(เรื่องสั้น) นาคบาศ [จบ]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: (เรื่องสั้น) นาคบาศ [จบ]  (อ่าน 64564 ครั้ง)

ออฟไลน์ ratnalin

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 752
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +71/-2
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #30 เมื่อ11-10-2011 10:15:13 »

กรี๊ดกร๊าดโฮกฮาก ภาษาสวยมากค่ะ ><

อ่านแล้วเราเห็นภาพยักษ์น้อยทำปากยิ่นน่าเอ็นดู ^^

เราว่านะ จุดประสงค์แรกที่เข้ามาไม่ใช้เรื่องบ่วงหรอก จะเข้ามาลักหลับมากกว่าม้างงง 555


รอตอนต่อไป หวังว่าเรื่องนี้จะสุขี ^^

babyfaibossy

  • บุคคลทั่วไป
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #31 เมื่อ11-10-2011 12:49:59 »

ภาษาสวยโคตรๆ  สุดยอด และ สุดยอด ภาษาไทยที่งดงาม

รอตอนต่อไป คนแต่ง frighting!!!!!!!!  o13

ออฟไลน์ dahlia

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4332
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +695/-4
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #32 เมื่อ11-10-2011 15:01:49 »

เม้นต์แล้วหายไป มาเม้นต์ใหม่ ว่า รอตอนต่อไปอยู่นะคะ เรื่องนี้สนุก โลเคชั่นก็บรรเจิดสุดๆๆ

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2462
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1153/-5
Re: (เรื่องสั้น) นาคบาศ
«ตอบ #33 เมื่อ12-10-2011 00:25:13 »

 :sad4:

มาต่อด้วยความง่วง หวังว่าจะชอบกันนะคะ แต่เขียนไม่ค่อยออกเอาเสียเลย ยากจังอะ ต้องขุดค้นเอาความรู้ภาษาวรรณคดีสมัยเรียนมาเขียนประกอบกับหนังสือที่อ่านตอนปัจจุบันสมัย ออกมาดังที่ท่านได้อ่านกัน

++++++++++

ดึกดื่นน้ำค้างพรม จันทร์เพ็ญขึ้นถึงกึ่งฟ้า ค้างเติ่งอยู่เช่นนั้นราวกับมีใครเอาด้ายระยิบไปผูกติดไว้ ให้ฉายแสงนวลส่องสว่างลงมายังโลกเบื้องล่าง หิมวานไพรวันตกอยู่ในลำแสงนวลอบอุ่นราวอ้อมกอดแห่งมารดา แสงสีราวกับโดนสาดด้วยน้ำขมิ้นนั้นทำให้ทุกสิ่งราวเป็นภาพฝัน

   พรานบุญขยับกายเล็กน้อย ด้วยรู้สึกปวดเมื่อยและล้าที่ขาเนื่องจากได้นั่งนิ่งอยู่ในท่านั้นมานานแสนนานแล้วเพื่อรอคอยเหล่านางนกกึ่งเทวะเหล่านั้นให้ลงมาสระสรงวารีอาบแสงจันทร์ เขาเอี้ยวตัวหันหลังไปมองยักษาหนุ่มน้อยชั่วอึดใจหนึ่ง เห็นฝ่ายนั้นนั่งพิงโคนต้นรังใหญ่แน่นิ่งไปมิได้เคลื่อนไหวกาย ดวงตาปิดแนบสนิท จมูกเล็กนั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย บ่งอุปนิสัยว่าเป็นคนรั้น เลือดร้อนแลอารมณ์ดุจเปลวอัคคี หากดวงหน้านั้นกลับดูเย็นตาลงด้วยวงคิ้วอันโก่งงาม แลขนตางอนซึ่งปกหน่วยตานั้นได้อย่างเหมาะเจาะ อย่างนี้เรียกคิ้วโก่งดั่งคันศร ด้วยทุกอย่างที่กล่าวมา ทำให้ใบหน้านั้นแม้ดูดื้อรั้นตามประสาผู้เกิดมาในโลกเพียงไม่กี่ฤดูหนาว หากก็ดูอ่อนหวานแลพริ้มเพราน่าหลงใหล...เอ๊ะ...

   ...น่าหลงใหล!

   ภายใต้มนต์แห่งจันทรา ทุกอย่างมักอันตราย แลพรานบุญเห็นว่าตนอาจจะกำลังตกอยู่ภายใต้มนต์พิศวงแห่งดวงแขไข เขารีบสลัดความคิดประหลาดนั้นออกจากหัว แล้วหันไปมุ่งความสนใจแห่งตนที่สระอโนดาตซึ่งยามนี้มีประกายระยับแห่งแสงจันทร์กำลังระยิบอยู่ที่ผิวน้ำ จนทำให้สระทั้งสระกลายเป็นสระแก้วอันบริสุทธิ์ราวมีเกล็ดเพชรโรยราย แลยามนี้มีหิ่งห้อยแมลงน้อยแสงบินอยู่ตรงนั้นตรงนี้ จนเป็นดั่งเทพซุกซนองค์ใดแอบโกยเอาดวงดาวบนฟากฟ้ามาโปรยไว้

   แลเมื่อพรานบุญหนุ่มผู้เปลี่ยวในอารมณ์กำลังลุ่มหลงกับความงดงามแห่งธรรมชาติตรงหน้า เสียงกระพือแห่งปีกก็ดังขึ้นในความสลัวรางเลือน เขาพลันเงยหน้าขึ้นไปมองด้านบนศีรษะ และเห็นแสงระยับจับกับเครื่องถนิมพิมพาภรณ์ที่สวมใส่

   เสียงกระพือแห่งปีกนั้นมิใช่เสียงน่าเกลียดซึ่งทำให้สัตว์หลับใหลแตกตื่นฟื้นหลับ หากเป็นเสียงที่่บ่งให้รู้ว่ามีผู้มาเยือนสระแก้วเจียระไน แลมันเป็นเสียงที่กลืนเข้ากับค่ำคืนได้โดยแท้ พรานบุญหลงกำมือตนแน่นกับบ่วงนาคบาศยามเห็นแก่คลองจักษุว่าเหล่านางเทพกินรีร่อนลงมาจากอากาศเพื่อยืนเด่นอยู่ที่กลุ่มโขดหิน ณ ตลิ่งแห่งสระฝั่งตรงข้าม

   ผิวนั้นเปรียบดังหยวกกล้วยแลสว่างด้วยแสงจันทร์ราวส่องออกมาจากภายใจ พวกนางเป็นดุจตัวแทนแห่งดวงจันทราจากฟ้าราตรีอันสงบ เรือนกายระหงกล้องแกล้ง ทรวงอกอวบอิ่มด้วยพวงถันสล้างเต็ม ปทุมทั้งคู่เปล่งปลั่งดูน่าถวิลหา คอดเอวเล็ก เว้าเข้าแล้วขยายออกเมื่อถึงส่วนล่างซึ่งปกคลุมด้วยผ้าพับจีบหลากสีงดงาม

   ดวงหน้าพวกนางงามพริ้ม พวงแก้มดุจแต้มไว้ด้วยกุหลาบยามเหมันต์ ด้วยว่าต่างออกสีเรื่อราวสาวน้อยยามถูกหนุ่มคนรักหยอกเอิน ดวงตาดำขลับอย่างฟ้ากลางคืนมีดาวระยิบระยับ พรานบุญรู้สึกใจเต้นไม่เป็นส่ำ โลมาลุกชันไปทั่วสรรพางค์ แลมีเหงื่อผุดขึ้นจนรู้สึกเปียกที่มือกำบ่วงบาศ ดวงตาเพ่งมองไปที่นางซึ่งมีดวงพักตร์ดุจจันทร์แย้มจากกลุ่มเมฆ นางงามที่สุดในบรรดานั้น แลเขาเล็งแลไปที่นาง

   นางเทพกินรีถอดปีกแลหางออกจากกายวางทิ้งไว้ที่โขดหินก่อนจะค่อยย่องลงน้ำใสเย็นแห่งราตรี ปล่อยให้เรือนร่างสะโอดสะองแลเปล่าเปลือยตกอยู่ในทัศนาการแห่งพรานบุญผู้หนุ่ม

   พรานบุญขยับกายอึดอัดขณะเขาค่อยย่างย่องจากพุ่มไม้ใกล้กับต้นรังใหญ่นั้น เพื่อให้เข้าใกล้ขอบสระทุกที เขารู้สึกถึงกระแสร้อนจากเชือกนุ่มในกำมือ พลางเขากระหวัดไปถึงวิธีการซึ่งเขาได้มันมาไว้ครอบครอง

   ขดเชือกสีเขียว เปรียบได้ราวกับขนดของนาคา ผู้มีพิษร้ายแรง และจอมนาคผู้มอบบ่วงนาคบาศนี้ให้เขา ก็เป็นผู้คายพิษใส่เชือกนี้ด้วยตนเอง เชือกซึ่งเมื่อผูกรัดสิ่งใดแล้ว ย่อมไม่อาจหลุดได้ง่าย ไม่ว่าจะใช้อะไรมาบั่นให้สะบั้น นอกเสียจากว่าผู้ผูกเงื่อนมัดจะเป็นผู้แก้เสียเอง

   ระยะทางมิใช่อุปสรรค เพียงแค่เขาร่ายพระเวทมนตรา บ่วงนาคบาศจะพุ่งไปรัดนางเทพกินรีที่เขาหมายตาไว้ทันที เพียงแค่เขาร่ายพระเวทย์เท่านั้น

   มีเสียงวืดผ่านหู แลต่อมามีเสียงซ่าของผิวน้ำราวกับอะไรสักอย่างพุ่งลงไปกระทบด้วยแรงมหาศาล เหล่านางเทพกินรีร้องหวีดออกมาด้วยตกใจ พวกนางลุกลนว่ายเข้าหากลุ่มโขดหินซึ่งพวกตนได้ถอดปีกแลหางทิ้งไว้ แล้วจึงตกแต่งกายด้วยเครื่องอาภรณ์จนเรียบร้อย แล้วโผบินขึ้นไปท่ามกลางความแตกตื่นแห่งป่า ประวัติศาสตร์มักเดินย่ำกับรอยเดิม พวกนางคงมิปรารถนาจะถูกจับไปเป็นเมียมนุษย์เช่นนางมโนราห์

   “อะไร!” เขาสบถออกมาด้วยความหัวเสีย พลางหันกลับไปมองที่ร่างยักษาหนุ่มน้อยซึ่งกำลังร่างกายสั่นน้อยๆ เมื่อเห็นชัดพรานบุญจึงลุแก่โทสาร้องตวาดไปสุดเสียง “เจ้าทำอะไร!”

   ร่างนั้นมิได้ตอบกลับมาด้วยว่าปากถูกปิดไว้แล้วด้วยบ่วงนาคบาศอีกส่วน พรานบุญรีบพรวดเข้าไปหาร่างนั้น มือกระชากเอาบ่วงนาคบาศที่ปิดปากยักษ์หนุ่มน้อยออก แล้วตวาดถามอีกครา “เจ้ารู้หรือไม่ว่ากระทำอะไรลงไป!”

   ร่างนั้นหายใจโล่งอก ผิวเนื้อสีเรื่อปรากฏรอยผื่นแดงเห่อขึ้นด้วยการดึงบ่วงนาคบาศออกโดยแรงนั้น เขากระทำใบหน้าให้ก่อกวนซ่ึงอารมณ์โทสะของอีกฝ่าย แม้ว่าหยดน้ำใสจะรื้นตรงขอบตาจนสะท้อนวาบกับแสงจันทร์สีนวล

   “เราสาแก่ใจยิ่งนัก เจ้ามนุษย์ผู้กระหายในกามเอย เรามิเห็นว่าสิ่งที่เรากระทำลงไปจักเป็นเรื่องร้ายแรงอันใด เรากลับเห็นว่าเราได้ทำประโยชน์อันยิ่งใหญ่เสียอีก โดยการที่เราได้เตือนให้นางเทพกินรีเหล่านั้นได้ล่วงรู้ว่ามีภัยกรายใกล้ เจ้าควรจะร่วมเยินยอกับความดีงามของเราซี มิใช่เต้นเร่าด้วยโทสะเช่นนี้”

   “เจ้า!”

   พรานบุญโกรธจนกล่าวอันใดมิได้

   เจ้ายักษ์หนุ่มน้อยกล่าวสืบไปอีกว่า “อ้อ แท้ที่จริงแล้วเรามิได้หวังจักช่วยเหลือพวกนางให้รอดพ้นจากการจับกุมโดยพรานกักขฬะป่าเถื่อนเช่นเจ้าหรอก ทว่าเราต้องการจะเตะหินก้อนนั้นให้กระเด็นไปกระแทกศีรษะเจ้า ฉวยว่าเจ้าล้มลงไปเพราะศีรษะแตกกระจาย มนต์ของเจ้าจะได้เสื่อมถอย แลเราจักได้เป็นไท”

   พรานบุญยิ้มเหี้ยมหลังจากสดับคำยักษ์หนุ่ม กล่าวคำเสียงสั่น “หึ ทีแรกเราก็ว่าจะปล่อยให้เจ้าเป็นอิสระหลังเราจับนางกินรีได้แล้ว แลเราจะได้ไม่เป็นหนี้สินติดตัวไปชาติปางหน้า แต่ตอนนี้เห็นทีเราจักให้เจ้าไปมิได้เสียแล้ว ด้วยว่าเจ้าแม้เป็นยักษ์น้อย หากก็มากด้วยฤทธิ์แลเหลี่ยมเล่ห์ มิพักว่าถูกมัดไว้ด้วยบ่วงนาคบาศอันลือไกร เจ้ายังเตะก้อนหินนั้นจนก่อให้เกิดเรื่องได้ ดั่งนี้ เราจะมัดเจ้าอยู่อย่างนี้ แลจะไม่มอบอิสระให้เจ้าจนกว่าเจ้าจักสำนึกตนแลเลิกเบียดเบียนผู้อื่น” พรานบุญหยุดนิ่งมองยักษ์เพิ่งเริ่มวัยหนุ่ม แล้วแสยะยิ้มมีเลศนัย “เมื่อการณ์เป็นดังนี้แล้ว เรามิได้นางกินรีไปนอนร่วมเคียงหมอนแม้สักนาง แต่ได้ข้าทาสเป็นยักษ์กลับไปปรนนิบัติก็นับว่าไม่เสียแรงแรมไกลครั้งนี้”

   ยักษ์หนุ่มตาเบิกกว้าง ละล่ำละลักออกมาสุดเสียง “อะไรนะ! เจ้ามนุษย์ต่ำต้อย! เจ้าว่าอะไร!”

   “เหยียบย่ำค่ามนุษย์นักหรือ อยากจะรู้นักว่าหากได้เป็นข้าทาสบริวารของมนุษย์ คอยปรนนิบัติพัดวี คอยเช็ดคราบไคลอาจมมูลเน่าของเสียแล้วไซร้ เจ้าจักรู้สึกเช่นไร!”

   กายของยักษาน้อยผู้มีใบหน้าแฉล้มมิต่างอันใดกับดวงหน้าแห่งปวงอิตถีเพศ สั่นเทิ้มด้วยโทสะจริตแล่นเข้าครอบงำจากปลายเท้าสู่ศีรษะ บันดาลให้เสโทไหลหลั่ง แลปากอันหยัดเหยียดเป็นเส้นตรงก็โพล่งคำออกมาสุดเสียง

   “อย่าใหเ้ราหลุดไปได้! เราจะกินเจ้าเสีย! จะกัดกินทีละนิด ให้เจ้าตายอย่างช้าๆ ให้เจ้าได้รู้ถึงความเจ็บความทรมานราวตกนรก!”

   “ก็ลองดูทีหรือ พ่อหนุ่มน้อย”

+++++++++

มานพน้อยชาติพันธุ์ยักษาผู้หมายจักกุดหัวพรานหนุ่มให้แดดับด้วยคมเขี้ยว ยามนี้กลับนอนหลับตาพริ้มราวกับทารกน้อยในอ้อมอกอุ่นแห่งมารดา พรานบุญแค่นยิ้มในหน้าแล้วหันไปกัดกินผลไม้ป่าสุกงอมประทังความหิวโหยซึ่งจู่โจมยามค่ำคืน แหงนเงยหน้ามองจันทร์ซึ่งคล้อยดวงไปทางฟากฟ้ากลางคืนอีกทิศหนึ่ง หากก็ยังสว่างอร่ามแอร่ม พลางทอดถอนปัสสาสะเหน็ดเหนื่อย

   หลังจากการลอบจับนางเทพกินรีล้มเหลวไม่เป็นท่า พรานบุญก็ลากเจ้ายักษ์หนุ่มน้อยออกมาจากรอบสระอโนดาต ยามดวงแขไขขึ้นเหนือหัว แลมันเป็นเวลานางเพทกินนรีลงมาสระสรงน้ำทิพย์จากสระ เป็นเพลาอันปลอด กล่าวคือเป็นยามที่ภยันตรายจักนอนหลับเงียบ ดั่งนี้ พรานบุญผู้รู้วิสัยแห่งป่าอย่างแจ่มแจ้งจึงรีบพายักษ์น้อยเร่งรุดออกมาไกลจากที่ดังกล่าว ด้วยแจ้งแก่ใจว่าหากพิรี้พิไรเสียแล้ว จักกลายเป็นภักษาหารแด่สัตว์ร้ายหลายหลากแห่งหิมวันต์ แม้นพ่อยักษ์หนุ่มนี้จักเป็นชาติพันธุ์แห่งผู้ล่า ทว่าให้เพ่งมองเช่นไร พรานบุญก็มิอาจประจักษ์ได้ว่ายามถูกจู่โจมจากสัตว์ร้าย มานพน้อยผู้นี้จักเอาอาวุธอันใดไปสู้รบปรบมือ ร่างก็แน่งน้อยอย่างอิตถี ผิวผมโนมพรรณนั้นเล่าก็มิต่างอันใดกับเหล่านางกินรีผู้ขยับปีกหลบลี้ไปกับแสงจันทร์ ดังนั้นเขาจึงได้ลากถูเอาตัวมาด้วย

   เขานึกประหวัดไปถึงเมื่อยามเขานำเอาผลไม้ป่าในห่อใบไม้อันใหญ่มาวางไว้ตรงหน้ายักษาหนุ่มน้อยด้วยเกิดจิตสงสาร เห็นทรมานทั้งทางกายแลทางจิต ด้วยว่าโดนข่มพระเวทย์อันพึงมีมาแต่กำเนิดจากอำนาจฤทธิ์เดชแห่งบ่วงนาคบาศ ต้องเหน็ดเหนื่อยสายตัวจากการเดินเท้าในระยะทางอันไกล อีกทั้งพิษร้อนจากพญานาคอีกเล่า เกรงว่าหากปล่อยให้ท้องเปล่าเสียแล้ว เจ้ายักษ์ผู้เย่อหยิ่งจักถึงกาลตักษัย ชั้นแรก พรานบุญหวั่นว่าเจ้ายักษ์น้อยจักรังเกียจผลไม้ป่าอันเป็นอาหารชีไพรผู้รักษาศีล ด้วยว่ามันเป็นชาติพันธุ์ซึ่งล้างผลาญชีวิตอื่นเพื่อตนอยู่รอด แต่แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่าเจ้ายักษ์น้อยกลับยื่นหน้ามาอ้าปากกัดกินผลไม้ที่เขายื่นให้อย่างหิวโหย

   “อันว่าชาติพันธุ์ยักษาแล้วไซร้ ย่อมหลงใหลอยู่แต่รสชาติคาวเหม็นของเลือดแลเนื้อ เสาะแสวงหาสัตว์ป่าเลือดอุ่น กัดกินกระชากเนื้อเป็นภักษาหารอยู่ร่ำไป ไฉนเจ้าจึงกินผลไม้ซึ่งเป็นอาหารของนกกาสกุณาต่ำชาติเช่นนี้เล่า”

   พรานบุญได้เอ่ยถามยามเห็นยักษ์น้อยกัดกินผลไม้ในมือตน พลางได้รับแววตาโกรธเคืองเคียดแค้นฟาดฟันมาจนกระทั่งตนต้องกระถดมือหนีจากปากเล็กๆ นั่น แม้ว่า ณ บัดนั้นเจ้ายักษ์น้อยมิได้มีเขี้ยวขาวงอโง้ง หากมันก็เป็นการดีมิใช่ฤๅที่จักกันไว้เสียก่อน ก็มิใช่เจ้ายักษ์น้อยนี่ฤๅที่ขู่จะกัดกินเนื้อเขาทีละนิดให้บิดตายด้วยเจ็บปวด

   เมื่อเห็นว่าอาหารอันอร่อยได้ถูกมือของผู้กักขังตนดึงไปเสียแล้ว เจ้ายักษ์น้อยก็กระทำหน้าย่น ทำปากยื่น ตาขุ่น ร้องขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า “เอาผลไม้นั่นมาบัดเดี๋ยวนี้! ก่อนเราจักโกรธา!”

   พรานหนุ่มเห็นขันกับท่าทางราวเด็กน้อยห่วงกินนั้น ถึงกับปล่อยเสียงหัวร่ออกมาหลายครา ยังผลให้ผู้เป็นยักษ์น้อยยื่นเท้าออกมาเตะปังเข้ากับหน้าแข้งของพรานบุญ ผู้พรานหนุ่มล้มหงายหลังก้นกระแทกกับพื้นดิน ร้องโอ๊ยออกมาด้วยตกใจ “เจ้าเด็กนี่!”

   “เอาอาหารของเรามา!”

   “เจ้ามีสิทธิ์สั่งเราด้วยหรือ อย่าลืมว่าเจ้าถูกพันธนาด้วยบ่วงนาคบาศ เราจักบีบก็ตาย จักคลายเจ้าก็อาจรอด”

   “มนุษย์ก็ดีแต่ข่มขู่แลเอาเปรียบแต่ผู้ด้วยกว่า เห็นเราสิ้นท่าเช่นนี้แล้ว ก็นึกกระหยิ่มในใจ หวังจักเอาคืนละซิ อย่าหวังเลยว่าเราจักยอมก้มหัวให้เจ้า”

   “แล้วไอ้ที่ร้องให้เราเอาผลไม้ป้อนอยู่นี่ปะไร”

   “ก็เราหิว!”

   พรานบุญขยับเข้าไปใกล้ แลนั่งในลักษณาการคุกเข่า พลางกล่าวเสียงต่ำ “ไฉนเจ้าจึงปรารถนาในผลไม้ป่ารสเฝื่อนนี่เล่า ลองฟังดูนั่นทีรึ ได้ยินอะไรหรือไม่ ไกลจากนี่ไปหน่อยหนึ่ง มีลำธารเย็นไหลจากหิมวัตบรรพต แล ณ ริมธารนี้ในยามราตรีขณะนี้ มีนางเนื้อทรายพร้อมบุตรแลธิดากำลังลงมากินน้ำแก้กระหาย เจ้ามิได้กลิ่นเลือด กลิ่นเนื้ออุ่นๆ ล่ะหรือ เจ้ามิอยากกระโจนพุ่งไปกัดกระชากชีวิตน้อยๆ เหล่านั้นให้สิ้นไปดุจดังชาติพันธุ์ยักษามักกระทำดอกฤๅ เลือดแดงๆ อุ่นๆ เนื้อนุ่มๆ หวานๆ เชียวนา หือ ว่าอย่างไรเจ้ายักษ์น้อย”

   ดวงหน้าอันขาวกลับกลายเป็นขาวซีด แลดวงตากลมโตราวกับจะปูดโปนออกมาด้วยว่า ยักษ์หนุ่มกำลังทำสีหน้าราวกับคลื่นไส้แลอยากจะถ่มทิ้งของจากภายในออกมา พรานหนุ่มได้เห็นดังนั้นก็ให้หลากใจยิ่งนัก แต่ก็ต้องแสร้งทำหัวร่อออกมาให้ยักษ์น้อยเห็นว่าตนเห็นว่ามันเป็นยักษ์ใจเสาะ

   “แม่เจ้าโว้ย ใครเลยได้ยินถึงยักษ์ไม่กินเนื้อสัตว์บ้าง!”

   “เจ้า!” ยักษ์น้อยหน้าถมึงทึง พลันที่มุมปากมีเขี้ยวเล็กสองอันโผล่ออกมา “เราจะกินเจ้าเป็นคนแรก!”

   “ฮา ฮา อย่าวาจาให้เราเห็นขัน กินผลไม้ป่านี่เสียเถิด ก่อนเจ้าตกพล้ำถลำตายด้วยหิวโหย”

   มิพักตนเพิ่งด่าว่าพรานหนุ่มไป แลเพิ่งขู่เข็ญจะกัดกินเนื้อของเขา เจ้ายักษ์หนุ่มน้อยก็รีบกัดกินผลไม้หวานฉ่ำด้วยความหิวทันทีที่พรานบุญยื่นผลไม้ให้ถึงปาก พร้อมกับเขี้ยวขาวเล็กๆ นั้นหายวับไป

    พรานบุญนั่งมองยักษ์น้อยกินผลไม้จนเกือบหมด มองมันล้มตัวลงนอนพิงโคนต้นรังใหญ่ ใบหน้าหวานแฉล้มนั้นดูอิ่มหนำเหลือประมาณ ก่อนจะผล็อยหลับไปดังที่เห็น

   ชะรอยเพราะหิวโหยเกินกว่าจักเห็นว่าผลไม้ผักหญ้าพวกนี้เป็นอาหารต่ำกระมัง จึงกินไปเสียหมด

   หากพรานบุญก็ยังมิอาจสงบใจกับตนเองได้ ยังต้องหวนนึกถึงเหตุผลที่ยักษ์หนุ่มน้อยกัดกินผลไม้อย่างเอร็ดอร่อยราวกับเป็นสิ่งชื่นชอบเสียเต็มประดา ด้วยว่าเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปที่เหล่ายักษ์มารจักหลงใหลในการเสพเลือดแลเนื้อเป็นภักษา แลมักเกลียดการกินผักหญ้าผลไม้ป่าเป็นที่สุด แลลักษณาการยามได้ยินถึงเขาพรรณนาถึงเนื้ออันหวานของเนื้อทรายนั่นอีกเล่า น่าฉงนนัก

   แม้ยามพรานบุญล้มตัวลงนอนบ้าง หลังจากร่ายพระเวทย์ป้องกันสัตว์ร้ายไว้รอบด้าน เขาก็ยังมิวางใจปล่อยให้เรื่องประหลาดนั้นสงบในใจได้ แลมิได้เฉลียวใจเลยว่าเหตุใดเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ต้องเป็นตัวการณ์แห่งความสงกาของเขายิ่งนัก แลก็มิได้ตระหนักว่า แม้การชะล่าใจเพียงชั่วครู่ บิดาของเขาได้สังเวยชีพให้แก่กรงเขี้ยวแห่งสัตว์ป่ามาแล้ว

++++++++

ไม่ไกลกันจากใต้ต้นรังอันเป็นถิ่นหลับนอนของพรานบุญแลยักษ์น้อยหน้าแฉล้มนั้น มีถ้ำลึกดำซึ่งเกิดขึ้นเมื่อองค์พรหมาเพิ่งร่ายพระเวทย์สร้างโลกทั้งสามขึ้น ถ้ำนี้เต็มไปด้วยมนต์ดำและอำนาจลึกลับมากมาย แลเป็นที่สิงสถิตย์ของนางรากษสผู้มีรูปกายสูงใหญ่ นางมีเส้นผมขดเป็นเส้นเชือกสากกักขฬะอันเต็มไปด้วยซากสัตว์แลกระดูกซึ่งนางได้กัดกินเป็นภักษาแทรกแซม อันทรวงอกของนางนั้นเล่าก็ย้อยหย่อนยานยาวจนยามเดินมันลากไปกับพื้นดินเป็นที่รำคาญยิ่งนัก นางจึงต้องยกขึ้นพาดกับไหล่ไว้

   นางรากษสได้บำเพ็ญเพียรมาเป็นเวลาหนึ่งพันปี ในช่วงเมื่อหนึ่งร้อยปีผ่านไป นางจักออกจากฌาณเพื่อล่าสัตว์ในหิมวันต์มาดับความหิวโหยอันสะสมไว้เป็นร้อยปีสักครั้งหนึ่ง ก่อนกลับไปเข้าฌาณบำเพ็ญตบะอีกรอบ แลคืนนี้ก็เป็นเวลาครบร้อยปีมาบรรจบ เมื่อพรานบุญปิดเปลือกตาแลหล่นลงสู่ห้วงลึกแห่งมนต์ของนิทราเทพ ก็เป็นเวลาที่นางรากษสได้ออกจากฌาณพอดิบพอดี

   นางรากษสตนนี้มีนามว่ากาลคี อันว่าวิสัยรากษสแล้วไซร้ ย่อมใฝ่หาแต่ของสดของคาวใส่ปากท้องตนอยู่เป็นนิจ อันนางกาลคีนี้ก็มิได้แตกต่างไปจากรากษสตนอื่นแต่อย่างใด เมื่อนางออกจากฌาณ เปิดเปลือกตาแล้ว จมูกอันใหญ่แลงอง้ำของนางก็กระตุกและสอดส่ายหากลิ่นอันรัญจวนหอมหวานซึ่งพุ่งออกมาจากแหล่งเนื้ออันหอมหวานอย่างเดียวซึ่งนางได้เคยลิ้มลองไม่กี่ครั้ง เนื้อของอาหารจำพวกนี้มีรสอันโอชะหาใดเปรียบปาน จนนางยอมสละสัตย์ซึ่งได้วางไว้ก่อนบำเพ็ญเพียร

   ก็เนื้อมนุษย์อย่างไรละ!

++++++++++

เจอกันตอนหน้า :กอด1:


tanuki

  • บุคคลทั่วไป

samsoon@doll

  • บุคคลทั่วไป
อ่านแล้วขำตรงเอานมพาดไหล่นี่หละ 555555+


รอตอนต่อไปนะคะ เลือกวันอัพได้เลขสวยเวอร์

ออฟไลน์ fuku

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4676
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +461/-19
บวกไปโล้ดดดดดดด พรานบุญจะเอาตัวรอดยังไงต่อเนี่ย

ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-10
กรี๊ดดดดดดดดดด พรานบุญจะถูกกินป่าวนี่

ออฟไลน์ stormphoenix

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2271
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-3
ถ้านางยักษ์นั่นจะกินพรานบุญคงต้องข้ามศพน้องยักษ์น้อยไปเสียก่อนซะละมั้ง  อิอิ


หรือนางยักษ์เจอพรานแล้วอยากเก็บไปทำปั๋วหว่า  ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ moneza

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
 :-[ชอบเรื่องแนวนี้  ชอบวรรณคดีไทย 

ภาษาสวยมากคะอ่านแล้วเห็นภาพตามเลย ติดตามตอนต่อไป อิอิ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4726
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-19
 o13 o13 o13 o13


 :z13: :z13: :z13: :z13: :z13:



มาต่อ ไวไว น่ะ :z13: ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ออฟไลน์ blanchard

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-3

ยักษ์มังสวิรัติ.....  น่าร็อกอ่ะ!   

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
ลุ้นระทึก อยากอ่านตอนต่อไปจัง
สนุกมากเลยค่ะ เขียนเก่งจังเลย

2Botaku

  • บุคคลทั่วไป
มาต่อไวไวนะ

เป็นกำลังใจให้จ้า o13

ออฟไลน์ Poseidon

  • Unconditional love
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5201
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-12
อาา ตื่นเต้นจับ ยักษ์น้อยจะโดนพรานบุญกินเมื่อไหร่น้าาา

ออฟไลน์ nemonoy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 202
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
>_< ยักษ์น้อยน่ารักจัง  เมื่อไรจะหวานสักทีค่ะ
พรานบุญไม่ต้องหาแล้วกินรี ของดีอยู่ใกล้มือแค่นี้แล้ว
ขอบคุณที่มาต่อให้อ่านนะค่ะ สนุกมากเลยคะ

ออฟไลน์ ratnalin

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 752
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +71/-2
กรี๊ดดดดดด จบได้ค้างมากมาย ><

ภาษาที่ใช้บรรยายหรู และก็เห็นภาพเลย ประทับใจๆ

รอตอนต่อไป ^^

ออฟไลน์ ณ ที่เดิม™

  • มากกว่าชีวิต...
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1751
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-0
พรานบุญจะโดนหม่ำรึปล่าวนั่น  :z2:

ออฟไลน์ Sorso

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 816
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-3
พรานบุญระวังโดนหม่ำนะ

ก๊ากกกกกกก

ออฟไลน์ rule

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 451
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-2
นาคบาศ์ก เหมือนภาคต่อของนางมโนราเลยคะ เพราะหลังจากพรานบุญเอานางกินรีไปถวายก็ไม่ได้กล่าวถึงต่อเลยว่าเป็นอย่างไร
 version นี้น่าติดตาม

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ต่ายน้อย

  • กระต่ายน้อยลอยคอ
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 850
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-3
    • http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=27719.0
ชอบมากครับ  ภาษาสวยมาก  กลัวนางรากษ(ถูกป่าว)

midnightblue

  • บุคคลทั่วไป
ชอบๆๆๆๆๆๆ มาลงตอนต่อไปไวๆน๊า o13

สุวรรณมาลี

  • บุคคลทั่วไป

ชอบมากกกกกกก

ลงให้จบนะคะ

+ เป็ดค่ะ

ปล. อยากอ่านเรื่องน้องแมงต่ออีกอ่ะค่ะ

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2462
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1153/-5
^
^
^
^
น้องแมงกำลังเขียนนะคะ ต้องใช้เวลานี๊ดนุงๆๆๆๆๆๆๆๆ  :laugh:

ออฟไลน์ sang som

  • เจ็บจิต!!
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1660
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-6
ในที่สุดก็มาต่อ   ชอบเรื่องนี้มากๆค่า

Mio

  • บุคคลทั่วไป
ของดีอยู่ใกล้ตัวแล้ววว  :impress2:

พ่อพรานไม่ต้องไปหาที่ใดเลย  :z1:

แต่นางยักษ์มาเกี่ยวอะไร! อย่ามาขวางทางรักของพ่อยักษ์น้อยกับพ่อพรานนะ
 :z3:

สู้ๆค่ะ รออ่านอยู่น๊าาาา

ออฟไลน์ PlenG

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 141
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
ยักษ์น้อยน่ารัก ^^
พรานบุญระวังตัวดีๆนะ

ออฟไลน์ som~

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 458
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
เห็นเรื่องนี้เเล้วก็กรี๊ดดดดค่ะ :impress2: ปกติชอบเรื่องไทยๆเเบบนี้อยู่เเล้ว     ติดตามค่ะๆ
อยากรู้จังว่ายักษ์ตัวน้อยๆตกลงเเล้วเป็นยังไงกันเเน่  เเละ พรานบุญจะรอดจากอันตรายหรือเปล่า  :L2:

ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8859
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +946/-15

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4640
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
กำลังสนุกเลยจ้า

 :L2: :L2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด