เด็กชายตะวันฉาย นายกรินกรณ์ กับพี่ชายปากบอน บ้านข้างๆ โดย ภัคD
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: เด็กชายตะวันฉาย นายกรินกรณ์ กับพี่ชายปากบอน บ้านข้างๆ โดย ภัคD  (อ่าน 207997 ครั้ง)

Mono_Koro

  • บุคคลทั่วไป
เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
 :o8: :o8: :o8: :o8:


ฉายจะเป็นยังไงต่อไปหว่า
 :oni2: :oni2: :oni2:

gift_deb

  • บุคคลทั่วไป


เพราะภาพและเสียงระดับสมจริง ที่เปิดโลกเด็กอายุสิบสองอย่างผมให้รู้ว่า ไอ้ที่เคยฝันมาน่ะ... มันเด็กๆ!




ขออึ้งไปกับเด็กอายุ 12  :laugh:


สุดท้ายฉายจะได้กับใครน้า....................

[D]a[D]a [T]oo[N]

  • บุคคลทั่วไป

FOAM

  • บุคคลทั่วไป
สงสารฉายหนักเข้าไปอีกตรู

จาเข้าไปดูการ์ตูนแท้ๆๆ

กลับได้ดูหนังสด 


ปล  แอบอิจฉาฉาย.......

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
เรื่องของเด็กชายตะวันฉาย นายกรินกรณ์ กับพี่ชายปากบอน บ้านข้างๆ # บทที่ 4

ความรัก ที่ผมไม่เกี่ยว


“แล้วตะวันไปสนิทกับพี่เขาได้ยังไง?”เป็นคำถามที่แม่ชอบถามพี่ตะวันบ่อยๆ นับจากรู้จักพี่กบ

“ก็พี่เขามาซื้อรูปของตะวัน”พี่ตะวันเคยบอกแม่อย่างนั้น

“แล้วทำไมยังสนิทกันอยู่อีก คุยกันรู้เรื่องได้ไง?”

“อ้าว!...ก็พี่เขาก็พูดภาษาไทย ทำไมตะวันจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง!”

“น้าหมายถึง เขาโตกว่าตะวันตั้งเยอะ!”แม่อธิบายอย่างอดทน ผมว่าถ้าแม่ไม่อยากได้คำตอบจริงๆ แม่คงฟิวส์ขาดไปแล้ว พี่ตะวันน่ะเป็นแบบที่น้าโอ๋เคยบอกว่า...ไม่รู้โง่จริงหรือแกล้งโง่...ไม่รู้ซื่อหรือกวนฝ่าเท้ากันแน่...ซึ่งผมว่าน่าจะเป็นกรณีหลังเสียมากกว่า...เพียงแต่ว่า ไม่ว่าพี่ตะวันจะแกล้งโง่ หรือกวนฝ่าเท้า...เพียงแค่พี่ตะวันยิ้ม ก็ดูจะไม่มีใครโกรธพี่ตะวันแล้ว...

“สี่ปีเอง ตะวันก็โตกว่าฉายสี่ปี ตะวันยังคุยกับฉายรู้เรื่องเลย พี่กบก็คุยกับฉายรู้เรื่อง พี่กบแก่กว่าฉายตั้งแปดปี...แล้วตะวันก็คุยกับน้าโอ๋รู้เรื่อง น้าโอ๋แก่กว่าตะวันมากกว่าพี่กบอีก”พี่ตะวันตอบยาว ส่วนแม่ก็ทำได้แค่ถอนหายใจอย่างให้รู้ว่า...นี่ ชั้นกำลังอดทนอยู่นะ!...

ผมเห็นแม่ชอบเปิดผ้าม่านห้องนั่งเล่นมองไปที่บ้านพี่ตะวันบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลาพี่กบมา พอผมถามแม่ว่าดูอะไร แม่มักตอบว่า...เปล่า...แต่นั่นมันคือก่อนที่ผมเห็นรูปดวงตะวันใต้ฝ่าเท้าของพี่ตะวัน...หลังจากนั้นผมก็ไม่ถามแม่อีก ก็แม่โตกว่าผม ผมว่าแม่คงรู้อะไรดีๆมากกว่าผมโดยไม่ต้องรอให้เห็นรูปดวงตะวันสีส้มดวงนั้นหรอก

“แล้วนายคนนั้น ยังขายตัวอยู่หรือเปล่า?”พอท่าทางจะถามเรื่องนึงไม่ได้เรื่อง แม่ก็เปลี่ยนไปถามอีกเรื่อง

“นายคนไหน?...อ๋อ!...น้าโอ๋เรียกอ๋อสิ!...พี่เขาชื่ออ๋อ...ยังขายอยู่... ก็ยังขายไม่ออกก็เลยยังขายอยู่”

“อ้าว งั๊นตะวันก็ไม่ขายหัวใจแล้วสิ ก็ตะวันขายได้แล้ว”

“ฮื่อ...ไม่ขายแล้ว”

“แล้วใครซื้อหัวใจตะวันล่ะ”

“พี่กบไง!”

“อ๋อ! แล้วเขาซื้อไปเท่าไหร่ล่ะ?”แม่ถาม ดูอาการแล้ว...ผมว่าแม่ชักฝืดคอเวลากลืนข้าวแฮะ...

“เขาขอเป็นของแถมตอนซื้อรูป”พี่ตะวันตอบ และผมอยากบอกแม่ว่าแล้วพี่ตะวันก็แถมตัวให้เขาไปแล้วด้วย

“อ้าว...งั๊นตะวันก็ขาดทุนสิ!”แม่ถามพลางวางช้อน...คำตอบพี่ตะวันทำให้แม่กินข้าวไม่ลงแล้วแหงๆ

“ไม่ขาดทุนหรอก ตะวันบวกราคาเผื่อต่อ แต่เขาไม่ต่อ พอเขาขอของแถมตะวันเลยแถมไง”

“น้าถามจริงๆนะตะวัน...ตะวันพูดเล่นหรือพูดจริง?”ในที่สุดแม่ก็ถามคำถามใหม่ หลังจากถามคำถามเดิมๆมาตั้งเป็นร้อยรอบ

“เรื่องไหนล่ะน้าโอ๋?”

“ก็...เรื่องที่นายคนนั้น...นายคนชื่ออ๋อน่ะ... ที่ว่าขายตัว...”แม่ว่า แต่ผมว่าไม่ใช่เรื่องนี้หรอกที่แม่อยากถาม ไม่งั๊นจะเปิดม่านแอบดูพี่ตะวันกับพี่กบบ่อยๆทำไม

“ก็พูดจริงสิน้าโอ๋...พี่เขาบอกว่าพอติดป้ายนะ ก็มีคนมาหยุดดูรูปมากขึ้น...จริงๆนะน้าโอ๋ พอตะวันติดป้าย ก็มีคนเข้ามายืนดูกัน แรกๆเขาเห็นป้าย แล้วก็หัวเราะ แล้วก็มาคุยด้วย พอคุยกันสนุกเขาก็ซื้อรูปของตะวัน ไม่ต่อด้วย!...พี่กบก็เหมือนกัน!”พี่ตะวันตอบและยิ้มภูมิใจ แต่ผมว่าที่เขาไม่ต่อน่ะ ไม่ใช่เพราะป้าย เป้ยอะไรนั่นหรอก น่าจะเป็นเพราะไอ้ที่พี่ตะวันยิ้มตาหยีอยู่ตอนนี้มากกว่า ยิ้มแบบที่ว่า... หากพอตะวันฉาย มีใครไม่รักตะวัน...แม้แต่ผมก็ยังรักเลย...

“อ๋อ!...อ้าวแล้วตะวันไม่ติดป้ายแล้ว แล้วไม่เป็นไรเหรอ?”แม่หายใจคล่องขึ้น แถมหยิบช้อนขึ้นมาอีกหน

“อันนั้นตะวันพูดเล่น!”

“อ๋อ!”แม่ว่าพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ และผมอยากบอกแม่ที่กลับไปตักข้าวกินต่อเหลือเกินว่าเรื่องป้ายกับเรื่องพี่กบไม่เกี่ยวกันสักหน่อย...

“น้าโอ๋ถอนหายใจทำไม?”

“เปล่า...แล้วพี่เขาไม่อ่านหนังสือเหรอ เขามาทำไมบ่อยๆ...บางวันน้าเห็นอยู่ ดึ๊ก ดึก”แม่ถาม แต่ผมอยากบอกแม่ว่าใครว่าดึ๊ก...ดึก....แต่ว่ากลับตอนเช๊า...เช้าเลยแหละ...แต่นั่นแหละ แม่ถามถูกทางแล้ว!

“เขามาช่วยเป็นแบบให้ตะวันวาดรูป...แล้วบ้านตะวันก็เงียบ เขาเลยชอบมาอ่านหนังสือ...แล้วก็สอนหนังสือให้ตะวันด้วย วันก่อนก็สอนฉาย...น้าโอ๋ถามทำไม น้าโอ๋ไม่ชอบพี่กบเหรอ?”

“ไม่ได้สอน!...ฉายแค่ลองภูมิ ดูว่าเด็กวิศวะแท้หรือเทียม!”คราวนี้ผมต้องรีบแจง เมื่อถูกพี่ตะวันยกมาอ้าง

“ด้วยเลขเด็กม.สองเนี่ยนะ!”พี่ตะวันแย้งพร้อมปรายตามองผม...ท่าเดียวกันกับแม่ไม่มีผิด...

“แล้วพี่กบก็ไม่ได้สอนตะวัน พี่กบทำให้ต่างหาก..!”ผมหันไปฟ้องแม่ แต่ที่อยากพูดมากกว่านั้นคือ...พี่ตะวันวาดแต่รูปนู้ด เพราะฉะนั้น พี่กบก็ต้องแก้ผ้า...พี่ตะวันด้วย แต่ไม่ได้นั่งวาดรูปกันซะหน่อย!

“ก็...น้าโอ๋ไม่ชอบพี่กบเหรอ?”พี่ตะวันทำท่าจะเถียงแต่คงเถียงไม่ออก เลยหันไปถามแม่ต่อ

“อ๋อ...เปล่า!...ชอบสิ!...มีคนสอนหนังสือให้ตะวัน ทำไมน้าจะไม่ชอบล่ะ...แต่ถ้าพี่เขามา ตะวันก็ชวนเขามานั่งเล่นที่บ้านน้าสิ...ก็เดี๋ยวนี้พอพี่เขามา ตะวันก็ไม่มาหาน้าเท่าไหร่เลย มาวาดรูปที่บ้านน้าก็ได้นี่นา เมื่อก่อนตะวันก็มาวาดที่นี่บ่อยๆ”แม่บอก และจริงตามแม่ว่า เพราะพอช่วงหลังๆ พี่ตะวันก็ไม่ได้พาพี่กบมานั่งเล่นที่บ้านผมเหมือนช่วงแรกๆที่พามาบ่อยๆ

“อ๋อ...น้าโอ๋เหงา!”พี่ตะวันพูด ยิ้มหน้าบานเป็นดอกทานตะวัน แบบ... มีใครไม่รักตะวัน...รวมทั้งแม่ผมด้วย... อีกตามเคย

และหลังจากวันนั้น...พี่ตะวันก็พาพี่กบมานั่งเล่นที่บ้านผมบ่อยขึ้น แม่ก็ดูจะพออกพอใจ ทั้งๆที่พอออกจากบ้านไป พี่กบก็ไม่ได้ตรงกลับบ้านตัวเองเสียหน่อย แต่กลับเข้าบ้านพี่ตะวันต่างหาก...ยิ่งไปกว่านั้น ยังชอบเอารถไปจอดไว้ซะไกล ผมเลยตัดสินใจลำบากว่า...จะบอกแม่ดี หรือ ช่วยเก็บความลับของพี่ตะวันดี...

และตั้งแต่เห็นรูปดวงตะวันใต้ฝ่าเท้าของพี่ตะวัน ผมก็เพิ่งสังเกตว่า พี่ตะวันไม่ค่อยยอมให้ผมไปนอนค้างกับพี่ตะวันเหมือนเมื่อก่อน และพี่ตะวันก็ไม่ค่อยมานอนที่บ้านผมเหมือนๆกัน ซึ่งก็เป็นการเพิ่งสังเกตเห็นพร้อมๆกับรับรู้สาเหตุไปพร้อมๆกันด้วย...และบ่อยครั้งที่ผมมองลอดช่องหน้าต่างห้องนอนออกไปดูที่ห้องนอนพี่ตะวัน...ผมมักเห็นเงาของพี่ตะวันกับพี่กบ... ผมรู้ว่า ถ้าผมเปิดประตูเข้าไปผมคงได้เห็นรูปดวงตะวันใต้ฝ่าเท้าของพี่ตะวันอีกแน่ๆ...แต่ผมก็ไม่ได้เปิดประตูเข้าไป สาเหตุหนึ่งคือผมเป็นฝ่ายเลือกที่จะไม่เข้าไป...ก็ใครจะไปอยากเห็นล่ะ!... ส่วนอีกสาเหตุคือผมไม่มีโอกาสเลือกเพราะเดี๋ยวนี้พี่ตะวันไม่เปิดประตูบ้านทิ้งไว้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว...บ้านหลังนั้น จึงไม่ใช่บ้านผมอีกต่อไป...หลังประตูบ้านที่ไม่มีน้าโอ๋กับน้ามะ...มีแต่พี่กบกับพี่ตะวัน...ก็ไม่มีที่สำหรับผมอีกแล้วเหมือนกัน...เป็นครั้งแรกที่คิดถึงน้าโอ๋กับน้ามะสุดหัวใจเลย...

ผมชื่อตะวันฉาย เด็กผู้ชายอายุสิบสามขวบ...และอกหัก

อกมันกลัดหนองหรือเปล่าไม่แน่ใจ...แต่ผมคงต้องให้แม่พาไปให้หมอเช็คเสียที เพราะอกมันเริ่มเจ็บขึ้นมาแปล๊บๆ ...และถ้าหมอถามว่า.อาการมันเริ่มแสดงครั้งแรกเมื่อไหร่?...ผมคงตอบหมอว่า ตอนที่รู้ว่า...พี่ตะวันล็อคประตูบ้าน...

จบ...ความรัก ที่ผมไม่เกี่ยว



--------------------

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
ตอบคำถามสอง จากคุณภัคDนะคะ เกี่ยวกับคำว่า บรรจงวาง กับ บรรจงราด 

คำนี้...ในความคิดเรา น่าจะเป็นวางค่ะ...แบบว่า ถ้าราดนี่จะเหมือนกับมันเป็นน้ำๆ...บรรจงราด...ก็ค่อยๆราดลงไปช้าๆ...

แต่ถ้าเป็น...ค่อยๆวาง...แบบว่าซอสพริกมันข้นๆ...พี่ตะวันตักแล้วค่อยๆวางลงอย่างตั้งอกตั้งใจให้มันเป็นวงกลมๆบนหมูทอดน่ะค่ะ...




ออฟไลน์ AidinEiEi

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 776
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-1
ทำไมเวลาอ่านเรื่องนี้แล้งมันเจ็บจี๊ดๆก็ไม่รู้
รูสึกเหมือนตอนที่อ่านเรื่อง หรือจะให้เป็นแค่ความทรงจำเลย :sad2:
ชอบมาเลยเรื่องนั้น และชอบเรื่องนี้ด้วย แต่ดูเหมือนแววเศร้ามาให้เห็นรางๆนะ :serius2:

ออฟไลน์ oaw_eang

  • Global Moderator
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2122/-586
สงสารนู๋ฉายของเจ้  :sad2: :sad2:

กบกินตะวันซะแล้ว

มืดเลย

แต่ทำไมใจมันโหวงๆ  อะ   ทำไมต้องเดินเรื่องมาแบบนี้  ใจเจ้จะสลาย



...ต่อไปนี้คือการพยายามช่วยกันหาหลักฐานมาแสดงให้ทราบกันโดยทั่วไป  ไม่ใช่การโต้เถียงเพื่อเอาชนะกันนะเคอะ  เด็กอ่านแล้วอย่าเข้าใจผิดนะเคอะ.....


ตอบคำถามสอง จากคุณภัคDนะคะ เกี่ยวกับคำว่า บรรจงวาง กับ บรรจงราด 

คำนี้...ในความคิดเรา น่าจะเป็นวางค่ะ...แบบว่า ถ้าราดนี่จะเหมือนกับมันเป็นน้ำๆ...บรรจงราด...ก็ค่อยๆราดลงไปช้าๆ...

แต่ถ้าเป็น...ค่อยๆวาง...แบบว่าซอสพริกมันข้นๆ...พี่ตะวันตักแล้วค่อยๆวางลงอย่างตั้งอกตั้งใจให้มันเป็นวงกลมๆบนหมูทอดน่ะค่ะ...



สองว่าซอสพริกมันก็เป็นของเหลวนะ  แม้จะข้นไปสักหน่อย  เหมือนน้ำอย่างว่า  ฮา

ดังนั้นสองก็ว่ามันก็น่าจะใช้กับกิริยา "ราด" นะคุณคนเขียน


สองเลยไปค้นจากเวปฯราชบัณฑิตมา  ได้ความดังนี้....

ราด = ก. เทของเหลว ๆ เช่นนํ้าให้กระจายแผ่ไปหรือให้เรี่ยรายไปทั่ว เช่น   ราดนํ้า ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ข้าวราดแกง, โดยปริยายหมายถึงอาการที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น เยี่ยวราด ขี้ราด.

ส่วน  วาง = ก. ทําให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งพ้นจากมือหรือบ่าเป็นต้นด้วยอาการกิริยาต่าง ๆ ตามที่ต้องการ เช่น วางข้าวของเรียงเป็นแถว วางกับดักหนูวางกระดานลงกับพื้น วางเสาพิงกับผนัง; กำหนด, ตั้ง, เช่นวางกฎ วางเงื่อนไข วางรากฐาน; จัดเข้าประจําที่ เช่น วางคนวางยาม, วางกำลัง; ปล่อยวาง เช่น วางอารมณ์ วางธุระ; (กลอน)อาการที่เคลื่อนไปโดยรีบร้อน เช่น ขี่ช้างวางวิ่ง.
 
ถ้ายึดตามความหมายนี้  สองว่าในกรณีของซอสพริก  มันก็ยังคงต้อง "ราด" อยู่นะ

วุ้ย!  อิฉันสับสนคร่า  รบกวนใครเป็นคนใช้ภาษาไทย-กลางแต่กำเนิดมาเพิ่มเติมรายละเอียดด้วยคร่า  :serius2:


FOAM

  • บุคคลทั่วไป
สงสารฉายหนักเข้ไปอีกตรู

เมื่อไหร่จะมีคนมาดามหัวจว๊า.......

@^_^@PeaZa@^_^@

  • บุคคลทั่วไป
อ่านเรื่องนี้แล้วเหมือนดูหนังสักเรื่อง

ที่มันเป็นหนังเศร้า แต่พยายามทำตลก

แต่มันไม่ตลก แต่มันทำให้ยิ่งเศร้ากว่าเดิม

แล้วก็น่าสงสาร ฉาย ด้วย ที่ทำเหมือนไม่เจ็บอะไร

ทำตลก แต่มันทำให้เศร้ากว่าเดิมอีก

มันหลายๆอย่างอะ โอ้ยยยยย!!!!

อ่านแล้วมันจี๊ดๆที่ใจไงไม่รู้ มันบอกไม่ถูกอะ

นี่อินมากเกินไปหรือเปล่าเนี่ย แต่ใครเป็นบ้าง...

 :serius2: :serius2: :serius2: :serius2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






VitamiN

  • บุคคลทั่วไป
ชอบภาษาเรื่องนี้มากเลย :o8:
แต่พอมาลองดูเนื้อเรื่องแล้ว
มันออกจะเป็นเรื่องเศร้านะเนี่ย
แต่ภาษาและการที่คนในบ้านดูจะไม่ซีเรียสเท่าไหร่
เลยขำ ขำซะมากกว่า
เหอๆ

ไงดีล่ะ

สงสารฉาย
อกหักทุกตอนเลยอ่ะ
แล้วบุคคลที่ชื่อ นายกรินกรณ์เนี่ย
จะโผล่มาตอนไหนอ่า
เอ๊ะ หรือ กรินกรณ์ คือนายกบนั่น
แต่อ่านมาไม่รู้สึกปลื้มกับกบเท่าไหร่เลยแหะ :a3:

เหอๆ
แล้วมาต่ออีกนะจ๊ะ :oni1:

ออฟไลน์ IZE

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-3

[D]a[D]a [T]oo[N]

  • บุคคลทั่วไป
ทำไมอ่านเรื่องแล้วรู้สึกเศร้าไม่รู้อ่ะ

เหมือนจะไม่มีความรู้สึกสมหวังอยู่เลย

หรืออาจจะเพราะว่าอกหักมาหลายตอนแล้วนะ........

ออฟไลน์ しろやま としんや

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1856
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +921/-157
ชอบเรื่องนี้มากๆเลยอ่ะพี่ทิพ ดีใจจังที่พี่ทิพขอมาลง

ชอบการบรรยายเรื่องของคุณภัคD. แนวแบบนี้หาอ่านยาก

อ่านไปอ่านมาจะรู้ได้ว่านายฉายนี่ขี้บ่นใช่เล่นเลยนะ 5555 (อันนี้ความรู้สึกส่วนตัว)

ชอบตะวันด้วยโตแล้วแต่ชอบทำตัวเหมือนเด็กๆ

ฉายที่อายุน้อยกว่ายังดูเป็นผู้ใหญ่กว่าตั้งเยอะ

เป็นกำลังใจให้คนแต่งและคนโพสค๊าบบบบบ

gift_deb

  • บุคคลทั่วไป
สงสารฉายอ่ะ หวังว่าคงไม่กินต่อจากพี่กบนะคะ

ออฟไลน์ Tetjinen

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0

ออฟไลน์ uknowvry

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4439
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-6
เรื่องนี้นี่...สุดยอดดดดดดด

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
เรื่องของเด็กชายตะวันฉาย นายกรินกรณ์ กับพี่ชายปากบอน บ้านข้างๆ # บทที่ 5

ความรัก กับเรื่องเศร้าของเขา ไม่ใช่ผม


ถึงจะไม่ต้องทำตัวเป็นผู้ร้าย...ใช้ตุ๊กตาสาปแช่ง หรืออาคมหลวงพ่อวัดไหน...สุดท้ายพี่กบก็แยกจากพี่ตะวัน...ทายสิว่าใครเสียใจ?

ก็พี่กบน่ะสิ!...ยิ้มปากกว้างไม่ออกเลย ส่วนพี่ตะวันก็ยังยิ้มตะวันฉาย เพียงแต่ไม่ได้ยิ้มให้พี่กบหรอก แต่ยิ้มให้พี่ชายอีกคน ที่ชื่อ พี่ปา...

พี่ปาหุ่นเท่กว่าพี่กบเสียอีก แถมรสนิยมท่าจะเข้ากันดีอย่างพอเหมาะกับพี่ตะวัน...พี่ปาชอบไว้จุกเป็นกุมารทอง คะนองเดชอยู่กลางกระหม่อม...ทรงเดียวกับที่น้าโอ๋ไว้ก่อนออกเดินทางค้นหาตัวเองเลย เพียงแต่น้าโอ๋จะเสียบปิ่นสองอันด้วย แต่พี่ปาไม่ยอมเสียบถึงพี่ตะวันจะพยายามแอบเสียบตอนพี่ปาเผลอก็เหอะ...

แต่พี่ตะวันก็ยิ้มให้พี่ปาอยู่ประเดี๋ยวประด๋าว ก่อนหันไปยิ้มกับพี่ขุน...พี่ชายใจดี...กว่าปลากัดนิดเดียวเอง!...

“ทำไมพี่กบไม่ค่อยมาบ้านเลยล่ะ ตะวัน?”แม่ถามถึงพี่กบ เมื่อเดี๋ยวนี้คนที่โผล่มาบ่อยๆคือพี่ปา...ก่อนจะกลายเป็นพี่ขุน

“ทะเลาะกัน”พี่ตะวันตอบ ไม่มีทีท่าใส่ใจ จนผมอดนึกสงสารพี่กบไม่ได้

“อ้าว ทะเลาะกับพี่เขาเรื่องอะไร?”

“ทุกเรื่องเลย...คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง...”

“อ้าว...พี่เขาไม่ได้คุยภาษาไทยหรือไง ตะวันถึงคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง?”แม่ย้อนถามด้วยหน้าแสนซื่อ

“น้าโอ๋!...ตะวันหมายถึงพี่เขาแก่กว่าตะวันตั้งเยอะ เลยคุยกันไม่รู้เรื่อง!”พี่ตะวันให้เหตุผลไม่เข้าท่า เพราะพี่ปาน่ะแก่กว่าพี่กบตั้งปี...และต่อมาพี่ขุนก็แก่กว่าพี่ตะวันสี่ปีพอๆกับพี่กบ

“อ้าว...พี่เขาแก่กว่าตะวันแค่สี่ปีเอง ทำไมคุยกันไม่รู้เรื่อง...ตะวันก็อายุมากกว่าฉายสี่ปี ยังคุยหัวเราะกันเอิ๊กอ๊ากทั้งวัน...แล้วน้าก็แก่กว่าตะวันมากกว่าพี่กบอีก ยังคุยกันรู้เรื่อง...อ๋อ...พี่กบก็แก่กว่าฉายมากกว่าแก่กว่าตะวันอีก พี่กบยังคุยกับฉายรู้เรื่องเลย!”แม่ตอบและผมแสนจะนับถือแม่ ก็แม่ย้อนพี่ตะวันได้ครบถ้วนไม่มีตกมีหล่น ทั้งที่เวลาผ่านมาตั้งเกือบสองปีแล้ว

“แล้วทีนี้ใครช่วยสอนหนังสือตะวันล่ะ?”แม่ถามต่อ เพราะพี่ตะวันงอนเคี้ยวข้าวแก้มตุ่ย เถียงก็ไม่ได้เพราะตัวเองเคยพูดเอง ทั้งแม่ก็คงว่าท่าทางพี่ปาดูจะสอนอะไรพี่ตะวันไม่ค่อยได้

“ตะวันเรียนจบแล้ว ไม่ต้องมีคนสอนแล้ว”พี่ตะวันตอบ นั่นยิ่งทำให้ผมสงสารพี่กบ

“จบ?...เออ ใช่...แล้วเมื่อไหร่ลงทะเบียน?”แม่ไม่ถามต่อเรื่องพี่กบ เพราะนึกเรื่องอื่นได้แทน

“ตะวันเรียนจบแล้ว!”

“นั่นมันแค่ปวช. น้าหมายถึงปวส.!”

“ตะวันไม่เรียนปวส.!”

“ทำไม?”

“ก็ตะวันไม่อยากเรียน ตะวันอยากวาดรูปอย่างเดียว ยังไงตะวันก็จะวาดรูป ทำไมตะวันต้องเรียน ไม่เห็นมีประโยชน์เลย...น้าโอ๋ก็บอกว่าอย่าทำอะไรที่ไร้ประโยชน์...วาดรูปใช้ฝีมือไม่ได้ใช้ทฤษฎี... ใช้ตำรา...ใช้คณิตศาสตร์... ใช้ภาษาอังกฤษ...ใช้ว...”พี่ตะวันคงกะสาธยายจนหมดหลักสูตรที่บังคับ ถ้าแม่ไม่ขัดซะก่อน

“มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละ ว่าเรื่องรียนไม่มีประโยชน์”

“ตะวันโง่ไง!”

“ตะวัน!”

แล้วพี่ตะวันก็น้ำตาร่วงเผาะๆทั้งที่แม่ยังไม่เริ่มต้นบ่นหรือว่าเลยด้วยซ้ำ ส่วนแม่ก็หายใจเข้าหายใจออกอย่างอดทน แต่คงนับหนึ่งไม่ถึงสิบหรอก เพราะแม่วางช้อนแล้วก็ลุกไปเลย ไม่พูดอะไรสักคำ ปล่อยให้พี่ตะวันนั่งร้องไห้อยู่กับผมที่นั่งกินข้าวต่อไปอย่างสงบ...ก็มันชินนี่นา เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ...แม่ก็ขี้งอน พี่ตะวันก็ขี้แย...เป็นผู้ชายซะเปล่า แถมอายุก็ปาเข้าไปตั้งจะสิบแปดแล้วด้วย...แต่ผมก็รู้ว่าพี่ตะวันไม่ทำตัวขี้แยมากมายขนาดนี้เวลาอยู่กับคนอื่น อย่างพี่กบ หรือว่าพี่ปา...ซึ่งต่อมากลายเป็นพี่ขุน

“เอ้า...ข้าวของแม่แบ่งคนละครึ่งนะ!”ผมแบ่งข้าวที่เหลือของแม่ ใส่จานผมครึ่งหนึ่ง ใส่จานพี่ตะวันครึ่งหนึ่ง เพราะแม่คงไม่กลับเข้ามากินแล้ว

“ไม่เอา พี่กินไปสองจานแล้ว!”พี่ตะวันพูดไปสะอื้นไป พลางดึงจานหลบ

“ฉายก็กินไปสองจานแล้ว...แต่ถ้าเททิ้ง เดี๋ยวก็โดนด่า...ตะวันอยากโดนแม่ด่าหรือไง?”ผมถาม พี่ตะวันถึงยอมผลักจานคืนมาที่เดิม

“อิ่ม!”พี่ตะวันพูด แต่ก็ตักข้าวใส่ปาก ทั้งที่ยังสะอื้นฮักๆ

“เหมือนกันแหละ...ความผิดของตะวันนะ...แล้วจะกินจะร้องก็เลือกเอาสักอย่างสิ!”ผมพูดอย่างที่แม่หรือน้าโอ๋ชอบพูด เพียงแต่ถ้าเป็นแม่หรือน้าโอ๋พูด พี่ตะวันจะหยุดร้องและกิน พอกินเสร็จแล้วค่อยกลับมาร้องต่อ... แต่เมื่อผมเป็นคนพูดพี่ตะวันเลยวางช้อนซะงั้น

“กินเร็วๆสิ เดี๋ยวฉายจะได้เก็บล้างทีเดียว ไม่งั๊นล้างเองนะ!”ผมเปลี่ยนเป็นขู่ พี่ตะวันเลยยกช้อนขึ้นกินต่อ...

บางทีผมก็นึกสงสัย ผมรักพี่ตะวันจริงหรือเปล่า?...ถ้ารัก ทำไมเวลาเห็นพี่ตะวันกับพี่กบ หรือพี่ปา...ซึ่งต่อมารวมพี่ขุนไปด้วยอีกคน... ผมไม่หึง กินไม่ได้นอนไม่หลับ แบบในหนัง

อกมันเจ็บแปล๊บ เวลาที่รู้ว่าพี่ตะวันล็อคประตูบ้าน และผมเข้าๆออกๆบ้านพี่ตะวันตามอำเภอใจไม่ได้... แต่มันไม่เจ็บแปล๊บ เวลาที่รู้ว่าพี่ตะวันกับพี่กบหรือพี่ปาหรือพี่ขุนเป็นมากกว่าเพื่อนกัน...บางทีที่มันเจ็บแปล๊บตอนเข้าบ้านพี่ตะวันตามอำเภอใจไม่ได้ อาจเป็นเพราะผมเสียใจที่ไม่มีทีวีเครื่องสำรองไว้ดูตอนแม่ครองจอทีวีที่บ้านก็ได้...

และผมก็รำคาญเป็นบางครั้งเวลาที่เห็นพี่ตะวันนั่งร้องไห้อย่างไร้สาระ ทำตัวไม่รู้จักโต แถมดูจะฉลาดน้อยกว่าผม...จะเผื่อใจไว้ไม่รำคาญบ้างก็เมื่อสังเกตเห็นว่า ต่อให้พี่ตะวันทะเลาะกับพี่กบ หรือโดนพี่กบดุยังไงพี่ตะวันก็ไม่ร้องไห้...บางครั้งผมเลยเกิดอาการชอบมองเวลาพี่ตะวันนั่งน้ำตาร่วง เหมือนเวลาที่พี่ตะวันยิ้มจนแก้มปรินั่นแหละ...

คืนนั้นพี่ตะวันนั่งอยู่ที่บ้านผมจนดึก โดยที่แม่ไม่ยอมพูดกับพี่ตะวันสักคำ จนพ่อกลับ แม่ก็ขึ้นข้างบน พี่ตะวันทำท่าจะเดินตาม

“ไม่ต้องตามขึ้นมา น้าจะนอนแล้ว!”แม่บอกโดยทำแค่ปรายตามองก่อนสะบัดหน้าเดินฉับๆ พี่ตะวันเลยน้ำตาร่วงเผาะใหญ่ ปล่อยให้พ่อยืนมองแบบอ่อนใจ...พ่อไม่งงในสิ่งที่เกิดขึ้นหรอก...เพราะพ่อก็ชินเหมือนกัน ก็เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นบ่อยจะตาย...

มันเป็นกรณีศึกษาของพ่อกับผมที่แบ่งเหตุการณ์แม่งอน พี่ตะวันน้ำตาร่วงเป็นสองข้อใหญ่ๆ

หนึ่ง...พี่ตะวันพูดไม่รู้เรื่อง(หรือพูดแบบไม่เกรงใจ คืองี่เง่า)... พูดจาไม่น่ารัก (ศัพท์ที่แม่ใช้ดุพี่ตะวัน)...จนเกินไปในบางครั้ง

สอง...แม่งอน เพราะไม่ได้ดั่งใจ หมายความว่า แม่งอนเพื่อพี่ตะวันจะได้เป็นไปในทิศทางที่แม่ต้องการ เหมือนครั้งนี้ ผมว่าให้ยังไง พี่ตะวันก็ต้องเรียนปวส.ต่อ โดยแม่ไม่ต้องออกปากเรียกมาคุยอีกรอบให้เปลืองน้ำลาย

แต่ผมคิดผิดนิดหน่อย...เพราะพอพี่ตะวันน้ำตาร่วง พี่ตะวันก็เดินเข้าไปหาพ่อแทน

“ฉายขึ้นไปง้อแม่เขาก่อน”พ่อหัวเราะเมื่อหันมาบอกผม ผมรู้ว่าแม่น่ะไม่ต้องง้อหรอก เดี๋ยวก็หายเอง แล้วพ่อก็ไม่ได้อยากให้ผมตามง้อแม่ด้วย แต่ความหมายของพ่อคือ ไปไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ตรงนี้ เพราะเมื่อพี่ตะวันเดินเข้าไปหาพ่อ พร้อมน้ำตาหมายความว่ามีเรื่องจะพูดกับพ่อ

“ตะวันไม่มีตังค์ ไม่อยากขอน้าโอ๋กับน้าเจด...ไว้รอแม่กลับมาแล้วตะวันค่อยเรียนต่อก็ได้”ผมได้ยินพี่ตะวันพูดกับพ่อ

น้าโอ๋กับน้ามะไปค้นหาตัวเองสองปีแล้ว...ผ่านค่าเทอมของพี่ตะวันไปสามครั้ง...พี่ตะวันจ่ายเองเสียหนึ่งครั้ง ส่วนอีกสองครั้ง แม่จ่ายให้...

พี่ตะวันยังเขียนรูปไปนั่งขายกับพี่อ๋อ แต่แย่หน่อย ที่ๆพี่ตะวันกับพี่อ๋อไปอาศัยพื้นที่หน้าร้านเขาขาย เขาเปลี่ยนเจ้าของ และเจ้าของใหม่เขาไม่ให้ใช้พื้นที่ที่หน้าร้านเขา พี่อ๋อเลยชวนพี่ตะวันไปหาพื้นที่แบบต้องจ่ายค่าเช่า...

“รูปพี่อ๋อสวยกว่า พอเอามาเทียบกัน ลูกค้าก็เลือกของพี่อ๋อ...แล้วพอมีค่าเช่าที่ พี่อ๋อก็บอกว่าต้องเพิ่มราคารูป พอมันแพง คนก็ซื้อน้อยลง...ซื้อหลายๆรูปแบบเมื่อก่อนไม่ได้... แล้วก็เลยซื้อแต่ของพี่อ๋อ”หลังจากผ่านเดือนแรกที่ต้องจ่ายค่าเช่า พี่ตะวันก็มานั่งน้ำตาร่วงเผาะๆ บ่นให้แม่ฟัง

“น้าชอบรูปของตะวันมากกว่า!”แม่ปลอบใจหรือพูดจริงก็ไม่รู้...

“รูปของตะวันศิลป์กว่าตั้งเยอะ!”แต่ผมพูดปลอบ เพราะจริงๆผมชอบรูปพี่อ๋อมากกว่า ก็รูปของพี่ตะวันดูไม่ค่อยรู้เรื่อง รูปไหนดูรู้เรื่อง สีสันก็น่ากลัวเหลือเกิน...ไม่เหมือนพี่อ๋อที่วาดสีนุ่มไม่สมตัวเลย

“แต่คนชอบรูปของพี่อ๋อมากกว่า!”พี่ตะวันบอก น้ำตายิ่งร่วงกราว

“ตะวันก็เปลี่ยนมาวาดเหมือนพี่อ๋อสิ”แม่แนะ

“ตะวันไม่ชอบ!... แล้วพี่อ๋อก็ไม่ชอบด้วย...พี่อ๋อไม่ชวนพี่แก้วไปวาดรูปด้วยเพราะพี่แก้ววาดสไตล์เดียวกับพี่อ๋อ”พี่ตะวันบอก ซึ่งก็จริง เพราะผมเคยเห็นพี่ตะวันวาดรูปแบบดูรู้เรื่องและสีไม่น่ากลัว... พี่ตะวันวาดสวยกว่าพี่อ๋ออีก แต่พี่ตะวันกลับว่ามันไม่สวย...ยิ่งเมื่อก่อนที่พี่ตะวันวาดรูปดอกไม้ ผมว่ามันดูเหมาะกับพี่ตะวันเสียมากกว่าอีก

“งั๊นตะวันก็ลดราคารูปของตะวันลงหน่อย บอกว่ารูปของตะวันวาดง่ายกว่าของพี่อ๋อ”แม่แนะอีก

“ใครว่า!”คราวนี้พี่ตะวันหันมาค้าน ลืมร้องไห้ไปชั่วแป๊บ

“น้ารู้...ก็พูดๆเอาใจเขาไง เขาจะได้ยอมให้ตะวันลดราคาลง!”แม่พูดก่อนถอนหายใจคล้ายจะตัดสินใจลำบากว่าตัวเองรู้สึกยังไงแน่ ระหว่างสงสารกับอยากเคาะกบาลพี่ตะวัน

ผลเป็นไงไม่รู้ รู้แต่พี่ตะวันคงเก็บเงินได้น้อยลง...ค่าเทอมๆแรกที่น้าโอ๋ไป พี่ตะวันยังวิ่งมายืมแม่ เพราะเพิ่งเริ่มวาดรูปขาย พอเทอมที่สองพี่ตะวันก็หน้าบานบอกแม่ว่า... ตะวันมีตังค์... แต่พอเทอมที่สามพี่ตะวันก็หน้าหุบต้องขอตังค์แม่ด้วยมุกเดิมๆ..ตะวันจะไปขายตัว...

ผมไม่ได้อยู่รอฟังพ่อคุยกับพี่ตะวัน...เพราะบางครั้งเมื่อเหตุผลของการร้องไห้เป็นสมควร...ผมก็ไม่อยากให้พี่ตะวันร้องไห้...เป็นอีกครั้งที่อยากให้น้าโอ๋กับน้ามะกลับมาเร็วๆ...พี่ตะวันจะได้ไม่ต้องร้องไห้...

แต่ผมก็เริ่มไม่แน่ใจว่าน้าโอ๋กับน้ามะจะกลับมาหรือเปล่า เพราะครั้งหนึ่งเคยได้ยินแม่แอบคุยกับพ่อ...

“เมื่อคืนฝันไม่ดีเลย!”แม่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง

“ฝันอะไรล่ะ?”แต่พ่อถาม แอบยิ้มขำแบบจริงใจ

“ก็...ช่างมันเถอะ!...ยายโอ๋กับนายมะ มันจะกลับมาหรือเปล่านะ...ให้มันบ้าๆยังไง แต่นี่ทิ้งลูกไว้เกือบปีจะจดหมายหรือโทรศัพท์ก็ไม่มี มันแปลกๆ...หรือว่าไม่แปลก?”แม่ยังพูด และหน้าตาก็ยังจริงจัง

“ก็แปลก...อย่าไปพูดให้ตะวันได้ยินแล้วกัน แค่นี้ก็ใจเสียจะแย่!”ส่วนพ่อก็ยังแอบขำหน้าตาจริงจังของแม่เหมือนเดิม

“ใจเสีย?...เห็นมันทำตัวเป็นหนูร่าเริง!”แม่พูด...ซึ่งก็จริง...

และจะยังไงก็แล้วแต่ วันถัดมาแม่กับพ่อก็พาผมกับพี่ตะวันไปทำบุญที่วัด หลังจากนั้นก็ไล่ผมกับพี่ตะวันออกไปนอกศาลาแล้วก็นั่งคุยกับหลวงพ่อหน้าเครียด...แม่ไม่ได้พูดอะไรมาก แต่หลังจากนั้น ผมก็เห็นแม่คุยโทรศัพท์บ่อยๆ..ตอนนั้น ผมไม่รู้แม่คุยกับใคร แต่พอจะรู้ว่าเป็นเรื่องน้าโอ๋กับน้ามะ และทุกครั้งแม่ต้องแอบคุย...แต่ก็คงไม่มีอะไรคืบหน้า เพราะ น้าโอ๋กับน้ามะ ยังไม่กลับ... แม่ยังคุยโทรศัพท์กับคนที่ผมไม่รู้จัก แต่น้อยลง...และน้อยลงเรื่อยๆ

“หรือพวกมันจะไปเป็นโยคี หนีโลกอยู่ที่ไหน?”แล้วครั้งหนึ่งแม่ก็พูด

“ฝันอะไรอีกล่ะ?”และพ่อก็ถาม...ส่วนผมที่แอบได้ยินก็เลยรู้สึกขึ้นมาอีกครั้งว่า...เดี๋ยวน้าโอ๋กับน้ามะก็คงจะกลับมา...

ผมชื่อตะวันฉาย อีกไม่กี่เดือนก็จะทำบัตรประชาชนแล้ว...พี่ตะวันสัญญาว่า ถ้าผมทำบัตรประชาชนเมื่อไหร่จะพาผมไปเช่าการ์ตูนร้านใหญ่ๆ

พี่ตะวันยังล็อคประตู แต่ข้างหลังประตูตอนนี้คือพี่ขุน ไม่ใช่พี่กบ...หรือพี่ปาที่โคตรจะเป็นดอกไม้ริมทาง โดนพี่ตะวันฟันแล้วทิ้งไปอย่างรวดเร็ว

อกมันเจ็บแปล๊บๆเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่เพราะพี่กบหรือพี่ขุน แต่เพราะพี่ตะวันร้องไห้...ด้วยเหตุผลที่ผมเห็นว่าสมควร

อกมันเจ็บแปล๊บมากขึ้น...เมื่อนึกสงสัยว่า ตอนไม่มีพี่กบ พี่ขุนหรือพี่ปา...พี่ตะวันนั่งร้องไห้คนเดียวหรือเปล่า?

ที่หลังประตูบ้านพี่ตะวัน...ผมจึงดีใจ ที่มีใครอยู่กับพี่ตะวันสักคน ถึงจะไม่ใช่ผมก็ไม่เป็นไร...

จบ... ความรัก กับเรื่องเศร้าของเขา ไม่ใช่ผม


--------------------

ออฟไลน์ IZE

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-3
อ่านตอนไหนๆๆก้อเรียกน้ำตาได้ทุกครั้งเลยนะ

@^_^@PeaZa@^_^@

  • บุคคลทั่วไป
อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกดีขึ้นมาอีก 1%  :m4:

แต่ตอนจบตอน ก็ยังเศร้าอยู่เลยอะ  o7

สงสารฉาย... :o12:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






FOAM

  • บุคคลทั่วไป
เฮ้อ...........

ไปๆมาๆ  ฉายกลับดูเป็นผู้ใหญ่กว่าตะวันแฮะ

ออฟไลน์ oaw_eang

  • Global Moderator
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2122/-586
ฉายจ๊ะ

เจก็แปล๊บที่อกเหมือนกัน

อยากจะร้องไห้  แต่มันร้องไม่ออก

ตูเป็ฯไรมากไปเปล่านี้

สงสัยท่าจะอินจัด  หรือไม่ก็ กินยาลืมเขย่าขวด  :sad2:


ปล. คนเขียนขา  เดินเรื่องแบบนี้  สู้มาตบหน้าเจ้ดีกว่า  เจ้ใจสลายแล้ว

 :a6: :a6: :a6:

ออฟไลน์ pongsj

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6054
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +213/-9
มันขำแบบเศร้าน่ะเนี่ย.............................. o7

VitamiN

  • บุคคลทั่วไป
อ่านๆไปแล้ว
คำพูดของตะวัน ดูเด็ก มากเลยอ่ะ :laugh:
ฉายเป็นผู้ใหญ่มากกว่าตะวัน
เพราะฉาย
ขี้บ่น!! .......ม่ายช่ายและ


เศร้าอยู่
ยังเศร้าอยู่
เมื่อไหร่(ฉาย)
จะมีความสุขเสียที

ออฟไลน์ AidinEiEi

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 776
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-1
ตะวัน....ชักจะเอาใหญ่ :o8:...ไม่รู้จักโตเล้ย


ฉาย....เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ

งั้นความเศร้าคงใกล้มาเยือนแล้วสิ


เรื่องนี้ตลกร้าย.....กาจ
อ่านแล้วยิ้มทั้งน้ำตา


แต่เราจะติดตามต่อปาย...............  o7 o7 o7

[D]a[D]a [T]oo[N]

  • บุคคลทั่วไป
ฉายยังไม่เคยร้องไห้เลยหนิ

เท่าที่สังเกตดูอ่ะ

ออฟไลน์ uknowvry

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4439
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-6
โอ้ เหมือนว่าจะเห็นพัฒนาการของตัวละคร
เขียนได้น่าติดตามมากๆค้าบ

ออฟไลน์ nana

  • 아주마 애기 두명 ㅋㅋ
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2759
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-2

ออฟไลน์ สาวเครือฟ้า

  • "IF I WERE A BOY"
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 607
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-0
    • http://images.forstudent.com/
รออ่านตอนต่อไป 

อยากรู้จะเป็นไง

gift_deb

  • บุคคลทั่วไป
น่าสงสารเด็กอายุ 14 จริงๆ



เมื่อไหร่ นายกรินกรณ์จะโผล่หน้ามาล่ะ เข้ามารอ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด