10 CM : รักที่ส่วนต่าง 10 CM 3/5/2016 จบแล้วครับ + มีเวบตูนแล้วครับ ลิ่งอยู่เม้นสุดท้าย
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: 10 CM : รักที่ส่วนต่าง 10 CM 3/5/2016 จบแล้วครับ + มีเวบตูนแล้วครับ ลิ่งอยู่เม้นสุดท้าย  (อ่าน 75198 ครั้ง)

ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-01-2023 20:36:54 โดย Monet »

ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
10 CM. สารบัญ
«ตอบ #1 เมื่อ19-08-2015 23:10:05 »

เปิดเทอมขึ้น ม.4 เก้า เรื่องที่จะย้ายมาเรียนสายวิทย์ ห้องเรียนที่มีแต่คนไม่รู้จัก เมื่อได้เจอกับเพื่อนใหม่ที่จะทำให้ชีวิตของเก้าต้องเปลี่ยนไป ความสัมพันธ์ของชีวิตวัยรุ่น ม. ปลาย ที่ออกจะประหลาด กับรักที่เหมือนจะเป็น 3 เศร้า เจ ที่แสดงออกถึงความหื่นกระหายในตัวเก้า ต้อง คนขี้เก๊ก ที่ไม่เคยจะทำอะไรชัดเจน

... เรื่องดำเนินไปพร้อมกับการเติบโตของตัวละคร เรื่องดีและร้านที่ผ่านเข้ามา ก่อนจะจบชีวิตม.ปลาย ที่มีแค่ครั้งเดียวลง


สารบัญ
ภาค1 10 CM : 1.0 10 CM
ภาค1 10 CM : 2.0 บ้านแมค
ภาค1 10 CM : 3.0 วิชาภาษาไทย
ภาค1 10 CM : 4.0 เตรียมงาน
ภาค1 10 CM : 5.0 พีระพล
ภาค1 10 CM : 6.1 ฝนตก
ภาค1 10 CM : 6.2 ฝนตก
ภาค1 10 CM : 7.1 พระเอก
ภาค1 10 CM : 7.2 พระเอก
ภาค1 10 CM : 7.3 พระเอก
ภาค1 10 CM : 7.4 พระเอก
ภาค1 10 CM : 8.1 บนรถแท๊กซี่
ภาค1 10 CM : 8.2 บนรถแท๊กซี่
ภาค1 10 CM : 9.0 ห้องน้ำ
ภาค1 10 CM : 10.1 ซ้อมวันแม่1
ภาค1 10 CM : 10.2 ซ้อมวันแม่2
ภาค1 10 CM : 12.0 วันแม่
ภาค1 10 CM : 13.1 งานสัปดาห์วิทย์2
ภาค1 10 CM : 13.2 งานสัปดาห์วิทย์2 จบภาค 1
ภาค2 ปิดเทอม : 1.0  กำแพงบันไดริม
ภาค2ปิดเทอม : 2.1 ซินนามอนกับหูฟัง
ภาค2 ปิดเทอม : 2.2 ซินนามอนกับหูฟัง
ภาค2 ปิดเทอม : 3.0 เลือก
ภาค2 ปิดเทอม : 4.0 ค้างบ้าน
ภาค2 ปิดเทอม : 5.0 เซเว่น
ภาค2 ปิดเทอม : 6.0 ต่อย
ภาค2 ปิดเทอม : (ตอนพิเศษ) 7.0 หน้าบ้าน
ภาค2 ปิดเทอม : 8.0 บอกลาม. 4
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : ม.5
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : ห้องมืด
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : ฝัน
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : วันเสาร์ (1)
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : วันเสาร์ (2)
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : ความลับในห้องน้ำหลังโรงยิม
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : แยกย้าย
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : วาดรูป
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : ห้องพักครู
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : สอบตก
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : 2-1
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : จับมือ
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : ค้างบ้าน (1)
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : ค้างบ้าน (2)
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : ตั้งขบวน
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : เตียงผ้าใบ
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : ปากหมา
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : เสียงพลุกับวงเหล้า 1
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : เสียงพลุกับวงเหล้า 2
ภาค3 เสียงพลุกับวงเหล้า : ตอนพิเศษ
ภาค4 ขอแค่ 5 นาที สะพาน
ภาค4 ขอแค่ 5 นาที คืนสิ้นปี
ภาค4 ขอแค่ 5 นาที จุดเริ่มต้น
ภาค4 ขอแค่ 5 นาที เคมีกับการ์ตูน
ภาค4 ขอแค่ 5 นาที พี่บูม
ภาค4 ขอแค่ 5 นาที โดดรถ
ภาค4 ขอแค่ 5 นาที 2 คน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-01-2016 17:05:07 โดย Monet »

ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
Re: ตอนที่ 1.0 : 10 CM.
«ตอบ #2 เมื่อ19-08-2015 23:11:27 »

10 CM ตอนที่ 1.0 : 10 CM


   เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น แสงแดดจางลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาให้แยงตาผม ผมยกร่างขาวเล็กๆขึ้น เพื่อเอื้อมมือไปกดปิดเสียง แล้วล้มตัวลงนอนต่อ ยังต่อเวลาให้นอนต่อได้อีกหน่อย แต่ไม่ทันไร แม่ก็ขึ้นมาปลุกซ้ำสอง กำลังนอนสบายแท้ แม่ก็ไล่ให้ไปอาบน้ำแต่งตัวแล้ว ผมต้องทำใจสักพักจริงๆ กว่าจะลุกจากเตียงขึ้นมาได้

   เมื่อทำใจได้แล้วก็ลุกออกจากเตียง สะบัดเสื้อผ้ากองไว้ที่เตียว แล้วตรงดิ่งเข้าสู่น้ำ ก้มลงมองข้างล่าง เช้าแบบนี้แม่จะเห็นมั้ยเนี่ย

   ผมเข้าห้องน้ำ อาบน้ำอย่างรีบๆ แล้วแต่งชุดนักเรียน ผมยืนส่องกระจกอยู่ในห้องน้ำ ตัวผมไม่ได้สูงขึ้นเลย รูปร่างหน้าตาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไร เสียงผมแตกตั้งแต่ม.ต้นแล้ว ช่วงนั้นผมสูงขึ้นมาก แต่ตอนนี้ดูเหมือนคำว่า ส่วนสูงที่เพิ่มขึ้นได้ลอยจากไปเสียแล้ว

   ผมที่ยาวลงมาปิดหน้าผาก มันรู้สึกดีที่ไม่ต้องโนบังคับตัดผมทรงนักเรียนอีกแล้ว ถึงจะไม่สามารถไว้ยาวกว่านี้แต่ก็ยังดี  เด็กม.ปลาย  ไว้ผมได้ แต่เซทผมไม่ได้ มันก็ดูจะขัดๆกันอยู่ ผมยาวแล้วทำผมไม่ได้

   แย่ละ เสียเวลามามากแล้ว

   ผมบอกลาพ่อแล้ว เดินออกจากบ้าน เพื่อไปขึ้นรถเมล์หน้าปากซอย จะไปโรงเรียนเนี่ยนอกจากรถเมล์แล้วต้องต่อสองแถวอีก เล่นอยู่ในซอยซะลึกเลย ตอนเช้าๆ เด็กๆก็จะเข้าคิวรอรถสองแถวกัน คงไม่มีใครเดินนะ เพราะว่าลึกอยู่ ผมไม่ค่อยอยากจะมองหน้าใครหรือทักใครสักเท่าไร เช้านี้ขอฟังเพลงสบายๆดีกว่า
   
   พอมาถึงจุดจอดรถ ผมกำลังลงจากรถสองแถว อากาศวันนี้สดใส ไม่ค่อยร้อนอย่างที่คิดไว้ อากาศเดือนพฤษภาที่ประเทศไทยก็ทั้งร้อนทั้งเหนอะใช้ได้ ทุกทีแม่ผมจะเป็นคนมาส่งที่โรงเรียนตอนเช้า แล้วมารับกลับบ้านในตอนเย็น แต่สำหรับวันนี้และวันต่อๆไป ผมจะต้องมาโรงเรียนเองแล้ว

   ปิดเทอมที่ผ่านมา ผมไม่ได้ใช้เวลาอยู่ในประเทศไทยเลย ที่บ้านผมมีผมเป็นลูกคนเดียว เวลาปิดเทอม ผมก็จะอยู่ที่บ้านนั่งเล่นเกมคนเดียว นานๆครั้งจะได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง สำหรับปิดเทอมที่ผ่านมา พ่อกับแม่ผมดันตกลงกันว่า จะให้ผมไปอยู่กับญาติที่ต่างประเทศ ผมจึงหมดโอกาสที่จะใช้ชีวิตปิดเทอมแบบปกติเหมือนทุกที แต่พอคิดย้อนดู ผมว่าไม่อยู่น่ะดีอยู่แล้ว

   ในชีวิตผม ม.1 และ ม. 2 เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด ส่วน ม. 3 น่ะ ก็พอใช้ได้ พอดีช่วงท้ายๆของปี ผมมีปัญหากับเพื่อนนิดหน่อย (มั้ง) มันทำให้ผมไม่อยากจะยุ่งกับใครในโรงเรียนเท่าไร  แล้วพอมีเรื่องนั้นขึ้นมา เพื่อนผมที่มีอยู่น้อยพออยู่แล้ว เลยเหลืออยู่น้อยกว่าเดิม 

   ตอนนี้ผมเข้ามาถึงหน้าประตูโรงเรียนแล้ว หลังจากก้าวผ่านประตูนี้ไป ผมจะกลายเป็นเด็กม. 4 ที่โรงเรียนนี้เต็มตัว

   ขาซ้ายก้าวเข้าไปก่อน

   ระหว่างเดิน ในหัวผมมีคิดอยู่สองอย่างตอนนี้ คือ เพลงที่กำลังฟังอยู่ตอนนี้ผ่านทางหูฟังจะโดนครูมายึดเอาเครื่องเล่นไปมั้ย อภิสิทธิ์อีกอย่างของเด็กม.ปลาย เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาเข้าเรียน ผมจึงผ่านไปได้อย่างฉลุย

   อย่างที่สอง จะทำอย่างไรให้ไปถึงห้องเรียนใหม่โดยที่ไม่มีใครทักผม (ผมพูดจริงนะ)

   วันเปิดเทอมเป็นวันที่เด็กนักเรียนดูจะมีพลังมากที่สุด หลังจากหยุดยาวไป พลังถูกแสดงออกมาอย่างล้นเหลือ ไม่เชื่อ ดูได้จากคำพูดแซว ที่ผมพอจะอ่านปากได้ว่าอะไร เล่นเอาผมต้องปรับเสียงเพลงให้ดังขึ้นดีกว่า ไม่อยากอารมณ์เสียกับเรื่องไม่เป็นเรื่องตั้งแต่เช้า

   โรงเรียนที่ผมเรียนนี้เป็นโรงเรียนเอกชน แถวฝั่งธนฯ มันไม่เป็นการบังเอิญเลยที่ชุดนักเรียนของพวกเราเป็น เสื้อขาว ปักอักษรสีแดง (เอะ มันทุกที่นี่นา) กางเกงน้ำเงิน ชุดผมน่ะของเดิมๆ แต่แน่นอนครับพอขึ้น ม.ปลาย เข็มขัดก็จะถูกเปลี่ยนจากไม่มีหัวทองเหลืองเป็น ตราโรงเรียนพื้นสีเงินเงา (มีแต่เข็มขัดนี่แหละที่ยังดูใหม่)  รองเท้าหนังดำ (นี่ก็เก่า)

    ผมเรียนที่โรงเรียนนี้มาตั้งแต่ชั้นประถมแล้ว เนื่องจากโรงเรียนอยู่ใกล้บ้านจึงไม่มีเหตุลผที่ผมจะย้ายไปเรียนที่อื่น แล้วฝั่งธนรถก็ไม่ติดด้วย  สองเหตุผลนี้แหละเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ส่งผมมาที่นี่ แล้วเมื่อผมย้ายบ้านมาจากในเมือง โรงเรียนนี้จึงเป็นที่เดียวไม่มีเหตุผลอื่นที่จะไม่เลือก

   เมื่อใกล้ถึงตึกเรียน ผมจึงต้องเก็บอุปกรณ์สันทนาการต่างๆลงกระเป๋าซะ ไม่รู้มันเป็นแฟชั่นกันหรืออย่างไร กระเป๋าหนังดำถูกทำให้แบนราบ ได้ยินมาจากเพื่อนสมัยม. 3 ว่า

   “เดี๋ยวขึ้นม.ปลายนะ กูจะเอากระเป๋าใหม่มาใช้ เท่ห์โคตรๆ ไม่ต้องใช้ เป้ใบใหญ่ๆตุงมีตราโรงเรียนอีกแล้ว”

   ใช่แล้ว กลายเป็นว่า ไม่ต้องเดาก็รู็ได้เลยว่าใครเป็นเด็กม.ปลายแล้วบ้าง เด็กม. 4 นี่ดูง่าย เพราะเข้าใหม่จะไม่มีเข็มโรงเรียนบนหน้าอกขวา ส่วนพวกม. 5 กับ 6 พวกนั้นผ่านพิธีติดเข็มมาเรียบร้อยแล้ว (เว่อร์มั้ย) ขนาดเข็มจะติดยังมีพิธี
   
   ทุกคนที่เดินสวนกันไปมาทำหน้าร่าเริงทักทายเพื่อนฝูง บางคนก็บอกเล่าเรื่องราวตอนปิดเทอม เมื่อผมเดินผ่านใครๆ ผมสังเกตุว่าคนที่เคยรู้จัก หรือยังรู้จักผมก็มักจะมองมาด้วยสายตาแปลกๆ น่าจะเป็นเพราะวีรกรรมที่ทำไว้ตอนม.ต้นก็ได้ มันคือความผิดพลาดครั้งใหญ่

   แต่ ม.ปลายพวกเราแยกห้องเรียนกัน โดยแยกตามสายที่จะสอบเข้ามหาลัย คงไม่เจอพวกนั้นไปจนกว่าจะจบ

   ผมแอบมองไปยังคนเหล่านั้นระหว่างทางเดินไปห้องเรียนใหม่ที่ชั้น 3  เสียงบางคนเริ่มเปลี่ยนไป บางคนก็ตัวสูงขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว ผมยังจำได้บางคนตัวสูงเท่าผม ตอนนี้มันแซงหน้าไปแล้ว แถมแซงไปเยอะด้วย

   เด็กม. 4 ดูไม่เหมือนเด็กๆ ม.ต้นเลย เสียงที่ห้าวขึ้น ตัวที่ใหญ๋ขึ้น แล้วก้มีเอ่อ.... ช่างมันเถอะครับ มองไปที่ขาก็เห็นได้แล้ว ขนพรึบพรับไปหมด แต่กลับเป็นเรื่องตลกที่พวกนั้นยังคิดว่าตัวเองเป็นแค่เด็กม.ต้น
เสื้อผ้าน่ะ ไม่ยอมเปลี่ยนกันเลย กลายเป็นขาสั้นมาก จะเดินจะนั่งทีไข่จะลอดเอา (ฮ่าๆ)

   ยกเว้นกรณีผมน่ะนะ ที่ไม่ค่อยต่างจากเดิมเท่าไร ผมโตเร็วตอนม.ต้น แต่ดูเหมือนพอขึ้นม. 3 ผมก็ใช้เวลาในโรงพยาบาลเยอะไปหน่อย ดังนั้น ดูท่าทางมันคงจะหยุดอยู่แค่นี้แหละ (เฮ้อ) ไม่สูงไปกว่านี้แล้ว เสื้อผ้าผมก็เลยประหยัดไป ไม่ต้องเปลี่ยนอีก

   ไหนๆก็มาถึงตรงนี้แล้ว ขอพูดถึงตัวผมเองสักนิด ผมเป็นเด็กผู้ชาย (ก็แหงละเนอะ แล้วโรงเรียนผมก็เป็นโรงเรียนชายล้วนด้วย) ตัวผมจะเล็กๆผอมๆ สูงแค่ 170 เวลาเข้าแถวม.ต้นผมจะอยู่หลังห้องเสมอ สงสัยจะโตเร็ว แต่พอวันนี้มาเดินในโรงเรียนถึงรู้ว่า ตัวเตี้ยมาก

   หน้าตาผมก็เป็นแบบลูกคนจีนหน้าขาว ตัวขาวปากแดง ไม่รู้เหมือนกันว่าได้มายังไง รู้แต่ว่าด้วยเหตุนี้ ตอนม.ต้น ครูจะชอบทักผมว่าเป็นเด็กน้อยมาเรียนเสมอ ส่วนเพื่อนๆจะ สงสัยว่าผมเป็นผู้ชายหรือเปล่า จนเมื่อจะจบม.ต้น มันจึงเปลี่ยนจากสงสัยมาเป็นล้อผมแทน

   ตอนนี้ขาพาผมมาถึงหน้าห้องเรียนใหม่นี้แล้ว  ม. 4/1
   
   ห้องเรียนของผมนี้เป็นห้องเรียนของเด็กเรียนดีที่สุดของในโรงเรียน คนอื่นชอบเรียกว่าห้องคิง (แต่ลับหลังจะบอกว่า คิงลี่)เป็นห้องเดียวที่สอบได้ทุกสาขา เด็กในห้องนี้จะรู้จักกันมาตั้งแต่ม.ต้น เพราะว่าห้องคิงไม่ได้เพิ่งแยกมาตอน ม.4 แต่มีมาตั้งแต่ม.ต้นแล้ว

   สำหรับเด็กที่เรียนม.ต้นมาด้วยกันตลอดสามปีเต็ม แถมไม่สุงสิงกับห้องอื่นเลย ผมจึงเปรียบดังคนนอกสำหรับพวกเขา  เด็กห้องนี้ไม่ค่อยทำไรร่วมกับใครนอกจากเรียน และ เรียน แค่ลองได้ฟังพวกนั้นคุยกันก็สยองแล้ว ก็ลองเดินผ่านแล้วได้ยินเด็กห้องอื่นคุยเรื่องที่เที่ยวตอนปิดเทอม แต่เด็กห้องนี้จะถามกันว่า    

   ปิดเทอมไปเรียนพิเศษวิชาของ ม.4 ล่วงหน้ามาไหม พอปิดเทอมใหญ่ของม. 4 ก็จะเรียนของม. 5  แถมพอจบม. 5 จะสอบตรงเข้ามหาลัยเลย

   น่ากลัวดีมั้ย...

   เพลงที่ผมฟังเพลง เพลงสุดท้ายกำลังเล่นวนซ้ำๆอยู่ในหัวผม วนไปมา เหมือนผมที่กำลังลังเลอยู่ว่าจะเข้าห้องดีมั้ยนะ

   ออดดังเป็นสัญญาณเข้าเรียนก็ดังขึ้น

   “เอ้า มายืนอยู่ตรงนี้พอดี”
   
   “ยืนฟังครูพูดหน้าห้องนะ แล้วพอครูพูดจบก็ตาเธอ”

   “แล้วเดี๋ยวออกมาแนะนำตัวด้วยนะ”

   ไม่รู้จริงๆว่า เป็นความต้องการของครูประจำชั้น (ทำไมไม่เรียกประจำห้อง) หรือธรรมเนียมอะไรกันนะ ที่แน่ๆตั้งแต่เรียนมาไม่เคยเห็นจะมี ผมละเกลียดการออกมาพูดหน้าห้องมากๆ ผมชอบจะเก็บตัวอยู่เงียบๆหลังห้อง อย่ามายุ่งกับผมเลยจะดีกว่า
   ตอนนี้ครูพูดต้อนรับเด็กนักเรียนเข้าห้องของครูอยู่ ผมเองก็เลยต้องยืนฟังอยู่หน้าโดยปริยาย

   ‘พูดไปนานๆเลย’ ผมคิดในใจ แต่สงสัยครูจะรู้

   “เอาละ มีคนมาเรียนเพิ่มคนนึง ซึ่งพวกเธอคงรู้จักบ้าง แต่ไม่ได้เรียนร่วมกันมาก่อน”

   “ต่อไปเค้ามาจะเรียนร่วมห้องนี้แล้ว”

   “เอ้ามา”  ครูหันมาทางผม

    ผมโดนเรียกแนะนำตัวเองแล้ว เป็นตาของผมแล้วสินะ เริ่มจาก ชื่อ ชื่อเล่น แล้วก็คณะที่จะสอบ (แทนที่จะเป็นงานอดิเรก)

   “เอ่อ สวัสดีครับ ชื่อ นัยวิทย์ ชื่อเล่น เก้า จะสอบเข้า วิศวะ ครับ” มีคนสนใจฟังด้วยเหรอ (วะ)

   ดังคาดทั้งห้องเงียบกริบ ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ ไม่มีใครให้ความสนใจ

   หน้าตาก็คุ้นกันทั้งนั้น อาจจะเคยเห็นเคยรู้จักบ้าง แต่ไม่รู้ชื่อแน่ชัด

   ผมมองไปเห็นคนๆนึง นั่งอยู่ข้างๆที่ว่าง ที่ๆซึ่งน่าจะเป็นนั่งที่ของผม เขาคนนั้นเองกำลังมองมาทางนี้ เช่นกัน เมื่อพอมองดีๆ สายตาของเขานั้นไม่ได้บ่งบอกว่ามองเมาที่ผมจริงๆ หรือแค่ทะลุผ่านตัวผมไปยังอากาศข้างหลังกันแน่

   “ที่นั่งอยู่ตรงนั้นแน่ะ” ครูชี้ไปทางที่ว่าง ตามคาด

   ผมถือกระเป๋าแล้วออกเดินไปยังโต๊ะตัวนั้นตามที่ครูว่า คนนั้นยังคงมองมาที่ผม คราวนี้ผมแน่ใจว่า เค้ามองที่ผมจริงๆ

   ก่อนผมจะวางกระเป๋าลง ความพยายามแรกที่จะมีเพื่อนใหม่ หรือไม่ก็ความพยายามทำท่าทีเป็นมิตรด้วย ผมจึงส่งยิ้ม ยิ้มที่ใครๆก็รู้ว่าแห้งสนิท ไปให้

   เขายิ้มตอบน้อยๆ

   “เฮ้ย นี่กูเจไง จำได้มั้ย” เสียงเข้ากับหน้าตาเปล่งขึ้นเบาๆ

   “เคยเจอกันตอนเรียนลูกเสือไง”

   เอ่อ เดี๋ยวนะ ลูกเสือมันเรียนรวมกัน แล้วแต่ละหมู่ก็คละกันด้วย สัปดาห์นึงเจอกันครั้งนึง บางทีก็สองสัปดาห์เจอกันทีนึง บางทีก็ไม่ได้ทำกิจกรรมเลยด้วยซ้ำ ผมจะไปจำมันได้ยังไง แล้วผมมีเพื่อนเรียนเก่งยังงี้ด้วยเหรอ

   แต่ถ้ามันคล้ายกับใครคนหนึ่งละก็ใช่อยู่ ... แต่เป็นไปไม่ได้หรอก

   เท่าที่ดูเจ เป็นคนจีน ประชากรไทยเกินครึ่งก็ลูกครึ่งจีนนะ ดูๆแล้วน่าจะสูงกว่าผมสัก 5 เซ็น ได้ ตัวไม่ถึงกับอ้วน หรือที่เรียกว่าอวบน่ะแหละ แค่ระยะแรกด้วย ไม่ได้ผอมก๊องแก๊งแบบผม จมูกเล็กๆ ปากค่อนไปทางหนาหน่อย มีสิวบ้าง (วัยรุ่นเนอะ) ผมตรงสีดำหนา

   ว่าไปแล้วถ้าสาวๆมาเห็นคงชอบมันอยู่ เด็กนักเรียนโรงเรียน ชายล้วน หน้าตาคุณหนู แบบมัน เวลาไปไหนสาวๆคงเข้ามาจีบมันบ้างละน่า แต่เด็กเรียนอย่างมันจะสนเหรอ

   “ทำหน้าตางี้นึกไม่ออกเดะ” เจยังพูดต่อ

   “อา..​ไม่อะ” ผมตอบกล้อมแกล้ม

   “นี่ข้างๆกู ไอ้แว่นนี่ ชื่อ แมค เรียกมันว่าป๋าจะดีกว่า”

    เออ เรียกเพื่อนยังงี้มันไม่โกรธเหรอ

   ถึงตรงนี้ผมเลยหันพยักหน้าให้กับ แมค เอ่อ ป๋าก็ได้

   “ไง เป็นไงมั่ง” คนชื่อแมคทั้งขึ้น

   แมค หน้าตาเด็กแนวมากครับ ไม่ใช่ว่าแนวแบกแปลกประหลาดนะครับ มันให้ความรู้สึกเหมือนนักดนตรีมากกว่าแล้วใส่แว่นด้วยนะ ประมาณว่าลองนึกหน้า นักร้องเพลงรอควัยรุ่นสักคนนดู แล้วลดความหล่อของนักร้องออกเยอะๆหน่อย ตัวมันขาวมาก ผมยาวๆ (ยาวกว่ามาตรฐาน) ข้างๆโต๊ะวางกีต้าร์อยู่ตัวนึง  ไม่รู้หรอกว่ามันเอามาทำไม แล้วเอามาได้ยังไง ไหนห้องนี้เด็กเรียนไง   

   แมคผมเคยเจอมันเมื่อตอนอยู่ม.ต้นมาบ้าง แล้วก็หายๆกันไป

   “กูจะเข้าวิดวะเหมือนกัน ส่วนไอ้ป๋านี่จะเข้าถาปัตฯ” เจ พูดขึ้น

   มันคงจะกำลังชวนผมคุยเรื่องเรียนสินะ

   แต่ ถาปัตฯเหรอ มิน่า ท่าทางแนวเชียว

   “แล้วมึงทำไมมาห้องนี้วะ ห้องอื่นก็สอบวิดวะได้เหมือนกัน ห้องนี้เค้าเน้นหมอกัน แถมสอนก็เร็ว”

   ถึงตรงนี้ไม่รู้ผมแสดงสีหน้ายังไงออกไป

   “ก็ แก้เบื่อมั้ง ลองอะไรแปลกใหม่มั่ง” ถ้าตอบออกไปยังงี้คงเป็นอันรู้กัน

   อย่าถาม!!!

   ทีนี้พวกมันทำหน้า งง แต่ดูท่าทางแล้วเหมือนผมจะไม่อธิบายต่อ มัน 2 คนก็เลยเฉยๆไป
   
   “แล้วพวกนายสองคนมาทำไมห้องนี้ละ ห้องอื่นก็สอบได้นี่” ผมถามกลับบ้าง

   “ก็เรียนมาตั้งแต่ม.ต้น เพื่อนอยู่นี่หมดจะเปลี่ยนห้องทำไมวะ” มันตอบ

   นั่นสิ จะมีใครหนีจากสังคมเดิมๆของตัวเองบ้าง

   คาบแรกกำลังจะเริ่มแล้ว ม. 4 ห้องนี้นี่เรียนครบทุกวิชาเลย ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เลข สังคม ไทย อังกฤษ โอ้ย มากมาย อนาคตชัดเจนแล้วว่า ผลสอบจะออกมาเป็นอย่างไร ก่อนนห้านี้แม้ว่าผมจะถือว่าเรียนเก่งก็เถอะ แต่นั่นหมายถึงตัดห้องนี้ออกไป แต่เมื่อเอาเข้ามารวมแปลว่า ผมอยู่รั้งท้ายของห้องทันที แถมวิชาก็ไม่ได้น่าเรียนเลยด้วยซ้ำ

   วันแรกเปิดเทอมไม่มีอะไรเป็นพิเศษแค่เริ่มสอนเต็มชั่วโมงแล้ว เพราะว่าห้องนี้เป็นห้องคิง แล้วเป็นไปอย่างรวบรัดมาก ชนิดว่าสอนบทละชั่วโมง สั้นๆ แค่หนึ่งตัวอย่าง รู้เรื่องไม่รู้เรื่องก็เป็นเรื่องของนักเรียนที่จะต้องตามให้ทันเอาเอง

    ส่วนปิดเทอม จะสั้นกว่าปกติ 2 สัปดาห์เพราะว่ารร.จะรีบสอนให้จบหลักสูตร เด็กก็จะได้ปิดเทอมใหญ่ยาวขึ้นเพื่อไปเรียนพิเศษ อันนี้ผมชอบ เพราะสำหรับผมเปิดเทอมหรือปิดเทอมก็ไม่ต่างกัน ผมไม่สนใจเท่าไรอยู่แล้ว

   ที่นั่งในห้องเรียนเป็นแบบสี่แถวแนวตั้งสามแถวแนวนอน โดยแบ่งเป็นล็อคละสามตัว ดังนั้นแถวนึงมีเก้าที่นั่ง สาม สาม สาม ผมนั่งอยุ่แถวที่สามจากบนลงล่าง แล้ว แถวสุดท้ายจากซ้ายไปขวา ถัดจากผมไปเป็นเจ ป๋า แล้วก็หน้าต่าง ซ้ายมือผมมีเพียงทางเดินที่กั้นระหว่าง ผมกับอีกแถวนึง ซึ่งแถวข้างๆนั้นมีคนๆนึงนั่งอยู่

   คนที่สะดุดตาผมเป็นอย่างมาก

   คนนั้น นั่งอยู่ซ้ายมือผม หน้าตาคมจมูกโด่ง แต่ตากลับเล็กๆ ไม่ถึงกับตี่มาหรอกครับ ยังมองอะไรเห็น ปากบางแดง แต่ทำไมไม่รู้ พอดูรวมๆรู้สึกหยิ่งๆยังไงพิกล เวลาเค้านั่งจะเห็นว่าขาที่เหยียดยาวนั้น ยาวเป็นพิเศษ ลอดไปใต้เก้าอี้คนนั่งข้างหน้าเลย

   ขาผมน่ะเหรอ แค่ยันขาเก้าอี้คนหน้าได้ก็สุดแล้ว

   วันนี้ทั้งวันคงจะผ่านไปแบบนี้

   “มึงบ้านอยู่ที่เดิมรึเปล่า”    ป๋าถามข้ามหัวไอ้เจมา

   “ใช่” ผมสงสัย

   “คุ้นๆว่า เมื่อก่อนมึงเดินผ่านหน้าบ้านกูนะ วันหยุดน่ะ”

   “บ้านอยู่ใกล้กันไง”

   เออ ผมไม่เห็นจะจำได้เลย

   ผมก็เลยพยักหน้ายิ้มๆให้มันไป

   “เบื่อวะ เปิดเทอมมาก็เรียนหนักเลย” คราวนี้เป็นเจ

   “เวลาเที่ยวเล่น จะเหลือน้อยลงแล้วสินะๆๆๆๆๆๆ” ป๋าพูดทำเสียงเหมือนเทเลทับบี้

   ไอ้เจเลยหันไปทุบตัวมันทีนึง

   แอ๊ก ป๋าร้องออกมา

   ท่าทางจะเพี้ยน แต่ถึงงั้นผมก็อดขำออกมาไม่ได้

   ป๋าปัดมือเจออก แล้วชะโงกตัวมาทางผม มาทั้งตัวเลย

   “ไปหาไรกินหลังเลิกเรียนมั้ย แล้วไปเล่นที่บ้านแมคกัน เพิ่งเปิดเทอมเอง อย่าไปซีเรียสมาก” เจพูดยังกับเป็นเจ้าของบ้าน

   “เอ่อ จะดีเหรอ” ผมเกรงใจเจ้าของบ้านมัน

   “ยังไงมึงก็ต้องผ่านทางบ้านกูอยู่แล้ว”

   แมคเอาศอกมากระทุ้ง

   “เอ่อ จะดีเหรอ” ผมไม่คิดจะทำอะไรหลังเลิกเรียนอยู่แล้วด้วย

   “เออน่า มึงไม่ไปมันก็มีขาประจำอยู่แล้วเว้ย” ป๋าหันไปชี้หน้าทางเจ

     ไอ้เจ ยิ้ม
   
   “ไปดิๆ” เจ เลยหันมาพูดกับผม

   “เอาไอ้ต้องไปด้วย” มันพาดแขนข้ามหน้าไปทางซ้าย

   ต้อง??? คนที่นั่งซ้ายมือผม ชื่อต้องเหรอ

   “เออๆ ไอ้ต้องก็ใกล้นีน่า เมื่อก่อนก็ชอบมาอยู่” ป๋าอธิบายให้

   “บ้านไอ้นั่นมันอยู่แถวบ้านแกเหมือนกันนี่ สามคนใกล้กันหมดเลย มีกูคนเดียวอยู่ไกล เวลาเล่นเกมดึกๆแม่งกูต้องกลับก่อนตลอด ไม่แฟร์เลย.....”  เจ พูดไม่หยุด ผมไม่ฟังมันแล้ว

   แต่เห็นได้ชัดว่ามันทำหน้างอนเป็นตูดตัดพ้อใหญ่เลย

    “เออ คิดดูก่อนวะ แต่กลับพร้อมกันได้” เสียงนั้นดึงดูดสมาธิผมไปหมดเลย

   คนชื่อ ต้องพูดขึ้น

   คนนี้ผมไม่เคยเห็นหน้าในโรงเรียนมาก่อนเลย

   “ตามใจมึง” ป๋าพูดลอยๆไม่สนใจต้องอีก

   “แล้วปกติพวกนายทำอะไรกัน” ผมถามลอยๆ

   “มึงถามใครวะ แล้วใครนาย” เจ หันมายียวนผม

   “พูดแมนๆหน่อยดิ เดี๋ยวคนก็ว่าเป็นตุ๊ดหรอก”

   แค่ประโยคเดียว สร้างความหงุดหงิดให้ผมอย่างมาก ถ้ามันนั่งนิ่งๆเฉยๆ ผมจะรู้สึกดีกับมันมากเลย แต่พอมัน พูดแค่นั้น ความหล่อของมันก็หายไปหมด

   เออ สัดพวกมันจะไปทำไรกันวะ” ผมเลยพูดแบบนี้เลย

   “เออววววว ต้องแบบนี้ดิวะ” ป๋าชูสองนิ้วขึ้น

   คนชื่อต้องยิ้ม

   เป็นรอคมือขวาเหรอวะ 

   “ก็ทุกที เล่นเกม กินขนม นั่งคุย ดูหนังโป๊” เจตอบ

   ต้องเอาแขนยาวๆ ข้ามหัวผมมาเบิร์ดกระโหลกเจเต็มๆ แขนเสื้ออ้าโชขนใต้วงแขนเต็มตาผมเลย   

   “นั่นมันมึงคนเดียว ไอ้หื่น” ต้องว่า ไอ้เจ

   พวกมันเลยหัวเราะกันใหญ่

   หลังจากครูสอนเสร็จคาบสุดท้าย ผมสามคน ถ้ารวมต้องด้วยก็เป็นสี่ ลุกขึ้นเก็บของใส่กระเป๋า ไม่สิกวาดเลยมากกว่า กระเป๋าเล็กๆแบนๆ หนังสือน้อยๆ เตรียมตัวจะกลับบ้าน เมื่อผมเหลือบไปมองคนอื่น พวกนั้นยังนั่นอ่านหนังสืออยู่เลย ช่างหัวพวกมัน เย็นนี้มีอะไรทำแล้ว

   พวกมันสี่คนเก็บของเสร็จเรียบร้อย เมื่อพวกมันเงยหน้าขึ้นมาจากเก้าอี้ยกกระเป๋าขึ้นมาหนีบแขน ผมรู้สึกเหมือนโดนพวกมันบดบังยังไงไม่รู้

   ไม่ต้องสังเกตุก็รู้เลยว่าผมตัวเตี้ยที่สุด ตัวเล็กที่สุดด้วย เจ นี่น่าจะสูงกว่าผมสัก 5 เซนต์ขึ้นไป ส่วนป๋านี่พอๆกับเจ เลย จริงๆแล้วที่ผมจำพวกมันไมไ่ด้เพราะว่า พวกมันโตขึ้นมากหรือเปล่านะ สรุปง่ายๆผมเตี้ยกว่าพวกมัน 5 เซนต์ ยกเว้น... คนซ้ายมือผม ไอ้ต้องมันสูงกว่าผม 10 เซนต์เห็นจะได้ มันสูงเกือบ 180 หัวผมเพิ่งจะอยู่ที่หน้าอกมันเอง

   ถ้าไปยืนแนบชิดกับมัน หัวผมคงชนกับหน้าอกเหนือหัวใจมันพอดี

   ต้องเป็นคนที่มีเสียงนุ่มนวลผิดกับหน้าตาท่าทางเหย่อหยิ่ง แล้วก็กวนตีนของมัน

   แล้วก็มีประโยคดังขึ้น

   “ไอ้เตี้ยนี่ก็อยู่แถวบ้านเราเหรอวะ ตัวก็เล็กๆ อุ้มมือเดียวยังได้เลย เดินไหวด้วยเหรอวะ”

   นั่นไงมันกวนตีนจริงๆด้วย

   “มึงไม่ได้ฟังที่กูพูดเหรอวะ” ป๋าโวย

   “อือ อยู่แถวบ้านป๋า” ผมตอบเอง

   “ใกล้กันดีเนอะ” ต้องก้มหน้ามายิ้มๆ

   ทำไมผมรู้สึกมันจงใจก้มจัง (วะ)

   “เฮ้ย ต้องมึงก็ไปว่ามัน น่าๆเพื่อนใหม่ๆ” ไอ้เจ รีบเดินมากอดคอผมทันที

   “ใหม่ตรงไหนวะ” แมคหัวเราะ

   ยังดีที่มันกอดคอไม่เอามือวางบนหัว แต่เหมือนไอ้ต้องมันจะอ่านใจออก

   มือยาวๆของมันพาดอยู่บนหัวผม

   ผมพยายามจะเงยหน้าขึ้นไป เห็นได้ชัดว่ามันกดหัวผมลงไว้ แต่ไม่ใช่เพราะไม่ให้ผมเงยหน้านะครับ มันพยายามหุบแขนเอาไว้ เหมือนมันคงรู้แล้วว่า ขนจักแร้มันทิ่มลูกตาผมอยู่ เวลาร่างกายเราเปลี่ยนแปลงไปมันก็คงจะอายอยู่ละมั้ง เป็นผม ผมก็อาย

   “ช่วยเอามือออกจากหัว กู ด้วย” ผมพูดตาขวาง   

   “ก็มันพอดีเลยนี่นา วางได้พอดีเลย”  ไอ้ต้องหัวเราะ

   ไอ้เจ ต้องช่วยปัดอีกคน

   พอดูท่าทางลกๆของมันแล้ว ไม่เหมือนมันจะตั้งใจช่วยผมเลย

   “อย่าไปวิจารณ์มันน่า มันน่ารักดีออก” ป๋าชมผม เอะ ชมยังงี้เหรอ

   ไอ้ต้องขำใหญ่เลย

   เวลาต้องหัวเราะนี่ ดูดีชะมัดเลยแฮะ

   “ใช่ เล็กๆน่ารัก อุ้มง่าย” ผมว่าถ้าต้องมันพูดยังงี้ชักจะไม่ดูดีแล้ว

   ส่วนเจที่ดูเหมือนจะเหนื่อยแล้วบ่นออกมา

   “เร็วๆไปเร็ว กูอยากดูหนังใหม่”

   ไอ้ป๋าเตะตูดเจ ดังป๊าบ

   “ไอ้นี่ก็คิดแต่เรื่องยังงี้”

   “เงี่ยนมากก็ไปห้องน้ำเลยไป พวกกูรอได้” ป๋ากำลังชี้ทางสว่างให้

   “กูไม่รอนะ ขี้เกียจ” ผมพูดต่อทันที

   ป๋าหัวเราะ  แต่เจทำท่าเหมือนจะอ้าปากเถียงอะไรบางอย่าง

   “รอเหอะ มันแปบเดียว ไอ้นี่กระจอก” คราวนี้เป็นต้อง

   คำพูดนี้จากปากมันรับได้ ผมชอบ

   
   ถึงจะคุ้นหน้ากัน แต่ไม่รู้จักชื่อ มาวันนี้ก็กลายเป็นเพื่อนกันได้แล้ว ชีวิตม.ปลายของผมคงกำลังจะเริ่มได้สวยแล้วมั้งครับ ตัวปล่อยข่าวเสียๆหายๆก็เหมือนจะอยู่ห้องอื่นไอ้พวกนี้ไม่ยุ่งกับห้องอื่นเท่าไรด้วย

   ดูจากท่าทางพวกมันแล้ว มันคงไม่รู้หรือไม่ก็ไม่ได้รังเกียจอะไรเกี่ยวกับตัวผมเท่าไร

   แล้วพวกก็มันเป็นผุ้ชายกันหมดเลยนี่...... เรื่องอย่างนั้นคงไม่เกิด

   ต้องเองก็เช่นกัน

 :bye2:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-08-2015 10:29:23 โดย Monet »

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: 10 CM. ตอนที่ 1 19/8/2015
«ตอบ #3 เมื่อ19-08-2015 23:44:47 »

รวดเดียวสามตอน  o13 เกิดเรื่องอะไรขึ้นน่ะ

ออฟไลน์ jejiiee

  • cannot open this page
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 202
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
Re: 10 CM. ตอนที่ 1 19/8/2015
«ตอบ #4 เมื่อ20-08-2015 00:12:12 »

งุ้ยยย น่าติดตามๆๆ o13

ออฟไลน์ ขนมโก๋

  • เป็ดหัวเน่า
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 699
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-0
Re: 10 CM. ตอนที่ 1 19/8/2015
«ตอบ #5 เมื่อ20-08-2015 00:16:33 »

ติดตามฮับ

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80
Re: 10 CM. ตอนที่ 1 19/8/2015
«ตอบ #6 เมื่อ20-08-2015 00:18:37 »

 :mc4:

ออฟไลน์ DREAM COME TRUE

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 379
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
Re: 10 CM. ตอนที่ 1 19/8/2015
«ตอบ #7 เมื่อ20-08-2015 13:29:04 »

อึม สำนวนอ่านง่าย เว้นบรรทัดกำลังเหมาะ ดีครับๆ จะติดตามครับ
แต่ใครพระเอกนะ เรื่องนี้

ปล.เรียนชายล้วนดีจังเลย

ออฟไลน์ diction

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: 10 CM. ตอนที่ 1 19/8/2015
«ตอบ #8 เมื่อ20-08-2015 22:22:14 »

เห้ย ชอบๆ
รอตอน 2 อยู่นะฮะ

ปล. เชียร์ต้องสุดตัว   :-[

ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
10 CM. ตอนที่ 2 บ้านเพื่อน 21/8/2015
«ตอบ #9 เมื่อ21-08-2015 18:37:31 »

10 CM ตอนที่ 2.0 : บ้านเพื่อน

        ตอนนี้พวกผมมาอยู่หน้าปากซอยโรงเรียนแล้ว เพราะว่าพวกเรารีบออกมากัน สองแถวเลยยังไม่แน่นเท่าไรนัก ที่รีบเพราะจได้ไม่ต้องยืน ผมนั่งติดกับเจ แล้วก็ป๋า ไอ้ต้องอยุ่ทางซ้าย เหมือนเวลานั่งเรียนกันในห้องเลย

   เสียงรถมันดังกลบเสียงคุยกันหมด ทำให้ทุกคนนั่งเงียบ จะตะโกนทำไมให้เหนื่อยด้วย เมื่อมาถึงหน้าปากซอยโรงเรียน เจ ขอตัวไปโทรบอกที่บ้านก่อน

   ส่วนป๋า ไปซื้อน้ำกับขนมเตรียมไว้ไปกินที่บ้านแมค ดูท่าจะไม่ใช่แค่ไปนั่งเล่นๆกันแล้ว ส่วนต้องยืนเฉยๆข้างๆผม มันเป็นคนที่ดูดีในสายตาผมจริงๆ แวบแรกที่ยืนอยู่หน้าห้อง มีมันนี่แหละ ที่ผมรู้สึกสะดุดตาแต่ต้องทำเป็นเฉยเสีย ตอนนี้เวลาอยากจะมองหน้ามันต้องเงยหน้าสูงไปหน่อย แต่ถ้าทำยังงั้นมันก็คงรู้ทันที ว่าผมมองมันอยู่

   มาคิดๆดูแล้ว ตกลงมันเป็นอะไรกันแน่ นี่เป็นการเริ่มต้นชีวิตในห้องเรียนใหม่ สิ่งที่ผมทำได้คือ พยายามทำตัวให้กลมกลืนที่สุด เรื่องไม่ดีพวกนั้น มันน่าจะมาถึงหูเด็กห้องนี้อยู่บ้างแหละ มากน้อยแล้วแต่ว่ามันจะใส่ใจแค่ไหน

   ‘ครูครับ โรงเรียนเรามีผู้หญิงมาเรียนด้วยครับ’

   ‘คนไหนเหรอ คนนั้นไงครับ ที่นั่งอยุ่’ ต้นเสียงมันชี้มาทางผม

   ‘ก็ดูปกตินี่ ชอบผู้ชายเหรอเรา’ คราวนี้ครูถามผม

   ผมไม่ตอบอะไร  มันไม่มีเหตุผลอะไรต้องตอบคำถามบ้าๆนี่

   ผมมองกลับไปทางต้นเสียงนั้น

   ‘ดอ มันใหญ่มากเลยนะครับ มันชอบเที่ยวไล่โชว์คนอื่น’

   ผมยิ่งงงในคำพูดของมัน

   ‘จริงเหรอ งั้นมาถอดให้เพื่อนดูหน้าห้องสิ’

   ผมยังนั่งนิ่ง จนกระทั่งครูประจำชั้นเข้ามานั่งหลังห้อง เรื่องจึงเงียบไป

   นั้นเป็นอดีต อดีตที่ผมอยากจะลืม แล้วจากเรื่องไร้สาระวันนั้น มันก็แพร่ไปทั่วโรงเรียน

   ตอนนี้ผมเป็นเด็ก ม.ปลายแล้ว มานั่งนึกๆดูพวกผม 3 คนไม่นับไอ้ต้อง (ไอ้นี่เวลาเรียนมันดุตั้งใจ) ดูจะเป็นกลุ่มที่ไม่เหมือนเด็กทั่วไปในห้องเรียนนี้เลย ดูเป็นมุมที่มีบรรยากาศร่าเริ่ง สบายๆใช้ชีวิตปกติทั่วไป กลับกันมุมอื่นในห้องดูมืดมนยิ่งนัก

   อาจจะเป็นโชคของผมบ้าง

   เจ เดินมาแล้ว หน้าบึ้งไปนิดหน่อย ส่วนแมค ขนของมาเยอะจนพวกผมต้องวิ่งไปช่วยถือ

   “นี่กะกินแทนข้าวเหรอไง” เจ พูด

   “ปกติแกก็กินข้าวแล้วกินขนมพวกนี้คนเดียวไม่ใช่รึไง” ไอ้ป๋า สวน

   “เฮ้ยมึง เจ เริ่มมีพุงแล้ว ไรวะ เพิ่งม.4 เอง” คราวนี้ตาต้อง

   ทุกคนเลยก้มไปมองกันที่พุงเจเป็นจุดเดียว

   ทันใดนั้น ต้อง ก็เอามือไปกระชากเสื้อ เจ ออกเผยผิวขาวๆไม่มีขนเลยแม้แต่น้อย ขอบกางเกงในสีขาว แพลมออกมา

   ขอบกางเกงขาวตัดกับกางเกงสีน้ำเงิน เข็มขัดสีดำเป็นอย่างยิ่ง

   เจมันมีพุงนิดๆจริงๆด้วย หน้าท้องสีขาวแบนแต่ไม่ราบ ไม่มีซิกแพคสักนิด ส่วนนั้นไม่มีขนเลยสักเส้น พุงมันทั้งขาวและเนียน ปกติผู้ชายพอเริ่มโตมักจะมีขนตั้งแต่ใต้สะดือลงมาเลยนี่นา ผมเองยังคิดว่าถ้ามีก็คงดี มันออกจะดูมีเสน่ห์
   
   ไอ้เจรีบดึงกลับมาปิดพัลวัน

   ผมขำไอ้ต้อง ไอ้นี่มันแกล้งได้ทุกคนจริงๆ

   “อารายว้า มึงจะอายทำไม” กลายเป็นป๋าที่พูดขึ้น

   “โตป่านนี้ขนไม่ขึ้นเหรอมึง” ต้องหัวเราะ

   “สัด จะมีไม่มีมันไปหนักส่วนไหนของพวกมึง” เจ​ โวยวายหน้าแดง

   เวลาเห็นคนท่าทางแบบเจ หน้าแดงแล้วโวยวายนี่น่ารักดีแฮะ แล้วยิ่งต้องสูงๆอย่างนี้ มันเหมือนรุ่นพี่กำลังแกล้งน้องอยู่ แล้วตอนนี้หน้ามันยิ่งแดงขึ้นๆ แดงจนจะไปถึงหูอยู่แล้ว

   เจ พยายามจะดึงเสื้อของต้องกลับบ้าง แต่ไม่ได้ผล มันหลบได้ มันเลยหันไปทางป๋า ซึ้งป๋าไม่แสดงท่าทีตื่นตระหนกแต่อย่างใด ถกเสื้อตัวเองโชว์ก่อนเลยซะยังงั้น ผมกับ เจ ยืนหน้าเหวอไปเลย

   “มากูให้ดูเอง อยากดูใช่มั้ย”

   “พอแล้วมึง กูไม่ใช่เกย์” เจเอามือปิดตา

   “นี่กูหนักแล้วมึง”

   “จะกินมั้ย ขนมมึงน่ะ” ป๋าทำท่าจะปล่อยทิ้งไป

   “คร้าบกินคร้าบ ท่าน” เจ รีบเข้าไปอ้อนแล้ว

   “ถือซะ” ป๋าพูดอย่างผู้ชนะ

   ผมกำลังเดินไปช่วยถือ แต่ต้องคว้าของมาไว้ก่อน

   “ตัวแค่นี้ เดินเฉยๆให้รอดเหอะ”

   “กูไม่ใช่เด็กผู้หญิงนะ” ผมเงยหน้ามองมัน

   “อ๋อเหรอ” เสียงยียวนของต้อง

   มันเอามือมาผลักผมออก แล้วแย่งที่เหลือไปถือเองหมดเลย

   ถึงผมจะตัวเล็กผอมๆ แต่ก็เป็นผู้ชายนะ   มันรู้สึกแปลกนิดหน่อยที่ต้องทำผมยังกับเป็นผู้หญิง

    ... เอาเหอะ ก็สบายดี ขี้เกียจไปแย่งมันกลับ
   
   “ทำไม รีบซื้อจัง แถวบ้านไม่มีเหรอ” ผมจำได้ว่ามันน่าจะมีร้านสะดวกซื้อมั่งนะ

   พวกมันมองหน้ากันเลิกลัก

   “เออ นั่นดิ มึงจะรีบทำไมวะ” เจ ได้ทีว่าป๋ามันเลย

   “กูลืมวะ ฮ่าๆๆๆ ทุกทีลงรถปุ๊บเข้าบ้านไปเลย” ป๋าหัวเราะแก้เขินไป
   
   “เฮ้ย รถมาแล้ว” ป๋าชี้

   รถเมล์สายที่จะขึ้นนั้น วันนี้ดูโล่งมาก เมื่อพวกเราทะยอยขึ้นรถไป

   ไอ้ต้องนั่งหน้าคู่กับป๋า พวกมันเลือกแถวข้างหน้าผม ป๋าเดินเข้าไปนั่งติดริมหน้าต่างด้านขวา ต้องคงไม่สบายมันเลยยืดขาออกมาริมทางเดิน

   “เออ กูนั่งข้างมึงนะ” เจ เดินมาเอากระเป๋ากับของกินวางลงข้างผม

   “อือ..” ผมไม่ได้ว่าอะไร

   ที่นั่งออกว่างมาเบียดกันทำไม
   
   แปลกดีที่รถเมล์ตอนบ่ายสี่โมงวันนี้มีที่ว่างให้พวกผมได้นั่ง เมื่อกี้ยังจะดูวุ่นวายอยู่เลย แต่ตอนี้ทุกอย่างดูเชื่องช้า เสียงเอะอะ ถูกกลบเงียบด้วยเสียงเน่งเครื่องรถยนต์ เมื่อรถเลี้ยว แสงแดดเปลี่ยนทางส่องจากหน้าต่างด้านขวาเป็นด้านซ้าย แสงพาดผ่านมาโดนขาต้อง

   มันขยับขาหลบแดด

   รถวิ่งด้วยความเร็วน่ากลัวแบบรถเมล์ไทย

   ระหว่างอยุ่บนรถเมล์ ไอ้เจหัวโยกหัวคลอนมาพิงไหล่ผม เอ่อ ไหล่ก็เล็กๆอะนะยังจะพิงหลับได้อีก รถเมล์วิ่งแค่ 20 นาทีมันหลับได้แฮะ ผมออกจะอายๆคนอื่นบนรถ (ช่างมันเหอะ) ผมทำเป็นไม่รู้เอา หูฟังมาเสียบ เปิดเพลงฟังต่อจากเมื่อเช้า
    
   มันจะแปลกมากมั้ยถ้าผมได้เพื่อนใหม่ แล้วไม่ทันไรก็ชวนไปบ้านกันแล้ว สายลมพัดมาเอื่อยๆปะทะหน้าผม ผมเจที่ปลิวตามแรงลมปัดมาโดนหน้าผมเบาๆ  ชักจะง่วงด้วยซะแล้วสิ ไอ้ต้องยังมองตรงออกไปทางหน้าต่างด้านซ้ายมือ

   แสงแดดที่อ่อนโยนตอนนี้กลายเป็นแยงตาแล้ว เมื่อรถมันเปลี่ยนด้าน

   เวลามีคนมาพิงบ่ายามบ่ายๆลมเย็นๆ มันก็สบายไปอีกแบบ

   เพลงในหูฟังผมเริ่มกลายเป็นเสียงที่ฟังไม่รู้เรื่อง แมคนั่งมองออกนอกหน้าต่าง สายตาเหม่อลอยไปข้างนอก  ส่วนต้องยังนั่งพิงติดทางเดินมองออกหน้าต่างไปอีกด้านนึง ก่อนที่ผมไจะไม่สามารถฝืนความง่วงได้อีกต่อไป  ภาพสุดท้ายที่เห็นเป็นหน้าต้องกำลังมองมาทางนี้

   ไม่รู้ว่าผมหลับไปนานเท่าไร พอลืมตาขึ้นก็เห็น ต้องลุกขึ้นยืน พวกเราจะลงป้ายหน้าแล้ว แมคเดินไปกดออดแจ้งคนขับให้จอดป้ายหน้า เจยังหลับพิงไหล่ผมอยู่ จนไอ้ต้อง กำลังเดินอาดอาดมาตบหัวไอ้เจ

   “ปั๊ก”  ดังลั่นรถเมลล์เลย

   เจสะดุ้งตื่น หน้าตาลนลาน แต่มันก็ไม่พลาดเก๊กหน้าหล่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

   “ตบทำห่าไรวะ” เจ พูดเบาๆ

   “หรือมึงจะนั่งไปจนสุดสายละ หือ”  ต้องชี้หน้ามัน

   “ถึงแล้วเหรอวะ กำลังสบายเลย” เจ ทำท่าหาว

   “คราวหน้าเอาอีกนะเก้า” มันกระเซ้าผม

   “หื้อ เรื่องไร” ผมยกของแล้วลุกขึ้น

   พอลงจากรถ เดินต่อไปอีกหน่อยก็ถึงหน้าบ้านไอ้แมคแล้ว

   บ้านแมคเป็นตึกแถว 1 ห้อง 3 ชั้น มีชั้นลอย แล้วที่นั่นเป็นห้องนั่งเล่นของพวกเรา มีแอร์ด้วยซึ่งไม่ค่อยจะเปิดนัก  ผมเห็นมันเปิดพัดลมก่อนเลย

   พอเข้าห้องวางของเสร็จ ท่าทางเจคงเอาแน่ เดินค้นตู้หาหนังอย่างว่าก่อนเลย สงสัยมันจะไม่เจอ

   “บ้านมึงเก็บหนังไว้ไหนวะ” เจ ถาม

   “บนตู้ ขวามือมึง” ป๋ามันตอบ

   เจ รีบลุกไปชะโงกหา

   “ไม่เห็นมีหนังอย่างว่าเลย”   

   “มาให้กูเตะมา บ้านกูไม่ใช่บ้านมึง”

   “บ้านกูพี่ๆมันยังวางไว้หราเลย แล้วเวลา...” เจ พยายามเล่าให้ฟัง

   “นั่นบ้านมึง บ้านกูพี่สองคนเป็นผู้หญิง สัดนี่ สันดาน” ป๋าจัดเต็มเลย

   “ว่าจะชวนไอ้เก้ามันดูซะหน่อย”

   เออ ผมไม่เคยดูวะ

   “พวกมันดูกันประจำเหรอ” ผมหันไปทางไอ้แมค

   “ประจำ ยิ่งไอ้ต้องนะ ดูไปทำไปเลยด้วย”

   “พ่อมึงสิ ใครเคยดุกับมึง”

   มันยกขนมห่อนึงป่าใส่หน้าไอ้เจ

   เมื่อขนมหล่นมากองอยู่ตรงเป้า เจเลยแกะของในห่อนั้นนั่งกินเป็นอันดับแรก ก่อนเปิดเกมแล้วตามด้วทีวี พอพูดถึงเกม ผมหันไปเห็นในห้องนั่งเล่นมีทีวีจอใหญ่อยู่ แล้วที่มุมห้องก็มีกีต้าร์  วางไว้อยู่ตัวนึง คนละตัวกับที่โรงเรียนนี่หว่า

   “อย่าหกบนเก้าอี้นะมึง” ป๋าทัก

   “เออๆ ไม่หกบนเก้าอี้มึงหรอก” เจ พูดเสร็จล้มตัวลงนอนเลย

   มันนอนบนตักผม

   “สบายไปมั้ยมึง” ผมบอกมัน

   ก็ดี เนื้อน้อยไปหน่อย

   “ลุกเลยมึง”

   มันไม่สนใจ

   ไม่กี่อึดใจ มันก็กินหมดซอง

   “พี่มึงเป็นไงวะ เค้าว่าเข้ามหาลัยแล้วจะสวยขึ้นนะเว้ย” ไอ้เจ พอกินอิ่มก็เริ่มอ้าปากถามอีก

   “เฮ้ย นั่นพี่กู เห็นพวกมึงมาตั้งแต่ ขนยังไม่ขึ้น” แมคสวนทันที

   แสดงว่ามันรู้ว่าเจ หมายถึงอะไร

   “ตอนนี้กูเป็นหนุ่มหล่อแล้วนะ”
   
   “ถุย กูหล่อกว่า” ต้องพูดขึ้นมา

   อันนี้ผมเห็นด้วยกับต้อง

   “ถามเก้าดิ ใครหล่อกว่า” เจ หันมาทางผม

   ผมหันหน้าหนี  ห่า มึงสู้ต้องไม่ได้หรอก

   “แล้วไง มึงจีบใครติดมั่งมั้ยละ” เจ ถาม

   “แล้วรุ้ได้ไงว่าไม่ติด อย่างกูไม่ต้องจีบเองนี่” ต้องย้อน

   “ใช่สิ เห็นเดี๋ยวๆก็มีมาให้เลือก แต่ยังไม่เอาใคร” มือเจคว้าขนมห่อใหม่

   “หรือมีวเป็นเกย์วะ” เจ เอาขนมชี้หน้าต้อง

   “เค้าเรียกว่า ไม่ง่าย ไม่ใช่แบบมึงนี่” ต้องเอาป๊อกกี้ชี้มันกลับ

   “พอ!!!! รำคาญ ไปเล่นเกมไป จะตีกันไปตีกันในนั้น” ป๋าเดินไปเปิดเกมต่อสู้ให้พวกมัน

   “มาเลย จัดมามึง”

   มันสองตัวพร้อมใจกันเดินไปที่จอ

   พอพวกมัน ลุกไปเล่นหมดแล้ว

   ป๋าเล่าให้ฟังว่า พี่ๆมันเรียนนิเทศ สายเกี่ยวกับการทำหนัง ดังนั้นบ้านมันจะมีหนังแปลกๆให้เลือกเยอะแยะ บางเรื่องก็ติดเรท   แต่พวกเราตกลงกันว่าจะไม่ดูหนังแบบนั้น และจะไม่บอกไอ้หื่นเจด้วย ผู้ชายสี่คนนั่งดูหนังเรท ด้วยทีวีจอขนาดนี้ มันคงดูแปลกมากๆ

   แล้วม.4 ก็เด็กเกินกว่าจะเข้าใจหนังอารมณ์อาร์ทๆพวกนั้น ดูไปก็ไม่รุ้เรื่อง รอแต่ฉากอย่างว่า

   “พวกมันสองคนตตีกันบ่อยมากเหรอ” ผมหันไปถามป๋า

   “พวกกูเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ม.ต้น ก็ต้องสนิทกันดิ”

   “มึงก็เหมือนกัน ถึงมึงจะเคยเห็นหน้ากูบ้าง แต่ก็ไม่เคยได้มาอยู่ห้องเดียวกันนี่นะ” ป๋านั่งดูพวกมันเล่นเกม

   “ต่อไปมึงก็มาเล่นกับพวกกูก็ได้” มันตบไหล่ผม

   “จบการสัมภาษณ์ เล่นเกมกันดีกว่า” ป๋าเดินไล่ไปอ้เจออก

   “อ้าว ทำไมกูละ”

   “ก็มึงแพ้ไอ้ต้องนี่ กูดูอยู่”

   “ไรว้า”

   เจมันจึงล้มตัวลงมานั่งข้างๆผม

   “บ้านมึงมี PS ป่าวถ้ามีว่างๆ กูจะไปถล่มบ้านมึงมั่งนะ” ไอ้เจถามผม

   “ตอบไปดิว่าไม่ ฮ่าๆๆ” ต้องหันมาขำ

   “ใครจะเชิญพวกมึงมาบ้านกู” ผมเลยสนองความต้องการต้องมัน

   “โห.....”

   “เก้า นี่เอาใหญ่เลยนะ”

   “เปิดเกมดิ เกมที่มึงเล่นค้างไว้น่ะ” ไอ้เจบอก    

   “เกมไรวะ” ผมสงสัย

   “อ้อ เกมใหม่น่ะ เห็นแมคมันบอกว่าเล่นค้างไว้ยังไม่จบ”

   “เหรอๆๆ เกมนี้ เราเองก็ยังเล่นไม่ผ่านเลยเหมือนกัน”

   “เก้ามึงเล่นด้วยเหรอ” เจหันมาถาม

   “เล่นดิ”

   “ไรว้า กูไม่มีอีกแล้ว”

   “มึงเคยมีไรเหมือนคนอื่นมั่ง” ไอ้ต้องจัดการ แล้ว

   “โหหหหหหหหหหห”

   พอไอ้เจ โหเสร็จ มันก็เอาขามาพาดขาผม แล้วเอาหลังพิงเก้าอี้ ผมทำหน้าเหวอๆนิดหน่อย (มั้ง) เกิดมายังไม่เคยเจอใครใช้สิทธิ์เหนือร่างกายผมถี่ขนาดนี้เลย ขามันก็ไม่ใหญ่อะนะ ใหญ่กว่าขาผมแน่ๆ กลายเป็นว่า ผมไม่สามารถลุกได้แล้ว เล่นทับทีสองข้างเลยด้วย

   “เปิดเกมดิ ไหนที่มึงบอกว่าเล่นค้างไว้น่ะ” ต้องสั่งไอ้แมค
   
   ป๋าเดินไปเปลี่ยนเกม PS เป็นเกมที่มันเล่นค้างอยู่ ไอ้เจ ดูจะสนใจเกมมากเป็นพิเศษ ท่าทางไอ้ป๋าคงจะไปโม้ไว้เยอะสิท่า ไอ้เจก็ดูจะยุขึ้นง่าย ดูมันเองก็นอนสบายๆ เอนหลังแต่ขามันเนี่ยสิ พาดอย่างเดียวไม่พอ ยังเขย่ายิกๆๆอีก มันหนักนะโว้ย
   
   ส่วน ต้อง มันลุกไปหยิบการ์ตูนมาอ่าน แล้วมานั่งบนโซฟา ตัวเดียวกับที่ไอ้เจนั่งเขย่าขานั่นแหละส่วนผมก็นั่งดู แมค เล่นไปก็พอแล้ว แถมขามันก็ยังทับไว้ทำให้ผมไปไหนไม่ได้ด้วย

   “อย่าเขย่าสิวะ” ต้องโวย

   มันล้มตัวเอาหลังมาพิงไล่ผม

   หนักนะมึงสองตัวอะ

   ที่บ้านผมเองก็มี PS อยู่ แต่ไม่มีเกมนี้ เพราะงั้นถึงผมจะสนใจไป ผมก็คงไม่สามารถกลับไปเล่นต่อที่บ้าน หรือ ถ้าชอบค่อยคิดอีกทีว่าจะ ไปซื้อมาเล่นมั้ย แถมผมจะกลายมาเป็นคนติดเกมอีกรอบมั้ยนะ อุตส่าห์เล่นน้อยลงแล้วแท้ๆ

   ผมเลยชะโงกหน้าข้ามไหล่ไอ้ต้องไปดูว่ามันอ่านเรื่องอะไร

   “เฮ้ย เบาๆดิเก้า อย่าหายใจรดคอกู”  ต้องเอามือผลักหน้าผมออก

   “ก็ไหล่มึงพอดีคางกูเลยนี่”

   “เออๆ งั้นวางไว้แล้วหายใจเบาๆ”

   “พวกมึงทำไรกันอะ กูทำด้วย”

   ถ้านั่งฟังดูสักพักจะเห็นว่า เจ เป็นคนช่างสังเกตุ ไม่สิช่างเสือก อยากรู้อยากลองตลอด

   พอเห็นผมอ่านการ์ตูนที่ต้องอ่าน มันก็ลุกขึ้นมาเอามั่งวางคอไว้อีกข้างของไอ้ต้อง

   “หนักมึง” ต้องเอาการ์ตูนตบหัวเจ

   “ทำไมเก้าทำได้ มันเล่นเสียวมึงสินะ มากูทำมั่ง”

   ไอ้เจจะกัดหูไอ้ต้อง

   “พอ กูไม่ใช่เกย์” ไอ้ต้องสะบัดตัวออก ลุกขึ้นมาโวยวาย

   ไอ้แมคไม่สนใจ นั่งเล่นเกมส์ต่อไป เกมส์ที่มันเล่นภาพสวยดี น่าสนที่จะหามาเล่นบ้างแฮะ พี่เรียนนิเทศน้องเรียนถาปัตเหรอ บ้านนี้ถ้าทางจะติสๆแฮะ

   จู่ๆ น้ำหนักที่ทับขาผมก็เปลี่ยนไป

   “เฮ้ย เดี๋ยวมาวะ โทรดัง”  เจ ขอตัวออกไปคุยข้างนอก   

   ไอ้ต้องขยับตัวอยู่บนเก้าอี้แล้วนั่งมองไปทางประตูที่ เจ เดินออกไป

   “เก้า เดี๋ยวเจ มันเข้ามาแล้วกลับกันเหอะ อยู่นานแล้ว เกรงใจมั่ง”

   อ้าว มันว่าผมทำไมเนี่ย ก็อยู่กันหมดไม่ใช่เหรอ

    “อือ เย็นแล้ว”

   “หน้ามึงแดงๆนะเก้า” พูดจบมันขยับตัวเข้ามาใกล้ผมอีก

   “ปะ ป่าว”

   “ดูดีๆ เหมือนมึงเป็นไข้เลยวะ”

   ผมเลยเอามือจับคอตัวเอง

   “อือ สงสัย อากาศเปลี่ยน”

   “มึงเป็นเหมือนน้องกูเลย”

   ต้องเอามือมาแตะหน้าผากผม ทีนึงแรงๆ

   มันกะแรงไม่เป็นรึไงเนี่ย

   “กลับไปกินยาด้วยละ ตัวอุ่นๆแล้ว”

   “มึง...​“

   “เออ น้องกูก็อ่อนแอเหมือนมึงอะ ต้องดูแลตลอด”

   “อา...คุณพี่แสนดี”

   มันยกขาทำท่าจะถีบผม แต่ ... มันยกขาลงทัน เหมือนมันรู้ นั่งท่านี้แล้วยกขา มุมจะไม่สวยเอา หึหึ

   “ให้กูดูแลเหมือนน้องกูเลยเอามั้ยละ เตี้ย”

   ต้อง ทำหน้ายิ้มๆ มันพูดจริงหรือพูดเล่นวะ

   “บ้า กูเป็นผู้ชาย ต้องหาหญิงสวยๆมาดุแลสิ แล้วจะว่ากูเตี้ยไปถึงเมื่อไหร่”

   ต้องหัวเราะ

   วันเดียวผมเจอเพื่อนใหม่ สามคน คนนึงที่ดูจะสนิทกับผมเร็วมาก อีกคนที่มีเรื่องให้ว่าผมได้ตลอดเวลา อีกคน   เอ่อ ว่ายังไงดี ปกติที่สุดแล้วมั้ง แต่ไอ้พวกที่ปกติๆนี้แหละมักจะมีไรแปลกๆทีหลัง

   “ไม่ต้อง ไม่ได้เป็นง่อย” ผมเลยย้ำอีกที

   “อ้าว รีบกลับกันทำไมวะ อยู่เล่นก่อนดิ”

   “เล่นเหี้ยไรละ มึงเล่นอยู่คนเดียวพวกกูนั่งดู”

   “มึงไม่ได้ดูไม่ใช่เหรอ มึงนั่งอ่านการ์ตูน” ผมบอกแมค

   “มึงอยากโดนใช่มั้ย เก่งจริงอย่าเงยหน้าคุยกับกูดิ”

   เถียงกันได้ไม่นาน

   เสียงประตูเปิดขึ้นมา

   “ เฮ้ยๆ อย่าแกล้งเด็กกูดิ เด็กใหม่เพิ่งมา” เจพูด แล้วเดินมากอดคอผม

   พอเจลงมานั่งที่เดิมคราวนี้มันไม่พาดขาแล้ว แต่มันยังกอดคอผม แล้วหันมายักคิ้วให้ เอ่อ เห็นกูเป็นอะไรกันวะ

   “ไปรีบกลับไปเลย เย็นแล้ว” ต้องโวยวาย

   “อ้าว ไรวะ ให้อยู่อ้อล้อเด็กกูก่อนดิ”

   “เด็กเหี้ยไรครับ” ผมหันไปชูนิ้วกลางใส่หน้าเจ

   “สม มึง” ไอ้ต้องกระทืบซ้ำ

   “สักวันเหอะมึง”

   พวกผมเลยทยอยเก็บของแล้วเดินออกจากบ้านแมค ในเมื่อมันเย็นแล้ว อีกอย่างเดี๋ยวพ่อเจ้าของบ้านมาเข้า พวกผมจะกลายเป็นเด็กเกเร ไม่ยอมกลับบ้านกันไปซะ

     หลังจากร่ำลากันแล้ว ตอนนี้เราสามคนกองกันอยู่หน้าบ้านป๋า
   พอมองดีๆ บ้านมันทำเครื่องเสียงเหรอเนี่ย เพิ่งเห็นป้ายชัดๆ ตอนมาก็มัวแต่เล่นกันเดินเข้าไปไม่ได้ดูเลย ตึกนี้ผมต้องผ่านก่อนเดินกลับบ้านประจำ แต่ไม่ยักจะสังเกตเ กลายเป็นว่า ป๋าต่างหากที่สังเหตเห็นผมก่อน

   “เก้า บ้านมึงไปทางนี้เหรอ”

   “อือ”
   
   “อะไรๆๆๆๆ มึงจะไปบ้านเค้ารึไง” ไอ้เจ พูดขัดขึ้นมา

   “เปล๊า (เสียงสูง) กูคิดว่าถ้ามันเปลี่ยวจะเดินไปส่งน่ะ กลัวมันโดนฉุด” หน้าตาคนพูดกวนตีนมาก

   มึงจะเอาไงกับกู ไอ้ต้อง

   “เออๆ ไปๆ แยกย้ายๆ เจอกันที่รร.พรุ่งนี้” ไอ้เจพูดแล้วก็รีบเดินแยกจากไปเรียกแท๊กซี่
   
    บ้านไอ้ต้องไปทางขวาจากบ้านของแมคหน่อยเดียว ส่วนผมไปทางซ้ายแล้วต่อเข้าไปในซอย สำหรับไอ้เจผมเห็นมันเรียกรถแท๊กซี่ บ้านมันคงไกลจากแถวนี้พอควรอยู่

   ไม่นานแท๊กซี่ก็มา เห็นมันเปิดประตูหน้าเข้าไปคุยบอกทางกับคนชับ พอคนขับพยักหน้าตกลง มันก็หันมาโบกมือลาทางผมกับต้อง แล้วรถก็แล่นออกไป

   คราวนี้ก็คงเป็นตาผม ไอ้ต้องยืนหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ตรงข้างๆ

   “งั้นกูไปนะ”   

   “เออ เก้า เบอร์มึงอะไรวะ”

   “อ้อ งั้น.. “ ผมบอกเบอร์มันไป

   ผมเดินหันหลังไปตามทาง ขณะที่กำลังเสียบหูฟังนั้น ผมแอบหันไปมองไอ้ต้อง มันยังคงมองมาทางผมอยู่ตรงนั้น  มันมองนิ่งมาทางผม ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า ความรู้สึกนี้คืออะไรกันนะ ผมโบกมือให้มันหนึ่งที ก่อนผมจะหันหลังแล้วเดินต่อไป

   เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงเพลงในหัวไม่ได้รบกวนใจผมเท่าความรุ้สึกติดค้างเมื่อกี้ ผมจึงหันหลังกลับมา เห็นหลังยาวๆของไอ้ต้องค่อยๆเดินห่างออกไปๆ บนฟุตบาทจากที่ว่างปล่าวหน้าบ้านแมค ไปสู่ความวุ่นวายของ รถเข็นขายอาหารกับแสงไฟสลัวๆ

   บ้านผมต้องเดินไปอีกสัก สิบห้านาที ก็ไม่นานนักหรอกครับ เด็กๆมันแรงดี ตอนนี้เพิ่งหัวค่ำ ผู้คนก็สัญจรไปมา ไม่ได้เปลี่ยวอย่างที่ต้องบอกหรอก

   ผมได้แต่คิดว่า พวกเราสนิทเร็วดีเหมือนกัน เราเรียนรร.เดียวกันมาตั้งแต่ ม.ต้นถึงจะไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ก็คงเคยเห็นหน้าบ้าง

   คิดว่าคงไม่มีใครในกลุ่มจะมีนิสัยที่ผมไม่ชอบ แล้วก็ไม่มีใครจะคิดทำอะไรกับผมเกินเลยไปกว่าความเป็นเพื่อน เช่นกันผมเองก็ไม่ควนคิดไปกว่านี้ อะไรที่กำลังจะเกิดหยุดเอาไว้ดีกว่า

   ผมเพิ่งนึกได้ว่า ไหนไอ้ต้องมันบอกว่า ไม่ไปไง แล้วมันมาทำไรหว่า แล้วทำไมเวลาเจ เดินออกไปคุยโทรศัพท์มันต้องมองแปลกๆด้วย  จะไปยุ่งทำไมเรื่องของเค้าสองคนน่ะ ผมปรับเพลงในหูให้ดังขึ้น กลบเสียงของความคิดประหลาดๆออกไปซะ

   โทรศัพท์สั่นขึ้นมา

   “โหล”

   “ถึงบ้านยังละมึง”

   “ใครครับ”

   “กูเอง ไอ้เตี้ย”

   สัด

   “ต้องเหรอ”

   “มึงคิดว่าใครละ”

   “หลงทางเหรอไง” ผมถามมันกลับ

   “หลงเหี้ยไรละ ถึงบ้านแล้ว”

   “กูจะถามว่ามึงโดนฉุดหรือยัง” มันพูดต่อ

   “ยังเว้ย ถึงบ้านเร็วจัง”

   “ขากูยาวน่ะ นี่ยังไม่ถึงเหรอ”

   “อีกแปีบ”

   “อ้อ”

   ปลายสายเงียบไปสักพัก

   ผมไม่รู้จะชวนมันคุยไรดี

   “ต้อง มึงไม่โทรหาแฟนเหรอ” อยู่ๆ ปากก็ถามออกไป

   กูจะถามไปเพื่อ?????

   “ทำไมคิดงั้นวะ”
   
   “หล่อๆ หน้าตาดีอย่างมึงน่าจะมีคนให้โทรหานะ”

   “มึงยอมรับแล้วเหรอว่ากูหล่อ คนหล่อใช่ว่าจะต้องมีใครนะเว้ย” กวนกูอีกแล้ว

   “เอ่อ... เอาเหอะ กูถึงบ้านแล้ว”

   “แล้วมึงละ ไม่โทรหาใครเหรอ” หือ นี่ก็ไม่ทันตั้งตัวเหมือนกัน

   “กูว่าจะโทรหาไอ้เจมันนะ ฮ่าๆๆ” คราวนี้ตาผมเอาคืนมั่งละ

   “โทรหาไมวะ”

   “กูคงคิดถึงมัน ท่าทางมันจะชอบกู”

   “เหรอ... คิดดีๆละกัน”

   “เออ สัด กูไปละ” แล้วผมก็กดวางสาย

   “เดี๋ยว มีไรโทรหากูได้นะ หึหึ”

   ประโยคฟังดูดี แต่เสียงนี่สิ

   แม่ง สมเป็นต้องจริงๆ โทรมากวนตีนได้จนนาทีสุดท้ายเป็นไงละ เจอผมเข้าไปมั่ง งานนี้คงพูดไม่ออก

ต่อไปกลายเป็นว่า ผมนี่แหละครับที่พูดไม่ออก

 :bye2:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-10-2015 11:31:37 โดย Monet »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

10 CM. ตอนที่ 2 บ้านเพื่อน 21/8/2015
« ตอบ #9 เมื่อ: 21-08-2015 18:37:31 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ DREAM COME TRUE

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 379
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
Re: 10 CM. ตอนที่ 2 21/8/2015
«ตอบ #10 เมื่อ22-08-2015 11:24:55 »

มีแววว่าพระเอกไม่เป็นเจก็ต้องรึเปล่า?
สนุกดีครับ
รอตอนต่อนะ

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-17
Re: 10 CM. ตอนที่ 2 21/8/2015
«ตอบ #11 เมื่อ22-08-2015 14:06:02 »

 :man1:

ต้องๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เจโยนให้คนอื่นไป  :ruready

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: 10 CM. ตอนที่ 2 21/8/2015
«ตอบ #12 เมื่อ22-08-2015 16:22:24 »

คนไหนดี

ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
Re: 10 CM. ตอนที่ 2 21/8/2015
«ตอบ #13 เมื่อ22-08-2015 22:38:14 »

จากใจผู้เขียน (ตอน 1-2)

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะครับ ทุกครั้งที่ผมจะโพสต์เรื่องนี้ มือจะสั่นๆทุกที ไม่รู้ว่าจะมีคนเข้ามาอ่านหรือไม่
ในชีวิตนี้เคยแต่อ่าน ยิ่งจะมาโพสต์เองยิ่งไม่เคย ดังนั้นอาจจะผิดๆถูกๆอยู่บ้าง

อย่างตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะตอบผู้ที่มาคอมเม้นทุกคนยังไง คือ ต้องจดชื่อออกมาแล้วพิมพ์กลับไปทีละคนหรือก็ @หน้าชื่อก็ยังทำไม่เป็น

ผมเลยขอมารวมๆในนี้เลย

สำหรับคนที่ถามมาว่า รร.ไหน ผมคงไม่บอกนะครับ แต่ผมใบ้ไปเยอะในเรื่องนี้ เพราะอย่างที่ได้เขียนไปตอนแรกแล้ว เรื่องนี้มาจากเรื่องที่เกิดขึ้น จดจำเอาไว้ แล้วเอามาเล่าสู่กันฟังก่อนมันจะหายไปกับกาลเวลา ดังนั้นเรื่องของรร.ผมก็ไม่ได้ปิดบังอะไร แค่ไม่บอกตรงๆ แล้วข้อมูลก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรจากความเป็นจริง

ในเรื่อง ถ้าเป็นสมัยนี้มันคงเรียกว่า คู่จิ้น แต่ตอนนั้นยังไม่มีคำนี้ มันเลยเหมือนเพื่อนที่สนิทกันมากกว่า

ขอให้อดทนอ่านต่อไปนะครับ จะทำให้ดีที่สุด แต่ละตอนแก้และอ่านทวนใหม่ไม่ต่ำกว่า 5 รอบ ใช้เวลานานอยู่

ตอนที่ 3 จะลงวันจันทร์ (24/8/15) ครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-08-2015 10:20:41 โดย Monet »

ออฟไลน์ diction

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: 10 CM. ตอนที่ 2 21/8/2015
«ตอบ #14 เมื่อ22-08-2015 23:25:46 »

โอ๊ยยยยย ต้องน่าร๊ากกกกกก >\\\<

ออฟไลน์ DREAM COME TRUE

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 379
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
Re: 10 CM. ตอนที่ 2 21/8/2015
«ตอบ #15 เมื่อ24-08-2015 11:17:18 »

แค่คู่จิ้นงั้นรึ รึมากกว่านั้น ฮ่าๆ
เก้าน่ารักดี ดูติสๆ วันนี้จะมาลงกี่โมงกันนะครับ

ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
10 CM. ตอนที่ 3.0 วิชาภาษาไทย 24/8/2015
«ตอบ #16 เมื่อ24-08-2015 18:19:15 »

10 CM ตอน 3.0 : วิชาภาษาไทย

   ดูเหมือนว่าความสนิทจะเดินทางคู่ไปกับเวลา ในกลุ่มผมสนิทกับเจที่สุด ตามมาด้วยแมค ส่วนไอ้ต้องแน่นอนเอาไว้รั้งท้าย มันก็ออกจะเหนือความคาดหมายไว้อยู่แล้ว เพราะไม่คิดว่าจะสนิทกันได้เร็วขนาดนี้ ทุกวันที่ผ่านไป ผมกับพวกเจ ตัวจะยิ่งตัวติดกัน เดินกอดคอกัน (แต่ยังไม่ควงแขนนะ) เวลาพักก็ยังไปทานข้าวด้วยกัน ยกเว้นแค่เวลากลับบ้าน
   
   มันคงเป็นเพราะว่าพวกเรามีอะไรเหมือนๆกัน ก็ในเวลาเรียน พวกผมสามคนจะผลัดกันพลุบโพล่ เริ่มจากวิชาเลขเลย เจ จะเก่งวิชาเลขที่สุด (ใน 3 คนนะ) มันจึงจะลุกมาเรียน แล้วให้พวกผมลอกทีหลัง อังกฤษ จะเป็นแมค ส่วนสังคม จะเป็นผม

    เวลาคนอื่นมองก็จะเจอพวกผม3 คนผลัดกันลุกขึ้นมาฟังครู ผลัดกันหลับ แต่ถ้า เป็น ฟิสิกส์ เคมี แล้วละก็ จะหลับพร้อมกัน 3 คนเลย

   มันก็ไม่ใช่เรื่องดีนักหรอกครับ คนอื่นๆในห้องตั้งใจเรียนกัน แต่พวกผมมาหลับ ไม่ต้องสังเกตก็เห็นว่า เพื่อนร่วมห้อง ไม่พอใจกับพฤติกรรมพวกเรามากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเป็นพวกตัวประหลาดในห้อง แต่ยกเว้นไอ้ต้อง ที่ไม่หลับเลย แถมยังติดอันดับ10 ของห้องด้วย

   หลายหนที่ผมแอบคิดว่า พวกนั้นอิจฉาที่พวกเราใช้ชีวิต ม.ปลายได้อย่างคุ้มค่า ไม่ใช่หมดเวลาส่วนใหญ่ไปกับหนังสือเรียนแล้วก็แบบฝึกหัด

   คนบ้าอะไรวะ ขาว สูง เล่นกีฬาดี เรียนก็ดี แต่รวยมั้ยผมไม่รู้นะ (หวังว่าอย่าเลย จะดีเกินไปแล้ว)
มันเป็นคนที่สะดุดตาเสมอ ยิ่งกับผมด้วย ไอ้ต้องนั่งซ้ายมือผม มีแค่แถวทางเดินกั้น ผมเองมักจะแอบหันไปมองมันเวลาเบื่อๆเสมอ

   มันมีเรื่องแปลกอยู่อย่างนึง (นอกจากเรื่องหลับแล้ว) ผมชอบนั่งเขย่าขา คิดว่าวัยรุ่นก็เป็นกันทุกคน (รึเปล่า) แต่ไอ้เจ จะไม่เขย่าขาของมันเอง พอมันเห็นผมทำ มันจะเอาขามาซ้อนบนขาผม แล้วเวลาผมเขย่ามันก็จะเขย่าขามันไปด้วย ขาเราสองคนก็จะถูกัน ถ้ามันอ้าขาเข้ามาลึกกว่านี้ก็คงจะโดนตรงนั้นแล้วละ

   มีอยู่วันนึง เจ มันแซวว่า

   “กูรู้ มึงกำลังเงี่ย..”

   “พูดเหี้ยไรของมึงเนี่ย” ผมรีบว่ามัน ก่อนมันจะพูดเสียงดังกว่าเดิม

   “เอาเป็นว่า กูรู็แล้วกัน”

   “แล้วมึงรู้ได้ไงวะ”

   “เออน่า”

   “แล้วเวลาไอ้แมคมันทำละ” ผมชี้ไปทางนั้น

   “มันไม่เหมือนกัน”

   “ทำไมมึงไม่ไปพาดไอ้แมคมั่งวะ”

   “ไม่ได้ดิ ถ้าทำงั้นกูก็อ้าขาพาดสองคน อุบาทว์ตายเลย”

   “ก็เอาข้างเดียวสิวะ”

   “ขามึงน่ายกพาดกว่า”

   อะไรนะ!!!

   “แปลว่า ที่มึงชอบเขย่าขาบนขากู มึงก็เงี่ย..”

   “ใช่ แล้วมันแปลว่า กูก็เงี่ย..กับมึง”

   หือ!!!

    มันหัวเราะร่วนเลย

   หูดเหี้ยอะไรเนี่ยยยยย

   ถึงตอนนี้ไม่รู้ผมจะทำหน้ายังไงออกไป ไอ้ต้องถือสมุดเดินมาตบหัวผมกับไอ้(เวร)เจ คนละทีแรงๆ แล้วชี้นิ้วออกไปนอกห้อง

   “ห้องน้ำเลย มึงสองตัว นี่ห้องเรียน”

   “ทำไมอิจฉาเหรอ ที่กูได้เขย่าขากับไอ้เก้า” เจหันไปถามต้อง

   “อิจฉาไม บ้าป่าว” ต้องโวยวาย

   เจ เลยเดินตามไปกอดคอไอ้ต้อง เอ่อ เขย่งกอดอะนะ

   “ไม่สนจริงเหรอ....”

   “ไปไกลๆเลยมึงทั้งคู่” ไอ้ต้องปัด

   พอสิ้นประโยคเมื่อกี้ผมก็รู้ชัดเลยว่า ไอ้ต้องไม่ชอบแบบนี้

   ก็ดีผมจะได้ไม่ต้องคิดอะไรกับมัน

   แล้วคุณครูก็เข้าห้องเรียนมา

   ชั่วโมงภาษาไทยวันนี้ ครูให้เด็กในห้องจับกลุ่มทำรายงานกัน กลุ่มละ 3 คน (ทำไมไม่ 4 ไปเลยวะ) นั่นก็หมายความว่า พวกผมต้องมีคนนึงกระเด็นออกไป สงสัยคนนั้นจะเป็นผมแน่ๆ

   “เอ้าๆ จับกลุ่มได้แล้วเขียนเรียงความตามหัวข้อนี้นะ”

   หัวข้อน่าเบื่อถูกเขียนขึ้นบนกระดานดำ ลายมือครูภาษาไทยสวยยิ่งนัก แต่ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกอยากทำมันเพิ่มขึ้นด้วยเลย

   เรื่องที่ต้องทำเนี่ยเกี่ยวกับ วรรณคดีอะไรสักเรื่องในหนังสือเรียนนี่แหละ ถ้าอ่านๆสักหน่อยน่าจะทำได้ ถ้าอ่านได้จนจบนะ

   “งี้เอาไงวะ” ไอ้แมคมันหันมาถามไอ้เจ

   “ง่ายๆ มึงกูเก้า สามคน ไอ้ต้องไปหากลุ่มอื่น” เจว่าละหัวเราะ

   “อ้าว ทิ้งต้องเลยเหรอ”

   “ช่างมันดิ เป็นห่วงมันเหรอ”

   “ปล่าวเว้ย มันจะไม่ดีปล่าววะ”

   ผมหันไปมองทางต้อง มันทำหน้าเฉยๆ

   “งั้นเอางี้ กูไปกับเจเอง เก้ากับต้อง แล้วหาคนมาเติมอีกคน”

   “เฮ้ยๆๆ ไม่ได้ๆ กูต้องไปกับเก้าเท่านั้นเว้ย”

   “เรื่องมากจริงนะมึง” แมคหันมาค้อนๆแล้วเดินไปหาต้อง

   “ต้อง กูอยู่ด้วย”

   ต้องพยักหน้า

   เอาละ งี้อีกคนที่ต้องเพิ่มจะเป็นใคร ผมไม่สนิทกับใครเลย ดังนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจไป

   “เฮ้ย กูอยู่ด้วยดิ”

   หน้าตาท่าทางไม่เป็นมิตรเลย

   คนๆนั้น เสื้อผ้าตึงเป๊ะ ตามแบบเด็กเรียนใส่แว่นกรอบดำหนาๆ หน้าตาจืดๆ ตัวใหญ่ๆอ้วนนิดหน่อยแสดงออกทางอารมณ์ชัดเจนมากว่า ไม่เป็นมิตรกับคนอื่น โดยเฉพาะกับผม ที่มานี่คือหาที่ลงไม่ได้แล้วสินะ

   “ทำไมมึงไม่ไปอยู่กับไอ้ต้องวะ” เจถาม

   “ไม่เอา อยู่กับมึงน่ะดีแล้ว เพื่อจะได้ดูอะไรดีๆ”

   “คืออะไร” ผมถาม

   “ก็อยู่กับตุ๊ดเผื่อมีอะไรสนุกๆ”

   “หึ” ไอ้เจ พ่นลมออกมาทางจมูก

   “เอาสิ เดี๋ยวกูจัดให้ ฮ่าๆๆ”

   ไอ้เจ ก็ไปรับมุกมันนะ

   ผมเลยหันไปมองทางเจ พยายามทำสัญญาณว่า มึงเอาจริงเหรอ ตอนนี้คนนั้นอารมณ์ดีมาก เหมือนได้ของเล่นเลย สงสัยงานนี้จะมีอะไรสนุกๆให้ดูแน่ๆ ไม่ใช่รายงานนะครับ อย่างอื่นมากกว่า

   ตกเย็น เรานัดกันว่า จะทำให้เสร็จวันนี้เลย จะได้ไม่ต้องเก็บไว้ไปทำวันอื่น ดูท่าทางพวกต้องเองก็เหมือนกัน ผมคงไม่ได้อยู่กับเจ แล้วก็ไอ้บ้านั่น สาม คนแน่ๆ อย่างน้อยพวกต้องก็ยังอยู่

   ผมนั่งทำอยุ่ในห้องเรียนหลังห้อง ส่วนพวกต้องอยุ่หน้าห้องกัน ท่าทางคนอื่นจะกลับบ้านไปหมดแล้วไม่ก็ไปเรียนพิเศษ แน่นอนใครจะอยากทำรายงานภาษาไทยที่ไม่ใช้สอบกันมั่งละ

   แต่พวกผมอยากทำให้มันเสร็จๆไปเลย

   คนที่ 6 ที่เพิ่มมาชื่อ ซัน เป็นเด็กที่สูงพอๆกับเจเลย แต่มันผอมกว่า ผอมมาก แล้วก็ผิวคล้ำๆ เห็นว่ามาเรียนได้เพราะโควต้านักกีฬา เอาเถอะไม่ใช่ประเด็น

   แดดคล้อยต่ำแล้ว ห้องเรียนกลายเป็นสีส้มอ่อนๆไป

   “เดี๋ยวกูนั่งอ่านดูละกันว่ามันว่าไงมั่ง” ผมบอกเจ

   “ดีๆ ตุ๊ดๆแบบมึงเหมาะกับวรรณคดีแบบนี้อยู่แล้ว”

   “มึงไม่ช่วยทำเหรอไง” ผมถาม

   เห็นมันหยิบแบบฝึกหัดวิชาเลขมานั่งทำ

   “ทำไม กูสนใจแต่วิชาคำณวณเท่านั้นเว้ย”

   “เหรอออ”

   “เออดิ กูได้คะแนนเกือบเต็มตลอดนะเว้ย อย่างมึงทำได้เหรอ”

   ““มึงไม่ทำก็ นั่งเงียบๆไปก็ไม่มีใครว่านะ”” เจ โวยขึ้นมา

   “เดี๋ยวกูนั่งรอนี่ละกัน กูไม่ชอบภาษาไทย” เจ ตบหลังผม ก่อนหันไปนั่งอ่านการ์ตูนข้างหลัง

   “แหมๆ ผัวปกป้องเมียเหรอ”

   คราวนี้เจ มันเงียบไป

   สักพัก เจ ลุกเดินออกไป ปล่อยผมนั่งกับมันอยุ่ 2 คน ไม่เป็นไรหรอกนี่ไม่ใช่ครั้งแรก แล้วผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ เจอคนปากหมาแบบนี้ผมทนได้

   ทนมาตลอดม.ต้นแล้วนี่

   “ผัวมึงไปนั่นแล้วแน่ะ”

   “ไม่ใช่ผัวกู”

   “เหรอ มีผู้ชายมาอ่อยมึงน่าจะดีใจนะ”

   “สัดนี่ มึงบ้าเหรอ” ผมทำเป็นไม่สนใจ

   “ดูไม่ออกเหรอ”

   “คิดไงมาได้กับผู้ชายวะ สนุกมั้ย” มันยังพล่ามต่อ

   “นี่ๆ มีงได้กับไอ้เจยังละมึง เห็นว่ามึงได้ไปทั่วนี่”

   “….” ผมไม่รู้จะตอบอะไร

   นั่นไงกะแล้วว่า พวกมันคงรู้กันหมดแล้ว จะเป็นไปได้ยังไง ก็ผมเล่นโดนคนเอาไปประจานหน้าห้องไม่นานมันก็เลยลามไปทั่วยังกับโรคระบาด...ทุกคนในโรงเรียนรู้จักผมแบบนี้แหละ

   เอาเหอะ  ถ้ามันจะเกิดละก็ มันก็เป็นความผิดพลาดของผมเองนี่นา

   แค่ มันตามมาหลอกหลอนเร็วไปหน่อย น่าจะให้เวลาพักกันบ้าง

   “นี่ๆ ถ้ามึงได้กับเจแล้ว...”

   ผัวะ เสียงดังสนั่น ขนาดพวกต้องอยู่หน้าห้องยังหันมามอง

   “หนัก หัว ตรงไหน ของ พ่อมึง เหรอ” เจ ย้ำทีละคำชัดๆ

   เจเอาหนังสือภาษาไทยซ้อนกัน 3 เล่มตบหัวมัน

   “ตอนแรกถ้ามึงหยุด กุจะใส่ชื่อมึงลงไปนะ ตอนนี้กูว่า กูไม่ใส่ดีกว่าวะ ยังไงไอ้เก้าก็เป็นคนทำไม่ใช่มึง มึงก็ไปทำเองคนเดียวแล้วกันนะ”

   “เฮ้ย มึงกล้าเหรอ”

   “เออดิวะ” เจกระชากคอเสื้อไอ้คนนั้นออกไป

   “มึงอะ กล้าป่าว มีปัญหามาได้นะเว้ย”

   ไอ้เจพร้อมเอาเรื่องแล้ว หน้าตาดุดัน ผมไม่เคยเห็นมันโมโหอย่างนี้เลย

   เจ ยื่นมือผลักมันออกไปที่อื่น ไอ้นั่นหันมามองแล้วเดินจากไปอย่างโดยดี ปากมันก็ยังบ่นมุบมิบอะไรสักอย่าง เอะ มันชื่ออะไรนะ

   “ค่อยๆทำไปเหอะ เดี๋ยวกูอยู่นี่ ไม่ลุกไปไหนแล้ว”

   “อือ...”

   ไอ้การทำรายงาน กลายเป็นของง่ายไปแล้ว ที่ยากกว่าคือ ต่อไปกลายเป็นว่า มันคงเอาไปพูดกันว่าเจปกป้องผม เจทำเกิดนเพื่อน แล้วมันก็คงจะต้องหาทางแก้แค้นผมทีหลังแน่ ท่าทางมันจะเจ็บใจน่าดู

   ที่เหลือในห้องนั่งเงียบไม่พูดอะไร

   ผมอ่านจบแล้วลงมือเขียนไปได้หน่อยหนึ่ง

   “นี่สินะ สาเหตุที่มึงย้ายมา” มันพูดขึ้นทำลายความเงียบ

   “…….” ผมไม่ตอบ

   “มิน่า มึงไม่ได้สนใจวิชาพวกนี้เลย ดูก็รู้ว่ามึงน่าจะชอบทางศิลป์มากกว่า”

   “….” ยังไม่มีคำตอบ

   “พวกกูรู้อยู่แล้ว” เจ เอามือมากอดคอผม

   “เรื่องพวกนี้มันเร็ว ยิ่งห้องเด็กมีปมอย่างห้องนี้ด้วย มันคงพร้อมจะซ้ำเติมมึงอยุ่แล้ว”

   “แล้ว พวกมึง” ผมกำลังจะเงยหน้าไปมองพวกมัน

   “พวกกูไม่สนหรอก”

   “มึงก็เห็นพวกกูเหมือนคนในห้องที่ไหน”

   มันขยิบตาให้

   “อือ..” ผมไม่สามารถพูดไรได้อีก

   มันรู้สึกดีที่มีเพื่อนเข้าใจเรา เวลาที่มีคนยอมรับเราได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพื่อนที่พร้อมจะเชื่อใจเรา เพื่อนที่ไม่รังเกียจเราไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ (ส่วนผมเองจะเป็นหรือไม่ขอคิดยาวๆก่อน)

   ผมเห็นต้องมันหันมามอง แล้วยิ้มให้ผมทีหนึ่ง

   เป็นยิ้มที่อ่อนโยน

   ตาฝาดเปล่าวะ

   ผมหลบหน้าต้อง

   พอเงยหน้ามาอีกที มันเดินมาอยุ่ข้างหน้าผมแล้ว แล้วเมื่อกี้ผมจะไปหลบหน้ามันทำไมวะ

   “อย่าคิดมากมึง กูได้ยินหมดแล้ว”

   “เออ ขอบใจ”

   “ช้าไปรึเปล่ามึง”เจ หัวเราะ

   “ห่า กุไม่ได้อยู่ตรงนี้นี่”

   “หึหึหึ ข้ออ้าง”

   ต้องไม่สน

   “เดี๋ยวมา”

   “งานมึงเสร็จแล้วเหรอ” ผมถามต้อง

   “ยังหรอก ถึงเสร็จมึงก็ลอกไม่ได้” มันหัวเราะแล้วเดินออกนอกห้องไป

   “หึหึ ซวยแน่” เจหัวเราะ

   “อะไรวะ”

   “เปล่า รีบทำเหอะ”

   พวกเราจบการทำรายงานไว้เพียงเท่านี้ดูเหมือนจะไม่เสร็จง่ายๆ ข้างนอกเริ่มจะมืดแล้ว คะแนนน่ะช่างหัวมันเหอะ ยังไงๆ วันนี้ก็มีอารมณ์ทำไม่ถึงครึ่งอยู่แล้ว

   ผมเก็บกระเป่ากำลังจะลุกขึ้น ไอ้เจลุกตาม

   “วิ้ว”

   “มึงผิวปากทำไม เจ"

   “ป่าว”

   ไอ้อ้วนนั่นเดินเข้ามา ตามมาด้วยต้อง ไอ้อ้วนั่นมันมองผ่านผมไปแล้วเดินไปที่กระเป๋า

   “ฝากไว้ก่อนนะมึง”

   คราวนี้ไอ้เจหัวเราะ

   “กลับเหอะ เดี๋ยวกูไปส่ง”

   “ไม่เป็นไร”

   “เออน่าๆ มึงกำลังตกใจกูรู้”

   มันเอาขามาเขี่ยๆขาผม

   “อ้าว จะกลับแล้วเหรอเก้า” ต้องร้องทักมา

   “อือ เสร็จแล้วน่ะ”

   “งั้น...”

   “เออ เดี๋ยวกูไปส่ง มึงกำลังจะพูดใช่ปะ” 

   “กูไม่ได้พูดกับมึง” ต้องหันไปทางเจ

   “เอ่อ ไม่เป็นไร กูกลับเองได้”

   เอะ ไอ้อ้วนนั่นรีบคว้ากระเป๋าแล้วออกจากห้องไปก่อน

   เล่นบ้าไรกันอยู่ได้

   “แมค กลับกันเหอะ” ผมตะโกนไปทางนั้น

   คนชื่อซันสะดุ้งเลย

   “เอออออออ แป๊บ” มันตะโกนตอบ

   “งั้นกูกับเจ แยกไปก่อนนะ” ต้องพูด

   มันเดินมาเขย่าหัวผม แล้วยักคิ้วให้

   “หือ อะไรวะ”

   “เออน่า” ไอ้ต้องหัวเราะ

   “ไม่เอา กูจะกลับ” เจ รีบร้อง

   “ไม่ๆ มึงต้องไปกับกู” ต้องเอาแขนยาวๆรั้งเจไว้

   “แง้ๆๆๆๆ”

   “มึงจะร้องทำไวะ”

   ผมละขำไอ้เจ มีอารมณ์เล่นได้ตลอด

   “เออ งั้นกูไปก่อนนะ”

   ผมยืนรอรถเมล์อยู่นาน วันนี้ไม่เห็นจะมาสักที แต่ที่รบกวนผมอยู่คือ ความรู้สึกมันยังลอยอ้อยอิ่ง เป็นความอายจากคำพูดของไอ้อ้วนนั่น (เออตกลง มันชื่อไรวะ) กับ สิ่งที่เจทำให้......

   “มึงนี่โชคดีน้า” แมคหันมาพูดก่อนลงรถ

   “หือ ยังไงวะ”

   มันอมยิ้มแล้วไม่ตอบอะไร

   “เฮ้ย บอกกูก่อนดิ” ผมโดดตามมันลงไป

   “คิดเองดิวะ มั่นใจในสิ่งที่มึงเป็นหน่อย ไม่มีใครเค้าเกลียดที่มึงเป็นหรอก”

   “อะไรวะ” ผมไม่เข้าใจ

   มันพูดถึงอะไรละ มีหลายประเด็นมากเลย

   “อ้อ ถ้าหมายถึงเรื่องนั้นละก็มันไม่ใช่อย่างนั้น” ผมพอจะเข้าใจแล้ว

   “เออ คิดมากมึง โตแล้ว” มันตบตูดผมทีนึง

   หรือเราจะเป็นจริงๆวะ ถ้ารู้สึกดีกับที่เจทำให้ แล้วก็ชอบแอบมองต้องมัน หรือเราจะชอบผู้ชายมากกว่ากันแน่ ที่ผ่านมาไม่เคยคิดจริงจังเลย ... ถึงบางทีความอยากมันจะบังตาไปก็เถอะ

   “แล้วไอ้ต้องกับเจไปไหนวะ” ผมเอามือลูบตูดมันกลับ

   “ไม่รู้ มันคงไปเตะบอลกันละมั้ง.... อุ้ย บางที ต้องมันก็จะกลับกับน้องมันนะ มีช่วงนี้แหละที่มันเริ่มกลับพร้อมกัน” มันสะดุ้งเสียงหลง

   “ร้านมึงนี่ปิดกี่โมงวะ”

   ร้านประดับยนตร์ตรงหน้ายังเปิดไฟสว่างอยู่ ร้านอื่นรอบข้างปิดไปหมดแล้ว

   “อือ ช่วงนี้เปิดดึกขึ้นน่ะ ขยันหาเงินกันหน่อย”

   “ไปละ”

   มันโบกมือลาแล้วเดินเข้าบ้าน

   ผมโบกตอบมัน

 :bye2:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-10-2015 11:32:00 โดย Monet »

ออฟไลน์ diction

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: 10 CM. ตอนที่ 3.0 วิชาภาษาไทย 24/8/2015
«ตอบ #17 เมื่อ24-08-2015 22:22:44 »

 :impress2:

ว้าวๆ ตอน3 มาตามที่นัดไว้เลย
อย่าพึ่งหยุดเขียนน้าาาาาา

#นั่งอ่านแพ๊บ

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-17
Re: 10 CM. ตอนที่ 3.0 วิชาภาษาไทย 24/8/2015
«ตอบ #18 เมื่อ24-08-2015 22:59:11 »

ได้เพื่อนดี ทำให้สบายใจไปเก้าส่วน

:)

เจน่ารักนะ จุฟๆ

ออฟไลน์ ่jumpingjack

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: 10 CM. ตอนที่ 3.0 วิชาภาษาไทย 24/8/2015
«ตอบ #19 เมื่อ25-08-2015 00:32:12 »

 :katai4:สนุกดีครับชอบมากๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: 10 CM. ตอนที่ 3.0 วิชาภาษาไทย 24/8/2015
« ตอบ #19 เมื่อ: 25-08-2015 00:32:12 »





ออฟไลน์ Shiney

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: 10 CM. ตอนที่ 3.0 วิชาภาษาไทย 24/8/2015
«ตอบ #20 เมื่อ26-08-2015 10:40:47 »

นึกถึงสมัยมอปลายเลยครับ  o13

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
Re: 10 CM. ตอนที่ 3.0 วิชาภาษาไทย 24/8/2015
«ตอบ #21 เมื่อ26-08-2015 13:45:00 »

น่ารักใสๆ

ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
Re: 10 CM. ตอนที่ 3.0 วิชาภาษาไทย 24/8/2015
«ตอบ #22 เมื่อ26-08-2015 21:28:31 »

ช่วงนี้แก้คำผิดเยอะหน่อย เหนื่อยเลย

ศุกร์นี้เจอกันครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-08-2015 10:21:22 โดย Monet »

ออฟไลน์ Monet

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
10 CM. ตอนที่ 4.0งานวิทย์ 28/8/2015
«ตอบ #23 เมื่อ28-08-2015 10:03:55 »

10 CM ตอนที่ 4.0 งานวิทย์

   เรื่องนั้นผ่านเลยไปได้เกือบสองอาทิตย์ ทุกอย่างในห้องเรียนยังดูเป็นปกติ สำหรับคนอื่นนะครับ ส่วนผมน่ะไม่ว่ายังไงก็ไม่ปรกติอยู่แล้ว เรื่องที่ผมเจอก็ไม่มีคนรอบข้างคนไหนพูดถึงมันอีก เหมือนมันก็เป็นแค่เหตุการณ์ๆหนึ่งสำหรับพวกมันแล้วมันก็ผ่านไป ตอนนี้ทั้ง 3 หน่อทำตัวเป็นปกติ

   ไม่สิ ไม่ปกติ ทุกคนดูจะเป็นห่วงผม เมื่อมีอะไรก็ตามที่วกมาถึงเรื่องทำนอง ตุ๊ด เกย์ แต๋ว มันจะหาทางให้เปลี่ยนเรื่องพวกนั้นออกไปจากวงสนทนา

   ถึงพวกมันจะไม่แสดงออก แต่ผมก็ระมัดระวังตัวมากขึ้น ไอ้อ้วนเล่นผมซะขนาดนั้นไปแล้ว ในห้องเรียนตอนนั้นมีคนแค่ 5 คน เพื่อนผมก็ 3 แล้ว แต่มันก็ไม่ดีถ้าจะปล่อยตัวเกินไป คนที่ชื่อซันผมก็ไม่ได้รู้จักด้วย เลยไม่รู้จะเป็นยังไงต่อไป

   เหมือนเจจะอ่านใจออก

   “ง่วงจัง” 

   มันยกมือขึ้นมาวางบนพนักเก้าอี้ผม

   “เฮ้ย เจ คาบแรกนะมึง” ผมหันไปหามัน

   เจ ยังนั่งหาวหวอดอยู่ ทำเอาผมอยากหาวไปด้วย

   “นี่ดีนะไม่ต้องไม่เข้าแถวเช้า ไม่งั้นกูยืนหลับแน่”

   “มึงยืนหลับได้กูให้สิบบาทเลย” ไอ้ต้องข้ามหน้าผมมา

   “งั้นกูนั่งหลับก็ได้”

   “อันนั้นกูก็ทำได้” ผมพูดจบพวกมันหัวเราะ

   “นอนดึกเหรอไง ดูหนังโป๊มาเหรอ” แมคพูดใส่ไอ้เจ

   แต่มันเองหน้าก็แบนราบแนบไปกับโต๊ะอยู่

   วนกลับมาหนังโป๊อีกแล้ว

   “ป๊าว ทำไรเพลินๆน่ะ”

   “อย่างมึงเนี่ยนะ เพลินมือน่ะสิไม่ว่า” ผมหันไปหาเจ

   “ฮ่าๆๆๆๆ” มันหัวเราะให้กับโต๊ะเรียน

   “มึงไม่เคยเหรอ มันฟุบลงกับโต๊ะ แล้วหันมามองที่ขาผม”

   “ไอ้บ้า ใครเค้าจะบอกวะ”

   “ไม่รู้ เอาขามึงมาดิ เก้า”

   “เกี่ยวไรกับขากูอีกละ”

   “เออน่า ครูเคมีจะมาแล้ว”

   ผมหุบขาหนี

   “มึงจะเอาให้ได้ละสินะ”

   “แน่นอน”

   มันเอามือมาเขี่ยๆแถวเข่าผม

   “ไอ้บ้า จักกะจี้”

   “นี่ๆๆ น้อยๆหน่อย สัสนี่ได้..” เสียงต้องมาจากไหนไม่รู้

   ผมลืมสังเกตุมันไปเลย

   ครูเคมีเดินเข้ามาไม่ทันขาดคำต้อง

   สวัสดีครับ คุณครู!!! 

   สิ้นเสียงปุบ ไอ้เจก็กำลังตั้งท่าจะหลับ

   พอครูหันหลังไปเขียนสูตรเคมีบนกระดาน ไอ้เจก็เขย่าแรงขึ้น

   “เฮ้ย โต๊ะกูสั่น” ผมบอกมัน

   มันเอาขามาใกล้ผมมากขึ้น
   
   ไอ้นี่ ท่าจะหื่นได้ที่แล้ว

   เวลามึงเขย่าแล้วโดนขากูเนี่ยมันเสียวนะเว้ย

   มันคงทนไม่ไหวยกขาผมขึ้นมาไปวางบนขามันแล้วเขย่า

   นี่ เอามือออกไปด้วย จะโดนไข่กูแล้ว เล่นเอามือวางบนขาอ่อนผม เขย่าทีก็ใกล้ไข่เข้ามาที

   อยู่ๆมันดึงขาออก

   อยู่สูตรที่น่างงบนกระดานก็หยุดเลย แล้วคุณครูสอนวิชาเคมีก็ประกาศขึ้นมาว่า

   “เดี๋ยวจะมีงานวิทยาศาสตร์ สำหรับห้องนี้ที่คิดว่าคงไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมอะไรมาก ครูเลยจะให้เล่นละครวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับโครงการฝนหลวง กำหนดงานต้นเดือนหน้า พวกเธอไปแบ่งกลุ่มทำกัน ว่ากลุ่มไหนจะทำอะไรบ้าง สิ่งที่ต้องทำมี การแสดง บทละคร แล้วก็ฉาก บทละครต้องส่งครูภายในสองอาทิตย์หลังจากนี้ ฉากกว้างยาวสูง ไปกำหนดเอาเอง กลุ่มไหนทำเกี่ยวกับแสงสีเสียงให้มาตกลงกับครู มีไรปรีกษาได้”

   เฮ้ย ไม่นะ เอาอีกแล้วเหรอ เกลียดจริงๆงานกลุ่ม

   เดี๋ยวก็ได้เจอแบบไอ้อ้วนห่านั่นอีก

   “ไม่มีคะแนนให้ แต่ถ้าทำดี มีอะไรครูจะช่วย”

   ไอ้เจ หยุดเขย่าขา (มันเอากลับไปโต๊ะมัน มันก็ยังเข้าอยู่ดี) แล้วโผล่หัวขึ้นมา ผมเองก็หูผึ่งเลย ใช่สิ พวกผมมันเกลียดวิชาเคมีนี่นา ถ้าครูจะช่วยนั่นก็หมายความว่า การสอบคราวหน้าผมมีสิทธื์ที่จะผ่านได้ทั้งๆที่คะแนนตกสินะ

   หึหึหึ

   ว่าแต่ งานกลุ่มใหญ่ขนาดร่วมกันทำทั้งห้องเนี่ยนะ ทั้งห้องสามสิบคนเนี่ยผมจำได้แค่ 4 คนเองนะ นอกนั้นรู้จักเผินๆจากที่ได้ยินแค่ครูเรียกชื่อ แล้วถ้าไอ้อ้วนบ้านั่นมาอยู่ในกลุ่มผมอีกละ

     ไอ้แมคมันเอื้อม มันเอามือมาลูบหัวผม

   “ใจเย็นเก้า”

   “มีไรขึ้นมา เดี๋ยวต้องก็จัดการให้เองแหละ”

   ผมหันดูมองหน้าต้อง มันไม่สนใจ แมคพูดอย่างนี้คืออะไร

   “พวกเราอยู่ด้วยกันนะ เดี๋ยวกูไปบอกคนอื่นเอง พวกมึงอยากทำไร” ไอ้เจกำลังจะลุก

   “อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่การแสดง และ บท” แมคชี้นิ้วไปที่เจ แบบท่ายิงปืน

   “งี้มันก็เหลือแต่ฉากสิวะ” เจ ทำหน้าเซ็งแล้ว

   “หล่อๆ อยากกูก็อยากแสดงนะ” เจ ทำเสียงงอแงมาก

   ผมกลัวว่ามันจะลุกขึ้นมาดิ้นที่โต๊ะ

   “ฉากอะดีแล้ว จะได้ไม่ต้องไปวุ่นวายกับคนอื่น” ไอ้ต้องหันข้ามมา

   “เออ กูเห็นด้วย” ผมรีบพูดขึ้นมา

   “งั้นกูจะไปบอกคนอื่นว่าเรา สามคนอยู่ด้วยกัน” เจ กำลังจะเดินไป
   
   “อ้าว แล้วกูละ มีงทิ้งกูเหรอ หรือมึงตกเลข” ต้องทำเสียงงอนแล้ว

   เจยังไม่ได้ยิน หรือไม่ฟังกันแน่

   ต้องลุกขึ้นมากระชากเสื้อเจให้มันถอยเข้ามา ชายเสื้อด้านหลังของเจหลุดจากกางเกง โผล่ขอบกางเกงในสีฟ้าออกมา

   “ปล่อยกู ปล๊อยกู”

   “งั้นกูลุกไปบอกเองดีกว่า” ผมเลื่อนเก้าอี้ออก

   “ไม่ต้องๆ โอเค งั้นสี่คน เดี๋ยวกูรีบไปเจรจามาก่อน”  ไอ้แมคบ่นแล้วก็ไปแทน ปล่อยขอบกางเกงในสีฟ้าไว้อย่างนั้น

   “สู้ๆ เว้ย” พวกผมแทบจะพูดพร้อมกันเลย

   ผมคิดว่าคนหน้าตาดีอย่างไอ้ต้องจะอยากเป็นนักแสดงซะอีก ขี้เก๊กอย่างมันน่าจะชอบนะ ในงานโรงเรียนเป็นไปได้ว่าจะมีสาวๆต่างโรงเรียนมาดูนะ สมัยผมอยู่ม.ต้นไม่ได้ร่วมทำกิจกรรมเลย เพราะว่าพวกม.ต้นมักจะทำหน้าที่เป็นผู้ร่วมกิจกรรมอย่างเดียว

   เออ ปีนั้นผมทำอะไรอยู่นะ เป็นช่วงที่ไม่มีใครคบผมแล้วหรือยังนะ

   พอนึกถึงนิสัย เอ่อ สันดานของคนอย่าง เจ ปีที่ผ่านๆมามันทำอะไรอยู่นะ มันคงวิ่งไปทั่วงานละสิ ว่าแต่ถ้ามันไม่อยากทำฉากจะเหลืออะไรหว่า มันจะไปเป็นฝ่ายทำเอฟเฟคเหรอ ฉากก็ดีแล้วนี่ หรือมันมั่นใจในความหล่อของมันหว่า (ซึ่งผมคิดว่าไม่น่าผ่าน ฮ่าๆ)

   แต่เป็นอันว่าพวกเราทำเรื่องที่น่าเบื่อที่สุดอย่างทำฉาก จริงๆผมชอบนะ ไม่ต้องยุ่งกับใครมาก แถมคิดว่าได้ลงสีสวยๆด้วย

   ผ่านไปเกือบหมดคาบ เจ เดินหน้าระรื่นกลับมา พร้อมชูนิ้วโป้ง  แสดงว่าพวกผมได้แล้วสินะ

   “ได้ฉากว่ะ แต่ต้องยกฉากเปลี่ยนด้วยเวลาสลับฉากบนเวที”
   
   “อ้อ ฉากต้องทำเต็มเวที ขนาดใหญ่สองฉาก ฉากก่อนมีโครงการณ์ฝนหลวง กับหลังมีโครงการณ์แล้ว”

   “เฮ้ย งานช้างอยู่นะ ตอนแรกคิดว่าจะวาดๆแล้วก็จบแล้วซะอีก”  แมคบ่น

   “เอาน่า ดีกว่าไป ยืนท่องบทหน้าเวทีมั้ยละ” ต้องพูด

   ดูจากหน้าตาหล่อของมันแล้ว มันไม่อยากเป็นจริงเหรอ ผมก็อยากเห็นมันเป็นนะ

   “แล้วต้องเสร็จก่อนซ้อมใหญ่ด้วยสิ เพราะว่ากว่าสีจะแห้ง แล้วคงต้องซ้อมยกฉาก แปลว่าเราต้องทำให้เสร็จก่อน ซ้อมใหญ่หลายวัน” แมคตั้งข้อสังเกต

   “เออ นั่นอะดิ งี้พวกเราต้องรีบมือ”

   ไอ้เจทำมือยิกๆๆ

   “สัส ทะลึ่ง” ไอ้ต้องเอาสมุดตบกบาลมัน

   “ทำเป็นไม่เคย”

   แน่ะ หลอกถามอีกแล้ว

   ไอ้ต้องไม่ตอบชูนิ้วกลางให้มันทันที

   “ไม่มีใครบ่อยเหมือนมึงหรอก” ไอ้แมคหัวเราะ

   “ป่าว ต่อไปมีมือวิเศษแล้ว” ไอ้เจเดินมาโอบคอผมแนบแน่น

   ผมว่าผมหน้าแดงนะ แดงแน่ๆ รู้สึกร้อนเลย

   “ทุเรศน่ะมึง” ไอ้ต้องเสียงแข็ง

   เอ่อ ผมว่า ถึงพวกมันจะรับได้ แต่เล่นกันบ่อยๆขนาดนี้พวกนั้นก็คงจะไม่ไหวละมั้ง ไอ้เจก็เล่นไม่รุ้เรื่อง

   “งั้นเดี๋ยวเลิกเรียนเย็นนี้ กูไปวัดฉากกับเวทีก่อน”  ต้องออกตัว

   “งั้นเดี๋ยวกูไปด้วย” ผมพูดขึ้น

   หวังว่ามันจะไม่รังเกียจผมนะ
   
   “เย็นนี้กูไม่ว่างวะ ต้องขอตัว” เจ ขอตัวไปธุระก่อน

   คราวนี้ต้องทำมือยิกๆบ้าง แต่ทำไมมันดูทุเรศอย่างบอกไม่ถูก

   “เดี๋ยวกูไปคุยกับครูเรื่องสถานที่ใช้ทาสีแล้วกัน คงไม่แบกไปมาระหว่างบ้านกับรร.แน่ๆ”

   “สรุป เก้าไปกับต้อง กูไปหาครู ส่วนไอ้ เจหนีกลับบ้านไปชักว่า..” แมคพูดต่อ

   “แล้วทำไมไม่รอกูละ นะๆๆ กูอยากไปวัดฉากด้วย” ไอ้เจพูดไปดึงแขนผมไป

   “เสือกอยากไม่ว่างเอง เกะกะเสียเวลาคนอื่น” นั่นไง โดนไอ้ต้องเลย

    เอ่อ กูว่า ถ้ามึงยังคงทำมือ ยิกๆต่อไป (พอสักทีเหอะ) ต้อง มึงจะหมดหล่อแล้ว

   “เออๆๆๆๆๆๆๆๆ คราวหน้าก็ได้วะ” เจ ยอมแต่โดยดี

   บนกระดานสูตรอะไรนั่นเป็นการบ้านให้พวกผมไปทำมาส่ง

   หึหึ ช่างมันสิ ไว้ลอกพวกมันทีหลัง

   เสียงออดเลิกเรียนดังขึ้น ไอ้เจเก็บของแล้ววิ่งปรู๊ดออกจากห้องไปเลย เออมันรีบไปจริงๆด้วย ไม่รู้ว่ามีธุระอะไรของมันนักหนา

   ตกเย็นวันนั้นผมเลยเดินถือสายวัดที่ยืมมาจากห้องอุปกรณ์อะไรสักอย่างที่ไอ้แมคเอามาให้ ผมเดินไปกับไอ้ต้อง สองคน (ถึงตอนนี้ผมก็เลยติดเรียกไอ้ ก่อนชื่อพวกมันเสมอ)

   ต้องมันได้สถานที่มาจากครูเรียบร้อยแล้ว ไม่รู้ว่าไปถามมาตอนไหน เมื่อถึงเวลามันสะกิดผมแล้วออกเดินนำไปเลย

   ขายาวๆของมันนี่ผมเกลียดจริงๆ ยิ่งต้องมาเดินตามมันด้วยเนี่ย มันเดินแต่ผมนี่จะวิ่งเอา

   “เดินไม่ทันเหรอ”

   “… เออ”

   เวลามันเดิน แต่ผมต้องซอยถี่ๆ รู้สึกเหมือนหนูวิ่งยังไงไม่รู้

   จากห้องเรียนเดินลงชั้นล่างบันไดริมสุดเลยไปก็เจอเลย
   
   เมื่อเดินมาถึงสถานที่ เวทีเป็นยกพื้นสูงเท่าเอวผม เอ่อ ต้นขาไอ้ต้อง มีบันไดขึ้นเล็กๆสามขั้น ข้างๆเป็นบันไดขึ้นติดกับลิฟต์อีกที ขวามือเป็นช่องเปิดโล่งมีแค่ราวเหล็กกั้นเอาไว้

   “เวลาเปลี่ยนฉากทำไงวะ ไม่มีม่านไรกั้นเลย” ผมตั้งข้อสังเกต

   “เดี่ยวมันก็มีได้เองแหละ” ต้องตอบแกนๆ

   มันยืนนิ่งอยู่สักพัก

   “สงสัยต้องหลบหลังเวทีตลอดเวลาที่แสดง หาไรมากั้นๆ ถือคนละฉาก สี่คนก็สองฉากพอดี พอพักองก์ก็สลับฉากเลย” ต้องคิดแก้ปัญหาได้รวดเร็วมาก เล่นเอาผมอึ้งไปเลย สมกับเด็กเรียนอันดับสิบจริงๆ

   ไม่ต้องคิดอะไรมาก มันวางแผนให้เสร็จ

   “อะ ลองดูความสูงกันสิ เก้าถือสายวัดหน่อย” ต้องพูดไม่หันมามองผม

   ผมกำลังยืดสายวัดออกมาในแนวตั้ง ดึงไปเรื่อยๆ ตอนนี้สูง 170 กว่า เข้าไปแล้ว ผมเลยเดินเข้าไปใกล้แล้วเขย่งขึ้นไปดูตัวเลข แต่ยังไม่ทันได้ดูชัด ตัวผมเซไปทางต้อง

   มันรับผมไว้

   มือมันคล้องอยู่ที่เอวผม

   “เฮ้ย เอาเท่านี้สูงไปป่าว ยิ่งสูงมันจะยิ่งหนักนะ แกจะเอื้อมมือทาฉากสูงๆก็ไม่ถึงด้วย”

   “เออ จริงวะ กูเตี้ย” เอะ เดี๋ยว มันด่าผมนี่

   “เฮ้ย ก็วางนอนสิวะ ไม่ได้จะตั้งซะหน่อย” ผมแก้ตัว

   พอหันหน้าไปมันหัวเราะร่า เมื่อเห็นผมรู้ตัวว่า กำลังว่าตัวเองอยู่

   “ขอกูตีหัวมึงหน่อยเหอะ” ผมเดินอาดๆเข้าไป

   “กูล้อเล่นน่า” น้ำเสียงต้องเปลี่ยนเป็นจริงจัง

   สายตามองตรงมาทางผม

   “ไม่ กูจะตี”

   มันยืดตัวขึ้น ยืนนิ่งๆ
   
   ผมพยายามเอื้อมขึ้นไป

   มันยังจ้องตรงมาที่ตาผม

   “อะ..เออะ.  เออ กูรู้แล้ว” ผมหลบหน้ามัน

   “เปลี่ยนใจแล้วเหรอ ว่าแต่เดินมาซะใกล้เนี่ย อยากทำไรเราเหรอ” ไอ้ต้อง เอามือมาดันหัวผมไว้ แขนแม่งก็ยาวพอกับตัวเลย
   
   มือมันนิ่มผิดคาด

   “เออ ฝากไว้ก่อน” ผมชักเซ็งแล้ว

   “โอ๋ๆ นี่เก้า” มันเรียกความสนใจผมมา

   “ แล้วแบบนี้ละ ถึงรึยัง”

    ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผม  ชนิดที่ว่าไม่ต้องใช้ความพยายามก็เห็นขนตาของมัน

   ผมยอมรับครับ ว่า ครั้งนี้หัวใจผมแทบจะหยุดเต้น หัวใจเล็กๆของผม ลองมีคนหน้าตาดีแบบต้องยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ขนาดรู้สึกถึงลมหายใจขนาดนี้ เป็นใครจะไม่รู้สึกบ้าง
   ลมหายใจแผ่ว มากระทบจมูกและริมฝีปาก

   อยากจะยื่นหน้าเข้าไปชิดกับมันจัง

   อ้าว ยังไม่ถึงสิบวิดี ต้องก็กลับไปยืนตรง สูงตระหง่านค้ำหัวผมเหมือนเดิม แต่สีหน้าไม่แสดงออกทางอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น

   เมื่อกี้นี้มันคืออะไร หรือ ไม่สิ คงไม่มีอะไร ผมแค่คิดไปเอง

   ผมได้แต่แอบด่าตัวเอง คิดชั่วอะไรกับเพื่อนวะ ไอ้เก้า

    ต้องหันหลังกลับไปทำหน้าที่ต่อ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นปล่อยผมยืนงง หน้าแดงอยู่อย่างนั้น
จนได้แต่ถอนหายใจเบาๆออกมา

   “เรียบร้อย” ต้องพูด

   “งั้นกลับเนอะ” ผมพยายามพูดปกติ แต่ยังตกใจจากเมื่อกี้ไม่หาย

   หลังจากเราวัดเสร็จ เราเดินแวะไปสั่งไม้กระดานสำหรับทำฉากที่ห้องพักครู คุณครูทั้งหลายในห้องพักมองกันมาเป็นตาเดียวแล้วก็หัวเราะ คือ ทำไมเหรอครับ คนสูง 170 เดินคู่กับ 180 มันตลกมากเหรอ ทั้งๆที่เรียนห้องเดียวกัน แล้วก็ชั้นเดียวกันน่ะเหรอ

   “อ้าว มากันสองคนเหรอ คิดว่าคนเดียว บังมิดเลย” ครูผู้หญิงคนนึงพูดยิ้มๆ

   “ขอบคุณครับ” โรงเรียนผมไม่รู้เป็นบ้าอะไร ชอบบังคับเด็กให้พูดเสมอ ครูจะด่าหรือจะชม ต้องขอบคุณตลอด ทว่าคราวนี้มันช่วยผมได้จริงๆด้วยแฮะ ไม่รุ้ว่าเป็นคำชมหรือคำด่า ผมเลยขอบคุณไว้ก่อน

   “หน้าก็แดง เด็กเข้าใหม่รึเปล่าเนี่ย” ครูอีกคนแซวขึ้น

   ผมว่าปกติหน้าผมออกซีดๆนะ

   “สงสัยมันแอบคิดอะไรทะลึ่งน่ะครับ วัยรุ่นก็งี้” ต้องหันมายักคิ้ว

   “สัสสสสสส” พยายามพูดให้เบาที่สุด แต่ในใจผมอยากจะเข้าไปดึงหูแล้วตะโกนใส่ดังๆเลย

   ผมเอามือไปบิดเอวมันแทน

   มันสะดุ้ง

   “งั้นผมส่งใบวัดขนาดไม้แล้วขอตัวนะครับ” ต้องดึงมือผมออกจากห้องไป

   “ปล่อยได้แล้ว” ผมบอกมัน

   พยายามสะบัดยังไงก็ไม่หยุด

   “ฮ่าๆๆๆ” มันยังยิ้มไม่หยุด

   แต่ผมไม่ยิ้มแน่ๆ ตัวไอ้นี่ถึงจะสูงแล้วมันไม่ได้ล่ำแบบนักกีฬาหรือหุ่นหนาๆแบบนายแบบซะหน่อย ไม่รู้มันเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน

   ถ้าทำได้ อยากรู้นักว่าถ้าจับมันถอดเสื้อผ้าออกมาจะ มีเนื้อหนังแค่ไหน 

     .... เอ้อ ผมคิดว่าไรนะ ไอ้ต้องนี่แก้ผ้าต่อหน้าผมเหรอ

   วันนี้เป็นอะไรเนี่ย ผมชักไปกันใหญ่แล้ว สงสัยได้กลับไปทำอย่างว่าเป็นเพื่อนไอ้เจมัน

   “ปล่อยเหอะ อายเค้า” ผมพูดเสียงอ่อยๆ ตอนนี้หน้าเริ่มร้อนอีกแล้ว ผมเป็นไข้แน่ๆ

   “เออๆๆๆ” ต้องยังทำหน้าอารมณ์ดี ตั้งแต่รู้จักมันมาเพิ่งเคยเห็นนี่แหละ

   จู่ๆ มันหันขวับมา

   “คิดบ้าไรอยู่วะ เสร็จงานแล้ว เหนื่อยมากเหรอ หน้าแดงเลย” ไอ้เปรตนี่ เอามือมาท้าวหัวผมอีกแล้ว

   มันเอามืออีกข้างที่ว่างอยู่ มาวางแนบแก้มผม

   ผมจะเปลี่ยนชื่อจาก ต้อง เป็นเปรตแล้วนะ

   “ไม่มีไข้นี่”

   “คิดอะไรลามกอะดิ”

   “…” ผมไม่คิดจะตบออะไรมัน

   “ไม่ตอบก็ไปตอบ”

   ปล่อยไปละกันหมดแรงเถียง วันนี้ไม่มีไอ้เจมาช่วยด้วย

   คราวนี้ผมเลยกะจะไม่ปัดมันอีก กะว่าเดี๋ยวมันคงเมื่อยแล้วเอาออกไปเอง ผมคิดผิด (อีกแล้ว) มันวางเอาไว้จนถึงห้องเรียนเลย

   เฮ้อ ร่างกายผมเป็นของเล่นของคนอื่นไปแล้ว

   ตอนนี้เลยเวลาเลิกเรียนมาซักพักใหญ่ๆแล้ว แดดยามเย็นตอนห้าโมงเย็น กำลังสวยงาม
พวกผมเก็บของแล้วเดินลงไปรอแมคข้างล่าง ผมกับไอ้ต้องนั่งรอแมค ที่หายไปเขียนไปเบิกอุปกรณ์อย่างอื่นมา

   “ทำไมช้าจังวะ” ต้องนั่งท้าวคาง

   ตอนนี้โต๊ะในสวนตรงตึกเก่าของโรงเรียน แทบไม่มีนักเรียนเหลืออยู่แล้ว
   
   ผมกับไอ้ต้องเลยนั่งมองเด็กชายสองสามคนที่ ทำการบ้านอยู่บนโต๊ะ คงจะรอผู้ปกครองขับรถมารับกลับบ้าน เรานั่งกันอยู่นาน ผมเปิดเพลงในมือถือฟังไปเรื่อยๆ

   ต้องกำลังมองเหม่ออกไปข้างหน้า ผมเลยนั่งจ้องหน้ามันจากด้านข้าง ลมเย็นเอื่อยพัดมา ผมจ้องหน้ามันต่อไปไม่หยุด ใบหน้าน่ามอง ผมเส้นใหญ่หนาสีดำ ปลิวตามลม

   ถ้ามันใส่แว่นจะดูดีกว่านี้มั้ยนะ

   ก่อนจะสังเกตว่า ต้องกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง

   “เออ วันนั้น....เจ แม่ง....หล่มึง รู้ ......วะ” จู่ๆต้องก็หันมาถามผม

   ผมกำลังจะดึงหูฟังออก

   “….. หา อะไรนะ” ไม่แน่ใจว่าผมฟังผิดหรืออย่างไร ไอ้เจนี่ทำไมนะ มันตาเหล่เหรอ หรือจะทำอะไรนะ

   “คือ...ว่า”  ไอ้ต้องยังพูดไม่จบ แมคก็วิ่งมาก่อน

   ผมคิดว่าจะอ้าปากถามอีกที แต่เห็นสีหน้าที่มีรอยยิ้มแห้งๆของต้องแล้ว ผมคิดว่า ผมควรจะเฉยๆไว้ก่อนดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่ใช่ต่อหน้าแมค

   เมื่อเป็นดังนั้นผมจึงไม่ได้พูดอะไรอีก ตอนนี้ทุกอย่างที่เป็นอยู่มันดีอยู่แล้ว ถ้าผมทำอะไรผิดพลาดไป เดี๋ยวเรื่องแบบเดิมๆก็จะกลับมาอีก แล้วผมก็คงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับพวกนี้แน่ๆ ผมไม่ควรจะทรยศความไว้ใจของพวกมัน

   ดูท่า ไอ้ต้องก็ไม่ได้อยากพูดอะไรนี่ เดี๋ยวมันก็คงจะถามเองถ้ามันอยากรู้จริงๆ

   เย็นนั้นเราสามคนกลับบ้านด้วยกัน วันนี้ต้องมานั่งข้างผม ปล่อยให้แมคมันนั่งมองถนนไปคนเดียวเมื่อแยกย้ายกันไป  ผมลงรถเมล์ป้ายเดิม เมื่อพวกเราบอกลากันแล้ว ก็เริ่มหันหลังแยกย้ายกันไป คราวนี้เมื่อต้องเดินหันหลังกลับไป ผมเองที่เป็นฝ่ายมองต้องจากข้างหลัง มองค้างอยู่อย่างนั้น ความรู้สึกนี้คืออะไรกันนะ

   เมื่อผมถอนหายใจเบาออก เดินไปสองสามก้าวผมก็เปิดเพลงในมือถือ แล้วเสียบหูฟัง เหตุการณ์เมื่อตอนเย็นมันแจ่มชัดมาก อดไม่ได้ที่จะนึกถึงมันอีก

   ชัดจนผมอยากจะหยุดเวลานั้นเอาไว้อีกหน่อย

    หน้าของต้องที่เข้ามาใกล้ จนหัวใจแทบหยุดเต้น ริมฝีปากบางเบา ลมหายใจละมุน กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวต้อง   ผมสะบัดหัวแรงๆสองสามทีก่อนจะเปิดเพลงอะไรก็ได้สักเพลง

   ในคืนที่เงียบเหงา ที่ไม่มีแม้แสงไฟ
   อยู่บนถนนที่ยาวไกล เหม่อมองออกไปสุดสายตา
   สิ่งดีๆ ที่หายไปกับความหม่นหมองของดวงจันทร์
   วุ่นวายสับสนมารวมกันแต่ว่าฉันยังคงต้องเดินทาง

   วันและคืนมีความต่าง
   จะสุขจะเศร้าอะไร ก็เพียงแค่พริบตา
   หากจะรอจนเช้า

   ค่ำคืนที่มืดมิดฉันเดินออกไป
   ความเหงาเข้าปกคลุมฉัน
   ฉันได้แต่กลัวเพราะฉันไม่มีใคร
   ไม่ว่าจะหันไปทางใด มองไปบนฟ้าไม่มีแม้แสงจันทร์

   แล้วเจ้าดวงอาทิตย์แค่เพียงอึดใจ
   สาดแสงทองส่องให้ฉันเห็นตอนเช้า
   ช่างแสนสบายใจ.......

   เสียงเพลงถูกหรี่ลง แสดงว่ามีสายเข้ามา

   ปกติไม่ค่อยจะมีใครจะโทรมาผมอยุ่แล้ว ขนาดริงโทนผมยังไม่มีความคิดจะหาเพลงมาใส่เลย ถึงผมจะชอบฟังเพลงแค่ไหนก็เถอะ

   “ว่าไง สัดเจ หนีไปไหนมาละ” ปกติไม่รับโทรศัพท์แบบนี้หรอกครับ แต่งานนี้ขอหน่อย

   พอคิดถึงคำพูดแซวตอนเย็นแล้วอยากทำมือแบบนั้นมั่ง

   แต่อย่าดีกว่า คนขับรถผ่านไปมาจะหาว่าผมโรคจิต

   “มึงคิดว่ากูไปทำไรมาละ สัด” ตอบได้เป็นคำถามมาก

   “ชักว่า... ไง ฮ่าๆๆ”

   ปลายสายเงียบไป

   อ้าว กูพูดไรผิดไป

   “ว่าแต่ไหงมึงโทรมาได้วะ” ผมเปลี่ยนเรื่อง

   “เอ่อ กูแค่อยากจะรู้ว่า โดนไอ้ต้องแกล้งอะไรบ้าง เผื่อมึงเดินน้ำตาคลอกลับบ้าน” น้ำเสียงมันทำให้ผมสงสัยว่ามันเป็นห่วงจริงเหรอ ดูคำถามมันสิ

   “ทำไม มึงจะมาช่วยซ้ำเหรอ” ผมเหย้า

   “ไม่กล้าหรอก ออกจะเป็นห่วงมึงขนาดนี้”

   “พอ.. อ้วก ตกลงมีไรวะ” ผมถามเสียงจริงจัง

   “ป๊าว กูเห็นมึงไม่สนิทกับมันกลัวมีปัญหากันนะสิ”

   ทำไมไอ้ต้องจะมาทำอะไรผมด้วยวะ มีอะไรให้น่าทำ

   “เออ ขอบใจ ไม่มีไรวะ”  ตอนนี้ผมนึกหน้าจืดๆ ภายใต้แว่นดำ กำลังมองมาทางนี้ด้วยความเป็นห่วงไม่ออกเลยจริงๆ ที่เห็นๆมามีแต่หน้ามันยิ้มร่าเริง โดดไปมา

   ไม่ยักกะรู้ว่ามันพูดแบบนี้เป็นกับเค้าด้วย

   ไอ้โรคเป็นห่วงเพื่อนนี่เหมือนใครน้า

   “เออ งั้นแค่นี้นะกลับบ้านดีๆละมึง” ผมพูดก่อนกดวางสายไป

   ตั้งแต่เปิดเทอมมา เจ เป็นคนเดียวที่คอยดูแลความเป็นไปของผมมาตลอด เรียกได้ว่าผมโชคดีมากที่ได้เจอกับมัน

   เดินฟังเพลงไปด้วย คิดไปด้วย

   มันทำให้ผมนึกถึงคนหนึ่งจริงๆ ตอนนี้มันน่าจะโตขึ้นมาก  ผ่านมากี่ปีแล้วนะ เมื่อก่อนมันก็ทำเหมือนๆกับเจนี่แหละ เวลามีใครมาแกล้งผมมันจะคอยเป็นห่วงเป็นใยแล้วก็มาช่วยผมเสมอ

   แต่ตอนนั้น ผมจำได้แต่ชื่อเล่น

   ผมเรียกตนนี่นว่า พี

   เพื่อนร่วมห้องตั้งแต่ป.1

   ตอนนี้มันจะไปอยู่ที่ไหนนะ คิดถึงมันจังแฮะ



   ช่างมันเถอะ ตอนนี้ผมมีคนที่มาคอยดูแลผมแทนพีแล้ว ....

 :bye2:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-10-2015 11:32:43 โดย Monet »

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-17
Re: 10 CM. ตอนที่ 4.0 เตรียมงาน 28/8/2015
«ตอบ #24 เมื่อ28-08-2015 11:49:35 »

 :really2:

น้องพีเรียนที่อื่นสินะ จะเข้ามามีบทบาทอีกไหม??

 :L1:

ออฟไลน์ boonpa

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2361
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-9
Re: 10 CM. ตอนที่ 4.0 เตรียมงาน 28/8/2015
«ตอบ #25 เมื่อ28-08-2015 18:09:51 »

 :pig4: พีนี่คงจะมีบทบาทสำคัญสินะ

ออฟไลน์ DREAM COME TRUE

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 379
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
Re: 10 CM. ตอนที่ 4.0 เตรียมงาน 28/8/2015
«ตอบ #26 เมื่อ30-08-2015 00:06:36 »

ตอนกุกกิ๊กกับต้องน่ารักจังเลย ^^

ออฟไลน์ diction

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: 10 CM. ตอนที่ 4.0 เตรียมงาน 28/8/2015
«ตอบ #27 เมื่อ30-08-2015 10:58:38 »

 :katai1: พีเป็นใครอีกหละเนี่ยยยยย
ทิ้งไว้งี้ตั้งใจจะแกล้งคนอ่านกันใช่ม้ายยยยยย

รีบๆมาต่อเลยยยยย  :sad4:

ออฟไลน์ ่jumpingjack

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: 10 CM. ตอนที่ 4.0 เตรียมงาน 28/8/2015
«ตอบ #28 เมื่อ30-08-2015 14:35:40 »

 :katai4: อ่านจบไปสองตอนแล้วสนุกมาก ชอบผู้ชายตัวเล็กๆแบบเก้าน่ารักดี :z13:

ออฟไลน์ Shiney

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: 10 CM. ตอนที่ 4.0 เตรียมงาน 28/8/2015
«ตอบ #29 เมื่อ30-08-2015 22:36:52 »

แอร๊ยยย ต้องมีแอบอ่อยเก้าด้วยอะ
ฟินนนนน

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด