-->✖<โ ป ร ด จ ง รั ก>✖<-- ตอนพิเศษ สิ้นปีของเรา [31/12/2562]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: -->✖<โ ป ร ด จ ง รั ก>✖<-- ตอนพิเศษ สิ้นปีของเรา [31/12/2562]  (อ่าน 566046 ครั้ง)

ออฟไลน์ ละอองฝน

  • แมวดำ
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +398/-2
***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)


*****************************************************************



โ ป ร ด จ ง รั ก





สารบัญ

บทนำ
ตอนที่ 1
ตอนที่ 2
ตอนที่ 3
ตอนที่ 4
ตอนที่ 5
ตอนที่ 6
ตอนที่ 7
ตอนที่ 8
ตอนที่ 9
ตอนที่ 10
ตอนที่ 11
ตอนที่ 12 ครึ่งแรก   ครึ่งหลัง
ตอนที่ 13
ตอนที่ 14
ตอนที่ 15
ตอนที่ 16
ตอนที่ 17
(ตอนพิเศษเล็กๆ)  ตั้งชื่อ
ตอนที่ 18
(ตอนพิเศษเล็กๆ)  ยิปโซ
ตอนที่ 19
ตอนที่ 20
ตอนที่ 21
ตอนที่ 22 ครึ่งแรก   ครึ่งหลัง
ตอนที่ 23
ตอนที่ 24
ตอนที่ 25
ตอนที่ 26
ตอนที่ 27 (ตอนจบ)

ตอนพิเศษ FIFTY SHADES OF CLOUD
ตอนพิเศษ หวงรัก 1
ตอนพิเศษ หวงรัก 2
ตอนพิเศษ หวงรัก 3
ตอนพิเศษ หวงรัก 4 (จบ)
ตอนพิเศษ วันสิ้นปี
ตอนพิเศษ จูบ
ตอนพิเศษ มงกุฏดอกไม้
ตอนพิเศษเล็กๆ ปีใหม่




++++++++++++++++++++++++++

นิยายเรื่องอื่นๆ ของฝนค่ะ  :-[

คีตมาลา  (ยังไม่จบ)

++++++++++++++++++++++++++
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-12-2019 19:06:08 โดย ละอองฝน »

ออฟไลน์ oaw_eang

  • Global Moderator
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2122/-586
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> บทนำ 07/07/57 [P.1]
«ตอบ #1 เมื่อ07-07-2014 13:44:22 »

ว้าย  เรื่องใหม่ ชื่อน่าสนใจ อิอิ

เจ้สอง <---- เขายังไม่ลงเนื้อหานิยายเลยจ้า

ออฟไลน์ ละอองฝน

  • แมวดำ
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +398/-2
<<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> บทนำ 07/07/57 [P.1]
«ตอบ #2 เมื่อ07-07-2014 13:48:06 »

โปรดจงรัก







บทนำ





กริ๊ง!!!!!!!!!!!!!!!


           เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเรียกให้ชายหนุ่มร่างเล็กซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงช่อดอกไม้สดในตู้เย็นวางมือจากการทำงาน แล้วเดินอย่างเร็วรี่มายกหูโทรศัพท์เพื่อรับสายลูกค้าคนแรกของช่วงบ่าย


   “สวัสดีครับ ร้านหอมไกลยินดีให้บริการ ไม่ทราบว่าวันนี้คุณลูกค้าจะรับดอกไม้แบบไหนดีครับ” เจ้าของร้านที่เพิ่งรับสืบทอดกิจการมาจากพี่สาว เอ่ยต้อนรับลูกค้าด้วยน้ำเสียงแจ่มใส กระฉับกระเฉง

   ‘ไม่รับดอกอะไรทั้งนั้นล่ะ วันนี้ปิดร้านเร็วหน่อยนะรัก  6 โมงจะไปรับ ห้ามเลท ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด’ เสียงปลายสายสั่งออกมาดื้อๆ ทั้งที่ยังไม่ได้เว้นช่องไฟให้ จงรัก สงสัยว่าใครโทรมาหรือแสดงความประหลาดใจอะไรก่อนเลย แต่เพราะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ฟังรูปประโยคคำสั่งเช่นนี้ ก็เดาได้ไม่ยากว่าคนโทรมาคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่รหัสคนสนิทของเขา ที่ถึงแม้จะจบจากมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ก็ยังไปมาหาสู่กันอยู่

   “เฮียวินเหรอ? มีอะไรทำไมไม่โทรเข้ามือถือล่ะ ผมก็นึกว่าลูกค้า”

   ‘เฮียโทรแล้ว แต่เอ็งไม่รับ ดูก่อนจะมาโวยนะโว้ย กว่าจะค้นนามบัตรร้านเอ็งเจอ เฮียรื้อลิ้นชักหน้ารถออกมาจนเละไปหมด’ วินบ่นติดจะหัวเสียนิดๆ ก็เขาโทรไปเป็นสิบสาย ไอ้ตัวดีก็ไม่รับสักที

   “อ้าวเหรอ สงสัยมัวแต่จัดตู้เย็นอยู่เลยไม่ได้ยิน วันนี้ดอกไม้มาส่งเต็มร้านไปหมด แล้วเฮียมีไร โทรมาจะให้ปิดร้านเนี้ย”

‘จะชวนไปแดกเหล้า’

“ไม่ไปได้รึเปล่า คนเขามีการมีงานทำเหมือนกันนะ พี่รีไม่อยู่แล้วด้วย ผมนะโครตยุ่ง”


จงรักบ่นกระปอดประแปดเพราะรุ่นพี่ดันมาชวนไปแฮงค์เอ้าท์ตอนอะไรๆ ที่ร้านยังไม่ลงตัวนัก ถึงแม้เขาจะเคยช่วยงานในร้านของพี่สาวมากว่า 4 ปี ก่อนที่เธอจะแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่กับสามีชาวต่างชาติ ทว่าพอต้องมาบริหารงานเอง มันก็ยังติดขัดอยู่หลายอย่าง ได้แต่ตัดพ้อกับตัวเองว่าเขาน่ะจบเกษตรนะไม่ได้จบบริหารเสียหน่อย ตอนแรกคิดว่าจะได้กลับไปช่วยงานที่สวน ดันจับพลัดจับผลูโดนบังคับให้ดูแลกิจการแทนพี่สาวอย่างช่วยไม่ได้


   ‘เอ็งต้องมา เฮียบอกเลย ถ้าเอ็งไม่มา พลาด!’

   “พลาดเป็นตัวหารในวงเหล้าอีกคนล่ะสิ ไม่ไปหรอกผมมีงาน..”

‘ไอ้เมฆเลิกกับหนึ่งแล้วนะ’


คนที่ปฏิเสธเสียงแข็งในตอนแรกเงียบไปในทันที เมื่อได้ยินประโยคที่วินพูดแทรกขึ้นมา ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงที่เสียงเบาหวิวไม่หนักแน่นเช่นเก่าจึงตอบกลับมา


“แล้ว….พี่เมฆเป็นไงบ้าง”

‘ก็เฮิร์ทหนัก เอ็งก็รู้มันเป็นพวกเงียบๆ อยู่แล้ว แต่นี่มันไม่ติดต่อใครเลย บริษัทก็ไม่เข้า เอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้าน ที่มันเพิ่งซื้อใหม่เพราะได้เงินจากขายที่ของตามันที่เพิ่งเสีย คงกะจะเซอร์ไพรส์พาหนึ่งไปอยู่ด้วยกัน  แล้วเป็นไง  หนึ่งมันเสือกบอกเลิกแล้วหนีไปกับผู้ชายคนใหม่ซะงั้น ไอ้เมฆเลยขังตัวเองไว้ในบ้าน ป่านนี้ไม่รู้ผูกคอตายกับขื่อไปหรือยัง นี่ไอ้น่านก็ยังโทรมาถามเฮียยิกๆ เลยนัดกัน ไปดูมันหน่อย ตาก็เพิ่งเสีย เมียก็มาบอกเลิก ซวยสุดๆ พวกไอ้โจ ไอ้เขมก็ไป ว่าจะซื้อเหล้าไปปลอบใจมัน’

“ผม…ไม่ไปหรอก พวกพี่ไปเถอะ มันเรื่องส่วนตัว ผมแค่รุ่นน้องของเพื่อน ไม่ได้สนิท..”

‘ไม่สนิทก็ไปทำให้สนิท ที่โทรมาชวนก็เพื่อเอ็งโดยเฉพาะ  ฟังเฮียนะจงรัก  เอ็งแอบรักมันมากี่ปีแล้ว  แอบมองมันข้างหลังมานานแค่ไหน  นี่เป็นเวลาของเอ็ง เอ็งต้องไปปลอบใจมัน จะปล่อยให้โอกาสหลุดไปไม่ได้’


จงรักก็อยากจะคิดย่างนั้น จริงอย่างที่วินบอกทุกอย่าง เป็นเวลากว่า 5 ปี ที่เขาได้แต่แอบมองเมฆอยู่ในมุมเล็กๆ ไม่กล้าเข้าไปใกล้ ไม่เคยเผยความใน เพราะคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่เมฆจะหันมารักตน พยายามคิดว่าขอเพียงแค่ได้แอบรัก ได้เห็นเมฆมีความสุข เขาก็สุขใจแล้ว


“ผมทำไม่ได้หรอกเฮีย ตอนนี้เป็นรุ่นน้อง แต่ถ้าผมบอกไป ผมกลัวว่าแม้แต่คำว่าคนรู้จัก พี่เขาก็อาจจะให้ผมไม่ได้ มันเลวร้ายนะถ้าผมจะเข้าไปเสียบตอนที่เขาเคว้งคว้างน่ะ ผมไม่อยากเป็นคนฉวยโอกาส ผมขอบคุณจริงๆ ที่เฮียเป็นห่วง”

‘รักฟังเฮียนะ การทำเพื่อให้ตัวเองมีความสุขโดยที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ไม่ถือเป็นการฉวยโอกาส ตอนนี้ที่ตรงนั้นว่างแล้ว อย่าโกหกเฮียว่าเอ็งไม่อยากไปยืนข้างๆ มัน ให้โอกาสตัวเองสักครั้งคงไม่เป็นไรหรอก’

“แต่….ผมกลัว” ไม่อาจโกหกได้เลยว่าอยากไปยืนตรงนั้นมาแค่ไหน  แต่ก็กลัวที่ต้องเดินเข้าไปเผยความรู้สึกแบบนั้น

‘เลิกกลัว เลิกทำตัวขี้ขลาด ทำในสิ่งที่หัวใจเรียกร้องได้แล้ว อย่าให้ต้องพูดมาก คอแห้ง เฮียถือหางเอ็งมา 5 ปีจนเบื่อจะเชียร์ จะลุ้นแล้ว สรุปเอาตามที่บอก วันนี้ปิดร้านด้วยนะ 6 โมงเจอกัน’

“เดี๋ยว! เฮียวิน…”


เสียงสัญญาณของฝ่ายตรงข้ามขาดหายไปแล้ว จงรักมองหูโทรศัพท์แล้วถอนหายใจอย่างคิดไม่ตก ก่อนจะวางลงที่เดิม จากนั้นจึงกลับมาจัดการงานที่เหลือของตนเอง ทว่าในสมองกลับมีเรื่องที่วินเอามาบอกอยู่เต็มไปหมด


บอกให้ทำตามที่หัวใจตนเองเรียกร้องอย่างนั้นหรือ  พูดน่ะง่ายแต่ทำจริงมันยาก เคยมีคนบอกว่า ยิ่งเราซ่อนความรักไว้ในใจนานเท่าไหร่ มันก็ยิ่งยากหากวันหนึ่งเราต้องเผยมันออกมา  แล้วถ้าจงรักได้ทำตามสิ่งที่ต้องการสักเพียงครั้งเดียว ความรู้สึกที่เคยกักเก็บเอาไว้คงล้นทะลัก เพราะการทำตามใจไม่สามารถทำไปพร้อมๆ กับการยับยั้งใจ จะมีใครที่รักแล้วไม่อยากได้รับความรักตอบแทน มันมีแต่รักแล้วอยากได้หัวใจของเขามาครอบครอง ชายหนุ่มปิดตู้แช่เย็นก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงกับพื้นโดยพิงหลังกับฝาตู้อย่างอ่อนแรง


“เอาไงดีวะ….” จงรักพึมพำแผ่วๆ มือสองข้างยกขึ้นมาขยี้ผมด้วยความเคยชินเพราะรู้สึกหงุดหงิดตัวเอง


ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปกับภาพความทรงจำของเรื่องราวในอดีต แทบจำไม่ได้แล้วว่าเขารู้สึกพิเศษกับพี่เมฆตอนไหน พอรู้ตัวอีกทีก็มีคนคนนั้นอยู่ในสายตามาตลอด แรกเริ่มอาจแค่หลงใหลในความใจดีที่ไม่ค่อยแสดงออกของเจ้าตัว แต่ยิ่งนานวันเข้า ความรู้สึกยิ่งทบทวีขึ้นเรื่อยๆ จากแค่ปลื้มกลายเป็นชอบ จากชอบก็เอาใจไปผูกจนเปลี่ยนเป็นรัก รักจนถอนตัวไม่ได้แม้จะผ่านมานานขนาดนี้



คงไม่เป็นไรใช่ไหม ถ้าผมจะขยับเข้าไปใกล้พี่อีกสักก้าว…




<><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><>



สวัสดีค่ะ
ตื่นเต้นมากเพราะเป็นนิยายเรื่องแรกที่เอามาลง ยังค่อนข้างจะงงๆ ว่าอะไรตรงไหนยังไง 55555
หากมีอะไรผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยค่ะ

ส่วนตัวเนื้อเรื่องอาจเรียบๆ เรื่อยๆ ค่อยเป็นค่อยไป
แต่ยังไงก็ขอฝากจงรักไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ ^^

pungjungza
[11/7/2557 ,11:56]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-07-2014 02:22:50 โดย pungjungza »

ออฟไลน์ IIIA

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 595
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> บทนำ 07/07/57 [P.1]
«ตอบ #3 เมื่อ07-07-2014 17:40:58 »

อร๊ายยยยยยยย  รอติดตามอยู่น๋๊าาาา :o8:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> บทนำ 07/07/57 [P.1]
«ตอบ #4 เมื่อ07-07-2014 17:58:27 »

น่าติดตาม

ออฟไลน์ Noo_Patchy

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1055
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +123/-4
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> บทนำ 07/07/57 [P.1]
«ตอบ #5 เมื่อ07-07-2014 18:10:23 »

 :L2: :L2: :L2: น่าติดตามมากเลย

ออฟไลน์ aloney

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 746
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-4
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> บทนำ 07/07/57 [P.1]
«ตอบ #6 เมื่อ07-07-2014 18:26:02 »

เรื่องแรกจริงเหรอ~~~

โอ้ยย แค่บทนำก็ทำให้ติดตามอยากอ่านต่อแล้ว

น้องจงรักค่ะ หนูเก่งมากเลยแอบรักมาได้ตั้ง5ปี เห็นด้วยกับเฮียวินทุกอย่าง หนูต้องสู้ค่ะ เอาหัวใจพี่เมฆมาให้ได้นะคะ เค้าเอาใจช่วยน้าา^^

ออฟไลน์ mtd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> บทนำ 07/07/57 [P.1]
«ตอบ #7 เมื่อ07-07-2014 18:41:20 »

น่าติดตามมากเลยค่ะ :katai2-1:
เอาใจช่วยน้องจงรักพิชิตใจพี่เมฆ  :monkeysad:

ออฟไลน์ aiLime13

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 462
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1146/-11
    • twitter
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> บทนำ 07/07/57 [P.1]
«ตอบ #8 เมื่อ07-07-2014 19:48:58 »

แวะมาส่องเพราะชื่อเรื่องสะดุดตา
แล้วก็พบว่า แอร๊ยยยย เหมือนจะมีนิยายเรื่องใหม่ให้ติดอีกแบ้ววว  :hao5:

น่าสนใจมากเลยค่ะ
น้องรักสู้ๆ น้องรักสู้ตาย ลองดูสักตั้งก็ไม่เสียหายนะคะ
เอาใจช่วยค่าาาาาาาาาาาา >_<

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> บทนำ 07/07/57 [P.1]
«ตอบ #9 เมื่อ07-07-2014 20:11:41 »

ดูท่าจะสนุก รอตอนต่อไป

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> บทนำ 07/07/57 [P.1]
« ตอบ #9 เมื่อ: 07-07-2014 20:11:41 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ MK

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1112
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-4
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> บทนำ 07/07/57 [P.1]
«ตอบ #10 เมื่อ07-07-2014 21:23:33 »

เรียบๆง่ายๆค่อยเป็นค่อยไป เราก็ชอบนะ   :hao7:

meili run

  • บุคคลทั่วไป
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> บทนำ 07/07/57 [P.1]
«ตอบ #11 เมื่อ07-07-2014 22:52:30 »

จงรัก เดี๋ยวไม่นานก็จงรัดดดดดดดดดด อ๊ากกกกกกกกก รอตอนต่อไปค่ะ  :hao6:

ออฟไลน์ kkmm

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 356
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> บทนำ 07/07/57 [P.1]
«ตอบ #12 เมื่อ08-07-2014 00:07:21 »

น่าติดตาม ขอบคุณคับ

ออฟไลน์ Moose

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1258
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-2
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> บทนำ 07/07/57 [P.1]
«ตอบ #13 เมื่อ08-07-2014 00:13:06 »

ติดตามๆๆๆ  :katai3:

ออฟไลน์ ละอองฝน

  • แมวดำ
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +398/-2
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> ตอนที่ 1 13/07/57 [P.1]
«ตอบ #14 เมื่อ13-07-2014 03:13:54 »

ตอนที่ 1




   หลังจากใช้เวลากว่าชั่วโมงวินก็ขับรถพาจงรักฝ่าการจราจรติดขัดมาได้สำเร็จ เขาจอดรถเทียบฟุตบาทหน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งซ่อนตัวอยู่ในโครงการจัดสรรแถบชานเมืองกรุงเทพ จากนั้นจึงลงมาจากรถพร้อมกันกับจงรัก วินเดินไปกดออดหน้าบ้านด้วยความคุ้นเคย ทิ้งให้รุ่นน้องตัวเล็กยืนเกาะรั้วมองลอดผ่านช่องว่างเข้าไปยังตัวบ้าน ดวงตากลมใสสำรวจบริเวณหน้าบ้านที่ปิดประตูไว้แน่นหนาอย่างช่างใจ ตอนนี้ฟ้ามืดแล้วด้วยเป็นเวลากว่าหนึ่งทุ่ม แต่ทำไมเจ้าของบ้านจึงไม่เปิดไฟเพื่อให้ความสว่างเลยสักดวง ลองเงี่ยหูฟังก็ไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว มันเงียบเชียบจนคนตัวเล็กเผลออนุมานเอาเองว่าบ้านนี้ไม่มีคนอยู่ บริเวณรอบนอกไม่ได้รับการตกแต่งทำสวนใดๆ เลย เหมือนบ้านใหม่ที่ยังไม่ถูกขายเสียมากกว่า


“ผิดหลังหรือเปล่าเฮีย” เสียงห้าวเอ่ยทัก

“ไม่ผิด เฮียเคยมาแล้วครั้งหนึ่ง” วินบอกอย่างมั่นใจ ก่อนจะพึมพำกับตนเอง “หรือมันไม่อยู่วะ รถก็ไม่เห็น” ว่าแล้วก็ลองกดออดดูอีกสักครั้ง หากเจ้าของบ้านไม่ออกมาเปิด ก็ชัดเจนแล้วว่าไม่อยู่บ้าน

“สงสัยจะไม่อยู่ล่ะมั้ง” แต่เมื่อสิ้นประโยคไม่ถึงนาที ประตูบ้านก็เปิดออกราวกับหยั่งรู้ว่าคนมาเยี่ยมกำลังจะถอยทัพกลับ


   แสงจากไฟสาธารณะตรงมุมถนนส่องกระทบร่างของชายที่เพิ่งก้าวออกมาจากบานประตู เงาที่ทอทอดอยู่บนพื้นสูงใหญ่กว่าตัวตนจริงๆ จนดูผิดรูป รอไม่นานแขกซึ่งไม่ได้รับเชิญก็เผชิญหน้ากับร่างสูงที่แสนคุ้นตาเมื่อเขาเดินโผเผล่เข้ามาชิดรั้วอิตาลีลายเถาไอวี่ ก่อนเสียงปลดล็อคประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงห้วนติดจะแหบ  แม้มันจะฟังดูไม่เป็นมิตรเท่าใดนักแต่วินก็ยังส่งยิ้มกว้างให้เพื่อน


“มาทำไม”

“มาเช็คไงว่าเจ้าของบ้านยังอยู่ดีไหม นึกว่าช้ำในตายไปแล้ว”

“ยังไม่ตายง่ายๆ หรอก” เมฆเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบๆ ที่ไม่ว่ามองเมื่อไรก็ทำให้หัวใจของจงรักเต้นไม่เป็นระส่ำได้ทุกครั้ง

“พี่เมฆสวัสดีครับ” จงรักยกมือไหว้เพื่อนของรุ่นพี่ตามธรรมเนียม ดวงหน้าคมดุหันมาตามเสียง ถ้ามองไม่ผิดเหมือนจะเห็นแววประหลาดใจในดวงตาสีเข้มเล็กน้อย ทว่าเพียงครู่เดียวเมฆก็ถูกเพื่อนสนิทเรียกความสนใจไป

“เดี๋ยวพวกไอ้น่านจะตามมาด้วยนะ แล้วนี่มึงเป็นไงบ้าง” ถึงก่อนหน้านั้นจะพูดสัพยอกตามประสาเพื่อนสนิท กระนั้นสุดท้ายวินก็ถามความเป็นไปของเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

“แย่..” ไม่ต้องมีอะไรมายืนยันจงรักก็เชื่อในสิ่งที่เมฆพูด เพราะจากสภาพของชายหนุ่มตอนนี้มันดูไม่จืดเอาเสียเลย ตามสันกรามมีหนวดขึ้นเขียวครึ้ม ถุงใต้ตาดำคล้ำ ทั้งใบหน้าก็ยังซีดเซียวไม่สดใส

“เข้าไปคุยในบ้านดีกว่ายืนนานๆ แล้วเมื่อยว่ะ” วินชักชวนราวกับเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง จากนั้นจึงถามถึงสิ่งที่สงสัยก่อนหน้า “แล้วรถไปไหนวะเมฆ”

“เอาเข้าศูนย์”

“อ้าว! รถเป็นอะไรล่ะ” วินถามต่อ

“แค่ก…แค่ก” คำตอบที่ได้กลับเป็นเสียงไอโขลกๆ แทน

“เอ้ยๆ ไม่สบายหรือเปล่าวะ”

“นิดหน่อย เข้าบ้านเถอะ”

“ตามนั้น” ตอบรับก่อนจะหันมาสั่งรุ่นน้อง “รักเข็นประตูรั้วให้เฮียหน่อย จะเอารถเข้าไปเก็บข้างใน เดี๋ยวไอ้พวกนั้นมาจะไม่มีที่จอด”

“ครับ” จงรักพยักหน้ารับ วินจึงเดินไปขึ้นรถ เตรียมย้ายเข้าไปจอดในบ้านอย่างที่เจ้าตัวบอก


เมฆหันหลังกลับเดินนำเข้าไปรอในบ้าน จงรักมองตามแผ่นหลังกว้างไปด้วยความรู้สึกเป็นห่วงที่ไม่อาจแสดงออกมาได้มากนักเมื่ออยู่ต่อหน้า ได้แต่ยืนมองและสังเกตอาการของชายหนุ่มอยู่ข้างๆ ครู่เดียวก็ต้องละสายตาออกมาเพราะถูกรุ่นพี่ซึ่งรออยู่หมุนกระจกลงเพื่อเร่งให้เปิดประตู คนตัวเล็กออกแรงดันประตูรั้วเหล็กดัดให้เลื่อนเปิด ทว่ายังไม่ทันถึงครึ่งทางด้วยซ้ำ เขาก็ต้องปล่อยมือจากรั้ว แล้ววิ่งไปหาร่างสูงที่เซล้มลงไปนอนฟุบกับพื้น


“พี่เมฆ!” จงรักทรุดตัวนั่งลง จากนั้นจึงออกแรงพลิกตัวคนที่สลบไสลไม่ได้สติให้หันกลับมานอนหงายแล้วเขย่าตัวเรียก ทว่าอุณหภูมิที่สัมผัสได้ยิ่งทำให้รู้สึกตื่นตระหนก เนื่องจากผิวกายของเมฆนั้นร้อนราวกับถูกไฟลน “ทำไมตัวร้อนแบบนี้ล่ะ…”


คนตัวเล็กทำอะไรไม่ถูกแล้ว มือไม้มันสั่นไปหมดเพราะเพิ่งสังเกตเห็นอีกว่า ตรงปลายคิ้วด้านหนึ่งมีเลือดไหลซึมออกมาเป็นทางยาวไปถึงแก้ม นั่นคงเป็นเพราะล้มลงกระแทกกับพื้นเมื่อกี้  ใบหน้าคมที่เขาหลงรักเซียวหมอง ริมฝีปากขาวซีด ยิ่งคนป่วยไม่รู้สึกตัว เขาก็ยิ่งร้อนใจ กลัวว่าจะเป็นอะไรหนักกว่าเดิม


“เฮียวิน! ช่วยด้วย! ช่วยพี่เมฆที”


วินทันเห็นเหตุการณ์รีบลงจากรถตรงมาช่วยรุ่นน้องที่ทุลักทุเลพยุงเพื่อนของเขาอยู่บนพื้น เขาหิ้วปีกเพื่อนขึ้นโดยมีจงรักช่วยประคองอยู่อีกข้าง เมฆไม่ได้สติจึงปล่อยทิ้งน้ำหนักลงมาเต็มที่ อีกทั้งเป็นคนตัวใหญ่ดังนั้นจึงค่อนข้างลำบากแม้จะช่วยกันสองคน


“ไข้สูงแน่ๆ ตัวร้อนจี๋เลย” วินได้ยินจงรักพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความวิตกอย่างไม่ปิดบัง

“เอาน่า ใจเย็นๆ แค่มีไข้คงไม่เป็นอะไรมาก พามันไปโรงพยาบาลก่อน”

“ครับ”


เมื่อทั้งคู่พาเมฆไปที่รถได้สำเร็จ จงรักก็ผละออกมาแล้ววิ่งไปที่รั้วหมายจะลากประตูปิดบ้านเอาไว้ ประจวบเหมาะพอดีที่เขม โจและน่านมาถึง วินจึงสั่งเพื่อนให้ช่วยอยู่เฝ้าบ้านให้เมฆก่อน ส่วนเขากับจงรักจะพาเมฆไปหาหมอที่โรงพยาบาล


“ที่แท้เพราะมันไม่สบายนี่เอง นึกว่ามันเฮิร์ทเลยไม่เข้าบริษัท เป็นหนักก็ไม่รู้จักโทรบอกกันบ้าง เกิดไข้สูงแล้วชักขึ้นมาล่ะยุ่ง ยิ่งอยู่คนเดียวเสียด้วย ไอ้เมฆนะไอ้เมฆ” วินบ่นขณะขับรถออกมาได้สักพัก ตาก็เหลือบมองกระจกส่องหลังเป็นระยะ เมื่อเห็นสีหน้ากังวลของรุ่นน้องจึงเงียบเสียงไปไม่พูดอะไรต่อ


จงรักใช้กระดาษทิชชู่ในรถพับเป็นทบ จากนั้นจึงค่อยๆ เช็ดเลือดออกจากแก้มของเมฆอย่างเบามือ ทั้งที่คนป่วยไม่รู้สึกตัวสักนิด ทว่าคนเช็ดกลับเบ้หน้าคล้ายว่าเจ็บเสียเอง กระดาษทิชชู่แห้งๆ ช่วยให้ใบหน้าสะอาดขึ้นได้ในระดับหนึ่งแต่ก็ไม่ได้มากนัก


“อื้อ....” เมฆครางฮือในลำคอโดยไม่รู้สึกตัว

“อดทนหน่อยนะครับพี่เมฆ อีกเดี๋ยวก็ถึงแล้ว” จงรักว่าพลางบีบกระชับมือคู่ใหญ่ของเมฆที่ตนถือวิสาสะจับเอาไว้ตั้งแต่ขึ้นรถ












แอ๊ด…..

   เปลือกตาหนากระพริบช้าๆ ก่อนจะเปิดขึ้นแล้วมองไปทางต้นเสียงที่ปลุกให้เขาตื่น แต่เพราะตื่นขึ้นภายในห้องที่ไม่คุ้นเคย แม้จะมีแสงอ่อนๆ ลอดผ่านเข้ามาทว่าก็น้อยนิด เนื่องจากผ้าม่านสีอ่อนยังไม่ถูกเปิดออกในห้องจึงค่อนข้างสลัว นั่นทำให้เมฆไม่แน่ใจว่าใครที่เดินผ่านประตูเข้ามากันแน่ อาจจะเพ่งนานไปหน่อยในหัวจึงรู้สึกปวดจนตาพร่า เขาหลับตาก่อนจะหรี่ตาขึ้นอีกครั้ง แล้วเหลือบมองไปยังบุคคลปริศนาที่กำลังดึงเอาดอกคาร์เนชั่นสีโอรสออกมาจัดในแจกันหล่อน้ำใบใสจนเป็นช่อ


   ที่แท้คนที่เขาสงสัยก็คือจงรัก หนุ่มร่างเล็กผิวขาวนัยน์ตาแขก รุ่นน้องคนสนิทของวินนั่นเอง เจ้าตัวฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอจนกระทั่งจัดดอกไม้เสร็จ ก่อนจะหันกลับมาพบว่าเขาจ้องมองอยู่ก่อนแล้ว ดวงตาโตๆ นั่นเบิกกว้างเล็กน้อยเหมือนประหลาดใจ จากนั้นจึงยิ้มกว้างแล้วเอ่ยออกมาเก้อๆ ว่า


“อรุณสวัสดิ์ครับ”


   เมฆไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ออกจะแปลกใจนิดๆ กับคำทักทายในยามเช้าที่ดูไม่เข้ากับสถานการณ์สักเท่าไหร่ เมื่อว่าจบก็หันหลังกลับไปรูดม่านเปิดรับแสงแดดอ่อน ราวกับจะยืนยันว่ารุ่งอรุณมาเยือนดังที่เอ่ยทักทายจริงๆ


“เมื่อคืนก่อนพี่เมฆหมดสติตรงหน้าบ้าน พี่วินเป็นคนพาพี่มาโรงพยาบาล หมอบอกว่าพี่เป็นไข้หวัดใหญ่น่ะครับ ไข้สูงมาก แต่ตอนนี้ลดลงแล้ว” จงรักรายงานยาวเหยียดเหมือนเป็นเรขาส่วนตัวของเขาไม่มีผิด “ส่วน…รอยพกช้ำที่ท้องก็ดีขึ้นด้วยครับ” ประโยคหลังเจ้าตัวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงระมัดระวังเป็นพิเศษ นัยน์ตาสีเข้มมีแววระลอกคลื่นไหวๆ ดูคล้ายเป็นห่วงระคนสงสัย

“พี่นอนไปนานเท่าไหร่” เมฆถามไปอีกเรื่องหนึ่งเพื่อเบนความสนใจ เพราะไม่อยากนึกถึงเหตุการณ์ที่ฝากรอยบอบช้ำให้เขาทั้งทางร่ายกายและจิตใจ

“1 คืน กับอีก 1 วันครับ พี่หลับๆ ตื่นๆ แต่ดูเหมือนพี่จะไม่ค่อยรู้สึกตัวเท่าไหร่” เขาพยักหน้ารับรู้คนตัวเล็กจึงถามอาการของเขากลับบ้าง “รู้สึกเป็นยังไงบ้างครับ ปวดหัวไหม เจ็บแผลที่คิ้วหรือเปล่า”

“แผล…คิ้ว?” นี่เขาได้แผลตรงคิ้วตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“คือพี่วูบล้มไปกระแทกกับพื้น คิ้วก็เลยแตก เย็บไปสามเข็ม” คนตัวเล็กเฉลย เมฆจึงยกมือขึ้นแตะตรงที่รู้สึกปวดหนึบๆ แล้วก็ต้องสูดปาก เบ้หน้าเพราะความเจ็บ

“อย่าจับสิครับ! แผลมันกำลังอักเสบ เดี๋ยวผมเรียกพยาบาลให้นะ”


   ทันทีที่กดปุ่มเรียกพยาบาลที่หัวเตียงเรียบร้อย จงรักก็ขยับเข้ามาประชิดติดขอบเตียง ก่อนจะโน้มตัวลงมาดูแผลที่หางคิ้วอย่างพินิจพิเคราะห์ คิ้วเข้มของหนุ่มรุ่นน้องขมวดมุ่น ริมฝีปากก็ถูกฟันคมของตัวเองกัดเอาไว้ ทำสีหน้าทรมานเหมือนตัวเองเจ็บไปด้วยเสียอย่างนั้น ก่อนจะเอ่ยกับเขาเบาๆ


“เจ็บมากไหมครับ” แต่เมฆมองจงรักนิ่งๆ ไม่ได้ตอบอะไร พอคนถูกมองรู้สึกตัวว่าโดนจ้องก็รีบผละออกห่าง แสดงท่าทางประหม่าอย่างชัดเจน “ขอโทษครับ ผมแค่จะดูแผลให้”

“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่”


ไม่รู้ว่าอุปทานไปเองหรือไม่ แต่เมฆรู้สึกว่า ตั้งแต่รู้จักกับรู้น้องต่างคณะคนนี้มา ระหว่างเขากับจงรักมันมีอะไรบางอย่างที่ชวนให้เก้อกระดากและอึดอัดเป็นพิเศษเสมอ เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เวลาที่มองจงรัก คนตัวเล็กก็มักจะมองเขากลับด้วยแววตาเหมือนลูกหมาขี้ตื่นทุกทีไป ทั้งที่ลึกๆ แล้วก็ดูเหมือนโหยหา พอเข้าไปคุยด้วยก็ทำท่าหวั่นๆ นั่นทำให้เขาไม่ค่อยสนิทใจและไม่อยากพูดคุยเล่นหัวด้วยนัก เพราะรู้สึกเหมือนกำลังรังแกคนไม่มีทางสู้อย่างไรอย่างนั้น


แม้เขาจะเป็นคนไม่ค่อยพูด และหลายคนก็เคยบอกว่าหน้าของเขาดุ แต่มันก็ใช่ว่านิสัยของเขาเป็นแบบนั้น กับรุ่นน้องคนอื่นๆ ยังมีหยอกล้อกันบ้างตามประสา และทั้งที่ได้เจอกับจงรักบ่อยกว่าใคร ไม่ว่าจะเป็นตอนนัดเตะบอลกับกลุ่มเพื่อน นัดสังสรรค์ตั้งแต่สมัยเรียน หรือกระทั้งนัดติวหนังสือ ทว่าทุกครั้ง บรรยากาศระหว่างพวกเขาสองคนก็ยังคงดำเนินไปแบบเดิมซ้ำๆ


“วินล่ะ” สุดท้ายเมฆก็เลือกที่จะเป็นคนทำลายความเงียบที่โอบล้อมเขาทั้งคู่เอาไว้

“กลับไปแล้วครับ เห็นว่าต้องเตรียมพรีเซ้นต์ เฮียเลยฝากบอกว่าเย็นๆ จะเข้ามาเยี่ยม”

“มันไปตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เมื่อคืนครับ” ถ้าเพื่อนตัวดีกลับไปตั้งแต่เมื่อคืน เช่นนั้นก็แสดงว่าคนที่อยู่กับเขาตลอดก็น่าจะเป็นหนุ่มรุ่นน้องคนนี้คนเดียวอย่างนั้นหรือ

“แล้วคนอื่นๆ ล่ะ ไปไหนหมด” เมฆไม่ปล่อยทิ้งความสงสัยไว้นานนัก

“พี่เขมกลับชลบุรีไปแล้วเพราะมีงาน ส่วนพี่โจกับพี่น่านมาเยี่ยมเมื่อวานเย็นก็กลับครับ”


จริงสินะ เพื่อนของเขาทั้งไอ้โจ ไอ้น่านต่างก็แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ส่วนไอ้วินกับไอ้เขมก็คงมีงานมีการต้องรับผิดชอบ ใครจะมีเวลามานั่งเฝ้าเขาทั้งวันทั้งคืนกัน ไม่ต้องพูดถึงใครอีกคนที่เคยรักและจริงจังด้วยมากที่สุด กระทั่งคิดจะชวนให้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน แต่เขากลับถูกทิ้งเสียก่อน ถูกทิ้งทั้งที่ไม่รู้เลยสักนิดว่าตัวเองทำผิดอะไร อาจเป็นเพราะเขายังมีไม่พอเท่าที่ใครคนนั้นต้องการกระมัง


แต่ถึงจะรู้อย่างนั้นก็ยังห้ามตัวเองไม่ให้รัก….ไม่ได้อยู่ดี


แม้ทุกจังหวะหัวใจที่เต้นตุบอยู่ในอกจะเจ็บปวดเหมือนแผลอักเสบปริแตกกลัดหนอง เขาไม่สามารถหักใจลงได้ บางทีมันอาจเร็วเกินไปที่คิดจะตัดใจ




“พี่เมฆหิวไหมครับ ผมเพิ่งลงไปซื้อโจ๊กมาเมื่อกี้” เสียงของจงรักเรียกให้เมฆกลับมาอยู่กับปัจจุบัน หนุ่มหน้าดุยังไม่ทันที่จะตอบตกลงหรือปฏิเสธ พยาบาลที่เรียกหาเมื่อครู่ก็โผล่เข้ามาในห้องพร้อมกับคุณหมอเจ้าของไข้ ถุงโจ๊กที่ถือค้างไว้ในมือจึงถูกวางลงที่เดิมอย่างช่วยไม่ได้


   คุณหมอชี้แจงถึงอาการพร้อมกับตรวจวัดไข้ให้กับเมฆเรียบร้อย เช้าวันนี้อาการของชายหนุ่มดีขึ้นมาก อยู่ดูอาการจนถึงตอนเย็น หากว่าไข้ไม่กลับมาสูงอีก คุณหมอก็อนุญาตให้คนไข้กลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ เพราะผลเอ็กซเรย์ก็ออกมาแล้วว่าอวัยวะภายในไม่ได้กระทบกระเทือน มีเพียงรอยช้ำวงกว้างบนหน้าท้องเท่านั้นที่จำเป็นจะต้องหมั่นทายาตามสั่ง เมื่อคุณหมอออกไปจากห้องแล้ว คุณพยาบาลก็เข็นอาหารเช้าของโรงพยาบาลเข้ามาให้พร้อมกับยาก่อน-หลังอาหาร


   จงรักไม่ได้ถามเมฆซ้ำว่าชายหนุ่มหิวหรือไม่ เพราะแม้ว่าจะไม่อยากอาหาร ชายหนุ่มหน้าดุก็ต้องกินเพื่อที่จะได้กินยาตามหมอสั่งให้ครบ คนตัวเล็กถือวิสาสะเปิดดูอาหารที่โรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ให้ ก่อนหันมารายงานแล้วให้โอกาสคนป่วยตัดสินใจว่าจะกินโจ๊กที่เขาซื้อมาหรือกินอาหารของโรงพยาบาล


“โจ๊ก”


   เมฆบอกสั้นๆ แค่นั้น คนตัวเล็กก็รีบหันไปจัดการเตรียมเทโจ๊กอุ่นๆ ใส่ชาม แล้วกางโต๊ะสำหรับทานอาหารของคนไข้ให้ชายหนุ่ม จากนั้นจึงเตรียมน้ำกับยาวางไว้ข้างๆ กันเสร็จสรรพ คนป่วยตักอาหารทานเองได้โดยไม่ต้องรบกวนให้ป้อน จงรักทำเพียงแค่ยกเก้าอี้มาวางใกล้ๆ เตียง แล้วมองดูด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจ กินไปได้เพียงครึ่งหนึ่งเมฆก็บอกว่าอิ่ม จงรักจัดการเก็บพับโต๊ะทุกอย่างเข้าที่เรียบร้อย พอหันกลับมาอีกทีคนตัวโตก็กินยาตามหมอสั่งเข้าไปแล้ว


ทั้งคู่นั่งดูทีวีคั่นเวลาไปเรื่อยๆ ก่อนคนป่วยจะหลับพักผ่อนอีกรอบ ตอนนี้ ขณะที่อีกคนหลับใหลก็เป็นเวลาที่อีกคนได้จ้องมองอย่างหลงใหลระคนรักใคร่ ในความคิดของจงรัก เมฆเป็นคนหนึ่งที่จัดว่าหน้าตาดี อาจไม่ได้มีใบหน้าพิมพ์นิยมเหมือนหนุ่มเกาหลี แต่วงหน้าคมที่มีคิ้วเข้มพาดเฉียงรับจมูกโด่ง อีกทั้งดวงตาดุดันสีมะค่าซึ่งถูกซ่อนเอาไว้ก็เพียงพอที่จะทำให้สาวๆ กรี๊ดกร๊าดเป็นทิวแถว นอกจากรูปกายภายนอกแล้วสิ่งสำคัญคือสิ่งที่อยู่ลึกๆ ภายในตัวของคนๆ นี้ต่างหาก ที่ทำให้จงรักตัดสินใจยอมรับกับตัวเองว่าชอบผู้ชาย


คนตัวเล็กพาดท่อนแขนทับกันไว้บนเตียงคนป่วย จากนั้นจึงวางคางเกยแขนเอาไว้ เอียงคอน้อยๆ เพื่อจะได้เงยหน้ามองเมฆได้ถนัด เขาระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าใบหน้าซีดเซียวดูมีสีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างแล้ว กว่าจะอาการดีขึ้นมาได้เล่นเอาเขาทรมานเกือบตายเลยทีเดียว ลำพังแค่นั่งเฝ้าคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวคนป่วยน่ะไม่เท่าไหร่ แต่การต้องทนฟังน้ำเสียงแหบแห้งละเมอเพ้อพกออกมาเพราะพิษไข้มันทำให้หัวใจทำงานหนักยิ่งขึ้น



“อย่าไป…หนึ่ง..อย่าทิ้งพี่ไป”


“อย่าพาเขาไป…ขอร้อง อย่าเอาหนึ่งของผมไป”




   เขารู้ตัวว่าไม่มีอะไรสู้หนึ่งนทีได้สักอย่าง รู้ว่าเขาเป็นเพียงแค่ฝุ่นละอองที่พี่เมฆมองไม่เห็น และทั้งที่ก็รู้ว่าพี่เมฆรักหนึ่งนทีมากขนาดไหน แต่พอต้องมาได้ยินกับหูตัวเองเช่นนี้ ก็ทำให้จงรักรู้สึกปวดหน่วงลึกลงไปยิ่งกว่าเดิมเป็นสิบเท่าร้อยเท่า


พยายามปลอบใจตัวเองว่าอย่างน้อยตอนนี้พี่เมฆก็มีเขาอยู่ข้างๆ อย่างน้อยก็ยังมีวันที่ได้อยู่ชิดใกล้ตามลำพังสองคน อย่างน้อยก็ควรดีใจในระยะห่างที่สั้นลงกว่าที่ผ่านมา และต้องนึกขอบคุณความกล้าของตัวเองให้มากๆ เพราะหากเขาไม่กล้ารับข้อเสนอของเฮียวินที่บอกให้ช่วยเฝ้าพี่เมฆแทนการจ้างพยาบาลพิเศษ เขาก็คงไม่มีโอกาสได้ดูแล ได้ชิดใกล้เข้ามาอีกนิด ได้มีความสุขจนหัวใจพองโตขึ้นมาอีกหน่อย แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่จงรักก็รู้สึกพอใจมากแล้ว ร่างเล็กอมยิ้มบางๆ ก่อนจะผล็อยหลับโดยคงรอยยิ้มพึงใจไว้บนหน้า












   ขนตางอนยาวที่ทาบลงบนแก้มขาวกระพริบเบาๆ เหมือนปีกผีเสื้อเมื่อคนที่หลับใหลรู้สึกตัวตื่น ดวงตากลมโตเหลือบมองไปที่ใบหน้าของคนที่ตัวเองมองจนกระทั่งเผลอหลับไป แล้วก็ต้องตกใจจนดีดตัวผึงออกห่าง เมื่อพบว่าเมฆนั่งพิงตัวอยู่กับหัวเตียงแล้วจ้องมองมาที่ตนอยู่ก่อนแล้ว


“หลับสบายไหม”

“พี่เมฆตื่นนานแล้วเหรอครับ ขอโทษทีครับ ผมเผลอหลับไป แย่จริงๆ” จงรักรีบละลักละล้ำบอก ทว่าเมฆกลับยิ้มบางแล้วตอบกลับมาว่า

“ไม่เป็นไรหรอก ก็นายเฝ้าพี่มาทั้งคืนแล้วไม่ใช่หรือไง จะนอนพักสักหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก”

“แต่พี่เป็นคนป่วย ผมต้องคอยดูแลพี่ถึงจะถูก ไม่ใช่หลับให้พี่ดูแบบนี้ น่าอายจริงๆ” คนตัวเล็กว่าพลางลูบหน้าลูบตาของตัวเองขับไล่ความง่วงงุน ก่อนจะสังเกตเห็นว่าคนที่นั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดไปรเวทเรียบร้อยแล้ว

“ไอ้วินเอามาให้เปลี่ยน” เมฆตอบตามสายตาของจงรักที่มองมายังเสื้อผ้าของตน

“พี่วินมาแล้วเหรอครับ”

“อืม มันมาตั้งแต่บ่ายสี่โมง ตอนนี้มันไปจัดการจ่ายค่ารักษาพยาบาลอยู่ พี่ก็เลยเปลี่ยนเสื้อผ้ารอ กำลังคิดอยู่ว่าจะปลุกแต่นายรู้สึกตัวพอดี” เมื่อคนหน้าดุพูดจบ คนตัวเล็กก็เผลอคำนวณอย่างดีใจว่าเหมือนจะเป็นประโยคที่ยาวที่สุดเท่าเมฆเคยพูดกับเขา

“อ่า…ครับ” จงรักพยักหน้ารับเก้อๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกครั้งเพราะเห็นว่าร่างสูงเงียบไป


เนื่องจากเมฆมองตรงมาที่รุ่นน้องตัวเล็กอยู่แล้ว ทำให้ทั้งสองประสานสายตากันพอดิบพอดี ดวงตาสีมะค่าจ้องลึกเข้าไปในหน่วยตาคมอย่างค้นหา ค้นหาสิ่งที่เขาสงสัย ผิดกับจงรักที่อยากหันหนีไปให้ไกลๆ แต่ไม่ว่าจะพยายามสักเท่าไรก็ไม่อาจทำได้ ราวกับว่าถูกร่ายมนต์สะกดใส่อย่างไรอย่างนั้น คนที่นั่งอยู่บนเตียงขยับตัวเหมือนจะพูดบางอย่าง พาลให้อีกคนเผลอกลั้นหายใจตามไปด้วย



นายชอบพี่ใช่ไหม”



ลมพัดเข้ามาทางหน้าต่าง ผ้าม่านสีอ่อนก็ปัดปลิวไปมาเบาๆ สรรพสิ่งเหมือนพร้อมใจกันเงียบสนิทเมื่อเสียงทุ้มติดจะแหบเอ่ยประโยคนี้ออกมา พร้อมกันนั้นจงรักก็รู้สึกเหมือนถูกผลักลงมาจากที่สูง หัวใจดวงน้อยเริ่มกระหน่ำเป็นจังหวะรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนแทบหลุดออกมาจากอก


“อ…” ดูเหมือนกับว่าลำคอของคนถูกถามจะตีบตันไปเสียแล้ว

“ว่ายังไง พี่ถามว่านายชอบพี่ใช่หรือเปล่า”


   จงรักไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆ เมฆถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมา แต่สมองของเขาเหมือนจะหยุดทำงาน ซึ่งตรงข้ามกันเสียงเต้นดังของหัวใจเหลือเกิน ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร ภายใต้ดวงตาดุๆ ที่จ้องมาอย่างคาดคั้นมันทำให้เขาทำตัวไม่ถูก มือสองข้างกำแน่นเข้าหากัน เหงื่อกาฬไหลจากขมับลงมาถึงข้างแก้ม ริมฝีปากบางเม้มแน่นเป็นเส้นตรงเพราะความเครียด


ทำตามที่ใจต้องการ


   เหมือนมีเสียงใครสักคนกระซิบซ้ำไปซ้ำมาอยู่ข้างหูแต่จงรักก็ยังลังเล จนกระทั่งเมฆขยับตัวเป็นสัญญาณว่าจะเอื้อยเอ่ยอะไรออกมาอีกรอบ จงรักจึงตัดสินใจ


ครับ ผมชอบพี่ !!” เสียงสารภาพดังเกินกว่าเสียงปรกติหลายเท่า แม้แต่คนพูดเองยังต้องตกใจ เมฆไม่แปลกใจสักนิด ความจริงเขาก็ดูออกมานานแล้วเพียงแต่ไม่แน่ใจเท่านั้น ก็จงรักเล่นแสดงออกให้ชวนคิดและมันก็ดูชัดเจนเหลือเกินตลอดหลายปีที่เขามองข้ามไป ร่างสูงหัวเราะในลำคอเบาๆ จากนั้นจึงถามต่อ

“หึ…ชอบมากไหม”

“พี่จินตนาการไม่ออกเลยล่ะ” จงรักว่าเสียงขื่นคล้ายรำพันกับตัวเองเสียมากกว่า



“ถ้างั้นก็….เป็นแฟนกันไหม







<><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><>



มาต่อแล้วค่ะ!!
ดีใจกับผลตอบรับจากบทนำมากๆเลย เห็นมีคนมารอก็ชื่นใจแล้วล่ะค่ะ :-[
แต่งนิยายโดยมีปัญหาว่ามันต้องยาวสักแค่ไหนกันนะ แล้วก็แต่งๆ ไป
มันอาจจะสั้นบ้างอะไรบ้าง อย่าได้ถือความเอากับเค้าเลยนะคะ  :hao5:
พยายามเข็นออกมาให้มากที่สุดแล้ว ตอนแรกๆ อาจยังติดขัดบ้างจะพยายามปรับปรุงค่ะ
แต่บทบรรยายอาจไม่เข้าถึงความนึกคิดและเหตุผลบางช่วง ขอให้รู้ไว้ว่าเหตุผลเหล่านั้นจะตามมาทีหลัง55555  :z6:
ถ้าเห็นคำผิดจะรีบเข้ามาแก้ด่วนๆ เลย ยังไงก็ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ  :bye2:

pungjungza
[13/7/2557 ,02:50]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-07-2014 02:43:23 โดย pungjungza »

ออฟไลน์ aloney

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 746
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-4
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> ตอนที่ 1 13/07/57 [P.1]
«ตอบ #15 เมื่อ13-07-2014 04:56:51 »

หนึ่งนที เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย?

ใอ่ประโยคเป็นแฟนกันไหม บอกเลยเค้าไม่ไว้ใจพี่เมฆ!!

กลัวจะหลอกใช้น้องเป็นตัวแทนค่ะ ไม่อยากให้จงรักเสียใจ .___.

มาบ่อยๆนะคะ รออ่านอยู่^^
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-07-2014 05:03:43 โดย aloney »

ออฟไลน์ ceylon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 389
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> ตอนที่ 1 13/07/57 [P.1]
«ตอบ #16 เมื่อ13-07-2014 07:40:58 »

มาสมัครเป็นแฟนคลับจงรัก  :katai2-1:

ออฟไลน์ mtd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> ตอนที่ 1 13/07/57 [P.1]
«ตอบ #17 เมื่อ13-07-2014 10:18:33 »

พี่เมฆอย่าเห็นน้องเป็นตัวแทนของใครนะ
ถ้ายังไม่พร้อมรักใครอย่าทำร้ายจิตใจน้อง :hao7:
อย่ามาม่ามากนะคะสงสารน้องจงรัก :o12:

meili run

  • บุคคลทั่วไป
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> ตอนที่ 1 13/07/57 [P.1]
«ตอบ #18 เมื่อ13-07-2014 11:19:34 »

ขอเป็นแฟนได้ แต่อย่าหลอกใช้นะ :z3:

ออฟไลน์ IIIA

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 595
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> ตอนที่ 1 13/07/57 [P.1]
«ตอบ #19 เมื่อ13-07-2014 14:53:26 »

พี่เมฆบอกไว้ก่อนว่าอย่าหลอกใช้น้อง คนเสียใจเป็นพี่เองนะบอกเลย เล่นกับความรู้สึกคนไม่สนุกหรอก   :z3::impress2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> ตอนที่ 1 13/07/57 [P.1]
« ตอบ #19 เมื่อ: 13-07-2014 14:53:26 »





ออฟไลน์ blanchet

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 515
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> ตอนที่ 1 13/07/57 [P.1]
«ตอบ #20 เมื่อ13-07-2014 17:29:16 »

อุ้ยยย พี่เมฆต้องการอะไร อย่าหลอกน้องนะะ

ออฟไลน์ ~MiKi~

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 134
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-0
Re: <<< โ ป ร ด จ ง รั ก >>> ตอนที่ 1 13/07/57 [P.1]
«ตอบ #21 เมื่อ14-07-2014 00:02:11 »

ไม่ไว้ใจพี่เมฆเลย เจ็บคนเดียวไม่พอจะลากน้องไปเจ็บด้วยรึไง

ออฟไลน์ kkmm

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 356
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
รอตอนต่อไป ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ konnarak

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +182/-0
รอลุ้นต่อไป

ออฟไลน์ NOoTuNE

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3256
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +317/-15
สนุกมากค่ะ ดูท่าจะดราม่าน้ำตาท่วมแน่เลย

ออฟไลน์ PoPuAr

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-2
ขอเป็นแฟนง่ายไปไหมพี่เมฆ

แต่ก็เอาเหอะ จงรักคงจะดีใจมาก เพราะแอบชอบพี่เค้ามาตั้งนาน

ได้แต่หวังว่าจะลืมแฟนเก่า และเปิดใจให้แฟนใหม่อย่างจงรักได้ไม่ยากนะคะ

ออฟไลน์ ละอองฝน

  • แมวดำ
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +398/-2
ตอนที่ 2




“ถ้างั้นก็….เป็นแฟนกันไหม”



   ทั้งที่ทุกสิ่งก็ยังคงดำเนินไปเช่นเก่า แต่สำหรับจงรัก ณ วินาทีนี้ เสมือนโลกหยุดเคลื่อนไหว ความร้อนในร่างกายไหลไปรวมกันอยู่ที่ใบหน้าและกกหูจนผิวขาวเหลืองแดงแจ๋ราวมะเขือเทศสุก มือสองข้างสั่นอย่างกับเจ้าเข้าจนต้องจับกุมประสานกันไว้แล้วไพล่ไปด้านหลัง อยากจะพูดอะไรออกมาแต่ก็ไม่สามารถบังคับริมฝีปากที่ประเดี๋ยวก็อ้าประเดี๋ยวก็หุบได้ สุดท้ายเขาจึงเลือกเม้มปากไว้แน่นๆ แทน  ทว่าที่ร้ายที่สุดก็คือ เมื่อสบกับรอยยิ้มมุมปากของเมฆ ในหัวก็คล้ายได้ยินเสียงระเบิดอีกครั้ง เขาไม่อาจทนจ้องมองใบหน้าของคนคนนี้ได้อีกต่อไป หน่วยตาคมหวานจึงเลื่อนจากหน้าของเมฆไปที่คอนเวิร์สสีเหลืองใบตองของตัวเอง


   ทันทีที่ไม่มีรอยยิ้มกับสายตาพิฆาตของเมฆมาคอยทำให้หัวใจปั่นป่วนจนหัวคิดอะไรไม่ออก จงรักก็รวมรวมสติได้อีกครั้ง เขาค่อยๆ พิจารณาประโยคคำถามของเมฆอย่างถี่ถ้วน ก่อนเรียบเรียงความคิดที่สบสันของตัวเอง จากนั้นจึงพบว่าในหัวมีคำถามหนึ่งเกิดขึ้น


นี่เรื่องจริงหรือ?


   ความรู้สึกเจ็บแปลบจากเล็บที่จิกลงไปบนฝ่ามือช่วยยืนยันว่าหนุ่มตัวเล็กไม่ได้ฝันหรือคิดไปเอง กระนั้นเขาก็ยังไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดเมฆจึงเอ่ยออกมาแบบนั้น เอ่ยออกมาทั้งที่เมื่อคืนยังละเมอถึงคนรักเก่าอยู่เลยด้วยซ้ำ


   คนรักเก่า ครั้นสำนึกได้ว่าคนตัวสูงตรงหน้ายังคงรักคนเก่า หัวใจที่กำลังพองฟูของจงรักก็ค่อยๆ ลีบแบนราวกับลูกโป่งสวรรค์ถูกปล่อยลม ลูกโป่งที่กำลังจะล่องลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า กลับต้องพลัดตกดิ่งวูบลงไปมากกว่าเดิม สิ่งที่ได้เผชิญเมื่อยามคนเจ็บไม่รู้ตัวคือข้อพิสูจน์ หากแต่เขาก็ยังสงสัยว่าเมฆพูดออกมาเช่นนั้นเพราะอะไร และต้องการอะไรกันแน่


   จงรักสูดลมหายใจเข้าปอดจนเต็มเพื่อเรียกพลังให้กับตนเอง ก่อนจะบังคับจัดระเบียบร่างกายแสนเก้กังของตัวเองให้สงบลง จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนที่นั่งรอคำตอบอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง


“พี่เมฆ”

“หืม” เสียงทุ้มแหบตอบรับในลำคอ

“ก่อนผมจะตอบ ผมขอถามอะไรสักอย่างได้ไหมครับ” เมฆมองจงรักอย่างประหลาดใจนิดๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ

“ได้สิ”

“พี่เมฆยังรักหนึ่งนทีอยู่หรือเปล่าครับ”


   คำถามของจงรักช่างตรงประเด็นเหลือเกิน มันตรงเสียจนคนถูกถามรู้สึกถึงความเจ็บหนึบที่สะท้อนขึ้นมาจากช่วงอก จากนั้นเมฆก็นิ่งเงียบไป ไม่ได้แสดงท่าทางไม่พอใจที่ถูกถาม แต่เขาก็ไม่ยอมตอบอะไรออกมา ดวงตาสีสนิมเข้มเมินมองออกไปยังดอกคาร์เนชั่นสีโอรส กลีบดอกหยักน้อยๆ กับสีสันอ่อนนวลไม่ได้ช่วยให้ความหมองมัวในใจของเขาหายไป มีแต่จะเพิ่มเติมให้รู้สึกหม่นเศร้ายิ่งขึ้น เมื่อระลึกขึ้นได้ว่าเขาเองก็เคยซื้อดอกไม้ชนิดนี้ให้กับหนึ่งนทีบ่อยๆ ครั้งสมัยที่ตามเทียวไล่เทียวขื่อขอจีบ


“นายเป็นคนเอามันมาเหรอ” เมฆเอ่ยถามทั้งที่สายตายังไม่ละจากคาร์เนชั่นในแจกัน จงรักหันไปตามสายตาคนถาม จากนั้นจึงเฉลย

“ครับ”

“ทำไมล่ะ”

“เพราะคิดว่าพี่น่าจะสดชื่น ถ้าตื่นขึ้นมาเห็นดอกไม้ที่ชอบ”

“รู้อะไรไหม คนที่ชอบคาร์เนชั่นคือหนึ่งต่างหาก...ไม่ใช่พี่” ถึงตอนนี้ตาคู่ดุย้ายกลับมาประสานกับดวงตาคมของจงรักเช่นเดิมแล้ว


   เพราะรู้สึกเจ็บจากแผลสดใหม่ที่อดีตคนรักฝากไว้ให้ ทำให้เมฆหลงลืมที่จะระวังความรู้สึกของคนที่เขาเพิ่งจะรับรู้แน่ชัดจากวินว่าหลงรักเขามาเนิ่นนาน  จงรักกลืนก้อนความรู้สึกบางอย่างลงไปในอก กดมันให้ลงไปอยู่ในจุดที่ลึกที่สุด เพื่อจะได้ไม่เผลอร้องไห้ออกมา


   ทั้งที่คิดว่ารู้ รู้ดีที่สุดว่าเมฆชอบหรือไม่ชอบอะไร แต่จงรักก็เกือบลืมไปว่าเขามันแค่คนที่แอบชอบ เป็นแค่คนที่มองเมฆจากที่ไกลๆ มองจากมุมที่ไม่อาจขยับเข้าไปใกล้ได้อย่างใจต้องการ ดังนั้นมันจึงไม่แปลกที่อะไรหลายๆ อย่างที่คิดว่าถูกกลับเป็นสิ่งที่เขาคิดไปเองทั้งนั้น อย่างเช่นดอกคาร์เนชั่นนั่นไง เพียงแค่เห็นว่าบ่อยครั้งที่เมฆถือมัน เขาก็ทึกทักว่าเป็นที่โปรดปราณ โดยลืมนึกไปว่าเมฆอาจเพียงแค่ถือมันไปมอบให้ใครก็ได้


เขานี่มันโง่จริงๆ


“พี่ยังรักเขาอยู่ใช่ไหม”

“อืม...ยังรัก” หลายครั้งที่จงรักเกิดความสงสัยว่าคนเรานั้นจะรู้สึกเจ็บปวดได้มากแค่ไหน แล้วจะทนกับมันได้มากเท่าไหร่กัน

“งั้นพี่มาขอคบกับผมทำไม” ที่ถามไม่ใช่เพราะโกรธ ไม่เลยสักนิดที่คิดจะโมโห แต่ที่ถามเพราะจงรักอยากรู้จริงๆ แต่สิ่งที่อยากรู้ก็ไม่มีทางได้รู้ง่ายๆ เมื่อเมฆตอบออกมาเพียงแค่

“ขอโทษนะ”

“พี่ไม่จำเป็นต้องขอโทษผมเลย พี่ไม่ได้ผิดอะไรสักหน่อย พี่อาจแค่สับสน”

“ยังไงก็ต้องขอโทษจริงๆ”


   อาจเพราะเสียงที่เริ่มสั่น หรือเพราะหยดน้ำที่รื้นขึ้นมาคลอหน่วยตาใส มันทำให้เมฆระลึกได้ว่าเขาผิดจริงๆ เพราะคำพูดของเพื่อนสนิทที่บอกเล่าเรื่องราวของเด็กคนนี้ให้เขารู้ มันทำให้เขาเกิดความคิดบ้าๆ ขึ้นมาชั่ววูบหนึ่ง โดยลืมนึกถึงว่าหากเป็นตัวเขาเองจะรู้สึกอย่างไร


“พี่ไม่ผิดหรอกครับ ผมไม่ได้โกรธเลย ผมรู้ว่ายังไงตอนนี้พี่ก็คบกับผมไม่ได้หรอก เพราะพี่ยังรักเขาอยู่” เป็นคนพูดเองแท้ๆแต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บเสียเอง แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องพูด เพราะเขาตัดสินใจแล้ว ในเมื่อเมฆรู้ว่าเขาแอบรัก ในเมื่อมันไม่มีอะไรต้องเสีย เขาควรพูดกับชายหนุ่มให้รู้เรื่องกันไปเลย พูดอย่างที่ใจคิดและต้องการ

“แต่ในเมื่อพี่เองก็พูดออกมาแล้ว ผมจะขออะไรพี่สักอย่างได้ไหม”

“อะไร”

“ผมไม่ขอให้พี่คบกับผมหรอก ผมขอแค่ได้ยืนอยู่ใกล้ๆ เวลาที่พี่ไม่มีใคร เวลาแบบนี้ ผมขอรักพี่ได้ไหม ถ้าวันหนึ่งที่เขากลับมา หรือว่าพี่จะไป ผมจะไม่ว่าเลย ไม่เรียกร้องอะไรด้วย แต่ตอนนี้ขอให้ผมอยู่ข้างๆ พี่เถอะนะ”


วันนี้เมื่อเมฆยังไม่ได้รัก จงรักก็ขอแค่ได้มีโอกาสอยู่ข้างๆ อย่างที่ร้องขอ อยู่อย่างไม่ผูกมัด ทว่าก็ตอกย้ำยืนยันตัวตน อย่างน้อยเมฆก็เห็นว่าเขาอยู่ตรงนี้ อย่างน้อยยังได้อยู่ในสายตา เขาหวังว่าอาจมีสักช่วงเวลา ที่เขาจะสามารถทำให้เมฆยิ้มออกมาได้ด้วยตัวของเขาเอง และถ้าหากวันหนึ่งเมฆเกิดรัก อยากจะคบก็ขอให้เป็นเรื่องของอนาคต เพราะถ้าเมฆฝืนคบไปอย่างที่จงใจแต่แรก คนที่เจ็บที่สุดคงหนีไม่พ้นเมฆเอง และจงรักก็ไม่อยากเห็นชายหนุ่มเป็นแบบนั้น


ตั้งแต่สังเกตมา นี่เป็นครั้งแรกที่นัยน์ตาแขกของคนตัวเล็ก เปล่งประกายระยับจับตาเขาที่สุด มันเป็นประกายแห่งความหวังและดูมุ่งมั่นจนเมฆไม่สามารถหักใจปฏิเสธได้ ยิ่งคำพูดที่ฟังดูออกจะทุ่มเทเสียขนาดนั้น คนหน้าดุมีอันต้องยอมแพ้ และพ่ายให้กับความรู้สึกอันยิ่งใหญ่จนน่านับถือของเจ้าตัว ไม่รู้ว่าท้ายที่สุดจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดหรือเปล่า แต่เขาก็ยินยอมเว้นที่ข้างตัวให้จงรักเข้ามายืนใกล้ๆ ในวันที่หัวใจอ่อนแอจนถึงขีดสุด

 “ได้สิ”












             เสียงกรุ๋งกริ๋งของกระดิ่งที่หน้าร้านดังติดกันต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงเช้า แม้กระทั่งบ่ายลูกค้าจะซาลงไปบ้างแล้ว ทว่าคนงานของพ่อก็ยังเดินเข้าออกร้านเพื่อช่วยกันขนย้ายลังดอกกล้วยไม้จากสวนดอกไม้ที่เชียงใหม่เข้ามาเก็บในตู้เย็นด้านหลัง เนื่องจากพรุ่งนี้มีออเดอร์รายใหญ่จากลูกพี่ลูกน้องของจงรักซึ่งทำธุรกิจวิวาห์ ที่ร้านจึงวุ่นวายเป็นพิเศษ เจ้าของร้านตัวเล็กหมุนซ้ายหมุนขวาจนเวียนหัว ยุ่งขนาดที่เดินขาแทบขวิดไม่มีเวลานั่งพัก ช่วงนี้ร้านกำลังไปได้ดี จงรักจึงตัดสินใจจ้างพนักงานเพิ่มสองคน เป็นช่างจัดดอกไม้ทั้งช่วยดูแลร้านหนึ่งตำแหน่ง และแมสเซ็นเจอร์คอยส่งดอกไม้อีกหนึ่งตำแหน่ง เพราะเดิมมีอยู่แล้วคนหนึ่ง


   ร้านหอมไกลเป็นกิจการที่พ่อกับแม่สร้างขึ้น และช่วยกันดูแลเรื่อยมาจนรุ่นลูก จากที่เคยสั่งดอกไม้จากคนอื่นทั้งหมด ตอนนี้ดอกไม้ส่วนใหญ่มาจากสวนที่พ่อลงทุนลงแรงเอง ถือว่าโชคดีที่บ้านของพ่ออยู่ที่เชียงใหม่ พ่อจึงใช้ที่ดินมรดกของปู่ย่าเป็นแปลงเพาะเลี้ยง


บ้านของจงรักมีด้วยกัน 4 คน ประกอบด้วยพ่อ พี่สาวฝาแฝดสองคนคือจุรีและจิรา สุดท้ายก็จงรักที่เป็นน้องคนสุดท้อง ส่วนแม่ของเขาเสียไปตั้งแต่ยังเล็ก ตอนนี้พ่อดูแลสวนดอกไม้ที่เชียงใหม่อยู่กับพี่จิรา ซึ่งรายนั้นยังครองตัวเป็นสาวโสดไม่สนใจผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น แม้อายุใกล้ย่างเข้าเลขสามอีกแค่ปีเดียว ต่างกับพี่จุรีที่เพิ่งแต่งงานไปกับสามีชาวต่างชาติ ชายหนุ่มผู้สู้อุตส่าห์มาอุดหนุนดอกไม้ตลอดสองปีเพื่อจีบเจ้าของร้านขายดอกไม้ กระทั่งได้เป็นแฟนแล้วแต่งงานกันสมใจ ตอนนี้ก็พาพี่จุรีบินไปลงหลักปักฐานอยู่ที่เยอรมันเป็นการถาวร จงรักเลยไม่ได้กลับไปช่วยงานพ่อที่บ้านเกิดเพราะต้องสานต่อกิจการหน้าร้านที่กรุงเทพแทน


   เมื่อคนงานขนดอกไม้จนหมด ก็มีลูกค้าอีกสองถึงสามรายกระทั่งใกล้เวลาปิดร้านจงรักจึงมีเวลาได้นั่งพัก เจ้าตัวหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าผ้ากันเปื้อน เช็คดูว่ามีใครโทรเข้ามาหาหรือเปล่า เพราะเวลาเขาทำงานมักไม่ค่อยรู้สึกตัวเวลาที่โทรศัพท์สั่นหรือดังขึ้นมา เช็คดูจนหมดก็เห็นว่ามีเพียงสายของพ่อที่เป็นมิสคอลค้างอยู่ เขารีบกดต่อสายกลับไปหารอครู่เดียวเสียงที่คุ้นเคยก็ลอดออกมา


‘เป็นไงบ้างรัก ที่ร้านเรียบร้อยไหมลูก’

“เรียบร้อยดีครับพ่อ ผมให้เด็กเก็บกล้วยไม้เข้าตู้แช่หมดแล้ว คุมงานเองดอกไม้ของพี่ไอไม่มีช้ำแน่นอน” ลูกชายคนเล็กรายงานด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว

‘อืม ดีๆ ดูแลให้เรียบร้อยนะรัก’ เป็นเรื่องปรกติที่พ่อจะต้องกำชับให้แน่ใจ ทั้งที่ก็รู้อยู่แล้วว่าจงรักนั้นดูแลร้านได้เป็นอย่างดีไม่มีบกพร่อง

“ครับ พ่อไม่ต้องเป็นห่วง แล้วนี่พ่อทำอะไรอยู่ครับ” จงรักรับคำหนักแน่น ก่อนจะถามความเป็นไปของพ่อ

‘พ่อกำลังจะไปดูคนงานย้ายกล้ากุหลาบ คราวนี้ได้มาใหม่ พันธุ์ดีเชียวล่ะ’

“ใช่ Royal Princess ที่พ่อบอกคราวที่แล้วหรือเปล่าครับ” เขาจำได้ลางๆ ว่าพ่อเคยบอกไว้เมื่อครั้งที่คุยกันคราวก่อน
‘อืมนั่นแหละ นี่เกษตรอำเภอก็ฝากคนมาดูงานกับเราด้วยนะ’

“งั้นผมไม่กวนแล้วดีกว่าครับ พ่อไปดูคนงานเถอะ ดูแลตัวเองด้วยนะครับ อย่าเผลอไปยกอะไรหนักๆ เข้าล่ะ เดี๋ยวจะปวดหลังขึ้นมาอีก” จงรักบอกอย่างเป็นห่วง ถึงแม้ว่าพ่อจะไม่ได้มีโรคภัยไข้เจ็บอะไร ด้วยความที่ทำงานในสวนทุกวันก็เหมือนได้ออกกำลังกาย แต่พอแก่ตัวลงกระดูกกระเดี้ยวก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ เคยมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ยกกระสอบปุ๋ยจนหลังอักเสบเข้าโรงพยาบาลไปรอบ ตั้งแต่ครั้งนั้นลูกๆ ทุกคนก็พลัดกันคอยเตือนให้พ่อระมัดระวังและดูแลตัวเองมากขึ้น ทั้งหมดนั้นก็เพราะเป็นห่วงจริงๆ

‘อืม เราก็เหมือนกันนะลูก กลับบ้านดีๆ’ พ่อกำชับเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อได้ยินลูกชายรับคำก็วางสายไป

“ครับ”


   วางสายจากพ่อเรียบร้อยจงรักก็ไล่ดูโทรศัพท์ไปเรื่อย กระทั่งไปหยุดที่เบอร์ของใครบางคน ใครที่ไม่ได้พบหน้ากันมาเกือบสองอาทิตย์ ทว่าตั้งแต่ที่ตกลงกันวันนั้นเขาก็ได้สิทธิ์ในการรับรู้เบอร์ส่วนตัว อีกทั้งยังใจกล้าใช้สิทธิ์นั้นโดยการส่งข้อความไปชวนคุยสรรพเพเหระในโปรแกรมแชทที่ชื่อจะขึ้นมาอัตโนมัติหากว่ามีเบอร์อยู่ จงรักหมั่นส่งข้อความไปทุกวัน เช่นกินข้าวหรือยัง เหนื่อยหรือเปล่า แผลหายดีแล้วใช่ไหม แล้วก็อะไรๆ ไร้สาระอีกหลายอย่าง แต่ก็ไม่กล้าโทรไปคุยสักที ถึงเขาจะกล้าขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน แต่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้สึกอะไรเลยเสียหน่อย กว่าจะกดส่งข้อความไปแต่ละทีต้องอ่านย้ำแล้วย้ำอีก บางครั้งก็ลบแล้วพิมพ์ใหม่หลายรอบกว่าจะพอใจ หลายครั้งที่มานั่งคิดถึงเหตุการณ์ในวันนั้น จงรักก็ยังนึกทึ่งในตัวเองไม่หาย ไม่รู้ว่ากล้าพูดแบบนั้นไปได้อย่างไร



จงรัก : ถึงบ้านหรือยังครับ

เมฆา : เพิ่งเลิกงาน กำลังจะออกจากออฟฟิศ

จงรัก : เลิกงานช้าจังครับวันนี้

เมฆา : พรุ่งนี้ต้องเสนอโปรเจคเลยยุ่งๆ

จงรัก : เหนื่อยไหมครับ

เมฆา : นิดหน่อย เราล่ะ

จงรัก : ไม่เหนื่อยครับ ^_^

เมฆา : กินข้าวหรือยัง

จงรัก : ยังเลยครับ กำลังจะปิดร้าน



“พี่กลับก่อนนะคะน้องจงรัก” เสียงสดใสของพนักงานคนใหม่ในร้านกล่าวลา ทำให้ตาคู่แขกต้องละจากหน้าจอขึ้นมาหา โดยที่ยังไม่ทันได้อ่านข้อความสุดท้ายที่เมฆส่งมาถาม

“ขอบคุณที่เหนื่อยวันนี้นะครับพี่มิ้น กลับบ้านดีๆ ครับ” เจ้าของร้านตัวเล็กบอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มิ้นเป็นสาวร่างเล็กอายุยี่สิบปลายๆ แต่งงานแล้ว ความจริงเธอเป็นแม่บ้านอยู่ดูแลบ้านอย่างเดียว แต่ด้วยความเบื่อหน่าย ผนวกกับมีฝีมือในการจัดดอกมากอย่างหาตัวจับยาก เธอจึงมองหางานทำแก้เบื่อ ประจวบเหมาะพอดีที่รู้จักกับพี่ไอ ลูกพี่ลูกน้องของจงรัก พี่ไอจึงแนะนำให้เธอมาทำงานที่นี่

“ค่ะ น้องจงรักก็กลับบ้านดีๆ นะคะ” เธอยิ้มหวานให้อีกครั้งก่อนออกจากร้านไปขึ้นของรถสามีซึ่งมารออยู่สักพักแล้ว


   ไม่ทันที่จะก้มลงไปอ่านบทสนทนาระหว่างตนกับเมฆต่อ โทรศัพท์มือถือของเขาก็สั่นครืนขึ้นมา แล้วชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอก็ทำให้คนตัวเล็กต้องมองอย่างประหลาดใจ ก่อนกดรับสายอย่างรวดเร็ว


“ครับพี่เมฆ”

‘ว่ายังไง เห็นอ่านแล้วแต่ทำไมไม่ตอบ สรุปจะเอายังไง’ เสียงทุ้มเอ่ยถามเรียบๆ

“ห๊ะ? เอาอะไรครับ ผมไม่เข้าใจ” คนถูกถามถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก ไม่รู้ว่าเมฆพูดเรื่องอะไรกันแน่

‘อ่าว ก็อ่านแล้วไม่ใช่เหรอ เห็นในไลน์มันขึ้นว่าอ่านแล้วนี่’ คราวนี้เป็นเมฆที่แปลกใจบ้างแล้ว

“เดี๋ยวนะครับ รอแปบนึง” บอกให้รอสักครู่จากนั้นจึงรีบกดดูที่คุยกันค้างไว้ เพียงแค่ข้อความสั้นๆ มันกลับทำให้จงรักดีใจแล้วยิ้มออกมาจนเต็มแก้ม ก่อนกลับไปตอบรับคนที่ถือสาย


เมฆา : งั้นไปกินข้าวด้วยกันไหม   


“ไปครับ!” จงรักรีบตอบทันทีราวกลับกลัวว่าคนปลายสายคิดเปลี่ยนใจ

‘งั้นรอที่ร้าน เดี๋ยวเข้าไปรับ’

“ครับ” ตอบรับแข็งขัน จากนั้นจึงวางสายไป


   มือบางกุมโทรศัพท์แนบอกแน่น ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ดวงตาคมหวานมีแววดีใจอย่างไม่คิดปิดบัง ไม่นึกเลยว่าฝ่ายที่โทรมาก่อนจะเป็นเมฆา แม้จะดูเป็นเรื่องที่คล้ายกับไม่ได้ตั้งใจก็ตามที กระนั้นจงรักก็ยังดีใจเพราะอีกคนเอ่ยปากชวนเขาไปกินข้าวด้วยกัน แบบนี้ค่อยดูเหมือนจะเข้าใกล้กันจริงๆ ขึ้นมาอีกหน่อย


   จงรักลุกจากเก้าอีก ถอดผ้ากันเปื้อนออกไปแขวนไว้ในตู้ด้านหลังแล้วหยิบเสื้อคลุมสีดำมาสวมทับเสื้อยืดลายกราฟฟิกที่ใส่อยู่ จากนั้นก็เดินไปเช็คอุณภูมิตู้เย็นอีกครั้งพลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี กระทั่งตรวจทุกอย่างในร้านเป็นที่เรียบร้อย ชายหนุ่มร่างเล็กจึงล็อคร้านแล้วพาตัวเองมานั่งที่เก้าอี้ไม้ใต้ต้นกาสะลองหน้าร้าน เพื่อรอให้เมฆามารับตามที่เพิ่งนัดกัน












   เมื่อรถญี่ปุ่นใหม่เอี่ยมสีขาวสะอาดตาแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าร้านหอมไกล เจ้าของร้านตัวเล็กก็กระตุกลุกพรวดราวกับรอคอยอยู่นานแล้ว สองขาพาร่างก้าวไปที่ข้างๆ รถ ประจวบกับคนข้างในหมุนกระจกลงมาพอดี ใบหน้าหล่อคมแบบดุดันพยักหน้าน้อยๆ เป็นสัญญาณบอกว่าให้ขึ้นรถ มือบางจึงเปิดประตูรถแล้วแทรกตัวเข้าไปนั่งบนตำแหน่งข้างคนขับอย่างรู้งาน ครั้นจงรักคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย รถก็เคลื่อนที่ออกไปในทันที


“รอนานไหม” เมฆาเป็นฝ่ายที่เอ่ยขึ้นก่อน

“ไม่นานครับ พอดีผมเช็คดูในร้านก่อนจะปิด ออกมานั่งรอแปบเดียวพี่เมฆก็มา” จงรักตอบไปตามจริง

“อืม แล้วอยากกินอะไรล่ะ”

“แล้วแต่พี่เมฆเลยครับ”

“กินผักได้หรือเปล่า”

“กินได้ครับ”

“อืม” คนหน้าดุตอบรับในลำคอ จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก แต่กลับนึกไปถึงคนรักเก่าแทน หนึ่งนทีน่ะไม่ชอบกินผัก จะเรียกว่าเข้าขั้นเกลียดเลยก็ได้ล่ะมั้ง ผิดกับเขาที่ชอบผักเอามากๆ ในมื้ออาหารจะต้องมีสีเขียวแซมอยู่ตลอด แต่ตอนคบกับเด็กคนนั้นเขาก็พลอยไม่ค่อยได้กินมันไปด้วย พอนึกถึงตรงนี้เมฆาก็รู้ตัว เขาเผลอคิดถึงหนึ่งนทีอีกแล้ว

“ปวดหัวหรือเปล่าครับ” เสียงของจงรักดังขึ้น ฉุดความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดให้กลับมาอยู่ที่พวงมาลัยรถอีกครั้ง คนหน้าดุหันกลับมามองแวบหนึ่งจึงพบแววตาเป็นห่วงของคนข้างๆ

“เปล่านี่”

“งั้นเหรอครับ เห็นพี่ทำคิ้วขมวด สีหน้าไม่ค่อยดี คิดว่าไม่สบายตรงไหน”

“ไม่ได้เป็นอะไรหรอก ขอบใจที่เป็นห่วง”

“ครับ” เมื่อเห็นว่าหนุ่มรุ่นน้องเบือนหน้าเสมองไปข้างทางเพื่อกลบเกลื่อนริ้วแดงที่ข้างแก้ม เมฆาจึงชัดหน้ากลับมามองตรงแล้วตั้งใจขับรถต่อไป


   เป็นที่รู้กันว่าช่วงหัวค่ำของวันศุกร์ถนนในกรุงเทพมหานครจะแน่นขนัดไปด้วยรถรามากมายกว่าปรกติ มีทั้งที่เลิกงานกลับบ้านและทยอยออกต่างจังหวัด จึงทำให้กว่าจงรักกับเมฆจะหลุดจากวงโคจรอันแสนน่าเบื่อก็ปาเข้าไปเกือบสามทุ่ม ทั้งที่ใช้เวลาในรถนานเป็นชั่วโมง แต่ทั้งคู่ก็คุยกันแทบนับคำได้ สำหรับคนตัวเล็กเขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดอีกแล้ว หากแต่กลับรู้สึกประหม่าเสียแทน นั่งคิดๆ เรียบเรียงในหัวว่าจะพูดอะไรดี ชวนคุยเรื่องนี้ดีไหม กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ถึงที่หมายเสียแล้ว


   ร้านที่เมฆเลือกเป็นร้านอาหารเวียดนามซึ่งตั้งอยู่ในซอยค่อนข้างลึก หากไม่คุ้นเคยคงหาไม่เจอเป็นแน่ ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์สามชั้น โดยใช้ชั้นล่างเป็นร้านอาหารเพียงชั้นเดียว ภายในตกแต่งอย่างร้านอาหารทั่วไปที่บนโต๊ะจะมีเหยือกน้ำกับกล่องช้อนส้อมวางอยู่ ชุดโต๊ะเก้าอี้เป็นไม้ทั้งหมด ผนังมีเมนูแผ่นใหญ่ยักษ์ติดอยู่ พัดลมติดไว้ตรงเพดาน เว้นระยะพอเหมาะเท่าๆ กัน ตัวร้านถูกระบายด้วยสีขาวนวลดูไม่แสบตาเกินไป


   เมฆเดินนำจงรักเข้าไปเลือกโต๊ะที่ตรงกับพัดลมมากที่สุดตามวิสัยคนขี้ร้อน ก่อนคุณป้าวัยกลางคนจะเข้ามารับออเดอร์พร้อมกับเสิร์ฟแก้วน้ำแข็งเปล่ามาให้ รักนั่งมองเมฆสั่งไปสามสี่เมนูดูท่าทางคุ้นเคยคงเป็นเพราะมากินบ่อย รอไม่นานอาหารก็มาทยอยมาวางบนโต๊ะ ทั้งกุ้งพันอ้อย ปอเปี๊ยะสดไส้หมูกับใบชะพลู แหนมเนือง และเฝอไก่ อาหารทุกอย่างดูน่ากินไปหมด ผักแกล้มก็สดฉ่ำชวนน้ำลายสอ


   ทั้งคู่ลงมือกินเงียบๆ โดยที่แลมองกันเป็นระยะ จงรักตักเฝอไก่แบ่งใส่ถ้วยคนละครึ่ง ก่อนจะเริ่มห่อแหนมเนือง ในขณะที่เมฆตักกุ้งพันอ้อยขึ้นมากินก่อนเป็นอย่างแรก พอกินเสร็จแหนมเนืองห่อผักกับเครื่องเคียงเรียบร้อยก็ถูกวางลงในจาน


“ทำกินเถอะ ไม่ต้องทำให้พี่หรอกจงรัก”

“ไม่เป็นไรครับ ผมอยากทำ” คนถูกห้ามปฏิเสธออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ เมฆมองนิ่งครู่หนึ่งก็ไม่ได้ห้ามอะไรอีก รู้สึกไม่เคยชินเท่าไหร่กับการที่มีคนคอยทำนั่นทำนี่ให้ เพราะหากเป็นแต่ก่อน หน้าที่เหล่านี้คงเป็นเขามากกว่า


   ค่อยๆ กินกันไป คุยกันไปเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ พออยู่ในอิริยาบถที่ผ่อนคลาย จงรักก็ลดอาการประหม่าลง กล้าซักถามเป็นเจ้าหนูจำไมเหมือนตอนที่คุยผ่านไลน์ทุกครั้ง


“เสาร์นี้ไปเตะบอลกับพวกเฮียวินไหมครับ” จงรักรู้มาว่าเมฆทำงานในวันเสาร์ด้วย จึงไม่แน่ใจว่าเมฆจะไปเตะบอลด้วยหรือเปล่า


   แต่ก่อนพวกรุ่นพี่ในคณะและต่างคณะอย่างเมฆ มักจะนัดกันเตะบอลที่สนามของมหาวิทยาลัยทุกเย็นเพราะหลายคนก็เล่นให้ทีมลีกมหาลัย โดยมีน้องๆ เข้ามาแจมด้วยบ้างเช่นจงรัก เมื่อจบออกมาทุกคนจึงทำสัญญาปากเปล่าว่าจะเตะบอลด้วยกันอีก โดยนัดมีทุกเย็นวันเสาร์ จากนั้นก็ไปเช่าสนามเอกชนซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัย ใครว่างก็มาเจอกันใครไม่ว่างก็มาครั้งหน้า จงรักจะไปตามนัดทุกครั้งเพราะเขาชอบเล่นฟุตบอล แม้จะเป็นคนตัวเล็กแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรค มิหนำซ้ำยังถูกวินที่เป็นตัวตั้งตัวตีลากไปเป็นประจำหากว่าเขาอิดออด ทว่าก็ไม่บ่อยที่จะได้เจอกับเมฆ เวลาเจอก็มักมีหนึ่งนทีนั่งถือผ้าเย็นรอที่ข้างสนามให้บาดตาเล่นทุกครั้ง


“น่าจะไป แล้วนายล่ะไปไหม”

“ไปครับ เฮียแกโทรมานัดตั้งแต่วันอังคาร กลัวว่าผมจะเบี้ยว คงเห็นช่วงนี้ที่ร้านยุ่งๆ”

“วันเสาร์ร้านปิดกี่โมง ให้แวะไปรับไหม”

“ปิดห้าโมงเย็น แต่ไม่ต้องก็ได้ครับ ผมไปเองได้ รบกวนพี่เปล่าๆ”

“ความจริงไม่ได้ลำบากหรอก แต่ก็ตามใจนาย ถ้าจะให้ไปรับก็ไลน์มาบอกแล้วกัน” คนพูดดูเหมือนไม่ได้คิดอะไรหากแต่มันก็ทำให้จงรักหวั่นไหวเสียจนต้องแอบลอบยิ้มกับตะกร้าผักที่เหลือซึ่งวางอยู่ด้านข้าง ก่อนจะหันมารับคำ

“ครับ”





   เมื่อทานอาหารกันจนอิ่มหนำสำราญดีแล้ว เมฆก็พาจงรักกลับ เขาต้องผ่านบ้านของเจ้ารุ่นน้องตัวเล็กก่อน จึงจะถึงบ้านเขาซึ่งมีปลายทางอยู่แถบชานเมือง ในรถเปิดวิทยุฟังเพลงเบาๆ คลอไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศและเครื่องยนต์ชวนให้คนอิ่มหนักหนังตาขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้ ทว่าขณะที่กำลังเคลิ้มจะหลับแหล่มิหลับแหล่ เสียงทุ้มของคนข้างกายก็ดังขึ้น


“หลับแล้วเหรอ”

“ยังครับ” จงรักตอบเสียงคางยานก่อนหันไปหา “มีอะไรเหรอครับ”

“เปล่าหรอก แค่คิดว่าใกล้จะถึงแล้วหรือเปล่า จากตรงนี้ถึงคอนโดนายพี่เข้าไปไม่ถูก ไม่แน่ใจว่าซอยไหน” เมื่อได้ยินดังนั้นจงรักจึงหลับไม่ได้อีกเพราะต้องคอยบอกทางกระทั่งถึงที่หมาย คนตัวเล็กปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัวเมื่อรถจอดสนิทหน้าคอนโด เขารวบกระเป๋ากับเสื้อคลุมไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะเอ่ยขอบคุณ

“ขอบคุณสำหรับอาหาร แล้วก็ขอบคุณที่พามาส่ง พี่เมฆขับรถกลับดีๆ นะครับ”

“อืม ฉันก็ขอบใจที่นายไปกินข้าวเป็นเพื่อน”

“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่”

“เอาเถอะ ตามใจนาย” คนตัวโตไหวไหล่ ส่วนคนตัวเล็กก็ยิ้มรับ เมฆไม่ค่อยเข้าใจการแสดงท่าทางดีใจของจงรักเลยสักนิด ทั้งที่สถานะตอนนี้ก็ดูเหมือนรุ่นพี่รุ่นน้องธรรมดา แต่เจ้าตัวกลับดูมีความสุขเสียเต็มประดา จนเขาอดรู้สึกอิจฉาขึ้นมานิดๆ ไม่ได้ ทำไมถึงเป็นคนพอใจอะไรง่ายๆ อย่างนี้ก็ไม่รู้

“จงรัก” จงรักเปิดประตูเตรียมจะลงจากรถ แต่เมฆก็เรียกเอาไว้ก่อน

“ครับ?”

“ถ้ามีอะไร จะโทรมาก็ได้นะ ไม่ต้องส่งมาแต่ข้อความก็ได้” ไม่รู้ทำไมเขาถึงเอ่ยออกมาแบบนั้น หรืออาจเป็นเพราะอยากเห็นปฏิกิริยาของคนตรงหน้ากันแน่นะ อย่างเช่น ดวงตาระยิบระยับนั่นไง

“ได้เหรอครับ” ดูสิตาก็โตอยู่แล้วยังจะเบิกให้โตขึ้นได้อีก

“อืม” เมฆรักคำ พลางระบายยิ้มขำออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว คนตัวเล็กนิ่งค้างจังงังไปหลายวินาที ราวกับถูกรอยยิ้มที่แปรเปลี่ยนกระสุนสังหารยิงเข้ากลางอก

“ขะ…ขอบคุณครับพี่เมฆ” เอื้อยเอ่ยออกมาติดๆ ขัดๆ ก่อนจะก้มหัวเป็นการบอกลาแล้วลงมายืนข้างๆ รถ รอส่งคนตัวโตก่อนจะขึ้นคอนโด พอรถจะออกก็พลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขาเคาะกระจกใสเร็วๆ คนข้างในจึงเลื่อนกระจกลง

“มีอะไรเหรอ”

“ฝันดีนะครับ” รวบรวมความกล้าบอกไปอย่างนั้นทั้งที่ตอนนี้รู้สึกถึงความร้อนที่ปะทุออกมาจากใบหน้า แต่เมื่อได้เห็นเมฆาพยักหน้ารับพร้อมยิ้มมุมปากน้อยๆ มันก็คุ้มในสิ่งที่ทำไป


   รถสีขาวคันนั้นแล่นห่างออกไปไกลแล้ว แต่คนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างหลังก็ยังหุบยิ้มไม่ได้ เหมือนอะไรๆ มันพลิกผันและเปลี่ยนไปจากชีวิตเดิมๆ ของเขามากเหลือเกิน เขารู้ว่าออกจะดูเห็นแก่ตัวไปสักหน่อย แต่ถ้าขอให้วันข้างหน้าเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ คงไม่มากไปใช่ไหม






<><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><>

มาต่อแล้วค่ะ!!
กว่าจะจบตอนได้ ปาดเหงื่อไปหลายรอบทีเดียว
ตรวจซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ ตรงนั้นไม่ดี ตรงนี้ต้องแก้ ลบแล้วลบอีกมันเลยไม่จบสักที :hao5: :hao5:
ตอนนี้ดูเหมือนจะลงอาทิตย์ละตอน พยายามจะให้เร็วกว่านี้ หรืออย่างน้อยก็ไม่ช้าไปกว่านี้นะคะ
ดีใจที่มีคนอ่านแล้วก็เชียร์จงรักไปด้วยกัน  :impress2:
ส่วนเรื่องหนึ่งนทีนั้นเขาเป็นผู้ชายค่ะ คบกับเมฆมา 2 ปี บอกได้แค่นี้ ข้อมูลที่เหลือก็จะค่อยๆ ตามมาเรื่อยๆ ในเรื่อง ยังไงก็ฝากติดตามได้นะคะ เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ^___^   :katai5:
pungjungza
[20/7/2557 ,20:41]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-07-2014 01:51:47 โดย pungjungza »

ออฟไลน์ mtd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
คาดว่าน้องจงรักกว่าจะได้มีความสุขจริงๆคงอีกนานสินะ
ในเมื่อหนึ่งนทียังตามหลอกหลอนพี่เมฆอยู่แบบนี้ :เฮ้อ:
สู้ๆนะน้องจงรัก เอาความน่ารักสดใสของเราเข้าสู้ เฮ้!! :กอด1:

ออฟไลน์ konnarak

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +182/-0
อ่านไป เจ็บเเทนจงรักไป ในเมื่อคนเก่ายังอยุ่ในหัวใจเค้าตลอดเวลา คงต้องใช้เวลาอีกนาน

ปล.หนึ่งนทีไปเเล้วไปลับนะ อย่ากลับมาอีกเลย สงสารจงรัก

ออฟไลน์ IIIA

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 595
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1
:พี่เมฆ  อย่าใจร้ายกับน้องนานนะ  :mew2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด