต่พอผมหันไปมองไอ้เจเห็น หน้าตาท่าทางมันกำลังเซ็งสุดๆ ตอนนี้ตัวมันเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาหน่อยๆ คนอ้วนมักจะขี้ร้อนสินะ

   ตอนเจอกันต้นปียังไม่ขนาดนี้แท้ๆ

   ท่าทางจะแบกร่างลำบาก ปิดเทอมดันกินซะอ้วนเลยนี่หว่า เดินเป็นหมูตากแดดแล้ว

   วันนี้ถนนก็ยังโล่งเหมือนเคย เวลาบ่ายๆวันทำงานมันไม่ยังไม่ค่อยมีรถละมั้ง เซเว่นเองก็เช่นเดียวกัน ทั้งร้านมีอยุ่ 2-3 คนกับพนักงานหน้าเคาเตอร์คนเดียว

   พอถึงปุ๊บ เจมันปรี่เข้าไปในร้าน เดินไปทางตู้ไอศครีมก่อนเลย มันเอามือเปิดตู้เย็นออกแต่ไม่เลือกไอศครีม กลับเอาหน้าซุกเข้าไปในตู้ไว้อย่างนั้น

   “เฮ้ยๆๆ อายเค้า มึง ที่บ้านกูแอร์ก็มี” เชื่อมันเลย ผมละอายจริงๆ

   “กูร้อนนี่” พูดจบมันก้มหน้าเลือกของในนั้น
   
   “เออ ตามใจมึง” ผมหันหน้าไปทางตู้น้ำ

   “เดี๋ยวกูไปหาน้ำไว้หน่อย”

   “อย่าลืมเบียร์นะมึง”

   “เด็กม.4 เค้าจะขายมึงเหรอ ควาย” ผมหันไปว่ามัน

   “อ้าว มึงไม่รู้จักคนร้านนี้เลยเหรอวะ ใกล้บ้านมึงแท้ๆ”

   “หึ ไม่เคยแม้แต่จะจำหน้าคนขายวะ”

   “เออ มึงนี่น้า”

   ผมก้าวเดินออกไปทางตู้เครื่องดื่ม พวกเรามี 4 คนเอาไปไม่เยอะก็ได้มั้ง ขี้เกียจแบกหนัก เซเว่นที่นี่ไม่ใหญ่ ตู้แช่น้ำเลยมีแค่ 3 ตู้ เป็นน้ำปล่าซะตู้นึง พวกน้ำอัดลมกับชาอีกตู้ ที่เหลือเป็นเหล้า ผมกำลังคิดว่าจะเอาชาหรือน้ำอัดลมดี

   “เลือกไรวะ เอานี่กูชอบขวดนี้” มันเอื้อมแขนเข้าไปหยิบขวด โชว์ขนจักแร้ผ่านหน้าผม

   มันคว้าขวดเบียร์ที่คอ หยิบขึ้นมา 2 ขวด

   “มึงจ่ายนะ กูไม่กล้า” ผมพูดไม่มองหน้า แล้วเลือกต่อ

   “แล้วมึงจะเอาอะไร”

   “เดี๋ยวกูว่าเอาชาสักสองสามขวดกับน้ำอัดลมนิดหน่อย พวกมันชอบกินไรกันวะ”

   “เปลือง ไม่ต้องเอาพวกนั้นไปหรอก มันแดกแต่เบียร์ เชื่อกูดิ” มันปิดตู้ทันที

   ก่อนปิดคว้ามาอีก 2 ขวด

   “งั้นกูเอาน้ำเปล่าก็ได้” พูดจบผมหันไปทางตู้น้ำเปล่าหยิบขวดใหญ่ออกมาแล้วกอดเอาไว้

   “เฮ้ยๆ กูไม่เอาไปเก็บหรอกน่า ทำเป็นเด็กหวงขนมไปได้”

   “เออ!!!”

   กูรู้นิสัยมึง ถ้ากูปล่อยมือ มึงได้เอาไปเก็บแน่
   
   มันกำลังหันหลังเดินไปทางเค้าเตอร์ ผมทักมันไว้ก่อน

   “เฮ้ย กูว่าป๋ามันชอบของนอกนะ”

   “มึงรู้?”

   “กูเดาจากนิสัยอะ”

   “งั้นเปลี่ยนขวดนึง” มันเปิดตู้ใหม่แล้วคว้าขวดที่มีฉลากภาษาต่างชาติออกมา

   “มึงก็อุ้ม 4 ขวดนี้ได้ยังกะลูกมึงเลยนะ”

   “เออดิ อันนี้ของสำคัญนี่ ฮ่าๆๆๆ”

   ผมเองก็อยากรู้ว่า เค้าจะขายมันมั้ย อายุมันไม่ถึง จะโกงหน้าก็ไม่มีทางแน่ๆ มันไม่ได้หน้าแก่ขนาดนั้น

   มันเดินส่ายอาดๆเข้าไปด้วยความมั่นใจ ไม่รู้มันเอาความเชื่อมั่นผิดๆนี้มาจากไหน ผมเดินเข้าไปแล้วเอาน้ำเปล่าหนึ่งขวดวางลงบนโต๊ะ แล้วจากไปอย่างเงียบๆ อย่างไรบ้านผมก็อยู่แถวนี้ ถ้าเกิดใครมาเห็นเข้าจะไม่ดี ยิ่งเรื่องรู้ไปถึงคนที่บ้านจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

   ผมบอกให้มันรอสักเดี๋ยว แล้ววิ่งไปทางชั้นขนมคว้าอะไรก็ได้สัก 7-8  อย่าง พวกนี้มันกินกันเก่ง กินขนมพวกนี้ได้ยังกับกินข้าวเลย ส่วนผมไม่ชอบกินครับ

   “พี่ครับ หมดนี่ครับ” ผมพูดจบ เอาขนมเทลงบนเค้าเตอร์แล้วออกนอกร้านไปรอ
   
   ยืนรออยุ่สักพัก ผมไม่แม้แต่จะหันไปมอง อยากรู้เหมือนกันว่า มันจะซื้อได้เหรอ เดี๋ยวก็คงเดินคอตกออกมาแล้วก็มาโวยวายใส่ผมอีกแน่ๆ คิดได้อย่างนี้แล้วผมล้วงกระเป๋ากางเกงหาเงินรอคืนมันค่าน้ำเปล่ากับขนม

   เห็นว่านานว่าจะโทรหาป๋ามันว่ามีใครมารึยัง แล้วก็ว่าจะเล่าให้มันฟังซะหน่อย

   พอหันเข้าไปในร้าน อ้าว เค้าคิดเงินให้ด้วย

   “เฮ้ย ช่วยกูถือดิหนักนะมึง” มันตะโกนออกมา
   
   “เฮ้ย ซื้อได้ไงวะ” ผมสงสัย

   “อ้อ กูอ้างว่า พ่อให้มาซื้อน่ะ บ้านอยู่ในซอยนี้” มันยกทั้งถุงชี้ไปทางซอยบ้านผม

   “สัดนี่ มึงอ้างบ้านกูเหรอ”

   “เออน่า เค้าไม่รู้หรอก กูไม่ได้บอกเลขที่บ้าน” มันพูดจบแล้วออกเดิน

   “เฮ้ยๆ เอาเงินไปด้วยค่าน้ำ”

   “ไม่เอามึง กูมานอนบ้านมึงหลายวัน เจ๊ากันไป”

   “เดี๋ยวเล่าก่อนดิแล้วเค้าว่าไงวะ”

   “เดินไปด้วยได้มั้ยมึงกูร้อน จักแร้เปียกแล้ว” มันหันมาชูแขนขึ้นฟ้า เอาจักแร้เปียกๆให้ดู
   
   ช่างเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ (เหี้ยๆ) จริงๆ
   
   “เออๆๆๆๆ” ผมรีบก้าวตามมันไป

   “เล่ามาดิ” ผมถามต่อ

   “ไม่มีไรมาก ก็บอกว่า อยู่ในซอยนั้น แล้วเค้าบอกบ้านหลังนี้ๆ เปล่า กูเลยแกล้งตอบเออออไปเลย สงสัยคงมีใครใช้ลูกออกมาซื้อบ่อยๆ” มันพูดหน้าตาสุขสบาย

   “มึงทำบ่อยเหรอ” ผมอยากรู้

   “หือ ทำไมอะ”

   “บ้านกู พี่ๆมันชอบใช้กูไปซื้อ ทั้งเหล้า ทั้งบุหรี่ แม่งรู้จักกูหมดแล้วไม่ต้องอ้างหรอก”

   อีกเรื่องของเจ ที่ผมไม่เคยรู้

   เสียงขวดเขย่าก๊องแก๊งกันไปตลอดทาง ไม่นานก็ถึงบ้านป๋า ผมเองก็พอมีเหงื่อออกนิดหน่อย แต่ดูตัวมันสิ ยังกะไปวิ่งที่ไหนมา เข้าบ้านป๋าไปนี่คงเหม็นเหงื่อมันแน่ๆ

