SIDE STORY # 1
Jean X Way
“มอคค่าปั่นหนึ่งครับ” ผมสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานเสิร์ฟ กระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
ผมมานั่งเรื่อยเปื่อยอยู่ที่ร้านกาแฟ
‘Take a Rest’ แต่บรรยากาศของร้านสงบจนผมอยากจะงีบหลับ และเสนอความคิดว่า ควรเปลี่ยนชื่อร้านเป็น
‘Take a Nap’ แต่ลูกเจ้าของร้านดันอาละวาดซะจนผมเซ็งเลยครับ
ผมนั่งเล่นไอแพดรออยู่ไม่นาน พนักงานหน้าตาน่ารักก็เดินมาเสิร์ฟเครื่องดื่ม แต่...
“น้องหมวยครับ พี่เวย์สั่งมอคค่าปั่นนะครับ เอานมปั่นมาทำไมครับ” ผมถามน้องหมวยคนงามที่มาบ่อยจนสนิทสนมกันเป็นอย่างดีทันที เผื่อตอนสั่งน้องเขาอาจจะฟังผิด แต่คำว่ามอคค่ากับนมก็ไม่ได้ออกเสียงใกล้กันเลยนะ
น้องหมวยยิ้มแห้งให้ผม แล้วเหลือบตาไปมองตรงหลังเคาน์เตอร์ ที่มีร่างบางกำลังยืนคอยคิดเงินอยู่ตรงแคชเชียร์ แต่ส่วนมากจะเอาแต่นั่งเล่นเกมส์มากกว่า พอผมมอง อีกคนก็เงยหน้าแล้วยักคิ้วกลับมาให้ทันที
“คุณจีนเป็นคนทำน่ะค่ะ หมวยแค่รับออเดอร์กับมีหน้าที่เสิร์ฟอย่างเดียว” น้องหมวยบอกผม แล้วรีบวิ่งปรู๊ดหายไปหลบอยู่หลังเคาน์เตอร์
ตัวการที่จัดการเมนูหน่อมแน้มมาเสิร์ฟผม ยืนกอดอกมองมา ผมเลยยกแก้วชูขึ้น พร้อมกับกวักมือเรียก ‘ลูกเจ้าของร้าน’ ลูกค้าคนอื่นมองตามทันที ผมเส้นใหญ่ล่ะสิ เรียก
‘ลูกเจ้าของร้าน’ เดินมาเคลียร์ถึงที่
“เห้ยน้อง! พี่สั่งมอคค่าปั่น ทำไมทำนมปั่นมา เรียกเจ้าของร้านมาเคลียร์เลย” ผมทำเสียงหาเรื่อง กร่างเต็มที่
ผัวะ!! เจ็บฉิบ แฟนใครวะ...มือหนักชิบหาย
“กินฟรีแล้วอย่าเรื่องมาก จะกินกาแฟทำไมแต่เช้า กินนมนี่แหล่ะ มีประโยชน์”
ร้านกาแฟร้านนี่แม่งมีบริการพิเศษ เลือกเมนูให้ลูกค้าเสร็จสรรพ ผมเป็นลูกค้าผมต้องมีสิทธิ์เลือกสิ ว่าจะกินอะไร เดี๋ยวปั๊ดฟ้องสำนักงานคุ้มครอบผู้บริโภคเลยนี่ มอคค่าปั่นกับนมปั่นก็ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลยซักนิด
“เฮ้ย! กูเป็นลูกค้านะ!!” เสียงดังจนคนอื่นหันมามองตรึม ผมจะแคร์เหรอ
เพียะ!! ปากว่ามือถึงตลอด แฟนผม
“บอกแล้วว่าอย่ามาพูดกูมึงด้วย พูดอีกก็จะตบอีก อยากพูดไปพูดกับพวกพี่แทน พี่เพียวโน่น” ดูนะครับ...หน้าตาแบบนี้นี่แหล่ะ มันจะมาเป็นแม่ผม
“เออ! ก็มันหลุดปากนี่หว่า คนมันเคยชิน” ผมเถียงอ้อมแอ้ม ไม่เข้าใจทำไมต้องกลัวมันด้วยวะ ตัวแม่งก็เล็กกว่า อายุก็น้อยกว่า แต่แม่ง...
เป็นแฟนผมครับ!!แพ้ตลอด!! แพ้เด็กหน้าอ่อน มือหนัก ปากจัดนี่ตลอด ถ้าไม่รักกันจริง อย่าคิดนะว่าคนอย่างผมจะยอม เห็นกูรัก เห็นกูหลงหน่อย ชักเอาใหญ่ เดี๋ยวต้องมีสั่งสอน
“ด่าอะไรในใจ?”
“ฉลาดจัง ขนาดยังไม่ทันให้กินเพ็ดดิกรีเลยนะเนี่ย ดุอย่างนี้ ขอยืมไปเฝ้าบ้านได้ไหม”
หึหึ รู้จักผมน้อยไปล่ะสิ ถึงได้อภิสิทธิ์ครองตำแหน่ง
‘แฟน’ แต่ผมก็กัดไม่เลือกครับ เชื้อหมาบ้ามันแรง เพราะแฟนไม่ยอมฉีดยาให้
คนตัวเตี้ย เอ๊ย ตัวเล็กสะบัดหน้าพรืดทันที ทำท่าจะเดินกลับเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ แต่ผมเร็วกว่า คว้าข้อมือไว้ทัน อุตส่าห์เดินมาหาถึงที่ ปล่อยกับไปแบบครบสามสิบสองก็ไม่ใช่ผมสิ
“จะรีบไปไหน อุตส่าห์มาหานะ”
“มากินฟรีก็บอกมาเถอะ โคตรตะกละเลยหว่ะ” รู้ทันอีก
“อยู่คุยกันก่อนสิ”
“ไม่เอา คุยกับหมา เดี๋ยวหมาเลียปาก”
“หมามันไม่เลียปากหรอก หมามันจะดูดปาก โอ๊ย!!...คิดว่าตัวเองเป็นนักวอลเลย์บอลทีมชาติเหรอไงวะ”
“อยากปากหมาก่อนทำไม” มันด่า แต่หน้ามันแดงครับ เขินล่ะสิมึง
“ลองตีอีกทีสิ เดี๋ยวปั๊ดจับจูบโชว์ลูกค้า”
“โรคจิตเหรอไงวะ ขู่จะจูบตลอด” มันบ่นงึมงำ แต่ไม่ยอมมองหน้าผมเลย
“เออ! นั่งคุยกันก่อนน่า ให้พี่นกคิดตังค์แทนไปก่อน”
มันทำหน้าตูด แต่ก็ยอมกระแทกตัวลงนั่งตรงข้ามผม ว่าง่ายอย่างนี้ค่อยสมกับที่ผมรักมันหน่อย
ความจริงแล้วก็ไม่ได้มีอะไรจะคุยกับมันหรอกครับ เพราะคุยกันทีไรก็กัดกันไปกัดกันมา แต่...
ก็แค่อยากนั่งมองหน้ามันใกล้ๆ อยู่หลังเคาน์เตอร์มันไกลไป เห็นไม่ชัด...ก็แค่นี้เอง
.
.
ตั้งแต่กลับมาจากหัวหิน ผมก็มาเป็นลูกค้าที่ร้านกาแฟ
‘Take a Rest’ ทุกวัน ไอ้เตี้ย (สรรพนามที่เรียกได้แค่ในใจเท่านั้น ขืนหลุดปากไปนี่เรื่องยาวครับ) มันมาช่วยแม่ดูแลร้านตอนปิดเทอม ผมก็มานั่งแหย่มันทุกวัน จนพนักงานที่ร้านเห็นจนชินตา
เป็นปิดเทอมที่ผมแทบไม่ได้อยู่บ้านเลย ไหนจะไปทำค่ายที่คณะ ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อน มานั่งเฝ้าแฟนที่ร้านกาแฟ จนพ่อกับแม่จะไล่ผมออกจากบ้านอยู่แล้ว ไอ้จีนมันก็นั่งคิดเงินกดเครื่องคิดตังค์ก๊อกๆแก๊กๆของมันตามเรื่อง ปกติที่นี่จะมีบาริสต้าประจำ แต่เมนูผม ไอ้เตี้ยจะต้องอาสาทำตลอด แล้วมันก็ทำแต่นมปั่นให้ผมกินด้วยนะ จนผมต้องบอกมันว่า
“เก็บนมไว้กินเองเหอะ ไม่อยากแย่งแคลเซียมเด็กกำลังโต”
มันค้อนตากลับเลยครับ แต่ก็ยังไม่เลิกยัดเยียดให้ผมกินนมปั่นฝีมือมันอยู่ดี ผมล่ะไม่อยากจะไปแย่งสารเร่งโตของมันเลย แต่ทำไงได้ครับ...
บางวันที่ผมมาที่ร้านก็มีคนอื่นมาแจมด้วย อย่างเช่นไอ้ภาม ที่มาช่วยผมแกล้งเพื่อนมัน มากกว่าจะมาช่วยปกป้องเพื่อนมัน
“น้องครับ เอาเบียร์สิงห์ไปปั่นได้ไหมครับ” ไอ้ภามตะโกนถาม เพื่อนมันเลยโดนมาโบกหัวไปที
“ไปให้แม่มึงทำให้กินนู่น ร้านกูขายกาแฟครับ”
ส่วนไอ้แทนกับไอ้เพียว มันสองตัวหาเรื่องมากินฟรีครับ คุณแม่ไอ้จีนก็ต้อนรับขับสู้พวกผมเป็นอย่างดี บอกว่าพวกผมมาที เรียกลูกค้าสาวๆเข้าร้านตรึม ขนมนมเนยขนมาประเคนพวกผมจนอิ่มแปล้ อยากกินอยากดื่มอะไรก็สั่ง จนไอ้แทนมันถึงกับชมเป๊าะ
“เพื่อนกูแม่งฉลาด หาแฟนเป็นลูกเจ้าของร้านขนม สบายท้องเลยสิมึง”
“มึงก็หาแฟนเป็นลูกเจ้าของโรงเบียร์สิ พวกกูจะได้แดกเบียร์ฟรี” ไอ้เพียวบอกไอ้แทน
หลังจากกลับมาหัวหินสองวัน พวกผมก็รู้จากพี่เภาว่า ‘คุณพ่อคนที่สอง’ ของไอ้น้องแอลแลนด์ดิ้งถึงกรุงเทพมหานคร เมืองฟ้าอมรเรียบร้อย และไม่ชอบหน้าพี่เภาอย่างแรง แต่ความจริงพี่เอฟมันก็ไม่ชอบหน้าทุกคนที่มาจีบไอ้น้องแอลนั่นแหล่ะครับ พี่เภามันแวะมาที่ร้านไอ้จีนรอบหนึ่ง พร้อมกับหน้าตาเซ็งสุดขีด
“พี่เมียกูนี่ ของเค้าแรงจริงหว่ะ” พี่เภามันบ่น ก่อนจะดูดโกโก้แก้เครียด
“ผมว่า เดี๋ยวพี่เอฟมันต้องหาเรื่องเอาแอลกลับอเมริกาแน่ พี่เภารีบเตรียมตัวก่อนเถอะ ถึงเวลาจะได้ตามไปทัน” ไอ้เพียวนี่มีความคิดครับ สมกับที่เรียนนิติศาสตร์
“นี่ก็เตรียมอยู่เนี่ย ทุกวันนี้แม่ง คุยกันได้ไม่ถึงสิบห้านาที เซ็งฉิบ!!”
“น่าสงสารหว่ะพี่ มีเมียไม่ทันไร ก็เจอพี่เมียแผลงฤทธิ์ซะแล้ว”
“อย่าให้มึงมีเมียบ้างนะไอ้เวย์” พี่เภามันชี้หน้าด่าผมเลย
“กำลังหาจังหวะอยู่เหมือนกัน” ผมพูดหน้าตาเฉย
“ไอ้เหี้ย!! น้องมันยังเด็กอยู่นะมึง มึงจะพรากผู้เยาว์เหรอ”
มองผมกันรอบวง อย่างกับผมเป็นผู้ร้ายฆ่าข่มขืนร้อยศพเลยนะ ถึงหน้าและอายุไอ้จีนมันจะเด็ก แต่ผมนั่งยัน ยืนยัน นอนยันเลยว่า...ความคิดมันแก่แดดมาก ศิรวัตรคอนเฟิร์มครับ!!
“ทำเป็นว่ากู ทีไอ้น้องแอลยังไม่บรรลุนิติภาวะ พี่เภายังล่วงละเมิดทางเพศมันไปแล้วเลย”
พี่เภาสำลักโกโก้ทันที ไอ้เพียวต้องช่วยลูบหลังเป็นการใหญ่ ก่อนจะยื่นน้ำเปล่าส่งให้
“สัดเวย์ เดี๋ยวกูยันโครมเลยนี่ เล่นของสูงนะมึง” พี่เภาด่าเลย
“อย่างไอ้น้องแอลเนี่ยนะของสูง ของเตี้ยมากกว่า”
“เชี่ย แฟนกูสูงกว่าแฟนมึงนะ” เออ! ปกป้องกันเข้าไป ขนาดผมยังไม่เคยปกป้องมันเลย
“เตี้ยครับ...พี่เภาบอกว่าไอ้น้องแอลสูงกว่าเตี้ย จริงเหรอครับ?”
“เรียกใครเตี้ย!!”
“เปล่าครับ แค่บอกไอ้แทนว่าโต๊ะมันเตี้ยไปหน่อย”
แฟนใครวะ...ดุฉิบ!! .
.
“เฮ้ย! อ่านการ์ตูนโป๊เหรอวะ” ผมแกล้งตะโกนเสียงดังลั่น
ไอ้คนที่นั่งอ่านการ์ตูนอยู่ตรงม้าหินอ่อน ตกใจจนทำหนังสือร่วงทันที แหม...หน้าปกมีแต่ผู้ชายเลยนะมึง
“ตลกเหอะ การ์ตูนโป๊ที่ไหน” มันบ่นอุบอิบ แต่หน้าแดงอีกแล้วครับ เดี๋ยวนี้หน้าแดงบ่อยนะ คิดอะไรทะลึ่งอยู่ล่ะสิ
“ทำไมหน้าปกมีแต่ผู้ชายเต็มเลยหว่ะ อ่านอะไรทะลึ่งอยู่ล่ะสิ”
พูดเสร็จผมก็รีบแย่งการ์ตูนมันมาทันที ยิ่งเห็นมันโวยวายจะเอาคืน ผมก็ยิ่งอยากรู้ เด็กผู้ชายตัวเล็กอย่างมัน หรือจะสู้ผู้ชายตัวสูงหุ่นนักกีฬาอย่างผมได้ แค่ส่วนสูงก็ห่างกันสองหลักแล้ว ผมชูหนังสือการ์ตูนขึ้นสุดแขน เห็นมันตะกายพยามจะเอาแล้วก็ตลก พอเปิดดูก็ต้องอ้าปากค้าง
“นี่อ่านการ์ตูนชายล้วนเหรอวะ ทำไมมันไม่มีผู้หญิงซักคนเลยวะ”
“เค้าเรียกการ์ตูนวายต่างหาก” มันตอบเสียงเบา หน้าแดงเถือก
“ห๊ะ!! การ์ตูนอะไรนะ??” ผมถามเสียงหลงทันที
“วาย...”
วายอะไรของมันวะ เอ๊ะ! เหมือนไอ้น้องแอลจะเคยอธิบายความหมายของคำนี้ให้ผมฟัง ตอนที่มันบอกว่าน้องเดหลีที่มันหลงใหลได้ปลื้มเป็นสาววาย วายก็คือ...
“เฮ้ย! นี่อ่านการ์ตูนเกย์เหรอวะ ไอ้เด็กทะลึ่ง”
พอผมโวยวายปุ๊บ ไอ้เตี้ยก็รีบปีนขึ้นบนม้านั่งยื้อแย่งกับผม ทั้งที่หน้ายังแดงเถือก แย่งกันจนหนังสือร่วงแล้วเปิดอ้าออก แต่...มันดันอ้าหน้าที่ไม่ควรอ้าน่ะสิ
เงียบ...
ผมมองหน้ามัน มันเบือนหน้าหนี ต่อให้คนโง่ที่สุดในโลกก็ต้องรู้ว่าผู้ชายสองคนในการ์ตูนมันกำลังทำอะไรกัน นอนประกบกันซะแนบสนิท คงไม่ได้นวดแผนโบราณกันอยู่หรอกครับ
“มะ...ไม่ได้ซื้อมานะ เพื่อนผู้หญิงที่โรงเรียนมันให้ยืมมา พอรู้ว่ามีแฟนเป็นผู้ชาย มันเลยบอกให้เอามาศึกษา”
แหม...พูดแก้ตัวเร็วซะจนลิ้นพันกันเลยนะมึง กูยังไม่ทันได้ว่าอะไรเลย อย่างนี้เขาเรียกตีตนไปก่อนไข้ เห็นหน้าแดงๆ อายๆของมันแล้วก็อยากแกล้งขึ้นมาทันที แก่แดดมากใช่ไหม เดี๋ยวพี่จัดให้...
“แล้วศึกษาไปถึงไหนแล้วล่ะ” ผมแกล้งถามเสียงทุ้ม เดินเข้าไปประชิดตัวมัน นาทีนี้ไม่มีใครสนใจหนังสือการ์ตูนที่นอนแอ้งแม้ง โชว์ฉากที่ควรขึ้นเรต ฉ อีกต่อไป
“มะ...ไม่ได้ศึกษา เพิ่งดูไปห้าหน้าเอง” เวลามันอายนี่ มันหายปากเก่งทุกที
ผมรวบเอวมันเข้ามาชิดแน่น จนมันตัวแข็งทันที ม้านั่งตรงที่มันนั่งเล่น อยู่เกือบจะถึงตัวบ้าน มีแนวพุ่มไม้บังอยู่ และไม่ค่อยมีใครเดินผ่าน เป็นมุมส่วนตัวของมัน เลยไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาเห็น
“แล้วจะศึกษาไปใช้กับใครล่ะ” ผมถามชิดหูมัน เห็นมันขนลุกเกรียวแล้วยิ่งขำ
ทำเป็นแก่แดดแก่ลม กูล่ะอยากรู้จริงๆ ว่ามันช่วยตัวเองเป็นหรือยังเหอะ
มันส่ายหน้าแล้วดิ้นขลุกขลักไปมาอยู่ในอ้อมกอดผม พอมันยิ่งดิ้น ผมก็ยิ่งรัดมันแน่นกว่าเดิม จนมันเลิกดิ้นไปเองนั่นแหล่ะ ผมถึงได้เอานิ้วเชยปลายคางมันขึ้นมา
ผมเคยบอกหรือยัง...ว่าเวลาจีนมันอาย มันก็น่ารักไม่แพ้เวลาที่มันหงุดหงิดเลย
ผมถึงได้ชอบทำให้มันอาย พอๆกับทำให้มันหงุดหงิด
มันสบตาผม ก่อนจะปิดเปลือกตาลง พร้อมๆกับที่ผมโน้มหน้าลงไปสัมผัสความหอมหวาน ปากจัดๆที่ชอบต่อล้อต่อเถียง ความจริงแล้วมันหวานใช่เล่น ถึงมันจะแก่แดด แต่มันก็ยังไม่ประสีประสา กระทั่งจูบยังต้องให้ผมนำ แต่อย่าหวังเลยว่ามันจะได้ไปเรียนจากใคร นอกจากผม
มันชอบกินนมปั่น และมันก็ชอบให้ผมกินนมปั่น เมนูหน่อมแน้มของมันที่ผมขี้เกียจจะบ่น และพอสอดปลายลิ้นเข้าไปชิมความหอมหวานในโพรงปากเล็ก ผมก็รู้ทันทีว่าไอ้เตี้ยมันต้องเพิ่งกินนมปั่นมาอีกแล้ว...
ก็จูบมันหวานไปด้วยรสชาตินมปั่นทั้งปากเลยนี่ครับ
ผมพรมจูบคลอเคลียทั่วหน้ามัน ก่อนจะผละออกมา กระตุกมุมปากยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แบบที่คนที่กำลังเคลิ้มไม่มีทางเห็นแน่นอน ผมสอดมือเข้าไปใต้เสื้อยืดสีอ่อนของมัน พอมือของผมสัมผัสกับผิวเนื้อเรียบลื่นของมัน มันก็เกร็งตัวทันที ยิ่งพอผมลูบสูง มันยิ่งหลับตาปี๋
“หึหึ...” ผมหัวเราะข้างหูมัน ก่อนจะดึงมือออกมา ดีดหน้าผากมันไปทีจนมันร้องโอ๊ย
มันคลำหน้าผากป้อย ค้อนผมตาคว่ำ ลืมความวาบหวามเมื่อครู่ทันที
“อย่าแก่แดดให้มาก ถึงเวลาแล้วจะสอนแบบฟูลคอร์สเอง เอาให้รู้ลึกรู้จริงจนไม่ต้องพึ่งสื่อลามกเลย”“คะ...ใครจะไปอยากเรียนกันวะ!!!”
ผมได้แต่ยืนหัวเราะหึหึ มองตามหลังไอ้ตัวดีที่วิ่งหน้าแดงแป๊ดเข้าบ้านไป
- THE END -
๐ เป็นSide Storyเรื่อยเปื่อย เอาคู่รักฮาร์ดคอร์มาเบรกความหวานของพี่เภากับน้องแอล คิดออกเมื่อเช้า ก็ลงมือเขียนแล้วก็เอามาแปะเลย
๐ เขียนSide Storyก็เพลินอีกแบบ คงจะเอาจีนกับเวย์มาเขียนเล่นแบบนี้อีก ปล่อยน้องแอลดำเนินเรื่องตอนหลัก จั่วหัวว่า #1 แปลว่าต้องมี #2(รึเปล่า?)
๐ อย่าถามนะว่าน้องจีนจะโดนเวย์งาบเมื่อไหร่ เพราะ...คนเขียนก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แป่ว...
๐ คู่พี่เอฟกับพี่เพิร์ลมีปมแน่นอน แต่...มันจะไม่ 'วาย' นะ หึหึ
๐ รักคนอ่านทุกคนค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์นะคะ เวลาเห็นคำว่ารอ รู้สึกว่าต้องมาลง