7
วันหยุดปีใหม่ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว กลับเข้าสู่เทศกาลการเรียน วันหยุดผมเดินทางไปหายายที่ภูเก็ตโดยไม่เจอแม้แต่เงาของเคท . . แปลกที่ผมสดใสขึ้นเป็นกองหลังจากเคลียร์ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ของผมออกไปทั้งหมด ยายยังชมเปาะเลยนะว่าผมแอบยายไปทำหน้ามารึเปล่า ทำไมหลานยายหล่อขึ้นตั้งเยอะ
อันที่จริงผมก็ไม่ได้ทำอะไรเลย วันๆก็อยู่แต่กับเพื่อน เหล้า และก็ตำรา
วันนี้ผมมีเรียนตอนเช้าอีกเช่นเคย ผมขับรถไปตามทางผ่านปากซอยที่มีพวกเกษตรเถื่อนๆกับเทคโนมันมาสุมหัวกันอยู่ โคตรอันตรายเลยแฮะ . . อ้อ ลืมบอกไปว่าวันหยุดผมสั่งให้คนมาขนรถกลับไปใช้เวลาอยู่นานทีเดียว ตอนนี้รถผมเหลือแค่สองคันคือBMW M3 Coupe สีขาวกับ โตโยต้าแคมรี่แค่นั้น ใช้ชีวิตเหมือนเพลย์บอยกลับใจ แต่สาเหตุกลับไม่ใช่เพราะผู้หญิง
“ถึงไหนแล้วสาดดดดดดด อีกสิบนาทีอาจารย์จะมาแล้วนะ” ไอ้ภัทรเสียงดังมาตามสาย
“ใกล้แล้วๆ รถติดอ่ะ” ช่วงเข้าใกล้เวลาแปดโมงครึ่งนี่ติดดีจังเลยแฮะ กูอยากจะมีเวทมนตร์ แหวกรถออกให้กูขับแบบวีไอพีชิ้งๆเสียจริง
ผมมองเพลินๆดูรถราไปที่สวนมา ที่ตามตูดมันอยู่ หรือที่กำลังตามตูดผมไปเรื่อย เห็นฮอนด้าซิตี้ของไอ้เหนือชะแว้บมาให้เห็น มันคงกำลังขับไปตีกวิศวะอ่ะแหละ แอบเห็นคนขับแป๊บนึงวันนี้มันใส่ช้อปสีน้ำเงิน ข้างในเป็นเสื้อยืดคอวีเรียกเลือด และแว่นกันแดด แสรดดดดดดดด ทำตัวหล่อไปไหน ก็ใช่เซ้ มึงโสดแล้วนี่ ทำตัวดีสาวจะได้ติดใช่มะ โด่ ! แข่งกันป่ะล่ะ รับรองกูชนะมึงเห็นๆเรื่องสาวไม่อยากเซด แค่กูไม่อยากจะทำเฉยๆหรอกเฟร้ย
ผมนั่งเรียนอย่างง่วงๆมึนๆเพราะขับรถจากภูเก็ตมามหาวิทยาลัยเองเหนื่อยสัดๆ อันที่จริงนั่งเครื่องก็จบไม่น่าทำเป็นซ่าส์ขับรถไปเองเลยแฮะ
คร่อก !
รู้สึกอีกทีตอนที่ขาไอ้เชี่ยมิกกับไอ้เชี่ยฟิล์ม ไม่ใช่ขาสิ ตีนเลยแหละ พวกมันสะกิดผมยิกๆบนหน้าขา
“ไปแดกข้าวได้แล้ว”
มันลุกขึ้นมาเกาหัวอย่างมึนๆ ไอ้ชิบหายเอ๊ย อยากกลับไปนอนหลับอยู่บ้านจัง แสรด กูง่วงงงงง จะให้กูเรียนอะไรกันนักกันหนา !
“ไปไหนอ่ะ” ทุกคนมารวมที่ฟอร์จูนเนอร์ของเชี่ยฟิล์ม เพราะตอนบ่ายมีเรียนต่อ เลยจอดรถไว้ที่คณะเหมือนเดิม
“โรงอาหารกลางดิ สาวเยอะแสรดๆ”
“เฮ้ยยยย ไม่ไป วุ่นวาย” ผมปฏิเสธเสียงลั่น เกิดเจอคู่ขาเก่าๆขึ้นมาทำไง กูจะไม่โดนน้ำแดงสาดใส่หน้าเหรอ คือโรงอาหารกลางนี่คนมันเยอะมากๆอ่ะครับ และก็มีเกือบทุกๆคณะที่มากินข้าวกัน ไอ้ผมมันคนเคยกว้างขวางถ้าไปกินที่นั่นอย่างต่ำก็มีหนึ่งคนละวะที่เป็นโจทก์เก่า คิดแล้วก็อยากจะตบหัวตัวเองเสียจริง มึงไปสร้างเรื่องอะไรไว้ตั้งเยอะตั้งแยะทำม้ายยยยยยยย
“แต่กูเป็นคนขับ” ไอ้เชี่ยฟิล์มพูดได้อย่างน่าถีบมาก ฝากไว้ก่อนเหอะมึง คราวหลังมึงเมาก็ไม่ตามไปเก็บศพมึงจริงๆด้วย บักงัว
เสียงดังวุ่นวายเพราะเวลาเที่ยงเป๊ะๆ ไอ้ผมนี่นั่งเซ็งเท้าคางบนโต๊ะรอเพื่อนไปซื้อข้าวมากิน ไม่อยากลุกไปไหนเลยให้ตายเหอะ ชีวิตผมเป็นบางกรณีที่ผมอาจจะติดหรูบ้างไรบ้าง โรงอาหารกลางนี่หนึ่งปีมาแค่สองหนเองนะจะบอก ส่วนใหญ่เวลาเที่ยงๆก็หายไปกินข้าวร้านหรูๆราคาอย่างต่ำจานละร้อยยี่สิบแถวรอบมอกับเด็กเสียมากกว่า . .
“พี่คินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน” ใครเรียกกูหนอ แอบดีใจนิดๆที่เป็นเสียงผู้ชาย ไม่ใช่ว่าผมนิยมชมชอบแต่เพศชายหรอกนะครับ แต่ไม่เคยมีกิ๊กชายที่เด็กกว่าต่างหาก
“ไอ้ภีม เป็นไงวะ ไม่ได้เจอเสียนาน” ขอบใจที่มาคุยเป็นเพื่อนกู นั่งคนเดียวเจอแต่คนจ้อง กูอาย
“สบายดี เลือดตาแทบกระเด็น” กูเข้าใจว่าวิศวะมึงมันยาก “พี่ล่ะ ไหนๆๆ ของฝากจากภูเก็ต”
“อยู่ในรถ เย็นๆมาเอาละกัน”
“ผมได้เล่นละครเวทีของคณะด้วยนะพี่ เป็นตัวเต้นอ่ะ” คือมึงกะจะอวดกูแต่แรกแล้วว่างั้น - -
“คณะมึงมีละครเวทีด้วยรึ” ผมแอบตกใจ คณะผมไม่มีละคงละครไรงี้หรอก ส่วนใหญ่ก็มีแต่ออกชุมชนไปทำฟันการกุศลตามหมู่บ้านชนบทห่างไกล ส่วนใหญ่มีแต่ปีสูงได้ไปทำ ส่วนปีแรกๆอย่างผมก็มีบ้างที่ออกไปทำค่ายข้างนอก ว่าแต่มันเกี่ยวกับละครเวทีตรงไหนวะ โอเค กูพล่ามเอง
“มีดิพี่ เท่ด้วยนะ” ภีมมันดูดน้ำส้มปั่นของมันเสียงดังจู๊ดๆ “พี่เหนือได้เป็นพระเอกด้วยล่ะ”
ไอ้ ไอ้เหนือได้เป็นพระเอก กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก หล่อๆกว่ามันคณะมึงก็มีออกจะถมเถไม่ใช่รึ
แต่ไอ้เชี่ยเหนือมันก็ดังสุดๆอยู่ดี
“เย็นนี้มาดูผมซ้อมหน่อยดิ นะๆๆๆ”
“กงการอะไรของกูที่จะไปดูมึงครับ เวลากูเยอะที่ไหนล่ะ”ผมหลบสายตามัน บักห่านี่มันต้องการให้ผมไปหาพี่รหัสมันแน่ๆ ผมรู้ผมดูออก ผมเก่ง!
“ก็กว่ามันจะเสร็จก็เย็นๆอ่ะพี่ ไม่มีเพื่อนคนไหนที่ผมสนิทด้วยไปซ้อมด้วยกันเลย ผมนึกถึงแต่พี่คินน้า นะพี่ไปดูผมหน่อย”
“ไปดิวะไอ้คิน ไปเป็นเพื่อนน้องรักมึงหน่อย” ไอ้มิกถือจานข้าวมาวางบนโต๊ะ นั่งแล้วก็พูด
มึงอย่ามา . . จี้จุดอ่อนกู กูไม่ชอบเพื่อนมาส่งเสริมเยอะ เพราะกูจะทำตาม
“นั่นดิ ตอนเย็นมึงก็ไม่ได้มีกีฬาอะไรกับเขาไม่ใช่เหรอ” ไอ้ภัทร
“และมึงก็ไม่ได้มีส่วนช่วยเพื่อนทำสแตนอยู่แล้วนี่นา” ไอ้ฟิล์ม
เคยจำที่ผมบอกได้มั้ยครับ กีฬาใหญ่มหาลัยกำลังจะเริ่ม . . ผมรับหน้าที่เป็นสวัสดิการอ่ะครับ บริจาคน้ำดื่ม ข้าว ขนม อะไรแก่น้องปีหนึ่งประมาณนั้น ผมอาสาเองและเพื่อนๆต่างก็เห็นด้วยกันใหญ่ แค่ผมบริจาคนะพวกมันก็ไม่บอกไม่กล่าวผมสักคำว่าให้มาช่วยงานเพื่อน ตลกจริงๆ
เพราะผมช่วยพวกมันประหยัดขึ้นอีกเป็นกองไง ปีหนึ่งไม่ได้ออกเงินอะไรหรอกครับ มีแต่ปีสองปีสามทั้งนั้นแหละ
“เออก็ด้าย” ผมรับคำอย่างเสียไม่ได้ “แต่มึงห้ามให้กูอะไรกับไอ้เชี่ยเหนือเด็ดขาด กูจะนั่งเฉยๆ ดูมึง แค่นั้นนะ”
อีกครั้งที่ผมสงสัยว่ากูเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้นะ คนนอกชัดๆ พวกนั้นจะยอมให้กูเข้าไปดูมันซ้อมเหรอวะ ?
“อิอิ พี่ แต๊งมาก ตอนเย็นแวะมารับที่คณะหน่อยนะ ซ้อมในโรงละครคณะศิลปะกรรมอ่ะ”
แหม ได้ทีใช้กูใหญ่ . . ไอ้เชี่ยภีม
ผมเลี้ยวรถจอดกึกหน้าคณะวิศวะอันแสนคุ้นเส้นทาง คุ้นตลอดแหละมาทุกวันแต่ไม่ได้เข้าไปในตึกเหี้ยไรนี่เลย ผมชายตามองไปที่โต๊ะประจำของพวกปากหมาเพื่อนไอ้เหนือ เห็นแต่เพื่อนมันแต่ไม่ยักเห็นมันแฮะ ผมเข็ดขยาดไม่ไปแถวนั้นอีกแล้ว ไม่ชอบให้พวกนั้นแซว มันรู้สึกยังไงก็ไม่รู้
“พี่ รอนานป่ะ พี่เหนือเค้าช้าอ่ะ”
เห้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ไหงไอ้ภีมมันเดินมากับเชี่ยเหนือในเสื้อช้อปละเว้ย ไรวะ! ทำไมเป็นงี้ !
“นี่มันอะไรวะ” ผมทำปากขมุบขมิบถามไอ้เด็กเจ้าเล่ห์คนนั้นทันที
“ผมอาสาจะไปส่งพี่เหนือไง แล้ววันนี้พี่คินก็มารับพอดี เพราะงั้นพี่ก็ต้องไปส่งผมกับพี่เหนือ ถูกป่ะล่ะ”
ไอ้ห่านตด มึงเห็นหน้าเย็นๆของไอ้เชี่ยเหนือมั้ยครับบบบ แสรดดดด มันเกลียดกูอย่างกับอะไรดูดิแค่หน้ากูมันยังไม่มองเลยเหอะ
“แล้วรถมันอ่ะ” ผมกระซิบ ได้ยินแค่ผมกับเชี่ยภีมสองคน
“พี่เค้าขับไปส่งอู่ตอนเช้าอ่ะ” ที่กูเห็นตอนเช้าอ่ะนะ . . นึกว่าจะขับไปเรียนซะอีก
“แล้วมอไซมึงล่ะ”
“เพื่อนยืมน่ะพี่”
ผมจ้องหน้าไอ้เชี่ยภีมอย่างคาดคั้น ไอ้สัดมึงหลอกกูป่ะวะ! แต่ทุกอย่างเหมือนมันจะไม่ได้วางแผนเอาไว้อ่ะครับ . . มันลงตัวของมันเองเพราะดูมันเองก็งงๆไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้
ผมจำใจเปิดประตูนั่งที่นั่งคนขับ เป็นสารถีให้พระเอกละครเวทีกับตัวประกอบของคณะวิศวะอย่างเสียไม่ได้
“พี่เหนือ นั่งหน้าสิครับ” เหนือมันเปิดประตูหลังรถผม แต่โดนไอ้ภีมบอกไว้ซะก่อน
มันนิ่งแป๊บนึง แต่ไอ้เชี่ยภีมขึ้นไปนั่งเหยียดขาสบายปรื๋ออยู่เบาะหลังแล้ว เหนือมันเปิดประตูมานั่งข้างๆผมช้าๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรเอาแต่มองไปข้างนอกหน้าต่าง
เป็นอีกครั้งที่ผมคิดว่า . . มันใช่ธุระของกูมั้ยเนี่ยยยยยยยยยย กูมีส่วนที่ไหนกับเรื่องละครเวทีของพวกมึง ไม่เห็นมีสักนิด !
“พี่คิน ไม่ออกรถเหรอ”
“เออๆ ครับๆ” จะตั้งใจหรือไม่ก็ช่าง กูจะต้องเอาคืนมึงแน่ๆ ไอ้เด็กเวร
ผมจอดหน้าตึกศิลปกรรมที่อยู่ไกลโพ้นจากชาวบ้านชาวช่องเขา เรียกได้ว่าไม่รู้กี่กิโลเพราะมหาลัยผมใหญ่กว้างขวาง ไอ้เหนือเปิดประตูลงไปแล้วเดินหนีเข้าไปในตึก ส่วนไอ้ภีมโดนผมโอบรอบคอมันมาเค้นเอาความจริง
“ทำไมมึงทำกับกูแบบนี้ ฟายยยยยยยยยยย”
“โอ้ยยย พี่ ผมไม่เกี่ยวนะ พี่เหนือมาหาผมเองบอกว่าจะไปซ้อมพร้อมผมง่ะ”
“ไอ้แสรดดดดดเอ๊ยยยย”
ผมเดินตามไอ้เชี่ยภีมที่ทำหน้ามุ่ย ได้ยินเสียงดังล้งเล้งในโรงละคร ผมเห็นมีแต่คณะวิศวะกันทั้งนั้นเลยที่กำลังทำงาน กูทันตะ . . กูจะไปช่วยงานเพื่อนกู กูไปละนะ
“พี่ รอตรงนี้นะครับ” ไอ้ภีมบอกผมให้นั่งลงตรงที่นั่งคนดูมุมหนึ่งของโรงละคร ห่างไกลจากพวกที่ทำงานอยู่มาก “พี่โก้ พี่ผมมาดูเราซ้อมนะคร้าบบบบบบ”
“ได้ๆ เอาสิ” เห้ย ใจกว้างเกินคาดแฮะ ชิวไปไหมที่จะให้กูดูเบื้องหลังของพวกมึงน่ะ
ผมเห็นไอ้เหนือเดินไหวๆอยู่แถวๆหน้าเวที นี่มันมาซ้อมนานเท่าไหร่แล้วนะ ผมไม่รู้เรื่องเลย . . หรือว่านี่จะเป็นกำไรของผมอีกคราได้แอบส่องแอบมองไอ้เหนืออยู่นานแบบที่เจ้าตัวไม่รู้ด้วย เออแฮะ มันก็มีข้อดีเหมือนกันนี่หว่า
“พี่คิน ลงไปนั่งข้างล่างได้ครับ พี่ๆเค้าไม่ว่า”
ไอ้เด็กภีมมันมาลากผมให้ลงไปนั่งที่ที่นั่งคนดูใกล้ๆขอบเวทีมากขึ้นไปอีก ไอ้สัด มีแต่คนมองกูก็เขินนะ
“ฝากกระเป๋าผมกับพี่เหนือด้วยนะครับ” มันวางกระเป๋าเป้ของมันกับของไอ้เหนือลงบนที่นั่งข้างๆผม “ นาฬิกาพี่เหนือ เสื้อพี่เหนือ โทรศัพท์ เป๋าตังค์ด้วยครับ"
ถ้ามึงจะฝากเยอะขนาดนี้ เอาชีวิตมันมาฝากไว้กับกูก็ได้มา กูไม่ว่า . . อ่ะโด่ว
แต่เหลือเชื่อ! เสื้อช้อปไอ้เหนืออยู่บนตักผมโดยฝีมือแบบรีบไปซ้อมของไอ้เด็กภีม ผมกระพริบตาปริบๆมองดูเสื้อไอ้เหนืออย่างไม่คิดไม่ฝัน เหลือบสายตาไปมองข้างๆ ข้าวของไอ้เหนือกูวางอยู่เต็ม มันใช้โอโฟนสีดำแฮะ นาฬิกาดีเซล กระเป๋าตังค์บอดี้โกลฟ กูจดไว้ดีมั้ยเนี่ย เป็นข้อมูลดีๆนี่เอง
ละครที่พวกนี้มันจะแสดง คือละครที่พวกนี้ . . แต่งเอง ก็น่าสนุกดีนะ แบ่งเป็นสองฝักสองฝ่าย ฝ่ายไรไม่รู้จำไม่ได้ แต่ที่แน่ๆตัวร้ายกับพระเอกคนล่ะฝั่งกัน แล้วนางเอกเนี่ย(สวยดีครับ คิคิ)เป็นน้องสาวของตัวร้าย ความรักต้องห้ามจากบิดามารดาของทั้งสอง มีสู้กัน รบกัน ฟันกัน บลาๆๆ แต่ในเรื่องพระเอกมีคู่หมั้นอยู่แล้วด้วย น่าสนุกมาก แต่ยอมรับตรงๆกูจำชื่อตัวละครพวกมึงไม่ได้สักตัวเลย ยาวไปไหนแว้
ไอ้เหนือได้รับบทที่ไม่แตกไม่ต่างจากตัวมันจริงๆเท่าไหร่ เจ้าชายเย็นชาจากเมืองที่อยู่ไกลโพ้น มันไม่ค่อยพูด แต่เวลาแสดงความรักต่อนางเอก (แอบได้ยินว่าตัวจริงชื่อพร้อม เยสสส กูจะเอาไปโม้กับเพื่อน แม่งสวยสัดๆ)มันก็แสดงได้ดีจริงๆ จนผมมองข้ามความเย็นชาของมันไป . .
จะมีวันไหนมั้ยนะ ที่มันจะแสดงความรักแบบนั้นต่อผมบ้าง
ฝันไปก่อนละกัน มีความสุขสนุกสนานกับใจของตัวเองดี
“ร้อนมั้ยพี่คิน เอาน้ำเย็นป่าว” ไอ้นี่มันแสดงเป็นตัวร้ายยยยยยย ผมจำได้ มึงอย่าเข้ามาใกล้กู มึงจะลอบฆ่ากู ไอ้เลวววววววววววววว
โทษทีผมอินไปหน่อย
“หมะไม่เป็นไร”
“เห้ยพี่ไม่ต้องเกรงใจ ผู้สนับสนุนเรื่องนี้รวย” มันพูดยิ้มๆ อะ ไอ้สัดไม่เห็นมึงจะเลวเหมือนในละครเลย ทำไมไม่เอาไอ้เหนือไปเล่นเป็นตัวร้ายวะ เหมาะกว่าเยอะ ไอ้นี่มันยิ้มเก่งแถมยังหล่อใสไม่มีพิษมีภัย เออ มันอยู่ปีหนึ่งได้ยินว่าเป็นเดือนคณะนี้ปีนี้ เป็นตัวร้ายซะงั้นไอ้น้องมึงซวยจริงๆ
“แต๊งๆ” ผมรับขวดน้ำเย็นมา “แล้วนี่มึงชื่ออะไรล่ะนั่น”
“ผมชื่อปอนด์ครับพี่คิน”
“มึงรู้จักชื่อกูได้ไงวะ”
“ถามพี่เหนืออ่ะครับ”
หวายยยยยยยยย . . มึงถามผิดคนซะแล้วไอ้ปอนด์
“พี่เป็นเพื่อนพี่เหนือ หรือเป็นแฟนพี่เหนืออ่ะ”
เจี๊ยก มึงทำกูสำลักน้ำ . . แค่กๆๆๆ
“อะไรทำให้มึงคิดงั้นวะ!”
“ก็ดูดิ เสื้อช้อปพี่เค้ามาอยู่กับพี่ซะขนาดนี้ ไม่รู้ดิพี่ เซนส์มันบอก” ปอนด์มันยักคิ้วให้อย่างเท่ คำพูดมันทำเอาผมต้องก้มลงมามองตักตัวเอง นี่กูเอาวางไว้ตรงนี้ตลอดเลยรึ
ผมหยิบมันไปวางบนของจิปาถะของไอ้เวรเหนือทันที
“บ้าละ กูพี่ไอ้ภีม ไม่ใช่เพื่อนไอ้เหนือ” แค่เพื่อนก็ยังไม่ได้เป็น มึงเข้าใจกูป่าวววววววววววววววววววววววววว
“จริงอ่ะ” เกลียดหน้าไอ้เด็กเวรนี่จริงๆ ก็หล่ออยู่แต่เจ้าเล่ห์เหมือนไอ้ฟิล์ม ยังไงไม่รู้ “งั้นผมก็จีบพี่เหนือได้งั้นดิ”
“เฮ้ย” ผมร้องแบบกึ่งตกใจกึ่งอะไรก็ไม่รู้ อธิบายไม่ได้
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ล้อเล่น บ้าแล้วพี่” ถ้าท่าทางมึงจะมีความสุขสดชื่นปลื้มปิติขนาดนั้น มึงไปเป็นตัวเต้นอย่างไอ้เชี่ยภีมน่าจะเหมาะ มาเล่นเป็นตัวร้ายให้ผิดกับภาพลักษณ์ตัวเองทำไม โอย เพลียเหลือเกิน “แต่ก็นะ . . ผมเสียดายอ่ะ"
“ไรของมึง” รีบๆไปซ้อมได้แล้วบักตัวร้าย ยิ่งมึงอยู่นานเหมือนมึงจะรู้ทันกูยังไงก็ไม่รู้
“ผมน่าจะมาก่อนพี่เหนือเนอะ” อะไรของเมิงงงงงงง ไอ้เด็กคนนี้ มึงทำกูงงกับคำพูดพึมๆพำๆนั่น “ไงก็ โชคดีละกันนะพี่ ผมเอาใจช่วย สู้ๆครับ” ปอนด์ยิ้มแฉ่งให้ผมก่อนกลับไปซ้อมอีกที “เดี๋ยวผมขอพี่โก้ให้พี่มาดูซ้อมทุกวันให้นะ”
“เฮ้ยไม่ต้องๆ”
มันเอาม้วนบทของมันมาตีไหล่ผมเบาๆ
“ไม่เอา ไม่เห็นมีของสวยๆงามๆตอนให้มองตอนซ้อมเลย พื่มาอ่ะดีแล้ว เคมั้ยครับ”
ไรของแม่งวะ สวยๆงามๆมึงก็มองพร้อมไปดิ โคตรสวยอ่ะ กูเห็นกูยังเคลิ้มจัดอิจฉาบักเหนือที่ได้ใกล้ชิดกับเจ๊คนสวยเค้าขนาดนั้น มีฉากจูบ จุมพิต เยอะมากสุดๆ จนผมเองรู้สึกหงุดหงิดอยู่นิดหน่อย
ผมอิจฉาเหนือ หรืออิจฉาพร้อมกันแน่วะ
เวลาผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า การซ้อมก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด . . สามทุ่มกว่าแล้ว ผมเผลอหลับคาที่นั่งเปลี่ยนท่าแล้วเปลี่ยนท่าอีก เสียงพวกนักแสดงดังก้องกังวาน เสียงเคาะตอกไม้โน่นนี่นั่นดังกระหึ่มไปหมด แต่เชื่อป่ะผมหลับได้ ก็แอร์ในนี้มันโคตรเย็นอ่ะ
“พี่คิน ตื่นได้แล้วคร้าบบบบบบบ”
ไม่ใช่เสียงไอ้ภีมแฮะ เสียงไอ้ปอนด์ - -
“เสร็จแล้วเหรอวะ” ผมขยี้ตามองเห็นไอ้เหนือเก็บของอยู่ใกล้ผมแค่หนึ่งศอก ไอ้สัด ใกล้ขนาดนี้ตกใจเว่ย
“เสร็จแล้วครับพี่ ผมชวนพี่เหนือไปกินข้าวแล้ว พี่ไปด้วยกันนะ”
“เดี๋ยวๆ ไอ้ภีมล่ะ”
“มันบอกว่าพวกเต้นต้องซ้อมต่อก่อนอ่ะครับ พี่กลับไปได้เลย ไม่ต้องห่วงพี่ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จผมจะแวะมารับไปส่งมันให้นะ”
“เอางั้นเหรอ” ผมยังเบลอๆ เกาหัวยิกๆ
“พี่เหนือ จะไปไหนอ่ะครับ รอกันก่อนดิ”
“กูไม่ไปแล้ว กูจะกลับ” เหนือร้องบอกมาอย่างนั้น
“พี่เหนือ พี่คินอุตส่าห์รอไปส่งพี่นะ อย่าทำงี้ดิ” หะหา ไอ้ปอนด์ คือกูรอมันงั้นเหรอวะ กูยังไม่รู้เลย
เหนือมันหยุดเดินแล้วก็ไม่พูดอะไรต่อ ไอ้ปอนด์ที่ตัวสูงกว่าผมมันลากผมเดินไปหาไอ้เหนือ
“กินร้านไหนกันดีอ่ะ”
“ตามใจ” ผมกับไอ้เหนือพูดพร้อมกันเลย ไอ้เหนือหันหน้าหนี ส่วนผมกลืนน้ำลายแอบเขินอยู่หน่อยๆ
“ฮ่าๆๆๆ งั้นก็ตามใจผมอ่ะนะ” ปอนด์โอบไหล่ของผมไว้แน่น “พี่คินขับไปร้านXXXหลังมอละกันเน้อ เจอกันในร้านครับ”
คือมันพูดจบมันก็เดินหนีออกไปหารถมัน ส่วนผมก็ถูกปล่อยทิ้งให้อยู่ตามลำพังกับไอ้เชี่ยเหนือ
“มึงจะไปมั้ย” เสียงเย็นชาไอ้เหนือดังขึ้น ผมสะดุ้งก่อนที่จะเดินเร็วๆตัดหน้ามันไปยังรถของตัวเอง
ในร้าน XXX
“อาหารมาแว้วๆๆๆ” ไอ้เด็กบ้า หล่อซะเปล่าทำตัวปัญญาอ่อนชิบ ผมอดบ่นไม่ได้ขณะมองดูไอ้เชี่ยปอนด์ทำหน้าเหมือนเด็กได้รางวัลเมื่อข้าวเริ่มทะยอยๆมาเสิร์ฟ ช่างแตกต่างกับไอ้เหนือที่เงียบกริบ เก๊กท่าทำเป็นเท่ น่าหมั่นไส้อยู่ข้างๆไอ้ปอนด์ ส่วนผมนั่งฝั่งตรงกันข้าม
“พี่คินตา ช่วยไรอย่างสิครับ”
“อะไรของเมิง” จ้อไม่หยุดเชียวนะ . .
“พี่ไปรับไปส่งพี่เหนือหน่อยดิ เพื่อนพี่เค้าฝากผมมา แต่ผมคงทำทุกวันไม่ได้อ่ะ”
เดี๋ยว เดี๋ยวนะ . . มันเกี่ยวกับกูที่ไหน!!!!!!!!!!!!!!!!!
อะไร ยังไงของเมิงวะ!
ไอ้เหนือมันยังชักสีหน้ามองหน้าไอ้ปอนด์เลยครับ คือกลุ่มสามแยกปากหมาไม่มีใครมีรถเลยรึไงวะ ? ไม่เข้าใจ มารับมาส่งเพื่อนมันเองไม่ได้งั้นหรือ ทำไมต้องไหว้วานข้ามคณะให้กูเป็นสารถีให้เนี่ย
ถ้ามีโอกาส . . ก็อยากได้โอกาสนั้นมาครองอยู่นะ
แต่ยากว่ะ!
“นะครับ พี่คินเองก็เต็มใจไม่ใช่เหรอ”
คิดเองเออเอง ญาติมึงเป็นเทพธิดาพยากรณ์เหรอ !
เออ มึงคิดถูก!
“ไม่เป็นไร กูให้เพื่อนไปส่งได้”
ทำร้ายจิตใจกูจริงๆเลย . .
แต่ครั้งนี้กูไม่ยอม ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
“ได้ดิ ไม่มีปัญหา”
ไอ้เหนือตวัดสายตามามองหน้าผมทันที ผมทำท่าไม่ได้สนใจไม่ยี่หระอะไรมากมาย แต่ที่จริงอ่ะนะ . . ยอมกูเถอะ T^T
“ไม่ต้อง” มันบอกเสียงห้วน
“กูว่างพอดี”
“เรื่องของมึงดิ”
“ยอมๆเหอะน่า”
“ไม่”
“เกลียดกูนักเหรอ”
“ไม่เท่าไหร่”
“งั้นก็ให้กูไปรับไปส่งดิ”
วันนี้จะต้องถูกผมบันทึกเข้าไปในไดอารี่บนหัวเตียงนอนแน่ๆ พูดกับไอ้เหนือได้ไหลลื่นเป็นปลาไหลขนาดนี้ อันที่จริงก็เถียงกันอ่ะแหละ แต่ผมเถียงสู้มันได้ด้วยเว้ยเห้ย กร๊ากกกกกก ที่สำคัญมันบอกว่ามันไม่ได้เกลียดผมขนาดนั้น ผมคิดไปเองเหรอว่ามันเกลียดผมมากอ่ะ
กูคิดเยอะแล้วนะเนี่ย . .
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ น่ารักว่ะพี่” เกือบลืมว่ามีไอ้ปอนด์นั่งหน้าสลอนอยู่ด้วย “พี่คินน่ารัดมากๆ”
ไอ้สาดปอนด์ มันพูดว่าน่ารัดจริงๆครับ คนเขียนเค้าไม่ได้พิมพ์ผิดอ่ะ
ลามปามๆ ไอ้เด็กห่านตดนี่
“งั้นก็ . . รบกวนด้วยนะครับ”
“อือฮึ” ผมยักไหล่ ทำท่าไม่สนใจ แต่ในใจอ่ะลิงโลด อยากกระโดดสครีมลั่นโลกไปหาเลดี้กาก้าเสียจริง !
ดีใจสัดหมาอ่ะ !
วันนี้กูชนะ . . นะไอ้เหนือนะ
“พรุ่งนี้ไม่ต้องมา ไม่ต้อง” เหนือพูดขณะที่ผมจอดเทียบท่าตรงริมฟุตบาทหน้าหอมัน
“กูรับปากไปแล้ว”
“. . .” มันนิ่งแฮะ ไอ้สัดอย่าเพิ่งกลายร่าง พระจันทร์ยิ่งเต็มๆดวงอยู่ กูกลัวหมาป่า
ไอ้คิน . . มึงอย่าเวิ่น
“มึงรู้ได้ไงว่าหอกูอยู่นี่”
ตาย ไอ้สัดคิน มึงตายโหงงงงงงงงงงงงงงงงงง ตลอดทางผมมิได้ถามอะไรมันสักคำเรื่องหอ
ผมมันไม่เนียนเอาซะเลย
“มึงคง . . ชอบกูมากสินะ”
>////<
“ใครบอกมึง มึงอย่ามั่วดิ”
“ไม่งั้นมึงคงไม่อยากวิ่งเต้นมาส่งกูขนาดนี้หรอก จริงป่ะ” หน้ามันไม่ได้ยิ้มอะไรเลย แต่ทำให้ผมกระวนกระวายได้
มันจะรู้ไม่ได้ ให้ตายยังไงก็รู้ไม่ได้
ผมไม่พร้อม
“กูโทรถามภีม ภีมมันบอกกู ชัดมั้ย”
“โทรศัพท์เชี่ยภีมอยู่ในกระเป๋ากู” เหวยยยยยยยย เคิร์ฟของไอ้ภีมจริงๆด้วย ไอ้เหนือหยิบมันขึ้นมาโชว์ให้ผมดู หน้าจอมืดสนิท “มันลืมไว้ตอนซ้อม”
ห่านเป็ด ให้ตายเถอะโรบิ้น อยากจะสิ้นให้ดิ้นตาย ชีวิตอันสัปดนของไอ้คินตา ชิบหาย ชิบหาย ไม่รู้จะสบถยังไงแล้ว
“อย่าคิดว่ากูโง่”
มันปิดประตูลงจากรถไปแล้ว ทิ้งให้ผมอ้าปากค้าง นิ่ง และอึ้ง ชะงักแข็ง เกร็งไปหมดทั้งตัว
ถ้ามันพูดแบบนี้ . . แสดงว่ามันก็คงรู้แล้วอ่ะดิ
T_T
ถอยไม่ได้แล้วสินะ คงมีแต่ต้องสู้ยิบตาเท่านั้น . .
เมื่อไหร่มันจะรักกันวะ !
ใครยังอยากอ่านต่อ เม้นหน่อยสิจ๊ะ