   ไม่มันก็พวกนั้นได้บ่นกันแน่ๆ

   “เฮ้ย ทำไรวะเก้า ยกเสื้อมาดมทำไม”

   “กูดมว่าตัวกูเหม็นรึเปล่า” ผมก้มลงไปดมในเสื้อ

   “มากูดมให้เดี๋ยวบอก”

   “ไปไกลๆ”

            ผมพยายามยกขาเขี่ยๆมันออกไป เพราะว่าสองขวดที่หิ้วมานี่ก็ชักรู้สึกหนักแล้วสิ ผมไม่ได้แข็งแรงนี่ครับตอนนี้เรา 2 คนมาถึงหน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมเดินไปกดออดบ้านมัน รอสักพักก็มีเสียงคนวิ่งลงบันได้ลงมาเปิดประตูหน้าบ้าน

   หน้าต่างชั้น 2 เปิดอยู่

   ตึกแถวแบบบ้านป๋ามันเป็นประตูเหล็กแบบรูดลงมาจากข้างบน ดังนั้นมันจึงต้องใช้เวลากว่ามันจะไขลอคกุญแจข้างล่าง แล้วก็ดันประตูขึ้น ตอนนี้เสียงไขลอคดังขึ้น เดี๋ยวเสียงเอี๊ยดอ๊าดของประตูคงจะดังตามมา

   “ไงมึง เข้ามาๆ บ้านกูไม่มีคนอยู่”  ป๋าพูดหน้าตาร่างเริงที่สุด

   “เอาไปเลยมึง ไปแช่เลย” เจแทบจะโยนขวดเข้าไปใส่หน้าป๋า

   “ว้าว เอาของถูกใจมาซะด้วย” มันตาโตแล้วเดินมาคว้าของผมด้วย

   “พวกกูไปรอบนชั้นลอยนะมึง” เจพูดแล้ว วิ่งขึ้นไปข้างบน มันคงจะร้อน

   “เออ ตามสบายเลย” ป๋าตะโกนมาจากห้องครัว

   ผมเลยเดินตามเจขึ้นไปชั้นลอย มันเปิดเกมเล่นอยู่จริงๆด้วย ลึกๆผมก็ชักสงสัยเหมือนกันว่า ชีวิตมันไร้สาระไปมั้ยเนี่ย วนเวียนกันไปไหนก็เจอแต่เกม

   ไอ้เจมันเห็นเกมเข้าก็ปรี่เข้าใส่เลยครับ เกมนี้มันยังไม่เคยเล่นด้วย ภาพก็สวย เวลามันอยู่กับเพื่อนมันก็ทำตัวปกติดี มันใช่คนเดียวกันกับที่มาบ้านผมรึเปล่าเนี่ยเวลามันอยู่กับผม 2 คนไม่เหมือนเวลามันอยู่กับพวกนี้ หรือว่าคิดไปเอง

   ผมเหลือบไปเห็นกีต้าร์อยู่มุมห้องเลยเดินไปหยิบเล่นระหว่างนี้ (เล่นไม่เป็นหรอก) รอเวลาพวกมันมารวมตัวกัน ผมมักจะเป็นคนที่นั่งฟังเสมอ มันก็ลำบากเหมือนกันนะครับ ถึงแม้จะดูเหมือนสนิทกันยังไง ผมก็เป็นเหมือนเพื่อนใหม่สำหรับพวกนั้นอยู่ดี บางทีมันอาจจะยังไม่เรียกว่าสนิทก็ได้

   “ทำไมป๋ามันหายไปนานจังวะ”  ทั้งห้องมีกัน 2 คน มันก็คงถามผมละครับ

   “เดี๋ยวก็ลงไปดู” ผมจึงวางกีต้าร์ลงข้างๆแ ล้วลุกออกจากห้องไป

   ก่อนออกไปผมหันไปดูมัน เจไม่สนใจว่าผมจะลุกออกไปหรือยังไง มันจ้องอยู่แต่จอทีวี และผมรู้สึกได้ ไม่ใช่จ้องเพราะมันสนใจเกม แต่มันกำลังทำตัวเหมือนเพื่อนปกติทั่วไปต่างหาก

   “ป๋า ทำไมช้าจังวะ” ผมตะโกนถามนำลงไปก่อน

   “เออๆ เดี๋ยวขึ้นไปแล้ว กูหาน้ำแข็งกับเอาขนมใส่จาน”

   “เดี๋ยวกูช่วย” ผมเดินลงบันไดไป

   บ้านแมคมันเป็นห้องแถว ชั้นล่างนอกจากจะเป็นออฟฟิศแล้ว ส่วนของห้องน้ำและห้องครัวอยู่ด้านหลังบ้าน ซึ่งทางด้านหลังเป็นประตูออกได้อีกด้านนึง ห้องครัวจึงอยู่ติดกับส่วนที่จะเป็นเหมือนโรงรถในบ้าน แต่บ้านแมค ไม่มีรถ พื้นที่ส่วนนี้จึงเป็นห้องเก็บของไปในตัว

   ลงมาชั้นล่างส่วนของออฟฟิศปิดไฟสนิท บริเวณส่วนกลางบ้าน ซึ่งมีบันไดอยู่นั้น เป็นเหมือนมุมนั่งเล่นชั้นล่างถ้าไม่อยากขึ้นไปชั้นลอย บนกำแพงมีรูปครอบครัวติดอยู่

   รูปส่วนใหญ่เป็นรูปสามพี่น้องบ้านนี้ พี่สาวคนโตสองคน พี่รี่ กับ ใครหว่าผมนึกชื่อไม่ออก แล้วก็รูปมันตอนเด็ก ซ้ายบนสุด เป็นรูปเก่าสีซีด ถัดไปข้าง ใส่กรอบวิทย์ เป็นรูปรับปริญญาของพ่อ บ้านนี้เรียนจุฬากันหมดเลยแฮะ แต่สงสัยจะมาพลาดที่ป๋านี่แหละ รู้สึกว่ามันจะอยากเข้าที่อื่น

   จากบันไดชั้นล่าง หันไปทางขวาทางไปครัวมืดสนิท ผมค่อยๆเดินออกไป มันเป็นบ้านคนอื่นดังนั้นผมต้องระวังตัว ไม่งั้นคงได้ไปเตะของอะไรที่วางระเกะระกะขวางทาง ผมยังไม่อยากเจ็บตัวในวันก่อนวันสุดท้าย
   
   “มองไม่เห็นทางวะ ไหนวะ” ผมพยายามถามมัน

   “ซ้ายมือๆ” เสียงป๋าลอดมาบอกทาง

   “โอ้ย”  ผมร้องเสียงหลง
   
   ไม่ได้เจ็บอะไรหรอกครับ ตกใจมากกว่า เหมือนผมเดินไปชนกับใครเข้า หน้าผมไปจูบเข้ากับแผ่นหลัง ไอ้ส่วนนั้นผมเกือบจะไปแตะกับก้นใครบางคนเข้า

   “ใครวะ มายืนไรตรงนี้” ผมถาม

   “ตกใจไรมึง”

   เสียงคุ้นๆ

   “ต้อง..​เหรอ”

   “มึงมาตอนไหนเนี่ย” ผมตกใจยิ่งกว่าตอนเดินชนอีก ไม่คิดว่าจะได้เดินชนมันแบบ เอ่อ ชนมันจากข้างหลัง

   “มึงเห็นกูตอนไหนละ”
   
   “เออ” แม่งเดาไม่ถูกเลย อารมณ์ไหนวะ

   “เก้า มึงซื้อมาเหรอ ตั้งสี่ขวดเนี่ย” มันหันมาถามผม แต่ผมมองไม่เห็นมันหรอก ทั้งมืดทั้งสูง

   “ป่าว เจน่ะ กูไม่กล้าหรอก”

   “เอ้าๆ ขอบใจมันเหอะ ถ้าไม่ใช่มันถือมาไม่ได้แดกนะมึง” ป๋าเดินมาพร้อมกับขนมใส่จาน

   “หือ นี่ที่ช้าเพราะมัวแกะขนมแล้วเทใส่จานเนี่ยนะ” ผมมองจานด้วยความแปลกใจ
   
   “แน่นอน กูจะเข้าถาปัตนะเว้ย”

   เออ เกี่ยวกันมั้ยวะ ขนมบนจานถูกเรียงอย่างสวยงาม ไม่สิ มันพยายามจัดเป็นสี เป็นกลุ่มเป็นก้อน พยายามเรียงยังไงให้ลายรูปแบบและก็สีมันออกมาแล้วดูดี แถมหยิบมากินก็ง่าย แล้วที่จะประทับใจที่สุดคือ ทั้งหมดถูกนำใส่จานเดียว

   พอสังเกตุดีๆ ไฟในห้องครัวดวงเล็กๆเปิดอยู่ อ้อ มันนั่งเปิดไฟแล้วจัดวางเรียงกันนี่เอง มันหลบไปทางซอกด้านซ้าย ผมถึงมองไม่เห็นมัน แต่พวกมันสองตัวคงเห็นผมเดินมา

   เอะ มันใช่เวลามั้ยเนี่ย   

   “ให้กูช่วยมั้ย”

   “กูเอาไปเอง เดี๋ยวมึงทำหก” ต้องคว้าจานแล้วเดินไปทางบันได

   “มึงตามต้องไปเหอะ เบียร์กูเอาไปเอง” ป๋ามันไล่ผมแล้ว

   “อือๆ” ผมออกเดินตามต้องไป
   
   ตอนนี้เสียงเกมที่ชั้น 2 ดังลอดออกมาเป็นระยะๆ ไอ้เจคงกำลังมันอยู่แน่ๆ เนื่องจากชั้นล่างมืดสนิท แสงไฟที่ลอดออกมาจากประตูชั้นสอง จึงเหมือนแสงสว่างนำทางเพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่ พวกมันเองคงชินกับบ้านไอ้แมคละนะ เล่นมากันบ่อยนี่นา แต่ผมเองไม่ชินเท่าไร ดังนั้นเวลาเดินผมจึงมองแสงไฟนั้นเป็นหลัก

   พอขึ้นบันได้ไปได้สักสองสามขั้น ผมก็ชนเข้ากับหลังของมันอีกแล้ว แต่คราวนี้ต่างกัน หัวผมเกือบจะมุดเข้าตูดไอ้ต้องแล้ว มันเล่นยืนสูงกว่าผมสองขั้นแถมความสูงมันอีก

   “มึงจะหยุดทำไมวะ”

   “ใครมาอีกคนวะเก้า” มันหันมาถามผม (มั้ง มันมืด)

   “เจไง ป๋าไม่ได้บอกเหรอ”

   “อ้อเหรอ” มันเดินขึ้นไปต่อ

   มันผลักประตูเข้าไป ภาพที่เห็นผิดกับที่ผมนึกไว้ถนัด ไอ้เจไม่ได้หันมาตกใจมอง หรือวิ่งเข้าใส่ของกิน มันยังนั่งอยู่แถวนั้น แต่ไม่ได้เล่นเกมแล้ว เอะ แล้วเสียงเกมเมื่อกี้ละ

   “อ้าว มึงไม่ได้เล่นอยู่เหรอ” ผมถามมัน

   “ต้องมึงมาด้วยเหรอ” มันถามต้อง

   “เออดิ ทำไมวะ”

   “ป๊าว กูแค่สงสัยคิดว่ามึงจะไม่ว่าง” มันพูดใส่หน้าต้อง

   “มึงอะดิ กูเห็นว่าปิดเทอมมึงยุ่งน่าดูนี่” ไอ้ต้องตอบกลับ

   ผมว่าผมได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆของต้องนะ

   “อะไรของพวกมึง วันหยุดนะเว้ย จะมามาคุกันทำไม สัดเอ้ย” เสียงป๋าพ่นขึ้นมาจากชั้นล่าง

   ไอ้พวกนี้มันอะไรกันวะ คนนึงอยู่หน้าผม อีกคนอยู่หลังผม แต่ผมไม่ยักกะรู้ตัวเลย

   นี่ถ้าโดนรุมปล้ำคงไม่รู้ตัวแน่ๆ

   “เดินเข้าไปดิต้อง คนอื่นเค้ารอ” ผมเลยต้องบอกมัน

   มันเดินเข้าห้องไปโดยดี แล้วเอาจานขนม ที่เต็มไปด้วยขนมจริงๆ เอาไปวางบนโต๊ะเล็กๆกลางห้อง

   “ที่ช้าเพราะมึงมัวแต่เรียงเนี่ยนะ” เจ หันมาถามผม

   “ป่าว ไม่ใช่กู” มันคิดว่าผมว่างเหรอไงนะ

   “กูเอง กูนั่งทำเอง สนุกดี มีปัญหามั้ย” ป๋าโวยเลย

   “อ้าวเหรอ” เจเลยเสียงอ่อยๆลง

   ตอนนี้พวกผมมานั่งกันในห้องครบหมดแล้ว เจนั่งตรงข้ามกับผม ส่วนต้องเลือกที่จะมานั่งข้างๆ ป๋าน่ะเหรอ เดินไปเปิดเพลง แล้วก็กลับมานั่งข้างเจ

   “เพลงไรอีกวะ” เจ ถาม

   “นับวันยิ่งฟังเพลงยิ่งแปลกนะมึง” มันยังบ่นต่อ

   “เออน่ากูชอบ” แมคตอบ

   “แล้วนี่บ้านมึงไปไหนกันวะ” ผมถามป๋ามั่ง

   “ไปต่างจังหวัดน่ะ กลับพรุ่งนี้” มันตอบแต่ไม่มองมายังคนถาม

   “ดีจังนะมึง นอนอยู่บ้านคนเดียวเล่นเกม เกาไข่” ไอ้เจพูดอีก

   “ไข่มึงอะสิ พูดออกมาได้” แมคหันไปตบกะโหลกไอ้เจ

   ต้องเอาแก้วมาวางแล้วกำลังเทเบียร์ให้พวกเรา
   
   “มีใครไม่แดกมั้ย” มันถามขึ้น สายตาจ้องมองไปที่ฟองเบียร์สีขาวฟอดลอยเหนือน้ำสีเหลืองอ่อน

   “ของแมคมันขวดนี้ ต้อง” ผมยกขวดไปให้มัน

   “อ้อ มีพิเศษด้วย” มันเลยเปลี่ยนขวดแล้วเทอีกแก้วให้แมค

   “เก้ามันบอกว่า ถ้าเป็นมึงน่าจะชอบของนอก” เจสะกิดแขนแมคมัน

   “รู้ใจจริงๆ” แมคหันมาขอบใจผม

   “เออ เก้ามึงแดกได้นะ ไม่ใช่กลับไปไม่สบายนะมึง” ต้องกำลังยกแก้วให้ผม

   “เอ่อ... ได้มั้ง” ผมตอบอ้อมแอ้ม

   “ไหนตอนอยู่เซเว่นมึงบอกไม่ได้ไง” เจ พูดเสียงแข็ง

   “ก็แดกไม่เยอะไง สัดนี่อย่าบ่นน่า” แต่เสียงผมดูจะไร้พลังยิ่งนัก เพราะผมเองก็พูดไปยังงั้นจริงๆ

   สุดท้ายก็ต้องนั่งกินสินะ
   
   เสียงพูดคุยหยุดลงไปนิดนึง แทนที่ด้วยเสียงดื่มเบียร์แทน พวกผมถึงจะเป็นแค่เด็กม.4 แต่ก็เป็นผู้ชายนะ เรื่องที่มันนั่งคุยกันในวงเหล้านี่จะไปพ้นอะไรอื่นได้ นอกจากผู้หญิง เรื่องอย่างว่า

    แต่เอ่อ มันก็เป็นครั้งแรกของผมอะนะ ปกติปิดเทอมถ้าไม่ไปต่างประเทศ ก็จะอยู่บ้านเงียบๆ มีปีนึงป่วยจนเข้าโรงพยาบาลตั้งหลายวัน

   “นี่พวกมึงปิดเทอมทำไรกันวะ” เริงถามขึ้นมา

   “เฮ้ยๆ มึงเปิดหนังโป๊ดูมั้ย” เจ มันพูดขึ้นมา

   พลัก คราวนี้เสียงดังหนักแน่นเลยทีเดียว

   เจ้าของบ้านประเดิมหัวมันก่อน

   “อะไรของมึงวะ กูแค่เสนอนะ” เจ ทำเสียงงอแงแล้ว

   “นี่บ้านคนอื่นมึง มีมารยาทหน่อย” ผมหันไปพูดกับมัน

   “อ้าว เดี๋ยวคืนนี้กูค่อยดูก็ได้” มันยังไม่ยอม

   พลัก คราวนี้ของผม

   “ยังไม่หยุด ห่า” ผมพูด

   ถึงจุดนี้ ทุกคนนั่งหัวเราะกัน ผมเองก็หัวเราะ พลางยกแก้วเบียร์ขึ้นอื่มแต่สายตาที่มองลอดฟองเบียร์ผ่านขอบแก้วอีกด้านไป จ้องไปที่หน้าไอ้เจ ไอ้บ้านี่ พูดอะไรออกไป เกิดใครมันคิดหรือสงสัยขึ้นมาจะเป็นยังไง ไม่ใช่ผมนะที่ลำบาก มันก็ด้วย  อย่างมากผมก็ไม่มีใครคบต่อ แต่มันละ เพื่อนๆมันจะทำยังไง

   พอหันไปทางซ้ายก็เห็นต้องกำลังดื่มเบียร์อย่างเมามัน แก้วมันหายไปแล้วครึ่งนึง สายตามันเหลือบมาสบผมพอดี แล้ว.. มันหรี่ตาลงหน่อยนึง พร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก .... อะไรของมันวะ

 :bye2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-10-2015 00:45:55 โดย Monet »

ออฟไลน์ ordkrub

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +341/-12
เพิ่งเข้ามาอ่านครับ
รวดเดียวเลย
ชอบเรื่องนะครับ แต่บางช่วงก็งงๆบ้างเหมือนมันกระโดดไปกระโดดมา
เป็นกำลังใจให้ครับ
คอยอ่านอยู่นะครับ

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5947
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-16
จะเอายังไงก็ว่ามา
อย่ามาคลุมเคลือ

ทั้งไอ่เจ..ไอ่ต้อง นั่นอ่ะ
สันดานดอก

อ่านเรื่องนี้ได้ใจ..หนุกดี
ชอบ +1 ให้กำลังใจ

ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
จะเอายังไงก็ว่ามา
อย่ามาคลุมเคลือ

ทั้งไอ่เจ..ไอ่ต้อง นั่นอ่ะ
สันดานดอก

อ่านเรื่องนี้ได้ใจ..หนุกดี
ชอบ +1 ให้กำลังใจ

ขอบคุณครับ นี่แหละชีวิตวัยรุ่นม.ปลาย ชอบทำอะไรไม่เคลียร์

เพิ่งเข้ามาอ่านครับ
รวดเดียวเลย
ชอบเรื่องนะครับ แต่บางช่วงก็งงๆบ้างเหมือนมันกระโดดไปกระโดดมา
เป็นกำลังใจให้ครับ
คอยอ่านอยู่นะครับ

ขอบคุณครับ ถ้ามีเวลาจะเข้าไปลองๆดูที่พิมพ์เอาไว้ ตอนนี้ไฟล์หายหมด จากความผิดพลาด ต้องมานั่งพิมพ์ใหม่ ดีที่มีปริ้นเก็บไว้บ้าง... แค่ หายไปทั้ง 2 ภาคเอง  :hao5: :sad4: :o12: :a5:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-10-2015 15:30:54 โดย Monet »

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9405
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
เจ แกนี่ชวนทำแต่เรื่องอย่างนั้นตลอดเลยนะ สายหื่นนะเรา :haun4:

ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
ตัวตนและคำสารภาพ : 6.0 ต่อย

   “เฮ้ยๆ เหลืออีกตั้งสามขวดนะมึง บ้านกูในตู้เย็นก็ยังมี”

   “มึงจะกินกันทั้งคืนเหรอไง” ผมถามแมค

   “คราวนี้ตามึงบ่นเหรอเก้า” ต้องพูดแล้ววางแก้วลงข้างหน้าผม

   ท่าทางพวกมันจะกินจริงจัง อยากรู้แล้วสิว่าเวลาพวกมันเมาจะเป็นยังไงกัน

   ผมเอาขวดใหม่มาเทเติมส่วนที่หายไปในแก้ว ของเจ แมค แล้วก็ต้องให้เต็มขึ้นอีกครั้ง แต่ผมเทไม่เก่งเท่าไรครับ

   “เอ้า ฟองฟู่เลยมึง เบียร์นะไม่ใช่ โค้ก” ต้องเคาะหัวผมเบาๆ

   “เวลามึงเทอะ ช้าๆดิ อย่าทำไรใจร้อน” มันชี้มาที่มือมันแล้วเทให้ดู เติมของผมที่หายไปไม่ถึงครึ่งให้เต็ม

   “เออจริงด้วย มึงไม่ชอบฟองนี่ต้อง”  ผมชักสงสัยแล้วว่าแมคมันรู้ดีจริงๆ
   
   เสียงพูดคุยเงียบลงอีกครั้ง

   “หมดแก้วมั้ยมึง” ป๋าชวนพร้อมยกแก้วขึ้น

   ทุกคนยกแก้วขึ้นตาม รวมทั้งผมด้วย

   “น้อยๆหน่อยเก้า เดี๋ยวมึงก็ไม่ไหวหรอก” เจ ชี้มาที่ผมแล้วก็ชี้ไปทางแก้ว

   “เออน่า แก้วเดียวอะได้อยู่” ผมตอบมัน

   “ลุยเลยยยยยย” ป๋ายกกระดกก่อนเลย
   
   เสียงกระดกอึกๆดังขึ้น ดูเหมือนไอ้เจจะวางแก้วลงโต๊ะดังปังคนแรก ตามมาด้วยต้องแล้วก็ป๋า ส่วนผมน่ะเหรอ แหะๆ ยังค่อยๆอยู่เลย

   “เอ้าๆ เร็วๆดิมึง” ป๋าเร่งผมแล้ว

   “เดี๋ยวเดะวะ” ผมพยายามกินต่อ

   “ฮ่าๆๆ” ต้องนั่งหัวเราะใหญ่เลย

   คราวนี้เปลี่ยนคนเป็นป๋าเทเหล้าให้ทุกคนแทน ส่วนของผมเหลือต่ำกว่าครึ่งแก้วนิดหน่อย แน่นอนว่าของเจหมด ของต้องหมด ป๋าหมด ผมเหลือครึ่งแก้ว เวลาเติมป๋ามันจึงเริ่มจากแก้ว เจ ต้อง แล้วก็ของผม

   “เฮ้ย เอามือปิดไมวะ” ป๋าถาม

   “ครึ่งนึงพอ เสียดายของไอ้เตี้ยนี่ตัวแค่นี้กินน้อยๆก็พอ” ต้องมันพูด

   “ไหวน่า” ผมพยายามปัดมือต้องที่ปิดแก้วออก

   “เปลือง กูบอกว่าเปลือง” ต้องย้ำ

   “จะเทกันได้ยัง กูจะแดก” เจ โวยอีกแล้ว ตกลงผมคิดผิดมั้ยที่ชวนมันมาเนี่ย

   “เออๆ ได้แล้ว” ป๋าวางขวดลง

   “มึงดูการ์ตูนออกใหม่ยังวะ”  ผมเปลี่ยนเรื่อง

   “เรื่องที่เพิ่งออกปะวะ ภาคต่ออะนะ” ป๋าหันมาตอบ

   “เออ นั่นแหละๆ”

   “อ่านแล้วสนุกดี” ต้องหันมา

   “เดี๋ยวๆ มึงอ่านด้วยเหรอต้อง” ผมสงสัย

   “หือ มึงคิดว่ากูยังไงวะ”

   “เห็นมั้ย มึงยังต้องศึกษาอีกเยอะเก้า” แมคตบบ่าผมเบาๆ

   “อะไรกันวะ คุยเรื่องที่กูรุ้มั่งเดะ”  เจ อีกแล้ว

   “อ้าว เค้าก็รู้กันหมด มึงไม่ดูการ์ตูนเรอะไง” ป๋าถาม

   “ดู แต่อันนี้กูยังไม่ได้ดูนี่หว่า อย่าสปอยล์เดะ”

   “เอ้า ความผิดพวกกูปะ” ต้องพูด

   “ฮ่าๆๆๆ แมร่ง ทะเลาะกันได้ทุกหัวข้อ” ผมพูด

   “เพราะมึงปะละ” เจ กับ ต้องพูดพร้อมกัน ผมงงไปเลย
   
   คราวนี้เลยกลายเป็นป๋าที่หัวเราะดังมาก

   “เอ้าๆ เร็วๆๆ เดี๋ยวดึกแล้วพวกมึงจะกลับลำบาก” ป๋ายกแก้วชนอีกแล้ว

   “ค้าบ” ผมยกแก้วขึ้นมั่ง

   นาฬิกาตีบอกเวลาอยู่หลายทีแต่ผมนับไม่ทัน เราเจอกันตอน สี่ห้าโมงเย็น ป่านนี้ก็น่าจะสามทุ่มกว่าแล้ว เพลงเปลี่ยนไปเรื่อยตามที่ป๋าจัดไว้ ผ่านไปหลายเพลง แต่ไม่รู้หรอกว่าเพลงไรมั่ง บางเพลงก็ประหลาดๆบางเพลงก็พอฟังได้

   พอเจทนไม่ไหวมันเลยเอามือถือมันไปเปิดแทน เพลงของมันก็แบบเดียวกับตัวมันนั่นแหละครับ ฟังง่ายๆ ก็ดีสบายหูหน่อย ไม่ต้องคิดมากเวลาฟังเพลงไปด้วย แค่เสียงพวกมันเถียงกันก็เหนื่อยแล้ว

   ตอนนี้ขนมบนโต๊ะหายไปครึ่งจาน เบียร์อีก สี่ขวด ขวดที่พวกผมซื้อมามันกินกันหมดแล้วในตอนนี้ สงสัยป๋าได้ลงไปเปิดเบียร์เพิ่ม ผมจำไม่ได้ว่าใครกินเข้าไปเยอะที่สุด แต่ดูแล้วน่าจะพอๆกัน ไม่รวมผมนะครับ

   สีหน้าของ เจ เริ่มแดงเรื่อๆแล้ว ป๋านี่ไม่ต้องพูดเลย กำลังได้ที่แน่ๆ ส่วนต้องนี่ มีแต่แก้มเท่านั้นที่มีสีออกฝาดๆขึ้นมาหน่อยนึง ผมชักสงสัยหน้าผมเองแล้วสิ
“เออ หน้ากูแดงป่าววะ” ผมถามลอยๆ

   “ไม่นะ มึงกินน้อยนี่” ป๋าตอบ

   “ให้มันกินเยอะๆดิ มันจะได้แดงๆ ดูเป็นตูดลิงดี” นั่น ไอ้เจ เอาอีกแล้ว

   “เค้าว่าคนร่างกายไม่แข็งแรงเวลากินเหล้ามันจะหน้าไม่แดงนะ เลือดลมไม่ดี” ไอ้ต้องพูด แล้วดื่มอีกอึก

   ยังงั้นเหรอ มิน่า หน้าผมถึงยังไม่แสดงอะไร แต่ว่าไปแล้ว รวมๆปริมาณที่ผมกินไปแค่สองแก้วได้มั้ง ไม่น่าจะถึงครึ่งของพวกมันเลยด้วยซ้ำ

   “เก้า ไปช่วยกูเปิดขวดใหม่หน่อยดิ” ป๋าชวนผมลงล่าง

   “เอาดิ”

   “เอาไรของมึง เียนเหล้าเหรอไง” ไม่ต้องบอกนะครับว่าใคร

   ผมหันไปชูนิ้วกลางให้มัน

   ตอนนี้บ้านที่มืดๆเมื่อตอนเย็น ยิ่งมืดลงไปอีก ผมต้องเดินเกาะราวตามไอ้ป๋าไปอย่างเดียว ว่าแต่ทำไมมันไม่เปิดไฟบ้านวะ กลัวคนรู้ว่ามีคนรึยังไง

   “มึงยังไหวป่าว” เสียงป๋าเริ่มเพี้ยนๆแล้ว

   “ไหวนะ กูกินไปน้อยนี่ มึงแหละ ไหวมั้ย”

   “โอ้ย สบายมึง พวกกูกินกันเก่ง”

   “เออ แล้วต้องมันจะกลับยังไงวะ”

   “ไม่ต้องห่วงมันหรอก อย่างมากมันก็นอนที่นี่”  ป๋านี่รอบคอบจริงๆ

   “แล้วเจละ มีงจะพามันกลับ?” ป๋าถามผม

   “อ้าว แหงสิก็มันนอน....” ผมเกือบหลุดปากออกไป

   “มันจะนอนไหนได้ละ แต่ถ้านอนนี่ได้ก็ดีนี่” ผมรีบต่อประโยค

   เดี๋ยวนะ พามันกลับ? กลับไหน ก็กลับบ้านผมดิ แล้วป๋ามันรุ้เหรอ หรือว่า มันแค่พูดมาลอยๆ เสียงเมาๆของมันนี่ ไม่รุ้ว่ามันเมาจริงหรือเริ่มมึนแค่นั้น

   “เจอละ อยุ่นี่เอง” แสงไฟในตู้เย็นสว่างขึ้นมาแวบนึง

   “ช่วยกูจับขวดหน่อย จะเปิด” มันบอกผม

   “เค”

   ป๊อกๆ เสียงเปิดขวดดังขึ้น สามครั้ง นี่มันกะจะล่อกันอีกสามขวดเลยเหรอเนี่ย

        “ขนมพอมั้ย” ผมถามมันมั่ง

   “พอมั้ง ท่าทางแม่งไม่ค่อยกินกันนี่นา แดกแต่เหล้า เปลือง ทำไมไม่กินน้ำแล้วเมาได้มั่งวะ นี่ถ้าทำได้นะ กูจะยกน้ำเปล่าทั้งบ้านให้พวกมึงเลย”

   “ฮะๆ ค่าเหล้ากูกับเจช่วยออก อย่าบ่นเลย”

   “สามขวดนี้กูออก แล้วเนี่ยกูต้องเดินไปซื้อมาอีกนะมึง ร้อนก็ร้อน แทนที่จะได้นอนอยู่บ้านเล่นกีต้าร์สบายๆ แถมต้องทำสถานที่...”

   “งั้นมึงแชร์กับต้องละกันนะ” ผมยังขำอยู่ เวลาเถียงกับคนเมานี่ยังไงเนี่ย ป๋านี่เวลาเมาก็พล่ามได้เป็นวรรคเป็นเวร

   “เดี่ยวกูเข้าห้องน้ำหน่อยนะ มึงรอนี่แหละ”

   “เออ เดินดีๆนะมึง” ปกติพวกผมเข้าห้องน้ำที่ชั้นสองกัน ผมเลยไม่ยักรู้ว่ามีที่ชั้นล่างด้วย

   แอ๊ด เสียงประตูจากชั้นลอยดังขึ้น คงมีใครไปเข้าห้องน้ำละมั้ง

   ป่านนี้ขึ้นไปมันสองตัวคงเถียงกันน่าดู ไม่รู้ว่าพอยิ่งเมาจะยิ่งเถียงกันหรือเปล่า หรือไม่ก็จูบปากเล่นเกมกันไปแล้วละมั้ง เอะ เมาๆขนาดนี้คงไม่ละมั้ง  ...คงไม่เปิดประตูเข้าไปเจอพวกมันดูหนังอย่างว่านะ

   จู่ๆผมรู้สึกถึงแรงรัดจากด้านหลัง ความรู้สึกนี้มันเสียวสะท้านเล่นเอาขนลุกเลย อยู่ในที่มืดๆไม่คุ้นเคยแล้วเหมือนมีมือมากอดจากข้างหลัง ใครเล่นไรวะ

   แรงกอดดูเหมือนจะแน่นขึ้น คนที่เล่นบ้าๆนี่มีคนเดียวแน่ๆ

   “สัด เล่นไรวะ เดี๋ยวคนมาเห็นเข้าหรอก” ผมพยายามพูดเบาๆ

   สักพักแรงกอดนั้นคลายลง ผมรู้ได้จากมือตัวมันไม่ได้มาแนบกับตัวผมหรอกครับ มันคงเมากันหมดแล้ว หรือผมเองนั่นแหละ ขนาดมันลงมาจากชั้นสองผมยังไม่รู้เลย ความรู้สึกอบอุ่นผ่านมือนั้นมาถึงตัวผม ผมกำลังจะยกมือขึ้นมาจับมือมันพอดี แต่ไม่ทันเสียก่อน

   “ไว้รอกลับไปก่อนได้มั้ยมึง” ผมกระซิบอีก

   แปะๆ มือนั้นตบหัวผมเบาๆสองทีแล้วหายไป

   ไอ้เจนี่ทำไรน่ารักๆแบบนี้เป็นด้วยเหรอวะ แอบมากอดกูที่บ้านคนอื่นเนี่ยนะ แต่มันก็เสี่ยงไปนะมึง หึหึ

   ตอนนี้ป๋าออกมาจากห้องน้ำพอดี

   ผมสะดุ้งหันกลับไปมอง เสียงฝืดของประตูห้องน้ำเล่นเอาผมตกใจเลยทีเดียว

   “สัด เล่นเอากูตกใจหมด”

   “ทำไม มึงยืนชักว่า...​เหรอไง”  มันถามหน้าตายมากก

   “มึงเป็นบ้าเหรอ” ปกติมันไม่กวนตีนยังงี้นี่หว่า

   “ขึ้นปะ เดี๋ยวเบียร์หายเย็นหมด” ผมชวนมันขึ้นห้องแล้ว

   ไม่พูดจา มันเดินออกไปทางที่โต๊ะที่มันทิ้งขวดเบียร์กับฝาชิงโชคของมันเอาไว้ ทำไมมันเก่งจังวะ บ้านมืดขนาดนี้ยังรู้อีก

   “สนุกมั้ยมึง” มันถามผม

   “ก็ดี ดูหมากัดกันน่ะเหรอ”
   
   โป๊ก

   “โอ้ย มึงเอาขวดเคาะหัวกูเลยเหรอ”

   “กูถามดีๆ” ไม่รู้มันจะทำหน้ายังไง แรงเคาะเมื่อกี้ทำเอาผมเองก็เบลอๆนิดๆแล้ว

   “ก็ดี” ผมเองไม่แน่ใจเหมือนกันว่า คำว่าก็ดี นั่นมันยังไงกันแน่

   “ก็ดี มึงอะกินไหวก็กิน อย่ามัวนั่งเก็บข้อมูล”

   “ป่าวซะหน่อย”

   “อะไรที่ฟังๆไว้ก็เอาไปคิดมั่งนะ” มันพูดจบแล้วเดินขึ้นไปเลย ทิ้งผมยืนงงไว้อยู่อย่างนั้น
   
   ปกติเวลามันไม่เมาบางทีก็เข้าใจยากแล้ว นี่ท่าทางจะยิ่งเข้าใจยากไปกันใหญ่

   “เย้ มาเพิ่มแล้ว” ไอ้เจ กระดี้กระด๊าออกมารับขวดเบียร์ไปเท

   “คนละแก้วเลยนะมึง” พอมันเทให้ทุกคนหมด แล้วทำท่ายกแก้วขึ้น

   “หมดแล้ว” คราวนี้ป๋าเสียงแหลมขึ้นมาเลย เล่นเอาผมตกใจ
   
   งานนี้แก้วใหม่หมดลงจากการกระดกอีกๆของพวกมัน สงสัยผมต้องทำหน้าที่เด็กรินเบียร์ซะแล้วสิ
   
   “เก้า มึงยังไหวนะ” ต้องถาม

   “เออ ได้อยู่”

   “ให้มันกินเยอะๆอะดิ เมาๆแล้วว่าง่าย” เจ ส่งสายตามาทางผม คราวนี้ชัดเลย มันเอาแน่

   “เดี๋ยวถ้ากลับไม่ได้นอนบ้านกูได้นะเว้ย ฮ่าๆๆ” ใจดีเกินไปละป๋า บางทีไม่ต้องก็ได้นะ

   ต้องทำท่าจะเทเพิ่ม

   “เดี๋ยวกูไปห้องน้ำก่อน” ผมขอตัว

   “อยู่ข้างล่างก็ไม่รู้จักเข้า” ป๋าโวยวาย

   “ก็กูลืม”

   “อะไรวะ ขี้ลืมยังไม่แก่นะมึง เจอไรเข้าไปเหรอไง” ป๋าหัวเราะดังมาก

   “เร็วๆนะมึง อย่าไปทำพื้นลื่นละ” คราวนี้ไอ้เจ

   เสียงไอ้ต้องขำใหญ่เลย ทำไมเวลามันขำแบบนี้แล้วดูตลกวะ ไอ้ตัวขี้เก๊กเมื่อกี้หายไปไหน
   
   ผมยกส้นตีนไปที่หน้ามัน ให้มันดูเอาไว้ แล้วหันตัวเดินออกไปชั้นสอง

   ‘ฟังแล้วเก็บข้อมูลไว้นะ’     

         ข้อมูลไรวะ เห็นมีแต่เรื่องไร้สาระ อีกอย่างได้คุยกันที่ไหนเห็นกินเอาๆ

   ยังคิดไม่ทันจะจบก็ฉี่เสร็จซะแล้ว ผมเลยหันกลับไปล้างมือ ส่องกระจก (ทำไมไม่รู้) ในใจก็เสียววาบอย่าเห็นอะไรนออกจากหน้ากูนะ

   หน้าแดงนิดหน่อยเอง ตอนนี้พวกมันคงเป็นกวนอูไปหมดแล้ว เออ เวลาคนเมานี่มันตาลายจริงๆนะ ผมลืมสังเกตสีหน้าพวกมันไปเลย เวลามันเล่นกันยังงี้จะทำหน้ายังไงนะ
   
   เจ นี่มันคงทะเล้นตลอดเวลา แต่ดวงตาเล็กของมันคงยิ่งเล็กลงไปอีก ไอ้ต้องนี่ก็.... เก๊กต่อไปเหมือนเดิมละมั้ง ป๋าเหรอ ช่างมันเหอะ มันบ้าไปแล้ว
   
   “หึหึหึหึหึหึ” ผมแอบขำออกมา ว่าละลงไปหยอกพวกมันดีกว่า
   
   เมื่อเปิดประตูห้องน้ำก็เจอ เจ ยืนอยู่หน้าห้องน้ำ มันท่าทางยืนเไม่ตรงแล้ว เหมือนเวลาเอาโมเดลตั้งแล้ววางขาไม่ดีเลย ขาไปทางตัวไปทาง
   
   “มึงจะเข้าต่อเหรอ”

   “เออ กูมาววว” มันเดินเข้ามาเอาคางพาดไหล่ผม

   “เฮ้ย เดี๋ยวคนมาเห็น” ผมพยายามผลักมันออก

   “ไม่เห็นหรอก ไอ้ต้องนอนยาวแล้ว ป๋านั่งเล่นกีต้าร์เพลงห่าไรไม่รุ้ คงไม่มาหรอก” มันยังกอดผมเอาไว้

   “เมื่อกี้ข้างล่างก็ทีแล้วไม่พอรึไง รอก่อนดิวะ” ผมดันมันออกอีก

   “มึงจะเอากูตรงนี้ใช่มั้ย” ผมเสียงแข็ง
   
   ได้ผล มันตัวแข็งนิ่งทื่อไป แล้วขืนตัวไปเข้าห้องน้ำ   

    เฮ้อ ถ้ามันว่าง่ายงี้แต่แรกก็จบแล้ว
   
   “กูไม่รอนะ มึงอะช้าตลอด”

   “เออ ไปเลย”

   แน่ะ ทำงอน

   ผมลงบันไดไป ไม่ได้ยินเสียงบ่นหรือเสียงฉี่ไล่หลังมาเลย หวังว่าคงไม่หลับคาห้องน้ำนะ ถ้าสักพักมันไม่ตามลงมาค่อยขึ้นไปตามมันละกัน

   Hello, hello, hello, how low? Hello, hello, hello!

   With the lights out, it's less dangerous
   Here we are now, entertain us
   I feel stupid and contagious
   Here we are now, entertain us
   A mulatto
   An albino
   A mosquito
   My libido
   Yeah, hey, yay

   I'm worse at what I do best
   And for this gift I feel blessed
   Our little group has always been
   And always will until the end
   
   “ฮาโหลๆ พ่อมึงเหรอ” ไอ้ต้องโวยวาย

   “เพลงเหี้ยไรวะ”

   “ฮ่าๆๆๆ” ไอ้ป๋านี่ขำแล้วยังเล่นต่อไม่หยุด

   “เก่าไปแล้วมึง รุ่นพ่อมึงเลยอะ” ผมตะโกนใส่มัน
      
   เสียงเพลงกีต้าร์หยุดลง
   
   “มึงรู้จักเรอะ เก้า” ป๋าถาม

   “เคยฟังผ่านๆ” ผมตอบมัน

   “แล้วเจไปไหนวะ” ป๋าถาม

   “ห้องน้ำวะ ทำไมจะตามไปดูคว... มันเหรอ” ผมตอบ

   นิ้วกลางยาวๆโผล่มา มันจะยาวเหมือนของมันมัย้นะ
   
   “อ้วกแล้วมั้ง เดี๋ยวมันคงหลับในนั้นแหละ” ต้องหันไปมองทางประตู

   “มึงก็ท่าทางจะหลับแล้วนี่” ผมพูดพลางมองไปที่ต้อง
   
   ขายาวของมัน วางเหยียดอยู่บนพื้นตัวพิงเก้าอี้อยู่ ท่าทางเหมือนคนกำลังสบายแต่ พอสังเกตุหน้ามันดีๆ เหมือนตามันกำลังจะไม่ลืมแล้ว ขวดเบียร์บนโต๊ะหายไปหมด นี่ผมไปห้องน้ำนานยังงั้นเลยเหรอ

   “พวกมึงแดกหมดเลยเหรอ”

   “เออดิ ไอ้สัดเจบอกจะรอมึงมาลงก่อน แต่ไอ้ห่าต้องท้านี่ยกขวดเลย สามขวดพอดี จัดไป” ป๋าเริ่มเลื้อยลงไปกับพิ้นแล้ว เสียงเริ่มยานคางด้วย

   “กว่าเก้าจะรอ มีแค่สามขวดพอที่ไหน เก้าเมาตายห่าพอดี” เอ่อ ต้องช่วยเรียงประโยคนิดนึง
   
   สงสัยจะหมดสภาพแล้ว เกือบห้าทุ่มพอดี ได้เวลากลับบ้านแล้วสิ แล้วผมจะลากไอ้เจกลับไปยังไงละเนี่ย

   “เก้า มึงไม่นอนนี่เลยเหรอ ไหวมั้ย” ต้องถามผม

   “ไหวดิสัด กูไม่กากเหมือนพวกมึงนะ แค่นี้ก็ไม่ไหว” ผมกำลังเดินไปยกแก้วตัวเองดื่มที่เหลือให้หมด

   “พอเลยมึง” ต้องโวยวายทางผม

   “อะไรของมึง เมาแล้วหุบปากไปเลย” ผมเอาแก้วชี้ไปที่มัน
   
   คราวนี้ป๋ากับต้องมองหน้ากันไปมาแล้วหัวเราะดังลั่นกว่าเดิม
   
   “กูว่ามึงเมาแล้วเก้า”  ต้องพยายามยื่นมือมาลูบหัวผม
   
   ตอนนี้ไอ้แมคล้มตัวลงไปนอนกับพื้นแล้ว

            นอนหุบขาบ้าง

   “มึงนอนนี่ก็ได้นี่ พรุ่งนี้หยุด” สายตาเมาๆกับหน้าแดงๆของมัน ผมไม่รู้ว่ามันมีความหมายอะไรมากกว่านั้นรึไม่ เวลาต้องมันเมานี่น่ารักดีเหมือนกันแฮะ

   ผมหยุดนิ่ง นั่งลงข้างๆมัน มองมือที่ลูบอากาศอยู่อย่างนั้น แล้ว..

   ผมก็ค่อยๆเอนหัวไปทางมันเล็กน้อย เส้นผมสัมผัสโดนปลายนิ้วยาวๆของต้อง มันมีท่าทางสะดุ้งนิดหน่อย ก่อนจะขยับนิ้วเขี่ยผมของผมไปมา เวลาคนเมานี่ทำอะไรๆก็ได้จริงๆ
   
   ในห้องเงียบสงบ มีแต่เสียงหายจังดังเป็นช่วงๆของป๋า สายตาต้องกึ่งหลับกึ่งตื่นจ้องมองออกไปไกลแสนไกล ถึงหัวผมจะหันไปทางต้อง แต่สายตาผมก็หันไปทางประตู ไม่กล้ามองหน้ามันตรงๆ
   
   สัมผัสของต้องที่ผ่านไปมาบนหัวผม มันสบายอย่างเหลือเชื่อ ถ้าหยุดเวลาเอาไว้ได้

   ตาผมกำลังจะปิดลง อยากให้หยุดอยุ่อย่างนี้

   “กูว่าไปตามไอ้เจเหอะ” ป๋าดีดตัวลุกขึ้นมา

   ผมสะดุ้ง

   “เดี่ยวกูออกไปเอง” ผมรีบลุกขึ้นยืน

   “มีงนั่งนี่แหละ เดี๋ยวกูไปเอง มึงไม่ไหวหรอก” ต้องพยายามยันตัวเองกับเก้าอี้เอาไว้

   “ช่วยมั้ย” ผมเงยหน้าไปถามมัน
   
   สายตาผมมองไม่ถึงหน้ามันหรอก สูงขนาดนั้น มันไปหยุดตรง เอ่อ ต้นขาแล้วก็เป้าพอดี


   เสื้อที่มันใส่ก็เป็นใจยิ่งนัก ตอนนี้เสื้อเชิ๊ตสีส้มตัวนอกถูกถอดออกไปแล้ว เหลือแต่เสื้อยืดสีขาวบางๆข้างใน ซึมเหงื่อเล็กน้อย กางเกงยีนขาสั้นของมันก็เลิกขึ้นไปถึงต้นขา ถึงมันจะสูงแต่ผอมสูงขาจึงดูเล็กแล้วยาวไปเลย แน่นอนว่าถ้าเทียบกับผม ขาผมก็ยังเล็กกว่า

   เอวกางเกงก็เริ่มต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ขอบกางเกงในสีขาวโผล่แพลมออกมา  ออกมามากกว่าทุกที
เสื้อด้านหน้าก็ถูกถึงขึ้นตอนมันลุกขึ้นยืน เผยหน้ารอบแบนราบมีกล้าท้องน้อยๆ

   “นั่งไป ไอ้เตี้ย” มันเอาขามาเขี่ยๆต้นขาผม

            มันยิ้มมุมปากให้

   มันรู้แน่ๆ เมื่อกี้ผมเผลอไปจ้องอะไรมัน

   มันหายไปไม่นาน ทิ้งไว้ให้ผมกับป๋านั่งฟังเพลงกันอยู่สองคน ตอนนี้ไม่ว่าจะเปิดเพลงอะไรออกมาก็ไม่รู้เรื่องแล้วทั้งนั้น สติผมเริ่มกระเจิดกระเจิง บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์เข้าไป ตอนนี้ไม่เหลือไรแล้ว ไม่เคยดื่มหนักขนาดนี้ลเย เรียกว่า มาปล้ำผมตอนนี้ผมก็ไม่ขัดขืนแล้วละ

   สภาพตอนนี้ของป๋าก็ไม่ต่างกัน น่าจะปล้ำง่าย เสื้อกล้ามเต่อๆ นี่ไม่ใส่เลยก็ได้นะ ถ้าจะบิดเบี้ยวเละเทะได้ขนาดนี้ กางเกงบาสอยู่บ้านนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เอวยางยืดข้างนึงถูกดึงขึ้นสูงอีกอันอยู่เกือบจะหลุดอยู่แล้ว ถ้าไม่ติดกางเกงในมันคงมีอะไรโผล่ออกมาให้เห็นแน่ๆ

   เวลามันล้มตัวลงนอน ส่วนนั้นปูดออกมาตามรูปร่างเพราะกางเกงบาสมันแนบเนื้อ ภาพอุจาดตาจริงๆ สำหรับผมป๋ามันไม่ได้กระตุ้นความรู้สึกอะไรเลย ถ้าเป็น เอ่อ ต้องใส่แบบนี้ก็ว่าไปอย่าง มันคงเป็นภาพที่น่าดูชมเลยทีเดียว

   ผมว่า บางทีผมควรจะปิดสวิตช์ไฟสมองตัวเองนะ ชักเพ้อเจ้อไรัสาระไปกันใหญ่แล้ว พวกมันที่กินกันเยอะขนาดนี้มันอยู่กันไปได้ยังไง ผมนี่ชักคิดอะไรเรอะเทอะไปหมดแล้ว

   วันนี้สนุกดีเหมือนกัน  ไม่แน่ใจว่าเราจะได้มีโอกาสมาทำอย่างนี้อีกรึเปล่า  เป็นการเมาครั้งแรกของผม เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่กับเพื่อนๆ แล้วพวกมันก็ทำตัวสบายๆแบบนี้ ไม่มีใครคิดว่า ผมนั้น น่ารังเกียจ

   ความคิดฟุ้งซ่านลอยวนอยู่พักนึง
   
   “เสียงอะไรวะ” ป๋าถามเสียงดังมาจากชั้นสอง
   
   ผมพายามเงี่ยหูฟังดีๆ แต่ตอนนี้ความสามารถลดลงไปครึ่งหนึ่งแล้ว
   
   “เหมือนใครโวยวายกันป่าววะ” ป๋าถาม

   “ไม่แน่ใจวะ เจเมามั้ง”
   
   ต้องจากไปพร้อมเสียงบันได้ ผมนั่งมองหน้าไอ้ป๋าอยู่สักพักนึง ท่าทางมันกำลังเมา ตอนนี้มันจะนั่งหรือจะนอนก็ดูไม่ออกแล้ว ขาเหยียดยาวไปทางประตูตัวเอนไปข้างหลังเอาแขนเท้าเอาไว้ หน้ามันแดงน้อยลง แต่ดวงตาเริ่มลอย เหมือนกับว่า มันอะไรลอยอยู่ในอากศยังไงยังงั้น

   สภาพเสื้อผ้ามันก็ดูไม่จืดเลย พรุ่งนี้เช้าตื่นมามันคงตกใจ ว่ามันทำไปได้ยังไง จับปล้ำตอนนี้ยังไม่รู้ตัวเลยมั้ง

   
   “นานไปแล้ววะ” 

   ผมเองเพิ่งเมาเป็นครั้งแรก อา... มึนสิ หูชา ประสาทสัมผัสช้าลง ความคิดก็ประหลาดๆบางครั้งก็เหมือนควบคุมไม่ได้ แต่ยังดีที่ผมดื่มเข้าไปน้อย ผมต้องพยายามตั้งสติขึ้นมา แล้วมองไปทางประตู

   “มันนานไปแล้วจริง” ผมพยายามลุกขึ้นไปแล้วเดินไปตามมัน

   ป๋าไม่สนใจอะไรแล้ว คงไล่จับแมลงอยู่ละมั้ง

   พอประตูเปิดออกมาแสงไฟบนชั้นสองหน้าห้องน้ำยังสว่างอยู่ มันแยงตาผมพิกล เสียงโวยวาย แว่วลงมา ผมไม่แน่ใจว่า เสียงคนทะเลาะกันหรือแค่พูดคุยกันแน่ ตอนนี้หูมันชาไปแล้ว
   
   “เป็นไรป่าววะ” ผมตะโกนขึ้นไป

   “อย่าขึ้นมามึง” ต้องตะโกนลงมาตอบ

   “เออ เดี๋ยวกูขึ้นไปช่วย”
   
   เสียงเอะอะเงียบลงไปแล้ว
   
   “เฮ้ย เจมันหมดสภาพยังงี้เลยเหรอ”

   “อย่างที่เห็น” ต้องยังจ้องหน้าเจอยุ่
   
   สภาพเจตอนนี้นั่งพิงกำแพงอยู่หน้าห้องน้ำ เสื้อผ้าหลุดลุ่ย จะว่าไปลุ่ยมากกว่า สงสัยต้องคงต้องพยายามอย่างมากที่จะฉุดกระฉากตัวมันออกมาจากห้องน้ำ แล้วนิสัยไอ้เจก็คงไม่ยอมอะไรง่ายๆ คงจะโวยวายออกมาแน่ๆ

    ตอนนี้เสื้อผ้าไอ้ต้องก็เละเทะพอกัน ตัวมันเองเหลือแต่เสื้อยืดสีขาว ดีว่าเสื้อเชิ๊ตตัวนอกถอดออกไปแล้ว  ไม่งั้นพรุ่งนี้ใส่แบบนี้กลับไปคงดูไม่จืดแน่ๆ กางเกงก็จะหลุดไม่หลุดแหล่ จะตามป๋ามาช่วยก็เป็นอันว่าเลิกคิดไปได้เลย

   ปาร์ตี้เลิกแล้ว

   “งั้นเจนอนนี่แล้วกัน ช่วยกันลากลงบันได้ไป” ผมเสนอทางออก

   “อืม” สีหน้ามันเคร่งครึม มันคงหงุดหงิดที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้

   “ไม่ กูกลับเองได้” เจพูดขึ้น เหมือนจะเริ่มได้สติแล้ว

   “จะดีเหรอมึง” ต้องทำเสียงเย็นชาใส่เจ

   ตอนนี้ผมชักงงแล้ว ไอ้ต้องมันโกรธขนาดนี้เลยเหรอ
   
   “เฮ้ย มันเมาน่า มึงอย่าไปจริงจังดิ” ผมพยายามห้าม

   “ถ้ามันเมาแล้วมันกลับได้ไง” ต้องสวน

   “กูไหวละกัน มึงนอนนี่ไปแหละ กูจะไปนอนกับเก้า”

   “เออๆ ไงก็ได้ รีบไปเหอะ กวนพวกมันแล้ว” ผมพยายามทำเหมือนปกติเหมือนว่ามันเมาแล้วไม่รู้ว่าพูดอะไรออกไป

   “งั้นก็... ไปดีะละกัน  เดี๋ยวกูเปิดประตูให้” ต้องเดินนำลงไป

   “เดี๋ยวกูช่วยนะ”​ ผมพยายามเข้าไปหามเจ

   “ปล่อยไว้งั้นแหละ มันเดินได้” ต้องพูดไม่หันมามอง
   
   อะไรของมันวะ ผมชักรำคาญแล้วนะ

   “มึงลงไปเหอะ เดี๋ยวกูลงเองได้” เจผลักผมออกไป

   “ลงดีๆแล้วกันมึง” ผมรำคาญมันทั้งคู่แล้วละ

   ครืด เสียงประตูหน้าบ้านถูกเปิดออก

   “ไปก่อนนะเว้ย” ผมบอกลามัน

   “กลับดีๆ ระวังตัวด้วยละ”
   
   ผมหันไปมองหน้าต้องมันแวบนึง ทำไมความรู้สึกมันแปลกๆ เหมือน... มันต้องการจะบอกอะไรผมกันแน่

   “เออ ไปละ” ผมกำลังจะออกเดินไป ทำเป็นว่าไม่แคร์เจมาก

   “วันไหนกูไปหามึงที่บ้านมั่งนะ”  เสียงต้องลอยมาตามสายลม

   ผมต้องหันหน้ากลับไปมองมันอีกครั้ง เสียงมันแผ่วมากจริงๆ แถมคืนนี้ลมก็ออกจะแรง มันพัดพาเสียงต้องให้ลอยมา เหมือนเสียงกระซิบ มันขอมาบ้านผม

   ตอนนี้เสียงหัวใจผมเต้นดังพอๆกับเสียงรถที่วิ่งผ่านไป รู้สึกได้ว่าผลของแอลกอฮอล์รุนแรงขึ้น มันคงถูกลำเลียงขึ้นหัวสมองตามเส้นเลือดที่วิ่งแรง ของการสูบฉีดของหัวใจ

   ผมฟังผิดไปรึเปล่า

   หน้าของต้องแสดงว่าผมฟังไม่ผิด

   ผมพยักหน้าน้อยๆ เป็นสัญญาณตกลง สำหรับต้องมันออกจะเกินความความหมายไปหน่อย

   ตัวต้องเซไปข้างหลังนิดนึง

   เจคงจะออกมาแล้ว ผมเลยทำเป็นไม่เห็นแล้วรีบเดินต่อไป

   เสียงฝีเท้าของเจมันใกล้เขามามากขึ้น
   
   “คืนนี้ ตามสัญญานะ” มันเดินมาคล้องคอผม มันตามมาทันแล้ว

   “อา... ก็ได้” ผมไม่อยากมองหน้ามัน

   “คราวหลัง อย่าทำแบบที่ชั้นล่างอีกนะ เดี๋ยวใครมาเห็น” ผมก็ยังไม่มองหน้ามัน
   
   มันไม่ตอบ แต่เห็นเงาหัวมันขยับขึ้นลงเล็กน้อย เป็นอันว่ามันรับฟังแล้ว
   
   “รู้งี้ไม่น่าทิ้งมึงไว้บนนั้นเลย” ผมยังพูดต่อ

   “พวกมันเลยวงแตกกำลังสนุกอยู่เลยแท้ๆ”

   “มึงก็อย่าไปกวนตีนพวกมันมากดิ เมาแล้วระรานไอ้ต้องอีกต่างหาก”
   
   แรงกอดคอที่ไหล่หนักหน่วงขึ้น

           มันต้องการหยุดคำบ่นของผม

   “วันนี้เป็นไรวะ พูดมากจังอะมึง” เจมันว่าผม

   ตกลงเป็นอันว่า ผมควรหยุดการเทศนาไว้แค่นี้

   เสียงรถที่แล่นผ่านไปมาคืนนี้ เวลาเกือบเที่ยงคืน สายลมย่างฤดูหนาว เด็กผู้ชายสองคนเดินกอดคอกันไปบนถนนเดียวดาย มุ่งหน้าสู้บ้านหลังนึง ในซอยเปลี่ยว บ้านที่ทุกทีจะต้องเดินกลับคนเดียว มันนี้ผมเดินคู่กับมัน เจ
   
   ซ้ายมือผมเป็นเซเว่นที่เราเดินมาซื้อเบียร์กันตอนเช้า บัดดนี้ไร้ผู้คน พนักงานหาวนอน ภาพเหตุการณ์เมื่อเช้ายังติดตาผม ก่อนที่จะเกิดเรื่องคืนนี้อย่างรวดเร็ว ผมพยายามทบทวนเหตุการณ์อีกที เป็นนิสัยติดตัวของผมเลย เมื่อผ่านอะไรมา บางครั้งไม่ว่าจะน่าจดจำหรือไม่ ผมจะคิดทบทวนเหมือนว่า ผมสามารถกลับไปแก้ไขได้

   ตอนนี้ แสงไฟข้างถนนสีส้มสาดส่องมา ลากผ่านตัวผมกับเจไป ก่อให้เกิดเงาของเราสองคนซ้อนทับกัน ทิ้งไว้ที่เบื้องหลัง ขยับขึ้นลงมาจังหวะการเดิน และมุมของแสงไฟ นานๆครั้งที่มันเริ่มเต้นไหวแล้วจางหายไปเป็นบางครั้งจากแสงไฟรถที่สาดส่องมา

   ผมไม่ได้สังเกตุเลยว่าเนื้อตัวเจมันยับเยินจากแรงต่อยของหมัดต้อง...

   คืนนี้สงสัยจะเหนื่อยซะแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-10-2015 00:53:51 โดย Monet »

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5947
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-16
เหมือนเก้าจะหลงเจ
แต่ชอบต้อง

กลับบ้านมีเสียวอีก
เจกล่อมเก้าเอาอยู่อ่ะ

+1

ออฟไลน์ aloney

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 746
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-4
อ่านเรื่องนี้ให้อารมณ์เรื่องลับโรงเรียนดัดสันดานกับกระดานดำหลังรั้วอ่ะ คิดถึงแนวมัธยมชายล้วนแบบนี้ ชอบบ

ตอนนี้ยังอ่านไม่ทันเลย ขอเม้นให้กำลังใจก่อนนะคะ เชียร์เจเก้าด้วย เจน่ารักดี ถึงอ่านไปเคมีให้ต้องเป็นพระเอกมากก็เหอะ เดี๊ยวอ่านทันเมื่อไรจะมาเม้นอีกรอบนะคะ ><


 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด