(เรื่องสั้น) นาคบาศ [จบ]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: (เรื่องสั้น) นาคบาศ [จบ]  (อ่าน 63803 ครั้ง)

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1135/-5
(เรื่องสั้น) นาคบาศ [จบ]
« เมื่อ04-10-2011 19:03:22 »

ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

++++++++++

เขียนเป็นเรื่องยาวไม่เคยจบเลยสักที คราวนี้เขียนเป็นเรื่องสั้นบ้าง รับรองจบแน่ๆ ค่ะ เรื่องนี้แบ่งเป็นตอนไม่เกินห้าตอนจึงจบค่ะ และได้แนวคิดมาจากเรื่อง พระสุธน-มโนราห์นะคะ  :กอด1:

++++++++++




นาคบาศ
[/b]

Wordslinger

ขณะก้าวย่างระมัดระวังฝ่าสุมทุมพุ่มใบบังเข้าไปใกล้สระน้ำข้างหน้า เขารู้สึกถึงกระแสร้อนจากเชือกนุ่มในกำมือ พลางเขากระหวัดไปถึงวิธีการซึ่งเขาได้มันมาไว้ครอบครอง

   เขายังจำได้ถึงใบหน้าแย้มยิ้มและแววเลศนัยเคลือบอยู่ในดวงตานั่น

   ขดเชือกสีเขียว เปรียบได้ราวกับขนดของนาคา ผู้มีพิษร้ายแรง และจอมนาคผู้มอบบ่วงนาคบาศนี้ให้เขา ก็เป็นผู้คายพิษใส่เชือกนี้ด้วยตนเอง เชือกซึ่งเมื่อผูกรัดสิ่งใดแล้ว ย่อมไม่อาจหลุดได้ง่าย ไม่ว่าจะใช้อะไรมาบั่นให้สะบั้น นอกเสียจากว่าผู้ผูกเงื่อนมัดจะเป็นผู้แก้เสียเอง

   จอมนาคาผู้มีพิษเอ่ยกับเขายามยื่นบ่วงนาคบาศให้ว่า

   “ด้วยเจ้าเป็นผู้ช่วยชีวิตเราจากมนุษย์ใจทราม บ่วงนาคบาศนี้จึงเป็นของตอบแทนจากเรา จงใช้มันตามใจปรารถนาเถิด พรานบุญเอย”

   จอมนาคากล่าวจบก็ผลุบหายลงในสายนทีลึกล้ำ

   +++++

พรานบุญปลูกบ้านชายป่าอาศัยอยู่เพียงลำพัง นับจากบิดาตนได้ตายจากด้วยสัตว์ร้ายคร่าชีวิต เขาก็อยู่ลำพังมาคนเดียวตลอด ยังชีพด้วยการหาของป่าและล่าสัตว์เอาเข้าไปขายในกรุงพาราณสี อันวิชาความรู้ใดๆ ประดามี บิดาผู้เป็นพรานเฒ่าก็ได้ประสิทธิ์ประศาสน์ให้เขาจนหมดแล้ว แม้บิดาจักลาโลกไป เขาก็อยู่ได้ไม่เดือดร้อน จนบัดนี้เขาย่างเข้าสู่วัยเบญจเพศแล้ว

   พรานบุญมิใช่พรานประเภทเกียจคร้านสันหลังยาว ผู้ซึ่งมักหาเมียมาเพื่อรับใช้ให้นวดเฟ้น แล้วตนก็เอาแต่สูบกล้องยาเมื่อยามว่างงานมิได้เข้าป่าล่าสัตว์ เขาเป็นผู้อยู่เดียวดาย และด้วยเหตุนี้กระมัง เขาจึงขยันขันแข็ง หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน อาบเหงื่อต่างน้ำ เพื่อแลกมาซึ่งข้าวอิ่มท้อง แม้เป็นพราน ทว่าหนุ่มพรานบุญก็มิได้เข้าป่าทุกวัน เขาจะล่าสัตว์ก็แค่สองราตรีของจันทร์เพ็ญแลจันทร์แรม ส่วนเวลาอื่นนั่นหรือ เขาหาของป่าเช่นเผือกมัน หรือน้ำผึ้งรสชาติซ่านลิ้น กับพวกผลไม้ป่าหายาก เอาไปขายในเมือง และบางส่วนเก็บตุนไว้เป็นเสบียงยามฤดูหนาว

   นอกจากนั้นแล้ว เขายังปลูกพริก ปลูกผักหญ้าอื่นๆ อีกมากโข ต้นไม้ให้ลูกรอบบ้านซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินั้นเล่า เขาก็จัดการตัดเสี้ยนให้เตียนโล่งแล้วซึ่งวัชพืชพฤกษ์กาฝาก จนสะอาดตาและเจริญเติบโตให้ลูกให้ผลแก่เขาได้อิ่มหนำ เพราะด้วยความรักในสันโดษหรือเพราะเหนียมอายในชาติกำเนิดว่าตนเป็นเพียงลูกพรานยากจน เขาจึงไม่คิดหาเมียมาอยู่คอยปรนนิบัติ ซ้ำร้าย เขายังคิดอีกว่า คงมิมีสาวใดในเมืองพาราณสีนี้ดอก ซึ่งจะพร้อมใจมาตกระกำลำบากอยู่กับเขาหากไกลผู้คน รอบกายมีแต่ป่าใหญ่ไพรกว้าง น่ากลัวว่าสัตว์ป่าดุร้ายจะลอบออกมาลากไปกัดกิน

   และด้วยความรักสัตว์ แม้ว่าตนจะเป็นพรานผู้คร่าชีวิตสัตว์นี้เอง ทำให้เขายื่นมือเข้าช่วยจอมนาคจากความตายอันอุกฤษฏ์ เนื่องด้วยพราหมณ์เฒ่าเจ้าเล่ห์วางแผนปลิดชีพ จนกระทั่งเขาได้บ่วงนาคบาศลือชื่อมาเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว

   อาวุธวิเศษเหล่านี้มักมีอุปนิสัยแปลกประหลาด คนเหล่าใดต้องการมันมาไว้ในครอบครอง ย่อมไร้แล้วซึ่งโอกาส แต่ผู้ใดซึ่งไม่่หวังจะได้มันมาและทำประโยชน์ต่อผู้อื่นไปโดยไม่หวังผล ผู้นั้นย่อมได้มาซึ่งของรางวัลล้ำค่าเหลือคณานับ ดั่งนี้ เหมือนเป็นการสอนสั่งมนุษย์ให้ตระหนักว่า ทำบุญจงอย่าหวังผล ความดีความงามที่เราได้กระทำลงไป จักงอกงามออกดอกตอบแทนเมื่อเวลามาถึง

   พรานบุญแม้จะยังหนุ่มแน่น หากเขายึดมั่นในศีลและธรรม แม้ว่าการดำรงชีพอยู่ด้วยอาชีพพรานป่านี้จะทำให้ต้องละเมิดศีลข้อปาณาฯ อยู่เนืองนิตย์ แต่นับจากบิดาต้องสูญชีวิตให้กับกรงเล็บสัตว์ป่าบ้าคลั่ง เขาก็ละเลิกและหันหลังให้กับการคร่าชีวิต เดี๋ยวนี้เขาดำรงชีพราวกับนักบุญผู้ละแล้วซึ่งเรื่องทางโลก ประทังชีพอยู่ด้วยผลหมากรากไม้นานาจะหาได้ และที่เขาเพาะปลูกไว้เอง นานๆ ทีเขาจึงจะเข้าป่าเพื่อดักจับสัตว์สักครั้งหนึ่ง อย่างเมื่อครั้งนั้นซึ่งเขาเข้าป่าเดินทางนับแรมเดือนเพื่อให้ได้มาซึ่งนางกินรีผู้มีโฉมพริ้มเพราดังเกลาเกลี้ยง เขาก็ใช้บ่วงนาคบาศนี้แหละจับกุมนางไว้ได้ จนเขาได้รับบำเหน็จรางวัลจากพระสุธนราชาผู้ครองมหานครปัญจาละหน่อเชื้อพระอาทิตย์เทพ

   ครั้งนี้เมื่อยามจันทร์เพ็ญขึ้นอยู่เต็มฟ้า แลนางนกป่าร่ำร้องเป็นเสียงอ้อยสร้อยออดอ้อนอยู่ในราวป่า เรียกให้ใจเขาประหวัดโหยหาไออุ่นแห่งเรือนร่างอ่อนนุ่ม แม้จะเป็นการง่ายหากเขาจะใช้ทรัพย์ที่มีไปเที่ยวโรงคณิกาในเขตเมือง แต่นั่นเป็นความสุขเพียงฉาบฉวย เมื่อได้มันมา แล้วก็จักหมดสิ้นไปโดยไร้ประโยชน์ สิ่งที่พรานบุญหนุ่มเดียวดายคิดได้ตอนนั้นคือ ร่างแฉล้มแย้มยิ้มหุ่นพริ้มเพราของนางกินรี

   นี่เป็นสิ่งอันตรายยิ่งแล้ว อันซึ่งหนุ่มมนุษย์จักคิดในทางปฏิพัทธ์กับนางเผ่ามนุษย์กึ่งเทพซึ่งนับว่าอยู่เหนือเอื้อมมือนี้นับว่าแปลกประหลาดมิเคยมีมาก่อน อันการจะได้มาซึ่งนางเทพชาวกินนรนั้น เขาจะต้องบากบั่นบุกป่าฝ่าไปถึงเชิงเขาหิมวันตบรรพตนั่นเทียว แลการเดินทางนั้นก็กินเวลาแรมเดือน หากใจหรือกายมิพร้อมพรักก็จักถอดสติตั้งมั่นแลสูญชีวิตไปได้เลยทีเดียว แลสระอโนดาตนั้นเล่า ก็เต็มไปด้วยสัตว์ป่าดุร้ายซึ่งอาศัยอยู่แถบถิ่นนั้น ซึ่งต้องคอยเวลาวันจันทร์เพ็ญเท่านั้นจึงจะปลอดจากภยันตรายจากพวกมัน

   ด้วยเคยไปเยือนสถานที่แห่งนั้นแล้วครั้งหนึ่ง พรานบุญจึงมิพรั่นสะพรึงในอก แลไม่คิดหน้าคิดหลัง หากตั้งจิตวางใจจะไปให้ถึงที่แห่งนั้นให้จงได้ เขาไม่คิดไตร่ตรองถึงนางมนุษย์ชาวเมืองซึ่งเขาอาจจะใช้ทรัพย์ศฤงคารที่มีไปสู่ขอเอาได้โดยง่าย ใจของเขารุ่มร้อนยามนี้เพราะอยากจะสัมผัสกับเรือนกายอ่อนนุ่ม และหอมอวลอบด้วยกลิ่นอันเป็นทิพย์ ดึกดื่นนั้น เขาหลับไปขณะน้ำค้างกำลังพรมยอดหญ้ากับใบไม้ เขาหล่นสู่ห้วงนิทราด้วยจิตประหวัดใบหน้านางกินรีนางใดนางหนึ่งซึ่งจะตกเป็นเหยื่อในบ่วงนาคบาศของเขา

   พรานบุญหนุ่มขยับลุกแต่เช้ามืด กายรู้สึกกระปี้กระเปร่า ยามก้าวเดินท่วงทีก็ดูกระฉับกระเฉงไม่เนิบนาบ เขาเอาสะเบียงใส่ย่าม เอาผ้าห่มยัดใส่ถุงผ้าอีกถุง ใบหน้าคมสันและร่างกายกำยำล่ำสันแห่งชาติบุรุษผู้กรำงานหนัก ดูราวกับนักรบผู้เตรียมพร้อมจะออกศึก เขาก้าวเดินไปทางทิศที่จำได้มิลืมเลือน

+++++

หนทางแรมเดือน เขาจึงลุถึงเชิงผาหิมพานต์ อากาศโดยรอบนั้นหนาวเย็น เนื่องด้วยลมหนาวยะเยือกแผ่พัดมาจากหมู่เทือกวินธัยอันเป็นสถานที่อาศัยของเหล่าเทพกินนร ที่นั่นหิมะปกคลุมตลอดปี หากเบื้องต่ำลงมานี้กลับยังดินดีและน้ำอุดม ป่าเขียวขจีแลพรรณไม้เป็นที่เขียวชอุ่มจำเริญตา พรานบุญหนุ่มได้อาศัยส้มสูกลูกไม้ประทังชีพเรื่อยมา

   ธารน้ำใสเย็นเห็นถึงกรวดก้อนนอนสงบใต้สายธารา พรานบุญคุกเข่าลงกับดินชุ่มน้ำ แล้วกอบมือเป็นดุจถ้วยวักเอาน้ำขึ้นดื่ม ลูกกระเดือกเคลื่อนขึ้นลงส่งน้ำใสแลเย็นเยียบลงสู่ท้อง เขาพลันซาบซ่าน โลมาลุกชันทั่วสรรพางค์ เมื่ออ่ิมหนำ จึงวักน้ำขึ้นมาเช็ดตามคอกับใบหน้าให้ตนตื่นจากง่วงงุนและความเหนื่อยอ่อนจากการเดินทางแรมไกล

   พรานบุญพบที่นั่งพักร่มเย็นอยู่ใต้ต้นรังใหญ่แผ่กิ่งก้าน เขารวบเอาใบไม้แห่งหล่นทับมากองรวมเป็นกระจุก พร้อมกับคว้าเอากิ่งไม้แห้งหล่นเรี่ยแถวนั้นมาหักเป็นเชื้อเพลิง แล้วจึงล้วงเอาหินไฟจากในย่ามมาถูกันจนเกิดประกายไฟ ไม่นานกองไฟเล็กๆ ก็ปะทุขึ้น พรานบุญนำเอาเผือกแลมันออกมาปิ้งย่างกับไฟร้อนเป็นอาหารได้อิ่มมื้อหนึ่ง

   พรานบุญล้มกายลงนอนกับที่นอนใบไม้ซึ่งเขาทำขึ้น เพื่อพักผ่อนกายาสักครู่ก่อนเริ่มออกเดินเท้าเข้าสู่ที่ตั้งสระอโนดาตมหาโบกขรณี ทิวานี้เป็นวันเดือนเพ็ญ แลเย็นย่ำค่ำคืนนี้ดวงแขไขจักโผล่พักตร์กระจ่างแย้มยิ้มเหนียมอายออกมาสู่โลก ส่องแสงสีนวลงามอุ่นตาให้สัตว์เบื้องล่างในโลกได้ยล และเขาจะอาศัยช่วงเวลานั้นจับนางเทพกินนรนางใดก็ได้ด้วยบ่วงนาคบาศพิษแรงนี้ และเมื่อนั้นเขาจะได้นางมาไว้ในครอบครอง

   หมายไว้เช่นนั้นในมโนตนแล้วจึงหล่นหลับลงสู่นิทรา ขึ้นชื่อวิสัยพรานแล้ว การนอนมิใช่การหลับลึกลุ่มหลง หากเป็นการนอนเพียงตาหลับ ส่วนประสาทรับรู้ยังตื่นเต็ม มาตรว่าอันตรายร้ายแรงอันใดกรายใกล้ เขาย่อมตื่นลุกได้ไวว่องเพื่อป้องกันตน

   เมื่อเป็นดังนั้น โสตสดับเสียงเคลื่อนไหวกายกรอบแกรบใกล้ๆ เขาจึงผุดลุกขึ้นว่องไว้ มีดสั้นที่มีติดกายไว้ทุกชั่ววารจ่อติดกับอะไรสักอย่างซึ่งเข้ามาเยือนด้วยจุดประสงค์ปริศนา สิ่งที่อยู่ต่อหน้าเขานั้น ทำให้พรานบุญถึงกับตะลึงนิ่งงันอยู่กับที่ มือซึ่งกำมีดปลายแหลมหยุดนิ่งราวกับถูกมนต์ดำสะกดไว้เสียแล้ว

   ปลายมีดแหลมของเขาตอนนี้จ่อติดอยู่กับผิวเนื้อขาวผ่องแห่งลำคอระหงของใครคนหนึ่ง ด้วยความแหลมแลคมแห่งวัตถุทำให้เลือดจากกายนั้นหลั่งออกมารวมกันเป็นหยดแดงสด แล้วเลื่อนไหลลงตามผิวเนื้อขาวนวลเนียน ใบหน้าแฉล้มพริ้มเพราเชิดหยิ่ง ปากเม้มเป็นเส้นตรง ดวงตามีแววทรนงตน และมองราวกับว่าพรานบุญหนุ่มหน้าคมเป็นเพียงสัตว์ต่ำตมถมดิน

   “เจ้าประสงค์สิ่งใด”

   เขาเอ่ยถามออกมาด้วยเสียงอันกร้าว

   ร่างนั้นมิได้ตอบคำ หากค่อยขยับกายถอยออกห่างทีละน้อยในลักษณะซึ่งมิได้แสดงพิรุธใดๆ ออกมา ทว่าพรานบุญกลับรู้แจ้งในท่าทางของคนตรงหน้าเขาเป็นอย่างดี แลด้วยความคล่องตัวของพรานหนุ่มมือฉมัง ปลายมีดแหลมคมก็ตามติดไปจ่ออยู่กับลำคอระหงนั้นมิห่าง ยังผลให้เจ้าของร่างต้องเม้มปากแน่นแรงจนห้อเลือดแดง

   “หากเจ้าไม่บอกเราว่าประสงค์สิ่งใด จึงอาจหาญลอบเข้ามาใกล้ตัวเราในยามหลับ เราจักบั่นคอเจ้าด้วยกริชเล่มนี้ มาตรว่าเจ้าเป็นผีไพรหรือภูติปีศาจชั่วช้า ก็อย่าหวังว่าจะรอดจากคมกริชนี้ไปได้ ด้วยว่ามันถูกชะโลมอาบด้วยน้ำมนต์ศักด์ิสิทธิ์ ไม่ว่ามันผู้นั้นจะเป็นมนุษย์ฤๅสิ่งทิพย์ กริชข้าย่อมสามารถดื่มเลือดได้เฉกกันหมด!”

   “คุยโว” เสียงหวานใสแผ่วดังออกมาจากลำคอระหงนั้น การที่เอ่ยวจีออกมาสิ่งผลให้คมแห่งกริชยิ่งบาดลึกเข้าไปในเนื้อสีขาวจนโลหิตทะลักหลั่งออกมาอีกมาก ร่างนั้นกระตุกด้วยเจ็บ ทว่ามิได้ส่งเสียงโอดโอยให้เป็นที่น่าเวทนา

   “หาว่าเราคุยโว เจ้าอยากจะลองดูสักครั้งหรือไม่”

   “มนุษย์ต่ำต้อย เอามีดของเจ้าออกห่างเราเดี๋ยวนี้!”

   “เกรงว่าจะทำไม่ได้ดังเจ้าต้องการ ดูซิ แม้บัดเดี๋ยวนี้ กริชของเราก็กำลังเอมโอษฐ์อยู่ด้วยโลหิตอันหวานของเจ้า หากเจ้ารักตัวกลัวตายเสียแล้ว ก็จงแจ้งแก่เรามาว่าเจ้าประสงค์ร้ายคิดชั่วประการใด จึงลอบเข้ามาประชิดตัวเรายามหลับนอน!”

   ร่างระหงนั้นมิได้ตอบคำใด หากสายตาคมหวาน ดุ กลับตะหวัดไปมองที่เอวของพรานบุญซึ่งมีบางสิ่งผูกรัดไว้เป็นมั่น พรานบุญหนุ่มมองตามจึงแจ้งแก่ใจ

   “อ้อ! กระนั้นฤๅ” เขาเดาะลิ้นอย่างเห็นขัน “เรามิหลากใจเลย หากแม้นว่าเจ้าจะลอบเข้ามาลักบ่วงนาคบาศนี้จากเรา ก็มันเป็นอาวุธอันมีฤทธิ์อุโฆษฤๅมิใช่ แต่เกรงว่าเจ้าจะมิอาจชิงมันไปจากเราได้ ด้วยบ่วงนี้มันมีชีวิต แลจักตอบรับคำขอของผู้เป็นนายแห่งมันเท่านั้น แม้นเจ้าสัมผัสมันโดยเราไม่อนุญาต เจ้าก็จักปวดแสบปวดร้อน ถึงการปวดร้าวร่างกายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน”

   “จะซักแค่ไหนกันเชียว”

   “หรือจะลองดูไหมเล่า อย่าว่าแต่ตอนนี้เจ้าจะหลุดพ้นจากปลายกริชเราเลย อย่าหวังแม้แต่จะสู้กับบ่วงนาคบาศของเรา”

   “มนุษย์มักกระหยิ่มยามได้ของสูงเกินตนมาครอบครอง เปรียบได้กับวานรเขลาผู้ได้แก้วรัตนามาไว้ในมือ หาได้รู้สรรพคุณอันเลือดภพแห่งมันไม่ เจ้าเองก็เช่นกัน เป็นเพียงมนุษย์เดินดิน ไยอาจหาญลักขโมยเอาบ่วงนาคบาศมาไว้ในครอบครอง”

   “เจ้าว่าเราขโมยสิ่งนี้มา?”

   “ก็แล้วเจ้าจะได้มันมาด้วยวิธีการใดเล่า หากมิใช่ด้วยการลักขโมย”

   “บ่วงนาคบาศเป็นอาวุธเสกสรรขึ้นโดยจอมนาคาชมพูนิต ไยข้าจะอาจหาญลงไปถึงภพภูมินาคาเพื่อลักขโมยเอาอาวุธซึ่งท้าวเธอจักต้องเก็บไว้กับตนอย่างแน่นอนด้วยเล่า นั่นเป็นการกระทำอัตกรรมนิบาตโดยแท้”

   “ก็แล้วมันจะแปลกอะไรเล่า ในเมื่อมนุษย์ก็มักทำในสิ่งโง่เขลาเบาปัญญาอยู่แล้ว”

   “เอ เราแปลกใจเหลือเกินว่าเจ้าเป็นใคร และเป็นอะไรกันแน่ จึงได้มาด่าว่าพวกมนุษย์อยู่ปาวๆ อย่างไม่เกรงเราซึ่งก็เป็นมนุษย์เช่นกัน”

   “เจ้าไม่อยากรู้หรอกว่าเราเป็นใคร เราขอเตือนเจ้าให้เจ้าเสือกเอาปลายมีดของเจ้าออกไปจากคอเราบัดเดี๋ยวนี้ ก่อนเจ้าจะต้องเสียใจ”

   “เราไม่เห็นว่าเจ้าจะน่าเกรงกลัวอันใดเลย ดูซิ เรือนกายก็แน่งน้อย ผอมกะหร่องกล้องแกล้ง ดูไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้ เจ้าจะทำอันตรายอะไรเราได้”

   “อย่ามาสบประมาทเรานะ เราเป็นชายชาติบุรุษ การจะให้บุรุษอื่นมากล่าวหาเช่นนี้เรายอมไม่ได้!”

   “ประหลาดแท้!” พรานบุญหนุ่มหน้าคม ร้องขึ้นด้วยหลากใจ “เจ้าเป็นชายหรอกหรือ เราหลงนึกว่าเจ้าเป็นนางป่าตัวน้อยเรือนร่างแฉล้มแช่มช้อยเสียตั้งนาน อา...แต่เรือนร่างเจ้าช่างดูคล้ายกับอิตถีเพศเสียจริงๆ”

   “หยุดวาจาสามหาว”

   “หึ หากเจ้าเป็นบุรุษจริง ก็นับว่าเป็นบุรุษซึ่งงดงามเกินบุรุษใดในโลก แต่จะอย่างไรก็ตาม เจ้าบังอาจลอบเข้ามาด้วยหวังจะลักขโมยอาวุธของเรา เราคงปล่อยเจ้าไปไม่ได้ ดีแล้วละ! เจ้าจะได้ลิ้มลองรสชาติของกำลังแห่งบ่วงนาคบาศนี้ อย่างที่เจ้าต้องการมากมายอย่างไรละ!”

   มือกุมกริชในมือแน่น แลปลายกริชก็ยังคงจ่อติดอยู่กับลำคอระหงขาวนวล อีกมือที่ว่างนั้นเลื่อนไปข้างกายซึ่งมีบ่วงนาคบาศผูกติดไว้แน่น พลางริมฝีปากก็บ่นพร่ำพระเวทย์มนตราซึ่งท้าวชมพูนิตจอมนาคาได้สั่งสอนไว้ เมื่อจบคำ ไอร้อนพวยพุ่งออกมาจากบ่วงนาคบาศนั้นโดยแรง ยังให้ร่างแฉล้มที่นั่งเกร็งอยู่ตรงหน้้าต้องสะดุ้งสุดกาย พลางดวงตาสังเกตเห็นว่าขดเชือกสีเขียวนั้นเริ่มคลายออกจากกัน แลเคลื่อนไหวในลักษณะราวกับเป็นอสรพิษร้าย เลื่อนออกจากบริเวณบั้นเอวของพรานหนุ่มแล้วพุ่งตวัดมากับอากาศแล้วรวบตัวเข้ากับร่างของผู้มีกายขาวผ่อง พรานบุญดึงกริชกลับมา ปล่อยให้ร่างที่ถูกพันธนาด้วยนาคบาศต้องเป็นอันล้มตึงลงไปกับพื้นซึ่งปูไว้ด้วยใบแห้งจากต้นรังใหญ่

   แม้หยุดยืนอยู่ใกล้ พรานบุญหนุ่มยังรู้สึกถึงกระไอร้อนพวยพุ่งออกมา ไยร่างที่โดนผูกมัดอยู่นั้นจะนิ่งเฉยอยู่ได้โดยมิรู้สึกถึงพิษแห่งนาคได้เล่า ร่างนั้นพลันร้องโอดโอยออกมาด้วยเสียงอันดังแลกราดเกรี้ยว พร้อมกับการแช่งสาปให้พรานบุญได้พบกับจุดจบอันน่าขนพองสยองเกล้า พรานบุญผู้เป็นหนุ่มย่างก้าวเข้าไปใกล้ แลยื่นมือออกไปยังร่างนอนเกลือกกลิ้งกับพื้นด้วยท่าทางอันน่าสมเพชนั้น พลันบ่วงนาคบาศก็พุ่งกระเด็นขึ้นมาเป็นห่วงให้เขาได้ใช้มือจับกระชับและกระชากเอาร่างในพันธนาขึ้นมาจากพื้นให้ยืนอ่อนเปลี้ยอยู่ด้วยแรงเหลือน้อยนิด

   ร่างนั้นดีดดิ้นหวังจะหลุดรอดเป็นอิสระภาพ หากก็ต้องใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยเจ็บปวดแลแสบร้อนเพราะไอพิษจากบ่วงนาคบาศนั้นได้พวยพุ่งขึ้นมาทุกครั้งที่พยายามจะสลัดมันให้หลุด

   “บ่วงนี้เป็นของวิเศษและมิต่างอะไรกับตัวนาคาผู้ปล่อยพิษเอง หากเจ้าดิ้นรนขัดขืนมากเพียงใด มันก็จะยิ่งรัดรึงเจ้าแน่นขึ้น แลหากมันรัดเจ้าจนถึงระยะหนึ่ง มันจะแผดเผาเจ้าจนเหลือเพียงเถ้ากระดูก ดังนั้นเจ้าจงอยู่นิ่งเฉยเสีย อย่าได้ดิ้นรนอีกเลย”

   “ปล่อยเราเดี๋ยวนี้นะมนุษย์สถุน!”

   “ก็เราเป็นเพียงมนุษย์สถุน เปรียบได้กับอาจมและหนอนซึ่งชอนไชศพเน่าเฟะ คงมิอาจจะเข้าใจภาษาที่เจ้าเอื้อนเอ่ยออกมาดอก ดังนั้นเราคงจะทำตามคำขอของเจ้าไม่ได้ ด้วยว่าเราไม่เข้าใจในสิ่งที่เจ้าเอ่ยเลยแม้สักน้อย”

   “เจ้าอย่ามาเล่นลิ้นกับเรานะ!”

   “มิได้ดอกมานพรูปงามเอย เรามิได้เล่นลิ้น หากแต่วาจาไปตามแต่เห็นควร น่าขันนักที่เจ้าด่าว่ามนุษย์อยู่ป่าวๆ แล้วเจ้าก็ต้องมาตกอยู่ในเงื้อมมือแห่งมนุษย์ต่ำต้อยเสียเอง”

   “เจ้า!” คนในบ่วงบาศกายสั่นด้วยโกรธเหลือคณานับ ตาแดงนั้นปรากฏราวเป็นไฟแดงโรจน์ อากาศรอบกายพลันไหลเลื่อนระยิบราวกับมีพยับแดด “เจ้าจะต้องเสียใจ!”

   แล้วใบหน้างดงามนั่นก็แปรเปลี่ยนไป...เพียงเล็กน้อย ด้วยว่าสิ่งที่เพิ่มเข้ามานั้นคือเขี้ยวเล็กๆ เพียงสองอันที่มุมปากทั้งสองเท่านั้น นอกจากนั้นแล้ว ไม่ถือว่ามีอะไรใหม่เพิ่มเข้ามาเลย เขี้ยวขาวเล็กๆ เพียงนิ้วก้อยนั้นบ่งชัดถึงชาติพันธุ์คนในบ่วงบาศได้ดีเหลือเกิน

   “ยักษา!” พรานบุญอุทานออกมา

   “เจ้าปล่อยเราบัดเดี๋ยวนี้ ก่อนเราจับเจ้ากินเป็นภักษา!”

   “ฮะ ฮะ เจ้าอย่าให้ข้าเห็นขันมากไปกว่านี้เลย หลุดจากบ่วงบาศยังมิได้ แล้วไฉนเจ้าจึงจะจับข้ากินได้เล่า มาเถอะ พ่อยักษ์น้อย ตามข้ามาเสียเดี๋ยวนี้ บางทีเราอาจจะใช้ประโยชน์จากเจ้าได้บ้าง”

   “ไอ้สามานย์!”

   “หุบปากเสีย! ก่อนเราจะหักเขี้ยวแลบั่นลิ้นเจ้าให้หลุดจากปาก!”

+++++

เย็นย่ำสนธยา ป่าเงียบกริบ ราวกับสัตว์จตุบาททวิบทได้หลบลี้หนีหายไปจากโลก พรานบุญนำยักษ์หนุ่มน้อยมาถึงบริเวณสระอโนดาต ซึ่งรายล้อมอยู่ด้วยพรรณไม้ดอกสีและกลิ่นกำจายตลบอวลอยู่นี้ช่างจรุงเสียจนพรานหนุ่มเผลอเคลิบเคลิ้มอยู่กับกลิ่นอันทำให้ใจหวาบหวาม พลางมโนนึกไปถึงกรุ่นกายแห่งนางเทพกินนรซึ่งตนกำลังจะได้คล้องมาด้วยบ่วงนาคบาศนี้ในเวลาอันมิช้านานนี้แล้ว ความคิดนั้นยังให้พรานหนุ่มถึงกับสั่นกายด้วยความหวาบหวานแห่งใจตน

   “เจ้ากำลังคิดอุบาทว์วิตถารอยู่เป็นแน่ วิสัยมนุษย์ย่อมหนีมิพ้นเรื่องโสมมพวกนี้”

   “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเราคิดอันใดอยู่ ณ ขณะนี้ หรือเจ้าอ่านจิตใจของเราได้”

   “เราเป็นชาติยักษา ใยเรื่องเล็กน้อยเพียงนี้จะทำไม่ได้ ไอกลิ่นกระหายในกามามันแผ่กระจายออกมาจากกายเจ้าจนเราเหม็นไปหมดแล้ว เรารู้ละว่าเจ้ามา ณ สระอโนดาตด้วยหมายจะจับนางกินรีไปเป็นเมียละซิ”

   “เจ้าอ่านใจเราได้”

   “ใจโสมมของเจ้าเราไม่อยากอ่านหรอก! เด็กอมมือยังดูออกว่าเจ้าน่ะมั่วอยู่แต่ในกามารมย์”

   พรานบุญหนุ่มได้แต่เงียบ ด้วยมิรู้จะโต้ตอบคำครหาของยักษ์หนุ่มน้อยเช่นไร ได้แต่ตวาดกลับไปด้วยเสียงอันดังว่า “เงียบซักที อะไรก็จะหลบหนีหายไปหมดเพราะเจ้านี่แหละ ขืนเอ่ยอะไรมากกว่านี้ เราจะตัดลิ้นเจ้าจริงๆ ให้ดู!”

   “อย่ามาขู่ เราไม่กลัวเจ้าหรอก”

   “ปากเก่งนัก นาคบาศ!” เมื่อพรานบุญเอ่ยขึ้นเช่นนั้น ปลายนาคบาศก็กระหวัดไหววูบ แลเลื่อนไหลขึ้นมาขยายใหญ่เป็นผ้าผืนหนึ่งแล้วรวบมัดปากของหนุ่มน้อยจนถึงท้ายทอย ยังผลให้ฝ่ายนั้นได้แต่อึกอักมิอาจกล่าวอะไรออกมาได้อีก

   พรานบุญยิ้มอย่างผู้มีชัยยะ ส่วนเจ้ายักษ์หนุ่มน้อยได้แต่เพ่งสายตาพิฆาตคุมแค้นมาให้ ตาแดงเป็นแสงไฟนั้นบ่งว่า มาตรว่าตนหลุดจากบ่วงบาศนี้ได้เมื่อใด อย่าหวังว่าพรานบุญจักได้มีชีวิตอยู่อีกต่อไป

    ยักษ์หนุ่มน้อยยังคงมองจ้องพรานบุญอยู่เช่นนั้น แม้ยามตนถูกดันให้นั่งลงเอาหลังแนบกับเนื้อไม้ไทรใหญ่ข้างสระอโนดาตซึ่งมีหมู่พุ่มพฤกษ์หนาบดบังพวกตนไว้จากใครก็ตามซึ่งหากจะมองมาจากสระแล้ว จะมิเห็นสิ่งใดเลย เชือกนาคบาศแยกขยายออกไปรัดรอบต้นไทรใหญ่ แล้วตรึงยักษ์หนุ่มน้อยไว้เช่นนั้นเป็นอันขยับกายมิได้เลยสักน้อยเดียว

   “อยู่เช่นนั้นแหละ ดูซิว่าโดนมัดติดกับต้นไม้อย่างนั้น ปากก็โดนมัดไว้เสียแล้ว เจ้าจะก่อกวนอะไรเราได้อีก”

+++++

เจอกันตอนหน้าค่ะ :กอด1:
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-12-2014 00:08:36 โดย Wordslinger »

PopJae

  • บุคคลทั่วไป
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #1 เมื่อ04-10-2011 19:34:33 »

นาคบาศ สนุกมากเลย ^______^ 
เป็นกำลังใจให้คนแต่งนะฮะ สู้ ๆๆ ^^   :L2:

ออฟไลน์ kny

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1814
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +171/-15
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #2 เมื่อ04-10-2011 19:37:46 »

พรานบุญจะได้คู่

ออฟไลน์ ต่ายน้อย

  • กระต่ายน้อยลอยคอ
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 850
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-3
    • http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=27719.0
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #3 เมื่อ04-10-2011 19:48:43 »

ลุ้นรอ
ยักษ์กับคน

ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-10
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #4 เมื่อ04-10-2011 20:22:15 »

เหอๆๆ คนกับยักษ์
สงสัยงานนี้จะไม่ได้กินรีกลับบ้านแล้วละม้าง 55555

samsoon@doll

  • บุคคลทั่วไป
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #5 เมื่อ04-10-2011 20:48:14 »

อุ๊ยเริ่ด อ่ะ แล้วมาต่ออีกนะตัวเทอ ว่าแต่จบไม่เศร้าใช่มั้ยคะ ตอนนี้อ่านเรื่องไหน่ๆระแวงไปหมด

กร๊ากกกกกกกก

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1135/-5
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #6 เมื่อ04-10-2011 20:56:47 »

^
^
^
ชั้นเคยเขียนนิยายจบเศร้าด้วยเหรอ?? ไม่เค๊ยไม่เคย  :laugh:

ออฟไลน์ BBnuna

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 324
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #7 เมื่อ04-10-2011 20:57:31 »

กรี๊ดด ภาษางาม น่าติดตามๆ

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4633
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-6
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #8 เมื่อ04-10-2011 21:24:19 »

ติดตามต่อจ้า


ชอบ ๆ

 :L2: :L2:

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1232
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #9 เมื่อ04-10-2011 21:32:40 »

อยากอ่านต่อเหมือนกันค่ะ ตอนนี้มาแปลกแหวกแนวดี
happy happy happy ending

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
« ตอบ #9 เมื่อ: 04-10-2011 21:32:40 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






tanuki

  • บุคคลทั่วไป
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #10 เมื่อ04-10-2011 21:42:07 »

 o13 o13 ชอบมากเลยครับ มาต่อไวๆ อยากอ่านต่อแล้ว  ฮี่ๆ :impress2: :impress2:

anajulia

  • บุคคลทั่วไป
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #11 เมื่อ04-10-2011 21:45:40 »

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กร๊าดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด


ดีใจมาก คิดถึงตัวอักษรของคุณแป้งจี่มากๆ
อั๊ยยั้ย รู้สึกไฟในตัวลุกโชนเลยล่ะค่ะ :กอด1:


ปล.แอบมาบอกตรงนี้ สิ่งที่เก็บไปถ้ายังไม่ได้อ่าน ก็รออีกสองตอน ตอนแถมกะตอนแทรกก่อนนะคะ
วันนั้นที่รีบลงเพราะถูกข้าพเจ้าถูกบีบด้วยเงื่อนเวลา งุงิ

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4732
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #12 เมื่อ04-10-2011 21:48:24 »

จับยักษ์ได้แล้วจะปล่อยให้รอดทำไมหล่ะ 

ออฟไลน์ myall

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 535
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-3
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #13 เมื่อ04-10-2011 22:33:27 »

แทนที่จะได้นางกินรี แต่ไปจับยักษ์มาแทน จะเป็นยังไงล่ะเนี่ยพรานบุญ

ออฟไลน์ fannan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2555
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-5
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #14 เมื่อ04-10-2011 22:50:25 »

มาจับกินรีแต่กลับกลายเป็นว่าจับยักษ์ได้แทน


รออ่านต่อครับ

ออฟไลน์ yeyong

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6088
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +917/-25
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #15 เมื่อ04-10-2011 22:59:47 »

ตำนานพรานกับยักษ์กำลังจะเกิด ณ เล้าเป็ดแห่งนี้ งุงิ

ออฟไลน์ meiji

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 372
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-5
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #16 เมื่อ05-10-2011 00:25:07 »

อยากอ่านเเนวนี้มานานละ่
ชอบจัง รอตอนต่อไปนะคะ : )

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4749
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-18
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #17 เมื่อ05-10-2011 00:41:42 »

 :z13: :z13:

ออฟไลน์ Horizon

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1870
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +300/-22
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #18 เมื่อ05-10-2011 00:52:55 »

แป้งจี่มาแนวใหม่
+1

ออฟไลน์ Karn12

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1323
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +165/-2
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #19 เมื่อ05-10-2011 00:59:06 »

น่าติดตามมาก ๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
« ตอบ #19 เมื่อ: 05-10-2011 00:59:06 »





zeen11

  • บุคคลทั่วไป
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #20 เมื่อ05-10-2011 01:00:07 »

ยักษ์น้อยฝีปากมิใช่ย่อย จะโดนปราบรึจะปราบพรานละเนี่ย น่าติดตามมากค่ะ  o13

koollook

  • บุคคลทั่วไป
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #21 เมื่อ05-10-2011 01:03:12 »

ชอบอ่ะ มาต่อนะจ้ะ ;p

ออฟไลน์ jeaby@_@

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1179
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-3
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #22 เมื่อ10-10-2011 21:32:14 »

อยากอ่านแล้วคะ
ชอบมากเลย ยักษาปากจัดมากกก
ภาษาสวยมากคะ อ่านเข้าใจง่ายด้วย

ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8867
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +946/-15
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #23 เมื่อ10-10-2011 21:40:54 »

 :กอด1:

samsoon@doll

  • บุคคลทั่วไป
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #24 เมื่อ10-10-2011 21:59:40 »

แอร๊ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆมาต่อไปแล้วค่ะ หลายวันแล้วนะคะ เดี๋ยวน้ำท่วมก่อนแล้วชั้นจะอดอ่าน

ออฟไลน์ N.T.❁

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1793
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-8
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #25 เมื่อ10-10-2011 22:03:38 »

อ้าวว เม้นท์หนูหายไปไหน  o22  :z10:


ออฟไลน์ whipcream

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-1
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #26 เมื่อ10-10-2011 22:16:43 »

 o13 ภาษาสวย ลื่นไหลสุดๆ แต่งเก่งมากๆๆๆๆ

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1135/-5
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #27 เมื่อ10-10-2011 23:42:09 »

 :laugh: :laugh:

ขอให้เพื่อนๆ อดใจรออีกนิดนึงนะคะ กำลังเร่งเขียนและเร่งเกลาให้งดงามเหมือนงาช้างพราย อยากให้ได้อ่านอะไรสวยๆ งามๆ เหมือนคนเขียนน่ะค่ะ  :laugh:

ปล. น้ำท่วม  :เฮ้อ:

Mio

  • บุคคลทั่วไป
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #28 เมื่อ11-10-2011 00:16:01 »


รออ่านเรื่องนี้อยู่ค๊าา >_<

น่าสนุก น่าติดตามเสียนี่กระไร 55555

ยักษ์หนุ่มน้อย อ๊างงงงง   :o8:

อย่ารุนแรงมากนะพ่อพราน  :laugh:


ปล.น้ำท่วมก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับการอ่านนิยายของข้าน้อย เพราะออกจากบ้านไม่ได้  :sad4:

ออฟไลน์ stormphoenix

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2272
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-3
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #29 เมื่อ11-10-2011 01:47:29 »

^
^
^
ชั้นเคยเขียนนิยายจบเศร้าด้วยเหรอ?? ไม่เค๊ยไม่เคย  :laugh:


เค้าจำได้เรื่องนึงนะ  อ่านเรื่องนั้นจบทำเค้านอยด์ไปหลายวันเลย


ส่วนเรื่องนี้  ตอนแรกนึกว่าจะได้กะนก  พออ่านถึงตอนมีเขี้ยวออกมานิดนึงนั่นแหละ  อ้าว 


พรานจะได้กะยักษ์หรือนี่



ปล.อยากให้ยักษ์เป็นลูกครึ่งนกครึ่งยักษ์  ฮ่าๆๆๆๆ



ปลล.บวกหนึ่งครับผม  (ชดเชยหลายเรื่องที่แอบไปอ่านมา  หุหุ)

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด