hello! SUNSHINE [ตะวันร้าย..ที่รัก]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

โพลล์

คุณปลื้มตัวละครไหนมากที่สุด?

ซันนี่
ซินเซียร์
ไอ้เอี้ยฟ้า
ไอ้บ้ากาย
อิเมย์บี

ผู้เขียน หัวข้อ: hello! SUNSHINE [ตะวันร้าย..ที่รัก]  (อ่าน 1195975 ครั้ง)

ออฟไลน์ White Raven

  • I'm beautiful in my way.~
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +779/-3
    • Fanpage
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0





======================

======================

ฝากผลงาน  :5555:


Madame Mafia [hSS2] - ยังไม่จบ
type: action comedy
ภาคต่อของ hello! SUNSHINE [ตะวันร้าย..ที่รัก]

hi AURORA (จบแล้ว)
type: romantic comedy
เรื่องรักกุ๊กกิ๊กระหว่าง 'ป๋าซอลฟา' นายแบบที่สวยที่สุดในสามโลก กับ 'อิหนูยูริ' หนุ่มน้อยหัวลูกชิ้นที่พลัดถิ่นไปปล่อยฟีโรโมนไกลถึงลอนดอน

HEARTLESS (จบแล้ว)
type: psychotic, drama, bloody
เรื่องราวหน่วงๆ หม่นๆ ของเหล่าคนธรรมดา ที่เต็มไปด้วยความไม่ปกติ

[SF] My Boyfriend is Grandpapa. ♥ (จบแล้ว)
type: comedy
เรื่องราวความรักเบาสมอง ระหว่างหลานติ๊งต๊อง กับคุณปู่เจ้าเสน่ห์


ติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ http://www.facebook.com/WhittyRaven
======================



hello! SUNSHINE [ตะวันร้าย.. ที่รัก]


contents

Chapter :: 01 :: แฝดนะโว้ย!
Chapter :: 02 :: ตะวันฉาย!
Chapter :: 03 :: ฟ้าประทาน!
Chapter :: 04 :: ข้อความภาพ!
Chapter :: 05 :: พี่เลี้ยงเด็ก?!
Chapter :: 06 :: เกมหาของ?!
Chapter :: 07 :: ห้องสีขาว?
Chapter :: 08 :: อยากมีเซ็กส์?!
Chapter :: 09 :: 4 เป็นหวัด?
Chapter :: Special Sky :: พระอาทิตย์สีเทอร์ควอยซ์ (I)  Part.1 // Part.2 + ความหมายของชื่อและสัญลักษณ์ของตัวละคร
Chapter :: 10 :: โรมิโอ!
Chapter :: 11 :: ป๊อดพ่องดิ!
Chapter :: 12 :: ผีขนมจีบ?!
Chapter :: 13 :: สเปคเจ๊?
Chapter :: 14 :: แค่อิจฉา?
Chapter :: 15 :: ช่วยสอนหน่อย?
Chapter :: 16 :: เซอร์ไพรส์กว่า!
Chapter :: 17 :: ป๊ะป๋าเซ็น!
Chapter :: 18 :: ศึกสายเลือด!
Chapter :: 19 :: เรียกอีกสิ?
Chapter :: Special Sky by คุณเพลงซอ :: เด็กชายฟ้าประทาน (I)
Chapter :: 20 :: อยู่ข้างบน?
Chapter :: Special Sky by คุณเพลงซอ :: เด็กชายฟ้าประทาน (II)
Chapter :: 21 :: จูบไปแล้ว?!
Chapter :: 22 :: ผู้บุกรุก?!
Chapter :: 23 :: อย่าแย่งกัน!
Chapter :: Special Sky :: พระอาทิตย์สีเทอร์ควอยซ์ (II)
Chapter :: 24 :: กินอะไร?
Chapter :: 25 :: มิรันด้า?
Chapter :: Special Sky :: พระอาทิตย์สีเทอร์ควอยซ์ (III)  Part.1 // Part.2
Chapter :: 26 :: พี่สะใภ้?
Chapter :: 27 :: พ่อใจดี?!
Chapter :: 28 :: การรอคอย?
Chapter :: 29 :: งานเปิดตัว?
Chapter :: 30 :: เจ็บที่ใจ?
Chapter :: 31 :: ความคาดหวัง?
Chapter :: Special Sky by คุณเพลงซอ :: เด็กชายฟ้าประทาน (III) *ปิดบันทึก*
Chapter :: 32 :: ไม่อร่อย?
Chapter :: 33 :: พอดีเป๊ะ!
Chapter :: Special Sky :: พระอาทิตย์สีเทอร์ควอยซ์ (IV)
Chapter :: 34 :: พี่คิริน?
Chapter :: 35 :: ทัวร์ลูกเป็ด!
Chapter :: 36 :: สไนเปอร์?!
Chapter :: 37 :: บอดีการ์ด?
Chapter :: 38 :: เลือกทางไหน?
Chapter :: 39 :: แฝดนรก!
Chapter :: 40 :: ไม่ให้ไป!
Chapter :: 41 :: เกาให้หน่อย?
Chapter :: 42 :: หนีตามกัน?
Chapter :: END :: Last chapter
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-07-2015 20:35:03 โดย White Raven »

ออฟไลน์ White Raven

  • I'm beautiful in my way.~
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +779/-3
    • Fanpage
Chapter :: 01 :: แฝดนะโว้ย!






“หวัดดีครับ พี่ซันซัน”


“ไง ซันซัน รอใครจ๊ะ?”


“น้องซันซัน ไม่มีเรียนแล้วเหรอ?”


“กลับก่อนนะคะ พี่ซันซัน”


“ซันซัน บลาๆๆ...”



ทำไมต้อง 2 ซัน? ผมเองก็ไม่เข้าใจและขี้เกียจจะทำความเข้าใจด้วย ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มเรียกแบบนั้น จริง ๆ เรียกแค่ซันเดียวผมก็หันแล้วนะ ที่สำคัญเลยคือผมชื่อ ‘ซันชายน์’ ต่างหาก ..แต่ก็ช่างเหอะ เอาเป็นว่าตอนนี้ทุกคนรู้จักผมในฐานะ ‘ซันซัน’ และผมก็ชินกับมันแล้วล่ะ


แค่ไม่กี่นาทีที่ผมลงมานั่งม้านั่งใต้ตึกคณะก็เล่นเอาเมื่อยหน้า ไม่ว่าใครจะไปจะมาก็อุตส่าห์เอ่ยทักให้ผมต้องยิ้มต้องพยักหน้าเออออกห่อหมกใบตองตอบกลับไปตามมารยาทที่ดีและพึงกระทำ ทั้งที่รู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง เหมือนจะรู้จักบ้าง ตามประสาคนดังประจำคณะ ไม่อยากจะคุยหรอกนะ แต่ปีนี้เป็นปีที่สองติดต่อกันแล้วที่สุดหล่อซันชายน์คนนี้ได้ครองตำแหน่ง ‘ขวัญใจวิศวะ’ จากการโหวตของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ร่วมคณะ แถมยังเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้รับการโหวตให้อยู่ในตำแหน่งนี้ด้วย เจ๋งใช่ไหมล่ะ?
ธรรมดาแหล่ะ ก็คนมันหน้าตาดี ฮ่ะๆๆ


แต่ถึงจะส่งยิ้มหรือทักทายแต่ก็ไม่มีใครหาญกล้าเข้ามานั่งคุยกับผมแบบเป็นเรื่องเป็นราวสักคน โต๊ะตัวที่ผมนั่งอยู่ก็เลยว่างตลอดทั้งแนว พวกนั้นจะปล่อยให้ผมนั่งอยู่คนเดียวโดยทำแค่แอบมองอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้ามายุ่งวุ่นวาย ด้วยรู้ดีว่าหากเข้ามาใกล้ผมมากเกินความจำเป็นอาจจะมีอันเป็นไปไม่ตายดีได้ ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของพี่ชายจอมซ่าส์ของผมเอง มันทั้งไล่เตะไล่ตะเพิดทุกคนที่เข้ามาวอแวกับผม โดยเฉพาะพวกที่ทำท่าว่าจะเข้ามาจีบแล้วยิ่งเจ็บหนักกว่าสถานะอื่นหลายเท่านัก


นั่นหมายถึงกรณีคนที่เข้ามาเป็นผู้ชายนะ ถ้าเป็นผู้หญิงพี่ผมจะไม่ทำอะไร(มันจะชอบอกชอบใจด้วยซ้ำ) แต่ผู้หญิงจริงๆ ก็ไม่ค่อยมีเข้ามาเท่าไหร่หรอก ทั้งนี้คงเพราะผมดันสวยสูสีกับสตรีเพศเสียจนพวกเธอรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเวลาอยู่ใกล้ๆ ล่ะมั้ง ฮ่ะๆๆ ก็ว่าไปนั่น..(ฟังผมพูดอะไรก็เอา 10 หารเข้าไปบ้างนะท่านผู้ชม ไอ้เรื่องชมตัวเองนี่ถนัดนักแล) แต่นี่ก็ดูแมนขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะแล้วนะ ผมสูงขึ้นมาก(เมตร 83 เซนต์แล้ว) ร่างกายก็ดูสมชายขึ้นด้วย


สมัยก่อน..เอ่อ..ประมาณสองสามปีที่แล้วผมยังดูเหมือนเด็กผู้หญิงซะจนคนทั่วไปชอบเข้าใจผิดคิดว่าเป็นทอมอยู่บ่อยๆ เลย แต่หลังจากลี้ภัย(ไว้ว่างๆ จะเล่าให้ฟัง)ไปอยู่ที่อังกฤษเกือบสองปีเต็ม ผมก็ถูกไอ้พี่บ้าลากไปเล่นกีฬาบ้าง ไปอาบแดดให้ผิวขาวๆ มันเกรียมบ้าง(ซึ่งผมเกลียดมาก ..มันร้อน) ไปฟิตเนสเพิ่ม กล้ามเนื้อบ้าง รูปร่างหน้าตาก็เลยเปลี่ยนไปจากเดิมพอสมควร แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่ามันยังคงมีเค้าความหวานหลงเหลืออยู่บ้างนิดหน่อย เหอๆ


เพราะงั้นแหล่ะ ปัจจุบันนี้ผมได้แปลสภาพจากคนธรรมดาสามัญไปเป็นปลาทองศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เรียบร้อย มีไว้แค่มอง แต่ห้ามช้อนขึ้นมาเล่น เดี๋ยวจะมีอันเป็นไป เหมือนเป็นของสงวนของคณะไปแล้วครับ..


“ซานนนนนนี่~”


..นั่น พูดถึงก็มาเลย ดูท่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนาน


เสียงแหกปากดังลั่นมาแต่ไกลทั้งที่ยังไม่ปรากฏตัวแบบนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ‘ซินเซียร์’ ..พี่ชายฝาแฝดจากไข่ใบเดียวกันที่เกิดก่อนผมแค่สิบนาทีเองแหล่ะ พลังเสียงแปดหลอดขนาดนี้มีอยู่คนเดียวเลย


ตามมาด้วยเสียงวิ่งทั่กๆ และ หมับ! สองแขนยาวๆ คว้าคอผมไปกอดจากด้านหลัง เล่นเอาคอแทบหลุด แถมหน้าอกของมันยังมากระแทกหลังผมดัง อั้ก!


บอกได้คำเดียวว่า จุก..


“เบาๆ” ผมปรามไอ้คนที่กำลังเอาหัวเดทร็อคสีทองอร่ามของตัวเองมาถูไถคลอเคลียที่ข้างแก้ม และพยายามแกะมือเหนียวหนึบหนับคู่นั้นออกไปให้พ้นคอก่อนที่จะขาดอากาศหายใจ


ก็ไอ้หมอนี่แหล่ะที่ตามเฝ้าตามหวงผมอย่างกับหมาหวงก้าง ค่างหวงกล้วย จนคนเขาพากันขยาดไปทั่ว


แน่นอนว่าหน้ามันเองก็ออกแนวหวานไม่แพ้ผม(ก็เพราะเราเป็นแฝดกันไงล่ะ) แต่อาจจะเตี้ยกว่าผมหน่อย(ซินสูงเมตรกับอีก 80 เซนต์) ผิวเข้มกว่าเล็กน้อย(เพราะมันชอบตากแดดเป็นชีวิตจิตใจ) มีกล้ามเนื้อมากกว่านิดหน่อย(เพราะมันเป็นพวกบ้าพลัง เล่นกีฬาแทบทุกชนิดที่มีคนคิดขึ้นมาบนโลกใบนี้) ย้อมผมเป็นสีทอง แถมยังถักเดทร็อคทั้งหัว(ส่วนผมผมดำธรรมดา) ใส่จิลที่ริมฝีปากล่างด้านซ้าย(ผมก็ใส่นะ แต่เป็นที่ลิ้น)


แต่ที่ทุกคนเห็นว่ามันช่างแตกต่างจากน้องชายฝาแฝดผู้เป็นขวัญใจคณะอย่างผมไม่ใช่ทางด้านกายภาพภายนอก แต่เป็นสันดานภายในที่ทั้งโหดร้าย ขี้โวยวาย ขวานผ่าซาก ปากหมา และ บ้ากาม ของมันนั่นแหล่ะ


พอเอามาเทียบกัน...มันกับผม ทุกคนก็เห็นตรงกันว่า ‘นางฟ้ากับซาตาน’ ชัดๆ


..แต่ใครล่ะจะรู้ความจริง หึหึ


อันที่จริงผมกับมันก็มีสันดานไม่ต่างกันหรอก จริงๆ ผมออกจะเย็นชาด้วยซ้ำ เพียงแต่ผมเป็นพวกเก็บอารมณ์เก่งกว่าและรู้จักใช้ทรัพยากรที่พ่อแม่ให้มาให้เป็นประโยชน์กว่า ในขณะที่ซินมันเป็นคนจริงใจ(สมกับชื่อของมัน) คิดไงมันก็พูดงั้น ไม่เคยเสแสร้ง(เหมือนผม) ไม่เคยรู้จักเก็บกดอารมณ์ข่มความรู้สึกอะไรกับใครเขา ไม่ถูกใจพ่อก็โวย ไม่พอใจพ่อก็อาละวาดดะ
ซึ่งจากประสบการณ์สอนให้ผมรู้ว่าแบบนั้นมันเหนื่อย...มาก ถ้าจะต้องไล่เตะปากทุกคนที่เอ่ยแซวเรื่องรูปร่างหน้าตาของเรามันก็คงจะไม่จบสิ้นกันสักที งั้นก็สู้ยิ้มรับและหาทางใช้มันให้เป็นประโยชน์ไม่ดีกว่าเหรอ? ..ผมคิดงั้นนะ


ตัวผมเองก็เพิ่งจะคิดได้เมื่อตอนมาเข้าเรียนที่นี่แหล่ะ แค่ปั้นหน้ายิ้มหวานๆ พูดจาดีๆ ทำตัว(เหมือน)เป็นคนดี เฟรนด์ลี่กับทุกคน อยากได้ อยากทำอะไร ก็เพียงแค่เกริ่นๆ เดี๋ยวก็มีคนช่วยหาช่วยทำให้เองแหล่ะ ไม่ต้องเหนื่อยแรง ไม่ต้องเจ็บตัว ถ้าไม่ชอบใจหรือคำพูดของใครไม่เข้ารูหู ก็แค่แกล้งตีหน้าเศร้าสะเทือนใจ แล้วว่า ‘ซันไม่ได้โกรธอะไร แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก’ ..แค่นั้นแหล่ะ มันผู้นั้นก็จะตกเป็นจำเลยของสังคมไปทันที ฮ่าฮ่า


เห็นมะ? ง่ายกว่ากันเยอะเลย


แต่ซินก็ยังคงเป็นซิน.. และเป็นแบบนั้นมาตลอดยี่สิบปี ประสบการณ์ไม่ได้สอนให้มันเรียนรู้อะไรนอกจากจำนวนผู้บาดเจ็บที่เกิดจากฝีมือฝีเท้าของมันที่เพิ่มขึ้นทุกวันเท่านั้น ขนาดวันก่อนมีเด็กแว้นเป่าปากแซว(ที่จริงคือแซวผม) มันยังจอดรถลงไปตบกะโหลกแบบไม่กลัวแก๊งค์แว้นรุมกระทืบเลย คิดดูเถอะ..


ซินมันเกลียดเวลาถูกชมว่าสวยหรือน่ารัก ไอ้พวกที่ตั้งใจน่ะไม่เท่าไหร่ เพราะพวกมันคงพอจะรู้อยู่แล้วว่าจะเจออะไร(แต่อยากลองของ) แต่พวกที่หลุดปากนี่สิ ช่างน่าสงสารนัก.. และเพราะไม่ชอบรูปร่างหน้าตาของตัวเองนั่นล่ะ มันเลยพยายามจะทำตัวให้แมนอยู่ตลอดเวลาและทุกวิถีทาง ที่ลากผมมาเรียนวิศวะนี่ก็ด้วย ไม่ใช่ว่ามันชาบูบร๊ะศาสดาไอสไตน์หรือปิทาโกลัสอะไรหรอก มันบอกว่าแมนๆ อย่างมันต้องเรียนคณะนี้แหล่ะ เหมาะ.. แค่นั้นเอง แค่นั้นจริงๆ


ตัวผมที่ไม่มีคณะในฝันเป็นพิเศษก็เลยยอมตามมันมาง่ายๆ มาคิดเสียใจตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะ..


“คิดถึง” ซินนั่งลงข้างผมแต่ยังไม่ยอมปล่อยแขนออกจากคอของผม ยังคงกอด คลอเคลีย เบียด กระแซะ จนแทบจะรวมเป็นร่างเดียวกันอยู่แล้ว


“พวกมึงไม่เคยนึกเบื่อขี้หน้ากันบ้างรึไงวะ?”


สกาย หรือ ไอ้กาย เดินหน้าเมื่อยตามมาทิ้งก้นนั่งฝั่งตรงข้ามกับผม ..มันกับซินเรียนวิศวะโยธาเหมือนกัน ส่วนผมเรียนวิศวะคอม


“แมร่ง เห็นกันมาตลอดชีวิตยังจะมีอารมณ์มาพิศวาสกันอีก”


สกายเป็นอาตี๋ที่ตาโตผิดเชื้อผิดเหล่า ตัวสูง(พอๆ กับผม) ผิวขาว หน้าตาหล่อเหลาแต่พอประมาณ.. เอาจริงๆ คือมันก็เป็นเดือนคณะนั่นแหล่ะ แต่ผมกับซินเห็นตรงกันว่าพวกเราสองคนหล่อกว่าหลายขุมนัก(ฮ่าๆๆ) ที่สำคัญคือมันบ้ากามพอๆ กับซินเลย(ก็เลยสนิทกับซินมากกว่าผม) กิ๊กมันนี่มีทั่วแทบทุกคณะล่ะมั้ง


ไอ้กายเป็นเพื่อนคนแรกของพวกผมในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเราตัดสินใจว่าจะไม่คบใครเป็นเพื่อนอีกแล้ว ..พอที เราจะคบกันอยู่แค่สองคนนี่แหล่ะ.. แต่ไอ้กายมันก็อุตส่าห์พาตัวเองฝ่าด่านอรหันต์แฝดมาด้วยสกิลเกรียนเมพชนิดหาตัวจับยากจนพวกผมเผลอเปิดใจยอมรับมันเป็นเพื่อนจนได้


และหวังว่ามันจะไม่ทำให้พวกผมต้องผิดหวังซ้ำสองอีก.. (แต่มันคงไม่รู้ตัวหรอกว่ามันแบกความหวังของพวกผมสองคนไว้มากแค่ไหน ฮ่ะๆ)


ส่วนไอ้เรื่องเบื่อขี้หน้านี่มันก็มีบ้างเหมือนกันนะ อยู่ด้วยกันมาตลอดยี่สิบปีมันก็ต้องมีบ้างแหล่ะในวันที่ไม่อยากจะเห็นหน้าอีกฝ่าย ก็ใช่ว่าพวกผมจะรักกันดีตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงซะเมื่อไหร่ ทะเลาะตบตีกันก็บ่อยจะตาย แต่ก็โกรธกันได้ไม่นานหรอก เดี๋ยวก็กลับมาคืนดีกัน เพราะพวกเราต่างก็รู้ดีว่าต่อให้คนทั้งโลกเกลียดเราและทิ้งเราไป แต่พวกเราจะไม่มีวันเกลียดและทิ้งกันและกันไปอย่างแน่นอน


ถึงกรรไกจะตัดสายสะดือของพวกเราได้ แต่จะไม่มีอะไรมาตัดสายสัมพันธ์ของพวกเราได้เด็ดขาด(แหวะ...)


และถ้าช่วงไหนที่ซินมันติดหญิง บางทีผมก็ไม่ได้เห็นหน้ามันเป็นวีคเลยก็มี...อย่างเช่นช่วงนี้แหล่ะ นี่มันก็ไม่ได้กลับไปนอนคอนโดสามวันได้แล้วมั้ง ..ถ้านับไม่ผิด


“อีซินดี้ กูได้ข่าวว่ามึงไปสอยเด็กของไอ้ฟ้าประทานมากกเหรอ? เปรี้ยวนะมึง เดี๋ยวก็โดนกระทืบหรอก” เสียงดัดจริตจีบปากจีบคอร้องถามขึ้นโดยพุ่งเป้าไปยังคนข้างตัวผมที่ตอนนี้กำลังมองมันตาขวางอยู่


ซินไม่ชอบให้ใครมาเรียกมันว่า ‘ซินดี้’ เรียกแบบนี้เดี๋ยวก็มีเตะปากกันหรอก


อีเมย์ หรือ อีเมย์บี มันเรียนวิศวะเครื่องกล ซินบอกว่ามันเป็นกะเทยสายพันธุ์ปริศนาจากดาวข้างเคียง...ยังไง? เดี๋ยวอ่านไปเรื่อยๆ ก็คงจะรู้ ฮ่าๆ


เมย์เป็นเพื่อนอีกคนที่พวกผม(ทน)คบอยู่ด้วย (ทั้งกลุ่มก็มีอยู่แค่นี้แหล่ะ พวกผมไม่เน้นปริมาณ แต่เน้นคุณภาพ) มันมาพร้อมกันกับไอ้กาย เรียกว่าติดสอยห้อยตามเป็นขี้ปลาทองมาเลยก็ว่าได้ พวกมันเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่พวกมันก็สนิทกัน โดยที่ไอ้กายก็ไม่ค่อยจะเต็มใจเท่าไหร่ รูปร่างหน้าตาภายนอกนี่แบบ...มาดแมนแฮนซั่มล่ำบึ้ก ผิวสีแทนคมเข้ม สูงประมาณเมตร 70 เซนต์กว่าๆ หนวดก็โกนบ้าง ไม่โกนบ้าง โกนไม่เกลี้ยงบ้าง แล้วแต่จังหวะชีวิตว่ายุ่งมากน้อยแค่ไหน แต่มันก็ยังอุตส่าห์ฝืนสังขารไปเป็นกะเทยแท้ๆ ได้


เรื่องแอคติ้งสะดีดสะดิ้งนี่ไม่ต้องห่วง ถ้ามีการประกวดมันคงได้แชมป์อ่ะ เรียกว่าเป็นกะเทยในหมู่กะเทยเลยก็ได้


ส่วนไอ้เรื่องที่ว่าทำไมมันถึงเลือกเรียนวิศวะเครื่องกลนี่ยังคงเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้..


ไอ้กายบอกว่าอยู่บ้านมันพูด ‘ครับ’ กับเตี่ยมันทุกคำ แมนแบบ...หมาเห็นหน้าไม่กล้าเห่าเหอะ คนแถวบ้านไม่มีใครรู้ว่ามันจะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้หรอก นอกจากไอ้กายคนเดียว


มันยังเล่าอีกว่าที่บ้านอีเมย์เป็นโรงสี เคยมีครั้งหนึ่งมันไปแอบชอบคนงานที่บ้านเข้า มันมาปรึกษาไอ้กาย ไอ้นั่นก็เลยแนะส่งๆ ไปว่า ให้อีเมย์ลองไปช่วยเขาแบกกระสอบข้าวสารสิ เผื่อเขาจะซึ้งใจมัน


อีเมย์ก็เชื่อ! มันไปช่วยแบกกระสอบข้าวสารอยู่เป็นเดือนๆ แต่สุดท้ายก็แห้ว โดนสกอยซ์สอยไปกิน เมย์มันโมโหก็เลยไล่คนงานคนนั้นออก เตี่ยมันก็โมโหมันอีกทีเพราะขาดคนทำงาน ส่งข้าวสารไม่ทัน ก็เลยใช้ให้อีเมย์แบกกระสอบข้าวสารต่อไปอีกเป็นเดือนๆ


ตอนฟังไอ้กายเล่า ผมกับซินนี่ไม่รู้จะสงสารมันหรือสงสารตัวเองที่หยุดหัวเราะไม่ได้ดี แมร่งฮา.. ประวัติชีวิตรักของอีเมย์บียังมีอีกยาวเป็นหางว่าว ไว้ไม่มีอะไรเล่าแล้วจะมาเล่าให้ฟังแล้วกันนะ ฮ่าๆๆ


“เมื่อกี๊มึงเรียกกูว่าอะไรนะ อีอาจ?” ซินถามเสียงเย็น เน้นชื่อโจทย์ชัดๆ ด้วยรู้ว่าเป็นชื่อที่เมย์มันก็ไม่ชอบให้ใครมาเรียกเหมือนกัน


ชื่อ ‘อาจ’ มาจาก ‘องอาจ’ อันเป็นชื่อจริงที่เตี่ยของมันภูมิใจนำเสนอมาก แต่มันบอกว่าไม่ค่อยเหมาะกับชายชาติกะเทยอย่างมันเท่าไหร่ พอเข้ามาอยู่เมืองกรุงเข้าหน่อยก็เลยเปลี่ยนใหม่เอาเองจาก ‘อาจ’ เป็น ‘เมย์บี’ (Maybe) ..เอากับมันสิ


อีอาจ หรือที่ตอนนี้คือ อีเมย์บี กำลังจะหย่อนตูดนั่งข้างไอ้กาย(ไอ้นี่ก็กระถดตูดหนีโดยอัตโนมัติ มันเคยบอกว่าถึงจะรู้จักกันมานานแต่มันก็ยังไม่ชิน) ถึงกับสะดุ้งเฮือกเมื่อปะทะสายตาเข้ากับว่าที่ฆาตกรโหดอย่างซิน มันยิ้มแหยๆ คงเพราะเห็นเงาหัวตัวเองเหลือเพียงบางเบา ก่อนค่อยๆ นั่งลงอย่างสงบเสงี่ยม


“ใครเหรอ ฟ้าประทาน?” ผมถามด้วยความสงสัยและไม่อยากให้พวกมันกัดกันเอง(..รำคาญน่ะ)


ชื่อแมร่งฟังดูยิ่งใหญ่ยังไงชอบกล แต่เหมือนจะเคยได้ยินที่ไหนหรือเปล่า?


“ก็ไอ้เดือนคณะเภสัชหัวสีเงินๆ ที่มันเกือบจะได้เป็นเดือนมหาลัยถ้าไม่กระโดดลงจากเวทีไปกระชากคอเสื้อกรรมการโทษฐานที่กล้าวิจารณ์สีผมของมันเมื่อปีที่แล้วไง มึงจำไม่ได้เหรอ? ตั้งแต่วันนั้นมันก็กลายเป็นซุป’ตาร์มหาประลัยที่ใครก็รู้จักกันทั่ว” เมย์บีรีบตอบยาวเหยียดแบบไม่ต้องพักหายใจเพื่อเบี่ยงประเด็นให้ซินมันลืมๆ เรื่องเรียกชื่อไปซะ


พอได้ยินมันพูดแบบนั้นก็เหมือนจะคุ้นขึ้นมา ปีที่แล้วผมไม่ได้ไปดูเขาประกวดกันหรอกเพราะต้องอยู่เฝ้าซินที่เป็นไข้หวัด(เวลาไม่สบายแล้วมันชอบงอแง เลยทิ้งไปไหนไม่ได้) แต่หลังจากคืนประกวดก็รู้สึกว่าจะได้ยินเรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วทุกพื้นที่ของมหาลัยพักใหญ่เลยล่ะ


ผมก็เลยจำได้ว่าไอ้คนที่สร้างวีรกรรมวีรเวรจนกลายมาเป็นตำนานเดือนเดือดในครั้งนั้นมันชื่อ..


‘ฟ้าประทาน ทามิยะ’ ...ถ้าจำไม่ผิดนะ


“เออ พูดถึงไอ้หมอนั่น.. คนเชี่ยอะไร กล้าดีแท้ แล้วไอ้คนที่มันไปคว้าคอนั่นก็เป็นระดับคณะบดีเลยนะ เล่นเอาเหวอกันทั้งฮอลล์ ดีที่ว่ามันยังไม่ได้ปล่อยหมัดออกไป” ไอ้กายว่าพลางรำลึกความหลังครั้งยังเป็นเฟรชชี่


เพราะมันถูกรับเลือกให้เป็นเดือนคณะ ก็เลยได้เป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งเดือนมหาลัยในครั้งนั้นด้วย ..ผมจำไม่ได้แล้วว่าตกลงใครคว้าตำแหน่งเดือนของมหาลัยในปีนั้นไป


“นั่นแหล่ะๆ ตอนนี้มันก็ขึ้นชื่อเรื่องหล่อเลวที่สุดคนหนึ่งใน ม.เราเลย กูเคยเจอตัวเป็นๆ แค่ไม่กี่ครั้ง โหย~มึง คนเชี่ยไร แค่ยืนหายใจอยู่เฉยๆ ยังหล่อชิบหายวายป่วงจนนึกอยากให้มาทะลวงใส้ใหญ่กะเทย” อีเมย์ถึงกับเพ้อไปแล้ว “กูไม่แปลกใจเลย ทำไมอีพวกชะนีน้อยมันถึงยอมให้ฟันแล้วทิ้งง่ายๆ กูเองก็อยากจะลองซักครั้งเหมือนกันชีวิตนี้”


ขนาดนั้น? ส่วนตัวผมเองยังไม่เคยเห็นหน้าไอ้ตำนานเดือนเดือดนั่น แต่ก็เคยได้ยินกิติศัพท์ความร้ายกาจของมันมาบ้างเหมือนกัน เห็นพูดกันว่าแม้แต่พวกพี่ปีสูงๆ ยังไม่กล้าไปแหยมกับมันเลย


..เอาเถอะ ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าคนแบบนั้นจะเป็นว่าที่เภสัชกร เกิดคนไข้พูดอะไรให้ระคายรูหูมันไม่จัดไซยาไนด์ให้กินแทนพาราฯเลยหรือไงวะ?


“ลองให้มันกระทืบน่ะเหรอ?” กายนั่งหัวเราะหึๆ เมื่อมองดูสารรูปกะเทยแบกกระสอบอย่างอีเมย์ แต่อีกฝ่ายกลับทำลอยหน้าลอยตา


“จะกระทืบกูก็ไม่ว่าหรอก แต่ต้องจูบกูด้วยนะ ไม่งั้นกูไม่ยอม” อีเมย์ดี๊ด๊า “กระทืบจูบๆ แบบหนังพิศาลอ่ะ ..กูชอบ”


“มาโซนะมึง” ผมว่า ..แต่นั่นมัน ตบจูบๆ ไม่ใช่เรอะ? สงสัยอีนี่จะเมาน้ำมันเครื่องจนเบลอแล้วมั้ง?


“กูว่ามันคงกระทืบอย่างเดียวว่ะ แค่นั้นก็แขยงตีนจะแย่แล้ว อย่าไปฝันถึงจูบเลย ได้ตายคาตีนมันก็บุญถมไปแล้วมึงอ่ะ”


“เชี่ยกาย คนอย่างกูไม่ยอมตายง่ายๆ หรอก ตราบใดที่กูยังไม่ได้เปิดซิง กูจะไม่มีวันยอมตายเป็นอันขาด!” เมย์บีประกาศเป้าหมายสูงสุดของชีวิตด้วยสีหน้าและแววตาที่แน่วแน่ ชูกำปั้นขึ้นฟ้าอย่างมาดหมาย


“งั้นชาตินี้มึงคงได้อยู่เป็นอมตะแน่ล่ะ อีเม้ยเอ๊ย!”


‘อีเม้ย’ เป็นชื่อเล่นของอีเมย์ที่ซินมันบัญญัติขึ้นมาเรียกเองตามใจชอบ


พอพูดจบมันก็แท็กมือกับไอ้กายแล้วพากันหัวเราะชอบใจลั่นโต๊ะ คนถูกสบประมาททำหน้าตาบูดบึ้ง เบะปากแล้วเบะปากอีกให้รู้ว่ามันสะเทือนใจแค่ไหน


“ใช่ซี้~ ก็กูมันไม่ได้มีฟีโรโมนหอมหึ่งเหมือนพวกมึงนี่ อีกาย อีแฝด จะได้ขยับตูดไปทางไหนทีก็มีแมลงหวี่แมลงวันมารุมตอมน่ะ” อีเมย์ประชดประชัน


..แต่นั่นไม่น่าจะใช่ลักษณะของคนหรอกนะ ว่าไหม?


“พวกมึงไม่ต้องมาดูถูกดูถุยกูหรอก ยังไงก่อนจบปีสี่กูก็ต้องหาวิธีเสียตัวให้ได้ คอยดูก็แล้วกัน ว่าที่ผัวกูต้องดูดีกว่าพวกมึงสามตัวแน่นอน!” เมย์บีประกาศกร้าว


“เออ กูจะรอดู” ไอ้กายพูดกลั้วหัวเราะ “แต่มึงต้องรีบหน่อยนะ พวกกูคงไม่มีเวลาอยู่รอจนชั่วนิรันดร์หรอกว่ะ”



(ต่อ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2012 09:06:46 โดย White Raven »

ออฟไลน์ White Raven

  • I'm beautiful in my way.~
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +779/-3
    • Fanpage
(ต่อ)



ซินตบโต๊ะชอบใจกดไลค์ให้เพื่อนซี้มัน อีกมือก็กุมท้องไว้เพราะหัวเราะมากเกินไปกับท่าทางค้อนปะหลับปะเหลือกไม่เข้ากับกล้ามแขนเป็นมัดๆ  ของเมย์


ปกติก็เป็นกันแบบนี้แหล่ะ ซินกับกายมันชอบแกล้งแหย่อีเมย์เล่นเอาฮากันทุกวัน กัดกันแบบนี้ทุกวัน แต่พอตกเย็นก็มานั่งรวมตัวกันแบบนี้ทุกวันเหมือนกัน ..ก็เป็นสีสันของชีวิตดี


ถ้าเป็นก่อนหน้านี้คงจะไม่มีทาง ไม่ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ก็จะมีแค่ผมกับซินสองคนเท่านั้น..


“เอ้า ยิ้ม ยิ้มเข้าไป อีซันซัน ทำไมมึงไม่ร่วมกันทับถมกูกับพี่มึงล่ะ? จะหัวเราะสะใจดังๆ ก็ได้  ไม่ต้องกลัวเสียภาพพจน์หรอก อีคนงาม”


“มึงชอบโดนด่าว่างั้น?”


อีนี่ก็แปลก คนเขาไม่ด่าก็มาเรียกร้องให้ด่า ประหลาดคนดี


“แต่โทษที กูเป็นคนดีของสังคม” ผมยักคิ้วให้มันทีนึง มันก็ทำท่าเหมือนจะสำรอกของเก่าออกมา


“ถุ๊ย! อีเทพีสร้างภาพ กูล่ะหมั่นไส้ ดีแตกเมื่อไหร่กูนี่แหล่ะจะเป็นคนกระจายข่าวให้ทั่วคณะทั่วมหาลัยเลย มึงอย่าพลาดแล้วกันนะ กูรอสับอยู่”


..พาล มันพาลว่ะ


หลังจากที่คบกันมาเกินหนึ่งปีก็ดูเหมือนพวกมันพอจะรู้สันดานที่แท้จริงของผมกันแล้ว แต่เอาเถอะ ในเมื่อผมเปิดใจยอมรับพวกมันเป็นเพื่อน ผมก็ไม่คิดจะปิดบังนิสัยจริงๆ กับพวกมันหรอก


“ซันนี่ วันนี้ให้กูยืมรถนะ” ซินหันมาขอผม ขณะที่มือก็พยายามเปิดขวดน้ำเปล่าที่เพิ่งแย่งมาจากเมย์


“รถมึงล่ะ?”


ปกติเราก็ขับรถคนละคันอยู่แล้วเพื่อความสะดวกเวลาต้องแยกไปทางใครทางมัน ของผมเป็นรถโฟล์ค นิว บีทเทิล สีขาว ส่วนของซินเป็น บีเอ็ม 325i สีดำ ที่ยังผ่อนไม่หมด ฮ่ะๆ


“ไอ้กายยืม” ซินตอบ


“แล้วรถมึงล่ะ?” ผมเลยหันไปถามไอ้กายต่อ


ไอ้นี่มันขับ ฮอนด้า C70 แก่ๆ ตั้งแต่สมัยที่พ่อแม่มันจีบกันใหม่ๆ ทั้งที่บ้านมันเปิดร้านขายเพชรขายทอง มันบอกว่าคลาสสิคดี แถมยังช่วยลดโลกร้อนด้วย


ผมล่ะสงสัยจริงๆ ว่าทำไมมันไม่ขับจักรยานไปซะเลย ถ้าจะอยากช่วยโลกขนาดนั้นล่ะก็..


“รถกู...ก็อยู่ที่หอแหล่ะ แต่พอดีวันนี้กูจะไปรับสาว ก็เลยต้องดูดีนิดนึง”


“ไหนมึงเคยบอกไม่แคร์ไง? คนที่จะชอบมึงต้องชอบที่ตัวมึง ไม่ใช่ที่รถของมึง?” ผมช่วยเตือนความจำให้มัน ก็มันเคยพูดแบบนั้นจริงๆ ทุกทีมันเคยสนใจที่ไหนว่าใครจะมองยังไงที่ไอ้หน้าหล่อท่าทางบ้านมีตังค์อย่างมันจะขับแค่ซีแก่ๆ


“เออ” อีเมย์พยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยกับผม


ส่วนอีนี่มันขับกระบะวีโก้สีบอร์นคันเบ้อเริ่ม มันบอกว่าประโยชน์ใช้สอยมากมายคุ้มราคา ถึงคืนวันศุกร์ก็บรรทุกเดอะแก๊งเพื่อนสาวของมันไปเที่ยวผับได้ด้วย ดีกว่ารถกระป๋องคันเล็กๆ ของผมที่แพงแต่ราคาหาไม่โยชน์ไม่และนั่งได้แค่ไม่กี่คน


“ก็คนนี้เค้าเป็นคุณหนู มีเบนซ์มารับมาส่งทุกวัน กูก็เลยต้องทำให้มันสมฐานะเค้าหน่อย ..ซักวันสองวัน หลงกูเมื่อไหร่เดี๋ยวจะพามานั่งป้าซีที่รักนี่แหล่ะ”


..แบบนี้มันหลอกลวงผู้บริโภคนี่หว่า


คนเรานี่มองแค่หน้ากับรถไม่ได้หรอกนะสาวๆ หน้าตาดีใช่ว่าจะเป็นคนดี แถมบางทีรถก็อาจจะไม่ใช่รถของมันอีก ดูอย่างเอี้ยกายนี่เป็นตัวอย่าง เลวครบสูตร


“ประเสริฐจริงมึง” ผมหยิบฝาขวดน้ำจากซินมาปาใส่หัวไอ้กายด้วยความหมั่นไส้ ก่อนหันกลับไปคุยกับซินต่อ “แล้วกูจะกลับไง?”
คอนโดกับมหาลัยก็ไม่ใช่ใกล้ๆ จะให้กลับรถไฟฟ้าก็ขี้เกียจเบียดคน รถเมล์ก็ไม่แน่ใจว่าจะขึ้นถูกสายหรือเปล่า(ไม่ค่อยได้ขึ้นน่ะ) ส่วนแท็กซี่...เอ่อ อันนี้ยังไม่เคยนั่งคนเดียวมาก่อนเลย


“กูโทรให้ แบรี่ มารับละ”


“พี่ฌานจะมาเหรอมึง? อุ๊ย กระจกๆ อยู่ไหน?” เมย์บีดี๊ด๊าขึ้นมาอะเกน เมื่อได้ยินชื่อขวัญใจของมัน


หรืออันที่จริงคือขวัญใจของคนทั้งคณะ(และอาจจะรวมไปถึงทั้งมหาลัย) เพราะ ‘พี่ฌาน’ ที่อีเมย์มันเรียกคือ..อดีตเดือนคณะและเดือนมหาลัยที่ตอนนี้อยู่ปีสามแล้ว เรียนวิศวะคอมสาขาเดียวกันกับผมเอง


ถ้าจะให้พูดถึงก็...นึกออกแต่เรื่องดีๆ เรียกว่าเป็นเพอร์เฟคแมนคนหนึ่งเลยก็ได้ แบรี่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับพวกผมฝาแฝด ชื่อ ‘แบรี่’ ก็มีแต่คนในครอบครัวเท่านั้นที่เรียก คนอื่นๆ จะเรียกว่า ‘ฌาน’ ซึ่งเป็นชื่อจริง


เมย์เทกระเป๋า(..หรือจะเรียกว่ากระสอบดีล่ะ?)ของตัวเองออกมาหมดเพื่อตามหากระจกอย่างที่มันต้องการ แล้วของในกระเป๋ามันก็นะ มีทั้งสมุด หนังสือ ดินสอ ปากกา แป้ง ลูกอม ขนม นมเนย เยอะแยะไปหมด


เออ.. มีไขควงกับปะแจรวมอยู่ในนั้นด้วย


“เชี่ยซินกาย เสบียงกู”


ซินกับกายก็พากันแย่งขนมกับลูกอมของอีเมย์อย่างสนุกสนาน ส่วนหนึ่งมันก็โยนมาให้ผมด้วย


“อีห่าพวกนี้นี่! ไม่มีปัญญาซื้อแดกเองรึไง?”


“แล้วมึงจะไปไหน? วันนี้ก็ไม่กลับไปนอนบ้านอีกแล้วเหรอ?” ผมหันไปถามซินอีกครั้ง


ไอ้กายมันบอกจะไปรับสาว แล้วซินมันจะไปไหนอีก? หรือว่าจะไปหาเด็กของไอ้ฟ้าประทานอะไรนั่น?


“อือ กูจะไปหาพลอย” มันหันมายักคิ้วให้ผมที


..พูดถึงผู้หญิงเข้าหน่อยทำหน้าตาทะลึ่งขึ้นมาเชียวมัน


“เด็กของไอ้ฟ้าประทานอย่างที่เมย์มันว่าน่ะเหรอ?”


“ระวังเถอะมึง จะเจอตีนผัวหัวเงินของมัน” อีเมย์พูดทั้งที่ยังส่องกระจก มืออีกข้างใช้ถอนขนจมูกที่แพลมๆ ออกมา ขณะที่ไอ้กายนั่งแทะช็อคโกแล็ตที่เพิ่งแย่งมาได้


“มันก็ไม่ได้แขวนป้ายบอกไว้นี่หว่า ว่าเด็กใคร” ซินยักไหล่แบบไม่แคร์ “แล้วทางนั้นเค้าก็มาเล่นกับกูก่อนด้วย เสนอมา กูก็แค่สนองไป ใช่มั้ย เพื่อนกาย?”


“ช่ายยยย” ไอ้กายพยักหน้า พูดทั้งที่มีช็อคโกแล็ตอยู่เต็มปาก “หุ่นงี้โคตรเอ็กซ์เลยล่ะมึง ตูดเป็นตูด นมเป็นนม ถ้าเพื่อนซินปล่อยผ่านก็โง่เชี่ยๆ แล้วล่ะครับ”


ไอ้เรื่องกามๆ นี่เห็นดีเห็นงามกันจริงๆ นะพวกมึง เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย


“เหอะ เดี๋ยวก็ได้มีเรื่องจนได้”


ชักสังหรณ์ใจไม่ดีแล้วสิ อุตส่าห์อยู่รอดปลอดภัยมาตั้งปีแล้วนะ ที่ผ่านมาก็ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องเลย(มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่คนอย่างซินจะมีชีวิตอยู่อย่างสันติสุขเหมือนคนอื่นเขาน่ะ) เพียงแค่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ..แต่ถ้าเกิดไปมีเรื่องกับคนอย่างไอ้เดือนเดือดนั่น...ผมกลัวว่ามันจะไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ น่ะสิ


แต่ผมอาจจะแค่กังวลมากเกินไปเองก็ได้..


“ไม่กลัวอยู่แล้ว ลืมไปแล้วเหรอว่าพี่เป็นใคร ซันนี่ที่รัก?” ซินหันมายิ้มทะเล้น ใช้ลิ้นเขี่ยจิลที่ริมฝีปากตัวเองเล่น ยืดอกพูดอย่างภาคภูมิใจ “แชมป์คาราเต้ รุ่นเยาวชน ระดับประเทศสองปีซ้อนอย่างซินเซียร์ซามะคนนี้ไม่เคยแพ้ใครอยู่แล้ว จะฟ้าประทานหรือนรกประเคนก็มาเหอะ พี่บ่ยั่น”


“ลืมไปแล้วเหรอว่ามึงแพ้กูในปีสุดท้ายน่ะ?” ผมช่วยเตือนความจำให้มันรู้สำนึกซะบ้างว่ามันเคยถูกโค่นมาแล้ว ไม่ใช่ไม่เคยอย่างที่มันพูด


“โด่ ไอ้นั่นกูแค่ยอมให้หรอก เห็นว่ามึงยังไม่เคยได้แชมป์เลย ก็เลยยกแชมป์ให้ ..ของขวัญจากพี่ชายไง” แล้วมันก็หันไปพยักพเยิดกับเมย์และกาย “กูใจดีใช่มั้ยล่ะ?”


“อย่ามาๆ แล้วหมาตัวไหนมันร้องไห้ตอนที่เสียแชมป์ให้กู ห๊ะ?”


“กูไม่ได้ร้องซักหน่อย แค่สปอร์ตไลท์มันแยงตา แมร่งสาดมาได้ตั้งสี่ห้าตัว หัวกูนี่แทบไหม้”


มันแถ ดูมันแถ แสบสีข้างมั่งไหมมึง หือ?


ด้วยความหมั่นไส้ผมเลยตบกะโหลกที่ปรกคลุมไปด้วยเดทร็อคหนาๆ ของมันไปสองทีซ้อน เห็นปากมันแอบด่าขมุบขมิบ ไม่กล้าด่าดัง เพราะเดี๋ยวจะเจ็บมิใช่น้อย(ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นน้อง ใครเป็นพี่ ฮ่าๆๆ) ส่วนไอ้สองตัวที่นั่งตรงข้ามก็พากันหัวเราะคิกคักชอบใจกับประวัติศึกสายเลือดที่ไม่ได้มีให้ฟังกันบ่อยๆ จนซินมันถลึงตาใส่แล้วแจกนิ้วกลางให้อีกคนละนิ้วพร้อมกัน


“กูไม่ได้ห่วงมึงหรอกนะ อย่าเข้าใจผิด กูห่วงตัวเองต่างหาก เกิดมันดันหน้ามืดคิดว่ากูเป็นมึงแล้วกระทืบผิดตัวขึ้นมา กูไม่เจ็บฟรีรึไง?” พูดไปงั้นแหล่ะ ก็ไม่ได้คิดจริงๆ หรอกว่าจะมีใครที่แยกผมกับซินในตอนนี้ไม่ออก ถ้าเป็นตอนเด็กก็ว่าไปอย่าง ตอนนั้นแม้แต่ป๊ะป๋ากับแม่ของเราเองก็ยังแยกไม่ออกเลย


“โหยยย ถ้ามันจะเข้าใจผิดไปขนาดนั้นก็ไม่ใช่คนแล้ว ควายชัดๆ เหอะ ถามหน่อยว่ากูกับมึงตอนนี้มีอะไรเหมือนกัน?”


“ไข่ไง” เสียงอีเมย์ตอบแทรกเข้ามา


ซินเลยหันไปแยกเขี้ยวใส่ “แบบนั้นของมึงก็มีมั้ง อีเม้ย”


“ของกูฝ่อไปแล้ว กูเลยต้องตามหาของคนอื่นอยู่นี่ไง” มันลอยหน้าลอยตา ก่อนหันไปถามไอ้กาย “มึงอยากจะช่วยสงเคราะห์กูมั่งมั้ย?”


ก็เลยโดนไอ้กายถีบแทบตกโต๊ะ เรียกเสียงฮาได้อีกรอบ แต่กายมันไม่ขำด้วยนะ หน้าตามันซีเรียส


“กูเคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าถ้าวันไหนมึงคิดจะแดกกู กูจะฆ่ามึงด้วยตีนคู่นี้แหล่ะ อีเอี้ยอาจ อีกะเทยตระบัดสัตย์ อีดัดจริตเป็นตุ๊ด อีสุดไส้ อีไข่เค็ม อี..”


“พอๆ สัดกาย! กูแค่ล้อเล่น แมร่งด่าซะกะเทยเพลีย” เมย์โอดครวญพลางลูบๆ คลำๆ สะโพกตัวเอง “ที่ถีบมาเนี่ย คิดว่ากูเจ็บไม่เป็นรึไง? เห็บหมา!”


“กูเพื่อนเล่นมึงเหรอ?” ไอ้กายผลักหัวมันไปอีกที


“ก็ตั้งแต่เด็กอ่ะ” อีเมย์ยังไม่ย้อมแพ้ สะบัดหน้ากลับมาเถียงต่อ


และก่อนที่พวกมันจะได้วางมวยกันเอง รถฟอร์ด เฟียสต้า สีขาว ก็ขับมาจอดใกล้ๆ กับที่พวกผมนั่งอยู่ พอเห็นว่าแบรี่มารับแล้วผมก็เลยเก็บข้าวของใส่ย่ามประจำตัว แต่ก่อนไปก็ยังไม่วายกำชับไอ้พี่ชายตัวดี


“มึงอย่าดูถูกความโง่ของมนุษย์นะ ซินเซียร์.. กูไปล่ะ พรุ่งนี้เจอกัน”


ผมลาพวกมันทุกคนแล้วเดินมาขึ้นรถของแบรี่ เหลือบเห็นเมย์บีโบกมือ หยอยๆ ยิ้มบานแฉ่งส่งให้แบรี่จนรถเลี้ยวลับตามา...
 





“เดี๋ยวพี่แวะซื้อของที่เซเว่นแป๊บ จะเอาอะไรมั้ย?” คนขับจอดรถแล้วหันมาถามผมที่ส่ายหน้าตอบ ผมมองตามหลังหมอนั่นไปก็เห็นเขาหยุดคุยกับผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่แถเข้ามาทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม


ก็อย่างที่บอกไปว่าลูกพี่ลูกน้องของผมคนนี้เป็นขวัญใจของทุกคน ทั้งหน้าตาดี มาดดี หัวดี ใจดี ไม่ว่าอะไรก็ดูดีไปหมด แถมยังเป็นนักบาสของมหาลัย สูงตั้งเมตร 90 กว่าเซนต์ แต่เห็นเพียบพร้อมขนาดนี้ก็ยังไม่มีแฟนหรอกนะครับ ยังโสดสนิท ผมกับซินเคยลองแย้บๆ ถามอยู่เหมือนกัน และก็ทำให้ได้รู้ว่าที่แบรี่ยังโสดอยู่ทุกวันนี้เพราะว่าเขามีคนในใจอยู่แล้ว...รักมั่นคงมากว่า 10 ปี
แม่เจ้า! ทั้งหล่อทั้งรักจริงแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้วนะ ซันชายน์คอนเฟิร์ม


แต่ก็ยังไม่ยอมบอกอยู่ดีว่าเป็นใคร.. ก็เอาเป็นว่าคงต้องรอดูกันต่อไปว่าใครจะเป็นผู้โชคดี แต่ตอนนี้แบรี่หายไปนานแล้ว ผมเบื่อๆ เลยออกมายืนรอนอกรถ เจอคนรู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้างก็ยิ้มทักทายกันไป ..ก็เขายิ้มให้ก่อนไง ผมไม่ใช่คนบ้าที่ยิ้มอยู่ตลอดเวลาหรอกนะเออ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด


ระหว่างที่ยืนชมนกชมไม้ชมนักศึกษาชายหญิงอยู่เพลินๆ ก็มีมือมืดโผล่มาจากทางไหนไม่รู้ มันกระชากคอเสื้อผมจากด้านหลังแล้วเหวี่ยงลงไปกองกับพื้น


และวินาทีหลังจากนั้นผมก็ได้รับรู้ว่าการถูกกระทืบมันเป็นยังไง ไม่มีโอกาสได้ตอบโต้ ไม่มีโอกาสได้เห็นว่าเจ้าของตีนที่ย่ำลงมานั่นเป็นใคร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า กูผิดอะไร?? ห๊ะ?! แล้วแมร่งทำไมต้องมากระทืบกู?!!


เอี้ยเอ๊ย!! ตีนใครวะเนี่ย?!


ผมได้แต่ยกแขนป้องกันหน้าและหัวไม่ให้ได้รับความกระทบกระเทือนไปมากกว่านี้ ในตอนที่เริ่มเบลอ สมองเลิกสั่งการ สติจะหลุดแหล่มิหลุดแหล่(รู้สึกจะมีเลือดไหลออกทางจมูกด้วย) ผมก็ได้ยินน้ำเสียงร้อนรนเหมือนแว่วมาจากที่ไกลๆ


“เฮ้ย ฟ้า นั่นไม่ใช่ไอ้เอี้ยซิน!”



และก่อนที่ทุกอย่างจะหายไปผมก็ได้ยินเสียงตะโกนดังลั่นของแบรี่..



“ซันนี่!!!!!!”









TBC.  :z2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2012 09:07:20 โดย White Raven »

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +844/-80
ไหนว่าแชมป์คาราเต้งัยฟระ  โดนยำซะได้  มารอตอนสอง  อิ อิ

ออฟไลน์ NONSENSE

  • เพ้อฝัน ไปวันวัน
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 644
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-2
และแล้วก็มีคนโง่เอี๊ยๆจนได้

..อย่าดูถูกความโง่ของมนุษย์...

ต้อนรับเรื่องใหม่ค่า  รออ่านต่อนะคะ น่าสนุกดี
 :L2: :L2:

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4480
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
เจอแล้วไง
คนที่แยก ซัน กับ ซิน ไม่ออก

 
เปิดตัวพระเอกออกมาก็โชว์โง่เลย

 :laugh: :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ Mekaming

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 288
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-2
สนุกอะรอตอนต่อไปความโง่ของมนุษย์อย่าได้ดู
ถูกเลยก้ากกกกกกกกกกกก :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ พี่วันเสาร์

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +282/-3
ซันโดนยำตีนแทนพี่ชายรับเคราะห์แทนดูท่าทางจะหนักมาก
อิคนทำก็มีตาหามีแววไม่ทำไมไม่ดูให้ดีก่อน
+1จ้า :L2:

chae

  • บุคคลทั่วไป
ฉลองเรื่องใหม่ เฮๆๆๆ น่าติดตามมาก แอร๊ๆ
พระเอกท่าจะหล่อ เลว ร้ายน่าดู
แต่ตาแม่งคงแย่น่าดู เสือกกระทืบผิดคน
+1 ไปเลยจ้า

ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8646
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +947/-16

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ moobarpalang

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1081
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +185/-6
 :mc4: :mc4: :mc4:
ชอบเมบีอะ
แต่ก็ชอบฟ้าด้วยแรงได้ใจ

ออฟไลน์ bulldog17

  • ❤GOT7
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3689
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +265/-12
อย่าดูถูกความโง่ของมนุษย์ ! ! !

 :z2:


dawnthesky

  • บุคคลทั่วไป
 :mc4:
แชมป์คงกำลังงง อยู่ดี ๆ มาคว้าไปกระทืบซะอย่างนั้น!!

ตกใจเลยลืมว่าตัวเองเป็นแชมป์ :เฮ้อ: ทำไปได้

มีคนโง่ ดูไม่ออกด้วย ว่าแต่มันโง่หรือบ้ากัน

ผมดำ กับ ผมสีทอง มันต่างกันนะพี่น้อง!!
 :z3: ไม่ไหวจะเคลียร์

มาต่อไว ๆ นะ จะรออ่าน :bye2:

ออฟไลน์ uknowvry

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4439
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-6
มันส์ดี เวลาอ่าน น้องเมย์บี 555

JangBouyoung

  • บุคคลทั่วไป
ชอบอ่ะ  o13 คนแต่งเขียนลื่นไหล อ่านง่ายดี ชอบภาษามาก
แต่ละคนฮาซะ เปิดตัวพระเอกแล้ว  :-[ มาต่อไวๆนะคะ จะรอค่าา

ออฟไลน์ tay028643904

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
:a5:ค้างมาก!!! :a5:
อัปๆๆๆๆ :sad4: :sad4: รอน้ะฮ้ะ
ขอบคูนเน้อ~

hamhotpie

  • บุคคลทั่วไป
:z1: ชอบพี่ซินอ่ะ
ร้ายๆ แรงๆ ดี แอบน่าัรักเบาๆ ด้วย
เรื่องนี้ใครเป็นพระเอกเนี่ย หวังว่าคงเป็นฟ้าประทานมั้งนะ
ชื่อนี่เลิศเลอเพอร์เฟคกับคนอื่น...ม๊ากมากกกกกก  :-[

แอบรักพี่ซินเบาๆ คนอะไรโฮกเท่ห์บาดใจ
ชอบเมย์บีด้วยคน อาจกับเมย์บีนี่คนละอย่างกันเลย ฮ่าๆ
เป็นสีสันให้สองแฝดแสบจ้า

ออฟไลน์ Mekaming

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 288
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-2
มาเต้นรอประจำวันที่27  :z2: :z2: :z2:

ออฟไลน์ takara

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4163
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +379/-13
จะว่าฮาก้อฮาอะนะ แต่ว่าอย่างที่ซันนี่บอกก้อมีจริงจริง คนอาไร้ ไม่มีถาม

ออฟไลน์ howru

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
ค้างที่สุดอะ !!!~
เจอเรื่องน่าสนใจอีกแล้ว อิอิ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






คันจัง

  • บุคคลทั่วไป
มารอด้วยคนจ้า

ออฟไลน์ ben~ya

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 853
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-0
ท่าทางจะแค้นจัด ตื้บซะ จะหมดหล่อมั้ยเนี้ยะ

saylmya

  • บุคคลทั่วไป
ชอบเรื่องนี้ ฮ่าๆ โดยเฉพาะเมย์บี 555

ออฟไลน์ White Raven

  • I'm beautiful in my way.~
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +779/-3
    • Fanpage
Chapter :: 02 :: ตะวันฉาย!
 
 





1 เดือนผ่านไป ไวเหมือนโกหก...



เออดิ ..ผมโกหก หลังจากวันนั้น(..ไม่ต้องถามนะว่าวันไหน) ก็ผ่านมาได้เกือบสิบวัน ผมออกจากโรงพยาบาลมาได้สี่วันแล้ว แต่วันนี้เพิ่งจะกลับมาเรียนเป็นวันแรก โดยที่แขนซ้ายยังต้องใส่เฝือกแบบอ่อนอยู่


ป่านนี้เรื่องของผมคงจะรู้กันทั่วทั้งคณะแล้วมั้ง เสียหน้าชะมัด! ถึงคนทั่วไปจะไม่เคยรู้ประวัติเก่าๆ ของผมมาก่อนก็เหอะ แต่มาถูกกระทืบง่ายๆ แบบนี้นี่มัน.. แมร่ง!


ไม่ใช่ว่าผมสู้มันไม่ได้นะ แต่ผมไม่มีทางเลยสู้ต่างหาก เข้าใจไหมว่าคาราเต้ที่ผมร่ำเรียนมาน่ะมันไม่มีการต่อสู้ในท่านอน ไม่เหมือนยิวยิดสู และการที่ผมถูกมันเหวี่ยงลงพื้นง่ายๆ ก็เป็นเพราะว่าผมไม่ทันตั้งตัว แถมยังไม่เคยมีพื้นฐานยูโดมาก่อนด้วย ก็เอาเป็นว่า.. ถ้าล้มลงไปแล้ว(แถมยังมีฝ่าตีนกระหน่ำย่ำลงมาแบบไม่เว้นวรรค) คาราเต้มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย..


สัด!! อย่าให้กูเจอมึงนะ ไอ้เอี้ยฟ้าประทาน!!


ใช่ครับ! เจ้าของตีนคู่นั้นก็คือไอ้เดือนเดือด ‘ฟ้าประทาน ทามิยะ’ ที่คนเขาร่ำเขาลือกันนั่นเอง ผมก็ไม่แน่ใจว่ามันโง่หรือบ้ากันแน่ที่ดันเข้าใจผิดคิดว่าผมคือ เชี่ยซิน(..ขอติดยศหน่อยเหอะ ยังเคืองไม่หาย) เป้าหมายที่แท้จริงของมัน แต่ที่แน่ๆ คือผมคงจะจดจำชื่อมันไปจนวันตาย ในฐานะผู้ชายคนแรกที่กล้าเอาตีนมาลูบหน้าผมแบบนี้ ..ฮึ่ย! ยิ่งคิดยิ่งแค้น!!


หลังจากที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อครั้งสุดท้ายของแบรี่ในวันนั้นผมก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย รู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว รู้สึกปวดเมื่อยเจ็บระบมไปทั้งตัว ระดับความเสียหายนั้นไม่ต้องพูดถึง มีตั้งแต่กะโหลกยุบ กระเพาะรั่ว กำเดาไหล ไหปลาร้าฉีก ซี่โครงหัก ม้ามแตก ปอดแหก ตับกระจายยยย...ไม่ใช่ละ ฮ่ะๆๆ ถ้าจะขนาดนั้นล่ะก็ตายไปซะเลยดีกว่าเหอะ


จริงๆ ก็แค่ฟกช้ำตามเนื้อตัว ปากแตก ดั้งบวม มีเลือดกำเดาออก แขนขาถลอก และกระดูกแขนซ้ายร้าว แค่นั้นแหล่ะ...แค่นั้นเอ๊งงงง แง่ง!


ถึงจะแค่นั้นแต่มันก็ทำให้ผมใช้ชีวิตในช่วงนี้ได้ลำบากพอสมควรเลยล่ะ ไม่รู้ว่าตอนนั้นหลับไปนานแค่ไหน แต่พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นไอ้พี่ชายตัวดีเกาะอยู่ที่ข้างเตียง ท่าทางเศร้าสร้อยหมาหงอยราวกับญาติมันเพิ่งเสีย(..อยากบอกว่ากูยังไม่ตายเหอะ) และพอสังเกตดูดีๆ ก็จะเห็นรอยฟกช้ำดำเขียวกระจัดกระจายอยู่ตามใบหน้าและเนื้อตัวของมัน


ไม่ต้องเสียเวลาคิด ผมรู้ได้ทันทีเลยว่ามันต้องเพิ่งไปเอาคืนมาให้ผมแน่ๆ


ถัดจากซินก็เป็นไอ้กาย ไอ้นี่ก็มีสภาพไม่ต่างอะไรกับคนแรกเลย คาดว่ามันคงจะตามซินไปร่วมด้วยช่วยกันอีกแรงเป็นแน่แท้ แต่มันก็ยังยิ้มแฉ่ง ชูสองนิ้วให้ เมื่อเห็นผมขมวดคิ้วมองสำรวจมัน


หันมาอีกฝั่งก็เห็นเมย์บีนั่งครางซี้ดๆ ใช้ฝ่ามือหนาๆ ประคองแก้มบวมๆ ของตัวเองไว้ แน่นอนว่าอีนี่ก็คงจะตามไอ้กายไปอีกทีเหมือนกัน ถึงจะเป็นกะเทยที่ชอบวิ่งแรดๆ ไปทั่วคณะ แต่พอเอาเข้าจริงมันก็สู้คนเหมือนกันนะ เรื่องเรี่ยวแรงนี่ไม่ต้องพูดถึง ขนาดกระสอบข้าวสารเป็นร้อยกิโลมันยังยกลอยมาแล้ว นับประสาอะไรกับผู้ชายแค่คนสองคน ฮ่าๆๆ


และที่สำคัญคือมันเป็นคนที่รักพวกพ้องมาก ซึ่งข้อนี้แหล่ะที่ทำให้พวกผมชอบมัน ถึงเมย์จะรักสงบและไม่ชอบเจ็บตัว แต่มันก็ยังอุตส่าห์ไปแก้แค้นให้ผม


..ผมงี้ซึ้งใจสัดๆ เลย


ส่วนรายสุดท้าย.. มีร่องรอยความเสียหายให้เห็นบ้างประปราย แต่ไม่เท่าไหร่ ปกติแล้วแบรี่ไม่ใช่คนที่ชอบตัดสินปัญหาด้วยกำลังอยู่แล้ว(ถึงจะเป็นทั้ง  เทควันโด้ ยูโด และมวยไทยก็เหอะ) ..ถ้าให้ผมเดานะ ผมคิดว่าทีแรกแบรี่ก็คงตั้งใจจะไปห้ามพวกซินนั่นแหล่ะ แต่มันก็คงจะไม่สำเร็จเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา สุดท้ายก็เลยกลายเป็นผู้ร่วมก่อการไปด้วยเหมือนกับทุกทีที่แบรี่พยายามจะปกป้องพวกผมฝาแฝด ..คิดแล้วก็น่าเห็นใจนะ?


พอสอบถามก็ได้ความไม่ต่างจากที่ผมคาดเดา และไม่ต้องเสียเวลาเอารอยตีนบนเสื้อผ้าไปเที่ยวเทียบหาเจ้าของ เหมือนตอนที่เจ้าชายตามหาซินเดอเรลล่าหลังคืนเต้นรำด้วย(แต่ของผมคงเป็น..หลังวันยำตีน) เพราะพวกนั้นมันบอกผมทันทีว่าไอ้คนที่เล่นงานผมก็คือไอ้เอี้ยฟ้าประทานนั่นเอง



“ฉายๆ ทางนี้จ้ะ” เสียงใสๆ กับหน้าสวยๆ ของเหมยปรากฏขึ้นในโสตรับรู้ของผม ผมเลยต้องปรับเปลี่ยนโหมดอารมณ์แค้นเคืองให้กลับสู่ภาวะปกติ แล้วหันไปส่งยิ้มให้เธอที่กำลังวิ่งมาหาอย่างดีอกดีใจตามประสาคนไม่ค่อยได้เจอกัน


เหมยลี่ เป็นอดีตแฟนคนแรกและคนเดียวที่ผมเคยมี ด้วยความที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ น่ารัก นิสัยดี และผมคิดว่าเธอนี่แหล่ะคือคนที่ ‘ใช่’ สำหรับผม(ในตอนนั้น) ก็เลยตัดสินใจขอคบกับเธอ...เมื่อประมาณตอนเรียนเกรดสิบ


แต่หลังจากที่คบกันไปได้สักพักผมก็เริ่มรู้สึกว่าเธอ ‘ไม่น่าจะใช่’ ละ


ไม่ใช่ว่าเหมยมีข้อเสียอะไร แต่มันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราเห็นไม่ตรงกัน ยิ่งคบนานวันก็ยิ่งเห็นต่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ ผมก็เลย...เอาล่ะ พอแค่นี้เถอะ เราคงไปไกลว่านี้ไม่ได้แล้ว.. ซึ่งเหมยก็ยอมเข้าใจ เราเลิกลากันด้วยดีและเป็นเพื่อนกันมาจนถึงตอนนี้


ใครว่าแฟนเก่าจะกลายมาเป็นเพื่อนไม่ได้...นั่นมันเป็นกรณีที่คนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคนยังมีเยื่อใยความรักความแค้นต่อกันต่างหาก แต่กับคู่ที่ไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษอะไรต่อกันแล้วเหมือนผมกับเหมยนี่สบายมาก ..เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้


ตอนที่ผมนอนอยู่โรงพยาบาลเหมยก็โทรศัพท์มาถามข่าวคราวอยู่แทบทุกวัน แต่เธอยังไม่มีเวลาว่างมาเยี่ยมด้วยตัวเองสักที และพอเธอรู้ว่าผมหายดีจนกลับมาเรียนได้แล้วเธอก็บอกว่าอยากจะเห็นหน้าผม พร้อมกับจะเช็คดูสภาพสักหน่อยว่าหายดีอย่างที่ปากว่าจริงไหม ..นอกจากนั้นก็ยังถือโอกาสให้ผมเอาดีวีดีที่เธออยากดูมาให้ยืมด้วย เรียกว่ายิงปืนนัดนี้ ได้นกยกฝูงกันเลยทีเดียว


ตอนนี้ผมก็เลยมายืนอยู่ใต้ตึกคณะเภสัชอันเป็นที่เรียนของเหมย และ..


ผมเพิ่งจะนึกได้เดี๋ยวนี้เองว่าไอ้เอี้ยที่กระทืบผมวันนั้นมันก็เรียนอยู่คณะนี้ด้วยนี่หว่า


แบบนี้หรือเปล่าที่เขาเรียกกันว่า...บุกถ้ำเสือ?


“เอาดีวีดีมารึเปล่า?” เหมยยิงคำถามทันทีที่มาถึงตัวผม


“คนเราเนาะ แทนที่จะถามถึงอาการเพื่อนก่อนอ่ะ” ผมแกล้งบ่นงอนๆ เอากล่องดีวีดีวางเทินไว้บนหัวเธอ


“ล้อเล่นน่า” เหมยหัวเราะเสียงใส รับแผ่นดีวีดีไปถือไว้แล้วเดินวนรอบตัวผม “ไหนดูซิ มีอะไรหายไปบ้างรึเปล่าเอ่ย?”


“โอเค ก็ดูเหมือนจะจริงอย่างที่ปากว่า” พูดพลางพยักหน้ากับตัวเอง ก่อนจะชี้มายังแขนที่เจ็บของผม “ยกเว้นแขนนั่น?”


“อีกไม่กี่วันก็เอาเฝือกออกได้แล้ว” ผมชูแขนข้างนั้นให้เธอดู


“อืม ค่อยสบายใจหน่อย.. ว่าแต่ใครกันนะที่ล้มอดีตหนึ่งในแฝดนรก กานต์ฉาย ได้? รึว่าไปติดเกาะแถวยุโรปซะนาน เลยโดนหิมะกัดเขี้ยวเล็บหลุดหมดแล้ว?” เหมยพูดยิ้มๆ อย่างคนที่รู้จักผมเป็นอย่างดี


‘แฝดนรก กานต์-ฉาย’


จะว่ายังไงดีล่ะ? ชื่อในวงการงั้นเหรอ? ..ก็คงจะประมาณนั้นมั้ง ฮ่ะๆ สมัยนั้นแทบไม่มีใครรู้จักชื่อเล่นจริงๆ ของพวกเราหรอก ถ้าบอกไปก็มักจะถูกล้อว่า ‘ซินดี้-ซันนี่’ ..ซึ่งซินมันเกลียดมาก แค่ถูกล้อเรื่องหน้าตามันก็เดือดจะแย่แล้ว นี่ยังมีเรื่องชื่อแต๋วๆ เพิ่มเข้ามาอีก มันก็เลยไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเรียก ใครกล้าเรียกมีเตะปากฉีกอ่ะ


ทุกคนก็เลยหันมาเรียกชื่อจริง ‘ตะวันฉาย’ หรือ ‘ฉาย’ ซึ่งเป็นผมเอง ส่วนซินคือ ‘กานต์’ หรือ กานต์ระพี้~ ฮ่ะๆ ไม่ใช่ๆ ชื่อ ‘กานต์ระพี’ น่ะ


แต่ในตอนที่พวกเราได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง เราเห็นตรงกันว่าควรจะทิ้งชื่อนั้นไปซะ อดีตก็ควรจะเป็นเพียงแค่อดีต แล้วกลับมาใช้ชื่อ ซินกับซัน เหมือนแรกเริ่มเดิมทีดีกว่า


เพราะพวกเราตั้งใจแล้วว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่...


และผมไม่ได้บอกเหมยหรอกว่าไอ้คนที่ทำร้ายร่างกายผมมันเป็นใคร ถ้ารู้เหมยก็คงจะไม่มีทางเรียกให้ผมมาหาที่นี่เป็นแน่ เพราะเธอเป็นคนที่ค่อนข้างขี้ห่วงขี้กังวลน่ะ


“เหมย!” ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบอะไรเหมยไปก็มีใครสักคนมากวักมือเรียกให้เธอไปหา ท่าทางเหมือนมีธุระจะคุยด้วย


“ฉายรออยู่นี่ก่อนนะ” เหมยหันมาบอกผมก่อนจะวิ่งไปหาคนคนนั้น


ผมยืนมองเหมยคุยธุระของเธออยู่พักนึง ก็มีกลุ่มผู้ชายประมาณสามสี่คนเดินผ่านเข้ามาในขอบเขตการมองเห็นของผม และบดบังเหมยให้หายไปจากสายตา ตอนแรกผมไม่ได้สนใจอะไร ตั้งใจจะหันไปมองทางอื่น แต่หนึ่งในนั้นกลับตรงมาทางผมและร้องเรียกให้เพื่อนมันหันมาสนใจผมด้วย


“เฮ้ย พวกมึง ดูดิกูเจอใคร? ผู้เคราะห์ร้ายจากปลายตีน ฟ้า นี่หว่า” ไม่พูดเปล่า แต่ไอ้หัวสีน้ำตาลทองๆ นั่นมันยังเอามือมาชี้ๆ ผมด้วย


มารยาทน่ะมีไหม ห๊ะ!?


แต่เมื่อกี๊มันว่าอะไรนะ? ฟ้าเหรอ? ฟ้าประทานใช่ไหม?? ฟ้าประทาน    ทามิยะ ใช่หรือเปล่า???


“ไหนๆ นี่น่ะเหรอน้องเอี้ยซิน?” ไอ้ตี๋ตัวซีดๆ อีกคนรีบเสนอหน้ามามองผมใกล้ๆ อย่างพิจารณา “โหยยย เชี่ยฟ้า มึงเบลอหรือมึงเมาอ่ะวันนั้น มึงแยกไม่ออกจริงๆ เหรอ กูถามเห๊อะ? แค่ผมมันก็คนละสีคนละทรงแล้วนะโว้ย!”


ถ้าถามกูนะ กูขอตอบว่ามันคงทั้งเบลอ ทั้งบ้า ทั้งเมา แล้วก็โง่เอี้ยๆ เลยแหล่ะ เพื่อนฟ้าประทานของมึงอ่ะ


“เออว่ะ บอดสีแบบนี้เป็นเภสัชไม่ได้นะมึง” ไอ้แว่นอีกคนยืนพยักหน้าหงึกๆ พลางสำรวจมองผม


“ก็รูปที่ จี้ เอาให้ดูแมร่งทั้งมืดทั้งเบลอ ..แล้วกูจะไปตรัสรู้ได้ไงว่ามันจะเสือกมีแบบนี้ตั้งสองตัว” เจ้าของน้ำเสียงเย็นๆ พูดสำเนียงเนิบๆ ไม่เร่งร้อนและติดจะรำคาญเล็กน้อย เดินแหวกเพื่อนมันเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าผม “..ตอนนั้นกูก็ง่วงๆด้วย”


ไม่ต้องมีใครแนะนำก็แน่ใจได้เลยว่าไอ้นี่แหล่ะ ..เอี้ยฟ้าประทานตัวจริงเสียงจริง ดูได้จากหัวสีเงินๆ อันเป็นจุดเริ่มต้นตำนานเดือนเดือดของมันเลย(สีอย่างนี้คงจะไม่มีหลายคนหรอกมั้ง) ผมของมันดูยุ่งเหยิงไม่ค่อยเป็นทรง ชี้โด่ชี้เด่คนละทิศละทางราวกับว่าชีวิตนี้สะกดคำว่า ‘หวี’ ไม่เป็น(แต่ผมคิดว่ามันคงตั้งใจทำล่ะ)


ส่วนเรื่องหน้าตานี่...เอ่อ คงต้องยอมรับล่ะว่ามันหล่ออย่างที่เขาพูดกันจริงๆ ไม่มีอะไรที่คนเขาพูดเกินจริงเลย ..ดูดีซะจนผมอดแปลกใจไม่ได้


แต่ดวงตาสีดำสนิทของมันกลับดูเซื่องซึม(หรือมันจะง่วง?) เหมือนไม่มีอะไรจะมาทำให้คนอย่างมันตื่นเต้นตาโตได้ และดูเหมือนจะไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อใครด้วย ..ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นคนๆ เดียวกันกับไอ้เลือดร้อนที่กระทืบผมเมื่อหลายวันก่อน


แต่ถึงอย่างนั้นผมกลับรู้สึกได้ถึงบรรยากาศคุกคามแบบแปลกๆ ที่รายล้อมอยู่รอบตัวมัน..


บอกตามตรง ตั้งแต่เกิดมาผมก็เพิ่งเคยเจอคนที่มีบรรยากาศอันตรายขนาดนี้ครั้งแรกนี่แหล่ะ ..เป็นความอันตราย ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางเชื่องๆ..


แต่ก็ใช่ว่าผมจะกลัวมันหรอกนะ แค่คิดว่าถ้าจะเล่นมันคงจะไม่ง่ายเท่าไหร่


พูดถึงการแต่งตัวของมัน.. ไอ้นี่มันเป็นนักศึกษาจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย? มันใส่เสื้อนักศึกษาตัวโคร่งกว่าตัวมันนิดหน่อย แขนเสื้อยาวไปปิดจนเห็นฝ่ามือโผล่มาแค่ครึ่งเดียว กระดุมเสื้อก็เริ่มติดจากเม็ดที่สามลงมาและปล่อยเม็ดล่างสุดเอาไว้ กางเกงที่มันใส่เป็นสกินนี่เดฟสีดำ มีรอยขาดเป็นหย่อมๆ มาจนถึงต้นขาให้เห็นเนื้อหนังข้างในพอกรุบกริบ ในมือถือสมุดแค่เล่มเดียว ปากกาเหน็บอยู่ที่กระเป๋าเสื้อข้างๆ กันมีแว่นตากันแดดยี่ห้อกุ๊ชชี่เสียบอยู่ด้วย


..มองยังไงก็ไม่น่าจะใช่คนที่เรียนอยู่คณะนี้เลยจริงๆ


หมอนั่นมองมา ผมก็มองสบตากลับไป รอฟังว่ามันจะพูดอะไร จากที่คะเนดูมันคงจะสูงกว่าผมแค่ไม่กี่เซนต์หรอก


“อีกอย่าง...ตีนกูมันก็ไม่มีตานี่หว่า โทษทีแล้วกันนะพวก” มันพูดโดยที่สีหน้ายังดูเฉยชาไม่เปลี่ยนแปลง


สัด! พูดมาได้นะมึง เดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวมึงได้เจอตีนที่ไร้ตาของกูบ้าง เดี๋ยวก๊อนนน!


“กูก็ต้องขอโทษแทนมันด้วยนะ ปกติมันก็ไม่ใช่คนที่ชอบหาเรื่องใครก่อนหรอก แต่พอดีช่วงนั้นมันกินยาไม่ครบโดสน่ะ ก็เลยขาดๆ เกินๆ ไปบ้าง โปรดอย่าถือสานะจ๊ะคนดี ฮ่าๆๆ ..แต่พี่มึงมันก็กวนตีนจริงๆ ว่ะ วันนั้นมันก็พาพวกมาเล่นกับพวกกูซะเกือบมีได้เสีย ถ้าพี่ยามแถวนั้นไม่พาพวกควงกระบองเข้ามาขัดจังหวะซะก่อน” ไอ้แว่นคนเดิมเข้ามาตบไหล่ผมแปะๆ ยิ้มทะเล้น


“จะว่าไปแล้วก็ดูน่ารักกว่าพี่มันเยอะเลยเนอะ” ไอ้หัวสีน้ำตาลทองพูดบ้าง “ว่าแต่มึงพูดได้ป่ะเนี่ย? กูเห็นยืนนิ่งมานานละ คนแน่ป่ะวะ...รึว่าไม่ใช่?”


แล้วไอ้เวรนั่นก็เอานิ้วมาจิ้มๆ ที่ไหล่ผม ผมเลยปัดมือมันออกไปด้วยความรำคาญ “อ้าว ขยับได้ด้วยนี่หว่า เฮ้ย! รุ่นนี้แมร่งเจ๋งว่ะ ดีกว่าไอ้ตัวที่สยามดิสอีกนะเนี่ย”


เชี่ยนี่! คนนะเว้ย ไม่ใช่หุ่นขี้ผึ้งมาดามทูสโซ!


“รึว่าจะยังกลัวเชี่ยฟ้าอยู่?” ไอ้หน้าตี๋ออกความเห็น “ไม่ต้องกลัวนะ กูจัดยาระงับประสาทให้มันแล้วสี่เม็ดถ้วน เมื่อกี๊เอง มึงดูหน้ามันสิ เชื้อง เชื่อง ฮ่าๆๆ”


มันเอามือไปเกาคางไอ้หัวเงิน ก็เลยถูกตบกะโหลกเป็นของกำนันแบบเรียงตัวเผื่อแผ่ไปถึงอีกสองตัวที่เหลือด้วย


แล้วไอ้ฟ้าประทานก็หันกลับมาจ้องหน้าผมอีก..


“เหมือนมึง...มีอะไรข้องใจกับกูนะ” มันยังคงน้ำเสียงเนิบๆ เฉื่อยๆ (แต่ไม่ช้าจนน่ารำคาญ)ไว้แบบเสมอต้นเสมอปลาย สงสัยว่าจะเป็นสำเนียงเฉพาะตัวของมัน


ไม่ต้องรอให้มันถามซ้ำสอง ผมก็ตัดสินใจตอบออกไปในแบบเฉพาะตัวของผมบ้างเหมือนกัน


“เฮ้ย!!!” เพื่อนของไอ้เอี้ยฟ้าประทานแหกปากร้องดังลั่นเกือบจะพร้อมกัน


ทันทีที่ผมหมุนตัวจัดคาราเต้คิกฟาดก้านคอเพื่อนหัวหงอก(ต่อไปนี้ผมจะเรียกมันอย่างนี้แหล่ะ)ของพวกมันแบบม้วนเดียวจบไม่มีฉายซ้ำ ก่อนกลับลงพื้นอย่างสวยงามไม่ให้เสียศักดิ์ศรีแชมป์เยาวชน ดูจากรูปการแล้วไม่ต้องเสียเวลาผ่าชันสูตรก็ระบุได้ว่ามันคงจะหลับกลางอากาศโดยไม่ต้องพึ่งหมอนและเสียงกล่อมนอนของหม่ามี้แต่อย่างใด


วะฮะฮ่าฮ่า สะใจซันซามะซะจริงๆ~


ให้มันรู้ซะบ้างว่ากูเป็นใคร ถึงแขนกูจะเดี้ยง แต่ขากูไม่ได้พิการนะโว้ย! แล้วถึงกูจะหน้าตาดีก็ไม่ได้หมายความว่ากูจะต้องใจดีปล่อยให้มึงกระทืบฟรีหรอกนะ ยังไงก็ขอเอาคืนบ้างเหอะ!


“อิปป้ง!” ผมพึมพำขานคะแนนให้ตัวเองพลางกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นไอ้หงอกฟ้าประทานร่วงถึงพื้นโดยมีเพื่อนของมันเข้ามารองไว้ทันก่อนที่หัวจะกระแทกพื้นซีเมนต์ตายห่าไปซะ


“...........” ไอ้สามตัวนั่นหันมาจ้องหน้าผม นาทีนั้นเองที่ผมเริ่มจะสำนึกอะไรบางอย่างได้..


ห่าล่ะ!! นี่กูอยู่ในถิ่นมันนี่หว่า ร่างกายก็ยังไม่ครบสามสิบสองแถมยังซ่าส์มาคนเดียวอีก ..เปรี้ยวจริงๆ นะมึง ซันชายน์ เหลียวมองรอบๆ ตัวก็เห็นแต่เด็กคณะมันทั้งนั้น


เหยดดดดด! แล้วเย็นนี้กูจะได้กลับไปเจอหน้าพี่ชายอีกหรือเปล่าวะเนี่ย?! ซินเซียร์~ กูคิดถึงมึงเอี้ยๆ เลยว่ะ!!


ระหว่างที่สมองกำลังทำงานหนักเพื่อหาทางหนีทีรอดอันน้อยนิดให้ตัวเองอยู่นั้น ความวุ่นวายก็บังเกิดขึ้น ตามมาด้วยเสียงของใครไม่รู้ อาจจะเป็นพี่ยามหรือไม่ก็อาจารย์.. แต่ผมจะถือว่าเป็นเสียงสวรรค์ก็แล้วกันนะ


“พวกเธอทำอะไรกันน่ะ?! นี่มันสถานศึกษานะ!”


“ทางนี้!” เสียงใสๆ กับมือเล็กๆ ที่มาคว้าข้อมือผมให้วิ่งตามออกมาจากความชุลมุนนั้นจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก..เหมยลี่ผู้น่ารัก
เธอพาผมหนีตายออกมาได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะมาหยุดยืนหอบแฮ่กที่ซอกตึกแห่งหนึ่ง ผมหลุดหัวเราะออกมาเมื่อลมหายใจเริ่มกลับเป็นปกติ และหวนนึกถึงเรื่องบ้าๆ ที่ทำไปเมื่อครู่ แต่อีกคนกลับยืนเท้าเอวมองหน้าผมตาเขียวปั้ด


“บ้ารึเปล่าห๊ะ?! รู้ตัวบ้างมั้ยว่าทำอะไรลงไป? โชคดีแค่ไหนที่วันนี้รอดมาได้? ไม่รู้เหรอว่าพวกนั้นเป็นใคร? แถมตัวก็ยังเจ็บอยู่ด้วย! แล้ว..”


“ใจเย็นเหมย ใจเย็น.. หายใจเข้าลึกๆนะ น่าน อย่างนั้น ดีมาก...” ผมยกมือห้ามให้เหมยใจเย็นลง กำหนดลมหายใจให้เธอ เพื่อจะได้ไม่สติแตกไปมากกว่านี้ แต่พอสติกลับคืนมาแล้วเธอก็ดันเอามือมาหยิกท้องผมซะนี่


“เจ็บนะ!” ผมประท้วง


“แค่นี้ทำเจ็บ ที่ทำไปนั่นไม่กลัวเจ็บเลยใช่มั้ย? ที่เตะร่วงไปนั่นมันนายฟ้าประทานนะ ไม่เคยได้ยินกิติศัพท์ของผู้ชายคนนั้นบ้างเลยรึไง?” ยิ่งพูดก็เหมือนเหมยจะยิ่งใกล้ร้องไห้เข้าไปทุกที “จากนี้ไปเธอเจอศึกหนักแน่”


“น่าๆ รอดมาวันนี้ได้ก็ปลอดภัยแล้วล่ะ ลืมไปแล้วเหรอว่าเราเป็นใคร? เราคือ ‘ฉาย’ หนึ่งในแฝดนรกในตำนานเชียวนะ” ผมยิ้มให้เธอสบายใจ แล้วลูบหัวเธอเบาๆ เหมยก็ใช้มือทุบอกผมอีกที


“ถามจริงๆ เมื่อกี๊มีเรื่องอะไรกัน หรือว่าพวกนั้นแซวเธอ?”


นี่เหมยยังคิดว่าผมยังไล่เตะปากพวกที่ชอบแซวอยู่อีกเหรอ? ฮ่ะๆๆ ไม่ใช่เรื่องแค่นั้นหรอกน่า


“ก็ไม่ใช่เรื่องเพิ่งมีเรื่องกันเมื่อกี๊หรอก...อ่า มันเป็นเรื่องตั้งหลายวันแล้วล่ะ” ผมยักไหล่ง่ายๆ แต่เหมยถึงกับตาโต


“อย่าบอกนะว่า...ที่แขนเป็นแบบนี้ก็เพราะ..”


“อื้ม”


“ทำไมเธอไม่บอก?! ถ้าเหมยรู้ เหมยไม่มีทางเรียกให้มาหาถึงที่นี่หรอก”


เห็นไหม? ผิดจากที่ผมพูดที่ไหน ผมเอื้อมมือไปขยี้หัวเธอ และยิ้มให้อีกที


“ช่างมันเถอะน่า ก็มาแล้วนี่เนอะ ทำไงได้ ..วันนี้ขอบใจที่ช่วยนะ แต่เราต้องไปแล้วล่ะ เดี๋ยวมีเรียนอีก ไว้ค่อยเจอกัน”


“อื้อ กลับดีๆ ล่ะ ถึงคณะแล้วโทรมาบอกด้วยนะ จะได้รู้ว่ายังปลอดภัยดี” เธอโบกมือลาผมพร้อมกำชับด้วย


“จ้าๆ”
 





“อ๊ายยยยยย อีซันซัน! กูดีใจจริงๆ ที่เห็นมึงยังมีชีวิตอยู่ อีเพื่อนร้ากกก”


ทันทีที่ผมก้าวเข้ามาในเขตของคณะวิศวะ เมย์บีก็วิ่งโร่กรีดร้องน้ำหูน้ำตาเล็ดหมายจะเข้ามากอดผมคล้ายลูกน้อยผวาเข้ามาหาแม่ที่ทิ้งมันไปหลายปี


“แอ้ก!!” แต่ยังไม่ทันจะถึงตัวผมดี ก็ล้มหน้าคว่ำคะมำลงไปจับกบที่พื้นเนื่องจากแรงถีบ..


เปล่า ไม่ใช่ผมนะ แต่เป็นซินที่วิ่งตามหลังมันมาติดๆ ต่างหาก


“อีเอี้ยซิน!! มึงถีบกูทำไม? อีสันขวาน!”


“เดี๋ยวยางจะมาโดนน้องกู” ซินว่าแล้วเข้ามายืนแทนที่เมย์


“อีปลวก! กูไม่ใช่แมลงปอนะ จะได้ปล่อยยางใส่น้องมึงได้อ่ะ” อีเมย์ทุบพื้นประท้วงโดยที่ยังไม่ยอมลุก


ซินไม่สนใจแอคติ้งโวยวายของเมย์บี มันจับตัวผมหมุนซ้ายหมุนขวาเหมือนต้องการหาร่องรอยอะไรสักอย่าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาถามงงๆ “มึงปลอดภัยดีใช่มั้ยห๊ะ ซันนี่? มึงไม่ได้เจ็บตรงไหนนะ? กูกำลังจะไปช่วยมึงอยู่พอดีเลย”


ผมพยักหน้าหงึกๆ ตอบมันไปแบบงงๆ เหมือนกัน พอเห็นแบบนั้นซินก็ยิ้มกว้างเลย ..ว่าแต่ช่วยอะไรวะ? แล้วพวกมันเป็นอะไรกันเนี่ย? มันก็รู้กันอยู่แล้วนี่ว่าวันนี้ผมจะกลับมาเรียน เมายางแมลงปอของอีเมย์บีกันหรือไง?


“มึงนี่แน่จริงๆ ว่ะ ซัน แขนพิการแบบนั้นยังจะกล้าไปลุยคนเดียวอีก กูล่ะนับถือใจมึงเลย” ไอ้กายที่เพิ่งเดินตามมาถึงพูดยิ้มๆ พร้อมกับยกมือขึ้นคาราวะผมตามแบบธรรมเนียมคนจีนบรรพบุรุษของมัน


“น้องกูๆ” ซินตบอกบอก สีหน้าภาคภูมิใจเต็มที่ “เจ๋งใช่เปล่า?”


“แหม~ แล้วเมื่อกี๊อีห่ารากตัวไหนมันร้อนรนจะเป็นจะตายให้ได้ ตอนที่รู้ว่าน้องมันบุกเดี่ยวเปรี้ยวตีนไปหาไอ้รูปหล่อฟ้าประทานถึงถิ่นห๊ะ?” เมย์ร้องเสียงแหลมแบบเย้ยๆ ซินมันเลยจะป้อนตีนให้กินอีกที แต่คราวนี้กะเทยไหวตัวทัน ออกไปยืนซะห่างเลย ฮ่ะๆๆ


อ้อ เรื่องนี้เองสินะ ว่าแต่ทำไมข่าวมันถึงได้มาไวกว่าตัวผมได้ล่ะเนี่ย?


“พวกมึงรู้ได้ไงเนี่ยว่ากูไปไหนมา?”


“เพื่อนสาวกูโทรมาบอก” เมย์บีเฉลย “มันบอกว่ามึงก้านคอฟ้าประทานซะหงายเงิบไปเลย วะฮะฮ่าๆๆ เพื่อนซันของกูสุดยอดชิบหาย” ว่าแล้วก็หัวเราะอย่างเสียจริต ตบมือชอบอกชอบใจใหญ่


“น้องกูไง น้องกู”


“ถึงมันจะหล่อก็เหอะ แต่เอี้ยแบบนี้เอาไว้ไม่ได้! กล้าดียังไงถึงมาถีบกลางยอดหน้าสุภาพกะเทยอย่างกู? แล้วไม่มีจูบด้วยนะ ข้อนี้แหล่ะที่กูเคืองที่สุด!” อีเมย์กระทืบเท้าฮึดฮัดไม่พอใจเมื่อนึกถึงความแค้นอันแสนยิ่งใหญ่ของมัน เหอๆ


“น้องกูๆ” ไอ้นี่ก็ยังไม่หยุดอวดอีก


จะบ้าตาย แต่ละคน..
 





หลังจากนั้นก็ไม่ผิดจากที่ผมคิดไว้มากนัก ทั้งเรื่องที่ไอ้หัวหงอกนั่นกระทืบผม ทั้งเรื่องที่ผมไปสอยมันร่วงกลางคณะของมันเอง วีรกรรมของผมดังกระฉ่อนไปทั่วคณะและมหาลัยภายในเวลาอันรวดเร็ว ..ในฐานะตำนานบทใหม่ คนที่สามารถโค่นตำนานเดือนเดือดอย่างไอ้ฟ้าประทานลงได้


ไม่ใช่ว่าผมจะไม่ภูมิใจหรอกนะ ถึงจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้นแต่ก็มีแอบภูมิใจอยู่ลึกๆ เหมือนกัน แต่ส่วนหนึ่งในสามัญสำนึกของผมมันร้องเตือนอยู่ตลอดเวลาว่าอันตรายใหญ่หลวงกำลังใกล้เข้ามาแล้ว ถึงสองสามวันมานี้จะยังสงบสุขอยู่ แต่ผมค่อนข้างจะแน่ใจว่าคนอย่างไอ้หงอกฟ้าประทานไม่มีทางปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปง่ายๆ หรอก


ผมว่ามันคงจะมาเอาคืนเร็วๆ นี้แหล่ะ


ช่วงวันสองวันนี้ก็มีคนแวะเวียนมาทักทายผมมากขึ้น มีเด็กจากคณะอื่นมาแอบเมียงๆ มองๆ ถามหาว่า ‘ซันซัน’ คือคนไหน? และใครที่ใจกล้าหน่อยก็เข้ามาขอถ่ายรูปด้วยก็มี ส่วนซินเซียร์ สกาย เมย์บี ก็เกาะหนับติดหนึบอยู่กับผมไม่ยอมห่างอย่างกับเป็นบอดีการ์ดก็ไม่ปาน ทางแบรี่ก็แวะเวียนมาดูผมแทบทุกวันว่ายังดูดีครบสามสิบสองไหม? หลังจากที่เทศนาผมไปชุดใหญ่ในวันที่ไปก่อเรื่องมา เหมยเองก็โทรมาถามไถ่เรื่อยๆ เหมือนกัน..




วีคแรกผ่านไป.. ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะเกิดเหตุการณ์วิบัติภัยอะไรกับผม ทุกคนก็เลยเริ่มจะวางใจในสวัสดิภาพความปลอดภัยของผมมากขึ้น และเริ่มกลับไปใช้ชีวิตตามปกติของแต่ละคน


ซินมันไปตามหาหญิงคนใหม่หลังจากหมดความสนใจในตัว ‘พลอย’ ซึ่งเป็นชนวนหัวเชื้อของการเกิดเรื่องในครั้งนี้ ..ไอ้กายก็...เห็นมันพา ‘คุณหนู’ ของมันซ้อนท้ายซีแก่ร่อนไปร่อนมา ท่าทางจะสมใจอยากแล้วมั้ง แต่ถึงคุณหนูคนนั้นจะทำใจนั่งซีแก่ของไอ้กายได้แล้วแต่ผมก็ว่ามันน่าจะหมดโปรโมชั่นเร็วๆ นี้แหล่ะ ไอ้นี่มันเคยคบใครนานที่ไหน


ส่วนอีเมย์บีน่ะเหรอ? มันก็แรดของมันไปวันๆ เหมือนที่ผ่านมานั่นล่ะ


แบรี่เองก็งานยุ่ง ทั้งงานภาค งานสโมฯ ไหนจะงานตัวอีก แต่ถึงตัวจะไม่ได้มาก็ยังอุตส่าห์ส่งเสียงตามสายมาเช็คความเป็นอยู่ของผมได้ทุกวัน


และผมเองก็เริ่มจะคลายใจเหมือนกัน บางทีไอ้หงอกนั่นมันอาจจะหลับไปแบบไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง และพอตื่นขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้ สมองเบลอ เอ๋อแดก หรืออะไรประมาณนั้นหรือเปล่า? มันถึงได้เงียบมาจนป่านนี้


แต่ถ้ามองโลกในแง่ร้ายหน่อย ที่เห็นมันเงียบๆ ไปอาจจะกำลังคิดวางแผนร้ายอะไรอยู่เปล่า? ..ก็สุดแท้แต่จะคาดเดา




พอเริ่มเข้าวีคที่สองของการสร้างตำนาน.. ผมก็เหมือนจะลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทและตอบรับคำชวนไปงานวันเกิดของเพื่อนในเสคที่ผับแห่งหนึ่ง



และจากที่นั่นเองที่ทำให้ผมรู้ซึ้งว่า..


คนอย่าง ‘ฟ้าประทาน ทามิยะ’ ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คนเขาลือกัน




แต่มันเลวนรกส่งมาเกิดเลยเหอะ!!

 







TBC.  :z2:



*อิปป้ง - ใช้ขานเวลาได้ 1 คะแนนในกีฬาคาราเต้ นะจ๊ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2012 09:12:55 โดย White Raven »

ออฟไลน์ LYNN

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
สวดยวดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด~*0*!!!
ซันนี่น่ารักอ่ะ! ><!! อยากรู้ว่าซันนี่ป่ะเนี่ยที่โดนกด??? :z1:

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +844/-80
เอาคืนได้สะใจชิ๊บเป๋งเลยว่ะ  อายคาถิ่นตัวเอง
แต่จะโทษซันก็ไม่ได้นะ  แกว่งปากหาแข้งเองทั้งนั้นนี่
สมน้ำหน้าว่ะ 

chae

  • บุคคลทั่วไป
โหยยยยยยยยย เปรี้ยวอ่ะ
ก้านคอซะ ฮ่าๆ
มันสาสมกับแขนไหม?
ถ้าไม่ก็ไปจัดการอ่อยมันซะ ฮ่าๆ

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4526
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
นรกประทาน :m20:

ออฟไลน์ พี่วันเสาร์

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +282/-3
ฟ้าประทานสลบกลางอากาศคงจะแค้นซันน่าดู :m20:
คู่นี้เขาเป็นคู่ที่เล่นกันแรงมากต่างฝ่ายต่างก็ฝากรอยรักไว้ให้คิดถึงกัน :laugh:

คันจัง

  • บุคคลทั่วไป
มาเร็วดีจัง  o13

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด