hello! SUNSHINE [ตะวันร้าย..ที่รัก]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

โพลล์

คุณปลื้มตัวละครไหนมากที่สุด?

ซันนี่
ซินเซียร์
ไอ้เอี้ยฟ้า
ไอ้บ้ากาย
อิเมย์บี

ผู้เขียน หัวข้อ: hello! SUNSHINE [ตะวันร้าย..ที่รัก]  (อ่าน 1235444 ครั้ง)

a-o-pai

  • บุคคลทั่วไป
พึ่งได้อ่านอ่ะครับ

ชอบมากกกกกกกก

ได้ใจสุดๆเลยอ่ะครับ

เป็นคนที่ชอบเรื่องเกี่ยวกับฝาแฝดอ่ะครับ

จะรอตอนต่อไปนะครับ

ออฟไลน์ Nuclear

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 373
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ fuku

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +462/-20
จะแบบไหนไม่รู้แต่รับตำแหน่งแร่ดสุดในปฐพีไปครองเลยลูกสกาย
5555555555555555

ภาพประกอบเหมาะจนหัวเราะท้องแข็งเลยเนี่ย

ออฟไลน์ mur@s@ki

  • อยากรัก..แต่ใจไม่กล้า
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1899
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-5
สกายยย อย่าเพิ่งคิดเปลี่ยนฝั่งเด้ ทำใจให้เข้มแข็งหน่อยพวก
ท่องไว้ กูเมะ กูเมะ กูเมะ!!!!!

 :กอด1: ท่านปรมาจารย์เอี้ยฟ้า มาลากคออิลูกศิษย์ไปติวด่วนๆค่า  :กอด1:

ออฟไลน์ ormn

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3925
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-8
    • http:///uc.exteenblog.com/riko-tomo/images/23213506_1208714389_3598161_Okane_ga_Nai_v01_ch01_pg002__Cover.jpg

ออฟไลน์ warnana001

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
อั๊ยยะ!!! สกายคนดีจะกลายพันธุ์รึ!!!? :m30:
ปกตอฉากนี้ต้องเป็นกายที่เล่นกีตาร์แล้วร้องเพลงไม่ใช่เอะ มันดูกลับๆกันชอบกล? :m28:
รอเด็กชายฟ้าประทานมามอบความฟินให้กับผู้อ่านอยู่นะ :m3:

ออฟไลน์ NOoTuNE

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3255
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +317/-15
 :laugh: :laugh:



กร๊ากกกกกกกกกกก มันแรดกว่าชะนีอย่างตรูอีกอินังสกาย สะดิ้ง เขินอายสุดฤทธิ์

ส่วนพี่ซิน ก็นะ แมร่งจะแมนไปไหน แอร๊ยยยยยย หยอด ร้องเพลงจีบ  :o8: :o8:

แต่เอาหว่ะ อย่างน้อย อินังกายมันก็เริ่มคิดได้ว่ามันไม่อยากเป็นเมีย  :jul3:

ออฟไลน์ Fish129

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 747
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-3
หลงรัก สกายซะเเล้วสิเรา

อิอิ   ผู้ชาย ตอแหลนิดๆๆ มันน่ารักดีเนอะๆ

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
สกายทำไมหนูถึงคิดว่าต้องเป็นเมียหละ
ยอมซะตั้งแต่ยังไม่มีใครขอเลยนะเธอ

ออฟไลน์ maru

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3553
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-7
สกายดูยังคงกังวลอยู่นะนั่น แต่ซินนี่ไม่ค่อยเลยนะ รุกสกายไม่หยุดไม่หย่อนเลยนะนั่น

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ P.PAN

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 116
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่น้าาาาไม่อยากให้กายเป็นวงกลม!
รับไม่ด๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ย *แดดิ้น

ออฟไลน์ railay

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 983
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +117/-0

ออฟไลน์ PoP~Pu

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1739
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +134/-5
กายแกสาวแตกมากกกก ฮ่าๆ
ไม่นะๆ หวังว่าคงไม่มีการสลับขั้วกันเกิดขึ้น ฮ่าๆ

ออฟไลน์ silverwar

  • เสี่ยว...กาก...เกรียน
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 99
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ลงไปดิ้นตาย ฟังเพลงเดาใจ ของลาบานูน
พร้อมอ่านไปด้วยนี่มัน ฟิน ~

ฮ่ะๆ สกาย นายจะเป็นเมียซิน จริงเหรอ


อ๊ากกกกก เปิดจองแล้ว ~ นั่งนับตังค์ตัวเอง  :o11:
แง ~  :sad4: ตังค์ไม่พอ เก็บด่วนนนนนน !

ออฟไลน์ shoi_toei

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4365
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +222/-26
ออร่า เคะ แอบแผ่ซ่านนะกาย

อย่าเชียว ๆ เข้มแข็งหน่อย ๆ 55

tent bodyslam

  • บุคคลทั่วไป
 :o8:  อาการที่เหมือนจะสตรอเล็กๆน้อยๆของสกายนั้น  มันช่างน่ารักขนาด~ :-[
แต่อิชั้นก็หวังว่าจะเห็นอิกายมันเจริญรอยตามอาจารย์ของมัน เป็น คิง ออฟ เมะ ให้ได้นะ  สกาย!! :fire:

faratellll

  • บุคคลทั่วไป
ศรีภรรยาทีดี  จริง จริง :laugh:สกายของเจ๊
ว่าแต่ ตรงลงกายมันจะเป็นเมียช่ายมะ ขนาดยังไม่เป็นยังแรดขนาดนี้

P.S.  ไม่ว่ากายจะเป็นเมีย หรือสามี เจ๊ก็ได้ทั้งนั้นแหละ :z1:

ออฟไลน์ gupalz

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4911
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +604/-20
ฮาอ่ะ สกายผู้ชายสายพันธ์สตอเบอร์รี่

ออฟไลน์ inhyung

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 274
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-0
อื้มมมม ตกลงใคร รุก ใครรับอ่ะ

babynevercry

  • บุคคลทั่วไป

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ToffeE_PrincE

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1126
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-4

ออฟไลน์ away3g

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 538
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-1
 :-[อร๊ายยยยย อิจฉาคู่นี้จัง

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4067
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6

ออฟไลน์ my pumpkin

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 93
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
-////////////- ตกลงสกายจะเป็นภรรยาจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย?
ลังเลแบบนี้มันไม่ค่อยดีนะสกาย~~~ ฮ่าๆๆๆ

ส่วนซินก็ยังแมนแบบต่อเนื่อง แต่ก็นะ เคะไม่ไหวหรอก โดนสกายแย่งซีนไปหมดแล้วนี่ ฮ่าๆๆ

ออฟไลน์ Key Mine

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
สกายยย

แรดเหลือเกินนนนนนน :z1: :z1: :3123:

ออฟไลน์ White Raven

  • I'm beautiful in my way.~
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +779/-3
    • Fanpage
Chapter :: 34 :: พี่คิริน?







“ไงมึง? ทำได้มั้ย?” ผมถามยิ้มๆ ยักคิ้วเย้ยๆ ใส่อีเมย์บีที่เพิ่งเดินหัวฟูหน้าเป็นตูดลงจากตึกเรียนมา


เมื่อกี๊พวกเราขึ้นไปสอบพร้อมกัน มันเป็นวิชาเลือกของทางคณะ ผมกับเมย์เลยได้ลงเรียนด้วยกัน แต่ผมทำเสร็จก่อนก็เลยลงมานั่งรอมันข้างล่าง ที่โต๊ะหินตัวประจำแหล่ะ ซินกับไอ้กายก็อยู่ด้วย วันนี้ไอ้สองตัวนี้มีสอบตอนบ่ายทีเดียว วิชาเดียว แต่รีบออกจากบ้านมานั่งติวหนังสือกันก่อน 


เอ้อ.. ถึงจะไม่ค่อยได้พูดถึงเท่าไหร่ แต่พวกผมก็ยังเรียนกันอยู่นะครับ(ฮ่ะๆๆ) และตอนนี้ก็กำลังอยู่ในช่วงสัปดาห์ของการสอบไฟนอลแล้วด้วย เลยดูหน้าดำคร่ำเครียดไปตามๆ กัน..


ถ้าถามถึงสถานการณ์หลังจากเกิดเรื่องเกิดราวคราวนั้นก็...กลับสู่ปรกติแล้วล่ะ ..อย่างว่าแหล่ะ มันผ่านมาตั้งเกือบสองวีคแล้วนี่ ที่ใครเขาว่าคนไทยลืมง่ายท่าจะเป็นเรื่องจริง เหอๆ ..ถึงช่วงที่เกิดเรื่องใหม่ๆ ทุกคนในมหาลัยจะทำท่าขยาดหวาดกลัวพวกเรา(ฝาแฝด)เพราะข่าวที่หน่วยข่าว(ไม่เคย)กรองประจำคณะและมหาลัยของผมคาบมากระจายหลังจากเกิดเรื่องแบบไม่ทันข้ามคืนก็เหอะ ..แต่พอเวลาผ่านไป ทุกคนก็ได้ประจักษ์แจ้งแก่สายตาตัวเองว่า..ผมกับพี่ชายที่เคยได้ชื่อว่าเป็น ‘แฝดนรก’ สุดเกเรคู่นั้น จริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจาก ‘ซันซัน’ และ ‘(ตัว)แสบซิน’ ที่พวกเขารู้จักกันดี.. พวกเขาเลยสรุปกันเอาเองว่ามันคงจะเป็นแค่ข่าวลือเกินจริง ผมกับซินอาจจะร้าย แต่คงไม่ได้เลวอย่างที่เคยได้ยินมา ..ทุกอย่างก็เลยกลับสู่ปรกติสุขอย่างที่เห็น


แต่ไอ้พวกที่จ้องจะมาระรานหรือลองของก็มีบ้างเหมือนกันนะ ประปราย แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของพวกผมสักเท่าไหร่หรอก ..ก็แค่พวกแมลงหวี่แมลงวัน 


“เชอะ!” พอเมย์มันเห็นผม มันก็สะบัดหน้าพรืดอย่างคนแสนงอน ก่อนจะแหกปากร้องเพลงแทนการตอบคำถามตามปกติมนุษย์ซะงั้น ..ตามอารมณ์มันไม่ทันเลยทีเดียว 


“จบได้แล้ว หยุดได้แล้ว หมดไปแล้ว...” 


ถ้าร้องเพลงอย่างเดียวก็คงจะไม่ใช่เมย์บีแน่ๆ มันทั้งทำสีหน้าปวดไต..เอ่อ..ใจ อ้าปากกว้างเกินจริง ออกเสียงสำเนียงเว่อร์ๆ แถมยังทำไม้ทำมือ ขยับคอยึกยักๆ ประกอบด้วย ..เรียกว่าแอ็คติ้งนี่ไม่แพ้เจ้าของเพลงอย่าง หวาย kamikaze เลยทีเดียว


“พอได้แล้ว สอบเสร็จแล้ว อย่ารื้อฟื้น~” มันขมวดคิ้วพยักหน้าใส่ผมเหมือนกึ่งถามกึ่งขอร้อง ก่อนจะไล่มองไปทางสกายและซินเซียร์ที่นั่งหัวเราะอยู่อีกฟากของโต๊ะด้วย “...ขอฉันคิดเรื่องอื่นๆ ใช้ชีวิตแบบส่วนตัว...ได้ไหม?” 


..จ้ะ แม่ซุป’ตาร์ ฮ่ะๆๆ ผมล่ะฮาหน้ามันจริงๆ ให้ดิ้นตาย


“ก็ไม่ต้องรับรู้ ฉันรอลอก ลอกเธอแทบตาย...ก็ไม่ต้องรับรู้ ทำร้ายฉัน ร้ายแรงเท่าไหร่...ก็ไม่ต้องรับรู้ ทิ้งฉันแล้ว ฉันจะทำได้ไหม...รู้ไปก็เท่าน้าน อ๊ะ อ๊านนน~” ..มีลูกคอด้วยเว้ย ฮ่าๆๆๆ


แต่ที่ฮากว่าท่าทางและเสียงร้องของมันก็เห็นจะเป็นเนื้อหาในเพลงที่มันแปลงเองร้องเองนี่ล่ะ เข้ากะชีวิตมันสุดๆ


ไม่อยากจะเล่าเลยว่าตอนกำลังสอบอีเมย์แมร่งจ้องจะลอกผมลูกเดียว เพราะข้อสอบเป็นแบบช้อยส์ และมันก็นั่งห่างจากผมไม่เท่าไหร่ แถมยังได้ข้อสอบชุดเดียวกันอีก ประกายตามันวิบวับขึ้นมาทันทีเลยแหล่ะตอนที่รู้เรื่องนี้ ..แล้วถ้าแค่สองข้อสามข้อหรือห้าหกข้อผมจะไม่อะไรเลยนะ แต่อีนี่แม่งถามตั้งแต่ข้อแรกไล่เรื่อยมาจนถึงข้อยี่สิบกว่า หนักๆ เข้าผมชักรำคาญ บวกกับหมั่นไส้เพราะตอนก่อนขึ้นสอบบอกให้มันอ่านมันก็เอาแต่จิ้มบีบีจึ้กๆ ปากก็บอกว่าวิชานี้กระจอก หลับตากาก็ถูก ไม่ต้องอ่านหรอก ..แล้วเป็นไงล่ะ? กระจอกเทศตัวบ๊ะเลิ่มเลยใช่ไหมมึง?


พอถึงข้อหลังๆ ผมเลยทำเป็นไม่ได้ยินเสียงมัน รีบอ่าน รีบตอบ แล้วรีบหนีออกจากห้องสอบมานั่งรออยู่ข้างล่างอย่างที่เห็นนี่ล่ะ


“..แค่คะแนนที่หล่นหาย แค่วิชานึงผ่านไป...เมื่อต้องเข้าสอบ..ถึงทุกครั้งสู้จนหมดแรง..ยังไงคงจะมีบางทีมันก็เอฟฟฟ(F)...” อีเมย์ยังคงมุ่งมั่นระบายความในใจผ่านเสียงเพลงต่อไป ขณะที่ซินกับไอ้กายหัวร่องอหายกันไปแล้ว 


“ก็แค่น้ำตาที่มันไหล...แค่นอนพัก..ไม่นานมันก็สร้างใหม่...หยดที่เสียให้กับเธอไป..บอกเลยฉันก็แค่เสียใจ..แต่ไม่แคร์”


ปัง!.. ผมที่นั่งหัวเราะสะใจอยู่ถึงกับสะดุ้ง เมื่อจู่ๆ เมย์บีมันก็ตบโต๊ะเสียงดัง ทำสีหน้าจริงจัง ชี้หน้าผมอย่างมาดหมาย ก่อนเอ่ยเอื้อนท่อนสุดท้ายออกมา


“เมื่อจะไปไม่เป็นไร ไม่เป็นไรแต่จำไว้ ..รู้ไหมว่าเธอได้ทำ...พลาดไปแล้ววววววววว~” ปิดท้ายด้วยเสียงกะเทยโหยหวนที่เรียกเสียงโห่ฮาหัวเราะกลิ้งจากบรรดาญาติพี่น้องร่วมคณะที่นั่งติวนั่งเม้าส์อยู่โต๊ะรอบๆ ข้างได้เป็นอย่างดี


ฮ่าๆๆ อีนี่มันฮาจริงจัง ขนาดมันเครียดอยู่นะเนี่ย




“กูถามจริงเหอะ ช่วงนี้มึงแชตกับใครนักหนาวะ?” ในที่สุดผมก็ถามขึ้นอย่างอดรนทนไม่ไหว เมื่อลงมานั่งได้พักเดียวก็เห็นอีเมย์หยิบบีบีขึ้นมาจิ้มอีกแล้ว “เห็นว่างเป็นไม่ได้เลย ต้องหยิบบีบีขึ้นมากดตลอดๆ”


“เออ! หนังสือหนังหาก็ไม่รู้จักอ่าน ..ชักนิสัยเสียแล้วนะมึงเนี่ย” ไอ้กายเงยหน้าจากชี้ทมาร่วมสำทับอีกแรง “กูว่ามึงขายบีบี แล้วซื้อ อาม่า มาใช้ดีกว่ามั้ย? เผื่อพฤติกรรมจะดีขึ้น”


“กูก็อ่านเหอะ แต่วิชาเมื่อกี๊กูไม่คิดว่ามันจะยากขนาดนี้นี่หว่า ได้ยินว่าออกช้อยส์ด้วย กูเลยชิลล์..ไปนี้ดดด..นึง” ยิ่งแก้ตัวก็ยิ่งพูดเสียงอุบอิบเบาลงไปทุกทีตามประสาคนมีชนักปักหลัง


“รู้ไหมว่าเธอได้ทำ...พลาดไปแล้ววววววว~” ซินได้ทีเลียนเสียงโหยหวนของเมย์ขึ้นมาเรียกเสียงหัวเราะอีกรอบ และคนถูกล้อเลียนก็ทำค้อนประหลับ   ประเหลือกไม่พอใจ ..เลยยิ่งฮากันไปใหญ่


“แล้วตกลงมึงคุยกับใครแน่?” ผมถามอีกหลังจากหยุดหัวเราะได้แล้ว


“เดี๋ยวนี้มีอะไรไม่ค่อยเล่าให้พวกกูฟังเลยนะ งุบงิบอุบอิบอยู่คนเดียวเลย อีเม้ย” ซินเอาบ้าง


“มึงหัดมีความลับเหรอ อีอาจ?” ไอ้กายช่วยกันไซโคอีกแรง


เมย์บีที่ทนแรงกดดันและสายตาจับผิดไม่ค่อยไหวอยู่แล้วก็เลยแว้ดออกมาเสียงดัง “แล้วทีพวกมึงล่ะ เคยมีเวลาให้กูบ้างมั้ย? ..อีกาย? ..หือ อีแฝด? โดยเฉพาะมึงเลย อีซันซัน ตั้งแต่มีผัวเป็นตัวเป็นตะ..อุ๊บส์!!”


ผมพุ่งตัวเข้าไปอุดปากมันโดยอัตโนมัติ มันดิ้นอึกอักแบบคนขาดอากาศแต่ผมยังไม่ยอมปล่อย.. ก็เรื่องอะไรจะปล่อยให้มันพล่ามต่อล่ะ? เสียงก็ไม่ได้เบานะนี่ แถมที่นี่มันก็เป็นใต้ตึกคณะอีก ไอ้พวกที่นั่งอยู่รอบๆ ที่ทำเหมือนกำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสืออยู่นั่น ใครจะรู้ว่าความจริงแล้วพวกมันอาจจะกำลังตั้งใจเงี่ยหูฟังพวกผมคุยกันอยู่ก็ได้ ‘หน้าต่างมีหู ประตูมีลูกบิด’ น่ะเคยได้ยินกันไหม?(..เอ๊ะ? ไม่ใช่แบบนี้เหรอ? เออน่ะ! ก็คงประมาณนี้แหล่ะ)


และที่สำคัญเลย...มึงพูดอะร้ายยยยย~?! อีเชี่ยเมย์ มึงพูดอะไรได้แสลงรูหูกูมากครับ! ไม่อยากมีปากไว้กินแทะกระดูกไก่แล้วใช่ไหม? เดี๋ยวปั๊ด! หึยยยย..


“เฮ้ยๆ มึง.. ผ่อนแรงบ้างก็ได้ อีอาจมันจะตายแล้วนั่น” ไอ้กายร้องเตือนขณะพยายามแกะมือผมออกจากปากอีเมย์ ..คงห่วงว่าผมจะทำฆาตกรรมเพื่อนในวัยเด็กของมันด้วยฝ่ามือล่ะมั้ง


“อื้อๆๆๆๆ” อีเมย์ส่งเสียงอื้ออึง เริ่มดิ้นปั้ดๆ หน้าตาแดงก่ำ ..เอ่อ สงสัยว่าผมจะจริงจังเกินไปนะเนี่ย ท่าทางมันเหมือนคนใกล้จะตายแล้วจริงๆ ว่ะ


สุดท้ายผมก็เลยต้องยอมปล่อยมันไปด้วยความจำใจ แต่ก็ยังไม่วายคาดโทษมันไว้ “มึงพูดดีๆ นะ อีเมย์ พูดดีๆ ..แล้วอย่าหาว่ากูไม่เตือน”


“ฮึ!” คนถูกขู่ค้อนควับใส่ผม แล้วหันไปไอค่อกแค่กอีกทาง


ท่าทางน่าสงสารอยู่เหมือนกัน...แต่ก็แค่นิดเดียวเองแหล่ะ


“สรุปคือตอนนี้มึงเป็นกะเทยขาดความอบอุ่น..เหรอ อีเม้ย?” ซินพยายามจะประมวลผลจากข้อมูลที่ได้มา


“พวกกูขอโทษแล้วกันที่ลืมใส่ใจมึง” ไอ้กายพูดด้วยสีหน้าจริงจัง 


“ถ้ามีปัญหาอะไรมึงมาปรึกษากูได้เสมอนะ” ผมพูดบ้าง แม้จะยังไม่ค่อยสบอารมณ์จากสิ่งที่เพิ่งได้ยินไป แต่ที่ผมพูดไปก็ออกมาจากใจจริงๆ   


“มึงเป็นเพื่อนกู” ซินพูดตบท้ายหนักแน่น


“พวกมึง..” เมย์บีลุกขึ้นยืน ทำหน้าซาบซึ้งสุดประมาณ มันยกปรายนิ้วกรีดกายปาดน้ำตาที่ปริ่มอยู่ตรงหัวตาออก อ้าปากจะพูดอะไรบางอย่างก็พอดีกับเสียงเตือนของ BBM ดังขึ้น มันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทันที ก่อนจะรีบนั่งลงตามเดิมแล้วก้มหน้าก้มตาพิมพ์ตอบกลับไป


“....??....” ทิ้งพวกผมสามคนเอ๋อแดก ได้แต่มองหน้ากันไปมาตาปริบๆ


เฮ้ย! พวกกูอุตส่าห์ทำซึ้ง แต่มึงแค่ข้อความเข้าก็ลืมพวกกูเลยเรอะ? น่าหมั่นไส้เกินไปแล้ว!


ผั้วะ! ผั้วะ! ผั้วะ! เสียงกะโหลกกะเทยโดนตบสามครั้งรวดจากสามฝ่ามือดังขึ้นไล่ๆ กัน ตามมาด้วยเสียงโหยหวนชวนให้ซ้ำอีกสักสองทีแบบเน้นๆ ของเจ้าของกะโหลก


“โอ๊ยยยยยยย~ ..พวกมึงตีกูทำไม? อีพวกบ้า สันดานหมา รังแกแม้แต่กะเทยตัวเล็กๆ ที่ไม่มีทางสู้! อีหูหมี!!” ด่าเป็นชุดทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า


“แมร่งคุยกับใครวะ? เอามาดูดิ๊?” ไอ้กายไม่พูดพร่ำทำเพลง มันเข้าไปแย่งบีบีจากมือเจ้าของทันที


“เฮ้ยยยย เอาคืนมานะ!” อีเมย์พยายามจะยื้อคืน แต่สกายก็รีบส่งต่อให้ซิน และซินก็ส่งต่อมาให้ผม แล้วผมก็ส่งต่อกลับไปให้ไอ้กายอีกที ตอนนี้มันเลยกลายเป็นเกมกะเทยชิงบีบีไป(..เมย์มันเตี้ยที่สุดในกลุ่มเราแล้ว เวลาเล่นกันแบบนี้ก็สนุกพวกผมล่ะ ฮ่ะๆๆ)


แต่ก่อนส่งไปให้ไอ้กายผมทันได้อ่านนะว่าอีเมย์บีมันขึ้นสเตตัสว่า.. ‘อย่ายอมเสียตูด เพื่อพิสูจน์รักแท้!!’ ..น่ะ


“ล้างตีนต้องใช้สบู่ ล้างคนเจ้าชู้ต้องใช้ส้นตีน! ...ใครวะ? รุนแรงอ่ะ” ไอ้กายอ่านสเตตัสของคู่สนทนาของอีเมย์พลางทำหน้าแหย


“เอามานี่!” ก่อนจะวนไปถึงซินอีกรอบ เมย์บีก็เข้ามาแย่งกลับคืนไปจนได้


“แต่ดิสเพลย์น่ารักดี เพื่อนสาวมึงเหรอ?” ซินถาม


“ก็นังชะนีสวยเพื่อนเก่ามึงไง จำไม่ได้เหรอ อีซิน?”


ซินทำหน้านึกก่อนจะหันมามองหน้าผม แล้วหันไปทางอีเมย์อีกที “ชิฮัว?”


“เออ!” อีเมย์กระแทกเสียงตอบก่อนจะก้มหน้าจิ้มบีบีตอบอีกฝ่ายไปอีก ปากก็บ่นพึมพำ “อะไรของพวกมึงเนี่ย เพื่อตัวเองแท้ๆ ยังจำไม่ได้ สมองอ่ะ”


ชิฮัวเองหรอกเหรอ? เหอๆ ผมไม่แปลกใจเลยเมื่อรู้ว่าใครคือเจ้าของ สเตตัสโหดสัสนั่น..


“เพราะกูมองผ่านๆ หรอก” ซินแก้ตัวพลางแอบจิกกัดศัตรูเก่าไปด้วย “แถมในรูปก็เหมือนจะดูดีกว่าตัวจริงอีก..”


“แล้วพวกมึงคุยอะไรกันนักหนา?” ไอ้กายถาม


“ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่?” ผมถามด้วย


“ก็ตั้งแต่คืนที่เกิดเรื่องนั่นแหล่ะ” อีเมย์ปากตอบพวกเราไป มือก็กดตอบ  ชิฮัวไป ..ช่างแยกประสาทได้ดีจริงๆ 


“ที่คุยนี่ก็เพราะมันชอบบีบีมาปรึกษากูเรื่องนี่นั่นอยู่เรื่อย โดยเฉพาะเรื่องผู้ชาย ดูเหมือนมันยังนอยด์เรื่องแฟนเก่ามันไม่หาย พอมีคนนู้นคนนี้เข้ามาจีบ มันก็ดันยึดกูเป็นสิราณีประจำตัวซะงั้น”


“ยัยนั่นไม่รู้รึไงว่าตัวมึงเองก็ยังเอาตัวไม่รอดเลย?” ซินว่าเหยียดๆ


“ยังหาเป็นของตัวเองไม่ได้เลยซ้ากกกคน” ไอ้กายส่ายหน้าแล้วยักไหล่


“ช่ายยยยย” ผมพยักหน้าเห็นด้วย


“เพราะกูเลือกเหอะ!” เมย์เงยหน้าขึ้นมาเถียง “เห็นแบบนี้ก็กูเลือกเหอะ! ถึงจะอยากมีผัว แต่กูก็รู้จักรักนวลสงวนตัวยิ่งกว่าแม่หญิงเรไรอีกนะเว้ย!”


“โอโฮะ..” ผมหลุดปากออกมาแกนๆ


“ถ้าไม่เจอคนที่ใช่ กูยอมอยู่ยงคงกระพันสองหมื่นปีอย่างที่พวกมึงเคยพูดไว้เลย” อีเมย์พูดอย่างแน่วแน่


ได้ยินไอ้กายพึมพำว่า ‘กูจะรอดู’



“จะกลับรึยัง ซันนี่?” เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังขึ้นเรียกร้องความสนใจให้ผมหันไปมองยังที่มา


แต่ไม่ทันได้พูดตอบโต้อะไร สำเนียงดัดจริตของอีเมย์ก็แหลนแทรกขึ้นมาก่อน “พี่ฌานจะกลับแล้วเหรอฮะ?” 


ทั้งน้ำเสียงและหน้าตาระริกระรี้ได้อีกมึง ท่าทางมึงนี่ไม่เหมือนคนที่จะยอมอยู่โยงสองหมื่นปีอย่างที่บอกเมื่อกี๊เลยนะ อีเมย์บี้!


“ครับ” แบรี่ตอบพลางแจกยิ้มเป็นมิตรประจำตัว แค่นั้นก็ทำเอาอีเมย์ถึงกลับเคลิ้มจนเข้าโหมดฝันกลางวันไปเรียบร้อยแล้ว


ผมเก็บข้าวเก็บของ ลุกเดินไปยืนข้างแบรี่ แล้วหันมาล่ำลาอีกสามตัวที่ยังต้องสอบต่อ ขณะที่ผมสอบหมดแล้ว(สำหรับวันนี้) “กูไปแล้วนะ พรุ่งนี้เจอกัน”


“เออ แล้วเจอกัน” ไอ้กายว่า


“แล้วเจอกันอีกนะฮะ พี่ฌาน~” อีเมย์พูดเพ้อๆ


“ฝันถึงพี่บ้างนะ ฮันนี่~” ซินพูดพลางยิ้มกว้าง


ผมยิ้มรับขันๆ ก่อนจะเดินจากมา..


ผมไปค้างคอนโดแบรี่มาหลายวันแล้วล่ะ เพราะมันสะดวกเวลาติวหนังสือ ถ้ามาติวกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่คณะผมก็จะมากับแบรี่ หรือถ้าขี้เกียจก็ให้แบรี่ติวให้ที่ห้องเลย เพราะยังไงเราก็เรียนเสคเดียวกันอยู่แล้ว ข้อสอบแบบที่ผมต้องทำ  แบรี่ก็ผ่านมาหมดแล้วทั้งนั้น สงสัยอะไรก็ถามได้หมด และแบรี่ก็ตอบได้หมดเช่นเดียวกัน ..ผมล่ะคิดว่าตัวเองโชคดีชะมัด


ขณะที่ซินกับสกายก็ค้างด้วยกันตลอด ที่คอนโดผมบ้าง ที่หอไอ้กายบ้างสลับไปมาแบบนี้เป็นวีคแล้ว ..ก็เรียนเสคเดียวกัน สอบห้องเดียวกัน แถมยังเป็นแฟนกันอีก เรียกว่าพวกมันอยู่ด้วยกันแทบ 24 ชั่วโมงเลยล่ะช่วงนี้


แต่ก็นะ...ช่วงข้าวใหม่ปลามันก็เงี้ย ฮ่ะๆ


ส่วนเมย์บี.. ไม่ใช่ว่าไม่มีใครสนใจมันหรอกนะ แล้วมันก็ไม่ได้อยู่คนเดียวเป็นหมาหัวเน่าด้วย รูมเมทมันก็มี(สปีชี่ย์เดียวกับมันแหล่ะ) เพื่อนสาวมันก็มี(ยั้วเยี้ยเหอะ) ไหนจะเพื่อนร่วมเสคมันอีก(..จริงๆ แล้วมันมีเพื่อนเยอะกว่าเพื่อนพวกผมสามคนรวมกันด้วยซ้ำ) ผมรู้ว่ามันก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรนักหรอกที่ช่วงนี้ห่างๆ จากพวกผมไปบ้างน่ะ คงแค่บ่นไปเรื่อยตามประสามันแหล่ะ



“วันนี้พี่ว่าจะไปฟิสเนต.. จะไปกับพี่รึเปล่า?” แบรี่หันมาถามหลังจากที่เราขับรถออกนอกมหาลัยมาแล้ว


“อือ ไปดิ” ผมพยักหน้าตอบ ไปออกกำลังกายบ้างก็ดี ช่วงนี้ยิ่งมีเรื่องบ่อยๆ อยู่ เดี๋ยวร่างกายจะฝืดหมด “..ที่ไหนอ่ะ?”


“แถวๆ คอนโดพี่แหล่ะ เป็นฟิสเนตของคนรู้จักน่ะ” แบรี่ตอบ “ไม่รู้ว่าซันนี่จำได้มั้ยนะ? แต่พี่เค้าเคยเป็นกัปตันทีมรักบี้ของโรงเรียนเก่าเราน่ะ แก่กว่าพี่ปีนึง..”


กัปตันทีมรักบี้? ถ้าแก่กว่าแบรี่ปีนึง...ก็ต้องแก่กว่าผมสองปีสินะ?


อืม....นึกไม่ออกเลยแฮะ


“ชื่อ พี่คิริน น่ะ”


พี่คิริน...?


 



“ตกลงพี่ซอลเค้าไม่กลับแล้วเหรอ?” แบรี่เอ่ยถามผมในขณะที่เรากำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของฟิตเนส


“อือ บางทีอาจจะอยู่ยาวถึงคริสต์มาสเลยก็ได้..”  ผมตอบเซ็งๆ เมื่อนึกว่าอาจจะได้อาศัยร่วมบ้านกับซอลลี่ตั้งเกือบสองเดือน ..มันเป็นโชคดีของซอลลี่ที่งานของชาเนลมีอันต้องเลื่อนออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด หมอนั่นก็เลยได้มีเวลาอยู่กับหวานใจอย่างไอ้ยูริอีกหลายวัน


แต่มันเป็นโชคร้ายของผมกับซิน..


“แล้วอาริต้าไม่ว่าอะไรเหรอ?”


งงไหมที่แบรี่เรียกแม่ของผมว่า ‘อา’ ขณะที่ผมก็เรียกแม่ของแบรี่ว่า ‘อา’ เหมือนกัน? ..เรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่ต้องไปคิดให้ปวดหัวก็ได้ ก็แค่มาดามผู้สูงวัยไม่ยอมรับในความเป็นจริงเท่านั้นเอง ..เดือดร้อนลูกหลานต้องมานั่งเรียงลำดับญาติกันใหม่ตามความพึงใจของเจ้าตัวน่ะ


“ถึงงานนี้เลื่อน แต่คิวงานอื่นๆ ก็น่าจะมีอีกยาวเป็นหางว่าวเลยไม่ใช่เหรอ?” แบรี่ตั้งข้อสังเกตอีก


“ไม่มีหรอก..” ผมยักไหล่ “ดูเหมือนเจ้าตัวจะวางแผนหยุดยาวไว้ตั้งแต่แรกแล้วน่ะ พองานสุดท้ายถูกเลื่อนออกไปก็สบายแฮเลยทีนี้”


“อ้อ..” แบรี่พยักหน้ารับรู้ หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นพาดบ่า ก่อนจะเดินนำผมออกจากห้องแต่งตัว “เอ้อ..จริงสิ พักนี้พี่ไม่ค่อยเห็นแฟนเราเลย ..หายไปไหนเหรอ?”


!.. คำถามใหม่ของแบรี่ทำเอาผมเผลอชะงักเท้าโดยอัตโนมัติ ยืนทำหน้า ปูเลี่ยน ก่อนเปลี่ยนเป็นยิ้มแหยเมื่อแบรี่หันกลับมาเลิกคิ้วมอง


คือ.. จะว่ายังไงดีล่ะ? ถึงผมจะยอมรับกับคนในครอบครัวและเพื่อนสนิทว่าเอี้ยฟ้าเป็นอะไรกับผม และต่อให้แม่หรือซอลลี่จะชอบเรียกแทนเอี้ยฟ้าว่า ‘แฟนของผม’ อยู่บ่อยๆ เวลาที่เราคุยกัน ผมก็ไม่เคยรู้สึกตะขิดตะขวงใจอะไรนะ


แต่พอคนที่เรียกแบบนั้นเป็นแบรี่...ไม่รู้ทำไมฟังแล้วมันถึงได้ชวนให้จั๊กจี้รูหูยังไงชอบกล กึ๋ยยย..   


“..ก็ปกติเห็นเดินตามกันตลอด” แบรี่พูดต่อ พลางหัวเราะลงคอเบาๆ “เหมือนอะไรนะ? ‘แม่เป็ดกับลูกเป็ด’..ใช่มั้ย? ที่เค้าเรียกกัน?”


อ่ะนะ เดี๋ยวนี้ใครๆ เขาก็พากันเรียกคู่ผมอย่างนี้ทั้งนั้นแหล่ะ กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับใหม่ประจำมหาลัยไปซะแล้ว..


“เห็นบอกว่ายุ่งๆ น่ะ” ผมตอบแล้วเดินแซงหน้าแบรี่ไป


“อืม ช่วงชอบนี่นะ” แบรี่พยักหน้าเข้าใจพลางเดินตามหลังมา “เรียนคณะเภสัชใช่มั้ย? คงจะต้องอ่านหนังสือโหดกันพอควร..”


ผมไม่คิดว่าข้อสันนิษฐานนั่นจะถูกต้องนักหรอก.. เอี้ยฟ้ากับตำราเรียนเนี่ยนะ? ..นึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ ถึงหัวหงอกๆ ของมันจะดูคงแก่เรียนดีก็เหอะ แต่ลักษณะท่าทางรวมทั้งหน้าตาของมันเนี่ย ..ไม่เหมือนเลยจริงๆ


ที่สำคัญคือมีวันนึงก่อนหน้านี้ที่ผมบังเอิญเจอกับไอ้แว่นและไอ้หน้าตี๋เพื่อนของมัน(ผมลืมชื่อพวกมันไปอีกแล้ว) แล้วไอ้พวกนั้นก็ดันมาถามผมว่าช่วงนี้เอี้ยฟ้าหายไปไหน? ไม่เห็นมาติวด้วยกันเลย พวกมันนึกว่าไอ้นั่นมัวมาขลุกอยู่กับผมจนไม่ยอมไปอ่านหนังสือสอบ


แต่ขอโทษเหอะ! ผมเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน?


แต่พอตอนมันโทรมา และผมถามว่าช่วงนี้มันทำอะไรอยู่? มันก็หลีกเลี่ยงที่จะตอบตรงๆ บอกแค่ว่ายุ่งๆ และคิดถึง(กลิ่น)ของผมมาก อยากเจอ(..แต่ก็ไม่เห็นโผล่มาเจอสักที) ผมก็เลยไม่อยากจะเซ้าซี้อะไรมาก ไม่อยากบอกก็อย่าบอกเหอะ เดี๋ยวจะหาว่าผมจุกจิกจู้จี้ขี้ระแวงเป็นพวกผู้หญิงไปได้..


แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผมไม่อยากรู้หรอกนะ ..ก็รออยู่ รอว่าเมื่อไหร่มันจะเล่า?


แต่ก็ไม่รู้หรอกว่าสุดท้ายแล้วมันจะยอมเล่าหรือเปล่า? ..เอาเป็นว่าตอนนี้ก็ทำได้แค่รออย่างเดียวเลย


แต่..!! (นี่ผมใช้คำว่า ‘แต่’ มากี่ย่อหน้าแล้วนะ?) อย่าให้รู้เชียวนะว่ามันเป็นลูกเป็ดหลงแม่! ถ้ารู้ว่ามันแอบไปเดินตามแม่เป็ดตัวอื่นล่ะก็..หล่อแน่ๆ (ไม่ขอใช้คำว่า ‘สวย’ นะ เพราะมันไม่สวย ฮ่ะๆๆ)


“อ๊ะ! ขอโทษครับ..” ด้วยความที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พอถึงตรงหัวมุมทางเดิน ก็เลยบังเอิญไปชนกับใครบางคนเข้าอย่างจัง โชคยังดีที่มีแบรี่เดินตามหลังมาติดๆ เขาก็เลยช่วยรับผมไว้ทันก่อนจะหงายหลังล้มไม่เป็นท่า


“ไม่เป็นไรนะ” แบรี่ถามเบาๆ ผมส่ายหัวตอบขณะพยุงตัวขึ้นยืนตามเดิม


“ขอโทษนะ ทางนี้เองก็ไม่ทันระวัง” เสียงแหบๆ ทุ้มๆ ที่ฟังคุ้นหูตงิดๆ ทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมอง


“เฮ้ย!!” แล้วก็ต้องเบิกตาโตเมื่อเห็นว่ามันเป็นใคร


“เสียมารยาทน่ะ ซันนี่” แบรี่จับมือข้างที่ชี้หน้าไอ้ตัวล่ำนั่นของผมลง ปรายสายตามองมาแบบตำหนิๆ ก่อนจะหันกลับไปมองอีกฝ่ายแล้วยิ้มให้อย่างเป็นมิตร “สวัสดีครับ พี่คิ ..วันนี้ผมพาน้องชายมาด้วยน่ะ”


แบรี่ทักทายไอ้หมอนั่นที่กำลังมองมาทางผมพลางอมยิ้มน้อยๆ 


“พี่จำได้..น้องฉาย...ฝาแฝดของน้องกานต์...คนดังประจำโรงเรียนเรา” หมอนั่นหัวเราะเบาๆ หลังพูดจบ แบรี่ก็พลอยหัวเราะไปด้วย


แต่ผมนี่ยืนหน้าหงิกแล้ว ไม่รู้ไอ้เอี้ยคิที่ผมเจอมันที่ผับวันเกิดเรื่องนี่มันโผล่มาได้ไง? รู้จักแบรี่ได้ไง? แล้ววันนี้มันจะมาไม้ไหน?
ที่สำคัญคือ... ผมพยายามชะเง้อชะแง้มองข้ามไหล่มันไปเพื่อหาใครบางคน...ใครบางคนที่ผมนึกอยากจะฆ่ามันให้ตายคามือทุกครั้งที่นึกขึ้นได้


“มองหาใครเหรอ?” ไอ้ล่ำถามยิ้มๆ


ผมรู้ว่ามันรู้ว่าผมมองหาใคร แต่มันทำไก๋แอ๊บไม่รู้เรื่อง ผมก็เลยถลึงตาใส่(อยากจะชูนิ้วกลางใส่หน้าอยู่หรอก แต่เกรงใจแบรี่) มันก็ดันหัวเราะซะงั้น ไม่รู้มีอะไรน่าขำนักหนา รู้สึกคันตีนยิบๆ ขึ้นมาเลยผม


“ซันนี่รู้จักพี่คิแล้วสินะ” แบรี่พูดขึ้นหลังจากยืนสังเกตปฏิกิริยาของผม


“ไม่รู้จัก!” ผมตอบเสียงแข็ง


คราวนี้แบรี่ทำหน้างง เสียงร้อง ‘อ้าว’ เบาๆ “ก็ พี่คิริน ไง เจ้าของที่นี่ อดีตกัปตันทีมรักบี้ของโรงเรียนเรา..ที่พี่เคยบอกไง”


“เรอะ?” ผมรับคำสั้นๆ ไม่ค่อยสบอารมณ์กับเหตุการณ์โลกกลมและแคบเกินความจำเป็นครั้งนี้นัก


“ท่าทางน้องนายจะอารมณ์ไม่ค่อยดีนะ ฌาน” ไอ้บ้านั่นทำท่าทางสบายๆ


“เมื่อกี๊ยังดีๆ อยู่เลย” แบรี่หันมามองผมและพูดขึ้นเบาๆ อย่างไม่เข้าใจ


ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน... ไม่เข้าใจว่าไอ้คิตัวล่ำนี่มันเกี่ยวข้องอะไรยังไงกับไอ้ระยำไท่หลัน คืนนั้นมันมาด้วยกันได้ยังไง? แล้ววันนี้มันหายหัวไปไหน? ทำไมไม่มาด้วยกัน? ผมจะได้จัดการแม่งซะเลย ฮึ่ม!


“แล้วนี่พี่จะกลับแล้วเหรอครับ?” แบรี่เลิกสนใจผม แล้วกลับไปสนใจคุยกับไอ้บ้านั่นแทน


“ใช่ พอดีพี่เลิกคลาสสอนแล้วน่ะ เลยว่าจะกลับ” หมอนั่นตอบแบรี่ แต่ปรายตามองมาทางผมเล็กน้อย “งั้นพี่ว่าพี่กลับเลยดีกว่า ขอตัวนะ ออกกำลังกายกันให้สนุกล่ะ อย่าหักโหม..”


“เดินทางปลอดภัยครับ”


“หมอนั่นเป็นเทรนเนอร์ด้วยเหรอ?” ผมถามแบรี่หลังจากที่แยกกับหมอนั่นแล้ว


“อืม..” ถึงว่าสิ หุ่นอย่างกับกัปตันอเมริกา..



(ต่อ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2012 17:15:32 โดย White Raven »

ออฟไลน์ White Raven

  • I'm beautiful in my way.~
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +779/-3
    • Fanpage
(ต่อ)


!!.. ผมเล่นเครื่องนั่นเครื่องนี่ไปได้พักใหญ่ก็เริ่มรู้สึกเหนื่อย เลยออกมาพัก เข้าห้องน้ำ และล้างหน้าล้างตาสักหน่อยพอให้สดชื่น ขากลับก็เห็นไอ้พี่คิยืนกอดอกตัวล่ำบึ้กคล้ายกำลังรอใครอยู่ตรงทางเดิน 


“พี่รอเราอยู่” พอเห็นผมออกมามันก็เดินเข้ามาหา พูดด้วยท่าทางเป็นมิตร “..มีเรื่องจะคุยด้วยหน่อยน่ะ”


“..........” ผมยังไม่ทันตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงแต่เงียบและประเมินอีกฝ่ายพร้อมทั้งสถานการณ์โดยรวมอยู่


“ข้างล่างมีคอฟฟี่ช็อปอยู่...” ไอ้นั่นชี้นิ้วโป้งไปทางด้านหลังมันซึ่งเป็นทางออก


ผมเสียเวลาคิดนิดหน่อย ก่อนพยักพเยิดไปทางที่มันชี้ “..นำไปดิ”


ผมเองก็มีเรื่องอยากจะคุยกับมันอยู่เหมือนกัน..




 

“..........” ผมสั่งเอสเพรสโซเย็นมานั่งดูดจนแทบไม่มีอะไรเหลือ หมุนหลอดเล่นก็แล้ว เขี่ยน้ำแข็งเล่นก็แล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววว่าไอ้พี่คิตัวล่ำ อดีตกัปตันอเมริกา เอ้ย กัปตันทีมรักบี้ของโรงเรียนเก่ามันจะยอมเปิดปากพูดอะไรสักคำ เห็นเอาแต่นั่งมองนั่นมองนี่(บางทีก็มองมาทางผม)พลางจิบชาเขียวใส่นมอย่างสบายอารมณ์ ไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อนหรือเร่งรีบอะไร  ..จนผมเริ่มจะหงุดหงิด


“ไหนว่ามีเรื่องอะไรจะพูด?” ในที่สุดผมก็อดรนทนไม่ไหว ต้องเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน


ไอ้บ้านั่นหันกลับมามองผมที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม มันทำหน้าเหมือนจะหัวเราะออกมา แต่พอเห็นหน้าหงิกๆ ของผมมันก็เปลี่ยนเป็นกระแอมไอคล้ายพยายามกลั้นขำแทน ..ยิ่งดูก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ ฮึ่ม!


“พี่นึกว่าเราจะไม่ยอมพูดซะแล้ว” ไอ้นั่นว่ายิ้มๆ


อ๋อ.. นี่มันกำลังรอให้ผมพูดก่อนอยู่งั้นเหรอ? ว่างมากหรือไง? ไม่มีอะไรทำเหรอวะ? ให้ตายเหอะ ทำไมผมต้องมาเสียเวลากับไอ้บ้านี่ด้วย?


“มีอะไรจะพูดก็รีบพูดมา” ผมพูดด้วยน้ำเสียงแสดงความหงุดหงิดชัดเจน


หมอนั่นเลิกคิ้วมองหน้าผมนิ่งๆ แป๊บนึง ก่อนว่า “เรา..นิสัยเด็กกว่าที่พี่คิดไว้เยอะเลยนะ”


“ห๊ะ?!” ผมหลุดปากออกไปอย่างไม่เข้าใจ


“ไม่ชอบหน้าคนคนนึง..ก็เลยพาลไม่ชอบคนรู้จักของเค้าไปด้วย” ไอ้เอี้ยนั่นเว้นวรรคเพื่อยกชาเขียวขึ้นมาจิบ ก่อนพูดต่อด้วยท่าทางสบายๆ “เนี่ย...เด็กมั้ยล่ะ?”


“..........” หลังจากเสียเวลาประมวลผลไปเล็กน้อยผมก็พอจะเข้าใจว่ามันกำลังพูดถึงอะไร


“แถมยังทำอะไรไม่รู้จักยั้งคิดอีก”


“มันจะมากไปแล้วนะ!” ผมข่มเสียงต่ำพูดรอดไรฟันอย่างพยายามข่มอารมณ์โกรธ ..ไอ้เอี้ยนี่มันเป็นใคร? มีสิทธิ์อะไรมาว่าผมฉอดๆ แบบนี้? รู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรือก็เปล่า แถมยังเป็นคนรู้จักกับไอ้ระยำไท่หลันอีก แล้วมันยังมีหน้ามา... ฮึ่ย! ทำไมผมต้องมาเสียเวลานั่งคุยกับมันด้วยวะเนี่ย? ชักโมโหแล้วนะ!


“ถามจริงๆ เหอะ” ไอ้เอี้ยนั่นไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับสายตาอาฆาตจ้องจะกินเลือดกินเนื้อจากผม มันยังคงพูดต่อด้วยท่าทางชิลล์ๆ “เคยคิดบ้างมั้ย..ถ้าเกิดคืนนั้นพี่กระโดดเข้าไปผลักไท่หลันหลบไม่ทัน...มันจะเกิดอะไรขึ้น?”


ผมย้อนนึกไปถึงวันที่ผมตั้งใจถอยรถเฟอร์รารี่ของเอี้ยฟ้าไปชนไอ้บ้านั่น แต่ไอ้เวรพี่คิคนนี้ดันเสือกกระโดดมาผลักมันหลบไปได้อย่างหวุดหวิดเป็นที่น่าเสียดาย


“ถ้าโชคดีหน่อยก็คงตาย.. แต่ถ้าโชคร้ายก็คงพิการ” ผมตอบอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นชิงชังเมื่อนึกถึงอดีตที่เคยมีร่วมกันกับผู้ชายคนนั้น “..ซึ่งก็สาสมกับสิ่งเลวระยำที่มันเคยทำเอาไว้”


“พี่ก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าเรากับไท่หลันเคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกันมาก่อน.. แต่ถึงขนาดคิดจะเอาชีวิตกันเนี่ย.. มันไม่ทำเกินกว่าเหตุไปหน่อยเหรอ?”


“ถ้าไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องเสือกออกความคิดเห็น!” ผมตอกกลับชนิดที่ทำให้หมอนั่นต้องหน้าชา นั่งนิ่งหน้านิ่วคิ้วขมวด ..แต่พอสำนึกได้ว่าตัวเองชักจะพาลเกินไป ไร้เหตุผลกับคนที่ไม่เกี่ยวข้อง(ถ้าสิ่งที่มันพูดมาเป็นเรื่องจริง) แถมเขายังอายุมากกว่าผมอีก ผมเลยปรับระดับเสียงและสีหน้าให้อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย


“ไอ้เลวนั่นมันสมควรตาย..”


“ไม่มีใครสมควรตายหรอก” ไอ้พี่คิพูดเสียงเรียบ “..แม้แต่คนที่เลวร้ายที่สุด..ก็ต้องมีใครซักคนที่รัก..และปรารถนาที่จะให้เค้ามีชีวิตอยู่”


“..........”


“เราไม่ควรจะไปตัดสินใครแบบนั้น.. มันโหดร้ายเกินไป”


“..........” โหดร้ายงั้นเหรอ?


ใช่สิ มันโหดร้าย... สิ่งที่พวกเราฝาแฝดต้องเจอต่างหากที่มันโหดร้าย! คนที่ไม่ได้เจอกับตัวจะไปเข้าใจอะไร! แค่คำพูดน่ะ จะพูดให้ฟังสวยหรูยังไงก็ย่อมได้อยู่แล้ว! ไม่มีใครเข้าใจหรอก! ไม่มีใครเลย! ทั้งความเจ็บปวดของพวกเรา! ทั้งความหวาดกลัวของพวกเรา! ทั้งฝันร้ายของพวกเรา! ไม่มี! ไม่มีใครสักคนที่เข้าใจ!!


ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา... แม้จะพยายามลบภาพความทรงจำอันเลวร้ายนั่นออกไป แต่ก็ไม่เคยมีสักวินาทีที่จะทำได้สำเร็จ ...ภาพของซินที่พยายามดิ้นรนและกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ภาพของซินที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาแห่งความเจ็บปวดและเสียใจ ดวงตาสีน้ำตาลใสที่มองมาอย่างขอร้องวิงวอน..


แต่ผมกลับไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย!


มันเจ็บปวด..ที่ทำได้เพียงแค่ยืนมองความเจ็บปวดของคนที่ผมรักมากที่สุดในชีวิต ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนจะตายเสียให้ได้ อยากจะวิ่งหนีไปให้พ้น เฝ้าย้ำกับตัวเองว่าผมทนมองมันต่อไปไม่ไหวแล้ว แต่ผมกลับไม่สามารถละสายตาไปจากความโหดร้ายที่กำลังเกิดขึ้นได้


ผมกลัว...กลัวว่าหากผมพลาดไปเพียงเสี้ยววินาที ซินอาจจะหนีผมไปยังที่ที่ผมไม่สามารถตามมันไปได้


ผมยืนมองจนกระทั่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นค่อยๆ จบลง...


“ถ้าเกิดวันนั้น..” เสียงทุ้มที่ดังแทรกขึ้นมาในห้วงแห่งความทรงจำทำให้ผมกลับมามีสติอยู่กับปัจจุบันอีกครั้ง และเลิกคิ้วมองคนตรงข้ามเป็นเชิงถาม หมอนั่นก็เลยพูดต่อ “ถ้าวันนั้นสิ่งที่เราต้องการมันเป็นจริง...ไม่ว่าไท่หลันจะตาย.. หรือพิการ...อย่างที่เราหวัง แล้ว...มันจะเป็นยังไงต่อเหรอ?”


“...........” เป็นยังไงต่องั้นเหรอ..?


นั่นสินะ.. 


“ถึงจะเป็นประเทศสารขัณฑ์ แต่บ้านเมืองนี้ยังมีขื่อมีแปรอยู่นะ คงไม่คิดใช่มั้ยว่าฆ่าคนตายซักคนแล้วเราจะหนีพ้นไปได้ตลอดน่ะ? ..แล้วถ้าเกิดเราถูกจับไป..คนข้างหลังจะเป็นยังไงล่ะ? พ่อแม่? ครอบครัว? ฌาน? ..หรือแม้แต่กานต์? ..คนพวกนั้นจะอยู่กันยังไงเหรอ? ..เราเคยคิดถึงเรื่องนี้บ้างมั้ย ฉาย?”


“...........” ไม่.. ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้น...


แต่หมอนี่...คนที่ไม่ได้รู้จักมักจี่หรือคุ้นเคยกันมาก่อน...กลับคิดถึงขนาดนั้น? ..เพราะอะไร?


“นาย..เอ่อ....เกี่ยวข้องยังไงกับหมอนั่น”


“ก็เป็นเพื่อนรุ่นน้องในกลุ่มน่ะ รู้จักกันเพราะชอบเล่นกีฬาเหมือนกัน กับฌานก็ด้วย.. แต่พอหมอนั่นย้ายกลับไปอยู่กับพ่อที่ไต้หวันก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย เพิ่งบังเอิญไปเจอกันอีกครั้งก็ที่งานแต่งงานของรุ่นพี่ที่เคยเป็นนักกีฬาด้วยกัน เมื่อราวๆ สองเดือนก่อนนี่เอง ..ตอนนั้นถึงได้รู้ว่าหมอนั่นจะกลับมาไทยแค่บางซัมเมอร์เท่านั้น แต่ช่วงนี้เห็นว่าเริ่มเข้าไปช่วยงานที่บริษัทของพ่อบ้างแล้ว ก็เลยต้องมีการเดินทางไปๆ มาๆ บ่อยขึ้น เพราะต้องติดต่อกับลูกค้าน่ะ” ไอ้พี่คิยกชาเขียวขึ้นจิบเล็กน้อยหลังจากเล่าเสียยืดยาวเกินความจำเป็น “..ช่วงหลังๆ เวลาที่หมอนั่นมา เราก็เลยมีการนัดพบปะสังสรรค์กันบ้างน่ะ”


ที่หายไป.. เพราะย้ายไปอยู่ไต้หวันหรอกเหรอ?


“แล้วตอนนี้หมอนั่น..”


“ฮื่อ กลับไปแล้วล่ะ”


“...........”


“พี่ไม่รู้นะ..ว่าไท่หลันเคยไปทำอะไรให้เรารู้สึกโกรธเกลียดได้ขนาดนี้” พี่คิเริ่มพูดต่อหลังจากหยุดพักจิบชาจนพอใจ “แต่ที่พี่พอจะรู้ก็คือ..หมอนั่นได้รับสิ่งตอบแทนที่สาสมแล้วล่ะ”


“สาสม?”


“พี่รู้ว่าที่ผ่านมา.. หมอนั่นต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดต่อสิ่งที่ตัวเองเคยทำลงไป ..ไม่มีวันไหนเลยที่หมอนั่นจะไม่เสียใจกับการกระทำของตัวเอง” คนพูดวางถ้วยชาลง แล้วมองหน้าผมด้วยสายตาจริงจัง “ถ้ามีโอกาสได้ขอโทษ...เค้าก็อยากจะขอโทษ ถ้ามีอะไรให้เค้าทำเพื่อเป็นการไถ่บาป...เค้าก็พร้อมจะทำทุกอย่าง แต่ถ้ากานต์กับฉายจะไม่ให้โอกาส และโกรธเกลียดเค้าต่อไป...เค้าก็เข้าใจ ...เค้าเป็นคนบอกกับพี่อย่างนั้นเอง”


“คิดว่าการสารภาพบาป มันจะช่วงลบล้างความผิดได้จริงๆ งั้นเหรอ? เฮอะ..” ผมพูดอย่างดูแคลน ..คำพูดต่อให้สวยหรูดูดียังไงมันก็เป็นเพียงแค่คำพูด! มันไม่อาจลบรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นแล้วได้หรอก! ชีวิตมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น!! และผมก็ไม่ใช่พ่อพระใจดีที่พร้อมจะให้อภัยใครก็ตามที่ทำให้ผมเจ็บหรอก แม้มันผู้นั้นจะเสียใจและสำนึกผิดในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปแล้วก็ตาม!


ผมเป็นเพียงคนธรรมดา มีอัตตาเต็มเปี่ยม ยังไม่สามารถปล่อยวางอย่างผู้บรรลุแล้วได้หรอก..


“ถ้าไม่สามารถให้อภัยได้จริงๆ ...ก็ลืมมันไปซะเถอะ”


“..........” ให้ลืมงั้นเหรอ? แล้วที่ผ่านมาตลอดเจ็ดปีนั่นคืออะไร?


ถ้ามันสามารถลืมได้จริงๆ แล้วทำไมทุกอย่างถึงยังชัดเจนอยู่..?


“ชีวิตคนเรามันสั้นเกินกว่าจะมานั่งฝังใจอยู่กับอดีตนะ..” พี่คิพูดพลางเหม่อมองสายฝนที่เริ่มโปรยปรายอยู่ด้านอกของกระจก “แค่พริบตาเดียว..”


“แค่พริบตาเดียว..?”


“คนที่เคยอยู่ข้างเรา..อาจจะไม่อยู่แล้วก็ได้” พี่คิหันมายิ้มเศร้าๆ ให้ผม ก่อนบอกปิดท้าย 


“เรา..ควรจะทุ่มเทความสำคัญให้กับคนที่รัก...ไม่ใช่คนที่เกลียด...หรืออดีตที่ชิงชัง.. ฉาย”




 

“เพื่อนพี่จะมาถึงกี่โมงเนี่ย?” ผมเอ่ยถามซอลลี่ที่กำลังนั่งทำหน้าเบื่อเซ็งอยู่ข้างๆ กันในอาคารผู้โดยสารฝั่งขาเข้า ณ สนามบิน


วันนี้หลังจากสอบเสร็จ ผมก็ถูกซอลลี่โทรเรียกให้มารับเพื่อนที่สนามบินเป็นเพื่อน เพราะเจ้าตัวยังไม่คุ้นเคยเส้นทางเท่าไหร่ ไม่แน่ใจว่าขับมาคนเดียวแล้วจะถึงหรือเปล่า ลำบากลำบนให้ผมต้องไปขอแลกรถกับซินมา(เพราะรถผมมันเล็กเกินไป)และขับพามาจนถึงนี่แหล่ะ


ทั้งที่วันนี้ผมควรจะอยู่ในปาร์ตี้ฉลองสอบเสร็จกับพวกเพื่อนๆ ในเสคแท้ๆ แต่กลับต้องมานั่งแกร่วอยู่แถวนี้ เซ็งเลย..


“น่าจะใกล้แล้วนะ” ซอลลี่ตอบหลังจากพยายามเพ่งมองรายชื่อเที่ยวบินด้านบน


“พี่ว่าเค้ามาจากไหนนะ?” ผมเริ่มสอบถามข้อมูลเพื่อนของพี่หลังจากที่รู้สึกว่าอยู่เฉยๆ ก็ไม่มีอะไรให้ทำ


ก่อนหน้านี้ที่ซอลลี่บอกผมก็จำได้แค่ว่าเขาเป็นนักท่องเที่ยว และเพิ่งจะเคยมาเที่ยวไทยครั้งนี้เป็นครั้งแรก


“ดูไบ”


“เป็นคนดูไบเหรอ?”


“เปล่า.. แค่ไปเที่ยวดูไบ แล้วเลยมาที่นี่ต่อ”


“อ้าว..” ยังไม่ทันที่ผมจะได้ซักถามให้กระจ่าง เสียงประกาศชื่อเที่ยวบินที่เรากำลังรออยู่ก็ดังขัดจังหวะซะก่อน


“ไปเหอะ” ซอลลี่ว่าก่อนจะเดินนำไปทางเกต ผมลุกเดินตามไปอย่างไม่กระตือรือร้นเท่าไหร่


เรารอกันได้ไม่นานคนที่ต้องการก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า...


“นี่ ซันนี่.. น้องชายคนเล็กของผม” หลังจากกอดทักทายกันด้วยความดีใจไปพอหอมปากหอมคอ ซอลลี่หันก็หันมาหาผมแล้วผายมือไปทางเพื่อนของตัวเอง



“ส่วนนี่.. โคเนโร แบร์ลุสโคนี ..เพื่อนพี่”









TBC.  :z2:

จากตอนพิเศษก่อนหน้านี้.. ถ้าใครกำลังกังวลหรือสับสนเกี่ยวกับสถานะภาพของ สกาย ว่ามันจะเปลี่ยนขั้วเปลี่ยนตำแหน่งรึเปล่าล่ะก็.. ผู้แต่งขอบอกตรงนี้เลยนะคะว่าไม่มีการเปลี่ยนบทกลางอากาศอย่างแน่นอนค่ะ สบายใจได้ อิอิ

จำเป็นมั้ยว่าเมะจะต้องแมนกว่าเคะ?
จำเป็นมั้ยว่าเมะจะต้องเก่งกว่าเคะ?
จำเป็นมั้ยว่าเมะจะต้องขี้อายน้อยกว่าเคะ?
และจำเป็นมั้ยที่เมะจะต้องแรดน้อยกว่าเคะ?

ที่ว่ามานั่นมันจำเป็นมั้ย ซอลลี่~ ??




ชัดเนาะ..

ตามนั้นแหล่ะ กร๊ากกกกกก..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2012 17:16:25 โดย White Raven »

ออฟไลน์ karmdodcom

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 145
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
...ใครคือคิริน??...
ว่าแต่...
ทำไมถึงทำกับเค้าด้ายยยย
มาอัพเร็วๆเลยน้าาาา T[]T!!

Tiamo_jamsai

  • บุคคลทั่วไป
 คิรินมีส่วนเกี่ยวกับเรื่องในอดีตของสองแฝดรึป่าวนะ.   รอนะค่ะ :call:

ขอบคุณค่าา :L2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-06-2012 19:10:00 โดย Tiamo_jamsai »

ออฟไลน์ silverwar

  • เสี่ยว...กาก...เกรียน
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 99
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
...คิรินคือใคร ??...
...แล้วใครคือ คิริน ??...

ว่าแต่ เอี๊ยฟ้าหายไปไหนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน ~

ฮือ  :sad4: มาต่อไวๆ นะ คิดถึงเอี๊ยวฟ้าอะ



50% หลัง

อ๊ากกกกกกกกกกกกก ~ ซันนี่นายมีอดีตอะไรกัน ~

อ่านมาทั้งตอน พึงรู้ที่มาของชื่อตอนก็ตอนนี้แหล่ะ

แอร๊ยยยย ฟ้าประทานหายไปไหนนนนนนนนน~ :z3: :z3:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-07-2012 18:07:48 โดย silverwar »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด