[เรื่องสั้น] น้ำพริกถ้วยเก่า [จบ]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น] น้ำพริกถ้วยเก่า [จบ]  (อ่าน 71599 ครั้ง)

ออฟไลน์ afternoon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 318
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
สงสารน้อง  :m15:
สงสารปิงปิงด้วย  :monkeysad:
ที่ต้องมีคนที่รัก และพ่อเเบบนายอัจน์!!!!!

filmybutter

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ I_ARMS

  • >*<
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 480
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
ขอชอมว่า อัจน์"เหี้ย"มากครับ จากใจ

ออฟไลน์ arty136

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 347
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-2

ออฟไลน์ Ryze

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1003
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-1
ลุ้นให้แยกทาง อิอิ
รักแบบอัจน์นี่ไม่ไหวนะไม่ไหว

รักของมายด์ก็มาโซสุดๆ
ทนอะไรได้ยาวนานขนาดนี้ ไม่เลิกๆกันไปเนอะ
(ตาอัจน์คงไม่ยอม)

อยากอ่านตอนจบ :impress2:
(ซุบซิบ) อย่าลืมใต้ร่มพญาไทรด้วยนะคุณขา~

ปล. เห็นเค้าเดากันว่าคู่เมียฆ่าผัวตาย แหม๊ ไม่อยากให้จริงเลย ฆ่าให้ตายก็ตายสบายไปอ่ะสิ คึคึคึ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-05-2011 00:54:53 โดย Ryze »

ออฟไลน์ Cherry Red

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-0
ถ้าคู่นี้มันเป็น "คู่ผัวเมียที่มีเหตุฆาตกรรม" ในเรื่องของครูเพชรจริง ๆ ดิฉันก็ไม่แปลกใจอ่ะ
เพราะ อารมณ์และสภาวะจิตใจของเค้า มันโดนไล่ต้อนจนเกือบจะจนมุมอยู่แล้ว... :เฮ้อ:
เป็นเรื่องที่ต้องบอกว่า เมื่อรักไม่ใช่ความสุข มันก็คือ ความทุกข์ดี ๆ นี่เอง ~

แม้รักที่อ้จน์เคยมีให้มายด์จะจืดจาง แต่เราว่าสิ่งที่ทำผิดที่สุด คงเป็น "ไม่รักษาน้ำใจ"
ทิ้งให้คนที่เรียกว่า "เมีย" อยู่อย่างโดดเดี่ยว ส่วนตัวเองไปมั่วกับคนอื่นถึงไหนต่อไหนไม่กลับบ้าน กลับช่อง 
อ้จน์ไม่ขอโทษในเรื่องนี้เลยสักนิด ( เหมือนคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด )
งานนี้ ถึงรักอย่างไง ก็ไม่ไหวจะทน... :sad4:   
 

lunar

  • บุคคลทั่วไป
เช็ดน้ำตาป้อยๆ สงสารมายด์


คนอะไรเห็นแก่ตัวชะมัด แค่แฟนตัวเอง ยิ้ม หัวเราะกับคนอื่น ทนไม่ได้ จะเป็นจะตาย
ที่ตัวเองไปมั่วกับคนอื่นจนฟ้าสว่างคาตากลับไม่รู้สึกผิด

มั่วไม่เลิก ไม่เลือกแบบนี้ต้องเฉือนแล้วโยนให้เป็ดกิน ไม่เอาดีกว่าสงสารเป็ด โยนลงชักโครกก็กลัวกดไม่ลง
ทิ้งถังขยะไปเลยละกันง่ายดี

 :pig4:



Mileson

  • บุคคลทั่วไป
ความไม่เคยพอของอัจน์ ทำร้ายมายด์ได้เจ็บปวดจริงๆ

ออฟไลน์ donutnoi

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-6

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1233
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
อ่านครูเพชรแล้วก็มารอเรื่องนี้ค่ะ ลุ้นค่ะอยากรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป :L2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ tarkung

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1007
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
มาลงชื่อรอตอนต่อไปครับ

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1233
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
writer ค่ะ แล้วเรื่องนี้ไม่ต่อเหรอค๊ะ
รอลุ้นอยู่นะค๊ะ :pig4:

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1133/-5
^
^
^
รอแป๊บนะคะคุณ  :กอด1: รอองค์ลงก่อนค่ะ ตอนนี้เขียนยังไม่ได้เลย  :sad4:

ออฟไลน์ ♠♥♦♣

  • ex-ChCh13
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1655
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +223/-7
^
โด่เอ๊ย นึกว่ามาต่อ รีบวิ่งตามมาอย่างแรงอ่ะ

anajulia

  • บุคคลทั่วไป
หาอยู่ตั้งนาน
(นึกว่าจบแล้วเหมือนกันเลยค่ะ)

หงุงหงิง

ออฟไลน์ คนริมคลอง

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 665
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +117/-1
ตามมาอีกเรื่องนึงครับ อย่าลืมเรื่องนี้ด้วยนะครับ  :L2:

ออฟไลน์ oaw_eang

  • Global Moderator
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8470
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2121/-586

ช่วงนี้คนสวยลงเรื่องสั้นเยอะจัง  เมื่อไหร่จะจัดมาแบบยาวๆ บ้างล่ะคะ

นะๆๆๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ ♠♥♦♣

  • ex-ChCh13
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1655
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +223/-7

YELLOWSTAR

  • บุคคลทั่วไป
มาต่อได้แล้วววววว PLEASE !!!!!!!!   :z3:

KM

  • บุคคลทั่วไป

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ zombi

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-5
น่าสงสารมายด์  :เฮ้อ:
ทำให้รักแล้วทำร้ายกันแบบนี้  :m16: น่าไม่อาย

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1133/-5
อาจไม่ถูกใจใครหลายคน! แต่หวังใจว่าจะชอบกันนะคะ :o12:

ปล. เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องครูเพชรกับน้องกิ่งเลยนะคะเธอว์! :laugh:

+++++++

เมื่อวีกิจตื่นขึ้นมาตอนค่อนสว่าง นวนนท์ยังนอนหลับอยู่ที่เตียงผู้ป่วย ตอนคนรักของเขาสลบลงไป กระบวนการความคิดเขาเหมือนกับจะหยุดนิ่งไปเสียอย่างนั้น ในหัวมีแต่ความกลัวนานาชนิดแล่นผ่านในหัวใจ เขาอุ้มร่างปวกเปียกไปที่รถแล้วขับออกมาทันทีเมื่อวางร่างไร้สติลงที่เบาะข้างคนขับ เขาแทบไม่มีสมาธิกับการขับรถ เพราะตามัวแต่จะมองจ้องใบหน้าเปื้อนน้ำตาของคนหมดสติ และใจ...ก็วกกลับไปคิดถึงฉากที่พวกเขาทะเลาะกันเพราะโทสะ

เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ปล่อยให้เรื่องมันบานปลายมาถึงขนาดนี้ เขามัวคิดอะไรอยู่กันนะถึงได้ไปหลงระเริงกับใครอื่นโดยที่ปล่อยให้คนที่เขาออกปากปาวๆ ว่ารักสุดหัวใจต้องอยู่ลำพัง พอหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานมาทานข้าวเย็นที่บ้านเพื่อไม่ให้เหงา เขากลับไปดูถูกด้วยการยัดเยียดว่านวนนท์ทำนิสัยเลวเหมือนเขา

วีกิจก่นด่าตนเองในใจ เขามันบ้า เขามันเสียสติ เขามันสมควรจะโดนต่อยหลายเปรี้ยงให้หน้าเละ เขาควรจะโดนนวนนท์ทำอะไรก็ได้ที่จะทำให้ความรู้สึกผิดบาปในใจได้ลดลงบ้าง เขารู้ว่าเขาผิด และเขาพร้อมจะปรับปรุงตัว แต่ภาพที่เขาเห็นก็ทำให้เขาเหมือนถูกสิงด้วยสิ่งไร้เหตุผล เขากลัว...ชั่วขณะหนึ่งตอนที่เห็นนวนนท์และหาญกล้านั่งอยู่ด้วยกัน เขากลัวสุดหัวใจว่า...ชายหนุ่มคนนั้นจะมาพรากคนรักของเขาไป กลัวว่า...ดวงใจของเขาจะถูกกระชากออกจากอก โดยไม่ได้คิดเลยว่า ในช่วงเวลาที่คบกัน เขาได้เป็นฝ่ายกระชากหัวใจนวนนท์ไปแล้วกี่ครั้ง

วีกิจเพิ่งรู้ชัดแจ้งวันนี้เองว่า นวนนท์รักเขามากเพียงใด รักมากกว่าเขาที่พร่ำบอกว่ารัก...รัก...และ...รัก ทว่าไม่เคยทำสิ่งใดให้เห็นและสมควรค่ากับคำว่ารักที่ออกจากปาก หากไม่รักมาก นวนนท์ก็คงไม่คลุ้มคลั่งอยากนั้นหรอก เขาเพิ่งฉุกคิดได้เดี๋ยวนั้นเอง...เพิ่งฉุกคิดได้ตอนที่บึ่งรถไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด..ว่าคนที่โทรมาหานวนนท์คือใคร และมีเป้าหมายใด

ไปป์คงโกรธที่เขามีท่าจะตีจาก แต่ไปป์ก็ไม่มีสิทธิ์มารั้งเขาไว้ ในเมื่อแรกเริ่มสัมพันธ์นั้นพวกเขาตกลงกันว่าจะไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อเบื่อหน่ายก็จากกันด้วยดี ไม่มีความบาดหมาง ไม่มีการทำลายชีวิตของอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนเขาจะดูไปป์ผิดไป ดูท่าเขาจะใช้เวลาอยู่กับไปป์มากเกินพอดี วีกิจเอาสองมือลูบหน้าตนเอง ขณะตัดสินใจแล้วว่าเขาจะต้องคุยและจัดการมิให้ไปป์มารังควานนวนนท์อีก เขาไม่อยากให้เรื่องเมื่อคืนเกิดขึ้นซ้ำสอง ความผิดพลาดนี้เหมือนเป็นตราบาปตอกย้ำตัวเขาว่า...เขามันเลวสิ้นดี

วีกิจผุดลุกขึ้นจากโซฟาติดผนังที่เขาอาศัยเป็นที่หลับนอนพักกาย แล้วเดินไปที่เตียงผู้ป่วยซึ่งนวนนท์กำลังนอนหลับตาพริ้มเพราะฤทธิ์ยา แพขนตาหนาทำให้รูปหน้าดูอ่อนโยน วีกิจเอื้อมมือไปลูบผมนุ่มบนศีรษะคนรัก พร้อมคิดกับตัวเองในใจ

...มายด์ มายด์ไม่เหมาะกับคำพูดหยาบคายอย่างที่หลุดออกมาจากปากเมื่อคืนเลย พี่ขอโทษที่ทำให้มายด์คนดีต้องยืนด่าสามีตัวเองปาวๆ ต่อไปพี่จะปรับปรุงตัวเอง พี่จะละเลิกนิสัยเลวนี้เสีย...

...มายด์ก็เปรียบเสมือนดอกไม้ป่า กลิ่นมันหอมรัญจวน หอมแรง หอมนาน ล่อลวงแมลงภู่ผึ้งภมรอย่างพี่ให้บินเข้าหา ชอนไชดูดกลืนน้ำหวานเพียงพออิ่มหนำแล้วตีจาก มายด์...มายเหมือนของล้ำค่าเปราะบาง สำหรับพี่...มายด์คือความงดงามและความสดใส พี่จะไม่ดึงให้มายด์ลงต่ำ พี่จะทำให้มายด์ยิ้มได้ ยิ้ม...เหมือนครั้งแรกที่มายด์เห็นหน้าปิงปิง ยิ้มที่มายด์มีให้พี่และลูกสาวของเรา...

...มายด์ให้โอกาสพี่นะ...พี่ขอแค่โอกาสครั้งนี้เท่านั้น...

หัวใจวีกิจกระตุกวูบเมื่อเหลือบเห็นรอยแดงเด่นชัดบนแก้มของนวนนท์ รอยแดงรูปฝ่ามือที่ยังคงเด่นหราประกาศก้องว่าเขาเป็นคนใจร้ายแค่ไหน ร้าย...ถึงขนาดกล้าทำร้ายคนที่ตัวเองออกปากว่ารัก...รัก...และรัก

วีกิจก้มลงแตะริมฝีปากกับแก้มของนวนนท์อย่างอ่อนโยนที่สุด เขาสูดดมเอากลิ่นกายประจำตัวของคนรักซึ่งถูกแทรกด้วยกลิ่นยาของโรงพยาบาล เมื่อเขาผละออกมา เขาก็เห็นหยดน้ำใสวางแหมะอยู่กับพวงแก้มของนวนนท์ ประหลาดใจอยู่เป็นครู่ว่าแม้หลับใหล หากใจที่เจ็บของนวนนท์ยังสั่งให้ต่อมน้ำตาขับน้ำตาแห่งความขมขื่นออกมา คงจะเจ็บมากสินะ แต่แล้วเขาก็ตระหนักว่า มันเป็นน้ำจากตาของเขาเอง รอยฝ่ามือของเขา ก็คือมีดอาบยาพิษกรีดลงกับเนื้อหัวใจของเขา กรีดลงเพื่อจะย้ำและซ้ำเติมว่า...เขาเป็นคนที่เริ่มทุกอย่าง เขาเป็นคนดึงนวนนท์เข้ามาสู่วงจรอุบาทว์นี้เอง หากเขาไม่จีบนวนนท์แต่แรก ฝ่ายนั้นก็คงจะไม่ต้องเจ็บปวด

เขาโทรไปบอกพยาบาลเฝ้าไข้ว่าเขาขอตัวกลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และจะกลับมาใหม่ให้เร็วที่สุด ระหว่างนี้เขาขอฝากให้คุณพยาบาลช่วยไปเช็คดูนวนนท์เป็นระยะด้วย

วีกิจตรงกลับบ้านด้วยจิตใจห่อเหี่ยว เขาเห็นบ้านปิดเงียบและดูไร้ชีวิต เมื่อเปิดประตูเข้าไป สิ่งที่ต้อนรับเขาคือเสียงเห่าต้อนรับดีใจ แต่แล้วเจ้าตัวเล็กก็กลับทำเสียงหงิงราวกับเห็นว่าเขาเป็นสัตว์ร้าย ปิงปิงถอยร่นวิ่งหางจุกตูดไปหลบอยู่หลังโซฟา จนเขาต้องรีบเดินเข้าไปอุ้มมันขึ้นมาไว้กับอก เจ้าปิงปิงพยายามจะดิ้นให้หลุดแต่เมื่อเห็นว่าไร้ผล มันจึงยอมอยู่นิ่ง

“ขอโทษนะ ปิงปิง พ่อขอโทษ” วีกิจเอ่ยแล้วก้มลงหอมหัวเล็กๆ ของ ‘ลูกสาว’ ของเขากับนวนนท์

เขายังจำได้ว่าเมื่อตอนเขาอุ้มนวนนท์ออกไปขึ้นรถเมื่อคืน ปิงปิงวิ่งเข้ามาขวาง เขาเตะเจ้าตัวเล็กจนปลิวโด่งออกไปหลายเมตร พร้อมกับเอาเท้าดันประตูปิด เขามองเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทนั้น แล้วเอามือใหญ่ลูบหัวมัน จนเจ้าตัวเล็กส่งเสียงออดอ้อน ลิ้นสีชมพูเล็กๆ เลียแผล็บที่ปลายจมูกของเขา เขาหัวเราะพร้อมกับที่ปิงปิงเห่าบ๊อกเสียงใส

เมื่อขึ้นมาที่ห้องนอน และขณะเปลื้องผ้าออกหมดจนเหลือเพียงกางเกงในตัวเดียว วีกิจก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือของนวนนท์ดังขึ้น เขาเหลือบดูนาฬิกาบนผนังห้องก็เห็นว่าอีกสิบนาทีจะหกโมงเช้า เขารีบถลาไปหยิบเอาเครื่องมือสื่อสารมาดู แล้วกดรับ

“อีแรด รับได้ซะทีนะยะ มัวแต่กกผัวคนอื่น เอาค-ยคาหอยอยู่หรือไงยะ ถึงไม่รับสายชั้น” เสียงที่แหวมาทางโทรศัพท์ทำเอาอารมณ์เริ่มเย็นลงกลับมาขุ่นมัวอีกครั้ง “พออัจน์เค้าเอาชั้นคนเดียวแล้วปล่อยให้หล่อนแห้งเหี่ยวเป็นอีเพิ้งอยู่ที่บ้าน หล่อนก็เลยรีบถ่างขาอ้าจิ๋มเหี่ยวๆ ดำๆ ให้เค้าเอาละสิ! เชอะ อย่านึกนะว่าจะมาสู้ชั้นได้ ของชั้นน่ะมันเมนูภัตตาคาร ของหล่อนน่ะ...อาหารรสเลวข้างถนน! อี๋ เหม็น ต่ำ!”

“ไปป์” วีกิจเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเย็น

มีเสียงเหมือนคนกลั้นหายใจจากอีกฝั่งของคลื่นโทรศัพท์ แล้วก็ตามมาด้วยเสียงแหวดแหว “อัจน์ ไปป์ไม่รู้ว่าเป็นอัจน์ อีนั่นใช่ไหม มันตั้งใจเอาโทรศัพท์ให้อัจน์ฟังใช่ไหม อัจน์...ที่อัจน์ได้ยินน่ะ เป็นสิ่งที่มันเคยด่าไปป์ทั้งนั้นเลยนะ เนี่ย...ไปป์ก็เลยโทรมาด่า กะจะเอาคืนซะให้เข็ด คนแบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้หรอก ต้องกำหราบให้หลาบจำนะ”

“ไปป์ เราเคยคุยกันไว้ว่ายังไง”

“เอ่อ...อัจน์” ฝ่ายนั้นอึกอัก “ก็ไปป์รักอัจน์นี่! อยู่ๆ อัจน์จะทิ้งไปป์ไปหานังนั่นได้ไง มันดีตรงไหน อัจน์เคยบอกไม่ใช่หรือว่าอัจน์เบื่อมัน”

“ผมไม่เคยพูด ถึงผมจะมั่วแค่ไหน แต่ผมไม่เคยว่าอะไรมายด์เสียๆ หายๆ คุณเองก็เถอะ ถ้าอยู่ต่อหน้าผม ผมต่อยคุณไม่เลี้ยงแล้วนะ ฐานที่คุณด่ามายด์เมื่อกี้”

“อัจน์” ไปป์กระแทกเสียง “อัจน์กล้าเหรอ!”

“ก็ลองดู” วีกิจเสียงเย็น “อย่าให้ผมพูดนะว่าคุณทำอะไรบ้าง เมื่อคืนที่คุณโทรมาว่ามายด์น่ะ อย่านึกว่าผมไม่รู้ เราเคยตกลงกันแล้วไง ว่าถ้าเกิดฝ่ายใดฝ่ายนึงเบื่อหรือคิดจะจบ...ความสัมพันธ์ก็ต้องจบ โดยที่ใครก็ไม่มีสิทธิ์รั้งไว้”

“ไม่นะอัจน์!” มีเสียงสะอื้นไห้ดังมาจากฝ่ายไปป์ “ไปป์ไม่ยอม ไปป์รักอัจน์”

“คุณรักไอ้นั่นผมมากกว่า”

“...” เหมือนฝ่ายนั้นจะอึ้งไป แล้วเสียงดัดให้แหลมก็ดังมาอีกรอบ คราวนี้น้ำเสียงนั้นเจือไว้ด้วยแรงอาฆาต “เออ! กูหลงค-ยมึง แล้วจะทำไม ของใหญ่ๆ น่ะ ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ นะ แล้วอย่าว่าแต่ชั้นหลงเลย อีเมียเก่าคุณมันก็หลงเหมือนกัน ไม่งั้นมันจะเป็นจะตายขึ้นมาเหรอทันทีที่รู้ว่าคุณมามั่วกับชั้น”

“ไปป์ อย่ามาหยาบคายก้าวก่ายมายด์นะ”

“ปกป้องกันเข้าไป รู้ไว้ซะด้วยนะ ถ้าชั้นเป็นอีหน้าโง่นั่น ชั้นไม่มีวันกลับมาหาคุณหรอก ผู้ชายมั่วไม่เลือกอย่างคุณน่ะ เป็นได้ดีที่สุดก็แค่คู่นอน ถ้าจะหวังจะยกให้เป็นผัวละก็...รับรองเจ็บจนวันตาย จำไว้ด้วยว่า...คุณน่ะจะไม่มีวันสมหวังกับอีนั่นหรอก โดนมันถีบหัวส่งเมื่อไหร่ ก็กลับมาเลียของชั้นนะ...ชั้นจะอ้าขารอ คราวนี้เลียตั้งแต่ปลายตีน...”

วีกิจกดสายตัดไป โดยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ เขาผิดหวังกับไปป์มาก ไม่นึกว่าคนที่มีใบหน้าหมดจด ที่ถึงขนาดทำให้เขาหลงใหลได้ เบื้องลึกแล้วจะมีแต่ความโสมมของใจ เขาสั่นไปทั้งตัว ทิ้งร่างลงนอนกับเตียงนอน ก่ายหน้าผาก แล้วหลับตาลง ปล่อยให้ใจอันร้อนรุ่มค่อยๆ เย็นลง

+++++++

หลังจากสองชั่วโมง วีกิจก็กลับมาถึงโรงพยาบาลเดิมที่คนรักเขากำลังนอนพักรักษาตัว เขาถือกระจาดผลไม้ และของกินรสชาติจืดไว้เต็มอ้อมอก ค่อยๆ ใช้มือที่ว่างจับลูกบิดประตูให้เปิดออกช้าๆ และเบาเสียง กลัวว่าจะเป็นการรบกวนคนนอนหลับในห้อง ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มกับหัวใจที่มีความหวังแน่วแน่ว่าจะขอคืนดีกับนวนนท์ก็ต้องฝ่อและแฟบลง เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากภายใน

เขาจำเสียงหัวเราะอีกเสียงได้ดี

คนบนเตียงกำลังยิ้มร่ากับอะไรบางอย่างที่คนนั่งบนเก้าอี้เยี่ยมไข้เพิ่งพูดจบไปหยกๆ วีกิจกระแอมไอเป็นสัญญาณบอกสองคนว่าเขาก็ยังมีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้ รอยยิ้มบนใบหน้านวนนท์หายไปเสียครึ่งหนึ่ง ส่วนหาญกล้าก็หยุดหัวเราะแล้ว และกำลังมองเขาอย่างพิจารณา “อ้าว น้องอัจน์ สวัสดีครับ”

เพราะรอยยิ้มเป็นมิตรที่ผุดขึ้นบนใบหน้าอีกฝ่าย ทำให้เขาต้องฝืนส่งยิ้มตอบกลับไปให้ “สวัสดีครับ พี่กล้า”

เขาพยายามยกมือที่เต็มไปด้วยสิ่งของเยี่ยมไข้ขึ้นไหว้ผู้สูงวัยกว่าทำให้อีกฝ่ายรีบกระโจนมาช่วยหยิบของออกไปวางไว้บนโต๊ะหน้าโซฟา เมื่อวางของเรียบร้อย หาญกล้าก็กลับไปนั่งบนเก้าอี้ติดกับเตียงคนไข้อีกครั้ง วีกิจรู้สึกเหมือนทุกที่ทางจะตะโกนชี้หน้าเขาว่าเขาไม่เป็นที่ต้องการ ทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดไม่รู้จะอยู่ตรงไหนดี ในที่สุดก็ตัดสินใจทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาที่เขาใช้เป็นที่นอนทั้งคืน

“นี่ผมกำลังบอกให้มายด์ทานข้าวเยอะๆ ดูซิ เพราะไม่ค่อยกินอะไร ถึงได้ช็อคไปเพราะขาดสารอาหาร ร่างกายก็อ่อนเพลียอีก บอกให้รักษาสุขภาพตัวเองก็ไม่ยอมฟัง คนอะไรก็ไม่รู้ ดื้อด้านจริงๆ” ใบหน้าของหาญกล้ามีรอยยิ้มอ่อนโยนยามเอื้อมมือไปลูบศีรษะนวนนท์ การกระทำนั้นทำให้วีกิจแทบจะกระโดดไปปัดมืออีกฝ่ายออก แต่เมื่อเห็นสีหน้าของนวนนท์แล้วเขาก็สำนึกได้ว่าตนเองยังเป็นผู้ผิด และหากเขาจะทำอย่างใจต้องการ สิ่งเดียวที่จะได้รับคือความเกลียดชังของนวนนท์ที่จะเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

“อัจน์เองน่าจะบังคับมายด์ให้ทานข้าวเยอะๆ ได้นะครับ” แล้วคนพูดก็ทำหน้าเก้อ “โอ๊ย ผมก็ว่าอัจน์ไปได้ ต้องขอโทษอัจน์จริงๆ อัจน์เป็นพี่ชายมายด์นี่เนอะ คงไม่ปล่อยปละให้น้องตัวเองอดอยากหรอก” แล้วคนพูดก็ยื่นมือไปลูบหัวนวนนท์อีกรอบ พร้อมกับต่อว่าคนนอนบนเตียงอย่างไม่จริงจังว่าคงเพราะนวนนท์ดื้อเกินไปน่ะเอง ใครจะบังคับก็ไม่เคยเชื่อฟัง

วีกิจกัดฟันกรอด ทั้งที่เขาเป็นคนรัก แต่ก็ต้องมาทนนั่งมองดวงใจของตัวเองทำตัวสนิทสนมกับคนอื่น ชั่วขณะที่นวนนท์หันมาสบตา วีกิจก็เห็นว่าแววตาที่มองมานั้นเรียบเฉยราวกับน้ำแข็ง มันเย็นชา และไร้เงาของเขา แต่เมื่อดวงตาคู่นั้นหันไปสบกับใบหน้าหาญกล้า มันก็กลับสุกใสและเต็มไปด้วยแววแห่งสุข

หลังจากครึ่งชั่วโมงผ่านไป หาญกล้าก็ขอตัวเข้าสำนักงาน และบอกมายด์ว่าไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเขาจะบอกเลขาให้ว่ามายด์ลาป่วย ให้มายด์พักผ่อนรักษาตัวให้หายดีแล้วค่อยกลับไปทำงานต่อก็ได้ วีกิจไหว้ลาหาญกล้าทั้งที่ในใจกลับนึกด่าหัวหน้าที่ดูแลลูกน้องจนเกินพอดี

เมื่อห้องเหลือเพียงพวกเขาสองคน วีกิจก็ลงมือเทอาหารใส่จานมาให้นวนนท์ เขานั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงที่ยังร้อนจากไอของคนเพิ่งออกไปจากห้อง แม้นวนนท์ไม่มองหน้า เสมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่สนใจคนที่นั่งเป่าข้าวต้มร้อนๆ ในถ้วยใบเล็ก แต่วีกิจก็ยังตักเอาข้าวต้มกลิ่นหอมมารอที่ปากคนป่วยอยู่ดี

“มายด์ ทานข้าวต้มก่อนนะ แล้วเดี๋ยวจะได้กินยา พี่เพิ่งคุยกับคุณพยาบาล เขาบอกว่ามายด์ต้องทานข้าวก่อน” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังทำเฉย วีกิจก็ทำเสียงรื่นเริง “นี่พี่อุตส่าห์ซื้อมาจากร้านป้าอ้วนหน้าปากซอยเราเลยนะ ข้าวต้มเจ้าประจำที่มายด์ชอบไง รีบกินสิ นะ กำลังอุ่นๆ เลยเนี่ย นะครับ เดี๋ยวจะได้ทานยา”

“พอเถอะ” เสียงของนวนนท์เยือกเย็นจนวีกิจต้องหยุดมือนิ่งแข็ง ดวงตาคู่นั้นที่หันมาสบกับดวงตาของเขามันไร้แววและเหมือนจะมองผ่านเลยเขาไป...สู่ที่แสนไกล

ที่ซึ่งพวกเขาเคยหวานชื่น

ที่ซึ่งพวกเขาเคยพร่ำคำรัก และรัก...อย่างที่ปากเอ่ย มิใช่รักแต่ปาก ทว่าใจ...หน่ายหนี เหมือนตอนนี้

“มายด์” น้ำเสียงวีกิจมีแววตัดพ้อ “พี่ขอโอกาส”

เขาทิ้งช้อนข้าวต้มลงถ้วยเหมือนเดิมอย่างแรง หยดน้ำและเศษข้าวกระเด็นออกมาโดนแขนเขา แม้จะร้อน หากวีกิจก็ไม่สนใจ เขาวางถ้วยข้าวต้มไว้บนโต๊ะข้างเตียงผู้ป่วย แล้วจับมือนวนนท์มากุมไว้ “นะมายด์ ให้โอกาสพี่สักครั้ง”

“เมื่อก่อนมี ‘โอกาส’ ให้คุณมากมาย แต่คุณก็ไม่เคยจะหยุดและหวนคิดว่าอะไรควรไม่ควร ตอนนี้อะไรมันก็สายไปเสียแล้ว ยังจะมาเรียกร้องโอกาสอะไรอีก ผมไม่มีให้คุณหรอก”

วีกิจจับมือนวนนท์ที่ถูกมือเขากอบกุมมาวางทาบที่ปากตน ริมฝีปากได้รูปสวยของเขาจุมพิตแผ่วเบาที่ผิวขาวซีดของคนป่วย “พี่รักมายด์”

“พี่อัจน์” คำเรียกชื่อตนที่สนิทสนมทำวีกิจมีแววคาดหวังในดวงตา “เราเลิกกันเถอะ”

คำพูดตัดขาดนั่นเหมือนกับมีดที่กรีดลงตรงใจของคนฟัง วีกิจตาค้าง ปากอ้าหวอ ก่อนจะพบเสียงตนเอง

“ไม่!” เขาเอ่ยเสียงกระด้างในที่สุด “ใครจะยอมเลิกกับมายด์ พี่ไม่เลิก!”

“แล้วพี่จะเก็บมายด์ไว้เป็นของตายของพี่หรือไง”

“มายด์ มายด์อย่าไปใส่ใจกับคำพูดของคนอื่น เขาพูดไปเพราะเขาอยากให้เราแตกกัน มายด์เชื่อพี่ พี่รักมายด์ เราจะไม่เลิกกัน เราจะยังรักกัน”

“ตื่นเสียทีเถอะพี่อัจน์” นวนนท์หันหน้าหนีไปอีกทาง มือขาวซีดพยายามจะดึงออกจากกุมมือของวีกิจ แต่เมื่อพบว่าคงสู้แรงไม่ได้ จึงยอมให้จับต่อไป “ถึงคนอื่นจะแรงมายังไง แต่ถ้าคนของเราไม่เล่นด้วย เรื่องแบบนี้ก็ไม่เกิดขึ้น หนอนบ่อนไส้ ข้าศึกภายในน่ะมันน่ากลัวกว่าข้าศึกจากภายนอกมากมายนักนะพี่อัจน์ เรื่องแบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่มีทางจะเกิดเสียงได้หรอก เพราะพี่ไปยุ่งกับพวกนั้นก่อนตะหาก เรื่องมันถึงได้บานปลายมาถึงขนาดนี้”

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1133/-5

นวนนท์เอ่ยยืดยาว ขณะวีกิจราวกับถูกด้ายเย็บปาก ด้วยว่าสิ่งที่คนรักของตนพูดมานั้นแท้จริงทุกประการ “พี่อัจน์ พี่ลองนึกดูนะ ถ้าหากว่าหลายปีที่เราคบกันมา มายด์ทำตัวเหมือนพี่ มั่วไม่เลือก เจอใครไม่มีหางก็จับกดตลอด สำส่อนมันไปกับทุกคน ถามหน่อยเถอะ พี่จะรู้สึกยังไง พี่ยังจะอยู่บ้าน ทำกับข้าว ตั้งโต๊ะรอคอยคนที่รักกลับมาหรือไง” นวนนท์แค่นยิ้ม “ถ้าเป็นพี่นะ มายด์ว่า คงตามไปฉีกอกใครก็ตามที่มายด์ควงแล้วละ มายด์พูดถูกไหม พี่น่ะเจ้าชู้ คนเจ้าชู้มักขี้หึง พี่อัจน์ครับ มายด์น่ะ ไม่มีวันที่จะทรยศคนที่ตัวเองรักหรอกนะ พี่ไม่รู้หรอกว่าการรักใครสักคนจริงๆ น่ะ เราทำได้แค่ครั้งเดียว แม้จะเลิกรากันไปแล้ว แต่รักนั้นจะยังคงอยู่ มายด์เอง...รักพี่ พี่เป็นเดียวที่ทำให้มายด์ยิ้มได้เต็มหน้า ที่มายด์ทำหน้าขรึม พูดน้อยเพราะต้องอยู่ตัวคนเดียวมานาน แต่พอพี่เข้ามา มันก็เหมือนกับแสงอาทิตย์ตอนเช้านั่นแหละ ชีวิตของมายด์อบอุ่นขึ้นมากเมื่อมีพี่ แต่น่าเสียดายที่รักพี่เหมือนกับพระอาทิตย์ตอนเที่ยง มันแดดแผดเผาจนมายด์ร้อนไปหมด ก่อนที่มายด์จะเจ็บเพราะฤทธิ์ของมัน มายด์ขอ...เป็นฝ่ายถอย”

“มายด์...พี่ไม่เลิก” ตอนนี้ตาของวีกิจแดง พร้อมกับน้ำตาเอ่อคลอหน่วย

“พี่อัจน์ มายด์ขอละ ปล่อยมายด์ไปเถอะ”

“เพราะไอ้นั่นใช่ไหม!” เสียงที่ออกจากปากของวีกิจนั้น...กร้าวและหยาบ เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ

“ไม่ใช่เพราะใครทั้งนั้นแหละ มายด์บอกพี่แล้วไง มายด์รักคนได้แค่คนเดียว แม้ว่าคนคนนั้นจะทำเหมือนกับรักของมายด์เป็นเศษขยะจมดิน แต่มายด์ก็ยังรักและบูชารักนั้น ที่อยากจะถอยออกมาเพราะว่ามายด์จะทนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว มันเจ็บนะพี่อัจน์ การรอคอยน่ะมันทรมานมาก คนไม่พออย่างพี่น่ะ ไม่มีวันเข้าใจหรอก”

“พี่รักมายด์”

“มายด์รู้” นวนนท์ยิ้ม เป็นยิ้มที่เหน็ดเหนื่อย “พี่อัจน์น่ะรักมายด์แน่ๆ แต่มายด์ทนที่จะเห็นพี่ไปแบ่งรักให้คนอื่นไม่ได้หรอก มายด์มันคนเห็นแก่ตัว มายด์อยากเก็บพี่ไว้คนเดียว แต่ก็รู้ว่ามันไม่มีทางจะเป็นอย่างนั้นไปได้” นวนนท์เอามืออีกข้างมากุมมือของวีกิจไว้ “พี่อัจน์ มายด์ขอนะ เราเลิกกัน เราแยกกันอยู่ เราห่างกัน ไม่ต้องติดต่อกันอีก”

วีกิจอ้าปากจะพูดอะไรอีก ทว่านวนนท์ก็ชิงพูดต่อ “พี่อัจน์ แม้เราจะเลิกกัน แต่มายด์อยากให้พี่อัจน์จำไว้ว่า มายด์ยังรักพี่ และก็จะรักตลอดไป แต่พี่ก็เห็นแล้วเมื่อคืนว่ารักของมายด์น่ะมันไร้สมอง ถ้าเรายังขืนอยู่กันต่อไป มีแต่ต่างฝ่ายต่างจะเจ็บปวด มายด์ไม่อยากด่าพี่เสียๆ หายๆ อีก เราจากกันครั้งนี้ ก็ขอให้จากกันด้วยดีนะพี่”

นวนนท์ยื่นหน้าขึ้นไปแตะปากกับริมฝีปากของอีกคน แตะไว้เช่นนั้นเนิ่นนาน

เมื่อนวนนท์ผละออกและล้มตัวลงนอนดังเดิม มือที่กุมมือของเขามาโดยตลอดก็ยอมปล่อย นวนนท์ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมอก หันหน้าออกไปทางหน้าต่างและหลับตา ขนตาที่ปิดทับลงมาต้องเปียกเพราะมันปิดทับน้ำตาพอดี

ข้างฝ่ายวีกิจ เขายังนิ่งอึ้ง อกเหมือนกับจะว่างเปล่า และอวัยวะขนาดเท่ากำปั้นที่เต้นเพื่อทำให้เลือดหมุนเวียนหล่อเลี้ยงชีวิตก็ราวกับจะถูกกดสวิตช์ปิดไว้ชั่วคราว

“พี่อัจน์ไปเถอะ เดี๋ยวมายด์เรียกคุณพยาบาลมาดูแลเอง”

วีกิจนั่งอยู่เช่นนั้นราวกับจะให้ร่างตนเองเกิดราก แต่แล้วเขาก็ผุดลุกขึ้น หันหลังก้าวเดินออกไปทางประตู มือจับลูกบิดเปิดออก สูดหายใจเข้าแล้วกล่าวคำสุดท้าย “พี่รักมายด์ ดูแลตัวเองด้วยนะ”

พยาบาลและหมอที่เดินผ่านไปมาเพื่อมุ่งตรงไปจัดการงานของตนเองอาจจะแปลกเมื่อเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ม้านั่งหน้าประตูห้องพักผู้ป่วย แต่แม้จะเห็นสิ่งที่ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผู้นี้กำลังทำ พวกเขาก็มิได้แสดงสีหน้าอันใดออกมา เพียงเดินผ่านเลยมาและเลยไป ราวกับว่าเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ

ชายหนุ่มคนนั้นกำลังร้องไห้ราวกับเสียคนรักที่สำคัญในชีวิตไปตลอดกาล

+++++++

เสียงหมาเห่าขรมเมื่อเขาเดินเข้าไปกดออดที่หน้าบ้านหลังคุ้นเคย เขาจำรายละเอียดของบ้านหลังนั้นได้ดี แม้เวลาจะผ่านไปนานเกือบห้าปี หมาน้อยพันธุ์มอลทีสตัวจิ๋วสามตัววิ่งมาออกันอยู่ที่รั้ว ใบหน้าเล็กๆ นั้นจ้องมองเขาพร้อมกับเห่าออกมาราวกับจะใช้เสียงเล็กๆ นั้นขู่ให้เขากลัว

“อะไรกันเด็กๆ เสียงดังกันอีกแล้วนะ”

เสียงหวานๆ ของใครบางคนปรามเหล่าหมาน้อยตัวจ้อยทั้งสาม ก่อนที่ร่างผอมบางจะเดินมาช้าๆ ใบหน้ายิ้มหวานนั้นหยุดชะงักก่อนจะเพ่งมองใบหน้าเขาชัดเจน แล้วนวนนท์ก็เอ่ยถามเสียงเรียบ “มาหาใครครับ”

“มายด์ พี่คิดถึงมายด์” วีกิจเอ่ยเสียงอ่อนแรง

“...” คนในชุดลำลองอยู่บ้านตัวบางมองหน้าเขาอย่างพิจารณา เมื่อเห็นเหงื่อผุดตามใบหน้าเขา และตอนนี้ก็กำลังไหลลงมาตามไรผม คนในบ้านก็ถอนหายใจออกมา “เข้ามาดื่มน้ำเย็นในบ้านก่อนไหมครับ มายด์กำลังทำน้ำมะตูม”

“ขอบคุณครับ...ที่ไม่ไล่พี่” นวนนท์ไม่เอ่ยอะไรขณะปลดล็อกประตูแล้วปล่อยให้เขาก้าวเข้าไปในอาณาเขตร่มรื่นด้วยไม้สูงใบเขียว วีกิจปิดประตู ล็อกไว้ แล้วเดินตามร่างผอมเข้าไป โดยมีสามทหารเสือมอลทีสวิ่งพันแข้งพันขามาด้วย

...ขอบคุณครับมายด์ ที่ไม่เกลียดพี่

วีกิจเอ่ยกับตัวเองเมื่อก้าวเข้าไปในความเย็นของเครื่องปรับอากาศในบ้าน เขายิ้มให้กับเสียงเห่าบ๊อกของลูกสาวของเขา ลูกสาวที่กลายมาเป็นคุณแม่ลูกสาม

เขาก้มลงอุ้มปิงปิงขึ้นมาแนบอกพร้อมกับหอมลงไปที่ขนอ่อนนุ่มกลิ่นหอมนั้น

นวนนท์มิเคยละเลยการดูแลทำความสะอาดปิงปิงเลย นวนนท์ไม่เคย...ละเลยการดูแลหัวใจของเขาเลย

+++++++

เพื่อนๆ ต่างประหลาดใจเมื่อหัวข้อหยิบยกขึ้นมาถกกันในวงเหล้าเป็นเรื่องวีกิจเลิกนิสัยเจ้าชู้ เขาทิ้ง เขาละ เขาเลิกทำตัวมั่วเสพกามกิจไม่เลือกหน้า เขาทำงานเสร็จกลับบ้าน หรือไม่เช่นนั้นก็ไปนอนที่คอนโดของตน เมื่อใดเพื่อนๆ โทรไปหาเพื่อให้ออกมาสังสรรค์ เขาก็จะบอกปัดไปบ้างว่าไม่ว่าง หรือหากขัดกันไมได้จริงๆ เพราะเดี๋ยวจะเสียเพื่อน เขาก็ไม่พยายามอยู่ดึก เมื่อมีคนมาส่งหูส่งตาให้ เขาก็ทำเพียงยิ้ม และไม่สานต่อ เขาเป็นอย่างนั้นมาตลอดเวลาเกือบห้าปี

...และสิ่งหนึ่งที่วีกิจต้องทำจนเป็นนิสัยคือ การมาเฝ้าหน้าบ้านนวนนท์ทุกๆ วันเสาร์และอาทิตย์ มาเฝ้าทั้งที่ต้องนั่งอยู่แต่ในรถ คอยมองจ้องคนในบ้านง่วนอยู่กับการปัดกวาดทำความสะอาด หรือบางครั้งก็อาบน้ำให้ปิงปิงและลูกๆ วีกิจจะมีความสุขทุกครั้งที่ได้เฝ้ามองนวนนท์ และบางครั้งจะยิ้มขมขื่นเมื่อเห็นว่านวนนท์มิได้อยู่ลำพัง เพราะบางครั้ง หาญกล้าก็มักจะมาทานข้าว หรือทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกัน แต่สิ่งที่ทำให้วีกิจเย็นใจไม่พุ่งไปต่อยหาญกล้าก็คือ หาญกล้าไม่เคยนอนค้างกับนวนนท์ ยิ่งเวลาผ่านไป เขาก็ยิ่งแน่ใจว่า ระหว่างหาญกล้ากับนวนนท์นั้น เป็นได้แค่เพียงเจ้านายกับลูกจ้างเท่านั้น หาญกล้าเห็นนวนนท์เป็นเพียงน้องชายเท่านั้น และความจริงแล้ว หาญกล้ามีคนของเขาอยู่เป็นตัวเป็นตนแล้วด้วย การดับเครื่องชนเพื่อเอารักของเขากลับคืนมาจึงเป็นเรื่องที่เขาทุ่มเทได้โดยไม่ต้องพะวงเรื่องมือที่สาม

เพื่อนๆ ของเขาต่างส่ายหัวให้กับเรื่องมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น เพื่อนสนิทของเขาผู้เคยทำตัวเป็นพ่อสื่อพ่อชักให้เมื่อยามเขาตามจีบนวนนท์ใหม่ๆ ยังกล่าวอย่างทึ่ง “มายด์นี่มันแน่จริงๆ ปลาบเสือเสียอยู่หมัด!”

“ก็มายด์เป็นแม่เสือ”

“อัจน์” เพื่อนเขาสะกิดยิกๆ “คนหน้าสวยคนนั้นมองมึงมานานแล้ว ไม่สนหรือไงวะ”

เขาหันไปตามทิศทางการมองของเกลอ ก็เห็นคนหน้าขาว คิ้วโก่ง และปากแดง เป็นชายหนุ่มอายุเพิ่งเรียนจบ กำลังยิ้มยั่วยวนให้เขา เสื้อผ้าบ่งบอกพะยี่ห้อฝ่ายรับ วีกิจยิ้มมุมปากน้อยๆ แล้วส่ายหน้าให้อีกฝ่าย ก่อนเขาจะหันกลับมาชนแก้วกับเพื่อนที่โต๊ะ เขาเห็นฝ่ายนั้นทำหน้าไม่สบอารมณ์ กระแทกแก้วเหล้าลงบนโต๊ะอย่างแรง

“เดี๋ยวก็โดนตามจิกหรอกไอ้อัจน์”

“กูเลิกแล้วว่ะ เข็ดแล้ว”

“โดนเมียบอกเลิกแค่นี้ถึงกับหงอเลยหรือวะ”

“ไม่หรอก” เขายกเหล้าขึ้นดื่ม “แค่กูฉลาดขึ้นแค่นั้นเอง มึงเองก็เหมือนกัน มีของดีอยู่ในมือ อย่าปล่อยให้หลุดไปเสียละ”

เหตุการณ์ข้างต้นเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จนเพื่อนๆ เห็นพ้องต้องกันว่า ไอ้อัจน์เปลี่ยนไป๋! จากนั้นเป็นต้นมา เพื่อนของวีกิจก็ลดลงเหลือเพียงจำนวนไม่เกินห้า เพื่อนกลุ่มนี้เป็นเพื่อนที่เป็นเพื่อน กล่าวคือมิใช่เพียงหวังกอดคอกันไปดื่มเหล้าเมามาย หากเป็นผู้ที่จะคอยอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจ

เพื่อนกิน สิ้นทรัพย์แล้ว แหนงหนี
หาง่ายหลายหมื่นมี มากได้
เพื่อนตาย ถ่ายแทนชี วาอาตม์
หายากฝากผีไข้ ยากแท้จัก
(โคลงโลกนิติ:อ้างอิง)

และก็เป็นเพื่อนกลุ่มนี้ที่บอกให้เขา...ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก!

+++++++

น้ำในแก้วใส่น้ำแข็งขลุกขลิกส่งไอเย็นเข้ากับสัมผัสที่ฝ่ามือของเขา พอยกขึ้นจิบ ความหอม กับความหวานก็อ้อยอิ่งอยู่ในปาก หอมกลิ่นมะตูมกับหวานน้ำตาลพอประมาณไม่เลี่ยนเกิน ทำให้อาการคอแห้งเพราะอากาศร้อนค่อยหายไป วีกิจวางแก้วน้ำมะตูมลงบนโต๊ะใกล้โซฟา ยกมือขึ้นปลดกระดุมออกสองเม็ด เมื่อแบะสาบเสื้อ แผงอกเต็มแน่นก็เผยให้เห็น คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเสมองไปทางอื่น พลางจิบน้ำมะตูมอยู่เงียบๆ ที่พื้นบ้านเย็นสบายมีหมาน้อยปิงปิง และลูกๆ อีกสามคือ ปุ้มปุ้ย ปุ๊กปิ๊ก และปอมแปม นอนอ้าขาตากแอร์อย่างสบายอุรา

“ขอบคุณสำหรับน้ำมะตูมนะครับ” วีกิจพูด รอยยิ้มแต้มแตะอยู่กับใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มนั้นเปี่ยมสุขเหมือนมีประกายออกมาจากดวงตาและส่งให้ดวงหน้าคมคาย จนคนที่แอบมองต้องก้มหน้าจิบน้ำมะตูมอีกรอบแก้อาการหัวใจกระตุกเต้น

“พี่อัจน์คงชอบเหล้ามากกว่า”

แม้นั่นจะเป็นการประชดประชัน หากวีกิจกลับพบว่ามันเป็นคำแดกดันที่น่ารักเป็นบ้า “รสมือมายด์ อะไรก็อร่อยไปหมด”

“หึ” คนอายุน้อยกว่าทำเสียงในลำคอ “น้ำพริกถ้วยเก่าน่ะ คงไม่ถูกปากสักเท่าไหร่หรอกพี่อัจน์ รสชาติมันคงฝาดเฝือจนกระเดือกไม่ลง ใครๆ ก็อยากจะกินน้ำพริกถ้วยใหม่เพิ่งตำเสร็จสดๆ มากกว่า”

“พี่...” วีกิจมองตานวนนท์ “...ชอบน้ำพริกถ้วยเก่ามากกว่า”

เมื่อฝ่ายนั้นไม่ตอบคำ เอาแต่จะจิบน้ำมะตูมอยู่นั่น วีกิจก็เลยพูดต่อ “ถ้าไม่ชอบจริงๆ คงไม่มาตามเทียวไล้เทียวขื่อ เฝ้าน้ำพริกถ้วยนี้อยู่ทุกอาทิตย์หรอก มายด์ พี่ยังยืนยันคำเดิม พี่รักมายด์”

“...”

“อะไรที่พี่เคยทำ พี่ต้องบอกว่าขอโทษมายด์ด้วย ตอนนี้พี่พยายามปรับปรุงตัว ตอนอยู่คนเดียวและรู้ว่ามายด์ไม่ต้องการพี่แล้ว มันเจ็บ...เจ็บจนแทบคลั่ง พี่ทรมานมาก แม้จะไม่มากเท่ากับที่มายด์รู้สึก แต่พี่ก็รับรู้รสชาติของการถูกหักหลังแล้ว ยกโทษให้พี่นะ”

“...”

“ปิงปิงคิดถึงพ่ออัจน์” วีกิจก้มลงไปอุ้มเจ้ามอลทีสสื่อรักขึ้นมานั่งตักตน จับขาหน้าส่ายด็อกแด็กราวกับเจ้าตัวเล็กกำลังเอ่ยบทสนทนาเสียเอง “แม่มายด์ไม่คิดถึงพ่ออัจน์เหรอคะ”

คนตัวโตแต่กลับมาพูดเสียงเล็กเสียงน้อยมันน่าดูเสียที่ไหนกันเล่า นวนนท์เห็นภาพตรงหน้าแล้วทนไม่ไหว ต้องเผลอปล่อยเสียงหัวเราะออกมา คนได้ยินเสียงเกิดย่ามใจ ก้มหน้าลงไปจูจุ๊บตรงจมูกเล็กๆ ของปิงปิง แล้วจากนั้นจึงโน้มตัวเอาจมูกสีดำของปิงปิงไปแปะตรงแก้มขาวเนียนของ ‘แม่มายด์’

ฝ่ายไม่ทันตั้งตัว ต้องนั่งนิ่งและเมื่อสมองรับรู้ว่าคนตัวโตเพิ่งทำอะไรลงไป ใบหน้าขาวนั้นก็พลันแดงเรื่อ และคนเห็นภาพนั้นก็เกิดอาการใจเต้นขึ้นมาอีกครั้ง อยากจะพุ่งเข้าไปฝังจมูกตนลงกับแก้มนั่น ทว่าก็ต้องหักห้ามใจ ย้ำกับตนเองว่า ช้าช้าได้พร้าเล่มงาม ภาระกิจการตามหัวใจรักกลับคืนครั้งนี้กำลังไปได้สวย ถ้าเกิดทำอะไรผิดพลาดลงไป เดี๋ยวเขาก็ได้ใจสลายสิ

“ปิงปิงบอกแม่มายด์สิครับ ว่าพ่ออัจน์รักแม่มายม๊ากมาก รักไม่เคยเปลี่ยนเลย แล้วตอนนี้พ่ออัจน์อยากกลับมาอยู่กับแม่มายด์เหลือเกิน ปิงปิงช่วยพ่อหน่อยได้ไหม”

ปิงปิงเจ้าหมาตัวเล็กส่งเสียงเห่าบ๊อกเสียดังขรม พาลทำให้ลูกๆ อีกสามตื่นมาเห่ากันเป็นวงมหรสพ ร้อนถึงนวนนท์ต้องก้มลงอุ้มเอา ปอมแปมและปุ๊กปิ๊กขึ้นมาวางบนตัก ส่วนปุ้มปุ้ยนั้นได้มาอยู่กับแม่ปิงปิงและคุณตาอัจน์

เสียงเห่าขรมของเหล่าสุนัขสี่ขาทั้งสี่ตัวทำเอานวนนท์ปวดหัว เขายิ้มอ่อนโยนแกมเหนื่อยหน่าย แล้วเอ่ยกับชายหนุ่มตัวใหญ่ที่นั่งทำหน้าราวกับลุ้นผลแข่งฟุตบอล “พี่อัจน์อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันนะครับ มายด์เตรียมของไว้เยอะเลย”

โบราณว่าน้ำขึ้นให้รีบตัก ตอนนี้เขาฉลาดในหลายๆ เรื่องแล้ว ไฉนเขาจะปล่อยโอกาสที่อีกฝ่ายหยิบยื่นมาให้หลุดมือไปเสียล่ะ

ดังนั้น นวนนท์จึงมีโอกาสได้เห็นคนตัวโต หน้าตาหล่อเหลามีรอยยิ้มกว้างที่สุด โชว์ฟันขาวเรียงเป็นระเบียบ ตอบกลับมาด้วยเสียงใสที่สุด “ครับ”

คืนนั้นฝนตกหนัก แต่ภายในบ้านคนสองคนกำลังนั่งรับประทานอาหารมื้อค่ำด้วยกัน ในดวงตาของทั้งสองมีบางสิ่งตื่นขึ้น เมื่อยามสบตากัน ต่างฝ่ายต่างต้องผินหน้าหลบด้วยว่าอารมณ์ขัดเขินมันเอ่อขึ้นมาให้เห็น แต่ใครจะปฏิเสธได้ว่า อาหารมื้อนั้นเป็นมื้อที่เริ่มต้นอะไรหลายอย่าง เป็นการเริ่มต้นครั้งใหม่ที่มีรากฐานเป็นความผิดพลาดและความเข้าใจที่เรียนรู้จากความผิดเหล่านั้น คนเราแม้ทำผิด หากสำนึก ก็สมควรมิใช่หรือที่เขาจะได้รับโอกาสให้แก้ไข แม้เคยทำผิดมาเพราะอำนาจดำฤษณามันครอบงำ หรือเพราะจิตด้านต่ำมีพลังเหนือจิตด้านสูง แม้จะเคยสาดของเสียคือคำพูดสบประมาทใส่กัน และเคยใช้อารมณ์ถึงขั้นลงไม้ลงมือ แต่หากใช้ความเข้าใจและมอบเวลาให้แก่กัน ทุกปัญหาย่อมมีทางออก

คืนนั้น ที่ห้องนอนที่คุ้นเคย นวนนท์ก็ได้ทอดร่างลงนอนภายใต้เรือนกายใหญ่โตของวีกิจ จุดไหนในร่างกายที่รอดพ้นการสัมผัสของวีกิจคงเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ด้วยว่าคนตัวใหญ่ไล้ปากและมือไปสัมผัสทุกส่วนจนคนนอนล่างต้องส่งเสียงครางสุขสม การร่วมรักของทั้งสองคือการกระทำที่เกิดจากความรักจากสองฝ่าย มันจึงนุ่มนวลและอิ่มเอม หลังจากต้องรอคอยมานานหลายปี เหมือนป่าแล้งได้ฝนใหม่ เหมือนหญ้าแห้งได้ฝนมาชะโลมฉะนั้นแล

หากมีใครถามวีกิจว่าน้ำพริกถ้วยใหม่กับถ้วยเก่าเขาจะเลือกอันไหน วีกิจจะตอบได้อย่างไม่ลังเลเลยว่า น้ำพริกถ้วยเก่าย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ แม้จะเป็นรสชาติเดิม หากมันก็เป็นรสชาติคุ้นปากคุ้นลิ้น หรือถ้าต้องการความแปลกใหม่ แทนที่จะควานหาน้ำพริกถ้วยใหม่ ไฉนไม่เลือกหยิบจับพริกคั่ว น้ำปลา หรือกุ้งแห้งมาเติมเพื่อเพิ่มรสชาติเล่า

วีกิจพบว่า นวนนท์คือหัวใจของเขา คือชีวิตของเขา ใครได้ยินอาจอยากอาเจียน หากเขาไม่สนใจ เพราะในชีวิตหนึ่งนี้ เขารักคนได้คนเดียวจริงๆ ความไม่ดีที่เคยทำมาก่อน เขาจะละทิ้งมันไว้ด้านหลัง จะเก็บมันไว้ในความทรงจำเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจเท่านั้นว่า คนเราทำผิดไปเพราะความโง่เขลา ด้วยว่าไม่ยอมเปิดตาดูรอบกาย ตอนนี้เขาสนใจนวนนท์มากขึ้น มากเสียจนฝ่ายนั้นต้องปรามว่าอย่าขี้หึงนัก และก็ไม่ต้องตามไปรับไปส่งถึงที่ทำงานหรอก จะให้วีกิจว่าอะไรล่ะ ในเมื่อในใจเขานั้นเกรงเหลือเกินว่า หนุ่มๆ ในที่ทำงานนวนนท์จะเห็นถ้วยน้ำพริกส่วนตัวของเขามีกลิ่นหอมหวานและวิ่งโร่เข้ามาแย่ง

ถ้าอย่างนั้นน่ะ เขาไม่ยอมหรอกนะ!

จบ.

+++++++

แป้งจี่ขอบคุณทุกคนค่ะ ที่คอยติดตามและให้คอมเม้นท์ สิ่งที่ตอบแทนได้คือขยันเขียนเรื่องมาให้อ่านบ่อยๆ จูจุ๊บ  :กอด1:

ออฟไลน์ NannY

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 889
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +125/-1
โอ๊ยยยตอนเลิกกันที่ รพ มันอ่านแล้วเจ็บหนึบๆ มากกกกก  :m15: :m15:

ยังดีที่สุดท้ายก็กลับตัวกลับใจทันเนอะ แฮปปี้เอนดิ้ง ชอบมากค่ะ  o13

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-12
ดีจังเลย จบแบบแฮปปี้ เอนดิ้ง ดีใจมากๆ  :monkeysad: (เว่อร์มั้ย  :laugh:)

แต่ถึงจะ twist ตอนจบให้เป็นแบบไหนก็รับได้นะ แต่เรื่องนี้ต้นเรื่องมาแรงมาก กลัวจะจบแบบฆ่ากันตายไปข้าง คิดแล้วหนักหัว :z10:

พอจบแบบนี้ได้ก็ค่อยโล่งหน่อย แต่ในชีวิตจริงถ้าเราเป็นนวนนท์เราคงไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ หึหึ ถึงจะกลับมาอยู๋ด้วยกันดีกันแล้วก็เถอะแต่ความรู้สึกคงไม่มีทางเหมือนเดิมเป๊ะๆหรอก  o18

ออฟไลน์ afternoon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 318
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
พี่อัจน์โชคดีมาก มากๆ จริงๆ
ที่คนที่รัก ให้โอกาสอีกครั้งนึง อย่าทำให้โอกาสนั้นหลุดลอยไปอีกล่ะ
เพราะพี่อัจน์คงรู้ดีกว่าใครๆ ว่ามันจะไม่มีครั้งต่อไป
อ่านเเล้วอิน อย่าจะบ้าตายยย  :o12: :o12:
ขอบคุณนะคะที่แต่งเรื่องสั้นดีๆ ให้อ่านกัน  :กอด1:

lovevva

  • บุคคลทั่วไป
ในที่สุดก็ได้โอกาศอีกครั้ง ก็อย่าทำแบบเดิมอีกนะพี่อัจน์ เพราะที่ผ่านมามายด์ก็น่าสงสารมากพอแล้ว :z3:

 o18แต่พี่อัจน์รู้แล้วใช่ไหมว่ายังไงน้ำพริกถ้วยเก่าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพยังไงก็ดีกว่าน้ำพริกถ้วยใหม่ที่แม้แต่วัตถุดิบก็ยังไม่ผ่านมาตรฐาน แล้วมันจะอร่อยได้ยังไงจริงไหม

 :กอด1:+1 ค่ะ

ออฟไลน์ primmi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 257
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
จบโอเคมากเลย
ตอนแรกไม่อยากให้ดีกันเลยนะ คิดว่าไงๆก็อย่ายอมเด็ดขาด
แต่พอเห็นอัจน์พยายามพิสูจน์ตัวเอง ๕ ปี ก็รู้สึกได้ว่าอัจน์เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
แถม ๕ ปีนั้นก็ไม่หายเงียบ โผล่มาเฝ้าตลอด
ถ้าเป็นเรา เราก็คงยอมอ่ะ ทั้งที่โดยปกติแล้วเราใจแข็งมากนะเนี้ย ๕๕๕๕

ออฟไลน์ tutu

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +131/-2

ออฟไลน์ nidnoi

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 596
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด