[เรื่องสั้น] น้ำพริกถ้วยเก่า [จบ]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น] น้ำพริกถ้วยเก่า [จบ]  (อ่าน 71671 ครั้ง)

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1135/-5
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้ เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณา กดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้

1.ห้าม ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2. ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์  และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การ นำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด
โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม

5. ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้ แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. อย่าพูดคุย ทักทาย นักเขียน คนอ่่านโดยรีพลายดังกล่าวไม่เกี่ยวพันกับนิยายให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรคอมเม้นต์สักคอมเม้นต์เีดียวก็เพียงพอแล้ว ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และทำลิงค์โยงมายังนิยาย และให้นักเขียนทุกคนทำลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยเกี่ยวกับแฟนคลับนิยาย ในรีพลายแรกด้วย เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน


เวปไซต์แห่งนี้เป็น เวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

++++++++++

เป็นเรื่องที่แรงที่สุดเท่าที่เคยเขียนมา มีคำพูดหยาบคายอยู่เยอะแยะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ ท้ายที่สุด มันคือเรื่องที่ถูกแต่งขึ้น ถือว่าอ่านเอามัน อ่านเอาสนุก และอ่านเอาเขินนะคะ :กอด1:

+++++++

น้ำพริกถ้วยเก่า

Wordslinger ft. แป้งจี่รีรีข้าวสาร

ยามรัก...น้ำต้มผักยังว่าหวาน พอยามเบื่อหน่าย ใจก็กลับหมางเมิน มองกันราวกับคนแปลกหน้า
...
...
...
วีกิจนั่งจ้องน้ำสีอำพันในแก้วทรงสูง ไอเย็นส่งผ่านเนื้อแก้วจนจับตัวกันเป็นก้อนแล้วไหลลงเปียกพื้นโต๊ะเป็นรูปฐานแก้ว เสียงเพลงสากลจังหวะช้าเปิดคลอเบาๆ ขณะที่โต๊ะภายในสถานที่นั้นถูกจับจองจากคนหลากหน้าหลายตา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงโชยเข้าจมูกพร้อมกับที่ใครคนหนึ่งหยัดกายเข้ามานั่งตรงที่นั่งข้างๆ กัน เสียงหวานๆ เอ่ยถาม “ดื่มด้วยคนได้ไหมครับ”

วีกิจถอนสายตาจากแก้วเหล้าของตน หันมามองคนเริ่มบทสนทนา ใบหน้าที่แต้มด้วยรอยยิ้มกว้างขวางนั้นขาวใส ดวงตาดำเชิญชวนและยั่วเย้า คอเสื้อแหวกกว้างเพราะปลดกระดุมไปสองสามเม็ดเผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่ดูราวกับจะส่องสว่างภายใต้ความสลัว เขามอบยิ้มน้อยๆ ตอบกลับไปให้และยกแก้วของตนขึ้นชนกับของเพื่อนใหม่ คนหน้าขาวเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มยั่วยวน “เพื่อนผมหนีกลับกันไปก่อนหมดแล้ว ผมไม่ได้เอารถมาด้วย ไปส่งผมหน่อยได้ไหม”

วีกิจไม่ตอบ เพียงแค่รอยยิ้มของเขาก็เป็นเหมือนการตอบรับกลายๆ แล้ว เขาจ่ายเงินค่าเครื่องดื่มของตนพร้อมกับของเพื่อนใหม่ จากนั้นเขาชวนเพื่อนใหม่ให้เดินออกมาด้วยกัน เมื่อตอนเข้าไปนั่งในรถของเขาเรียบร้อยแล้ว มีเสียงโทรศัพท์เข้ามา เขายกหน้าจอขึ้นมาดูแล้วกดปุ่ม ‘silence’ ก่อนจะโยนมันไปเบาะหลัง เพื่อรับจูบเร่าร้อนของคนเพิ่งรู้จักกันในบาร์เหล้า

ขณะที่ปากพวกเขาแตะต้องกัน ขณะที่ลิ้นพัวพัน ขณะแลกลมหายใจ ขณะมือของเขาสอดเข้าไปลูบไล้ผิวเนื้อนุ่มลื่นของอีกคน และขณะที่มือจาบจ้วงของเพื่อนใหม่หน้าขาวล้วงเข้าไปสัมผัสและกำรอบหยอกล้อกับความเป็นชายที่แข็งตัวของเขา วีกิจก็เห็นภาพของใครบางคนที่เพิ่งโทรเข้ามาหา ใบหน้าพร้อมรอยยิ้มสดใส เขาเห็นรอยยิ้มนั้นและเสียงหัวเราะที่ได้ใจเขาไป แต่เขาก็ปัดภาพนั้นออกและจัดการดื่มกินกับความหอมหวานตรงหน้าจนคนโดนเขาจู่โจมต้องร้องบอกว่าอย่าใจร้อน ไปต่อกันที่ห้องดีกว่า

+++++++

ครั้งแรกที่เขาเห็นใบหน้าของนวนนท์ วีกิจก็นึกอยากจะเอาชนะ อยากจะทำให้สีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลานั้นเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหรือแทนที่ด้วยความรู้สึกอื่นที่ไม่ใช่การจดจ่ออยู่กับอะไรสักอย่างแบบนั้น หากจะบอกว่าความรู้สึกแรกที่เขามีต่อคนหน้าเคร่งนั้นเป็นความต้องการอยากเอามือไปลูบให้หัวคิ้วที่ขมวดหายยุ่งก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะนั่นล่ะ สิ่งหนึ่งจึงนำพาไปสู่อีกหลายสิ่งและเขาก็ได้เป็นคนทำให้คนหน้าเครียดหัวเราะเป็นครั้งแรก

วีกิจไปหาเพื่อนเพื่อเอาของฝากจากต่างประเทศไปให้ ขณะที่เขารอเพื่อนลงมาจากห้องเรียน วีกิจก็เห็นนวนนท์นั่งหน้าเครียดอยู่ที่โต๊ะใต้คณะบัญชีในท่ามกลางตำรับตำรามากมาย อาจจะเป็นเพราะหนังสือกองใหญ่ หรือเพราะใบหน้าเครียดเคร่งนั่น หรืออาจจะเป็นเพราะความขาวของผิวของนวนนท์ก็ได้ ที่ทำให้วีกิจไม่อาจละสายตาไปมองที่อื่น แม้ว่าในขณะนั้นจะมีใครหลายคนพยายามส่งสายตาเชื้อเชิญมาทางเขาก็ตาม

เพื่อนของเขาเป็นกามเทพให้ได้สานต่อเรื่องหัวใจกับนวนนท์ ด้วยว่านวนนท์เป็นรุ่นน้องสายรหัสของเพื่อนเขา เพื่อนหนุ่ม...เพราะของฝากราคาแพงจากต่างประเทศ...กระตือรือร้นในการช่วยเหลือเขาทุกวิถีทาง ทั้งบอกเบอร์โทรศัพท์มือถือ เบอร์โทรศัพท์ที่บ้าน หรือแม้กระทั่งชื่ออีเมล์

วันกินเลี้ยงรหัสรุ่น เพื่อนของเขาอีกนั่นแหละเป็นตัวการชวนเขาไปนั่งปั้นยิ้มอยู่บนโต๊ะยาว น้องรหัสคนล่าสุดรวมถึงท่านชวดและท่านทวดรหัสก็อยู่พร้อม ทุกคนไม่ว่าอะไรที่วีกิจเสนอหน้าไปอยู่ด้วย แต่คนหน้าเคร่งที่ได้ใจเขาไปตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นหน้ากลับทำเหมือนเขาเป็นตัวเสนียดจัญไร หน้าก็ไม่มอง ตาก็ไม่สบ พอเขาชวนคุยก็ทำเหมือนกับเขาเป็นดินฟ้าอากาศ หรือก็อะไรสักอย่างที่เปื้อนพื้นรองเท้า นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่ผลักดันให้วีกิจฮึดสู้และทำทุกวิถีทางจะเอาชนะและคว้าเอาหัวใจของคนหน้าไร้อารมณ์มาเป็นของตนให้ได้

แล้ววีกิจก็ทำสำเร็จ เมื่อตอนเจอทางตันว่าจะเอาอะไรไปให้เป็นของขวัญนวนนท์ในวันเกิด เนื่องจากเจอกับทางตันราวกำแพงสูง เพราะจะซื้อดอกไม้ก็ดูราวกับว่ามันจะดาดดื่นและไม่โรแมนติก หากจะให้แหวนหรืออัญมณีมีค่าเขาก็กลัวว่านวนนท์จะไม่รับ แถมเขาอาจจะเสี่ยงถูกมองอย่างโกรธแค้นหาว่าเขาเอาของมีราคาไปล่อ เหมือนกับไป ‘ซื้อ’ ใจนวนนท์ อย่ากระนั้นเลย เขาไม่อยากโดนเฉ่งด้วยสายตา ดังนั้นเขาจึงซื้อลูกสุนัขพันธุ์มอลทีสตัวเล็กไปเป็นใบเบิกทาง คนขายที่ร้านสุนัขเป็นพี่สาวใจดีบอกว่าสุนัขพันธุ์นี้ไม่ดุ นิสัยน่ารักและรักเจ้าของมาก ร่าเริงและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา พี่สาวคนขายบอกว่าถ้าคนเลี้ยงให้ความรัก เจ้าสุนัขก็จะรักตอบกลับไปหลายเท่า นั่นก็คือเราจะต้องให้การดูแลและเอาใจใส่เขาให้มากๆ คอยเล่นด้วย ไม่ปล่อยให้เขาเหงา วีกิจเปรียบเทียบตัวเขาเองเป็นเจ้ามอลทีสตัวเล็ก เหมือนกับจะบอกนวนนท์เป็นนัยว่าหากคุณมอบความรักให้ผม ผมก็จะมอบความรักให้คุณคืนเป็นหลายสิบเท่า เจ้ามอลทีสตัวเล็กทำเอากระเป๋าของเขาแฟบไปในพริบตา แต่เขาก็ยอมเพราะอยากทุ่มให้กับคนๆ นี้ สุดท้ายพี่คนขายลดราคาให้นิดหน่อย พร้อมกับให้เสื้อตัวเล็กสีแดงลายขวางมาสวมให้มัน เจ้าตัวเล็กมีขนสีขาวบริสุทธิ์และตากลมโตสีดำอย่างคืนฟ้าไร้ดาว

เขาตั้งชื่อเจ้ามอลทีสตัวเล็กว่าปิงปิง เพื่อจะบอกนวนนท์เป็นนัยว่า ปิงปิงเป็นตัวแทนความหมายสำหรับความรู้สึกแรกที่เขามีต่อนวนนท์ ความรู้สึกที่ว่า ปิ๊งปิ๊ง เขาเอาเจ้าปิงปิงใส่กรงเล็กๆ ไปขึ้นรถด้วยกลัวว่าเขาจะเผลอทำมันหลุดแล้วไปวิ่งเล่นยั่วรถกลางถนน เกรงว่าจะถูกรถทับจนบี้แบนไส้ไหล

บ้านของนวนนท์เป็นบ้านสองชั้น ขนาดกลาง อยู่ลึกเข้าไปในซอย เพื่อนเขาเป็นคนให้ที่อยู่และถึงขนาดขับรถพามาดูบ้านถึงที่ เขาจดจำเส้นทางได้สนิทใจ ครั้งนี้เขาจึงขับรถมาจนถึงปลายทางได้อย่างมั่นใจ จะเกรงอย่างเดียวก็ตรงที่ว่านวนนท์จะอยู่บ้านหรือไม่เท่านั้น

วีกิจจอดรถห่างออกมาเล็กน้อย หิ้วกรงเจ้าปิงปิงมาที่ประตูบ้านเป้าหมาย กดกริ่งเสร็จก็รอด้วยใจจดจ่อ เมียงมองเข้าไปในบ้านก็เห็นบ้านเงียบ ใกล้ประตูมีไม้ดอกปลูกไว้พอประมาณ ข้างบ้านมีต้นไม้ต้นใหญ่ให้ร่มเงาและอากาศเย็นสบาย ม้านั่งใต้ต้นไม้เป็นหินอ่อนสีขาว วีกิจรู้มาจากเพื่อนว่านวนนท์อยู่คนเดียวที่บ้านเพราะบิดามารดาไปทำงานที่ต่างประเทศแถบแถวตะวันออกกลางกันทั้งสองคน โดยส่งเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายให้นวนนท์รายเดือน

ขณะกำลังใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ อยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงเปิดประตูและเสียงรองเท้าอยู่ในบ้านตกกระทบพื้นทางเดินตรงมาที่ประตู เขาเห็นร่างผอมเพรียวของคนต้องตา เขาจึงหันหลบตรงเสาประตู

นวนนท์ในชุดลำลองอยู่บ้านดูตัวผอมบางกว่าตอนอยู่มหาวิทยาลัย และกางเกงขาสั้นสีอ่อนที่สวมอยู่นั้นก็ทำเอาใจเขายิ่งเต้นไปมากกว่าเดิม และแทบจะทำให้เขาเลือดกำเดาไหลเมื่อแอบมองเห็นความเนียนของขาที่เลยขอบขากางเกงออกมา เขารีบเอากรงเจ้าปิงปิงมาซ่อนไว้ข้างหลังเมื่อนวนนท์เปิดประตูรั้วออกมามอง ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งเห็นความขาวและความใสของใบหน้า วีกิจมองจ้องตอบใบหน้าไร้ความอารมณ์ของนวนนท์ด้วยแววขี้เล่นในดวงตาและรอยยิ้มโชว์ฟันขาวเรียงเป็นระเบียบสวย

“สวัสดีครับ น้องมายด์” เขายังคงยิ้มให้นวนนท์

“พี่อัจน์รู้จักบ้านผมได้ยังไง” นวนนท์เอ่ยถามพลางจ้องหน้าเขานิ่ง วีกิจอึกอักและท้ายที่สุดก็โยน ‘อุจจาระ’ ไปให้เพื่อนเขาซึ่งเป็นรุ่นพี่ของนวนนท์เป็นคน ‘ล้าง’

“สุขสันต์วันเกิดนะครับ น้องมายด์ ขอให้มีความสุขมากๆ”

“ขอบคุณครับ” แม้ใบหน้าจะยังไร้อารมณ์ทว่าวีกิจก็เห็นประกายประหลาดใจฉายในดวงตาของนวนนท์และเขารับรู้ได้ด้วย ‘เซ้นส์’ ว่าน้องมายด์ของเขากำลังเตรียมว่าจะ ‘เฉ่ง’ เพื่อนเขาอย่างไร โทษฐานเอาความลับมาขายให้คนอย่างเขา ทั้งที่อยู่บ้าน ทั้งวันคล้ายวันเกิด ดีที่เขาได้เบอร์โทรศัพท์ทว่ายังไม่เคยโทรไปสักที มิฉะนั้นทั้งเขาและเพื่อนตัวดีอาจจะโดนเตะตูดโด่งทั้งคู่

“นี่ของขวัญวันเกิดน้องมายด์ครับ”

แล้วเขาก็ดึงเอากรงเจ้าปิงปิงมาด้านหน้าพร้อมกับเปิดประตูกรงออกมา นวนนท์ก้มลงมองเจ้าสุนัขพันธุ์มอลทีสตัวเล็กที่เดินด็อกแด็กออกมาจากในกรง พลางยื่นจมูกดมกลิ่นในอากาศ และโดยความประหลาดใจที่เกิดขึ้นในอกเขา วีกิจก็เห็นนวนนท์ย่อตัวนั่งลงแล้วยื่นมือมารอรับเจ้าปิงปิง เจ้ามอลทีสตัวเล็กใช้ก้อนจมูกสีดำเล็กๆ นั่นดมฟุดฟิดตรงมือของนวนนท์แล้วแลบลิ้นเล็กๆ สีชมพูออกมาเลียแผล็บ แล้วเห่าบ๊อกแบ๊กหนึ่งครั้ง

แล้ววีกิจก็เหมือนกับเป็นผู้สังเกตุการณ์การเกิดของสิ่งมหัศจรรย์ เพราะที่กำลังบานเบ่งแย้มอยู่บนใบหน้าของนวนนท์ในขณะนั้นคือสิ่งหายากที่น้อยคนนักจะได้เห็น โดยเฉพาะสำหรับวีกิจด้วยแล้ว เจอหน้ากันครั้งใด นวนนท์ก็ทำราวกับเขาเป็นตัวประหลาด รอยยิ้มที่กำลังบานอยู่บนใบหน้าขาวๆ นั่น มันเติมแต่งให้หน้าไร้ความรู้สึกของนวนนท์กลายเป็นสิ่งที่งดงามที่สุดของโลกชิ้นหนึ่ง สิ่งต้องตาสำหรับวีกิจที่เขาพบในตัวนวนนท์คือสีหน้าเรียบเฉยและคิ้วที่ขมวดมุ่นอยู่ตลอดเวลา แต่รอยยิ้มที่สดใสและเหมือนจะส่องเป็นแสงสว่างออกมาในขณะนั้น สำหรับวีกิจ...มันคือสิ่งต้องใจ

และรอยยิ้ม ณ วันนั้นของนวนนท์ก็ตราอยู่กับห้วงความทรงจำของวีกิจแม้กระทั่งวันที่เขาออกเที่ยวและควงใครต่อใครไปเสพย์สุขทางกามารมณ์ และละเลยการเอาใจคนที่เขาพยายามแทบตายให้ได้หัวใจมา

นับแต่วันที่เขาให้ปิงปิงเป็นของขวัญวันเกิดนวนนท์ นวนนท์ก็เริ่มเปิดใจกับเขามากขึ้น จนในที่สุดพวกเขาทั้งสองคนก็เป็นแฟนกัน และไม่นานต่อจากนั้น นวนนท์ก็ตกเป็นของวีกิจ สิ่งที่ทำให้เขาปลื้มใจมากที่สุดก็คือความจริงที่ว่า นวนนท์เดียงสากับความรักและแม้กระทั่งการจูบก็ยังเงอะงะจนเขาต้องทำการ ‘สอน’ เต็มขั้น จูบยังประถมขนาดนั้น ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่อง ‘บนเตียง’ เพราะครั้งแรกที่มันเกิดขึ้น วีกิจต้องกลั้นใจห้ามตนเองไม่ให้กระแทกเข้าไปจนสุด เขาจูบซับน้ำตานองหน้า และกระซิบคำหวานหูเป็นการปลอบประโลม และจากนั้นมา การได้ร่วมรักกับนวนนท์ก็คือสวรรค์ดีๆ นี่เอง

พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า ทุกสิ่งเป็นอนิจจัง มนุษย์เราเกิดมา ก็ต้องตายจากกันไปสักวัน ความรู้สึกของวีกิจที่มีต่อนวนนท์ก็หลีกไม่พ้นสัจธรรมข้อนี้ แม้ว่าความรักจะยังอยู่ ทว่าระดับของความรู้สึกกลับลดลง และวีกิจก็เริ่มเบื่อหน่าย การคบคนเพียงคนเดียวในช่วงเวลาเดียว ไม่ใช่สิ่งที่วีกิจจะยึดถือกระทำ ดังนั้น ในเวลาเพียงหกเดือน เขาก็เริ่มออกลาย

เขาย้ายของส่วนใหญ่มาอยู่ที่บ้านนวนนท์ นิสัยเจ้าชู้ของวีกิจเริ่มกลับมาก็เมื่อตอนคบกับนวนนท์ได้หกเดือนเท่านั้น เขาพยายามอย่างที่สุดที่จะให้นวนนท์ไม่รับรู้ถึงการกระทำของเขา แต่ก็นั่นล่ะ ความลับไม่มีในโลก นวนนท์รู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร แต่ก็เลือกจะเก็บเงียบและ...อดทน เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะนวนนท์รักเขาจนหมดหัวใจน่ะสิ

พอใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานเข้า ความเฉยเมยและไร้อารมณ์ของนวนนท์บางครั้งก็ทำให้เขาแทบบ้า เพราะวันหนึ่งๆ พูดกับไม่กี่ประโยคแม้ว่ารอยยิ้มงดงามที่มีให้จะมากมายก็ตามที และความตื่นเต้นกับความไร้เดียงสาเรื่องรักของนวนนท์ก็ไม่อาจจะทำให้วีกิจมีความสุขได้อีกต่อไป เขาออกแสวงหาคนใหม่ โดยที่ให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้ว่าจะเก็บนวนนท์ไว้ทำไม เขาไม่รู้หรอกว่าแม้จะตีจาก เขาก็ทำไม่ได้ แต่จะให้ซื่อสัตย์อยู่กับนวนนท์คนเดียว...มันก็ไม่ใช่ตัวเขาอีกนั่นแหละ ความสัมพันธ์เช่นนี้ดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งพวกเขาทั้งสองเรียนจบและเริ่มทำงาน แน่นอนว่าวีกิจจบก่อนและเริ่มทำงานก่อน และการที่เขาได้พบเจอผู้คนหน้าใหม่ในที่ทำงานหรือลูกค้าที่ติดต่อนี่แหละ ที่ทำให้เขาเป็นคนมากรัก ในขณะที่นวนนท์รักและรักแต่เขาเพียงคนเดียว

+++++++

ไปป์ซึ่งเจอกันที่บาร์เหล้าคือคนที่ ‘หิ้ว’ เขากลับไประเริงกับบทรักที่คอนโดของอีกฝ่ายในคืนวันนั้น บทรักที่ช่วยกันเสพสมนั้นดำเนินไปจนล่วงเข้าวันใหม่ เรียกได้ว่าเมื่อแสงอาทิตย์แตะขอบฟ้า พวกเขาจึงได้ล้มกายเหนื่อยล้าลงนอน เนื้อตัวเหนียวและเปียกไปด้วยคาวกามและเหงื่อไคล วีกิจพอใจกับความ ‘เทพ’ ในบทรักของไปป์จนนัดเจอเพื่อเสพสมกับบ่อยครั้งหลังจากนั้น

นวนนท์ทำงานที่บริษัทบัญชีและเพราะเหตุนี้ด้วยกระมัง ที่ทำให้วีกิจรู้สึกว่าเขาไม่สำคัญสำหรับนวนนท์ เพราะฝ่ายนั้นทุ่มเทให้กับงานที่ทำจนบางครั้งต้องกลับบ้านดึกติดต่อกันหลายวัน ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยพลังขับเคลื่อนทางเพศอย่างวีกิจจึงต้องหาเศษหาเลยกับคนข้างนอก และปล่อยให้คนที่บ้านเป็นของตาย เป็นน้ำพริกถ้วยเก่าที่รสชาติเปลี่ยนไปจากซ่านลิ้นเป็นจืดชืด เป็นสิ่งที่เขาคุ้นเคยเหมือนเป็นของแถมไร้ค่า เขาจะเหลียวแลหรือไม่...มันก็จะวางอยู่ตรงนั้น

“นี่แฟนอัจน์เหรอ”

ไปป์เอ่ยถามเมื่อนั่งก่ายกอดกันบนเตียงนอนและวีกิจเอาโน๊ตบุ้คมาเปิดเล่นเน็ทคุยกับเพื่อนทางเฟซบุ้ค “น่ารักดีนะ แต่หน้าบูดจัง อัจน์ไปรักได้ยังไง”

เขาไม่ตอบ พยายามจะปิดหน้าต่างที่ดูอยู่ ทว่าไปป์กลับปัดมือเขาทิ้งแล้วกดเลื่อนดูรูปอื่นๆ จนมาถึงรูปที่นวนนท์ยิ้มจนตาหยีซึ่งเขาถ่ายไว้ได้ด้วยโทรศัพท์มือถือ รอยยิ้มนั้นทำให้ความรู้สึกอะไรบางอย่างพลุ่งขึ้นและเหมือนกับใจเขาจะกระตุกด้วยความรู้สึกหน่วงอะไรสักอย่างหนึ่ง ความรู้สึกที่เขา...เหมือนจะลืมไปนานแล้ว

ไปป์ยังคงเลื่อนดูรูปของนวนนท์ที่ถ่ายกับเจ้าปิงปิงซึ่งทุกรูปจะมีรอยยิ้มอาบแต้มอยู่บนใบหน้า เขาเผลอยิ้ม แต่ก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อได้ยินเสียงไปป์หัวเราะคิกคัก เขารู้สึกความหงุดหงิดพุ่งขึ้นมา เหมือนกับงูเห่าที่หลับใหลและถูกรบกวนโดยคนเดินมาใกล้จึงชูคอขึ้นและแผ่แม่เบี้ยเตรียมฉก ความรู้สึกนั้นเป็นความรู้สึกที่วีกิจไม่เคยรู้สึก

ความหวงแหน

ไม่หรอก...เขาไม่ได้โกรธที่ไปป์หัวเราะราวกับจะประเมินค่านวนนท์เป็นพวกไร้น้ำยาหรือไม่ควรค่าแก่เขา แต่เขาหวงไม่อยากให้ไปป์เข้ามายุ่มย่ามหรือบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวซึ่งเขาเก็บไว้ให้นวนนท์แต่เพียงผู้เดียว เขาปิดหน้าต่างที่ดูและปัดมือของไปป์ออกอย่างหงุดหงิด ยกคอมไปเก็บไว้ตรงโต๊ะหัวเตียง และเมื่อเห็นว่าไปป์กำลังทำหน้ายุ่ง เขาก็จัดการมอบจูบปิดปากและกดคู่นอนลงกับเตียงพร้อมกับดำเนินบทรักเร่าร้อนในเวลาต่อมา

แม้เขาจะมั่ว มีใครมากมาย ทว่านวนนท์ก็เป็นที่หนึ่งในใจเขา และเป็นคนที่เขาทุ่มเทให้มากที่สุด

+++++++

วีกิจกลับมาถึงบ้านเมื่อเลยห้าทุ่มมาแล้ว ไปป์จะให้เขาอยู่ด้วยคืนนี้ แต่เขารู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่ตอนดูรูปในเฟสบุ๊คแล้ว หลังจากเสร็จกามกิจ เขาจึงรีบบึ่งรถกลับมา แม้ว่าไปป์จะยังดื้อดึง ขณะขับรถมุ่งกลับมาหานวนนท์ เขาตัดสินใจกับตัวเองจะหยุดความสัมพันธ์กับไปป์ คนอย่างไปป์คงไม่แคร์หากเขาจะไป แล้วเขาจะสามารถหาคนชั่วคราวได้ง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วย ปรกติถ้าเขาจะค้างกับใครสักคน เขาจะโทรไปบอกนวนนท์ว่าต้องไปคุยงานหรือพาลูกค้าออกไปเลี้ยงข้าว และก็คงจะไม่สามารถขับรถมาที่บ้านนวนนท์ได้ จึงต้องกลับไปนอนที่คอนโดที่เช่าทิ้งไว้

ไฟที่บ้านเปิดสว่างจ้า ซึ่งเป็นสิ่งผิดปรกติ เพราะแม้นวนนท์จะทำงานดึกแค่ไหนแต่ก็ไม่เคยกลับบ้านเกินสี่ทุ่ม และเมื่อกลับมาถึงบ้าน นวนนท์จะรีบปิดไฟ ปิดบ้านทันทีเพราะเกรงว่ามันจะสิ้นเปลือง

สิ่งผิดปรกติอีกอย่างคือเสียงหัวเราะ

เสียงหัวเราะอย่างเดียวไม่อาจทำให้วีกิจรู้สึกแปลกใจได้ หากไม่ใช่ว่าเสียงอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงทุ้มใหญ่ของชายหนุ่มซึ่งเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน และเสียงนั้นกำลังหัวเราะร่วนไปกับเสียงหัวเราะหวานๆ ของนวนนท์

ใคร!

เหมือนกับงูเห่าในใจเขาจะชูคอสูงและแผ่แม่เบี้ยเตรียมฉกเจ้าของเสียงทุ้มนุ่มที่หัวเราะร่วนไปกับนวนนท์ให้ถึงตาย เขาจอดและล็อกรถไว้ติดกับกำแพงบ้านอย่างดี แล้วเปิดประตูรั้วอย่างแรง เดินกระแทกเท้าเข้ามาในบ้าน เจ้าปิงปิงคงจะได้กลิ่นเขา มันจึงส่งเสียงเห่าและรีบวิ่งออกมาหาเขา และเสียงของปิงปิงนี่เองที่ทำให้เสียงหัวเราะหยุดลง พร้อมกับที่นวนนท์เดินออกมาดู

การได้เห็นหน้านวนนท์หลังจากที่ไม่ได้เจอกันหลายวันเพราะเวลาไม่ตรงกัน ทำให้เขามองคนรักตนในมุมที่แปลกออกไป คนที่กำลังยืนต่อหน้าเขานี้เหมือนกับจะขาวขึ้นยิ่งกว่าที่เคยขาว เนียนขึ้นยิ่งกว่าที่เคยเนียน เหมือนกับจะมีออร่าอะไรสักอย่างอาบผิว ทำให้นวนนท์ดู ‘เปล่งปลั่ง’ เหมือนอะไร?

เหมือนคนตั้งท้อง!

นั่นเป็นสิ่งที่วาบขึ้นในห้วงรู้ของวีกิจ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะเห็นนวนนท์เป็นคนตั้งท้องจริงๆ ความหมายที่แล่นสู่ใจของวีกิจคือ คนรักของเขาดู...น่ารักขึ้น ในแบบที่เขาไม่เคยเห็น ไม่สิ...เขาเคยเห็น แต่มันคงนานจนเขาเหมือนจะลืมเลือนไปแล้วต่างหาก

ครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นว่านวนนท์เปล่งปลั่งเช่นนี้คือก่อนที่เขาจะเริ่มออกลาย มันคือช่วงที่เขาและนวนนท์ยังเป็นข้าวใหม่ปลามัน

เขารู้แล้วล่ะ สิ่งที่ทำให้นวนนท์ดูราวกับจะผ่องผุดเช่นนี้เป็นสิ่งที่ออกมาจากภายใน สิ่งนั้นก็คือ...ความสุข

เพราะความสุขทำให้นวนนท์เปล่งปลั่ง แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำไมนวนนท์ดูหดหู่และเศร้าหมอง นั่นหมายความว่าเมื่ออยู่กับเขานวนนท์ไม่มีความสุขล่ะหรือ เขามีแต่ทำให้นวนนท์เศร้าสร้อยอย่างนั้นหรือ

พอคิดเช่นนี้ได้ วีกิจก็รู้สึกเดือดพล่านในอก อ้อ...เขารู้ล่ะ ตอนอยู่กับเขา นวนนท์ไม่มีความสุข แต่พอไอ้หนุ่มนี่โผล่มา กลับหัวเราะร่าเริง มีรอยยิ้มแจ่มใส สุขราวกับว่ามีเพียงสองคนในโลก สุข...จนกีดกันไม่ให้เขาได้ร่วมแบ่งปันความสุขนั้น!

วีกิจก่นด่าชายหนุ่มแปลกหน้าในใจตน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของนวนนท์น่ะ มันเป็นของเขาคนเดียว!

ใครหน้าไหนก็อย่าฝันว่าจะได้ไป โดยเฉพาะไอ้หนุ่มหน้าอ่อนตรงหน้านี่!

วีกิจและนวนนท์จ้องหน้ากันไม่ถึงหนึ่งนาที หากสำหรับวีกิจแล้วมันช่างเนิ่นนานเสียเหลือเกิน สิ่งที่ส่งผ่านในสายตานั้นมากมายเหลือล้นจนเขาต้องหลบตาวูบ นวนนท์กำลังยิ้มน้อยๆ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง ต้องเงยหน้ามอง เพราะเขายังคงยืนอยู่ที่บันไดขั้นล่างสุด “อัจน์มาพอดี พี่กล้ากำลังจะกลับ”

เมื่อตัดสินใจคบกัน นวนนท์ขอไม่ใช้คำแสดงความอาวุโสนำหน้าชื่อวีกิจ สิ่งที่นวนนท์บอกคือ เขาอยากเท่าเทียมกับวีกิจ เขาไม่อยากจะเป็น ‘น้องมายด์’ ของ ‘พี่อัจน์’ นวนนท์ไม่อยากดูเป็นรอง

แต่ตอนนี้วีกิจแทบอยากจะให้นวนนท์เรียกเขาว่าพี่อัจน์ดังเดิม ก็เรื่องอะไรที่เขาจะต้องมาฟังเสียงเรียบไร้อารมณ์ยามนวนนท์เอ่ยชื่อเขา แต่น้ำเสียงแฝงไปด้วยความรู้สึกเทิดทูนและ...รัก ยามเรียกชื่อไอ้หน้าอ่อนคนนี้ เขาไม่รู้หรอกว่านวนนท์รู้สึกอย่างไรกับคนชื่อกล้า แต่เขาก็จะเหมาเอาว่าคงรัก เพราะถ้าไม่รัก แล้วจะเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงทอดยาว...หวาน ขนาดนั้นละหรือ

นวนนท์แนะนำให้วีกิจรู้จักกับหาญกล้าว่าเขาเป็นหัวหน้าที่สำนักงานบัญชี...เป็นหัวหน้า ขณะที่วีกิจเบ้ปากในใจว่า คนระดับหัวหน้าจะมาเที่ยวบ้านลูกน้องตำแหน่งเล็กๆ อย่างนวนนท์ด้วยเหตุใด หากไม่ใช่ว่ากำลังหวังจะงาบ เขาไม่รู้หรอกว่า ความคิดมันสะท้อนในดวงตาและสีหน้า แม้หาญกล้าจะดูไม่ออก ทว่านวนนท์ลึกซึ้งกับเขาเพียงใด เรื่องอะไรจะดูไม่ออกว่า เขากำลังเดือดปุดอยู่ข้างในเพียงใด
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-12-2014 23:59:48 โดย Wordslinger »

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1135/-5
กรี๊ด งานเข้า เดี๋ยวมาต่อนะคะ :o12:

anajulia

  • บุคคลทั่วไป
ม้ายยยยยยยยยยยยยยยยย
อย่าเข้านานนะคร้าาาาาาาาาาาาาาาาา  :oni2:


ปล.เรื่องจริงของความรู้สึกทุกสิ่ง เวลาผ่าน....ไม่มีทางที่จะเท่าเดิม ถ้าไม่เพิ่ม ก็ต้องลด ที่สำคัญ อย่าทำตัวเป็นหมาหวงก้าง เนอะๆคุณแป้งจี่เนอะ

ออฟไลน์ fuku

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4676
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +461/-19
คุณแป้งจี่ลืม กฎเล้าฯ
เดี๋ยวคุณโมดุมาว่าเอานะ


อ่านแล้วชั้นอยากจะหัวเราะโฮะๆๆๆๆ ใส่หน้าอิพี่อัจ
ชริ ได้ความรักมาไว้ในมือแต่รักษาไว้ไม่ได้ เพราะทะนุถนอมสิ่งสำคัญไม่เป็น
ก็ปล่อยของสำคัญไปเถอะ

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2506
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-12
มายล์จะทนอัจน์ทำม้าย  :seng2ped:

ออฟไลน์ yeyong

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6088
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +917/-25
อยากอ่านต่อมากๆๆๆๆๆๆๆ 

yunkhaoforever

  • บุคคลทั่วไป
ชอบมากค่ะ!  อ่านแล้วร้องไห้เลย ไมู่้รู้อ่ะ  มันดูซึ้งๆ
โอ้ยย อยากอัดอิพี่อัจน์  ไม่ดูแลเค้าเลยอ้าาา T T

samsoon@doll

  • บุคคลทั่วไป
แอร๊ย เลวมาก ทำไมถึงได้เลวแบบนี้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ litlittledragon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2040
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +304/-1
เมื่อคุณเห็นเขาเป็นแค่น้ำพริกถ้วยเก่า ที่คิดว่าจะกลับมาเมื่อไรก็ได้แล้ว
เขาก็หาน้ำพริกถ้วยใหม่บ้าง เห็นค่าเมื่อจะเสียเพชรในมือทุกที

ออฟไลน์ afternoon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 318
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
จะสมน้ำหน้าดีไหม  :z6:
ไม่มีใครอยากเป็น "ของตาย" หรือ "น้ำพริกถ้วยเก่า" ของใคร
และ ความอดทนของคนๆ หนึ่งมันมีอย่างจำกัดเสมอ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ drasil

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1789
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-1

ออฟไลน์ Heisei

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-1
ค้าง...  นอนไม่หลับแล้วเรา  :serius2:

พี่อัจน์อย่ามาทำเป็นเด็กหวงของเล่นไปหน่อยเลย  ก็ตัวเองทอดทิ้งเค้าเองนี่นา...

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1135/-5
'งาน' ที่ว่าก็คือ แป้งจี่กำลังเคาะแป้นพิมพ์ต๊อกแต๊กอย่างรื่นรมย์ ก๊อบปี้เอาเนื้อเรื่องที่พิมพ์ไว้ในเวิร์ดเรียบร้อย วางในช่อง จัดหน้าอย่างดี เขียนคำนำเสร็จ กด Post เสร็จ อีเพื่อนก็เปิดประตูผัวะเข้ามาในห้อง จิกหัว...ย้ำว่าจิกหัวแป้งจี่ บอก...ไปส่งน้องที่สนามบิน อิฉันก็นะ สู้ไม่ได้ กฏเกิตก็ยังไม่ได้ลง (เสียวกลัวโดนพี่ทิพย์ พี่หนึ่ง หรือเจ๊สองตามตบ!) เพิ่งมาถึงบ้านค่ะ เหนื่อยเหลือเกิน!!!

อุ๊ย พล่ามมาก เดี๋ยวโดนรองเท้า คุ ถัง กะละมัง หรือไห ลอยมาโดนหัว  :laugh:

อ่านต่อกันดีกว่าเนอะ!

+++++++

นวนนท์กำลังอุ้มเจ้าปิงปิงไว้กับตัก มือขาวค่อยบรรจงแกะเอากิ๊ปหลากสีออกจากเส้นขนสีขาวบนหัวเล็กๆ ของมัน วีกิจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปิงปิงเป็นตัวเมียเมื่อตอนที่เขาจ่ายเงินซื้อมันมา แม้จะตั้งชื่อปิงปิงเขาก็ไม่ได้คำนึงถึงเพศของมัน จนกระทั่งนวนนท์บอกเขาด้วยเสียงตื่นเต้น จำได้ว่าเขาทำหน้างุนงงอยู่เป็นครู่ จนนวนนท์หัวเราะน้อยๆ กับท่าทางของเขา เขาพึมพัมตอบไปว่า

“ก็พี่ไม่ทันดูนี่”

“แปลกที่พี่อัจน์ไม่เห็น ออกจะโจ่งแจ้ง” นวนนท์ยังคงเรียกเขาว่าพี่ในตอนนั้น และเมื่อคนตัวผอมกว่าหันก้นเจ้าปิงปิงมาให้เขาดูอวัยวะบ่งบอกเพศเมีย เขาก็ต้องหัวเราะเก้อเขิน “น่าน้อยใจเนอะ ปิงปิง หนูถูกมองว่าเป็นผู้ชายซะแล้ว”

เขาไม่ได้บอกออกไปหรอกว่า เพราะเขามัวแต่กังวลและตื่นเต้นที่จะได้มอบของขวัญให้คนกำลังจูจุ๊บกับปิงปิงจนไม่ได้สนใจเรื่องอื่นต่างหากล่ะ

และผลที่ได้ก็คือ นวนนท์คนที่ปรกติจะเงียบขรึมกลับลากเขาไปซื้ออุปกรณ์แต่งตัวของ ‘ลูกสาว’ มามากมาย ทั้งเสื้อสีสันจัดจ้าน และกิ๊ปหนีบ ‘ขน’ หนูปิงปิงงอแงไม่ยอมใส่กิ๊ปในช่วงแรก เจ้าตัวเล็กพยายามจะเอาขาหน้าไปปัดเจ้าวัตถุเล็กๆ ที่รัดขนมันจนมันรู้สึกระคายให้หลุดไป แต่นานเข้า ปิงปิงน้อยก็ชิน และกลายเป็นลูกสาวที่แสนสวยของ ‘พ่ออัจน์’ กับ ‘แม่มายด์’

วีกิจจิบเบียร์เย็นๆ เพื่อระงับอารมณ์ร้อน สิ่งที่เขากระเดือกลงไปไม่มีรสชาติใดๆ เลย หน้าจอโทรทัศน์กำลังแสดงละครหลังข่าว แต่พวกเขาสองคนก็ไม่มีใครสนใจแม้จะมอง นวนนท์ยุ่งอยู่กับการดึงเอากิ๊ปออกจากขนเจ้าปิงปิง ส่วนวีกิจ...มองนวนนท์

อาจจะเป็นเพราะนวนนท์เองก็ไม่ได้อารมณ์มั่นคงภายใน มือจึงพลาดทำให้ปิงปิงร้องออกมาเพราะเจ็บ และขืนกายจะออกจากตักของแม่มายด์ ปิงปิงกระโดดแผล็วหลุดมาได้ก็หล่นปุอยู่ตรงพื้นที่ว่างบนโซฟาระหว่างคนทั้งสอง วีกิจวางกระป๋องเบียร์และอุ้มปิงปิงขึ้นมาวางบนตักตนแทน

“มาหาพ่อมา แม่มายด์มือหนักทำให้เจ็บเหรอครับ”

เขาหันไปมองนวนนท์หวังว่าจะเห็นรอยยิ้มบนหน้าของนวนนท์อย่างที่จะเกิดขึ้นทุกครั้งยามเขาเรียกฝ่ายนั้นว่าแม่มายด์ แต่ครั้งนี้เขากลับเห็นนวนนท์กำลังจ้องเขาด้วยดวงตาที่ฉายแวว...หงุดหงิด

อะไรกัน ตั้งแต่ไอ้หาญกล้าหน้าจืดอะไรนั่นกลับไป บ้านก็ตกอยู่แต่ในความอึดอัดของคนสองคนผู้อยู่อาศัย

นวนนท์เสียงแข็ง “เอาปิงปิงมานี่”

“ดึกแล้ว ให้ปิงปิงนอน” วีกิจว่าด้วยเสียงเบาๆ แล้วลุกขึ้นอุ้มเจ้าตัวเล็กไปใส่ไว้ในบ้านสุนัขที่เขาเองเป็นคนตัดไม้และต่อด้วยตนเองซึ่งวางอยู่ตรงมุมห้องนั่งเล่น เขาปิดประตูเล็กๆ นั่นแต่ปิงปิงก็ยังโผล่หน้าออกมา ทว่าก็ไม่ได้ตามเขาออกมา เพียงแต่หยุดอยู่แค่ประตู ถอนหายใจพรืด แล้วนอนลงเอาขาหน้าต่างหมอนรอง พร้อมกับหลับตาดำใสคู่นั้น ราวกับจะบอกว่าให้พ่ออัจน์กับแม่มายด์คุยกันประสา ‘ผู้ใหญ่’ ส่วนหนูปิงปิงจะแกล้งทำเป็นหลับแล้วกันนะ ปิงปิงอยู่กับพวกมาหลายปี แต่เพราะสายพันธุ์จึงยังตัวเล็ก...อุ้มง่าย

“จะไปไหน” วีกิจว่าเมื่อเห็นนวนนท์ลุกจากโซฟา

“ลู...” เขามั่นใจว่านวนนท์จะพูดคำว่าลูกแน่ๆ แต่ฝ่ายนั้นก็เปลี่ยนคำพูดกระทันหันเมื่อรู้ตัวว่าตนกำลังจะพูดอะไรไปเพราะความเคยชิน “ปิงปิงก็นอนแล้ว มายด์ก็จะไปนอนด้วย”

“คุยกันก่อน” เขาเดินเข้าไปจับแขนฝ่ายนั้นไว้

“ไม่มีอะไรต้องคุยนี่” นวนนท์พยายามสลัดมือออกจากมือเขา แต่เขาก็กุมไว้แน่น

“หรืออยากจะไปคุยในห้องนอน” วีกิจพูดพร้อมกับยิ้มน้อยๆ และมีประกายในดวงตา นวนนท์หน้าแดงเรื่อเพราะรู้ว่าเขาหมายถึงสิ่งใด การไป ‘คุย’ ในห้องนอน ย่อมมิได้หมายถึงการสื่อสารเพียงแค่คำพูดแน่ๆ แต่มันจะต้องมีการออกกำลังให้เสียเหงื่อด้วย นวนนท์รู้...วีกิจเซ็กส์จัด

...และที่สำคัญ พวกเขามิได้มีสัมพันธ์ทางกายมานานเหลือเกิน

“ได้ งั้นไปห้องนอน” วีกิจพูดแล้วลากคนที่มีท่าทางขัดขืนให้ตามขึ้นไปห้องนอนที่อยู่บนชั้นสอง เมื่อเข้าไปในห้องที่เคยร่วมหลับนอน วีกิจก็ดันให้นวนนท์เดินไปที่เตียง แต่ฝ่ายนั้นยืนนิ่งไม่ยอมตาม จึงเป็นว่าพวกเขายืนจับมือกันอยู่ตรงประตูนั้นเอง

การสัมผัสนิดหน่อยที่มือเรียกความรุ่มร้อนในส่วนล่างของร่างกายขึ้นมาสู่ใบหน้าและทำให้นวนนท์หน้าแดงแล้วแดงอีก เมื่อวีกิจขยับเข้าไปใกล้ พลางดึงเอามือนวนนท์ที่เขากุมไว้มาวางทาบทับกับส่วนสัดความเป็นชายของตนที่กำลังแข็งตัว ส่วนจมูกได้รูปก็กำลังฝังลงไปไล้เล่นกับซอกคอแล้วเลื่อนขึ้นมาใช้ปากงับใบหู...ลิ้นเปียกเลียเว้าโค้งของใบหูอย่างเนิบช้า สัมผัสเหล่านั้นทำเอาคนเสียงแข็งอ่อนระทวยไปทั้งตัว

“ทะ...ทำอะไร” นวนนท์เอ่ยตะกุกตะกัก อีกมือที่ว่างกำลังดันแผ่นอกของวีกิจ ส่วนอีกมือ...เผลอกำเบาๆ ที่ส่วนแข็งขึงของเขาโดยไม่รู้ตัว

วีกิจคำรามในลำคอ ขณะลากปากตนมาถึงมุมปากของนวนนท์

คนตกเป็นเบี้ยล่างเห็นๆ ใช้สติเฮือกสุดท้ายผลักเขาออกโดยแรง หน้านวนนท์แดงก่ำ...ด้วยอายและโกรธ

“ลามก...ไหนว่าจะคุยไง แล้วนี่อะไร”

“ก็อะไรล่ะ ทำอย่างนี้กับเมียตัวเองก็น่าจะรู้นะว่าอัจน์ต้องการอะไร”

“คนตัณหากลับ เอะอะอะไรก็...เซ็กส์!” คำพูดนั้น...ต่อว่า

“ถ้าคืนนี้อัจน์ไม่กลับมา มายด์เองก็คง...ระเริงกับมันละสิ”

ทันทีที่เขาพูดออกไป เขาก็รู้ว่าตนเองได้ทำสิ่งผิดพลาดลงไปเสียแล้ว อนิจจา คำพูดนั้นมีอิทธิพลต่อความคิดคนมากนัก ออกมาจากปากแล้ว ไฉนเลยเอาคืนกลับได้ แววตาของมายด์มีแต่ความเสียใจ ผิดหวัง และเจ็บปวด “ต่ำ!”

“ว่าผัวตัวเองต่ำเรอะ!”

“ใช่! พี่กล้าไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอก มายด์เองก็ไม่ทำ! เราเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องกัน เขาก็แค่มาทานข้าวเย็น...เป็นเพื่อน”

“แน่ใจเหรอที่พูดมาน่ะ เห็นเมื่อกี้แทบจะขี่กัน”

“ขอร้อง อย่าเอาตัวเองเป็นมาตรฐาน...วีกิจ!” นวนนท์กำลังตาแดง ปากนั้นเม้มแน่นเป็นเส้นตรง ตัวสั่นเทิ้ม “คุณเห็นผมเป็นคนยังไง ความคิดต่ำๆ แบบนั้น จะมีก็แต่คนที่พฤติกรรมต่ำช้าเท่านั้นแหละจะคิดออกมาได้”

“พูดให้ดีๆ นะมายด์ กำลังว่าใครต่ำ!”

“ก็ใครละ! ไม่เคยอยู่ติดบ้าน เที่ยวไหน...สุดท้ายก็จบลงที่เตียงนอนกับคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้า มั่ว...ต่ำยิ่งกว่าสัตว์!”

“มากไปแล้วนะมายด์!” เขาคำรามเสียงดัง จนนวนนท์สะดุ้ง น้ำตาที่กั้นไว้นานไหลพรากลงแก้มซีด “ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้!”

“ไม่!” ตะคอกกลับไปทั้งน้ำตา “หรือจะไม่ยอมรับว่าตัวเองทำจริงๆ จี้ใจดำละสิ คนชั่ว...มั่วไม่เลือกเหมือนติดสัด!”

โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า โทสะกับโมหะทำให้คนเราดวงตาและความคิดมืดบอด คิดและสำรอกคำพูดออกมาราวกับสิ่งนั้นเป็นของเสีย และสาดกระเซ็นใส่กันจนแปดเปื้อน หากไม่ใช้สิ่งบริสุทธิ์คือความเข้าใจชะล้าง สุดท้ายสิ่งที่เหลือคือ...ความสกปรกเหมือนย่ำต่ำตมในกอง...อาจม

เพี๊ยะ!

“มึงถอนคำพูดเดี๋ยวนี้!”

 แม้จะตะลึงในสิ่งที่ตนทำลงไป หากวีกิจกลับกดดันเอาความรู้สึกผิดไว้ แล้วตะคอกใส่หน้าคนรักของเขาผู้ซึ่งแน่นิ่งราวกับเป็นรูปปั้นไร้ชีวิต...แน่ล่ะ ในดวงตานั้นตอนนี้ไร้แล้วซึ่งแววแห่งชีวิต ผิวขาวซีดเหมือนกับจะถูกแรงตบจากฝ่ามือนั้นดูดกลืนไปหมดแล้วซึ่ง...ความรู้สึกทั้งหมด ความเจ็บปวดใดเล่าจะเจ็บแสบ...กรีดลึกเท่ากับความเจ็บปวดเพราะคนที่ตนรัก

“มายด์...” วีกิจเสียงแผ่วโหย “อัจน์...พี่...พี่ขอโทษ”

แม้จะโกรธ หากแรงรักนั้นมีมากกว่า รักทำให้วีกิจเอื้อมมือไปดึงคนที่ร่างแข็งเพราะช็อกเข้ามาแนบอก ใบหน้าเปื้อนน้ำตาซุกอยู่กับอกเขา...และน้ำตายังคงหลั่งไหล “พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจ...มายด์ทำให้พี่โกรธ”

มือขาวซีดราวกับไร้โลหิตหล่อเลี้ยงกำเสื้อที่แขนเขาแน่นจนมันแทบฉีกขาด แรงสะอื้นส่งให้ร่างผอมสะท้าน คำพูดขาดห้วงไม่เป็นประโยค “อัจน์...ทำ...ร้าย...อัจน์...ไม่รั...”

เขาเอาปากปิดปากคนกำลังน้ำตานองหน้า ด้วยว่าเขาไม่อยากได้ยินคำพูดต่อจากนั้น แม้จะโกรธ แม้จะเคือง แม้จะลงมือรุนแรง แต่เขายังรัก...และก็จะรักไม่เปลี่ยน

“รัก...” เขาละล่ำละลักพูด เมื่อถอนปากออกมาแล้ว ดวงตาของนวนนท์ยังเลื่อนลอย “พี่ยังรักมายด์ อย่าพูดว่าพี่ไม่รัก เพราะพี่ไม่เลิกรัก”

มีแวววูบไหวในดวงตาของนวนนท์ แววชีวิตเหมือนถูกจุดด้วยเชื้อไฟ

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นในนาทีนั้น วีกิจคิดว่าเป็นของตน หากมันกลับเป็นของอีกคน นวนนท์จ้องหน้าเขาก่อนจะเม้มปาก ดันตัวเองออกโดยเขามิได้คิดจะเอ่ยห้าม ยกมือซีดเช็ดน้ำตาจากแก้ม แล้วเดินไปคว้าเอาเครื่องมื่อสื่อสารที่ถูกวางทิ้งไว้บนเตียงนอน

เสียงที่เอ่ยกรอกลงไปหลังกดรับนั้นเป็นเสียงขึ้นจมูก “สวัสดีครับ”

“อัจน์...” เสียงดัดให้ดูกระเง้ากระงอดดังตอบออกมา จนนวนนท์ต้องดูหน้าจอใหม่ ไม่ใช่เบอร์ของคนรู้จัก เสียงก็ไม่คุ้นเคย นวนนท์หันไปมองหน้าวีกิจและช่วงหนึ่งคนถูกมองเหมือนกับจะรู้ด้วยสัญชาตญาณว่า...บางอย่างไม่ปรกติ

“อัจน์ทำไมไม่พูดล่ะ” เสียงนั้นเอ่ยตอบกลับมาอีกเมื่อนวนนท์ยังเงียบคำ “รู้ไหม อัจน์รีบกลับจนลืมกางเกงในไว้บนเตียงเราเลยนะ บอกให้ค้างก็ไม่ยอม ไม่รู้รีบอะไรนักหนา” นวนนท์เหมือนกับจะกลายเป็นหินอีกรอบ หากแต่ว่าเสียงนี้ทำให้เขาเหมือนถูกกรีดด้วยใบมีดคมกริบจนเขาจะแยกเป็นชิ้นๆ “เนี่ยเรายังไม่อิ่มเลย ไหนว่าจะทำถึงเช้าไง อัจน์รู้ไหมว่าเซ็กส์กับใครก็ไม่ถึงใจเท่าทำกับอัจน์ อัจน์น่ะวิเศษที่สุดเลย ไอ้นั่นก็ใหญ่...ยัดเข้ามาที อึดอัดไปหมด อัจน์ก็รู้นี่...อัจน์เคยบอกไปป์ว่า...อีแก่ที่บ้านน่ะ” คำว่าอีแก่ถูกเน้นย้ำเรากับจะตอกเขาให้จมดิน “ไม่ต่างอะไรกับท่อนไม้ เอากับศพยังจะมันส์กว่า...”

“คุณโทรเบอร์ผิดครับ ที่นี่ไม่มีคนชื่ออัจน์” วีกิจผงกหัวขึ้นมามองนวนนท์หลังจากก้มหน้าอยู่นานเมื่อได้ยินชื่อเขา

“อุ๊ย...ขอโทษที” เสียงนั้นมีแววสนุกสนาน “ก็นึกว่าโทรหาอัจน์ นี่แสดงว่าตอนที่เล่นมือถืออัจน์เราเผลอเมมเบอร์ใครก็ไม่รู้ล่ะสิ แหม...ก็นึกว่าใคร เห็นอัจน์เมมว่า...ของตาย”

นวนนท์ร่างสั่นเทิ้ม “ขอโทษครับ ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดถึงอะไร”

“ไม่ต้องมาตอแหลหรอกอีดอก” เสียงนั้นแหว “ฉันรู้นะว่าอัจน์อยู่ตรงนั้น อ๊ะ อ๊ะ แล้วก็ไม่ต้องสะเออะเอาโทรศัพท์ให้เขาละ เพราะชั้นตั้งใจจะโทรมาหาหล่อนโดยเฉพาะ อยากจะรู้นักว่า...ของตายน่ะ มันเสียงเป็นยังไง ว่าไง...ร้องไห้อยู่เหรอ ผัวทิ้งละสิ ก็หล่อนมันไม่สวยเองนี่ คราวหลังเวลาเค้าเอาน่ะ ก็ลองทำตัวให้เร่าร้อนหน่อยสิ อย่านอนนิ่งเป็นท่อนไม้เน่าผุ!”

คนล้ม ไฉนต้องข้าม แค่ข้ามไม่พอ ยังกลับหลังหันมาเหยียบซ้ำอีกรอบ

“ผมต้องขอโทษด้วย ผมจะย้ำอีกครั้งว่าที่นี่ไม่มีคนชื่ออัจน์ หรือถ้าจะมี...เขาก็คงตายจากโลกนี้ไปแล้วล่ะ รู้แค่นี้ก็พอใจแล้วใช่ไหม ไม่ต้องโทรมาอีกนะ ถ้าคุณกล้า ผมจะแจ้งตำรวจว่าโดนโรคจิตร่าน...ค-ย...ตามรังควาน!”

“อ๊ายยยยย! อีติ่ง... แกกล้าว่าชั้นโรคจิตเหรอยะ!”

นวนนท์ตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธ เขากดตัดและโยนเครื่องมือสื่อสารอันเล็กไปไกลตัว ราวกับรังเกียจมันมากเหลือเกิน

“มายด์...ใคร” มีแววหวาดกลัวในน้ำเสียงของวีกิจ

“เมียคุณไง” นวนนท์ว่า เสียงสั่นไปหมด “เขาโทรมาถาม...ของตายอย่างผม...ว่ายังอยู่ดีหรืออกแตกตายไปแล้ว”

“ใคร อัจน์ไม่เข้าใจ มายด์พูดถึงใคร เมียอัจน์ก็มายด์ไง”

“ขอโทษเถอะนะคุณวีกิจ คุณคงกินยาปลุกเซ็กส์จนประสาทกลับไปแล้วละมั้ง คุณรีบออกไปจากบ้านผมแล้วไปหาหมอประสาทเถอะนะ เผื่อเขาจะช่วยชี้ทางกลับบ้านถูก อ้อ...ไม่สิ ไม่ใช่บ้าน ต้องบอกว่า...ทางกลับคอกสิถึงจะถูก ทางที่ดีก็โทรไปหาเมียของคุณด้วยนะว่าให้เอาโซ่มาจูงจมูกคุณกลับไปด้วย เดี๋ยวคุณอาจจะออกนอกลู่นอกทางไปเอากับตัวอื่น...ตัวผู้ตัวเมียก็ไม่เลือกแล้วนี่ ขอแค่คลำดูไม่มีหางก็เสียบได้หมด”

เหมือนกับมีใครกำลังใช้เหล็กขนาดยักษ์ฟาดมาที่หัวของเขา วีกิจจนต่อคำพูด ความจริงจะบอกว่าเขาแทบหมดลมหายใจ แม้จะน้ำตาเปื้อนหน้า แม้จะมีรอยฝ่ามือแดงอยู่ตรงซีกแก้มของนวนนท์ แต่ฝ่ายนั้นก็มองเขาด้วยดวงตาเคียดแค้น

ไปไหนแล้วแววแห่งความรู้สึกลึกซึ้ง ไปไหนเสียแล้วกับมายด์คนที่น่ารัก

เป็นเพราะสายลม หรือกาลเวลา หรือผีห่าซาตานที่ไหนดลบันดาลให้เป็นไปได้ถึงเพียงนี้ “มายด์ว่าพี่อย่างนี้ได้ยังไง พี่เป็นคนรักของมายด์นะ”

“เปล่าหรอก คุณเป็นแค่เครื่องสนองความอยากของผมชั่วคราวเท่านั้น” นวนนท์ยกมือเช็ดน้ำตาที่ยังไหลพราก เขายังดีใจที่ยังพูดได้เสียงไม่สั่นแล้ว “ก็เหมือนกับที่คุณเห็นผมเป็นเพียงเครื่องสนองกามารมณ์ ผมคงไม่ต่างอะไรกับไอ้ตัวที่คุณจะระบายอารมณ์เมื่อไหร่ก็ได้ พวกนั้นยังดีหน่อยนะที่เขายังได้ค่าตัวเป็นเงิน แต่ผมนี่สิน่าสมเพช นอนอ้าขาให้เขาใส่เข้ามาได้ฟรีๆ ช่างไม่มียางอาย อย่างนี้น่าจะไปให้พวกหื่นกามรุมโทรมให้มันตายไปข้าง เผลอๆ จะได้ติดเอดส์มาด้วยไง ก่อนกับตอนตายจะได้ทรมาน!”

“มายด์หยุดพูดเดี๋ยวนะ”

“คุณจะมาแคร์อะไรกับผมล่ะ”

“พี่บอกให้หยุดพูด”

“ไม่!”

“มายด์ มองหน้าพี่” วีกิจดึงเอาคนที่กำลังตัวสั่นเทิ้มเข้ามากอดอีกครั้ง เขามีช่วงเวลาที่คิดว่าจะโดนขัดขืน หากนวนนท์ก็ยอมให้เขาดึงเข้ามาหาตัว “มายด์ตั้งสติ มายกำลังโกรธ มองหน้าพี่นะ มายด์เป็นทุกอย่างของพี่ พี่รักมายด์คนเดียว”

คนในอ้อมกอดราวกับได้เสียสติไปแล้ว ดวงตานั้นเบิกกว้างราวกับว่าเจ้าของมันกำลังมองเห็นสิ่งน่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิต วีกิจไม่เห็นเงาสะท้อนของเขาในดวงตาคู่นั้นเลย “มายด์ ได้ยินพี่ไหม มายด์!”

“อ๊ากกกกส์” คนในอ้อมกอดของเขากรีดร้องออกมาสุดเสียง ขนอ่อนที่ท้ายทอยของเขาลุกตั้ง ความจริงแล้ว ขนบนตัวเขาลุกตั้งเกรียว เสียงนั้นไม่ต่างกับเสียงร้องของสัตว์เจ็บปวด มันเหมือนเสียงของคนที่เสียความเป็นมนุษย์ไปแล้ว

มีเสียงดังมาจากชั้นล่าง เป็นเสียงเห่าของปิงปิง มันคงได้ยินเสียงของเจ้านายที่มันรักกรีดร้องด้วยทุกข์ มันคงสัมผัสด้วยหัวใจรักของสายพันธุ์มันเองว่า...เจ้านายของมันกำลังทุกข์หนัก แต่เสียงเห่านั้นก็เหมือนกับเป็นเสียงที่ไร้เสียง เพราะมันส่งมาไม่ถึงคนที่กำลังร่ำร้องอยู่นี่

“มายด์ ได้ยินพี่ไหม มายด์อย่าเป็นอย่างนี้สิ”

“มึงฆ่ากูให้ตายไปเลยสิ แค่นี้ยังไม่สะใจมึงใช่ไหม! ยังจะต้องให้เจ็บไปอีกมากแค่ไหน! แค่นี้ยังไม่พอรึไง จะต้องให้ก้มลงคุกเข่าก้มหัวยอมเป็นทาสหรือไงถึงจะยอมเห็นใจกันบ้าง”

คนที่เขารักกรีดร้องออกมาอีกครั้ง ก่อนจะทรุดฮวบลงไป วีกิจรวบร่างอ่อนเปลี้ยเข้ามาไว้กับอกตัวเอง ตาเขาพร่ามัว เมื่อรับรู้ได้ถึงความเค็มปร่าที่ปาก เขาจึงรู้ว่าสิ่งนั้นคือหยดน้ำตาของเขา และเขาเพิ่งรู้ว่าเขากำลังร้องไห้

โอ้ว่าอนิจจาความรัก เจ้าเป็นสิ่งสวยงามมิใช่หรือ ไฉนเจ้าทำร้ายดวงวิญญาณบริสุทธิ์ให้ตกต่ำได้ถึงเพียงนี้

หรือเพราะรัก...มากเกินไป รักจนไม่ทันฉุกคิดว่า หัวใจต้องใช้ร่วมกับสมอง หากทุ่มเทให้กับความรักมากเกินไปก็เหมือนกับสิ่งเสพติด เมื่อติดแล้วยากจะถอนตัวและมันทำให้...กลายเป็นบ้า บ้าจนต้องสาดวาจาเน่าเสียใส่กัน บ้าจนต้องลงไม้ลงมือตบตี...หัวใจของตนเอง

+++++++

เจอกันตอนจบตอนหน้านะคะ (เพิ่งแต่งได้แค่นี้ค่ะ เศร้า แต่งไป เครียดไป)

samsoon@doll

  • บุคคลทั่วไป
2 คนนี้ คงไม่ใช่ คู่ผัวเมีย หรือเมียที่ฆ่าผัวจากเรื่องครูเพรชหรอกเนอะ   :z3: :z3: :z3: :z3:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-05-2011 02:23:44 โดย samsoon@doll »

4life

  • บุคคลทั่วไป
พระเอกเลว มั่ว ชั่ว ต่ำ /สามารถด่ามันเป็นกลอดได้เลย ฮ่าๆๆๆ/
ถึงทำตัวดีเเค่ไหน ก็คบไม่ลงหรอก :z6:

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2506
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-12
2 คนนี้ คงไม่ใช่ คู่ผัวเมีย หรือเมียที่ฆ่าผัวจากเรื่องครูเพรชหรอกเนอะ   :z3: :z3: :z3: :z3:

กรี๊ดดด เออ อย่าบอกนะว่าใช่!!!

ออฟไลน์ Piaanie

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1253
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-2
โอยย ไอ้เลวววววววววววววววววว  :z6:  :z6:

m_pop91

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ primmi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 257
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
เอาหาญกล้ามาาาาาาาาาาาาาา
ทำไมต้องเป็นบ้าเพื่อคนแบบนี้ด้วยอ่ะ เซ็งๆ

lovevva

  • บุคคลทั่วไป

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






YELLOWSTAR

  • บุคคลทั่วไป
อ๊ากกกกกกกกกกกกก  อ่านไปแล้วจะบ้าตาม   :m15: :m15: :m15:

ทำไมอัจน์ทำได้ถึงขนาดนี้อ่ะ   ใจร้ายที่สุดเลย  :beat:

stupidchild

  • บุคคลทั่วไป
สุดยอด อ่านไปขนลุกไป แรงดีจังๆ ชอบมากๆ ขอเป็น สุขนาฏกรรม นะคะ

ออฟไลน์ fuku

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4676
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +461/-19
อ่านแล้วไม่หวังอะไรจากคู่นี้เลยแฮะเรา
มายด์คงเจ็บซ้กๆ ย้ำๆ มานานเกินไป
แล้วคนโทรมานี่วิญญาณเรยาเข้าสิงรึเปล่าเนี่ย  โคตรแรงอ่ะ

ออฟไลน์ LalaBam

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2985
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +224/-2
มายด์น่ารักดี
ไม่อยากให้เป็นเรื่องเศร้าเลย :serius2:

kenshinkenchu

  • บุคคลทั่วไป
กรี๊ด................. น้ำตาร่วง

ตาอัจน์นี่ยังมีหน้าโทษโน้นโทษนี่  โทษตัวเองซะบ้างสิ  :z3:

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1232
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
ไม่อยากให้มายด์ เป็นเจ้าของบ้านครูเพชรนะค๊ะ มันเศร้าเหลือเกิน

ออฟไลน์ dukdikdukdik

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2687
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +233/-3
ขอกระโดดถีบหน้าอัจน์เต็ม ๆ หน่อย  :z6:

ออฟไลน์ beer

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 329
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
อัจน์เลวมาก ใจร้ายสุด :fire:

ปากบอกรักๆแต่การกระทำไม่แสดงออกเลยนะ :z6:


ออฟไลน์ sukie_moo

  • ปัจจุบัน คือ อดีตของอนาคต
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +457/-14
สงสารมายด์มากๆ

อัจน์นายมันเลวมาก

ออฟไลน์ Papoonn

  • inspiration <3
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 489
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
2 คนนี้ คงไม่ใช่ คู่ผัวเมีย หรือเมียที่ฆ่าผัวจากเรื่องครูเพรชหรอกเนอะ   

มีสิทธิ์เลยแหละค่ะ  !  อู้ยยยยยย   
น่ากลัวเกิ้นนนนนนนน  : (  เกลียดนักไอพวกมั่วไม่เลิก 
เอิ่ม ถ้าใช่คู่นี้จริง ๆ ก็สมควรแล้วแหละ  !   แย่ที่สุดดดดดดด
+1  เบา ๆ ค่า   

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด